xs
xsm
sm
md
lg

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 10

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 10

ครู่ต่อมา ที่หน้าโรงพักวีรภัทรเล่าเรื่องให้ชนกชนม์กับสุตาภัญฟัง

“ตำรวจไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะไม่มีหลักฐานไม่มียาติดตัว...ลูกเป็นแค่ผู้ต้องสงสัย ต่อไปจะทำอะไรก็ต้องระวังตัวให้มาก...แล้วที่สำคัญ...อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเพื่อนเลวๆ อีก”
ชนกชนม์ยิ้มให้พ่อ แล้วทรุดตัวลงคุกเข่า วีรภัทรแปลกใจ ชนกชนม์ยกมือพนมแล้วก้มกราบเท้าพ่อวีรภัทรซึ้งใจ เข้าไปลูบหัวชนกชนม์ให้แรงใจ
“เป็นคนดีมันเหนื่อยนะลูก ลูกต้องอดทน พ่อว่าลูกย้ายไปอยู่กับพ่อ ลูกจะได้ไม่ต้องเสี่ยงอีก”
ชนกชนม์เกรงใจ “แต่คุณน้า...”
วีรภัทรกังวลใจเล็กน้อย “พ่อจะพูดกับน้านัชชาให้...น้าเขาต้องเข้าใจ”
แต่วีรภัทรคิดผิดมหันต์ เมื่อนัชชาเดินฉับๆ เข้ามาหาพร้อมนิธิ และตวัดเสียงเรียกอย่างไม่พอใจ
“คุณวีรภัทร!!”
วีรภัทรหันไปเจอนัชชากับนิธิก็ตกใจที่นัชชาตามเขามา

รู้ทั้งรู้ว่าณวัตรไม่สบาย ทว่ากัณฐิกากลับมาพากฤติยามาช้อปปิ้งในห้าง และสองคนอยู่ที่โซนเสื้อผ้าสตรี
“อยากได้อะไรก็บอก...ฉันจะซื้อให้”
“แม่บอกว่าคุณอาไม่สบาย ทำไมไม่อยู่ดูแลคะ” กฤติยาถามอย่างแปลกใจ
“ฉันไม่อยากติดไข้” กัณฐิกาบอก
กฤติยาสวนคำขึ้น “รึไม่อยากดูแล”
กัณฐิกาเสียงขุ่น “ยัยแอน!”
“ช่วงเวลาแบบนี้ ปล่อยคุณอาทิ้งไว้ ระวังลูกสาวเขาจะทำคะแนนเบียดแม่ตกกระป๋องนะคะ”
“ไม่มีทาง ยัยคุณหนูจอมวีนนั่นเอาใจใครไม่เป็นหรอก แม้แต่พ่อตัวเอง”
กัณฐิกาลำพอง และมั่นใจว่าชนิกานต์ไม่สามารถดูแลณวัตรได้

ด้านชนิกานต์กำลังป้อนอาหารให้พ่อ ณวัตรทานโจ๊กอย่างมีความสุข
“อร่อย”
“อร่อยก็ต้องทานให้หมดนะคะ”
ชนิกานต์จะป้อนอีกคำ
ณวัตรเผลอบอกตามความเคยชิน “ฝีมืออุษาไม่เคยตก”
ชนิกานต์ชะงัก มองหน้าพ่อ
ณวัตรชะงัก กลัวเข้าใจผิดอะไรอีก รีบแก้คำ “ลูกทำใช่มั้ย”
“ป้าอุษาทำค่ะ นิกกี้ทำโจ๊กไม่เป็นหรอก”
ชนิกานต์ยิ้มให้ ณวัตรยิ้มตอบ ความรู้สึกสองพ่อลูก เริ่มดีต่อกันมากขึ้น
“คุณพ่อทำงานหนักมาก ต้องหาเวลาพักผ่อนบ้างนะคะ”
“ช่วงนี้พ่อเร่งสร้างหมู่บ้านใหม่ให้ทัน”
“มัวแต่สร้างบ้านให้คนอื่นอยู่ ไม่มีเวลาดูแลบ้านตัวเองก็ไม่ดีนะคะ”
ณวัตรอึ้งกับคำพูดของชนิกานต์ แล้วก็ยิ้มรับ
“ต่อไปนี้...พ่อจะหาเวลาดูแลคนในครอบครัวให้มากขึ้น...โดยเฉพาะลูก”
“คุณพ่อคะ...นิกกี้ขอให้คุณพ่อเลิกกับยัยแม่...” ชนิกานต์จะพูดว่าแม่มด แต่นึกได้รีบเปลี่ยนคำ “...แม่ใหม่ได้ไหมคะ”
ชนิกานต์มองณวัตร รอคอยคำตอบ
“พ่อให้ลูกไม่ได้จริงๆ”
ชนิกานต์สีหน้าสลดลง ด้วยความผิดหวัง
“แต่พ่อจะไม่ให้ใครทำลายความรักของเราได้” ณวัตรบอกอย่างหนักแน่น
ชนิกานต์ใจชื้น รู้สึกดีมาก
ณวัตรจ้องหน้าลูกสาวสุดสวาท “พ่อรักลูกนะ”
“นิกกี้ก็รักคุณพ่อค่ะ”
ชนิกานต์น้ำตาซึม โผเข้ากอดผู้เป็นบิดาแน่น ณวัตรกอดลูกตอบด้วยความรัก รู้สึกอบอุ่นใจและดีใจที่ตนกับลูกสาวแสบปรับความเข้าใจกันได้

ด้านกัณฐิกาเลือกเสื้อผ้าอยู่ หันไปบอกกฤติยา
“อยากได้อะไรเลือกเอา จะเหมาหมดร้านฉันก็มีปัญญาจ่าย”
กฤติยาเดินเข้ามาหาบอกกัณฐิกา
“แม่ซื้อความรักให้แอนได้ไหม”
กัณฐิกานิ่วหน้า “อะไรของแก”
“แอนไม่อยากได้ของหรอกค่ะ ได้มาก็แค่ดีใจ ได้มากก็ดีใจมาก แต่ความรักถึงจะได้น้อย แต่ก็มีความสุขไปนาน แอนอยากได้ความรัก”
กัณฐิกาไม่อินด้วยกับลูกสาวผู้โหยหาความรัก “เลิกพร่ำเพ้อไร้สาระ เร็ว..อยากได้อะไรเลือกเอา”
“แม่กอดแอนได้ไหม” กฤติยาอ้อน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ฉันอายเขา” กัณฐิกาโวยวาย มองลูกค้าคนอื่นๆ ที่หันมามอง
“แม่เปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แม่ไม่เคยอาย แค่กอดลูกสาวตัวเองมันน่าอายนักเหรอคะ”
“ยัยแอน” กัณฐิกาเสียงขุ่นเขียว
ไม่เท่านั้น กฤติยาอ้าแขนรอให้กัณฐิกาเข้ามากอด กัณฐิกาเดินตรงไปเข้าใกล้ๆ
“อย่าทำให้ฉันขายหน้าไปกว่านี้ กลับบ้าน” จากนั้นกัณฐิกาก็สะบัดตัวเดินหนีไปทันที

กฤติยาหันกลับไปมองกัณฐิกา น้ำตาตกใจที่แม่ไม่เคยคิดมอบความรักที่เธอโหยหาให้สักน้อย

ฝ่ายนัชชากำลังต่อว่าวีรภัทรอยู่ที่หน้าโรงพัก

“คุณหนีงานมาโดยไม่บอกฉัน คุณจงใจปิดบังฉัน”
“ผมจำเป็น ผมต้องมาช่วยลูก...” วีรภัทรขอร้องนัชชา “คุณ...ผมขอให้ชนกชนม์ไปอยู่ที่บ้านเราสักพัก”
นัชชาขึ้นเสียง “ไม่ได้ค่ะ!”
ชนกชนม์และสุตาภัญยืนอยู่มุมหนึ่งได้ยิน ก็หน้าเสีย
“คุณฟังผมให้จบก่อน ตอนนี้ชีวิตลูกผมลำบาก และเสี่ยงเกินไปที่จะอยู่สิ่งแวดล้อมเดิมๆ” วีรภัทรโน้มน้าว
“แล้วลูกนิธิไม่เสี่ยงรึไงที่ต้องใช้ชีวิตกับเด็กเสเพล”
นัชชาย้อน วีรภัทรพูดไม่ออก ที่นัชชาคิดอย่างนั้น
“ฉันบอกคุณแล้ว...ว่าลูกคุณไม่รักดี ทำตัวมีปัญหา คบอันธพาลค้ายา”
“ลูกผมบริสุทธิ์ ตำรวจปล่อยตัวแล้วด้วยนะคุณ”
นัชชาตัดบท “พอเถอะ! ยังไงฉันก็ไม่พร้อมรับลูกคุณเข้าบ้าน และฉันก็ไม่พอใจที่คุณไม่ทำตามข้อตกลงของเรา..คุณไม่แคร์ฉันกับลูก” นัชชาหันมาบอกนิธิ “นิธิเห็นไหม คุณพ่อไม่รักเราแล้ว”
นัชชาวิ่งออกไป นิธิร้องเรียก
“คุณแม่ครับ..” เด็กน้อยเข้าไปหาวีรภัทร “คุณพ่อไปขอโทษคุณแม่สิครับ”
วีรภัทรหันไปมองชนกชนม์หน้าสลด ชนกชนม์เดินเข้ามาบอกวีรภัทร
“คุณพ่อไปเถอะครับ...ผมดูแลตัวเองได้”
“จำคำพ่อไว้นะ เป็นคนดีต้องอดทน” วีรภัทรย้ำคำเดิม
“ครับ”
“พี่ชนม์ครับ”
ชนกชนม์คุกเข่าจับไหล่นิธิ “ครับ”
เด็กชายนิธิพูดประสาซื่อ “พี่ชนม์อย่าทำให้พ่อกับแม่ทะเลาะกันอีกนะครับ”
ชนกชนม์อึ้ง
“พี่ชนม์สัญญากับผมสิครับ” นิธิยกนิ้วก้อยขึ้นมา
วีรภัทรเอ็ด “นิธิ..กลับเถอะลูก”
นิธิรอ ชนกชนม์ยกนิ้วเกี่ยวกับนิธิ
“พี่สัญญาครับ”
วีรภัทรรู้สึกแย่ รีบพานิธิออกไป
สุตาภัญสงสารชนกชนม์จับใจ เดินเข้ามาหา ชนกชนม์เสียใจน้อยใจ และทำใจไม่ได้ วิ่งเตลิดออกไป สุตาภัญมองด้วยความเป็นห่วง

ชนกชนม์ยืนนิ่งอยู่มุมหนึ่ง เศร้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นและชะตาชีวิตตนเอง สุตาภัญเข้ามาปลอบใจ
“ถึงนายไม่เหลือใคร.....แต่นายก็มีฉัน”
ชนกชนม์หันมายิ้มให้สุตาภัญ
“ฉันเข้าใจ ทุกคนต่างมีเหตุผลและความจำเป็นของตัวเอง สุดท้ายแล้ว เราก็ต้องเป็นที่พึ่งของเราเอง”
สุตาภัญดีใจที่ชนกชนม์ทำใจได้ และมีกำลังใจที่ดี
“นายจะเอาไงต่อ”
“กลับไปอยู่ที่เดิม”
สุตาภัญเป็นห่วง “แต่มันเสี่ยง”
“อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี แต่ใจใฝ่ชั่วมันก็เสียคน การอยู่ในสลัมไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำชั่ว” ชนกชนม์บอกอย่างหนักแน่น
สุตาภัญเห็นด้วย “ใช่..ปัญหาบ้านแตก พ่อแม่แยกทางกันไม่ใช่ข้ออ้าง ที่จะโบ้ยความผิดให้ผู้ใหญ่ แล้วเลือกทำตัวเลว”
คำต่อมา ชนกชนม์และสุตาภัญพูดออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวเรา”
สองคนหันมามองหน้ากันด้วยความแปลกใจที่คิดเหมือนกัน พูดพร้อมกัน ทั้งสองยิ้มและหัวเราะให้กัน
“ชีวิตฉันไม่ต้องการอะไรมาก....ขอเพียงมีใครสักคนที่จะอยู่เคียงข้างฉันตลอดไป”
สุตาภัญเข้าไปจับมือให้กำลังใจ ชนกชนม์ยิ้มมีแรงจะสู้ต่อไป
“ขอบใจนะที่เธอไม่ทิ้งฉัน”
“ฉันทิ้งนายได้ไงล่ะ...ก็ฉัน...”
ชนกชนม์มองอาการลุ้นๆ
“ฉันเป็นนางฟ้าของนาย”
สุตาภัญไม่กล้าพูดความในใจ ได้แต่ยิ้มให้ ชนกชนม์ยิ้มรับสุขใจ

ขณะที่ธีรดนย์กำลังตัดแต่งกิ่งไม้ ตกแต่งสวน ชนิกานต์เข้ามาลากมือธีรดนย์ไป
“มานี่”
ธีรดนย์มองมือชนิกานต์ที่จับ แล้วรีบจับมือชนิกานต์ออก “ไปไหน”
“อย่าถามมากน่า ตามฉันมา”
ชนิกานต์เดินนำไป ธีรดนย์ไม่อยากอยู่ใกล้ชนิกานต์ ก็หยุดยืนนิ่งๆ
ชนิกานต์เข้ามาหาธีรดนย์ใกล้ๆ “เอ๊ะ ฉันบอกให้ตามไปไง”
คราวนี้ธีรดนย์ถอยห่าง
“เป็นไรของนายเนี่ย ฉันจะให้ชิมซุปว่าใช้ได้ไหม ฉันจะเอาไปให้คุณพ่อทาน นายไม่ช่วยก็เท่ากับไม่รักคุณพ่อฉัน!”

ชนิกานต์บอกความจริง ธีรดนย์จำต้องไปช่วย

ไม่นานนักชนิกานต์ใช้ช้อนตักซุปจากถ้วยที่ถือไว้ในมือ ธีรดนย์เดินเข้ามาหา

“อ้าปาก” ชนิกานต์สั่ง
“ฉันกินเอง”
ธีรดนย์บอกแล้วจับช้อนเอง ชนิกานต์แปลกใจเล็กน้อย แต่ไม่ได้ติดใจ ธีรดนย์ชิมซุป
ชนิกานต์ลุ้นสุดตัว “เป็นไง อร่อย”
ธีรดนย์ส่ายหัวดิกๆ “ไม่ได้เรื่อง”
ชนิกานต์ผิดหวัง “ทำไงดีอะ..ฉันอยากทำซุปบำรุงคุณพ่อ”
“ฉันช่วย!” ธีรดนย์บอก


ในเวลาต่อมาสองคนอยู่ในครัวด้วยกัน ชนิกานต์กำลังหั่นผัก เตรียมทำซุปผักเพื่อสุขภาพ ธีรดนย์เข้าไปช่วยสอนวิธีทำให้ถูกต้อง ชนิกานต์ยิ้มรับแล้วทำตามสั่ง
ไม่นานนักชนิกานต์ใส่เครื่องปรุงลงในหม้อซุป ธีรดนย์เข้าไปห้าม แนะนำให้เติมแต่พอดีแล้วช่วยชิมภาพที่ทั้งสองช่วยกันทำซุป เป็นภาพที่น่ารักคอยช่วยเหลือกันไปมา

ขณะที่สุรัมภานั่งเหม่อที่มุมนั่งเล่นในโรงเรียน เด็กสาวมองเห็นเพื่อนๆ ต่างจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เพื่อนอีกกลุ่ม...เล่นวอลเลย์บอลอย่างมีความสุข
สุรัมภามองเห็นก็รู้สึกทุกข์ใจ กับปัญหาส่วนตัว ครู่ต่อมาเพื่อนสองคนเดินเข้ามาหา
“ภา...เย็นนี้ไปกินไอติมกันนะ ฉันนัดเพื่อนไว้” เพื่อนคนแรกบอก
สุรัมภาสงสัย “ใครเหรอ”
“เพื่อนต่างโรงเรียนน่ะ..เขาจะให้ฉันติวให้” เพื่อนที่ชวนว่า
เพื่อนอีกคนแหย่ “ติวส่วนตัวล่ะสิ”
“ไม่มีทาง..แม่ฉันสอนว่าถ้าอยากให้ผู้ชายเห็นค่าในเราตัว เราก็ต้องรักษาคุณค่าในตัวเอง” เพื่อนว่า
อีกคนเสริม “คงเป็นตำราสอนหญิงเล่มเดียวกับยัยภาสิ...ยัยคนนี้รักษาความจิ้น ไม่เข้าใกล้ผู้ชายสักคน”
สุรัมภาอึกอัก พูดไม่ออก เพราะรู้สึกเจ็บปวดกับเหตุการณ์ที่ถูกชยางกูรข่มขืนอยู่
จังหวะนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น สุรัมภาหยิบขึ้นมาดู ขึ้นชื่อชยางกูรก็ตกใจ คว้าโทรศัพท์เดินหนีออกไปเพื่อนทั้งสองมองตามด้วยความแปลกใจ

สุรัมภาเดินหนีมา เสียงโทรศัพท์ยังคงดังต่อเนื่อง
“เลิกจองเวรกับฉันได้แล้ว!”
สุรัมภาพูดจบก็ปิดเครื่องทันที แต่แล้วใครคนหนึ่งเดินเข้ามาหาสุรัมภาเบิกตาโพลงอย่างตกใจ
“แก!”
ชยางกูรเดินเข้ามายิ้มให้สุรัมภา

ครู่ต่อมา ชยางกูรดันตัวสุรัมภาจนชิดติดผนังที่มุมลับตาในโรงเรียน สุรัมภาตกใจตื่นกลัว
“แกจะทำอะไรฉัน”
ชยางกูรเข้ามาลูบไล้ที่ใบหน้า สุรัมภาสั่นกลัว
“ยังไม่ชินอีกเหรอ....คนเคยๆ”
“แกต้องการอะไร”
“ไม่อยากเป็นดาราหนังแผ่นก็อย่าปิดเครื่อง” ทำท่าสูดดมกลิ่นกายสุรัมภา “อีกไม่นานเกินรอ...ฉันจะโทรนัดเจอเธอ เพื่อภารกิจบางอย่าง”
ชยางกูรปล่อยมือแล้วเดินออกไป สุรัมภากลัวมาก ทรุดตัวร้องไห้โฮกับพื้น

ชนิกานต์ถือถาดใส่ซุป จะไปเสิร์ฟให้ณวัตร ธีรดนย์มองลุ้นอยู่ด้านหลัง ว่าณวัตรจะพอใจหรือไม่
“คุณพ่อคะ ทานซุปค่ะ”
ชนิกานต์พูดจบก็ยืนนิ่งอึ้ง เห็นกัณฐิกานั่งอยู่ข้างณวัตรแล้ว
“กัณเป็นห่วงคุณมากนะคะ ที่ออกไปแต่เช้า กัณรีบไปหาซื้อซุปตำรับยาจีนโบราณ ต้องรอให้เขาตุ๋นครึ่งค่อนวันค่ะ”
กฤติยายืนมองเหตุการณ์อยู่ที่มุมหนึ่ง ลุ้นว่าชนิกานต์จะทำอย่างไร?
“คุณพ่อคะ...นิกกี้ทำเองนะคะ”
กัณฐิกาหันไปมองชนิกานต์
“หนูนิกกี้เก็บไว้ทานเองเถอะจ้ะ คุณพ่อต้องทานซุปโสม เหมาะสำหรับคนพักฟื้นไข้นะจ๊ะ”
กัณฐิกามองเย้ยชนิกานต์ ยกถ้วนซุปจะป้อนให้ณวัตร
ชนิกานต์หน้าตึงไม่พอใจ จะยกถาดซุปออกไป
ณวัตรเรียกไว้ “นิกกี้”
ชนิกานต์หันมามองลุ้นว่าณวัตรจะเลือกอะไร?
“พ่ออยากทานซุปของลูก”
ชนิกานต์ยิ้มพอใจ กัณฐิกาผิดหวังและเสียหน้า แต่เก็บอาการไว้
“ดีเหมือนกันค่ะ ตุ๋นข้ามคืนยาจะได้เข้าเนื้อ กัณเก็บไว้ให้คุณทานพรุ่งนี้เช้านะคะ”
กัณฐิกายกถาดใส่ซุปออกไป ชนิกานต์ยิ้มเย้ยเข้ามาตักซุปป้อนพ่อ ณวัตรทานซุปอย่างมีความสุข ธีรดนย์ดีใจที่สองพ่อลูกเข้าใจกันดี

กฤติยามองไปยังทางที่กัณฐิกาเดินออกไป

เวลาต่อมากัณฐิกากระแทกถาดลงโต๊ะในครัว กฤติยาตามเข้ามาเย้ยกัณฐิกา สองแม่ลูกทะเลาะกันอีก

“ยายเคยสอนแอนนะคะ ความประมาทเป็นหนทางสู่หายนะ เสียดาย แม่ไม่ค่อยอยู่บ้านเลยไม่ได้ฟังคำสอนของยาย!”
“ไม่ต้องมาเย้ยฉัน!”
“ภาพที่เห็นก็พอจะเดาได้ไม่ยาก แม่กำลังเข้าสู่วิกฤติ รีบหาทางกู้คืนให้ได้นะคะ แล้วก็ไม่ต้องให้แอนช่วย แอนไม่ชอบทำลายความรักครอบครัวคนอื่น บาปมันจะติดตัว..เหมือนที่กรรมตามเล่นงานแม่ตอนนี้”
กัณฐิกาเดือดปุดๆ “แกพล่ามนรกสวรรค์วิมานอะไรของแก”
“คนที่ไม่เคยให้ความรักใคร สุดท้ายก็ไม่มีเหลือใคร...แม้แต่คนเดียว”
“ยัยแอน!”
กฤติยาเดินออกไป กัณฐิกาหัวฟัดหัวเหวี่ยงหงุดหงุดมากขึ้น
“ฉันจะพิสูจน์ให้แกเห็นว่ามีแต่คนรักฉัน ชีวิตฉันมีแต่ความสุข”

อุษายืนที่มุมหนึ่ง ได้ยินบทสนทนา เริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งสอง จึงยืนนิ่งแอบฟัง

ทุกชีวิตยังคงดิ้นรนก้าวเดินไปตามบาทวิถีของชีวิตตน เวลาผ่านไปอีกหลายวัน

ตอนสายๆ วันนี้ ชนกชนม์นั่งหันหลังอยู่ตรงโต๊ะนั่งเล่นหน้าคณะ ก้มหน้าก้มหน้าเหมือนกำลังสเก็ตภาพ..บางอย่าง ในท่าทีคร่ำเคร่ง
สุตาภัญเดินมาเห็นก็แปลกใจ จึงย่องเข้ามาด้านหลัง ทักทาย
“สวัสดีครับ”
ชนกชนม์จำเสียงได้หันไปยิ้มตอบ “สวัสดีค่ะ”
สุตาภัญสงสัย “ทำอะไรอ่ะ”
ชนกชนม์เกือบจะหลุดปากอยู่แล้ว “กำลัง..” แต่นึกได้ รีบโกยกระดาษตรงโต๊ะใส่กระเป๋าทันทีก่อนจะบอกต่อ “ทำรายงาน”
สุตาภัญหรือจะเชื่อ “ฉันยังไม่แก่ตาฝ้าฟางซะหน่อย..เหมือนจะเป็นภาพ?”
สุตาภัญขยับเข้าหา ทำท่าจะเข้าไปคว้ากระเป๋ามาดู ชนกชนม์กันไว้
“ภาพประกอบรายงานไง เธอไม่เชื่อใจฉันเหรอ”
สุตาภัญส่ายหน้าว่าไม่เชื่อ “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น”
สุตาภัญฉวยโอกาสดึงกระเป๋าชนกชนม์ไป ชนกชนม์ดึงกลับ สุตาภัญแย่งดึงคืนไปอีก ชนกชนม์ออกแรงดึงเต็มแรง ทำให้ร่างสุตาภัญเซเข้ามาชนกับชนกชนม์ในระยะประชิด ทั้งสองจ้องมองหน้ากัน มือสุตาภัญจะแย่งกระเป๋า แต่ชนกชนม์ไวกว่า จี้เอวสุตาภัญทันที สุตาภัญบ้าจี้ จึงปล่อยมือจากกระเป๋า
“อย่านะ พอแล้ว”
ชนกชนม์แย่งกระเป๋ามาถือไว้ได้ ยักคิ้วใส่ที่เอาชนะสุตาภัญได้

เวลาเดียวกันธนกรถือแบบสเก็ตภาพเครื่องประดับเข้ามาในห้องทำงานชลนิภา
“ผมเอาแบบชิ้นงานใหม่มาให้ตรวจ”
เก้าอี้ตำแหน่งประธานของชลนิภาหมุนกลับมา เผยให้เห็นชยางกูรนั่งอยู่
ธนกรแปลกใจ
“คุณพ่อวางไว้ ผมตรวจเอง”
ธนกรจะเอาแบบงานเดินออกไปจากห้อง แต่ชลนิภาที่เดินสวนเข้ามาในห้องสั่งเสียงเฉียบขาด
“ทำตามที่ลูกกูรสั่ง”
ธนกรแปลกใจมากกับความคิดของชลนิภา ขณะที่ชยางกูรยิ้มพอใจ

ฝ่ายสุตาภัญเดินเข้าหาชนกชนม์ ชนกชนม์เอากระเป๋าซ่อนไว้ด้านหลัง
สุตาภัญงอนใส่ “นายมีความลับกับฉัน”
“ไม่ใช่ความลับ แต่ไม่พร้อมเปิดเผย” ชนกชนม์ยั่วยิ้มยักคิ้วให้อีก
“ฉันเป็นนางฟ้าของนาย ฉันต้องรู้ทุกเรื่อง!”
ชนกชนม์อึ้ง
สุตาภัญขู่ “ถ้านายไม่บอก ฉันจะลาออกจากนางฟ้าประจำตัว แล้วก็เลิกดูแลนาย”
“โอเค.” ชนกชนม์รีบบอก
สุตาภัญยิ้มพอใจที่แกล้งขู่ได้สำเร็จ
“หลับตาก่อน...ฉันนับหนึ่งถึงสาม เธอเปิดตามา จะพบกับภาพที่เหนือความคาดหมาย”
ชนกชนม์บอก สุตาภัญยิ้มย่อง หลับตาแล้วเริ่มนับ “หนึ่ง...”
ชนกชนม์หยิบของในกระเป๋า
สุตาภัญ “สอง” แล้วนับเร็ว “ส้าม!”
พอสุตาภัญลืมตามา กลับไม่เจอชนกชนม์แล้ว
ชนกชนม์วิ่งไปอยู่ที่มุมหนึ่ง ตะโกนเย้ยสุตาภัญ
“เหนือความคาดหมายมั้ยล่ะ”
สุตาภัญฮึดฮัดขัดใจ “นาย!”
“แน่จริงก็ไล่ให้ทันสิ”
ชนกชนม์ท้า แล้ววิ่งหนีออกไป แต่ไม่ทันระวังและดูทางเลยวิ่งชนเสา ร้องลั่น
“โอ๊ย”
สุตาภัญหัวเราะขำสะใจ นึกขึ้นได้ รีบวิ่งตามไป
ชนกชนม์รีบลุกขึ้นวิ่งหนี สุตาภัญวิ่งไล่ตาม

ชยางกูรยิ้ม รอดูภาพสเก็ตช์จากพ่อ แต่ธนกรถือภาพส่งให้ชลนิภา ชยางกูรหน้าตึงไม่พอใจที่ธนกรไม่ไว้ใจตัวเอง
ชลนิภารับแบบ แล้วเดินไปวางไว้หน้าโต๊ะให้ชยางกูร ธนกรไม่พอใจ
“ลูกต้องฝึกฝนตั้งแต่วันนี้ เพื่อเตรียมตัวเป็นผู้บริหารคนใหม่ คุณคิดเห็นไง”
“ผมไม่มีความคิดเห็นใดๆ การตัดสินใจของคุณถูกเสมอ”
ธนกรเดินออกไปจากห้องทันที
ชยางกูรทำทีเป็นท้วง “คุณแม่ทำอย่างนี้คุณพ่อคงไม่พอใจ...ผมว่าให้คุณพ่อ...”
ชลนิภาสวนขึ้นมา “จะเร็วจะช้าคุณพ่อก็ต้องวางมือให้ลูกทำ เริ่มตั้งแต่วันนี้...ดีที่สุดแล้ว”
“ครับ ขอบคุณคุณแม่มากนะครับที่ไว้ใจกูร”

ชยางกูรลุกเดินเข้าไปกอดประจบชลนิภา ใบหน้ายิ้มกริ่ม

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 10 (ต่อ)

ฝ่ายสุตาภัญวิ่งตามหาชนกชนม์ซึ่งไม่รู้ว่าซ่อนตัวอยู่ที่ไหน?

“ออกมาเดี๋ยวนี้นะ ฉันรู้ว่านายซ่อนตัวอยู่ที่นี่”
สุตาภัญเข้าไปที่มุมอับคิดว่าชนกชนม์ซ่อนตัวอยู่ แต่ก็ไม่เจอใคร ทันใดนั้นมือหนึ่งปิดตาไว้ สุตาภัญคิดว่าชนกชนม์แกล้งดึงมือออก หันหน้าไปต่อว่า
“นาย” สุตาภัญอึ้ง “ธี”
“ตาหาใครอยู่เหรอ”

ด้านชนกชนม์กำลังหลบสุตาภัญอยู่มุมหนึ่ง แปลกใจที่สุตาภัญยังไม่ตามมาสักที ชนกชนม์โผล่จากที่ซ่อน เจอหน้าชนิกานต์
“ต๊ะเอ๋...หาแฟนอยู่ล่ะสิ”
ชนกชนม์แปลกใจที่เจอชนิกานต์ ยิ้มกลบเกลื่อน

ไม่นานต่อมาชนิกานต์ควงชนกชนม์เข้ามาหาสุตาภัญและธีรดนย์ โดยชนิกานต์ต่อว่าสุตาภัญขำๆ
“ยัยตา โตแล้วยังจะเล่นซ่อนแอบอยู่อีก”
“เปล่าซะหน่อย ฉันเล่นโจรจับขโมย”
“ชนม์ แกขโมยอะไรแฟนฉัน แกสารภาพฉันลดโทษให้กึ่งหนึ่ง” ธีรดนย์แซวเล่น
ชนิกานต์แหวใส่ “อย่ามากล่าวหาแฟนฉันนะยะ”
สุตาภัญต่อว่าชนกชนม์ “ผู้ร้ายปากแข็ง นายขโมยความ...”
ชนิกานต์สงสัย “ความอะไร”
“ความลับ!” สุตาภัญว่า
“เฮ้อ โล่งอก” ชนิกานต์บอกชนกชนม์ “นึกว่าแฟนขโมยความรักยัยตาไปซะอีก”
ชนิกานต์แสร้งพูดเรื่องนี้ เพื่อหยั่งเชิงดูท่าทีของทั้งสองคน
ชนกชนม์หันไปมองสุตาภัญ ขณะที่สุตาภัญรีบซ่อนหน้าหลบตา
ธีรดนย์สังเกตเห็นว่าชนกชนม์และสุตาภัญมีท่าทีแปลกๆ แต่ไม่พูดเรื่องนั้น ทำทีเป็นคุยต่อ
“ความลับอะไรอ่ะ”
“อยู่ในกระเป๋าใบนั้น” สุตาภัญบอก
ทุกคนมองไปยังกระเป๋า ชนกชนม์รีบโอบกอดกระเป๋าไว้แน่น
ชนิกานต์มองดุแกล้งชนกชนม์ “ห้ามมีความลับกับแฟน”
ชนิกานต์ดึงกระเป๋าจากชนกชนม์ไปได้ ชนกชนม์หน้าเสีย ไม่อยากให้ทุกคนเห็นภาพนั้น

ขณะเดียวกันชลนิภาตบโต๊ะที่มีกล่องเครื่องประดับวางอยู่ ใส่พนักงาน
“ลูกค้าตีกลับเครื่องเพชรทั้งล็อต ใครเป็นคนตรวจสอบ”
พนักงานอึกอักไม่กล้าบอกว่าตัวเองผิดพลาด กลัวโดนไล่ออก
ธนกรเดินเข้ามาบอกชลนิภา
“ผมเอง”
ชลนิภาด่าไม่ไว้หน้า “คุณมันชุ่ยไปซะทุกเรื่อง” หยิบแฟ้มบนโต๊ะพนักงานขึ้นมาพลิกดู “ยอดขายลดลงเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์ มันเกิดอะไรขึ้น”
“ปีนี้เรายังไม่งานดีไซน์ออกใหม่ แล้วก็ไม่มีแคมเปญพิเศษ” ธนกรอธิบาย
ชลนิภาสวนขึ้น “แล้วทำไมไม่ทำ? คิดไม่ออก! ทำไม่ได้! ใช่สิ คุณมันตกยุคตกเทรนไปแล้ว หลังจากนี้ฉันจะให้ชยางกูรมาควบคุมงานดีไซน์ทั้งหมด”
ธนกรตกใจรีบแย้ง “ไม่ได้นะ”
เลขาเข้ามาบอกชลนิภา ชลนิภาไม่สนใจธนกร
“ท่านประธานคะ มีแขกมาพบค่ะ”
ชลนิภาบอก “ไม่มีคิวนัด...ฉันไม่พบใครทั้งนั้น”
“แล้วถ้าเป็นฉันล่ะ”
เสียงดังขึ้นก่อนจะเห็นนัชชาเดินเข้ามา ชลนิภาตกใจและไม่พอใจ
“นัชชา”

สี่คนสุมหัวกันอยู่มุมหนี่ง ชนิกานต์เปิดดูภาพที่ชนกชนม์สเก็ต ธีรดนย์และสุตาภัญก็ถือภาพวาดอยู่ในมือ
ชนกชนม์ใจเสีย “ไม่ได้เรื่องสิท่า... ขอคืนเหอะฉันจะเอาไปเผา”
ชนกชนม์จะรับคืน...แต่ทั้งสามคนดึงกลับไป
“ใครบอกล่ะ ดีไซน์แปลกตา สวยมาก”
ภาพสเก็ตรูปจี้หัวใจที่มีลวดลายแปลกตาที่สุตาภัญถืออยู่
ชนิกานต์บอกต่อ “แหวนนี่ก็สวย” ขณะมองภาพสเก็ตช์แหวนในมือ “งานแต่งของเราแฟนออกแบบด้วยนะ”
ชนิกานต์เข้าไปหา ชนกชนม์เขิน พยายามขยับออกห่าง
“นายสเก็ตภาพพวกนี้ได้ไง” ธีรดนย์สงสัย
“ตอนเด็กๆ ไปวิ่งเล่นที่บริษัท เห็นเขาออกแบบโน่นนี่นั่น ก็พอจำได้แล้วเอามาประยุกต์ใหม่ พอได้ไหม?”
“ไม่ใช่แค่พอได้ แต่ดีเลยล่ะ” ธีรดนย์ก็ออกปากชม
“นายควรต่อยอดทำเครื่องประดับพวกนี้นะ” สุตาภัญว่า
“ฉันคิดไว้แล้วล่ะ จะลองติดต่อโรงงานที่รู้จักกัน...ใช้วัสดุไม่แพงมาก แต่เน้นดีไซน์แปลก แตกต่าง จะได้ขายง่าย!” ชนกชนม์บอกแผนงาน
“ลุยเลยเพื่อน ฉันร่วมหุ่นด้วย!”
ทุกคนเห็นด้วยกับความคิดธีรดนย์ ชนกชนม์ยิ้มและมีความมั่นใจขึ้น
“ดีไซน์โดดเด่น ไม่มีใครก๊อปปี้ได้อีก” ชนิกานต์บอก
“นายมาถูกทางแล้ว...ยินดีต้อนรับนักธุรกิจจิเวลรี่คนใหม่”
สุตาภัญยื่นมือไปจับชนกชนม์
ชนิกานต์เห็น ก็รู้สึกไม่พอใจนิดนึง แต่ไม่แสดงออก เดินเข้ามาร่วมจับมือด้วย

ธีรดนย์เข้ามาจับมือร่วมมือ ทั้งสี่คนมองหน้ากัน ร้อง “สู้เว้ย” เสียงดัง

ฝ่ายชลนิภากำลังต่อว่านัชชาอยู่ที่มุมหนึ่งของบริษัท

“ที่นี่ไม่ต้อนรับเธอ!”
“ฉันเองก็ไม่อยากเสียเกียรติมาพบหน้าผู้หญิงที่คิดแย่งชิงสามีฉัน”
ชลนิภาตกใจ พนักงานต่างหันมามอง
“เธอพูดอะไร?”
“หยุดใช้ลูกเป็นสะพานดึงคุณวีรภัทรกลับไปเหมือนที่ผ่านมาได้แล้ว”
ภาพจำเก่าก่อนผุดขึ้นในหัวสองคน
ครั้งหนึ่ง จู่ๆ เด็กชายชนกชนม์ก็วิ่งเข้าไปร้องไห้หาวีรภัทรที่หน้าบ้าน
“คุณพ่อครับ”
แป๋วยืนอยู่ที่ข้างรถ มองภาพเหตุการณ์
“ลูกมาได้ยังไง เกิดอะไรขึ้น”
“ผมคิดถึงคุณพ่อ ผมอยากอยู่กับคุณพ่อครับ” เด็กชายร้องไห้อย่างน่าสงสาร
“แต่พ่อ...”
วีรภัทรอึกอักหันไปมองในบ้าน เห็นนัชชายืนมองไม่พอใจอยู่
“คุณพ่อกลับไปหาคุณแม่นะครับ คุณแม่ร้องไห้ทุกวัน คุณแม่รักคุณพ่อนะครับ”
นัชชาได้ฟังก็ยิ่งไม่พอใจ
อีกเหตุการณ์ นัชชาดันตัวชนกชนม์คืนใส่ชลนิภาที่มีท่าทีตกใจอยู่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทมี่บริษัท ต่อหน้าพนักงานที่เดินไปมา
“ลูกชนม์”
“เสี้ยมลูกให้ไปลากตัวคุณวีรภัทรกลับ...เป็นวิธีที่ต่ำมาก บ่งบอกถึงความหน้าด้านไม่มียางอาย”
ชลนิภาตกใจและอับอายมาก หันไปมองเห็นพนักงานก็มองมายังตนเป็นตาเดียว

นัชชาดึงตัวเองกลับมา ต่อว่าชลนิภาหนัก
“เลิกใช้แผนการเดิมๆ ได้แล้ว ไม่มีทางสำเร็จหรอก”
ชลนิภาเหยียดเย้ย “ฉันขอบอกให้รู้ไว้...ฉันไม่มีความคิดแย่งชิงของเสียๆ ที่ฉันทิ้ง มันเน่ามันเสีย...ไม่มีค่าสำหรับฉันอีก แล้วฉันก็ไม่อยากเสวนากับพวกเก็บขยะ มือเปื้อนของเน่าน่าขยะแขยง..ออกไปได้แล้ว!”
นัชชาตอกใส่หน้า “พูดอะไรก็จดจำแล้วปฎิบัติด้วยนะคะ...ฉันกลัวว่าสักวัน บริษัทเพชรล่มสลาย อาจกลายเป็นโรงงานรีไซเคิล ไปขโมยของเก่ามาโมใหม่”
ชลนิภาตะเบ็งเสียงไล่ “ออกไป!” หันไปสั่งพนักงาน “เรียกรปภ..มาลากตัวมันออกไป”
นัชชายิ้มเย้ยสะใจแล้วเดินออกไป สวนทางกับธนกรที่เดินเข้ามา เพราะเป็นห่วงชลนิภา
ชลนิภาโกรธแค้นและอับอาย รู้สึกเสียหน้ามาก เดินหนีเข้าไปที่ห้องทำงาน

ธนกรเดินตามเข้ามาหาชลนิภาด้วยความเป็นห่วง
“คุณเป็นไงบ้าง กลับไปพักที่บ้านก่อนมั้ย”
“ไม่ต้องสนใจฉัน! ทำงานของตัวเองให้ดีก่อนเถอะ”
ชลนิภาหันมาเล่นงานเรื่องการทำงานของธนกร
“คุณ...ชยางกูรเด็กเกินไปที่จะไปควบคุมงาน มันจะทำให้พนักงานขาดความเชื่อมั่นและเสียระบบ” ธนกรท้วง
“แล้วที่คุณทำทุกอยู่มันดีนักรึไง สองสามวันนี้มีแต่ข้อผิดพลาด”
“ผมยอมรับว่าผมผิด....คนเราผิดพลาดกันได้”
ชลนิภาวางอำนาจตามนิสัย “ต้องไม่ใช่งานของฉัน! ฉันไม่ยอมให้ใครมาด่ามาดูถูกสิ่งที่ฉันทำ!”
ธนกรเตือนสติ “คุณควรปล่อยวางบ้าง ไม่มีชีวิตใครสมบูรณ์แบบ...หยุดเอาปมด้อยในอดีตมาทำร้ายตัวเองได้แล้ว”
ชลนิภาเดือด “ไม่ต้องสอนฉัน! คนอย่างคุณก็ดีแต่แก้ตัวไปวันๆ หลังจากนี้ฉันจะให้ชยางกูรดูแลงานทุกอย่างแทนคุณ”
“ได้ครับ...ท่านประธาน”
ธนกรเสียใจกับการตัดสินของชลนิภา เดินจากไป. สวนกับชยางกูรที่เดินเข้ามาพอดี ธนกรเดินออกไปจากห้อง ชยางกูรเข้าไปปลอบใจชลนิภา
“คุณแม่อย่าโกรธคุณพ่อนะครับ”
ชลนิภาพยักหน้าให้
“กูรจะช่วยคุณแม่...ทำให้บริษัทเราเจริญก้าวหน้าครับ”
ชลนิภากอดชยางกูร ลูบหัวลูบตัวด้วยความรัก เพราะเป็นที่พึ่งเดียวในชีวิต

“ลูกกูรของแม่”

[ต่อจากตอนที่แล้ว]
 
เช้าวันต่อมา ชนกชนม์นั่งสเก็ตภาพอยู่มี่บ้านสุรเดช แต่ดูเหมือนจะไม่พอใจ จึงขยำโยนทิ้งอยู่นั่น จังหวะนั้นมีเท้าใครคนหนึ่งหยิบก้อนกระดาษที่ขว้างทิ้งขึ้นมา แล้วใครคนนั้นก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันคุ้นหู

“ใช้กระดาษให้ครบทั้งสองหน้า แล้วห้ามทิ้งต้องรีไซเคิล”
ชนกชนม์แปลกใจ “ตา”
สุตาภัญยิ้มให้ชนกชนม์

ขณะที่ณวัตรแต่งตัวเตรียมไปทำงาน กัณฐิกาเข้ามาหยิบเนคไทด์ขึ้นมาจะผูกให้
“เส้นนี้ดีกว่าครับ”
ณวัตรหยิบอีกเส้นมา กัณฐิกาแปลกใจ
“คุณเลือกเองเหรอคะ...เก่งจัง”
“นิกกี้เลือกให้ผม”
กัณฐิกายิ้มเยื้อน ซ่อนความผิดหวังไว้ ช่วยผูกไทด์ให้ณวัตร
“เราไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันนานแล้ว วันหยุดเราไปเที่ยวทะเลกันนะคะ”
“ไม่ได้หรอก วีคนี้ผมสัญญากับนิกกี้จะอยู่ทำมาอาทานด้วยกัน”
“กัณรอสิ้นเดือนก็ได้ค่ะ”
“ผมขอเป็นเดือนหน้านะ...ผมรับปากจะไปทำกิจกรรมกับลูกแล้ว”
กัณฐิกาแปลกใจที่ณวัตรดูจะเอาอกเอาใจชนิกานต์มากในช่วงนี้

ฟากสุตาภัญแบมือขอปากกา
“ขอปากกาครับ”
ชนกชนม์แปลกใจ “ทำได้เหรอคะ”
“ถึงฉันไม่ได้เป็นลูกคนขายเพชร ฉันก็มีจินตนาการล้ำเลิศนะครับ”
“แน่ใจนะคะ” ชนกชนม์ยั่วยิ้ม
สุตาภัญบอกอีก “เครื่องประดับคู่กับผู้หญิงนะครับ”
“จัดไปค่ะ”
ชนกชนม์ว่าพลางส่งปากกาให้ สุตาภัญรับไป แต่ชนกชนม์กำไว้แน่น สุตาภัญยิ้มแล้วก็จี้เอวแกล้ง ชนกชนม์บาจี้หัวเราะ ยอมปล่อยมือ สุตาภัญหยิบปากกานั่งทำงาน ชนกชนม์ยิ้มพอใจ จ้องมองสุตาภัญจนสุตาภัญต้องบอก
“ทำงานครับ!”
“ค่ะ!”
ชนกชนม์รับคำแล้วนั่งสเก็ตภาพของตัวเองต่อไป

ส่วนกัณฐิกาเดินมาส่งณวัตรขึ้นรถไปทำงาน
“คุณนัดหนูนิกกี้ไปเที่ยวไหนกันคะ”
ณวัตรอายนิดๆ “คุณอย่าบอกใครนะ ผมจะไปเล่นไอซ์สเก็ตกับลูก”
ณวัตรตอบพร้อมกับหัวเราะเขินอายตัวเอง
“คุณเล่นได้เหรอคะ”
“ไม่ได้ก็ต้องลอง บางทีเราก็ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่นบ้าง โดยเฉพาะคนที่เรารัก”
“หนูนิกกี้คงร่ายมนต์ใส่ซุปให้คุณทานแน่ ช่วงนี้คุณถึงรักและเอ็นดูเป็นพิเศษ”
“ผมรักลูกมานานแล้ว แต่ไม่เคยแสดงออก หลังจากผมป่วย...ผมรู้ตัวว่าชีวิตคนเราไม่แน่นอน ถึงเวลาที่ผมต้องทำในสิ่งที่ควรทำ ใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อคนที่เรารักและรักเรา แล้วเราไม่ต้องเสียใจในวันที่เขาจากไป”
กัณฐิกาได้ฟังก็สะท้อนใจ พาลคิดถึงเรื่องราวชีวิตตัวเอง นิ่งอึ้งไป
“ผมรักคุณนะครับ”
ณวัตรหอมแก้มกัณฐิกา กัณฐิกาหอมแก้มตอบ
“ฉันก็รักคุณค่ะ”
ณวัตรขึ้นรถแล้วขับรถออกไป กัณฐิกายืนนิ่งอึ้ง คิดถึงคำพูดของณวัตร

ต่อมากัณฐิกาเดินเข้ามาในห้องนอนกฤติยา เรียกหา
“แอน”
ทว่าภายในห้องไม่มีใคร เพราะกฤติยาออกไปเรียนหนังสือแต่เช้าแล้ว กัณฐิกาเดินเข้ามาในห้อง มองเห็นผ้าปูเตียงไม่เรียบร้อย จึงเข้าไปจัดผ้าปูเตียงให้เรียบตึง คิดเรื่องที่ณวัตรบอก
“ถึงเวลาที่ผมต้องทำในสิ่งที่ควรทำ ช้ชีวิตที่เหลือเพื่อคนที่เรารักและรักเรา”
กัณฐิกาจัดผ้าปูเตียงเสร็จ คำพูดของณวัตรยังก้องอยู่ในหัว
“แล้วเราไม่ต้องเสียใจในวันที่เขาจากไป”
กัณฐิกาเหลียวไปมองที่มุมหนึ่งในห้อง เห็นภาพถ่ายของยายแก้วเหมือนยิ้มมาให้

ด้านอุษากำลังทำงานบ้านอยู่ ธีรดนย์เข้ามาโอบกอดด้านหลังแม่
“ผมรักแม่นะครับ”
“อะไรเนี่ย..ใครเห็นเข้าอายเขา”
“ผมไม่อาย”
อุษายิ้มให้ “ลูกโตแล้วนะ ทำยังกะเป็นเด็ก เดี๋ยวสาวๆ ก็ว่าลูกเป็นลูกแหง่”
“ใครจะว่าไงผมไม่สน ผมรักแม่ของผม”
อุษายิ้มสุขใจลูบหัวธีรดนย์ด้วยความรักและเอ็นดู ธีรดนย์หยิบเงินส่งให้อุษา
“ผมได้เงินค่าร้องเพลงที่ร้านมาแล้ว ผมให้แม่หมดเลย”
“ลูกเก็บไว้ใช้บ้างเถอะ ลูกเหนื่อยมามากพอแล้ว”
“ขอให้แม่มีความสุข ผมก็หายเหนื่อยครับ”
อุษารู้สึกแย่ “ธี...แม่ขอโทษที่ทำให้ลูกลำบาก ต้องมาเป็นลูกคนใช้”
“แม่อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกอนาคตได้.. ถึงแม้จะย้อนเวลาไปได้...ผมก็ขอเกิดเป็นลูกแม่”
อุษายิ้มด้วยความปลื้มใจ
“แม่อดทนอีกนิดนะครับ..สักวันอาจมีค่ายเพลงจับผมเซ็นสัญญา ตอนนั้นเราก็จะซื้อบ้านกี่หลังก็ได้”
“ลูกไปร้องเพลงให้คนอื่นฟัง ไม่เคยร้องให้แม่ฟังบ้างเลย”
“ได้ครับ...เดี๋ยวผมไปเอากีต้าร์ ผมจะเปิดคอนเสิร์ต ชื่อว่า “ด้วยรักจากใจ..ให้แม่” แม่รอสักครู่นะครับ”
ธีรดนย์หอมแก้มอุษา แล้ววิ่งออกไป อุษามองตามด้วยความรักและภูมิใจ

“แม่ภูมิใจในตัวลูกมากนะ”

ธีรดนย์กลับเข้ามาในห้องตัวเอง หยิบกีต้าร์จะวิ่งออกไปจากห้อง เจอชนิกานต์ดักอยู่

“มีอะไร”
“มีของดีๆ จะให้”
“ไหนล่ะ”
“อยากได้ก็ต้องไปกับฉัน”
“ไม่อยากแล้ว...ฉันมีอะไรต้องทำ”
ธีรดนย์จะออกไป ชนิกานต์เข้ามาแย่งกีต้าร์วางพิงไว้ที่ผนังห้อง
“แต่ฉันอยากให้นี่”
ชนิกานต์ลากธีรดนย์ออกไปทันที ธีรดนย์หมดหนทางปฎิเสธ กีต้าร์ยังวางพิงผนังอยู่

ไม่นานต่อมากัณฐิกาถือช่อดอกไม้ เพื่อแวะมาไหว้เคารพแม่ กำลังเดินเข้ามาข้างโบสถ์บริเวณโกฏิของยายแก้ว
กัณฐิกายืนมอง โกศบรรจุอัฐิยายแก้ว คิดถึงเหตุการณ์ในอดีต
วันที่กัณฐิกาแวะมาหาและส่งเงินให้ยายแก้ว กฤติยายังแบเบาะ
“ฉันไปแล้วแม่”
“อยู่เล่นกับลูกก่อนสิ”
ยายแก้วพูดพลางหันไปมองกฤติยาที่นอนอยู่ในเปล
“ฉันนัดลูกค้าไว้”
“ระวังตัวเถอะ มัวแต่หาเงิน ดท้ายลูกไม่รู้ว่าใครเป็นแม่ แล้วแกจะเสียใจ”
“มันไม่รักฉันได้ไง ฉันเป็นคนหาเงินมาซื้อนมให้มันกิน” กัณฐิกาเถียง
“ความรักมันเหมือนนาฬิกา” ยายแก้วมองยังไปเรือนนาฬิกาที่ผนังบ้านสั่งสอนลูกสาว “มันเดินไปข้างหน้าไม่เคยตีกลับ ถ้าแกปล่อยให้มันผ่านไป...แกไม่สามารถเรียกร้องความรักคืนมาได้อีก”

กัณฐิกายืนมองน้ำตาซึม ทรุดตัวลงนั่งมองภาพยายแก้ว...ร้องไห้สะอึกสะอื้น
“แม่ ฉันเข้าใจคำสอนของแม่แล้ว ฉันขอโทษที่ฉันไม่ได้ดูแลแม่...ฉันสัญญา...ฉันจะดูแลลูกให้ดี...แอนคือสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตฉัน...ฉันรักแม่นะ”
กัณฐิกาลูบภาพยายแก้ว แล้วร้องไห้โฮออกมา

สายแล้วชนกชนม์ถือน้ำผลไม้ออกมาจากครัว จะเอามาให้สุตาภัญ
“หิวแล้วสิ....ฉันคั้นน้ำนางเอกมาให้”
ชนกชนม์มองไป แต่ไม่เจอสุตาภัญ แปลกใจที่สุตาภัญหายไปจากโต๊ะ หันกลับไปมองในบ้าน

ชนกชนม์เดินมาที่บริเวณลานซักผ้าหลังบ้าน แล้วยืนนิ่งอึ้ง
เห็นสุตาภัญกำลังนั่งซักเสื้อผ้าให้ตน ชนกชนม์ตกใจ
“ไม่ต้องซัก ฉันซักเอง”
“ขืนปล่อยให้นายซักเอง เสื้อผ้าขึ้นราแน่” สุตาภัญแซว
ชนกชนม์เขินอาย “เกรงใจจัง ยังมีอีกตัวนึง”
ว่าแล้วชนกชนม์โยนเสื้อที่ถือไว้ในมือใส่ในกาละมัง จนทำให้ฟองกระเด็นใส่หน้าสุตาภัญ
“ว้าย”
ชนกชนม์หัวเราะ ยืนขำ สุตาภัญร้องโวยวาย
“แสบตาอ่ะ”
ชนกชนม์ตกใจ ตัดสินใจถอดเสื้อตัวเอง เอาผ้าไปเช็ดหน้าให้สุตาภัญ
“หายเจ็บรึยัง”
ชนกชนม์เช็ดคราบฟองออกจนหมด ทั้งสองคนมองหน้ากันซึ้งๆ แต่แล้วสุตาภัญกลับแลบลิ้นใส่ แล้ววักเอาน้ำผงซักฟอกใส่หน้าชนกชนม์
“แกล้งฉันอีกแล้วนะ”
“ไม่ได้แกล้ง...ก็เห็นตัวนายสกปรก ต้องซักให้สะอาด”
“อยากซักใช่ไหม”
สุตาภัญยักคิ้วใส่
ชนกชนม์ถอดกางเกงออก เหลือแต่บ๊อกเซอร์
สุตาภัญร้อง “ว้าย....นายทำอะไร”
“กางเกงสกปรกมาก ซักให้ด้วยนะจ้ะคนใช้” ชนกชนม์โยนกางเกงใส่กาละมังอีกชิ้น
สุตาภัญหมั่นไส้..คิดเอาคืน “ได้ค่ะ เจ้านาย..” สุตาภัญถือแปรงลุกขึ้นยืน
“ทำอะไร”
“ตัวนายก็สกปรก...ต้องขัดให้สะอาด”
“อย่า!”
สุตาภัญวิ่งถือแปรงไล่ขัดตัวชนกชนม์พัลวัน ชนกชนม์วิ่งหนีรอบๆ กาละมัง ชนกชนม์วักน้ำใส่

สุตาภัญแกล้งเอาผงซักฟอกโรยตัวชนกชนม์ วิ่งไล่ขัดอย่างสนุกสนาน

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 10 (ต่อ)

ฝ่ายชนิกานต์ส่งถุงใส่เสื้อผ้ายื่นให้ธีรดนย์

“ซื้อให้ฉัน” ธีรดนย์แปลกใจ
ชนิกานต์พยักหน้า ยื่นให้อีกถุง
“ต้องการอะไร”
“ทำดีไม่หวังผลตอบแทน”
“ฉันไม่เชื่อ!”
ชนิกานต์ยิ้ม “ฉันก็แค่อยากขอบใจที่ช่วยสอนทำอาหาร”
“อ๋อ..ตอบแทนที่ทำให้พ่อลูกผูกสัมพันธ์เหมือนเดิม”
ชนิกานต์ยิ้มอีก “ถูกต้องค่ะ”
“หมดธุระแล้ว...กลับเถอะ แม่ฉันรอ”
ธีรดนย์จะเดินออกไป ชนิกานต์จับมือไว้ ธีรดนย์รีบชักมือออก เดินหนีไป ชนิกานต์แปลกใจ
ธีรดนย์เดินจะกลับออกไป ชนิกานต์วิ่งเข้ามาขวาง
“เป็นอะไร ฉันน่ารังเกียจมากนักรึไง ถึงกับต้องเอามือออก”
“เปล่า!”
ชนิกานต์จับมือธีรดนย์มากุม
ธีรดนย์ตกใจ รีบเอามือออก ชนิกานต์ไม่พอใจ...จับมืออีกข้าง
ธีรดนย์รีบเอามือออกอีก ชนิกานต์ไม่พอใจ โผเข้าสวมกอดทันที
“นี่แน่ะ..เรื่องเยอะนัก”
ธีรดนย์ตกใจ พอได้สติรีบดันตัวชนิกานต์ออก
“อย่าทำอย่างนี้”
“บอกมาสิทำไมต้องห่างฉัน”
ธีรดนย์โพล่งบอกความจริง “เธอมันของต้องห้าม”
ชนิกานต์สงสัย “ใครห้าม”
“คนที่เธอก็รู้ว่าใคร”
“คุณพ่อ!” ชนิกานต์แปลกใจ
“ท่านพูดถูกแล้ว ผู้ชายกับผู้หญิงจะมาใกล้ชิดกันมันไม่เหมาะ มันอาจเลยเถิด ไม่เคยได้ยินรึไง รักแท้แพ้ใกล้ชิด”
ธีรดนย์พูดสอนไม่ได้คิดอะไร แต่ชนิกานต์กลับสะอึกกับคำพูดนี้ พาลคิดถึงชนกชนม์ขึ้นมา
“กลับบ้านได้รึยัง”
“ยัง”
ธีรดนย์แปลกใจว่าชนิกานต์จะทำอะไร

เวลาเดียวกันสุตาภัญยืนบิดผ้าเอาผ้าขึ้นตากที่ราวตรงหลังบ้าน ชนกชนม์ถือไม้หนีบผ้ามาหนีบผ้าให้สุตาภัญ แล้วยิ้มแฉ่ง สุตาภัญเขิน เดินหนีไปตากผ้าอีกผืน ชนกชนม์ก็ตามมาหนีบผ้า สุตาภัญยิ้มให้
“ขออีกอันนึง”
ชนกชนม์ส่งไม้หนีบผ้าให้หนึ่งอัน สุตาภัญเอาไม้หนีบ มาหนีบจมูกชนกชนม์
“โอ๊ย”
เห็นชนกชนม์ร้อง สุตาภัญหัวเราะชอบใจ

จังหวะนั้นชนิกานต์ขับรถพุ่งเข้ามาจอดที่มุมหนึ่งหน้าชุมชน แล้วเบรคกะทันหัน
ธีรดนย์หันไปดุ “ขับระวังหน่อยสิ”
ชนิกานต์เปิดประตูรถลงไปก่อน ธีรดนย์ลงจากรถตามมา
“โทร.นัดให้ชนม์ไปหาก็ได้..ไม่เห็นต้องมาหาที่นี่เลย”
“ฉันอยากรู้ว่าสมมติฐานที่ฉันกลัว..จะเป็นจริงรึเปล่า”
“เธอหมายถึงอะไร”
“นายเองก็หวั่นใจไม่ต่างจากฉัน”
ชนิกานต์ย้อนถาม ธีรดนย์หวั่นใจ เพราะระแวงในความสัมพันธ์ของสุตาภัญกับชนกชนม์ ชนิกานต์เดินนำเข้าไปบริเวณชุมชนแออัดทางไปบ้านสุรเดช

สุตาภัญตากผ้าปูเตียงผืนใหญ่ ชนกชนม์เข้ามาช่วยตาก ชนกชนม์มองหน้าสุตาภัญเขม็ง
“ไม่มีเธอฉันคงแย่”
สุตาภัญเย้า “แต่ฉันแย่เพราะมีนาย”
“โห..อย่าเปลี่ยนบรรยากาศสิ อุตส่าห์ทำโรแมนติก” ชนกชนม์เซ็ง
“นี่ไม่ใช่นิยายรักนะ”
“ไม่ใช่ก็ทำให้ใช่สิ”
ชนกชนม์มองหน้าสุตาภัญนิ่ง สุตาภัญพูดไม่ออก ชนกชนม์ไม่อยากปิดบังความรู้สึกได้อีกต่อไป
“ตา...ฉัน...”
ชนกชนม์อยากบอกรักสุตาภัญ แต่สุตาภัญรู้รีบเบรค
“เย็นแล้ว ฉันกลับก่อน”
สุตาภัญจะเดินออกไป ชนกชนม์พูดไล่หลัง
“เมื่อไหร่เราจะเลิกหนีความจริงกันสักที”

สุตาภัญหยุดยืนนิ่ง ค่อยๆ หันตัวกลับมามองชนกชนม์

ฝ่ายธีรดนย์และชนิกานต์เข้ามายืนมอง ทั้งสองคนตัวแข็ง ธีรดนย์และชนิกานต์ตกใจ
ชนิกานต์หันตัวจะเดินกลับออกไป

“ทำไมไม่ไป” ธีรดนย์ถาม
ชนิกานต์น้ำตาซึม “ฉันได้คำตอบแล้ว” เด็กสาวเดินออกไปอย่างร้าวราน

ชนกชนม์เดินเข้ามาหาสุตาภัญ
“ตา...เธอคิดยังไงกับฉัน...เธอรักฉันรึเปล่า”
ชนกชนม์ถามสุตาภัญตรงๆ สุตาภัญมองจ้องหน้าชนกชนม์อยู่อย่างนั้น

ขณะที่ชนิกานต์จะเดินออกไป ธีรดนย์ดึงตัวไว้
“เธอกลับไม่ได้! เธอต้องบอกให้แฟนเธอเลิกยุ่งกับแฟนฉัน”
“รักกันมากก็ไปบอกเองสิ”
ฝ่ายชนกชนม์มองหน้ารอฟังคำตอบจากสุตาภัญ
“ฉัน...” สุตาภัญจะตอบ
ชนิกานต์จะเดินออกไป ธีรดนย์ตะโกนเรียกอย่างเกรี้ยวกราด
“ฉันบอกให้กลับมา!”
สุตาภัญและชนกชนม์ได้ยินเสียงธีรดนย์ต่อว่าชนิกานต์ก็ตกใจ
“ธี...”

ชนิกานต์ไม่สนใจธีรดนย์ เดินหนีออกไป ชนกชนม์และสุตาภัญเดินเข้ามาหา
ชนกชนม์ถามทันที “นิกกี้ไปไหนแล้วล่ะ”
สุตาภัญถามต่อ “มีอะไรรึเปล่าธี”
ธีรดนย์ฝืนยิ้มให้สุตาภัญ “ไม่มีอะไรหรอก วีนก่อนอาหารมื้อเย็น...ตามาช่วยชนม์ออกแบบเหรอ”
“ใช่...เดี๋ยวตาเอาให้ดูนะ ธีช่วยดูวิจารณ์หน่อยว่าใช้ได้ไหม”
“ได้สิ ตาของผมเก่งอยู่แล้ว”
“ชนม์ ตากลับก่อนนะ เย็นแล้วคุณพ่อคุณแม่จะเป็นห่วง”
“ธีไปส่งตาสิ” ชนกชนม์บอก
ธีรดนย์ยิ้มรับพร้อมจะไปส่งสุตาภัญ

ขณะเดียวกันกฤติยาถือดอกไม้ จะเข้ามาไหว้ยายแก้ว กฤติยามองไปเห็นดอกไม้ที่วางอยู่ ก็แปลกใจ...ว่าใครมาไหว้ยาย

ขณะที่ชนกชนม์กำลังเก็บภาพสเก็ต ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา หันไปมอง เห็นธีรดนย์เดินเข้ามาหา
“นายไม่ไปส่งตาล่ะ”
“ฉันเรียกแท็กซี่ให้ตาแล้ว”
จู่ๆ ธีรดนย์ต่อยหน้าชนกชนม์ทันที ชนกชนม์ไม่ทันตั้งตัว ธีรดนย์เข้ามาต่อยซ้ำ
“เพื่อนกันทำอย่างนี้ได้ไง แกผิดคำพูด...แก้ตัวสิวะ ว่ามันไม่จริง”
“ฉันรักตา!”
ชนกชนม์ไม่ปฎิเสธ แถมยอมรับความจริง ธีรดนย์ต่อยหน้าซัดเต็มๆ หมัด ชนกชนม์ล้มลง
“ไอ้เพื่อนทรยศ”
“ฉันพยายามห้ามใจแล้ว แต่ฉันไม่สามารถหยุดรักตาได้”
“แกเองก็รักนิกกี้ ทำไมต้องมายุ่งกับตา”
ชนกชนม์สารภาพ “ฉันไม่ได้รักนิกกี้”
ตรงมุมหนึ่งของบ้าน ชนิกานต์แอบยืนฟังเรื่องราว รู้ยินเต็มหูชนิกานต์เสียใจน้ำตาไหลริน
“ฉันปล่อยให้มันผิดพลาดมานานเกินไป ฉันจะไม่ทำร้ายความรู้สึกนิกกี้อีกแล้ว ฉันจะบอกเลิกเขา”
ชนิกานต์ได้ยินก็เสียใจ เดินออกมาตรงเข้ามาหาชนกชนม์
“นิกกี้!”
ชนิกานต์ตบหน้าชนกชนม์ “ฉันเป็นแค่ผู้หญิงที่น่าสาร...และน่าสมเพช”
ชนกชนม์อึ้ง “ฉันขอโทษ”
ชนิกานต์สั่งธีรดนย์ “พาฉันกลับบ้าน”
“ฉันมีเรื่องต้องคุยกับมัน!”
“หยุดหวังลมๆ แล้งๆ ได้แล้ว....ถึงยังไงยัยตาก็ไม่ได้รักนาย!”
ชนิกานต์ตะคอกใส่ธีรดนย์
“ตารักฉัน! ตารักฉัน! ได้ยินมั้ยว่าตารักฉัน”
ธีรดนย์ตะคอกใส่หน้าชนิกานต์ ชนิกานต์น้ำตาไหล วิ่งเตลิดออกไป
ชนกชนม์รู้สึกผิด เข้าไปหาธีรดนย์
“ธี…”
ธีรดนย์ร้องไห้ออกมา แล้วบอกชนกชนม์...
“ในโลกนี้มีคนที่เป็นความหวังและกำลังใจให้ฉันสู้ แค่สองคน...คนหนึ่งคือแม่...อีกคนคือ...ตา...อย่าทำลายความหวังของฉัน”
ธีรดนย์วิงวอนร้องขอชนกชนม์อย่างน่าเวทนา นั่นยิ่งทำให้ชนกชนม์รู้สึกผิดและสงสารธีรดนย์จับจิต

กฤติยาออกจากวัดแล้ว จะเดินออกไปจากบริเวณชุมชนแออัด เห็นธีรดนย์เดินหัวเสียกำลังจะออกไป กฤติยาเห็นก็ดีใจ จะเข้าไปทัก จู่ๆ ชนิกานต์ปราดเข้ามาดักหน้าธีรดนย์
“นายเองก็รู้มาตลอดว่าตาไม่ได้รักนาย..เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว”
กฤติยาแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น รีบฉากหลบแอบฟัง
“วันนี้ตาอาจจะสับสน....แต่ฉันจะทำให้ตารักฉัน...”
ธีรดนย์เดินหนีไปไม่อยากฟังอะไรอีก ชนิกานต์ตะโกนไล่หลัง
“นายมันโง่ตามตื๊อคนที่เขาไม่รัก ทำไมไม่สนใจคนที่เขารักนาย ฉันรักนาย!”
ธีรดนย์ตกใจ ค่อยๆ หันตัวกลับไปหาชนิกานต์ ขณะที่ชนิกานต์รู้สึกกลัวที่พูดความในใจออกไป
กฤติยาตกใจเมื่อรู้ความจริงว่าชนิกานต์รักธีรดนย์ กฤติยาตัดสินใจเดินออกไปทันที
ธีรดนย์หัวเราะเยาะ พูดใส่หน้าชนิกานต์ “เธอเนี่ยนะรักฉัน เธอแค่ต้องการใครสักคนมาปลอบใจที่ถูกไอ้ชนม์ทิ้ง!”
“ฉันยอมรับว่าฉันเสียใจที่เขาบอกเลิกฉัน แต่มันไม่เจ็บใจเท่ากับรู้ว่านายยังตามตื๊อยัยตา”
ขาดคำชนิกานต์วิ่งเข้ามากอดธีรดนย์แน่น ธีรดนย์มองหน้าชนิกานต์งงๆ
“ธี.....ฉันเพิ่งรู้ใจตัวเองว่าฉันรักนาย”
ธีรดนย์จับหน้าชนิกานต์เชยขึ้นมาด้วยสองมือ เหมือนจะจูบ แต่แล้วก็หยุดกึก
“ขอโทษ” ธีรดนย์จะเดินออกไป
“เพราะพ่อฉันห้ามใช่ไหม”
“ต่อให้ใครมาห้ามก็ต้านฉันไม่อยู่...ถ้าฉันจะรัก...” ธีรดนย์มองชนิกานต์นิ่งก่อนจะบอก “ฉันไม่ได้รักเธอ...”

ธีรดนย์เดินออกไป ไม่สนใจชนิกานต์แม้แต่น้อย ชนิกานต์ทรุดตัวลงร้องไห้กับพื้น หัวใจสลาย

กฤติยากลับมาถึงบ้าน เดินอยู่ชั้นบนของคฤหาสน์ กำลังจะเดินไปยังห้อง อยู่ในอาการอกหักร้องไห้ออกมา กัณฐิกาเดินเข้ามาหากฤติยาถามสุ้มเสียงอ่อนอุ่น อาทร

“แอน...ลูกเป็นอะไร”
กฤติยาปาดน้ำตา “ไม่มีอะไรค่ะ”
จากนั้นกฤติยาจะเดินหนีไปยังห้อง กัณฐิกาเอ่ยขึ้น
“ไม่สายไปใช่ไหม...ถ้าเราจะกลับมาเป็นแม่ลูกกัน?”
กฤติยาอึ้ง แปลกใจมาก
อุษาเดินผ่านมาได้ยินก็ยืนตะลึง
“ที่ผ่านมาแม่ยอมรับผิด แม่ผิดพลาดที่มองเงินเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต แม่รู้แล้วว่า..แม่ต้องการใครสักคนที่รักแม่จริงๆ นั่นก็คือลูก...สายเลือดของแม่”
กฤติยาไม่เชื่อ “แม่หยุดพูดเถอะค่ะ”
“แอนฟังแม่ก่อน”
กัณฐิกาครวญคร่ำ รู้สึกผิดหวังที่กฤติยาไม่ฟังหรือให้อภัย แต่แล้วกฤติยาวิ่งเข้ามากอดกัณฐิกาแน่น กัณฐิกาตะลึง แปลกใจ ค่อยๆ เอามือโอบกอดสาวท่าทีเคอะเขิน
กฤติยาร้องไห้ “แม่ไม่ต้องพูดแล้ว..แอนรู้...แอนรู้ว่าแม่ไปหายาย”
กฤติยานึกถึงตอนเดินเข้าไปจับช่อดอกไม้หน้าที่เก็บกระดูกยายขึ้นมา รู้ว่าต้องเป็นของกัณฐิกาแน่นอน กฤติยาร้องไห้

กัณฐิกาดีใจที่กฤติยารู้เรื่องราวของตน
กัณฐิกาดีใจ “แม่ไปขอโทษยาย แม่อยากขอโทษลูกด้วย”
ว่าพลางกัณฐิกาจับใบหน้ากฤติยาขึ้นมามอง
“ลูกให้อภัยแม่ได้ไหม”
“แม่จะผิดยังไงแม่ก็เป็นแม่...แอนรอคอยจะได้กอดแม่มาทั้งชีวิต”
กัณฐิกาซึ้งใจ โอบกอดกฤติยาไว้แน่น..ทั้งสองกอดกัน..ร้องไห้โฮ..
อุษายืนมองอย่างตื่นตะลึง คาดไม่ถึง สีหน้าแววตาตกใจมาก ที่ล่วงรู้ความจริงว่าทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน

ขณะที่ณวัตรกำลังตรวจงานอยู่ในห้องทำงานที่บริษัท เสียงโทรศัพท์มือถือดัง เห็นเป็นเบอร์บ้านจึงกดรับ
“เธอมีเรื่องอะไร”
อุษาคุยโทรศัพท์กับณวัตร
“ดิฉันไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง...คือว่าคุณผู้หญิง…”
ณวัตรคิดว่ากัณฐิกาป่วยไข้ “คุณกัณป่วยเป็นอะไร”
“คุณผู้หญิงไม่ได้ป่วยค่ะ แต่คุณผู้หญิงกับหลานเธอเป็น...”
อุษาจะเล่าความจริง ณวัตรกำลังรอฟัง แต่มีพนักงานเข้ามาแจ้งณวัตร
“ลูกค้าที่นัดไว้มาแล้วครับ”
ณวัตรจึงบอกอุษา “ฉันติดงาน ไว้คุยกันที่บ้าน”
จากนั้นณวัตรกดวางสาย แล้วเดินออกไปกับพนักงาน
อุษาพยายามบอกณวัตร
“คุณท่านคะ คุณท่าน!”
อุษาเห็นว่าณวัตรวางสายไปแล้ว ก็คิดจะไปเฝ้าสังเกตกัณฐิกาและกฤติยาต่อไป

ชนิกานต์ขับรถ สีหน้าเลื่อนลอย เสียใจที่ธีรดนย์ไม่รักตน ชนิกานต์ร้องไห้น้ำตาไหลอาบแก้ม ขับรถต่อไปบนท้องถนน

กฤติยากอดกับกัณฐิกาขอร้องแม่
“แม่...แอนขอได้ไหม? ขอให้แม่หยุดที่คุณณวัตร เลิกสร้างปัญหาภายในครอบครัว ไม่ยุ่งเกี่ยวธีรดนย์อีก”
กัณฐิกาอึ้งที่กฤติยาพูดเรื่องนี้ ย้อนถาม
“เป็นเพราะลูกรักเขา”
“ใช่ค่ะ แอนรักธีรดนย์” กฤติยาสารภาพ
กัณฐิกาอึ้ง กฤติยาบอกต่อเสียงเศร้า
“แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ นิกกี้เขารักธีรดนย์”

ฟากชนิกานต์คิดถึงเรื่องธีรดนย์ก็ร้องไห้ออกมา เสียใจอย่างหนัก เด็กสาวเหยียบคันเร่งแรงขึ้น รถวิ่งทะยานไปอย่างรวดเร็ว

ฝ่ายกัณฐิกาบอกกฤติยา

“คุณณวัตรไม่วันยอมรับเรื่องนี้ ถ้าลูกรักธีรดนย์..แม่ก็ยินดี”
“ธีรดนย์เขามีแฟนแล้ว ถึงเขาไม่ได้รักแอน แอนขอแค่ได้ดูแลเห็นคนที่แอนรักมีความสุข แอนก็สุขใจแล้ว”
กัณฐิกาซึ้งใจในความคิดดีงามของกฤติยา
“แอนขอให้แม่ทำหน้าที่เป็นภรรยาที่ดีของคุณณวัตร และเป็นคุณผู้หญิงที่ดีกับทุกคน แอนเชื่อว่าแม่จะมีความสุข...โดยไม่ต้องดิ้นรนไขว่คว้าอะไรอีก”
กัณฐิกานิ่งคิดตัดสินใจ
“แอนขอได้ไหมคะแม่....” กฤติยาอ้อนวอน
“แม่ขอมอบของขวัญชิ้นนี้เพื่อลูก”
กัณฐิกายอม โผเข้ากอดกฤติยา ทั้งสองกอดกันแนบแน่น
“หลังจากนี้ ชีวิตเราจะได้มีความสุขกันสักที”
กัณฐิกาโอบกอดกฤติยาลูบหลังลูบไหล่ลูกสาว แต่แล้วสายตาของกัณฐิกาก็เปลี่ยนไป
“อุษา”
กฤติยาออกจากวงแขนแม่มองตามสายตา เห็นอุษายืนมองอยู่ที่มุมหนึ่ง
“ฉันขอโทษที่มาขัดจังหวะของครอบครัว!”
อุษาพูดจบก็เดินออกไป กัณฐิกาและกฤติยาตกใจที่อุษารู้ความจริงทั้งหมด
“ป้ากลับมาก่อน”
กัณฐิกาเรียกไว้ท่าทีตกใจแล้วรีบตามอุษาไป กฤติยากังวลใจ

ธีรดนย์ลงจากรถแท็กซี่ มาหยุดยืนหน้าประตูใหญ่คฤหาสน์ ธีรดนย์น้ำตาซึมเรื่องที่รู้ว่าสุตาภัญมีใจให้ชนกชนม์ เด็กหนุ่มมองไปยังบ้านคิดถึงแม่จับใจ เหตุการณ์ที่ธีรดนย์รับปากอุษาว่าจะร้องเพลงให้ฟังผุดขึ้นในความคิด
“ลูกไปร้องเพลงให้คนอื่นฟัง ไม่เคยร้องให้แม่ฟังบ้างเลย”
“ได้ครับ...เดี๋ยวผมไปเอากีต้าร์ ผมจะเปิดคอนเสิร์ต...ชื่อว่า “ด้วยรักจากใจ..ให้แม่” แม่รอสักครู่นะครับ”
ธีรดนย์ดึงตัวเองกลับมาปาดน้ำตา แล้วยิ้ม เพื่อกลับเข้าไปในบ้าน ไปร้องเพลงให้แม่ฟัง

อุษาเดินหนีไป กัณฐิกาเข้ามาห้ามไว้เสียงขุ่นเขียว
“เธอห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณณวัตร!”
“ฉันคงทำอย่างนั้นไม่ได้ คุณท่านดีกับฉันและครอบครัว ฉันไม่ยอมปล่อยให้คุณท่านถูกหลอก!”
กฤติยาเข้ามาขอร้องอุษาดีๆ
“ป้าจ๊ะ...แม่ไม่ได้เจตนาอย่างนั้น แอนขอนะคะ”
“หนูก็สมรู้ร่วมคิดกับแม่หนู เสียแรงที่ป้าคิดว่าหนูเป็นหลานบุญธรรมที่กตัญญู สุดท้ายก็เป็นอย่างที่คุณหนูพูดไว้ทุกอย่าง พวกคุณวางแผนมาฮุบสมบัติบ้านนี้” อุษาต่อว่ากฤติยาอีกคน
กัณฐิกาพยายามโน้มน้าว “ฉันยอมรับว่าฉันผิดที่ปิดบังเรื่องนี้..แต่ฉันไม่ได้คิดเลวร้ายอย่างที่เธอคิด”
“ฉันจะเชื่อใจพวกคุณได้ไง ไว้พวกคุณแก้ตัวกับคุณณวัตรเองดีกว่า”
อุษารีบเดินออกไป กัณฐิกาจะตามไป กฤติยารั้งตัวแม่ไว้
“พอเถอะแม่...ถึงเวลาที่เราคงต้องยอมรับความจริง...คุณณวัตรต้องเข้าใจแล้วก็ให้อภัยเรา”
“ไม่...คุณณวัตรยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ แม่ปล่อยให้มันพังลงไม่ได้”
กัณฐิการีบวิ่งตามไปเล่นงานอุษา กฤติยากังวลใจมากขึ้น

ธีรดนย์เดินเข้ามายืนบริเวณสวน เหลียวมองไปยังคฤหาสน์ เห็นภายในเงียบๆ คิดว่าอุษาคงอยู่ที่ห้อง จึงเดินลัดสวนไปที่ห้องพัก

อุษาวิ่งเข้ามาหยิบโทรศัพท์ไร้สาย เพื่อโทรหาณวัตร
อุษารีบกดเบอร์ “คุณณวัตรคะ...”

ณวัตรคุยโทรศัพท์ ในขณะที่กำลังเร่งทำงาน
“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันยุ่ง ไว้คุยกันที่บ้าน”
อุษาคุยสายอยู่
“ป้ารอให้คุณกลับมาไม่ทันแล้วค่ะ คุณท่านคะคุณกัณกับหลานสองคนนั่นเป็น...”

อุษากำลังจะบอกความจริง ทว่ากัณฐิกาเข้ามากระชากโทรศัพท์มาแล้วปิดเครื่องทันที อุษาเบิกตาโพลงอย่างตกใจ

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 10 (ต่อ)

ด้านณวัตรยังอยู่ที่บริษัท และพยายามโทร.กลับหาอุษาอย่างร้อนใจ

“ปิดเครื่องทำไม....” ณสัตรเริ่มกังวลใจ
“ท่านประธานครับ แบบเปลนที่สั่งแก้ได้แล้วครับ” พนักงานลูกน้องคนหนึ่งบอก
ณวัตรสวนขึ้น “วางไว้บนโต๊ะ พรุ่งนี้ฉันมาตรวจ”
ณวัตรรีบกลับไปบ้านทันที เพราะกังวลใจกลัวเกิดเรื่องไม่ดี

สองคนยังเถียงกันไปมา ตรงทางเดินหน้าบันไดชั้นบนของคฤหาสน์
อุษาบอกกัณฐิกา
“ฉันขอโทรศัพท์ค่ะ”
กัณฐิกายื่นข้อแลกเปลี่ยน “ป้าต้องการเงินเท่าไหร่? ฉันจะให้ป้ามากพอที่ลาออกไปมี
ชีวิตใหม่ ไม่ต้องทำงานเป็นคนใช้”
“ฉันคุณไม่ยอมรับเงินสกปรกที่คุณหลอกลวงคุณท่าน”
อุษาบอกแล้วจะเข้าไปแย่งโทรศัพท์ กัณฐิกาแย่งคืนมาได้
“ขอกันดีๆ ไม่ได้ ก็ต้องใช้ไม้แข็ง...ฉันจะฟ้องว่าคุณณวัตร ว่าแกกระด้างกระเดื่องใส่ฉัน ฉันจะให้เขาไล่แกออก ระหว่างเมียที่เขารักกับคนใช้ แกคิดดูว่าเขาจะเชื่อใคร”
“คุณท่านเชื่อคุณแน่นอนค่ะ แต่คำพูดจากปากฉันจะทำให้คุณท่านคลางแคลงใจไปทั้งชีวิต คุณหนูก็คงไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ถึงฉันจะโดนไล่ออก ฉันก็ขอทาสรับใช้ที่ซื่อสัตย์ดีกว่าคนเนรคุณ!”
กัณฐิกาผิดหวังที่อุษาไม่ยอมร่วมมือ อุษาฉวยจังหวะแย่งโทรศัพท์คืนมาได้ กัณฐิกาเข้าไปแย่ง
กฤติยาวิ่งเข้ามาห้าม
“พอเถอะแม่”
กัณฐิกาเข้าไปแย่งโทรศัพท์กับอุษา อุษาถูกดันถอยตัวมาชิดขอบบันไดด้านบนอย่างหมิ่นเหม่
กฤติยาร้องลั่นด้วยความตกใจ “ป้า...ระวัง!”

ขณะเดียวกันธีรดนย์เปิดประตูห้องนอน เรียกหาอุษา
“แม่ครับ ผมกลับมาแล้ว”
ธีรดนย์แปลกใจไม่เจอแม่

อุษาเสียหลักตกจากบันได กลิ้งหลุนๆ ลงไปกองตรงพื้นบันไดนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น
กัณฐิกาตกใจตัวสั่น กฤติยาเข้ามาหากัณฐิกา
“แม่”
“แม่ไม่ได้ตั้งใจ ลูกก็เห็นว่าแม่ไม่ได้ผลัก”
ครู่หนึ่งอุษาพื้นขึ้นมา ค่อยๆ ลุกขึ้น เจ็บปวดไปทั่วสรรพางค์
กฤติยาเห็นร้องขึ้น “ป้าอุษายังไม่ตาย”
กัณฐิกาเห็นก็ดีใจ
“อุษา!”
อุษาเห็นกัณฐิกากำลังวิ่งลงมาก็ผวาหวาดกลัว และกลัวกัณฐิกาจะเข้ามาทำร้าย
“อย่า อย่าทำฉัน”
อุษายันตัวฝืนลุกขึ้น แล้ววิ่งเตลิดออกไปจากคฤหาสน์
“ป้า..กลับมาก่อน”
กัณฐิกาและกฤติยาวิ่งตามอุษาไปด้วยความเป็นห่วง

ธีรดนย์แปลกใจที่ไม่เจออุษา เดินไปเห็นแผ่นโน้ตเพลง “อุ่นไอรัก” ของศุบุญเลี้ยงวางอยู่ ธีรดนย์หยิบขึ้นมาอ่าน
“อุ่นไอรัก...ได้ครับแม่...ผมจะร้องเพลงนี้ให้แม่ฟัง”
จู่ๆ กีต้าร์ที่วางอยู่ผนังห้อง ล้มกระแทกพื้น จนสายกีต้าร์ขาดไปหนึ่งเส้น ธีรดนย์ตกใจ

อุษาวิ่งหนีออกจากตัวบ้าน ล้มลุกคลุกคลาน กัณฐิกาและกฤติยาวิ่งตามเข้ามา
“ป้ากลับมาก่อน ฉันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายป้า”
กัณฐิกาเรียกแต่อุษาตื่นกลัวกัณฐิกา ลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปทางถนนภายในคฤหาสน์

ฝ่ายธีรดนย์ถือกีต้าร์และแผ่นโน้ตเพลงตามหาอุษา
“แม่ครับ ผมเปลี่ยนสายแล้ว ผมจะเล่นเพลงให้แม่ฟัง”

อุษาวิ่งหนี มายังถนนภายในบ้านเพื่อจะออกไปข้างนอก ธีรดนย์เดินออกมา เห็นอุษาในระยะห่างออกไป
“แม่”
ธีรดนย์ดีใจจะวิ่งเข้าไปหาอุษา จังหวะนั้นชนิกานต์ซึ่งขับรถอยู่ เหลียวมองไปเห็นธีรดนย์ และยังคงเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงไม่ได้มองทางด้านหน้า

อุษาวิ่งหนีกัณฐิกาสุดชีวิต แล้วปะทะกับรถชนิกานต์ที่วิ่งมา ชนิกานต์ตกใจ ธีรดนย์เห็นเหตุการณ์ยืนช็อก!คาที่
“แม่!”
กัณฐิกาและกฤติยาวิ่งตามมาจากตัวบ้าน เห็นเหตุการณ์ก็ช็อกกันไปทั้งคู่
ร่างอุษากระเด็นมาแล้วร่วงลงพื้น หัวกระแทกกับขอบฟุตบาทเต็มแรง ล้มลงสิ้นใจตายทันที
ธีรดนย์ยืนมองนิ่งไม่ขยับเขยื้อน กีต้าร์และแผ่นโน้ตเพลงหลุดร่วงจากมือ ตกลงพื้น
ฟากณวัตรขับรถเข้ามาในคฤหาสน์ เห็นภาพเหตุการณ์ก็ตกใจ จอดรถทันที
ธีรดนย์วิ่งเข้าไปหาอุษา ชนิกานต์ตื่นตกใจ ค่อยๆ ตั้งสติ เปิดประตูรถออกมายืนดูตัวสั่น ธีรดนย์กอดร่างอุษาร้องไห้โฮ
“แม่”
กัณฐิกาและกฤติยายืนอยู่ที่มุมหนึ่ง มองมาด้วยความตกใจและเสียใจ ณวัตรยืนดูเหตุการณ์อยู่ตกใจแทบช็อก ธีรดนย์เหลียวมามองชนิกานต์อย่างโกรธแค้น

ชนิกานต์ยืนมองสองแม่ลูกตัวสั่น ก่อนจะทรุดตัวลงร้องไห้อยู่ข้างรถปิ่มว่าจะขาดใจ

สุตาภัญตกใจมาก หลังรู้ข่าวเรื่องอุบัติเหตุที่ชนิกานต์ขับรถชนอุษาจากชนกชนม์ที่แวะมาบอก สองคนคุยกันอยู่ตรงถนนหน้าบ้านสุตาภัญ

“แม่ธีถูกนิกกี้ขับรถชน”
“ตอนนี้อยู่ห้องไอซียู...คุณหมอกำลังช่วยอย่างเต็มที่”
สุตาภัญร้องไห้ออกมา เพราะคิดว่าตนมีส่วนผิดในเรื่องนี้
“เพราะฉันด้วยใช่มั้ย”
“มันไม่เกี่ยวกับเธอนะตา”
สุตาภัญกังวลใจไม่หาย “เมื่อเย็นนี้ที่ฉันอยู่กับนาย...นิกกี้คงเสียใจจนขาดสติ”
พูดจบสุตาภัญก็ร้องไห้อีกด้วยความเสียใจ ชนกชนม์เข้ามากอดปลอบ
“อย่าโทษตัวเองเลย....มันเป็นอุบัติเหตุ”
ที่มุมหนึ่งภายในบ้าน สุรัมภายืนมองชนกชนม์กอดสุตาภัญด้วยความไม่พอใจ

หมอเปิดประตูห้องออกมา ธีรดนย์รีบเข้าไปถาม
“แม่ผมปลอดภัยแล้วใช่มั้ยครับ”
“หมอเสียใจด้วยครับ”
ธีรดนย์รู้ข่าวร้ายก็ตกใจ
ชนิกานต์ได้ยินก็ตกใจมาก หมดสติไปทันที ณวัตรรีบประคองไว้
“นิกกี้!”
กัณฐิกาและกฤติยารู้ข่าวร้ายก็ยิ่งตกใจ หน้าเสีย กัณฐิกาแทบจะทรุดตัว กฤติยาประคองไว้
ธีรดนย์มองเข้าไปยังห้องไอซียู น้ำตานองหน้าใจจะขาดรอนๆ

ชนกชนม์กอดปลอบใจสุตาภัญอยู่ที่หน้าบ้าน สุตาภัญค่อยๆ ถอยออกห่าง
“นายไม่ต้องมาหาฉันอีกแล้วนะ”
ชนกชนม์แปลกใจ
“เราไม่ควรเจอกันอีก”
ชนกชนม์มองหน้าสุตาภัญแปลกใจ แต่เข้าใจดีว่าสุตาภัญคิดอะไรอยู่
“ฉันไม่อยากให้ธีกับนิกกี้ต้องเสียใจไปมากกว่านี้”
ชนกชนม์ยิ้มรับ “ฉันจะมาบอกลาเธอเหมือนกัน”
สุตาภัญนิ่ง พูดไม่ออก
“หลังจากนี้เธอควรอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจให้ธี...ไม่มีผู้ชายคนไหนรักเธอเท่าธีรดนย์อีกแล้ว”
สุตาภัญรู้สึกเจ็บแปลบในใจ แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น
“ลาก่อน” สุตาภัญบอกลาเสียงแผ่ว
ชนกชนม์บอกหนักแน่น “ลาก่อน...นางฟ้าของฉัน”
ชนกชนม์ส่งยิ้มให้แล้วหันหลังเดินออกไป...น้ำตาชนกชนม์ไหลออกมานองหน้าด้วยความเสียใจ
สุตาภัญมองตาม ร้องไห้ออกมา แทบจะขาดใจเช่นกัน

ธีรดนย์เดินช้าๆ ตรงไปยังร่างอุษาที่นอนอยู่บนเตียงในห้องไอซียู ธีรดนย์เดินเข้ามาจับมืออุษาเบาๆ
“แม่ครับ..แม่สัญญาจะไปอยู่บ้านใหม่กับผม...แม่อย่าผิดคำสัญญาสิครับ...เราจะมีชีวิตใหม่ มีความสุขด้วยกัน”
ร่างอุษานอนนิ่งสงบ
“แม่อยากฟังผมร้องเพลง ผมจะเปิดคอนเสิร์ตให้แม่...ผมคิดชื่อคอนเสิร์ตได้แล้วนะครับแม่ ”อุ่นไอรัก...จากใจให้แม่” เป็นไงครับ...แม่ชอบไหมครับ”
ร่างอุษายังคงนอนนิ่ง
ธีรดนย์ขาดสติโวยขึ้นมา “แม่ตื่นมาสิครับ ผมจะร้องเพลงให้แม่ฟัง”
ธีรดนย์ฟุบตัวร้องไห้โฮกอดร่างอุษาแน่นนิ่งและนาน

สุตาภัญยืนอยู่หน้าบ้าน มองชนกชนม์เดินออกไปลับตา พอหันกลับมา เห็นสุรัมภายืนมองอยู่ที่มุมหนึ่ง
“ภา”
สุรัมภาหน้าคว่ำ เดินกลับเข้าไปในบ้าน สุตาภัญกังวลใจ กลัวสุรัมภาจะฟ้องสุทิน รีบเดินตามไป

สุรัมภาเดินเข้ามาในบ้านเจอกับสุทินรออยู่
“ลูกออกไปทำอะไร”
สุตาภัญเดินเข้ามายืนที่มุมหนึ่ง ลุ้นว่าสุรัมภาจะบอกอะไร?
“ภาออกไปเดินเล่นค่ะ อ่านหนังสือมาทั้งวัน ล้าสายตา”
สุตาภัญโล่งใจที่สุรัมภาไม่ฟ้องสุทินที่เธอออกไปพบชนกชนม์
“ใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว...ลูกต้องสอบให้ได้นะ พ่อคุยกับหัวหน้าไว้เยอะ”
“ภาจะไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวังค่ะ”
สุทินยิ้มพอใจ “แล้วพี่สาวหัวดื้อของเราล่ะ อยู่ไหน”
สุตาภัญกังวลใจขึ้นมาอีกครั้ง
“ไฟในห้องปิดพี่ตาคงหลับแล้ว...คุณพ่อไปพักเถอะค่ะ...คุณพ่อเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
สุรัมภาโอบกอดอ้อนสุทิน พาเดินขึ้นไปส่งที่ห้องชั้นบน

สุตาภัญเดินออกมาจากที่หลบมุม แปลกใจระคนดีใจ ที่สุรัมภาไม่ฟ้องพ่อเรื่องตน

พอสุรัมภาเข้ามาในห้อง ก็หันไปมองรูปสุตาภัญที่ตัวเองตัดออก เด็กสาวที่ถูกความรักบังตาประกาศตัดพี่ตัดน้องอีก

“อย่าคิดว่าฉันจะให้อภัยพี่....มันยังไม่ถึงเวลาเอาคืนต่างหาก”
สุรัมภายังคิดจะเอาเรื่องสุตาภัญต่อไป

เช้าวันต่อมาชนิกานต์ยืนอยู่หน้ารูปภาพแม่ในห้องโถงคฤหาสน์ณวัตร
“คุณแม่ขา...คุณแม่ช่วยนิกกี้ด้วยนะคะ”
เหตุการณ์ที่ชนิกานต์ขับรถชนอุษาผุดขึ้นมาหลอกหลอนอีก
ชนิกานต์ร้องไห้แทบจะขาดใจ “นิกกี้ไม่ได้ตั้งใจ”

ขณะเดียวกันธีรดนย์ยืนอยู่หน้าคฤหาสน์ ภาพเหตุการณ์ชนิกานต์ขับรถเข้ามามองมายังยังตัวเองผุดขึ้นในหัว
นั่นทำให้ธีรดนย์คิดว่าชนิกานต์จงใจขับรถชนอุษา เพราะเกลียดเขา ธีรดนย์เดินเข้าไปในบ้าน

กัณฐิกาไหว้พระอยู่ในห้องพระ ปักธูปในกระถางธูป กฤติยาเข้ามาบอกกัณฐิกา
“แม่ต้องบอกความจริงกับทุกคน”
“ความจริงอะไร... แม่ไม่ได้ทำอะไรผิด”
“เราเป็นต้นเหตุให้ป้าอุษาวิ่งออกไปจากบ้าน”
“แม่บอกแล้วไง ไม่ใช่ความผิดของเรา นิกกี้ต่างหากที่ขับรถชนอุษา!”
“แม่ไม่พูด แอนพูดเองค่ะ”
กฤติยาเดินออกไปจากห้อง กัณฐิกาตกใจ
“แอน”

ชนิกานต์ร้องไห้ที่หน้ารูปแม่ ขณะที่เท้าใครคนหนึ่งเดินเข้ามา ชนิกานต์หันไปมอง
เห็นธีรดนย์ยืนมองชนิกานต์มาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“ฉัน...ฉันขอโทษ”
ธีรดนย์เข้ามาจับตัวชนิกานต์ แล้วลากออกไป
“นายจะทำอะไรฉัน”
“ฉันจะจับเธอส่งตำรวจ”
ชนิกานต์ตกใจ ธีรดนย์ลากตัวชนิกานต์ออกไป

กฤติยาจะออกไปบอกทุกคน กัณฐิกาเข้ามาดึงตัวไว้
“ไม่ได้นะลูก เราบอกความจริงไม่ได้”
“แม่ไม่สงสารนิกกี้รึไงที่ต้องมารับโทษเพราะเรา แม่เลิกเห็นแก่ตัวได้แล้ว”
“แม่ทำไปเพราะเรา...แม่เป็นห่วงลูก” กัณฐิกาอ้าง
กฤติยาแปลกใจ
“เรากำลังจะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เป็นครอบครัวที่อบอุ่น ถ้าแม่ติดคุก ลูกจะอยู่ยังไง ใครจะดูแลลูก”
“แอนไม่สามารถมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นได้ค่ะแม่”
กฤติยาดึงดันและเดินออกจากห้องไป กัณฐิกากังวลใจ

ธีรดนย์ลากตัวชนิกานต์ออกมาหน้าตึกใหญ่ ชนิกานต์พยายามขอร้อง
“ปล่อยฉันเถอะ...ฉันขอโทษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“ขอโทษ! ไม่ได้ตั้งใจ! มันง่ายไปรึเปล่ากับชีวิตแม่ฉันทั้งคน”
“ฉันเองก็เสียใจไม่แพ้นาย นายก็รู้ว่าฉันรักและผูกพันกับป้าอุษามากแค่ไหน”
ธีรดนย์แดกดัน “รักและผูกพัน ฟังแล้วฉันจะอ้วก เธอก็ดีแต่โขกสับจิกหัวใช้แม่ฉันตั้งแต่เด็ก ไม่ต้องบีบน้ำตาเรียกความสงสาร ฉันไม่มีวันให้อภัยเธอ!”
ธีรดนย์เข้าไปลากตัวชนิกานต์ออกไป ชนิกานต์พยายามขอร้อง
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”
ธีรดนย์ตะคอก “โกหก!! เธอโกรธที่ฉันไม่รับรักเธอ เธอจึงพาลมาใส่ที่แม่ฉัน”
“นายเข้าใจผิด ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย” ชนิกานต์พยายามอธิบาย
ธีรดนย์ไม่เชื่อ “คนเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างเธอแก้ตัวก็ฟังไม่ขึ้น! เธอมันดีแต่อาละวาด ไม่ได้ดั่งใจก็พาลหาเรื่องคนอื่น เหมือนที่เธอเคยคิดขับรถไล่ชนคุณกัณฐิกา”
เหตุการณ์ตอนชนิกานต์แกล้งขับรถจะพุ่งชนกัณฐิกาผุดขึ้นมาในหัวธีรดนย์
ชนิกานต์ร้องไห้ เสียใจที่ธีรดนย์ไม่ฟังเหตุผล
“เธอฆ่าแม่ฉัน...เธอต้องรับผิดชอบ!”
ชนิกานต์ตกใจ ธีรดนย์เข้ามาลากตัวชนิกานต์ออกไปอย่างไม่ปราณีปราศัย

ขณะที่กฤติยาจะเดินออกมาจากห้องพระ มีกัณฐิกาตามหลัง
“แอน..ลูกอยากเห็นแม่ติดคุกไปจนตายใช่ไหม”
กฤติยาหยุดเดินหนี ลำบากใจในการตัดสินใจ
“แอนไม่มีทางเลือกอื่นแล้วใช่มั้ย”
“สิ่งที่แม่ทำมันผิด...มันอาจทำให้ลูกรู้สึกแย่....แต่เพื่อครอบครัวเรา”
กัณฐิกาหว่านล้อมกฤติยา จนกฤติยารู้สึกอึดอัดที่ต้องทำอย่างนี้
จังหวะนั้นณวัตรเดินเข้ามาถามทั้งสอง
“เมื่อวานป้าอุษาโทร.หาผม...บอกว่าคุณสองคนมีเรื่อง มันเกิดอะไรขึ้น”
ณวัตรรอฟัง อยากรู้เรื่องราว กัณฐิกาและกฤติยาตกใจ ไม่กล้าเล่าความจริง
รออยู่นานแต่ไม่มีใครพูด ณวัตรคาดคั้น “บอกผมมาสิ...เกิดเรื่องอะไร”
เสียงชนิกานต์ร้องดังแทรกเข้ามา “ปล่อยฉันเถอะ ฉันขอร้อง”
ณวัตรตกใจเป็นห่วงลูกสาว “นิกกี้”
ไวเท่าความคิดณวัตรรีบปราดออกไปดูชนิกานต์ทันที กัณฐิกามองกฤติยา คิดตัดสินใจ

กฤติยาเดินตามณวัตรไป กัณฐิกากังวลใจ กลัวกฤติยาบอกความจริง

ฝ่ายธีรดนย์ยังตั้งหน้าตั้งตาลากตัวชนิกานต์จะออกไป ไม่ฟังเสียงชนิกานต์ที่ร่ำไห้ขอร้องอย่างน่าเวทนา

“ไม่ไป...ฉันกลัว”
ธีรดนย์จะลากตัวออกไป ณวัตรเข้ามาห้ามไว้
“ธีรดนย์ ปล่อยลูกนิกกี้!”
ธีรดนย์ยอมปล่อยมือ ชนิกานต์วิ่งเข้าไปหาณวัตร
“คุณพ่อ ช่วยนิกกี้ด้วย”
ณวัตรกอดปลอบใจชนิกานต์ ธีรดนย์บอกณวัตรเสียงกร้าว
“แม่ผมตาย ต้องมีคนรับผิดชอบ”
ณวัตรอึ้ง พูดไม่ออก กฤติยาตามเข้ามาบอกกับธีรดนย์
“ใช่ค่ะ...เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ”
กัณฐิกาเข้ามา หน้าซีดขาว กังวลใจกลัวกฤติยาบอกความจริง
“หากนายต้องการหาคนผิด คนๆนั้น....”
กฤติยามองไปที่ชนิกานต์ แล้วหันไปมองกัณฐิกา แล้วบอกต่อ
“คือ...ฉัน”
กัณฐิกาแปลกใจที่กฤติยาออกรับแทน
ชนิกานต์และณวัตรแปลกใจ
“เธอไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้” ธีรดนย์ยากจะเชื่อ
กฤติยาหันมาบอกณวัตร “คุณอาคะ ป้าอุษาโทรไปหาคุณอา เพราะเรื่องของแอนกับคุณน้าค่ะ”
ณวัตรแปลกใจหันไปมองกัณฐิกาเป็นเชิงถาม กัณฐิกาอึกอักกลัวกฤติยาบอกความจริงทั้งหมด
“ป้าอุษามาทำความสะอาดในห้องแอน สร้อยที่คุณอาซื้อให้หายไป....แอนกับคุณน้าคิดว่าป้าอุษาขโมยไป พวกเราขู่จะฟ้องตำรวจจับป้าอุษา ป้าอุษาตกใจและกลัวมาก วิ่งหนีออกไปจากบ้าน”
ธีรดนย์กร้าว “แม่ฉันไม่มีนิสัยขโมย”
กัณฐิกาสบช่อง รีบเข้ามาเสริมสร้างเรื่อง
“ใช่ค่ะ ฉันก็เชื่ออย่างนั้น....ฉันกับหนูแอนช่วยกันหาอีกครั้ง พบสร้อยตกอยู่ในห้อง...เราสองคนจะไปขอโทษป้าอุษา...”
กฤติยาเสริม “แต่สายไปเสียแล้ว...ป้าอุษาวิ่งตัดหน้ารถคุณนิกกี้....” กฤติยามองจ้องหน้าชนิกานต์ขณะพูดประโยคต่อมา “ไม่ใช่ความผิดของเธอ...ฉันเป็นคนผิดเองค่ะ”
กฤติยาทรุดตัวร้องไห้เสียใจที่ต้องโกหก กัณฐิการีบเข้ามาปลอบใจ
ธีรดนย์ฟังเรื่องราวก็ยิ่งอัดอัดใจ พูดไม่ออก
กัณฐิกาอ้อนวอน “ให้อภัยหนูแอนด้วยเถอะ ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น มันเป็นอุบัติเหตุ”
ธีรดนย์ยิ่งสับสนในใจ ณวัตรเข้ามาหว่านล้อมธีรดนย์
“เราทุกคนช่วยกันเป็นพยาน ให้การว่ามันเป็นอุบัติเหตุ...ทุกอย่างก็จบลงได้ด้วยดี”
ธีรดนย์ผิดหวังและเสียใจมาก “ทุกคนมีความสุข แม่ผมต้องตายฟรี”
ณวัตรอึ้ง พูดไม่ออก ธีรดนย์ระบายต่อ
“ชีวิตแม่แลกกับการอยู่รอดของชีวิตเจ้านาย มันเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่คนใช้ใช่มั้ยครับ”
คราวนี้ธีรดนย์พุ่งเป้าไปที่ณวัตร ทำเอาณวัตรจุก อึ้ง และพูดไม่ออก ณวัตรค่อยๆ เดินมาเกลี้ยกล่อมธีรดนย์อีก
“ฉันไม่อยากให้นายคิดอย่างนั้น....อย่างน้อยก็เห็นแก่ความรักความห่วงใยที่ฉันเคยมีให้ครอบครัวนาย”
ธีรดนย์รู้สึกจุก รู้สึกเหมือนเป็นการทวงบุญคุณจากณวัตร
ระหว่างนั้นตำรวจท้องที่เดินเข้ามาในห้อง
“ผมขอเชิญทุกคนไปปากคำต่อการเสียชีวิตของคุณอุษาด้วยครับ”
ทุกคนตกใจ มองไปยังธีรดนย์เป็นตาเดียว รอฟังว่าธีรดนย์จะตัดสินใจอย่างไร
“ผมยินดีครับ”
ทุกคนในที่นั้นตกใจ กลัวธีรดนย์จะเอาเรื่อง

ส่วนที่บ้านสุตาภัญ เด็กสาวเดินเข้ามาหาสุทิน
“คุณพ่อเรียกตา...มีอะไรเหรอคะ”
“พี่พงษ์ภูมิมาเยี่ยมลูก”
สุตาภัญหันไป เจอพงษ์ภูมิยืนยิ้มเผล่
“สวัสดีครับน้องตา…”
พงษ์ภูมิทักทายพร้อมเข้ามายื่นช่อดอกไม้ให้ สุตาภัญแปลกใจที่พงษ์ภูมิยังกล้ามาหาอีก รับดอกไม้รักษามารยาทและไว้หน้าบิดา
“ขอบคุณค่ะ”
“ลูกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วออกไปทานอาหารกับพี่เขา”
สุทินสั่ง พงษ์ภูมิยิ้มให้สุตาภัญ แต่สุตาภัญไม่อยากไป
“ขอโทษนะคะ..ใกล้สอบแล้วตาต้องอ่านหนังสือค่ะ”
สุทินบอกเสียงเรียบ “ค่อยกลับมาอ่านก็ได้”
“ไม่ได้ค่ะ วิชานี้สำคัญมาก...คุณพ่ออยากให้ตาได้เกียรตินิยมไม่ใช่เหรอคะ พี่พงษ์ภูมิเองก็เข้าใจ...จริงมั้ยคะ”
สุตาภัญยิ้มให้พงษ์ภูมิ ซึ่งพงษ์ภูมิจำต้องยิ้มรับ
“ครับ ไว้วันหน้าก็ได้ครับคุณอา”
สุตาภัญยิ้มเย้ยที่หนีพงษ์ภูมิได้ แล้วเดินออกไป สุทินรู้ดีว่าลูกสาวไม่ต้องการไปไหนมาไหนกับพงษ์ภูมิ

ครู่ต่อมาสุทินเดินออกมาส่งพงษ์ภูมิที่หน้าบ้าน
“อาขอโทษแทนลูกด้วย”
“ไม่เป็นไรครับ” พงษ์ภูมิดักคอ “โอกาสหน้าคุณอาคงไม่ปล่อยให้ผมมาเก้อ”
สุทินรู้สึกเกรงใจ “ครับ”
ระหว่างนั้นสุรัมภาเดินออกมาหา เรียกสุทิน
“คุณพ่อคะ ภาเสร็จแล้วค่ะ”
พงษ์ภูมิหันไปมอง สุรัมภาก็ยิ้มพอใจ
“ลูกภานี่พี่พงษ์ภูมิ ลูกชายหัวหน้าพ่อ”
สุรัมภา ยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ” พงษ์ภูมิยิ้มแย้ม
สุทินแนะนำ “สุรัมภา....ลูกสาวคนเล็กครับ”
พงษ์ภูมิยิ้มพอใจในตัวสุรัมภา “ผมกลับแล้วครับ”
พงษ์ภูมิเดินออกไปที่รถ สุรัมภามองตามด้วยความแปลกใจ
“พี่เขามาคุยงานกับคุณพ่อเหรอคะ”
“เปล่าหรอก...จะชวนพี่สาวเราไปทานอาหาร แต่พี่เรามันดื๊อไม่ได้เรื่อง ไปโรงเรียนเถอะ”
“ค่ะ”
สุรัมภาออกไปกับสุทินแล้ว สุตาภัญเดินมาด้านหลัง ไม่พอใจที่สุทินเปิดทางให้พงษ์ภูมิมาจีบเธออีก
“เมื่อไหร่คุณพ่อจะเลิกบังคับสักทีนะ”

ภายในห้องสอบสวนที่สถานีตำรวจท้องที่ ตำรวจเริ่มสอบปากคำธีรดนย์
“เรื่องราวเป็นยังไงครับ”
ณวัตรและชนิกานต์ยืนอยู่ที่มุมหนึ่ง รอลุ้นกับคำให้การของเด็กหนุ่ม
ธีรดนย์เริ่มให้การด้วยความขมขื่นใจ
“แม่ผมวิ่งตัดหน้ารถกะทันหัน ทำให้เบรกไม่ทัน แม่จึงถูกชน....” จำใจพูดออกไป “มันเป็นอุบัติเหตุครับ”
ณวัตรและชนิกานต์โล่งใจที่ธีรดนย์ยอมให้การว่าเป็นอุบัติเหตุ
“ถึงแม้จะเป็นอุบัติเหตุ แต่ต้องขึ้นศาลดำเนินคดีตามกฎหมาย ในกรณีนี้...อาจถูกตัดสินรอลงอาญาครับ....แล้วใครเป็นคนขับรถ”
ชนิกานต์และณวัตรกังวลใจมาก ลุ้นว่าธีรดนย์จะให้การอย่างไร
“ผมเองครับ...”
ชนิกานต์และณวัตรแปลกใจและดีใจที่ธีรดนย์ออกรับแทนเรื่องทั้งหมด...
ธีรดนย์บอกย้ำด้วยเสียงขมขื่นใจมาก “ผมขับรถชนแม่ผมเอง”
ชนิกานต์น้ำตาซึมที่ธีรดนย์ไม่เอาผิดเธอ ณวัตรเองก็ซึ้งน้ำใจธีรดนย์มาก

ธีรดนย์เดินออกมา เจอกับณวัตรที่หน้าโรงพัก
“ธีรดนย์....ฉันขอบใจนายมาก ขอบใจจริงๆ”
“ไม่ต้องขอบใจผมหรอกครับ ขอให้คุณท่านรู้ไว้ว่า ผมไม่ได้ทำเพื่อใคร ผมทำเพื่อแม่”
ชนิกานต์ยืนฟังอยู่มุมหนึ่ง
“แม่สอนให้ผมรู้สำนึกในบุญคุณคน..สิ่งที่ผมทำในครั้งนี้ มันคงมากพอที่จะชดใช้บุญคุณที่คุณท่านมีต่อผม”
ณวัตรนิ่งงันไป
“แม่มักพูดเสมอว่า...ที่เราต้องลำบากทุกวันนี้ เป็นเพราะกรรมผมไม่เคยเชื่อว่ามันจะเป็นอย่างนั้น แต่ผมจะพยายามครับ...ผมจะเชื่อว่ากฎแห่งกรรมมีจริง...คนที่ทำกรรมใดไว้ต้องได้รับ
ผลกรรมนั้น”
ชนิกานต์รู้สึกใจเสีย ที่ธีรดนย์ไม่ยอมให้อภัยตน
“ยังไงฉันก็ขอขอบใจนาย ฉันพร้อมจะดูแลชีวิตนายให้ดีที่สุด”
“ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอกครับ....ขอให้คุณอาทำตามคำขอของผม”
“นายอยากได้อะไร? ฉันยินดีให้นายได้ทุกอย่าง”
ณวัตรยินดีจะตอบแทนธีรดนย์ทุกอย่าง
ธีรดนย์ยิ้มพอใจที่ณวัตรยินยอมทำตามข้อเสนอของเขา
ชนิกานต์แปลกใจและอยากรู้ว่าธีรดนย์ต้องการอะไรแลกเปลี่ยน?

ธีรดนย์เดินเข้ามาในห้องตัวเอง มองไปเห็นกีต้าร์วางอยู่ เดินเข้าไปจับกีต้าร์ เพื่อจะร้องเพลงอิ่มอุ่น ตามโน้ตและเนื้อเพลงที่วางอยู่บนเตียง
แต่ธีรดนย์ไม่สามารถดีดได้ เขาร้องไห้โฮ กอดกีต้าร์แล้วคิดถึงแม่ ธีรดนย์ร้องไห้โฮไม่อายใคร
ชนิกานต์ได้ยินเสียงร้องไห้ของธีรดนย์ก็เสียใจมาก วิ่งเตลิดออกไป

ครู่ต่อมาชนิกานต์วิ่งมาหยุดยืน อึดอัดคับข้องใจ ร้องไห้ไม่ออก
ระหว่างนั้นกฤติยาเดินเข้ามาหา ชนิกานต์รู้สึกอายที่ตัวเองแสดงความอ่อนแอออกมา จะเดินหนีไป
“ร้องออกมาเถอะ มันจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น” กฤติยาเอ่ยขึ้น
ชนิกานต์แปลกใจ หันกลับมามองกฤติยา เห็นสายตาที่เป็นมิตร เท่านั้นเองชนิกานต์จึงหลั่งน้ำตาออกมา
กฤติยาเดินเข้าไปโอบกอดเป็นกำลังใจให้ ชนิกานต์รู้สึกดี ค่อยๆ เอามือโอบกอดกฤติยา

ความหมองหมางโกรธเกลียดมลายไปสิ้น เด็กสาวทั้งสองกอดกันด้วยมิตรภาพ และความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน

ติดตาม "ลูกไม้หลากสี" ตอนที่ 11
ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 8
ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 8
ชนิกานต์ตื่นนอนแต่เช้าเพื่อไปเรียน เด็กสาวมองไปยังกล่องของขวัญซึ่งอยู่บนโต๊ะปลายเตียง ลุกขึ้นมา เดินไปหยิบกล่องของขวัญเปิดออก เห็นแหวนเพชรดีไซน์เก๋สวยงามสำหรับสาววัยใส ชนิกานต์หวนคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตขึ้นมา วันนั้นชนิกานต์เดินผ่านร้านเพชร มองไปยังแหวนเพชรในตู้โชว์เครื่องประดับ ก่อนจะหันมาบอกผู้เป็นพ่อ “แหวนวงนี้สวยมาก นิกกี้อยากได้” “อยากได้ก็ตั้งใจเรียน พ่อจะซื้อให้เป็นของขวัญวันรับปริญญา” “นิกกี้อยากได้วันนี้นี่” ชนิกานต์งอนผสมงอแงที่ณวัตรไม่ซื้อให้ จึงเดินหนีไป ชนิกานต์ดึงตัวเองกลับมา หยิบแหวนจากกล่องมาสวมนิ้วซึ่งสวมได้อย่างพอดีเป๊ะ ชนิกานต์ยิ้มอย่างมีความสุข รู้สึกดีที่ณวัตรใส่ใจและซื้อของที่ชอบมาให้ ชนิกานต์คิดทำอะไร
กำลังโหลดความคิดเห็น...