xs
xsm
sm
md
lg

เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 15

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 15

งามตาประคองเสือไทที่เมาแอ๋เข้ามาในห้อง เสือไทดึงงามตาจะปล้ำแต่งามตาขืนตัว

“อย่าเพิ่งซิจ๊ะ ของามอาบน้ำก่อน แล้วงามจะบริการพี่ไทให้ถึงใจเลย”
“อย่านานนักนะ ข้าจักทนไม่ไหวอยู่แล้ว”
งามตายิ้มเหี้ยม
งามตาเปิดประตูห้องน้ำออกมาในชุดกระโจมอกด้วยผ้าขนหนู เสือไทนอนคว่ำอยู่บนเตียงกรนสนั่น งามตาก้าวขึ้นไปยืนข้างๆ เสือไทแล้วยกขาก้าวข้ามตัวเสือไทไป
“พี่ไทจ๊ะ”
เสือไทพลิกตัวหงายขึ้น ลืมตา เห็นคมยืนอยู่
“ไอ้คม” คมเงื้อมีดแทงเสือไท “อ้ากก” เสือไทอึ้ง ตกใจ “นี่เอ็ง เหตุใด”
“ทำไมเอ็งไม่เหนียวแล้วน่ะเหรอ บอกมันเอาบุญซิงามตา”
“ก็พี่ไทเคยบอกฉันเอง ว่าพวกเล่นของ แพ้ระดูผู้หญิง ฉันก็ลืมไปว่าวันนี้ฉันมีประจำเดือน เผลอเดินข้ามพี่ไป”
“นังงูพิษ”
เสือไทควานหาปืนแต่ไม่มี คมชักปืนออกมา
“ปืนที่ฉันให้แกอยู่นี่”
คมยิงเสือไทสองนัด เสือไทผงะ ล้มลง คมเดินเข้าไปใกล้
“ไอ้ทรยศ”
“แกต่างหากที่เลี้ยงไม่เชื่อง โง่แล้วยังอวดฉลาด กลับไปเป็นผีเฝ้าชุมโจรของแกอย่างเดิมเถอะ”
เสือไทชักมีดที่ซ่อนไว้ที่ขากางเกง โผจะแทงคม
“ย๊าก”
คมลั่นกระสุนเจาะแสกหน้า เสือไทล้มลงตาย เลือดอาบ
“สมน้ำหน้า ไอ้ชั่ว”
งามตาเข้าไปเตะศพเสือไท
“พอๆ ป่านนี้เรือมารอรับแล้ว เธอรีบไปจัดการกับนังราชาวดีเถอะ”

งามตามาที่ห้องราชาวดีพร้อมกับสมุน
“งามตา”
“เพื่อนรัก ไม่เป็นไรใช่มั้ย ฉันมาช่วยเธอแล้ว”
“ช่วย พวกนายคมจะปล่อยฉันแล้วเหรอ”
“ฉันขอร้องเค้าเองแหละ”
“ขอบคุณมาก ขอบคุณจริงๆ งามตา ฉันจะไม่ลืมบุญคุณเธอเลย”
“แต่ไม่ใช่ตอนนี้นะ พวกเค้าจะพาเธอไปปล่อยที่ซ่องแถวชายแดนโน่น”
“อะไรนะ”
“คนรักนวลสงวนตัวอย่างเธอ ขายได้ราคาดีจะตาย” งามตาพยักหน้าให้สมุนที่ตามมา “เอาตัวไป”
สมุนเข้าไปล็อคราชาวดี
“ไม่นะ ปล่อย”

ช่วงเวลาเดียวกันนั้นที่ห้องเก็บสมบัติของภูมินทร์ คมกำลังโกยปึกเงินและทองแท่งในตู้เซฟใส่กระเป๋า
เสียงประตูเปิดคมคิดว่าเป็นงามตาจึงพูดโดยไม่ได้หันมามอง
“มางามตา มาช่วยกันหน่อย ขนไปให้หมดอย่าให้เหลือสมบัติพวกนี้ น้ำพักน้ำแรงของฉันทั้งนั้น ไอ้ภูมินทร์มันได้แต่ชี้นิ้วสั่ง ให้มันไปรอรับส่วนบุญในนรกนั่นแหละดีแล้ว”
เงาดำทาบทับลงมา คมอึ้งหันไปแล้วตะลึง เมื่อเห็นภูมินทร์ยืนอยู่ รอบตัวเป็นควันดำลอยอยู่
“นาย นี่ นายยังไม่ตาย”
“ฉันรอรับส่วนแบ่งจากแกไม่ไหว ก็เลยมาทวงถึงที่”
คมชักปืนที่เหน็บไว้แต่ไม่ทันยิง ภูมินทร์สะบัดพิษใส่มือปืนร่วง มือคมกลายเป็นสีดำ
“โอ๊ย ผม ขอโทษ”
“แกก็รู้ว่า ฉันไม่เคยยกโทษให้คนทรยศ”
ทันใดภูมินทร์ใช้มือจิกไปที่หน้าคม คมร้องเพราะพิษแสบร้อนเหมือนกรด
“อ๊ากกก”
พิษสีดำไหลซึมออกจากนิ้วของภูมินทร์ ไหลลามทั่วหน้าคม ภูมินทร์ปล่อยร่างคมหน้าคมเปื่อยยุ่ยเละเหมือนโดนกรดกัด ภูมินทร์ยิ้มเหี้ยม

ราชาวดีถูกสมุนฉุดมาหน้าบ้าน โดยมีงามตาเดินตามมา เสียงร้องคมแว่วเข้ามา
“อ๊าก”
“เสียงอะไร”
สมุนที่ฉุดราชาวดีชะงัก ราชาวดีกัดมือสมุน สมุนร้อง ราชาวดีวิ่งหนี
ราชาวดีวิ่งมาที่หน้าบ้าน สะดุดกับซากสมุนที่นอนตาย ราชาวดีล้มลงจึงเห็นสมุนร่างเปื่อยเหมือนถูกน้ำกรด ราชาวดีตกใจถดหนีแต่ไปเจออีกศพ
“กรี๊ด”
“ไปตามจับมันซิ มัวยืนบื้ออะไร”

งามตาต่อว่าสมุนที่ยืนนิ่ง ที่แท้สมุนเห็นภูมินทร์ยืนอยู่ข้างหลังงามตา ภูมินทร์สะบัดพิษใส่ สมุนปิดหน้าควันขึ้น สมุนลงไปดิ้น งามตาตกใจหันไปเห็นภูมินทร์ก็ตะลึง

ราชาวดีได้ยินเสียงงามตากรีดร้อง

“กรี๊ด”
งามตาวิ่งกุมหน้า หนีลนลานออกมา ล้มลุกคลุกคลาน
“งาม”
“โอ๊ย ช่วยด้วย มันไม่ใช่คน มันเป็นปีศาจ”
หน้างามตาเป็นแผลเหมือนถูกน้ำกรดไปซีกหนึ่ง งามตาสลบไปราชาวดีโอบงามดไว้
“งามๆ”
ภูมินทร์เดินมาหาราชาวดี
“วดี”
“พ่อเลี้ยงภูมินทร์”
“พี่เอง พี่กลับมาหาวดีแล้ว”
ภูมินทร์ยิ้มเยือกเย็น ราชาวดีตะลึง

ที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ควันพิษปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หาญเดินฝ่ากลุ่มควันออกมาแล้วต้องแปลกใจ ระวังตัวเมื่อเห็นต้นไม้ทั้งหมดเหี่ยวแห้งเฉาตาย น้ำในบ่อเน่า เดือดปุดๆ
“อะไรกันนี่ มีพิษเต็มไปหมด ขุนโชติๆ เอ็งอยู่ที่นี่รึเปล่า ขุนโชติ”
ทันใดน้ำในบ่อก็แหวกออกเป็นช่อง ร่างสีดำภายใต้กลุ่มควันดำกระโจนขึ้นมาจากใต้น้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลายเป็นขุนโชติที่บาดเจ็บมาก ควันดำจางออก
“ขุนโชติ เกิดอะไรขึ้น”
“ไอ้พ่อเลี้ยงภูมินทร์กับไอ้ทับ มันดักรอข้าอยู่ที่นี่ พวกมันมีกำลังกล้าแข็งนัก คิดใช้พิษทำลายศพกล้าไม่ให้เหลือซาก”
“เอ็งไม่น่าด่วนพาศพกล้ามาที่นี่คนเดียวเลย”
“ข้าเกรงจักไม่ทันเวลา เพราะร่างกายข้าอ่อนแอเต็มที”
“แล้วศพกล้าล่ะ ถ้าศพกล้าอยู่ใต้น้ำ คงถูกพิษเปื่อยยุ่ยหมดแล้ว”
“บุญของไอ้กล้า ตะกรุดที่คอมันศักดิ์สิทธิ์นัก”
ขุนโชติเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ระหว่างอยู่ใต้น้ำขุนโชติดึงศพกล้าว่ายมา ตะกรุดที่คอกล้ามีแสงสว่างเรืองรองแผ่รัศมีคลุมตัวกล้าและขุนโชติไว้ ขุนโชติมองอย่างแปลกใจและดีใจ
“อานุภาพของตะกรุดคลุมร่างไอ้กล้าไว้ ข้าจึงรีบขึ้นมาทำพิธีชุบชีวิตกล้า”
“แต่ร่างกายเอ็งบอบช้ำสาหัสนัก ข้าจะถ่ายพลังให้เอ็งก่อน”
“อย่าเสียแรงเปล่ากับข้า เก็บกำลังของเอ็งไว้รักษาไอ้กล้าเถิด เอ็งต้องพาเหลนของข้ากลับไปให้จงได้ ให้สายเลือดของขุนโชติแห่งทุ่งพระกาฬคงอยู่ เพื่อแก้ไขบาปที่ข้ากระทำล่วงไปแล้ว”
ขุนโชติร่ายมนต์แล้ววาดมือออกไป ควันพิษลอยขึ้นจากในน้ำถูกดูดเข้าสู่มือของขุนโชติแทน เลือดที่แขนซ้ายขุนโชติกลายเป็นสีดำแผ่กระจาย ทันใดนั้นขุนโชติใช้กรงเล็บขวาจิกต้นแขนซ้ายแล้วกระชากแขนขาดออกไป แขนกระเด็นตกลงมาแล้วเปื่อยยุ่ยทันที หาญนึกไม่ถึงและสะเทือนใจ
“ขุนโชติ”
หาญเป่ามนต์ห้ามเลือดให้เลือดขุนโชติหยุดไหล
“อย่าเพิ่งเป็นห่วงข้า จงเอาเลือดที่เหลือของข้าชุบชีวิตให้ไอ้กล้าเถิด”
หาญหักใจหยิบสนับเล็บเสือขึ้นมา กรีดแขนขวาที่ขุนโชติชูขึ้นเลือดไหลลงบ่อน้ำเป็นสีแดงฉาน
ขณะนั้นศพกล้าลอยอยู่ใต้น้ำ แสงเรืองรองที่คลุมตัวยังอยู่ เลือดไหลเป็นสายลงวนรอบตัวกล้าแล้วพุ่งเข้าตัวกล้าไป ตัวกล้าเป็นสีแดงกล้าลืมขึ้น
หาญกับขุนโชติบริกรรมคาถา กล้าโผล่ขึ้นจากน้ำหาญกับขุนโชติลืมตา
“กล้า”
“ไอ้กล้า”
หาญวิ่งลุยน้ำลงไป
“เอ็งฟื้นคืนชีพแล้ว”
กล้ามองตัวเอง งงๆ
“ผมยังไม่ตาย”
“ใช่ ความดีคุ้มครองเอ็ง ไอ้กล้า”
กล้าดีใจเข้ากอดหาญ ขณะนั้นขุนโชตินั่งพิงต้นไม้อยู่ ขุนโชติยิ้มเมื่อเห็นกล้าปลอดภัยแล้ว
“แล้วที่นี่คือที่ไหนครับ”
“บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ขุนโชติเป็นคนเอาศพเอ็งมา”
“ไอ้ขุนโชติ” กล้าผละออก “มันอยู่ที่ไหน ผมจะฆ่ามัน”
กล้าวิ่งไปบนฝั่ง หาญตาม
“เดี๋ยวกล้า เอ๊ะ” หาญมองที่ต้นไม้ แต่ไม่มีขุนโชติแล้ว “ขุนโชติบาดเจ็บมาก เมื่อกี๊มันยังอยู่ตรงนี้”
“ไม่ต้องกลัว คราวนี้ผมไม่ปล่อยมันแน่” กล้าวิ่งไป

“กล้า”

ขุนโชติเดินกุมแขนที่ขาดโซเซมาตามป่าแล้วทรุดลง กล้าวิ่งตามมาเห็น
“ไอ้ขุนโชติ”
“กล้า”
กล้าวิ่งเข้าไปต่อยขุนโชติกระเด็น แล้วหิ้วคอขึ้นมาเงื้อจะต่อย หาญกระโดดมาดึงไว้
“หยุด ไอ้กล้า”
“ห้ามผมทำไม มันก่อกรรมทำเข็ญฆ่าคนมากมายเราไม่ควรปล่อยมันไว้ให้หนักแผ่นดิน”
“เอ็งพูดถูก ข้าควรตายไปเสีย อันที่จริงแล้ว ข้าไม่สมควรจักฟื้นขึ้นมาด้วยซ้ำ”
“ขุนโชติได้รับผลกรรมแล้ว กล้า”
“แค่นี้มันยังน้อยไปเทียบกับสิ่งที่มันทำ ปล่อยผมปู่ ถ้าผมจะตกนรกเพราะกำจัดคนชั่วอย่างมันผมก็ยอม”
หาญไม่ยอมปล่อย
“เอ็งตกนรกแน่ ถ้าเอ็งฆ่าทวดของเอ็งเอง”
“อย่า ไอ้หาญ อย่าบอกมัน” ขุนโชติรีบห้าม
“ทวดของผม ปู่หมายถึงใคร” กล้าทำหน้าแปลกใจ
“ข้าขอร้อง” ขุนโชติส่ายหน้าไม่ให้พูด
“ความจริงก็คือความจริง ไม่มีใครหนีพ้น”
“ปู่พูดเรื่องอะไรกัน”
“ขุนโชติคือปู่ทวดของเอ็งไอ้กล้า” หาญตัดสินใจบอกความจริง
“หะ”
กล้าปล่อยมือจากขุนโชติ
“เอ็งเป็นลูกเสือผาด โจรที่ถูกตำรวจฆ่าตาย”
กล้าช็อค ขุนโชติล้มสลบไป

ส่วนที่ที่อิสุโร ศรีแพรชะเง้อรอหาญด้วยความร้อนใจ ก่อนจะตัดสินใจจะออกไป
“ศรีแพร” ศรีแพรเห็นยิ่งยศเดินเข้ามา “ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าออกไปข้างนอก”
“แต่ข้าทนรออยู่แบบนี้ไม่ไหวแล้ว หาญอาจกำลังลำบาก”
“ไม่ไหวก็ต้องไหว ร่างกายเธอเพิ่งฟื้นจะไปทำอะไรได้” ศรีแพรจ๋อย “เป็นห่วงไอ้หาญมากสินะ”
ศรีแพรอ้ำอึ้ง
“ข้า...”
ยิ่งยศกังวลรู้ว่าความรักของสองคนอาจไม่สมหวัง
“ฉันพอมองออกว่าเธอรู้สึกยังไง แต่เธอต้องเข้มแข็งแล้วก็อดทนรออยู่ที่นี่ หาญมีพญาสมิงเหล็กประทับร่างอยู่
ยังไงก็ต้องช่วยกล้ากลับมาได้แน่”
ศรีแพรได้ฟังก็ใจเย็นลง กระเต็นเดินเข้ามาด้วยท่าทางร้อนใจ
“แย่แล้วค่ะ จุกหายไป หนูหาจนทั่วแล้วก็ไม่เจอ”
“มันหนีออกไปเล่นม้าหรือเปล่า” ยิ่งยศบ่น “ไอ้นี่มันผีพนันสิงจริงๆ ไม่รู้ว่าเป็นลูกศิษย์พระได้ยังไง”
กระเต็นส่ายหน้าเอือมระอา

ขณะนั้นจุกซึ่งใส่หมวกเดินก้มหน้าก้มตาเข้ามาในซอยแล้วหยุดหันมองไปทางบ้านกระเต็น
“ขอโทษนะพี่เต็น คนเรามันก็รักตัวกลัวตายกันทั้งนั้น” จุกหันเดินต่อ แต่ชนกับคนจนล้ม หมวกร่วง “โอ๊ย” จุกก้มเก็บหมวก “เดินไงวะเนี่ย”
จุกเห็นรองเท้าตำรวจ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจึงเห็นตำรวจยืนเท้าสะเอวอยู่ จุกสะดุ้ง ยิ้มแหย ตำรวจจี้ปืน จุกหน้าซีดยกมือยอมแพ้

กล้าช็อคกับสิ่งที่หาญบอกจึงวิ่งมาที่หน้าผา
“ขุนโชติคือปู่ทวดของเอ็งไอ้กล้าๆ”
เสียงหาญดังขึ้นซ้ำๆ
ขณะนั้นขุนโชตินั่งพิงต้นไม้อย่างอ่อนแรงเต็มทน หาญนั่งคุกเข่าอยู่ใกล้ๆ
“ไป ตาม กล้า”
“ให้เวลากล้าได้คิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเถอะ นี่เป็นเรื่องที่รับได้ยาก ถึงเวลาแล้วที่กล้าต้องเลือก ชีวิตของมันขึ้นอยู่กับมือของคนอื่นมานานแล้ว”
“กล้าโชคดีที่ได้ลูกของเอ็งอบรมสั่งสอน มันจึงใฝ่ดีเช่นนี้ แม้ตกมาอยู่กับโจรชั่วเช่นข้า มันก็ยังไม่หวั่นไหว”
“ข้าก็เคยตกที่นั่งเดียวกับเอ็ง จึงได้รู้ดีว่าคนเราถ้าถลำไปทำชั่วแล้ว ก็เหมือนกระโดดลงเหวลึก กว่าจะตะเกียกตะกายขึ้นมาได้ก็ปางตาย แม้แต่ขึ้นมาได้แล้ว ก็จะถูกผลักลงไปได้ทุกเมื่อ ถ้าใจไม่แข็งแกร่ง”
“แต่ข้าเกรงว่า ไอ้กล้าจะคิดสั้น”
หาญฉุกใจ

กล้าเดินมาที่หน้าผา มองทำหน้าเหมือนจะโดด
หาญรีบวิ่งมาที่หน้าผา
“กล้า กล้า”
หาญวิ่งมาถึงหน้าผาไม่เห็นกล้าจึงชะโงกดู อย่างใจไม่ดี
“ไอ้กล้า เอ็งคงไม่”
กล้าเดินมาข้างหลัง
“ผมอยู่นี่ครับปู่”
“กล้า”

หาญหันกลับมาอย่างดีใจ

ขุนโชติอ่อนแรงลงเรื่อยๆ กระอักเลือดออกมา หลับตา หอบหายใจ ระหว่างนั้นมือกล้ายื่น
กระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำมาจ่อที่ปากขุนโชติกินทั้งที่ไม่ลืมตา

“ขอบใจ เวลาของข้าคงเหลือน้อยเต็มที่”
ขุนโชติบอกอย่างอ่อนแรงเพราะคิดว่าเป็นหาญ
“พูดแบบนี้ไม่สมกับเป็นขุนโจรผู้ยิ่งใหญ่แห่งทุ่งพระกาฬเลย”
ขุนโชติลืมตามอง อึ้งที่เห็นเป็นกล้า
“ไอ้กล้า”
“แผลแค่นี้ก็เรื่องเล็ก พักฟื้นไม่กี่วันก็หาย ทวดคงไม่ถอดใจง่ายๆ นะ”
“เอ็งเรียกข้าว่ากระไรนะ ไอ้กล้า นี่เอ็งยอมรับข้าแล้ว ข้าไม่ได้ฟั่นเฟือนไปเองใช่รึไม่”
หาญยืนดูอยู่ห่างออกไป น้ำตาคลอ
“ถึงผมไม่ยอมรับ มันก็คือความจริงไม่ใช่เหรอ”
“เอ็งไม่โกรธ ไม่เกลียดข้ารึ”
“โกรธซิ ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด ทั้งเคียดแค้น เกิดมาผมไม่เคยอยากฆ่าใครเท่านี้มาก่อน” ขุนโชติอึ้ง
“ข้ารู้ ข้ารู้”
“แต่ผมก็ตั้งใจจะหยุดความรู้สึกพวกนี้ให้ได้ เพราะมันเท่ากับผมกำลังเกลียดตัวเอง และถ้าผมไม่ให้อภัยทวด
ก็เท่ากับผมไม่ให้อภัยตัวเองเหมือนกัน” กล้าพนมมือ “ผมขอโทษในทุกอย่างที่เคยล่วงเกิน อโหสิกรรมให้ผมด้วย”
กล้ากราบลง ขุนโชติเอื้อมมืออันสั่นเทาไปลูบหัวกล้า หาญยิ้มทั้งน้ำตา
“เหลนข้า ข้าตายตาหลับแล้ว”
ขุนโชติกระอักเลือดออกมากองใหญ่ หาญรีบวิ่งเข้ามา
“แข็งใจไว้ ขุนโชติ”
“จระเข้มีอายุยืนยาวหลายร้อยปี ทวดมีพลังกุมภีร์พิฆาต ต้องไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว”
“ร้อยปีที่หนักอึ้งด้วยทุกข์ จักสู้หนึ่งขณะจิตที่ละวางได้อย่างไร” ขุนโชติอ่อนแรง “ข้า ข้าทำเรื่องที่ผิดพลาดไว้มากนัก สัญญากับข้าว่าเอ็ง เอ็งจะกลับไปแก้ไขมัน”
กล้าน้ำตาร่วง
“ได้ ผมสัญญา แต่เราต้องกลับไปด้วยกัน ผมจะพาทวดไปชุบชีวิตที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์” กล้าแบกขุนโชติขึ้นหลัง
“ทวดต้องไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ยังมีคาถาตั้งหลายบท ท่าดาบสองมือตั้งหลายท่าที่ทวดยังไม่ได้ฝึกให้ผม”
“จริงซิ เอ็งยังไม่ได้เรียน ช้างประสานงา พญาครุฑยุดนาค”
มือข้างที่เหลือของขุนโชติตกลงก่อนจะสิ้นใจ กล้าชะงักแต่ก็ยังพยายามพูดต่อ
“คลุมไตรภพ ตลบสิงขร ย้อนฟองสมุทร”
“พอเถอะกล้า ขุนโชติไปดีแล้ว”
กล้าทรุดลง หาญประคองขุนโชติให้นอนลงเอามือปิดตาขุนโชติ กล้าคุกเข่าร้องไห้เพิ่งรู้ตัวว่าผูกพันกับขุนโชติมาก

เปลือกตาของราชาวดีเริ่มขยับแล้วเธอก็เห็นเป็นกล้ายิ้มให้
“พี่กล้า”
ราชาวดีเห็นเป็นภาพเบลอๆ ขณะนั้นมือของภูมินทร์ซึ่งใส่ถุงมือลูบไล้ที่ใบหน้าของราชาวดี ราชาวดีมองเห็นชัดขึ้น ใบหน้ากล้ากลายเป็นภูมินทร์ที่มองตนอยู่ด้วยความรัก ราชาวดีตกใจกลัว ดีดตัวลุกขึ้นนั่ง
“พ่อเลี้ยง”
ภูมินทร์รีบปลอบ
“ไม่ต้องกลัววดี วดีก็รู้ พี่ไม่มีทางทำอะไรเจ้าสาวของพี่เป็นอันขาด” ภูมินทร์ขยับเข้าใกล้ ราชาวดีขยับหนี
“ไม่ วดีไม่ใช่เจ้าสาวของพี่”
ภูมินทร์พยายามใจเย็น หว่านล้อม
“วดี แต่เราหมั้นกันแล้วนะ ถ้างานแต่งเราไม่ถูกขัดขวางวดีก็ต้องได้เข้าหอ ได้เป็นเจ้าสาวของพี่อยู่แล้ว จริงไหม” ภูมินทร์มองไปที่มือราชาวดี ไม่เห็นแหวน “แหวน แหวนของพี่ล่ะ” ราชาวดีเงียบ ไม่ตอบ “ไม่เป็นไร พี่จะซื้อให้ใหม่ รับรองเพชรน้ำงามกว่านี้”
ราชาวดีหนี ภูมินทร์พุ่งตะครุบแล้วเหวี่ยงตัวราชาวดีลงเตียง ตามซุกไซร้
“ไม่ ปล่อยวดี ปล่อย” ราชาวดีน้ำตาร่วง เธอหลับตา ตั้งสติ “ช่วยลูกด้วย ช่วยลูกด้วย”
ทันใดภูมินทร์ก็รู้สึกร้อนจนต้องผงะออก
“โอ๊ย ทำไม ทำไมตัววดีถึงร้อนแบบนี้”
ราชาวดีมองภูมินทร์ น้ำตาร่วง
“ชาตินี้วดีขอมีพี่กล้าคนเดียวเท่านั้น”
ภูมินทร์ได้ยินก็โมโห
“ไอ้กล้า งั้นเหรอ ฮะๆๆๆ รู้ไว้ซะด้วยว่าตอนนี้ไอ้กล้ามันเหลือแต่วิญญาณเท่านั้น”
“พี่กล้าตายแล้ว”
“พี่เห็นศพมันกับตา แล้วพี่ก็จัดการฝังมันไว้ก้นบ่อน้ำในป่าอาถรรพ์โน่นพร้อมกับไอ้ขุนโชติ”
“ไม่จริง ไม่จริง เป็นไปไม่ได้”
“พี่จะให้เวลาวดีทำใจ แต่ขอบอกไว้เลยนะว่าต่อไปนี้คนที่จะได้ครอบครองวดีคือไอ้ภูมินทร์คนนี้คนเดียว”
ภูมินทร์เดินหัวเราะกลับออกไปอย่างสะใจ
“พี่กล้า”
ราชาวดีน้ำตาร่วง สับสนกับสิ่งที่ได้ยิน

ส่วนที่โกดัง คะนึงนิจกำลังอ่านจดหมายของกล้า
“พี่ขอโทษที่ทำให้นิจต้องเสียใจ นิจเข้าใจถูกแล้ว ทั้งหมดที่พี่ทำก็เพื่อให้ขุนโชติตายใจ พี่จะเป็นคนจบเรื่องนี้
ก่อนที่มันจะไปเจอกับปู่ของพี่ที่อิสุโรให้ได้ พี่สัญญา”
“โธ่ พี่กล้า ทำไมพี่กล้าถึงทำแบบนี้” คะนึงนิจเก็บจดหมาย แล้วลุกไปทุบประตู “ใครก็ได้ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง ช่วยเปิดประตูให้ฉันที ฉันติดอยู่ในนี้” แต่เสียงเงียบ คะนึงนิจทุบแรงขึ้นอีก ตะโกนสียงดังขึ้นอย่างร้อนใจ “ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย ได้ยินไหม”
แต่ก็ไม่มีใครตอบกลับ คะนึงนิจเจ็บมือไปหมด เปลี่ยนใจเดินไปรอบๆ พลางมองหาทางออกก็ไม่เห็นหน้าต่างหรือทางออกเลย คะนึงนิจเห็นแผ่นไม้วางพิงๆ กันอยู่ที่ผนังก็ลองไปรื้อหาของมางัดประตูแต่แผ่นไม้กลับร่วงลงมาใส่คะนึงนิจ
“ว้าย”
แผ่นไม้หลายแผ่นทับคะนึงนิจไว้นิ่ง แต่แล้วมือก็ขยับ คะนึงนิจดันตัวออกมาจากกองไม้
“อูย”

คะนึงนิจเจ็บตามเนื้อตามตัว ทันใดสายตาก็มองไปเห็นผนังผุๆ อยู่ใกล้พื้น คะนึงนิจดีใจมาก รีบคว้าแผ่นไม้ ลุกไปที่ผนังแล้วกระทุ้งทันที

เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 15 (ต่อ)

คะนึงนิจสอดตัวออกมาจากช่องผนังก่อนจะมุดตัวผ่านออกมาจนได้ เธอปัดเนื้อตัวที่มอมแมมไปด้วยฝุ่นดิน แล้วรีบออกไปทันที

ภูมินทร์คุยโทรศัพท์อยู่กับรองอำนวย
“ผมน่ะเหรอตาย เข้าใจผิดกันใหญ่แล้ว คนที่ตายคือกล้ากับขุนโชติต่างหาก เรื่องมันยาวเอาไว้เจอกันแล้ว ผมจะเล่าให้ฟัง ส่วนไอ้คมมันก็ไปทำงานในที่ที่ไกลมากๆ ท่านอำนวยมีข่าวอะไรก็บอกมาเลยดีกว่า”
ภูมินทร์ฟังวางหู แล้วยิ้มเหี้ยม มีแผนในใจ

รองอำนวยเดินเข้าห้องมาในห้องสอบสวน ซึ่งจุกถูกใส่กุญแจมือมีตำรวจคุม จุกรีบถาม
“ไหน พวกพี่เต็นล่ะ ท่านส่งคนไปรับพวกพี่เต็นมาคุ้มกันตามสัญญาแล้วใช่ไหม”
รองอำนวยไม่สนใจ บอกตำรวจ
“เอามันไปขัง”
ตำรวจลากตัวจุกออกไป จุกโวยวายไม่ยอม
“อะไรกัน ไหนท่านบอกจะกันให้พวกเราเป็นพยานไง”
“ฆาตกรปล้นฆ่าอย่างพวกแกเนี่ยนะ ฝันไปแล้ว”
รองอำนวยออกจากห้องไป จุกอึ้ง เครียดเมื่อรู้ว่าตนก่อเรื่องเดือดร้อนให้กระเต็นอีกแล้ว

คืนนั้นเท้าของเสือทับย่ำใบไม้เข้ามาอิสุโร ศรีแพรตื่นตัว
“ข้าได้ยินเสียงฝีเท้าคน”
“ไอ้จุกคงกลับมาแล้ว”
กระเต็นวิ่งออกมาแล้วชะงัก
“ไอ้ทับ”
เสือทับยืนจังก้าหน้าเหี้ยม
“แค่กับดักกระจอกพวกนี้ ไม่ทำให้พวกเอ็งหนีข้าพ้นหรอกโว้ย” กระเต็นว่าคาถา “ไม่ต้องท่องคาถาไล่ผีให้เมื่อยหรอก เพราะข้าเป็นคนแล้ว”
“แก แกกลายมาเป็นคนได้ยังไง”
“ก็เพราะสวรรค์เข้าข้างข้าน่ะสิ! แต่เสียใจด้วยจริงๆ ที่ไอ้ขุนโชติมันชุบชีวิตให้ลูกชายเอ็งไม่สำเร็จ”
“ไอ้เลว”
กระเต็นลั่นกระสุนใส่ เสือทับผายมือขวางปากกระบอกว่าคาถามหาอุด ปืนยิงไม่ออก เสือทับเตะปืนในมือกระเต็นร่วง กระเต็นซัดหมัดสู้เสือทับเหนือกว่าซัดกลับแล้วผงะไปเพราะศรีแพรโดดมาขวาง ฟันคชกุศใส่เสือทับหลบ ศรีแพรยังเจ็บอยู่ถูกเตะเข้าที่ท้องอย่างจัง ล้มลงไปนอนจุกตัวงอ เสือทับจะซ้ำ กระเต็นขวางแต่เสือทับเหนือกว่ารัวหมัดซัดกระเต็นน่วมล้มเลือดกบปาก เสือทับชักพร้า ง้างจะฟัน แต่ยิ่งยศเคลื่อนตัวอย่างเร็วเข้ามาคว้ามือไว้
“อย่างลื้อมันต้องเจอกับอั๊ว” ยิ่งยศถีบเสือทับหงายกระเด็นไป “หลบไปก่อน ไป เร็วสิ”
กระเต็น รีบไปพยุงศรีแพร เสือทับลุกขึ้นมองแค้น ปากว่าคาถา ยันต์ลิงลมเรืองขึ้น ยิ่งยศเห็นก็ปลุกเสือเผ่นสู้
“พยัคโฆ พยัคฆา นะโมพุทธายะ”
ทั้งสองโผเข้าสู้กัน ฝีมือสูสี แต่ยิ่งยศมีจังหวะซัดเสือทับกระเด็น
“ไอ้ทับ คราวนี้ข้าจะส่งเอ็งลงนรก ให้หลับไม่ตื่นฟื้นไม่มีเลย”
“งั้นเหรอ”
เสือทับลุกขึ้นยิ้ม แต้ม แหลม และสมุนเสืออื่นๆ โผล่เข้ามาล้อมยิ่งยศไว้ ยิ่งยศอึ้ง
“อะไรกันเนี่ย”
“หวัดดี ท่านผู้การยิ่งยศ”
“เจอกันอีกจนได้”
“สมุนเสือเมฆ”
“ใช่ เอ็งหลอกใช้ข้าเป็นสาย เปิดทางให้ตำรวจทลายชุมราบเป็นหน้ากลอง วันนี้พวกมันจะมาคิดบัญชีกับเอ็ง”
เสือทับนำสมุนทั้งหมดกรูเข้าหาพวกยิ่งยศ ยิ่งยศปัดป้องหลบหลีกอัดพวกสมุนกระเด็น เสือทับกับยิ่งยศวิ่งเข้าใส่ บู๊กัน มีสมุนที่เหลือเข้ารุม แต้ม แหลม สู้กับกระเต็นและศรีแพร ศรีแพรเพลี่ยงพล้ำ
“ฤทธิ์มากนักนังคนสวย”
กระเต็นถีบแต้มกระเด็น แหลมทำท่าจะปล้ำศรีแพร กระเต็นชักมีดที่เหน็บไว้แทงแหลมแต่ไม่เข้า แหลมตวัดตบกระเต็น ยิ่งยศเห็นท่าไม่ดี
“กระเต็น ศรีแพร หนีไปก่อน”
ยิ่งยศร่ายมนต์ปล่อยไปเกิดเป็นกำแพงใส่กั้นกระเต็นศรีแพรไว้ แต้ม แหลม วิ่งเข้าใส่กระเด็นออกมา กระเต็นฉุดศรีแพรหนี ยิ่งยศรับมืออยู่คนเดียว แต้มกับสมุนเสือเข้ารุม เสือทับหยิบเชือกที่เป็นเศษผ้าผูกต่อกันออกมา โยนปลายอีกด้านให้แหลม
ยิ่งยศถูกรุมซัด เซ เสียหลัก เสือทับกับแหลมช่วยกันเอาเชือกรัดตัวยิ่งยศไว้ ยิ่งยศดิ้นๆ เสือทับถีบ ยิ่งยศผงะล้ม เสือทับสะใจเหยียบอกยิ่งยศที่น่วมช้ำ ดิ้นไม่หลุดจึงใช้อาคมไม่ได้
“เชือกจากผ้าถุง เอ็งดิ้นไม่หลุดหรอก ไอ้ยิ่งยศ”
เสือทับเอาด้ามพร้าทุบยิ่งยศ

กระเต็นกับศรีแพรซึ่งบาดเจ็บทั้งคู่ ต่างประคองกันมาแต่แล้วกลับต้องชะงักเมื่อเห็นภูมินทร์ที่ยืนหันหลังอยู่ หันกลับมา แสยะยิ้มให้
“เจอกันจนได้ คุณนายมือปราบ”

ที่ป่าอาถรรพ์ขณะนั้นหาญกับกล้า ยืนมองเปลวไฟที่กำลังโหมไหม้ศพขุนโชติ กล้าน้ำตาไหลด้วยความอาลัย
เวลาผ่านไป ร่างขุนโชติเหลือแค่ขี้เถ้า กล้าเข้าไปมองแล้วหยิบเขี้ยวจระเข้ที่ขุนโชติห้อยไว้ที่คอซึ่งไม่ไหม้ไฟ หาญพยักหน้า

“เก็บไว้เถอะ ขุนโชติคงตั้งใจมอบไว้คุ้มครองเอง”

ที่คอกล้ามีทั้งตะกรุดกับเขี้ยวจระเข้ห้อยอยู่ กล้าเดินอย่างร้อนใจเพื่อกลับไปหาแม่ หาญเดินตามแต่แล้วสายตาหาญเห็นกิ่งไม้ที่ตนหักไว้ หาญรีบดึงตัวกล้า

“เดี๋ยวกล้า อย่าเพิ่งไป”
“ปู่ แต่ผมเป็นห่วงแม่ ไม่รู้ป่านนี้พวกแม่กับปู่ยิ่งจะเป็นยังไงบ้าง”
“ข้ารู้” หาญชี้ไปที่กิ่งไม้ “แต่นั่นเป็นกิ่งไม้ที่ข้าหักไว้ เอ็งลองมองดูดีดี”
กล้ามองกิ่งไม้ แล้วมองไปรอบๆ
“เราวนกลับมาที่เดิม”
หาญพยักหน้ารับ
“ระวังตัวให้ดี ป่าอาถรรพ์มีอันตรายรอบตัว ปู่จะลองย่นระยะทางดู”
หาญเป่ามนต์แล้วจับแขนกล้าพยักหน้าให้โดดเข้าในวงอากาศ ทั้งคู่หายเข้าไป
ทั้งคู่ทะลุวงอากาศเข้ามา หาญกับกล้ามองรอบตัวแล้วต้องแปลกใจเพราะเป็นที่เดิม
“ทำไมเรากลับมาที่เดิม”
“ใจเย็นๆ ปู่ไม่ยอมให้กล้าติดอยู่ในนี้จนตายแน่เราต้องได้ออกไป”
“เพราะผม ผมมันเป็นแค่ลูกโจร แต่กลับต้องมาทำให้ทุกคนเดือดร้อนถึงขนาดนี้”
“เอ็งอย่าพูดแบบนั้น ที่มีเหตุจนข้าต้องสึกออกมาเช่นนี้ ก็อาจเป็นเพราะข้าต้องกลับมาชดใช้กรรมที่ทำเอาไว้กับขุนโชติ ทุกคนต่างมีกรรมเป็นของตนทั้งนั้น กรรมเก่ามันลบล้างไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะสร้างกรรมใหม่ที่ดีได้”
“สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ พ่อเคยสอนผมไว้”
“ถูกต้องแล้วกล้า เพชรก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกโจร แต่เค้าไม่เคยพ่ายแพ้ต่อความชั่ว เอ็งถึงได้ชื่อว่ากล้ายังไงล่ะ เพชรบอกข้าว่า อยากให้เอ็งกล้ากล้าทำในสิ่งที่ดี กล้าต่อสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้อง”
“ครับปู่ ผมจะกล้าหาญ เลือกในทางที่ถูกต้อง”
หาญได้ยินก็ภูมิใจกับหลานตัวเอง ยื่นมือให้กล้าจับ ทั้งคู่จับมือกันแบบลูกผู้ชาย สัญญา จู่ๆ นกก็พากันบินพรึ่บแตกรังหนีกระจาย เกิดลมแรงขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย กล้ากับหาญมองระวังไปรอบๆ
ทันใดแผ่นดินก็สะเทือนไหว ฟ้าแลบแปลบปลาบ แล้วผ่าลง ทั้งคู่กลิ้งตัวหลบ ฟ้าผ่าลงใกล้ๆ อีกหลายที ทั้งคู่พากันหลบไปมา ภูเขา หินถล่ม
“ปู่ครับ ดูนั่น หนีเร็ว”
ทั้งคู่วิ่งหนี หวุดหวิดถูกฟ้าผ่าเปรี้ยง ไฟลุก
หาญกับกล้าวิ่งหนีมา แต่แผ่นดินสะเทือนจนต้องหยุดโซเซ ทั้งคู่หันหลังชนกัน รอบตัวของทั้งคู่มีฟ้าผ่าลง เป็นระยะ ไฟลุก ภูเขาถล่ม
“ทำยังไงดีครับปู่”
“เดี๋ยวกล้า ไม่ต้องตกใจ ตั้งสมาธิให้มั่น อย่าหวั่นไหวมันอาจจะเป็นภาพลวงตา ปู่จะใช้คาถาเบิกไพร” หาญพนมมือว่าคาถา “พุทโธกันจะ กันจะพุทธโธ อากาเสจะ ทิปังกะโรมิ”
แผ่นดินหยุดสะเทือน บรรยากาศที่มืดมิด อึมครึม สว่างขึ้น เทวดาอารักษ์ร่างขาวเรืองรอง เคลื่อนกายออกมาจากต้นไม้ เทวดาผายมือลงไปที่ผืนดิน เกิดแสงเรืองทาทาบไปทั่วบริเวณ ฟ้าหยุดผ่า ที่มีเมฆดำก็สว่าง ป่าที่สั่นสะเทือนหยุดลง ต้นไม้ที่ขึ้นเป็นป่าทึบแหวกเคลื่อนออกเห็นเป็นทางเดินยาวออกไป หาญกับกล้ามองกันดีใจ ก้มลงกราบเทวดา เทวดาหายไป
“คาถาเบิกไพรของปู่ได้ผล”
“มันเป็นเพราะบุญกุศลที่พวกเราทำไว้ หนุนนำให้เหล่าเทวดาอารักช่วยเปิดทางให้ รีบไปกันเถอะ”
หาญกับกล้ารีบเดินไป

ที่อิสุโร หาญเดินมากับกล้า หาญสังเกตเห็นต้นไม้รอบๆ ดำหงิกตาย กล้ารีบมองหาแม่
“แม่ ผมกลับมาแล้ว ปู่ยิ่ง ศรีแพร น้าจุก” กล้าเห็นคราบเลือดจะแตะ “เลือด”
“อย่ากล้า” หาญรีบห้ามขณะนั้นมีแมงมุมเดินไปที่เลือด เกิดละลายไหม้ กล้ามองอย่างตกใจ
“อะไรกันเนี่ย”
“ที่นี่เต็มไปด้วยพิษร้ายแรง”
“หมายความว่า ไอ้ภูมินทร์มาที่นี่”
กล้าจะวิ่งออกไป
“เดี๋ยวกล้า อย่าเพิ่งวู่วาม”
“แต่เราต้องรีบไปช่วยแม่นะครับ มันต้องเอาตัวแม่ไปแน่”
“นี่แหละที่มันต้องการ มันคิดจะล่อให้ข้าไปหา เพราะฉะนั้นเราจะใจร้อนไม่ได้ ถ้าเอ็งจะไปช่วยกระเต็นเอ็งต้องพร้อมกว่านี้”

ยิ่งยศ กระเต็นและศรีแพรถูกพามาขังที่บ้านภูมินทร์ ทุกคนถูกล่ามโซ่ไว้ มือถูกมัดด้วยเชือก ท่าทางทุกคนอ่อนแรง ยิ่งยศพยายามกระชากเชือกให้ขาด แต่ไม่สำเร็จจึงหัวเสีย
“โธ่เว้ย ไอ้หาญอุตส่าห์ฝากทุกคนไว้กับฉันแท้ๆ แต่ฉันมันกลับไม่ได้เรื่อง คุ้มครองพวกเธอไม่ได้”
“พวกมันลอบกัด ผู้การอย่าโทษตัวเองเลยค่ะ”
ศรีแพรเองก็หาทางแก้เชือกแต่ไม่สำเร็จจึงสงสัย
“แต่ทำไมเชือกแค่นี้ ถึงกระชากมันไม่ขาดหรือว่ามันจะลงอาคมกำกับไว้” ยิ่งยศคล้อยตาม
“เป็นไปได้ ฉันจะลองเป่ามนต์คลายปมดู”
ยิ่งยศร่ายคาถาแล้วเป่า ทันใดเชือกกับโซ่ก็หลุดออก ยิ่งยศรีบแก้มัดกระเต็นก่อนสมุนที่เฝ้าอยู่ตรงทางเข้า ตกใจรีบเข้าจับ
“หยุดนะ เชลยหนี จับมันไว้”
พรรคพวกเข้ามารุมแต่ถูกยิ่งยศกับกระเต็นซัดหมอบ ทันใดควันเย็นยะเยือกพวยพุ่งเข้าหน้าทุกคน ทั้งสามคนเจ็บปวดหมดแรงลงไปกองกับพื้น ภูมินทร์ เสือทับ แต้ม แหลมก้าวเข้ามาหัวเราะสะใจ
“คิดจะหนี มันง่ายไปหน่อยมั้งท่านผู้การ”
ยิ่งยศกัดฟันพุ่งเข้าไปโจมตี แต่ถูกเสือทับ แต้ม แหลม รุมซัดจนจุก
“ไม่มีประโยชน์หรอก พวกแกถูกพิษของฉันแล้ว นี่ยังปรานีนะแค่หมดแรงไม่ถึงตาย”
กระเต็นเจ็บใจ จ้องหน้าภูมินทร์
“ฆ่าฉันซะสิ จะเอาไว้ทำไม”
“อยากตายเหรอ หึหึ ข้าล่ะสงสารเอ็งจริงๆ นังกระเต็น พ่อแม่เอ็งก็ถูกข้าเผาตายนี่ลูกชายเอ็งยังไม่ได้คืนชีพ

ก็เพราะข้าอีก มันสะใจจริงๆ วะ ฮ่าๆๆ”

เสือทับหัวเราะสะใจ กระเต็นแค้นจะตบหน้าเสือทับแต่เสือทับคว้ามือไว้ได้ กระเต็นเลยถ่มน้ำลายแทน

“ถุย ไอ้สวะ ฉันจะจองล้างจองผลาญแกไปตลอด”
เสือทับโมโห ตบหน้ากระเต็นไม่นับแล้วอัดซ้ำจนสลบไป
“น้ากระเต็นๆๆ”
ศรีแพรร้องเรียกอยากจะเข้าไปช่วยแต่ตัวเองยังถูกมัดอยู่ ยิ่งยศจะเข้าไปช่วยกระเต็นแต่ถูกแต้มกับแหลมจับตัวเอาไว้
“ปล่อยสิวะ แน่จริงก็มาสู้กันตัวๆ”
“ปล่อยก็โง่สิวะ”
“พวกข้าเป็นโจรนะเว้ย ไม่ต้องมีคุณธรรมก็ได้”
แต้มกับแหลมหัวเราะที่เป็นต่อ
“ไอ้พวกหัวหด พวกลื้อคงกลัวจะโดนอั๊วถล่มยับแบบคราวก่อนนะสิ พวกกระจอกอย่างลื้อ อั๊วจะกระทึบให้จมดินอีกกี่ครั้งก็ได้ คอยดู”
ไโอหังมากนักใช่มั้ย เอ็งหลอกใช้ข้าแล้วยังสะกดวิญญาณของข้าไว้อีก ถ้าเอ็งไม่มีอาคม ผู้การยิ่งยศผู้ยิ่งใหญ่ มันก็แค่หมาบ้าตัวหนึ่งเท่านั้นล่ะวะ” เสือทับจัดการทำลายอาคมในตัวยิ่งยศ “อหินะโมพุทธายะ อนุภาเวนะ”
ทันใดร่างกายของยิ่งยศสั่นเทิ้ม รอยสักในตัวยิ่งยศขยับแล้วค่อยๆ เคลื่อนไหลมารวมกันที่แขนก่อนจะไหลออกทางนิ้วมือสลายหายไปทั้งหมด
“เอ็งไม่เหลือวิชาอะไรแล้วไอ้ผู้การ”
ยิ่งยศทรุดลงกับพื้น อ่อนแรง
“ผู้การๆ เข้มแข็งไว้นะ” ศรีแพรจ้องหน้าเสือทับกับพวก “ไอ้พวกสารเลว หาญจะต้องมาเอาคืนพวกเจ้าแน่”
แต้มจ้องศรีแพรตาเป็นมัน
“นังคนสวยนี่มันเป็นใคร คำก็ไอ้หาญ สองคำก็ไอ้หาญเอ็งเป็นเมียไอ้หาญเหรอ”
“เออ ใช่ พวกเจ้าจะทำไม ไอ้ชั่ว”
“ปากดีนัก เชือดมันทิ้งซะเลยดีไหมพี่”
“แทนที่จะฆ่าทิ้งให้เปล่าประโยชน์สู้ทำให้ไอ้หาญมันทรมาน เหมือนตายทั้งเป็น ไม่ดีกว่าเหรอ”
ภูมินทร์บอกอย่างมีแผน เสือทับหันควับ เข้าใจทันที แสยะยิ้ม
“หึหึ ข้ารู้แล้วว่าจะแก้แค้นไอ้หาญยังไง” เสือทับจ้องศรีแพรหน้าหื่น “เรื่องแบบนี้ข้าถนัดนัก”
ศรีแพรตกใจ รู้ชะตา เสือทับเข้าไปตัดเชือกแล้วอุ้มศรีแพรออกไป ยิ่งยศได้แต่มองตามอย่างไร้เรี่ยวแรง “ศรีแพร”
แต้มกับแหลมหัวเราะกันใหญ่ ภูมินทร์มองตามสะใจ

เสือทับอุ้มศรีแพรที่ดิ้นรนทั้งๆ ที่ยังถูกมัดอยู่ มาวางบนเตียงแล้วระดมจูบไปตามเนื้อตัว ศรีแพรพยายามปัดป้อง
“อย่ามายุ่งกับข้า ไปให้พ้น”
“ฮ่าๆๆ ไม่ยุ่งกันแล้วจะเป็นผัวเมียกันได้ยังไงล่ะวะ”
เสือทับจูบไซร้อีกรอบ แต่ศรีแพรทั้งๆ ที่หมดแรงจากพิษ ดิ้นสุดชีวิต ข่วนหน้าเสือทับจนได้ เสือทับโมโหตบหน้าศรีแพรจนหน้าหัน แล้วมองไปเห็นเบี้ยแก้ก็คิดได้ กระชากทิ้งขาดแล้วโถมตัวลงอีก ศรีแพรถีบสวนจนเสือทับผงะออกไป เสือทับจ้องมองดุ ศรีแพรถอยร่นด้วยความกลัว รวบรวมสติ ตายเป็นตาย
“เอาสิ ข้าพร้อมแลกชีวิตกับเจ้า ข้าเป็นเมียหาญและจะเป็นผู้หญิงของหาญคนเดียวเท่านั้น”
เสือทับกลับชอบอกชอบใจ
“เอ็งนี่มันเหมือนนางแมวป่า อย่างนี้สิข้าชอบนักในเมื่อเอ็งยอมแค่ไอ้หาญเท่านั้น ได้ ข้าก็ไม่บังคับ”
เสือทับทำท่าจะเดินออกไปแต่แล้วหันกลับมา เป่ามนต์มหาละลวย เสียงคาถาดังขึ้น คลื่นมนต์ลอยมาปะทะใบหน้าศรีแพร ลมพัดเบาๆ ศรีแพรต้องสะกดเคลิบเคลิ้มแล้วศรีแพรก็เห็นหาญเดินเข้ามาหา
“หาญ เจ้ามาช่วยข้าแล้ว ข้าคิดถึงเจ้า”
หาญยิ้มเจ้าเล่ห์
“ข้าก็คิดถึงเอ็ง”
ศรีแพรตรงเข้าไปซบกับอกหาญ หาญกอด แต่ในความเป็นจริงแล้วศรีแพรซบกับอกเสือทับ เสือทับอุ้มศรีแพรลงบนเตียงตัดเชือกให้ ศรีแพรจ้องมอง ตาหยาดเยิ้มอ่อนระทวย
“หาญ ข้ารักเจ้า”
“ข้าก็รักเอ็ง”

วันต่อมา หาญวางมือบนศีรษะกล้า ปากหาญว่าคาถาขณะที่กล้าหลับตานั่งคุกเข่าถอดเสื้อวางมือบนตักทั้งสอง คลื่นพลังส่งผ่านจากมือของหาญไหลเข้าสู่ตัวของกล้า ร่างกล้าเรืองแสงสีขาวทันใดยันต์เกราะเพชรก็เรืองแสงลอยขึ้นมาตากล้าลืมขึ้นดูมีพลัง
หาญและกล้าถอดเสื้อพุ่งเข้าซัดกันมือเปล่า ทั้งเตะและต่อย กล้าใจร้อนจะเอาชนะให้ได้ จัดแม่ไม้มวยไทยเต็มที่ หาญเหนือกว่า หลบได้ ตั้งรับและรุกเพื่อสอนหลาน กล้าเพลี่ยงพล้ำ หาญซัดหมัดไปที่หน้ากล้าเต็ม ก่อนจะชะงักหมัดใกล้ใบหน้า หาญคลายหมัด สอนกล้า
“ข้ารู้ว่าเอ็งร้อนใจ อยากจะเอาชนะพวกมันให้ได้ แต่เอ็งต้องใจเย็นกว่านี้ และเข้าใจซะใหม่ว่าการต่อสู้ที่แท้ไม่ได้มีไว้เพื่อเข่นฆ่า แต่มีไว้เพื่อหยุดคนชั่วที่หลงผิด ไม่เช่นนั้นแล้วเอ็งก็จะไม่ต่างจากพวกมัน”
กล้าคิดตามคำที่หาญสอน
“อิสะวาสุ” หาญว่าคาถา ร่างของหาญเปล่งแสงจ้า “หมัดธนูมือ”
หาญกระแทกหมัดออกไป เงาหมัดสีเหล็กมันวาวพุ่งเข้าไปหากล้า กล้านิ่งขึ้น
“นาคราชเคลื่อนกาย” กล้าเคลื่อนกายรวดเร็วหลบพลังหมัด หมัดโดนต้นไม้โค่นไป กล้าเป่ามนต์ที่แขน แขนกลายเป็นเกล็ดพญานาค “หมัดนาคราช”

กล้าซัดหมัดออกไป เกิดเป็นคลื่นหมัดสีทองเป็นวงพุ่งไปที่หาญ หาญเคลื่อนตัวหลบได้แล้วเป่ามนต์ที่แขน คลื่นมนต์พุ่งเข้าไปที่ตัวกล้าอย่างรวดเร็ว กล้ามีสมาธิขึ้น ตั้งรับได้ทุกกระบวนท่า

กล้ากลิ้งตัวไปดึงดาบประจุพรายที่ปักอยู่ พุ่งเข้าฟันหาญ หาญหลบ ฟันมือกล้าจนดาบร่วงปักพื้น แล้วกระชากตะกรุดสามกษัตริย์ ถีบกล้ากระเด็น หาญสะบัดนะจังงังใส่ คลื่นมนต์พุ่งเข้าปะทะที่หน้ากล้า กล้านิ่งชะงัก รีบท่องมนต์คลาย

“พุทโธ กายะ ธัมโม กายะ สังโฆ กายะ”
หาญดึงดาบฟันเข้าที่กล้าเต็มๆ กล้าหลุดจากมนต์ หลบจากคมดาบได้อย่างหวุดหวิด หาญหยุด ยื่นตะกรุดคืนให้กล้า กล้ารับมาสวมที่คอ
“ที่ข้าทำทั้งหมด คือสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ เอ็งก็ต้องระวังไอ้ทับให้ดี พิษสงมันรอบตัว เพียงเสี้ยววินาทีก็อาจเพลี่ยงพล้ำ คาถาที่ข้าสอนไปทั้งหมด จำได้แม่นใช่ไหม”
“ครับปู่ ผมจำได้หมดแล้ว ทั้งนะจังงัง ย่นระยะทาง ปัดอาวุธ แคล้วคลาด ผมพร้อมแล้ว เราไปช่วยแม่กันเถอะครับปู่”
“ยัง”
“แต่”
“ข้าอยากได้น้ำดื่ม เอ็งไปหามาให้ข้าเสียก่อน แล้วเราค่อยไปกัน” กล้างงๆ
“ครับ”
กล้าหันหลังเดินกลับออกไป หาญยืนมองนิ่ง ก่อนจะง้างดาบประจุพราย แล้วโยนไปที่กล้าทันที ดาบพุ่งไปที่กล้า กล้าหันกลับมาผายมือออก
“ปัดอาวุธ” คลื่นพลังปัดดาบกระเด็นไปปักต้นไม้แทน “ที่นี้ ผมคงไม่เป็นภาระของปู่แล้วนะครับ”
หาญพอใจ

ราชาวดีนั่งร้องไห้อยู่ในห้องคิดถึงตอนที่ภูมินทร์บอกว่ากล้าตาย ระหว่างนั้นมีเสียงไขประตู ราชาวดีคิดแว่บขึ้นมาถึงวิธีหนี คว้าแจกันแล้วหาที่ซ่อน ภูมินทร์เปิดประตูเข้ามา ไม่เห็นราชาวดี
“วดี วดี”
ราชาวดีวิ่งมาเอาแจกันฟาดท้ายทอยภูมินทร์แตกกระจาย ภูมินทร์เซไปเล็กน้อย ราชาวดีวิ่งออกไป

ด้านนอก พวกแต้มกับแหลมกำลังไล่ต้อนงามตา ซึ่งแต่งตัวเหมือนคนใช้ สมุนนั่งหัวเราะ
“อย่านะ ไอ้พวกบ้า”
แต้มจับงามตาได้
“จะเล่นตัวทำไมวะ มานี่”
แต้มจับกด งามตาถุยใส่ แต้มผงะ งามตาถีบกระเด็นแล้ววิ่งหนีเจอแหลมรวบไว้ งามตาดิ้น
“อ้ายยย ช่วยด้วย”
“ฤทธิ์มากนัก นังหน้าผี”
ราชาวดีวิ่งมาเห็นก็ชะงัก
“งามตา หยุดนะ”
ทุกคนชะงักหันมา แต้ม แหลม ตะลึงในความงามราชาวดี
“ไม่ยักรู้ว่าที่นี่มีนางฟ้า”
“แกจะไปไหนก็ไปเลย นังหน้าผี”
แหลมผลักงามตาจนเซล้ม ราชาวดีเข้าประคอง
“งามตา เป็นยังไงบ้าง”
งามตาเอามือปิดแผล นึกอายรีบคลานไปเก็บผ้าโพกขึ้นมาโพกแล้ววิ่งหนีไป
“งามตา งามตา”
ราชาวดีวิ่งตาม แต่แต้มกับแหลมมาดัก
“อย่าเพิ่งไปน้องสาว มาคุยกันก่อน”
แต้ม แหลม ต้อนราชาวดีไปกลางวง โจรแต่ละคนมองราชาวดีอย่างหื่นๆ
“อย่านะ กรี๊ด”
“หยุด” พวกแต้ม แหลม และสมุนผงะเพราะพิษที่ภูมินทร์สะบัดใส่ ทุกคนรีบหลบ “ราชาวดีเป็นผู้หญิงของฉัน ถ้าพวกแกแตะต้องแม้แต่กระดูกก็ไม่เหลือ”
ภูมินทร์ฉุดราชาวดีกลับไป แต้มกับแหลมถึงกับเซ็ง

ภูมินทร์ลากราชาวดีกลับเข้ามาในห้อง
“เห็นรึยังว่าข้างนอกนั่น มันเป็นยังไง ยังคิดจะหนีอีกมั้ย”
“พวกนั้นเป็นใคร”
“สมุนโจรที่พี่ชุบชีวิตมันขึ้นมาไงล่ะ ไอ้พวกนั้นมันไม่ใจดีเหมือนพี่หรอก รู้ไว้ด้วย”
“พี่ภู ทำไมพี่ภูถึงไม่หยุดซะที สิ่งที่พี่ภูกำลังทำมันบาปมาก พี่ภูจะไม่มีวันมีความสุขเลย”
“ความสุขของพี่ก็คือ การได้กำจัดศัตรูทุกคนให้สิ้นซาก ใครที่มันทำให้พี่เจ็บ มันต้องตาย”
“แล้วเมื่อไหร่มันจะจบล่ะค่ะ”
“ต่อเมื่อพี่ได้ครอบครองทุกอย่าง รวมทั้งตัวเธอ”
“ไม่มีทาง ไม่ว่าพี่ภูใช้กำลัง อำนาจ หรือคาถาอาคมอะไร พี่ภูก็ไม่มีวันได้หัวใจของวดี”
ภูมินทร์กระชากราชาวดีเข้ามาจ้อง แค้น
“แม้แต่ไอ้กล้าจะตายไปแล้วน่ะเหรอ”
“ถ้าวดีไม่เห็นศพเค้ากับตา วดีก็ไม่มีวันเชื่อว่าเค้าตายแล้ว”

กระดูกน่องไก่ถูกปาไปที่พื้นซึ่งบนพื้นมีแต่กระดูกน่องไก่เกลื่อนไปหมด แต้ม แหลม เมาได้ที่และกำลังอารมณ์เสีย

“เฮอะ ตกลง เราจะต้องมาเป็นขี้ข้าไอ้ภูมินทร์นี่หรือไงวะ”
“แต่ไอ้ทับมันบอกว่าไอ้พ่อเลี้ยงนี่มันจะช่วยพวกเราแก้แค้น”
“ไอ้ทับมันเป็นคนฆ่าเรา เอ็งลืมแล้วเหรอ”
แต้มบอกซึ่งในอดีตเสือทับเป็นคนฆ่าแต้มกับแหลม
“ข้าไม่ลืม ข้าต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน อดยากเพราะมัน”
“ข้าก็ไม่ลืมว่าชุมเสือเมฆสิ้นไปเพราะมันเป็นสายให้ตำรวจ”

“งั้นพวกเราก็ฆ่ามัน กับพ่อเลี้ยง ยึดอำนาจเสีย”

เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 15 (ต่อ)

ทุกคนทำท่าจะจับอาวุธ เสือทับเดินเข้ามา
“ช้าก่อน สหาย อย่าเพิ่งใจร้อน”
“ไอ้ทับ มาพอดี วันนี้ข้าจะคิดบัญชีกับเอ็ง” แต้มเกิดเปลี้ยไม่มีแรง อาวุธร่วง “เฮ้ย ทำไมมือข้าไม่มีแรง”
“ข้าก็เหมือนกัน”
“ฮ่ะๆๆๆ ข้าบอกแล้วว่าอย่าเพิ่งใจร้อน ไม่งั้น พิษในตัวพวกเอ็งมันจะกำเริบ” เสือทับบอก สมุนก็มึนกันไปเหมือนกัน
“เอ็งวางยาข้า”
“ข้าก็แค่กันเอาไว้ก่อน เพื่อความไม่ประมาท แต่ไม่ต้องกลัว พิษในตัวพวกเอ็งเป็นเพียงยาสั่ง จะไม่ทำให้เอ็งถึงตาย ตราบใดที่เอ็งสวามิภักดิ์กับข้า จริงมั้ยพ่อเลี้ยง”
ภูมินทร์เดินถือกระเป๋าเข้ามา
“ถูกแล้ว และถ้าพวกแกทำงานให้ฉันเต็มที่ ฉันก็จะตอบแทนพวกแกอย่างเต็มที่เหมือนกัน”
ภูมินทร์เปิดกระเป๋าให้เห็นทองที่เรียงกันอยู่ แต้ม แหลม สมุน ตาลุก
“ว่าไง เพื่อน แบบนี้เอ็งพอจะลืมๆ ความแค้นของเราไปก่อนได้มั้ย”
แต้มยิ้ม เปลี่ยนท่าทีทันที
“จ้ะ พี่ทับ”
“เมื่อกี๊ข้าเมามากไปหน่อย อย่าถือสาข้าเลยนะพี่ เนอะๆ พวกเรา”
สมุนเออออ เสือทับมองหน้ากับภูมินทร์ ภูมินทร์ปิดกระเป๋า
“ดี ต่อจากนี้เราจะได้เริ่มกำจัดศัตรูกันอย่างจริงจังซะที”

ภูมินทร์มาพบรองอำนวยที่กรมตำรวจ ภูมินทร์นั่งตรงข้ามกับรองอำนวย ขณะที่เสือทับยืนอยู่ข้างหลังภูมินทร์
“พ่อเลี้ยงมาก็ดี ผมกำลังอยากเจออยู่พอดี”
“ผมมาเพื่อทำข้อตกลงใหม่กับท่านรอง”
“แหม แสดงว่าเราใจตรงกัน ตอนนี้รายได้บางส่วนก็หดหายไปตั้งแต่ขุนโชติกับไอ้กล้าตาย ผมเองก็ทำงานยากขึ้นเพราะเบื้องบนเพ่งเล็งอยู่ ถ้าจะร่วมมือกันต่อ ส่วนแบ่งน่าจะมากกว่าเดิมอีกสองเท่าตัว”
“สองเท่าตัว มากไปหรือเปล่า”
“ท่านอธิบดีเป็นคนตงฉิน ถ้าท่านกลับจากราชการ ผมไม่รับรองความสะดวก”
ภูมินทร์ถอดถุงมือ
“งั้นเหรอ”
“พ่อเลี้ยงจะกลับไปคิดก่อนก็ได้ เพราะวันนี้ผมก็มีงานต้องสะสางอีกหลายอย่าง” รองอำนวยลุกขึ้น เสือทับอ้อมไปขนาบรองอำนวยแล้วกดให้นั่งลง “เฮ้ย นี่มันจะมากไปแล้ว”
ภูมินทร์กำที่ทับกระดาษบนโต๊ะ
“แต่ผมมีข้อเสนอที่ดีกว่านั้น ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ก็...ไปเกิดใหม่”
ภูมินทร์บอกเสียงเหี้ยมแล้วปล่อยที่ทับกระดาษ ปรากฏว่าละลาย ฟองฟอดเหมือนถูกน้ำกรด รองอำนวยถึงกับตะลึง
“ว่าไงท่านรอง จะเลือกข้อไหน”
“ทุกอย่าง มะ เหมือนเดิมก็ได้”
“ส่วนเรื่องอธิบดี ผมจะจัดการให้ คิดดู ถ้าตำแหน่งอธิบดีว่างลง ท่านรองฯ น่าจะรู้ว่าใครจะได้เป็นใหญ่แทน”
รองอำนวยค่อยยิ้มออกมา
“ได้ ตกลงตามนี้ ผมจะช่วยอะไรพ่อเลี้ยงได้ บอกมาเลย”

คะนึงนิจมาที่กรมตำรวจและดักหน้าดักหลังตำรวจคนหนึ่ง จะให้จดหมายกล้า แต่ตำรวจถือแฟ้มหนักอึ้ง รีบเดิน
“จริงๆ นะคะ หนูมีหลักฐานสำคัญที่จะให้ท่านอธิบดีดู ขอให้หนูพบท่านนะคะ”
“ท่านไปราชการ ตอนนี้ท่านรองรักษาการแต่ติดประชุมราชการสำคัญ ยังพบไม่ได้”
“แต่ว่า...”
ตำรวจเดินไปเลย ลมพัดจดหมายหลุดมือ คะนึงนิจรีบตามไปเก็บ ขณะนั้นภูมินทร์เดินตามตำรวจมากับเสือทับ ไม่เห็นคะนึงนิจ คะนึงนิจเจอจดหมาย ปลิวไปหลังโต๊ะหรือข้างตู้ ก้มลงหยิบ แล้วเงยมาเห็นภูมินทร์คะนึงนิจถึงกับ ตะลึง
“พี่ภู พี่ภูยังไม่ตาย”
คะนึงนิจดีใจจะลุกไปหา แต่เห็นเสือทับ
“ไม่นึกเลยว่าพวกเราจะได้มาเดินอยู่ในนี้แบบสบายๆ แถมยังไม่มีใครกล้าจับด้วย พ่อเลี้ยง เราเอาพวกมายึดทั้งกรมเลยเป็นไง”
“นั่นมันวิธีของโจรกระจอก อย่าทำอะไรนอกเหนือคำสั่งฉัน”
คะนึงนิจใจระทึก เริ่มรู้ว่าภูมินทร์เป็นพวกผู้ร้าย
“ใจเย็นๆ พ่อเลี้ยง ข้าก็พูดไปงั้นแหละ”
“งานที่แกต้องทำคือกำจัดไอ้หาญ ให้มันตามไปอยู่กับไอ้กล้า หลานมันในนรก จำไว้”
คะนึงนิจตกใจสุดๆ ภูมินทร์เดินออกไป เสือทับตาม คะนึงนิจพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ
“พี่กล้าตายแล้ว”

คืนนั้นกล้ากับหาญ ปีนรั้วกระโดดเข้ามาหลังบ้านภูมินทร์
“แยกกัน ปู่จะไปด้านหลัง จำไว้อย่าวู่วาม”
“ครับ”
แล้วหาญกับกล้าก็เอาใบพลูทัดหู กำบังกาย
กล้าเดินมาเห็นกระเต็นนั่งสลบคอตกอยู่ที่บนเก้าอี้กลางสวน ถูกมัดมือไขว้ติดกับเก้าอี้
“แม่” กล้าเอาใบพลูออก รีบวิ่งเข้ามาที่กระเต็นทันที กล้าจับตัวกระเต็นเขย่าเรียก “แม่ๆ ผมเอง กล้า ผมมาช่วยแม่แล้ว”
แต่กระเต็นคอตกนิ่ง กล้าเอามืออังที่จมูก สงสัย ผละออก เสือทับปรากฏตัว สับพร้าลงมาที่ด้านหลังกล้า กล้า
กลิ้งตัวหลบได้ฉิวเฉียด เสือทับสับพร้าไปที่กระเต็นกลายเป็นหุ่นพยนต์ไป กล้าชักดาบ
“แกคือเสือทับ”
เสือทับแปลกใจมาก
“ไอ้กล้า เป็นไปได้ยังไง ข้าอุตส่าห์เตรียมต้อนรับไอ้หาญ แต่กลายเป็นเอ็งซะได้ เอ็งกับไอ้ขุนโชติตายไปแล้วนี่หว่า”

“คนอย่างฉันไม่มีทางตายง่ายๆ แน่ แกเอาแม่ฉัน กับพวกปู่ยิ่ง ไปไว้ที่ไหน”

หาญกำบังกายเป็นรางๆ เข้ามาในบ้าน เห็นศรีแพรกับยิ่งยศถูกมัดอยู่

“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที”
หาญปรากฏตัว เอาใบพลูออก
“ศรีแพร”
“ไอ้หาญ เอ็งมาช่วยข้าแล้ว”
หาญเข้าไป แต่เห็นเครื่องรางบนคอยิ่งยศกับศรีแพรแปลกไป เลยชะงักถอยออกมา
“เอ็งไม่ใช่”
ศรีแพรกับยิ่งยศสลัดเชือกออกจากมือ
“ฉลาดมากไอ้หาญ”
“เฮ้อ แบบนี้ข้าก็หมดสนุกซิ”
ทั้งคู่หยิบอาวุธที่ซ่อนไว้โผเข้าเล่นงานหาญซึ่งก็คือแต้มกับแหลม

ขณะนั้นกล้าใช้ดาบประจุพรายต่อสู้พัลวันกับเสือทับ กล้าถูกเตะเซไป เสือทับถือโอกาสฟันเข้าที่หลังกล้า ตะกรุดสามกษัตริย์เรืองแสง ป้องกันตัวกล้า กล้าผงะ แล้วฟันกลับ แต่แล้วเสือทับก็ใช้พร้าสับที่มือกล้าอย่างแรง กล้าดาบร่วง เสือทับเตะเสยเข้าที่หน้า กล้าเซ เป่าแขนทั้งสองเกิดเกล็ดพญานาค
“หมัดนาคราช”
คลื่นหมัดพุ่งไปหาเสือทับ เสือทับปลุกลิงลม กระโจนหลบ โผล่ประชิดตัวกล้า ซัดไม่ยั้ง กล้าซัดหมัดสู้ ไม่แพ้
หาญสู้กับแต้ม แหลม หลบหลีกออกมานอกบ้านมองกล้าที่สู้อยู่กับเสือทับอย่างเป็นห่วง
“อิสะวาสุ หมัดธนูมือ”
หาญซัดหมัด เกิดคลื่นพุ่งเข้ากระแทก แต้ม แหลม กระเด็นหงาย กล้าเองก็ซัดเสือทับเซไปรวมกับแต้มแหลม
“ไอ้ทับ ไอ้แต้ม แหลม พวกเอ็งได้เป็นคน ก็ควรทำความดีไถ่โทษ หยุดก่อเวรเสียที”
แต้ม แหลม เสือทับพยุงกันลุก
“ไม่มีทาง เป็นคน ข้าก็ถูกพี่เมฆกดหัว เป็นผีก็ถูกไอ้ยอดควบคุม แต่ตอนนี้แม้แต่ตำรวจก็ต้องยอมข้า ถึงเวลาที่ข้าจะได้เป็นเจ้าของชุมโจรที่ยิ่งใหญ่เสียที ฮ่าๆ”
แต้ม แหลม หัวเราะตาม
“ยังไงเอ็งสู้ข้าไม่ได้แน่ บอกมาซะเถอะ ว่าเอาตัวกระเต็นกับคนอื่นๆ ไปไว้ที่ไหน”
“บอกพวกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ”
“บอกก็โง่น่ะสิวะ”
“ขอพวกข้าเล่นสนุกก่อน มันตัวประกันชั้นเลิศทั้งนั้น”
“ใช่ โดยเฉพาะ นังศรีแพร เมียเอ็ง ไอ้หาญ ฮ่าๆ”
หาญหวั่นใจ
“แกทำอะไรศรีแพร”
เสือทับยิ้มกวนๆ ไม่ตอบ แล้วว่าคาถาย่นระยะทาง ทั้งหมดแหวกอากาศหายไป หาญเครียดจัด

หาญ กล้า เดินเข้ามามองหา ทันใดรถตำรวจสองคันก็พุ่งเข้ามาปิดทางล้อมไว้ ผู้บังคับการนำตำรวจลงจากรถ เล็งปืนไปที่กล้ากับหาญที่ปลายกระบอกปืนมีผ้าถุงพัน กล้ากับหาญหันมองหน้ากัน เครียด
“เสือกล้า เสือหาญ ยอมมอบตัวซะ ปืนของพวกฉันพันด้วยชายผ้าถุงทุกกระบอก ทำลายอาคมพวกแกได้แน่ อย่าคิดต่อสู้เป็นอันขาด”
“เราหลงกลมันจนได้ มันต้องร่วมมือกับรองอำนวยแน่”
“ตำรวจมีหน้าที่ปกป้อง ดูแลทุกข์สุขของประชาชน แต่ตอนนี้พวกเอ็งกำลังเป็นเครื่องมือของคนชั่วอยู่ คิดให้ดี นี่เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วงั้นรึ”
ผู้บังคับการอึ้ง ลังเล
“ระวังจะโดนข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานนะ ถ้าพวกนายไม่ผิดก็มอบตัวซะ”
“เอาไงดีครับปู่”

“ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้านายไม่มอบตัว ฉันต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด หนึ่ง สอง สาม”
ตำรวจระดมยิงทันที กล้าใช้ดาบประจุพรายฟันกระสุน ส่วนหาญกางมือออกรับกระสุน กระสุนนิ่งค้าง ร่วงลงพื้น แล้วว่าคาถาย่นระยะทาง พากล้าแหวกอากาศหนีไปทันทีพวกตำรวจเห็นก็อึ้ง มองหน้ากันเหวอเหมือนเห็นผี

วันต่อมา ภูมินทร์ตกใจมากเมื่อรู้ว่ากล้ายังมีชีวิตอยู่
“เป็นไปไม่ได้ ไอ้กล้ามันจะฟื้นขึ้นมาได้ยังไง ในเมื่อเราทำลายบ่อน้ำนั้นไปแล้ว”
“ข้าไม่รู้ แต่ที่ข้าเห็นเต็มสองตา เป็นไอ้กล้าแน่ๆ” เสือทับยืนยัน
“ดูท่าเราจะจัดการมันไม่ได้ง่ายๆ นะพ่อเลี้ยง ลูกน้องผมบอกว่ามันมีอิทธิฤทธิ์มากทั้งคู่” รองอำนวยบอก
“ใช่ วิชาของมันแกร่งกล้าขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะไอ้กล้า” แต้มบอกทำให้ภูมินทร์ยิ่งเจ็บใจ
“รู้อย่างงี้ ฉันอยู่จัดการมันเองดีกว่าแล้วขุนโชติล่ะ”
“ไม่มีนะ มันบุกกันมาแค่สองคน ขุนโชติคงจะตายไปแล้ว”
“ขนาดทำลายศพไอ้กล้ากับมือ มันยังรอดกลับมาได้ จากนี้ไปการกำจัดมันคงยากกว่าเดิม”
“ถ้าคิดกำจัดไอ้กล้า ก็ต้องจัดการไอ้หาญซะก่อน”
ภูมินทร์เห็นด้วย แต่ยังเครียด
“แต่มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ” ภูมินทร์นึกถึงราชาวดีขึ้นมาได้ “ห้ามให้วดีรู้เรื่องที่ไอ้กล้ายังไม่ตายเด็ดขาด”
ภูมินทร์จ้องแต้มกับแหลม “พวกแกเข้าใจใช่มั้ย”
“แล้วจะเอาไงกันดี พรุ่งนี้ท่านอธิบดีจะกลับจากราชการแล้ว ท่านเรียกประชุมแต่เช้า คงให้ผมรายงานคดีของพวกเสือหาญ เสือกล้าแน่ เอางี้ พวกพ่อเลี้ยงหนีไปกบดานก่อน รอเรื่องเงียบค่อยว่ากัน” รองอำนวยบอก
“ไม่ ฉันจะไม่หนีไปไหนทั้งนั้น”
รองอำนวยอึ้ง ทันใดเสียงกรีดร้องของศรีแพรก็ดังขึ้น
“หลีกไป อย่ามาขวางข้า อยากตายรึไง”
ทุกคนตกใจ

ขณะนั้นศรีแพรกำลังอาละวาด สู้กับสมุนเสือทับที่เฝ้าอยู่ ศรีแพรอัดสมุนคนนึงแล้วแย่งมีดพร้ามาได้ กวัดแกว่ง สมุนไม่กล้าลงมือรุนแรงเพราะรู้ว่าเป็นเมียลูกพี่
“ไอ้เสือทับมันอยู่ไหน ข้าจะฆ่ามัน”
เสือทับ แต้ม แหลม ภูมินทร์เดินเข้ามา
“เรียกหาข้า เพราะคิดถึงข้ารึ ศรีแพร เมียรัก”
ศรีแพรมองหน้าเสือทับอย่างแค้นจัด
“เจ้า เจ้าย่ำยีข้า ข้าขอแลกชีวิตกับเจ้า”
ศรีแพรตรงเข้าฟันเสือทับทันที แต่เสือทับเหนือกว่าหลบได้อย่างคล่องแคล่ว
“จะว่าข้าย่ำยีได้ยังไง ในเมื่อเอ็งไม่ได้ขัดขืน”

“เจ้าใช้มนต์สะกดข้า ไอ้คนถ่อย”

ศรีแพรพุ่งเข้าแทง เสือทับล็อกตัวศรีแพรไว้
“ยังไงข้าก็เป็นผัวเอ็งไปแล้ว เอ็งคิดฆ่าผัวตัวเองได้ลงคอเชียวเหรอ” เสือทับบอกแล้วหอมแก้มยั่วอีก “ข้าสัญญาจะเลี้ยงดูเอ็งอย่างดี ไม่แพ้ไอ้หาญหรอกน่า”
ศรีแพรได้ยินชื่อหาญถึงกับอึ้ง สะบัดตัวหลุด แล้วใช้พร้าจ่อหัวใจตัวเองไว้ ทุกคนตกใจ “อย่าเข้ามานะ ในเมื่อข้าผิดต่อหาญ ข้าก็ไม่มีหน้ากลับไปพบเค้าอีก”
ศรีแพรจะแทง เสือทับรีบเป่ามนต์ เสียงคาถาดังขึ้นคลื่นมนต์ลอยมาปะทะใบหน้าศรีแพร ลมพัดเบาๆ
มีดพร้าหล่นกระทบพื้น แววตาศรีแพรเปลี่ยนไป ยิ้มยั่วยวน
“ผัวข้า”
เสือทับเข้าไปกอดศรีแพรไว้ ศรีแพรอ่อนระทวย
“เอ็งจงหลับซะเถอะ”
ศรีแพรพยักหน้ารับ เดินไปนอนบนเตียง
“เมียไอ้หาญมันออกฤทธิ์ออกเดชเยอะนัก ข้าว่าเก็บมันไว้จะเดือดร้อนเปล่าๆ น่าพี่ทับ” แต้มบอก เสือทับลังเล เสียดาย ภูมินทร์มองศรีแพรแล้วคิดแผนร้ายได้
“เดี๋ยว นังนี่ยังมีประโยชน์ จะกำจัดไอ้หาญ เราต้องใช้มัน”
แต้มกับแหลมไม่เข้าใจ ภูมินทร์จ้องศรีแพร เสือทับมองตามเข้าใจทันที

ภูมินทร์นำราชาวดีเข้าในโกดังที่เป็นที่กบดาน ราชาวดีมองรอบๆ อย่างแปลกใจ
“พี่ภูจะพาวดีไปไหนอีก วดีไม่ไป”
“พี่จะพาวดีมาหาคนที่วดีอยากเจอไง”
สมุนเลื่อนประตูโกดังออก ราชาวดีตกใจเมื่อเห็นกระเต็นกับยิ่งยศถูกมัดแขวนเอาไว้กับคานของโกดัง สภาพอิดโรย บอบช้ำทั้งคู่
“น้ากระเต็น ท่านผู้การ” ราชาวดีหันมาจ้องหน้าภูมินทร์ “ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย พี่ภูโหดร้ายเกินไปแล้ว”
“มันไม่ใช่คน ปีศาจอย่างมันไม่มีหัวใจอีกต่อไปแล้ว” กระเต็นบอก
“วดีไม่เชื่อไม่ใช่เหรอว่าไอ้กล้ามันตายแล้ว พี่ก็เลยอยากให้วดีมาฟังกับหู”
“คุณน้า พี่กล้า ตายแล้วจริงๆ เหรอคะ” ราชาวดีถามกระเต็น
“ใช่ กล้าถูกขุนโชติฆ่าตาย และไอ้ภูมินทร์กับไอ้ทับก็ขัดขวางไม่ให้พวกเราชุบชีวิตกล้าสำเร็จ”
ราชาวดีถึงกับช็อค
“ตอนนี้พี่มาคิดดูว่าไอ้กล้ามันคงจะเหงาก็เลยอยากจะส่งแม่กับพ่อเลี้ยงมันลงนรกไปเป็นเพื่อน”
“นรกมันมีไว้สำหรับคนอย่างแกต่างหาก ไอ้ชาติชั่ว”
ภูมินทร์เข้าไปบีบปากยิ่งยศ
“ปากเก่งนัก ฉันคงทรมานแกน้อยไป เฮ้ย เอาแส้มา”
สมุนไปหยิบแส้มาส่งให้
“พี่ภู จะทำอะไร อย่า ว้ายย” ราชาวดีร้องออกมาเมื่อภูมินทร์ฟาดยิ่งยศทันที
“ไอ้ผีนรก ฉันขอสาบแช่งแก แกต้องได้รับกรรม แกต้องไม่ตายดี”
“งั้นแหรอ”
ภูมินทร์ฟาดกระเต็น ราชาวดีเข้าจับแขนภูให้หยุด แล้วเข้าไปขวาง
“พอเถอะพี่ภู วดีขอร้อง อย่าทำร้ายพวกเขาอีกเลยแค่นี้พี่ก็ทำบาปมากพอแล้ว”
“ถ้าพี่ไว้ชีวิตพวกมันแล้วพี่จะได้อะไร”
“อะไรก็ได้ วดียอมทุกอย่าง ขอให้ไว้ชีวิตพวกเค้าเถอะ”
“ที่จริงวดีก็รู้อยู่แล้วว่าพี่ต้องการอะไร”
ราชาวดีอึ้ง ภูมินทร์ฟาดแส้ไปอีก ยิ่งยศกับกระเต็นเจ็บแต่ยังกัดฟันทน
“อย่าไปฟังมันนะวดี”
“ไม่ต้องห่วง แค่นี้พวกฉันไม่ตายหรอก อ๊าก”
ราชาวดีมองกระเต็นกับยิ่งยศที่ทรมาน แล้วตัดสินใจ
“พอ พอแล้ว ตกลง เมื่อไหร่ที่พี่ภูปล่อยตัวน้ากระเต็นกับท่านผู้การไป แล้วสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกวดีจะยอมเข้าห้องหอกับพี่”
ภูมินทร์หยุด
“แน่ใจนะ วดี”
“ค่ะ”
กระเต็นกับยิ่งยศหมดแรง

“วดี”

เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 15 (ต่อ)

ราชาวดีมีแววตาเด็ดเดี่ยว ภูมินทร์โยนแส้ทิ้ง ยิ้มอย่างพอใจ

ประตูโกดังถูกเปิดออก กระเต็นกับยิ่งยศถูกแต้มและแหลมผลักออกมาจนล้มขมำ ยิ่งยศประคองกระเต็นให้ลุกขึ้น
“พวกเอ็งไสหัวไปได้แล้ว”
กระเต็นนึกเป็นห่วงราชาวดี
“แล้ววดีล่ะ วดีไปไหน”
“เป็นห่วงตัวเองดีกว่ามั้ง ก่อนที่พวกข้าจะเปลี่ยนใจ”
เสือทับประคองศรีแพรที่มีท่าทางอ่อนแรงเข้ามา กระเต็นกับยิ่งยศต่างรู้สึกผิด
“เอานังนี่กลับไปด้วย”
เสือทับเหวี่ยงศรีแพรไปหากระเต็น
“ศรีแพร เธอเป็นยังไงบ้าง”
ศรีแพรไม่ตอบอะไร
“ฝากบอกไอ้หาญด้วยว่า เมียมันถูกใจข้ามาก”
“ไอ้เลว” ยิ่งยศเจ็บใจมาก
“ศรีแพร เป็นไงบ้าง” กระเต็นถามอย่างเป็นห่วง
“น้ากระเต็น ข้า...” ศรีแพรสลบไป กระเต็นจึงยิ่งสงสารศรีแพร
“ผู้การ เรารีบไปกันดีกว่า”
ยิ่งยศอุ้มศรีแพร ทั้งสามคนออกไป เสือทับมองตามยิ้มเยาะที่เป็นไปตามแผน

ราชาวดียืนดูทุกคนเดินออกไปอยู่กับภูมินทร์
“ตอนนี้ทุกคนก็เป็นอิสระแล้ว เห็นมั้ยพี่ทำทุกอย่างตามสัญญา”
ราชาวดีพยักหน้ารับ
“ค่ะ ถ้าทุกคนออกไปได้อย่างปลอดภัยจริงๆ”
ภูมินทร์ยิ้มมีแผน

ขณะนั้นกล้ากับหาญนั่งสมาธิอยู่ที่อิสุโร แล้วจู่ๆ ทั้งคู่ก็ลืมตาขึ้นมองหน้ากัน
“มีคนมา”
ทั้งคู่ลุกขึ้นเดินออกไป
ที่หน้าประตู ยิ่งยศอุ้มศรีแพรเข้ามา โดยมีกระเต็นเดินนำหน้า ยิ่งยศวางศรีแพรลง กระเต็นช่วยประคอง ศรีแพรเริ่มรู้สึกตัว
“นี่ข้าอยู่ที่ไหน”

“อิสุโร พวกพ่อเลี้ยงมันยอมปล่อยเรา”

กระเต็นพูดยังไม่ทันขาดคำ หาญกับกล้าก็ปรากฏตัวขึ้นจากกำบังกาย
“แม่”
กระเต็นเห็นกล้าก็ดีใจ
“กล้าลูกแม่ กล้าจริงๆ ใช่มั้ย”
“ครับ ปู่หาญกับปู่ขุนโชติช่วยชุบชีวิตผม”
ทั้งสองคนโผเข้ากอด
“กล้าของแม่กลับมาแล้ว แม่ดีใจเหลือเกิน”
หาญสบตายิ่งยศ ปลาบปลื้ม กล้าก้มกราบกระเต็นกับยิ่งยศ
“ผมต้องกราบขอโทษแม่กับปู่ยิ่งที่ปิดบังแผนหักหลังปู่...ขุนโชติเอาไว้ ทำให้แม่ต้องมาลำบาก เจ็บตัวเพราะผม ผมคงบาปมาก”
“ลูกแม่กล้าหาญมากต่างหาก ที่ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ แม่กับพ่อเพชรภูมิใจในตัวลูกมาก”
“ปู่ก็เหมือนกัน”
“แต่ผมเป็นสายเลือดโจร เป็นสายเลือดปู่ขุนโชติ”
“ไม่ว่ากล้าจะมีสายเลือดของใครในตัว แต่กล้าคือลูกชายของแม่กับพ่อตลอดไป”
กระเต็นกับกล้ากอดกันด้วยความซาบซึ้งใจ หาญมองศรีแพร แล้วเดินเข้าไปหา
“ข้าเป็นห่วงเอ็งมากรู้มั้ย”
“อย่า อย่าถูกตัวข้า”
ศรีแพรวิ่งหนีไป
“ศรีแพร” หาญหันมามองยิ่งยศ
“เอ็งคุยกับศรีแพรเองดีกว่า”

หาญวิ่งตามหาศรีแพร
“ศรีแพรๆ” หาญได้ยินเสียงศรีแพรร้องไห้ หันไปมองตามเสียงจึงเห็นศรีแพรยืนหันหลังสะอึกสะอื้นอยู่ “ศรีแพร เกิดอะไรขึ้น บอกข้ามาเถอะนะ”
หาญเข้ามาจับตัวศรีแพร ศรีแพรดิ้นๆ
“อย่าจับตัวข้า ข้ามันสกปรก ข้ามันน่ารังเกียจ”
หาญจับตัวศรีแพรหมุนกลับมา
“เอ็งพูดอะไร เอ็งบอกข้าสิศรีแพร มันเกิดอะไรขึ้น”
ศรีแพรผลักหาญ ชักมีดที่เหน็บมาด้วย
“ข้า ข้าถูกเสือทับมันย่ำยี ข้ามันไม่คู่ควรกับเจ้าอีกแล้ว”
ศรีแพรง้างมีดจะแทงตัวเอง หาญตกใจรีบเข้าไปจับมือห้ามไว้

“อย่า ศรีแพร”

ทั้งสองยื้อกันไปมา
“ปล่อยข้า ปล่อย ข้าอยากตาย”
หาญใช้แรงที่มากกว่า บิดจนมีดร่วงจากมือศรีแพร แล้วกอดเธอเอาไว้
“ศรีแพร อย่าคิดสั้น เรื่องที่แล้วไปแล้วให้มันเป็นอดีต ลืมมันซะ เริ่มต้นกันใหม่ ข้าจะไม่ให้ใครมาทำร้ายเอ็งอีก”
หาญกอดศรีแพรด้วยความสงสาร ที่หน้าศรีแพรมีแววสีดำวาบออกมานิดหนึ่ง

กล้าอึ้งเมื่อรู้เรื่องราชาวดี
“ที่แท้ไอ้ภูมินทร์ยอมปล่อยแม่ออกมาเพราะวดี”
“แม่ก็คิดไม่ถึง เหมือนกันว่ามันจะรักราชาวดีขนาดนี้”
“ผู้ชายตายน้ำตื้นเพราะผู้หญิงมานักต่อนัก”
“ผมต้องช่วยวดีออกมาให้ได้”
หาญเดินจูงมือศรีแพรเข้ามา
“อย่านะกล้า เราไปตอนนี้ก็อาจจะเจอกับดักได้ ไอ้ภูมินทร์มันน่าจะมีแผนร้ายอะไรบางอย่าง”
“แต่ถ้ามันจะฆ่าเรามันน่าจะตามมาตอนนี้เลย”
“มันอาจจะไม่รู้กำลังของเรา ค่อยๆ คิดให้รอบคอบดีกว่า”
“ผมกลัวว่าวดีจะถูกข่มเหง...”
กล้ามองไปที่ศรีแพร ชะงักคำพูดเพราะรู้ว่าไปกระทบความรู้สึกศรีแพร ศรีแพรก้มหน้า นึกอายและแค้น

“ศรีแพรเอ็งบาดเจ็บอยู่ เดี๋ยวข้าจะรักษาอาการบอบช้ำให้กระเต็นกับไอ้ยิ่งด้วย รักษาตัวก่อนค่อยคิดแผนรับมืออีกที”

หาญบอกแล้วประคองศรีแพรออกไป กระเต็นตบบ่ากล้าทำนองให้ใจเย็น
“วดีเป็นคนดี พระต้องคุ้มครอง”
กล้ากังวลใจ เป็นห่วงราชาวดี

คืนนั้นขณะที่หาญถ่ายพลังให้ยิ่งยศ กล้าถ่ายพลังให้กระเต็น ศรีแพรที่นอนอยู่ห่างออกมา ลุกขึ้นมองแล้วย่องออกไป
ศรีแพรเดินย่องออกมาแล้วควักเทียนมนต์ที่เป็นแบบถ้วยตะไลมาจุดไฟแล้ววางเอาไว้ที่พื้น ควันจากถ้วยลอยไป
ควันลอยมาในโกดังที่เสือทับนั่งทำพิธี ด้านหน้ามีเทียนที่เหมือนกันควันลอยเข้ามารวมกัน เสือทับเอามือวาดควันลงมาอังในอ่างน้ำมนต์ก็เห็นภาพอิสุโร โดยมีภูมินทร์ แต้ม แหลม อยู่ด้วย
“ฮ่ะๆๆๆ ข้ารู้แล้วว่าพวกไอ้หาญอยู่ที่ไหน คิดไม่ถึง มันยังโง่ใจ อ่อนให้ผู้หญิงสนตะพายเหมือนเดิม” เสือทับหัวเราะออกมา
“พี่ทับนี่สุดยอด”
“แล้วมันจะไม่รู้เลยเหรอว่าศรีแพรถูกอาคมของพี่สะกดอยู่”
“คนซื่ออย่างไอ้หาญ ไม่มีทางสงสัยเมียมันหรอก”
“งั้น รออะไร ไปลุยมันให้เละเลยดีมั้ย”
“ไม่ มันต่างหากที่ต้องมาหาเรา แต่คราวนี้มันจะไม่ได้กลับไปอีกเลย”

ภูมินทร์บอกอย่างร้ายๆ

จบตอนที่ 15
กำลังโหลดความคิดเห็น...