xs
sm
md
lg

พรพรหมอลเวง ตอนที่ 10

เผยแพร่:

พรพรหมอลเวง ตอนที่ 10
เช้าวันใหม่ สายแก้วเอากาแฟมาเสริฟต์ให้สุดนภาที่นั่งกับเมรินที่โต๊ะในสวนแล้วเดินออกไป สุดนภานั่งอ้าปากหาว เมรินนั่งหน้าเครียด
“แกเรียกชั้นมาแต่เช้าทำไมเนี่ย วิญญาณชั้นยังไม่เข้าร่างเลยนะ”
เมรินเครียด “ชั้นอยากพบตัวชั้นเอง ซักครั้ง”
สุดนภาสำลักกาแฟพรวดแล้วมองหน้าเมริน
“แกแน่ใจแล้วนะ หยง ว่าแกจะทำใจได้”
“ชั้นแน่ใจว่าพร้อม”
“แล้วคิดหรือยัง ว่าเจอพ่อกับแม่แกแล้วจะบอกว่ายังไง จะพูดอะไรกับท่าน แล้วท่านจะเชื่อแกหรือเปล่า”
“ชั้นไม่รู้ ชั้นไม่รู้หรอกบี๋ ชั้นรู้แต่ว่า ชั้นต้องไป แกต้องช่วยชั้นนะบี๋”
“โธ่หยง ชั้นรู้ว่าแกสับสน แต่ แกคิดดีๆนะหยง”
“ชั้นคิดดีแล้วบี๋ ยังไงชั้นก็ต้องกลับไป เพราะมันอาจเป็นหนทางเดียวที่ทำให้ชั้นกลับคืนร่างได้”
สุดนภามองเมรินหน้าเครียด


หนึ่งฤทัยนั่งดื่มกาแฟกับพิราม ในร้านกาแฟที่ ร.พ
“ถึงคณะแพทย์ยังไม่ได้ลงความเห็นว่าคุณตันหยงจะเป็นเจ้าหญิงนิทรา แต่จากสภาพการณ์แล้ว มีความเป็นไปได้สูง” หนึ่งฤทัยบอก
พิรามตกใจ “หมายความว่า...”
“ทำไมไม่ลองพาคุณตันหยงไปรักษาที่ต่างประเทศดูล่ะคะ”
“ที่ไหนล่ะครับ คุณหมอหนึ่งช่วยแนะนำผมด้วย ไม่ว่าที่ไกลแค่ไหน ถ้ามีความหวัง ผมจะพาเธอไปเอง”
“หนึ่งไม่มีข้อมูลเรื่องพวกนี้หรอกค่ะ แต่คนที่พอจะช่วยได้ก็มีนะคะ”
“ใครครับ ใครที่มีข้อมูลเรื่องนี้”
“หมอปฐวีไงคะ หมอวีสนใจเคสคุณตันหยงเป็นพิเศษ หนึ่งแน่ใจว่าหมอวีต้องมีข้อมูลเรื่องนี้แน่นอน แต่หนึ่งคงพูดแทนให้ไม่ได้ เพราะจะเป็นการก้าวก่าย”
“งั้น...ผมควรจะทำยังไงดีล่ะครับ” พิรามถาม
“เอาอย่างนี้ หนึ่งจะลองเกริ่นดูให้นะคะ แล้วคุณพิรามก็ปรึกษาเรื่องนี้กับคุณพ่อคุณแม่ของคุณตันหยง แล้วค่อยให้ท่านคุยกับคุณหมอวีดีมั้ยคะ”
“ได้ครับ ผมจะรีบปรึกษากับท่านเลย ท่านคงดีใจมาก”
“จริงๆไม่ใช่หน้าที่ของหนึ่งเลย แต่หนึ่งเข้าใจและเห็นใจในความรักที่คุณมีกับคู่หมั้น”
“ขอบคุณนะครับคุณหมอ ขอบคุณจริงๆ”
“งั้นหนึ่งขอตัวก่อนนะคะ ขอให้โชคดีนะคะ”
หนึ่งฤทัยลุกขึ้นแล้วเดินไป พิรามนิ่งคิด


ปฐวีกำลังนั่งทำงานอยู่ในห้อง จริญทิพย์เดินเข้ามาพร้อมกับแจกันดอกไม้
“มาแล้วค่ะ ดอกไม้สวยๆ”
ปฐวียิ้มพร้อมกับมองดอกไม้ “สวยมากเลยครับ คุณทิพย์”
จริญทิพย์เขิน “ต๊าย...ตาย หมอวีชมทิพย์ซึ่งหน้าแบบนี้ ทิพย์ก็เขินแย่สิคะ”
ปฐวีขำ “อ้อ ...ผมมีของฝากคุณทิพย์ด้วยนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
จริญทิพย์คว้าถุงของฝากแล้วเดินออกไปจากห้อง
ปฐวียิ้มขำ เขามองดอกกล้วยไม้แล้วคิดถึงคำพูดของปรงทอง
“.....เราต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของพรหมลิขิต ถ้าเจ้าเจอคนที่ใช่ ความรู้สึกจะบอกเจ้าเองนั่นแหละ......”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปฐวีกดรับ
“สวัสดีครับ พี่ภัส”
ประภัสสรคุยโทรศัพท์อยู่ที่บ้าน
“วีจ๊ะ เดี๋ยวน้องเมย์จะไปหาวีที่โรงพยาบาลนะจ๊ะ”
“อ้าว เมื่อวานไม่เห็นน้องเมย์บอกเลยนี่ครับ นึกยังไงจะมา”
“พอดีครูบี๋แวะมาหาตอนเช้าน่ะ น้องเมย์เลยขอตามครูบี๋ไปด้วย”
“ครับ พี่ภัส เดี๋ยวผมดูแลน้องเมย์เอง”
ปฐวีกดปิดโทรศัพท์
“นึกยังไงเนี่ย จะมาโรงพยาบาล” ปฐวีงง
หนึ่งฤทัยเดินเข้ามาในห้อง
“วีคะ หนึ่งมีเรื่องปรึกษาค่ะ”
หนึ่งฤทัยยิ้มมองปฐวี
สุดนภาเดินจูงมือเมรินมาที่หน้าห้องตันหยง เมรินหยุดชะงัก สุดนภามองเพื่อนอย่างเป็นห่วง
“แกพร้อมหรือยัง หยง”
เมรินสูดลมหายใจ “พร้อมแล้ว”
“แน่ใจนะ ถ้าพร้อมแล้วก็เอา”
สุดนภาเงื้อมือจะเปิดประตู แต่พินิจกับบุหงาเปิดออกมาพอดี
“คุณพ่อ คุณแม่”
“อ้าว หนูบี๋ มาพอดีเลย” พินิจทัก
เมรินชะงักมองพ่อและแม่อยู่นาน ก่อนจะเดินเข้าไปกอดบุหงาแล้วร้องไห้ บุหงางงแต่ก็ยอมให้เมรินกอด
“คุณแม่ขา หนูคิดถึงคุณแม่” เมรินร้องไห้
สุดนภามองเมรินด้วยความสงสารก่อนจะค่อยๆเดินไปดึงเมรินออกมาจากบุหงา
“โถ น่าเอ็นดูจริงแม่คุณ ลูกเต้าเหล่าใครละบี๋” บุหงาถาม
“ลูกของเพื่อนบี๋เองค่ะคุณแม่ เค้าฝากบี๋ไว้ คงคิดถึงคุณพ่อกับคุณแม่มาก”
“มาให้ตาหอมทีได้มั๊ยคะ” พินิจถาม
เมรินโผเข้าหาพินิจทันที “คุณพ่อขา”
พินิจกับบุหงามองเมรินด้วยความสงสาร
“คุณพ่อคุณแม่จะไปธุระหรือคะ” สุดนภาถาม
“ใช่จ๊ะ ฝากหยงด้วยนะลูก” บุหงาบอก
“ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง”
“ตากับยายไปธุระก่อนนะคะ ถ้าว่างๆก็มาหากันบ่อยๆนะคะ” บุหงาพูดกับเมริน
บุหงากับพินิจเดินไป เมรินปาดน้ำตาแล้วมองส่งทั้งสองอยู่นาน
“คุณพ่อ คุณแม่”
“เข้าไปกันเถอะ” สุดนภาชวน
เมรินมองสุดนภา
สุดนภาถามย้ำ “แกพร้อมแล้วนะ”
เมรินพยักหน้า แล้วทั้งคู่ก็เดินเข้าห้องไป


เมรินกับสุดนภาเดินเข้ามาในห้อง เมรินมองเห็นร่างตันหยงอยู่บนเตียงก็ชะงัก
“นั่น....ตัวชั้นหรือ”
เมรินเดินเข้าไปหาช้าๆ แล้วหยุดยืนมองร่างตัวเอง สุดนภาถอนหายใจ เมรินหันมาพูดกับเพื่อน
“เราต้องลองหาทางดู”
เมรินค่อยๆเอื้อมมือไปกุมมือตันหยงไว้ก่อนจะหลับตานิ่งแล้วลืมตาขึ้นมามองมือตัวเอง
เมรินหันมองสุดนภา “มันไม่ได้ผล ชั้นต้องทำยังไง”
ร่างตันหยงนอนนิ่ง
เมรินเอื้อมมือไปจับตันหยงแล้วเขย่า
“น้องเมย์ หนูอยู่ในร่างชั้นรึเปล่า เรามาคืนร่างกันเถอะนะ”
สุดนภามองหน้าเมรินด้วยความร้อนใจ


ปฐวีนั่งเหม่ออยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เขานึกถึงเรื่องที่หนึ่งฤทัยมาพูดกับเขา
“หนึ่งอยากปรึกษาเรื่องคุณตันหยงค่ะ คือคู่หมั้นของเธอปรึกษากับหนึ่งว่า อยากจะพาเธอไปรักษาที่อื่น หนึ่งจำได้ว่าวีมีข้อมูลการรักษาที่ต่างประเทศ”
ปฐวีงง “อ้าวทำไมล่ะครับ”
“ทางคุณพิรามแค่ถามมา หนึ่งเลยจะมาปรึกษาวีก่อน”
ปฐวีนิ่งคิดหน้าเครียด หนึ่งฤทัยมองอย่างสังเกต


ปฐวีคิดถึงคำพูดของหนึ่งฤทัยแล้วก็เครียด
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมจะรีบร้อนขึ้นมาตอนนี้”
ปฐวีหยิบแฟ้มในลิ้นชักมาเปิดดูเห็นว่ามีรายชื่อโรงพยาบาล และสถานที่รักษาที่ต่างประเทศเต็มไปหมด ปฐวีนิ่งนึกแล้วหยิบแฟ้มใส่ลิ้นชักก่อนจะมองนาฬิกา
“ทำไมป่านนี้น้องเมย์ยังไม่ถึงอีกนะ มัวไปเถลไถลที่ไหนอยู่”
ปฐวีหันไปมองแจกันดอกไม้แล้วดึงกล้วยไม้ไปหนึ่งดอก ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง


ปฐวีเดินออกมาจากห้อง จริญทิพย์รีบรับหน้า
“ถ้าน้องเมย์มา ให้นั่งรอในห้องก่อนนะครับ คุณทิพย์” ปฐวีบอก
“คุณหมอจะไปไหนหรือคะ”
“ผมจะไปเยี่ยมคนป่วย”
ปฐวีเดินไป จริญทิพย์มองตาม
ปฐวีเดินถือดอกไม้มาตามทางจนมาถึงหน้าห้องตันหยง

ภายในห้อง เมรินยังคงจับมือตันหยงไว้ สุดนภายืนลุ้น
“แกต้องใช้สมาธิสิ หยง ตั้งสมาธิ” สุดนภาบอก
เมรินพยายามนิ่งเพื่อรวบรวมสมาธิ สักพักเธอก็ลืมตาดูแล้วก็เครียด
“ไม่ได้ผล” เมรินบอก
“ทำไงดี ทำไงดี”
“น้องเมย์คะ หนูต้องช่วยชั้นนะคะ ถ้าชั้นอยู่ในร่างของหนู แล้วน้องเมย์อยู่ที่ไหน หนูต้องกลับมาอยู่ในร่างของตัวเอง เราสองคนจะได้ใช้ชีวิตเป็นปกติ นะคะน้องเมย์”
“น้องเมย์ ช่วยเพื่อนของครูบี๋ด้วยเถอะ” สุดนภาช่วยพูด
“น้องเมย์ น้องเมย์ต้องกลับเข้าร่างของตัวเองนะคะ น้องเมย์ต้องช่วยชั้นด้วย”
สุดนภากับเมรินช่วยกันตะโกน “น้องเมย์ น้องเมย์ น้องเมย์”
ปฐวีผลักประตูที่แง้มอยู่เข้ามา ทั้งสองคนรู้สึกเหมือนมีใครยืนอยู่ข้างหลังจึงค่อยๆ หันไปมอง
สุดนภากับเมรินหันมาที่ประตูแล้วก็ชะงัก ปฐวีมองทั้งสองคนนิ่ง


จริญทิพย์เดินเข้ามาในห้องทำงานของปฐวีแล้ววางแฟ้มไว้ที่โต๊ะ
“แฟ้มมาแล้วค่ะ”
จริญทิพย์วางแฟ้มลงทำให้มือไปโดนเม้าธ์ขยับ หน้าจอคอมพิวเตอร์จึงแว๊บขึ้น
จริญทิพย์มองซ้ายมองขวา แล้วก็อดไม่ได้จึงแอบดูหน้าจอ
“มันอดไม่ได้จริง...จริ๊ง...ขอดูหน่อยเหอะ”
ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นหน้าเวบไซด์ เกี่ยวกับการวิญญาณสลับร่าง
“วิญญาณสลับร่าง” ตายจริง ไม่ยักรู้ว่าหมอวีเชื่อเรื่องแบบนี้ด้วย”


ปฐวีกับเมรินยืนจ้องตากันลุ้นๆ ว่าปฐวีจะรู้หรือไม่
ปฐวียิ้ม “มาอยู่ที่นี่เอง รอตั้งนานแน่ะ”
“บี๋ผิดเองค่ะ บี๋แวะมาเยี่ยมเพื่อนก่อนเลยพาน้องเมย์ติดมาด้วย ขอโทษนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ น้องเมย์ไปกับน้าวีก่อนมั๊ย”
“ค่ะน้าวี”
เมรินหันไปมองสุดนภาแว๊บนึงแล้วเดินตามปฐวีไป ดอกกล้วยไม้ที่ปฐวีเตรียมมาถูกกำจนเละในมือของเขา


ปฐวีกับเมรินเดินมาที่หน้าห้องทำงานของปฐวี จริญทิพย์รีบลุกขึ้นต้อนรับ
“น้องเมย์มาแล้วหรือคะ อ้าว แล้วไปเจอกันที่ไหนคะเนี่ย”
เมรินยิ้มเจื่อนแต่ไม่พูดไม่จา ปฐวีเปิดประตูห้องให้เมรินเดินเข้าไป
จริญทิพย์บ่น “ถามก็ไม่พูด ดูสิ”
“คุณทิพย์ ถ้าผมไม่ตาม ห้ามรบกวนผมเด็ดขาด เข้าใจมั๊ย” ปฐวีสั่ง
จริญทิพย์รับคำ “ได้ค่ะ”
ปฐวีเดินเข้าไปในห้อง จริญทิพย์มองตามด้วยความประหลาดใจ
“ทำไมบรรยากาศมาคุแบบนี้ อึ๊ย ขนลุก”
จริญทิพย์นั่งลงทำงานต่อ


เมรินเดินเข้ามานั่งในห้องอย่างเรียบร้อย ปฐวีมองเมรินอย่างสังเกตก่อนจะลงนั่งทำงานเงียบๆ เมรินแอบมองปฐวีด้วยความอึดอัด
ปฐวีเอ่ยถาม “.... หิวไหม”
“ไม่ค่ะ....” เมรินมองปฐวีทำงาน “น้าวียุ่งเหรอคะ”
“ใช่” ปฐวียังทำงานไปเรื่อยๆ “อยากช่วยน้าวีไหมล่ะ”
“อะไรคะ”
ปฐวีส่งไอแพดให้เมริน
“ช่วยหาข้อมูลเรื่อง การปลูกถ่ายอวัยวะหน่อย คนไข้ของน้าวีเค้าสนใจ”
“ได้ค่ะ”
เมรินรับไอแพดมาแล้วค้นหาข้อมูล ปฐวีแอบมองเมรินกดค้นข้อมูลอย่างคล่องแคล่ว
เมรินบอก “นี่คะ”
ปฐวีทำเป็นยุ่งตอบแบบไม่มองหน้าเมริน “สั่งปริ้นต์ออกมาเลย น้าวีกำลังยุ่ง ไว้ค่อยอ่านทีหลัง”
เมรินงง “ได้ค่ะ”
เมรินสั่งปรินต์ ปริ้นเตอร์ปริ้นต์ข้อมูลตามคำสั่งของเมริน เมรินเดินไปคอยที่เครื่องแล้วรวบรวมเอกสารมาวางไว้ที่โต๊ะ ปฐวีแอบสังเกตอยู่ตลอดเวลา
“ขอบคุณมาก น้องเมย์ช่วยได้เยอะเลย”
ปฐวียิ้มให้เมริน เมรินยิ้มตอบแล้วก็แอบโล่งใจ
ปฐวีกดอินเตอร์คอมเรียกจริญทิพย์
“คุณทิพย์ เข้ามาหน่อยครับ”
จริญทิพย์โผล่หน้าเข้ามา
“คุณทิพย์ ผมขอกาแฟที่นึง น้องเมย์ดื่มอะไร ชาหรือกาแฟดี”
เมรินตอบทันที “ชาก็ได้ค่ะ”
“ขอชาอีกที่นะครับ คุณทิพย์”
จริญทิพย์จดแล้วก็นึกได้
“ตายจริง น้องเมย์จะดื่มชาได้ยังไงคะ เดี๋ยวก็ท้องผูกหรอก รับเป็นโกโก้ดีมั๊ย”
เมรินนึกได้ “เอ่อ โกโก้ก็ได้ค่ะ”
จริญทิพย์เดินไป เมรินหันไปมองปฐวีอย่างจ๋อยๆ ปฐวีก้มหน้าทำงานเงียบๆ
เมรินรู้สึกอึดอัด “น้าวีคะ น้องเมย์ขอไปหาครูบี๋ได้มั๊ยคะ”
“จะไปทำไมล่ะ น้องเมย์อยากมาหาน้าวีไม่ใช่หรือ”
“ก็น้าวีทำงาน คุยกับน้องเมย์ไม่ได้นี่คะ”
ปฐวีวางงานแล้วจ้องหน้าเมริน “งั้นน้องเมย์อยากคุยอะไรล่ะ”
เมรินงง เธอมองหน้าปฐวีแล้วก็พูดไม่ออก
จริญทิพย์เข้ามาพร้อมถาดเครื่องดื่มในมือ
“เอ่อ น้องเมย์ไปหาครูบี๋ดีกว่า จะได้ไม่กวนน้าวีด้วย ให้ป้าทิพย์พาไปก็ได้ค่ะ นะคะน้าวี” เมรินบอก
จริญทิพย์ชะงัก “ตายจริง ทิพย์ไปแป๊บเดียว กลายเป็นป้าไปแล้วหรือเนี่ย โอ๊ย รับไม่ได้จริง จริ๊ง”
“ก็ได้ เสร็จแล้วมาเจอกันที่นี่นะ จะได้กลับบ้านพร้อมกัน” ปฐวีบอก
“ได้ค่ะน้าวี”
เมรินหันหลังแล้วก็แอบถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเดินออกไป จริญทิพย์รีบเดินตามไป ปฐวีหยุดทำงานแล้วจ้องมองเมรินที่เดินออกไป แล้วปฐวีก็พิงเก้าอี้อย่างหมดแรง
จริญทิพย์กับเมรินเดินมาถึงหน้าห้อง จริญทิพย์ทำท่าจะเดินเข้าไปด้วยแต่เมรินรีบห้าม
“ไม่เป็นไรค่ะ ถึงแล้ว พี่ทิพย์กลับไปดูแลน้าวีเถอะค่ะ”
“เรียกพี่แบบนี้ ค่อยน่าเอ็นดูหน่อย แล้วน้องเมย์แน่ใจนะคะว่าอยู่ได้”
“แน่ใจค่ะพี่ทิพย์ ครูบี๋อยู่ในห้องนี่เองค่ะ บ๊ายบายนะคะ”
เมรินยิ้มแล้วโบกมือให้จริญทิพย์แล้วก็รีบเข้าห้องไป จริญทิพย์ยิ้มปลื้ม
“ค่อยยังชั่วหน่อย อัพเลเวลเป็นป้า รับไม่ได้จริง..จริ๊ง”


เมรินเดินเข้ามาในห้องแล้วก็รีบปิดประตู พอหันไปเจอสุดนภาเธอก็โวยวาย
“โอ๊ย กว่าจะหลุดจากน้าวีมาได้ เกือบแย่.....”
เมรินชะงัก ส่วนสุดนภายืนตะลึงอยู่
พิรามนั่งจับมือร่างของตันหยงและอ่านหนังสือให้ตันหยงที่นอนอยู่บนเตียงฟัง
“ใจเย็นๆนะหยง อย่าเพิ่งโมโห” สุดนภาบอก
เมรินโมโหเดินไปชี้หน้าพิราม พิรามงง
“ปล่อยมือชั้นเดี๋ยวนี้”
พิรามงง “อะไรหรือครับ หนู เราเคยรู้จักกันหรือ”
“ไปให้พ้น คุณทำให้ชั้นเป็นแบบนี้ ตอนนี้จะมาทำดีเพื่ออะไร ออกไปนะ ออกไป” เมรินไล่
เมรินกระชากแขนพิรามให้ลุกขึ้น สุดนภารีบเข้ามาห้าม
“ใจเย็นๆก่อนน้องเมย์ แกพูดไปเค้าก็ไม่เชื่อหรอก” สุดนภาพูดกับพิราม “พิราม บี๋ขอร้อง คุณไปก่อนเถอะค่ะ แล้วบี๋จะอธิบายทุกอย่างให้ฟังทีหลัง”
“นี่มันอะไรกัน เด็กคนนี้เป็นใคร คุณบี๋”
“ชั้นเป็นใครคุณไม่ต้องสนใจหรอก ออกไปนะ เดี๋ยวนี้เลย”
“พิรามคะ บี๋ขอร้อง”
พิรามลุกขึ้นอย่างงงๆ สุดนภาลากแขนพิรามให้ออกจากห้อง
“ไปก่อนเถอะค่ะ แล้วบี๋จะอธิบายให้ฟัง”
พิรามเดินออกไปอย่างไม่เต็มใจ พอพิรามเดินลับไป เมรินก็นั่งลงปิดหน้าร้องไห้ สุดนภาเดินมาปลอบใจเพื่อน
“ใจเย็น หยง แกต้องตั้งสติไว้ก่อน”


พิรามเดินออกมาจากห้องอย่างงงๆ เพราะไม่เข้าใจ
“เด็กคนนี้เป็นใคร จู่ๆก็มาไล่เรา ทำยังกะโกรธแค้นอะไรกัน”
พิรามเดินไปอย่างหงุดหงิด
ปฐวียืนกอดอกมองพิรามด้วยสีหน้าเครียด


ภายในรถของปฐวี เมรินนั่งหันหน้าออกไปคนละทางกับปฐวี ปฐวีแอบมองเมรินอย่างสังเกต เมรินนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
เมรินปิดหน้าร้องไห้
“จนป่านนี้แกยังไม่ให้อภัยเค้าอีกหรือหยง” สุดนภาถาม
“ให้อภัยหรือ แกไม่เห็นหรือเค้าทำอะไรกับชั้น
“ชั้นเห็น และเข้าใจแกทุกอย่างหยง แต่ชั้นก็เห็นสิ่งที่พิรามเค้าพยายามทำด้วย แกรู้มั๊ย เค้ามาอ่านหนังสือ มานั่งคุยกับแกทุกวัน ชั้นเห็นกระทั่งวันที่เค้าตัดเป็นตัดตายกับแม่พัดชา”
“นี่แกเข้าข้างเค้าหรือ แกเป็นเพื่อนชั้นหรือเป็นเพื่อนเค้ากันแน่”
“ชั้นเป็นเพื่อนแกหยง ชั้นถึงอยากจะบอกว่า แกควรให้อภัยพิรามได้แล้ว เค้าน่าสงสารมาก และแกก็ควรรู้ไว้ด้วยว่า เค้าสำนึกผิดจริงๆ”
“ชั้นไม่อยากฟัง เค้าทรยศความรักของชั้น เค้าทำลายความรู้สึกดีๆทุกอย่าง”
“ถ้าแกจะไม่อภัยให้พิราม ชั้นก็เข้าใจ แต่คนที่จะทุกข์ที่สุด คือแกนะหยง คิดดีๆนะเพื่อน”
สุดนภามองเพื่อนอย่างเข้าใจแล้วพูดต่อ
“ชั้นแค่พูดในสิ่งที่ชั้นรู้ แต่แกจะตัดสินใจยังไง ชั้นเคารพในการตัดสินใจของแกนะ หยง”
เมรินมองหน้าสุดนภาอย่างอึ้งๆ


เมรินถอนหายใจหนักแล้วก็มีหน้าเศร้า เธอเมินหน้าออกไปนอกหน้าต่าง ปฐวีแอบมองเมรินอยู่มีสีหน้าเครียด เขาหันไปขับรถต่อไม่พูดไม่จา ทั้งสองคนนั่งเงียบๆ อยู่ในรถ


รถของปฐวีวิ่งเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ปฐวีชำเลืองมองเมริน เขาเดินลงจากรถจะมาเปิดประตูให้เมริน แต่ไม่ทันได้เปิดเมรินก็เปิดประตูลงจากรถไปด้วยสีหน้าเหม่อลอย ปฐวีมองตาม เมธีเดินออกมารับ
“อ้าว วี น้องเมย์” เมธีมอง “เป็นอะไรไป ลูกพ่อหน้าไม่ยิ้มเลย งอนอะไรน้าวีหรือเปล่าคะ”
“เปล่าคะ”
“พี่เมธี พี่ภัสล่ะครับ” ปฐวีถาม
“อ๋อ ภัสเค้าบ่นเวียนหัวสงสัยจะไม่ค่อยสบาย”
“หรือครับ เดี๋ยวผมไปดูพี่ภัสหน่อยดีกว่า” ปฐวีฝืนยิ้ม “ผมขอตัวก่อนนะครับพี่เมธี”
ปฐวีเดินไป เมรินนึกได้ก็มองตามปฐวี
“ไงครับลูกพ่อ วันนี้ทำอะไรมาบ้าง เล่าให้พ่อฟังหน่อยสิ” เมธีถาม
พรพรหมอลเวง ตอนที่ 10 (ต่อ)
ประภัสสรกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ปฐวีเดินเข้ามาหา
“วันนี้กลับเร็วจริงนะวี”
ปฐวีฝืนยิ้ม “เห็นพี่เมธีบอกว่าพี่ภัสเวียนหัวหรือครับ เป็นมานานหรือยังครับ”
“เพิ่งเป็นมาไม่นานนี้แหละ คงไม่มีอะไรหรอก”
“ผมว่า พี่ภัสไปตรวจละเอียดที่โรงพยาบาลดีมั๊ยครับ”
“พี่ว่าไม่ต้องหรอก อาจจะเป็นข่าวดีก็ได้” ประภัสสรบอก
“ข่าวดี”
ประภัสสรเขิน “พี่อาจจะมีน้องให้น้องเมย์ก็ได้”
“จริงหรือครับ ผมดีใจด้วย แล้วพี่เมธีรู้หรือยังครับเนี่ย”
“พี่จะรอให้แน่ใจก่อนค่อยบอก”
ปฐวีมองประภัสสรแล้วยิ้มอย่างดีใจ


ทุกคนนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร โดยมีสายแก้วคอยบริการ เมรินมองเก้าอี้ที่ว่างเปล่าของปฐวีแล้วถอนหายใจ
“ทำไมน้าวียังไม่มาทานข้าวล่ะคะ” เมรินถาม
“คุณวีขอตัวทานข้างบนค่ะ วันนี้เห็นบ่นว่างานเยอะมากเลย” สายแก้วบอก
“งั้นหรือ งั้นเราก็ทานกันเถอะ” ปรงทองสรุป
สายแก้วตักข้าวให้ทุกคน เมธีตักกับข้าวใส่จานประภัสสร ประภัสสรได้กลิ่นก็ทำหน้าคลื่นเหียน
“อ้าวเป็นอะไรไปภัส ผัดผักนี่ของโปรดคุณไม่ใช่หรือ”
“ไม่ทราบเป็นอะไรภัสได้กลิ่นกระเทียมแล้วคลื่นไส้จังเลย” ประภัสสรบอก
“ขอโทษค่ะ สงสัยแม่จะลืม เดี๋ยวสายแก้วเอาไปเปลี่ยนให้นะคะ”
ปรงทองมองประภัสสรอย่างสังเกตแล้วยิ้ม
“เป็นมากี่เดือนแล้วล่ะแม่ภัส” ปรงทองถาม
“ซักพักแล้วค่ะคุณย่า ภัสง่วงทั้งวันเลย อยากจะนอนตลอดเวลา”
ปรงทองยิ้ม “สงสัยจะมีข่าวดีละมั้ง”
ประภัสสรยิ้มเขิน เมธีกันเมรินมองหน้ากันอย่างงงๆ
“หมายความว่ายังไงครับคุณภัส อ๊ะ หรือว่า คุณจะมี่น้อง” เมธีเริ่มสงสัย
ประภัสสรเขิน “ภัสอยากรอให้แน่ใจก่อนค่ะ แต่คิดว่าน่าจะใช่”
เมธีดีใจ “จริงหรือ ภัส ผมดีใจจังเลย” เมธีมองภรรยาด้วยความรัก “ต่อไปนี้คุณต้องระวังนะ แล้วอยากทานอะไรเป็นพิเศษบ้างหรือเปล่า บอกผมนะ”
“งานนี้เจ้าเมย์คงจะไม่เหงาแล้วละสิ” ปรงทองว่า
เมธียิ้มดีใจแล้วรีบประคับประคองประภัสสร ปรงทองปลื้มใจ เมรินดีใจปนเศร้าใจ


ปฐวีนอนเหม่ออยู่ในชุดทำงาน เขานึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา
ปฐวีนึกถึงตอนที่เมรินกลับจากโรงพยาบาล แล้วบอกปฐวีว่าเธอไม่ใช่เมริน
นึกถึงเหตุการณ์ที่โต๊ะอาหาร ที่เมรินบอกว่า ถ้าเธอไม่ใช่น้องเมย์ล่ะคะ แล้วโดนปรงทองดุ
นึกถึงตอนที่เมรินโวยวาย ตอนที่เขาแย่งโทรศัพท์ไป
ปฐวีโมโหตัวเอง “ทำไมเราถึงไม่เอะใจ” ปฐวีคิด
ปฐวีนึกถึงเหตุการ์ณในงานวันเกิดปรงทอง ที่เมรินคุยกับชาวต่างชาติ
เมรินร้องเพลงภาษาอังกฤษ ปฐวีเล่นกีต้าร์
นึกถึงตันหยงที่สนามบินที่กำลังทะเลาะกับคนเกาหลี
นึกถึงคำที่เมรินพูดว่า “ชั้นชื่อตันหยง ชั้นไม่ใช่น้องเมย์”
ปฐวีนิ่งคิด “คนที่อยู่ในร่างน้องเมย์ คือคุณหรือ ตันหยง”
ปฐวีกุมหัวด้วยความเครียด


ป้าแก้วกำลังบงการให้ทุกคนจัดอาหารเช้าอยู่ในครัว
“จัดให้เรียบร้อย อย่าลืมนะอาหารของคุณภัสต้องเตรียมเป็นพิเศษ”
“แม่จ๋า อย่าลืมจัดผลไม้ด้วยนะแม่ คุณภัสบ่นอยากทานองุ่น” สายแก้วบอก
บุญศรีเดินเข้ามามองอย่างหมั่นไส้
“โอ๊ย จะอะไรกันนักหนา แค่อาหารเช้า ต้องโน่นต้องนี่”
“อ้าว แม่บุญศรี ก็คนท้องคนไส้ ก็ต้องเตรียมอาหารบำรุงหน่อยสิ”
“ใคร ใครท้อง อย่าบอกนะว่าป้าแก้วท้อง ชั้นจะหัวเราะให้ฟันร่วง”
“หนอยแน่ะ แม่ศรี พูดจาอะไรระวังปากหน่อย” ป้าแก้วพูดกับสายแก้ว “สายแก้วเอ๊ย นี่ข้าวต้มปลาของคุณภัสไม่ใส่กระเทียม แถมไข่ลวกอีกฟอง บำรุงคุณหนูเล็ก”
“จ๊ะแม่ ชั้นไปก่อนนะ เดี๋ยวคุณหนูเล็กจะหิว”
สายแก้วเดินไป บุญศรีมองตามอย่างงงๆ
“ใครกันคุณหนูเล็ก” บุญศรีถาม
“นี่ไปมุดอยู่ที่ไหนมา ไม่รู้หรือ คุณภัสเธอกำลังจะมีน้อง” ป้าแก้วพูดกับคนอื่นๆ “เอา รีบเตรียมอาหารให้เสร็จเร็วเข้า”
บุญศรีตาลุก “คุณภัสจะมีน้องหรือ”
ปรางค์ทิพย์นั่งหน้าเครียดหัวฟูอยู่บนโต๊ะกลางบ้าน บนโต๊ะเบื้องหน้ามีบัญชีรายการทรัพย์สินเอกสารการเงินวางระเกะระกะไปหมด
“มันเอาเงินของชั้นไปผลาญหมด”
ปรางค์ทิพย์หน้าเครียด บุญศรีวิ่งหน้าเริ่ดเข้ามาในห้อง
“คุณปรางค์เจ้าขา คุณหญิงให้มาตามเจ้าค่ะ”
ปรางค์ทิพย์หงุดหงิด “ให้มาตามทำไม จะด่าซ้ำเติมอะไรกันอีก”
“ยังมีอีกเรื่องนึงนะคะคุณปรางค์”
“โอ๊ย...เรื่องอะไรอีก ชั้นไม่อยากฟัง”
ปรางค์ทิพย์ลุกขึ้นเดินพรวดพราดออกไป บุญศรีมองตามอย่างจ๋อยๆ
“โธ่คุณปรางค์นะคุณปรางค์ ไม่ฟังศรีเลย”


ปรางค์ทิพย์นั่งหน้าคว่ำ ในขณะที่ปรงทองมองปรางค์ทิพย์แล้วส่ายหน้า
“นี่แม่ปรางค์ ถ้ายายไม่เรียกหา เจ้าก็ไม่มาให้เห็นหน้าเลยนะ” ปรงทองว่า
“ปรางค์จะมาทำไมให้ขวางหูขวางตาคุณยายล่ะคะ”
“ที่ยายให้ตามน่ะ ก็เพราะเป็นห่วงเจ้าหรอก พ่อสรรหายหน้าหายตาไปเลย กลับบ้านกลับช่องบ้างหรือเปล่า”
ปรางค์ทิพย์เมินหน้า “ช่วงนี้งานคุณสรรยุ่งค่ะ”
ปรงทองถอนหายใจ “จนป่านนี้ เจ้ายังคิดจะปิดยายอีกหรือ เฮ้อ แม่ปรางค์เอ๊ย ยายอยากจะเตือนสติเจ้านะ ว่าอย่าใช้แต่อารมณ์ ต้องมีเหตุผล”
ปรางค์ทิพย์ไม่ตอบ
“ดูครอบครัวแม่ภัสกับพ่อเมธีเป็นตัวอย่างสิ มีปัญหากัน ไม่เข้าใจกันจนมีคนอื่นเข้ามาแทรก แต่สุดท้ายสองคนก็ยอมลดทิฐิ กลับมาปรองดองกันเหมือนเดิม ย่าอยากเห็นครอบครัวของเจ้าเป็นแบบนั้นบ้างนะแม่ปรางค์”
ปรางค์ทิพย์หันไปมองปรงทองแล้วก้มหน้า
ปรางค์ทิพย์รู้สึกกดดัน “ค่ะคุณย่า ปรางค์จะจำไว้”
“นี่รู้ข่าวแม่ภัสหรือยังล่ะ เค้าจะมีข่าวดี คงจะมีน้องใหม่ให้เจ้าเมย์เร็วๆนี้แหละ ครอบครัวเราจะมีสมาชิกเพิ่ม น่าชื่นใจจริงๆ”
ปรางค์ทิพย์ตะลึง “ยัยภัสจะมีลูกอีกคนหรือ”
ปรางค์ทิพย์ทั้งอึ้งทั้งแค้น


ปรางค์ทิพย์เดินลอยๆออกจากบ้านปรงทอง
“มีความสุขกันจริงนะ”
เมธี ประภัสสร และเมรินเดินจูงมือกันจะเข้าบ้าน
ประภัสสรเอ่ยชวน “พี่ปรางค์ ทานข้าวกลางวันด้วยกันนะคะ”
ปรางค์ทิพย์ตะคอก “ชั้นกินไม่ลงหรอก ถ้าต้องทนร่วมโต๊ะกับหล่อน”
ประภัสสรผงะ
“ไม่ทานก็ไม่เป็นไร ทำไมต้องตะคอกคุณภัสด้วย” เมธีไม่พอใจ
“ชั้นจะพูดอะไรกับน้องชั้นแล้วแกมาเกี่ยวอะไร ไอ้บ้านนอก”
เมธีฉุน ประภัสสรรีบดึงแขนไว้
“ใจเย็นๆนะคะคุณเมธี พี่ปรางค์คงอารมณ์ไม่ดี ไม่ทานก็ไม่เป็นไร เราเข้าบ้านกันเถอะค่ะ”
“ก็เพราะเธอเป็นแบบนี้น่ะสิ ไม่ว่าผัวจะชั่วจะเลวแค่ไหน หล่อนก็ทนรับสภาพอยู่ได้ ไม่เรียกโง่แล้วเรียกอะไร ชั้นละสมเพชหล่อนจริงๆแม่ภัส”
“คุณปรางค์ พูดแบบนี้ต่อหน้าลูกผมหรือ”
“ทำไมชั้นจะพูดไม่ได้ แกมันก็ไอ้แค่เด็กบ้านนอกมาพึ่งใบบุญบ้านชั้น ถ้าคุณย่าไม่เมตตา นังภัสไม่ใฝ่ต่ำคว้าแกมาเป็นผัว แกจะมีวันนี้หรือ”
เมธีโกรธจัด เขาจ้องหน้าปรางค์ทิพย์
“มองทำไม มองแล้วแกทำอะไรชั้นได้ ไอ้กระจอก”
ประภัสสรดึงมือเมธีไว้แล้วมองอย่างขอร้อง เมธีพยายามสงบใจ
“ผมไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าคุณภัสจะมีพี่น้องที่นิสัยต่างกันขนาดนี้และก็ขอบคุณ ที่คุณดูถูกเหยียดหยามผม ทำให้ต้องผมพิสูจน์ตัวเอง คุณทำให้ผมมีวันนี้ และผมก็ดีใจที่มีภรรยาอย่างคุณภัสไม่ใช่คุณ”
ปรางค์ทิพย์ตะลึง เมรินกับประภัสสรมองเมธีอย่างชื่นชม
“ไปกันเถอะคุณภัส น้องเมย์ ไปทานข้าวกัน”
เมธีจูงมือเมรินพร้อมกับโอบประภัสสรเดินเข้าบ้านไป ปรางค์ทิพย์มองตามแล้วกรี๊ด
ปรางค์ทิพย์เดินเข้ามาในบ้านอย่างหงุดหงิด เธอกวาดข้าวของบนโต๊ะร่วงระเนระนาด
“ไอ้เมธี แก..แกกล้าด่าชั้น”
ปรางค์ทิพย์ขว้างข้าวของระบายอารมณ์
“หนอยแน่ะ อย่าคิดว่าแกจะมีความสุขได้เลย”
ปรางค์ทิพย์นิ่งคิดแล้วนึกขึ้นได้ เธอค้นกระเป๋าแล้วหยิบนามบัตรขึ้นมา
“คราวนี้ละ ตาชั้นบ้าง”
ปรางค์ทิพย์มองนามบัตรแล้วยิ้มร้าย


เมรินคุยโทรศัพท์กับสุดนภา
“ชั้นเป็นห่วงแกจริงๆ แล้วแกจะทำยังไงต่อไป” สุดนภาถาม
ตันหยงคิด “ชั้นคิดว่าชั้นต้องไปเริ่มที่ร่างของชั้น”
“แกก็ลองแล้ว แต่มันไม่ได้ผลนี่”
“หรือถ้ามีเหตุการณ์มันซ้ำรอยเดิมอีกครั้งนึง”
“แกพูดอะไรของแก”
“ชั้นกับน้องเมย์ เกิดอุบัติเหตุพร้อมกัน แล้วชั้นก็เจอกับน้องเมย์ ถ้าชั้นทำให้มันเกิดอีกครั้ง ทุกอย่างก็อาจจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม”
“แกจะบ้าเหรอ ชั้นว่ามันเสี่ยงเกินไปนะ แล้วถ้ามันไม่สำเร็จล่ะ”
“ถ้ามันไม่สำเร็จ นอกจากชั้นจะไม่ฟื้นแล้ว ชั้นอาจจะทำร้ายร่างน้องเมย์อีกด้วย” ตันหยงเศร้า “ชั้นคงทำไม่ได้หรอกบี๋”
“เฮ้อ.. งั้นก็ค่อยๆหาทางกันไปเรื่อยๆเถอะนะ”
“ชั้นว่าคงต้องอยู่อย่างนี้ไปตลอดชีวิตแล้วล่ะ”
“นี่ อย่าเพิ่งสิ้นหวังสิ” สุดนภานึกได้ “เออหยง แล้วแกคิดว่าหมอวี เค้าจะรู้นี้ไหม”
“ไม่น่านะ เค้าเป็นคนไม่เชื่อเรื่องอะไรแบบนี้อยู่แล้ว”


ปฐวียืนกอดอกแล้วพิงขอบโต๊ะทำงานคิดหนัก สักพักจริญทิพย์ก็เดินเข้ามา
“หมอวียังไม่กลับบ้านอีกเหรอคะ”
“คุณทิพย์กลับก่อนได้เลยครับ”
จริญทิพย์ยิ้มแย้ม “ทิพย์อยู่เป็นเพื่อนก็ได้นะคะ”
ปฐวีเศร้า “ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ” ปฐวียิ้มเศร้าแล้วถอนใจ
จริญทิพย์จ๋อยและไม่กล้าพูดต่อ เธอเดินออกแต่ก็ไม่วายหันกลับไปมองแบบห่วงๆ


ที่คลับ ปรางค์ทิพย์ใส่แว่นดำนั่งมองรอบๆ ตัวอย่างระแวง ฉัตรพรเดินมานั่งที่โต๊ะแล้วมองปรางค์ทิพย์
“คุณมาหาชั้นที่นี่ มีธุระอะไร”
ปรางค์ทิพย์ถอดแว่นดำออกมองฉัตรพร


ฉัตรพรนั่งคิดอยู่ในบ้านเงียบๆ ชัยเดินเข้ามาในบ้าน พอเห็นฉัตรพร ชัยก็ยิ้มประจบ
“พี่ฉัตร ขอตังค์หน่อยสิ จะเอาไปจ่ายค่างวดรถ”
ฉัตรมองน้องชายแล้วหยิบเงินส่งให้นิดหน่อย ชัยโวยวาย
“แค่นี้จะไปพออะไร ค่างวดรถนะ ไม่ใช่ค่าเติมลม”
“ถ้าอยากได้มากกว่านี้ ก็ต้องทำงาน ชั้นมีเรื่องให้แกช่วย สนใจไหม”
ชัยยิ้มประจบ “งานอะไรล่ะพี่ฉัตร ถ้าได้เงิน ก็บอกมาได้เลย”
ฉัตรพรมองชัยแล้วยิ้มร้าย


เช้าวันใหม่ ปรงทองกับเมรินเดินออกมาใส่บาตร ปฐวีเดินลงมาจะขึ้นรถ
“เจ้าวี มาใส่บาตรกับย่าก่อนมั๊ย” ปรงทองชวน
เมรินมองยิ้มให้ปฐวี ปฐวีทำเป็นไม่มอง
“วันนี้ผมคงต้องขอตัวก่อนครับ มีผ่าตัดแต่เช้าเลย” ปฐวีบอก
“งานยุ่งมากหรือ” ปรงทองถาม
“ครับคุณย่า” ปฐวีตอบ
เมรินมองหน้าปฐวี ปฐวีเมิน
“งั้นก็ไปเถอะ ย่าไม่กวนแล้ว” ปรงทองบอก
“ครับคุณย่า”
ปฐวีเดินไป ปรงทองมองตามอย่างแปลกใจ
“ทำไมช่วงนี้เจ้าวียุ่งเหลือเกิน ออกแต่เช้าทุกวันเลย”
เมรินเริ่มกังวล



ปฐวีนั่งเหม่ออยู่ที่โต๊ะทำงาน บนโต๊ะมีข้อมูลเรื่องตันหยงวางเต็มไปหมด ปฐวีนั่งเครียด
“เราจะทำยังไงดี”
หนึ่งฤทัยยื่นหน้าเข้ามา
“หมอวีคะ ไปทานข้าวด้วยกันนะ”
“เที่ยงแล้วหรือ ไปสิครับ”
ปฐวีรีบเก็บเอกสารใส่ลิ้นชักแต่เอกสารหล่น หนึ่งฤทัยสังเกตเห็นแต่ไม่พูด เธอหยิบแฟ้มส่งให้ปฐวี
“ไปค่ะ”
ปฐวีรับเอกสารไปวางบนโต๊ะ แล้วเดินออกไปพร้อมหนึ่งฤทัย
ปฐวีกับหนึ่งฤทัยนั่งกินอาหารอยู่ด้วยกัน ปฐวีนั่งกินอาหารแต่มีสีหน้าครุ่นคิด
“วีมีเรื่องอะไรไม่หนักใจหรือเปล่าคะ”
ปฐวียิ้มเหนื่อยแต่ส่ายหน้า เขาคิดแล้วถอนใจ “เราเรียนแทบตาย เมื่อก่อนผมคิดว่า อะไรที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ เป็นเรื่องเหลวไหล แต่ความจริงแล้วสิ่งที่เราเรียนรู้มาทั้งชีวิต อาจตอบไม่ได้ทุกเรื่อง”
“วีพูดเรื่องอะไรคะ หนึ่งงงไปหมดแล้ว”
“บางสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ ใช่ว่าจะไม่มีจริง”
หนึ่งฤทัยคิดตาม “เรื่องบางเรื่องวิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ ไม่ใช่มันไม่มีจริงนะคะ แต่อาจเป็นเพราะเรายังมีความรู้ไม่มากพอก็เป็นได้”
“งั้นหรือครับ”
“เช่นเมื่อก่อนนี้เราเข้าใจว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล แต่ต่อมาเราได้รู้ว่า โลกเป็นแค่ส่วนหนึ่งของระบบสุริยะในแกแลคซี่ของเรา และยังมีแกแลคซี่อื่นอีกมากมาย” หนึ่งฤทัยยิ้ม “มันเป็นเพราะเทคโนโลยีของเรายังก้าวหน้าไม่พอที่จะอธิบายได้เท่านั้น ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มี ใช่ไหมคะ”
“แล้วถ้ามันไม่เกี่ยวกับเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องวิญญาณล่ะ เราจะเอาอะไรมาอธิบาย”
หนึ่งฤทัยงง “วีเชื่อเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอคะ”
“ผมก็แค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ทานเถอะครับ”
ปฐวีตัดบทก้มหน้ากินอาหาร หนึ่งฤทัยมองด้วยความสงสัย


ปรางค์ทิพย์ ฉัตรพร ชัยนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ปรางค์ทิพย์มองชัยอย่างไม่ไว้ใจ
“นี่ใคร ไว้ใจได้หรือเปล่า” ปรางค์ทิพย์ถาม
“น้องชายชั้นเอง ไว้ใจได้แน่นอน” ฉัตรพรบอก
“แล้วผมจะไว้ใจคุณนายได้หรือเปล่าเนี่ย” ชัยย้อนถาม
“ปากดีนักนะแก ทำงานให้ดีด้วยก็แล้วกัน” ปรางค์ทิพย์พูดกับฉัตรพร “คราวหน้าชั้นจะเอาเงินกับแผนที่มาให้ แล้วชั้นจะติดต่อไป”
ปรางค์ทิพย์เรียกเก็บเงิน ฉัตรพรมองตามปรางค์ทิพย์แล้วคิดก่อนยิ้มสะใจ


เมรินกับประภัสสรเดินถือของ ประภัสสรหยุดดูของรอบๆตัวอย่างเบื่อๆ เม
กำลังโหลดความคิดเห็น...