xs
sm
md
lg

คุณสามี (กำมะลอ) ที่รัก ตอนที่ 9

เผยแพร่:

คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ตอนที่ 9


ที่คอนโดเอกพล ปราสินีมองนาฬิกาอย่างกระวนกระวาย ปราสินีหยิบที่ตรวจครรภ์ขึ้นมาดูลุ้นๆ เห็นว่าขึ้นสองขีด ปราสินีดีใจมาก ปราสินีรีบออกจากห้องน้ำมาหยิบมือถือโทรออกขณะนั้นเอกพลกำลังจะเดินกลับไปที่ห้องพัก เสียงมือถือเอกพลดัง เอกพลมองแล้วกดรับ

“ว่าไงปลา”
“พี่เอก ปลาท้องค่ะ” ปราสินีบอกอย่างดีใจ
“ว่าไงนะ”
“ปลาบอกว่าปลากำลังท้องลูกของเราค่ะ พี่ดีใจมั้ย”
เอกพลหน้าเครียด
“แล้วปลารู้จักคลินิกที่ไหนบ้างไหม”
“จะให้ปลาไปฝากท้องที่คลินิกเหรอคะ แต่ปลาว่า...”
“ไปเอาออกซะ” ปราสินีตะลึง
การะเกตุเดินเข้ามาเอกพล
“เอกพล” เอกพลหันมา
“สักครู่นะครับคุณเกตุ” เอกพลคุยโทรศัพท์กับปราสินีต่อ “ปลาไปจัดการซะ แค่นี้นะ”
เอกพลกดวางสาย ปราสินีผิดหวังอย่างแรง
“คุณหายไปไหนมา ฉันหิวจะแย่แล้ว” การะเกตุเสียงแข็งใส่เอกพล
“ขอโทษนะครับ งั้นเรารีบไปที่ห้องอาหารดีมั้ยครับ”
การะเกตุเดินนำไป เอกพลรีบตามไป

การะเกตุเดินเข้ามาในห้องอาหารของรีสอร์ทกับเอกพล กลุ่มของบริษัทนารีทั้งหมดหันไปมองเอกพลอย่างเหม็นหน้า
“น้องลัลคะ นั่นมันยัยตัววุ่นวายเมื่อคืนนี่คะ ทำไมมากับนายเอกพลล่ะคะ” ซูซี่สะกิดลัลนา
“ผีเน่ากับโลงผุไงคะ” ลัลนามองเหยียดๆ
สุกัญญาเห็นการะเกตุ สุกัญญาลุกจากโต๊ะเดินไปหาการะเกตุ
“สวัสดีค่ะคุณการะเกตุ”
“น้องลัลดูสิคะ คุณสุลุกไปต้อนรับเองด้วย” ซูซี่สะกิดลัลนา นันทิกานต์ทนไม่ไหวรีบมาหาพิมภา
“ยัยพิม ท่าจะไม่ใช่ลูกค้าธรรมดาแล้วค่ะ”
“เชิญทางนี้ค่ะ” สุกัญญาพาการะเกตุมาที่โต๊ะ เอกพลตามมา “แนนจ๊ะ ตามลัลนามาให้พี่หน่อย” นันทิกานต์รีบไปเรียกลัลนา ลัลนาลุกเดินมา ซูซี่กับนันทิกานต์ตามมายืนห่างๆ อย่างอยากรู้ “ตรีวิญ พิม ลัล นี่คุณการะเกตุ เจ้าของห้างเจพาร์คที่เรากำลังจะไปลงช็อปใหญ่”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณตรีวิญ” การะเกตุมองตรีวิญแต่ไม่สนใจลัลนากับพิมภาเลย “เรื่องการติดต่อพื้นที่ ดิฉันคงต้องให้เป็นหน้าที่ของคุณเอกพล ผู้จัดการฝ่ายบริหารพื้นที่ของเจพาร์คค่ะ”
“สวัสดีครับ ยินดีนะครับที่เราจะได้ร่วมงานกัน คุณพิม”
เอกพลยื่นมือมาตรงหน้าพิมภา พิมภามองเอกพลอย่างรังเกียจ แต่จำต้องยื่นมือไปจับมือเอกพล เอกพลบีบมือพิมภายิ้มข่มว่าหนีไม่พ้นแน่ พิมภารีบดึงมือออก
“เอ่อ ทานอาหารเช้ากันก่อนดีมั้ยคะ จะได้คุยงานกันไปด้วย”
สุกัญญาตั้งใจพาการะเกตุออกไป เอกพลจะได้ห่างออกมาจากพิมภา
“ยัยเยอะเนี่ยนะ เจ้าของเจพาร์ค” ลัลนาบอกออกมา
“คำว่าเยอะไม่พอหรอก ยัยนี่น่ะมากมาย” ลัลนากับพิมภาสบตากัน “โดนใช่มั้ยเราน่ะ”
“บอกได้เลยว่า แรง”
“อืม”
พิมภากับลัลนามองไปที่การะเกตุ
“ลงช็อปคราวนี้ หืดขึ้นคอแน่”
“แต่ตอนนี้ที่สำคัญ คือยอดซื้อสินค้าจากงานนี้ เธอคงไม่แกล้งลืมหรอกนะ”
“ไปตัดสินกันที่บริษัท”
สองสาวต่างเชิดแยกกันไปที่โต๊ะของตัวเอง ลัลนาจงใจเดินผ่านโต๊ะภัทรพล
“พี่ภัทรเดี๋ยวแนนกลับด้วยนะ ไม่อยากกลับรถตู้”
“เอาสิ”
ลัลนาเดินผ่านภัทรพลก็ไม่มองหน้า ลัลนามองอย่างเริ่มไม่ชอบใจอยากให้ภัทรพลสนใจเหมือนเดิม

ทุกคนเตรียมตัวเดินทางกลับ ภัทรพล ฤชวี พิมภา ลัลนา ซูซี่ นันทิกานต์เดินมาส่งสุกัญญาขึ้นรถตู้ ตรีวิญจะขึ้นรถหันมาหาพิมภา
“คุณพิมจะกลับกรุงเทพฯเลยมั้ยครับ”
ภัทรพลไม่พอใจแทนน้องเขย
“เราคงจะแวะไปเที่ยวถ่ายรูปที่ปาลิโอหน่อย ให้สามีภรรยาได้มีเวลาสวีทกันบ้างน่ะครับ”
ตรีวิญหน้าเสียไปนิด
“งั้นพี่ไปก่อนนะ” สุกัญญาบอก ตรีวิญมองพิมภา
“ไปก่อนนะครับ”
พิมภายิ้มรับ ฤชวีเข้ามาจับมือพิมภา
“เดินทางปลอดภัยนะครับ”
ตรีวิญหน้าตึง สุกัญญาเดินออกไป ตรีวิญเดินตาม พิมภามองมือฤชวีที่จับ
“คุณต้น”
“เนียนไงครับ คุณพิม” ฤชวียิ้มเนียนๆ
ลัลนามองภัทรพลพยายามจะเรียกร้องความสนใจ
“มาเพชรบูณณ์ทั้งที ได้เที่ยวบ้างก็ดีเหมือนกันนะคะ” ลัลนามองภัทรพลอย่างหวังว่าอีกฝ่ายจะชวน แต่ภัทรพลเงียบไม่พูด ลัลนาเสียหน้าหันไปทางซูซี่ “พี่ซูซี่อยากไปก็รีบไปเก็บกระเป๋าสิคะ จะได้รีบไป”
“ฮะ พี่อยากไปไหนเหรอคะ” ซูซี่ถามงง
“เก็บกระเป๋าค่ะพี่ซูซี่” ลัลนาเสียงแข็ง

“รีบไปเอากระเป๋าสิแนน แดดแรงเดี๋ยวจะถ่ายรูปไม่สวย”
 
ภัทรพลเดินออกไป นันทิกานต์ต้องรีบตาม ลัลนามองไม่พอใจเดินออกไปอีกทาง ซูซี่รีบตามไป ฤชวีมองพิมภา
 
“เราไปเก็บกระเป๋ากันนะครับ”
“อืม”
ฤชวีกับพิมภากำลังจะเดินไป
“คุณต้นครับ” ฤชวีกับพิมภาชะงัก “คือ คุณหญิงท่านเห็นคุณต้นจากข่าวเมื่อเช้า ท่านถาม ผมเลยจำเป็นต้องบอก”
พิมภามองฤชวีที่หน้าเครียด ฤชวีรู้ว่าเป็นเรื่องแล้ว
“ไม่เป็นไรครับ ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง”
ผู้จัดการออกไป ฤชวีหยิบมือถือกดโทรหามิ้นท์ พิมภามองอย่างไม่สบายใจนัก

มือถือมิ้นท์ดัง มิ้นท์กดรับสายสีหน้าไม่ค่อยดี
“พี่ต้น”
“มิ้นท์ คุณย่าเห็นข่าวแล้ว ท่านว่ายังไงบ้าง”
“คุณย่า”
ชุติภาแย่งโทรศัพท์จากมิ้นท์
“ตาต้น”
“คุณย่า” ฤชวีตกใจ
“ตาต้น แกแต่งงานโดยที่ไม่บอกย่าได้ยังไง แล้วแกไปคว้าผู้หญิงที่ไหนมาฮะ”
“คุณย่า ใจเย็นๆ นะครับ”
พิมภามองอาการฤชวีรู้ว่าเป็นเรื่องแน่
“ย่าไม่ยอมให้ผู้หญิงที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาเป็นหลานสะใภ้ของย่าแน่ๆ แกโดนมันจับใช่ไหมตาต้น”
“คุณย่าครับอย่าเพิ่งอคติกับคุณพิมแบบนั้นสิครับ” ชุติภายิ่งโกรธ
“นี่ไม่ทันไรแกก็ออกรับแทนเมียแกแล้วเหรอ หน้ามืดตามัวจนไม่สนใจย่าแล้วใช่ไหม”
“คุณย่าครับ ผม”
“ไม่ต้องพูดแล้ว แกกลับมาเมื่อไหร่รีบพาผู้หญิงคนนั้นมาหาย่า”
ชุติภาวางสายมองมิ้นท์ มิ้นท์เลิ่กลั่กแล้วทำจะเป็นลม
“ถ้าคิดจะแกล้งเป็นลมหนีย่าล่ะก็ ย่าจะฟาดแกให้สลบจริงๆ เลย”
“โดนทั้งขึ้นทั้งล่องเลย ไอ้มิ้นท์เอ๊ย”
ฤชวีสีหน้าเครียด
“มีอะไรเหรอคุณ” พิมภาถามขึ้นมา
“คุณย่ารู้เรื่องของเราแล้ว”
“โกรธมากเลยสิคุณ”
“มาก”
พิมภารู้สึกว่าตัวเองทำให้ฤชวีเดือดร้อน จึงเริ่มเห็นใจเขา

ภัทรพล นันทิกานต์เดินเข้ามาในปาลิโอ ภัทรพลถ่ายรูปตามมุมต่างๆ
“พี่ภัทรจะพาสองคนนั้นมาสวีทไม่ใช่เหรอ ดูโน่นสิพี่”
นันทิกานต์สะกิดภัทรพล ภัทรพลหันไปเห็นฤชวีเครียดๆ ในขณะที่พิมภาก็มองอย่างเป็นห่วง ภัทรพลเดินถอยลงไปให้เท่ากับพิมภา
“ไอ้พิม คุณต้นเป็นอะไร”
นันทิกานต์เดินถอยลงมาประกบอีกคน
“แกหาเรื่องอะไรเขาอีก”
“ฉันเปล่านะ ที่บ้านเขามีเรื่อง”
“น่าเห็นใจนะ ต้องเหนื่อยกับแกมาตั้งเยอะ แล้วที่บ้านยังมีเรื่องอีก เฮ้อ...อุตส่าห์พามาเที่ยวกะว่าจะให้อารมณ์ดีสักหน่อย หน้าเครียดหนักกว่าเดิมอีก”
พิมภาคิดๆ รู้สึกผิดมองฤชวีที่เดินนิ่งๆ เครียดๆ พิมภาตัดสินใจเข้าไปควงแขนฤชวี ฤชวีมองพิมภา พิมภายิ้มให้
“คุณสามีค้า ทำหน้าดีๆ หน่อย พี่ภัทรกับไอ้แนนคิดว่าฉันเป็นนางมารทรมานชีวิตคุณกันหมดแล้ว พี่ภัทร ถ่ายรูปหน่อยสิ” ฤชวียังมองงงๆ พิมภาจับแก้มฤชวีให้ยิ้ม “ยิ้มหน่อยสิคะ ยิ้ม”
พิมภาจับแก้มฤชวีให้ยิ้ม ส่วนพิมภาหันมายิ้มให้กับกล้อง ภัทรพลกดชัตเตอร์ แชะ พิมภามองฤชวีที่ยังยิ้มหน้าเครียด ๆ
“รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวฉันมา” ฤชวียืนรอ ภัทรพลถ่ายรูปให้นันทิกานต์ที่โพสท์อย่างสนุกสนาน พิมภายื่นไอศกรีมมาตรงหน้าฤชวี “อ่ะ กินหวานๆ จะได้ดีขึ้น แต่ถ้าคุณกินของหวานแล้วคุณจะดุไหม”
ฤชวีมองพิมภาที่แซวด้วยหน้าตากวนประสาทมาก
“ผมไม่ดุแต่ผมกัดเลยนะ”
“ล้อเล่ง ล้อเล่ง กินนะจะได้สดชื่น”
ฤชวีค่อยยิ้มออก นันทิกานต์วิ่งเข้ามา
“พิม คุณต้น ถ่ายรูปกันค่ะ”
พิมภา ฤชวี นันทิกานต์โพสท์ท่าถ่ายรูปสนุกๆ
“ไอ้แนน ให้คู่รักเขาถ่ายคู่กันบ้าง เป็นก้างตลอดน่ะแก” ภัทรพลดึงนันทิกานต์ออกมา พิมภากับฤชวียืนคู่กันถ่ายรูปแต่ตัวตรงมาก “นี่ไม่ได้ถ่ายบัตรประชาชน เอาแบบนี้”
ภัทรพลจับให้พิมภาชิดกับฤชวีมีจับท่าให้เหมือนหอมแก้ม
“เฮ้ย ไม่เอาอ่ะพี่ภัทร”
“สามีภรรยากัน แค่ทำท่าหอมแก้ม ทำเขินยังกับไม่ใช่” ภัทรพลจ้องพิมภากับฤชวีอย่างจับผิด “เอ๊ะ หรือว่า”
พิมภาตกใจรีบทำเนียนขยับเข้าไปตั้งท่าเหมือนจะหอมแก้ม
“เอ้า จะถ่ายก็รีบๆ เข้าสิพี่ภัทร”

“มองหน้ากันหวานๆ หน่อย นั่นล่ะ”
 
ฤชวีมองพิมภาที่ขยับเข้ามาใกล้มาก ฤชวีมองหวานๆ
 

ภัทรพลถ่ายรูปเสร็จ แต่ฤชวีก็ยังมองพิมภาหวานมากๆ พิมภาหันมาเจอก็ชะงักอึ้งมองเหมือนโดนสะกด ภัทรพลถ่ายอีกรูป เป็นภาพหวานๆ สองคน นันทิกานต์มองฤชวีที่ยังหวานไม่เลิก
“คุณต้นค้า ถ่ายรูปเสร็จตั้งนานแล้วค่า หวานเกินไปแล้ว”
พิมภารู้สึกตัวมองฤชวีอย่างเขินๆ
“ไอ้พิม พี่ไปซื้อน้ำนะ ไปแนน”
“แนนไม่หิวนี่”
“แล้วแกจะอยู่เป็นก้างหรือไง ไป”
“อ๋อ” นันทิกานต์มองพิมภากับฤชวี “เก็ทล่ะ”
ภัทรพลออกไป นันทิกานต์รีบตาม

อีกมุมหนึ่งที่ปาลิโอ ลัลนาเดินมากับซูซี่ ลัลนามองหาพลางเดินจ้ำพรวดๆ ซูซี่ต้องจ้ำตาม
“น้องลัลค้า นี่มาเที่ยวหรือมาตามควายค่ะ เดินเร็วขนาดนี้”
“โอ้ย อยู่ไหนเนี่ย”
“น้องลัลหาใครอยู่คะ”
“ก็หา...” ลัลนาจะบอกอย่างลืมตัวแล้วนึกได้ “เอ่อ หา น้ำกินสิคะ ร้อนจะตาย”
ซูซี่ชี้ด้านหลังลัลนา
“ก็อยู่นี่ไงคะร้านน้ำ” ลัลนาหันไปมอง
“เอ้า ก็ซื้อสิคะลัลร้อน”
ภัทรพลกับนันทิกานต์เข้ามาแล้วชะงักที่เห็นลัลนา ซูซี่หันมาเจอ
“น้องแนน มาพอดีถ่ายรูปให้พี่หน่อยสิคะ น้องลัลมาถึงก็พาเดินๆ หาอะไรไม่รู้ พี่จะถ่ายรูปก็ไม่ยอมถ่ายให้”
นันทิกานต์เห็นภัทรพลกับลัลนายืนมองหน้ากันนิ่งๆ นันทิกานต์เลิ่กลั่กแล้วตัดสินใจคว้ามือซูซี่
“มาพี่ซูซี่ แนนถ่ายรูปให้ มุมโน้นดีไหม”
นันทิกานต์ดึงซูซี่ให้ห่างออกไป ซูซี่ไม่รู้เรื่องโพสท์ท่าถ่ายรูปใหญ่
ภัทรพลจะไป แต่ลัลนาขยับมาขวาง ภัทรพลจะขยับไปอีกทาง แต่ลัลนาเดินมาขวางไว้ ภัทรพลมองว่าจะเอายังไง
“เมื่อคืนคุณมาว่าฉันแล้วก็เดินหนี ฉันไม่ยอมนะ”
“ผมแค่พูดความจริง หรือคุณจะเถียงว่าที่ผมพูดไม่จริง”
“แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดกับฉันแบบนั้น”
“ผมรู้ตัวตั้งนานแล้วว่าไม่มีสิทธิ์ แต่มันผิดที่คิดว่ามีหวัง ขอใจผมคืนนะครับ ขอบคุณที่ทำให้ผมรู้จักคำว่าเจ็บ”
ภัทรพลยิงใส่แล้วก็ไป ลัลนายืนอึ้ง นันทิกานต์หันมาเห็นภัทรพลเดินไปก็รีบคืนกล้องให้ซูซี่แล้วรีบตามไป
“พี่ภัทร รอด้วยสิ”
ซูซี่เข้ามาหาลัลนา
“มีอะไรกันคะน้องลัล”
“ไม่มีอะไรค่ะ ลัลจะกลับบ้าน”
ลัลนาเดินออกไปเลย ซูซี่งง
“อะไรกันว้า รอพี่ด้วยน้องลัล” ซูซี่รีบตามไป

ขณะนั้นพิมภาโพสท์ท่าถ่ายรูปโดยมีฤชวีถ่ายให้ พอฤชวีถ่ายเสร็จพิมภาก็เข้ามาดึงกล้องจากฤชวีแล้วยื่นกล้องแบบถ่ายตัวเองกับฤชวี
“ยิ้มสิคุณ”
ฤชวียิ้ม พิมภาลดกล้องลงมาแล้วเปิดเช็คภาพดู ฤชวีขยับเข้ามาดูใกล้ๆ สองคนมองภาพยิ้มๆ ไม่ทันรู้สึกว่าอยู่ใกล้กันมาก พิมภาขำแล้วหันมาเจอหน้าฤชวีที่อยู่ใกล้ๆ สองคนมองกันนิ่งไปนิด
“ฉันขอโทษนะคุณต้น ย่าคุณคงโกรธมาก”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเต็มใจ”
พิมภายิ่งรู้สึกผิด
“อดทนอีกหน่อยนะ ถ้าฉันคิดหาวิธีเคลียร์เรื่องของเราได้เมื่อไหร่ คุณจะได้กลับไปใช้ชีวิตของตัวเองแล้วก็เลิกวุ่นวายเพราะฉันซะที”
ภัทรพลยืนฟังฤชวีกับพิมภาคุยกันโดยที่ฤชวีกับพิมภาไม่เห็นภัทรพล นันทิกานต์เดินถือแก้วน้ำเข้ามาหาภัทรพล
“มายืนทำอะไรตรงนี้อ่ะพี่”
ภัทรพลหันมองนันทิกานต์
“ไอ้แนน แกไปเรียกสองคนนั้นกลับได้แล้ว พี่รีบ”
“พี่จะรีบไปไหน”
“ให้ไปตาม ไม่ได้ให้ถาม”
“จ้า”
นันทิกานต์รีบไป ภัทรพลมองนันทิกานต์ที่ไปลากพิมภากับฤชวีมาสายตามองอย่างสงสัย

รถการะเกตุเข้ามาส่งเอกพลที่หน้าคอนโด
“ขอบคุณนะครับ”
“เดี๋ยว ผู้หญิงที่ชื่อพิมภานี่เคยมีกรณีกับคุณใช่มั้ย” เอกพลอึ้งไปนิด “ไม่ต้องห่วงเรื่องส่วนตัวฉันไม่สน ฉันแค่อยากรู้ว่ารายละเอียดเกี่ยวกับผู้หญิงที่ชื่อพิมภา”
“คุณอยากรู้เรื่องของพิมทำไมครับ”
“พูดมาฉันรอฟังอยู่”
เอกพลงรู้ว่าการะเกตุต้องได้ข้อมูลในสิ่งที่อยากรู้เดี๋ยวนี้

เอกพลถือกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาในห้อง ปราสินีออกมาจากห้องดีใจที่เห็นเอกพล
“พี่เอก”
ปราสินีเข้าไปกอดเอกพลจะหอมแก้ม
“จัดการหรือยัง”
ปราสินีชะงักมองเอกพล
“อีกสองสามวันจะไปจัดการค่ะ” เอกพลโอบปลอบ
“ปลาต้องเข้าใจนะว่าพี่ไม่ชอบเด็ก แล้วเราก็ยังไม่พร้อม”
“ค่ะ ปลาเข้าใจ”

เอกพลยิ้ม ปราสินีกอดเอกพลแต่หน้าเสียมาก
 
รถพิมภาแล่นเข้ามาจอดเอี๊ยด! หน้าคอนโด พิมภานั่งอยู่ด้านหลัง ฤชวีนั่งข้างคนขับ ทั้งคู่หน้าเกือบทิ่ม
 

“พี่ภัทร ตอนไปส่งไอ้แนนก็ขับเร็วซะอย่างกับอยู่ในสนามแข่ง พี่รีบอะไรนักหนา”
“รีบลงไปเถอะน่าทั้งสองคนเลย พี่มีธุระ”
“พี่จะไปไหน”
“ไม่ต้องรู้หรอกลงไปได้แล้วไป”
พิมภากับฤชวีลงจากรถ ภัทรพลออกรถไปอย่างเร็ว
“พี่ภัทรจะไปไหนของเขานะ”

ชุติภายังอยู่ที่บ้านมิ้นท์และกำลังเดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวาย ชุติภาจะกดโทรศัพท์โทรตามฤชวี มิ้นท์นั่งมองเครียดๆ
“คุณย่าคะ พี่ต้นเขาขับรถทางไกลไปกดดันมากๆ เดี๋ยวจะเป็นอันตรายนะคะ”
ชุติภามองมิ้นท์เห็นจริงก็เลยไม่โทร เสียงมือถือชุติภาดัง ชุติภามองแล้วกดรับ
“สวัสดีสินีนาฎ” ชุติภาฟังแล้วหน้าเสีย “ฉันก็เพิ่งรู้ข่าว เอาอย่างนี้นะ เธอไปรอฉันที่ร้านเดิม เดี๋ยวเจอกัน”
ชุติภาวางสายจะออกไป
“คุณย่าจะไปไหนคะ”
“ย่าจะไปเคลียร์กับว่าที่คู่หมั้นตาต้น แล้วค่อยมาจัดการแก”
มิ้นท์จ๋อย
“พี่ต้น รีบมานะ ไม่งั้นมิ้นท์ตายแน่”

สินีนาฎมาที่ร้านอาหารตามนัด
“ฉันจะเป็นลมตอนที่เห็นข่าว ชุติภา เธอมาทาบทามหลานฉันทั้งที่ตาต้นแต่งงานแล้วมันหมายความว่ายังไง”
สินีนาฎต่อว่า ชุติภาอึ้งไปนิด
“ฉันก็เพิ่งรู้จากข่าวเมื่อเช้า ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”
“เกตุทราบค่ะ”
สินีนาฎกับชุติภาหันมอง การระเกตุเดินเข้ามา
“หนูรู้เหรอจ๊ะ”
“ค่ะ แต่เรื่องที่หนูรู้คงไม่ดีนัก ไม่รู้ว่าหนูควรจะเล่าดีไหม”
“เล่ามาเถอะจ๊ะ”
การะเกตุมองแบบเข้าทาง

มิ้นท์อยู่บ้านเปิดทีวีแต่สายตาไม่ได้มองทีวีเลย คอยมองที่โทรศัพท์ตลอดเวลา
“ทำไมไม่โทรมาสักทีนะพี่ต้น”
เสียงออดหน้าบ้านดัง มิ้นท์รีบวิ่งออกไปที่หน้าบ้านเปิดประตูแล้วชะงัก
“พี่ภัทร”
ภัทรพลมองมิ้นท์สีหน้าเคร่งเครียด
“พี่มีเรื่องจะคุยกับมิ้นท์” ภัทรพลจ้องหน้ามิ้นท์อย่างกดดัน “สองคนนั้นเป็นสามีภรรยากันจริงหรือเปล่า” คำถามนี้ทำให้มิ้นท์ถึงกับอึ้ง “อึ้งแบบนี้แสดงว่ามิ้นท์รู้ใช่มั้ย”
“คุยที่นี่ไม่เหมาะหรอกพี่ เดี๋ยวโจทย์พี่ต้นกลับมาเห็นจะเรื่องใหญ่”
“โจทย์ หมายถึงใคร”
“เรื่องมันยาวเดี๋ยวจะแจงให้ฟังอย่างละเอียดยิบเลย”

ภัทรพลกับมิ้นท์เปิดประตูห้องทำงานกิ่งแก้วเข้ามา ซึ่งนันทิกานต์นั่งอยู่ในห้องกับกิ่งแก้วแล้ว
“พี่ภัทรให้แนนมาที่นี่ด่วนมีอะไรเหรอ”
กิ่งแก้วมองมิ้นท์ ภัทรพล นันทิกานต์งงๆ
“มีเรื่องอะไรกันเหรอมิ้นท์ แล้ว...”
“พี่ภัทร พี่แนนคะ นี่พี่กิ่งแก้วเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพี่ต้นและมิ้นท์ พี่กิ่งนี่พี่ภัทรกับพี่แนน พี่ชายกับเพื่อนพี่พิมค่ะ”
“พี่ชายคุณพิม คนที่ต้นชอบน่ะเหรอ”
“ใช่ค่ะ”
ภัทรพลหันมาหามิ้นท์
“ตกลงทุกคนในนี้รู้ใช่มั้ยว่าระหว่างพิมกับต้นไม่ใช่สามีภรรยากันจริงๆ”
“ค่ะ”
“เล่ามาให้ละเอียดเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น เริ่มจากแกก่อนเลยแนน”
นันทิกานต์หน้าเสียแต่รู้ว่าหมดทางปากแข็งแล้ว
“คือ เรื่องมันเกิดจาก...”

พิมภาเดินออกมาจากห้องตัวเองเห็นฤชวีนอนหลับบนโซฟาอย่างหมดสภาพ พิมภามองแล้วเดินไปหยิบเอาหมอนมารองคอให้ฤชวี ฤชวีขยับตัวตื่น
“เอาหมอนรองคอจะได้สบายขึ้นนะ” พิมภาเอามือจับคอฤชวีจะยกเพื่อสอดหมอนแล้วถึงรู้สึก “คุณต้นคุณตัวร้อนนี่”
“นิดหน่อยน่ะครับ คุณพิมหิวมั้ย เดี๋ยวผมทำอะไรให้ทาน”
ฤชวีจะลุกแต่รู้สึกเพลียมากเซลงนั่ง พิมภาดันให้ฤชวีนอนลงเหมือนเดิม
“คุณนอนเถอะ เดี๋ยวฉันทำเอง” ฤชวีมองพิมภาแบบแน่ใจเหรอว่าคุณจะทำ “ฉันทำได้น่า นอนนะ”
พิมภาเดินไปที่ครัว ฤชวียิ้มแล้วหลับอย่างรู้สึกดีที่พิมภาเป็นห่วง

ส่วนที่ร้านอาหาร ชุติภาตกใจกับสิ่งที่การะเกตุบอก
“ผู้หญิงคนนั้นเคยแต่งงานมาแล้วเหรอ”
“ค่ะ บังเอิญหนูไปงานเมื่อคืนมาด้วยเลยได้รู้เรื่องจากวงในน่ะค่ะว่าผู้หญิงคนนั้นพองานแต่งงานตัวเองล่มก็มาแต่งงานกับพี่ต้นทันที”
“เละเทะจริงๆ”

ชุติภาหน้าตึงโกรธมาก
คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ตอนที่ 9 (ต่อ)

 
อีกด้านหนึ่งที่สำนักพิมพ์กิ่งแก้ว ภัทรพลถอนใจอย่างเซ็งๆ

“ไอ้พิมนะสร้างเรื่องได้ตลอดเวลา”
มิ้นท์กับกิ่งแก้วพยายามอธิบาย
“แต่พี่ต้นชอบพี่พิมจริงๆ นะคะ”
“มิน่าล่ะ แนนก็ว่าทำไมถึงยอมช่วยยัยพิมง่ายๆ”
“กิ่งไม่เคยเห็นต้นชอบใครมากเท่าคุณพิมเลยนะคะ”
“พี่ต้นเขาว่าคนนี้ล่ะครึ่งหนึ่งของชีวิตที่ตามหาเลยนะคะ”
ภัทรพลคิดแล้วหันมาถามนันทิกานต์
“แล้วยัยพิมล่ะ”
“ไม่รู้อ่ะพี่ จริงๆ พี่ก็รู้ว่ายัยพิมมันฟอร์มจัด ปากแข็งจะตาย”
“แน่ใจนะว่าคุณต้นรักพิมจริงๆ” ภัทรพลถามย้ำ มิ้นท์กับกิ่งแก้วยืนยันหนักแน่น “ผมเชื่อ”
“เฮ้ย ทำไมเชื่อง่ายจังพี่”
“ถึงคุณกิ่งกับมิ้นท์จะไม่ยืนยัน การกระทำของคุณต้นก็ทำให้ผมเห็นว่าเขารักพิมจริงๆ”
“พี่ภัทรรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว แล้วจะทำยังไงต่อคะ”
“ทำให้คุณต้นเป็นน้องเขยของผมจริงๆ ดีไหม”
มิ้นท์ กิ่งแก้ว นันทิกานต์มองแบบไม่อยากจะเชื่อ
“คุณภัทรจะช่วยต้นจริงๆ เหรอคะ”
“ทำไมง่ายอย่างนี้ล่ะพี่ ทีไอ้เอกพลเห็นแง่ง ๆ ไม่ยอมอยู่ตั้งนาน”
“ข้อหนึ่ง คุณต้นเป็นคนดี เป็นสุภาพบุรุษ ข้อสอง โสด แล้วก็มีงานทำ ข้อสามน้องสาวของพี่ไปกับคุณต้นขนาดนี้แล้ว น้องสาวของพี่เสียหาย คุณต้นต้องรับผิดชอบ”
มิ้นท์ฟังแล้วเห็นด้วยทันที
“เออ จริง พี่ต้นต้องรับผิดชอบ แล้วยังไงต่อล่ะพี่”
“ไม่มีใครค้านใช่ไหม” ทุกคนส่ายหน้า “ตอนนี้เรารู้แล้วว่าผู้ชายน่ะรัก ก็เหลือแต่ยัยพิมที่เรายังไม่รู้ใจ”
“แล้วเราจะทำยังไงถึงจะรู้ล่ะพี่”
“จะรู้ว่าคนมันมีใจหรือเปล่าต้องมีตัวยั่วให้หึง”
“แล้วจะไปหาจากไหนล่ะตัวยั่วน่ะ”
ภัทรพลมองๆ นันทิกานต์ชี้ตัวเอง
“อย่างแกยั่วให้โมโหล่ะได้”
นันทิกานต์เซ็ง
“หนูเป็นน้องตัดออก” มิ้นท์บอก แล้วสายตาทุกคนไปหยุดที่กิ่งแก้ว กิ่งแก้วเห็นทุกคนมองแล้วชักไม่ค่อยดี
“เอ่อ ไม่นะคะ กิ่งไม่...”
ทุกคนยิ้ม กิ่งแก้วหน้าเสียรู้ชะตากรรมเลยว่าซวยแล้ว

ส่วนที่ร้านอาหาร ชุติภาเสียงดังขึ้นมาอย่างยอมไม่ได้
“ยอมไม่ได้ ผู้หญิงแบบนั้นย่าจะไม่มีวันยอมรับเด็ดขาด หนูเกตุจะต้องช่วยย่านะ ดึงตาต้นออกมาจากผู้หญิงคนนั้น”
“มันจะดีเหรอคะ” การะเกตุมองสินีนาฎทำเป็นลำบากใจ “คุณยายคะ”
“ช่วยคุณย่าเขาเถอะนะ”
“ค่ะ เพื่อคุณย่า เกตุจะทำค่ะ” การะเกตุบอกอย่างจำใจแต่แอบยิ้มพอใจ
“แล้วย่าจะโทรหานะ”
“ค่ะ สวัสดีค่ะคุณย่า”
ชุติภาออกไป สินีนาฎมองการะเกตุ
“ชอบล่ะสิ งานถนัดนี่” สินีนาฎบอกอย่างรู้ทัน การะเกตุยิ้มรับ
“งานนี้สนุกแน่ๆ”

พิมภายกชามมาม่า มีไข่โปะอยู่ด้านบนมาม่าวางที่โต๊ะรับแขก แล้วหันไปหาฤชวีที่นอนอยู่
“คุณต้น” ฤชวีขยับตัวตื่นมองพิมภา “ตื่นมาทานอะไรหน่อยจะได้ทานยา” ฤชวีมองชามมาม่า “มันไม่มีอะไรในตู้เลย ฉันก็เลย”
“ถ้าเป็นคุณทำผมกินได้หมด” ฤชวีบอกแล้วยิ้ม
“ก็กินสิ” ฤชวีขยับขึ้นมานั่งจะกินเอง พิมภาขยับแก้วน้ำมาให้ฤชวี “ค่อยๆ กินนะคุณ”
ภัทรพลเข้ามาเห็นพิมภาที่ดูแลฤชวี ภัทรพลยืนมองยิ้มๆ แล้วกดโทรศัพท์
“มิ้นท์พี่ว่าพรุ่งนี้ล่ะเริ่มแผนได้เลย”
ภัทรพลหันมองพิมภากับฤชวียิ้มเจ้าเล่ห์

คืนนั้นพิมภาในชุดนอน เดินมาที่เตียงเห็นฤชวียกผ้าห่มกับหมอนจะนอนที่พื้น
“คุณต้น คืนนี้คุณมานอนบนเตียงเถอะ”
“จะดีเหรอครับ คุณไม่กลัวเหรอครับ”
“คุณไม่สบายอยู่จะไปนอนบนพื้นได้ยังไง มานอนนี่เถอะน่า” พิมภาจับฤชวีมานอนบนเตียงแล้วเอาหมอนข้างกั้นตรงกลาง พิมภาเอายากับน้ำให้ฤชวีกินอีกครั้ง “นอนเถอะ ฉันไว้ใจคุณ...ได้ใช่มั้ย”

“ครับ”
 
อ่านต่อพรุ่งนี้ เวลา 09.30น.
พิมภายิ้มแล้วปิดไฟ พิมภามองแล้วขยับไปนอนอีกด้าน ฤชวียิ้มแล้วหลับตา
นาฬิกาจากสองทุ่มผ่านเวลาเป็นเที่ยงคืน พิมภาลุกขึ้นมามองฤชวี ฤชวีรู้สึกตัวลืมตาแต่ยังนอนนิ่งไม่หันมา พิมภาขยับเอามือมาแตะที่หน้าผากฤชวี ฤชวีพลิกตัวมามองพิมภา
“คุณพิม”
“ไข้ลดแล้ว คุณหายปวดหัวหรือยัง”
“หายแล้วครับแต่มันนอนไม่ค่อยหลับ”
“ทำไม”
“ผมกลัวคุณนอนไม่สบาย”
“ฉันนอนสบาย แต่ถ้าคุณนอนไม่ค่อยหลับล่ะก็ ฉันขออนุญาตนะ”
ฤชวีมองไม่เข้าใจว่าพิมภาขออนุญาตเรื่องอะไร พิมภาหยิบมือถือของฤชวีที่วางตรงหัวเตียงมาเปิดเพลง Lover’consento แล้ววางไว้ที่ข้างหมอน
“คราวนี้คงจะนอนหลับแล้วนะ”
ฤชวียิ้มออกมา
“กู๊ดไนท์ครับ”
“ฝันดีนะ”
พิมพาล้มตัวลงนอน เสียงเพลงดังคลอเบาๆ ในห้องนอนพร้อมกับความรักที่อบอวลอยู่ในห้อง พิมภากับฤชวีต่างนอนหลับไปพร้อมกับอมยิ้มอย่างมีความสุข

เช้าวันรุ่งขึ้น พิมภาแต่งตัวในชุดทำงานเรียบร้อยแล้วเดินออกมามองฤชวีที่ยังนอนหลับ พิมภาเดินมาเอามือแตะหน้าผากฤชวี
“ไข้ไม่กลับแล้วล่ะ ฉันไปทำงานก่อนนะ”
พิมภาเดินออกไป ฤชวีลืมตายิ้ม

เมื่อมาถึงบริษัท พิมภาเจอนันทิกานต์ เดีย ฤทธิ์ที่กำลังจะไปเข้าห้องประชุม
“แนน เขาสรุปยอดการสั่งซื้อสินค้าจากงานหรือยัง”
“เลขาคุณสุกำลังรวบรวมมา”
ลัลนา ซูซี่ จุ๋มจิ๋ม ลิลลี่เดินเข้ามา สองกลุ่มเข้ามาประจันหน้ากัน สุกัญญาเดินขึ้นมากับตรีวิญ
“อรุณสวัสดิ์ทุกคน”
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
“อรุณสวัสดิ์ครับ” สายตาตรีวิญมองตรงที่พิมภา ลัลนามองอย่างหมั่นไส้
“พี่ได้สรุปผลการสั่งซื้อสินค้ามาแล้ว”
สุกัญญาเดินนำเข้าห้องประชุม ลัลนากับพิมภามองหน้ากัน
“เธอคงไม่ลืมใช่ไหมว่าเคยพูดอะไรไว้”
“ก็เตรียมรับความพ่ายแพ้ไว้ก็แล้วกัน”
ทั้งสองคนเข้าห้องประชุม คนอื่นๆ มองหวั่นๆ รีบตามเข้าไป

ทุกคนนั่งอยู่ในห้องประชุม
“แนน สรุปผลให้ทุกคนฟังสิ” สุกัญญาบอก
“ค่ะ ผลสรุปยอดการซื้อสินค้า ในจำนวนร้อยเปอร์เซ็นต์ของคู่ค้า ลิปสติก longtime มียอดสั่งซื้อ 52 เปอร์เซ็นต์” ลัลนายิ้ม เดีย ฤทธิ์หน้าเสียแต่พิมภายังหน้านิ่ง “แป้งวิงค์มียอดสั่งซื้อ 40 เปอร์เซ็นต์”
“แบบนี้ยอดสั่งซื้อลิปสติกlongtimeก็ชนะสิคะ” ซูซี่บอกอย่างดีใจ
“ยังมีอีกส่วน ร้อยเปอร์เซ็นต์ของลูกค้าวีไอพีที่เป็นผู้บริโภค” สุกัญญามองนันทิกานต์ให้อ่านต่อ
“ลิปสติก longtime มียอดสั่งซื้อ 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนแป้งวิงค์มียอดสั่งซื้อ”
ทุกคนลุ้นว่าเท่าไหร่ นันทิกานต์เปิดอีกหน้าสีหน้าอึ้ง
“เท่าไหร่ก็พูดมาสิ”
“70 เปอร์เซ็นต์”
ลัลนากับแก๊งค์ซูซี่อึ้ง เดียกับฤทธิ์ปรบมือดีใจอย่างลืมตัว พิมภายกมือให้หยุด เดียกับฤทธิ์หยุดทันที
“จะเห็นได้ว่ายังแปดเปอร์เซ็นต์ที่เหลือของคู่ค้าที่ไม่สั่งซื้อ แต่ถ้าในส่วนของลูกค้าที่เป็นผู้บริโภค กลับทำยอดได้ถล่มทลาย”
สุกัญญามองตรีวิญ
“พี่ขอให้ทางฝ่ายมาร์เก็ตติ้งทั้งหมดเอาข้อมูลจากงานครั้งนี้ไปวิเคราะห์และทำแผนในการสร้างยอดขายต่อไป”
ทุกคนรับคำ ลัลนากำมือแน่นที่ผลออกมาว่าตัวเองแพ้

ลัลนาเดินกลับหน้าห้องทำงานหน้าเครียด ซูซี่ จุ๋มจ๋ม ลิลลี่ตามเข้ามา
“เราแพ้ มันเป็นไปได้ยังไง พี่ไม่อยากจะเชื่อ”
“ถ้าพี่ลัลแพ้ หมายความว่า”
“พี่ลัลต้องลาออก”

“น้องลัลเป็นถึงลูกสาวผู้ถือหุ้น ใครก็ให้น้องลัลออกจากที่นี่ไม่ได้”
ส่วนที่ห้องทำงานพิมภา นันทิกานต์ปรบมือให้พิมภา
“แกว่ายัยลัลจะยอมลาออกมั้ย”
“ก็จะได้รู้กันไงว่ายัยนั่นจะมีค่าพอที่จะเป็นคู่แข่งฉันหรือเปล่า”
เดียเข้ามาในห้อง
“พี่พิมคะ พี่ซูซี่มาบอกว่าพี่ลัลให้ตามไปที่ห้องคุณสุค่ะ”
“มีเรื่องอะไร”
พิมพาทำหน้าแปลกใจ

ลัลนาถือจดหมายลาออกมาที่หน้าห้องสุกัญญา พิมภาเดินเข้ามาจากอีกทาง สองคนเจอกันชะงักยืนมองหน้ากัน
“เรียกฉันมาคงไม่ได้คิดจะพลิกลิ้นหรอกนะ”
ลัลนาชูจดหมายขึ้นมา
“ฉันเรียกเธอมาให้ดูว่าฉันพูดจริงทำจริง”
“ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างเธอจะรักษาคำพูด”
“คนอย่างฉันฆ่าได้หยามไม่ได้”
“เธอจะยอมทิ้งอนาคตเพื่อรักษาคำพูดอย่างนั้นเหรอ”
“ให้อยู่อย่างคนไม่มีศักดิ์ศรีฉันทำไม่ได้”
“ดี”
สุกัญญาเข้ามาเห็นลัลนากับพิมภายืนอยู่
“มีเรื่องอะไรกัน”
“ลัลจะมายื่น...” พิมพาพูดขัดขึ้นมา
“ลัลจะมาขอโทษเรื่องที่เขาดีใจกับพิมมากไปหน่อยจนเกือบทำให้เสียงานน่ะค่ะ”
ลัลนามองพิมภาว่าอะไรของมึง
“ไม่ใช่ค่ะ ลัลจะมา...”
“เธอสำนึกคุณสุก็อภัยให้แล้วจริงไหมคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วอย่ากวนคุณสุเลย ไปทำงานดีกว่า” พิมภาจะจูงมือลัลนาออกไป แต่ลัลนาสะบัดมือออก
“คุณสุคะลัลจะ...”
“พี่ไม่ได้มองว่าใครที่ทำยอดขายได้มากกว่ากัน แต่พี่มองที่ทุกคนต่างทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้งานประสบความสำเร็จ” สุกัญญาขัดแล้วมองพิมภา “พิมเข้าใจข้อนี้ดีใช่มั้ย”
“ค่ะ”
พิมภายิ้มรับแล้วดึงลัลนาออกไปจนได้ สุกัญญามองตามทั้งคู่ยิ้มๆ

พิมภาดึงลัลนาเข้ามาในห้อง ลัลนางง
“เธอมาขวางฉันทำไม ฉันกำลังทำตามข้อตกลง ฉันแพ้ฉันก็ต้องลาออก”
“ลัลนา ฉันเป็นคนชนะ ดังนั้นเธอจะอยู่หรือว่าจะไปมันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฉันไม่ใช่เธอ”
ลัลนามองว่าเป็นบ้าอะไร
“จะมาไม้ไหน”
“รู้มั้ยว่าทำงานไม่มีคู่แข่งมันไม่สนุกหรอก โดยเฉพาะคนที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับเรา”
ลัลนามองอย่างเข้าใจ
“ก็แน่ล่ะสิ เป๊ะเวอร์อย่างฉันมีคนเดียวในโลก”
“ฉันเห็นว่าเธอยังแสดงฝีมือไม่ถึงที่สุด ถึงฉันชนะมันก็ไม่สมศักดิ์ศรีของฉัน ครั้งนี้ฉันจะอนุโลมให้เธออยู่ต่อ”
“ฟังดูเป็นบุญคุณมาก”
“ถ้ามีสำนึกก็ช่วยแสดงฝีมือให้มันดีกว่านี้หน่อย”
“เธอนี่โรคจิตนะ แต่ฉันชอบ”
“ถ้าไม่จิตเท่ากันไม่เข้าใจหรอก”
“แล้วเธอจะต้องเสียใจที่ให้โอกาสฉัน”
“ทำให้ฉันเสียใจให้ได้ก็แล้วกัน”
สองคนมองหน้ากันแล้วยิ้มร้ายๆ แต่มิตรภาพแนบแน่นมากขึ้น

พิมภากลับเข้ามาในห้องทำงานแล้วชะงักที่เห็นภัทรพลอยู่ในห้องกับนันทิกานต์
“พี่มาทำอะไร”
“เบื่อก็เลยมาให้แกเลี้ยงข้าว ไป ฉันหิวแล้ว”
ภัทรพลลากพิมภาออกไป
“เฮ้ย อะไรกันเนี่ยพี่”
นันทิกานต์ตามไป

มิ้นท์กับกิ่งแก้วลากฤชวีมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
“ทำไมต้องมากินไกลถึงแถวนี้” ฤชวีถามอย่างแปลกใจ
“ก็เขาบอกว่าร้านนี้อร่อย นานๆ มิ้นท์จะเลี้ยงสักทีนะ ใช่มั้ยพี่กิ่ง”
“ใช่จ้ะ”
มิ้นท์ลากฤชวีเข้าไปในร้าน ขณะนั้นภัทรพลลากพิมภาเข้ามาที่หน้าร้าน นันทิกานต์ตามมา
“ฉันอยากกินแบบก๋วยเตี๋ยวง่ายๆ จะรีบกลับไปทำงาน”
“ก็พี่จะกินที่นี่ อย่ามากเรื่องน่า”
ภัทรพลมองเข้าไปในร้านเห็นว่ากิ่งแก้วกับฤชวีนั่งโต๊ะติดกระจก ภัทรพลกดมือถือแล้วใส่หูฟัง กิ่งแก้วมองมาเห็นภัทรพล ภัทรพลสบตากับกิ่งแก้ว
“มาแล้ว” กิ่งแก้วบอกมิ้นท์
“อะไรมาแล้ว” ฤชวีถามอย่างไม่เข้าใจ
เสียงมือถือมิ้นท์ดัง มิ้นท์รับโทรศัพท์ใส่หูฟังเหมือนกัน
“พี่กิ่งหมายถึงบริกรจะมาแล้ว งั้นรีบดูเถอะพี่สั่งอะไรกันดี”
ภัทรพลได้ยินการสนทนาก็มองพิมภาแล้วทำเป็นเห็นฤชวี
“เอ๊ะนั่นมันคุณต้นหรือเปล่า มากับใครน่ะ”
พิมภามองตามเห็นฤชวีกับกิ่งแก้ว พิมภาจ้องเลย
“สวยด้วยนะ เอ๊ะ หรือว่าแฟนเขาวะ” นันทิกานต์กระซิบกับพิมภา พิมภากระซิบตอบ
“แต่เขาบอกฉันว่าเขายังโสดนะ ผู้ชายเหมือนกันทั้งโลกโกหก”
ภัทรพลกับนันทิกานต์มองหน้ากันว่ามีปฏิกิริยาเว้ย
“จับมือเลย”
ภัทรพลบอก มิ้นท์มองกิ่งแก้วส่งสัญญาณว่าให้จับมือ กิ่งแก้วมองตอบว่าจะดีเหรอ มิ้นท์พยักหน้าให้ทำเลย
“เป็นอะไรพยักหน้างึกๆ งัก ๆ” ฤชวีถามมิ้นท์
“อ๋อ มันปวดคอน่ะพี่” มิ้นท์ส่งสายตาบังคับกิ่งแก้วว่าให้ทำ กิ่งแก้วจำใจจับมือฤชวีที่วางบนเมนูขยับออกแล้วใช้อีกมือชี้ที่เมนู
“ต้น กินอันนี้ดีมั้ย หรือว่าอันนี้ดี” อีกมือที่จับมือฤชวียังไม่ปล่อย ภัทรพลกับนันทิกานต์ตกใจบิ้วท์กันใหญ่
“เฮ้ยๆๆ จับมือด้วย ยังไงเนี่ยไอ้พิม ผู้หญิ
กำลังโหลดความคิดเห็น...