xs
xsm
sm
md
lg

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 14

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 14
 
สุรัมภาเดินตัวลีบเข้าบ้าน เจอสุทินนั่งอยู่ที่โซฟา เสาวนิตย์นั่งอยู่ด้วย

“คุณพ่อคุณแม่คะ ภากลับมาแล้วค่ะ”
สุทินและเสาวนิตย์ยิ้มรับ สุรัมภาไหว้ขอโทษ พูดโกหก
“ภาขอโทษนะคะที่ภาหายไป คือเมื่อวานนี้...ภาไปติวหนังสือที่บ้านเพื่อน แล้วเพื่อนชวนดูซีรี่ส์เกาหลีต่อ ภาเผลอหลับไปน่ะคะ เพื่อนไม่ได้ปลุกภา ภาตื่นเช้าก็รีบกลับมา ภารู้ค่ะว่าคุณพ่อคุณแม่ห่วงภามาก ภาขอโทษอีกครั้งนะคะ”
สุรัมภายกมือไหว้ขอโทษ
สุทินถามกลับด้วยน้ำเสียงเป็นปกติ “หนังซีรี่ส์เรื่องอะไรล่ะลูก”
สุรัมภาอึกอัก ไม่คิดว่าสุทินจะถามชื่อหนัง
สุทินตอบเอง “ใช่เรื่องท้องในวัยเรียนรึเปล่า”
สุรัมภาตกใจแทบช็อก ไม่คิดว่าสุทินจะรู้เรื่องแล้ว
“คุณพ่อ”
สุรัมภาหันไปมองแม่ เสาวนิตย์น้ำตาหยด เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
สุทินคาดคั้น “ว่าไง.....ตอบพ่อมาสิ”
สุรัมภาร้องไห้ออกมา
สุทินพูดต่อด้วยน้ำเสียงเป็นปกติ “เรื่องนี้นางเอกแสร้งเป็นเด็กดีของพ่อแม่...ตอนเช้าไปเรียนหนังสือ แล้วหนีเรียนไปเที่ยวผับ คบผู้ชายไม่เลือกหน้า มั่วสำส่อน พอตั้งท้องก็เลยไม่รู้ว่าพ่อเด็กเป็นใคร”
สุรัมภาฟังแล้วอึ้งตกใจ
สุทินพูดต่ออย่างปวดใจ “นางเอกเรื่องนี้ฉลาด รู้จักแก้ปัญหา ไปหาผู้ชายรวยๆ มารับเป็นพ่อ ชีวิตจะได้สุขสบาย พ่อแม่จะได้ภูมิใจที่ได้ลูกเขยรวยใช่มั้ย..ลูกภา” เห็นสุรัมภาเอาแต่นิ่งสุทินตะคอกถาม “พ่อถามว่าใช่มั้ย!”
สุรัมภาเข่าอ่อน ตกใจทรุดตัวร้องไห้โฮ เสาวนิตย์บอกความจริงกับสุรัมภา
“แม่ของนายชยางกูรมาที่นี่ เล่าทุกอย่างให้เราฟังหมดแล้ว”
“ภาไม่ได้ตั้งใจนะคะพ่อ”
สุทินบันดาลโทสะ เข้ามากระชากตัว “ฉันพร่ำสอนไม่ให้ริรักในวัยเรียน ทำตัวเสียคน แต่เธอท้อง! ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? อ้างว่าโดนข่มขืน รึว่าความจริงเธอสมยอม! พูดมาสิ”
สุรัมภาตกใจมากขอความช่วยเหลือจากแม่ “คุณแม่...ช่วยภาด้วย”
“คุณฟังลูกพูดก่อนสิคะ”
เสาวนิตย์จะเข้าไปช่วยสุรัมภา ถูกสุทินผลักออกไป
“ออกไป...” หันมาตะคอกใส่สุรัมภา “เห็นไหมว่าผลของการรักสนุกมันเป็นยังไง”
สุทินโวยใส่ลูกสาวอย่างรุนแรง สุรัมภาตกใจร้องไห้ จังหวะนั้นสุตาภัญก็ก้าวเข้ามาในบ้าน มาช่วยสุรัมภาไว้
“หยุดเถอะค่ะคุณพ่อ”
“ลูกตา”
สุทินและเสาวนิตย์แปลกใจที่สุตาภัญเข้ามา

สายวันนั้นสุรเดชเดินเข้ามาในห้อง แปลกใจที่ชนกชนม์ไม่ออกไปข้างนอก
“ไม่ออกไปหานางฟ้าแกเหรอวะ”
“นางฟ้ามันก็มีแค่ในนิทานหลอกเด็ก ชีวิตฉันต้องการ เพื่อนที่แสนดี”
ชนกชนม์หยิบอุปกรณ์เสพยาขึ้นมาเล่นยาต่อ สุรเดชยิ้มกริ่ม
“เอาให้เต็มที่เลยเพื่อน...โลกมนุษย์มันเจ็บปวด...อยู่บนสวรรค์อย่างนี้แหล่ะ...สุขใจ...ยะฮิ้วว...”
ชนกชนม์ยิ้มตอบรับสุรเดช แล้วก็เสพยาต่อ ไม่สนใจใส่จิ้วอะไรทั้งสิ้น

ฝ่ายสุตาภัญเดินเข้าไปพูดกับสุทินดีๆ
“คุณพ่อคะ..เรื่องที่ภาพูดเป็นความจริงค่ะ”
“ความจริงอย่างนั้นเหรอ? งั้นบอกมา มันเกิดขึ้นที่ไหน ยังไง ใครข่มขืนเธอ”
สุรัมภาเสียใจและตกใจ ไม่กล้าเล่า
“ในเมื่อมันเป็นเรื่องจริง เธอก็ต้องเล่าให้ฉันฟังได้...”
สุตาภัญยกมือไหว้ “ตาขอเถอะค่ะพ่อ...อย่าทำร้ายจิตใจน้องอีกเลย...คนในครอบครัวควรเป็นคนแรกที่ปลอบใจและให้กำลังใจ ไม่ใช่มาคาดคั้นทำร้ายความรู้สึกกันอย่างนี้”
“ไม่ต้องมาพูดดีทำทีเป็นสอนฉัน...เพราะเธอใช่ไหม...ที่นำพาน้องเสียคน....กลัวจะเป็นหมาหัวเน่าก็เลยพาน้องเข้ากลุ่มเข้าแก๊ง ยุให้น้องเสียตัวเสียคนเหมือนเธอ”
สุตาภัญร้องไห้เสียใจ ย้อนเอา “ก่อนจะโทษคนอื่น คุณพ่อเคยโทษตัวเองบ้างมั้ยคะ”
สุทินเดือดดาล “สุตาภัญ!”
“คุณพ่อคะ คุณพ่อฟังตาฟังพวกเราบ้างสิคะ ตาเสียใจนะคะที่ต้องออกไปจากที่นี่ นี่คือบ้านตา บ้านที่มีทั้งพ่อแม่และน้อง เป็นครอบครัวของตา แต่ตาอยู่ไม่ได้”
เสาวนิตย์และสุรัมภาร้องไห้เสียใจ สุตาภัญระบายต่อ
“ทุกครั้งที่ถูกคุณพ่อซักคุณพ่อสั่ง ตาอึดอัดใจ ทำอะไรก็ไม่ถูกใจคุณพ่อ พอตาแสดงความคิดเห็น...คุณพ่อก็หาว่าตาเถียง...พอตาเชื่อฟังทำตามทุกอย่าง ก็หาว่าตาประชด ตาทำตัวไม่ถูกจริงๆ ค่ะพ่อ”
สุทินฟังด้วยความขมขื่นใจ
“คุณพ่อน่าจะถามความรู้สึกของคุณแม่และน้องบ้างนะคะ”
สุตาภัญหันไปมองเสาวนิตย์และสุรัมภา
“คุณแม่รู้สึกยังไง น้องคิดอะไร? มันน่าจะช่วยให้เราอยู่ด้วยกันอย่างเข้าอกเข้าใจกัน ตาเชื่อว่ามันน่าจะทำให้ครอบครัวเราไม่เกิดปัญหา....”
สุทินไม่อาจทนฟังต่อได้ ตบหน้าสุตาภัญฉาดใหญ่
“ออกไป! ฉันบอกให้ออกไป”

สุทินเดือดดาลถลันเข้าไปทำร้ายทุบตีสุตาภัญไม่ยั้ง สุตาภัญร้องไห้ด้วยความเสียใจ

ฝ่ายชนกชนม์นอนจมอยู่กับยา พร่ำเพ้อละเมอหาแต่สุตาภัญ

“ตา...ทำไมต้องทำร้ายจิตใจฉัน ฉันรักเธอนะ...ตา..ฉันรักเธอ”
ชนกชนม์ครวญคร่ำถึงสุตาภัญ ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ

ด้านสุทินทุบตีสุตาภัญ แล้วผลักสุตาภัญล้มลงไปกับพื้น สุตาภัญเจ็บปวดทั้งกายและใจ ค่อยๆ ยันตัวขึ้น แล้วเข้ามากราบเท้าสุทินขอร้องขออ้อนวอนอย่างน่าเวทนา
“ตาขอค่ะคุณพ่อ คุณพ่อจะโกรธจะเกลียดตา หาว่าตากร้าวร้าว ตาก็ยอม แต่ตาขอให้คุณพ่อรู้ว่าน้องรักดี ขอให้คุณพ่อ ดูแลน้อง รักน้องให้มาก”
สุทินมองหน้าสุรัมภา “ฉันไม่เลี้ยงลูกที่ไม่รักดี”
สุรัมภาอึ้ง
“ใครที่ทำให้ฉันเสื่อมเสียเกียรติ มันไม่ใช่ลูกฉันอีกต่อไป!”
สุรัมภาเสียใจมากที่ถูกตัดพ่อตัดลูก
เสาวนิตย์เข้ามาห้าม “ไม่ได้นะคะ คุณไล่ลูกภาไปไม่ได้”
“ไม่ต้องยุ่ง หุบปากซะ” สุทอนตะคอก
“ฉันทนมานานแล้ว ฉันไม่ยอมให้คุณทำร้ายจิตใจลูกอีก”
สุทินตกใจที่เสาวนิตย์กล้าเถียงตน
“เธอกล้าเถียงฉัน รวมหัวกันขัดคำสั่งฉัน”
ขาดคำสุทินตบหน้าเสาวนิตย์จนล้มลงไปกองกับพื้น แต่ไม่หนำใจจะเข้าไปทำร้ายซ้ำด่าว่า
“คนที่ต้องรับผิดชอบคือเธอ เธอเป็นแม่สั่งสอนลูกให้เสียคน ใฝ่ต่ำ เธอเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง”
สุตาภัญและสุรัมภาเข้าไปปกป้องเสาวนิตย์
“คุณแม่”
สุรัมภาไหว้ขอร้องพ่อ “พอเถอะค่ะ..หยุดทำร้ายแม่ได้แล้ว ภาไปเอง ภาไม่อยู่อีกแล้ว”
สุทินหยุดทำร้ายเสาวนิตย์ หันมามองสุรัมภา
“ภาจะไม่อยู่เป็นตัวปัญหา ให้คุณพ่อต้องเสียหน้าเสียเกียรติ!”
สุรัมภาวิ่งออกไปจากบ้าน สุตาภัญเป็นห่วงวิ่งตามออกไป
“ภา…”
เสาวนิตย์เป็นห่วงลูกมาก จะตามออกไป
“ลูกภา..ลูกตา”
สุทินประกาศกร้าว “ถ้าเธอออกไปจากบ้านนี้เพียงก้าวเดียว ไม่ต้องกลับมาอีก”
เสาวนิตย์เครียดจัด เป็นลมหมดสติไปสุทินไม่พอใจ และเป็นห่วงเสาวนิตย์
“คุณ”

สุรัมภาวิ่งออกมาจากบ้าน รู้สึกเสียใจและเคว้งคว้างกับชีวิต เด็กสาวหันกลับไปมองบ้าน แล้ววิ่งหนีออกไปที่ถนนใหญ่
สุตาภัญวิ่งตามมา สอดส่ายสายตามองหาสุรัมภา
“ภา...”
สุตาภัญมองหาสุรัมภาด้วยความเป็นห่วง แล้วเห็นสุรัมภาวิ่งไปที่กลางถนนก็ตกใจ

ฝ่ายสุรัมภาวิ่งหนีมาที่ถนน มองเห็นรถคันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูง สุรัมภาตัดสินใจวิ่งไปกลางถนน หวังฆ่าตัวตาย
สุตาภัญวิ่งตามเข้ามาเห็นก็ตกใจแทบช็อก
“ภา”
รถวิ่งเข้ามาที่สุรัมภา แต่เบรกไว้ได้ทัน สุรัมภาล้มลงเป็นลมหมดสติ สุตาภัญวิ่งเข้าไปกอดน้องสาวไว้
“ภา”
ตกกลางคืน ชนกชนม์เกิดอาการอยากยา ค้นหาทั่วห้อง รื้อข้าวของจนกระจุยกระจาย ในอาการงุ่นง่าน สุรเดชเดินเข้ามาในห้อง

“หาอะไรวะเพื่อน”
ชนกชนม์พุ่งเข้าหาสุรเดช “ยาอยู่ไหน?”
“ยาแก้ไข้หรือแก้หวัด” สุรเดชเล่นลิ้น
ชนกชนม์จะต่อย
“อ๊ะล้อเล่ง....แกซัดไม่หยุด มันก็หมดสิวะ”
ชนกชนม์ควักเอาเงินในกระเป๋า ยื่นให้สุรเดช
“เอายามา”
สุรเดชปัดเงิน “เพื่อนกันแบ่งกันกินได้”
ชนกชนม์ยิ้มย่อง
สุรเดชตั้งเงื่อนไข “ฉันให้ของแก แกต้องช่วยฉัน”
ชนกชนม์แปลกใจว่าสุรเดชจะให้ช่วยทำอะไร?

ด้านสุรัมภาฟื้นขึ้นมาในห้องพักพี่สาว สุตาภัญเข้าไปดูอาการ
“ภาไม่เป็นอะไรแล้วนะ”
สุรัมภาโวยวาย “พี่ตาช่วยภาทำไม ภาอยากตาย!”
สุรัมภาดิ้นจะวิ่งออกไปจากห้องสุตาภัญเข้าไปรั้งไว้
“ไม่ได้นะภา ภาไม่รักพี่เหรอ”
“คุณพ่อไล่ภาออกมา แล้วภาก็ไปโรงเรียนไม่ได้ ภาไม่รู้จะอยู่ยังไง ภาอยากตาย”
สุรัมภาดิ้นจะวิ่งออกไปให้ได้ สุตาภัญกอดรัดไว้ ปลอบใจ
“ภาต้องรักตัวเองให้มากๆ แล้วที่สำคัญ ภาไม่ใช่ตัวคนเดียว ยังมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่กับภา”
สุรัมภาเหมือนได้สติ เอามือจับท้อง แล้วบอกสุตาภัญ
“พี่ตา...ภาอยากทำแท้ง”
สุตาภัญตกใจ

สุรเดชโยนกุญแจมอเตอร์ไซค์ให้ ชนกชนม์รับมา
“จะให้ฉันทำอะไร”
“ไปทำธุระกับฉัน” สุรเดชโชว์ห่อยา
ชนกชนม์ปากุญแจคืนให้ “ฉันไม่ไป! ฉันไม่ขายยาเด็ดขาด!”
“แกไม่ได้ขาย...แค่ขับรถไปส่งฉัน”
ชนกชนม์ลังเล นิ่งคิดตัดสินใจ
“ไม่ไปก็อดได้ยา!”
สุรเดชเดินไปเสียบกุญแจรถ ทำท่าจะขี่ออกไปเอง
ชนกชนม์เข้ามาปัดมือสุรเดชออก แล้วทำหน้าที่ขี่รถให้
“ไปไหน”

สุรเดชยิ้มยิ้มย่องที่ชนกชนม์ยอมขับรถให้

ฝ่ายสุรัมภายืนยันหนักแน่นกับสุตาภัญเรื่องทำแท้ง

“ภาจะเอาเด็กออก!”
สุตาภัญห้ามเสียงดัง “ไม่ได้นะภา มันเป็นบาป”
“แล้วภาจะใช้ชีวิตยังไง ภาต้องเรียนหนังสือ สอบเข้ามหาวิทยาลัย เอาใบปริญญาให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจ พี่ตาจะให้ภาทำยังไง”
“พี่จะไปช่วยทำเรื่องให้ภาหยุดเรียนชั่วคราว พอเด็กคลอดภาค่อยกลับไปเรียนหนังสือ ทำตามความฝันของภาอีกครั้ง ทุกอย่างมีทางออกเสมอ”
สุรัมภาไม่ยอมท่าเดียว “ไม่ค่ะ ภาเกลียดมัน! มันเป็นลูกของคนที่ภาเกลียด!”
พลางสุรัมภาทุบท้องตัวเอง สุตาภัญเข้าไปห้ามไว้ กอดเอาไว้ ทั้งสองร้องไห้ด้วยกัน
“เขาเกิดมาแล้ว..เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย เขาไม่ได้ผิดนะภา”
“แล้วชีวิตภาล่ะ ชีวิตที่ถูกทำร้าย ภาถูกข่มขืน!”
“พี่รู้...รู้ว่าภาเจ็บปวด...แล้วภาจะทนเจ็บปวดกับความผิดบาปที่ภาต้องฆ่าหนึ่งชีวิตได้เหรอ”
สุตาภัญย้อนถาม ทำให้สุรัมภาฉุกคิด
“ภาจำได้ไหม? ตอนที่ภาเคยพลาดถอยรถทับแมวตาย ภาร้องห่มร้องไห้ไปหลายวัน แม้แต่วันนี้ พี่ก็เชื่อว่าภาไม่เคยลืมมันได้”
สุรัมภาคิดตามที่สุตาภัญพูด
“ขนาดเป็นสัตว์ภายังรู้สึกแย่ แต่นี่เป็นคน ภาจะทนรับความผิดบาปได้ยังไง”
“แล้วภาจะใช้ชีวิตยังไง?..จะอยู่ยังไง?..ภาไม่เหลือใครอีกแล้ว”
“ภายังมีพี่...พี่จะอยู่เคียงข้างภา พี่จะดูแลภาและเลี้ยงลูกของภา...เราจะไม่ทิ้งกัน...พี่สัญญา”
สุตาภัญปลุกปลอบใจให้สุรัมภาคลายความกังวล แต่สุรัมภายังคิดเกลียดชยางกูรเข้าไส้
“ภาทำใจไม่ได้....เมื่อเด็กคลอด ทุกครั้งที่ภามองหน้าเด็ก ภาต้องเห็นหน้าชยางกูร คิดถึงเหตุการณ์เลวร้ายในวันนั้น! ภาทนไม่ได้!”
“เขากับเด็กคือคนละคนกัน...ภาต้องมองเขาเป็นเด็ก เด็กที่น่ารัก ถึงแม้ภาจะเกลียดเขาแค่ไหน แต่เขาเกิดจากสายใยของภา เขาคือลูกภา...เหมือนที่ภาเคยเกลียดพี่ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น..สุดท้ายเราก็ยังคงรักกัน...เพราะเราคือสายเลือดเดียวกัน...เชื่อพี่เถอะ”
สุรัมภาฟังคำสอนของสุตาภัญก็ใจอ่อน ทรุดตัดลง ร้องไห้โฮต้องยอมรับสภาพที่เกิดขึ้นในชีวิต

ขณะเดียวกันชนกชนม์ขี่รถมาจอดที่มุมหนึ่งในตรอกเปลี่ยว สุรเดชลงจากรถ
“ฉันรอแกตรงนี้ อย่าดึงฉันไปเอี่ยวด้วย!”
“แค่นี้ก็เลิฟๆ แล้วเพื่อน”
สุรเดชยิ้มส่งจุ๊บให้ชนกชนม์ แล้วเดินเข้าไปในตรอก ส่วนชนกชนม์ยืนรอสุรเดชสายตาระแวดระวัง

สุตาภัญกอดสุรัมภาไว้ สุรัมภาร้องไห้แล้วหลับคาอ้อมแขนพี่สาว
สุตาภัญค่อยๆ ประคองน้องให้นอนลง ดึงผ้าห่มมาคลุมให้ แล้วเช็ดน้ำตาให้สุรัมภา
“ภาต้องเข้มแข็ง ต้องสู้นะ...พี่เองก็จะสู้และเข้มแข็งเหมือนกัน”
สุตาภัญร้องไห้ เศร้าใจกับชะตาชีวิตของตัวเองเหมือนกัน

กฤติยากลับจากมหาวิทยาลัย กำลังจะเข้าตึกใหญ่ไป มองเห็นณวัตรนั่งดื่มอยู่ริมสระน้ำ

ณวัตรนั่งดื่มเหล้าอยู่คนเดียวที่โต๊ะริมสระน้ำ คิดถึงเหตุการณ์ที่สุรเดชบุกมา
“ผู้หญิงคนนี้คือแม่แท้ๆ ของแอน!”
ณวัตรหันไปมองกัณฐิกาเป็นเชิงถาม กัณฐิกาตกใจ สุรเดชได้ทีแฉความจริงทั้งหมด
“แม่ที่เห็นแก่ตัว คลอดลูกแล้วทิ้งให้ยายเลี้ยง หลังจากนั้นก็ไล่จับผู้ชาย...คุณก็คือเหยื่อของผู้หญิงหิวเงินคนนี้”
ณวัตรเริ่มไม่แน่ใจว่าสิ่งที่สุรเดชพูด เป็นความจริงหรือไม่
ณวัตรเครียดจะยกแก้วขึ้นดื่มอีกกฤติยาเข้ามาจับแก้วไว้
“พอเถอะค่ะ เหล้าไม่ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้หรอกค่ะ”
ณวัตรหันไปมองกฤติยา เห็นเป็นกัณฐิกา
“คุณกัณ...”
ณวัตรพูดจบเข้ามาสวมกอดกฤติยาทันที กฤติยาตกใจรีบบอก
“แอนค่ะคุณอา”
ณวัตรมองไป ภาพเบลอที่เห็นเป็นกัณฐิกาค่อยๆ ชัดเป็นกฤติยา
“ฉันเมาอีกแล้วใช่มั้ย...เห็นหน้าหนูเป็นคุณกัณทุกครั้ง” มองเพ่งกฤติยาอีก “ถ้าฉันไม่รู้ว่าหนูเป็นญาติคุณกัณ ฉันต้องคิดว่าหนูเป็นลูกสาวคุณกัณ”
กฤติยาอึ้ง รีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“คุณอาเมามากแล้ว ไปพักเถอะค่ะ แอนช่วยเก็บของให้ค่ะ”
กฤติยาเข้าไปช่วยเก็บของ ณวัตรจะเดินออกไป แต่ซวนเซด้วยฤทธิ์เหล้า กฤติยาเข้าไปประคองไว้

“คุณอาคะ”

ส่วนสุรเดชเหลียวซ้ายแลขวา ก่อนจะส่งห่อยาให้โจ๊ก โดยมีชัยยืนอยู่ที่ด้านหลัง

“ของไปเงินมา”
โจ๊กทำทีเหมือนจะหยิบเงินส่งให้ แต่ชัยกระโดดถีบสุรเดชจนล้มลงกับพื้น โจ๊กกับชัยโกยแน่บ
“เฮ้ย ไอ้เชี๊ย.....” สุรเดชวิ่งไล่ตามไป

ชนกชนม์ยืนรอสุรเดชอยู่ในตรอก
โจ๊กและชัยวิ่งผ่านหน้าชนกชนม์ไป สุรเดชวิ่งมาตะโกนบอกดังลั่น
“ไอ้ชนม์จับมัน มันขโมยของ”
ชนกชนม์หันไป โจ๊กและชัยวิ่งหนีไปแล้ว ชนกชนม์พอรู้เส้นทาง รีบวิ่งไปดักอีกทาง

ตรงมุมหนึ่งที่ตรอกเปลี่ยว โจ๊กและชัยกำลังจะวิ่งออกไป ชนกชนม์โผล่มาขวางไว้
“ไม่มีเงินจ่ายก็เอาของคืนมา!”
“ยุ่งนักนะมึง”
โจ๊กทะยานเข้าไปต่อยชนกชนม์ทันที ชนกชนม์หลบแล้วต่อยกลับ เล่นงานโจ๊กกระเด็นออกไป ชัยโผนเข้ามาต่อยชนกชนม์ ชนกชนม์ต่อยตี จนชัยเสียท่า
โจ๊กและชัยเข้ามาพร้อมกัน รุมเล่นงาน 2 ต่อ 1 ชนกชนม์สู้ไม่ไหว เซถลาเสียหลักไป
โจ๊กสบโอกาสควักมีดออกมา จะเข้ามาแทงชนกชนม์
“ตายเถอะมึง!”
โจ๊กจะแทงชนกชนม์อยู่แล้ว สุรเดชเข้ามาเอาไม้ฟาดเต็มแรงจนมีดตกที่พื้น
สุรเดชฟาดโจ๊กซ้ำด้วยความแค้น จนโจ๊กนอนหมอบ แล้วจะเข้าไปแย่งห่อยา แต่ชัยเข้ามาเล่นงานสุรเดช ห่อยาตกพื้น
ชนกชนม์จะเข้าไปช่วยสุรเดช แต่โจ๊กขวาง สองคนต่อสู้กัน
ชัยต่อยจนสุรเดชล้มลง ชัยหยิบมีดจะเข้าไปแทงสุรเดช ชนกชนม์เข้าไปถีบชัย ช่วยสุรเดชไว้ได้ ชนกชนม์คว้ามีดขึ้นมาขู่ชัยและโจ๊ก ทั้งสองรู้ว่าสู้ไม่ได้ วิ่งหนีไป
สุรเดชคลานเข้าไปแย่งห่อยาที่พื้นขึ้นมา ดีใจที่รอดตาย
“ขอบใจมากไอ้ชนม์”
ชนกชนม์ยิ้มพอใจที่ช่วยสุรเดชไว้ได้

ฝ่ายกฤติยาถืออ่างใส่น้ำใบเล็กๆ เข้ามานั่งลงที่ข้างเตียง
“เช็ดหน้านะคะ... คุณอาจะสดชื่นขึ้น”
กฤติยาเช็ดหน้าให้ ณวัตรมองกฤติยา เยื้อนยิ้มพอใจคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต
วันนั้นกฤติยาเข้ามานวดให้ จนณวัตรรู้สึกดี
ณวัตรมองกฤติยาอย่างหวามไหว กฤติยาเช็ดที่ซอกคอ ณวัตรห้ามใจไม่อยู่รวบตัวเด็กสาวมากอด
“คุณอา! อย่าค่ะ”

ธีรดนย์เดินเข้ามาในคฤหาสน์ ได้ยินเสียงร้องก็แปลกใจ
“แอน”
ธีรดนย์มองขึ้นไปยังห้องนอนด้านบน

ณวัตรกอดรัดกฤติยาแน่น กฤติยาพยายามดันตัวออก
“คุณอาอย่าทำอย่างนี้ค่ะ”
กฤติยาจะลุกหนีออกไป แต่ณวัตรดึงตัวไว้จนล้มลงบนเตียงนอนด้วยกัน
“หนูน่ารักมาก ฉันจะดูแลหนูให้มีความสุข”
“อย่าค่ะ มันไม่ดี”
“ฉันรู้หนูเกรงใจคุณกัณ แต่หนูเป็นแค่ญาติห่างๆ อย่าคิดมากเลย”
“ไม่ใช่ค่ะ แอนกับน้ากัณเราเป็น...”
ณวัตรจ้องมองอยากรู้...แต่กฤติยาตัดสินใจไม่บอกความจริง
“ปล่อยแอนเถอะค่ะ!”
กฤติยาจะลุกออกจากเตียง ณวัตรเข้ามาจับตัวไว้

ขณะเดียวกันชนิกานต์เข้ามาในห้องโถง ร้องเรียกธีรดนย์
“ธีรดนย์ นายธี...นายธี”
จังหวะนั้นกัณฐิกาถือถุงช้อปปิ้งเข้ามาในบ้าน พูดเยาะเย้ยชนิกานต์
“คนใช้มีอะไรดีนะ คุณหนูขี้วีนถึงได้เรียกหาทุกวันรึว่าชาติที่แล้วเป็นบ่างค่างชะนี...ติดนิสัยร้องเรียกหา...” กัณฐิกาจะพูดต่อคำว่า...ผัว
ชนิกานต์สวนขึ้น “หุบปากเน่าๆ ของแกซะ!” มองถุงช๊อปปิ้งเหยียดๆ “วันนี้ถลุงเงินพ่อฉันไปกี่หมื่นกี่แสนล่ะ ระวังนะ มัวแต่ช๊อปปิ้งไม่ทำหน้าที่บำเรอคุณพ่อฉัน คุณพ่ออาจหาของใหม่สดกิน”
“ไม่มีทาง คุณณวัตรรักฉันคนเดียว ไม่งั้นคงไม่ให้บัตรไปรูดเป็นแสนๆ หรอกย่ะ”
กัณฐิกาเย้ยชนิกานต์อย่างถือดี ชนิกานต์ไม่พอใจ ย้อนกลับ
“ที่พ่อฉันให้เพราะเบื่อต่างหาก มันเป็นวิธีกำจัดให้เธออยู่ห่างเธอมันเหนียงยาน เป็นไก่แก่เนื้อเหนียวผีเคี้ยวยังคาย”
“แก!”
กัณฐิกาโกรธจัดตบหน้าฉาดใหญ่ ชนิกานต์ไม่พอใจตบกลับไปสองที
“แก่แล้วก็เจียมตัว อย่ามาสู้กับฉัน ความแรงเราต่างกัน”
ชนิกานต์เดินเชิดไป กัณฐิกาโกรธจนตัวสั่น

ทางด้านกฤติยาเริ่มสู้แรงณวัตรไม่ไหวจะร้องขอความช่วยเหลือ
“ปล่อยแอนค่ะ...ช่วยด้วย...ช่วยด้วย”
ณวัตรเอามือปิดปาก “ไม่ต้องร้อง...ฉันจะทำให้เธอมีความสุข”
ณวัตรเข้าไปกอดรัดนัวเนียกฤติยาด้วยฤทธิ์เหล้าและแรงหื่น
ธีรดนย์วิ่งขึ้นมาหน้าตรงทางเดินชั้นบน แต่เสียงเงียบหายไป ธีรดนย์แปลกใจมองหาที่มาของเสียง
กฤติยาพยายามดิ้นรนขัดขืน ณวัตรกอดรัดไว้ กฤติยาเอามือไปปัดอ่างน้ำตกพื้นดังโครม

ธีรดนย์ได้ยินเสียงดังมากจากห้องณวัตร เหลียวขวับไปมอง แล้วเดินตรงไปที่ห้องณวัตรทันที

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 14 (ต่อ)

ฝ่ายชนิกานต์จะเดินหนีขึ้นห้อง กัณฐิกาเข้ามาจับดึงตัวไว้ แล้วตบหน้าสุดแรง

“แกรู้จักฉันน้อยไป” ตบซ้ำอีก “ไม่อยากเจ็บตัวก็อย่าเล่นกับไฟ”
กัณฐิกาเย้ยจะเดินขึ้นไปด้านบน ชนิกานต์พุ่งดึงตัวไว้ แล้วตบกัณฐิกาทรุดลง

ชนิกานต์เข้าไปซ้ำ กัณฐิกาสู้ ทั้งสองทะเลาะกันตบตีที่พื้น ไม่มีใครยอมใคร

ฟากธีรดนย์วิ่งมาเคาะประตูห้องนอน
“คุณท่านครับ มีอะไรรึเปล่าครับ”
ด้านในห้องณวัตรตกใจ กฤติยาดีใจจะร้องเรียก
“ธีรดนย์!”
ณวัตรรีบเอามือปิดปากกฤติยา ธีรดนย์ได้ยินเสียงเรียกก็แปลกใจ
“มีอะไรรึเปล่าครับ”
ณวัตรตะโกนตอบออกมา “ฉันทำของตก ไม่มีอะไร นายไปนอนเถอะ”
ธีรดนย์ยืนอยู่หน้าห้อง นิ่งคิดตัดสินใจ
กฤติยาจะดิ้นหนี แต่ณวัตรกอดรัดไว้แล้วปิดปากแน่น กฤติยาน้ำตาไหลพราก
ธีรดนย์ตะโกนบอกณวัตร
“มีอะไรเรียกผมนะครับ” ธีรดนย์จะเดินออกไป
ณวัตรยิ้มพอใจ หันไปมองกฤติยาตาหวานฉ่ำ กฤติยาผิดหวังที่ธีรดนย์เดินออกไป ณวัตรโถมตัวเข้าไปกอดจูบซุกไซ้กฤติยา
ขณะที่ธีรดนย์จะเดินออกไป หันไปเห็นรองเท้ากฤติยาวางอยู่หน้าห้องณวัตร ธีรดนย์เอะใจ ผลักประตูเข้าไปในห้อง เห็นภาพณวัตรกำลังขืนใจกฤติยา
“คุณท่าน!”
ณวัตรและกฤติยาหันไปมองธีรดนย์อย่างตื่นตะลึง ณวัตรตกใจ
“ธีรดนย์ ช่วยฉันด้วย!”
กฤติยาสลัดตัวสุดแรง กระโจนลงเตียงวิ่งมาหาธีรดนย์

ทางด้านชนิกานต์ยังตบตีกับกัณฐิกา แล้วได้ยินเสียงของธีรดนย์กับกฤติยาดังมาจากชั้นบนก็แปลกใจ
“นายธี!”
ชนิกานต์สลัดตัวออกรีบวิ่งขึ้นไปด้านบนทันที
กัณฐิกาเองก็แปลกใจที่ได้ยินเสียงร้องของกฤติยา
“ยัยแอน!”

ณวัตรเดินเข้ามาหากฤติยา ทำทีเป็นขอโทษ
“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
กฤติยาตกใจกลัว วิ่งหนีออกไปจากห้องทันที
ธีรดนย์มองไปยังณวัตรอย่างดูแคลน ณวัตรรู้สึกผิด ธีรดนย์รีบวิ่งตามกฤติยาออกไปจากห้อง ณวัตรเริ่มได้สติ รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำไป และกังวลใจกลัวจะมีปัญหากับกัณฐิกา

ขณะเดียวกันสุตาภัญยืนอยู่หน้าผับ ตัดสินใจเดินเข้าไปข้างในเพื่อสมัครงาน

ภายในบ่อนชั้นบนของผับ การ์ดลูกน้องเฮียปรัชญาต่อยตีชยางกูรอย่างหนักหน่วง ชยางกูรเซ ลูกน้องคนนั้นเข้าไปต่อยซ้ำ จนชยางกูรทรุดลงกองกับพื้น ลูกน้องจะเข้าไปซ้ำอีก เพทายเข้าไปขวาง
“เฮียครับ ผมขอเถอะครับเฮีย”
ปรัชญาเดินเข้าไปยกมือห้ามลูกน้อง แล้วลงไปนั่งคุยกับชยางกูร
“เวลายืมเฮียไม่เคยขัด เวลาคืนก็ต้องตรงเวลา อย่าให้เฮียผิดหวัง”
ขาดคำปรัชญากระชากสร้อยและถอดนาฬิกาของชยางกูรออกจากคอ
“เอาสร้อยกับนาฬิกาฉันมา มันเป็นของขวัญแม่ฉัน” ชยางกูรร้องโวยวาย
“อยู่กับเฮียมันก็เป็นของเฮีย...” ปรัชญาตบหน้าชยางกูรเบาๆ “นี่เป็นแค่ดอกเบี้ย รีบหาเงินมาคืนซะ”
ปรัชญาเดินกร่างออกไป ชยางกูรไม่พอใจจะลุกขึ้นไปเอาเรื่อง เพทายดึงตัวรั้งไว้
ปรัชญาหันมายิ้มเย้ย แล้วเดินออกไป ชยางกูรเจ็บใจที่ถูกริบของรักไป

ไม่นานต่อมาเพทายเดินออกมาส่งชยางกูรที่รถ ทำทีเป็นห่วงใยเช่นเคย
“ฉันเตือนแล้วอย่าเข้าบ่อน แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย”
“ไม่มีก็ไม่จ่าย!” ชยางกูรบอกอย่างไม่แยแส
“เฮ่ย..ฉันเตือนด้วยความหวังดี อย่าเล่นกับเฮีย!”
“มันทำผิดกฎหมาย ยืมเงินไม่มีหลักฐาน มันจะทำอะไรฉันได้!”
ชยางกูรยังคงอวดเก่ง สะบัดตัว เดินออกไป เพทายเหยียดยิ้มมองตาม
“รู้จักเฮียน้อยไปแล้ว”

ชยางกูรเดินออกไปที่รถ ในจังหวะที่สุตาภัญเดินเข้าไปอีกทาง เพื่อไปสมัครงาน

ส่วนกฤติยาวิ่งเข้ามาขนเสื้อผ้าจากในตู้ยัดใส่กระเป๋า ธีรดนย์ตามเข้ามาถาม

“เธอจะไปไหน”
“ไปไหนก็ได้ ไปให้ไกลจากที่นี่ นายก็เห็นแล้วว่าเขาทำอะไรกับฉัน”
“คุณท่านเมา ท่านไม่ได้ตั้งใจ”
“จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ มันก็เผยธาตุแท้ของคน ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว”
“น้าเธออยู่ที่นี่...แล้วเธอจะไปไหน อยู่กับใคร”
กฤติยาไม่ตอบคว้ากระเป๋า ธีรดนย์เข้าไปกอดไว้พูดปลอบ
“ใจเย็นๆ อย่าเอาแต่อารมณ์”
กฤติยารู้สึกอุ่นใจเมื่อยามอยู่ในอ้อมกอดธีรดนย์ และค่อยคลายกังวล ปล่อยอารมณ์ร้องไห้ออกมาเต็มที่
ชนิกานต์ตามเข้ามาในห้อง ถามเสียงขุ่น
“ทำอะไรกัน”
ธีรดนย์และกฤติยาหันไปเจอชนิกานต์ก็ตกใจ
“นิกกี้”
ชนิกานต์ปรี๊ด ด้วยอารมณ์หึงหวง ปราดเข้ามาดึงตัวกฤติยาเหวี่ยงออกไป
“บอกว่าจะเป็นแม่สื่อให้ฉันแต่ก็แทงข้างหลัง เธอมันร้ายกาจมาก”
ชนิกานต์ด่าแล้วจะตบกฤติยา ธีรดนย์คว้ามือชนิกานต์ไว้ แล้วผลักออก
ชนิกานต์ไม่พอใจ “นายปกป้องมัน!”
“ก่อนจะเล่นงานใคร ถามก่อนไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ยังต้องถามอีกเหรอ? ภาพมันฟ้องอยู่เต็มตา” ชนิกานต์หวงหึงจนหน้ามืด
ธีรดนย์สวนขึ้น “แอนถูกรังแก คนที่จะอธิบายเรื่องราวได้ดีคือพ่อเธอ!”
ชนิกานต์ตกใจ “คุณพ่อ”
ธีรดนย์แดกดัน “มันก็เหมือนเรื่องราวเดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้นในบ้านหลังนี้”
ชนิกานต์รู้ทันทีว่าธีรดนย์หมายถึงอะไร รีบออกไปจากห้อง เพื่อไปหาผู้เป็นพ่อ

ฝ่ายสุตาภัญยกมือไหว้ขอร้องผู้จัดการผับ ลูกน้องเฮียปรัชญา
“รับตาไว้อีกคนนะคะ ตาอยากทำงานจริงๆ ค่ะ”
“ที่นี่เต็มแล้ว น้องไปร้านอื่นเถอะ”
“ร้านอื่นเขาปิดรับสมัครแล้วค่ะ ตาขอร้องนะคะ รับตาไว้แค่คนเดียว ตาจะทำงานให้เต็มที่ค่ะ นะคะ”
“บอกว่าเต็ม รับไม่ได้แล้ว กลับไปเถอะ” ผู้จัดการบอกเสียงแข็ง
สุตาภัญหน้าเศร้า รู้สึกผิดหวัง “ค่ะ”
จู่ๆ ปรัชญาเดินเข้ามาบอกสุตาภัญ
“ยังมีตำแหน่งว่าง”
ผู้จัดการอึ้ง “เฮีย”
สุตาภัญแปลกใจที่ปรัชญาเข้ามาบอกอย่างนั้น ทั้งที่ผู้จัดการบอกไม่มีตำแหน่งว่าง แต่ยังไงสุตาภัญยิ้มด้วยความดีใจ

สุตาภัญนั่งอยู่ในห้องทำงานบนชั้น 2 ของบ่อน กำลังยกมือไหว้ขอบคุณปรัชญา
“ขอบคุณมากนะคะที่รับตาไว้ ตาสัญญานะคะจะทำงานให้คุ้มค่าเงินของเฮีย”
“พอแล้ว จะไหว้ฉันให้ครบร้อยรึไง ฉันชอบคนขยันรู้จักทำมาหากิน”
สุตาภัญยกมือไหว้อีก “ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
“พรุ่งนี้มาเริ่มงานได้เลย!” ปรัชญาบอก
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ”
สุตาภัญยกมือไหว้ขอบคุณอีกครั้ง ปรัชญายิ้มมองอย่างพอใจ สุตาภัญเดินออกไป
ปรัชญามองตามยิ้มย่องอย่างพอใจ เพทายเข้ามาหาประเหลาะเอาใจ
“เฮียชอบผมจัดให้”
“ไม่ต้อง..เฮียไม่ชอบกินจานด่วน ของดีต้องถนุถนอม”
ปรัชญายิ้มย่อง ตั้งใจจะจัดการสุตาภัญด้วยตัวเอง

ส่วนกัณฐิกากำลังจะเดินไปห้องกฤติยา เจอกับชนิกานต์ที่เพิ่งออกมา ชนิกานต์จ้องมองกัณฐิกาด่าทอต่อว่ากัณฐิกา
“นี่เป็นแผนของแกใช่ไหม กลัวพ่อฉันจะเบื่อ จึงเอาหลานสังเวยพ่อฉัน”
กัณฐิกาฉงน “เธอพูดอะไร”
ชนิกานต์หน้าตึง เดินกระแทกชนกัณฐิกาตรงไปยังห้องณวัตร กัณฐิกาแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น มองไปยังห้องกฤติยา

กฤติยาบอกธีรดนย์
“นายออกไปเถอะ อย่าให้นิกกี้เข้าใจผิดอีก”
ธีรดนย์ยังเป็นห่วง “ฉันไม่อยากให้เธอไปจากที่นี่”
กฤติยานิ่งไม่ยอมพูดอะไร
“อย่างน้อยมีน้าคอยดูแลเธอ....มันน่ากลัวที่จะไปอยู่ที่สลัม”
“สลัมอาจจะน่ากลัว...แต่ดีกว่าอยู่ในคฤหาสน์หรูที่เต็มไปด้วยตัณหา”
“มันจะไม่เกิดเรื่องอย่างนี้อีก....ฉันจะดูแลเธอเอง”
“ฉันบอกแล้วไง...อย่าดีกับฉัน อย่าทำให้ฉันเจ็บมากไปกว่านี้”
ธีรดนย์ฟังแล้วสงสาร เข้าใจความรู้สึกกฤติยาได้ดี ทั้งสองมองหน้ากัน
จังหวะนั้น กัณฐิกาเข้ามาในห้อง นิ่วหน้าเริ่มแปลกใจสงสัยในพฤติกรรมของทั้งสอง
ธีรดนย์เห็นกัณฐิกาเข้ามา ก็รีบออกไปจากห้องทันที กัณฐิกาพุ่งเข้าถามกฤติยา
“มีเรื่องอะไรกัน”
กฤติยามองกัณฐิกา พร้อมจะเล่าเรื่องราวทั้งหมด

ส่วนชนิกานต์เดินเข้ามาในห้องมองหน้าณวัตร ที่ตอนนี้รู้สึกผิดมากๆ
“อีกแล้วเหรอคะพ่อ มันจะเกิดเรื่องแบบนี้อีกกี่ครั้ง”
“ลูกพูดอะไร”
“คุณพ่อยุ่งกับคนใช้จนต้องลาออกไม่เว้นแต่ละปี คราวนี้คุณพ่อแต่งงานมีเมียแล้ว คุณพ่อยังไม่เลิกเจ้าชู้อีก ทั้งๆ ที่แอนเป็นหลานเมียคุณพ่อ!”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ...ฉันเมา” ณวัตรปฏิเสธ
ชนิกานต์มองสีหน้าไม่พอใจนัก

ธีรดนย์จะเดินผ่านไป ประตูห้องณวัตรเปิดอยู่ ธีรดนย์หยุดยืนฟังอยู่หน้าห้อง

ชนิกานต์โมโหมาเป็นริ้วๆ ย้อนณวัตร
“คำแก้ตัวของผู้ชายง่ายดีนะคะ ทำอะไรผิดพลาดก็อ้างว่าเมา ไม่ได้ตั้งใจ ผู้ชายเป็นอย่างนี้ทุกคนใช่มั้ยคะ”
ชนิกานต์ต่อว่าณวัตร เพราะธีรดนย์ก็เคยพูดอย่างนี้กับเธอเช่นกัน

ธีรดนย์ยืนอยู่หน้าห้องณวัตร ได้ยินคำพูดของชนิกานต์ รู้สึกผิด และสะเทือนใจ รีบเดินออกไปทันที

ชนิกานต์เดินเข้าไปหาณวัตร พูดขอร้องผู้เป็นบิดา

“นิกกี้ขอนะคะ ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายเห็นแก่บาปกรรม สิ่งที่คุณพ่อทำอาจเป็นกรรมตกมาที่ลูก”
ณวัตรงง “ลูกพูดอะไร”
“นิกกี้จำได้ค่ะ ตอนเด็กๆ ป้าอุษาเคยสอน...ผลกรรมไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้กระทำเท่านั้น แต่อาจส่งผลต่อคนรอบข้าง ถึงแม้เราไม่ได้รับกรรมโดยตรง แต่เราก็จะทุกข์ใจไม่แพ้กัน”
ชนิกานต์มองหน้าพ่อ แววตาเว้าวอน ณวัตรรู้สึกผิด
“พ่อขอโทษ”
ชนิกานต์เข้าไปกอดณวัตร
“พ่อจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก”
ชนิกานต์กอดพ่อแน่น ร้องไห้โฮออกมาด้วยความดีใจ

ด้านกฤติยาอยู่ในห้อง เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กัณฐิกาฟัง และสรุปจริงจัง
“คุณณวัตรจะขืนใจแอนค่ะแม่”
กัณฐิกาเดินตรงเข้ามาหากฤติยา สีหน้าเหมือนจะสงสารลูกสาว แต่กลับตบหน้ากฤติยาจนหน้าหัน
“แกมันชั่ว คิดแย่งแม้กระทั่งผัวแม่”
“แอนไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย....คุณณวัตรเขา…” กฤติยาพยายามจะอธิบาย
“แกจะโทษคุณณวัตรไม่ได้ เพราะแกให้ท่า คนดีเขาไม่บุกเข้าหาผู้ชายถึงเตียงนอนหรอก”
กฤติยาเถียง “แอนเข้าไปช่วยดูแล ทำหน้าที่แทนแม่”
กัณฐิกาแดกดัน “แล้วก็คิดสวมรอยเป็นเมียคนที่สองจากแม่”
กฤติยาทั้งผิดหวังและเสียใจ
“แกเลวเพราะยาย...ยายแกสั่งสอนให้มาแก้แค้นที่ฉันเคยทำกับแกใช่มั้ย”
กฤติยาเหลืออด “แม่หยุดว่ายายได้แล้ว! ยายไม่เคยสอนให้แอนทำชั่วแม้แต่ครั้งเดียว”

ภาพเหตุการณ์ที่ยายแก้วพร่ำสอนอบรม ผุดขึ้นในหัวกฤติยา
“จำไว้นะลูก...เราเกิดมาในสังคมสลัม..อย่าให้ใครตราหน้าได้ว่าเราไม่ดี...ถึงแม้เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกเป็นคนดีได้”
“แล้วใครจะเห็นความดีของเราล่ะจ๊ะยาย แค่เขารู้ว่าเรามาจากสลัม เขาก็สบประมาทดูถูกเรา” เด็กสาวท้วงยาย
“เราต้องเอาคำดูถูกของเขาเป็นแรงใจให้เราสู้ เราต้องทำจิตใจเราให้สูงส่งกว่าเขาร้อยเท่าพันเท่า...สุดท้ายแล้ว...เขาก็จะเห็นเนื้อแท้ของเรา”

กฤติยาดึงตัวเองกลับมา บอกย้ำกับกัณฐิกา
“ตั้งแต่แอนลืมตาดูโลก ยายพร่ำสอนถึงแต่ความดี....ไม่เคยที่จะสอนให้แอนใฝ่ต่ำทำชั่ว”
“แกจะบอกว่าความเลวที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเพราะฉันงั้นเหรอ”
“แล้วแม่เคยสอนอะไรแอนบ้าง...นอกจากใช้เงินตบหัว”
“อย่ามาทำตัวเป็นยายแกที่พร่ำเทศนาสอนฉัน”
กัณฐิกานึกถึงเหตุการณ์ที่ยายแก้วเคยสอนตน

ครั้งนั้นกัณฐิกาเอาเสื้อมากฝากให้ยายแก้ว
“แม่...ฉันซื้อเสื้อผ้าแพงๆ มาให้”
“เอาของเอ็งกองไว้ตรงนั้น เงินนะซื้อได้ทุกอย่าง แต่ซื้อใจไม่ได้หรอกเว้ย” ยายแก้วบอก
กัณฐิกาเหยียดยิ้ม ควักเงินออกมา “เงินฉันซื้อขนมแม่ได้ ฉันเหมาหมดร้าน”
ยายแก้วตอบโต้เสียงดัง “ข้าไม่ขาย!”
“ไม่ต้องเอาชนะฉันแบบนี้หรอก รับเงินไปเถอะ..ในเมื่อแม่เองของของเพราะอยากได้เงิน”
กัณฐิกายื่นเงินแบงค์พันให้ ยายแก้วรับมาแล้วโยนทิ้ง
“เงินขายตัวของโสเภณีมันสกปรก!”
กัณฐิกาไม่พอใจ “แม่”
“เอ็งรู้ไหม...ขนมชิ้นเดียวได้กำไรไม่ถึงบาท ขนมถาดหนึ่งได้กำไรไม่ถึงร้อย...มันได้กำไรน้อยมาก แต่ข้ามีความสุข ทุกครั้งที่ได้นั่งนับเหรียญ..นับเงินของคนที่ทำมาหากินสุจริต ไม่ว่าเงินนั้นจะได้มาจากขายขยะ รับจ้างก่อสร้าง นั่งซ่อมรองเท้า แต่มันเป็นเงินสะอาด...คนซื้อเขาอิ่มท้อง คนขายอย่างข้าก็อิ่มใจ”
กัณฐิกาหน้าตึง เถียงลั่น “แม่เป็นบ้าไปแล้ว ตอนเด็กๆ แม่เคยสอนให้ฉันหาเงินให้เยอะๆ แม่จำไม่ได้รึไง”
ยายแก้วรู้สึกผิด “ใช่...ข้าเคยสอนเอ็งให้ทำอย่างนั้น ข้าถึงต้องช้ำใจทุกวันนี้ นังกัณ...เอ็งหาเงินได้มากเท่าไหร่ ชีวิตเอ็งก็ยิ่งห่างจากข้าไปทุกที ข้าสอนเอ็งผิดๆ มันจึงเป็นบาปติดตัวข้าใช้กรรม มานั่งเลี้ยงลูกเอ็ง
ยายแก้วหันไปมองเด็กน้อยกฤติยา ลูกของกัณฐิกาในเปล
“ข้าถึงต้องหมั่นสอนให้หลานรู้จักความรัก..ความดี..เชื่อข้าเถอะ เงินเป็นพระเจ้า แต่ไม่ใช่เจ้าชีวิต”

กัณฐิกานึกถึงคำสอนของยายแก้วก็เศร้าใจ
“เชื่อยายเถอะแม่...ยังไม่สายที่จะเริ่มต้นใหม่” กฤติยาบอกอย่างหวังดี
“ไม่ต้องมาสอนฉัน แกนั่นแหล่ะที่ต้องห่างจากคุณณวัตร อย่าเอานิสัยเลวๆในสลัมมาใช้ที่นี่”
กฤติยาประชด “คำก็เลวสองคำก็ชั่ว ได้จ้ะแม่...แม่ห้ามไม่ให้ฉันใช้ในบ้านหลังนี้....ฉันสามารถใช้ความเลวข้างนอกได้ใช่มั้ยแม่!”
กัณฐิกาฉุนกึก “ยัยแอน!”
“จะว่าไปไอ้นิสัยแย่งของคนอื่น แอนไม่เคยเรียนนะแม่ แปลกจังแอนได้มากจากไหน” กฤติยามองหน้ากัณฐิกาอย่างท้าทาย
กัณฐิกาตบหน้าอีกฉาด
“แม่จะตบหน้าอีกกี่ร้อยครั้ง แอนคงไม่ดีขึ้นหรอก นิสัยแย่ๆมันถ่ายทอดมาทางพันธุกรรมจากแม่!”
กัณฐิกาไม่พอใจ ผลักกฤติยาล้มลงบนเตียง แล้วเดินออกไปจากห้องอย่างฉุนเฉียว
กฤติยาร้องไห้เสียใจ หันไปหยิบภาพยายแก้วขึ้นมาคุย
“ยายจ๋า หนูอยากเป็นลูกที่ดี อยากกตัญญูอย่างที่ยายสอน แต่แม่ไม่ให้โอกาสหนูเลย...ในเมื่อแม่อยากให้หนูเป็นอะไร หนูก็จะเป็นอย่างนั้น”

กฤติยาตั้งใจที่จะประชดกัณฐิกาต่อไป

เช้าวันต่อมา สุตาภัญกำลังจัดโต๊ะอาหารในมุงหนึ่งของห้องพักเล็กๆ สุรัมภาเดินเข้ามาหา

“กู๊ดมอนิ่งจ้ะน้องรัก....” หยิบแจกันส่งให้สุรัมภา “ดอกไม้แสนสวย...ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ของปราสาทแสนงาม”
สุตาภัญส่งแจกันดอกไม้ให้ สุรัมภารับมาถือไว้
“มาทานอาหารกัน”
สุตาภัญจัดที่นั่งให้น้อง ตัวเองลงนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
“ทานสิ...พี่ซื้อเจ้าอร่อยใต้อพาร์ทเม้นท์” พลางตักอาหารให้
“ภาไม่หิว...”
“ไม่หิวได้ไง สายแล้ว”
“ภากินไม่ลง...”
“ไม่เอาน่า...เรื่องเมื่อวานมันผ่านไปแล้ว...เราต้องอยู่กับวันนี้และเวลานี้...กินนะ”
สุตาภัญยิ้มแย้ม เชื้อชวนสุรัมภากินอาหาร แต่สุรัมภายังไม่ตักกิน สุตาภัญจึงรวบช้อนวาง สุรัมภาแปลกใจ
“ภาไม่กิน พี่ก็ไม่กิน”
“พี่ตาไม่หิวเหรอ”
“หิวสิ หิวมากด้วย..โอย..ปวดท้อง...ต้องเป็นโรคกระเพาะแน่...หิวอย่างนี้จะมีแรงไปเรียนหนังสือไหมเนี่ย?...โอย..ตายแน่สุตาภัญ”
สุตาภัญแสร้งร้องโอดโอยหวังให้สุรัมภาเห็นใจ สุรัมภายอมตักอาหารขึ้นกิน สุตาภัญยิ้มออก
“พอใจรึยัง”
“ไม่..ต้องหม่ำเยอะๆ”
สุตาภัญตักอาหารให้น้อง สุรัมภาตักกิน สุตาภัญรู้สึกดีขึ้นที่น้องสาวยอมกินอาหาร

ทางด้านชนกชนม์นอนเมายาอยู่ในห้อง จู่ๆ มีมือใครคนหนึ่งมาสะกิดๆ ปลุกชนกชนม์
“เฮ้ยไม่ต้องปลุก ฉันไม่ไปเรียน เรียนไปก็เสียเวลา”
มือนั้นเข้ามาสะกิดปลุกอีก
“เอามือแกออกไปเหอะ เดี๋ยวติดเชื้อซวยนะเว้ย”
ชนกชนม์หันไปมอง คิดว่าเป็นสุรเดช แต่แปลกใจ
“ไอ้ธี!”
ธีรดนย์มองสภาพชนกชนม์ด้วยความแปลกใจ ที่ชนกชนม์ไม่ยอมไปเรียน

ฝ่ายสุตาภัญจะเก็บถ้วยจานที่ทานอาหาร สุรัมภาเข้ามาช่วย
“ภาไม่ต้อง พี่เก็บเอง”
“ภาไม่ใช่คนป่วยนะ...พี่ตารีบไปเรียนเถอะ”
สุตาภัญยิ้มให้ รู้สึกดีที่สุรัมภาดูเข้มแข็งขึ้น
“งั้นพี่ไปก่อน แล้วตอนเที่ยงพี่จะซื้ออาหารมาให้”
“ภาขอโทษ ทำให้พี่ตาลำบาก”
“หยุด..พี่ไม่เคยคิดว่าการดูแลน้องสาวน่ารักของพี่เป็นภาระ”
สุรัมภายิ้มขอบคุณ
“อย่าคิดทำร้ายตัวเองอีก...ตอนนี้ภาได้เป็นนกน้อยมีชีวิตเป็นของตัวเองแล้ว รักชีวิตให้มากนะเจ้านกน้อย”

สุตาภัญหอมแก้มน้อง แล้วเดินออกไป สุรัมภายิ้มส่ง แต่ภายในใจว้าวุ่นคิดอะไรบางอย่าง

ชนกชนม์บอกธีรดนย์อย่างจริงจัง
“นายไม่ควรมาที่นี่”
“ทำไม? รึว่าเป็นซ่องโจร” ธีรดนย์เย้า
“ยิ่งกว่านั้นอีก” ชนกชนม์บอก
“อย่าบอกนะว่านายเข้าแก๊งลูกเทวดาไปแล้ว”
ชนกชนม์ไม่ตอบ รีบเปลี่ยนเรื่อง “นายมีอะไร ถึงมาหาฉันถึงที่นี่”
“ฉันมีเรื่องปรึกษานาย”

ชนกชนม์แปลกใจ ยิ่งเห็นสีหน้าธีรดนย์ดูไม่เสบายใจมากๆ

ชนกชนม์บอกธีรดนย์อย่างจริงจัง
“นายไม่ควรมาที่นี่”
“ทำไม? รึว่าเป็นซ่องโจร” ธีรดนย์เย้า
“ยิ่งกว่านั้นอีก” ชนกชนม์บอก
“อย่าบอกนะว่านายเข้าแก๊งลูกเทวดาไปแล้ว”
ชนกชนม์ไม่ตอบ รีบเปลี่ยนเรื่อง “นายมีอะไร ถึงมาหาฉันถึงที่นี่”
“ฉันมีเรื่องปรึกษานาย”
ชนกชนม์แปลกใจ ยิ่งเห็นสีหน้าธีรดนย์ดูไม่เสบายใจมากๆ

ขณะที่สุตาภัญจะเดินเข้าห้องเรียน ก็เจอชนิกานต์มายืนดักรออยู่
“นิกกี้”
ชนิกานต์อ้าแขนรอ สุตาภัญงง
“อะไรของเธอ”
“ฉันรู้เรื่องยัยภาแล้ว....ฉันเป็นกำลังใจให้เธอนะ”
ชนิกานต์เข้ามาโผกอด สุตาภัญกอดด้วยความอุ่นใจ

ฟากชนกชนม์ถามซักธีรดนย์
“ว่าไงเพื่อน มีอะไรให้ช่วย”
“นายเต็มใจช่วยฉันไหม”
ชนกชนม์พยักหน้าให้
“ช่วยกลับไปคบนิกกี้”
“อะไรนะ”
ธีรดนย์บอกย้ำ “ฉันอยากให้นายไปเป็นแฟนนิกกี้เหมือนเดิม”
ชนกชนม์แปลกใจที่ธีรดนย์ต้องการอย่างนั้น

ส่วนชนิกานต์กอดสุตาภัญอยู่อย่างนั้น
“ฉันรู้ว่าเธอเหนื่อยและเครียดมาก..ฉันอยู่ข้างเธอนะ”
สุตาภัญฟังก็ตื้นตันใจ จะร้องไห้ ชนิกานต์รีบห้าม
“หยุดร้องนะ”
“ทำไมอ่ะ”
“เธอร้องฉันก็พลอยร้องไปด้วย ฉันปลอบใจคนไม่เป็นนะ”
สุตาภัญขำ จำต้องกลั้นน้ำตาไว้
“ฮึ๊บ ไม่ร้องนะ...”
ชนิกานต์นึกได้ หยิบของขวัญสำหรับเด็กอ่อนส่งให้สุตาภัญ
“ของฝากให้ยัยภา”
“จะบ้าเหรอ? แค่ตั้งท้อง ยังไม่ได้คลอด”
“เอ้า..ก็ฉันไม่รู้ว่าต้องทำไงนี่ ไม่เคยมีลูก”
สุตาภัญย้อนถามโดยไม่คิดอะไร “ถ้าเธอท้อง...เธอจะทำไง”

ชนิกานต์ฟังคำถาม แล้วอึ้งไป ออกอาการอึกอัก ไม่รู้จะตอบเพื่อนเลิฟยังไง?

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 14 (ต่อ)

ฟากสองหนุ่มอยู่ตรงมุมหนึ่งที่บ้านพักสุรเดช ชนกชนม์ถามซักธีรดนย์

“นายมีปัญหาอะไรถึงอยากให้ฉันเป็นแฟนนิกกี้”
“ไม่มี”
ชนกชนม์มองหน้า “เพื่อนกันอย่าปิดกัน”
ธีรดนย์จำต้องบอกความจริง
“ฉันมีอะไรกับนิกกี้”
ชนกชนม์ฉุน ไม่พอใจ “นายทำอย่างนั้นได้ยังไง นิกกี้เป็นเพื่อนนาย”
“ฉันพลาดไปแล้ว ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“นายต้องรับผิดชอบ”
“ฉันไม่ได้รักนิกกี้ ฉันรักตา”
“นายไม่ห่วงความรู้สึกนิกกี้เลย นายมันเห็นแก่ตัว”
“ใช่...ฉันเห็นแก่ตัว...ฉันรักตา ฉันไม่อยากเสียตาไป”
ธีรดนย์บอกความในใจของเขาอย่างเห็นแก่ตัว ยิ่งทำให้ชนกชนม์อึดอัดใจ

ด้านสุตาภัญรุกถามชนิกานต์
“ว่าไง..เธอจะทำยังไงกับเด็กในท้อง”
“ถ้าเป็นคนที่ฉันรัก ฉันจะเก็บเด็กไว้ ลูกคือตัวแทนคนที่ฉันรัก” ชนิกานต์พูดออกมาหน้าแดง
“ทำไมต้องหน้าแดงด้วย ทำยังกะเคย” สุตาภัญเย้า
“เปล่า...ฉันก็อายเป็นนะยะ”
สุตาภัญหัวเราะขำ ชนิกานต์ตัดสินใจขอร้องสุตาภัญ
“ตา...อย่าลืมที่ฉันขอนะ กลับไปคบชนกชนม์”
“ไม่ได้หรอก...ฉันเลิกยุ่งกับนายชนม์แล้ว”
“งั้นเธอก็เลิกคบกับธี...นะ....ฉันขอ…”
ชนิกานต์ขอร้องจริงจัง สุตาภัญครุ่นคิดตัดสินใจ

ธีรดนย์เล่าความอึดอัดให้ชนกชนม์ฟัง
“นิกกี้ตามตื๊อและหึงฉันมาก ฉันกลัวนิกกี้จะไปบอกตา”
“ตาไม่มีวันยอมรับเรื่องนี้ได้” ชนกชนม์รู้จักสุตาภัญดี
“นั่นแหละปัญหา...ฉันถึงอยากให้นิกกี้มีใครสักคน นิกกี้จะได้เลิกรังควาญฉัน”
ชนกชนม์พูดออกไป “ฉันช่วยนายไม่ได้”
ธีรดนย์จ้องหน้า “เพราะนานยังรักตา หวงตาใช่มั้ย”
ชนกชนม์อึกอัก “ไม่ใช่...มันเป็นไปไม่ได้”
“งั้นนายก็ต้องช่วยฉัน”
“นายก็รู้ว่านิกกี้เป็นคนรักใครรักจริง นิกกี้ไม่มีวันเปลี่ยนใจมารักฉัน” ชนกชนม์ว่า
“แล้วจะให้ฉันทำยังไง”
ชนกชนม์สรุป “เอาเป็นว่าตอนนี้ นายพยายามดูแลตา ตากำลังต้องการใครสักคน...ส่วนเรื่องนิกกี้ ฉันจะพยายาม”
ธีรดนย์ได้ฟังคำแนะนำ ค่อยคลายความกังวลลงไป ส่วนชนกชนม์รู้สึกหนักใจ ไม่รู้จะช่วยธีรดนย์ได้อย่างไร

ขณะเดียวกันสุรัมภาอยู่ในห้องพักสีหน้าเครียด แล้วจู่รู้สึกวิงเวียนอาเจียน รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ

ส่วนสุตาภัญยืนขายเครื่องประดับอยู่มุมหนึ่งที่มหา’ลัย
“เชิญค่ะ เครื่องประดับสวยๆทำมือนะคะ”
สุตาภัญมองไปตรงแผงข้างๆ ไม่เห็นชนกชนม์ รู้สึกเศร้าใจลึกๆ สุตาภัญก้มหน้าจัดวางเครื่องประดับ ธีรดนย์เดินเข้ามาหา
“ต่อไปนี้ตาไม่ต้องขายของ ผมดูแลตาเอง”
สุตาภัญหันไปมองธีรดนย์ด้วยความแปลกใจ แล้วก้มหน้าจัดของต่อไป
“ผมพูดจริงๆนะ ผมจะดูแลชีวิตตาและภาเอง”
ธีรดนย์เข้าไปจับมือสุตาภัญ
ชนกชนม์ยืนมองที่มุมหนึ่ง รู้สึกเสียใจ จึงเดินหนีไป
สุตาภัญยิ้มให้ธีรดนย์ แล้วปลดมือธีรดนย์ออก
“ขอบใจธีมากนะ...ตาดูแลตัวเองได้ คำพระว่าไว้...ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน”
“เราเป็นแฟนกันนะ ผมมีหน้าที่ต้องดูแลตา...คุณท่านมอบบ้านให้ผมพร้อมเงินหนึ่งก้อน ตาไม่ต้องลำบากอีกแล้ว ผมจะดูแลตาและน้องตา...เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน”
“ตาขอบใจธีอีกครั้ง แต่ตาดูแลตัวเองได้”
“ตาอย่าคิดมากสิ”
“เชื่อตาเถอะ...ถ้าธีอยากช่วยตา...ฝากขายของสักชั่วโมงนะ ตาจะแวะซื้ออาหารไปให้น้อง”
สุตาภัญขอร้อง ธีรดนย์จำต้องพยักหน้ารับ สุตาภัญเดินลิ่วออกไป ชนิกานต์เดินเข้ามาหาธีรดนย์
“ยัยตาไม่มีวันพึ่งนายหรอก ตารับปากฉันแล้ว”

ธีรดนย์สงสัย “เธอพูดอะไรกับตา”

สุรัมภาออกจากห้องน้ำอย่างโรยแรง หลังจากอาเจียนหนัก สุรัมภารู้สึกเครียดกับปัญหาการตั้งท้อง คิดตัดสินใจบางอย่าง

ธีรดนย์ซักชนิกานต์
“เธอพูดอะไร บอกอะไรตา”
“ฉันก็แค่บอกว่า..ฉันรักนาย”
ธีรดนย์ตกใจ “นิกกี้!”
“แล้วก็ให้ตาเลิกคบนาย ดังนั้นนายไม่ต้องแปลกใจที่ยัยตาพยายามตีตัวออกห่างนาย” ชนิกานต์พูดใส่หน้า
“ฉันไม่ยอมให้ตาทิ้งฉันไป...เพราะฉันรักตา”
“แต่นายต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำกับฉัน”
“ฉันคงไม่ต้องรับผิดชอบกับความผิดพลาดที่เธอก็ร่วมก่อ”
“แล้วถ้าฉันท้องล่ะ”
“เธอว่าอะไรนะ”

ชนกชนม์ถือถุงใส่อาหารจะไปเยี่ยมสุรัมภาที่ห้องสุตาภัญ สุรัมภาเดินออกจากอพาร์ทเม้นท์พอดี
ชนกชนม์เกือบจะได้เจอสุรัมภา แต่แล้วมีเสียงเรียกขัดขึ้นเสียก่อน
“นายมาทำไม”
ชนกชนม์หันไปมองสุตาภัญ สุรัมภาเดินมาพอดี เห็นสอง รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ชนกชนม์หันกลับจะเดินไปยังห้อง สุตาภัญเข้ามาดึงไว้
“ฉันบอกแล้วไงไม่ต้องมาเจอกันอีก”
“ฉันไม่ได้มาหาเธอ ฉันซื้ออาหารขนมมาเยี่ยมภา”
“ไม่ต้องมาแสดงความสงสารพวกเรา ฉันดูแลน้องฉันได้ กลับไปซะ”
สุตาภัญดึงถุงอาหารของชนกชนม์ปาทิ้ง แล้วก็เดินออกไป ชนกชนม์เสียใจ คิดอะไรบางอย่าง

ส่วนอีกมุมหนึ่งที่มหาวิทยาลัย ชนิกานต์บอกธีรดนย์
“ถ้าฉันท้องนายจะรับผิดชอบฉันใช่มั้ย”
“เธอพูดอย่างนี้หมายความว่าไง”
ธีรดนย์กระชากตัวชนิกานต์มาอย่างแรง
“โอ๊ย..ฉันเจ็บ”
“ฉันกินยาคุมแล้ว เธอจะท้องได้ไง”
“ปล่อยฉันนะ ฉันเจ็บ!” ชนิกานต์ร้อง
ธีรดนย์ปล่อยตัว ชนิกานต์บอก
“ฉันแค่สมมติว่าเกิดพลาดขึ้นมา”
“มันจะไม่มีวันพลาด แล้วก็ไม่เกิดขึ้น ยังไงฉันก็ต้องไปจากชีวิตเธอ”
ธีรดนย์พูดใส่หน้าแล้วเดินหนีออกไป ชนิกานต์เจ็บใจ ตะโกนออกไปอย่างผู้ชนะ
“นายไม่มีวันไปจากชีวิตฉัน!”

สุตาภัญเคาะประตูห้องเรียกสุรัมภา
“ภา...พี่มาแล้ว เปิดประตูให้พี่หน่อย...ภา...”
ชนกชนม์เดินตามเข้ามาบอก
“ไขกุญแจเข้าไปสิ”
“ฉันบอกแล้วไม่ต้องยุ่งกับพวกเรา ออกไป”
“ฉันเป็นห่วงภา ไม่ได้ห่วงเธอ” ชนกชนม์ว่า
“นายเข้ามาวุ่นวาย ชีวิตฉันคงเจอแต่เรื่องแย่ๆ”
สุตาภัญต่อว่าพร้อมไขกุญแจห้องเข้าไป
“ภา..พี่กลับมาแล้ว”
ภายในห้องไม่มีใคร สุตาภัญกังวลใจ วิ่งไปดูที่ห้องน้ำ ไม่เจออีก
ชนกชนม์เข้ามาในห้องเป็นห่วงสุรัมภา
“ภาเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้” ชนกชนม์หันไปเห็น
สุตาภัญวิ่งไปที่คอมพิวเตอร์ มองเห็นสุรัมภาเปิดเว็บกรูเกิ้ล เซิร์ชหาคำว่า ทำแท้ง
“ภาไปทำแท้ง!”
สุตาภัญและชนกชนม์ตกใจ เมื่อรู้ว่าสุรัมภาไปทำแท้ง

ฝ่ายสุรัมภาเดินตรงมาหยุดที่หน้าตึกแถวแห่งหนึ่ง มองไปยังทางขึ้นด้านบน คิดจะมาทำแท้งที่นี่ตามข้อมูลที่ได้มาจากเว็บ

ขณะเดียวกันเสาวนิตย์นั่งดูอัลบั้มภาพถ่ายของสุตาภัญและสุรัมภาอยู่ในห้องรับแขก สุทินเดินเข้ามา โดยยังไม่เห็นว่าทำอะไร

“คุณรู้สึกดีขึ้นรึยัง” จนเห็นเปิดอัลบั้ม “ทำอะไรอยู่”
“ฉันคิดถึงลูก”
สุทินไม่พอใจ กระชากอัลบั้มรูป โยนทิ้งถังขยะ เสาวนิตย์เสียใจ
“ผมหิว..ตั้งโต๊ะได้แล้ว”
สุทินเดินออกไป เสาวนิตย์เสียใจที่สุทินทำเหมือนไม่รักและห่วงใยลูกเลย

ขณะเดียวกันสุตาภัญเดินมาใต้อพาร์ตเม้นต์ เห็นชนกชนม์ตามหลังมา
“ฉันจะพาเธอไปตามที่อยู่ในคอมพ์”
“ไม่ต้องยุ่งกับฉัน ฉันพูดผิดไหมล่ะ นายเข้ามาในชีวิตฉันมีแต่เรื่องแย่ๆ เลิกตามฉันสักที”
สุตาภัญจะเดินออกไป ชนกชนม์ดึงแขนไว้ สุตาภัญเซเข้ามาอยู่ในอ้อมอกของชนกชนม์
ทั้งสองมองหน้ากัน สุตาภัญดิ้นจะออกห่าง แต่ชนกชนม์รวบตัวไว้ สุตาภัญแปลกใจ
“ฉันจะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่า ฉันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอพูด ไปกับฉัน”
ชนกชนม์จับมือสุตาภัญให้ตามเขาไป

ฟากสุรัมภาพาตัวเองมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าคลินิกทำแท้ง นิ่งคิดตัดสินใจ เห็นลูกค้าคนหนึ่งประคองน้องสาวที่เพิ่งทำแท้ง ออกจากคลินิก สุรัมภามองด้วยความรู้สึกกลัว แต่ข่มใจตัดสินใจเดินเข้าไปในคลินิก

เสาวนิตย์ตักข้าวใส่จานให้สามี สุทินมองเสาวนิตย์ เสาวนิตย์ตักข้าวเสร็จ สุทินจะกินข้าว แต่แปลกใจที่เสาวนิตย์จะเดินออกไป
“คุณจะไปไหน มาทานด้วยกัน”
สุทินลุกขึ้นตักข้าวให้เสาวนิตย์
“ผมตักข้าวให้”
เสาวนิตย์แปลกใจ
สุทินตักข้าวใส่จานให้เสาวนิตย์ แล้ววางไว้
“คุณยังไม่ได้ทานอะไรเลย เดี๋ยวเป็นลมหน้ามืดอีก...มานั่งสิ”
สุทินดึงชักเก้าอี้ให้เสาวนิตย์มานั่ง ทว่าเสาวนิตย์เดินออกไป
สุทินไม่พอใจ หยิบจานข้าวของเสาวนิตย์คว่ำบนโต๊ะ ตวาดลั่น
“คุณเสาวนิตย์ ผมสั่งให้กลับมา!”

ชนกชนม์ขับรถมอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าตึกแถวแห่งหนึ่ง สุตาภัญถอดหมวกกันน๊อคออก
“ภามาที่ตึกนี้” ชนกชนม์บอก
“ห้องไหนล่ะ”
สุตาภัญมองตรงไป เห็นมีห้องมากมาย..
“ช่วยกันตามหา ก่อนที่ภา...” ชนกชนม์ยั้งปากไว้
สุตาภัญใจเสีย เป็นห่วงสุรัมภา รีบวิ่งออกตามหาทันที ชนกชนม์แยกออกไปตามหาอีกทาง

สุรัมภาอยู่ในคลินิกทำแท้งแล้ว เดินตรงไปหาพนักงานที่เคาน์เตอร์
“พี่คะ..หนูมา”
พนักงานสวนขึ้น “นั่งรอก่อน อีกสามคิว”
สุรัมภาพยักหน้าเข้าใจ มองหาที่นั่ง
พนักงานหันไปบอกลูกค้าที่นั่งรออยู่ “ถึงคิวน้องแล้ว!”
สุรัมภาจะเดินไปนั่ง สวนกับเด็กสาวที่ท้อง กำลังเดินเข้าไปในห้อง สุรัมภารู้สึกกลัวจับใจ

ด้านเสาวนิตย์เดินมาหยิบอัลบั้มรูปจากถังขยะขึ้นมา สุทินเข้ามากระชากอัลบั้มไปโยนทิ้งอีก
“อย่าแข็งข้อกับผม!”
เสาวนิตย์ไม่ตอบโต้ แต่เดินไปหยิบอัลบั้มรูป ขึ้นมาดูรูปลูกสาว สุทินไม่พอใจ ปราดเข้าไปแย่ง ขึ้นเสียงใส่
“คุณคิดอะไร ต้องการอะไร พูดมาสิ พูดมา”
เสาวนิตย์ย้อนถามนิ่งๆ “คุณอยากฟังฉัน”
สุทินอึ้ง พูดไม่ออก
“คำพูดของฉันมีความหมายสำหรับคุณจริงๆเหรอคะ”
“ไม่ต้องยอกย้อน มีอะไรก็พูดมา...”
“ฉันคิดว่าฉันเป็นใบ้...ไม่พูด น่าจะเป็นวิธีเดียวที่จะใช้ชีวิตร่วมกับคุณได้”
สุทินฉุนกึก ไม่พอใจ “เธอ!”
เสาวนิตย์พูดต่อ “ถ้าคุณไม่พอใจที่ฉันไม่ทำตามสั่ง คุณก็ไล่ฉันออกจากบ้านเหมือนที่คุณทำกับลูก”
สุทินไม่พอใจมากจะตบหน้าเสาวนิตย์ แต่เสาวนิตย์มองนิ่ง ไม่คิดหลบ สุทินยั้งมือไว้ได้แล้วโยนอัลบั้มรูปทิ้ง เดินหนีออกไป
เสาวนิตย์ทรุดตัวร้องไห้สะอึกสะอื้น เข้าไปกอดอัลบั้มรูปร้องไห้คิดถึงลูกจับใจ
“แม่คิดถึงลูก”

ฝ่ายสุทินเดินเข้ามาในห้องนอน เดินตรงไปหยุดอยู่ที่มุมหนึ่ง มองกรอบภาพถ่ายวัยเด็กของสุรัมภาและสุตาภัญวางอยู่ ที่มีรอยพิมพ์เท้าทารกด้วย

สุทินหยิบกรอบรูปขึ้นมาดู ร้องไห้ออกมา เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ความมืดโรยตัวเข้าคลุมทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ชนกชนม์และสุตาภัญวิ่งมาเจอกันที่มุมหนึ่งของอาคาร สุตาภัญชักหงุดหงิด เริ่มต่อว่า
 
“ฉันหาทั่วแล้วไม่เจอ นายพาฉันมาผิดที่”
“ยังเหลืออีกห้องทางด้านโน้น”
ชนกชนม์ชี้ไปที่มุมหนึ่ง สุตาภัญเป็นห่วงสุรัมภามาก รีบวิ่งออกไป ชนกชนม์ตามไป

ฝ่ายสุรัมภานั่งเครียดอยู่หน้าเค้าน์เตอร์ กังวลใจและหวาดกลัว
“ถึงคิวน้องแล้ว”
สุรัมภารู้สึกตัว เริ่มกลัว
พนักงานเร่งเร้า “เร็วสิ คิวรออีกเยอะ ไม่ทำก็กลับไปซะ”
สุรัมภายืนคิดตัดสินใจ

เวลาเดียวกันสุตาภัญวิ่งมาที่หน้าคลินิก มองไปอีกทาง ไม่เห็นสุรัมภาก็ยิ่งใจเสีย
สุรัมภากำลังยืนลังเล ส่วนชนกชนม์วิ่งเข้ามาหาสุตาภัญ
“น่าจะเป็นห้องนี้” ชนกชนม์มั่นใจ
สุรัมภาเดินเข้าไปในห้องทำแท้ง สุตาภัญมองเข้าไปในคลินิก จึงไม่เห็นสุรัมภาแล้ว
สุตาภัญครุ่นคิดตัดสินใจเข้าไปด้านในคลินิก

สุตาภัญจะวิ่งเข้าไปทางห้องทำแท้ง พนักงานเรียกไว้
“น้อง อย่าแซงคิว!”
“ตาไม่ได้มาทำ....พี่คะ มีผู้หญิงชื่อสุรัมภามารึเปล่าคะ”
พนักงานเสียงแข็ง “ไม่มี”
ชนกชนม์เข้ามาบอกพนักงานดีๆ
“พี่ไม่ดูในรายชื่อก่อนเหรอครับ”
“ใครเขาจะบอกชื่อจริงล่ะ ที่ลงชื่อไว้ก็มีแต่..ติ๋ม ต้อย น้ำ ก้อย แก้ว นินนี่”
สุตาภัญขัดขึ้น “คนในภาพนี้ล่ะคะ”
สุตาภัญเปิดรูปสุรัมภาจากมือถือ ให้พนักงานดู พนักงานเห็นรูปสุรัมภาก็จำได้
“น้องฉันมาที่นี่รึเปล่า”
พนักงานบอก “ไม่มี”
“ขอเข้าไปดูข้างในหน่อยครับ”
พนักงานออกมาขวางทาง “น้อง..ที่นี่ไม่สวนสนุกจะมาวิ่งเล่น ไม่ทำก็ออกไปได้แล้ว!”
สุตาภัญและชนกชนม์ผิดหวังที่ไม่เจอสุตาภัญ จึงเดินคอตกออกไป

สุตาภัญเดินออกมาด้วยความผิดหวัง และห่วงสุรัมภาจับใจ
“ภา...ภาอยู่ไหน”
ชนกชนม์เดินเข้ามาปลอบใจ
“ภาอาจไม่ได้ทำอย่างที่เราคิดก็ได้”
สุตาภัญฉุน พาลพาโล “นายหยุดพูดได้แล้ว ฉันเบื่อที่จะฟัง!”
“ฉันตั้งใจดี ฉันอยากช่วยเธอช่วยภา”
“นายก็เห็นว่าผลที่เกิดขึ้นเป็นยังไง? ฉันขอเถอะ..เลิกยุ่งกับพวกฉันได้แล้ว!”
ชนกชนม์ยอมรับความจริง “ใช่....ฉันคงเป็นตัวหายนะอย่างที่เธอพูด”
สุตาภัญอึ้ง
“ฉันขอโทษ...ฉันจะไม่มาวุ่นวายกับชีวิตเธออีก”
ชนกชนม์หันตัวจะเดินออกไป สุตาภัญหันไปมองตาม รู้สึกเสียใจที่ต้องเกิดเรื่องแบบนี้
ชนกชนม์เดินออกไป...ได้สักระยะ
เสียงสุรัมภาดังขึ้น “พี่ตา”
สุตาภัญหันกลับไปมอง เจอสุรัมภายืนอยู่อีกมุม
“ภา”
ชนกชนม์หันกลับไปเห็นสุรัมภาก็ดีใจ
สุรัมภาบอก “ภากลัว....ภาไม่กล้า...”
สุตาภัญวิ่งเข้าไปกอดสุรัมภาด้วยความสงสาร สองพี่น้องกอดกันกลม
ชนกชนม์ยืนมองด้วยความดีใจที่สุรัมภาไม่ทำร้ายตัวเองและลูก

คืนนั้นชยางกูรเต้นอยู่กับผู้หญิง..อย่างสบายใจเฉิบ เพทายเดินเข้ามาหา
ชยางกูรทักทายสีหน้าไม่พอใจนัก “มาทำไม”
“เฮียสั่งให้ฉันมาทวงหนี้ นายไม่น่ามาเที่ยว เก็บเงินไว้ใช้หนี้ดีกว่า”
ชยางกูรเหยียดยิ้มพูดเย้ย “บอกแล้วไงไม่จ่าย!”
“ฉันเตือนนายแล้ว เฮียไม่ใช่เด็กเล่นขายของ เฮียเอาจริง”
“ฉันไม่กลัวมันหรอก แล้วฉันไม่ได้ปอดแหกเหมือนแก”
ชยางกูรผลักเพทาย แล้วหันไปเต้นกับผู้หญิงต่อ จู่ๆ มีมือของใครคนหนึ่งมากระชากไหล่ชยางกูรอย่างแรง ชยางกูรหันไป เจอลูกน้องปรัชญา
ชยางกูรกลัวรีบวิ่งหนีออกไป เพทายมองตามยิ้มเย้ยหยันสะใจ

ชยางกูรวิ่งหนี เจอลูกน้องปรัชญาอีกคนดักทางไว้ ชยางกูรเข้าไปสู้เอาตัวรอด แต่ลูกน้องปรัชญาเข้ามารุมทำร้ายชยางกูรพร้อมกัน
ชยางกูรโดนรุมกระทืบ ลูกน้องคนหนึ่งแย่งกุญแจรถจากกระเป๋าชยางกูร
“เอากุญแจรถฉันคืนมา”
ลูกน้องเตะซ้ำ ขณะบอก “รถแกเป็นดอกเบี้ย!”
ลูกน้องกระทืบซ้ำ แล้วเดินออกไปชยางกูรมองตามด้วยความเจ็บใจระคนแค้น
เพทายเข้ามาหาชยางกูร แสดงท่าทีเห็นใจ
“รีบหาเงินคืนเฮีย..ไม่งั้นแกต้องตายเป็นศพไร้ญาติ”

ชยางกูรเริ่มกลัว แต่มืดแปดด้านไม่รู้จะหาเงินจากไหน

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 14 (ต่อ)

กลับมาถึงห้องพัก สุรัมภาเล่าเรื่องให้สุตาภัญกับชนกชนม์ที่ตามมาฟัง

“ภาเข้าไปในห้องนั่นแล้ว...ภากลัว...ภาไม่กล้าทำ”
“ดีแล้วล่ะภา...ความกลัวทำให้เรารู้จักยับยั้งชั่งใจ ไม่กล้าทำบาป” สุตาภัญว่า
“ภาสัญญากับพวกพี่ได้ไหม ภาจะไม่ทำอย่างนี้อีก”
ชนกชนม์มองหน้าสุรัมภารอฟัง สุรัมภาพยักหน้า แล้วหันไปบอกสุตาภัญ
“ภาสัญญาค่ะ”
“พี่ก็สัญญา...จะช่วยเหลือภา”
“ขอบคุณพี่ชนม์มากนะคะ”
สุรัมภายิ้มให้ คลายความกังวลใจลงไปมาก สุตาภัญรู้สึกดีที่ชนกชนม์ทำให้สุรัมภาดีขึ้น

ชนกชนม์จะเดินไปที่ถนนหน้าอพาร์ทเม้นต์ สุตาภัญเรียกไว้
“ชนกชนม์”
ชนกชนม์หันไปมอง แล้วเดินต่อไป แอบอมยิ้มดีใจที่สุตาภัญ ตามมาขอโทษ แต่เล่นตัวให้
สุตาภัญตามง้อ
สุตาภัญผิดหวังที่ชนกชนม์ไม่คุยด้วย

ครู่ต่อมา ชนกชนม์จะเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์ คอยเหลือบมองว่าสุตาภัญวิ่งตามมาง้อรึเปล่าจนเห็นสุตาภัญวิ่งเข้ามา ชนกชนม์เก๊กหน้า ทำเป็นงอน
สุตาภัญแขวะ “ผู้ชายประสาอะไรงอนยิ่งกว่าผู้หญิง”
“ฉันไม่ได้งอน แค่ไม่อยากคุยด้วย”
สุตาภัญรู้ดีว่าชนกชนม์ยังเสียใจที่ถูกเธอต่อว่าหลายครั้ง
“ทำยังไง นายถึงจะยอมยกโทษให้ฉัน”
ชนกชนม์ประชด “ไม่จำเป็น เธอไม่เคยทำผิด เธอเป็นฝ่ายถูกเสมอ”
“อย่าทำให้ฉันรู้สึกผิดกว่านี้ได้ไหม ฉันขอโทษ...ขอโทษจริงๆ นะที่ฉันเคยว่านาย”
“เธอคิดว่าแค่คำขอโทษสองคำสามคำ มันจะลบล้างความผิดที่เธอทำให้ฉันน้อยใจเสียใจ”
ชนกชนม์จะพูดต่อ สุตาภัญเข้ามาหอมแก้มชนกชนม์ฟอดหนึ่ง ชนกชนม์อึ้ง แปลกใจ และดีใจมาก สุตาภัญเขินอาย ถดตัวถอยออกห่าง
ชนกชนม์รู้สึกดี แต่ทำทีเป็นโกรธต่อ หันตัวไปอีกข้าง หวังให้สุตาภัญหอมแก้มอีกข้าง
“เธอรู้ไหมว่าคำพูดของเธอทำให้ฉันกินไม่ได้นอนไม่หลับ...คิดมากจนถึงขั้นจะทำร้ายตัวเอง”
สุตาภัญรู้ทันเข้ามาหอมแก้มอีกข้าง ชนกชนม์ยิ้มดีใจ หันอีกข้างแกล้งโวยวายต่อ
“ชีวิตฉันตกต่ำ...”
“พอแล้ว”
สุตาภัญรู้ทันเริ่มดุ ชนกชนม์ยิ้มเขินหัวเราะแหะๆ ที่สุตาภัญรู้ทันตน
“ขอบใจนายมากนะ ขอบใจทุกๆ อย่างที่ทำเพื่อฉันกับภา...ฉันจะมาบอกว่า...นายไม่ใช่ตัวหายนะ...แต่นายเป็นตัวนำโชคของฉัน”
ชนกชนม์ยิ้มให้ รู้สึกดีใจ สุตาภัญเดินกลับออกไป ชนกชนม์มองตาม แล้วเรียกไว้
“สุตาภัญ”
สุตาภัญหันกลับมา ชนกชนม์วิ่งเข้าไปสวมกอดสุตาภัญแน่น สุตาภัญแปลกใจ
ชนกชนม์มองจ้องหน้า สุตาภัญรู้สึกเขินอยู่ในอ้อมกอดชนกชนม์
“เธอเป็นนางฟ้าของฉันเสมอ...ไม่ว่าเธอจะด่าจะว่าฉันยังไงฉันไม่เคยโกรธเธอสักครั้ง...ไม่รู้ว่าเพราะอะไร...เธอตอบฉันได้ไหม...ความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร”
สุตาภัญมองหน้าชนกชนม์ ไม่กล้าพูดคำว่าความรักออกไป ชนกชนม์มองหน้าสุตาภัญ แล้วค่อยๆ โน้มหน้าหมายจะจูบ สุตาภัญตกอยู่ในภวังค์
ชนกชนม์จะประทับจูบอยู่แล้ว สุตาภัญเอามือมาบังไว้ ชนกชนม์รู้สึกตัว
“ราตรีสวัสดิ์”
สุตาภัญยืนส่งชนกชนม์ ชนกชนม์จะเดินออกไป กลับบอกสุตาภัญ
“ฝันดีนะ”
สุตาภัญยิ้มให้ แล้วเดินกลับไปที่อพาร์ทเม้นต์ ชนกชนม์ยืนยิ้มสุขใจ ที่กลับมาเข้าใจกันกับสุตาภัญเหมือนเดิม

ธีรดนย์เดินเข้าไปหาณวัตรตอนเช้า
“คุณท่านเรียกผมมา มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”
“ฉันตกแต่งบ้านให้นายเสร็จแล้ว นายสะดวกวันไหนย้ายเข้าไปอยู่ได้เลย”
“ผมเก็บของพร้อมแล้ว ผมขอย้ายไปวันนี้เลยครับ”
ณวัตรแปลกใจเล็กน้อย ที่ธีรดนย์ตัดสินใจย้ายด่วน
“แล้วแต่นายตัดสินใจ นายคงไม่โกรธที่ฉันทำอย่างนี้”
“ผมจะโกรธคุณท่านได้ยังไงล่ะครับ เป็นความต้องการของผมเอง”
“แล้วอีกอย่าง ฉันไม่อยากให้เกิดปัญหาชู้สาวภายในบ้านนี้”
ณวัตรพูดเพราะไม่พอใจที่ธีรดนย์ใกล้ชิดชนิกานต์
“ครับ..ผมจะทำตามที่คุณท่านต้องการ”
ธีรดนย์ทรุดตัวนั่งลง ณวัตรแปลกใจ
“หลังจากนี้...ชีวิตเราไม่เกี่ยวข้องกันอีก”
ธีรดนย์ก้มลงกราบเท้า ณวัตรแปลกใจ แต่รู้สึกสงสารและเห็นใจ
“สิ่งใดที่ฉันเคยทำไม่ดีกับนายและครอบครัวนาย อโหสิกรรมให้ฉันด้วย”
“ครับ...ผมลาละครับ”
ธีรดนย์เดินออกไป ณวัตรมองตาม รู้สึกใจหายเหมือนกันที่ธีรดนย์ต้องย้ายออกไป
ธีรดนย์ออกไปสักครู่ ชนิกานต์เดินเข้ามาถามด้วยความแปลกใจ

“นายธีมาลาคุณพ่อไปไหนคะ”

ไม่นานต่อมา ในขณะที่ธีรดนย์หิ้วกระเป๋าสองใบจะเดินออกไปหน้าบ้าน หยุดนิ่งด้วยความแปลกใจ เห็นชนิกานต์ยืนขวางอยู่ริมสระน้ำ

ธีรดนย์ไม่สนใจ จะเดินออกไป ชนิกานต์เข้าไปแย่งกระเป๋าใบหนึ่ง
ธีรดนย์ฉุนกึก “เธอจะทำอะไร”
ชนิกานต์แย่งกระเป๋าไปได้หนึ่งใบ เปิดกระเป๋าดู แล้วเทเสื้อผ้าในกระเป๋าลงน้ำ
ธีรดนย์ทั้งโกรธทั้งตกใจ “นิกกี้!”
“ฉันไม่ให้นายไป”
“เธอมันบ้าไปแล้ว”
“บ้าก็เพราะรักนาย นายทิ้งฉันไปไม่ได้”
“มันเป็นทางออกที่ดีที่สุด เราไม่ต้องมีพันธะต่อกัน”
“ไม่! ฉันไม่ยอมให้นายไปไหนทั้งนั้น”
ชนิกานต์เข้าไปแย่งกระเป๋าอีกใบ เหวี่ยงลงน้ำ คิดว่าสกัดธีรดนย์ไว้ได้
ธีรดนย์มองของที่ลอยเกลื่อนอยู่ในน้ำ ไม่สนใจ หันไปบอกชนิกานต์
“มันก็แค่ของนอกกาย ฉันซื้อใหม่อีกเท่าไหร่ก็ได้”
ธีรดนย์จะเดินออกไป ชนิกานต์เข้ามากอดร้องไห้ขอร้อง
“ฉันไม่ให้นายไป อย่าไปนะ”
“เธอห้ามตัวห้ามใจฉันไม่ได้ ชีวิตฉัน...ฉันเลือกเอง!”
ธีรดนย์จะเดินออกไป ชนิกานต์ไม่พอใจตะโกนบอก
“ฉันจะบอกคุณพ่อว่านายข่มขืนฉัน!”
ธีรดนย์หันกลับมาด้วยความตกใจ
“นายก็รู้ว่าคุณพ่อซีเรียสกับเรื่องนี้มาก”
ธีรดนย์อึ้ง นึกกลัว
“แล้วฉันจะบอกให้ตารู้ความจริงทั้งหมด!”
ธีรดนย์อึ้งตกใจ ไม่กล้าออกไป ชนิกานต์เดินเข้ามาหาธีรดนย์
“ไปสิ ออกไปสิ”
ชนิกานต์ขู่ธีรดนย์ แล้วเดินกลับไปยังคฤหาสน์ ธีรดนย์หันกลับมามองกระเป๋าและของที่ลอยอยู่ในสระน้ำ
ธีรดนย์ทรุดตัวร้องไห้ เสียใจที่ไม่สามารถไปจากที่นี่ได้ และกังวลใจชนิกานต์จะบอกสุตาภัญ

สุตาภัญกราบพระ ชนกชนม์มอง แล้วก้มกราบพระตาม สุตาภัญกราบพระเสร็จ ก็เอามาลัยไปถวายวางไว้ที่หน้าพระประธาน
ชนกชนม์หยิบมาลัยไปถวายพระ แล้วถามสุตาภัญ
“อะไรเนี่ย พาเข้าวัด...ฉันยังไม่แก่ซะหน่อย”
“วัดไม่ใช่ที่พึ่งของคนแก่ วัยอย่างเรานี่แหล่ะปัญหาเยอะ ควรเข้าวัด”
“พระท่านช่วยแก้ปัญหาวัยรุ่นได้เหรอ”
“อาจไม่ได้คำตอบทั้งหมด แต่อย่างน้อยทำให้ใจเราสงบ ตอนนี้ชีวิตนายไม่มีใคร ควรมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจในการทำดี”
ชนกชนม์ฟังสุตาภัญก็ยิ้มออก หันไปยกมือไหว้ล้อสุตาภัญ
“สาธุ...”
สุตาภัญตีมือชนกชนม์ “ไม่เอา ฉันไม่อยากอายุสั้น”
สุตาภัญตีมือ ชนกชนม์จับมือไว้
“เธอเป็นใครกันแน่ นางฟ้าแปลงกาย? แม่ชีกลับชาติมาเกิด? รึว่าเป็นผี” ชนกชนม์แลบลิ้นทำหน้าผีใส่สุตาภัญ “แฮ่”
“บ้า!”
สุตาภัญผลักชนกชนม์ แล้วลุกขึ้นเดินออกไป ชนกชนม์ยกมือไหว้พระประธาน แล้วตามไป

ชนกชนม์เดินออกมาตามหาสุตาภัญ จนมาเจอสุตาภัญยืนอยู่ที่มุมหนึ่ง ชนกชนม์เดินเข้ามา สุตาภัญถือสร้อยไว้ในมือ โชว์ให้ชนกชนม์ดู
“ของนาย”
ชนกชนม์มองสร้อยคอที่มีล๊อคเก็ตรูปครอบครัวของตัวเองก็แปลกใจ
นึกได้ว่าหายไปที่สวนรถไฟ ตอนที่ชยางกูรแย่งสร้อยไปจากชนกชนม์ แล้วโยนทิ้ง
“ฉันเก็บไว้ได้ จะคืนหลายครั้งแล้ว...ไม่มีโอกาสสักที เก็บรูปคุณพ่อคุณแม่ติดตัวไว้ นายจะได้มีกำลังใจสู้”
สุตาภัญส่งสร้อยให้ ชนกชนม์รับไว้ แล้วมอบสร้อยคืนให้สุตาภัญ
“ฉันฝากชีวิตฉันให้เธอช่วยดูแล”
ชนกชนม์ยื่นให้สุตาภัญ สุตาภัญจะรับไว้ แต่อึดอัดใจเมื่อคิดถึงธีรดนย์
“ไม่ดีหรอก...เราสองคนไม่ควรใกล้ชิดกันเกินไป...ฉันรับปากจะช่วยดูแลธี”
สีหน้าชนกชนม์สลดลง
“ฉันเป็นแฟนของธี”
ชนกชนม์อยากรู้ความจริง “แล้วธีเป็นแฟนเธอรึเปล่า”
สุตาภัญไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก เดินหนีไป

ชนกชนม์มองตาม รู้สึกเศร้าใจที่ต้องเสียสุตาภัญให้ธีรดนย์

เวลาเดียวกันที่ออฟฟิศของชลนิภา ยินเสียงชลนิภาโวยวายใส่พนักงานออกแบบหญิงดังลั่น

“แบบที่ฉันสั่งให้ได้รึยัง ลูกค้าจะมาดูแบบวันนี้”
พนักงานหญิงตกใจ “ได้แล้วค่ะ”
“ได้ก็เอามาสิ! หวังว่าฉันคงไม่ต้องสั่งให้ไปแก้อีกสี่ห้ารอบ!”
พนักงานหญิงรีบหยิบแบบสร้อยให้ ชลนิภารับมาแล้วมองดู
พนักงานลุ้นตัวโก่ง ว่าชลนิภาจะพอใจหรือไม่
ชลนิภาเห็นแบบแล้วพึงพอใจ สีหน้าอ่อนลง
“คราวหน้าเสร็จก็รีบส่ง ไม่ใช่ดองไว้”
ชลนิภาถือแบบเดินกลับเข้าไปที่ห้องทำงาน พนักงานหญิงโล่งใจ พนักงานอีกคนเข้ามาถาม
“พี่เก่งจัง ท่านประธานไม่สั่งแก้เลย”
“ฝีมือพี่ที่ไหนล่ะ คุณชนกชนม์ช่วย”
“คุณชนกชนม์” อีกคนอึ้ง
“มีออเดอร์ลูกค้า พี่ส่งไปให้คุณชนกชนม์คิด บริษัทเราท่าจะรอดแล้วละ”
พนักงานรู้เรื่องก็ดีใจ ที่มีชนกชนม์คอยช่วยเหลือบริษัท

ชลนิภาคุยโทรศัพท์บอกลูกค้าด้วยความพอใจ
“คุณหญิงคะ แบบที่สั่งไว้เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ รับรองว่าคุณหญิงต้องชอบ ดิฉันจะส่งแบบให้ดูนะคะ ค่ะ”
ชลนิภาวางโทรศัพท์ที่โต๊ะทำงาน เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น
“ดิฉันแม่ชยางกูรค่ะ” สีหน้าชลนิภาตกใจ “อะไรนะคะ...ไม่เข้าเรียนไม่ส่งงาน...เป็นไปไม่ได้...ค่ะ พรุ่งนี้ดิฉันจะเข้าไปพบค่ะ”
ชลนิภาวางสายแปลกใจ ที่อาจารย์โทร.มาแจ้งเรื่องพฤติกรรมชยางกูรซึ่งตนคาดไม่ถึง
“ลูกกูร”

ด้านธีรดนย์มองหาชนิกานต์ แต่ไม่เจอ ธีรดนย์เดินมองหาอีกทาง ด้วยความร้อนใจ เห็นชนกชนม์เข้ามา
“ชนม์แกเห็นนิกกี้มั้ย”
“มีเรื่องอะไรกันอีก”
ชนกชนม์แปลกใจ ธีรดนย์จำต้องเล่าความจริงให้ฟัง

ด้านสุตาภัญเดินถือหนังสือเรียนจะเข้าห้องเรียนเจอชนิกานต์นั่งรออยู่
“นิกกี้ ไม่เข้าเรียนเหรอ”
“ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”
สุตาภัญแปลกใจว่าเรื่องอะไร? รอฟัง แต่ชนิกานต์ยังนิ่ง
“ว่าไงยัยฝรั่งจิ้มบ๊วย มีอะไรจะคุยกับฉัน”
ชนิกานต์สีหน้าจริงจัง “ฉันจะบอกว่าฉัน...”
สุตาภัญจดจ่อรอฟังอยากรู้
ธีรดนย์และชนกชนม์เดินเข้ามา ชนิกานต์หันไปมองธีรดนย์เขม็ง ธีรดนย์อึกอัก อยากคุยกับสุตาภัญส่วนตัว
“ตา..ธีมีเรื่องส่วนตัวคุยด้วย...ไปคุยด้านโน้นกัน”
สุตาภัญแปลกใจ “จ้ะ”
สุตาภัญลุกขึ้น จะไปกับธีรดนย์ ชนิกานต์โพล่งขึ้น
“เรื่องส่วนตัวของนายอาจเกี่ยวกับฉัน แล้วเรื่องของพวกเรา น่าจะเกี่ยวข้องกัน...แถลงข่าวตรงนี้ท่าจะดี”
ธีรดนย์อยากเคลียร์กับสุตาภัญก่อน จะลากสุตาภัญไป
ชนิกานต์ตะโกนบอก “ธีรดนย์ข่มขืนฉัน!”
ธีรดนย์ตกใจมาก สุตาภัญหันกลับไปมองชนิกานต์ แล้วมองธีรดนย์
ชนกชนม์พูดไม่ออก จำต้องปล่อยให้ชนิกานต์บอกความจริง
ชนิกานต์ร้องไห้ขณะเล่าเรื่อง “ตา...ช่วงงานศพป้าอุษา ธีเขาโกรธและเกลียดฉัน หาว่าฉันฆ่าแม่เขา แล้วเขาก็ข่มขืนฉัน”
เหตุการณ์ที่ธีรดนย์ขืนใจชนิกานต์ในห้องผุดขึ้นมา
“ฉันตกเป็นของธีแล้ว”
สุตาภัญถามธีรดนย์ “มันเป็นความจริงใช่มั้ย”
ธีรดนย์ไม่กล้าตอบ
ชนกชนม์ตัดสินใจพูดความจริงออกไป
“ใช่...นิกกี้พูดความจริง”
ธีรดนย์ตกใจปนโกรธที่ชนกชนม์บอกเรื่องนี้ หันไปมองชนกชนม์ด้วยความไม่พอใจ
“นายบอกทำไม...นายหักหลังฉัน คิดแย่งตาไปจากฉัน”
“ไม่ใช่...แต่ฉันทนไม่ได้ ที่นายจะทำร้ายความรู้สึกนิกกี้ ฉันไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับภา ธี...นายเป็นผู้ชาย กล้าทำนายต้องกล้ารับ”
ธีรดนย์อึดอัดใจไม่กล้าพูดความจริง สุตาภัญเดินเข้าไปหาธีรดนย์
“ว่าไงธี...พูดความจริงกับตา”
“ผมไม่ได้ตั้งใจ...มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ...ผมไม่ได้รักนิกกี้”
ชนิกานต์ร้องไห้โฮด้วยความเสียใจ
“ผมรักตา”
สุตาภัญตบหน้าธีรดนย์ แล้ววิ่งหนีไป
“ตา...”
ธีรดนย์หันไปมองชนิกานต์ ไม่พอใจ แล้ววิ่งตามสุตาภัญไป
ชนกชนม์ปลอบใจชนิกานต์ “ฉันอยู่ข้างเธอ...ทุกอย่างต้องจบลงด้วยดี”

ชนิกานต์เสียใจ น้อยใจที่ไม่ว่าจะอย่างไรธีรดนย์ก็ไม่รักตนเลย

สุตาภัญวิ่งหนี ธีรดนย์วิ่งตามมาจนทัน ขวางไว้

“ตา...ผมรักตา ผมรักตาคนเดียว”
ธีรดนย์เข้าไปกอดรัดสุตาภัญ สุตาภัญ ดิ้น แล้วตบหน้าธีรดนย์
“ปล่อย...ปล่อยตา....อย่าทำให้ฉันเกลียดธีไปมากกว่านี้ จนไม่เหลือแม้แต่ความเป็นเพื่อน”
ธีรดนย์รู้สึกผิดและไม่อยากให้เกิดขึ้น ปล่อยตัวสุตาภัญ
“ผมขอโทษ ผมรู้ว่าผมผิด แต่ผมย้อนไปแก้ไขมันไม่ได้แล้ว”
“ธีย้อนไปแก้ตัวไม่ได้ แต่ธีรับผิดชอบกับผลที่เกิดขึ้นได้”
“ผมไม่ได้ตั้งใจ”
“อย่าพูดคำนี้ให้ตาได้ยินอีก...ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นคำพูดของผู้ชายที่เห็นแก่ตัว ก่อนทำทำไมไม่คิด จะให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายรับปัญหา รับเคราะห์กรรมอย่างเดียวใช่มั้ย”
ธีรดนย์ยังเห็นแก่ตัวเช่นเดิม “ผมขอโทษ...เรากลับมาคบกันเหมือนเดิมได้ไหม”
“กลับไปดูแลนิกกี้” สุตาภัญเสียงแข็ง
ธีรดนย์ผิดหวัง “ตา”
“แล้วตาจะเป็นเพื่อนที่ดีของธี”
สุตาภัญเดินดุ่มออกไป ธีรดนย์ทั้งผิดหวังและเสียใจมาก

สุตาภัญเดินออกมา แล้วหยุดร้องไห้ที่มุมหนึ่ง เสียใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ชนกชนม์ส่งผ้าเช็ดหน้าให้ สุตาภัญรับมาเช็ดน้ำตา แล้วยืนร้องไห้ ชนกชนม์ยืนอยู่ข้างๆ ปล่อยให้สุตาภัญได้ระบายอารมณ์ออกมา คอยดูแลอยู่ห่างๆ

ด้านธีรดนย์ยืนเสียใจเรื่องสุตาภัญ ชนิกานต์เดินเข้ามาหา
“นายไม่ต้องเสียใจ...ตาไม่รักนาย...แต่นายยังมีฉัน...ฉันจะดูแลนายเอง”
ชนิกานต์เข้าไปกอด ธีรดนย์ดันตัวออก
“เธอทำลายความหวัง ความสุขในชีวิตฉัน...ฉันไม่มีวันรักเธอ...ฉันเกลียดเธอ”
ธีรดนย์ตะโกนด่าชนิกานต์ แล้วเดินออกไป
ชนิกานต์ร้องไห้เสียใจเหลือแสน ที่ธีรดนย์ยังคงโกรธและเกลียดตน

สุตาภัญร้องไห้จนพอใจแล้วหันไปถามชนกชนม์
“นายรู้เรื่องนี้นานแล้วใช่ไหม”
ชนกชนม์พยักหน้ายอมรับ “เธอจะโกรธฉันก็ได้นะที่ฉันไม่บอกเธอ”
“นายมีเหตุผลอะไรถึงปิดเรื่องนี้”
“ฉันอยากให้ธีเป็นคนบอกเธอด้วยตัวเอง ฉันไม่อยากได้ชื่อว่าหักหลังเพื่อน...”
ชนกชนม์พูดกั๊กไว้...สุตาภัญพอจะเข้าใจ
“เธอให้อภัยธีได้ไหม”
สุตาภัญอึ้ง
“ธีรักเธอมาก”
“หยุดพูดเรื่องนี้เถอะ มันจบแล้ว ฉันกับธีเป็นแค่เพื่อน”
ชนกชนม์รู้สึกสงสารธีรดนย์ แต่ภายในใจลึกๆ ก็รู้สึกดีใจ ที่สุตาภัญเลิกกับธีรดนย์แล้ว
“เธอจะกลับรึยัง...ฉันไปส่ง”
สุตาภัญพยักหน้าให้
สุตาภัญเดินนำไป ชนกชนม์เดินตาม จนขยับไปเดินเคียงข้างสุตาภัญโดยไม่พูดอะไร
สุตาภัญรู้สึกดี ที่ชนกชนม์คอยอยู่เคียงข้างเธอ

ตกกลางคืนชนิกานต์ยืนชะเง้อรอธีรดนย์ด้วยความเป็นห่วง กัณฐิกาเดินเข้ามาถาม
“รอใคร อย่าบอกนะว่าชะเง้อรอคนใช้”
ชนิกานต์ด่า “ไม่กัดฉันสักวันจะตายไหม?”
“ไม่ตาย แต่อยู่ไม่มีความสุข”
ชนิกานต์ไม่พอใจ เดินเลี่ยงออกไป ชะเง้อรอธีรดนย์ กัณฐิกาเดินตามเข้ามา
“ฉันขอสอนอะไรอย่างในฐานะลูกผู้หญิงเหมือนกัน อย่าปล่อยตัวปล่อยใจมากนัก...ไม่งั้นผู้ชายจะเห็นเธอเป็นของตาย หัดทำตัวให้น่าค้นหา... ไม่ใช่ไร้ค่าราคาน้ำอัดลม”
ชนิกานต์ฟังก็รู้สึกสะดุ้ง เพราะเธอเป็นฝ่ายวิ่งไล่ตามธีรดนย์ตลอด แต่ก็ไม่พอใจกัณฐิกา
“อ๋อ..นี่เป็นเคล็ดลับจับผู้ชายของเธอล่ะสิ ขอบใจนะที่สอนแต่ไม่ต้อง! ฉันไม่คิดเป็นโสเภณี เอาบทเรียนสอนหญิงไว้สอนหลานสาวของเธอน่าจะเหมาะ ท่าจะเจริญรอยตามกัน”
กัณฐิกาไม่พอใจ จะตบชนิกานต์ กฤติยาเดินเข้ามาพอดี
กัณฐิกายั้งมือไว้ ไม่อยากทำตัวให้กฤติยาไม่พอใจอีก
ชนิกานต์หันไปมองกฤติยา แล้วเดินออกไป กฤติยาจะเดินออกไปอีก กัณฐิกาเรียกไว้
“แกจะไปไหน”

ชนิกานต์ยืนรอธีรดนย์ โทรศัพท์หาธีรดนย์
“หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”
ชนิกานต์ไม่พอใจ กดวางสาย
“ไปไหนนะ”
ชนิกานต์ทำอะไรไม่ได้ โทรศัพท์ต่อไป จนกว่าจะติดต่อธีรดนย์ได้

กัณฐิกาต่อว่ากฤติยา
“แกคงไม่บ้าจี้ชะเง้อหานายธีรดนย์อีกคน”
“ถ้าใช่ มันเสียหายตรงไหนคะ”
“ไม่ได้นะ แกเลิกยุ่งกับธีรดนย์ซะ”
“ทำไมล่ะแม่...แม่หึง” กฤติยาย้อน
“ฉันไม่เคยคิดอย่างนั้น”
“ไม่หึงก็ไม่ต้องสนใจสิคะ เอาเวลาไปดูแลสามีของแม่ดีกว่า”
กฤติยาจะเดินออกไป กัณฐิกาดึงแขนไว้
“เลิกประชดฉัน ฉันเป็นห่วงฉันถึงเตือน...อยู่ห่างๆ ธีรดนย์”
กฤติยาไม่สนใจฟัง..แกะมือกัณฐิกาออก แล้วเดินออกไป
กัณฐิกาไม่พอใจ ไม่อยากให้กฤติยาใกล้ชิดธีรดนย์ เพราะกลัวชนิกานต์จะเล่นงานลูก

ชนิกานต์โทร.ติดต่อธีรดนย์ไม่ได้
มีแต่เสียงพนักงานตอบรับ “หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้…”
ชนิกานต์หมดความอดทน ปาโทรศัพท์ทิ้ง กฤติยาเดินไปหยิบโทรศัพท์ ส่งคืนให้ชนิกานต์
“เธอทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ”
ชนิกานต์เสียใจไม่มีใคร โผเข้ากอดกฤติยา ร้องไห้ออกมา
“ตาบอกเลิกธี...แต่ธีก็ไม่รักฉัน ธีเกลียดฉัน ฉันต้องทำยังไง?”
“ใจเย็นๆ นะ...ถ้าเธอรักเขา..เธอต้องอดทน”
ชนิกานต์มองกฤติยา รอฟังคำแนะนำ
“ฉันต้องอดทนอีกนานแค่ไหน”
“จนกว่าเธอจะหมดรักเขา”
“ไม่..ฉันไม่มีวันหมดรัก เพราะฉันกับเขา...
ชนิกานต์อึ้ง ไม่กล้าเล่าเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งให้กฤติยารู้
“ฉันรักธี...ฉันไม่ยอมเสียเขาไปให้ใคร ใครก็ตามที่แย่งธีไปจากฉัน...ฉันไม่มีวันให้อภัย ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อเอาธีคืนมา”
ชนิกานต์ประกาศกร้าว จะไม่ยอมเสียธีรดนย์ไปให้ใคร
กฤติยาเห็นความรักของชนิกานต์แล้วรู้สึกกลัว ที่ชนิกานต์คิดจะครอบครอง
“ฉันไม่อยากให้เธอคิดอย่างนั้นเลย ความรักที่แท้จริง ไม่ใช่การแย่งชิงหรือครอบครอง แต่คือการให้...ให้คนที่เรารักมีความสุข”
“ฉันทำไม่ได้...ตั้งแต่เกิดมาฉันต้องสูญเสียคุณแม่...เสียคุณพ่อให้น้าเธอ...แม้แต่ชนม์ก็ไม่รักฉัน...ฉันจะไม่ยอมเสียของของฉันไปอีกแล้ว”
ชนิกานต์ยืนยันหนักแน่นที่จะรักธีรดนย์คนเดียวเท่านั้น

กฤติยาโอบกอดปลอบชนิกานต์ รู้สึกสงสาร ห่วงใย และวิตกในความคิดของชนิกานต์

ติดตาม "ลูกไม้หลากสี" ตอนที่ 15
ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 2
ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 2
สุตาภัญพยายามปฏิเสธและอธิบายให้ผู้เป็นพ่อฟัง “ตาไม่ได้โกหกนะคะ ตาไปแสดงละครที่สลัม เพิ่งกลับมา” “เธอก็รู้ว่าฉันเกลียดการโกหกมากที่สุด ฉันจะตีเธอให้ตายจนกว่าเธอจะพูดความจริง” สุทินฟาดไม้เรียวตีสุตาภัญไม่ยั้ง เสาวนิตย์ผู้เป็นแม่ยืนมองจนทนไม่ได้ รีบเข้ามาบอกสุตาภัญ “บอกความจริงคุณพ่อเถอะลูก แม่ขอร้องล่ะ” สุตาภัญสงสารเสาวนิตย์ จึงรีบบอกสุทิน “ตายอมบอกแล้วค่ะ” สุทินหยุดตี รอฟังคำตอบสุตาภัญ “หลังจากแสดงละครเสร็จ ตาไป...” สุทินและเสาวนิตย์รอฟังความจริงจากปากลูกสาว “ติวหนังสือให้ชนิกานต์กับธีรดนย์ที่บ้านค่ะ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...