xs
xsm
sm
md
lg

คู่กรรม ตอนที่ 15

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


คู่กรรม ตอนที่ 15

อังศุมาลิน แม่อร และยายศร ต่างมีสีหน้ากังวล หนักใจ อยู่อย่างนั้น

“เดี๋ยว..ลุง..แล้วตอนนี้..เยอรมันคนนั้นอยู่ที่ไหน” อังศุมาลินถาม
“ก็พลพรรคคนนั้นเขาเผ่นหนีไปเลย..ชั้นก็เลย..หลอกไอ้หรั่งเยระมันมาเก็บไว้ที่กระต๊อบท้ายสวนของเรานี่ละ ทำยังไงดีละแม่อัง หรือเราเอามันไปปล่อยที่เดิมดีไหม” ตาผลบอก
“ไม่ได้นะลุง ขืนความไปถึงพวกญี่ปุ่น เรายุ่งกันหมดแน่”
“เราอาจจะโดนกันทั้งบ้าน” ยายศรว่า
อังศุมาลินถอนใจ สีหน้ากังวลครุ่นคิด
“คุณพ่อหนูก็...อาจจะพลอยแย่ไปด้วยนะลูก” แม่อรบอกอย่างเป็นกังวล
ตาบัวกะตาผล อึ้งเงียบงันไป


ขณะเดียวกันหมอทาเคดะเดินมา ผ่านหน้าห้องทำงานโกโบริ เห็นไฟในห้องทำงานโกโบริยังเปิดสว่างอยู่ หมอทาเคดะโผล่หน้าเข้ามา
“โกโบริซัง”
แต่โต๊ะทำงานว่างเปล่า ไม่เห็นใคร มีแต่ดวงไฟที่เปิดค้าง และกองแบบพิมพ์เขียวมากมายบนโต๊ะ
หมอมองหาทั่วห้อง แต่ไม่มีใคร หมอทาเคดะส่ายหัว แล้วเดินมาปิดไฟให้

ด้านอังศุมาลินในชุดเสื้อแขนยาว พร้อมไฟฉายดวงโตเดินมาที่ประตูเรือน มีตาบัว ตาผล รออยู่ แม่อร ยายศรสีหน้ากังวลเดินตามมา
“ดึกแล้วนะลูก เป็นสาวเป็นนางเดินทางตอนกลางค่ำกลางคืนอันตราย ไม่ดีหรอก”
“ยังไงเสียคืนนี้ก็ยังทำอะไรไม่ได้แน่ๆ เชื่อแม่เถอะอย่าไปเลย” แม่อรบอก
“หนูต้องไปค่ะ” อังศุมาลินยืนกราน
แม่อร ยายศร อึ้งเงียบไป
อังศุมาลินก้าวลงบันไดไป มีตาบัว ตาผลล่วงหน้าไปก่อน
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ลุงบัวกับตาผลก็ไปด้วย หนูจะรีบไปรีบมา ต้องบอกให้คุณพ่อรู้ตัวเสียก่อน จะได้ตั้งรับถูก”
“ระวังตัวนะลูก” ยายศรบอก
“หรือยังไงหนูจะค้างกับคุณพ่อไปเสียเลย ให้ลุงบัวหรือลุงผลกลับมาบอกแม่ก็ได้ แม่จะคอยฟังข่าว อย่าเดินถนนใหญ่ เดี๋ยวไปเจอพวกญี่ปุ่นเข้า ไปตามซอกตามซอยนะ” แม่อรบอกกับสองเกลอ “ฝากหลานด้วยนะ”
“รับรองแม่อร ยังไงก็ต้องข้ามศพไอ้บัวไอ้ผลไปก่อน” ตาบัวบอก
อังศุมาลิน ตาบัว ตาผล ลงบันไดเลี้ยวหายไป แม่อร กับยายศรมองตาม สีหน้าทั้งห่วงทั้งกังวล

อังศุมาลินถือไฟฉายดวงโตเร่งฝีเท้านำไป เลี้ยวจากหน้าบ้านจะเข้าเขตสวน ตาบัว กะตาผล ตามไม่ห่าง ทันใดนั้น ร่างใครคนหนึ่งก้าวทะมึนออกมาเกือบชนกัน
อังศุมาลินร้อง “อุ๊ย”
ที่แท้เป็นโกโบรินั่นเอง ที่กำลังรีบเดินมา
“โอ๊ะ ขอโทษครับ”
อังศุมาลินมองหน้าโกโบริอย่างตื่นตะลึง เหมือนเห็นผี ยืนตัวแข็งทื่อ
โกโบริเห็นทั้งสามถนัด มองแต่ละคน ชักตะหงิดๆ สงสัย จะไปไหนกัน สองเกลอหน้าเสีย
ตาผลลนลานโพล่งขึ้นมาพูดกับตัวเอง “ฉะ ฉิบ หะ หาย แน่ละโว้ย”
โกโบริมองแต่ละคน ซื่อๆ “นี่คุณจะไปไหน”
อังศุมาลินรีบทำหน้าเย็นชาใส่ “เปล่าไม่มีอะไร จะไปธุระท้ายสวน”
โกโบริสงสัย “ทำไมต้องไปกันมืดๆ”
อังศุมาลินไม่ตอบ
“ผมไปด้วย ไปไหนไปกัน” โกโบริแย่งไฟฉายไปถือ
อังศุมาลินฉุนขาด “ไม่ใช่ธุระของคุณ”
โกโบริมองๆ แล้วทำมาดกวน “แต่เดี๋ยวนี้...ธุระของคุณก็เป็นธุระของผมไปด้วยแล้ว” หันมามอง ตาดุ “สองคนนั่นจะพาคุณไปไหน”
ตาบัวกะตาผล สะดุ้งโหยง
“แม่อัง ไว้พรุ่งนี้ก็ได้นะ มันมืดแล้ว งั้นเรากลับกันก่อนล่ะ” ตาบัวบอก
สองเกลอถอยจะไป
“เดี๋ยว จะไปไหน”
ตาผลร้อง “เย้ย”
ตาบัวบอก “กะ กลับบ้าน สิจ๊ะ”
“กลับไม่ได้ ตอบมาก่อนว่าจะไปไหนกัน หรือจะให้พาไปคุยที่อู่ หา”
ถูกโกโบริขู่ ตาบัว กะตาผล ซีด อึกอักขาสั่น
อังศุมาลินพูดบอกเสียงหนักแน่น “เราจะข้ามไปฝั่งโน้น”
โกโบริขมวดคิ้ว มองอังศุมาลิน ด้วยสีหน้าสงสัย ตาบัว กะตาผล อาศัยจังหวะรีบพรวดหายไปทันที
โกโบริยิ่งทะแม่ง ก้าวเข้ามา
“คุณจะข้ามไปทำไม”
อังศุมาลินจ้องนิ่ง สู้ตา “มีธุระ”
“คุณรู้ใช่ไหม ว่าฝั่งโน้น..ไม่ปลอดภัย”
อังศุมาลินออกอาการดูถูก พูดเหยียดหยามเน้นคำ “คุณก็รู้นี่..ว่าทำไม..ผู้หญิงไทย..ถึงไม่ปลอดภัย”
โกโบริมองอย่างเจ็บใจ “คุณจะให้ทำไงล่ะ ทหารที่ไปรบ..นานๆ ถึงจะได้เจอผู้หญิงซักครั้ง...” โกโบริกวาดตามองทั่วตัวเร็วๆ “แต่ก็ยังมีผู้หญิงอยู่คนนึงนะ...ที่ปลอดภัย...จนมีโอกาสมายืนถามคำถามนี้ได้”
อังศุมาลินหน้าชา
โกโบริคิดไปคิดมา “มีเรื่องใหญ่ใช่ไหม ถึงจะต้องข้ามไปฝั่งโน้น...เวลานี้ให้ได้”
อังศุมาลินมอง ทำหน้าดื้อ เม้มผากแน่น
โกโบริคุ้นกับท่าทางแบบนี้ดี ถอนใจ ส่ายหัว “ท่าแบบนี้...แปลว่า...ต้องมีปัญหาสำคัญมากๆ”
อังศุมาลินจ้องตอบ เป็นเชิงท้าอย่าหวังว่าจะบอก
โกโบริทั้งหมั่นไส้ หมั่นเขี้ยว ในที่สุด ปิดไฟฉายมืดลง เข้ามากุมต้นแขนอังศุมาลินแน่น แล้วลากไป

อังศุมาลินตกใจร้อง “ว้าย”

โกโบริลากแขนอังศุมาลินมาที่ศาลาท่าน้ำ

“นี่..จะทำอะไร ปล่อยนะ” อังศุมาลินทุบโกโบริพัลวัน
โกโบริไม่สน ลากมาจนถึงท่าน้ำแล้วกดตัวให้นั่งลง
“นั่งลง...เอาละ...พูดมา”
โกโบริโน้มตัวลงมามองใกล้ๆ อังศุมาลินพยายามเบี่ยงหลบ
“มันไม่เกี่ยวกับคุณ”
“ตอนนี้มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับคุณ ก็ต้องเกี่ยวมาถึงผมด้วย คุณจะไปหาพ่อคุณเพื่ออะไร”
อังศุมาลินหันขวับมา โกโบริโน้มเข้าไปเค้นถามใกล้ๆ
“แสดงว่าผมเข้าใจถูก คุณมีธุระอะไรที่นั่น...หรือว่าส่งข่าวเรื่องพวกใต้ดิน”
อังศุมาลินรีบปฏิเสธ “เปล่า”
“งั้นเรื่องอะไร มันต้องเป็นเรื่องสำคัญมาก ใช่ไหม”
อังศุมาลินเงียบ นิ่งงัน โกโบริบีบไหล่ทั้งสองข้างจะเขย่าแต่เปลี่ยนใจ ปล่อยมือ พลางถอนใจพูดด้วยน้ำเสียงเบาลง บ่นๆ หน่ายๆ
“คุณนี่ดื้อจริงๆ มิน่าละ วันแต่งงานถึงถูกสอนว่าอย่าดื้อ..อย่าดื้อ”
โกโบริทำเสียงเน้นคำ แล้วถอนใจ ส่ายหัวเบาๆ
อังศุมาลินเผลอหลุดขำ
“ตาสองคนนั่นคงก่อเรื่องมาให้คุณอีกใช่ไหม”
อังศุมาลินนิ่งเงียบกริบ
“มา..คุณไม่ตอบ งั้นผมก็จะยืนถามอยู่อย่างนี้ล่ะ”
โกโบริโน้มตัวกางแขนคร่อมตัวอังศุมาลินไว้
จังหวะนั้นยินเสียงพายเรือ ตามมาเสียงคนคุยกันจากคุ้งน้ำใกล้เข้ามา อังศุมาลินขยับตัวอย่างอึดอัด เสียงยายเมี้ยนดังขึ้น
“พายเร็วๆหน่อยสิ ตาแกละ..เอ๊อ”
อังศุมาลินรีบบอก “ปล่อยค่ะ เดี๋ยวคนมาเห็นเอา”
“อา พูดแล้วหรือ...ก็ปล่อยให้คนเห็นไปสิ จะเป็นไร”
โกโบริว่า พร้อมกับยิ่งโน้มตัวเข้าใกล้ ราวกับจะจูบ
“นี่ ถอยไปนะ” อังศุมาลินกระซิบแหวใส่
“ไม่ จนกว่าคุณจะบอกผม”
อังศุมาลินบอก “นั่น เสียงยายเมี้ยนนะคะ”
“ออ ยายเมี้ยนปากปลาร้านั่นใช่ไหม ก็ดีซิ จะได้เอาไปพูดกันต่อ ว่าคุณกับผมกำลัง...”
“ตกลงๆ” อังศุมาลินดันแขนโกโบริออก

ยายเมี้ยน ตาแกละ และแมวพายเรือหนึ่งลำ และมีชาวบ้าน 2-3 คนพายกันมาอีกลำ ผ่านมาใกล้
ท่าน้ำ ยายเมี้ยนเขม้นมอง
“เอ้า นั่นใคร...มานั่งคุยกันมืดค่ำที่หัวตะพานนี่”
เห็นโกโบริ อังศุมาลินนั่งอยู่บนท่าน้ำ ตาแกละหัวเราะท่าทีคึกคัก
“แหม วันนี้อากาศดี๊ดี”
ทุกคนในเรือหัวเราะกันสนุกสนาน
ส่วนที่ท่าน้ำ เห็นโกโบริ ยืนไพล่หลังหันมา อังศุมาลินนั่งอยู่ม้านั่งที่เดิม
โกโบริตะโกนเสียงห้าวโหดเป็นภาษาญี่ปุ่น “เรือใครจะมาขโมยอะไรแถวนี้!!”
ยายเมี้ยน ตาแกละ แมว และชาวบ้านต่างสะดุ้ง มองหน้ากันเลิกลัก เงียบกริบกันทันที พลางรีบจ้วงพายหายไปในความมืด

โกโบริชะเง้อมองตามไปทางคุ้งน้ำพลางหัวเราะหึๆ อย่างพอใจ อังศุมาลินอดยิ้มไม่ได้
“คงไม่กล้ามายุ่งอีกนาน” โกโบริว่า
โกโบริหันมานั่งทิ้งตัวลงข้างๆ อังศุมาลิน
“ถึงตาคุณที่ต้องเล่าให้ผมฟังได้แล้ว”
อังศุมาลินยังก้มหน้านิ่ง ลังเล
โกโบริลดเสียงพูดอ่อนโยน “ฮิเดโกะ”
อังศุมาลินเหลือบมองโกโบริที่จ้องนิ่ง จริงจัง เป็นเชิงขอร้อง
โกโบริถอนใจ “ถ้าคุณยังไม่พูด กลับไปผมก็นอนไม่หลับ เพราะผมเป็นห่วงคุณ”
โกโบริส่งสายตาเว้าวอน

ฝ่ายตาบัวกะตาผล กึ่งเดิน กึ่งวิ่ง มาตามทางเดินในสวนมืดๆ
“ฉิบหาย ฉิบหายจริงๆ ฉิบหายสองชั้นละมึง” ตาผลบ่น
“ข้าว่า เรารีบพาไอ้เยระมันนี่ไปที่อื่นก่อนเถอะ ไม่งั้นจะซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง” ตาบัวบอก
“เอางั้นเหรอ”
“เออสิ” ตาบัวย้ำ
สองเกลอเดินมาถึงหน้ากระท่อม รีบตรงเข้าไปที่กระท่อม
“เฮ้ หอย..หอย” ตาบัวตะโกนเรียก
ตาบัวกะตาผล ชะโงกหน้ามองหาข้างใน ข้างนอกไปมา
“ไอ้หอยเบื้อก” ตาผลตะโกน
ตาบัวเรียกตาม “หอยจ๋า หอย”
สองเกลอเดินหาจนทั่ว แปลกใจที่ไม่เจอ
“ไปไหนของมัน” ตาผลบ่นขณะมองหา
“เดี๋ยวคงมา คงไปทำธุระส่วนตัวมัน” ตาบัวว่า
ตาบัวกะตาผล มาทิ้งตัวนั่งลงที่กระท่อม ระหว่างนั้นตาบัวหันไปควานหากระบอกไฟฉาย เปิดส่องไปมาในกระท่อม ตาผลชักผิดสังเกต
“เงียบแท้วะ..หรือว่า”
ตาบัวฉงน “อะไร”
“จะฉิบหายชั้นที่สาม” ตาผลว่า
สองเกลอเหลียวมองหน้ากัน

ส่วนโกโบริอึ้งๆ ขยับจ้องมองอย่างจริงจัง
โกโบริถามเสียงกระซิบต่ำ “เยอรมันจากที่ไหน”
“ฉันไม่ทราบ ยังไม่ได้ไปพบ เพราะแกสองคนเพิ่งมาบอก”
“ดีแล้ว” โกโบริบอกอย่างจริงจัง “คุณอย่าไปให้เขาเห็นเด็ดขาด เดี๋ยวจะยุ่งกันใหญ่...อาจจะเป็นเยอรมันพวกพลเรือนที่ตกค้างอยู่ตอนสงครามเริ่ม ขออย่าให้เป็นทหารเลย ไม่งั้นเป็นได้ยุ่งแน่ เพราะผมอาจช่วยอะไรไม่ได้เลย...นี่ใช่ไหมที่คุณจะไปบอกพ่อคุณ”
“ค่ะ แต่เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้อะไรไปมากกว่านี้”
โกโบริผุดลุกขึ้น
“งั้นเรายังพอมีเวลา” โกโบริคิดแผนเร็วรี่ “คุณไปหาคนมาช่วยสักสี่ห้าคนได้ไหมตอนนี้”
“อาจจะ..ได้ค่ะ”
“ผมคงไปช่วยคุณด้วยตัวเองไม่ได้ แต่อย่างแรก คุณไปบอกให้ตาสองคนนั่นพารีบเยอรมันคนนั้นลงเรือ พายวกวนไปมาให้จำทางไม่ได้ แล้วพาไปส่งลงที่ท่าอื่น อย่างที่สอง คุณรีบไปหาคนมารื้อกระต๊อบหลังนั้นให้หมด อย่าให้เหลือร่องรอยอะไรทั้งนั้น รวมทั้งต้นไม้รกแถวนั้นด้วย ต้องถางให้เรียบ คุณเข้าใจไหม”
อังศุมาลินพยักหน้า “ค่ะ”
“ส่วนผมจะไปรอคุณอยู่ที่บ้าน เพราะอย่างน้อย คุณอาจต้องการพยาน สถานที่อยู่ คนที่อู่เห็นผมหายไป ก็คงคิดว่าผมมาอยู่กับคุณ..คุณรีบไปเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันการณ์”
อังศุมาลินรีบผุดลุกขึ้น จนเกือบชนโกโบริโกโบริ ที่หันมาพอดี
ทั้งสองสบตากันใกล้ๆ โกโบริประคองจับแขนทั้งสองของอังศุมาลินไว้มองด้วยแววตาห่วงใย
“ฮิเดโกะ คุณต้องระวังตัวนะ อย่าให้เยอรมันนั่นเห็นคุณ”
“ค่ะ..ขอบคุณ”
ทั้งสองสบตากัน อังศุมาลินรับรู้ถึงความรู้สึกอบอุ่นและห่วงใย
“แล้วพอเสร็จเรื่อง คุณให้ตาสองคนนั่นหลบไปอยู่ที่อื่นสักพัก ขอแต่คุณอย่าไปเจอเยอรมันนั่นเข้าแล้วกัน”
“ค่ะ”
อังศุมาลินจะปลีกตัวเดินไป แต่โกโบริกลับเกี่ยวคว้าตัวเธอเข้ามากอดแน่นในอ้อมอก พูดพร่ำความในใจ
“คิดถึงคุณเหลือเกิน..ไม่มีสักช่วงเวลาที่ผมไม่เป็นห่วงคุณ”
อังศุมาลินตัวเกร็งใบหน้าแนบนิ่งในอ้อมอกโกโบริครู่หนึ่ง นิ้วมือของโกโบริสอดเสยผมอังศุมาลินไปมา อังศุมาลินกลั้นใจ รีบผละออก
“ขอโทษ..ผมลืมตัวไป ผมสัญญากับคุณไว้”
อังศุมาลินนิ่งเงียบ ก่อนจะหันเดินต่อ
โกโบริรีบเกี่ยวดึงมือไว้ พูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ผมเปลี่ยนใจละ”

อังศุมาลิหันมามองท่าทีงวยงง

คู่กรรม ตอนที่ 15 (ต่อ)

ไฟฉายที่ไม่ได้เปิดใช้กวัดแกว่งไปมาในมือโกโบริ โกโบริก้าวนำไปอย่างชำนาญ มีอีกมือคอยจูงประคองอังศุมาลินเดินไปตามทางเดินมืดแคบ ลดเลี้ยวในสวน

“คุณพอเดินได้ไหม”
“ค่ะ แต่คุณกลับไปได้แล้ว ใครมาพบเข้าจะลำบากมากกว่านี้”
“ไม่เป็นไร คุณเดินคนเดียวจะอันตรายกว่า”
อังศุมาลิน สะดุดซวนเซ โกโบริคว้าประคองไว้
“ไม่เป็นไรค่ะ”
ทั้งสองหยุดรอกัน พอดีกับมีแสงไฟฉายกวาดแกว่งพุ่งเข้ามา พร้อมเสียงคนคุยกัน
“มีคนเดินมาค่ะ หลบก่อน เดี๋ยวจะเห็นคุณเข้า”
โกโบริยัดไฟฉายใส่มืออังศุมาลินกระซิบ
“ผมจะอยู่แถวนี้ละ”
โกโบริรีบหลบวูบหายเข้าความมืดไป ไฟกราดมาที่อังศุมาลินพอดี
“เฮ้ย นั่นๆ ใช่หรือเปล่า” เสียงตาบัวเอ่ยขึ้น
“ไหน...อ้าว แม่อังนี่...มาทำไมอีก” ตาผลบอก
อังศุมาลินโล่ง
“จะไปหาลุงนะสิ แล้วจะไปไหนกัน”
“หาไอ้เยอรมัน ไม่รู้ไปเดินเซ่ออยู่ที่ไหน”
อังศุมาลินตกใจ “หา ไม่อยู่ที่กระต๊อบแล้วหรือลุง”
ตาผลยืนยัน “ใช่นะสิ”
อังศุมาลินเหงื่อตก พลางชำเลืองมองไปในมุมมืดที่โกโบริน่าจะอยู่ แต่แล้วรีบตัดสินใจทันที
“งั้นคงช้าไม่ได้ละลุง รีบๆ เข้าเถอะ ไปเร็ว มีงานที่ต้องทำเดี๋ยวนี้”
ตาบัวกะตาผล ยังตั้งตัวไม่ติด

กองไฟกองใหญ่ลุกโชน ข้าวของเสื้อผ้าของตาบัว ตาผลถูกโยนลงไปในนั้น อังศุมาลินที่กำลังฟาดมีดถางไม้เลื้อยรกๆ รอบบริเวณ พลางแหงนมองหวาดๆ ไปบนท้องฟ้า
ตาบัว ตาผลหอบเศษสิ่งของเศษไม้มาโยนลงกองไฟ ก็พลางแหงนขึ้นดูบ้าง
“หวอมาซะตอนนี้คงดีพิลึกเชียวมาเทลงซักลูกแถวนี้ จะได้จบๆ เรื่องกันไป” ตาบัวบ่น
ตาผลซึ่งเร่งมือทุบดินหลุมเสาให้เสมอกันอยู่หันมาโวย
“เรียกให้มันมาลงหัวแกรึ ประเดี๋ยวได้โผล่มาจริงๆ ละ”
“ลุงเร่งๆ มือกันเข้าเถอะ ยังจะทะเลาะกันอยู่ได้”
เสียงกำนันนุ่มดังขึ้น “ใครมาเผาอะไรกันมืดๆ นี่ กลางค่ำกลางคืนเขาห้ามสุมไฟ ยิ่งใกล้อู่ด้วย หวอมาจะฉิบหายยกใหญ่”
กำนันโผล่มายืนจังก้า
ทุกคนใจหายเป็นแถบ
“โถ นึกว่าใคร กำนันนี่เอง” ตาผลเอ่ยขึ้น
“นี่เอ็งมารื้อบ้านดึกดื่นยามนี้กันทำไมวะ จะย้ายไปไหน มันเรื่องอะไร..อ้าว” หันไปเห็นอังศุมาลิน “ยัยอังมาทำอะไรกับเขาด้วยละลูก ไอ้บัว ไอ้ผลเอ็งราไฟลงหน่อยสิ หลวงเขายิ่งห้ามอยู่ เดี๋ยวจะซวยโดนหาว่าเป็นสายจุดไฟให้เป็นเป้าพวกเรือบินทิ้งระเบิดเอาล่ะ ไหน ยายอัง ไหนเล่ามาซิ หนูมาช่วยไอ้ลิงแก่สองตัวนี่ทำไม”
สองเกลอกุลีกุจอมาเขี่ยเพื่อเบาไฟ
อังศุมาลินวางมีดลง อึกอักไม่รู้จะพูดอย่างไร กำนันโผมาคว้ามือหมับ
กำนันนุ่มถามคาดคั้น “มันเรื่องอะไรกัน”
อังศุมาลินลังเล
“คือ...”

พอได้ฟังกำนันนุ่มเขกกระบาล ตาบัวกะ ตาผลคนละโป๊ก กำนันฉุนจัดด่าลั่น
“เอ็งสองคนละมันระยำ หาแต่เรื่องเดือดร้อน”
กำนันนุ่มยืนกวาดตามองทั่วบริเวณ แล้วหันมาหนักใจ
“ดูยังไง ก็ยังมีร่องรอยให้เขาสงสัยได้อยู่ดี มันรอยปราบใหม่ๆ ทั้งนั้น มองปราดเดียวก็รู้ว่าตรงนี้เคยเป็นบ้าน ต้นหมากรากไม้ก็มีรอยถางผิดกับตรงอื่น”
อังศุมาลินหารือ “จะทำยังไงดีละค่ะ”
กำนันมีท่าทีหนักใจ “ถ้างั้นเอางี้...”
สามคนตั้งใจฟัง

อังศุมาลินเดินเร่ง เลี้ยวมาถึงหน้าเรือน โกโบริโผล่พรวดออกมา
“ฮิเดโกะ เป็นยังไงบ้าง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ” อังศุมาลินนึกห่วง “ทำไมคุณไม่กลับอู่”
“อ้าว..ผมนึกว่าคุณต้องการให้ผมอยู่ เพื่อไว้อ้างสถานที่ ผมเลยอยู่คอย…”
อังศุมาลินมองอย่างซาบซึ้ง บอกเสียงอ่อนโยน “ยุงชุมจะแย่ ทำไมไม่ขึ้นข้างบน”
“ผมเป็นห่วงคุณ กลัวว่าตาสองคนนั่นเกิดหนีไป... แล้วคุณจะทำยังไง เลยลังเล...ต้องมายืนรออยู่นี่ ถ้าคุณมาช้าอีกนิด ผมคงเดินกลับไปดูแล้ว”
อังศุมาลินอึ้ง เสียงอ่อนลงมาก “ขอบคุณ ขึ้นบ้านก่อนไหม”
โกโบริลังเล
อังศุมาลินคะยั้นคะยอ “แวะก่อนซิคะ”
โกโบริดีใจ แววตาเป็นประกาย

ครู่ต่อมาประตูเรือนเปิดออก อังศุมาลินโผล่เข้ามา แม่อรเปิดรับสีหน้ากังวลถามร้อนรน
“พบคุณพ่อหรือเปล่าลูก”
โกโบริเดินตามเข้ามา แม่อรชะงัก อ้าปากค้าง
ยายศรรีบตัดบท “อ้าวพ่อดอกมะลิ ไม่เห็นกลับมากินข้าวเย็นด้วยกันเลย”
“ไม่ต้องห่วงครับ ที่อู่มีจัดไว้แล้ว”
แม่อร ยายศร สบตาเลิกลัก แล้วต่างรีบยิ้มแต้ ประจบโกโบริ เพราะไม่รู้สถานการณ์ ว่าโกโบริก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว

ยายศรกำลังตัดขอบใบตองรีดแห้งให้ได้ขนาด ข้างๆ มีกองใบตองตานีแห้งวางพะเนินอยู่ เห็น ยายศรกำลังนั่งตัดขอบ แม่อรลงมานั่งมัดเชือกใบที่ตัดแล้วเข้าด้วยกันเป็นตั้งๆ ต่อ โกโบริมานั่งมองอย่างสนใจ
“ทำอะไรครับ”
“เอาไว้มวนบุหรี่ตะพานโพจ้ะ รู้จักมั้ย”
โกโบริทำหน้างงๆ
“ทำซิกาแรต” แม่อรบอก
โกโบริตื่นเต้น “อู..ให้ผมช่วยบ้างได้ไหม”
ยายร้อง “ไฮ้”
โกโบริยิ้ม หัวเราะเสียงดัง
อังศุมาลินเปลี่ยนชุดออกมาจากห้อง
“ยายอัง ไปดูในครัวซิลูก มีอะไรยกมาเลี้ยงกันได้มั่ง” แม่อรบอก
โกโบริก้มหน้าทำ “ผมไม่หิว”
อังศุมาลินเดินหายเข้าไปในครัว ออกมาพร้อมกับถ้วยขนม มาวางแล้วถอยไปนั่งมุมหนึ่ง
“ขนมจ้ะ” แม่อรว่า
โกโบริวางมือจากห่อมัดใบตองที่เพิ่งเสร็จ หันมายกถ้วยขนมบัวลอยขึ้นมาดู
“ขนมบัวลอย...ลองกินดู อร่อยนะ”
โกโบริยิ้มสดใสชอบอกชอบใจ ตักบัวลอยชิมดู อังศุมาลินแอบมองกิริยานั้น
“โมจิ..ผมหมายถึง ขนมของญี่ปุ่นที่คล้ายแบบนี้ เขาใช้ข้าวเหนียวมาโขลกเป็นก้อน”
“อ้อเขาเรียก โมจิ เหรอจ๊ะแล้วข้าวสุกละ” ยายถาม
“โงฮัน ..ถ้าข้าวยังไม่ได้หุง” โกโบริบอก
“เขาเรียก ข้าวสาร” ยายศรบอก
โกโบริบอก “โคเม”
ยายถามอีก “เนื้อหมูล่ะ”
“บุตานิก เนื้อวัวก็ กียูนิก”
โกโบริคุยไปกินไปจนบัวลอยหมดถ้วย
พลันขันน้ำเย็นเลื่อนมาให้ โกโบริหันมอง อังศุมาลินที่วางขันมา รีบถอยไปนั่งนิ่งเงียบ แววตากังวล
โกโบริยกขันน้ำขึ้นจิบชื่นใจ พลางบอก
“ผมคงต้องไปเสียที”
แม่อรงง “อ้าว”
“เอ้อ ผมมีงานด่วนต้องทำ” โกโบริหันไปหาอังศุมาลิน มีนัย “ถ้ามีอะไร ให้คนไปตามผมที่อู่ได้ตลอดเวลานะ”
อังศุมาลินรับเบา “ค่ะ”

โกโบริลุกขึ้น ค้อมตัวลาอย่างสุภาพ แล้วหันกลับ อังศุมาลินลุกเดินตามมาห่างๆ

โกโบริกำลังจะลงพ้นประตูเรือน ชะงักเล็กน้อย เหมือนจะหันกลับมาพูดอะไร แต่เปลี่ยนใจ ถอนใจน้อยๆ แล้วรีบเดินลงไปอย่างรวดเร็ว อังศุมาลินมองตาม แล้วเอื้อมปิดประตูลง

ครู่ต่อมาแม่อร ยายศร ที่จับๆกองใบตองรอๆ ไปมา อังศุมาลินเดินกลับมา แม่อรรีบจับกระด้งตรงหน้าหลบ อังศุมาลินมาทิ้งตัวลงนั่ง เนือยๆ
“ตกลงเรียบร้อยแล้วหรือลูก” แม่อรถาม
“หนูไม่ได้ไปฝั่งโน้นหรอก”
ยายศรงง “อ้าว”
“โกโบริให้รื้อกระต๊อบทิ้ง แล้วพอดีลุงกำนันมาพบเข้าเลยช่วยจัดการต่อให้ พรุ่งนี้คงเสร็จ”
“แล้ว..พ่อโกโบริ..ได้ยังไง” แม่อรสงสัย
อังศุมาลินตัดบทดื้อๆ “ดึกแล้วค่ะ นอนดีกว่า”
อังศุมาลินลุกไป แม่อร กะยายศร มองตามงงๆ

อังศุมาลินยืนมองเครื่องแบบเต็มยศสีขาวบนไม้แขวน แววตาละห้อย แล้วเข้ามาจัดเสื้อไปมา ปัดๆฝุ่น ตัดสินใจ จะเอาไปแขวนในตู้ ช่วงที่ถือเสื้อเดินไปที่ตู้ มีพับกระดาษใบหนึ่งหล่นลงมาจากเสื้อ ตกลงบนพื้น อังศุมาลินก้มเก็บขึ้นมาดู
อังศุมาลินกางแผ่นกระดาษออก เป็นใบโทรเลขอวยพรภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง อังศุมาลินนึกถึงคำสาธยายของโกโบริ
“may the love you share , be all two hearts could hold...ขอให้ความรักและดวงใจทั้งสอง ผนึกรวมกันเป็นหนึ่งเดียว”
อังศุมาลินทอดสายตามองนิ่งอยู่กับข้อความครู่หนึ่ง แล้วพับเก็บใส่ไว้ในเสื้อเครื่องแบบตามเดิม

ไม่นานต่อมาลมพลิ้วพัดผ้าม่านหน้าต่างปลิวเบาๆ เสียงเครื่องจักรทำงาน โลหะกระทบกันเสียงดังแว่วมาจากอู่อังศุมาลินนอนตะแคงลืมตานิ่ง
สีหน้าอังศุมาลินเลื่อนลอย มองกองฟูกหมอนผ้าห่มของโกโบริที่พับรวมเรียบร้อย คลุมด้วยผ้าแพรที่ฝั่งตรงข้ามของฉากกั้น

ที่ห้องประชุมหน่วยบริหารงานพิเศษ โคลัมโบ ศรีลังกา ช่วงบ่าย
ดินสอในมือใครคนหนึ่งวาดขีดเขียนบนกระดาษไปมา
เสียงเปิดประตูดังรับบนโต๊ะประชุม มีวนัส ท่านชาย อรุณ พิชัย และเสรีไทยอีก 4 คน ทุกคนอยู่ในเครื่องแบบร้อยตรีอังกฤษ ที่รอๆ กันอยู่ คุยบ้าง เขียนบ้างฆ่าเวลา ต่างเงยหันมอง
สักครู่ป๋วยเดินเข้ามา
ที่นี่คือ “แผนกไทย แห่งหน่วยบริหารงานพิเศษ (Special Operations Executive-S.O.E) เมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา”
“ตกลงเปลี่ยนแผนยกเลิกการเข้าประเทศไทยทางน้ำ จะใช้ปฏิบัติการทางอากาศเท่านั้น และกองบัญชาการมีคำสั่งแบ่งพวกคุณออกเป็นสามชุด ในชื่อปฏิบัติการ แอพพรีซิเอชั่น”
ป๋วยเอ่ยขึ้น สีหน้าทุกคนตั้งใจฟัง
“โดย แอพพรีซิเอชั่น1 คือ...” ป๋วยยกโพยในมือขึ้นอ่าน “ดี แดง และเข้ม”
เสรีไทยสองคนตั้งใจฟัง
“ดี และ แดง เป็นชื่อรหัสของ ประทาน เปรมโกมล และเปรม บุรี ตามลำดับ”
ป๋วยเอ่ยต่อ “แอพพรีซิเอชั่น 2 คือแซม เหมา และลำพู”
หมายถึง ท่านชายวิชาญ อรุณ และวนัส
ป๋วยบอกต่อ “และสุดท้าย แอพพรีซิเอชั่น 3 คือ เค็ง กร และขำ”
นั่นคือ พิชัย และเสรีไทยที่เหลืออีกสองนาย
ขึ้นตัวหนังสือ “เค็ง และกร เป็นชื่อรหัสของ สำราญ วรรณพฤกษ์,ธนา โปษยานนท์ ”
ป๋วยและขอให้ทุกคนเตรียมตัว พรุ่งนี้..ออกเดินทางไปฝึกโดดร่มที่ปัญจาบ
ทุกคนลุกยืนแข็งขัน มุ่งมั่น “รับทราบ ครับ”

ส่วนที่บริเวณกระท่อมท้ายสวนถูกแปลงสภาพเป็นลานรำวง โทนถูกตีนำ เสียงดังป๊ะโท่นป๊ะโท่นป๊ะโท่นโท่น แล้วฉิ่งตามรับเข้าจังหวะ กำนันนุ่มกำลังยืนกำกับพวกเด็กหนุ่ม 2-3 คนซ้อมตีจังหวะรำวงไปมา
“น่าน เอ่อนั่นละ ให้มันเข้ากันหน่อย..ดี แล้วประเดี๋ยวลองเข้าเพลงกันดูหน่อย”
วงรำโทนเริ่มร้องเพลง “ดวงจันทร์ขวัญฟ้า ชื่นอุรา ขวัญพี่..ดวงจันทร์ประจำราตรี แพ้ขวัญพี่..ประจำใจ..ที่มั่นคง คือชาติ เอกราช อธิปไตย...”
กำนันผละจากวงรำโทน เดินมาที่ปะรำกลางลานที่หนุ่มสาว 4-5 คนกำลังช่วยกันประดับ ด้วยทางมะพร้าวบ้าง ลำอ้อยบ้าง กระดาษสี เครือกล้วย ฯ
ที่รอบปะรำ มีพวกเด็กวัด 4-5 คน กำลังย่ำๆ ต้นไม้เล็กต้นไม้น้อยให้ราบ
“นี่ไอ้เปลว เหยียบอย่างนี้เลยนี่” กำนันย่ำให้เปลวดู “เอาให้ราบสิ อย่างนั้นละ”
“ได้ลุง สบาย” เปลวทำตาม
พวกผู้ใหญ่ชาวบ้าน 3-4 คนยืนดูกัน พลันยายเมี้ยนโผล่แทรกเข้ามากับแมว
“อะไรกันเนี่ยพ่อกำนัน ตั้งวงรำโทนกะเขาด้วยแล้วเหรอ”
“บางอื่นเขามีกันทุกคืน บางเราจะอยู่เฉยได้ยังไง มันต้องมีประกวดกะเขามั่งซิน่า คืนนี้เอาซ้อมๆก่อน แล้วคืนหน้าจะหาขันน้ำพานรองมากำนัล” กำนันบอก
ยายเมี้ยนสงสัย “อยู่ๆ ปุบปับก็มีขึ้นมาเนี่ยนะ”
“ใครว่าปุบปับ”
กำนันยิ้มอารมณ์ดี ก่อนจะเดินกลับไปทางวงโทน
“เอ้าไหนลองเข้าเพลงสิ..เอ้อ
ใกล้เข้าไปอีกนิด ชิดๆ เข้าไปอีกหน่อย
สวรรค์น้อยน้อยอยู่ในวงฟ้อนรำ...”
หนุ่มสาวร้องตาม ยายเมี้ยน กะแมวมองอย่างตื่นเต้น สนุกสนาน

บ่ายวันนั้น บนเรือนชานบ้านอังศุมาลินกำลังวุ่นเอาการ ครกที่มีเครื่องแกงโดนโขลกดังโป๊กๆ ที่เขียงมีมะเขือ พริก กำลังถูกหั่นพอคำ ส่วนหม้อใบใหญ่น้ำกำลังเดือดระอุ เครื่องแกงถูกโยนลง
ยายกำลังตำครกดังโป๊กๆ อยู่ มีอังศุมาลินนั่งหั่นอยู่ที่เขียงใกล้ๆ เสียงฉิ่ง เสียงกลองโทนแว่วมา
“นั่นไงละ เสียงมากันแต่หัววัน” ยายศรเอ่ยขึ้น
แม่อรเดินถือกิ่งโหระพาที่ไปหักมา มากมาย
“นี่ลุงกำนันเอาจริงเอาจังเลย ไม่รู้ไปเอาใครที่ไหนมาช่วยมั่ง” แม่อรว่า
“แล้วแกงหม้อนี่จะพอคนมั้ยละ” ยายถาม
“เห็นลุงกำนันว่า บอกไปหลายบ้านจ้ะให้มาช่วยๆ กัน”

อังศุมาลินยังกังวลอยู่

คู่กรรม ตอนที่ 15 (ต่อ)

เสียงสุนัขในวัดเห่ากันขรม ฮิชิดะมีสีหน้าจริงจัง เดินพรวดมาหยุด มองรอบๆ โดยมีทหารญี่ปุ่น 5-6 นายพร้อมปืนประจำกาย ขึงขังรอคำสั่งอยู่ด้านหลัง

หลวงพ่อกำลังมองไปที่ศาลาท่าน้ำวัด เห็นทหารเยอรมันคนที่ตาบัวกะตาผลช่วยไว้ กำลังเดินชี้อธิบายไปมาให้ฮิชิดะดู หลวงพ่อหันมา
“โยม..วัดเป็นเขตอภัยทาน ใครจะมาจะไปก็ย่อมได้ แต่ละวันก็มีชาวบ้านใช้ท่าน้ำวัดทั้งขนข้าวขนของ ขนศพข้ามไปมาเป็นปกติอยู่แล้ว” หลวงพ่อบอก
สารวัตรองอาจยืนอยู่กับตำรวจสันติบาล 3-4 นาย
“แล้วเมื่อวันก่อนหลวงพ่อพอจะจำใครได้บ้างไหมที่มายกโลงศพข้ามฟากกันสองคน
“จำไม่ได้หรอกโยม”
“อย่างนั้นผมขอค้นดูรอบๆ วัดหน่อยนะ”
“ตามสบายๆ”
สารวัตรองอาจหันสั่งลูกน้อง “ไป”
เปลวกับเพื่อนกำลังตากบาตรที่ล้างเสร็จ วางคว่ำเรียงกันไป พลันเห็นพวกสารวัตรองอาจ และฮิชิดะ เลยตกใจหยุดมองกัน

ยามเย็น ที่กระท่อมท้ายสวน หม้อแกง หม้ออาหาร 4-5 ใบ ถูกยกมาวางเรียงราย มีแมวร่วมด้วย เสียงโทน ฉิ่ง ตีรับกันเป็นจังหวะ ตาแกละ และชาวบ้านหนุ่มๆ 4-5 คนกำลังครื้นเครง เอะอะเฮฮา ในวงสุราหัววัน ชาวบ้านร้องเพลง
“ยวนยาเหล ยวนยาเหล่ หัวใจว้าเหว่ ไม่รู้จะเห่ไปหาใคร
จะซื้อเปลยวน ที่ด้ายหยอน หยอน
มาให้น้องแมว..นอน ไกวเช้า ไกวเย็น”
หนุ่มที่ร้องเพลงส่งสายตาจีบแมว
แมวค้อนขวัก ทำตาชมดชม้อย “บ้า”
อังศุมาลิน ยืนดูอยู่กับกำนัน
“เป็นยังไงบ้างคะคุณลุง”
“ลุงว่าก็แทบจำไม่ได้แล้วล่ะ เดี๋ยวเย็นกว่านี้นิด คนคงมากันอีกหลาย”
เสียงเด็กวัดชื่อเปลวดังขึ้น “ลุง ลุงกำนันตำรวจ..ตำรวจมา เร็วๆ”
เปลววิ่งหน้าตาตื่น หัวซุกหัวซุนพรวดเข้ามา วงสุรา แตกฮือ วงโทนหยุดกระทันหัน
ตาแกละกึ่มๆ แล้ว “เฮ้ย อะไรวะ”
“ตำรวจมา.. เมื่อกี้ไปค้นทั่ววัด นี่กำลังมาค้นสวนแถบนี้” เปลวบอก
“น่ากลัวจะมาค้นเหล้าเถื่อน เอ้า แอบๆ กันหน่อยโว้ย” ตาแกละบอกพวก
“เขาไม่ได้ค้นเหล้าหรอกลุง” เปลวว่า
ตาแกละฉงน “ทำไมเอ็งรู้”
“ก็มีพวกญี่ปุ่นฝั่งกะโน้น ถือปืนมากันด้วยนะสิ แล้วก็มีไอ้หรั่งหัวแดงอีกคน” เปลวบอกอีก
อังศุมาลินหน้าซีดลงถนัด กำนันนุ่มหันมาสบตา ส่งสัญญาณให้เฉยไว้
“ฝรั่งที่ไหนวะจะมากับญี่ปุ่น หาไอ้เปลว”
“จริงด้วย มันรบกันอยู่ มันจะมาด้วยกันยังไง”
“หัวหรั่งจริงๆ มาชี้โบ๊ชี้เบ๊อะไรไม่รู้” เปลวบอก
ตาแกละพูดบ่นไป แล้วหันไปร้องเพลง
“ใครไปจิ๊กของมันมาล่ะสิ ช่างมันเฮอะ..เอ้า มามารำ ร้องเพลงลำนำ ร่ายรำเฮฮา ถึงดาวพระศุกร์ สนุกหนักหนา เย้ายวนวิญญา..อารมณ์”
วงสุรา และเสียงโทน เริ่มบรรเลงกันต่อ
“ทำยังไงดีคะลุง” อังศุมาลินเป็นกังวล
“เฉยๆ ไว้ มันมากันที่นี่แน่”
กำนันเฉยนิ่ง อังศุมาลินใจไม่ดี

ตกตอนค่ำ ตะเกียงเจ้าพายุถูกจุดขึ้นสว่างจ้าขึ้น 4-5 ดวง พึ่บ พึ่บ พึ่บ เสียงเฮฮา เพลงรำโทนยังดังต่อ โดยมียายเมี้ยน แมว และตาแกละ ช่วยเชียร์รำวง
หยวกกล้วยปักดอกไม้บนโต๊ะกลางตัวสูง กลางประรำกำลังถูกหยิบจัดไปมา
อังศุมาลินกับแม่วัน ที่แต่งตัวสีสดใส กำลังช่วยกัน หยิบจัดดอกไม้ที่ปักรอบหยวกกล้วย
สาวๆ รวมทั้งยายเมี้ยน แม่วัน แต่งตัวสดใส ทัดดอกไม้ ดูเหมือนว่าทุกคนต่างพยายามทำให้ดูเป็นงานฉลองมากๆ
อังศุมาลินดูสวยสดแปลกตา ทัดดอกไม้ข้างหู แต่สายตากลับหวาดๆ มองระแวงไปโดยรอบ กำนันนุ่มยืนนิ่ง ถือตะพด คุมเชิงมุมหนึ่ง

ทันใดนั้นมีตำรวจสันติบาล และทหารญี่ปุ่น พากันกรูพรวดเข้ามา และกระจายล้อมไว้โดยรอบ
สารวัตรองอาจ ฮิชิดะ และทหารเยอรมัน ก้าวโผล่เข้ามา
“ทำอะไรกัน” สารวัตรองอาจถามขึ้น
“มีอะไรครับสารวัตร เดี๋ยวกำลังจะมีรำโทนครับ” กำนันบอก
ฮิชิดะ และทหารเยอรมัน มีสีหน้างงๆ
“อา ได้เจอกำนันก็ดี กำนันเห็นอะไรแปลกๆ แถวนี้บ้างไหม” สารวัตรถาม
กำนันย้อนถามกลับ “อะไรละครับสารวัตร”
ทหารเยอรมันกวาดตามองรอบๆ อังศุมาลินสังเกตนิ่ง
สารวัตรองอาจถามอีก “มีคนแปลกปลอม หรือมีใครแปลกหน้ามามั่วสุมบ้างหรือเปล่า”
“ใครจะเข้ามาละครับ มันก็มีแต่คนแถวนี้ทั้งนั้น” กำนันว่า
“แล้วแถวนี้มีกระต๊อบเล็กๆ ที่มีผู้ชายแก่ๆ ผอมๆ สองคนอยู่ไหม” สารวัตรองอาจถาม
“มีสิสารวัตร”
สารวัตรหันขวับ กำนันพูดต่อ
“แต่สารวัตรจะหาใครละ แถบนี้มันก็มีทั้งนั้นละคนแก่ กะกระต๊อบน่ะ”
ทหารเยอรมันรีบมากระซิบบอกกับฮิชิดะบางอย่าง ฮิชิดะเดินมาพูดบางเบาๆ กับสารวัตรองอาจ อังศุมาลินมองไม่วางตา
“ฝรั่งคนนี้บอกว่า มีพวกใต้ดินมาสุมหัวกันอยู่ คอยช่วยพวกเชลยฝรั่ง โดยวิธีเอาใส่โลงศพ หลบออกไปนอกเมือง” สารวัตรบอก
“มั่วสุมใต้ดิน แล้วใส่โลงศพด้วยเหรอครับ เอ…” กำนันพูดขึ้น
“เขายืนยันว่า จำต้นฝรั่งนี่ได้” สารวัตรยืนยัน
อังศุมาลินพยายามข่มใจนิ่ง
“แล้วฝรั่งแต่ละต้นมันต่างกันหรือครับ” กำนันว่าอีก
“กำนันพูดแก้เหมือนรู้เรื่องดีเชียวนะ” สารวัตรองอาจว่า
“เปล่าสารวัตร ผมก็ว่าตามเนื้อผ้า แต่ถ้าตรงนี้คงไม่ใช่หรอก เพราะนี่เรากำลังจะรำโทนกัน”
ฮิชิดะมองจ้องหน้ากำนัน เขม็ง มีทีท่าไม่สบอารมณ์นัก
ฮิชิดะสั่งการ “ค้นให้ทั่ว”
ทหารญี่ปุ่นร้อง “ไฮ้”
จากนั้นทหารญี่ปุ่นแยกย้าย ค้นรอบ ฮิชิดะ และทหารเยอรมันเดินมองจ้องหน้าชายชาวบ้านแต่ละคนรอบกำนันนุ่มมองนิ่ง อังศุมาลินเครียด
เสียงโกโบริดังขึ้น “มีเรื่องอะไรกันหรือ”
ทุกคนหันไปทางเสียง บนคันดินสูง โกโบริยืนเด่นอยู่
อังศุมาลินมองไปที่โกโบริ ดีใจ อุ่นใจ ใจชื้นขึ้นมา โกโบริมองมา เลิกคิ้วสูงเล็กน้อย แปลกตาในตัวอังศุมาลิน ที่แต่งตัวสวยสดใส ทัดดอกไม้ที่หู แถมในมือ ก็ยังถือดอกไม้อยู่
ทั้งสองคนสบตากัน ท่ามกลางแสงไฟตะเกียงนวลกระจ่าง พอดีกำนันรีบเร่งให้วงเล่นเพลงโดยบังเอิญ ยายเมี้ยน ตาแกละ แมวช่วยกันร้อง แต่ตรงกับความรู้สึก
ตาแกละร้องนำหมู่มวล
“ตามองตา สายตาก็จ้องมองกัน รู้สึกเสียวซ่าน..หัวใจ จะว่ารักฉันก็ไม่รัก หลงฉันก็ไม่หลง ฉันยังอดโค้ง..เธอไม่ได้ เธอช่างงามวิไล เธอช่างงามวิไล เหมือนดอกไม้ ที่เธอถือมา"

ทุกคนทำตัวรื่นเริงในบรรยากาศอึมครึมอึดอัด

ตรงที่เคยเป็นบริเวณกระท่อมท้ายสวน ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า โกโบริเดินลงมาจากคันดินลงมาที่กลางวง เสียงเพลงรำโทนยังร้องกันอย่างสนุกสนาน

ทหารญี่ปุ่นหยุดค้น ต่างหันมาทำความเคารพพรึบพับ รวมทั้งฮิชิดะ อังศุมาลินเกร็ง ลุ้น มือกำดอกไม้แน่น ลืมตัว
ฮิชิดะวิ่งเข้าไปรายงานกับโกโบริเร็วปรื๋อ โกโบริฟังอย่างตั้งใจ เสียงวงรำลดเสียงลง เหมือนทุกคนต่างลุ้นฟังไปด้วย สารวัตรองอาจจับตามองทุกคน
โกโบริพูดด้วยท่าทีประหลาดใจ “ไม่มี ผมไม่เคยเห็นอะไรอย่างนั้นแถวนี้นะ”
และทหารญี่ปุ่นทุกคนสีหน้าเริ่มมองกันไปมา ไม่มั่นใจ เยอรมันเดินเข้ามาหาฮิชิดะทำนองสำทับยืนยันว่าใช่แน่นอน
ฮิชิดะบอกอีก “เขายืนยันว่าใช่ที่นี่แน่นอนครับ”
“อืม แต่ทำไมผมก็ไม่เคยรู้เรื่อง...งั้นเรามาดูกันเลยดีกว่า มา”
อังศุมาลินที่จัดดอกไม้อยู่กับแม่วัน เหลือบมองไม่วางตาจับกำดอกไม้จนแน่น กำนันที่ปรบมือฮาเฮอยู่ที่วงรำโทนก็จับตาไม่ห่าง
โกโบริเดินตรงเข้าไปที่จุดที่ทหารญี่ปุ่นกำลังเอาไฟส่องๆ เอาเท้าเตะๆ ก้มๆเงยๆ หยิบเศษข้าวของบางอย่ามาดู แล้วโยนทิ้ง รอบๆ บริเวณนั้น อยู่
“มีอะไรผิดปกติบ้างไหม” โกโบริถาม
“ไม่มีครับ”
ทหารบอกด้วยท่าทีต่างเกรงๆ ค้นเพียงผ่านๆ ไม่จริงจังเหมือนทีแรก
โกโบริทำเนียน เข้าไปก้มๆ เงยๆ หยิบนั่นนี่มาดูด้วย ฮิชิดะร้อนใจ รีบเข้าไปคุยถามกับเยอรมัน ที่ยังพยายามยืนยันมั่นใจว่าใช่แน่
ทหารเยอรมันชำเลืองไปทางโกโบริที่ยืนมือไพล่หลังดูการค้นอยู่ไม่ไกล โกโบริเหลียวมามองพอดี เยอรมันจำต้องพยายามพยักหน้ารับกับฮิชิดะแบบเสียไม่ได้ แต่ยังกวาดตามองบริเวณโดยรอบอย่างคนยืนยัน
ทหารญี่ปุ่นต่างทยอยมาหยุดยืนรวมกันฮิชิดะมองทหารทุกคนจนแน่ใจ
“เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือ” โกโบริถาม
“ครับผม ผู้กองโกโบริ ผมขอตัวไปที่อื่นต่อ” ฮิชิดะบอก
ฮิชิดะทำความเคารพโกโบริ ทุกคนเคารพ โกโบริเคารพตอบ จากนั้นพวกทหารญี่ปุ่นเดินไปหาสารวัตรองอาจ เป็นเชิงปรึกษากัน สารวัตรองอาจออกอาการไม่มีความเห็น
อังศุมาลินค่อยคลายมือลงจากดอกไม้ในมือที่จับกำจนแน่น
กำนันยังนิ่งร้องรำอยู่กับวงต่อ ทหารญี่ปุ่นทำความเคารพโกโบริ แล้วทยอยเดินออกไป
สารวัตรองอาจสั่งตำรวจลูกน้อง “ไป” พูดกับโกโบริ “ขอบคุณผู้กองโกโบริมาก” หันมาทางกำนัน “โชคดีครับกำนัน”
“ครับสารวัตร โชคดีนะ”
สารวัตรองอาจยิ้มๆ พาตำรวจเดินออกตามไป

พวกวงรำโทนดีใจ เฮ และร้องเพลงที่ดังขึ้น แม่วันและแม่บ้านสองสามคนเอาถาดของกินเล่น พวกถั่ว ผลไม้ดอง ของเปรี้ยว ขนมหวานมาวางแจก เด็กๆ และหนุ่มสาวๆมารุมกินกัน
โกโบริหันมาสบตาอังศุมาลิน ต่างยังมีความกังวลเหลืออยู่
โกโบริยิ้มเป็นเชิงปลอบ ว่าไม่มีอะไรแล้ว อังศุมาลินรีบก้มหน้า แล้วหันไปอีกทาง เพราะกลัวคนมองเห็นว่ารู้กัน เดี๋ยวโกโบริจะซวย
แต่โกโบริกลับเข้าใจว่าอังศุมาลินไม่อยากเห็นหน้าตน แอบอึ้ง และเศร้าใจอีก

เสียงร้องรำโทน เฮฮาดังครื้นเครงต่อเนื่องโกโบริขยับมองไปที่อังศุมาลินแต่อังศุมาลินไม่ยอมมองมา ยายเมี้ยน แมว เดินรี่เข้ามาหาโกโบริ
“อุ๊ย พอนายช่างมาทุกอย่างก็เรียบร้อย นี่มาสนุกด้วยกันใช่ไหมจ๊ะ หรือว่ามาตาม...” ยายเมี้ยนหันไปมองทางอังศุมาลิน
“เปล่า พอดีผมผ่านมา แล้วเดี๋ยว..ก็จะกลับละ” โกโบริแอบชำเลืองดูอังศุมาลิน ท่าทีน้อยใจ
อังศุมาลินหันข้างให้ แต่แอบฟังที่โกโบริพูด
แมวแซวขึ้น “อย่ารีบกลับสิจ๊ะ งานกำลังเพิ่งเริ่มๆ กันเอง”
กำนันผสมโรงอย่างจริงใจ “เชิญๆๆ..นายช่าง นายช่างต้องอยู่สนุกกันก่อน”
อังศุมาลินแอบมองๆ มา โกโบริเหล่อังศุมาลิน
“ผมอยู่ เดี๋ยวจะไม่สนุกกันน่ะสิ”
“แหม...แม่อังก็อยู่นี่ทั้งคน จะรีบไปไหน มาๆ”
ยายเมี้ยนดึงโกโบริไปที่หน้าวง ที่มีตาแกละร่ำสุราอยู่สนุกสนาน
“โธ่..มากินเหล้ากันสักตั้งน่า นายช่างกินเหล้าได้ไหมล่ะ”
“ก็ได้นิดหน่อย” โกโบริว่า
ตาแกละถูกใจ “อา..งั้นมาเลยๆ นี่มีหลายแบบ เลือกเอาเลยนายช่าง แต่จะดีเท่าสาเกของนายช่างหรือเปล่าไม่รู้นา”
โกโบริเหลียวมองไปทางอังศุมาลินที่ชำเลืองมาแล้วรีบหันหลังให้
“คงไม่ได้มากนะ ผมต้องกลับไปทำงานต่อ”
“เชิญเลยครับนายช่าง หวานๆกลมกล่อมทั้งน้าน นี่เอาๆ” ตาแกละหยิบกระบอกน้ำตาลส่งให้
พวกผู้ชายเข้ามาล้อม วางเครื่องดื่มให้เลือกสารพัด
“นี่..เรียกว่า..ตาตั๊กแตน ไอ้นี่..เรียกว่า..อุ นี่เรียกว่ากะแช่ นี่ น้ำตาลเมา” ตาแกละว่า
อังศุมาลินเหลือบมองเป็นระยะ
โกโบริรับจอกที่ส่งมา ชิมนั่นนิด เบ้หน้า วาง บางอันชิมแล้วรสดี ก็ดื่มหมดเฉย เพื่อเอาใจทุกคน
บางคนเอาพวกของเปรี้ยว ของดอง และพวกถั่วยำๆ ใส่เกลือ มาวางให้เป็นจานเล็กๆ สำหรับแกล้มเหล้า
อังศุมาลินมอง อย่างห่วงใย
“เฮ้ย เบาๆหน่อยละแกละ เกรงใจแม่อังเขาด้วย”
โกโบริได้ยินที่กำนันว่า หันไปมองอังศุมาลิน อังศุมาลินรีบเมิน หันไปตบมือให้พวกรำวง ทำเป็นไม่สนใจ โกโบริรู้สึกน้อยใจ
พวกหนุ่มๆ มาตบหลังตบไหล่ ร้องเชียร์ๆ ส่งที่โกโบริกินหมดจอกตะกี๊มาให้ใหม่

โกโบริหันมาโค้ง ขอบคุณๆ แล้วกระดกหมดอีกครั้ง

คู่กรรม ตอนที่ 15 (ต่อ)

วงรำโทนเปลี่ยนเพลงไปอีกเพลงแล้ว อังศุมาลินกำลังช่วยแม่วันเก็บถาดรองใบตอง ที่วางขนมของกินที่หมดแล้วซ้อนๆ กัน

พวกชาวบ้าน ตาแกละ เวียนกันมาเอาใจโกโบริ รินบ้าง เปลี่ยนใหม่บ้าง ยกชนบ้าง ป้อนบ้าง กระบอกแล้วกระบอกเล่า โกโบริหน้าเริ่มแดงเรื่อๆ อังศุมาลินถอนใจเบาๆ แม่วันมองตาม
“อย่างนี้โดนพวกนั้นมอมอ่วมแน่” แม่วันบอก
“นั่นสิคะ” อังศุมาลินกังวล
กำนันนุ่มเดินเข้ามาพอดี อังศุมาลินรีบบอกให้ช่วย
“ลุงกำนันคะ เดี๋ยวโกโบริจะเมาแย่”
“ไม่เป็นไรหรอก กำลังเข้ากันกะพวกนั้นได้ดีเชียวล่ะ หนูกลับไปก่อนก็ได้”
อังศุมาลินอิดออด “ก็กำลังว่าจะกลับนี่ละคะ ห่วงก็แต่โกโบริ”
โกโบริกำลังรำเก้กัง ตามที่ตาแกละ ยายเมี้ยนสอน
“มามา..นายช่างโกโบริต้องรำวงกะเราก่อน” ตาแกละบอก
อังศุมาลินมอง ห่วงมากขึ้น แล้วมองหน้ากำนันนุ่มขอความช่วยเหลือ
กำนันเห็นใจ ยิ้มอย่างใจดี “เอาเถอะ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวทางนี้ลุงดูแลให้ ถ้าเมาก็จะให้คนไปส่ง...แหม แต่ท่าทางจะคอแข็งไม่ใช่เล่นเลย”
“หนูว่าอย่าให้เขาโดนมอมจนเมาเลย ถ้ายังไงก็ไปส่งที่อู่เลยนะคะ เพราะเห็นว่าต้องไปทำงานต่ออีก”
“อย่างมากก็เมา จะเป็นไรไป หนูไปเถอะ”
อังศุมาลินลังเลเล็กน้อยไม่วายหันไปดูโกโบริอีกครั้ง
ยายเมี้ยน กะแมวรีบหันมา พากันมาดึงอังศุมาลินไป
“แม่อัง จะไปไหน ไปรำกะนายช่างก่อน”
ตาแกละดันโกโบริมาหาพอดี สอน “โค้งเลย นายช่าง โค้งเลย เมียเราเอง จะกลัวอะไร”
แมวทั้งลาก ทั้งจูง ทั้งผลัก จนอังศุมาลิน จนมาอยู่กลางวง “เอาเลยๆ อังศุมาลิน รำกะสามีหน่อย”
สองคนมาเผชิญกัน เพราะต่างโดนผลักมา ใต้พวงดอกไม้ ที่ห้อยลงมาจากสายที่ถูกผูกโยงระหว่างเสาลงมาเป็นเส้นๆ ระหว่างทั้งสองคน แสงตะเกียงเรืองรอง ส่องเห็นดวงหน้าและแสงตาสวยงาม
วงรำโทนร้องเพลง “เจ้าช่อมาลี คนดีของพี่ก็มา สวยจริงหนาเวลาค่ำคืน...เอ้า เจ้าช่อมาลี คนดีของพี่ก็มา..สวยจริงหน้าเวลาค่ำคืน…”
ทั้งสองมองหน้ากัน โกโบริเมา ตาเชื่อม อังศุมาลินหน้าแดง ในที่สุด ปลดมือพวกยายเมี้ยนกะแมวออก
“ไม่เอา ฉันต้องกลับก่อนล่ะ”
อังศุมาลินรีบหันเดินหนี ฝ่าหมู่มวลออกมาซึ่งๆ หน้า
พวกชาวบ้านเฮขำกัน มีคนเอาเหล้าเข้าไปให้โกโบริอีก โกโบริมองตามอังศุมาลินไป แววตาเศร้า รับจอกเหล้าที่คนมาส่งให้
เสียงเพลงจากวงรำโทนดังขึ้นอีก
“ดวงจันทร์ไปไหน..ทำไมถึงไม่ส่องแสง จันทร์มาแฝงแสงสว่าง..เมฆน้อยลอยมาบัง แสงสว่างก็หายไป (ซ้ำ) เจ้าช่อมาลี คนดีของพี่ก็มา สวยจริงหนาเวลาค่ำคืน..เอ้า เจ้าช่อมาลี คนดีของพี่ก็มา..สวยจริงหน้าเวลาค่ำคืน ดวงจันทร์ไปไหน..ทำไมถึงไม่ส่องแสง จันทร์มาแฝงแสงสว่าง..เมฆน้อยลอยมาบัง แสงสว่างก็หายไป”
โกโบริหน้าแดงระเรื่อ ดื่มและมองตามหลังอังศุมาลินที่เดินหายไปในความมืด
อังศุมาลินเดินจำอ้าวมา ยินเสียงเพลงนั้นแว่วมา

อังศุมาลินที่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ก้มกราบพระลงบนหมอนเสร็จ เสียงรำโทนเงียบขาดไปมีเสียงคนเฮฮาแว่วผ่านไปเป็นระยะ
อังศุมาลินมองไปรอบๆ ห้อง ฉากกั้นที่เคยถูกโกโบริเอามาขวางกลางห้อง ตอนคืนส่งตัว ได้ไปอยู่ตรงมุมล้างหน้า ที่มีโต๊ะล้างหน้า มีอ่างน้ำ เหยือกน้ำ และกระจกส่องหน้า แขวนผ้าเช็ดหน้าเช็ดตัว ประโยชน์ใช้สอยคือไว้กั้นแยกจากส่วนนั้นกับที่นอน เหมือนเป็นห้องน้ำ มุมผลัดผ้า มีตู้เสื้อผ้าข้างๆ มีหน้าต่างใกล้ๆ
ที่นอนแบบญี่ปุ่นที่ใช้นอนแทนเตียง อังศุมาลินเอามาปูแค่ที่เดียวกลางห้อง ที่นอนโกโบริไม่มี ถูกเก็บไปแล้ว เพราะนอนคนเดียว
อังศุมาลินนั่งเหม่อคิดไปถึงคนที่อยู่ท้ายสวนนิดหนึ่ง ก่อนจะลุกเดินไปที่ตะเกียงดับไฟลง แล้วล้มตัวลงนอน ดึงผ้าห่มคลุมตัวก่อนข่มตาหลับ แต่พลันก็ได้ยินเสียงคนเดินเมาอ้อแอ้แว่วเข้ามาทางหน้าต่าง
“แม่อัง...แม่อัง” ชาวบ้านคนแรกตะโกน
เสียงชาวบ้านบอกกันดังขึ้นมาอีก “เฮ้ย ระวังๆ พยุงนายช่างดีๆ เดี๋ยวกลิ้งลงไปหรอก กะไดยิ่งชันๆ”
อังศุมาลินรีบสะบัดผ้าลุกขึ้น ตรงไปปลดกลอนหน้าต่างแล้วชะโงกหน้าออกไปดู
อังศุมาลินตะโกนบอกเบาๆ “ค่อยๆหน่อยคะ กำลังจะลงไป”
ที่ด้านล่าง ชายชาวบ้าน 3 คน แบกร่างโกโบริมานั่งเอนพิงบันได
“พวกเราเอานายช่างมาส่ง เมาพับไปแล้ว” ชาวบ้านร้องบอก
โกโบริเมาปลิ้นนั่งคอตกคอพับ แต่ยังพยายามจะลุก แล้วลุกไม่ขึ้น แต่ก็พยายามลุกนั่งๆ อยู่
“อ้าว..ก็..ทำไมไม่พาไป...”
อังศุมาลินจะพูดว่าไปที่อู่ แต่ยั้งความคิดไว้ ตัดสินใจเปิดประตูออกไป

อังศุมาลินรีบเปิดประตูห้องออกมา กำลังตรงไปที่ประตูชานเรือน แม่อรเปิดประตูแง้มออกมาดู
“อะไรน่ะลูก”
“ไม่มีอะไรหรอกคะแม่”
“ใครมาล่ะ”
“โกโบริเมามาค่ะ พวกที่วงรำโทนพามาส่ง แม่นอนเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูจัดการเอง”

โกโบริอยู่ในสภาพเมาคอพับคออ่อน มีชาวบ้านช่วยพยุงปีกซ้ายขวายืนค้ำเกร็งไปมาไม่ให้ล้มกัน และพากันปีนบันไดมาถึงข้างบน หน้าประตูเรือน เสียงบ่นพูดกันไปมา ก่อนจะร้องเรียก
“อย่างข้าว่ามั้ยละ คอแกแข็ง นี่ซัดไปหลายสิบกระบอกกว่าจะเมา”
“เออ เยี่ยมจริงนายช่างเรา”
“แม่อังศุมาลิน แม่อัง”
โกโบริขึ้นมาบนเรือน ยืนเท้าประตูเรือน ยันตัวเอาไว้ บนขั้นบันไดต่ำลงไป ชาวบ้าน 3 คน ยืนช่วยกันเอามือยัน ไม่ให้โกโบริล้มตกลงไป
ยินเสียงปลดกลอนประตู พร้อมกับอังศุมาลินเปิดประตูออกมา พลันร่างของโกโบริล้มเอนมาใส่เต็มๆ อังศุมาลินตกใจรีบใช้แขนยันไว้
“อะไรนี่”
ชาวบ้าน 2 คน เมาปลิ้น หัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจ
“นายช่างเมาจ้ะ” ชาวบ้านบอก
“แล้วทำไมกินอะไรกันขนาดนี้”
“พวกเราเล่นพนันกัน ใครแพ้ ต้องกินให้หมด นายช่างแพ้บ่อยกว่าใคร กำนันให้เอามาส่ง ไปกันเหอะพวกเรา” ชาวบ้านบอก
“อ้าว แล้วนี่ให้ฉันทำยังไง”
“นอนสักพัก กินน้ำเย็นๆ สักหน่อย เดี๋ยวก็หาย ไปละนะ”
อังศุมาลินร้องเรียก “นี่...”
ชาวบ้านทั้งสอง รีบเดินลงเรือนไป
“สนุกชิบ..วันนี้ ไม่น่าเลิกเร็วเลยนิ”

อังศุมาลินยืนเก้กัง เพราะโกโบริมาพักพิงตัวเอง กลายเป็นเสาหลักแทนประตู ไม่รู้จะทำยังไง

อังศุมาลินพยายามพาร่างโกโบริที่ตาปิดสนิท หน้าแดงก่ำ ยืนโงนเงนจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่เข้ามาที่นอกชาน

โกโบริคว้าเสานึงไว้ได้ ใช้เป็นหลักยึด แต่แล้วทำท่าจะรูดล้มตัวลง
“เดี๋ยวค่ะ อย่าเพิ่งนอนตรงนี้” อังศุมาลินรีบดึงให้ยืนขึ้น
โกโบริเงยมา ส่งเสียงดัง ชูมือสูง “ขอบคุณมาก เป็นการต้อนรับอันแสนอบอุ่น...จงเจริญๆ”
อังศุมาลินเอ็ด “เงียบๆ หน่อยค่ะ”
โกโบริเสียงดังขึ้นอีก “สนุกมาก สนุกมากๆๆๆ”
อังศุมาลินดุ ตีที่ตัวเบาๆ “นี่ อย่าเอ็ดไปสิ”
โกโบริมองหน้าอังศุมาลิน ยิ้มๆ ร้องเพลงรำวงเฉย “เจ้า-ช่อ-มา-ลี คนดีของพี่..ก็มา..สวยจริงหนา..เวลาค่ำคืน”
อังศุมาลินจุ๊ปาก ชู่ววว..
โกโบริร้องดังขึ้น เอื้อมมือขึ้นฟ้า “ดวงจันทร์ไปไหน..ทำไมถึงไม่ส่องแสง...”
อังศุมาลินชักฉุนพูดญี่ปุ่นออกไป “เงียบๆ อย่าส่งเสียงดัง”
โกโบริอ้อแอ้ๆ เมาหนัก “ใครทำเสียงดัง” เหมือนได้สติขึ้นมา พยายามตั้งตัวให้ตรง เบิกตากว้าง “นี่เวลาเท่าไร”
อังศุมาลินบอก “ดึกมากแล้ว แต่คุณต้องไปนั่งโน่น”
อังศุมาลิน พยายามพยุงกึ่งลากโกโบริเข้ามานั่งที่ยกพื้น
“นั่งอยู่นี่นะ จะไปปิดประตู”
อังศุมาลินปิดล็อกประตูเสร็จ หันกลับมา
เห็นโกโบรินอนแผ่หลาเหยียดยาว แขนขาเปะปะ พึมพำ “น้ำเปล่า..ขอน้ำเปล่า”
ขันน้ำเปล่าถูกจ่อลงให้ตรงเข้าปาก อังศุมาลินประคองศีรษะโกโบริขึ้นดื่มน้ำ
“ดีๆ เดี๋ยวจะหกหมด”
โกโบริดื่มน้ำเกลี้ยงขัน แล้วฟุบราบกับพื้นต่อ อังศุมาลินมองอย่างอ่อนใจ

กระดุมเสื้อโกโบริถูกปลดลงทีละเม็ดจนเกือบครึ่ง เผยให้เห็นแผ่นอกหนา แดงเรื่อ เหงื่อซึมทั่ว ของโกโบริที่ยังไม่ได้สติ
โกโบริพึมพำเบาๆ ในลำคอ “ฮิเดโกะ”
อังศุมาลินหยิบผ้าชุบน้ำในขันข้างๆ มาลูบเช็ดทั่วหน้า ทั่วตัวโกโบริขยับตัวเล็กน้อย
“เป็นยังไงบ้างคะ หายดีหรือยัง”
โกโบริถาม “คุณ-เป็นใคร”
ระหว่างนั้นยุงเริ่มมาบินตอมทั่วหน้าทั่วตัวโกโบริ ส่งเสียงวี้ๆๆ อังศุมาลินใช้มือตบเปี๊ยะ และผ้าเหวี่ยงปัดไปมา
“คุณลุกขึ้นไหวไหม”
โกโบรินิ่ง ไม่มีเสียงตอบกลับ
อังศุมาลินถอนใจแรง ตัดสินใจดึงชุด ช้อนตัวโกโบริขึ้น
“ลุก ไปเร็ว ไปนอนในห้อง ยุงจะได้ไม่กัด”
อังศุมาลินออกแรงเต็มที่ กว่าจะดึงโกโบริขึ้นมาได้ ก็ทุลักทุเลเอาการ โกโบริจะล้มพังพาบไปอีกอังศุมาลิน โมโหหยิกบิดต้นแขนโกโบริเข้าเต็มแรง
“ลุกสิ”

ในที่สุดร่างโกโบริถูกทิ้งฟุบลงบนฟูกเบาะในห้องนอน
อังศุมาลินมองอย่างเหน็ดเหนื่อย เหงื่อกาฬแตกทั่วตัว หอบเหนื่อย
“เอ้า นอน”
โกโบริบ่นงึมงำในคอไปมา เหวี่ยงไม้เหวี่ยงมือปัดดึงเสื้อตัวเองวุ่นวาย อังศุมาลินปาดเหงื่อ ถอนใจ
“ร้อนละซิ มา เดี๋ยวฉันจะถอดเสื้อออกให้”
อังศุมาลินนั่งลงไปโน้มดึงเสื้อออกจากตัวโกโบริอย่างยากลำบาก โกโบริพยายามลืมตาที่หรี่ปรือฉ่ำเยิ้มมองมา
“หือ...”
“อยู่เฉยๆ หลับได้แล้ว”
“ฮิเดโกะ…” โกโบริเรียกอีก
“คุณเมามาก หลับซะ”
โกโบริมองๆ แล้วถาม “ที่ไหน”
“ช่างเถอะ คุณนอนได้แล้ว”
โกโบริลูบๆ คลำๆ ฟูก “ที่นอนนี่”
อังศุมาลินโน้มไปใกล้เพื่อดึงแขนเสื้อให้ออกเป็นส่วนสุดท้าย โกโบริจ้องมองหน้าอังศุมาลิน
“ฮิเดโกะ”
“คุณนอนนี่ละ เดี๋ยวฉันออกไปปูของฉันใหม่”
“ทำไม”
โกโบริคว้าดึงตัวอังศุมาลินเข้ามาเต็มแรง อังศุมาลินปลิวถลาล้มลงแนบซบชิดแผ่นอกโกโบริ
โกโบริถามอย่างดุเดือด “ทำไม ผมเลวนักหรือ คุณถึงไม่รักผม เพราะอะไร”
อังศุมาลินตกใจ “โกโบริ”
อังศุมาลินพยายามดันตัวออกสุดแรง แต่โกโบริกอดรัดรั้งไว้เต็มที่ แล้วถามอีกด้วยน้ำเสียงขมขื่น
“บอกมาซิ ผมเลวตรงไหน บอกผมมา”
“ปล่อย..บอกให้ปล่อยนะ” อังศุมาลินเสียงดังขึ้น
“ในสายตาคุณ ยังไงยังไง..ผมก็ไม่มีทางเป็นคนดีขึ้นมา มันคงไม่แปลกอะไรถ้าผมจะเลวอย่างนั้นจริงๆ เสียที”
“กรุณาเถอะค่ะ..ปล่อยดิฉัน”
“คุณไม่เคยกรุณาผมเลย ไม่เคยแม้แต่จะพูดจาดีๆ ให้ผมชื่นใจบ้างสักนิด” โกโบริพรั่งพรูความรู้สึก
“วันหลังเถอะคะ วันหลังเราค่อยพูดดีๆ กันใหม่ คุณกำลังเมามาก นอนเถอะคะ..ปล่อยฉันเถอะ”
โกโบริพลิกตัว ให้อังศุมาลินอยู่ล่าง แล้วประทับริมฝีปากลงบนซอกแก้มอังศุมาลินอย่างร้อนแรง อังศุมาลินพยายามดิ้นๆๆ แต่ไม่พ้น และไม่มีทางสู้แรง จึงตัดสินใจกัดเข้าที่หัวไหล่โกโบริอย่างแรง
โกโบริสะดุ้ง อารมณ์เดือดดาลพลุ่งพล่าน
“คุณแต่งงานกับผมแล้ว คุณไม่มีทางหนีผมไปได้อีกแล้ว”
อังศุมาลินดิ้นสู้สุดฤทธิ์ กลับถูกโกโบริกระชากรั้งเหนี่ยวไว้อย่างบ้าคลั่งรุนแรง จนต่างกลิ้งพลิกไปมา
อังศุมาลินทุบ ถีบ จิกตีโกโบริ
โกโบริรวบมือทั้งสองข้างของอังศุมาลินไว้ได้ กดแน่นขึงพืดทับไว้กับฟูกนอน แล้วก้มลงมาจะจูบ
อังศุมาลินหันหน้าหลบ โกโบริก็จูบไล่ไปตามแก้ม ผม และหู
อังศุมาลินหมดหนทางสู้ จึงขย้ำกัดลงไปที่เดิมอีกครั้ง เลือดค่อยๆ ไหลซึมออกมา แต่อังศุมาลินกลับกัดแน่นไม่ยอมปล่อย

โกโบริทำหน้ายอมรับความเจ็บปวด แต่กอดทับร่างอังศุมาลินไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย

ติดตาม "คู่กรรม" ตอนที่ 16
คู่กรรม ตอนที่ 14
คู่กรรม ตอนที่ 14
ช่วงตอนบ่าย ก่อนวันแต่งงานหนึ่งวัน โกโบริพาตัวเองมาอยู่ที่มุมนั่งเล่นบนชานบ้านชั้นสอง ซึ่งเป็นบ้านพักรับรองแห่งหนึ่งในพระนคร ถ้วยชาควันกรุ่นๆ ถูกยกขึ้นจิบ พลโทโทโมยูกิอยู่ในชุดกิโมโนอยู่บ้าน นั่งจิบชาพร้อมกับอบรมโกโบริ “แกคิดว่าชั้นเดินทางมาจากสิงคโปร์เพื่อมาดูแกเล่นขายของหรือไงทุกอย่างเตรียมไว้อย่างลงตัวหมดแล้ว แกก็เป็นแกวันยังค่ำ ใช้แต่อารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่ ถามเหตุผลอะไรก็ไม่ยอมบอก” โทโมยูกิหันมา หาหลานชาย “ตอนนี้ที่แกต้องทำก็คือ เตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวในงานแต่งงานวันมะรืนนี้ได้แล้ว” โกโบริในชุดเป็นทางการ ยืนหน้าเสียก้มฟังนิ่ง
กำลังโหลดความคิดเห็น...