xs
xsm
sm
md
lg

บ่วงบาป ตอนที่ 13

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


บ่วงบาป ตอนที่ 13

ภาพอดีตที่นวลเห็นตัวเองเจ็บปวดคลอดลูก ภาพเด็กที่อยู่ในอ้อมแขน นวลร้องขอชีวิตลูก เสียงลูกร้องจ้า

นวลตกใจปล่อยมืออกจากกริช กริชจากมืออัฐร่วงตกพื้น ด้ามกริชกระแทกกับพื้นจนด้ามหลุดออก อัฐตกใจรีบก้มลงไปเก็บ
“ผมขอโทษนะครับคุณน้า”
“ไม่ใช่ความผิดของพ่ออัฐ เป็นเพราะน้าต่างหาก”
“ผมขอเอากลับไปซ่อมให้คุณน้านะครับ ผมรับรองว่าจะทำให้กลับมาเหมือนเดิมให้มากที่สุด”
“ถ้าทำแบบนั้นแล้วพ่ออัฐสบายใจ ก็ตามใจเถอะจ้ะ”

อัฐมองกริชในมือ นวลมองอัฐด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก สายสัมพันธ์บางอย่างกำลังถูกเชื่อมโยง

บริเวณหลังเรือน เทิดกับลูกน้องกำลังดูไก่ชนตีกัน ทุกคนลุ้นกันอย่างสนุกสนาน ลูกน้องวิ่งเข้ามาบอก
“คุณเทิดขอรับ คุณพระเกิดกับคุณน้อยมาขอรับ”
เทิดยิ้ม
บริเวณหน้าเรือนพระยาสุริน คุณพระเกิดกับน้อยเพิ่งมาถึงเรือน คุณพระเกิดถือห่อโหลใส่ขนมแห้ง
เทิดไหว้คุณพระเกิดพอเป็นพิธีและปรี่เข้ามาหาทักคุณน้อยอย่างดีใจ
“คุณน้อย จะมาทำไมไม่ให้ใครมาบอกพี่ก่อน พี่จะได้สั่งคนจัดเตรียมต้อนรับ”
น้อยไม่สบตาเทิดและไม่อยากคุยด้วย คุณพระเกิดรู้ว่าน้อยรู้สึกอย่างไร จึงออกโรงเอง
“ไม่ต้องพิธีรีตองหรอกพ่อเทิด แม่น้อยแค่อยากจะนำของมาตอบแทนน้ำใจคนที่ช่วยแม่น้อยไว้ แม่น้อยบอกว่าเขาน่าจะเป็นคนงานอยู่ที่นี่”
“ใคร”
ลูกน้องบอก
“ไอ้ทัดขอรับ คืนนั้นไอ้มิ่งคนเรือมันเห็นว่าไอ้ทัดเป็นคนช่วยคุณน้อยขึ้นจากน้ำ”
“พ่อเทิดตามเขาให้มาพบแม่น้อยหน่อยเถอะ”
เทิดคิดนิดนึงแล้วบอก
“ไอ้ทัดมันไปรับของที่ท่าเรือให้เจ้าคุณพ่อ ประเดี๋ยวก็มา เชิญคุณพระกับคุณน้อยเข้าไปดื่มน้ำด้านในก่อนดีกว่าครับ”
คุณพระเกิดมองน้อยเป็นเชิงถามว่าจะเอายังไง น้อยมองเทิดก็เห็นเขามองมาด้วยสายตาวิบวับ น้อยอึดอัดแต่ก็ตัดสินใจ
“น้อยอยากพบลุงทัดค่ะ”
เทิดยิ้ม
“เอ็งไปบอกให้คนหาน้ำหาท่ามาต้อนรับคุณพระกับคุณน้อย แล้วถ้าไอ้ทัดกลับมาให้มันรีบมาพบคุณน้อยที่เรือนใหญ่นี่”
เทิดมองลูกน้องและพยักหน้านิดๆ ส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง ลูกน้องเข้าใจสิ่งที่เทิดสั่ง
“ขอรับ”
เทิดเชื้อเชิญน้อยกับคุณพระเกิดเข้าเรือนพระยาสุริน

ในเวลาต่อมา ทัดถูกลูกน้องเทิดที่หนุ่มกว่า หุ่นกำยำกว่าผลักเข้าไปในเรือน
“เอ็งต้องอยู่ในนี้ ห้ามโผล่หน้าออกไปข้างนอก”
“ทำไม” ทัดถาม
“ไม่ต้องถาม คุณเทิดสั่ง เอ็งมีหน้าที่ทำตามเท่านั้น”
“แต่ข้ามีงานต้องทำ”
“เอ๊ะ ไอ้นี่ ได้พักสบายๆ ไม่ชอบ ถ้าชอบทำงานหนักนัก เดี๋ยวรอให้คุณเทิดเสร็จธุระก่อนเถอะ จะให้คุณเทิดใช้งานเอ็งให้หนำใจ”
ลูกน้องเทิดออกไป ทัดเหนื่อยใจ

ลูกน้องเทิดออกมาจากในเรือน เดินไปได้อีกหน่อยก็เจอจวงที่หันหลังเดินด้อมๆ มองๆ หาขุนพิทักษ์
ลูกน้องเข้าไปข้างหลังจวง
“มองหาอะไร”
จวงพูดโดยไม่หันไปมอง
“หาท่านขุนพิ....ว้าย ! ตาเถร”
ลูกน้องจ้องหน้าจวง
“เอ็งเป็นใคร”
“ฉันเป็นคนสนิทของคุณรำพึงเมียคุณพระไว คุณรำพึงให้ฉันเอาของมาให้ท่านพระยาน่ะจ้ะ”
“แต่เมื่อตะกี้เอ็งบอกว่า เอ็งมองหาท่านขุนอะไรสักอย่าง”
จวงแถเอาตัวรอด
“เอ่อ...ท่านขุน ฮ่าๆๆ ข้าพูดว่าไอ้บุญ ไม่ใช่ท่านขุน แคะขี้หูบ้างนะพ่อนะ มีคนบอกว่าไอ้บุญ..หรือไอ้อะไรสักอย่าง ฉันจำชื่อไม่ได้มันทำงานอยู่ที่เรือนนี้ อายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉันนี่แหละ พ่อรูปงามรู้จักไหมจ๊ะ”
ลูกน้องยังไม่ตอบ

ที่เรือนคุณพระไว รำพึงพูดขึ้น
“ไม่มีคุณพี่พิทักษ์ เอ็งหาทั่วแล้วเหรอ เอ็งยิ่งตาถั่วอยู่ด้วย”
“ทั้งเรือนก็เหลือแค่ในบ่อน้ำเท่านั้นแหละเจ้าค่ะที่จวงยังไม่ได้หา คุณรำพึงคิดว่าจวงต้องหาไหมเจ้าคะ ถ้าต้อง จวงจะกลับไปงมให้เดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ”
รำพึงดุเสียงเข้ม
“นังจวง”
จวงรู้เอาตัวรอด
“จวงนี่มันปากมากจริงจริ๊ง”
“ถ้าไม่ใช่คุณพี่แล้วคนที่ข้าเห็นเป็นใคร”
“อาจจะไม่มีใครเลยก็ได้นะเจ้าคะ คุณรำพึงคงจะคิดถึงท่านขุนพิทักษ์มากก็เลยตาฝาดไปเอง ตัดอกตัดใจเสียเถอะเจ้าค่ะ ท่านขุนตายไปนานมากแล้ว ป่านนี้ท่านขุนกับนังชุ่มคงไปเกิดใหม่ด้วยกันแล้วกระมังเจ้าคะ”
ไม่ทันขาดคำ รำพึงตบผัวะ จนจวงล้มคว่ำไปทันที
“โอ๊ย!”
อัฐถือโหลแก้วใส่ขนมกลีบลำดวนเข้ามา
“น้าจวง ขัดใจคุณแม่เรื่องอะไรอีก”
รำพึงรีบกลบเกลื่อน
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ว่าแต่ลูกเถอะ ได้เจอแม่น้อยไหม”
“ไม่เจอครับ พบแต่คุณน้านวลคุณแม่ของคุณน้อย คุณน้านวลฝากขนมมาให้คุณแม่ด้วยครับ”
รำพึงเปิดดู
“หอมน่ากินมาก วันหลังแม่ต้องไปขอตำรับจากคุณนวลมาทำบ้างแล้ว”

อัฐยิ้ม รำพึงเขี่ยปอยผมอัฐด้วยความรัก

ที่เรือนคุณพระเกิด นวลจัดสำรับอาหาร คุณพระเกิดกับน้อยขึ้นเรือนมา น้อยหน้าบึ้ง นวลหันไปเห็นและรู้ทันที

“ไม่ได้เจอลุงคนนั้นเหรอลูก”
“ค่ะ ไม่เจอลุงทัดแต่ดันไปเจอคุณเทิดแทน มิหนำซ้ำคุณเทิดยังจะไม่ยอมให้คุณพ่อกับน้อยกลับด้วยค่ะ”
นวลแปลกใจกับชื่อที่ได้ยิน คุณพระเกิดล้อ
“ก็ใครใช้ให้ลูกสาวพ่อน่ารักล่ะ หนุ่มๆ ที่ไหนก็อยากจะอยู่ใกล้”
“ลุงทัด ใครคือลุงทัดคะ” นวลถาม
“ก็คุณลุงที่ช่วยน้อยกับแม่นวลไงคะ เขาชื่อลุงทัด”
นวลนิ่งคิด และรำพึงชื่อทัดออกมา
“ทัด”
คุณพระเกิดสังเกตเห็นที่นวลนิ่งไป และหันไปเห็นของที่อัฐเอามาฝาก
“นั่นของใครหรือแม่นวล”
“คุณพระไวฝากให้ลูกชายนำมาให้คุณพี่ค่ะ”
“คุณอัฐมาหรือคะ”
“จ้ะ เพิ่งจะกลับไปไม่นานนี้เอง เด็กคนนี้น่ารักดีนะคะคุณพี่ สุภาพนอบน้อม ความคิดความอ่านก็เข้าที ท่าจะอนาคตไกล”
คุณพระเกิดสงสัย
“เอ...ปกติแม่นวลไม่ค่อยชอบพูดกับใคร แต่นี่พ่ออัฐมาเดี๋ยวเดียวก็กลายเป็นคนโปรดของแม่นวลไปเสียแล้ว แสดงว่าเด็กคนนี้มีอะไรดีจริงๆ”
นวลยิ้ม ตาเป็นประกายเมื่อนึกถึงอัฐ

ภายในห้องนอน อัฐดึงกริชออกจากห่อผ้ามานั่งดู นึกถึงเหตุการณ์ที่อัฐได้เจอกับนวล อัฐยิ้มออกมา และต้องสะดุ้งกริชหล่นจากมือไปที่เตียง อัฐกุมไปที่ต้นแขน อัฐเลิกเสื้อขึ้นเปิดให้เห็นรอยแผลเป็นที่ต้นแขน
“แผลเป็นนี่ ทำไมเราถึงเจ็บไม่หาย”
อัฐลูบแผล

ภายในเรือนคนใช้ ทัดนั่งพิงฝานึกถึงเรื่องชุ่มแล้วยิ้มกับตัวเอง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเศร้าเมื่อนึกถึงสภาพปัจจุบัน
“ชุ่ม ข้าจะต้องทำยังไง เจ้าถึงจะจำข้าได้”
ทัดมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นต้นมะพร้าว แล้วนึกถึงช่วงที่ขุนพิทักษ์สานปลาตะเพียน ทัดยิ้มและคิดอะไรได้

ภายในเรือนคนใช้ ทัดนั่งสานปลาตะเพียน ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างสุขใจ เกลียวเข้ามาหา
“ขนมจ้ะพี่ทัด”
“พี่บอกแล้วไงว่าไม่ต้องเอามาให้พี่ เดี๋ยวท่านเจ้าคุณก็โกรธอีกหรอก”
เกลียว มองปลาตะเพียน
“ฉันไม่สน พี่ทัด สานปลาตะเพียนไปทำไมจ๊ะ”
“พี่จะสานไปให้ชุ่มเมียพี่”
เกลียวหุบยิ้มทันที
“ชุ่มเคยชอบปลาตะเพียนที่พี่สานไว้ให้ลูก พี่จะสานไปให้ชุ่มอีก เผื่อจะช่วยให้ชุ่มจำพี่ได้”
“จำได้แล้วจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อเมียพี่มีผัวใหม่ไป ถ้าเมียพี่จำได้ก็เท่ากับว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็นผู้หญิงสองผัว ชาวบ้านก็จะนินทา ผัวเขาจะรังเกียจเอาได้”
ทัดอึ้ง
“เรื่องที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะนะพี่”
เกลียวนั่งใกล้ทัด ซบไหล่เขาอย่างยั่วยวน
“หรือถ้าพี่อยู่ใกล้พวกเขาแล้วทำให้พี่หวั่นไหว พี่หนีไปกับฉันดีไหม เราจะหนีกันไปให้ไกล แล้วเราจะเริ่มต้นกันใหม่”
“พี่ไปไหนไม่ได้หรอกเกลียว พี่ต้องอยู่ดูแลเมียกับลูกพี่ มีความตายเท่านั้นที่จะพรากพี่ไปจากลูกเมียพี่ได้”
เกลียวมองขุนพิทักษ์อย่างเจ็บปวด

ภายในห้องนอน เวลากลางคืน เกลียวกวาดของบนโต๊ะกระจกอย่างโมโห
“ทำไมพี่ทัดไม่คิดถึงใจฉันบ้าง”
เกลียวมองตัวเองในกระจก เสียใจและเจ็บปวด

ทัดถือปลาตะเพียนสานเดินเข้ามาในสวนบ้านคุณพระเกิด นวลเดินเก็บดอกไม้อยู่สวน ทัดแอบมองนวลอย่างสุขใจ และกำลังจะเดินเข้าไปหา แต่หยุดชะงัก เมื่อเห็นอะไรบางอย่าง เท้าของนวลถอยไปใกล้งูเห่า ทัดตะโกนและวิ่งไป
“ชุ่มระวัง !”
นวลหันขวับมาหาทัด งูฉกลงไปบนขาของนวลดังฉึก
นวลร้อง “โอ๊ย !” แล้วทรุดล้มลง
“ชุ่ม !”
ทัดปล่อยปลาตะเพียนแล้ววิ่งเข้าไปหานวล
คนใช้วิ่งเข้ามาเห็นตอนงูเลื้อยหนีไปพอดี ตะโกนลั่น
“ช่วยด้วย ! คุณนวลถูกงูกัด ช่วยด้วยเจ้าค่า”
ทัดฉีกเสื้อตัวเองเอามัดเหนือแผลงูกัด นวลร้องเจ็บปวด
“อดทนไว้นะ”
ทัดก้มดูดพิษที่ขานวลซ้ำหลายครั้ง คุณพระเกิด น้อย และคนใช้สองสามคนวิ่งเข้ามาเห็นตอนทัดดูดพิษให้นวล
“นวล /คุณแม่”

บนเรือน คุณพระเกิดควักยาโปะยาที่มีลักษณะเป็นไม้ใบตำละเอียดจากถ้วยเล็กๆ ที่น้อยถืออยู่ โปะลงบนแผลที่ถูกงูกัดบนขาของนวล น้อยส่งผ้าขาวให้พ่อ คุณพระเกิดรับผ้าไปพันขานวล
ทัดนั่งบนพื้นมองนวลอย่างห่วงใย คุณพระเกิดพันแผลนวลเสร็จก็ลูบหัวนวลด้วยความรัก
“ไม่ต้องกลัวแล้วนะ แม่นวลปลอดภัยแล้ว”
ทัดมองอย่างเจ็บปวดแต่ก็ต้องเก็บไว้
“ฉันเป็นหนี้บุญคุณนายทัด ถ้านายทัดอยากให้ฉันช่วยเหลือสิ่งใด บอกได้เลยนะ ฉันยินดี ว่าแต่นายทัดมาทำอะไรที่นี่”
“กระผมมาเยี่ยมคุณนวลขอรับ”
“น่าแปลกนะ ทำไมต้องเป็นนายทุกครั้งที่มาช่วยลูกกับเมียฉันไว้ เหมือนกับว่านายไม่เคยอยู่ห่างลูกกับเมียฉันเลย”
คุณพระเกิดจ้องทัดอย่างเอะใจ ทัดไม่สบตา
“น้อยบอกแล้วไงคะคุณพ่อ คุณลุงทัดเป็นองครักษ์พิทักษ์น้อยกับแม่นวล ใช่ไหมคะคุณลุง”
ทัดยิ้มนิดๆ อย่างเจียมตัว

นวลมองทัด...นึกสงสัยที่ทัดเรียกตนว่าชุ่ม คุณพระเกิดเห็นสายตาที่นวลมองทัดก็ยิ่งสงสัย

น้อยเดินมาส่งทัดกลับ น้อยหันไปเห็นดอกไม้ออกดอกสวยงามอยู่บนต้น
“ลุงทัด เดี๋ยวนะคะ”
น้อยหันหลังเด็ดดอกไม้ ทัดยกมืออยากจะลูบหัวลูกสาวแต่ไม่กล้า น้อยเด็ดดอกไม้เสร็จหันกลับมาหาทัด ทัดรีบลดมือลง น้อยส่งดอกไม้ให้ทัด
“น้อยให้คุณลุงค่ะ”
ทัดซึ้งใจจนน้ำตารื้น
“ขอบพระคุณคุณหนูมากขอรับ”
“คุณลุงร้องไห้ทำไมคะ”
“ลุงดีใจแทนคุณนวลที่มีลูกน่ารักอย่างคุณหนูน้อย”
“แล้วคุณลุงล่ะคะ มีลูกหรือเปล่า”
“มีครับ อายุเท่ากับคุณหนูน้อยนี่แหละ”
“แล้วตอนนี้ลูกคุณลุงอยู่ไหนคะ”
“ลูกลุงเขาอยู่ในที่ที่ความสุขแล้ว ลุงขอตัวกลับก่อนนะขอรับ”
“ค่ะ วันหลังคุณลุงแวะมาหาน้อยบ้างนะคะ”
ทัดยิ้มมองน้อยอย่างสุขใจ

ในห้องนอน คุณพระเกิดป้อนยานวล นวลหน้าเบ้เพราะยาทั้งเหม็นทั้งขม เสร็จแล้วคุณพระเกิดนำถ้วยยาวางบนโต๊ะ
“นายทัดช่วยชีวิตทั้งแม่นวลทั้งแม่น้อย เห็นทีว่าพี่ต้องขออนุญาตพระยาสุรินมอบของกำนัลตอบแทนบุญคุณเขาบ้างแล้ว”
“แต่เขาคงไม่ได้หวังของตอบแทน”
“แม่นวลพูดเหมือนเคยรู้จักเขามาก่อน”
นวลชะงักไปเหมือนกัน
“แม่นวลเคยคิดไหม เขาอาจจะรู้ว่าแม่นวลเป็นใคร”
“ทำไมคุณพี่ถึงถามแบบนี้”
“พี่เห็นสายตาของเขาเวลามองแม่นวล มันไม่เหมือนสายตาของคนที่เพิ่งรู้จักกัน”
นวลไม่อยากให้เรื่องราวใหญ่โต
“ไม่หรอกค่ะ คุณพี่คิดไปเองกระมังคะ”
คุณพระเกิดพยักหน้ารับน้อยๆ นวลยิ้ม แต่แอบมีแววตาครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

เวลาต่อมา นวลยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง นึกถึงที่ทัดเรียกชุ่มทั้งตอนที่นวลถูกงูกัด และตอนที่ช่วยนวลจากโจร
นวลคิดไม่ตก
“ชุ่ม”

วันใหม่ เวลากลางวัน บนเรือนพระยาสุริน เทิดไม่พอใจกำจอกแก้วเหล้าแน่น
“ไอ้อัฐไปเรือนคุณน้อย”
“ขอรับ คนที่เรือนคุณพระเกิดบอกด้วยว่าคุณอัฐอยู่คุยกับคุณนวลเป็นนานสองนาน และท่าทางคุณนวลก็จะพอใจคุณอัฐอยู่มากเลยทีเดียว”
“ไอ้อัฐ ! เอ็งคิดจะแข่งกับข้าใช่ไหม” เทิดปาจอกแก้วลงพื้น
แก้วลอยไปแตกบนพื้นตรงหน้าระพีกับจวงที่เดินตามคนใช้เข้ามาพอดี จวงถือถาดขนมมาด้วย ทั้งหมดสะดุ้ง แต่จวงอุทานดังลั่น
“แม่แตกแหกๆๆ”
ระพีกระซิบด่าจวง
“รักษากิริยาบ้างสิน้าจวง เดี๋ยวพี่เทิดคิดว่าบ้านเราไร้มารยาท”
ระพีปราดเข้าไปเกาะแขนเทิดอย่างออดอ้อน
“พี่เทิดขา พี่เทิดเป็นอะไรไปคะ ใครทำให้พี่เทิดไม่สบายใจบอกระพีสิคะ”
จวงเอือมระอา
“คุณหนูของบ่าวมารยาทง๊ามงาม”
เทิดกระชากแขนออกจากมือระพี
“ใครว่าพี่ไม่สบายใจ พี่กำลังมีความสุขอยู่ต่างหาก”
“ความสุข เรื่องอะไรคะ”
“เจ้าคุณพ่อพี่ได้ฤกษ์แต่งงานของพี่กับคุณน้อยมาแล้ว”
ระพีอึ้ง
“ไม่จริง”
“จริง ! ถ้าเจ้าคุณพ่อกลับจากราชการที่หัวเมืองเมื่อไหร่ ท่านจะไปสู่ขอคุณน้อยให้พี่ทันที ระพีคิดว่าพี่ควรจะมีความสุขไหม พี่กำลังจะได้แต่งงานกับผู้หญิงที่พี่รัก อ้อ...แล้วระพีก็อย่าลืมบอกข่าวดีนี้ให้อัฐรู้ด้วยนะ ฝากบอกด้วยว่า ถ้าอัฐไม่ไปงานแต่งของพี่กับคุณน้อย พี่คงเสียใจน่าดู”
ระพีกำมือแน่น

ภายในห้องนอน อัฐจับกริชที่ด้ามหลวมๆ แล้วห่อผ้าไว้ เหน็บกับเอว จู่ๆ เสียงกรี๊ดของระพีดังแว่วมาจากนอกห้อง อัฐหันขวับไปทางเสียง

ระพีกรีดเสียงร้องปาข้าวของกระจาย จวงหลบเป็นพัลวัน รำพึงกับคุณพระไวออกมาจากในห้องนอน
“ระพี ! ระพีเป็นอะไร” ขุนไวถาม
“เป็นลูกคุณรำพึงไงเจ้าคะ เวลาของขึ้นถึงเหมือนกันเปี๊ยบ”
“หุบปากนังจวง”
ระพียังปาของไม่หยุด คุณพระไวสั่ง
“ระพีหยุด ! ระพี พ่อสั่งให้หยุด”
ระพีหยุดโผกอดคุณพระไว
“คุณพ่อขา คุณพ่อช่วยระพีด้วย”
“ใครทำอะไรลูก”
“พี่เทิดกำลังจะให้ท่านพระยาไปสู่ขอนังน้อย ระพีไม่ยอมนะคะคุณพ่อ ระพีรักพี่เทิด พี่เทิดต้องแต่งงานกับระพีคนเดียวเท่านั้น”
คุณพระไวเหนื่อยใจ
“โถ...ระพี”
อัฐวิ่งออกมาจากในห้อง
“ระพีเป็นอะไร”
“พี่อัฐ พี่อัฐรู้ไหมว่าพี่เทิดกำลังจะไปสู่ขอนังน้อย”
“เรียกคนอื่นแบบนั้นไม่ดีเลยนะระพี”
“แทนที่จะด่าระพี พี่อัฐต้องช่วยระพีสิ พี่อัฐต้องไปทำให้นังน้อยเป็นของพี่อัฐ พี่เทิดจะได้หันมามองระพี พี่อัฐรับปากสิว่าจะช่วยระพี รับปากสิๆๆๆ”
แรงกระชากจากระพีทำให้ห่อกริชที่อัฐเหน็บหลังไว้หล่นลงพื้น แต่ยังไม่มีใครเห็น รำพึงเข้าไปขวางระพีกับอัฐ

“ระพี หยุด !”

รำพึงผลักระพีกระเด็นไปหาคุณพระไว

“หยุดบ้าได้แล้ว โวยวายไปใช่ว่าแกจะได้พ่อเทิดมา ไม่รู้จักคิดอย่างนี้ไง พ่อเทิดถึงไม่มองแก”
“รำพึง ทำไมพูดกับลูกแบบนี้”
“หรือว่าไม่จริงคะ คุณพี่อบรมสั่งสอนลูกคุณพี่ด้วยนะคะ”
“แล้วทำไมเธอไม่สั่งสอน ระพีไม่ใช่ลูกเธอหรือไง”
คุณพระไวโอบลูกสาว
“ระพี ไปกับพ่อ”
คุณพระไวพาระพีเข้าไปในห้อง รำพึงมองตามคุณพระไวอย่างเคืองๆ
“ให้ท้ายกันเข้าไป ต่อไปมันก็คงได้ทำเรื่องงามหน้าให้ขายหน้ากันไปทั้งบางแน่”
อัฐก้มหยิบห่อผ้าขึ้น รำพึงหันไปมองตาม
“อะไรน่ะ”
“กริชครับ”
รำพึงเห็นปลายกริชโผล่พ้นผ้า
“ขอแม่ดูหน่อย”
รำพึงแย่งมาจากมืออัฐ คลี่ผ้าออกถึงเห็นกริชเต็มๆ
รำพึงและจวงตกตะลึง
“เหมือนมาก” รำพึงว่า
“อย่าเรียกว่าเหมือนเจ้าค่ะ เรียกว่าเป็นอันเดียวกันเลยดีกว่าเจ้าค่ะ” จวงว่า
“อัฐ ลูกไปเอากริชนี้มาจากไหน”
“ของคุณน้านวลครับ ผมทำของเขาเสียหาย นี่ผมก็กำลังจะออกไปซ่อมที่ตลาด”
“อย่าเพิ่งเอาไปซ่อมวันนี้เลย แม่อยากให้อัฐไปกับแม่ก่อน”
“ไปไหนครับ”
“ไปหาคุณนวล”

ระพีร้องไห้ซบอกคุณพระไว
“คุณพ่อขา คุณพ่อต้องช่วยระพีนะคะ ระพีไม่ยอมให้พี่เทิดแต่งงานกับใคร พี่เทิดต้องแต่งงานกับระพีคนเดียวเท่านั้น”
“แต่พ่อเทิดไม่ได้รักระพี”
ระพีไม่ยอม
“ระพีจะทำให้พี่เทิดรักระพีเอง”
“เชื่อพ่อเถอะลูก ความรักมันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างงั้น ตอนนี้ลูกยังตัดใจทันก็ตัดใจเสียเถอะ เพราะถ้าลูกถลำลึกมากไปกว่านี้ ลูกจะตัดใจจากเขาไม่ได้ แล้วลูกก็จะกลายเป็นทาสหัวใจเขาไปตลอดชีวิต”
คุณพระไวเจ็บปวด เมื่อนึกถึงชีวิตรักของตัวเอง

บนศาลาริมน้ำ นวลกำลังพับดอกบัวอยู่ลำพัง ทัดถือทลายมะพร้าวมาหยุดยืนมองนวลอย่างเป็นสุข นวลหันไปเห็นทัด
“อ้าว...ทัด มาหาแม่น้อยหรือจ๊ะ”
“ขอรับ”
“แม่น้อยไปเก็บดอกไม้อยู่ในสวน ประเดี๋ยวฉันจะให้คนไปตามให้”
“ไม่เป็นไรขอรับ กระผมเอามะพร้าวน้ำหอมมาฝากคุณน้อย วันก่อนได้ยินคุณน้อยบ่นว่าอยากกิน แล้วคุณนวลล่ะขอรับ เป็นอย่างไรบ้างขอรับ”
“ฉันสบายดีแล้ว ขอบใจนายทัดอีกครั้งนะ”
ทัดยิ้ม
“นายทัด ฉันถามอะไรหน่อยสิ”
“อะไรหรือขอรับ”
“ทำไมนายทัดถึงเรียกฉันว่าชุ่ม”
ทัดอึ้ง ! นึกถึงที่เกลียวเตือน
“ถ้าเมียพี่จำได้ก็เท่ากับว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นผู้หญิงสองผัว ชาวบ้านก็จะติฉินนินทา”
ทัดหนักใจ

ภายในสวน น้อยเก็บดอกไม้ คนใช้เดินเข้ามา
“คุณน้อยเจ้าคะ มีแขกมาเจ้าค่ะ”
รำพึง อัฐ จวงเดินเข้ามา
“คุณน้ารำพึง พี่อัฐ”
น้อยยกมือไหว้รำพึงกับอัฐอย่างนอบน้อม

ทัดอึกอัก ไม่รู้จะตอบหรือไม่
“ว่าอย่างไรล่ะนายทัด ชุ่มเป็นใคร”
“ชุ่มเป็นเมียกระผมที่ตายไปแล้ว บังเอิญว่าคุณนวลหน้าละม้ายคล้ายชุ่ม กระผมต้องกราบขออภัยด้วยที่บางครั้งกระผมก็เผลอคิดไปว่าคุณนวลเป็นชุ่ม”
นวลยังไม่เชื่อ รู้สึกว่าทัดมีอะไรปิดปัง
“ที่นายทัดเล่าป็นความจริงเหรอ”
ทัดอึดอัด คนใช้เดินถือถาดวางดอกไม้ยังไม่พับเข้ามา ทัดถือโอกาสปลีกตัวไป
“กระผมขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะขอรับ”
ทัดลุกออกไปเลย นวลยังมองตามไปอย่างค้างคาใจ เสียงน้อยดังขึ้นจากอีกด้านหนึ่ง
“คุณแม่คะ คุณน้ารำพึงมาหาค่ะ”
นวลหันไป รำพึงยืนห่างออกไปพอสมควร รำพึงกับจวงตาโตเหมือนเห็นผี แต่นวลยิ้มปกติจำรำพึงกับจวงไม่ได้
“นังชุ่ม !” รำพึงกับจวงอุทานพร้อมกัน
จวงคว้ามืออัฐวางบนแขนต้น
“คุณอัฐช่วยหยิกน้าแรงๆ หน่อยเถอะค่ะ น้าจวงกำลังฝันใช่ไหม”
“ผมบอกแล้วว่าคุณน้านวลสวยเหมือนนางฟ้า”
นวลเดินเข้ามาหารำพึง อัฐยกมือไหว้นวล นวลรับไหว้
“คุณแม่ติดใจขนมของคุณน้านวลมาก ก็เลยอยากมาขอตำรับจากคุณน้าน่ะครับ”
“ยินดีค่ะ”
นวลมองหน้ารำพึง ขณะที่รำพึงมองนวลแต่ยังอึ้งไม่หาย

ภาพรำพึงสมัยก่อนแว่บเข้ามาในหัวนวล

นวลกระพริบตาถี่ๆ
“เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าคะ”
รำพึงแปลกใจ
“ต้องขอโทษด้วยค่ะ ดิฉันมักจะหลงๆ ลืมๆ อยู่บ่อยๆ บางทีจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใคร ตกลงเราเคยพบกันมาก่อนไหมคะ”
รำพึงมองลึกเข้าไปในแววตาของนวล ไม่เห็นร่องรอยเคลือบแฝงใดๆ จึงบอก
“ไม่เคยค่ะ”
น้อยหันไปเห็นทลายมะพร้าวที่วางอยู่
“มะพร้าวของใครคะคุณแม่”
“ของนายทัดจ้ะ”
น้อยดีใจ
“ลุงทัดมาหรือคะ”
“จ้ะ เพิ่งกลับไปเมื่อตะกี้นี้เอง”

น้อยยกมือไหว้รำพึง

“ขอประทานโทษนะคะ น้อยขอไปหาลุงทัดสักครู่”
น้อยรีบร้อนจะวิ่งไป ทำให้สะดุดก้อนหินล้มลง
“โอ๊ย !”
นวลกับอัฐร้องพร้อมกัน
“แม่น้อย / คุณน้อย”

ทัดกำลังเดินกลับได้ยินเสียงน้อยร้อง จึงหันหลังกลับไปทางเสียง
“คุณน้อย”
ทัดวิ่งกลับไป นวลและอัฐปราดเข้าไปดูน้อย
“น้อย น้อยเป็นยังไงบ้างลูก” นวลถาม
“น้อยไม่เป็นอะไรค่ะ”
น้อยหันไปสบตากับอัฐพอดีก็หลบสายตาเอียงอาย ทัดวิ่งกลับมา มัวแต่มองน้อยจึงไม่ทันเห็นรำพึง
“คุณน้อย”
รำพึงกับจวงเห็นทัด ยิ่งอึ้งตะลึงงัน
“คุณพี่”
“วันนี้มันวันอะไรกันวะเนี่ย” จวงพูดลอยๆ
ทัดปราดเข้าไปดูน้อย และถามนวล
“คุณนวล คุณหนูเป็นอะไรขอรับ”
“หกล้มน่ะ ดูสิ โตเป็นสาวแล้วยังไม่ระมัดระวังอีกแม่น้อย น่าขายหน้าคุณรำพึงเสียจริง”นวลว่า
ทัดมองตามนวลจนเห็นรำพึงที่มองมา คราวนี้ทัดเป็นฝ่ายอึ้ง รำพึงจึงแน่ใจว่าทัดคือขุนพิทักษ์ของเธอ
“รำพึง!”
อัฐกับนวลมัวแต่ช่วยกันประคองน้อยขึ้น จึงไม่มีใครสังเกตเห็นอาการปกติของรำพึงและทัด
“ลุงทัดอย่าเพิ่งไปนะคะ น้อยขึ้นไปทำแผลเดี๋ยว เดี๋ยวน้อยลงมาคุยด้วย”
“แม่น้อย ลุงทัดจะรีบกลับไปทำงาน... วันหลังค่อยมาใหม่ก็แล้วกันนะ ฉันจะได้ทำขนมไว้ให้”
“ขอรับ”
รำพึงมองภาพความอบอุ่นที่เกิดขึ้นระหว่างทัด นวล น้อยก็ช้ำใจ มือจิกกำแน่น
“ขึ้นบนเรือนกันดีกว่าค่ะ ตรงนี้ร้อน”
“เห็นด้วยเจ้าค่ะ ร้อน...ร้อนมาก”
รำพึงยังมองทัดอย่างไม่วางตา อัฐเรียก
“คุณแม่ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ไม่มีจ้ะ”
“ขึ้นเรือนเถอะครับ”
รำพึงยอมเดินตามอัฐไป แต่มิวายเหลียวหลังกลับมามองทัดที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมเช่นกัน

ภายในสวน ทัดยืนคอยรำพึงด้วยใบหน้านิ่งสงบ เพราะรู้ว่ารำพึงต้องมาแน่ แล้วรำพึงก็เดินมาจริงๆ
รำพึงชะเง้อมองหา พอเห็นทัดยืนหันหลังอยู่ก็เดินเข้าไปหา หยุดยืนมองเขา...น้ำตารื้น ด้วยความคิดถึงจับใจ
ทัดพูดขึ้นโดยที่ไม่หันไปมอง ราวกับรู้ว่ารำพึงกำลังร้องไห้
“สบายดีไหมรำพึง”
รำพึงซ่อนความอ่อนแอปาดน้ำตา เชิดหน้ากลับมาเป็นคนเดิม
“คุณพี่ถามถึงตัว หรือหัวใจของน้องล่ะคะ”
“เจ้ายังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง”
“ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนน้องได้หรอกค่ะ คุณพี่เองก็คงเป็นเหมือนกัน คุณพี่กับนังชุ่มถึงยังได้อยู่ใกล้กันในที่ที่ไกลแสนไกลแบบนี้ ทั้งๆ ที่คุณพี่กับมันน่าจะตายจากกันไปได้แล้ว”
“หยุดคิดร้าย คิดอาฆาตให้ใจเป็นทุกข์เถอะรำพึง แล้วเจ้าจะค้นพบความสุขที่แท้จริงในชีวิต”
“คุณพี่ไม่ต้องมาสอนน้อง น้องรู้ดีว่าความสุขของน้องคืออะไร”
รำพึงมองทัดอย่างอาฆาต ทัดรู้สึกได้เลยว่า รำพึงกำลังจะประเคนความเดือดร้อนมาให้เขาอีกครั้ง

เวลากลางคืน บนเรือนคุณพระไว จวงเปิดประตูห้องนอนด้วยท่าทางรีบร้อน ปิดประตูแล้วปรี่เข้าไปหารำพึง
“คุณรำพึงเจ้าคะ ได้ความเรื่องไอ้ทัด เฮ้ย ขุนพิทักษ์แล้วเจ้าค่ะ”
รำพึงหันมาผลักหน้าจวงคว่ำ
“ว้าย !”
“นังจวงโง่ ไหนวันนั้นเอ็งบอกว่าหาคุณพี่ไม่เจอ ข้าอยากจะฆ่าเอ็งให้ตายคามือนักเชียว”
“ฮือๆๆ อย่าทำจวงเลยเจ้าค่ะ ถ้าจวงตาย คุณรำพึงก็อดรู้เรื่องท่านขุนพิทักษ์ที่จวงไปสืบมานะเจ้าคะ”
“รีบพูดมา”
“คนที่เรือนท่านพระยาสุรินบอกว่า ท่านขุนพิทักษ์อยู่ที่เรือนท่านพระยาตั้งแต่ยังไม่เลิกทาส พระยาสุรินไปฉุดตัวนังคุณเกลียวมาเป็นเมีย ตอนนั้นท่านขุนอยู่กับนังเกลียวก็เลยติดร่างแหมาด้วยเจ้าค่ะ”
“ทำไมคุณพี่ถึงไปอยู่กับนังเกลียว”
“ไม่มีใครรู้เจ้าค่ะ ส่วนตอนนี้เลิกทาสแล้ว แต่ท่านขุนก็ยังไม่ยอมไปไหน สงสัยจะเป็นห่วงนังคุณเกลียว แล้วพักหลังมานี่ ท่านขุนไปเรือนคุณพระเกิดบ่อยๆ จวงว่าก็คงไปหานังชุ่มนั่นแหละเจ้าค่ะ”
“พวกมันมีความสุขกันมามากพอแล้ว”
“นี่คุณรำพึงคิดจะทำอะไรเจ้าคะ”
จวงคิดได้แล้วสยอง
“โถ ... ทูนหัวของบ่าวเจ้าขา พักกายพักใจ คิดเข้าวัดทำบุญดีกว่าไหมเจ้าคะ”
รำพึงตวาด จวงหุบปากหมับ
“นังจวง ข้าอุตส่าห์เลี้ยงลูกคุณพี่มาเป็นสิบปี เอ็งคิดว่าข้าไม่ควรจะได้รับรางวัลตอบแทนบ้างรึ ยังไง”
รำพึงยิ้มร้ายมีแผนชั่วอยู่ในใจ

เวลากลางวัน คุณพระไวคุยกับพระยาสุรินอยู่บนเรือน
“กระผมได้โสมมาจากเมืองจีน เห็นเขาว่ากินแล้วกำลังวังชาเพิ่มขึ้นดีนัก กระผมก็เลยนำมาฝากท่านเจ้าคุณขอรับ”
“ดีเหลือเกินคุณพระ ช่วงนี้ฉันมีงานราชการมากโข จะกลับมาทำงานเรือนต่อก็ไม่ค่อยจะมีแรง คงจะไม่เหมือนคุณพระ ยังหนุ่มยังแน่น แม่รำพึงก็งามเหลือหลายต่อให้เหนื่อยงานแค่ไหน งานเรือนก็คงไม่เคยขาด”
พระยาสุรินหัวเราะคะนองปาก คุณพระไวยิ้มภูมิใจ
“แม่รำพึงไปไหนเสียเล่า ทำไมไม่มา”
“มาขอรับ แต่รำพึงขอแวะไปหาคุณเกลียว เห็นว่ามีผ้าทอมาฝาก”
เกลียวยกน้ำมาให้
“คุณเกลียวได้พบรำพึงหรือยัง”
“ยังค่ะ ดิฉันเพิ่งมาจากเรือนครัว”
คุณพระไวแปลกใจ
“รำพึงหายไปไหน”

ภายในสวน ทัดกำลังพรวนดิน รำพึงเดินเข้ามาหา
“ไม่น่าเชื่อ ว่าขุนพิทักษ์ผู้สูงศักดิ์จะตกต่ำได้ถึงเพียงนี้”
“แต่แปลกนะ ทุกวันนี้พี่มีความสุขกว่าเมื่อก่อนมาก”
รำพึงทำเป็นถามใสซื่อ
“คุณพี่คะ คุณพี่คิดว่าแม่น้อยรักพ่ออัฐเหมือนที่พ่ออัฐรักแม่น้อยไหมคะ”
“ถามทำไม”
“น้องอยากได้แม่น้อยเป็นลูกสะใภ้ค่ะ”
“ต้องให้พี่ขอร้องเจ้าถึงขนาดไหน เจ้าถึงจะยอมเลิกยุ่งกับ...”

รำพึงพูดตัดบท

“ถ้าตาอัฐกับแม่น้อยรักกันจริง น้องก็อยากให้พวกเขามีความสุข หรือคุณพี่ไม่อยากเห็นลูกคุณพี่มีความสุขคะ”

“อย่ายุ่งกับคุณน้อย”
“น้องไม่ได้พูดถึงแม่น้อยค่ะ น้องพูดถึงลูกคุณพี่...ซึ่งหมายถึงตาอัฐต่างหาก”
ทัดงง
“เจ้าหมายความว่ายังไง”
รำพึงไม่ตอบ แต่ทำหน้าร้ายให้ทัดสงสัยมากๆ แล้วหันหลังเดินไป ทัดเดินตาม
“รำพึง”

รำพึงเดินไปทางหน้าเรือนเห็นคุณพระไวเดินเข้ามา รำพึงมองด้วยหางตาเห็นว่า ทัดกำลังตามมา รำพึงยิ้มร้ายแล้วปรี่เข้าไปหาคุณพระไว
“คุณพี่คะ”
ทัดเห็นคุณพระไวรีบผลุบหลบหลังต้นไม้
“รำพึงไปไหนมา คุณเกลียวอยู่บนเรือน”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ น้องฝากผ้าทอไปกับคนใช้แล้ว คุณพี่คะเมื่อกี้น้องเจอพ่อเทิดตีไก่อยู่ทางโน้น เด็กหนุ่มไม่เอาการเอางานแบบนั้น ถ้าคุณพระเกิดยกแม่น้อยให้พ่อเทิดก็คงโง่เต็มทน รับรองว่าตาอัฐได้สมหวังกับแม่น้อยแน่นอนค่ะ ทีนี้ระพีก็จะหมดเสี้ยนหนาม”
“งั้นถ้าเรายกระพีให้พ่อเทิด เราก็คงโง่ใช่ไหม”
“แต่ลูกของเรารักพ่อเทิด คุณพี่ขัดใจลูกได้หรือคะ”
“รำพึง...น้องหวังดีกับระพี หรือกับตาอัฐกันแน่”
“น้องก็ต้องหวังดีกับทั้งคู่ เพราะทั้งระพีและอัฐเป็นลูกของเรา”
“ไม่ใช่! อัฐเป็นลูกของไอ้พิทักษ์”
ทัดอึ้ง !
“คุณพี่อย่าพูดไปสิคะ ประเดี๋ยวใครได้ยินเข้า”
“ที่จริง น้องน่าจะฆ่าตาอัฐให้ตายตามพ่อแม่มันไปเสียตั้งแต่วันนั้น ไม่น่าเก็บมันมาเลี้ยงให้ทิ่มแทงใจพี่อยู่จนทุกวันนี้”
“แต่ตอนนี้ตาอัฐกำลังจะตอบแทนบุญคุณให้คุณพี่ เมื่อตาอัฐแต่งงานกับแม่น้อยลูกคุณนวล ระพีก็จะได้สมหวังกับพ่อเทิด แค่คิดก็มีความสุขแล้ว กลับเรือนกันเถอะค่ะคุณพี่”
รำพึงกับคุณพระไวออกไป ทัดยังอึ้งไม่หาย
“อัฐลูกพ่อ”

ภายในห้องนอน จวงรู้แผนของรำพึง
“คุณอัฐเป็นลูกท่านขุนพิทักษ์กับนังชุ่ม คุณน้อยเป็นลูกนังชุ่มกับคุณพระเกิด งั้นคุณอัฐกับคุณน้อยก็เป็นพี่น้องกัน ! ถ้าสองคนนี้แต่งงานกันก็เท่ากับว่า...หา!”
“เอ็งคิดดูแล้วกัน ว่าหัวใจของคุณพี่จะชอกช้ำแค่ไหน จากนั้นข้าจะบอกความจริงกับนังชุ่ม ถึงเวลานั้นมันจะต้องทุกข์ทรมานกว่าข้าหลายร้อยเท่า”
“ที่ผ่านมาจวงคิดว่าคุณรำพึงรักคุณอัฐจริงๆ เสียอีกนะเจ้าคะ”
“ข้าเลี้ยงตาอัฐมา ทำไมข้าจะไม่รักเขา แต่ในเมื่อคุณพี่กับนังชุ่มมันยังมีชีวิตอยู่ทำให้ข้าช้ำใจ ตาอัฐก็ต้องรับผิดชอบ”
“แล้วคุณรำพึงไม่กลัวท่านขุนพิทักษ์จะไปบอกคุณพระไวหรือเจ้าคะ”
“คุณพี่ไม่โง่ทำแบบนั้นหรอก เชื่อข้าสิ”

ภายในเรือนคนใช้ ทัดกราบหมอนสามครั้ง
“คุณแม่ขอรับ ลูกจะช่วยลูกชายของลูกกับคุณน้อยอย่างไรดี”
ทัดไม่สบายใจ

เวลากลางวันของวันใหม่ ระพีนอนร้องไห้กระซิกๆ อยู่บนเตียง คุณพระไวเปิดประตูเข้ามา มองสภาพลูกก็ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ
“ระพี พ่อมีข่าวดีมาบอก”
“ถ้าไม่ใช่เรื่องพี่เทิด ระพีไม่ฟัง”
“งั้นก็ตั้งใจฟังพ่อซะคนดีของพ่อ”
คุณพระไวดึงระพีลุกขึ้น
“เรื่องที่พระยาสุรินจะไปสู่ขอแม่น้อยให้พ่อเทิดไม่เป็นความจริงเลยสักนิด พ่อเทิดโกหกลูก พระยาสุรินกำลังยุ่งกับงานราชการ ไม่มีแก่ใจตบแต่งลูกชายตอนนี้แน่นอน”
ระพียิ้มดีใจ
“คุณพ่อไม่ได้โกหกลูกใช่ไหมคะ”
“พ่อเคยโกหกลูกด้วยรึ”
ระพีกอดคุณพระไว
“ถ้างั้นคุณพ่อกับคุณแม่ก็ไปสู่ขอแม่น้อยให้พี่อัฐเลยสิคะ พี่อัฐจะได้สมหวัง ระพีก็จะได้หมดเสี้ยนหนาม นะคะคุณพ่อ นะคะๆๆ”
คุณพระไวยิ้ม

รำพึงลุกพรวด ตกใจ
“คุณพี่จะไปสู่ขอแม่น้อย”
“เจ้าค่ะ คุณพระบอกให้คุณรำพึงแต่งตัว เพราะคุณพระจะไปสู่ขอวันนี้ เดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ”
“คุณพี่จะไปเจอนังชุ่มไม่ได้ !”
“ทำไมล่ะเจ้าคะ คุณรำพึงก็อยากให้คุณอัฐกับคุณน้อยสมสู่ เฮ้ย สมหวังกันอยู่แล้วมิใช่หรือเจ้าคะ”
“ถ้าคุณพี่เจอนังชุ่ม คุณพี่ต้องรู้แผนของข้า ข้าเกรงว่าคุณพี่จะขัดขวาง”
“แหม...เรื่องกล้วยๆ คุณรำพึงก็ใช้มารยาสาไถกล่อมคุณพระไวให้ทำตามแผนเหมือนเดิมสิเจ้าคะ”
“ข้าอยู่กับคุณพี่มาสิบห้าปีแล้วนะนังจวง วิธีนั่นใช้ไม่ได้ผลอีกแล้ว ตอนนี้คุณพี่อยู่ไหน”
“รอคุณรำพึงอยู่ข้างนอกเจ้าค่ะ”
รำพึงรีบลุกออกไปทันที จวงตาม

รำพึงออกมาจากในห้อง จวงเดินตามมา คุณพระไว ระพี อัฐคอยอยู่แล้ว
“คุณแม่มาแล้ว รีบไปกันเถอะค่ะ พี่อัฐตื่นเต้นใจจะขาดอยู่แล้ว”
อัฐส่ายหน้าไม่ได้คิดอะไรอย่างที่ระพีพูดเลย
“คุณพี่คะ น้องคิดว่าเราไม่ควรไปวันนี้”
“ทำไม”
“น้องเกรงว่าจะไม่เหมาะสมถ้าจู่ๆ เราบุ่มบ่ามไปไม่ให้ทางโน้นรู้ตัว แล้วถ้าเกิดเราถูกปฎิเสธกลับมา จะเสียหน้ากันหมด ให้น้องไปทาบทามดูท่าทีทางฝ่ายนั้นก่อนดีกว่าค่ะ”
“ไม่ต้องดูแล้วค่ะคุณแม่ พี่อัฐออกจะรูปงามเป็นถึงลูกชายคุณพระไวเดชาชาญ ใครๆ ก็อยากดองด้วยทั้งนั้น ไปวันนี้เลยนะคะคุณพ่อ”
“หยุดเดี๋ยวนี้ระพี”
ระพียอมหยุดแต่มองแม่อย่างเคืองๆ
“ตาอัฐว่ายังไงเห็นด้วยกับแม่ใช่ไหม”
“ครับ ผมเองก็อยากจะแน่ใจว่าคุณน้อยคิดยังไงกับผม ผมไม่อยากให้คุณน้อยมาแต่งงานกับผม ทั้งๆ ที่ไม่ได้รักผม”
“ได้ วันนี้ฉันจะยังไม่สู่ขอ”

รำพึงสบตากับจวงอย่างโล่งใจ

“แต่ฉันจะไปทาบทามเอาไว้ก่อน” คุณพระไวพูดต่อ รำพึง , จวง หันขวับ
“คุณพระเกิดจะได้ไม่กล้ายกแม่น้อยให้คนอื่น”
รำพึงกับจวงอึ้ง คุณพระไวกำลังจะออกจากเรือน คนใช้ชายวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
“คุณพระขอรับ ทางสุพรรณส่งข่าวมาบอกว่า หลวงตามั่นอาพาธหนักมากขอรับ”
“หลวงตา !”
รำพึงได้ทีรีบบอก
“คุณพี่รีบกลับไปเยี่ยมหลวงตาเถอะค่ะ ท่านชราภาพมากแล้ว”
“อ้าว...แล้วเรื่องพี่อัฐ” ระพีถาม
รำพึงพูดกับคุณพระไว
“เรื่องนั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของน้องเองค่ะ”
คุณพระไวพยักหน้ายอม รำพึงสบตากับจวงโล่งใจอีกครั้ง ระพีชักหงุดหงิด

บนเรือนคุณพระเกิด เวลากลางวัน นวลนั่งแกะสลักผลไม้อยู่ รำพึงกับจวงเข้ามา จวงถือโหลใส่กลีบลำดวน นวลหันไปเห็นลุกขึ้นต้อนรับ
“อ้าว...คุณรำพึง”
“ดิฉันลองทำกลีบลำดวนตามที่คุณนวลแนะนำก็เลยจะนำมาให้ลองชิมค่ะ”
“ยินดีค่ะ”
นวลรับโหลมาแล้วส่งให้คนใช้
“เอาไปจัดใส่จาน แล้วก็หาน้ำหาท่ามาให้คุณรำพึงด้วยนะ”
“จวงไปช่วยด้วยคนนะเจ้าคะ”
จวงกับคนใช้ออกไป เหลือรำพึงกับนวลอยู่กันตามลำพัง
“คุณน้อยไปไหนหรือคะ”
“ตามไปช่วยคุณพระรักษาชาวบ้านค่ะ เห็นว่าจะแวะเข้าป่าไปหาสมุนไพรเตรียมไว้ด้วย เผื่อมีโรคระบาดค่ะ”
ระหว่างนั้นรำพึงจ้องมีดปากผลไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะ มือเลื่อนขึ้นไปจับมีดขึ้นมากำแน่น สายตามองชุ่มด้วยความเกลียดชัง นวลหันหน้ามา รำพึงวางมีดลง ปั้นหน้าเป็นปกติ
“แหม...หนูน้อยน่ารักจิตใจดีเช่นนี้เอง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตาอัฐของดิฉันถึงได้หลงรัก คุณนวลคะ ที่ดิฉันมาวันนี้ก็เพราะว่าอยากจะมาทาบทาบหนูน้อยให้ตาอัฐค่ะ”

คุณพระเกิดกับน้อยเดินถือตะกร้าใส่สมุนไพรออกมาจากในป่า แล้วเจอทัดยืนคอยอยู่
“ลุงทัด ! ลุงทัดมาทำอะไรที่นี่จ๊ะ”
“กระผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณพระขอรับ”
น้อยรู้งานบอก
“งั้นน้อยไปเก็บฟ้าทลายโจรตรงนั้นนะคะคุณพ่อ”
คุณพระเกิดยิ้มรับ น้อยเดินออกไป
“นายทัดมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันรึ”
สีหน้าทัดไม่สบายใจ

บนเรือนพระยาสุริน เทิดถือดาบไล่ฟันคนใช้ชาย คนใช้วิ่งหนีกันอุตลุด คนที่โดนฟันแล้วนอนร้องครวญครางกันระนาว
“ไอ้พวกขี้ครอก คิดว่าจะหนีข้าพ้นเรอะ !”
เทิดไล่ฟันไม่ยั้งเหมือนคนบ้า พระยาสุรินกับเกลียวเข้ามา
“ผีบ้าตัวไหนเข้าสิงแก เจ้าเทิด”
“คุณเทิดโกรธที่รู้เรื่องว่าบ้านคุณพระไวไปทาบทามคุณน้อยให้คุณอัฐแล้ว” เกลียวบอก
“เหลวไหลสิ้นดี เทิดหยุดเดี๋ยวนี้ !”
“ลูกไม่หยุดจนกว่าเจ้าคุณพ่อจะไปสู่ขอคุณน้อยให้ลูกเดี๋ยวนี้”
เทิดไล่ฟันคนที่นอนเจ็บอยู่อย่างทารุณ
“เกลียว ไปตามคุณพระเกิดมาพบฉัน”
เทิดหยุดฟัน ยิ้มพอใจ

นวลจัดขนมแห้งใส่ขวดโหล คนใช้เดินนำเกลียวเข้ามา
“คุณนวลเจ้าคะ มีคนมาขอพบคุณพระเจ้าค่ะ”
นวลหันมายิ้มให้เกลียว ผู้หญิงตรงหน้าคือคู่แข่งหัวใจ เกลียวนึกถึงคำพูดของทัด

“นี่หมายความว่า คุณนวลภรรยาคุณพระเกิดก็คือเมียของพี่”
“ใช่!”

เกลียวมองหน้านวลเหมือนตกอยู่ในภวังค์ และต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงนวล
“เชิญนั่งก่อนนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะไปเรียนคุณพระให้”
เกลียวรับคำ “ค่ะ”
นวลหันหลัง เกลียวยังมองตาม
“ผู้หญิงคนนี้เหรอ..คือเมียพี่ทัด”
คุณพระเกิดออกมาจากในห้องพร้อมนวล
“อ้าว...คุณเกลียว มีอะไรหรือถึงได้มาถึงที่นี่”
“ท่านเจ้าคุณให้มาตามคุณพระไปพบค่ะ”
คุณพระเกิดแปลกใจ หันมองนวล เกลียวยังมองนวลไม่วางตา

คุณพระเกิดนั่งคุยกับพระยาสุรินและเทิด
“ท่านเจ้าคุณมีสิ่งใดจะคุยกับกระผมหรือขอรับ”
“เอาเป็นว่าฉันไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลาเลยนะ คุณพระรู้ใช่ไหมว่าลูกชายฉันพอใจแม่น้อยมาลูกสาวคุณพระมานานแล้ว”
“ขอรับ”
“ฉันอยากจะสู่ขอแม่น้อยให้พ่อเทิด คุณพระต้องการสินสอดทองหมั้นเท่าใดว่ามาได้เลย หรือถ้าต้องการตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นด้วย ฉันก็ช่วยเต็มที่ ตกลงไหมคุณพระ”
คุณพระเกิดหนักใจ นึกไปถึงตอนที่ทัดมาขอร้อง

บริเวณทางเดินในป่า คุณพระเกิดคุยกับทัด
“นายทัดมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันรึ”
“คุณพระจำได้ไหมขอรับ คุณพระเคยบอกว่าถ้ากระผมต้องการสิ่งใดเพื่อตอบแทนที่กระผมเคยช่วยเหลือคุณนวลกับคุณน้อยให้บอกได้”
“จำได้สิ นายต้องการอะไรล่ะ”
“กระผมอยากจะขอร้องคุณพระ อย่าเพิ่งยกคุณน้อยให้ใครตอนนี้นะขอรับ คุณน้อยเธอยังเด็กเกินไป”
“นายพูดเหมือนกับรู้ว่าจะมีใครมาสู่ขอแม่น้อย”
ทัดไม่ตอบคำถามนั้น
“คุณพระรับปากกับกระผมได้ไหมขอรับ อย่าเพิ่งให้คุณน้อยแต่งงาน ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม จะให้กระผมกราบ กระผมก็ยอม”

ทัดคุกเข่า

“ไปสู่ขอแล้วเหรอ” แม่ค้าคนแรกบอก

“คุณน้อยน่ารักเสียปานนั้น ข้ายังอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้เลย” แม่ค้าอีกคนว่า
ระพีหยุดฟัง
“อยากได้...เอ็งก็ลองเสี่ยงไปสู่ขอคุณน้อยดูสิวะ”
“บ้าสิ ขนาดคนใหญ่คนโตอย่างพระยาสุรินไปสู่ขอคุณน้อยให้คุณเทิด คุณพระเกิดยังไม่ยอมยกให้ แล้วนับประสาอะไรกับตาสีตาสาอย่างเรา”
ระพีกำมือแน่นตัวสั่นด้วยความโกรธ ก่อนจะหันไปเห็นน้อยกับคนใช้เดินเลือกซื้อของอยู่ในตลาด
“นังน้อย !”

ในร้านขายผ้า น้อยเห็นผ้าผืนหนึ่งสวยถูกใจ กำลังจะเอื้อมมือหยิบ แต่มือระพีฉวยหยิบผ้าผืนนั้นไปก่อน
น้อยหันไปมอง
“อยากได้เหรอ”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณระพีเอาไปเถอะ น้อยไม่เอาก็ได้ค่ะ”
ระพีปรี๊ดทันที
“เข้าใจเสียใหม่นะ ผ้าผืนนี้เป็นของฉันเพราะฉันเห็นก่อน ไม่ใช่เพราะหล่อนยกให้ฉัน”
“น้อยไม่ได้คิดอย่างนั้น”
“ไม่คิดก็ดี เพราะถ้าหล่อนคิด ชีวิตหล่อนจะไม่มีวันสงบสุขอีกเลย”
น้อยมองอย่างเหนื่อยหน่าย
“คุณระพีจะซื้อผ้าผืนนี้ไปเลยไหมคะ”
“ฉันซื้อแน่ ถามทำไม”
“น้อยจะได้สบายใจว่าจะไม่มีใครซื้อผ้าผืนนี้ไปให้น้อย แล้วคุณระพีจะได้ไม่เข้าใจน้อยผิดอีก ว่าน้อยแย่งของของคุณระพีมา ทั้งน้อยและคุณระพีจะได้อยู่กับความสงบสุข น้อยขอตัวนะคะ”
น้อยจะเดินผ่านหน้าระพี ระพีหมั่นไส้ ผลักน้อยล้มลงพื้นอย่างแรง
“นังน้อย!”
คนใช้ ปราดเข้าไปดูน้อย
“คุณน้อย ! จะมากเกินไปแล้วนะคะ”
“พี่แดงอย่า”
น้อยปราม คนใช้หยุดด่าระพี
“พี่เทิดพี่อัฐไม่ได้อยู่แถวนี้ หล่อนไม่ต้องแกล้งทำใสซื่อเป็นคนดีหรอกย่ะ มันทุเรศลูกตา”
“ระพี หยุดเดี๋ยวนี้ !”
ระพีหันไปเห็นรำพึงกับจวงเข้ามา รำพึงปราดเข้าไปประคองน้อยลุกขึ้น
“แม่น้อยเป็นอะไรมากไหมคะ”
“ไม่ค่ะ”
“ระพี ขอโทษแม่น้อยเดี๋ยวนี้”
“คุณแม่ ! ทำไมคุณแม่ทำอย่างนี้ คุณแม่ต้องอยู่ข้างระพีสิ”
“ลูกเป็นฝ่ายระรานแม่น้อยก่อน สมควรแล้วเหรอที่แม่จะเข้าข้าง... ขอโทษแม่น้อยเดี๋ยวนี้”
รำพึงสั่งลูกสาว
“ไม่”
รำพึงดึงแขนระพี
“อย่าให้แม่ต้องเหลืออดนะระพี”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณน้า”
“ไม่ได้หรอกจ้ะ ถ้าปล่อยไป ระพีจะเคยตัว”
รำพึงบอกน้อยแล้วถลึงตาใส่ระพี
“แม่สั่งให้ขอโทษแม่น้อยเดี๋ยวนี้”
ระพีมองชาวบ้าน แม่ค้าต่างซุบซิบนินทาและมองระพีทำนองว่าเห็นด้วยกับที่รำพึงด่า ระพีกรี๊ดระบายความอายและโมโหแล้วสะบัดมือรำพึงวิ่งหนีออกไป
“ระพี ! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ”
รำพึงหันมาหาน้อย
“น้าต้องขอโทษหนูแทนระพีด้วยนะ อย่าโกรธระพีเลย”
“น้อยไม่โกรธหรอกค่ะ “
รำพึงกับน้อยยิ้มให้กัน รำพึงก็มองตามทางที่ระพีวิ่งไปอย่างหงุดหงิด

บนเรือนคุณพระไว รำพึงหันมาด่าระพี
“แม่ไม่คิดเลยว่าแกจะโง่ขนาดนี้ แกจะทำอะไรหัดคิดบ้างสิ ถ้าแม่น้อยเกลียดแก แม่น้อยจะพาลเกลียดเรา เกลียดตาอัฐไปด้วย”

“อ๋อ...ที่แท้คุณแม่ก็กลัวพี่อัฐไม่ได้สมหวังกับนังน้อย”

บ่วงบาป ตอนที่ 13 (ต่อ)

รำพึงสวนทันที
“และแกก็จะไม่ได้สมหวังกับพ่อเทิด”
“คุณแม่ไม่ต้องมาอ้างเรื่องพี่เทิดหรอกค่ะ ระพีรู้ คุณแม่ไม่ได้หวังดีกับระพี คุณแม่ไม่ได้รักระพี”
“แกเป็นลูกแม่ ทำไมแม่จะไม่รัก”
“รักหรือคะ รักแล้วทำไมคุณแม่ถึงด่าระพีต่อหน้าคนอื่น คุณแม่รู้ไหมคะว่าระพีอับอายแค่ไหน”
“แกทำตัวเองทั้งนั้น ถ้าแกอยู่เฉยๆ ทำตามที่แม่บอก แม่จะทำให้แกได้ทุกอย่างที่แกต้องการ”
“ระพีไม่เชื่อ ขนาดความรักคุณแม่ยังให้ระพีไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับอย่างอื่น คุณแม่รักแต่พี่อัฐ คุณแม่ไม่รักระพี”
จังหวะนั้น อัฐกับจวงเดินเข้ามาพอดี รำพึงตบระพีเต็มแรง อัฐกับจวงตกใจ
“อย่าพูดจาพล่อยๆแบบนี้อีก”
ระพีวิ่งจับหน้าเข้าไปในห้อง
อัฐจะวิ่งตามน้อง
“ระพี”
“ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน ปล่อยให้มันบ้าซะให้พอ”
อัฐกับจวงไม่สบายใจ รำพึงโกรธ

ระพีวิ่งร้องไห้เข้ามาในห้องนอนและนั่งลงบนเตียง
“เมื่อไหร่คุณพ่อจะกลับมา มีแต่คุณพ่อที่รักระพี ระพีคิดถึงคุณพ่อเหลือเกิน”

คุณพระไวเปิดประตูกุฏิเข้ามา หลวงตามั่น ใบหน้าซีดเซียวด้วยอาการป่วยหนักนอนหลับอยู่ คุณพระไวมองอย่างเป็นห่วง หลวงตามั่นไอโขลกจนตื่นขึ้นมา คุณพระไวรีบเข้าไปหา
“หลวงตา”
หลวงตาดีใจ
“เจ้าไว”
หลวงตามั่นไออีก จนคุณพระไวต้องประคองหลวงตาให้นั่ง
“มาจนได้นะเจ้าไว ตาสั่งแล้วว่าไม่ต้องให้ใครส่งข่าวไปบอกเจ้า จะลำบากลำบนเสียเปล่าๆ”
“ลำบากแค่ไหนกระผมก็ต้องมาขอรับ กระผมเอายาฝรั่งมาให้ด้วย หลวงตาฉันแล้วจะได้หายป่วย”
หลวงตาพูดอย่างปลงๆ
“ตารู้เวลาของตัวเองดี”
“หลวงตาต้องหาย ต้องอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กระผม”
“ไม่มีใครห้ามความตายได้หรอก แล้วอีกอย่าง...ความตายก็ไม่ใช่สิ่งน่ากลัว ถ้าตอนอยู่ เราได้ทำความดี ดำเนินชีวิตด้วยสติไม่ปล่อยให้กิเลสตัณหาใดๆ มาบดบังชีวิตของเรา เมื่อตายไป...เราก็ไม่มีบาปกรรมใดติดตามไปให้เราต้องชดใช้”
คุณพระไวใจไม่ดี
“หลวงตาอย่าพูดแบบนี้สิขอรับ กระผม...”
หลวงตาลูบหัว
“เมื่อใดที่เจ้าระลึกถึงคำสอนเหล่านี้ของตา นั่นก็เท่ากับว่าตาอยู่กับเจ้าเสมอ”
คุณพระไวน้ำตารื้น แม้เขาจำทำชั่วทำเลวเพียงใด แต่มีเพียงหลวงตาเท่านั้นที่ให้อภัยและเป็นกำลังใจให้เขาเสมอ หลวงตามั่นมองหน้าคุณพระไว แล้วเห็นภาพนิมิต... สัมภเวสียืนจ้องคุณพระไวในห้องนอน
หลวงตาตกใจจนไอโขลก
“หลวงตา !”
หลวงตามั่นเสียงอ่อนแรงบอก
“เจ้าไว คืนนี้เจ้านอนค้างที่วัดนี่นะ”
“ทำไมขอรับ”
หลวงตาไออย่างแรงจนทรงตัวไม่อยู่ แต่ก็พยายามบอกคุณพระไว
“นอนที่นี่นะเจ้าไว”
คุณพระไวแปลกใจสงสัย จังหวะนั้น ลูกน้องยกสำรับยาเข้ามาพอดี คุณพระไวรับแก้วน้ำจากลูกน้องส่งให้หลวงตาจิบ
“กินยาก่อนนะขอรับหลวงตา”
หลวงตาจิบยาอย่างอ่อนแรง คุณพระไวไม่สบายใจ

คุณพระไวกับลูกน้องออกมาจากในกุฎิ
“คุณพระไม่นอนค้างที่วัดนี่หรือขอรับ”
“จะนอนได้ยังไง ข้ามีงานราชการต้องสะสางอีกมาก”
“แต่ดูเหมือนหลวงตาจะเป็นห่วงกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับคุณพระนะขอรับ”
คุณพระไวชะงักไปเหมือนกัน
“ไม่มีใครทำอะไรข้าได้หรอก เอ็งเฝ้าหลวงตาไว้ก็แล้วกัน ถ้ามีอะไรรีบไปตามข้าที่เรือน”
“ขอรับ”
ลูกน้องเดินกลับกุฎิหลวงตาไป คุณพระไวเดินออกไป ใครบางคนมองจากที่ไกลๆ เห็นคุณพระไวเดินออกไปจากวัด

ที่มุมหนึ่งในวัดคุณพระไวกำลังเดินออกจากวัด ใครบางคนพุ่งเข้าไปหาคุณพระไวจนรู้สึกได้ จึงหันขวับไปมองแต่ไม่เห็นใคร คุณพระไวละความสนใจหันหลังเดินจากไป
“ใครบางคน” ที่มองตามคุณพระไว ที่แท้คือ หมอไสย์ !

๑๕ ปีก่อน เมื่อครั้งที่ “คุณพระ” ยังดำรงตำแหน่ง “ขุน” ขุนไวได้แทงดาบลงบนกลางตัวหมอไสย
“อีรำพึง ข้าขอจองเวรจองกรรมกับเอ็งทุกชาติไป”
หมอไสยฯใกล้หมดสติ แต่ตากระตุกขึ้นมามองด้วยความเคียดแค้น
“ถึงเวลาที่พวกเอ็งต้องชดใช้สิ่งที่ทำไว้กับข้า!” หมอไสยฯบอกกับตัวเอง

รำพึงที่กำลังนั่นกินของว่างอยู่กับอัฐบนเรือน ถ้วยน้ำชาตกแตกพื้นเพล้ง
“คุณแม่เป็นอะไรครับ ไม่สบายหรือเปล่า”
“เปล่าจ้ะ แต่จู่ๆ มือไม้ก็อ่อนขึ้นมา”
จวงถือผ้าพับเข้ามาส่งให้รำพึง
“ผ้างามๆ ได้แล้วเจ้าค่ะ จวงร่ำดอกไม้จนหอมฉุยเลยเจ้าค่ะ”
“อัฐเอาไปให้แม่น้อยนะ แล้วไม่ต้องพาซื่อบอกว่าแม่จัดแจงให้ล่ะ ลูกต้องบอกว่า ลูกตั้งใจนำมาฝากเพื่อขอโทษเรื่องระพี เข้าใจไหม”
“แต่ผมไม่อยากโกหกคุณน้อย”
จวงแอบเมาท์คนเดียว
“โถๆๆ พ่อคนดีศรีบ้านเมือง ดีผิดพ่อผิดแม่”
รำพึงไม่ได้ยินจวงเลยพูดกับอัฐต่อ
“อัฐลูกรัก ลูกโกหกแค่นี้ไม่ถึงตายหรอกลูก ดีไม่ดีจะทำให้คุณน้อยเธอมีความสุขมากด้วยซ้ำ”
อัฐมองห่อผ้าอย่างหนักใจ
“ถ้าอัฐเป็นห่วงแม่รักแม่ อัฐต้องแต่งงานกับแม่น้อย แม่อยากเห็นอัฐได้คู่ครองที่ดี แม่ถึงจะนอนตายตาหลับ”
“ครับคุณแม่”

รำพึงยิ้มหวาน

บริเวณหน้าเรือนขุนพระเกิด เวลากลางวัน น้อยนั่งใต้ต้นไม้ เอาใบไม้ที่ยีจนละเอียดโปะแถวข้อศอก
“คุณน้อยเจ้าขา เข้าเรือนไปให้คุณพระทำแผลให้ไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ” คนใช้ว่า
“น้อยไม่อยากให้คุณพ่อรู้เรื่อง เดี๋ยวท่านจะไม่สบายใจ พี่แดงเข้าไปเอาน้ำปูนใสมาให้น้อยหน่อยสิจ๊ะ น้อยจะผสมกับใบฝรั่งเอามาโปะแผลเพิ่ม”
“เจ้าค่ะ”
คนใช้เดินออกไป น้อยทาตัวด้วยใบไม้บนแผลที่ข้อศอกเพิ่มอีก
สักพักมีเสียงเหยียบใบไม้ดังกรอบแกรบดังจากข้างหลังน้อย น้อยพูดแต่ไม่ได้มองคนด้านหลัง
“กลับมาเร็วจังพี่แดง”
ทันใดน้อยก็ถูกลูกน้องเทิดล็อคปิดปากจากด้านหลัง น้อยพยายามดิ้น ร้องอู้อี้ และตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ได้ผล น้อยถูกพาลากออกไป

น้อยถูกลูกน้องเทิดปิดปากพาลากเข้ามายังบริเวณทางเดินในป่า น้อยพยายามดิ้นสุดแรง และกัดมือลูกน้องเทิดเต็มแรง
“อ๊าก !”
ลูกน้องเจ็บจนเผลอปล่อยมือ น้อยฉวยโอกาสวิ่งหนีและตะโกน
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย !”
อัฐเดินถือห่อผ้าเข้ามากำลังจะมุ่งหน้าไปเรือนคุณพระเกิดได้ยินเสียง หันไปมองเห็นน้อยกำลังถูกลูกน้องเทิดกระชากแขนไปปิดปาก แล้วถูกลากเข้าไปในป่า
“คุณน้อย !”
อัฐปล่อยห่อผ้าในมือวิ่งตามไป

ที่เรือนคุณพระเกิด คนใช้ถือขันใส่น้ำปูนใสกลับเข้ามา
“น้ำปูนใสได้แล้วเจ้าค่ะ คุณน้อย คุณน้อยเจ้าคะ คุณน้อย”
คนใช้ไม่เห็นน้อย

ลูกน้องลากปิดปากน้อยเข้ามาในป่า
“เห็นตัวเล็กๆ แค่นี้ แต่ฤทธิ์เยอะน่าดูเลยขอรับ”
เทิดเดินเข้ามา
“พี่เทิด ! ทำไมพี่เทิดทำกับน้อยแบบนี้”
“โทษพี่ไม่ได้นะ ต้องไปโทษคุณพระเกิดที่ไม่ยอมยกคุณน้อยให้พี่ คนอย่างพี่ ถ้าอยากได้อะไรก็ต้องได้ มานี่” เทิดบอกแล้วคว้ามือน้อย
“ปล่อยน้อยนะ ปล่อย !”
เทิดไม่ฟัง กำลังจะกระชากน้อยเดินไป
“ปล่อยคุณน้อยเดี๋ยวนี้ !”
พวกเทิดหันไปเห็นอัฐยืนอยู่ น้อยดีใจ
“พี่อัฐ !”
“ฉันบอกให้ปล่อยคุณน้อยเดี๋ยวนี้”
เทิดสั่งลูกน้องทันที
“สั่งสอนมัน เอาให้มันจำชื่อข้าให้ขึ้นใจ คราวหลังมันจะได้ไม่กล้าคิดเป็นศัตรูกับข้าอีก ส่วนคุณน้อย..ต้องมากับพี่”
ลูกน้องสองคนเข้าไปรุมอัฐ อัฐต่อสู้ด้วยมือเปล่า อัฐเป็นฝ่ายได้เปรียบ เทิดพาน้อยเดินออกไป น้อยตะโกนร้อง
“ปล่อยน้อยนะ ปล่อย ช่วยด้วย ช่วยด้วย !”
“คุณน้อย!”
เทิดลากน้อยเดินหายเข้าไปในป่า อัฐถูกลูกน้องเทิดเอาไม้ตีด้านหลัง อัฐทรุดล้มลงแล้วลูกน้องเทิดก็รุมซ้อมอัฐไม่ยั้ง

บริเวณศาลบ่อบัวหลังเรือนคุณพระเกิด คนใช้วิ่งตามหาน้อยด้วยความเป็นห่วง
“คุณน้อย คุณน้อยเจ้าคะ คุณน้อยอยู่ไหน”
ทัดถือพวงผลไม้เข้ามาเห็นเข้าก็รีบปราดเข้าไปถาม
“มีอะไรรึ”
คนใช้มีสีหน้าไม่สบายใจ

ทัดวิ่งตามหาน้อย แล้วเห็นอัฐกำลังโดนรุมกระทืบ
“อัฐลูกพ่อ !”
ทัดวิ่งเข้าไปถีบห้ามลูกน้องเทิด
“ไอ้ทัด เอ็งแปรพักตร์เหรอวะ”
ลูกน้องสองคนหันมาจัดการกับทัด ทัดต่อสู้ได้ไม่ยากเย็นจนจัดการกับลูกน้องเทิดสลบไปทั้งสองคน
ทัดปราดเข้าไปประคองอัฐ
“คุณอัฐ ! อดทนไว้นะ”
อัฐปรือตา สะลึมสะลือตื่นขึ้นบอก
“ช่วย...คุณ...น้อย”
อัฐชี้ไปด้านที่พวกเทิดพาน้อยไป ทัดมองตาม

มุมหนึ่งของป่า เทิดเหวี่ยงร่างน้อยลงพื้น น้อยร้องโอ๊ย
“คุณเทิดทำแบบนี้ทำไม”
“ก็เพราะคุณน้อยไม่รักพี่ ถ้าคุณน้อยรักคนอื่น พี่ขอตายเสียดีกว่า”
“น้อยยังเด็ก น้อยยังรักใครไม่ได้ทั้งนั้น”
เทิดพูดทันที
“โกหก ที่คุณน้อยยิ้มให้ไอ้อัฐ ทำดีกับไอ้อัฐ นั่นล่ะ..เรียกว่าความรัก”
น้อยไม่รู้จะอธิบายยังไงกับเรื่องที่เทิดคิดเองเออเอง
“คุณเทิด”
“ในเมื่อคุณน้อยไม่เคยเห็นค่าความรักของพี่ พี่ก็ต้องใช้วิธีนี้ พี่ไม่มีทางให้ไอ้อัฐมันแย่งคุณน้อยไปจากพี่ ไม่มีทาง!”
น้อยคลานหนี และมือไปสัมผัสกับก้อนหินด้านหลัง เทิดย่อตัวลงไปบีบแขนน้อย
เทิดเข้ากอดน้อย
“คุณน้อยต้องรักพี่ รักพี่คนเดียว”
น้อยกำก้อนหินแล้วฟาดไม้เข้าที่หัวเทิดเต็มแรงจนหัวแตก เลือดไหล
“โอ๊ย !”
น้อยวิ่งหนี เทิดตามมากระชากตัวไว้
“จะหนีไปไหน ”

น้อยร้องกรี๊ดพยายามดิ้นต่อสู้

“พี่ตั้งใจว่าจะคุยกับคุณน้อยดีๆ แต่ท่าทางคุณน้อยคงจะชอบวิธีรุนแรงมากกว่า”
เทิดเหวี่ยงน้อยลงไปที่พื้น เทิดเดินเข้าหา น้อยถอยกรูด
ทันใดนั้นเทิดก็ถูกทัดกระชากตัวเหวี่ยงกระเด็นไปไกล น้อยร้องไห้โฮ
“ลุงทัดช่วยน้อยด้วย”
“ไม่ต้องกลัวขอรับ คุณน้อยปลอดภัยแล้ว”
เทิดตั้งหลักลุกขึ้น ชี้หน้าทัด
“ไอ้ทัด ถ้าเอ็งยังไม่อยากตายเป็นผีเฝ้า ไปให้พ้น”
“กระผมจะไป แต่คุณน้อยต้องไปกับกระผมด้วย”
ทัดโอบน้อยจะพาเดินไป
เทิดชักปืนจากเอวจะยิงทัด
“คุณน้อยต้องอยู่ที่นี่ ส่วนเอ็งไปลงนรกซะ !”
น้อยและทัดตกใจ
“คุณเทิด!” น้อยร้อง
ทัดอึ้ง เทิดยิ้มร้ายและกำลังกดเหนี่ยวไกปืน
ทันใดนั้น อัฐก็เอาไม้ฟาดไปที่ข้อมืออัฐ และฟาดไปที่ท้องเทิดเต็มแรง เทิดทรุดล้มลง ปืนกระเด็นห่างออกไป เทิดหันไปมองถึงเห็นว่าคนที่ฟาดคือ อัฐที่มีใบหน้าฟกช้ำ สะบักสะบอม
“ไอ้อัฐ !”
เทิดหันไปจะคว้าปืน ทัดที่อยู่ใกล้กว่า ฉวยหยิบปืนขึ้นมาได้ก่อน
“หยุดสร้างบาปให้ตัวเองเถอะคุณเทิด”
เทิดจะพุ่งเข้าหา ทัดยกปืนขู่
“ถ้าคุณเทิดไม่หยุด กระผมก็จะไม่เกรงใจอีกต่อไป!”
“ไอ้ทัด เอ็งกับข้าได้เห็นดีกันแน่”
เทิดเจ็บวิ่งหนีไป
“คุณน้อย”
อัฐวิ่งไปกอดน้อยอย่างห่วงใย น้อยร้องไห้โฮอยู่ในอ้อมกอดของอัฐ ทัดเริ่มไม่สบายใจที่เห็นภาพเด็กทั้งสอง
“รีบกลับเรือนกันเถอะขอรับ เดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน”
อัฐกับน้อยผละออกจากกัน และพากันเดิน แต่น้อยล้มหมดแรง
“คุณน้อย!” อัฐตัดสินใจจะอุ้มน้อย
ทัดแทรกขึ้น
“เดี๋ยวกระผมอุ้มคุณน้อยเองขอรับ”
ทัดอุ้มน้อยขึ้นแล้วพาเดินออกไป อัฐมองตามทัดอย่างแปลกใจ

ทัดอุ้มน้อยเข้ามาในเรือนคุณพระเกิด อัฐหน้าตาบอบช้ำตามเข้ามาด้วย ทัดวางร่างน้อยไว้บนเก้าอี้
นวลกับคุณพระเกิดออกมาจากในเรือนเข้ามาดูลูกสาวอย่างห่วงใย
“แม่น้อย ! แม่น้อยเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น” นวลถาม
“คุณเทิดรังแกน้อยค่ะแม่นวล”
น้อยร้องไห้ คุณพระเกิดกับนวลตกใจ
“พ่อเทิดกล้าทำถึงขนาดนี้เชียวเหรอ”
คุณพระเกิดจะออกไป
“คุณพี่จะไปไหนคะ”
“ไปเรือนท่านเจ้าคุณ แบบนี้มันมากเกินไป”
“อย่าเลยค่ะคุณพ่อ น้อยไม่อยากให้คุณพ่อมีปัญหากับท่านพระยาสุริน ตอนนี้น้อยก็ไม่เป็นอะไรแล้ว เรายกโทษให้เขาเถอะค่ะ น้อยขอร้อง”
คุณพระเกิดจำใจยอม

ภายในห้องรับแขก อัฐนั่งที่เก้าอี้ใช้ผ้าซับเลือดที่ใบหน้าตัวเอง นวลเดินถือลูกประคบเข้ามา อัฐรีบลุกขึ้นถาม
“คุณน้อยเป็นอย่างไรบ้างครับ”
“แม่น้อยนอนหลับไปแล้วค่ะ น้าขอบใจพ่ออัฐมากนะที่ช่วยแม่น้อย ไม่อย่างงั้น ป่านนี้แม่น้อยจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”
“คุณน้าขอบใจลุงทัดดีกว่าครับ ถ้าผมไม่ได้เขา ผมก็คงจะแย่เหมือนกัน”
นวลพยักหน้ารับรู้
“นั่งลงเถอะจ้ะ น้าจะประคบแผลให้”
อัฐนั่งลง นวลเอาลูกประคบประคบที่มุมปากให้อัฐ
“น้าจะทำลูกประคบไปให้ พ่ออัฐเอาไว้ประคบบ่อยๆ พวกแผลฟกช้ำจะได้หายไว”
“ผมมาให้คุณน้าประคบให้ได้ไหมครับ คุณน้ามือเบาดีเหลือเกิน”
“ได้สิ แต่น้าเกรงว่ากว่าแผลจะหาย พ่ออัฐต้องเดินไปเดินมา น้าคงต้องทำลูกประคบขาเพิ่มให้ด้วยกระมัง”
นวลกับอัฐยิ้มและหัวเราะให้กันอย่างสุขใจ ทัดแอบมองภาพนวลกับอัฐที่มุมหนึ่ง น้ำตาซึมอย่างปลื้มใจ

ที่เรือนคุณพระไว รำพึงพูดด้วยความตกใจ
“พ่อเทิดฉุดแม่น้อย !”
“เจ้าค่ะ แต่โชคดีที่ท่านขุนพิทักษ์กับคุณอัฐไปช่วยไว้ได้ทัน”
อีกมุมหนึ่ง ระพีเดินเข้ามาก็ชะงัก รำพึงกับจวงไม่ทันเห็น
“ไม่อย่างงั้นป่านนี้คุณน้อยคงจะโดนคุณเทิด...”
จวงทำท่าจุ๊กกรุ๊บอก
“แค่คิดก็เสียว...สันหลังแล้วเจ้าค่ะ”
ระพีกำมือแน่นด้วยความโกรธ
“ข้าเกรงว่าแม่น้อยจะพลาดท่าพ่อเทิดเข้าสักวัน ตาอัฐก็จะไม่ได้แต่งงานกับแม่น้อย”
“หรือเราจะพาคุณอัฐไปทำเสน่ห์ใส่คุณน้อยไปเลยดีเจ้าคะ จะได้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย”
“ไม่ดีหรอก”
“ไม่ดีจริงหรือเจ้าคะ อ้าว..ถ้าไม่ดีแล้วทูนหัวของบ่าวทำทำไมล่ะเจ้าคะ”
ระพีอึ้งพึมพำ
“คุณแม่เคยทำเสน่ห์”
รำพึงพูดกับจวงต่อ
“เพราะมนต์เสน่ห์มันถูกทำลายได้ แต่ความรัก..ไม่มีสิ่งใดทำลายได้ ข้าต้องการให้ตาอัฐกับแม่น้อยรักกันจริงๆ ยิ่งรักกันมากเท่าไหร่ยิ่งดี”
“แต่ถ้าตอนนั้นมนต์เสน่ห์ไม่ถูกทำลายเสียก่อน ท่านขุนพิทักษ์ได้อยู่ใกล้ชิดคุณรำพึงทุกวัน เขาอาจจะหลงรักคุณรำพึงเข้าจริงๆ ก็ได้นะเจ้าคะ”

ระพีอึ้งหนัก

เวลากลางคืน พระจันทร์มีก้อนเมฆลอยบดบัง เสียงหมาหอนดังระงม คุณพระไวเผลอนอนหลับด้วยความอ่อนเพลียอยู่บนเตียง ในมือยังถือหนังสืออยู่

หมอไสย์นั่งบริกรรมคาถาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่กลางป่า รอบตัวมีคบไฟจุดอยู่บอกอาณาเขต และตรงหน้ามีกองกะโหลกตั้งอยู่ ในมือหมอไสย์ถือสร้อยประคำ ปากพึมพำท่องคาถาฟังไม่เป็นศัพท์
ที่กะโหลกมีควันสีดำลอยพุ่งออกไป หมอไสย์ยิ้มแสยะ

หลวงตามั่นนอนหลับแล้วลืมตาโพลง รับรู้ถึงความชั่วร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น
“เจ้าไว!”
ที่ห้องคุณพระไวยังนอนหลับสนิท สัมภเวสีตัวดำ ตาแดงก่ำทั้งสองข้างยืนอยู่ข้างเตียง มันค่อยๆยกมือหมายบีบคอปลิดชีวิตคุณพระไว

หมอไสย์สั่ง
“จัดการมัน !”

สัมภเวสีพุ่งมือไปบีบคอคุณพระไว แต่ทันใดนั้นมีแสงสีทอง สว่างวาบจากตัวคุณพระไวมาปะทะมือของสัมภเวสีจนมือกระเด้งออกอย่างแรง พร้อมกับส่งเสียงร้องโหยหวน
“อ๊าก”

หมอไสย์ชะงักลืมตาพรวด
“ใครกล้าลองดีกับข้า !”

หลวงตานั่งพนมมือหลับตาสวดมนต์อยู่หน้าหิ้งพระด้วยท่าทางอิดโรยแทบจะหมดแรง แต่ยังคงพยายามสวดต่อไป

หมอไสย์ยังไม่รู้ว่าใคร แต่สั่ง
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร มาลองวัดกับข้าสักตั้ง !”

สัมภเวสียืนคร่อมร่างคุณพระไว ร่างใหญ่ทะมึนดูน่ากลัว เท้าของมันยกขึ้นหวังกระทืบลงที่กลางอกคุณพระไว

หลวงตารวบรวมแรงฮึดสุดท้ายสวดมนต์ต่อ เหงื่อผุดเต็มใบหน้า

บังเกิดแสงสีทองสว่างวาบคลุมร่างคุณพระไว สัมภเวสีถูกกระแทกกระเด็นหายไป
“อ๊าก!”

กองกะโหลกตรงหน้าหมอไสย์แตกกระจาย หมอไสย์มองอึ้ง

หลวงตาหยุดสวด ไออย่างแรงจนทรงตัวไม่อยู่แล้วล้มพับลงไป

คุณพระไวสะดุ้งตื่น แต่ไม่เห็นอะไรผิดปกติแต่เขาสังหรณ์ใจอยู่ลึกๆ เสียงลูกน้องเรียกดังขึ้นหน้าห้อง
“คุณพระขอรับ คุณพระไวขอรับ”
คุณพระไวเปิดประตูออกมาเห็นลูกน้องยืนหน้าตาตื่น
“มีอะไร”
“หลวงตามั่นแย่แล้วขอรับ “ ลูกน้องบอก
คุณพระไวตกใจ

ในเวลาต่อมา คุณพระไวกับลูกน้องวิ่งเข้าไปในวัด คุณพระไวเปิดประตูเข้ามาในกุฎิอย่างร้อนใจ ลูกน้องตามเข้ามา หลวงตานอนราบ หายใจรวยริน
“หลวงตา !”
คุณพระไวนั่งลงข้างหลวงตา
“ไปตามหมอมาเร็ว!”
ลูกน้องรีบออกไป
“ไม่ต้อง มันถึงเวลาแล้ว”
หลวงตาเอื้อมมือไปหยิบสร้อยตะกุดที่อยู่บนหิ้งพระ
“ติดตัวไว้ มีคนปองร้ายเจ้า”
คุณพระไวทั้งอึ้ง ทั้งงงถาม
“ใครขอรับ”
“เจ้ากรรมนายเวรของเจ้า แต่ตาอยากขอให้เจ้าอโหสิกรรมให้เขา เอาความดีชนะความชั่ว อย่าอาฆาตพยาบาทต่อกัน ให้ทุกอย่างจบสิ้นกันเพียงชาตินี้”
คุณพระไวยังอึ้งอยู่
“ได้ไหมเจ้าไว” หลวงตามั่นพูดด้วยเสียงอ่อนแรงเต็มทน
“ขอรับหลวงตา”
หลวงตามั่นหลับตาลง มือตกลงที่ข้างตัว มรณภาพอย่างสงบ
“หลวงตา !”
คุณพระไวกอดหลวงตาแน่น

คุณพระไวก้มกราบเท้าหลวงตามั่น น้ำตาไหลอาบแก้ม

อ่านต่อพรุ่งนี้ เวลา 09.30น.

บ่วงบาป ตอนที่ 13 (ต่อ)

บริเวณแถวเรือนคนงาน ภายในเรือนพระยาสุรินเวลากลางคืน ลูกน้องเทิดโยนกองเสื้อผ้าของทัดลงบนกองไฟ เทิดมีผ้าพันรอบหัวยืนสั่งอยู่  ส่วนลูกน้องเทิดทั้งสองคนก็มีใบหน้าฟกช้ำเพราะโดนทัดเล่นงานมาเมื่อตอนกลางวัน
                “เผาให้หมด  อย่าให้เลือกซาก” 
                ลูกน้องเทิดโยนของลงไปอีก เกลียววิ่งเข้ามาผลักลูกน้องเทิดออก 
                “หยุดเดี๋ยวนี้ ! นี่มันเรื่องอะไร ทำไมจะต้องเอาข้าวของของพี่ทัดมาเผาด้วย” 
                “ไอ้ทัดมันคิดกำแหงกับข้า มันจะต้องชดใช้เยี่ยงหมาตัวนึง !  เผา !” เทิดบอก
                ลูกน้องเทิดจะโยนของลงกองไฟ แต่เกลียวขัดขวาง 
                “ใครแตะต้องของพี่ทัด ข้ามศพฉันไปก่อน”
                เทิดกระชากแขนเกลียว
                “ถ้าเธอไม่ใช่เมียเจ้าคุณพ่อ เธอได้กลายเป็นศพสมใจแน่”
                เทิดผลักเกลียวกระเด็นล้มกระแทกพื้น 
                “โอ๊ย !”
                ลูกน้องโยนของทัดลงกองไฟ  ลูกน้องอีกคนวิ่งเข้ามาบอก
                “คุณเทิดขอรับ ไอ้ทัดมันกลับมาแล้วขอรับ”
                “กลับมาวอนหาที่ตายแท้ๆ !”
                เทิดกับลูกน้องคนที่สองเดินออกไป เกลียวลุกขึ้นมาด้วยความตกใจ
                “พี่ทัด !” 
 
                ทัดกำลังเดินเข้าไปในเรือน จู่ๆ ทัดก็ถูกไม้ฟาดจากด้านหลังจนล้มลง ยังไม่ทันได้ตั้งหลัก ลูกน้องเทิดก็เข้าไปกระหน่ำตีทัด
                “อย่าเพิ่งให้มันตาย คนที่คิดเป็นศัตรูกับข้า มันต้องทรมานอย่างแสนสาหัสถึงจะสาสม !”
 
                มุมหนึ่งที่โถงเรือนพระยาสุริน เกลียวนั่งคุกเข่าเกาะขาพระยาสุริน  อ้อนวอน
                “ที่ผ่านมาดิฉันไม่เคยขอสิ่งใดจากท่าน ครั้งนี้ท่านให้ดิฉันได้ไหมคะ ได้โปรดช่วยพี่ทัดด้วย”
                พระยาสุรินยิ้มเจ้าเล่ห์ถาม
                “ถ้าข้าช่วยไอ้ทัด ข้าจะได้อะไรตอบแทน”
                เกลียวส่งสายตายั่วยวน
                “ดิฉันให้ท่านได้ทุกอย่าง  และจะให้สมใจท่านยิ่งกว่าที่ผ่านมา”
                พระยาสุรินกระตุกยิ้มตาวาวด้วยความเจ้าชู้  
 
                ภายในเรือนพักคนงาน ทัดถูกจับมัดมือห้อยสูง ใบหน้าปูดบวดเต็มไปด้วยเลือด สลบเหมือด ลูกน้องเทิดเอาน้ำสาดหน้า ทัดรู้สึกตัว  ลูกน้องเทิดชกทัดต่อ  เทิดนั่งดูอย่างสะใจ
                “จะเอามันให้ตายเลยหรือไง”
                พระยาสุรินเข้ามา  ลูกน้องรีบถอยฉากออก 
                “ปล่อยมัน!” พระยาสุรินสั่ง
                “แต่ไอ้ทัดมันกำแหงกับลูก”
                “แค่นี้มันก็ไม่กล้าอีกแล้ว  ปล่อยมัน!”
                “นังเมียบ่าวบังคับเจ้าคุณพ่อให้มาที่นี่ใช่ไหม”            
                “คนอย่างพ่อไม่มีใครบังคับได้ แต่พ่อไม่อยากให้ใครมาตายในบ้าน ปล่อยไอ้ทัดซะ ถ้าใครไม่ฟัง ข้าจะเฉดหัวออกไปจากที่นี่ ไม่ว่าหน้าไหนทั้งนั้น!” 
                เทิดโกรธแต่ขัดคำสั่งพ่อไม่ได้
               
                ทัดนอนสลบจมกองเลือดอยู่บนพื้น เกลียวเข้ามาประคองอย่างสงสาร   
                “พี่ทัด ! โถ...พี่ทัด พี่อยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยแน่”
                เกลียวคิดอะไรบางอย่าง
 
                ในเวลากลางคืนต่อเนื่องมา เกลียวประคองทัดที่หน้าตาปูบวมมานั่งที่ม้านั่งบนศาลาหน้าเรือนคุณพระเกิด  เกลียวตะโกนที่หน้าเรือน
                “คุณพระเกิด  คุณพระเกิดคะ”
                นวลกับน้อยออกมาจากในเรือน 
                “คุณนวล ช่วยพี่ทัดด้วยค่ะ” 
                “ลุงทัด !”
                น้อยกับนวลรีบวิ่งลงบันไดมาดูทัด นวลย่อตัวลงดูก็ตกใจเมื่อเห็นสภาพของทัด 
                “ใครทำลุงทัดคะ”
                “คุณเทิดค่ะ”
                น้อยชักสีหน้าไม่พอใจ 
                “น้อยบอกลุงทัดแล้วว่าอย่าเพิ่งกลับเรือน  ลุงทัดน่าจะเชื่อน้อย”
                “อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลยลูก รีบไปตามคุณพ่อมาเร็ว”
                “ค่ะ”
                น้อยวิ่งกลับเข้าไปในเรือน  
                “คุณนวลคะ ฉันต้องกลับเรือนไปรับหน้าท่านเจ้าคุณไว้ก่อน ฉันฝากพี่ทัดด้วยนะคะ” 
                “ไม่ต้องห่วงค่ะ นายทัดมีบุญคุณกับพวกเรา พวกเราไม่ปล่อยให้เขาเป็นอะไรแน่”  
                เกลียวสบายใจขึ้น
 
                ที่เรือนคนใช้ ในเรือนคุณพระเกิด ทัดนอนหลับอยู่บนเตียง คุณพระเกิดทาสมุนไพรแผลที่หน้าให้  เสร็จแล้วก็ส่งชามสมุนไพรคืนให้น้อย  นวลนำผ้าชุบน้ำเช็ดคราบเลือดตามลำตัวให้ทัด
                “พรุ่งนี้ทัดอาจจะมีไข้  ยังไงให้เขารักษาตัวอยู่ที่นี่ก่อน”
                “ค่ะ”
                “น้อยสงสารลุงทัดเหลือเกินค่ะ  ลุงทัดต้องมาเจ็บเพราะน้อย  คุณพ่อไปขอลุงทัดจากท่านพระยาสุรินให้มาอยู่กับเราตลอดไปได้ไหมคะ ขืนลุงทัดอยู่ที่นั่นต่อไป ต้องโดนคุณเทิดเล่นงานจนตายแน่” 
                “เอาเป็นว่าเรารักษานายทัดให้หายก่อนแล้วกัน แล้วจะเอายังไงต่อไปค่อยว่ากัน”
                นวลบิดผ้าเช็ดเลือดแถวลำคอ ทำให้หน้านวลใกล้หน้าทัด นวลมองหน้าฟกช้ำของทัด  แล้วภาพในอดีตก็แว๊บเข้ามาในหัว
 
                ภาพของชุ่มดูแลขุนพิทักษ์ที่ร่างกายบอบช้ำ  
 
                นวลจ้องหน้าทัดเหมือนตกอยู่ในภวังค์ จึงไม่ได้ยินเสียงเรียกของคุณพระเกิด
                “แม่นวล  แม่นวล” 
                คุณพระเกิดกับน้อยมองนวลที่เอาแต่จ้องหน้าทัดกันอย่างแปลกใจ น้อยจับแขนนวล  
                “คุณแม่คะ”  

                นวลสะดุ้งอย่างแรง

“คุณแม่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” 

                “ปะ...เปล่าจ้ะ”
                “น้อยช่วยค่ะ” 
                น้อยช่วยนวลเช็ดตัวให้ทัด นวลพยายามทำตัวให้เป็นปกติ  แต่คอยลอบมองทัดคล้ายกับมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจ  คุณพระเกิดเห็นสายตานั้นของนวล 
 
                ภายในห้องนอน นวลล้างมือในอ่าง คุณพระเกิดส่งผ้าให้เช็ดมือ นวลรับผ้ามา
                “ขอบคุณค่ะ”
                “แม่นวลไม่ต้องลงไปดูแลนายทัดก็ได้นะ  พี่ไม่อยากให้แม่นวลเหนื่อย”
                “ดิฉันอยากตอบแทนผู้มีพระคุณบ้างค่ะ”
                คุณพระเกิดตัดสินใจถาม
                “แม่นวล...ถ้าเกิดวันหนึ่งแม่นวลจำได้แล้วว่า ตัวเองเป็นใคร แม่นวลอาจจะมีคนรักอยู่แล้ว แม่นวลจะยังยอมให้พี่รักแม่นวลต่อไปอีกได้ไหม”
                “คุณพี่...”
                “ได้ไหมแม่นวล”
                นวลอึดอัด  ไม่รู้จะตอบยังไง
                คุณพระเกิดรู้คำตอบดีอยู่แล้ว
                “แม่นวลไม่ต้องตอบพี่ก็ได้ แต่ถ้าวันนั้นมีจริง ถึงแม่นวลจะไม่อนุญาต พี่ก็ยังจะรักแม่นวลอย่างนี้ตลอดไป”   
                “คุณพี่...”
                “นอนเถอะ  ดึกมากแล้ว พี่จะไปเตรียมยาไว้ให้นายทัด”
                คุณพระเกิดออกไปจากห้อง นวลมองตามสงสาร ที่หน้าห้อง คุณพระเกิดปิดประตูมองเข้าไปในห้องอย่างเศร้าสร้อย
 
                วันใหม่ เวลากลางวัน คุณพระไวหน้าเศร้าเดินถือพานวางผ้าขาวห่อกระดูกมาจากทางเมรุ ลูกน้องตามหลัง 
หมอไสย์แอบมองคุณพระไวอยู่มุมหนึ่ง  เห็นสร้อยตะกุดที่คอคุณพระไว และอดหงุดหงิดไม่ได้ 
                “คิดว่ามีของดีแล้วจะช่วยเอ็งได้ตลอดไปเหรอ”
                คุณพระไวหันมาสั่งลูกน้อง
                “เอ็งกลับไปเตรียมข้าวของ ข้าเสร็จธุระเรื่องเก็บอัฐิหลวงตาแล้วจะได้ออกเดินทางกันทันที”
                “ขอรับ” 
                ลูกน้องเดินมาทางที่หมอไสย์ยืนมองอยู่  หมอไสย์รีบหลบหลังต้นไม้  ลูกน้องเจอกับเพื่อนทหารเก่าเข้าพอดีก็ทักทายกัน
                “อ้าว...เฮ้ย กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”
                “หลายวันแล้ว คุณพระไวมาเรื่องหลวงตามั่น นี่ก็กำลังจะกลับแล้ว สงสัยคุณพระไวจะคิดถึงคุณรำพึงมาก” 
                หมอไสย์หูผึ่งแล้วยิ้มร้าย
                “นังรำพึง  ข้าก็คิดถึงเอ็ง !”  
 
                โถงเรือนคุณพระเกิด รำพึงคุยกับคุณพระเกิด  มีจวงนั่งอยู่ด้วย
                “ดิฉันแวะมาขอยาสมุนไพรให้ตาอัฐค่ะ แกนอนซมตั้งแต่วันที่ไปช่วยแม่น้อย” 
                “ตาอัฐต้องเดือดร้อนเพราะยัยน้อยแท้ๆ”
                “ตาอัฐเต็มใจค่ะ แกบอกกับดิฉันว่า ต่อให้ต้องเจ็บมากกว่านี้ แต่เพื่อแม่น้อย แกก็ยอม”
                คุณพระเกิดยิ้มอย่างรู้สึกดี
                “ถึงตอนนี้คุณพระคงจะแน่ใจแล้วใช่ไหมคะ ว่าตาอัฐของดิฉันรักแม่น้อยมากแค่ไหน  เรื่องที่ดิฉันเคยทาบทามแม่น้อยไปเป็นสะใภ้  คุณพระจะว่าอย่างไร” 
                “ถ้าเขาสองคนรักกัน ผมก็ไม่มีอะไรขัดข้อง”
                รำพึงดีใจบอก
                “ขอบพระคุณคุณพระเกิดมากที่เมตตาลูกชายดิฉัน ถ้าตาอัฐรู้ ตาอัฐจะต้องหายป่วยเป็นปลิดทิ้งแน่ๆค่ะ” 
                เกลียวถือตะกร้าใส่อาหารและผลไม้เข้ามา 
                “อ้าว...คุณเกลียว”
                เกลียวกับรำพึงเจอหน้ากันก็คอแข็งใส่กัน
                “พี่ทัดเป็นยังไงบ้างคะ”
                “ดีขึ้นแล้ว  แต่ตัวยังรุมๆ อยู่” 
                รำพึงเป็นห่วง
                “เอ่อ...คุณพระคะ นายทัดเป็นอะไรหรือคะ”
 
                บริเวณเรือนคนใช้ นวลกับน้อยช่วยกันเช็ดตัวให้ทัดที่นอนสลบไม่รู้เรื่อง น้อยยกหลังมือขึ้นแตะหน้าผากทัด
                “ลุงทัดไข้ขึ้น น้อยไปบดสมุนไพรมาให้ลุงทัดก่อนนะคะ”
                น้อยเดินออกไป ประตูเปิดทิ้งเอาไว้ นวลยกกะละมังใส่น้ำเช็ดตัวไปวางห่างๆ   ทัดเพ้อ
                “น้ำ...น้ำ...”
                นวลรินน้ำใส่ขันประคองหัวทัดขึ้น ทัดปรือตา
                “ชุ่ม...”
                “ฉันไม่ใช่ชุ่ม”
                “เจ้าคือชุ่ม  ชุ่มของข้า...”
                นวลอึ้งแล้วก็เกิดภาพในหัว เห็นภาพชุ่มที่ดูแลขุนพิทักษ์ซึ่งร่างกายบอบช้ำ 
 
                นวลจ้องหน้าทัดไม่วางตาคล้ายตกอยู่ในภวังค์  ทัดยกมือจับแก้มของนวล 
                “ท่าน...”
                นวลจับมือทัดที่แก้ม สองคนประสานสายตากันนิ่งเนิ่นนาน
                เกลียวยืนอึ้งอยู่ด้านนอกในมือถือตะกร้าของฝาก สั่นเทาด้วยความเสียใจ อีกมุมหนึ่ง ทางด้านนอกของห้อง  รำพึงทั้งน้อยใจและเสียใจ กำมือแน่น ก่อนจะหันไปเห็นเกลียวยืนน้ำตาร่วงอยู่อีกมุมหนึ่ง รำพึงเข้าใจได้ทันทีว่าเกลียวหึงนวล
                “เข้าไปขัดขวางเลยไหมเจ้าคะ เรื่องเป็นก้างขวางคอ จวงถนัด หรือจะไปฟ้องคุณพระเกิดดีเจ้าคะ” จวงว่า
                “ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น”
                “ทำไมล่ะเจ้าคะ” 
                เกลียวทิ้งตะกร้าของฝากและวิ่งร้องไห้ออกไป รำพึงยิ้ม
                “เพราะข้ามีวิธีที่ดีกว่านั้น”
 
                ทัดกับนวลยังคงสบตากัน เสียงน้อยดังเข้ามา
                “ยามาแล้วค่ะ”
                นวลรีบผละออกจากทัด   แล้วนวลก็ปวดหัวจี๊ดจนทรงตัวไม่อยู่ น้อยเข้ามาเห็นพอดี         
                “คุณแม่ ! คุณแม่เป็นอะไรคะ” 
                “แม่ไม่เป็นอะไรหรอกจ้ะ แม่เวียนหัวนิดหน่อย” 
                ทัดมองนวลอย่างห่วงใย 
อ่านต่อเวลา 17.00น.

เกลียววิ่งเข้ามาหยุดร้องๆไห้ที่บริเวณถนนหน้าเรือนคุณพระเกิด รำพึงกับจวงตามมา ปั้นหน้าด้วยความห่วงใย รำพึงปราดเข้าไปประคองเกลียว    
                “เกลียว ! เจ็บมากไหมจ๊ะ”
                “ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน !”
                เกลียวผลักรำพึงจนเซ  แต่จวงรับรำพึงไว้ทัน
                “คุณเกลียวทำไมทำแบบนี้เจ้าคะ คุณรำพึงเห็นคุณเกลียวร้องไห้ก็อุตส่าห์เป็นห่วง”
                “จวง อย่าเสียมารยาทกับคุณเกลียว”
                เกลียวพูดใส่หน้ารำพึง 
                “ต้องการอะไรพูดมาตรงๆ ดีกว่า”
                “ดิฉันแค่คิดว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้”
                เกลียวไม่เชื่อ
                “คนอย่างคุณรำพึงยอมลดตัวมาเป็นเพื่อนกับคนอย่างฉัน  ฮึ..จะมาไม้ไหนกันแน่”
                รำพึงแสร้งทำเป็นสงสาร
                “ดิฉันก็แค่เห็นใจคนหัวอกเดียวกัน เพราะดิฉันก็เคยถูกคุณนวลแย่งคนรัก !”
                เกลียวหันขวับมองรำพึง
                “ว่าไงนะ”
                “ไม่อยากรู้เหรอคะว่าคุณนวลคือนางฟ้าหรือนางมารร้ายกันแน่!”
                รำพึงยิ้มเหนือกว่า เกลียวสนใจอยากรู้
 
                เกลียวตกใจ
                “คุณนวลเคยทำลายหัวใจของคุณรำพึง?!”
                “ค่ะ  คุณนวลเคยปั่นหัวคนรักของดิฉันให้หลงใหล  แล้วสุดท้ายเขาก็ฆ่าตัวตายเพราะผิดหวังที่คุณนวลหนีไปแต่งงานกับคุณพระเกิด ขอโทษนะคะ ถึงเรื่องจะผ่านมานานแล้ว แต่พูดถึงทีไร ดิฉันก็อดสะเทือนใจไม่ได้ทุกที”
                รำพึงร้องไห้แสดงบทบาท
                “ถ้าคุณรู้ว่าคุณนวลร้ายกาจอย่างนั้น แล้วทำไมคุณถึงอยากได้คุณน้อยเป็นสะใภ้”
                “ทำยังไงได้ล่ะคะ ในเมื่อลูกรัก ดิฉันก็ทำได้แต่อโหสิกรรมให้กันไป”  
                “แล้วคุณมาบอกเรื่องนี้กับดิฉันทำไม”
                “เพราะดิฉันรู้ว่าคุณรักนายทัด”
                รำพึงพูดแทงใจดำ เกลียวชะงัก
                “ใช่ไหมคะ”
                เกลียวไม่ตอบ รำพึงแอบยิ้มเข้าทาง
                “เอาเป็นว่า ถ้าคุณไม่อยากเสียนายทัดไปอย่างที่ดิฉันเคยเสียคนรัก คุณจะต้องระวังคุณนวลให้ดี”  
                เกลียวมีสีหน้าโกรธเกลียดนวล  รำพึงยิ้มพอใจ
 
                รำพึงกับจวงเข้ามาในโถงเรือนคุณพระไว
                “คุณรำพึงตอ..เฮ้ย  โกหกคุณเกลียวเรื่องนังชุ่มทำไมเจ้าคะ”  
                “คุณพี่พิทักษ์ทำลายหัวใจข้า  ข้าก็จะทำลายหัวใจคุณพี่คืนบ้าง”
                “จะว่าจวงโง่ก็ได้เจ้าค่ะ  แต่จวงไม่ค่อยเข้าใจจริงๆ”
                “เอ็งคิดว่าถ้านังชุ่มตาย คุณพี่จะรู้สึกยังไง”
                “อุแหม่...ไม่น่าถาม ท่านขุนพิทักษ์รักนังชุ่มขนาดนั้น ถ้านังชุ่มตาย ท่านขุนก็ต้องหัวใจสลายสิเจ้าคะ หา !  นี่คุณรำพึงจะให้นังคุณเกลียวฆ่านังชุ่มหรือเจ้าคะ”    
                “เริ่มฉลาดแล้วนี่” 
                ประตูห้องระพีถูกเปิดออก คนใช้ถือถังน้ำที่เข้าไปทำความสะอาดห้องระพีออกมาจากห้อง
                “นี่ยัยระพีไม่อยู่หรือ”
                “ไม่อยู่เจ้าค่ะ” 
                “ไปไหน”
                “ไม่รู้เจ้าค่ะ คุณระพีไม่ได้บอกไว้” 
                “ฉันบอกตรงๆ ฉันล่ะกลัวใจนังลูกคนนี้จริงๆ”
                “เพราะคุณระพีเหมือนคุณรำพึงอย่างกับโขกกันออกมาใช่ไหมเจ้าคะ”
                “นังจวง !”
                จวงยิ้มแห้ง  รำพึงเป็นกังวล
 
                บริเวณหน้าเรือนท่านพระยาสุริน เทิดเดินเซเมาแอ่นจนลูกน้องต้องตามมาประคอง
                “ไปเอาเหล้ามา”
                “คุณเทิดดื่มเยอะแล้วนะขอรับ”
                “ไอ้ขี้ข้า! บอกให้ไปเอาเหล้ามา”
                ลูกน้องลนลานออกไป
                “ไอ้อัฐ ! ถ้าไม่มีเอ็ง  คุณน้อยก็ต้องรักข้า..รักข้าไปนานแล้ว” เทิดพูดด้วยอาการเมามาย
                เทิดน้ำตาคลอ ไม่ต่างจากเด็กที่ขาดความอบอุ่น ระพีเดินเข้ามาก็ชะงักเห็นเทิดจะเซล้ม ระพีปราดเข้ามารับร่างเทิด
                “พี่เทิดระวังค่ะ”
                ระพีรับน้ำหนักเทิดไม่ไหว ทั้งสองล้มกลิ้งลงไปบนพื้น ร่างเทิดนอนทับอยู่บนร่างระพี  ทั้งสองสบตากันนิ่ง
                “ระพี...”
                “ค่ะ  ระพีเอง”
                ระพีเขิน เทิดรีบผละออก
                “ระพีมาที่นี่ทำไม หรือว่าไอ้อัฐมันสั่งให้มาเยาะเย้ยพี่”
                “ไม่ใช่ค่ะ ระพีมาเอง เพราะระพีจะมาถามพี่เทิดว่าที่ใครๆ พูดกันว่าที่พี่เทิดฉุดนังน้อย ไม่เป็นความจริงใช่ไหมคะ พี่เทิดไม่ได้รักนังน้อยใช่ไหมคะ”   
                เทิดพูดอย่างชัดเจน
                “พี่รักคุณน้อย”
                ระพีอึ้ง
                “แต่พี่เทิดไม่มีวันจะได้สมหวังกับนังน้อย  เพราะคุณแม่ของระพีตั้งใจจะให้พี่อัฐกับนังน้อยสมหวังกัน”  
                เทิดหันขวับพูดชัด
                “พี่ก็จะขัดขวางทุกทางเท่าที่พี่จะทำได้!”
                ระพีปรี๊ด
                “ทำไมพี่เทิดต้องรักมันนักหนา ทำไมพี่เทิดไม่รักระพี ทั้งๆ ที่ระพีรักพี่เทิด”   
                เทิดรำคาญ
                “โธ่โว๊ย !”
                เทิดผลักระพีกระเด็น ล้มลงกับพื้น 
                “โอ๊ย !”   
                “อย่าเอาตัวเองไปเทียบกับคุณน้อยอีก คนอย่างเธอเทียบกับคุณน้อยไม่ได้เลยสักนิด ถ้าใครได้เธอไป  คนนั้นดวงตกชัดๆ”
                เทิดเดินออกไป ระพีกรี๊ดลั่น
                “สักวันระพีจะทำให้พี่เทิดรักระพีให้ได้”
                ระพีสีหน้าร้ายกาจ

ระพีเดินปึงปังปาดน้ำตาป้อยๆ  เสียใจที่เพิ่งโดนเทิดปฎิเสธมา  แล้วระพีก็ได้ยินเสียงชาวบ้านสองคนในตลาดคุยกัน
                “พวกท้ายตลาดมันพูดกันว่านังบัวมันทำเสน่ห์ใส่ผัวมันจริงเหรอวะ”
                “ข้าว่าจริงว่ะ พักนี้ผัวมันถึงได้รักได้หลงมันนักหนา  วันๆ ไม่ทำมาหากินหรอก นอนกกกันทั้งวัน” 
                ระพีคิด
                “ทำเสน่ห์...”
 
                ระพีฉุกคิดถึงแม่กับจวงที่คุยกัน
                “หรือเราจะพาคุณอัฐไปทำเสน่ห์ใส่คุณน้อยไปเลยดีเจ้าคะ จะได้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย”  
                “ไม่ดีหรอก” 
                “ไม่ดีจริงหรือเจ้าคะ  อ้าว..ไม่ดีแล้วทูนหัวของบ่าวทำทำไมเจ้าคะ”
 
                ระพีตัดสินใจ
                “คุณแม่ยังทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้”
                ระพีเดินเข้าไปหาชาวบ้าน
                “พวกแกรู้ไหมว่าถ้าจะทำเสน่ห์  เขาไปทำกันที่ไหน”
                ชาวบ้านคนแรกงงๆกับคำถามของระพี
                “หนูจะทำเหรอ”
                “ฉันถามอะไรก็ตอบตามนั้น”  
                ชาวบ้านเริ่มไม่พอใจ เลยตอบห้วนๆ
                “ไม่รู้หรอก”
                ระพีควักถุงเงินจากกระเป๋า  โยนลงพื้นไปตรงหน้าชาวบ้าน
                “คราวนี้จะรู้ได้หรือยัง” 
                ชาวบ้านอีกคนโกรธ
                “อ้าว...บอกว่าไม่รู้ก็ไม่รู้สิวะ ใช้เงินฟาดหัวกันแบบนี้ มันดูถูกกันมากไปนะโว๊ย”
                “ก่อนจะไปทำเสน่ห์ให้ผู้ชายหลง ช่วยไปเปลี่ยนนิสัยใหม่ก่อนเถอะไป้”  
                “นี่พวกแกกล้าดียังไงมาด่าฉัน ไม่รู้ใช่ไหมว่าฉันเป็นลูกใคร”
                “อ๋อ..ลูกผู้ดี  ว่างั้น” ชาวบ้านคนที่สองบอก
                “เอ็งว่าถ้าได้ตบลูกผู้ดี  มันจะต่างจากตบไพร่ไหมวะ นางฟ้าเทวดามันจะเป็นบุญของเราไหมวะ” 
                ชาวบ้านสองคนเดินกร่างเข้าไปหาระพี   ระพีถอยกรูด
                “ฝากไว้ก่อนเถอะพวกขี้ครอก !”
                ระพีวิ่งหนีออกไป ชาวบ้านมองตามอย่างเกลียดๆ
 
                ระพีเดินหงุดหงิดกลับเข้ามาที่เรือน แล้วชนกับใครบางคนเข้าอย่างจัง
                “โอ๊ย !  เดินไม่ดูตาม้าตาเรือบ้างหรือไง”
                หมอไสย์ย่อตัวพูดกับระพี
                “ถ้าข้าทำให้เจ้าเจ็บ ข้าขอชดใช้ด้วยสิ่งที่เจ้าต้องการ” 
                ระพีแปลกใจ 
 บริเวณเรือนหมอไสย์ ระพีนั่งอยู่ตรงหน้าหมอไสย์ ระพีมองไปตามของบนแท่นบูชาด้วยแววตาหวาดกลัว
                “น้ำมันพรายมันของเด็กเล่น ข้ามีของดียิ่งกว่า ที่จะทำให้ผู้ชายหลงเอ็งจนโงหัวไม่ขึ้น รับรองได้ผลชะงัด”
                “เรื่องแบบนี้ใครๆก็พูดได้ ไม่ใช่พวกต้มตุ๋นแน่นะ”
                หมอไสย์ตบโต๊ะ ระพีตกใจ
                “วิชาของข้าไม่ได้มีไว้ล้อเล่นกับใคร”
                ระพีหงอลงไปทันที
                “แล้วต้องทำยังไงล่ะ”
                “เอ็งต้องทำพิธี เพราะคุณไสย์ที่ข้าจะทำให้เอ็ง ต้องรวมกันเป็นหนึ่งกับตัวของเอ็ง เมื่อเสร็จพิธี มหาเสน่ห์จะติดตัวเอ็งไปชั่วกัปชั่วกัลป์” 
                ระพีถึงไม่ค่อยเชื่อแต่ต้องลุย
                “เท่าไหร่”
                หมอไสย์ดวงตาคมกริบบอก
                “ชีวิตของเอ็ง ของพ่อแม่เอ็งยังไม่พอจ่ายเลย!”
                “ท่านหมายความว่ายังไง”
                “เรื่องเงินทองไม่ต้องมาพูดกับข้า เอาเป็นว่าถ้าเอ็งอยากทำ ข้าก็จะทำให้  ไม่คิดแม้แต่สตางค์แดงเดียว”
                ระพีมองหมอไสย์ที่มีแววน่ากลัวอย่างเกรงๆ
                ระพีตัดสินใจลุกขึ้น
                “ฉันขอคิดดูก่อน”
                ระพีรีบเดินหันหลังกลับไป แต่หมอไสย์ทักขึ้น
                “อย่าคิดนานนักล่ะ”
                ระพีชะงักกึก
                “ข้าเอาของดีมาประเคนให้ตรงหน้า ถ้าไม่เอาก็โง่เต็มที!”
                ระพีหันกลับมามองหมอไสย์แว่บหนึ่ง ก่อนเดินออกไป หมอไสย์กระหยิ่มในที
                “ถ้าของต่ำมนต์ดำไปอยู่ในตัวเอ็ง ดูสิว่าพ่อแม่เอ็งจะเจ็บปวดสักแค่ไหน ฮ่าๆๆๆ”
                หมอไสย์ยิ้มโหดเยือกเย็น                                                                                 
 
                เกลียวเดินมาในห้องทัด เกลียวค่อยเดินตรงไปหาทัด สายตาเกลียวที่เต็มไปด้วยความสับสน ทัดที่นอนอยู่บนเตียงมีอาการกระสับกระส่าย ใบหน้ามีเม็ดเหงื่อ เกลียวเอื้อมมือจะไปซับเหงื่อให้ทัด แต่ทัดกลับละเมอขึ้นมา
                “ชุ่ม...อย่าหนีข้าไป...ชุ่ม”
                เกลียวชะงัก แทนที่จะสัมผัสทัดกลายเป็นกำมือแน่น
                คนใช้เปิดประตูเข้ามา เกลียวหันขวับไปเป็นนวลที่เดินเข้ามา พร้อมสำรับอาหารและยา และผ้าเช็ดตัว นวลเห็นเกลียวก็แอบชะงักนิดหนึ่ง     
                “คุณเกลียว มาเยี่ยมนายทัดเหรอคะ”
                “ดิฉันเป็นคนพาพี่ทัดมาฝากไว้ ก็ต้องเป็นห่วงเป็นธรรมดา แต่ดูเหมือนคนที่นี่จะดูแลพี่ทัดให้ดิฉันเป็นอย่างดี”
                นวลเห็นสายตาเกลียวก็รู้สึกว่า เกลียวไม่ค่อยพอใจ
                “นายทัดเคยช่วยดิฉันกับแม่น้อย ถ้ามีอะไรที่ดิฉันตอบแทนได้ ก็อยากจะทำน่ะค่ะ”
                ทัดค่อยๆตื่นขึ้น  
                “พี่ทัดเขาทำอะไรไม่เคยหวังสิ่งตอบแทน เรื่องแค่นี้คงไม่ต้องรบกวนคุณนวลมาตอบแทนหรอกค่ะ”
                คำพูดของเกลียวยิ่งทำให้นวลงง  เกลียวเดินไปดึงสำรับในมือคนใช้
                “เดี๋ยวดิฉันจัดการเอง คุณนวลกลับขึ้นเรือนไปเถอะค่ะ คนที่คุณนวลควรจะดูแลน่าจะเป็นคุณพระเกิดมากกว่า ไม่ใช่เหรอคะ”
                นวลหน้าเสีย เสียงทัดขัดขึ้นมา
                “เกลียว...อย่าเสียมารยาท”
                เกลียวหันขวับ ทัดพยายามจะลุกแต่ยังเจ็บ นวลเห็นรีบห้ามไว้
                “นายทัดไม่ต้องลุกหรอก”
                เกลียวรีบวางถาดไปประคองทัด นวลเดินเข้าไปต้องชะงัก เกลียวประคองทัดจนยันตัวขึ้นมาได้
                “ผมต้องขอโทษแทนเกลียวด้วยนะครับที่พูดจาเสียมารยาทกับคุณ เกลียวขอโทษคุณนวลซะ!”
                เกลียวเจ็บจี๊ดที่ทัดปกป้องนวล
                “เรื่องไม่เป็นเรื่อง ฉันไม่ถือสาหรอก”
                เกลียวมองนวลอย่างไม่พอใจ
                “มีคุณเกลียวอยู่แล้ว ดิฉันขอตัวนะคะ”
                นวลเดินกลับไป สีหน้านวลมีแววเศร้าลง ทัดมองนวลอย่างอาลัยจนนวลลับตาไป เกลียวมองทัดด้วยความเสียใจ
                “ในสายตาของพี่ ฉันทำอะไรก็ผิดใช่มั้ย ทั้งๆที่ฉันพูดความจริง แทนที่คุณนวลจะดูแลผัวตัวเองกลับมาดูแลผู้ชายอื่น แบบนี้มันดีนักหรือไง ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากฉัน”

 จบตอนที่ 13

อ่านต่อ ตอนที่่ 14 พรุ่งนี้ เวลา09.30น.
มณีสวาท ตอนที่ 13 (เพิ่มเติม)
มณีสวาท ตอนที่ 13 (เพิ่มเติม)
แสงแดดแผดจ้าส่องกระทบกับผิวน้ำในลำน้ำโขงเป็นประกายระยิบระยับ พะนอฤดีที่สลบอยู่ริมน้ำเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยท่าทีเหนื่อยล้าอ่อนแรง แต่กระนั้นสิ่งแรกที่พะนอฤดีทำคือ กวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณ ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แลเห็นแต่ลำน้ำโขงที่เงียบสงบ ปราศจากผู้คน บรรยากาศกลับดูวังเวง เพราะมันเงียบผิดปกติ พะนอฤดีกวาดสายตามองไปอย่างระแวดระวัง รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวบางอย่างที่เกิดขึ้นบนท้องน้ำ “ฉันรู้นะ...เจ้าอุรคา เจ้ากำลังคิดจะทำอะไรฉัน” พะนอฤดีบอกออกไปปากคอสั่น ท้องน้ำกระเพื่อมแรง ทั้งที่ไม่มีลมสักนิด พะนอฤดีสะดุ้ง แต่น้ำกลับซัดเข้ามาจดอยู่ที่ปลายเท้าของ พะนอฤดี จนดูเหมือนจะดูดกลืนร่างของเธอลงไป พะนอฤดีกรี๊ด อกสั่นขวัญผวา ลุกขึ้นจะวิ่งหนี แต่น้ำกลับซัดตามมาที่ปลายเท้า ทุกสารทิศ พร้อมจะดูดกลืนร่างเธอตลอดเวลา พะนอฤดียืนตัวสั่นเทา บอกปากคอสั่น “เจ้าอุรคา...อย่าทำอะไรฉันนะ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...