xs
sm
md
lg

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 12

เผยแพร่:

ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 12

เวลาเดียวกันณวัตรยื่นโบว์ชัวร์แบบบ้านให้ตรงหน้าธีรดนย์

“บ้านของนาย”
ธีรดนย์รับภาพบ้านมาดู พึงพอใจกับบ้านใหม่
ณวัตรยื่นเช็คให้ห้าล้าน “พร้อมเงินห้าล้านบาท ฉันคิดว่ามากพอสำหรับทุนการศึกษา นายคงไม่เรียกร้องมากไปกว่านี้”
ธีรดนย์บอก “ผมไม่คิดจะใช้แม่เป็นข้อต่อแลกเปลี่ยน”
“หลังเผาศพอุษา นายย้ายเข้าไปอยู่บ้านใหม่ได้เลย”
ธีรดนย์แปลกใจที่ณวัตรเร่งย้ายบ้านให้ธีรดนย์
“ฉันไม่มีเจตนาไล่นาย แต่มันดีกับทั้งสองฝ่าย”
ธีรดนย์มองณวัตร แปลกใจในคำพูดของณวัตร
“นายต้องการอิสระ ฉันเองก็ต้องการให้นายห่างจากลูกสาวฉัน”
“ครับ...ผมก็อยากให้เป็นอย่างนั้น”
ธีรดนย์ยอมรับข้อเสนอของณวัตร


ชนิกานต์ยืนรอที่มุมหนึ่ง แปลกใจว่าณวัตรเรียกธีรดนย์ไปคุยเรื่องอะไร?
“คุณพ่อคุยเรื่องอะไร” จู่ๆ ชนิกานต์ตกใจ “รึว่าคุณพ่อรู้...เป็นไปไม่ได้”
ชนิกานต์คาใจ แต่เสียงโทรศัพท์ดังขัดขึ้นก่อน รีบกดรับเมื่อเห็นชื่อสุตาภัญ
“ว่าไงยัยตา...” ชนิกานต์ได้ฟังก็ตกใจ “อะไรนะ...เธออยู่ไหน...ฉันจะรีบไป”
ชนิกานต์วางสายโทรศัพท์ ตัดสินใจไม่รอฟังเรื่องจากธีรดนย์ เดินลิ่วออกไปทันทีเพราะห่วงเพื่อน

ด้านธีรดนย์ออกจากห้องทำงานณวัตรก่อนจะปิดประตู กฤติยาเดินเข้ามาหา
“ไม่สบายใจเรื่องป้าอุษา...รึว่าเครียดเรื่องนิกกี้”
ธีรดนย์สะอึก กลัวกฤติยาจะรู้เรื่องของเขากับชนิกานต์

ชนกชนม์หิ้วกระเป๋าใส่เครื่องประดับออกมาหน้าบ้านสุรเดช ตั้งใจจะเอาไปขาย สุรเดชเข้ามาแย่งไป
“เฮ้ย...ไอ้ขโมยเอาคืนมา ฉันจะไปขาย” ชนกชนม์ตามเอาคืน
“จะได้กี่บาทเชียว” สุรเดชเยาะ
“ไม่ต้องมาหว่านล้อมให้ทำชั่วเหมือนแก”
“โห..ชั่วกระเด็นเข้าหน้า..ฉันเลิกแล้ว” จอมกะล่อนบอก
“สาบานพระเก้าวัด” ชนกชนม์จ้องหน้า
“ฉันเข้าวัดไม่ได้ มันร้อน..ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง...แกไม่ต้องขายแล้ว ขืนไปขายพวกเชี๊ยก็ป่วน...แกไปขวางทางรักน้องแกด้วย”
“ไม่ขายแล้วจะเอาไรกิน”
“ตอนนี้ข้ามีเงิน...ข้าเลี้ยงได้...วันนี้ไปสนุกกัน”
“ไปไหน”
“ไม่ต้องถาม...ไปถึงแล้วจะตื่นเต๊นนน”
“ไปก็ได้ แต่ขอไปธุระก่อน”
สุรเดชแปลกใจว่าชนกชนม์จะไปไหน


สองคนอยู่ตรงมุมหนึ่งที่คฤหาสน์ณวัตร ธีรดนย์ย้อนถามกฤติยา
“เธอรู้ได้ไงว่าฉันมีปัญหากับนิกกี้”
“ฉันเห็นเงานิกกี้ทาบอยู่บนหน้านาย”
ธีรดนย์ชักกังวลใจ “จริงเหรอ? ต้องรีบล้างหน้าแล้วล่ะ เงาอำมหิตซะด้วย”
“ฉันล้อเล่นนะ...ฉันแอบเห็นนายทะเลาะกับนิกกี้”
“เธอเป็นกล้องวงจรปิดรึเปล่า เห็นโน่นเห็นนี่ตลอด” ธีรดนย์เย้า
“บ้า...”
กฤติยาหัวเราะ ธีรดนย์พลอยยิ้มและมีความสุขไปด้วย....
“ธีรดนย์....นายอย่าโกรธนิกกี้เลย จริงๆ แล้วเธอไม่มีอะไรหรอก แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เหงา เธอต้องการความรัก”
ธีรดนย์เถียง “แต่ทำร้ายคนอื่น”
“มันเป็นวิธีหนึ่งในการเรียกร้องความสนใจ...รักมากก็ป่วนอย่างไม่มีเหตุผล คนแบบนี้ล่ะรักจริง แต่ถ้าเกินลิมิตก็หึงจนน่ากลัว”
ธีรดนย์คิดตาม กังวลใจ กลัวปัญหาจะตามมา
“ฉันทำให้นายเครียดอีกแล้ว...ไม่เอาไม่เครียด”
กฤติยาเข้าไปนวดขมับให้ ธีรดนย์มองหน้า กฤติยารีบเอามือออก
“ไปเที่ยวกัน”

ธีรดนย์แปลกใจที่กฤติยาชวนไปเที่ยว
ชนกชนม์แวะมาหาสุตาภัญที่บ้าน แต่ต้องตกใจเมื่อรู้จากสุรัมภาว่าสุตาภัญออกจากบ้านไปแล้ว

“ตาย้ายออกไปแล้ว!”
“ค่ะ”
ชนกชนม์รู้สึกผิด “เพราะพี่..ทำให้ตาต้องลำบาก”
“อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ...คุณพ่อไม่ตั้งใจจะไล่พี่ตา พี่ตาเป็นคนขอออกไปเอง”“แล้วตาไปอยู่ที่ไหน”
“ไม่มีใครทราบค่ะ”
ชนกชนม์กังวลใจ เป็นห่วงสุตาภัญมาก

สุตาภัญเดินถือกระเป๋ามาหยุดหน้าอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ชนิกานต์มายืนข้างๆ
“เธอจะอยู่อพาร์ทเม้นท์เนี่ยนะ”
สุตาภัญร้องเพลงอารมณ์ดี “นี่ถือสถานแหล่งอพาร์ทเม้นท์ที่ฉันปองมาสู่” แล้วยิ้มให้ชนิกานต์ “เสียดายไม่ได้ผูกเปียมาด้วย”
สุตาภัญเดินเข้าไปในอพาร์ทเม้นท์ชนิกานต์วิ่งตามไป “ยัยตา”

ชนกชนม์ยังอยู่ตรงหน้าบ้านสุตาภัญ พยายามโทรศัพท์หาสุตาภัญ แต่ติดต่อไม่ได้
“ติดต่อไม่ได้ ไม่รู้ว่าปิดเครื่องรึเปลี่ยนเบอร์? คงคิดตัดขาดจากครอบครัว”
สุรเดชเยาะเย้ยเอา “แล้วก็ตัดขาดจากแกด้วย ฮะฮาฮ่า..สมน้ำหน้า”
ชนกชนม์มองหน้าอย่างไม่พอใจ สุรเดชหยุดหัวเราะทันที
“ช่วยกันตามหาตา”
สุรเดชยิ้ม “ไม่..แกรับปากจะไปกับฉัน ห้ามเบี้ยว”
“แต่ฉันห่วงตา”
“พักเรื่องนางฟ้าไว้ก่อน ไปสนุกกับชีวิต แล้วค่อยกลับมาคิดเรื่องรัก เชื่อผู้เชี่ยวชาญรักอย่างฉัน”
ชนกชนม์ไม่มีทางเลือก จำต้องไปกับสุรเดช
“บอกได้ยังจะไปไหน”

สุตาภัญเดินเข้ามาในห้องพักใหม่ ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
“สวัสดีจ้ะห้องใหม่.....ชีวิตใหม่ของฉัน”
ชนิกานต์แปลกใจ “โดนไล่ออกจากบ้านยังร่าเริงอยู่ได้ เธอไม่เสียใจ”
สุตาภัญบอก “เสียใจสุดๆ”
ชนิกานต์โผเข้ามากอดสุตาภัญ “ไม่ต้องร้อง...เธอยังมีฉัน”
“เฮ้ย...ฉันโอเค”
ชนิกานต์ยิ่งแปลกใจที่เห็นสุตาภัญเข้มแข็ง ไม่ฟูมฟายสักนิด
“ห้องยังกะรังแมว...ย้ายไปอยู่บ้านฉัน”
“ไม่อ่ะ ฉันเป็นนกน้อยในกรงทองมานาน ขอฉันโบยบินบ้าง”
ขณะพูด น้ำตาสุตาภัญไหลรินออกมา ชนิกานต์แปลกใจใหญ่
“ร้องไห้ทำไม”
“ไม่ได้ร้อง มันไหลออกมาเอง ตื่นเต้นยังไงไม่รู้...ต้องเรียน...แล้วก็หางานพิเศษหาเงินด้วยตัวเอง ต้องใช้ชีวิตคนเดียว มันตื่นเต้นอ่ะ”
ชนิกานต์เข้าสวมกอดสุตาภัญให้แรงใจ “เธอไม่ต้องกลัวนะ ฉันเป็นเพื่อนเธอ เธอยังมีฉัน”
จู่ๆ สุตาภัญร้องไห้โฮ ชนิกานต์แปลกใจหนัก
“อะไรของเธอเนี่ย เรื่องควรเสียใจไม่ร้อง ฉันพูดแค่นี้เอาซะโฮเลย”
“ฉันตื้นตัน...คำว่าเพื่อนทำให้จุกอก...อั้นไม่อยู่...ฉันคงต้องยอมรับความจริงแล้วว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคม อยู่คนเดียวไม่ได้”
“อย่างน้อยเธอก็มีฉัน”
สุตาภัญกอดชนิกานต์แน่น จนชนิกานต์หายใจไม่ออก
“พอแล้ว ฉันหายใจไม่ออก”
สุตาภัญยิ้มให้ชนิกานต์ ดีใจที่มีเพื่อนคอยช่วยเหลือและเป็นกำลังใจ เสียงโทรศัพท์ชนิกานต์ดังขึ้น ชนิกานต์มองเบอร์แล้วรับสายท่าทีแปลกใจ
“เธอเองเหรอ มีอะไร”
สุตาภัญแปลกใจว่าใครโทร.หาชนิกานต์
“ได้...ฉันจะรีบไป..” หันมาบอกสุตาภัญ “ไปกับฉัน”
สุตาภัญแปลกใจสองเด้งว่าใครโทร.มา และชนิกานต์จะพาไปไหน?

ที่บ่อนเสี่ยปรัชญา ชยางกูรเล่นเสีย โวยวายดังลั่นอย่างไม่พอใจ
“เสียอีกแล้ว โกงป่าววะ”
ชยางกูรโวยใส่พนักงาน ปรัชญาเดินเข้ามาบอกชยางกูร
“กฎใหญ่ของการเล่นพนัน..มีได้ก็มีเสีย มีเสียก็มีได้”
“ผมขอยืมเฮียเพิ่มอีกสองล้าน”
“เคลียร์ของเก่าห้าล้านก่อนดีกว่า เฮียไม่ได้งก แต่มันเป็นกฎเหล็กของเฮีย”
ชยางกูรผิดหวังที่ปรัชญาไม่ให้ยืมเงินเพิ่ม เดินหัวเสียออกไป

เพทายเดินตามหลังไป ปรัชญามองเหยียดยิ้มชยางกูร
ชยางกูรเดินหัวเสียออกมา เพทายเข้ามาเตือนทำเป็นหวังดี

“พักหลังมีแต่เสียกับเสีย ดวงนายคงไม่ถูกโฉลกกับที่นี่ เลิกเหอะ”
“ไม่ต้องยุ่ง! ฉันเสียไปเท่าไหร่ฉันต้องได้คืนเป็นสิบเท่า!” ชยางกูรพูดอย่างอวดเก่ง
“นายจะหาเงินมาจากไหนมาใช้หนี้แล้วเล่นต่อ? แม่นายไม่ให้หรอก”
“ฉันดูแลบริษัท..ฉันมีสิทธิ์บริหารเงินทั้งหมด”
ชยางกูรคุยโว แล้วเดินออกไป เพทายยืนมองตาม ยิ้มด้วยความพอใจ
จังหวะนั้นเฮียปรัชญาเดินเข้ามาเตะไหล่เพทาย
“เหยื่อตัวใหญ่ ต้องเสียแรงเย่อนานกว่าจะสำเร็จ”
“มันก็คุ้มกับนะเฮีย เฮียจะได้เงินจากมันอีกเป็นสิบๆ ล้าน”
“แกก็จะได้เปอร์เซ็นจากฉันไม่น้อย”
เพทายและปรัชญาหัวเราะพอใจที่ลวงชยางกูรมาตกหลุมพรางให้สูบเงินจนได้

ชนกชนม์เดินเข้ามาในสวนสนุก มองตรงไปเบื้องหน้า เห็นบรรยากาศภายในสวนสนุก คึกคักสุดๆ ชนกชนม์หันกลับไปถามสุรเดช
“หน้าอย่างแกเนี่ยนะอยากเที่ยวสวนสนุก”
“หน้าอย่างนี้ก็มีหัวใจนะเว้ยเฮ้ย”
“เออ..จะว่าไป..แกเหมาะ”
สุรเดชมองไปที่ปราสาทเทพนิยาย “เหมาะที่จะเป็นเจ้าชายอยู่ในปราสาท”
แต่ชนกชนม์มองไปยังบ้านผีสิง “บ้านผีสิง” แล้วระเบิดหัวเราะใส่สุรเดช
“ไอ้หมาชนม์”
สุรเดชไล่เตะอุตลุด ชนกชนม์วิ่งหนีเข้าไปภายในสวนสนุก ครู่ต่อมาชนิกานต์พาสุตาภัญเดินเข้ามาที่มุมหนึ่งในสวนสนุกเดียวกัน

ชนิกานต์กำลังมองหาใครสักคน สุตาภัญเข้ามาถามชนิกานต์
“มองหาใคร”
“เปล่า” ชนิกานต์ปฏิเสธ
“โกหก...เมื่อกี้คุยกับใคร? นัดมาทำอะไร?..แล้วเกี่ยวอะไรกับฉัน”
“ไม่ต้องซักน่า..มีธุระนิดหน่อย”
“ธุระเธอแล้วทำไมต้องลากฉันมาด้วย”
“ใครกันบ่นอยากหางานพิเศษหาเงิน”
สุตาภัญเสียงอ่อย “ฉันจ้ะ” แล้วนึกสงสัย “ให้ฉันทำงานในสวนสนุกเนี่ยนะ”
“เหมาะกับนางฟ้าเบอร์ห้าอย่างเธอ...รับรองว่าสนุ๊กสนุก”
สุตาภัญแปลกใจว่าจะเป็นงานอะไร ชนิกานต์ลากมือเข้าไปด้านใน
ระหว่างนั้นธีรดนย์และกฤติยา เดินเข้ามาที่มุมหนึ่ง

ธีรดนย์ยืนมองเครื่องเล่น กฤติยาเดินมาหายิ้มให้
“รับรองว่านายจะหายเครียดแน่นอน เป็นไง..ชอบไหม”
ธีรดนย์ส่ายหน้า
“ฉันรู้ว่ายังมีงานศพ มันไม่เหมาะ แต่ป้าอุษาคงไม่อยากเห็นลูกชายเอาแต่ทุกข์ใจ โอเคนะ”
ธีรดนย์ยังคงนิ่งเงียบ
กฤติยารู้สึกผิดหวัง “ขอโทษนะ ที่ทำนายเสียเวลา..นายไม่อยากเที่ยวก็กลับเถอะ”
กฤติยาจะเดินออกไป ธีรดนย์เข้ามาจับมือไว้
“บอกให้ฉันหายเครียด แต่ตัวเองเครียดซะเอง..มานี่เลย”
ธีรดนย์ลากมือกฤติยาเข้าไปด้านในสวนสนุก

ด้านสุรเดชยื่นตั๋วเครื่องเล่นรถไฟเหาะให้ชนกชนม์
“แกเอาไปเล่นเครื่องเล่น ฉันจะไปเล่นอันโน้น”
ชนกชนม์สงสัย “มาด้วยกันก็เล่นด้วยกัน”
สุรเดชทำท่าออกสาวใส่ “ไม่อาว...เค้าไม่เล่นกับตัวเองหรอก”
“อะไรของแก” ชนกชนม์ยิ่งสงสัย
สุรเดชพูดเสียงแมนปกติ “ฉันจะหาขบวนรถที่สาวๆ มาคนเดียว แล้วฉันก็ลงไปแจมนั่งสองต่อสอง กุ๊กกิ๊กจุ๊กกะดิ๊กกัน โครตเฟี้ยวเลย”
สุรเดชจะเดินออกไป...ชนกชนม์จับตัวไว้
“บอกความจริง แกมานี่เพราะมาปล่อยของ”
สุรเดชเซ็ง “เฮ้ย...มองโลกแง่ร้ายว่ะ”
ชนกชนม์เข้ามาค้นตัวสุรเดช จับตามตัวเสื้อ ไล่ลงมาที่กระเป๋ากางเกงหลัง ค้นไม่เจออะไร ตั้งท่าจะจับที่เป้า
สุรเดชร้องลั่น “หยุด....อันนั้นสงวนลิขสิทธิ์!...ฉันมาดี ไม่ได้ส่งยา ตำรวจล่าคืนนั้นเข็ดแล้วเลิกแล้ว!”
“ไม่เชื่อ”
“เมื่อไหร่แกจะเลิกมองฉันในแง่ร้ายสักทีวะ”
“แกหาเรื่องให้ฉันซวยตลอด อยากให้ฉันไว้ใจ ก็ทำตัวให้ดีมีประโยชน์บ้าง”
สุรเดชแสร้งทำเป็นสะเทือนใจมวาก “จุกว่ะเพื่อน...ไม่เล่นแล้ว แกจะเล่นไรก็ไปเหอะ...แซด”
ชนกชนม์ส่ายหน้า เดินออกไป
สักครู่หนึ่งเปี๊ยกเดินเข้ามาหาสุรเดช
“ลูกค้ารออยู่...ของอยู่ไหน”
สุรเดชก้มมองเป้ากางเกงตัวเอง “ฝากไว้กับน้องชาย”
สุรเดชยิ้มย่องพอใจ ที่ชนกชนม์ไม่ได้เข้ามาค้นเจอยา

“ไปส่งของ..แล้วเที่ยวให้สนุก...ยะฮิ้ววว”
ฝ่ายชนิกานต์ถอนสายบัวให้สุตาภัญอย่างสวยงาม สวมบทบาทนางรับใช้

“ฉลองพระองค์เจ้าหญิงเพคะ”
สุตาภัญงง “อะไรของเธอ”
“อยากรับจ๊อบไม่ใช่เหรอ? เอาไปสิ”
สุตาภัญรับชุดมาดู...เริ่มสนใจ
“สนุกดีนะ..ถูกไล่ออกจากบ้านเป็นหญิงพเนจร ไม่ทันข้ามคืนก็ได้เป็นเจ้าหญิง” สุตาภัญว่าขำๆ
“ไปเปลี่ยนฉลองพระองค์แล้วไปทำงานได้แล้วเพคะ”
สุตาภัญยิ้มรับ แล้วถือชุดเข้าไปเปลี่ยน ชนิกานต์หยิบโทรศัพท์ออกมาโทร.หา แต่ปลายสายไม่มีคนรับ
“นัดฉันไว้...แต่ไม่รับสาย”
ชนิกานต์หน้าคว่ำไม่พอใจ เดินออกไปตามหาใครสักคน

เวลาเดียวกันธีรดนย์ลากกฤติยาเข้ามานั่งเครื่องเล่น
“ไม่เอา....นายเล่นคนเดียวเถอะ ฉันกลัว”
ธีรดนย์เข้ามาจับมือกฤติยาเข้ามานั่งด้วยกัน กฤติยารู้สึกตื่นกลัว
“ไม่ต้องกลัว.....ฉันอยู่ด้วย”
กฤติยายิ้มได้ รู้สึกดีที่ธีรดนย์พร้อมปกป้อง เครื่องเล่นวิ่งออกไป กฤติยาตกใจกลัว ธีรดนย์ยิ้มเป็นกำลังใจให้

ตรงบริเวณเดียวกับที่ชนิกานต์มอบชุดให้เวลานั้น สุตาภัญแต่งชุดเจ้าหญิงออกมา แต่แปลกใจเมื่อไม่เห็นชนิกานต์
“ยัยนิกกี้หนีไปไหน”
สุตาภัญมองหาชนิกานต์ พนักงานเข้ามาบอกสุตาภัญ
“อย่าอู้งาน....ออกไปแจกลูกโป่งเด็กๆ ได้แล้ว”
“ค่ะ” สุตาภัญรับงงๆ
พนักงานส่งลูกโป่งเป็นก้านให้ สุตาภัญรับแล้วรีบเดินออกไป

ชนกชนม์เดินเล่นมาเรื่อยๆ จนไม่รู้จะเล่นอะไรดี ชนกชนม์ชนกับสุตาภัญในชุดเจ้าหญิง
สุตาภัญร้อง “ว้าย” เห็นลูกโป่งในมือตกพื้น สุตาภัญรีบก้มเก็บ
“ขอโทษครับ” ชนกชนม์ว่า
สุตาภัญไม่ได้มอง ก้มเก็บลูกโป่ง “ไม่เป็นไรค่ะ”
สุตาภัญก้มเก็บลูกโป่งเสร็จ แล้วรีบเดินออกไป ชนกชนม์มองตาม ยิ้มแป้น ดีใจที่ได้เจอสุตาภัญ
“ตา...” ชนกชนม์คิดจะทำอะไรบางอย่าง

เวลาเดียวกัน ที่บริษัทเพชรของชลนิภา ชยางกูรโยนแฟ้มใส่หน้าพนักงานหญิง
“กล้าดียังไงไม่ทำเรื่องเบิกเงินให้ฉัน”
“ดิฉันต้องทำเรื่องเสนอคุณชลนิภาก่อนค่ะ”
“เธอก็รู้ว่าคุณแม่ไปต่างประเทศ ฉันต้องสั่งซื้อเพชรล๊อตใหญ่”
“เงินจำนวนมากควรรอให้คุณ...”
พนักงานพูดไม่ทันจบคำ ชยางกูรสวนขึ้น “คุณแม่ให้ฉันบริหารงานแทน เธอขัดคำสั่งฉัน!เท่ากับขัดคำสั่งคุณแม่! อยากลาออกก่อนกำหนดรึไง”
ชยางกูรขู่พนักงานหญิง
พนักงานชายพนักหน้าให้พนักงานหญิงยอมทำตามชยางกูร
“ได้ค่ะ...ฉันจะทำเบิกให้เดี๋ยวนี้ค่ะ”
ชยางกูรยิ้มพอใจ เดินกลับเข้าไปที่ห้อง
พนักงานชายเดินเข้ามาหาพนักงานหญิง
“ตามใจลูกเสียคน สุดท้ายต้องจนใจเอง”
พนักงานชายส่ายหน้า ขณะหันไปมองรูปภาพชลนิภาที่ติดไว้ตรงผนังในบริษัท


ชยางกูรอยู่ในห้องคุยโทรศัพท์กับเพทาย
“บอกเฮียว่าฉันจะโอนเงินไปให้ภายในหนึ่งชั่วโมง เย็นนี้เคลียร์โต๊ะพิเศษให้ฉันด้วย”
ชยางกูรสั่งการเสร็จ วางสาย แล้วยิ้มย่อง ที่สามารถเบิกเงินใช้ได้ตามต้องการ
“เงินทุกบาทในบริษัท มันเป็นของฉัน”

ขณะที่สุตาภัญบิดลูกโป่งรูปดอกไม้ให้เด็ก
“ได้ดอกไม้แสนดีจากเจ้าหญิงแล้ว.. ต้องเป็นเด็กดีนะคะ”
เด็กชายหญิงรับพร้อมกัน “ครับ” / “ ค่ะ”
เด็กๆ ได้รับลูกโป่งวิ่งออกไป สุตาภัญมองตาม ยิ้มมีความสุข พูดกับตัวเอง
“งานนี้เหมาะกับเราจริงๆ ด้วย เจ้าหญิงผู้อารีย์”
ชนกชนม์เลียนเสียงเด็ก “ผมขอลูกโป่งด้วยครับ”
สุตาภัญหันไป คิดว่าเป็นเด็กจริงๆ แต่เจอชนกชนม์ในชุดโจรสลัดตาเดียว สุตาภัญแปลกใจ
ชนกชนม์บอก “เอารูปหัวใจนะครับ”
สุตาภัญเดินเข้ามาใกล้ แล้วดึงที่ปิดตาออกมาดูหน้า
ชนกชนม์ยิ้มแฉ่ง “จ๊ะเอ๋”
สุตาภัญตะลึงเมื่อรู้ว่าเป็นชนกชนม์ “นาย”
สุตาภัญปล่อยมือให้ที่ปิดตาดีดใส่ตา ชนกชนม์ร้องลั่น
“โอ๊ยย”

สุตาภัญเดินหนีไปทันที ชนกชนม์รีบเดินตาม
ลูกไม้หลากสี ตอนที่ 12 (ต่อ)

สุตาภัญเดินหนีมาอีกมุม ชนกชนม์เดินตาม สุตาภัญไม่พอใจหันมาต่อว่าเสียงขุ่น

“เลิกตามฉันได้แล้ว”
ชนกชนม์เสียงดังใส่ “ไม่ได้”
สุตาภัญไม่พอใจ “นาย”
“ฉันเป็นต้นเหตุให้เธอโดนไล่ออกจากบ้าน...ฉันต้องรับผิดชอบชีวิตเธอ”
สุตาภัญแปลกใจที่ชนกชนม์รู้เรื่องนี้
“ภาเล่าเรื่องให้ฉันฟังหมดแล้ว.....ฉันจะคอยดูแลเธอเอง”
สุตาภัญจ้องหน้า “นายอย่าลืมคำพูดที่บอกฉัน...”เราจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน” นายกำลังจะกลืนน้ำลายตัวเอง
“ฉันยอม..ถ้ามันทำให้ชีวิตเธอดีขึ้น”
“มันอาจจะแย่ลงก็ได้”
สุตาภัญจะเดินหนีไป..ชนกชนม์รีบบอก
“ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่เจ้าชายของเธอ แต่ฉันพร้อมจะเป็นองครักษ์พิทักษ์เธอ”
สุตาภัญมองหน้าชนกชนม์แวบหนึ่ง แล้วเดินหนีออกไป ชนกชนม์ผิดหวัง แต่ฮึดไม่ยอมแพ้ คิดตื๊อสุตาภัญต่อไป

ฟากกฤติยาเดินลงจากเครื่องเล่น ธีรดนย์เข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง
“เป็นไงบ้าง ไหวไหม”
“นิสัยไม่ดีแกล้งฉัน”
“ไม่ได้แกล้ง อยากให้หายเครียดด้วยกัน...ไปเล่นอีกรอบ”
ธีรดนย์แกล้งกฤติยา...ดึงมือกลับไป กฤติยามองมือ ธีรดนย์รู้ตัวเอามือออก
“เธอบอกว่านิกกี้เรียกร้องความรัก..แล้วเธอล่ะ..เป็นคนแบบไหน” ธีรดนย์ถาม
กฤติยาย้อนถาม “คิดว่าฉันเป็นคนแบบไหนล่ะ”
ธีรดนย์มองหน้ากฤติยา “ไม่เรียกร้อง ไม่แสดงออก”
กฤติยายิ้มรับ “เก่งจัง ฉันขอแค่ได้เห็นคนที่รักมีความสุข ฉันก็พอใจแล้ว”
ธีรดนย์โพล่งขึ้นมา “เธอชอบใครล่ะ....ฉันจะเป็นพ่อสื่อให้”
กฤติยามองหน้าธีรดนย์ อยากบอกแต่ไม่กล้า ลังเลอยู่อย่างนั้น
เสียงโทรศัพท์กฤติยาดังขึ้น กฤติยามองชื่อ ก็รีบบอกธีรดนย์
“ฉันขอรับสายก่อนนะ”
ธีรดนย์เห็นกฤติยาลุกลี้ลุกลนก็แหย่เล่น “ผู้ชายคนนั้นโทร.มาล่ะสิ ต้องหนีไปคุยไกล”
“นายไปรอที่เครื่องเล่นก่อน เดี๋ยวฉันตามไป”
กฤติยาเดินออกไป เพื่อคุยโทรศัพท์ ธีรดนย์ยิ้มให้

กฤติยาเดินเข้ามามุมหนึ่ง ชนิกานต์เดินเข้ามาหา ที่แท้คนที่ชนิกานต์ตามหาเป็นกฤติยา
“นัดฉันมามีอะไร”
“ฉันมากับธีรดนย์”
ชนิกานต์เผลอดีใจ “ธี...” แต่ไม่พอใจที่รู้ว่ามากับกฤติยา “แล้วเธอ”
“ฉันรู้ว่าเธอกับธีมีเรื่องผิดใจ ฉันอยากให้เธอได้มาเที่ยวกับเขา เธอสองคนจะได้ปรับความเข้าใจกัน...” ” กฤติยาบอก
ชนิกานต์อึ้ง งวยงง “เธอทำอย่างนี้ทำไม”
“ฉันรู้ว่าเธอรักธีรดนย์”
ชนิกานต์แปลกใจ
“รีบไปสิ”
ชนิกานต์รู้สึกดีที่กฤติยาคอยช่วยเหลือ
“ขอบใจนะ”
กฤติยายิ้มให้ ชนิกานต์รีบเดินออกไปหาธีรดนย์ กฤติยามองตามหวังว่าทั้งสองจะปรับความเข้าใจกันได้

ด้านสุตาภัญกำลังถ่ายรูปกับเด็กๆ ชนกชนม์ตามเข้ามา สุตาภัญไม่พอใจ หันไปบอกชนกชนม์
“ออกไปนะ! ฉันจะทำงาน”
แต่เด็กคนหนึ่งกลับดีใจ ร้องขึ้น “ถ่ายกับโจรสลัดด้วยครับ”
เด็กๆ วิ่งกรูเข้าไปจูงมือชนกชนม์เข้ามาถ่ายรูปร่วมกับสุตาภัญ ผู้ปกครองถ่ายรูปให้เด็กๆ
“เจ้าหญิงกับโจรสลัดชิดกันหน่อยค่ะ”
ชนกชนม์ได้ทีเข้าไปแนบชิดสุตาภัญไม่มีทางหนี จำต้องยิ้มรับ
ผู้ปกครองและเด็กๆ วิ่งออกไป สุตาภัญหันมาโวย
“หน้าตาแย่ยังนิสัยแย่อีก”
ชนกชนม์ร้อง “อูยย...”
“ดื้อ! ตื๊อไม่เลิก! ไม่คิดเลยว่านายจะเป็นอย่างนี้”
ชนกชนม์ยิ้มแป้น “ยังมีอีกหลายเรื่องที่เธอไม่รู้”
สุตาภัญไม่พอใจ “นาย! ฉันขอบอกครั้งสุดท้ายให้ออกไป”
ชนกชนม์ยิ้ม ไม่ไปไหน
สุตาภัญผลักชนกชนม์ให้ออกไป ชนกชนม์ทำตัวแข็งใส่ ไม่ยอมหนีไป
“ออกไปนะ...ออกไป”
จู่ๆ เสียงเด็กชายนิธิก็ดังขัดขึ้น “เป็นแฟนกันอย่าทะเลาะกันสิครับ”
ชนกชนม์และสุตาภัญเห็นไปมอง นิธิยืนยิ้มให้สองคน
ชนกชนม์ดีใจ “นิธิ”

นิธิยักคิ้วยิ้มให้พี่ชายต่างมารดา
ชนกชนม์เดินเข้าไปถามนิธิ

“นิธิมาได้ไงครับ”
เด็กชายนิธิกวน “นิธิมีขาครับ”
สุตาภัญหัวเราะที่นิธิย้อนชนกชนม์ ส่วนชนกชนม์เสียหน้า ถามน้องต่อ
“พี่ชนม์ถามจริงๆ”
“มากับคุณพ่อคุณแม่ครับ”
วีรภัทรและนัชชากำลังเดินตามหานิธิ ชนกชนม์เห็นกลัวนัชชาจะไม่พอใจเขาและวีรภัทรอีก รีบบอกนิธิ
“นิธิกลับไปหาคุณพ่อคุณแม่ แล้วอย่าบอกว่าเจอพี่ชนม์นะครับ”
นัชชาหันมาที่มุมนิธิ ตะโกนเรียก
“ลูกนิธิ”
นัชชาและวีรภัทรจะเดินเข้ามา ชนกชนม์รีบดึงมือสุตาภัญหันหลัง แล้วเดินออกไปทันที
นัชชามองตามล๔กชายตัวน้อย “ลูกคุยกับใคร”
นิธิมองไปที่ชนกชนม์และสุตาภัญ “เจ้าหญิงกับโจรสลัดครับ”
ชนกชนม์และสุตาภัญโล่งใจที่นิธิไม่บอกความจริง ชนกชนม์จับมือสุตาภัญ แล้วแกว่งมือกระโดดออกไป ด้วยท่าทางน่ารัก ไม่ให้นัชชาและวีรภัทรสงสัย
วีรภัทรมองไป คุ้นๆ แต่ไม่เอะใจ บอกนิธิ
“ใครกันบ่นหิวน้ำ ไปซื้อน้ำกันครับ”
“ครับ”
วีรภัทรและนัชชาพานิธิเดินไปทางจุดขายน้ำ

ฝ่ายสุรเดชเดินมา แล้วมองไปยังวีรภัทรและนิธิ จนปอนแปลกใจ
“อะไรวะ”
“พ่อกับครอบครัวใหม่ไอ้ชนม์”
“แล้วไง... ส่งของเสร็จแล้ว กลับเหอะ” ปอนว่า
“ทำชั่วแล้วก็ต้องหมั่นทำดีกู้โลก”
“อะไรของเอ็งวะ”
สุรเดชยิ้มมีแผนการบางอย่าง ปอนนึกสงสัย

ฝ่ายธีรดนย์ยืนแกร่วอยู่ กฤติยาไม่มาสักที ธีรดนย์รู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามา หันไปคุยด้วย
“ปล่อยให้ฉันรอตั้งนาน...” แต่ต้องอึ้ง “นิกกี้”
ชนิกานต์เดินยิ้มเข้ามาหาธีรดนย์
“ทำหน้ายังกะเห็นผี! ผีที่ไหนจะสวยเท่านี้”
“เธอมาได้ไง”
“ฉันก็อยากมาเที่ยวบ้างสิ...บังเอิญนะที่เจอแอนกับนายที่นี่”
ธีรดนย์สงสัย “แล้วแอนล่ะ”
“แม่บุญธรรมเค้าโทร.ตามกลับ....แอนเลยขอให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนนาย”
ธีรดนย์ทำท่าจะเดินออกไป...ชนิกานต์รีบถาม
“นายจะไปไหน”
“ฉันอยากกลับแล้ว”
ชนิกานต์เสียงแข็ง “ไม่ได้...”
“อย่ามาหาเรื่องฉัน”
ชนิกานต์ยิ้มแย้มอารมณ์ดี “ไม่ได้ป่วน...ฉันอยากเล่นเครื่องเล่นอะ เล่นเป็นเพื่อนฉัน”หน่อยสิ..
ธีรดนย์เห็นชนิกานต์ดี๊ด๊าอยากเล่น คิดแกล้ง
“จัดไป”
ชนิกานต์ยิ้มพอใจที่ธีรดนย์ยอมเล่นเครื่องเล่นกับตน ธีรดนย์เดินนำ ชนิกานต์ตามหลัง
ระหว่างนั้นกฤติยาเดินออกมาจากที่ซ่อน มองทั้งสองคนเดินไปด้วยกัน ดีใจที่ช่วยให้ทั้งสองได้อยู่เข้าใจกัน และด้วยกัน
กฤติยายอมเสียสละความรักของตัวเอง เพื่อให้คนที่เธอรักมีความสุข

ชนิกานต์เดินมาที่เครื่องเล่น แต่ชักตกใจกลัว
“ไม่เอาไวกิ้ง ไปนั่งม้าหมุน”
“เด็กเค้าเล่นกัน คนแรงๆ อย่างเธอต้องนี่แหละ”
ชนิกานต์กลัว ธีรดนย์พาชนิกานต์เข้าไปนั่งที่เครื่องเล่น...ชนิกานต์กลัวอยู่
ธีรดนย์ตะโกนบอกพนักงาน “จัดเต็มเลยพี่”
ชนิกานต์ร้องลั่น “อย่านะ”
พนักงานกดเปิดเดินเครื่องทันที เครื่องเล่นเดินเครื่องด้วยความเร็ว และแรง ชนิกานต์ร้องเสียงหลง ธีรดนย์หัวเราะสะใจที่ได้แกล้งชนิกานต์

ส่วนทางชนกชนม์จับมือสุตาภัญแกว่งมาเรื่อยๆ แต่แล้วสุตาภัญสะบัดมือออกจากชนกชนม์
“ปล่อยฉันได้แล้ว”
ชนกชนม์ปล่อยมือแล้วยืนยิ้มให้
“แล้วก็ขอเรียนเชิญ..มาทางไหนไปทางนั้น ฉันเป็นเจ้าหญิงดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องการเจ้าชายรึโจรสลัด”
“ฉันเป็นปีศาจ มีหน้าที่ป่วนเธอ” ชนกชนม์ทำหน้าผีใส่
สุตาภัญไม่พอใจ “นาย”
ชนกชนม์ยิ้มยั่วไม่ยอมออกไป สุตาภัญหยิบลูกโป่งขึ้นมาลูกหนึ่ง
“ทำอะไร”
“ทนได้ทนไป”
สุตาภัญเอาลูกโป่งมาบิดหน้าชนกชนม์จังๆ ชนกชนม์หลับตาปี๋กลัวลูกโป่งแตกใส่ สุตาภัญพอใจ บิดแรงขึ้นเพื่อไล่ชนกชนม์ แต่ชนกชนม์อดทน ไม่ยอมหนี
“กลัวก็ไปสิ”
“ไปไม่ได้..เป็นห่วงเธอ” ชนกชนม์บอกจริงจัง
สุตาภัญฟังก็อึ้ง แต่มือก็เผลอบิดต่อจนลูกโป่งแตก ชนกชนม์ตกใจ โผเข้ากอดสุตาภัญ

ทั้งสองมองหน้ากันซึ้งๆ เหมือนตกอยู่ในภวังค์
เวลาเดียวกัน นัชชาส่งแก้วน้ำให้นิธิ

“น้ำหวานของลูก”
นิธิรับแก้วน้ำ แล้วเดินดูดน้ำออกห่างจากซุ้มขายน้ำไป
“อย่าไปไหนนะ รอคุณแม่ก่อน”
นัชชาบอกแล้วหันไปสั่งเครื่องดื่ม วีรภัทรก็จ่ายเงินให้แม่ค้า ไม่ได้มองนิธิ
ฝ่ายนิธิดูดน้ำเพลิน แล้วเห็นตัวตลกโบโซ่ เรียกให้นิธิไปเอาตุ๊กตา โดยไม่รู้ว่าเป็นสุรเดชนั่นเองที่แต่งตัวเป็นโบโซ่
นิธิอยากได้ วิ่งไปทันที..
วีรภัทรหันกลับมาเรียกนิธิ
“ลูกนิธิ”
วีรภัทรแปลกใจที่ไม่เจอนิธิ นัชชาหันกลับมา แก้วน้ำที่นิธิถือดื่ม ตกลงพื้นน้ำแข็งน้ำหวานกระจาย
วีรภัทรกับนัชชาตกใจร้องพร้อมกัน “ลูกนิธิ”

ขณะที่ที่ชนกชนม์กอดสุตาภัญไว้นั้น สุตาภัญได้สติ ดันตัวออกห่าง
ชนกชนม์อ้อนเสียงหวาน “กลับมาเป็นเพื่อนเหมือนเดิม ให้เพื่อนดูแลเพื่อน..นะครับ”
สุตาภัญไม่ทันตอบ สุรเดชวิ่งเข้ามาลากตัวชนกชนม์ออกไป
“ไปกับฉัน”
“อะไรของแกวะ”
สุรเดชบอกสุตาภัญ “กองโจรกำลังออกรบ..ขอยืมตัวโจรสลัดไปสงครามครับ”
สุรเดชตะเบ๊ะแล้วลากตัวชนกชนม์ออกไป สุตาภัญแปลกใจมองตามงงๆ
วีรภัทรและนัชชาเห็นสุตาภัญแต่งตัวเป็นเจ้าหญิง เป็นพนักงานของสวนสนุกเข้ามาถาม
“หนู... หนูเห็นเด็ก” วีรภัทรจำสุตาภัญได้ “หนูเป็นเพื่อนชนกชนม์ใช่ไหม”
“ค่ะ” สุตาภัญยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะคุณอา”
นัชชาตาขวางไม่พอใจนักที่เจอสุตาภัญซึ่งเป็นเพื่อนของชนกชนม์
“เธอเห็นลูกชายฉันไหม” นัชชาถามเสียงขุ่น
สุตาภัญแปลกใจ “น้องนิธิ...มีอะไรเหรอคะ”
“นิธิหายตัวไป”
สุตาภัญตกใจที่นิธิหายตัวไป

ชนกชนม์โมโหนิดๆ นึกว่าสุรเดชก่อเรื่องอีก จึงสะบัดตัวออกจากสุรเดช
“แกไปก่อเรื่องอะไรอีก ฉันไม่ยุ่งไม่เกี่ยวด้วย ไม่อยากซวยซ้ำซวยซ้อน”
ชนกชนม์จะเดินออกไป สุรเดชล็อคตัวไว้
“เป็นโชคของแกต่างหาก”
ชนกชนม์หันไปมอง เห็นปอนกำลังจับตัวนิธิไว้ มีตุ๊กตาอุดปากเด็กน้อยไว้ ก็ตกใจ
“นิธิ แกลักพาตัวนิธิ”
“ใช่ เฮ้ย ไม่ใช่!!..ฉันแค่วางสถานการณ์ลักพาตัว....ให้แกเป็นฮีโร่ พาน้องแกไปส่งแม่เลี้ยง แม่เลี้ยงจะได้รักแก” จอมกะล่อนทำท่าภูมิใจมาก “เป็นไง..สุโค่ยไหมเพื่อน”
ชนกชนม์ไม่พอใจ “แผนบ้าอะไรของแกวะ”
“ก็แกบอกว่าฉันไม่มีประโยชน์ ฉันก็อยากช่วยแก ฉันผิดด้วยเหรอวะ คนชั่วกลับตัวกลับใจ แซดนะเว้ยเฮ้ย” สุรเดชทำทีเป็นน้อยใจ แซดสุดๆ
ชนกชนม์กังวลใจ “ป่านนี้คุณพ่อคงเรียกตำรวจออกไล่ล่าโจรลักเด็ก...แกจบเห่แน่!”
สุรเดชตกใจ “ไม่อยากติดคุก! แกรีบพาน้องแกไปส่งเร็ว”
ชนกชนม์จำต้องเดินตามแผนของสุรเดช ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เต็มใจนัก

ทางสุตาภัญออกตามหานิธิ
“น้องนิธิ น้องนิธิคะ”
วีรภัทรและนัชชาก็ออกตามหา แต่ไม่เจอ นัชชาร้อนใจบอกวีรภัทร
“คุณ โทร.แจ้งตำรวจเถอะค่ะ”
“ต้องรอให้ถึง 24 ชั่วโมง ถึงจะแจ้งความได้”
“ฉันรอไม่ไหวแล้ว ฉันเป็นห่วงลูก...มันอาจพาลูกไปเรียกค่าไถ่หรือจับตัวไปขาย”
เสียงเด๋กชายนิธิดังขึ้น “คุณแม่ครับ”
นัชชาและวีรภัทร รวมทั้งสุตาภัญหันไปตามเสียง
เห็นนิธิยืนร้องไห้อยู่
นัชชาดีใจมาก “ลูกนิธิ”
นัชชาและวีรภัทรวิ่งเข้าไปกอดนิธิอย่างดีใจ
“ลูกหายไปไหน ลูกเป็นอะไรรึเปล่า” นัชชาถาม
“โจรมันจับนิธิ.....พี่ชนกชนม์ช่วยนิธิไว้ครับ”
นัชชา วีรภัทร และสุตาภัญแปลกใจ ชนกชนม์เดินเข้ามาบอก
“บังเอิญผมเห็นโจรกำลังจับนิธิออกไปจากสวน ผมเข้าไปช่วย...มันกลัวโดนจับ รีบปล่อยนิธิแล้วหนีไปครับ”
นัชชาและวีรภัทรดีใจมากที่นิธิปลอดภัย สุตาภัญมองชนกชนม์ด้วยความสงสัย
“น้องปลอดภัยแล้ว....ผมขอตัวก่อนนะครับ”
ชนกชนม์เดินออกไป สุตาภัญแปลกใจไม่หายจึงเดินตามออกไป

นัชชาและวีรภัทรกอดนิธิด้วยความเป็นห่วงและดีใจที่ได้นิธิกลับคืนอย่างปลอดภัย
ชนกชนม์เดิออกมาอีกมุมหนึ่ง สุตาภัญวิ่งเข้ามาเรียก

“ชนกชนม์”
ชนกชนม์หันหน้ามา เก๊กทำแมนฮีโร่
“ไม่ต้องชื่นชมฉัน...ฉันไม่คิดว่าฉันเป็นฮีโร่กู้โลกหรอก... มันเป็นหน้าที่ของพี่ชายต้องช่วยน้อง”
สุตาภัญถามอย่างจริงจัง “ฉันอยากฟังความจริง”
ชนกชนม์ผิดหวัง “ไม่เชื่อใจฉัน”
“โจรสลัดออกไปกับเพื่อนโจร กลับมากลายเป็นฮีโร่...มันบังเอิญไปนะ”
ชนกชนม์ยิ้มอายๆ “อย่าบอกใครนะ ความจริงก็คือว่า...”
จากนั้นชนกชนม์จึงเล่าความจริงให้สุตาภัญฟังว่าเป็นแผนสร้างภาพให้ตนด้วยฝีมืสุรเดชเพื่อนจอมกะล่อน

ส่วนนัชชากอดนิธิด้วยความดีใจที่ลูกชายปลอดภัย
“แม่เป็นห่วงลูกมาก...ต่อไปอย่าไปกับคนแปลกหน้าอีก”
“ครับ”
วีรภัทรบอกนัชชา “คุณควรไปขอบใจชนกชนม์”
วีรภัทรรอลุ้นว่านัชชาจะว่าอย่างไร นัชชารู้สึกผิด
“ถ้าไม่ได้ชนกชนม์ ป่านนี้ลูกนิธิคงแย่..คุณ..ฉันเสียใจที่อคติกับลูกคุณ”
“ผมเคยบอกคุณแล้ว เขารักและห่วงนิธิไม่แพ้เรา ไม่สายเกินไปหรอกที่จะเปิดใจยอมรับเขา”
“ฉันอยากไปขอบใจชนกชนม์”
วีรภัทรยิ้มพอใจที่นัชชาเปิดใจยอมรับชนกชนม์

เวลาต่อมาสุตาภัญได้ฟังความจริงจากปากชนกชนม์ก็รู้สึกกังวล
“เรื่องนี้ให้อานัชชารู้ไม่ได้นะ ไม่งั้นเขาจะเกลียดชังนายมากกว่าเดิม”
“ฉันรบกวนเจ้าหญิงช่วยปิดเป็นความลับด้วยนะ”
“ฉันมีทางเลือกอื่นไหมล่ะ...ตกกระไดพลอยโจรสลัด”
ชนกชนม์ยิ้มที่สุตาภัญยอมปิดบังความลับครั้งนี้
สุรเดชและปอนเข้ามาต่อว่าชนกชนม์
“หนักมือชิป.... เอาซะปากแตกเลย” สุรเดชอวดโชว์แผลที่ปาก
“มันน้อยไปด้วยซ้ำ ทำอะไรไม่ปรึกษา หาเรื่องให้ฉันตลอด”
“ที่ผ่านมานะใช่ แต่คราวนี้แกได้หน้าเต็มๆ รับรองแม่เลี้ยงแกเปิดบ้านรับขวัญแกแน่นอน
สุรเดชโม้ด้วยความมั่นใจ แต่พอชนกชนม์มองไปทางด้านหลังสุรเดชก็ตกใจ
“คุณน้า”
สุรเดชและปอนหันไป เจอนัชชา วีรภัทรและนิธิยืนเป็นแผงมองมา
นิธิจำได้ตะโกนบอก “สองคนนี้ล่ะครับที่จับผม”
นัชชาโกรธจัด “พวกเธอวางแผนเอาลูกฉันเป็นเครื่องมือ ฉันจะเอาตำรวจลากตัวเข้าคุก”
สุรเดชและปอนตกใจ วิ่งหนีไปทันที
“คุณอาครับ ผมไม่มีเจตนาจะ....”
ชนกชนม์พูดไม่ทันจบ นัชชาสวนขึ้น “ฉันไม่ฟังอะไรทั้งนั้น สิ่งที่ฉันได้ยิน มันชัดพอที่ฉันจะรู้ว่าฉันโดนหลอ
กำลังโหลดความคิดเห็น...