xs
xsm
sm
md
lg

มารกามเทพ ตอนที่ 9

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มารกามเทพ ตอนที่ 9

ด้านเกรียงศักดิ์ก้าวเดินพรวดๆ ออกบ้านจะไปทำงาน หน้าตาบึ้งตึงขึ้งโกรธ หัวเสียอย่างหนัก ดาราณีรีบตามมากระชากแขนถาม

“คุณจะตัดเป็นตัดตายกับลูกอย่างนี้ไม่ได้นะคะ”
นวลตามมามองอย่างตะลึง สองสามีภรรยาคู่นี้ไม่เคยที่ทำรุนแรงต่อกันอย่างนี้
เกรียงศักดิ์ปัดมือดาราณีออกหัวเสีย “แล้วสิ่งที่น้ำหนึ่งทำ มันสมควรมั้ย”
ดาราณีรู้ว่าน้ำหนึ่งผิด แต่เถียงเข้าข้าง “น้ำหนึ่งยังเด็ก”
เกรียงศักดิ์โมโหยิ่งกว่าเดิม “คุณหญิง! เลิกพูดได้แล้วว่าลูกยังเด็กๆๆ คนเป็นเด็กมันหนีตามผู้ชายไม่เป็น
หรอก”
ดาราณีฉุน “คุณ”
“เท่านั้นไม่พอ มันยังเห็นคนอื่นดีกว่าพ่อแม่...มันเชื่อคนอื่น”
ดาราณีย้อนอย่างมีอารมณ์ “ก็แล้วสิ่งที่ลูกเชื่อไม่จริงเหรอคะ เพชรไม่ได้เป็นฆาตกร คนที่ฆ่าตาหวาน คือนักปราชญ์”
“คุณหญิง” เกรียงศักดิทั้งโกรธทั้งตกใจ กระชากแขนดาราณีอย่างแรง “อย่าพูดอย่างนี้อีก...จำไว้ คนที่ฆ่า
ตาหวาน คือไอ้เพชร”
ดาราณี ร้องไห้โฮ น้ำตาไหลพราก เครียด กดดัน สับสนว้าวุ่น ไม่รู้หนแล้ว
“ฉันรู้...ว่าฉันต้องพูดอย่างนั้น และฉันก็รู้ว่าลูกเองก็ผิด...แต่ฉันขอร้องได้มั้ยคะ คุณอย่าผลักไสลูกให้ไปจากเราเลย”
เกรียงศักดิ์มองมาอย่างเห็นใจ แต่ทำใจแข็ง “ถ้าน้ำหนึ่งหลงผู้ชาย จนไม่ลืมหู ลืมตา ผมก็จำเป็นต้องทำอย่างนั้น”
เกรียงศักดิ์เดินออกไป ดาราณีอึ้ง
“คุณ!” ดาราณีโกรธขึ้นมาอีกวิ่งถลาตามไปกระชากแขนสามี “ฉันอุตส่าห์พูดขนาดนี้ คุณยังใจแข็งกับลูกอีก จะให้ฉันก้มลงกราบเลยหรือไง”
เกรียงศักดิ์ปัดมือออก บอกเสียงขุ่น เริ่มหงุดหงิดดาราณี “อย่ามาทำอย่างนี้กับผม น้ำหนึ่งทำตัวเอง”
จากนั้นเกรียงศักดิ์ขึ้นรถ คนขับ ขับแล่นออกไปทันที ดาราณีร้องไห้ นวลที่ยืนอยู่ด้านหลังมองตามด้วยแววตาร้าวรานเจ็บปวดใจ
“เพราะมันคนเดียว ไอ้เพชร”

ขณะเดียวกันที่บ้านเชิงเขา เพชรที่ยืนด้านนอกห้องของพลอย หน้าเครียดเคร่ง ท่าทีทั้งกลุ้มใจ ทั้งรู้สึกผิด แต่อีกใจก็กดดัน น้ำหนึ่งที่อยู่ข้างๆ บอก
“พี่เพชรไปตามคุณน้าเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วงน้ำหนึ่งจะอยู่ดูแลพี่พลอยเอง”
เพชรหนักใจมองมา น้ำหนึ่งมองตอบ เห็นใจ และเข้าใจ ขณะบอกอีก
“ไม่ต้องห่วง...น้ำหนึ่งดูแลพี่พลอยได้จริงๆ ค่ะ”
เพชรมองน้ำหนึ่ง ยิ่งน้ำหนึ่งดีมากเท่าไหร่ เพชรก็ยิ่งรู้สึกห่วง น้ำหนึ่งย้ำอีก เป็นห่วงเพชรมาก
“นะคะไปตามคุณน้า”
เพชรไม่ทันตอบอะไร เห็นหมอณัฐก็เปิดประตูเดินออกมาจากห้องพลอย เพชรหันไปถาม
“พี่พลอยเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ”
“คุณพลอยมีอาการเครียดมาก แต่ตอนนี้...หมอให้ยา คุณพลอยหลับไปแล้ว”
“พี่พลอยเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ” น้ำหนึ่งถาม
หมอณัฐมองน้ำหนึ่งท่าทีฉงน เพราะเพิ่งเคยเห็นหน้า แต่ได้ยินชื่อมาก่อน และมองเพชรเป็นเชิงบอกว่าน่าจะรู้ว่าอาการพลอยเป็นยังไง
“เหมือนเดิม...แต่ตอนนี้ดูจิตใจคุณพลอยจะแย่ขึ้น หมออยากให้คุณเพชร ดูแลคุณพลอยให้มากกว่าเดิม”เพชรหน้าเครียดขึ้นมาอีก รู้สึกเหมือนถูกกดดันมากขึ้นทุกที หมอณัฐเห็นสีหน้าเพชรก็เข้าใจ เลยบอก
“คุณคงมีธุระ นี่ถ้าไม่ติดว่าน้องสาวของหมออยู่โรงพยาบาล หมอจะอยู่ดูแลคุณพลอยเอง”
เพชรฉุนมองหมอณัฐอย่างไม่พอใจนัก “พี่พลอยเป็นพี่สาวของผม ผมดูแลได้”
“ขอให้เป็นอย่างนั้น เพราะคุณพลอย เธอแย่แล้วจริงๆ”
หมอณัฐเดินออกไป ท่าทางของเพชรหงุดหงิด เหมือนถูกตำหนิ น้ำหนึ่งมองเพชรอย่างเห็นใจ
“ไม่ต้องห่วงนะคะพี่เพชร...เราจะช่วยกันดูแลพี่พลอย”
“ขอบใจมากน้ำหนึ่ง แต่บางที พี่ก็รู้สึก...พี่รับมือกับอะไรที่มันประเดประดังเข้ามาไม่ไหวแล้ว”
เพชรกลุ้มมาก เดินออกไปหน้าเครียด น้ำหนึ่งเดินตาม

ขณะเดียวกันภายในห้อง พลอยนอนอยู่บนเตียงแต่ลืมตาโพลงขึ้นมา อาการเหมือนคนดื้อยา ฤทธิ์ยาทำอะไรพลอยไม่ได้ เสียงของเพชรดังเมื่อครู่ก้องในหู
“บางที พี่ก็รู้สึก...พี่รับมือกับอะไรที่มันประเดประดังเข้ามาไม่ไหวแล้ว”
พลอยน้ำตาไหลย้อยออกมาจากดวงตา ทั้งน้อยใจ เสียใจ เจ็บปวด คิดถึงวันที่ตัวเองบาดเจ็บ ตอนที่พลั้งแทงขาตัวเอง

เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนกลางคืนที่บ้านเชิงเขาแห่งนี้ ในขณะที่พลอยซึ่งเท้าเปื้อนเลือด เลื่อนรถเข็นเข้ามาในบ้าน ท่าทางของพลอยเจ็บปวดเหลือแสน หน้าซีด แววตาอ่อนล้า
“ชะ...ช่วยด้วย”
รอบกายเงียบกริบ ไม่มีเสียงตอบจากใคร พลอยตะโกนเรียกอย่างขัดใจ โกรธ ที่ไม่มีใครมาช่วยสักคน
“แม่...ช่วยพลอยด้วย เพชร...ช่วยพี่ด้วย”
พลอยกวาดตามอง รอบกายไม่มีใคร ตอนนั้นเพชรกับน้ำหนึ่งไปอยู่บ้านตากลั่นแล้ว ทับทิมออกไปจากบ้าน โดยที่พลอยไม่รู้ พลอยลุกขึ้นเดินออกจากรถเข็น ค่อยๆ เดินไปรอบๆ บ้านตะโกนเรียก
“แม่...เพชร”
ทว่าทุกอย่างยังเงียบเหมือนเดิม ไม่มีเสียงตอบจากใคร พลอยรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวเดียวดายเหลือแสน
“ไม่มีใครอยู่กับพลอยเลย”
พลอยกวาดสายตามอง เห็นรูปเพชรที่วางตั้งอยู่ พลอยมองด้วยความน้อยใจ
“พี่ทำเพื่อเพชร แต่เพชรกลับเป็นห่วงแต่นังเด็กนั่น” พลอยน้ำตาไหล ทั้งน้อยใจ และเสียใจ

นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ดวงตาของพลอยหม่นเศร้า น้อยใจ เสียใจอยู่อย่างนั้น น้ำตาไหลเป็นทาง
“ถ้าฉันจะต้องไม่เหลือใคร ถ้าฉันจะต้องอยู่คนเดียว ได้! ฉันจะอยู่คนเดียว”

พลอยบอกตัวเองเสียงเข้ม โกรธมากขึ้น ขณะเหวี่ยงเท้าที่มีผ้าพันแผลขยับตัวลงมาจากเตียง

ส่วนที่หน้าบ้าน เพชรเดินมาที่รถ แต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นหมอณัฐยืนรออยู่ หมอณัฐบอกด้วยท่าทีจริงจังมาก

“ผมรู้ว่าคุณเครียด แต่คนที่อยู่ในภาวะอย่างคุณพลอย ไม่มีใครมีความสุขหรอก คุณพลอย เครียด และ ทุกข์ กว่าคุณแน่นอน” หมอณัฐเดินจากไปที่รถตัวเอง
เพชรได้สติ ความห่วงใยในตัวพลอยปะทะขึ้นมาอีก น้ำหนึ่งบอกเพชรเสียงอ่อนหวาน
“พี่พลอยน่าสงสารออกนะคะพี่เพชร”
เพชรได้สติ พูดเสียงอ่อนลง “ใช่..พี่พลอยน่าสงสาร”
น้ำหนึ่งยิ้มอ่อนโยน ที่เห็นเพชรเย็นลง “เพราะฉะนั้นเราสองคนต้องช่วยกันดูแลพี่พลอย...พี่พลอยจะต้องมี
ความสุข พี่เพชรไปตามคุณน้านะคะ น้ำหนึ่งจะอยู่ดูแลพี่พลอยเอง”
“ฝากพี่พลอยด้วยนะน้ำหนึ่ง”
“ค่ะ”
เพชรขับรถออกไป น้ำหนึ่งมองตาม รอยยิ้มเมื่อครู่ จางหายไป ทั้งรักทั้งห่วง และเข้าใจในตัวเพชรมากขึ้นอีก
ด้านหลังน้ำหนึ่ง พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงอย่างรวดเร็ว ซักพักทั่วทั้งบริเวณก็มืดสนิท

ตกกลางคืน ที่น้ำหนึ่งยกสำรับอาหารเข้ามาด้านในบ้าน หยุดยืนที่หน้าห้องพลอย เรียกนอบน้อม
“พี่พลอยคะ พี่พลอย...น้ำหนึ่งทำข้าวต้มมาให้ ทานข้าวนะคะ”
เงียบไม่มีเสียงตอบ น้ำหนึ่งเรียกอีก
“พี่พลอยคะ..พี่พลอย” น้ำหนึ่งเคาะประตูเบาๆ “พี่พลอย”
น้ำหนึ่งนิ่วหน้า นึกเป็นห่วง ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป เห็นห้องทั้งห้องมืดทิด น้ำหนึ่งเปิดสวิชท์ไฟ ภายในห้องไม่มีพลอยอยู่ น้ำหนึ่งเดินตรงไปที่ห้องน้ำ
“พี่พลอยคะ”
เงียบไม่มีเสียงตอบอีก น้ำหนึ่งเป็นห่วงพลอยมาก ตัดสินใจเปิดประตูห้องน้ำเข้าไป แต่ไม่เห็นพลอยอยู่ในนั้น น้ำหนึ่งแปลกใจจะออกไปตามข้างนอก แต่พอหันกลับมาก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นรถเข็นตั้งอยู่
“รถเข็นอยู่ที่นี่! แล้วพี่พลอย” สีหน้าน้ำหนึ่งแสดงความประหลาดใจสุดขีด
ไว้เท่าความคิดน้ำหนึ่ง วางสำรับอาหารไว้บนโต๊ะในห้อง รีบสาวเท้าเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
ความมืดปกคลุมไปทั่วบริเวณนอกบ้าน น้ำหนึ่งวิ่งออกมาร้องเรียกพลอยด้วยความเป็นห่วง
“พี่พลอย! ๆๆ”
น้ำหนึ่งกวาดสายตามอง วิ่งตรงไปยังที่ที่พลอยเคยทำกายภาพบำบัด แต่ไม่เห็น
“พี่เพชร” น้ำหนึ่งรีบควักมือถือออกมาทำท่าจะกดแต่เปลี่ยนใจ “อย่าเลย..เดี๋ยวพี่เพชรจะยิ่งเป็นห่วง” น้ำหนึ่งคิดไปคิดมา
“รถเข็นก็อยู่นี่...แล้วพี่พลอย..ไปไหน”
ดวงตาน้ำหนึ่งเต็มไปด้วยคำถาม พลอยไปไหน? พลอยไปได้ยังไง?

ขณะเดียวกันที่โรงพยาบาล บรรยากาศตอนกลางคืนเงียบสงัด ดูวังเวงและน่ากลัว เห็นเงาร่างของพลอยเคลื่อนตัวเข้ามาตามทางเดิน เงานั้นเดินไม่ค่อยปกตินัก แต่แปลกที่กลับเดินอย่างมั่นคง และเงานั้นมีผ้าพันแผล ราวกับมีจุดมุ่งหมายอยู่เบื้องหน้า เงาของพลอยเคลื่อนตัวไป เป้าหมายคือห้องพักฟื้นของอลิส

ส่วนอลิสหน้าหงิกหน้างอนอนอยู่บนเตียงในห้องพักฟื้น ถามหมอณัฐตาขวาง
“ที่ทิ้งน้องไปครึ่งค่อนวัน เพราะพี่หมอไปเฝ้ายัยพลอยบ้าใช่มั้ยคะ”
“ทำไมพูดจาไม่เพราะเลยอลิส”
อลิสตาโต “ตรรกะพี่หมอแปลกๆ นะคะ..จะให้อลิสพูดดีกับคนที่จะฆ่าอลิส”
หมอณัฐทำท่าแปลกใจ อลิสค้อนขวับหน้างอตาคว่ำ
“นี่พี่หมอยังไม่เชื่ออลิสอีกใช่มั้ยคะ ยัยพลอยบ้านั้น ไม่ได้พิการ หล่อนแกล้งพิการ”
ขณะนั้นพลอยยืนหลบมุมอยู่หน้าประตู ได้ยินทุกคำ สีหน้าของพลอยเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
“โอ๊ย..อลิสยังหลอนไม่หาย หล่อนจับคางอลิสอย่างนี้นะคะ” อลิสทำท่าไปด้วย “แล้วบอก..รักกันๆ แต่มือจะบีบคออลิสตาย โธ่! ใครจะไปรักกับคนบ้า โรคจิต”
“พี่ว่าคนที่เป็นโรคจิตคืออลิสแล้วนะไม่ใช่คุณพลอย”
อลิสขัดใจมาก “พี่หมอ!”
“เลิกพูดได้แล้ว...ถ้าจะให้พี่บอก พี่ก็จะพูดว่า คุณพลอยน่าสงสาร และตรรกะของอลิสก็เป็นตรรกะที่เชื่อไม่ได้ เพราะมันเป็นตรรกะของคนที่เห็นแก่ตัวที่สุด”
จังหวะนี้ตรงหน้าห้องพยาบาลเดินมา พลอยรีบฉากหลบตรงมุม ผินหน้าหนีไปทางอื่น พยาบาลเดินเข้าไปในห้องอลิส
“พยาบาลมาพอดี ฉีดยาก่อน จะได้นอนพักผ่อน”
อลิสโวยวาย “อลิสไม่ฉีด อลิสไม่ง่วง อลิสไม่ได้อยากนอน” พร้อมกันนี้อลิสยังทำท่าจะลุก
หมอณัฐเอามือข่มตัวอลิสให้นอนลง “อยู่เฉยๆ” แล้วพูดขู่ “ไม่งั้น พี่จะพาอลิสไปอยู่โรงพยาบาลโรคจิตแทนคุณพลอย”
อลิสมองจ้องหน้าหมอณัฐ ขณะที่พยาบาลฉีดยาให้ ก่อนจะเดินออกไป อลิสค้อนหมอณัฐ มองอย่างผิดหวังขณะบอก
“พี่หมอหลงยัยพลอยบ้าจริงๆ ด้วย ทั้งๆ ที่ยัยนั่นแกล้งพิการ เป็นบ้าโรคจิต”
พลอยที่อยู่ด้านนอกตาวาววับ ยิ่งโกรธอลิสมากขึ้น หมอณัฐบอกอลิสอย่างใจเย็น
“ไว้อลิสหายดีแล้ว เราไปหาคุณพลอยกัน ตอนนี้พักผ่อนก่อน”
“พี่หมอ” อลิสงอแง
หมอณัฐเสียงแข็ง “นอน”
อลิสค้อนหมอณัฐ สะบัดหน้าหันไปทางอื่นหลับตาลง

หมอณัฐมองอลิสอย่างอ่อนใจ ไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเธอถูกว่าพลอยทำร้าย

หมอณัฐเปิดประตูแล้วเดินออกไป หมอณัฐเดินผ่านตรงจุดที่พลอยยืนหลบมุมอยู่ คล้อยหลังหมอณัฐ ที่ลับตาไป พลอยที่สวมถุงมือก็เปิดประตูห้องของอลิส เดินเข้าไปในห้องอย่างเงียบกริบ ไฟดับพรึ่บ ก่อนที่ประตูจะปิดลงเบาๆ

อลิสนอนอยู่ในความมืด แต่จากสัญชาตญาณ อลิสรู้สึกเหมือนคนมองจ้องตน อลิสค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา
มองแล้วก็ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อเห็นหน้าพลอยอยู่ระยะประชิดแทบจะติดหน้า พลอยยื่นหน้ามามอง
“แอร๊...”
อลิสทำท่าจะร้อง แต่พลอยเอามือตะปบปากอลิส หัวเราะเบาๆ
“ว่าฉันเป็นบ้า เธอต่างหากที่จะต้องถูกหาว่าเป็นบ้า นังอลิส”
อลิสตั้งสติได้จะปัดมือของพลอยออก แต่พลอยกลับกระชากหมอนของอลิสออกอย่างแรงแล้วออกแรงกด
ปิดปากอลิสลงไปอย่างหนักหน่วง
“ไม่ต้องดิ้น เก็บแรงไว้แก้ตัวดีกว่า...”
อลิสไม่ยอมง่ายๆ จ้องหน้าพลอยเขม็ง เอามืองัดมือพลอยออก พลอยออกแรงโถมใส่อลิสทั้งตัว ปากบอก
“บอกทุกคนเลยนะ ว่าฉันมาที่นี่ มาทำร้ายเธอ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครจะเชื่อเธอ”
อลิสรวบรวมกำลังผลักร่างของพลอยเต็มแรง จนพลอยผงะออก อลิสตะโกนลั่น
“ช่วยด้วยๆๆๆ”
พยาบาลที่อยู่ด้านนอก ได้ยินเสียงอลิส
“คุณอลิส”
พยาบาลรีบวิ่งมา พลอยยิ้มเยาะ
“มันเป็นแค่ฝันร้ายนะคะ คุณอลิส”
พลอยหลบออกไปจากห้อง เปิดประตูแล้วรีบออกไป
ตรงโถงด้านหน้าพยาบาลกำลังวิ่งตรงมา พลอยหน้าตาตื่นตกใจ แต่โชคช่วยที่หมอณัฐเดินมาอีกทาง หมอณัฐถามพยาบาล
“มีอะไรเหรอครับ”
“คุณอลิสร้องค่ะ ไม่ทราบว่าเป็นอะไรค่ะ”
หมอณัฐหน้าซีดตกใจ รีบเดินกึ่งวิ่งตรงไปที่ห้องของอลิสพร้อมกับพยาบาล พลอยหายจากตรงนั้นไปแล้ว หมอณัฐกับพยาบาลเดินเข้าไปในห้อง ส่วนพลอยมองมาแล้วยิ้มเยาะ
“แล้วเธอจะได้รู้...ใครเป็นบ้ากันแน่ อลิส!”

อลิสร้องโวยวายทันทีที่เห็นหน้าหมอณัฐและพยาบาล มือของอลิสปัดหมอน ตกใต้เตียงแบบไม่รู้ตัว
“พี่หมอ ช่วยอลิสด้วย...ยัยพลอยบ้ามาที่นี่”
“ว่าไงนะอลิส” หมอณัฐตกใจ
“ช่วยพลอยด้วย...ยัยพลอยบ้ามาที่นี่”
“มันจะเป็นไปได้ยังไง”
อลิสขัดใจมาก “ก็มันเป็นไปแล้ว หล่อนมา” อลิสละล่ำละลักบอก “มาเอาหมอนปิดปากอลิสด้วย หล่อนจะฆ่าอลิส”
หมอณัฐบอกพยาบาลเบาๆ “ขอยากล่อมประสาทให้ผมด้วย”
“ค่ะคุณหมอ” พยาบาลเดินออกไป
อลิสได้ยินร้องกรี๊ด “พี่หมอ อลิสไม่ได้บ้านะคะ ยัยพลอยบ้ามาที่นี่”
“พี่บอกแล้วไง ทันทีที่อลิสหายดีเราจะไปหาคุณพลอยด้วยกัน...”
อลิสมองด้วยแววตาตัดพ้อ สุดแสนจะอ่อนใจ และเสียใจมาก “พี่หมอไม่เชื่ออลิสจริงๆ ด้วย”
“ก็มันจะเป็นไปได้ยังไงอลิส”
สองคนมองหน้ากัน อลิสมองอย่างตัดพ้อ ขณะที่หมอณัฐก็ลำบากใจ ไม่เชื่ออลิสเลย

เวลาเดียวกันรจนายืนครุ่นคิด สงสัยที่ทับทิมกับพลอย ช่วยกันบอกว่า ตนเป็นคนทำร้ายอลิส ดวงตาของรจนาวาววับ คาใจมากๆ จังหวะนี้พจนีย์เดินพรวดออกมาจากห้อง จะออกไปข้างนอก รจนาถาม
“พี่พจน์จะไปไหน”
“ไปแสดงสิทธิ์เมียหลวง คอยดูนะ...ถ้าฉันเจอยัยน้ำหนึ่งมันอี๋อ๋อออเซาะพี่เพชรอีก ฉันจะจับมันตบๆๆๆ เอาหัวมันจุ่มลงไปในชักโครก แล้วก็ถ่ายคลิปเอาไว้”
พูดจบพจนีย์ก็ก้าวฉับๆออกไป รจนาร้องเรียกเตือนสติ
“ภูมิใจมากเหรอที่ได้ทำตัวเป็นสก๊อย ไปทั้งๆ ที่พี่พจน์เป็นแค่เมียพี่เพชรในนามแค่นั้น”
“สะกดจิตตัวเองไว้รึไง ถึงพูดแต่ประโยคนี้” พจนีย์ย้อน
“ที่รจพูดเพราะห่วงพี่พจน์”
พจนีย์มองรจนาอย่างฉงน “ห่วงฉัน”
รจนาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ใช่! รจว่ามันแปลกๆ ตั้งแต่พี่พลอยจ้างพี่พจน์แต่งงานกับพี่เพชรแล้วล่ะ”
“ก็เพราะสาเหตุนี้ด้วยไง...ที่ทำให้ฉันต้องไปที่บ้านเชิงเขา”
“รจขอให้เป็นอย่างนั้น...เพราะถ้าพี่พจน์ไปเพื่อแสดงตัวว่าเป็นเมียพี่เพชรจริงๆ รจว่า...พี่พจน์กำลังเดินเข้าไปหาอันตราย”
พจนีย์มองรจนาด้วยสายตาไม่ได้เชื่อรจนาเอาเลย ก่อนที่จะสะบัดหน้าพรืดเดินออกไป รจนามองตามทั้งฉุนปนห่วงในความถือดี
 
ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหมั่นไส้พี่สาวที่ดูเหมือนเก่งกว่า มั่นใจกว่า จนไม่เคยฟังตัวเองเลย

มารกามเทพ ตอนที่ 9 (ต่อ)

ขณะเดียวกันที่บ้านเชิงเขา น้ำหนึ่งยืนมองรถเข็นที่ปราศจากร่างของพลอยด้วยท่าทางครุ่นคิด ดวงตามีแววสงสัยและคาใจ ขณะเดินออกมายังนอกบ้าน น้ำหนึ่งกวาดตามองไปรอบๆ แต่ไม่ปรากฏร่างของพลอยเลยสักที่

“พี่พลอยไม่อยู่จริงๆ ด้วย”
จังหวะนี้ ท่ามกลางความมืด ที่ด้านหลังน้ำหนึ่ง แลเห็นพลอยค่อยๆ เดินเข้ามา สายตาพลอยที่มองดูน้ำหนึ่งวาววับ มีแต่ความโกรธเกลียด
“พี่พลอยจะเดินไปได้ยังไง นอกจาก...”
น้ำหนึ่งพูดได้แค่นั้น ท่อนไม้ในมือของพลอยก็หวดเข้าที่ต้นคอด้านหลังของน้ำหนึ่งอย่างจัง น้ำหนึ่งร้องสุดเสียง
“โอ๊ย!”
แล้วร่างของน้ำหนึ่งก็ทรุดฮวบลงกองกับพื้นตรงนั้น พลอยมองน้ำหนึ่งอย่างเกลียดชัง
“ฉันไม่ให้แกตายง่ายๆ หรอกนังน้ำหนึ่ง ฉันทรมานแค่ไหน แกกับพ่อแม่แก ต้องทรมานมากกว่าฉัน
เป็นร้อยเป็นพันเท่า”
พลอยกระชากร่างของน้ำหนึ่งขึ้นมา แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อมีเสียงของพจนีย์ร้องดังขึ้นเหมือนเจ็บปวดเต็มประดา
“โอ๊ย”
พลอยเหลียวขวับไปมอง เห็นพจนีย์ร้องโอดโอย ก้มลงไปมองเท้าตัวเอง
“ดีนะที่เป็นแค่หนาม ถ้าเป็นตะปู เท้าทะลุไปแล้วพจนีย์”
พจนีย์บ่น ใช้เล็บหยิบหนามออกจากเท้า พลอยฉวยโอกาสนั้นผละไปด้านในอย่างรวดเร็ว พจนีย์หยิบหนามออกจากเท้าก็เดินตรงมายังตัวบ้าน แต่แล้วพจนีย์ก็ต้องหยุดกึก เมื่อเห็นร่างของใครคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ พจนีย์เดินมามองอย่างตกใจ ก่อนยื่นมือไปพลิกร่างนั้นขึ้นมา และเห็นเป็นน้ำหนึ่ง พจนีย์ตกใจ
“นังน้ำหนึ่ง แล้วเป็นอะไร ถึงได้มานอนอยู่ที่นี่” พจนีย์เอามือเขย่าเรียก “น้ำหนึ่งๆๆ”
ทว่าร่างของน้ำหนึ่งนิ่งไม่ไหวติง พจนีย์หน้าเสีย
“อย่าบอกนะว่า ยัยน้ำหนึ่ง ตายแล้ว!”
ไวเท่าความคิด พจนีย์เอามืออังที่จมูกของน้ำหนึ่ง ไม่ทันจะรู้อะไรก็ต้องสะดุ้งโหยงอีก เมื่อรจนาถามขึ้นจากด้านหลัง
“พี่พจน์ทำอะไรเค้าน่ะ?”
พจนีย์หันไปมองก็เห็นรจนามองอยู่ สายตารจนาตื่นตระหนก เต็มไปด้วยความกังขา และสงสัย พลอยแอบ
มองอยู่ด้านใน ยิ้มสาสมใจ ขณะที่พจนีย์ปฏิเสธลั่น
“พี่เปล่านะ..พอพี่มาถึง ยัยนี่ ก็นอนเป็นเขียดตากแห้งไปแล้ว”
“จริงเหรอ”
“ก็จริงสิ” พจนีย์ชักโมโห “นี่เธอไม่เชื่อพี่เหรอ รจนา”
“ก็อยากเชื่ออยู่หรอก ถ้าก่อนมา พี่พจน์จะไม่บอกว่า จะมาดักตบน้ำหนึ่ง แล้วกดหัวเค้าลงไปในชักโครกน่ะ”
พจนีย์หงุดหงิด “นี่แกคิดเหรอว่าฉันจะทำอย่างนั้นจริงๆ น่ะ”
“แรงหึงของผู้หญิง น่ากลัวที่สุด” รจนาสบโอกาสขู่พี่สาว “นี่ถ้าพี่เพชรรู้ ว่าพี่พจน์ทำร้ายน้ำหนึ่ง พี่พจน์แย่แน่ๆ”
พจนีย์ยังไม่ทันพูดอะไรโต้ตอบ พลอยก็เลื่อนรถเข็นออกมาจากประตู มองมาอย่างตื่นตระหนกตกใจ
“เธอสองคนทำอะไรกัน”
พจนีย์กับรจนาผละออกจากกันหันมา พลอยเห็นร่างน้ำหนึ่งนอนแน่นิ่ง ก็แกล้งร้อง ตกใจมาก
“น้ำหนึ่ง!” พลอยมองรจนา และพจนีย์ที่มีสีหน้าตกใจกันทั้งคู่ “เธอ..เธอสองคนทำร้ายน้ำหนึ่ง”
สองพี่น้องร้องเสียงหลงพร้อมกัน “เปล่านะคะพี่พลอย”
พลอยทำท่าปากคอสั่นตกใจ “ฉันไม่เชื่อๆ” มองน้ำหนึ่งด้วยท่าทางเป็นห่วง “น้ำหนึ่ง” พลอยพยายามกระถดตัวลงจากรถเข็น แล้วแกล้งปล่อยตัวไถลลง สำทับด้วยการแสร้งร้อง “โอ๊ย”
ร่างของพลอยหล่นลงจากรถเข็น มือถือของพลอยที่วางอยู่บนตักหล่นลงไปด้วย มือถือนั้นหล่นไปยังเท้าพจนีย์ พลอยไม่สนใจมือถือ คืบคลานร่างที่ทุกคนเข้าใจว่าพิการ เข้าหาน้ำหนึ่ง
“น้ำหนึ่งๆ น้ำหนึ่งอย่าเป็นอะไรนะ” พลอยหันมาตะคอก “นี่พวกเธอสองคน ใจคอจะไม่ช่วยกันเลยรึไง”
พลอยพยายามไปหาน้ำหนึ่ง รจนางกๆ เงิ่นๆ เข้าไปช่วยแต่มองพลอยด้วยท่าทีคลางแคลงใจ พลอยบอกรจนา
“ช่วยน้ำหนึ่งด้วยรจนา”
“ค่ะพี่พลอย” รจนาบอกอย่างประจบพร้อมเข้าไปช่วยทันที

เวลาเดียวกันที่โรงพยาบาล หมอณัฐยืนมองอลิสที่นอนหลับไปแล้ว ครุ่นคิดเรื่องที่อลิสบอกย้ำว่าพลอยมาที่นี่ หมอณัฐครุ่นคิด ตัดสินใจโทร.หาพลอยทันที
จังหวะเดียวกันนี้ พลอยกับรจนา ช่วยประคองน้ำหนึ่ง โดยมีพจนีย์เข้ามาช่วยแบบไม่ค่อยเต็มใจ เสียงมือถือดัง พลอยมอง มือถืออยู่ใกล้พจนีย์ที่สุด พลอยตวาด
“รับสิ..รับสิ”
“ค่ะพี่พลอย ...สวัสดีค่ะ”
หมอณัฐงง ไม่คุ้นเสียง
“คุณพลอยเหรอครับ”
“เปล่าค่ะ..นี่พจน์..พจนีย์” พจนีย์เหลือบตามองจอมือถือเห็นเบอร์ชื่อหมอณัฐ “คุณหมอมีอะไรเหรอคะ”
“คุณพลอยอยู่ที่นั่นหรือเปล่า”
“อยู่ค่ะ…”
พลอยหันมาทำท่าไม่พูด ยุ่ง พจนีย์รีบบอกหมอณัฐ
“แต่พี่พลอยกำลังยุ่งอยู่ คุณน้ำหนึ่งไม่ค่อยสบายนิดหน่อย คุณหมอมีอะไรเหรอคะ”
“เปล่าครับ...ไม่มีอะไร..ผมแค่โทร.มาตามปกติ ฝากบอกคุณพลอยอย่าลืมทานยานะครับ”
“ค่ะ” พจนีย์วางสายก่อนกุลีกุจอช่วยพลอยและรจนา
ส่วนหมอณัฐทำท่าหนักใจ
“คุณพลอยอยู่ที่บ้าน...” เอื้อมมือมาลูบหน้าอลิส “อลิส...น้องอย่าเป็นอะไรนะ”
สายตาของหมอณัฐ ห่วงอลิสมาก

ส่วนพจนีย์กับรจนาประคองน้ำหนึ่งขึ้นบนเตียง พลอยแกล้งบ่นพึมพำ ท่าทีเวทนาน้ำหนึ่งมากๆ
“โธ่เอ๊ย น้ำหนึ่ง” พลอยเอามือไปลูบหน้าน้ำหนึ่ง เหมือนเห็นใจ และสงสารมาก “น่าเวทนาจริงๆ”
พจนีย์หันมาจ้องหน้าพลอยงงๆ “พี่พลอยเห็นใจ สงสารน้ำหนึ่งจริงๆเหรอคะ”
พลอยเหลียวขวับ ชักสีหน้าใส่ท่าทางไม่พอใจ “พี่บอกเธอแล้วไง เรื่องทุกอย่างระหว่างพี่กับน้ำหนึ่ง พี่ลืมไปหมดแล้ว สิ่งที่พี่ทำ เพื่อความสุขของเพชร” พูดถึงตรงนี้พลอยจงใจเหน็บพจนีย์ “นี่ถ้าเพชรรู้ว่าน้ำหนึ่งถูกทำร้าย เพชรต้องโกรธพี่แน่ๆ”
รจนาเหลือบตามองพจนีย์ สายตาที่มองมาเหมือนปักใจเชื่อว่าพี่สาวเป็นคนทำแน่ๆ ทั้งที่ใจจริง รจนาไม่ได้คิดอย่างนั้น เพราะตัวเองก็เคยถูกปรักปรำ แต่ตอนนี้ต้องการสร้างคะแนนกับพลอย และใส่ร้ายพจนีย์กับเพชร เลยมองพจนีย์อย่างนั้น
พจนีย์ หน้าซีดเผือดมองรจนาและบอกพลอย “พจน์ไม่ได้ทำอะไรเค้านะคะ”
“นั่นเป็นสิ่งที่เธอต้องพูดกับเพชร พจนีย์!”

รจนาลอบยิ้มสะใจ ขณะสีหน้าพจนีย์ว้าวุ่นใจหนัก

วันต่อมาเพชรพรางตัว ใส่หมวก สวมเสื้อแขนยาว หลบการนำจับ หลบหน้าหลบตาผู้คน แอบย่องมาที่คฤหาสน์ของเกรียงศักดิ์

สายตาเพชรวาววับขณะมองเข้าไปข้างในบ้าน สักครู่หนึ่งจึงเห็นเกรียงศักดิ์กับดาราณีเดินออกมาด้วยกัน สองคนยังมีท่าทีหมางเมินเย็นชาใส่กัน
นวลมองท่าทางของนายทั้งสองอย่างไม่ไม่สบายใจ คนขับรถเปิดประตูให้ดาราณี คุณหญิงบอกหน้าบึ้ง
“ไม่ต้อง ฉันจะไปคันอื่น” พูดจบก็เดินไปขึ้นรถอีกคัน
เกรียงศักดิ์มองตามอย่างเหนื่อยใจ
นวลรีบไกล่เกลี่ย “ท่านไปกับคุณหญิงนะคะ” พลางกุลีกุจกจะเปิดประตูรถให้ ดาราณีนั่งคอแข็ง
เกรียงศักดิ์บอกทันที “ไม่ต้อง ฉันจะไปคันนี้” พูดจบก็เดินขึ้นคันแรกที่รออยู่
ดาราณียิ่งหน้าบึ้ง เกรียงศักดิ์ที่เดินไปขึ้นรถอีกคัน นวลมองอย่างเห็นใจ พยายามประสานรอยร้าวต่อ
“คุณหญิงไปคันนั้นมั้ยคะ”
“ฉันจะไปคันนี้...ไปได้แล้ว”
ดาราณีบอกคนรถ รถของดาราณีแล่นผ่านหน้าเกรียงศักดิ์ที่อยู่ในรถออกไป เกรียงศักดิ์มองไม่พอใจ
“แค่นี้ยังไม่พออีก จะสร้างปัญหาให้นักข่าวถามอีกรึไง?” เกรียงศักดิ์บอกกับคนรถ “ไป”
คนรถของเกรียงศักดิ์ขับรถออกไป นวลมองตามอย่างเป็นห่วง และนึกโกรธเพชรขึ้นมาอีก
“เพราะไอ้เพชรคนเดียว”
นวลเดินไปจะปิดประตูบ้าน แต่แล้วต้องสะดุ้งโหยง เมื่อเพชรยืนอยู่ตาขวางมองมา นวลตะลึง
“นายเพชร”
“ผมมาหาแม่”
“จะแม่เธอ แม่ใคร ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ ไป๊” นวลตะเพิด พร้อมกับจะปิดประตู
เพชรเอามือดันออก ถามสียงเข้ม “แม่ผมอยู่ไหน”
“เอ๊ะ!แกนี่ พิลึกคน ที่นี่ไม่ใช่บ้านบางแคนะยะ จะได้มาถามหาแม่น่ะ”
เพชรเสียงแข็ง “ผมถามดีๆ แล้วนะครับน้า”
นวลขึ้นเสียงใส่ “ทำไม แกจะทำอะไรฉัน จะฆ่าฉัน เหมือนอย่างที่ฆ่าตาหวาน”
เพชรโกรธ “น้าก็รู้ว่าผมไม่ได้ทำ”
นวลจ้องตาเขม็งไม่สะทกสะท้าน “ฉันเห็นว่าแกทำ แล้วแกก็ยังทำความเดือดร้อนให้คนที่นี่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคุณท่าน คุณน้ำหนึ่ง แกมันเลว มันชั่ว แล้วยังจะมายืนเสนอหน้าที่นี่อีก ออกไปนะ”
อนิจจา นวลไม่รู้ว่ากำลังด่าทอลูกชายที่ตัวเองถวิลหามาตลอด นวลเอามือดันร่างเพชรออกจะปิดประตู เพชรไม่ยอม
“ขอผมเข้าไปหาแม่ผมก่อน”
“ก็บอกแล้วไงว่าแม่แกไม่ได้อยู่ที่นี่”
นวลผลักเพชรเต็มแรง เพชรผงะ จังหวะนี้รปภ.วิ่งมาจากด้านหลัง
“รปภ.ลากมันออกไป”
“ครับๆ” รปภ.วิ่งเข้าหาเพชร
นวลบ่นบ้าเอากับรปภ. อย่างฉุนเฉียว “เอะอะก็เข้าแต่ห้องน้ำ ถ้าจะตูดรั่วขนาดนี้ เย็บไว้เลยนะ”
รปภ.ตรงไปหาเพชร ผลักออก เพชรตะโกน
“ขอผมเข้าไปดูหน่อยเดียว น้า”
นวลตะเบ็งเสียง “ไม่! หรือจะให้ฉันแจ้งตำรวจ ว่าฆาตกรที่ฆ่าตาหวานอยู่นี่” นวลควักมือถือขึ้นมา
เพชรมองนวลอย่างผิดหวัง รีบวิ่งหลบไป รปภ.ตะลึง
“หา!นี่เหรอ ฆาตกรที่ฆ่าตาหวาน”
“เอ้า! ไอ้นี่ก็โง่อีก สมองหายไปกับส้วมรึไง”
“ก็วันนั้นผมไม่ได้เข้าเวรนี่ โอ๊ย! ด่าซะจริง” รปภ.หลบไปเซ็งๆ
นวลมองตามเพชรตาขวางเสียงขุ่น
“นี่ยังถือว่าฉันมีคุณธรรมอยู่บ้างนะ ไม่งั้น ฉันแจ้งตำรวจจับแกไปแล้วไอ้เพชร”

เพชรเดินแถมวิ่งอยู่ตามทาง ท่าทางเหนื่อยล้า กลุ้มใจหนัก ตัดสินใจกดมือถือหาทับทิม
“โทร.ไม่ติด อย่าเป็นอะไรไปนะครับแม่”
เพชรได้แต่กลุ้มใจ ไม่รู้จะตามหาทับทิมได้ที่ไหน?

ส่วนที่บ้านของนักปราชญ์ ทับทิมที่ถูกจับขังไว้อยู่ในห้อง ได้แต่ทุบประตู
“ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะปล่อย”
เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากด้านนอก ทับทิมหน้าเครียด ขึ้งโกรธ ควานหามือถือ แล้วนึกได้ว่า ถูกยึดเอาไปแล้ว
“พวกเวรเอ๊ย...ไม่ให้ฉันคุยกับใครเลย ใจคอจะให้ฉันเป็นบ้า เป็นใบ้หรือไง” ทับทิมได้แต่บ่น ขณะนึกถึงเพชร พลอย “พลอย..เพชร! ถ้าแม่ออกไปได้ ใครทำลูกแม่ มันตาย!”
ดวงตาของทับทิมวาวโรจน์ โกรธจัด

ส่วนน้ำหนึ่งนอนนิ่งอยู่ พลอยมองน้ำหนึ่งอย่างเกลียดชัง
พลอยเค้นเสียงพูดเบาๆ แต่ฟังดูเหี้ยมเกรียม “เธอโชคดีที่สองพี่น้องนั่นมาที่นี่...ไม่งั้น...เธอไม่ได้นอนอยู่นี่หรอกน้ำหนึ่ง”
น้ำหนึ่งค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา พลอยรีบเอาผ้าเย็นมาเช็ดหน้าให้ ท่าทางอาทร
“เป็นยังไงบ้างน้ำหนึ่ง”
“พี่พลอย!” แว่บแรกที่ตื่นแล้วเห็น น้ำหนึ่งไม่ได้นึกห่วงตัวเอง ห่วงแต่พลอย “พี่พลอยหายไปไหนมาคะ น้ำหนึ่งตามหาตั้งนาน....ไม่เห็น”
“พี่ตั้งใจจะไปทำกายภาพบำบัด แต่เกิดหน้ามืดเป็นลมไปซะก่อน...”
พลอยเล่าจนเห็นภาพว่าถือไม้เท้าเดินแล้วเป็นลม แต่สายตาของน้ำหนึ่งที่มองมายังพลอย เต็มไปด้วยคำถาม พลอยรีบบอก
“โชคดีที่ชาวบ้านผ่านมาช่วยไว้ พอกลับมา ก็เห็น...น้ำหนึ่งถูกพจนีย์กับรจนาทำร้าย”
พลอยสร้างเหตุการณ์ในหัว เป็นชาวบ้านประคองตนที่ถือไม้เท้ามายังบริเวณหน้าบ้าน ก่อนจากไป พลอยพยุงกายมาที่ตัวบ้าน แล้วก็เห็น รจนากับพจนีย์รุมกันเอาไม้ทุบน้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งตกใจมาก
“คุณพจน์กับคุณรจทำร้ายน้ำหนึ่ง”
“ใช่จ้ะ! พจน์กับรจ รวมกันทำร้ายน้ำหนึ่ง”
น้ำหนึ่งครุ่นคิดตอนที่ตนรอพลอย แล้วมีคนมาตีจากด้านหลัง น้ำหนึ่งตะลึง

ครู่ต่อมา น้ำหนึ่งเข็นรถให้พลอยออกมายังด้านนอก พลางบอก
“น้ำหนึ่งคิดออกแล้ว ตอนนั้นน้ำหนึ่งไปยืนรอพี่พลอย”
“สองคนนั้นเค้าคงจะหึงจะหวงน้ำหนึ่ง เรื่องเพชร!” พลอยแสร้งเป็นห่วง บอกเสียงอ่อนโยน “พี่ว่าน้ำหนึ่งกลับกรุงเทพฯ ดีกว่านะจ๊ะ”
“ไม่ค่ะ..น้ำหนึ่งไม่กลับ...น้ำหนึ่งรับปากกับพี่เพชรไว้แล้ว จะอยู่ดูแลพี่พลอย”
พอได้ยิน ดวงตาของพลอยเป็นประกายวาววับ ยิ้มหยันในสีหน้า สาสมใจ
“แล้วน้ำหนึ่งไม่กลัวพี่เหรอ”
“ไม่ค่ะ...พี่พลอยใจดี พี่พลอยเมตตาน้ำหนึ่ง”
นอกจากหลงเชื่อน้ำคำผู้ชายง่ายๆ น้ำหนึ่งยังหลงคำหวานนางมารร้ายเข้าอีก
พลอยงง ไม่เชื่อ “ทั้งๆ ที่พี่เคยเผลอ บีบคอเธอ”
น้ำหนึ่งมองมาอย่างจริงใจ “เป็นเพราะพี่พลอยไม่สบาย น้ำหนึ่งเข้าใจค่ะ”
พลอยน้ำตาจะร่วง ทำท่าซึ้งใจมาก “โถๆๆๆ คนดีของพี่...ยิ่งน้ำหนึ่งพูดอย่างนี้ พี่ก็ยิ่งรู้สึกผิด”
“คุณพ่อต่างหากที่เป็นคนผิด พี่พลอยให้อภัยคุณพ่อนะคะ”
พลอยตีหน้าเศร้า ถอนหายใจเฮือก “พี่ไม่เคยโกรธท่านเลย ที่ผ่านมา พี่ก็ให้อภัยท่านตลอด”
“น้ำหนึ่งกราบขอบพระคุณค่ะ” น้ำหนึ่งยกมือพนมไหว้
พลอยจับมือน้ำหนึ่งเอาไว้ “ไม่ต้องหรอกจ้ะ...พี่ถือเป็นเวรเป็นกรรมของพี่เอง อีกอย่าง..น้ำหนึ่งคือคนที่
เพชรรัก พี่ยิ่งต้องรักเอ็นดูน้ำหนึ่ง”
น้ำหนึ่งมองมาท่าทีซาบซึ้งใจมาก “ยิ่งพี่พลอยดีกับน้ำหนึ่งขนาดนี้ น้ำหนึ่งยิ่งจะไม่ไปไหนค่ะ” พลางทรุดตัวลงนั่งกอดขาเข่าพลอยเอาไว้แน่นซึ้งใจมาก “น้ำหนึ่งจะอยู่ดูแลพี่พลอย”
พลอยลูบผมแสนดี ขณะที่ดวงตาวาววับ
“โธ่เอ๊ย…แม่คุณของพี่....น้ำหนึ่งเป็นเด็กดีอย่างนี้ มิน่าเพชรถึงรักน้ำหนึ่ง” แล้วจู่ๆ ก็แกล้งร้อง “โอ๊ย”
น้ำหนึ่งตกใจถอนตัวออกมาถาม “พี่พลอยเป็นอะไรคะ”
“ปวดหัว...พี่ปวดหัว พี่..พี่ยังไม่ได้กินยา”
“งั้นพี่พลอยรอเดี๋ยวนะคะ น้ำหนึ่งจะไปหยิบยามาให้” น้ำหนึ่งลุกเดินออกไป
พลอยพูดไล่หลังไป “ขอบใจมากจ้ะน้ำหนึ่ง”
น้ำหนึ่งเดินไป พลอยเหลียวไปมอง คะเนว่าน้ำหนึ่งเดินไปไกลมากแล้ว พลอยจึงหยิบมือถือขึ้นมาทำเสียงตกใจเป็นห่วง

“พจนีย์ น้ำหนึ่งฟื้นขึ้นมาแล้ว เค้าจะเอาผิดเธอ!”

ขณะเดียวกันพจนีย์อยู่ที่บ้านรับสายพลอยด้วยสีหน้าตกใจมาก มือที่จับโทรศัพท์สั่นอย่างเห็นได้ชัด

“นังน้ำหนึ่งมันจะเอาผิดพจน์!”
รจนาเดินมาด้านหลังเห็น ได้ยินหยุดฟัง ขณะที่พลอยบอกต่อ
“พี่ว่าเธอต้องรีบหนีไปแล้วล่ะ ไม่งั้น เธอได้ติดคุกหัวโตแน่...”
พจนีย์ซีดเผือด พลอยวางสาย ยิ้มพอใจ มีความสุขทุกขณะจิตยามเห็นคนอื่นเป็นทุกข์
รจนารีบบิ้วท์ทันที “รจว่าพี่อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วล่ะ”
“ทำไมจะไม่ได้...ในเมื่อพี่ไม่ได้ทำอะไรผิด” พจนีย์บอก
“แต่รจเห็น พี่ทำร้ายคุณน้ำหนึ่ง”
พจนีย์ฉุน “นี่เธอไม่เชื่อพี่เหรอรจนา”
รจนาบ้าผู้ชายจนใส่ร้ายพี่สาวตัวเอง “รจบอกแล้วไง? รจอาจจะเชื่อก็ได้..ถ้าพี่พจน์จะไม่บอกว่าจะไปทำร้ายเค้าน่ะ”
“พี่ไม่ได้ทำร้ายมันจริงๆ...” พจนีย์หรี่ตาคิด “บางที อาจจะเป็นยัยน้ำหนึ่งกุเรื่องขึ้นมา เพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากพี่เพชรก็ได้”
รจนาหลุดโพล่งขึ้นมา “ยัยน้ำหนึ่ง กุเรื่องเพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากพี่เพชร”
ดวงตาของรจนาวาวโรจน์ยิ่งกว่าพจนีย์ซะอีก

ฝ่ายน้ำหนึ่ง เดินเล่นทอดอารมณ์อยู่บริเวณบ้านเชิงเขา รับโทรศัพท์อย่างดีใจ
“พี่เพชร...พี่เพชรเจอคุณน้าหรือยังคะ”
เพชรยืนหลบมุมอยู่หน้าคอนโด ขณะโทรศัพท์หาน้ำหนึ่ง
“ยังเลย...” เพชรบอกเสียงห้วน “คนที่บ้านน้ำหนึ่งบอกว่า ท่านไม่ได้ไปที่นั่น”
น้ำหนึ่งฟังแล้วไม่สบายใจ “ถ้าพี่เพชรคิดว่า...” น้ำหนึ่งเกิดอ้ำอึ้ง กังวลแทน “คนที่บ้านน้ำหนึ่งโกหก...เดี๋ยวน้ำหนึ่งจะหลอกถามให้ค่ะ”
“ขอบใจมาก..แล้วพี่พลอยเป็นยังไงบ้าง”
น้ำหนึ่งกลัวเพชรไม่สบายใจไม่เล่าความผิดปกติที่เกิดขึ้น สบายดีค่ะ...นี่พี่พลอยหลับ น้ำหนึ่งเลยออกมาเดินเล่นข้างนอก”
“ขอบใจมากน้ำหนึ่ง พี่...คิดถึงน้ำหนึ่งนะ”
น้ำหนึ่งยิ้มหวานลืมโลก ดีใจมาก “น้ำหนึ่ง...ก็..คิดถึงพี่เพชรค่ะ”
เพชรยิ้ม รู้สึกชื่นใจอย่างประหลาดกับความรักที่น้ำหนึ่งมีให้ตน แต่พอเพชรวางสาย สีหน้าเปื้อนยิ้มก็เปลี่ยนเป็นเศร้าหมอง เครียดขึ้นมาอีก บอกตัวเองในใจ
“เรื่องของเราไม่มีทางเป็นไปได้หรอกน้ำหนึ่ง ยังไงพี่ก็ต้องเลือก...พี่พลอย”
ขณะเดียวกัน รูปภาพสมัยอดีต เป็นรูปตอนที่พลอยยังปกติดีอยู่ และเป็นภาพตอนสมัยเป็นหนุ่มสาวของสองพี่น้องที่มีเพียงกันและกัน พลอยกอดเพชร เพชรกอดพลอย
พลอยมองภาพเหล่านี้แล้วยิ้มแย้ม คิดถึงเมื่อวันวาน ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง ขึ้งโกรธ เมื่อคิดถึงว่า วันนี้ไม่เป็นดังวานวาน
“น้ำหนึ่ง...เธอทำให้เพชรเปลี่ยนไป”
น้ำตาของพลอยไหลรินหยดลงบนอัลบั้มรูป ท่าทีของพลอย เซื่องซึมลงไปอีก
จังหวะนี้ที่ด้านหน้าบ้าน หมอณัฐกับอลิสเดินมาด้วยกัน หมอณัฐบ่น ปนดุ
“ออกจากโรงพยาบาล แทนที่จะอยู่บ้านพักผ่อน กลับให้พี่พามาที่นี่ อลิสนี่ยังไง”
“ก็อลิสอยากให้พี่หมอได้รู้ความจริงเกี่ยวกับยัยพลอยบ้าซะทีน่ะสิคะ”
“นั่นน่ะเหรอความจริง”
หมอณัฐย้อนพลางบุ้ยใบ้ไปยังอีกมุม อลิสหันไปมองตาม เห็นพลอยนั่งซึมร้องไห้ ท่าทางของพลอยดูหดหู่น่าสงสาร หมอณัฐถามอลิส
“คนที่นั่งบนรถเข็น ท่าทางหดหู่ หมดอาลัยตายอยากในชีวิตแบบนี้น่ะเหรอ จะตามไปทำร้ายอลิสถึงโรงพยาบาล”
อลิสเหวอไปที่เห็นพลอยร้องไห้ แต่เถียง “มันแกล้ง”
“งั้น...คุณพลอยคงจะมีตาทิพย์ หูทิพย์ล่ะมั้ง...ถึงได้รู้ล่วงหน้าว่าพี่กับอลิสจะมาที่นี่ ถึงได้บีบน้ำตาร้องไห้รอ”
พลอยหันมาเห็น อลิสกับหมอณัฐ ก็เรียกหมอณัฐเสียงเศร้า
“คุณหมอ...” พร้อมกับทอดเสียงอ่อนโยนทักทาย “คุณอลิส! มีอะไรกับพลอยคะ”
“หมอเป็นห่วงคุณพลอยนะครับเลยมาเยี่ยม”
“พลอยไม่ได้เป็นไรค่ะ...อาจจะมีก็...เจ็บเท้านิดหน่อย”
หมอณัฐกับอลิสเบนสายตาลงไปมองตาม เห็นเท้าของพลอยมีผ้าพันแผลอยู่ หมอณัฐมองอลิสด้วยสายตาเป็นเชิงตำหนิ ว่าทั้งพิการทั้งขาเจ็บ จะเป็นไปได้ยังไง อลิสปรี๊ดตามนิสัยอารมณ์ร้อน
“เลิกออเซาะซักทีคุณพลอยบ้า”
หมอณัฐตกใจดุ “อลิส”
พลอยแสร้งทำเป็นตกใจเสียงเศร้า “คุณอลิส”
อลิสองค์ลงเต็มๆ ปรี๊ดแตก สวมมาดนางร้ายในละคร ถลันเข้าไปหาพลอย “เลิกแอ๊บได้แล้ว”
“อลิส” หมอณัฐดึงตัวอลิสไว้
อลิสอาละวาด “พี่หมอปล่อย อลิสทนไม่ไหวแล้ว...เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น คนอะไรหน้าไม่อายแกไปท้าฉันอยู่เหยงๆ ยังจะบอกว่าไม่มีอะไร” อลิสกระโจนถึงตัวอีก ขย้ำคอพลอย
พลอยเอาแต่ร้องไม่ยอมสู้ “ปล่อยคุณอลิส..ปล่อย โอ๊ย”
จากนั้นพลอยแกล้งเหวี่ยงตัวเองลงจากรถเข็น เหมือนว่าถูกอลิสเข้ามาทำร้าย จนร่างของพลอยไถลลงจากรถเห็น ล้มลงไปกับพื้น พลอยมารยา ร้องสุดเสียงราวกับเจ็บเจียนตาย “โอ๊ย!”
“คุณพลอย” หมอณัฐตกใจรีบเข้าไปประคองพลอย
อลิสหวีดร้อง “แกไม่ต้องเลยนะนังพลอยบ้า ต่อให้เอามีดมาเฉาะหัว คนอย่างแกก็ไม่ตายง่ายๆ หรอก”
พลอยทำท่าเสียใจมาก “คุณอลิส”
หมอณัฐตวาดอลิส “เลิกหยาบคายได้แล้วอลิส...” ประคองขึ้นนั่งบนรถเข็นออกไป “เจ็บมากมั้ยครับคุณพลอย”
“เจ็บ..พลอยเจ็บ” พลอยสำออยใส่
“เดี๋ยวผมทำแผลให้นะครับ ขอโทษแทนอลิสด้วยจริงๆ”
หมอณัฐเข็นพลอยหนีอลิสไป อลิสมองตาม เห็นพลอยแอบชำเลืองตาหันมามองยิ้มยั่ว อลิสโกรธจนตัวสั่น
“ฉันจะด่าแกว่าสตอคงน้อยไป แรวงส์อย่างแกมันต้อง นัง...นัง...” อลิสคิดหาคำด่า “นังพระกระโดดกำแพง นังม้ากระทืบโรง! แอร๊ย...”

อลิสสาวไฮโซผู้เชี่ยวชาญด้านเหล้าดองยาข้างถนน เต้นเร่าๆ ก่อนจะตามพลอยเข้าไป

มารกามเทพ ตอนที่ 9 (ต่อ)

ส่วนด้านในพลอยปั้นหน้าร้องไห้ทั้งเสียใจและเจ็บปวดเหลือแสน หมอณัฐเดินไปเปิดดูตู้ยาในบ้านเห็นตู้ว่างเปล่า

“ยาหมด...เดี๋ยวผมไปเอายาที่รถก่อนนะครับ”
หมอณัฐเดินออกไป พลอยยิ้มโล่งใจ เป็นต่ออลิส แต่ทันใดนั้นใบหน้าของพลอยก็แหงนหงายเมื่ออลิสย่องเข้ามากระชากผมอย่างแรง
พลอยร้องลั่น คราวนี้ตกใจจริงและเจ็บจริง “โอ๊ย”
“ม้ากระทืบโรงอย่างแกเจ็บเป็นด้วยเหรอนังพลอยบ้า”
พลอยหันขวับมามองตาขวางแต่ไม่สู้ ถามเยาะๆ “อยากให้ฉันเจ็บ...ว่างั้น....” พลอยเหยียดยิ้ม เย้ยหยันเลียนคำพูดอลิส “อย่าทะเลาะกันเลยนะ...รักกันๆ”
พลอยจับมืออลิสไว้ ทำท่าจะเอามาแนบแก้ม อลิสรู้ทัน
“จะจับมือฉันตบหน้าแกให้พี่หมอเห็น...พี่หมอจะได้ว่าฉันร้าย...ไม่ต้องห่วง..นังพลอยบ้า ไหนๆ ก็ไหนๆ ม้ากระทืบโรงอย่างแกมันต้องเจอช้างตกมันอย่างฉัน”
พูดจบอลิสก็จิกหัวพลอยตบจนหน้าหัน พลอยไม่สู้ หันมายิ้ม
“แล้วเธอจะรู้ว่าคนอย่างเธอ ไม่มีทางชนะฉันได้หรอกอลิส”
อลิสมองหน้าพลอย ลุ้นว่าอีนังนี่มันจะมาไม้ไหนอีก จังหวะนี้เลือดสดๆ ค่อยๆ ไหลออกมาจากมุมปากพลอย เพราะพลอยกัดปากตัวเอง อลิสตะลึง
“แก...แก...ที่ผ่านมา แกกรีดหน้าตัวเองจริงๆ ด้วย”
“ใช่...เธอรู้ใช่มั้ยว่ากัดปากตัวเองแค่นี้ มันน้อยไป” พลอยมองยั่ว “คนที่บ้าจะต้องเป็นเธอ...ไม่ใช่ฉัน
อลิส”
หางตาของพลอยเห็นหมอณัฐวิ่งเข้ามา พลอยรีบร้องทันที
“โอ๊ย...คุณหมอ ช่วยพลอยด้วย”
“นังพลอยบ้า” อลิสโมโหมากกระชากร่างพลอยตบๆๆๆ อย่างแรง
“อลิส” หมอณัฐกระโจนมาถึงตัวอลิส “หยุดเดี๋ยววนี้ อลิส หยุด”
“ไม่..นังพลอยมันบ้า แกมันบ้า”
“คุณหมอไปเถอะค่ะ..ปล่อยคนบ้าอย่างพลอยไว้คนเดียว” พลอยตีหน้าเศร้าบอก
“คนอย่างแก สมควรแล้วที่จะอยู่คนเดียว ยัยบ้า แอร๊ย” อลิสจะกระโจนเข้ามาอีก
หมอณัฐตวาดลั่น “หยุดบ้าซะที” แล้วฉุดลากตัวอลิสไป “กลับเดี๋ยวนี้อลิส กลับ”
หมอณัฐลากอลิสออกไป พลอยยิ้มสาแก่ใจ รจนาเดินเข้ามา เห็นรอยยิ้มร้ายกาจของพลอยพอดี รจนาตกใจ พลอยหันมาเห็นรจนาพอดี ตกใจนิดๆ
“รจนา”

หมอณัฐลากอลิสตรงมาที่รถ อลิสดิ้นรนขัดขืน
“ปล่อยอลิสนะพี่หมอ ปล่อย”
“ขืนปล่อย อลิสก็ไปทำร้ายคุณพลอยอีก” หมอณัฐมองอลิสอย่างรังเกียจ “พี่เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เอง จริงๆแล้ว คนที่บ้าคืออลิส ไม่ใช่คุณพลอย”
“พี่หมอ”
“เที่ยวปรักปรำเค้าไปทั่ว ทั้งๆ ที่คุณพลอยสุดจะน่าสงสาร คนที่พิการ ขาเจ็บ จะทำร้ายใครได้ยังไง”
อลิสน้ำตาคลอน้อยใจเสียใจ “ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าพี่หมอเห็นคนอื่นดีกว่าน้อง”
“เพราะน้อง บ้าไปแล้วไง กลับกรุงเทพฯ เลยอลิส พี่จะไปส่ง” หมอณัฐฉวยข้อมืออลิสจะพาขึ้นรถ
อลิสสะบัดมือออก “ไม่...อลิสไม่ไปกับพี่หมอ”
หมอณัฐตวาด “อลิส”
“พี่หมออยากจะเชื่อยัยพลอยบ้าก็เชื่อไป แต่ซักวัน พี่หมอต้องเสียใจ ที่หลงรัก คนจิตวิปริต”
พูดแค่นั้นอลิสก็ผละตัววิ่งหนีออกไป หมอณัฐร้องเรียก
“อลิส!”
อลิสไม่หยุด หมอณัฐได้แต่ทำหน้าอ่อนใจ แต่ไม่ตาม

ฝ่ายรจนากับพลอยจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้น รจนาบอกเสียงอ่อนเสียงหวาน แต่ทุกถ้อยคำข่มขู่คุกคามอยู่ในที
“รจว่า...คุณหมอณัฐก็คงไม่เคยเห็นสายตาชนิดนี้ของพี่พลอยแน่ๆ”
พลอยโกรธมาก ตาวาววับ “รจนา!”
“พี่พลอยทำให้รจสงสัย...คนที่ทำร้ายคุณอลิส คือพี่พลอย” รจนาพูดต่อ
พลอยหันขวับมามองตาวาวโรจน์ “อย่ามากล่าวหาฉันนะ”
“รจไม่ได้กล่าวหา แต่รจไม่ได้ทำร้ายคุณอลิส แล้วคืนนั้น คนที่อยู่กับคุณอลิสก็คือพี่พลอยกับน้าทับทิม”
“รจนา”
พลอยลุกพรวดขึ้นมาทันที รจนาไม่คาดคิดอ้าปากหวอ น้ำหนึ่งที่จะเดินเข้าบ้าน เห็นเหตุการณ์ชะงักมอง
เนื้อตัวสั่น พลอยจิกผมรจนาอย่างแรง ฟาดเข้าที่หน้าผลัวะ
รจนาไม่ทันตั้งตัวเสียหลักล้มลง “โอ๊ย”
พลอยกระโดดขึ้นคร่อมตัวรจนาเอาไว้บีบคอแน่น
“อย่ามาใส่ร้ายฉัน” พลอยตะคอกเสียงดุดัน “คนที่ทำร้ายนังอลิสคือเธอ”
“ไม่นะรจเปล่า รจเปล่า”
“เธอนั่นแหละเป็นคนทำ...แล้วถ้าเพชรรู้ เธอคิดว่า เพชรจะยอมรับผู้หญิงที่ใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต
เป็นคนรักเหรอ”
น้ำหนึ่งมองตัวแข็งทื่อ อึ้ง ตะลึง กับคำพูดของพลอยที่ชวนเสียใจ พลอยเย้ยรจนาต่อ
“ไม่มีทาง! ยิ่งเทียบกับผู้หญิงที่แสนดีอย่างน้ำหนึ่ง ยิ่งไม่ทีทาง”
น้ำหนึ่งได้ฟังคำพูดของพลอยคราวนี้ใจชื้นขึ้นมา ขณะที่รจนามองพลอยอย่างเสียใจ และเริ่มใจเสีย
“พี่รู้มาตลอดว่าเธอน่ะชอบเพชร”
“พี่พลอย”
“หรือไม่จริง?”
รจนาเงียบกริบ น้ำหนึ่งเองก็อึ้ง พลอยได้ทีด่าต่อ
“อย่ามาปรักปรำพี่อีก เพราะถ้าเพชรรู้...อย่าว่าตำแหน่งคนรักเลย... แค่คนรู้จัก เพชรก็จะไม่ให้เธอ”
“ค่ะ...”
พลอยละตัวออก “ยังไม่กลับอีก”
“รจ...รจจะมาบอกเรื่องคุณน้ำหนึ่ง”
น้ำหนึ่งมองอย่างสนใจ รจนาบอกพลอยต่อ
“จริงๆ พี่พจน์กับรจไม่ได้ทำร้ายคุณน้ำหนึ่งนะคะ...แต่อาจเป็นเพราะคุณน้ำหนึ่ง ทำร้ายตัวเอง เพื่อเรียกร้องความสนใจจากพี่เพชร”
น้ำหนึ่งตะลึงอึ้ง คาดไม่ถึง สองคนจะคิดร้ายต่อตัวเองขนาดนี้ พลอยดุ
“เพ้อเจ้อ...ใครจะพิเรนทร์ทำร้ายตัวเองอย่างนั้น กลับไปได้แล้วรจนา อย่าให้พี่โมโห”
“พี่พลอย”
“กลับไป อย่าให้พี่โมโห”
“ค่ะๆ”
รจนารีบลนลานกลับออกไป น้ำหนึ่งผลุบเข้ามุมแถวนั้นซ่อนตัว ใจเต้นไม่เป็นส่ำ จนเห็นว่ารจนาเดินลับหายตัวไปแล้ว น้ำหนึ่งถึงหันกลับมามอง แต่ไม่เห็นพลอยแล้ว
“พี่พลอยหายไปไหน เร็วจริง?”
น้ำหนึ่งนึกถึงภาพเมื่อครู่ที่เห็นพลอยลุกจากรถเข็นพุ่งเข้าหารจนา พร้อมกันนี้ยังนึกถึงวันก่อนที่เดินหาพลอยในห้อง และเห็นเพียงรถเข็น แต่ไม่เห็นพลอย
น้ำหนึ่งยิ่งคิดยิ่งสับสนมาก
“แปลว่า...ที่ผ่านมาพี่พลอย...” น้ำหนึ่งสลัดหัวสะลัดความคิด “ไม่..พี่พลอยต้องไม่เป็นคนอย่างนั้น” แล้วนึกถึงเพชรขึ้นมา “พี่เพชร” นำหนึ่งจึงบอกเตือนตัวเอง “จะคิด จะทำอะไร เธอต้องคิดถึงพี่เพชรให้มากๆ น้ำหนึ่ง”

สีหน้าของน้ำหนึ่งเป็นห่วงแต่เพชร

ติดตาม "มารกามเทพ" ตอนที่ 9 (ต่อ) เวลา 09.00 น.

ด้านเพชรค่อยๆ ย่องเข้ามาที่คอนโด ท่าทีก้มหน้าก้มตาเพราะมีเรื่องคดีอยู่ แต่ลูกน้องของนักปราชญ์ที่ซุ่มดักรอดันเห็นเข้า

“นั่นไอ้เพชร”
“มันกลับมาจนได้”
ลูกน้องของนักปราชญ์วิ่งมาที่เพชรทันที เพชรหันมาเห็น รู้ทันทีว่ามาไม่ดี จึงวิ่งหนีสุดชีวิต

ที่บริเวณข้างคอนโดเพชร ตรงจุดที่ก้องเพื่อนเพชรวิ่งหนีลูกน้องของนักปราชญ์ ป้าน้อมแม่บ้านที่คอนโดเดินมา เสียงมือถือดัง ป้าน้อมสะดุ้งโหยง ตกใจ
“เสียงโทรศัพท์ที่ไหน”
ป้าน้อมกวาดสายตามอง เห็นมือถือเครื่องหนึ่งตกอยู่ในพงหญ้า ป้าน้อมหยิบขึ้นมา
“ใครกัน มาทำมือถือตกไว้” ป้าน้อมก้มลงเก็บกดรับสาย “ฮัลโหล สวัสดีค่ะ”
“ก้องๆ เหรอ?...หายไปไหนตั้งนาน ไม่ติดต่อมาเลย” ปลายสายถาม
ป้าน้อมเริ่มใจสั่น “ก้อง..ก้องไหนคะ”
“ก็..ก้องภพไง...นั่นมือถือก้องหรือเปล่า” เสียงปลายสายถาม
ป้าน้อมตกใจ “ก้องภพ...คุณก้องเสียแล้วค่ะ”
“ห๊ะ! ก้องเสียแล้ว”
เสียงปลายสายก็ตกใจไม่น้อยที่เพิ่งรู้ข่าว สีหน้าของป้าน้อมก็ตกใจ
“มือถือคุณก้อง...นี่มันมือถือคุณก้องนี่...”
เพชรวิ่งหนีลูกน้องของนักปราชญ์ผ่านหน้าป้าน้อม ป้าน้อมร้องเรียก จำเพชรได้
“คุณเพชร”
เห็นลูกน้องของนักปราชญ์วิ่งไล่ล่าเพชร ป้าน้อมยิ่งตกใจ
“โอ๊ย...มีเรื่องอะไรกันอีก”
ป้าน้อมยืนถือมือถือ ใจเต้นไม่เป็นส่ำ

เพชรวิ่งลัดเลาะหนีไปมาตามทาง ขณะที่ลูกของนักปราชญ์วิ่งตามมา แต่ตามไม่ทัน สมุนคนหนึ่งบ่นอุบ
“มันหายไปได้ยังไง”
สมุนอีกคนตบหัวเพื่อน “มันก็เร็วกว่าเอ็งสิวะ กลับไปนายด่าแน่ๆ”
สองคนหน้าเจื่อนก่อนเดินกลับไปอย่างหัวเสีย โดยไม่รู้ว่าที่ซอกตรงด้านหลัง เพชรหลบมุมอยู่ พอลูกน้องของนักปราชญ์เดินจากไป เพชรก็ออกมา เหลียวมองตาม ดวงตาวาวโรจน์ เพชรแค้นและหมายมั่นจะเอาคืนนักปราชญ์

เวลาเดียวกัน รถของอารีย์ เมียของสมบัติ แม่ของนักปราชญ์ ที่เป็นรถหรูจอดอยู่ข้างทาง คนร้ายขี้ยา
ท่าทางเป็นโจรกระจอก สองคน เมียงๆ มองๆ ขณะผ่านมา
“ไม่มีคนอยู่ว่ะ จัดการเลย”
คนร้าย จะยกค้อนขึ้นทุบรถ อารีย์มาเห็นพอดีร้องลั่น
“อย่านะ”
คนร้ายสะดุ้ง หันมามอง เห็นอารีย์แต่งตัวหรูหรา เครื่องเพชรเต็มตัว คนร้ายบอกกัน
“จัดการเลย”
หนึ่งในสองของคนร้ายพุ่งมาที่อารีย์ด้วยความรวดเร็ว ตรงเข้ามาจะชิงทรัพย์ กระชากระเป๋า อา
รีย์กำแน่นไม่ปล่อย ถูกตบ อีกคนจะทุบรถ เพชรวิ่งเข้ามาตะโกนลั่น
“หยุด”
คนร้ายหันมา เพชรกระโดดถีบคนร้าย เกิดการต่อสู้กัน คนร้ายหันไปรุมเพชร ควักมีดออกมาจะแทง
แต่ก่อนที่เพชรจะเสียทีอารีย์ควักปืนออกมาจากกระเป๋า ยิงเปรี้ยง
“เฮ้ย”
โจรกระจอกตกใจ ผงะออก อารีย์สั่งเสียงเข้มมาดเจ้าแม่ เมียเจ้าพ่อ
“ไสหัวไป ไม่งั้นแกตาย!”
สองวายร้ายเห็นท่าไม่ดี “เฮ้ย! ไป”
คนร้ายรีบหนีไปอย่างรวดเร็ว อารีย์หันมาถามเพชรอย่างอาทร ไม่รู้ว่าเป็นศัตรูของลูกชาย
“เจ็บอะไรตรงไหนมั้ย”
“ไม่ครับ...ขอบคุณมากที่ช่วย”
“ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณเธอ ไม่งั้น เธอคงไม่เจ็บตัวอย่างนี้”
“ผมไม่เป็นไรครับ นิดเดียว...แต่ถ้าคุณไม่ช่วย...ผมคง...”
อารีย์หัวเราะ “เอาเป็นว่าเราสองคนต่างช่วยเหลือกันและกัน เราสองคนต่างเป็นหนี้ชีวิตกันและกัน
โอเคมั้ย”
เพชรยิ้ม ไม่ตอบ อารีย์ว่าต่อ
“เฮ้อ! ฉันจอกรถซื้อของนิดเดียว ไม่คิดเลยจริงๆว่าจะเจออะไรแบบนี้ คนสมัยนี้ร้ายจริงๆ”
เพชรคิดถึงเรื่องตัวเองขณะบอกออกไป “ครับ..คนสมัยนี้ร้ายจริงๆ”
“เธอพูดเหมือนเจอเรื่องอะไร”
“เรื่องแย่ๆ แต่ผมคิดว่า อีกไม่นาน มันก็จะออกไปจากชีวิต”
“ฉันเอาใจช่วย...ถ้ามีโอกาสเราคงได้เจอกันอีก”
“ครับ ถ้ามีโอกาสเราคงได้เจอกันอีก”
“โชคดีจ้ะ”
อารีย์เยื้อนยิ้มอย่างมีเมตตาต่อเพชร ก่อนขับรถออกไป เพชรมองตาม กวาดสายตามองรอบๆ บริเวณอย่างไม่ไว้ใจ

ส่วนนักปราชญ์โมโหมาก ตบหน้าลูกน้องทั้งสองคน
“อะไรวะ แค่นี้ก็ให้มันหนีไปได้”
“มันเร็วจริงๆ ครับนาย”
“พวกแกกระจอกต่างหาก”
นักปราชญ์ใช้หลังมือซัดลูกน้องอีกระบายแค้น ลูกน้องสองคนก้มหน้าจ๋อยสนิท
“ไปให้พ้นหน้าฉัน ไม่งั้น แกจะโดนแทนไอ้เพชร ไป๊”
ลูกน้องรีบหลบไปอย่างรวดเร็ว นักปราชญ์หรี่ตาเจ้าเล่ห์แบบเป็นนัย
“แกบังคับให้ฉันต้องใช้วิธีนี้เอง ไอ้เพชร”

ขณะเดียวกันสมบัตินำเอาข้าวไปให้ทับทิมกิน

“ฉันไม่กิน” ทับทิมเสียงแข็งใส่
สมบัติมองอย่างเป็นห่วง “กินหน่อยน่าทับทิม เดี๋ยวจะไม่สบาย”
“แล้วพี่คิดว่า...การที่ฉันต้องมาอยู่ภายใต้หลังคาบ้านของคนที่มันใส่ร้าย ปรักปรำลูกฉัน มันสบาย
เหรอ”
“พี่จะพูดกับนักปราชญ์ให้”
“พูดอะไร? พูดให้ลูกพี่ยอมรับผิดเองน่ะเหรอ?” พูดแล้วทับทิมก็หัวเราะหยัน “มันคงจะยอมหรอก”
“ทับทิม”
“หรือไม่จริง...พี่ออกไปเลย ฉันไม่อยากเห็นหน้า”
สมบัติยืนมอง ท่าทางรู้สึกผิด ทับทิมตะเพิด
“ออกไป๊”
ไม่ไล่เปล่า ทับทิมคว้าจานข้าวปาใส่หน้าสมบัติ จังหวะนี้ประตูถูกเปิดเข้ามา พร้อมกับร่างของนักปราชญ์
“เฮ้ย!นังนี่...” นักปราชญ์กระโจนพรวดเดียวถึงทับทิมกระชากผมเอาไว้
สมบัติร้องห้ามดังลั่น “อย่า” พร้อมกับกระชากร่างทับทิมออก
“พ่อห้ามผมทำไม พ่อทำยังกับพ่อ...” มองหน้าสมบัติสลับทับทิม
ทับทิมเย้ย “ใช่..สมัยตอนอยู่บ้านนอก พ่อแกเคยรักฉันมาก่อน รักมากซะด้วย”
“ทับทิม” สมบัติโมโห
“อ้อ!รักมาก...รักมากนักใช่มั้ย”
นักปราชญ์บันดาลโทสะ กระชากร่างของทับทิมออกมาอย่างแรง ทับทิมร้องลั่น
“ปล่อยฉันนะ ปล่อย”
“อย่านักปราชญ์”
“พ่อหลงผู้หญิงคนนี้มากกว่าลูก...ผมจะบอกแม่”
อารีย์เดินเข้ามาสมทบ “ไม่ต้องบอก แม่เห็นหมดแล้ว”
สมบัติตกใจมาก “อารีย์”
ทับทิมหันมามองอารีย์เขม็ง อารีย์สั่งเหี้ยมมาดเมียเจ้าพ่อ
“ลากมันออกไป”
ลูกน้องก็ตรงเข้ามาลากทับทิม สมบัติทำท่าจะห้าม อารีย์ถามเสียงเข้ม
“อยากมีเรื่องกับฉันใช่มั้ย คุณสมบัติ”

เท่านั้นสมบัติก็นิ่งสนิท ไม่กล้าต่อปากเมียสักแอะ

ลูกน้องของนักปราชญ์ลากทับทิมออกมาจากห้อง ตามด้วย อารีย์ และนักปราชญ์

“ปล่อยฉัน...นี่..มันหมดสมัยหึงหวงกันแล้วนะคุณ”
“ฉันไม่เคยลดตัวลงไปหึงหวงอะไรกับเธอ...แต่ที่ฉันทำทั้งหมดเพราะลูกฉัน”
ทับทิมมองหน้าอารีย์งงๆ อารีย์พูดต่อ
“เธอจะให้ฉันเชื่อเหรอ ถ้าฉันปล่อยตัวเธอ เธอจะไม่เอาเรื่องลูกฉัน”
ทับทิมมอง สายตาเอาเรื่องอยู่ในที อารีย์หัวเราะเหี้ยม
“มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้...เพราะฉะนั้น เธอก็ไปอยู่ในที่ของเธอแล้วกันทับทิม” อารีย์สั่งการเสียงเหี้ยม “ลากตัวมันมา”
ทับทิมถูกลากตัวออกไป นักปราชญ์หัวเราะดังก้อง

ไม่นานต่อมาร่างทับทิมถูกผลักเข้าไปในห้องของบ้านร้าง ทับทิมมองหวาดๆ อารีย์บอกเสียงเข้ม
“ไม่ต้องกลัว ยังไงที่นี่ก็มีข้าวมีน้ำให้เธอกิน ไม่อดตายหรอก”
“ฉันไม่เคยกลัวตาย”
“อย่าปากดี ไม่งั้นเธอจะได้ตายสมใจ”
ทับทิมอึ้งมองอารีย์เขม็ง อารีย์บอกต่อ
“เธอน่าจะรู้ว่าฉันเป็นคนพูดจริงทำจริง ไม่งั้น ฉันเป็นเมียเจ้าพ่อไม่ได้หรอก”
“ไม่ต้องห่วง ทันทีที่ไอ้เพชร ถูกจับเข้าคุก แกจะเป็นอิสระ ทับทิม” นักปราชญ์พูดแทรกขึ้น
ทับทิมมองนักปราชญ์สายตาเคียดแค้น ชิงชัง “อย่าทำอะไรลูกฉันนะ”
“ฉันแค่ต้องการให้มันอยู่ในคุก...และฉันก็รู้ ตราบใดที่มันยังติดต่อแกไม่ได้...มันจะต้องกลับไปที่บ้านของน้ำหนึ่งอีก...เพราะฉะนั้น แกไม่ต้องห่วง จุดจบของไอ้เพชร...เหลืออยู่แค่นิดเดียว”
นักปราชญ์เอานิ้วโป้งแตะปลายนิ้วก้อยให้เห็นว่านิดเดียวก่อนหัวเราะร่า ทับทิมหน้าเสีย ทำอะไรไม่ได้นอกจาก ร้องไห้โฮออกมา ด้วยความเป็นห่วงเพชร

ส่วนเหตุการณ์ที่คฤหาสน์เกรียงศักดิ์ เพชรด้อมๆ มองๆ อยู่ตรงริมรั้วสอดสายตาดูว่าทับทิมอยู่หรือเปล่า สายตา แต่เห็นคฤหาสน์มีแต่ความเงียบ เพชรหาจังหวะจะปีนลอบเข้าไปในบ้าน แต่แล้วร่างของเพชรก็ถูกกระชากลงมาอย่างแรง
“โอ๊ย”
เพชรร้องลั่นพร้อมกับที่ร่างทั้งร่างร่วงลงไปกองกับพื้น เพชรมองก็เห็นลูกน้องของเกรียงศักดิ์อยู่รอบตัว
ก่อนที่นักปราชญ์จะเดินเข้ามาหัวเราะเยาะ
“กระจอกจริงๆ แกไอ้เพชร”
เพชรมองนักปราชญ์โกรธจัด ถลันเข้าไปจะชก แต่ลูกน้องของนักปราชญ์กระชากร่างเพชรไว้อย่างแรง เป็นจังหวะเดียวกับที่นักปราชญ์ปล่อยหมัดชกหน้าเพชรเต็มแรง
“แกจะสู้ฉันเหรอ? คิดเหรอว่าคนกระจอกอย่างแกจะสู้ฉันได้เหรอ”
“ไอ้...”
เพชรด่าแค่นั้นก็ถูกนักปราชญ์ต่อยร่วงลงไปอีก จากนั้นร่างของเพชรก็ถูกรุมยำบาทา ทั้งเตะ ต่อย กระทืบ จนหมดแรงไม่มีทางสู้ นักปราชญ์เดินเข้ามากระชากผมเพชรเย้ย
“ตอนแรก ฉันแค่อยากจะรู้ แกพาน้ำหนึ่งไปอยู่ที่ไหน แต่ตอนนี้..เรื่องมันเดินมาไกล เกินกว่าจะย้อนกลับ คุกคงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับคนอย่างแก” นักปราชญ์บอกลูกน้อง “ลากคอมันไป”
สิ้นคำสั่ง ลูกน้องของนักปราชญ์ก็เดินมาลากคอเพชร ไปขึ้นรถ รปภ.ของเกรียงศักดิ์ยืนมอง
“แกรู้ใช่มั้ย ว่าต้องบอกท่านยังไง”
รปภ.รับคำแข็งขันมาก “ครับผม”
นักปราชญ์พาเพชรไป เกรียงศักดิ์ ดาราณี และนวลเดินออกมาจากบ้านมาดูถามแบบไม่รู้
“มีเรื่องไรกัน”
“อ๋อ...โจรวิ่งราวนิดหน่อยครับ แต่ตอนนี้ถูกตำรวจจับไปแล้ว”
ทุกคนมองหน้ากัน ท่าทางแต่ละคน เหมือนไม่เชื่อ แต่ไม่พูด

จู่ๆ สายฝนก็เทกระหน่ำลงมาไม่ลืมหูลืมตา ท่ามกลางฝนตกหนัก รถของนักปราชญ์วิ่งมาจอดข้างทางเปลี่ยว นักปราชญ์กับลูกน้องลากตัวเพชรลงมา
“โชคดีจริงๆ ที่ฝนตก ไม่งั้น แกได้นั่งยางเผาแน่ๆ ไอ้เพชร”
“แล้วจะทำยังไงกับมันดีครับนาย” ลูกน้องคนหนึ่งถาม
นักปราชญ์แหงนหน้ามองท้องฟ้าที่ฝนตกกระหน่ำ
“ฝนตกหนัก...ยิ่งหนักเท่าไหร่ ดินก็ยิ่งแน่น...ขุดหลุมฝังแล้วกัน ดินมันแน่นดี”
“นาย” ลูกน้องตะลึง
“ทำไม? หรือจะให้ฉันขุดหลุมฝังแกแทน”
นักปราชญ์จ้องมองเขม็ง ลูกน้องหลบตาวูบ เพชรเงยหน้าขึ้นมองอย่างโกรธแค้น แม้สู้ไม่ได้
“คนตายเท่านั้นที่จะพูดความจริงไม่ได้...แกเข้าใจใช่มั้ย...ไอ้เพชร” นักปราชญ์เย้ย
ลูกน้องนักปราชญ์ ลากตัวเพชรเข้าไปด้านใน ก่อนที่หนึ่งในนั้น จะวิ่งไปที่รถ ลากจอบลงมา ฟันดินฉับๆ เสียงจอบกระแทกดินดังฉึกๆ ช่างฟังดูน่ากลัวนัก

ขณะเดียวกันที่ด้านนอกบ้านเชิงเขาฝนตกหนัก น้ำหนึ่งมองฝ่าสายฝนออกไปเป็นห่วงเพชรมาก พลอยเลื่อนรถเข็นเข้ามาหา น้ำหนึ่งสะดุ้งเมื่อหันไปเห็น พลอยแสร้งถามด้วยน้ำเสียงอาทร
“ห่วงเพชรเหรอ”
“ค่ะ...พี่เพชรไม่ได้โทร.กลับมาเลย”
“พี่ก็ห่วงเพชร....น้ำหนึ่งว่า....คุณพ่อของน้ำหนึ่งจะทำอะไรเพชรมั้ย”
น้ำหนึ่งอึ้ง พลอยใส่ไฟต่อ
“พี่กลัว...ยิ่งท่านรู้ว่า เพชรเป็นน้องชายพี่...แล้วท่านจะ” พลอยน้ำตาคลอ
“พี่พลอยคะ...น้ำหนึ่ง...” น้ำหนึ่งนึกกลัวพลอยขณะบอก “อยากกลับบ้าน”
พลอยลอบยิ้มพอใจ แต่แสร้งทำหน้าซื่อเนียนๆ
“กลับบ้าน?”
น้ำหนึ่งหาทางเลี่ยง ไม่อยากอยู่กับพลอย “น้ำหนึ่งจะกลับไปคุยกับคุณพ่อ น้ำหนึ่งจะไม่ยอมให้คุณพ่อ
ทำร้ายใครอีกแล้วค่ะ น้ำหนึ่งกลับบ้านนะคะ”
“พี่เคยห้ามน้ำหนึ่งเหรอ” พลอยว่า
“ขอบคุณค่ะ....พอเรื่องทุกอย่างเรียบร้อย น้ำหนึ่งจะกลับมาดูแลพี่พลอยตามสัญญา”
น้ำหนึ่งพูดจบก็ผลุบเข้าด้านใน พลอยยิ้ม ตะโกนก้องในใจ
“เธอคงได้กลับไปบอกพ่อหรอกน้ำหนึ่ง...” ก่อนจะพลอยพูดออกมาเสียงเย้ยหยัน “ท่านขา...ท่านรู้ตอนมารับศพแล้วกันนะคะว่าคุณน้ำหนึ่งลูกสาวสุดที่รักของท่าน...เป็นเมียน้อย....เมียน้อยน้องชายของพลอย ฮะๆๆๆ”

พลอยตะเบ็งเสียงหัวเราะแข่งกับสายฝนอย่างบ้าคลั่ง และกิริยาแลดูน่ากลัว
ร้อยเล่ห์เสน่ห์ลวง ตอนที่ 9
ร้อยเล่ห์เสน่ห์ลวง ตอนที่ 9
กร้าวเดินออกมาเจออนุชเดินพอดี ต่างคนต่างก็ชะงักไป กร้าวถามอนุชด้วยความแปลกใจ “มาที่นี่ทำไม” “ฉันก็อยากรู้เหมือนกันนี่คะว่า สามีฉันทำมาหากินอะไร” กร้าวเป็นห่วง “แผลหายหรือยัง” อนุชกวนๆ “ทำไมคะ กลัวฉันมาแก้แค้นหรือไง” กร้าวไม่ยอมรับ “คนอย่างผมนี่อะนะกลัว” “อย่างน้อยตั้งแต่เกิดเรื่อง คุณก็เอาแต่หลบหน้าฉัน” กร้าวเผลอยิ้มออกมา “ปากดีอย่างนี้แสดงว่าหายดีแล้ว...เรื่องวันก่อนผมขอโทษ” “เรื่องบางเรื่องที่ทำให้เราไม่สบายใจก็ลืมมันไปเถอะค่ะ” กร้าวรู้สึกเหมือนถูกแทงใจดำโดยไม่ได้ตั้งใจ เผลอพูดความรู้สึกของตัวเองออกมา “แต่เรื่องบางเรื่องถึงจะทำให้เราไม่สบายใจ แต่มันก็ทำให้เรารู้ว่ามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร” อนุชเอะใจสงสัย
กำลังโหลดความคิดเห็น...