xs
xsm
sm
md
lg

บ่วงบาป ตอนที่ 10

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


บ่วงบาป ตอนที่ 10

บริเวณลานหน้าที่ทำการ คุณหญิงถามถึงขุนพิทักษ์กับข้าราชการคนหนึ่ง

“ท่านขุนพิทักษ์อยู่รึเปล่า”
ขุนไวตามเข้ามาดูอย่างไม่ห่าง ขุนพิทักษ์ลงมาจากบันไดมาพอดี คุณหญิงปราดเข้าไปหา
“พ่อพิทักษ์”
“คุณแม่ทำอะไรที่นี่ขอรับ”
“แม่มาหาลูก ลูกไปวัดกับแม่นะ”
“ไปทำไมขอรับ”
“ไปให้หลวงพ่อรดน้ำมนต์หน่อยนะลูก อะไรที่ร้ายๆจะได้กลายเป็นดี”
คุณหญิงพยายามตื๊อขุนพิทักษ์
“ไม่ไปขอรับคุณแม่ ลูกอยากกลับไปหาน้องรำพึง ลูกคิดถึงน้องรำพึงใจจะขาดอยู่แล้ว”
คุณหญิงคิด แต่แจ่มคิดได้เลยโพล่งออกไป แจ่มโกหกบอก
“คุณรำพึงรอท่านขุนอยู่ที่วัดเจ้าค่ะ”
“จริงเหรอนังแจ่ม”
คุณหญิงรีบรับลูกต่อ
“จริงจ๊ะลูก หนูรำพึงไปคอยลูกอยู่ที่วัดนานแล้ว”
“ก็ได้ขอรับ ถ้าน้องรำพึงอยู่ที่วัด ลูกก็จะไป”
คุณหญิงกับแจ่มยิ้มดีใจ ขุนพิทักษ์กำลังจะเดินไป ขุนไวนึกถึงคำพูดของรำพึง

“นานเท่าไหร่ไอ้ขุนพิทักษ์ถึงจะตาย”
“อดทนหน่อยนะคะ เมื่อวันนั้นมาถึงน้องสัญญาว่ามันจะคุ้มค่ากับการรอคอย”

แล้วทันใดขุนไวก็ปราดเข้ามาหาคุณหญิงมณีและขุนพิทักษ์ ขุนไวยกมือไหว้คุณหญิงมณี
“กราบคุณหญิงขอรับ”
“พ่อไว”
“เราคงต้องรีบไปรดน้ำมนต์แล้วล่ะขอรับคุณแม่ วันนี้ลูกเจอแต่อะไรที่เลวๆ”
ขุนไวโกรธแต่เก็บอารมณ์
“ท่านเทศากำลังจะออกไปตรวจพื้นที่รอบคูเมือง และเอ็งต้องออกไปกับท่านแทนข้า”
“แล้วทำไมข้าต้องทำแทนเอ็ง”
“ก็ท่านเทศาเพิ่งสั่งข้ามา หรือลูกพระยาสุรเดชไมตรีผู้ยิ่งใหญ่คิดจะปัดงานบ้านงานเมือง เพียงเพราะต้องการไปทำธุระส่วนตัว”
“ไอ้ไว!”
“พ่อไว พูดแบบนี้ก็ดูจะเกินไป”
“กระผมก็พูดไปตามที่กระผมเห็น หรือคุณหญิงเห็นว่าที่ลูกชายทำมันเหมาะมันควร กระผมก็จะได้ไปรายงานท่านเทศาตามนี้”
ขุนพิทักษ์โกรธ
“ลูกคงไปวัดกับคุณแม่ไม่ได้แล้วขอรับ ลูกขอสั่งสอนไอ้ไวให้รู้สำนึกซะบ้าง”
คุณหญิงมณีดึงไว้
“ไปทำงานก่อนเถอะลูก อย่าให้ชื่อเจ้าคุณพ่อต้องถูกใครดูหมิ่น”
ขุนไวปรบมือมองหยามสุดฤทธิ์
“มันต้องยังงี้สิขอรับ เชื้อสายพระยา”
ขุนพิทักษ์จำต้องเดินกลับเข้าไป คุณหญิงมณีกับแจ่มเดินไปอีกทาง ขุนไวแอบเป่าปากที่ขัดขวางไว้ได้ทัน

ภายในห้องหอ รำพึงกำหมัดแน่นแล้วกรีดเสียงดัง
“หลานคนโต เลือดบริสุทธิ์เหรอ! เดี๋ยวแม่จะทำให้เลือดบริสุทธ์เป็นเลือดชั่วให้ดู”
จวงวิ่งหน้าเริ่ดเข้ามา พร้อมกระปุกยาขับเลือดสีดำในมือจวง
“คุณรำพึงเจ้าขา นี่เจ้าค่ะยาขับเลือด จิบแค่นิดเดียว ต่อให้ท้องลูกเป็นครอกก็แท้งหมดเจ้าค่ะ”
รำพึงยิ้มร้าย

ชุ่มกวาดหน้าเรือนท้ายสวน ทันใดนั้น จวงเตะไม้กวาดกระเด็น ชุ่มหันขวับไปมองเห็นรำพึงกับจวงยืนอยู่ก็ตกใจ
“คุณรำพึงอุตส่าห์มาเยี่ยมเอ็งกับลูก กราบเท้าขอบพระคุณเสียสิ” จวงบอก
ชุ่มเฉย ทั้งงงทั้งกลัวว่าจะมาไม้ไหน
“บอกให้กราบ”
จวงจิกหัวชุ่มก้มลงจ่อตรงเท้ารำพึง
“ปล่อยข้า ข้าเจ็บ”
“เจ็บแค่นี้มันยังไม่สาสมกับที่เอ็งทำให้ข้าเจ็บหรอก”
“ข้าไม่เคยทำอะไรคุณรำพึง”
รำพึงตบชุ่มเต็มแรง
“ทำไมเอ็งจะไม่ทำ เอ็งอ่อยคุณพี่ เอ็งทำให้คุณพี่หลงเอ็งจนหัวปักหัวปำ เอ็งทำให้ข้าเป็นทุกข์ ใครหน้าไหนที่จะมาขัดขวางความสุขของข้า มันต้องตาย” รำพึงพูดพลางยิ้มเหี้ยม แล้วก้มลงมองท้องชุ่ม
“คุณรำพึงจะทำอะไร”
“ข้าจะช่วยสงเคราะห์ให้เอ็งได้เจอหน้าลูกไวๆ ไงล่ะ”
รำพึงหยิบขวดยาออกจากเอวแล้วเปิดขวด
“ไม่นะเจ้าคะ อย่าทำอะไรลูกข้า” ชุ่มร้องบอก
จวงล็อกแขนชุ่มแน่น
“ปล่อยข้า ปล่อย”
ชุ่มดิ้นสู้สุดแรงเกิดจนหลุดจากพันธนาการจากจวง ชุ่มผลักจวงกระเด็นไปทางรำพึงที่เกือบล้มไปด้วย
ชุ่มวิ่งหนีไปที่หน้าเรือน
“นังจวง จับมันไว้ !”
จวงกับรำพึงวิ่งตามชุ่มไป

ชุ่มวิ่งมาที่ชานเรือนแถวหัวบันได
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
จวงวิ่งตามมาคว้าตัวชุ่ม ทั้งสองล้มลงไปกองบนพื้น จวงจับแขนชุ่มไพล่หลัง ชุ่มดิ้นไม่ไหว รำพึงเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าชุ่ม
“ข้าจะไม่ปล่อยให้ลูกเอ็งออกมาเป็นหอกข้างแคร่ชีวิตข้า”
ชุ่มร้องไห้
“คุณรำพึงเจ้าขา อย่าทำอะไรลูกข้าเลย อย่าทำบาปกับข้าเลยนะเจ้าคะ”
“บาปหน้าตาเป็นยังไงข้าไม่รู้จัก!”
รำพึงบีบปากชุ่มจ่อขวดยาที่ปากชุ่ม ชุ่มพยายามส่งเสียงร้อง ยากำลังจะไหลลงปาก
ชุ่มไม่ยอมให้ใครฆ่าลูกรวบรวมแรงดิ้นสะบัดจวงออก จวงกระเด็น ชุ่มหลุดจากจวง และผลักรำพึงจนหงายหลัง
ชุ่มตะเกียกตะกายลุกขึ้น แต่จวงตั้งหลักได้ก่อน
“ฤทธิ์เยอะนักใช่ไหมนังชุ่ม” จวงว่า
จวงลุกขึ้นจะวิ่งไปจับชุ่ม แต่จวงสะดุดขาตัวเองล้มลง
“ว้าย”
ร่างจวงไถลไปชนรำพึงที่กำลังลุกขึ้น รำพึงหงายผึ่งกระเด็นกลิ้งตกบันได ขวดยาหล่นพื้นกระจาย
จวงกับชุ่มชะงัก ตกใจ
“คุณรำพึง !”

รำพึงนอนอยู่บนพื้นสีหน้าเจ็บปวด จวงวิ่งลงไปประคอง ชุ่มฉวยโอกาสวิ่งหนี

 
“ทูนหัวของบ่าวเป็นอะไรไหมเจ้าคะ”

รำพึงเจ็บปวดท้อง แต่ยังไม่วายสั่ง
“จับมัน...”
ทันใดนั้นสายตาจวงก็อึ้งตะลึงงัน เมื่อเหลือบลงไปเห็นอะไรบางอย่างที่ขารำพึง
“คะ คุณรำพึง”
รำพึงก้มลงมองตามสายตาของจวง เลือดไหลออกมาระหว่างขา รำพึงอ้าปากค้างร้องกรี๊ดเสียงดัง

บริเวณหน้าเรือน คุณหญิงมณีกับแจ่มเดินกลับมาด้วยกัน
“เสียดายจริง อีกนิดเดียวเองนะเจ้าคะท่านขุนก็จะได้ไปเจอหลวงพ่อแล้ว ท่านขุนไวไม่น่ามาขวางไว้เลยนะเจ้าคะ”
“จะว่าเขาขวางก็ไม่ถูก งานบ้านงานเมืองก็ต้องมาก่อนเรื่องส่วนตัว”
คุณหญิงพูดจบ เสียงผาดก็ดังขึ้น
“คุณหญิงเจ้าขา คุณรำพึงเจ้าค่ะ”
“รำพึงทำไม” คุณหญิงมณีถาม
“หรือว่าคุณรำพึงทำอะไรนังชุ่ม” แจ่มถาม
“คงทำไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ เพราะคุณรำพึงแท้งลูกเจ้าค่ะ” ผาดบอก
คุณหญิงกับแจ่มตกใจ

ภายในห้องหอ รำพึงใบหน้าซีดเซียว นอนร้องไห้กระซิกๆ จวงนั่งร้องไห้โฮอยู่ที่พื้นเสียใจแทนนายสาว
“ทูนหัวของบ่าว ทำไมต้องมาเป็นแบบนี้... นี่เพราะนังชุ่มคนเดียว”
คุณหญิงมองรำพึงอย่างเห็นใจ ให้ร้ายแค่ไหนยังไงก็ลูกผู้หญิง คุณหญิงเข้าไปลูบหัวรำพึง
“ไม่เป็นไรนะหนูรำพึง รักษาตัวให้หายก่อน ไม่ต้องคิดอะไรมาก วันหนึ่งเขาต้องกลับมาหาเรา”
รำพึงเหล่ตามองคุณหญิงมณีแล้วแสร้งตอบ
“เจ้าค่ะคุณแม่”
ขุนพิทักษ์เปิดประตูพรวดพราดเข้ามา
“น้องรำพึง !”
รำพึงร้องไห้โฮ
“คุณพี่”
ขุนพิทักษ์ปราดเข้าไปกอดรำพึง รำพึงร้องไห้โฮ
“คุณพี่ น้องขอโทษ น้องทำให้ลูกของเราตาย”
ขุนพิทักษ์เสียใจแต่ต้องปลอบ
“ไม่เป็นไร แค่น้องปลอดภัยก็ดีแล้ว”
“ว่าแต่เกิดอะไรขึ้น ทำไมหนูรำพึงถึงไปตกบันไดอยู่ที่เรือนท้ายสวน”
รำพึงกับจวงสบตากันแว่บหนึ่ง แล้วรำพึงก็หาทางออก
“รำพึงไม่อยากพูดถึง เรื่องที่เกิดขึ้นคิดเสียว่าน้องกับลูกไม่ได้ทำบุญร่วมกันมา”
ขุนพิทักษ์จ้องหน้ารำพึงอย่างคาดคั้น
“น้องรำพึงบอกความจริงกับพี่ เกิดอะไรขึ้น”
รำพึงปั้นหน้าเศร้า

บริเวณโถงเรือนคุณหญิง ขุนพิทักษ์เขย่าร่างชุ่มอย่างแรง ใบหน้าชุ่มมีรอยฟกช้ำที่มุมปากจากการถูกตบ
“นังชุ่ม เอ็งฆ่าลูกข้า ! ทำไมเอ็งเลวแบบนี้”
ชุ่มร้องไห้บอก
“ข้าเปล่านะท่านขุน”
“พ่อพิทักษ์หยุดเดี๋ยวนี้”
คุณหญิงมณีสั่ง ขุนพิทักษ์ไม่ยอมหยุด
“แม่สั่งให้หยุด !”
ขุนพิทักษ์หยุด คุณหญิงเข้าไปขวางระหว่างขุนพิทักษ์กับชุ่ม แจ่มช่วยประคองชุ่มที่ร้องไห้จนทรงตัวไม่อยู่
“ลูกจะฟังหนูรำพึงข้างเดียวไม่ได้ ลูกต้องให้ความยุติธรรมกับชุ่มด้วย”
“นังชุ่มทำให้รำพึงแท้ง ไม่จำเป็นต้องให้ความยุติธรรมอะไรกับมัน”
“ข้าไม่ได้ทำ คุณรำพึงต่างหากที่จับข้ากรอกยาขับเลือด คุณรำพึงจะฆ่าลูกข้า”
ขุนพิทักษ์หน้ามืดตามัว
“เอ็งยังกล้าใส่ร้ายรำพึงของข้าอีกเรอะ !”
ชุ่มสะอื้น
“ข้าไม่ได้ใส่ร้าย ข้าพูดความจริง”
“ความจริงคือเอ็งมันเลว เอ็งสมควรตาย”
ขุนพิทักษ์ชักดาบจะฟันชุ่ม คุณหญิงเอาตัวขวางชุ่มไว้
“ถ้าพ่อพิทักษ์จะฆ่าชุ่มก็ฆ่าแม่ก่อนเถอะ”
“ทำไมคุณแม่ต้องปกป้องมันขนาดนี้ด้วย”
“เพราะแม่เชื่อคำพูดของชุ่ม”
“แต่ลูกไม่เชื่อ”
“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกจะฆ่าชุ่มได้ ชีวิตคนไม่ใช่ผักปลานะ และที่สำคัญในตัวชุ่มมีเลือดเนื้อเชื้อไขของลูกอยู่ ลูกจะฆ่ามันได้ลงคอรึ”
ขุนพิทักษ์จำใจยอม
“ก็ได้ ลูกจะปราณีไม่ฆ่ามัน แต่ยังไงมันก็ต้องได้รับโทษ”
ขุนพิทักษ์สั่งทาสผู้ชาย
“เอาตัวนังชุ่มไปขัง ให้มันอดข้าว อดน้ำ”
คุณหญิงมณีตกใจ
“ลูกทำแบบนี้เท่ากับลูกฆ่าเด็กในท้อง”
“ก็ให้เหมือนกับที่มันทำกับลูกของน้องรำพึง”
ขุนพิทักษ์สั่งทาส
“จับมันไป”
ทาสชายเข้าไปจับแขนชุ่ม ชุ่มยอมไปแต่โดยดี ขุนพิทักษ์มองตามแล้วเดินกลับเข้าห้องหอ แจ่มรีบเข้าไปหาคุณหญิง
“คุณหญิงเจ้าขา ช่วยชุ่มด้วยเจ้าค่ะ”
คุณหญิงมองตามชุ่มแล้วบอก
ข้าไม่ปล่อยให้มันเป็นอะไรหรอก อดทนหน่อยนะชุ่ม ข้าจะทำให้พ่อพิทักษ์กลับมาเป็นคนเดิม”

คุณหญิงคิดหนักเพื่อหาทางออก

ในเวลากลางคืน ชุ่มถูกล่ามโซ่อยู่ในห้องขังและเอามือคลำท้อง
“อย่าโกรธพ่อนะลูก พ่อเขาไม่ได้ตั้งใจ ความจริงแล้วพ่อเขารักลูกมาก”
ชุ่มนั่งน้ำตาไหลอย่างโดดเดี่ยว

เช้าวันใหม่ ภายในห้องหอ รำพึงกึ่งนอนกึ่งนั่งอยู่บนเตียง มือคลำท้อง ทอดสายตาออกไปเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ จวงถือถาดยาเข้ามา แต่เห็นท่าทางของนายสาวก็สงสาร คลานเข้าไปจับมือรำพึง
“โถ...ทูนหัวของบ่าวอย่าเสียใจไปเลยนะเจ้าค่ะ ท่านขุนพิทักษ์หลงคุณรำพึงหัวปักหัวปำขนาดนี้ ไม่นานเกินรอ คุณรำพึงต้องมีลูกใหม่แน่ๆ เจ้าค่ะ”
“ใครบอกข้าเสียใจ”
“อ้าว...”
“ข้าดีใจด้วยซ้ำที่มันตายซะได้”
จวงงง เสียงดังกว่าเดิม
“อ้าว... ทำไมล่ะเจ้าคะ”
“เพราะข้าไม่แน่ใจน่ะสิว่า ไอ้เด็กคนนี้เป็นลูกคุณพี่พิทักษ์”
“นับถี่ถ้วนแล้วหรือเจ้าคะ อาจมีเวลา วันไปวันมา ขาดๆเกินนะเจ้าคะ” จวงว่า
รำพึงตีจวง
“นี่แน่ะ เอ็งน่ะสิขาดๆเกินๆ นังจวง ข้านับถ้วนแล้วนี่ถ้ามันยังมีชีวิตอยู่ มันต้องสร้างปัญหาให้ข้าแน่นอน”
จวงนึกขึ้นได้
“เออใช่ คุณรำพึงเจ้าคะ มีคนของท่านขุนไวฝากจดหมายนี่มาเจ้าค่ะ”
จวงหยิบจดหมายออกมาจากซอกอก รำพึงคลี่จดหมายออกดู ในจดหมายเป็นลายมือขุนไว
... ระวังคุณหญิงมณีไว้ คงกำลังหาวิธีถอนคุณไสยให้ไอ้พิทักษ์ ….
“ถ้าคุณแม่จะเลือกอยู่ข้างนังชุ่ม ต่อไปข้าก็จะไม่ไว้หน้าไหนทั้งนั้น”

ภายในวัด คุณหญิงมณีคุยกับหลวงตามั่น แจ่มกับสมนั่งอยู่ด้วย
“หลวงตาเจ้าคะ เขาว่ากันว่าน้ำมนต์ช่วยทำลายคุณไสยได้ อิฉันอยากจะขอน้ำมนต์ของหลวงตาหน่อยเจ้าค่ะ”
แจ่มเสริม
“ท่านขุนพิทักษ์โดนคุณรำพึงทำเสน่ห์เจ้าค่ะ” แจ่มว่า
สมมีสีหน้าไม่สบายใจ อุทานเสียงเบาด้วยความเป็นห่วงน้องสาว
“ชุ่ม”
“เรื่องกรรม น้ำมนต์ช่วยล้างทำลายไม่ได้หรอกนะ” หลวงตามั่นบอก
“ขุนพิทักษ์โดนทำของเป็นกรรมหรือเจ้าคะ ไม่ใช่เพราะดวงตก โดนคนไม่ดีเล่นงานหรือเจ้าคะ” แจ่มถาม
“ก็ถ้าโยมขุนพิทักษ์ประพฤติตนอยู่ในศีล ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครก็คงไม่มีใครทำร้าย จริงไหม”
คุณหญิงมณียอมรับความจริง น้ำตาจุกอก สมไม่สบายใจ

บริเวณเรือนท้ายสวน คุณหญิงยกขันน้ำมนต์ขึ้นมาอธิษฐาน แจ่มเดินนำขุนพิทักษ์ที่มีหน้าตาหมองคล้ำจากฤทธิ์คุณไสย์เข้ามาคุณหญิงมณี
“คุณแม่เรียกลูกมาทำไมขอรับ ลูกจะอยู่ดูแลน้องรำพึง”
จู่ๆ ทาสชายก็โผล่มาล็อกแขนขุนพิทักษ์
“เฮ้ย ! นี่ เอ็งจะทำอะไรข้า”
ขุนพิทักษ์ดิ้นสุดแรงเกิด ทาสชายจับขุนพิทักษ์ให้ทรุดตัวนอนลงกับพื้น แจ่มเข้ามาช่วยจับขา
“คุณแม่ช่วยลูกด้วย ! พวกมันจะฆ่าลูก”
“ไม่มีใครฆ่าลูกหรอกพ่อพิทักษ์ พวกเรากำลังช่วยลูก”
“ลูกไม่ได้เป็นอะไร คุณแม่ปล่อยลูก ไอ้ชื้น นังแจ่ม ปล่อยข้า”
คุณหญิงสั่ง
“จับให้แน่นๆ”
บรรดาทาสกับแจ่มยิ่งออกแรงล็อกตัว ขุนพิทักษ์มองตาขวาง ตะโกน
“กูบอกให้ปล่อย !เอ็งไม่ฟังคำสั่งข้า เอ็งอยากหัวหลุดออกจากบ่าใช่ไหม”
คุณหญิงก้าวเข้าไปบีบปากขุนพิทักษ์แล้วราดน้ำมนต์ลงปาก ขุนพิทักษ์สะบัดหน้าหนี คุณหญิงจึงราดน้ำมนต์ลงหน้าและหัวจนเปียกโชก
ขุนพิทักษ์ขยับกลืนน้ำมนต์ลงคอแล้วเบิกตาโพลง !
จู่ๆ เกิดลมพัดกรรโชกแรงมากจนไม่มีใครทรงตัวอยู่ สมกับแจ่มจับร่างขุนพิทักษ์ไว้ไม่ไหวต่างคนต่างโซซัดโซเซ ขุนพิทักษ์ดิ้นพล่านร้องโหยหวน แต่เสียงนั้นไม่ใช่เสียงขุนพิทักษ์ในยามปกติ หากแต่น้ำเสียงนั้นทุ้มฟังดูน่ากลัว คุณหญิงมณีตะเกียกตะกายไปหาลูก
“พ่อพิทักษ์ ! พ่อพิทักษ์ !”
คุณหญิงจับตัวขุนพิทักษ์ แต่ขุนพิทักษ์สะบัดตัวกระแทกคุณหญิงจนกระเด็นไป
แจ่มกับสมร้องขึ้นพร้อมกัน
“คุณหญิง”
ทั้งสองวิ่งเข้าไปประคองคุณหญิง
เกิดเงาดำวิ่งวนอยู่อยู่ในร่างขุนพิทักษ์ก่อนจะพุ่งออกจากตัว ร่างขุนพิทักษ์กระตุกเต็มแรงแล้วหยุดค้างนิ่ง ลมพัดแรงจางหายไป
ขุนพิทักษ์อ้วกออกมาอย่างแรง
“พ่อพิทักษ์ !”
คุณหญิงกับแจ่มวิ่งไปดูขุนพิทักษ์ ถึงเห็นว่าสิ่งที่เขาออกมาคือกองเลือด กระจุกเส้นผมมากมาย คุณหญิงมณีกับแจ่มตกตะลึง
ขุนพิทักษ์สลบล้มลง
“พ่อพิทักษ์”
คุณหญิงรับร่างลูกชายไว้และเขย่าเรียกชื่ออย่างห่วงใย จวงซึ่งแอบดูอยู่หลังต้นไม้หลังเรือนถึงกับอึ้งตะลึงงัน

ในเวลาต่อมา จวงเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาในห้องหอ รำพึงยังนอนซมอยู่บนเตียง
“คุณรำพึงเจ้าขา เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ”
รำพึงตกใจ

แมวดำตัวหนึ่งเดินอยู่ในบริเวณท้ายเรือนคุณหญิงมณี รำพึงในมือถือมีดปลายแหลม เดินเข้ามาหยุดยืนมองแมวดำ
ผาดเดินถือไม้เรียวก้านเล็กๆ เข้ามาหาแมว
“ไอ้ดำ เอ็งอยู่ไหน ขโมยปลาย่างกินอีกแล้ว”
ผาดมองไปเห็นแมวดำที่นอนอยู่ไกลๆ
“หนอย...กินอิ่ม นอนหลับเชียวนะเอ็ง ไอ้แมวตะกละมาให้ข้าตี...”
ผาดเดินเข้าไปใกล้ ถึงเห็นว่า แมวดำนอนตายจมกองเลือดอันน่าสยดสยอง !
“ว้าย !”

ชุ่มนั่งซึมอยู่ในห้องขัง สมแอบย่องเข้ามาพร้อมข้าวที่ห่อด้วยใบตองกับกระบอกไม่ไผ่ที่ใส่น้ำ
“พี่สม ! พี่สมมาได้ยังไง เดี๋ยวท่านขุนรู้เข้า พี่จะเดือดร้อนนะจ๊ะ”
สมจับมือน้องผ่านลูกกรง
“ข้าเป็นห่วงเอ็งกับหลาน ท่านขุนทำร้ายเอ็งอีกแล้ว เขาผิดคำสาบาน”
ชุ่มน้ำตาคลอ
“ท่านขุนทำไปเพราะไม่รู้ตัว พี่สมอย่าถือโทษท่านขุนเลยนะจ๊ะ”
“ต้องให้เอ็งกับลูกตายเลยหรือไงถึงจะรู้ตัว”
ชุ่มน้ำตาตก สมเห็นน้องร้องไห้เลยอ่อนลง
“ข้าขอโทษ”
สมยื่นข้าว ยื่นน้ำให้น้อง
“กินซะ เอ็งจะได้มีแรงอยู่รอท่านขุนของเอ็ง ข้าหวังแค่ว่าคุณหญิงท่านจะทำสำเร็จ”
“คุณหญิงทำอะไรเหรอพี่สม”

ขุนพิทักษ์นอนหน้าซีดเซียวอยู่บนเตียงในเรือนท้ายสวน คุณหญิงใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้ลูกชายอย่างอ่อนโยน
“คราวนี้ท่านขุนน่าจะหลุดจากฤทธิ์มนต์เสน่ห์แล้วนะเจ้าคะ” แจ่มบอก
“ข้าก็ภาวนาให้เป็นอย่างงั้น”
“คุณรำพึงนี่ก็เหลือเกินเลยนะเจ้าคะ จะรู้บ้างไหมว่าสิ่งที่ตัวเองทำกำลังจะฆ่าท่านขุนทางอ้อม”
คุณหญิงมณีจับมือลูกชาย
“ข้าเองก็ฆ่าพ่อพิทักษ์ทางอ้อม”
คุณหญิงมณีนึกถึงตอนที่บังคับให้ขุนพิทักษ์แต่งงานกับรำพึงแล้วก็มีสีหน้าเศร้าอย่างเห็นได้ชัด
“คุณหญิงอย่าโทษตัวเองเลยเจ้าค่ะ ตอนนั้นคุณรำพึงยังไม่แสดงธาตุแท้ออกมา บอกไปใครจะเชื่อว่าคุณรำพึงจะร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้”
ทันใดนั้นเสียงกรี๊ดของจวงดังออกมาจากนอกเรือน คุณหญิงมณีกับแจ่มหันไปทางต้นเสียง

คุณหญิงมณีกับแจ่มวิ่งมาถึงสวน เจอจวงปิดตา ร้องกรี๊ดๆ อยู่
“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย”
คุณหญิงมณีกับแจ่มวิ่งเข้าไปดู
“เกิดอะไรขึ้นนังจวง”
“งูเห่าเจ้าค่ะ ตัวมันใหญ่กว่าแขนจวงอีกเจ้าค่ะ”
“มันอยู่ไหน”
จวงชี้ไปที่พุ่มไม้
“ตรงนั้นเจ้าค่ะ”
“แจ่ม รีบไปตามใครมาจับงูออกไปที เดี๋ยวไปฉกใครเข้า”
แจ่มวิ่งออกไป
“เจ้าค่ะ”
จวงลอบยิ้มสมใจที่แผนได้ผล

ที่เรือนท้ายสวน ขุนพิทักษ์ยังนอนอยู่บนเตียง ประตูถูกเปิดออก รำพึงก้าวเข้ามาในห้องอย่างรีบร้อนมาหยุดยืนที่ข้างขุนพิทักษ์ที่กำลังเพ้อเรียก
“ชุ่ม...ชุ่ม”
รำพึงเม้มปากแน่นด้วยความโมโห
“รักนังชุ่มมันนักใช่ไหม”
รำพึงเปิดกระปุกเลือดแมวดำ แล้วนึกถึงคำพูดของหมอไสย์
“เจ้าจงกลับไปเอาเลือดของเดรัจฉานให้ผัวเจ้าได้ลิ้มรส ได้สัมผัสกลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นกายของเจ้า เพียงเท่านี้เขาก็จะเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว”

รำพึงเปิดฝากระปุกแล้วป้ายไปปากขุนพิทักษ์ แล้วพึมพำ
“ใจเป็นของกู ตัวเป็นของกู เสพสมกายกู เสน่หาเพียงกู”
ขุนพิทักษ์ยังเพ้อเรียก
“ชุ่ม...ชุ่ม”
รำพึงบริกรรมคาถาต่อเนื่อง

ทาสชายคนหนึ่งกำลังใช้ไม้แหวกหางูในพุ่มไม้ คุณหญิงยืนชะเง้อมอง แจ่มหลบหลังคุณหญิงด้วยความกลัวงู คุณหญิงถาม
“เจอไหม”
“ไม่เจอเลยขอรับ”
“มันอยู่ในพุ่มไม้แน่หรือนังจวง”
จวงไม่ตอบเอาแต่ชะเง้อมองไปทางเรือนท้ายสวน คุณหญิงมองตามสายตาจวงอย่างสงสัย คุณหญิงเอะใจแล้วเรียกเสียงดังขึ้น
“นังจวง !”
“คะ เจ้าคะ”
“เอ็งมองหาอะไรของเอ็ง” คุณหญิงมณีถาม
“เอ่อ...มอง มองหางูเจ้าค่ะ เผื่อว่ามันจะเลื้อยไปแถวๆ โน้นเจ้าค่ะ”
“แต่เมื่อตะกี้บอกเลื้อยเข้าไปในพุ่มไม้” แจ่มบอก
“งูมันเลื้อยเข้าไปในพุ่มไม้ได้อย่างเดียวหรือไง มันเห็นคนเยอะๆ มันก็อาจจะตกใจเลื้อยไปทางอื่นก็ได้”
คุณหญิงจ้องจวงอย่างสงสัย จวงเห็นสายตาคุณหญิงก็ชักสายตาหลบตามประสาวัวสันหลังหวะ

“มีงูจริงหรือเปล่า” คุณหญิงมณีถาม
จวงรีบโกหกอย่างกลัวๆ
“จริงสิเจ้าคะ งูตัวเบ้อเร้อ”
คุณหญิงสงสัยมาก หันกลับไปที่เรือนท้ายสวน
“คุณหญิงจะไปไหนเจ้าคะ”
“ข้ากลัวว่างูพิษมันจะเลื้อยเข้าไปหาลูกชายข้าถึงในเรือนท้ายสวน”
คุณหญิงเดินเร็วๆ กลับไป แจ่มวิ่งตามไป
จวงพึมพำ
“ตายๆๆ คุณรำพึงเจ้าขา ทูนหัวของบ่าว เร็วๆ เข้านะเจ้าคะ”
จวงวิ่งตามไป

คุณหญิงมณีกับแจ่มเดินเร็วๆ เข้ามาด้วยห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับขุนพิทักษ์ พบแต่ขุนพิทักษ์ยังนอนอยู่ในห้องเหมือนเดิม คุณหญิงมณีเข้าไปหาและจับใบหน้าขุนพิทักษ์สำรวจความเรียบร้อย แจ่มวิ่งดูตามหน้าต่าง ตรวจว่ามีอะไรผิดปกติไหม แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ
“ไม่มีอะไร ไม่มีใครเลยเจ้าค่ะ แต่แจ่มว่านังจวงมันต้องมีแผนชั่วอะไรแน่ๆ เจ้าค่ะ”
ขุนพิทักษ์ค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นแต่ยังมีอาการมึนๆ
คุณหญิงมณีประคองลูกชาย
“พ่อพิทักษ์ ! พ่อพิทักษ์เป็นยังไงบ้างลูก”
ขุนพิทักษ์มองไปรอบๆ งุนงง
“ลูกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
คุณหญิงมณียังไม่ทันได้คำตอบก็ปวดหัวจี๊ด
“โอ๊ย ! ลูกปวดหัว”
ขุนพิทักษ์ก็ขย้อนอยากจะอ๊วก

คุณหญิงมณีนึกถึงตอนที่จับขุนพิทักษ์กรอกน้ำมนต์เข้ามาในหัว
“คุณแม่ทำอะไรกับลูกขอรับ คุณแม่เอาอะไรให้ลูกกิน”
“น้ำมนต์หลวงพ่อจะทำให้สิ่งชั่วร้ายออกจากตัวลูก”
เสียงรำพึงดังขึ้นมา
“หรือจะทำให้คุณพี่ตายกันแน่คะคุณแม่”
จวงประคองรำพึงเข้ามาหาขุนพิทักษ์ ขุนพิทักษ์ได้ยินเสียงรำพึงก็รีบโผเข้าไปหา
“น้องรำพึง...พี่ปวดหัวเหลือเกิน”
“โถๆ คุณพี่ของน้อง”
“น้ำมนต์ไม่ทำให้พ่อพิทักษ์ตายหรอก ถ้าจะตายก็น่าจะเป็นเพราะของอย่างอื่นมากกว่า” คุณหญิงมณีบอก
รำพึงจ้องตาคุณหญิง
“คุณพี่ดูคุณแม่สิคะ เชื่อเรื่องไม่เป็นเรื่อง”
“คุณแม่อย่าทำแบบนี้อีกนะขอรับ ไม่ต้องเอาน้ำมนต์บ้าบอ อะไรมาให้ลูกกินอีก ลูกไม่กิน ลูกไม่เชื่อ”
จวงหัวเราะขำกิ๊ก คุณหญิงมณีหันขวับมอง จวงหยุดวูบ
“ไปพักเถอะค่ะคุณพี่ น้องจะดูแลคุณพี่ไม่ให้ใครมาทำแบบนี้กับคุณพี่ได้อีก”
รำพึงจ้องตาประกาศสงครามกับคุณหญิงมณี
“นังจวง ช่วยข้าประคองคุณพี่ขึ้นเรือน”
“เจ้าค่ะทูนหัวของบ่าว”
จวงยิ้มเยาะแจ่มเดินไปหน้าตากวนๆ
“หืม อีคางคกรับใช้ มันน่าตบนัก ฮึ้ย เราไม่น่าหลงกลนังจวงมันเลยนะเจ้าคะ ไม่งั้นป่านนี้ท่านขุนอาจหายกลับมาเป็นปกติแล้ว เอ๊ะ..หรือว่าน้ำมนต์จะไม่ได้ผลเจ้าคะ”
คุณหญิงถอนใจอย่างเสียดายในโอกาส

บริเวณกุฏิหลวงตามั่น คุณหญิงมณีพนมมือคุยกับหลวงตาด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“หลวงพ่อช่วยด้วยเถอะเจ้าค่ะ ท่าทางของที่แม่รำพึงทำใส่พ่อพิทักษ์จะแรงมาก น้ำมนต์ถึงทำอะไรไม่ได้”
“พลังอำนาจพระพุทธคุณอยู่เหนือสิ่งอื่นใดไม่มีอะไรมาเทียบได้”
“งั้นก็หมายความว่า ท่านขุนโดนทำของใส่กลับไปอีกเหรอเจ้าคะ”
หลวงตานิ่ง คุณหญิงมณีร้อนใจ
“แล้วอย่างนี้อิฉันควรจัดการอย่างไรดีเจ้าคะ”
“ตอนนี้ตัวกับใจของท่านขุนแยกกันอยู่ ต้องตามหาใจเขาให้เจอ หาทางให้ใจของเขากลับมาแล้วสติก็จะเกิดกับตัว”
“ใจของพ่อพิทักษ์แล้วอิฉันจะไปหาที่ไหน”
“พ่อแม่เป็นผู้สร้างกาย ปู่ ย่า ตา ยายเป็นผู้สร้างจิตวิญญาณ บรรพบุรุษจะเป็นผู้ชี้ทาง และจะคอยปกป้องคุ้มภัย”
หลวงตามั่นพูดจบแค่นั้นก็หลับตาลง คุณหญิงมณีได้ปริศนาที่ต้องหาคำตอบ

บริเวณเงียบๆในเรือนคุณหญิงมณี จวงตะลึง ตกใจ
“หา ! คุณรำพึงจะให้จวงไปเติมของที่ป่าช้าตอนนี้ เอ่อ..ทำไมคุณรำพึงไม่ไปเองล่ะเจ้าคะ”
“คุณพี่ติดข้าแจ ถ้าข้าหายไปคุณพี่ต้องอยู่ไม่สุขแน่”
“แต่จวงกลัวผีนี่เจ้าคะ”
“เอ็งมัวแต่กลัว แล้วถ้าของในตัวคุณพี่หมดเพราะฤทธิ์น้ำมนต์ของนังคุณหญิง เอ็งกับข้าก็คงจะ...”
จวงแทรกทันที
“หัวหลุดออกจากบ่า”
“รู้แล้วก็ดี”
รำพึงยัดกระปุกเลือดใส่มือจวง
“นี่เลือดแมวดำ เอาไปจัดการเทใส่หุ่นราณีกำหนัด ส่วนข้าจะบริกรรมคาถาอยู่ที่นี่”
รำพึงเดินขึ้นเรือนไป
“หัวโกร๋นแน่อีจวง ฮือๆ”

จวงเดินกอดกระปุกเลือดไปยังป่าช้า สายตาสอดส่องไปรอบๆด้วยความหวาดหวั่น
“ถ้าอยากกินเลือดก็อย่ามาหลอกมาหลอนกันนะจ๊ะ”
เท้าของใครบางคนเดินตามจวงอยู่ห่างๆ จวงได้ยินเสียงเดินก็หยุดชะงักเพราะคิดว่าผี
“เอาแล้วไง...ใกล้ป่าช้าปุ๊บ ออกอาละวาดปั๊บ ฮือๆ”
จวงรีบเดินเร็ว เท้าใครคนนั้นเดินตาม จวงหันขวับไปมองแต่ไม่เห็นใคร

เท้าใครคนนั้นคือ แจ่มที่กำลังมองหาจวง
“นังจวงหายไปไหนแล้ววะ เร็วฉิบ”
แจ่มมองหาจวง ที่หลังต้นไม้จวงแอบดูอยู่
“ว่าแล้วเชียว ผีที่ไหนจะตีนหนักขนาดนี้”

ในเวลาต่อมา แจ่มรายงานคุณหญิงมณี
“นังจวงมันเดินไปทางป่าช้าเจ้าค่ะ แต่จู่ๆ มันก็หายไปเจ้าค่ะ”
“มันเห็นเอ็งหรือเปล่า”
“ไม่เจ้าค่ะ”
“ดี อย่าให้มันรู้ตัว คอยตามดูมันไว้ หาทางรู้ให้ได้ว่ารำพึงทำเสน่ห์ใส่พ่อพิทักษ์ยังไง เราจะได้หาทางทำลายมัน”
คุณหญิงมณีดวงตามุ่งมั่น

บริเวณศาลาเรือนไทย รำพึงตกใจ
“นังแจ่มตามเอ็งไป”
ขุนพิทักษ์นอนหลับอยู่บนเตียง รำพึงกับจวงจึงต้องคุยกันเงียบๆ
“เจ้าค่ะ คุณหญิงต้องสั่งนังแจ่มให้สะกดรอยตามจวงแน่ๆ เจ้าค่ะ มิน่า... เมื่อเย็นตอนอยู่ในครัว จวงเห็นนังแจ่มเอาแต่มองจวง หนอย...คิดจะสอดแนมกันล่ะสิ ว่าคุณรำพึงทำของไว้ที่ไหน”
รำพึงสายตาเหี้ยมบอก
“นังคุณหญิงมันจะยุ่งเรื่องของข้ามากเกินไปแล้ว เห็นทีจะปล่อยไว้ไม่ได้!”

ในเวลากลางคืน ชุ่มนั่งเศร้าอยู่ จังหวะนั้น ประตูห้องขังเปิดออก ชุ่มตกใจ ชุ่มมองไปรอบๆ ไม่เห็นใคร ชุ่มร้องถาม
“ใครน่ะ”
ไม่มีเสียงตอบ เสียงเดียวที่ชุ่มได้ยินคือเสียงร้องของขุนพิทักษ์เหมือนถูกทรมาน บวกเสียงโซ่ตรวนกระทบกัน
“โอ้ย! ปล่อยข้า ปล่อยข้า ปล่อย โอ๊ย”
เสียงขุนพิทักษ์ดังขึ้นพร้อมๆกับมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง
“ท่านขุน!”
เสียงร้องอย่างทุกข์ทรมาน ชุ่มพยายามพังกรงขังจนประตูเปิดออกให้ได้
บริเวณกลางป่า ชุ่มวิ่งมายืนอยู่กลางป่าหมอกหนาทึบ ชุ่มยังได้ยินเสียงร้องของขุนพิทักษ์อย่างต่อเนื่อง
“ท่านขุนอยู่ไหนเจ้าคะ...ท่านขุน”
หมอกควันจางลง ภาพที่เห็นตรงหน้า คือภาพขุนพิทักษ์ถูกจองจำด้วยโซ่ตรวน ที่ขา แขน และคอ ดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้น ชุ่มวิ่งเข้าไปหา
“ท่านขุน!”
แต่ชุ่มต้องชะงักเมื่อโซ่ที่ล่ามคอขุนพิทักษ์ถูกกระชากตรึงคอให้ทรมาน
“อ๊าก!”
รำพึงในชุดสีแดงเลือด ถือโซ่ที่ล่ามคอขุนพิทักษ์อยู่ในมือ รำพึงตวัดสายตาคมกริบ เลือดเย็น ก่อนบริกรรมคาถา
“ใจเป็นของกู ตัวเป็นของกู เสพสมกายกู เสน่หาเพียงกู”
รำพึงกระตุกโซ่ที่ล่ามคอขุนพิทักษ์อีกครั้ง ขุนพิทักษ์ต้องคลานตามรำพึงด้วยความเจ็บปวด
ชุ่มร้องห้ามรำพึง
“คุณรำพึง พอเถอะเจ้าค่ะ อย่าทำร้ายท่านขุนอีกเลย”
ชุ่มวิ่งเข้าจะไปช่วย แต่ต้องกระเด้งออกมา เพราะถูกแรงผลักของพลังบางอย่าง ชุ่มเห็นสัมภเวสีเป็นควันสีดำเข้าบดบังขุนพิทักษ์และรำพึงอยู่
รำพึงหัวเราะอย่างสะใจ ผสมปนเปกับเสียงโอดครวญ รำพึงยังกระชากโซ่ที่คอขุนพิทักษ์ต่อไป
“คุณพี่เป็นของข้า เป็นของของข้า”
ชุ่มวิ่งเข้าไปอีกแต่ก็ต้องกระเด็นเพราะกลุ่มควันสีดำ ชุ่มตะโกนบอก
“ท่านขุน... คุณรำพึงปล่อยท่านขุนเถอะเจ้าค่ะ”
ขุนพิทักษ์หันไปมองชุ่มด้วยแววตาเจ็บปวด
“ชุ่มข้ารักเอ็ง”
“ท่านขุน”
ขุนพิทักษ์ยื่นมือทีมีโซ่ตรวนไปหาชุ่มที่ยื่นมือไปหาขุนพิทักษ์เช่นกัน แต่จังหวะที่มือใกล้จะสัมผัสถึงกัน รำพึงก็กระตุกโซ่อีกครั้งจนมือขุนพิทักษ์ปัดไป สิ่งที่ชุ่มคว้าได้กลับเป็น กริช!
ฉับพลัน... ขุนพิทักษ์หายไป แต่รำพึงกลับพุ่งเข้ามาคร่อมบีบคอชุ่ม
“เอ็งต้องตาย เอ็งต้องตาย”
ชุ่มดิ้นหนี สายตาชุ่มตวัดไปที่กริชในมือ แสงกริชเรืองรอง ชุ่มตัดสินใจใช้กริชแทงเข้าไปที่หัวใจรำพึง รำพึงร้องกรี๊ด! เสียงดัง

ภายในห้องขัง ชุ่มสะดุ้งเฮือกตื่นจากฝัน นั่งหอบเหนื่อยทบทวนความฝัน
“ท่านขุน!”
ชุ่มมองที่มือตนที่ได้สัมผัสกริช
“กริชของท่านขุน!”

ภายในห้องหอ กล่องกริชร่วงลงพื้น กริชหลุดออกมาจากกล่อง ขุนพิทักษ์กับรำพึงตกใจตื่น
“อะไรเหรอคะคุณพี่”
ขุนพิทักษ์ลุกลงมาจากเตียงเดินไปที่กล่องกริชที่ตกอยู่ที่พื้น
“กริชประจำตระกูลของพี่ ตกมาได้ยังไง”
“ไว้ฟ้าสาง...น้องจะจัดการนังจวงให้เจ้าค่ะ แค่เก็บข้าวเก็บของยังไม่เรียบร้อยมันน่านัก!”
ขุนพิทักษ์หยิบกริชจะเก็บเข้ากล่อง ทันทีที่ขุนพิทักษ์หยิบกริช ภาพในหัวของขุนพิทักษ์ก็ปรากฏขึ้น

พระยาเทวราชเคยบอกว่า
“กริชนี่เป็นของบรรพบุรุษที่ตกทอดกันมา นับตั้งแต่นี้มันจะเป็นของลูก”
“เจ้าคุณพ่อ”
ทันใดนั้น ขุนพิทักษ์ก็เริ่มมีอาการปวดหัวขึ้นมาทันที จนรำพึงแปลกใจ
“คุณพี่!”

เสียงพระยาสุรเดชดังก้องเข้ามาในหัวพิทักษ์อีกครั้ง
“ลูกต้องดำรงตนเป็นคนดี เพื่อลมหายใจสุดท้ายของพ่อ สัญญากับพ่อ”
“ลูกสัญญา!”
เสียงฟ้าฟาดเปรี้ยง

ขุนพิทักษ์ปวดหัวอย่างรุนแรง ตัวกระตุก ในมือกุมกริชแน่น ขุนพิทักษ์ทรุดลงไปนั่งเอาอีกมือกุมหัวร้อง รำพึงตกใจรีบลงมาจากเตียง พุ่งไปหาขุนพิทักษ์
“คุณพี่เป็นอะไรไปคะ คุณพี่”
“พี่ปวดหัว..โอ้ย!”
รำพึงแปลกใจที่ขุนพิทักษ์มีอาการแบบนี้
“ทำไมคุณพี่เป็นแบบนี้ไปได้ เมื่อกี้ยังดีดีอยู่เลย”
รำพึงพยายามจะประคองขุนพิทักษ์ที่ยังร้องอย่างต่อเนื่อง มือที่กำกริชยกมากุมหัว รำพึงตวัดสายตามองไปที่กริช
“หรือว่า”
รำพึงตัดสินใจดึงกริชออกจากมือ ขุนพิทักษ์สงบลงเหมือนปลิดทิ้ง
“หายแล้ว...ไม่ปวดแล้ว”
รำพึงกำกริชไว้แน่น แต่แสร้งทำเปลี่ยนเรื่อง
“โถ... คนดีของน้อง คุณพี่คงทำงานเหนื่อยเกินไป จนเอากลับมาปวดหัวที่เรือนไปนอนต่อเถอะ...นะคะ”
รำพึงตวัดตาไปมองกริชในมือ
“เดี๋ยวกริชนี่น้องจะเก็บให้เอง”
ขุนพิทักษ์เดินไปนอนที่เตียงอย่างว่าง่าย รำพึงมองกริชในมืออย่างระแวง

เช้าวันใหม่ ที่บริเวณห้องขัง คุณหญิงมณีถามชุ่มด้วยความประหลาดใจ
“เอ็งฝันถึงกริชประจำตระกูลของข้า”
“เจ้าค่ะ”
“มันจะเป็นลางบอกเหตุอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ คุณหญิง ยิ่งฝันตอนฟ้าใกล้สางแบบนี้โบราณว่าแม่นนักแม่นหนานะเจ้าคะ” แจ่มว่า
“บ่าวอยากออกไปช่วยคุณหญิงเหลือเกินเจ้าค่ะ” ชุ่มบอก
“นังชุ่ม...เอ็งถูกจองจำอย่างนี้ ยังมีแก่ใจจะมาช่วยข้า”
“เจ็บใจคุณรำพึงจริงๆ ดันเก็บกุญแจห้องขังไว้ซะเอง ไม่งั้นป่านนี้คุณหญิงท่านปล่อยเอ็งไปนานแล้วนังชุ่ม”
“คุณหญิงเจ้าคะ บ่าวเชื่อว่าท่านเจ้าคุณคงอยากบอกอะไรสักอย่าง หรือว่ามันจะเป็นทางที่เราจะช่วยท่านขุนได้เจ้าคะ”
คุณหญิงมณีคิดตามคำชุ่ม แล้วก็นึกถึงคำพูดหลวงตามั่น
“พ่อแม่เป็นผู้สร้างกาย ปู่ ย่า ตา ยายเป็นผู้สร้างจิตวิญญาณ บรรพบุรุษจะเป็นผู้ชี้ทาง และจะคอยปกป้องคุ้มภัย”

คุณหญิงพยักหน้า
“ข้าคงต้องไปพึ่งหลวงพ่ออีกครั้ง!”

ภายในกุฎิ คุณหญิงมณีกราบหลวงตามั่น
“ที่หลวงพ่อเคยให้ปริศนาธรรมอิฉันไว้ หมายความถึงกริชนี่หรือเปล่าเจ้าคะ กริชจะช่วยถอนคุณไสยได้ใช่มั้ยเจ้าคะหลวงพ่อ”
“ของต่ำของชั่วจะชนะของดีของสะอาดไปไม่ได้”
แจ่มยิ้มดีใจ
“แบบนี้ถ้าได้กริชมาท่านขุนก็ต้องหายใช่มั้ยเจ้าคะ”
“เมื่อเห็นทางดับทุกข์ก็ต้องหาเหตุแห่งทุกข์ให้เจอ เมื่อหาของดีของสะอาดได้แล้วก็ต้องหาของชั่วของต่ำให้เจอ เมื่อเราได้รู้แจ้งถึงของสองสิ่งนี้ ไฟกิเลสจึงจะดับลงได้”
“เจ้าค่ะ อิฉันต้องหาให้เจอให้ได้เจ้าค่ะ อิฉันจะไม่ปล่อยให้ลูกต้องทุกข์ทรมานไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แบบนี้”
สมที่นั่งอยู่ด้านนอกได้ยินสิ่งที่คุณหญิงพูด
“กระผมขอช่วยคุณหญิงอีกแรงนึงนะขอรับ”
คุณหญิงกับแจ่มหันมองสม

ในเวลาต่อมา ประตูห้องหอเปิดผลัวะ! คุณหญิงมณีกับแจ่มพุ่งเข้ามาในห้อง
“พ่อพิทักษ์เก็บกริชไว้ในห้องนี้ รีบหาเร็วนังแจ่ม”
“เจ้าค่ะคุณหญิง”
แจ่มรีบค้นตามคำสั่ง คุณหญิงเองมณีก็ช่วยหาจนเจอกล่องกริช คุณหญิงดีใจ
“อยู่นี่เอง”
แจ่มดีใจรีบเข้ามาใกล้คุณหญิง
“หึ้ย... เปิดเลยเจ้าค่ะ”
คุณหญิงมณีเปิดกล่อง พบแต่ความว่างเปล่า
“อ้าว...ไม่มีเจ้าค่ะ”
“มันต้องมีสินังแจ่ม ลูกข้าจะเอาไปไหนได้”
จังหวะที่ทั้งสองคนกำลังง่วนอยู่กับการหากริช ประตูห้องถูกเปิดออก
“คุณแม่หาอะไรอยู่เหรอคะ” รำพึงถาม
คุณหญิงมณีกับแจ่มหันขวับ เห็นรำพึงกับขุนพิทักษ์เดินเข้ามา
“ตายละวา งานนี้”
ขุนพิทักษ์สายตากร้าวถาม
“นังแจ่ม เอ็งเข้ามาทำอะไรในห้องข้า”
แจ่มกลัวลนลาน พูดอึกอัก
“เอ่อ...คือ...คือว่า”

“แม่กับนังแจ่มเข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยว่ามีอะไรขาดตกบกพร่องไปหรือเปล่า”
“ใช่เจ้าค่ะ...แจ่มมาช่วยคุณหญิงท่านตรวจดูความเรียบร้อย” แจ่มพูดเสริม
“ทำไม หรือว่าแม่เข้ามาไม่ได้”
รำพึงหน้าแสยะแบบไม่อยากจะเชื่อ เลยชงใส่
“รำพึงกลัวแต่ว่าคุณแม่จะมาตรวจหาของชั่ว ของต่ำที่คุณแม่เชื่อว่ารำพึงทำใส่คุณพี่มากกว่ากระมังคะ แบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับรำพึงเลยนะคะคุณพี่ ความเชื่อของคุณแม่จะทำให้รำพึงกลายเป็นจำเลยในสายตาคุณพี่อีกแล้ว”
คุณหญิงมณีมองรำพึงอย่างคนรู้ทัน
“ถ้าแม่รำพึงไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับของโสมมพวกนั้น แล้วจะกลัวไปทำไม”
รำพึงทำสำออย
“ดูสิคะคุณพี่ คุณแม่หาเรื่องปรักปรำน้องไม่จบไม่สิ้น”
“พอทีขอรับคุณแม่ คุณแม่เลิกเอาเรื่องงมงายพวกนี้มาทำลายชีวิตลูก ชีวิตน้องรำพึงเสียที” ขุนพิทักษ์หันไปฟัดแจ่ม
“เอ็งด้วยนังแจ่ม ไม่งั้นข้าไม่เอาเอ็งไว้แน่”
คุณหญิงมณีน้ำตารื้น
“ลูกจะฆ่าแม่ด้วยอีกคนก็ได้นะพ่อพิทักษ์”
“คุณแม่”
“แม่แค่อยากให้ลูกกลับมามีสติ รู้ผิดรู้ชอบด้วยตัวลูกเอง ไม่ใช่มีใครบงการ”
“ไม่มีใครบงการลูกทั้งนั้น น้องรำพึงเป็นเมียที่ลูกรัก เป็นสะใภ้ที่คุณแม่เลือกไม่ใช่เหรอขอรับ”
คุณหญิงมณีอึ้งไป

บริเวณศาลาท่าน้ำ คุณหญิงมณีลงนั่งด้วยความปวดใจ
“ถ้าแม่รู้ว่าสิ่งที่แม่เลือกมันจะทำร้ายลูกแบบนี้ แม่คงไม่...”
ไม่ทันขาดคำ เสียงรำพึงก็ดังแทรกขึ้นมา
“สายไปแล้วค่ะคุณแม่ เพราะคุณแม่เลือกแล้ว”
รำพึงเดินเข้ามาประกาศสงคราม
“แม่รำพึง”
“คุณรำพึงจะพูดจะทำอะไรน่าจะเกรงใจคุณหญิงท่านบ้างนะเจ้าคะ” แจ่มว่า
“ขี้ข้าอย่าสะเออะ”
รำพึงหันไปใส่คุณหญิงต่อ
“ที่รำพึงมานี่เพราะอยากจะบอกให้คุณแม่ทราบว่า รำพึงรักและไม่เคยคิดจะทำร้ายคุณพี่ คุณแม่อย่าเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาใส่หัวคุณพี่อีก”
คุณหญิงมณียืนประจันหน้า
“วันหนึ่งความจริงต้องปรากฏ และข้าจะทำให้ลูกข้าได้เห็นว่าใครมันทำอุบาทว์อะไรไว้กับลูกข้าบ้าง”
รำพึงยิ้มตอบ
“ขอให้มีวันนั้นเถอะค่ะ...คุณแม่”
รำพึงมองตอบอย่างไม่กลัวก่อนจะเดินออกไปอย่างผู้ชนะ คุณหญิงมณีทรุดนั่งน้ำตาซึม
“ข้าผิดเองนังแจ่ม...ข้าผิดเอง”

ในเวลาต่อมา จวงเดินถือห่อผ้ากับจอบเข้ามาที่ป่าช้า หันซ้ายหันขวาดูทุลักทุเล
“ทูนหัวของบ่าวนะทูนหัวของบ่าว กะอีแค่ของอันเดียว ทำไม๊ ทำไมต้องให้มาฝังถึงในป่าช้านี่ด้วย ต่อให้เป็นกลางวันก็เถอะ อีจวงก็ยังเสียวสันหลังอยู่ดี บรึ้ย!”
จวงทำท่ากลัวแต่จำต้องเดินต่อไป ไม่ไกลนัก สมที่กำลังแอบซุ่มดูจวงอยู่

เมื่อตอนที่คุณหญิงมณีมาปรึกษากับหลวงตามั่น ได้มานั่งคุยกับสม
“ข้าจะไปเอากริชกับนังแจ่ม ส่วนเอ็งตามดูนังจวงให้ข้า”
“ขอรับคุณหญิง”
“นังจวงมันต้องช่วยนายมันทำชั่วอะไรสักอย่างแน่ๆ ข้าเคยเห็นมันไปผลุบๆโผล่ๆ อยู่แถวป่าช้า”

สมมองตามจวงแล้วค่อยเดินตามจนมาหยุดที่เนินดิน
“ฝังไว้แถวนี้แหละวะ ถ้าเดินเข้าไปลึกไปกว่านี้ อีจวงได้วิ่งป่าราบแน่”
จวงวางห่อผ้าแล้วลงมือขุดหลุม ผ้าที่วางอยู่เผยให้เห็นด้ามกริช
“ทำไมกริชอยู่กับนังจวง”
สมขยับตัว เท้าไปเหยียบกิ่งไม้ จวงได้ยินสะดุ้งเฮือก สมตกใจ รีบหลบทันที
“ใครวะ...ใครอยู่ตรงนั้น เอาล่ะสินังจวง ออกมานะโว้ย”
จวงกำจอบแน่นพร้อมฟัน จวงค่อยๆเดินไปที่พุ่มไม้ที่สมแอบอยู่ จวงแหวกพุ่มไม้ แต่ไม่มีใครอยู่
“ไม่มีคน งั้นก็ต้องเป็น...ผะ ผะ...”
จวงรีบปิดปากตัวเองแล้วรีบแจ้นไปขุดดินรีบเอากริชฝังแล้วกลบ สมแอบซุ่มดูอยู่ที่อีกมุมหนึ่ง

บริเวณที่ขังชุ่ม คุณหญิงหันขวับมาที่สม
“นังจวงมันเอากริชไปฝังที่ป่าช้าเหรอ”
“ขอรับคุณหญิง กระผมเห็นกับตา”
แจ่มตีตักตัวเองดังเพี๊ยะ!
“นั่นไง อีนังจวง เรื่องชั่วๆนี่ถนัดนัก”
“จะว่านังจวงมันคนเดียวก็ไม่ได้ ถ้าหัวมันไม่สั่ง หางมันก็ไม่กระดิกหรอก” คุณหญิงมณีว่า
“แล้วทำไมคุณรำพึงถึงต้องเอากริชไปฝังด้วยเจ้าคะ”
“บางทีคุณรำพึงอาจจะรู้ว่ากริชมีอำนาจถอนคุณไสยได้”
“โห้ย...สงสัยจะมีพวกผีห่าซาตานคอยเป็นพรายกระซิบ รู้ทันเราไปทุกเรื่อง” แจ่มว่า
“คุณหญิงจะทำยังไงต่อไปขอรับ”
“คืนนี้ข้าจะไปเอากริชคืนมา เอ็งต้องไปกับข้าไอ้สม”
“ได้ขอรับ” สมรับปาก
“คุณหญิงไม่ต้องลงมือเองหรอกเจ้าค่ะ เดี๋ยวแจ่มไปกับไอ้สมเอง” แจ่มบอก

บ่วงบาป ตอนที่ 10 (ต่อ)


“เรื่องนี้ข้าต้องทำเอง ข้าต้องปกป้องลูกหลานข้าด้วยมือข้าเอง เผื่อถ้าเราโชคดีได้เจอของคุณไสย ข้าจะตรงไปให้หลวงพ่อท่านช่วยทำพิธีเลย”

“แต่คุณหญิงเจ้าคะ”
คุณหญิงมณีสั่งเฉียบขาด
“เอ็งต้องอยู่ที่นี่นังแจ่ม เอ็งต้องอยู่เป็นหูเป็นตาแทนข้า ต้องคอยดูแลลูกหลานข้า”
คำพูดของคุณหญิงเหมือนคำสั่งที่แจ่มจำต้องยอม
“เจ้าค่ะคุณหญิง”
“บ่าวอยากไปช่วยคุณหญิงเหลือเกิน แต่บ่าว...” ชุ่มว่า
“เอ็งช่วยสวดมนต์ให้พ่อพิทักษ์พ้นจากอันตรายทั้งปวงก็พอแล้วนังชุ่ม นอกจากข้าก็มีเอ็งนี่แหละที่รักลูกข้าจริง ถึงคราวที่ข้าต้องทำอะไรเพื่อเอ็งบ้าง”
คุณหญิงมณีลูบหัวชุ่ม ชุ่มน้ำตารื้น

บริเวณเรือนขุนไว รำพึงพุ่งเข้าไปกอดขุนไว
“ตอนนี้คุณแม่กำลังพยายามทำลายแผนการของเรา คุณพี่ต้องช่วยน้องนะคะ น้องไม่รู้ว่าลำพังน้องคนเดียวจะทำงานนี้สำเร็จหรือไม่ ถ้าขุนพิทักษ์มันรอดไปได้ น้องคงต้องเจ็บใจไปจนวันตาย”
“น้องจะให้พี่ทำอะไร” ขุนไวถาม
รำพึงหน้าเหี้ยมบอก
“อะไรก็ได้ที่จะทำให้คุณแม่ไม่ลุกขึ้นมาขัดขวางแผนของเรา”
ขุนไวสะอึกไปเหมือนกัน
“แต่ความจริงแล้วคุณหญิงท่านไม่ใช่คนชั่วร้าย”
รำพึงเห็นท่าว่า ขุนไวจะใจอ่อน จึงแต่งเรื่อง แสร้งร้องไห้หนัก
“ไม่ชั่วเหรอคะ...ทั้งๆที่คุณหญิงคิดจะฆ่าลูกของเราน่ะเหรอคะ”
ขุนไวตาโต
“ลูก! น้องรำพึงหมายความว่ายังไง”
“น้องท้องลูกของคุณพี่ ลูกของเรา!”
ขุนไวช็อก เข้าไปเขย่าตัวรำพึง
“ท้อง! ลูกของพี่ แล้วทำไมน้องไม่บอกพี่”
รำพึงยังคงแสดงต่อไป
“น้องไม่กล้าบอกใครทั้งสิ้นเพราะกลัวว่าถ้าพวกมันรู้ว่าลูกในท้องของน้องคือลูกของคุณพี่ พวกมันจะทำร้ายลูกของเรา แล้วก็เป็นจริง คุณหญิงมณีรู้ความลับนี้ มันบอกว่าลูกของเราจะทำให้วงศ์ตระกูลของมันแปดเปื้อน มันก็เลยวางยาน้องจนน้องต้องแท้งลูก”
“แท้ง! ลูกของพี่ตายแล้ว”
รำพึงปล่อยโฮ
“น้องขอโทษที่ปกป้องลูกของเราไม่ได้”
ขุนไวน้ำตาซึม
“ลูกพ่อ”
ขุนไวกำหมัดแน่นและปัดของที่อยู่บนโต๊ะจนกระจาย
“โธ่เว้ย!”
รำพึงแอบอมยิ้มอยู่เบื้องหลัง
“แล้วทำไมน้องเพิ่งมาบอกพี่ตอนนี้”
“เพราะนังคุณหญิงมันขู่น้องว่าจะป่าวประกาศให้ผู้คนรู้ว่าน้องเล่นชู้กับคุณพี่ และจะทำให้คุณพี่อับอาย จนหมดโอกาสก้าวหน้าในงานราชการ”
ขุนไวกัดฟันกรอด
“คุณหญิงมณี”
“ถ้าคุณพี่ทนได้ที่คุณหญิงมณีทำแบบนี้กับลูกของเรา น้องก็จะไม่อ้อนวอนอะไรคุณพี่อีก น้องจะกลับไปสู้ด้วยตัวของน้องเอง ถึงยังไงน้องก็จะต้องทำให้ไอ้ขุนพิทักษ์มันตายให้ได้..ให้สาสมที่มันทำกับน้อง”
รำพึงจะสะบัดตัวออกไป แต่ขุนไวคว้ารำพึงมากอดไว้
ขุนไวน้ำตาหยดบอก
พี่ขอสาบานว่าใครที่มันทำลายชีวิตของพวกเรา พี่จะไม่ไว้ชีวิตพวกมัน ชีวิตของลูกเรา พวกมันต้องชดใช้!”
ขุนไวพูดด้วยความเจ็บปวด ในขณะที่สีหน้าของรำพึงยิ้มด้วยความสะใจ

ตอนหัวค่ำ ขุนพิทักษ์เดินขึ้นจากเรือมาที่ท่าน้ำแล้วเดินตรงขึ้นเรือน แต่กลับต้องชะงักเมื่อเห็นหลังใครไวๆในสวน ขุนพิทักษ์มองตาม
“ไอ้สม มันยังกล้ามาเหยียบที่นี่อีกเหรอ!”

ชุ่มจับมือสม
“พี่สมดูแลคุณหญิงดีดีนะจ๊ะ”
“เอ็งไม่ต้องห่วงหรอกนังชุ่ม ข้าจะดูแลคุณหญิงท่านให้ดีที่สุด”
“พี่สมเองก็ต้องระวังตัวด้วยนะ”
“เอ็งตะหากที่ต้องระวังตัว เอ็งมีไอ้ตัวเล็กอยู่ในท้อง”
ขุนพิทักษ์ก้าวเข้ามา
“ไอ้สม เอ็งกล้าดียังไงเข้ามาหานังชุ่มถึงที่นี่”
ชุ่มตกใจ
“ท่านขุน”
ขุนพิทักษ์มองข้าวกับน้ำกองอยู่ที่พื้น
“ข้าสั่งว่าห้ามใครหน้าไหนเข้ามาให้ข้าวให้น้ำนังชุ่ม นี่เอ็งกล้ารนหาที่ตายเหรอ”
สมสุดทน
“ใครกันแน่ที่จะต้องตาย ใครกันที่ผิดคำสาบาน”
“เอ็งพูดอะไรของเอ็ง”
“พี่สมอย่า...ไปเถอะจ๊ะ พูดอะไรตอนนี้ท่านขุนก็ไม่ฟังหรอก”
“อย่าให้ข้ารู้นะว่าพวกเอ็งสมคบคิดกันทำชั่วอะไรอีก คราวนี้ต่อให้คุณแม่ขอร้อง ข้าก็จะไม่ยอมปล่อยพวกเอ็ง”
ขุนพิทักษ์มองสองพี่น้องอย่างเลือดเย็น

“รีบไปเถอะจ๊ะพี่สม”

 
สมออกไปจากบริเวณห้องขัง ขุนพิทักษ์มองอย่างไม่วางตาแล้วมาเล่นงานชุ่ม

“แม่ข้าไม่น่าอุ้มชูอสรพิษอย่างพวกเอ็งเลย”
ขุนพิทักษ์ออกไป ชุ่มนั่งเศร้า

ภายในห้องไว้โกศ ในเรือน คุณหญิงมณีปักธูป และพนมมือมองโกศของพระยาสุรเดชไมตรี ผู้เป็นสามีอย่างต้องการกำลังใจ
“เจ้าคุณพี่เจ้าคะ อิฉันกำลังปกป้องลูกจากสิ่งชั่วร้าย ขอให้เจ้าคุณพี่ช่วยเป็นแรงใจให้อิฉันทำการครั้งนี้ได้สำเร็จ เพื่อช่วยลูกของเราให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมที่เขากำลังเผชิญอยู่ด้วยเถอะนะเจ้าคะ”

เสียงเด็กหัวเราะ ขุนไวเดินมาเห็นเปลเด็ก
“ลูก...ลูกพ่อ”
ขุนไวอุ้มเด็กขึ้นมา เขายิ้มให้กับเด็กทารก เด็กยิ้มให้ขุนไว
ขุนไวเปลี่ยนยิ้มเป็นช็อกตกใจ เมื่อเห็นผ้าอ้อมของเด็กทารกที่อุ้มอยู่ในมือเต็มไปด้วยเลือด เสียงเด็กร้องไห้เหมือนจะขาดใจ ขุนไวตกใจจนโยนผ้าอ้อมลงไปที่พื้น!
ภายในห้องนอน ขุนไวตกใจตื่น เหงื่อโทรมกาย ขุนไวมองมือตัวเองด้วยความแค้น
“ลูกพ่อ พ่อจะแก้แค้นให้เจ้า!”

คืนพระจันทร์ข้างแรม ท้องฟ้ามืดดำ คุณหญิงมณีกับแจ่มค่อยๆเดินลงมาที่หน้าเรือนอย่างระแวดระวังพลางมองซ้ายขวา แล้วก็ได้ยินเสียงสม
“ทางนี้ขอรับคุณหญิง”
มุมหนึ่งใกล้ๆ สมถือห่อผ้าใส่ของเดินออกมาจากที่ซ่อน
“ไอ้สมมันรออยู่โน้นเจ้าค่ะ”
คุณหญิงมณีกับแจ่มเดินไปหาสม
“เอ็งกลับไปได้แล้วนังแจ่ม ส่งข้าแค่นี้พอ”
“ระวังตัวนะเจ้าคะคุณหญิง”
คุณหญิงมณีกับสมเดินออกไปทางหนึ่ง แจ่มชะเง้อมองตามอย่างเป็นห่วง ที่มุมหนึ่ง จวงแอบซุ่มดูผ่านพุ่มไม้
“ไอ้สมมันจะพาคุณหญิงไปไหน ดีนะเนี้ย ที่คุณรำพึงหลักแหลมให้เราเฝ้าดูความเคลื่อนไหว”
จวงค้อนวงใหญ่ก่อนรีบแจ้นไปบอกรำพึง

หน้าเรือนหอ เวลากลางคืน จวงเคาะประตูห้องรำพึง
“ทูนหัวของบ่าวเจ้าขา ตื่นก่อนเถอะเจ้าค่ะ ทูนหัวของบ่าวเจ้าขา”
รำพึงเปิดประตูห้องนอน
“อะไรของเอ็งนังจวง ดึกดื่นป่านนี้มาเคาะห้องข้า เดี๋ยวคุณพี่ก็ตื่นกันพอดี”
จวงลากรำพึงออกมา
“ยังไงก็ต้องปลุกเจ้าค่ะ บ่าวมีเรื่องด่วนจะมารายงาน”
“เรื่องอะไรของเอ็งถ้าไม่ด่วนจริงข้าจะโบยให้หลังลายเลย”
“บ่าวเพิ่งเห็นคุณหญิงมณีกับไอ้สม ไปไหนกันก็ไม่รู้เจ้าค่ะดูลับๆล่อๆ แบบนี้ด่วนพอมั้ยเจ้าคะ”
รำพึงตาวาว
“คุณแม่กับไอ้สมเหรอ”
“ใช่เจ้าค่ะ”
รำพึงเหยียดยิ้มเหมือนมีแผน
“เอ็งรีบไปส่งข่าวให้ขุนไวรู้ แล้วบอกด้วยว่าถ้าอยากเจอพวกมันให้ไปที่ป่าช้า”
“คุณรำพึงรู้ได้ยังไงเจ้าคะ”
“เออน่า รีบไปทำตามที่ข้าสั่ง เดี๋ยวนี้”
“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ”
จวงรีบออกไป
รำพึงยิ้มเหี้ยมบอก
“ตายที่ป่าช้าจะได้ฝังที่นั่นซะเลย อีแก่!”
รำพึงสีหน้าสะใจอย่างมีแผน

บริเวณป่าช้า สมถือจอบนำคุณหญิงมณีมาตรงที่ฝังกริช เสียงหมาหอนเกรียว
“ตรงนี้แหละขอรับที่นังจวงมันเอากริชมาฝัง”
“รีบขุดเอาขึ้นมา”
สมลงมือขุดดิน คุณหญิงมณีรอคอยอย่างมีความหวัง
สักพักหนึ่ง เสียงจอบกระทบกับห่อผ้า สมรีบใช้มือเกลี่ยดิน แล้วหยิบห่อผ้าขึ้นมา
“เจอแล้วขอรับคุณหญิง”
คุณหญิงมณียิ้ม สมส่งกริชให้คุณหญิง คุณหญิงเปิดผ้าออก
“ได้คืนมาแล้วเจ้าค่ะคุณพี่ อิฉันได้กริชคืนมาแล้ว”
คุณหญิงกอดกริชไว้แน่น สมยิ้มดีใจไปกับคุณหญิงด้วย
“ไอ้สม ข้าอยากให้เอ็งลองขุดหาของทำคุณไสย ไม่แน่เราอาจจะเจอมันที่นี่ เพราะนังแจ่มมันเคยเห็นนังจวงเดินมาทางป่าช้าตอนดึกๆ”
“ขอรับคุณหญิง”
สมลงมือขุด
“ขอให้ฟ้าเป็นใจกับเราด้วยเถอะ” คุณหญิงมณีบอก
สมขุดไปตาม คุณหญิงลุ้นอยากให้เจอ

รำพึงเดินลงมาจากเรือนอย่างร้อนใจ จวงวิ่งน้าเริ่ดเข้ามารายงาน
“ว่ายังไงนังจวง”
“ท่านขุนไวรับทราบทุกอย่างแล้วเจ้าค่ะ ท่านขุนไวฝากบอกว่าพอฟ้าสาง จะมาส่งข่าวคุณรำพึงที่เรือนท้ายสวนเจ้าค่ะ”
“ดีมาก”
รำพึงยิ้มร้าย
“ไม่นึกเลยว่าแผนล่อให้นังคุณหญิงไปตาย มันจะง่ายขนาดนี้”
มุมหนึ่งที่ใต้ถุนเรือน แจ่มเดินมาได้ยินถึงช็อกจนต้องปิดปากหยุดฟัง

จวงงงๆถาม

 
“แผนล่อให้คุณหญิงไปตาย ยังไงเหรอเจ้าคะทูนหัวของบ่าว”

“เอ็งนี่โง่จนหยดสุดท้ายจริงๆเลย ที่ข้าให้เอ็งไปฝังกริชกลางวันแสกๆ เพราะข้ารู้ว่านังคุณหญิงมันจับตาดูเราอยู่ และสมุนของมันจะมีใครนอกจากนังแจ่มกับไอ้สม มันสักคนต้องคาบข่าวเอามาบอกกันแน่ๆว่าเอ็งไปทำอะไรที่ป่าช้านั่น สุดท้ายพวกมันก็จะติดกับข้า อยากรนหาที่ตายนัก ข้าก็จะให้พวกมันตายสมใจ”
แจ่มถึงกับจับอกตัวเองด้วยความกลัวกับสิ่งที่ได้ยิน
“คุณหญิง!”
จวงตกใจจับแขนรำพึง
“เล่นถึงตายเลยเหรอเจ้าคะ คุณรำพึง”
รำพึงสะบัดแขนออก
“อย่ามากระแดะทำใจอ่อนตอนนี้”
“แล้วถ้าเกิดคุณหญิง เจอทั้งกริช ทั้งหุ่นรานีกำหนัดล่ะเจ้าคะ”
“ไม่มีทาง...แต่ถึงเจอก็คงไม่รอดมาแก้อาถรรพ์อะไรได้ทันหรอก เพราะมันต้องตายด้วยน้ำมือขุนไวก่อนแน่ๆ”
แจ่มอยู่ไม่ได้จะต้องรีบเตือนคุณหญิงมณี แจ่มพลิกตัวกลับ ชนของที่อยู่ใกล้ๆล้มลง โครม!
รำพึงกับจวงหันขวับ
“ใคร” รำพึงถาม
แจ่มสะดุดขาตัวเองล้มลง รีบปิดปาก
“ข้าถามว่าใคร”
แจ่มรีบถดหนี รำพึงพยักหน้าส่งสัญญาณให้จวงไปดู

บริเวณป่าช้า สมเหงื่อไหลโทรมกาย มีรอยขุดอยู่เต็มไปหมด จนสมลงจอบสุดท้าย ก่อนหมดแรง
“ไม่เจอเลยขอรับ ป่าช้าก็ไม่ได้กว้างแต่เหมือนมีอะไรบังตา”
สมลุกจะขุดต่อ คุณหญิงมณีนึกคำพูดของหลวงตามั่น
“พ่อแม่เป็นผู้สร้างกาย ปู่ ย่า ตา ยายเป็นผู้สร้างจิตวิญญาณ บรรพบุรุษจะเป็นผู้ชี้ทาง และจะคอยปกป้องคุ้มภัย”
คุณหญิงมณีจึงตัดสินใจยกกริชขึ้นมาพร้อมพนมมือไหว้
“ด้วยอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและจิตวิญญาณบรรพบุรุษโปรดช่วยชี้ทางให้ลูกรู้ด้วยเถอะเจ้าค่ะว่าของคุณไสยที่มันทำร้ายพ่อพิทักษ์อยู่ที่ใด ลูกขอเอาบุญทั้งหมดที่ลูกมีแลกกับชีวิตของลูกชายของลูก”
คุณหญิงมณีพูดจบไม่ทันขาดคำ ฟ้าก็ร้องครืนใหญ่ ก่อนที่จะมีฟ้าแล่บ และสายฟ้าฟาดลงมาที่เนินดินตรงหน้า
สมมองหน้าคุณหญิงที่ยิ้มแล้วสั่ง
“ขุดเลยไอ้สม”
“ขอรับ”
สมรีบขุดอย่างเอาเป็นเอาตาย คุณหญิงมณีลุ้น แล้วสมก็เห็นหุ่นรานีกำหนัดอยู่ใต้ดิน
“เจอแล้วขอรับคุณหญิง”
คุณหญิงมณีดีใจเป็นที่สุด
“เจอแล้ว เจอแล้วจริงๆ”

เวลากลางคืนช่วงเดียวกัน ประตูห้องขังชุ่มถูกเปิดออก จวงจิกหัวแจ่มเข้ามา รำพึงตามมาติดๆ
“สอดรู้สอดเห็นไม่เข้าเรื่อง มันต้องโดนยังงี้!”
จวงผลักแจ่มลงไปกองกับพื้นใกล้ๆชุ่ม
“โอ้ย!”
ชุ่มเข้าไปประคองแจ่ม
“คุณรำพึงทำไมทำน้าแจ่มแบบนี้ นี่มันอะไรกันน้าแจ่ม”
“นังชุ่ม คุณรำพึงจะฆ่าคุณหญิง!”
“อะไรนะ”
“ใช่ คุณหญิงของพวกเอ็งกำลังจะกลายเป็นศพไง ได้ยินชัดหรือยัง” รำพึงบอก
“ทำไมคุณรำพึงอย่าทำแบบนี้ คุณหญิงท่านก็ถือเป็นแม่ของคุณรำพึงคนนึงนะเจ้าคะ” ชุ่มบอก
“หุบปาก! ในตัวข้าไม่มีเลือดของมันสักหยด เพราะฉะนั้น มันไม่ใช่แม่ข้า”
แจ่มนึกแล้วแค้น
“คนอะไรใจโหดใจเหี้ยม ผิดมนุษย์”
จวงจิกหัวแจ่มขึ้นมาตบฉาดใหญ่ ชุ่มเข้าไปช่วยเลยโดนลูกหลงไปด้วย
“โทษฐานที่ด่าคุณรำพึงมันต้องโดนตบให้เลือดกลบปาก”
ชุ่มตัดสินใจยกมือไหว้รำพึง
“คุณรำพึง ข้าขอร้อง อย่าทำอะไรคุณหญิงเลยนะเจ้าคะ ถ้าท่านจะฆ่าก็ฆ่าข้าแทนเถอะ”
รำพึงก้มลงไปบีบปากชุ่ม
“ไม่ต้องรีบ เอ็งได้ตายสมใจแน่ แต่ตอนนี้ข้าจะให้เอ็งได้เห็นคุณหญิงกับพี่ชายสุดที่รักของเอ็งตายก่อน”
ชุ่มร้องไห้บอก
“อย่านะเจ้าคะ อย่า...”
รำพึงพูดใส่หน้า
“จำใส่กะโหลกเอาไว้ว่า ที่คุณหญิงกับไอ้สมต้องมาตายก็เพราะความไม่เจียมตัวของเอ็ง”
รำพึงสะบัดหน้าชุ่มออกไป ชุ่มล้มคว่ำ
“ขี้ข้าไร้นายอย่างพวกเอ็งสองเตรียมหลงหลุมเป็นรายต่อไปได้เลย ใช่มั้ยเจ้าคะทูนหัวของบ่าว” จวงว่า
รำพึงกับจวงหัวเราะแล้วพากันเดินออกไป จวงล๊อกประตู แจ่มพุ่งไปกระชากประตูกรงขัง แต่ทำยังไงก็เปิดไม่ออก
“อีจวง อีอกตัญญู!”
แจ่มร้องไห้ ชุ่มกับแจ่มเข้าไปกอดกัน
“ข้าเป็นห่วงคุณหญิงเหลือเกินนังชุ่ม”
ชุ่มปลอบใจตัวเองเหมือนกัน
“พี่สมต้องปกป้องคุณหญิงให้ปลอดภัย...พี่สมสัญญากับข้าแล้ว คุณหญิงต้องไม่เป็นอะไร”
ทั้งสองคนได้แต่กอดกันหมดหนทางจะช่วยชีวิตใคร

พระอาทิตย์ขึ้นที่ขอบฟ้า สมกับคุณหญิงถือห่อผ้าคนละห่อ เดินมาตามทางในป่าช้า
“ไม่นึกเลยนะขอรับว่าเวลาจะเจอ ก็เจอเอาง่ายๆ” สมบอก
คุณหญิงมณี ยิ้มอย่างมีกำลังใจขึ้น
“นี่ล่ะที่เรียกว่า ปาฏิหาริย์ ฟ้าสางแล้ว เราต้องรีบเอาของพวกนี้ไปให้หลวงพ่อช่วยทำพิธีก่อน”
“ขอรับคุณหญิง”
คุณหญิงกับสมเดินอีกสอง สามก้าวก็ต้องหยุดชะงัก เพราะขุนไวยืนขวางอยู่ตรงหน้า
“พ่อไว”
“จะรีบไปไหนกันขอรับคุณหญิง”
“ป้าจะกลับเรือน ไปไอ้สม”
คุณหญิงมณีกับสมก้าวจะไป แต่ขุนไวขยับไปขวางไว้
“ท่านขุนไว ถอยไปขอรับ”

ขุนไวเอาดาบชี้หน้าสม

 
“ทาสอย่างเอ็งไม่มีสิทธิ์พูดอย่างนี้กับข้า”

“หลีกทางเถอะพ่อไว ป้าขอ...”
“เวลาที่เมียข้าร้องขอชีวิตลูกข้า ท่านยังไม่เห็นยกให้ แล้วทำไมข้าต้องทำตามคำขอของท่าน”
“ถ้าเมียของพ่อไว หมายถึงแม่รำพึง ป้าว่าพ่อไวคงได้ฟังอะไรผิดๆมา”
“ถ้าจะผิดก็ผิดที่ตัวท่านและไอ้ลูกชั่วของท่านที่ทำลายชีวิตของข้า ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครมาเหยียบย่ำชีวิตข้าอีกต่อไป” ขุนไวพูดพลางเปลี่ยนสายตาเหี้ยม
ขุนไวเดินเข้าหาคุณหญิง สมกับคุณหญิงค่อยๆถอย สมเอาห่อผ้าตัวเองเหน็บที่ชายพก แล้วกัดฟันพูดกับคุณหญิงมณีเสียงในคอ
“กระผมจะกันขุนไวไว้ คุณหญิงหนีไปให้เร็วที่สุดนะขอรับ”
“ไอ้สม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเอ็งต้องช่วยข้าเอาของพวกนี้ไปให้หลวงพ่อให้ได้”
“กระผมสัญญาขอรับ”
สมเตะทรายใส่ ขุนไวสะบัดหน้าหนี สมถีบขุนไวจนเซและดาบหลุดจากมือ
“หนีไปขอรับคุณหญิง”
คุณหญิงมณีกำห่อผ้าแน่นรีบวิ่งหนีไป ขุนไวตั้งตัวได้ สมกระโดดเข้าถีบ
ขุนไวกับสมสู้กันชุลมุนแต่ฝีมือขุนไวเหนือกว่า สมโดนต่อยโดนเตะ จนน่วม สมยังวิ่งเข้าใส่ขุนไว ไม่ยั้ง สมโดนศอกขุนไวกระแทกเข้าหน้า สมคิ้วแตกเลือดพุ่ง ล้มลงไปนอนกองที่พื้น แต่แขนสมยังจับขาขุนไวไม่ให้ไปไหน
ขุนไวยิ้มหยัน หน้าเหี้ยม ก่อนที่จะยกเท้าขึ้นกระทืบหน้าสม จนสมสลบเหมือด
“ทาสฝีมืออ่อนอย่างเอ็งรึจะชนะข้า รอชาติหน้าเถอะ!”
ขุนไวหยิบดาบและมองไปตามทางที่คุณหญิงวิ่งไป ขุนไวหลุดตามไป ทิ้งสมที่นอนสลบเหมือดอยู่ตรงนั้น

ขุนพิทักษ์หลับตาสนิทนอนอยู่บนเตียง แต่มีอาการเพ้อเรียกแต่คุณหญิงมณี
“คุณแม่...คุณแม่”

เวลาเช้า คุณหญิงมณีวิ่งกระเซอะกระเซิงมาที่มุมหนึ่งใกล้ริมหน้าผาน้ำตก คุณหญิงมณีสะดุดล้ม ห่อผ้ากระเด็นหลุดมือไป คุณหญิงมณีตะเกียกตะกายจะหยิบห่อผ้า สร้อยคุณหญิงมณีเกี่ยวกับกิ่งไม้จนหลุดขาด
คุณหญิงมณีตะเกียกตะกายจะถึงห่อผ้า แต่เท้าขุนไวเข้ามาเตะห่อผ้ากระเด็นไป คุณหญิงมณีรีบถดตัวหนีพยายามจะลุกขึ้น
“หนีไปไหนก็ไม่พ้นหรอกคุณหญิง ถึงเวลาที่คุณหญิงต้องเป็นฝ่ายถูกล่าบ้าง รู้สึกยังไงล่ะเวลาใกล้ตาย กลัวเหมือนที่น้องรำพึงกลัวบ้างรึเปล่า”
“ขุนไวเจ้าถูกผู้หญิงชั่วอย่างรำพึงปั่นหัว ข้าไม่เคยทำชั่วอย่างที่เจ้าว่า”
ขุนไวขยับเข้าหาคุณหญิงมณี คุณหญิงมณีถอยจนไปเกือบสุดหน้าผา
“คนใกล้ตายจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่ความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยนได้คือท่านฆ่าลูกข้า!”
“อย่าทำกรรมที่คนอื่นเป็นคนยื่นบาปมาให้เลยพ่อไว”
“คุณหญิงต่างหากที่เป็นคนยื่นบาปมาให้ข้า และคุณหญิงก็ต้องเป็นคนรับกรรม”
ขุนไวกระชับดาบสืบเท้าเข้าไป คุณหญิงมณีก้าวถอยหลัง จังหวะที่ขุนไวชักดาบ คุณหญิงมณีตกใจจนเหยียบที่ขอบหน้าผาพลิกร่วงพลัดตกหน้าผาไป คุณหญิงมณีกรีดร้องเสียงดัง

ภายในห้องนอน ขุนพิทักษ์ สะดุ้งตื่นตะโกนเรียกแม่สุดเสียง
“คุณแม่!”

ขุนไวยืนกำสร้อยของคุณหญิงอยู่ที่ริมหน้าผามองตามร่างคุณหญิงมณีที่ตกลงไปอย่างเหี้ยมโหด
“หลับให้สบายในนรกนะขอรับคุณหญิง”
ขุนไวเดินตรงไปที่ห่อผ้าแล้วรีบแกะห่อผ้าดู แต่ไม่มีทั้งรูปลอย และกริช กลับเป็นห่อผ้าเปล่าที่ถูกพับไว้หลอกๆเท่านั้น ขุนไวรู้ทันทีว่าเสียรู้
ขุนไวรีบทิ้งห่อผ้าอย่างอารมณ์เสีย แล้วรีบลุกออกไปจากที่นั่น

ขุนไววิ่งกลับมายังที่สมนอนสลบ พบแต่ความว่างเปล่า ขุนไวหันซ้ายขวาไม่เจอสม
“โธ่เว้ย...ไอ้สม ข้าไม่น่าปล่อยให้เอ็งรอดไปได้”

เวลาต่อมา สมนั่งคุกเข่าอยู่ริมหน้าผาน้ำตก ใบหน้าเปื้อนเลือด บอบช้ำ สมน้ำตาไหลกราบหน้าผาลาคุณหญิง
“ไอ้สมขอสัญญาว่าจะทำงานที่คุณหญิงสั่งไว้ให้สำเร็จ”
สมลากสังขารตัวเองไปตามทางมุ่งหน้าไปหาหลวงตามั่น

ยามเช้า บริเวณเรือนท้ายสวน รำพึงยืนรออยู่ ชะเง้อคอคอย ขุนไวแอบลอบเข้ามา
“หวังว่าน้องจะได้รับข่าวดีจากคุณพี่นะคะ”
ขุนไวยื่นสร้อยคุณหญิงมณีให้รำพึง
“คุณหญิงมณีจะไม่มีวันลุกขึ้นมาขัดขวางเราได้อีกต่อไป”
รำพึงยิ้มแล้วเข้าไปหอมขุนไว
“คุณพี่ของน้องนี่เก่งที่สุด”
“แต่ว่าตอนนี้ไอ้สมมันได้ทั้งกริชและหุ่นรานีกำหนัดไป และพี่ก็ไม่รู้ว่ามันหายไปไหน”
รำพึงหันขวับ ตากร้าว
“อะไรนะคะ คุณพี่ปล่อยมันไปได้ยังไง”
“พี่ไม่นึกว่าพวกมันจะใช้เล่ห์เพทุบายแบบนี้”
“คุณพี่ต้องสั่งให้คนลากตัวไอ้สมมันมาให้ได้ เพราะมันคือคนที่รู้ความลับของเรา ที่สำคัญถ้าจะเล่นงานไอ้พิทักษ์ให้ถึงตาย น้องต้องได้หุ่นรานีกำหนัดกลับคืนมา”
“พี่จะล่ามันกลับมาให้เร็วที่สุด น้องรำพึงอย่าโกรธเคืองพี่เลยนะ”
ขุนไวจะเข้ากอดรำพึง แต่รำพึงดันห้ามไว้
“รีบไปจัดการทางคุณพี่เถอะค่ะ ทางนี้น้องก็มีเรื่องต้องจัดการเหมือนกัน”
รำพึงเดินฉับๆออกไป ปล่อยให้ขุนไวมองตามอย่างคนพลาด

รำพึงเปิดประตูห้องขังแล้วเดินเข้ามาเห็นแจ่มกับชุ่มนั่งกอดกันอยู่
“ข้าเอาข่าวดีมาฝากพวกเอ็ง”
รำพึงยื่นสร้อยคุณหญิงออกมา แล้วแกว่งไปมาอย่างหน้าตาเฉย
“คุณหญิง!”

แจ่มเห็นสร้อยก็นึกถึง คำสั่งของคุณหญิงมณีที่บอกว่า

บ่วงบาป ตอนที่ 10 (ต่อ)


“คุณหญิงไม่ต้องลงมือเองหรอกเจ้าค่ะ เดี๋ยวแจ่มไปกับไอ้สมเอง”

“เรื่องนี้ข้าต้องทำเอง ข้าต้องปกป้องลูกหลานข้าด้วยมือข้าเอง เผื่อถ้าเราโชคดีได้เจอของคุณไสย ข้าจะตรงไปให้หลวงพ่อท่านช่วยทำพิธีเลย”
“แต่คุณหญิงเจ้าคะ...”
คุณหญิงมณีสั่งเฉียบขาด
“เอ็งต้องอยู่ที่นี่นังแจ่ม เอ็งต้องอยู่เป็นหูเป็นตาแทนข้า ต้องคอยดูแลลูกหลานข้า”

แจ่มกรีดเสียงร้องลั่น
“คุณหญิง..คุณหญิงของแจ่ม”
แจ่มแววตากร้าวแล้วร้องไห้เหมือนคนบ้า
“อีรำพึง เอ็งฆ่าคุณหญิง ข้าขอสาปแช่งให้เอ็งไม่ตายดี เอ็งทำได้ยังไง อีคนใจร้าย”
แจ่มพุ่งเข้าหา รำพึงสะบัดหนี จวงต้องเข้ามาจับแจ่ม ชุ่มมากอดแจ่มไว้
“หยุดเดี๋ยวนี้นะนังแจ่ม กล้าทำแบบนี้กับคุณรำพึงได้ยังไง”
“ข้าไม่กลัวใครแล้ว ข้าจะบอกท่านขุนว่าเมียที่ท่านรักนักรักหนา ที่แท้เป็นนางมารร้ายที่ฆ่าได้แม้กระทั่งแม่ของท่าน”
รำพึงจิกหัวแจ่ม กระชากหน้าเข้ามาใกล้
“เอ็งคิดว่าคนอย่างข้าจะปล่อยให้เอ็งได้มีโอกาสไปประจานข้างั้นเหรอ”
“คุณรำพึง อย่าทำอะไรน้าแจ่มเลยนะเจ้าคะ แค่ที่ทำกับคุณหญิงมันก็มากเกินพอแล้ว”
รำพึงเหมือนใจอ่อนมีเมตตา
“เอ็งขอเหรอนังชุ่ม ถ้าเอ็งขอข้าก็จะให้”
รำพึงสีหน้าเหี้ยมโหด

จวงจิกหัวแจ่มให้เงยขึ้น
“ปล่อยข้านะอีจวง อีชั่ว”
รำพึงเดินเข้ามาพร้อมกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุน้ำอะไรสักอย่าง!! ชุ่มตื่นตระหนก ยังจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก จวงพูดกับแจ่ม
“เอ็งนี่ด่าข้าได้ เสียงดังฟังชัดจริงๆนะอีน้าแจ่ม”
“แต่ต่อไปเอ็งคงไม่หนวกหูเสียงนังแจ่มแล้วล่ะนังจวง เพราะข้ามียาสมุนไพรมาให้นังแจ่มกลั้วคอ รับรอง เพียงไม่กี่อึกมันจะปวดแสบปวดร้อนจนเส้นเสียงระเบิด!” รำพึงบอก
“คุณรำพึง อย่าทำน้าแจ่ม!”
ชุ่มพยายามตะเกียกตะกายไปช่วยแต่ติดโซ่ที่ล่ามอยู่
“เอ็งขอชีวิตนังแจ่มกับข้า ข้าก็ให้แล้วไง แต่ข้าปล่อยให้มันเพ้อเจ้ออะไรอีกต่อไปไม่ได้..ตลอดชีวิต”
รำพึงสั่ง
“นังจวง”
จวงบีบคอแจ่มเพื่อให้อ้าปาก แจ่มดิ้นรนสุดชีวิต
“อย่า คุณรำพึง!” ชุ่มบอก
“อีรำพึง อีชั่ว!”
“ปากกล้าแบบนี้ เอ็งสมควรโดนกรอกยาพิษให้คอพัง ดูสิว่ายังจะมีปัญญาด่าข้าอีกไหม”
รำพึงเข้ากรอกยาแจ่ม ชุ่มร้องเรียกแจ่มอย่างน่าเวทนา
“น้าแจ่มๆ”
แจ่มทรุดลงพื้นดิ้นทุรนทุราย จวงสมน้ำหน้าแต่ก็แอบสยองไม่ได้
“อยากจะฟ้องอะไรคุณพี่...เชิญเลย”
รำพึงเดินหัวเราะออกไปอย่างสะใจ จวงแอบแหยงแล้ววิ่งตามออกไป แจ่มทรุดกองอยู่ที่พื้นดิ้นด้วยความเจ็บปวด ชุ่มร้องไห้แทบบ้า

บริเวณโถงเรือนคุณหญิงมณี เสียงของขุนพิทักษ์คำรามดังลั่น
“ไม่จริง...คุณแม่ต้องไม่ตาย”
ขุนพิทักษ์กำสร้อยของคุณหญิงไว้ในมือ รำพึงสำออยร้องไห้อยู่ จวงนั่งคุมแจ่มที่ปากพองนอนซมด้วยพิษไข้อยู่ที่พื้น
“บ่าวพบน้าแจ่มนอนสลบอยู่ที่ท้ายสวนเจ้าค่ะ ส่วนสร้อยเส้นนี้ก็ตกอยู่ที่ใกล้ๆกัน”
แจ่มพยายามจะอ้าปากส่งเสียง แต่ไม่มีเรี่ยวแรงและเสียงไม่ออก รำพึงทำเป็นเวทนาแจ่ม
“มันช่างโหดเหี้ยมจริงๆ ดูสภาพนังแจ่มสิคะคุณพี่ มันทำจนนังแจ่มเป็นแบบนี้ น่าสงสารจริงๆ”
“ใคร ใครมันบังอาจทำกับคุณแม่ของพี่...มันเป็นใคร”
“จะมีใครอีกล่ะเจ้าคะที่จะก่อเรื่องพรรณ์นี้ได้ ก็ไอ้สม ไงคะคุณพี่”
แจ่มได้แต่น้ำตาไหลหมดปัญญาจะพูดความจริง
“เห็นมั้ยเจ้าคะพอพูดชื่อไอ้สม น้าแจ่มก็มีอาการเลย คงโกรธมากนะเจ้าคะ” จง
ว่า
รำพึงมองจวงที่รับลูกต่อได้ดี
“ไอ้สมมันคงเอาเรื่องคุณไสยมาหลอกล่อคุณแม่ให้ตายใจแล้วลวงไปฆ่า เพราะมันคงโกรธแค้นคุณพี่ที่คุณพี่สั่งขังนังชุ่ม น้องสาวของมัน”
ขุนพิทักษ์โกรธหน้ามืดคิดถึงเหตุการณ์เจอสมที่ห้องขังชุ่ม

“ข้าสั่งว่าห้ามใครหน้าไหนเข้ามาให้ข้าวให้น้ำนังชุ่ม นี่เอ็งกล้ารนหาที่ตายเหรอ”
สมสุดทน
“ใครกันแน่ที่จะต้องตาย ใครกันที่ผิดคำสาบาน”
“อย่าให้ข้ารู้นะว่าพวกเอ็งสมคบคิดกันทำชั่วอะไรอีก คราวนี้ต่อให้คุณแม่ขอร้อง ข้าก็จะไม่ยอมปล่อยพวกเอ็ง”

ขุนพิทักษ์กัดกรามแน่น กำหมัดมือสั่น
“ไอ้สม ไอ้ชั่ว! เอ็งฆ่าแม่ข้า...เอ็งก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิตพ่อแม่ของเอ็ง”
รำพึงมองจวงแล้วยิ้มให้กัน แต่จวงยิ้มแหยงๆ ตารำพึงมีแววชนะ... เข้าแผน

ชุ่มถูกทาสลากมาที่ลานโบย
“พาข้ามาที่นี่ทำไม ปล่อยข้า”
ชุ่มเห็นขุนพิทักษ์ รำพึง จวง และบ่าวอื่นๆยืนกันอยู่สลอน ทั้งหมดยืนบังพ่อแม่ชุ่มอยู่ ชุ่มจึงยังไม่เห็น

“น้องเห็นด้วยค่ะคุณพี่ ที่ควรจะจัดการนังชุ่มด้วยอีกคน เพราะสายเลือดเดียวกัน มันก็ต้องชั่วเหมือนกัน”

ขุนพิทักษ์หันไปสั่งทาสชาย
“โบยมัน!”
หวายที่ลงหลังดังขวับๆ พ่อแม่ชุ่มร้องด้วยความเจ็บปวด
ชุ่มช็อกมองภาพตรงหน้าเมื่อเห็นพ่อกับแม่กำลังโดนโบย ชุ่มตะโกนและดิ้นรน
“พ่อ แม่ ปล่อยข้า ท่านขุน...ท่านทำกับพ่อแม่ข้าทำไม”
“โคตรเหง้าเอ็งต้องชดใช้สิ่งที่ทำกับข้า!”
นางเย็นร้องไห้จนอ่อนแรง
“ชุ่ม นี่มันเรื่องอะไรกัน”
หวายลงหลังนางเย็น ขวับ! นางเย็นร้องกรี๊ด!
“อย่า!” ชุ่มร้องบอก
รำพึงยิ้มสะใจ
ชุ่มน้ำตานองหน้าหันไปหาขุนพิทักษ์
“ท่านขุน อย่าทำร้ายพวกเขาเลย ปล่อยพวกเขาไปเถอะเจ้าค่ะ พ่อแม่ข้าไม่เกี่ยวอะไรด้วย”
“แต่ไอ้สมมันทำชั่วไว้กับคุณแม่ของข้า ข้าก็จะให้มันได้ลิ้มรสความเจ็บปวดที่พ่อมัน แม่มัน น้องมัน จะได้รับไม่แพ้ที่มันทำกับคุณแม่ของข้า”
“พี่สมไม่ทำแบบนั้นแน่ พี่สมไม่ได้ฆ่าคุณหญิง คนที่ฆ่าคุณหญิงคือคุณรำพึง!”
“ตายแล้ว...ดูฤทธิ์มันสิคะคุณพี่ หลักฐานมัดแน่นขนาดนี้ มันยังกล้าโยนบาปมาให้น้อง”
“ชั่วทั้งพี่ ทั้งน้อง”
รำพึงยิ้มสะใจให้ชุ่ม
ชุ่มกราบเท้าขุนพิทักษ์
“ท่านขุนอย่าทำอะไร พ่อกับแม่ข้าเลย ถ้าจะทำก็ทำข้าเพียงคนเดียวเถอะเจ้าค่ะ ข้าขอร้อง”
ขุนพิทักษ์ประกาศอย่างคลั่งแค้น
“พวกเอ็งจำไว้ เที่ยงตรงพรุ่งนี้ถ้าไอ้สมมันไม่มามอบตัว ข้าจะตัดหัวอ้ายอี สามคนนี้ ไอ้สม..ข้าจะปั่นหัวเอ็งสังเวยวิญญาณของคุณแม่”
หวายยังลงหลังนายอยู่ นางเย็นไม่รู้จบ
“ไม่...พ่อจ๋า แม่จ๋า”
นางเย็นกับนายอยู่ร้องเรียก
“นังชุ่ม”
ขุนพิทักษ์กับรำพึง จวงเดินออกไปจากลานโบย ชุ่มได้แต่ร้องไห้ทั้งที่ไม่มีความผิด
ที่มุมหนึ่งที่แจ่มแอบดูอยู่แล้วร้องไห้สงสารในชะตาชีวิตชุ่ม

ยามเช้า สมร่างกายโชกเลือด เดินโซซัดโซเซ กำห่อผ้าไว้แน่น มาที่หน้ากุฏิหลวงตามั่น ก่อนที่จะล้มลงตรงหน้าบันได หลวงตาลงมายืนอยู่ สมค่อยๆเงยหน้าบอก
“หลวงพ่อขอรับ ช่วยคุณหญิงด้วยขอรับ”
สมยื่นห่อผ้าให้ หลวงตามั่นยื่นมือไปรับห่อผ้าก่อนค่อยๆหมดสติ ดับวูบลง หลวงตามองสมและห่อผ้าในมืออย่างปลงสังเวช

ในเวลากลางวัน รำพึงเดินฉับๆมาที่สวน จวงวิ่งตามมาติดๆ
“ทูนหัวของบ่าวจะไปไหนเจ้าคะ ช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้”
“ข้าต้องรีบไปหาหมอไสย ตอนนี้ของอยู่กับไอ้สมเกิดมันแก้เสน่ห์ขึ้นมาได้ก่อนเราจะยุ่ง”
จวงจะร้องไห้
“จวงบอกตรงๆว่าจวงกลัวเจ้าค่ะ จวงขอไปด้วยนะเจ้าคะ คนเดียวหัวหายนะเจ้าคะ”
“ไม่ได้ เอ็งต้องอยู่ที่นี่จับตานังแจ่มไว้อย่าให้มันคลาดสายตา เพราะบางทีมันอาจนำเราไปหาไอ้สม”
“เจ้าค่า... แล้วถ้าท่านขุนถามว่าคุณรำพึงไปไหนจะให้จวงตอบยังไงเจ้าคะ”
“ตอบอะไรก็ได้ที่จะไม่ทำให้หัวเอ็งหลุดจากบ่า”
“แต่ทูนหัวของบ่าวเจ้าขา”
“นังจวง ข้าสั่งอะไรก็ทำอย่างนั้น”
รำพึงเดินออกไปทิ้งจวงให้ยืนเหวออยู่
“สั่งอะไรก็ทำได้ แต่ถ้าสั่งให้ไปตาย จวงไม่ไปนะเจ้าคะ”
จวงบ่นเสร็จก็เดินกลับเข้าเรือนอย่างระแวดระวัง

บริเวณลานโบย นายอยู่ นางเย็นอยู่ในสภาพยับเยินไปทั้งร่าง
“ชุ่ม สมมันไม่ได้ทำอย่างที่ท่านขุนกล่าวหาใช่มั้ยลูก” นางเย็นถาม
“พี่สมไม่มีวันทำแบบนั้นแน่จ้ะแม่ คุณหญิงมีพระคุณท่วมหัว ไม่มีวันที่พี่สมจะฆ่าคุณหญิง”
“แล้วทำไมมันถึงเป็นแบบนี้” นายอยู่ถาม
ชุ่มน้ำตาซึม
“เพราะข้า เพราะความรักของข้าที่มีต่อท่านขุน ทำให้คุณรำพึงเธออาฆาต แม่จ๋า พ่อจ๋า ข้าขอโทษที่ข้าทำให้พวกท่านต้องมาทุกข์ทรมานแบบนี้”

“ถ้าจะต้องตาย แม่กับพ่อก็จะไม่ปล่อยให้เอ็งตายเพียงลำพัง เราจะตายด้วยกัน”
ชุ่มได้ยินสิ่งที่แม่พูด ก็ได้แต่ร้องไห้แทบขาดใจที่ต้องมาเผชิญชะตากรรมเช่นนี้

สมนอนอยู่ที่กุฏิหลวงตามั่น สมขยับตัวด้วยความเจ็บปวด ภายนอกกุฏิเด็กวัดสองคนกำลังถูเรือน
เด็กวัดคนหนึ่งบอก
“เฮ้ย..ไอ้แก้ว ข้าได้ข่าวว่าที่เรือนขุนพิทักษ์ประกาศจับพี่สมอยู่ ถ้าเราไปบอกว่าพี่สมอยู่ที่นี่ ข้าว่าเราต้องได้รางวัลแน่ๆ”
“เอ็งจะบ้าหรือไง ทำแบบนั้นโดนหลวงตาเฆี่ยนตายคาหวายแน่” เด็กวัดอีกคนบอก

ภายในกุฎิ สมลืมตาฟังสิ่งที่เด็กวัดพูด
“เสียดายว่ะ แทนที่จะเอาอัฐมาแบ่งกัน...เพราะถึงเราไม่ตาย ก็ต้องมีคนตายอยู่ดี ท่านขุนประกาศจะฆ่าทั้งบ้าน”
สมตาวาว รีบลุกพรวดออกมาจากห้อง
“พวกเอ็งว่าไงนะ”
เด็กวัดทั้งสองคนตกใจ
เด็กวัดทั้งสองคนเรียก “พี่สม” ขึ้นพร้อมกัน สมพุ่งเข้าไปคว้าคอเด็กวัดทั้งสอง
“เมื่อกี้พวกเอ็งพูดอะไร ท่านขุนจะทำอะไร”
“ข้าได้ยินมาว่า ถ้าพี่สมไม่ไปมอบตัวท่านขุนจะฆ่าคนทั้งบ้านพี่สมจ๊ะ”
“พ่อ แม่”
สมได้ฟังแค่นั้นก็สะบัดเด็กวัดทิ้ง และตัวเองพุ่งลงจากกุฏิ แต่หลวงตามั่นเข้ามาดักไว้พอดี
“โทสะ ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา เอาไฟไปสู้กับไฟมีแต่จะลุกโหม”
“แต่ข้าทนดู พ่อ แม่ น้อง ตายไปต่อต่อตาไม่ได้หรอกขอรับหลวงพ่อ”
“อย่าวิ่งไปตกหลุมพรางที่เขาวางไว้”
“ถ้าหลุมพรางนั้นมีพ่อแม่ของข้าเป็นเดิมพัน ข้าก็ยินดีจะกระโดลงไปตายแทน”
สมพูดจบก็วิ่งออกไป หลวงตามั่นได้แต่มองตาม
“ไม่มีใครหนีบ่วงกรรมไปได้จริงๆ”

ในเวลาเย็น รำพึงลงนั่งอย่างร้อนใจในเรือนหมอไสย์
“พวกมันได้หุ่นรานีกำหนัดไปแล้ว ข้าจะทำยังไงดี”
หมอไสย์เหยียดยิ้ม หัวเราะในลำคอ
“เอ็งไม่ต้องห่วงหรอก ข้าทำเองกับมือ ข้าก็ต้องเรียกของข้ากลับมาได้”
“ไม่มีปัญหาแน่นะ”
“มันก็ขึ้นอยู่กับว่าทางโน้นมีดีแค่ไหน”
“แต่มันได้กริชไปด้วย”
“กริช”
“มันก็แค่กริชประจำตระกูล แต่พอคุณพี่จับกริชแล้วคุณพี่ก็มีอาการเหมือนตอนโดนน้ำมนต์ เหมือนของจะออกจากตัว”
หมอไสย์คิดหนักแล้วบอก
“กริชนั่นอาจเป็นศูนย์รวมของจิตวิญญาณฝ่ายดี ซึ่งอาจจะตัดสายสิญจน์มัจจุราชขาด มนตราอาถรรพ์ในหุ่นก็จะถูกทำลาย”
รำพึงตวัดตามองหมอไสย์อย่างร้อนใจ

ในเวลากลางคืน ประตูห้องคุณหญิงมณีถูกเปิดออก ขุนพิทักษ์ก้าวเข้ามา ใบหน้าของขุนพิทักษ์หมองเศร้าเดินไปที่เตียงของคุณหญิงมณี ขุนพิทักษ์ลงไปนั่ง ไปสัมผัสเตียงแม่
“คุณแม่ ทำไมคุณแม่จากลูกไปเร็วแบบนี้”
ขุนพิทักษ์ค่อยๆลงนอนที่เตียงแม่ เหมือนลูกนกที่ขาดแม่อยู่เดียวดาย ขุนพิทักษ์หลับตานิ่งน้ำตาซึม
ภาพคุณหญิงมณีลอยเข้ามาในหัว คุณหญิงมณียิ้มให้ คุณหญิงมณีเข้ามาลูบหัวที่ขุนพิทักษ์นอนอยู่บนเตียง
“พ่อพิทักษ์ แม่รักลูกนะ”
“คุณแม่ คุณแม่”
ขุนพิทักษ์ร้องไห้เหมือนเด็กๆ

บนกุฏิ หลวงตามั่นนั่งสมาธิกรรมฐาน หุ่นรานีกำหนัดแช่อยู่ในขันน้ำมนต์ ที่ด้านข้างมีพานวางกริชอยู่ใกล้ๆ

ที่เรือนหมอไสย์ หมอไสย์จุดเทียนบนหัวกะโหลกที่อยู่รอบตัว ที่มุมหนึ่งรำพึงหลับตาอยู่ในสายสิญจน์มัจจุราชสีดำ โยงมาจากสี่ทิศ พันรอบมือรำพึง

หลวงตามั่นกราบพระพุทธรูป และทำพิธีเอาสายสิญจน์พันล้อมกริชไว้

หมอไสย์หยดเลือดแมวดำลงบนหัวกะโหลก ในขณะที่รำพึงนั่งบริกรรมคาถาไม่หยุด
“ใจเป็นของกู ตัวเป็นของกู เสพสมกายกู เสน่หาเพียงกู”

หลวงตามั่นสวดมนต์ในบทที่ 7 ของคาถาพาหุงที่มีอำนาจด้านถอนเสน่ห์

“ทุคคาหะ ทุฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง พรหมมัง วิสุทธิชุติมิทธิ พะกาภิธานัง ญาณาตะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวันตุเต ชะยะมังคะลานิ”

ขุนพิทักษ์ที่นอนอยู่ที่เตียงได้ยินเสียงตีกันกันยุ่งจนปวดหัวและลุกขึ้นมาอาเจียน แต่ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงทาสตะโกน
“ไอ้สมมันลอบเข้ามา จับมันไว้”
“ไอ้สม!”
ขุนพิทักษ์ได้ยินชื่อไอ้สมก็รีบพุ่งออกไป

สมถือดาบในมือและถีบทาสจนกระเด็น สมหันไปอีกทางต่อยทาสอีกคนจนล้มคว่ำ สมกระโดดเข้ามาที่ลานโบย ตรงไปหาพ่อ แม่ และน้อง
“พี่สม”
“ไอ้สม ทำไมเอ็งวิ่งมาหาที่ตายแบบนี้” นางเย็นว่า
สมเข้าแกะเชือกที่ตรึงพ่อ แม่อยู่
“พ่อกับแม่รีบหนีไป พานังชุ่มไปด้วย ส่วนทางนี้ ข้าจัดการเอง”
“ไม่....ข้าไม่หนี ถ้าจะไปก็ต้องไปด้วยกัน”
ทาสเข้ามาจะจับสมอีก สมทั้งเตะทั้งต่อย นางเย็นกับชุ่มประคองกันอยู่
เสียงขุนพิทักษ์ดังลั่นมา
“จับพวกมันไว้อย่าให้หนีไปได้!”
“หนีไปนังชุ่ม พาพ่อกับแม่ไป เร็ว”
สมผลักไสชุ่ม ขุนพิทักษ์ถือดาบวิ่งเข้ามา ทาส3-4 คนล้อมกลุ่มสมไว้
“ไอ้สมเอ็งฆ่าคุณแม่ แล้วยังกล้าบุกมาหยามข้าถึงที่นี่ เอ็งคิดว่าเอ็งจะรอดออกไปได้เหรอ”
“กระผมไม่ได้ฆ่าคุณหญิง ฟ้าดินเป็นพยาน”
“ฟ้าดินไม่เข้าข้างคนชั่วอย่างเอ็ง … จับมัน!”
สมผลักชุ่ม
“นังชุ่มหนีไป”

พวกทาสเข้าลุย สมสู้สุดชีวิต สมใช้ดาบป้องกันจนจำต้องฆ่าทาสด้วยกัน
“พี่สม!”
นายอยู่กับนางเย็นดึงชุ่มหนี
สมได้เปรียบพวกทาส แต่จังหวะนั้น ขุนพิทักษ์เข้าถีบอกสม แล้วใช้ดาบฟันที่กลางอก ชุ่มหันมามองเห็นพอดี
ชุ่มกับนางเย็นหวีดร้อง
“พี่สม/ ไอ้สม”
นายอยู่เห็นสมโดนฟัน รีบเข้าไปช่วย
ที่เรือนหมอไสย์ หมอไสย์พ่นน้ำออกจากปากไปที่หัวกระโหลก
ในกุฏิหลวงตามั่น หุ่นรูปลอยในขันน้ำมนต์สั่น

ที่ลานโบย นายอยู่เข้าไปช่วยสม ขุนพิทักษ์เงื้อดาบฟันนายอยู่ ชุ่มเห็นพ่อเลือดกระเซ็น
“พ่อ!”
“พี่!”
นางเย็นสะบัดมือชุ่ม
“นังชุ่มหนีไป”

ลุ่มวิญญาณสีดำพุ่งมาที่กุฏิหลวงตามั่น แต่มีม่านแก้วมาบังปะทะไว้

นางเย็นเข้ายื้อขุนพิทักษ์ขวางไว้ไม่ให้มาถึงตัวชุ่ม ขุนพิทักษ์สะบัดนางเย็นแล้วลงดาบไปที่อกของนางเย็น ชุ่มเห็นแทบสติแตก
“แม่!”
ขุนพิทักษ์ที่แววตากร้าวเริ่มพร่าเบลอ เสียงสวดมนต์ และเสียงอาคม ดังก้องในหัว จนขุนพิทักษ์ต้องทรุดลงกุมหัว

หมอไสย์เร่งอาคม รำพึงเร่งคาถา เหงื่อแตกเป็นเม็ด
หลวงตามั่นหยิบกริชขึ้นมา

ชุ่มวิ่งเข้าไปหาแม่ ชุ่มกอดศพแม่แนบอก
“แม่ แม่ต้องไม่ตายนะ แม่ต้องอยู่กับข้า”
ขุนพิทักษ์พยายามทรงตัว และตรงเข้าไปหาชุ่ม
“พวกเอ็งต้องชดใช้ พวกเอ็งต้องตาย!”
“ฆ่าเลย อยากจะฆ่าข้านัก ก็เอาเลย”
ชุ่มมองขุนพิทักษ์อย่างเจ็บปวด
ขุนพิทักษ์ยืนอยู่เหนือหัวชุ่มจะเงื้อดาบฟัน แต่สมพุ่งเอาตัวมารับดาบไว้

หลวงตามั่นใช้กริชจรดไปที่ตัวหุ่น สายสิญจน์มัจจุราชขาดกระเด็น ร่างของหุ่นรานีกำหนัดลุกเป็นไฟ
หมอไสย์ลืมตากระอักเลือดร้องอ๊าก
สายสิญจน์ที่โยงจากสี่ทิศ ขาดเปรี๊ยะ!
รำพึงกรีดเสียงร้องลั่น

ดาบในมือขุนพิทักษ์ตกลงพื้นแล้วทรุดลงที่พื้นก่อนจะหมดสติไป
ชุ่มหันไปหาสม
“พี่สม!”
สมที่เหลือลมหายใจเฮือกสุดท้ายสั่ง
“ชุ่มหนีไป...หนีไป”
สมตะเกียกตะกายผลักน้อง ก่อนที่จะหมดลมหายใจ ชุ่มแทบขาดใจที่เห็นสภาพพ่อ แม่ และสม นอนตายเกลื่อน ชุ่มเขย่าตัวสม
“พี่สม พี่สม”

ชุ่มร้องไห้ตัวโยนนั่งกอดศพสมอย่างหมดกำลัง ชุ่มมองขุนพิทักษ์คนที่เธอรักสุดชีวิตที่นอนหมดสติอยู่ข้างหน้าอย่างเจ็บปวด

จบตอนที่ 10
กำลังโหลดความคิดเห็น...