xs
sm
md
lg

อาญารัก ตอนที่ 12

เผยแพร่:

อาญารัก ตอนที่ 12

สนกับช้อยและทานตะวันช่วยกันจับเนื้อทองกดหน้าลงกับต้นมะขาม มัดมือทั้งสองข้างโยงไว้กับต้นมะขาม ขุนภักดีลงมือโบยหลังเนื้อทองจนเลือดไหลซิบๆ

“กูจะฆ่ามึง มึงมันใจร้ายอยากฆ่าลูกกูให้ตายทำไม” ขุนภักดีทั้งโกรธแค้นผสมเมากึ่มๆ
พวกบริวารยืนมองท่าทีตื่นตระหนก
“ไม่จริงค่ะ หนูไม่เคยคิดเช่นนั้น” เนื้อทองเถียง
“อีปากแข้ง อีลูกโจรดำ มึงจะรับสารภาพไหมว่ามึงจงใจฆ่าลูกกู”
“หนูไม่ได้ทำค่ะ”
“นางผู้ร้ายลูกชู้มันใจดำ พี่ขุนขา มันหนังหนาหน้าด้านหน้าทนทั้งแม่ทั้งลูกค่ะ ตีมันเบาไปมันถึงไม่สารภาพ” สนยุส่ง
“แรงๆ สิคะ โบยมันตีมันแรงๆ กว่าเดิมให้มันรู้จักเจ็บ รู้จักเลิกด้านทน รับสารภาพว่ามันต้องการให้หนูตาย” ทานตะวันใส่ไฟเป็นการใหญ่
ขุนภักดียุขึ้น บันดาลโทสะฟาดแส้ลงไปบนหลังติ๋วแรงขึ้นๆ “อีลูกชู้มึงจะยอมรับผิดไหม”
“หนูไม่ผิด คุณหนูอี๊ดเป็นคนชวนหนูพายเรือเล่นค่ะ” เนื้อทองบอก
“โกหกแกใส่ร้ายฉัน แกว่ายน้ำเก่ง แต่ฉันว่ายน้ำไม่เป็น มันใส่ร้ายหนูค่ะคุณพ่อ อย่าหยุดค่ะ”
“หมดแรงเมื่อไหร่สนช่วยอีกแรงคะ พี่ขุน เลวแบบนี้เอาไว้ไม่ได้ค่ะ” สนทั้งเสี้ยมทั้งยุ
“ใช่คนอย่างมึงเอาไว้ไม่ได้ มึงใส่ร้ายลูกกู มึงสมควรตาย”
สน ช้อย และอี๊ดประสานพลังชั่ว “แกสมควรตายๆๆๆ”
ขุนภักดีฟาดไม่ยั้งเหมือนคนบ้าคลั่ง แดงน้อยมาถึง ปราดมาหาท่านขุนยกมือไหว้
“ท่านขุนครับ น้องติ๋วไม่ได้โกหกครับ”
“พี่แดงน้อยใจร้าย พี่แดงน้อยหลงรักมัน เข้าข้างมันไม่ดูดำดูดีค่ะ คุณพ่ออย่าไปฟังพี่แดงน้อย” ทานตะวันตะบึงตะบอนใส่
“ใช่ แดงน้อยไม่รู้อะไรไม่ต้องมาเข้าข้างนังลูกชู้ คนอย่างท่านขุนภักดีภูบาล เกลียดนักนังคนแพศยายั่วผู้ชายให้เข้าข้างแบบนี้” ขุนภักดีพาลใส่แดงน้อย
“ท่านขุนครับ กรุณาเถิดครับ ฟังผมสักนิด”
“ไม่ฟัง เงียบไปเลยนะแดงน้อยนี่มันเรื่องในบ้านของฉัน”
แดงน้อยจึงเงียบไปทันที
ขุนภักดีหน้ามืดตามัวฟาดเนื้อทองต่อไป เนียนวิ่งมาถึงกระโดดมานอนขวางโอบทับลูกเอาไว้
“หนูติ๋วของแม่ โธ่...”
สนกะช้อยและทานตะวันสบตากัน
“เหยื่อมาอีกราย แล้วคุณหนูอี๊ด”
“ลูกรักของแม่ อย่าทำลูกอิฉัน ตีฉันฆ่าอิฉันให้ตายแต่อย่าทำลูกอิฉัน ได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ”
“นังเนียน แกอย่ามาขวางฉันจะทำโทษลูกแกให้สาสมกับความเลวความใจร้ายของมัน”
“แกสั่งสอนลูกแกให้ทำร้ายหนูอี๊ด แกกับลูกริษยาหนูอี๊ด” สนด่า
ช้อยตาม “จริงเจ้าค่ะ ช้อยเห็นเวลามันสองคนแม่ลูกมองคุณหนูสายตางี้อาฆาตมาดร้ายทีเดียวเจ้าค่ะ”
ปิดท้ายด้วยทานตะวัน “นังแม่มันสะเออะมาก็ดีแล้วค่ะ คุณพ่อตีมันทั้งแม่ทั้งลูกค่ะ”
“โบยมันเข้าไปค่ะพี่ขุนมันท้าทายอำนาจพี่ขุนค่ะ”
ขุนภักดีโกรธหนักฟาดลงไปบนหลังสองแม่ลูกที่พยายามปกป้องให้กันและกัน
“แม่จ๋าหนูทนได้ แม่อย่ามาเจ็บตัวกับหนูเลยจ้ะ”
“ไม่จ้ะ แม่ต้องปกป้องหนูเท่าชีวิตของแม่”
“มึงสองแม่ลูกไม่ต้องเกี่ยงกันตายเกี่ยงกันเจ็บ กูจะตีมึงทั้งสองคนเอาให้ตายทั้งแม่ทั้งลูก”
แดงน้อยสงสารใจแทบขาด “โธ่ น้าเนียน น้องติ๋ว”
กบสะกิดแดงน้อยที่ทำอะไรไม่ถูก เพราะสงสารสองแม่ลูก
“ทำอะไรสักอย่างสิคะ คุณแดงน้อย”
“ฉันพยายามแล้วแต่ท่านขุนไม่ฟัง จะทำยังไงดีล่ะ จริงสิ เทิดศักดิ์ ฉันจะไปตามเทิดศักดิ์ที่บ้านท่านผู้กำกับ”
แดงน้อยวิ่งกลับออกไป ฝ่ายท่านขุนกระหน่ำโบยจนเนื้อทองกับเนียนเลือดสาด แต่สองแม่ลูกกัดฟันกรอดไม่
ร้องสักแอะ
“อดทนไว้ เขาอยากเห็นเราร้องไห้ร้องขอชีวิต แต่เราไม่ผิด ทำไมเราต้องขอความเมตตาจากเขา”
“จ้ะแม่เนียน เราไม่ผิดเราไม่ร้องขอความเมตตาจากใคร”
“ต๊าย พวกมันไม่ยอมร้องสักแอะ มันจะเอาชนะพี่ขุนว่ามันไม่เจ็บค่ะ” สนยุอีก
ขุนภักดียิ่งโกรธ “พวกมึงไม่ร้อง แปลว่าพวกมึงไม่เจ็บ ดีละ มึงจะเอาชนะกู กูก็จะเอาชนะมึง กูต้องการให้พวกมึงร้องขอชีวิต ร้อง ร้องสิ”
สองคนแม่ลูกไม่ร้องสักคำ เอาแต่ส่ายหน้าแล้วกอดกันเอาไว้ แล้วมองมาที่ท่านขุนน้ำตาไหลพรากแต่ไม่มีคำวิงวอน จนท่านขุนชะงักนิดหนึ่ง สนรีบใส่ไคล้ทันที
“ต๊ายมันจ้องหน้าด่าพี่ขุนในใจค่ะ”
“มันส่งสายตาอาฆาตแค้นเกลียดชังใส่หนูอี๊ดค่ะ หนูกลัวค่ะ” ทานตะวันออกอาการตกใจ
ท่านขุนผู้หูเบา ของขึ้นอีก โบยเต็มแรง
“นี่แน่ะ มึงจ้องตาอาฆาตลูกกูมึงด่ากูในใจ
สนและทานตะวันผู้ไม่รู้กำลังทำบาปมหันต์ ยิ้มเยาะสองแม่ลูก

ด้านทองจันทร์กับเรียมนั่งพนมมือฟังท่านพระครูเทศนา มีแมวนั่งถัดไป
“คนที่ทำตัวเหมือนหมาป่าคอยตามล่าลูกแกะ เขาเรียกว่าเดียรฉาน จิตวิญญาณไม่สมประกอบ หารู้ไม่ว่าที่ลูกแกะเขายอมแพ้เพราะอำนาจของตนเอง ไม่ใช่ยอมสบายเพราะกลัวเกรง แต่กรรมเวรไม่เคยยอมแพ้และยอมสยบให้ผู้ใด เวรกรรมที่ก่อไว้จักต้องได้รับการชำระเสมอ แม้ว่าผู้ที่ถูกทำร้ายทำเขาจะให้อภัยไปแล้วก็ตามที ที่นี้แหละแม้ยังเป็นมนุษย์เดินดินกินน้ำพริกอยู่บนโลกใบนี้ ไฟนรกก็จะถาโถมมาทับตัวทับหัวใจอยู่ทุกเมื่อชั่วยาม จนกว่าชีวิตจะดับสิ้นแล้วลงสู่นรกแท้จริง”
“สาธุ” สามคนเปล่งวาจาพร้อมเพรียง
“เจริญพรนะโยม”
เอกวิ่งพรวดเข้ามาหน้าตาอยากจะตาย
“ขอประทานอภัยท่านพระครูขอรับ คุณท่านขอรับ คุณนายเรียมขอรับ”
“ไอ้เอกเอ็งทำหน้าเหมือนหนีนรกมาจากไหนรึ”
“พรวดพราดมามีอะไรเกิดขึ้นที่บ้านรึ นายเอก”
“ขอรับ เนียนกับหนูติ๋วกำลังโดนท่านขุนโบยใกล้สลบคาแส้ม้าแล้วขอรับ”
“โธ่เอ๊ย” เรียมกะทองจันทร์ครวญ
“มันเรื่องราวบ้าอะไรกัน”
“รีบกลับไปก่อนเถิดค่ะ คุณแม่ ให้นายเอกเล่าไปตามทางเดินกลับบ้านนะคะ”
“กราบลาท่านพระครูเจ้าค่ะ”
สองคนก้มลงกราบรวมทั้งแมวและเอกด้วย เรียมกะแมวช่วยกันประคองทองจันทร์ลงศาลาไป ทั้งหมดสีหน้าหวาดหวั่น
“กว่าเราจะเดินกลับไปถึง สองแม่ลูกนั่นมิตายแล้วหรอกรีแม่เรียม แม่ละกลัวใจพ่อเทพจริ๊งจริง ลูกคนนี้อะไรดีหมด เลวที่หูเบานี่แหละ” หญิงชราส่ายหัว
“ถ้าพี่เทพหลงลืมตัวขนาดฆ่าสองคนนั่นตาย พี่เทพก็ต้องกลายเป็นฆาตกรแล้วค่ะ”
“ถ้าไม่มีคนห้ามแถมยังมีแต่คนยุ กระผมว่าจะบานปลายใหญ่โตแน่ขอรับ” เอกบอก
“คุณหนู เอ๊ยคุณสนเธอก็ช่างเจรจาให้ท่านขุนเกิดโทสะจะตายไปเจ้าค่ะ” แมวว่า
“ยิ่งตอนนี้มีคุณหนูอี๊ดเป็นต้นตอ ถึงขั้นเอาไม่อยู่แน่ๆ ขอรับ” เอกบอกอีก
ทองจันทร์ยิ่งอยากรู้ “ก็บอกมาสิว่ามันเกิดอะไรกัน
“คุณหนูอี๊ดกับหนูติ๋วพากันไปพายเรือเล่น แล้วเรือล่ม คุณหนูเธอบอกว่าหนูติ๋วจงใจชวนเธอไปล่มเรือแล้วหลอกฆ่าให้ตายขอรับ”
“เหลวไหล”
“ใส่ร้ายกันชัดๆ”
ท่านพระครูเอ่ยขึ้น “พายุร้ายเมฆหมอกดำกำลังครอบงำบ้านภักดีภูบาล เมื่อใดที่มืดมิดถึงสุด เมื่อนั้นเมฆหมอก จะค่อยมลายหายสิ้น วันนั้นฟ้าสีทองย่อมผ่องอำไพ คนใดที่ถูกทำร้ายทำลาย จะสิ้นกรรม ใครผู้ก่อกรรมโดยเจตนาจะถึงวาระไปสู่นรก ใครที่ก่อกรรมโดยไม่เจตนาต้องชดใช้กรรมที่ก่อไว้ แล้วความสุขสงบจะกลับมาสู่บ้านภักดีภูบาล ยาวนานตราบที่ผู้มีอำนาจไม่ขาดเมตตาในหัวใจ รีบกลับไปเยียวยาสองคนนั่นเถิดโยม เจริญพร”

ทั้งหมดยกมือขึ้นจบหัวไหว้อีกครั้ง
แดงน้อยมาตามเทิดศักดิ์ สองหนุ่มพากันวิ่งออกมาจากหน้าบ้านผู้กำกับอย่างเร่งร้อน

“คุณพ่อของกันท่านหูเบาเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องของน้าเนียน และน้องติ๋ว ท่านจะเชื่อฟังคำพูดของน้องอี๊ดกับคุณแม่สนโดยไม่สนใจไตร่ตรองว่าถูกหรือผิด ขอเพียงให้พูดออกมาท่านก็เห็นด้วย”
“รีบไปไวๆ เถิดป่านนี้น้องติ๋วกับน้าเนียนคงสาหัสสากรรจ์ถึงที่สุดแล้ว โน่นมอเตอร์ไซค์พ่วง”
สองคนรีบโดดขึ้นมอร์เตอร์ไซค์พ่วงขับออกไปโดยเร็ว ด้วยสีหน้าวิตกมาก

ใต้ต้นมะขามข้างเรือนใหญ่ สองแม่ลูกกำลังจะหมดสติน้ำตาแห้งเหือดหายเพราะตกในไปหมดแล้ว มีแต่ดวงตาที่ยังมั่นคง สะดุ้งทุกรอยหวาย แต่ตายังจับจ้องที่ท่านขุนและทานตะวันจนแม้แต่ขุนภักดีกับทานตะวันยังหวั่นไหวกับสายตาสองแม่ลูก
“มึงหยุดจ้องตากูสักทีได้ไหม อีเนียน อีติ๋ว”
สนสะกิดกระซิบบอกทานตะวัน
“บอกให้มันหยุดทำไมกันคะคุณพ่อ ก็ฟาดตามันให้บอดเลยสิคะ”
“ใช่ค่ะ มันกำลังสาปแช่งพี่ขุนในใจ” สนยุต่อ
ขุนภักดีชะงักนิดหนึ่งแล้วเงื้อแส้สุดมือ เสียงมอเตอร์ไซค์พ่วงดังเข้ามาจอด พร้อมเสียงเทิดศักดิ์ตะโกนลั่นขณะที่เสียงรถไม่ทันดับดี
“คุณพ่อหยุดตีน้าเนียนกับน้องติ๋วนะครับ”
ขุนภักดีชะงักอีก ที่กำลังจะฟาดลงไปจึงยังทันได้ลงมือ
สามชั่วแห่งบ้านภักดีภูบาล สน ช้อย และทานตะวันมองหน้ากันอย่างขัดใจ
“ไอ้ลูกเวร” สนพึมพำ
“พี่เทิดศักดิ์มาทำไมไม่รู้”
เทิดศักดิ์ปราดมาถึงมีแดงน้อยยืนวงนอกเทิดศักดิ์มาถึงปลายแส้ท่านขุนที่ตะหวัดลงไปไว้
“อย่ามายุ่งกับพ่อ อีสองแม่ลูกนี่มันต้องการให้น้องของลูกตาย แต่มันไม่ยอมสารภาพผิด พ่อต้องโบยมันให้พูดออกมาให้ได้”
“ถึงโบยให้ตายหนูก็สารภาพไม่ได้เจ้าค่ะ เพราะหนูไม่ได้ทำผิด” เนื้อทองบอก
“อีเนียนมึงสั่งสอนลูกให้รู้บ้างว่าใครเป็นใคร สั่งให้ลูกมึงรับผิดเดี๋ยวนี้”
“ต่อให้โบยเนียนจนตาย เนียนก็สั่งให้ลูกยอมรับผิดในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ” เนียนว่า
“อวดดี อวดกำแหงกันทั้งแม่ทั้งลูก หลีกนะเทิดศักดิ์”
ขุนภักดีโกรธขึ้นมาอีก ผลักเทิดศักดิ์ แล้วฟาดลงไปที่สองลูกโดนทั้งคู่แรงมาก
“ให้มันรู้ไปว่าพวกมึงใจเด็ดใจเพชรกันนัก อยากตายมากกูจะให้ตายสมใจ”
สองแม่ลูกสะท้านไปร่าง เนื้อทองทนความเจ็บไม่ไหวแม้ไม่ปริปากร้องแต่ก็สลบไปแล้ว
“แม่เนียนจ๋า”
“ลูก... ลูกหนูติ๋วลูกแม่ หนูติ๋ว”
เนียนร้องไห้ ซบหน้ากับตัวลูกโอบไว้แน่น หันมามองขุนภักดี
“ลูกอิฉันสลบไปแล้ว ตีอิฉันแทนลูกให้สลบไปอีกคนสิเจ้าคะ”
“มันฮึดสู้ค่ะ ตีพวกมันอีกค่ะ ตีอย่ายั้งค่ะ” ทานตะวันบอกอีก
“น้องอี๊ด บ้าไปแล้วหรือ ทนดูให้สองคนนั่นเจ็บเพราะน้องได้ยังไงพูดความจริงกับคุณพ่อสิ ว่าน้องชวนเขาไม่ใช่เขาชวนน้อง” เทิดศักดิ์สุดทน
“ทำไมหนูต้องพูดเพื่อช่วยเหลือมัน”
“เมตตาธรรม ศีลธรรม จริยธรรมประจำใจของคนที่มีความเป็นคนไงอี๊ด ทำไมทุกคนรวมทั้งคุณแม่สน จึงยืนทนดูความโหดร้ายหน้าตาเฉยราวกับว่านี่คือเรื่องปกติของบ้านเรา แล้วต่อไปเราจะอยู่กันได้อย่างไร”
เทิดศักดิ์น้ำตาคลอ หันไปทางขุนภักดี ซึ่งท่านขุนเริ่มอึ้ง
“นี่ไม่ใช่การชำระโทษนะครับ นี่คือการพยายามฆาตกรรมที่ทารุณโหดร้าย ที่สุดที่มนุษย์กระทำต่อกัน นี่มันเป็นวิธีที่บ้านท่านพระยาชอบทำกันนักหนา หรือว่าคุณพ่อลืมเสียแล้ว”
ท่านขุนอาย “หยุดนะตาเทิด แกเอาเรื่องบ้านท่านเจ้าพระยามาพูดทำไม”
เทิดศักดิ์จ้องหน้า “เตือนใจคุณพ่อครับ”
ขุนภักดีโกรธจัด เงื้อมือจะตบหน้าเทิดศักดิ์
“ตบสิครับ ตบแล้วนึกให้ออกว่า คนที่เขาไม่ได้ทำความผิดเช่นคุณพ่อกับผม แล้วโดนแส้ม้าตีจนหลังลายหลังแตกจนสลบที่บ้านท่านเจ้าพระยานั่นถูกต้องไหม สมควรไหม ผมไม่ได้ทำของท่านเสียหายแต่ท่านบังคับให้ผมยอมรับ ผมก็ยอมรับไม่ได้ ผมโดนตีจนสลบ ยายเอมมาทายาให้ผม แล้วแกก็เล่าเรื่องของคุณพ่อให้ผมฟัง ผมน้ำตาตกเพราะสงสารคุณพ่อที่ไม่ได้ทำผิดแต่ต้องรับโทษ”
เทิดศักดิ์พูดพอได้ยินแค่สองคน ขุนภักดีหน้าซีด มือที่จะตบหน้าเทิดศักดิ์สั่นสะท้านร่างโงนเงนเพราะเจ็บช้ำผสมกับเมาแต่เริ่มมีสติ
ภาพจำตอนโดนเจ้าพระยาโบยจนสลบ มีเมียน้อยตะโกนร้องไห้กล่าวหาว่าหลอก ให้เข้ามาหาแล้วปล้ำผุดขึ้นมาอีก
ขุนภักดีตัวสั่นพึมพำออกมา
“ผมไม่ผิด มาโบยผมทำไม”
เทิดศักดิ์กลายเป็นตกใจห่วงพ่อประคองไว้
“มือคุณพ่อเย็นเฉียบ แถมเดินเซ คุณพ่อเป็นอะไรครับ”
“พ่อไม่ได้เป็นอะไร ขอบใจมาก ลูกไปแก้มัดเนื้อทองพาสองแม่ลูกนั่น ไปดูแลใส่ยาด้วย” ประโยคหลังขุนภักดีพูดชัดทุกคนได้ยิน
“แก้มัด คุณพ่อบ้าไปแล้ว หนูไม่ยอมคุณพ่อต้องตีมันอีก”
สนกระซิบบางอย่าง ทานตะวันวิ่งไปกระชากแส้มาจากท่านขุนทำท่าจะตีสองคน
ขุนภักดีดึงแส้ออกมาส่งให้เทิดศักดิ์
“พอแล้วลูกเอ๋ย พอกันที พ่อลงโทษมันมากเกินพอแล้ว”
แดงน้อยกับเทิดศักดิ์ปราดมาช่วยกันแก้มัดทานตะวัน จากนั้นเทิดศักดิ์อุ้มทานตะวันขึ้นมา ส่วนแดงน้อยเข้าประคองเนียน พากันออกไป มีกบติดตามไป
“เทิดศักดิ์ นี่ลูกเห็นนังลูกชู้ลูกขี้ข้าดีกว่าน้องของตัวเอง ไปปกป้องมันทั้งที่มันจะฆ่าน้อง”
“ใครจะฆ่าใครกันแน่ ใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้กันแน่ ถ้า คนบงการโดนโบยมันคงรีบสารภาพ ใช่ไหมยัยช้อย”
เทิดศักดิ์อุ้มเนื้อทองผ่านหน้าสามคนไป แดงน้อยกับกบประคองเนียนผ่านไปเช่นกัน
ขุนภักดีมองตามสองแม่ลูกแล้วถอนใจ ก่อนจะหันกลับเดินออกไปเงียบๆ ทานตะวันผวาจะเรียกพ่อสนห้ามไว้
“เรากำลังเสียเปรียบมันใจเย็นๆ ค่ะ”

ทานตะวันที่ยามนี้กลายเป็นคนเลวทรามต่ำช้า เพราะสนสั่งช้อยเสี้ยมถึงกับน้ำตาร่วงเผาะ ที่ไม่ได้ดั่งใจ
ทั้งสี่กลับจากวัดเดินมาจนถึงหลังบ้าน เจอกับกบกำลังมาหายาสมุนไพรในเรือนหลังบ้านพอดี ทองจันทร์เรียกไว้

“นางกบ”
“เจ้าค่ะ”
“เนียนกับหนูติ๋วเป็นยังไงบ้าง” เรียมถาม
“หนูติ๋วน่ะถึงสลบ เนียนก็ร่ำๆ จะสลบเจ้าค่ะ แต่ตอนนี้ท่านขุนเลิกโบยแล้วเจ้าค่ะ”
“โหดร้ายเหลือเกิน แม่จะรีบไปดูพวกมัน”
“ค่ะ เรียมไม่นึกเลยว่าพี่เทพจะทำได้ลงคอ หนูติ๋วน่ะ เลือด...” เรียมแค้นจนจะหลุดคำว่าในอกออกมา
“ใช่เจ้าค่ะ เลือดสุพรรณขนานแท้ ไม่ปริปากร้องขอความเมตตาแม้ว่ากำลังจะสลบทั้งแม่ทั้งลูก”
“พ่อเทพบ้าไปแล้ว เล่นงานกันถึงขั้นสลบ อำมหิตเกินไปจริงๆ”
“รีบไปกันเถิดค่ะคุณแม่”
ทั้งหมดรีบเดินไปต่อ

สองแม่ลูกนอนซมอยู่บนเรือนทองจันทร์ พิษไข้จากบาดแผลเริ่มออกฤทธิ์ มีแดงน้อยกับเทิดศักดิ์นั่งเฝ้าหน้าจ๋อยมาก
ติ๋วฟื้นแล้ว แต่นอนนิ่งเงียบไม่พูดจาไม่มีน้ำตา เนียนโอบจับมือลูกไว้ อีกมือก็เฝ้าแต่ลูบไล้ลูกราวกับทำ
แล้วลูกจะหายเจ็บปวด ได้มองหน้าลูกส่งสายตาสงสารจับใจแล้วเนียนก็ก้มลงจูบติ๋ว
“ไม่เป็นไรแล้วนะลูกรักทูนหัวของแม่”
แดงน้อยกับเทิดศักดิ์นั่งมองน้ำตาซึม
“ผมพยายามจะบอกท่านขุนแล้วว่า น้องอี๊ดว่ายน้ำเป็นแต่เธอแกล้งตบตาคนอื่น ท่านก็ไม่ฟัง ผมนี่แหละที่เป็นคนช่วยเธอมาที่ท่าน้ำ เพราะคิดว่าเธอว่ายน้ำไม่เป็น แต่พอมาถึงท่าน้ำเธอลืมตัวโผเข้าฝั่งเองปีนไปตะโกนใส่ร้ายน้องติ๋วแล้วแกล้งสลบ”
“ผมขอโทษน้องติ๋วกับน้าเนียนด้วยที่น้องสาวผมช่างเป็นเด็กเลวทรามต่ำช้า”
“อย่าไปว่าเธอเลยค่ะ น้าไม่ถือโทษโกรธเธอแม้แต่น้อย”
“ทั้งที่ทำกับน้องติ๋วขนาดนี้หรือครับ” เทิดศักดิ์แปลกใจ
“อีกหน่อยเธอจะเลิกทำเองค่ะ สักวันเธอไม่ทำแน่ๆ ค่ะ” เนียนว่า
แดงน้อยยิ่งทึ่ง “น้าเนียนมองทุกคนในแง่ดีเสมอ ผมเกิดมาเพิ่งเคยพบคนจิตใจประเสริฐอย่างนี้”
“ขอบใจมากที่เห็นน้าประเสริฐ คำพูดของคุณทำให้ความเจ็บปวดทั้งกายและใจของน้าหายเป็นปลิดทิ้งค่ะขอบใจที่สุด”
เนียนยื่นมือมาที่แดงเหมือนอยากจะจับ แดงน้อยจับมือเนียนไว้บีบเบาๆ
“น้าเนียนเป็นเช่นนั้นจริงๆ นะครับ แม่แพรกับลุงโพล้งก็เคยบอกผมว่าถ้าผมเจอน้าเนียนแล้ว จะรู้ว่าน้าเนียนดีงามเพียงใด ผมดีใจที่พบกันครับ”
เนียนถอนสะอื้นออกมาด้วยความปลื้มปีติ ยิ้มทั้งน้ำตา
“ลุงโพล้ง แม่แพรและแดงน้อยพูดเหมือนใจผมไม่มีผิด และผู้ที่เป็นอย่างน้าเนียนอีกคนก็คือน้องติ๋ว ผมขอโทษมากๆ ด้วยที่คุณพ่อเป็นคนหูเบาวู่วามไม่ฟังเหตุฟังผลผมสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่อง โหดร้ายแบบนี้อีก” เทิดศักดิ์บอก
ระหว่างนี้ทองจันทร์ก้าวขึ้นมาบนเรือน มีเรียม กบ แมว และเอกตามติดเข้ามา ทองจันทร์กับเรียมเห็นสภาพสองแม่ลูกถึงกับส่ายหน้า
“โธ่เอ๊ย ยัยติ๋วของฉัน พ่อเทพนะพ่อเทพ ช่างทำได้ลงคอ เป็นเด็กเท่าตาเทิดจะตีให้กบาลแยก”
เรียมมานั่งข้างสองแม่ลูกน้ำตาไหลริน
“เนียนจ๋า ฉันขอโทษ ฉันผิดมหันต์ที่เลี้ยงลูกของ...” เรียมจะหลุดปากว่าเนียน รีบแก้ “เอ้อ เลี้ยงหนูอี๊ดไม่ดี ฉันเสียใจจริงๆนะเนียน หนูติ๋วจ๋า นายแม่เสียใจนายแม่ขอโทษที่ปกป้องหนูติ๋วไม่ดี ต่อไปนี้จะไม่มีอีกแล้ว จะไม่ยอมใครทำร้ายหนูได้แม้แต่ปลายก้อย นายแม่จะต่อสู้กับความอยุติธรรมที่มากร้ำกรายหนู”
สองคนยกมือไหว้เรียมและทองจันทร์
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ”
“นี่พ่อเทพเขานึกว่าเนื้อคนคือหนังวัวหนังควายหนังช้างหรืออย่างไรกัน”
ทองจันทร์หันรีหันขวางมาเจอเอาเทิดศักดิ์แล้วพาล เมินหน้าหนีไม่ยอมมอง
“แดงน้อย เข้ามาใกล้ๆย่า มีอะไรจะถาม”
“ครับ...คุณย่า”
เทิดศักดิ์กระเถิบตามแดงน้อย
“ตาเทิดแกไปห่างๆ ฉันชังน้ำหน้า ไม่อยากจะเห็นหน้าพวกคนใจร้ายเกลียดแกเหลือเกิน”
“อ้าว มาเกลียดผมทำไมกันครับ” เทิดศักดิ์งง
“แกเป็นลูกแม่สน จอมยุแยงตะแคงรั่ว”
ทองจันทร์โบกมือไล่ห้ามเข้าใกล้ เรียมแตะหน้าผากเนียนติ๋ว
“มีไข้ทั้งสองคน นายเอกรีบขับรถไปรับหมอมาดูแลสองคนนี้เดี๋ยวนี้”
“ได้ขอรับ”
“อย่าลำบาก อย่ารบกวนเลยเจ้าค่ะ เราสองคนกินยาสมุนไพรทายาแล้วอีกวันสองวันเราก็อาการดีขึ้นเองเจ้าค่ะ” เนียนว่า
“นี่ อย่ามารู้ดี หรือว่าเห็นฉันเป็นแม่ของพ่อเทพเห็นแม่เรียมเขาเป็นแม่ของเด็กอีบ้านั่น ก้อเลยไม่อยากจะข้องแวะ” ทองจันทร์ฉุน
เนียนไม่ทันได้อ้าปากพูดต่อ เรียมแก้ตัวให้ ส่วนเอกพรวดออกไปด้วยความดีใจแล้ว
“เนียนไม่ได้คิดเรื่องแม่ๆ ลูกๆ อะไรนั่นดอกค่ะ คุณแม่ แต่เนียนเกรงใจจริงๆ ต่างหาก เนียนฉันขอตัวไปชำระความหนูอี๊ดสักหน่อย”
เนียนกะเนื้อทองประสานเสียง “อย่าเจ้าค่ะ”
เรียมหันมามองสองคนอย่างอ่อนใจ
“ก็เป็นกันเสียอย่างนี้ หนูอี๊ดถึงเสียคนจนจะไม่ใช่ผู้ใช่คนอยู่แล้ว ขอโทษนะเนียนที่ต้องพูดความจริงออกมาอย่างนี้”
“คุณแม่ผมต่างหากครับที่ทำให้น้องอี๊ดเสียคน จนไม่เหลือความเป็นผู้ดี มีเมตตาทั้งที่เกิดมามีครบทุกอย่าง ขาดอย่างเดียวคือเมตตาปราณี”
“ขาดเมตตาปราณีแม้อย่างเดียวแต่มันคือการขาดที่ยิ่งใหญ่ทำลายชีวิตคนได้” ทองจันทร์ว่า
เรียมดึงเนื้อทองมาโอบกอดแนบอกน้ำตาคลอขณะมองหน้าเนียน สองคนสบตากันลึกซึ้ง
“ขอโทษอีกครั้ง...ขอโทษจากหัวใจจริงๆ”
เรียมลุกออกไป เทิดศักดิ์ปราดมานวดทองจันทร์ที่บึ้งตึงใส่
“บอกว่าให้ไปให้พ้น รังเกียจ แกมันลูกบัวแล้งน้ำ บัวเต่าถุย”
แต่เทิดศักดิ์กลับไม่ไป แถมกอดทองจันทร์เอาไว้แน่น
“ผมเป็นไผ่ลอดกอต่างหากครับคุณย่า”
ทองค้อนขวับหยิกหมับเบาๆ ไม่น่าเจ็บ แต่เทิดศักดิ์ร้องลั่น
“โอ๊ย”

แล้วแกล้งนอนหนุนตักทองจันทร์ไปเลย
ฝ่ายขุนภักดียืนซึมมองมือทั้งสองของตัวเอง ภาพตัวเองเฆี่ยนตีสองแม่ลูกจนติ๋วสลบแต่ไม่ยอมรับความผิดผุดขึ้นมาในหัวอีกครา

ท่านขุนถอนใจ เหตุการณ์ในอดีตตอนที่เจ้าพระยามาขอโทษที่เข้าใจขุนภักดีตอนวัยรุ่นผิด และตักเตือนให้ใช้เหตุผลไตร่ตรองก่อนถ้าจะลงโทษใคร ผุดขึ้นมาแทนที่
ยิ่งคิดขุนภักดียิ่งเสียใจ
“ผมพลาดอีกแล้วจนได้ ทุกอย่างสายเกินไปแล้วขอรับ ท่านพระยา ผมเสียใจ” ท่านขุนถอนใจซ้ำแล้วซ้ำอีก
เรียมก้าวเข้ามา หน้าตาเอาเรื่อง เพราะคับแค้นยิ่งนัก
“ถอนใจเพราะยังตีสองคนแม่ลูกนั่นไม่ตายหรือคะพี่เทพ”
“อย่ามาประชดประชันกันอีก พี่ พี่…”
“พี่เทพเกือบกลายเป็นฆาตกร จำที่เรียมพยายามย้ำเตือนได้ไหมคะว่า เนียนไม่ได้เป็นชู้กับใคร และถ้าเนียนไม่ได้มีชู้ก็แปลว่าหนูติ๋ว เป็นลูกของพี่เทพ พี่เกือบฆ่าลูกฆ่าเมียตัวเองตายโดยที่ไม่มีความผิดเพราะหูเบา ฟังความข้างเดียว”
“พี่...พี่เอ้อ พี่ ไม่ได้ตั้งใจ จะโหดร้ายมากมายอย่างนั้น”
“แต่พี่ก็โหดร้ายถึงที่สุด หนูติ๋วแกไม่รู้หรอกว่าพ่อแกคือใคร แต่เนียนน่ะรู้แน่นอน และเนียนก็ต้องรู้ต่อไปอีกว่าเด็กสองคนเป็นพี่น้องกัน แล้ววิสัยของคนอย่างเนียน จะรังเกียจหรือสอนให้ลูกเกลียดชังหนูอี๊ดเพื่ออะไร”
“พอทีเรียม พี่ไม่ต้องการฟังเรียมประณามพี่ เดี๋ยวนี้ตั้งแต่มีลูก เรียมเปลี่ยนไปมาก กล้าหาญว่าพี่สู้กับพี่ ไม่ยอมพี่”
“เพราะเรียมแก่ตัวลง เรียมไม่อยากทนเห็นความอยุติธรรม ทั้งที่พี่เทพคือตัวอย่างของความเป็นธรรมความถูกต้องของคนทั้งเมืองสุพรรณ ถ้าใครรู้ความจริงว่าพี่เทพคือผู้ทำร้ายความยุติธรรมเสียเอง เราจะอยู่ที่นี่กันต่อไปได้ยังไง จะมองหน้าผู้คนได้ยังไง ลูกของเราจะถูกตราหน้าว่ามีพ่อที่หูเบา โบยลูกเมียตัวเองจนสลบ แถมเจตนาโบยให้ถึงตาย”
พูดเท่านั้นเรียมจะเดินออกจากห้อง
“เรียมจะไปไหน”
“ไปเรือนแม่สนค่ะ จะไปตามหาหนูอี๊ด เพราะต้องการรู้ความจริงทั้งสองฝ่ายเพื่อเอามาไตร่ตรองว่าฝ่ายไหนมีน้ำหนักมากกว่ากัน อ้อ..อีกปะการที่อยากต่อว่า ทำไมพี่เทพไม่ยอมฟังแดงน้อยที่เขาพยายามบอกว่า ลูกสาวเราว่ายน้ำเป็น แต่แกล้งทำว่ายน้ำไม่เป็น”
ขุนภักดีใจแป้ว “จริงหรือนี่”
“ไม่มดเท็จแน่นอนค่ะ ทีแรกแดงน้อยสำคัญผิดพามาที่ท่าน้ำ แกลืมตัวกระโดดขึ้นฝั่งตะโกนขอความช่วยเหลือ จากนั้นแกล้งสลบให้สมจริงให้คนมาช่วย เรียมอายแดงน้อยแทนพี่ขุน แทนลูกเราจริงๆ”
เรียมเดินหนีออกไป ท่านขุนให้นึกสับสน
“ถ้าเนียนไม่มีชู้ แล้วคืนวันนั้นไอ้เสือหนักมันมาทำไม ถ้าไม่ได้มาพลอดรักกับเนียน ปัดโธ่เว๊ย ทำไมอะไรอะไรมันถึงคลุมเครืออย่างนี้”
ท่านขุน ตบโต๊ะเครื่องแป้งจนของหล่นกระจาย

ส่วนสนกำลังสอนทานตะวันในการเป็นคนชั่วต่อไป
“หนูอี๊ดอย่าหยุดแค่นี้ทีเดียวนะคะ เล่นงานมันต่อไป”
“หนูจนปัญญาแล้วค่ะ พวกมันโชคดีอยู่ตลอดเวลา กำลังจะเสียท่าต้องมีคนมาช่วย คุณพ่อเองก็ดูแปลกๆทำท่าราวว่าเกลียดอีเนียน แต่ก็ดูก็ห่วงๆ มันไปด้วย”
“ถูกเลย หนูอี๊ด พี่ขุนไม่ลังเล ป่านนี้อีเนียนมันโดนไล่ไปตายที่ไหนนานแล้ว”
“อีกไม่นานหนูก็จะไปเรียนทำผมที่ฝรั่งเศสแล้ว เวลาแทบไม่เหลือให้เล่นงานมัน ฝากแม่สนจัดการมันเองเถิดค่ะ”
สนอึ้ง “อ้าว...”
อี๊ดปัดไปให้สนง่ายๆ ช้อยพรวดพราดมาหาอี๊ด
“คุณหนูอี๊ดขา คุณแม่ตามหาตัวให้ควั่กแล้วค่ะ”
“ตายจริง คุณแม่มาเอาเรื่องหนูแน่ คุณแม่น่ะเข้าข้างอีสองแม่ลูกนั่น ตลอดเวลา หนูไม่อยากเผชิญหน้าคุณแม่ อย่าบอกว่าหนูอยู่นะคะ”
แต่เรียมก็มาแล้ว และเดินขึ้นมาเงียบๆ หน้าตาไม่พอใจมาก
“แต่แม่รู้ว่าหนูอยู่ หนูอี๊ด แม่มีเรื่องจะสอบถามหนู”
“แต่ เอ้อ เอ้อ..” ทานตะวันหันไปมองสน
“แม่บอกว่าแม่มีเรื่องจะพูดกับหนู ตามแม่มา มาเดี๋ยวนี้
เรียมไม่มองหน้าสนและช้อย ดึงแขนอี๊ดออกไปทันที อี๊ดร้องไห้เรียมก็ไม่สน เรียมหันมามองสนกับช้อยยิ้มนิ่งๆ
“ขอบใจมากนะสนที่พยายามอบรมสั่งสอนลูกแทนฉันเสมอ นับจากนี้ขอเสียที ไม่ต้องชี้แนะหนูอี๊ดอีกแล้ว ช้อยแกก็เหมือนกัน ถ้ายังอยากมีที่ซุกหัวนอน ก็เจียมเนื้อเจียมตัวเป็นเสียบ้าง ไอ้เรื่องทำตัวเป็นนายว่าขี้ข้าพลอยนั่น สักวันมันจะย้อนมาลงโทษตัวแกเอง”
สนหน้าตึง ช้อยก้มหน้างุด
“อีคุณนายปลาตายน้ำตื้น อยากโง่ให้ลูกแกมาเชื่อฟังฉันเอง คอยดูสิ”
“โธ่ คุณสนเจ้าขา ยังจะมีเรื่องให้คอยดูอีกหรืเจ้าคะ แต่ก่อนแต่ไร คุณนายเรียมเคยเหยียบเรือนนี้สักครั้งไหม นี่คือครั้งแรก ไม่ใช่เรื่องเล็กนะคะ ช้อยว่า เธอเอาจริง หยุดความเคลื่อนไหวก่อนดีกว่าค่ะ”
สนส่ายหน้า
“เอ็งก็หยุดหายใจด้วยสิ ข้าก็คนจริงไม่แพ้มันดอก”

ช้อยเสียววาบ
อาญารัก ตอนที่ 12 (ต่อ)

ไม่นานต่อมา หมอตรวจอาการเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งสองแม่ลูก

“ผมฉีดยาแก้ปวดให้แล้ว มียาแก้ไข้แก้อักเสบ ยาทาแผลให้เรียบร้อยครับคุณท่าน รับประทานตามที่ผมเขียนไว้นะครับ”
“ขอบใจมากย่ะหมอ...อีกนานไหมกว่าจะหาย” ทองจันทร์ถาม
“ร่างกายแข็งแรงอย่างนี้ คงฟื้นเร็วนะครับ แต่ ทางด้านจิตใจผมไม่มั่นใจ คงต้องให้กำลังใจกันมากสักหน่อยครับ ผมขอตัวก่อน”
“นายเอกไปส่งหมอ”
“ขอรับ...คุณท่าน เชิญครับหมอ”
สองคนออกไป เทิดศักดิ์เขยิบมาใกล้ๆ อีก
“ระหว่างที่ผมยังไม่กลับบางกอกผมจะมาดูแลเรื่องยาที่คุณหมอสั่งให้เองครับ น้าเนียน”
“กันก็จะมาดูแลน้องติ๋วอีกคน นะครับ คุณย่า”
“ไม่ให้ดู เกลียดแกมาก ไม่อยากให้มาเหยียบเรือนฉันอีกต่อไป ฮึ” ทองจันทร์ประชด โกรธพ่อมาลงเอากะลูก
“ทำไมครับ...ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”
“แกไม่ได้ทำแต่พ่อแกทำ ทำตัวเป็นคนใจร้าย มารังแกเด็กของย่า ถึงสองคน ฉันจึงต้องเกลียดแก”
“โธ่ คุณย่า ผมอุตส่าห์ไปห้ามคุณพ่อจนเกือบโดนตบหน้านะครับ”
“จริงครับ คุณย่า” แดงน้อยช่วย
“ไหนว่ามันจะตบหน้าแก แล้วทำไมมันเชื่อแก จนหยุดโบยสองคนนี่”
เทิดศักดิ์กระซิบบอก “ผมเตือนสติเรื่องที่บ้านท่านพระยาน่ะสิครับ คุณพ่อหน้าเหลือแค่เนี้ย” เทิดศักดิ์ทำมือประกอบ
ทองจันทร์หัวเราะร่าชอบอกชอบใจ “อุเหม่ แกเก่งจริง เจอไม้นี้ พ่อแกหน้าซีดแน่ๆ”
“ครับคุณย่า จากหน้าแดงด้วยความโกรธกลายเป็นหน้าขาวเหมือนผ้าอ้อมเด็ก”
ทองจันทร์ดึงเทิดศักดิ์เข้ามากอด
“หายเกลียดแกแล้ว แถมรักมากๆ ด้วย ย่าจะให้รางวัลแก”
“จริงนะครับ แพงนะครับ”
“แพงแค่ไหนล่ะ”
“ผมอยากเปลี่ยนรถคันใหม่ ครับ บอกแล้วว่าแพง”
“จะแพงสักกี่บาทกี่สตางค์กันเล่า”
“กี่หมื่นกี่แสนถึงจะถูกต้องครับ” เทิดศักดิ์อำ
“ไม่สนใจ จะให้ซะอย่าง ให้เป็นรางวัลที่เมตตากรุณาปราณี มีน้ำใจ และกำลังจะไปทำหน้าที่เป็นตำรวจตรวจ ข..” ทองจันทร์จะบอกว่า...ขี้หมา
เทิดศักดิ์รู้ทัน “แน่ะ..คุณย่าอย่าพูดนะครับ ตำรวจจับแน่ะ”
“เถิดน่า ตำรวจที่ไหนกล้าจับคุณนายทองจันทร์แม่ท่านขุน ย่าหมวดเทิดศักดิ์ เอาเป็นว่าย่าจะพาไปเดินเลือกซื้อด้วยกัน แล้วคุณนายทองจันทร์จะนั่งรถเก๋งคันโก้ราคาเป็นแสนกลับจากบางกอกมาสุพรรณ จะโบกมือให้คนข้างถนนตลอดทาง” ทองจันทร์บอกเสียงระรื่นเบิกบาน
“โบกมือนั่นมันนางงาม แต่คุณย่านะนาง...ไม่พูดดีกว่าครับ”
ทองจันทร์ชอบอกชอบใจตีแขนเผียะ
“นี่แน่ะ...จะว่าย่าเป็นนางงอม”
แดงน้อยพลอยหัวเราะไปด้วย เนียนกับเนื้อทองอมยิ้มตามทั้งที่เจ็บ

ทานตะวันร้องไห้พะอืดผะอม มีขุนภักดีหน้าตึง เครียดมองจ้องหน้าอย่างไม่พอใจ เรียมนั่งมองเงียบๆ
“ทำไมลูกจึงทำเช่นนั้น หนูอี๊ด”
“หนูไม่รู้ หนูไม่ได้ตั้งใจจะทำสักหน่อย”
“เพราะหนูตั้งใจจะทำมากๆ ทำให้เขาโดนโบยจนตาย” เรียมว่า
“หนูรู้ไหมว่าพ่อเสียหายมากมาย ที่ทำสิ่งไม่ถูกต้องลงไป”
“มันก็แค่คนรับใช้ คนอาศัย คนไม่มีที่ทางจะไปไหน เราจะทำยังไง กับมันก็ได้หนูไม่เห็นว่าจะเสียหายตรงไหน”
“เราเป็นเจ้านายเขา แต่ไม่ได้เป็นจ้าชีวิตเขานะลูก จึงมีสิทธิ์ทำยังไงกับเขาก็ได้ เราก็คน เขาก็คน คนเหมือนกัน”
“คุณแม่ชอบดุด่าว่ากล่าวหนู คุณแม่ไม่รักหนู”
“แล้วหนูเล่า รักแม่บ้างไหม ทำไมเชื่อคนอื่นมากว่าแม่ บอกมาต่อหน้าพ่อกับแม่สิว่าเรื่องการไปพายเรือเล่น นี่หนูคิดเองหรือมีใครวางแผนให้
สองคนจ้องหน้าลูกสาวแสบ ทานตะวันเอาแต่ส่ายหน้า
“ถ้าหนูไม่บอกความจริง พ่อจะถือว่าหนูวางแผนเองทั้งหมดและพ่อจะลงโทษหนู”
“คุณพ่อ”
“ลูกเกือบทำให้พ่อเป็นฆาตกรเพราะรักลูก เมื่อพ่อทราบความจริง พ่อต้องลงโทษลูกเพื่อไม่ให้ทำเรื่องเช่นนี้ต่อไป”
“รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตีจ้ะ” เรียมบอก
“คุณพ่อจะตีหนู”
“แน่นอน..เว้นเสียว่าลูกจะบอกพ่อว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร”
เรียมบอกทางเลือกให้ “เลือกเอาระหว่างการโดนตีด้วยก้านมะยม สิบทีกับการพูดความจริง”
ทานตะวันร้องไห้ไปกอดท่านขุน ส่ายหน้าไปมา เรียมหันไปคว้าก้านมะยมกำใหญ่มาถือท่าทีเอาจริง
“หนูจะไม่ทำเรื่องเช่นนี้อีก หนูไม่ยอมโดนตีด้วยก้านมะยมดอกค่ะ คุณพ่อ...คุณแม่”
สองคนมองหน้ากัน พยักหน้า
“ดีมากลูกรัก”
ทานตะวันเริ่มเล่า

วันต่อมาเทิดศักดิ์กำลังต่อว่าสน ส่วนช้อยรู้แกวพยายามจะเลี่ยง แต่เจอเรียกไว้
“เวรกรรมตามทันคนทำผิดทั้งนั้นไม่ว่าจะพยายามซ่อนเร้นปิดบัง แค่ไหนก็ไม่อาจหลีกพ้นกรรมได้ เรื่องที่เกิดขึ้นร้ายแรงมาก และผมจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นกับใครที่นี่อีก ผมจับทันทีจำไว้”
“นี่แม่นะ แกกำลังจะมาขู่เข็ญว่าแม่ทำผิดอะไรให้ได้ใช่ไหม”
“มาเตือนสติ มายับยั้งผม ไม่อยากจับแม่ จับญาติจับคนในบ้านตัวเองเข้าตะรางครับคุณแม่สน”
ช้อยกำลังจะเลี่ยง
“ยัยช้อย ฉันกำลังพูดด้วยไม่ได้ยินหรือ หรือว่าอยากจะลองดีกับฉัน”
“ไม่บังอาจดอกเจ้าค
กำลังโหลดความคิดเห็น...