xs
xsm
sm
md
lg

เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 15

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 15

กะละแมยังคงนั่งเหม่ออยู่หน้าบ้าน เห็นสมุนนุ้ยเดินมารับพวกนักพนัน แล้วเดินเข้าไปที่หลังบ้านบริเวณบ่อน กะละแมมองพวกนักพนัน ด้วยความสงสัย และตัดสินใจเดินตามไป

กะละแมแอบเดินตามพวกสมุนนุ้ย และนักพนันไปที่หลังบ้าน เห็นพวกนักพนันและสมุนนุ้ยเดินเข้าไปห้องหนึ่งที่อยู่หลังบ้านและปิดประตู กะละแมเดินตามไปจนถึงประตูเข้าบ่อน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากรู้ว่าห้องอะไร กะละแมเอื้อมมือไปจะเปิดประตู ทันใดนั้นเอง เสียงก๋อยก็ดังขึ้น
“เฮ้ย!!!..” ก๋อยพูดเสียงดุ “มาทำอะไรแถวนี้”
กะละแมสะดุ้งตกใจ หันไปเห็นก๋อยยืนอยู่ หน้าถมึงทึงอยู่
กะละแมพยายามแก้ตัว “เอ่อ...คือเออ...ฉันเดินมั่วๆ แล้วก็หลงทางมาแถวนี้น่ะ...” พร้อมกับยิ้มสู้ “ว่าแต่นี่ห้องอะไรหรือจ๊ะ”
“ห้องอะไรแล้วเสือกไรด้วย กลับห้องแกนู่นไป อย่าคิดว่าเป็นเด็กพี่ดวงแล้วจะมาทำซ่าส์นะเว้ย หัดเจียมตัวไว้บ้าง” ก๋อยถกแขนเสื้อขึ้นขู่ ทำกร่าง
“จ้ะๆ” กะละแมจะไป
ก๋อยเรียกไว้ “เดี๋ยว” กะละแมหันกลับมาหา “แล้วแกเห็นอะไรในห้องนี้บ้าง”
“ไม่เห็นอะไรเลยจ้ะ”
“ไม่เห็นก็แล้วไป...คราวหน้าคราวหลังก็อย่ามาเดินมั่วแบบนี้อีก ระวังจะตายไม่รู้ตัว” ก๋อยตะคอกใส่หน้า “เข้าใจมั้ย”
ก๋อยปากเหม็นมาก กะละแมรีบเอามืออุดจมูก “ขะ...ขะ...เข้าใจจ้ะ...งั้นฉันไปนะ” แล้วรีบเดินหันหลังกลับไปที่พักตัวเอง
ก๋อยหรี่ตามองตามกะละแม ไม่ค่อยไว้ใจ

คืนนั้นแก้วไวน์สองแก้วชนกันเสียงดัง...กริ๊ง!!! ฉลองในความสำเร็จ เป็นมิ้วกับกิมเอ็งกำลังชนแก้ว หน้าบานสีหน้ามีความสุขสุดฤทธิ์ที่กำจัดกะละแมได้
“วันนี้เป็นวันที่มิ้วมีความสุขที่สุดในรอบปีเลยค่ะคุณแม่ เราสามารถกำจัดเสี้ยนหนามอย่างนังกะละแมออกไปได้ ต่อไปนี้ก็จะไม่มีนังร่างทรง มาขวางหูขวางตาเราอีกแล้ว”
“คุณแม่ก็ดีใจ เห็นมั้ยคะว่าคนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ในที่สุดเราก็ตีแผ่ความจริงออกมาจนได้” มิ้วยิ้มแฉ่ง “แต่คุณลูกอย่าเพิ่งนิ่งนอนใจนะคะ จะต้องติดตามผลเรื่องคุณชิณต่อไป คุณแม่เห็นแววตาคุณชิณที่มองนังกะละแมแล้วคุณแม่ไม่ค่อยไว้ใจเลยค่ะ”
ฟังแล้วมิ้วนึกกังวล “มิ้วก็เครียดเรื่องนี้อยู่เหมือนกันค่ะคุณแม่ มิ้วว่าตอนนี้เรื่องคุณป้าไม่ใช่ปัญหาแล้วล่ะค่ะ แต่ปัญหาใหญ่คือพี่ชิณมากกว่า ถ้าพี่ชิณหลงเสน่ห์กะละแมขึ้นมาจริงๆ เราแย่แน่ๆ”
“ไม่ใช่แย่ธรรมดานะคะ แย่โคตรๆ...ยิ่งตอนนี้ธนาคารก็โทรมาทวงหนี้ยิกๆๆๆ เรามีเวลาเหลือไม่มากแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้เราต้องเร่งปิดจ็อบ ทำยังไงก็ได้คุณชิณไม่ติดต่อกับนังกะละแม และยอมร่วมหอลงโลงกับคุณลูกให้ได้”
“ร่วมหออย่างเดียว แต่ไม่ลงโลงได้มั้ยคะคุณแม่”
กิมเอ็งระอาลูกสาวสมองน้อย ถอนหายใจเฮ้อ.. “มันเป็นสำนวนค่ะคุณลูก อย่าคิดมาก”
“โอเค ไม่คิดมากค่ะ” มิ้วตอบอย่างมาดมั่น “ได้เลยค่ะคุณแม่ มิ้วพร้อมลุยค่ะ”
มิ้วกับกิมเอ็งพยักหน้าให้กัน ลุย!

เช้านั้นพอฉายตะวันเดินลงมาที่ห้องรับแขก ก็ต้องมองด้วยความแปลกใจ
“คุณนายกิมเอ็ง หนูมิ้ว มากันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรเร่งด่วนหรือเปล่า”
สองแม่ลูกนั่งประกบ เริ่มใส่ไฟทันที กิมเอ็งเริ่มก่อน
“ที่มาแต่เช้าก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ แค่อยากมาเตือนคุณพี่เรื่องคุณชิณ”
ฉายตะวันฉงน “เตือน? เตือนเรื่องอะไร หรือว่ายังมีอะไรเกี่ยวกับชิณที่ฉันยังไม่รู้อีก”
กิมเอ็งมองซ้ายมองขวาไม่เห็นชิณเลยรีบเมาท์ “คุณน้องว่าตอนนี้คุณพี่ต้องคอยจับตาดูคุณชิณให้ดีๆ คุณชิณไม่หยุดเรื่องกะละแมไว้แค่นี้แน่”
“แต่เมื่อวานฉันก็พูดกับชิณไปชัดเจนแล้วนะ ชิณคงไม่กล้าไปยุ่งกับกะละแมอีก” ฉายตะวันว่า แต่ก็หวั่นใจอยู่ลึกๆ
“คุณพี่จะแน่ใจได้ยังไงคะ คุณพี่เองก็เคยหลงเสน่ห์มันมาแล้ว น่าจะรู้ดีว่าลูกอ้อนมันน่ากลัวขนาดไหน แล้วผู้ชายวัยสามสิบกว่าๆ แบบคุณชิณ เห็นเด็กสาวหน้าใสๆ แบบนั้น จะใจแข็งได้สักแค่ไหนกันเชียว”
ฉายตะวันเริ่มกลัวว่าจะเป็นจริง
มิ้วผสมโรง “ใช่ค่ะ...ถ้าคุณป้าไม่เชื่อก็คอยดูนะคะ วันนี้พี่ชิณต้องรีบออกไปหานังกะละแมแต่เช้าแน่ๆ”

ฉายตะวันฟังแล้วก็เริ่มคิด....หวั่นใจ

ชิณสวมชุดลำลองเดินลงมาจากชั้นสอง ฉายตะวันรีบเดินเข้ามาถาม

“ชิณจะไปไหน”
มิ้วกับกิมเอ็งรีบเดินตามมาขนาบข้างเป็นลูกคู่
“ใช่ค่ะ จะไปไหนคะ”
ชิณเห็นฉายตะวันหน้าตึง เห็นกิมเอ็งกับมิ้วอยู่ด้วย ชิณเซ็ง
“ผมว่าจะแวะไปหาข่าวคราวของกะละแมหน่อยครับ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง”
ฉายตะวัน มิ้ว กิมเอ็ง หันขวับมามองหน้ากันทันที ‘เห็นมั้ย’ แล้วกิมเอ็งก็รีบสะกิดฉายตะวัน
กิมเอ็งพูดเบาๆ “อย่ายอมให้ไปนะคะคุณพี่”
ฉายตะวันพูดห้ามชิณ “ไม่ได้! แม่ไม่ให้ชิณไป”
“แม่ครับ...” ชิณยังพูดไม่จบ
ฉายตะวันสวนออกมา “ถ้าชิณจะไป ต้องพา...” หันซ้ายหันขวาเห็นมิ้วชี้ตัวเอง กิมเอ็งก็ชี้มิ้ว “หนูมิ้วไปด้วย”
มิ้วรีบเสนอหน้าออกมาทันที
ชิณงงๆ “พาไปทำไมครับ ไม่เกี่ยวกับมิ้วสักหน่อย”
“เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวแม่ก็จะให้ชิณพาหนูมิ้วไปด้วย ถ้าชิณไม่เชื่อฟังแม่ แม่ก็จะไปด้วยอีกคน”
“แม่...” ชิณคิดแล้วก็ตอบ “งั้นผมไม่ไปหากะละแมก็ได้ ผมจะไปทำงาน คราวนี้คงไปได้แล้วใช่ไหมครับ”
ชิณเดินออกไปเลย กิมเอ็งรีบหันกลับมาฉายตะวัน
“อย่าไปเชื่อค่ะ อย่ายอมนะคะ ต้องไปห้ามไว้ค่ะคุณพี่ ไปเลยค่ะ ไปค่ะ”
กิมเอ็งรีบดันฉายตะวันออกมาทันที มิ้วรีบเดินตามมาอย่างเร็ว

ขณะที่ชิณกำลังจะเดินออกจากบ้าน ฉายตะวันรีบเดินมาดักชิณไว้ กิมเอ็ง และมิ้วรีบมาประกบ
“ไม่ได้! ถึงจะไปทำงานแม่ก็ต้องไปด้วย แม่จะได้แน่ใจว่าชิณไม่โกหกแม่”
ชิณครางอย่างเซ็ง “แม่...ผมจะไปทำงานนะครับ แม่จะไปนั่งเฝ้าเหมือนผมเป็นเด็กๆ ได้ยังไง”
ฉายตะวันไม่ยอม “ทำได้สิ ทำไมจะทำไม่ได้ ถ้าไม่เชื่อ แม่จะทำให้ดู ป่ะ...ไปกันตอนนี้เลย”
กิมเอ็งพยักพเยิด “ใช่ค่ะ ไปทำงานกันค่ะ”
มิ้วผสมโรง “ไปค่ะๆ”
ชิณชะงัก เห็นฉายตะวัน กิมเอ็ง และมิ้วตั้งท่าจะไปด้วยจริงๆ ชิณเซ็งเลยตัดสินใจ
“โอเค งั้นวันนี้ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ไม่ไปหากะละแม ไม่ไปทำงาน ผมจะอยู่บ้านให้แม่เฝ้าทั้งวันเลย พอใจหรือยังครับ”
ชิณเดินกลับเข้าบ้านไปด้วยความเซ็ง
กิมเอ็งกับมิ้วชูนิ้วโป้งให้ในความเก่งของฉายตะวัน ทว่าฉายตะวันกลับรู้สึกไม่ค่อยแน่ใจในสิ่งที่ทำไปว่าถูกมั้ย

ด้านชิณเดินวนไปวนมาในห้องทำงานด้วยความกลุ้มใจ มองออกไปข้างนอกก็เห็น ฉายตะวัน มิ้ว และกิมเอ็งจับตามองอยู่ ชิณพยายามหาทางออก แล้วสักครู่ก็นึกขึ้นได้ ปิ๊ง!

ที่บ้านนุ้ย เวลาตอนกลางวัน นุ้ยเดินผ่านแถวห้องกะละแม มีก๋อยดวงเดินตาม นุ้ยหันไปเห็นว่าห้องกะละแมเงียบๆ เลยสงสัยๆ
“ไอ้พวกสำนักทรงทำไมมันเงียบนักวะ เดี๋ยวชาวบ้านก็จะแห่มาแล้ว ทำไมไม่ออกมาเตรียมตัวกันอีก”
ก๋อยเสนอหน้า “งั้นเดี๋ยวฉันไปดูให้เอง”
ดวงเอาตีนขวาง “ไม่ต้อง...กูไปเอง...กูจะไปกู๊ดมอร์นิ่งน้องกะละแมสักหน่อย”
พูดจบดวงก็ควักสเปรย์ฉีดผมออกมาฉีด...ฟี้ดๆ เสยผม ทำหล่อ แล้วฉีดสเปรย์ซ้ำอีกรอบ...ฟี้ดๆ
นุ้ยกับก๋อยสำลักสเปรย์แทบหายใจไม่ทัน แต่ดวงไม่สน เดินหล่อ ยิ้มหวานออกไป
นุ้ยมองตามลูกชายแล้วบ่นๆ “เวรกรรมของกู มีลูกพันธ์นี้ เฮ้อ...”

เจ้าพ่อหวยเถื่อนบ่อนใหญ่ย่านฝั่งธนส่ายหน้าเซ็งเป็ด

ด้านตุ้งแช่นอนซมไม่สบายอยู่ในห้องกะละแม ตัวสั่นเทา เหงื่อแตกพลั่ก กะละแมเอาผ้าชุบน้ำ เช็ดตัวให้ตลอดเวลา โต๊ดนั่งดูด้วยความเป็นห่วง

“เป็นไงบ้างวะ ไข้ลดลงมั่งมั้ย”
“ไม่เลยน้า...ฉันว่าพาไปหาหมอเถอะ กินยาลดไข้ไปตั้งเยอะแล้วไม่ดีขึ้นเลย” กะละว่า
“ใช่ พาไอ้แช่ไปหาหมอเถอะ เรื่องทรงที่นี่ฉันกับไอ้แมดูแลเอง ไม่ต้องห่วง” ติ่งบอก
“เอางั้นก็ได้”
กะละแมคิดแล้วก็บอก “ไม่เอาดีกว่า ฉันไม่กล้าสู้หน้าชาวบ้าน มันละอายใจน่ะ น้าอยู่เถอะ ฉันพาแช่ไปหาหมอเอง”
“ตามใจ...งั้นเดี๋ยวข้าไปเรียกรถกระป๊อมารับ”
โต๊ดจะเดินออกจากห้อง ก็ชนกับดวงที่ก้าวเข้ามาขวาง...โต๊ดตกใจ
ดวงทักทายพูดดีเอาใจกะละแม “น้าโต๊ดไม่ต้องเดินไปเรียกรถให้เหนื่อยหรอก ฉันจะพาตุ้งแช่ไปหาหมอเอง” ดวงยิ้มหวาน “แต่ว่ามีข้อแม้ว่าน้องกะละแมต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน” ยิ้มร้ายเจ้าเล่ห์
“ทำอะไร” กะละแมไม่ไว้ใจ
ติ่งกระซิบกะละแม “หน้าแบบนี้ต้องทำอะไรชั่วๆ ชัวร์”
“พี่ดวงไม่พาน้องกะละแมไปลงนรกหรอกจ้ะ มีแต่จะพาไปขึ้นสวรรค์” ดวงยิ้มหื่น
โต๊ด ติ่ง กะละแม มองหน้ากันไม่ไว้ใจดวง ‘มันจะมาไม้ไหนอีก’
ดวงพูดต่อ “แต่ถ้าน้องกะละแมไม่ไว้ใจพี่ดวงก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวให้ไอ้ก๋อยมารักษาแทนหมอก็ได้ มันคงรักษาให้หาย...ไปจากโลกนี้ได้ในเวลาไม่นาน” ดวงทำหน้าร้ายกาจ
“นี่พ่อดวง ทำไมต้องแกล้งกันอย่างนี้ด้วย ไอ้แช่มันไม่รู้เรื่อง มันไม่สบาย พ่อดวงต้องการอะไรก็มาลงที่ฉันนี่ อย่าไปลงที่ลูกฉันเลย” โต๊ดสุดทน
“กูไม่ได้ต้องการอะไรจากมึง กูแค่อยากพาน้องกะละแมไปโรงแรม เอ๊ย...โรงพยาบาลเท่านั้นเอง”
“เห็นมั้ยมันหลุดปากมาแล้ว ไอ้แมอย่าไปกับมันนะ” ติ่งปวดตับ
กะละแมคิดหนัก หันไปมองตุ้งแช่ที่อาการทรุดหนักแล้วก็ตัดสินใจ
“เอาเถอะพี่ติ่ง ในเมื่อเค้ามีน้ำใจ เราก็น่าจะรับไว้ ไอ้แช่ก็อาการหนักมากแล้ว พาไอ้แช่ไปหาหมอก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ฉันไม่อยากเสียเวลาต่อล้อต่อเถียงเรื่องไร้สาระ”
ดวงไม่รู้ตัว “น้องกะละแมพูดถูก ฉลาด มีการศึกษา ไปจ้ะไป ไปกับพี่ดวงนะ” รีบจูงมือกะละแมไป ลืมตุ้งแช่ซะงั้น
ติ่งดึงแขนดวงไว้ “นี่! จะพาไอ้แช่ไปหาหมอก็เอามันไปด้วยสิ เอ้า...มาประคองมันไปด้วย มันเดินไม่ไหว”
ดวงบอกติ่งเสียงเหี้ย...ม “เรื่องอะไร ลูกใครน้องใครก็ประคองกันมาเอง” แล้วหันมาพูดกับกะละแมเสียงหวาน “พี่ดวงไปรอน้องกะละแมที่รถนะจ๊ะ อย่านานนะ เดี๋ยวไอ้แช่” เปลี่ยนเสียงเป็นเหี้ย...ม “ตาย”
ดวงยิ้มโหดเดินออกไป ติ่ง โต๊ด ไม่พอใจ กะละแมพยักหน้าให้ติ่งประคองตุ้งแช่ออกไป
โต๊ดรู้สึกไม่ดีที่ทำให้กะละแมต้องลำบากแบบนี้

รถของดวงจอดอยู่ ติ่งพยุงตุ้งแช่พาไปนั่งหลังรถ กะละแมตามเข้าไปนั่ง ก๋อยกำลังจะขึ้นไปนั่งด้านคนขับแต่ดวงยกมือห้ามไว้
“ไม่ต้อง...กูพาไปเอง” ดวงยิ้มกริ่ม
ก๋อยถอยออกมาจากรถ ดวงขึ้นไปที่นั่งคนขับ รถดวงขับออกไป โต๊ดติ่ง มองตามรถดวงไปด้วยความกังวล
“เราปล่อยไอ้แมไปกับมันสองคนจะดีเหรอน้า”
“คงไม่เป็นไรหรอก ไอ้แช่ก็อยู่ อีกอย่างข้าเชื่อว่านังกะละแมมันเอาตัวรอดได้” ปากพูดไม่มีอะไรแต่หน้าโต๊ดยังคงเป็นห่วง

กะละแมนั่งอยู่ในรถด้วยความระมัดระวัง ดวงมองกะละแมแววตาร้ายกาจ บรรยากาศไม่น่าวางใจสุดๆ

เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 15 (ต่อ)

ส่วนทางด้านชิณเดินวนไปวนมาอยู่ในห้อง แล้วจังหวะต่อมาจึงไปยืนแอบส่องดูที่หน้าต่าง เห็นรถทรงวุฒิแล่นเข้ามาจอดก็ยิ้ม

ฉายตะวัน กิมเอ็ง และมิ้ว มองทรงวุฒิที่หอบเอกสารเดินเข้ามาด้วยความแปลกใจ
“หอบอะไรมาเยอะแยะ” ฉายตะวันสงสัย
“คุณชิณให้ผมเอาเอกสารมาให้เซ็นครับ”
ระหว่างนั้นชิณเดินออกมาพอดี
“วันนี้ผมขี้เกียจเข้าออฟฟิศ เพราะกลัวว่าจะมีคนเป็นห่วง” ชิณพูดพลางปรายตาไปทางฉายตะวัน “ก็เลยให้คุณทรงวุฒิเอางานมาให้เซ็นที่บ้าน เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย” จากนั้นจึงหันมาทางทรงวุฒิ “มาทางนี้เลยคุณทรงวุฒิ”
พูดจบชิณก็เดินนำเข้าไปในห้องทำงาน
“ขอตัวก่อนนะครับคุณท่าน” ทรงวุฒิขอตัวแล้วก็รีบเดินตามชิณไป
สามคนมองตามชิณกับทรงวุฒิ ไม่ได้เอะใจอะไร

พอชิณกับทรงวุฒิเดินพ้นประตูเข้ามาในห้องทำงานแล้ว ชิณก็รีบดึงแฟ้มเอกสารในมือทรงวุฒิออกด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน ทรงวุฒิงง
“เร็วๆ คุณทรงวุฒิ ผมมีเวลาไม่มาก...ถอดเลย”
ชิณรีบร้อนจะถอดเสื้อทรงวุฒิ จนทรงวุฒตกใจ...หะ!
ทรงวุฒิร้อนวูบวาบขึ้นมาทันที และรีบเอามือจับเสื้อตัวเองไว้
“คุณชิณครับ ไม่นะครับ ถึงผมจะอยากเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน อยากได้เงินเดือนเยอะๆ แต่วิธีนี้ผมคงยอมไม่ได้หรอกครับ ผมขอโทษด้วยนะครับ อย่าทำแบบนี้เลย...ผมยอมไม่ได้จริงๆ”
ชิณเหล่เลขาและคนสนิท
“นี่คุณทรงวุฒิ! คุณคิดว่าผมจะทำอะไร ผมไม่ได้จะทำอย่างที่คุณคิดหรอก เพียงแต่...” ชิณมองไปข้างนอกให้แน่ใจว่าฉายตะวันกับมิ้ว และกิมเอ็งไม่ได้อยู่แถวนี้ “ผมจะขอให้คุณช่วยอะไรนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอง”
ทรงวุฒิงงหนัก “ช่วยอะไรเหรอครับ”
ชิณดึงทรงวุฒิมากระซิบ
ทรงวุฒิทนจั๊กกะเดียมแทบไม่ไหว ทรงวุฒิขำแล้วก็เครียด
“หะ...คุณชิณจะให้ผมทำอย่างนั้นจริงๆ เหรอครับ”
“จริงสิ! ทำเลย”
ชิณตอบอย่างมั่นใจ แต่ทรงวุฒิกลับมีสีหน้าลำบากใจ

ด้านฉายตะวันชะเง้อมองเข้าไปในห้องทำงานเป็นระยะ เห็นแขนเสื้อชิณโผล่ออกมาจากเก้าอี้ทำงานที่หันหลังให้กับประตูก็โล่งใจ

ฉายตะวันเดินกลับมาที่ห้องรับแขก ด้วยความสบายใจ กิมเอ็งกับมิ้วนั่งรออยู่
“คุณชิณเป็นยังไงบ้างคะ? เงียบเชียว” กิมเอ็งถามขึ้น
“นั่งทำงานอยู่ แล้วนี่...ทรงวุฒิกลับไปแล้วเหรอ”
“ใช่ค่ะ เมื่อกี๊มิ้วเห็นเดินก้มหน้าก้มตา ออกไปทางด้านหลังน่ะค่ะ” มิ้วว่า
ฉายตะวันขมวดคิ้ว “ทำไมต้องออกไปทางประตูหลัง ทำตัวแปลกๆ” ฉายตะวันสงสัย แต่ไม่ได้ติดใจ เดินมานั่งข้างๆ กิมเอ็ง
ขณะนั้นแจ่มถือของว่างที่จะให้ชิณเดินผ่านมาทางฉายตะวัน มิ้ว และกิมเอ็ง มิ้วเห็นและทักขึ้น
“แจ่ม...” แจ่มหยุด “เอามานี่ ฉันเอาไปให้พี่ชิณเอง”
มิ้วไม่รอฟังคำตอบจากแจ่ม...คว้าถาดของว่างไปเลย...แจ่มมองตามเหวอๆ ‘อะไรวะ’
กิมเอ็งอวยลูกสาวเต็มที่ “แหม...หนูมิ้วเนี่ยเป็นแม่บ้านแม่เรือนจริงๆ นะคะ ใครได้เป็นลูกสะใภ้คงจะสบายไปจนตายเลยค่ะ”
ฉายตะวันยิ้ม ไม่พูดอะไร ได้แต่ยิ้มๆ เห็นด้วยนิดๆ ส่วนกิมเอ็งมองดูมิ้วที่เดินเข้าไปในห้องทำงานของชิณอย่างอิ่มอกอิ่มใจ

มิ้วเดินนวยนาดถือถาดกาแฟเข้ามา เห็นชายคนหนึ่งในชุดของชิณนั่งหันหลังอยู่ที่เก้าอี้ทำงานของชิณ
มิ้วยิ้มกริ่มนึกว่าเป็นชิณ
“พี่ชิณขา....” มิ้วเรียกเสียงหวานสุดๆ “ของว่างค่ะ”
มิ้วเดินเข้ามาใกล้กับเก้าอี้ทำงานของชิณมากขึ้น และวางถาดกาแฟไว้บนโต๊ะ มิ้วเอามือค่อยๆ เขี่ยชายเสื้อให้หลุดออกอย่างล่อแหลม จากนั้นก็ค่อยๆ เดินบิดอย่างยั่วยวนมาหาชิณ
ที่แท้คนที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ชิณคือทรงวุฒิ...ทรงวุฒิเหงื่อแตกพลั่ก ลุ้นกลัวมิ้วจับได้ มิ้วยังไม่เห็นหน้าทรงวุฒิ แต่ก็ยังส่งเสียงหวานต่อไป
“มิ้วทราบนะคะว่าพี่ชิณไม่พอใจที่มิ้วทำแบบนั้นกับกะละแม แต่มิ้วอยากให้พี่ชิณเห็นความตั้งใจของมิ้ว ที่มิ้วทำไปเพราะมิ้วเป็นห่วงพี่ชิณจริงๆ ค่ะ”
มิ้วค่อยๆ เอามือมาลูบที่แขนทรงวุฒิที่โผล่ออกมาจากเก้าอี้
“มิ้วไม่อยากให้พี่ชิณโดนร่างทรงนั่นหลอก มิ้วอยากให้พี่ชิณเจอกับคนดีๆ คนที่รักและห่วงใยพี่ชิณอยู่ตลอดเวลา...อย่างมิ้ว”
ทรงวุฒิขนลุกซู่ แต่จะพูดก็พูดไม่ได้ ได้แต่นั่งแข็งทื่อเหงื่อแตกพลั่กอยู่อย่างนั้น
มิ้วยังลูบมือทรงวุฒิไปมาอย่างมีความหมาย “ถ้าพี่ชิณไม่เชื่อก็ลองจับหัวใจมิ้วดูสิคะ แล้วพี่ชิณจะได้ยินว่ามันพูดความจริง”
ทรงวุฒิเหงื่อแตกหนักเข้าไปอีก
มิ้วค่อยๆ ดึงมือทรงวุฒิมาแนบที่หน้าอกข้างซ้าย ตรงตำแหน่งหัวใจของตัวเอง
“เป็นไงคะ? พี่ชิณได้ยินมั้ยคะว่าหัวใจมิ้วพูดว่าอะไร ถ้ายังไม่ได้ยิน จะมาฟังใกล้ๆ ก็ได้นะคะ”
มิ้วหมุนเก้าอี้ให้หันมาด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าจะเป็นชิณ แต่คนที่นั่งอยู่กลับเป็นทรงวุฒิ มิ้วตกใจตาเหลือก กระเด้งตัวออกแล้วกรี๊ดเสียงดังลั่นบ้าน

“อร๊ายยย”

เสียงนั้นทำเอาฉายตะวันกับกิมเอ็งตกใจ

“หนูมิ้ว”
ฉายตะวันสงสัย “เกิดอะไรขึ้น”
ฉายตะวันกับกิมเอ็งรีบวิ่งไปที่ห้องทำงานชิณอย่างเร็วรี่

มิ้วยืนกรี๊ดอยู่ พร้อมกับเอามือปัดตัว ตรงตำแหน่งที่ทรงวุฒิสัมผัสด้วยความรังเกียจ ถ้าเอามีดขูดออกได้คงทำไปแล้ว ทรงวุฒิพยายามอธิบาย
“คุณมิ้วครับ...คือผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้นะครับ ผมขอโทษ...มาครับ ผมช่วยเช็ดความรู้สึกที่ไม่ดีออกให้” ทรงวุฒิจะมาจับอีก
มิ้วร้องกรี๊ด “อ๊าย...อย่ามาอยู่ใกล้ฉันนะ ออกไป...ออกไปเลย ออกไปไกลๆ” ผลักทรงวุฒิออกไป
ฉายตะวันกิมเอ็งรีบวิ่งเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้นหนูมิ้ว”
กิมเอ็งยังไม่เห็นทรงวุฒิ กะชงเต็มที่ “คุณชิณลวนลามคุณลูกเหรอคะ”
มิ้วเดือดดาลสุดๆ “ถ้าเป็นพี่ชิณมิ้วจะไม่ว่าเลยค่ะ แต่นี่เป็น...มันค่ะ” ชี้ทรงวุฒิที่ยืนเบี่ยงหน้าหลบอยู่ “มันลวนลามมิ้วค่ะ”
ทรงวุฒิหันมา...หน้าซีด ฉายตะวันมองด้วยความแปลกใจ
“เปล่านะครับ มันเป็นการเข้าใจผิด คุณมิ้วเธอเอามือผมไปจับตัวเธอเองนะครับ ผมไม่ได้ทำอะไรเลย ผมอยู่เฉยๆ ผมเป็นผู้ถูกกระทำ” ทรงวุฒิอธิบาย
“แก..แกใส่ร้ายฉัน” มิ้วพล่าน รีบบอก “คุณป้าอย่าไปเชื่อนะคะ”
ฉายตะวันโบกมือห้าม “เอาล่ะๆ เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้ฉันอยากรู้ว่า” นึกเอะใจขึ้นมา “ชิณหายไปไหน” สังเกตเสื้อผ้าของทรงวุฒิ “นี่มันเสื้อผ้าชิณนี่ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ทรงวุฒิหน้าซีด “คือว่า...คือเอ่อ...” กลัวจนเหงื่อแตกพลั่ก “คุณชิณให้ผมเปลี่ยนเสื้อผ้ากับคุณชิณ แล้วคุณชิณก็หนีออกไปแล้วครับ”
ฉายตะวันอึ้ง “ห๊ะ! ว่าไงนะ? ชิณหนีไปแล้ว”
กิมเอ็งตกใจ “หนี? หนีไปไหน…อย่าบอกนะว่าไปหานังกะละแม”
มิ้ว กิมเอ็ง และฉายตะวันมองหน้ากัน แล้วหันไปกดดันทรงวุฒิพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ‘บอกมา’
ทรงวุฒิมองสามคนแล้วกลืนน้ำลายเอื้อกๆ...’จะบอกดี ไม่บอกดี’

กะละแมนั่งอยู่เบาะหลัง ตุ้งแช่นอนบนตัก มีถุงยาวางอยู่ข้างๆ...ดวงขับรถอยู่มองกะละแมผ่านกระจกด้วยความขัดใจ แต่ก็ฝืนทำเป็นพูดดี
“น้องกะละแมทำไมไม่มานั่งข้างหน้า ข้างๆ พี่ดวงล่ะจ๊ะ....ไปนั่งซะไกลแบบนั้น พี่ดวงก็เหงาแย่สิ...ย้ายมานั่งหน้าดีกว่า...มามะ พี่ดวงจอดให้”
ยังไม่ทันที่กะละแมจะพูดอะไร…ดวงก็จอดรถเอี๊ยด
กะละแมรีบบอก “ไม่ต้อง...ไม่เป็นไร...ก็ฉันต้องดูไอ้แช่มันด้วย...นั่งแบบนี้นั่นแหละดีแล้ว...เดี๋ยวก็ถึงบ้านแล้ว”
“ไม่ได้” ดวงเสียงดังเริ่มบทโหด “พี่ดวงยอมมามากแล้ว ออกจากบ้านให้มานั่งด้วยก็บอกว่าต้องดูไอ้เด็กนี่ ถึงโรง’บาลก่อนแล้วค่อยว่ากัน ถึงโรง’บาลจนหมอฉีดตูดไอ้เด็กเวรนี่ไปสองเข็ม ก็ยังไม่ยอมมานั่งข้างๆ ตกลงจะมาดีๆ หรือจะให้อุ้ม” ท่าทางดวงเอาจริงพยายามเอามือมาดึงกะละแม “มาเร็ว...มานั่งข้างๆ พี่ดวง อย่าทำให้พี่ดวงหงุดหงิด...”
กะละแมรีบดึงมือกลับ “เดี๋ยวสิ...เดี๋ยว...” มองดูตุ้งแช่ที่นอนอยู่ที่ตัก “เออ...พี่ดวงจ๋า เอางี้ดีกว่า...ฉันว่าพาไอ้แช่ไปส่งที่บ้านก่อนเถอะนะ แล้วเราค่อยว่ากัน...ฉันก็อยากตามใจพี่ดวงนะ...ตะ...แต่ตอนนี้มีเด็กอยู่ด้วย จะทำอะไรมันก็ไม่สะดวกหรอก...จะ...จริงมั้ย...” กะละแมพยายามยิ้มหวานสุดชีวิต
ดวงเหลือบมองตุ้งแช่ที่นอนอยู่แล้วก็ยิ้มกริ่ม...
“แหม...พูดอย่างเนี้ยก็แสดงว่าน้องกะละแมก็มีใจให้พี่ดวงใช่ม้า...” กะละแมจำต้องพยักหน้า ดวงยิ้มอาย “โธ่...พูดแบบนี้ตั้งแต่แรกพี่ดวงก็อ๋อแล้ว...ก็ได้...พี่ดวงไปส่งไอ้เด็กเวรก่อนก็ได้ แล้วเราค่อยว่ากัน...” หยิกแก้มกะละแมแก้เขิน “น่าร๊อกอ่ะ”
ดวงหันไปยิ้มกริ่ม…แล้วก็ขับรถไปต่อ กะละแมลอบถอนใจ แต่ก็ยังหวั่นอยู่ ไม่รู้ว่าถึงบ้านจะทำไงต่อ
รถดวงขับแล่นไปตามทาง

โต๊ด ติ่ง ยืนชะเง้อรอกะละแมด้วยความร้อนใจ มีก๋อยกับสมุนหน้าเลวยืนขนาบข้างอย่างกวนตีน
“นังกะละแมมันจะเป็นยังไงบ้างนะ...ไม่เห็นมาสักที มันไปหาหมอถึงไหน” โต๊ดกังวล
“ป่านเนี้ยถึงสวรรค์แล้วมั้ง...” ก๋อยแหลมขึ้น
ก๋อยและสมุนขำ มาดเหี้ย...มใส่อย่างกวนประสาท ติ่งกับโต๊ดหันเหล่ก๋อยและสมุน
ติ่งทำเป็นจะวิ่งเข้าใส่ แต่เอามือจับโต๊ดไว้ “น้าๆ อย่าห้ามฉัน อย่าขอร้อง”
โต๊ดตบหัวติ่ง “เล่นเป็นเด็กๆไปได้” ก๋อยและสมุนขำ “ไอ้พวกนั้นมันปัญญาอ่อน เอ็งก็อย่าไปงี่เง่าตามมันสิวะ”
คำพูดนั้นเข้าหูก๋อยจังๆ ก๋อยหยุดขำตาขวาง “เฮ้ย...ใครปัญญาอ่อน”
แต่ยังไม่ทันที่ก๋อยจะทำอะไร รถดวงก็แล่นเข้ามาเทียบ…พร้อมกับบีบแตรสนั่น
สมุนบอกก๋อย “พี่ดวงมาแล้วพี่ก๋อย”
ก๋อยเลยต้องละจากติ่งกับโต๊ดรีบไปต้อนรับดวง แต่ไม่ทันเพราะดวงรีบลงจากรถและเปิดประตูให้กะละแม พร้อมกับตะโกนบอกสมุนและโต๊ด
“เฮ้ยๆ....มาช่วยกันยกไอ้เด็กเวรนี่ไปทีสิวะ เป็นมารขวางลูกกระเดือกกูมาตั้งนานแล้ว...มาเร็วๆ”
โต๊ดรีบวิ่งมา “แช่...นังกะละแม เป็นยังไงบ้าง”
ดวงเปิดประตูไล่ตุ้งแช่ออกมาจากรถ
“อย่าเพิ่งถามมาก รีบเอาลูกแกไปเลย...รำคาญจริง...จะถีบลงตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว นี่ถ้าไม่ติดว่าน้องกะละแมขอไว้ ไม่ได้มานอนหน้าบานแบบนี้หรอก”
โต๊ดรีบมาพยุงตุ้งแช่เข้าบ้านไป
กะละแมลงมาจากรถจะตามโต๊ดไปดูติ่ง แต่ดวงเดินมาดักหน้ากะละแม....พร้อมกับยื่นหน้ามาคุกคามอย่างหยาบคาย
“น้องกะละแมจะไปไหน...ถึงเวลาที่ต้องทำตามสัญญาพี่ดวงแล้วนะจ๊ะ...มามะ มาเป็นของพี่ดวงซะดีๆ” ดวงยิ้มหื่นกามอย่างทุเรศสุดๆ
กะละแมตกใจ แต่ทำใจดีสู้เสือ “พี่ดวงจ๊ะ...ฉันต้องเอายาไปให้น้าโต๊ดก่อนแล้วต้องไปอธิบายให้ฟังอีก....เอาไว้เรียบร้อยแล้วจะรีบมาหาพี่ดวงเลยนะจ๊ะ” ตีเนียนจะเดินไป แต่ดวงเอามือกั้นไว้
“ไม่...! พี่ดวงจะไม่ยอมอีกแล้ว...ถ้าน้องกะละแมไม่ไปกับพี่ดีๆ เห็นทีพี่จะต้องใช้กำลังซะแล้ว..” ดวงถกแขนเสื้อ
“เฮ้ย...เอ็งจะทำอะไรน้องฉัน” ติ่งจะแถเข้ามา
สมุนของก๋อยกั้นไว้เป็นแผง....ติ่งผงะถอยหลังกลับแทบไม่ทัน
“ก็ทำเมียน่ะสิวะ ถามได้...วะ ฮ่าๆๆๆ” ดวงหัวเราะอย่างป่าเถื่อนที่สุด

กะละแมกับติ่งตกใจ

ขณะเดียวกันรถชิณแล่นอยู่บนถนน มุ่งหน้าไปที่บ้านนุ้ยด้วยความร้อนใจ ชิณรีบขับรถตามไปโดยไม่รู้ว่าความวุ่นวายรออยู่ข้างหน้า

ดวงพูดกับกะละแมหน้าหื่นบ้ากามสุดๆ
“ไปน้องกะละแม พี่ดวงรอมานานแล้ว..ไปขึ้นบ้าน”
ดวงหันมาดึงมือกะละแมจะพาเข้าบ้านไป...กะละแมไม่ยอม
“ปล่อยนะ...ปล่อย...”
กะละแมจะเอาถุงยาตีดวง ดวงไม่ยอม ยังพยายามลากกะละแมเข้าบ้าน ติ่งเข้ามาขวางไว้ ไม่ให้ดวงพาเข้ากะละแมไปปล้ำ สองคนโต้เถียงกันไปมา
“หลีกไป”
“ไม่! ไม่ให้ไป” ติ่งไม่ยอม
“มึงไม่ให้กูเข้าบ้านใช่มั้ย”
“ใช่!”
“ได้....กูไม่จัดการน้องมึงในบ้านก็ได้...ไป! ไปโรงแรม”
ติ่งกับกะละแมตกจร้อง “เฮ้ย”
ดวงดึงกะละแมผลักกลับเข้าไปในรถ กะละแมดิ้นๆ
“นี่ดื้อนักเหรอ...” แล้วดวงก็ต่อยเข้าท้องจังๆ กะละแมร้อง “โอ๊ย”
ดวงยัดกะละแมเข้าไปในรถได้สำเร็จ แล้วตามเข้าไปในรถ ติ่งจะฝ่าดงสมุนดวงเข้าไปหากะละแม
“เฮ้ย...อย่าทำอะไรน้องฉันนะเว้ย”
“มึงไม่ต้องห่วงน้องมึงหรอก...เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ...เฮ้ย...รุมมัน” ดวงสั่ง
สมุนดวงรุมติ่ง เสียงดัง ตุ๊บๆ ตั๊บๆๆๆ ดวงหันมาสั่งลูกน้อง
“ฮ่าๆๆๆ อัดมัน!”
ทันใดนั้น เท้าข้างหนึ่งของกะละแมก็โผล่มาจากรถ เสยเข้าเต็มๆ ที่หน้าดวง...
“โอ๊ย”
กะละแมจะตะกายออกจากรถ…ดวงรีบดึงไว้
“พี่ดวงหมดความอดทนแล้วนะ...นี่แน่ะ”
ดวงจับมือกะละแมมาไพล่หลังเอาไว้อย่างไม่ปรานี กะละแมร้องด้วยความเจ็บ
“โอ้ย...ปล่อยฉันนะ...ปล่อยฉัน...ปล่อย”
ดวงหนวกหู เลยเอามือปิดปากกะละแมไว้ แล้วตะโกนเรียกก๋อยที่ยืนบื้ออยู่ ไม่ทำอะไร
“ยืนบื้ออยู่ได้ ไอ้ก๋อยมานี่”
ก๋อยโง่ตามเข้ามานั่งที่เบาะหลังกับดวงด้วยซะงั้น ดวงมองก๋อยแล้วเครียด ปวดตับ
ดวงถลึงตาด่าใส่ “มึงมานั่งนี่แล้วใครจะขับฟร่ะ กูจะให้มึงมาขับรถ...ไปเร็ว”
“อ้าว” ก๋อยเกาหัวแล้วเดินไปนั่งด้านคนขับ “แล้วไปไหนอะพี่”
“ไปให้พ้นๆ ไอ้พวกมารคอหอย...เห็นหน้าไอ้พวกนี้แล้วกูหมดอารมณ์...รีบออกจากบ้านไปก่อนเลย...แล้วกูจะบอกมึงเอง”
ติ่งได้ยิน พยายามจะฝ่าดงตีนไปช่วยกะละแม
“เฮ้ย...ปล่อยน้องกู...มึงอย่าทำอะไรน้องกูนะ...ปล่อย...ปล่อย...กะละแม โอ้ย....กะละแม...โอ้ย” ติ่งโดนรุมตื๊บ สภาพดูไม่จืด
ก๋อยรีบวิ่งขึ้นไปบนรถ และขับออกไป
ส่วนกะละแมพยายามจะดิ้นจากการจับกุมของดวง ดูแล้วทุลักทุเลสุดๆ....
“พี่ติ่ง...อย่าทำพี่ฉันนะ...พี่ติ่ง....” เสียงเริ่มอู้อี้เพราะโดนดวงเอามือปิดปาก
รถดวงแล่นออกไป ทิ้งไว้แต่ติ่งที่โดนตึ้บจนเละ
กะละแมมองติ่งจากกระจกด้านรถ ด้วยความสงสารและเป็นห่วง
“พี่ติ่งๆๆ” กะละแมร้องอู้อี้ๆ

รถชิณแล่นมาถึงหน้าบ้านนุ้ย ชิณจอดรถแอบข้างทางกำลังคิดจะลงไปดูกะละแมที่บ้านนุ้ย
“หวังว่าเธอจะอยู่ที่นี่นะกะละแม”
ทันใดนั้นรถดวงก็แล่นออกมาจากประตูบ้าน
ชิณ เห็นกะละแมถูกดวงจับตัว และพยายามลวนลามอยู่ในรถ...ชิณตกใจอย่างแรง
“กะละแม”
ชิณรีบขับรถตามรถดวงไปอย่างเร็ว

ด้านติ่งถูกลูกน้องนุ้ยรุมซ้อมอยู่...สภาพย่ำแย่ โต๊ดวิ่งมาหาติ่งหน้าตาตื่น
“เฮ้ยๆ อะไรกันวะ” พอเห็นสารรูปติ่งก็ตกใจ “ไอ้ติ่ง”
โต๊ดฝ่าดงตีนลูกน้องนุ้ยเข้าไปเอาตัวขวาง ป้องกันติ่งไว้ ยกมือไหว้กราด
“ฉันไหว้ล่ะ อย่าทำอะไรไอ้ติ่งมันเลยนะ มีอะไรก็ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันเถอะนะ” โต๊ดจับตีนพวกลูกน้องนุ้ยไว้ “ฉันขอร้องล่ะ อย่าทำมันเลย แค่นี้มันก็จะตายอยู่แล้ว”
โต๊ดมองสภาพติ่ง เห็นใบหน้าฟกช้ำ ปากแตก เลือดกำเดาไหล สภาพย่ำแย่ แล้วก็สงสารจับใจ
“เฮ้ย...พอเว้ย เดี๋ยวมีคนตายในบ้านป๋านุ้ยจะด่าเอา”
พวกลูกน้องนุ้ยยุติภารกิจกระทืบติ่ง
“ขอบใจจ้ะ...ขอบใจ”
พวกลูกน้องนุ้ยพากันเดินออกไป
“ไอ้ติ่งเป็นไงบ้าง แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกมันถึงได้ซ้อมเอ็งแบบนี้”
ติ่งเจ็บก็เจ็บแต่ก็ห่วงกะละแม “ไอ้แม...ไอ้ดวงมันจับตัวไอ้แมไป มันบอกว่าจะเอาไอ้แมไปทำเมีย”
โต๊ดร้อง “ห๊ะ” ตกใจมาก

รถดวงแล่นอยู่บนถนนด้วยความเร็ว...เห็นรถชิณขับตามหลังมาติดๆ หน้าตาเคร่งเครียด...เป็นห่วงกะละแมสุดๆ
ส่วนภายในรถดวง...ดวงกับกะละแมนั่งอยู่เบาะหลัง ก๋อยเป็นคนขับ
ดวงจับมือกะละแมไพล่หลัง อีกมือก็ปิดปากกะละแมไว้...ดวงพยายามจะลวนลาม จะหอมแก้มให้ได้
กะละแมเบือนหน้าหนีสุดฤทธิ์ พยายามแหกปากร้องทั้งที่ถูกดวงเอามือปิดปากอยู่
กะละแมเสียงอู้อี้ ฟังไม่รู้เรื่อง “อย่านะ...อย่า...ปล่อยฉัน” และพยายามดิ้นหนี
“อยู่เฉยๆ สิจ๊ะน้องกะละแม ดิ้นแบบนี้พี่ดวงหอมไม่ถนัด” ดวงยื่นหน้าเข้าใกล้...หน้าตาหื่นมาก
ก๋อยแอบเหล่มองทางกระจกมองหลังอย่างสาระแน กะละแมดิ้นๆ แล้วก็ได้จังหวะกัดมือดวงเต็มแรง
ดวงร้องลั่น “โอ๊ย”
ดวงสะบัดมือออกจากปากกะละแม

กะละแมได้ทีต่อยเสยเข้าที่ปลายคางดวง...เปรี้ยง! ก๋อยมองดวงผ่านกระจกมองหลัง...เห็นแล้วเจ็บแทน

เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 15 (ต่อ)

ชิณขับรถตามรถดวงอยู่ พร้อมกับพยายามโทร. หาตำรวจ 191 แต่ไม่มีคนรับสาย

“ทำไมสายไม่ว่างเลยเนี่ย”
ชิณวางโทรศัพท์ แล้วมองตามท้ายรถดวงด้วยความเป็นห่วงกะละแมสุดๆ

ภายในรถดวงเวลานั้น กะละแมถอยหนีจนชิดประตู ดวงกระชากกะละแมเข้าหาตัวอย่างแรง
“มานี่”
กะละแมตกใจพยายามดิ้นหนี
“ปล่อยนะ...ปล่อย” แต่ถูกดวงล็อคตัวไว้แน่น
ดวง มองออกไปนอกรถเห็นป้ายข้างหน้าเป็นป้ายโรงแรมม่านรูดปี๊บอิน
“ไอ้ก๋อย...เลี้ยวเข้าโรงแรมข้างหน้านั่นเลย”
“ได้เลยครับพี่ดวง” ก๋อยยิ้มกริ่ม
กะละแมได้ยินว่าจะถูกพาเข้าโรงแรมก็สู้สุดฤทธิ์...ม้วนตัวหนีดวง แล้วยืดตัวไปข้างหน้า แล้วบีบคอก๋อย
“จอดรถเดี๋ยวนี้นะไอ้คิงคอง” กะละแมเขย่าๆ ก๋อยตาเหลือก...รถส่ายไปมา
ดวงพยายามแกะมือกะละแมออก “น้องกะละแมปล่อยไอ้ก๋อยนะ ทำแบบนี้เดี๋ยวรถก็ชน ได้ตายกันหมดหรอก”
“ถ้าไม่อยากตายก็จอดรถสิ...จอดๆๆ” บีบคอก๋อยเขย่าๆ แรงขึ้นอีก
ดวงคิด ‘เอาไงดีวะ’ แล้วก็คิดออก...ดวงจั๊กกะจี๋เอวกะละแม
“น้องกะละแมปล่อยไอ้ก๋อยนะ”
กะละแมขำกิ๊ก...แต่ยิ่งขำก็ยิ่งบีบคอก๋อยแรงขึ้น...รถก็ส่ายไปส่ายมามากขึ้น

ชิณที่ยังขับรถตามรถดวงมาอย่างไม่ลดละ เห็นรถดวงส่ายไปส่ายมา ชิณมองด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ชิณกดโทรศัพท์หาตำรวจอีกครั้ง
ชิณรอสายสักพัก “ฮัลโหล 191 นะครับ แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายครับ”
ชิณ เห็นรถดวงเลี้ยวเข้าโรงแรมปี๊บอินต่อหน้าต่อตา...ชิณตกใจอย่างแรง
“คุณตำรวจรีบมานะครับ”
ชิณวางโทรศัพท์แล้วเร่งความเร็วตามรถดวงไปติดๆ

รถดวงแล่นเข้าไปในช่องของโรงแรมที่ม่านเปิดอยู่...พนักงานรีบวิ่งมารูดปิดม่านทันที รถชิณแล่นเข้ามา ชิณชลอความเร็วแล้วเปิดกระจกรถมองหารถดวง
“ไปไหนแล้ววะ”
ชิณขับรถเข้าไปข้างใน เลยช่องที่รถดวงจอดอยู่ไปแบบไม่รู้ตัว

ในช่องหลังม่านหน้าห้องพัก...กะละแมเปิดประตูรถออกไปแล้วจะวิ่งหนี ดวงตามไปจับตัวไว้ได้ทัน
“จะหนีพี่ดวงไปไหนจ๊ะน้องกะละแม” ดวงกอดกะละแมไว้แน่น
“ปล่อยฉันนะ...ปล่อย” กะละแมดิ้นหนี
พนักงานโรงแรมมองดวงกับกะละแม รู้สึกว่าไม่ค่อยปกติ กำลังคิดว่าจะเอาไงดี ก๋อยก็ออกมาด่าซะก่อน
“มองหาพ่อมึงเหรอ หมดหน้าที่แล้วก็รีบไปให้พ้น”
พนักงานกลัวก๋อย รีบวิ่งออกไป
ส่วนกะละแมพยายามดิ้นๆ สะบัดๆ สลัดๆ แต่ไม่หลุด
“ปล่อยนะ...ปล่อย...ปล๊อยยย” กะละแมตะโกนสุดเสียง
ดวงรีบลากกะละแมไปทางประตูห้อง
“มานี่เลย” กะละแมดิ้นรนขัดขืนเต็มกำลัง “แรงเยอะแบบนี้พี่ดวงชอบ” สั่งการกับก๋อย “ไอ้ก๋อย... เปิดประตูห้องเร็ว”
“ได้เลยจ้ะพี่ดวง”
ก๋อยรีบวิ่งไปเปิดประตูห้อง ดวงกึ่งอุ้มกึ่งลากกะละแมเข้าไปในห้อง
“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย...ใครก็ได้ช่วยด้วย”
กะละแมตะโกนให้คนช่วย แล้วก็ดิ้นๆ ไม่หยุด ก๋อยเปิดประตูแล้วก็วิ่งกลับมารวบขากะละแม แล้วช่วยดวงหามกะละแมเข้าไปในห้อง

ชิณจอดรถแล้ววิ่งดูตามห้องตะโกนเรียกหากะละแม
“กะละแม...กะละแม...กะละแม”
ชิณวิ่งเปิดม่านดูแต่ละห้อง แต่ก็ยังไม่เจอรถดวง...ปากก็ไม่หยุดตะโกนเรียกกะละแม
“กะละแม...กะละแม...กะละแม”
จังหวะนั้นพนักงานคนหนึ่งวิ่งเข้ามาห้ามชิณ
“มาตะโกนโหวกเหวกอะไรในนี้เนี่ย ออกไปๆ” ผลักชิณออกไป
ชิณไม่ไป “น้องเห็นผู้ชายสองคนพาผู้หญิงเข้ามาในนี้ไหม คนนึงตี๋ ขาว สูง ล่ำ กล้ามใหญ่ กับอีกคนอ้วน เตี้ย ตัวดำ หน้าเหมือนคิงคอง ส่วนผู้หญิงก็ขาวๆ ผอมๆ มีไฝที่มุมปาก...เห็นมั้ย”
พนักงานมองชิณเซ็งๆ ที่มาก่อความไม่สงบ
“ลูกค้าตั้งเยอะผมจำไม่ได้หรอก พี่ออกไปเถอะ เสียงดังรบกวนแขก”
ชิณหัวเสียเป็นห่วงกะละแม...ไม่ยอมออกไปง่ายๆ ...ชิณวิ่งไปเปิดม่านห้องโน้นห้องนี้ต่อ พนักงานวิ่งตามมาห้าม
“พี่นี่พูดไม่รู้เรื่องหรือไงห๊ะ! บอกว่าให้ออกไป”
ชิณก็ไม่สนใจ ยังเปิดม่านแล้วตะโกนเรียกกะละแมไม่หยุด
“กะละแม...กะละแม”

กะละแมถูกดวงกับก๋อยโยนลงบนเตียง...กะละแมมึนๆ ทั้งเจ็บและจุก ดวงกับก๋อยมองกะละแมแล้วยิ้มหื่นๆ แล้วดวงก็หันมาเหล่ก๋อย
“หมดหน้าที่มึงแล้วไอ้ก๋อย...ออกไป” ก๋อยเซ็งเลย
ดวงดันก๋อยให้ออกไปนอกห้อง แล้วปิดประตูลงกลอน
ขณะเดียวกันกะละแมหันไปเห็นขวดน้ำวางอยู่ รีบหยิบไปฟาดหัวดวง...ดวงไม่ทันระวังตัว ตกใจ ยกมือขึ้นป้องกันเป็นพัลวัน
“เฮ้ย...โอ๊ย”
“นี่แน่ะๆ”
ดวงหลบหลีกกะละแมจนชิดประตู...กะละแมก็ไม่หยุดตี

ด้านชิณวิ่งเปิดม่านห้องโน้น ห้องนี้ แต่ก็ยังไม่เจอรถดวง ชิณเหนื่อยหอบ แล้วก็วิ่งหากะละแมต่อ

ส่วนดวงแหกปากร้องด้วยความเจ็บ ดิ้นพราดๆ ชนประตูเสียงดังโครมคราม

“โอ๊ยๆๆ น้องกะละแมทำไมมือหนักอย่างนี้เนี่ย”
กะละแมตีดวงไม่หยุด
ก๋อยยังแอบฟังอยู่ที่หน้าห้อง เห็นประตูสั่นป๊าบๆ ก็คิดแต่เรื่องลามก
“โหย...พี่ดวงจัดหนักวุ้ย”
ก๋อยหัวเราะคิกๆ ในหัวมีแต่เรื่องลามก...ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยว่าข้างในตีกันจะตายอยู่แล้ว

ชิณวิ่งมาเปิดม่านเห็นรถดวงแล้วก็ปิด...วิ่งไปต่อ...แล้วก็คิดได้ หยุดวิ่ง
“เฮ้ย”
ชิณวิ่งกลับมาเปิดม่านห้องดวงอีกครั้งแล้วตะโกนเรียกกะละแม
“กะละแม...กะละแมอยู่ไหน”
ก๋อยเห็นชิณก็ตกใจ...หะ! ชี้หน้าชิณ “กะ...แก แกมาได้ยังไง”
ชิณหันไปเห็นไม้กวาดวางอยู่ข้างๆ รีบหยิบมาเป็นอาวุธ...ชิณมองไปที่ประตูห้อง
“กะละแมอยู่ในนั้นใช่มั้ย” จะเดินไปที่ประตู
ก๋อยกร่าง “อยู่หรือไม่อยู่ก็ไม่เกี่ยวกับแก”
“แกนั่นแหละไม่เกี่ยว รีบเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลย เปิดสิเว้ย”
“ไม่เปิดเว้ย”
ก๋อยรีบมาขวางชิณ...ชิณเอาไม้กวาดฟาดก๋อยเลย ดังป้าบบ
“เฮ้ย..เจ็บนะเว้ย”
“ไม่เจ็บแล้วจะตีทำไม ถ้าไม่อยากเจ็บมากกว่านี้ก็ถอยไป”
ชิณกระหน่ำตีก๋อยแบบไร้ความปรานี ก๋อยพยายามหลบเลี่ยงแล้วกระชากไม้กวาดไปจากมือชิณได้
ชิณเหวอ ‘ซวยแล้ว’ ก๋อยยิ้มเหี้ยมอย่างได้ใจ หัวเราะ หึๆๆ
ชิณมองก๋อยแบบระวังตัว

ส่วนในห้องกะละแมยังไม่หยุดตีดวง ดวงตัดสินใจใช้กำปั้นต่อยเข้าที่ท้องน้อยของกะละแม...อั๊ก!!!
กะละแมเจ็บและจุกอย่างบอกไม่ถูก...ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าตัวงอ
“น้องกะละแมบังคับให้พี่ดวงทำแบบนี้เองนะ”
ดวงทุบลงที่ต้นคอของกะละแมอีกที...อั๊ก!!!
“พี่ดวงไม่อยากทำจริงๆ”
กะละแมสลบฟุบลงไปกองที่พื้น

ก๋อยใช้ไม้กวาดวิ่งไล่ตีชิณ...ชิณวิ่งหลบรอบรถ...วนไปวนมา
“เฮ้ย...แน่จริงอย่าหนีสิวะ”
“ก็ไม่แน่จริงนี่หว่า”
ชิณวิ่งๆๆๆ ชิณวิ่งต่อแล้วก็ชะงัก เพราะก๋อยวิ่งย้อนมาดักอยู่ข้างหน้า ก๋อยง้างไม้กวาดจะตีชิณ...ชิณไหวตัวทัน พุ่งเข้าไปบีบคอก๋อยได้ก่อน
“แกตาย...” ชิณบีบคอก๋อยเขย่าๆๆ
ก๋อยดิ้นพราดๆ หายใจไม่ออก ปล่อยไม้กวาดหลุดมือ จะบีบบ้างแต่มือสั้นบีบไม่ถึง
ก๋อยร้อง “อ๊าก...”

ด้านดวงยิ้มกริ่ม ถอดกระดุมเสื้อตัวเองจนหมด และกำลังจะจัดการกับกะละแมที่นอนสลบอยู่ แต่ในจังหวะ นั้นเองกะละแมก็ลืมตาขึ้น
กะละแมหันไปคว้าโทรศัพท์ที่หัวเตียง ซึ่งเป็นโทรศัพท์บ้านรุ่นโบราณ ฟาดที่หัวดวงเต็มแรง
“โอ๊ย”
กะละแมค่อยๆ พยุงตัวขึ้น ยังจุกอยู่นิดๆ แล้วหันมากระหน่ำฟาดดวงสุดแรงเกิด
“นี่แน่ะๆๆๆ”
ดวงร้อง “โอ๊ย”
ดวงยกมือขึ้นกัน กะละแมคว้าอะไรได้ก็จับทุ่มใส่ดวงไม่ยั้ง
กะละแมวิ่งหาของทุ่มใส่ดวงทั่วห้อง แล้วก็เหลือบไปเห็นที่ปั๊มส้วมในห้องน้ำ กะละแมคว้ามาปั๊มเข้าที่หน้าดวงอย่างแรง
“โอ๊ย!!” ดวงเสียหลักล้มลง
กะละแมรีบวิ่งไปที่ประตู ปลดล็อค ปลดกลอน กำลังจะเปิดประตูออกไป แต่ก็ถูกดวงกระชากกลับเข้ามา ดวงเหวี่ยงกะละแมลงบนเตียงสุดแรงเกิด
กะละแมร้อง “ว้าย”
ดวงเดินเข้าหากะละแมสีหน้าหื่นกามสุดๆ อยากเผด็จศึกกะละแมเต็มที

ชิณกับก๋อยยังบีบคอกันอยู่ และในจังหวะนั้นเอง ด้วยความหัวไวของชิณ ชิณตัดสินใจยกเข่าขึ้นกระแทกกล่องดวงใจก๋อยเต็มแรง
“โอ๊ย”
ก๋อยลงไปนอนกุมเป้าหน้าเขียวอยู่ที่พื้น
ชิณมองไปที่ประตูห้อง “กะละแม”
ชิณรีบวิ่งไปที่ประตู ก๋อยจะตามแต่ลุกไม่ขึ้น
“อย่า...อย่า...เข้าไป...อู๊ยยย”
ก๋อยนอนจุกกุมกล่องดวงใจ...สีหน้าเจ็บปวดสุดๆ

กะละแมดีดตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง เตรียมจะหนี ดวงตามไปต่อยที่ท้องของกะละแม...กะละแมจุก ล้มตัวลงนอนบนเตียง
“ถ้ายอมพี่ดวงดีๆ ตั้งแต่แรก ก็ไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้หรอก”
ดวงยื้มหื่น...แล้วก้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอกะละแม...กะละแมพยายามดิ้นรนต่อสู้แต่ไม่มีแรงเพราะจุกอยู่
กะละแมเสียงแผ่ว “อย่าทำฉันเลย...ปล่อยฉันไปเถอะ”
ดวงไม่ฟัง ยังพยายามจะปล้ำจูบกะละแมต่อไป...แต่แล้วดวงก็ต้องชะงัก เพราะประตูห้องถูกเปิดออก พร้อมกับเสียงของชิณดังขึ้น
“หยุดนะ ไอ้เลว”
ดวงหันไปมอง เห็นชิณยืนจังก้าอยู่หน้าประตู ชิณพุ่งตัวเข้ามากระชากดวงออกจากตัวกะละแม แล้วต่อยดวงไม่ยั้ง ดวงไม่ทันตั้งตัวถูกต่อยล้มลงไปกองกับพื้น
กะละแมผงกหัวขึ้นมองชิณ
“คุณชิณ”
ชิณหันมาประคองกะละแมลุกขึ้นนั่งด้วยความเป็นห่วง
“กะละแม...เป็นยังไงบ้าง”
“ฉันไม่เป็นไร แต่ถ้าคุณมาช้ากว่านี้อีกนิดนึงฉันคงไม่รอด” กะละแมร้องไห้โฮ
ชิณกอดปลอบกะละแม
“ไม่เป็นไรแล้ว...ไม่เป็นไร”
กะละแมมองไปเห็นดวงที่นอนกองอยู่กับพื้นลุกขึ้นแล้วเดินตรงเข้ามาหาชิณ กะละแมผละออกจากอ้อมกอดชิณแล้วรีบเตือนชิณ
“คุณชิณระวังข้างหลัง”
ชิณหันไปทางดวง แล้วลุกไปต่อยดวงหลายครั้ง...ดวงสู้ไม่ถอย...สองคนต่อยกัน ชิณดูแมนมาก...และในที่สุดชิณก็ชนะ ด้วยการปล่อยหมัดสุดท้ายเสยเข้าปลายคางดวงอย่างแรง จนดวงสลบไป
ชิณเดินกลับมาหากะละแมที่นั่งอยู่บนเตียง กะละแมมองหน้าชิณด้วยความซาบซึ้ง...ขอบคุณ ระคนสงสัย
“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันถูกไอ้ดวงจับมาที่นี่”
“ฉันไปตามหาเธอที่บ้านไอ้ป๋านุ้ย สวนกับเธอตอนที่ไอ้ดวงมันจับเธอมาพอดี ฉันก็เลยตามมา” มองหน้าซึ้งๆ “ฉันเป็นห่วงเธอมากนะรู้มั้ย”
กะละแมอึ้งไปด้วยความซาบซึ้งและตื้นตัน
กะละแมมองตาอย่างซาบซึ้ง “คุณชิณ...ขอบคุณมากนะคะที่มาช่วยฉัน”

ชิณมองตอบกะละแมด้วยสายตาแบบเดียวกัน แล้วยิ้มอย่างมีความสุข ยินเสียงไซเรนรถตำรวจดังแทรกเข้ามา

เวลาต่อมา ที่สถานีตำรวจ ดวงกับก๋อยอยู่ในกรงขัง หน้าตาฟกช้ำดำเขียว...ที่หน้าดวงมีรอยที่ปั๊มส้วมเป็นวงแดงชัดเจน ดวงโวยวายวางกล้ามส่งเสียงดังลั่นโรงพัก

“เฮ้ย...ปล่อยกูนะเว้ย พวกมึงไม่รู้เหรอว่าพ่อกูเป็นใคร”
กะเทยยักษ์วัยฉกรรจ์นางหนึ่งที่อยู่กรงขังห้องข้างๆ ตะโกนด่าดวงด้วยความรำคาญ
“ก็เป็นผัวแม่มึงสิวะ โวยวายอยู่ได้ รำคาญ”
ดวงหันไปกระโดดใส่กะเทยคนนั้นแต่ติดกรง
“นังกระทิงเปลี่ยว เดี๋ยวก็ไม่ได้ตายดีหรอกมึง”
ตำรวจรีบเข้ามาห้ามดวง
“เงียบๆ หน่อย ถ้าไม่เงียบจะจัดให้อีกกระทง ข้อหาก่อความไม่สงบ”
ก๋อยรีบห้ามดวง “พี่ดวงใจเย็นๆ ก่อนนะ เดี๋ยวป๋าก็มาประกันตัวเราแล้ว”
“ฮึ่ย...หงุดหงิดเว้ย” แล้วก็โอดครวญ “น้องกะละแมทำให้ความรักของพี่ดวงเปลี่ยนเป็นความแค้น พี่ดวงออกไปเมื่อไหร่ เราจะได้เห็นดีกัน”
ดวงคำรามทั้งรักทั้งแค้น

ชิณกับกะละแมนั่งคุยกับตำรวจร้อยเวรที่รับแจ้งความ
“โชคดีนะครับที่คุณไม่เป็นอะไรมาก นายดวงสมร” ชื่อจริงดวง “เนี่ยมีเรื่องในผับในบาร์ไม่เว้นแต่ละวัน ตำรวจก็ยังจับคาหนังคาเขาไม่ได้สักที จะต้องมีการซัดทอด สุดท้ายก็มีลูกน้องมารับผิดแทน...บางทีผู้เสียหายก็กลัวอิทธิพลของป๋านุ้ย พ่อนายดวงสมร จนต้องมาถอนแจ้งความไป”
“แล้วไม่มีทางไหนที่เราจะเอาผิดพวกมันได้เลยเหรอคะ เอาแบบให้ติดคุกถาวร ชนิดที่ไม่ได้ออกมาก่อความเดือดร้อนให้ใครได้อีก” กะละแมพูดด้วยอารมณ์แค้น
“ป๋านุ้ยมันมีอิทธิพลมาก นี่ขนาดตำรวจรู้ว่ามันเปิดบ่อน พยายามเข้าไปจับหลายครั้งแล้ว แต่มันก็ไหวตัวทัน ปิดบ่อน ขนของหนีไปได้ทุกที นี่ผมก็กำลังพยายามรวบรวมหลักฐานมัดตัวมันอยู่”
กะละแมกับชิณอึ้ง ไม่คิดว่าป๋านุ้ยจะเปิดบ่อนการพนันด้วย
“ยังไงคุณก็ระวังตัวไว้ด้วยนะครับ พวกมันอาจย้อนกลับมาทำร้ายคุณอีก ถ้ามีเรื่องอีกก็โทรมาแจ้งตำรวจที่โรงพักได้เลย หรือจะโทรหาผมโดยตรงก็ได้” ตำรวจส่งนามบัตรให้
กะละแมรับนามบัตรมา
“ขอบคุณค่ะ”
“ขอบคุณมากครับคุณตำรวจ...เราสองคนขอตัวกลับนะครับ”
“เชิญครับ”
ชิณกับกะละแมพากันเดินออกมาจากสถานีตำรวจ

ชิณกับกะละแมเดินออกมาที่หน้าสถานีตำรวจแล้ว...สองคนกลุ้มใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“ฉันว่าเธอรีบย้ายออกจากบ้านไอ้ป๋านุ้ยดีกว่า แล้วฉันจะหาที่อยู่ใหม่ให้พวกเธอเอง” ชิณคิดๆ “ไปอยู่บ้านพักของฉันที่ปราณบุรีก่อนก็ได้”
กะละแมเกรงใจ “ฉันไม่อยากทำให้คุณต้องวุ่นวายเพราะฉันอีกแล้ว และถ้าคุณนายรู้เข้า ต้องไม่พอใจแน่ๆ”
“ตอนนี้แม่กำลังเข้าใจเธอผิด ฉันจะพยายามอธิบายทุกอย่างให้ท่านเข้าใจเอง” ชิณมองหน้ากะละแม “ฉันรู้ว่าที่เธอต้องทำทุกอย่างที่ผ่านมามันเป็นเพราะความจำเป็น และต่อจากนี้เธอจะไม่กลับไปทำอีก”
กะละแมมองหน้าชิณแล้วยิ้ม “ฉันดีใจ ที่คุณเข้าใจฉัน”
“ฉันว่าเรารีบไปรับพวกญาติๆ เธอออกจากบ้านไอ้ป๋านุ้ยดีกว่า ตอนนี้มันคงจะกำลังมาประกันตัวไอ้ดวง เราพอจะมีเวลาตอนที่พวกมันไม่อยู่บ้าน”
ชิณเดินนำไปที่รถ...กะละแมเรียกไว้
“คุณชิณ...” ชิณหันมา “ฉันขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำให้ฉัน ไม่ว่าจะเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ฉันจะไม่มีวันลืม และจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”
“แค่เธอไม่กลับไปทำสิ่งที่ผิดอีก ฉันก็พอใจแล้ว”
“คนอย่างกะละแมพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว ในเมื่อฉันสัญญากับคุณแล้วว่าจะไม่ทำผิดอีก ฉันก็ต้องรักษาคำพูด”
ชิณกับกะละแมยิ้มให้กันด้วยความเข้าอกเข้าใจ แล้วชิณกับกะละแมก็เดินไปขึ้นรถ
พอรถชิณขับออกไป...รถของป๋านุ้ยก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าสถานีตำรวจ ป๋านุ้ยลงจากรถแล้วรีบเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ มีลูกน้องเดินตามไปสองคน

ชิณกับกะละแมค่อยๆ ย่องเข้ามาที่ประตูหน้าบ้านนุ้ย ส่องดูลาดเลาอย่างระมัดระวัง
“ไอ้ป๋านุ้ยมันคงออกไปประกันตัวไอ้ดวงแล้วล่ะ”
กะละแม เห็นติ่งนั่งชะเง้อคอเหมือนรอใครบางคนอยู่ที่หน้าบ้าน
ติ่งหันมาเห็นกะละแมก็ดีใจ
“ไอ้แม” ติ่งจะวิ่งแต่ลืมตัวว่าเจ็บอยู่ “อู๊ย...” ค่อยๆ เดินไปหากะละแม “เป็นไงบ้างวะไอ้แม...ปลอดภัยดีใช่มั้ย”
“ฉันไม่เป็นไร”
ติ่งเห็นชิณมาด้วยก็แปลกใจ
“คุณชิณมากับแกได้ไงเนี่ย”
“คุณชิณเค้าไปช่วยฉันจากไอ้ดวง ฉันรอดมาได้ก็เพราะคุณชิณนี่แหละ” กะละพูดด้วยน้ำเสียงปลื้ม
“แล้วแกกลับมาที่นี่อีกทำไม ทำไมไม่หนีไป เดี๋ยวไอ้ดวงมันกลับมาเจอก็ซวยอีกรอบหรอก”
“ตอนนี้ไอ้ดวงมันถูกจับขังอยู่ที่สถานีตำรวจ ไอ้ป๋านุ้ยคงกำลังไปประกันตัว ฉันกับกะละแมเลยรีบมารับพวกนายออกไปจากที่นี่”
ติ่งลืมตัวร้อง “เย้... อู้ย...ขอบคุณมากครับคุณชิณ ผมไม่รู้จะขอบคุณคุณยังไง” จับมือชิณเขย่าๆ “ขอบคุณมากๆ ครับ ขอบคุณจริงๆ”
“พอแล้วพี่ติ่ง...เดี๋ยวค่อยมาขอบคุณใหม่ ฉันว่าตอนนี้เรารีบไปเก็บของก่อนดีกว่า” กะละแมบอกกับชิณ “คุณชิณรออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ พวกเราเก็บของเสร็จแล้วจะรีบออกมา”
“รีบไปเถอะ ฉันจะดูต้นทางไว้ให้”
กะละแมกับติ่งรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน

ชิณรออยู่หน้าบ้าน มองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง

เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 15 (ต่อ)

โต๊ดกำลังดูแลตุ้งแช่อยู่...ซึ่งท่าทางอาการดีขึ้นมากแล้ว กะละแมกับติ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้อง

“น้าโต๊ด...ไอ้แช่ เร็วเข้า...ไปเร็ว”
โต๊ดตกใจ..งงด้วย “อะไรวะ? จะไปไหน”
“ออกไปจากที่นี่ คุณชิณเค้าจะให้เราไปอยู่ที่บ้านพักที่ปราณบุรีก่อน ตอนนี้เค้ารออยู่หน้าบ้าน น้ารีบไปเก็บของเร็ว ก่อนที่ไอ้ป๋านุ้ยมันจะกลับมา
ตุ้งแช่มองกะละแมอย่างมีความหวังว่าจะรอดจากพวกไอ้ป๋านุ้ย
โต๊ดอึ้งๆ นั่งนิ่งไม่ยอมลุกไปเก็บของ
ติ่งฉุดแขนโต๊ด “น้าโต๊ดรีบไปเก็บของสิ มัวแต่นั่งอึ้งอยู่ได้ เดี๋ยวไอ้พวกนั้นมันกลับมาก็ได้เจ็บตัวกันอีกรอบหรอก”
โต๊ดพูดท่าทีขึงขัง “ข้าไม่ไป”
กะละแม ติ่ง และตุ้งแช่งอึ้ง หันมามองโต๊ดเป็นตาเดียวกัน...หะ!!!
กะละแมไม่เข้าใจ “ทำไมล่ะน้า ในเมื่อเรามีโอกาสแล้วทำไมไม่หนี”
ติ่งพยายามฉุดแขนโต๊ดให้ลุกขึ้นไปเก็บของ แต่โต๊ดก็ฝืนตัวไว้ ไม่ยอมขยับ
“ไปเถอะน้า...ไปเก็บของเร็วๆ อยู่ที่นี่ก็มีแต่รอวันตาย เอะอะอะไรพวกมันก็ได้แต่ซ้อมเอาๆ ทำยังกะพวกเราเป็นกระสอบทรายงั้นแหละ” โต๊ดขืนตัวไว้ “ลุกสิน้า...ไปเร็ว น้าไม่อยากหนีไปจากขุมนรกนี่หรือไง”
“ข้าไปไม่ได้”
กะละแมงง “ทำไมไปไม่ได้”
กะละแม ติ่ง ตุ้งแช่ หันมองโต๊ดเป็นตาเดียวกัน อยากรู้เหตุผล
โต๊ดตัดสินใจบอก
“ไอ้ป๋านุ้ยมันมีคลิปความลับของพวกเรา”
“คลิปความลับอะไรน้า” กะละแมงงหนักกว่าเดิม
โต๊ดมองหน้ากะละแม แววตาเต็มไปด้วยความหนักใจ
ภาพเหตุการณ์ตอนที่ก๋อยเอาคลิปที่แอบถ่ายโต๊ดกับไฝมาเปิดให้โต๊ดดูผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ
“ถ้ามึงปฏิเสธ คลิปนี้ถึงมือไอ้เจ้าของที่กับตำรวจแน่ แล้วพวกมึงก็จะได้ติดคุกหัวโตกันยกครัว คิดดูให้ดีๆ ถ้าพวกมึงยอมรับตำแหน่งฝ่ายโปรโมชั่น ก็ขนข้าวของมาเปิดสำนักที่นี่ได้เลย เงินบริจาคได้เท่าไหร่มึงเอาไป กูไม่ยุ่งแม้แต่บาทเดียว มึงจะได้มีเงินส่งลูกเรียนสูงๆ แล้วก็จำไว้ว่า คนอย่างป๋านุ้ยไม่ชอบให้ใครขัดใจเว้ย”
โต๊ดหน้าเครียดพูดกับกะละแม “เพราะแบบนี้แหละ ข้าถึงต้องมาอยู่ที่นี่ ถ้าข้าไม่มา ไอ้ป๋านุ้ยมันจะเอาคลิปนี้ไปให้ตำรวจ แล้วเอ็งก็จะถูกจับติดคุกติดตะราง เอ็งยังเด็ก ยังมีอนาคตอีกไกล ข้าไม่อยากให้เอ็งเป็นคนมีประวัติ มีคดีติดตัว”
กะละแมมองโต๊ดทั้งเศร้าทั้งซึ้ง
“นี่น้ายอมทำเพื่อฉันขนาดนี้เลยเหรอ ฉันก็หลงเข้าใจน้าผิดคิดว่าน้าทำเพื่อเงิน...ทำไมน้าไม่บอกฉันว่าไอ้ป๋านุ้ยมันแบล็คเมล์น้า ฉันจะได้หาทางช่วย ไม่ใช่ให้น้ามาแบกรับปัญหาไว้คนเดียวแบบนี้”
“บอกไป แล้วเอ็งจะทำอะไรได้วะ”
“อย่างน้อยฉันก็จะไม่ยอมให้น้ามาอยู่ที่นี่” กะละแมฮึด..ไม่กลัว “เรื่องคลิปช่างมันเถอะน้า ถ้ามันไปถึงมือตำรวจจริงๆ เราค่อยหาทางสู้คดีกัน ตอนนี้เอาตัวให้รอดมือรอดตีนพวกมันก่อนดีกว่า”
“เชื่อไอ้แมเถอะน้า หนีออกไปจากที่นี่ก่อน” ติ่งบอกพลางมองมาที่ตุ้งแช่ “อย่างน้อยก็เห็นแก่ไอ้แช่มันเถอะ ฉันไม่อยากให้มันโตขึ้นมาแล้วเป็นเหมือนฉันกับไอ้แม”
โต๊ดหันไปมองตุ้งแช่ที่นอนไม่สบายอยู่...โต๊ดทั้งรู้สึกผิดและสงสารลูก แล้วก็ตัดสินใจได้
“เอาวะ...ถ้าพวกเอ็งว่าอย่างนั้น เราก็จะหนีไปจากที่นี่กัน...ไปเก็บของ”
โต๊ด ติ่ง กะละแม รีบลุกไปช่วยกันเก็บของ

นุ้ยเดินออกมาจากสถานีตำรวจ มีดวงกับก๋อยเดินตามมา ลูกน้องสองคนเดินรั้งท้าย ดวงอาการแย่มาก ปากเจ่อ หน้าบวมเป็นรูปที่ปั๊มส้วม
“ทำไมถึงได้หาเรื่องกันได้ไม่เว้นแต่ละวันวะห๊ะ...อยู่ให้มันสงบๆ เป็นลูกที่ดีของป๋าบ้างไม่ได้หรือไง” นุ้ยด่าซ้ำ
ดวงเจ็บปาก พูดไม่ถนัด “โธ่ป๋า...ก็ใครจะไปคิดว่าน้องกะละแมจะฤทธิ์เยอะขนาดนี้ หนูก็คิดว่าแค่ฉุดๆ ปล้ำๆ ก็จบ...ก็ป๋าเป็นคนสอนหนูเองไม่ใช่เหรอ ว่าถ้าอยากได้ก็ฉุดเอา หนูก็ทำตามที่ป๋าสอน...แล้วจะมาด่าหนูได้ไง”
ก๋อยพยักหน้าเห็นด้วยกับดวง
“ใช่...” นุ้ยมองตาขวาง ก๋อยปิดปากเงียบกริบ
“ดูมันๆ ยังมาเถียงอีก เออ...ถือว่าเป็นเวรของกูที่มีลูกอย่างมึง” จิกตาร้ายกาจ “นั่งร่างทรงนั่นก็ร้ายไม่ใช่เล่น มันกล้าลองดีกับคนอย่างป๋านุ้ย กูไม่ปล่อยมันไว้แน่ มันกับกูต้องเจอกัน”

นุ้ยประกาศกร้าวที่หน้าโรงพัก

เย็นนั้น ติ่ง โต๊ด และกะละแม เก็บของกันจ้าละหวั่น ตุ้งแช่ที่พอจะลุกไหวก็มาช่วยเก็บด้วย

“น้าโต๊ดไม่ต้องเอาไปทุกอย่างก็ได้ เอาแต่ของสำคัญๆ เถอะ เดี๋ยวไอ้ป๋านุ้ยมันกลับมาก็หนีไม่ทันกันพอดี
“รู้แล้วๆ...แต่มันก็สำคัญทุกอย่างนี่หว่า ทิ้งไว้ก็เสียดาย” โต๊ดบอก
ติ่งออกไอเดีย “งั้นแกออกไปดูต้นทางเป็นเพื่อนคุณชิณก่อนไป เดี๋ยวพวกฉันจะรีบตามออกไป”
“ก็ได้...รีบๆ ตามมานะ”
กะละแมหิ้วกระเป๋าของตัวเองแล้วเดินออกจากห้องไป ติ่ง โต๊ด ตุ้งแช่ยังเก็บของมั่วๆ กันอยู่...เก็บนู่นลืมนี่ เก็บนี่ลืมนั่นกันเข้าไป

ชิณรออยู่ด้านนอกชะเง้อมองเข้าไปในบ้านด้วยความร้อนใจ
“ทำไมยังไม่ออกมากันอีก เดี๋ยวก็ไม่ทันกันพอดี”
ทันใดนั้นเสียงฉายตะวันก็ดังขึ้น
“ชิณ”
ชิณเหลียวขวับไปมอง เห็นฉายตะวันยืนหน้าบึ้งอยู่ก็ตกใจ
“แม่...”
ฉายตะวัน กิมเอ็ง มิ้ว ยืนมองชิณอยู่...ทรงวุฒิยืนอยู่หลังสุด ก้มหน้าหลบตาชิณ
ฉายตะวันถามเสียงขุ่น “ยังจำได้เหรอว่ามีแม่อยู่”
มิ้วสาระแนทันที “พี่ชิณหนีคุณป้ามาหายัยกะละแมร่างทรงสิบแปดมงกุฎถึงที่นี่เลยเหรอคะ”
ชิณฉุนกึก “พูดให้ดีๆ นะมิ้ว กะละแมเค้าไม่ได้เป็นอย่างที่มิ้วว่า”
กิมเอ็งผสมโรง “ถ้ากะละแมไม่เป็นอย่างที่หนูมิ้วว่า แล้วเค้าเป็นอะไรคะ” น้ำเสียงกิมเอ็งประชดเต็มที่ “เป็นคนดีเลิศประเสริฐศรีงั้นเหรอคะ”
ชิณไม่ไว้หน้าแล้ว “ก็ดีกว่าพวกที่ชอบทำตัวเป็นบ่างช่างยุก็แล้วกัน อยู่ดีๆ ก็มายุให้แม่ลูกเค้าทะเลาะกัน”
กิมเอ็งกับมิ้วสะดุ้ง...อุ๊ยแรง!!!
“ชิณ...เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณกิมเอ็งหรือหนูมิ้ว แต่มันเป็นเรื่องของชิณ แม่และกะละแม” ฉายตะวันว่า
จังหวะนั้นกะละแมหิ้วกระเป๋าวิ่งเข้ามา...พอได้ยินเสียงฉายตะวันก็ชะงัก รีบหลบวูบ
“แม่ไม่รู้ว่าชิณคิดยังไงกับกะละแม ถึงได้ห่วงใยกันขนาดนี้ แต่สำหรับแม่...แม่ไม่มีวันยกโทษให้เด็กนั่นเด็ดขาด”
กะละแมชะงัก...ใจหายวาบ เสียใจและรู้สึกผิดอย่างแรง ชิณพยายามอธิบาย
“แม่เข้าใจผิดนะครับ...กะละแมเค้ามีความจำเป็นถึงได้ทำแบบนั้น ใจจริงเค้าไม่ได้อยากทำแบบนั้นเลย”
“จะอยากหรือไม่อยาก เด็กนั่นก็ทำลายความไว้ใจที่แม่เคยมี เค้าหลอกแม่ และตอนนี้เค้าก็กำลังหลอกชิณ”
“ใช่ครับ ก่อนหน้านี้เค้าหลอกแม่ เค้าหลอกผม หลอกทุกคน แต่ตอนนี้เค้าเปลี่ยนไปแล้ว กะละแมเค้าต้องการจะกลับตัว คุณแม่ให้โอกาสอีกเค้าอีกสัก...”
ชิณพูดยังไม่จบคำ ฉายตะวันสวนแทรกขึ้นมา
“พอได้แล้ว หยุดพูด แม่ไม่อยากฟังอะไรเกี่ยวกับเด็กคนนี้อีกแล้ว” ฉายตะวันสั่งชิณด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “กลับบ้านกับแม่เดี๋ยวนี้ !!!
กะละแมหน้าเสีย...รู้สึกผิดที่ทำให้แม่ลูกทะเลาะกัน
“ผมยังกลับตอนนี้ไม่ได้ ผมต้องพากะละแมออกไปจากที่นี่”
“คุณพี่อย่าไปยอมค่ะ ลากขึ้นรถไปเลยค่ะ” กิมเอ็งสั่งทรงวุฒิ “ทรงวุฒิมาช่วยกันจับคุณชิณขึ้นรถสิ ยืนบื้ออยู่ได้”
ทรงวุฒิยืนทำหน้าเหลอหลาไม่กล้ามาจับชิณ
ฉายตะวันเสียงดุ “ทรงวุฒิมาช่วยกันเร็ว มัวยืนทำอะไรอยู่”
ทรงวุฒิลำบากใจ “คะ...ครับๆๆๆ”
ทรงวุฒิเข้ามาจับล็อคแขนชิณไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งฉายตะวันกับกิมเอ็งช่วยกันจับไว้ ชิณพยายามดิ้นๆๆ
“แม่ปล่อยผมเถอะครับ” ชิณดิ้นรนขัดขืน “พี่ทรงวุฒิปล่อย...ถ้าไม่ปล่อยผมจะไล่คุณออก”
ทรงวุฒิกลัว...จะปล่อยแต่ฉายตะวันรีบห้าม
ฉายตะวันสั่งด้วยเสียงจริงจัง “ทรงวุฒิห้ามปล่อย...ถ้าปล่อย ฉันก็จะไล่ออกเหมือนกัน...ไม่เชื่อก็ลองดู”
ทรงวุฒิลำบากใจสุดๆ เสียงอ่อยๆ “ขอโทษนะครับคุณชิณ ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ”
“แม่ปล่อยผมเถอะ ผมต้องช่วยกะละแมก่อน ปล่อยผม...ปล่อย”
ชิณไม่ยอมขึ้นรถง่ายๆ ดิ้นขัดขืนเป็นการใหญ่ แต่แล้วจู่ๆ ชิณก็สลบคอพับไปต่อหน้า
ฉายตะวัน กิมเอ็งและทรงวุฒิงง ‘เกิดอะไรขึ้น?’ แล้วทั้งสามก็หันไปมอง
“ว้าย” / “เฮ้ย”
กะละแมตกใจ
“คุณชิณ” อยากจะออกไปช่วยดู แต่ก็ต้องยั้งตัวเองไว้
ที่แท้เป็นผลงานของมิ้ว ที่ยืนจังก้าถือไม้หน้าสามอยู่
“เอ่อ...มิ้วช่วยทำให้พี่ชิณสงบไงคะ จะได้พากลับบ้านได้ง่ายๆ” มิ้วยิ้มแหะๆ ฉายตะวันอึ้ง ‘โถ...ลูกฉัน’ มิ้วพูดต่อ “อย่าเพิ่งงง อย่าเพิ่งอึ้งกันเลยค่ะ รีบพาพี่ชิณขึ้นรถก่อน... ไปเร็วค่ะ”
มิ้วรีบเดินนำหน้าไป เปิดประตูรถตู้ของฉายตะวันรอ
ทรงวุฒิ ฉายตะวัน และกิมเอ็ง ประคองชิณไปใส่รถ
มิ้วมองไปที่รถชิณที่จอดอยู่แล้วพูด
“เดี๋ยวมิ้วขับรถพี่ชิณกลับให้นะคะ”
มิ้วล้วงหากุญแจรถในกระเป๋ากางเกงชิณจนเจอ แล้วก็เดินไปที่รถชิณ ส่วนทรงวุฒิขับรถตู้ของฉายตะวันออกไป มิ้วขับรถชิณตามไป
 
ทิ้งให้กะละแมมองตามท้ายรถด้วยความเศร้า...และรู้สึกผิดอยู่ตรงนั้น

ด้านโต๊ด ติ่งหอบของพะรุงพะรังออกมาหน้าบ้าน ตุ้งแช่เดินตามมาแบบไม่ค่อยมีแรง

“แช่กัดฟันเดินหน่อย...จะรอดแล้วลูก”
ติ่งเห็นกะละแมยืนหน้าเศร้าอยู่ “ไอ้แมไปเร็ว พวกเราเก็บของมาหมดแล้ว”
ติ่งกะโต๊ด เอะใจเพราะเห็นกะละแมหน้าเศร้ามาก
“เฮ้ย...นังกะละแมเป็นอะไรวะ” โต๊ดมองไปรอบๆ “แล้วไหนล่ะคุณชิณ”
กะละแมหน้าเศร้า “คุณนายฉายตะวันเค้ามาเอาตัวคุณชิณกลับไปแล้ว”
สามต. ร้อง “ห๊ะ” พร้อมกัน
“แล้วพวกเราจะทำยังไงกันดี ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วนะเว้ย” ติ่งโวยวาย
โต๊ดได้สติ “เอาวะ...ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงๆ พวกเราก็ต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้ ก่อนที่ไอ้ป๋านุ้ยกับไอ้ดวงจะกลับมา ไป...รีบไปกันเถอะ จะไปอยู่ที่ไหนค่อยว่ากัน”
ยังไม่ทันขาดคำโต๊ด รถนุ้ยและรถดวงก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน...เอี๊ยดดดด
โต๊ด ติ่ง ผงะถอยกรูด...กะละแมเศร้าๆ อึ้งๆ .ตุ้งแช่มึนๆ เพราะเพิ่งสร่างไข้
ติ่งเสียงอ่อย “สงสัยจะไม่ทันแล้วแหละน้า”
ดวงกับก๋อยลงมาจากรถ แล้วเดินเข้าหาพวกกะละแม
ลูกน้องนุ้ยสองคนลงจากรถ คนหนึ่งเปิดประตูรถให้ นุ้ยลงจากรถ แล้วเดินเข้าหาพวกกะละแมหน้าตาเหี้ยมเกรียม...ลูกน้องสองคนเดินตามมาติดๆ
“พวกมึงจะไปไหนกัน ห๊ะ”
กะละแม โต๊ด ติ่ง ตุ้งแช่เข่าอ่อน...จนตรอก หมดทางหนี...ตายแน่ๆ

ติ่ง โต๊ด กะละแมและตุ้งแช่ โดนผลักล้มกลิ้งกะโท่โล่เข้ามาในบ้าน พร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าที่ถูกโยนตามมา นุ้ย ดวง ก๋อย และลูกน้องเดินตามเข้ามา หน้าตาเหี้ยมเกรียม
“พวกมึงคิดว่าจะหนีป๋านุ้ยไปได้ง่ายๆ เหรอวะ”
ดวงหน้ายังเยินอยู่ “น้องกะละแมทำกับพี่ดวงเจ็บแสบมาก พี่ดวงอดทนอดกลั้นมามากแล้ว และต่อไปนี้จะไม่มีอีกแล้ว” ดวงสั่งลูกน้อง “เฮ้ย...สั่งสอนให้พวกมันรู้สำนึกหน่อยเว้ย ไม่ต้องเว้นทั้งผู้หญิง เด็ก และคนชรา”
ก๋อยและสมุนกำลังจะรุม แต่โต๊ดเอาตัวเข้าแลกปกป้องลูกหลาน
“อย่าจ้ะ...อย่าทำอะไรลูกหลานฉันเลย...จะทำอะไรก็ทำฉันเถอะ ฉันไม่ดีเองที่สั่งสอนพวกมันไม่ดี นะจ๊ะป๋านุ้ย พ่อดวง...ฉันไหว้ล่ะอย่าทำไอ้พวกนี้มันเลย” โต๊ดยกมือไหว้ลนลาน
“น้าโต๊ดไม่ต้องไปขอร้องพวกมัน” กะละแมมองหน้าดวง “ถ้าพวกมันจะฆ่าฉันก็ให้มันทำเลย ฉันไม่กลัว!”
นุ้ยเสียงเหี้ยม “เก่งนักนะนังตัวดี อยากลองดีกับกูใช่มั้ยหะ ได้...กูจะทำให้สมใจอยาก”
นุ้ยง้างมือจะตบกะละแม โต๊ดพุ่งไปเอาตัวเข้าแทรก กันกะละแมไว้เลยโดนตบไปเต็มๆ โต๊ดล้มลง...หน้าแดงเป็นแถบ
กะละแม ติ่งและตุ้งแช่ร้องลั่น“น้าโต๊ด” / “พ่อ”
กะละแมรีบเข้าไปประคองโต๊ดให้ลุกขึ้น สามคนร้องกันระงม
“น้าโต๊ดมารับแทนฉันทำไม”
โต๊ดรู้สึกผิด “มันก็สมควรแล้วที่ข้าจะต้องโดนแบบนี้ ที่พวกเอ็งต้องเดือดร้อนแบบนี้ก็เพราะข้า...ข้าผิดเอง...ข้าต้องรับกรรม” โต๊ดมองพวกนุ้ย น้ำตาร่วง “เอาเลย...อยากจะทำอะไรก็ทำฉันเลย แต่อย่าทำไอ้พวกนี้มันเลย” พร้อมกับจับมือนุ้ยมาตีตัวเอง “ทำสิ...ทำฉันเลย...จะเตะ จะต่อย จะตบ จะทำอะไรก็เชิญเลย”
กะละแมพยายามดึงโต๊ดให้หยุด
“น้าอย่าทำแบบนี้...พอเถอะ”
ดวงมองโต๊ดหน้าอย่างเหี้ย...ม บอกนุ้ย
“ไหนๆ มันก็ร้องขอแล้ว จัดหนักให้มันเลยมั้ยป๋า”
นุ้ยสั่งลูกน้อง “เฮ้ย...รุมมัน”
สิ้นเสียงนุ้ย...ก๋อยและลูกน้องก็รุมกระทืบโต๊ดแบบไม่ยั้ง กะละแมเห็นโต๊ดโดนรุมต่อหน้าต่อตา...กะละแมเจ็บปวดเหมือนโดนเอง ทั้งกะละแม ติ่ง ตุ้งแช่ ร้องไห้กันระงม
โต๊ดโดนรุม อย่างรุนแรงหนักหน่วง ราวกับเป็นการชดใช้กรรมที่ได้ทำไว้ บรรยากาศเศร้าโศก ชวนสลดหดหู่
กะละแมมองถูกซ้อมแล้วก็ตัดสินใจหันไปพูดกับดวง
“พี่ดวงจ๊ะ...ฉันขอโทษ ฉันผิดไปแล้ว พี่ดวงสั่งให้ลูกน้องหยุดซ้อมน้าโต๊ด พี่ติ่ง ตุ้งแช่เถอะนะ พี่ดวงอยากได้อะไรฉันจะยอมทุกอย่าง”
ดวงชะงัก...หะ!!! แล้วยิ้มลามกแต่ยังไม่พูดอะไร
กะละแมไม่ทันสังเกตสีหน้าดวง “นะจ๊ะพี่ดวง...ฉันกราบล่ะจ้ะ” กะละแมก้มลงกราบจริงๆ “อย่าทำน้าโต๊ดเลยนะจ๊ะ”
ในที่สุดดวงก็ใจอ่อน “ป๋า...ป๋า...ได้ยินน้องกะละแมพูดป่ะ...หยุดเถอะนะป๋า เดี๋ยวไอ้พวกนี้มันตาย น้องกะละแมจะโกรธจนไม่ยอมเป็นเมียหนู หยุดเถอะนะป๋า” ดวงจับแขนนุ้ยเขย่าๆ “นะๆๆๆ”
นุ้ยปรายหางตามองดวงแบบรำคาญ แล้วส่ายหน้า ด่าดวง
“มึงนี่มันจริงๆเลย” แล้วหันไปสั่งลูกน้อง “เฮ้ยหยุด”
ลูกน้องนุ้ยหยุดซ้อมโต๊ด ติ่ง ตุ้งแช่ รีบเข้าไปดู กะละแมจะลุกตามไปดู
ดวงจับมือกะละแมไว้ “น้องกะละแมจะไปไหนจ๊ะ”
กะละแมพยายามดึงมือออกจากดวงแต่ไม่สำเร็จ แกล้งพูดดี “พี่ดวงปล่อยฉันเถอะนะ...ฉันเจ็บ ฉันไม่หนีไปไหนหรอก แค่จะไปดูน้าโต๊ดแค่นั้นเองจ้ะ”
นุ้ยเดินเข้าหากะละแม
“นี่แค่สั่งสอนแบบเบาะๆ ถ้าคราวหน้าพวกมึงสร้างความเดือดร้อนให้กูอีก กูเอาตายแน่ และขอบอกไว้ก่อนเลย อย่าคิดหนีเด็ดขาด” นุ้ยหันมาทางก๋อย “ไอ้ก๋อย มึงเฝ้าพวกนี้ไว้ตลอด 24 ชั่วโมง อย่าให้พวกมันหนีไปได้”
“ครับป๋า”
นุ้ยเดินหน้าเหี้ย...มออกไป ก๋อยและลูกน้องสองคนเดินตามนุ้ยไป แต่ก่อนจาก ก๋อยกระทืบโต๊ดซ้ำไปอีกทีหนึ่งเต็มแรง...โต๊ดจุก แอ๊ก!!!
ดวงดึงกะละแมมากอดแล้วพยายามจะหอมแก้ม กะละแมพยายาเบี่ยงตัวหนีด้วยความขยะแขยงสุดๆ
กะละแมดันหน้าดวงไว้ “ปล่อยฉันนะ”
“ปล่อยได้ไง เมื่อกี้น้องกะละแมเป็นคนบอกเองว่าจะให้พี่ดวงทุกอย่าง” ดวงเปลี่ยนเสียงเป็นโหด “คิดจะเบี้ยวเหรอ”
กะละแมตกใจ “เปล่าจ้ะ...ฉันไม่เบี้ยวหรอก แต่วันนี้...เอ่อ...พี่ดวงเหนื่อยมามากแล้ว ท่าทางไม่ค่อยมีแรง ฉันว่าพี่ไปพักให้มีแรงมากกว่านี้ก่อนดีกว่า ไม่งั้นเนี่ย...ครั้งแรกของเราจะไม่ประทับใจนะจ๊ะ” กะละแมทำเป็นส่งตาหวานแต่ดูออกว่าฝืนสุดๆ
ดวงเริ่มรู้สึกตัวว่าเยินอยู่ “พรุ่งนี้ก็ได้ แต่วันนี้ขอมัดจำไว้ก่อนก็แล้วกัน”
ดวงหอมแก้มกะละแมอย่างแรง...ฟื้ดดด แล้วเดินหน้าหื่นออกไป

กะละแมเช็ดแก้มตัวเองอย่างแรงด้วยความขยะแขยง...แล้วก็ใจคอไม่ดี ‘พรุ่งนี้ต้องเสร็จแน่ๆ’

 ติดตาม "เจ้าแม่จำเป็น" ตอนที่ 16
เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 13
เจ้าแม่จำเป็น ตอนที่ 13
ต่อมาไม่นาน ภายในบ้านหลังเล็ก กะละแมนั่งเผชิญหน้ากับโทฟู่ จักกายยืนอยู่หลังโทฟู่ ชิณยืนห่างออกไปเหมือนเป็นผู้สังเกตการณ์ โทฟู่ถามกะละแมท่าทางขึงขังเอาเรื่อง “มีคนเค้าพยายามจะใส่ร้ายแก เพื่อเบี่ยงเบนประเด็น” จักกายกลอกตา กะละแมลุ้น “ฉันขอถามแกตรงๆ แกไม่ได้เป็นร่างทรงเจ้าแม่มหาลาภไทรทองใช่มั้ย” กะละแมอึ้งพูดอะไรไม่ออก ชิณมองกะละแม....อยากรู้จะเป็นยังไง “เงียบทำไม...ตอบมาสิว่าแกไม่ได้หลอกฉัน ไม่ได้หลอกชาวบ้าน แต่แกเป็นร่างทรงจริงๆ คนที่ใส่ร้ายแกจะได้รู้สักที” จักกายยักไหล่ ไม่กังวล ชิณมองกะละแมเขม็ง กะละแมมองโทฟู่ โทฟู่คาดคั้นต่อ “ตอบมาสิแม ไม่ต้องกลัว พูดความจริงมาเลย คนที่เค้าใส่ร้ายแกจะได้เลิกพูด แกไม่ได้หลอกชาวบ้านจริงๆ ใช่มั้ย ... บอกมาเลย บอกมาว่ามันไม่จริง”
กำลังโหลดความคิดเห็น...