xs
xsm
sm
md
lg

คู่กรรม ตอนที่ 5

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


คู่กรรม ตอนที่ 5

ส่วนที่ท้ายสวนท่ามกลางความมืดสลัว ตาผลตบยุงดังเผียะ บ่นอุบ

“โอ๊ย..ต้องรอไปอีกถึงไหนเนี่ย ข้าจะถูกยุงดูดเลือดตายก่อนมันไหมเนี่ย”
ตาบัวเดินพล่านไปมา “ป่านนี้พวกมันคงกินข้าวกันอยู่ ..น่าจะอร่อยเสียด้วย..ฝีมือแม่อร..แต่เราสองคนนี่สิ ข้าวสักเม็ดยังไม่ตกถึงท้อง”
“บอกแล้ว..ให้เตรียมเสบียงมา” ตาผลว่า
“ก็นึกว่าเก็บของในสวนกินก็อิ่มไง เนี่ย ข้ากินฝรั่งจนหน้าจะเป็นกระรอกแล้ว...หรือจะออกไปหาอะไรกินที่ปากคลองก่อนไหม” ตาบัวบอก
ตาผลด่า “ไอ้บ้า มัวแต่เห็นแก่กิน เดี๋ยวก็ชวดได้ฆ่าไอ้ยุ่นหรอก”
“แน่เร้อ..ว่าเอ็งจะได้ฆ่ามัน เกิดมันสู้ขึ้นมา”
“อ้าวๆ ไอ้บัว...ตกลงเอ็งกลัวแล้วใช่ไหม”
“ไม่ได้กลัวเว้ย...แต่ข้าอยากจะให้แน่นอนไว้ก่อน”
“ก็ได้ งั้นเราควรจะซักซ้อมซะหน่อย...เอางี้..สมมุติ ข้าเป็นนายช่าง แล้วเอ็ง..ก็เป็นเอ็ง” ตาผลบอก
“เออ…ข้ามันก็เป็นข้า…อยู่แล้ว..ไม่ต้องสมมุติ”
“เตรียมตัวนะ สมมุติ..ข้า..นายช่างโกโบริ มาแล้ว” ตาผลเดินไปอ้อมต้นไม้ แล้วเดินวางมาดเท่มา
ตาบัวกระโดดออกไป “ไอ้ศัตรูของชาติไทย มึงตาย!”
ตาบัวกระโดด ทำท่าจะฟัน ตาผลหลบฉาก แล้วหมุนตัว ตีหัวตาบัว ดังป๊อก
“โอ๊ย..ไอ้ผล เอ็งทำข้าทำไม โอ๊ย หัวข้าแตกหรือเปล่านี่”
“เอ็งประมาทเกินไป..แบบนี้ใช้ไม่ได้”
“เอ็งเล่นอย่างนี้ใช่ไหม ไอ้ผล...มา..งั้นเอ็งมาเป็นตัวเอ็ง..ให้ข้าเป็นนายช่างบ้าง” ตาบัวบอก
“เอาๆๆ มา ข้าจะซุ่มตรงนี้ แล้วเอ็งเป็นนายช่าง..เดินมา”
“ตกลง..เอานะ ข้า..นายช่างโกโบริ มาแล้ว” ตาบัวเดินมา
ตาผลซุ่มนิ่ง ไม่พูดไม่จา
ตาบัวร้อง “เฮ้ย..ข้ามาแล้ว ไฮ้ๆ นายช่างโกโบริมาแล้ว..ไม่เห็นมีใครมาทำอะไรเลยวะ…” หยุดรอ มองหา
ปรากฎว่าตาผลย่องมาข้างหลัง แล้วตีโป๊ะ
“โอ๊ย..ไอ้ผล..เอ็ง…” ตาบัวโวย
“นี่ไง..เราต้องเข้าข้างหลังเว้ย..เข้าข้างหลัง..ลอบกัด..มันถึงจะสำเร็จ” ตาผลบอก
“โอยๆๆ เจ็บๆๆ ไอ้ระยำ..ตายซะเถอะมึง”
สองคนไล่ตีกันไปมา

เวลาเดียวกัน ที่บนเรือนบริเวณนอกชาน หมอทาเคดะถอดแว่นตาออกมาชูขึ้น
แม่อรบอก “แว่นตา”
“แว่นตา” หมอตาม
แม่อรชี้ที่ข้าว “ข้าวสุก”
“ข้าวสุก” หมอว่า
แม่อรชี้ที่ไข่ในจานไข่ทอด “ไข่”
สองหนุ่มว่าตาม “ไข่”
อังศุมาลินถือถาดใส่จานสัปปะรด และจานแบ่งเล็กๆ และไม้เหลาสำหรับจิ้ม เป็นของหวานที่จะมาเสิร์ฟ เดินมาจากครัว มองมาที่แม่และสองหนุ่มแบบหงุดหงิด ว่าเล่นกันอยู่ได้ แล้วมองออกไปสู่ความมืดภายนอก ด้วยความกังวล อยากรู้ว่าตาบัว ตาผล ยังรออยู่ไหม ถอนใจ วิตก
อังศุมาลินเดินมาคุกเข่า ตั้งจานผลไม้ และจานแบ่ง ลอบมองหน้าญี่ปุ่นทั้งสอง ไม่สบายใจนัก แล้วเก็บพวกจานกับข้าว และจานข้าวที่อิ่มกันแล้วใส่ถาดนั้น
“แล้วนี่อะไร รู้ไหม” แม่อรชี้ที่จานสัปปะรด
โกโบริพูดทาเคดะพร้อมกัน “สัปปะรด!”
“เก่งมาก แล้วคนญี่ปุ่นเรียกว่าอะไร” แม่อรถาม
โกโบริกับทาเคดะพูดพร้อมกัน “สัปปะรด” เป็นภาษาญี่ปุ่น
แม่อรพูดทวนคำนั้นเป็นภาษาญี่ปุ่น “สัปปะรด”
โกโบริกับทาเคดะร้อง “ไฮ้!”
“ใช่..ไม่ใช่ไฮ้”
โกโบริว่าตาม “ใช่!”
ส่วนทาเคดะร้อง “ไฮ้!”
แม่อรหัวเราะ ทั้งสองหัวเราะด้วย
อังศุมาลินมองหน้าโกโบริที่หัวเราะสดใส รู้สึกใจอ่อนมากขึ้น และสงสารขึ้นมา โกโบริเหลือบตามา
อังศุมาลินหลบตา ทำเสียงเนือยๆ “รับประทานเสร็จแล้ว..ไม่ควรกลับดึก”
แม่อรมองอังศุมาลินอย่างตำหนิ ที่เหมือนเร่งจนเสียมารยาท อังศุมาลินก้มหน้า รีบยกถาดที่เก็บของบนโต๊ะออกไป
แม่อรรีบหันมายิ้มเหมือนแก้ตัว และรีบเปลี่ยนเรื่อง “ลองชิมดูสิจ๊ะ หวานมั้ย”
ทั้งสองหนุ่มชิมสัปปะรดกัน
“หมานนะ” หมอทาเคดะพูดตามแม่อร แต่พูดผิด
โกโบริบอก “หวาน..ไม่ใช่หมาน”
ทาเคดะว่าตาม “หวาน...”
แม่อรและสองหนุ่มหัวเราะกันอีก
อังศุมาลินกลับมา เก็บจานชามที่เหลือบนโต๊ะใส่ถาดต่อ ถอนใจ
แม่อรมองมาดุๆ “ยัยอัง วางถาดไว้…แล้วนั่งลง…กินสัปปะรดกันก่อน”
อังศุมาลินเลยนั่งลง จิ้มสัปปะรดกิน
โกโบริมองๆ “หวานไหม”
อังศุมาลินไม่ตอบ แต่ไม่กินต่อ คิดๆ นิดหนึ่ง แล้วตัดสินใจพูดลอยๆ “ชั้นว่า…เดี๋ยวกลับกันทางเรือ...คงสะดวกกว่า”
“เดินมาก็สะดวกครับ ใกล้แค่นี้เอง ข้ามสะพาน-ต้นไม้-พาด-ข้าม-คู-ตรงข้างหลังสวนก็ถึง..เมื่อตอนเย็นนี้ เราก็เดินมา” โกโบริบอก
อังศุมาลินคิดหนัก ตัดสินใจ “อย่าเดินไปทางเดิมเลย เราจะเอาเรือไปส่ง”
แม่อรได้ฟังแอบมองลูกสาว รู้สึกแปลกใจ
“ขอบคุณครับ อย่าเลยครับ” หมอทาเคดะบอก
“แค่นี้ก็เป็นพระคุณมากแล้ว” โกโบริเสริม
อังศุมาลินมองหน้า พูดด้วยเสียงจริงจัง “ไม่เป็นไร! พอดี...ชั้นอยากออกไปพายเรือเล่น”
“ขอบคุณ..อย่าให้รบกวนคุณมากไปกว่านี้เลยครับ” โกโบริบอก
อังศุมาลินอึ้ง กลุ้มใจ ก้มหน้าเอาไงดีนะ โกโบริกับหมอ ต่างมองหน้ากัน แล้วหันมาทำหน้าเกรงใจมากมาย

แม่อรมองจับกิริยาอังศุมาลินด้วยความสงสัย

โกโบรินั่งผูกเชือกรองเท้าที่ขั้นบันไดเสร็จก็ลุกขึ้น แล้วหันกลับมาดูหมอทาเคดะ ที่ยังนั่งผูกเชือกอยู่ แล้วพอเงยหน้าขึ้นไปบนเรือนแล้วโกโบริต้องชะงัก

เพราะในแสงเรืองรองของตะเกียงที่แขวนอยู่ตรงหัวบันได ท่ามกลางซุ้มไม้ที่เป็นเหมือนกรอบภาพนั้น อังศุมาลินยืนมองลงมายังตน แววตาครุ่นคิดแปลกๆ
หมอทาเคดะลุกขึ้นยืน มองตามสายตาโกโบริ แล้วหันไปมองบ้าง
อังศุมาลินก้าวลงมาหา แต่หยุดยืนอยู่บนบนไดขั้นกลางๆ
“มีไฟฉายกันหรือเปล่า..คะ”
“ไม่เป็นไรครับ” โกโบริตอบ
อังศุมาลินบอกอีก “มันมืด…เดินๆ…ควรระวังตัว”
“มีงูหรือครับ” หมอทาเคดะถาม
“งู…หรือ...อะไรก็ตาม ควรระวังไว้ก่อน…ดีกว่า”
โกโบริยิ้มทีท่าคึกคะนอง เห็นอังศุมาลินเป็นห่วง “ขอบคุณ…ถ้าผมเป็นอะไรไป…ผมจะ-เก็บ-ความ-ซาบซึ้งใจ ในความกรุณาของคุณ…ไปกับ-วิญญาณ..ของผมด้วย”
อังศุมาลินฟังแล้วเหนื่อยใจ ที่โกโบริยังเจ้าคารมอยู่ได้
สองคนโค้งลาอีก
อังศุมาลินกลุ้ม “ชั้นจะไปด้วย..ไปส่ง”
“ผู้ชาย ทหาร 2 คน ให้ผู้หญิง 1 คนไปส่ง” หมอหัวเราะ
“แล้วขากลับ ผู้หญิงเดินคนเดียวมามืดเหรอ...แล้วผมก็ต้องขอมาส่งอีกสิ” โกฏบริว่า
หมอทาเคดะแซว “ส่ง-กัน-ไป ส่ง-กัน-มา”
สองคนหัวเราะเบาๆกัน แล้วหัน ออกเดินกันหายไปในความมืด
อังศุมาลินคิดหนัก ร้อนใจ เอาไงดี?

อังศุมาลินกลับขึ้นเรือน เดินมาที่มุมล้างจาน ซึ่งมีตั่งเล็กๆ รองนั่งกับพื้น ลงมือล้างชามในกาละมัง ด้วยท่าทางงงๆ กลุ้มๆ สับสน เอาไงดี อยู่ไม่ติด
แม่อรกำลังจัดของเก็บเข้าตู้กับข้าว ที่มีชามหล่อน้ำกันมดที่ขาตู้ในครัว หันมามองเป็นระยะ
อังศุมาลินก้มหน้า ยืนมองน้ำในตุ่ม
แม่อรมองๆ “ยัยอัง”
อังศุมาลินสะดุ้ง ทำขันน้ำหลุดมือ กระทบกาละมังเสียงดังตึงตัง รีบเงยเหลียวมามอง
“คะ..แม่”
แม่อรเห็นอาการ ยิ่งสงสัยหนัก “มีอะไรหรือลูก”
“ทำไมคะ”
“หนูดู...กังวลๆ ชอบกล มีอะไรหรือจ๊ะ”
อังศุมาลินก้มหน้าหลบตา เก็บขันมา ตักน้ำใส่กาละมังต่อ “ไม่มีอะไรนี่คะ”
แม่อรไม่เชื่อ “ไม่จริงหรอกลูก บอกแม่มาเดี๋ยวนี้นะ ว่ามันเรื่องอะไรกัน”
อังศุมาลินไม่ตอบ แต่หน้าตาว้าวุ่นสับสนใจหนัก
“บอกแม่มาเถอะลูก..หนูพยายามจูงใจให้สองคนนั้นกลับทางเรือ หนูถึงกับลงทุนจะไปส่ง ทั้งที่แม่รู้ดี..ว่าหนูไม่เต็มใจที่จะทำอย่างนั้น หนูมีเหตุผลอะไร”
อังศุมาลินเงยขึ้น สบตาแม่ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม่อรมองตอบ งงงัน

ฝ่ายสองคนเดินคุยกันเป็นภาษาญี่ปุ่นตามทางเดินในสวน มีแสงจันทร์ครึ่งดวงทอแสงสว่างอยู่บนฟากฟ้า ช่วยส่องนำทาง
“ที่จริงก็ไม่มืดเท่าไหร่นะ” หมอทาเคดะเอ่ยขึ้น
“ใช่ แสงจันทร์สว่างดี” โกโบริว่า
หมอทาเคดะทำจมูกฟุดฟิดได้กลิ่นหอมบางอย่าง
“กลิ่นดอกไม้อะไร หอมมาก”
ทั้งสองมองหา แล้วโกโบริก็หันไปเห็นต้นราตรี ออกดอกเป็นช่อขาว ดูฟุ้งๆ อยู่ในความมืด
“นี่ไง ดอกไม้ ชื่ออะไรก็ไม่รู้” โกโบริเดินเข้าไปดมแล้วบอก “แต่ดมใกล้ๆ กลิ่นแรงเกินไป อาจทำให้วิงเวียนไปได้”
ทาเคดะหัวเราะขำเอ่ยแซว “อย่าวิงเวียนจนหาทางกลับบ้านไม่ถูกก็แล้วกัน”
ทั้งสองหนุ่มหัวเราะกันไป

ส่วนบนเรือน ตรงมุมล้างจานเวลานั้น อังศุมาลินหน้าซีดขาว นั่งลง และลงมือล้างจาน พร้อมกับตัดสินใจบอกแม่
“ตอนที่หนูลงไปเก็บโหระพา..หนูเจอ..ตาบัว ตาผล”
แม่อรเดินเข้ามาใกล้ พยายามมองหน้าลูก “แกมาทำอะไรกัน มาขโมยกล้วยอีกล่ะสิ แล้วหนูไปทะเลาะกะแกเข้า..หรือไง”
“เปล่าค่ะ…แต่...สองคนนั่น...มีมีดดาบด้วย” อังศุมาลินบอก
“ต๊าย..จะไปก่อเรื่องอะไรกันอีกล่ะ เพิ่งโดนเขาเล่นงานไปไม่นานนี้เองนี่นา กรรมเวร ทำมาหากินดีๆไม่ชอบ..แกจะไปทำอะไรกันหรือลูก”
มือที่ล้างจานอยู่ของอังศุมาลินช้าลงๆ ขณะบอกผู้เป็นมารดา “แกบอกว่า...แกจะมาคอย...ดักฟันโกโบริ”

“อะไรนะ” แม่อรตกใจแทบช็อก

ฟากตาบัวกับตาผล สองคนกำลังนอนเอนๆ บนหญ้าริมท้องร่อง จะหลับมิหลับแหล่ จู่ๆตาบัวสะดุ้ง ลุกนั่ง มองรอบๆ

ตาผลงง “หา อะไรๆ”
ตาบัวพูดลอยๆ “สงสัย...”
“พวกมันมากันแล้วเหรอ” ตาผลตื่นเต้น
“ได้ยิน..เหมือนเสียงพวกมัน” ตาบัวว่า
ทั้งสองเงี่ยหูฟัง เงียบ มีแต่เสียงแมลงกลางคืน
“ไหนล่ะ…” ตาผลเล็งแลหา มองฝ่าความมืดไป
ทั้งสองเงียบ เตรียมดาบพร้อม

อังศุมาลิน หน้าซีดหนัก เงยมองแม่ที่ยืนตะลึงอยู่ แม่อรมองลูกสาวอย่างผิดหวัง นึกไม่ถึง ทำไมถึงทำแบบนี้
อังศุมาลินบอกต่อปากคอสั่น “แกว่า..แกจะมาคอยแก้แค้นค่ะแม่ แก..กำชับไม่ให้หนูบอกใคร..หนูก็ไม่รู้จะทำยังไง”
แม่อรหน้าซีด “ทำไมหนูไม่บอกแม่เสียตั้งแต่เย็นล่ะ”
อังศุมาลินพยายามบอกกับตัวเองซะมากกว่า “ช่างปะไร เขาจะเป็นอะไรก็เรื่องของเขา…เราไม่เกี่ยว!”
แม่อรฉุน “ยายอัง! พูดอย่างนั้นมันก็ไม่ถูกนะลูก…คนทั้งคน จะมาฆ่าฟันกันง่ายๆ...มันก็ผิดไป! อีกอย่าง…เค้าก็คงจะบอกกับคนทางอู่ไว้…ว่าจะมากินข้าวบ้านเรา ถ้าเขาหายไป พวกทหารทางอู่ก็คงจะมาตาม แล้วเกิดมาพบศพสองคนนั่นอยู่ข้างหลังสวนเรา หนูคิดว่าเขาจะคิดกันยังไง? เขามิหาว่าเราวางแผนฆ่านายทหารของเขาหรือลูก..เรื่องใหญ่นะ..ยัยอัง!”
อังศุมาลินเสียงสั่น “แต่เราไม่ได้ทำนี่คะ..เราก็บอกสิ ว่าเราไม่รู้เรื่องด้วย”
แม่อรโมโหลูกสาว “แล้วเราไม่รู้..จริงเหรอ..อัง…”
อยู่ๆ อังศุมาลินวางจานลงในอ่าง ลุกพรวด “หนูจะรีบไปดู…บางที…อาจจะ...ทัน” จะเผ่นไป
แม่อรผวามาดึงแขนไว้ “อย่าลูก…อาจจะ…จะยิ่งซ้ำร้ายเข้าไปอีก”
“หนูต้องไปค่ะ” อังศุมาลินปลดมือตัวเองออกมา “แม่ปิดประตูชานเรือนเลยนะคะ ถ้าใครมาเรียก...ก็อย่าเปิด”
อังศุมาลินรีบวิ่งลงเรือนไป
“อย่า..ยัยอัง! อย่าไป! กลับมาก่อนอังศุมาลิน..อย่าไปลูก”
แม่อรตามมาแค่หัวบันได มองตามไป หน้าซีด อังศุมาลินวิ่งหายไปในความมืดแล้ว

อังศุมาลินวิ่งหน้าตั้ง มุ่งตรงไปยังท้ายสวน ในแสงจันทร์ มองเห็นทาง แต่มีบางช่วง ที่ต้นไม้ใหญ่บังตะคุ่ม
สีหน้าอังศุมาลินร้อนรนสุดๆ หยุดยืน หอบๆ ฟังเสียง แต่เงียบ มีแต่เสียงแมลงกลางคืน
อังศุมาลินวิ่งต่อ

ขณะเดียวกันโกโบริถือดอกราตรี ที่แอบเด็ดมาช่อเล็กๆ ดมมาระหว่างทาง
หมอทาเคดะถาม “ดอกไม้-หอน-ไหม…” แต่พูดผิด
โกโบริแก้ให้ “หอม.. ไม่ใช่-หอน”
ทั้งสองหนุ่มหัวเราะกัน
“หอม...ไหม…” หมอถามอีก
“หอม....มาก...” โกโบริลากเสียง
ทั้งสองหัวเราะดังขึ้น
ทันใดนั้น ก็มีชายสองคน ที่มีผ้าเก่าๆ คลุมหน้าคลุมตา กระโดดเข้ามายืนขวาง พร้อมดาบในมือ ทั้งสองคนฟันแบบเอาตาย โดยหนึ่งในนั้นโถมตัวเข้ามาฟันเต็มหลังโกโบริแบบสุดแรง โกโบริล้มคว่ำลงไป ยังไม่ทันตั้งตัว
หมอทาเคดะตกใจร้องเอะอะเป็นคำญี่ปุ่น “เฮ้ย มึงเป็นใคร” / “อะไรกันวะ” / “โกโบริ เป็นไงมั่ง”
หมอกระโดดจะเข้าไปช่วยโกโบริ ทันใด อีกคนเข้าฟันที่เฉียงไหล่ หมอทาเคดะเห็น และหลบทัน โดนไปเฉียดๆ กระเป๋าหมอตกกระจายในความมืด
หมอทาเคดะหันมาสู้กะคนที่ฟันตน
โกโบริได้สติ โงหัวขึ้นมา คนที่ฟันโกโบริ โดดเข้าไป คิดจะฟันซ้ำ โกโบริพลิกหลบทัน คนๆ นั้นตามไล่กระทืบ
จังหวะนั้นอังศุมาลิน วิ่งมาตามทาง สะดุดล้มลง แล้วเงยหน้าขึ้นมา ได้ยินเสียงการต่อสู้
โกโบริกลิ้งตัวหลบการพยายามไล่ฟันซ้ำ แล้วจังหวะหนึ่ง สอดขาเข้าขัดคาคนที่ไล่ฟัน คนนั้นล้มลง
อังศุมาลินลุกมา พยายามนิ่งฟัง จนจับทิศทางเสียงการต่อสู้ได้
อังศุมาลินรีบวิ่ง และส่งเสียงสุดเสียงไปทางนั้น “หมอคะ หมอ..โกโบริๆ หมอทาเคดะ!”
ชายที่ปิดหน้าตาทั้งสอง ได้ยินเสียงอังศุมาลิน หันมาสบตากัน แล้วคนหนึ่ง ก็กระโดดถีบหมอเซไป แล้วรีบเผ่นเป็นคนแรก
ร่างหมอเซไปปะทะต้นมะพร้าว จุกอยู่ตรงนั้น พยายามทรงตัว หันมาทางโกโบริ
ชายที่ฟันโกโบริ รีบตะกายลุก แล้วเผ่นไปอีกทางหนึ่ง
โกโบริยังนอนอยู่ที่พื้น พยายามทรงตัวขึ้นมา แต่ไม่ไหว ฟุบลงไปอีก
หมอรีบเข้ามาประคองโกโบริ
“โกโบริๆ เป็นยังไงบ้าง”
โกโบริคราง “ผม เจ็บ เจ็บมาก”
“ลุกไหวไหม”
โกโบริพยายามลุก แต่กลับทรุดลงนอนคว่ำอีก พร้อมกับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
อังศุมาลินวิ่งมาถึงพอดี เห็นภาพเป็นโกโบริกำลังนอนคว่ำ หมอกำลังช่วย ตะโกนออกไป
“ใคร..เป็นอะไรมากมั้ย..นั่นใคร”
หมอทาเคดะ หันมา
“โปรดช่วยผมหน่อย”
ทาเคดะใช้แรงทั้งหมด พยายามยกโกโบริแต่ไม่ไหว
“เป็นอะไรมากมั้ยคะ”
ทาเคดะมองเห็นหน้าอังศุมาลิน ดีใจมากๆ “คุณ..คุณมา..พอดี..ช่วยด้วยครับ..คุณ”
อังศุมาลินยังเห็นไม่ถนัดว่าเจ็บแค่ไหน ตรงไหน “หมอ..เป็นอะไรบ้างหรือเปล่าคะ”
“ผม-ไม่เป็นอะไร แต่ โกโบริ…”
“ตาย...ตายหรือคะ” อังศุมาลินหมดแรง ร่างเกือบทรุด
โกโบริพยายามจะดันตัวลุกขึ้นอีก แต่ก็ฟุบลงไปอีก ครางออกมาอย่างเจ็บเอามากๆ
อังศุมาลินดีใจ “ยังไม่ตาย”
ทาเคดะรีบบอก “ถ้า-พากลับอู่ ต้อง-ข้าม-สะพาน-ต้นมะพร้าว-..คงไม่ไหว”
“เอาไปที่บ้านก่อนก็ได้ค่ะ”
อังศุมาลินกับหมอเข้ามาพยุงโกโบริคนละข้าง
ทั้งสองมองหน้ากัน นัดแนะจังหวะโดยไม่ต้องพูด ฮึบ...ขึ้นมา โกโบริก็พยายามจะช่วยตัวเองโดยยืนบนขาทั้งสองให้ได้
พอโกโบริอยู่ในท่ายืน แต่ร่างโงนเงนเพราะไม่มีแรง หมอทาเคดะก็เอาแขนข้างหนึ่งของโกโบริพาดบ่าตน
อังศุมาลินมองวิธีของหมอ แล้วทำบ้าง เอาแขนโกโบริพาดคอตน มือโกโบริข้างหนึ่ง วางมาบนบ่าอังศุมาลิน
แต่แล้วอังศุมาลินก็ต้องผงะ แทบกรี๊ดออกมา
มือของโกโบริข้างนั้น มีเลือดที่ไหลนองมาตามแขนแล้วไหลย้อยมาตามมือและนิ้ว ในแสงเพียงสลัว แต่ก็มองเห็นเลือดสีคล้ำ ที่ไหลหยดมาบนมือ ไหลมาตามปลายนิ้ว หยดลงบนเสื้ออังศุมาลินข้างหน้าจนแดงฉาน
“ใคร..ทำอะไร..เกิดอะไรขึ้น” โกโกริพูดได้เท่านั้นก็สลบ นิ่งไปบนไหล่อังศุมาลิน
“เร็วๆเข้าเถอะค่ะ หมอ เลือดออกมาก..สงสัยสลบไปแล้วค่ะ”

ทั้งสองพยายามแบกร่างไร้สติของโกโบริไปอย่างเต็มกำลัง

คู่กรรม ตอนที่ 5 (ต่อ)

ฝ่ายแม่อรยืนรอกระวนกระวาย ถือตะเกียงชูส่องดูทางอยู่ที่หน้าบันได สักครู่จึงเห็นอังศุมาลิน และหมอทาเคดะ ช่วยกันประคองโกโบริถูลู่ถูกังมา

แม่อรตกใจรีบลดตะเกียงลง แล้วตะโกนถาม “อะไรกันน่ะ อะไรกัน”
อังศุมาลินรีบบอก “หมอกับโกโบริถูกฟันค่ะแม่”
แม่อรวางตะเกียงลงบนพื้น แอบไปด้านหนึ่งหน้าซุ้มประตู แล้ววิ่งลงมาช่วยอีกแรงอย่างไม่พูดจาอะไรอีก สบตาอังศุมาลิน แล้วส่ายหัว กลุ้มสุดๆ
“เอ้า..มาๆ แม่กับอังสองคนดึงไหล่ หมอช่วยดันขึ้นมานะคะ หมอ เข้าใจไหม”
“เข้าใจ เข้าใจ”
หมอบอก จากนั้นทั้งสามก็พยายาม ช่วยกันพาโกโบริปีนขึ้นบันไดเรือนไป
“โอ๊ย..บันไดบ้านเราก็ชันเสียด้วย แต่ปล่อยไว้ข้างล่าง..กลัวพวก..โจร..มันจะมาซ้ำน่ะสิ เอ้า ฮึบ..ฮึบ พ่อดอกมะลิ ได้ยินไหม ช่วยกันหน่อยนะ ช่วยกันหน่อย” แม่อรบอกอย่างกันเอง
โกโบริปรือตามองแต่ไม่เห็นสิ่งใด พยายามช่วยประคองตัว ก้าวขึ้นบันไดอย่างสุดความสามารถ
อังศุมาลินกับแม่ พยายามพยุงบ่าโกโบริคนละข้าง มีหมอทาเคดะดันก้น คอยดูแลท่อนล่าง จับขาให้ก้าวขึ้นทีละก้าวกับขั้นบันได ทุกคนเหงื่อตก
จังหวะที่หมอทาเคดะดันอยู่ พอเงยหน้ามองขึ้นไปทางข้างหลัง แล้วต้องผงะ เมื่อเห็นเลือดโกโบริแดงชุ่มโชกเต็มหลังเสื้อ ตรงตัวเสื้อเองก็โดนฟันขาดแบะตลอดสะพายแล่ง เลือดไหลแล้วหยดลงมาเรื่อยๆ ยังกะน้ำตก

ตรงยกพื้นบนเรือนอังศุมาลิน หมอทาเคดะ วางตะเกียงในตำแหน่งเหมาะสม เพื่อดูอาการของโกโบริให้ถนัด
โกโบริ นอนคว่ำเหยียดยาวบนยกพื้นกลางเรือน หน้าที่ตะแคงอยู่ตาหลับ หน้าซีดขาว ข้างหลังเสื้อชุดทหารแดงฉานชุ่มโชกเลือด
ทุกคนต่างเร่งรีบ เพื่อช่วยชีวิตโกโบริ
ที่ในครัว แม่อรพัดไฟ เร่งถ่าน บนเตามีกาน้ำตั้งอยู่ แม่อรพยายามเร่งให้ไฟร้อน จะได้เดือดรวดเร็ว
อังศุมาลินอยู่หน้าตู้ใหญ่เก็บของประจำบ้าน กระชากลิ้นชักหาของมือสั่น ได้สำลี ยาแดง ทิงเจอร์ ผ้าพันแผล กรรไกร รีบรวบรวมทุกอย่าง แล้วรีบไป
หมอทาเคดะกำลังนั่งคุกเข่าดึงชายเสื้อโกโบริที่ขาดเป็นแนวยาวเพราะโดนคมดาบผ่าทั้งหมดออกจากที่เหน็บเอวกางเกงไว้ แล้วเล็งๆว่าจะเอาไงดี อังศุมาลินมาคุกเข่า วางของต่างๆ ให้ตรงหน้า
“มีแค่นี้ค่ะ สำลี ผ้าพันแผล ยาใส่แผลสด กรรไกร”
หมอหยิบยาแดง ทิงเจอร์มาดู แล้วพยักหน้า
จากนั้นหมอทาเคดะพลิกร่างโกโบริให้ตะแคงนิดๆ พยักหน้า บุ้ยใบ้เป็นเชิงว่าให้จับโกโบริไว้ในท่านี้ก่อน “คุณ..ช่วยผม..ด้วย..หน่อย”
อังศุมาลินรีบจับตัวโกโบริไว้ ค้างอยู่ในท่านั้น
หมอทาเคดะเอากรรไกรตัดเสื้อโกโบริ จากคอเสื้อด้านข้าง ผ่าตลอดตามยาวเสื้อมาถึงชายเสื้อ เผยให้เห็นแผ่นหลังโกโบริ ที่เป็นแผลฉกรรจ์ โดนฟันลึกจนเห็นรอยเนื้อขาวเหวอะ เลือดยังซึมเยิ้ม ไหลไม่หยุด ที่เริ่มแข็งตัว ก็เกาะตัวเกรอะกรังน่าสยอง
อังศุมาลินทำหน้าสยองสุด
หมอทาเคดะพูดเรียบๆ “แผลลึกมาก -ต้องเย็บ”
อังศุมาลินหน้าซีดหนัก “ยังไงล่ะคะ เครื่องมือก็ไม่มีด้วย”
หมอทาเคดะหนักใจ “กระเป๋าผม..ตก ตอนต่อสู้กัน ของ-กระเด็น-คงหายไปหมดแล้ว ถ้ากลับไปเอาที่อู่ กว่าจะกลับมา กลัว-เลือด-จะไหลมากๆ ออกมา...จนหมดตัว”
โกโบริค่อยๆกระพริบตา เหมือนได้สติวูบมา ขยับตัวจะออกจากการจับยึดโดยสัญชาตญาณ
อังศุมาลินกดมือลงเบาๆ พูดอย่างสงบ เหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ “อย่าค่ะ..อย่าพลิกตัว” พอนึกได้ บอกเป็นภาษาญี่ปุ่น “อยู่นิ่งๆ คุณได้รับบาดเจ็บนิดหน่อย อย่าตกใจนะคะ หมอกำลังหาทางช่วยอยู่”
โกโบริสงบลงไป หลับตาลงใหม่ เหมือนจะหมดสติไปอีก
หมอทาเคดะพูดเบาๆ กลัวโกโบริได้ยิน “คุณมีด้าย เข็มเย็บผ้า และแอลกอฮอล์ไหม”
แม่อรยกกาน้ำร้อน พร้อมภาชนะที่รอง และผ้ารองใต้กามาวาง นั่งลงดู
“สาหัสมากไหม จะถึง..ตายไหมลูก..โธ่”
อังศุมาลินเสียงแห้งผากขณะบอก “หมอขอเข็มเย็บผ้า ด้าย แอลกอฮอล์ค่ะ”
แม่อรหน้าซีด “อะไรกัน จะเย็บอย่างนี้นะเรอะ”
“เร็วเถอะค่ะ..แม่..เดี๋ยวเลือดจะออกมาก”
แม่อรรีบลุกไป

หมอทาเคดะที่ถกแขนเสื้อขึ้นเหนือศอกล้างมือด้วยสบู่ด่างในขัน พยายามให้สะอาดสุดความสามารถ อยู่ที่ตุ่มตรงชานบ้าน แม่อรช่วยเอาขันตัดน้ำ เท-รดล้างให้ซ้ำๆ
อังศุมาลินล้างมือจนสะอาด แม่อรช่วยราดน้ำให้
ข้างๆโกโบริ มีถาดของที่บ้าน วางสำลี ผ้าพันแผล ทิงเจอร์ แอลกอฮอล์ล้างแผล เข็ม ด้าย กาน้ำร้อน ภาชนะสำหรับใส่น้ำ
อังศุมาลินยัดหมอนรองใต้ตัวโกโบริ แล้ววางตัวโกโบริลง ในตำแหน่งที่น่าจะดีสำหรับที่หมอจะเย็บแผล
หมอมานั่งลง รินน้ำร้อนลงภาชนะ ควันโขมง / อังศุมาลินเอาเข็มเย็บผ้าหลายเล่ม มาแช่ในน้ำร้อน / ทิงเจอร์ถูกหมอรินลงแก้ว / อังศุมาลิน เอาเข็มที่ถูกนำขึ้นจากน้ำร้อน มาร้อยด้าย ด้วยความยาวที่ไม่ยาวนัก / หมอเอาเข็มที่ร้อยด้ายแล้ว แช่ในแก้วทิงเจอร์เป็นแถวรอบๆ
อังศุมาลินมอง ลุ้นๆ นั่งข้างคอยช่วย
แม่อร ยืนห่างออกไป มองมาแบบไม่อยากจะเห็น สลับกับมองออกไปหน้าบ้าน ว่าจะมีคนมาหรือเปล่า
หมอหยิบสำลีมาชุบๆๆ แอลกอฮอล์ แล้วค่อยๆ เช็ดแผลอย่างประณีต
โกโบริได้สติมาอีกครั้ง แล้วขยับตัว ทำให้แผลขยาย เลือดปรี่ออกมาอีก โกโบริสะดุ้งเฮือก ทำเสียงอึกเพราะเจ็บแปลบขึ้นมา
อังศุมาลินแตะแขน บอกเบาๆ “กรุณานอนนิ่งๆค่ะ หมอกำลังทำแผล”
โกโบริหันมา จนเห็นหน้าหมอ มีสติเต็มร้อย “เกิดอะไรขึ้น หมอ..?”
“มีคนดักทำร้าย ตอนที่เราจะกลับอู่ ที่ทางเดินในสวน..ด้านหลัง”
“นั่นสิ รู้สึก..ว่าเจ็บมาก..ยังกับโดนฟ้าผ่า หมอล่ะ เป็นยังไงบ้าง”
“นิดหน่อย..โดนที่ไหล่ขวา แต่มันพลาดไป”
โกโบริพูดไทย “ใคร”
หมอทาเคดะเหลือบมองอังศุมาลินแว้บหนึ่ง อังศุมาลินผงะ ตัวแข็งชา
ทาเคดะพูดเสียงเรียบๆ “ไม่รู้ใคร มา 2 คน ยังดี คุณอังศุมาลินตามไปช่วยทัน..มันเลยหนีไป”
โกโบริเหลือบตาไปทางอังศุมาลินนิดหนึ่ง ทอดเสียงยาวๆ แปลกๆ “อ๋อ..เหรอ…” ทอดแววตาไปอีกทาง ดูอ่อนเปลี้ย ท้อใจ ก่อนจะหลับตาลง

อังศุมาลินหน้าซีดเผือด หวั่นๆ ในใจ หันไปมองแม่ที่ยืนห่างๆ แม่อรหันมาสบตา อึ้งๆ กันไป

ฝ่ายสองคนวิ่งหนีกันมาตามทางริมน้ำในสวนซึ่งมืดๆ ตาบัววิ่งนำ ตาผลวิ่งอยู่ข้างหลัง จังหวะหนึ่งตาผลหยุดกึก ลิ้นห้อย หอบแฮ่กๆ ตาผลหันไปมองหลังดูว่ามีใครตามมาไหม เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร เลยตะโกนบอกตาบัวที่วิ่งนำไป

“เฮ้ย..ไม่ต้องวิ่งแล้ว มาไกลขนาดนี้..แฮ่กๆๆๆ ไม่มีใครตามทันแล้ว โอ๊ยย”
“นั่นสิ ข้าก็ว่า..แฮ่กๆ วิ่งมาเป็นชั่วโมงแล้ว ป่านนี้คงถึงบางพลัดแล้วกระมัง” ตาบัวว่า
ตาผลปลดผ้าคลุมหน้าออก “ข้า..ข้า..หาย..ใจ ไม่ออก”
“เฮ้ยๆ เป็นไรๆ”
“มัน..แน่น..แน่น..หน้าอก..สงสัย ข้าจะ..เป็น..ลม” ตาผลล้มหัวทิ่มลง ดาบหล่นจากมือ
ตาบัวตกใจ “ไอ้ผลๆๆ”
ตาผลครวญคราง “ช่วยข้า..ด้วย..ไอ้บัว..อย่า ปล่อยให้..ข้า ตาย”
ตาบัวรีบเข้าไปเขย่าตัว “ไอ้ผลๆ ถึงเอ็งจะตาย..ชีวิตเอ็งก็คุ้มค่าแล้ว เพราะเอ็งคือ…มือดาบ...ที่ปลิดชีวิตไอ้นายช่างโกโบริ เอ็งฆ่าญี่ปุ่น ศัตรูของชาติ เอ็งคือผู้กล้าหาญของชาวไทย ข้าจะจารึกชื่อของเอ็งไว้ที่กำแพงวัด”
ตาบัวรีบดึงคอเสื้อตาผลขึ้นมาจนเสื้อรัดคอ
“ไอ้บัวๆๆ ปล่อยย เว้ยย.. ข้าจะตายเพราะโดนเอ็งรัดคอนี่แหละ.. นี่ๆ..แกว่า..นายช่างมันตายแล้วแน่เหรอวะ” ตาผลชักไม่แน่ใจผลงาน
“มันล้มคว่ำแน่นิ่งไป..แล้วข้าได้ยิน..ตอนเอ็งฟันมัน..เสียงดังชัวะ..ยังกะฟันหยวก เลือดพุ่งออกมาเป็นสาย”
“เออๆ ไม่ตาย.. มันก็เลี้ยงไม่โตล่ะวะ”
สองคนหัวเราะเสียงดังชอบอกชอบใจ
ทันใด แสงไฟฉายกราดมา ทั้งสองเงียบกริบ รีบกลิ้งตัวหลบ
คนที่เดินฉายไฟมาคือกำนันนุ่มนั่นเอง กำนันฉายไฟมาบนพื้นแล้วผงะ เห็นดาบที่หล่นอยู่ที่พื้นมีเลือดเปรอะ
กำนันฉายไฟไปใกล้ๆ ก้มลงมองงงๆ แล้วค่อยเก็บดาบขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ไม่ให้มือโดนเลือด
ตาบัวกะตาผล สบตากันซีด ก้มหัวหลบนิ่งเอามือปิดปาก เงียบกริบ
กำนันเอาไฟฉายส่องดาบที่คม มีคราบเลือดสดติดเป็นแห่งๆ กำนันมองรอบๆ อย่างระวัง ระแวง

ฝ่ายโกโบรินอนคว่ำ ตะแคงหน้าไปคนละทางที่อังศุมาลินและหมอนั่งอยู่ ทั้งคู่กำลังเตรียมเย็บแผลอยู่ด้านหลัง
แม่อรเดินถือขันน้ำเข้ามานั่งข้างหน้าโกโบริ บิดผ้าขนหนูที่อยู่ในนั้นแล้วเช็ดหน้าตาให้ รวมถึงคราบเลือดที่หลงเหลือตามที่ต่างๆ
โกโบริมองอย่างรู้คุณ “ขอบ..คุณ..ครับ”
แม่อรสงสารจับใจ “พ่อคุณ..ไม่น่าเลย”
แม่อรหันมาสบตาลูกสาว อังศุมาลินก้มหน้า หลบตาแม่
“ยายอัง.. ช่วยพ่อดอกมะลิหันหน้าไปอีกทางซิ”
ไม่ทันที่อังศุมาลินจะยื่นมือเข้ามาช่วย โกโบริก็หันหน้ากลับไปเอง มองอังศุมาลินอย่างเรียบเฉย แม่อรเขยิบไปเช็ดหน้าอีกด้าน หนักใจ หันไปมองไปทางหมอกำลังหยิบเข็มที่ลวกแล้วขึ้นมาวางบนลำสีสะอาด ตกใจ
“ตายแล้ว.. นี่ใจคอจะเย็บกันสดๆ ทั้งอย่างนี้เหรอ..ยาสลบสะหลับก็ไม่เห็นมี”
หมอทาเคดะพยักหน้าให้ หน้าเครียด มือหมอกำลังปั้นสำลีเป็นก้อนๆ แยกไว้ต่างหาก
แม่อรหันไปดูหน้าโกโบริ ที่หลับตาอยู่ มองที่แผลฉกรรจ์ ก้มเก็บอุปกรณ์การเช็ดหน้า แล้วน้ำตาคลอ
“เข็มตำมือเรานิดเดียว ยังแทบตาย..นี่เย็บเข้าไปดื้อๆ มิแย่หรือ” พลางจ้องมองอังศุมาลินอย่างเจ็บใจลูกตัวเอง ที่มีส่วนทำให้เกิดเรื่อง
หมอทาเคดะเริ่มหยิบเข็มที่ร้อยด้ายแล้วขึ้นมา หันมามองหน้าอังศุมาลิน
“คุณต้องเป็น-ผู้ช่วยหมอ -ด้วยความจำเป็นแล้ว.. คุณ-ไม่กลัว-แน่ๆ นะครับ”
อังศุมาลินมองหน้า หนักแน่น ตั้งใจจริง “ไม่กลัวค่ะ”
หมอทาเคดะจับแขนโกโบริ แตะมือเรียก “โกโบริ คุณทนได้ไหม เดี๋ยวจะเย็บแผลให้”
โกโบริขยับนิดนึง ปรือตาขึ้นมา อ่อนเพลียจัด “ฮื่อ…”
อังศุมาลินมองสภาพ โกโบริสงสารจับใจ “หมอ..ถ้าฉันวิ่งไปเอายาชาที่อู่มาให้…ใกล้แค่นี้คงไม่ถึง…20 นาที…หมอจะห้ามเลือดรอ”
อังศุมาลินพูดพลางทำท่าจะลุกขึ้น ออกไปจริงๆ
โกโบริเหลือบตามามองนิดหนึ่ง “ไม่เป็นไร”
อังศุมาลินหยุด มองงงๆ
“ผมคง-ไม่เจ็บ-ไปมากกว่านี้”
โกโบริมองเข้าไปในดวงตาของอังศุมาลิน
หมอทาเคดะอธิบายกับอัง ใช้ภาษามือประกอบ “ไม่ต้องไป กลางคืน- มืด ไม่มีคนรู้-ว่ายา-อยู่ตรงไหน -จะ-ไม่ทัน-เวลา”
อังศุมาลินค่อยๆ กลับมานั่งลงที่เดิม ไม่กล้าสู้หน้าโกโบริ
“ตอนนี้คุณ-ช่วยจับ-แผล ให้ติด เรียบร้อย ตอนผม- เย็บแล้ว-ช่วย-ดู-อย่าให้ แผล ยับ หรือ ทับกัน ไม่- มีระเบียบ ตอนผม ผูก..ด้าย”
อังศุมาลินรับคำด้วยสุ้มเสียงแน่วแน่ “ค่ะ!”
หมอทาเคดะตั้งสติ มองแผลที่ทำความสะอาดแล้ว แล้วหันมาสบตาอังศุมาลิน
อังศุมาลินกัดฟัน แล้วใช้ทั้งสองมือ แตะขอบแผลสองข้างให้มาติดกัน หมอทาเคดะบอกช้า
“บีบ-ให้ เนื้อ ที่ติดกัน -สูงขึ้น- เพราะเข็มนี้ -ไม่ใช่เข็ม-ที่-โค้งงอ-ขึ้น เย็บลำบาก”
อังศุมาลินขบฟันแน่น ทำตามสั่ง เลือดโกโบริยังไหลซึมออกมาเปื้อนมืออังศุมาลิน หมอทาเคดะแทงเข็มด้วยความมั่นใจ จึ้กหนึ่ง ปักลง แล้วแทงขึ้นอย่างเร็วเหมือนเย็บผ้า
คุณแม่อรรีบหันหลัง หลับตาปี๋ ทนดูไม่ได้
โกโบริสะดุ้ง ขบฟันแน่น เบือนหน้าออกไปอีกทางที่อังศุมาลินนั่งอยู่ เห็นบริเวณเนื้อสั่นระริก
“คุณ-แต่ง รอยเย็บ ให้เรียบ เมื่อแผลหาย จะได้ไม่-เป็นแผล-นูนๆ-น่าเกลียด”
หมอทาเคดะผูกปม อังศุมาลินจับเนื้อไว้ ให้เรียบและเนียนติดกันดีๆ
“คุณแม่.. ซับเลือดตรงนี้ให้หน่อย” หมอพูดญี่ปุ่นแล้วมองหน้าอังศุมาลิน ประมาณจะให้ช่วยแปลด้วย
อังศุมาลินหันมามองหน้าแม่ แปล “แม่คะ หมอขอ..ให้ช่วยซับเลือดด้วยค่ะ”
แม่อรสยองมาก แต่กัดฟัน ช่วยทำ หมอทาเคดะตัดด้ายที่ผูกออก ใช้วิธีเย็บขึ้นลงที แล้วผูก 1 ปมทันที แล้วเย็บใหม่
โกโบริสะดุ้ง เหงื่อแตก กัดฟันแน่น อังศุมาลิน ตั้งอกตั้งใจ ทำงานอย่างมุ่งมั่น จริงจัง ไม่มีสีหน้าหวาดกลัว เมื่อจบด้ายของเข็มแรก ก็เอาเข็มใหม่ที่ฆ่าเชื้อและร้อยด้ายไว้ ส่งให้หมอ
หมอทาเคดะทำไป ยกแขนเอาไหล่ซับเหงื่อไป
 
ส่วนแม่อรคอยช่วยซับเลือดไปเรื่อยๆ แอบพนมมือไหว้คุณพระคุณเจ้า พึมพำ พุทโธๆๆ

ทางด้านกำนันนุ่มเห็นว่าสถานการณ์ไม่ชอบมาพากล ส่องไฟไปมา เดินหารอบๆ ท่าทางพร้อมลุยตาบัวกะตาผล ซุ่มนิ่ง

กำนันกระชับดาบนั้น วัดแรง น้ำหนักดาบในมือ คิดๆ แล้วเดินต่อไป
“ชิบแล้ว..กำนันเอาดาบข้าไป” ตาผลคราง
“ชู่ววว…” ตาบัวจุ๊ปาก
“บัว..เอ็งไปเอาดาบข้ามาคืนที”
ตาบัวร้องห้ามอีก “ชู้ววว..เอ็งอยากติดคุกข้อหาฆ่าคนตายเหรอวะ”
“แต่ข้าฆ่าญี่ปุ่นนะเว้ย ไม่ได้ฆ่าคน”
“แล้วญี่ปุ่นไม่ใช่คนรึไงวะ”
“ก็คนไง..แต่มันเป็นพวกคนที่เป็นศัตรูของคนไทย ของชาติไทย!”
“แต่มันคือมหามิตรของรัฐบาลไทย เอ็งอย่าลืม ถ้าโปลิสของรัฐบาลไทยจับเอ็งได้ ว่าเอ็งฆ่าฟันมิตรภาพของเขา เอ็งอาจจะโดนยิงเป้าก็ได้”
ตาผลร้อง “หา…”
“อ้าว ก็เราอยู่ในระหว่างสงคราม เขาต้องขึ้นศาลทหารกัน แล้วคราวที่แล้ว เอ็งโดนกรอกน้ำมันไปแล้ว คราวนี้..ก็ยิงเป้าแน่นอน”
“งั้น..ถ้า..ถ้ากำนันจำดาบข้าได้ล่ะ กำนันก็ต้องรู้ ..ว่าข้า..เพิ่งไปฟันคนมา” ตาผลโวยวายไม่เลิก
“นั่นสิดาบประจำตระกูลตกทอดมาตั้งแต่สมัยปู่เอ็งไปปราบฮ่อซะด้วย” ตาบัวว่า
“ใช่..มีแกะสลักชื่อวงศ์ตระกูลด้วย”
ตาบัวฉงน “...วงศ์ตระกูลอะไรวะ”
“วงศ์ตระกูลอินทรสุระเสนา” ตาผลบอก
“ฮ้า..วงศ์ตระกูลของเอ็ง..คือตระกูล..อินทระ..อะไรเนี่ย” ตาบัวอย่างทึ่ง
“ป่าว..ตระกูลของ..เจ้าของดาบ..ที่ปู่ข้าไปโขมยมา”
ตาบัวฟังแล้วเซ็ง

ส่วนที่บนเรือนอังศุมาลิน หมอทาเคดะเอาทิงเจอร์ ทาเบาๆ ไปบนแผลที่เย็บเสร็จ แผลยาวจากไหล่ พาดเฉียงไปถึงกลางหลัง เย็บเป็นรอยฝีเข็มสม่ำเสมอ 1 ข้อ ต่อ 1 ปม ยาวเท่าตะขาบยักษ์ 3 ตัวต่อกัน
โกโบริกัดฟันแน่น หายใจสม่ำเสมอ แบบคนตั้งสมาธิแน่วแน่ อังศุมาลินเช็ดมือที่เปื้อนเลือดกับผ้าขนหนูที่อยู่ในขัน หมอทาเคดะพยักหน้า ส่งต่อ ให้อังศุมาลินช่วยแต้มยา ต่อจากหมอ
หมอคาเคดะหันไป ตัดผ้าพันแผลเป็นแถบยาวๆ แม่อรช่วยเก็บอุปกรณ์การเย็บที่เสร็จแล้ว เลิกใช้ออกไป จากนั้นหมอประคองโกโบรินั่ง ดึงเอาเสื้อที่โดนตัดขาดแล้วออกไปจากตัว
โกโบริเจ็บมาก เวลาทรงตัว ใช้กล้ามเนื้อส่งตัวให้นั่งตรง ขัดสมาธิ ระบายลมหายใจช้าๆ เหงื่อไหลเต็มหน้า
อังศุมาลิน สีหน้าเรียบเย็น ส่งผ้าพันแผลที่จัดไว้เรียบร้อยแล้วให้หมอ
หมอทาบผ้าพันแผลปิดรอบเย็บเฉียงลงมา แล้วพันรอบหัวไหล่ สลับกับอีกแนวที่พันขวางรอบอก
อังศุมาลินต้องวางมือ เข้ามาคุกเข้าตรงหน้า ช่วยประคองให้โกโบรินั่งให้ตรง
โกโบริมองหน้าอังศุมาลิน ที่ช่วยจับประคองตนให้นั่งตัวตรง สีหน้าเรียบเฉย จนหมอพันเสร็จ
อังศุมาลินเหลือบมอง เห็นสายตาโกโบริ ที่มองมา แววตาไม่เข้าใจ สงสัย เต็มไปด้วยคำถาม
อังศุมาลิน พยายามฝืนยิ้มให้แบบให้กำลังใจทั้งๆ ที่ตัวอังศุมาลินเองซีดสนิท แล้วหลบตาก้มหน้าลง
“เสร็จแล้ว เสียเลือดไปเยอะเหมือนกัน”
โกโบริรู้สึกดีขึ้น พึมพำเบาๆ “ขอบใจมากหมอ”
“ดีที่ได้คุณอังศุมาลิน และคุณแม่มาช่วย ไม่อย่างนั้นคงอีกนานกว่าจะเย็บเสร็จ”
โกโบริเหลือบตามองอังศุมาลิน
“ขอบคุณมาก”
อังศุมาลินก้มหน้า รู้สึกผิดมากมาย
“คุณเป็นผู้หญิงที่ใจแข็ง…”
อังศุมาลินสะดุ้ง หันไปมอง
โกโบริพูดต่อ “ไม่กลัวเลือด”
อังศุมาลินโล่ง เริ่มไม่แน่ใจว่าโกโบริหมายความอย่างนั้นจริงหรือเปล่า
โกโบริ หันไปมองหมอพูดญี่ปุ่น “แล้วหมอ..เจ็บตรงไหนบ้าง”
อังศุมาลินนึกได้ “จริงด้วย”
ทาเคดะเหลือบตามองอังศุมาลิน “ผม ไม่-เป็นไรมาก..เดี๋ยว ให้-ทหาร-ผู้ช่วยหมอ-ที่อู่-ดู-ก็ได้”
อังศุมาลินร้อนใจ “ให้ดิฉันดูเถอะค่ะ เป็นความผิดของดิฉันเอง..ที่…”
โกโบริพูดแทรกขึ้นมาลอยๆ “คนไทย-ก็รู้จัก-คำว่า-ความพยาบาท-เป็นของหวาน คุณอังศุมาลินพูดถูกจริงๆ”
อังศุมาลินนิ่งชะงัก หมอมองทั้งคู่ งงๆ
โกโบริทำเสียงเรียบเย็น “เสียอย่างเดียว…ที่เขาลอบทำร้าย...”
อังศุมาลินหันขวับ มามองหน้าโกโบริเขม็ง
โกโบริสบตาแล้วก้มหัวให้ก่อนจะพูดต่อ “แต่ยังดีที่คุณอังศุมาลิน ‘เปลี่ยนใจ’...ลงไปช่วยเราสองคนได้ทันเวลา”
อังศุมาลินดวงตาวาววับ ขยับปากจะแก้ตัว
หมอทาเคดะรีบขัดขึ้น “เออ.. ถ้าอย่างนั้นคุณอังศุมาลิน..กรุณา..ช่วยดูแลแผลให้ผมด้วยดีกว่าครับ”
อังศุมาลินหันมา มองหน้าหมอ แล้วรีบเข้ามาดู ขณะที่หมอถอดเสื้อออก

โกโบริมองมาแววตาสับสนข้องใจ แล้วค่อยๆ กระถดตัวไปนั่งพิงเสาไว้ มองเหม่อ

คู่กรรม ตอนที่ 5 (ต่อ)

ขณะเดียวกัน กำนันนุ่มถือดาบเดินขึ้นระเบียงบ้านมา แม่วันเห็นก็ร้องทักท่าทีตกใจไม่น้อย

“อุ๊ย พ่อ..นั่นมีดไม้อะไรของใคร เอามาจากไหน”
“เก็บได้…”
“หา เก็บมีดดาบได้หรือพ่อมันอะไรยังไง”
“สงสัยโจรผู้ร้ายมันไปปล้นชิงอะไรใครมา แล้วหนีมา แต่ทำไมมันถึงทิ้งดาบซะก็ไม่รู้” กำนันมองดูดาบ “หรือว่ามันจะทำลายหลักฐาน...เดี๋ยวพรุ่งนี้ คงต้องลองไปสืบหา ว่ามีใครบาดเจ็บล้มตายโดนฆ่าโดนฟันกันหรือเปล่า”
“น่ากลัวจริง ยุคข้าวยากหมากแพงอย่างนี้ ผู้คนมันใจทมิฬหินชาติกันขึ้นเยอะนะพ่อนะ”
กำนันนุ่มและแม่วันเดินเข้าไปในบ้าน
ส่วนในดงไม้ข้างหน้าบ้าน ตาบัวกะตาผลโผล่มาแอบดู แล้วหน้าซีด หันมองหน้ากัน
“หายนะแล้วไหมล่ะ กำนันจะสงสัยเราหรือเปล่า”
“สงสัยเราจะอยู่ตำบลนี้กันต่อไปไม่ได้แล้ว..ไอ้ผลเอ๋ย”
ทั้งสองเกลอซีดสนิท

อังศุมาลินผูกผ้าพันแผลลงบนแผลเฉี่ยวที่ไหล่ของหมอทาเคดะ หลังจากทำแผลเพียงทายาเสร็จแล้ว
โกโบริที่มีผ้าขาวม้าคลุมไหล่ ถอดเสื้อ มีผ้าพันแผล นั่งพิงเสา มองด้วยแววตาครุ่นคิดเครียด หน้าซีดส่วนหนึ่ง โกรธอังศุมาลิน ที่ทำให้หมอต้องมาพลอยบาดเจ็บไปด้วย แล้วตอนนี้มาทำเป็นคอยดูแล
“ขอบคุณมาก” หมอทาเคดะโค้งให้เล็กน้อย ตลบเสื้อที่ถอดกระดุม และลดลงปกคลุมแขน ขึ้นคลุมบ่าให้เรียบร้อย ติดกระดุม “ดึกมากแล้ว..ผมคงต้องไป” หมอว่าพลางขยับลุก
โกโบริได้ยิน รีบพยายามจะลุกบ้าง โดยยึดเสาเป็นตัวช่วย แต่ก็ไม่มีแรงพอ ลุกมายืนแบบไม่ไหวสุดๆ ตัวเอียงกะเท่เร่แบบหมดสภาพ
อังศุมาลินหันไปเห็น ตกใจ “จะไปไหวหรือ”
โกโบริบอกเสียงเย็นชา “ผม-ไม่เจ็บแล้ว ไม่รู้สึกอะไร…ภาษาไทยเรียกว่าอะไรนะ...ด้านชา…ใช่ไหม?”
โกโบริเหมือนจะยิ้มให้ แต่ดวงตาเรียบเฉย ไม่มีความรู้สึกใดๆ
“ขอบคุณอีกครั้งที่คุณอุตส่าห์ให้ความช่วยเหลือ” โกโบริจงใจพูดแดกดันอังศุมาลิน และพยายามจะเดินไป “ไปกันเถอะหมอ”
หมอทาเคดะก้าวมาหา “คุณไปไม่ได้ คุณคงต้องพักอยู่ที่นี่ซักคืน” มองอังศุมาลิน สีหน้าขอร้อง
“โกโบริ-เลือดออกไป ไม่น้อย ถ้าแผล-ที่เย็บ-สะเทือน-จะ-บอบช้ำ-มากเกินไป”
อังศุมาลินห่วงจริงใจ “จริงด้วย…จะเดินกลับไปได้ยังไงกว่าจะไปถึงอู่อีกตั้งไกล”
โกโบริพยายามยืนตรง “เมื่อกี้ตอนที่คุณจะวิ่งไปเอายาชา…คุณยังบอกว่าใกล้แค่นี้เอง”
โกโบริรีบก้าว แต่ดูโงนเงน แม่อรกลับออกมา เห็นเข้าพอดี ร้อนใจ รีบก้าวมาขวาง
“อย่าเพิ่งกลับเลยพ่อคุณ..เจ็บกันคนละไม่ใช่น้อย นี่ก็ดึกแล้ว จะไปทางเรือน้ำก็ลง เทียบท่าลำบาก ยัยอังบอกให้คุณหมอกับพ่อดอกมะลิพักอยู่ที่นี่ก่อนลูก..เดี๋ยวแม่จะเตรียมที่หลับที่นอนให้ทั้งสองคนนั่นแหละ” แม่อะรีบเข้าไปทำตามที่พูด
ทาเคดะกับอังศุมาลินเกรงใจที่ต้องรบกวน “ผมไม่เป็นไร แต่โกโบริ…”
อังศุมาลินบอกอย่างจริงจัง รู้สึกผิดที่สุด “คุณหมอพักอยู่ด้วยเถอะค่ะ..เหนื่อยมากแล้ว..อย่ากลับเลย ดิฉันเสียใจค่ะ ที่เกิดเหตุการณ์ร้ายอย่างนี้ขึ้น เสียใจมากจริงๆ.. เดี๋ยวดิฉันขอตัวไปช่วยแม่เตรียมที่ทางก่อน..ขอร้องนะคะ อย่าปฎิเสธเลย…”
“ผมไม่…”
“โกโบริ!” หมอพูดดุจริงจัง ดึงโกโบริไปเจรจาสองคน
อังศุมาลินรีบเข้าไปช่วยแม่ในห้อง
โกโบริกับหมอคุยกันเบาๆ ซุบซิบๆ โกโบริพยายามจะปฏิเสธ แต่หมอไม่ยอม ซีเรียส แล้วขณะที่เถียงๆ อยู่ โกโบริก็ทรุดลงเอง ยืนไม่อยู่ หมอต้องพยุงโกโบรินั่งพิงเสา แล้วอบรมดุๆ ต่อ ประมาณว่า
“เห็นไหม ตัวเองไปไม่ไหวจริงๆ อย่าดื้อสิจะอยู่เป็นเพื่อนนะ”
แม่อรถือผืนเสื่อออกมา อังศุมาลินยกม้วนที่นอนแบบยัดนุ่นบางๆ ตามออกมา เจอภาพที่โกโบริยอมจำนนแล้วพอดี
โกโบริก้มหน้า ยอมรับเวลาหมอดุกำชับทีละคำ “ไฮ้!”
“เข้าใจไหม”
“ไฮ้!”
แม่อร กับอังศุมาลินลงมือปูที่นอนมุมหนึ่ง โกโบริหันไปมองในแสงตะเกียงเรื่อเรืองนั้น เห็นอังศุมาลินกับแม่ รีบปูที่นอนกัน แข็งขัน ตั้งใจจริง
นั่นเองสีหน้าโกโบริ จึงสงบลง อ่อนโยนปนเศร้า

ทั่วทั้งเรือนอังศุมาลินตกอยู่ในความมืด มีแสงตะเกียงเรืองๆ ลอดมา จากช่องหน้าต่าง และระเบียง จากนั้น แสงตะเกียงค่อยๆ ดับมืดลงทีละจุดๆ จนมืดมิด เห็นบ้านในแสงจันทร์เงาๆ
อังศุมาลินนอนบนเตียงในมุ้งแต่นอนไม่หลับ นอนตาโพลงในความมืดสลัว นึกถึงเรื่องที่คุยกับตาบัวและตาผลตอนหัวค่ำ
“แค้นมันนัก..ไอ้พวกศัตรูของชาติ เอาไว้ไม่ได้”
“ตกลงเย็นนี้มันมาใช่ไหม” ตาบัวถามอย่างเคียดแค้น
“คงมา..กระมัง”
ตาบัวบอกเสียงเหี้ยม “ดี!” พลางยกดาบขึ้นมา “จะดักฟันมันมืดๆ นี่ละ”
อังศุมาลินอึ้ง “จริงหรือลุง”
“ก็จริงซิแม่อัง คอยดูคืนนี้เถอะ.. เราจะได้เห็นดีกัน ว่าที่นี่..มันแผ่นดินของใครกันแน่!” ตาบัวทำหน้าโหดแค้นจัด “พวกมันไม่มีสิทธิ์ จะมาทำโทษคนไทย”
ตาผลผสมโรง “ถึงรัฐบาลยอม แต่ประชาชนไม่ยอมโว้ย เราต้องมาร่วมมือกัน แม่อัง”
อังศุมาลินอึ้งกับคำพูดและท่าทีของสองเกลอ

อังศุมาลินดึงตัวเองกลับมาท่าทีร้อนรุ่ม พลิกตัวอย่างแรง สีหน้าอังศุมาลิน รู้สึกผิดมากมาย แต่เรื่องที่คุยกับตาบัว ตาผล ยังตามาหลอกหลอนให้คิดหนักอีก
“เอาล่ะๆ..ก็สรุปว่า..บางทีหมอก็มาฉีดยา หรือบางที อาจจะไม่มา..แต่ถ้ามา ไอ้ตัวนายช่างก็จะมาด้วย..ใช่ไหมล่ะ แม่อัง…” ตาบัวพูดพลางหันมา มองหน้าตาผลแบบเอาจริงเอาจัง “ดังนั้น..ไม่ว่าจะมา..หรือไม่มา เราก็จะดักอยู่ตรงนี้..เพราะถ้ามันข้ามจากอู่มาหลังสวน..ก็จะต้องเดินผ่านตรงนี้”
“งั้น..ถ้าเผื่อ..เค้าอาจจะมาทางเรือ” อุงศุมาลินท้วง
“ก็ช่างหัวมัน ถ้ามันมาทางเรือก็แปลว่าชะตามันยังดีอยู่ ก็เลยแคล้วคลาด” ตาผลว่า
“งั้นทำไมพวกลุงถึงต้องมาดักทำเค้าที่นี่ด้วยล่ะ ถ้าเก่งจริง..ก็แอบบุกเข้าไปฆ่าเสียที่ในอู่เลยสิ”
คราวนี้ตาผลมองอย่างจับสังเกตว่าอังศุมาลินรู้สึกยังไง “ไปให้มันฆ่าตายล่ะไม่ว่า ธุระอะไรจะทำโง่ๆแบบนั้น สู้นั่งคอยมันจากนี้ไม่ดีกว่าหรือ”
อังศุมาลินหลบตา พาลเหวี่ยงใส่ “งั้นลุงอยากจะทำยังไงก็ตามใจเถอะ” แล้วรีบเดินหนี
ฝ่ายตาบัวตะโกนดักคอ “แม่อังคงไม่เก็บไปบอกพวกมันหรอกนะ ว่าเราคอยมันอยู่ตรงนี้”
อังศุมาลินจี๊ด หันขวับมา “ไม่ใช่ธุระของฉัน ฉันไม่ยุ่งด้วยหรอก”
คิดถึงตอนนี้อังศุมาลินลุกพรวดมานั่งกอดเข่าอยู่ในมุ้ง
แล้วภาพเหตุการณ์ตอนหมอเย็บแผลที่หลังโกโบริ โดยอังศุมาลินช่วยจับแผลที่ถูกฟันก็ผุดขึ้นมาอีก ตอนนั้น อังศุมาลินกัดฟัน แล้วใช้ทั้งสองมือ แตะขอบแผลสองข้างให้มาติดกัน
หมอทาเคดะคอยบอก “บีบ-ให้ เนื้อ ที่ติดกัน -สูงขึ้น- เพราะเข็มนี้ -ไม่ใช่เข็ม-ที่-โค้งงอ-ขึ้น”
อังศุมาลินขบฟัน ทำตามสั่ง หมอทาเคดะแทงเข็มด้วยความมั่นใจ จึ้กหนึ่ง ปักลง แล้วแทงขึ้นอย่างเร็วเหมือนเย็บผ้า แม่อรรีบหันหลังให้ เพราะทนดูไม่ได้
โกโบริสะดุ้ง ขบฟันแน่น บริเวณเนื้อที่เย็บสั่นระริก
“คุณ-แต่ง รอยเย็บ ให้เรียบ เมื่อแผลหาย จะได้ไม่- เป็นแผลนูนๆ”
หมอทาเคดะผูกปม อังศุมาลินจับเนื้อไว้ให้เรียบและเนียนติดกันดีๆ
นึกไปนึกมา อังศุมาลินมีหน้าตาเจ็บใจตัวเอง ไม่น่าเลย แล้วล้มตัวลงนอนใหม่ เหมือนโดนไฟแผดเผาจนแสบร้อน
โกโบริถอดเสื้อนอนคว่ำ เห็นผ้าพันแผลคาดสะพายไหล่หลัง มีผ้าขาวม้าคลุมช่วงคอ และผ้าห่มๆเสมอเอว โกโบริหลับสนิท เอียงหน้ากับหมอน

พิษไข้จากแผลทำให้โกโบริที่หลับอยู่ มีอาการผวาๆ เนื้อตัวสั่นสะท้าน และฝันไป

ภาพในฝันเท้าโกโบริเดินมาบนพื้นหญ้าที่มีกลีบซากุระร่วงพราว โกโบริในชุดนักเรียนทหาร ถือกระเป๋านักเรียน เดินมาระหว่างต้นซากุระ ที่กำลังร่วง กลีบปลิวลมดุจสายฝน

ระหว่างต้นไม้ต้นนั้นแม่ของโกโบริ ในชุดกิโมโนฤดูใบไม้ผลิงดงาม วิ่งเล่นอย่างมีความสุขกับลูกหมาตัวเล็กๆ พอหมาเห็นโกโบริ ก็ดีใจมากมาย รีบวิ่งมาทักทาย ตะเกียกตะกาย กระดิกหางโกโบรินั่งลง เล่นกับหมา
แม่มองดูโกโบริกับหมา หัวเราะก่อนจะัเข้ามาหา โกโบริลุกขึ้นกอดกับแม่ แม่กอดลูก ตบหลังตบไหล่ จับตัวลูกออกห่าง เพื่อดูว่าลูกตัวโตขึ้นมาก ต่างยิ้มแย้ม หัวเราะ มีความสุข

โกโบริที่อยู่ในมุ้ง หน้าซีดเซียวนอนกระวนกระวาย เปลือกตาเต้นถี่ ร้องละเมอเป็นคำญี่ปุ่น
“คุณแม่ครับ คุณแม่”
ในมุ้งอีกมุ้งข้างๆ กัน ที่หมอทาเคดะนอนหลับอยู่ หมอสะดุ้ง ลืมตาตื่น
เสียงโกโบริดังเข้ามา “แม่ครับ..คุณแม่ครับ”
หมอทาเคดะตกใจ “โกโบริ!”
หมอรีบลุก เปิดมุ้งออกไป รีบไปที่มุ้งโกโบริ เปิดมุ้งขึ้น เห็นโกโบรินอนกระสับกระส่าย
หมอทาเคดะเอามือไปจับแขนโกโบริ แล้วสะดุ้ง พึมพำเป็นภาษาญี่ปุ่น
“โกโบริ..ตัวร้อนมาก เป็นไข้สูงมาก..แย่แล้ว”
หมอทาเคดะมีสีหน้าแววตาวิตกมาก
โกโบริที่นอนกระสับกระส่ายอยู่ ลืมตามา โกโบริเห็นหมอทาเคดะ มองอย่างมึนงง เบลอๆ
“โกโบริ เป็นไงบ้าง” หมอถาม
“ผมอยู่ที่ไหน คุณ..เป็นใคร…”
หมออึ้งๆ
โกโบริพูดไทยอาการหลงๆ สับสน “ผม…เป็นอะไร-หรือครับ”

พระอาทิตย์โผล่พ้นขึ้นเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา ผู้คนริมคลองเริ่มต้นชีวิตตามครรลองของใครมัน ในคลอง เรือพระออกบิณฑบาตรพายผ่านไป
ส่วนที่ระเบียงบ้าน หมอทาเคดะยืนลังเล ร้อนใจ
อังศุมาลินค่อยๆ ย่องๆ เบาๆ มีเสื้อหนาวบางๆ ใส่ทับ กันอาการหนาวเย็น อังศุมาลินเดินระวังฝีเท้าให้เบา จะมาที่ครัว เพื่อติดไฟ ต้มน้ำ แล้วชะงักที่เห็นหมอทาเคดะทำท่าจะเปิดประตูใต้ซุ้มไม้หน้าเรือนออกไป
“โกโบริเป็นไข้ เกือบ-ไม่ได้นอน-ทั้งคืน เพิ่งหลับไปเดี๋ยว-ผมจะรีบไป-เอายา-ที่อู่”
อังศุมาลินมองไปทางที่นอน แล้วหันมามองหน้าหมอแบบห่วงๆ “หมอไปไหวแน่หรือคะ”
หมอทาเคดะก้มหัวให้สาวไทยอย่างซึ้งใจ “ผมไม่เป็นอะไร แต่.. ฝากโกโบริ-ไว้ด้วยนะครับ”
อังศุมาลินอึ้ง

อังศุมาลิน มองผ่านมุ้งโปร่ง เห็นหน้าโกโบริที่นอนตะแคงคว่ำ หลับอยู่มีผ้าห่มคลุมมิดคอ
อังศุมาลินนั่งคุกเข่าข้างๆ มุ้ง มองอย่างวิตก
โกโบริยังนอนหลับนิ่ง หน้าที่ตะแคงดูอ่อนโยน อ่อนเยาว์
อังศุมาลินมองโกโบริ แล้วหันไปมองไปดูที่นอนที่หมอทาเคดะนอน ซึ่งปลดมุ้งมาพับไว้คร่าวๆ บนที่นอนที่ที่มีผ้าห่มพับแล้วเช่นกัน
อังศุมาลินลุกมาเก็บหมอนพับที่นอนของหมอ
ส่วนในมุ้ง โกโบริเหมือนร้อนขึ้นมากะทันหัน ตลบผ้าห่มลง แล้วเจ็บแผล สะดุ้งตัว
“โอยย...”
อังศุมาลินได้ยิน หันไป เห็นโกโบริยังหลับตาพลิกคว่ำลงตามเดิม อังศุมาลินขยับมาส่องดูจากข้างมุ้ง เห็นโกโบรินอนโดยที่ผ้าห่มถูกสะบัดมาอีกทางหนึ่ง เห็นแขน และหลังรอบๆ แผลบวมแดง อังศุมาลินเพ่งมอง
โกโบริพลิกตัว จะนอนหงาย แต่เจ็บแผลมากกว่าเดิม ร้องออกมาอีก แล้วจึงพลิกกลับ ตะแคงข้างเอาข้างที่เจ็บขึ้น แล้วงอตัวขดกุ้ง
อังศุมาลินมองอย่างเวทนา ตัดสินใจหันมา แล้วหยิบผ้าห่มของหมอที่พับแล้ว หยิบมาม้วนๆ ให้กลมๆ เหมือนหมอนข้าง แล้วเปิดมุ้งขึ้นจากด้านหลังโกโบริ เอาเฉพาะมือตนลอดเข้าไป เอาม้วนผ้าห่มนั้นสอดรองด้านหลังโกโบริต่ำลงไป เพื่อให้โกโบริเอนมาพิงหลังได้บ้าง
โกโบริรู้สึกถึงผ้าที่มาสัมผัสหลัง ดวงตาลืมขึ้น แล้วหันตัวเท่าที่ทำได้ หันหน้าไปมอง
อังสุมาลินตกใจ สะดุ้ง
โกโบริมองหน้าอังสุมาลิน มึนงงอยู่เล็กน้อย แล้วเอ่ยออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง “เช้าแล้วหรือ” มองหา “หมอล่ะ”
อังศุมาลินบอกเสียงเรียบๆ “หมอไปเอายาที่อู่ เดี๋ยวมา..ค่ะ”
โกโบริผงกตัวขึ้น อยากลุก แต่แล้วลุกไม่ไหว ทิ้งตัวลงตามเดิม “ทำไมไม่รอ..จะได้ กลับไป พร้อมกัน”
“คุณไม่สบาย..จับไข้ทั้งคืน..จนหมอไม่ได้นอน”
“ผม-โชคดีไปหน่อย..แต่คง..ทำให้มีคนผิดหวัง-ไปหลายคน” โกโบริประชด
อังศุมาลินจี๊ด “คุณหมายความว่ายังไง”
“หมายความว่า..ผมไม่ตาย..อย่างที่ใครๆ หวัง”
อังศุมาลินอารมณ์ขึ้นจนลืมตัว ถลกมุ้งเปิดขึ้น “ใครที่คุณว่า...หมายถึงใคร”
โกโบริมองหน้า ยิ้มกวนๆ “คุณรู้ดี..ทำไมต้องให้ผมพูด”
“คุณคิดว่า...ฉันรู้อะไร”

โกโบริยิ้มมองนิ่ง สีหน้าและแววตาเยือกเย็น อังศุมาลินเสียววาบ ซีดลงไปทันที

บริเวณหลังป่าช้าหลังวัด ตอนรุ่งเช้าวันเดียวกันนั้น แลเห็นเจดีย์บรรจุกระดูกเล็กๆ เรียงรายเต็มป่าช้า ไกลออกไปเห็นเมรุตระหง่านอยู่ ที่หลังวัดนี้มีศาลาเป็นเพิงร้าง ซึ่งมีโลงศพวางคว่ำบ้าง ซ้อนๆ กันบ้างอยู่อีกด้านหนึ่ง
 
ตาบัวกับตาผล มาหลบและนอนกอดกันกลมอยู่ที่ศาลาร้างหลังนี้
ตาบัวเอาผ้าขาวม้ามาปัดยุงที่มาตอมขาทั้งๆ ที่ยังหลับอยู่
จังหวะหนึ่งตาบัวเริ่มขมวดคิ้ว รำคาญ เอาผ้าขาวม้ามาคลุมหัวข้างๆ ตาผลหลับสบาย อ้าปากหวอ
ตาบัวเอื้อมมือไปตบยุงที่ขา เกาๆๆๆ
สักพักตาบัวเริ่มทนยุงกัดไม่ไหวจึงยอมลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด
“เว้ย...”
ตาบัวเอามือปัดๆๆ ยุงที่บินอยู่รอบๆ เริ่มสังเกตรอบตัว ชะงัก ขยี้ตา มองไปรอบๆ จึงเห็นเป็นป่าช้า บรรยากาศวังเวงน่ากลัว หันไปเห็นตาผลนอนอยู่รีบเขย่าตัว
“ตาผลๆ ตื่นๆๆ ตื่นสิ”
ตาบัวตบหน้าไปเบาๆ หนึ่งที ตาผลเคี้ยวปากจั๊บๆ ขยับตัวนิดหน่อย แต่ไม่ตื่น
“ใครใช้ให้เอ็งพามานอนแถวนี้ว้า.. ตาผล! ตื่นเร็ว.. ฉันกลัว”
สักพักมีเสียงกรอบแกรบมาจากดงกล้วยทางด้านหลัง ตาบัวหันไปท่าทีกลัวๆ เขย่าตาผลอีกที ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ
ตาบัวตัดสินใจค่อยๆ เดินย่องออกไปดูหลังต้นกล้วยช้าๆ ทันใดนั้น ยายเมี้ยนโผล่หน้าเข้ามาให้ทันที
ตาบัวเห็น ผงะ ตกใจร้องเสียงดัง
“เย้ย... ผีหลอก.....”
“ตาเถรตก หก แหกหมด” ยายเมี้ยนร้องเสียงหลง
ตาบัววิ่งไปหาตาผลในเพิงศาลา โก่งโค้ง มุดเอาผ้าขาวม้าคลุมหัว
ยายเมี้ยนนั่งยองๆ ยกมือที่ถือปิ่นโตอยู่ ไหว้ท่วมหัว ตาแกละที่เดินตามยายเมี้ยนมาห่างๆ หยุดมอง ได้สติ
“เฮ้ย! เป็นอะไรกัน”
ทั้งตาบัวและยายเมี้ยนค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาดู
“อ้าว.. ไอ้ฉันก็นึกว่าใคร มาก็ไม่ให้ซุ่มให้เสียง” ตาบัวทักแก้เก้อ
“แหม…ก็จะให้ฉันส่งเสียงบอกใครล่ะยะ.. แล้วพ่อล่ะมาทำอะไรแถวนี้ตั้งแต่ยังไม่แจ้ง”
ตาบัวอึกอักๆ
“แล้วนั่นใครล่ะ” ยายเมี้ยนชะเง้อมาดูแล้วตกใจ “ตาผล? ตาผลนี่! ตาผลตายแล้วเหรอ”
“เฮ้ย... ยัง! พอดี..” ตาบัวมองเห็นปิ่นโตที่ยายเมี้ยนถือมา “พวกฉัน...จะมา…ใส่บาตร!”
ยายเมี้ยนไม่เชื่อย้อนถาม “เอ็งเนี้ยนะ.. ใส่บาตร”
ตาบัวเปลี่ยนใหม่ “มา.. ช่วยล้างป่าช้า
“ล้างป่าช้า?” ยายเมี้ยนส่งสายตาจ้องจับผิด
“เอ่อ.. พาตาผลมาบังสุกุลน่ะ…นี่ไง” ตาบัวบอก
ยายเมี้ยน ตาแกละมองมาทำหน้าสงสัย ตาบัวรีบเอาผ้าขาวม้ามาคลุมหน้าตาผล แล้วเริ่มสวดมนต์
“อะนิจจัง วัฏฏะสังขารา”
ตาผลทะลึ่งลุกขึ้นนั่ง
ตาบัว ตาแกละ และยายเมี้ยน ตกใจพร้อมกัน
“เฮ้ย” / “เว้ยย” / “ตาเถรตก หก แหกหมด”
ตาผลด่าตาบัว “เล่นอะไรกันวะ ข้ายังไม่ตาย”
จากนั้นตาผลมองไปรอบๆ เจอยายเมี้ยนกับตาแกละมองมา เริ่มมีพิรุธ หลบสายตา ยายเมี้ยนจ้องเขม็งเหมือนจะจับได้ เดินกระหยิ่มยิ้มย่อง ยื่นหน้าเข้าไปถามใกล้ๆ
“เอ็ง-สอง-คน-บอก-ข้า-มา-ตรงๆ ดีกว่า ว่ามาหลบๆ ซ่อนๆ ทำไมแถวนี้” ยายเมี้ยนคาดคั้น
ตาบัวกะตาผลยิ้มแหยๆ

ฟากโกโบรินอนอยู่ในมุ้งมองออกมา เห็นอังศุมาลินนั่งเก็บม้วนๆ เสื่อตรงที่นอนหมอ เงียบกริบ
โกโบริมองอังศุมาลิน พูดเสียงเรียบเรื่อย “คุณรู้ว่าใคร ดักทำร้ายผมกับหมอ..คุณรู้หมดว่าเขาดักอยู่ตรงไหน จะทำผมเมื่อไหร่ ยังไง”
อังศุมาลินหยุดมือ นั่งนิ่ง
โกโบริดึงมุ้งเปิดออก แล้วขยับตัวมานอนให้พ้นมุ้ง เพื่อจะเห็นกันชัดๆ ขณะพูดระบายต่อ
“ผมรู้-ว่าคุณ-เกลียดผม แต่ผมไม่คิด ว่าคุณจะเกลียดผม-มากๆ จนอยากให้ผมตาย คุณจะ-ช่วยบอกผม-ได้ไหม ว่าคุณเกลียดผม..เรื่องอะไร”
อังศุมาลินหันมา มองหน้าโกโบริจังๆ
โกโบริมองตอบไม่หลบ พยายามเรียบเรียงคำพูดเป็นคำไทย “ผม- สังเกต-เห็น ตั้งแต่เมื่อวาน ตอนเย็น ว่าคุณไม่ค่อยพอใจ จะให้ผมกับหมอ มาที่นี่ แต่ผม-ก็หวังอยู่-เสมอ ว่า บางที เราอาจจะเป็นเพื่อนกันได้ ในประเทศผม เราเชื่อ-ว่า รอยยิ้ม กับ..ความบริสุทธิ์ใจ จะสร้างมิตรภาพ ของคนได้ แต่ ตอนนี้ ผมเข้าใจแล้ว ว่า สิ่งที่ผมเชื่อนี้ เอามาใช้กับคุณ..ไม่ได้”

อังศุมาลินสบตาโกโบริ แต่แล้วกลับเป็นฝ่ายหลบตาลง ละอายใจอย่างแรง

คู่กรรม ตอนที่ 5 (ต่อ)

โกโบริพูดต่อด้วยเสียงทดท้อใจเหลือแสน

“คุณเกลียดผม ลึก-เหลือเกิน คุณเกลียด ทั้งๆ ที่ตัวผมก็ไม่รู้-ว่าผมทำผิดอะไร ผมอยากจะบอกว่า ถ้าความเกลียดของคุณ มาจากที่ผมเป็นญี่ปุ่น คุณเป็นคนไทย เราก็เลยต้องเป็นศัตรูกัน คุณก็ควรจะรู้ว่า ทั้งตัวคุณเอง ทั้งตัวผมเอง เรา...เลือกไม่ได้”
อังศุมาลินซีดสุดๆ มองหน้าโกโบริ
โกโบริมองตอบ แววตาปลงๆ เศร้าๆ

เวลาเดียวกันที่อู่ทหารเรือญี่ปุ่น ยินเสียงหวูดเรียกรวมพลดังสนั่น ทหารญี่ปุ่นวิ่งกันพล่าน
สักพักทั้งหมดมารวมแถวหน้ากระดานกันตรงลานกว้าง รถจิ๊บทหารญี่ปุ่นวิ่งเลี้ยวเข้ามาอย่างรวดเร็ว และจอดตรงหน้าแถวทหารพอดี
แม่ทัพใหญ่พลโทโมยูกิ ลุงของโกโบริ พันโทมาซาโอะ นายทหารคนสนิท ก้าวลงจากรถหน้าเครียด
บรรดานายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่อยู่ภายในอู่ต่างกังวล หมอทาเคดะยังเจ็บที่แผลอยู่บ้าง ยกแขนทำความเคารพยังไม่ถนัดและแข็งแรงนัก
หมอทาเคดะหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัด
“ได้ข่าวว่ามีทหารของเราถูกคนไทยลอบทำร้าย” พลโทโมยูกิถามเป็นคำญี่ปุ่น
นายทหารผู้ใหญ่คนหนึ่งบอกทันที “ใช่ครับท่าน”
“ใครโดนทำร้าย..รู้ตัวคนที่ทำหรือเปล่า แล้วจับตัวได้หรือยัง”
สีหน้าหมอทาเคดะเครียดอีกทีขณะตอบ
“เอ่อ.. คือ”
“ว่ายังไง”
“ทางเราไม่ได้ร้อนใจ กำลังเร่งหาตัวคนร้ายให้ได้เร็วที่สุดครับท่าน” หมอบอก
หมอเคสุเกะแอบชำเลืองมองหน้าหมอทาเคดะ
“นี่ไง.. ใครบอกจะทำให้คนไทยหันมาเป็นมิตร..หาตัวคนร้ายมาลงโทษให้เร็วที่สุด.. เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ ผมจะต้องรายงานเรื่องนี้ ให้รัฐบาลไทยทราบ”
ขาดคำนายพลกระโดดขึ้นรถจี๊ปไป แต่นึกบางอย่างได้
“แล้วผู้กองโกโบริ หลานชายผมอยู่ไหน ทำไมไม่อยู่ตรงนี้ เขารู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง”
ทุกคนสะดุ้ง จ๋อย หน้าซีด อึกอัก

อังศุมาลินมองโกโบรินิ่งงัน โกโบริมองตอบ
“คุณเข้าใจฉันผิด.. ฉันไม่ได้…อยากให้…ใคร...ตาย”
โกโบริหัวเราะหึๆ ในลำคอ
“ไม่ต้องพูดอะไร-เพื่อ สร้าง ความรู้สึกที่ดีหรอก คุณ...นับถือตัวเองเกินไป ที่จะ หลอกตัวเอง ผม...ยอมรับได้ ว่า คุณอาจจะ แค่เกลียดผมนิดหน่อย จน ถ้าเห็นผมตาย คุณก็คง ไม่รู้สึก อะไรเลย”
คราวนี้อังศุมาลินปากคอสั่น เสียงเข้ม “เราคนไทย ไม่ได้ใจร้ายใจดำ ขนาดนั้น”
“เพราะอย่างนี้ คุณก็รีบวิ่งไป…ช่วย…ไปให้ผมเห็นว่าคุณไม่ได้ ใจร้าย-ใจดำ ขนาดนั้น”
“ฉันมีมนุษยธรรมพอ คุณเข้าใจไหม? ฉันยังมีความรู้สึกของความเป็นคน รักและห่วงใยชีวิตของคนอื่น ต่อให้เป็นสัตว์โดนทำร้าย ฉันก็ต้องวิ่งเข้าไปช่วยเหมือนกัน ไม่เหมือนกับ ‘พวกคนญี่ปุ่น’ ที่เข้ามาทำสงคราม ทำลายทุกอย่าง ฆ่าคนบริสุทธิ์ไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว”
โกโบรินิ่งไปสักพักถึงได้เอ่ยขึ้น
“ไม่ใช่คนญี่ปุ่น! คนญี่ปุ่นทุกคนไม่ได้อยากทำสงคราม ไม่ได้อยากฆ่าใคร ผมก็มีบ้านที่สงบสุขและสวยงามไม่แพ้ที่นี่เหมือนกัน”
อังศุมาลินพูดไม่ออก
“ช่างเถอะ.. ถ้าอย่างนั้น ผมก็ขอขอบคุณ ที่คุณมีน้ำใจ ลำบากไปช่วยผม ทั้งๆ ที่ความผิดทั้งหมด..เป็นของพวกผมเอง ที่ไม่เคยระวังตัว ไม่พก..แม้แต่อาวุธ เพราะผมเชื่อมาตลอดว่า..คนแถวนี้ เป็นมิตรกับพวกเรา ผมรู้แล้วตอนนี้ ผมเข้าใจแล้ว ว่าผม..คิดผิด!”
ได้ฟังดังนั้น อังศุมาลินชักฉุน ตาวาวเป็นประกาย “คุณจะเข้าใจยังไงก็ตาม! ดิฉันบอกได้แค่ว่า..ดิฉันเสียใจจริงๆ” แล้วลุกขึ้นจะเดินหนี
โกโบริมองตามไป พูดแดกดันเสียงเข้ม “ผมจะไม่มีวันลืม…ความเสียใจของคุณ..ในครั้งนี้เลย!”
อังศุมาลินยืนนิ่ง รู้สึกแสบถึงทรวง

ทหารญี่ปุ่นหน้าตาบึ้งตึง เดินแถวขึงขังอยู่ภายในตลาดท่าเรือฝั่งธนบุรี ตรงปากคลองบ้านอังศุมาลิน บรรยากาศดูตึงเครียด
พวกทหารดูระวังตัวมากกว่าเดิม ระแวงคนที่จะมาเข้าใกล้
พวกลูกเด็กเล็กแดงที่จะวิ่งเข้าไปเล่นกับทหาร ก็ถูกทหารชี้หน้าให้ถอยไป เด็กกลัว ถอยกรูด พ่อแม่รีบเข้ามาดึงตัวห้ามไว้ เด็กตกใจ ร้องไห้จ้า
แม่อรเดินจ่ายตลาด ผ่านร้านอาโกที่มียายเมี้ยน ตาแกละ และชาวบ้านซุบซิบกันไปมา
ยายเมี้ยนเห็นแม่อรกำลังเดินผ่านไป รีบวิ่งไปคว้าแขนมา
“แม่อรๆ เดี๋ยวก่อนสิ มานี่ก่อน”
แม่อรทำท่าอิดออดไม่อยากไปร่วมวงเม้าธ์
“นี่ๆๆ ได้ข่าวว่ามีทหารญี่ปุ่นโดนดักฟันจนตายที่ท้ายสวนแม่อรเหรอ”
แม่อร อึกอัก “อะ.. คือ…”
“ตายกี่คนๆ” อาโกถาม
แม่อรบอก “ไม่…”
“แล้วแม่อรเห็นศพหรือเปล่า” ตาแกละซัก
“อย่าบอกนะว่าเป็น.. นายช่างหนุ่มรูปหล่อของแมว”
แมวบอกอย่างหวั่นๆ ท่าทีสยอง แม่อรหน้าถอดสี ตาแกละฟาดแมวเข้าให้
“โอ๊ย.. เจ็บนะพ่อ”
“ไม่มีใครตายหรอกจ้ะ คือ…”
แม่อรจะบอก แต่อาโกมองไปที่ร้านอาเม้ง พอดีเห็นทหารญี่ปุ่นมายืนออกันอยู่หลายคน จึงบุ้ยหน้าให้เมี้ยนเห็น
“เมี้ยน…นู่นๆ ลื้อลองไปถามอาทหารพวกโน้งซิ”
ยายเมี้ยนกระตือรือร้น จะเดินไปหาข่าว
“จริงด้วย”
ยายเมี้ยนกำลังเดินไป เห็นอาเม้งรับเงินจากทหารเสร็จ ยิ้ม ทำท่าจะตบไหล่เหมือนอย่างเคย แต่ทหารฉากหลบ หยิบปืนขึ้นมาเล็ง นึกว่าอาเม้งจะทำร้าย
“จะทำอะไรน่ะ”
ทหารญี่ปุ่นถามเสียงดัง อาเม้งตกใจกลัว ทรุดลง ยกมือไหว้
“ถอยออกไป อย่ามาแตะต้องตัวคนญี่ปุ่น” ทหารญี่ปุ่นบอกเสียงดัง
อาเม้งร้องลั่น “ไอ๋หยา.. ซี้เลี้ยวๆๆ”
ยายเมี้ยนตกใจ เอามือมาปิดปากไม่ให้ร้องออกมา แม่อรและคนอื่นๆ ประหลาดใจแกมตกใจไปด้วย
ทหารหันขวับมองมาทางยายเมี้ยนเขม็ง ยายเมี้ยนหน้าซีด รีบหันหลังกลับแทบไม่ทัน ทุกคนกวักมือเรียกให้ยายเมี้ยนรีบกลับมา

แม่อรคิดหนัก ท่าทีกังวลใจเป็นอย่างมาก

สายมากแล้ว พระอาทิตย์ลอยสูงขึ้นบนฟ้า แสงสว่างมากขึ้น

โกโบริยังนอนลืมตานิ่ง ไม่ขยับ เหมือนไม่มีความรู้สึกใดๆ ในมุ้งที่เปิดช่องคาๆ ไว้อย่างนั้นเหมือนเดิม
อังศุมาลินถือผ้าขนหนูเล็กๆ และขันใส่น้ำออกมาวางลงข้างมุ้ง ใกล้ๆ โกโบริ อังศุมาลินมองอย่างชักจะหมั่นไส้ ค่อยๆ ตลบมุ้งขึ้นทีละด้าน โกโบริยังคงเงียบเฉย หันไปมองหน้าอังศุมาลินด้วยความเฉยชา หันกลับมาแล้วหลับตาลง
อังศุมาลินมองโกโบริด้วยความรู้สึกทิฐิขึ้นมาบ้าง
“น้ำกับผ้าขนหนู…เผื่อคุณจะอยากเช็ดหน้าเช็ดตา”
โกโบริยังคงนอนหลับตา ไม่ตอบอะไร
“อีกประเดี๋ยวจะเอาน้ำชามาให้นะ หรือคุณอยากได้อะไร…”
โกโบริเงียบเฉย อังศุมาลินนิ่งอยู่สักพัก แล้วเชิดใส่ เดินออกไป โกโบริลืมตาขึ้น ค่อยๆ หันตามอังศุมาลินที่เดินลับกายไปทางครัว


ฝ่ายตาบัวกับกับตาผลเดินถือใบบัวใหญ่ หลบๆ ซ่อนๆ มาตามทาง มีเดินพลาดตกท้องร่องบ้าง
“ไงล่ะ.. นี่ถ้าไม่ได้ไหวพริบของข้า ป่านนี้ยายเมี้ยนคงเอาไปโพนทะนาทั้งบาง” ตาบัวเอ่ยขึ้น
“เออๆๆ เอ็งเก่ง” ตาผลว่า
“ยายเมี้ยนมันก็โง่นะ เชื่อเข้าไปได้ว่าเอ็งกับข้าจะบวช” ตาบัวหัวเราะ
“เออๆ เลิกโม้สักที.. แล้วช่วยคิดกันหน่อยซิ ว่าจะทำยังไง ถึงจะไปเอาอีดาบคืนมาจากกำนันได้”
ทันใดนั้นก็มีเสียงเรือยนต์ดังมาไกลๆ ตาผล กะตาบัวชะงัก ชะเง้อดู พอเห็นก็รีบหมอบลงหลังท้องร่อง แล้วเอาใบบัวปิดหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง
เรือยนต์ของพวกญี่ปุ่นแล่นมาตามคลอง มีหมอทาเคดะ เคสุเกะ ยืนอยู่ในเรือด้วย จังหวะนั้นเหมือนหมอทาเคดะจะหันมาทางตาบัวกะตาผลพอดี สองคนรีบก้มหัวลงไปอีก
“เฮ้ย.. ไอ้หมอนั่นนี่หว่า มันไม่เป็นไรเว้ย” ตาผลบอก หมายถึงหมอทาเคดะ
“เอ็งดูซิ.. ไอ้นายช่างนั่นมาด้วยหรือเปล่า” ตาบัวถาม
ตาผลแอบชะเง้อดู
“ไม่เห็น..นะ”
“สำเร็จ! ไม่ตายมันก็ต้องเจ็บหนักละเว้ยเฮ้ย ไชโย!”
ตาบัวลืมตัว ลุกขึ้นกระโดดเต้น ถูกตาผลตบหัวไปหนึ่งที
ตาบัวโวยวาย “โอ๊ย.. มาตีหัวข้าทำไมเนี่ย เดี๋ยวข้าก็โง่กันพอดี”
“ก็เบาๆ สิ…เดี๋ยวพวกมันก็เห็นเข้าหรอก”
“เออจริง” ตาบัวว่า
ตาบัวกับตาผลหลบผลุบอยู่หลังท้องร่องอีกที แล้วค่อยโผล่หัวขึ้นมา ตาสอดส่ายไปทั่ว มีเท้าเปล่าเดินมาบนท้องร่อง และมาหยุดหน้าตาบัวตาผล สองเกลอค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นไปมองช้าๆ ลุ้นหลังใบบัว
เห็นเป็นหลวงพ่อที่ยิ้มอยู่
“อาตมาได้ยินมาว่า.. โยมสองคนอยากจะบวช..?”
ตาบัวกับตาผลมองหน้ากัน พนมมือ ยิ้มแบ่งรับแบ่งสู้

ขณะที่ อังศุมาลินกำลังชงชาจีน โดยใส่ใบชาในกาแล้วเทน้ำเดือดตาม ทันใดนั้นก็มีเสียงเรือยนต์ดังอยู่ตรงท่าน้ำ อังศุมาลินหันไปชะโงกมอง
เห็นที่บริเวณท่าน้ำ หมอทาเคดะ เคสุเกะ และทหารญี่ปุ่นสองนายกำลังกระโดดลงจากเรือ และรีบ
วิ่งตรงมายังเรือนอังศุมาลิน
หมอทาเคดะเปลี่ยนเป็นชุดใหม่เรียบร้อย เคสุเกะถือกระเป๋ายาวิ่งตามมา หมอทาเคดะวิ่งมาถึงตีนบันได เห็นอังศุมาลิน คำนับให้หนึ่งที รีบถอดรองเท้าแล้วขึ้นไป
“ขออนุญาตนะครับ”
อังศุมาลินพยักหน้ารับ แล้วหลีกทางให้หมอเคสุเกะเดินเข้าไป
“เชิญค่ะ”
เคสุเกะและทหารอีกสองคนที่มาถึง รีบคำนับ ถอดรองเท้า แล้วรีบวิ่งขึ้นไปเหมือนกัน อังศุมาลินตามไป วางชุดชาจีนใกล้ๆ ขันน้ำกับผ้าขนหนู คอยมองดูอยู่ห่างๆ
เคสุเกะค่อยๆ พยุงโกโบริขึ้นนั่ง ส่วนหมอทาเคดะเตรียมดูดยาใส่กระบอกฉีดอย่างเร่งรีบ ครู่ต่อมาหมอเข็มปักลงไปบนต้นแขนของโกโบริ
สีหน้าอังศุมาลินมองหน้าโกโบริ รู้สึกสงสาร เริ่มใจอ่อน แต่สีหน้าโกโบริเรียบเฉยไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดใดๆ
หมอทาเคดะเอาสำลีแอลกอฮอล์เช็ดที่ต้นแขนของโกโบริ และตรวจดูแผลที่ด้านหลัง จากนั้นหมอทาเคดะพยักหน้าเป็นสัญญาณว่าเรียบร้อยดี ให้พาโกโบริออกไปได้
เคสุเกะและทหารอีกคนพยายามยกมือโกโบริขึ้นมาพาดไว้ที่บ่าเพื่อพยุงให้ลุกขึ้นยืน โกโบริปัดมือออก เหมือนจะบอกว่าไม่ต้อง
แล้วโกโบริค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นอย่างช้าๆ พยายามฝืนทนความเจ็บปวดของบาดแผลที่หลัง ทุกคนมองลุ้นอย่างเป็นห่วง โกโบริค่อยๆ เดินนำออกไปอย่างช้าๆ ไม่ได้ใส่เสื้อ แต่มีผ้าพันแผลที่หลัง
จังหวะนั้นแม่อรเดินกลับจากจ่ายตลาดขึ้นมาที่หัวบันได พอดี
“อ้าว…หายแล้วหรือ…พ่อดอกมะลิ”
โกโบริยิ้มนิดๆ แล้วก้มหัวคำนับ
“ขอบคุณมากครับ”
“นี่ถ้าไปไม่ไหวพักอยู่ก่อนก็ได้” แม่อรบอกอย่างอารี
โกโบริซาบซึ้งหันมาคำนับให้อีกที แล้วเดินลงบันไดไป หมอทาเคดะ เคสุเกะ และทหารอีกสองคนก้มศีรษะให้แม่อร แล้วเดินตามออกไปติดๆ
แม่อรมองหน้าอังศุมาลิน เหมือนถามว่าจะไม่พูดอะไรบ้างหรือ
อังศุมาลินค่อยๆ เดินตามออกไปที่ระเบียงชานบ้าน มองตามออกไปด้วยใบหน้าเฉยชา เห็นที่ท่าเรือ หมอทาเคดะ เคสุเกะ และทหารอีกสองคนขึ้นไปอยู่บนเรือเรียบร้อยแล้ว

โกโบริก้าวขึ้นเรือร่างสูงโปร่งเซซวนไปเล็กน้อย โกโบริหยุดเหลียวหันกลับไปมองอังศุมาลินแวบหนึ่ง เห็นอังศุมาลินยืนอยู่บนเรือนมองกลับมาด้วยนัยน์ตาเรียบเฉยเช่นกัน

ธงชาติอาทิตย์อุทัย ปลิวไสวกลางแดดยามสายๆ เหนือลานรวมพลของอู่ต่อเรือกองทัพญี่ปุ่น ธนบุรี แลเห็นบู้ททหารคู่หนึ่งเดินกระสับกระส่ายไปมา ที่แท้เป็นของพันโทมาซาโอะ นั่นเอง

พันโทมาซาโอะเดินไปมาอยู่หน้าห้องรับรอง สักครู่มีทหารญี่ปุ่นรีบวิ่งตาตื่นเข้ามารายงาน แล้วกลับออกไป สีหน้ามาซาโอะไม่สู้ดีนัก หันมาคิดเล็กน้อยก่อนตัดสินใจตรงไปเปิดประตูห้อง
นายพลโทโมยูกิที่ยืนมองดูทิวทัศน์คลองอยู่ในห้องรับรอง รีบหันขวับเมื่อเสียงประตูเปิดออก
โทโมยูกิกระตือรือร้น “ว่ายังไง”
“ครับ มาถึงกันแล้วครับท่าน”
พลโทโทโมยูกิขบกรามหน้าเครียดขึ้นมาทันที

พระอาทิตย์ทอแสงเจิดจ้าไปทั่วบริเวณเรือนไทย ขณะที่อังศุมาลินปลดสายมุ้งลงจากเสาต้นสุดท้าย แล้วนั่งลงพับเก็บ
อังศุมาลินดึงผ้าห่มที่โกโบริใช้ห่ม ที่กองขยุกขยุยอยู่บนฟูกที่นอนออก แล้วชะงักเมื่อเห็นรอยด่างสีแดงเข้มขนาดใหญ่ แห้งกรังอยู่บนที่นอน อังศุมาลินจ้องมองรอยเลือดนั้น
นึกถึงน้ำเสียงโกโบริที่เอ่ยขึ้นอย่างทดท้อใจ “คุณเกลียดผม ลึก-ล้ำ เหลือเกิน คุณเกลียด ทั้งๆ ที่ตัวผมก็ไม่รู้-ว่าผมทำผิดอะไร”
อังศุมาลินทำแข็งใจ ดึงผ้าปูที่นอนนั้นออกมา เห็นรอยเลือดซึมผ่านผ้าปูที่นอนลงมาอีกชั้น
คราวนี้สีหน้าอังศุมาลิน สยองแสยงใจ
เสียงโกโบริดังก้องในหัวอีกครา “ถ้าความเกลียดของคุณ มาจากที่ผมเป็นญี่ปุ่น คุณเป็นคนไทย เราก็เลยต้องเป็นศัตรูกัน คุณก็ควรจะรู้ว่า ทั้งตัวคุณเอง ทั้งตัวผมเอง เรา...เลือกไม่ได้”
อังศุมาลินสูดลมหายใจลึก ก่อนจะดึงผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนรวมไว้ทางหนึ่ง
ครู่ต่อมาอังศุมาลินเดินเอาที่นอนมาตากแดดตรงระเบียง แล้วหันไปเห็นเสื้อทหารของโกโบริที่ถูกตัดขาดรุ่งริ่งและมีรอยเลือดเปื้อนเต็มวางอยู่ริมระเบียง จึงหยิบขึ้นมาดู
ภาพโกโบริมองอังศุมาลิน พูดเสียงเรียบเรื่อยผุดขึ้นในความคิด “คุณรู้ว่าใคร ดักทำร้ายผมกับหมอ..คุณรู้หมด ว่าเขาดักอยู่ตรงไหน จะทำผมเมื่อไหร่ ยังไง”
สีหน้าอังศุมาลิน ไม่สบายใจอย่างแรง อังศุมาลินเดินยกกาน้ำชาจะไปเก็บ เหลือบไปเห็นแจกันที่วางอยู่บนโต๊ะเตี้ยมุมห้อง ดอกพุดสีขาวเริ่มโรยแล้ว แต่ดอกเฟื่องฟ้ายังชูช่อแข็งอังศุมาลินชะงักมองดอกไม้นั้นนิ่งงัน

เวลาเดียวกันแม่อรกำลังป้อนข้าวต้ม ปลาเค็มทอด ให้ยายศรอยู่ พอรู้ว่ามีคนเดินเข้ามาก็หันไปมองแวบหนึ่ง เห็นอังศุมาลินเอาโกโก้ชงเข้ามา
“อิ่มข้าวแล้ว ขอดื่มโกโก้ร้อนของยายอังซักหน่อยดีกว่า” ยายว่า
“ร้อนนะคะ ระวังก่อน” อังศุมาลินส่งถ้วยโกโก้ให้แม่
“คุณยายเจริญอาหารนะ…วันนี้” แม่อรเย้า
อังศุมาลินยิ้มแย้มขยับเข้าไปจับแขนยายบีบ “คุณยายเก่งจังค่ะท่าทางจะหายแล้วนะคะนี่”
“ต้องขอบคุณยาของหมอญี่ปุ่นเขา..พ่อหนุ่มสองคนนั้น..วันนี้เขาจะมาไหมล่ะ”
คำพูดของยายศร ทำเอาอังศุมาลินหน้าซีด หันไปสบตาแม่ แม่อรถอนใจ
คุณยายศรแปลกใจ จับสังเกตสีหน้าทั้งสองคน สงสัยครามครันว่ามีอะไร

พระอาทิตย์เที่ยงวัน แม่อรเก็บถ้วยชามอยู่ในครัว ส่วนอังศุมาลินกวาดพื้นเรือน
“หนูคิดว่ายังไง” แม่อรถาม น้ำเสียงมีความกังวลเจือ
“คะ” อังศุมาลินละมือจากงานมองหน้าแม่
“ก็เรื่องเมื่อคืน…” แม่อรบอก
อังศุมาลินนิ่ง เงียบ
“หนูคิดว่าเขาจะยอมเงียบเหรอลูก คนที่ถูกทำร้ายไม่ใช่คนธรรมดา อย่างน้อยก็เป็นนาย
ช่างทหาร เป็นหลานแม่ทัพ”
แม่อรพูดพลางก้มลง ดับไฟในเตาถ่าน
“แล้วหมอคนนั้นอีก ดูเขาก็เป็นคนสำคัญเหมือนกัน แล้วถ้ามันเกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมา
เราจะไม่เดือดร้อนกันไปหมดเหรอลูก สองคนนั้นเขาก็มาที่บ้านเรา แถมยังถูกทำร้ายในสวนบ้านเราอีก”
มือที่กำลังตวัดไม้กวาดของอังศุมาลินหยุดกวาด นิ่งคิดตาม แม่อรเดินเข้ามาใกล้ ลดเสียงลง
“ถ้าหนูไม่บอกตัวคนร้าย เรื่องทั้งหมดมันก็จะมาตกหนักที่เรา”
อังศุมาลินอึ้ง หมดแรง
“พูดจริงๆ แล้ว พ่อดอกมะลิกับหมอเขาก็มีบุญคุณกับพวกเราไม่ใช่น้อย…ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ นี่ถ้าหนูบอกแม่เสียตั้งแต่แรก…”
แม่อรพูดค้างไว้ แล้วหันกลับไปพลิกปลาเค็มที่อยู่ในกระทะ เพราะไม่อยากพูดตำหนิใส่หน้าอังศุมาลินตรงๆ
อังศุมาลินรู้สึกผิดอย่างถึงที่สุด เหมือนกลายเป็นเด็กหลงทาง ที่สูญเสียความมั่นใจสิ้นเชิง
“แม่…”
แม่อรหันมาหา “อะไร”
“ถ้าเขาเกิดตายจริงๆ ขึ้นมา...แล้ว…หนูจะทำยังไงดี”
แม่อรมองลูกสาว แต่ไม่ตอบ หันไปยกกระทะลงจากเตา แล้วตักปลาเค็มใส่จาน

สีหน้าอังศุมาลินยามนี้กลายเป็นเหมือนเด็กตัวน้อยที่เสียขวัญ ไม่หลงเหลือมาดหยิ่งทะนงตนอีกต่อไป

ติดตาม "คู่กรรม" ตอนที่ 6
คู่กรรม ตอนที่ 3
คู่กรรม ตอนที่ 3
ขณะเดียวกันที่ “หอการค้าไทย สนามเสือป่า พระนคร” บนโต๊ะภายในห้องประชุม เป็นการเผชิญหน้ากันทั้งสองฝ่าย ระหว่างคณะกรรมการผสมฝ่ายไทย 6-8 นาย และตัวแทนกองทัพญี่ปุ่น 4-6 คน แต่ละฝ่ายมีสีหน้าเคร่งเครียด จังหวะหนึ่งโทโมยูกิเสียงดังกราดเกรี้ยวขึ้นกลางวง “ทางการไทยปล่อยให้มีเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้ หมายความว่า ไทย...ต้องการรบกับญี่ปุ่นใช่ไหม หมอโยชิทำหน้าที่เป็นล่ามช่วยแปลญี่ปุ่นเป็นไทยทุกถ้อยความไม่ตกหล่น “ทางการไทยปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้ หมายความว่าไทยต้องการรบกับญี่ปุ่น ใช่ไหม” หลวงชลาสินธุราชเอ่ยขึ้น “ไทยไม่มีความประสงค์เช่นนั้นแน่ ประเทศไทยเป็นประเทศเล็ก มีกำลังพลเพียงน้อยนิด จะไปสู้รบกับญี่ปุ่นที่เป็นเสมือนพี่ชายได้อย่างไร ขอให้เชื่อใจเรา”
กำลังโหลดความคิดเห็น...