xs
sm
md
lg

คุณสามี (กำมะลอ) ที่รัก ตอนที่ 8

เผยแพร่:

คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ตอนที่ 8


ชุติภาประคองมิ้นท์มานอนที่เตียง

“ปวดหัวจังเลยค่ะคุณย่า มิ้นท์ปวดหัว”
ชุติภานั่งบนเตียงข้างมิ้นท์วางมือบนหน้าผาก
“ไข้ก็ไม่มี”
“ปวดขนาดนี้ไมเกรนขึ้นแน่ๆ” มิ้นท์กอดเอวชุติภา “คุณย่าอยู่เป็นเพื่อนมิ้นท์นะคะ มิ้นท์ปวดหัว”
มิ้นท์ทำเนียนแบบปวดหัวมากจะอ้วก
“ย่าว่าแกกินยาดีกว่านะ เดี๋ยวย่าไปเอายามาให้ แกเอายาไว้ไหน”
“ข้างล่างค่ะ”
ชุติภาเดินออกไป มิ้นท์เด้งตัวขึ้นมาหยิบมือถือออกมาจากกางเกงกดโทรออกทันที

ฤชวีเข้ามาที่ห้องจัดเลี้ยงดูพนักงานกำลังลงดอกไม้ประดับในงาน มือถือดัง ฤชวีกดรับ
“ว่าไงมิ้นท์ หา มิ้นท์ดึงคุณย่าไว้ก่อนนะสักสองวัน”
“สองวันเลยเหรอพี่ ถ้าคุณย่าจับได้นี่ตายเลยนะ”
“ช่วยพี่หน่อยนะ”
มิ้นท์ยังไม่ทันตอบ เสียงประตูกำลังจะเปิด มิ้นท์รีบซ่อนโทรศัพท์ใต้ผ้าห่ม
“โอเค”
ชุติภาเข้ามาพร้อมกับยาแล้วก็แก้วน้ำ
“โอเคอะไร หายแล้วเหรอ”
ฤชวีได้ยินฟังลุ้นๆ
“โอ้ยค่ะ โอ้ย ปวดเหลือเกินค่ะคุณย่า คุณย่ามิ้นท์ปวดหัวอยู่กับมิ้นท์สักสองวันนะคะคุณย่า มิ้นท์ปวดหัว”
“จ๊ะๆ ๆ กินยานะ” ชุติภาเอายาให้ มิ้นท์จำต้องรับมากิน ชุติภาโอบมิ้นท์มากอด “ดีขึ้นไหมลูก”
มิ้นท์อึ้งนิดมองชุติภาที่ดูอ่อนโยนแล้วซุกอกอย่างอ้อนๆ
“ค่ะ”
ฤชวียิ้มอย่างพอใจแล้วกดวางสาย ผู้จัดการเข้ามาหาฤชวี
“คุณต้น ดอกไม้จัดแบบนี้ใช้ได้ไหมครับ”
ฤชวีมองดอกไม้ที่ถูกจัดตกแต่งตามมุมดูธรรมดาทั่วไป
“มันธรรมดาไปนิด เอาแบบนี้ดีกว่า”
ฤชวีลงมือรื้อแล้วจัดดอกไม้เอง

พิมภายังคงกดโทรศัพท์หาฤชวี แต่ยังติดต่อไม่ได้
“คุณต้นหายไปไหนนะ นี่มันเป็นวันแล้วนะ จะโกรธอะไรนักหนาเนี่ย”
พิมภามองไปทางห้องจัดเลี้ยงเห็นพนักงานยังเดินเข้าออก พิมภาเดินไปที่หน้าห้องยืนมองอย่างสนใจแล้วชะงักเมื่อเห็นฤชวีกำลังจัดดอกไม้ในงานด้วยตัวเอง พิมภาอึ้ง ภัทรพลเข้ามาด้านหลัง
“เห็นมั้ยว่าเจ้าของที่นี่เขาทุ่มเทขนาดไหน”
“เจ้าของที่นี่เหรอ คุณต้นน่ะนะ”
“ใช่ แล้วงบประมาณบริษัทแกน่ะมันน้อย คุณต้นชักเนื้อตัวเองจ่ายแทนแก แล้วก็มาดูแลงานให้แกตั้งแต่เมื่อคืน นี่ไงคนที่แกบอกว่าไม่รับผิดชอบทอดทิ้งแกน่ะ” พิมภาอึ้งหนักรู้สึกผิดเต็มๆ “ว่าไง รู้สึกผิดล่ะสิ”
แม้จะรู้สึกผิดแต่พิมภาก็ยังเถียง
“ทำไมต้องรู้สึกผิด นี่เขาทำเพื่อธุรกิจตัวเอง มาจัดงานก็ได้เงิน”
“ไอ้พิม”
“ง่วงแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”
พิมภาชิ่งไปเลย ภัทรพลมองตามอย่างเซ็งๆ ภัทรพลเดินเข้าไปหาฤชวี
“คุณต้น ผมช่วย...”
ฤชวีมองอย่างขอบคุณ

พิมภาเดินเข้ามาในห้อง นึกถึงตอนที่ฤชวีลงมือจัดดอกไม้ทำทุกอย่างให้แล้วยิ้มออกมา
“คุณนี่มันเป็นคนยังไงกันแน่นะคุณต้น”
พิมภาหน้าตาปลื้ม ประทับใจมาก

วันต่อมาพิมภาลงมาที่ห้องจัดเลี้ยงแต่เช้า ภายในห้องจัดเลี้ยงถูกจัดสถานที่ไว้เรียบร้อยแล้ว ผู้จัดการเดินสวนออกมา
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนะครับ”
“แล้วคุณต้นล่ะ” ผู้จัดการอึกอัก “ฉันรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่”
“คุณต้น จัดดอกไม้ถึงหกโมงเช้าแล้วก็นั่งพักอยู่ตรงโน้นครับ” พิมภามองไปเห็นว่าฤชวีนั่งหลับอยู่ข้างเวที “ให้ผมไปปลุกให้ไหมครับ”
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันปลุกเขาเอง”
ผู้จัดการออกไป ในห้องจัดเลี้ยงเหลือแค่พิมภากับฤชวี พิมภาไปนั่งตรงหน้าฤชวีที่นั่งหลับ พิมภามองฤชวียิ้มๆ เอ็นดู
“เหนื่อยล่ะสิ”
“ครับ” ฤชวีตอบทั้งที่ยังหลับตา พิมภาถึงกับชะงัก

“นี่คุณไม่ได้หลับเหรอ” ฤชวีลืมตาขึ้นมา
“คุณเสียงดังเข้ามาขนาดนี้ใครไม่ได้ยินก็หูตึงแล้วล่ะครับ คุณตามหาผมมีอะไรอยากพูดกับผมหรือเปล่า”

ฤชวีมองพิมภาว่าจะสำนึกมั้ย
“ฉัน”
ฤชวีมองว่ายังไง พิมภาอึกอักยังไม่ทันตอบ
“โอ้โห ตกแต่งสวยเชียว”
พิมภาลุกขึ้นเห็นนันทิกานต์นำสุกัญญา ลัลนา ซูซี่เข้ามา พิมภารีบเข้าไปหาสุกัญญา
“สวัสดีค่ะคุณสุ”
“นี่เสร็จเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
“ก็ตั้งบู๊ธสินค้า ก็เรียบร้อยแล้วค่ะ”
ฤชวีลุกขึ้นเดินจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ แต่ไม่รอดพ้นสายตาซูซี่กับลัลนา ฤชวีเดินไปที่ประตูเจอกับภัทรพลที่เดินเข้ามา ภัทรพลจะเข้าไปหาลัลนาแต่ฤชวีดึงภัทรพลมองว่าให้ออกไปด้วยกัน ลัลนามองตามอย่างหมายมาด สุกัญญาเดินดูการตกแต่งไปเงียบๆ พิมภาหันมาเจอลัลนา
“ไม่เลวนะ ดิบๆ บ้านๆ สไตล์เธอดี” ลัลนาเอ่ยชม
“ก็ดีกว่าพวกไม่มีสไตล์ ตามกระแสต่างชาติไปวันๆ อย่างเธอไง”
“หึ รสนิยมมันวัดชัยชนะกันไม่ได้หรอก มันต้องวัดกันที่ยอดสั่งซื้อ”
“ทำใจไว้บ้างนะ แพ้บ่อยๆ เดี๋ยวจะเครียดจนหน้าเหี่ยว”
“หัวเราะทีหลังมักจะดังกว่านะ”
“อย่าร้องไห้ให้เห็นก็แล้วกัน”
“งั้นมาแข่งกัน ถ้าครั้งนี้ยอดสั่งซื้อของฉันชนะเธอล่ะก็เธอต้องลาออกจากบริษัท กล้ามั้ย”
นันทิกานต์กับซูซี่ตกใจ
“แล้วถ้าฉันชนะ” พิมภาถาม
“ฉันก็จะทำเหมือนกัน”
“งั้นตกลง”
“ไอ้พิม”
“น้องลัล พี่ว่า”
พิมภากับลับลนาไม่สนใจนันทิกานต์กับซูซี่ ทั้งคู่ตอบออกมาพร้อมกันว่า
“ตามนั้น”
ลัลนากับพิมภาต่างคนต่างจ้องอย่างไม่มีใครยอมแพ้ใคร
คัทเอ้าท์ของแป้งวิงค์ถูกจัดวาง นันทิกานต์ เดีย ฤทธิ์ช่วยกันวางสินค้าแป้งวิงค์จัดบูธเหมือนตู้ดิสเพลย์โทนสะอาดตา เก๋ๆ ข้างๆ เป็นโต๊ะที่จะมีพนักงานคอยดูแลลูกค้าในการทดลองสินค้าหันหน้าเข้าหาเวที
“วิงค์ ใกล้แค่ไหนก็ไม่หวั่น พิม แกมั่นใจใช่มั้ยว่าชนะแน่”
นันทิกานต์มองไปอีกฝั่ง พิมภามองตาม
ที่บูธของลิปสติก longtime กำลังจัดอยู่ แต่โทนของบูธจะเป็นแนวเซ็กซี่ ร้อนแรง ลัลนากำลังยืนคุม ซูซี่ จุ๋มจิ๋ม ลิลลี่ให้จัดดิสเพลย์สินค้าอย่างขยันขันแข็ง ลัลนามีจังหวะหันมาสบตากับพิมภา ต่างคนต่างเชิดมั่นใจว่าไม่มีใครแพ้ใคร
“ไอ้พิม ฉันว่ายกเลิกข้อตกลงบ้าๆ นั่นเถอะ”
“คนอย่างพิมภา”
“เดินหน้าแล้วไม่เคยถอยหลัง ฉันรู้ แต่แกรู้มั้ยว่าความมั่นใจกับประมาทมันห่างกันแค่เส้นบางๆ นิดเดียว ถ้าเกิดมันพลาด เท่ากับแกทิ้งอนาคตแกเพราะอารมณ์ชั่ววูบเลยนะ”
“แกไม่ต้องกังวล ไม่ว่ายัยลัลจะมาไม้ไหนฉันก็รับได้หมด”
“พิม ฉันห่วงแกนะ”
“ถ้าแกไม่อยากให้ฉันต้องลาออกก็รีบช่วยกันจัดบูธให้สวยจนลูกค้าประทับใจ จะได้มียอดซื้อเยอะๆ ไง”
“เออ จริง”
นันทิกานต์ขยับทำงานอย่างขยันขันแข็ง พิมภาเข้าไปช่วยจัดมองเพื่อนยิ้มๆ

ภัทรพลเดินเข้าอีกมุมหนึ่งด้วยสีหน้าเซ็งๆ ฤชวีตามเข้ามา
“ดึงผมออกมาทำไมเนี่ย ผมจะเข้าไปหาคุณลัลสักหน่อย”
“คุณชอบคุณลัลนาจริงๆ เหรอครับ”
“จริงสิครับ ขาวสวย ตาบิ๊กอาย อก เอ่อ ไซส์บิ๊กบึ้ม มันโดนใจ”
ฤชวีมองภัทรพลอย่างวิเคราะห์
“อย่างคุณภัทรจะชอบผู้หญิงสักคน น่าจะมีเหตุผลอย่างอื่นเพิ่มด้วย” ฤชวียิ้มมั่นใจ “ผมพูดถูกไหม”
“ก่อนที่คุณจะวิเคราะห์แยกชิ้นส่วนผม ขอส่งความรักสักนิดก่อนนะครับ”

ภัทรพลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดส่งแอปพลิเคชัน
ลัลนาเข้าจัดบูธ ชี้ๆ ซีเรียสมาก ซูซี่ที่ทำงานหัวยุ่งหันมา

“น้องลัลคะ แน่ใจเหรอคะว่าเราจะชนะ”
“ห้าสิบ ห้าสิบค่ะ”
“อ้าว แล้วถ้าน้องลัลแพ้ล่ะคะ”
“อย่าลืมไม้เด็ดของเราสิคะ” ลัลนายิ้มร้ายๆ ซูซี่ถึงบางอ้อ
“น้องลัลนี่ ฉลาดเป๊ะเวอร์มากค่ะ”
ลัลนายิ้ม ที่เสียงโทรศัพท์ว่ามีข้อความจากแอปฯ ลัลนากดอ่าน
“คิดถึงนะครับ...จาก ผู้ชายที่ไม่ได้ดีพร้อม แต่เป็นคนที่พร้อมจะดี”
ลัลนามองที่โทรศัพท์ยิ้มร้าย คิดแผน
“พี่ซูซี่จัดการดูแลแทนลัลเรื่องจัดบูธให้เรียบร้อยนะคะ เดี๋ยวลัลมา”
“น้องลัลจะไปไหนคะ”
ลัลนาหันมาถอนใจใส่มองประมาณว่าไม่รู้สักเรื่องได้มั้ย ซูซี่รู้ว่าแส่ไปแล้วรีบแบ๊วใส่
“โอ๊ะ เคค่ะ ทำงาน” ซูซี่หันไปทำงาน
ลัลนามองพิมภายิ้มร้ายแล้วเดินออกไป

ภัทรพลเงยหน้ามองฤชวีที่มองตัวเองยิ้มๆ อย่างรู้ทัน
“คุณชอบคนที่ต่อกรกับคุณพิมได้ แสดงว่าต้องเก่งพอตัว”
“ต้องเรียกว่าร้ายพอตัวมากกว่า”
“ชอบยากๆ ท้าทายใช่มั้ยครับ”
ภัทรพลหัวเราะถูกใจ
“ก็ง่ายๆ มันดูไม่มีค่าน่ะนะ”
“แต่ก็ใช่ว่ายากๆ แล้วจะมีค่าทุกคนนี่ครับ”
“ยาวๆ น่ะคุณ การเจียระไนมันต้องใช้เวลา” ภัทรพลเห็นลัลนากำลังเดินมา “คุณลัลมา” ฤชวีตกใจรีบขยับไปหลบแต่ไม่ห่างนัก พอได้ยินการสนทนาได้ “คุณลัลครับ”
ลัลนาเห็นภัทรพลก็รีบเข้ามา
“ลัลรู้ว่าคุณภัทรมาก็เลยมาตามหา” ลัลนาบอกเสียงหวาน
“มิน่าผมรู้สึกว่ามีสัญญาณบางอย่างมันอยู่แถวนี้”
“สัญญาณอะไรคะ”
“สัญญาณรักน่ะครับ” ลัลนาอึ้งทำหน้าไม่ถูก “แล้วคุณลัลตามหาผมเรื่องอะไรครับ”
“เรื่องยัยพิมน่ะค่ะ จริงหรือเปล่าคะที่ยัยพิมแต่งงานแล้วเงียบๆ” ฤชวีสะดุ้ง ภัทรพลมองลัลนาอย่างชั่งใจ “ถ้าทุกคนรู้เรื่องนี้จะต้องดีใจแน่ๆ ที่ได้เห็นพิมมีความสุขสักที”
ฤชวีไม่สบายใจออกไปจะไปเตือนพิมภาว่าลัลนารู้เรื่องแล้ว ภัทรพลมองลัลนาอย่างรู้ทันแต่ไม่แสดงออก
“คุณลัลนี่ดีกับพิมมันจริงๆ นะครับ”
“เพื่อนกันนี่คะ ลัลอยากจะเซอร์ไพรส์พิมจัง อยากให้คุณภัทรช่วย”
ภัทรพลมองลัลนาที่ยิ้มหวานอย่างลังเล

พิมภาจะขยับสินค้าแล้วรู้สึกขนลุก
“แกเป็นอะไร” นันทิกานต์ถาม
“รู้สึกแปลกๆ มันขนลุก”
ผู้จัดการเข้ามา
“คุณพิมครับ ผมเตรียมเครื่องดื่มกับอาหารกลางวันไว้ด้านหน้า”
“อาหารกลางวันเหรอคะ แต่ฉันไม่ได้...”
“เป็นอภินันทนาการจากคุณตะ...เอ่อ ทางรีสอร์ทน่ะครับ”
พิมภารู้ว่าฤชวีจัดการให้จึงยิ้มออกมา
“ขอบคุณค่ะ”
“ใช้งบน้อยมีข้าวแถมด้วย เจ้าของรีสอร์ทเป็นใครนะอยากเห็นหน้า” พิมภายิ้มปลื้มๆ ภูมิใจ “พิม ทำไมแกต้องยิ้มแบบนั้นด้วย”
“ยิ้มแบบไหน”
“ก็แบบภูมิใจอย่างกับแกเป็นเจ้าของรีสอร์ทซะเองงั้นแหล่ะ”
“บ้า นี่ยิ้มธรรมชาติ เป็นปกติมาก” พิมพาบอกแล้วเปลี่ยนเรื่อง “ทุกคนเบรกทานอาหารกลางวันค่ะ ด้านนอกนะคะ”
พวกซูซี่และพนักงานต่างพากันเดินออกไปด้านนอก

ซูซี่กำลังตักอาหาร ลัลนาเดินกลับเข้ามา
“น้องลัล เป็นยังไงบ้างคะ”
ลัลนามองไปทางพิมภาแล้วยิ้มร้ายๆ ซูซี่มองแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ พิมภา เดีย ฤทธิ์ นันทิกานต์มานั่งเป็นกลุ่มกินข้าว

“แนน ทุกอย่างคอนเฟิร์มเรียบร้อยใช่มั้ย”


อ่านต่อเวลา 17.00น.
“ของคู่ค้ากับลูกค้าวีไอพีเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“แล้วศิลปินล่ะ”
“คอนเฟิร์มแล้วจะมาถึงสักบ่ายสามค่ะ”
พิมภากินๆ แล้วคิดเพลินจนติดคอ
“อุ๊บ น้ำ น้ำ”
นันทิกานต์  เดีย  ฤทธิ์ตกใจจะลุกไปหยิบน้ำ แต่มีมือยื่นแก้วน้ำให้พิมภาก่อน พวกนันทิกานต์เห็นแล้วชะงักอึ้ง   พิมภารับมาดื่มพอหายติดคอมองพวกนันทิกานต์ที่ทำหน้าเหวอก็งงว่าเหวออะไรกัน  พิมภาหันมองตามจึงเห็นตรีวิญยืนยิ้มอย่างหล่อ
“เหนื่อยมั้ยครับ”  
ซูซี่เห็นรีบสะกิดให้ลัลนาดู  
“น้องลัลคะ ดูโน่นสิคะ”
ลัลนาหันมองจึงเห็นตรีวิญนั่งลงข้างพิมภา
“มาถึงนานหรือยังคะ”
“เพิ่งถึงน่ะครับ  ผมหิวมากเลย  ขอร่วมวงด้วยนะครับ”
“ฤทธิ์ จัดข้าวมาให้คุณตรีวิญสิ”  นันทิกานต์บอกฤทธิ์ ฤทธิ์รีบลุกไปตักอาหารให้ตรีวิญ
“ที่นี่อากาศดีนะครับ  เป็นธรรมชาติ มองไปทางไหนก็...” ตรีวิญมองหน้าพิมภาแล้วพูดต่อ “สวย”
พิมภาหันมาเห็นสายตาตรีวิญก็ชะงักไป  นันทิกานต์  เดียมองจับสังเกต ฤทธิ์กลับเข้ามาพร้อมกับจานอาหารให้ตรีวิญ
“ดูน่าอร่อยนะครับ”
“ค่ะ” พิมภาเห็นทุกคนมอง “รีบทานสิ จะได้ไปทำงานต่อให้เสร็จ”
นันทิกานต์  เดีย  ฤทธิ์สะดุ้งรีบชวนกันกินๆ แต่สายตามองทางตรีวิญกับพิมภาตลอด พิมภายิ้ม ทำหน้าไม่ถูกเหมือนกัน
“คุณตรีวิญท่าจะเอาจริงนะคะน้องพิมยิ้มไม่หุบเลย” ซูซี่กระซิบกับลัลนา
“ยัยพิมจะยิ้มก็ได้แค่ตอนนี้เท่านั้น”
 
ฤชวีเดินจะเข้าไปที่ห้องจัดเลี้ยง  ภัทรพลตามมาติด ๆ
“คุณจะไปไหน”
“ผมจะไปเตือนคุณพิมว่าคุณลัลรู้เรื่องแล้ว”
ฤชวีรีบเดินมาที่ห้องจัดเลี้ยงแต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักจนภัทรพลเบรกแทบไม่ทัน  ภัทรพลมองฤชวีว่าหยุดทำไม   แต่พอมองตามสายตาฤชวีก็เข้าใจเมื่อเห็นตรีวิญกับพิมภานั่งทานข้าวด้วยกัน  พิมภาดูยิ้มปลื้ม  ฤชวียืนนิ่ง  
“ผู้ชายที่นั่งข้างไอ้พิมเป็นใคร” ภัทรพลถามขึ้นมา
“คุณตรีวิญ  หัวหน้าคุณพิม”   
ฤชวีหึง หันหลังเดินกลับออกไปทันที ภัทรพลมองตามฤชวีแล้วหันมองพิมภากับตรีวิญ    ภัทรพลมอง  ๆ แล้วหยิบโทรศัพท์โทรหานันทิกานต์ นันทิกานต์ที่นั่งอยู่ในวงกดรับสาย
“แนน  ออกมาหาพี่หน่อย  พี่อยู่ซ้ายมือแก”
นันทิกานต์หันมองเห็นภัทรพล ก็รีบออกไปหาภัทรพล
 
นันทิกานต์เดินตามภัทรพลออกมาแล้วยิ้มหน้าเป็นโดยไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง
“มีอะไรพี่ภัทร  เสียงเครียดเชียว”
ภัทรพลเครียดทั้งหน้าทั้งเสียง
“ที่บริษัทไม่มีใครรู้เหรอว่ายัยพิมแต่งงานแล้ว” 
คำถามนี้ทำให้นันทิกานต์ชะงักอึ้งไป
“เอ่อ...อ่า...”
“ตอบมาว่ามีใครรู้มั้ย”
“ไม่มีจ้ะ” นันทิกานต์จำต้องตอบ
“แล้วคนที่ชื่อตรีวิญกับยัยพิมน่ะ  เป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง หรือว่ามากกว่านั้น”  
นันทิกานต์ตกใจหน้าเสีย
“คือ เอ่อ”
“ถ้าแกติดอ่างอีกคำ  พี่จะโทรให้แม่พี่ถามแกแทนนะ”
“อย่านะพี่ภัทร  คือ คุณตรีวิญน่ะสนใจไอ้พิม  แต่ไอ้พิมน่ะแนนไม่แน่ใจ”
“ปล่อยแบบนี้ไม่ได้แล้ว”
 
อีกด้านหนึ่งที่คอนโดเอกพล ปราสินีนอนเพลียหมดแรงเพราะเวียนหัวอยู่ที่โซฟา เอกพลแต่งตัวหล่อเดินออกมาจากห้องพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้า เอกพลมองปราสินีที่ดูเปลี้ยๆ อย่างรำคาญตา
“เป็นอะไร”
“ปลาไม่สบายน่ะค่ะ  พี่เอกอยู่เป็นเพื่อนปลานะคะ”
“พี่ต้องไปทำงาน  ไม่สบายก็ไปหาหมอซะ”
“พี่เอก วันนี้พี่ดูเนี้ยบผิดปกตินะคะ” เอกพลชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ
“ไปทำงานก็ต้องให้มันดูดีสิ  อย่ามาจับผิดนะพี่ไม่ชอบ” เอกพลเดินออกไป ปราสินีมองอย่างสงสัยแล้วขยับลุกขึ้น
คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ตอนที่ 8 (ต่อ)


การะเกตุขับรถมาจอดหน้าคอนโดเอกพล  เอกพลเดินออกมาพร้อมพระเป๋าเสื้อผ้า  ปราสินีตามลงมาเห็นเอกพลขึ้นรถ  พยายามมองแต่เห็นการะเกตุที่ใส่แว่นดำขับรถ  การะเกตุออกรถไป ปราสินีมองตามอย่างไม่สบายใจแล้วกดมือถือ

เสียงมือถือเอกพลดัง  เอกพลยกขึ้นมาเห็นว่าเป็นปราสินีโทรมา  เอกพลกดวาง  เสียงมือถือยังดังอีก การะเกตุหันมอง
“ทำไมไม่รับล่ะ”
“พวกตื้อทำบัตรเครดิตน่ะครับ”
เอกพลกดปิดเครื่อง  
“กว่าจะถึงคงหลายชั่วโมง”
“คุณเกตุทานอะไรมาหรือยังครับ”
“ฉันไม่ค่อยหิวข้าว” การะเกตุบอกแล้วหันมามองเอกพลอย่างยั่วๆ “แต่ถ้ามีอะไร น่าสนใจ ฉันอาจจะอยาก...กินก็ได้”
 เอกพลมองการะเกตุอย่างเข้าใจ
“แต่เราจะไปถึงช้าน่ะสิครับ”
“ถึงเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”
“ถ้าอย่างนั้น ผมรู้แล้วว่าเราจะไปกินกันที่ไหนดี”
เอกพลบอกยิ้มๆ การะเกตุมองเอกพลอย่างพอใจ
ปราสินีพล่านที่เอกพลไม่ยอมารับสาย พยายามจะกดโทรซ้ำ ๆ แต่เอกพลก็ปิดเครื่องไปแล้ว  
“ปิดเครื่องเหรอ...ไปกับใครนะ”
 
ส่วนที่รีสอร์ทบูธของลัลนาและพิมภาถูกจัดเรียบร้อย
“ถ้าจัดบูธเรียบร้อยแล้ว เรามีเวลาสองชั่วโมงก่อนที่ลูกค้าจะเดินทางมาถึง” พิมภาบอกแล้วหันไปทางผู้จัดการที่รออยู่ “ผู้จัดการคะ”
ผู้จัดการนำกุญแจห้องพักมาให้  
“กุญแจห้องพักครับ”
ลัลนารับกุญแจออกไป  พิมภารับกุญแจจากผู้จัดการมาแจกให้เดียกับฤทธิ์  
“แล้วของฉันล่ะ” นีนทิกานต์ถาม
“แกมานอนกับฉัน”
“แล้วคุณต้นล่ะ”
“เขาก็ไปนอนห้องเขาสิ”
“ตั้งแต่มาถึงยังไม่เจอคุณต้นเลยเขาหายไปไหน” นันทิกานต์ถามขึ้นมาทำให้พิมภานึกได้
“นั่นสิ  แนนแกไปที่ห้องก่อน เดี๋ยวฉันตามไป”
“แน่ะอย่าบอกนะว่าพูดปุ๊บก็ห่วงปั๊บ”
“ถ้าฉันถึงห้องแกยังแต่งตัวไม่เสร็จแกโดนแน่” 
พิมภาเดินแยกไป นันทิกานต์แซวตามหลัง
“ไอ้แบบนี้มันอารมณ์เสียกลบเกลื่อนนะเพื่อน”
นันทิกานต์มองกุญแจแล้วเดินฮัมเพลงไปอย่างอารมณ์ดี    
 
พิมภาเดินมาตามทางเดิน จู่ๆ ภัทรพลก็โผล่มา
“พี่ภัทร  อยู่ๆ ก็โผล่มาตกใจหมด”
“แกเดินตามหาใคร”
“หาคุณต้นน่ะสิ”
“อ้อ อยู่ใต้ต้นไม้ทางโน้นแน่ะ” พิมภาเดินไปตามที่ภัทรพลบอก  พิมภาเดินไปเห็นฤชวีนอนปูผ้าหลับอยู่ในสวนใต้ต้นไม้ “คงน็อคทำงานทั้งคืน  ข้าวก็ไม่กิน”
“แล้วทำไมพี่ไม่เตือนเขาล่ะ”
“แล้วทำไมแกเป็นเมียแท้ๆ แกไม่ดูแล ฮะ”
“เอ่อ คือ ฉัน...” พิมภาอึ้งรีบเปลี่ยนเรื่อง “พี่ภัทรไปสั่งข้าวมาให้คุณต้นหน่อยสิ ตื่นแล้วจะได้ทานเลย”
“แล้วแกล่ะ”
“ฉันจะ...” พิมภาจะบอกว่าจะอยู่ดูเขาแต่ยังไม่ทันพูด เสียงตรีวิญก็ดังขึ้นซะก่อน
“คุณพิมครับ” พิมภากับภัทรพลหันไปมองจึงเห็นตรีวิญกำลังเดินเข้ามาหา “คือ...” ตรีวิญยื่นกุญแจคีย์การ์ให้ดู “ผมไม่รู้ว่าห้องนี้อยู่ทางไหนน่ะครับ”
“ทำไมไม่ถามพนักงานล่ะครับ  พิมมันก็แขกจะรู้อะไร” ภัทรพลบอกอย่างไม่พอใจ ตรีวิญมองว่าภัทรพลเป็นใคร  
“คุณตรีวิญคะนี่พี่ภัทร  พี่ชายของพิมค่ะ” พิมภาแนะนำ
“สวัสดีครับ” ตรีวิญยื่นมือจะจับมือ
“ผมไม่ชอบทักทายแบบฝรั่ง  ผมคนไทย” 
ตรีวิญอึ้งๆ ที่ภัทรพลดูจะไม่ชอบหน้าตัวเอง พิมภาเห็นว่าภัทรพลชักจะกวนประสาทจึงรีบตัดบท
“เดี๋ยวพิมพาคุณตรีวิญไปเองค่ะ ทางนี้ค่ะ”
พิมภาพาตรีวิญออกไป   ภัทรพลขัดใจ ภัทรพลมองไปทางฤชวีเห็นว่าฤชวีลืมตามองอยู่
“คุณต้น คุณรู้ใช่ไหมว่าไอ้หน้าขาวมันจีบไอ้พิมอยู่” ฤชวีนิ่ง  “คุณยอมให้มันมายุ่งกับยัยพิมได้ยังไง  ต้องกำราบยัยพิมซะบ้างนะคุณ”
“ผมไม่มีสิทธิ์หรอกครับ” ภัทรพลสะดุดหู
“หมายความว่ายังไงไม่มีสิทธิ์”  
ฤชวีไม่ตอบลุกขึ้น
“ผมจะไปเช็คความเรียบร้อยของงานสักหน่อย ไปก่อนนะครับ”
ฤชวีเดินหนีไปเลย 

“น้องเขยป๊อดอย่างนี้ พี่ต้องประกาศศักดาให้แล้ว”
 
 ฤชวีเดินหน้าตึงจะเข้าไปที่ห้องผู้จัดการ พิมภาเดินกลับมาจากที่ไปส่งตรีวิญที่ห้อง
 

“คุณต้น พี่ภัทรสั่งอะไรให้คุณทานหรือยัง”
“ผมหิว ผมก็จัดการเองได้” ฤชวีบอกเสียงเรียงบ ท่าทางตึงๆ พิมภามองฤชวีที่ดูหน้าตึงๆ
“นี่คุณเป็นอะไร”
ฤชวีจะไม่ตอบ จะเดินไป แต่พิมภาดึงไว้
“คุณต้น ฉันถามว่าคุณเป็นอะไร”
“ผมไม่อยากตอบ”
“เดี๋ยวจะโมโหอีกหรือไง เรื่องอะไรอีก”
“พาคุณตรีวิญไปที่ห้องแล้วใช่ไหมครับ”
“อืม...คุณรู้ได้ยังไง”
“ผมรู้เรื่องคุณทุกเรื่อง แต่คุณคงไม่เคย...”
“ไม่เคยอะไร”
“ผมขอตัวก่อนนะครับ”
ฤชวีไม่ยอมให้พิมภาดึง เดินไปเลย
“คุณต้น วัยทองหรือไงเนี่ย เหวี่ยงจั๊ง...ฉันไม่ง้อคุณหรอกนะ”
ฤชวีฟังแต่ไม่หยุดเดินไป พิมภาหัวเสีย

พิมภาเดินกลับมาที่ห้องอย่างหัวเสีย แล้วส่งเสียงถามนันทิกานต์ทั้งที่ยังไม่เห็นตัว
“ไอ้แนนแต่งตัวเสร็จหรือยัง”
นันทิกานต์เสียงดังวิ่งมาจากระเบียง มือปิดตรงส่วนไมค์ของโทรศัพท์มือถือ นันทิกานต์พยายามจะพูดเสียงเบาไม่ให้ลอดเข้าไปในโทรศัพท์
“ไอ้พิม แย่แล้ว”
“อย่าบอกนะว่ามีเรื่อง”
“ก็คุณวรุฒเซเลบฯที่จะเชิญมาขึ้นเวทีคู่กับคุณตรีวิญน่ะสิ ฉันเห็นว่ามันผิดเวลาก็เลยโทรไปถามเขาว่าอยู่ที่ไหน”
“แล้วเขาอยู่ที่ไหน”
นันทิกานต์ชี้ที่มือถือในมือว่าเขายังอยู่ในสาย
“นครศรีธรรมราช” พิมภาตกใจ
“แต่เราจัดที่เพชรบูรณ์นะ ไปโน่นได้ไง”
นันทิกานต์พยายามไม่ให้เสียงรอดไปในโทรศัพท์
“เขารอสายอยู่จะเอายังไง”
“แกขอโทษเขานะ ว่าคราวหน้าคงมีโอกาสร่วมงานกัน “
นันทิกานต์ยกนิ้วโอเค แล้วเดินไปที่คุยที่ระเบียง พิมภาหน้าเครียด นันทิกานต์เดินกลับมา
“คุณวรุฒน์บอกว่าแผนที่ๆ ส่งไปมันเป็นที่นครศรีธรรมราชน่ะสิ พลาดได้ยังไง”
“ไม่ใช่พลาดหรอก ฉันว่างานนี้มีคนแกล้งเรา”
“ยัยลัลน่ะเหรอ”
“โอ้ย อีกไม่กี่ชั่วโมงจะเริ่มงานจะไปหาเซเลบฯที่ไหนมา” พิมภาถึงกับเครียด
“ตัดช่วงนี้ออกไปมั้ย”
“ไม่ได้งานนี้จัดเพื่อคุณตรีวิญ ถ้าตัดไป คุณสุจะต้องไม่พอใจแน่ๆ”
“แล้วจะไปหาใครมาแทนตอนนี้” มือถือนันทิกานต์ดัง นันทิกานต์กดรับ “ว่าไงเดีย ลูกค้าเริ่มมาแล้วเหรอ เดี๋ยวพี่จะรีบไปกันเดี๋ยวนี้”
พิมภากับนันทิกานต์ต้องรีบแต่งตัวด่วน

ฤชวีมาคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่ที่ห้องจัดเลี้ยง โดยคอยสั่งการให้ผู้จัดการคุมพนักงานในการจัดวางอาหาร บริการเครื่องดื่ม ภัทรพลมายืนสังเกตการณ์หยิบเครื่องดื่มเดินเข้ามาข้างฤชวี
“พวกที่มางานเป็นใครกันบ้างล่ะคุณต้น”
“เห็นคุณพิมว่ามีคู่ค้า คือกลุ่มร้านค้าที่นารีนำสินค้าไปลงช็อปกับกลุ่มลูกค้าวีไอพีที่มียอดสั่งซื้อเกินแสนต่อปีขึ้นไปน่ะครับ”
“มิน่าถึงลงทุนจัดงานขนาดนี้”
ลูกค้าเริ่มทยอยเข้ามาในงาน มีพนักงานมาคอยเดินเสิร์ฟเครื่องดื่ม การะเกตุเดินพาเอกพลเข้ามาในงาน ภัทรพลหันไปเห็นพอดี
“ไอ้เอกพล มันมางานนี้ได้ยังไง”
ฤชวีมองเอกพลที่เดินเคียงคู่กับการะเกตุ สุกัญญากำลังทักทายแขกในงานหันมาเห็นการะเกตุแล้วชะงักที่เห็นเอกพล
“สวัสดีครับคุณสุ”
สุกัญญาเห็นว่ามากับการะเกตุก็เก็บอาการยิ้มให้
“สวัสดีค่ะคุณการะเกตุ”
“งานน่าสนใจดีนะคะ”
“วันนี้เราจะเปิดตัวสินค้าใหม่ของนารี คุณการะเกตุเชิญทดลองสินค้าสิคะ”
“มาตรฐานของสินค้านารี ไม่แพ้แบรนด์ระดับท็อปของต่างประเทศเลยนะครับ จริงมั้ยครับคุณสุ” เอกพลมอง อย่างสะใจประมาณว่าวันนี้สุกัญญาต้องเกรงใจตัวเอง สุกัญญาไม่พอใจแต่ต้องยิ้มรับฝืนๆ

“ตามสบายนะคะ”
 
 
 
การะเกตุยิ้มแล้วเดินไปที่บูธลิปสติก longtime เอกพลเห็นกลุ่มลัลนาก็แยกตัวไม่ตามเข้าไป สุกัญญามองเอกพลอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก
 

ตรีวิญเดินเข้ามา สุกัญญาพาตรีวิญไปแนะนำกับคู่ค้า สุกัญญามองนาฬิกาข้อมือแล้วหันมาพยักหน้าให้ซูซี่มาหา ซูซี่เดินเข้ามา
“ซูซี่ ลัลกับพิมล่ะ”
“คือ สองคนนั้นเขา...มาโน่นแล้วค่ะ”
สุกัญญาหันมอง ทุกคนในงานก็หันมองเพราะเสียงฮือฮาจากหน้าประตู
ที่หน้าประตู ลัลนากับพิมภาในชุดสวยขนาดกินกันไม่ลงเดินตู่กันเข้ามา ฤชวี ตรีวิญมองพิมภาตะลึงกับความสวยจัดเต็ม ภัทรพลมองลัลนาอย่างถูกใจ พิมภาเห็นฤชวีมองก็เชิดงอนใส่เดินไปที่บูธตัวเอง ฤชวีเซ็งแต่ก็งอนเหมือนกัน
เอกพลที่อยู่กับการะเกตุเห็นพิมภายิ่งเสียดายจึงมองเธอ ประมาณว่าจะต้องเอาคืนมาให้ได้
“สองคนนั้นเป็นใคร เดินเปิดตัวอย่างกับเจ้าของบริษัท” การะเกตุถามเอกพล
“แบรนด์เมเนเจอร์ของนารีครับ”
การะเกตุไม่ถูกชะตา เพราะสองสาวสวยกว่าจึงพาลหมั่นไส้
“ทำตัวโดดเด่น เรียกร้องความสนใจ”
การะเกตุมองความโดดเด่นของพิมภากับลัลนาอย่างหมั่นไส้
พิมภาเดินเข้ามาที่บูธเห็นว่ามีลูกค้ากับคู่ค้าอยู่ที่บูธมากกว่าบูธของลัลนาเกือบครึ่งนึง คุณจี๋ คู่ค้าเข้ามาหาพิมภา พิมภายิ้มแย้มต้อนรับ
“สวัสดีค่ะ คุณจี๋ แป้งวิงค์ตัวนี้เจาะกลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน ถ้านำไปลงช็อปที่ภาคเหนือของคุณจี๋รับรองว่าต้องฮอตแน่ๆ”
“สินค้าคุณพิมรับผิดชอบไม่เคยทำให้จี๋ผิดหวังอยู่แล้ว ปีที่แล้วจี๋สั่งไปเท่าไหร่ก็ขายหมดจนต้องสั่งมาตุนไว้”
“ยินดีค่ะที่สินค้าของนารีทำให้คุณจี๋พอใจ”
ลูกค้าหลายคนเข้ามาหาพิมภาทักทายอย่างสนิทสนม
ทางด้านบู๊ทลัลนา ลัลนาก็ต้อนรับลูกค้ากับคู่ค้าอย่างขยันขันแข็ง แต่จำนวนคนที่เข้าหาลัลนาก็น้อยกว่าพิมภา
“ถ้าน้องลัลมีลูกค้าเท่ากับน้องพิมคงสบายกว่านี้เยอะ”
ซูซี่กระซิบกับลัลนา ลัลนาหันมามองซูซี่อย่างตำหนิ ซูซี่เนียนเดินไปต้อนรับลูกค้า ลัลนามองไปทางพิมภากำมือแน่นด้วยความอิจฉา
สุกัญญายืนอยู่กับตรีวิญมองการทำงานของพิมภากับลัลนา
“ดูลูกค้าส่วนใหญ่จะให้ความสนใจคุณพิมนะครับ”
“พิมขยันลงพื้นที่ เข้าถึงลูกค้าทุกระดับ ความคิดก้าวหน้ามองข้ามช็อตเสมอ ปีที่แล้วก็ได้จัดอันดับหนึ่งในสิบ นักการตลาดหน้าใหม่ของนิตยสารมาร์เก็ตติ้ง”
“ดูคุณสุจะให้ความไว้ใจคุณพิมมากนะครับ”
“พิมเป็นคนทำงานเพื่องาน ไม่ใช่ทำงานเพื่อเอาหน้า พี่ชอบคนแบบนี้”
ตรีวิญมองพิมภารู้สึกสนใจพิมภามากขึ้น

การะเกตุยืนอยู่ที่บูธลิปสติก ซูซี่ จุ๋มจิ๋มกับลิลลี่กำลังเอาลิปสติกเบอร์ต่างๆ ให้ลูกค้าทดลอง การะเกตุทาที่มือมองแล้วไม่ชอบ
“เบอร์นี้มันจืดไปหน่อยนะ ฉันอยากได้เข้ม แรงกว่านี้”
“เบอร์ 7 มั้ยคะ จะออกโทนแดง”
การะเกตุลองทาที่มือดู แล้วบอกเสียงดัง
“ไม่ล่ะ ถ้าทาออกมาคงคิดว่ากินเลือด”
จุ๋มจิ๋มกับลิลลี่หน้าเสีย ซูซี่ได้ยินเข้ามาช่วย
“งั้นเบอร์ 5 สิคะ จะอมส้มนิดๆ ไม่แดงจนเกินไป”
การะเกตุลองทาที่มือดู ยิ่งไม่ชอบ
“ฉันว่าสีมันเหมือนหมากนะ ดูยายมาก”
ลูกค้าที่ทดลองพากันฟังการะเกตุที่เลือกๆ เริ่มวางตัวอย่าง ลัลนาได้ยินหันมองเห็นซูซี่ ลิลลี่กับจุ๋มเริ่มเลิ่กลั่กลัลนาเข้ามารับหน้า
“รูปปากสวยอย่างคุณ ทาสีไหนก็สวยค่ะ แต่ลัลว่าคุณดูสวยใส เป็นเบอร์ 2 ดีกว่านะคะ อมชมพู ลองทากับริมฝีปากดูสิคะ”
ลัลนาเอาแปรงทาแกะใหม่ให้การะเกตุ การะเกตุทาแล้วส่องๆ ดู
“ถูกของเธอ เหมาะกับสวยใสๆ อย่างฉัน”
การะเกตุเดินเชิดๆ ไป ซูซี่มองตามอย่างหมั่นไส้
“จะเยอะไปไหน สวยใส ๆ อย่างฉัน”
“พี่ซูซี่เก็บอาการหน่อยค่ะ ลูกค้าคือพระเจ้านะคะ” ลัลนามองไปเห็นสุกัญญายืนคุยกับพิมภา นันทิกานต์ “พี่ซูซี่ เรื่องเซเล็บที่จะมาสัมภาษณ์คู่กับคุณตรีวิญมาหรือยังคะ”
“ป่านนี้ไปนั่งดูปลาโลมาสีชมพูที่ขนอม เมืองนครฯแล้วล่ะค่ะ”
“งั้นลัลต้องไปปั่นสักหน่อย”

ลัลนายิ้มพอใจเดินไป
 
 
 
 สุกัญญาถามความเรียบร้อยกับพิมภา นันทิกานต์

“ทุกอย่างเรียบร้อยนะ วันนี้สื่อมวลชนมาเยอะ คงโปรโมทได้มากอยู่”
พิมภากับนันทิกานต์อ้ำอึ้ง ลัลนารีบเข้ามาทันที
“พิมจ๊ะ คุณวรุฒน์เซเลบฯที่จะมาคุยบนเวทีกับคุณตรีวิญมาหรือยังจ๊ะ ลัลจะได้คุยสคริปต์กับแขก” สุกัญญาหันมาหาพิมภา พิมภากับนันทิกานต์มองหน้ากันเครียด “ว่ายังไงจ๊ะพิม คุณวรุฒน์ล่ะจ๊ะ”
พิมภามองลัลนาอย่างไม่พอใจมั่นใจว่าเป็นฝีลัลนาแน่ ลัลนายิ้มเย้ยว่าเสร็จแน่ นันทิกานต์พยายามคิดหาทางออก แล้วสายตานันทิกานต์ก็มองเห็นฤชวีที่กำลังจะเดินออกไปกับภัทรพล นันทิกานต์ปิ๊งไอเดีย
“เราเปลี่ยนแขกรับเชิญกะทันหันค่ะ แต่แขกมาถึงแล้วค่ะ” พิมภาหันมองนันทิกานต์ว่าหมายถึงใคร “แนนกับพิมขอไปต้อนรับแขกก่อนนะคะ”
นันทิกานต์ดึงพิมภาไป
“งั้นลัลขอไปเช็กสคริปต์ก่อนนะคะ”
ลัลนาทำเนียนเดินตามไป

นันทิกานต์ลากพิมภาให้เดินตามฤชวี
“ไอ้แนนแกจะลากฉันไปไหน แขกที่ไหนของแก”
ฤชวีกำลังเดินออกไปด้านนอกกับภัทรพล
“คุณต้นคะ”
ฤชวีกับภัทรพลชะงักทั้งคู่ นันทิกานต์ลากพิมภาเข้าไปหา
“แนนกับพิมมีเรื่องจะขอให้ช่วยค่ะ”
“ช่วยอะไรครับ”
“ช่วยขึ้นเป็นแขกรับเชิญบนเวทีคุยกับคุณตรีวิญบนเวทีน่ะค่ะ”
“ไอ้แนน คุณต้นไม่ได้เป็นไฮโซอะไรนะ” พิมภากระซิบกับนันทิกานต์อย่างตกใจ นันทิกานต์จึงเถียง
“แต่คุณต้นเป็นนักเขียนนะ อาชีพน่าสนใจ แล้วโปรไฟล์เรื่องงานก็จี๊ดอยู่ คุณต้นมีหนังสือนิยายที่ตีพิมพ์ต่างประเทศด้วยใช่มั้ยคะ”
“ครับ”
“นั่นไง เข้าล็อคเป๊ะ ทัศนคติผู้ชายที่แตกต่างจากคุณตรีวิญ นักธุรกิจกับศิลปิน อืม คุณต้นก็เหมาะดีนะ”
พิมภาคิด ๆ มองฤชวีตอนแรกว่าจะไม่ขอร้องเพราะเพิ่งโวยไปเมื่อกลางวันว่าจะไม่ง้อ ฤชวียืนมองว่าพิมภาจะเอายังไง
“ไอ้พิม เราไม่มีเวลาแล้ว”
พิมภาตัดสินใจง้อ
“คุณต้นช่วยฉันหน่อยได้ไหม”
ฤชวียังงอนอยู่แต่ไม่เคยปฏิเสธพิมภา
“ถ้าคิดว่าผมช่วยได้ผมก็จะช่วย”
นันทิกานต์หันไปดีใจกับพิมภา แต่พิมภาไม่แน่ใจว่าฤชวีจะช่วยได้ไหม
“แฟนเราถ้าไม่กำราบ โดนสุนัขคาบไปรับประทานจะแย่นะ” ภัทรพลกระซิบกับฤชวี ฤชวีมองพิมภาคิดตามที่ภัทรพลพูด
ลัลนาที่แอบฟังอยู่ยิ้มร้ายก่อนจะเดินออกไป ภัทรพลเห็นลัลนาที่มาแอบฟัง ภัทรพลมองตามลัลนาแล้วคิดถึงสิ่งที่ลัลนาขอให้ช่วย ภัทรพลมองฤชวีอย่างตัดสินใจ

ลัลนาเดินจะไปเข้าประตูห้องจัดเลี้ยงอีกทาง แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเดินมาเจอการะเกตุกำลังจูบกับเอกพลในมุมมืด
“อุ้ย” เอกพลชะงักหันมาตกใจที่เห็นลัลนา ลัลนามองอย่างเหยียดๆ “ไม่เลือกที่กินเลยนะ”
การะเกตุหันมา พอลัลนาเห็นก็ยิ่งอึ้ง ลัลนาส่ายหน้าสมเพชแล้วเดินเข้างานไป
“ส่ายหน้าใส่ฉันเหรอ” การะเกตุโมโหจะตามไปเล่นงานลัลนา
“คุณจะไปไหนครับ” เอกพลรีบถาม
“สั่งสอนคน”
การะเกตุเดินเข้าไปในงาน

ลัลนากลับมาที่บูธ การะเกตุก้าวตามเข้ามา การะเกตุเสียงดังใส่จุ๋มจิ
กำลังโหลดความคิดเห็น...