xs
sm
md
lg

อาญารัก ตอนที่ 10

เผยแพร่:

อาญารัก ตอนที่ 10

ขณะเดียวกันบนเรือนใหญ่ของขุนภักดี ทุกคนกินอาหารเสร็จแล้ว กบและแมวกำลังเสิร์ฟของหวาน

“ไอ้เสือหนักมันเอาเด็กสองคนนี่ไปมัดไว้ แล้วปล่อยมาโดยไม่ทำอะไรเลย ช่างเหลือเชื่อ” ทองจันทร์งง
“ได้ยินว่ามันเลิกปล้นฆ่าไปนานแล้วไม่ใช่หรือ” เรียมถามสองหนุ่ม
“มันจะเลิกหรือไม่เลิกความผิดความเลวกรรมชั่วของมันก็เลิกไม่ได้หรอกค่ะ” สนแหลมขึ้นมา
“หน้าตามันโหดเหี้ยมมากไหม” ทองจันทร์ซักสองหนุ่ม
สองคนสบตากัน
“ไม่ได้เห็นหน้าดอกแต่เห็นตาครับ คุณย่า”
ภาพสายตาหนักที่โผล่มาจากผ้าคาดหน้า ดุดันมาก ผุดขึ้นในความคิดของสน ขณะบอกออกไป
“ตาของมันดุร้ายพร้อมฆ่าทุกคนได้”
ต่างจากแดงน้อย ภาพดวงตาใต้ผ้าคาดหน้าของหนักดูเศร้าสร้อยมีน้ำตาซึม จึงบอกออกไปอีกอย่าง
“ตาของเขาเศร้าโศกมาก เหมือนเสียใจตลอดเวลา”
“มันกลัว คุณพ่อจะฆ่ามันน่ะสิคะ” ทานตะวันแหลมขึ้นมา
“เขามีโอกาสยิงพวกเราก่อนด้วยซ้ำ แต่เขาไม่ได้ทำครับ ใช่ไหมคุณพ่อ” เทิดศักดิ์ว่า
“อย่าไปเอ่ยถึงมันอีก เลิกพูดถึงมันซะ ยิ่งพูดยิ่งเข้าเนื้อ” ขุนภักดี ตัดบท
“แต่การที่มันไม่ทำอะไรสองคนนี่ก็ถือว่าโชคดีมากแล้วนะคะพี่เทพ” เรียมว่า
สนสอดขึ้นมาอีก เหน็บแนมเรียม “ดูคุณพี่เรียม จะเห็นใจไอ้เสือคนนี้เหลือเกินนะคะ ที่มันทำร้ายสองคนนี่อาจเป็นเพราะมันห่วงใยคนที่นี่ กลัวว่าจะโดนแก้แค้นเอามั้งคะ”
ทองจันทร์ชักไม่ไหว โมโหที่สนโบยเนียน “แม่สนก็ชำระแค้นไปแล้วไม่ใช่รึ โดยมีเนียนเป็นเหยื่อแค้นโดนกระหน่ำโบยซะไม่ยั้ง ถ้าหลานเทิดศักดิ์กับพ่อแดงน้อยมาไม่ทันเห็นทีแม่สนจะสนุกมือจนเนียนมันสลบคาแส้”
สนแก้ตัว “ก้อพี่ขุนบอกให้สนไปเอาแส้ม้านี่คะ หรือว่าพี่ขุนจะเอามาถือเล่น ถ้าไม่มีเจตนาจะเอามาโบยมัน”
“แล้วแม่สนมีหน้าที่โบยคนแทนพี่เทพตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ” เรียมประชด
ขุนภักดีกระแทกช้อนโครม ทุกคนวงแตก แทบกินข้าวไม่ลง แดงน้อยหน้าเหลอหลา

ส่วนที่ร้านกาแฟไทยเจริญ สามคนคุยกันต่อ
“เงินทองที่หาให้มีใช้พอให้แดงน้อยเรียนจนจบแน่นะ” หนักถาม
“แน่สิ ยิ่งตอนนี้ร้านของเราขายดิบขายดี เลี้ยงตัวเองได้สบายๆ” โพล้งบอก
“เลิกคิดที่จะไปทำอะไรที่มันผิดกฎหมายได้แล้ว” แพรว่า
“เลิกจนกระทั่งไปบวช แต่ก็ไม่พ้นเขาตามล่า ต้องทำผิดซ้ำซากเมื่อวานข้าขัดขืนการจับกุม ยิงตำรวจบาดเจ็บไปหนึ่งราย”
“พี่ได้พบแดงน้อยกับเทิดศักดิ์ไหม” โพล้งถาม
“เจอเต็มรักเลยแหละ” หนักบอกหน้าเศร้า
“ตายละหวา แล้วพี่ทำยังไง ลุงหลานมากลายเป็นศัตรูกัน” แพรครวญ
“ข้าปิดบังใบหน้าไว้”
สองคนประสานเสียง “โล่งอก”
“ข้ามาขอนอนกับแดงน้อยให้เต็มอิ่ม ให้สาสมกับที่ไม่ได้มานานแล้ว”
สองคนพยักหน้าไม่สบายใจ

บนถนนสายหนึ่งมุ่งเข้าบางกอก ตอนกลางคืน ภายในรถเห็นเทิดศักดิ์ขับรถพาแดงน้อยกลับบ้าน
“กันติดใจแววตาของเสือหนักมาก ช่างหม่นหมอง เหมือนโศกเศร้าเสียใจตลอดเวลา” แดงน้อยคาใจไม่หาย
“กันก็ประหลาดใจในแววตาของเขา มันเหมือนแววตาคนมีเมตตาปราณี กันผิดคาดมาก กิริยาก็ไม่กักขฬะดังที่เคยคิดเอาไว้”
“เห็นใจคุณพ่อของแก ที่ตั้งใจจะจับเสือหนักให้ได้ แต่กลายเป็นกันกับแกโดนจับเสียอีก”
“เลยเกิดเรื่องวุ่นวายในบ้านกัน ขอโทษด้วย ที่เกิดเรื่องไม่งาม น่าอายแท้ๆ นี่ถ้าแกไม่ใช่เพื่อนสนิทของกัน กันคงเอาหาปี๊บมาคลุมหน้าขับรถแน่”
“แกไม่ใช่เป็นแค่เพื่อน แต่แกเป็นพี่น้องกันต่างหาก อย่ากังวลกับเรื่องเกิดขึ้นเลย ที่ไม่สบายใจเห็นจะเป็นเรื่องน้าเนียน สงสารแกเหลือเกิน” แดงน้อยวกมาที่เรื่องเนียนจนได้
“กันน่ะสงสารน้าเนียนมาตั้งแต่กันยังเด็ก ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณแม่ของกัน ถึงจงเกลียดจงชังน้าเนียนกับน้องติ๋วมากมายนัก คงจะกลัวคุณพ่อจะรักน้าเนียนมั้ง”
“น้าเนียนกับกันถูกชะตากันอย่างบอกไม่ถูก กันรู้สึกคล้ายๆ กับว่ากันกับเขาเคยใกล้ชิดผูกพันกันมา แต่ว่าตอนไหนฉันไม่รู้”
เทิดศักดิ์สัพยอก “ตอนชาติที่แล้วมั้ง”
“ไฮ้ นี่กันจริงจังนะ แกอย่าตลกร้ายล้อเล่นเป็นสนุก”
“กันอยากให้เราหัวเราะออกบ้าง ขอโทษด้วย ขอพูดเรื่องเสือหนักอีกนิดก่อนหน้าจะไปจับกุมเสือหนักกันชิงชังรังเกียจเขามาก แต่ทั้งคืนที่ผ่านมากัน กันรู้สึกว่า เขาไม่ได้ชิงชังรังเกียจเกลียดเราสองคน สักนิด”
“ทำไมเขามีท่าทีเอ็นดูเรา เขาดูสบายใจมากที่ได้ตอบคำถามเรา”
สองคนสับสนกับสิ่งที่พบเห็น

ทางด้านสนรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นผู้แพ้อีกแล้ว
“ยิ่งผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด ยิ่งกลับกลายเป็นว่า นังสองแม่ลูกนั่นมีความดีความชอบ ได้รับความเห็นอกเห็นใจเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ เพราะอีแก่ กับอีเรียมเป็นตัวตั้งตัวตีให้ท้ายพวกมัน”
“แต่วันนี้คุณสนก็ได้กำไรไปอักโขนะคะ ได้โบยมันไม่ยั้ง จนแตกยับ” ช้อยแสร้งเป็นเอาใจ
“หน้าฉันสิแตกยับกว่าเนื้อหนังอีเนียน ลูกชั้นทำราวกับว่าเป็นลูกของมันนี่หรือกำไร เขาโกรธชั้น หนีกลับบางกอกไปกับนายแดงน้อยคนนั้น”
“นายแดงน้อยคนนั้น มันก็ดูแปลกๆ นะคะ คุณสน มาจากไหนก็ไม่รู้ ก็มาทำท่าทะนุถนอมอีเนียนราวกับว่าเป็นแม่มัน”
“นี่มันเกิดผิดฝาผิดตัวอะไรกันหนอ อีเรียมก็ทำเหมือนอีเด็กติ๋วเป็นลูกมันอีกคน”
“หรือว่าเพราะมันหน้าตาละม้ายคุณหนูอี๊ดคะ”
“ไม่ใช่ดอก มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น แต่ฉันยังจับไม่ได้ไล่ไม่ทันหน้าที่แกนางช้อย แกต้องจับให้ได้”
“อ้าว กรรมของอีช้อย อีกแล้ว เอ้อ...ถ้าช้อยจับไม่ได้เล่าคะ”
“แกก็จะอยู่ให้เปลืองข้าวสุกของฉันต่อไปไม่ได้”
“คุณสน” ช้อยตกใจ
“แกก็กลับไปหาแม่ชีแม่ของแก รอวันให้ไอ้เสือหนักกับไอ้หมอเสน่ห์ มาจิกหัวไปฆ่าหมกป่าที่ไหนซะ”
“อย่าขู่ช้อยสิคะ ช้อยยิ่งกลัวมันจะเข้าใจว่าช้อยเป็นคนมาบอกท่านขุน ให้ไปจับมัน”
“มันรู้แน่ว่าแกบอก หรือว่าแกไม่ได้บอก”
“ช้อยบอกเพราะคุณสนบังคับช้อยนะคะ”
สนฉุนกึก “ย้อนรึ นางช้อยแกหมดทางเลือก แผ่นดินเท่าใบพุดทราแกยังแทบหาที่ยืนไม่ได้ แกอย่ามาทำปากดีโต้แย้งฉัน หรือว่าแกอยากเป็นเช่นเดียวกับไอ้เหิมไอ้หวาน ไอ้หมอเสน่ห์ หันซ้ายก็คมหอกหันขวาก็คมดาบ เลือกหันตามสบาย”

ช้อยจ๋อย และสนเริ่มไม่พอใจช้อยอีกครั้ง
ด้านแดงน้อยกลับมาถึงบ้าน อาบน้ำจะเข้านอนแล้ว โพล้งกับแพรเดินมาหายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ท่าทีแปลกๆ ให้

“กินข้าวมาแล้วรึ” โพล้งถาม
“กินแล้วครับ”
“งั้นก็ไปนอนสิ” โพล้งยิ้มกริ่ม
“ผมยังไม่ง่วง ผมอยากคุยเรื่องเสือหนัก”
สองคนมองหน้ากันโบกมือส่ายหน้าไม่เอา
“เฮ้ย...ไม่อยากฟัง”
“อ้าว เอ...ทำไมลุงโพล้งกับแม่แพรดูแปลกๆ ทะแม่งทะแม่ง” แดงน้อยแปลกใจ
“ก็เห็นเหนื่อย” โพล้งบอก
“ก็อยากให้พักผ่อน” แพรว่า
“ไปๆๆ นอน”
สองคนผลักให้ไปนอน แดงน้อยงงๆ

แดงน้อยเดินเข้าห้องนอนนึกถึงเนียน เสือหนัก และเนื้อทอง
เห็นใบหน้าเนียน เนื้อทอง และหนัก ทีละหน้าผุดขึ้นมา สามคนดวงตาสวยแต่เศร้าโศก
“น้าเนียน น้องติ๋ว เสือหนัก สามคนนี่ดวงตาเศร้าโศกเหมือนกันหมด”
แดงน้อยเปิดมุ้ง แล้วมุดเข้าไปล้มตัวลงนอนโดยแรง
“เฮ้อ”
ทันใดนั้นแดงน้อยรู้สึกว่าทับไหล่ใครสักคนที่ร้องโอดโอยเสียงดังขึ้น
“โอ๊ย”
แดงน้อยตกใจ
“ใครน่ะ”
“ลุงเอง”
แดงน้อยดีใจมาก “ลุงสิน ลุงสินจริงๆ ด้วย นี่ลุงสึกแล้วหรือครับ”
“ใช่”
แดงน้อยตลบมุ้งลุกพรวดไปเปิดไฟท่าทีกระปรี้กระเปร่า หนักลุกตาม ตลอดเวลาหนักใส่เสื้อปิดแขนข้างที่เจ็บ เห็นศีรษะโล้นเลี่ยน
“มิน่า ลุงโพล้งกับแม่แพรถึงเสือกไสไล่ส่งให้ผมรีบเข้านอน เพราะ ลุงมานอนรอผมอยู่นี่เอง” แดงน้อยยิ้มร่า
“ลุงคิดถึงหลานเหลือเกิน หลานไปไหนมารึ” หนักแสร้งถาม
“ไปสุพรรณกับเทิดศักดิ์ครับ ตามท่านขุนคุณพ่อของเขาไปจับเสือหนัก”
“อ้อ” หนักยิ้มๆ “แล้วยังไง”
“แต่ไม่สำเร็จครับ กลายเป็นเสือหนักจับผมกับเทิดศักดิ์ไปเป็นตัวประกันไว้ทั้งคืนเพื่อแลกกับการจับกุมเพิ่งปล่อยเราออกมาตอนเข้าตรู่นี่เองครับ”
“หลานกับเทิดศักดิ์คงโกรธเกลียดแค้นชิงชังเสือหนักมากสินะ”
แดงน้อยส่ายหน้า
“ไม่ครับ แปลกมาก เราสองคนคิดเหมือนกัน แต่คงบอกใครไม่ได้”
“ว่ากระไร”
“เราสองคนไม่เกลียดเขาดอกครับ แต่…”
หนักมีสีหน้าปลาบปลื้ม ซักต่อ
“แต่อะไรรึ”
“ถ้าผมเป็นปลัดแล้ว เทิดศักดิ์เป็นตำรวจ เราต้องจับกุมเขาทันทีที่ทำได้ ลุงว่าถูกต้องไหมครับ”
“ถูกต้องที่สุด ใครจับเสือหนักได้ คนนั้นจะมีชื่อเสียงกระฉ่อนไม่ใช่เพียงแค่เมืองสุพรรณเท่านั้น มันไปไกลทั่วประเทศนั่นแหละ แดงน้อยกับเทิดศักดิ์อยากจับเขามากใช่ไหม”
“ครับ อยากจับเขามากที่สุด เทิดศักดิ์ก็อยากจับเขามากที่สุด เราจะช่วยกันจับเขาให้ได้ ลุงว่าเราสองคนทำได้ไหมครับ”
หนักยิ้มเศร้าๆ พยักหน้า
“ได้แน่นอน”
“เสือหนักทั้งเก่งทั้งฉลาด ถ้าเราสองคนพลาดก็ตายทั้งคู่”
“เชื่อลุงสิว่าไม่ตาย หลานกับเทิดศักดิ์จับเสือหนักได้แน่ เขาไม่มีวันฆ่าหลานกับเทิดศักดิ์ดอก”
“ทำไมลุงมั่นใจเช่นนั้นครับ”
“สัญชาตญาณบอกให้ลุงคิดเช่นนั้น”
“ลุงครับ เสือหนักไม่ยักเป็นอย่างที่เราสองคนคิด เขาดีกับเรามากมองเราเหมือนมองลูกหลาน ผมแปลกใจมาก”
“โลกนี้มีอะไรแปลกจนนึกไม่ถึงเสมอ เช่นลุงไง อยากบวชไม่สึกแล้วลุงก็ต้องสึก” หนักว่า
“เสือหนักก็ไปบวชเป็นพระ ในที่สุดเขาก็ต้องสึกมายิงกับตำรวจ”
หนักทำทีเป็นหาว
“เอ้อ ทำไมลุงต้องสึกครับ”
“ง่วงจริงๆ”
“งั้น นอนเถิดครับ”
แดงน้อยจับแขนหนักตรงจุดที่เป็นแผลพอดี
“โอ๊ย”
แดงน้อยตกใจ
“ขอโทษครับ ผมทำลุงเจ็บสองครั้งแล้ว เอ้อ...ลุงเป็นอะไรครับ”
หนักยิ้มเศร้าๆ
“ลุงโดน โดน เอ้อ...ลุงฟันต้นไม้แล้วพลาดโดนมีดของตัวเองน่ะ”
“แย่จัง เอ๊ะ ผมลืมเล่าไปเสือหนักก็โดนยิงครับ โดนยิงแถวไหล่คล้ายๆ ลุงนี่แหละ ครับ ผมกับเทิดศักดิ์งี้หน้าซีดเกือบลมใส่ตอนเห็นเขาผ่าเอากระสุนออกจากบ่า เลือดทะลัก เขาทำหน้าตาเฉยไม่ร้องสักแอะ”
หนักไม่พูดว่าอะไร ล้มตัวลงนอน เงียบๆ แดงน้อยจึงปิดไฟจะเข้านอนตาม


ทองจันทร์ นั่งอยู่บนเรือนมีทานตะวันนั่งอยู่ใกล้ๆ คอยประจบเอาใจ ชวนคุยเรื่องแดงน้อย
“คุณย่าว่าพี่แดงน้อยเป็นยังไงคะ”
“เป็นผู้ชายกิริยาหน้าตาท่าทางดีน่ะสิ”
“นั่นปะไรคะ”
“แต่…”
“อะไรหรือคะ”
“ที่มาที่ไปหมายถึงหัวนอนปลายเท้า ไม่ชัดเจน ไม่เหมาะสมกับหนูดอก”
ทานตะวันจ๋อย เห็นเนื้อทองเข้ามากับกบและแมว มานั่งคุกเข่า ก้มหน้าไม่มองมาทางทานตะวันที่ตาเขียวใส่
“ย่าหลานเขาจะคุยกันตามลำพัง มาเสนอหน้าทำไม”
“ย่าให้กบกับแมวไปตามยัยติ๋วมาเสนอหน้าเองแหละประการแรก ห้องนอนเขาอยู่บนเรือนนี้ ประการที่สอง นาฬิกาที่ซื้อมาให้เขาใช้ตอนเรียนครูก็ ยังไม่ได้ให้” ทองจันทร์บอก
“คุณย่า” ทานตะวันงอน ลุกขึ้น
“หลานจะไปไหนจ๊ะ” ทองจันทร์ถาม
“จะไปหาที่นอนที่หลับแล้วไม่ฝันร้ายค่ะ”
“ที่ไหนรึ”
“เรือนแม่สนค่ะ”
ทานตะวันเดินสะบัดตัวปึงปังออกไป
“คล้ายแม่สนเข้าไปทุกวันแล้วหลานฉัน ส่วนพ่อเทิดศักดิ์ก็คล้ายแม่เรียมเข้าไปทุกที เฮ้อ สลับแม่กันเสียดีไหมนี่”
ทองจันทร์บ่นแล้วหยิบนาฬิกาออกมาวางตรงหน้าเนื้อทอง กบแมวยื่นหน้ามาส่องใกล้ๆ บอกพร้อมกัน
“สวยจริงๆ”
“แต่ไม่ใช่ของพวกแกดอก ยัยติ๋ว รับไปสิ”

เนื้อทองก้มลงกราบอย่างอ่อนช้อย กบกะแมวยินดีไปด้วย
ส่วนสนกอดทานตะวันไว้ สีหน้ากระหยิ่มสะใจ เสี้ยมเด็กสาวทันที

“หนูอี๊ดได้นาฬิกา มันก็ได้นาฬิกา อีกหน่อยหนูอี๊ดอยากมีรถขับ มันก็ได้รถขับด้วย ถึงคราวแบ่งมรดกมันต้องมีส่วนเท่าๆกับหนูอี๊ดด้วยแน่ๆ”
“แม่สนต้องรีบช่วยหนูอี๊ดนะคะ ช่วยไวๆ ที่สุด”
“วันนี้แม่สนก็ฟาดอีกเนียนจนหลังเหวอะไปแล้วไงคะ แม่สนทำไปนั่น มันคือล้างแค้นให้หนูติ๋วด้วยนะคะ”
“ทำยังไงจะให้อีสองแม่ลูกนี่ ไม่มีตัวตนในบ้านนี้คะ แม่สน”
สนยิ้มกริ่ม “แน่นอนค่ะ นี่แม่สนไม่ได้เพื่อตัวเองนะคะ แม่สนทำเพื่อหนูอี๊ดแม่สนเห็นใจหนูอี๊ด แม่ก็ไม่รักพ่อก็เริ่มรักน้อยลง ย่าก็ไปหลงลูกบ่าว”
ช้อยเดินเข้ามานั่งตรงหน้าสน สีหน้าไม่สนุกกับเรื่องที่ไปทำสักเท่าไหร่
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ดีมาก ฉันจะรับฟังข่าวดีพรุ่งนี้เช้า”
“ข่าวดีอะไรคะแม่สน” ทานตะวันสนใจ
“รอดูด้วยตาตัวเอง พรุ่งนี้เช้าเถิดค่ะ มามะ ไปนอนได้แล้ว ช้อยแกจัดที่นอนให้คุณหนูอี๊ดด้วย”
“พูดถึงที่นอน ได้ยินนางกบนางแมวมันบอกว่า คุณแม่จัดการให้อีติ๋วใหม่หรูหรามาก อยากเห็นจริงๆ”
“แม่สนเห็นแล้วค่ะ หรูหรากว่าของหนูอี๊ดอีกนะคะ” สนเสี้ยมทันควัน
“หนูเกลียดคุณแม่”
สนกอดทานตะวันทำเป็นลูบหลังลูบไหล แต่แอบยิ้มเยาะสบตาช้อย ช้อยยิ้มตามไปแกนๆ สนพึมพำเบาๆ“สมน้ำหน้า”
ช้อยไม่รับมุก “สมน้ำหน้าช้อยเรื่องอะไรกันคะ”
สนตาเขียวปั๊ดใส่ช้อย

ด้านขุนภักดีรู้สึกไม่ดี ไม่สบายใจเรื่องที่เกิดขึ้น รู้สึกว่าทำกับเนียนเกินไป ลงมาเดินทอดอารมณ์ในสวน
นึกถึงภาพเนียนนอนหมอบลงไปเองเชื้อเชิญให้ตีให้ตาย
ขุนภักดีเครียดขึ้นมา คิดแค้นไปถึงเสือหนักขึ้นมาทันที
“ไอ้เสือหนัก กูเป็นหนี้เวรหนี้กรรมมึงมาแต่ชาติปางก่อนหรือ มึงถึงตามทำร้ายทำลายจิตใจและครอบครัวกูไม่จบไม่สิ้น กูขอสาบานว่าถ้าฆ่ามึงไม่ได้ ให้ชาติหน้ากูไปลงนรก”
ท่านขุนทอดถอนใจไม่หยุดหย่อน

ขณะนั้นแทนหิ้วตะกร้ามีฝาปิดมาใบหนึ่ง แทนมองซ้าย มองขวาแล้วค่อยๆ เดินมาหยุดที่หน้าต่างห้องนอนเนียน หย่อนตะกร้าลงไปในห้อง

เนียนนอนหันหลังให้หน้าต่าง นอนไม่หลับ ครุ่นคิดถึงแดงน้อยกับหนัก
“แดงน้อยของแม่ เมือไหร่หนอลูกจะมาให้แม่ได้เห็นเป็นขวัญตาขวัญใจอีก แม่รอเวลาที่จะได้ทำหน้าที่แม่ หาอาหารให้ลูกกินอยู่ทุกเวลานาที”
เนียนยิ้ม นึกถึงหน้าตาของแดงน้อย โดยไม่รู้ว่าตะกร้าที่วางลงบนพื้นห้องตรงหน้าต่าง และแทนกำลังเอามือเอื้อมมาแง้มเปิดฝาตะกร้า
พอตะกร้าเปิดออก เห็นงูเห่าชูคอขึ้นมา

กบเดินมาจากเรือนทองจันทร์ เห็นแทนมาจากทางหน้าต่างห้องเนียนแบบลับๆ ล่อๆ หันซ้ายหันขวา กบแอบหลบมุมเรือน มองดูแทน
“ไอ้แทนมันไปทำอะไรแถวห้องเนียน ดูท่าทางมีพิรุธ”
แทนเดินผ่านกบไปโดยไม่เห็น เดินผ่านเลยไป
“ไม่ได้การแล้ว” กบสังหรณ์ใจประหลาด

งูเห่าเลื้อยออกจากตะกร้า เลื้อยไปๆ ขณะที่เนียนนอนลืมตายิ้มพรายนึกถึงแดงน้อย ขยับตัวนิดหนึ่ง

กบมาบอกเอกเรื่องแทนที่ทำลับๆ ล่อๆ สองคนมาดักแทนที่หน้าห้อง

“พวกมันเอากันอีกแล้วหรือนี่” เอกบ่นอย่างระอาเหลือ
แทนเดินมาจะเข้าห้อง เห็นเอกกับกบยืนหน้าห้องชะงัก แทนทัก
“มาทำอะไรกันน่ะ พี่เอก นางกบ”
“มาจับผิดคนเลว” กบบอก
“พูดบ้าๆ” แทนแก้ตัว
“แกไปทำอะไรด้อมๆ มองแถวห้องนอนเนียน” เอกถาม
“ไป ไป เอ้อ...ไปตามหาแมวของคุณท่าน นางสีสวาทไงล่ะ” แทนว่า
“เจอไหมล่ะ” กบถาม
“มันกระโจนเข้าหน้าต่างห้องเนียนไปแล้วน่ะสิ”
เอกกับกบมองหน้าแทน
“งั้นเรา...ไปปลุกเนียนเอาแมว ไปไว้เรือนให้คุณท่านกันเถิด” เอกว่า
แทนหน้าเสียส่ายหน้า
“ช่างมันเถิด มันเข้าห้องเนียนมันก็นอนกับเนียนได้ เนียนเขาคลุกข้าวให้มันกินนี่นา”
“แต่ฉันอยากเอามันไปเรือนคุณท่านคืนนี้ แกไม่ไปช่างปะไร สีสวาทเป็นอะไรไปละแกเอ๊ย เจอโบยแน่ๆ”
แมวสีสวาทวิ่งออกมาจากห้องแทนพอดี และวิ่งผ่านหน้าเอกกับกบด้วย
“บรรลัยละสิ” แทนตกใจ
“นั่นไงสีสวาทไม่ได้อยู่ในห้องเนียนดอก มันอยู่ในห้องแกต่างหาก” กบจ้องหน้าถาม
“แกเอามันไปซ่อนไว้ทำไม บอกมานะว่าเอามันไปซ่อนทำไม” เอกคาดคั้น
กบขู่ “หาไม่ฉันจะฟ้องคุณท่าน”
แทนรีบวิ่งไปทันทีตามจับสีสวาท
“สีสวาท สีสวาท มานี่ กลับมานี่”
สีสวาทไม่ฟังวิ่งไปอย่างเดียว
เอกกะกบมองหน้ากัน แล้ววิ่งตามแทนไป

เนียนนอนยิ้มพลิกตัวกลับมา งูเลื้อยมาข้างมุ้ง เนียนตลบมุ้งจะออกไป งูเลื้อยเข้ามาพอดี เนียนเห็นงู ตื่นตะลึงตกใจมาก
งูส่ายหัวไปมาจ้องจะฉกเนียน

ระหว่างนั้นแมวสีสวาทวิ่งมาทางหน้าต่างห้องเนียน โดยมีแทนวิ่งตามมาติดๆ เรียก “สีสวาทๆ” โดยมีกบเอก
ตามแทนมาอีกที
“สีสวาทกลับมานะ กลับมาอย่าไป อย่าไป”
“ไอ้แทน ไอ้คนโกหก บอกมานะว่าแอบทำอะไรชั่วๆ มา” เอกร้องขู่ตามไป
“แกไม่รอดคืนนี้แน่ไอ้แทน”
สองคนพยายามข่มขู่แทนให้พูด

ฟากขุนภักดีที่เดินวนเวียนอยู่ในสวน ได้ยินเสียงเอะอะ แว่วมา
“นี่มันเกิดเหตุอะไรกันอีกเล่า”
ขุนภักดีรีบเดินไปตามเสียงเอะอะนั้นไป

เนียนนิ่งขึง ขณะที่งูส่ายหัวจ้องฉกเนียน เสียงคำสอนของหนักดังขึ้นมาในความคิด
“เนียน น้องจำไว้นะ เราเป็นชาวนา เราต้องเจองูเห่าวันยังค่ำ อย่ากระดุกกระดิก อย่ากระพริบตา จ้องตามันไว้ แล้วมันจะไม่กล้าทำร้ายเนียน มันจะกลัวแล้วจากไปเอง”

เนียนทำตามหนักสอนเต็มที่
จังหวะนั้นแมวสีสวาทตัวโปรดของคุณนายทองจันทร์กระโดดผลุงขึ้นไปที่หน้าต่างห้องเนียน แทนตกใจสุดขีด

“อย่าเข้าไปสีสวาท อย่า”
สีสวาทกระโดดเข้าไปแล้ว แทนกลัวทองจันทร์ดุมาก ลืมตัวกระโดดตามเข้าไป
เอกกะกบตามมาถึงหน้าต่าง เสียงโอดโอยทั้งของแทนและเสียงขู่แมวดังสลับไปกันไปมา เอกกับกบผวามาถึงหน้าต่าง มองอย่างตื่นตะลึง
“งูเห่า”

งูเห่าฉกร่างแทนซ้ำๆ เนียนกรีดร้องอย่างตกใจ แมวสีสวาทขู่ฟ่อท่าทีตกใจ งูเลื้อยไปขดที่มุมห้อง เอกกับกบถึงบ้างอ้อ
“ที่แท้มันเอางูมาเพื่อให้กัดเนียนนี่เอง”
“สมน้ำหน้าโดนงูกัดเสียเอง” กบแค้น
เห็นแมวสีสวาทกระโดดออกมา กบรีบตะครุบกอดไว้
เสียงแทนร้องโอดโอย “ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
ขุนภักดีปราดมาถึง ตกใจไม่น้อยเพราะเหตุเกิดที่ห้องเนียน แล้วให้นึกห่วงเผลอตัวตะโกนถาม
“เนียน เนียน เนียนเป็นอะไรน่ะ”
ขุนภักดีทะยานมาที่หน้าต่าง มองเข้าไปในห้อง เอกกับกบแหวกทางให้

เนียนกรีดร้องไม่เลิกเนื้อตัวสั่นเทา แทนนอนหายใจระรวยระริน พิษงูกำลังวิ่งเข้าไปทั่วร่างกาย งูยังขดตัวอยู่เหมือนตกใจเช่นกันที่มุมห้อง
ขุนภักดีกระโดดเข้ามาในห้องโดยอัตโนมัติ ช้อนร่างเนียนอุ้มไว้
“มันกัดเนียนตรงไหน”
เนียนหยุดกรี๊ดแต่ตกตะลึงทำอะไรไม่ถูก ไม่สนใจแทน ที่ร้องขอความช่วยเหลือ

สองคนกบกับเอกตกตะลึงเช่นกัน แต่สบตากัน ยิ้มน้อยๆ แล้วก็สะดุ้งเมื่อโดนด่า
“มึงจะยิ้มหาอะไรกัน”
ท่านขุนอุ้มร่างเนียนที่หมดสติไปแล้ว พลางสั่ง
“ไอ้เอกรีบหาคนมาตีงู กูจะพาเมีย เอ๊ย เนียนไปดูว่าโดนงูกัดที่ตรงไหน นางกบ ไปเรียกคนทั้งบ้านมาช่วยกันหาหยูกหายาหาสมุนไพร ไวๆ เข้า แล้วรีบตามกูไปที่เรือนคุณแม่”

ขุนภักดีอุ้มเนียนพรวดออกไปจากที่นั่น

บนเรือนทองจันทร์เวลาต่อมา ทองจันทร์ แมว เรียม และเนื้อทองตกใจมาก
“แม่เนียน เป็นอะไรคะ”
“เนียนโดนงูเห่ากัด” ขุนภักดีบอก
“แม่ ๆๆ แม่จ๋า แม่อย่าเป็นอะไรนะ”
“พี่เทพขาช่วยเนียนให้ได้ อย่าให้เนียนตายนะคะ”
ทองจันทร์ตกใจ “คุณพระคุณเจ้าช่วยเนียนด้วย เวรกรรมซ้ำซากอะไรของมันนักหนานะ”
ขุนภักดีมีสีหน้าหวาดกลัว ปากพร่ำเรียกเนียนตลอดเวลา
“ท่านขุนเจ้าขา ช่วยแม่หนูด้วยเจ้าค่ะ อย่าปล่อยแม่หนูตายนะเจ้าคะ สงสารแม่หนูเถิดเจ้าค่ะ หนูจะไม่ขอลืมพระคุณท่านไปจนวันตาย”
ท่านขุนรีบพลิกตัวเนียนค้นหาบาดแผลที่งูกัด
“เนียน เนียน” ขุนภักดีพยามยามเรียกเนียน “ช่วยกันหาสิว่าโดนกัดตรงไหน ช่วยหากันหน่อยว่าโดนกัดตรงไหน ใครก็ได้รีบหายาแก้พิษมาไวๆ”
“เจ้าค่ะ เรามีรางจืดแก้พิษเจ้าค่ะ”
แมววิ่งไปโดยพลัน เนียนขยับตัว ร้องคราง
“อืมม”
เรียมกะทองจันทร์ดีใจนัก “เนียน”
เนียนปรือตามองมา
“งูกัดตรงไหน ฉันจะดูดเอาพิษงูออกให้” ขุนภักดีก้มลงไปเพื่อจะใช้ปากดูดพิษ
เนียนได้สติ เห็นท่านขุนก้มหน้าลงมาชิดส่งสายตาห่วงใยมาก รอคำตอบ
เนียนตกใจมาก “ท่านขุน”
“อย่ามัวมาเรียกชื่อฉัน บอกมาว่าโดนงูกัดตรงไหน”
“ไม่ ไม่...” น้ำตาไหลพรากตื้นตันท่านขุนห่วงใย แต่ยังพูดไม่จบ
กบวิ่งพรวดขึ้นมาอุ้มสีสวาทในมือ
“ไม่ได้กัดเนียน ดอกเจ้าค่ะ แต่แว้งกัดคนที่มันเอางูมากัดเนียนเสียเองเจ้าค่ะ”
ทุกคนถามพร้อมกัน “ใคร”
“ไอ้แทนมันแอบปล่อยงูเข้าไปในห้องเนียนหวังจะให้กัดเนียน แต่เวรกรรมตามสนอง งูกัดปากมัน ตอนนี้มันกำลังจะตายเจ้าค่ะ”
ทองจันทร์โล่ง “โล่งอก”
“เนียนคงตกใจจนเป็นลมน่ะเจ้าค่ะ” กบว่า
เรียมดีใจมาก “สาธุ”
เนื้อทองผวาไปกอดแม่อย่างดีใจ
“แม่จ๋า แม่ไม่เป็นอะไรแล้ว”
ส่วนท่านขุนลุกพรวดออกไปทันที
“กูจะไปฆ่ามันซ้ำ”
ขุนภักดีเดินพรวดออกไปๆ ไม่สนใจเนียนอีกต่อไป เรียมประคองเนียนให้ลุกนั่ง
กบวิ่งตามท่านขุนไป
“เล่ามาให้ครบถ้วนกระบวนความ สิว่ามันเกิดอะไรขึ้น” ทองจันทร์ถาม
เนียนละสายตาจากการมองท่านขุน กอดลูกสาวแน่น หันมาทางเรียมและทองจันทร์เพื่อบอกเล่าเรื่องร้าย


ทางด้านสนกับทานตะวันนั่งรอฟังข่าวดี
“ข่าวดีกำลังจะมาค่ะ หนูอี๊ดคงหมดเสี้ยนหนามตำชีวิตสักทีอีเนียนกำลังจะตาย”
“ดีใจจังเลย ขอบคุณมากนะคะแม่สน หนูหงุดหงิดอีเนียนมานานมากแล้ว”
จังหวะนั้นช้อยวิ่งหน้าตั้งเข้ามา
“แย่แล้ว มันกำลังจะตายแล้วเจ้าค่ะ”
สองคนมองหน้ากัน
“รู้แล้วว่าอีเนียนกำลังจะตาย แล้วทำไมจะแย่”
สนโผมากอดทานตะวัน
“แย่เพราะคนที่จะตายคือไอ้แทนเจ้าค่ะ”

สองคนตกใจมาก
อาญารัก ตอนที่ 10 (ต่อ)

แทนนอนแน่นหน้าอก หายใจรวยริน จวนจะขาดใจตายแล้ว มีแผลที่ปากพิษงูกำลังพุ่งเข้าสู่หัวใจ มีเอก และคนในบ้านกำลังมุงดู เอกกำลังคาดคั้นถามคนบงการ

“ปากปลาหมอขนาดงูมันยังรู้ว่าต้องกัด ปากเนียนเคยทำอะไรให้มึงเจ็บช้ำสักหน่อยรึก็ไม่เคย บอกมานะว่าใครสั่งมึงให้เอางูไปฆ่าเนียน”
แทนพยายามจะพูด “อี... ส…”
“อี ส...หน้าไหน สั่งมึง”
ขุนภักดีแหวกคนเข้าไปยืนจังก้า แทนตัวสั่นไปหมดพยายามยกมือจะไหว้ แต่ไม่ไหว
“มึงเอางูเห่าไปฆ่าคนของกูทำไม”
แทนพยายามจะพูดแต่ขากรรไกรแข็งค้างพูดไม่ออกไปแล้ว ตามองเบิ่งไปที่ด้านหลังของทุกคน
“นะ.. นั่น.อี..ช...”
แทนมองไป เห็นช้อยยืนตกใจอยู่
“ชี้กูทำไม เวรของอีช้อยอีกแล้วละสิ”
ช้อยเสียววาบ ถอยกรูดไป หายไปในทันที ทุกคนมองตามที่แทนบอก
“อีช..อะไรอยู่ตรงนั้น ออกมานะ ออกมาเดี๋ยวนี้” ขุนภักดีตะโกน
เอกวิ่งพรวดไปทันที ขณะที่วิ่งไป มีก้อนหินถูกขว้างมาใส่หน้าเอกโดยแรง
“โอ๊ย”
“ไปจับตัวมันมา กูจะแล่เนื้อเอาเกลือทาให้หมากิน”
ทุกคนวิ่งไปตามหาทันที ท่านขุนหันมาจ้องหน้าแทน
“อกตัญญู เนรคุณ เลี้ยงเสียข้าวสุก อำมหิต มึงกล้าฆ่าคนหน้าตาเฉย ทั้งที่ไม่มีเรื่องโกรธแค้น ไม่มีสาเหตุจูงใจ มึงก็ไปลงนรกเสียเถิด มึงจะกลายเป็นผีไม่มีญาติ เพราะกูจะไม่ให้ใครเผามึง”
ร่างแทนกระตุกๆ สั่นเทิ้มไปแล้วหมดลมหายใจตายในสภาพตาค้างเบิกโพลง

ฟากช้อยวิ่งลัดเลาะหลบหลีก มาแอบลงไปซ่อนอยู่ในคูน้ำหันซ้ายหันขวา
“ไอ้บ้าเอ๊ย จะตายไปลงนรกอยู่แล้วยังมีหน้ามาเล่นงานกันอีก”
“มันวิ่งไปทางนี้”
เสียงเอกดังเข้ามา ช้อยหักเอาหลอดต้นคูนมาใช้หายใจแล้วจมหัวลงไปในคูน้ำ
พวกเอกวิ่งมาถึง มองซ้ายมองขวาเอกชะงักยิ้มชี้ให้ไปต่อ
“มันวิ่งไปโน่น”
แต่เอกกลับไม่ขยับ มองไปในคูเห็นหลอดคูนเคลื่อนไหวไปมา เอกยิ้ม
“ไอ้อี ชอ ไอ้อีสอ ตัวไหนก็ตามที่ก่อเหตุให้เกิดมีคนตายในบ้านหลังนี้อีกแล้ว สักวันเถิด พวกมึงจะถูกพวกวิญญาณผีที่มึงเข่นฆ่ามารุมลากมึงไปลงนรก อย่านึกว่าไม่รู้นะ แต่กูจะปล่อยให้เวรกรรมมาจัดการพวกมึง ถุยนางคนชั่ว ขอให้พวกมึงตายอย่างทารุณ ตายแล้ววิญญาณก็ไปหาที่ผุดที่เกิดไม่ได้ นอกจากในนรก”
เอกถุยน้ำลายลงไปบังหลอดคูน แล้วหันกลับเดินออกไป
ช้อยโผล่หน้าขึ้นมา มีปลาไหล และปลิงเกาะหัวยั้วเยี้ยไปหมด ช้อยทำหน้าสยดสยอง
“ว๊าย”

ด้านเนียนเข้ามาอยู่ในห้องนอนของเนื้อทอง มีทองจันทร์ตามมาติดๆ
“ขืนข้าปล่อยให้เอ็งไปอยู่ห้องชั้นล่างตามลำพัง เอ็งอาจตายขึ้นมากะทันหัน เพราะฉะนั้น นับแต่นี้ไปเอ็งอยู่ในห้องนี้กับลูกของเอ็ง”
“คุณท่านเจ้าขา แต่ว่า...”
“อย่ามาแต่ ข้ากลัวผี ห้ามมาตายคาเรือนข้า รึจะบังอาจขัดคำสั่ง” ทองจันทร์ดุ
“ไม่บังอาจเจ้าค่ะ เนียนเกรงใจ”
“เกรงใจ ๆ คิดอย่างอื่นเป็นบ้างไหม ยัยติ๋ว เอ็งไปนอนเป็นเพื่อนข้าวันนี้นางแมวมันวุ่นวายกับไอ้ผีไอ้นรกแทนอยู่”
เนื้อทองรีบประคองทองจันทร์เดินออกไป เนียนยกมือไหว้ขอบคุณมองตามอย่างซาบซึ้งในน้ำใจหญิงชรา

ฟากช้อยกำลังจีบปากจีบคอแก้ตัวกับสนที่หน้าตึงไม่พอใจ
“ก็ไอ้แทนมันโง่งี่เง่าเต่าตุ่น ดันเผลอเรอให้ไอ้เอกกับนางกบมันจับพิรุธได้”
“มันก็โง่เง่าเต่าตุ่นพอกับเอ็งนั่นแหละ ใช้คนไม่เป็น ใช้ใครไม่ใช้ดันไปใช้ไอ้แทนปากปลาหมอ” สนโมโหมาก
“ขนาดงูยังกัดมันที่ปากเลยนะเจ้าคะ”
“ยัยช้อยเอ็งโง่นัก สักวันเถิดเอ็งจะโดนแทงที่ปากตายบ้าง” ทานตะวันด่าว่า
“หนูอี๊ดพูดถูก แกระวังตัวให้ดี”
ช้อยนึกขึ้นมาได้
“ฟังเรื่องนี้ดีกว่าเจ้าค่ะ ฟังแล้วดีไม่ดี คุณสนจะโดนผีเข้าเอาได้นะเจ้าคะ”
“อะไรรึ”
“ตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม งูลังเลว่าจะกัดใครดี ท่านขุนมาพอดี”
“คุณพ่อมา” ทานตะวันตกใจ
“พี่ขุนมา”
“อีเนียนเลยฉวยโอกาสเป็นลม ท่านขุนก็ขนมผสมน้ำยา อ้าอ้อมแขนอุ้มมันขึ้นเรือนคุณท่านไปเจ้าค่ะ สีหน้าท่าทางห่วงหาอาวรณ์มันเหมือน เมื่อก่อนตอนหลงมันจนลืมคุณสนไม่มีผิดเจ้าค่ะ”
สนกรี๊ด “ต๊าย อุเหม่”
“หนูไปจัดการมันเองค่ะ”
ทานตะวันโมโหลุกพรวด สนดึงไว้
“ใจเย็นๆ ค่ะ แม่สนยังมีอีกหลายวิธีที่จะจัดการมัน เล่นงานแม่ไม่ได้ มาก็ย้ายมาเล่นงานลูกมันสิคะ” สนว่า
“อีเด็กติ๋ว” ทานตะวันอุทาน ตาวาววับ

สนพยักหน้ายืนยัน
ทางด้านเรียมนอนยิ้มรู้สึกพึงพอใจ ที่เห็นท่านขุนยังห่วงใยเนียน แต่ขุนภักดีรู้สึกเสียหน้าที่เผลอห่วงใยเนียนออกนอกหน้า

“พี่เทพว่าใครที่สั่งไอ้แทนเอางูมากัดเนียนคะ”
“เรียมสงสัยใครหรือ”
“คิดไม่ออกดอกค่ะ กลัวคิดแล้วผิดจะกลายเป็นบาปเป็นกรรม แต่เชื่อว่าต้องเป็นพวกเดียวกันที่ฆ่าไอ้หวาน”
“ไอ้หวานนั่นอาจเป็นเสือหนัก เพราะมันปากมากเรื่องเนียน แต่ครั้งนี้พี่จนใจ”
“คนคนนั้นทำไมต้องอยากให้เนียนตาย ทั้งที่เนียนก็ตายทั้งเป็นอยู่แล้ว”
“ประชดพี่รึ”
“หามิได้ค่ะ เรียมอยากจะขอบใจพี่เทพแทนเนียนด้วยซ้ำ ที่แท้ในเบื้องลึกของจิตใจ พี่เทพยังห่วงใยเนียน ถ้าไม่รีบอุ้มเข้ามา คงโดนงูกัดแล้ว”
“อย่ามาพูดเองเออเองนะเรียม พี่เพียงพบเห็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นตรงหน้า พี่ก็ต้องดูดำดูดี พี่เป็นหัวหน้าครอบครัว อย่ามาเหมาโมเมว่าพี่ใจอ่อนห่วงใยคนเนรคุณแพศยานะ”
เรียมยิ้มไม่ว่าอะไร เอื้อมมือไปจับมือสามีมาแนบแก้ม
“เรียมรู้ค่ะ พี่เทพ มีน้ำใจ แต่ใครไม่รู้ก็ว่าพี่เทพใจดำ พี่เทพใจแข็งต่างหาก”
“เอ๊ะ เรียม บอกว่าอย่ามาเย้าพี่นะ”
“พี่เทพมีน้ำใจกับเนียนครั้งนี้ เนียนคงมีความสุขจนเหลือจะเอ่ย”
เรียมหัวเราะเบาๆ แต่ท่านขุนงอนโดนจับไต๋ได้

ส่วนเนียนนอนไม่หลับ คิดถึงท่าที่ห่วงใยของท่านขุน แอบมีความสุขขึ้นมาบ้า ภาพตอนที่ท่านขุนตกใจปราดมาช้อนร่างเนียนไว้ในอ้อมกอดพลางตะโกนเรียกเนียน ผุดขึ้นมา
เนียนคิดแล้วเผลอยิ้มทั้งน้ำตา
“ความเมตตาที่ได้รับแม้เพียงชั่วครู่ในความทุกข์ระทมขมขื่นที่ได้รับมานานนับสิบกว่าปี ก็ทำให้เนียนสุขจนเหลือล้น เนียนอยากกราบขอบพระคุณท่าน แต่เนียนไม่บังอาจเอ่ยปาก”
หัวใจของเนียน ยามนี้อิ่มเอิบเหลือแสน ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุข ฝันดีไปทั้งคืน

ทานตะวันโดนสนปลุกแต่เช้าตรู่
“หนูอี๊ดขา ตื่นค่ะ รีบตื่น”
“รีบตื่นทำไมกันคะ หนูยังง่วงอยู่เลยค่ะ แม่สน”
“รีบกลับไปรักษาสิทธิ์ในความเป็นหลานตัวจริง ให้ไวๆ ค่ะ ขืนช้าไปจะโดนนังเด็กติ๋วมาสวมสิทธิ์เป็นหลานแทนนะคะ”
ช้อยผสมโรง “จริงๆ นะเจ้าคะ นางสองคนแม่ลูกมันเป็นจอมฉวยโอกาส มันจะฉวยทุกอย่างที่ขวางหน้ามาเป็นของมัน แม้แต่คุณย่าเจ้าค่ะ”
สนรีบผลักไสทานตะวันให้ไป เล่นงานเนื้อทองกับเนียน
“ขอบคุณแม่สนมากที่คอยดูแลหนูมาตลอด หนูรักแม่สนมากกว่าคุณแม่ดีไหมคะ”
“จะไม่ดีมังคะ” สนแกล้งพูด
“แต่ช้อยว่าไม่เลวดอกเจ้าค่ะ รีบทำตามความหวังดีที่คุณแม่สนบอกเถิดเจ้าค่ะ”
“รีบไปเลยก่อนที่พวกมันจะอ้อนจนคุ
กำลังโหลดความคิดเห็น...