xs
sm
md
lg

เสือสั่งฟ้า พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 14

เผยแพร่:

เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 14

ขณะนั้นจุกกำลังชะเง้อชะแง้มองจนกระทั่งหาญพากระเต็นกลับมาพร้อมกับยิ่งยศและศรีแพร
“พี่เต็น พี่เต็น ฉันดีใจที่สุดเลยที่พี่ไม่เป็นไร”
จุกจะเข้าไปกอด กระเต็นมองหน้าโกรธๆ จุกชะงัก จ๋อย ทั้งหมดเดินเข้าไปในโกดัง กระเต็นนั่งลง
“ต้องเป็นคำสั่งไอ้รองอำนวยแน่ที่ให้ตำรวจตามวิสามัญเรา”
“แล้วตกลง พ่อเจอกล้ามั้ยคะ”
“เจอ”
“แล้วไงคะ กล้าอยู่ที่ไหน ทำอะไร อยู่กับใคร ทำไมพ่อไม่พากล้ากลับมา”
“ถ้ามันยอมกลับมาก็ดีน่ะซิ”
“หมายความว่ายังไงคะ”
“เจ้าคนเมืองมันกลายเป็นโจรไปแล้ว มันจะทำร้ายหาญกับผู้การยิ่งยศด้วย”
“อะไรนะ ไอ้กล้านะเหรอ”
“จริงเหรอคะ พ่อหาญ”
หาญพยักหน้า
“ถ้าไม่ได้เห็นกับตา ไม่ได้ยินกับหู อั๊วก็คงไม่เชื่อว่าไอ้กล้ามันจะเป็นไปได้ เลือดพ่อมันแรงจริงๆ”
“ไอ้ยิ่ง พอแล้ว”
“จนถึงขนาดนี้แล้ว จะเก็บงำกันไว้ทำไม ยอมรับความจริงเถอะว่าไอ้กล้า มันเป็นลูกเสือผาด มันไม่มีเลือดของไอ้เพชรกับกระเต็นอยู่ในตัวแม้แต่หยดเดียว มันเกิดมาเพื่อเป็นโจร”
จุกกับศรีแพรงง
“เดี๋ยวๆ เจ้ากล้าเป็นลูกเสือผาด เสือผาด ชุมผาดำ ที่ผู้การเพชรปราบราบคาบไปน่ะเหรอ นี่มันเรื่องอะไรกัน”
“เอ็งไปหาซื้ออาหารมาที” หาญตัดบท
“แต่ว่า” จุกจะถามต่อแต่เจอหาญทำตาดุ “ก็ได้จ้ะ”
จุกเดินไป ศรีแพรงง อ้าปากจะถาม
“ศรีแพร เอ็งก็ออกไปดูซิว่า แถวนี้มีน้ำให้ตักมาใช้กิน ใช้อาบได้บ้างมั้ย”
“ก็ได้”
ศรีแพรออกไป
“อั๊วอาจจะปากพล่อยไปหน่อย ขอโทษนะกระเต็น”
“หนูเข้าใจค่ะ ความจริงก็คือความจริง”
“พ่อยังเชื่อว่า มันมีอะไรมากกว่านั้น ถึงเราไม่เชื่อมั่นในตัวกล้า แต่พ่ออยากให้เราเชื่อมั่นในความดีเราต้องทำให้กล้ากลับมาเป็นกล้าคนเดิมให้ได้”
“ด้วยวิธีไหนคะ”
หาญนิ่งเพราะมีแผนอยู่แล้ว

ที่ปางไม้ ขุนโชติร่ายมนต์แล้วสะบัดออก เกล็ดจระเข้จำนวนมากพุ่งใส่กล้า กล้ากลิ้งตัวหลบอย่างรวดเร็ว ไปยังดาบประจุพรายทั้งสองที่ปักอยู่บนพื้น กล้าดึงดาบ เป่ามนต์ลงไป อักขระบนดาบเรืองแสงสีแดง แววตากล้าแข็งกร้าวขึ้น กล้าตวัดดาบใส่ขุนโชติ เกิดเงาดาบพุ่งไปที่ขุนโชติทันที ขุนโชติร่ายมนต์กสินไฟ สะบัดออก เกิดเปลวไฟพุ่งเข้าปะทะเงาดาบ ระเบิดสั่นกลางอากาศ เป็นควันคละคลุ้งไปทั่ว
กล้ามองหาขุนโชติ ก่อนจะหลับตา ใช้นาคราชเคลื่อนจิต หูกล้าได้ยินเสียงฝีเท้า ทันใดขุนโชติโผล่มาประชิดตัว กล้าเคลื่อนตัวหลบอย่างเร็วแล้วจระเข้ฟาดหาง โดนที่อกขุนโชติเต็มๆ จนผงะหงาย กล้าปรี่ตามใช้ดาบแทงซ้ำ แต่แล้วเมื่อคมดาบเกือบถึงตัว กล้าได้สติ ทำไม่ลง เฉไปแทงที่พื้น
“ฉันขอโทษ อาจารย์”
ขุนโชติจ้องกล้านิ่ง ตวัดขาเตะกล้าจนล้ม หยิบดาบจี้ที่อกอย่างรวดเร็ว
“ฝีมือของเอ็งไม่ใช่ปัญหา เรื่องนี้เอ็งคงแจ้งแก่ใจดี” ขุนโชติปักดาบที่พื้น “ในการศึก เอ็งจักใจอ่อนมิได้ จงจำคำข้าไว้ ไอ้ลูกชาย”
“ขอฉันลองใหม่อีกครั้ง”

กล้าฟันดาบประจุพรายกับขุนโชติอย่างดุดัน โดยขุนโชติใช้กรงเล็บรับดาบ หลบไปด้วย กล้าฟันต้นไม้ขาดสะบั้น
“ฮ่ะๆๆ ในที่สุดใจเอ็งประสานเป็นหนึ่งเดียวกับดาบประจุพรายแล้ว ไอ้กล้า”
กล้าหอบ สติกลับคืน แปลกใจตัวเองที่มีใจเหี้ยมโหดชั่วแว่บ
“เป็นเพราะอาจารย์สอนสั่ง”
สมุนเข้ามา
“ท่านขุนโชติ ท่านรองอำนวยรอพบอยู่ที่ห้องรับรอง”
ขุนโชติกับกล้ามาพบรองอำนวยที่ห้องรับรอง กล้าอ่านจดหมายที่รองอำนวยเอามาให้
“ไอ้หลวงณรงค์มันว่ากระไร” ขุนโชติถาม กล้าจึงอ่านให้ฟัง
“ข้า เสือหาญ มหาโจร หนึ่งในแผ่นดิน จะรอพวกเอ็งอยู่ที่ อิสุโร”
“หนึ่งในแผ่นดินกระนั้นรึ ผิดแล้ว ขุนโชติ แห่งทุ่งพระกาฬต่างหากที่เป็นหนึ่ง”
รองอำนวยรายงานเรื่องหาญ
“ลูกน้องผมบอกว่าตอนนี้ฝีมือมันร้ายกาจมาก ร่างกายแข็งเหมือนเหล็ก ผมกลัวว่าจะรับมือมันไม่ไหว”
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่า มีผู้ใดในแผ่นดินนี้จะมีฝีมือเหนือข้า ดีละ ข้าจักบุกไปกำหราบไอ้หลวงณรงค์ให้อยู่หมัด ศิษย์ข้า เอ็งพร้อมหรือไม่”
“ครับ”
“เดี๋ยวก่อน ท่านขุนโชติ ยังไงผมก็ยังเป็นตำรวจ ผมอยากให้ท่านเห็นแก่หน้าผมบ้าง”
ขุนโชติโบกมือ สมุนสองคนแบกหีบมาวางตรงหน้าเปิดออกเห็นทอง เครื่องเพชร เงินบรรจุอยู่เต็ม
“หวังว่าเอ็งจะพอใจในเครื่องบรรณาการของข้า”

รองอำนวยตาลุก
กล้าออกมาส่งรองอำนวยที่หน้าปางไม้ พวกสมุนแบกหีบผ่านไปขึ้นรถ
“ไม่ต้องห่วง ผมจะสั่งให้ลูกน้องเปิดทางให้ตลอดเส้นทางจนถึงกรุงเทพฯ”
กล้ามองรองอำนวย โมโหมากที่รองอำนวยรับใช้โจร
“ผมนึกไม่ถึงเลยว่าขุนโชติ จะมีสายเป็นถึงรองอธิบดี”
“แหม ผมก็อาจจะต้องพึ่งพาท่านขุนโชติให้ช่วยปราบพวกโจรกระจอกๆ บ้านเมืองมันจะได้สงบขึ้น” กล้ายิ่งเกลียด
“ผมว่าโจรอย่างพวกผม ยังไม่น่ากลัวเท่าโจรในเครื่องแบบนะ”
“น้องชาย คนเราจะใส่เสื้อผ้าสีอะไร มันก็ต้องกินต้องใช้ ต้องเอาตัวรอดเหมือนกันหมดนั่นแหละ รึไม่จริง” รองอำนวยตบบ่ากล้า
“เดี๋ยวครับ มีเรื่องหนึ่งผมอยากให้ท่านรองช่วย”
กล้าให้รองอำนวยช่วยตามหาราชาวดี และคุ้มกันให้

ประตูห้องที่ขังราชาวดีถูกไขออก ราชาวดีรีบหลบไปซุกตัวอยู่ที่มุมห้อง งามตาเข้ามาแล้ว ยิ้มเยาะ
“ว่าไง เพื่อนรัก แปลกใจล่ะสิที่ได้เจอฉัน”
ราชาวดีแปลกใจที่เห็นงามตา
“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง รู้ไหมคนพวกนั้นเป็นคนเลว”
“รู้ แต่ใครจะสนล่ะใครมีเงินทำให้ชีวิตฉันสบายได้ ฉันก็อยู่กับคนนั้น” ราชาวดีอึ้ง
“งามตา ทำไมเธอคิดได้แค่นี้”
“อย่าดัดจริต ทำตัวเป็นนางเอกไปหน่อยเลย เพราะเธอทำให้ชีวิตฉันต้องเป็นแบบนี้ เธอแย่งความเด่นดังของฉันไป แย่งทุกคนไปจากฉัน ฉันต้องถูกไล่ออกเพราะเธอคนเดียว”
“ชีวิตเธอก็เป็นของเธอ ถ้ามันจะเหลวแหลกก็เพราะมือเธอเอง”
งามตาโมโหตรงเข้าไปตบหน้าราชาวดีซ้ายขวาไม่ยั้ง แล้วเหวี่ยงไปที่เตียง ตามเข้าไปจิกผม
“หึ พูดดีไปเถอะ ต่อจากนี้ไปเธอก็จะเหลวแหลกไม่ต่างอะไรจากฉันหรอก”
ราชาวดีรู้ว่างามตามีแผนไม่ดี
“จะทำอะไร”
“ช่วยไม่ได้ก็เธออยากเล่นตัวเอง ในเมื่อพี่กล้าก็กลายเป็นโจร พ่อเลี้ยงภูมินทร์ก็ตายไปแล้ว เธอยังจะรักนวลสงวนตัวอยู่ทำไม”
ราชาวดีตกใจ
“พ่อเลี้ยงตายแล้ว”
“ไอ้คนพันธุ์นั้นตายซะได้ก็ดี ทำไม เสียดายเหรอไม่ต้องเสียดายหรอก ผู้ชายยังมีอีกเยอะ ฉันจะสงเคราะห์เธอเอง” งามตาหยิบยาเม็ดออกมา “ยาเนี่ยเป็นยาฝรั่ง พวกแขกขาประจำฉันชอบกินเพื่อกระตุ้นอารมณ์ รับรองว่า ยาเสน่ห์ขนานไหนก็สู้ไม่ได้”
“เธอจะทำอะไร”
“ก็เสือไทบอกว่าเธอมันมีอาคม ฉันก็อยากจะรู้นะซิว่าเจอยานี่เข้าไป อาคมจะสลายมั้ย”
งามตาล็อคตัวราชาวดีพยายามจะเอายายัดปาก ราชาวดีสู้ ถุยยาทิ้ง แล้วถีบงามตากระเด็น วิ่งหนี แต่ประตูห้องล็อกจากด้านนอก งามตาจิกหัวราชาวดีมาตบ แล้วขึ้นคร่อม หยิบมีดโกนที่เสียบไว้ที่เข็มขัดออกมา
“ฤทธิ์เยอะนักใช่มั้ย ฉันอยากรู้นักว่าหน้าสวยๆ อย่างเธอ ถ้าเสียโฉมไป จะมีใครมันอยากได้อยู่อีกมั้ย”
งามตาจะกรีดหน้าราชาวดีให้เสียโฉม งามตาจ่อมีดโกนใกล้หน้าราชาวดี ราชาวดียื้อเอาไว้สุดแรง ทันใดประตูห้องก็เปิดออก เสือไทเข้ามาเพราะเสียงเอะอะโวยวาย เสือไทจิกผมงามตากระชากออก
“นังบ้า เอ็งจักทำกระไร”
“ฉันจะฆ่ามัน”
“บัดซบ” เสือไทตบงามตา “ข้ายังไม่ได้มันเป็นเมียให้สมใจ เอ็งจักทำอะไรมันแม้เพียงไรขนก็ไม่ได้”
งามตาทั้งอิจฉาทั้งแค้น
“นังวดีมันมีดีตรงไหน ทำไมใครๆ ก็อยากได้แต่มัน ฉันก็ผู้หญิง ฉันก็มีทุกอย่างเหมือนที่มันมีนั่นแหละ”
เสือไทจ้องงามตา แววตาหื่น
“จริงของเอ็ง ข้าอดอยากปากแห้งมานาน ถ้าได้ผู้หญิงอย่างเอ็งคงบำเรอข้าได้ทั้งวันทั้งคืน ฮ่าๆๆ”
งามตาตกใจ รู้ว่างานหนักแน่
“ไม่นะ ไม่ใช่ฉัน ช่วยฉันด้วย”
เสือไทตรงเข้าอุ้มงามตาออกไป งามตาดิ้นแต่สู้แรงไม่ได้ ราชาวดีกลัว ถอยหนี รีบตามไปปิดประตูห้อง เสียงงามตาดังลอดเข้ามา
“อย่านะ อย่าทำฉัน ช่วยด้วย ช่วยด้วย”

ราชาวดีนึกสงสารงามตา
คมกลับมาจากข้างนอก เดินมาจะเข้าห้องแต่ประตูเปิดผัวะ งามตาอยู่ในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง มีรอยช้ำตามเนื้อตัว
“ไอ้บ้า ไอ้คนวิปริต”
งามตาวิ่งหนีออกไป
“อะไรวะ งามตาๆ”
คมเข้าไปดูในห้องจึงเห็นเสือไทนอนถอดเสื้ออย่างสบายใจ
“นี่แกมาทำอะไรในห้องฉันเนี่ย หรือว่า...ไอ้ไท จะมากไปแล้ว งามตาเป็นของฉัน แกกล้าดียังไง”
“สมบัติผลัดกันชมโว้ย ผู้หญิงโคมเขียวแบบนั้น เอ็งจะหวงไปทำไม”
“แต่ที่นี่ฉันเป็นใหญ่แกจะมาวางอำนาจไม่ได้”
คมจ่อปืน เสือไทเดินไปจับกระบอกปืน
“ฝีมือปลายแถวอย่างเอ็ง คิดจะมาเทียบเสืออย่างข้ากระนั้นรึ”
คมเหนี่ยวไกแต่เจอมหาอุตย์ ยิงไม่ออก เสือไทปล่อยมือ
“เห็นหรือยัง ว่าผู้ใดกันแน่ที่เป็นใหญ่”
เสือไทเดินกร่างออกไป คมแค้นมาก
“ไอ้ไท”

ที่อิสุโร ปิ่นโตอาหารถูกวางลง
“กับข้าวพวกนี้หลวงพ่อวัดใกล้ๆ ท่านให้มา กินรองทองไปก่อนนะ” จุกบอก
“ขอบใจ กินกันซะ เดี๋ยวค่อยวางแผนว่าเราจะรับมือขุนโชติยังไง”
“พูดก็พูดเถอะนะ ฉันไม่เห็นทางเลยว่าเราจะชนะขุนโชติได้ ก็น้าบอกเองว่า มันสำเร็จวิชากุมภีร์พิฆาต แถมกล้าก็กลายเป็นลูกโจรไปซะแล้ว ที่สำคัญมันมีตำรวจเป็นพวก ฉันว่าเรามีแต่ตายกับตายนะ”
“ถ้าเอ็งกลัวก็ไปซะ”
“ไม่ใช่อย่างงั้นพี่เต็น ฉันกำลังคิดว่าพวกเราน่าจะหนีข้ามชายแดนกันไปก่อน ตั้งหลักซักพัก เราอาจเจอคนดีมีวิชามาช่วยเราอีกแรงก็ได้”
“ไม่มีใครช่วยเราได้ จุก นอกจากตัวเราเอง เอ็งไม่ต้องกลัวไป ข้ารับรอง จะไม่ยอมให้พวกนั้นมันทำอันตรายเอ็ง”
“ข้าเชื่อ ข้าเชื่อว่า เจ้าต้องทำได้อย่างที่พูด”
ศรีแพรปลื้ม รักสุดๆ ตักกับข้าวให้หาญ ยิ่งยศกระแอม
“แต่แกแน่ใจได้ยังไงว่า ขุนโชติจะบุกมาหาเราที่นี่”
“สิ่งที่ขุนโชติมันรอมาตลอดก็คือ การแก้แค้นฉัน ยิ่งมันได้รู้ว่าฉันมีสุดยอดวิชา มันต้องยิ่งอยากจะพิสูจน์ฝีมือ”
“แล้วกล้าล่ะ”
“ข้าจะจัดการกับกล้าเอง” กระเต็นบอก หาญมองอย่างเห็นใจ

กล้าร่ายคาถาและเป่ามนต์ที่มือขวา จากนั้นที่แขนก็ขึ้นเป็นเกล็ดพญานาคสีทอง
“หมัดนาคราช”
คลื่นหมัดสีทองเป็นวงพุ่งตรงไปที่อาจารย์ยอดซึ่งนาคราชสิงอยู่ นาคราชเคลื่อนตัวหลบคลื่นมนต์เคลื่อนชนต้นไม้ ปะทะเป็นรอยไหม้เกรียม นาคราชยิ้มให้กล้า
“ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะผ่านวิชานาคราชทั้งสองขั้นได้ในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้”
นาคราชออกจากร่างอาตารย์ยอด ร่างอาจารย์ยอดร่วงไปนอนสลบ ฝุ่นสีทองกระจายออกจากตัว ไหลรวมเข้าไปในคัมภีร์กล้าพยายามเรียก
“เดี๋ยวก่อนท่านนาคราช แล้วขั้นที่สามล่ะ”
แต่ไม่ทันคัมภีร์ปิดตนเองไป กล้าได้แต่มองอย่างเสียดาย อาจารย์ยอดได้สติ ดันตัวเองขึ้นมา รีบถามกล้า
“กล้า เอ็งสำเร็จวิชานาคราชทั้งสามขั้นแล้วใช่ไหม”
“ยังหรอก แต่ฉันผ่านขั้นที่สอง ได้วิชาหมัดนาคราชมาแล้ว” อาจารย์บอดทึ่ง
“ไม่น่าเชื่อ เท่าที่ข้ารู้ ไม่มีผู้ใครผ่านคัมภีร์นาคราชขั้นที่สองได้เร็วเท่าเอ็งมาก่อน”
“แล้วขั้นสุดท้ายละ อาจารย์”
ขณะนั้นคะนึงนิจแอบมองกล้ากับอาจารย์ยอด คะนึงนิจแนบหน้ากับต้นไม้แล้วเห็นตุ๊กแกอยู่ตรงหน้า
“ว้าย”
กล้าหันขวับไปทางคะนึงนิจ อาจารย์ยอดตกใจ
“เสียงผู้หญิง”
คะนึงนิจเห็นกล้าจ้องมองมาจึงวิ่งหนีออกไปทันที
คะนึงนิจวิ่งหนีเข้ามาที่มุมป่าอีกด้าน พลางมองหลังกลัวกล้าตามทัน แต่แล้วพอหันกลับก็ต้องชะงักเมื่อเห็นกล้าก้าวเข้ามายืนขวางไว้
“พี่เตือนแล้วใช่มั้ย อยากจะท้าทายพี่หรือไง”
“ก็บอกนิจมาก่อนสิ ว่าพี่กล้ากับอาจารย์ยอดทำอะไรอยู่กันแน่ทำไมถึงต้องแอบมาคุยกันลับๆ ล่อๆ ไกลขนาดนี้”
ไกลออกไปกล้าเหลือบเห็นอาจารย์ยอดเดินตามเข้ามา กล้ารีบเดินเข้าไปหาคะนึงนิจแล้วมองด้วยแววตาเดิมที่คะนึงนิจคุ้นชิน คะนึงนิจงงๆ ถอยหนี
“พี่กล้า”
“เรื่องทุกอย่าง ถึงเวลาแล้วนิจจะรู้เอง”
กล้าสับไปที่ต้นคอ คะนึงนิจสลบลงไป อาจารย์ยอดมาถึงพอดี
“นังเมียเอ็งเองรึ” กล้าทำเหี้ยม
“อาจารย์ไม่ต้องห่วง ฉันสั่งสอนมันจนสลบไปแล้ว อาจารย์รีบกลับไปก่อนเถอะ ก่อนที่ไอ้ขุนโชติมันจะสงสัย ส่วนนังนี่ ฉันจะโยนมันลงหน้าผา ให้มันไปอยู่กับพี่ชายของมันซะเลย”
“ดี! ให้มันสองพี่น้องไปอยู่ปรโลกซะ กำจัดไอ้ขุนโชติได้เมื่อไหร่ เอ็งกับข้าจะได้เอาทรัพย์สมบัติของพวกมันมาเสวยสุขให้เต็มที่ ฮ่าๆๆ”
กล้าทำเป็นหัวเราะร่วมด้วย
“ฮ่าๆ”

คะนึงนิจที่ยังหลับถูกกล้าอุ้มเข้ามาในโรงไม้แล้ววางลงกับพื้น
“พี่ขอโทษนะนิจ นอนที่นี่อาจไม่สบายเท่าไหร่ แต่นิจจะปลอดภัย ตื่นขึ้นเมื่อไหร่ นิจจะเข้าใจเรื่องทั้งหมดเอง”
กล้าเสยปัดผมที่ลงมาปรกหน้าให้คะนึงนิจด้วยความสงสารก่อนจะวางซองจดหมายลงข้างๆ ตัว

กล้าล็อคแม่กุญแจหน้าโกดัง ก่อนเดินออกไปด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
วันรุ่งขึ้น กล้าเดินมาหาขุนโชติที่นั่งรออยู่
“อาจารย์เรียกหาฉัน”
“ใช่ วันพรุ่งเราจักเคลื่อนกำลังลงไปกำจัดไอ้หลวงณรงค์กันแล้ว แต่ข้าคิดว่าเรามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำกันเสียก่อน” กล้าสงสัยว่าเรื่องสำคัญอะไร ขุนโชติสบตากล้า “ไอ้กล้า แม้เอ็งติดตามข้ามาได้ไม่นาน แต่ความภักดี
ของเอ็งเป็นที่ประจักษ์ แลทำให้ข้าซึ้งใจนัก ถึงคราที่กุมภีร์พิฆาตจักต้องมีผู้สืบทอดเสียที”
กล้าดีใจ ในที่สุดก็จะได้วิชากุมภีร์พิฆาต
“อาจารย์” กล้านั่งลง ไหว้ขุนโชติ “เป็นบุญของฉันจริงๆ ฉันจะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังเป็นอันขาด”
“ข้ารู้ว่าข้าไว้ใจคนไม่ผิด” ขุนโชติวางมือบนไหล่กล้า “ไอ้ลูกชาย”
กล้าอึ้งๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ

ขุนโชติกางกงเล็บทั้งสองออก พลางร่ายมนต์ เสียงคาถาภาษาขอมดังกังวาน กล้านั่งถอดเสื้ออยู่ วางมือทั้งสองลงบนเข่า หันหลังให้ขุนโชติ ลมพายุพัดแรง ยันต์จระเข้ของขุนโชติเรืองแสงขึ้นพร้อมกับเกิดก้อนพลังสีแดงขึ้นที่กงเล็บทั้งสอง ขุนโชติผลักก้อนพลังลงไปที่หลังของกล้า พลังไหลเข้าไปที่ตัวกล้า แล้วแผ่ไปยังส่วนต่างๆ ทั่วร่าง ร่างกล้าเริ่มโอนเอน สั่นเทิ้ม เหงื่อผุดเต็มใบหน้าเพราะมีการต้านกับพลังนาคราชอยู่ภายใน ทันใดพลังของขุนโชติก็ถูกแสงสีขาวผลักให้ย้อนกลับ ยันต์รูปพญานาคเรืองแสงขาวจ้าลอยออกมาจากหลังกล้าแว่บหนึ่ง ขุนโชติผงะ เครียดขึ้นมาทันที
“นี่มัน...”
กล้ารู้สึกแปลกใจ ลืมตาขึ้นถาม
“อาจารย์ เกิดอะไรขึ้น”
ขุนโชติพยายามข่มอารมณ์ ตอบนิ่งๆ
“ไม่มีกระไร พอแค่นี้ก่อน”
“อาจารย์ อาจารย์เป็นอะไรรึเปล่า” กล้าถามอย่างแปลกใจ
“เอ็งห่วงข้าจริงๆ กระนั้นรึ”
ขุนโชติถามเป็นนัย แต่ใจนั้นเจ็บนัก
“ทำไมอาจารย์ถึงถามแบบนั้น ก็อาจารย์เป็นอาจารย์ของฉัน”
“เอ็งคิดเยี่ยงนั้นจริงก็ดี ข้าแค่เหนื่อยเพราะวางแผนไปพระนครจนเกือบรุ่ง เอ็งกลับไปเสีย ข้าจักเข้าฌานต่อสักพัก” กล้ารู้สึกงงๆ แต่ยอมกลับออกไปแต่โดยดี ขุนโชติมองตามหลังกล้า “พลังนาคราช...เอ็งไปฝึกมาจากใครกัน”
ขุนโชติทั้งเจ็บใจ ทั้งแค้นใจ

หลังปางไม้อีกทาง มีรถกระบะจอดอยู่และหลังรถมีหีบสมบัติอยู่เกือบเต็ม อาจารย์ยอดคุมสมุนภูมินทร์ขนพวกหีบสมบัติต่างๆ ขึ้นรถ สมุนทำหีบเกือบร่วง
“ดีๆสิวะ ข้ามชายแดนไปเมื่อไหร่ ของพวกนี้แหละ ที่จะทำให้เรารวยไปได้ตลอดชาติ เหอะ...เรื่องอะไรจะต้องโง่ตามมันไปสู้กับพวกไอ้หลวงณรงค์นั่นด้วย มันไม่ใช่เจ้าชีวิตข้าโว้ย แบบนี้กว่าแผนจะสำเร็จ กว่าปางไม้จะเป็นของข้า ก็คงได้แก่ตายกันก่อนพอดี”
แต่แล้วก็มีลูกไฟพุ่งเข้ามาปะทะตัวพวกสมุนภูมินทร์ที่กำลังขนของ สมุนทั้ง 2 คนตาย หีบร่วง ของโบราณ ทองแท่ง ทองหยองหล่นกระจาย อาจารย์ยอดตกใจมองไปเห็นขุนโชติเดินเข้ามาก็ตะลึง
“ขะ ขุนโชติ”
“ไอ้ยอด ไอ้ทรยศ เอ็งจักทำกระไร” ขุนโชติตวาดลั่น อาจารย์ยอดพยายามแก้ตัว
“ข้า ข้าแค่จะ จะเอาสมบัติพวกนี้ไปขาย แล้ว แล้วก็เอาเงินมาให้ท่านไง ท่านขุนโชติ”
“หุบปาก คนสองเจ้า บ่าวสองนายเยี่ยงเอ็ง มันสับปรับ เชื่อไม่ได้ ตอบข้ามา เอ็งสอนวิชานาคราชให้ไอ้กล้าใช่รึไม่” อาจารย์ยอดอึ้ง ตกใจมากที่ขุนโชติรู้ “ตอบข้ามาบัดเดี๋ยวนี้”
“พูดอะไรกัน ท่านขุนโชติ ข้าไม่รู้เรื่อง”
“เอ็งไม่ต้องมาปด”
ขุนโชติตวัดกงเล็บไปที่อาจารย์ยอด อาจารย์ยอดหลบ ชักมีดหมอแทงไปที่ขุนโชติแต่ไม่เข้า ขุนโชติปัดมีดหมอกระเด็น แล้วตวัดมือลงที่หน้าอาจารย์ยอด อาจารย์ยอดเอามือรับไว้ ขุนโชติกดกงเล็บ อาจารย์ยอดตัดสินใจพลิกตัว บิดแขน ถีบขุนโชติแล้วชักไม้ครูตวัดกลายเป็นสายฟ้าสีดำพุ่งไปที่ขุนโชติทันที
ขุนโชติร่ายมนต์สะบัดออกกลายเป็นเกล็ดจระเข้ออกไปสู้ชนกับสายฟ้าระเบิดกลางอากาศ อาจารย์ยอดรู้ว่าสู้ไม่ได้แน่แล้ว รีบวิ่งหนีเข้าป่า ขุนโชติเคลื่อนตัวไปดักหน้า แสยะยิ้มเหี้ยม ตวัดกงเล็บไปที่อกอาจารย์ยอดเลือดอาบ แล้วซัดหมัดตามอย่างแรงจนอาจารย์ยอดกระเด็นชนต้นไม้ กระอักเลือด ทรุดตัวลง ขุนโชติเดินเข้าหา กางกงเล็บ จะตวัดลง อาจารย์ยอดกลัวตัวสั่น รีบขอชีวิต
“อย่าฆ่าข้า ข้าผิดไปแล้ว ไอ้กล้า ไอ้กล้ามันบังคับให้ข้าสอนมัน มันอยู่เบื้องหลังเรื่องทุกอย่าง คนที่ลอบ
ทำร้ายไอ้ไทก็คือมัน มันว่ามันจะกำจัดท่านให้ได้”
“งั้นรึ”
ขุนโชติแค้นมากหันเดินกลับออกมา อาจารย์ยอดโล่งอกแต่แล้วขุนโชติก็หันกลับสะบัดลูกไฟกระแทกไปอีก
อาจารย์ยอดลอยกระเด็น ร่วงกระแทกพื้น กระอักเลือด ต้นไม้ที่โดนเปลวไฟโค่นลงมาทับซ้ำ
“อ๊าก”

ขุนโชติมองเหี้ยม อย่างสะใจ
เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 14 (ต่อ)

ขณะนั้นกล้ายืนรออาจารย์ยอดอยู่ที่หลังปางไม้ด้วยความร้อนใจ กล้าชะเง้อมองหาอาจารย์ยอดแต่ไม่เห็นวี่แววจึงตัดสินใจเดินกลับออกไป
กล้ามาหาอาจารย์ยอดที่ห้องพัก
“อาจารย์ อาจารย์ยอด”
กล้าเคาะประตูเรียกเบาๆ แต่เงียบไม่มีเสียงตอบรับ กล้าสงสัย ลองบิดลูกบิด รู้ว่าไม่ได้ล็อคก็ลองผลักเข้าไป
กล้าเปิดประตูเข้ามา แต่แล้วกลับต้องชะงักเมื่อพบว่าขุนโชตินั่งอยู่
“อาจารย์ ทำไมอาจารย์ถึงอยู่ที่นี่ แล้ว...”
ขุนโชติพูดพลางดูปฏิกริยากล้า
“ไอ้ยอดมันคิดคดทรยศ”
“ทรยศ” กล้าพยายามสงบอารมณ์ “อาจารย์ยอดทำอะไรเหรอครับ”
“มันคิดขโมยสมบัติข้าหนีไป ดีที่ข้าไหวทัน จับมันได้”
“แสดงว่าอาจารย์ยอดตายแล้ว”
“ผู้ใดทรยศ ข้าไม่เอามันไว้ เอ็งก็แจ้งใจดีนี่”
“ฉันนึกอยู่แล้วว่ามันต้องคิดไม่ซื่อ ฉันก็เลยคิดจะมาจับผิดมัน ไม่นึกว่า อาจารย์จะตัดหน้าไปก่อน อาจารย์ปราดเปรื่องจริงๆ”
ขุนโชติข่มอารมณ์โกรธไว้ลุกขึ้น ตัดบท
“เอ็งจงไปเก็บข้าวของเสีย เราสองคนจักออกเดินทางไปอิสุโรบัดเดี๋ยวนี้” กล้าอึ้ง
“ฮะ”
“ทำไม รึเอ็งไม่อยากสู้กับปู่ของเอ็ง”
กล้ารีบปรับท่าที
“เปล่าอาจารย์ ความแค้นของอาจารย์ก็เหมือนความแค้นของฉัน”
ขุนโชติจ้องกล้า ตาลุกวาว
“ดี สมแล้วที่เอ็งเป็นศิษย์รักของข้า”
กล้าเครียดไม่คิดว่าจะต้องออกเดินทางเร็วขนาดนี้

วันต่อมา หาญ ยิ่งยศ กระเต็น กระถิน ศรีแพร จุก รวมตัวกันอยู่ที่อิสุโร
“อีกไม่นานพวกขุนโชติต้องมาที่นี่ตามคำท้าแน่ รีบลงมือกันเถอะ”
หาญบอกอย่างมั่นใจ ทั้งหมดพยักหน้ารับจริงจัง
กระเต็นกับจุก ช่วยกันขึงเชือก ระหว่างต้นไม้เสร็จ กระเต็นลองกระตุก กระดิ่งที่แขวนอยู่ส่งเสียงดัง ทั้งสองมองกันพอใจ อีกมุมหาญกับศรีแพรทำเครื่องหมายกากบาทที่ต้นไม้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ หาญว่าคาถาสะบัดมนต์ออกไป ต้นไม้เบื้องหน้า ต่างเคลื่อนสลับที่กันไปมา หาญมองอย่างพอใจ ศรีแพรแอบมองหาญด้วยความรัก
อีกมุม ยิ่งยศขุดหลุมเสร็จ ก่อนจะเป่ามนต์ใส่หมัดสะบัดออกไปที่พื้นดินหลุมกลับเป็นเหมือนผืนดินปกติ
เมื่อทุกอย่างพร้อมทุกคนยืนอยู่ที่หน้าโบสถ์ร้าง หาญว่าคาถา ผายมือออก เกิดม่านมนต์เรืองแสงครอบบริเวณรอบๆ ไว้
“กระดิ่งที่ขึงเอาไว้จะส่งสัญญาณเตือนพวกเรา จากนั้นพวกขุนโชติจะหลงอยู่ในค่ายกลที่ข้าสร้างไว้เป็นด่านแรก”
“แล้วถ้าค่ายกลถูกไอ้ขุนโชติทำลายได้ล่ะน้า” จุกถาม ยิ่งยศเสริมทันที
“ก็จะเจอกับหลุมพรางของฉันต่อน่ะสิ ไอ้หลุมเนี่ยจะดูดให้พวกมันติดอยู่ในนั้นจนออกมาไม่ได้ แต่ถ้าไอ้ขุนโชติหลุดออกมาได้ ก็จะเจอกับกำแพงมนต์ที่จะป้องกันอาวุธ แล้วก็กันไม่ให้พวกมันหลุดเข้ามา”
“แต่...ฉันไม่เข้าใจเลย ทำไมเราไม่ทำกับดักโหดๆ หน่อย เอาแบบโดนปั๊บตายปุ๊บ ไอ้ขุนโชติน่ะมันมีวิชากุมภีร์พิฆาต แถมยังมีกล้าเป็นพวกอีกต่างหาก”
“ข้าไม่ต้องการฆ่าใคร”
จุกได้ยินก็โวยใหญ่
“ฮะ อะไรนะ จะบ้าเหรอน้า มันมีตำรวจเป็นพวก มันจะฆ่าเรา แต่เราไม่ฆ่ามัน แบบนี้เราก็ซี้แหงแก๋น่ะสิน้า”
“จุก เอ็งทำตามที่ข้าพูดก็พอ ยิ่งขุนโชติใช้ตำรวจเป็นพวกก็ยิ่งฆ่าใครไม่ได้ เข้าใจไหม” จุกเซ็งแต่ขัดหาญก็ไม่ได้ หาญหันไปพูดกับกระเต็น “เอ็งไม่ต้องกังวลกระเต็น เราต้องจับกล้าให้ได้ และต้องไม่มีใครตายอีก”
“ค่ะ หนูเชื่อคุณพ่อ”
กระเต็นเครียด ทุกคนต่างมองอย่างเห็นใจ

ศรีแพรนั่งเอาดอกไม้ป่าร้อยเป็นมาลัยเสร็จพอดีแต่สภาพไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่
“ศรีแพร” ศรีแพรเห็นหาญเข้ามาก็รีบซ่อนพวงมาลัยข้างหลัง “มีอะไรรึเปล่า ข้าเห็นเอ็งหลบมานั่งอยู่นี่นานแล้ว
รึว่าเป็นกังวลเรื่องขุนโชติ” หาญถามอย่างเป็นห่วง ศรีแพรตอบอย่างอายๆ
“เปล่า เอ่อ...เจ้าห้ามหัวเราะนะ” หาญงงแต่ก็พยักหน้ารับ ศรีแพรยื่นพวงมาลัยให้อย่างขวยเขิน “รับไปสิ”
หาญรับมา มองดู อดอมยิ้มในฝีมือไม่ได้ “ข้าว่าแล้วว่าเจ้าต้องขำ”
“ข้าขอโทษ เอ็งหลบมาก็เพื่อทำสิ่งนี้ให้ข้า”
“คนบ้านป่าอย่างข้าทำอะไรพวกนี้ไม่ค่อยเป็นหรอก แต่ถึงไม่สวยเจ้าก็ห้ามทิ้งนะ ข้า ข้าตั้งใจให้เจ้าเอาไปถวายพระ”
หาญซึ้งใจมาก

“ข้าขอบใจเอ็งมาก”
ศรีแพรทนไม่ไหว โพล่งความรู้สึกออกมา
“หาญ ข้ารู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิต แต่ถึงไอ้ขุนโชติมันจะเก่งแค่ไหน ถ้ามันคิดทำร้ายเจ้า ข้าขอสู้ตาย มันต้องข้ามศพข้าไปก่อน ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเป็นอะไรไปแน่”
“ศรีแพร เอ็งอย่าพูดแบบนี้ ข้าไม่ได้มีคุณค่าขนาดนั้น อย่าลืมสิว่าเอ็งต้องรักษาชีวิตไว้เพื่อหมู่บ้านของเอ็ง เอ็งต้องสร้างม่อนช้างเผือกขึ้นมาอีกครั้งให้ได้”
“แล้วเจ้าจะไปอยู่กับข้าไหม เจ้าจะช่วยข้าสร้างหมู่บ้านขึ้นมาอีกครั้งหรือเปล่า” หาญอ้ำอึ้ง ศรีแพรถามตรงๆ
“เจ้าคงรังเกียจคนบ้านป่าอย่างข้ามากสินะ”
“ศรีแพร มันไม่ใช่อย่างที่เอ็งคิดซักนิด”
ศรีแพรโผเข้ากอดหาญแน่น
“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้เป็นอย่างที่ข้าเห็น แต่ต่อให้เจ้าอายุสักร้อยปี รึสองร้อยปี ข้าก็จะรักเจ้า เจ้าได้ยินไหม ยังไงข้าก็จะรักเจ้า”
หาญได้ยินก็หวั่นไหวด้วยความสงสาร
“ศรีแพร” ทั้งสองมองตากันซึ้ง หาญขยับตัวโอบศรีแพร เหมือนมีแรงดึงดูดต่อกัน แต่แล้วในขณะที่ทั้งสองจะจูบกันนั้น หาญก็ได้สติ ชะงัก ก่อนจะผละออก “ข้าขอโทษ เอ็งไปพักเถอะนะ ข้าจะเอาพวงมาลัยนี่ไปไหว้พระ แล้วเข้าสมาธิต่อเสียหน่อย”
หาญรีบเดินกลับออกไป ศรีแพรมองตาม รู้สึกเขินๆ เก้อๆ ห่างออกไปที่มุมลับตายิ่งยศยืนอยู่ เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง

หาญเดินเข้ามา ยิ่งยศโผล่มาดักหน้า
“ไงวะ ยังเนื้อหอมเหมือนเดิมนี่หว่า”
“แกพูดอะไรของแก ไอ้ยิ่ง”
“เฮ่ย เอาน่าถึงขนาดนี้แล้ว บอกกันมาตรงๆ ดีกว่า แกคิดยังไงกับเด็กนั่นวะ”
“เด็กนั่น ศรีแพรน่ะเหรอ”
“ก็เออสิวะ ทั้งสวย ทั้งใจเด็ด ฉันว่าน่ารักดีออก แกน่ะได้ผสานร่างกับพญาสมิงเหล็กแล้ว ยังไงก็ได้เป็นหนุ่มแน่นไปตลอด คิดดูดีๆ นะเว้ย จะตัดใจกลับไปบวชจริงๆ เหรอวะ”
“ไอ้ยิ่ง ฉันกลับมาไม่ได้เพราะต้องการเสพสุขทางโลก แต่ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อจะช่วยกล้า บอกตามตรง ฉันไม่ได้คิดว่าเรื่องจะบานปลายจนต้องเดือดร้อนถึงแกแบบนี้ด้วยซ้ำ”
“เฮ้ย เดือดร้งเดือดร้อนอะไรวะ ไม่รู้รึไงว่าฉันดีใจขนาดไหนที่ได้กลับมาช่วยเพื่อนรักอย่างแก ถึงตายก็ไม่เสียดายเว้ย”
หาญซึ้งใจมาก
“ไอ้ยิ่ง ฉันดีใจที่ได้มีเพื่อนอย่างแก” ยิ่งยศชักเขิน
“เฮ้ยๆ พอเลยๆ ไม่ต้องซึ้งมาก ขนลุกเป็นนะโว้ย” หาญยิ้มขำ
“เอาล่ะ เดี๋ยวฉันจะเข้าสมาธิครั้งสุดท้ายเพื่อปลุกพญาสมิงเหล็ก แกช่วยดูด้วย อย่าให้ใครเข้าไปรบกวนฉันเป็นอันขาด”
“เรื่องแค่นี้สบายมาก”
หาญมองยิ่งยศ เหมือนจะร่ำลา
“ขอบใจมากนะไอ้ยิ่งสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ฉันอยากให้แกรับปากฉันเรื่องหนึ่ง”
“เออ ว่ามา”
“ถ้าฉันเป็นอะไรไป แกจะดูแลทุกคนให้ปลอดภัย”
“แกพูดอะไรของแกวะ แกมีเหล็กไหลประทับอยู่ในร่าง ถ้าแกไม่อัญเชิญพญาสมิงเหล็กออกไป แกก็ไม่มีวันตาย”
“ฉันแค่พูดเผื่อไว้ รับปากฉันซิ”
“เออ ก็ได้ๆ ฉันรับปาก”
หาญตบไหล่ยิ่งยศเหมือนจะร่ำลา ก่อนเดินออกไป ยิ่งยศมองตามหลังหาญ งงๆ ในท่าที

ที่กรุงเทพ รองอำนวยเดินนำขุนโชติเข้ามาในโถงของบ้านหลังหนึ่ง กล้าสะพายดาบประจุพรายไขว้หลังตามมาห่างๆ สีหน้าเครียด
“ผมเตรียมบ้านหลังนี้เอาไว้ สำหรับท่านขุนโชติโดยเฉพาะ ใหญ่โตโอ่อ่าสมกับบารมีของท่าน หวังว่าจะพอใจนะครับ”
รองอำนวยบอก ขุนโชติยิ้มอย่างพอใจ
“หึหึ ดี เอ็งทำได้ดีมาก”
รองอำนวยผายมือไปทางห้องอาหาร
“เชิญทางนี้ดีกว่า ผมเตรียมอาหารกับเครื่องดื่มไว้เลี้ยงต้อนรับแล้ว”
“ยังไม่ต้อง ให้ข้ากำจัดไอ้หลวงณรงค์ให้สิ้นเสียก่อน เราค่อยฉลองกันให้หนำใจ ศิษย์ข้า เอ็งจงเร่งนำข้าไปยังอิสุโรเถิด”
ขุนโชติเดินนำจะออกไป กล้าคาดไม่ถึง เป็นกังวล หาทางรั้งขุนโชติไว้
“แต่เราเพิ่งมาถึงกรุงเทพ ฉันว่า...”
ขุนโชติหันขวับ จ้องมองกล้าอย่างไม่พอใจ
“เอ็งกล้าขัดใจข้ากระนั้นรึ” กล้าตกใจ ขุนโชติเปลี่ยนสีหน้าเป็นปกติ “รึว่าเอ็งยังเหนื่อยกับการเดินทาง ข้าไปลำพังก็ได้”
“ไม่ใช่อย่างนั้นอาจารย์ ฉันแค่เป็นห่วงว่าถ้าล้าเกินไป การไปสู้กับเสือหาญจะทำให้เราเสียเปรียบ”
“ขอบใจเอ็งยิ่งนักที่เป็นห่วงข้า แต่กุมภีร์พิฆาตของข้าไม่จำเป็นต้องหวั่นเกรงผู้ใด” ขุนโชติสบตากล้าอย่างมีนัย “ต่อให้มันแอบฝึกฝนอีกนับร้อยวิชาก็ไม่มีวันล้มข้าได้”

กล้าหลบตา ขุนโชติหัวเราะอย่างมั่นใจแล้วออกไป กล้ามองตามด้วยความอึดอัด ร้อนใจ รีบตาม
กล้าขับรถพาขุนโชติมาตามถนนที่ตัดขึ้นเขามุ่งสู่อิสุโร
“บนยอดเขานี่รึ คือสำนักอิสุโรที่มันว่าไว้” กล้าพยักหน้ารับ เครียด ขุนโชติหรี่ตามองกล้า พูดเยาะๆ “ไอ้หลวงณรงค์ มันเข้าใจเลือกที่ตายยิ่งนัก”
ทันใดรถเครื่องดับ กล้าจอดเข้าข้างทาง ลงมาดู ขุนโชติจ้องกล้าอย่างไม่ไว้ใจ กล้าหลบตา ทำทีเป็นตรวจดูเครื่องยนต์
“รถเสีย เราคงไปต่อไม่ได้แล้ว”
ขุนโชติยิ่งระวังตัว ก่อนเปลี่ยนสายตาเป็นปกติ
“ระยะทางแค่นี้ ข้าย่นระยะทางไปเองได้”
ขุนโชติเดินนำกล้าขึ้นเขาไป กล้ามองตาม เห็นขุนโชติกำลังเผลอร่ายมนต์ กล้าจึงตัดสินใจชักดาบประจุพรายโจมตีขุนโชติจากด้านหลังแต่ขุนโชติที่ระวังตัวอยู่แล้วหลบได้ กล้าพุ่งกลับเข้าไปซ้ำ ฟาดฟันขุนโชติไม่ยั้ง ขุนโชติเอาแต่ป้องกัน ไม่ปะทะ ถีบกล้ากระเด็นไป
“ไอ้เนรคุณ คิดลอบกัดกระนั้นรึ เอ็งคงเห็นว่าข้าโง่เขลานักจึงใช้แผนตื้นๆ เยี่ยงนี้ลวงข้า”
กล้าอึ้ง คิดไม่ถึงว่าขุนโชติจะรู้แล้ว
“แกรู้แล้ว”
“ไอ้ยอดมันบอกข้าหมดแล้ว” ขุนโชติจ้องกล้าด้วยความเจ็บใจ “หมามันยังรู้คุณข้าวสุก แต่เอ็งกลับทรยศหักหลังคนที่ตัวเองกราบเป็นครู เสียแรงนักที่ข้ารักเอ็งดุจลูกในไส้”
กล้ารู้สึกผิด แต่ไม่มีทางเลือกอื่น
“ถึงแกจะดีกับฉันยังไง แต่บาปที่แกทำกับคนบริสุทธิ์ฉันอภัยให้ไม่ได้”
“โอหัง อย่างเอ็งจักทำกระไรข้าได้”
ขุนโชติเป่าคาถาลงบนมือทั้งสองข้าง มือขุนโชติกลายเป็นกงเล็บจระเข้ขึ้นมา กล้ารีบบริกรรมคาถาเป่าลงบนดาบ อักขระสีเลือดบนดาบเรืองรองขึ้น กล้าตวัดดาบออกไปเกิดเงาดาบสีแดงพุ่งเข้าหา ขุนโชติเคลื่อนตัวหลบอย่างรวดเร็ว เกิดระเบิดสั่นสะเทือน
ขุนโชติมาปรากฏกายตรงหน้ากล้าแล้วจู่โจมด้วยกงเล็บ กล้าถูกข่วนเลือดสาด
“เป็นศิษย์ริอาจคิดล้างครู เอ็งใช้วิชาที่ข้าสอนสู้กับข้าจักได้ความกระไร ไหน ข้าขอชมวิชานาคราช
เป็นบุญตาสักครั้งเถิด”
ว่าแล้วขุนโชติก็สะบัดลูกไฟโจมตีไปหลายลูก กล้าม้วนตัวหลบพ้น ปักดาบคู่ลงที่พื้น ก่อนจะร่ายคาถาวิชานาคราช
“นะมามิ ลิละ สาเข ปัตถะ ละปะ ธัมเม สะคะลับตี สะเยตานาคะ ลาเชนะยะปิสะโตฯ” เกิดลมพัดแรงขึ้น เหล่าอักขระโบราณสีทองแบบเดียวกับในคัมภีร์ใบลานปรากฎขึ้น พุ่งเข้าตัวกล้า “นาคราชเคลื่อนกาย” กล้าเคลื่อนตัวอย่างเร็วเข้าห
กำลังโหลดความคิดเห็น...