xs
xsm
sm
md
lg

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 13

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 13

สุรัมภาเดินตรงเข้าไปในร้านขายยา ยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินเข้าไปหาพนักงานตรงเค้าน์เตอร์

“พี่คะ”
“น้องต้องการอะไรคะ”
สุรัมภามองพนักงาน ตัดสินใจจะสั่งซื้อของ

สุตาภัญมองหาสุรัมภา แต่ก็ไม่เจอ สุตาภัญหมดหวัง หันกลับไปอีกทาง เจอสุรัมภายืนอยู่ในร้านขายยาก็ดีใจ

ขณะที่สุรัมภาจ่ายเงินให้พนักงานขายยา รอพนักงานเอายาใส่ถุงอยู่ สุรัมภามองตรงไป เห็นสุตาภัญกำลังจะเดินมาหาเธอก็ตกใจ
“พี่ตา”
สุรัมภารีบรับถุงใส่ยา แล้ววิ่งออกไปจากร้าน พนักงานตะโกนเรียก
“น้องเงินทอน”
สุรัมภาวิ่งเตลิดไป สุตาภัญเดินเข้ามา แปลกใจที่สุรัมภาหายไปไวมาก

สุรัมภาเดินหนีออกมาที่มุมหนึ่งที่ห้างสรรพสินค้า กลัวสุตาภัญจะตามมาเจอ รีบจนไม่ดูทางเดินไปชนกับชนกชนม์อย่างจัง ถุงใส่ยาตกพื้น
สุรัมภาตกใจ “พี่ชนม์”
สุรัมภาจะก้มเก็บ แต่ชนกชนม์เก็บถุงขึ้นมาได้ก่อน สุรัมภากังวลใจ
“ซื้อยาอะไร”
“ยาแก้ปวดน่ะค่ะ ภาไม่ค่อยสบาย”
“ไหนดูสิว่ายาโอเคไหม”
ชนกชนม์จะเปิดถุงยา สุรัมภาตกใจแย่งถุงยามา
“ภาไปก่อนนะคะ ภาต้องรีบกลับบ้าน”
สุรัมภาวิ่งหนีไป ชนกชนม์แปลกใจตะโกนเรียก
“ภา...ภา...”
สุตาภัญเดินเข้ามาหาชนกชนม์
“นายเจอภาเหรอ? ภาอยู่ไหน”
ชนกชนม์ชี้ไป แต่ไม่เจอสุรัมภาแล้ว
“เอ้าหายไปแล้ว...ภามาซื้อยาบอกไม่สบายอ่ะ...ไม่รู้เป็นอะไรมากรึเปล่า”
สุตาภัญแปลกใจ รู้สึกเป็นห่วงสุรัมภา

คืนนั้นณวัตรนั่งดื่ม คิดถึงเหตุการณ์ที่สัญญาต่อหน้าศพพ่อของธีรดนย์
ณวัตรรู้สึกผิด ที่ไม่สามารถรักษาคำพูดไว้ได้
“ฉันขอโทษที่ฉันผิดสัญญา แต่มันดีที่สุดแล้ว...และมันก็เป็นความต้องการของลูกนาย”
ณวัตรหาเหตุผลให้ตัวเองพ้นผิด จะคว้าแก้วเหล้าขึ้นมา จู่ๆ มีมือใครคนหนึ่งคว้าแก้วเหล้าออกไป
“คุณกัณ...”
ที่แท้เป็นกฤติยา แต่ในสายตาณวัตรกลับเห็นกฤติยาเป็นกัณฐิกา จึงลุกขึ้นไปจับหน้าตากัณฐิกา
เสียงกฤติยาดีงขึ้น “คุณอาคะ”
ณวัตรมองเห็นจาก เบลอๆ แล้วค่อยชัดขึ้นๆ กลายเป็นภาพกฤติยา
“หนูแอน....หนูช่างเหมือนคุณกัณมาก”
กฤติยาเปลี่ยนเรื่อง “คุณอาเมามากแล้ว..ไปพักเถอะค่ะ”
“ฉันยังไม่เมา”
ณวัตรจะหยิบขวดเหล้า แต่เซจะล้ม กฤติยาเข้าไปประคองไว้ ทำให้ณวัตรใกล้ชิดกฤติยา
ณวัตรรู้สึกเคลิ้มคล้อยโอบกอดกฤติยาไว้ มือไม้เปะปะลูบไล้ตัวกฤติยาเป็นปลาหมึก กฤติยาเริ่มรู้สึกไม่ดี จับมือณวัตรไว้
ณวัตรรู้สึกตัว รีบเอามือออก
“ฉันขอโทษ...ฉันกลับห้องเองได้”
ณวัตรเดินออกไป กฤติยามองตาม โล่งใจที่ไม่ถูกณวัตรลวนลาม
กฤติยาจะกลับไปนอน หันกลับไปเจอชนิกานต์
“เธอคุยอะไรกับธีรดนย์!”

ชนิกานต์เข้ามาซักกฤติยาถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเย็นในชุมชน

ค่ำคืนนั้นสุตาภัญร้อนใจเรื่องสุรัมภา ตัดสินใจแวะมาที่บ้านพ่อแม่ ยืนอยู่มุมหนึ่งตรงหน้าบ้าน สุตาภัญพูดขณะมองเข้าไปในตัวบ้าน

“ฉันเป็นห่วงภา”
ชนกชนม์เดินเข้ามายืนคู่กับสุตาภัญ
“น้องเธอไม่เป็นอะไรมากหรอก คงเป็นไข้”
“แล้วทำไมต้องหนี...มีอะไรปิดบังรึเปล่า”
“เอางี้...อยากรู้ก็เข้าไปเลย”
สุตาภัญกังวลใจไม่กล้าเข้าไปเจอสุทิน “คุณพ่อ”
“ท่านยังไม่กลับมามั้ง”
ชนกชนม์จะชวนเข้าไป แต่แล้วสุตาภัญเห็นรถสุทินวิ่งเข้ามา
“คุณพ่อมาแล้ว”
สุตาภัญรีบลากชนกชนม์วิ่งไปหลบที่มุมหนึ่ง
รถของสุทินวิ่งเข้ามา สุทินมองไป ไม่เห็นใคร จึงขับรถเข้าไปในบ้าน
สุตาภัญและชนกชนม์ออกมาจากที่ซ่อน
“เข้าไปเถอะ เธอจะได้ปรับความเข้าใจกับคุณพ่อเธอด้วย” ชนกชนม์บอก
“ฉันยังไม่พร้อม”
สุตาภัญเลือกที่จะไม่เข้าบ้าน มองไปยังตำแหน่งห้องของสุรัมภาอย่างห่วงใย

สุรัมภาเข้ามาในห้อง รีบปิดประตู ล๊อคกลอนอย่างแน่นหนา แล้วเดินกลับมาที่ถุงยา นึกไปถึงเหตุการณ์ในร้านขายยาของห้างสรรพสินค้าเมื่อตอนกลางวัน
ตอนนั้นพนักงานถามสุรัมภา ซึ่งยืนลังเลอยู่
“น้องจะซื้ออะไรคะ”
“ที่ตรวจการตั้งครรภ์ค่ะ”

สุรัมภาหยิบของออกจากถุง ถืออุปกรณ์ตรวจการตั้งครรภ์ไว้ในมือ ครุ่นคิดตัดสินใจ

ทางด้านชนิกานต์ซักไซ้กฤติยาเป็นการใหญ่
“เธอคุยอะไรกับธี?
กฤติยาอึกอัก “ฉัน....”
“เธอสองคนมีเรื่องอะไรปิดบังฉัน? บอกมานะ บอกมา!”
ชนิกานต์คาดคั้น กฤติยาไม่กล้าเล่าความจริง ธีรดนย์เข้ามาปกป้องกฤติยา
“นิกกี้หยุดได้แล้ว เอะอะก็โวยวายยังกะแอนเป็นคนใช้เธอ!”
ชนิกานต์หันมาเอาเรื่องธีรดนย์แทน “นายมาก็ดีแล้ว บอกสิว่าคุยอะไรกัน”
“ฉันคุยเรื่องทำขนม ฉันอยากฝึกทำขนมบ้างก็เท่านั้นเอง”
ชนิกานต์ไม่เชื่อ “คุยเรื่องขนม แต่ยัยแอนวิ่งหนี...นายวิ่งไล่ตาม...คิดว่าฉันกินหญ้ารึไง”
ธีรดนย์อึ้ง ไม่คิดว่าชนิกานต์จะเห็นเหตุการณ์ ชนิกานต์หันไปถามกฤติยาอีก
“ฉันต้องการรู้ความจริง!”
กฤติยามองหน้าธีรดนย์ ไม่กล้าพูด ธีรดนย์ช่วยกฤติยา โดยบอกกฤติยา
“เธอกลับห้องเถอะ เรื่องไร้สาระ”
“ฉันซีเรียส! บอกมานะว่านายคุยอะไรกัน”
ชนิกานต์เข้าไปโวยวายใส่ธีรดนย์ กฤติยาจึงตัดสินใจพูดความจริง
“ฉันคุยเรื่องความรักกับธี”
ชนิกานต์ตกใจ “อะไรนะ!”
ชนิกานต์ตกใจหันไปมองธีรดนย์เขม็ง ธีรดนย์กังวลใจ กลัวชนิกานต์รู้ความจริงแล้วจะโกรธกฤติยา
“แต่เป็นความรักระหว่างธีกับเธอ”
ชนิกานต์มีสีหน้าแปลกใจ
“ฉันบอกให้ธีรักและห่วงใยเธอมากกว่านี้...ฉันอยากให้เธอสองคนลงเอยกันได้ด้วยดี”
ธีรดนย์โล่งใจที่กฤติยาไม่ได้เล่าความจริง รีบเปลี่ยนเรื่อง
“พอใจรึยัง? อยากจะซักอะไรอีก”
ชนิกานต์ค่อยคลายความกังวล บอกกฤติยา
“เธอกลับห้องไปได้แล้ว”
กฤติยาเดินออกไป ธีรดนย์ฉุนชนิกานต์ จะเดินหนีไป
“นายยังไปไม่ได้!”
ธีรดนย์หันกลับมามอง แล้วเดินออกไปไม่สนใจคำสั่ง ชนิกานต์ไม่พอใจ
กฤติยาได้ยินหันกลับไปมอง กังวลใจกลัวจะมีปัญหาตามมาอีก

ด้านสุรัมภาเดินออกจากห้องน้ำ หลังจากไปตรวจฉี่เพื่อเช็คการตั้งครรภ์ สุรัมภาเดินมายืนที่มุมหนึ่งในห้อง เพื่อจะรอดูผลการตรวจ

ขณะที่ธีรดนย์เดินหนีมาที่ห้อง ชนิกานต์ตามเข้ามาโวยวายต่อ
“ไม่ได้ยินที่ฉันสั่งรึไง”
“อย่ามาใช้อำนาจกับฉัน ฉันไม่ใช่คนใช้ของเธออีก”
ชนิกานต์รู้สึกผิดที่ทำให้ธีรดนย์โกรธ “ฉันขอโทษ”
“แล้วก็เลิกวุ่นวายรังควาญคนอื่นด้วย”
“ฉันหึงนายนี่” ชนิกานต์โพล่งออกมาเสียงดัง
ธีรดนย์ตกใจที่ชนิกานต์โพล่งออกมาอย่างนั้น กลัวมีคนอื่นเข้ามาได้ยิน
“ฉันบอกแล้วไงอย่าพูดเรื่องนั้น....มันจบไปแล้ว”
“แต่ฉันไม่เคยลืม...สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นความรักและความตั้งใจ”
ธีรดนย์สวนขึ้น “ฉันไม่ได้ตั้งใจ!!”
ชนิกานต์หน้าสลดลง ผิดหวังและเสียใจ
“ฉันไม่น่าพลาดเลย”
ธีรดนย์ผลักชนิกานต์พ้นทางแล้วเดินเข้าห้อง ชนิกานต์จะตามไป
“นายพูดอย่างนี้ได้ไง”
ธีรดนย์ปิดประตูใส่หน้าดังปัง ชนิกานต์ทุบประตูห้อง
“ธี...ฉันรักนายนะ”
ชนิกานต์ร้องไห้คร่ำครวญอยู่หน้าห้องไม่ยอมไปไหน
ธีรดนย์พิงประตู เครียดกับเรื่องที่เกิดเพราะความผิดพลาดที่ตนก่อเรื่องขึ้นมา
ชนิกานต์ทรุดตัวร้องไห้อยู่หน้าห้องธีรดนย์อย่างน่าเวทนา

“ฉันรักนาย”

สุรัมภายืนมองอุปกรณ์ลุ้นผลทดสอบการตั้งครรภ์ นึกถึงเรื่องที่คุยกับเพื่อนสนิทที่โรงเรียน โดยเพื่อนเป็นคนบอกสุรัมภา

“ตรวจดูผลท้องหรือไม่ท้องง่ายนิดเดียว ขึ้นผลหนึ่งขีด ปลอดภัย แต่สองขีด..ท้องชัวร์”

สุรัมภาใจสั่น มองอุปกรณ์ตรวจสอบการตั้งครรภ์ เอามือปิดที่แถบสีไว้ แล้วค่อยๆ ขยับนิ้วออก มองลุ้น เห็นที่เครื่องตรวจสอบหนึ่งขีด
สุรัมภามองลุ้น มือขยับออกจากขีดแรก และเห็นแถวสีอีกขีด
นั่นเท่ากับผลการตรวจสอบเป็นสองขีด สุรัมภาท้อง!!!
สุรัมภาตกใจ อุปกรณ์ตรวจสอบร่วงตกพื้น สุรัมภาช็อกสุดขีด ทรุดตัวลงกับเตียงอย่างคนหมดแรงร้องไห้โฮ

รุ่งเช้าสุตาภัญยืนมองภาพถ่ายสุรัมภาในกรอบรูปที่นำติดตัวมาด้วย เป็นภาพที่ไปเที่ยวทะเลด้วยกัน สุตาภัญเป็นห่วงสุรัมภามาก เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หน้าจอเป็นภาพชนกชนม์
“จ้ะ..จะรีบออกไป”
สุตาภัญวางกรอบรูปแล้วจะออกไปจากห้อง

ชนกชนม์กดวางสาย แล้วหยิบกล่องใส่เครื่องประดับจะออกจากบ้าน สุรเดชคว้าตัวไว้
“ขายของเหนื่อยจะตาย แกขี่รถไปส่งของให้ฉัน ปื๊ดๆ ก็ได้ล่ะสี่ห้าพัน”
“เรื่องผิดกฎหมายไม่ต้องมาคุยกับฉัน”
สุรเดชย้อนถาม “แล้วที่แกเล่นยา”
“ฉันพลาดไปแล้ว ต่อไปนี้ฉันจะไม่ยุ่งกับยาอีก”
สุรเดชเย้ย “ลูกเทวดากลับใจอยากเป็นมนุษย์อีกเว้ยเฮ้ย”
“ออกไปได้แล้ว ฉันต้องรีบไปหาแผงให้แอนด้วย”
สุรเดชได้ยินชื่อกฤติยาก็ดีใจ แต่แปลกใจ
“น้องแอนแฟนฉันไปขายของ...ขายอะไร? ทำไมต้องขาย?”
“เขาจะเป็นไงก็ช่างเหอะ แกเลิกกวนเขาได้แล้ว...ออกไป”
ชนกชนม์ตัดรำคาญดันตัวสุรเดชออก เพื่อออกไปขายของ ส่วนสุรเดชคิดที่จะไปหากฤติยาด้วยความเป็นห่วง

บรรยากาศตลาดนัดภายในมหาวิทยาลัยตอนเช้าแสนคึกคัก สุตาภัญจัดเครื่องประดับบนแผงเสร็จ ชนกชนม์เดินเข้ามาพอดี
“ตั้งแผงให้แอนเสร็จแล้วเหรอ”
ชนกชนม์พยักหน้าแทนคำตอบ “เธอล่ะ..พร้อมยัง”
สุตาภัญยิ้มอย่างมั่นใจ แต่สีหน้ากลับสลดลง “ไม่อะ ตื่นเต้น!”
สุตาภัญลนลาน ชนกชนม์แปลกใจ
“เอ้า ก็เคยช่วยฉันขายของแล้วนี่”
“คราวนี้ไม่เหมือนกัน พอฉันเป็นหุ้นส่วน มันมีผลต่อรายได้ของฉันด้วย”
ชนกชนม์บอกสุตาภัญ “หลับตา”
สุตาภัญแปลกใจ
“ฉันจะให้คาถา เป็นคาถาวิเศษที่พ่อฉันเคยให้ไว้”
สุตาภัญรีบหลับตาพนมมือทันที ชนกชนม์เข้ามาจับหัวสุตาภัญมาดเข้มเสียงขรึม
“ทำในสิ่งที่รัก...รักในสิ่งที่ทำ” แถมด้วยการเป่ากระหม่อม “เพี้ยง”
สุตาภัญลืมตา “แค่เนี๊ย!”
“ใช่...ถ้าเรามีความสุขกับมัน เราก็ประสบความสำเร็จแล้ว”
สุตาภัญรู้สึกดีขึ้น ยิ้มสู้ พร้อมกับการเริ่มขายของ
“โอเค..พร้อมสุด”

ด้านกฤติยาร้องขายขนมลูกชุบ
“ขนมลูกชุบค่ะ มีผลไม้ ตัวการ์ตูนน่ารัก ขนมไทยอร่อยต้นตำรับค่ะ”
เสียงคุ้นหูของสุรเดชดังขึ้น “ตัวนี้เท่าไหร่”
กฤติยาเงยหน้ามอง เจอสุรเดชเล่นมุกชี้มาที่ตนก็ตกใจ

“พี่เดช”

ฝ่ายชนกชนม์และสุตาภัญช่วยกันขายของ นักศึกษาเดินมาดูแล้วเดินออกไป สุตาภัญมองบนแผง เห็นของขายได้ไม่กี่ชิ้น สุตาภัญกังวลใจ

“ขายได้ไม่กี่ชิ้นเอง”
ชนกชนม์ให้กำลังใจ “วันแรกก็ท้อซะแล้ว...สู้ๆ โน่น...ลูกค้ามาแล้ว”
นักศึกษาเข้ามาดูของ หยิบดูแล้วโยนทิ้งไม่สนใจ หยิบชิ้นอื่นดู แล้วโยน สุตาภัญไม่พอใจ แต่ใจเย็นข่มความรู้สึกไว้
“ไม่เห็นสวยเลย” ลูกค้าคนหนึ่งเบ้ปาก
“ลองดูแหวนวงนี้มั้ยคะ”
สุตาภัญหยิบแหวนอีกแบบยื่นให้ นักศึกษารับมาดู
“เราออกแบบกันเอง ไม่ซ้ำใครแน่นอนค่ะ”
“ออกแบบได้เห่ยมาก ปิดร้านไปยืนแจกใบปลิวน่าจะเหมาะกว่า”
นักศึกษาคนนั้นเยาะเย้ย พร้อมกับถอดแหวนแล้วโยนทิ้ง เดินออกไป สุตาภัญไม่พอใจ วิ่งตามไปเอาเรื่อง
ชนกชนม์ตกใจ “ตา”

สุตาภัญวิ่งเข้าไปกระชากแขนนักศึกษาคนนั้นไว้
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
สาวนักศึกษาตกใจกลัว “เธอจะทำอะไรฉัน”
“ไม่ชอบพูดดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องพูดเยอะเย้ย หรือโยนของทิ้ง”
สุตาภัญพูดพรั่งพรูระบายความในใจ เพราะเครียดที่ขายของไม่ได้ พูดไปร้องไห้ไป
“เธอไม่รู้รึไงว่ากว่าพวกฉันจะทำแต่ละชิ้นได้ เราต้องคิดออกแบบ มานั่งทำกันทั้งวัน เธอไม่เคยทำมาหากินด้วยตัวเอง เธอไม่รู้หรอกว่ามันยากลำบากขนาดไหน ต่อไปอย่าไปทำร้าความรู้สึกของคนอื่นอีก”
สุตาภัญระบายความในใจจนหมด ทำเอานักศึกษาคนนั้นรู้สึกผิด
“ฉันขอโทษ...ฉันจะไปซื้อแหวนวงนั้น”
“ไม่ต้อง..ฉันขายของเพราะต้องการลูกค้าที่ชอบงานฉัน ฉันไม่อยากได้เงินเพราะความสงสาร”
นักศึกษาเดินคอตกออกไป ชนกชนม์เข้าไปปลอบใจสุตาภัญ
“ตา...”
สุตาภัญรู้สึกแย่ “ฉันขอโทษนะ ฉันเครียดไปหน่อย”
“ขายของต้องอดทน”
“ชีวิตจริงมันไม่ง่ายเหมือนในความฝันเลย”
“ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยาก...” ชนกชนม์ให้กำลังใจ “วันนี้เราขายไม่ได้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ต้องขายได้สิ”
“แล้วถ้าไม่ได้ล่ะ? เราจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเช่าที่ ค่ากิน ค่าเช่าห้อง”
สุตาภัญซีเรียสและกังวลใจ ชนกชนม์ก็พลอยเศร้าไปด้วย

เวลาเดียวกันชยางกูรจะเปิดประตูห้องชลนิภา เพื่อเข้าไปค้นหาเงินหรือของมีค่า แต่เปิดไม่ได้
“ทำอะไรคะ” แป๋วถาม
ชยางกูรสั่ง “แป๋ว เปิดประตูให้ฉัน!”
“ขอโทษค่ะ คุณผู้หญิงสั่งให้ล๊อคไว้”
“ฉันเป็นลูกรักของคุณแม่ ฉันสั่งให้แกเอากุญแจมาเปิด”
“กลัวล่ะ..กลัว...แต่แป๋วคุณผู้หญิงยึดกุญแจห้องไว้เองค่ะ เพราะกลัวมีคนเข้าไปขโมยเงินขโมยของ”
ชยางกูรของขึ้น ไม่พอใจมาก “แกว่าฉันเป็นขโมยงั้นเหรอนังแป๋ว”
“ตุ๊กแก...กินปูนร้อนท้องนะคะ...” แป๋วทำเสียงตุ๊กแกล้อ “ตั๊บ..แก ตั๊บ..แก”
ชยางกูรโมโหจะทำร้ายเอา แป๋วรีบวิ่งหนีออกไป ชยางกูรยิ่งหัวเสีย
“แล้วฉันจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้วะ!”

นักศึกษาเดินมาดูของที่แผงสุตาภัญ แล้วเดินผ่านไป สุตาภัญเริ่มท้อ หันไปบอกชนกชนม์
“เก็บของเถอะ”
ชนกชนม์เห็นด้วยกับสุตาภัญ จะเก็บของลงกล่อง
จู่ๆ มีนักศึกษาคนหนึ่งเดินเข้ามาดูของ
“มีของแค่นี้เองเหรอ”
ชนกชนม์บอก “ครับ”
สุตาภัญตอบพร้อมชนกชนม์ แต่คนละทาง “มีอีกค่ะ”
ชนกชนม์แปลกใจที่สุตาภัญบอกว่ามีอีก สุตาภัญหยิบต่างหูขึ้นจากกล่องอีกใบ เอามาวางให้นักศึกษาชม
“ต่างหูค่ะ”
นักศึกษาคนนั้นปลื้ม “สวยจัง!”
นักศึกษาเลือกดูต่างหูด้วยความสนใจ
ชนกชนม์แปลกใจ “เอามาจากไหน”
“ฉันกลับไปทำต่อที่บ้านน่ะ ฉันคิดว่าทำต่างหู ราคาไม่สูง น่าจะขายได้ง่าย” สุตาภัญบอก
ชนกชนม์สงสัย “แล้วทำไมไม่เอาวางขายตั้งแต่แรก”
“ตั้งใจจะขายของแพงให้หมดก่อนไง”
ชนกชนม์ไม่แน่ใจ “จะขายได้เร้อ”
เสียงนักศึกษาบอก “เอาหมดเลยค่ะ”
ชนกชนม์และสุตาภัญดีใจมาก

ทางด้านสุรเดชหยิบขนมลูกชุบขึ้นมากิน กฤติยาไม่พอใจ
“ฉันบอกแล้วไงอย่ามากวนฉันอีก”
“ไม่ได้มากวน แต่ไม่อยากให้แฟนลำบาก ทั้งหมดเท่าไหร่ พี่เหมา”
“ไม่ขาย ฉันไม่อยากได้เงินสกปรกของพี่!” กฤติยาหันไปประกาศขายขนมต่อ “เชิญค่ะ ขนมลูกชุบค่ะ”
“พ่อเลี้ยงไม่ให้เงินใช้ใช่มั้ย แอนถึงต้องมาลำบาก รึว่าแม่หลงผัวใหม่ไม่สนใจลูก!” สุรเดชถามขึ้น
“ไม่ใช่ ฉันอยากหาเงินด้วยตัวฉันเอง”
“ไม่ต้องขาย...พี่รักและห่วงแอน”
สุรเดชเข้าไปจับตัวไม่ให้ขาย กฤติยาพยายามสะบัดออก
“ปล่อยฉันนะ”
สุรเดชสั่งเสียงเข้ม “เก็บของกลับบ้าน!”
จะหวะนั้นธีรดนย์โผล่เข้ามาปกป้องกฤติยา

“ไอ้เดช”

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 13 (ต่อ)

ส่วนสุตาภัญกำลังดี๊ด๊า ถือเงินขายของอวดชนกชนม์ไปมา

“เธอเก่งจัง” ชนกชนม์ยิ้มชม
“ไม่ใช่แค่เก่ง แต่สวยอย่างสร้างสรรค์”
สุตาภัญชมตัวเองใหญ่ ชนกชนม์ยิ้มขำ
“เยอะนะ!”
“ถ้าขายได้อย่างนี้ทุกวัน เราก็น่าจะอยู่ได้....ไม่อดตาย”
“ขายดีอย่างนี้...เปิดเป็นบริษัทเลยไหม..สร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง..โอเคปะ”
สุตาภัญทำท่าโอเค “โอค่ะโอ...”
ขณะที่ชนกชนม์และสุตาภัญหัวเราะกันอย่างมีความสุข จู่ๆ แผงขายของก็ถูกพัง ชนกชนม์และสุตาภัญหันไปมองอย่างตกใจ
“ชยางกูร”
ชยางกูรพุ่งเข้ามาต่อย โดยที่ชนกชนม์ไม่ทันตั้งตัว และถูกชยางกูรเล่นงานฝ่ายเดียว

ขณะเดียวกันสุรเดชเข้าไปผลักอกธีรดนย์อย่างไม่พอใจ
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแก”
“แกเลิกกวนแอนได้แล้ว” ธีรดนย์บอก
“คนเป็นแฟนเขาคุยกัน” สุรเดชว่า แล้วนึกเอะใจ “อย่าบอกนะว่าแกคิดจีบแอน”
สุรเดชไม่พอใจธีรดนย์มาก กฤติยากังวลใจรีบบอกสุรเดช
“ไม่ใช่...ธีเขามีแฟนแล้ว”
“ฉันเป็นแฟนกับตา” ธีรดนย์บอก
ชนิกานต์ยืนอยู่ที่มุมหนึ่ง ไม่พอใจที่ธีรดนย์ประกาศเป็นแฟนกับสุตาภัญ
สุรเดชขึ้นเสียงใส่ “โกหก...ตาเป็นแฟนไอ้ชนม์”
ธีรดนย์ไม่พอใจที่สุรเดชพูดอย่างนั้น
“แกไม่ต้องสนใจเรื่องคนอื่น แกออกไปจากที่นี่ได้แล้ว”
“พี่กลับไปเถอะ ฉันขอร้อง”
กฤติยาขอร้องดีๆ สุรเดชจึงยอมหยุด
“น้องแอนขอพี่ก็ให้ได้...” แต่หันไปชี้หน้าธีรดนย์ “ห้ามยุ่งกับแอน แล้วก็อย่าแย่งแฟนไอ้ชนม์...ตาเป็นแฟนกับชนม์!! ไม่ใช่แก”
สุรเดชเดินออกไป...ธีรดนย์ไม่พอใจ
กฤติยาเข้ามาปลอบใจ “อย่าไปโกรธพี่เดชเลย เขาพูดอะไรไม่คิด”
“ฉันไปหาตาก่อนนะ”
ธีรดนย์ไม่พอใจที่สุตาภัญขายของกับชนกชนม์สองต่อสอง รีบเดินออกไปดู
กฤติยารู้สึกน้อยใจและเสียใจลึกๆ ที่ธีรดนย์รักสุตาภัญ
ชนิกานต์ยืนอยู่มุมหนึ่ง ไม่พอใจที่ธีรดนย์จะไปหาสุตาภัญ

ฝ่ายชยางกูรต่อยชนกชนม์อุตลุด สุตาภัญตะโกนห้าม
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
ชยางกูรไม่หยุดเข้าต่อยเอาๆ ชนกชนม์ตั้งหลักได้ ต่อยสวนกลับ ชยางกูรเซล้ม
“มันเรื่องอะไรกัน”
“แกมันตัวปัญหา ทำให้พ่อแม่หย่ากัน”
ชนกชนม์ตกใจ “อะไรนะ!”
“แกมันตัวซวย อย่างที่แม่เคยพูดไว้ อยู่กับใครก็ทำให้ทุกคนเดือดร้อน”
“นายพูดอย่างนั้นได้ไง ชนกชนม์ไม่ได้อยู่ที่บ้านแล้ว บ้านนายวุ่นวายคงเป็นเพราะนาย” สุตาภัญเหยียดเย้ย
“ปากดีนักใช่มั้ย”
ชยางกูรโกรธจะเข้ามาทำร้ายสุตาภัญ ชนกชนม์เข้ามาปกป้อง
“นายกลับไปได้แล้ว เลิกทำตัวอันธพาล กลับไปดูแลแม่ นายเป็นความหวังเดียวของแม่”
ชยางกูรพาลพาโล “ไม่ต้องมาฝากความหวังไว้ที่ฉัน ชีวิตฉันพังก็เพราะแก แกต้องรับผิดชอบ” ก่อนจะหันมาชี้หน้าสุตาภัญ “เธอเองก็หนีฉันไม่รอดหรอก”
ชยางกูรเดินออกไป ชนกชนม์เครียดเรื่องที่บ้าน สุตาภัญเข้าไปปลอบใจ
“ไม่ต้องไปฟังคนพาล...น้องเธอนั่นแหละเป็นตัวปัญหา”
ชนกชนม์นึกเป็นห่วงชลนิภาขึ้นมา “ฉันฝากเก็บของด้วย” เดินออกไปเลย
“นายจะไปไหน”
สุตาภัญเป็นห่วง แต่ชนกชนม์ไม่ยอมบอก

เช้าเดียวกันนั้น สุทินนั่งรอสุรัมภาที่โต๊ะอาหาร แต่รอนานแล้วจนบ่นกับเสาวนิตย์
“ทำไมลูกภายังไม่ลงมาอีก”
“ฉันขึ้นไปตามให้นะคะ”
เสาวนิตย์จะขึ้นไปตาม สุรัมภาเดินลงมา
“ภาขอโทษค่ะที่ให้คุณพ่อรอ”
“ลูกเป็นอะไรรึเปล่า” สุทินถามอย่างเป็นห่วง
“เปล่าค่ะ เมื่อคืนภาอ่านหนังสือดึกก็เลยตื่นสาย ภาขอโทษอีกครั้งนะคะ”
“อย่าหักโหมให้มากนัก...ต้องรู้จักแบ่งเวลาให้เป็น”
“ค่ะ”
“ลูกทำให้พ่อภูมิใจมาก ไม่เหมือนลูกของหัวหน้า ลูกจำพี่พงษ์ภูมิได้ใช่ไหม? เจอคดีทำผู้หญิงท้องถูกจับแต่งงาน!”
สุรัมภาฟังเรื่องนี้ก็เครียดขึ้นมาทันที
“ผู้หญิงที่ไหนคะ เพื่อนกันรึเปล่า” เสาวนิตย์ถาม
“เด็กใจแตกยังเรียนอยู่เลย ต้องออกจากโรงเรียนอุ้มท้องไปแต่งงาน! งามหน้านัก”
สุรัมภาเครียดมาก...สีหน้าวิตกกังวล
“ภา...พ่อภูมิใจในตัวลูกมาก ลูกไม่เคยทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังสักครั้ง”
“ค่ะ”

สุรัมภายิ้มรับคำ ทั้งๆ ที่ภายในใจเครียดเรื่องที่ตั้งท้อง แต่ต้องแบกรับการเป็นความหวังของพ่อแม่

ไม่นานต่อมาชนกชนม์แอบเข้ามาในบริษัทแม่ กำลังสอบถามพนักงานหญิงที่มุมหนึ่งของบริษัท

“งานเป็นยังไงบ้างครับ”
“ตั้งแต่ท่านประธานให้คุณชยางกูรมาดูแล แย่ค่ะ”
ชนกชนม์ให้กำลังใจ “พวกพี่ต้องอดทนนะครับ”
“ไม่รู้จะทนได้กี่น้ำ หลายคนเริ่มบ่นกันอยากออกกันแล้วค่ะ”
ทันใดนั้นมีเสียงดังโวยวายเข้ามา เป็นเสียงทรงอำนาจของชลนิภา
“ทำงานได้ชุ่ยมาก!”
“พี่ขอตัวก่อนนะคะ”
พนักงานหญิงรีบกลับเข้าไปยังด้านใน ชนกชนม์กังวลใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ชลนิภาโยนงานใส่หน้าพนักงานชาย
“ทำงานจนหัวจะหงอก ไม่ได้เรื่อง....เอาไปทำใหม่!”
“ผมแก้ตามคำสั่งของคุณชยางกูร” พนักงานคนนั้นย้อน
ชลนิภาอึ้งไป แต่แล้วชยางกูรเดินเข้ามาโวยวาย
“ไม่ต้องเอาฉันมาอ้าง ฉันไม่เคยอนุมัติงานห่วยๆ”
“ท่านประธานดูสิครับ...มีลายเซ็นของคุณชยางกูรกำกับไว้”
พนักงานชายเอาหลักฐานให้ชลนิภาดู ชลนิภาหันไปมองชยางกูรเป็นเชิงถาม
ชยางกูรแก้ตัว “ไม่ใช่ครับ..มันปลอมลายเซ็นผม ทำงานไม่ดีแล้วโยนความผิดให้ผม คุณแม่ไล่ออกเลยครับ”
พนักงานสวนขึ้น “ไม่ต้องไล่ ผมก็ลาออก!”
ชลนิภาตกใจ เพราะพนักงานชายคนนี้เป็นฝ่ายออกแบบที่เก่งมาก
“รู้ไว้ซะด้วย...” พนักงานชาย ชี้หน้าชยางกูร “ไม่มีใครอยากทำตามคำสั่งงี่เง่าของคุณ” ก่อนจะหันมามองหน้าชลนิภา “แล้วต้องมารองรับอารมณ์ของคุณ”
ชลนิภาตวาดแว้ด ไล่ออก “เก็บของออกไปได้แล้ว”
“ผมไปแน่...งานไม่เข้ามาหลายเดือน..ไม่เกินปีบริษัทก็ต้องปิดตัว”
พนักงานชายพูดเย้ยหยัน แล้วเดินออกไป ชลนิภาโกรธจัด สักครู่พนักงานหญิงเอาบัญชีมาให้ชลนิภาดู
“บัญชีค่าใช้จ่ายย้อนหลังหกเดือนค่ะ”
ชลนิภารับบัญชีมาดู ชยางกูรรู้สึกร้อนตัว กลัวชลนิภาจับได้ว่ายักยอกเงินไป
“กูรขอตัวไปตรวจงานให้คุณแม่นะครับ”
ชยางกูรร้อนตัวรีบชิ่งไปที่ห้องทำงานทันที
ชนกชนม์มองดูเหตุการณ์ อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ชยางกูรยืนเครียดอยู่ในห้องชลนิภา คิดหาคำแก้ตัว ชลนิภาเข้ามาในห้อง พร้อมเปิดสมุดบัญชี
“มีการเบิกเงินไปเกือบสิบล้าน หมายความว่าไง”
“คือว่ากูร...”
“ลายเซ็นการเบิกเป็นของลูก ลูกคงไม่ปฎิเสธว่ามีคนปลอมลายเซ็นอีก”
ชยางกูรเลยต้องรับ “กูรเป็นคนเซ็นเองครับแม่”
ชลนิภาแปลกใจ “ลูกเอาเงินไปทำอะไร”
“กูรไม่อยากเซ็น... แต่คุณพ่อขอไว้ครับ”
ชลนิภาตกใจ “เกี่ยวอะไรกับพ่อเรา”
“คุณพ่อต้องการเงินไปประมูลเพชรที่เบลเยี่ยม ผมจะชะลอเรื่องให้คุณแม่กลับจากต่างประเทศ แต่คุณพ่อบอกว่าจะคุยกับคุณแม่แล้ว”
“เขาไม่เคยบอกฉันสักคำ แล้วก็ไม่มีเพชรเข้ามาในสต๊อกสักเม็ดเดียว” ชลนิภาว่า
ชยางกูรสำทับให้น่าเชื่อถือ “ถ้าคุณแม่ไม่เชื่อ โทร.ไปสอบถามคุณพ่อก็ได้ครับ”
“ไม่ต้องพูดถึงพ่อเราอีก...”
ชยางกูรยิ้มพอใจที่รอดตัวมาได้ แต่แล้วชลนิภาหันไปบอกชยางกูรอย่างเยือกเย็น
“ต่อไปนี้แม่จะคุมงานและการเงินเอง”
“ครับ” ชยางกูรรับคำแล้วเดินออกไป
กลับมาถึงห้องทำงานตัวเอง ชยางกูรหัวเสียที่ไม่สามารถทำเรื่องเบิกเงินได้อีก จึงอาละวาดกวาดเอกสารบนโต๊ะทิ้งเกลื่อนพื้น

ชลนิภาเข้ามาในห้องอย่างคนหมดแรง หมดหวังทุกสิ่งอย่าง
“ทุกอย่างในชีวิตฉัน กำลังจะพังลง เพราะฉันใช่มั้ย”
ชลนิภาครวญคร่ำขณะทรุดตัวที่โต๊ะ เปิดลิ้นชัก เห็นภาพสเก็ตแบบเครื่องประดับที่ชนกชนม์เคยสเก็ตไว้
ชนกชนม์แอบยืนมองเข้าไปในห้อง
ชลนิภาหยิบภาพสเก็ตช์ขึ้นมาดู คิดถึงชนกชนม์ กอดภาพนั้นแล้วร้องไห้แทบขาดใจ
ชนกชนม์ยืนมองอยู่มุมหนึ่งร้องไห้ออกมา ด้วยความสงสารแม่

ด้านสุตาภัญเก็บของเสร็จพอดีขณะธีรดนย์เดินเข้ามา
“ธี...”
“ตาจะไปไหน ทำอะไร ตาบอกผมสิ ผมจะช่วยตา”
“ทำยังกะตาโดดเดี่ยวไม่มีใครงั้นล่ะ นางฟ้าเบอร์ห้ามีคนรักเยอะนะ” สุตาภัญว่า
ธีรดนย์ยิ้ม “ผมรู้...ผมถึงไม่อยากให้ตาอยู่ใกล้ใคร หรือมีใครอยู่ใกล้ตา”
สุตาภัญรู้ดีว่าธีรดนย์หมายถึงชนกชนม์
“เราเป็นแฟนกัน เราต้องอยู่ด้วยกัน”
ว่าพลางธีรดนย์เดินเข้ามาโอบกอดสุตาภัญไว้
“ตาอย่าลืมสิ ว่าผมไม่มีใครแล้ว ผมมีตาเพียงคนเดียว...ตาต้องเป็นกำลังใจให้ผมนะ”
สุตาภัญจำต้องพยักหน้ารับ
ชนิกานต์มองภาพธีรดนย์กอดสุตาภัญ เสียใจจนน้ำตาไหลริน สุตาภัญเห็น
ชนิกานต์รีบเดินหนีออกไป สุตาภัญเป็นห่วงชนิกานต์ ถอยออกห่าง....
“ธีอยากช่วยตา...ตาวานขนของไปเก็บที่คณะให้หน่อยนะ”
“ตาจะไปไหน”
“ไปจ่ายค่าเช่าที่น่ะ”
ธีรดนย์ยิ้ม สุตาภัญเดินออกไป

สุทินขับรถมาถึงหน้าโรงเรียน มองไปที่สุรัมภาซึ่งนั่งนิ่งไม่ลงจากรถ
“ภา...”
สุรัมภายังเหม่อ ไม่ได้ยิน
สุทินเสียงดังขึ้นอีก “ลูกภา”
สุรัมภารู้สึกตัว “คะ”
“ลูกแน่ใจนะว่าไหว พ่อไปขอลาคุณครูให้ก็ได้”
“ภาไม่ได้เป็นไรสักหน่อย ดูสิคะ ลูกคุณพ่อเก่งออก”
สุรัมภายิ้มประจบพ่อ สุทินยิ้มตอบ
“เข้าเรียนได้แล้ว เย็นนี้พ่อมารับ”
สุรัมภายกมือไหว้ “ขอบคุณค่ะ”
สุรัมภาลงจากรถ เดินเข้าไปในโรงเรียนไปเลย
สุทินมองตาม แล้วขับรถออกไป สุรัมภาหันกลับมายืนมองรถพ่อ กังวลใจเรื่องที่ท้อง ไม่อยากให้สุทินรู้เรื่องนี้ สุรัมภาเหลียวมองเข้าไปในโรงเรียน แล้วเปลี่ยนใจ วิ่งออกไปจากโรงเรียนไปเลย เพื่อนคนหนึ่งที่เพิ่งมาถึงเห็นสุรัมภาวิ่งออกไป ก็ตะโกนเรียกไว้
“ภา...ยัยภา”

เพื่อนแปลกใจว่าทำไมสุรัมภาหนีเรียน และหนีไปไหน?

สุตาภัญเดินเข้ามาหาชนิกานต์ ที่ยืนรออยู่แล้วในมุมหนึ่งของมหาวิทยาลัย

“นิกกี้”
พอชนิกานต์หันหน้ามา สุตาภัญจึงเห็นว่าชนิกานต์ร้องไห้อยู่ก็เป็นห่วง
“เธอเป็นอะไร”
“เธอเลิกกับธีได้ไหม”
“ทำไมล่ะ”
“ไม่ต้องมีเหตุผลบ้างได้ไหม ฉันแค่ขอให้เธอเลิกกับธีแล้วกลับไปคบชนม์”
“มันเกิดอะไรขึ้น....เธอต้องบอกความจริงกับฉัน”
ชนิกานต์โพล่งตอบออกมา “ฉันรักธี”
สุตาภัญอึ้ง “เป็นไปได้ยังไง ก็เธอ..กับธีไม่ถูกกัน”
“ไม่ต้องสนใจว่ามันเกิดขึ้นได้ไง แต่ฉันรักเขาแล้ว ฉันขอได้ไหมตา? ชนม์เองก็รักเธอ”
“นิกกี้ คนนะไม่ใช่ของ ชอบก็แย่ง ไม่ชอบก็โยนทิ้ง...เธอต้องแคร์ความรู้สึกของคนอื่นบ้าง”
“ฉันไม่อยากเสียธีไป ฉันขอร้องนะตา”
ชนิกานต์ขอร้องสุตาภัญท่าทีจริงจัง สุตาภัญเครียดไม่รู้จะทำตัวอย่างไรดี เพราะเพิ่งรับปากธีรดนย์ไป


ชนกชนม์ยืนอยู่ตรงมุมหนึ่งที่ห้างสรรพสินค้า ท่าทีเหมือนรอคอยใครคนหนึ่งอยู่
สักครู่มีเสียงดังจากด้านหลัง “มีธุระอะไรกับอา”
ชนกชนม์หันไปเห็นธนกรเดินเข้ามา ก็ยิ้มดีใจที่ธนกร ยอมออกมาพบตน

ฟากสุตาภัญยืนเครียดเรื่องที่ชนิกานต์ขอร้อง เสียงโทรศัพท์ดังเข้ามา เป็นชื่อเพื่อนของสุรัมภาที่เม็มไว้ สุตาภัญแปลกใจ
“เพื่อนของภา...” รีบรับสาย “สวัสดีจ้ะ...” พอฟังแล้วต้องตกใจ “อะไรนะ ภาหนีเรียน ได้จ้ะ พี่จะรีบไปหาที่โรงเรียน”
สุตาภัญวางสาย กังวลใจมาก
“ภา...”

สองคนอยู่ที่ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า ชนกชนม์รายงานสถานการณ์ให้ธนกรู้
“คุณอาครับ สถานการณ์บริษัทแย่มาก คุณอากลับเข้าไปช่วยคุณแม่เถอะครับ”
“อาเข้าไป อาจทำให้ทุกอย่างแย่ลง เพราะอาไปขวางหูขวางตาคุณแม่เธอ”
“คุณอาจะปล่อยให้บริษัทที่คุณอาร่วมสร้างพังลงไม่ได้นะครับ”
ธนกรยิ้มให้ “คงมีเธอคนเดียวนี่แหละ ที่คิดว่าฉันเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท”
“คุณอากลับไปช่วยนะครับ” ชนกชนม์ขอร้อง
“คนที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ดีและเหมาะสมที่สุดคือเธอ” ธนกรบอก
ชนกชนม์แปลกใจ “ผม...”

สุตาภัญมาถึงโรงเรียนถามเพื่อนน้องสาวเร็วปรื๋อด้วยความร้อนใจ
“ภาหายไปไหน ไปทำอะไร ภามีปัญหาอะไร”
“พี่ตาใจเย็นๆ ค่ะ คำถามนั้นน้องก็อยากถามพี่ตาเหมือนกันค่ะ” เพื่อนสุรัมภาคนที่สองว่า
สุตาภัญงงที่ถูกถามกลับ บอกไป “พี่ไม่รู้”
เพื่อนคนแรกบอก “น้องก็ไม่รู้ค่ะ!”
สุตาภัญยิ่งกังวลใจมากขึ้น

สุทินลงจากรถ หิ้วกระเป๋านักเรียนของสุรัมภาลงมาด้วย..นึกขำสุรัมภา
“เป็นนักเรียนดีเด่น..แต่ลืมกระเป๋า”
สุทินมองหาสุรัมภา จนหันไปเจอเพื่อนคนหนึ่งของสุรัมภาอยู่ที่มุมหนึ่ง จึงตะโกนเรียน
“หนู...”
เพื่อนคนที่ 2 ของสุรัมภาหันมามองสุทิน

ภายในร้านอาหารห้างสรรพสินค้า ชนกชนม์สงสัยย้อนถามธนกร
“ผมจะช่วยงานอะไรได้ล่ะครับ?”
“ฝีมือการออกแบบของเธอ” ธนกรว่า
ชนกชนม์กังวลใจ “แต่คุณแม่ยังโกรธผม ผมไม่มีสิทธิ์เข้าไปทำงานในบริษัท”
“ก็อย่าให้ท่านรู้สิ เธอไปช่วยงานไม่ต้องแสดงตัว ในเบื้องต้นน่าจะทำให้งานเดินต่อไปได้ และตัวเธอจะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้พนักงาน เพราะเธอเป็นที่รักของทุกคน”
ชนกชนม์ฟังแล้วคิดตัดสินใจ
“อยู่ที่ว่าเธอยังโกรธท่าน เต็มใจช่วยเหลือรึเปล่า”
“ผมไม่เคยโกรธคุณแม่ครับ...มีอะไรที่ผมช่วยได้ ผมยินดีทำทุกอย่างให้คุณแม่มีความสุข”
ธนกรยิ้มพอใจที่ชนกชนม์มีจิตใจที่จะช่วยเหลือ ชนกชนม์หันมาขอร้องธนกรบ้าง
“คุณอากลับไปอยู่กับคุณแม่ได้ไหมครับ”
ชนกชนม์ขอร้องให้ธนกรกลับไปอยู่กับชลนิภา ธนกรอึดอัดใจ

เพื่อนคนที่ 2 เข้ามาบอกสุตาภัญ
“พี่ตาคะ คุณพ่อพี่เอากระเป๋ามาให้ภาค่ะ”
สุตาภัญตกใจ “คุณพ่อ”
“ท่านรออยู่ที่ด้านโน้น ให้หนูตามตัวภาไปรับกระเป๋า” เด็กสาวคนเดิมบอก
สุตาภัญกังวลใจ “พ่อรู้ว่ายัยภาหนีเรียน เป็นเรื่องแน่”
สองคนถามสุตาภัญพร้อมกัน “ทำไงดีคะพี่ตา”

สุตาภัญคิดตัดสินใจแก้ปัญหา

สองคนอยู่ตรงมุมหนึ่งที่ห้างสรรพสินค้า ธนกรจะเดินออกไป ชนกชนม์เดินเข้าไปขอร้อง

“ผมขอร้องนะครับคุณอา”
“ทุกคนเกิดมาอยากหายใจได้ด้วยจมูกตัวเอง....อาพยายามที่สุดแล้ว”
ชนกชนม์ยอมรับความจริง “ผมเคารพการตัดสินใจของคุณอา แต่ผมอยากให้คุณอารู้ว่าคุณแม่รักคุณอา”
ธนกรแปลกใจ “เธอยังคงมองโลกแง่ดี...เข้าข้างคุณแม่..ทั้งๆ ที่ท่านทำร้ายจิตใจเธอ”
“เพราะผมเชื่อว่า...แม่รักลูก...และผมก็เชื่อว่าคนที่รักกัน...ใช้ชีวิตมาด้วยกัน แม้จะไม่เหลือความรัก แต่มีความผูกพันให้กันเสมอ”
ชนกชนม์พูดให้ธนกรคิดตัดสินใจใหม่อีกครั้ง
“ฉันละอายเธอเหลือเกิน ฉันเคยสอนให้เธออดทนและสู้ แต่ฉันกลับทำไม่ได้”
ชนกชนม์มองรอลุ้นการตัดสินใจของธนกร
“ฉันขอยอมแพ้”
ชนกชนม์ผิดหวังแต่ก็เคารพการตัดสินใจของธนกร..
“ขอให้คุณอาโชคดีครับ”
ชนกชนม์ยกมือไหว้ น้ำตาไหล ธนกรเข้ามาสวมกอดชนกชนม์ให้กำลังใจ
“ฉันเป็นกำลังใจให้เธอใช้ความดี...ชนะใจแม่ของเธอให้ได้”
ชนกชนม์ยิ้มรับทั้งน้ำตา

สุทินรับรู้จากเพื่อนก็แปลกใจ
“ยัยภาติดสอบ”
เพื่อนสุรัมภาทั้งสองประสานเสียง “สอบเก็บคะแนนค่ะ”
สุทินสงสัย “แล้วทำไมเธอถึงออกมาจากห้องได้”
เด็กสาวสองคนต่างตกใจ ไม่ทันเตรียมตัวรับ
“เราสอบเสร็จแล้วค่ะ” คนหนึ่งว่า
อีกคนเสริม “ใช่ค่ะ เราเก่ง”
เพื่อนสุรัมภาแก้ต่างตัวเอาตัวรอด สุทินส่งกระเป๋าให้
“ฉันฝากกระเป๋าให้ภาด้วย บอกว่าเย็นนี้ฉันจะมารับ”
“ค่ะ” เพื่อนสองคนรับคำพร้อมกัน
สุทินเดินออกไป
สุตาภัญมองอยู่ที่มุมหนึ่ง โล่งใจที่สุทินกลับไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าสุรัมภาหนีเรียน

ที่มุมหนึ่งในห้างสรรพสินค้า ชนกชนม์ตัดสินใจโทรหาสุตาภัญ
“ตาอยู่ไหน? ออกมาหาอะไรกินฉลองความสำเร็จกัน...” พอได้ฟังก็ตกใจ “อะไรนะ”
สุตาภัญอยู่หน้าโรงเรียนคุยโทรศัพท์อยู่กับชนกชนม์
“ฉันจะออกตามหาภา นายรีบตามมานะ”
สุตาภัญคุยโทรศัพท์เสร็จ แล้วมองหาสุรัมภาด้วยความเป็นห่วง
“ภา...น้องไปไหน”

บ่ายวันนั้นสุรัมภานั่งเศร้าอยู่ที่มุมหนึ่งริมน้ำ คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ตอนที่สุรัมภาตรวจดูผลการตั้งครรภ์ ปรากฏขึ้นเป็นสองขีด ก่อนจะนึกไปถึงเหตุการณ์ที่สุทินผู้เป็นพ่อ พูดเรื่องพงษ์ภูมิไปทำผู้หญิงท้อง
“ลูกจำพี่พงษ์ภูมิได้ใช่ไหม? เจอคดีทำผู้หญิงท้องถูกจับแต่งงาน!”
สุรัมภาฟังเรื่องนี้ก็เครียดขึ้นมาทันที...
“ผู้หญิงที่ไหนคะ เพื่อนกันรึเปล่า?” เสานิตย์ถาม
“เด็กใจแตกยังเรียนอยู่เลย ต้องออกจากโรงเรียนอุ้มท้องไปแต่งงาน! งามหน้านัก”
สุรัมภาเครียดมาก...สีหน้าวิตกกังวล
“ภา..พ่อภูมิใจในตัวลูกมาก ลูกไม่เคยทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังสักครั้ง”
สุรัมภาดึงตัวเองออกมา ร้องไห้โฮ อับจนหนทาง ไม่มีทางออกให้กับชีวิต

กัณฐิกาถือน้ำผลไม้มาที่โต๊ะนั่งเล่นในสนามหน้าบ้าน คิดว่าณวัตรนั่งอยู่
“เป็นไงคะ ของว่างที่กัณทำ อร่อยไหมคะ”
สุรเดชนั่งไขว่ห้างของกินเต็มปาก หันมาทัก
“อร่อยมากครับคุณแม่”
กัณฐิกาตกใจ “แก! แกต้องการอะไรอีก ฉันไม่มีเงินให้แกแล้ว”
“ผมไม่ได้มาเอาเงิน แต่ผมบอกให้คุณแม่ดูแลแฟนผมดีๆ อย่าปล่อยให้ออกไปเร่ขายขนม”
กัณฐิกาไม่เคยรู้เรื่องกฤติยาไปขายขนมในชุมชน “อะไรนะ”
“ตัวเองสุขสบายได้เป็นคุณนาย ก็หัดสนใจลูกบ้างไม่ใช่เอาใจผัว!”
สุรเดชโวยวายเสียงดัง กัณฐิกาตกใจกลัวณวัตรมาได้ยิน
“หุบปากแกได้แล้ว มีอะไรไปคุยกันข้างนอก”
กัณฐิกาจะพาสุรเดชออกไป ก่อนที่ณวัตรจะเข้ามา แต่โชคร้ายณวัตรเดินเข้ามาพอดี
“มีเรื่องอะไรกัน”
“คุณ!”

กัณฐิกาหน้าซีดตกใจ กลัวสุรเดชบอกความจริงทั้งหมดกับณวัตร

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 13 (ต่อ)

ฝ่ายชนกชนม์วิ่งเข้ามาหาสุตาภัญ ถามอย่างร้อนใจ

“ภาหนีไปไหน”
“ไม่รู้เหมือนกัน ภาไม่เคยทำตัวแบบนี้มาก่อน” สุตาภัญร้อนใจมาก
“ใจเย็นๆนะ เราช่วยกันตามหา ฉันเชื่อว่าเราต้องเจอภา”
ชนกชนม์ปลอบใจและให้กำลังใจ สุตาภัญใจเย็นลงแล้ว ออกพากันออกตามหาสุรัมภา

สุรเดชเดินยิ้มเข้าไปหาณวัตร กัณฐิกาใจหล่นวูบ
“สวัสดีอีกครั้งครับคุณท่าน คงจำกันได้ว่าผมเป็นแฟนแอน”
“เธอสองคนเลิกกันแล้ว อย่ามารังควาญหนูแอนอีก”
สุรเดชไม่พอใจที่ณวัตรบอกอย่างนั้น “ใครบอกว่าเลิกกัน”
กัณฐิการีบเข้าไปพูดเพื่อกันสุรเดชออกไป
“ยัยแอนเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว เลิกตามราวียัยแอนเถอะ ฉันขอร้อง เอางี้เดี๋ยวฉันให้เงินแล้วถือว่าจบ”
กัณฐิกาจะให้เงินเพื่อตัดปัญหาไล่สุรเดชออกไป
“บอกแล้วไงไม่เอาเงิน...แต่มาบอกให้แม่ดูแลลูกบ้าง!” สุรเดชพูดขึ้นมาลอยๆ
ณวัตรแปลกใจ มองอย่างฉงน “แม่ แกพูดอะไร”
กัณฐิการีบแก้ตัว “เอ่อ..เขาหมายถึงแม่บุญธรรมนะคะ”
สุรเดชสวนคำเสียงแข็ง “ไม่ใช่!”
กัณฐิกาบอกณวัตรเร็วปรื๋อ “คุณอย่าไปฟังมันนะคะ กัณเคยบอกคุณแล้ว มันจะแบล๊คเมล์กัณ”
“ผู้หญิงคนนี้คือแม่แท้ๆ ของแอน!”
ณวัตรหันไปมองกัณฐิกาแวบหนึ่ง กัณฐิกาตกใจมาก สุรเดชได้ทีแฉความจริงทั้งหมด
“แม่ที่เห็นแก่ตัว คลอดลูกแล้วทิ้งให้ยายเลี้ยง หลังจากนั้นก็ไล่จับผู้ชาย...คุณก็คือเหยื่อของผู้หญิงหิวเงินคนนี้”
ณวัตรหันไปมองกัณฐิกาอีก กัณฐิกาหน้าเสีย สุรเดชยิ้มสะใจ
“เป็นไง อึ้งกิมกี่”
ณวัตรตะเพิดไล่ “ออกไปได้แล้ว!”
สุรเดชงง “เฮ้ย พูดเรื่องจริงนะเว้ยเห้ย”
“รีบออกไปก่อนที่ฉันจะเรียกตำรวจมาจับแกข้อหาบุกรุกและสบประมาทภรรยาฉัน”
สุรเดชชี้หน้าณวัตร “แล้วแกต้องเสียใจ”
“ออกไป”
ณวัตรตะเพิดไล่สุรเดชท่าทีเอาเรื่อง สุรเดชไม่มีทางเลือก หันไปมองแค้นกัณฐิกา แล้วเดินออกไป
กัณฐิการู้สึกโล่งใจที่ณวัตร หันไปบอกณวัตร
“เห็นมั้ยคะว่ามันเลว...มันคิดตามรังควาญฉันกับหนูแอน”
ณวัตรยิ้มให้ แต่ภายในใจกังขาเรื่องที่สุรเดชเล่า


สุตาภัญออกตามหาสุรัมภา...แต่ไม่เจอ ชนกชนม์วิ่งมองหา แต่ก็ไม่เจอสุรัมภาเช่นกัน
สุรัมภานั่งอยู่ริมแม่น้ำ ทอดสายตามองไปยังผืนน้ำเบื้องหน้า แล้วคิดตัดสินใจบางอย่าง

ชยางกูรเดินเข้ามาบอกเฮียปรัชญา
“ผมขอยืมอีกห้าล้าน”
“เก่าไปใหม่มา” เฮียบอก
“เฮียไม่เชื่อใจผมเหรอ ผมเป็นลูกชายเจ้าของบริษัทเพชร ผมทำเรื่องเบิกจ่ายเงินได้เอง” ชยางกูรคุย
ปรัชญาสวนคำออกมา “แต่มันเป็นอดีตไปแล้ว...”
ชยางกูรแปลกใจที่เฮียปรัชญารู้เรื่อง
“สายของเฮียรายงานว่าคุณชยางกูรถูกปลดจากตำแหน่งแล้ว...ช่างเถอะ เรื่องนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว เอาเป็นว่า..คุณชยางกูรหาเงินมาใช้หนี้เฮียซะ”
ปรัชญากระชากตัวชยางกูรเข้ามาหา
“ไม่งั้น...คุณชยางกูร...อาจไม่ได้กลับบ้าน…”
ปรัชญาขู่แล้วผลักชยางกูรออกอย่างแรง ชยางกูรรีบเดินออกไปทันที เพทายเดินเข้ามาหาปรัชญา
“จับตา อย่าให้มันหนี!” ปรัชญาสั่ง
“ครับเฮีย!” เพทรายรับคำ

บริเวณสวนสาธารณะ สุตาภัญวิ่งมา ชนกชนม์วิ่งเข้ามาอีกทาง
“นายเจอภาไหม”
ชนกชนม์ส่ายหน้า สุตาภัญใจเสีย
“ป่านนี้ภาจะเป็นยังไงบ้าง”
“ลองไปดูที่ริมแม่น้ำด้านโน้น”
ชนกชนม์เสนอให้ไปที่ริมแม่น้ำอีกฟาก สุตาภัญเห็นด้วย สองคนรีบวิ่งออกไป

พอเสาวนิตย์รู้ข่าวจากสุทินว่าสุรัมภาหายตัวไป ก็ตกใจแทบช็อก
“อะไรนะคะ...ลูกภาหายไป!”
“ผมไปรอรับลูกเป็นชั่วโมง พอซักเพื่อนยัยภา ก็สารภาพว่าลูกหนีไปจากโรงเรียนตั้งแต่ตอนผมไปส่ง”
“เป็นไปไม่ได้ ลูกภาไม่เคยทำตัวเหลวไหล
“ผมก็เชื่ออย่างนั้น เพื่อนยัยภาบอกอีกว่า..สุตาภัญไปหายัยภาที่โรงเรียน สุตาภัญต้องเกี่ยวกับเรื่องนี้” สุทินบอก
“ลูกตาไม่พาน้องไปเสียคนหรอกค่ะ”
“คุณก็เห็นว่ายัยตานอกคอก ปีกกล้าขาแข็งทิ้งพวกเราไป”
เสาวนิตย์ตัดสินใจบอกความจริง “ลูกเคยแวะมาหาฉัน ลูกรักและเป็นห่วงพวกเราคุณก็รู้ว่ายัยตารักน้องมาก”
สุทินได้ฟังความจริงก็มีท่าทีอ่อนลง แต่ยังเครียดเรื่องสุรัมภา
“แล้วเกิดอะไรขึ้นกับลูกภา? ลูกเคยปรึกษาปัญหาอะไรคุณบ้าง”

สุทินถาม เสาวนิตย์พยายามนึก

เสียงฟ้าร้องดังขึ้น...สุรัมภานั่งอยู่ที่เก่าสะดุ้งตกใจ..และหวาดกลัวมากขึ้นกว่าเดิม

ชนกชนม์และสุตาภัญวิ่งมาที่ริมแม่น้ำ บริเวณที่สุรัมภาเคยนั่งก่อนหน้านี้ แต่กลับไม่เจอสุรัมภา ทั้งสองมองหาด้วยความกังวลใจ
“ภาไปไหนอะ”
สุตาภัญเครียดมาก ตะโกนก้อง
“ภา...”
ชนกชนม์เป็นห่วง เดินเข้าไปหาสุตาภัญพูดปลอบ
“น้องเธออาจกลับไปบ้านแล้วก็ได้นะ เราลองไปดูที่บ้านเถอะ”
ชนกชนม์ปลอบใจ สุตาภัญยอมรับฟังและเลือกจะทำตาม

เสียงฟ้าร้องคำราม สุรัมภาเดินมาที่สะพาน แล้วหยุดยืนตรงบริเวณกลางสะพาน

ฝ่ายสุทินถามคาดคั้นเสาวนิตย์
“ว่าไง..ลูกมีปัญหาอะไรปรึกษาคุณบ้าง”
“ฉันนึกออกแล้วค่ะ....ลูกเคยถามฉัน...”
ภาพเหตุการณ์ที่สุรัมภาเคยคิดจะปรึกษาเรื่องถูกข่มขืน แต่ไม่ทันได้ถาม เสาวนิตย์เกิดไม่สบายเสียก่อน และรวมกับเหตุการณ์เช้า
เสาวนิตย์นึกได้ “แล้วเมื่อเช้านี้...”

เช้านั้นเสาวนิตย์เข้าไปเรียกสุรัมภา
“ลูกแต่งตัวเสร็จรึยัง คุณพ่อรออยู่”
เสาวนิตย์เข้ามาหาสุรัมภา สุรัมภาหันหน้ามี สีหน้าเศร้า...ท่าทางกังวลใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“คุณแม่คะ ถ้าภาไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพ่อคุณแม่หวัง คุณพ่อคุณแม่จะเกลียดภามั้ยคะ”
เสาวนิตย์แปลกใจ “ทำไมถามอย่างนั้นล่ะลูก”

สุรัมภายืนมองผืนน้ำ คิดถึงเหตุการณ์ที่คุยกับแม่ ภาพเหล่านั้นซ้อนขึ้นจากใต้ผืนน้ำ
เป็นเหตุการณ์ตอนที่สุรัมภาบอกเสาวนิตย์
“ภาเป็นเด็ก เด็กมีโอกาสทำผิดพลาด คุณพ่อคุณแม่ให้อภัยลูกได้ไหมคะ”
“ได้สิจ้ะ แม่รักลูก แม่ให้อภัยลูกได้เสมอ”
สุรัมภากังวลใจไม่หาย “แต่คุณพ่อคงทำใจไม่ได้”

ขณะเดียวกันสุทินถามอยากรู้ว่าสุรัมภาคุยอะไรกับเสาวนิตย์
“ลูกมีปัญหาอะไร ลูกบอกอะไรคุณ”
สุทินอยากรู้เข้าไปซัก และคาดคั้นเอาความจริง เสาวนิตย์นึกถึงเรื่องที่คุยกับลูกสาว

เวลานั้นสุรัมภาอยู่ในห้องบอกเสาวนิตย์
“ภารู้นะคะว่าคุณพ่อรักพวกเรา แต่คุณพ่อรักตัวเองมากเกินไป ไม่งั้นคงไม่ทำร้ายจิตใจพี่ตาและข่มเหงคุณแม่”
เสาวนิตย์อึ้งทึ่ง “ลูกรู้เรื่องนั้นด้วย”
สุรัมภาร้องไห้ “ทุกครั้งที่คุณพ่อทำร้ายคุณแม่ ภารู้...ภาเห็น แต่ภาไม่กล้าพูด ภากลัว.....แล้วถ้าภาทำผิดพลาด...คุณพ่อต้องเล่นงานภา”
เสาวนิตย์ปลอบใจสุรัมภา “ไม่หรอกลูก....มันจะไม่เกิดเรื่องนั้นขึ้น เพราะแม่รู้ว่าลูกภาของแม่เป็นเด็กดี ไม่สร้างปัญหาให้พวกเรา”
เสาวนิตย์พูดเรื่องนี้ ยิ่งทำให้สุรัมภาเครียดจัดมากขึ้น

สุรัมภาคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เสียใจร้องไห้ออกมา
“ความคาดหวังของพ่อแม่นั่นแหล่ะค่ะ ที่จะทำร้ายภา”

ชนกชนม์พาสุตาภัญ จะไปดูที่บ้าน
“ไปกันเถอะ”
-ชนกชนม์พาสุตาภัญจะเดินออกไป....
-เสียงฟ้าร้องดังขึ้น....สุตาภัญตกใจ แล้วหันไปมองที่มุมหนึ่ง...
สุตาภัญเห็นสุรัมภายืนอยู่ที่สะพาน
สุตาภัญภา!
สุรัมภายืนอยู่บนสะพาน ไม่เห็นชนกชนม์และสุตาภัญ
สุตาภัญและชนกชนม์ตกใจ

ส่วนภายในบ้าน สุทินปรี่เข้าไปซักไซ้ไล่เรียงเสาวนิตย์
“ลูกพูดอะไรกับคุณอีก”
“แกไม่ได้พูดอะไร....ฉันได้แต่ปลอบใจ”
“คุณเป็นแม่ประสาอะไรไม่รู้ว่าลูกมีปัญหา”
สุทินโมโหจนเผลอตัวผลักเสาวนิตย์ ร่างเสาวนิตย์กระเด็นไปกระแทกกับขอบโต๊ะ สุทินรู้สึกผิด
“ผมขอโทษ”
สุทินจะเข้าไปหาเสาวนิตย์
จู่ๆ กรอบรูปของสุรัมภาตกจากชั้น ตกร่วงลงพื้น...กระจกแตกกระจายเหมือนเป็นลางร้าย
เสาวนิตย์มองเห็นก็ยิ่งกังวลใจ
“ลูกภา”
สุทินเป็นห่วงสุรัมภามากขึ้น

สุรัมภายืนนิ่งอยู่บนราวสะพาน ฝนตกกระหน่ำลงมา สุรัมภายืนตากฝน คิดตัดสินใจ

ด้านชนกชนม์และสุตาภัญรีบวิ่งไปยังสะพาน เพื่อไปห้ามสุรัมภา
สุรัมภาร้องไห้เสียใจอยู่บนสะพานแห่งนั้น
“คุณพ่อคุณแม่ขา..ภารักคุณพ่อคุณแม่นะคะ ภาลาก่อน”
สุรัมภาถอดรองเท้า พร้อมที่จะกระโดดสะพานแล้ว
ชนกชนม์เข้ามาดึงร่างสุรัมภาไว้
“อย่านะภา!”
“พี่ชนกชนม์! ปล่อยภา”
สุรัมภาดิ้น ผลักชนกชนม์ไป แล้วจะกระโดดลงไป สุตาภัญเข้าไปกอดรัดตัวสุรัมภาไว้
“พี่ตา! ปล่อยภา ภาอยากตาย”
สุตาภัญกอดรัดสุรัมภาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ในขณะที่สุรัมภาพยายามดิ้นหนี
“ภาไม่รักพี่แล้วใช่มั้ย พี่รักภา...พี่รักภา”
สุตาภัญพร่ำพูดถึงความรัก
“ภาไม่รักพี่ ไม่รักคุณพ่อคุณแม่แล้วใช่มั้ย”
สุรัมภาอ่อนลง หยุดดิ้นแล้วตัดสินใจบอกความจริง
“พี่ตา...ภาท้อง”
สุตาภัญและชนกชนม์ตกใจแทบช็อก!
“ช่วยภาด้วย”
สุรัมภาครวญคร่ำ ปล่อยโฮออกมา แล้วทรุดตัวลงอย่างหมดแรง สุตาภัญเข้าไปกอดสุรัมภาไว้แน่น ร้องไห้ด้วยความสงสารน้องสาว ชนกชนม์เห็นภาพนั้นแล้วสะเทือนใจ สงสารสุรัมภาเช่นกัน

สุตาภัญกอดสุรัมภาไว้แน่นร้องไห้กันอยู่อย่างนั้น

คืนนั้น ขณะที่กฤติยาถืออุปกรณ์ที่ไปขายขนม เข้ามาวางไว้ในห้องครัว กัณฐิกาเดินเข้ามาหา

“ไปไหนมา”
“แอนไปขายขนมจ้ะแม่ แอนเก็บขนมไว้ให้คุณแม่ด้วย สูตรยายแก้วจ้ะแม่”
กฤติยายื่นห่อขนมลูกชุบให้ กัณฐิกาเปิดห่อแล้วปาใส่หน้ากฤติยาทันทีกฤติยาตกใจ “แม่”
“เลิกขายขนม ทำตัวจนๆ ให้เขาจับได้ว่าเรามาจากสลัม” กัณฐิกาด่าอย่างฉุนเฉียว
กฤติยาย้อนถาม “มาจากสลัมมันผิดตรงไหนคะแม่ แม่ก็เกิดที่นี่ การขายของก็เป็นอาชีพที่สุจริต ยายสอนให้แอนภูมิใจและรักในการทำงาน แม้ว่างานนั้นจะได้เงินน้อย ก็ไม่มีใครมีสิทธิ์มาดูถูกคุณค่าตัวเราจากงาน รึแม่ต้องการให้แอนไปขายตัวอย่างแม่”
กัณฐิกาตบหน้ากฤติยา แล้วกลับมาโวยเรื่องสุรเดช
“ไม่ต้องมาย้อนฉัน! แกไปเคลียร์กับไอ้แว้นยังไง มันถึงบุกมาที่นี่!”
“พี่เดช”
กฤติยาตกใจที่รู้ว่าสุรเดชบุกมาที่คฤหาสน์ณวัตร

ด้านสุตาภัญกอดปลอบใจสุรัมภา
“ภา...มันเกิดขึ้นได้ยังไง...ภาท้องกับใคร”
สุรัมภาร้องไห้ มองสุตาภัญหน้าเศร้า แล้วหันไปมองชนกชนม์ สายตาชนกชนม์แปลกใจและสงสัย อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
สุรัมภามองสุตาภัญเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์คืนนั้นที่หน้าผับ ในวันที่สุรัมภาออกไปเที่ยวแล้วเจอชนกชนม์
“พี่เห็นว่าภาเป็นน้องที่น่ารัก พี่ไม่เคยคิดกับภามากกว่าคำว่าน้อง” ชนกชนม์บอก
“ได้ค่ะ..ในเมื่อพี่เห็นภาเป็นแค่น้อง ยังมีผู้ชายอีกมากเห็นภาเป็นมากกว่านั้น”
สุรัมภาวิ่งหนีออกไปทางด้านหน้าผับ ชนกชนม์เป็นห่วงจะตามไป ถูกชนิกานต์เข้ามาจับตัวไว้
สุรัมภาวิ่งหนีมามาเจอเพทาย
“ผู้ชายงี่เง่ามันไม่เห็นค่าเธอ...แต่เธอมีค่าสำหรับฉัน”
สุรัมภากลัวเพทาย จะหนีไปอีกทาง เจอปอนดักทางไว้
“พวกแกทำอะไร?”
สุรัมภากลัวเพทายและปอน เพทายฉวยจังหวะเข้ามาต่อยท้องสุรัมภาจนจุก

สุตาภัญได้ฟังเรื่องราว ก็เริ่มคิดถึงเหตุการณ์ในวันนั้น
“คืนนั้นพี่เป็นห่วงภา พี่รีบตามไป...แต่…”

เหตุการณ์คืนนั้นผุดขึ้นมา ขณะที่สุตาภัญจะวิ่งตามสุรัมภา และโบกเรียกแท็กซี่ แต่แท็กซี่ไม่จอดรับ ชยางกูรขับรถเข้ามาเทียบเร่งเร้าสุตาภัญ
“ไปกับฉัน.. เดี๋ยวตามไปไม่ทันหรอก”
สุตาภัญกังวลใจ แต่ก็ตัดสินใจขึ้นรถ ชยางกูรยิ้มพอใจ ขับรถออกไป

พอถึงห้องของโรงแรมสุตาภัญวิ่งเข้ามาในห้องบริเวณเตียงนอน แต่ไม่เจอสุรัมภา
“ภาอยู่ไหน?”
ชยางกูรเหยียดยิ้ม สุตาภัญรู้ได้ทันทีว่าถูกหลอก ตกใจและใจเสีย
“แกหลอกฉัน!”
สุตาภัญจะวิ่งหนีออกไปจากห้องชยางกูรจับตัวไว้ แล้วตบหน้าสุตาภัญอย่างแรง
จนสุตาภัญทรุดตัวลงกับเตียง..
“เธอบังคับให้ฉันต้องใช้ความรุนแรงกับเธอเองนะ”
ชยางกูรถอดเสื้อ แล้วถอดกางเกง ก้าวเข้ามาหาสุตาภัญ
สุตาภัญเจ็บปวดไปทั้งตัว ร้องขออย่างน่าเวทนา
“อย่านะ....อย่าทำอะไรฉันเลย”
“ฉันสัญญา..จะไม่ทำให้เธอผิดหวัง”
ชยางกูรจะเข้าไปซุกไซ้ มีมือใครคนหนึ่งดึงไหล่ชยางกูรไว้ พอชยางกูรหันหน้ามา เจอหมัดซัดเข้าเต็มหน้า เป็นชนกชนม์ที่มาช่วยไว้

ถึงตรงนี้ชนกชนม์รีบถามสุรัมภา
“พี่ไปช่วยตาไว้ แล้วภาล่ะ มันจับภาไปไหน”
ชนกชนม์และสุตาภัญมองไปยังสุรัมภา อยากรู้เหตุการณ์ในคืนนั้น
สุรัมภาเล่าสิ่งที่เกิดขึ้น
เหตุการณ์ตอนนั้นเพทายจะขืนใจ สุรัมภาดิ้นแล้ววิ่งหนี เปิดประตูจะเรียกชื่อชนกชนม์และสุตาภัญ แต่เพทายเข้ามาปิดปาก แล้วดึงตัวสุรัมภากลับเข้าห้อง
“ปล่อยฉันนะ! พี่ตา พี่ตาช่วยภาด้วย”
เพทายเอามือปิดปากสุรัมภา แล้วเอาหน้ามาซุกไซ้
“เตียงนุ่มๆไม่ชอบ ชอบที่แปลกๆได้..จัดให้”
เพทายเข้ามาซุกไซ้ใบหน้าซอกคอสุรัมภาตรงประตูห้อง แต่แล้วประตูถูกถีบออกอย่างแรง
ร่างเพทายและสุรัมภากระเด็นออกจากประตู เพทายหันกลับไปมอง..
“ชยางกูร!”
สุรัมภาดีใจ คิดว่าชยางกูรเข้ามาช่วย
“นาย...ช่วยฉันด้วย! ช่วยฉันด้วยนะ”
สุรัมภาวิ่งเข้าไปหลบหลังชยางกูร เพทายจะเข้ามาดึงตัวสุรัมภา ชยางกูรต่อยหน้าแล้วด่าเพทาย
“อย่าทำระยำกับเพื่อนฉัน!”

“นายรีบพาฉันไปจากที่นี่ ฉันกลัว!”

สุตาภัญและชนกชนม์ฟังเรื่องราวก็แปลกใจ

“ชยางกูรช่วยภาไว้” สุตาภัญไม่อยากเชื่อ
“มันไม่ได้ช่วยภา”
สุรัมภาพเล่าต่อ

ตอนนั้นชยางกูรพาสุรัมภามาเปิดห้องพักในโรงแรมอีกที่หนึ่ง แล้วผลักสุรัมภาเข้ามาในห้อง
“แก...แกหลอกฉัน”
สุรัมภาตกใจ จะวิ่งหนีไป ชยางกูรเข้ามาจับตัวไว้ สุรัมภาตะโกนเสียงดัง
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย!”
ชยางกูรเข้ามาหาสุรัมภา
“นายไม่ได้ชอบฉัน...ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย”
“เกี่ยวสิ...พี่สาวเธอเล่นตัว เธอก็ต้องชดใช้ในสิ่งที่พี่สาวเธอทำกับฉัน”
ชยางกูรขืนใจสุรัมภาอย่างรุนแรง สุรัมภาหมดหนทางสู้ ร้องเสียงหลง
“ช่วยด้วย.....”

ชนกชนม์รู้ความจริงก็ตกใจ
“ชยางกูร”
สุตาภัญรู้สึกผิดที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ร้ายของน้องสาว
“เพราะพี่เป็นต้นเหตุ...ภา...พี่ขอโทษ”
สุตาภัญโผเข้ากอดร้องไห้ สงสารสุรัมภาจับใจ ชนกชนม์รู้สึกสงสารสุรัมภามากเช่นกัน
“เรื่องนี้ชยางกูรต้องรับผิดชอบ!”

สุตาภัญและสุรัมภาแปลกใจว่าชนกชนม์จะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

สองคนยังแอบคุยกันอยู่ในห้องครัว กัณฐิกาเล่าเรื่องราวให้กฤติยาฟัง
“ไอ้สุรเดชมันมาเปิดโปงว่าแกเป็นลูกฉัน ดีนะที่ฉันกล่อมคุณณวัตรไว้ได้” เล่าเสร็จก็เฉ่งลูกสาวต่อ “ทุกอย่างเกือบพังลงเพราะแก!”
กฤติยาดูไม่ยี่หระ “ไม่วันนี้หรือวันไหน ความจริงก็ต้องถูกเปิดเผย แม่เป็นฝ่ายบอกคุณณวัตรเองเถอะ ไปค่ะ...เราไปหาคุณณวัตร”
กฤติยารบเร้ากัณฐิกา
“ไม่ได้นะ! คุณณวัตรรู้ไม่ได้เด็ดขาด”
กัณฐิกาเดินหนีไป กฤติยาไม่เข้าใจตามกัณฐิกาไป

ชนกชนม์เดินเข้ามาในบ้าน โดยมีสุตาภัญและสุรัมภาตามเข้ามา แป๋วออกมารับชนกชนม์
แป๋วดีใจ “คุณชนกชนม์ พี่แป๋วดีใจนะคะที่ได้เจอคุณอีก”
“คุณแม่อยู่ไหม”
“อยู่ค่ะ!” แป๋วนึกได้ รีบเปลี่ยนคำตอบ “ไม่อยู่ค่ะ”
“ยังไงกันแน่พี่แป๋ว”
แป๋วอึกอัก “คือว่า...”
ชนกชนม์มองดุ แป๋วจำต้องยอมรับความจริง
“อยู่ค่ะ แต่แป๋วไม่อยากให้ชนกชนม์เจอตัว ช่วงนี้พายุเฮอร์ริเคนถล่มทุกวัน เกรงว่าคุณชนกชนม์จะไม่ปลอดภัย”
ชนกชนม์หันไปบอกสุตาภัญและสุรัมภา
“เข้าไปเถอะ”
ชนกชนม์และสุตาภัญ,สุรัมภาเดินตามชนกชนม์เข้าไป...
แป๋วตกใจกลัว
“ตาย....หายนะยิ่งกว่าภัยพิบัติ”

ฟากกฤติยาถามกัณฐิกาด้วยความสงสัย
“ทำไมล่ะแม่ ถ้าเขารักแม่จริง เขาต้องยอมรับมันได้”
“เขารักฉัน....แต่ไม่มากพอเท่ากับลูกเขา” กัณฐิกาบอก
กฤติยาแปลกใจ
“แม่ใหม่ของนิกกี้ไม่ใช่แค่ดี แต่ต้องดีที่สุด....เขาคาดหวังผู้หญิงที่สมบูรณ์ให้ลูกเขา...ไม่ใช่อดีตผู้หญิงหากินอย่างฉัน”
กัณฐิการ้องไห้ออกมา กฤติยาสงสารเข้าไปเช็ดน้ำตาให้แม่ พูดโน้มน้าวอีก
“สักวันเขาต้องรู้ความจริง...แม่ปกปิดอดีตไม่ได้หรอก แม่กลับไปตั้งต้นใหม่กับใครสักคนที่รักในตัวแม่ แล้วแม่จะมีความสุข”
“ไม่...ฉันเหนื่อยมามากพอแล้ว ฉันจะไม่ถอย” คราวนี้ย้อนมาเล่นงานกฤติยา “มันเป็นหน้าที่ของแกที่ต้องปกปิดความลับทั้งหมด ไอ้เดชกล้ามาแฉเพราะแกพลาดท่าเสียตัวให้มัน มันถึงไม่แคร์ไม่ฟังแก”
กฤติยาผิดหวังและเสียใจ “แม่เห็นฉันเป็นผู้หญิงใจง่าย”
“รึให้ฉันคิดว่าแกรักนวลสงวนตัว ออกซ้อนท้ายมอไซค์ตั้งแต่นมยังไม่แตกพาน”
กฤติยายิ่งผิดหวัง “ผู้หญิงซ้อนท้ายต้องเสียตัวทุกคนเลยใช่มั้ยแม่”
“ชีวิตพวกแกมันจะมีอะไร นอกจากรักสนุก”
กฤติยาเสียใจที่ถูกแม่ดูถูกตน จึงประชดตามนิสัย “แม่เห็นฉันเป็นยังไง! ฉันก็จะเป็นอย่างนั้น!”
กฤติยาเดินหนีออกไปจากห้องกัณฐิกาด่าส่ง
“แกจะไปไหนสำส่อนที่ไหนมันก็เรื่องของแก แต่อย่าทำให้ฉันเดือดร้อน”
กัณฐิกาตะโกน กฤติยาเสียใจและผิดหวังที่แม่รักและห่วงตัวเอง เดินหนีออกไป

กัณฐิกาไม่พอใจ หันไปมองภาพถ่ายของยายแก้วในห้องตาขวาง

ติดตาม "ลูกไม้หลากสี" ตอนที่ 13 (ต่อ) เวลา 09.00 น.

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 13 (ต่อ)

ครู่ต่อมาภายในห้องโถงชั้นล่างของคฤหาสน์ ชลนิภาโวยใส่ชนกชนม์อย่างเอาเรื่อง ไม่เชื่อเรื่องที่ชนกชนม์เล่ามาทั้งหมด

“ไม่จริง! ลูกกูรของฉันไม่มีวันทำเรื่องเสื่อมเสียชั่วช้าอย่างนั้น”
“พวกเราพูดความจริงครับ...ผมเป็นพยานได้ครับคุณแม่” ชนกชนม์บอกอีก
“ไม่ต้องเรียกฉันว่าแม่ นับตั้งแต่วันที่แกออกไปจากบ้านหลังนี้แกไม่ใช่ลูกฉัน”
ชนกชนม์ผิดหวังที่ชลนิภายังเกลียดชังตน
ระหว่างนั้นชยางกูรเดินเข้ามาในคฤหาสน์ สุรัมภาหันไปเห็นชยางกูรก็หวาดกลัว รีบหลบอยู่หลังสุตาภัญทันที สุตาภัญกอดปลอบใจน้อง
ชยางกูรมาถึงก็ต่อว่าชนกชนม์ทันที “พี่มาใส่ร้ายอะไรผมอีก”
“นายมาก็ดีแล้ว บอกความจริงกับแม่นาย ว่านายทำอะไรน้องฉัน” สุตาภัญว่า
ชยางกูรตีหน้าซื่อ ทำทีไม่รู้เรื่อง “ทำอะไร...” แสร้งถามสุรัมภา “ฉันทำอะไรเธอ”
สุรัมภาทั้งกลัว และรู้สึกอายไม่กล้าพูดอะไร
ชยางกูรย้อนย้ำถามให้สุรัมภาอับอาย “พูดออกมาสิ ที่เธอไม่กล้าพูด” คราวนี้ชยางกูรตะคอกใส่สุรัมภา “เพราะเธอกำลังโกหกคุณแม่ฉัน”
สุรัมภากลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกมา สุตาภัญเข้าไปผลักอกชยางกูร
“อย่ามาตะคอกใส่น้องฉัน นายรู้ตัวดีว่าทำอะไรภา”
“ฉันรู้ว่าพวกเธออยู่ข้างพี่ชนกชนม์ เห็นฉันเป็นศัตรู แต่ฉันไม่เคยทำร้ายเธอ ทำไมต้องใส่ความกันด้วย”
สุตาภัญทนไม่ไหว “ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ ยอมรับความจริงได้แล้วว่านายข่มขืนภาจนท้อง!”
สุรัมภาสะเทือนใจ ร้องไห้โฮ สุตาภัญรู้สึกผิด เข้าไปกอดปลอบใจน้องสาว
ชนกชนม์บอกกับชยางกูร “กูร...นายเป็นลูกผู้ชาย กล้าทำก็ต้องกล้ารับ”
ชลนิภาหันไปมองชยางกูร รอฟังความจริง
ชยางกูรตีหน้าซื่อใสเหมือนตนถูกใส่ร้าย “ที่ผ่านมาพี่ใส่ร้ายผม ผมทนได้ แต่นี่พี่คิดทำลายอนาคตผมให้ผมรับเป็นพ่อของเด็กใจแตก..ผมทำไม่ได้! พี่ก็เคยเห็นผู้หญิงคนนี้ออกเที่ยวกลางคืน ไปพลาดท่าเสียทีให้กุ๊ยที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วโบ้ยความผิดให้ผม ผมไม่ใช่พ่อพระที่ต้องรับบาปแทนใคร”
สุตาภัญโกรธจนลืมตัว
“แกมันชั่วมาก ยังกล้าปฎิเสธหน้าด้านๆ”
สุตาภัญถลันเข้าไปจะตบหน้าชยางกูรด้วยความแค้น ชยางกูรจับมือไว้แล้วผลักออก หันไปชี้หน้าสุรัมภา
“ฉันยอมรับว่าเธอน่ารัก แต่ฉันไม่เคยสนใจเธอเลย เพราะฉันรู้ว่าเธอผ่านผู้ชายมานับไม่ถ้วน”
สุรัมภาเสียใจมาก อายแทบแทรกดินหนี “พี่ตา ภาอยากกลับ”
ชยางกูรไล่บี้สุรัมภาหนัก “ลองนึกดีๆ ว่าผู้ชายคนไหน เป็นพ่อของเด็ก”ชนกชนม์ทนไม่ไหว “พอได้แล้วกูร! คุณแม่ครับ คุณแม่ต้องตัดสินเรื่องนี้”
ชนกชนม์หันไปถามแม่ ชลนิภามีท่าทีนิ่งสงบลง

ฝ่ายกัณฐิกาเดินตรงเข้าไปกรอบรูปยายแก้ว หยิบรูปขึ้นมา ร้องไห้ครวญคร่ำกับรูปแม่
“แม่จะโทษฉันไม่ได้ ความผิดทั้งหมดเป็นเพราะแม่...แม่สอนฉันไม่ดีเอง ฉันถึงต้องเป็นอย่างนี้....แล้วก็เพราะแม่อีกนั่นแหละ ทำให้ยัยแอนใฝ่ต่ำเสียคน ไม่ใช่เพราะฉัน...แม่ได้ยินมั้ย ไม่ใช่ความผิดของฉัน!”
กัณฐิการะเบิดอารมณ์ใส่รูปยายแก้ว ไม่ยอมรับผิด แล้วทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ที่เตียง

ด้านชลนิภาเดินเข้ามาถามชนกชนม์ ท่าทีนิ่ง
“ฉันถามคำหนึ่งเถอะ ถ้าลูกกูรทำผิดจริง ทำไมเธอไม่เรียกร้องในวันเกิดเหตุ...มาเรียกร้องอะไรป่านนี้”
ชนกชนม์บอกความจริง “สุตาภัญจะเอาเรื่องกูรตั้งแต่วันนั้น ผมขอร้องไว้ ผมไม่อยากให้น้องเสียอนาคต หวังว่าน้องจะกลับตัวกลับใจ...แล้วที่สำคัญ...ผมไม่รู้ว่ากูรขืนใจภา”
ชลนิภาพยักหน้า “ก็เป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น”
ชนกชนม์ กับสุตาภัญรู้สึกดีขึ้น คิดว่าชลนิภายอมรับฟังเหตุผล ชยางกูรหน้าเสีย กลัวชลนิภาจะโกรธ
ชลนิภาหันไปมองสุตาภัญและสุรัมภา ยิ้มอย่างเยือกเย็น พูดใส่หน้า
“พวกเธอเก่งนะ ทำงานกันเป็นทีม”
สุตาภัญและชนกชนม์ผิดหวังที่ชลนิภาไม่เชื่อ
ชลนิภามองจ้องสุรัมภา “คนหนึ่งอุ้มท้องมาร้องไห้” แล้วมองมายังสุตาภัญ “ตัวพี่สาวก็ใส่อารมณ์ฉุนเฉียวเกรี้ยวกราดได้สมบทบาท”
ชนกชนม์พยายามอธิบาย “พวกเราพูดความจริงนะครับคุณแม่”
ชลนิภาเหลียวขวับมาตะคอกใส่ชนกชนม์ “แกเกลียดลูกชยางกูรของฉันมาก ถึงขั้นสวมรอยเป็นพยานให้พวกมัน แกตั้งใจเล่นงานลูกกูรของฉัน แกมันเลวสิ้นดี”
ชลนิภาบันดาลโทสะ ตบหน้าชนกชนม์ แบบไม่ยั้ง
“ผมพูดความจริงครับ ชยางกูรทำผิด”
ชนกชนม์ยังพยายามบอกความจริง ชลนิภาไม่ฟังตบหน้าชนกชนม์ไม่ยั้ง
ชยางกูรแสร้งทำเป็นแสนดีเข้าไปห้ามชลนิภา “พอเถอะครับคุณแม่...อย่าทำร้ายพี่ชนม์อีกเลย...กูรให้อภัยพี่เขาได้ครับ”
ชลนิภาเชื่อสนิทใจ “พวกแกฟังสิ...ผู้ชายที่พวกแกคิดจะทำลายอนาคต กลับปกป้องพวกแก....” คราวนี้ชลนิภาตะคอกไล่ “ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว!”
สุตาภัญเสียงแข็ง “พวกเราไม่ไป จนกว่าผู้ชายหน้าตัวเมียจะยอมรับผิด”
“อยากเอาเรื่องก็ไปฟ้องตำรวจ เอาสิ...เรียกนักข่าวมาทำข่าวด้วยก็ดี ประจานออกสื่อให้รู้กันไปทั่วว่าน้องสาวเธอใจแตกท้องไม่มีพ่อ! แล้วฉันจะแถมข้อหาหมิ่นประมาทลูกฉัน” ชลนิภาท้าทาย
สุรัมภาฟังแล้วสะเทือนใจ วิ่งร้องไห้ออกไป
“ภา...” สุตาภัญหันไปบอกชลนิภา “เรามาเจรจาด้วย...เพราะไม่อยากทำลายชื่อเสียงคุณอา แต่เมื่อคุณอาต้องการอย่างนั้น ตาคงต้องใช้กฎหมายเรียกร้องความเป็นธรรม”
ชยางกูรหน้าเสียวูบหนึ่ง กลัวถูกจับ สุตาภัญผลุนผลันตามน้องสาวออกไป
ชนกชนม์หันไปไหว้ลาชลนิภา
“ผมลาล่ะครับคุณแม่”
“ฉันบอกแล้วไงไม่ต้องเรียกฉันว่าแม่ แล้วไม่ต้องมาเหยียบบ้านนี้อีก ฉันเกลียดแก ได้ยินไหมว่าฉันเกลียดแก!”
ชลนิภาตะคอกใส่ชนกชนม์ แล้วเดินหนีขึ้นข้างบนไป
ชยางกูรเยาะเย้ยชนกชนม์ “เชื่อรึยัง ว่าไม่มีใครรักแก ไอ้หมาขี้เรื้อน”
ชยางกูรพูดจบก็เดินยิ้มหนีไป ชนกชนม์ผิดหวังและเสียใจ
“ครับแม่...ผมจะไม่มาที่นี่อีก”

ชนกชนม์ผิดหวังและเสียใจ จดสายตามองตามแม่และน้อง แล้วตัดใจเดินออกไป

คืนเดียวกันนั้น สุรเดชและเพื่อนๆ แก๊งลูกเทวดา กำลังกินเหล้า เต้นรำกันอย่างสนุกสนานในตึกร้างแห่งหนึ่ง

กฤติยาเดินเข้ามาสุรเดชมองไปเห็นก็ดีใจ
“น้องแอน....” หันไปคุยโม้อวดเพื่อนๆ “แฟนรักแฟนมาหาเว้ยเฮ้ย!”
กฤติยายืนมองหน้าสุรเดชนิ่งๆ สุรเดชดีใจมาก เข้าไปลากกฤติยาเข้าไปเต้น
“ไปสนุกกัน”
กฤติยายืนลังเล มองไปเห็นเพื่อนสาวกำลังเต้น กฤติยาคิดถึงคำพูดด่าของแม่
“รึให้ฉันคิดว่าแกรักนวลสงวนตัว ออกซ้อนท้ายมอไซค์ตั้งแต่นมยังไม่แตกพาน!”
กฤติยายืนมองเพื่อนสาวเต้น คิดถึงคำพูดที่โต้เถียงกับกัณฐิกาอีกคำ
“ผู้หญิงซ้อนท้ายต้องเสียตัวทุกคนเลยใช่มั้ยแม่”
“ชีวิตพวกแกมันจะมีอะไร นอกจากรักสนุก”
“ไม่ชอบเต้นก็ไปหาที่เงียบๆคุยกันสองต่อสอง”
สุรเดชจะพากฤติยาออกไป แต่กฤติยากลับเดินตรงเข้าไปเต้นรำกับกลุ่มเพื่อนๆ ของสุรเดช
สุรเดชมองด้วยความพอใจที่เห็นกฤติยามาเข้ากลุ่มด้วย


สุรัมภาวิ่งหนีออกมาที่สวนสาธารณะของหมู่บ้านร้องไห้ เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“ภาบอกแล้วว่าอย่าไป เขาไม่มีทางยอมรับผิด”
“ไม่ต้องกลัว พี่ไม่ยอมให้เขาปัดความรับผิดชอบ”
ชนกชนม์เดินเข้ามา สุตาภัญหันไปมอง ชนกชนม์บอก
“ภาไม่ต้องร้องไห้ ไม่ต้องเสียใจ พี่เต็มใจเป็นพยานให้ภา กูรต้องได้รับบทเรียน ก่อนที่เขาจะไปทำร้ายคนอื่นอีก เราจะไปแจ้งความ”
สุรัมภากลัว “ไม่นะคะ ภาไม่ไป”
ชนกชนม์บอกอีก “ภาต้องปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง“
“พ่อรู้เรื่องนี้ไม่ได้ พ่อต้องฆ่าภา ภาตายแน่” สุรัมภาหวาดกลัวหนัก
“พี่จะช่วยพูดให้ท่านเข้าใจ ท่านต้องสงสารและเห็นใจภา”
สุตาภัญหันมาบอกชนกชนม์ “ทำตามที่ภาบอก”
ชนกชนม์แปลกใจ “ทำไมล่ะ เธอเองก็อยากเอาเรื่องไม่ใช่เหรอ”
“นายยังไม่รู้จักพ่อฉันดีพอ ผลร้ายจะตกที่น้องฉัน”
สุรัมภากังวลใจมาก “คุณพ่อ”
สุรัมภาวิ่งร้องไห้ออกไป ชนกชนม์เป็นห่วงจะตามไป
“ภา...”
ชนกชนม์จะตาม แต่สุตาภัญดึงแขนไว้
“เลิกยุ่งกับพวกเราได้แล้ว!”
“ตา” ชนกชนม์แปลกใจและตกใจกับท่าทีมึนตึงของสุตาภัญ

ฝ่ายชลนิภายืนครุ่นคิดตัดสินใจบางอย่างอยู่ในห้อง ชยางกูรเข้ามาในห้อง เดินตรงมาแล้วก้มลงจะกราบเท้าชลนิภา
“ลูกกูรทำอะไร? แม่เชื่อว่าลูกไม่ได้ทำผิด”
“กูรละลายใจครับ กูรเป็นต้นเหตุให้พวกเขามาที่นี่ ทำให้คุณแม่ไม่สบายใจ คุณแม่เหนื่อยและเครียดเรื่องงานมากพอแล้ว กลับต้องเจอเรื่องไร้สาระอีก เป็นความผิดของกูรครับ”
ชยางกูรก้มลงจะกราบ ชลนิภาจับตัวไว้
“ไม่ต้องลูก แม่รู้ว่ากูรของแม่เป็นเด็กดี...แม่ไม่ยอมให้พวกมันมาใส่ความลูกแม่อีก”
ชยางกูรสงสัยและกังวล “คุณแม่จะทำอะไรครับ”
ชลนิภาคิดทำอะไรบางอย่าง ชยางกูรสงสัยและแปลกใจ

ฟากชนกชนม์จะออกไปตามสุรัมภา
“ฉันเป็นห่วงภา ฉันจะไปตามภา”
“ฉันบอกแล้วไงให้เลิกยุ่งกับพวกเรา ออกไปจากชีวิตพวกเราได้แล้ว!”
“ตาเป็นอะไร คุณโกรธผมเรื่องอะไร”
“นายเองก็ต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้”
“ตา” ชนกชนม์ตกใจ
“นายลืมไปแล้วเหรอว่านายก็มีส่วนร่วมกับสิ่งที่เกิดขึ้น นายทำให้ภาเสียใจ ภาต้องไปเจอกับผู้ชายเลวร้ายพวกนั้น แล้วผู้ชายที่ย่ำยีน้องสาวฉันก็คือน้องนาย”
ชนกชนม์พูดไม่ออก
“นายกลับปกป้อง ขอร้องไม่ให้ฉันเอาเรื่องน้องนาย เห็นไหม...ว่านายเป็นคนทำให้ทุกอย่างเลวร้าย นายเป็นตัวซวยอย่างที่แม่นายพูดไว้”
ชนกชนม์ผิดหวังและเสียใจที่สุตาภัญระเบิดอารมณ์ใส่ตน
“ใช่...ฉันมันเป็นตัวซวย แล้วเธอล่ะ เธอเป็นตัวอะไร ตัวนำโชค นางฟ้าผู้แสนดีงั้นเหรอ”
สุตาภัญเป็นฝ่ายอึ้ง
“ฉันผิดหวังและเสียใจจริงๆ ฉันเคยคิดมาตลอด ว่าเธอคือนางฟ้า เธอรู้จักให้อภัย เธอเข้าใจโลก เธอรักสิ่งแวดล้อม เธอรักความยุติธรรม แต่เธอเป็นมากกว่านั้น เธอยังรักตัวเอง ทำดีเพื่อสร้างความดีให้ตัวเอง เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เอาแต่ใจ ไม่งั้นพ่อเธอคงไม่ไล่เธอออกจากบ้าน”
สุตาภัญโกรธ เครียดจนลืมตัวตบหน้าชนกชนม์ฉาดใหญ่ “นายไม่มีสิทธิ์มาว่าฉัน”
ชนกชนม์โกรธเช่นกัน ผลักสุตาภัญออก “เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาว่าฉันเป็นตัวซวย”
สุตาภัญซวนเซล้มลง ชนกชนม์ตกใจที่เผลอผลักสุตาภัญ จะเข้าไปช่วยพยุงตัวขึ้นมา
สุตาภัญลุกขึ้น “ออกไป...อย่ามาแตะต้องตัวฉัน! ชีวิตฉันแย่พอแล้ว อย่าเอาความซวยมาให้ฉัน! ออกไปจากชีวิตฉัน!”
สุตาภัญวิ่งหนีออกไปเลย ชนกชนม์เสียใจที่ถูกสุตาภัญต่อว่าและไล่ออกจากชีวิต
ชนกชนม์ตะโกนบอกสุตาภัญ “เธอไม่ใช่นางฟ้าของฉัน”
สุตาภัญหยุดกึก นิ่งฟัง น้ำตาไหล แล้ววิ่งหนีออกไป
ชนกชนม์ร้องไห้เสียใจและผิดหวังระคนปนเป เข้าไปต่อยต้นไม้แล้วทรุดตัวร้องไห้โฮ

ทางด้านกฤติยาเต้นรำไปตามเสียงเพลง สุรเดชเข้ามาหา กฤติยาเข้ามาเต้นรำคู่มองตาหวานฉ่ำ สุรเดชยิ้มพอใจ
“มันน่าจะสนุกกว่านี้ ถ้าเราได้อยู่กันสองคน”
สุรเดชพูดเปิดทาง กฤติยายิ้ม แล้วเดินออกไป หันกลับมาส่งสายตายั่วยวนให้สุรเดชตามไป ก่อนจะเดินออกไป สุรเดชหันมาหาเพื่อนๆ ทำท่าทางดีใจสุดขีด
“เยสๆๆ”
สุรเดชยิ้มย่อง คิดว่ากฤติยายอมตกเป็นของตน รีบตามออกไปอย่างลิงโลด

กฤติยายืนหันหลังอยู่ตรงมุมหนึ่งในตึกร้าง สุรเดชเข้ามาโอบกอด
“แอนค้นพบใจตัวเองแล้วใช่ไหม? ว่ารักพี่เดชมาก”
กฤติยาหันหน้ามาบอกสุรเดช พูดเสียงเยือกเย็น
“ฉันมีเวลาให้พี่กอดห้านาที เป็นการตอบแทนความดีที่พี่เคยดีกับฉัน”
สุรเดชงงปนแปลกใจกฤติยาบอกต่อ
“หลังจากนั้น ฉันจะถือว่าเราไม่เคยรู้จักกัน”
สุรเดชตกใจ ที่เรื่องพลิกล็อกวินาศสันตะโร
“ไม่ได้นะ...พี่รักแอน”
กฤติยาจ้องหน้า “คนรักกันเขาไม่ทำกันอย่างนั้น พี่เกือบทำให้ชีวิตแม่ฉันพัง ทั้งๆ ที่พี่รับปากฉันแล้ว”
สุรเดชใจหล่นวูบ “ถ้าแอนรักพี่...พี่จะยอมทำตามใจแอนทุกอย่าง”
“ความรักคือการเสียสละ ไม่ใช่เห็นแก่ตัว”
พูดจบกฤติยาทำท่าจะเดินออกไป สุรเดชกอดรั้งตัวไว้
“อย่าทิ้งพี่ไป...แอนก็รู้ว่าพี่กำพร้าไม่มีพ่อแม่ พี่มีแอนคนเดียว”
“มันเรื่องของพี่”
กฤติยาผลักสุรเดชออกอย่างไม่แยแส แล้วเดินออกไป สุรเดชผิดหวังตะโกนลั่น
“กูไม่ยอมปล่อยมึงไปหรอก!”

สุรเดชตะโกนขู่ กฤติยาไม่สนใจ เดินออกไปโดยไม่หันกลับมาแล

สุรัมภาอยู่ที่ห้องพักสุตาภัญ เอาแต่ร้องไห้จะไม่ยอมไปแจ้งความ สุตาภัญเข้ามาปลอบ

“ภาไม่ไปนะพี่ตา ภาไม่ไปโรงพัก” สุรัมภายืนยันคำเดิม
“ทำไมล่ะภา?”
“คุณพ่อก็ต้องรู้ว่าภาท้อง....ภากลัว...ภากลัวคุณพ่อ”
สุตาภัญเข้าในความรู้สึกสุรัมภา “จ้ะ....คืนนี้ภาพักที่นี่ก่อน แล้วค่อยคิดกันอีกทีว่าจะเอายังไง ภานอนเถอะ”
สุตาภัญจัดที่นอนให้น้อง สุรัมภาล้มตัวลงนอน
“พี่ตา...พี่ตาอย่าทิ้งภาไปนะ”
“เราเป็นพี่น้องกัน เราจะไม่ทิ้งกัน พรุ่งนี้เช้าพี่จะไปส่งภาที่บ้าน”
สุตาภัญนอนจับมือน้องสาวไว้ สุรัมภาค่อยๆ นอนหลับตา และหลับไปอย่างอ่อนล้า สุตาภัญมองสุรัมภาด้วยความรักและสงสารน้องมาก

ส่วนชนกชนม์เดินเข้ามาในบ้าน มองไปหเห็นสุรเดชนั่งเล่นยาอยู่ ตาเยิ้ม เสียงย้วย
“ประตูสวรรค์เปิดแล้วครับลูกเทวดา”
ชนกชนม์ยืนมอง คิดตัดสินใจ
“ไม่รับประทานก็เรียนเชิญไปลงนรกที่ด้านโน้น”
สุรเดชจะพี้ยา ชนกชนม์เข้ามาแย่งหลอดไปทันที
“เฮ้ย...”
ชนกชนม์เอายาเดินเข้าไปในห้อง สุรเดชมองตามยิ้มอย่างพอใจ
“มันเป็นหัวใจของแก...แกขาดมันไม่ได้หรอกเพื่อน”

ชนกชนม์นอนเคลิ้ม หลังจากเล่นยาเข้าไป เหตุการณ์ร้ายๆ ผุดขึ้นในภวังค์ราวกับสายน้ำไหล ตั้งแต่ถูกชลนิภาด่า ตัดแม่ตัดลูก
“ฉันบอกแล้วไงไม่ต้องเรียกฉันว่าแม่! แล้วไม่ต้องมาเหยียบบ้านนี้อีก ฉันเกลียดแก! ได้ยินไหมว่าฉันเกลียดแก!”
ถูกชยางกูรเยาะเย้นยถากถาม “เชื่อรึยัง ว่าไม่มีใครรักแก ไอ้หมาขี้เรื้อน!”
ชนกชนม์น้ำตาไหล แล้วคิดถึงเรื่องสุตาภัญ
“นายลืมไปแล้วเหรอว่านายก็มีส่วนร่วมกับสิ่งที่เกิดขึ้น นายเป็นคนทำให้ทุกอย่างเลวร้าย นายเป็นตัวซวยอย่างที่แม่นายพูดไว้!”
ชนกชนม์ผิดหวังและเสียใจที่สุตาภัญระเบิดอารมณ์ใส่เขา
“ใช่...ฉันมันเป็นตัวซวย แล้วเธอล่ะ เธอเป็นตัวอะไร ตัวนำโชค นางฟ้าผู้แสนดีงั้นเหรอ?”
สุตาภัญตบหน้าชนกชนม์
“นายไม่มีสิทธิ์มาว่าฉัน”
ชนกชนม์ผลักสุตาภัญ “เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาว่าฉันเป็นตัวซวย!”
สุตาภัญเซล้มลง ชนกชนม์ตกใจที่เผลอผลักสุตาภัญ จะเข้าไปช่วยพยุงตัวขึ้นมา..
สุตาภัญลุกขึ้น “ออกไป...อย่ามาแตะต้องตัวฉัน ชีวิตฉันแย่พอแล้ว อย่าเอาความซวยมาให้ฉัน ออกไปจากชีวิตฉัน!”
ชนกชนม์ร้องไห้เสียใจที่ไม่เหลือใครในชีวิต....แม้แต่ผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด
ชนกชนม์ผิดหวังกับชีวิต หันไปเล่นยาต่อ เลือกใช้ยาหนีความจริงที่เกิดขึ้น

เช้าวันใหม่ ธีรดนย์หยิบของใส่กล่อง เพื่อเตรียมตัวจะย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้ ธีรดนย์เก็บของได้เล็กน้อย เดินไปคุยกับภาถ่ายของอุษา
“แม่ครับ....เราจะได้ย้ายไปอยู่บ้านใหม่ด้วยกันแล้วนะครับ”
ชนิกานต์เดินเข้ามาในห้อง
“ทำอะไร”
ธีรดนย์ไม่พอใจ “เสียมารยาท ไม่เคาะห้อง”
ชนิกานต์เดินกลับไปเคาะห้องแล้วเดินเข้ามา
“นายว่าฉันไม่ได้แล้วนะ ฉันถามว่าทำอะไร”
“ก็เห็นอยู่ว่าฉันกำลังคุยกับแม่ฉัน”
ชนิกานต์หันไปไหว้ภาพอุษาด้วยความเคารพ แล้วหันมาบอกธีรดนย์
“ฉันรู้ แต่ฉันหมายถึง ของในกล่อง”
ชนิกานต์มองไปยังกล่องที่วางไว้ ธีรดนย์ตกใจ ไม่อยากให้ชนิกานต์รู้ว่าเขาเตรียมตัวย้ายออกไป

สุตาภัญรู้สึกตัวตื่น ลืมตามองไปยังสุรัมภา แต่ไม่เจอก็แปลกใจ
“ภา...” ลุกขึ้นเรียกหา “ภา”
สุตาภัญเดินมาเห็นกระดาษข้อความติดไว้...หยิบขึ้นมาอ่าน
“ภาขอโทษนะคะที่ไปไม่ได้บอกพี่ตา ภารีบกลับบ้าน กลัวคุณพ่อคุณแม่เป็นห่วง ขอบคุณนะคะพี่ตา”
สุตาภัญกังวลใจ เป็นห่วงสุรัมภามาก

ส่วนชนิกานต์มองไปยังกล่องจะเดินเข้าไปดูธีรดนย์ขวางไว้
“ปกปิดอะไรฉัน”
“เปล่า”
“ไม่มีก็แล้วไป”
ชนิกานต์ทำทีเป็นเชื่อ หันหลังจะออกไป แต่แล้วกลับพุ่งตรงไปยังกล่อง ธีรดนย์ตกใจเข้าไปล็อกจับตัวไว้
“เฮ้ย ไหนบอกว่าเชื่อไง”
“หลอกฉันไม่ได้หรอก..ฉันไม่ได้โง่”
ชนิกานต์พยายามจะไปที่กล่องให้ได้ ธีรดนย์กันไว้ แล้วลากตัวชนิกานต์ออกไปจากห้อง

ธีรดนย์ผลักชนิกานต์ออกไป แล้วปิดประตูห้อง
“ออกไปได้แล้ว เป็นผู้หญิงเข้าห้องผู้ชายมันน่าเกลียด”
“ก็ฉันอยากรู้นี่”
ชนิกานต์จะเข้าไป ธีรดนย์ยืนขวางมองดุ จนชนิกานต์กลัวๆ
เสียงโทรศัพท์ของธีรดนย์ดังขึ้น ธีรดนย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมามอง แววตาเป็นประกาย ดีใจ
“ตา”
ธีรดนย์จะกดรับสาย แต่ชนิกานต์เข้ามาแย่งโทรศัพท์ แล้วกดทิ้ง
ธีรดนย์ฉุนไม่พอใจ “เอาโทรศัพท์ฉันคืนมา”
“ของของนายต้องอยู่ในการควบคุมของฉัน”

ชนิกานต์วิ่งหนีออกไปจากห้องพร้อมโทรศัพท์  ธีรดนย์รีบวิ่งตามไป

เช้าวันเดียวกัน ชยางกูรเดินลงมาจากชั้นบน ถามแป๋วถึงแม่

“คุณแม่ไปไหนแต่เช้า”
“ขอโทษนะคะ แป๋วทำงานรับใช้ ไม่ได้เป็นกล้องวงจรปิด” แป๋วโยกโย้
“นังแป๋ว!”
“แป๋วรู้แต่ไม่บอก ถือเป็นการลงโทษที่คุณชยางกูรไปขืนใจผู้หญิง” นึกได้รีบถอยห่าง “ดีนะคะที่แป๋วรักนวลสงวนตัวแต่งตัวมิดชิด...ไม่งั้นแป๋วต้องตกเป็นเหยื่อหื่นกามคุณชยางกูร”
“หุบปากได้แล้วไม่งั้นแกโดน!”
“อย่าขืนใจแป๋วเลยนะคะ!”
“บอกมาคุณแม่ไปไหน ไม่งั้นแกโดนต่อย” ชยางกูรกำหมัดขู่
แป๋วกลัว “ไม่รู้จริงๆ ค่ะ” รีบชิ่งหนีไปทันที
ชยางกูรสงสัยว่าชลนิภาไปไหนแต่เช้า?

ฝ่ายสุทินและเสาวนิตย์กังวลใจเรื่องสุรัมภาไม่กลับบ้าน
“ติดต่อเพื่อนก็ไม่มีใครรู้..ผมจะไปแจ้งความ”
เสียงกดกริ่งดังขึ้น สุทินและเสาวนิตย์แปลกใจ
“ยัยภาคงกลับมาแล้ว” เสาวนิตย์ว่า
“เห็นทีต้องจัดการกันชุดใหญ่” สุทินบอกอย่างเคืองขุ่น
เสาวนิตย์ตกใจรีบขอร้อง “คุณอย่าดุลูกทำร้ายลูกนะคะ ฟังเหตุผลของลูกก่อน...มีอะไรค่อยคุยกัน ลูกภาเองก็คงรู้สึกผิดสำนึกผิดแล้ว”
สุทินย้อน “เห็นฉันเป็นยักษ์เป็นมารไปได้ ไปรับลูกมาได้แล้ว”
เสาวนิตย์คลายความกังวลใจ รีบออกไป สุทินรอคอยที่จะได้เจอลูกสาว
“ขอแค่ลูกกลับมาปลอดภัย พ่อก็ดีใจแล้ว”

เสาวนิตย์เดินมาที่ประตูบ้าน คิดว่าเป็นสุรัมภา
“ลูกหายไปไหนมา...”
เป็นชลนิภาเดินมาที่ประตู เสาวนิตย์แปลกใจ
“มาหาใครคะ”
ชลนิภาไม่ตอบชักสีหน้ามองเสาวนิตย์ด้วยความไม่พอใจ


ด้านสุตาภัญแปลกใจที่ธีรดนย์ไม่รับสาย แถมยังตัดสายทิ้ง
“ทำไมธีไม่รับสาย...ช่วยรับหน่อยสิ ฉันอยากรู้ว่าฉันควรทำยังไง”
สุตาภัญโทรไปอีกครั้ง

ส่วนชนิกานต์ยึดมือถือวิ่งหนีมาถึงสระน้ำ ธีรดนย์วิ่งตามเอาคืน
“เอาโทรศัพท์คืนมา”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง
“เข้ามา ฉันโยนลงน้ำ”
ชนิกานต์ขู่ ธีรดนย์ไม่กล้าเข้ามา

โทร.ติดแต่ไม่รับ สุตาภัญผิดหวังในตัวธีรดนย์
“ฉันต้องการคำปรึกษาจากนายนะ...จะให้ฉันทำยังไงเรื่องยัยภา”
สุตาภัญคิดตัดสินใจบางอย่าง

ฝ่ายชนิกานต์ยิ้มสะใจที่ขู่ธีรดนย์ได้
“ฉันขอร้อง..เอาโทรศัพท์คืนมา”
“บอกเหตุผลมาห้าข้อ ทำไมฉันต้องคืนโทรศัพท์ให้นาย” ชนิกานต์โยกโย้
“หนึ่งมันเป็นโทรศัพท์ของฉัน สองตาโทร.หาฉัน สามฉันเป็นแฟนตา สี่ตาเป็นแฟนฉัน”
ชนิกานต์น้อยใจและเสียใจ
“ข้อห้าล่ะ”
“เรื่องของตาสำคัญกับฉันเสมอ”
ธีรดนย์บอกย้ำความรู้สึกที่มีกับสุตาภัญ
ชนิกานต์ผิดหวังและเสียใจ “ไม่มีใครสำคัญกับนาย..เท่าฉัน”
ชนิกานต์ปล่อยมือโทรศัพท์ธีรดนย์ลงสระน้ำ
“เฮ้ย!”
ธีรดนย์ไม่พอใจ เข้าไปผลักชนิกานต์ตกลงน้ำไปดังตูม
ชนิกานต์มอง เห็นธีรดนย์กระโดดลงน้ำ ก็ยิ้มพอใจ คิดว่ามาช่วยตน แต่ธีรดนย์ดำลงไปเก็บโทรศัพท์ แล้วหนีขึ้นสระไป
ชนิกานต์เห็นแล้วเสียใจและโมโห ตีน้ำอย่างรุนแรง

สามคนอยู่ในห้องรับแขก ชลนิภาเดินกอดอกเข้ามาบอกสุทินและเสาวนิตย์
“ฉันมาคุยเรื่องลูกสาวคุณ”
สุทินดีใจ “คุณเจอสุรัมภา ลูกสาวผมอยู่ที่ไหนครับ”
“เมื่อคืนลูกสาวคุณไปที่บ้านฉัน ร้องห่มร้องไห้ใส่ร้ายว่าลูกชายฉันขืนใจจนท้อง!”
สุทินและเสาวนิตย์ตกใจ
“ท้อง!” เสาวนิตย์อุทาน
สุทินไม่เชื่อ “เป็นไปไม่ได้! คุณเอาอะไรมาพูด ลูกสาวผมไม่มีวันทำอย่างนั้น”
ชลนิภาหัวเราะเยาะ “นั่นไง..ฉันว่าแล้วเชียว..ลูกสาวคุณเป็นเด็กใจแตก หนีเที่ยวโดยที่พ่อแม่ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำ อย่าหาว่าสอนเลยนะคะ คุณต้องใส่ใจลูกสาวตัวเองให้มาก อย่าปล่อยไปสร้างเรื่องให้คนอื่น”
สุทินโกรธจัด “หยุดใส่ร้ายลูกสาวผม!”
ชลนิภาย้อน “ฉันพูดความจริง ไม่งั้นก็ลากตัวลูกสาวคุณมาถามสิ อ๋อ..ลืมไป...ยังไม่กลับบ้าน พอลูกชายฉันปฎิเสธก็ต้องตะลอนหาพ่อเด็กหาเหยื่อรายต่อไป”
สุทินเดือดปุดๆ “หยุดพูดเรื่องงี่เง่าไร้สาระได้แล้ว!”
ชลนิภามองตาขวาง “ไม่ต้องมาเกรี้ยวกราดใส่ฉัน รึนี่เป็นวิธีเรียกร้องเงิน..คงเป็นธุรกิจครอบครัว ใช้ลูกสาวล่าเหยื่อหวังรวยทางลัด”
สุทินโกรธจัด “หยุดพูดได้แล้ว แล้วก็ออกไปจากบ้านผม ก่อนที่ผมจะเล่นงานคุณ”
“ฉันก็ไม่อยากมาเหยียบที่นี่นักหรอก ถ้าลูกคุณไม่ไปหาเรื่องฉัน”
“บอกให้ออกไป..ก่อนที่ผมจะฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท ออกไปได้แล้ว!”
เห็นท่าทีสุทินโกรธมากขึ้น และเอาจริง ชลนิภาเริ่มกลัว รีบเดินออกไป เสาวนิตย์เดินตามออกไป

ชลนิภาจะเดินออกไปจากบ้าน เสาวนิตย์เรียกไว้
“คุณคะ”
“มีอะไร? จะมาขอโทษที่สามีคุณเกรี้ยวกราดใส่ฉันล่ะสิ”
“เปล่าค่ะ...ฉันจะบอกว่า..ถึงแม้ครอบครัวเราไม่ได้ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีอย่างคุณ แต่เราไม่เคยลำบาก”
“แล้วไง”
“และเราไม่เคยสอนลูกให้หากินด้วยวิธีสกปรก..เราสอนลูกให้รู้จักมารยาท....ไม่ไประรานคนอื่นด้วยกิริยาก้าวร้าว” เสาวนิตย์ด่านิ่มนิ่ง
ชลนิภาโกรธจนตัวสั่น “เธอหลอกด่าฉัน”
“ขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่ไปส่ง เพราะคุณไม่ใช่แขกของเรา”
ชลนิภาไม่พอใจ เดินสะบัดตัวออกไปจากบ้าน เสาวนิตย์กังวลใจหันกลับไปมองในบ้าน
ยินเสียงเหมือนกรอบรูปแตกกระจายดังขึ้น เสาวนิตย์รู้ดีว่าสุทินโกรธมาก
กรอบรูปสุรัมภาแตกกระจายอยู่ที่พื้นห้อง สุทินยืนกำมือแน่นด้วยความโกรธ เสาวนิตย์ยืนมองที่มุมหนึ่ง รู้สึกตกใจกลัว

คล้อยหลังชลนิภาไปไม่นาน สุรัมภายืนอยู่ลังเลใจอยู่หน้าบ้าน กลัวสุทินและเสาวนิตย์จะรู้ความจริง แต่ไม่มีทางเลือก ขณะจะเข้าไป สุตาภัญวิ่งเข้ามาพอดี
“ภา...”
“พี่ตา...”
“ภาพร้อมแล้วเหรอที่จะพูดเรื่องนั้น” สุตาภัญถาม
สุรัมภามีท่าทีหวาดกลัว “ไม่ค่ะ คุณพ่อคุณแม่รู้เรื่องนี้ไม่ได้”
“แล้วถ้าคุณพ่อซักล่ะ”
“ภาคิดเรื่องแก้ตัวไว้แล้วค่ะ....ภาเข้าไปก่อนนะคะ”
“พี่เป็นกำลังใจให้นะภา”
สุตาภัญจับมือให้กำลังใจน้อง สุรัมภาเปิดประตูเดินเข้าไปในบ้าน

สุตาภัญยืนเกาะลูกกรงประตู ใจคอไม่ดี นึกหวาดหวั่นและเป็นห่วงสุรัมภามาก

โปรดติดตาม "ลูกไม้หลากสี" ตอนที่ 14
กำลังโหลดความคิดเห็น...