xs
xsm
sm
md
lg

คุณสามี (กำมะลอ) ตอนที่ 12

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ตอนที่ 12

หลังจากกลุ่มของพิมภากลับไปแล้วมิ้นท์จึงรีบโทรบอกภัทรพลเรื่องนี้

“จริงเหรอ ไอ้พิมกับคุณต้นยังไม่เคย แถมไอ้พิมก็ดูเดือดร้อนใจด้วย โธ่...ไอ้พิมน้องพี่ อยากโดนทำไมไม่บอก เอางี้มิ้นท์เดี๋ยวพี่จะเปิดทางให้เอง” ภัทรพลวางสายหันมาทางภาณุวัฒน์กับพิมมาลา “แม่ รู้มั๊ย ป่านนี้ลูกสาวแม่ยังไม่ได้อะไรๆ กับคุณต้นเลยนะ”
“เฮ้ยได้ไง เป็นแม่ไม่มีนะแบบนี้”
“ช่าย พ่อนะ เสร็จแม่เค้าตั้งแต่คืนแรกแล้ว”
“พ่อก้อ...” พิมมาลานึกได้ “เดี๋ยวนะภัทร เรื่องจริงเหรอ”
“จริงแม่ น้องมิ้นท์หน่วยข่าวกรองของเรารายงานมา”
“งั้นต้องจัด”
“ใจตรงกันเลยแม่ ภัทรมีแผนแล้ว”
“พ่อว่า ไม่ดีมั้งแม่”
“อาการหวงลูกสาวกลับมาแล้ว”
“คุณต้นน่ะดี เชื่อแม่สิพ่อ”
พอดีกับที่ฤชวีออกมาจากห้อง ภัทรพลเข้าไปชาร์ททันที
“คุณต้น คืนนี้ผมจะพาพ่อไปนอนที่โรงพยาบาลนะ”
ภาณุวัฒน์รู้ว่าเปิดทางเสียงสูงจะไม่ยอม
“ไปทำไม๊”
“ไม่ไปก็นอนนอกห้องหนึ่งปี” พิมมาลากระซิบบอก ภาณุวัฒน์เปลี่ยนคำพูดทันที
“หือ เออใช่ พรุ่งนี้หมอนัดตรวจ ขี้เกียจเดินทาง”
“ไปเลยดีกว่าเนอะ พร้อมแล้ว”
ฤชวีมองสภาพของทั้ง 3 คนที่บอกพร้อมแล้วแต่ไม่เห็นมีข้าวของอะไรติดไม้ติดมือเลย ภัทรพลรู้ตัว
“ข้าวของ เสื้อผ้าไปซื้อเอาเนอะแม่เนอะ”
“นั่นสิ แม่อยากซื้อเสื้อใหม่ๆ อยู่พอดี ใช่ไหมพ่อ”
“ของพ่อ เดี๋ยวโรงพยาบาลเค้าก็มีชุดให้ โปร่ง โล่งดีด้วย ลมโกรกโครกๆ เลย พ่อชอบ”
“งั้นเราก็ไปกันเลยสิพ่อ แม่ จะรออะไร”
พิมมาลารีบดันภาณุวัฒน์ออกไป ก่อนที่ภาณุวัฒน์จะเปลี่ยนใจ ภัทรพลจะตามไปแต่ก็ย้อนกลับมาหาฤชวีก่อน
“คืนนี้อยู่กันสองคน อะไรที่มันคั่ง มันค้าง ก็จัดการสะสางเคลียร์กันซะนะคุณต้น”
“สะสาง สะสางอะไรครับ” ฤชวีถามอย่างไม่เข้าใจทำให้ภัทรพลขัดใจ
“เออน่า เดี๋ยวบรรยากาศมันก็พาไปเอง”
ภัทรพลตามพิมมาลากับภาณุวัฒน์ออกไป ฤชวีได้แต่มองตามงงๆ

นันทิกานต์ลากพิมภาเดินออกมาที่ล็อบบี้ของบริษัท
“เดี๋ยวแกตรงกลับบ้านแล้วทำตามแผนที่คุยกันไว้”
“แผนอะไร”
“ก็ไปอาบน้ำทาครีมไงหอมๆ”
“ไอ้บ้าแนนแกอย่าแซวสิวะ นี่ฉันต้องทำจริงๆ เหรอ แค่จะพิสูจน์ว่าคุณต้นเป็นเกย์รึเปล่า แล้วให้ฉันทำขนาดนี้ ฉันก็สวยเซ็กซ์ขนาดนี้แล้วถ้ามันเกินเลย ถ้าคุณต้นเค้าหยุดไม่อยู่แล้วฉันตกเป็นของเค้าจริงๆ ฉันจะทำยังไง”
“แกกลัวหรืออยากให้มันเป็นงั้นกันแน่”
“ไอ้แนน”
นันทิกานต์จ้องหน้าพิมภาจริงจัง
“แกรักคุณต้นหรือเปล่าพิม” พิมภาอึกอัก
“ฉันไม่รู้ ฉันรู้แต่ว่าเขาเป็นคนดี ดีมาก”
“งั้นดีเลย คืนนี้ แกจะได้รู้ว่าคุณต้นเป็นเกย์รึเปล่า และแกก็จะได้รู้ใจตัวเองด้วย”
“จะดีเหรอแนน”
“ง่ายๆ เลยพิม ถามตัวเองพิมถ้าแกไม่เห็นอนาคตร่วมกับเขาก็อย่าทำ แต่ถ้าแกคิดจะทำ แกต้องรู้ว่าเดินหน้าแล้วถอยหลังไปเหมือนเดิมไม่ได้ เคมะ”
พิมภาคิดหนัก ตรีวิญเดินเข้ามา
“คุณพิมครับ”
“ถ้าจะชวนทานข้าว ตอบแทนเลยค่ะว่าไม่ว่าง เพราะพิมเตรียมตัวจะไปทานข้าวเย็นกับสามีตั้งแต่สี่โมงเย็น ไม่รู้ว่าสามีเตรียมอะไรไว้ให้ถึงได้ตื่นเต้นเตรียมตัวขนาดนี้” นันทิกานต์บอก
“แนน”
“อ้าวเออ ขอโทษๆ เขินใช่มั้ยแก เขินก็รีบกลับบ้านเลยไป ไปฉันไปส่งที่รถ” นันทิกานต์มองหน้าตรีวิญแล้วพูดต่อ “เดี๋ยวแกจะหลงเดินทางผิด”
นันทิกานต์ลากพิมภาออกไป ไม่เปิดโอกาสให้ตรีวิญท้วงเลย ตรีวิญรู้ว่านันทิกานต์จงใจจะแยกพิมภาออกไป จึงได้แต่มองตามอย่างไม่ยอมแพ้

ฤชวีนั่งอยู่หน้าโน้ตบุ้กที่โต๊ะรับแขก ฤชวีเคาะที่สเปซบาร์ขึ้นเป็นรูปหน้าจอเป็นภาพพิมภาตั้งแต่ตอนที่ถ่ายรูปที่เชียงใหม่ และภาพอื่น ๆ ของพิมที่สวยๆ ที่ฤชวีเอามาตัดต่อใส่ไว้ที่หน้าจอ ฤชวีหยิบเครื่องอัดเสียงขึ้นมาแล้วพูด
“แค่มีคุณอยู่ข้างๆ ภายใต้ความเงียบก็รู้สึกอบอุ่นมากกว่าฟังคำรักใดเป็นแสนล้านคำ...คุณซากุระ”
เสียงประตูเปิด ฤชวีรีบเก็บเครื่องอัดเสียงใส่กระเป๋าแล้วพับหน้าจอปิด พิมภาเดินเข้ามาเห็นฤชวีก็ชะงักนิดๆ ฤชวีส่งยิ้มให้
“คุณพิม ทานอะไรมาหรือยังครับ”
พิมภามองหน้าฤชวีแล้วรู้สึกว่าน่ารักมาก จึงบ่นพึมพำออกมา
“ถ้าเป็นไอ้แนนเห็นคงบอกว่าน่ากินมาก”
“คุณพิมพูดว่าอะไรนะครับ”
“ฉันบอกว่ากินมาบ้างแล้ว แล้วทำไมบ้านเงียบๆ จัง คุณพ่อ คุณแม่กับพี่ภัทรล่ะ”
“คุณพ่อปวดหัวน่ะครับ คุณภัทรกับคุณแม่พาไปโรงพยาบาลเห็นว่าจะนอนสักคืน”
“บรรยากาศมันจะเป็นใจไปหน่อยไหม” พิมภาบ่นเบาๆ
“อะไรนะครับ”
“เปล่า ฉันไม่ค่อยหิว ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ”
พิมภารีบเดินเข้าห้องไป ฤชวีมองตามว่าเป็นอะไร ฤชวีหันไปปิดคอมฯ เก็บของที่วางใส่กระเป๋า

พิมภายืนอยู่หน้ากระจกห้องน้ำในชุดนอนแบบเหมือนเสื้อเชิ้ตผู้ชายที่เป็นชุดนอนยาวนิดๆ พิมภามองตัวเองในกระจกอย่างลังเลมาก
“เอาไงดี พิมภา จะเอายังไงดี”
พิมภามองตัวเองในกระจกแล้วนึกถึงคำพูดนันทิกานต์
“ถามตัวเองพิมถ้าแกไม่เห็นอนาคตร่วมกับเขาก็อย่าทำ แต่ถ้าแกคิดจะทำแกต้องรู้ว่าเดินหน้าแล้วถอยหลังไปเหมือนเดิมไม่ได้ เคมะ”
พิมภามองตัวเองแล้วนึกถึงฤชวีในภาพที่น่ารัก ภาพที่ฤชวีเคยจูบเธอ ตอนเดินซื้อของด้วยกัน ทำกับข้าวให้ คอยดูแลปกป้องต่อหน้าเอกพล พิมภาจึงตัดสินใจหยิบขวดครีมแล้วเดินออกไป

ฤชวีเปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วชะงักที่เห็นพิมภายืนอยู่ที่ริมหน้าต่าง พิมภากำลังทาครีมที่แขน ท่าทางการทาครีมของพิมภาดูเซ็กซี่จนฤชวีใจกระตุก พิมภาหันมาหาฤชวียิ้มหวานจนฤชวีหายใจสะดุด ต้องกระแอมตั้งสติเพราะทำตัวไม่ถูก พิมภามองฤชวีแล้วตัดสินใจ
“คุณต้น”
ฤชวีตกใจนิดๆ
“ครับ”
พิมภาลุกเดินเข้ามาพยายามเนียนมากทั้งที่ตัวเองก็ตื่นเต้น
“ฉันเพิ่งซื้อครีมมาใหม่ คุณว่ากลิ่นนี้เป็นยังไง” พิมภาทำใจสู้ยื่นมือให้ดม ฤชวีอึ้งไปเล็กน้อยแต่ก็ดมด้วยใจสั่นๆ พิมภาเองก็สั่นแต่ยังทำเนียน “หอมมั้ย”
“ครับ...ผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ”
ฤชวีรีบหยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไป พิมภามองตาม

“นี่ไม่รู้สึกจริงๆ เหรอเนี่ย”

พิมภาแอบขัดใจ

อีกด้านหนึ่งภัทรพลพาลัลนามานั่งกินก๋วยเตี๋ยวริมทางพร้อมกับบอกความจริงเรื่องพิมภากับฤชวีทำให้ลัลนาถึงกับอึ้ง

“ถ้าพิมกับคุณต้นไม่ใช่สามีภรรยากันจริงๆ แล้วพวกคุณไม่เดือดร้อนเหรอที่ยัยพิมจะพิสูจน์”
“ไม่มีปัญหา พ่อแม่รักคุณต้นจะตาย”
“จะว่าไปคุณต้นเขาก็พร้อมทุกอย่างนะ หน้าตา ฐานะ นิสัย”
“นั่นน่ะว่าน้องเขยคุณนะ” ลัลนายิ้มชอบใจ
“หึงเหรอ”
“ไม่หึง” ลัลนาหน้าเสีย “แต่หวง โอเคมะ” ลัลนายิ้มออก
“โอเค ลัลแค่หมายถึงว่าก็น่าหรอกที่พ่อแม่คุณจะอยากได้เป็นเขย”
“ผมก็ชอบเขานะ คนดีๆ ยัยพิมจะได้มีความสุขสักที”
“คนรักแม่รักน้องเนี่ย...”
ภัทรพลรู้ทันจึงพูดขึ้นก่อน
“รักลูกรักเมียมากนะคร้าบ” ภัทรเห็นลัลนายิ้มเขินก็ชอบใจ “แต่ว่าหน้าอย่างไอ้พิมจะยั่วใครเขาเป็น”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ลัลเทคคอร์สให้ยัยพิมเรียบร้อยแล้ว”
“จริงเหรอ ถ้างานนี้สำเร็จผมจะให้แต้มเพิ่ม”
“ฉันจะเอาแต้มไปทำอะไร”
“ก็ถ้าครบห้าสิบแต้ม ผมก็จะพาคุณไปแนะนำกับพ่อแม่เป็นทางการดีมั้ย”
“จริงอ่ะ”
“จริงสิครับ”
ลัลนายิ้มเขินๆ
“พี่ เล็กแห้งอีกชามค่ะ”
ภัทรพลมองยิ้มๆ
“ก๋วยเตี๋ยวข้างทาง อร่อยมั้ย”
“อร่อยเวอร์เลยล่ะ” ภัทรพลยิ้มอย่างเอ็นดู
“ว่าแต่ไอ้ที่คุณเทคคอร์สให้ยัยพิมน่ะต้องทำยังไงบ้าง”
ลัลนายิ้มราวกับเป็นกูรูมากๆ

ฤชวีอาบน้ำเสร็จแล้วเดินไปมาอยู่หน้ากระจก ฤชวีหยุดเดินมือจับที่หัวใจตัวเองสีหน้าเหมือนจะไม่ไหว ฤชวี มองตัวเองในกระจก พยายามสะกดจิตตัวเอง
“อย่าทำลายความไว้ใจของคุณพิม อดทนไว้ อดทนไว้”
ฤชวีสูดลมหายใจเรียกสติแล้วตัดสินใจออกจากห้องน้ำ

พิมภานั่งรออยู่ที่เก้าอี้ในห้องนอน พอเสียงประตูห้องน้ำเปิดพิมภาก็จัดการลงครีมที่ขา ฤชวีชะงักใจก็คิดยังทาไม่เสร็จอีกเหรอเนี่ย แม่เจ้า
พิมภาจัดหนัก ค่อยๆ ลูบครีมที่น่องแล้วค่อยๆ ลากขึ้นมาช้าๆ จนมาถึงต้นขา ชุดร่นตามมือมานิดๆ ฤชวียืนมองเหมือนโดนสะกดแล้วพยายามสะบัดหน้าเรียกสติ เดินไปแขวนผ้าขนหนู แต่อาการเดินตัวจะแข็งๆ นิดๆ เพราะเกร็งไปหมด ฤชวีไม่รู้จะทำอะไรดีจึงหยิบโทรศัพท์จะหาเรื่องให้สายตาตัวเองไม่ว่าง แต่ยังไม่ทันจะเดินไปนั่งตรงมุมที่ตัวเองนอน พิมภาที่เห็นฤชวีไม่สนใจก็จับมือฤชวีไว้ ฤชวีชะงักยืนตัวแข็ง
“คะ ครับ คุณพิม”
“ครีมตัวนี้มันหอมจริงๆ นะ เขาว่ากลิ่นมันจะทำให้หลับสบาย ฉันให้คุณทาด้วยดีไหมจะได้หลับสบาย”
“เอ่อ...ไม่ดีกว่าครับ”
“ฉันบอกให้ทาก็ทาเถอะน่า มานี่” พิมภาดึงฤชวีให้มาใกล้ๆ “ ฉันทาให้”
ฤชวียืนนิ่ง พิมภาเทครีมแล้วจับแขนฤชวีมาทาช้าๆ พิมภาตื่นเต้นสั่นนิดๆ แต่ก็พยายามทาตามที่ถูกสอนมา
ฤชวีชักจะไม่ไหวพยายามจะขยับถอยจนขาชนเตียงต้องลงนั่ง พิมภาอึ้งไปนิดแต่ก็ไม่ชะงักทำเนียนต่อ
“งั้นทาที่คอด้วยนะจะได้หอมๆ”
พิมภาเทครีมแล้วขยับมือทาที่คอฤชวีลูบเบาๆ มือพิมภาสั่นนิดๆ พิมภาแอบสูดลมหายใจเรียกสมาธิ สองคนสบตากันต่างคนต่างหวิวมาก พิมภาขยับทาอย่างตั้งใจเพื่อกลบความตื่นเต้น ฤชวีเป็นฝ่ายทนไม่ไหวจับมือพิมภาที่ทาอยู่
“คุณพิม” พิมภาชะงักรอว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฤชวีลุกพรวดขึ้น พิมภาตกใจ “ผม...” พิมภามองลุ้นตื่นเต้น “ผมร้อนน่ะครับ ขออาบน้ำอีกรอบนะครับ”
ฤชวีวิ่งเข้าห้องน้ำไปเลย พิมภางงนั่งมองเหวอๆ
“อ้าว”

ฤชวีเช้ามาในห้องน้ำแล้วนั่งในอ่างอาบน้ำแบบพยายามสงบใจเต็มที่
“ยุบหนอ...ยุบนะ..ยุบสิยุบ...”
พิมภานั่งรอฤชวีจนทนไม่ไหวเดินมาเคาะประตู
“คุณต้น คุณเป็นอะไรหรือเปล่า คุณต้น”
“เอ่อ ผมท้องไม่ดีน่ะครับ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ไม่เป็นอะไรมาก”
พิมภาถอยไปนั่งที่เตียงอย่างงงๆ

วันรุ่งขึ้นเมื่อพิมภามาถึงที่ทำงาน ลัลนา นันทิกานต์ ซูซี่รีบมาถามความคืบหน้าด้วยความอยากรู้ แต่แล้วทุกคนถึงกับอึ้ง
“คุณต้นอยู่ในห้องน้ำทั้งคืนเลยเหรอ”
พิมภาทำหน้าตาเซ็งมาก
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันรอจนหลับไปเลย พอเช้าเขาก็ทิ้งโน้ตไว้ว่าจะไปสำนักพิมพ์ นี่ฉันไม่มีผลกับความรู้สึกเขาเลยเหรอเนี่ย”
“แต่ฟังจากอาการแล้วน่าจะมีผลจนทนไม่ไหวมากกว่านะ” ลัลนาบอกยิ้มๆ
“จริงเหรอ”
“ไอ้พิมแล้วจังหวะเวลาใกล้กันน่ะ แกรังเกียจเขาหรือเปล่า”
“ไม่นี่ ไม่เหมือนตอนพี่เอก ตอนนั้นขนลุกขยะแขยงมาก”
“แสดงว่าคุณพิมมีใจกับคุณต้นน่ะสิคะ คิดๆ แล้วเกาหลีมากผู้หญิงวุ่นวายกับผู้ชายแสนดี”
“มีใจเหรอเปล่า ฉันก็ไม่รู้”
นันทิกานต์หันไปยิ้มกับลัลนา ซูซี่
“เสียงอ่อยเชียวนะแก”
“แล้วนี่จะสรุปได้ยังไงว่าฉันมีผลกับเขาหรือเปล่า”
“ห้าสิบ ห้าสิบ เอางี้เดี๋ยวฉันจัดวิธีให้ใหม่”
“อีกแล้ว ฉันจะไม่ไหวอ่ะสิ” พิมภาบอกอย่างลืมตัว
“หืม” ทุกคนมองหน้าพิมภา พิมภาจึงได้สติ
“ฉันหมายถึงว่ามันเหนื่อยนะทำอะไรแบบนี้น่ะ”
“อ๋อ แล้วไป”
“นึกว่าเห็นกล้ามคุณต้นแล้วไม่ไหว”
“ตลกแล้วพี่ซูซี่” พิมภาทำเป็นเปิดเอกสารเพื่อกลบเกลื่อนแต่เอกสารกลับหัว
“ไอ้พิม”
“อะไร”
“แกอ่านเอกสารกลับหัวแน่ะ”
พิมภามองรู้สึกตัวรีบพลิกให้กลับมาปกติ อ่านเงียบๆ ทำไม่รู้ไม่ชี้ นันทิกานต์กระซิบกับพวกลัลนา
“แบบนี้มันจะไม่ไหวชัวร์ ทำปากแข็ง”

ทุกคนมองพิมภาขำๆ

ส่วนที่คอนโดเอกพล ปราสินีเปิดประตูเข้ามามองซ้ายมองขวา
“คงออกไปแล้ว” ปราสินีปิดประตูเห็นเอกพลมายืนอยู่ด้านหลัง ปราสินีหันมาตกใจ “พี่เอก”
เอกพลกระชากแขนปราสินีแล้วตบผัวะ ปราสินีถลาไปจนกวาดหนังสือกับกล่องใส่ปากกา กรรไกรหล่น
กระจาย
“คิดว่าจะรอดมือฉันเหรอ”
เอกพลเข้าไปจิกผมปราสินีให้ลุก ปราสินีเห็นกรรไกรที่หล่นอยู่ ปราสินีคว้ากรรไกรขึ้นมายกขู่ เอกพลตกใจปล่อยมือจากปราสินี
“แกจะทำอะไร”
“ป้องกันตัว ถ้าพี่เอกทำร้ายปลา ปลาไม่ยอมแน่”
“แค่กรรไกรอันเดียว”
“ถ้าพี่ทำร้ายปลา พวกพิมจะตามมาเล่นงานพี่แน่ๆ”
“ฉันไม่กลัว”
“ก็ลองดู พิมน่ะลุงเขาใหญ่แค่ไหนพี่ก็รู้ พ่อพิมก็นายตำรวจเก่า เขาไม่ปล่อยพี่ไว้แน่คราวนี้ พี่ฟังไว้เลยนะว่าปลาจะไม่ยอมทำร้ายลูกเด็ดขาด” ปลาสินีบอกเสียงแข็ง เอกพลอึ้งกับท่าทีสู้คนของปราสินี “อยากหมดอนาคตก็ลองดู พิมเขาไม่ปล่อยพี่แน่ๆ”
ปราสินีเห็นเอกพลนิ่งก็รีบเข้าไปหลบในห้อง
“พิมภา”
เอกพลนึกแค้นพิมภา

อีกด้านหนึ่งที่คอนโดพิมภา ฤชวีนอนอย่างอ่อนเพลียที่โซฟา ภัทรพล พิมมาลาเข้ามามองยิ้มๆ ภาณุวัฒน์หน้าตึงมาก
“คุณต้นคงจะอ่อนเพลียมาก”
“เราเตรียมงานแต่งเลยดีมั้ยพ่อ” ภาณุวัฒน์หน้าตึงแทบจะปริ มองค้อนพิมมาลา “หายงอนเถอะน่าพ่อ แม่รู้ว่าพ่อเคืองแต่คุณต้นเป็นคนดีแล้วก็รักลูกเรานะ”
“มันทำใจยากนี่แม่”
“เราคุยเรื่องนี้มาทั้งคืนแล้วนะพ่อ”
ฤชวีได้ยินเสียงก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเห็นทุกคน
“มีอะไรกันเหรอครับ”
“คุณต้นจะให้ยัยพิมมาสารภาพความจริงกับพ่อแม่ได้หรือยัง”
“ความจริงอะไรครับ”
“ก็เรื่องแต่งงานหลอกๆ นี่ไง ไหนๆ ก็ตกร่องปล่องชิ้นกันแล้วจัดการให้มันถูกต้องไปเลย”
“ตกร่อง? แต่งงานอะไรกันครับ” ฤชวีถามอย่างแปลกใจ ภัทรพลกระชากคอเสื้อฤชวีทันที
“นี่ได้ยัยพิมแล้วจะทิ้งใช่มั้ย”
“ได้อะไรกันครับ” ฤชวีตกใจ
“ก็เมื่อคืนคุณต้นกับยัยพิม...”
“เมื่อคืนมีอะไรเหรอครับ”
ภัทรพลตกใจหันไปมองพิมมาลา
“เฮ้ย นี่อย่าบอกนะว่า...”
ภาณุวัฒน์ดีใจมาก
“ไม่ได้ทำอะไรยัยพิมใช่ไหม”
“ทำอะไรครับ?” ฤชวีทำหน้างงๆ ภัทรพลถึงกับเหนื่อยใจ
“นี่คุณต้นเล่ามาสิว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
ฤชวีงงว่านี่มันอะไรกัน

เอกพลเคาะประตูห้องอย่างหัวเสีย
“ปลา ออกมาเดี๋ยวนี้นะ ปลา” เงียบ ไม่มีเสียงตอบจากด้านใน เอกพลหงุดหงิด ถีบประตู “โว้ย เปิดสิวะ”
แต่ปราสินีก็ไม่เปิด เอกพลโกรธมากขว้างปาข้าวของแล้วจับกระเป๋าของปราสินีเขวี้ยงใส่ประตูจนโทรศัพท์
กระเด็นออกมาจากกระเป๋า เอกพลมองๆ แล้วหยิบขึ้นมากดไล่ดูเห็นชื่อพิมภา เอกพลมองแล้วคิดแผนร้าย

ที่บริษัทนารี นันทิกานต์มาหาพิมภาที่ห้องทำงานแล้วส่งแฟ้มให้พิมภา
“รายละเอียดยอดขายอยู่แฟ้มนี้นะจ๊ะ เรียบร้อยแล้วฉันไปล่ะ”
“ไปไหน”
“อย่ามาความจำเสื่อมใส่ฉัน ฉันลางานครึ่งวันกลับไปหาม่าม๊าที่ชลบุรีน่ะสิยะ ไม่เจอเขาตั้งชาติกว่าโทรเรียกฉันยิกๆ เลย ฉันต้องไปทำหน้าที่ลูกกตัญญูน่ะเข้าใจมะ”
“อ๋อ ตามสบายเลย เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการต่อเอง”
“บาย”
นันทิกานต์ออกไป เสียงแมสเสจดัง พิมภากดอ่าน
“ปลา...ปวดท้องมากมาช่วยที” พิมภากดโทรหาปราสินีแต่ไม่รับสาย “ทำไมไม่รับสายนะ เป็นอะไรมากหรือเปล่า” พิมภากดแมสเสจ “อยู่ที่ไหน”
พิมภารอๆ เสียงแมสเสจดัง
“โรงพยาบาล...เอาไอ้แนนไปด้วยดีกว่า...มันไปชลนี่”
พิมภาคิดหนัก

ภัทรพลกับพิมมาลาสุดเซ็งเมื่อฤชวีเล่าจบแต่ภาณุวัฒน์ดีใจมาก
“อยู่ในห้องน้ำทั้งคืนจริงหรือเปล่า”
“จริงครับ”
“มันต้องอย่างนี้สิ”
“มีโอกาสแล้วแท้ๆ” ภัทรพลบอกอย่างเสียดาย
“ไอ้ภัทรนั่นน้องแกนะจะใส่พานถวายให้คนอื่นได้ยังไง”
“คนอื่นที่ไหนลูกเขยเรานะพ่อ” พิมมาลาแย้ง ฤชวีอึ้งกับเรื่องที่รู้
“เอ่อ คุณพิมคิดทำแบบนั้นจริงๆ เหรอครับ”
“จริง ผมสืบมาแล้วว่ามันหวั่นไหว ตอนนี้คุณต้องทำคะแนนนะ ลุยเลย”
ฤชวีจะขยับแต่ชะงักมองทางภาณุวัฒน์แบบเกรงใจ
“ผมขออนุญาตนะครับ”
ภาณุวัฒน์มองอย่างหวง
“คุณต้น คุณรักยัยพิมจริงใช่มั้ย” พิมมาลาถาม ฤชวียืดอกรับ
“ผมรักคุณพิมครับ และอยากดูแลคุณพิมไปตลอดชีวิต”
“น้องเขยผม มันต้องอย่างนี้”
พิมมาลามองภาณุวัฒน์แบบยังจะหวงอีกมะ ภาณุวัฒน์เชื่อฤชวีแต่ยังไม่วางใจนัก
“จะไม่ทำให้ยัยพิมร้องไห้ใช่มั้ย”
“ผมสัญญาครับ”
พิมมาลามองภาณุวัฒน์ว่าจะเอายังไง
“ก็จีบให้ติดละกัน ถ้ายัยพิมไม่โอเคใครก็บังคับไม่ได้”
“ขอบคุณครับคุณพ่อคุณแม่ คุณภัทร”
“คุณต้น...ถ้าทำให้ยัยพิมเสียใจ ศพคุณไม่สวยแน่”
ภัทรพลขู่ ฤชวียิ้มรับว่าไม่มีทางเสียใจแน่
“ครับ ผมขอไปรับคุณพิมนะครับ”
ฤชวีรีบออกไป พิมมาลามองภาณุวัฒน์
“พ่อจ๋า คุณต้นเป็นคนดี”
“พ่อรู้ แต่คุณย่าเขาไม่ชอบลูกเรานี่”
“ไม่ต้องห่วงหรอกพ่อ คุณต้นต้องจัดการเรื่องนี้ได้แน่ๆ ผมเชื่อ”

พิมมาลากับภัทรพลยิ้มให้กันอย่างมั่นใจ ภาณุวัฒน์เสียงเดียวรู้ว่าแย้งไปก็เท่านั้นจึงต้องยอมตามเสียงส่วนใหญ่

พิมภากำลังจะเดินไปที่รถ เสียงมือถือดังพิมภากดรับ
“คุณต้นคะ ฉันกำลังจะไปหาปลา เขาว่าปวดท้องมาก”
ฤชวีเดินออกมาที่หน้าลิฟต์คอนโด
“ถ้าอย่างนั้นผมไปหาคุณพิมที่โรงพยาบาลเลยนะครับ”
“ถ้างั้นฉันจะนั่งแท็กซี่ไปนะ”
“ครับ เดี๋ยวเจอกันนะครับ”
ฤชวีก้าวเข้าลิฟต์

พิมภารีบมาที่โรงพยาบาล แต่เมื่อมาถึงไม่พบปราสินีจึงเดินออกมาที่หน้าโรงพยาบาล และพยายามกดโทรศัพท์โทรหาปราสินีแต่ติดต่อไม่ได้
“อยู่ไหนนะยัยปลา คงไม่ได้เป็นลมหรอกนะ”
พิมภาคิดๆ แล้วเดินไปที่ลานจอดรถเพื่อตามหาปราสินี ทันใดนั้นเอกพลก็โผล่มาจากด้านหลัง พิมภาชะงักเพราะว่ามีมีดจ่ออยู่ที่เอว เธอหันมองแล้วต้องตกใจที่เห็นเอกพล
“ไอ้พี่เอก”
“เดินไปที่รถ” พิมภาจะสู้แต่เอกพลดันมีดให้โดนตัวพิมภา “ถ้าสู้ฉันแทงแน่” พิมภามองเอกพลที่ดูจะเอาจริง พิมภาจำต้องเดินไปที่รถ เอกพลเปิดประตู “ขึ้นไป”
ฤชวีขับรถมาจากอีกทางเข้ามาในโรงพยาบาล และกดโทรศัพท์หาพิมภา เสียงมือถือพิมภาดัง พิมภาเปิดประตูรถกระแทกเอกพลจนเสียหลักแล้วกัดข้อมือเอกพลจนมีดหลุดจากมือ พิมภารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ เอกพลเข้ายื้อแย่งโทรศัพท์ พิมภาตะโกนเสียงดังลั่น
“คุณต้น ช่วยด้วย พี่เอกมันจะฆ่าฉัน”
ฤชวีได้ยินเสียง ห่วงพิมภารีบจอดรถวิ่งเข้าไปตามหา เอกพลเข้ามาคว้าโทรศัพท์ พิมภาเห็นเป็นโอกาสจะเตะผ่าหมากแต่ไม่มีโอกาส เอกพลจับพิมภากระชากมาแล้วตบพิมภาอย่างแรงจนพิมภาไปกระแทกกับรถสลบไป เอกพลพาตัวพิมภาขึ้นรถที่นั่งข้างคนขับแล้วรีบขับรถออกไป
ฤชวีวิ่งมาจากอีกทางวิ่งสวนกับรถของเอกพล ฤชวีเห็นเอกพลในรถกับร่างพิมภาที่หลับนิ่งอยู่ ฤชวีรีบวิ่งไปที่รถขับรถตามไป

รถของเอกพลวิ่งไปตามทาง ฤชวีขับรถตาม เอกพลมองกระจกหลังเห็นฤชวีขับรถตามมา เอกพลพยายามขับหนี ฤชวีขับตาม เอกพลขับรถออกไปทางชานเมืองและขับรถซิกแซกจนหลุดจากฤชวี ฤชวีมองหาแต่ไม่เห็นรถของเอกพล
“หายไปไหนแล้ว”
ฤชวีขับรถผ่านไป ระหว่างนั้นเอกพลขับออกมาจากปั๊มน้ำมัน ฤชวีมองหารถเอกพลแต่ไม่เห็น จึงตัดสินใจกลับรถทันที ฤชวีขับรถวิ่งย้อนกลับไป ฝนเริ่มลงเม็ด ฤชวีมองซ้ายมองขวาหารถเอกพลจนเห็นรถเอกพลกำลังเลี้ยวเข้าซอยฝั่งตรงข้าม ฤชวีกลับรถอีกครั้งแล้วรีบขับตามเข้าไปในซอย

ฝนตกลงมาอย่างหนัก เอกพลหันมามองหน้าพิมภาแล้วเลื่อนสายตาลงมามองขาพิมภาแบบว่าหื่นนิดๆ เอกพลขับรถพาพิมภาเลี้ยวเข้าไปในซอยเปลี่ยว ฤชวีขับเข้ามาในซอยไม่เห็นรถของเอกพล ฤชวีขับรถผ่านซอยที่เอกพลเลี้ยวเข้าไป
เอกพลจอดรถข้างทางในซอยเปลี่ยวท่ามกลางฝนที่ตก เอกพลหันมาหาพิมภาแล้วขยับจะถอดเสื้อพิมภา แต่ พิมภารู้สึกตัวพอดี
“ไอ้พี่เอก”
พิมภาทั้งกัดทั้งถีบขัดขืนสุดชีวิต เท้าพิมภายันคอเอกพลจนติดกับกระจกรถฝั่งคนขับ เอกพลใช้แรงที่มากกว่าจับขาพิมภาสะบัดไปกระแทกกับคอนโซล พิมภาเจ็บชะงักไปชั่วขณะ เอกพลใช้มือกระชากเสื้อพิมภาอย่างแรงจนเสื้อพิมภาขาด พิมภาฮึดขึ้นมาอีกพยายามจะเปิดประตูแต่เอกพลดึงรั้งไว้ เอกพลตัดสินใจต่อยท้องพิมภา พิมภาจุกหมดแรงสู้แต่ไม่หมดแรงกรี๊ด
“ปล่อยฉัน ช่วยด้วย”
พิมภายังไม่ยอมแพ้กรี๊ดๆ แต่เสียงไม่ดังนัก เอกพลโถมเข้าหาพิมภาและกระชากเสื้อเธอจนขาดมากขึ้น เอกพลพยายามจะข่มขืนพิมภาให้ได้ พิมภาหวาดกลัวร้องเรียกฤชวี
“คุณต้น ช่วยฉันด้วย คุณต้น”
ทันใดนั้นกระจกข้างคนขับถูกแม่แรงขนาดเล็กทุบเต็มแรงแตกเปรี๊ยะ เอกพลกับพิมภาชะงักมองไปเห็นว่า
กระจกถูกกระแทกอีกทีจนแตกหลุดเข้ามาทั้งแผ่นด้วยฝีมือฤชวีที่ยืนถือแม่แรงอยู่ ฤชวีเปิดล็อคแล้วเปิดประตู
กระชากร่างเอกพลออกมาจากรถ
“คุณต้น”
พิมภาเรียกฤชวีอย่างดีใจ ฤชวีเห็นสภาพของพิมภาที่ดูย่ำแย่เสื้อขาดน้ำตานองหน้าก็โกรธเลือดขึ้นหน้าต่อยเอกพลไม่ยั้งจนเลือดกบปาก เอกพลพยายามสู้แต่สู้ไม่ไหวจึงคว้าหินกระแทกหน้าผากฤชวี ปึ้ก
“คุณต้น” พิมภาตกใจ เอกพลสะบัดหลุดจากฤชวีในสภาพสะบักสะบอม เอกพลรีบหนีไป ฤชวีจะตาม “คุณต้น อย่า”
ฤชวีชะงักห่วงพิมภา รีบกลับมาหาพิมภา
“คุณพิม คุณเป็นยังไงบ้าง”
พิมภากอดฤชวีร้องไห้ที่มาช่วยไว้ทัน

ฤชวีพาพิมภาเข้ามาพักที่มอเตอร์โฮม
“คุณน่าจะกลับบ้านก่อนนะครับ”
“สภาพของคุณกับฉันถ้ากลับไปตอนนี้ พ่อกับแม่ต้องซักหนักแน่ๆ ฉันไม่อยากให้พ่อกับแม่เป็นห่วง” ฤชวีหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดผมให้พิมภา พิมภาร้องไห้ออกมา “ฉันกลัวมากเลย นึกว่าจะ...”
“คุณไม่ต้องกลัวนะ ผมอยู่กับคุณแล้ว”
พิมภาใช้มือแตะแผลแตกที่หน้าผากของฤชวี
“เจ็บมากมั้ย”
“ไม่เท่าไหร่หรอกครับ ต่อไปนี้ผมสัญญาว่าจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายคุณได้อีก”
พิมภาจับมือฤชวี
“คุณสัญญานะจะอยู่ข้างฉัน”
ฤชวีกอดพิมภาให้พิมภาพิงอกไว้
“พักนะครับ ผมจะอยู่ข้างคุณเอง”

พิมภามองหน้าฤชวีแล้วยอมซบอย่างเต็มใจ ฤชวีร้องเพลงเบาๆ กล่อมพิมภา พิมภาจับมือฤชวีแนบแก้มอย่างต้องการที่พึ่ง ฤชวีใช้มือที่แนบแก้มขยับให้พิมภาหันมาสบตา พิมภาเหมือนโดนสะกด ฤชวีค่อยๆ ก้มหน้าลงช้าๆ พิมภารับการจูบอย่างเต็มใจท่ามกลางสายฝนด้านนอกที่โปรยปราย

พิมภาขยับตัวลืมตาตื่นแล้วสายตาที่งัวเงียของพิมภาก็เหลือบเห็นฤชวีที่ตื่นก่อนแล้วจ้องมองอยู่ พิมภาหันหน้าหนีฤชวีเล็กน้อยเพราะเขินทำหน้าไม่ถูก ฤชวีเองเมื่อถูกสายตาของพิมภาปะทะเข้าอย่างจังก็ทำหน้าไม่ถูก ทั้งคู่นอนมองเพดานเงียบๆ
“เด๋อเนอะ อยู่ๆ เราก็...”
ฤชวียังตั้งสติไม่ได้เหมือนกัน
“นั่นสิครับ”
“เพราะคุณนั่นแหละ ไหนบอกว่าจะกอดเฉยๆ ไง”
“ผมโกหก” ฤชวีตอบหน้าตาเฉย พิมภาหันหน้าไปหาฤชวีทันที
“คุณต้น”

“ก็จริงนี่ครับ ใครจะไปกอดคนที่เรารักแล้วนอนหลับไปเฉยๆ ได้”

คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ตอนที่ 12 (ต่อ)

พิมภาได้ยินคำว่ารัก ก็เขินแต่ยังแถ
“ก็ในนิยายของคุณไง”
“นิยายของผมไม่ได้เขียนเล่าไว้ต่างหากว่า หลังจากที่คนสองคนที่รักกัน กอดกันแล้วมันเกิดอะไรขึ้น มันเป็นพื้นที่จินตนาการของคนอ่าน”
“ผู้ชายมันก็เป็นแบบนี้เหมือนกันหมด”
“แต่เมื่อผู้ชายเจอผู้หญิงที่รัก ที่ถูกใจแล้ว เค้าก็จะไม่เปลี่ยนใจไปหาคนอื่นนะครับ ผมรักคุณนะครับคุณพิม” ฤชวีบอกแล้วรวบตัวพิมภามากอดไว้เลย พิมภาตกใจอึ้ง แต่ก็สมยอม ผมพยายามแล้วที่จะเป็นสุภาพบุรุษอย่างที่สัญญากับคุณไว้ แต่ถ้าเป็นสุภาพบุรุษแล้วต้องเสียคุณไปให้คนอื่น ผมยอมขี้โกงคุณแบบนี้ดีกว่า”
“คุณมันก็ร้ายนะคุณต้น”
“ร้ายกว่านี้ผมก็ทำได้ อยากเห็นมั้ยครับ”
พิมภาตกใจรีบออกตัว
“ฉันเชื่อ”
“แล้วเชื่อมั้ยครับ ว่าผมรักคุณ”
ฤชวีสบตาพิมภา พิมภาเขินหลบตาไม่ตอบ แต่ฤชวีก็รู้ได้ว่าพิมภาเชื่อที่เขาพูด
“แต่เราก็แค่แต่งงานกันหลอกๆ เป็นสามีภรรยากันหลอกๆ”
ฤชวีกอดพิมภาแน่นกว่าเดิม
“ผมก็ ทำให้มันเป็นเรื่องจริงไปหมดแล้ว ไม่ใช่เหรอครับ” ฤชวีส่งสายตาเจ้าเสน่ห์ใส่พิมภา
“คุณต้น คุณนี่มันร้ายกาจนักนะ ต่อไปถ้าใครมาพูดว่าคุณเป็นคนดี ฉันจะแฉให้หมดเลย ว่าคุณทำอะไรไว้บ้าง”
“แฉเรื่องคืนนี้ด้วยนะครับ ว่าผมทำอะไรกับคุณไว้บ้าง” ฤชวีระดมหอมพิมภา “ดีเหมือนกันผมจะได้มีพยานเยอะๆ”
“มัดมือชกฉันเหรอ”
“ก็มันรักนี่ครับ ขอมัดหน่อยนะ และจะมัดให้แน่นไปตลอดไม่ยอมปล่อยเลยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
พิมภารู้สึกได้ถึงความจริงใจในคำพูดของฤชวี ฤชวีจูบหน้าผากพิมภาเบาๆ เสียงท้องพิมภาร้อง ฤชวีชะงัก พิมภาอาย ฤชวีขำเอ็นดู
“คุณพิมหิวเหรอครับ”
“ก็ตั้งแต่เที่ยง ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย”
ฤชวีหยิบโทรศัพท์มากด แต่ไม่มีคนรับสาย
“เดี๋ยวผมไปซื้ออะไรมาให้นะครับ” ฤชวีลุกแต่งตัว “ข้าวต้มนะครับ เบาๆ”
“ขอบคุณนะคะคุณสามี”
ฤชวียิ้มแล้วขโมยหอมแก้มพิมภาด้วยสายตากรุ้มกริ่มมาก
“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็น...”
พิมภาเขินที่ฤชวีทวง ดันฤชวีออกไป
“พิมหิวแล้วค่ะ”
“ผมยังพูดไม่จบเลย”
พิมภายิ่งเขินจึงยิ่งดันฤชวีออกไป
“หิวแล้ว”
“รอเดี๋ยวนะครับ”
ฤชวียิ้มน่ารักแล้วหยิบโทรศัพท์ตัวเองเดินออกไป พิมภาแทบกรี๊ด
“โอ้ย ทำไมวันนี้หล่ออย่างนี้เนี่ย”
พิมภาฟัดหมอนอย่างเขินปนหมั่นเขี้ยว

ฤชวีเดินออกมาจากมินิมาร์ทถือถุงข้าวต้มแบบสำเร็จรูป ฤชวียิ้มอย่างดีใจแล้วตัดสินใจกดโทรศัพท์หากิ่งแก้ว
กิ่งแก้วคุยโทรศัพท์ลุกขึ้นสีหน้าดีใจมาก
“บอกรักคุณพิมแล้วด้วยเหรอ เจ๋งเลยต้น แล้วคุณพิมว่ายังไงบอกรักต้นหรือเปล่า”
“เขาเงียบๆ ไปน่ะ”
“คงจะเขินล่ะสิ แต่กิ่งว่าคุณพิมต้องมีใจกับต้นแน่ๆ ผู้หญิงอย่างคุณพิมไม่รักไม่ยอมหรอก แล้วต้นจะเอายังไงต่อล่ะ”
“ต้นอยากให้เกียรติคุณพิม อยากเคลียร์ทุกอย่างนะกิ่ง อยากให้เรื่องของต้นกับคุณพิมเป็นเรื่องจริงสักที”
“ก็ขอแต่งงานเลยสิต้น ตอนนี้ล่ะเป็นโอกาสแล้วล้มกระดานแล้วตั้งใหม่เลย”
“ขอบใจนะกิ่ง”
“สู้ๆ นะต้น กิ่งจะรอข่าวดีนะ”
ฤชวีกดวางสายยิ้มแล้วเดินกลับไปที่ห้องอย่างตัดสินใจ

ที่ห้องพัก พิมภานั่งเอาหัวพิงกระจกหน้าต่างนึกถึงตอนที่อยู่ในอ้อมกอดของฤชวี
“งานนี้ไม่รอดแล้วล่ะม๊างพิมเอ๊ย สงสัยจะ...” พิมภาจิ้มหน้าตัวเองในเงาที่สะท้อนกับกระจก “รักเค้าจริงๆ เข้าแล้วใช่มั้ย” ฤชวีเดินกลับเข้ามา พิมภาหันกลับมาตั้งสติกลัวฤชวีเห็นความเพ้อของตัวเอง “คุณต้น” พิมภามองฤชวีแล้วเขินทำเป็นจ้องที่ถุงข้าวต้มแล้วเข้ามาคว้า “หิวมากเลย” พิมภาจะดึงถุงข้าวต้มมาแต่ฤชวีกลับมองนิ่ง พิมภาอึ้งๆ ว่ามีอะไร “คุณต้นมีอะไรหรือเปล่าคะ”
ฤชวีตั้งสติสูดลมหายใจแล้วเดินเข้าไปตรงหน้าพิมภา
“คุณพิมครับ”
ฤชวีเริ่มลังเลกล้าๆ กลัวๆ พิมภามองฤชวีว่ามีอะไร ฤชวีตัดสินใจหยิบแหวนของเล่นที่เคยไขไข่ของเล่นกับพิมภาออกมา พิมภาเห็นแหวนก็จำได้
“นี่คุณยังเก็บไว้อีกเหรอค่ะ ก็วันนั้นคุณ...”
“ผมบอกแล้วนี่ครับว่าผมจริงจัง มันเป็นที่ระลึกในวันดีๆ ของเรา ผมเก็บไว้เผื่อว่าวันนึง คุณพิมอาจจะอยากได้มัน”
ฤชวีมองตาพิมภา แล้วจับมือพิมภาเบาๆ มาสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายให้
“คุณพิมครับ ผมขอยุติ บทบาทละครตบตาของเราซะที ขอให้ผมเป็นสามีตัวจริงๆ ของคุณได้มั้ยครับ”
“คือ พิม”
พิมภาโดนจู่โจมทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะทำยังไงดี ฤชวีเข้าใจว่าพิมภาอึดอัด
“ผมทำให้คุณรู้สึกลำบากใจรึเปล่าครับ”
พิมภาเขินจนไม่รู้จะตอบยังไงดี หันหน้าหนีฤชวี ฤชวีเข้าใจว่าพิมภาลำบากใจ เสียงมือถือพิมภาดัง ฤชวี
มองเห็นชื่อที่โทรศัพท์
“คุณตรีวิญ”
พิมภามองอย่างลำบากใจไม่ค่อยอยากรับเท่าไหร่ ฤชวีมองพิมภาว่าจะรับไหม พิมภาไม่อยากรับสายแต่ต้องคิดหนักเพราะกลัวเป็นเรื่องงาน
“เผื่อจะเป็นเรื่องงานน่ะค่ะ” พิมภาตัดสินใจรับแล้วเดินออกไปที่ระเบียง ฤชวีมองตาม “มีเรื่องด่วนหรือเปล่าคะคุณตรีวิญ”
คำถามนี้ทำให้สะอึกเล็กน้อยแต่ยังไม่ยอมแพ้
“คุณพิม ขอโทษนะครับที่โทรมาดึกๆ แต่ผมคิดถึงคุณพิมนะครับ”
ฤชวีเดินเข้ามาแล้วชะงักที่ได้ยิน พิมภาทวนเสียงเซ็งๆ ว่าพูดไม่รู้เรื่อง
“คิดถึง...คุณตรีวิญคะ พิมบอกแล้วนี่คะว่าพิมลำบากใจกับเรื่องนี้มาก คุณเข้าใจพิมใช่มั้ยคะ”
“ผมทราบครับ แต่ผมก็แค่อยากจะบอกความรู้สึกที่ผมมีกับคุณพิม”
“แค่นี้ก่อนนะคะคุณตรีวิญ พรุ่งนี้ค่อยคุยกันค่ะ”
พิมภารีบวางสาย หันมาเห็นฤชวียืนอยู่ พิมภาหน้าเสียทำหน้าไม่ถูกเพราะกลัวฤชวีจะคิดมาก
“มีอะไรรึเปล่าครับคุณพิม”
“ไม่มีอะไรค่ะ” พิมภาบอกอย่างมีพิรุธทำให้ฤชวีนึกน้อยใจ
“ไม่ว่าผมจะรักคุณมากแค่ไหน คุณก็คงไม่มีวันรักผมได้ใช่มั้ยครับ งั้น ผมขอโทษ ครับคุณพิม”
ฤชวีพูดจบแล้วเดินออกไป พิมภาหันกลับมาเห็นฤชวีเดินออกไป อึ้ง
“เฮ้ย คุณต้น ฉันไม่ได้ โธ่เอ๊ย”

พิมภาขัดใจที่ฤชวีเข้าใจผิด

ทางด้านตรีวิญ หลังจากพิมภาวางสายไปแล้วตรีวิญกำลังคิดถึงตอนที่พิมภาไม่ยอมคุยด้วย
“คุณพิม ขอโทษนะครับที่โทรมาดึกๆ แต่ผมคิดถึงคุณพิมนะครับ”
“คิดถึง...คุณตรีวิญคะ พิมบอกแล้วนี่คะว่าพิมลำบากใจกับเรื่องนี้มาก”
“ผมทราบครับ แต่ผมก็แค่อยากจะบอกความรู้สึกที่ผมมีกับคุณพิม”
“แค่นี้ก่อนนะคะคุณตรีวิญ พรุ่งนี้ค่อยคุยกันค่ะ”
พิมภาตัดบทแล้ววางสาย ตรีวิญนิ่งคิด การะเกตุเดินเข้ามา
“พิมภารับสาย แต่ไม่ยอมคุยกับคุณใช่มั้ย” การะเกตุมองหน้าตรีวิญเย้ยๆ “ก็เค้าอยู่กับ สามี”
“เข้าเรื่องเลยดีกว่า คุณนัดผมมาทำไมคุณการะเกตุ”
“คืนนี้ พิมภาอาจจะอยู่กับคนอื่น แต่ไม่ได้หมายความว่า คืนอื่นๆ พิมภาจะอยู่กับคุณไม่ได้นี่คะ”
“ผมบอกให้คุณเข้าเรื่อง”
“ถ้าเรื่องสำคัญที่เป็นความลับระหว่างคนสองคน แต่อีกฝ่ายกลับเล่าให้บุคคลที่สามฟัง...” การะเกตุมองหน้าตรีวิญ “เป็นคุณ คุณจะโกรธไหมคะคุณตรีวิญ” ตรีวิญเข้าใจทันทีว่าเป็นแผนการที่การะเกตุต้องการแนะนำให้ตรีวิญจัดการกับฤชวีและพิมภา “ฉันมีเรื่องจะพูดกับคุณแค่นี้ล่ะค่ะ”
การะเกตุมองตรีวิญอย่างมั่นใจว่าตรีวิญจะต้องทำตามแผนการของเธอ การะเกตุจึงเดินออกไปยิ้มๆ ตรีวิญคิดตามสิ่งที่การะเกตุพูด
“ผมจะทำทุกอย่าง เพื่อให้คุณมาอยู่ข้างๆ ผม พิมภา”

ฤชวีนั่งเครียดๆ อยู่ด้านหน้าห้องพัก นึกถึงตอนที่เห็นพิมภาคุยโทรศัพท์กับตรีวิญ
“คิดถึง...คุณตรีวิญคะ พิมบอกแล้วนี่คะว่าพิมลำบากใจกับเรื่องนี้มาก”
“แค่นี้ก่อนนะคะคุณตรีวิญ พรุ่งนี้ค่อยคุยกันค่ะ”
พิมภารีบวางสาย หันมาเห็นฤชวียืนอยู่ พิมภาหน้าเสียทำหน้าไม่ถูกเพราะกลัวฤชวีจะคิดมาก
“มีอะไรรึเปล่าครับคุณพิม”
“ไม่มีอะไรค่ะ” พิมภาบอกอย่างมีพิรุธ
“คุณคงไม่มีทางรักผมได้จริงๆ ใช่มั้ย คุณพิม” ฤชวีพึมพำออกมาอย่างเศร้าใจ “ขอโทษที่คำว่ารัก มันทำให้คุณลำบากใจ”
ฤชวีทิ้งตัวลงพิงกำแพงห้องพักอย่างเศร้าใจ พิมภาอยู่ในห้องพัก นั่งพิงกำแพงตำแหน่งแทบจะตรงกัน
“ฉันรักคุณรึเปล่าน่ะเหรอคุณต้น” พิมภาอมยิ้มมีความสุขนึกถึงทุกอย่างที่ฤชวีทำมา “ฉันยังไม่กล้าพูดกับคุณตรงๆ มันเสียฟอร์มเข้าใจมั้ย”
พิมภามองเห็นมือถือของฤชวีวางอยู่ พิมตาตาวาวเหมือนคิดอะไรออกบางอย่าง
พิมภาหยิบมือถือของฤชวีมาแล้วกดแอพสำหรับเรคคอร์ดเสียงขึ้นมา พิมภาร้องเพลงอัดใส่ไว้ในมือถือของฤชวี
“ อาจจะเคย ผิดหวังในรักมากมาย เกือบจะตายให้คำว่ารัก
เจอะกับเธอ ในวันนี้มันทำให้คิดหนัก อยากจะรักแต่ใจก็กลัว
*ทำยังไงดี มันไม่แน่ใจ จะยังไงกับคนๆนี้
* *จะรักหรือว่าจะปล่อย จะคบหรือว่าจะคอย
อาจเป็นตัวจริง อาจจะเลื่อนลอย ไม่รู้เลยจริงๆ
ต้องรักดูใช่รึเปล่า จึงรู้ในทุกๆสิ่ง
อาจเป็นคนนี้ คนเดียวที่เป็น....ที่รัก”
พิมภายิ้มหวังใจว่าเพลงที่อัดไว้ในมือถือของฤชวีจะบอกให้ฤชวีรู้ได้ว่าเธอรักฤชวีมากแค่ไหน
“เราสองคนเริ่มต้นความรักด้วยการโกหก แต่ฉันจะแก้ไขทุกอย่าง แก้ไข...ก็ต้องสารภาพกับพ่อแม่น่ะสิ” พิมภา ชักหวั่น “เอาเว้ย รักต้องสู้เว้ยพิม”
พิมภาทิ้งตัวพิงกำแพงอย่างมีความหวังเต็มเปี่ยม

เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อฤชวีตื่นขึ้นมา ฤชวีมองไปรอบๆ ห้องแต่ไม่เห็นพิมภา ฤชวีมองไปเห็นโน้ตที่พิมภาเขียนทิ้งไว้ จึงหยิบมาอ่าน “พิมกลับคอนโดก่อน มีเรื่องสำคัญต้องจัดการ เจอกันที่บ้านนะคะ”
ฤชวีนึกถึงตอนที่พิมภาคุยโทรศัพท์ตรีวิญ
“แค่นี้ก่อนนะคะคุณตรีวิญ พรุ่งนี้ค่อยคุยกันค่ะ”
ฤชวีคิดว่าธุระของพิมภาก็คือเรื่องตรีวิญ
“เขาสำคัญกับคุณมากเลยเหรอ”

ตรีวิญขับรถมาจอดรออยู่หน้าคอนโดพิมภา ตรีวิญเห็นแท็กซี่เข้ามาจอด พิมภาลงมาจากแท็กซี่
“คุณพิม”
ตรีวิญกำลังจะลงจากรถตามไปแต่รถของฤชวีแล่นมาด้วยความเร็วเลี้ยวเข้าไปจอดที่หน้าคอนโด แทนที่ตรีวิญจะถอย กลับตรงเข้าไปหาฤชวี
“คุณฤชวี”
ฤชวีแปลกใจที่เห็นตรีวิญ
“คุณตรีวิญ คุณมาที่นี่ทำไม”
“ผมนัดกับคุณพิมครับ แล้วผมก็มีเรื่องจะคุยกับคุณ”
ฤชวีไม่พอใจตั้งแต่ได้ยินว่านัดกับพิมภา
“ตอนนี้ผมไม่ว่าง”
ฤชวีเดินหนีตรีวิญไปทันที ตรีวิญคิดแล้วตัดสินใจ
“แล้วถ้าเป็นเรื่องที่คุณกับคุณพิมภาไม่ได้เป็นสามีภรรยากันจริงๆ ล่ะ” ฤชวีชะงัก ตรีวิญรู้ว่าเรื่องนี้หยุดฤชวีได้ ฤชวีหันกลับมาหาตรีวิญ อย่างไม่สบอารมณ์นัก ตรีวิญยิ้มอย่างมีแผน “พอจะว่างฟังผมแล้วใช่มั้ยครับ”
“คุณพูดเรื่องอะไร”
“ก็พูดเรื่องที่คุณเป็นแค่สามีหลอกๆ ของคุณพิมไงครับ”
ฤชวีอึ้ง พยายามตั้งสติ
“เรื่องของผมกับคุณพิม คนอื่นไม่เกี่ยว”
ฤชวีจะเดินหนีตรีวิญอีก
“เลิกเห็นแก่ตัวสักที คุณกำลังทำให้คุณพิมลำบากใจนะครับ” ฤชวีหันกลับมา
“คุณว่าไงนะ”
“ผมกับคุณพิม เรารักกัน” เห็นฤชวีอึ้ง “แต่เพราะติดที่มีคุณมาขวางทางเรา”
“วิธีแบบนี้มันไม่สกปรกไปหน่อยเหรอครับ พูดเองเออเองอยู่คนเดียว”
“แล้วคุณคิดว่าผมรู้เรื่องสามีหลอก ๆมาจากใครล่ะ ถ้าไม่ใช่...”
“ไม่จริง”
“ผมรู้นะว่าคุณน่ะรักคุณพิม แต่ไม่ว่ายังไงมันก็เป็นแค่เรื่องโกหกเขาอยากเลิกแผนการบ้าๆ นี่เพื่อที่เราจะได้เปิดเผยความสัมพันธ์ของเราสักที คุณพิมเค้าไม่อินกับการเป็นสามีภรรยาหลอกๆ กับคุณแล้ว มีแค่คุณคนเดียวที่ยังอินและไม่ยอมเลิก”
ฤชวีอึ้งกับคำพูดตรีวิญ แล้วนึกถึงคำพูดพิมภาที่เคยบอกว่าฤชวีเป็นศิลปินอินไปทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้อย่าอิน!
ฤชวีเหมือนเสียศูนย์ แต่ยังพยายามตั้งหลัก ตรีวิญพูดและส่งรอยยิ้มเย้ยหยันเหมือนกับว่าฤชวีเป็นคนโง่ที่ไม่รู้เรื่องนี้

“ถ้าผู้หญิงเขาไม่อยากอยู่ด้วยก็อย่าดึงไว้เลยครับ ปล่อยให้เขาไปกับคนที่เขารักจะดีกว่า”
ตรีวิญยิ้มอย่างมั่นใจมาก ฤชวีทั้งโกรธทั้งสับสน

พิมภาเข้ามาในห้องค้นๆ หาของ ภัทรพล ภาณุวัฒน์ พิมมาลา ตามเข้ามา
“ไอ้พิม เมื่อคืนหายไปไหนมา”
พิมภายังหาของไม่สนใจ
“พิม”
“อย่าเพิ่งถามอะไรได้มั้ยคะ ช่วยพิมหาเอกสารขอจดทะเบียนสมรสของพิมกับคุณต้นก่อนได้ไหมคะ พิมหาไม่เจอมันหายไปไหน”
พิมมาลาเป็นคนเก็บไว้เดินเข้าไปในห้องตัวเอง แล้วเดินออกมาพร้อมกับซองเอกสาร
“อยู่นี่จ๊ะ” พิมภาดีใจจะเข้าไปรับซองเอกสารจากพิมมาลา แต่พิมมาลาดึงไว้ก่อน “หนูจะเอาไปทำอะไร”
พิมภามองทุกคนแล้วสูดลมหายใจ
“ยังไงมันก็ต้องถึงวันนี้อยู่ดี”
“แกพูดอะไรน่ะ”
“พ่อ แม่ พี่ภัทร ตั้งแต่เรื่องงานแต่งกับพี่เอก พิมทำให้ทุกคนต้องเสียใจ ตั้งแต่วันนั้นพิมสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวังอีก แต่พิมก็พลาดจนได้”
ภัทรพล ภาณุวัฒน์ พิมมาลามองหน้ากัน แล้วขยับเข้ามาสุมหัวกันอย่างเนียนๆ
“ตาภัทร ข้อแม้ของยัยพิมกับคุณต้นน่ะความแตกความเป็นสามีคุณต้นก็จบใช่มั้ย”
ภัทรพลกับภาณุวัฒน์พยักหน้าแล้วนึกได้หันมองพิมภาที่กำลังรวบรวมความกล้าเต็มที่
“พิมมีเรื่องจะบอกทุกคนเกี่ยวกับเรื่องแต่งงานของพิมกับคุณต้น”
ภัทรพล ภาณุวัฒน์ พิมมาลา ตกใจที่พิมจะบอกความจริง
“เฮ้ย”
“โอ้ย จู่ๆ ก็ปวดหัว แม่ๆ ขอยา” ภัทรพลแหกปากขึ้นมา ภาณุวัฒน์อึ้งมอง เห็นภัทรพลขยิบตา
“เฮ้ย! ไอ้ภัทรเป็นอะไร”
“ทุกคนฟังพิมก่อนสิจ๊ะ แม่”
พิมมาลาเห็นพิมภาหันมาก็รีบเข้าไปหาภัทรพลทันที
“ตาภัทร อย่าเป็นอะไรนะลูก”
“พี่ภัทรไม่เป็นอะไรหรอกจ๊ะแม่ ทุกคนฟังพิมนะ ที่จริงพิมกับคุณต้น...”
“โอ้ย อย่าเพิ่งพูดอะไรได้มั้ยไอ้พิม พี่ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว”
“นั่นสิพิม แม่ว่าวันหลังค่อยคุยเถอะนะ”
ฤชวีเปิดประตูเข้ามา
“แต่พิมอึดอัด พิมไม่อยากโกหกอีกต่อไปแล้ว”
พิมภาคว้าซองเอกสารขอจดทะเบียนสมรสมาจากพิมมาลา พิมภาดึงออกมาแล้วฉีกเอกสารขาด แคว่ก ฤชวีมองพิมภาฉีกเอกสารด้วยความเจ็บปวด
“พิม”
“พ่อ แม่ พี่ภัทรฟังนะคะ พิมทนอยู่ในสภาพนี้กับคุณต้นต่อไปไม่ได้อีกแล้ว พิมไม่อยากโกหกทุกคน พิมอยากเริ่มต้นใหม่กับคนที่พิมรัก”
ฤชวีทั้งเจ็บและน้อยใจ
“ถ้าต้องการจบความเป็นสามีภรรยากับผม คุณพิมบอกผมดีๆ ก็ได้นี่ครับ”
พิมภาหันไปเห็นฤชวีก็ตกใจ
“คุณต้น คือ” ฤชวีจะเดินหนี พิมภาจับแขนฤชวีไว้ ฤชวีไม่พูดอะไรแต่แกะมือพิมภาออก ซึ่งเจ็บเสียยิ่งกว่าคำพูดใดๆ แล้วเดินจากไป “เดี๋ยวคุณต้น”
พิมภาตามฤชวีไป ภัทรพล ภาณุวัฒน์ พิมมาลารีบวิ่งตามไป

ฤชวีเดินออกมาหน้าคอนโด พิมภาวิ่งตามออกมา
“คุณต้น คุณจะไปไหน” ฤชวีไม่ตอบเดินไปที่รถ พิมภาไม่ยอมแพ้ รีบเข้าไปนั่งในรถฤชวี “เอาสิ คุณจะไปไหนฉันไปด้วย” ฤชวีหน้าตึงไม่ยอมออกรถ ไม่พูดอะไร “เกิดอะไรขึ้นคุณต้น”
“คุณจะถามเรื่องที่คุณรู้ดีอยู่แล้วทำไมครับ”
“เรื่องอะไร”
ฤชวีหันมามองพิมภาอย่างโกรธๆ เพราะคิดว่าพิมภารู้ดีแต่แกล้งถาม
“คุณใจร้ายกว่าที่ผมคิดนะคุณพิม”
“ใจร้าย อยู่ๆ มาว่าฉันใจร้ายทำไมคุณต้น ทำไมวันนี้คุณงี่เง่าแบบนี้”
ฤชวีหันหน้าหนีพิมภา
“กรุณาลงไปจากรถผม”
พิมภาได้ยินแล้วอ้าปากค้าง
“คุณไล่ฉันเองนะ”
พิมภาลงจากรถปิดประตูโครม แต่ก็หวังว่าฤชวีจะเรียกไว้ แต่ฤชวีออกรถไปเลย พิมภาอึ้ง เสียใจ ภัทรพล ภาณุวัฒน์ พิมมาลาตามลงมาหาพิมภา
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ยัยพิม”
“ไม่รู้เค้าเป็นบ้าอะไรจ๊ะแม่”
“เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น แกทำอะไรคุณต้นอีก”
“ก็ทำกันทั้งคู่นั่นล่ะ”
ภัทรพล พิมมาลา ภาณุวัฒน์มองหน้าพิมภา พิมภารู้สึกตัว
“เอ่อคือ...เมื่อคืนไอ้เอกพลมันจับตัวพิมไป แล้วคุณต้นก็ตามไปช่วย”
“แกก็เลยให้รางวัลคุณต้นที่ตามไปช่วย”
“อย่าบอกนะว่าทั้งคืน”
“พ่อ ตาภัทร” พิมมาลาส่งสายตาดุภัทรพลและภาณุวัฒน์ “ก็ถ้าเป็นแบบนั้น แล้วคุณต้นโกรธพิมเรื่องอะไรล่ะลูก”
“หรือว่าแกมันห่วยไอ้พิม”
“อีพี่ภัทร พิมยิ่งเครียดๆ อยู่นะ”
“เครียดเรื่องอะไร เรื่องที่ จุด จุด จุดหาย เหลือแต่ไฟแช็กเหรอ” พิมภาไม่ต่อล้อต่อเถียง ภัทรพลจ๋อย “เออๆ พี่ขอโทษ เดี๋ยวพี่สืบให้ว่าคุณต้นเป็นอะไร”
พิมภาทำเป็นไม่สนใจ
“พิมไม่สนใจคนงี่เง่าแบบนั้นหรอก อยากเป็นอะไรก็ช่างเค้า พิมแต่งตัวไปทำงานดีกว่า”
พิมภาเดินขึ้นคอนโดไป
“พูดแบบนี้แปลว่ายัยพิมมันเครียด”
“สืบด่วนตาภัทร”

พิมภาเข้าบริษัทและพยายามกดโทรศัพท์หาฤชวีด้วยสีหน้าเครียดมาก ฤชวีเห็นว่าพิมภาโทรเข้ามาแต่ไม่ยอมรับสาย
“ขอโทษนะครับ ตอนนี้ผมยังไม่อยากคุยกับคุณ”
พิมภาไม่พอใจที่ โทรติดแต่ฤชวีไม่ยอมรับสาย
“ไม่ปิดเครื่อง แต่ไม่ยอมรับสาย แบบนี้มันแค้นกว่าอีก ทำไมถึงกล้าทำกับฉันแบบนี้คุณฤชวี”
นันทิกานต์ ลัลนา ซูซี่มองพิมภา แล้วมองหน้ากัน
“ทะเลาะกับคุณต้นแน่”
“แล้วพยายามโทรง้อ”
“ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้ชายเค้าเล่นตัวได้ ก็เลยโดนซะ”
พิมภายิ่งหงุดหงิดได้ยินเต็มๆ

“จะนินทาอะไรให้มันเกรงใจกันบ้างนะ”

“นินทา เธอต้องไม่อยู่ แต่นี่เธอนั่งอยู่ด้วย เค้าเรียกเจาะประเด็นย่ะ”
“เหมือนที่คุณสรยุทธ์เค้าทำไงคะน้องพิม”
“งั้นเข้าประเด็นเลย แกทะเลาะกันเรื่องอะไร”
“ฉันไม่ได้ทะเลาะ คุณต้นต่างหากที่หาเรื่องทะเลาะกันฉันไม่รู้โกรธฉันเรื่องอะไรทั้งที่เมื่อคืน...”
“เมื่อคืน?”
นันทกานต์ ลัลนา ซูซี่มองพิมภาแล้วมองหน้ากัน
“ในที่สุดน้องพิมก็ออกอัลบั้มคู่ฟีดเจอริ่งกับคุณต้นได้สำเร็จ”
“ออกเป็นซิงเกิ้ลเพลงเดียวจบ หรือ อัลบั้มเต็มหลายเพลงจนชุ่มปอด”
“ฉันว่าอัลบั้มเต็ม ไม่งั้นยัยพิมไม่จิตตกที่เค้าโกรธขนาดนี้”
พิมภาขัดใจเดินหนีไป
“เก่งมาจากไหนก็แพ้หัวใจอย่างเธอ โดนซะแล้วน้องพิม”

ฤชวีกลับมาบ้าน และคืนนั้นขณะที่ออกมาเดินเล่นในสวนฤชวีเห็นดอกราตรีกลิ่นหอม ฤชวีได้กลิ่นดอกราตรีก็คิดถึงพิมภา ฤชวีเห็นภาพพิมภาดมดอกราตรีแล้วหันมายิ้มให้
“คุณพิม”
ฤชวีรู้ตัวว่าตัวเองแค่คิดไป ส่วนที่คอนโดพิมภาอาบน้ำเสร็จเดินออกมา
“อาบน้ำได้แล้วค่ะคุณต้น”
ไม่พูดเปล่า พิมภาหยิบผ้าเช็ดตัวให้ด้วย แล้วก็มองไปทั้งห้องที่ไม่มีฤชวี รู้สึกเคว้งคว้างบอกไม่ถูก พิมภาทิ้งตัวลงนั่งที่เตียงเหงาๆ
“คุณโกรธฉันเรื่องอะไรกันแน่”
พิมภาเศร้าๆ ที่หน้าประตู ภัทรพล ภาณุวัฒน์ พิมมาลา แอบแง้มประตูดูพิมภา
“ถ้าคุณต้นหนีไปไม่ส่งข่าวแบบนี้ แสดงว่าเรื่องใหญ่”
“สายของเราส่งข่าวหรือยังตาภัทร”
“ยังเลยแม่ แต่รู้แน่ว่าคุณต้นกลับไปที่บ้านคุณย่า”
“คุณต้นกลับฐานใหญ่ แปลว่าเรื่องใหญ่แน่คราวนี้”
ฤชวีหยิบเครื่องอัดเสียงขึ้นมาพูดความในใจเสียใจกับสิ่งที่พิมภาทำ
“ผมหลงคิดไปว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเรา มันอาจมีสักเสี้ยวนึงที่เกิดจากความรักที่เรามีต่อกัน แต่ มันก็ไม่ใช่เลย คุณแค่เผลอไป พลาดไปเท่านั้นใช่มั้ยครับ”
ฤชวียังคงพูดบรรยายความรู้สึกกับเครื่องอัดเสียง ขณะที่พิมภานอนอยู่บนเตียงคนเดียวอย่างเดียวดาย

วันต่อมาฤชวีนั่งพิมพ์งาน พิมพ์แล้วลบแล้วพิมพ์ ชุติภาเดินเข้ามา
“เป็นอะไรไปตาต้น”
“คิดงานไม่ออกครับคุณย่า”
ชุติภาดูออกว่าไม่ใช่แบบนั้น
“ตอนนี้ย่าก็มีแค่ต้นกับมิ้นท์นะ ย่ารักต้นนะลูกนะ” ฤชวีกอดชุติภารู้สึกเครียดไม่มีทางออก “ทะเลาะกับพิมภามาเหรอ”
“เปล่าครับ”
“ไม่ใช่มีแต่ผู้หญิงนะที่บอกว่าเปล่า แต่ความจริงมันตรงกันข้าม มีอะไรแน่ๆ ใช่มั้ย”
ฤชวีจำต้องยอมรับ
“นิดหน่อยครับ”
“งั้นก็ใจเย็นๆ นะ ผัวเมียก็เหมือนลิ้นกับฟัน”
“คุณย่าไม่รังเกียจคุณพิมแล้วเหรอครับ” ฤชวีถามอย่างแปลกใจ
“หลายเรื่องที่เกิดขึ้นมันทำให้ย่ารู้ว่า ถ้าย่ารักต้น ย่าก็ต้องรักคนที่ต้นรักด้วยจริงไหมลูก” ฤชวียิ้มรับนิดๆ “คืนนี้ย่าต้องไปร่วมงานมอบรางวัลผู้หญิงแห่งปี ของสมาคมน่ะจ๊ะ ต้นไปเป็นเพื่อนย่าหน่อยนะลูกนะ”
ฤชวีแสดงสีหน้าว่าไม่อยากไป แต่ชุติภารู้ทันแกล้งทำสีหน้าน้อยใจ ฤชวีจำต้องเอาใจ
“ไปก็ได้ครับ”
ชุติภาแอบยิ้มที่ฤชวีตกหลุม

การะเกตุคุยโทรศัพท์กับชุติภาอย่างดีใจ
“จริงเหรอคะคุณย่า จะให้เกตุออกงานกับคุณต้น”
ปราสินีที่กำลังจัดเอกสารในแฟ้มให้การะเกตุชะงักที่ได้ยินว่าการะเกตุจะออกงานคู่กับฤชวี
“คืนนี้ทุกคนจะได้รู้จักหนูเกตุในฐานะว่าที่คู่หมั้นของตาต้นนะ ตาต้นเพิ่งจะทะเลาะกับยัยพิมภาตัวแสบมา งานนี้ไม่มีก้างมาขวางแน่หนูเกตุ”
“ในฐานะว่าที่คู่หมั้นของคุณต้น เกตุจะไม่ทำให้คุณย่าผิดหวังแน่ค่ะ”
ปราสินีฟังนิ่งแล้วทำเป็นจัดเอกสารให้เสร็จแล้วออกไป
ชุติภาวางสายหันมาแล้วชะงักที่เห็นกิ่งแก้วยืนอยู่ กิ่งแก้วทำเนียนไม่รู้เรื่อง
“กิ่งมาหาต้นค่ะคุณย่า”
กิ่งแก้วจะเดินไป ชุติภาเรียกไว้ขู่ๆ
“ได้ยินได้รู้อะไรก็ควรจะเงียบไว้”
“ค่ะ”
“กิ่งรู้ใช่มั้ยว่าย่าไม่ชอบคนโกหก ถ้าย่าจับได้กิ่งรู้ใช่มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้น” กิ่งแก้วขนลุก
“ค่ะ”
กิ่งแก้วรีบออกไป ชุติภามองตามคิดว่าขู่ได้ผลแน่นอน

ฤชวีนั่งเหม่ออยู่ในสวน มิ้นท์ดึงกิ่งแก้วเข้ามา
“ดูสภาพพี่ต้นสิเหี่ยวจนต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ มันเหี่ยวไปด้วยแล้ว วัน ๆ ก็อยู่แต่ในบ้าน ถามว่ามีเรื่องอะไรก็ไม่ยอมบอก”
กิ่งแก้วเข้าไปหาฤชวี
“ต้น”
“กิ่ง มาทวงงานเหรอ ต้นยังเขียนไม่ออกเลย”
“ถึงเขียนออกตอนนี้ มันก็คงไม่ดีหรอกใช่มั้ยต้น ในเมื่อใจมันไม่ได้อยู่กับงาน” กิ่งแก้วพูดแล้วมองหน้าฤชวี “เรื่องคุณพิมใช่มั้ย ไหนว่าจะไม่ท้อไง”
“กิ่งรู้มั้ย ความพยายามของต้นมันไม่เป็นผลเพราะอะไร” ฤชวีแสดงแววตาผิดหวังเจ็บช้ำ “เพราะที่จริงคุณพิมมีคนอยู่ในใจแล้ว”
“คิดไปเองรึเปล่าพี่ต้น อย่าบอกนะว่าหมายถึงไอ้คุณตรีวิญเจ้านายคุณพิมไม่ใช่หรอกม๊างพี่พิมไม่ชอบผู้ชายแบบนั้นหรอก” มิ้นท์บอก
“แล้วถ้าไม่ใช่ ทำไมคุณพิมถึงบอกเรื่องที่เราเป็นสามีภรรยากำมะลอให้ตรีวิญรู้”
มิ้นท์กับกิ่งแก้วตกใจ
“ไม่ได้จะว่านะ ต้นได้ยินจากปากคุณพิมเองรึเปล่า” ฤชวีเงียบ “นายตรีวิญอะไรนั่น อาจจะแต่งเรื่องขึ้นมาเองก็ได้ ต้นอย่าเพิ่งไปตกหลุมเค้าได้ไหม”
“ตกหลุมเหรอกิ่ง แล้วหลุมนี้ใครเป็นคนขุดล่ะ คุณพิมรึเปล่า”
“ใครขุดไม่สำคัญ มันสำคัญที่ถ้ารู้ว่ามันเป็นหลุมพรางแล้วยังไม่ใช้สติ ปล่อยตัวให้ก้าวตกไปในหลุม แบบนี้ไม่ฉลาดเลยนะต้น และยิ่งสถานการณ์ตอนนี้”
“สถานการณ์ตอนนี้ทำไมกิ่ง”
ชุติภาเข้ามาพอดี
“ตาต้นไปแต่งตัวเตรียมไปงานกับย่าได้แล้ว” ฤชวีมองหน้ากิ่งแก้วอย่างคั่งค้างใจ กิ่งแก้วไม่กล้าพูดอะไรต่อหน้าชุติภา “ไปสิตาต้น ย่าไม่อยากไปสาย”
“ครับคุณย่า”
ฤชวีออกไป ชุติภามองหน้ากิ่งแก้ว มิ้นท์มองออกว่าชุติภาจะเอาเรื่องกิ่งแก้ว
“พี่กิ่ง ไปดูแบบปกที่มิ้นท์ออกแบบให้หน่อยสิว่าชอบรึยัง เคาะให้มันจบๆ ไป มิ้นท์จะได้ไปทำอย่างอื่นบ้าง สั่งแก้อยู่ได้”

มิ้นท์ลากกิ่งแก้วออกไป ชุติภามองตามกิ่งแก้วอย่างไม่วางใจ

อ่านต่อพรุ่งนี้ เวลา 09.30น.

คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ตอนที่ 12 (ต่อ)

ที่บริษัทนารี ตรีวิญเคาะประตูห้องทำงานพิมภาแล้วเข้าไปข้างในเห็นพิมภากำลังนั่งเหม่อ 
“คุณพิมครับผมอยากไปดูสถานที่สำหรับงานแถลงข่าวโฟมล้างหน้าของทางคุณเกตุน่ะครับ”
“ไปกันสองคนเหรอคะ พิม”
“หรือว่าคุณพิมไม่ไว้ใจผม”
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ไปก็ไปค่ะ แต่รีบไปรีบกลับนะคะ”
พิมภาคว้ากระเป๋าเดินนำออกไป อารมณ์แบบไปเพราะจะได้จบๆ เรื่อง ตรีวิญมองตามยิ้มๆ เสียงโทรศัพท์ตรีวิญดัง ตรีวิญรับ
“ครับ ผมกำลังจะออกไป แล้วเจอกันครับคุณการะเกตุ”
ตรีวิญวางสาย สายตามีแผนการ
 
คืนนั้นชุติภาเดินเข้ามาตรงหน้าห้องจัดงานในโรงแรมพร้อมกับฤชวี ฤชวีอึ้งที่เห็นการะเกตุมาในชุดสวยเข้ามาพร้อมสินีนาฎ  ฤชวีมองชุติภา  
“สินีนาฎมางานนี้ด้วยเหรอจ๊ะ”
“คุณหญิงเรียกมากะทันหันน่ะจ๊ะ”
“บังเอิญจังเลยนะคะ” การะเกตุยิ้มกับชุติภาอย่างรู้กัน
ฤชวีเริ่มรู้สึกว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล แต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว แล้วฤชวีก็อึ้งที่เห็นว่าพิมภาเดินเข้ามากับตรีวิญ ฤชวีเดินตรงเข้าไปหา ขณะนั้นพิมภายังไม่เห็นฤชวี
“เราจะจัดกันที่นี่เหรอคะ เอ ปกติเราจะเน้นในห้างนี่คะ”
“คุณเกตุอยากให้สินค้าของเขาเป็นกลุ่มเฉพาะน่ะครับ ดูเหมือนวันนี้จะมีงานนะครับ นักข่าวเยอะเชียว  เราเข้าไปดูทางโน้นเถอะครับ”
“ไว้มาดูตอนที่เขาไม่มีงานดีกว่านะคะ”
“ช่วงนี้ผมงานยุ่งน่ะครับ อยากดูให้จบๆ ไป  ไปเถอะครับ”
ตรีวิญจับมือพิมภาดึงให้เดินเข้าไป ฤชวีมองตรีวิญจับมือพิมภาอย่างอึ้งๆ  ตรีวิญจูงมือพิมภา
“คุณพิม”
            พิมภาตกใจเมื่อเห็นฤชวี
“คุณต้น” การะเกตุกับชุติภาเดินตามเข้ามา พิมภาเห็นการะเกตุ หน้าตึงทันที “มากับคุณการะเกตุเหรอคะ”
“ใช่”
ชุติภาตอบแทนฤชวี
“ชุติภา พีอาร์ของงานรออยู่ทางด้านโน้นแล้วจ๊ะ” สินีนาฎบอก
“คุณพิม ผม”
“รีบไปเถอะ ทีมงานเขาจะรอคุณย่าของหลานนานนะ  ติดอะไรเหรอจ๊ะ” สินีนาฎเร่ง
“คุณต้นคงห่วงคุณพิมน่ะค่ะคุณยาย”
สินีนาฎมองทางพิมภา
“ก็มีผู้ชายมาด้วยแล้ว  จะห่วงทำไมล่ะ  รีบไปเถอะชุติภา”
“ตาต้นไปกับย่า หนูเกตุมากับย่านะลูก”
ชุติภาดึงฤชวีไป  การะเกตุขยับเข้าเกาะแขนฤชวีแล้วเดินไปด้วย สินีนาฎมองพิมภาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างดูถูกแล้วเดินตามไป ทั้งสามเข้าไปตรงแบ็กดร็อปที่มีชื่องาน  ผู้หญิงแห่งปี โดยสมาคมสตรีไทย นักข่าวเหมือนนัดมากรูกันเข้ามาถ่ายรูป  ฤชวีจะหลบแต่ชุติภาดึงไว้  การะเกตุเกาะแขนฤชวีแน่นอย่างรู้งาน  
“พาหลานชายกับว่าที่สะใภ้มาออกงานเหรอครับ”
นักข่าวยิงคำถามกับชุติภา
“ค่ะ นานๆ จะจับตัวมาออกงานคู่กันได้ซะที”
“เอ๊ะ แต่ภรรยาคุณฤชวีไม่ใช่คนนี้นี่คะ”
“พวกอยากเด่นอยากดังน่ะค่ะ ก็สร้างข่าวไปเรื่อย”
พิมภาโมโหมองสินีนาฎอย่างไม่พอใจ  มองฤชวีว่าจะทำอะไรบ้างไหม
            “คือ...”
ชุติภาโอบการะเกตุไว้แล้วพูดแทรก
“คนนี้ล่ะค่ะ ว่าที่หลานสะใภ้ตัวจริงของวงศ์บริบูรณ์  ถ้านอกจากนี้ที่ไม่ได้รับการยืนยันจากฉันก็พวกตัวสำรองเท่านั้นล่ะค่ะ”
“คุณย่า”
“แกจะฉีกหน้าย่าหรือไง”
ฤชวีจำต้องเงียบ พิมภาเจ็บกับคำพูดของชุติภา พิมภามองหน้าฤชวีอย่างเสียใจ
“ไปทานข้าวกันเถอะค่ะคุณตรีวิญ ฉันหิวแล้ว”
พิมภาดึงแขนตรีวิญออกไปอย่างไม่สนใจฤชวี ฤชวีนิ่งอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก
“เดี๋ยวเข้าไปคุยกันในงานดีกว่าค่ะ ไปหนูเกตุ พาตาต้นเข้าไปในงาน”
การะเกตุดึงฤชวีออกไปอีกทางอย่างรู้งาน
 
ตรีวิญเดินเข้ามาส่งพิมภาที่หน้าห้อง  พิมภาสีหน้าซึมๆ ตรีวิญมองอย่างเป็นโอกาส
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”
“คุณพิมครับ”
พิมภาชะงักหันมา
“คะ”
“คุณพิมกับคุณฤชวีมีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าครับ ทำไมคุณฤชวีถึงได้ควงคุณการะเกตุออกงานแบบนั้นล่ะครับ” น้ำเสียงตรีวิญดูห่วงใยมาก
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พิมเหนื่อย ขอตัวนะคะ”
พิมภาจะเดินหนีเข้าห้อง แต่ตรีวิญจับมือพิมภาไว้  พิมภาจะดึงออกแต่ตรีวิญไม่ยอมปล่อย
“ทำแบบนี้พิมว่ามันไม่เหมาะนะคะ  พิมมี...”
“ถ้าเขาดูแลคุณไม่ได้ ให้ผมดูแลคุณได้มั้ย”
“พิมไม่สะดวกใจที่จะทำแบบนั้นค่ะ”
“ผมชอบคุณนะคุณพิม  พิจารณาผมได้มั้ย” 
พิมภามองตรีวิญที่ตื้ออย่างรู้สึกอึดอัด
 
ฤชวีมาหากิ่งแก้วที่สำนักพิมพ์และเอาแต่นั่งซึม กิ่งแก้วยืนมองอยู่หน้าห้องอย่างเป็นห่วง มิ้นท์วิ่งเข้ามาหากิ่งแก้ว
“พี่ต้นเป็นยังไงบ้างพี่กิ่ง”
กิ่งแก้วพยักหน้าให้ดูในห้อง
“หนีคุณย่ากับว่าที่คู่หมั้นมาแน่ะ มาถึงก็นั่งซึม บอกว่าเจอคุณพิมไปกับคุณตรีวิญน่ะ”
มิ้นท์เปิดประตูเข้าไปเห็นฤชวีนั่งหน้าเศร้ามาก มิ้นท์เข้าไปทิ้งตัวลงนั่งข้างฤชวีแบบเต็มแรง
“นั่งซังกะตายแบบนี้  อย่าบอกใครนะว่าเป็นพี่ชายมิ้นท์อ่ะ อาย คนวงศ์บริบูรณ์ไม่เคยท้อ แล้วพี่ต้นของมิ้นท์ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ”
“แต่คราวนี้พี่คงต้องยอมแพ้  พี่สู้ตรีวิญไม่ได้จริงๆ”
“ไม่จริงเลยพี่ พี่ต้นของมิ้นท์พร้อมทุกอย่างจริงมั้ยพี่กิ่ง”
“หน้าตา  การศึกษา  อาชีพ  คุณสมบัติหนุ่มฮอทแห่งปีได้เลยนะ”
“แล้วพี่ก็ดีกับพี่พิมขนาดนี้  ชนะใจพี่พิมได้อยู่แล้วไม่มีปัญหา ที่สำคัญนะพี่ ความรักชนะทุกอย่าง” มิ้นท์บอกอย่างมั่นใจ
“แต่เราคุยกันคนละเรื่อง ในขณะที่คุณพิมกับทางโน้นเขาคอเดียวกัน”
“พูดอะไรก็เข้าใจว่าอย่างนั้นเถอะ”
“โอ้ย! คนอยู่ด้วยกันเหมือนกันทุกอย่างคงน่าเบื่อตาย”
“มิ้นท์  คุณพิมยอมบอกเรื่องที่พี่เป็นสามีกำมะลอกับเขา”

“จะว่าไปเรื่องสำคัญแบบนี้คุณพิมไม่น่ายอมบอกคนอื่นง่ายๆ นะ  เพราะถ้าความแตกคุณพิมจะโดนหนักสุด” กิ่งแก้ววิเคราะห์

“แสดงว่าคุณพิมแคร์เขามาก...มากกว่า...”  ฤชวีจ๋อย
“แล้วต้นคุยกับคุณพิมหรือยังว่าทำไม” ฤชวีส่ายหน้า
“เขาทำขนาดนี้  ยังต้องคุยอะไรอีก”
กิ่งแก้วเริ่มรำคาญ
“ต้นกำลังเป็นผู้ชายงี่เง่านะเนี่ย ไม่คุยให้รู้เรื่อง แล้วถ้าจริงๆ คุณพิมไม่ได้เป็นคนบอกล่ะ ไม่เท่ากับต้นโดนฝ่ายโน้นปั่นหัวเล่นเหรอ”
“แถมเปิดโอกาสให้สุนัขคาบไปรับประทานด้วยนะ พี่ต้น มิ้นท์ไม่อยากมีพี่ชายงี่เง่าหรอกนะ เอาให้รู้เรื่องก่อนแล้วค่อยงอนได้ป่ะ”
“ไหนต้นบอกคุณพิมเป็นอีกครึ่งของชีวิตที่ตามหาไง ขาดเขาแล้วทนได้เหรอ”
กิ่งแก้วกับมิ้นท์มองลุ้นๆ ฤชวีคิดๆ แล้วตัดสินใจ
 
วันต่อมานันทิกานต์เดินเข้ามาที่หน้าห้องทำงานของพิมภายังไม่ทันจะผลักประตู
“แนน”
นันทิกานต์หันมา ลัลนากับซูซี่ถือหนังสือพิมพ์เข้ามา
“น้องแนนเห็นข่าวนี้หรือยังคะ”
นันทิกานต์รับมาดูเห็นภาพฤชวีถ่ายคู่กับการะเกตุ
“คุณหญิงชุติภาเปิดตัวว่าที่คู่หมั้นสาวของฤชวี  วงศ์บริบูรณ์  เอ แล้วภรรยานักการตลาดหายไปไหนน้า หรือว่าขาเตียงจะไม่มั่นคงซะแล้ว เฮ้ย นี่ไอ้พิมเห็นข่าวนี้หรือยัง”
“มาถึงก็เก็บตัวอยู่ในห้องโน่น”
นันทิกานต์รีบเดินไปที่ห้อง ลัลนากับซูซี่ตาม
ภายในห้องพิมภาเห็นภาพข่าวฤชวีกับการะเกตุ น้ำตาพิมภาร่วงใส่ภาพหลายหยด นันทิกานต์เปิดประตูเข้ามาโดยมี ลัลนา ซูซี่ตามเข้ามา
“ไอ้พิม”
พิมภาลุกขึ้นทันทีไม่ให้สามสาวเห็นหน้าชัด
“ฉันปวดหัว  ฝากลาป่วยด้วย”
พิมภาไม่รอให้ใครถาม  คว้ากระเป๋าเดินสวนออกไปทันที
“ไอ้พิม ไอ้พิม เอ้า มันรู้เรื่องมั้ยเนี่ย”
ลัลนามองที่โต๊ะทำงานพิมภาเห็นหนังสือพิมพ์กางอยู่ ซูซี่มองตามลัลนารีบเข้าไปดู
“โป๊ะแตกค่ะน้องแนน ไม่ต้องสงสัยแล้วค่ะ”
ซูซี่ชี้ที่หนังสือพิมพ์ที่กางอยู่  นันทิกานต์เข้าไปดูแล้วชะงัก
“ลัล พี่ซูซี่   ไอ้รอยด่างๆ ตรงภาพนี่มันรอยหยดน้ำป่ะ” นันทิกานต์มองบนโต๊ะ “แก้วน้ำก็ไม่มี”
“พี่วิเคราะห์ว่าหยดน้ำที่มีมวลแบบนี้ไม่ใช่น้ำเปล่าแน่ค่ะ  ต้องหยดน้ำตาของน้องพิมแน่ๆ”
“ตามนิสัยพิม ต้องอาละวาดหรือตามไปเชือดให้รู้เรื่องนะ” ซูซี่กับนันทิกานต์มองลัลนาอย่างเห็นด้วย “แต่ถ้ามาแนวน้ำตาร่วงนี่  ลัลว่ายัยพิมน่ะ เจ็บ...เจ็บมากด้วย”
“โถ โดนเจาะไข่แดงแล้วนี่คะ ไม่เจ็บก็เกินไปแล้ว”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรด้วย”
“เอ้า น้องแนนขา สาวมั่นอย่างน้องพิมจะเสียน้ำตาก็มีเรื่องเดียวล่ะค่ะ  เสียท่า  เสียตัว ได้แล้วทิ้งน่ะค่ะ”
“พี่ซูซี่”
“พี่ก็พูดไปตามเหตุการณ์น่ะค่ะ  แต่พี่ว่าใช่นะคะ”
นันทิกานต์ ลัลนามองซูซี่แบบมึงยังไม่เลิก แล้วหันมองกันอย่างกังวล
 
พิมภาเดินเข้ามาที่หน้าคอนโดแล้วชะงักที่เห็นฤชวียืนรออยู่ ฤชวีเห็นพิมภารีบเข้าไปหาทันที
“คุณพิม”
“มาทำไม”
“ผมอยากรู้ว่าคุณบอกคุณตรีวิญหรือเปล่า เรื่องที่ผมเป็นสามีกำมะลอของคุณ”
พิมภาชะงักหันมองฤชวี
“ฉันจะบอกหรือไม่บอกแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ”
“มันสำคัญกับผมมาก บอกผมนะครับคุณพิม”
“ตอนนี้คงไม่มีอะไรสำคัญกับคุณเท่ากับคู่หมั้นของคุณแล้วล่ะมั้ง ฉันไม่ว่าง” พิมภาจะเดินเข้าตึก  แต่ฤชวีไม่ยอมจับมือพิมภาไว้ “ปล่อย”
“คุณตอบผมมาก่อน”
พิมภาพยายามจะสะบัดแต่ไม่หลุด  พิมภาจึงหัวเสียสะบัดเสียงใส่
“ฉันไม่ได้บอกพอใจหรือยัง”
“แล้วทำไมคุณตรีวิญถึง...”
เสียงบีบแตรดัง  รถกระบะวิ่งเข้ามาจอด  ฤชวีกับพิมภาต้องขยับหลบ ตรีวิญลงมาจากรถ
“คุณตรีวิญ”
“ขนของขึ้นไปที่ห้องผมเลยนะ” ตรีวิญสั่งคนขับรถ
“ห้องคุณ” ฤชวีทำหน้างง ตรีวิญยิ้ม
“ผมจะย้ายมาอยู่ที่คอนโดนี้น่ะครับ อยู่ชั้นสี่”  
ฤชวีหันมองพิมภา  พิมภาอึ้งเหวอเหมือนกัน
 
ภัทรพล  พิมมาลา  ภาณุวัฒน์มองหน้ากันอึ้งๆ แล้วหันมองตรีวิญที่ยื่นกล่องให้ยิ้มอย่างเป็นมิตรที่สุด
“ของฝากครับ ในฐานะเพื่อนบ้านคนใหม่  ผมฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”
“คุณก็อยู่คอนโดของบริษัทอยู่แล้วนี่ ย้ายออกมาทำไม”
“ก็ที่คอนโดโน้น ผมไม่รู้จักใคร มันเหงาๆ น่ะครับ  มาอยู่ที่นี่อย่างน้อยก็มีคุณพิมเป็นเพื่อน เวลาจะปรึกษางานก็สะดวกจริงมั้ยครับคุณพิม”
พิมภาจำต้องรับคำ
“ค่ะ”
“ต่อไปนี้เวลาไปทำงานก็ไปพร้อมผม สะดวก  ประหยัดทรัพยากรด้วย” ตรีวิญบอกยิ้มๆ
“หน้าตาคุณตรีวิญไม่บ่งบอกเลยนะว่าเป็นพวกอนุรักษ์”
“ภัทร ถึงคุณตรีวิญจะดูหนา...”
“พ่อจ๊ะ”
“หนาแน่นในทางธุรกิจ แต่คนเรามันต้องมีมุมดีๆ บ้าง เลวอย่างเดียวก็คงไม่ใช่คนจริงมั้ยครับ”
“พ่ออย่าใช้คำรุนแรงแบบนั้นสิจ๊ะ คุณตรีวิญจะรู้สึกไม่ดีนะ”
“พ่อไม่ได้หมายความว่าคุณตรีวิญเขาเลว  พ่อพูดถึงคนทั่วๆ ไป  ภาพรวมน่ะ”
“แม่ก็คิดมาก พ่อไม่ได้ว่าคุณตรีวิญเลว ชั่วอะไรสักหน่อย  คุณตรีวิญไม่คิดมากหรอก จริงมั้ยครับ” ภัทรพลยิ้มให้ตรีวิญ ตรีวิญฝืนยิ้มรับ
“ครับ  พรุ่งนี้ผมมารับนะครับ”
“ไม่จำเป็นหรอกครับ ผมพาคุณพิมไปเองจะดีกว่า” ฤชวีบอก พิมพาจึงพูดแทรกอย่างประชด
“พิมจะไปพร้อมคุณตรีวิญค่ะ จะได้คุยงานกันด้วย พิมจะรอนะคะ คุณตรีวิญ”

ทุกคนอึ้ง  ตรีวิญมองฤชวียิ้มอย่างผู้ชนะ ฤชวีมองพิมภาอย่างน้อยใจ
อ่านต่อเวลา 17.00น.

พิมภาเข้ามาในห้อง  ฤชวีตามเข้ามา
“คุณพิม คุณตรีวิญรู้เรื่องที่ผมเป็นสามีกำมะลอของคุณได้ยังไง”
“นี่คุณพูดเรื่องนี้หลายครั้งแล้วนะ  พูดอย่างกับคุณตรีวิญเขารู้อย่างนั้นล่ะ”
“ใช่  เขาบอกผมว่าเขารู้”
พิมภามองฤชวีอย่างตกใจ
“จริงเหรอ”
“คนที่รู้เรื่องนี้มีแค่เรา...เอ่อ คุณกับผม ผมไม่ได้บอก...” ฤชวีมองพิมภา พิมภาหัวเสียที่โดนโทษ
“ทำไมถึงคิดว่าฉันปากสว่างนัก มันเป็นเรื่องน่าอวดหรือไงถึงต้องเล่าให้ใครต่อใครฟัง”
“ก็เขาสำคัญกับคุณมาก มากจนยอมบอกทุกสิ่งทุกอย่างกับเขา”  
พิมภาหงุดหงิดจึงประชด
“โอเค แล้วถ้าฉันบอกเขาแล้วจะทำไม”  
ฤชวีโกรธคิดว่าพิมภายอมรับแล้วว่าบอกจริง
“แล้วเรื่องของคุณกับผมล่ะมันคืออะไร  คืนนั้นมันไม่มีความหมายเลยใช่มั้ย ผมมองคุณผิดไปจริงๆ  เรื่องคืนนั้นมันคงเป็นแค่การฆ่าเวลาของคุณใช่มั้ย คุณไม่ถืออย่างนั้นสิ”  
พิมภาโกรธมากจะตบฤชวี แต่ฤชวีจับมือพิมภาไว้ไม่ให้ตบ พิมภาโกรธจนน้ำตาร่วง
“คุณดูถูกฉันมากไปแล้ว” พิมภาสะบัดสุดแรงแล้วผลักฤชวีออกไปจากห้อง “ออกไป ไปให้พ้นหน้าฉันเลย ไป๊”
ฤชวีไม่ยอมแต่พิมภาก็ผลักฤชวีออกไปจากห้องจนได้
“ออกไปเดี๋ยวนี้ ไป”
ภัทรพล  ภาณุวัฒน์  พิมมาลาที่นั่งอยู่ที่มุมรับแขกหันมองเห็นว่าพิมภาผลักฤชวีออกมา พิมภาเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วออกมาพร้อมกับขว้างหมอนกับผ้าห่มใส่ฤชวี แล้วปิดประตู ปัง ทุกคนมองฤชวี  ฤชวีหนักใจ
“ไม่ต้องให้ถามนะ”
ภัทรพล ภาณุวัฒน์  พิมมาลาย้ายไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวพลางมองไปทางเก้าอี้หัวโต๊ะแล้วมองฤชวีแบบว่าที่ของผู้ต้องหาอยู่นี่ ฤชวีลำบากใจแต่ต้องลงไปนั่งต่อหน้าทุกคนอย่างผู้ต้องหาที่ต้องสารภาพ
 
เช้าวันรุ่งขึ้น พิมภาแต่งตัวเรียบร้อยออกมาจากห้องแล้วชะงักที่เห็น ฤชวี  ภัทรพล  ภาณุวัฒน์  พิมมาลานั่งอยู่ที่โต๊ะแต่ไม่มีอาหารเช้าไม่มีอะไรเลย พิมภามองฤชวีอย่างเย็นชา 
“พิมไปทำงานก่อนนะคะ”
“เดี๋ยว พิมมานั่ง คุยกันให้รู้เรื่องก่อน”
พิมภามองฤชวีที่มองมาอย่างตัดพ้อ
“พิมไม่มีอะไรจะคุย”
“พิม มานั่งตรงนี้”
เสียงกริ่งดัง พิมภารีบไปเปิดประตู ตรีวิญเดินเข้ามา
“พร้อมหรือยังครับคุณพิม”
“ตอนนี้พิมยังไม่ว่าง” ภัทรพลบอก
ตรีวิญมองพิมภาว่ามีอะไร  
“พิมพร้อมแล้วค่ะ  ไปกันเถอะค่ะ”
“พิม”
พิมภาปิดประตูไม่สนใจใครทั้งนั้น ทุกคนหันมองฤชวี ฤชวีจ๋อย
“ถ้าอย่างนั้นพ่อกับแม่จะไปจัดการส่วนของพ่อ”
“ทางยัยพิมภัทรจัดการทีนะ”
“ขนาดพ่อกับแม่ยังเอาไม่อยู่  ผมว่างานนี้ต้องมีทีมเสริม” 
ทุกคนมองภัทรพลว่าหมายถึงใคร
 
ภัทรพลมาที่บริษัทนารี ลัลนากับนันทิกานต์ทำหน้าตกใจกับสิ่งที่ภัทรพลบอก
“คุณต้นยอมรับแล้วเหรอคะ”
“ฟีดเจอริ่งกันแล้วจริงๆ ด้วย  แต่เรื่องแบบนี้คุณต้นไม่น่าพูดเลย”
“นั่นสิกินในที่ลับมาไขในที่แจ้งได้ยังไง”
ภัทรพลยกมือห้าม
“ไม่ได้ยอมพูด แต่โดนเค้นจนหน้าเขียวถึงจะยอมคายออกมา”
“ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทีมที่เค้นน่ะเป็นใคร” นันทิกานต์มองภัทรพลอย่างรู้ทัน
“ว่าแล้วเชียว   ยัยพิมมันถึงออกแนวดราม่าแทนที่จะบู๊ล้างผลาญตามนิสัย”
“แต่ที่พี่ข้องใจคือไอ้ตรีวิญรู้เรื่องที่สองคนนั้นเป็นสามีภรรยาหลอกๆ จากใคร” ภัทรพลมองนันทิกานต์กับลัลนา
“เดี๋ยวนะคะ ฟังดูแล้วน้องพิมกับคุณต้น” ซูซี่ชัดขึ้นมา ลัลนาจึงหันมามองซูซี่
“ถ้าคราวนี้เรื่องหลุดไปถึงคนอื่น ลัลจะไม่ปล่อยผ่านเหมือนคราวที่แล้วนะคะ”
“อะไรนะคะ ช่วงนี้พี่หูตึงอ่ะค่ะ ฟังอะไรไม่ค่อยได้ยิน”
ภัทรพลหันมองนันทิกานต์
“แนนเปล่านะ” นันทิกานต์รีบบอกเสียงหลง
“ลัลไม่ทำเรื่องอย่างนั้นให้เสียแต้มหรอก”
“ผมก็ว่าอย่างนั้น งั้นก็แสดงว่ายัยพิมบอกน่ะสิ แต่มันจะบอกจริงเหรอเปล่า”
“พูดยากค่ะ ผู้ชายก็ตามทำคะแนน พิมก็ดูปลื้มๆ อยู่ใช่ไหมแนน “
“มีคนมาสนใจมันก็คงกิ๊วก๊าวบ้าง  แต่ไอ้พิมมันไม่ได้รักชอบเป็นแฟนหรอก เพราะแนนว่าไอ้พิมน่ะมันรักคุณต้น  ฟันธง”
“พี่ก็ว่าอย่างนั้น   ถ้างั้นพี่คงต้องไปเจรจากับคุณย่าคุณต้นซะแล้ว”
“แล้วพี่จะไปคุยอะไรกับเขา”
“ยังไม่รู้แต่พี่ไม่ยอมให้คุณต้นกับยัยพิมเลิกกันแน่ๆ”
“แต่ทางคุณย่าของคุณต้นไม่ชอบยัยพิมแล้วก็อยากได้ยัยการะเกตุเป็นสะใภ้นี่คะ คุณจะไปคุยยังไง”
“อย่างน้อยๆ ก็เรื่องที่การะเกตุคั่วอยู่กับไอ้เอกพลนั่นไง ถือตัวอย่างนั้นไม่ยอมได้หลานสะใภ้กร้านโลกหรอก”
“แต่เราไม่มีหลักฐานนี่  เขาจะเชื่อเหรอคะ”
จู่ ๆ ปราสินีเปิดประตูเข้ามาทุกคนอึ้งเงียบ 
“ปลามารับเทปโฆษณาตัวที่สองของคุณฤชวีค่ะ”
ปราสินียิ้ม  ทุกคนมองหน้ากันว่าปราสินีได้ยินหรือไม่
 
เอกพลขับรถเข้ามาจอดที่ลานจอดรถ  เอกพลลงจากรถ
“ไอ้เอกพล”
เอกพลหันมา ภาณุวัฒน์ต่อยเอกพล ผัวะ เอกพลล้มคว่ำไปที่เท้าของพิมมาลาที่ยืนอยู่อีกมุม เอกพลเงยหน้ามองแล้วตกใจ
“คุณแม่”
ภาณุวัฒน์เข้ากระชากคอเสื้อเอกพล
“ลุกขึ้นมา  ไอ้ชั่ว” ภาณุวัฒน์ต่อยซ้ำไปอีกผัวะ “วันนี้แกต้องตาย”
“หยุดนะ” ภาณุวัฒน์ชะงัก  การะเกตุก้าวเข้ามา “คุณเป็นใคร เข้ามาทำร้ายคนของฉันทำไม”
เอกพลรีบวิ่งมาหลบหลังการะเกตุ
“คุณการะเกตุครับ นี่พ่อแม่ของพิมภาครับ”
การะเกตุมองภาณุวัฒน์กับพิมมาลาอย่างเหยียดๆ
“พ่อแม่ของพิมภา”
“คนนี้ไงพ่อ ที่ย่าคุณต้นอยากให้หมั้นกับคุณต้น” พิมมาลาบอกภาณุวัฒนร์แล้วมองการะเกตุเหยียดคืน “อยากจะงาบคุณต้น แต่ว่าอด”
การะเกตุชักฉุน
“ออกไป  ไม่งั้นฉันจะแจ้งความ”
“ดีเลย ไปที่โรงพัก  ผมจะได้เรียกลูกสาวผมมาแจ้งความจับมัน ข้อหาลักพาตัวและพยายามจะทำร้ายร่างกายลูกสาวผม”
การะเกตุรู้ว่าภาณุวัฒน์หมายถึงเอกพล เอกพลไม่กล้าสบตาภาณุวัฒน์ การะเกตุยิ้มร้ายๆ
“อยากประจานลูกสาวตัวเองให้เป็นข่าว  เสียหายถึงโคตรเหง้าหรือไง ครอบครัวนี้หน้าหนาดีนะ ลูกสาวก็แย่งคู่หมั้นชาวบ้าน  พ่อก็ชอบเป็นข่าว น่าสมเพช”
“แย่งคู่หมั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่รู้ว่าเขามีผัวแล้วยังจะเอานี่เรียกว่า ไร้ยางอายนะ” พิมมาลาสวนกลับทำให้การะเกตุโมโห

“แก!  พวกแกต้องการอะไร”
อ่านต่อพรุ่งนี้ เวลา 09.30น.

ภาณุวัฒน์ไม่สนใจการะเกตุมองเอกพลด้วยสายตาสุดเหี้ยม
“ไอ้เอกพล  ถ้าแกมาแตะต้องลูกสาวฉันอีกล่ะก็ แกได้ย้ายไปนอนในคุกแน่”
“แค่อดีตตำรวจแก่ๆ อย่ามาเบ่งดีกว่า”
“พ่อพิมน่ะไม่ใหญ่แต่ ลุงของพิมเป็นรองผบ.ตร.นะครับ” เอกพลบอกการะเกตุ การะเกตุมองเอกพลว่าจริงเหรอ
“เป็นคนมีสีแล้วทำไมจะใช้อำนาจทางมิชอบ  ฉันจะฟ้อง” การะเกตุยังไม่ยอมแพ้บอกออกมา
“ปกป้องสุดตัวแบบนี้นะพ่อ  สงสัยจะสมรู้ร่วมคิด  แบบนี้ก็ต้องให้พิมแจ้งความนะพ่อจะได้สาวถึงตัวการใหญ่  ก็ดีนะเราชอบเป็นข่าวฉาวซะด้วย  คนธรรมดาอย่างเราไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว  แต่พวกเซเล็บ ขี้เล็บนี่เขาจะต้องเอาปี๊บคลุมหัวเดินน่ะสิ”
“ขู่ฉันเหรอ”
“ผมเป็นคนตรง  ใครทำผิดมันต้องได้รับโทษ  ถ้าคิดจะทำดำให้เป็นขาวล่ะก็ คงจะยาก วันนี้ฉันแค่มาเตือน  แต่ครั้งหน้า แกต้องแลกกับน้ำตาลูกสาวฉันด้วยชีวิต”
เอกพลหนาวไม่กล้าสบตาภาณุวัฒน์ ภาณุวัฒน์มองเอกพลอย่างคาดโทษ พิมมาลามองการะเกตุกับเอกพลรู้ว่าทั้งคู่เป็นคู่ขากัน
“คุณนี่สวยนะ เสียดายรสนิยมต่ำ”
การะเกตุฉุนจะเอาเรื่อง
“สงสัยต้องโทรหาท่านรองจริงๆ แล้วม๊าง คนบงการไอ้คนเลว ท่าทางมันจะอยู่แถวนี้” ภาณุวัฒน์บอก การะเกตุจำต้องถอย “กลับเถอะแม่ แค่นี้ ไอ้ชั่วนั่นมันก็คงรู้แล้วล่ะว่าไม่ควรวอนหาเรื่อง”
ภาณุวัฒน์พาพิมมาลาออกไป  การะเกตุมองตามแค้นๆ เอกพลหัวหดไม่กล้าพูดอะไร
“พวกมันไม่จบแค่นี้หรอกเอกพล คุณซวยแน่”
“คุณต้องช่วยผมนะ”
“เกี่ยวอะไรกับฉัน จะถูกจับถูกอุ้มมันก็เรื่องของคุณ”
“แต่คนบงการก็คือคุณ”
“ใครจะเชื่อแก”
เอกพลหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดplayให้คลิปวีดีโอทำงาน การะเกตุเห็นภาพตัวเองกำลังนัวเนียกับเอกพล  การะเกตุตกใจมองเอกพล เอกพลแสยะยิ้ม การะเกตุอึ้งในความเลวของเอกพล
“เพราะฉะนั้น หน้าที่ของคุณก็คือ ปกป้องผมไม่ให้ใครมาทำอะไรได้    เข้าใจไหมครับเจ้านาย”
 
นันทิกานต์ ลัลนา ซูซี่รอพิมภาอยู่ที่บริษัท
“น้องพิมหายไปไหนคะเนี่ย ป่านนี้ยังไม่เข้ามาอีก”
ภัทรพลเข้ามาท่าทางเหนื่อยมาก
“เป็นไงบ้างคุณภัทร”
“ไอ้พิมมันไม่อยากเอาเรื่อง พ่อผมก็เลยแค่ประกาศแสงยานุภาพ ไม่ให้ไอ้เลวเอกพลมันมายุ่งกับยายพิมอีก”
“พี่ว่าเรื่องนี้ยายการะเกตุเกี่ยวด้วยมั้ย”
“ไม่มีอะไรแน่นอนไปกว่านี้อีกแล้ว แต่ไงก็ต้องให้ไอ้พิมมันระวังตัวไว้หน่อย ไอ้พิมล่ะ”
“ยังไม่มาเลยพี่”
“แต่ไอ้ตรีวิญไปรับยัยพิมตั้งแต่เช้าแล้วนะ ทำไมยังมาไม่ถึง”  
ภัทรพลกดมือถือหาพิมภา เสียงสัญญาณดังว่าโทรติด
 
ตรีวิญหยิบมือถือของพิมภามาดูเห็นว่าภัทรพลโทรเข้ามา  ตรีวิญกดปิดเครื่องแล้วใส่ในกระเป๋าถือของพิมภาที่วางไว้เหมือนเดิม ภัทรพลพยายามกดโทรอีกแต่โทรไม่ติดแล้ว  
“โทรไม่ติด  เหมือนปิดเครื่องไปแล้ว”
ลัลนากับนันทิกานต์ตกใจ  ลัลนากดโทรออก
“คุณตรีวิญก็ปิดเครื่องค่ะ”
ภัทรพลกระวนกระวาย
“ไปไหนของมันนะ”
ขณะนั้นพิมภาอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้า ตรีวิญมองพิมภาที่กำลังป้อนขนมให้เด็กกำพร้า พิมภาดูอ่อนโยนน่ารักมาก  ตรีวิญมอง ๆ แล้วลุกไปช่วยพิมภาป้อนขนม  พิมภายิ้ม ๆ ตรีวิญยิ้มเนียนดูอ่อนโยน
ตรีวิญห่มผ้าให้เด็กที่หลับแล้วเดินออกมาหาพิมภาที่นั่งรออยู่
“ขอบคุณนะครับคุณพิมที่ยอมโดดงานมาเป็นเพื่อนผม”
“วันนี้วันเกิดคุณตรีวิญเหรอคะ ถึงอยากมาเลี้ยงอาหารเด็กๆ”
ตรีวิญยิ้มสมเพชตัวเอง
“ผมไม่รู้หรอกครับว่าวันไหนวันเกิดผม”
“คุณตรีวิญ” ตรีวิญยิ้มเศร้าๆ
“แต่ผมฝันไว้ว่าถ้าผมได้เจอคนที่ผมรัก  ผมอยากจะให้เขามาเห็นอดีตของผม ตั้งแต่ผมจำความได้ ผมก็โตมาไม่ต่างจากเด็กพวกนี้ ไม่มีพ่อ แม่ โดดเดี่ยว แปลกแยกและต้องการมีค่า...”
พิมภาสงสารวางมือบนมือตรีวิญอย่างปลอบโยน
“คุณยังมีพิม มีเพื่อนๆ ที่ทำงานนะคะ” 
ตรีวิญใช้อีกมือวางบนมือพิมภามองยิ้มอย่างประทับใจ
“ขอบคุณครับ” 
พิมภาค่อยๆ ดึงมือออกอย่างไม่ให้ดูน่าเกลียด ตรีวิญรู้แต่ไม่ยื้อ
“เดี๋ยวพิมจะเลี้ยงข้าวคุณเป็นของขวัญนะคะ”
“ขอบคุณครับ”
พิมภาลุกเดินไป  ตรีวิญมองตามยิ่งนับวันก็ยิ่งอยากได้
 
สินีนาฎเข้ามาที่หน้าห้องทำงานการะเกตุ
“ไอ้ชั่ว  คิดจะแบล็กเมล์ฉันงั้นเหรอ”
เสียงการะเกตุดังออกมา ภายในห้องการะเกตุกระชากแขนเอกพลให้หันมา
“ตอนแรกก็ไม่คิดหรอกครับ แค่อยากมีภาพที่ระลึกระหว่างเราเท่านั้น”
“แก”
“พูดเพราะๆ สิครับ ยังไงผมก็กินตำแหน่งผัวคุณด้วยนะครับ”
“ฉันจะฆ่าแก”
การะเกตุหยิบของบนโต๊ะเขวี้ยงใส่เอกพล เอกพลขยับหลบได้ทันยิ้มเย้ย
“ทำร้ายร่างกายผัว ไม่น่ารักเลยนะครับ”
“หรือว่าแกอยากจะตายล่ะ” สินีนาฎเดินเข้ามา เอกพลชะงักเล็กน้อยแต่ไม่ได้สะทกสะท้าน ปราสินีเข้ามาพร้อมกับเทปโฆษณาแต่ชะงักที่เห็นเอกพล สินีนาฎ การะเกตุกำลังคุยอยู่ในห้อง “คิดจะตลบหลังพวกฉัน  แกไม่ได้ตายดีแน่” 
ปราสินีขยับเข้าไปแอบดู
“ถ้าผมตาย  รับรองว่าพวกคุณได้เป็นข่าวหน้าหนึ่งแน่ เพราะ...”
เอกพลกด play โทรศัพท์ให้คลิปวีดีโอเล่น สินีนาฎตกใจที่เห็น
“ยัยเกตุ”
“ที่เห็นนี่แค่ส่วนนึงนะครับ ผมยังมีอีกหลายเวอร์ชัน ร้อยก็อปปี้พอแจกทุกสำนักพิมพ์แน่นอน ถ้าผมหายตัวไปเมื่อไหร่  สื่อคงตีพิมพ์กันสนุกทั้งข่าวหลานสาวร่านสวาทกับคุณยายโกงแผ่นดินชาติ”
“แกต้องการอะไร”
“ก็ต้องการแค่หน้าที่การงานและก็ตัวพิมภาเหมือนที่คุณอยากได้คุณฤชวีเพื่อบีบให้ย่าคุณต้นช่วยเรื่องพื้นที่ผิดกฎหมายของพวกคุณไง” 
สินีนาฎมองการะเกตุ  การะเกตุมองร้ายมาก
“แกคิดว่าฉันจะยอมให้แกนั่งบนหัวฉันได้เหรอ”

“ไม่ยอม ก็คงได้สาวไส้กันสนุก อดีตเจ้าแม่เงินกู้ร่ำรวยอย่างรวดเร็วผิดปกติ ฟังดูคงไม่ขาวสะอาดนักหรอกจริงไหมครับ”  
อ่านต่อเวลา 17.00น.

คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ตอนที่ 12 (ต่อ)

สินีนาฎหันมองการะเกตุอย่างแค้นว่าหาเหามาใส่หัวแท้ๆ   แต่การะเกตุกับทำหน้าไม่ยี่หระ
“เรื่องที่แกต้องการไม่เป็นปัญหา ทีนี้ก็เหลือแค่เพื่อนยายแล้ว ไหนยายว่าอีแก่ชุติภามันโง่ ปั่นทีสองทีก็เอาหลานชายมาใส่พานให้หนูแล้วไง  ไม่เห็นจะถึงไหนสักที”
“นังชุติภามันโง่จริง  แต่ยายจะปั่นให้มันออกตัวแทนเราเรื่องที่ดินอุทยาน จะผลีผลามไม่ได้   ไม่นานหรอกน่ะ  ยายจะบีบคอให้มันจับหลานชายมาแต่งงานกับหลานยายได้แน่ๆ”
“งั้นก็ดีลตามนี้นะครับ ผลประโยชน์วิน-วิน”
“ปราสินีรู้เรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า”
“อย่างปลาจะรู้อะไรกระตุกเชือกเมื่อไหร่ก็เดินตามผมอยู่แล้ว”
“เอ้า ควายเหรอ นึกว่าเมีย”  
ปราสินีมองเอกพลกับการะเกตุด้วยความแค้นจะเอาคืนให้สาสม
 
พิมภาเปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วชะงักที่เห็นฤชวี   ภาณุวัฒน์  พิมมาลานั่งรออยู่ ฤชวีลุกมาหาพิมภา
“คุณไปไหนมา ทำไมถึงไม่ไปทำงาน”
“แล้วมันเรื่องอะไรของคุณ”
“ก็ผมเป็นห่วง” 
พิมภาชะงักแต่ยังไม่ทันตอบ 
“คุณพิมไปกับผมไม่ต้องห่วงหรอกครับ เพราะผมดูแลคุณพิมอย่างดี”
ตรีวิญเดินเข้ามาพร้อมกับถุงช็อปปิ้ง ตรีวิญส่งถุงให้กับพิมภา 
“ขอบคุณค่ะ คุณกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ”
“พรุ่งนี้พบกันนะครับ” พิมภายิ้มรับเป็นมารยาท แต่ฤชวีดูแล้วเจ็บมาก  “ฝันดีนะครับ”
ตรีวิญออกไป ทิ้งบรรยากาศมาคุไว้เต็มห้อง พิมภาเดินเข้าห้องไป ฤชวีเดินออกไปที่ระเบียง พิมมาลาหันมาหาภาณุวัฒน์
“ถ้าพ่อเป็นคุณต้นจะทนมั้ย”
“ไม่ทนตั้งแต่ไอ้หน้าขาวนั่นโผล่มาเมื่อเช้าแล้ว”  
“ตาภัทรจะทำสำเร็จมั้ยนะ” 
ภาณุวัฒน์ก็กังวลไม่แพ้กัน
 
ชุติภาเดินออกมาตรงมุมรับแขก  มิ้นท์ตามหลัง
“ใครมาหาย่ามืดค่ำป่านนี้” ชุติภาชะงักที่เห็นภัทรพล กิ่งแก้ว “พวกเธอมาทำไม”
“ผมจะมาคุยเรื่องน้องสาวผมกับคุณต้น”  
ชุติภาตัดบททันที
“คนที่จะเป็นหลานสะใภ้ของฉันได้คือคนที่ฉันเลือกแล้วเท่านั้น”
“ใครจะว่าอะไรได้ล่ะครับแล้วแต่คุณย่าจะพิจารณาเลย   แต่อายุขนาดคุณย่าคงจะตาฝ้าฟางแล้ว”
“ออกไปจากบ้านฉันเลยนะ  พวกมารยาทไพร่ฉันไม่ต้อนรับ”
“ผมไปแน่  แต่หลังจากเสร็จธุระแล้วนะครับ”
ชุติภามองว่าธุระอะไร ทุกคนมองไปทางด้านหลังภัทรพลเห็นปราสินีเดินขึ้นมา 
“แล้วนี่ใครอีกล่ะ”
“คนที่จะมาช่วยล้างตาให้คุณย่าไงครับ”
“คุณปราสินีเป็นเพื่อนของคุณพิม แล้วตอนนี้ก็ทำงานเป็นเลขาของคุณการะเกตุด้วยค่ะคุณย่า” กิ่งแก้วบอก
“หนูมีของมาส่งให้คุณย่าค่ะ”
ปราสินีกดโทรศัพท์ส่งให้ให้ชุติภาดู เป็นคลิปภาพของสินีนาฎ  การะเกตุ  เอกพลที่คุยกัน  
“เรื่องที่แกต้องการไม่เป็นปัญหาทีนี้ก็เหลือแค่เพื่อนยายแล้ว ไหนยายว่าอีแก่ชุติภามันโง่ ปั่นทีสองทีก็เอาหลานชายมาใส่พานให้หนูแล้วไง  ไม่เห็นจะถึงไหนสักที”
“นังชุติภามันโง่จริง  แต่ยายจะปั่นให้มันออกตัวแทนเราเรื่องที่ดินอุทยานจะผลีผลามไม่ได้ ไม่นานหรอกน่ะ  ยายจะบีบคอให้มันจับหลานชายมาแต่งงานกับหลานยายได้แน่ๆ”
ชุติภาแค้นมาก ภัทรพล มิ้นท์ กิ่งแก้ว มองหน้ากันอย่างพอใจ
 
เช้าวันรุ่งขึ้น การะเกตุนั่งดูเทปของฤชวีการะเกตุมองยิ้มๆ 
“ยากนักนะคุณต้น แต่ยิ่งยาก ยิ่งอยากได้”
สินีนาฎเดินเข้ามา
“แล้วเมื่อไหร่แกจะได้สักที ฮะ”
“ยังไงก็ไม่พ้นมือเกตุหรอกน่า”
ทนายเดินเข้ามา เอกพลขยับเข้ามาที่ประตูยืนฟังเก็บข้อมูล
“คุณสินีนาฎครับ ที่ดินที่ขอนแก่นถูกเจ้าหน้าที่อุทยานเข้ายึดพื้นที่ครับ” สินีนาฎตกใจ
“เป็นไปได้ยังไง”
“คนงานที่โน่นโทรมาแจ้งว่า เจ้าหน้าที่อุทยานมารื้อรั้วที่กั้นเขตที่ดินของเราครับแล้วสั่งให้คนของเราออกจากพื้นที่ทั้งหมด”
สินีนาฎลุกพรวด
“พวกมันมีสิทธิ์อะไร”
“ถ้าจะอ้างสิทธิ์ กรรมสิทธิ์ในการครอบครองที่ดินของเราก็ไม่ถูกต้อง”
“ฉันจะให้ชุติภาจัดการเรื่องนี้”
“คุณสินีนาฎครับ มีอีกเรื่องที่ผมต้องแจ้งให้ทราบ” สินีนาฎกับการะเกตุมองว่ามีอะไร “ผมทราบมาว่าเรื่องเข้ายึดที่ดินของคุณสินีนาฎน่ะครับ มีคนให้ข้อมูลกับทางการครับ”
“มันเป็นใคร”
 
สินีนาฎกับการะเกตุมาหาชุติภาท่าบ้าน ชุติภาหันมาเหมือนรอยิ้มเหยียด
“แกสาระแนเอาเบาะแสไปให้ทางการทำไมชุติภา”
ชุติภามองหน้าสินีนาฏนิ่งๆ
“เผยธาตุแท้ออกมาแล้วใช่มั้ย”
            สินีนาฏยิ่งโกรธมั่นใจว่าใช่ฝีมือชุติภา
“นี่แกตั้งใจทำกับฉันแบบนี้เหรอ”
“มันก็สมกับที่เธอทำกับฉันแล้วนี่ สินีนาฏ เสียดายนะที่เราเคยร่วมสถาบันเดียวกัน  แต่วันนี้ฉันก็ได้รู้แล้วว่า การศึกษามันขัดเกลาคนไม่ได้สำเร็จทุกคน” ชุติภามองหน้าสินีนาฎ “มันอยู่ที่ระดับจิตใจด้วย”
“แกจะบอกว่าแกสูงส่งมากงั้นสิ”
“สูงไม่สูง ฉันก็รู้ว่าเธอคอยแหงนมองฉันด้วยความอิจฉามาตลอด” ชุติภาจ้องหน้าสินีนาฎแล้วพูดต่อ “หรือว่า
ไม่จริง แล้วนึกว่าฉันไม่รู้เหรอว่าถ้ามีโอกาส เธอมันก็หาโอกาสจิกกัดฉันลับหลังเสมอ หมดเวลาที่ฉันจะแกล้งโง่ ทำเป็นไม่รู้ว่าเธออิจฉาฉันแค่ไหนแล้วสินีนาฏ”
“อีแก่นี่พูดมากเกินไปแล้วนะยาย”
            ชุติภามองการะเกตุ
“เคาะออกมาได้เหมือนเป๊ะเชียวนะ ได้กำพืดมาจากยายทุกกระเบียดนิ้วเลยนะ”
“พูดมากไปแล้วนะอีแก่”
การะเกตุจะพุ่งเข้าหาชุติภา แต่แค่ขยับเสียงมิ้นท์ก็ดังออกมา

“หยุดนะ”

มิ้นท์ก้าวออกมาพร้อมกับคนรับใช้ผู้หญิงกับคนสวนขยับเข้ามายืนด้านหลังมิ้นท์ สินีนาฎกับการะเกตุเห็นทางมิ้นท์มีคนมากกว่าก็ชะงัก
“ถ้าแตะคุณย่า  ฉันเอาตาย ออกไปจากบ้านคุณย่าฉันเดี๋ยวนี้ ไป๊”
“แกกล้าไล่ฉันเหรอ”
“มากกว่าไล่ฉันก็กล้า จะออกไปดีๆ หรือจะให้คนของฉันโยนพวกคุณออกไป”
“แก”
“นายชิดโทรแจ้งตำรวจสิว่ามีคนบุกรุก ถ้าไม่อยากได้คดีเพิ่มก็ไสหัวไปซะ อย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก”
“นึกว่าฉันอยากเห็นหน้าแกนักเหรอ อีชุติภา” ชุติภามองสินันาฎอย่างสมเพช
“ดี งั้นฉันก็ไม่ต้องมีมารยาทกับคนอย่างเธออีกต่อไป นายชิดโยนสองคนนี้ออกไปจากบ้านฉัน”
สินีนาฏโกรธจัด นายชิดกับคนรับใช้เดินเข้าหาสินีนาฎับการะเกตุ
“ถอยไปตั้งหลักก่อนดีกว่ายาย” การะเกตุบอกแต่สินีนาฎจะไม่ยอม “ไปก่อนเถอะยาย”
การะเกตุลากสินีนาฏออกไป ชุติภากับมิ้นท์มองตามอย่างไม่วางใจ
“ไม่จบแค่นี้แน่ค่ะคุณย่า”
“ย่าก็คิดอย่างนั้น” 
ชุติภามองตามอย่างไม่วางใจ
รถของการะเกตุแล่นเข้ามาที่หน้าบริษัท แต่แล้วการะเกตุกับสินีนาฎก็เห็นว่ามีตำรวจสามนายกำลังจะเดิน
เข้าไปในออฟฟิศ
“ตำรวจ”
“คงมาดักรอยายแน่”
สินีนาฎหันขวับมามองหน้าการะเกตุ
“ทำไมแกถึงคิดว่ามันมาดักรอฉันคนเดียว”
“ก็เรื่องนี้ ยายทำของยายคนเดียวอย่ามาเอาเกตุเข้าไปเกี่ยวด้วยได้มั้ย”
“อีหลานใจดำทำไมแกพูดแบบนี้”
“อย่าเพิ่งหาเรื่องน่ายาย ตอนนี้ยายหลบไปอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเราก่อนดีกว่า ทางนี้เกตุจะรับหน้าเอง”
การะเกตุลงจากรถ  สินีนาฎมองตามอย่างหัวเสีย
การะเกตุเดินเข้าไปในออฟฟิศอย่างใจเย็น แต่เธอก็ต้องชะงักที่เห็นเอกพลกำลังคุยอยู่กับตำรวจ
“นี่คุณสินีนาฎกับคุณการะเกตุถูกข้อหาบุกรุกพื้นที่อุทยานเหรอครับ ผมไม่รู้เรื่องนี้เลยนะครับ”
ตำรวจมองเอกพลอย่างวิเคราะห์
“แล้วคุณคือ”
“ผมเคยเป็นผู้จัดการพื้นที่ของบริษัทคุณเกตุครับ ผมลาออกจากที่นี่อาทิตย์ที่แล้ววันนี้ที่มาก็จะมารับค่าชดเชยจากคุณการะเกตุครับ” เอกพลพูดเอาตัวรอด การะเกตุมองเอกพลอย่างแค้นๆ ก่อนจะเดินเข้าไป
การะเกตุเดินเข้าไปหาตำรวจ
“นายคนนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันหรอกค่ะ”เอกพลมองการะเกตุอึ้งนิดๆ “จะสอบปากคำใช่มั้ยคะ”
 
ภัทรพล ฤชวี ภาณุวัฒน์ พิมมาลากำลังดูข่าวในโทรทัศน์  พิมภาเดินออกมาชะงักที่ได้ยินเสียงจากโทรทัศน์
ภาพจากโทรทัศน์เป็นการรายงานข่าวช่วงเที่ยง
“นางสินีนาฎ เจ้าแม่เงินกู้รายใหญ่ของภาคอีสานได้ถูกออกหมายจับในคดีบุกรุกพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติจำนวน 300 ไร่  แต่ตอนนี้นางสินีนาฎยังไม่มามอบตัวกับตำรวจ เรามีเสียงของคุณการะเกตุ  ผู้เป็นหลานสาว  และเป็นเจ้าของโครงการห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย”
ภาพการะเกตุให้สัมภาษณ์ในโทรทัศน์
            “เกตุเพิ่งทราบเรื่องนี้ตอนที่เป็นข่าวแล้วน่ะค่ะ เพราะเกตุจะมีหน้าที่ดูแลเรื่องห้างสรรพสินค้าเท่านั้น  ส่วนธุรกิจอื่นๆ เกตุไม่เคยเข้าไปช่วยเลยไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ เกตุไม่สะดวกที่จะตอบคำถาม ขอโทษด้วยนะคะ”
เสียงมือถือฤชวีดัง ฤชวีกดรับสาย
“ครับคุณย่า ผมเห็นข่าวแล้วครับ” ฤชวีฟังแล้วตกใจ “คุณเกตุกับยายของเขาไปข่มขู่คุณย่าเหรอครับ...คุณย่าใจเย็นๆ นะครับ  ผมจะรีบกลับไปหาคุณย่าเดี๋ยวนี้” ฤชวีวางสายหันมาเห็นพิมภาก็ชะงัก “คุณพิม ทานอะไรหน่อยมั้ยครับ  ผมจะ...” พิมภามองแล้วเมินใส่ เดินไปในครัวหยิบนมมาเทดื่มไม่สนใจ ฤชวีพยายามจะง้อ “คุณพิมครับ”
พิมภาเดินไปนั่งที่โซฟาแล้วกดรีโมทเร่งเสียง ฤชวีมองท่าทีเย็นชาของพิมภาก็น้อยใจ
“คุณพ่อ  คุณแม่ คุณภัทร  ผมต้องไปอยู่เป็นเพื่อนคุณย่าก่อนนะครับ”
“ไปเถอะ  เกิดเรื่องแบบนี้ต่อให้เข้มแข็งแค่ไหนก็คงขวัญเสียกันบ้างล่ะ”
“ครับ” ฤชวีไหว้พิมมาลากับภาณุวัฒน์แล้วหันมามองพิมภาเห็นพิมภาไม่มองหน้า “ผมไปนะครับคุณพิม”
พิมภามองโทรทัศน์ไม่มองหน้าฤชวีเลย ฤชวีน้อยใจเดินออกไป พิมภาได้ยินเสียงประตูปิดก็ถอนใจเหนื่อยๆ ภัทรพล พิมมาลา ภาณุวัฒน์มองหน้ากัน เบื่อความปากแข็งของพิมภา
 
ที่บ้านชุติภา กิ่งแก้วเข้ามาหาชุติภาที่นั่งดื่มชาอยู่ มีมิ้นท์เสิร์ฟขนมให้ 
“คุณย่าเป็นยังไงบ้างคะ สองคนนั้นเขาไม่ได้ทำอะไรคุณย่าใช่ไหมคะ” กิ่งแก้วถามอย่างเป็นห่วง
“มิ้นท์อยู่ทั้งคนน่ะพี่กิ่ง องครักษ์พิทักษ์คุณย่าอยู่นี่แล้ว”
“ไม่ต้องห่วงหรอกยัยกิ่ง แค่มดปลวกจะมาทำอะไรไม้ใหญ่อย่างย่าได้”
“ไม้สักทอง กัดแทะไม่เข้าด้วยพี่กิ่ง”
“ข่าวว่าทางคุณสินีนาฎอดีตเป็นเจ้าแม่เงินกู้ มีอิทธิพลนี่คะ”
“หึ...ก็ลองสิ ย่าจะขุดรากถอนโคนให้มันไม่มีแผ่นดินอยู่เลย”
“พี่กิ่ง  คนที่ต้องกลัวคงไม่ใช่ย่าเราแล้วล่ะนะ”
ฤชวีเข้ามา
“คุณย่า เป็นยังไงบ้างครับ”
ชุติภาดีใจที่เห็นฤชวีท่าทีเปลี่ยนเป็นกลัวทันที
“ตาต้น  ย่ากลัวมากเลยลูก” กิ่งแก้วกับมิ้นท์มองหน้ากันเหวอๆ “พวกมันขู่จะเล่นงานย่า  ถ้ามันมาจริง ย่าคงสู้มันไม่ไหวแน่  ตาต้นกลับมาอยู่เป็นเพื่อนย่านะลูกนะ”
“ผมจะกลับมาอยู่กับคุณย่า จะไม่ไปไหน คุณย่าไม่ต้องกลัวนะครับ”
“แต่พี่ต้นต้องทำงานนะคะคอมฯ ก็อยู่ที่คอนโดพี่พิมจะไม่สะดวกนะพี่ต้น” มิ้นท์กะช่วยฤชวี ชุติภาแอบถลึงตาใส่มิ้นท์ว่าอย่าทำเสียเรื่อง
“เดี๋ยวพี่ไปเอากลับมาทำที่นี่ก็ได้”
มิ้นท์ขัดใจแอบกระซิบ
“พี่ต้น น้องอุตส่าห์ช่วยนะ”
ฤชวีนิ่งไม่หือไม่อือ ชุติภายิ้มพอใจ
“ย่าก็หวังว่าบั้นปลายจะได้พึ่งลูกหลานให้ดูแลล่ะนะ” มิ้นท์ไม่ได้ดั่งใจฤชวีเลยเดินหนีไป “มาถึงเหนื่อยๆ ไปพักก่อนเถอะตาต้น เดี๋ยวมาทานข้าวกัน”
“ครับ”
ฤชวีออกไป ชุติภายิ้มกริ่มได้ดั่งใจแต่หันมาเจอกิ่งแก้วที่จ้องเป๋งอยู่
“มองอะไรยัยกิ่ง”
“คุณย่าทำตัวเหมือนภรรยาหวงสามีเลย” ชุติภาทำหน้าดุ “จริงนะคะ แต่ต้นเป็นหลาน คุณย่าน่าจะให้อิสระกับต้นให้มีชีวิตของตัวเอง”
“อิสระอะไร”
“คุณย่าก็รู้ดีว่าเรื่องอะไร เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว คุณย่าก็ได้เห็นแล้วว่าที่จริงใครเป็นยังไงกันแน่ ทำไมยังต้องขวางต้นกับคุณพิมล่ะค่ะ  คุณพิมก็ดูเป็นคนดี  สวย  เก่ง ที่สำคัญต้นรักคุณพิมนะคะ”
“พิมภาเหมือนย่าเกินไป”
“อ๋อ คนร้ายกาจด้วยกันก็มองกันออกใช่มั้ยคะ” กิ่งแก้วเห็นชุติภาทำตาดุจึงเปลี่ยนเรื่อง “แล้วไม่ดีเหรอคะคุณย่า  เหมือนกันก็รู้ทันกัน  คอเดียวกันดีออกคุยรู้เรื่อง”

“กิ่ง กว่าย่าจะมีอย่างทุกวันนี้ ย่าต้องทำงานอย่างหนัก ย่าได้เงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียง  กว่าย่าจะรู้ว่าคุณปู่ป่วยทุกอย่างก็สายไปแล้ว  ย่าไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้บอกลาคนที่รักย่าที่สุด ย่า ไม่อยากให้ต้นต้องอยู่กับคนแบบย่า  ย่าอยากให้ต้นมีความสุข  กิ่งเข้าใจมั้ย”

กิ่งแก้วรู้ว่าชุติภาเสียใจจริงๆ จึงจับมืออย่างปลอบโยน
“กิ่งเข้าใจค่ะคุณย่า แต่คุณย่ากับคุณพิมเป็นคนละคนกันนะคะ คุณย่าจะเอาชีวิตที่ผิดพลาดของตัวเองมา
ตัดสินคนอื่น มันก็ไม่ถูกนะคะคุณย่า ถ้าบทเรียนที่ผ่านมาทำให้คุณย่ากลัว คุณย่าก็ป้องกันสิคะแต่อย่ากีดกัน คุณย่ารู้ใช่มั้ยคะว่าการที่ต้องจากคนที่เรารักที่สุดมันเจ็บปวดแค่ไหน คุณย่าคงไม่อยากให้ต้นต้องเจ็บปวดใช่มั้ยคะ”
กิ่งแก้วปล่อยมือชุติภาแล้วออกไปเงียบๆ ชุติภาได้แต่มองตามอย่างคิดหนัก ไม่รู้จะเอาอย่างไรดี

ตรีวิญ ลัลนา ซูซี่เดินเข้ามาหาสุกัญญาที่ร้านอาหารซึ่งสุกัญญานั่งรออยู่
“นั่งสิ ขอโทษนะที่พี่ต้องเรียกทุกคนมาคุยกันวันหยุดแต่พี่มีเรื่องด่วน ทางบริษัทพิจารณายกเลิกโปรเจ็กต์ที่ทำกับคุณการะเกตุทั้งหมด เพราะข่าวที่ทางคุณการะเกตุเข้าไปพัวพันกับเรื่องรุกล้ำที่อุทยาน แต่ลัลไม่ต้องกลัวนะพี่มีโปรเจ็กต์อื่นให้ลัลดูแล” ลัลนาฟังนิ่ง “มันเป็นโปรเจ็กต์ที่พี่จะใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาเรื่องการไปประจำสาขาที่ญี่ปุ่น
เหมือนกัน”
“โปรเจ็กต์ล้มแบบนี้จะกลายเป็นว่าเราทำงานผิดพลาดมั้ยคะคุณสุ”
“ไม่ มันเป็นตัวแปรที่เราควบคุมไม่ได้ไม่เกี่ยวกับทีมของลัล ขอให้สบายใจ”
ลัลนา ซูซี่ยิ้มรับสบายใจ ตรีวิญนิ่งคิดจะเอาเรื่องนี้ไปทำคะแนนกับพิมภา

การะเกตุเข้ามาในห้องทำงานแล้วทิ้งตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยๆ
“โอ้ย เพราะอีนังชุติภาแท้ๆ มันถึงได้วุ่นวายแบบนี้” มือถือการะเกตุดัง การะเกตุมองมือถือเห็นเป็นเบอร์ไม่คุ้น แต่ก็กดรับ “ฮัลโหล”
“ผมฤชวีครับ”
การะเกตุรู้สึกว่าต้องมีเรื่องแน่
“ว่าไงคะคุณต้น ย่าคุณมีอะไรจะเคลียร์อีกเหรอคะ”
“ผมว่าทุกอย่างมันเคลียร์หมดแล้วล่ะครับ ที่ผมโทรมาก็แค่จะเตือนให้คุณทราบว่าต่อไปนี้ถ้าพวกคุณมายุ่งกับคุณย่าของผมอีก ผมจะดำเนินการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดกับพวกคุณทันที”
“คุณสั่งฉันเหรอ”
“ผมไม่ได้สั่งครับ ผมแค่เตือน คนฉลาดอย่างคุณคงไม่คิดหาเรื่องเดือดร้อนให้กับตัวเองใช่มั้ยครับ” ฤชวีวางสาย
“คิดจะพวกแกชนะฉันแล้วเหรอ เก่งกันมากใช่ไหม ฉันจะคิดบัญชีรายตัวให้สาสม”
การะเกตุแค้นมาก ทางด้านฤชวีหลังจากวางสายตาการะเกตุ ฤชวีก็นึกเป็นห่วงพิมภา

ขณะนั้นพิมภาอยู่ที่คอนโดและกำลังนั่งซึมเหม่อๆ ที่โต๊ะด้านหลังพิมภาภาณุวัฒน์กับภัทรพลกำลังช่วยกันประกอบใบขอจดทะเบียนสมรส ภัทรพลขยับเอาชิ้นสุดท้ายวาง
“เรียบร้อย”
ภัทรพลยกไปวางตรงหน้าพิมภา พิมภามอง
“อะไรเนี่ยพี่ภัทร”
“ใบขอจดทะเบียนสมรสของแกกับคุณต้น”
“ถึงจะต่อกลับเข้าไปมันก็ไม่มีผลอะไรแล้ว”
พิมมาลายกขนมจีบออกมาวางให้
“เอกสารที่ถูกฉีกขาดอาจไม่มีผลทางกฎหมาย แต่กับใจของลูกล่ะ” พิมภาอึ้ง
“ความเป็นสามีภรรยามันฉีกขาดด้วยมือไม่ได้นะพิม แต่มันสามารถขาดสะบั้นได้ด้วยความไม่ใส่ใจ”
“แล้วจะให้พิมทำยังไง พิมทำหมดทุกอย่างแล้วนะ”
“อย่าพูดว่าทำหมดแล้วทุกอย่างถ้าแม้แต่ความเข้าใจพิมยังให้คุณต้นไม่ได้เลย” พิมภามองหน้าพิมมาลาอย่างขัดใจ น้อยใจ “หาให้เจอสิลูกว่าอะไรที่ทำให้คุณต้นโกรธพิม”
“แล้วก็ไปง้อเขาซะ”
“แล้วทำไมต้องเป็นพิมที่เป็นคนยอม ทำไมต้องเป็นพิมที่ต้องเป็นคนไปง้อ”
คนอื่นๆ มองพิมภาอย่างระอา พิมมาลายกตะเกียบขึ้นมาหนึ่งคู่
“ตะเกียบก็เหมือนชีวิตคู่นะลูก ถ้าเราหักเขาด้วยทิฐิ” พิมมาลาหักตะเกียบ “ก็จะเหลือเราแค่คนเดียว”
“จากตะเกียบก็กลายเป็นไม้จิ้มฟัน”
ภาณุวัฒน์หยิบตะเกียบมาคีบขนมจีบ
“แทนที่จะได้คีบขนมจีบให้กันแบบนี้”
ภาณุวัฒน์คีบขนมจีบให้พิมมาลา พิมมาลาอ้าปากรับ สองคนยิ้มให้กัน
“ทำไมทุกคนต้องเข้าข้างคุณต้นด้วย พิมเป็นลูกพ่อกับแม่นะ เป็นน้องพี่ภัทรด้วย เห็นคนอื่นดีกว่า”
“ก็เพราะเห็นว่าคุณต้นเขาดีจริงๆ”
“พี่ภัทร”
“ก็เลยอยากจะให้น้องรักได้คนดีๆ มาดูแล แล้วผิดตรงไหน”
“นั่นสิ ผิดตรงไหน”
“พิม ในสนามการทำงาน ลูกอาจจะแข่งขันเพื่อให้ได้ตำแหน่ง ไม่ยอมใครเพราะนั่นคือคู่แข่ง แต่คุณต้นคือคู่ชีวิตนะลูก พิมจะเอาชนะเขาเพื่ออะไร ในสนามความรัก คนที่ยอมก่อน คนที่ให้อภัยได้ก่อน คนที่ทำความเข้าใจอีกฝ่ายได้ก่อนเพื่อประคับประคองชีวิตคู่ให้เดินต่อต่างหากที่เป็นผู้ชนะ”

พิมภานิ่งคิดแต่ยังไม่ทันที่พิมภาจะพูดอะไร เสียงกริ่งหน้าประตูดัง
“คุณต้น รึเปล่า”
ภัทรพลรีบไปเปิดประตู พิมภามองด้วยความหวัง แต่ภัทรพลเดินกลับมาหน้าเซ็งมาก โดยมีตรีวิญเดินตามภัทรพลเข้ามา
“คุณพิมครับผมมีเรื่องงานที่เกี่ยวกับการไปประจำสาขาที่ญี่ปุ่นจะมาคุยกับคุณ”
“เชิญนั่งก่อนสิคะ”
ตรีวิญกำลังจะเดินเข้าไปนั่ง ฤชวีเดินเข้ามา ฤชวี พิมภา ตรีวิญยืนมองหน้ากันเป็นสามเหลี่ยมอำมหิต

ฤชวีมองหน้าพิมภาแล้วก็มองหน้าตรีวิญ แล้วก็เดินเข้าหาทั้งคู่ ภัทรพล พิมมาลา ภาณุวัฒน์ลุ้น
“ท่าทางวันนี้มีมวยแน่เลยพ่อ” ภัทรพลกระซิบกับภาณุวัฒน์
“สงสัยจะหึง”
“ให้จริงเถอะ พ่อหมั่นไส้ไอ้หน้าขาวมานานแล้ว”
พิมมาลาหยิกภาณุวัฒน์
“นินทากันเบาๆ หน่อยสิพ่อ”
พิมภามองว่าฤชวีจะทำอะไร แต่ฤชวีเดินเลยทั้งคู่ไปหยิบโน้ตบุ๊ค ทุกคนมองงง
“คุณต้น ทำไม”
“ผมมาเอาโน้ตบุ้กน่ะครับ ไปก่อนนะครับ”
ฤชวีจะเดินออกไป ภัทรพลเข้ามาโอบไหล่กันไว้
“คุณต้น มาแค่นี้เองจริงๆ เหรอ”
ฤชวีมองพิมภากับตรีวิญ
“ตอนแรกผมเป็นห่วงคุณพิมกลัวว่าทางการะเกตุกับยายเขาพาลแค้นมาที่คุณพิมด้วย แต่ตอนนี้คงไม่ต้องห่วงแล้ว”
“ก็จริงค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้แล้ว ไม่ต้องการให้ใครมาดูแล” พิมภาบอกแล้วหันไปหาตรีวิญ “ไหนคะเรื่องที่จะคุยกับพิม”
ฤชวีได้ยินว่าพิมภากับตรีวิญมีเรื่องจะคุยกัน ก็ฉุนออกไป ภัทรพลมองอย่างใช้ความคิด ภัทรพลคิดหาทางช่วยฤชวี แล้วก็คิดออกว่าต้องหาตัวช่วย

ภัทรพลลงมานั่งรอลัลนาในสวนของคอนโด ในมือภัทรพลมีแหวนพลอยน้ำงาม ลัลนาเข้ามาอย่างรีบร้อน
“คุณภัทร” ลัลนาเข้ามาเห็นแหวนในมือของภัทรพลก็ชะงัก “เรียกให้ลัลรีบมาด่วนแบบนี้...” ลัลนาจ้องมองแหวนแล้วคิดเองเออเอง “มีอะไรเซอร์ไพรส์หรือเปล่าคะ”
ภัทรพลมองลัลนาเห็นสายตาที่มองแหวน
“แหวนนี่...”
“เดี๋ยวค่ะ ลัลยังไม่พร้อม ขอเตรียมใจก่อนนะคะ” ลัลนาหันกลับไปสูดลมหายใจสามครั้งแล้วหันกลับมา “ตกลงค่ะ” ภัทรพลอึ้งมองแล้วหัวเราะ ลัลนางง “คุณขำอะไรคุณภัทร”
“นี่แหวนลูกค้า คุณคิดอะไร คิดว่าผมเอามาให้คุณเหรอ”
ลัลนาหน้าแตกหุบยิ้ม งอนจะเดินหนีแต่ภัทรพลจับมือไว้ไม่ยอมให้ไป
“ปล่อยลัลนะ”
“คุณลัล คุณอยากเป็นแฟนกับผมจริงๆ ซะทีหรือยัง”
ลัลนามองภัทรพลอ้าปากค้าง อึ้ง
“อ้าว นี่ยังไม่เป็นอีกเหรอคะ”
“ยังไม่นับครับ ก็บอกแล้วไงช่วงนี้เป็นช่วงสะสมคะแนน” ลัลนางอน “ไม่ตอบ แสดงว่าไม่อยาก งั้น” ภัทรจะเดินไป ลัลนาจึงรีบบอก
“อยากค่ะ”
“งั้นก็ดีแล้ว” ลัลนายิ้มรับคิดว่าโอเคแล้ว “งั้นก็ต้องขยันทำคะแนน”
“ชักจะเยอะนะคุณน่ะ จะให้ทำอะไรอีกก็ว่ามา”
“นายตรีวิญย้ายเข้ามาอยูคอนโดเดียวกับไอ้พิม” ลัลนาเข้าใจทันที
“อยากให้จัดการให้กันคุณตรีวิญออกไปใช่มั๊ย ไม่เห็นจะยาก”

ภัทรพลมองอย่างสนใจ ลัลนายิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีแผน

จบตอนที่ 12
กำลังโหลดความคิดเห็น...