xs
sm
md
lg

คุณสามี (กำมะลอ) ที่รัก ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:

คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ตอนที่ 14 ตอนอวสาน

พิมภากลับบ้านที่จันทบุรี พอมาถึงก็เห็นภัทรพลกับภาณุวัฒน์กำลังโวยวายกันใหญ่ ไม่มีใครสนใจพิมภาเลย พิมภาได้แต่งง

“พ่อจะมาโยนให้ภัทรคุยกับลูกค้าคนนี้ได้ไง ภัทรไม่อยากคุย”
“แกเป็นลูก พ่อสั่งแกก็ต้องคุย”
“ลูกมันไม่อยากคุย ทำไมต้องบังคับด้วย”
“งั้นคุณนั่นแหละเป็นคนคุย”
“บ้านนี้ใครปกครอง ฉันบอกแล้วว่าลูกค้าคนนี้ฉันไม่คุย คุณกล้าสั่งฉันเหรอ”
“ไม่กล้า ตาภัทรแกนั้นแหละไปคุย”
ภาณุวัฒน์กับภัทรพลก็ทะเลาะกันอีก

“เลิกทะเลาะกันได้แล้วค่ะ ไหนบอกว่าลูกค้าคนนี้สำคัญจนต้องเรียกพิมกลับมาช่วยแล้วทำไมถึงเกี่ยงกันไม่มีใครยอมคุย เค้าเป็นใครจ๊ะ”
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะตอบ เสียงรถแล่นเข้ามาจอด
“มาแล้ว”
“งั้นพิมคุยให้เองก็ได้”
พอพิมภาพูดจบ ก็เห็นว่าคนที่เข้ามาคือฤชวี พิมภาอึ้ง หันมาหาทุกคน
“แกรับปากแล้วนะ คุณย่าชุติภาอยากให้พวกเราทำเครื่องเพชรให้ แต่ว่าส่ง ไอ้นี่มาจัดการ” ภัทรพลพูดเบาๆ กับพิมภา พิมภากัดฟันว่าหลวมตัวไปแล้ว
“ก็ได้ เขาไม่มีผลกับชีวิตพิมอยู่แล้ว”
ทันที่ที่พิมภาพูดจบ พั้นช์สาวสวยหน้าตาน่ารัก ดูอ่อนหวานเดินตามเข้ามา
“พี่ต้น ที่นี่เหรอคะที่จะรับทำเครื่องเพชรวันแต่งงานให้พั้นช์”
พิมภาได้ยินคำว่าเครื่องเพชรวันแต่งงานก็หน้าตึง แล้วหันไปมองฤชวี มิ้นท์ตามเข้ามา
“สวัสดีค่ะทุกคน เจอกันแล้วเหรอคะ นี่พี่พั้นช์ค่ะกำลังจะเป็นเจ้าสาว และเครื่องเพชรที่คุณย่าย้ำนักย้ำหน้าว่ารบกวนคุณป้ากับคุณลุงช่วยดูแลให้หน่อย ก็ของพี่พั้นช์นี่ล่ะค่ะ พี่พั้นช์คะนี่พี่พิมค่ะ”
มิ้นท์แนะนำ พั้นช์ทักทายอย่างน่ารัก
“สวัสดีค่ะ พั้นช์กับพี่ต้นต้องรบกวนคุณพิมด้วยนะคะ”
“เราต้องขอให้คุณพิมจะช่วยดูแลเรื่องเครื่องเพชรให้เราอย่างดีนะครับ” ฤชวีบอกแล้วโอบพั้นช์ “วันสำคัญทั้งที จริงมั้ย” ฤชวียิ้มน่ารักให้พั้นช์ พิมภาเจ็บแต่เก็บอาการเต็มที่
“ค่ะ พิมจะจัดการให้เป็นอย่างดี”
พิมภามองฤชวี ต่างมองกันอย่างมึนตึงและเย็นชา ทั้งที่ภายในซ่อนความเจ็บปวดไว้

พิมภาเดินนำพั้นช์มาที่ห้องพัก
“คุณพั้นช์พักห้องนี้นะคะ”
“ขอบคุณมากค่ะคุณพิม ช่วยจัดการเรื่องเครื่องเพชรแล้วยังมาช่วยดูแลพั้นช์อีก”
“มันเป็นหน้าที่ของเจ้าบ้านค่ะ”
“งั้นพั้นช์ขอตัวอาบน้ำพักผ่อนก่อนนะคะ”
“ค่ะ ตามสบายนะคะ”
พิมภาหันหลังกลับมาเจอฤชวีที่เดินเข้ามา พิมภาทำหน้าไม่ถูก แต่ฤชวีเดินเลยพิมภาไปเคาะประตูห้องพั้นช์ มิ้นท์เดินตามเข้ามา พั้นช์เปิดประตูออกมา พิมภาไม่หันไปดูแต่ก็หยุดยืนฟัง
“คืนนี้พี่จะนอนห้องนี้นะ”
“พี่ต้น รู้ใจจังค่ะ พี่ต้นรู้ใช่มั้ยว่าพั้นช์ไม่กล้านอนคนเดียว”
“น้องนอนกรนนิดหน่อยต้องหนีมานอนกับว่าที่เจ้าสาวเลยเหรอพี่ต้นอ่ะ” มิ้นท์บอกเสียงงอนๆ พิมภาทนไม่ไหวหันกลับไป ฤชวีมองพิมภา พั้นช์มองสบตากับมิ้นท์ มิ้นท์ส่งซิก
“เข้าห้องเถอะค่ะพี่ต้น กลับไปห้องตัวเองได้แล้วมิ้นท์” พั้นช์บอก
“ไม่ขัดคอก็ได้” มิ้นท์ตามพิมภามา “ พี่พิมคะ ทานข้าวกี่โมงคะ มิ้นท์หิวมาก”
“สักครึ่งชั่วโมงก็คงตั้งโต๊ะค่ะ เดี๋ยวพี่โทรบอกนะคะ”
“ขอบคุณค่ะ”
มิ้นท์เดินออกแต่ไม่วายหันมาแอบมองพิมภาอย่างสังเกตเห็นพิมภาหน้าเศร้าๆ มิ้นท์ยิ้มแล้วรีบไป พิมภามีสีหน้าว้าวุ่นใจ มือถือพิมภาดัง พิมภารับ
“อะไรนะจ๊ะแม่ ...ทำไมทำอย่างนี้ล่ะจ๊ะ”

ค่ำวันนั้น พิมภามาร่วมโต๊ะอาหารกับฤชวี มิ้นท์ พั้นช์
“คุณลุง คุณป้า แล้วก็พี่ภัทรไปไหนค่ะพี่พิม” มิ้นท์ถามหาคนอื่นๆ
“ท่านมีธุระน่ะจ๊ะ ก็เลยให้พี่อยู่รับรอง”
“พั้นช์หิวแล้วล่ะค่ะ”
“หิวแล้วก็ทานสิจ๊ะ ขออนุญาตนะครับคุณพิม”
“ตามสบายค่ะ”
“พี่ต้นขา...” พั้นช์ทำตาปริบๆ เสียงอ้อน
“จะกินปู แต่ไม่อยากแกะ”
พั้นช์ตอบด้วยการยิ้มหวานน่ารัก ฤชวียิ้มตอบแกะปูให้พั้นช์ พิมภาได้แต่แอบมองอย่างไม่พอใจนัก
“พี่พิมไม่ทานปูเหรอค่ะ”
“ไม่ดีกว่าค่ะ พี่เบื่อแล้ว” ฤชวีกับพั้นช์หันมามองหน้าพิมภา “หมายถึง กินมาเยอะแล้วค่ะหลายวันนี้ ตามสบายนะคะ”
ทุกคนลงมือกินอาหาร ฤชวีเอาใจพั้นช์ พิมภาแอบมองตลอดเจ็บจี้ดๆ

คืนนั้นพิมภานอนบนเตียงพยายามข่มตาให้หลับแต่ก็หลับไม่ลง เพราะภาพฤชวีเอาใจผู้หญิงอื่นนอกจากตัวเองมันทิ่มแทงใจพิมภา พิมภาต้องลุกขึ้นมาทนไม่ไหว
“ใครใช้ให้เข้ามาเสนอหน้าในหัวฉันยะ ออกไป ออกไป” พิมภาสะบัดหัวเหมือนอยากให้ภาพเหล่านั้นหลุดออกไป “ไม่ไหวแล้ว”
พิมภาตัดสินใจออกไปเดินเล่นนอกห้อง

พิมภาเดินออกมาขาพาไปทางห้องพักของพวกพั้นช์เจอภัทรพลที่มาคุยโทรศัพท์กับลัลนาอยู่
“อะไรอ่ะคุณลัล ไม่คิดถึงกันบ้างเหรอ อะไรนะ กินยาแก้คิดถึงแล้วไม่เอาสิ ต่อไปห้ามกินนะ โยนทิ้งไปเลย”
ภัทรพลสีหน้าอ้อน “คุณลัลไม่คิดถึงผม แล้วมาวิ่งวนเวียนในใจผมทำไม ก่อกวนนะเราน่ะ” พิมภาทนความเน่าของภัทรพลไม่ไหวเข้ามาจ้องหน้า ภัทรพลหันมาเจอพิมภา “เอ้ย แค่นี้ก่อนนะครับคุณลัล มีมารมาผจญ” ภัทรพลวางสายจากลัลนา “อะไรของแกยัยพิม”
“เมื่อเย็นพี่ภัทร พ่อ แม่ ทิ้งพิมเฉยเลยนะ”
“ก็ทำไมล่ะ ไอ้คุณต้นมันไม่มีผลอะไรกับแกแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ก็...ไม่มี๊”
“แล้วแกเดินมาทางนี้ทำไม”
“พิมก็ ก็มาดูความเรียบร้อยไง เผื่อคุณพั้นช์ เค้าจะต้องการอะไร”
“ไม่เอาแล้วพี่ต้น พั้นช์ไม่เอาแล้ว หยุดนะ”
พิมภากับภัทรพลอึ้ง หันขวับไปทางห้องพักของพั้นช์ทันที
“เฮ้ย นี่มันนอนห้องเดียวกันเหรอ”
“ก็เค้าจะแต่งงานกันแล้ว ไม่แปลกนี่พี่ภัทร”
“แกทำใจได้เหรอพิม”
“ทำไมต้องทำใจกับเรื่องที่ไม่มีผลกับชีวิตเราด้วย อย่าไร้สาระได้มั้ยพี่ภัทร”

พิมภาเดินหนี แต่พอเดินพ้นจากภัทรพล พิมภาก็น้ำตาไหลพราก ภัทรพลเดาออกว่าพิมภาต้องร้องไห้
“ไอ้พิม” ภัทรพลจับตัวพิมภาหันมา เห็นว่าน้ำตาไหลพราก “โธ่เอ๊ย พี่ว่าแล้ว” ภัทรพลกอดพิมภาไว้เป็นการปลอบใจ “ลดทิฐิลงบ้างก็ได้นะยัยพิม”

พิมภากอดภัทรพลแน่น
“พิมไม่ได้เป็นอะไรพี่ภัทร ไม่ได้เป็น”
แล้วสายตาของพิมภาก็เห็นว่าห้องของพั้นช์ไฟดับลง เสียงหัวเราะของพั้นช์กับต้นดังออกมา พิมภายิ่งกอดภัทรพลแน่น ภัทรพลหันไปดู
“ไปให้พ้นจากตรงนี้ดีกว่ายัยพิม”
ภัทรพลกอดประคองพิมภาอย่างทนุถนอมพาพิมภาออกไป
ภัทรพลมาส่งพิมภาที่ห้อง
“ให้พี่อยู่เป็นเพื่อนมั้ย”
“พิมไม่เป็นไรหรอกพี่ภัทร”
“อ่อนแอให้พี่เห็นน่ะไม่เป็นไรหรอกนะยัยพิม”
“พิมไม่เป็นไรจริงๆ ง่วงแล้ว ออกไปได้แล้ว”
“งั้นก็นอนพักซะ” ภัทรพลจะออกไป แล้วหันกลับมาอีก “แน่ใจนะว่านอนหลับ”
“แน่ใจ”
ภัทรพลจะออกไป แล้วก็หันกลับมาอีก
“แน่ใจนะว่าอยู่คนเดียวได้”
“แน่ใจ”
พิมภายิ้มให้เป็นการการันตี ภัทรพลแม้ไม่ค่อยวางใจนักแต่ก็ยอมออกไป ทันทีที่ภัทรพลอออกไป ประตูปิดลง พิมภาน้ำตาไหล พิมภานึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมอเตอร์โฮม พิมภาปาดน้ำตาตัวเอง
“เมื่อคุณไม่แคร์ฉัน ฉันก็ไม่แคร์คุณเหมือนกัน”
แต่ยิ่งสะกดจิตตัวเอง น้ำตาก็ยิ่งไหล มือถือพิมภาดังเห็นว่าตรีวิญโทรเข้ามา พิมภาหายใจลึกๆ แล้วรับสาย
“ค่ะคุณตรีวิญ พิมถึงตั้งแต่บ่ายแล้ว”
“ผมเห็นคุณพิมหายเงียบไปเลย ก็เลยเป็นห่วง”
“พอดีช่วยพ่อแม่รับแขกอยู่น่ะค่ะ เลยไม่ได้โทรกลับไป”
“มีอะไรรึเปล่าครับคุณพิม น้ำเสียงคุณพิมแปลกๆ”
“มีเรื่องยุ่งๆ นิดหน่อยค่ะ”
“มีเรื่องอะไร คุณพิมเล่าให้ผมฟังได้นะครับ”
“คุณตรีวิญค่ะ วันนี้พิมเหนื่อย พิมขอพักก่อนนะคะ”
พิมภาตัดบทวางสายจากตรีวิญ ตรีวิญรู้สึกไม่พอใจที่พิมภาไม่แม้แต่จะเล่าเรื่องที่ไม่สบายใจให้ฟัง

เช้าวันรุ่งขึ้นพิมภาเดินออกมาที่โต๊ะอาหารเห็นทุกคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว ยกเว่นมิ้นท์กับพั้นช์ที่ไม่อยู่ที่โต๊ะอาหาร ทุกคนทำตึงๆ ใส่ฤชวี ยกเว้นพิมมาลา
“คุณต้นฝีมือคุณต้นดีไม่เปลี่ยนเลยนะ”
“ผมดีใจนะครับที่คุณแม่ยังชอบ”
“ไม่ต้องเรียกแม่แล้วม๊างตอนนี้ ไม่สนิทกันขนาดนั้นแล้วนะ ยัยพิม ทำไมไม่ทานละลูก”
“หรือว่าไม่ชอบ”
“ค่ะ”
“ทำไมล่ะครับ เคยชอบไม่ใช่เหรอครับ” ฤชวีถาม พิมภาหันไปจ้องหน้าฤชวี
“เคย แปลว่าเคย เข้าใจใช่มั้ยคะ ไม่ได้หมายความว่าจะชอบตลอดไป”
“เหมือนผมเลยครับ บางเรื่องถ้าเคยชอบแล้วมันไม่ดี ผมก็ไม่ชอบแล้วก็ไม่จำอีกต่อไป”
พิมภาเจ็บ ภาณุวัฒน์ พิมมาลามองอาการพิมภาแล้วรู้สึกสงสาร
“เหมือนกันเลยค่ะ ฉันก็ไม่อยากจำเหมือนกัน”
พิมภาลุกขึ้น ภัทรพลพยายามดึงให้พิมภาลงนั่ง
“นั่งลงก่อนยัยพิม”
“ไม่ล่ะพิมไม่ชอบอยู่กับเรื่องเก่าๆ มันไม่มีผลดีอะไรกับชีวิต”
“เหรอครับ”
เรื่องกำลังจะบานปลาย แต่มิ้นท์วิ่งเข้ามา
“แย่แล้ว พี่พั้นช์จมน้ำค่ะ”
มิ้นท์ร้องลั่น ฤชวีรีบวิ่งออกไปทุกคนวิ่งตาม

ฤชวีวิ่งลงทะเลไปช่วยพั้นช์ คนอื่นๆ วิ่งตามมามองอย่างเป็นห่วง ฤชวีอุ้มพั้นช์ขึ้นมาบนชายหาด ทุกคนเข้าไปดูเห็นพั้นช์หลับนิ่ง
“ทำไงดีพี่ต้น”
“ผายปอดเร็วคุณต้นสิคุณต้น”
ฤชวีจะผายปอด พิมภามองฤชวีที่กำลังจะก้มลงไปผายปอดแล้วนึกถึงฤชวีที่เคยผายปอดให้เธอ ยิ่งฤชวีก้มลงใกล้ พิมภายิ่งทนไม่ได้จึงลืมตัวเข้าไปผลักฤชวีออก
“ฉันไม่ยอม”
ทุกคนอึ้งงง
“อะไรกันยัยพิม”
“แกเป็นบ้าอะไร คุณต้นผายปอดเร็วครับ”
ฤชวีจะก้ม พิมภาทนไม่ได้จริง ผลักฤชวีออก
“ไม่ต้อง” พิมภาบอกแล้วชะงัก เมื่อเห็นที่คอฤชวีสวมสร้อยที่คล้องแหวนของเล่นอยู่ พิมภาอึ้งๆ ไปแล้วรู้สึกตัวว่าทุกคนมองอยู่อย่างงงๆ “ฉันจะช่วยเอง”
พิมภาเข้าไปแทนที่ฤชวีจะลงไปผายปอดแต่ปากยังไม่ถึงปากพั้นช์ พั้นช์แอบลืมตามองตกใจที่พิมภาจะผายปอดจริงๆ จึงทำเป็นสำลักน้ำออกมาซะก่อน
“พี่พั้นช์ไม่เป็นไรแล้ว” มิ้นท์บอกอย่างดีใจ
“พาไปพักในบ้านเถอะ”
ฤชวีอุ้มพั้นช์ คราวนี้พิมภาขวางฤชวีไม่ได้แล้ว ฤชวีอุ้มพั้นช์ห่างออกไป มิ้นท์วิ่งตามไป พิมภาได้แต่มองฤชวีอุ้มพั้นช์ห่างออกไป ออกไป แต่แล้วภาพฤชวีอุ้มพั้นช์ถูกแทรกด้วยตรีวิญที่เข้ามา
“คุณพิมครับ”
พิมภาตกใจ ฤชวีหันมามองเห็นว่าตรีวิญมาหาพิมภา ฤชวีไม่พอใจ หันหน้าหนียิ่งอุ้มพั้นช์เดินหนีไปเร็วกว่าเดิม พิมภาทำอะไรไม่ถูก

ตรีวิญนั่งหน้าระรื่นอยู่ในห้องรับแขกชวนภัทรพล พิมมาลา ภาณุวัฒน์คุยไปเรื่อยชมบ้าน
“บ้านสวยดีนะครับ”
“ก็แต่งให้สวย ไม่ได้แต่งให้มันรก”
“ตาภัทร” พิมมาลาทำเหมือนจะดุภัทรพล แต่... “คุณตรีวิญมาทำไมคะ” ตรีวิญอึ้ง “หมายถึงทำไมอยู่ดีๆ ก็มา”
“ผมอยากจะรู้จักคุณพิมให้มากขึ้นน่ะครับ เพราะเรา...”
“ถามยัยพิมหรือยังว่าอยากให้คุณรู้จักหรือเปล่า”
“พูดเหมือนคุณตรีวิญไร้มารยาท ไม่มีความเกรงใจเลยตาภัทร”
“พ่อก็...”
“พ่อจะบอกว่ามันแรงไป เขาแค่คิดไม่เป็นเท่านั้นเอ๊ง”
ฤชวีกับมิ้นท์เดินเข้ามา พิมภากับฤชวีมองหน้ากันแต่ไม่พูดกัน
“หนูพั้นช์เป็นยังไงบ้าง” พิมมาลาถามฤชวี
“หลับไปแล้วครับ”

“พี่ต้นบอกว่า เมื่อคืนคงเพลีย พอลงไปว่ายน้ำก็เลยเป็นตะคริว”
มิ้นท์บอก พิมภากับภัทรพลมองหน้ากันนึกถึงภาพที่เห็น เสียงที่ได้ยินเมื่อคืน

“คุณฤชวีมาที่นี่ทำไมเหรอครับ” ตรีวิญถามฤชวี ทุกคนมองตรีวิญไม่พอใจ
“คุณฤชวีเขาสั่งทำสร้อยก็เลยมา มาแบบมีเหตุผลน่ะ”
“เมื่อคืนคุณพิมโทรชวนให้ผมมาเที่ยวที่บ้านครับ” ตรีวิญบอก พิมภาอึ้ง เพราะไม่ได้ชวน แต่ก็ไม่อยากหักหน้าตรีวิญ “ที่นี่สวยนะครับ ถ้าผมจะแต่งงาน ผมคงเลือกถ่ายรูปเวดดิ้งที่นี่” ตรีวิญมองพิมภาอย่างมีความหมาย “เป็นที่แรก”
ฤชวีไม่พอใจ
“เพ้อเนอะ” ภัทรพลบอกลอยๆ ตรีวิญยิ้มออกมา

“ก็ผมมีสิทธิ์นี่ครับ จริงมั้ยครับคุณพิม” ตรีวิญถามพิมภาแต่สายตามองไปทางฤชวีอย่างเย้ยๆ
พิมภายิ้มรับ ไม่ปฏิเสธเพื่อหักหน้าตรีวิญ แต่ไม่แก้ความเข้าใจผิดเพราะรักษาฟอร์มตัวเองใส่ฤชวีอยู่เหมือนกัน
“ผมขอไปดูพั้นช์ก่อนนะครับ” ฤชวีบอกแล้วเดินออกไป
“พี่พั้นช์หลับ ไม่รู้จะไปดูทำไมเนอะ สงสัยเป็นห่วงมาก”
ตรีวิญเห็นสายตาพิมภามองตามฤชวีไปอย่างอาวรณ์

คืนนั้นพิมภานอนไม่หลับจึงเดินอยู่ในสวนในบ้านคิดถึงภาพสร้อยที่คล้องแหวนที่ฤชวีสวมคออยู่ ฤชวีเดินออกมาจากอีกด้านหนึ่งชะงักที่เห็นพิมภา ต่างอึ้งมองกันชั่วขณะ ฤชวีจะเดินแยกไป
“คุณต้น”
“มีอะไรครับ”
“ฉันมีเรื่องจะถามคุณ” พิมภาเข้ามาเปิดตรงคอเสื้อเห็นยังคล้องแหวนของเล่นอยู่ ฤชวีไม่ปิดมองสบตาพิมภา
“ยังเก็บไว้อีกทำไม”
“สำหรับคุณมันอาจเป็นแค่แหวนของเล่นไม่มีค่าแต่สำหรับผมมันมีความหมาย”
“แต่ทุกอย่างมันจบไปแล้วพร้อมกับการทรยศของคุณ”
“งั้นก็ไม่ต้องสนใจมันสิครับ ก็แค่แหวนของเล่นของคนทรยศ แค่นี้ใช่มั้ยครับ ธุระของคุณ”
“ใช่ แค่นี้แหล่ะ”
พิมภาหันหลังให้ฤชวี จะเดินหนี
“ไม่ต้องห่วงนะครับ สักวันถ้าผมลืมว่าเคยรักใครได้ ผมจะถอดมันออกเอง”
พิมภาอึ้ง หันกลับไป แต่ฤชวีเดินจากไปแล้ว พิมภาถึงกับน้ำตาคลอ
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้”
ฤชวีเดินไปหยุดอยู่อีกมุม กุมแหวนไว้
“หรือแกยังมีผลกับความรู้สึกเค้าอยู่บ้าง”
พิมภายืนนิ่งอยู่ที่เดิม ตรีวิญเข้ามา
“คุณพิมครับ” พิมภาปาดน้ำตา “พาผมไปเดินให้ทั่วๆ หน่อยสิครับ”
ตรีวิญไม่รอคำตอบ ดึงพิมภาออกไปเลย ฤชวีตัดสินใจเดินกลับมาอีกครั้ง เห็นภาพพิมภาไปกับตรีวิญ
“มันไม่มีผล ไม่มีผล”
ฤชวีพึมพำออกมาเบาๆ พร้มกับกุมแหวนเอาไว้

ตรีวิญเดินมาส่งพิมภาที่หน้าห้อง
“คุณพิม ผมรักคุณพิมนะครับ ถ้าคุณให้โอกาสผมจะดูแลคุณพิมให้ดีที่สุด คุณคือคนคนเดียวในโลกนี้ที่จะทำให้ชีวิตของผมมีความหมาย ผมสัญญาว่าจะทำให้คุณมีความสุขที่สุด “
“เอ่อ พิมยังไม่พร้อมค่ะ”
“ผมรอได้ครับ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน”
ตรีวิญเดินออกไปแบบผู้ชายแสนดีมาก พิมภายืนนิ่งไม่รู้จะทำยังไงต่อดี ภัทรพล มิ้นท์ พิมมาลายืนแอบมองกันอย่างเซ็งๆ
“มีตัวแปรแบบนี้ งานนี้ยื้อต่อมีแต่แย่ลง”
“พ่อล่ะอยากจะอุ้ม(ฆ่า)มันนัก”
“แม่ก็ชักจะอยากเหมือนกัน”
ภัทรพลปรามกลัวพ่อกับแม่เอาจริง
“พ่อ แม่ มันใช่เหรอ”
“สงสารพี่ต้น”
มิ้นท์ทำเสียงเศร้า ทุกคนพลอยเซ็งไปด้วย

วันต่อมา ฤชวีปิดกล่องเครื่องเพชรที่ทำเสร็จแล้ว
“เรียบร้อยนะคะคุณพั้นช์” พิมภาถามพั้นช์
“ค่ะ พั้นช์ชอบมากค่ะ”
“งั้นเราก็กลับกันได้แล้ว ต้องไปเตรียมงานอย่างอื่นต่ออีก”
พิมภาได้ยินแล้วเจ็บ
“งั้นก็เชิญค่ะ” พิมภาหันไปพูดกับตรีวิญ “พิมก็ว่าจะกลับแล้วเหมือนกันค่ะคุณตรีวิญเราจะได้ไปเคลียร์งานกันต่อ”
“ครับ เราต้องเคลียร์หลายเรื่องก่อนจะไปทำงานที่ญี่ปุ่น”
“พี่พิมจะไปญี่ปุ่นเหรอคะ”
“ครับ ผมกับคุณพิม”
ตรีวิญตั้งใจพูดให้ฤชวีฟัง
“อยากรู้แค่เรื่องพี่พิมค่ะ ไม่ได้อยากรู้เรื่องคุณ จริงมั้ยคะพี่ต้น” มิ้นท์แย้ง
“จริง”
“คุณพิมไปรถผมมั้ยครับ”
ตรีวิญถาม ภาณุวัฒน์ดักคอทันที
“ตาภัทรจะไปทำธุระที่กรุงเทพให้พ่อวันนี้เลยรึเปล่า”
“ไปเลยก็ได้พ่อ พิม พี่ไปด้วย แต่นั่งรถแกนะ รถคนอื่นพี่นั่งแล้วเมารถ”
“งั้นก็แยกย้ายกันได้แล้ว”
“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะคุณพิม คุณพิมต้องไปงานแต่งของพั้นช์ด้วยนะคะ”
“ค่ะ แล้วพิมจะไป”
พิมภามองหน้าฤชวี
“ไปกันได้แล้ว”
ฤชวีพาพั้นช์และมิ้นท์ออกไป พิมภามองตาม ทุกคนมองอย่างเห็นใจ ยกเว้นตรีวิญที่ไม่พอใจ

คืนนั้นเมื่อพิมภากลับถึงคอนโดก็พบนันทิกานต์กับลัลนามารออยู่ นันทิกานต์กับลัลนาพุ่งเข้าหาพิมภาทันที
“ไปจันทบุรีมาเป็นยังไงมั่ง”
“ก็ดี”
นันทิกานต์กับลัลนาเห็นพิมภาหน้าตึงๆ มองไปทางภัทรพล ภัทรพลส่งซิกว่าไม่รอด นันทิกานต์กับลัลนาเซ็ง
“พวกเธอมาทำไม มีอะไร” พิมภามองหน้าเพื่อนอย่างไม่ไว้ใจ
“ก็จะมาดูผล”
นันทิกานต์หยิกลัลนาว่าหลุดปาก ลัลนาร้องโอ้ย แล้วรีบกลบเกลื่อน
“มาดูผลงานหัวใจ” แล้วลัลนาก็ไปคล้องแขนภัทรพลหวานๆ “คิดถึงมาก”
“มากเหมือนกัน”
ภัทรพลหวานกลับ พิมภาเห็นแล้วแสลงใจเข้าห้องไปแต่คู่ลัลนากับภัทรพลดันซึ้งจริง

“พอแระ มันทนไม่ไหว เข้าห้องไปแล้ว” นันทิกานต์บอก สองคนถึงยอมเลิก “ถ้าไม่รอด ไม่ได้ผล นี่ฉันต้องได้ตาตรีวิญเป็นสามีเพื่อนจริงๆ เหรอเนี่ย”
วันต่อมาเมื่อเข้าบริษัทพิมภาคุยงานกับนันทิกานต์ ทั้งอธิบาย แนะนำให้นันทิกานต์ฟัง ทั้งจากแฟ้ม ชี้ให้ดูในแต่ละจุดที่หน้าจอคอมฯ นันทิกานต์ตั้งใจฟัง

เวลาผ่านไป พิมภานั่งเคลียร์งานหน้าเครียด ลัลนา ซูซี่ นันทิกานต์จับกลุ่มเม้าท์กันที่โซฟา พิมภาไม่ใส่ใจ
“ถ้าไอ้พิมไปญี่ปุ่น ก็ไม่มีทางจะคืนดีกับคุณต้นได้แน่”
“พี่มีวิธีให้เค้าได้เจอกันก่อนสั่งลานะ”
“ทำยังไง?” ซูซี่ยิ้ม

ลัลนา ซูซี่ นันทิกานต์กำลังกล่อมให้พิมภาให้สัมภาษณ์นิตยสารสำหรับผู้หญิง
“คือ พี่เป็นกิ๊กกับช่างภาพคอลัมน์นี้น่ะค่ะ ว๊าย!อายจัง เอาเรื่องตัวเองมาพูดแต่ก็ในเมื่อพูดแล้ว ก็ต่อเลยนะคะ.. เค้าอยากสัมภาษณ์ผู้หญิงเก่งแห่งปี พี่ก็เลยถามว่า เอาน้องพิมมั้ย เอ๊อ! เค้าเอาแน่ะ พี่ก็เลยออกตัวไปว่าได้แน่” พูดจบซูซี่ก็ทำตาปริบๆ ใส่พิมภา แล้วอ้อนสุดชีวิต “แต่ถ้าไม่ได้ แสนยานุภาพในสายตาผู้ชายของพี่ก็จะลดลง และมันอาจสะเทือนถึงสัมพันธภาพของพี่กับเค้าในอนาคต”
“น่าสงสารนะ” ลัลนาทำเสียงจริงจัง
“ความพยายามในการลงจากคานของพี่ซูซี่จะไม่เป็นผลอีกแล้วเหรอเนี่ย”
พิมภาเซ็งที่โดนกดดัน
“ก็ได้ๆ ให้สัมภาษณ์ก็ได้” ซูซี่ยื่นแผนที่ให้ทันที “อะไร”
“แผนที่ ที่เค้าจะนัดสัมภาษณ์แบบว่าต้องใช้ที่ที่บรรยากาศดีๆ ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยๆ อะไรเงี๊ยค่ะ”
พิมภาหน่ายใจกับซูซี่แต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว

อีกด้านหนึ่ง กิ่งแก้วก็กำลังกล่อมให้ฤชวีให้สัมภาษณ์หนังสือเหมือนกัน
“บอกตรงๆ นะกิ่งตอนนี้ไม่มีอารมณ์เลย”
“ไม่ต้องใช้อารมณ์ เพราะต้นต้องทำเพราะหน้าที่เพื่อกระตุ้นยอดขายหนังสือของเรา”
พูดจบกิ่งแก้วยื่นแผนที่ ที่จะนัดสัมภาษณ์ให้ฤชวีเลย

วันต่อมา ฤชวีกับกิ่งแก้วเดินเข้ามาที่เซ็ทสำหรับถ่ายรูปสัมภาษณ์ตามที่นัดไว้ ทีมงานเข้ามาหาฤชวี
“สวัสดีค่ะคุณฤชวี”
“กิ่งยังไม่ได้คุยกับต้นเรื่องประเด็นที่จะสัมภาษณ์เลยค่ะ รบกวนบลีฟรายละเอียดกับต้นเลยนะคะ ไปนั่งแต่งหน้าสิต้น มานี่”
กิ่งแก้วจัดแจงมาก มีมองทีมงานเหมือนว่าโอเคมั้ย ทีมงานยกนิ้วโอเค กิ่งแก้วยิ้ม ฤชวีเริ่มตะหงิดในอาการของกิ่งแก้ว
“ประเด็นที่จะสัมภาษณ์คือ หนุ่มสาวที่ประสบความสำเร็จแห่งปี ต้องสัมภาษณ์คู่กับอีกท่านนึงค่ะ”
“ใครเหรอครับ”
ช่างแต่งหน้ายืนบังสายตาฤชวีอยู่ พอช่างแต่งหน้าเดินออกไปจึงเห็นว่าพิมภาแต่งหน้าเสร็จกำลังจะเดินมาที่เซ็ท มีลัลนา นันทิกานต์ ซูซี่คอยตามถ่ายรูปเดินตามเข้ามา
“แต่งหน้าเก๋มากเลยพิม เทรนด์นี้ต้องไปใช้ในอีเวนต์คราวหน้านะ”
“น้องพีอาร์ฝากพี่มาถ่ายรูปเบื้องหลังไปส่งข่าวพีอาร์ในนิตยสารบริษัทด้วย วันนี้น้องพิมสวยมากเลย”
“ทีมงานคะ พิมพร้อมแล้วค่ะ” นันทิกานต์บอกทีมงานและทำเป็นบังเอิญเห็นฤชวี “อุ้ย คุณต้น”
ฤชวีกับพิมภาเจอหน้ากันอึ้ง พิมภาหันขวับไปมองแก๊งค์เพื่อนๆ ลัลนา นันทิกานต์ ซูซี่เบือนหน้าหนีไปอีกทางทันที ทำไม่รู้ไม่ชี้ ฤชวีมองกิ่งแก้ว กิ่งแก้วเลิกคิ้วใส่ยิ้มว่านี่ช่วยนะ ห้ามเคือง ฤชวีมีสีหน้าลำบากใจ

ฤชวีนั่งอยู่ที่เดิม แต่ทีมงานเข้ามาขอให้พิมภานั่งคู่ด้วย
“ขอถ่ายรูปใช้ประกอบคอลัมน์นะคะ” พิมภาจำต้องนั่งข้างฤชวี แต่มีช่องว่าง กิ่งแก้วสะกิดทีมงาน “เอ่อ ช่วยชิด ๆ กันหน่อยนะคะ เฟรมมันแคบน่ะค่ะ”
พิมภาอยากจะลุกหนีแต่ติดที่เป็นการทำงาน พิมภาจึงยอมขยับเข้าไปชิดฤชวี ลัลนา นันทิกานต์ ซูซี่ตีมือกันพอหันมาเห็นสายตาของพิมภาที่มองมาอย่างโกรธ สามคนสะดุ้งวงแตกแยกกันทันที
พิมภากับฤชวีนั่งคู่กัน ทีมงานเก็บภาพไปเรื่อยๆ มีบางครั้งพิมภาจะขยับตัวจังหวะขยับนิ้วของพิมภาไปชนกับมือของฤชวีที่วางอยู่ สองคนชะงักกันไปเหมือนไฟช็อต ต่างอึ้งไปนิด
“ฉันว่าสปาร์กอ่ะแก” นันทิกานต์บอกเมื่อสังเกตุเห็น
“คนคุ้นเคย แตะก็ช็อตแล้วล่ะค่ะ”
“หวังว่าหัวใจทั้งคู่จะปฏิบัติการทลายกำแพงทิฐินะ”
“แต่สายตาทั้งคู่ดูจะอาฆาตเราอยู่นะคะ” กิ่งแก้วบอก
“ดีกันก็ลืมโกรธแล้วล่ะค่ะ”
“แล้วถ้าไม่ดีกันล่ะคะ”
“โดนเชือดยกทีมสิคะ”
“แนน พี่ซูซี่ พูดให้เป็นมงคลหน่อยสิคะ” ลัลนาต่อว่าแต่ตัวเองก็หวั่นๆ เหมือนกัน
ทีมงานสัมภาษณ์พิมภากับฤชวี ที่ได้สติแล้วนั่งเก็บไม้เก็บมือตัวเอง
“คำถามสุดท้ายนะคะ อยากทราบว่าอะไรคือตัวผลักดันให้ประสบความสำเร็จคะ” ทีมงานสัมภาษณ์พิมภากับฤชวี
“ครอบครัวค่ะ พิมอยากให้ครอบครัวภูมิใจและพิมเลือกที่จะใช้งานพิสูจน์ตัวเอง”
ฤชวีมองพิมภาอย่างชื่นชม จนรู้สึกว่าทีมงานรอคำตอบก็ได้สติ
“ความรักครับ” พิมภามองฤชวีแบบอึ้งๆ แก๊งลัลนา กิ่งแก้วมองอย่างชอบใจ “ความรัก...เป็นแรงบันดาลใจให้ผมสร้างสรรค์ผลงาน เมื่อเรารักก็จะทุ่มเทกับมันมาก จนคนอ่านรับรู้ได้จากการถ่ายทอดของเรา”
“รักจอมปลอมที่ข้ามวันก็เป็นอื่นน่ะเหรอคะ อย่าพูดให้ฉันรู้สึกแย่ไปกว่านี้เลย ฉันว่ามันไม่ใช่ความรักหรอกค่ะที่สร้างสรรค์งานคุณ เป็นความสะใจที่ได้ทำลายหัวใจคนมากกว่า” พิมภาต่อว่าฤชวี ฤชวีมองพิมภาอย่างเสียใจที่พูดแบบนี้
“ผมเคยคิดว่าคุณเป็นคนดื้อ เอาแต่ใจเหมือนเด็ก แต่วันนี้ผมเพิ่งรู้ว่าคุณเอาแต่อารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่ ไม่เคยฟังเหตุผลใคร” พิมภาลุกพรวด
“ใช่ ฉันไม่ฟังเหตุผลจากคนที่ทำร้ายฉัน ไม่ว่าจะเพราะอะไร คุณทำลายชีวิตฉัน ฉันเกลียดคุณ”
ฤชวีอึ้ง ทีมงานตกใจ แก๊งลัลนา กิ่งแก้วตกใจยิ่งกว่า กิ่งแก้วจึงรีบเข้ามาหาฤชวี
“ต้น หิวน้ำใช่มั้ย เดี๋ยวขอตัวสักครู่นะคะ” กิ่งแก้วดึงฤชวีออกไป นันทิกานต์เข้ามาดึงพิมภา
“อากาศมันร้อน ขอพักแป๊บนะคะ เมื่อคืนพิมเขาไม่ค่อยได้นอนน่ะค่ะ”
นันทิกานต์ดึงพิมภาออกไป ลัลนากับซูซี่ช่วยต้อนออกไปด้วย

กิ่งแก้วดึงฤชวีออกมา
“ต้น คุมอารมณ์หน่อยสิ แบบนี้ไม่สมเป็นต้นเลยนะ”
“ขอโทษที ต้น...”
“น้อยใจใช่มั้ย แต่ต้นต้องยอมรับความจริงว่าตามเหตุการณ์เราน่ะผิดเต็มๆ รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นไฟ จะทำตัวเป็นเชื้อเพลิงสาดใส่ทำไม”
“ต้นไม่รู้จะทำยังไงกับเขาแล้ว”
“ตั้งสติก่อนนะต้น กิ่งเชื่อว่าต้นคือคนที่รู้จักคุณพิมดีที่สุด จะง้อคนอย่าทำตัวเป็นไฟ ต้องทำใจเป็นน้ำสิ กิ่งพูดถูกมั้ย”
“ก็จริง ต้นจะพยายามนะ”
นันทิกานต์ดึงพิมภามาอีกด้าน ลัลนา ซูซี่ตามมา
“จะบ้าเหรอไอ้พิม ไปสติแตกกลางงานแบบนั้น ไม่ไว้หน้าตัวเองบ้าง”
“แล้วพวกแกล่ะจะทำร้ายจิตใจฉันไปถึงไหน” สามสาวอึ้ง “แนน แกร่วมมือกับคนอื่นครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันไม่เคยว่าแก เพราะแกเป็นเพื่อน และฉันเชื่อว่าแกจะสำนึกกลับมายืนข้างฉันเหมือนเดิม แล้วนี่คือสิ่งที่แกทำกับฉันเหรอ”
นันทิกานต์จ๋อย
“พิม แนนอยากช่วยเธอนะ”
“ลัล เธอจะมาเป็นครอบครัวเดียวกันกับฉัน แล้วทำไมถึงทำแบบนี้ นี่ฉันไม่เหลือใครให้ไว้ใจได้อีกแล้วใช่ไหม”

“ก็เรารู้ว่าน้องพิมกับคุณต้นรักกันถึงทำแบบนี้ไงคะ เพราะเราอยากให้น้องพิมมีความสุขถึงได้ร่วมมือกัน ถ้าน้องพิมมองให้ดีจะเข้าใจนะคะว่าพวกเราทำเพราะรักน้องพิม”
ซูซี่บอก พิมภานิ่งไป
คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ตอนที่ 14 ตอนอวสาน (ต่อ)

“ช่างเถอะค่ะ พูดไปก็คงไม่เข้าใจว่าใจพิมมันแหลกเหลวแค่ไหน พิมจะกลับไปสัมภาษณ์เพื่อแสนยานุภาพของพี่ อ้อ เรื่องกิ๊กก็คงไม่ใช่เรื่องจริง แล้วเอาไงคะ งานนี้มันจริงมั้ย ยังต้องเดินหน้าต่อหรือเปล่า”
สามสาวมองหน้ากันเลิ่กลั่กว่าเอาไงต่อดี แต่ยังไม่ทันขยับ เสียงมือถือลัลนาดัง ลัลนากดรับ
“ว่าไงลิลลี่ แม่ใหญ่ไปอาละวาดเหรอ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
ลัลนารีบออกไป
“แนนกับพี่ซูซี่ไปบอกยกเลิกกับทีมงานให้พิมด้วยนะคะ พิมต้องรีบกลับไปช่วยลัล”
พิมภารีบตามลัลนาไป นันทิกานต์กับซูซี่มองหน้ากัน
“เต็มๆ”
กิ่งแก้วเข้ามา
“ต้นสงบแล้วค่ะ พร้อมสัมภาษณ์ต่อ”
“ที่ออฟฟิศมีเรื่องด่วน พิมมันไปแล้วค่ะ เราก็ต้องรีบตามไปเหมือนกัน ขอโทษนะคะคุณกิ่ง”
กิ่งแก้วเหวอ ฤชวีเข้ามา
“มีอะไรเหรอกิ่ง”
“คุณพิมไปแล้วน่ะ”
“พอจะตั้งสติ ต้นก็ไม่เคยมีโอกาสได้แก้ตัวเลย แม้แต่ครั้งเดียว”
กิ่งแก้วมองฤชวีอย่างเห็นใจ

ลัลนารับกลับมาที่ออฟฟิศ ขณะนั้น นวลจันทร์กำลังอาละวาดกับพวกลิลลี่
“นังกาฝากมันอยู่ไหนไปตามมันมาสิ”
“พี่ลัลกำลังมาค่ะ เชิญคุณนวลจันทร์ไปที่ห้องพี่พิมก่อนนะคะ”
“สะเออะ แค่พนักงานกระจอกอย่ามาออกความเห็นกับคนอย่างฉัน ไปตามนังลัลมาเดี๋ยวนี้”
“ลัลมาแล้วค่ะ”
นวลจันทร์หันขวับมาอย่างหมายมาด
“มาแล้วรึ นังกาฝาก อยากเป็นหงส์จนตัวสั่น ถึงต้องทั้งดันทั้งถีบตัวเองให้ขึ้นสูง แกให้นังวรรณามันอ้อนผัวฉัน
ให้ตั้งแกเป็นมาร์เก็ตติ้งเมเนเจอร์ใช่มั้ย คิดจะฮุบสมบัติผัวฉัน แกมันก็สัญชาติปลิงเหมือนแม่ของแก นังสารเลว พวกแกดูไว้นะว่าเลือดเนื้อพวกผีเปรตที่มาขอส่วนบุญด้วยการให้แม่แย่งผัวคนอื่น หน้าตามันเป็นแบบนี้”
“ไม่จริงค่ะ ลัลนาได้ตำแหน่งนี้มาเพราะความสามารถ ถ้าไม่เชื่อก็ถามคุณสุกับคุณนิวัฒน์ดูก็ได้นี่คะ”
ลัลนาตกใจที่เห็นนิวัฒน์เข้ามากับสุกัญญา

สุกัญญาประกาศเสียงหนักแน่นต่อหน้านวลจันทร์
“จากมติของที่ประชุมเห็นควรให้แต่งตั้งลัลนาเป็นมาร์เก็ตติ้งเมเนเจอร์อย่างเป็นเอกฉันท์”
“พวกคุณให้ท้ายมัน”
ลัลนาหน้าเสีย
“นวลจันทร์ บริษัทนารีมีกรรมการผู้ถือหุ้นหลายคน คุณคิดว่าเขาจะยอมให้ผมใช้เส้นดันลูกขึ้นตำแหน่งได้ง่ายๆ เหรอ ถ้าลัลนาไม่มีความสามารถ” นิวัฒน์บอก นวลจันทร์อึ้งไปเถียงไม่ออก “และที่คุณควรรู้คือบริษัทนารีอยู่ภายใต้การดูแลของคุณสุกัญญา ดังนั้นคุณสุมีอำนาจเต็มที่ในการบริหารบริษัทนี้ แต่คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาอาละวาด หรือก้าวก่ายในบริษัทนี้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม”
“ฉันไม่ยอมให้มันสูบเงินไปจากคุณ”
“ลัลกับวรรณาไม่เคยขออะไรจากผม ทุกอย่างที่เขามีผมเป็นคนให้เขาเอง”
“คุณ”
“ถ้าคุณไม่หยุดวุ่นวาย คนที่จะไม่ได้อะไรเลยคือตัวคุณกับลูก จำไว้” นวลจันทร์กับลัลนาอึ้ง “กลับไปได้แล้ว”
นวลจันทร์โมโหเดินออกไป
“คุณพ่อคะ ลัลขอโทษนะคะที่ทำให้เกิดเรื่อง”
“พ่อผิดเอง ที่ปล่อยให้แม่ใหญ่ทำตามใจตัวเองมาตลอด เพราะรู้สึกผิดกับเขา พ่อดีใจนะที่ลัลพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าลัลเก่งมาก พ่อภูมิใจในตัวลัลนะลูก”
ลัลนายิ้มภูมิใจ
“คุณพ่อ”
ลัลนาเข้ากอดนิวัฒน์ นิวัฒน์กอดตอบเป็นครั้งแรกที่พ่อลูกมีความเข้าใจให้กัน สุกัญญายิ้มให้ลัลนา สุกัญญามองทุกอย่าง อย่างปลาบปลื้ม

สุกัญญากำลังจะเดินไปที่หน้าลิฟท์ ลัลนาตามมา
“คุณสุคะ ลัลขอบคุณ(ไหว้) คุณสุมากนะคะที่ให้โอกาสและช่วยเหลือลัลตลอดมา”
“ถ้าพิมไม่มาบอกพี่ พี่ก็คงไม่รู้เรื่องนี้ ลัลรู้แล้วใช่ไหมว่าพี่ไม่ได้เกลียดลัล พี่รอจะเห็นลัลเติบโตด้วยความสามารถตัวเอง แล้ววันนี้ก็มาถึง”
“ลัลไม่คิดเลยว่ากาฝากอย่างลัลจะได้รับการยอมรับ”
สุกัญญาจับไหล่ลัลนา
“คำด่าคือสิ่งสมมติที่เจือไปด้วย ความคิดสกปรก รู้ว่าสกปรกจะเอามาถือไว้ในมือทำไม จริงไหม”
“ค่ะ ลัลจะล้างมือ ล้างสมองให้สะอาด อยากให้คุณสุเป็นพี่สาวของลัลจริงๆ”
“พี่ว่าพี่เป็นพี่ของทุกคนในบริษัทนี้มาตลอดนะ แต่อาจจะเป็นพี่สาวจอมเฮี้ยบไปหน่อย”
“ลัลขอกอดคุณสุได้มั้ยคะ”
“ได้สิ”
ลัลนากอดสุกัญญาอย่างมีความสุข

ลัลนาเดินเข้ามาที่ล็อบบี้เห็นพิมภา นันทิกานต์ ซูซี่ และคนอื่นๆ รออยู่
“เป็นไงบ้างลัล”
ลัลนาเข้ามากอดพิมภา
“ขอบใจนะพิมที่ช่วยฉัน”
“ก็เราเพื่อนกัน” พิมภาจับลัลนาขยับออก “แล้วก็เป็นพี่สะใภ้ฉันด้วยนี่” ลัลนาร้องไห้ออกมา “ว้าย...ยัยลัลร้องไห้มาดูสิ”
“เสียฟอร์มหมดเลยลัล”
“ขี้แยอ่ะ”
“แต่ก็ยังสวยเป๊ะเวอร์แม้ยามร้องไห้”
ทุกคนเข้ามาดูอย่างล้อเลียน
“บ้า มาจ้องทำไมเล่า” ลัลนาเช็ดน้ำตา “เอาล่ะ ต่อไปนี้เราจะร่วมมือกันทำงานเพื่อบริษัททุ่มสุดตัว”
ลัลนายกมือขึ้น พิมภาวางตาม คนอื่นวางทับกันมา รวมทีมสุดฤทธิ์
“นารี ความสวยสำหรับหญิงสาวเช่นคุณ เย้”
“เอาล่ะจ๊ะ แยกย้ายนะจ๊ะ แนน พี่ซูซี่ขอคุยเรื่องเปิดตัวสินค้าใหม่หน่อย พิมมาช่วยฉันเทรนด์สองคนนี้หน่อยนะ”
พิมภาหักนิ้วแบบพร้อมมาก
“จัดเต็ม”
นันทิกานต์กับซูซี่จะแวบแต่พิมภากับลัลนาเข้าล็อกคอลากเข้าห้องประ
กำลังโหลดความคิดเห็น...