xs
sm
md
lg

คู่กรรม ตอนที่ 5

เผยแพร่:

คู่กรรม ตอนที่ 5

ส่วนที่ท้ายสวนท่ามกลางความมืดสลัว ตาผลตบยุงดังเผียะ บ่นอุบ

“โอ๊ย..ต้องรอไปอีกถึงไหนเนี่ย ข้าจะถูกยุงดูดเลือดตายก่อนมันไหมเนี่ย”
ตาบัวเดินพล่านไปมา “ป่านนี้พวกมันคงกินข้าวกันอยู่ ..น่าจะอร่อยเสียด้วย..ฝีมือแม่อร..แต่เราสองคนนี่สิ ข้าวสักเม็ดยังไม่ตกถึงท้อง”
“บอกแล้ว..ให้เตรียมเสบียงมา” ตาผลว่า
“ก็นึกว่าเก็บของในสวนกินก็อิ่มไง เนี่ย ข้ากินฝรั่งจนหน้าจะเป็นกระรอกแล้ว...หรือจะออกไปหาอะไรกินที่ปากคลองก่อนไหม” ตาบัวบอก
ตาผลด่า “ไอ้บ้า มัวแต่เห็นแก่กิน เดี๋ยวก็ชวดได้ฆ่าไอ้ยุ่นหรอก”
“แน่เร้อ..ว่าเอ็งจะได้ฆ่ามัน เกิดมันสู้ขึ้นมา”
“อ้าวๆ ไอ้บัว...ตกลงเอ็งกลัวแล้วใช่ไหม”
“ไม่ได้กลัวเว้ย...แต่ข้าอยากจะให้แน่นอนไว้ก่อน”
“ก็ได้ งั้นเราควรจะซักซ้อมซะหน่อย...เอางี้..สมมุติ ข้าเป็นนายช่าง แล้วเอ็ง..ก็เป็นเอ็ง” ตาผลบอก
“เออ…ข้ามันก็เป็นข้า…อยู่แล้ว..ไม่ต้องสมมุติ”
“เตรียมตัวนะ สมมุติ..ข้า..นายช่างโกโบริ มาแล้ว” ตาผลเดินไปอ้อมต้นไม้ แล้วเดินวางมาดเท่มา
ตาบัวกระโดดออกไป “ไอ้ศัตรูของชาติไทย มึงตาย!”
ตาบัวกระโดด ทำท่าจะฟัน ตาผลหลบฉาก แล้วหมุนตัว ตีหัวตาบัว ดังป๊อก
“โอ๊ย..ไอ้ผล เอ็งทำข้าทำไม โอ๊ย หัวข้าแตกหรือเปล่านี่”
“เอ็งประมาทเกินไป..แบบนี้ใช้ไม่ได้”
“เอ็งเล่นอย่างนี้ใช่ไหม ไอ้ผล...มา..งั้นเอ็งมาเป็นตัวเอ็ง..ให้ข้าเป็นนายช่างบ้าง” ตาบัวบอก
“เอาๆๆ มา ข้าจะซุ่มตรงนี้ แล้วเอ็งเป็นนายช่าง..เดินมา”
“ตกลง..เอานะ ข้า..นายช่างโกโบริ มาแล้ว” ตาบัวเดินมา
ตาผลซุ่มนิ่ง ไม่พูดไม่จา
ตาบัวร้อง “เฮ้ย..ข้ามาแล้ว ไฮ้ๆ นายช่างโกโบริมาแล้ว..ไม่เห็นมีใครมาทำอะไรเลยวะ…” หยุดรอ มองหา
ปรากฎว่าตาผลย่องมาข้างหลัง แล้วตีโป๊ะ
“โอ๊ย..ไอ้ผล..เอ็ง…” ตาบัวโวย
“นี่ไง..เราต้องเข้าข้างหลังเว้ย..เข้าข้างหลัง..ลอบกัด..มันถึงจะสำเร็จ” ตาผลบอก
“โอยๆๆ เจ็บๆๆ ไอ้ระยำ..ตายซะเถอะมึง”
สองคนไล่ตีกันไปมา

เวลาเดียวกัน ที่บนเรือนบริเวณนอกชาน หมอทาเคดะถอดแว่นตาออกมาชูขึ้น
แม่อรบอก “แว่นตา”
“แว่นตา” หมอตาม
แม่อรชี้ที่ข้าว “ข้าวสุก”
“ข้าวสุก” หมอว่า
แม่อรชี้ที่ไข่ในจานไข่ทอด “ไข่”
สองหนุ่มว่าตาม “ไข่”
อังศุมาลินถือถาดใส่จานสัปปะรด และจานแบ่งเล็กๆ และไม้เหลาสำหรับจิ้ม เป็นของหวานที่จะมาเสิร์ฟ เดินมาจากครัว มองมาที่แม่และสองหนุ่มแบบหงุดหงิด ว่าเล่นกันอยู่ได้ แล้วมองออกไปสู่ความมืดภายนอก ด้วยความกังวล อยากรู้ว่าตาบัว ตาผล ยังรออยู่ไหม ถอนใจ วิตก
อังศุมาลินเดินมาคุกเข่า ตั้งจานผลไม้ และจานแบ่ง ลอบมองหน้าญี่ปุ่นทั้งสอง ไม่สบายใจนัก แล้วเก็บพวกจานกับข้าว และจานข้าวที่อิ่มกันแล้วใส่ถาดนั้น
“แล้วนี่อะไร รู้ไหม” แม่อรชี้ที่จานสัปปะรด
โกโบริพูดทาเคดะพร้อมกัน “สัปปะรด!”
“เก่งมาก แล้วคนญี่ปุ่นเรียกว่าอะไร” แม่อรถาม
โกโบริกับทาเคดะพูดพร้อมกัน “สัปปะรด” เป็นภาษาญี่ปุ่น
แม่อรพูดทวนคำนั้นเป็นภาษาญี่ปุ่น “สัปปะรด”
โกโบริกับทาเคดะร้อง “ไฮ้!”
“ใช่..ไม่ใช่ไฮ้”
โกโบริว่าตาม “ใช่!”
ส่วนทาเคดะร้อง “ไฮ้!”
แม่อรหัวเราะ ทั้งสองหัวเราะด้วย
อังศุมาลินมองหน้าโกโบริที่หัวเราะสดใส รู้สึกใจอ่อนมากขึ้น และสงสารขึ้นมา โกโบริเหลือบตามา
อังศุมาลินหลบตา ทำเสียงเนือยๆ “รับประทานเสร็จแล้ว..ไม่ควรกลับดึก”
แม่อรมองอังศุมาลินอย่างตำหนิ ที่เหมือนเร่งจนเสียมารยาท อังศุมาลินก้มหน้า รีบยกถาดที่เก็บของบนโต๊ะออกไป
แม่อรรีบหันมายิ้มเหมือนแก้ตัว และรีบเปลี่ยนเรื่อง “ลองชิมดูสิจ๊ะ หวานมั้ย”
ทั้งสองหนุ่มชิมสัปปะรดกัน
“หมานนะ” หมอทาเคดะพูดตามแม่อร แต่พูดผิด
โกโบริบอก “หวาน..ไม่ใช่หมาน”
ทาเคดะว่าตาม “หวาน...”
แม่อรและสองหนุ่มหัวเราะกันอีก
อังศุมาลินกลับมา เก็บจานชามที่เหลือบนโต๊ะใส่ถาดต่อ ถอนใจ
แม่อรมองมาดุๆ “ยัยอัง วางถาดไว้…แล้วนั่งลง…กินสัปปะรดกันก่อน”
อังศุมาลินเลยนั่งลง จิ้มสัปปะรดกิน
โกโบริมองๆ “หวานไหม”
อังศุมาลินไม่ตอบ แต่ไม่กินต่อ คิดๆ นิดหนึ่ง แล้วตัดสินใจพูดลอยๆ “ชั้นว่า…เดี๋ยวกลับกันทางเรือ...คงสะดวกกว่า”
“เดินมาก็สะดวกครับ ใกล้แค่นี้เอง ข้ามสะพาน-ต้นไม้-พาด-ข้าม-คู-ตรงข้างหลังสวนก็ถึง..เมื่อตอนเย็นนี้ เราก็เดินมา” โกโบริบอก
อังศุมาลินคิดหนัก ตัดสินใจ “อย่าเดินไปทางเดิมเลย เราจะเอาเรือไปส่ง”
แม่อรได้ฟังแอบมองลูกสาว รู้สึกแปลกใจ
“ขอบคุณครับ อย่าเลยครับ” หมอทาเคดะบอก
“แค่นี้ก็เป็นพระคุณมากแล้ว” โกโบริเสริม
อังศุมาลินมองหน้า พูดด้วยเสียงจริงจัง “ไม่เป็นไร! พอดี...ชั้นอยากออกไปพายเรือเล่น”
“ขอบคุณ..อย่าให้รบกวนคุณมากไปกว่านี้เลยครับ” โกโบริบอก
อังศุมาลินอึ้ง กลุ้มใจ ก้มหน้าเอาไงดีนะ โกโบริกับหมอ ต่างมองหน้ากัน แล้วหันมาทำหน้าเกรงใจมากมาย

แม่อรมองจับกิริยาอังศุมาลินด้วยความสงสัย
โกโบรินั่งผูกเชือกรองเท้าที่ขั้นบันไดเสร็จก็ลุกขึ้น แล้วหันกลับมาดูหมอทาเคดะ ที่ยังนั่งผูกเชือกอยู่ แล้วพอเงยหน้าขึ้นไปบนเรือนแล้วโกโบริต้องชะงัก

เพราะในแสงเรืองรองของตะเกียงที่แขวนอยู่ตรงหัวบันได ท่ามกลางซุ้มไม้ที่เป็นเหมือนกรอบภาพนั้น อังศุมาลินยืนมองลงมายังตน แววตาครุ่นคิดแปลกๆ
หมอทาเคดะลุกขึ้นยืน มองตามสายตาโกโบริ แล้วหันไปมองบ้าง
อังศุมาลินก้าวลงมาหา แต่หยุดยืนอยู่บนบนไดขั้นกลางๆ
“มีไฟฉายกันหรือเปล่า..คะ”
“ไม่เป็นไรครับ” โกโบริตอบ
อังศุมาลินบอกอีก “มันมืด…เดินๆ…ควรระวังตัว”
“มีงูหรือครับ” หมอทาเคดะถาม
“งู…หรือ...อะไรก็ตาม ควรระวังไว้ก่อน…ดีกว่า”
โกโบริยิ้มทีท่าคึกคะนอง เห็นอังศุมาลินเป็นห่วง “ขอบคุณ…ถ้าผมเป็นอะไรไป…ผมจะ-เก็บ-ความ-ซาบซึ้งใจ ในความกรุณาของคุณ…ไปกับ-วิญญาณ..ของผมด้วย”
อังศุมาลินฟังแล้วเหนื่อยใจ ที่โกโบริยังเจ้าคารมอยู่ได้
สองคนโค้งลาอีก
อังศุมาลินกลุ้ม “ชั้นจะไปด้วย..ไปส่ง”
“ผู้ชาย ทหาร 2 คน ให้ผู้หญิง 1 คนไปส่ง” หมอหัวเราะ
“แล้วขากลับ ผู้หญิงเดินคนเดียวมามืดเหรอ...แล้วผมก็ต้องขอมาส่งอีกสิ” โกฏบริว่า
หมอทาเคดะแซว “ส่ง-กัน-ไป ส่ง-กัน-มา”
สองคนหัวเราะเบาๆกัน แล้วหัน ออกเดินกันหายไปในความมืด
อังศุมาลินคิดหนัก ร้อนใจ เอาไงดี?

อังศุมาลินกลับขึ้นเรือน เดินมาที่มุมล้างจาน ซึ่งมีตั่งเล็กๆ รองนั่งกับพื้น ลงมือล้างชามในกาละมัง ด้วยท่าทางงงๆ กลุ้มๆ สับสน เอาไงดี อยู่ไม่ติด
แม่อรกำลังจัดของเก็บเข้าตู้กับข้าว ที่มีชามหล่อน้ำกันมดที่ขาตู้ในครัว หันมามองเป็นระยะ
อังศุมาลินก้มหน้า ยืนมองน้ำในตุ่ม
แม่อรมองๆ “ยัยอัง”
อังศุมาลินสะดุ้ง ทำขันน้ำหลุดมือ กระทบกาละมังเสียงดังตึงตัง รีบเงยเหลียวมามอง
“คะ..แม่”
แม่อรเห็นอาการ ยิ่งสงสัยหนัก “มีอะไรหรือลูก”
“ทำไมคะ”
“หนูดู...กังวลๆ ชอบกล มีอะไรหรือจ๊ะ”
อังศุมาลินก้มหน้าหลบตา เก็บขันมา ตักน้ำใส่กาละมังต่อ “ไม่มีอะไรนี่คะ”
แม่อรไม่เชื่อ “ไม่จริงหรอกลูก บอกแม่มาเดี๋ยวนี้นะ ว่ามันเรื่องอะไรกัน”
อังศุมาลินไม่ตอบ แต่หน้าตาว้าวุ่นสับสนใจหนัก
“บอกแม่มาเถอะลูก..หนูพยายามจูงใจให้สองคนนั้นกลับทางเรือ หนูถึงกับลงทุนจะไปส่ง ทั้งที่แม่รู้ดี..ว่าหนูไม่เต็มใจที่จะทำอย่างนั้น หนูมีเหตุผลอะไร”
อังศุมาลินเงยขึ้น สบตาแม่ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม่อรมองตอบ งงงัน


ฝ่ายสองคนเดินคุยกันเป็นภาษาญี่ปุ่นตามทางเดินในสวน มีแสงจันทร์ครึ่งดวงทอแสงสว่างอยู่บนฟากฟ้า ช่วยส่องนำทาง
“ที่จริงก็ไม่มืดเท่าไหร่นะ” หมอทาเคดะเอ่ยขึ้น
“ใช่ แสงจันทร์สว่างดี” โกโบริว่า
หมอทาเคดะทำจมูกฟุดฟิดได้กลิ่นหอมบางอย่าง
“กลิ่นดอกไม้อะไร หอมมาก”
ทั้งสองมองหา แล้วโกโบริก็หันไปเห็นต้นราตรี ออกดอกเป็นช่อขาว ดูฟุ้งๆ อยู่ในความมืด
“นี่ไง ดอกไม้ ชื่ออะไรก็ไม่รู้” โกโบริเดินเข้าไปดมแล้วบอก “แต่ดมใกล้ๆ กลิ่นแรงเกินไป อาจทำให้วิงเวียนไปได้”
ทาเคดะหัวเราะขำเอ่ยแซว “อย่าวิงเวียนจนหาทางกลับบ้านไม่ถูกก็แล้วกัน”
ทั้งสองหนุ่มหัวเราะกันไป

ส่วนบนเรือน ตรงมุมล้างจานเวลานั้น อังศุมาลินหน้าซีดขาว นั่งลง และลงมือล้างจาน พร้อมกับตัดสินใจบอกแม่
“ตอนที่หนูลงไปเก็บโหระพา..หนูเจอ..ตาบัว ตาผล”
แม่อรเดินเข้ามาใกล้ พยายามมองหน้าลูก “แกมาทำอะไรกัน มาขโมยกล้วยอีกล่ะสิ แล้วหนูไปทะเลาะกะแกเข้า..หรือไง”
“เปล่าค่ะ…แต่...สองคนนั่น...มีมีดดาบด้วย” อังศุมาลินบอก
“ต๊าย..จะไปก่อเรื่องอะไรกันอีกล่ะ เพิ่งโดนเขาเล่นงานไปไม่นานนี้เองนี่นา กรรมเวร ทำมาหากินดีๆไม่ชอบ..แกจะไปทำอะไรกันหรือลูก”
มือที่ล้างจานอยู่ของอังศุมาลินช้าลงๆ ขณะบอกผู้เป็นมารดา “แกบอกว่า...แกจะมาคอย...ดักฟันโกโบริ”

“อะไรนะ” แม่อรตกใจแทบช็อก
ฟากตาบัวกับตาผล สองคนกำลังนอนเอนๆ บนหญ้าริมท้องร่อง จะหลับมิหลับแหล่ จู่ๆตาบัวสะดุ้ง ลุกนั่ง มองรอบๆ

ตาผลงง “หา อะไรๆ”
ตาบัวพูดลอยๆ “สงสัย...”
“พวกมันมากันแล้วเหรอ” ตาผลตื่นเต้น
“ได้ยิน..เหมือนเสียงพวกมัน” ตาบัวว่า
ทั้งสองเงี่ยหูฟัง เงียบ มีแต่เสียงแมลงกลางคืน
“ไหนล่ะ…” ตาผลเล็งแลหา มองฝ่าความมืดไป
ทั้งสองเงียบ เตรียมดาบพร้อม


อังศุมาลิน หน้าซีดหนัก เงยมองแม่ที่ยืนตะลึงอยู่ แม่อรมองลูกสาวอย่างผิดหวัง นึกไม่ถึง ทำไมถึงทำแบบนี้
อังศุมาลินบอกต่อปากคอสั่น “แกว่า..แกจะมาคอยแก้แค้นค่ะแม่ แก..กำชับไม่ให้หนูบอกใคร..หนูก็ไม่รู้จะทำยังไง”
แม่อรหน้าซีด “ทำไมหนูไม่บอกแม่เสียตั้งแต่เย็นล่ะ”
อังศุมาลินพยายามบอกกับตัวเองซะมากกว่า “ช่างปะไร เขาจะเป็นอะไรก็เรื่องของเขา…เราไม่เกี่ยว!”
แม่อรฉุน “ยายอัง! พูดอย่างนั้นมันก็ไม่ถูกนะลูก…คนทั้งคน จะมาฆ่าฟันกันง่ายๆ...มันก็ผิดไป! อีกอย่าง…เค้าก็คงจะบอกกับคนทางอู่ไว้…ว่าจะมากินข้าวบ้านเรา ถ้าเขาหายไป พวกทหารทางอู่ก็คงจะมาตาม แล้วเกิดมาพบศพสองคนนั่นอยู่ข้างหลังสวนเรา หนูคิดว่าเขาจะคิดกันยังไง? เขามิหาว่าเราวางแผนฆ่านายทหารของเขาหรือลูก..เรื่องใหญ่นะ..ยัยอัง!”
อังศุมาลินเสียงสั่น “แต่เราไม่ได้ทำนี่คะ..เราก็บอกสิ ว่าเราไม่รู้เรื่องด้วย”
แม่อรโมโหลูกสาว “แล้วเราไม่รู้..จริงเหรอ..อัง…”
อยู่ๆ อังศุมาลินวางจานลงในอ่าง ลุกพรวด “หนูจะรีบไปดู…บางที…อาจจะ...ทัน” จะเผ่นไป
แม่อรผวามาดึงแขนไว้ “อย่าลูก…อาจจะ…จะยิ่งซ้ำร้ายเข้าไปอีก”
“หนูต้องไปค่ะ” อังศุมาลินปลดมือตัวเองออกมา “แม่ปิดประตูชานเรือนเลยนะคะ ถ้าใครมาเรียก...ก็อย่าเปิด”
อังศุมาลินรีบวิ่งลงเรือนไป
“อย่า..ยัยอัง! อย่าไป! กลับมาก่อนอังศุมาลิน..อย่าไปลูก”
แม่อรตามมาแค่หัวบันได มองตามไป หน้าซีด อังศุมาลินวิ่งหายไปในความมืดแล้ว


อังศุมาลินวิ่งหน้าตั้ง มุ่งตรงไปยังท้ายสวน ในแสงจันทร์ มองเห็นทาง แต่มีบางช่วง ที่ต้นไม้ใหญ่บังตะคุ่ม
สีหน้าอังศุมาลินร้อนรนสุดๆ หยุดยืน หอบๆ ฟังเสียง แต่เงียบ มีแต่เสียงแมลงกลางคืน
อังศุมาลินวิ่งต่อ

ขณะเดียวกันโกโบริถือดอกราตรี ที่แอบเด็ดมาช่อเล็กๆ ดมมาระหว่างทาง
หมอทาเคดะถาม “ดอกไม้-หอน-ไหม…” แต่พูดผิด
โกโบริแก้ให้ “หอม.. ไม่ใช่-หอน”
ทั้งสองหนุ่มหัวเราะกัน
“หอม...ไหม…” หมอถามอีก
“หอม....มาก...” โกโบริลากเสียง
ทั้งสองหัวเราะดังขึ้น
ทันใดนั้น ก็มีชายสองคน ที่มีผ้าเก่าๆ คลุมหน้าคลุมตา กระโดดเข้ามายืนขวาง พร้อมดาบในมือ ทั้งสองคนฟันแบบเอาตาย โดยหนึ่งในนั้นโถมตัวเข้ามาฟันเต็มหลังโกโบริแบบสุดแรง โกโบริล้มคว่ำลงไป ยังไม่ทันตั้งตัว
หมอทาเคดะตกใจร้องเอะอะเป็นคำญี่ปุ่น “เฮ้ย มึงเป็นใคร” / “อะไรกันวะ” / “โกโบริ เป็นไงมั่ง”
หมอกระโดดจะเข้าไปช่วยโกโบริ ทันใด อีกคนเข้าฟันที่เฉียงไหล่ หมอทาเคดะเห็น และหลบทัน โดนไปเฉียดๆ กระเป๋าหมอตกกระจายในความมืด
หมอทาเคดะหันมาสู้กะคนที่ฟันตน
โกโบริได้สติ โงหัวขึ้นมา คนที่ฟันโกโบริ โดดเข้าไป คิดจะฟันซ้ำ โกโบริพลิกหลบทัน คนๆ นั้นตามไล่กระทืบ
จังหวะนั้นอังศุมาลิน วิ่งมาตามทาง สะดุดล้มลง แล้วเงยหน้าขึ้นมา ได้ยินเสียงการต่อสู้
โกโบริกลิ้งตัวหลบการพยายามไล่ฟันซ้ำ แล้วจังหวะหนึ่ง สอดขาเข้าขัดคาคนที่ไล่ฟัน คนนั้นล้มลง
อังศุมาลินลุกมา พยายามนิ่งฟัง จนจับทิศทางเสียงการต่อสู้ได้
อังศุมาลินรีบวิ่ง และส่งเสียงสุดเสียงไปทางนั้น “หมอคะ หมอ..โกโบริๆ หมอทาเคดะ!”
ชายที่ปิดหน้าตาทั้งสอง ได้ยินเสียงอังศุมาลิน หันมาสบตากัน แล้วคนหนึ่ง ก็กระโดดถีบหมอเซไป แล้วรีบเผ่นเป็นคนแรก
ร่างหมอเซไปปะทะต้นมะพร้าว จุกอยู่ตรงนั้น พยายามทรงตัว หันมาทางโกโบริ
ชายที่ฟันโกโบริ รีบตะกายลุก แล้วเผ่นไปอีกทางหนึ่ง
โกโบริยังนอนอยู่ที่พื้น พยายามทรงตัวขึ้นมา แต่ไม่ไหว ฟุบลงไปอีก
หมอรีบเข้ามาประคองโกโบริ
“โกโบริๆ เป็นยังไงบ้าง”
โกโบริคราง “ผม เจ็บ เจ็บมาก”
“ลุกไหวไหม”
โกโบริพยายามลุก แต่กลับทรุดลงนอนคว่ำอีก พร้อมกับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
อังศุมาลินวิ่งมาถึงพอดี เห็นภาพเป็นโกโบริกำลังนอนคว่ำ หมอกำลังช่วย ตะโกนออกไป
“ใคร..เป็นอะไรมากมั้ย..นั่นใคร”
หมอทาเคดะ หันมา
“โปรดช่วยผมหน่อย”
ทาเคดะใช้แรงทั้งหมด พยายามยกโกโบริแต่ไม่ไหว
“เป็นอะไรมากมั้ยคะ”
ทาเคดะมองเห็นหน้าอังศุมาลิน ดีใจมากๆ “คุณ..คุณมา..พอดี..ช่วยด้วยครับ..คุณ”
อังศุมาลินยังเห็นไม่ถนัดว่าเจ็บแค่ไหน ตรงไหน “หมอ..เป็นอะไรบ้างหรือเปล่าคะ”
“ผม-ไม่เป็นอะไร แต่ โกโบริ…”
“ตาย...ตายหรือคะ” อังศุมาลินหมดแรง ร่างเกือบทรุด
โกโบริพยายามจะดันตัวลุกขึ้นอีก แต่ก็ฟุบลงไปอีก ครางออกมาอย่างเจ็บเอามากๆ
อังศุมาลินดีใจ “ยังไม่ตาย”
ทาเคดะรีบบอก “ถ้า-พากลับอู่ ต้อง-ข้าม-สะพาน-ต้นมะพร้าว-..คงไม่ไหว”
“เอาไปที่บ้านก่อนก็ได้ค่ะ”
อังศุมาลินกับหมอเข้ามาพยุงโกโบริคนละข้าง
ทั้งสองมองหน้ากัน นัดแนะจังหวะโดยไม่ต้องพูด ฮึบ...ขึ้นมา โกโบริก็พยายามจะช่วยตัวเองโดยยืนบนขาทั้งสองให้ได้
พอโกโบริอยู่ในท่ายืน แต่ร่างโงนเงนเพราะไม่มีแรง หมอทาเคดะก็เอาแขนข้างหนึ่งของโกโบริพาดบ่าตน
อังศุมาลินมองวิธีของหมอ แล้วทำบ้าง เอาแขนโกโบริพาดคอตน มือโกโบริข้างหนึ่ง วางมาบนบ่าอังศุมาลิน
แต่แล้วอังศุมาลินก็ต้องผงะ แทบกรี๊ดออกมา
มือของโกโบริข้างนั้น มีเลือดที่ไหลนองมาตามแขนแล้วไหลย้อยมาตามมือและนิ้ว ในแสงเพียงสลัว แต่ก็มองเห็นเลือดสีคล้ำ ที่ไหลหยดมาบนมือ ไหลมาตามปลายนิ้ว หยดลงบนเสื้ออังศุมาลินข้างหน้าจนแดงฉาน
“ใคร..ทำอะไร..เกิดอะไรขึ้น” โกโกริพูดได้เท่านั้นก็สลบ นิ่งไปบนไหล่อังศุมาลิน
“เร็วๆเข้าเถอะค่ะ หมอ เลือดออกมาก..สงสัยสลบไปแล้วค่ะ”

ทั้งสองพยายามแบกร่างไร้สติของโกโบริไปอย่างเต็มกำลัง
คู่กรรม ตอนที่ 5 (ต่อ)

ฝ่ายแม่อรยืนรอกระวนกระวาย ถือตะเกียงชูส่องดูทางอยู่ที่หน้าบันได สักครู่จึงเห็นอังศุมาลิน และหมอทาเคดะ ช่วยกันประคองโกโบริถูลู่ถูกังมา

แม่อรตกใจรีบลดตะเกียงลง แล้วตะโกนถาม “อะไรกันน่ะ อะไรกัน”
อังศุมาลินรีบบอก “หมอกับโกโบริถูกฟันค่ะแม่”
แม่อรวางตะเกียงลงบนพื้น แอบไปด้านหนึ่งหน้าซุ้มประตู แล้ววิ่งลงมาช่วยอีกแรงอย่างไม่พูดจาอะไรอีก สบตาอังศุมาลิน แล้วส่ายหัว กลุ้มสุดๆ
“เอ้า..มาๆ แม่กับอังสองคนดึงไหล่ หมอช่วยดันขึ้นมานะคะ หมอ เข้าใจไหม”
“เข้าใจ เข้าใจ”
หมอบอก จากนั้นทั้งสามก็พยายาม ช่วยกันพาโกโบริปีนขึ้นบันไดเรือนไป
“โอ๊ย..บันไดบ้านเราก็ชันเสียด้วย แต่ปล่อยไว้ข้างล่าง..กลัวพวก..โจร..มันจะมาซ้ำน่ะสิ เอ้า ฮึบ..ฮึบ พ่อดอกมะลิ ได้ยินไหม ช่วยกันหน่อยนะ ช่วยกันหน่อย” แม่อรบอกอย่างกันเอง
โกโบริปรือตามองแต่ไม่เห็นสิ่งใด พยายามช่วยประคองตัว ก้าวขึ้นบันไดอย่างสุดความสามารถ
อังศุมาลินกับแม่ พยายามพยุงบ่าโกโบริคนละข้าง มีหมอทาเคดะดันก้น คอยดูแลท่อนล่าง จับขาให้ก้าวขึ้นทีละก้าวกับขั้นบันได ทุกคนเหงื่อตก
จังหวะที่หมอทาเคดะดันอยู่ พอเงยหน้ามองขึ้นไปทางข้างหลัง แล้วต้องผงะ เมื่อเห็นเลือดโกโบริแดงชุ่มโชกเต็มหลังเสื้อ ตรงตัวเสื้อเองก็โดนฟันขาดแบะตลอดสะพายแล่ง เลือดไหลแล้วหยดลงมาเรื่อยๆ ยังกะน้ำตก

ตรงยกพื้นบนเรือนอังศุมาลิน หมอทาเคดะ วางตะเกียงในตำแหน่งเหมาะสม เพื่อดูอาการของโกโบริให้ถนัด
โกโบริ นอนคว่ำเหยียดยาวบนยกพื้นกลางเรือน หน้าที่ตะแคงอยู่ตาหลับ หน้าซีดขาว ข้างหลังเสื้อชุดทหารแดงฉานชุ่มโชกเลือด
ทุกคนต่างเร่งรีบ เพื่อช่วยชีวิตโกโบริ
ที่ในครัว แม่อรพัดไฟ เร่งถ่าน บนเตามีกาน้ำตั้งอยู่ แม่อรพยายามเร่งให้ไฟร้อน จะได้เดือดรวดเร็ว
อังศุมาลินอยู่หน้าตู้ใหญ่เก็บของประจำบ้าน กระชากลิ้นชักหาของมือสั่น ได้สำลี ยาแดง ทิงเจอร์ ผ้าพันแผล กรรไกร รีบรวบรวมทุกอย่าง แล้วรีบไป
หมอทาเคดะกำลังนั่งคุกเข่าดึงชายเสื้อโกโบริที่ขาดเป็นแนวยาวเพราะโดนคมดาบผ่าทั้งหมดออกจากที่เหน็บเอวกางเกงไว้ แล้วเล็งๆว่าจะเอาไงดี อังศุมาลินมาคุกเข่า วางของต่างๆ ให้ตรงหน้า
“มีแค่นี้ค่ะ สำลี ผ้าพันแผล ยาใส่แผลสด กรรไกร”
หมอหยิบยาแดง ทิงเจอร์มาดู แล้วพยักหน้า
จากนั้นหมอทาเคดะพลิกร่างโกโบริให้ตะแคงนิดๆ พยักหน้า บุ้ยใบ้เป็นเชิงว่าให้จับโกโบริไว้ในท่านี้ก่อน “คุณ..ช่วยผม..ด้วย..หน่อย”
อังศุมาลินรีบจับตัวโกโบริไว้ ค้างอยู่ในท่านั้น
หมอทาเคดะเอากรรไกรตัดเสื้อโกโบริ จากคอเสื้อด้านข้าง ผ่าตลอดตามยาวเสื้อมาถึงชายเสื้อ เผยให้เห็นแผ่นหลังโกโบริ ที่เป็นแผลฉกรรจ์ โดนฟันลึกจนเห็นรอยเนื้อขาวเหวอะ เลือดยังซึมเยิ้ม ไหลไม่หยุด ที่เริ่มแข็งตัว ก็เกาะตัวเกรอะกรังน่าสยอง
อังศุมาลินทำหน้าสยองสุด
หมอทาเคดะพูดเรียบๆ “แผลลึกมาก -ต้องเย็บ”
อังศุมาลินหน้าซีดหนัก “ยังไงล่ะคะ เครื่องมือก็ไม่มีด้วย”
หมอทาเคดะหนักใจ “กระเป๋าผม..ตก ตอนต่อสู้กัน ของ-กระเด็น-คงหายไปหมดแล้ว ถ้ากลับไปเอาที่อู่ กว่าจะกลับมา กลัว-เลือด-จะไหลมากๆ ออกมา...จนหมดตัว”
โกโบริค่อยๆกระพริบตา เหมือนได้สติวูบมา ขยับตัวจะออกจากการจับยึดโดยสัญชาตญาณ
อังศุมาลินกดมือลงเบาๆ พูดอย่างสงบ เหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ “อย่าค่ะ..อย่าพลิกตัว” พอนึกได้ บอกเป็นภาษาญี่ปุ่น “อยู่นิ่งๆ คุณได้รับบาดเจ็บนิดหน่อย อย่าตกใจนะคะ หมอกำลังหาทางช่วยอยู่”
โกโบริสงบลงไป หลับตาลงใหม่ เหมือนจะหมดสติไปอีก
หมอทาเคดะพูดเบาๆ กลัวโกโบริได้ยิน “คุณมีด้าย เข็มเย็บผ้า และแอลกอฮอล์ไหม”
แม่อรยกกาน้ำร้อน พร้อมภาชนะที่รอง และผ้ารองใต้กามาวาง นั่งลงดู
“สาหัสมากไหม จะถึง..ตายไหมลูก..โธ่”
อังศุมาลินเสียงแห้งผากขณะบอก “หมอขอเข็มเย็บผ้า ด้าย แอลกอฮอล์ค่ะ”
แม่อรหน้าซีด “อะไรกัน จะเย็บอย่างนี้นะเรอะ”
“เร็วเถอะค่ะ..แม่..เดี๋ยวเลือดจะออกมาก”
แม่อรรีบลุกไป

หมอทาเคดะที่ถกแขนเสื้อขึ้นเหนือศอกล้างมือด้วยสบู่ด่างในขัน พยายามให้สะอาดสุดความสามารถ อยู่ที่ตุ่มตรงชานบ้าน แม่อรช่วยเอาขันตัดน้ำ เท-รดล้างให้ซ้ำๆ
อังศุมาลินล้างมือจนสะอาด แม่อรช่วยราดน้ำให้
ข้างๆโกโบริ มีถาดของที่บ้าน วางสำลี ผ้าพันแผล ทิงเจอร์ แอลกอฮอล์ล้างแผล เข็ม ด้าย กาน้ำร้อน ภาชนะสำหรับใส่น้ำ
อังศุมาลินยัดหมอนรองใต้ตัวโกโบริ แล้ววางตัวโกโบริลง ในตำแหน่งที่น่าจะดีสำหรับที่หมอจะเย็บแผล
หมอมานั่งลง รินน้ำร้อนลงภาชนะ ควันโขมง / อังศุมาลินเอาเข็มเย็บผ้าหลายเล่ม มาแช่ในน้ำร้อน / ทิงเจอร์ถูกหมอรินลงแก้ว / อังศุมาลิน เอาเข็มที่ถูกนำขึ้นจากน้ำร้อน มาร้อยด้าย ด้วยความยาวที่ไม่ยาวนัก / หมอเอาเข็มที่ร้อยด้ายแล้ว แช่ในแก้วทิงเจอร์เป็นแถวรอบๆ
อังศุมาลินมอง ลุ้นๆ นั่งข้างคอยช่วย
แม่อร ยืนห่างออกไป มองมาแบบไม่อยากจะเห็น สลับกับมองออกไปหน้าบ้าน ว่าจะมีคนมาหรือเปล่า
หมอหยิบสำลีมาชุบๆๆ แอลกอฮอล์ แล้วค่อยๆ เช็ดแผลอย่างประณีต
โกโบริได้สติมาอีกครั้ง แล้วขยับตัว ทำให้แผลขยาย เลือดปรี่ออกมาอีก โกโบริสะดุ้งเฮือก ทำเสียงอึกเพราะเจ็บแปลบขึ้นมา
อังศุมาลินแตะแขน บอกเบาๆ “กรุณานอนนิ่งๆค่ะ หมอกำลังทำแผล”
โกโบริหันมา จนเห็นหน้าหมอ มีสติเต็มร้อย “เกิดอะไรขึ้น หมอ..?”
“มีคนดักทำร้าย ตอนที่เราจะกลับอู่ ที่ทางเดินในสวน..ด้านหลัง”
“นั่นสิ รู้สึก..ว่าเจ็บมาก..ยังกับโดนฟ้าผ่า หมอล่ะ เป็นยังไงบ้าง”
“นิดหน่อย..โดนที่ไหล่ขวา แต่มันพลาดไป”
โกโบริพูดไทย “ใคร”
หมอทาเคดะเหลือบมองอังศุมาลินแว้บหนึ่ง อังศุมาลินผงะ ตัวแข็งชา
ทาเคดะพูดเสียงเรียบๆ “ไม่รู้ใคร มา 2 คน ยังดี คุณอังศุมาลินตามไปช่วยทัน..มันเลยหนีไป”
โกโบริเหลือบตาไปทางอังศุมาลินนิดหนึ่ง ทอดเสียงยาวๆ แปลกๆ “อ๋อ..เหรอ…” ทอดแววตาไปอีกทาง ดูอ่อนเปลี้ย ท้อใจ ก่อนจะหลับตาลง

อังศุมาลินหน้าซีดเผือด หวั่นๆ ในใจ หันไปมองแม่ที่ยืนห่างๆ แม่อรหันมาสบตา อึ้งๆ กันไป
ฝ่ายสองคนวิ่งหนีกันมาตามทางริมน้ำในสวนซึ่งมืดๆ ตาบัววิ่งนำ ตาผลวิ่งอยู่ข้างหลัง จังหวะหนึ่งตาผลหยุดกึก ลิ้นห้อย หอบแฮ่กๆ ตาผลหันไปมองหลังดูว่ามีใครตามมาไหม เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร เลยตะโกนบอกตาบัวที่วิ่งนำไป

“เฮ้ย..ไม่ต้องวิ่งแล้ว มาไกลขนาดนี้..แฮ่กๆๆๆ ไม่มีใครตามทันแล้ว โอ๊ยย”
“นั่นสิ ข้าก็ว่า..แฮ่กๆ วิ่งมาเป็นชั่วโมงแล้ว ป่านนี้คงถึงบางพลัดแล้วกระมัง” ตาบัวว่า
ตาผลปลดผ้าคลุมหน้าออก “ข้า..ข้า..หาย..ใจ ไม่ออก”
“เฮ้ยๆ เป็นไรๆ”
“มัน..แน่น..แน่น..หน้าอก..สงสัย ข้าจะ..เป็น..ลม” ตาผลล้มหัวทิ่มลง ดาบหล่นจากมือ
ตาบัวตกใจ “ไอ้ผลๆๆ”
ตาผลครวญคราง “ช่วยข้า..ด้วย..ไอ้บัว..อย่า ปล่อยให้..ข้า ตาย”
ตาบัวรีบเข้าไปเขย่าตัว “ไอ้ผลๆ ถึงเอ็งจะตาย..ชีวิตเอ็งก็คุ้มค่าแล้ว เพราะเอ็งคือ…มือดาบ...ที่ปลิดชีวิตไอ้นายช่างโกโบริ เอ็งฆ่าญี่ปุ่น ศัตรูของชาติ เอ็งคือผู้กล้าหาญของชาวไทย ข้าจะจารึกชื่อของเอ็งไว้ที่กำแพงวัด”
ตาบัวรีบดึงคอเสื้อตาผลขึ้นมาจนเสื้อรัดคอ
“ไอ้บัวๆๆ ปล่อยย เว้ยย.. ข้าจะตายเพราะโดนเอ็งรัดคอนี่แหละ.. นี่ๆ..แกว่า..นายช่างมันตายแล้วแน่เหรอวะ” ตาผลชักไม่แน่ใจผลงาน
“มันล้มคว่ำแน่นิ่งไป..แล้วข้าได้ยิน..ตอนเอ็งฟันมัน..เสียงดังชัวะ..ยังกะฟันหยวก เลือดพุ่งออกมาเป็นสาย”
“เออๆ ไม่ตาย.. มันก็เลี้ยงไม่โตล่ะวะ”
สองคนหัวเราะเสียงดังชอบอกชอบใจ
ทันใด แสงไฟฉายกราดมา ทั้งสองเงียบกริบ รีบกลิ้งตัวหลบ
คนที่เดินฉายไฟมาคือกำนันนุ่มนั่นเอง กำนันฉายไฟมาบนพื้นแล้วผงะ เห็นดาบที่หล่นอยู่ที่พื้นมีเลือดเปรอะ
กำนันฉายไฟไปใกล้ๆ ก้มลงมองงงๆ แล้วค่อยเก็บดาบขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ไม่ให้มือโดนเลือด
ตาบัวกะตาผล สบตากันซีด ก้มหัวหลบนิ่งเอามือปิดปาก เงียบกริบ
กำนันเอาไฟฉายส่องดาบที่คม มีคราบเลือดสดติดเป็นแห่งๆ กำนันมองรอบๆ อย่างระวัง ระแวง

ฝ่ายโกโบรินอนคว่ำ ตะแคงหน้าไปคนละทางที่อังศุมาลินและหมอนั่งอยู่ ทั้งคู่กำลังเตรียมเย็บแผลอยู่ด้านหลัง
แม่อรเดินถือขันน้ำเข้ามานั่งข้างหน้าโกโบริ บิดผ้าขนหนูที่อยู่ในนั้นแล้วเช็ดหน้าตาให้ รวมถึงคราบเลือดที่หลงเหลือตามที่ต่างๆ
โกโบริมองอย่างรู้คุณ “ขอบ..คุณ..ครับ”
แม่อรสงสารจับใจ “พ่อคุณ..ไม่น่าเลย”
แม่อรหันมาสบตาลูกสาว อังศุมาลินก้มหน้า หลบตาแม่
“ยายอัง.. ช่วยพ่อดอกมะลิหันหน้าไปอีกทางซิ”
ไม่ทันที่อังศุมาลินจะยื่นมือเข้ามาช่วย โกโบริก็หันหน้ากลับไปเอง มองอังศุมาลินอย่างเรียบเฉย แม่อรเขยิบไปเช็ดหน้าอีกด้าน หนักใจ หันไปมองไปทางหมอกำลังหยิบเข็มที่ลวกแล้วขึ้นมาวางบนลำสีสะอาด ตกใจ
“ตายแล้ว.. นี่ใจคอจะเย็บกันสดๆ ทั้งอย่างนี้เหรอ..ยาสลบสะหลับก็ไม่เห็นมี”
หมอทาเคดะพยักหน้าให้ หน้าเครียด มือหมอกำลังปั้นสำลีเป็นก้อนๆ แยกไว้ต่างหาก
แม่อรหันไปดูหน้าโกโบริ ที่หลับตาอยู่ มองที่แผลฉกรรจ์ ก้มเก็บอุปกรณ์การเช็ดหน้า แล้วน้ำตาคลอ
“เข็มตำมือเรานิดเดียว ยังแทบตาย..นี่เย็บเข้าไปดื้อๆ มิแย่หรือ” พลางจ้องมองอังศุมาลินอย่างเจ็บใจลูกตัวเอง ที่มีส่วนทำให้เกิดเรื่อง
หมอทาเคดะเริ่มหยิบเข็มที่ร้อยด้ายแล้วขึ้นมา หันมามองหน้าอังศุมาลิน
“คุณต้องเป็น-ผู้ช่วยหมอ -ด้วยความจำเป็นแล้ว.. คุณ-ไม่กลัว-แน่ๆ นะครับ”
อังศุมาลินมองหน้า หนักแน่น ตั้งใจจริง “ไม่กลัวค่ะ”
หมอทาเคดะจับแขนโกโบริ แตะมือเรียก “โกโบริ คุณทนได้ไหม เดี๋ยวจะเย็บแผลให้”
โกโบริขยับนิดนึง ปรือตาขึ้นมา อ่อนเพลียจัด “ฮื่อ…”
อังศุมาลินมองสภาพ โกโบริสงสารจับใจ “หมอ..ถ้าฉันวิ่งไปเอายาชาที่อู่มาให้…ใกล้แค่นี้คงไม่ถึง…20 นาที…หมอจะห้ามเลือดรอ”
อังศุมาลินพูดพลางทำท่าจะลุกขึ้น ออกไปจริงๆ
โกโบริเหลือบตามามองนิดหนึ่ง “ไม่เป็นไร”
อังศุมาลินหยุด มองงงๆ
“ผมคง-ไม่เจ็บ-ไปมากกว่านี้”
โกโบริมองเข้าไปในดวงตาของอังศุมาลิน
หมอทาเคดะอธิบายกับอัง ใช้ภาษามือประกอบ “ไม่ต้องไป กลางคืน- มืด ไม่มีคนรู้-ว่ายา-อยู่ตรงไหน -จะ-ไม่ทัน-เวลา”
อังศุมาลินค่อยๆ กลับมานั่งลงที่เดิม ไม่กล้าสู้หน้าโกโบริ
“ตอนนี้คุณ-ช่วยจับ-แผล ให้ติด เรียบร้อย ตอนผม- เย็บแล้ว-ช่วย-ดู-อย่าให้ แผล ยับ หรือ ทับกัน ไม่- มีระเบียบ ตอนผม ผูก..ด้าย”
อังศุมาลินรับคำด้วยสุ้มเสียงแน่วแน่ “ค่ะ!”
หมอทาเคดะตั้งสติ มองแผลที่ทำความสะอาดแล้ว แล้วหันมาสบตาอังศุมาลิน
อังศุมาลินกัดฟัน แล้วใช้ทั้งสองมือ แตะขอบแผลสองข้างให้มาติดกัน หมอทาเคดะบอกช้า
“บีบ-ให้ เนื้อ ที่ติดกัน -สูงขึ้น- เพราะเข็มนี้ -ไม่ใช่เข็ม-ที่-โค้งงอ-ขึ้น เย็บลำบาก”
อังศุมาลินขบฟันแน่น ทำตามสั่ง เลือดโกโบริยังไหลซึมออกมาเปื้อนมืออังศุมาลิน หมอทาเคดะแทงเข็มด้วยความมั่นใจ จึ้กหนึ่ง ปักลง แล้วแทงขึ้นอย่างเร็วเหมือนเย็บผ้า
คุณแม่อรรีบหันหลัง หลับตาปี๋ ทนดูไม่ได้
โกโบริสะดุ้ง ขบฟันแน่น เบือนหน้าออกไปอีกทางที่อังศุมาลินนั่งอยู่ เห็นบริเวณเนื้อสั่นระริก
“คุณ-แต่ง รอยเย็บ ให้เรียบ เมื่อแผลหาย จะได้ไม่-เป็นแผล-นูนๆ-น่าเกลียด”
หมอทาเคดะผูกปม อังศุมาลินจับเนื้อไว้ ให้เรียบและเนียนติดกันดีๆ
“คุณแม่.. ซับเลือดตรงนี้ให้หน่อย” หมอพูดญี่ปุ่นแล้วมองหน้าอังศุมาลิน ประมาณจะให้ช่วยแปลด้วย
อังศุมาลินหันมามองหน้าแม่ แปล “แม่คะ หมอขอ..ให้ช่วยซับเลือดด้วยค่ะ”
แม่อรสยองมาก แต่กัดฟัน ช่วยทำ หมอทาเคดะตัดด้ายที่ผูกออก ใช้วิธีเย็บขึ้นลงที แล้วผูก 1 ปมทันที แล้วเย็บใหม่
โกโบริสะดุ้ง เหงื่อแตก กัดฟันแน่น อังศุมาลิน ตั้งอกตั้งใจ ทำงานอย่างมุ่งมั่น จริงจัง ไม่มีสีหน้าหวาดกลัว เมื่อจบด้ายของเข็มแรก ก็เอาเข็มใหม่ที่ฆ่าเชื้อและร้อยด้ายไว้ ส่งให้หมอ
หมอทาเคดะทำไป ยกแขนเอาไหล่ซับเหงื่อไป
 
ส่วนแม่อรคอยช่วยซับเลือดไปเรื่อยๆ แอบพนมมือไหว้คุณพระคุณเจ้า พึมพำ พุทโธๆๆ
ทางด้านกำนันนุ่มเห็นว่าสถานการณ์ไม่ชอบมาพากล ส่องไฟไปมา เดินหารอบๆ ท่าทางพร้อมลุยตาบัวกะตาผล ซุ่มนิ่ง

กำนันกระชับดาบนั้น วัดแรง น้ำหนักดาบในมือ คิดๆ แล้วเดินต่อไป
“ชิบแล้ว..กำนันเอาดาบข้าไป” ตาผลคราง
“ชู่ววว…” ตาบัวจุ๊ปาก
“บัว..เอ็งไปเอาดาบข้ามาคืนที”
ตาบัวร้องห้ามอีก “ชู้ววว..เอ็งอยากติดคุกข้อหาฆ่าคนตายเหรอวะ”
“แต่ข้าฆ่าญี่ปุ่นนะเว้ย ไม่ได้ฆ่าคน”
“แล้วญี่ปุ่นไม่ใช่คนรึไงวะ”
“ก็คนไง..แต่มันเป็นพวกคนที่เป็นศัตรูของคนไทย ของชาติไทย!”
“แต่มันคือมหามิตรของรัฐบาลไทย เอ็งอย่าลืม ถ้าโปลิสของรัฐบาลไทยจับเอ็งได้ ว่าเอ็งฆ่าฟันมิตรภาพของเขา เอ็งอาจจะโดนยิงเป้าก็ได้”
ตาผลร้อง “หา…”
“อ้าว ก็เราอยู่ในระหว่างสงคราม เขาต้องขึ้นศาลทหารกัน แล้วคราวที่แล้ว เอ็งโดนกรอกน้ำมันไปแล้ว คราวนี้..ก็ยิงเป้าแน่นอน”
“งั้น..ถ้า..ถ้ากำนันจำดาบข้าได้ล่ะ กำนันก็ต้องรู้ ..ว่าข้า..เพิ่งไปฟันคนมา” ตาผลโวยวายไม่เลิก
“นั่นสิดาบประจำตระกูลตกทอดมาตั้งแต่สมัยปู่เอ็งไปปราบฮ่อซะด้วย” ตาบัวว่า
“ใช่..มีแกะสลักชื่อวงศ์ตระกูลด้วย”
ตาบัวฉงน “...วงศ์ตระกูลอะไรวะ”
“วงศ์ตระกูลอินทรสุระเสนา” ตาผลบอก
“ฮ้า..วงศ์ตระกูลของเอ็ง..คือตระกูล..อินทระ..อะไรเนี่ย” ตาบัวอย่างทึ่ง
“ป่าว..ตระกูลของ..เจ้าของดาบ..ที่ปู่ข้าไปโขมยมา”
ตาบัวฟังแล้วเซ็ง

ส่วนที่บนเรือนอังศุมาลิน หมอทาเคดะเอาทิงเจอร์ ทาเบาๆ ไปบนแผลที่เย็บเสร็จ แผลยาวจากไหล่ พาดเฉียงไปถึงกลางหลัง เย็บเป็นรอยฝีเข็มสม่ำเสมอ 1 ข้อ ต่อ 1 ปม ยาวเท่าตะขาบยักษ์ 3 ตัวต่อกัน
โกโบริกัดฟันแน่น หายใจสม่ำเสมอ แบบคนตั้งสมาธิแน่วแน่ อังศุมาลิ
กำลังโหลดความคิดเห็น...