xs
xsm
sm
md
lg

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 9

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 9

ทางด้านอุษาได้ยินเสียงแตรดังสนั่นบ้านขณะวิ่งออกมาจากตัวคฤหาสน์ เห็นธีรดนย์อุ้มกัณฐิกาตรงมา แล้วหันไปเห็นชนิกานต์นั่งอยู่ในรถก็ตกใจ

กัณฐิการู้ดีว่าชนิกานต์ไม่พอใจ รีบบอกธีรดนย์
“เอาฉันลงเถอะ”
ธีรดนย์วางกัณฐิกาลง “คุณกัณเดินไหวเหรอครับ... ผมช่วยพยุง”
“ไม่เป็นไร ฉันไม่อยากให้หนูนิกกี้เข้าใจผิด ต่อว่าฉันได้อีก...”
กัณฐิกาแสร้งฝืนเดินกระเผลกๆ...เพื่อเข้าไปในบ้าน
ชนิกานต์มองตรงมา แล้วเข้าเกียร์เดินหน้า ขับรถช้าๆ ตรงไปยังบ้าน กฤติยายืนมอง สงสัยว่าชนิกานต์จะทำอะไร ธีรดนย์ยืนมองเริ่มเอะใจ
กัณฐิกายังคงเดินกะเผลกๆ มาตามทางรถในบ้าน
ชนิกานต์ขับรถ แล้วเริ่มเหยียบเร่งความเร็ว พุ่งไปหากัณฐิกา อุษามองลุ้นๆ ใจคอไม่ดี
ส่วนกัณฐิกากำลังเดินไป เหลียวหันไปมองด้านหลัง เห็นรถชนิกานต์ขับพุ่งตรงมายังตน ก็เริ่มกลัว
ชนิกานต์เร่งความเร็วรถพุ่งเข้าหากัณฐิกา ธีรดนย์ยืนมองเริ่มไม่ไว้ใจ รีบวิ่งตะโกนห้ามชนิกานต์
“นิกกี้หยุดรถ”
กฤติยาเดินออกจากมุมที่ยืนหลบอยู่ มายืนอยู่บริเวณสนามหญ้า ใจหล่นวูบนึกเป็นห่วงกัณฐิกา
“แม่”
กัณฐิกาเดินกะเผลกๆ แต่เห็นรถชนิกานต์กำลังพุ่งมา จึงเร่งความเร็วเปลี่ยนเป็นวิ่งหนี
ชนิกานต์ขับรถ พุ่งเข้าหากัณฐิกา
กัณฐิการู้ว่าชนิกานต์ต้องการชนเธอ ก็รีบวิ่งหนีให้เร็วขึ้น
อุษายืนมองร้องตะโกนดังลั่น
“อย่าค่ะคุณหนู”
ชนิกานต์ขับรถ พุ่งเข้ามาๆ กัณฐิกาวิ่งหนี รีบร้อนจนสะดุดพื้นหกล้ม กฤติยาหันไปมองอย่างตื่นตกใจ กลัวรถชนแม่
ธีรดนย์ตะโกนลั่น “นิกกี้”
ชนิกานต์สะใจที่เห็นกัณฐิกาล้มลงกับพื้น ขับรถตรงไป กัณฐิกาหันกลับมามองร้องเสียงหลง เมื่อเห็นรถพุ่งเข้าใกล้เต็มที
“อย่า”
ชนิกานต์ขับรถพุ่งมาอย่างแรง กัณฐิกาก้มหน้าทรุดลงกับพื้นตกใจกลัว
รถชนิกานต์พุ่งมาจอดเฉียดฉิวตัวกัณฐิกา แล้วหยุดกึกเสียงดังสนั่น ชนิกานต์ยิ้มสะใจ กฤติยาโล่งใจที่กัณฐิกาปลอดภัย
ธีรดนย์แม้จะคลายความกังวล แต่ไม่พอใจชนิกานต์
ชนิกานต์ลงจากรถ เดินตรงมาด่ากัณฐิกา
“อย่าสวมเขาให้พ่อฉัน นี่แค่เตือน....คราวนี้เป็นของจริง!”
กัณฐิกาตกใจกลัวและไม่พอใจชนิกานต์ อุษาวิ่งเข้ามา
“คุณผู้หญิงเป็นยังไงบ้างคะ”
“ช่วยฉันด้วยจ้ะป้า”
อุษาประคองกัณฐิกาเข้าไปในบ้าน ชนิกานต์เหยียดยิ้มยืนมองอย่างสะใจ กฤติยาเป็นห่วงกัณฐิกา เดินเข้าไปในบ้าน
ธีรดนย์ปราดเข้ามาต่อว่าชนิกานต์อย่างฉุนเฉียว
“รู้ตัวรึเปล่าว่าทำอะไรลงไป”
ชนิกานต์ยิ้มหยัน “รู้ค่ะ...คุณธีรดนย์”
พูดจบชนิกานต์ก็เดินออกไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ธีรดนย์ไม่พอใจ

อุษาประคองกัณฐิกาเข้ามาภายในคฤหาสน์แล้ว
“ฉันพาขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นะคะ” อุษาบอก
กฤติยาเดินเข้ามาขวางไว้
“ป้ามีอะไรไปทำเถอะจ้ะ...แอนช่วยดูแลคุณน้าเอง”
“ค่ะ”
อุษาเดินเลี่ยงออกไป กฤติยาเดินเข้ามาหากัณฐิกา พูดอย่างรู้ทัน
“แอนคงไม่ต้องช่วยดูแลก็ได้...แม่ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”
กัณฐิกาหน้าตึงไม่พอใจ “ยัยแอน!”
“ส่วนเมื่อกี้ก็แค่ตกใจ ในชีวิตแม่ผ่านคดีเมียหลวงไล่ตบเอาน้ำกรดสาดมาเยอะ คงจะชิน”
“ไม่ช่วยก็ไม่ต้องมาเยาะเย้ยฉัน!”
กัณฐิกาไม่พอใจ เดินกระแทกส้นขึ้นห้องไป
กฤติยาพูดตามหลัง “ไม่อยากเจ็บตัวก็เลิกมั่วสักทีเถอะค่ะ”
กฤติยาพูดเตือนสติแม่ด้วยความห่วง แต่ไม่กล้าแสดงออกตรงๆ
“ไม่ต้องมาสอนฉัน...เอาคำพูดเจ็บๆ ของแก..เตือนตัวเองซะ!”

กัณฐิกาโกรธจัด เดินปึงปังไปยังห้อง กฤติยาผิดหวังที่แม่ไม่เคยสำนึก จึงคิดทำอะไรบางอย่าง

ตอนเย็นวันนั้น ชนิกานต์เดินหนี ธีรดนย์เข้ามาดึงตัวไว้ สองคนอยู่ในคฤหาสน์ เปิดศึกทะเลาะกันอีกครั้ง

“เธอเกือบฆ่าคนตาย ไม่สำนึกไม่รู้สึกผิดบ้างเลยรึไง”
“ไม่อ่ะ...แกเคยบอกให้ฉันทำดีกับพ่อ ฉันก็ทำแล้วไง...ฉันปกป้องศักดิ์ศรีพ่อฉัน”
ธีรดนย์ด่า “แต่เธอทำเกินไป”
ชนิกานต์ย้อนกลับ “น้อยไปด้วยซ้ำ! แกก็เห็นว่ายัยแม่มดมารยาเล่นละครหลอกแก แสร้งเจ็บขา...โอ๊ยโอ๊ย..เดินไม่ได้ พอฉันขับรถไล่บี้วิ่งหนีตัวปลิว”
ธีรดนย์แก้ต่าง “คุณกัณเขาตกใจกลัวก็ต้องเอาตัวรอด”
“นี่แกโง่ รึว่ารักเขามากถึงออกรับแทนทุกเรื่อง”
“ฉันไม่ได้ปกป้อง ฉันพูดตามความจริงที่ฉันเห็น คุณกัณฐิกาเป็นผู้ใหญ่ที่มีน้ำใจ และความเมตตาให้กับทุกคนในบ้าน เธอมีแต่อคติ มองเห็นอะไรก็ผิดชั่วร้ายไปหมด”
ธีรดนย์พยายามพูดให้ชนิกานต์เข้าใจกัณฐิกา แต่ชนิกานต์ตีความเป็นอย่างอื่น
“ฉันรู้ล่ะ...แกโกรธที่ฉันขัดจังหวะ ถ้าฉันไม่ขวาง ป่านนี้แกคงได้อุ้มลงเตียงไปเรียบร้อยแล้ว”
ธีรดนย์ไม่พอใจ “สมองเธอไม่มีที่ว่างให้คิดเรื่องดีๆ แล้วรึไง ถึงได้คิดแต่เรื่องต่ำ!”
“ก็ดีกว่าแกที่ใฝ่สูง...หาทางขยับฐานะจากขี้ข้าไปเป็นผัวคุณนาย!”
“ถึงฉันจะเป็นแค่ลูกคนใช้ ฉันก็มีศักดิ์ศรีไม่ขายตัวกิน แล้วจำไว้ด้วย...อีกไม่นาน...ฉันเก็บเงินได้มากพอ เธอไม่มีโอกาสได้โขกสับฉัน....ฉันจะไปจากบ้านนี้! ไปให้ไกลหน้าเธอ!”
ธีรดนย์ตะคอกใส่หน้าชนิกานต์ แล้วเดินหนีไปอย่างฉุนเฉียว
ชนิกานต์ยืนอึ้ง ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน และไม่อยากให้ธีรดนย์ไปจากที่นี่

ค่ำคืนนั้นชยางกูรเดินผิวปากเข้ามาในบ้าน สบายใจ แต่แล้วต้องหยุดกึกเมื่อมองไปตรงหน้า
“คุณแม่”
ชลนิภายืนรอชยางกูรอยู่

ชยางกูรเดินเข้ามาหาแม่..ใจคอไม่ดี ชลนิภาชลนิภาเปิดกล่องเพชร แล้วถามชยางกูร
“ลูกเห็นแหวนเพชรมั้ย แหวนหายไปวงหนึ่ง”
ชลนิภาถามชยางกูรหยิบแหวนออกมาแล้วโชว์ชลนิภา
“วงนี้รึเปล่าครับ”
ชลนิภาแปลกใจ “ลูกเอาไป”
“ครับ”
ชยางกูรเล่าให้ชลนิภาฟัง ว่าตนเปิดกล่องเพชรดูจริง
“ตอนกูรจะเก็บเครื่องเพชรให้คุณแม่ กูรเห็นแหวนวงนี้สวยดี”
ชยางกูรนึกถึงตอนที่ตนหยิบแหวนเพชรออกมามอง ถือไว้ในมือ

เสียงชยางกูรเล่าต่อ “กูรอยากเอาเป็นต้นแบบในการออกแบบใหม่ให้แตกต่างออกไป”
ชลนิภาอึ้ง “ออกแบบ”
“ครับ กูรรู้ว่างานออกแบบสำคัญมาก ทำให้บริษัทเราเป็นที่ยอมรับของลูกค้า ที่ผ่านมามีเพียงคุณพ่อและพี่ชนกชนม์คอยช่วยดีไซน์ กูรอยากฝึกฝีมือบ้าง ให้เพื่อนที่เก่งเรื่องดีไซน์ช่วยสอนกูร...กูรอยากช่วยงานคุณแม่ครับ”
พร้อมกันนั้นชยางกูรหยิบภาพสเก็ตแบบแหวน ส่งให้ ชลนิภาเห็นแล้วปลื้มใจ
“ลูกกูร”
“ที่กูรปิดบังเมื่อบ่ายนี้ กูรอยากเซอร์ไพร้ส์คุณแม่ คุณแม่ไม่โกรธกูรนะครับ”
ชลนิภาสวมกอดชยางกูรอย่างปลื้มอกปลื้มใจ “แม่จะโกรธลูกได้ยังไง ลูกทำทุกอย่างเพื่อแม่..เพื่อบริษัทของเรา..ลูกเป็นความหวังเดียวของแม่”
“ครับ..กูรจะไม่ทำให้คุณแม่ผิดหวัง”
ชยางกูรกอดชลนิภาตอบพูดออดอ้อน ยิ้มพอใจที่ชลนิภาเชื่อในคำโกหกของเขา

เวลาต่อมาชยางกูรเดินมาที่เตียงนอน หยิบเงินฟ่อนใหญ่ โปรยขึ้นเพดาน แล้วล้มตัวลงนอน มองดูเงินที่ปลิวว่อนกลางอากาศ และปลิวร่วงลงมาใส่ร่างชยางกูร
เด็กหนุ่มนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันที่บ่อนเฮียปรัชญา

เวลานั้นเฮียปรัชญามองแหวนในนิ้วตัวเองอยู่ มันเป็นแหวนที่ชยางกูรขโมยมานั่นเอง แล้วเอามาส่องดูใกล้ แสงเพชรกระพริบใส่ตา
“เดี๋ยวผมจะไถ่คืน”
ปรัชญาส่งเงินกู้ล็อตใหม่ให้ชยางกูร และมั่นใจว่าตรจะสามารถยึดแหวนวงนี้ได้
ชยางกูรนอนมองเงินที่ปลิวว่อนลงบนตัวอย่างมีความสุข นึกถึงตอนเล่นพนันในบ่อน
ซึ่งโชคเข้าข้างชยางกูรเล่นได้ รับเงินมากองเต็มโต๊ะ ชยางกูรยิ้มพอใจ เดินเข้าไปหาปรัชญา ปรัชญาเซ็ง แต่ฝืนยิ้ม ถอดแหวนคืนให้ชยางกูร

ชยางกูรมองเงินเต็มเตียง มีความสุขที่ได้เงินมากขึ้น
“หน้าโง่ตัวไหนที่บอกว่าการพนันมีแต่เสียกับเสีย”
เหตุการณ์ตอนชนกชนม์พูดเตือนสติผุดขึ้นมาในความคิดอีก
“ฉันไม่อยากให้นายถลำลึกไปมากกว่านี้ ต่อไปนายอาจไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่รถคันนี้ก็ต้องเสียให้บ่อน!”
“มันมีแต่ได้กับได้เว้ย!”
ชยางกูรตะโกนลั่นห้อง แล้วหัวเราะสะใจที่ได้เงินมากมาย

เด็กหนุ่มวัยใสกลายเป็นผีพนันเต็มตัวแล้ว

ที่บ้านพักสุรเดชในตอนเช้าวันต่อมา มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นที่นอกห้อง สักครู่หนึ่ง ชนกชนม์เดินมาเปิดประตู แล้วมองไปตรงหน้า ภาพใบหน้าจากเบลอค่อยๆ ชัดขึ้นเห็นเป็นสุตาภัญยืนยิ้มให้อยู่

ชนกชนม์อึ้งท่าทีงวยงง ปิดประตูห้องแล้วนึกได้รีบเปิดดูใหม่อีกที แล้วพึมพำอย่างประหลาดใจ
“ฉันฝันไป”
สุตาภัญยิ้มแล้วเอามือมาหยิกแก้มชนกชนม์เบาๆ
นั่นแหละชนกชนม์จึงยิ้มตอบ “ไม่ได้ฝันจริงๆด้วย...คุณสุตาภัญมาทำอะไรครับ”
“ทำเสื้อเสร็จรึยังครับ” สุตาภัญรับมุก ‘ครับ’ ด้วย
ชนกชนม์ตอบเสียงอ่อยๆ “ไม่เสร็จเลยครับ”
สุตาภัญยิ้มเยื้อนขณะบอก “ก็มาช่วยไงครับ”
“จะดีเหรอครับ” ปากว่าไม่ดีแต่ชนกชนม์เปิดประตูให้สุตาภัญเดินเข้ามาแล้ว
“เปลี่ยนใจ...กลับดีกว่าครับ”
สุตาภัญแกล้ง ทำทีจะเดินกลับ ชนกชนม์คว้ากล่องด้าย เข็ม อุปกรรณ์เย็บถัก ใส่มือสุตาภัญหมับ
“ไม่ทันแล้วล่ะครับ”
สุตาภัญยิ้มขำในมุกของชนกชนม์ สองคนยิ้มให้กันรับอรุณรุ่งแสนสดใส

เวลาเดียวกันขณะที่กัณฐิกายืนอยู่บริเวณระเบียงห้องนอน หวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้
ตอนชนิกานต์ขับรถพุ่งเข้าใส่ แล้วตนวิ่งหนี...ชนิกานต์ขับรถพุ่งเข้ามา...กัณฐิกาสะดุดล้ม..ชนิกานต์พุ่งเข้าชน
“มันเกลียดฉัน...ถึงกับคิดเอาถึงตายเลยเหรอ”
กัณฐิกาแปลกใจ...คิดย้อนไปถึงอีกเหตุการณ์
ตอนที่ตนเช็ดใบหน้าให้ธีรดนย์ จนเมื่อกัณฐิกาลื่นล้ม ธีรดนย์ก็เข้ามาอุ้ม ธีรดนย์อุ้มกัณฐิกามา กัณฐิกาหันไปมอง เห็นรถชนิกานต์พุ่งใส่
“รึว่ามันหึงธีรดนย์”
กัณฐิกาฉุกคิดเรื่องนี้ขึ้นมา ขณะหันไปทางสระน้ำมองเห็นธีรดนย์กำลังใช้สวิงช้อนใบไม้ทำความสะอาดสระน้ำอยู่
กัณฐิกามองไปที่อีกมุมหนึ่งห่างออกไป เห็นชนิกานต์กำลังจะเดินไปหาธีรดนย์
กัณฐิกาสงสัยในการกระทำของชนิกานต์

เวลาต่อมาชนกชนม์กำลังลงมือสกรีนเสื้อ หันไปมองสุตาภัญที่กำลังนั่งเย็บตุ๊กตาบ้าง ดอกไม้ประดิษฐ์ดีไซน์เข้ากับเสื้อ
สุตาภัญนั่งทำงานแล้วรู้ตัวว่าถูกมอง จึงหันไปมองชนกชนม์กลับ ชนกชนม์กลบเกลื่อนเสก้มหน้าสกรีนเสื้อต่อ แต่พอชนกชนม์สกรีนได้นิดหน่อย ก็อดไม่ได้หันไปมองอีก
สุตาภัญรู้ตัว หันขวับไปมองชนกชนม์
“มองอะไร”
ชนกชนม์ตกใจตั้งตัวไม่ทัน “ไม่ได้มอง สกรีนเสื้อ”
ชนกชนม์แก้ตัวแล้วหันไปปาดสีสกรีนเสื้อ
สุตาภัญหัวเราะ พลางเย้า “แน่ใจนะว่าสกรีนเสื้อ”
ชนกชนม์แปลกใจก้มมองตัวเอง จึงรู้ว่าตนปาดสีนอกกรอบบล๊อกสกรีน ทำให้เสื้อเลอะที่ใส่อยู่เลอะสี
ชนกชนม์ร้อง “เฮ้ย”
สุตาภัญหัวเราะคิกคัก ชนกชนม์เขินอาย สุตาภัญมองชนกชนม์ แต่มือยังคงปักเสื้อไป ทำให้เข็มปักมาโดนนิ้ว
สุตาภัญร้อง “โอ๊ย!”
ชนกชนม์ตกใจ วิ่งเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง “เธอเป็นไงบ้าง?”
ชนกชนม์จับมือขึ้นมาดูนิ้ว เห็นมีรอยเลือดที่ปลายนิ้ว ชนกชนม์ดึงมือสุตาภัญออกไปทันที
สุตาภัญแปลกใจว่าชนกชนม์จะทำอะไร

ขณะที่ธีรดนย์ก้มหน้าก้มตาตักใบไม้จากสระน้ำ ชนิกานต์เดินเข้ามาหา ธีรดนย์ไม่วางใจ เพราะชนิกานต์ถือของซ่อนไว้ด้านหลัง
“จะหาเรื่องอะไรอีก”
ชนิกานต์เอาถังขยะที่ถือไว้ออกมา แล้วหยิบสวิงในมือธีรดนย์ ช่วยเอาเศษใบไม้ใส่ถังขยะ
ธีรดนย์แปลกใจใหญ่ “ยังไงเนี่ย กินยาไม่ได้เขย่าขวด รึไม่ได้อ่านฉลากก่อนกิน ถึงได้เพี้ยน”
พอได้ฟังชนิกานต์มีสีหน้าบึ้งไม่พอใจ แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแฉ่ง เข้าไปแย่งสวิงในมือธีรดนย์ เอาไปตักใบไม้ที่มุมหนึ่งที่สระน้ำ ธีรดนย์แปลกใจหนัก

ด้านชนกชนม์พาสุตาภัญมานั่งที่มุมหนึ่ง มองเลือดที่ปลายนิ้ว
“อย่าบอกนะว่าจะดูดเลือดฉัน”
“ฉันไม่ใช่ผีดิบแวมไพร์ซะหน่อย”
ชนกชนม์ใช้ผ้าสะอาดมาเช็ดซับเลือดออก แต้มยาแก้อักเสบที่ปลายนิ้ว แล้วติดพลาสเตอร์ยาให้
สุตาภัญมองชนกชนม์ดูแลตนก็รู้สึกดี ชนกชนม์จับนิ้วแล้วเป่าเพี้ยง
“โอมเพี้ยงงงง หายแล้ว!”
“ฉันไม่ใช่เด็กนะ”
“ใครบอกว่าเด็กล่ะ แก๊แก่!”
สุตาภัญหน้าคว่ำไม่พอใจ “ปล่อยมือได้แล้ว!”
“ยัง” ชนกชนม์ว่า
“ยังไม่เสร็จอีกเหรอ” สุตาภัญงง
“ยังไม่อยากปล่อยอ่ะ”
สุตาภัญอึ้ง มองหน้าชนกชนม์ รู้สึกเขินอาย สุตาภัญดึงมือออก
“ไปอาบน้ำได้แล้ว จะได้ออกไปขายเสื้อ”
ชนกชนม์เย้า “อย่าแอบดูนะ เค้าเขิน”
“บ้า”
สุตาภัญหยิบของใกล้ตัวปาใส่ ชนกชนม์วิ่งหลบ
“ไม่โดน ไม่โดน!”
ชนกชนม์วิ่งหลบได้แต่ไม่ทันมองหน้าไปกระแทกประตูบ้านจังๆ สุตาภัญหัวเราะคิกคัก ชนกชนม์อายรีบวิ่งไปอาบน้ำ

สุตาภัญรู้สึกมีความสุขและอุ่นใจที่ได้เจอ...อยู่ใกล้ๆ ชนกชนม์

ฝ่ายธีรดนย์เดินเข้าไปหาชนิกานต์ ซึ่งกำลังใช้สวิงตัดใบไม้จากสระน้ำ

“ถามจริง ทำดีกับฉันเพื่อ...”
ชนิกานต์พูดจริงจัง “อย่าไปจากที่นี่!”
ธีรดนย์อึ้งไม่คิดว่าชนิกานต์จะขอร้องเรื่องนี้
ชนิกานต์บอกต่อ “ฉันขอ...”
ธีรดนย์แย่งสวิงจากชนิกานต์ไปตักใบไม้
“คนเราต้องไปการไปหาสิ่งที่ดีกว่า”
ชนิกานต์ตื๊อ “ฉันจะบอกให้คุณพ่อเพิ่มเงินเดือนให้แม่นาย”
ธีรดนย์ตักใบไม้ไปพูดไป “เงินไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง ฉันต้องการชีวิตใหม่”
ชนิกานต์ยื่นข้อเสนออีก “ปรับปรุงห้องพักใหม่ก็ได้ รึย้ายขึ้นไปอยู่บนตึก ยังมีห้องว่างอีกหลายห้อง!”
“โลกของเธอมีแต่วัตถุสิ่งของ...ความสุขของฉันไม่ได้อยู่ที่ทรัพย์สินเงินทอง แต่อยู่ที่ค่าความเป็นคน”
พูดยังไงชนกชนม์ก็ไม่ใจอ่อน ชนิกานต์หน้าม่อย รู้สึกผิด “ฉันรู้ว่าฉันอาจไม่ดีกับนาย เอาเป็นว่า ฉันจะพยายามไม่วีนไม่เหวี่ยงก็แล้วกัน...อยู่ที่นี่ต่อไปนะ”
ชนิกานต์อ้อนวอน ธีรดนย์มองหน้าชนิกานต์ไม่อยากจะเชื่อ แล้วหัวเราะเยาะ
“เธอท่าจะเพี้ยนจริงๆ”
ธีรดนย์เดินหนีไป ชนิกานต์ตามตื๊อต่อ
ส่วนกัณฐิกาออกจากที่ซ่อน อยากรู้ว่าชนิกานต์ไปทำอะไร จึงตามไป แต่มองเห็นรถณวัตรวิ่งเข้ามาก่อนก็เปลี่ยนใจ

สุตาภัญเก็บเสื้อใส่ถุงปุ๋ยโบ๊เบ๊ จู่ๆ มีมือใครคนหนึ่งส่งถุงใส่ของให้สุตาภัญ
สุตาภัญหันไปมอง เป็นสุรเดชยื่นถุงให้
“ถุงอะไรเหรอ”
“ฉันไปเช่าของบูชาน่ะ เอามาให้ไอ้ชนม์ จะได้ทำมาค้าขึ้น”
สุตาภัญสงสัย จะหยิบกล่องในถุงออกมา สุรเดชรีบห้าม
“หลวงพ่อบอกว่าผู้หญิงเปิด...เสื่อม!” พลางยื่นถุงให้ “เอาไปวางไว้ที่ร้าน..จะได้เฮงๆ แต่อย่าบอกไอ้ชนม์นะว่าเป็นของฉัน ไอ้นั่นมันขี้เกรงใจ ฉันอยากเซอร์ไพร้ส์เพื่อนรัก”
สุรเดชขอร้อง สุตาภัญพยักหน้ารับ
ชนกชนม์เดินออกมา แปลกใจที่เห็นสองคนคุยกันอยู่
ชนกชนม์ไม่ไว้ใจ “มีอะไร”
สุรเดชแขวะขำๆ “แค่ทักทายแฟน ทำเป็นหึง”
สุตาภัญอึ้งที่สุรเดชเรียกตนอย่างนั้น ชนกชนม์ต้องรีบแก้ตัวให้
“ไม่ใช่เลย ตาเป็นเพื่อนฉัน”
สุรเดชเหล่มอง “เพื่อนสนิท”
ชนกชนม์เซ็งไม่อยากต่อปากต่อคำ “ตาไปกันเถอะ เดี๋ยวเสียฤกษ์”
ชนกชนม์พาสุตาภัญออกไป สุตาภัญยิ้มบอกลาสุรเดช
“ฉันไปก่อนนะ”
สุรเดชตะโกนไล่หลังบอกเคล็ดค้าขาย “ก้าวเท้าขวาออกจากประตู เฮงเฮงนะเพื่อน”
สุรเดชมองตาม ยิ้มพอใจที่เป็นไปตามแผน

ฟากณวัตรขับรถมาจอดหน้าตึก ก้าวลงจากรถ กัณฐิกากำลังจะเดินไปหา แต่กฤติยาชิงวิ่งเข้ามาหาณวัตร ช่วยถือกระเป๋าเอกสารให้
“แอนช่วยนะคะ!”
กัณฐิกาหยุดมอง แปลกใจท่าทีลูกสาว
“ขอบใจจ้ะ”
“คุณอากลับมาเหนื่อยๆ ไปนั่งพักก่อนค่ะ แอนเตรียมเครื่องดื่มไว้ให้ค่ะ”
ณวัตรยิ้มพอใจ กฤติยาเดินนำเข้าไปในคฤหาสน์ กัณฐิกาเดินออกมา มองตาม แปลกใจในพฤติกรรมของกฤติยา

กฤติยาเอาผลไม้คั้นรวมกับน้ำผักเพื่อสุขภาพมาให้ณวัตร
“เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพค่ะ”
ณวัตรรับแก้วเครื่องดื่มมาทักขำๆ “สีสันแปลกตาจัง”
กฤติยาอธิบาย “เป็นส่วนผสมของน้ำส้ม,บีตรูตและแครอทค่ะ ช่วยลดความเครียด ลดความดัน บรรเทาอาการปวดไมเกรน ทำให้รู้สึกสดชื่นด้วยค่ะ”
ณวัตรดื่มน้ำจนหมด “อร่อยมาก”
“แอนทำให้คุณอาดื่มทุกวันนะคะ”
ณวัตรเยื้อนยิ้มอย่างพอใจ กฤติยารับแก้วน้ำจากณวัตรวางลง แล้วเข้าไปยืนด้านหลัง เพื่อจะนวด
“แอนนวดให้ค่ะ”
ณวัตรยิ้ม ปล่อยให้กฤติยานวดบ่า กฤติยาค่อยๆ นวด ณวัตรรู้สึกดีขึ้น ยิ้มสุขใจ
“เก่งจัง ไปเรียนที่ไหนมา”
“แอนไม่ได้เรียนหรอกค่ะ คุณแม่สอน”
กัณฐิกาเดินเข้ามายืนมองหน้ากฤติยา ปากกฤติยาพูดกับณวัตรแต่ตาปรายตามามองประชดกัณฐิกาทุกคำ
“คุณแม่สอนว่าเกิดเป็นผู้หญิงต้องทำให้ได้ทุกอย่าง ต้องรู้จักปรนนิบัติเอาใจ...ใครเห็นใครก็รัก ใครก็หลง”
“เสียดายที่อาไม่ได้รู้จักคุณแม่หนู” ณวัตรว่า
กฤติยามองหน้ากัณฐิกานิ่งๆ “น่าเสียดายค่ะ...ที่แม่แอนตายแล้ว”
กัณฐิกาสุดจะทนไหว ปราดเข้ามาหาณวัตรและกฤติยา
“หลานน้าเก่งจัง...ขอบใจหลานมากที่ช่วยดูแลคุณณวัตร...เดี๋ยวน้าดูแลต่อเอง”
กฤติยาจงใจแขวะ แต่ทำเสียงเหมือนห่วงใย “คุณน้าหายบาดเจ็บเท้าพลิกเท้าแพลงแล้วเหรอคะ”
ณวัตรสงสัย “คุณเป็นอะไร”
“ฉันลื่นหกล้มนิดหน่อยค่ะ ฉันหายดีแล้ว...หนูไปเถอะ”
กัณฐิกาเข้ามาทำหน้าที่นวดแทนกฤติยา กฤติยาไม่อยากไป
“แอนทำได้ค่ะ แอนชอบ”
กัณฐิกาพูดยิ้มแย้ม แต่แอบบีบแขนกฤติยา “น้าบอกแล้วไงว่าไม่ต้อง”กฤติยาบอกณวัตร “แอนขอตัวก่อนนะคะ โอกาสหน้าแอนจะนวดตัวให้ค่ะ รับรองว่าคุณอาจะผ่อนคลายมากกว่านี้”
ณวัตรยิ้มกริ่ม “ขอบใจมากจ้ะ”
กฤติยาหันไปยิ้มให้ณวัตร กัณฐิกาไม่พอใจ คิดว่ากฤติยาจงใจอ่อยณวัตร กฤติยาเดินออกไป
ณวัตรมองตาม คิดหาโอกาสใกล้ชิดกฤติยาอีก กัณฐิกาสังเกตเห็น รีบเปลี่ยนเรื่อง
“คุณคะ กัณมีเรื่องอยากเตือนคุณ เกี่ยวกับหนูนิกกี้ค่ะ”

กัณฐิกาทำหน้าอมทุข์ ณวัตรแปลกใจว่าชนิกานต์ทำเรื่องอะไรให้อีก?

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 9 (ต่อ)

ธีรดนย์ออกมาจากห้องน้ำ ขณะที่กำลังจะใส่เสื้อผ้าออกไปข้างนอก แต่ต้องสะดุ้งตกใจ

“เธอ!”
“นายจะอยู่ที่นี่ต่อไป!” ชนิกานต์ขอร้องแต่ฟังเหมือนสั่ง
“ออกไป ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้า”
ธีรดนย์จะเข้าไปหยิบเสื้อมาใส่ ชนิกานต์แย่งมาถือไว้
“สัญญากับฉันก่อน!”
“ฉันจะอยู่จะไปมันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย”
ธีรดนย์ตะคอกถามเหตุผลที่แท้จริง ชนิกานต์ตอบตามความรู้สึกภายในใจไม่ได้ นึกแต่เพียงต้องการให้อยู่
“ก็ฉันไม่อยากให้ไป ป้าอุษาไม่อยู่ใครจะดูแลฉันดูแลคุณพ่อ แล้วที่สำคัญเวลาฉันไปมหาลัยใครจะขับรถไปส่งฉัน!”
ธีรดนย์เยาะ “อ๋อ..ห่วงไม่มีคนคอยรับใช้ว่างั้น...จะยากอะไร เธอมีเงินมากพอที่จะจ้างคนใช้ได้เป็นร้อย แล้วก็เอาที่ว่านอนสอนง่ายไม่ขัดใจเธอเหมือนฉัน”
ธีรดนย์เข้าไปแย่งเสื้อจากชนิกานต์ ทำให้ชนิกานต์เซมาชนกับธีรดนย์ ทั้งสองมองหน้ากัน

ด้านชนกชนม์แบกถุงเสื้อผ้าจะออกไปที่ถนน สารวัตรและจ่าคนที่เคยจับไปครั้งก่อนเดินเข้ามาขวาง
“ไงไอ้น้อง จำฉันได้ไหม”
“จำได้แม่นครับสารวัตร วันนี้คงไม่ยัดข้อหาค้ายาให้ผมอีกนะครับ ผมทำงานสุจริตขายเสื้อ”
สารวัตรจ้องหน้า “ถ้ามันไม่มีแค่เสื้อล่ะ”
สุตาภัญอึ้ง “สารวัตรหมายความว่าไงคะ”
“ฉันขอค้น”
ชนกชนม์และสุตาภัญตกใจ มองหน้ากัน
“ด้วยความยินดีครับ แต่ถ้าไม่มียา คุณตำรวจต้องอุดหนุนผมคนละหนึ่งตัวนะครับ”
ชนกชนม์ยิ้มเพราะมั่นใจว่าไม่พบยาเสพติดแน่
สุรเดชและเปี๊ยกโผล่จากที่ซ่อน
“เพื่อนมึงซวยแล้ว!” เปี๊ยกว่า
สุรเดชกังวลใจ กลัวสารวัตรค้นพบยาเสพติด

ชนิกานต์มองหน้าธีรดนย์ รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด จนเคลิ้มเผลอซบหน้ากับอกธีรดนย์
ธีรดนย์รู้สึกแปลกๆ ดันตัวชนิกานต์ออก
“เธอ....ออกไปได้แล้ว”
“สัญญากับฉันสิ...ว่านายจะไม่ทิ้งฉัน”
ชนิกานต์พูดน้ำตาซึม ธีรดนย์อึ้ง พูดไม่ออก ไม่คิดว่าชนิกานต์จะอ่อนไหวและเสียใจกับความคิดของตน

พอณวัตรได้ฟังจบก็เดินออกไป ด้วยความรู้สึกไม่พอใจ ตามหาชนิกานต์ กัณฐิกายืนมองด้วยความสะใจ
ณวัตรครุ่นคิดเรื่องที่กัณฐิกาเปิดประตูเข้าทำทีเป็นหวังดี
“อย่าหาว่ากัณฟ้องเลยนะคะ...กัณรู้ว่าหนูนิกกี้กับธีรดนย์ เติบโตมาด้วยกัน เป็นเพื่อนรักที่ดีต่อกัน...แต่ตอนนี้หนูนิกกี้โตเป็นสาวแล้ว จะทำตัวใกล้ชิดเหมือนเดิมคงไม่เหมาะ แล้วที่สำคัญ..ธีรดนย์เป็นแค่ลูกคนใช้”

ณวัตรเดินเข้าไปในห้องนอนชนิกานต์ แต่ไม่พบลูกสาว ฉุกคิดถึงคำพูดกัณฐิกาที่ดังก้องอยู่ในหู
“แล้วที่สำคัญ...ธีรดนย์เป็นเพียงลูกคนใช้”
ณวัตรแปลกใจที่ไม่เจอชนิกาต์ จึงคิดจะไปตามหาที่ห้องธีรดนย์

กัณฐิกายืนมอง...เห็นณวัตรเดินหัวเสีย ตรงไปยังห้องพักธีรดนย์ กัณฐิกายิ้มสะใจ ที่ณวัตรจะไปห้ามปรามชนิกานต์ไม่ให้ใกล้ชิดธีรดนย์
กฤติยาแอบมองที่มุมหนึ่ง รู้ว่าแม่ต้องการสกัดชนิกานต์ให้ออกห่างธีรดนย์

ด้านจ่ากำลังเรื้อดูถุงใส่เสื้อผ้า แต่ไม่พบยาเสพติดใดๆ
“ผมบอกแล้วว่าผมบริสุทธิ์”
ชนกชนม์เก็บของใส่ถุง สารวัตรมองจ้องไปยังถุงที่สุตาภัญถืออยู่ เป็นถุง ‘ของดี’ ที่สุรเดชอ้าง
“ถุงนั่นล่ะ”
ชนกชนม์หันไปมองถุงที่สุตาภัญถือไว้ สารวัตรเข้ามาหยิบถุงไปจากมือสุตาภัญ
“ถุงนี้เป็นของใช้ส่วนตัวค่ะ”
สารวัตรไม่ฟังแย่งถุงมาจากสุตาภัญจนได้ สุรเดชและเปี๊ยกแอบมอง เหยื่อตก
ในขณะที่สารวัตรจะล้วงหยิบของในถุง ครูพร ซึ่งเป็นครูที่ดูแลศูนย์เด็กเล็กของชุมชนแห่งนี้ ที่สุตาภัญเคยมาช่วยทำกิจกรรมเสมอ เดินเข้ามาถาม
“ทำอะไรคะสารวัตร”
สุตาภัญหันไปเห็นครูพร รีบยกมือไหว้ทักทายอย่างคุ้นเคย
“สวัสดีค่ะครูพร”
ครูพรจำสุตาภัญได้ “เอ้าน้องตา”
สารวัตรแปลกใจ “รู้จักกันเหรอครับ”
ครูพรยิ้มบอก “น้องตาเป็นนักศึกษา มาช่วยแสดงละครให้เด็กๆ ดูเป็นประจำค่ะ” พลางมองชนกชนม์เหมือนคุ้นหน้า “น้อง...”
ชนกชนม์รีบบอก “เจ้าชายที่มาช่วยสโนไวท์ไงครับ”
ครูพรพยักหน้า “อ๋อ..จำได้แล้ว...มาทำอะไรกันล่ะ”
“ตามาช่วยเพื่อนสกรีนเสื้อเอาไปขายค่ะ...แต่สารวัตรคิดว่าตากับเพื่อนค้ายาเสพติด”
ครูพรบอกสารวัตร “คนดีอย่างน้องสองคนนี้ไม่ทำแน่นอนค่ะ ถ้าจะจับยา โน่นไปจับแก๊งลูกเทวดาลูกหมาดีกว่า”
ครูพรชี้ตรงไปจุดที่สุรเดชและเปี๊ยกซ่อนตัวอยู่ พลางบอกต่อ
“ทำตัวลับๆ ล่อๆ หลบสารวัตรอยู่โน่น!”
สุรเดชและเปี๊ยกตกใจ รีบวิ่งหนีไป สารวัตรและจ่ารีบวิ่งไล่ตามไปทันที
“ขอบคุณครูพรนะคะที่ช่วยพูดให้” สุตาภัญยกมือไหว้
“ครูไม่ได้ช่วยอะไรเลย คนดีอย่างพวกหนูไม่คิดค้ายา ทำลายสังคมหรอก”

สุตาภัญและชนกชนม์ยิ้มให้ครู ชนกชนม์หันไปมองทางที่สุรเดชวิ่งหนีไป รู้สึกเป็นห่วงเพื่อน

สุรเดชและเปี๊ยกวิ่งหนีอยู่ในชุมชน เปี๊ยกจะวิ่งหนีไปทางซ้าย เจอจ่าวิ่งดักทาง สุรเดชจะวิ่งหนีไปทางขวา สารวัตรตามติด

สองแว้นขี้ยาวิ่งหนีตรงไป ปรากฏว่าดันเจอทางตัน สารวัตรและจ่าวิ่งเข้ามา สุรเดชจนตรอกจึงยกมือยอมแพ้ สารวัตรเข้าไปล็อคพร้อมกับค้นยาในตัวสุรเดช ส่วนจ่าค้นตัวเปี๊ยกแต่ไม่พบยา
“หน้าตาดีมีคุณธรรมอย่างผมไม่ขายยาหรอกสารวัตร” สุรเดชปากดีใส่
“ภายนอกไม่มี ค้นภายในไหมครับ”
สุรเดชประชด สั่งสีดัง “ไอ้เปี๊ยก แก้ผ้า”
สองแสบจะถอดเสื้อผ้า แสดงความบริสุทธิ์ใจ
“ไม่ต้อง”
สุรเดชยิ้มดีใจ
สารวัตรสั่งจ่าสนเสียงเข้ม “เอาตัวไปสน”
สุรเดชและเปี๊ยกหน้าซีด ไม่คิดว่าจะโดนลากตัวไปสถานีตำรวจ

ณวัตรเปิดประตูห้องพักธีรดนย์ แล้วเดินเข้าไปด้านในร้องเรียก
“ธีรดนย์”
มีอุษานั่งรีดเสื้ออยู่ในห้องลำพัง
“คุณท่านมีอะไรให้รับใช้คะ”
“ธีรดนย์อยู่ไหน”
“ธีรดนย์ออกไปข้างนอกแล้วค่ะ” อุษาบอก
“เธอเห็นนิกกี้ไหม”
“คุณหนูก็ออกไปแล้วค่ะ”
ณวัตรไม่พอใจที่ไม่เจอตัวทั้งสองคน
อุษาบอกต่อ “ธีรดนย์ขับรถพาคุณหนูออกไปธุระค่ะ”
ณวัตรเสียงแข็ง ไม่พอใจทันที “อะไรนะ”
อุษาแปลกใจท่าทีและน้ำเสียงณวัตร “มีอะไรรึเปล่าคะ”
“ลูกเธอกลับมาเรียกไปพบฉันด่วน”
“ค่ะ”
ณวัตรเดินฉุนเฉียวออกไป อุษาแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นแน่

ธีรดนย์ขับรถเข้ามาจอดตรงร้านขายของ มองไปทางชนิกานต์ ชนิกานต์ทำตัวไม่ถูก ลงจากรถ เดินไปยังบริเวณที่ขายของ ธีรดนย์ลงจากรถมองตาม คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้

ตอนนั้นชนิกานต์ร้องขอธีรดนย์
“ฉันขอร้องนะ...อยู่ที่นี่ต่อไป”
ธีรดนย์โวย “หยุดร้องไห้ได้แล้ว”
ชนิกานต์มองมาท่าทีวิงวอน
“เออ ไม่ไปก็ไม่ไป”
ชนิกานต์ยิ้มแฉ่งเข้าสวมกอดธีรดนย์ด้วยความดีใจ ธีรดนย์ตกใจ รีบถอยห่าง
“ไปกันเถอะ...ไปช่วยตากับชนม์ขายของ”

ธีรดนย์มองชนิกานต์ที่เดินออกไป แปลกใจกับพฤติกรรมชนิกานต์
“สามวันดีสี่วันร้าย..ยัยเพี้ยนเอ๊ย”
ชนิกานต์ตะโกนเรียกธีรดนย์
“เร็วๆสิ แฟนฉันรออยู่”
ชนิกานต์ตะโกนเร่ง..ธีรดนย์เดินตามเข้าไป งงกับพฤติกรรมชนิกานต์

ที่ร้านขายเสื้อ สุตาภัญสงสัยเรื่องสุรเดช
“ชนกชนม์....เพื่อนนายค้ายา”
ชนกชนม์พูดไม่เต็มปาก “มันบอกว่าเลิกแล้ว”
“แต่ตำรวจยังเฝ้าตามจับผิด แถมยังสงสัยนายไม่ไว้ใจฉันด้วย”
ชนกชนม์มองไปยังถุงที่สุตาภัญถือ
“ถุงนั่นเป็นของ...”
สุตาภัญตอบคำถามไม่ทันจบ ชนิกานต์ปราดเข้ามาควงแขนชนกชนม์ปร๋อ
“แฟนคิดถึงแฟนจัง”
ธีรดนย์แปลกใจนิดๆ “ตามาพร้อมชนม์ได้ไง”
ชนกชนม์และสุตาภัญ ไม่กล้าเล่าความจริง
“ฉันเจอตาหน้าปากทางนะ ตามาช่วยแบกของ”
“วันหน้าก็โทร.บอกแฟนสิ แฟนไปช่วยขนของถึงบ้านเลย”
“ไปจัดวางแผงได้แล้ว...”
สุตาภัญตัดบทชวนทุกคนไปจัดวางแผง ชนิกานต์เข้าไปควงชนกชนม์เดินออกไป
สุตาภัญจะเดินตามไป ธีรดนย์จับมือไว้ ยกมือสุตาภัญขึ้นมาดู
“ตาไปโดนอะไรมา” ธีรดนย์มองพลาสเตอร์ยาที่ติดตรงนิ้ว
“โดนหนามกุหลาบเกี่ยว...ตาจัดแจกันให้คุณแม่” สุตาภัญพูดปด
“คราวหน้าก็ระวังนะ...ผมเป็นห่วง”
ธีรดนย์ส่งความรู้สึกห่วงใยให้ซึ้งๆ สุตาภัญยิ้มรับ
ชนกชนม์กำลังจัดของ หันไปมองธีรดนย์คุยกับสุตาภัญ ก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทันที
ชนิกานต์มองตามสายตาชนกชนม์ แล้วหันมามองชนกชนม์
“แฟนรู้ว่าแฟนคิดอะไร”
ชนกชนม์เสียววูบ ชะงัก
“แฟนอิจฉาคู่นั้นล่ะสิ ไม่ต้องอิจฉา มีแฟนอยู่ทั้งคน”
ชนิกานต์เดินเข้าไปโอบกอด ทำเอาชนกชนม์เขินอายหน้าแดง
ธีรดนย์กับสุตาภัญหันมาเห็น ธีรดนย์หัวเราะขำ สุตาภัญรู้สึกเจ็บแปลบในใจ
“หมดเวลาหวาน ทำงานได้แล้ว”

ธีรดนย์กับสุตาภัญเข้าไปที่แผงช่วยจัดของ

ฟากจ่าสนคุมตัวสุรเดชและเปี๊ยกเข้ามาหาสารวัตรตรงห้องโถงโรงพัก

“ตรวจค้นภายในไม่พบยาครับ”
สุรเดชครวญคราง แต่ไม่วายประชด “โอย..ถ่ายจนหมดไส้หมดพุง ไม่เชื่อใจเอาไปเอ๊กซเรย์ต่อก็ได้ครับ”
สารวัตรเดินตรงไปหา สุรเดชกลัวสารวัตรต่อยหรือเล่นงาน ระวังตัวแจ
สารวัตรพูดจาดีๆ “ขอโทษที่ทำให้แกเสียเวลา...กลับไปได้แล้ว”
สุรเดชอึ้ง แล้วโล่งอก ยิงมุกใส่ทันที “พูดเพราะด้วย...นี่แหละ..ตำรวจของประชาชน”
พร้อมกันนั้นสุรเดชเข้าไปตบไหล่สารวัตร
“สารวัตรต้องการแบะแสพวกชั่วช้าค้ายาถามผมได้ พลเมืองดีอย่างลูกเทวดายินดีช่วยเหลือราชการ”
สุรเดชจะพล่ามต่อ สารวัตรโบกมือไล่ สุรเดชและเปี๊ยกกอดคอกันออกไป

สุรเดชเดินผิวปากออกมาจากสถานีตำรวจ เปี๊ยกเข้าไปถาม
“เอาไงต่อ”
“ไปเอาของส่งลูกค้าสิวะ”
สุรเดชต้องการไปเอาถุงยาที่สุตาภัญ สองแสบขี้ยาเดินออกไป เป้าหมายคือร้านขายของในชุมชน สารวัตรและจ่าเดินเข้ามาที่มุมหนึ่ง
“ตามมันไป”
สารวัตรและจ่าสนตั้งใจสะกดรอยตามสุรเดชและเปี๊ยก

ที่แผงขายเสื้อ ชนกชนม์ตั้งร้านเสร็จก็ประกาศขายเสื้อผ้า
“เชิญครับ เสื้อผ้ามือใหม่ป้ายแดง”
สุตาภัญ ชนิกานต์ ร้องบอกต่อ “ลายใหม่ไม่ซ้ำใคร...หนึ่งเดียวในโลก”
จากนั้นทุกคนร้องประสานเสียง “159 บาท”
ผู้คนเดินผ่านไปมา แต่ไม่มีใครสนใจแวะดู ทุกคนเริ่มผิดหวัง
ชนกชนม์บ่น “ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปอีกละ”
“ฉันมีแผนโปรโมทใหม่”
ธีรดนย์ยกเครื่องเล่นเสียงขึ้นมา ทุกคนแปลกใจว่าคราวนี้ธีรดนย์จะใช้วิธีอะไร?

ขณะที่ผู้คนกำลังเดินเลือกซื้อของร้านอื่น จู่ๆ มีเสียงเพลงเร้าใจดังขึ้น ทุกคนแปลกใจ หันไปมองทางร้านชนกชนม์

สุตาภัญและชนิกานต์ใส่เสื้อที่ขาย ออกมายืนโพสตามจังหวะดนตรี ชนกชนม์และธีรดนย์ใส่เสื้อผ้าแบบที่ขาย ออกมายืนโพสตามจังหวะดนตรีต่อ ดนตรีจังหวะสนุกชวนคึก ทั้งสี่คนเต้นพร้อมกัน อย่างสนุกสนานและร่าเริง
ผู้คนที่เดินผ่านไปมา หันมามองด้วยความสนใจ
สุตาภัญและชนิกานต์เต้นคู่กัน เป็นคู่ของผู้หญิง แล้วเปิดตัวออกให้ชนกชนม์กับธีรดนย์เข้ามาเต้นคู่กัน
ผู้คนต่างแห่เข้ามามุงดูด้วยความสนใจ จากนั้นทั้งสี่คนเต้นพร้อมกัน แล้วก็โพสท่าจบอย่างสวยงาม ลูกค้าปรบมือให้ ทั้งสี่คนยิ้มพอใจ ขายของทันที
“เชิญเลือกซื้อได้เลยครับ” / ““เชิญเลือกซื้อได้เลยค่ะ”
ทั้งสี่คนประกาศขายเสื้อ แต่แล้วลูกค้าเหล่านั้นกลับเดินออกไป ไม่มีใครสนใจซื้อของทุกคนแปลกใจ
“เฮ้ย...หายไปไหนหมด” ชนกชนม์อึ้ง
จู่ๆ ก็มีเจ้าของแผงชื่อโตดังเข้ามา “ทางนี้เลยน้อง... เสื้อผ้าลายใหม่ไม่ซ้ำใคร”
โตประกาศขายเสื้อผ้า ซึ่งเสื้อผ้าของโตเหมือนกับร้านชนกชนม์เป๊ะ
สุตาภัญอึ้ง “แบบเสื้อเหมือนร้านเรา”
ชนิกานต์ฉุนไม่พอใจ “ของก๊อป...ทำงี้ได้ไง”
ชนิกานต์ไม่พอใจอย่างแรง พุ่งทะยานตรงไปยังร้านโตทันที

เพื่อนๆ ทุกคนตกใจเรียกไว้พร้อมกัน “นิกกี้!”

ทางด้านโตประกาศขายเสื้อ มีลูกค้าเข้ามาดูท่าทางสนใจซื้อ

“เร่เข้ามาครับ รับรองได้ไม่ซ้ำใคร หนึ่งเดียวในโลก”
ชนิกานต์ปราดเข้ามากระชากเสื้อจากมือโต
“หน้าด้าน! ก๊อปลายเสื้อมาจากร้านฉัน!”
ชนิกานต์เอาแบบเสื้อของโตมาเทียบกับเสื้อที่ตัวเองใส่
“ก๊อปเป๊ะ”
ลูกค้าประสานเสียง แต่กลัวมีเรื่องรีบเดินหนีออกไปจากร้านโตไป
“เก็บของก๊อปไปเผาทิ้งแล้วปิดร้านซะ” ชนิกานต์ด่า
“พูดงี้มีเฮสิน้อง...ใครก๊อปใครกันแน่” โตย้อน
ชนกชนม์ สุตาภัญ และธีรดนย์ตามเข้ามาที่แผงของโต
“พี่ก๊อปแบบลายเสื้อของผม...ทั้งแบบสกรีนแล้วก็แบบเย็บ” ชนกชนม์ไม่พอใจเช่นกัน
โตเถียง “พี่ฟ้องข้อหาสบประมาทได้นะน้อง ลายเหมือนกันเพราะน้องก๊อปของพี่”
ธีรดนย์ฉุน “พี่....เมื่อวานพี่ขายเสื้อยืดธรรมดา ไม่มีลายอะไรเลย พี่นั่นแหละก๊อปพวกเรา”
สุตาภัญพูดดีๆ ด้วย “หนูขอล่ะพี่ ต่างคนต่างทำมาหากิน อย่าทำอย่างนี้เลย”
“พวกน้องออกไป เสียเวลาขายของ”
โตไม่สนใจ ประกาศขายเสื้อต่อไป
“เร่เข้ามา ของดีของแปลกราคาเพียง 139 บาท”
ชนกชนม์ชักโมโห “เอ้าพี่ ขายตัดราคาแบบนี้ผมจะขายได้ไง”
“การค้าเสรีไม่มีกฎ เคยได้ยินไหม ใครใคร่ค้าค้า...ใครใคร่ขายขาย..เชิญครับ...ถูกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว 139 บาท” โตไม่ใส่ใจ ร้องขายต่อ
พวกชนกชนม์ผิดหวังที่โตขายเสื้อก๊อปแล้วยังตัดราคาอีก
ทันใดนั้น มีเสียงจากร้านค้าอีกฝั่งหนึ่งดังขึ้น เป็นร้านของหนิง
“เสื้อผ้าเก๋เท่มีแบบเดียวในโลก 119 บาท”
พวกชนกชนม์แปลกใจ หันไปมองตามเสียง
หนิงประกาศขายเสื้อที่เหมือนแบบของร้านชนกชนม์ แล้วก็ขายถูกมาก
คราวนี้โตเป็นฝ่ายโวยวายไม่พอใจ “ขายก๊อป ขายตัดราคา ทำงี้ได้ไงวะ”
โต เดินตรงไปโวยร้านของหนิงทันที
ชนิกานต์สะใจนัก “ทำกรรมใดไว้กรรมนั้นย่อมสนอง...สมน้ำหน้า!!”
ชนิกานต์หัวเราะสะใจ แต่พอหันไปเจอหน้าชนกชนม์ก็หัวเราะไม่ออก ชนกชนม์หน้าเศร้าสลดผิดหวังที่มีคนเลียนแบบ
ชนกชนม์เดินคอตกออกไป สุตาภัญมองด้วยความเป็นห่วง

ชนกชนม์เดินกลับมาที่ร้าน มองเสื้อในร้านอย่างเศร้าๆ สามคนตามเข้ามาปลอบใจ
“อย่าเพิ่งท้อนะ ช่วยกันขาย เดี๋ยวก็หมด” สุตาภัญปลอบ
ชนกชนม์ท้อ “ทั้งโดนก๊อป โดนตัดราคา ไปไม่รอดหรอก”
“ฉันบอกแล้ว ขายเสื้อผ้าใครๆ ก็ขายได้” ธีรดนย์บ่น
“จะเอาไงกับของพวกนี้ล่ะ” ชนิกานต์มองเสื้อผ้าที่วางขายอยู่ในร้าน
“ขายเอาทุนคืนแล้วกัน....คงต้องปิดกิจการ”
ชนกชนม์พูดจบก็เดินออกไป สุตาภัญแปลกใจว่าชนกชนม์ไปไหน
ธีรดนย์และชนิกานต์ช่วยประกาศขายเสื้อในราคาถูก
“เชิญครับ...วันนี้นาทีทอง ขายเพียง 99 บาท”
โตซึ่งกำลังทะเลาะกับหนิงฝั่งตรงข้าม หู่ผึ่ง หันขวับมามองที่ร้านชนกชนม์ทันที
ชนิกานต์ยิ้มหยันพูดเย้ย “หนึ่งเดียวในโลก...ถูกกว่านี้ไม่มีอีกแล้วค่ะ”
บรรดาจากร้านโตและร้านหนิง แห่เข้ามาแย่งซื้อเสื้อผ้า ธีรดนย์และชนิกานต์ช่วยขายเป็นระวิง สุตาภัญช่วยขาย แต่สายตามองหาว่าชนกชนม์ไปไหน?

ชนกชนม์เดินเหม่อ มองแผง มองร้านคนอื่นๆ ที่ขายของ ผิดหวังที่ล้มเหลวจากการขายเสื้อผ้า
จังหวะนั้นชนกชนม์โดนคนเบียด เพื่อแย่งไปยังร้านหนึ่ง ชนกชนม์มองไป แปลกใจที่เห็นคนกรูเข้าไปยังร้านๆ หนึ่ง เป็นร้ายขายเครื่องประดับ
สุตาภัญมองหาชนกชนม์ แล้วหันไปมองที่มุมหนึ่ง ชนกชนม์เดินตรงเข้าไปยังร้านเครื่องประดับ นั่งลงหยิบแหวนและต่างหูขึ้นมาดู
สุตาภัญยืนมองมา สงสัยว่าชนกชนม์คิดอะไรในใจ

ค่ำวันนั้น ณวัตรโทรศัพท์ติดต่อชนิกานต์ไม่ได้ ก็อารมณ์เสีย หงุดหงิดมาก โยนโทรศัพท์ทิ้ง
กัณฐิกาเข้ามาพอดี รู้สึกตกใจ
“มีอะไรคะ ใจเย็นๆ ค่ะ”
“ฉันโทร.ติดต่อนิกกี้ไม่ได้”
“แบตคงหมด อีกเดี๋ยวแกคงกลับมาแล้วค่ะ”
อุษาเข้ามาหาณวัตร
“คุณท่านมีอะไรให้รับใช้คะ”
“ฉันสั่งให้ลูกเธอมาพบฉัน ทำไมยังไม่มาอีก” ณวัตรเสียงขุ่น
“ธีรดนย์ยังไม่กลับมาค่ะ” อุษาบอกเสียงอ่อยๆ
“ดึกแล้วยังพาลูกฉันเถลไถล รีบโทรไปตามตัวกลับมาเดี๋ยวนี้”
“ค่ะ”
อุษาตกใจ รีบออกไปโทรศัพท์หาธีรดนย์ทันที กัณฐิกายิ้มพอใจที่ณวัตรจะจัดการเรื่องธีรดนย์กับชนิกานต์

กฤติยายืนฟังที่มุมหนึ่ง นิ่งคิด

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 9 (ต่อ)


*ตัวหนังสือสีแดงคือบทที่เพิ่มใหม่
เวลานั้นทั้งสี่คนอยู่ที่ร้านอาหารริมทาง ธีรดนย์ยกแก้วน้ำขึ้นชน

“ฉลองให้กับการปิดกิจการ”
ทุกคนนั่งนิ่ง ชนกชนม์นั่งเศร้า ชนิกานต์ต่อว่าธีรดนย์
“ไม่ขำนะ”
“คิดว่าฉันขำออกรึไง ฉันก็เป็นหุ้นส่วนเหมือนกัน หนทางสู่การเป็นเถ้าแก่พังลงในพริบตา”
สุตาภัญหันไปมอง ชนกชนม์ รู้สึกสงสารและเห็นใจ
ชนกชนม์หยิบแหวนที่ซื้อมา
“ให้แฟน?”
ชนกชนม์ไม่ปฏิเสธ แถมสวมแหวนใส่นิ้วตัวเอง ทุกคนมองแปลกใจ
ชนกชนม์หยิบต่างหูขึ้นมา แล้วติดที่หูตัวเอง ทุกคนมองด้วยความตกใจ
ธีรดนย์โวยวาย “แกช็อกถึงกับอยากแต่งหญิง”
ชนกชนม์ไม่ตอบหันมาถามสุตาภัญและชนิกานต์ “ทำไมผู้หญิงชอบซื้อแหวนซื้อต่างหู”
“ก็มันสวยดี....ของแบบนี้ ไม่แพง ซื้อง่ายด้วย”
สุตาภัญบอกชนิกานต์เสริม “แต่ฉันไม่เอาด้วยคนล่ะ ของแบกะดิน ไม่มีเกรด แล้วอีกอย่างมีขายเหมือนกันหมด โหล”
ชนกชนม์มองแหวนในนิ้วมือตัวเอง ธีรดนย์แปลกใจ
“นายคิดทำอะไร”
“คิดไปเรื่อย คิดอะไรก็ได้ที่ไม่หมกหมุ่นเรื่องเจ๊ง”
ทุกคนรู้สึกสงสารชนกชนม์ ทว่าชนกชนม์ไม่อยากให้เพื่อนเสียใจไปกับเขา พยายามบิ้วท์อารมณ์ ลุกขึ้นยกแก้วขึ้น
“ดื่มฉลองให้กับการปิดกิจการ...อวสานเถ้าแก่”
ทุกคนอึ้ง มองหน้ากัน ไม่กล้าชนแก้ว ชนกชนม์มองแล้วยิ้ม ทุกคนหยิบแก้วลุกขึ้น
“ชีวิตไม่สิ้น...ดิ้นกันต่อไป...เอ้าชน”
ลูกไม้หลากสีทั้งสี่ต้น ยิ้มมีความสุข และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

ไม่นานต่อมาธีรดนย์บอกสุตาภัญ
“ธีไปส่งบ้านนะ”
สุตาภัญยิ้มตกลง เสียงโทรศัพท์ธีรดนย์ดังขึ้น ธีรดนย์รับสาย
“สวัสดีครับแม่” อารมณ์ธีรดนย์เปลี่ยนเป็นเครียดทันที “ครับ..ผมจะรีบกลับ”
ทุกคนแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ธีรดนย์วางสายบอกสุตาภัญ
“ตา ผมไปส่งไม่ได้แล้ว แม่เรียกตัวกลับด่วน”
“นายกลับไปเลย เดี๋ยวฉันไปส่งตาไปส่งแฟนฉันเอง”
ชนิกานต์บอกแล้วเข้าไปควงแขนชนกชนม์
“คุณท่านเรียกตัวเธอกลับด้วย”
ชนิกานต์ไม่สน “ฉันจะไปส่งแฟนฉัน”
ชนกชนม์บอก “กลับเถอะ...อย่าให้คุณพ่อเป็นห่วง”
“ค่ะ...แฟนว่าไงแฟนก็ว่าตาม”
ชนิกานต์ยิ้มเอาใจชนกชนม์
ธีรดนย์กำชับชนกชนม์ “ชนม์ ฉันฝากดูแลแฟนฉันด้วยนะ”
“ได้เลยเพื่อน”
ชนกชนม์ยิ้มตอบ ชนิกานต์หันไปบอกสุตาภัญ
“ห้ามแตะอั๋งแฟนฉันนะตา”
สุตาภัญยิ้มตอบ ธีรดนย์นำชนิกานต์ไปยังที่จอดรถ
ชนกชนม์ผายมือเชิญสุตาภัญเพื่อเดินทางกลับไปบ้าน
สารวัตรและจ่าสนออกจากมุมที่ซ่อน สะกดรอยตามชนกชนม์และสุตาภัญไป โดยที่สองคนไม่รู้ตัว

ฟากณวัตรนั่งรอคอยชนิกานต์กับธีรดนย์อยู่ในห้องโถงคฤหาสน์ ท่าทีหัวเสียมาก อุษาเข้ามารายงาน
“ธีรดนย์กำลังพาคุณหนูมาค่ะ”
ณวัตรบ่นอุบ “มัวแต่พาลูกสาวฉันไปเถลไถล ทำอะไรที่ไม่ดี”
“เชื่อฉันเถอะค่ะ ธีรดนย์ไม่เคยคิดเกินเลยคุณหนู ฉันสอนให้ลูกรู้จักหน้าที่ของตัวเองและรู้เจียมตัว”
ณวัตรสวนกลับ “ไว้ใจมันได้ที่ไหน สัญชาติญาณผู้ชาย”!
อุษามองหน้าณวัตร ณวัตรพูดไปก็นิ่ง เหมือนพูดเข้าตัวเอง
“ไม่เหมือนกันทุกคนหรอกค่ะ...ฉันสอนให้ลูกรู้ว่าเป็นใคร อยู่ในฐานะอะไร....รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร”
ณวัตรรู้สึกเจ็บ เหมือนถูกอุษาตอกกลับเรื่องพฤติกรรมของณวัตร
กัณฐิกาเดินเข้ามาบอกณวัตร “หนูนิกกี้กลับมาแล้วค่ะ...มีอะไรค่อยพูดค่อยจานะคะ”
กัณฐิกาพูดจาดีๆ หวังให้ณวัตรใจเย็นลง

ธีรดนย์ขับรถกำลังจะเข้าไปยังบริเวณหน้าคฤหาสน์
ชนิกานต์บอกเสียงดัง “หยุดรถ”
ธีรดนย์แปลกใจ หยุดรถทันที
“มีอะไร”
“ฉันว่าตารักชนม์”
ธีรดนย์ไม่พอใจที่ชนิกานต์พูดอย่างนั้น

ชนกชนม์เดินไปส่งสุตาภัญ เข้ามาช่วยถือถุงของสุตาภัญ เป็นถุงที่สุรเดชให้มา
“ฉันถือให้”
“นายกลับไปเถอะ...อีกหน่อยเดียวก็ถึงบ้านฉันแล้ว”
“เธอไล่ฉัน”
“ไม่ได้ไล่ค่ะ...เห็นนายเหนื่อยมาทั้งวัน อยากให้นายไปพักผ่อนบ้าง”
ชนกชนม์ยิ้มแป้น “เป็นห่วงฉัน รักฉันล่ะสิ”
ชนกชนม์รู้สึกดีที่สุตาภัญเป็นห่วง สุตาภัญรู้สึกผิดต่อธีรดนย์ จึงวิ่งหนีออกไป

“ตา” ชนกชนม์ตามไป

ธีรดนย์เดินหนีลงจากรถ จะเดินไปยังคฤหาสน์ ชนิกานต์เดินตาม

“ฉันพูดจริงนะ ยัยตามีใจให้ชนม์”
“หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว..ตาเป็นแฟนฉัน ตาไม่ทรยศต่อความรู้สึกของฉัน”
“แล้วภาพนี้มันหมายความว่าไง”
ชนิกานต์ส่งมือถือให้ธีรดนย์เพื่อดูภาพถ่ายที่เก็บไว้

สุตาภัญมาหยุดที่มุมหนึ่งในสวนหย่อม ชนกชนม์วิ่งตามเข้ามาทางด้านหลังสุตาภัญ
“เธอเป็นอะไร ฉันขอโทษ ถ้าฉันพูดอะไรให้เธอไม่สบายใจ”
สุตาภัญพยายามกลั้นน้ำตาไว้ “นายกลับไปเถอะ”
ชนกชนม์เป็นห่วง เข้ามาดูสุตาภัญที่ด้านหน้า เห็นสุตาภัญร้องไห้ก็ใจหาย
“ตา...”
ชนกชนม์เข้าไปจะเช็ดน้ำตาให้สุตาภัญ สุตาภัญปัดมือออก
“อย่าทำอย่างนี้เลย...มันจะทำให้ฉันรู้สึกผิดกับธีมากไปกว่านี้”
ชนกชนม์แปลกใจที่สุตาภัญพูดความรู้สึกที่มีต่อธีรดนย์ให้ตนฟัง

ธีรดนย์รับมือถือจากชนิกานต์มองดูภาพ เป็นภาพถ่ายเหตุการณ์วันที่เขากับธีรดนย์ไปถ่ายแบบ ในห้างสรรพสินค้า แล้วมาเจอสุตาภัญใส่ชุดหมี ถ่ายร่วมกันสี่คน ธีรดนย์กดซูมภาพให้ใหญ่ขึ้น จึงสังเกตเห็นว่าภาพหมู่สี่คนนั้นสุตาภัญมองชนกชนม์ และชนกชนม์ก็มองสุตาภัญตลอด
“ฉันไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม? สองคนนี้ต้องมีใจให้กัน”
ธีรดนย์รู้สึกเสียใจ ไม่อาจรับความจริงนี้ได้
“เธอคิดมากไปเอง ตาเขารักฉัน”
ธีรดนย์ส่งโทรศัพท์คืนให้ชนิกานต์
“เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว!”
ธีรดนย์จะเดินเข้าไปยังคฤหาสน์ ชนิกานต์พูดไล่หลัง
“นายไม่เอะใจสักนิดเหรอ ทำไมสองคนนั่นถึงไปขายของพร้อมกัน”
ธีรดนย์หยุดเดิน หันกลับมามองชนิกานต์

ตรงมุมหนึ่งที่สวนสาธารณะหมู่บ้าน ชนกชนม์เดินเข้ามาหาสุตาภัญ
“ชนกชนม์ ฉันเป็นแฟนที่แย่มากใช่ไหม ฉันไม่เคยรู้สึกห่วงใย หรือแคร์ความรู้สึกของเขา”
“เธอไม่ได้รักธีรดนย์”
“ฉันไม่เคยรู้สึกกับธีมากเกินกว่าความเป็นเพื่อน”
“แล้วทำไมเธอถึงเลือกคบธีเป็นแฟน”
สุตาภัญไม่กล้าบอกความในใจ เพราะไม่อยากทำร้ายชนิกานต์ รีบเปลี่ยนเรื่อง
“นายสัญญากับฉันได้ไหม? อย่าทำร้ายความรู้สึกนิกกี้”
ชนกชนม์พูดไม่ออก
“นิกกี้เป็นผู้หญิงที่น่าสงสาร นิกกี้ต้องการความรักจากใครสักคนที่จะดูแลและอยู่เคียงข้างเธอตลอดเวลา”
สุตาภัญขอร้องชนกชนม์อีกจนได้

ฝ่ายชนิกานต์บอกธีรดนย์
“เขาบอกว่าเจอกันหน้าซอยโดยบังเอิญ แสดงว่าตาเพิ่งออกมาจากบ้าน แต่ฉันโทร.ไปเมื่อกลางวัน..คุณแม่บอกว่าตาออกมาตั้งแต่เช้า”
ธีรดนย์ไม่กล้ายอมรับความจริง “ตาคงออกไปธุระหรือไม่ไปแวะไปช่วยงานที่ชมรม”
“ชนม์เย็บปักถักเสื้อเป็นรึไง”
ธีรดนย์คิดตามที่ชนิกานต์พูด ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ที่เขาเห็นนิ้วสุตาภัญติดพลาสเตอร์ยา
ชนิกานต์พูดต่อ “ฉันพยายามจะไม่คิด แต่เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น มันทำให้ฉันอดคิดไม่ได้....ถ้าชนม์รักตาจริงๆ แล้วฉันล่ะ..ฉันล่ะทำยังไง”
ชนิกานต์ร้องไห้ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
กฤติยาเดินออกมาที่มุมหนึ่ง เห็นธีรดนย์กับชนิกานต์ก็หลบมอง
ธีรดนย์สงสารเข้ามาประคองชนิกานต์
“หยุดร้องได้แล้ว เธอคิดมากไปเอง ชนม์มันรักเธอ”
ชนิกานต์มองธีรดนย์ “แล้วนายล่ะ”
ธีรดนย์แปลกใจ “ฉัน...”
ชนิกานต์รอฟัง
“ฉันก็รักตาสิ”
ชนิกานต์รู้สึกเจ็บแปล๊บภายในใจ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า เธอเริ่มมีใจให้ธีรดนย์ไปแล้ว
จังหวะนั้นณวัตรเดินเข้ามา เห็นภาพธีรดนย์ประคองกอดชนิกานต์ ก็ตวาดใส่
“ธีรดนย์”
“คุณท่าน” ธีรดนย์ตกใจมาก

กัณฐิกายืนดูเหตุการณ์อยู่ที่มุมหนึ่ง สะใจที่ณวัตรจะเป็นเครื่องมือกีดกันไม่ให้ชนิกานต์อยู่ใกล้ธีรดนย์

ฝ่ายสุตาภัญเดินเข้ามาหาจับมือชนกชนม์พูดอ้อนวอน

“ฉันขอนะ”
“เมื่อไหร่เธอจะเลิกคิดถึงคนอื่น หันมารักตัวเองบ้าง”
สุตาภัญไปไม่เป็น
“ฉันรู้...ว่าเธออยากเห็นทุกคนมีความสุข ฉันเองก็อยากเห็นเธอมีความสุข หยุดหลอกตัวเองเถอะ เธอไม่ใช่นางฟ้า...เธอคือสุตาภัญ ผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องการความรักเหมือนคนอื่นๆ”
ชนกชนม์พยายามพูดให้สุตาภัญเลิกเสียสละความสุขของตัวเอง ทำในสิ่งที่ใจตัวเองต้องการ
สุตาภัญได้ฟังก็สะเทือนใจ โผเข้ากอดชนกชนม์ร้องไห้โฮ ชนกชนม์กอดปลอบใจสุตาภัญ..
“เธอไม่พร้อมจะพูดความจริงในใจ ฉันก็จะพูดเอง...” ชนกชนม์มองตาสุตาภัญ “ฉัน...ฉัน...”
สุตาภัญมองตอบรอฟังคำพูดชนกชนม์ แต่แล้วสุรเดชเข้ามาขัดจังหวะหวานๆ นั้น
“ขอโทษที่มาขัดจังหวะเพื่อน”
ชนกชนม์และสุตาภัญตกใจ ถอยออกห่างโดยอัตโนมัติ
“แกมาทำไม”
“มาเอาของ” สุรเดชบอก
ชนกชนม์แปลกใจ “ของ”
สุรเดชชี้ไปที่ถุงในมือสุตาภัญ สุตาภัญแปลกใจ
จู่ๆ เปี๊ยกวิ่งเข้ามาตะโกนเสียงดัง
“ยมฑูตตามมาเว้ย”
สารวัตรและจ่าสนกำลังจะวิ่งเข้ามา
จ่าวิ่งมาล็อคตัวเปี๊ยกไว้ จับเปี๊ยกกดคอนอนคว่ำแล้วใส่กุญแจมือ
ชนกชนม์และสุตาภัญตกใจ สุรเดชลากชนกชนม์ให้วิ่งออกไป
“หนีเร็ว!”
ชนกชนม์ตกใจ คว้าตัวสุตาภัญวิ่งตามสุรเดชออกไป
สารวัตรตะโกนก้อง “หยุด”

พอธีรดนย์เดินเข้ามาในห้องรับแขก เห็นอุษานั่งที่มุมหนึ่ง สีหน้าวิตกกังวล ขณะที่กัณฐิกานั่ง อยู่คู่กับณวัตร ธีรดนย์มองณวัตร เริ่มประหม่า..นั่งลงกับพื้น ชนิกานต์เดินตรงเข้ามายืนหน้าณวัตร
“มีเรื่องอะไรกันคะ ถึงต้องโทรตามด่วน...” ก่อนจะมองไปยังกัณฐิกา “นังเมียใหม่สร้างปัญหา แพทศยากับใครอีกคะคุณพ่อ”
ณวัตรเสียงนิ่งแต่ดุ “ลูกขึ้นห้อง”
กัณฐิการู้สึกผิดหวังที่ณวัตรไม่เล่นงานชนิกานต์อย่างที่เธอต้องการ
“คุณพ่อยังไม่ตอบนิกกี้เลยว่า เมียใหม่วัยทองมัน...”
ณวัตรพูดสวนขึ้น “พ่อบอกให้ขึ้นห้อง!!”
ชนิกานต์ไม่พอใจที่ถูกตวาดต่อหน้ากัณฐิกา อุษารีบเข้ามาหาชนิกานต์
“คุณหนูไปพักเถอะค่ะ...ป้าจะเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้ค่ะ”
อุษาพาตัวชนิกานต์ออกไป ชนิกานต์สะบัดตัว แล้วเดินกลับไปยังห้อง ธีรดนย์คิดว่าไม่มีอะไรแล้ว ไหว้ขอตัว
“ผมขอตัวนะครับ”
“ฉันมีเรื่องต้องคุยกับแก”
ธีรดนย์แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ โดยที่มุมหนึ่ง กฤติยายืนแอบฟังว่าณวัตรจะทำอย่างไร?

ชนกชนม์จับมือสุตาภัญวิ่งหนีเข้ามาที่บริเวณสุสานรถไฟ หันไปถามสุรเดช
“ไอ้เดช ตำรวจไล่มาทำไม”
“อย่าเพิ่งถาม หนีไปก่อน”
สุรเดชบอกทางให้ชนกชนม์และสุตาภัญวิ่งหนีไป
สารวัตรวิ่งไล่กวดมาติดๆ มองหาพวกชนกชนม์ แล้ววิ่งตามไปอีกทาง

สุรเดชวิ่งนำไป ชนกชนม์ดึงมือไว้คาใจที่ต้องวิ่งหนีตำรวจไม่เลิก คิดว่าต้องมีอะไรแน่
“แกบอกฉันมา เกิดอะไรขึ้น”
“บอกว่าอย่าถามตอนนี้ เอาตัวให้รอดก่อน” สุรเดชเฉไฉ
“ฉันไม่ไป จนกว่าแกจะพูดความจริง”
ชนกชนม์ซักคาดคั้นสุรเดช สุตาภัญยกถุงที่ถือไว้ถาม
“เกี่ยวกับของในถุงนี่ใช่ไหม”
“เอามาให้ฉัน แล้วพวกแกหนีไปซะ!”
สุรเดชแย่งถุงจากสุตาภัญ แต่ถูกชนกชนม์แย่งถุงคืนมาได้
“เฮ้ย อย่า”
ชนกชนม์หยิบกล่องในถุงออกมาดู เปิดดูภายในเป็นห่อยา
“ยา”
ชนกชนม์และสุตาภัญตกใจ
จังหวะนั้นสารวัตรวิ่งมาที่มุมหนึ่ง สุรเดชรีบลากชนกชนม์และสุตาภัญวิ่งหนีออกไป
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ”

สารวัตรตะโกนแล้ววิ่งไล่ตามพวกชนกชนม์ไป

ส่วนธีรดนย์มองณวัตรนิ่งๆ รอฟังเรื่องที่ณวัตรจะคุยด้วย

ณวัตรพูดด้วยดีๆ “ฉันขอบใจนายมากที่ดูแลลูกสาวฉันดีตลอดมา...ไม่มีใครที่ฉันไว้ใจเท่านายอีกแล้ว”
ธีรดนย์ยกมือไหว้ “ขอบคุณครับคุณท่าน”
ณวัตรยิงตรง “คิดยังไงกับลูกฉัน”
ธีรดนย์นิ่ง..รู้สึกแปลกใจในคำถาม “ผม...”
ณวัตรสวนคำขึ้น คาดคั้นจะเอาคำตอบ “นายรักนิกกี้!”
ธีรดนย์ตกใจไม่คิดว่าณวัตรจะถามอย่างนี้

กฤติยาที่แอบฟังอยู่ลุ้นอยากรู้คำตอบจากธีรดนย์ กัณฐิกาจ้องมอง รอฟังคำตอบจากธีรดนย์
ณวัตรเสียงดัง “ตอบมา”
“เราโตมาด้วยกัน ผูกพันกันเหมือนพี่น้อง ผมไม่เคยคิดอะไรเกินเลยไปกว่านั้นครับ”
กฤติยายิ้มพอใจที่ธีรดนย์ไม่ได้รักชนิกานต์ กัณฐิกาก็ยิ้มพอใจ
ณวัตรพอใจคำตอบ “แกคิดได้อย่างนั้นก็ดี...แกต้องระลึกไว้เสมอ..ว่าแกเป็นลูกคนใช้”
ธีรดนย์รู้สึกเจ็บแปลบกับคำที่ณวัตรเรียกตน
“สถานภาพแกกับลูกสาวฉันต่างกันราวฟ้ากับเหว ทำอะไรก็คิดให้มาก แล้วก็พึงสำนึกบุญคุณที่ฉันเลี้ยงดูแกมา...ถึงฉันจะดูแลเสมือนลูกคนหนึ่ง...แต่แกก็ไม่ใช่ลูกฉัน...แกมันลูกคนใช้”
ณวัตรเรียกจิกธีรดนย์อีก
“ครับ...ผมเข้าใจครับ”
ธีรดนย์รับคำ ณวัตรยิ้มพอใจ
อุษายืนฟังที่มุมหนึ่ง รู้สึกสงสารลูกชายจับใจ รู้ดีว่าธีรดนย์เจ็บปวดที่ถูกกดขี่

ขณะที่ชนกชนม์จูงมือสุตาภัญวิ่งหนี แต่สุตาภัญเกิดสะดุดหกล้ม
“ตา...”
“ฉันวิ่งไม่ไหวแล้ว”
ชนกชนม์เป็นห่วงสุตาภัญสุรเดชไม่พอใจ เข้ามากระชากแย่งถุงไป
“เอาตัวให้รอดแล้วกัน” สุรเดชวิ่งหนีไป
“ไอ้เดช!”
ชนกชนม์เข้ามาดูแลสุตาภัญ แต่มองไปเห็นสารวัตรกำลังมองหาพวกตน ชนกชนม์รีบพาตัวสุตาภัญไปหลบที่มุมหนึ่ง
“เธอหลบตรงนี้ ฉันจะหลอกล่อไปอีกทาง แล้วเธอรีบวิ่งหนีกลับบ้านไป”
“แล้วนายล่ะ”
“ไม่ต้องห่วงฉัน”
สารวัตรมองมายังตำแหน่งที่ชนกชนม์ซ่อนตัว ชนกชนม์รีบทำทีเป็นย่องๆ มาแล้ววิ่งหนี เพื่อหลอกล่อ สารวัตรเห็นหลังชนกชนม์วิ่งหนี ก็รีบวิ่งตามไป
สุตาภัญออกจากที่ซ่อน เป็นห่วงชนกชนม์

ชนกชนม์วิ่งหนีไป หันกลับไปมองไม่เห็นสารวัตรก็อุ่นใจ แต่แล้วสารวัตรเข้ามาอีกทาง ชนกชนม์ตกใจจะวิ่งหนี สารวัตรกระโจนเข้าจับ ล๊อคตัวชนกชนม์ ใส่กุญแจมือ
“แกเสร็จฉันแล้ว”
ชนกชนม์ตกใจที่ถูกจับใส่กุญแจมือจนได้
สุตาภัญยืนมองอยู่ที่มุมหนึ่ง เป็นห่วงชนกชนม์มาก

ด้านธีรดนย์เดินเข้ามาในห้องนอนตัวเอง โวยวายลั่น หยิบข้าวของในห้องปาทิ้งระบายอารมณ์ที่ถูกกดขี่ กฤติยาเดินมาหยุดอยู่นอกห้อง ได้ยินเสียงจากข้างใน...รู้สึกสงสารธีรดนย์

ฝ่ายกัณฐิกาเข้ามาบอกณวัตร สองคนอยู่ในห้องนอนแล้ว
“อย่าหาว่ากัณก้าวก่ายเลยนะคะ ธีรดนย์ไม่ใช่คนผิด ธีรดนย์ทำตามหน้าที่ คุณควรจะปรามหนูนิกกี้”
“คุณก็รู้ว่าลูกสาวผมดื้อรั้นขนาดไหน
“คุณห้ามหนูนิกกี้ไม่ได้ ก็มาลงที่ธีรดนย์”
ณวัตรอึ้ง
“คุณไม่ห่วงความรู้สึกของธีรดนย์เหรอคะ? กัณเกรงว่าธีรดนย์จะน้อยใจแล้วคิดมาก”
ณวัตรย้อนถาม “ทำไมคุณถึงห่วงใยเจ้าธีนักหนา”
กัณฐิกาพูดไม่ออก
ณวัตรยิ้มให้กัณฐิกา “ผมรู้ คุณห่วงใย...เพราะแคร์ทุกคนในบ้าน”
กัณฐิกาโล่งใจยิ้มตอบ
“ผมดีใจที่มีคุณคอยทำหน้าที่เป็นคุณผู้หญิง ดูแลทุกข์สุขของทุกคน”
“ฉันบอกแล้วไงคะ..ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง....ที่เลือกฉันเป็นภรรยา”

กัณฐิกาเข้าไปซบไหล่อิงแอบออดอ้อน ณวัตรหอมแก้มตอบ กัณฐิกายิ้มเยื้อนอย่างพอใจ

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 9 (ต่อ)

ขณะที่ กัณฐิกาเดินออกจากห้อง ยิ้มพอใจที่ณวัตรไม่ระแวงสงสัยในความรู้สึกที่ตนมีต่อธีรดนย์ กฤติยาเดินเข้ามาหากัณฐิกา

“ยินดีด้วยนะคะ แผนสกัดคู่แข่งท่าจะได้ผล”
กัณฐิกาแปลกใจที่กฤติยารู้แผนการของเธอ “แกพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ”
“ไม่เข้าใจ รึไม่อยากรับความจริง..แม่รู้ไว้ด้วยนะคะ..มันไม่ง่ายนักหรอก ถ้าแอนยังอยู่ที่นี่” พูดจบกฤติยาก็เดินออกไปเลย
“กลับมาคุยให้รู้เรื่อง”
กัณฐิกาไม่พอใจ เดินตามกฤติยาออกไป
อุษาออกจากห้องชนิกานต์ ได้ยินสองคนคุยกันก็แปลกใจปนสงสัย

กฤติยายังคงเดินหนี กัณฐิกาตามติดกระชากตัวกลับมาหา
“ที่แกพูด..หมายความว่าไง”
“แม่กำจัดศัตรูไปได้หนึ่ง แต่ยังเหลืออีกหนึ่ง”
กัณฐิกาไม่พอใจที่กฤติยาแสดงตัวชัดเจนว่าชอบธีรดนย์ “แก”
“เอ่อ...ขอบคุณนะคะแม่ ที่ช่วยกำจัดศัตรูตัวฉกาจอย่างยัยนิกกี้ให้แอน”
กัณฐิกาตกใจ “แกอ่อยคุณณวัตรไม่พอ ยังคิดยุ่งธีรดนย์”
“ไม่เห็นต้องตกใจเลย แม่เองก็ยังควบสอง แอนบอกแล้วไงคะ ลูกเป็ดเดินตามแม่เป็ด”

อุษาเดินมามองหากัณฐิกาและกฤติยา อยากรู้ว่าทั้งสองคุยอะไรกัน
อุษาหยุดมองหา แล้วได้ยินเสียงกัณฐิกาดังมาจากมุมหนึ่ง
“ไม่ต้องมาย้อนฉัน นังลูกไม่รักดี!”
อุษาแปลกใจในคำพูดของกัณฐิกา มองไปยังที่มาของเสียง แล้วเดินเข้าไปยังบริเวณนั้นทันที

ฝ่ายกฤติยาหันไปย้อนกัณฐิกา
“แอนรักดีต่างหาก แอนถึงได้เจริญรอยตามสิ่งที่แม่ทำ สิ่งที่แม่เป็น..แอนเป็นลูกของแม่นี่คะ”
อุษาเดินเข้ามาในจังหวะที่กฤติยาพูดจบประโยค หยุดยืนนิ่งฟังอยู่ที่มุมหนึ่ง
บังเอิญกัณฐิกาเห็นอุษายืนที่มุมหนึ่ง ก็รีบแก้สถานการณ์
“อย่าดื้อกับแม่สิ ถึงเราจะเป็นแม่ลูกบุญธรรม แต่แม่รักแอนเหมือนลูกของแม่จริงๆ”
พลางกัณฐิกาดึงตัวกฤติยาเข้ามากอด กฤติยาแปลกใจในท่าทีของกัณฐิกา
กัณฐิการีบกระซิบบอก “นังอุษามันแอบฟัง”
กฤติยาสะบัดตัวออกห่างกัณฐิกา มองไปที่มุมหนึ่ง เห็นอุษายืนห่างออกไป
กัณฐิกาพูดจาดีๆ “นี่ก็ดึกแล้ว..หลานไปนอนเถอะ น้าไปส่ง”
กัณฐิกาพากฤติยาออกไปจากบริเวณนั้น
อุษาออกจากที่ซ่อน แปลกใจและสงสัยในพฤติกรรมของทั้งสองตะหงิดๆ

ชนกชนม์ถูกจับเข้าห้องขัง
“คุณตำรวจก็ค้นตัวแล้วไม่มียาสักเม็ด ปล่อยผมไป...ผมไม่ได้ขายยา!”
“แกสมรู้ร่วมคิดกับเพื่อนแก คราวที่แล้วเป็นตัวล่อให้ฉันหัวปั่นฉันต้องเอาแกเข้าคุกให้ได้!” สารวัตรจ้องหน้า
“สารวัตร...ผมไม่รู้เรื่องจริงๆ ครับ”
“คืนนี้นอนในคุก...ฉันให้โอกาสแกคิดทบทวน ระหว่างสารภาพได้รับโทษลดลง..หรือปากแข็งติดคุกตลอดชีวิต”
สารวัตรขู่ชนกชนม์แล้วเดินออกไปกับจ่าสน
“ผมไม่ได้ทำผิด....ปล่อยผม”
ชนกชนม์เสียใจที่ต้องมาติดร่างแห และนึกโกรธสุรเดช

“ไอ้เดช”

ด้านสุรเดชตัวแสบกำลังส่งห่อยาให้เฮียปรัชญา

“ทำไมส่งช้านักวะ”
“ผิดคิวนิดหน่อยครับเฮีย” สุรเดชบอก
ปรัชญาส่งเงินให้สุรเดชรับมา..แล้วแบมือขอเพิ่ม
“ขอค่าทำขวัญเพิ่มนะครับเฮีย...งวดนี้แทบตาย แล้วอีกอย่างตำรวจตามเล่นงานผม...ผมคงต้องเก็บตัวพักนึง!”
“ไม่มีปัญหา...” ปรัชญาบอกการ์ด “แกไปกดเงินให้มัน”
“ครับเฮีย!”
สุรเดชยิ้มพอใจ คิดว่าเฮียปรัชญายอมจ่ายเพิ่มเป็นค่าทำขวัญ

เวลาเดียวกันชยางกูรรับเงินจากโต๊ะพนัน เห็นมีเงินกองมากมาย หันไปบอกเพทาย
“ฉันบอกแล้วไง ฉันต้องเอาคืนให้มากกว่าเดิม”
ชยางกูรหัวเราะชอบใจที่เล่นชนะได้เงินเยอะ
ระหว่างนั้นการ์ดเดินนำสุรเดชมา สุรเดชเดินกร่างมาชนชยางกูรจังๆ ชยางกูรหันไปมองไม่พอใจ
สุรเดชยิ้มเย้ย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป หวังเย้ยที่เคยแย่งโทรศัพท์ชยางกูรมาการ์ดนำเดินสุรเดชออกไป ชยางกูรแค้นคิดทำอะไรบางอย่าง

การ์ดเดินนำมาสุรเดชมาที่เปลี่ยว
“ซ่อนเงินไว้แถวนี้เหรอวะ”
สุรเดชพูดไม่ทันจบคำ การ์ดเข้ามาต่อย และกระทืบสุรเดชเต็มหมัดเต็มตีน จนสุรเดชทรุดตัวหมอบเจ็บที่พื้นร้องลั่น
“โอ๊ย ทำอะไรวะ..โอ๊ย..อย่า”
การ์ดรุมต่อยเตะสุรเดชไม่ยั้ง จนสุรเดชทรุดลงกองคาพื้น
จู่ปรัชญาเดินเข้ามาสุรเดชคลานเข้าไปขอร้อง
“เฮีย..ฉันไม่เอาเงินแล้ว..ปล่อยฉันไปเถอะ”
ปรัชญาเอาเท้าเหยียบหน้า “ฉันไม่ชอบให้ใครมาต่อรอง!”
สุรเดชยกมือไหว้ปลกๆ “ผมขอโทษครับเฮีย”
ปรัชญาและการ์ดเดินออกไป สุรเดชมองตาม แอบด่าคนเดียว
“ไอ้เชี๊ยยย เล่นกูหนักเลยนะมึง วันหน้าโดนตีนกู”
สุรเดชบ่นแล้วมีใครเดินเข้ามา สุรเดชตกใจเงยหน้ามอง
เห็นชยางกูรมองหน้า แล้วเตะเสยเข้าหน้าสุรเดชจนล้มลงกับพื้น
ชยางกูรส่งสัญญาณให้เพทาย เพทายเข้าไปดึงตัวสุรเดชขึ้นมา ชยางกูรควักล้วงเอามือถือออกมา
“เอาโทรศัพท์แกคืนไป...ฉันไม่ใช้แล้ว”
ชยางกูรหยิบเงินขึ้นมาโชว์..บอกเพทาย “กระทืบมัน....ตีนละพัน!”
สุรเดชตกใจร้องลั่น “อย่า”
เพทายเข้าไปต่อยและกระทืบสุรเดช ชยางกูรกดถ่ายคลิปแล้วก็ถ่ายภาพนิ่งไว้
“กล้องยังชัดดี”
สุรเดชนอนสลบจมกองเลือด ชยางกูรโยนโทรศัพท์ใส่ตัวสุรเดชแล้วเดินหนีไป เพทายตาม
ภาพบนจอมือถือ เล่นวิดีโอตอนสุรเดชโดนกระทืบ

ชนกชนม์นั่งจับเจ่าอยู่ในคุก นึกเสียใจที่ต้องติดคุกโดยที่ตัวเองไม่ได้ทำผิด ระหว่างนั้นชนกชนม์รู้สึกเหมือนมีคนเดินตรงเข้ามาทางห้องฝากขังของโรงพัก จึงมองตรงไป เห็นสุรเดชในสภาพบักโกรก เสื้อผ้าเนื้อตัวโชกเลือด เดินเซๆ เข้ามา
ชนกชนม์ตกใจ “ไอ้เดช”

ฝ่ายธีรดนย์ยืนร้องไห้อยู่หน้ารูปพ่อบนหิ้ง อุษาเข้ามาในห้อง เห็นสภาพห้องที่เละเกลื่อนกระจาย รีบเข้าไปหาธีรดนย์ด้วยความเป็นห่วง
“ลูก”
ธีรดนย์หันหน้ามา น้ำตาอาบแก้ม
“แม่ได้ยินแล้วใช่ไหม ในที่สุดเขาก็ไม่ได้รักเราเหมือนที่เคยสัญญากับพ่อ”
ธีรดนย์หันกลับไปมองภาพถ่ายพ่ออย่างปวดใจ นึกถึงเรื่องในอดีตตอนเป็นเด็ก

ในตอนนั้นณวัตรถือธูปมาไหว้หน้ารูปพ่อของธีรดนย์
“ขอให้นายไปสบาย ไม่ต้องห่วงทางนี้ ฉันจะรัก ดูแลเมียและลูกของนายให้เหมือนลูกของฉัน”
เด็กชายธีรดนย์ยืนมองและฟังคำสัญญาของณวัตรที่ให้กับรูปถ่ายพ่อ

ธีรดนย์ดึงตัวเองกลับมาบอกอุษาอย่างเจ็บใจ
“สุดท้ายแล้ว...เขาก็มองเราเป็นแค่ขี้ข้าคนนึง”
“ลูกอย่าไปตำหนิท่านเลย...ท่านพูดไปเพราะรักคุณหนูมาก”
ธีรดนย์โวยวาย “พ่อตายก็เพราะความเจ้าชู้ของเขา มันเป็นความผิดของเขา”
อุษาปราม “ไม่เอานะ..เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ต้องให้แม่เตือนกี่ครั้งว่าบุญคุณท่านยิ่งใหญ่ต่อครอบครัวเรา”
“คำก็บุญคุณสองคำก็บุญคุณ แล้วบาปที่เขาก่อไว้กับครอบครัวเราล่ะแม่”
อุษาสะท้อนใจ แต่ก็ต้องยอมรับชะตากรรม “มันเป็นกรรมของเราเอง กรรมเก่าที่เราทำไว้ เราถึงต้องชดใช้กรรม”
“ผมจะไม่ยอมจำนนต่อบุญกรรมใดๆอีก”
“ธี....หยุดเจ้าคิดเจ้าแค้นได้แล้ว”
ธีรดนย์นิ่งลง
“อย่าทำให้แม่ห่วงไปกว่านี้....ในวันที่ไม่มีแม่...แม่เป็นอะไรไป ใครกันจะคอยปรามลูก”
ธีรดนย์ใจหาย “แม่อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ แม่ต้องอยู่กับผมตลอดไป เราจะต้องมีชีวิตใหม่ด้วยกัน”
ธีรดนย์เข้ากอดอุษา สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้อย่างน่าเวทนา

ชนกชนม์ลุกขึ้นมาที่กรงรั้ว
“แกไปโดนอะไรมา”
“กินยำตีนสิเพื่อน.....โครตอร่อยเลย...โอกาสหน้าจะเอามาให้กิน”
“เลิกพูดเล่นได้แล้ว แกรีบไปหาสารวัตร สารภาพความจริงทั้งหมด”
ระหว่างนั้นสารวัตรเดินตรงเข้ามาหา ชนกชนม์ยิ้มดีใจ คิดว่าสารวัตรมาเพื่อปล่อยตัว
“บอกหมดเปลือกเลยเพื่อน...แกเป็นหนึ่งในแก๊งลูกเทวดา ขายยากับฉันมานานแล้ว”
ชนกชนม์ตกใจแทบช็อก
“หลักฐานและพยานมัดตัวแกแน่นหนา..พรุ่งนี้ขึ้นศาล แกต้องติดคุกตลอดชีวิต”

ชนกชนม์หันมาชี้หน้าด่าสุรเดช “ไอ้เดช แกทำกับฉันได้ไงวะ”

รุ่งเช้าสุตาภัญสะดุ้งตกใจตื่นจากฝันร้าย ที่ฝันว่าสุรเดชให้การกับตำรวจซัดทอดว่าชนกชนม์ค้ายา

“ชนกชนม์”
สุตาภัญมองมือข้างหนึ่งที่กำจี้สร้อยภาพครอบครัวชนกชนม์ไว้แน่นตั้งแต่เมื่อคืน สุตาภัญกังวลใจเป็นห่วงชนกชนม์มาก คิดหาทางช่วยชนกชนม์ให้ได้

ฝ่ายชนกชนม์นั่งอยู่ในคุก รับรู้ว่ามีคนเดินเข้ามาทางห้องขังบนโรงพัก ชนกชนม์เงยหน้ามอง
“ตา...”
สุตาภัญเข้ามาเกาะกรงขัง เป็นห่วงชนกชนม์นัก
“นายเป็นยังไงบ้าง”
“เธอไม่น่ามาที่นี่เลย กลับไปเถอะ”
“ฉันมาให้ปากคำเป็นพยานให้เธอ ว่าเธอไม่เกี่ยวกับการค้ายา” สุตาภัญว่า
ชนกชนม์ฟังแล้วตกใจ “เธออาจต้องเดือดร้อนไปด้วย พ่อแม่เธอคงไม่พอใจ”
“ช่างมันเถอะ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด....ฉันทิ้งนายไม่ได้”
ท่าทีจริงจังของเด็กสาวยิ่งทำให้ชนกชนม์ซึ้งน้ำใจสุตาภัญ ทั้งสองมองหน้ากันนิ่งนาน
สุตาภัญนึกขึ้นได้รีบหยิบกล่องข้าวในถุงผ้าออกมา
“ฉันทำข้าวกล่องมาให้”
ชนกชนม์ทอดอาลัย “ไม่เป็นไร ฉันไม่หิว”
“ไม่หิวก็ต้องทาน” ว่าพลางสุตาภัญเปิดกล่องข้าว “ฉันลงมือทำเองเลยนะ”
สุตาภัญตักอาหารป้อนข้ามลูกกรงให้ ชนกชนม์มองสุตาภัญรู้สึกซึ้งใจมาก เด็กหนุ่มน้ำตาซึม
“เธอ”
สุตาภัญฝืนยิ้ม “ผู้ชายอะไรร้องไห้เก่งจัง”
ชนกชนม์ฝืนยิ้ม กินอาหารที่สุตาภัญป้อนให้
สุตาภัญตักป้อน ชนกชนม์ร้องไห้น้ำตาไหลไม่หยุด
สุตาภัญเองก็สุดกลั้น ป้อนไป พูดไป ร้องไห้ไป “อาหารฉันไม่อร่อยรึไงถึงกินน้ำตาแทนข้าว”
สุตาภัญตักอาหารป้อนให้ชนกชนม์ ชนกชนม์อ้าปากทานอาหารทั้งน้ำตา
สุตาภัญร้องไห้ขณะบอก “กินเยอะๆ นะ”
ชนกชนม์ยิ้มทั้งน้ำตา “อร่อยมาก...ฉันจะกินให้หมดกล่องเลย”
สุตาภัญยิ้มทั้งน้ำตา ป้อนอาหารให้ชนกชนม์ซึ้งน้ำใจจับมือสุตาภัญแน่น
“ฉันขอบใจจริงๆ”
“ฉันจะไม่ทิ้งนาย....ฉันจะช่วยนาย”
สุตาภัญให้คำมั่นสัญญากับชนกชนม์อย่างหนักแน่น

สุตาภัญทำอย่างที่พูด หลังจากนั้นไม่นั่นเด็กสาวพาตัวเองเดินมาหยุดหน้าบ้านวีรภัทรพ่อของชนกชนม์ มองตรงไป คิดถึงคำขอของชนกชนม์

ก่อนหน้านี้ที่หน้าห้องขังบนโรงพัก สุตาภัญเอ่ยขึ้น
“คุณพ่อนายเป็นข้าราชการ...คงจะหาทางช่วยได้”
“อย่าไปรบกวนท่าน.. ฉันขอร้อง”
สุตาภัญสงสัย “ทำไมล่ะ”
“ฉันไม่อยากให้คุณพ่อมีปัญหากับน้านัชชา...สัญญากับฉันนะ เธอจะไม่ไปที่นั่น”

สุตาภัญดึงตัวเองออกจากห้วงคำนึง ยืนมองเข้าไปในบ้านวีรภัทร
“ฉันขอโทษ...ฉันไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว”

ทางด้านชนิกานต์แต่งชุดนักศึกษาเข้ามาในห้องครัว กำลังโวยวายกับอุษาที่กำลังทำอาหารอยู่
“ป้าอุษา ทำไมยังไม่ทำอาหารให้นิกกี้อีก นิกกี้ต้องไปเรียน!”
อุษาหันมาบอก “ป้าขอโทษค่ะคุณหนู ป้าขอทำโจ๊กให้...”
ชนิกานต์สวนคำขึ้นไม่พอใจมาก “ให้คุณผู้หญิงหน้าเยินนั่นล่ะสิ คิดเอาใจมันจนไม่สนใจฉัน!”
“ไม่ใช่ค่ะ คุณกัณฐิกาเธอออกไปกับหลานสาวตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ”
ชนิกานต์สงสัย “แล้วป้าทำให้ใคร”
“คุณท่านไม่สบายค่ะ”
ชนิกานต์มีท่าทีตกใจนิดๆ ที่รู้ข่าวว่าณวัตรไม่สบาย
“ฉันไปล่ะ”
ชนิกานต์เดินออกไป อุษาผิดหวังเล็กน้อย คิดว่าชนิกานต์จะไปเรียน

ฝ่ายธีรดนย์ยืนรอพร้อมจะขับรถไปส่งชนิกานต์ที่มหาวิทยาลัย ครู่หนึ่งชนิกานต์เดินเข้ามา
“รถพร้อมแล้ว...เชิญครับคุณหนู”

ชนิกานต์มองหน้าธีรดนย์ คิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ

ในที่สุดสุตาภัญตัดสินใจกดกริ่ง แต่รอแล้วก็ยังไม่มีคนออกมาสักที สุตาภัญกดกริ่งอีกครั้ง พร้อมกับพนมมืออธิษฐาน

“ขอให้เป็นคุณพ่อด้วยเถอะ”
สุตาภัญเอามือลง
นัชชาเดินตรงมาหา สุตาภัญผิดหวัง เพราะไม่อยากให้นัชชารู้ปัญหาชนกชนม์
“มาหาใครคะ”
“เอ่อ...”
นัชชามองสุตาภัญเขม็ง และเริ่มคุ้นหน้า “เธอ”
สุตาภัญไหว้ “เพื่อนชนกชนม์ค่ะ คุณวีรภัทรอยู่ไหมคะ”
“เขาไม่อยู่ ไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด กว่าจะกลับก็อีกหลายวัน...กลับไปได้แล้ว”
สุตาภัญผิดหวังรู้ว่าถูกนัชชากีดกัน
แต่แล้วนิธิซึ่งวิ่งออกมาหานัชชา เจอสุตาภัญก็จำได้
“พี่คนสวยนั่นเอง...” เด็กชายตัวน้อยบอก
นัชชาไม่พอใจ “นิธิเข้าบ้าน” หันบอกสุตาภัญเสียงขุ่น “เธอกลับไปได้แล้ว”
“พี่ไปก่อนนะ”
สุตาภัญบอกลาเด็กน้อย นิธิตะโกนเสียงดังเข้าไปในบ้าน “คุณพ่อครับ แฟนพี่ชนม์มาหาผม”
นัชชาไม่พอใจ สุตาภัญแปลกใจ
ระหว่างนั้นวีรภัทรเดินออกมายืนที่ขอบประตูบ้านด้านใน มองมายังหน้าบ้าน สุตาภัญดีใจที่ได้เจอวีรภัทร นัชชาหน้าตึงไม่พอใจมาก

สุตาภัญอยู่ในห้องรับแขกแล้ว กำลังขอร้องวีรภัทร
“คุณอาไปช่วยชนกชนม์นะคะ ไม่งั้นเขาอาจถูกดำเนินคดี ต้องติดคุก”
วีรภัทรมีท่าทีเป็นห่วงชนกชนม์อย่างเห็นได้ชัด นิธิเข้ามารบเร้าวีรภัทร
“นิธิเคยเห็นในเกม คนติดคุกถูกยิงเปรี้ยงๆ ตายหมดเลย คุณพ่อไปช่วยพี่ชนม์นะครับ”
นัชชาหน้าคว่ำ เดินเข้ามาบอกนิธิ
“นิธิขึ้นไปห้อง”
“ผมอยากอยู่กับแฟนพี่ชนม์ครับ”
นัชชาเอาเรื่องเกมมาล่อเด็กน้อย “ไม่มีอะไรทำก็ขึ้นไปเล่นเกม”
นิธิดีใจ “เล่นเกม”
นิธิรีบวิ่งจู๊ดขึ้นไปที่ห้องทันที นัชชาหันไปบอกสุตาภัญ
“ขอโทษที่ต้องเสียมารยาทไล่เธอกลับ คุณวีรภัทรต้องไปทำงาน”
สุตาภัญวิงวอนวีรภัทรด้วยความหวัง “คุณอาคะ”
วีรภัทรบอกนิ่งๆ “ขอบใจหนูมากนะที่มาบอกข่าว...หนูกลับไปเถอะ”
สุตาภัญรู้สึกผิดหวัง “คุณอา”
วีรภัทรลุกขึ้นเพื่อจะขึ้นไปเอาของบนห้อง
“คุณอาไม่รักไม่เป็นห่วงลูกชายเหรอคะ ชนกชนม์ลำบากมาก เขาไม่เหลือที่พึ่งที่ไหนอีกแล้วนะคะ”
นัชชาจดสายตามองดุสามี วีรภัทรจึงบอกนัชชา
“ผมจะขึ้นไปเอาเอกสาร....ฝากคุณส่งแขกด้วย”
“ค่ะ”
วีรภัทรเดินขึ้นห้องไป นัชชายิ้มย่องพอใจ สุตาภัญผิดหวังมาก

สุตาภัญเดินคอตกออกจากบ้านวีรภัทร ด้วยความผิดหวัง สุตาภัญหันกลับไปมองอีกครั้ง ถอดใจ เดินออกไปด้วยความเศร้าใจ
วีรภัทรยืนอยู่ที่ริมหน้าตาห้องนอน มองสุตาภัญที่เดินออกไป รู้สึกผิดที่ไม่ยอมช่วยเหลือลูกชาย
นัชชาส่งเสื้อสูทให้ “ไปทำงานเถอะค่ะ”
วีรภัทรยิ้มบางๆ ทำตามสั่งนัชชา

ฟากธีรดนย์ยืนมองไปยังห้องณวัตรด้วยความแปลกใจ อุษาถือถาดใส่อาหารเข้ามา เจอธีรดนย์ก็แปลกใจ
“สายป่านนี้แล้วลูกยังไม่ไปส่งคุณหนูอีก เดี๋ยวก็โดนดุหรอก”
“คุณหนูของแม่เปลี่ยนใจไม่ไปเรียนครับ”
“แล้วคุณหนูไปไหน”
ธีรดนย์มองพยักพเยิดไปทางห้องนอนณวัตร อุษาแปลกใจแล้วนึกได้ จึงรู้สึกดีที่ชนิกานต์เลือกที่จะดูแลณวัตรยามเจ็บป่วย

ส่วนณวัตรนอนอยู่ ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา ก็ขยับตัวลุกนั่งที่เตียง
ณวัตรมองไปแล้วแปลกใจ คาดไม่ถึง “ลูก”
ชนิกานต์ถือถาดใส่อ่างน้ำใบเล็กและผ้าผืนเล็กๆ เดินเข้ามาวางไว้ เพื่อมาเช็ดตัวณวัตร
“คุณพ่อเช็ดตัวก่อนนะคะ ช่วยลดไข้”
“ลูกไม่ไปเรียนเหรอ”
“นิกกี้จะเรียนรู้เรื่องได้ไงคะ คุณพ่อต้องนอนป่วยอยู่อย่างนี้”
ณวัตรยิ้มสุขใจรู้สึกดีที่ชนิกานต์ยังห่วง แต่ทั้งสองก็ยังไม่แสดงความรู้สึกที่ดีต่อกันมาก
“นิกกี้เช็ดตัวให้ค่ะ”
ชนิกานต์เอาผ้ามาเช็ดแขนให้ณวัตร เก็บความรู้สึกไม่แสดงออกมากนัก ณวัตรมองชนิกานต์อย่างภูมิใจและสุขใจ

ขณะที่ชนกชนม์นั่งเศร้าจับเจ่าอยู่นั้น สุตาภัญเดินเข้ามาหา
ชนกชนม์สงสัย “ตา..เธอไปไหนมา”
สุตาภัญรู้สึกผิด “ฉันขอโทษนะ” แล้วร้องไห้ออกมา
ชนกชนม์ยิ้มให้ “ขอโทษฉันเรื่องอะไร? ว่าฉันร้องไห้เก่ง..เธอเองก็ขี้แยใช่ย่อย”
ชนกชนม์ยื่นมือลอดกรงมาเช็ดน้ำตาให้ สุตาภัญมองหน้าชนกชนม์พูดเสียงอ่อยๆ
“ฉันขอโทษที่ผิดคำสัญญา”
ชนกชนม์หน้านิ่ว แปลกใจว่าเรื่องอะไร
“ฉันไปหาคุณพ่อนาย”
ชนกชนม์อึ้ง
“ฉันเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ท่านฟัง....แต่ท่าน...”
ชนกชนม์รู้ทันทีว่านัชชาคงไม่ยอม “คุณพ่อมาไม่ได้”
สุตาภัญพยักหน้า
ชนกชนม์หมดหวัง “ไม่มีใครอยากเสียเวลา...แก้ปัญหาลูกไม่รักดีหรอก”
พูดแดกดันตัวเองแล้วชนกชนม์เก็บความรู้สึกไม่ไหวน้ำตาไหลออกมา สุตาภัญสะท้อนใจสงสารชนกชนม์มาก

ด้านชนิกานต์เช็ดตัวให้ณวัตรจนเสร็จ เอามือมาอังหน้าฝาก
“ไข้เริ่มลดแล้วค่ะ”
ณวัตรแอบยิ้มดีใจที่ชนิกานต์ดูแลอย่างดี ระหว่างนั้นธีรดนย์ถือถาดอาหารเข้ามา มีอุษาเดินตามหลัง
“คุณหนูรีบไปมหาวิทยาลัยเถอะค่ะ ป้าดูแลเอง” อุษาว่า
“ไม่ต้อง” ชนิกานต์เสียงดัง
“ไม่ต้องห่วงนะคะ...ป้าจะดูแลคุณท่านให้ดีที่สุด”
ชนิกานต์เริ่มไม่พอใจ “เอ๊ะ...ฉันบอกไม่ต้องก็ไม่ต้องสิ! คุณพ่อฉันทั้งคนฉันดูแลได้”
ธีรดนย์แปลกใจมากที่ชนิกานต์โวยวายจะดูแลณวัตรเอง
ณวัตรแอบยิ้มอย่างมีความสุข
อุษาถูกเด็กสาวดุ แต่ไม่โกรธ ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ “ค่ะ” แล้วหันไปสั่งธีรดนย์ “ลูกเอาอาหารไปให้คุณหนู”
ธีรดนย์ยกถาดอาหารวางไว้ แอบมองชนิกานต์ด้วยความแปลกใจ
ชนิกานต์ดุธีรดนย์ก่อนจะหันไปทางอุษา “ รีบยกของออกไป..แล้วเอายามาให้ด้วย”
“ค่ะ”
ธีรดนย์ยกถาดใส่อ่างน้ำและผ้าเช็ดตัวออกไปกับแม่งงๆ อุษารีบดันตัวธีรดนย์ออกไปให้ไว เพื่อให้สองพ่อลูกได้อยู่ด้วยกันลำพัง

สองแม่ลูกอยู่ในครัว ธีรดนย์ยกถาดอ่างน้ำมาวางไว้ อุษาเปิดกล่องยา เพื่อเตรียมยาลดไข้
“แม่เตรียมยาให้นิกกี้ด้วยนะ ช่วงนี้เพี้ยนหนัก!” ธีรดนย์ฉุนไม่หาย
อุษาแขนตีธีรดนย์เผียะ “ว่าคุณหนูอีกแล้วนะ คุณหนูอุตส่าห์ตั้งใจดี ครั้งนี้คงทำให้พ่อลูกปรับความเข้าใจกันได้ซะที”
“คุณหนูของแม่ยังโกรธคุณท่านมาก ท่าจะยาก”
“เชื่อแม่สิ..ยามเจ็บไข้ได้ป่วยนี่แหล่ะ..เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรารักและเข้าใจกันได้มากขึ้น...แล้วที่สำคัญ...สายเลือดเดียวกัน...ตัดยังไงก็ไม่ขาด”
ธีรดนย์รับฟังความคิดของแม่ ลึกๆ อยากให้เป็นอย่างนั้นเช่นกัน

ชนกชนม์ร้องไห้ ระบายความรู้สึกภายในใจกับสุตาภัญอย่างอัดอั้น
“ในวันที่คุณพ่อเลือกจะมีครอบครัวใหม่...ฉันยังเชื่อเสมอว่าคุณพ่อไม่ได้จากไปไหน คุณพ่อยังคงเป็นพ่อของฉัน...แต่วันนี้ฉันรู้แล้วว่า...ท่านไม่ได้แยกไปสร้างครอบครัวใหม่ แต่ท่านจากฉันไปทั้งชีวิต”
สุตาภัญปลอบพูดให้กำลังใจ “นายไม่ต้องเสียใจนะ...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..ฉันจะอยู่ข้างนาย...ฉันจะไม่ทิ้งนาย”
ทั้งสองจับมือกันร้องไห้ ชนกชนม์มองตรงไปข้างหน้า สีหน้าเปลี่ยนเป็นตกตะลึง สุตาภัญแปลกใจ หันไปมองตามสายตา เห็นวีรภัทรเดินเข้ามาหา ชนกชนม์แปลกใจมาก
ครู่ต่อมาจ่าสนและสารวัตรเดินเข้ามา มองเขม่นชนกชนม์ สารวัตรมองจ่าเป็นเชิงบอก จ่าเปิดประตูไขกุญแจ ชนกชนม์ดีใจ สุตาภัญดีใจมาก
จ่าเปิดประตู นำตัวชนกชนม์ออกมา
“ถึงแกได้ออกไป...แต่ฉันจะจับตาพวกแกทุกฝีก้าว ฝากบอกเพื่อนแกด้วย ฉันต้องลากคอมันมาให้ได้!”
คาดโทษเสร็จสารวัตรและจ่าเดินออกไป สุตาภัญดีใจที่ชนกชนม์ได้ออกจากคุก
“พ่อนายช่วยนายไว้ได้แล้ว”

ชนกชนม์มองไปที่มุมหนึ่ง เห็นวีรภัทรยืนมองอยู่และส่งยิ้มมา
ให้


ติดตาม "ลูกไม้หลากสี" ตอนที่ 10
มณีสวาท ตอนที่ 4
มณีสวาท ตอนที่ 4
แม้จะดึกมากแล้ว แต่นาถสุดายังไม่เข้านอน ออกมาเดินเล่นทอดอารมณ์อยู่ในสวนหน้าบ้าน มองไปยังต้นพญานาคราช พร้อมกับพึมพำกับตัวเอง “เราก็เห็นต้นพญานาคราชตั้งแต่เด็ก แต่ไม่มีครั้งไหนที่เราจะตาฝาดเห็นต้นไม้กลายเป็นงูเหมือนบ้านเจ้าอุรคา” นาถสุดานึกถึงเหตุการณ์ตอนไปบ้านเจ้าอุรคา และเห็นรูปแกะสลักเป็นพญานาค และถูกหาว่าตาฝาดเห็นต้นพญานาคราชเป็นงู กระทั่งเหตุการณ์บนโรงพักคนร้ายหายไป มีแต่รอยเลื้อยของงู นาถสุดาครุ่นคิด พึมพำอีก “ทำไม..ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเจ้าอุรคาถึงมีแต่งู พญานาค อสรพิษ” ระหว่างนั้นพันเอกนรินทร์เดินเข้ามาหา
กำลังโหลดความคิดเห็น...