xs
sm
md
lg

เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 9

เผยแพร่:

เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 9


รถภูมินทร์เคลื่อนเข้ามาจอดที่โกดังเสี่ยไพบูลย์ คะนึงนิจนอนขดตัวอยู่ท้ายรถได้ยินเสียงปิดประตูรถ คะนึงนิจค่อยๆ แง้มกระโปรงท้ายรถขึ้น มองออกไป เห็นยามพาภูมินทร์และคมเดินเข้าโกดังไป คะนึงนิจรีบเปิดกระโปรงรถ ปิดคืน แล้วจะตามออกไป แต่เห็นยามอีกคนกำลังเดินเข้ามา คะนึงนิจรีบหลบข้างรถยามเดินผ่านไป คะนึงนิจโล่งอกที่หลบทัน
กล้าถูกคมเอาน้ำสาด กล้าฟื้นขึ้นเห็นภูมินทร์กับคมยืนอยู่เบื้องหน้า ภูมินทร์ยิ้มเยาะสภาพกล้า

“มันช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริงๆ นะ ไอ้เสือกล้า”
“ไอ้ภูมินทร์ ไอ้ขี้ขลาด ไอ้หมาลอบกัด”
ภูมินทร์ยิ้ม อารมณ์ดี
“อดทนไว้ก่อนนะ อย่าเพิ่งตาย เพราะฉันกำลังจะมีงานมงคลให้แกร่วมยินดี”
กล้าได้ยินก็สังหรณ์ใจ
“หมายความว่ายังไง”
ภูมินทร์ขยับเข้าใกล้กล้า จ้องนิ่ง
“ก็งานมงคลสมรส ระหว่างฉันกับราชาวดีน่ะสิวะ” กล้าอึ้ง ภูมินทร์เห็นก็สะใจ “ฮ่าๆๆ”
“แกโกหก ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ เป็นไปไม่ได้ วดีไม่ได้รักแก แกบังคับวดี”
“ฉันไม่ได้บังคับ ไม่ได้ใช้เวทมนต์คาถาอะไรทั้งสิ้น วดีรักฉัน”
“วดีไม่มีวันรักคนเลวอย่างแก แกต้องเล่นแผนสกปรก” ภูมินทร์เตะกล้า
“คนที่วดีเลือกคือฉัน วดีต้องเป็นเมียของฉัน แกจำเอาไว้ ไปไอ้คม ฉันอยากเห็นหน้าราชาวดีเต็มทีแล้ว”
ภูมินทร์เดินออกไป คมเข้าไปหากล้า
“น่าเวทนาจริงๆ กล้า ไพรีพ่าย เสียแรงเป็นถึงลูกนายตำรวจจอมขมังเวทย์ ถามจริงพ่อแกไม่เคยสอนคาถาเอาตัวรอดให้ซักบทเหรอวะ ฮะๆๆๆ”
คมออกไป คะนึงนิจแอบอยู่หลังลังไม้ อึ้งกับสิ่งที่เห็นและได้ยินทุกอย่าง

ที่ตำหนักอาจารย์ยอด อาจารย์ยอดรู้เรื่องเสือดำถึงกับเครียด
“ไอ้ดำยังไม่ตาย”
“ใช่ครับ สายของเราในกรมบอกว่าไอ้หาญเข้ามาขวางซะก่อน เราจะทำยังไงดีอาจารย์ ขืนปล่อยมันไว้
ซักวันความต้องแตกแน่ๆ”
เสี่ยไพบูลย์บอก อาจารย์ยอดยิ่งเครียด
“เอ็งไม่ต้องห่วง ข้าจะให้ไอ้ทับไปจัดการซ้ำอีกครั้ง ดูซิว่าไอ้หาญมันจะช่วยไอ้เสือดำได้ทุกครั้งรึเปล่า” อาจารย์ยอดหลับตา นั่งบริกรรมคาถา “ จิ เจรฺนิ จิตตัง เจตะสิกัง รูปัง นิพพานนัง นะมะพะทะ ปัฐวีระธาตุ ทีฆังวา ภะ กะสะจะ ชีวัง อฺตเตหิ อาคัจฉามิ”
เสือไพบูลย์เหลือบมองรอบๆ กลัวๆ แต่เสือทับกลับไม่ปรากฏตัว
“มะ มันมารึยังอาจารย์”
อาจารย์ยอดโมโหที่เสือทับไม่มาตามคำสั่ง
“ไอ้ทับ ไอ้ผีเลี้ยงไม่เชื่อง”
อาจารย์ยอดโมโหมาก

วิญญาณเสือทับ ปรากฎตัวขึ้นตรงหน้ากล้า
“แก”
“ข้าอยากรู้นักว่าถ้าเอ็งตายด้วยน้ำมือข้า ไอ้หาญมันจะรู้สึกยังไง ฮ่าๆๆ”
เสือทับเข้าบีบคอกล้า
คะนึงนิจเห็น ตกใจ งง เพราะไม่เห็นวิญญาณเสือทับเห็นแต่กล้าทุรนทุราย
“พี่กล้า”
คะนึงนิจจะออกไปช่วยกล้า แต่ชะงัก เพราะเห็นยามสองคน วิ่งเข้าไปที่กล้ากับเสือทับ ยามสองคนงงเพราะไม่เห็นเสือทับ เข้ามาดูใกล้ๆ
“เป็นอะไรวะ”
เสือทับโผล่มุมหนึ่ง หันขวับ เห็นปืนในมือยามจึงเข้าสิงยามทันที ยามแววตาเหี้ยมจะยิงกล้า ยามอีกคนรีบจับมือไว้
“ทำอะไรวะ จะบ้าเหรอ”
ยามที่เสือทับเข้าสิง ยิงยามอีกคนตายตายทันที แล้วจะฆ่ากล้า คะนึงนิจซึ่งซ่อนอยู่อึ้งกับสิ่งที่เห็นรีบวิ่งไปที่ยาม ปัดแขนยามที่กำลังยิงกล้า
“หยุด แกอย่าทำอะไรพี่กล้านะ” ยามหันไปมอง “ฉันเป็นน้องพี่ภู ฉันสั่งให้แกปล่อยพี่กล้า”
“นิจ ไอ้นั่นมันถูกผีสิง”
กล้าบอก ยามจะยิงคะนึงนิจ กล้าเตะปืนกระเด็น ยามพุ่งเข้าทำร้ายกล้าแล้วจับกล้าเหวี่ยงไปปะทะผนัง กระอักเลือด คะนึงนิจเข้าช่วย ยามหันไปเล่นงานคะนึงนิจแต่เกิดแสงจากสร้อยพระปะทะยามจนกระเด็นออก
“นิจ มันถูกผีสิง”
“ผีเหรอ”
“นิจห้อยพระมารึเปล่า เอาออกมาจี้หน้าผากมัน”
นิจกระชากพระมาจี้หน้าผากยาม เสือทับกระเด็นออกจากตัวยาม
“ฝากไว้ก่อน ไอ้กล้า”
เสือทับหายวับไป ยามงงๆ จะลุกขึ้นเล่นงานกล้า กล้าเตะเสยปลายคางลงไป

“นิจ มาที่นี่ได้ยังไง”
“นิจรู้เรื่องจากศรีแพร”
“ศรีแพร”
คะนึงนิจพยายามแก้เชือกที่มัดกล้า
“ไว้นิดจะเล่าให้ฟัง พี่กล้าเป็นยังไงบ้าง”
“เราต้องรีบไปจากที่นี่”
ยามผงกหัวขึ้นอย่างมึนๆ

กล้าจูงคะนึงนิจออกมาขึ้นมอเตอร์ไซด์ สมุนด้านนอกวิ่งมา กล้าสตาร์ทรถออกไป สมุนจะยิง ยามวิ่งออกมา
“เฮ้ย อย่า เดี๋ยวถูกคุณนิจ” กล้าขับหนีไป “ตาม”
ยามกับสมุนกระโดดขึ้นรถกระบะขับตามไป

หาญนั่งพนมมือ เสือดำนอนอยู่ โดยมีธูป 16 ดอกปักอยู่ในกระถาง ควันธูปลอยเอื่อยๆ ขึ้น แผ่กระจายออก
“หากเสือดำยังมีกุศลพอที่จะได้สำนึกบาป ขอบารมีของพ่อปู่บุญทาดลบันดาลให้ข้าได้มองเห็นอดีตที่ทำให้เสือดำสั่งสมแรงอาฆาตเอาไว้ด้วยเถิด”
หาญเพ่งไปที่ควันธูป ทันใดที่ควันธูปก็ปรากฎภาพเป็นควันที่พุ่งขึ้นจากบ้านหลังมุงจากที่ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซาก ภาพเลือนเข้าเหตุการณ์ในอดีต
ชาวบ้านเดินนำ ดำที่เป็นพระรีบเดินตามเข้ามาพอเห็นสภาพบ้านก็ชะงัก
“บ้านอาตมาไฟไหม้ได้ยังไง”
“มีคนเห็นว่าพวกกำนันรุ่งมันมาเผา มันคงแค้นที่พ่อเดิมไม่ยอมยกอีแดงให้มัน พวกข้าจะเข้าไปดับไฟก็ไม่กล้า หลวงพี่ก็รู้ว่ากำนันมันใจดำอำมหิตนัก”
“พ่อ แม่ น้องอาตมาตายในกองไฟหมดรึ”
“จ้ะ”
ดำกำมือแน่น
“ไอ้กำนันรุ่ง”

ประตูห้องกำลังรุ่งถูกถีบเข้ามา ดำซึ่งสึกแล้วใส่เสื้อ นุ่งเตี่ยวเข้ามาพร้อมดาบ สีหน้าโกรธแค้น กำนันรุ่งสะดุ้งเด้งจากที่นอน
“ไอ้ดำ”
“ใช่ ข้าเอง ข้าจะมาเอาหัวเอ็งไปเซ่น วิญญาณพ่อแม่ข้า”
“ไอ้เดิม กับอีใจมันทำไฟไหม้บ้านเอง มันถึงต้องตายยกครัว ไม่เกี่ยวกับข้า เอ็งอย่าทำอะไรข้าเลย บาปจะติดตัวเอ็งนะไอ้ดำ”
ดำลังเลนิดนึง แต่ปรากฎกำนันรุ่งหยิบดาบข้างที่นอนเงื้อฟัน ดำหลบแล้วฟันกำนันล้มลง แทงซ้ำ เลือดกระเซ็นเข้าหน้า
“ไอ้คนใจคด”
เหตุการณ์กลับสู่ปัจจุบัน ภาพเคลื่อนออกจากกลุ่มควันธูป หาญถอนใจ เสือดำได้สติ พยุงตัวขึ้นมองรอบๆ รู้ว่าอยู่ในโบสถ์ร้างก็แปลกใจ
“นี่เอ็งพาข้ามาที่ใด”
เสือดำมองเห็นพระพุทธรูป ชะงัก เมิน
“ข้าเห็นอดีตของเอ็งแล้ว เอ็งกับข้าก็ไม่แตกต่างกัน ในชาตินี้ข้าก็ถูกข่มเหงจนต้องไปเป็นโจรเพราะความจำเป็น”
“ไอ้หลวงณรงค์ เอ็งอย่าหมายเอาเรื่องของเอ็งมาเปรียบกับข้า เอ็งก็เหมือนกับไอ้กำนันรุ่งเป็นคนของทางการ แต่กลับกดขี่ชาวบ้าน คดโกงฉ้อฉล เยี่ยงโจร”
“นั่นคงเป็นอดีตชาติที่ข้าไม่อาจล่วงรู้ เพราะไม่ได้เจริญวิปัสสนาจนผ่านญาณขั้นสูง แต่ข้าพูดถึงอดีตในชาตินี้ ข้าคือเสือหาญ เป็นโจรที่ทางการหมายหัว แต่ข้าสำนึกได้ยอมรับโทษในคุก เมื่อพ้นโทษก็ออกบวช จนกระทั่งหมดบุญบารมี ต้องสึกออกมาช่วยกล้า หลานข้า”
“ข้าไม่เชื่อเอ็ง เอ็งมันกลับกลอก ข้าได้ยินพวกโปลิศมันเรียกเอ็งว่าไอ้สิงห์ ไม่ใช่เสือหาญ”
“ข้าต้องโกหกว่าเป็นญาติกับเสือหาญ เพราะไม่มีใครเชื่อเรื่องพิธีย้อนอายุ แต่เอาเถอะข้าเป็นใครไม่สำคัญ แต่ข้าอยากให้เอ็งกลับตัวเสีย เลิกทำบาปซะ”
“ถ้าข้าเป็นคนบาป พวกเอ็งก็ต้องตกนรกขุมลึกกว่าข้า”
เสือดำเถียงไม่ออก เหลือบมององค์พระประธานในโบสถ์ร้าง หาญรู้สึกได้ว่าเสือดำสำนึก
“เอ็งโกหกข้าได้ว่าไม่รู้สึกผิด แต่ต่อหน้าองค์พระปฏิมาเอ็งโกหกตัวเองไม่ได้หรอก เอ็งเคยอยู่ใต้ร่มกาสาวพักตร์ ย่อมรู้ดี กรรมที่ล่วงไปแล้วมิอาจล้างได้ แต่เหตุใดเอ็งยังคิดสร้างกรรมใหม่ไม่จบไม่สิ้น”
เสือดำน้ำตาคลอ

ด้านหน้าโบสถ์ร้างอิสุโรจะเห็นสุพจน์กับกระเต็นรออยู่ด้วยท่าทางกระวนกระวายใจ กระเต็นชะเง้อมองเข้าไปข้างใน หงุดหงิด จะเดินเข้าไปสุพจน์รีบขวาง
“คุณเต็นจะทำอะไรครับ”
“ฉันจะเข้าไปดูหน่อย ขึ้นชื่อว่าโจร พี่สิงห์อาจไม่ทัน เล่ห์เหลี่ยมมัน”
“ไม่ได้นะครับ พี่สิงห์สั่งให้พวกเรารออยู่แต่ข้างนอกอีกอย่างไอ้ดำก็ไร้เขี้ยวเล็บแล้ว ทำอะไรพี่สิงห์ไม่ได้หรอกคุณเต็นอย่าเป็นกังวลเลย”
กระเต็นคล้อยตาม แต่ยังคาใจ
“วิธีนี้มันจะได้ผลเหรอ ในเมื่อไอ้ดำยอมตายเพื่อขุนโชติได้มันจะกลับใจจะมาเป็นพวกเราได้ยังไง”
“ไม่แน่หรอกครับ อย่าลืมสิว่าพี่สิงห์ก็มีบุญคุณช่วยชีวิตไอ้ดำไว้เหมือนกัน”
สุพจน์ยังมีความหวัง กระเต็นลุ้นหนัก

“เอ็งอย่าหมายเอาคำพระมากล่อมข้า”
เสือดำบอก หาญสบตาเสือดำ
“เอ็งจำเด็กผู้หญิงคนที่ไอ้ไทข่มขืนได้รึไม่” เสือดำยังจำภาพติดตา “ตอนนี้เด็กคนนั้นตายแล้ว เค้าเสียสติจนกระโดดตึกฆ่าตัวตาย เพราะความโสมมที่พวกเอ็งยัดเยียดให้” เสือดำช็อก
“เอ็งอย่ามาปดข้า”
“ข้าไม่ได้โกหกเอ็ง เพราะความแค้นบังตาพวกเอ็งจนทำให้ถูกพ่อเลี้ยงภูมินทร์มันหลอกใช้ หลอกให้ปล้น
หลอกให้ฆ่า แม้แต่ชำเราเด็กผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้”
เสือดำสับสน รู้สึกผิด แต่ยังปฏิเสธ
“ก็เพราะเอ็ง เอ็งทำกับพวกข้าก่อน” หาญตัดสินใจ
“งั้นถ้าข้าตาย พวกเอ็งจะรามือเพียงเท่านี้มั้ย” หาญยื่นมีดหมอของกระเต็นให้เสือดำ “เอามีดเล่มนี้แทงข้า ทุกอย่างจะได้จบสิ้น ข้าอโหสิกรรมให้ข้าขอเรื่องเดียว ปล่อยกล้าไปซะ และพวกเอ็งอย่าได้ก่อเวรกับคนอื่นที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อีก”
เสือดำนิ่งคิด ยังไม่ปักใจเชื่อ
“เอ็งมีวิชาคงกระพัน อย่าคิดว่าข้าจะหลงอุบายตื้นๆ”
“มีดเล่มนี้เป็นมีดหมอลงอาคม” หาญเอามีดยัดใส่มือเสือดำ แล้วดึงมาจ่อที่ตัวเอง “ถ้าเอ็งไม่เชื่อคำข้า ก็พิสูจน์ดูได้”
“เอ็งท้าทายข้าเองนะ ไอ้หลวงณรงค์”
เสือดำไม่เชื่อแทงมีดหมอเต็มแรง มีดปักเข้าไปที่หาญจนมิดด้าม เลือดไหลอาบ หาญทรุด เสือดำตกใจ

เสือดำที่เดินออกมา กระเต็นกับสุพจน์หันไปมองแล้วตกใจเมื่อเห็นมือเสือดำมีมีดหมอที่เปื้อนเลือด
“เกิดอะไรขึ้น แก”
สุพจน์ชักปืนเล็งไปที่เสือดำ กระเต็นจะเข้าไปเอาเรื่อง
“หยุดนะกระเต็น”
หาญโซเซออกมาจากข้างใน กุมแผลไว้มือยังมีเลือดแต่ ปากแผลเลือดหยุดแล้ว กระเต็นรีบเข้าไปประคอง
“ห้ามทำไมกัน ฝีมือมันใช่มั้ย หนูบอกแล้วว่าไอ้ดำมันงูพิษ ไว้ใจไม่ได้”
“ไม่ใช่ความผิดของไอ้ดำมันหรอก ข้าเป็นคนสั่งให้มันแทงข้าเอง”
กระเต็นกับสุพจน์แปลกใจ
“อะไรนะ”
“ข้ามีเรื่องที่ติดค้างมันอยู่ ข้าต้องชดใช้”
เสือดำรู้สึกถึงความจริงใจของหาญ
“แทนที่พวกเอ็งจักมัวสงสัย ข้าว่ารีบทำแผลให้มันเสียก่อนที่มันจักตายดีกว่า”
“ไม่เป็นไร ข้าใช้คาถาคัดเลือด ห้ามเลือดไว้แล้ว”
เสือดำคืนมีดให้ สุพจน์รีบใส่กุญแจมือเสือดำ เสือดำหันมาสบตาหาญแล้วตัดสินใจ
“ข้าจักบอกทุกเรื่องที่เอ็งอยากรู้”
กระเต็นกับสุพจน์ดีใจ หาญยิ้มรับอย่างอ่อนแรงที่เสือดำคิดได้

กล้ากับคะนึงนิจขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาในซอยเปลี่ยว จู่ๆ กล้าก็อดรถ
“จอดทำไม พี่กล้า”
“น้ำมันกำลังจะหมด พี่ไม่อยากไปเติมในปั๊มมันเสี่ยง”
รถของสมุนภูมินทร์แล่นตามมา
“เฮ้ย อยู่นั่น” ยามเล็งปืนไปที่กล้า “หยุดนะ”
กล้าฉุดคะนึงนิจวิ่งเข้าป่าหญ้าข้างทาง ยามกระโดดลงจากรถตามมากับสมุนอีกสอง

กล้ากับคะนึงนิจวิ่งออกมาอีกด้านของถนน ผ่านช่องตลาดแคบๆ ชนกับชาวบ้านที่กำลังซื้อสินค้า
“เฮ้ย อะไรกันวะ”
ลูกน้องภูมินทร์วิ่งตามเข้ามา ชาวบ้านก้มเก็บของเลยขวางทาง ถูกผลักกระเด็น
กล้าพาคะนึงนิจหนีหายเข้าไปในซอย ลูกน้องไล่ตามเข้าไป ชะงัก เพราะมีลังสินค้าและรถขนส่งจอดระเกะระกะ
“มันหายไปไหนวะ เอ็งไปหาทางโน้น”
ทั้งหมดกระจายกำลังกันตามหากล้ากับคะนึงนิจ
ที่ท้ายกระบะรถคันหนึ่งมีหลังคาผ้าใบปิด กล้ากับคะนึงนิจซ่อนตัวอยู่ท้ายรถมีลังสินค้าบังไว้ ได้ยินเสียงคนข้างนอก คะนึงนิจตกใจเบียดเข้ามา กล้าดึงเข้ามากอดให้หายกลัว คะนึงนิจมองกล้า รู้สึกหวิวๆ ที่ชิดใกล้
ยามเดินเข้ามาใกล้ท้ายกระบะ สงสัย ชักปืน ค่อยๆ เอื้อมมือเปิดผ้าใบที่ปิดท้ายไว้
“จะทำอะไร ขโมยเหรอ”
ยามตกใจ รีบซ่อนปืน
“เปล่า ฉันจำรถผิดคัน”
ยามรีบออกไป
กล้าแง้มผ้าใบดู โล่งอก หันมาสบตาคะนึงนิจเห็นหน้าแดงๆ เขินๆ ก็รู้สึกตัวรีบปล่อยมือที่กอดคะนึงนิจไว้
“พี่ขอโทษนะ”
“ก็ ไม่เห็นมีอะไรซะหน่อยนี่”
กล้ายิ้มๆ ทันใดรถกระบะก็สตาร์ทแล้วเคลื่อนที่
รถกระบะปิดท้ายมิดชิด แล่นผ่านยามกับพรรคพวกไป
“หายไปไหนวะ นายเอาตายแน่”
ที่ตำหนักอาจารย์ยอด เปลวไฟลุกพรึ่บขึ้นในกระถางเหล็ก อาจารย์ยอดนั่งบริกรรมคาถาดังก้องอยู่ มีหัวกะโหลกของเสือทับวางอยู่บนพานหน้ากระถางไฟ จะเห็นว่ารูตะปูสีดำตอกตรึงอยู่ตรงกะโหลกหน้าผากยังว่างอยู่
เสียงสวดคาถาดังก้อง
“จิ เจรฺนิ จิตตัง เจตะสิกัง รูปัง นิพพานนัง นะมะพะทะ ปัฐวีระธาตุ ทีฆังวา ภะ กะสะจะ ชีวัง อฺตเตหิ อาคัจฉามิ”
วิญญาณของเสือทับปรากฏขึ้น มองเห็นกะโหลกของตนที่วางอยู่ เสือไพบูลย์สะดุ้งหวาดๆ เสือทับโมโห
“เอ็งคิดจะทำอะไรข้า”
“ไอ้ทับ ไอ้ผีร้าย เอ็งทำไมไม่อยู่รอรับคำสั่งข้า”
“ข้าไม่ใช่ทาสรับใช้เอ็ง ข้าอยู่กับเอ็งเพราะต้องการแก้แค้นไอ้หาญกับลูกหลานของมัน”
“นี่เอ็งไปก่อเรื่องอะไรมา อย่าบอกนะว่าเอ็งไปฆ่าไอ้กล้า”
“ถ้าน้องสาวไอ้พ่อเลี้ยงไม่มาขัดขวาง ไอ้กล้าก็ได้เป็นผีเหมือนข้าแล้ว”
“มะ มะหมายความว่าไง น้องสาวพ่อเลี้ยงไปที่โกดังเหรอเวรละซิ”
“บัดซบ ไอ้ผีเนรคุณ ไม่มีข้า เอ็งก็ไม่ได้ออกมาจากมนต์สะกด ข้าจะสั่งสอนเอ็งให้หลาบจำเสียบ้าง” เสือทับ
โมโห ไม่ยอม
“ไม่มีทาง”
เสือทับพุ่งเข้าทำร้ายอาจารย์ยอด อาจารย์ยอดจ้องตาถลึง ตวัดไม้ครูซัดเข้าไปเสือทับเจ็บ ผงะถอย“อ๊าก”
เสี่ยไพบูลย์กลัว เหล็งจ้องมองดูอย่างตื่นเต้น อาจารย์ยอดหยิบสิ่งหนึ่งในย่ามออกมา หงายมือ และแบออก เผยให้เห็นว่าเป็นตะปูอาคมดอกสีดำที่เคยปักกะโหลกเสือทับ เสือทับเห็นก็ตกใจ
“ไม่ เอ็งจะทำกับข้าแบบนี้ไม่ได้”
อาจารย์ยอดว่าคาถาสะกดวิญญาณ
“นานูปะติถานัง วุตตะโย อัคคะโต อุทาหะระอันใด อายังอัดสา รูปาพึกสะติ ฯ”
คลื่นมนต์เคลื่อนปะทะไปที่ตะปู ทันใดตะปูสีดำก็พุ่งเคลื่อนไปที่กะโหลกของเสือทับและปักเข้าไปที่รูเดิม”
ตรงหน้าผาก หน้าต่างห้องกระแทกเปิดออกอย่างแรง ลมพัดวูบเข้ามาไม่หยุด ไฟในกระถางโหมแรงขึ้นอย่างน่ากลัว ขณะที่เสียงสวดก็ดังก้องไม่หยุด เสี่ยไพบูลย์สะดุ้ง เลิ่กลั่ก เบียดเหล็ง เสือทับเจ็บปวดกุมหน้าผาก ร้องโหยหวน
“อ๊าก”
วิญญาณของเสือทับถูกดูดกลับเข้าไปอยู่ในกระโหลกของตนเอง
“ปล่อย ปล่อยข้า”
ตะปูค่อยๆ เคลื่อนฝังเข้าไปที่หน้าผาก เสือทับร้องโหยหวน ขณะที่ตะปูเคลื่อนชิดหน้าผากจนสุด วิญญาณเสือทับก็ถูกดูดกลับเข้าไปหมดพอดี
“ข้าจะสะกดวิญญาณเอาไว้จนกว่าเอ็งจะสำนึก ไอ้ผีเลี้ยงไม่เชื่อง”
อาจารย์ยอดมีสีหน้าเหี้ยมโหด
พวกอาจารย์ยอดเปิดประตูออกมา เหล็งหน้าตื่น
“เสี่ยครับ ตำรวจมา”
รถตำรวจ 3 คันแล่นมาจอดหน้าตำหนัก อาจารย์ยอดกับเสี่ยไพบูลย์รีบออกมาดู เห็นหาญลงจากรถตำรวจ
เสี่ยไพบูลย์ตื่นตระหนก อาจารย์ยอดจ้องหาญอย่างไม่กลัว

ภูมินทร์เดินยิ้มแย้มเข้ามาที่บ้านราชาวดีถือกล่องอาหารมาด้วย
“วดี พี่ซื้อขนมเจ้าอร่อยมาฝาก”
ราชาวดีเดินออกมาหน้าไม่ดี
“พี่ภูคะ ทางบ้านโทรมา บอกว่ามีตำรวจไปที่บ้านให้รีบกลับด่วน”

ขณะนั้นตำรวจกระจายกันตรวจค้นบ้านภูมินทร์ทุกซอกทุกมุม กระเต็นเดินสำรวจกับสุพจน์เดินมาเห็นห้องใต้ดิน
“มีห้องใต้ดินด้วยเหรอ”
“ก็แค่ห้องเก็บของ” ลูกน้องภูมินทร์บอก แต่กระเต็นมั่นใจว่ากล้าต้องอยู่ในนั้น
“แกขังกล้าไว้ในนี้แน่”
กระเต็นจะไป สุพจน์รั้งไว้
“ระวัง คุณตามผมดีกว่า”
สุพจน์พร้อมปืนในมือเดินนำกระเต็นลงบันไดห้องใต้ดินอย่างระมัดระวังตัว ทางลงมืดสลัว ทันใดก็ต้องตกใจ เพราะเสียงหมาเห่ากรรโชกอย่างน่ากลัว สุพจน์ผงะจับไว้ ไฟเปิดจึงเห็นเป็นห้องขังที่ไร้ผู้คน มีแต่หมาดุๆ ที่พยายามจะออกมานอกกรง กระเต็นหันไปเจอภูมินทร์ยืนที่สวิทไฟ มองรอบๆ
“แกเอากล้าไปไว้ที่ไหน”
ภูมินทร์ยิ้มเยาะ
“กล้าอะไรคุณนาย ที่นี่มีแต่หมา หมาดุๆ ที่ผมขังไว้ไม่ให้ออกไปกัดชาวบ้าน”
“ไม่จริง ไอ้ดำมันสารภาพกับตำรวจหมดแล้ว ว่าแกเป็นคนบงการ”
“บงการอะไร ผมไม่รู้เรื่อง”
“ก็เรื่องที่แกให้พวกขุนโชติปล้นฆ่า แล้วโยนความผิดให้กล้าไง แกยังจับตัวกล้ามาขังไว้อีก ปล่อยลูกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ”
“เชื่ออะไรกับคำโจร มันจะปรักปรำให้ร้ายใครก็ได้”
“เหมือนที่แกปรักปรำลูกฉันใช่มั้ย”
“คุณนาย ลองดูสิ นอกจากหมาตัวนี้แล้ว มีไอ้กล้าอยู่ตรงไหนมั้ย ไอ้กล้ามันเป็นโจร หน้าที่จับมันต้องเป็นตำรวจไม่ใช่ฉัน”
“ยังจะเล่นลิ้นอีกเหรอ” กระเต็นคลั่ง เข้าไปทุบภูมินทร์ “แกเอาลูกฉันไปไว้ไหน เอาลูกฉันคืนมานะ”
สุพจน์รีบห้ามกระเต็น ดึงออกมา
“อย่าครับคุณเต็น”
“พวกแกมันเหมือนหมาบ้าทั้งแม่ทั้งลูก...ผมจะแจ้งความกลับ ฐานทำร้ายร่างกายผม”
“ดีครับ เพราะผมจะเชิญตัวพ่อเลี้ยงไปสอบปากคำอยู่แล้ว”
ภูมินทร์อึ้ง สุพจน์พยักหน้าให้ลูกน้องประกบภูมินทร์แล้วผายมือ
“ได้ สุจริตชนอย่างผลไม่กลัวอยู่แล้ว”
ภูมินทร์เดินไปกับตำรวจ
“ไอ้สารเลว มันต้องย้ายกล้าไปขังที่อื่นแน่”
“เรายังไม่หมดหวัง บางทีพี่สิงห์อาจจะเจอตัวกล้าแล้วก็ได้”
เสือสั่งฟ้า 2 พยัคฆ์ผยอง ตอนที่ 9 (ต่อ)


หาญเข้ามาในห้องโถงตำหนักอาจารย์ยอดสำรวจทั่วๆ อาจารย์ยอดตามประกบไม่ห่าง แต่จะเห็นว่าเป็นห้องรับแขกธรรมดาๆ สองคนมองกันแบบระวังตัว ตำรวจพร้อมด้วยเสี่ยไพบูลย์ตามเข้ามาสมทบ

“เราค้นจนทั่วแล้วนะครับ แต่ไม่เจอตัวนายกล้า หรืออะไรที่ผิดปกติเลย”
ตำรวจบอก เสี่ยไพบูลย์เลยได้ที
“แปลกดีนะ โจรพาตำรวจมาค้นบ้านพลเมืองดีใส่ความกันแบบนี้ ฟ้องกลับซะเลยดีมั้ย ฐานรังแกประชาชน”
“ไม่เอาน่าเสี่ย เราเป็นสุจริตชนควรจะร่วมมือกับตำรวจ”
หาญเครียด กลับออกไป และเมื่อผ่านหน้าห้องพิธีของอาจารย์ยอด ประตูแง้มอยู่ หาญชะงักเหมือนมีอะไรบางอย่างดึงดูด อาจารย์ยอดสบตาเสี่ยไพบูลย์ เสี่ยไพบูลย์ตกใจ
หาญผลักประตูห้องพิธีเข้ามา มองรอบๆ ห้องพิธีกรรม บรรยากาศอึมครึม หาญเห็นแท่นบูชาและของขลังมากมาย ดูน่ากลัว อาจารย์ยอดตามเข้ามา
“ห้องพิธีกรรมเล็กๆ ของข้า คงซ่อนใครไว้ไม่ได้”
“เอ็งสะสมแต่เดรัญฉานวิชาและภูติผี ระวังวันนึงจะเป็นภัยแก่ตัว”
“ขอบคุณเสือหาญที่สอนสั่ง ถ้าไม่มีอะไรที่น่าสงสัยก็น่าจะกลับกันได้แล้ว ข้าจะได้พักผ่อน”
อาจารย์ยอดเดินนำ แต่หาญสัมผัสถึงพลังลึกลับ
“เดี๋ยวก่อน” หาญร่ายคาถาปัดรังความมนต์ดำ “นะโมพุทธายะ นะโมพุทธายะ นะโมพุทธายะ สัพพะอุปทังวินาสาย สัพพะอันตรายังมลาย สวาหะ สวาหะ สาธุ”
หาญเป่ามนต์ไป ทันใดนั้นแสงแดดก็สาดส่องเข้ามาในห้อง ไล่ความมืดทึมหายไปหมด ที่ด้านหลังแท่นบูชาปรากฎประตูห้องลับขึ้น อาจารย์ยอดตาเหลือกอัดหาญทันที หาญไม่ทันระวังตัว กระเด็นไปกระแทกประตูห้องลับเปิด เห็นสมบัติที่ปล้นมาซ่อนอยู่ข้างใน อาจารย์ยอดรีบคว้ากะโหลกเสือทับใส่ย่ามประจำตัวแล้วเผ่นหนี
อาจารย์ยอดหนีมาสมทบกับเสี่ยไพบูลย์
“ความแตกแล้ว”
“ทำไงดีล่ะอาจารย์”
หาญกับตำรวจตามไล่มา
“สู้สิวะ ฆ่าพวกมันให้หมด”
เหล็ง สมุนไพบูลย์กับลูกศิษย์ยอดเปิดฉากยิงใส่ตำรวจ ทั้งสองฝ่ายยิงโต้ตอบกัน อาจารย์ยอดเป่าข้าวสารเสกในมือ แล้วสะบัดไป กลายเป็นต่อหัวเสือนับพันบินเข้าจู่โจมตำรวจ พวกตำรวจสู้ไม่ได้ วิ่งหนี หาญร่ายคาถา วาดมือออกไป คลื่นพลังปะทะกับต่อหัวเสือ ต่อหัวเสือระเบิดเป็นจุณทีละตัวไล่ไปจนหมด
อาจารย์ยอดโมโหเข้าสู้กับหาญ หาญได้แต่ตั้งรับเพราะยังบาดเจ็บ อาจารย์ยอดตวัดไม้ครูเกิดประกายไฟเป็นสายฟ้า หาญที่บาดเจ็บอยู่แล้วไม่ทันหลบโดนกระแสไฟช๊อตจนทรุด อาจารย์ยอดตามเข้าฟาดซ้ำด้วยไม้ครู ทันใดเสียงปืนก็ดังขึ้นหลายนัด ร่างอาจารย์ยอดชะงักแต่กระสุนยิงไม่เข้า
สุพจน์กับกระเต็นนำกำลังตำรวจตามมาสมทบ ตำรวจเปิดฉากระดมยิงหูดับตับไหม้ สมุนไพบูลย์บาดเจ็บ ล้มตายไปหลายคน เสี่ยไพบูลย์ลนลานด้วยความกลัว
“อาจารย์ พวกผมจะต้านไม่ไหวแล้วนะ ไม่ได้คงกระพันแบบอาจารย์ซะด้วย ยิงเป็นร่วงๆ ยังไงเราหาทางหนีก่อนเถอะ”
อาจารย์ยอดเห็นด้วย หยิบแผ่นยันต์ขึ้นมาจากย่าม ใช้ไม้ครูเขียนอักขระแล้วสะบัดไป ยันต์พุ่งเข้าหาตำรวจ แล้วสลายเป็นควันดำรูปร่างคล้ายธนู กระจายออกโจมตี แต่แล้วอาคมอาจารย์ยอดก็ปะทะเข้ากับกำแพงแก้ว แตกสลายไป ควันคละคลุ้ง หาญกางสองมือออกร่ายคาถา เกิดกำแพงแก้วป้องกันทุกคนเอาไว้ อาจารย์ยอดฉวยโอกาสใช้คาถาย่นระยะทาง แหวกอากาศหนีไปกับเสี่ยไพบูลย์สองคน
พอควันจาง สมุนกับลูกศิษย์อาจารย์ยอดที่เหลือได้แต่มองกันเลิกลั่กเมื่อลูกพี่หาย จึงยอมทิ้งอาวุธ สุพจน์นำกำลังตำรวจเข้าควบคุมตัว
คะนึงนิจพากล้าหนีมาหลบที่อพาร์ทเม้นท์ คะนึงนิจชะโงกมองว่าปลอดคนแล้วปิดประตู ปิดม่าน ทั้งสองคนถอดหมวกที่ปิดบังใบหน้าออก
“ห้องเก่านิจเอง พี่ภูคงคิดไม่ถึงที่นี่น่าจะปลอดภัยสักระยะ”
กล้ามองคะนึงนิจด้วยความสงสัย
“พี่ขอบใจนิจมากที่เสี่ยงไปช่วยพี่ แต่ทำไม ทั้งๆ ที่...”
“ทั้งๆ ที่นิจเป็นน้องพี่ภู” กล้าพยักหน้ารับ “นิจมีคำถาม ขอให้พี่กล้าตอบมาตรงๆ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องครูเริง เรื่องดวงใจ แล้วก็เรื่องที่ฉุดวดีไป พี่กล้าทำรึเปล่า” คะนิงนิจมองสบตากล้า
“ถึงพี่พูดไป นิจก็คงไม่เชื่ออยู่ดี”
“แต่นิจก็พร้อมจะรับฟัง ถึงนิจจะเป็นน้องพี่ภูแต่มันก็มีหลายอย่างที่ทำให้นิจสงสัยในตัวเค้า เค้าขังพี่กล้า ทรมานพี่กล้าไว้แบบนี้ เค้ามีส่วนในเรื่องที่เกิดขึ้นใช่ไหมคะ พี่กล้า” กล้ามองหน้าคะนึงนิจ คะนึงนิจมองตอบ แม้ไม่อยากจะให้เป็นเช่นนั้น ลึกๆ ก็เหมือนรู้ดีว่าพี่ตนเองเป็นคนเช่นไร

“ใช่ไหมคะพี่กล้า บอกนิจมาเถอะ”
กล้าพยักหน้ารับ เมื่อได้รับการยืนยันคะนึงนิจก็อดสะเทือนใจไม่ได้ เธอถึงกับน้ำตาร่วงร้องไห้โฮออกมา กล้าตกใจ เข้าไปรวบตัวนิจมากอดไว้

“นิจ เกิดอะไรขึ้น นิจ”
กล้าถามอย่างเป็นห่วง คะนึงนิจยิ่งร้องไห้โฮหนักขึ้น เสียใจกับสิ่งที่พี่ชายตนทำ

คะนึงนิจเล่าเรื่องราวในอดีตตอนที่สูญเสียพ่อกับแม่ให้กล้าฟัง วันนั้นเธออยู่ในชุดดำร้องไห้ ยกโกฐใส่กระดูกของพ่อกับแม่ส่งให้ภูมินทร์ ภูมินทร์รับพลางตั้งไว้บนหิ้ง
“ตั้งแต่พ่อกับแม่เสียเพราะอุบัติเหตุ เราก็เหลือกันอยู่สองคนพี่น้อง พี่ภูสัญญาว่าจะดูแลนิจ ดูแลปางไม้แทนพ่อกับแม่”
ภูมินทร์มองภาพพ่อแม่ สีหน้าจริงจัง แววตามุ่งมั่น ดึงคะนึงนิจเข้ามากอดซบ
“เราสองคน อยู่ในปางไม้อย่างมีความสุขตามประสาพี่น้อง ถึงพี่ภูจะทำงานหนักไปบ้าง แต่เค้าก็ดูแลนิจเป็นอย่างดี นิจทั้งรักแล้วก็ภูมิใจมาก ที่มีพี่ชายอย่างพี่ภู จนกระทั่งวันนึง...”
คะนึงนิจเข้ามามองหาภูมินทร์ที่โรงเก็บไม้ ทันใดเสียงปืนดังขึ้น เปรี้ยง คะนึงนิจถึงกับช็อคเมื่อเห็นภูมินทร์เป็นคนยิงปืนลูกซองใส่ร่างโชคที่ถูกซ้อมปางตายล้มลง เมียของโชครีบคลานมาเกาะขาภูมินทร์ กลัวลนลาน ร้องไห้ ยกมือไหว้ขอชีวิต ภูมินทร์ดึงนิ้วมือของเมียโชคมาปั๊มบนสัญญาซื้อขาย ก่อนจะยิ้มเหี้ยม ยิงเมียโชคทิ้งอีกคน
คะนึงนิจที่แอบดูอยู่ถึงกับอึ้ง ตกใจในสิ่งที่เห็น ภาพวาดของภูมินทร์ที่อยู่ในมือร่วงลงกระทบกับถังเหล็กภูมินทร์หันขวับตามเสียง ตกใจที่เห็นคะนึงนิจ
ภูมินทร์พยายามแก้ตัวแต่คะนึงนิจไม่ฟัง สองพี่น้องทะเลาะกันรุนแรงต่อหน้าโกฐใส่กระดูกของพ่อแม่
“แค่เค้าไม่ยอมขายที่ให้ทำไมต้องฆ่าเค้าด้วย”
“เธอไม่เข้าใจเรื่องธุรกิจหรอก”
“ธุรกิจสกปรกน่ะซิ”
ภูมินทร์โมโหตบหน้าคะนึงนิจ คะนึงนิจน้ำตาร่วงจ้องพี่ชายด้วยความผิดหวัง

กล้าเข้าใจเรื่องราวทุกอย่าง
“นิจก็เลยหนีมากรุงเทพฯ”
คะนึงนิจพยักหน้ารับ เช็ดน้ำตา
“นิจมันโง่เองที่คิดว่าพี่ภูจะกลับตัวได้จริงๆ ดีที่ได้เจอกับศรีแพรเข้า ไม่อย่างงั้น นิจคงต้องโง่ไปอีกนาน”
“นิจเจอศรีแพรที่ไหน แล้วมีคนอื่นอีกมั้ย”
“ที่บ้านพี่ภูค่ะ ศรีแพร เค้าแอบเข้ามาคนเดียวหวังจะตามหาพี่กล้ากับพ่อของเค้า แต่ถูกจับตัวได้ โชคดีที่นิจไปเจอพอดี เลยช่วยไว้แล้วพาหนีออกมาทัน นิจถึงได้รู้ว่าพี่ภูทำอะไรไว้บ้าง”
“แล้วศรีแพรบอกรึเปล่าว่าพักอยู่ที่ไหน กับใคร”
“เค้าบอกว่าพักอยู่ที่บ้านของพี่”
“งั้นเหรอ”
“พี่กล้า นิจมันโง่มากจริงๆ ใช่ไหม ที่หลงเชื่อพี่ภูอยู่ได้”
กล้ามองคะนึงนิจด้วยความสงสาร
“นิจ คนเราถึงจะผิดหวังในตัวคนที่เรารักซักแค่ไหน แต่ในใจลึกๆ ก็ยังคงหวังที่จะเห็นเค้ากลับเนื้อกลับตัว นิจไม่ผิดหรอกนะ อย่าโทษตัวเองเลย”
คะนึงนิจรู้สึกฮึดขึ้นมา
“แต่นิจจะไม่ยอมให้เค้าไปทำร้ายใครอีกแล้ว พี่กล้าช่วยเล่าเรื่องทั้งหมดให้นิจฟังหน่อยได้ไหมคะ ว่าพี่ภูทำอะไร ยังไงบ้าง นิจสัญญา นิจจะเป็นพยานให้พี่กล้าเอง”

ขณะนั้นตำรวจช่วยกันลำเลียงสมบัติออกมาจากห้องลับตำหนักอาจารย์ยอด สุพจน์ กระเต็น หาญยืนดูอยู่
“วัตถุโบราณกับของล้ำค่าพวกนี้ถูกปล้นมาทั้งนั้น เสี่ยไพบูลย์มันคงคิดจะเอาไปปล่อยให้ต่างชาติ พวกหนักแผ่นดินแท้ๆ”
กระเต็นยังเจ็บใจไม่หาย
“น่าเจ็บใจนัก ที่ปล่อยพวกมันหนีไปได้ หาจนทั่วแล้วเหรอคะ ไม่มีห้องลับอื่นอีกแล้วเหรอ” กระเต็นหันไปถามสุพจน์
“ไม่มีแล้วครับ กล้าไม่ได้อยู่ที่นี่แน่” กระเต็นเครียด
“ไม่เป็นไร พวกลูกน้องมันต้องรู้ว่ากล้าอยู่ที่ไหน”
หาญเข้าไปหาเหล็งและลูกน้องของเสี่ยไพบูลย์และลูกศิษย์อาจารย์ยอดที่บาดเจ็บและรอดชีวิต ถูกมัดรวมกันอยู่ หาญดึงขึ้นมาหนึ่งคนแล้วเข่นถาม
“พวกแกขังกล้าไว้ที่ไหน”
“มันไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่จะอยู่ที่ไหนพวกฉันไม่รู้หรอก”
“ไอ้โกหก มีเหรอที่แกจะไม่รู้”
“พวกฉันมันแค่ลูกน้องปลายแถว จะรู้ทุกอย่างได้ไง”
“ถ้าแกยอมให้ความร่วมมือ โทษหนักก็จะเป็นเบา ฉันจะกันแกเป็นพยาน แกจะซื่อสัตย์กับมันไปทำไม ในเมื่อมันเอาตัวรอดแล้วทิ้งพวกแกให้รับโทษ” เหล็งคล้อยตาม
“ตกลง ฉันบอกก็ได้ ไอ้กล้าถูกขังไว้ที่...อ๊าก”
ไม่ทันขาดคำจะเห็นเลือดพุ่งออกจากปากเหล็ง เหล็งลงไปดิ้นทุรนทุรายเลือดไหลออกทางตาและจมูก
“แกเป็นอะไรไป”
กระเต็นจะเข้าไปดู แต่หาญรีบดึงสุพจน์กับกระเต็นออกห่าง ทันใดคนที่เหลือก็มีอาการเดียวกัน ทั้งหมดทรมานจนขาดใจตาย ตำรวจต่างตกตะลึง
“พวกมันโดนยาสั่งตาย ไอ้ยอดมันอำมหิตนัก”

กระเต็นสบตาหาญเครียด
กล้าแอบย่องเข้ามาทางหลังบ้านราชาวดี ได้ยินเสียงคน รีบหลบ กล้าเห็นราชาวดีในชุดเจ้าสาวเดินลงมาจากชั้นบน สีหน้าเศร้าหมอง กล้าจะเดินออกไปหาแต่ต้องชะงักเพราะเห็นภูมินทร์เดินเข้าไปหาราชาวดี
“เจ้าสาวของพี่สวยอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิดเลยค่ะ”
ภูมินทร์บอกพร้อมกับเปิดตลับในมือออกเผยให้เห็นชุดสร้อยคอเพชรสวยงามอลังการ
“วดีว่ามัน...”
“ห้ามปฏิเสธนะ เจ้าสาวของพี่จะต้องสวยที่สุด มา เดี๋ยวพี่ใส่ให้นะ”
ราชาวดีจำต้องยอม ภูมินทร์อ้อมไปข้างหลังบรรจงใส่สร้อยให้ราชาวดี ยิ้มอย่างผู้ชนะ กล้าทนไม่ไหว โผล่พรวดมา
“ไม่นะวดี”
“พี่กล้า” ราชาวดีดีใจที่เห็นกล้า
“ไอ้กล้า”
ราชาวดีจะวิ่งไปหากล้า แต่ภูมินทร์รีบคว้าตัวเอาไว้ ราชาวดีพยายามดิ้น
“พี่กล้า พี่กล้าช่วยวดีด้วย วดีรู้ความจริงหมดแล้ว เรื่องทั้งหมดพี่กล้าไม่ได้ทำแต่เป็นฝีมือพ่อเลี้ยง”
กล้าชักปืนออกมา
“ปล่อยวดีเดี๋ยวนี้ ไอ้ภูมินทร์”
ภูมินทร์เอาตัวราชาวดีกันวิถีปืน
“แน่จริงก็ยิงสิวะ”
“ปล่อยวดีเถอะ” ภูมินทร์หันไปเห็นน้องสาว ถึงกับอึ้ง “พี่ภูทำชั่วมาพอแล้ว ถ้ามอบตัวตอนนี้ โทษหนัก
จะได้เป็นเบา นิจสัญญาไม่ว่ายังไง นิจก็จะไม่ทิ้งพี่ภู” คะนึงนิจน้ำตาคลอ “นิจขอร้อง เชื่อที่นิจพูดนะ อย่างน้อยก็เห็นแก่วิญญาณพ่อแม่ของเรา”
ภูมินทร์แกล้งทำเศร้า
“พี่คงทำให้นิจเสียใจมาก พี่ขอโทษ ตกลงพี่จะยอมมอบตัวเพื่อนิจ”
“พี่ภู”
แต่แล้วภูมินทร์กลับผลักราชาวดีใส่กล้า กล้าเสียหลักปืนหล่น ภูมินทร์วิ่งไปที่ปืน กล้าเข้าไปแย่ง ทั้งสองคนยื้อกันไปมา กล้าถีบภูมินทร์กระเด็น ภูมินทร์คว้าเก้าอี้จะทุ่ม...เปรี้ยง ร่างภูมินทร์สะดุ้งกระสุนเข้าแสกหน้า กล้าถือปืนอยู่ อึ้งๆ ที่ตัวเองยิงภูมินทร์ตาย ภูมินทร์หงายหลังตึงไปใส่ตัวคะนึงนิจ
“พี่ภู ไม่”
คะนึงนิจตะโกนลั่น
คะนึงนิจตกใจตื่นจากฝันร้ายแล้วร้องไห้ออกมา
“ไม่นะ ฮือๆ”
กล้ารีบเข้ามาดูอย่างเป็นห่วง
“นิจ เกิดอะไรขึ้น”
คะนึงนิจอยู่บนเตียง รีบปาดน้ำตา
“เปล่า ไม่เป็นไร นิจฝันร้าย”
กล้าสงสาร เอามือค่อยๆ เช็ดคราบน้ำตา
กำลังโหลดความคิดเห็น...