xs
xsm
sm
md
lg

เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 12

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 12

วันต่อมากระเต็นค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมา กระเต็นในสภาพขมุกขมอมค่อยๆ ยันตัวเองขึ้นนั่ง มือกุมท้องเพราะยังปวดระบมจากการโดนบิดไส้ กระเต็นมองไปรอบๆ เห็นเป็นบริเวณหน้ารั้วบ้านตัวเองก็แปลกใจ

“ทำไม ทำไมเราถึงกลับมาอยู่ที่นี่ได้” กระเต็นพยายามคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา กระเต็นค่อยๆ ยืนขึ้นพลางเรียกไปในบ้าน “รัก ยม”
ทันใดก็มีมือเข้ามาปิดปากกระเต็นเอาไว้ กระเต็นตกใจดิ้นใหญ่ ตัวกระเต็นถูกลากเข้ามุมลับตาข้างบ้านไปกระเต็นเอาศอกกระทุ้งท้องหาญมือหาญหลุด พลิกตัวกลับ ตั้งท่าจะสู้ แต่แล้วต้องแปลกใจ
“พ่อหาญ”
“ข้าเอง โชคดีที่ข้ากลับมาเอาตะกรุด ถึงได้เจอเอ็งเข้า เราต้องรีบไปจากที่นี่ ตอนนี้สายตำรวจมีอยู่เต็มเมือง”
“เป็นไงบ้าง ลูกสะใภ้”
กระเต็นหันมองไปตามเสียง เห็นยิ่งยศถึงกับอึ้ง
“ผู้การฯ ยิ่งยศ”
กระเต็นตะลึง

หาญกับยิ่งยศพากระเต็นมาที่กระท่อมกระถินหลังจากกระเต็นได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว
“พ่อหาญไปที่ป่าอาถรรพ์ก็เพราะแบบนี้นี่เอง”
“แต่ข้ากลับมาช้าไป ไม่เช่นนั้นก็คงจะช่วยกล้าได้ทัน”
ยิ่งยศเข้ามา ยื่นถ้วยสมุนไพรให้กระเต็น
“ดื่มนี่ซะ อาคมที่ฉันกำกับไว้จะช่วยล้างพิษยาสั่งให้เธอได้” กระเต็นมองอย่างไม่ค่อยไว้ใจ ไม่กล้ารับมาดื่ม
“รับไปเถอะ ฉันไม่ใช่ยิ่งยศคนเดิมอีกต่อไปแล้ว”
กระเต็นรับถ้วยยาจากยิ่งยศ มองหาญ หาญพยักหน้าให้ กระเต็นตัดสินใจดื่ม ทันทีที่กระเต็นดื่มสมุนไพรเข้าไปก็เกิดแสงวาบขึ้นที่ท้องกระเต็น กระเต็นอ้วกออกมาเป็นน้ำสีดำ
“ยาสั่งจริงๆ”
“ไอ้พวกอวิชชา มันไม่รู้หรอกว่านรกน่ะน่ากลัวแค่ไหน”
“ดีขึ้นแล้วใช่ไหม” หาญถามกระเต็นอย่างเป็นห่วง กระเต็นพยักหน้ารับ
“ขอบคุณนะคะ ผู้การฯ”
“กระเต็น ฉันรู้ว่าก่อนตายได้ทำผิดไว้มาก นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้ทำดีไถ่โทษ เชื่อฉัน ฉันกลับมาคราวนี้
ก็เพื่อช่วยหลานฉันให้ได้”
“พ่อหาญคะ แต่กล้าไม่ใช่...”
“ไม่ต้องกังวล เรื่องนั้นข้าบอกไอ้ยิ่งไปหมดแล้วว่ากล้าเป็นลูกเสือผาด”
กระเต็นมองไปที่ยิ่งยศ ยิ่งยศบอกกระเต็น
“มันไม่สำคัญหรอกว่ากล้ามันจะมาจากสายเลือดไหน ถ้ามันเป็นลูกเธอกับไอ้เพชรมันก็คือหลานของฉัน” กระเต็นได้ยินก็รู้สึกเชื่อใจยิ่งยศมากขึ้น “แต่ไอ้เพชรนี่สิไอ้ลูกตัวดี ถ้ามันยังอยู่ ฉันจะลากมาเตะมันซักป้าบ สองป้าบ มีบทเรียนที่เกศปิดบังว่ามันไม่ใช่ลูกของฉันอยู่แล้วแท้ๆ มันก็ยังจะทำแบบนี้อีก”
“นี่แหละมนุษย์ ทำผิดซ้ำผิดซากไม่รู้จักเรียนรู้ ถึงได้เวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จักจบจักสิ้น ไม่ใช่แค่เพชรหรอก ฉันเองก็ด้วยเหมือนกัน”
หาญเครียด กระเต็นกับยิ่งยศมองหาญอย่างเป็นห่วง ทันใดเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทั้งหมดเงียบ ระวังตัว หาญไปที่หลังประตู
“พวกเอ็งต้องการอะไร”
เสียงจุกดังเข้ามา
“ฉันมีผักสด แล้วก็ผลไม้มาขายจ๊ะ”
“พวกเราเอง” หาญบอกกระเต็นกับยิ่งยศแล้วเปิดประตู
จุกเดินนำเปี๊ยกและกระถินเข้ามา กระเต็นเห็นจุกก็ดีใจ
“ไอ้จุก”
จุกเห็นกระเต็นยืนอยู่ ดีใจมาก ทั้งสองเดินเข้าหากัน
“พี่เต็น พี่หนีพวกมันมาได้แล้ว พี่ไม่เป็นไรใช่ไหม แล้วกล้าล่ะพี่ กล้าอยู่ไหน”
เปี๊ยกเข้ามาถามสมทบ
“พี่กล้าล่ะครับน้า”
กระเต็นน้ำตาคลอ ส่ายหน้า เปี๊ยกกับจุกอึ้ง กระเต็นรู้สึกแย่เป็นห่วงกล้ามาก
“น้าไม่รู้ น้ายังไม่ได้เจอกล้าเลย”
“คุณน้า”
กระเต็นเงยหน้ามองเห็นราชาวดีเดินเข้ามา
“ราชาวดี นี่มันอะไรกันคะ ทำไมยัยเด็กคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ด้วย”

“กระเต็น ใจเย็นก่อน”

 
กระเต็นจ้องราชาวดีด้วยความแค้นก่อนจะเดินปรี่เข้าไปตบราชาวดีทันที ทุกคนอึ้ง ราชาวดีน้ำตาคลอ “คุณน้า”

“ไม่ต้องมาสำออย แค่นี้มันยังน้อยไปกับสิ่งที่เธอทำกับลูกฉัน เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะเธอเธอคนเดียว”
หาญเข้าไปขวางกระเต็นไว้
“ใจเย็นๆ ก่อน เอ็งจะไปโทษราชาวดีไม่ได้ อย่าลืมสิว่ากล้าเองมันก็วู่วาม ทำอะไรไม่ยั้งคิดเหมือนกัน”
กระเต็นขยับไปนั่งอย่างโมโห
“อย่าห้ามคุณน้าเลยค่ะ วดีโดนตบซะบ้างมันก็สมควรแล้ว”
หาญขยับออกมองราชาวดี
“วดี”
ราชาวดีนั่งลงแล้วก้มกราบที่ตักกระเต็น กระเต็นอึ้งแต่ก็ขยับตัวหนี มองโกรธๆ
“คุณน้าคะ หนูขอโทษ หนูมันอ่อนต่อโลกเหมือนอย่างที่คุณน้าว่า ถ้าหนูคิดให้ดีซักนิดก็คงไม่โง่ไปหลงเชื่อคนชั่วอย่างพ่อเลี้ยง แต่ตอนนี้ความดีของพี่กล้าทำให้หนูตาสว่าง หนูเชื่อในตัวเค้า เชื่อว่าเค้าจะไม่มีวันทำให้คนที่รักเค้า เสียใจเด็ดขาด”
ราชาวดีมองกระเต็นด้วยความจริงใจ น้ำตาไหลพราก ทุกคนเงียบกริบมองไปที่กระเต็นว่าจะเอายังไง กระเต็นเริ่มใจเย็นลง แต่ยังเชิดใส่ราชาวดี

ที่พักขุนโชติ กล้านั่งขัดสมาธิ ถอดเสื้อ หลับตา พนมมือ ขุนโชติจุดธูปเทียน บูชา มีผ้ายันต์ลายอิติปิโสแปดทิศวางอยู่บนพานตรงหน้า
“ข้าจำได้ว่าเอ็งมียันต์อิติปิโสแปดทิศคุ้มตัวอยู่ เมื่อเอ็งเป็นศิษย์ข้า ข้าจักเป่ายันต์นี้คืนให้แก่เอ็ง”
ขุนโชติพนมมือว่าคาถา เป่ามนต์ ลายยันต์ลอยออกจากผ้าหายเข้าไปในหน้าอกกล้า กล้าลืมตาขึ้น รู้สึกตัวว่ามีพละกำลัง

กล้ากับเสือไทวิ่งเข้ามาจากคนละข้างแล้วปะทะกันด้วยอาวุธ ทั้งคู่กำลังต่อสู้กันอยู่ต่อหน้าขุนโชติ เสือไทเหวี่ยงขวานโจมตีใส่กล้าอย่างดุดัน กล้าได้แต่ตั้งรับเพราะไม่ชินกับอาวุธ กล้าได้จังหวะถีบเสือไทผงะไปแล้วตามเข้าซ้ำ เสือไทม้วนตัวหลบฉิวเฉียด
กล้ายิ่งฟันยิ่งฮึกเหิมกับพลังของดาบ อักขระสีเลือดบนดาบเรืองแสงขึ้นแว่บนึง แววตากล้ากร้าว เหมือนขาดสติ คุมตัวเองไม่ได้ โจมตีใส่เสือไทอย่างดุดัน ขุนโชติรู้ว่ากล้าเริ่มถูกพลังของดาบควบคุมจึงยิ้มอย่างพอใจ เสือไทตั้งขวานขึ้นรับ ถูกดาบประจุพรายฟันจนขวานหักสองท่อน เสือไทตกใจคิดว่าไม่รอด ขุนโชติรีบห้าม
“หยุดได้แล้ว”
กล้าชะงัก ยั้งมือไว้ทัน อึ้ง ได้สติ สีหน้าเครียด รีบหันหลังกลับ แต่เสือไทยังโกรธและเสียหน้าจึงชักปืนที่เหน็บไว้ยิง กระสุนพุ่งเข้าหากล้า กล้าเซแต่กระสุนไม่ระคายผิว ขุนโชติตบเสือไทกระเด็น
“ข้าเกลียดนักพวกหมาลอบกัด”
“ถ้าออกปล้นจริง พวกโปลิศมันไม่ปรานีเราดอก พี่ก็แจ้งเรื่องนี้ดี”
ขุนโชติโมโหเงื้อกงเล็บจะตะปบเสือไท แต่กล้าดึงมือไว้ทัน
“ถึงจะแค่ประลองกัน แต่เสือไทก็พูดถูก ฉันจะประมาทไม่ได้แม้เสี้ยววินาที มีพวกลอบกัดก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้เก่งเร็วๆ”
“ฮ่ะๆ ดี สมเป็นเสือกล้า ต่อแต่นี้ ดาบประจุพรายคู่นี้จักเป็นอาวุธคู่กายของเอ็ง”
เสือไทอึ้ง แค้น
“ขอบคุณ อาจารย์”
“พี่โชติ ฝีมืออย่างมันยังไม่คู่ควรเป็นเจ้าของดาบ”
“หึหึ เอ็งไม่ต้องเดือดร้อน ไอ้ไท ข้าจักให้ไอ้กล้าได้สำแดงฝีมือ”

คืนนั้นที่บ้านเศรษฐีคนหนึ่ง เศรษฐีอยู่ในห้องทำงานเก็บของเสร็จ ดับไฟ แล้วปิดประตูห้องเดินออกไป กล้าสะพายดาบค่อยๆ ปรากฏร่างขึ้นด้วยคาถากำบังกาย แล้วเดินตรงไปยังตู้เซฟ กล้าร่ายคาถาสะเดาะห์กลอน ลูกบิดรหัสเซฟเคลื่อนที่ได้เอง จนกระทั่งดังคลิ๊ก เปิดออก
กล้าเห็นสมบัติมีค่าอยู่ภายในตู้เซฟ กล้ากวาดของมีค่าใส่ถุงผ้าจนหมด ทันใดประตูห้องก็เปิดออกไฟสว่าง เศรษฐีกลับเข้ามาในห้องพร้อมลูกน้อง
“แกเป็นใคร เข้ามาได้ยังไง”
“ฉันเสือกล้า สมบัติทั้งหมดของแกฉันขอ”
“มันปล้นกันนี่หว่า เฮ้ยจัดการ”
ลูกน้องเศรษฐีพุ่งเข้ามาสู้กับกล้า แต่ถูกกล้าอัดกลับจนน่วม เศรษฐีชักปืนจะยิงแต่แล้วร่างของกล้าก็หายไปอีกครั้ง เศรษฐีกับลูกน้องงง มองหาแล้วเศรษฐีก็เห็นกล้าปรากฎร่างขึ้นนอกห้อง

“มันอยู่นั่น”

 
กล้าหนีวิ่งเข้ามาในโถง ลูกน้องเศรษฐีไล่ตามหลัง ยิงแต่กระสุนไม่เข้า ลูกน้องคว้าเก้าอี้ฟาด กล้าชักดาบรับขาดสะบั้น ลูกน้องผงะหลายหลัง กล้าจะฟันซ้ำอย่างเมามันแต่สำนึกดีแรงกว่าจึงชะงัก เปลี่ยนเป็นเอาด้ามดาบตีลูกน้องทรุด เศรษฐีวิ่งเข้ามา ยิงกล้าแต่ไม่ถูก

ทันใดนั้นขุนโชติกับเสือไทก็ปรากฎตัวขึ้น เสือไทซัดจนปืนในมือเศรษฐีกระเด็น เสือไทเงื้อขวานจะฟันแต่กล้าดึงห้ามเอาไว้
“อย่า เราตกลงกันแล้วว่าต้องไม่มีใครตาย”
เสือไทผลักเศรษฐีไปรวมกับลูกน้อง ทั้งสองหวาดกลัว
“แต่มันจำหน้าพวกเราได้ จะให้รอดได้เยี่ยงไร”
กล้าร่ายมนต์แล้วกวาดมือไปตรงหน้าเศรษฐีกับลูกน้อง สักพักทั้งคู่ก็หลับใหล
“คาถาลืมจิต เมื่อตื่นขึ้นมาก็จะจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ ริเป็นโจรต้องใช้สมองด้วยไม่ใช่มีแต่กำลัง”
เสือไทขัดใจ โกรธกล้า
“นี่เอ็งด่าข้า”
แต่ขุนโชติกลับหัวเราะชอบใจ
“ที่ไอ้กล้าพูดมันก็ถูก สมกับเป็นศิษย์ข้า เอ็งอย่าเคืองมันเลย” ขุนโขติบอกเสือไท
“ฉันสัญญาว่าจะปล้น แต่จะไม่ยอมทำตามที่ใครบังคับ จะฆ่าคนก็ต่อเมื่อจำเป็น” กล้าจ้องหน้าเสือไทแล้วเดินออกไป เสือไทมองตามยิ่งแค้น ขุนโชติชื่นชม

ของมีค่าทั้งหมดถูกเทลงบนโต๊ะตรงหน้าอาจารย์ยอดกับภูมินทร์
“สมบัติพวกนี้พี่โชติยกให้เป็นของพวกเอ็ง”
อาจารย์ยอดยิ้มกริ่ม แล้วรีบเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
“แต่พวกข้าไม่ได้ไปปล้นด้วย”
“ถึงพวกเอ็งจะไม่ได้ออกปล้นกับข้า แต่มีที่พักพิงให้ข้าจึงต้องสนองคุณ”
“สมแล้วที่ท่านเป็นขุนโจรผู้ยิ่งใหญ่ น้ำใจท่านช่างไพศาลนัก”
ขุนโชติหัวเราะพอใจ ภูมินทร์หยิบของมีค่าขึ้นมาดู จ้องกล้าอย่างสะใจ
“ไม่เลวนี่เสือกล้า พ่อกับแม่ของแกคงภูมิใจในตัวลูกชายมาก”
กล้าเก็บความแค้นนิ่ง ไม่โต้ตอบอะไรแล้วหันไปพูดกับขุนโชติ
“งานของฉันเสร็จแล้ว ไม่อยากเสวนากับใครอีก” กล้าเหลือบมองภูมินทร์อย่างไม่แยแส “ฉันขอตัวไปพักผ่อน”
กล้ากลับออกไป ขุนโชติกับเสือไทตาม ภูมินทร์มองตามอย่างไม่พอใจ ปาของมีค่าในมือทิ้ง
“หนอย ผมไม่ต้องการของกระจอกพวกนี้ แต่ผมต้องการชีวิตไอ้กล้า”
“ไอ้กล้ามีขุนโชติคุ้มหัวอยู่ เราจะทำอะไรวู่วามตอนนี้คงไม่ได้”
“แล้วเมื่อไหร่ล่ะ หรือว่าอาจารย์พอใจกับเศษสมบัติที่มันโยนให้”
“ไม่ใช่อย่างงั้นน่าพ่อเลี้ยง”
“อาจารย์จะยอมเป็นขี้ข้าไอ้โจรนั่นก็ตามใจ แต่ผมไม่ และถ้าผมหมดความอดทนขึ้นมาละก็ อย่าว่าผมใจร้าย”
ภูมินทร์ออกไป อาจารย์ยอดมองอย่างดูถูก
“ไอ้พ่อเลี้ยงกระจอก ข้าก็อยากจะรู้ว่าเอ็งจะมีปัญญาทำอะไรข้า”

วันต่อมาที่ห้องทำงานรองอำนวย รองอำนวยเปิดหีบไม้โบราณมีเงินอยู่ในหีบจนเต็ม มีจดหมายภูมินทร์อยู่ในหีบ
“ท่านตัดสินใจถูกแล้ว ต่อไปผมจะติดต่อกับท่านแทนเสี่ยไพบูลย์เอง ของนี่ถือว่าเป็นสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ”
รองอำนวยมองเงิน ยิ้มพอใจ เสียงเคาะประตูดังขึ้น รองอำนวยชะงัก อารมณ์เสีย หยิบหีบไม้ลงไปซ่อนในลิ้นชัก
“เข้ามา” ผู้บังคับการเปิดประตูเข้ามา “ที่กองปราบไม่มีคดีให้ทำแล้วรึไง”
“ท่านครับ ผมได้รับแจ้งว่ามีการออกหมายจับนายสิงห์แล้วก็คุณกระเต็นด้วย” ที่มือผู้บังคับการ มีประกาศจับที่มีรูปหาญอยู่ “ผมว่าเราอาจเข้าใจอะไรกันผิด นายสิงห์เป็น ญาติของคุณกระเต็น อีกอย่างผมว่าคุณกระเต็นคงไม่มีทางสมคบคิดกับนายกล้าแน่”
รองอำนวยมองผู้บังคับการอย่างไม่พอใจ
“นี่ลื้อกำลังจะว่าส่วนกลางทำงานผิดพลาดงั้นเหรอ แล้วรู้ไหมว่ามันบุกเข้ามาหาเรื่องอั๊วถึงที่นี่”
ผู้บังคับการหน้าซีด
“แต่ นายสิงค์คนนี้เคยช่วยผู้การสุพจน์คลี่คลายคดีมาหลายคดี ผมว่าเรื่องนี้มันแปลก .เราควรสอบสวนสมุนของ พ่อเลี้ยงภูมินทร์ให้ละเอียด”
“อั๊วให้ประกันตัวออกไปแล้ว”
“แต่ว่า”
รองอำนวยพูดแทรก
“ได้ข่าวว่าลูกลื้อป่วยเป็นลูคีเมียนี่”
ผู้บังคับการงงๆ
“เอ่อ ใช่ครับ” รองอำนวยเปิดลิ้นชัก หยิบปึกเงินจากหีบโยนไปบนโต๊ะ “นี่ นี่มันอะไรกันครับ”
“อั๊วะยังมีให้ลื้ออีกเยอะ คิดดูดีๆ ผู้บังคับการ ลูกสาวลื้อยังต้องการเงินรักษาตัวอีกมาก”
ผู้บังคับการมองเงินบนโต๊ะ ลำบากใจที่ต้องเลือกระหว่างชีวิตลูกกับความถูกต้อง แต่แล้วผู้บังคับการก็เลือกหยิบเงินเก็บเข้ากระเป๋ารองอำนวยยิ้ม พอใจ ทันใดตำรวจก็เปิดประตูพรวดเข้ามา หน้าตื่น
“อั๊วบอกแล้วใช่ไหม ว่าให้เคาะประตูก่อน”
ตำรวจละล่ำละลัก
“ยะ ยะ แย่แล้วครับท่าน”

รองอำนวยหน้าเครียด

 
ที่หน้ากรมตำรวจ ตำรวจและผู้สื่อข่าวมุงดูของที่วางอยู่บนพื้น รองอำนวยกับผู้บังคับการหน้าเครียดรีบเดินเข้ามาแล้วตรงไปที่ผู้คนที่มุงกันอยู่ ตำรวจหันมาเห็นก็รีบตะเบ๊แล้วหลบทางให้ รองอำนวยเดินเข้าไปในวงล้อมแล้วมองไปที่พื้น พอเห็นภาพเบื้องหน้ารองอำนวยทำเป็นยืนนิ่งเครียด ผู้บังคับการตามเข้ามาจึงเห็นหัวของสุพจน์วางอยู่ในกล่อง พร้อมจดหมายเปื้อนเลือด ผู้บังคับการ อึ้ง เข่าทรุด

“ผู้การพจน์” ผู้บังคับการรีบหยิบจดหมายขึ้นมาอ่านแล้วขยำด้วยความโมโห “ไอ้เสือกล้า”
รองอำนวยยืนนิ่งไม่ตกใจ เพราะรู้กันกับภูมินทร์

จากเหตุการณ์นี้ทำให้ตามผนังตึกต่างๆ มีภาพประกาศจับเสือหาญ เสือกล้า กระเต็น และเปี๊ยก ติดเต็มไปหมดชาวบ้านต่างมุงดูรูป จุกกับเปี๊ยกซึ่งใส่หมวกพรางตัวเดินเข้ามาแล้วรีบหลบออกไป
เปี๊ยกกับจุกเข้ามานั่งในร้านกาแฟ เปี๊ยกหยิบหนังสือพิมพ์บนโต๊ะขึ้นมาอ่านสีหน้าเปี๊ยกตกใจมาก
“เฮ้ย”
ชาวบ้านที่นั่งอยู่ในร้านหันมามอง จุกที่พรางตัวนั่งอยู่ด้วยรีบตบหัวเปี๊ยกให้เงียบแล้วแย่งหนังสือพิมพ์มาอ่าน ก่อนจะวางหนังสือพิมพ์ลง
“เวรแล้ว”

หาญกับยิ่งยศกำลังจะออกไปข้างนอก ยิ่งยศเอาใบไม้วางเพื่อทำเป็นค่ายกล ราชาวดีกับกระถินยืนดูอยู่มุมหนึ่ง
“ข้าวางค่ายกลแล้วลงคาถากำกับ ใครก็เข้ามาไม่ได้”
“ให้หนูไปด้วยเถอะนะคะ หนูอยากเห็นกับตาว่ากล้าปลอดภัย”
“เอ็งไปด้วยจะทำให้พวกข้าห่วงหน้าพะวงหลัง เพราะร่างกายเอ็งยังไม่ฟื้นตัว รอฟังข่าวอยู่ที่นี่เถอะ”
“แต่ว่า...”
“เฮ้ย ทำไมเป็นอย่างงี้ไปได้”
“เอาแล้ว ไอ้เปี๊ยก นี่แกพาฉันเดินหลงมาที่ไหนวะ”
ทั้งหมดหันไปเห็นจุก เปี๊ยก มองรอบๆ อยู่ หน้ารั้วบ้าน
ที่หน้ารั้วจุกกับเปี๊ยกเดินหลงทางกันอยู่ เหมือนไม่ใช่บ้านกระถิน
“ไม่นะน้า ทางที่เราเดินเข้ามามันก็ทางเดิม แต่ทำไม มันไม่ใช่”
ยิ่งยศก้าวไปร่ายมนต์หยิบใบไม้ขึ้น ภาพลวงตาหายไปยิ่งยศยืนอยู่เกือบชิดหน้าจุก
“เฮ้ย อะไรกันนี่”
“มนต์พรางตา เด็ดดวงมากครับผู้การ”
“อย่าพูดมาก ลื้อรีบเข้ามาในบ้าน พวกอั๊วจะไปแล้ว”
เปี๊ยก จุกรีบเดินมาหากระเต็น
“พ่อหาญ พ่อยิ่งคะถ้าเจอสุพจน์ แล้วเค้ากลายเป็นพวกไอ้ขุนโชติจริงๆ หนูขอ อย่าทำร้ายเค้านะคะ เค้ามีบุญคุณกับครอบครัวหนูมาก”
“พี่เต็น ฉันว่าดูหนังสือพิมพ์นี่ก่อนดีกว่า”
กระเต็นเอาหนังสือพิมพ์มาดู มือสั่นเมื่อเห็นข่าวพาดหัว “เสือกล้าเหี้ยม เย้ยกฏหมาย บั่นคอผู้การกองปราบฯ”
กระเต็นมองไปที่รูปประกอบเป็นภาพหัวของสุพจน์วางอยู่ในกล่อง
“ไม่ ไม่ ไม่จริง กล้าต้องไม่ทำแบบนี้ไม่”
“ไหน มีอะไร”
หาญฉวยหนังสือไปดู ยิ่งยศกับราชาวดีดูด้วย
“หนูไม่เชื่อ ไม่ใช่ฝีมือพี่กล้าแน่นอน”
“แต่ในข่าวบอกว่ามีจดหมายจากพี่กล้าส่งไปพร้อมกับหัวผู้การ”
“จดหมายนั่น ใครเขียนก็ได้นะโว้ย”
กระเต็นช็อคยืนนิ่ง
“กระเต็นๆ”
“กรี๊ดดด” กระเต็นกรี๊ดสุดเสียง แล้วล้มตึงสลบไป ทุกคนตะลึง

ส่วนที่ปางไม้ภูมินทร์ คะนึงนิจถูกขังอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง คะนึงนิจปัดชามข้าวกระเด็นแตก เพล้ง! สภาพคะนึงนิจตอนนี้ถูกล่ามโซ่ที่ขา หน้าซีดเผือด ไม่มีแรง ภูมินทร์เป็นห่วงน้องมาก
“นิจ ทำไมถึงทำแบบนี้”
คะนึงนิจมองพี่ชาย ไม่ตอบ อ่อนแรง ร่างเอนไปมา สมุนกลัวนายด่า รีบรายงาน
“ผมพยายามแล้วนะครับนาย แต่หลายวันมานี้คุณนิจเธอไม่ยอมกินอะไรเลย ทั้งน้ำทั้งข้าว”
คะนิงนิจจ้องภูมินทร์ แววตาแข็งกร้าวขึ้น
“นิจยอมตาย ดีกว่าจะต้องรับรู้เรื่องชั่วๆ ของพี่ภู”
ภูมินทร์ได้ยินก็ทั้งเสียใจทั้งโมโห ลุกขึ้น
“ก็ดี ถ้านิจตาย พี่ก็จะได้ฆ่าไอ้กล้าซะ” คะนึงนิจได้ยินก็อึ้ง
“พี่กล้า นี่พี่กล้าอยู่ที่นี่งั้นเหรอ”
“จะอยากรู้ไปทำไม ในเมื่อนิจอยากจะตาย พี่คงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีกแล้ว”
ภูมินทร์ทำเป็นจะเดินออก คะนึงนิจรู้ว่าพี่ตนหมายถึงอะไร
“เดี๋ยวก่อน พี่ภู” ภูมินทร์หันกลับมา “ถ้านิจยอมกินข้าว พี่ภูต้องสัญญาว่าจะพานิจไปหาพี่กล้า”
คะนึงนิจมองภูมินทร์ด้วยสีหน้าจริงจัง

คะนึงนิจยอมกิจข้าว เธอนั่งกินข้าวกินน้ำอย่างหิวกระหาย ภูมินทร์อยู่มุมหนึ่งจ้องมองน้องสาว เจ็บปวดที่น้องสาวยอมมีชีวิตอยู่ต่อเพราะคนที่ตนเกลียด
 
อ่านต่อพรุ่งนี้ เวลา 09.30น.
 
 

เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 12 (ต่อ) 
 
 
คะนึงนิจเดินอย่างรีบร้อนมาหยุดที่หน้าโรงเก็บไม้ เสียงเชียร์โห่ฮาของสมุนดังออกมา

“ดื่มเลยๆ”
คะนึงนิจเป็นห่วงกล้ามาก ผลักประตูเข้าไปทันที คะนึงนิจพรวดเข้ามา พร้อมตะโกน
“หยุดนะ”
สมุนจับกล้าล็อคแขนไขว้หลัง ส่วนเสือไทกำลังจะเทเหล้าจากไหให้กล้ากิน แต่กล้าเบือนหน้า ขุนโชติเมาแล้ว มองกรึ่มๆ
“กรอกเลย กรอกปากเลย”
สมุนกำลังเชียร์กันสนุก ทั้งหมดชะงัก
“หยุดนะ”
กล้าอึ้ง พึมพำ
“นิจ”
ขุนโชติมองคะนึงนิจ ถามกล้า
“เอ็งรู้จักนังนี่กระนั้นรึ”
คะนึงนิจเดินเข้ามา ดุ
“ฉันคือน้องสาวพ่อเลี้ยง ปล่อยพี่กล้าเดี๋ยวนี้นะ”
กล้ารีบคิดกลัวแผนแตก แล้วสะบัดแขนจากสมุน ก่อนจะคว้าไหเหล้าจากเสือไทมายกซดอึกๆ เสือไทกับขุนโชติ สมุน มองงงๆ คะนึงนิจอึ้ง กล้าทำเมา มองหน้าคะนึงนิจ ยิ้มตาเยิ้ม
“ไงนิจ หายไปไหนมา เอ้า มา มาดื่มฉลองกันดีกว่า”
คะนึงนิจยิ่งงง
“ฉลอง ฉลองอะไร นี่พี่กล้าไม่ได้ถูกจับหรอกเหรอ”
กล้าไม่สนใจซดเหล้าใหญ่ สมุนส่งเสียโห่ฮาชอบใจ คะนึงนิจมองเครียด งงไปหมด ภูมินทร์ก้าวเข้ามาข้างคะนึงนิจ
“ก็พี่บอกให้รอ นิจก็ไม่เชื่อ พวกเรากำลังฉลองที่ปล้นสำเร็จกันอยู่”
“ปล้นสำเร็จ” คะนึงนิจอึ้ง กล้าทำเมาเดินเข้ามา ล้วงสร้อยทองจากกระเป๋ากางเกงให้
“อ่ะ พี่ให้ นิจเป็นน้องพ่อเลี้ยง ก็เท่ากับเป็นแก๊งค์เดียวกับพี่”
คะนึงนิจไม่รับ อึ้ง
“พี่กล้า”
กล้าจับสร้อยทองยัดใส่มือคะนึงนิจ
“เอาเหอะน่า ไม่รักพี่ไม่ให้น้า”
คะนึงนิจโมโหมากผลักกล้าเซล้มไป กล้านอนกลิ้งเมาไม่เป็นท่า ภูมินทร์เห็นก็แอบยิ้มสะใจ คะนึงนิจหันมาถามพี่ชายอย่างเอาเรื่อง
“ไม่ใช่พี่กล้าแน่ นี่พี่ภูใช้มนต์สะกดพี่กล้าไว้ใช่ไหม”
ภูมินทร์ยักไหล่ คะนึงนิจโมโหรีบถอดสร้อยพระของตัวเองไปคล้องกล้า กล้าดันตัวเอง ลุกขึ้น ทำมองงงๆ “ไรอ่ะนิจ พี่ไม่ใช่ผีนะ”
คะนึงนิจพยายามเขย่า เรียกสติกล้า
“พี่กล้า พี่กล้าถูกมนต์สะกดไว้ใช่ไหม พี่กล้า พี่กล้า”
กล้าทำโมโห จับตัวคะนึงนิจไว้
“หยุดซะที ฉันรำคาญ” คะนึงนิจอึ้ง “มนต์เมินอะไรไม่มีทั้งนั้น ฉันนี่แหละไอ้กล้า ไอ้เสือกล้า คนเราถ้าทำดีแล้วมันเหนื่อยนัก ก็เลวๆ ไปเลยสิวะ”
กล้าผลักแล้วลุกขึ้นจ้องมองคะนึงนิจด้วยแววตาดุดัน ก่อนจะหิ้วไหเหล้าเดินเมาออกไปจากโรงไม้ ขุนโชติมองกล้านิ่ง คะนึงนิจยืนขึ้น มองตามหลัง น้ำตาร่วง ภูมินทร์สะใจกับสิ่งที่เห็น
“ในที่สุดทุกคนก็ต้องพ่ายแพ้ต่ออำนาจของเงิน ตอนนี้ไอ้กล้ามันกลายเป็นโจรเต็มตัว มันเลวไม่ต่างจากพี่ เห็นแบบนี้แล้ว จะเลิกวิ่งตามมันได้รึยัง”
คะนึงนิจยืนอึ้ง ทรุดลงนั่ง น้ำตาริน

กระเต็นนอนหลับอยู่ ยิ่งยศบริกรรมคาถาเป่าลงที่กระหม่อม
“ข้าจะร่ายมนต์นิทราไว้ กว่าจะฟื้น พวกข้าก็กลับมาพอดี”
“จิตใจกระเต็นบอบช้ำมาก ข้าฝากพวกเอ็งดูแลด้วย”
“ได้ค่ะ วดีจะดูแลคุณน้าเอง”
หาญเอาตะกรุดสามกษัตริย์ออกจากกระเป๋าเสื้อแล้ววางลงบนมือราชาวดี
“ตะกรุดนี่จะคุ้มครองเอ็ง อย่าถอดออกจากตัวเป็นอันขาด” ราชาวดีไหว้หาญแล้วห้อยตะกรุดที่คอ หาญกำชับพวกจุก “จุก ไปปางไม้ครั้งนี้ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เอ็งจงใช้วิชาที่มีอยู่คุ้มครองทุกคนให้ดีที่สุด”
“จ้ะ น้าหาญ ฉันจะไม่ทำให้น้าผิดหวัง”
“ปู่หาญไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ ถ้าไอ้พวกผู้ร้ายเข้ามา กระถินจะเอาพายฟาดให้กระเจิงเลย”
“วะ ตัวนิดเดียว แต่ใจไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอก”

“ไปกันเถอะ ไอ้ยิ่ง”
 
 

 
 ยิ่งยศวางใบไม้ ร่ายมนต์พรางทางเข้าบ้าน เป่าไปที่มือแล้วสะบัดออกต้นไม้ขยับเคลื่อนเข้าหากัน ปิดทางเข้าออก ขณะที่ฝั่งพวกจุก ทุกคนก็มองตามอย่างเป็นห่วง

จุกมีสีหน้าเป็นกังวล ถอนใจ เปี๊ยก กระถิน ราชาวดีตามเข้ามา
“เป็นไรไปน้า”
“น้าก็กลุ้มน่ะสิ พี่เต็นน่ะถึงน่าห่วงแต่ก็ไม่เท่ากับน้าหาญหรอก”
“อ้าว ทำไมล่ะน้า ปู่หาญกับปู่ยิ่งน่ะเก่งจะตายไป หนูว่าแค่นี้สบายมาก”
“ใช่น้า งานนี้ฉันเห็นด้วยกับกระถิน”
“ถ้าเมื่อก่อนน่ะใช่ แต่อย่าลืมสิว่าน้าหาญถ่ายทอดอาคมให้ผู้การฯยิ่งยศไปหมดแล้ว เครื่องรางของขลังอะไรก็ดันใช้ไม่ได้อีก มันก็เท่ากับว่าเหลือแค่วิชาป้องกันตัวล้วนๆ นา”
ทุกคนได้ยินที่จุกพูดก็เครียด ราชาวดีปลอบขวัญทุกคน
“แต่วดีเชื่อว่าทุกคนต้องกลับได้อย่างปลอดภัย คนดีพระย่อมคุ้มครอง”
ทุกคนพยักหน้าให้กัน เหมือนพยายามจะเรียกขวัญกำลังใจ ราชาวดีเองแม้จะพูดเช่นนั้น แต่ในใจก็นึกหวั่นไม่ใช่น้อย

คะนึงนิจนั่งอึ้ง เครียดอยู่ในห้อง เสียงภูมินทร์ก้องดัง
“ฮะๆ ฉันบอกแล้วว่าในที่สุดมันก็จะเป็นเหมือนฉัน อุดมการณ์มันไม่มีจริง เงินต่างหากที่บันดาลได้ทุกอย่าง ฮ่าๆๆๆ”
คะนึงนิจน้ำตาร่วง เสียใจมาก
“พี่กล้า เสียทีที่นิจเชื่อใจพี่มาตลอด ที่แท้พี่ก็ไม่ต่างจากพี่ภูเลยแม้แต่น้อย” คะนึงนิจปาดน้ำตา คิดแผน แล้วเดินไปที่ประตู “มีใครอยู่ข้างนอกบ้าง”
สมุนไขแม่กุญแจหน้าห้องแล้วเปิดประตูเข้ามา
“ครับ คุณนิจ”
คะนึงนิจชี้ไปที่จานข้าวที่วางอยู่ในห้อง
“เอาอะไรมาให้ฉันกินเนี่ย ไม่ได้เรื่องเลย เอาไปให้แม่ครัวเปลี่ยนใหม่ซิ ขอหลายๆ อย่างด้วย เดี๋ยวฉันจะไปรอที่เรือนหลังใหญ่” สมุนอึกอัก คะนึงนิจทำวีนใส่ “อะไร นี่ฉันไม่ใช่นักโทษนะ จะไปนั่งกินข้าวสบายๆ ไม่ได้รึไง ฉันก็เป็นเจ้าของที่นี่เหมือนกัน ไป เร็วสิ รึจะให้ฉันฟ้องพี่ภู”
สมุนรีบกุลีกุจอหยิบจานข้าวออกจากบ้านรับรองไป
พอสมุนไปแล้ว คะนึงนิจโผล่ออกมา มองไปรอบๆ ไม่เห็นใคร รีบหลบออกไปทันที คะนึงนิจวิ่งหนีกระเซอะกระเซิงเข้ามาในป่า แต่เพราะว่ามืดมาก คะนึงนิจสะดุดกิ่งไม้ล้มกลิ้ง พยายามรีบลุกขึ้น
“โอ๊ย”
คะนึงนิจขาแพลง ล้มลงไปอีก ขณะนั้นมีเสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามาคะนึงนิจพยายามจะรีบคลานหลบ แต่ต้องชะงักเพราะคชกุศจ่ออยู่ที่คอ
“เจ้าเป็นใคร”
คะนึงนิจเครียดจัด มองไปเห็นใส่ชุดคนงาน โพกผ้า
“ถ้าจะฆ่าฉันก็เอาเลย ฉันยอมตาย”
สำริดดึงผ้าโพกหน้าออก แปลกใจ
“ข้าเป็นแค่คนงานในปาง จะฆ่าแกงเจ้าทำไม เจ้าเป็นใคร มาทำอะไรในป่าแบบนี้ มันอันตรายรู้ไหม”
คะนึงนิจมองสำริด งงๆ ไม่เคยเห็นหน้า

สำริดพาคะนึงนิจมายังที่พักซึ่งเป็นเพิงอยู่ในป่า แสงตะเกียงในเพิงส่องสว่าง สำริดช่วยเอาผ้าพันขาที่แพลงให้คะนึงนิจเสร็จพอดี
“หนู หนูขอบคุณมากนะคะ”
สำริดมองเห็นรอยโซ่ล่ามที่ข้อเท้าคะนึงนิจจนแดง
“พวกโจรมันจับเจ้ามาขังไว้ใช่ไหม เจ้าหนีพวกมันมา”
คะนึงนิจพยักหน้า น้ำตาคลอ
“ใช่ พวกโจรมันขังหนูไว้ โจรที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่ชายหนู ทุกคน ทุกคนเป็นโจรกันไปหมด แม้แต่คนที่หนูรัก หนูเชื่อใจก็เป็นโจร” คะนึงนิจน้ำตาร่วง
“เดี๋ยวๆ นี่เจ้ากำลังพูดถึงใคร คนที่คุมที่นี่อยู่ก็มีแต่พ่อเลี้ยงเท่านั้น นี่เจ้าเป็นน้องสาวพ่อเลี้ยงภูมินทร์งั้นเหรอ”
คะนึงนิจพยักหน้ารับ
“หนูอยากตาย หนูไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว หนูอยากตาย ฮือๆ”
สำริดพยายามปลอบใจ
“ไม่ได้นะ เจ้าอย่าคิดฆ่าตัวตายเป็นอันขาด กว่าเราจะเกิดมาได้มันยากมาก ในเมื่อยังหายใจอยู่ชีวิตย่อมไม่สิ้นหวัง เชื่อข้าเถอะนะ เผ่าของข้าเชื่อกันว่าคนที่ฆ่าตัวตาย จะต้องกลายเป็นผีเร่ร่อนเฝ้าป่า รู้ไหม”
คะนึงนิจปาดน้ำตา
“ไม่สิ้นหวังเหรอลุง”
สำริดพยักหน้ารับ

“อื้อ ไม่สิ้นหวัง เท่าที่เรายังมีลมหายใจ ลองหายใจเข้าร่าเริง หายใจออกโล่งเบา ดีขึ้นมั้ย”
คะนึงนิจทำตาม
 
 
 

“ดีขึ้นจริงๆ ขอบคุณมากนะคะ ลุงมาใหม่ใช่ไหม มาจากไหน แล้วทำไมถึงมาเป็นคนงานอยู่ที่นี่ล่ะ”

สำริดเศร้าใจ คิดถึงเผ่าของตน
“ข้าเป็นชาวม่อนช้างเผือก”
คะนึงนิจตื่นเต้น
“ม่อนช้างเผือก เป็นไปได้ยังไง ก็หนูรู้มาว่า ทุกคนที่นั่นตายหมดแล้วนี่” สำริดเศร้าใจมาก
“ถูกแล้วล่ะ เพราะข้ามันไม่ดีเอง ดูแลชีวิตของลูกบ้านไม่ได้ ที่ข้ายังอยู่ที่นี่ ยอมเป็นคนงาน ยอมทำทุกอย่าง ก็เพื่อสิ่งเดียว คือการได้พบกับลูกสาวของข้าอีกครั้ง”
“ลูกสาว” คะนึงนิจนึกถึงตอนที่พบกับศรีแพร แล้วศรีแพรขอให้ตามพ่อให้ตน “ รึว่า ลูกสาวของลุงชื่อศรีแพรใช่ไหมคะ”
สำริดได้ยินชื่อศรีแพรก็ตื่นเต้นมาก
“ใช่ ลูกสาวข้า ลูกสาวข้าเอง” สำริดเข้าไปเขย่าตัวคะนึงนิจ “เจ้าเจอศรีแพรงั้นรึ ที่ไหน ตอนนี้ศรีแพรอยู่ที่ไหน”
คะนึงนิจอึ้งที่มาพบพ่อศรีแพรโดยบังเอิญเช่นนี้

ภูมินทร์ถีบสมุนกระเด็นไปหลังจากรู้ว่าคะนึงนิจหนีไป
“ไอ้งี่เง่าเอ๊ย ผู้หญิงคนเดียวก็ดูไม่ได้”
ภูมินทร์ชักปืนเล็งจะยิง สมุนยกมือไหว้ขอชีวิต
“นายครับ อย่าฆ่าผมเลย ผมผิดไปแล้ว”
ภูมินทร์ไม่สนจะยิง
“อะไรกันคะพี่ภู”
ภูมินทร์มองไป เห็นคะนึงนิจเดินกะเผลกเข้ามา โดยมีสำริดช่วยประคอง ภูมินทร์ลดปืนลงรีบเข้าไปหา
“ยัยนิจ เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึง...”
“นิจแค่ออกไปเดินเล่นน่ะค่ะ อยากจะสูดอากาศบ้าง แต่ดันสะดุดกิ่งไม้ขาแพลง ดีที่คนงานเราช่วยเอาไว้”
ภูมินทร์ได้ยินก็เป็นห่วงน้องสาว
“เจ็บไหม ไม่ได้ เดี๋ยวพี่โทรเรียกหมอมาดูเราด้วยดีกว่า”
“ไม่ต้องค่ะพี่ภู นิจว่าพักซักหน่อยก็คงดีขึ้น”
“เราก็จริงๆ เลย จะไปไหนทำไมไม่บอกฮึ พี่คิดว่าเราจะ...” คะนึงนิจพูดแทรก
“หนีงั้นเหรอคะ ไม่หรอกค่ะ นิจอยากกลับไปนอนที่ห้องของนิจเต็มทีแล้ว นะคะพี่ภู”
“นี่ หมายความว่านิจเข้าใจพี่ ไม่โกรธพี่แล้ว” คะนึงนิจยิ้มรับ
“เรามีกันแค่สองคนนะคะพี่ภู ตอนนี้นิจก็เห็นแล้วว่ายังไงคนอื่นก็เป็นคนอื่นวันยังค่ำ”
ภูมินทร์ดีใจมากกอดคะนึงนิจ
“พี่ดีใจที่สุดเลย รู้ไหมนิจ”
คะนึงนิจกอดกลับ แต่ขณะที่ภูมินทร์วางใจนั้นเอง คะนึงนิจกลับแอบมองไปที่สำริด สำริดพยักหน้ารับนิดๆ เชิงรู้กัน

วันต่อมาขณะที่กล้ายิงซ้อมปืน กระสุนถูกเป้าที่ตั้งเอาไว้ บางลูกถูกยิงเฉียดไป กล้าลดปืนลงหน้าเครียด ในใจอัดอั้นกับสิ่งที่ต้องเก็บกดเอาไว้ กล้าหยิบเอาบัตรตำรวจของสุพจน์ขึ้นมาดูแล้วนึกถึงเหตุการณ์ที่หนองน้ำ สุพจน์นอนตาย กล้าน้ำตาไหล กราบลงที่พื้นขอขมา แล้วเห็นกระเป๋าสตางค์สุพจน์ตกบัตรประจำตัวตำรวจแลบออกมา กล้าดึงบัตรออกเห็นรูปสุพจน์ในเครื่องแบบสะเทือนใจ ก่อนจะตัดสินใจหยิบดาบ เอาบัตรใส่กระเป๋าเสื้อเงื้อดาบเพื่อฟันลงที่คอสุพจน์ ฉับ
กล้าระเบิดอารมณ์ด้วยการยิงเป้าที่ตั้งอยู่รัว เป้าทั้งหมดถูกยิงกระจุย ไล่ๆ กันไปเรื่อย จนถึงเป้าสุดท้าย
คะนึงนิจก้าวเข้ามาแอบมองกล้าอยู่ กล้ารู้สึกได้ เลิกยิงเป้าแล้วเปลี่ยนเป็นเล็งปืนไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้กับเป้าที่กล้าซ้อมยิง
“ออกมา ไม่งั้นฉันยิงแกแน่” กล้าเล็งปืนพลางมองไป เห็นคะนึงนิจเดินออกมา มองกล้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง กล้าอึ้งลดปืนลง “นิจ”
“ใช่ค่ะ นิจเอง” คะนึงนิจเดินเข้าหากล้าพลางพูดแดกดัน “จะยิงนิจก็ได้นะ นิจยินดีเป็นเป้าซ้อมให้”
กล้าทำเข้ม ยิ้มเหี้ยม ยกปืนขึ้นเล็ง
“อย่าท้าพี่จะดีกว่านิจ อย่าลืมสิ ว่าพี่เป็นใคร”
“นิจรู้ ตอนนี้พี่คงมีความสุขกับการได้เป็นเสือกล้ามาก แต่ถ้ายังมีความเป็นคนอยู่บ้างล่ะก็ เห็นแก่มโนธรรม ช่วยอะไรนิจสักซักครั้ง”
“มโนธรรม? มันไม่จำเป็นกับโจรอย่างพี่แล้วมั๊งนิจ”
คะนึงนิจตัดสินใจบอกกล้า
“พ่อของศรีแพรอยู่ที่นี่ เค้ายอมทนเป็นคนงานช่วยเลี้ยงช้างให้กับพี่ภู ยอมทำงานหนักทุกอย่าง เพียงเพราะว่าต้องการเจอศรีแพร” กล้าอึ้งไปเพราะเพิ่งรู้ “พี่พอรู้ใช่ไหมว่าศรีแพรอยู่ที่ไหน พี่ภูทำให้พวกเค้าต้องบ้านแตก นิจอยากหาทางให้สองคนนี้ได้พบกันซักที”
กล้าเก็บปืนที่เอว ทำเข้มใส่
“โทษนะ แต่มันไม่ใช่หน้าที่โจรอย่างพี่ แล้วถ้าไม่อยากเดือดร้อนล่ะก็ อย่าเที่ยวไปพูดเรื่องนี้กับใครอีก จำไว้”
กล้ามองคะนึงนิจเข้ม แววตาไร้ความปราณี คะนึงนิจอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน
“ทำไม ทำไมพี่กล้าถึงได้กลายเป็นคนแบบนี้ พี่กล้าที่นิจรู้จักหายไปไหน”
“มันก็ตายไปแล้วน่ะสิ จะเอาอะไรกับพี่นักหนา พี่พอแล้วนิจ ถ้าทำดีแล้วมันเจ็บตัว ก็ทำชั่วมันไปเลย นิจก็เห็นนี่แค่พี่ยอมเป็นลูกน้องขุนโชติ ทั้งตำรวจ ทั้งพี่ชายนิจก็แตะพี่ไม่ได้แล้ว”

คะนึงนิจได้ยินก็ผิดหวังมาก

“แต่เราจะยอมแพ้ต่อความชั่วไม่ได้นะพี่กล้า”
กล้าไม่สนใจ เดินสวนคะนึงนิจออกไป คะนึงนิจหยิบปืนที่เอวของกล้าออกมา กล้ารู้ตัวหันขวับเห็นคะนึงนิจเล็งปืนที่กล้า
“อย่าดีกว่านิจ”
“พาพวกนิจออกไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้”
“นิจ วางปืนลง”
“ไม่”
“นิจ”
กล้าตะคอก ทันใดก็เกิดคลื่นพลังปะทะตัวคะนึงนิจจนเซล้มไป ปืนกระเด็นร่วง กล้าตกใจ
“นิจ”
กล้าเป็นห่วงจะรีบเข้าไปดู แต่ต้องชะงัก เครียด ขุนโชติเข้ามา มองคะนึงนิจเหี้ยม ไม่พอใจมาก

คะนึงนิจถูกขุนโชติเหวี่ยงลงไปกับพื้นภูมินทร์รีบเข้าไปประคองน้องสาว
“นิจ ไม่เป็นไรนะ” คะนึงนิจส่ายหน้า ภูมินทร์หันไปต่อว่าขุนโชติ “นี่มันอะไรกัน ทำไมต้องทำน้องผมด้วย”
“นังนี่คิดทำร้ายลูกศิษย์ข้า ก็เท่ากับคิดคดทรยศข้าเช่นกัน”
ภูมินทร์มอง ด่ากล้า
“นี่แกคิดหาเรื่องฉันใช่ไหม น้องฉันจะไปทำอะไรแกได้ ฮะ”
กล้าไม่ตอบได้แต่ยืนเงียบ คิดหาทางช่วยคะนึงนิจ
“ข้าเห็นกับตา เอ็งคิดว่าข้าโป้ปดกระนั้นรึ”
“นิจ” คะนึงนิจนิ่ง ก็เก็ตว่าน้องสาวทำจริงแน่ “ถือว่าผมขอ น้องผมยังเด็ก อาจทำอะไรไม่คิด”
“ไม่พี่ภู นิจโตแล้ว นิจรู้ว่าผิดชอบชั่วดีมันคืออะไร ถ้าพวกมันอยากจะฆ่านิจ ก็เชิญเลย นิจไม่กลัว”
“นิจ”
คะนึงนิจจ้องมองขุนโชติ เสือไท ตั้งใจด่ากระทบ
“คนเราเกิดมาก็ต้องตายทุกคน ขอให้ตอนมีลมหายใจอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ไอ้พวกที่โลภมาก หวังแต่ลาภ ยศ สมบัติเงินทอง ตายไปก็ถูกคนสาปแช่ง ต้องตกนรกหมกไหม้”
เสือไทโมโห ปรี่เข้าไปกระชากแขนคะนึงนิจ
“นังนี่”
เสือไทจะตบ กล้าเครียด ขยับจะไปขวาง แต่ภูมินทร์เร็วกว่า เข้าไปผลักเสือไท
“อย่ามาแตะต้องน้องฉัน”
เสือไทอัดภูมินทร์สวนอย่างแรงกระเด็นหงายไป คะนึงนิจเป็นห่วงพี่
“พี่ภู”
คะนึงนิจจะไปหาภูมินทร์ แต่เสือไทดึงแขนเอาไว้ อาจารย์ยอดมองประเมินเหตุการณ์เงียบ ไม่ช่วยภูมินทร์ ขุนโชติบอกภูมินทร์
“ฐานที่เอ็งมีคุณกับข้าไม่น้อย ครั้งนี้ข้าจะละโทษตายนังนี่ไว้” กล้ากับภูมินทร์โล่งอก“ไอ้ไท ข้ายกนังนี่ให้เอ็งไปทำเมีย”
กล้า ภูมินทร์ คะนึงนิจอึ้ง ส่วนเสือไทยิ้มกริ่ม
“ข้าจักกำหราบมันให้อยู่หมัดเอง”
“ไม่ได้ ฉันไม่ยอม”
“ตามใจเอ็ง เช่นนั้น ไอ้ไท เอ็งจงฆ่านังนี่ทิ้งเสีย”
ภูมินทร์รีบมองอาจารย์ยอด ขอให้ให้ช่วย
“อาจารย์”
แต่อาจารย์ยอดกลับยืนนิ่ง ไม่อยากยุ่งให้ต้องเจ็บตัว เสือไทชักปืนที่เหน็บอยู่ออกมา เล็ง กำลังจะลั่นไกยิงแต่
กล้าจับมือเสือไทดันขึ้น
“ไอ้กล้า”
กล้าปล่อยมือ ทำพูดกับขุนโชติ
“ถ้าจะฆ่านังนี่จริงๆ ฉันขอเถอะ อดอยากปากแห้งมานานแล้ว” กล้ามองคะนึงนิจหื่นๆ “ถ้าได้มันมาแก้ขัดบ้างก็คงจะดี”
คะนึงนิจกับภูมินทร์อึ้ง ขุนโชติมองกล้านิ่ง ก่อนจะหัวเราะชอบใจ
“ก็เอาสิวะ เอ็งกล้าขอมีรึข้าจะไม่กล้าให้ แต่เอ็งต้องดูมันให้ดี อย่าให้มันแผลงฤทธิ์ได้อีก”
กล้าทำยิ้ม ชอบใจ
“ขอบใจอาจารย์มาก ไป”
กล้ารีบคว้าแขนคะนึงนิจ คะนึงนิจไม่ยอม แต่กล้าก็ทำเหี้ยมลากออกไปจนได้
“ปล่อยนิจนะ ปล่อย”
ขุนโชติพอใจ เสือไทมองกล้าด้วยความโมโหที่โดนตัดหน้า ภูมินทร์จะตาม อาจารย์ยอดขวางแล้วกระซิบห้าม
“อยากให้น้องสาวตายรึไง พ่อเลี้ยง”

ภูมินทร์คิดได้ ได้แต่มองตามกล้า โมโหมาก

เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 12 (ต่อ)

กล้าแบกคะนึงนิจเข้ามาในห้อง คะนึงนิจดิ้นใหญ่
“ปล่อยนะ นิจบอกให้ปล่อย”
กล้าโยนคะนึงนิจลงบนเตียง แล้วเข้าไปใกล้กระชากแขนดึงไว้ จ้องหื่นใส่
“จะดิ้นอะไรนักหนา รึว่าอยากจะเป็นเมียฉันจนตัวสั่น”
“พี่กล้า”
“ทำไม เธอเป็นผู้หญิงของฉันแล้ว ฉันมีสิทธิที่จะทำอะไรกับเธอก็ได้”
“แล้ววดีล่ะ ไหนพี่กล้าบอกว่ารักวดีนัก รักวดีหนา แล้วมาทำแบบนี้กับนิจทำไม”
กล้าทำกวนประสาท
“แล้วไหนล่ะวดี ไหน ทำไมฉันจะต้องสนใจของเหลือเดนจากพี่ชายเธอด้วย ของใหม่ๆ สดๆ มันเร้าใจกว่ากันเยอะ”
คะนึงนิจได้ยินก็โมโหมาก ตบกล้าฉาดใหญ่ จ้องโกรธน้ำตาคลอ กล้าใช้มือบีบหน้าคะนึงนิจ ทำโมโห “ดี แบบนี้ฉันชอบ”
กล้าลุกขึ้น ปลดเข็มขัด จ้องหื่น คะนึงนิจเริ่มกลัว ขยับหนี
“จะทำอะไรน่ะ อย่าเข้ามานะพี่กล้า” แต่กล้าคืบคลานเข้าหา พร้อมเข็มขัดในมือ คะนึงนิจคว้าโคมไฟโยนใส่กล้า กล้าปัดทิ้ง คะนึงนิจมองไปเห็นดาบประจุพรายวางอยู่ จะโผไปคว้า กล้ารู้ทันพุ่งเข้าตะครุบตัวคะนึงนิจได้ก่อน คะนึงนิจพยายามดิ้นหนี “ปล่อยนะ ปล่อยๆ”
กล้าใช้พละกำลังที่มากกว่ารวบตัวคะนึงนิจ แล้วกอดจากด้านหลังไว้จนได้
“เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก นิจ”
กล้าจับแขนนิจไขว้หลัง แล้วเอาเข็มขัดมัดมือ

อาจารย์ยอดเดินเข้ามาจะกลับที่พัก ภูมินทร์ตามเข้ามาขวางอาจารย์ยอดไว้
“เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป ทำไมอาจารย์ถึงไม่ช่วยผม ตกลงอาจารย์ทำงานให้ใครกันแน่”
อาจารย์ยอดเห็นภูมินทร์เริ่มหมดอำนาจเต็มที จึงตอบอย่างรำคาญๆ
“เอาน่า อย่างน้อยน้องเอ็งก็ไม่ต้องถูกพวกไอ้ขุนโชติมันฆ่าตายไม่ใช่รึไง”
ภูมินทร์โกรธ ตวาดอาจารย์ยอด
“แต่ต้องเป็นเมียไอ้กล้าแทนเนี่ยนะ ให้รอไอ้หาญ ไหนล่ะ เมื่อไหร่ถึงจะได้อยู่บนภูดูเสือกัดกันซักที ไอ้ขุนโชติมันจะขย้ำผมตายแล้วอยู่แล้วนะอาจารย์”
อาจารย์ยอดได้ยินก็โกรธ แต่ข่มอารมณ์ไว้
“พ่อเลี้ยง”
“ทำไม รึว่าเงินอัดฉีดมันไม่พอ ยี่สิบล้านเป็นไง ฆ่าไอ้ขุนโชติซะ แล้วผมจะเอาเงินสดให้เลย เดี๋ยวนี้ก็ยังได้”
อาจารย์ยอดได้ยินก็โลภ มองไปรอบๆ
“งั้นเอ็งไปกับข้า

อาจารย์ยอดพาภูมินทร์มาที่ห้องพัก หยิบห่อผ้ายันต์โบราณออกมาจากย่ามของตนแล้วเปิดออกภายในห่อผ้ายันต์เป็นว่านสีแดงเลือด ขนาดเล็กๆ พอกลืนลงคอได้
“ที่เอ็งเห็นอยู่นี่คือว่านเทวาว่านโบราณที่ทุกคนคิดว่าสาบสูญไปแล้ว”
“ว่านเทวา นี่นะเหรอที่ใช้ปราบไอ้ขุนโชติได้”
อาจารย์ยอดพยักหน้ารับ หลอกต่อ
“ไม่ใช่แค่ปราบกุมภีร์พิฆาต แต่คนที่กินมันเข้าไปจะเก่งกล้เหนือใครทั้งหมด”
“แล้วของดีแบบนี้ อาจารย์เก็บไว้ทำไม ทำไมไม่กินมันซะจะได้กำจัดไอ้ขุนโชติมันไปซักที”
ภูมินทร์ถามอย่างสงสัย อาจารย์ยอดทำเครียด หลอกภูมินทร์
“คนที่กินมันได้ต้องมีดวงที่กล้าแกร่งพอ ซึ่งข้าก็รู้ว่าตัวเองไม่เหมาะ แต่ชะตาตกฟากของเอ็งก็แข็งไม่เบา บางทีของสิ่งนี้อาจมีอยู่เพื่อเอ็งก็เป็นได้”
ภูมินทร์มองว่านไม่วางตา แล้วยื่นมือจะหยิบว่านแต่อาจารย์ยอดชักมือกลับ
“ยังก่อนพ่อเลี้ยง ไม่ใช่ข้าไม่เห็นใจเอ็ง แต่ของทั้งพิเศษ ทั้งหายากแบบนี้ ให้กันง่ายๆ เห็นจะไม่ได้ เอาเป็นว่าข้าเห็นเงินยี่สิบล้านวางอยู่ต่อหน้าเมื่อไหร่ เอ็งเอาว่านนี่ไปได้เลย”
อาจารย์ยอดพับห่อผ้ายันต์ แล้วสอดเก็บไว้ที่ใต้หมอน ภูมินทร์มองตาม อยากได้มาก

กล้าใช้เข็มขัดมัดมือคะนึงนิจแล้วขังไว้ในห้อง คะนึงนิจพยายามไถเข็มขัดจนขาด
อีกด้านหนึ่งที่โรงไม้ สมุนภูมินทร์เดินยามผ่านหน้าโรงไม้ไป คะนึงนิจโผล่จากมุมลับตา ย่องระวังผ่านโรงไม้ไปทางชายป่าแต่แล้วกลับถูกศรีแพรที่โพกหน้าพุ่งมาล็อคคอจากด้านหลัง แล้วลากเข้าพุ่มไม้ไปทันที
ศรีแพรลากคะนึงนิจเข้ามาที่พุ่มไม้ คะนึงนิจดิ้น ศรีแพรพยายามล็อค ใช้คชกุศจี้
“เงียบ! ถ้าไม่อยากตาย บอกมาสำริด คนม่อนช้างเผือกอยู่ไหน”
คะนึงนิจศอกเข้าที่ท้อง ศรีแพรจุก คะนึงนิจปัดคชกุศ แล้วกระชากผ้าโพกหน้าออกแต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นเป็นศรีแพร
“ศรีแพร”
ศรีแพรก็ดีใจ

“เจ้า”

ที่ประตูใหญ่หน้าปางไม้ สมุนภูมินทร์ถือปืนเฝ้าประตูอยู่ถูกซัดเข้าที่หลังคอล้มลงไปสลบ สมุนอีกคนตกใจ หยิบปืนยาวเล็งไปรอบๆ ตาลีตาเหลือกแต่แล้วก็ถูกอัดเข้าที่ท้อง ปืนถูกร่างล่องหนแย่งแล้วเอาด้านด้ามปืนกระทุ้งเข้าที่ท้อง ล้มลงสลบไป

ยิ่งยศ หาญ ที่กำบังกายปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับดึงใบพลูที่ทัดหูออกโดยยิ่งยศถือพร้า หาญถือปืน
“ถึงเวลาช่วยหลานฉันซะที” ยิ่งยศบอกอย่างใจร้อนและจะก้าวเข้าไป หาญท้วง
“เดี๋ยว ไอ้ยิ่ง เราน่าจะดูท่าทีของพวกมันก่อน”
“จะรออะไรอีกวะไอ้หาญ แค่นี้เราก็เสียเวลามาพอแล้ว ถึงเวลาลุยกันซักที”
ยิ่งยศเดินอาดๆ เข้าไปในปางไม้ หาญหนักใจไม่เห็นด้วย แต่ห้ามไม่ทันแล้ว จำต้องรีบตามไป

ที่เพิงพัก สำริดกำลังหั่นเตรียมอาหารช้างอยู่ที่เพิงด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน สำริดหยุดทอดถอนใจ คิดถึงศรีวรรณ
“ศรีวรรณ เจ้าช่วยให้ข้าได้เจอกับลูกทีเถอะนะ”
เสียงฮัมทุ้มของศรีแพรแว่วเบาๆ เข้ามา สำริดตื่นเต้น มองไปรอบๆ ใบไม้ไหวเบาเล็กๆ ตามท่วงทำนอง สำริดรีบเอามือทาบพื้น หลับตาฟัง หูสำริดได้ยินเสียงศรีแพรฮัมดังก้องขึ้น เป็นทำนองฮัมทุ้ม ไพเราะ สำริดลืมตาขึ้น ดีใจมาก
“ศรีแพร”
สำริดรีบวิ่งออกไปหาศรีแพรทันที

ศรีแพรกำลังเอามือทาบพื้นและฮัมทุ้ม ต้นไม้ใบหญ้า ใบไม้ ต่างไหวเอน สอดรับกับเสียงฮัมที่เหมือนเสียงที่กระซิบซึ่งดังไปทั่วป่าอย่างเบาๆ คะนึงนิจงง
“ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย มันจะได้ผลจริงๆ เหรอ”
“นี่เป็นสัญญาณพิเศษ เฉพาะคนม่อนช้างเผือกเท่านั้นถึงจะรับรู้ได้ ถ้าพ่ออยู่ที่นี่ พ่อต้องได้ยิน”
“ศรีแพร”
ศรีแพรหันไป เห็นสำริดยืนอยู่
“พ่อ” ทั้งสองดีใจมากต่างโผเข้ากอดกัน “พ่อ พ่อยังไม่ตายจริงๆ ด้วย”
“พ่อห่วงเจ้าเหลือเกิน นึกว่าจะไม่ได้พบหน้าเจ้าซะแล้ว”
ศรีแพรร้องไห้ พยักหน้ารับ
“ข้าก็ห่วงพ่อ คิดถึงพ่อที่สุด”
สำริดเช็ดน้ำตาให้ลูกสาวด้วยความรัก
“ไม่ต้องร้อง ไม่ต้องร้อง จำที่พ่อสอนไม่ได้เหรอ หายใจเข้าร่าเริง หายใจออกโล่งเบา คนม่อนช้างเผือกจิตใจต้องไม่เศร้าหมอง ต่อไปนี้ เราจะอยู่ด้วยกันนะ พ่อจะไม่ยอมให้เจ้าไปลำบากที่ไหนคนเดียวอีกแล้ว”
คะนึงนิจรีบเข้าไปที่ทั้งสองคน
“พวกพี่ภูคงยังไม่รู้เรื่อง ลุงกับศรีแพรรีบหนีไปก่อนเถอะ ลุงรู้ทางหนีใช่ไหมคะ”
สำริดพยักหน้ารับ
“แล้วเจ้าล่ะ”
“รีบหนีไปเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วงหนูหรอก”
“ขอบใจเจ้ามาก”
สำริดกับศรีแพรพยักหน้าให้กัน แล้วหันกลับเดินออก แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นกล้ายืนอยู่ ศรีแพรดีใจมาก“เจ้าคนเมือง”
กล้าเองก็ดีใจ
“ศรีแพร พ่อเฒ่า”
“เจ้ายังไม่ตาย”
ศรีแพรจะเข้าไปหากล้า แต่คะนึงนิจรีบดึงแขน แล้วเอาตัวขวางเอาไว้ คะนึงนิจจ้องกล้าอย่างเกลียดชัง
“อย่าศรีแพร คนคนนี้ไม่ใช่พี่กล้าของพวกเราอีกต่อไปแล้ว แต่เขาคือเสือกล้า โจรที่ปล้นฆ่าชาวบ้านได้อย่าง
เลือดเย็นต่างหากล่ะ”
ศรีแพรกับสำริดงงไปหมด
“นี่เจ้าพูดอะไร ข้าไม่เข้าใจ”
“นั่นสิ ข้างงไปหมดแล้ว”
กล้ายืนอึ้งเครียดจะบอกความจริงก็กลัวแผนจะเสียและการตายสุพจน์จะเสียเปล่า ทันใดเสียงปืนก็ดังรัวมาจากทางตัวบ้าน ทุกคนอึ้ง กล้ารีบสั่งคะนึงนิจ
“นิจ พาทุกคนหลบไปก่อน”

กล้าวิ่งไป คะนึงนิจ ศรีแพร สำริด มองตาม สบตากันเครียด

ขุนโชติกับเสือไทได้ยินเสียงปืน

“พี่โชติ เสียงปืน”
สมุนกระหืดกระหอบวิ่งเข้ามารายงาน
“ยะแย่แล้วครับท่าน ไอ้หาญ ไอ้หาญมันพาคนบุกเข้ามา”
“ก็ดีน่ะสิวะ”
ขุนโชติกระหยิ่มในใจที่หาญมาให้ฆ่าถึงที่

สมุนภูมินทร์ 2 คนกำลังสาดกระสุนM16ใส่หาญกับยิ่งยศ หาญหลบและยิงโต้ตอบ ยิ่งยศไม่กลัวเดินหน้าลุยเข้าหา กระสุนไม่ระคายผิว ยิ่งยศกระชากปืนจากมือสมุนที่มัวแต่อึ้ง หักเป็นสองท่อนแล้วซัดสมุนกระเด็นไปคนละทิศ
ช่องอากาศแหวกออกขุนโชติกับเสือไทปรากฏตัวขึ้นจึงเห็นพวกหาญต่อสู้อยู่ตรงหน้า ขุนโชติพุ่งเข้าโจมตีหาญด้วยกงเล็บจระเข้ หาญหลบไม่ทันถูกข่วนที่อกเลือดซิบ ขุนโชติตวัดแขนจู่โจมซ้ำ หาญยกท่อนแขนขึ้นตั้งรับ ขุนโชติกดกงเล็บลงจนใกล้ใบหน้าหาญ
“เอ็งรนมาหาที่ตายถึงนี่เชียวรึ ดี ข้าจักได้ไม่เสียเวลาตามกุดหัวเอ็ง”
ขุนโชติถีบหาญหงายหลังไป กางกงเล็บจะเข้าซ้ำ ทันใดเงาหมัดนับสิบก็พุ่งเข้ามากระแทกทำให้ขุนโชติชะงัก
เป็นยิ่งยศที่ใช้หมัดธนูมือช่วยเอาไว้แล้วพยุงหาญให้ลุก
“หึ อย่าคิดว่ามีคนมาช่วยแล้วข้าจักเกรง ฝีมือพวกเอ็งเทียบข้ามิได้ดอก”
“ขุนโชติ ข้ารู้ตัวว่าก่อเวรไว้กับเอ็งจนยากเกินอภัย แต่บาปกรรมที่เอ็งทำกับผู้บริสุทธิ์ด้วยไฟแค้น มันก็หนักหนาเกินเยียวยาเช่นกัน จงสำนึกผิดแล้วกลับตัวกลับใจซะ”
“อย่าเปลืองน้ำลายกับไอ้โจรหลงยุคเลย กล้าหลานอั๊วอยู่ที่ไหน ปล่อยตัวกล้ามาเดี๋ยวนี้”
“ไอ้กล้านะรึหลานเอ็ง ข้าจักบอกให้เอาบุญ มันยอมสาบานตัดขาดจากโคตรเหง้าอย่างพวกเอ็ง แลกราบข้าเป็นครู บัดนี้ไปมันจักเป็นผู้สืบทอดจากข้า ขุนโชติแห่งทุ่งพระกาฬ ฮ่าๆๆ”
เสือไทเหลือบมองขุนโชติเคืองๆ
“ไม่มีทาง ข้าไม่เชื่อ”
“ในเมื่อลื้อไม่ยอมบอกดีๆ อั๊วก็จะเป็นคนเปิดปากของลื้อเอง”
ยิ่งยศปลุกเสือเผ่นรอยสักที่หน้าอกเรืองแสง ยิ่งยศทะยานเข้าใส่ ขุนโชติไม่คิดหลบกลับเพ่งคาถา หมัดยิ่งยศอัดเข้าที่หน้าอกขุนโชติปรากฏเป็นเกล็ดจระเข้ขึ้นรับพลังหมัดเกิดแรงสะท้อนจนยิ่งยศผงะ ขุนโชติตามซัดหลังมือจนยิ่งยศกระเด็นไป
หาญสวมสนับเล็บเสือพุ่งเข้าโจมตี เสือไทแทรกตัวมาขวาง กลายเป็นสองคู่ปะทะกันด้วยเพลงหมัดแต่หาญสู้ไม่ได้เพราะไม่มีทั้งอาคมและพละกำลัง
กล้าวิ่งเข้ามาซุ่มดูอยู่หลังกองไม้เห็นยิ่งยศและหาญต่อสู้อยู่กับพวกขุนโชติ กล้าถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นยิ่งยศเต็มตา
“ปู่ยิ่ง เป็นไปได้ยังไง”
กล้ายังอึ้ง คิดแผนช่วยปู่ทั้งสอง
ขุนโชติตวัดกงเล็บโจมตี ยิ่งยศยกแขนป้องกันแขนเลือดอาบ ยิ่งยศแปลกใจ
“ต่อให้คงกระพันชาตรีสักเพียงใด ก็ต้านกงเล็บกุมภีร์พิฆาตของข้ามิได้ดอก”
“กุมภีร์พิฆาต” ยิ่งยศตกใจแล้วร่ายคาถา “หมัดธนูมือ”
เงาหมัดพุ่งออกไปนับสิบปะทะร่างขุนโชติ ผิวขุนโชติปรากฏเกล็ดจระเข้ขึ้นรับพลังหมัด ทันใดยิ่งยศก็พุ่งเข้ามาหา กระแทกหมัดคู่ใส่ขุนโชติ ขุนโชติไม่ทันตั้งตัวกระเด็นหน้าหงาย

หาญแลกหมัดอยู่กับเสือไท หาญซัดเสือไทได้หลายหมัดแต่เสือไทไม่สะทกสะท้าน
“กระไรวะไอ้หลวงณรงค์ เรี่ยวแรงเอ็งมันหายไปไหนหมด”
เสือไทคว้าหมัดหาญไว้ได้ บิด แล้วเตะสวน ยิ่งยศเข้ามารับแทนแล้วอัดเสือไทกลับจนตัวลอย
“เป็นยังไงบ้างไอ้หาญ”
“ฉันยังไหว ไอ้ยิ่ง ระวัง”
กลุ่มควันสีดำแผ่กระจายลอยเข้ามาหาทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว เกล็ดจระเข้นับร้อยก็พุ่งออกมาจากกลุ่มควัน
ยิ่งยศกางสองมือออกร่ายคาถาเกิดกำแพงแก้วปะทะ เกล็ดจระเข้แตกสลายไป
ทันใดปรากฏส่วนหางขนาดใหญ่ของจระเข้ยักษ์ตวัดออกมาจากกลุ่มควัน ยิ่งยศเห็นจวนตัวรีบผลักหาญให้หลบ หางจระเข้ฟาดเข้ากับต้นไม้ระเบิดเป็นจุณ หางจระเข้ตวัดโจมตียิ่งยศ ยิ่งยศจับไว้ได้ออกแรงยื้อสู้ แต่ก็ทานพละกำลังไม่ไหวถูกเหวี่ยงไปกระแทกต้นไม้ หาญจะเข้ามาช่วยกลับถูกหางจระเข้ฟาดซ้ำ หาญกระเด็น กระอักเลือด
เสียงหัวเราะขุนโชติดังลั่น
กลุ่มควันดำม้วนตัวจางลง กลายเป็นขุนโชติที่ยืนหัวเราะสะใจ เสือไทเข้ามาสมทบ
“พี่โชติ ไอ้หลวงณรงค์มันเหมือนจะสิ้นอาคมหมดแล้ว”
“หึ เป็นเสือแต่ไร้เขี้ยวเล็บ จักอยู่เยี่ยงไรให้อายหมาข้าจักส่งเอ็งลงปรโลกเอง ไอ้หลวงณรงค์”
ขุนโชติร่ายมนต์ เสียงคาถาภาษาขอมดังกังวาน พื้นดินแยกออกเป็นรอยแตกแขนง แผ่กระจาย มีเลือดสีดำไหลออกมา พุ่งเข้าไปรวมร่างขุนโชติ รอยสักยันต์รูปจระเข้ที่แขนเรืองรอง ยิ่งยศเข้าไปพยุงหาญให้ลุกขึ้น
“เอาไงวะไอ้หาญ กุมภีร์พิฆาตร้ายกาจสมคำร่ำลือ”
หาญสบตายิ่งยศ ไม่หวั่น
“สู้แค่ตาย”
“มันต้องอย่างนี้สิวะ เพื่อนรัก ตายเป็นตาย”
หาญกับยิ่งยศวิ่งเข้าหาขุนโชติ พร้อมสู้ตาย ทันใดดาบประจุพรายเล่มหนึ่งก็พุ่งมาปักบนดินตรงหน้าหาญกับยิ่งยศ ทั้งสองคนชะงัก กล้าเข้ามาขวางไว้ แววตานิ่ง หาญดีใจที่เห็นกล้า
“กล้า”

กล้าไม่สบตาหาญ เหลือบมองขุนโชติ

“อาจารย์ช้าก่อน เรื่องแค่นี้ไม่ต้องถึงมือของอาจารย์หรอกให้ฉันเป็นคนบั่นหัวเสือหาญเองจะดีกว่า”

“เอ็งประสงค์เช่นนั้นรึ”
กล้าพยักหน้าแววตาเหี้ยม ขุนโชติกระหยิ่ม พยักหน้าตอบ ว่าแล้วกล้าก็ดึงดาบที่ปักอยู่ขึ้นมาโจมตีหาญทันที หาญหลบได้ แต่กล้าไวกว่าเพราะหาญบาดเจ็บอยู่แล้ว กล้าฟันถูกหาญแบบเฉียวๆ แต่เลือดกระเซ็น
“อ๊าก”
กล้าตกใจ ชะงัก คิดไม่ถึงว่าหาญจะไม่มีอาคมแล้ว ยิ่งยศรีบเข้าขวาง ผลักกล้าออกไป
“ไอ้หนุ่มนี้คือ กล้า หลานฉันเหรอ” หาญพยักหน้ารับ “แล้วมันเป็นบ้าอะไรของมัน”
หาญก็ไม่มีคำตอบให้ ทั้งเจ็บ ทั้งงุนงง กล้าลังเล แต่เห็นขุนโชติจับจ้องอยู่ จำใจใช้สองดาบฟาดฟันยิ่งยศและหาญต่อ ยิ่งยศต้องคอยช่วยหาญที่บาดเจ็บ ซัดกล้าผงะไป
“พวกอั๊วอุตส่าห์มาช่วยลื้อแท้ๆ ทำไมถึงเนรคุณกับปู่ตัวเองได้ขนาดนี้”
ยิ่งยศต่อว่ากล้าเครียด จำต้องเล่นละครต่อ
“สายเลือดกำเนิด ฉันเลือกเองไม่ได้ แต่นับจากนี้ฉันได้เลือกเป็นศิษย์ขุนโชติแล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่มีอะไรเกี่ยวดองกับเสือหาญอีก”
หาญอึ้ง พูดอะไรไม่ออก ยิ่งยศโกรธ
“ไอ้หลานทรพี คิดไม่ถึงว่าอั๊วจะมีสายเลือดเลวๆ อย่างลื้อ”
กล้าบริกรรมคาถาเป่าลงบนดาบ อักขระสีเลือดบนดาบเรืองรองขึ้น กล้าตวัดดาบออกไปเกิดเงาดาบสีแดงพุ่งเข้าหาหาญกับยิ่งยศ ทั้งสองคนกระโจนหลบทัน เกิดระเบิดสั่นสะเทือน
“พยัคโฆ พยัคฆา”
รอยสักเสือเผ่นเรืองแสงขึ้น ยิ่งยศทะยานเข้าหากล้าอย่างรวดเร็ว จู่ๆ ร่างยิ่งยศก็หายวับไป กล้ามองหาแล้วยิ่งยศก็ปรากฏร่างตรงหน้า รัวหมัดกระแทกใส่กล้าไม่ยั้ง กล้าไม่คิดสู้ หาญห่วงหลาน
“ไอ้ยิ่ง อย่า”
ยิ่งยศชะงัก ขุนโชติรีบซัดลูกไฟในมือขัดขวาง กระแทกยิ่งยศกระเด็น
“ศิษย์ข้า มัวรีรออันใด จงฆ่าไอ้หลวงณรงค์เสีย”
กล้าพุ่งเข้าไปแทงหาญ แต่คะนึงนิจวิ่งมาขวางหน้าไว้
“หยุดนะพี่กล้า”
กล้าตกใจ ชะงัก
“นิจ”
ปลายดาบจ่อเกือบถึงคอหอยคะนึงนิจ คะนึงนิจเสียวสันหลังด้วยความกลัว
ยิ่งยศฉวยจังหวะที่ทุกคนเผลอ กระแทกหมัดลงบนพื้นดิน
“หมัดธนูมือ”
คลื่นพลังแผ่เป็นวงออกไปบนพื้นดิน กล้ารีบดึงคะนึงนิจให้หลบหลังที่กำบังกอดไว้แน่นเพื่อปกป้อง ขุนโชติกับเสือไทต่างกระโดดหลบให้พ้นรัศมีการจู่โจมเช่นกัน คลื่นพลังซัดโดนต้นไม้ ระเบิดสนั่นหวั่นไหว ศรีแพรกับสำริดออกจากที่ซ่อนเข้าไปพยุงหาญ
“ศรีแพร”
หาญดีใจที่เห็นศรีแพร ศรีแพรยังโกรธแต่พอเห็นบาดแผลของหาญก็ตกใจ
“เลือด! ทำไมกล้าถึงทำร้ายเจ้า”
ยิ่งยศเข้ามาสมทบ ช่วยพยุงหาญ
“พวกลื้อรู้จักกันด้วยเหรอ เอาไว้ทักทายกันทีหลังเถอะ ตอนนี้เราต้องรีบเผ่นไปตั้งหลักก่อน”
ยิ่งยศรีบพาทุกคนแหวกอากาศย่นระยะทางหนีไป ขุนโชติกับเสือไทจะไล่ตาม สะบัดลูกไฟในมือโจมตี แต่ไม่ทัน ช่องอากาศปิดไปซะก่อนกล้ามองตามอย่างโล่งอก

เสือไทโมโหที่หาญหนีไปได้
“เกือบจะฆ่ามันได้แล้วแท้ๆ”
ภูมินทร์กับอาจารย์ยอดเดินเข้ามา ขุนโชติเห็นก็ตำหนิทันที
“พวกเอ็งมัวไปหดหัวอยู่ที่ใด ใยจึงไม่มาช่วยการศึก”
ภูมินทร์โมโห เซ็งที่หาญก็สู้ขุนโชติไม่ได้
“ก็กว่าฉันจะมาถึง พวกแกก็จัดการไปเรียบร้อยแล้วนี่”
“ไอ้พ่อเลี้ยง”
อาจารย์ยอดรีบแก้ตัว พลางประจบ
“พ่อเลี้ยงเค้าหมายถึงว่าฝีมือของท่านขุนโชติกล้าแกร่งนักถ้าพวกข้าเข้าไปยุ่ง ก็มีแต่จะเป็นตัวถ่วง ทำให้งานเสียเปล่าๆ ดูสิ ท่านเล่นซะพวกมันหนีหัวซุกหัวซุน ข้าล่ะทึ่งจริงๆ”
ขุนโชติได้ยินคำยอก็พอใจ เสือไทยุขุนโชติใหญ่
“พี่โชติ มันเพลี่ยงพล้ำเยี่ยงนี้ ใยเราไม่ตามไปกำจัดให้สิ้นซากเสียเล่า คาถาอาคมมันก็ไม่มีติดตัวแล้วข้าว่าครานี้ เราได้บั่นหัวไอ้หลวงณรงค์กระเด็นเป็นแน่”
กล้าเป็นกังวล จะตามไปหาทางช่วย
“ฉันไปด้วย ศัตรูของอาจารย์ก็เท่ากับเป็นศัตรูของฉัน”
เสือไทไม่เชื่อใจกล้า
“ข้าว่าอย่าดีกว่า เอ็งมันมากเล่ห์ ข้าเกรงว่าจักเป็นแผนของเอ็งเสียกระมัง”
“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”
“ก็เมียเอ็งมิใช่รึที่มาขวางจนเสียการ ทำให้ไอ้หลวงณรงค์มันหนีไปได้”

“ฉันขังนังเมียตัวดีไว้แล้ว เสร็จงานเมื่อไหร่ฉันจะเป็นคนตบสั่งสอนมันเอง”

เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 12 (ต่อ)

ภูมินทร์ได้ยินก็ฉุน
“แกกล้าเหรอ”
อาจารย์ยอดจับแขนภูมินทร์ ปรามไว้
“เอาล่ะ ไม่ต้องทะเลาะกัน” ขุนโชติบอกกล้า “เอ็งอยู่ที่นี่ ข้ากับไอ้ไทแลไอ้ยอดจักไปตามล่าไอ้หลวงณรงค์เอง”
กล้าจำใจพยักหน้ารับ พยายามเก็บอาการกังวลไว้ในใจ ขุนโชติเข้าไปกระซิบสั่ง “เอ็งจับตาดูไอ้พ่อเลี้ยงเอาไว้ให้จงดี ข้าระแวงมันยิ่งนัก”
ขุนโชติเดินนำทุกคนออกไป กล้ามองตามเครียด เป็นห่วงปู่ทั้งสอง

ยิ่งยศผ่านรอยแตกของไม้มองซ้ายขวา เห็นซากหมู่บ้านร้างที่ถูกเผาไหม้เป็นตอตะโก ไร้เงาผู้คน
ยิ่งยศแอบมองลอดช่องแตกของกระท่อมโล่งใจที่ไม่มีใครตามมาแน่ หันไปบอกกับทุกคนสีหน้าเครียด
“ไม่มีใครตามเรามา ที่นี่น่าจะปลอดภัย”
“ก็ข้าบอกแล้ว พวกมันคิดไม่ถึงหรอกว่าเราจะกลับมากบดานที่ม่อนช้างเผือกนี้”
“ถึงลื้อจะดูหน้าตาโง่ๆ แต่ก็มีไหวพริบใช้ได้” สำริดสะดุ้ง
“แหม ข้าว่าคำชมของเจ้ามันฟังดูแปลกๆ นะ”
ยิ่งยศไม่ได้สนใจ ยังหงุดหงิดเรื่องกล้า
“นี่เจ้ากล้ามันกลายเป็นพวกขุนโชติไปได้ยังไง เสียแรงที่เราอุตส่าห์เสี่ยงตายมาช่วย ไอ้เพชรมันเลี้ยงลูก
ภาษาอะไรของมันวะ”
ศรีแพรกำลังพันบาดแผลให้หาญอยู่ สีหน้าบึ้งตึง
“อย่าเพิ่งปักใจในสิ่งที่เห็นเลยที่กล้าทำลงไปคงมีเหตุผลสำคัญ”
“เหตุผลอะไรของมัน ถึงกับจะฆ่าปู่ของตัวเอง” หาญเองก็ตอบไม่ได้ “ที่หนักหนากว่านั้น ต่อไปเราจะรับมือกับวิชากุมภีร์พิฆาตของขุนโชติมันยังไง”
“มันคือวิชาอะไร ท่าทางพวกเจ้าจะเป็นกังวลไม่ใช่น้อย” สำริดถามอย่างสงสัย
“กุมภีร์พิฆาตเป็นวิชาโบราณ อานุภาพอำมหิตยิ่งนัก”
“อย่าบอกนะว่าพวกเจ้าสู้มันไม่ได้ แต่แหม ข้าก็ไม่น่าถาม โง่ๆ ไม่งั้นเจ้าคงไม่พาพวกเราหนีมาหรอก”
“ลำพังอั๊วพอจะประมือกับมันได้ แต่ถ้ามีคนไม่เอาไหนอย่างลื้อเป็นภาระจะพากันตายซะหมด”
หาญอึ้งไปนิด รู้สึกผิด
“ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ เราสองคนคงพอรับมือมันได้ แต่ตอนนี้ฉันกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย”
“ไม่ใช่ความผิดของแกนี่หว่า ที่แกต้องตกอยู่ในสภาพนี้ก็เพราะความจำเป็น”
ศรีแพรพันแผลให้หาญเสร็จพอดี
“ขอบใจเอ็งมากศรีแพร ข้า...”
ศรีแพรจ้องหาญ ยังโกรธ
“ไม่ต้องขอบใจข้า ข้าทำแผลให้เพราะไม่อยากเห็นใครมาตายต่อหน้า”
พูดจบศรีแพรก็ลุกออกไป สำริดมองตามอย่างแปลกใจ
“ศรีแพร ศรีแพร เอ็งจะไปไหนล่ะ”
หาญมองตามเครียด ยิ่งยศเข้าใจหัวอกเพื่อน

ศรีแพรยืนเหม่อดูซากหมู่บ้านตรงหน้า แต่ใจเครียดเรื่องของตนเองกับหาญทั้งเจ็บใจทั้งอาย สักพักสำริดตามเข้ามาสมทบ
“ทำไมเดินหนีออกมาอย่างนี้ มีเรื่องอะไรหรือว่าเจ้าคิดถึงพี่น้องของเรา”
“พ่อ ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่”
“พ่อรู้ว่าเจ้าสะเทือนใจ แต่ที่นี่เป็นที่ๆ ปลอดภัยที่สุดสำหรับพวกเรา เจ้าไม่ต้องกลัวนะถึงพ่อจะไม่เอาไหน แต่พ่อก็จะปกป้องเจ้าด้วยชีวิต”
“ข้าไม่ได้กลัวเรื่องนั้น เราต้องแก้แค้นให้พี่น้องของเราแน่ แต่ตอนนี้ข้าไม่อยากอยู่กับคนพวกนี้”
“เป็นอะไรไปศรีแพร พวกนี้เป็นคนดี เค้าช่วยชีวิตเรานะ โดยเฉพาะเจ้าคนที่บาดเจ็บ พ่อล่ะอยากรู้จริงๆ ยังหนุ่มยังแน่นแท้ๆ แต่ทำไมถึงบอกว่าเป็นปู่ของกล้า”
“อย่าพูดถึงคนๆ นี้ ข้าไม่อยากได้ยิน เค้าไม่ใช่คนดีอย่างที่พ่อคิดหรอก”
“ทำไม มันทำอะไรเจ้าบอกพ่อมา”
ศรีแพรอ้ำอึ้งไม่กล้าบอกพ่อ
“ข้าบอกไม่ดีก็ไม่ดีสิ พ่ออย่าถามเซ้าซี้น่า”

ศรีแพรเดินหนีไป สำริดมองตามด้วยความสงสัย

คะนึงนิจทุบประตูอยู่ในห้องพักกล้า
“เปิดเดี๋ยวนี้นะ ใครก็ได้ เปิดประตูให้ฉันที”
ภูมินทร์รีบร้อนเปิดประตูเข้าห้องมาแล้วจับเนือตัวคะนึงนิจอย่างเป็นห่วง
“นิจ มันทำอะไรนิจบ้าง บอกพี่มา”
“เปล่าพี่ภู แต่เค้าขังนิจ บอกจะไม่ให้นิจออกไปไหนอีก” ภูมินทร์เครียด
“ยังไงพี่ก็ไม่ยอมให้นิจเป็นเมียของไอ้กล้าแน่ ตอนนี้ไอ้ขุนโชติมันไม่อยู่ นิจไปกับพี่ ไปซ่อนตัวที่ในเมืองก่อน
พี่ฆ่ามันได้เมื่อไหร่ นิจค่อยกลับมา” ภูมินทร์ดึงแขนจะพาคะนึงนิจออกจากห้อง “ไป”
คะนึงนิจดึงแขนตัวเองกลับ
“ไม่ค่ะพี่ภู”
“อะไรอีกล่ะนิจ เราต้องรีบแล้วรู้ไหม”
คะนึงนิจยื่นข้อเสนอเด็ดขาด
“นิจจะไปก็ต่อเมื่อ พี่ภูยอมไปมอบตัวกับตำรวจ”
ภูมินทร์ได้ยินก็โมโห
“นิจ นี่เราอยากให้พี่โดนยิงเป้านักรึไง ฮะ”
“แล้วรู้ไหมว่านิจรู้สึกยังไงกับการที่ต้องเห็นคนตาย เห็นการต่อสู้ การฆ่าฟันที่ไม่จบไม่สิ้น เลิกเถอะพี่ภู คนที่กล้าหาญคือคนที่ยอมเผชิญหน้ากับความผิดของตัวเองไม่ใช่เหรอ”
“ยัยนิจ”
เสียงปรบมือของกล้าดังขึ้น ภูมินทร์กับคะนึงนิจหันมองไป กล้าเดินเข้าห้องมา
“พี่น้องสองคนนี้ช่างรักกันจริงๆ แต่ขอโทษนะคุณพี่เขย ช่วยกลับไปได้แล้ว ฉันอยากใช้เวลาส่วนตัวกับ “เมีย”
ภูมินทร์โมโห
“ไอ้กล้า”
ภูมินทร์กำหมัดซัดกล้า กล้าหลบสวนที่ท้อง ภูมินทร์จุก
ประตูห้องเปิดออก ภูมินทร์ถูกเหวี่ยงออกมา
“ออกไป”
กล้ามองเยาะแล้วปิดประตูปัง ภูมินทร์แม้จุกก็ลุกไปทุบประตูใหญ่
“ไอ้กล้า แกจะทำอะไรน้องฉัน เปิด ฉันบอกให้เปิด” ปืนจ่อที่เอวภูมินทร์ ภูมินทร์ชะงัก มองไป เห็นเป็นสมุนของตัวเองยืนจ้องอยู่ “แกจะทำอะไร! นี่ฉันเป็นนายแกนะ” สมุนเยาะ
“ท่านขุนโชติต่างหากที่เป็นนายใหญ่ของที่นี่”
ภูมินทร์เครียดเมื่อรู้ว่าตนเองได้ถูกกุมอำนาจเสียแล้ว

ภายในห้อง คะนึงนิจคว้าของขว้างไปที่กล้า กล้าหลบ กล้าจ้องคะนึงนิจดุๆ
“เลิกบ้าซักทีนิจ”
“บ้าเหรอ ใครบ้ากันแน่ ทุกคนมาที่นี่เพราะห่วงพี่ อยากช่วยพี่ แต่พี่กลับตอบแทนแบบนั้นน่ะเหรอ นี่พี่ยังเป็นคนอยู่รึเปล่า”
กล้าถูกด่าก็อึ้งไป ในใจเจ็บปวดมากอยู่แล้วที่ต้องทำกับปู่ด้วยความจำเป็นเช่นนั้น กล้าพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ ทำเหี้ยม
“หึ แล้วเธออยากรู้ไหมว่าคนอย่างฉันทำอะไรชั่วๆ ได้มากกว่านี้อีก”
กล้าถอดสายที่สะพายดาบออก เดินปรี่ไปที่คะนึงนิจแล้วจับเหวี่ยงลงเตียงทันที ก่อนจะตามไปคร่อม
คะนึงนิจตกใจ ดิ้นใหญ่ กล้าจับมือทั้งสองขืนไว้
“พี่กล้า ปล่อยนะ ปล่อยนิจ”
“หุบปาก”
กล้าเหี้ยม ง้างมือเหมือนจะตบ คะนึงนิจหลับตาหยี กลัว แต่แล้วกล้ากลับเปลี่ยนเป็นกำมือแล้วสะบัดมนต์ นะจังงัง ใส่คะนึงนิจ คลื่นมนต์ปะทะตัวคะนึงนิจ คะนึงนิจนิ่งหลับไป กล้าขยับออกมองคะนึงนิจด้วยความสงสาร
“พี่ขอโทษนะนิจ”

ศรีแพรมาตักน้ำไว้เป็นเสบียง เสร็จแล้วกำลังจะกลับแต่เกิดลื่นเสียหลักดีที่หาญเข้ามาช่วยพยุงไว้ทัน ศรีแพรสะบัดแขน
“ปล่อย อย่ามายุ่งกับข้า”
หาญปล่อยมือ ยังเป็นห่วง
“เอ็งออกมานอกหมู่บ้านตามลำพัง มันอันตรายรู้มั้ย”
“มันเรื่องของข้า ชีวิตของข้า ข้าดูแลเองได้”
“แต่ข้าเป็นห่วง”
“ถ้าเจ้าห่วงข้าจริง ก็อยู่ให้ห่างๆ ข้าไว้ดีที่สุด”
“ข้ารู้ว่าเอ็งยังโกรธ ข้าขอขมาต่อเรื่องที่เกิดขึ้นและยอมรับผิดทุกอย่าง แต่ข้าอยากให้เอ็งรู้ว่าข้าไม่ได้มีเจตนา
จะล่วงเกินเอ็งจริงๆ”
ห่างออกไปจะเห็นสำริดมาตามหาศรีแพร เห็นกำลังคุยกับหาญท่าทางเครียดจึงแอบฟัง
“เลว เจ้าคิดว่าขอขมาแล้วทุกอย่างจะกลับคืนมาอย่างงั้นเหรอ ความจริงเจ้าก็ต่ำช้า ไม่ได้ต่างจากพวกโจรอย่างขุนโชติ พวกมันปล้นเงินทอง แต่ที่เจ้าทำคือปล้นพรหมจรรย์ไปจากข้า” สำริดตกใจ โกรธ ขณะที่ศรีแพรน้ำตานองหน้า “ทำไม ทำไมเจ้าไม่ปล่อยให้ข้าตายไปซะ”
หาญละอายใจ รู้สึกผิด ตัดสินใจเล่าความจริงให้ฟัง
“เพราะข้าติดหนี้บุญคุณแม่ของเอ็ง”

“เจ้าพูดอะไร”

“ศรีวรรณแม่ของเอ็ง เคยเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือข้าจนตัวเองต้องเสียโฉม แต่ข้ากลับทำให้ศรีวรรณผิดหวังเพราะไม่อาจเปิดหัวใจรับความหวังดีของแม่เจ้าได้”
“นี่เจ้ารู้จักแม่ข้าจริงๆ เหรอ เจ้าคือชายคนนั้น คนที่ทำให้แม่ข้าเสียใจตลอดมา”
สำริดโผล่พรวดเข้ามา น้ำตาคลอ
“ไอ้คนเลว เป็นเจ้านี่เองที่ย่ำยีหัวใจศรีวรรณ เจ้ารู้บ้างมั้ยว่าศรีวรรณเค้าปักใจอยู่กับเจ้า จนไม่เคยรักข้าเลยซักนิด มาวันนี้เจ้ายังข่มเหงลูกสาวข้าอีก”
“พ่อ”
“ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว”
สำริดพุ่งเข้าไปต่อยๆๆๆ หาญไม่สู้ โดนหมัดสำริดจนสะบักสะบอม ศรีแพรทนไม่ไหวเข้าไปห้าม
“พ่อ พอเถอะพ่อ”
สำริดยังต่อยหาญไม่หยุด ยิ่งยศโผล่เข้ามาห้าม ผลักสำริดออกไป
“อย่ามายุ่ง วันนี้ถ้าข้าไม่ได้ฆ่ามัน ข้าไม่มีวันนอนตายตาหลับ”
“พอได้แล้ว ลื้อรู้มั้ยถ้าหาญไม่ทำแบบนั้น ลูกสาวลื้อได้ตายเพราะพิษตะขาบไฟไปนานแล้ว”
“ข้าไม่เชื่อ เจ้าอย่าแก้ตัวแทนมัน “
“ข้าไม่ได้แก้ตัวแทน แต่ทั่วทั้งปฐพีนี้ไม่มีอะไรรักษาพิษตะขาบไฟได้ นอกจากพลังแห่งบุรุษเพศ”
หาญห่วงความรู้สึกของศรีแพร
“ไอ้ยิ่งอย่าพูดอีกเลย”
“ให้ฉันพูดให้จบ พวกมันจะได้รู้ว่าแกเองก็ต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง” ยิ่งยศจ้องมองสำริดกับศรีแพร “พวกลื้อคงไม่รู้ว่าผู้ผ่านอมฤตเทวาต้องครองเพศพรหมจรรย์และห้ามเสพเมถุนโดยเด็ดขาด แต่ไอ้หาญมันยอมเสี่ยงละเมิดข้อห้าม จนต้องสูญเสียพละกำลังที่มีไปทั้งหมดเพื่อแลกกับชีวิตของนังเด็กคนนี้”
“หมายความว่าผมขาวนั้น”
“ใช่ ไอ้หาญจะอ่อนแรงและแก่ลงไปเรื่อยๆ มันทำเพื่อเธอถึงขนาดนี้ แทนที่จะสำนึกบุญคุณ”
ศรีแพรสบตาสำริดรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นต้นเหตุ
“เป็นเพราะข้า ทำให้เจ้าต้องมีเคราะห์”
“เป็นเพราะกรรมที่เรามีต่อกัน ไม่ใช่ความผิดของใครหรอก”
ศรีแพรน้อยใจ สำริดเข้ามาแทรก
“ข้าขอโทษที่เข้าใจเจ้าผิด แต่ยังไงเรื่องที่เกิดขึ้นก็ถือว่าได้ผิดผีไปแล้ว งั้นเอาอย่างนี้เจ้าต้องคำนับข้าเป็นพ่อ ไหว้ผีปู่ผีย่าตามขนบ เจ้ากับศรีแพรจะได้เป็นคู่ผัวตัวเมียกันถูกต้องตามประเพณี”
หาญลังเลเพราะมีความลับที่บอกใครไม่ได้
“ข้าทำเช่นนั้นไม่ได้”
ศรีแพรช็อกที่ถูกปฏิเสธ
“อะไรของเจ้าวะ ข้าขอเจ้ามากเกินไปรึไง”
“ไม่ใช่ แต่ข้า ข้าอยู่กินกับศรีแพรไม่ได้จริงๆ”
ศรีแพรยิ่งเสียใจ เสียหน้า น้ำตาตก
“ถ้าเค้าไม่เต็มใจก็อย่าไปบังคับกันอีกเลย” ศรีแพรจ้องหาญ “ถึงข้าจะเป็นหญิงชาวป่า แต่ก็อย่าหมายดูถูกกันเกินไปจากนี้ต่อไปข้าจะไม่ขอพบหน้าเจ้าอีก ทุกเรื่องระหว่างเราขอให้จบลงแต่เพียงเท่านี้ ไม่ต้องคิดตามหาข้า ข้าอยู่ได้โดยไม่มีเจ้า”
ศรีแพรฉุดแขนสำริดแยกออกไปเลย
“ศรีแพร ศรีแพร”
หาญได้แต่มองตาม ลังเลว่าจะตามไปดีหรือไม่ ยิ่งยศรู้ว่าเพื่อนต้องมีเหตุผลสำคัญ หาญหนักใจ

ศรีแพรลากสำริดเข้ามาในป่าด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว สำริดรั้งไว้ให้หยุด
“ศรีแพร ศรีแพรหยุดก่อน เอ็งจะไปไหน”
ศรีแพรน้ำตาคลอ ทั้งเสียใจทั้งโกรธ
“ข้าก็ไม่รู้ ข้ารู้แต่ว่าต้องไปจากที่นี่”
“เอ็งอย่าวู่วามใช้แต่อารมณ์สิ เรากลับไปเจรจาใหม่ก็ได้ไปฟังเหตุผลของมันก่อน” สำริดเตือนสติ
“ไม่ ข้าไม่เอาด้วย ข้าไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับคนๆ นั้นอีก ถ้าพ่อกลัวจะขายหน้าเพราะลูกสาวถูกผู้ชายปฎิเสธ
ก็ปล่อยข้าไปตามทางของข้า”
“พ่อจะปล่อยให้เจ้าไปตามลำพังได้ยังไง เจ้าเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อ ถึงใครจะไม่ต้องการ แต่พ่อต้องการเจ้าเสมอ พ่อยอมทนทรมานอยู่ในปางไม้ก็เพื่อรอเจ้า ถ้าไม่มีเจ้า พ่อก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปทำไม”
ศรีแพรสบตาพ่อซึ้ง โผเข้าไปกอดกัน
“พ่อ ข้าขอโทษที่พูดไม่ดีกับพ่อ”
“ไม่เป็นไรหรอกลูก ไป เราจะไปตั้งรกรากกันใหม่ให้ห่างไกลผู้คน ไปอยู่ในที่ที่ไม่มีพวกคนใจร้าย ไม่มีคนที่คิดแต่จะเอาเปรียบคนด้วยกัน”
สองพ่อลูกยิ้มให้กันด้วยความหวัง ทันใดสำริดก็สะดุ้งสุดตัว
“อ๊าก”
ศรีแพรตกใจที่เห็นกงเล็บทะลุหน้าอกสำริดออกมา ขุนโชติปรากฏตัวขึ้นจากกำบังกายลงมืออย่างเหี้ยมโหด
“พ่อ”
สำริดล้มลง ศรีแพรจะเข้าไปดูพ่อแต่กลับถูกเสือไทจับตัวเอาไว้
“หลวงณรงค์มันอยู่ที่ใด”

“ข้าไม่รู้”

ศรีแพรสะบัดเสือไทหลุด ดึงคชกุศที่เหน็บไว้ข้างหลังฟันขุนโชติ ขุนโชติจับข้อมือศรีแพรไว้อย่างง่ายดาย บิดจนคชกุศในมือศรีแพรร่วง แล้วบีบปากเธอ
“ถ้าเอ็งไม่อยากตายอย่างพ่อเอ็ง จงบอกที่ซ่อนของหลวงณรงค์มาโดยดีไ
สำริดยังไม่ตาย กัดฟันกอดขาขุนโชติไว้แน่น
“ปล่อยลูกข้าไป ลูกข้าไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น ศรีแพรหนีไปไม่ต้องห่วงพ่อ”
“แมงหวี่แมงวันอย่างเอ็ง มันน่ารำคาญเสียจริง”
ขุนโชติรำคาญซัดกงเล็บลงบนกระหม่อม สำริดชักตาตั้ง เลือดไหลอาบใบหน้าศรีแพรช็อก “พ่อ ไอ้คนเลว”
ศรีแพรวิ่งเข้าไปต่อยขุนโชติ ขุนโชติยิ้มเยาะไม่รู้สึกอะไร เสือไทเข้ามากระชากศรีแพรออกแต่กลับถูกศรีแพรถ่มน้ำลายใส่หน้า
“นังนี่ กล้าถ่มน้ำลายรดข้า เอ็งอย่าอยู่เลย”
เสือไทตบศรีแพรร่วง ชักปืนยิง เปรี้ยง แต่กระสุนกลับหยุดค้างกลางอากาศก่อนจะหล่นลงพื้น ยิ่งยศกับหาญที่โผล่มาทัน
“หมัดธนูมือ”
เงาหมัดอาคมซัดจนเสือไทกระเด็น ศรีแพรรีบเข้ามาประคองพ่อ
“พ่อๆๆ พูดกับข้าสิ”
สำริดกำลังจะสิ้นใจ
“ลูกพ่อ พ่อไปกับเจ้าไม่ได้แล้ว ต่อไปเจ้าต้องเข้มแข็งดูแลตัวเองนะ” สำริดมองหาญที่อยู่ใกล้ๆ “ข้าฝากลูกสาวข้าด้วย”
หาญพยักหน้ารับ สำริดจ้องมองศรีแพรครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นใจ ศรีแพรกอดศพพ่อร้องไห้โฮ
“พ่อ พ่อ”
หาญแค้นจ้องมองขุนโชติ
“คนอย่างเอ็งไม่สมควรจะมีชีวิตกลับขึ้นมาเลย”
“เอ็งคงแค้นข้ายิ่งนัก แต่จงรู้ไว้ความโกรธของเอ็งไม่ได้กึ่งหนึ่งของไฟอาฆาตที่มันเผาใจข้ามานับร้อยปี วันนี้คือวันสุดท้ายที่เอ็งจักมีลมหายใจ”
ขุนโชติจ้องหาญอย่างมั่นใจ ยิ่งยศเข้ามาขวางหน้า
“แต่ลื้อคงต้องข้ามศพอั๊วไปก่อน”
ศรีแพรวางศพสำริดลง หยิบคชกุศที่หล่นมากระชับมั่นแววตาเด็ดเดี่ยวพร้อมสู้ตาย
“ข้าขอสู้ตายกับพวกเจ้า”
ยิ่งยศ หาญ ศรีแพรพุ่งเข้าไปโจมตีขุนโชติพร้อมกัน ขุนโชติรับมืออย่างไม่หวั่นเกรงซัดหาญกับศรีแพรผงะไป
เสือไทตามเข้าไปอัดหาญ หาญตั้งรับ แม้ไม่มีกำลังแต่ยังมีฝีมือและความเร็ว สวนกลับจนเสือไทหน้าหัน
“เอ็งมีกำลังแค่นี้เองรึ ไม่ผิดกับตาเฒ่าที่ต้องคอยตะบันหมากฮ่าๆๆ”
ทันใดศรีแพรก็ฟันคชกุศลงกลางหลังเสือไท เสือไทหันขวับตบศรีแพรกระเด็น หาญรีบไปประคอง
“ในเมื่อเอ็งไม่มีอาคมติดตัวอีกแล้ว อาวุธอะไรก็ฆ่าเอ็งได้”
เสือไทใช้ปืนอาก้าที่สะพายติดตัวมายิงถล่ม หาญดึงศรีแพรวิ่งหลบหลังต้นไม้แต่เสือไทยังสาดกระสุนไม่หยุด จนต้นไม้โค่น หาญรีบดึงศรีแพรหนีเข้าไปในป่าลึก เสือไทไล่ตาม
หาญพาศรีแพรวิ่งลัดเลาะไปในป่า กระสุนจากปืนอาก้าถูกยิงไล่หลังมาใบไม้ต้นไม้ขาดกระจุย เสือไทตามหลังไล่ล่ามาอย่างไม่ลดละ
อีกด้านหนึ่งขุนโชติกับยิ่งยศยังปะหมัดกันอย่างสูสี จู่ๆ ร่างขุนโชติก็หายไป มาโผล่อีกทีด้านหลังขย้ำคอยิ่งยศ
เสือไทเข้ามามองหาหาญกับศรีแพร ทันใดหาญก็กระโดดลงมาจากต้นไม้ ซัดจนเสือไทผงะ ปืนหล่น ศรีแพรออกจากที่ซ่อนหยิบปืนสาดกระสุนใส่เสือไท แต่เสือไทหัวเราะลั่น
“เอ็งคิดว่าปืนจะทำอะไรข้าได้ ดูถูกอาคมข้าเกินไปแล้วนังหนู”
ทันใดหาญก็โผล่มาด้านหลัง เสือไทหันไป เจอก้อนหินในมือหาญทุบเข้าเต็มหน้าไปหลายดอก เล่นเอาเสือไทหน้าหงาย หาญกับศรีแพรจะตามไปซ้ำด้วยก้อนหิน แต่แล้วต้องชะงักเมื่ออาจารย์ยอดมาขวางหน้า ใช้ไม้ครู (คฑาเล็กๆ) ฟาดก้อนหินในมือหาญหล่น แล้วพุ่งเข้าจู่โจม หาญผลักศรีแพรหลบ ตัวเองใช้สนับเล็บเสือต่อสู้ อาจารย์ยอดกำทรายที่พื้นขึ้นมา ร่ายคาถา เป่ามนต์ แล้วซัดออกไปกลายเป็นกระสุนไฟนับร้อยพุ่งเข้าโจมตีหาญ หาญใช้สนับเล็บเสือปัดป้อง แต่ยังไวไม่พอ กระสุนไฟพุ่งเข้าปะทะร่างหาญ
“อ๊าก”

ศรีแพรเห็นหาญทรุดจะเข้าไปช่วยแต่เสือไทขัดขวางไว้ กล้าอยู่หลังพุ่มไม้เห็นหาญกับศรีแพรตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

จบตอนที่ 12

อ่านต่อตอนที่ 13 เวลา 17.00น.
กำลังโหลดความคิดเห็น...