xs
xsm
sm
md
lg

แผนรักแผนร้าย ตอนที่ 13

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


แผนรักแผนร้าย ตอนที่ 13

อิศรขับรถมาจอดตรงริมถนน บริเวณหน้าสวนสาธารณะที่อยู่ติดริมแม่น้ำ อิศรดับเครื่องยนต์ สอดสายตามองเข้าไปในสวน แล้วบอกกับกอหญ้า

“พเยียอยู่ไหน ไม่เห็นเลย”
กอหญ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

พเยียอยู่ในรถ ที่จอดอยู่ริมถนนอีกด้าน กำลังรับสายกอหญ้า
“ว่าไง กอหญ้า”
“ฉันมาพบคุณแทนคุณอาดารา ท่านมีข้อเสนอ ที่อยากให้ฉันมาบอกกับคุณ”
พเยียยิ้มขณะบอก “ฉันรออยู่”
“คุณอยู่ตรงไหน”
“เธอเดินเข้ามาในสวนแล้วนั่งรอที่เก้าอี้” พเยียระบุสถานที่ “ฉันจะไปหาเธอเอง...มาคนเดียวนะ”
กอหญ้ากดวางสาย เห็นเบอร์โทร.เข้า
“ชิษณุพงษ์โทร.มา”
อิศรแย่งโทรศัพท์มา พูดกวนๆ โชว์พาวสุดขีด
“ฮัลโหล ผมอิศรเองครับ คุณชิษณุพงษ์ ไม่ทราบมีเรื่องอะไร”

ชิษณุพงษ์อยู่ที่คอนโด กดวางโทรศัพท์ หน้าตาหมั่นไส้อิศรนิดๆ
“กอหญ้าไปพบพเยียแทนคุณอาจริงๆ ด้วยครับ”
“ไม่น่าเลย กอหญ้าไม่น่าเอาตัวเองไปเสี่ยงแบบนี้”
“ผมว่ากอหญ้าทำถูกแล้วล่ะครับ คุณอาอ่อนแอมาก ถ้าไป อาจจะเสียทีพเยียก็ได้” ชิษณุพงษ์ เข้าใจความรู้สึกไม่อยากพูดถึงพเยียอีก “คุณอิศรก็อยู่ด้วย กอหญ้าคงไม่เป็นไร”
“ก็ขอให้จริงอย่างที่ชิษณุพูดเถอะ กอหญ้าเป็นคนอื่นแท้ๆ ถ้าเค้าต้องเจ็บตัวหรือเป็นอะไรไปเพราะเรื่องนี้ อาคงจะแย่”
ชิษณุพงษ์ตัดสินใจพูดอย่างระวัง “กอหญ้าอาจจะไม่ใช่ “คนอื่น” สำหรับคุณอาก็ได้นะครับ”
“ชิษณุว่าอะไรนะ”
นภดาราตื่นเต้น เริ่มมั่นใจว่าสิ่งที่ตนสงสัยอาจจะเป็นจริง

ส่วนกอหญ้าเดินมาถึงเก้าอี้ที่นัดกับพเยีย อิศรจะเดินตามเข้ามาด้วย กอหญ้าหันไปไล่
“ไปได้แล้วค่ะ ตะกี๊ที่โทร.นัดกัน คุณพเยียสั่งให้ฉันมาคนเดียว”
อิศรยังงอแงสุดๆ ไม่ยอมไป “ฉันไปนั่งที่เก้าอี้ตัวโน้นก็ได้”
กอหญ้าหมั่นไส้เลยต้องขู่ “เค้าเห็นคุณแล้วไม่ยอมออกมา แผนของคุณอาก็เสียหมดนะคะ”
อิศรจำใจเดินออกไป แล้วหันมาสั่งอีก
“ฉันอยู่ในรถนะ แต่ไม่ต้องกลัว ฉันจะคอยมองเธอไม่คลาดสายตา”
อิศรเดินไปกอหญ้าลงนั่งรอ
ห่างออกไปจากบริเวณนั้น พเยียแอบอยู่หลังต้นไม้ โผล่หน้ามาแอบมอง หน้าตามีแผนร้าย

ฟากชิษณุพงษ์เล่าเรื่องให้นภดาราฟัง
“คุณแม่วันเพ็ญ แม่ชีที่อยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบอกผมว่า พเยียไม่เคยมีล็อกเก็ตอะไรติดตัวมาเลย”
นภดาราไม่ได้ตกใจ “อาไม่แปลกใจหรอก พเยียคงหลอกพวกเราทุกคน อาแค่สงสัยว่า พเยียไปเอาล็อกเก็ตมาจากไหน”
ชิษณุพงษ์บอกนิ่งๆ ชัดๆ “มันเป็นของกอหญ้าครับ”
นภดาราตกตะลึง
ชิษณุพงษ์เล่าต่อ “คุณแม่วันเพ็ญบอกว่า ตอนที่พวกแม่ชีเจอกอหญ้า เค้าถูกทิ้งเอาไว้ที่หน้าโบสถ์ พร้อมกับล็อกเก็ตหน้าตาแบบที่คุณอาวาดส่งไปให้ผมที่มีแหวนวงนึงคล้องอยู่ด้วยกัน”
นภดาราตัวเย็นวาบ ชิษณุพงษ์เอารูปถ่ายของกอหญ้ากับคุณแม่วันเพ็ญวางลง นภดาราคว้ามาดู เห็นแหวนรูปดาวชัดเจน
“แหวนรูปดาว แหวนที่พ่อของยายหนูให้ไว้กับอา”
นภดารายิ้มทั้งน้ำตา ความดีใจท้วมท้นล้นเอ่อขึ้นมาจนแทบจะพูดไม่ออก
ในที่สุดสิ่งที่ตนสังหรณ์ก็เป็นความจริง
“นี่หมายความว่า กอหญ้าเป็นลูกของอา”
“ครับ...ถ้าผมเดาไม่ผิด ทนายปราบคงพากอหญ้าลงมากรุงเทพฯ เพื่อพบคุณอา แต่เกิดอุบัติเหตุทำให้ทุกคนที่รู้เรื่องนี้ตายไปหมด พเยียเลยฉวยโอกาส ขโมยล็อกเก็ตมาหลอกพวกเราทุกคน”
นภดาราหน้าตากังวลขึ้นมาทันที

ไม่นานต่อมา นภดารากุลีกุจอรีบร้อนจะออกจากห้อง ท่าทีร้อนใจมาก
“เรารีบไปหากอหญ้ากันเถอะ ชิษณุพงษ์ อาเป็นห่วงลูก” ทั้งสองมาถึงประตู
ชิษณุพงษ์เปิดประตูให้นภดารา พอนภดาราเดินออกไป แล้วชะงักเมื่อเห็นนพดลยืนขวางอยู่นพดลคว้าตัวนภดารามาทันที เอาปืนจ่อ
“อย่าส่งเสียงนะ”
นพดลดันนภดาราเข้ามา ชิษณุพงษ์ถอยเข้ามาด้านใน ประตูห้องปิดลง
ชิษณุพงษ์ “แก...แกอย่าทำอะไรคุณอานะ”
“ฉันไม่ทำยัยนี่หรอกน่ะ”
นพดลดันนภดารามาถึงโซฟา แล้วหันมาแสยะยิ้มให้ชิษณุพงษ์
"คนอื่นล่ะไม่แน่"
ด้วยความว่องไว นพดลผลักนภดาราไปอีกทาง หยิบหมอนอิงขึ้นมา ยิงปืนผ่านหมอนไปที่ชิษณุพงษ์ 2 นัด โดนเข้าลำตัว ชิษณุพงษ์ล้มลง นภดาราตกใจ ผวาเข้าไปหาชิษณุพงษ์
“ชิษณุ”
นพดลดึงแขนนภดาราไว้
“มากับฉัน อย่าส่งเสียงหรือทำอะไรมีพิรุธนะ ไม่งั้น ลูกสาวแกที่อยู่กับนังพเยียตอนนี้ ตายแน่”
นภดารานิ่ง อึ้ง นพดลกระชากนภดาราออกไปนอกห้อง
“คุณอา”

ชิษณุพงษ์อ่อนแรงเต็มทน จึงนอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น

ไม่นานต่อมา พเยียอยู่ที่มุมหนึ่งในสวน พูดสายกับนพดล ยิ้มด้วยความพอใจ

“ดีมาก พี่นพ พี่เอาตัวมันไปเก็บไว้ก่อน แล้วคอยฟังข่าวจากฉัน”
พเยียวางสาย แล้วเดินเข้าไปหากอหญ้า ที่นั่งรออยู่ห่างออกไปตรงจุดนัดพบ
ด้านกอหญ้ารอนานแล้ว จนเริ่มกระสับกระส่าย
“ทำไมนานจัง พเยียอยู่ไหนนะ”
พลันพเยียมายืนข้างหลัง
“ฉันอยู่นี่ มีอะไรว่ามา”
กอหญ้าลุกขึ้น หันมาเผชิญหน้า
“คุณอาดาราต้องการให้เธอสารภาพ ยอมรับผิด ว่าเธออยู่เบื้องหลังการตายของทุกคน ที่วังศิวาลัย”
พเยียยิ้มในสีหน้า ถามอย่างใจเย็น “ทำไมฉันต้องสารภาพ”
“ถ้าเธอยอมสารภาพ ท่านจะให้เงินเธอสองร้อยล้าน”

ระหว่างนั้นที่อีกมุมหนึ่งในสวน อิศรแอบอยู่หลังต้นไม้ มองไปที่พเยียและกอหญ้า เห็นกอหญ้ากับพเยียยืนคุยกันนิ่งๆ ไม่มีวี่แววว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรง

ส่วนกอหญ้าพยายามโน้มน้าวพเยียต่อ
“เธอไม่มีทางอื่นที่ดีกว่านี้หรอก ยังไงเธอก็ต้องโดนจับ สารภาพเองไม่ดีกว่าหรือ อย่างน้อย ถ้าเธอพ้นโทษออกมาได้ เธอก็จะมีเงินก้อนใหญ่เอาไว้ใช้”
พเยียมองหน้ากอหญ้า แล้วตอบซื่อๆ
“ตกลง”
กอหญ้าชะงัก แทบไม่เชื่อว่าพเยียจอยอมง่ายๆ “อะไรนะ”
พเยียมองโทรศัพท์ในมือกอหญ้า พลางยื่นมือออกมา
“จะให้ฉันสารภาพใช่ไหม เอาโทรศัพท์มาสิ ฉันจะพูดอัดเสียงลงไปให้”
กอหญ้าไม่อยากเชื่อ ว่าจะง่ายดายอย่างนี้ แต่ก็ยอมส่งโทรศัพท์ให้
ฟากอิศรชะเง้อมอง แปลกใจเช่นกัน
“ง่ายๆ อย่างงี้เลยเหรอ ไม่น่าเชื่อ”
พเยียเอาโทรศัพท์ของกอหญ้ามาถือไว้ มองหน้ากอหญ้าแล้วพูดยิ้มๆ ทำท่าเหมือนกำลังอัดเสียง
“ฟังฉันดีๆ นะ กอหญ้า แล้วห้ามเอะอะโวยวาย ทำตัวมีพิรุธเป็นอันขาดไม่งั้น หม่อมหลวงนภดาราตายแน่”
กอหญ้าตกใจ พเยียรีบเตือน
“อย่า! บอกแล้วไง ว่าอย่าทำตัวมีพิรุธ พี่นพดลตามไปที่คอนโด แล้วจับตัวคุณแม่เอาไว้ได้แล้ว ถ้าเธอไม่อยากให้ท่านเจ็บตัว ไปกับฉันซะดีๆ”
“พเยีย เธอจะทำอะไรคุณอา” กอหญ้าตื่นตกใจ
พเยียเหยียดยิ้มพูดดักคอ “มากับฉัน เดินมาด้วยกันดีๆ อย่าตุกติก ฉันรู้นะ ว่าบอดี้การ์ดสุดหล่อของเธอมันกำลังแอบดูเราอยู่…ไป”
กอหญ้าไม่มีทางเลือก ต้องเดินตามพเยียไป พเยียคว้ากอหญ้ามาโอบเอวเหมือนสนิท
“เดินดีๆ อย่ามีพิรุธ ไม่งั้นฉันโทร.กริ๊กเดียว คุณแม่เจ็บตัวแน่”
พเยียพากอหญ้าเดินไป แต่แอบเอาปืนจี้เอวกอหญ้าไว้
อิศรมองอยู่ตลอดเวลา เริ่มเอะใจ
“ท่าไม่ค่อยดี เอาไงดีวะ”
อิศรตัดสินใจแอบย่องตามไป

ไม่นานนักพเยียพากอหญ้าเดินมาที่รถของตัวเองตรงริมถนน เปิดประตูข้างคนขับ พูดขู่เสียงนิ่งๆ
“เข้าไปในรถ อย่าร้องนะ ไม่งั้นคุณแม่ตาย”
กอหญ้ายังไม่ยอมขึ้นรถ พยายามพูดถ่วงเวลา
“พเยีย...อย่าทำผิดอีกเลยนะ แค่นี้เธอก็...”
“เข้าไป” พเยียเสียงดังขึ้นอีก
กอหญ้าขืนตัวไว้ แล้วหันไปเห็นอิศรอยู่ไกลๆ
“คุณอิศร ช่วย...”
กอหญ้าพูดไม่ทันจบคำ ยินเสียงดังพลั่ก! พเยียใช้สันปืนทุบก้านคอกอหญ้าจังๆ
อิศรตามมาและแอบดูอยู่ ต้องตกใจเมื่อเห็นร่างกอหญ้าทรุดลงกับพื้น
“กอหญ้า”
พเยียผลักร่างกอหญ้าเข้าไปในรถแล้วปิดประตู อิศรวิ่งตามมาไม่ทัน ได้แต่ร้องตะโกนอย่างโมโห
“หยุดนะ พเยีย กอหญ้า กอหญ้า”
อิศรเห็นรถพเยียพุ่งไปไกลแล้ว อิศรชะงัก ทั้งตกใจ ทั้งโกรธตัวเอง อิศรรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดด่วน
“ครับ ผมชื่ออิศร อดิศวรนะครับ ผมขอแจ้งเหตุร้าย มีคนลักพาตัวแฟนผมไปครับ”

ชิษณุพงษ์ได้สติขึ้นมา ยังไม่รู้ตัวว่าอยู่ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล รีบลุกขึ้น
“คุณอา” ชิษณุพงษ์รู้สึกเจ็บตรงแขนที่เจาะให้เลือดอยู่ร้อง “โอ๊ย”
แตงรีบเข้ามาดู
“คุณณุ” พร้อมกับจับไว้ “ระวังค่ะ หมอให้เลือดอยู่”
“แตง” ชิษณุพงษ์งุนงง “ฉันมาที่นี่ได้ยังไง แล้วเธอล่ะ”
“รปภ. เค้าไปเจอคุณณุนอนจมกองเลือดอยู่ เลยพามาส่งโรงพยาบาล แล้วเค้าก็ใช้มือถือคุณณุ โทร.ไปที่บ้าน...มันเกิดอะไรขึ้นคะ คุณณุ” แตงเล่าปิดท้ายด้วยคำถาม
ชิษณุพงษ์ยังจะลุกไปให้ได้ “ไอ้คนที่ชื่อนพดลมันทำร้ายฉัน มันจับตัวคุณอาดาราไป”
แตงห้ามไว้ “เดี๋ยวแตงไปแจ้งตำรวจเองค่ะ”
“แล้วกอหญ้าล่ะ กอหญ้าอยู่ไหน เค้ารู้เรื่องนี้หรือยัง”

แตงทำตาปริบๆ สีหน้าลำบากใจสุดๆ เหมือนไม่อยากพูดว่ากอหญ้าอยู่ไหน

แผนรักแผนร้าย ตอนที่ 13 (ต่อ)

ขณะเดียวกันสุบรรณจอดรถอยู่บริเวณริมถนนสายเปลี่ยวแห่งหนึ่ง กำลังโทรศัพท์หาอิศร

“เป็นยังไงบ้างครับ คุณอิศร ได้เรื่องอะไรบ้างไหม”
อิศรยืนอยู่กับตำรวจ ที่กำลังตรวจสอบรถของพเยียที่จอดทิ้งไว้ สีหน้าอิศรกลัดกลุ้มมาก
“เราเจอรถของพเยียจอดทิ้งไว้ข้างถนน แต่คนหายแล้ว ไม่รู้ว่าหายไปไหน” อิศรบอก
“คุณนภดาราก็หายไปด้วยครับ ผมว่า คุณพเยียคงพาคุณกอหญ้าไปหาคุณนภดาราแน่ๆ”
อิศรได้คิด “งั้นแกไปเจอฉันที่คอนโดเดี๋ยวนี้เลย สุบรรณ ถ้าเราหาตัวคุณอาดาราเจอ เราก็ต้องเจอกอหญ้า”
อิศรวางสายด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

รถคอนเทนเนอร์ที่นพดลเช่ามา ขับแล่นมาตามทาง กอหญ้าโดนมัดนอนกลิ้งไปมาอยู่หลังรถ เมื่อกอหญ้าได้สติ พยายามลุกขึ้น หาทางเอาตัวรอด แต่รอบด้านเป็นผนังตู้คอนเทนเนอร์ทึบ กอหญ้าไม่รู้จะทำยังไง
ส่วนที่ด้านหน้า นพดลเป็นคนขับ มีพเยียนั่งอยู่ข้างๆ
“แล้วพี่เอาคุณแม่ไปไว้ที่ไหน”
นพดล ยิ้มล้อ “โอ้โห เรียกคุณแม่เต็มปากเชียวนะ”
“มันเคยปากน่ะ อย่ามานอกเรื่องดีกว่า พี่เอามันไปไว้ไหน ปลอดภัยดีหรือเปล่า”
“ไม่ต้องห่วงน่ะ อีกอึดใจเดียว เราก็เป็นเศรษฐีกันแล้ว พเยีย”
รถแล่นมาถึงบริเวณสี่แยก นพดลจอดรถติดไฟแดงอยู่ จู่ๆ มีมอเตอร์ไซค์พลเมืองดีมาจอดข้างๆ รอไฟแดงเช่นกัน
ด้านกอหญ้าเห็นรถหยุด ตัดสินใจยกเท้าถีบ แล้วเอาตัวกระแทกรถตู้ หวังให้เกิดเสียงคนขับมอเตอร์ไซค์ได้ยิน หันไปมอง เห็นเหมือนมีอะไรกระแทกตู้ดังตึงๆ แล้วได้ยินเสียงตะโกนตามมา
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
คนขับมอเตอร์ไซค์ตกใจ รีบเลื่อนตัวไปข้างหน้า ตะโกนบอกพเยียกับนพดล
“น้องครับ น้อง มีคนติดอยู่ในตู้ข้างหลังแน่”
พเยียตกใจ “พี่นพ ซวยแล้ว”
คนขับมอเตอร์ไซค์จอดรถแล้วลงจากรถ มาเกาะข้างประตูรถนพดล
“น้อง มีคนอยู่หลังรถแน่ะ เค้าร้องให้ช่วยใหญ่เลย น้องเปิดหลังรถดูหน่อยสิครับ”
“พี่นพ เอาไงดี” พเยียลนลาน
นพดลนิ่งคิดมองไปเห็นไฟยังแดงอยู่ นพดลตัดสินใจเหยียบคันเร่งทะยานออกไป กระแทกชายคนขับมอเตอร์ไซค์ล้มกลิ้ง
“เฮ้ย อะไรวะ”
คนขับมอ’ไซค์มองตามงงๆ เห็นท้ายรถแล่นฝ่าไฟแดงออกไป รถคันอื่นที่วิ่งมาต้องเบรคกันดังสนั่น
ส่วนที่ด้านหลังรถ กอหญ้าล้มกลิ้งตามแรงเหวี่ยงของรถ เจ็บจนจุก
รถเช่าของนพดลก็รอดไปได้
คนขับมอ’ไซค์จำทะเบียนรถเช่าได้แม่นยำ

ทางด้านนภดาราถูกนพดลขังไว้ที่บ้านร้างในสวนแห่งหนึ่ง โดยนั่งอยู่บนเก้าอี้ มีเชือกผูกมือ ผูกขาเอาไว้แน่นหนา นภดาราพยายามร้องให้คนช่วย
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย มีใครได้ยินไหมคะ ฉันโดนจับมาขังไว้ค่ะช่วยด้วย”
มีเสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามา ไม้กระดานบ้านลั่นอ๊อดแอ๊ด นภดาราใจเต้น กลัวก็กลัว หวังก็หวัง ตัดสินใจตะโกนออกไป
“ใครอยู่ข้างนอกคะ ช่วยฉันด้วยค่ะ ช่วยปล่อยฉันออกไปที แล้วฉันจะให้รางวัล”
ประตูเปิดผัวะ นภดาราชะงัก ผงะ เมื่อเห็นพเยียเดินเข้ามา ทั้งกลัว โกรธและเกลียด
“พเยีย”
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะ ไม่เห็นกันตั้งวันนึง คุณแม่ไม่คิดถึงพเยียเหรอคะ”
“อย่ามาเรียกฉันว่าแม่” พเยียชักสีหน้า “เธอไม่ใช่ลูกฉัน เธอทำอะไรเอาไว้ ฉันรู้หมดแล้ว”
พเยียเหยียดยิ้ม เดินเข้ามาหานภดารา
“ก็ดี จะได้ไม่ต้องปั้นหน้าใส่กัน” พเยียร้องเรียก “พี่นพ”
นพดลเดินตามเข้ามา เอาพินัยกรรมที่เขียนใหม่เรียบร้อย วางลงตรงหน้านภดารา
“อ่ะ เซ็นชื่อซะ”
นภดาราไม่ยอม “ไม่”
พเยียเอาปากกามาเตรียมพร้อม นภดารามองพินัยกรรม
“เซ็นซะ ไม่งั้นฉันจะ...”
นภดารามองหน้า พูดท้าทาย
“เธอทำอะไรฉันไม่ได้หรอก เพราะถ้าฉันตาย เธอก็ไม่ได้สมบัติอยู่ดี”
พเยียยิ้มสะใจ
“จริงด้วย...ถ้างั้น ฉันฆ่าลูกแกดีกว่า”
นภดาราใจหายวาบ
“กอหญ้า”
พเยียหัวเราะเยาะ “รู้แล้วเหรอ ดี จะได้ไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย”
“กอหญ้าอยู่ที่ไหน เธอจับลูกฉันมาเหรอ ตอนนี้ลูกฉันอยู่ที่ไหน”
“อยู่ที่นี่แหละ” ยื่นปากกาไปให้อีก “เซ็นซะ แล้วฉันจะให้แม่ลูกได้เจอกัน”
นพดลขู่เสริม “แต่ถ้ามัวแต่อืดอาดยืดยาก แกอาจจะได้เห็นแค่นิ้ว หรือใบหู ของนังกอหญ้า ลูกสาวแก”
นภดารารับปากกามา มือไม้สั่น ห่วงกอหญ้า
ทางด้านกอหญ้านั่งอยู่ในห้อง มองไปรอบๆ พบว่าตัวเองถูกมัดอยู่ในห้องอับทึบห้องหนึ่ง ในห้องไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไร นอกจากพวกลังกระดาษเก่าๆ กับตู้เสื้อผ้าเก่าๆ
กอหญ้าพยายยามเข้าไปใกล้ ยกเท้าถีบกระจก จนกระจกแตกกระจายลงมาที่พื้น กอหญ้าพยายามถดตัวเข้าไปหยิบกระจกขึ้นมา และพยายามใช้กระจกตัดเชือกที่มัดข้อมือตัวเอง

กอหญ้ามุ่งมั่นตัดเชือก โดยไม่สนใจว่ามือ นิ้วและข้อมือกอหญ้าถูกกระจกบาด จนมีเลือดซึมออกมา

ฝ่ายนภดารากำลังต่อรองกับพเยีย

“ขอฉันเจอหน้าลูกก่อน ฉันอยากเจอลูก”
พเยียมองนภดาราอย่างโกรธขึ้ง
“เซ็นชื่อก่อน”
“ไม่ จนกว่าฉันจะได้เห็นหน้าลูก”
“เอ๊ะ อีนี่ กูบอกให้เซ็น”
นพดลบันดาลโทสะ กระชากนภดาราให้หน้าหงายขึ้น ตบไปฉาดใหญ่ นภดาราเลือดกบปาก แต่ไม่กลัว
“เธอสองคนอาจจะหลอกฉันก็ได้ ฉันต้องเห็นหน้าลูกก่อน ฉันต้องเห็นก่อน ว่าลูกฉันปลอดภัย”
นพดลขยับจะตบอีก พเยียคว้ามือไว้ ส่ายหน้าห้าม นภดาราหันไปอ้อนวอน
“พเยีย เธอก็รู้ ว่าลูกสำคัญกับฉันมากกว่าทรัพย์สินอะไรในโลก ขอให้ฉันได้เจอหน้าลูกก่อนเถอะนะ ให้ฉันแน่ใจก่อน ว่าลูกฉันปลอดภัย แล้วฉันจะเซ็นพินัยกรรมให้เธอ”
พเยียมองหน้านภดารา แววตาริษยา เจ็บปวด
“ได้สิ” พเยียหันไปหานพดล “พี่นพ ไปเอาตัวนังกอหญ้ามา”
นพดลเดินออกจากห้องไป
พเยียมองนภดารา ด้วยแววตาเกลียดชัง

นพดลเปิดประตูห้องเข้ามา ชะงักมองเห็นเศษแก้ว และเชือกที่พื้น
“นังกอหญ้า”
นพดลเห็นหน้าต่างด้านหนึ่งเปิดอยู่ นพดลวิ่งไปชะโงกมองตาม ไม่เห็นใคร นพดลตกใจ ตะโกนลั่น
“พเยีย ..พเยีย มานี่เร็ว”
พเยียวิ่งมา หน้าตาขัดใจ
“เอะอะโวยวายอะไร” พเยียชะงัก เมื่อเห็นห้องว่างเปล่า “นังกอหญ้าล่ะ”
“มันหนีไปแล้ว”
ทั่วทั้งห้องว่างเปล่ามีแต่เศษเชือกกับเศษแก้วระเกะระกะอยู่ พเยียกำมือแน่น สายตาวาววับด้วยความโกรธแค้น หันไปพยักหน้าบอกนพดล
“มันยังหนีไปไม่ได้ไกลหรอก พี่นพ”

กอหญ้าวิ่งหลบไปตามท้องร่องสวน พยายามแอบซ่อนตัว ตาสอดส่ายมองไปรอบๆ เห็นแต่ต้นไม้รกครึ้ม ไม่มีบ้านคน กอหญ้าหน้าเสีย
“ที่นี่มันที่ไหนก็ไม่รู้”
กอหญ้าทำท่าจะหนีต่อไป แล้วได้ยินเสียงปืน ปัง! ดังมาจากบ้านร้าง กอหญ้าชะงัก
“เสียงปืน!”
แล้วได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องอย่างตกใจ เจ็บปวด กอหญ้าหน้าเสีย
“คุณอาดารา!”

นภดาราโดนยิงถากๆ ที่แขนซ้าย เลือดไหลซึม พเยียยืนมองอย่างเลือดเย็น
“ช่วยไม่ได้นะ คุณบังคับให้ฉันต้องทำแบบนี้เอง”
นภดาราเจ็บปวด แต่ฝืนเข้มแข็ง “ที่ผ่านมา ฉันรักเธอ ฉันดีกับเธอมาตลอดทำไมเธอทำกับฉันอย่างนี้ พเยีย”
“ดีเหรอ รักเหรอ ถ้าแกรักฉันจริง ป่านนี้ฉันก็เสวยสุขไปแล้วซี ไม่ต้องทำแบบนี้หรอก”
พเยียเข้ามากระชาก ให้นภดาราเงยหน้าขึ้น
“ทั้งแก ทั้งพ่อแก ทั้งอาแก ทั้งนังชื่น ไม่มีใครรักฉัน ไม่มีใครอยากให้ฉันได้ดีมีสุข ฉันถึงต้องทำแบบนี้”
“ไม่จริง...ฉันรักเธอ เธอต่างหากที่ปล่อยให้ความโลภ ความอิจฉาริษยามาบังตา จนมองไม่เห็นความดีของใครทั้งนั้น”
พเยียจิกหัวนภดาราจนแหงนหงาย “ไม่ต้องมาสอน ฉันไม่ใช่ลูกของแกแล้วเซ็นพินัยกรรมให้ฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะฆ่าแก”

กอหญ้าพยายามแอบดูเหตุการณ์จากรอยแตกข้างบ้าน
“พเยียไม่ใช่ลูกของคุณอาจริงๆ ด้วย”
กอหญ้าเห็นนภดาราโดนทรมาน กลุ้มใจ หันมองหาอาวุธ แต่ไม่มี
“จะช่วยคุณอายังไงดี”

ส่วนในห้องพเยียคาดคั้นนภดาราอย่างหนัก
“เซ็นสิ เซ็น”
“ไม่ ฉันไม่เซ็น...กอหญ้าหนีไปแล้ว เธอขู่ฉันไม่ได้”
พเยียทนไม่ไหว เข้าไปกระชากคอเสื้อนภดาราให้เงยหน้าขึ้น
“ฉันบอกให้เซ็น”
“ไม่! เอาซี อยากฆ่าฉันก็ฆ่าเลย ถ้าฉันตาย ทุกอย่างก็จะตกเป็นของกอหญ้า เธอจะไม่ได้อะไรแม้แต่บาทเดียว”

กอหญ้าอยู่ที่นอกบ้าน แปลกใจกับคำพูดนั้น
“คุณอา หมายความว่ายังไง”

ส่วนในห้อง พเยียทนไม่ไหว ตบนภดาราผัวะ มองนภดาราอย่างเกลียดชัง
“อยากตายนักใช่ไหม เอาซี ถ้าฉันไม่ได้อะไร แกก็อย่าอยู่เลย พเยียยกปืนขึ้นเล็งนภดารา กอหญ้าลืมตัว ลุกขึ้นยืนร้องตะโกน
“อย่านะ คุณพเยีย”
พเยียกับนภดาราหันขวับพร้อมกัน
นภดาราตกใจ “กอหญ้า”
ที่ด้านนอก นพดลเอาปืนจี้ด้านหลังกอหญ้าหัวเราะร่า
“นึกแล้ว ว่าเธอต้องกลับมา”
พเยียยิ้มร้าย นภดารามองกอหญ้าอย่างเสียใจ

อิศรกับสุบรรณและเจ้าหน้าที่ชายของคอนโดนั่งดูกล้องวงจรปิด ผ่านจอคอมพิวเตอร์ อยู่ในสำนักงานนิติบุคคล เจ้าหน้าที่คนนั้นกดคีย์บอร์ดที่คอมพิวเตอร์อย่างชำนาญ
อิศรเห็นภาพในกล้องวงจรปิด เป็นภาพหลายๆมุมในคอนโด และเห็นภาพนพดลบังคับตัวนภดาราไปที่ลิฟต์ขนของ ต่อด้วยภาพนพดลเดินหายออกไปจากตึกคอนโดทางด้านหลัง
อิศรบอกสุบรรณ “มันใช้ลิฟต์ขนของ พาคุณอาดาราออกไปทางด้านหลัง”
“ขอดูภาพในที่ทางออกด้านหลังหน่อยสิครับ” สุบรรณบอก
“ครับผม”
เจ้าหน้าที่กดคีย์บอร์ด ภาพเปลี่ยนไปเป็นภาพมุมต่างๆ ของที่ทางออกด้านหลัง จากกล้องที่ติดไว้ที่ป้อมยาม
อิศรเห็นมีรถตู้คอนเทนเนอร์ที่นพดลใช้ ด้านหลังปิดทึบไม่มีหน้าต่าง และภาพนพดลจอดรถเปิดกระจกคืนบัตรจอดรถให้ยาม
อิศรมองเพ่งไปที่หน้าจออย่างไม่ยอมให้คลาดสายตา
“หยุดตรงนี้ก่อน....ผมขอดูหน้าคนขับให้ชัดๆ หน่อย”
เจ้าหน้าที่กดคีย์บอร์ด เลือกภาพ อิศร เห็นนพดลกำลังส่งบัตรจอดรถคืน
“ใช่ไหมครับ” สุบรรณถาม
“ใช่ ไอ้นพดลแน่ๆ”
“คุณนภดาราคงอยู่ที่หลังรถ” สุบรรณบอก
อิศรมองภาพในจออย่างพินิจพิเคราะห์ บอกเจ้าหน้าที่
“มีมุมไหนที่พอจะเห็นทะเบียนรถไหมครับ”

เจ้าหน้าที่กดคีย์บอร์ด ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เห็นภาพทะเบียนรถอย่างชัดเจน

แผนรักแผนร้าย ตอนที่ 13 (ต่อ)

ภายในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลยามบ่าย ชิษณุพงษ์พยายามดึงดันจะลงจากเตียง ไปช่วยกอหญ้า แตงพยายามยื้อไว้

“ปล่อยนะ แตง ปล่อย”
“ไม่ ไม่ปล่อย คุณณุเพิ่งโดนยิงมานะ เสียเลือดไปตั้งเยอะ จะออกไปไหนไม่ได้”
“กอหญ้าถูกจับตัวไป ไม่รู้เป็นหรือตาย จะให้ฉันนอนเฉยๆ ได้ยังไง”
“ตำรวจเค้ากำลังตามหาตัวอยู่” แตงพยายามพูดให้สติ “แล้วยังมีคุณอิศร…คุณจะทำร้ายตัวเองไปทำไม”
“เพราะฉันรักเค้า”ชิษณุพงษ์โพล่งขึ้น แตงชะงัก “ฉันอยากให้กอหญ้ารู้ ว่าฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อเค้า เธอไม่เคยรักใคร เธอไม่เข้าใจหรอก”
แตงถึงกับอึ้งไป ชิษณุพงษ์ฉวยโอกาสผลักแตงเซล้มลง แล้วกระชากเข็มน้ำเกลือออกจากแขน เลือดพุ่ง แต่ชิษณุพงษ์เอามืออุดไว้ แล้ววิ่งออกไป
“อย่า คุณณุ อย่าไป” แตงตกใจ ร้องเสียงหลง
ชิษณุพงษ์วิ่งออกไปนอกห้อง พยาบาลสวนเข้ามา ชิษณุพงษ์หลบแล้ววิ่งออกไป แตงที่ลุกวิ่งตามมากลับชนกับพยาบาล เสียหลัก
“คุณณุ อย่า...”
ชิษณุพงษ์วิ่งลับกายไปแล้ว เห็นรอยเลือดหยดเป็นทาง แตงมองตามด้วยความเป็นห่วง

ส่วนนภดาราแก้มัดได้แล้ว พร้อมกับที่กอหญ้าโดนผลักลงไปที่พื้นห้องทั้งสองคน
“คุณอา เจ็บไหมคะ” กอหญ้าถามอย่างเป็นห่วง
นภดารามองปลื้ม “ไม่เป็นไร ลูก ไม่เป็นไร”
กอหญ้าไม่ได้เอะใจกับสรรพนามใหม่ มัวแต่เป็นห่วงนภดารา
“ไม่ต้องกลัวนะคะ คุณอิศรต้องพาคนมาช่วยเรา” กอหญ้าบอก
“หยุดพูดได้แล้ว กอหญ้า” พเยียบอกกับนภดารา “เอาล่ะ เห็นหน้านังกอหญ้าแล้ว ทีนี้ก็หมดข้ออ้างแล้ว เซ็นพินัยกรรมให้ฉันได้หรือยัง”
นภดารามองพเยียด้วยแววตาวิงวอน

“ขอเวลาให้ฉันสักนิดนะ พเยีย” นภดารากอดกอหญ้า “ขอเวลาให้ฉันได้อยู่กับเขา ให้สมกับที่ฉันรอคอยมายี่สิบปี”
พเยียมอง ริษยา เจ็บปวด
“นะ...ขอเวลาให้ฉัน แล้วฉันจะทำทุกอย่างที่เธอสั่ง”
นพดลทำท่ารำคาญ
“นี่ แก”
พเยียยกมือห้ามนพดล แล้วหันไปบอกนภดาราขู่เสียงดุดัน “ครึ่งชั่วโมง ถ้านานกว่านั้น แกจะได้คุยกับศพของมันแทน”
พเยียกับนพดลออกไป นภดาราหันมองกอหญ้า ลูบหัวลูบตัวอย่างตื้นตัน แสนรัก
“กอหญ้า...ลูกแม่”
กอหญ้าชะงัก ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“กอหญ้า อะไรนะคะ คุณอา”
“ไม่ใช่อาจ้ะ แม่เป็นแม่ ...แม่ที่แท้จริงของหนู”
“อะไรนะคะ”
กอหญ้าตะลึงงัน นภดารายิ้มทั้งน้ำตา
“หนูคือลูกของแม่ที่หายไปจากโรงพยาบาล ในวันที่ไฟไหม้ หนูคือเด็กที่ปราบไปพบ เค้ากำลังจะพาหนูมาหาแม่”
“คุณ...” กอหญ้าจะเรียกว่าอา แล้วชะงัก “...รู้ได้ยังไงคะ”
“ล็อกเก็ตอันนั้น และแหวนรูปดาว คือหลักฐานที่ยืนยันว่าหนูคือลูกของแม่”
กอหญ้ารำพึง “แหวนรูปดาว”
“จ้ะ แหวนที่พ่อของหนูให้ไว้กับแม่ ก่อนที่เขาจะตายไป แม่คล้องเอาไว้ให้หนูเพื่อรับขวัญ ตั้งแต่วันแรกคลอด พร้อมกับล็อกเก็ตประจำตระกูล”
กอหญ้าน้ำตารื้น เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้
“พเยียขโมยล็อกเก็ตไปจากหนู”
“จ้ะ แต่โชคดีที่เค้าไม่รู้เรื่องแหวน เราถึงยังมีหลักฐานว่าหนูคือเด็กคนนั้น หนูคือลูกของแม่”
กอหญ้าดีใจ น้ำตาคลอ “คุณแม่”
กอหญ้าโผเข้ากอดนภดาราแน่น ทั้งสองคนกอดกันเต็มรัก

เวลาเดียวกัน อิศรอยู่ที่สถานีตำรวจ ยืนคุยโทรศัพท์กับสุบรรณ 
“ตำรวจเค้าแจ้งไปทุกพื้นที่แล้ว ให้กระจายกำลังออกหารถคันที่ว่าแล้วทางนั่นล่ะ เจออะไรเพิ่มเติมไหม”
สุบรรณอยู่ในห้องที่คอนโดอิศร ตรวจตราดูร่องรอยต่างๆ มีขวดยาประจำตัวของนภดาราที่ทิ้งเอาไว้บนโต๊ะ แต่สุบรรณยังไม่เห็น
“ยังครับ”
“ลองหาให้ทั่ว เพื่อจะมีเบาะแสว่ามันจะพากอหญ้ากับคุณอาดาราไปไหน”
ทันใดนั้น ตำรวจ คนที่อิศรแจ้งความเรื่องพเยียลักพาตัวกอหญ้าวิ่งออกมา
“คุณครับ”
“แค่นี้ก่อนนะ” อิศรวางสาย ตื่นเต้นมาก “มีอะไรครับ”
“มีรายงานมาว่า มีผู้แจ้งความว่า ถูกรถหมายเลขทะเบียน” ตำรวจระบุเลขทะเบียน “ขับชนแล้วหนีไปครับ”
“ที่ไหนครับ”
“ที่...” ตำรวจอีกคนบอกสถานที่ “ครับ ผู้เสียหายแจ้งว่ารถที่ว่า มีพฤติกรรมน่าสงสัยเหมือนจะมีคนถูกขังอยู่ด้านหลังรถด้วยครับ”
อิศรตื่นเต้น “กอหญ้าแน่ๆ”
“ผมกำลังประสานงานกับตำรวจท้องที่...”
อิศรไม่รอให้ตำรวจพูดจบ “คุณประสานกันไป ผมจะนำไปก่อน ถ้ามีอะไรคืบหน้า ช่วยบอกผมด้วยนะครับ”

อิศรวิ่งทะยานออกไป ตำรวจส่ายหัวงงปนเซ็งความใจร้อนของอิศร

ทางด้านกอหญ้าชะเง้อชะแง้หาทางหนีทีไล่จะออกจากห้องขัง แต่ไม่เจอ นภดาราหมดอาลัยตายอยาก

“เราไม่มีทางหนีได้หรอกลูก”
กอหญ้ากลับมานั่งข้างนภดาราพูดอย่างเข้มแข็ง
“อย่าคิดอย่างนั้นสิคะ คุณแม่ เราสองคนต้องหนีออกไปให้ได้”
นภดาราดึงกอหญ้ามากอด แววตาตัดสินใจเด็ดขาด
“วันนี้แม่ได้กอดหนู แม่ก็ตายตาหลับแล้ว...ฟังแม่นะคะ กอหญ้า แม่จะใช้พินัยกรรมล่อ ดึงความสนใจจากพเยีย แล้วลูก ลูกหนีออกไปให้ได้นะลูกนะ”
“ไม่ค่ะ คุณแม่” กอหญ้ากุมมือนภดารา “เราพลัดพรากกันมาตั้งยี่สิบปี เราจะไม่พรากจากกันอีก เราจะต้องรอดค่ะ เราจะต้องรอดไปด้วยกัน”

นภดาราหน้าตาซีดเซียว อ่อนล้า แต่กอหญ้ายังมุ่งมั่น พยายามหาทางออก

อิศรขับรถมาถึงแยกถนนนอกเมือง ที่นพดลชนมอเตอร์ไซค์ แล้วจอดรอ คิดไปคิดมา
“มันจะเอาเธอไปไว้ที่ไหนนะ กอหญ้า”
อิศรสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ ระหว่างนั้นรถแท็กซี่ของชิษณุพงษ์เข้ามาจอดข้างๆ อิศรหันไปเห็น พร้อมกับที่ชิษณุพงษ์ก็เห็นอิศร
อิศรแปลกใจ “คุณชิษณุพงษ์”
ชิษณุพงษ์ลงมาจากแท็กซี่ มีผ้าเช็ดหน้าพันเลือดที่แขนเรียบร้อย
“คุณอิศร ไม่นึกว่าจะเจอคุณ...นี่คุณออกมาตามหากอหญ้าใช่ไหม”
“ใช่ คุณก็เหมือนกันล่ะสิ”
ชิษณุพงษ์พยักหน้ารับ “แถวนี้มีแต่สวนผลไม้เต็มไปหมด คุณจะหายังไง”
อิศรหงุดหงิดอยู่ ชักเริ่มโมโห “คุณมีวิธีที่ดีกว่านี้หรือเปล่าล่ะ ถ้ามีก็ว่ามา...ไม่งั้นก็ต่างคนต่างไป”
พอดีกับที่ไฟเปลี่ยนเป็นเหลือง อิศรเดินกลับเข้ารถตัวเอง ชิษณุพงษ์เปิดเข้าไปที่นั่งข้างคนขับหน้าตาเฉย
“ผมไปกับคุณด้วย ช่วยกัน สองหัวดีกว่าหัวเดียว”
อิศรมองหน้าชิษณุพงษ์ หมั่นไส้นิดๆ แต่ก็ดีเหมือนกัน

เวลาผ่านไป พเยียกับนพดลรออยู่นอกห้อง นพดลร้อนใจ
“นานจริงโว้ย”
พเยียรู้สึกอิจฉา “เอาเถอะน่ะ ให้แม่ลูกเค้าได้อำลาอาลัยกันซะหน่อย...ก่อนตาย”
“ตกลงพอมันเซ็นพินัยกรรมอันใหม่ให้เรา ก็” นภดลเอานิ้วปาดคอให้ดำลางบอก “เชือดซะใช่ไหม”
พเยียพยักหน้า “ใช่ แล้วฉันจะไปตามตำรวจมาจับพี่”
นภดลตกใจ “เฮ้ย ยังไงกันวะ”
พเยียอธิบาย ทำเสียงน่าเชื่อถือ “ก็พี่จับคุณแม่มาเรียกค่าไถ่ ฉันกับกอหญ้ามาช่วย เลยโดนจับไปด้วย โชคดี ฉันหนีออกมาได้ แต่น่าเสียดาย” พเยียยิ้มร้าย เน้นเสียงให้นภดลเข้าใจ “กว่าตำรวจจะมาถึงที่นี่ พี่ก็ฆ่าคุณแม่กับกอหญ้าตาย แล้วก็หนีไปถึงไหนๆ แล้ว”
นพดลเข้าใจว่าเป็นแผนเอาตัวรอดของพเยีย นพดลมองพเยียอย่างระแวงนิดๆ
“ตกลงให้ตำรวจตามจับพี่คนเดียว”
“ก็พี่มีคดีติดตัวอยู่ตั้งกี่คดี ยังไงก็ไม่รอดอยู่แล้ว...แต่ฉันน่ะ ในเมื่อเรื่องฆ่าคนตาย ไม่มีใครมีหลักฐาน ฉันก็ยังเป็นคนบริสุทธิ์อยู่”
“แต่ไอ้อิศรมันก็เห็นกับตา ว่าพเยียเอาตัวนังกอหญ้ามา”
“เรื่องแค่นี้ ฉันโกหกตอแหลเอาตัวรอดได้น่ะ พี่อย่าตาขาวไปหน่อยเลยน่ะ เอาไว้ฉันเอาพินัยกรรมใหม่ไปรับมรดกได้แล้ว ฉันจะรีบส่งเงินไปให้”
นพดลมองหน้าพเยีย ไม่ค่อยไว้ใจ
แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไร เสียงร้องโอดโอยของนภดาราก็ดังออกมาจากในห้อง ตามด้วยเสียงกรีดร้องของกอหญ้า
“คุณแม่ คุณแม่ขา...ช่วยด้วย ช่วยคุณแม่ด้วย”
พเยียกับนภดลรีบวิ่งหน้าตื่นกลับไป
พอพเยียกับนพดลวิ่งเข้ามา ก็เห็นนภดาราเอามือกุมที่หน้าอกร้องโอดโอย ทรุดลงกับพื้น กอหญ้าประคองอยู่ นภดารามีอาการจริงๆ ไม่ได้แกล้งทำ
นภดาราร้องออกมาอย่างเจ็บปวด “โอ๊ย”
“คุณแม่ คุณแม่ทำใจดีๆ ไว้นะคะ”
พเยียกับนพดลตกใจ
“เป็นอะไรขึ้นมาอีกล่ะ” พเยียถามฉุนๆ
นภดาราหายใจหอบถี่ ดูเหมือนจะตายได้ทุกขณะ กอหญ้าเงยหน้าขึ้นมาขอร้องพเยีย
“โรคหัวใจกำเริบแน่ๆ รีบพาคุณแม่ไปโรงพยาบาลเถอะ พเยีย” กอหญ้าว่า
พเยียกับนพดลยังตกใจทำอะไรไม่ถูก
“เร็วสิ พเยีย ถ้าคุณแม่ตาย สมบัติทั้งหมดก็จะเป็นของการกุศล เธอจะไม่ได้อะไรเลยนะ”
นพดลหงุดหงิด ผลักกอหญ้าออก เข้าไปเขย่านภดารา
“นี่ อย่าเพิ่งตายสิวะ เซ็นพินัยกรรมก่อน” นภดลเขย่าอีก “กูบอกว่าให้เซ็นพินัยกรรม”
นภดาราคอพับคออ่อน พเยียผลักนพดลออกไป ตวาด
“จะบ้าหรือไงพี่ คนจะชักแหงกๆ อยู่เนี่ย จะให้เซ็นอะไร”
“แล้วจะทำยังไงล่ะ จะพาไปหาหมอเหรอ ได้เข้าตะรางกันพอดี” นพดลโวย
“แต่มันตายไม่ได้นะ พี่ ช่วยกันคิดหน่อยซี ทำไงดีล่ะ ทำไง” พเยียนึกได้ “เอายาให้กินได้ไหม”
กอหญ้ารีบบอก “ยาโรคหัวใจของคุณแม่อยู่ที่คอนโด” พเยียส่ายหน้า “งั้นก็ไปซื้อมา”
นภดลไม่ยอม “ไม่นะ พเยีย”
“เร็วสิ พเยีย เร็วเข้า” กอหญ้าขู่ “ขืนชักช้า เดี๋ยวคุณแม่ก็...”
จังหวะนั้นนภดารากระตุกไปทั้งตัว ทำท่าเหมือนจะช็อก พเยียตัดสินใจทันที
“พี่นพ ออกไป! ไปหายามาให้มันเร็ว ไป”
นภดลออกไปด้วยความหงุดหงิด พเยียหันกลับมามอง เห็นกอหญ้าประคองนภดาราที่หายใจรวยริน ปลอบโยน
“ทำใจดีๆ ไว้นะคะ คุณแม่ คุณแม่ต้องไม่เป็นอะไรนะคะ”

กอหญ้ากุมมือนภดาราแน่น พเยียแอบมองคุมเชิง เป็นห่วงว่านภดาราจะเป็นอะไรไป

แผนรักแผนร้าย ตอนที่ 13 (ต่อ)

ขณะเดียวกันที่ริมถนนสายเล็กๆ ย่านชานเมือง ตรงบริเวณปากทางเข้าสวน มีร้านค้ากระจายเป็นหย่อมๆ ไม่มากนัก ชิษณุพงษ์เอารูปกอหญ้ากับนภดาราจากในโทรศัพท์ให้เจ้าของร้านขายน้ำดื่มและพวกของชำดู

“เคยเห็นผู้หญิงสองคนนี้ผ่านมาบ้างไหมครับ”
เจ้าของร้านส่ายหน้า มาที่ร้านค้าอีกร้าน อิศรเอารูปนพดลให้ดู
“แล้วผู้ชายคนนี้ละครับ ขับรถตู้ขนของเลขทะเบียน...เคยผ่านตาบ้างไหม”
อิศรบอกเลขทะเบียนรถเจ้าของร้านส่ายหน้า
ทั้งสองหนุ่มเดินหน้าตาผิดหวังออกมาจากร้านค้าอีกร้าน
“ไม่มีเบาะแสอะไรเลย” ชิษณุพงษ์หงุดหงิด
“ฉันจะลองเช็คทางตำรวจดู”
อิศรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา มีสายโทร.เข้าจากสุบรรณ
“สุบรรณโทร.มาพอดี” อิศรกดรับ “ว่าไง สุบรรณ ได้เรื่องอะไรไหม”
สุบรรณอยู่ที่คอนโดอิศร หน้าตาภูมิใจ น้ำเสียงกระตือรือร้น
“ไม่มีครับ คนร้ายไม่ได้ทิ้งเบาะแสอะไรเอาไว้เลย” อิศรเซ็ง “แต่ว่า...”
อิศรซักเร็ว “อะไร”
“ผมเจอยาแก้โรคหัวใจของคุณนภดาราที่คอนโดครับ คนร้ายจับตัวท่านไป แต่ไม่ได้เอายาไปด้วย”
อิศรพยายามเดา “แล้วไง”
สุบรรณ“หมอวิชาญบอกว่า คุณอาดาราต้องทานยานี้เป็นประจำ ไม่งั้นอาการจะกำเริบครับ
ชิษณุพงษ์กับอิศรคุยกัน หน้าตามีความหวัง
“ถ้าพเยียอยากได้สมบัติ พเยียไม่มีทางปล่อยให้คุณอาดาราเป็นอะไรไปก่อนที่ท่านจะแก้พินัยกรรม”
“ถ้าอาการของท่านกำเริบขึ้นมา พเยียต้องทำทุกอย่างให้ท่านปลอดภัย”
อิศรกับชิษณุพงษ์หันตัว เดินกลับไปหาเจ้าของร้านพร้อมกัน
“ขอโทษนะครับ แถวนี้มีร้านขายยาไหมครับ”

ส่วนที่บ้านร้าง พเยียถือปืนในมือ เดินวนเวียนอยู่หน้าห้องขังสองแม่ลูก รอนพดลด้วยความร้อนใจ
กอหญ้าประคองนภดาราเอาไว้ในอ้อมกอด นภดาราหายใจรวยริน
นภดารากระซิบ “กอหญ้า”
“ว่าไงคะ คุณแม่”
นภดาราปรายตามองไปที่พเยียนอกห้อง “ตอนนี้เหลือพเยียอยู่คนเดียวแล้ว หนูต้องหนีไป”
กอหญ้าเหลียวมองไปที่พเยีย แล้วกระซิบตอบ “คุณแม่หายดีแล้วเหรอคะ”
นภดาราส่ายหน้า มองกอหญ้าอย่างแสนรัก “แม่ไปไม่ไหวแล้ว แม่จะแกล้งหาเรื่องถ่วงพเยียเอาไว้ กอหญ้า ลูกทิ้งแม่ แล้วหนีไปคนเดียวเถอะนะ”
กอหญ้ายืนกรานหนักแน่น “ไม่ค่ะ คุณแม่ หนูทำอย่างนั้นไม่ได้”
“แต่ว่าแม่”
กอหญ้ากุมมือแม่ไว้ “เข้มแข็งไว้ค่ะ คุณแม่.... เราจะต้องรอดค่ะ เราจะต้องรอดออกไปด้วยกัน หนูมีวิธี”
กอหญ้ากระซิบที่ข้างหู นภดารามีท่าทางฮึดสู้

ฝ่ายอิศรกับชิษณุพงษ์เดินเข้ามาในร้านขายยา เจ้าของร้านหน้าตาเป็นมิตร พอเห็นรอยเลือดที่แขนชิษณุพงษ์ รีบทัก
“รับยาอะไรครับ”
“มีคนมาถามซื้อยาแก้โรคหัวใจบ้างไหมครับ”
เจ้าของแปลกใจ แต่ก็ตอบ “มีครับ แต่ที่ร้านไม่มี”
“คนนี้หรือเปล่าครับ”
อิศรเอารูปนพดลให้ดู เจ้าของร้านเพ่งมอง
“เอ คนนั้นเค้าใส่หมวกปิดหน้า ผมไม่แน่ใจ” เจ้าของร้านมองออกไปด้านนอกร้าน “โน่นไงครับ เค้ายังอยู่โน่น”
อิศรกับชิษณุพงษ์หันพร้อมกัน เห็นชัดว่าที่ถนนฝั่งตรงข้าม นพดลอยู่ในรถ กำลังขับออกไป อิศรกับชิษณุพงษ์พุ่งออกจากร้านไปขึ้นรถ ขับตามทันที

ฟากพเยียยืนรอ อย่างกระวนกระวาย ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงกอหญ้าตะโกนเรียกพเยีย
“พเยีย! คุณแม่แย่แล้ว มานี่เร็ว พเยีย”
พเยียวิ่งเข้ามาในห้องทันที เห็นนภดารานอนนิ่ง หลับตา หายใจรวยริน พเยียตกใจไม่รู้ว่าเป็นแผนของสองคน
“คุณแม่ตายแล้วเหรอ”
“ยัง...แต่ท่านหมดสติไปแล้ว เธอต้องช่วยฉัน”
“ทำยังไงล่ะ”
“ช่วยประคองท่านขึ้นมาก่อน”
พเยียตกใจกลัวนภดาราตายจนลืมระวัง เข้าไปช่วย กอหญ้าอาศัยทีเผลอ จับมือพเยียบิด ปืนหลุดมือหล่นลงพื้น มืออีกข้างกำหมัดต่อยปลายคางพเยีย พเยียมึน
กอหญ้าผลักพเยียล้ม แล้วเข้าไปหยิบปืน กอหญ้าจ่อปืนไปที่พเยีย
“หยุดนะ... แล้วถอยไปห่างๆ ไม่งั้น ฉันจะยิงเธอ”
พเยียนั่งอยู่ที่พื้น มองหน้ากอหญ้าอย่างเจ็บแค้นใจ แล้วค่อยๆ ถอยไปตามสั่ง กอหญ้าเข้าไปประคองนภดาราที่ดูอ่อนแรงขึ้นมา
“ไปค่ะ คุณแม่”
“แกหนีไปไม่พ้นหรอก”
พเยียขยับจะตาม กอหญ้าดันให้นภดาราเดินออกไป ส่วนตัวเองคอยระวังพเยียเอาไว้
กอหญ้าเล็งปืนไปที่พเยีย “อย่าตามมานะ ไม่งั้น...”
พเยียมองเลยไปด้านหลังกอหญ้าไป แล้วยิ้มเยาะออกมา “ฉันบอกแล้วไง ว่าแกไม่มีทางหนีพ้นกอหญ้าเอะใจ หันไปข้างหลัง”
เห็นนภดาราอยู่ในมือนพดล มีปืนจ่ออยู่ กอหญ้าตะลึง
“คุณแม่”
นภดารารีบบอก “หนีไปลูก หนีไป”
นภดลขู่ “วางปืนลง ไม่งั้น อีนังนี่ตาย”
“อย่านะ อย่าทำอะไรคุณแม่นะ”
พเยียฉวยโอกาสโถมเข้ามาจากข้างหลัง เอาท่อนไม้ฟาดเข้าที่ต้นคอกอหญ้าเต็มแรง กอหญ้าทรุดลงไป ปืนกระเด็นจากมือ

นภดาราตกใจมาก “กอหญ้า... ลูก”

กอหญ้านอนหมดสติ ตาปิดสนิท เสียงฟ้าร้องคำรามดังแว่วเข้ามา ภาพเหตุการณ์ในอดีตตั้งแต่อยู่เชียงใหม่ จนคืนวันเกิดเหตุถูกพเยียทำร้ายประดังกันเข้ามา ทุกภาพแจ่มชัด

กอหญ้าขี่จักรยานให้ชิษณุพงษ์ปั่นและนั่งซ้อนมาตามทาง แล้วโดนรถอิศรเฉี่ยว ลงข้างทาง / ทนายปราบบอกว่ากอหญ้าเป็นทายาท เพราะมีแหวนกับสร้อย / เหตุการณ์ในรถพเยียขอดูสร้อยประจำตระกูล
จนรถเบรคแตก ทุกคนตกใจ รถคว่ำชนตอม่ออย่างแรง และพเยียเอาไม้ตี แล้วเอาสร้อยไป

กอหญ้าลืมตาขึ้นมา ลุกพรวดความทรงจำเก่ากลับมาหมด นอกจากนี้ความทรงจำหลังเกิดอุบัตเหตุก็ไม่เลือนหาย
กอหญ้ากวาดตามองไปทั่ว พบว่าตัวเองนอนอยู่กับพื้นห้องห้องเดิม ส่วนนภดารานั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ มีพินัยกรรมฉบับใหม่อยู่ตรงหน้า พเยียถือปืนประกบข้าง
“พเยีย” กอหญ้าเรียก
“ฟื้นแล้วเหรอ”
กอหญ้าลุกขึ้นมา มองพเยีย
“เธอจงใจฆ่าฉัน”
พเยียยิ้มเยาะ ยังไม่ทันพูดอะไร กอหญ้าก็พูดสวนขึ้นอีก
“ตั้งแต่วันนั้น คุณลุงปราบพาฉันลงมาหาคุณแม่ เธอขอตามมาแล้วพอรถคว่ำ เธอก็ฉวยโอกาสฆ่าฉัน แย่งเอาล็อกเก็ตไป”
ทุกคนมองหน้ากอหญ้า อย่างแปลกใจ พเยียตกใจ “นี่แก”
“ฉันจำได้แล้ว จำได้หมดทุกอย่าง”
“ก็ดี .. ตายไปจะได้ไม่เป็นผีความจำเสื่อม”
พเยียกระชากกอหญ้ามา เอาปืนจ่อหัว เรียกนภดาราเสียงหวาน อาการประชดประชัน
“เอาล่ะค่ะ คุณแม่ พเยียเสียเวลามากแล้ว พเยียจะนับหนึ่งถึงสามนะคะ ถ้าคุณแม่ไม่เซ็นพินัยกรรมให้พเยีย นังกอหญ้าสมองกระจุยแน่” พเยียเริ่มนับ “หนึ่ง”

ส่วนทางด้านอิศรกับชิษณุพงษ์ย่องเข้ามา มีปืนสั้นในมือ อิศรชะเง้อมองเห็นรถของนพดลจอดซุกไว้ เห็นหลังคาบ้านร้างอยู่ไม่ไกล
อิศรมั่นใจ “ที่นี่แน่ๆ”

ฝ่ายนภดาราขยับจะไปหากอหญ้า
“อย่าทำอะไรลูกฉันนะ”
พเยียนับ “สอง”
นภดารามองกอหญ้า ชั่งใจ
“เธอปล่อยลูกฉันไปก่อนได้ไหม ลูกฉันปลอดภัยแล้วฉันจะเซ็นให้”
พเยียทำท่ารำคาญ ขยับปืนเหมือนจะเหนี่ยวไก นภดาราพูดเสียงอ่อนโยน โน้มน้าว
“จริงๆ นะ พเยีย ถ้าเธอปล่อยฉันกับลูกไป ฉันให้สัญญาว่าจะไม่เอาผิดอะไรเธอเลย ฉันเข้าใจเธอนะ ฉันสงสารเธอ ฉันไม่ได้ต้องการจะแก้แค้น หรือลงโทษเธอ ฉันแค่อยากให้ลูกฉันปลอดภัยเท่านั้น”
พเยียสะเทือนใจด้วยความริษยา ที่กอหญ้ามีแต่คนรักมากมาย
“แล้วฉันล่ะ ทำไมแกไม่คิดถึงฉันบ้าง” โกรธจนน้ำตาคลอ “ตอนที่ฉันเป็นลูกแก ทำไมไม่คิดอยากให้ฉันปลอดภัย ทำไมไม่คิด จะไม่เอาผิดฉัน ทำไมไม่คิดจะปล่อยให้ฉันอยู่อย่างมีความสุข ฉันจะได้ไม่ต้องทำแบบนี้!” พเยียกรี๊ด “ทำไม!”
“พเยีย...ฉัน”
พเยียปาดน้ำตา “ไม่ต้องพูด! เซ็น!”
นภดาราจะเซ็น กอหญ้าร้องห้าม
“คุณแม่อย่าเชื่อพเยียค่ะ พเยียไม่มีทางปล่อยเราไป”
พเยียมองหน้ากอหญ้าอย่างเกลียดชัง นภดาราพูดอย่างอ่อนโยน
“แม่ยอมเสี่ยงจ้ะ” มองหน้าพเยีย “แม่ยอมเสี่ยงเชื่อใจพเยีย” คราวนี้หันมามองกอ
หญ้าด้วยความรัก “แม่ยอมเสี่ยงแลกทุกอย่างที่แม่มี เพื่อความปลอดภัยของหนู”
นภดาราเซ็น พเยียหยิบพินัยกรรมไปดู ยิ้มเลือดเย็น
“เอาละ เสร็จธุระแล้ว ขอบใจมาก”
นภดาราตะลึง “แล้วกอหญ้าล่ะ พเยีย”
พเยียยิ้มเยาะ ยังไม่ทันตอบ นพดลก็เดินเข้ามา
“เร็วๆ เข้า พเยีย เสียเวลามามากแล้ว”
พเยียหันไปมองนภดารา แววตาเย้ยหยัน แล้วหันไปสั่งนพดล
“เอาตัวมันสองคนไปที่กระท่อมข้างหลัง” นภดารากับกอหญ้าตกใจ “ยิงทิ้ง แล้วเผาทุกอย่าง อย่าให้มีหลักฐานอะไรเหลือมาถึงฉันได้”
นพดลกระชากตัวสองแม่ลูกมา พเยียยืนถือปืนคุมออกไป

ขณะเดียวกันอิศรกับชิษณุพงษ์แอบอยู่หลังต้นไม้หน้าบ้านร้าง
“ผมจะเข้าไปดูข้างในบ้าน คุณไม่มีปืน แถมยังบาดเจ็บ รอตำรวจอยู่นี่ดีกว่า” อิศรบอก
“มันมีกันสองคนนะ มีปืนด้วย”
“ไม่ต้องห่วง ผมจะระวัง”
อิศรกระชับปืนในมือด้วยท่าทางมั่นใจ แล้วเข้าไป ชิษณุพงษ์มองตาม หน้าตาไม่เชื่อถือ
“ผมไม่ได้ห่วงคุณหรอกน่ะ”
ชิษณุพงษ์แอบลัดเลาะไปด้านข้าง

นภดารากับกอหญ้าโดนมัดเอาไว้ด้วยกันที่พื้น กอหญ้าขอร้อง
“อย่าทำฉันเลยนะ ...ปล่อยฉันไปเถอะ”
“ฉันขอร้องล่ะ ถ้าเธอปล่อยฉันกับลูกไป ฉันรับรอง ฉันจะไม่เอาเรื่อง” นภดาราขอร้อง
“นึกว่าฉันโง่หรือไง ถ้งแกไม่เอาเรื่อง ตำรวจเค้าก็เอาโว้ย... พูดมาก เดี๋ยวปั้ด”
นพดลเอาปืนขู่ สองแม่ลูกกลัวหงอ

ขณะที่พเยียกลับเข้ามาทางประตูหลัง กำลังเก็บพินัยกรรมใส่กระเป๋าเตรียมเผ่น พอดีทำปืนตก พเยียก้มลงเก็บ แล้วได้ยินเสียงไม้กระดานลั่นเอี๊ยด ดังมาจากหน้าบ้านพเยียชะงัก คลานไปแอบดู เห็นอิศรย่องเข้ามาอย่างระมัดระวัง ในมือมีปืน พเยียตกใจ รีบคว้าของแล้วหนีไปด้านหลังบ้านทันที
ด้านนพดลเอาปี๊บที่ใส่น้ำมันขึ้นมา เอาราดไปตามผนังและส่วนต่างๆ ของห้อง กอหญ้ากับนภดารามอง ใจระทึก

พเยียจะออกประตูหลัง พอดีเห็นชิษณุพงษ์ พเยียชะงัก แล้วลนลาน หาที่ซ่อนตัว พเยียเข้าไปหลบซ่อนตัวในห้องน้ำ ปิดประตู แต่โชคร้าย ประตูดันล็อกไม่ได้ ในขณะที่อิศรเปิดเข้าไปในห้องที่ขังกอหญ้า เห็นเชือกขาด และเศษกระจก
ชิษณุพงษ์เข้าบ้านมาทางด้านหลังบ้าน มองไปรอบๆ อย่างระวัง ไม่เห็นใคร ชิษณุพงษ์เห็นท่อนเหล็กขนาดเหมาะมือ จึงคว้ามาเป็นอาวุธ
ส่วนในห้องน้ำ พเยียแอบอยู่หลังประตู ลุ้นสุดขีด
อิศรเข้าไปในห้องที่ขังนภดารากับกอหญ้าก่อนหน้านี้ ไม่มีคน อิศรกังวล
“ไปไหนกัน”
ชิษณุพงษ์เดินมาถึงหน้าประตูห้องน้ำ เห็นแง้มไว้ ชิษณุพงษ์หยุดมอง ลังเล พเยียรีบเอาผ้าเช็ดตัวเน่าๆ ที่เจอในห้องน้ำพันกระบอกปืน เพื่อเก็บเสียง เตรียมยิง พร้อมแลกชีวิต ถ้าชิษณุพงษ์เปิดเข้ามา
ชิษณุพงษ์จะเอื้อมมือไปที่ประตู พอดีอิศรโผล่ออกมาจากอีกด้าน
ชิษณุพงษ์หันขวับ อิศรชะงัก ต่างคนต่างตกใจ
“เข้ามาทำไม บอกให้รออยู่ข้างนอกไง” อิศรดุ

ชิษณุพงษ์ไม่สนใจ “คุณเจออะไรบ้าง”
“มันเอากอหญ้ากับคุณอามาขังที่นี่แน่ๆ แต่ตอนนี้ ไปไหนแล้วก็ไม่รู้”
ชิษณุพงษ์กังวล แล้วเห็นควันไฟลอยขึ้นมาจากด้านในสวน
“เอ๊ะ นั่นมัน“
“หรือว่าอยู่ที่นั่น”
อิศรวิ่งออกไปทันที อย่างคนใจร้อน
ชิษณุพงษ์จะวิ่งตาม แล้วบังเอิญเจ็บแผลที่โดนยิง ชะงัก
“โอ้ย”
ชิษณุพงษ์ทรุดตัวลง มีเงาดำวูบมา ชิษณุพงษ์ตกใจ หันไป พเยียยิงชิษณุพงษ์ เปรี้ยง! ที่กลางลำตัว

ชิษณุพงษ์เลือดทะลัก ล้มลงไปกองกับพื้น

ติดตาม "แผนรักแผนร้าย" ตอนที่ 14 (อวสาน)
มณีสวาท ตอนที่ 13 (เพิ่มเติม)
มณีสวาท ตอนที่ 13 (เพิ่มเติม)
แสงแดดแผดจ้าส่องกระทบกับผิวน้ำในลำน้ำโขงเป็นประกายระยิบระยับ พะนอฤดีที่สลบอยู่ริมน้ำเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยท่าทีเหนื่อยล้าอ่อนแรง แต่กระนั้นสิ่งแรกที่พะนอฤดีทำคือ กวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณ ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แลเห็นแต่ลำน้ำโขงที่เงียบสงบ ปราศจากผู้คน บรรยากาศกลับดูวังเวง เพราะมันเงียบผิดปกติ พะนอฤดีกวาดสายตามองไปอย่างระแวดระวัง รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวบางอย่างที่เกิดขึ้นบนท้องน้ำ “ฉันรู้นะ...เจ้าอุรคา เจ้ากำลังคิดจะทำอะไรฉัน” พะนอฤดีบอกออกไปปากคอสั่น ท้องน้ำกระเพื่อมแรง ทั้งที่ไม่มีลมสักนิด พะนอฤดีสะดุ้ง แต่น้ำกลับซัดเข้ามาจดอยู่ที่ปลายเท้าของ พะนอฤดี จนดูเหมือนจะดูดกลืนร่างของเธอลงไป พะนอฤดีกรี๊ด อกสั่นขวัญผวา ลุกขึ้นจะวิ่งหนี แต่น้ำกลับซัดตามมาที่ปลายเท้า ทุกสารทิศ พร้อมจะดูดกลืนร่างเธอตลอดเวลา พะนอฤดียืนตัวสั่นเทา บอกปากคอสั่น “เจ้าอุรคา...อย่าทำอะไรฉันนะ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...