xs
xsm
sm
md
lg

เหนือเมฆ2 : มือปราบจอมขมังเวทย์ ตอนที่ 8

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เหนือเมฆ2 : มือปราบจอมขมังเวทย์ ตอนที่ 8

วงจรปิดเป็นรูปมุมสูงหน้าอาคาร เห็นผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา รวิจ้องเขม็งมองไปยังภาพเบื้องหน้าอย่างสังเกต เธอชะงักนิดหนึ่งเหมือนมองเห็น
"หยุดภาพก่อน ซูมไปที่มุมขวา"
ในวงจรปิดถูกซูมเข้าไปยังมุมขวา เป็นหญิงลึกลับที่เดินปะปนกับคนที่กำลังเดินเข้าไปภายในอาคาร ผู้หญิงลึกลับคนนั้นก้มหน้าหลบมุมกล้องพ้นอยู่ตลอดเวลา
รวินิ่วหน้าหันไปบอกเจ้าหน้าที่หญิง
“เปลี่ยนไปที่มุมทางเดินด้านใน”
เจ้าหน้าที่สาวกดเปิดภาพอีกมุมภายในทางเดินของอาคารศิลปะฯ ภาพที่ปรากฏสายตาต่อรวิยังเป็นภาพด้านข้าง ยังมองไม่เห็นด้านหน้าแบบตรง ๆ ของหญิงคนนี้อยู่ดี
“มีกล้องไหนตัดรับภาพด้านหน้าบ้าง”
เจ้าหน้าที่กดปุ่มคีย์บอร์ดรัว ภาพบนหน้าจอเปลี่ยนไปหลาย ๆ มุม แต่ละมุมล้วนแล้วไม่เห็นหน้าของผู้หญิงคนนี้เลย ราวกับว่าเธอรู้มุมกล้องทุกมุมภายในอาคารแสดงศิลปฯ เป็นอย่างดี
รวิจ้องหน้าจอแล้วแปลกใจ
"น่าแปลก.. เหมือนคน ๆ นี้รู้มุมกล้องทุกมุมในอาคารนี้"
เจ้าหน้าที่รัวนิ้วลงที่คีย์บอร์ด อ่านข้อมูลบนจอภาพ
“มีกล้องอยู่มุมหนึ่งที่ไม่น่าจะหลบได้ ก่อนหน้านี้บริษัทรักษาความปลอดภัยเพิ่งฝังกล้องพิเศษไว้ตัวหนึ่ง ที่มือจับประตูทางเข้าห้องจัดแสดงภาพ”
"ส่งภาพขึ้นมาเลย”
เจ้าหน้าที่กดปุ่มคีย์บอร์ดส่งภาพขึ้นจอ
บริเวณทางเดินตรง ๆ หญิงลึกลับเดินตรงใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แต่แล้วกลับยื่นมือมาปิดกล้องที่มือจับดึงกล้องออกไปขาดกระจุย...ภาพขาด...
พ.ต.ต. หญิง รวิ อิงคพัฒน์ตบโต๊ะด้วยความไม่พอใจมาก
“มันวางแผนมาเป็นอย่างดี .. มันเป็นใคร”
“ยากที่จะเดาครับ.. แต่ที่แน่ ๆ เป็นผู้หญิง” วินบอก
"ผู้หญิง"
รวิครุ่นคิดว่าเป็นใคร

วันเดียวกัน ในเวลาต่อมา แพรไพลินเดินมามองทะเลอย่างมีความสุข ยืนสูดอากาศสดชื่นเข้าเต็มปอด เธอหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพ หลากหลายภาพ
แพรไพลินเขียนข้อความบนผืนทราย “ HBD แพร” แล้วก้มถ่ายภาพกับผืนทราย แสงกล้าเดินเข้ามา
"ผมถ่ายให้"
แสงกล้าหยิบกล้องถ่ายภาพให้เธอ
"มาถ่ายด้วยกันสิ"
แสงกล้าจะเดินเข้าไปถ่ายภาพร่วมด้วย แต่คมศรวิ่งเข้ามายื่นกล้องให้แสงกล้า
"ถ่ายให้ผมด้วย"
แสงกล้ารับกล้องจากคมศร คมศรเข้าไปถ่ายภาพคู่กับแพรไพลิน...
"ขออีกภาพนะ"
คมศรเข้าไปโอบเอวแพรไพลิน แสงกล้าจะถ่ายภาพให้ น้ำใสวิ่งเข้ามา
"อาหารพร้อมแล้วค่ะ...ขอเรียนเชิญท่านผู้มีเกียรติค่ะ"
แสงกล้าส่งกล้องคืนให้คมศร คมศรพาแพรไพลินเดินไปที่ร้านอาหาร แสงกล้าจะตามไป... แต่น้ำใสดึงตัวแสงกล้าไว้
“ถ่ายรูปกับคนสวยก่อน”
“ไปเถอะ ฉันหิว”
แสงกล้าจะเดินไป น้ำใสกระชากคอแสงกล้าเข้ามาคู่แล้วกดถ่ายรูปบนมือถือ...
“เฮ้ย”
คมศรและแพรไพลินหันมามอง แพรไพลินเห็นน้ำใสถ่ายภาพใกล้ชิดกับแสงกล้า
“สองคนนั่นทะเล้น เหมาะสมกันนะ” คมศรบอก
แพรไพลินยิ้มรับแล้วเดินไปที่ร้านอาหาร น้ำใสจะถ่ายภาพอีก แสงกล้าดันตัวออก
“พอแล้ว....ฉันหิว!”
แสงกล้าวิ่งไปที่ร้านอาหาร น้ำใสกระโดดวิ่งขี่หลังแสงกล้า

แพรไพลินและคมศรนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร แสงกล้าและน้ำใสเดินเข้ามา แสงกล้าจะนั่งแต่น้ำใสทำเสียงกะแอม ส่งสายตาให้แสงกล้ายกเก้าอี้ให้
แสงกล้านั่งลงไม่สนใจ น้ำใสดึงเก้าอี้มานั่งเอง น้ำใสคุยกับแพรไพลินประชดแสงกล้า
"สุภาพบุรุษพ.ศ.นี้หายากจัง จะมีก็เห็นแต่คุณคมศรนี่ล่ะค่ะ"
“มันน่าแปลกนะครับ ผู้หญิงชอบเรียกร้องสิทธิสตรีความเท่าเทียมทางเพศ แต่บ่อยครั้งที่ทำตัวปวกเปียกเรียกร้องความช่วยเหลือจากผู้ชาย" แสงกล้าบอก
น้ำใสหยิกแสงกล้า
"นายว่าฉันเหรอ วันนี้วันเกิดฉันนะ"
แสงกล้าร้อง "โอ๊ย" เพราะโดนหยิก
“คุณสองคนสนิทกันมาก ถ้ามีโอกาสอยู่ด้วยกันคงไม่ต้องปรับตัวอะไรอีก” คมศรว่า
แสงกล้าอึ้งจะปฎิเสธ แต่น้ำใสรับคำทันที
"ค่ะ"
"เชิญทุกคนทานได้เลยค่ะ..อาหารมาครบแล้ว"
ทุกคนลงมือทานอาหาร คมศรตักอาหารให้แพรไพลิน แสงกล้าเหลือบมอง น้ำใสยื่นจานมาหาแสงกล้า
“ตักให้บ้าง ไม่อยากน้อยหน้าดอกเตอร์แพรไพลิน”
"อยู่ใกล้ก็ตักเองสิ"
"วันนี้วันเกิดฉันนะ"
แสงกล้าจึงตักอาหารให้น้ำใส แสงกล้าตักกุ้งให้แพรไพลิน
“เค้าแพ้กุ้งครับ” คมศรบอก
"เอามาให้ฉัน ฉันชอบกุ้ง"

น้ำใสยื่นจานมารับกุ้งทันที แสงกล้าตักปูยื่นให้แพรไพลิน
“เค้าแพ้ปูเหมือนกันครับ ให้คุณน้ำใสดีกว่า”
น้ำใสยื่นจานเข้ามารับ แสงกล้าตักให้น้ำใส
“ดอกเตอร์แพรไพลินชอบทะเล ชอบทั้งอากาศและน้ำทะเล แต่ดันแพ้อาหารทะเล หลายปีก่อนผมไม่รู้ เผลอตักป้อน เค้าแพ้หามส่งโรงพยาบาลแทบไม่ทัน หลังจากนั้นผมเลยต้องศึกษาข้อมูลของผู้หญิงคนนี้ทุกเรื่อง”
แสงกล้ารู้สึกกินอาหารไม่ลงที่เห็นคมศรสนิทสนมกับแพรไพลินมาก
แพรไพลินไม่อยากให้เสียบรรยากาศ จึงชวนเปลี่ยนเรื่อง
"คุยเรื่องอดีตยังกะคนแก่ ไม่เอา..พูดเรื่องแก่แล้วสะเทือนใจ แก่ไปอีกปี"
"แก่หรือไม่แก่.. มันขึ้นอยู่กับคนมองเป็นใครมากกว่า" คมศรบอก
น้ำใสกระทุ้งแสงกล้า
“วันหน้าพูดจาเพราะ ๆ หวาน ๆ อย่างนี้บ้างสิ”
แสงกล้ายิ้มเจื่อนๆ ทานอาหาร แสงกล้าสังเกตเห็นว่า แพรไพลินยังไม่มีน้ำจึงหันไปสั่งพนักงาน
"น้อง...ขอน้ำแดงให้คุณด้วย"
คมศรบอกพนักงาน
“ขอน้ำเปล่าครับ...เค้าไม่ดื่มน้ำอัดลมครับ”
แสงกล้ายิ้มเจื่อน น้ำใสแก้หน้าให้แสงกล้า
"แสงกล้าเค้าสั่งให้น้ำใสต่างหาก ขอบใจนะ"
แสงกล้ายิ้มรับ แพรไพลินรู้สึกสงสารแสงกล้า คมศรยื่นทิชชู่ให้แพรไพลิน แสงกล้ามองอย่างอึดอัด ที่เป็นส่วนเกิน
“ผมอิ่มแล้ว” แสงกล้าบอก
“อะไรกัน กินนิดเดียวเอง”
“ท้องอืด ขอตัวไปเดินย่อยดีกว่า”
แสงกล้าจะลุกออกไป
"เดี๋ยวก่อนสิครับ ทานของหวานด้วยกันก่อน ...น้องเอาของหวานมาเสิร์ฟได้เลย" คมศรบอกพลางหันไปสั่งพนักงาน
พนักงานถือถาดใส่เค้กจุดเทียนเป็นตุ๊กตาวางไว้ตรงกลาง และถือเข้ามาพร้อมร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์
"สุขสันต์วันเกิดนะครับ"
แพรไพลินเป่าเทียน
“ขอบคุณค่ะ”
“ดึงเทียนออกสิ จะได้ตักเค้ก”
แพรไพลินดึงตุ๊กตาเทียนตรงกลางออก เห็นว่ามีเชือกผูกห้อยไว้ กลางเนื้อเค้กที่เจาะไว้ มีข้อความติดว่า “แต่งงานกับผมนะครับ” พร้อมกับแหวนเพชรที่ห้อยผูกที่ปลายเชือก
แพรไพลินอึ้ง แสงกล้าประหลาดใจ คมศรยิ้มให้แพรไพลิน
“โรแมนติกจัง แสงกล้าวันหน้านายไม่ต้องเซอร์ไพรส์ฉันแบบนี้นะ ฉันคงเขินแย่” น้ำใสบอก
“สุขสันต์วันเกิดนะครับ ผมขอตัวไปเดินเล่นก่อน”
แสงกล้าลุกออกไป น้ำใสหันไปบอกคมศร
“คงไม่อยากเป็นกขค...ขอตัวนะคะ”
น้ำใสลุกออกตามแสงกล้าไป แพรไพลินหันไปมองแสงกล้าที่เดินออกไป แล้วหันมามองคมศรที่ยิ้มให้แพรไพลินรอคอยคำตอบจากข้อความขอแต่งงาน

แสงกล้าเดินมาที่สะพาน มองทะเลเบื้องหน้า น้ำใสเดินเข้ามาบอก
“ความรักของเค้าโรแมนติกจัง หมอแพรเหมาะสมกับคุณคมศรมาก”
แสงกล้าสะเทือนใจเดินเลี่ยงออกไป
"ฉันไปรอที่รถนะ"
“แสงกล้า ของขวัญของฉันล่ะ”
แสงกล้าจะเดินออกไป ก็ชะงักหยุด
“ฉันรู้ว่านายไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉัน แต่ฉันอยากให้เปิดใจรับฉันบ้าง”
แสงกล้านิ่งอึ้ง ไม่คิดว่าน้ำใสจะพูดความในใจออกมา
“ฉันอยู่ข้างนายเสมอนะ”
“ฉันว่ายังไม่เหมาะที่จะคุยอะไรตอนนี้” แสงกล้าบอก
น้ำใสเดินเข้ามามองหน้าเขา แล้วทำเป็นยิ้ม
“ฉันรอมาทั้งชีวิต รอคำตอบอีกสักวันจะเป็นไรไป"
"กลับกันเถอะ"
แสงกล้าเดินออกไป น้ำใสมองตาม

แพรไพลินยืนมองทะเล คมศรเดินเข้ามา
“คุณยังไม่ให้คำตอบผมเลย”
คมศรถือแหวนเพชรอยู่ตรงหน้าแพรไพลิน
“ผมอยากใช้ชีวิตดูแลคุณตลอดไป”
“คุณก็รู้ ความเป็นเพื่อนมันเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ฉันขอโทษ”
คมศรฝืนยิ้มบอก
“นั่นเป็นคำตอบของวันนี้ แต่พรุ่งนี้...มะรืนนี้ ทุกอย่างอาจเปลี่ยนแปลงได้ ผมจะรอ”
"เรากลับกันเถอะค่ะ ใกล้จะค่ำแล้ว"
แพรไพลินเดินนำออกไป คมศรมองตาม

ต่อมา ในเวลากลางคืน แสงกล้าไขกุญแจห้องพักของน้ำใสและเปิดประตูให้
"สุขสันต์วันเกิดนะ"
"ส่งสุภาพสตรีถึงห้องพัก น่ารักที่สุดเลย"
"นอนหลับฝันดีนะ"
“อย่าลืมของขวัญฉันล่ะ ฉันจะรอ”
แสงกล้ายิ้มให้แล้วเดินออกไป
“ฉันขออีกอย่างได้ไหม อย่าแวะไปส่งหมอแพรอีก”
แสงกล้าหยุดแล้วเดินต่อไป น้ำใสมองตาม รู้ดีว่า แสงกล้าคิดยังไงกับแพรไพลิน

แสงกล้าขับรถมาจอดหน้าทาวน์โฮมแพรไพลิน เขามองเข้าไปในบ้านเห็นว่าปิดไฟเงียบสนิท เขานึกถึงเหตุการณ์ที่คมศรเซอร์ไพร้ส์ขอแต่งงานกับเธอ เขาตัดสินใจจะขับรถออกไป แล้วแมสเสจข้อความก็เข้ามาที่มือถือ เขากดอ่านข้อความจากแพรไพลินด้วยความตกใจ “ช่วยด้วย”!!

แสงกล้าถือปืนเดินเข้ามาในบ้านอย่างระวังตัว เขาเดินตรงไปยังห้องหนึ่ง...ถึงกับอึ้ง
“คุณ”
แพรไพลินถือเค้กที่จุดเทียนไว้แล้วร้องเพลง
"แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู....”
"คุณเล่นอะไร วันนี้วันเกิดคุณนะ"
“คุณเองยังไม่มีวันเกิด ฉันขอให้วันนี้เป็นวันเกิดของคุณ เราจะได้เกิดวันเดียวกัน”
แสงกล้าอึ้ง ไม่คิดว่าแพรไพลินจะทำให้เขา แสงกล้าเป่าเค้ก
"ยังไม่ได้อธิษฐานเลย"
“ก็ผมไม่เคยจัดงานวันเกิด”
“ผู้ชายอย่างคุณไม่มีความโรแมนติกเอาซะเลย”
"ใครจะดีเหมือนแฟนคุณล่ะ รู้ใจไปทุกเรื่อง"
“คนที่รู้ใจใช่ว่าจะเป็นคนที่รัก”
“หมายความว่าไง”
“โตแล้วคิดเองได้ งานจบแล้วกลับไปได้แล้ว”
แสงกล้าเดินไปนั่งในบ้าน
"บอกว่ากลับไปได้แล้ว"
“ผมยังไม่อยากกลับ วันนี้วันเกิดผม คุณต้องตามใจผม”
"ไม่ต้องเลย ไปเดี๋ยวนี้"
แพรไพลินเข้ามาลากแสงกล้าให้ลุกออกไป แต่แสงกล้ารั้งมือไว้ เธอเซมาอยู่ในอ้อมกอดของเขา...ทั้งสองมองหน้ากัน
"วันนี้คุณให้คำตอบคมศรไปว่ายังไง”
"เรื่องอะไรเหรอ"
"ก็เรื่อง... แหวน"
แพรไพลินนิ่งไม่ตอบแล้วเอามือป้ายครีมหน้าเค้กขึ้นป้ายบนใบหน้าแสงกล้า
"เฮ้ย"
"เป็นไงล่ะ สมน้ำหน้า"
แพรไพลินหัวเราะ แสงกล้าเอาเค้กยัดใส่ปาก ทำให้เธอพลอยเลอะไปด้วย
“คุณ”
ทั้งสองแกล้งเอาเค้กป้ายใส่กันจนทำให้หน้าชิดติดกัน และมองหน้ากัน
เสียงโทรศัพท์ของแสงกล้าดังขึ้น เขาเซ็งมากที่มีสายเข้าตอนนี้ แสงกล้ารับสาย
“ว่าไงสมิง อะไรนะ!” แสงกล้ารับสายด้วยน้ำเสียงตกใจ

ภายในบ้านพัก สมิงกำลังเก็บของสำหรับประกอบพิธี แล้วคุยโทรศัพท์กับแสงกล้า
“คืนนี้ผมจัดงานโปลิศจับขโมย ถ้าหมวดอยากได้หัวขโมยก็มาเจอกัน”
สมิงวางสายแล้วเก็บของชิ้นสำคัญ

เวลาต่อเนื่องกัน แสงกล้าอยู่ที่รถและหันมาลาแพรไพลิน
“รีบเข้านอน ปิดบ้านให้ดี”
แสงกล้าเดินขึ้นรถ แพรไพลินเปิดประตูรถเข้ามานั่งคู่
“ไปไม่ได้ มันอันตราย”
“วันนี้วันเกิดฉัน อย่าขัดใจ!”
"ผู้หญิงอะไรดื้อจริงๆ"
แพรไพลินมองตาเขียว แสงกล้าเปลี่ยนคำพูด
"ยิ่งดื้อยิ่งน่าค้นหา"
แสงกล้าขับรถออกไปทันที

ในเวลาเดียวกัน ขมังเวทย์นอนอยู่บนแคปซูล ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ จู่ ๆ เขาก็ตาเบิกโพลงด้วยความเจ็บปวด
"อ๊าก"
บริเวณหน้าผาก ภายในกระโหลก เหล็กไหลทมิฬกำลังทำงานเปล่งประกายแสงสว่างจ้า เขารู้ได้ทันทีว่า ความเจ็บปวดนี้เป็นฝีมือของสมิง
“ไอ้มงคล!”
ขมังเวทย์ที่พยายามสะกดตัวเองไม่ให้เจ็บปวด แต่ก็ยากเต็มทน

สมิงยืนหลับตาอยู่ที่กลางบริเวณลานโล่งเปลี่ยวแห่งหนึ่งเพื่อทำพิธีอะไรบางอย่าง บังเกิดลมพายุหมุนวนไปมารอบ ๆ ตัวสมิง
ขมังเวทย์เอามือกุมหน้าผาก ขมังเวทย์ดิ้นทุรนทุรายเจ็บปวดไปทั่วตัว บิดตัวอยู่บนแท่นแคปซูลนั้น

พ.ต.ต. หญิง รวิ อิงคพัฒน์เดินออกมาตามทางเดินในสำนักงานสืบฯ กำลังจะกลับก็สัมผัส รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของขมังเวทย์ขณะนี้
“ท่าน...ท่านกำลังมีอันตราย!”
รวิรีบก้าวเท้าเดินออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อไปช่วยขมังเวทย์

บริเวณลานโล่งลมพัดเร็วแรง สมิงลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว แววตาแข็งกร้าว
“ฉันต้องการของทั้งหมดคืน !”

ขมังเวทย์นอนนิ่งแต่ลืมตาโพลงเหมือนถูกสะกด เขาลุกขึ้นอย่างรวดเร็วจากแท่นแคปซูล

สมิงยิ้มออกมาด้วยความสะใจที่สามารถบังคับควบคุมขมังเวทย์ได้!

ขมังเวทย์เดินตรงมาที่เทวาศาสตราวุธ … ตรีศูลวัชระ และสังข์ไชยมงคลที่ตั้งอยู่ และกำลังจะหยิบออกไป เพชรที่สังข์ไชยมงคลกำลังเปล่งประกายวาบวับ เขาจ้องมองไปที่สังข์ไชยมงคลนั้น

สมิงที่หลับตาอยู่ แล้วลืมตาขึ้นมามองตรงไปยังเบื้องหน้าด้วยแววตาแข็งกร้าว เห็นขมังเวทย์ยืนอยู่พร้อมถือถุงใส่ของสำคัญ
“แกควบคุมทุกอย่างมานานแล้ว.. ถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนบทบาทกันบ้าง ส่งของทั้งหมดมา !”
ขมังเวทย์ยื่นถุงยื่นให้ สมิงรับถุงมาด้วยความพอใจ สมิงมองภายในถุงเห็นเป็นของสำคัญทั้ง ตรีศูลวัชระและ สังข์ไชยมงคล
ขมังเวทย์คล้ายกำลังพยายามสะกดความรู้สึกเจ็บปวดในหัวที่โดนเหล็กไหลควบคุมอยู่ ถลึงตาจ้องไปที่ภายในถุงที่ใส่เทวาศาสตราวุธทั้งสองชิ้นนั้น สมิงรู้ด้วยสัญชาติญาณ รีบโยนถุงลงไปตรงหน้า...
งูจงอางเลื้อยออกมาแผ่แม่เบี้ย เตรียมพร้อมจะพุ่งเข้ามาฉกสมิง สมิงมองแล้วแผ่เมตตา
“สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ อัพพะยาปัชฌา โหน ตุ อะนีฆา โหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ”
งูจงอางที่กำลังแผ่แม่เบี้ยกลับสงบลง เลื้อยหนีออกไปอีกทาง
“คิดจะควบคุมข้า มันไม่ง่ายนักหรอก”
“ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก” สมิงบอก
สมิงยิ้มเย้ย ดีดนิ้ว... เหล็กไหลทมิฬปรากฎปูดโปนขึ้นที่กลางหน้าผากขมังเวทย์อีกครั้ง
"อ๊าก"
ขมังเวทย์พยายามต่อสู้ความเจ็บปวด ลูกเหล็กไหลทมิฬปูดโปนบริเวณหน้าผากดูน่ากลัวมาก เขาถลาเข้าไปหยิบเพชรยอดสังข์ออกมาจากสังข์ที่อยู่ในถุงซึ่งตกบนพื้น เขากำเพชรไว้แน่นเหมือนต้องการพลังจากเพชรมาบรรเทาความเจ็บปวดที่ตัวเองได้รับอยู่เวลานี้
"ด้วยอำนาจแห่งเพชรยอดสังข์"
เหล็กไหลทมิฬที่ฝังอยู่บริเวณหน้าผากประกายแสงลดลง หน้าผากที่ปูดโปนกำลังกลับเข้าสู่สภาพเดิมเป็นปกติ ขมังเวทย์กำเพชรไว้แน่น จ้องมองไปที่ร่างสมิงอย่างบันดาลโทสะ

บริเวณถนนใกล้ลานโล่งเปลี่ยว แสงกล้ารีบขับรถเข้ามา แพรไพลินนั่งอยู่ด้านข้างสีหน้าไม่ค่อยสบายใจ

ขมังเวทย์หัวเราะใส่สมิง
“เหล็กไหลทมิฬของแกหมดอำนาจเมื่อต้องอยู่กับเพชรยอดสังข์ ถึงเวลาเอาคืนแล้วไอ้มงคล"
“สงครามไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร งวดนี้แกรักษาตัวไปได้ไม่ถึง 1 ตะวัน 1 จันทรา พลังของแกไม่เหลือแล้วไอ้พญามาร”
สมิงกระชากปืนออกมายิงเปรี้ยง ๆ ๆ เข้าใส่ขมังเวทย์ หัวกระสุนมีอักขระอาคมสลักอยู่พุ่งเข้าหาขมังเวทย์ด้วยระยะประชิดตัวและพลังที่ถดถอย ขมังเวทย์หลบกระสุนไปได้เพียงสองนัด โดนกระสุนอาคม 2 นัดเข้าที่แขนทั้งสองข้าง เพชรยอดสังข์หลุดร่วงลง ขมังเวทย์ดิ้นเจ็บปวดแทบพื้น
"อ๊าก"
สมิงหยิบเพชรยอดสังข์และถุงที่ใส่ตรีศูลวัชระ นำเทวาศาสตราวุธทั้งสองมาใส่รวมไว้ด้วยกัน แล้วโยนถุงนั้นลอยหวือหายไปอากาศ
“ต่อไปจัดหนัก อานุภาพของเหล็กไหลทมิฬ!”
สมิงจ้องเขม็ง ร่างของขมังเวทย์ลอยขึ้นจากพื้นราวโดนกระชากให้ลุกขึ้นยืนตรง ลอยหวือออกไปตรึงยังต้นไม้ต้นหนึ่งที่ไกลออก
ขมังเวทย์ยืนเกร็งขยับตัวแทบไม่ได้ อ้าแขนทั้งสองข้างออก เลือดยังคงไหลออกมาจากบาดแผลที่โดนกระสุนอาคมทั้งสองนัด เหล็กไหลทมิฬปูดโปนขึ้นที่บริเวณหน้าผากอีกครั้ง
"อ๊าก"
เลือดในร่างกายขมังเวทย์พุ่งออกมาทุกส่วนของร่างกาย ลมหายใจรวยริน สมิงเหยียดแขนตรง เล็งปืนที่บรรจุกระสุนอาคมตรงที่ร่างขมังเวทย์
“สัตว์โลกย่อมดับสูญไปตามกรรม!”
ขมังเวทย์มองสมิงจ้องเขม็งมา แต่หมดสิ้นเรี่ยวแรงจะต่อสู้ สมิงเหยียดแขนตรงกำลังจะเหนี่ยวไกปืนยิงออกไป
ทันใดนั้นเสียงปืนดังลั่น....เปรี้ยง !
สมิงตาลุกชะงักไป ที่ด้านหลังสมิงเผยให้เห็นรวิที่ยิงสมิงจนล้มคว่ำลง เธอวิ่งเข้ามาหาขมังเวทย์ด้วยความเป็นห่วง
“ท่าน !”

"เสียงปืน...”
แสงกล้ารีบลงจากรถ แพรไพลินตามลงมา เขารีบนำเธอออกไปยังทิศทางของเสียงปืนทันที

บริเวณลานโล่ง แสงกล้าและแพรไพลินวิ่งเข้ามามองหาสมิง
“สมิง”
แสงกล้าและแพรไพลินมองหาสมิง แสงกล้าหันไปเห็นสมิงคว่ำหน้าอยู่ที่ด้านหนึ่ง ส่วนขมังเวทย์หนีไปได้แล้ว
"สมิงถูกยิง"
แสงกล้าและแพรไพลินวิ่งเข้ามา แล้วเห็นว่า สมิงถูกยิงจากด้านหลัง แสงกล้าเข้ามาประคอง
“สมิง สมิง”
แสงกล้าประคองสมิงที่ยังไม่ได้สติอยู่ตรงนั้น

รวิประคองพาขมังเวทย์เข้ามาที่แคปซูลภายในโถง ขมังเวทย์อาการสาหัสมาก เลือดไหลท่วม
“ท่านต้องไม่เป็นอะไรนะคะ”
ขมังเวทย์นอนลงที่แคปซูลหายใจรวยริน เลือดยังคงไหลออกมาไม่หยุด เขาคำรามด้วยความแค้นใจ
“มัน... มันเอาเทวาศาสตราวุธของข้าไป !”
ขมังเวทย์อาการทรุดลง
"ไม่.. ท่านต้องไม่ตาย"
รวิทรุดตัวลงกอดขมังเวทย์ด้วยความรู้สึกเป็นห่วงและผูกพัน
ขมังเวทย์ที่ทรุดตัวลงอยู่ตรงนั้น ครุ่นคิดนิดหนึ่ง แล้วแววตากลับมีประกายขึ้นมาอีกครั้ง เขาผลักไสรวิ
“ไป...ไปเอาภาพนั้นมาให้ได้”
"ภาพ ภาพอะไรคะ"
“อนันตคทา”
ขมังเวทย์นึกถึงเหตุการณ์ภายในห้องจัดนิทรรศการภาพฯ ที่หยุดมองหาภาพภาพอนันตคทา เขาปรายตามองไปทั่วห้องและหยุดมองที่ภาพ ๆ หนึ่งที่ไม่ใช่ภาพอนันตคทาเป็นแค่ภาพวิวทิวทัศน์ ตอนนั้นเขานิ่วหน้าเหมือนรู้สึกได้ถึงกระแสอะไรบางอย่าง
ขมังเวทย์ท่าทางอ่อนแรงเต็มที ร้องสั่งรวิ
"ไปเอาภาพนั้นมา มันอยู่ในห้องนั้น อนันตคทาเท่านั้นที่จะช่วยชีวิตฉันได้"
ขมังเวทย์ล้มคว่ำหมดสติไปทันที
-รวิรีบออกไปทำตามคำสั่งขมังเวทย์ทันที

แสงกล้าประคองร่างสมิงไว้ ท่าทางสมิงอ่อนแรงเต็มทนค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แสงกล้าดีใจร้องเรียก
"สมิง"
"หมวด"
"ใครทำร้ายสมิง"
สมิงมองไปรอบๆแล้วบอก
“ใคร... ใครปิดไฟ ทำไมผมมองอะไรไม่ชัดแบบนี้”
แพรไพลินเสียใจบอก
"โธ่..สมิง"
“หมวด...ผมดีใจที่ได้ทำงานร่วมกับหมวดและดอกเตอร์แพรไพลิน ผม ผมลาก่อน...”
สมิงเหมือนจะสิ้นใจในอ้อมกอดแสงกล้า
“สมิง !”
แสงกล้าและแพรไพลินท่าทางสลดลงด้วยเสียใจที่สมิงเสียชีวิต แสงกล้าประคองร่างสมิงนอนลง
แล้วสมิงก็ค่อย ๆ ขยับตัวหรี่ตามองแล้วอมยิ้ม
“แหะ ๆ ล้อเล่น ผมยังไม่ตายง่าย ๆ หรอก”
แล้วจู่ ๆ สมิงก็ขยับตัวลุกขึ้น ปัดฝุ่นที่แขนที่ขา
“โอย.. โดนลอบยิงเนี่ย เจ็บไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะ” สมิงบอก
“เมื่อกี้โดนยิงไม่ใช่เหรอ” แพรไพลินถาม
“มีของดีอะไร อยู่ยงคงกระพัน ยิงแทงไม่เข้างั้นเหรอ” แสงกล้าถาม
"อ๊ะ คนเราก็ต้องมีวิชากันบ้าง"
สมิงอมยิ้มทำเป็นกร่าง ลุกขึ้นแล้วถอดเสื้อออกเผยให้เห็นเสื้อเกราะกันกระสุน
“เสื้อเกราะกันกระสุน !”

เหนือเมฆ2 : มือปราบจอมขมังเวทย์ ตอนที่ 8 (ต่อ)

สมิงยิ้มกวน
“ก็ใช่สิ ทำไม... นึกว่าผมมีอะไรเหรอหมวด”
“นึกว่ามีของดีป้องกันตัว”
“ต่อให้เก่งไสยศาสตร์ก็กลัวตายเหมือนกัน ไสยะกับวิทยะคู่กันแล้ว จะแคล้วคลาดปลอดภัยแน่นอน”
แสงกล้ามองไปรอบๆ
“เกือบตายแล้วยังขี้คุยไม่เลิก ไหนบอกว่าวันนี้จะเล่นงานไอ้พญามารไง"
“มันหนีรอดไปได้” สมิงบอก
แสงกล้าต่อว่าสมิง
“หนีได้อีกแล้ว โธ่...ทำเป็นอวดเก่งมาลุยคนเดียว”
สมิงยืดอกทำเก็ก
“อ๊ะ... อย่าดูถูกขิงแก่ พูดแล้วจะหาว่าคุย ที่จริงก็คุย ! ขณะนี้เทวาศาสตราวุธที่หายไปทั้งสองชิ้น ตรีศูลวัชระ กับ สังข์ไชยมงคลกลับมาอยู่ในมือเราแล้ว”
แสงกล้ามองสมิงอย่างไม่อยากจะเชื่อในคำพูด สมิงยิ้มดีดนิ้ว ฉับพลันถุงผ้าที่ใส่ศาสตราวุธทั้งสองก็ลอยหวือมาเข้ามือของสมิง
สมิงหยิบตรีศูลวัชระกับสังข์ไชยมงคลให้แสงกล้ากับแพรไพลินดู
“ส่วนไอ้พญามาร ด้วยอานุภาพของเหล็กไหลทมิฬกับกระสุนอักขระ มันไม่รอดแน่ๆ”
แสงกล้าและแพรไพลินนิ่งอึ้งคิดตามคำพูดของจ่าสมิง

ในเวลาต่อมา พ.ต.ต.ต รวิ อิงคพัฒน์สีหน้านิ่งจริงจัง ยืนอยู่หน้าอาคารเก็บภาพ เธอกระชากปืนพกออกมาและกระชากลูกเลื่อนเตรียมพร้อม แล้วเดินตรงเข้าไปยังด้านใน
เสียงปืนยิงดังหลายนัด เปรี้ยง ๆ ๆ
รวิ มองกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่เหนือเสาต้นหนึ่ง เธอยิงเข้าใส่กล้อง เปรี้ยง ! จนกล้องแตกกระจาย
เธอเดินตรงเข้าไปภายในห้องจัดแสดง หันมองภาพที่ต้องการ เธอเดินมาหยุดที่ภาพวิวทิวทัศน์รูปหนึ่ง สีหน้าเข้มจ้องมองตรงไปที่ภาพนั้น


ในเวลาต่อมา บริเวณทางเดินในศูนย์ศิลปฯ เจ้าหน้าที่เนติเทคฯ และ ตำรวจ กำลังตรวจสอบหลักฐานอยู่โดยรอบ แสงกล้า,แพรไพลิน และสมิงเดินเข้ามายังบริเวณนั้น ทุกคนตกใจหันมองไปรอบ ๆ เห็นศพเจ้าหน้าที่นอนตายเกลื่อน ทุกคนรีบวิ่งเข้าไปในห้องจัดนิทรรศการฯ

จ่าสมิงและทุกคนมาหยุดมองตรงภาพวิวทิวทัศน์ที่หายไป
“มันเอาไปแล้ว” สมิงพูดขึ้น
“ภาพอะไรคะ” แพรไพลินถาม
“อนันตคทา”
“เป็นไปได้ยังไง ในเมื่อไม่มีภาพอนันตคทาอยู่ที่นี่” แสงกล้าบอก
"เป็นไปแล้ว เราไม่รู้มาก่อนเลยว่ามีอนันตคทาอยู่ที่นี่ แต่พญามารมันรู้"
"มันเอาไปทำไม" แสงกล้าถาม
“อนันตคทาเป็นศาสตราวุธธาตุน้ำ เป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้มันรอดชีวิต!”
ทั้งสามคนหน้าเครียดมากขึ้นเมื่อรู้ว่าศาสตราวุธอีกชิ้นหนึ่งถูกขมังเวทย์ช่วงชิงไปได้แล้ว

ขมังเวทย์ยังคงไม่ได้สตินอนอยู่บนแคปซูลชาร์จพลัง รวิถือภาพวาดวิวทิวทัศน์สายน้ำและน้ำตกมาวางไว้บนด้านข้าง
"ท่านคะ ฉันได้อนันตคทามาแล้ว ท่านคะ"
ร่างขมังเวทย์ยังคงไม่ได้สติ

แพรไพลินเคาะคอมพิวเตอร์เบื้องหน้า ส่งภาพวิวทิวทัศน์ที่หายไปขึ้นหน้าจอให้แสงกล้ากับสมิงดู
“ภาพที่หายไป มหานที..สายชล”
แพรไพลินเคาะดูข้อมูลต่อไปแล้วนิ่วหน้า
“สร้างขึ้นในสมัยเดียวกับอนันตคทาที่ยังไม่มีใครพบ”
สมิงจ้องไปยังภาพบนหน้าจอ คิดนิดหนึ่ง
“นี่แหละ... อนันตคทา น้ำตก คือน้ำที่มีพลังงาน ช่วยชำระล้างทุกอย่างได้ พญามารมันจะรอดชีวิตเพราะศาสตราวุธชิ้นนี้"
สมิงมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

รวิเอาผ้าที่ชุบน้ำมาเช็ดภาพน้ำตก สีน้ำที่เคลือบอยู่ค่อย ๆ เลือนหายไปเผยให้เห็นภาพด้านใน เธอเช็ดภาพจนสีน้ำหลุดออกหมด เผยให้เห็นภาพอนันตคทาอยู่ที่กลางผ้าใบนั้น เธอมองภาพด้วยความอึ้ง เกิดลำแสงจากปลายคทาค่อย ๆ สว่างขึ้น แล้วเกิดแสงสว่างวาบทั่วห้อง
รวิต้านพลังไม่ไหว เป็นลมหมดสติไป
แสงจากปลายคทาฉาบร่างขมังเวทย์ที่นอนอยู่บนแคปซูลนั้น เลือดตามร่างกายของขมังเวทย์ค่อย ๆ ไหลย้อนกลับไปยังร่างกาย แผลตามร่างกายขมังเวทย์สมาน ทำให้ขมังเวทย์มีพลังมากขึ้น
ร่างของขมังเวทย์ลอยขึ้นแล้วยืนอยู่กลางห้อง มองภาพอนันตคทาผ่านร่างรวิที่นอนสลบ


ขมังเวทย์ยืนอยู่กลางห้อง มองไปยังภาพอนันตคทาที่วางอยู่ สีหน้าเต็มไปด้วยความเครียด
“ข้าจะเอาของๆ ข้าคืนมา !”

ร.ต.ต.แสงกล้า อภิไชยมาส่งแพรไพลินที่หน้าบ้าน แล้วกำลังจะเดินเข้าไปในบ้าน
“พญามารมันยังไม่ตาย ผมเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณ”
“ขอบคุณค่ะผู้หมวดแสงกล้า แต่ฉันดูแลตัวเองได้”
"แต่ว่า"
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
"ผมกลับก็ได้ แต่คุณยังไม่ให้คำตอบผมเลย"
"คำตอบ คำตอบเรื่องอะไรคะ"
“ระหว่างคุณกับเลขาท่านนายกฯ ตกลงคุณรับแหวน.. เอ้อ..แหวนแต่งงานของคมศรรึเปล่า”
แพรไพลินมองนาฬิกาแล้วบอก
“เที่ยงคืนแล้ว หมดเวลาของวันเกิด ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคำถาม ลาก่อนค่ะ”
แพรไพลินจะปิดประตู แสงกล้าดันประตูไว้
"พรุ่งนี้ผมมาเอาคำตอบนะครับ"
แพรไพลินปิดประตู แสงกล้ายืนยิ้มอยู่ข้างนอกแล้วเดินออกไป เธอยืนยิ้มในความน่ารักของแสงกล้า.....

ภายในที่พักของสมิง สมิงนำเอาศาสตราวุธทั้งสองชิ้นที่ช่วงชิงมาได้ วางบนแท่นภายในที่พัก
สมิงจับสังข์ไชยมงคลด้วยความสนใจ เอามือไล้ไปตามสังข์และเพชรยอดสังข์นั้น เขาเดินตรงมาที่ตรีศูลวัชระ แตะบริเวณตรีศูล แต่แล้วกลับชะงัก สีหน้าเหมือนรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
"ตรีศูลวัชระ"
สมิงละความสนใจและความรู้สึกผิดปกตินั้น ตัดใจเดินออกไป

เช้าวันใหม่ รวิลืมตาตื่นขึ้นมาหันมองหาร่างของวิญญูแล้วหน้าเสียที่ไม่เห็น
"ท่าน"
รวิลุกขึ้นเดินออกไปเพื่อตามหาวิญญู

วิญญูยืนนิ่งอยู่ที่มุม ๆ หนึ่ง รวิเดินเข้ามาเห็นทางด้านหลัง เธอยิ้มยินดีเข้าไปกอดวิญญูทางด้านหลัง
"ท่าน ท่านปลอดภัยแล้ว"
“ถ้าไม่ได้อนันตคทาฉันคงไม่รอด ขอบใจมากนะรวิ” วิญญูบอก
“ชีวิตและวิญญาณของฉันอยู่กับท่านไม่มีทางแปรเปลี่ยน ฉันยินดีทำทุกอย่างเพื่อทำให้คนรักปลอดภัยค่ะ”
วิญญูเหลียวมามองและยิ้มให้รวิที่กอดเขาอยู่ทางด้านหลัง พลางเอานิ้วไล้ที่แก้ม จูบลงที่ใบหน้าของรวิอย่างดูดดื่มและลึกซึ้ง
“ปลอดภัยจากเหล็กไหลทมิฬแล้วใช่มั้ยคะ”
“แค่ชั่วคราว”
“ทำไมล่ะคะ ในเมื่ออนันตคทาอยู่ในมือเราแล้ว”
“อนันตคทาทำได้เพียงบรรเทาอาการทรมาน แต่กำจัดเหล็กไหลทมิฬไม่ได้”
รวิมีสีหน้าเป็นห่วง
“หมายความว่าสมิงยังมีอำนาจบังคับท่านงั้นเหรอคะ”
“ตราบใดที่เหล็กไหลนั่นยังฝังอยู่ในหัวฉัน”
"ไม่มีทางแก้เลยเหรอคะ"
“ถ้าเห็นอาการผิดปกติ เธอต้องหยุดฉันด้วยกระสุนนัดนี้ !”
วิญญูยื่นกระสุนอักขระลักษณะคล้ายกับของสมิงแต่ลวดลายดูน่ากลัวกว่าให้ รวิรับมาด้วยสีหน้าไม่ดี
“ยิงตรงขั้วหัวใจ แล้วนำร่างฉันไปที่อนันตคทาให้เร็วที่สุด”
“ไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้แล้วเหรอคะ”
“วิธีทำลายเหล็กไหลทมิฬมีอยู่ทางเดียว คือเราต้องเอาตรีศูลกับสังข์กลับมาใช้อำนาจ ธาตุดิน ธาตุน้ำ และธาตุไฟ ของศาสตราวุธทั้งสามชิ้น”
“แต่เราไม่รู้ว่าพวกมันเก็บตรีศูลกับสังข์ไว้ที่ไหน”
“นิสัยไอ้มงคล ที่ๆ เสี่ยงที่สุดคือที่ๆ ปลอดภัยที่สุด”
จักร ดาหลา เปิดประตูผลัวะเข้ามาด้วยท่าทางบันดาลโทสะ จ้องหน้าวิญญูราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ฉันต้องการคำตอบ แกเอาตรีศูลวัชระกับสังข์ไชยมงคลไปให้ไอ้สมิงทำไม !”
วิญญูไม่ตอบ แต่กลับส่งแววตาแข็งกร้าวมาที่จักร
“เราได้อนันตคทามาแล้ว” รวิบอก
“จะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อพวกมันได้ของสองชิ้นนั้นไปแล้วเหมือนกัน เท่ากับเราต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด !” จักรว่า
“ฉันเสียใจ” วิญญูบอก
จักรระเบิดอารมณ์
“เสียใจ !คิดทำ คิดแก้ไขอะไรบ้างสิ !”
รวิบอกกับจักร
“ท่านวิญญูเพิ่งฟื้นจากอาการเจ็บปางตายนะคะ”
จักรชี้หน้าประกาศกร้าว
“เป็นมนุษย์พิเศษไม่ใช่เหรอ มนุษย์พิเศษก็ต้องทำอะไรพิเศษกว่าคนอื่นสิ
“ฉันขอสั่งให้แกทำงานให้คุ้มกับค่าจ้าง เอาตรีศูลวัชระกับสังข์ไชยมงคลกลับมาให้เร็วที่สุด !”
“กล้าออกคำสั่ง”
ดวงตาวิญญูเบิกกว้างด้วยความไม่พอใจ..แสดงแสนยานุภาพอีกครั้ง จักรกับดาหลาและลูกน้อง ลอยหวือกระแทกผนังกันไปคนละทิศละทาง
จักรกับดาหลาคล้ายโดนบีบคออยู่ ทุรนทุรายมาก
“ฉันรู้ว่าควรทำอะไร...ไม่ต้องสั่ง”
จู่ๆ วิญญูก็เกิดอาการผิดปกติ เอามือกุมหัว ปวดหัวอย่างรุนแรง
"อ๊าก"
รวิหันไปมองวิญญูด้วยสายตาตกใจ อาการถูกบีบคอของจักรและดาหลาคลายลง ทั้งสองเห็นอาการปวดหัวอย่างรุนแรงของวิญญู ก็ชะงักไปทันที
“รวิ... มันเริ่มอีกแล้ว ! อ๊าก” วิญญุร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
เหล็กไหลทมิฬกำลังปูดโปนใบหน้าทำหน้าที่บังคับบางอย่างกับวิญญู

จ่าสมิงหลับตาเหมือนบริกรรมนอนอยู่บนแท่นชาร์จของตัวเอง ที่ด้านข้างเห็น ตรีศูลวัชระ กับ สังข์ไชยมงคล วางอยู่บนแท่นเป็นสง่า
“เอาอนันตคทามาที่นี่ !”
จ่าสมิงเบิกตากว้าง

วิญญูแววตาเปลี่ยนไปเพราะกำลังตกอยู่ในคำสั่งของสมิง หันขวับตรงไปยังโถงพิธีทันที
“ท่าน”
"เกิดอะไรขึ้น" ดาหลาถาม
"ท่านวิญญูกำลังจะเอาอนันตคทาไป"
รวิมองกระสุนอักขระในมืออย่างชั่งใจแล้วรีบตามวิญญูไปทันที จักรกับดาหลาและลูกน้องรีบตามเข้าไปในโถงพิธีฯเหมือนกัน

จ่าสมิงกำลังทำพิธีกรรม แสงกล้าอยู่ทางด้านข้างสีหน้าพลอยลุ้นไปด้วย
“ด้วยอำนาจแห่งเหล็กไหลทมิฬ.. แกต้องทำตามอย่างไม่มีข้อแม้ ข้าต้องการอนันตคทา !”

วิญญูกำลังเดินตรงเข้าไปยังแท่นที่วางภาพวาดอนันตคทาอยู่ แต่รวิปราดเข้าไปขวางหน้าไว้
"ไม่นะคะ... ท่านจะทำแบบนี้ไม่ได้”
แววตาวิญญูเปลี่ยนไป ไม่เหมือนกับแววตาเดิมปกติ
“ถอยไป”
"ไม่ค่ะ ท่านมีอำนาจมากกว่านี้ อย่าตกอยู่ในอำนาจของเหล็กไหล ท่านคือผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริง"
วิญญูพยายามต่อสู้กับตัวเองอย่างทนทรมานมาก

สมิงแววตาแข็งกร้าว
“อนันตคทา !”

บริเวณโถงพิธี วิญญูยากที่จะต้านทานอำนาจของเหล็กไหล ตรงเข้าไปกระชากร่างรวิที่ขวางอยู่เต็มแรง ร่างของเธอลอยหวือไปกระแทกกำแพงอีกทางหนึ่ง
วิญญูตรงเข้าไปยังภาพวาดอนันตคทานั้นทันที จักรกับดาหลาและเหล่าลูกน้องตามเข้ามา วาดปืนในมือเหยียดตรง จักรออกคำสั่ง
"ยิงมัน... อย่าปล่อยให้มันเอาภาพวาดออกไป"
จักรกับดาหลาและเหล่าลูกน้องต่างลั่นกระสุนเข้าใส่วิญญูอย่างไม่นับ เปรี้ยง ๆๆ รวิร้องห้าม
“อย่า”
กระสุนนับสิบพุ่งเข้าใส่ร่างของวิญญู แต่วิญญูหลบกระสุนเหล่านั้นไปได้ทั้งหมด หันขวับจ้องไปยังจักรกับพวกด้วยแววตาแข็งกร้าว เดินตรงไปยังกลุ่มจักรกับดาหลาทันที
วิญญูพุ่งเข้าไปเล่นงานลูกน้อง จักร และดาหลา ด้วยมือเปล่าด้วยลีลาของขมังเวทย์ จนจักรกับดาหลาและลูกน้องย่ำแย่ไปตามๆกัน

แสงกล้ากำลังลุ้นไปด้วยกับมนตราของสมิง
“เอามาที่นี่!” ริมฝีปากของสมิงสั่งแบบเฉียบขาดที่สุด

ในโถงพิธีฯ วิญญูเล่นงานทุกคนจนหมดแล้ว เดินตรงเข้าไปเพื่อจะปลดภาพอนันตคทาลงมา รวิหมดทางเลือก นำกระสุนอักขระที่วิญญูให้เธอ บรรจุลงเป็นนัดแรกของแม็กกาซีนในปืนพกของตัวเองด้วยแววตามุ่งมั่น ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงเข้าไปหาวิญญู
“ท่านวิญญู... นึกว่าเห็นแก่ฉัน หยุดเถอะค่ะ”
รวิตรงเข้าไปกอดวิญญูไว้ วิญญูพยายามผลักเธอออกไปแต่ทำไม่ได้ ทั้งสองฉุดกระชากกันอยู่ตรงนั้นดูโกลาหล
"พอเถอะค่ะ"
วิญญูทั้งเหวี่ยง ทั้งตบหลายครั้ง แต่รวิยังไม่ยอมคลายออกจากอ้อมกอดของวิญญู กอดรัดอยู่อย่างนั้น
“ฉันรักท่านนะคะ.. ฉันขอโทษ !”
รวิกระชากปืนพกออกมากดลงที่อกข้างซ้ายของขมังเวทย์ ลั่นไกตรงที่หัวใจ เปรี้ยง !
กระสุนอักขระของขมังเวทย์ แทงทะลุหน้าอก กระแทกตรงไปยังหัวใจของวิญญู เชาชะงักและหยุดคุ้มคลั่งไปทันที แววตาที่กำลังโดนสะกดเปลี่ยนไปทันที กลายเป็นแววตาเดิมของวิญญู

สมิงเบิกตากว้าง รับรู้ได้ว่าวิญญูออกจากอำนาจการควบคุมของเขาไปแล้ว
"เกิดอะไรขึ้น"
“มันกล้ามาก.. เสี่ยงใช้กระสุนอักขระยิงตัดขั้วหัวใจตัวเอง ! เพื่อออกจากการควบคุมของเหล็กไหลทมิฬ"
“เราจะทำยังไงต่อไป”
“รอมันฟื้น มันขัดอำนาจเหล็กไหลทมิฬไม่ได้ทุกครั้งหรอก”
สมิงและแสงกล้แววตาเครียดกังวลไม่น้อยไปกว่ากัน

ร่างวิญญูล้มคว่ำที่แท่นวางภาพอนันตคทา เลือดไหลออกมาจากบริเวณอก บาดเจ็บจากกระสุน
รวิกำลังประคองร่างวิญญูเพื่อจะพาไปยังแท่นแคปซูลชาร์จพลัง พลางหันไปทางลูกน้องจักรกับดาหลา
“ช่วยกันหน่อย เราต้องรีบนำท่านวิญญูไปที่แท่นก่อนจะสายเกินไป”
“ปล่อยให้ตายไปเถอะ! ถ้าฟื้นเดี๋ยวก็อาละวาดอีก” ดาหลาบอก
รวิเหยียดปืนในมือวาดตรงไปยังจักร
“ไม่ได้ขอร้อง แต่นี่เป็นคำสั่ง”
“แน่ใจนะที่ทำแบบนี้”
"ฉันรู้ตัวเสมอว่ากำลังทำอะไรอยู่"
ดาหลาขยับกระชากปืนจะยิงเข้าใส่รวิ แต่ช้ากว่า รวิยิง...เปรี้ยง ! เข้าใส่ดาหลา ปืนหล่นลงพื้นทันที รวิเบี่ยงปืนมาที่จักร เหยียดตรงจ่ออยู่ที่ตรงหน้าผากของจักร
“นัดต่อไป กลางหน้าผาก !”
จักรไม่มีท่าทางหวาดกลัว แต่จำต้องหันไปสั่งลูกน้อง
“เอาตัวมันไปไว้ที่แท่น”
ลูกน้องจักรตรงเข้าไปประคองร่างวิญญูไปวางไว้ที่แท่น โดยรวิถือปืนยืนคุมเชิงอยู่ตรงนั้น
ทันทีที่ร่างวิญญูนอนลงบนแท่นชาร์จพลัง รวิก็รีบเคลื่อนภาพอนันตคทาเข้ามาไว้ที่ด้านบนแท่นทันที
ฉับพลันบังเกิดเป็นแสงสว่างนวลพุ่งตรงจากภาพอนันตคทาตรงไปยังร่างของวิญญู
ร่างของวิญญูที่เลือดไหลนองอยู่นั้น เลือดกลับไหลเวียนกลับ กระสุนอักขระที่แทงเข้าไปยังขั้วหัวใจกลับหลุดออกมา
ร่างของวิญญูเริ่มหายใจได้รวยริน แต่ยังไม่ได้สติฟื้นขึ้นมา
“มั่นใจได้ยังไงว่ามันจะไม่คุ้มคลั่ง...เอาภาพวาดไปให้ไอ้สมิง”
“มั่นใจไม่ได้ ! ตราบใดที่รองฯ จักรไม่คิดจะทำอะไรบ้าง”
"เธอต้องการให้ฉันทำอะไร"
รวิจ้องหน้าจักรอยู่ตรงนั้น ยังไม่ตอบคำถาม

แสงกล้ากับสมิงเดินคุยกันอยู่ภายในบริเวณบ้าน สีหน้าของทั้งคู่ดูไม่ค่อยสบายใจนัก
“เมื่อไหร่พญามารถึงจะฟื้น” แสงกล้าถาม
“ชั่วเวลาหนึ่งตะวัน หนึ่งจันทรา”
"โชคดีที่จ่าชิงตรีศูลกับสังข์มาได้ ไม่อย่างนั้นป่านนี้พวกมันคงได้ศาสตราวุธไปถึงสามชิ้น"
สมิงนิ่งๆบอก
“ถ้าได้ไปสาม ก็เหมือนได้ไปสี่”
"ทำไม"
“เล็กๆ เคยมีใครบอกมั้ยว่าหมวดช่างสงสัย จำมัย จำมัย จำมัยตลอด”
“อย่ากวน ตอบ! ทำไมได้สามชิ้นเหมือนได้สี่ชิ้น”
“เพราะเทวาศาสตราวุธจะเรียกหากันเอง”
สมิงพูดพลางเดินไปที่แท่นซึ่งตอนนี้วางตรีศูลวัชระกับสังข์ไชยมงคลอยู่
“เรียกหากันเอง”
“ศาสตราวุธทั้งหมดมีพลังดึงดูดต่อกัน ถ้าได้มาสามชิ้น จะเกิดปรากฏการณ์บางอย่าง แสดงตำแหน่งของศาสตราวุธชิ้นที่สี่”
แสงกล้าคิดนิดหนึ่ง
“ระหว่างเรากับพญามาร ถ้าใครชิงศาสตราวุธของอีกฝ่ายมาได้ก่อน ก็เท่ากับได้ของครบทั้ง 4 ชิ้น”
“ถูกต้อง เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม”
สมิงพูดด้วยสีหน้าและแววตามุ่งมั่น

ภายในห้องทำงานของจักร รวิหันมายังจักรด้วยท่าทางมีมาดและไม่เกรงกลัวจักรเท่าไรนัก เพราะถือว่าตัวเองเป็นคนของวิญญูซึ่งมีอำนาจมืดเหนือจักรอยู่มาก
“เราต้องชิงตรีศูลวัชระกับสังข์ไชยมงคลกลับมา”
“พูดง่ายแต่ทำยาก วิญญูยังทำไม่ได้ ต้องนอนแบบเป็นซากศพอยู่อย่างนั้น” จักรบอก
"ท่านวิญญูทำไม่ได้ แต่รองจักรทำได้"
“ทำไมถึงมั่นใจ” ดาหลาถาม
รวิไม่ตอบดาหลา หันไปมองจักรด้วยสายตาเหยียดหยันเล็กน้อย
"ด้วยวิธีไหน" จักรถาม
“แค่รู้จักคิด รู้จักใช้อำนาจ คนที่ไม่รู้จักศักยภาพและอำนาจของตัวเองไม่มีวันก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่ รองจักร...ท่านทำอะไรได้อีกมาก แค่รู้จักคิดให้มากขึ้น !”
จักรจ้องหน้ารวิด้วยความไม่พอใจนัก

วันใหม่ เวลากลางวัน เจ้าหน้าที่สำนักงานสืบสวนพิเศษกำลังพาหญิงนักเที่ยว ผมสั้นทำสี แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ด ท่าทางเมามายเหมือนยังไม่สร่างเข้ามาตามทางเดิน
ดาบแหบกับจ่าหวานเดินเข้ามามอง
"ไปขุดมาจากไหนเนี่ย" ดาบแหบถาม
“ผับซอย 4 เมาโค้ก” เจ้าหน้าที่บอก
"โอ้โฮ.. สภาพดูไม่ได้เลย" จ่าหวานว่า
“หอบมาซื้ดต่อหน้าต่อตาสายตรวจ แถมยังบอกว่ารู้แหล่งขาย ขอมาสารภาพกับดาบ"
“กับฉันเนี่ยนะ !” ดาบแหบบอก
จ่าหวานกับดาบแหบชำเลืองมองหญิงนักเที่ยวท่าทางเมามายไม่ได้สติ

ในห้องสอบสวน หญิงนักเที่ยวนอนฟุบเมามายอยู่กลางโต๊ะสอบสวน ดาบแหบเดินเข้ามามอง
"เหม็นเหล้าหึ่ง"
จ่าหวานเดินตามเข้ามาพร้อมกับแฟ้มบันทึกการสอบสวน
"เอ้า รีบๆ สอบสวนเร็ว ชักช้าเสียเวลา คุณน้องบอกพี่มาเร็ว ซื้อยามาจากไหน”
จ่าหวานทำท่ารำคาญๆ เบื่อๆ เดินเข้ามาจะกระชากตัวหญิงนักเที่ยวขึ้น แต่กลับโดนกระชากตวัดแขนเล่นงานกลับจนแทบล้มคว่ำ
ดาบแหบกระชากปืนออกมาจะเล่นงานหญิงนักเที่ยว หญิงนักเที่ยวหันขวับมา ม้วนตัวเตะเข้าใส่มือข้างที่ถือปืนของดาบแหบ จนปืนหล่นลอยหวืออกไปจากมือ
"เฮ้ย แกเป็นใครกันใคร"
หญิงนักเที่ยวท่าทางเปลี่ยนไป เป็นกร้าวและดุดันมากกว่าเดิม ตวาดดาบแหบกับจ่าหวานลั่น
“หุบปาก แล้วรอรับคำสั่ง !”
ทั้งสองคนชะงักตกใจ

ภายในห้องทำงานของคมศร ในพรรคไทธิวัตถ์ เขากำลังเตรียมข้อมูลทางไอแพด แล้วนิ่วหน้าเมื่อเห็นมีอีเมล์เข้ามา เขาลากนิ้วเปิดเมล์นั้น
คมศรสีหน้าเปลี่ยนไปเป็นแปลกใจ เมื่ออ่านเมล์
"คำสั่งแต่งตั้งเลขาส่วนตัวรองนายกฯจักร... เป็นไปได้ยังไง"
จักรเปิดประตูเข้ามาโดยไม่เคาะ คมศรชะงักไป
"รองจักร"
"ได้รับคำสั่งแต่งตั้งแล้วใช่มั้ย เริ่มทำงานวันนี้เลย นายต้องเป็นเลขาส่วนตัวของฉัน ปฏิเสธไม่ได้เพราะเป็นมติของพรรคฯ"
"แต่ว่า...”
จักรสวนขึ้นทันที
"เช้าวันนี้ฉันจะแถลงข่าวด่วน"
“เอ้อ.. ผมจะประสานงานกองงานสื่อมวลชน”
“ไม่ต้อง ! ฉันต้องการให้ไปร่วมแถลงข่าวกับฉัน มีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องทำ”
"เรื่องสำคัญ"
คมศรจ้องจักรอย่างค้นหาความจริง แต่จักรทำสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เดี๋ยวนี้.. นี่คือคำสั่ง !”
คมศรพยายามระงับอารมณ์ จักรเดินออกไป

เหนือเมฆ2 : มือปราบจอมขมังเวทย์ ตอนที่ 8 (ต่อ)

วันเดียวกัน ภายในร้านกาแฟดีไซน์ดิบๆแห่งหนึ่ง ประตูร้านถูกเปิดออก ผู้การอินทนนท์ที่มีสีหน้ารีบเร่ง แววตาไม่ค่อยสบายใจนักเดินเข้ามา บาริสต้าสาวทักทาย
"สวัสดีค่ะผู้การ วันนี้รับอะไรดีคะ"
“คาปูนิโช่ร้อน”
บาริสต้าหยิบถ้วยกาแฟให้อินทนนท์ทันที ทั้งสองสบตากันนิดหนึ่ง อินทนนท์เดินออกไป
ที่มุมตู้ติดผนังผลิตภัณฑ์กาแฟ อินทนนท์เดินเข้ามา มองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีคนจึงเอาถ้วยกาแฟวางลงที่ด้านหนึ่งของตู้ ขอบตู้ด้านติดผนังเด้งออกทันที ปรากฏเป็นช่องเล็กๆ ขนาดคนเดินเข้าไปได้
ผู้การอินทนนท์เดินเข้าไปภายใน

ภายในเป็นฐานปฏิบัติการลับ มีจอภาพเรียงรายเต็มไปหมดราวกับเป็นสถานีรับสัญญาณวงจรปิด ณ สถานที่ต่างๆ จอภาพที่รายรอบมีตัวหนังสือบอกสถานที่เช่น หน้าสำนักงานสืบฯ / พรรคไททิวัตถ์ / ทำเนียบรัฐบาล / ถนนและแยกสำคัญๆ ต่างๆ
ที่จอกลาง.. ปรากฏภาพขบวนรถตู้ของสำนักงานสืบฯ จอดลงที่ถนนๆ หนึ่ง สตรีลึกลับนั่งอยู่ที่ด้านหน้า คีย์คีย์บอร์ดควบคุมการทำงาน ที่มุมหนึ่งของห้อง วิกผมสั้น และชุดหญิงเที่ยวก่อนหน้านี้วางกองอยู่ใกล้สตรีผู้นั้น
ในจอมอนิเตอร์ ประตูรถตู้สำนักงานสืบฯ เปิดออก วินเดินลงมาจากรถตู้ โดยมีรวินั่งอยู่ภายในรถด้วย
ผู้การอินทนนท์เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบร้อนรน
"พวกมันกำลังจะทำอะไร"
สัญญาณรับภาพผ่านไหล่สตรีลึกลับ ไปยังจอรับภาพด้านหน้าเห็นบรรยากาศริมถนน
“ไม่ใช่เรื่องดี !”
“คนของเราอยู่ที่นั่นด้วยใช่มั้ย”
“อยู่... พร้อมอุปกรณ์ !”
อินทนนท์มองไปที่จอภาพเห็นบริเวณขบวนรถของสำนักงานสืบฯ มีดาบแหบกับจ่าหวานร่วมอยู่กับเจ้าหน้าที่สำนักงานสืบฯ ส่วนหนึ่ง กำลังเดินไปเดินมาที่หน้ารถตู้นั้น

เช้าวันเดียวกัน แสงกล้าแต่งตัวเรียบร้อยแล้วใส่สายสะพายปืนพก แล้วเอาเสื้อแจ็คเก็ตมาใส่คลุม กำลังจะเดินออกไป แต่หันไปเห็นนิตยสารที่แพรไพลินเป็นแบบปกโดยบังเอิญ แสงกล้าหยิบขึ้นมาดูแล้วยิ้มๆ
"สวัสดีครับดอกเตอร์"
เสียงเคาะประตูดังขึ้น แสงกล้าเหลียวไปมอง

ประตูห้องแสงกล้าเปิดออก แสงกล้าชะงักนิดหนึ่งเมื่อเห็นว่าเป็นวินกับเจ้าหน้าที่ฯ ส่วนหนึ่ง
"ผบ.รวิ มีคำสั่งให้หมวดไปทำงานด่วน"
"งานอะไร"
“รีบไป.. ผบ.จะสรุปภารกิจให้ฟังด้วยตัวเองในรถ รีบไป.. มีเวลาไม่มาก”
ร.ต.ต.แสงกล้า อภิไชยจำต้องเดินออกไปกับวินและเจ้าหน้าที่ฯ

บริเวณทางเดินไปยังลานหน้าพรรคไทธิวัตถ์ รถของนักข่าวสำนักฯ ต่าง ๆ ทะยอยเข้ามาติดตั้งกล้อง เตรียมรับการแถลงข่าวของจักรที่หน้าพรรคฯ
คมศรเดินมาตามทางเดิน สีหน้าคมศรยังเต็มไปด้วยความแปลกใจว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถามเจ้าหน้าที่พรรคที่เดินมาด้วยกัน
"รองจักรฯ จะแถลงข่าวเรื่องอะไร"
"ไม่มีใครทราบครับ รู้แต่ว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เรียกสำนักข่าวมาทุกแห่ง"
“เริ่มเมื่อไหร่”
"ไม่น่าจะเกินสิบโมงเช้าครับ"
คมศรมองบรรยากาศโดยรอบแล้วสีหน้าไม่ค่อยสบายใจ นึกรู้ว่ากำลังจะมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้น

บริเวณถนน แสงกล้าเดินอยู่บนทางเดิน มีวินกับเจ้าหน้าที่ฯ เดินตามประกบซ้ายขวา ดาบแหบเดินเข้ามาหาแสงกล้าติดตั้งหูฟังพร้อมวิทยุสื่อสารให้ที่หูด้านหนึ่งของแสงกล้า
"ขออนุญาตครับหมวด" ดาบแหบบอก
ส่วนจ่าหวานก็ติดตั้งหูฟังและวิทยุสื่อสารให้ที่หูด้านหนึ่งของวิน
“ขออนุญาตครับ”
ประตูอัตโนมัติรถตู้สำนักงานสืบฯ เปิดออก พ.ต.ต. หญิง รวิ อิงคพัฒน์นั่งด้วยมาดเท่อยู่ภายในรถ
“สวัสดีหมวดแสงกล้า สำนักงานสืบสวนพิเศษยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับทีมปฏิบัติการเฉพาะกิจของเลขาคมศร เชิญขึ้นรถ”
รวิผายมือเชิญขึ้นมานั่งข้าง ๆ กัน แสงกล้าชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจำจะต้องขึ้นไปนั่งบนรถอย่างเสียไม่ได้ ประตูรถตู้ปิดลง ดาบแหบ จ่าหวาน และวิน เดินขึ้นรถอีกคันหนึ่งขับนำรถตู้ออกไป ภายในรถตู้มีเพียงรวิกับแสงกล้าสองคนเท่านั้น

ผู้การอินทนนท์นิ่วหน้าเมื่อเห็นแสงกล้าอยู่ตรงนั้นด้วย
"มันจะพาแสงกล้าไปไหน"
“ไม่ทราบ” หญิงลึกลับบอก
“เราติดต่อกับแสงกล้าผ่านวิทยุสื่อสารได้ใช่มั้ย เพราะพวกมันไม่รู้ว่า ดาบแหบเป็นคนของเรา"
"ใช่"
นิ้วของหญิงลึกลับกำลังคีย์ข้อมูลผ่านคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์
“ยังไม่ต้องบอกแสงกล้าว่าเราติดต่อเค้าได้ แค่ดักฟังเสียงในรถก็พอ”
ผู้การอินทนนท์มองภาพเบื้องหน้าด้วยสีหน้าไม่สบายใจ

แสงกล้าจ้องหน้ารวิแล้วถาม
“จะไปไหน”
รวิทำหน้าเรียบเฉยจ้องตอบ
“ฉันต้องถามเธอมากกว่า จะพาเราไปไหน”
แสงกล้าสีหน้าแปลกใจเพราะไม่เข้าใจ พอดีกับวินวิทยุเข้ามาบอกรวิ
“รถถ่ายทอดสดสกายนิวส์เน็ตเวิร์คตามเรามาแล้วครับ”
รวิวิทยุติดต่อวิน
"ดี.. บอกให้รักษาระยะห่างไว้ ตามเราไปเรื่อยๆ"
รวิถามแสงกล้าอีก
"บอกได้รึยัง.. ว่าเราจะไปไหน"
ร.ต.ต. แสงกล้า อภิไชยจ้องรวิด้วยความไม่เข้าใจเช่นเดิม

ภายในห้องส่ง วันเดียวกัน ที่ห้องส่งสกายเน็ตเวิร์คอินเตอร์ลูดข่าวด่วน Sky Networks เข้ามา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นภาพจากห้องส่ง มีผู้อ่านข่าวชายกำลังรายงานข่าว
“สกายนิวส์เน็ตเวิร์คกำลังเกาะติดการแถลงข่าวอย่างเร่งด่วนของรองนายกรัฐมนตรี จักร อมตฤทธา อยู่นะครับว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ในเบื้องต้นเราทราบว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องราวที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนทั้งประเทศ"
ผู้อ่านข่าวชายเบี่ยงตัวหันไปยังจอด้านหลัง เห็นน้ำใสนั่งอยู่ในรถถ่ายทอดฯ กำลังรอรายงาน
“ทีมข่าวสกายนิวส์เน็ตเวิร์คกำลังติดตามขบวนรถของสำนักงานสืบสวนพิเศษ ซึ่งไม่แจ้งว่าจะไปที่ไหน แต่ทีมงานโฆษกรัฐบาลแจ้งว่า.. การแถลงข่าวของรองจักรจะเริ่มขึ้นทันทีที่รถของสำนักงานสืบฯ ถึงจุดหมายครับ"
ผู้อ่านข่าวหันไปพูดกับน้ำใสที่อยู่ทางจอภาพด้านหลัง
“คุณน้ำใสครับ เชิญครับ”

น้ำใสอยู่บนรถถ่ายทอดสดที่ตามขบวนรถของสำนักงานสืบฯ หันมารายงานข่าวกับกล้อง
“ค่ะคุณฐิติคะ.. เช้าวันนี้สกายนิวส์เน็ตเวิร์คได้รับแจ้งด่วนให้ติดตามขบวนรถของสำนักงานสืบสวนพิเศษ เพื่อร่วมกับการแถลงข่าวของรัฐบาล และขณะนี้ดิฉันกำลังอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะมุ่งหน้าแยกบางเขน”
ผู้อ่านข่าวชายถาม
"พอจะทราบมั้ยครับว่าขบวนรถจะไปไหน"
“ยังไม่ทราบค่ะ เราได้รับแจ้งให้ตามไปห่างๆ เท่านั้น ขณะนี้ถึงขบวนรถกำลังติดอยู่ที่แยกหลักสี่ค่ะ”

แสงกล้าจ้องหน้ารวิด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจ รวิสีหน้าเรียบเฉยจ้องหน้าตอบ
“คุณต้องการอะไร”
“ทวงคืนสมบัติของแผ่นดินคืน ด้วยฝีมือของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภายใต้การดูแลของเลขาคมศร สุริยน”
แสงกล้าชะงักไปทันที
“สมบัติอะไร”
“เรารู้ทันกันน่าแสงกล้า เธอกับจ่าสมิงได้ ตรีศูลวัชระ กับ สังข์ไชยมงคล คืนมาตั้งแต่คืนก่อนแล้ว”
แสงกล้ามีสีหน้าหนักใจขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้
“ทีมงานของเธอปฏิบัติหน้าที่ได้ดีมาก สำนักงานสืบสวนพิเศษและรัฐบาลถือเป็นหนี้บุญคุณ ฉันต้องการให้เธอพาไปที่เก็บของสองชิ้นนั้น !”
พ.ต.ต. หญิง รวิ อิงคพัฒน์สีหน้าเข้มแสดงออกถึงความเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด

หญิงลึกลับชะงักเมื่อได้ยินคำสนทนานั้น หันไปทางอินททน์
“พวกมันจะชิงศาสตราวุธคืน !”
“ไม่มีทาง ! แสงกล้าไม่มีทางบอกพวกมันหรอกว่าเก็บตรีศูลกับสังข์ไว้ที่ไหน”

แสงกล้าจ้องหน้ารวิแบบไม่เกรงกลัว
"พาเราไปที่เก็บตรีศูลวัชระกับสังข์ไชยมงคล"
“ผมไม่จำเป็นต้องทำตาม”
“แต่นี่เป็นคำสั่ง !”
“ผมไม่มีวันทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ต่อให้ฆ่าผมตรงนี้... ผมก็ไม่มีวันบอกว่าของสองชิ้นนั้นอยู่ที่ไหน"
“ฮึๆ กล้าดี”
รวิกดปุ่มเปิดระบบจอมอนิเตอร์ภายในรถตู้ ปรากฏเป็นภาพมุมสูงจากดาดฟ้าตึกแห่งหนึ่ง มีเจ้าหน้าที่ของเนติเทคกำลังปฏิบัติหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอยู่ที่ลานกว้างหน้าตึกแห่งหนึ่ง
“ดูภาพนี้ก่อนตัดสินใจ”
ในจอมอนิเตอร์ แพรไพลินเดินเข้ามากำลังตรวจสอบหลักฐานที่หน้าตึก แสงกล้าชะงักไป

แพรไพลินกำลังนำทีมเจ้าหน้าที่เนติเทคตรวจสอบหลักฐานที่ลานหน้าตึกแห่งหนึ่ง ด้วยสีหน้ามุ่งมั่นและตั้งใจอย่างมาก
“เมื่อเช้าวันนี้.. ดอกเตอร์แพรไพลินได้รับคำสั่งให้ไปตรวจสอบหลักฐานในคดีลอบวางระเบิด”
ภาพถูกซูมตรงไปยังดาดฟ้าด้านตรงข้าม เห็นปลายกระบอกปืนไรเฟิลติดลำกล้อง กำลังเล็งมาที่แพรไพลินโดยเธอไม่รู้ตัว !
ที่ริมดาดฟ้าตึกตรงข้าม ดาหลากำลังหมอบเล็งปืนไรเฟิลติดลำกล้องไปยังร่างของแพรไพลิน
ดาหลากดปุ่มวิทยุสื่อสารที่ติดอยู่ที่หู พูดกลับมาที่รวิ
“ล็อกเป้าพร้อมยิง !”
ดาหลากำลังเล็งปืนตรงไปยังแพรไพลินยังเบื้องล่าง

รวิยิ้มพอใจเมื่อได้ยินการติดต่อจากดาหลา ตอบวิทยุไป
"รอฟังคำสั่ง ภาพมุมสูงนี้ไม่ค่อยสวยนัก ฉันอยากให้เธอดูภาพมุมอื่นมากกว่า”
รวิกดปุ่มที่หน้าจอมอนิเตอร์ ภาพเปลี่ยนไปเป็นภาพจากกล้องเล็งที่ติดอยู่บนปืนไรเฟิล ปรากฏเป็นจุดเล็งกากบาทอยู่ที่กลางศีรษะแพรไพลินชัดเจน แสงกล้าตกใจ
"แพรไพลิน"
รวิเสียงเข้มถาม
“บอกได้รึยัง ตรีศูลวัชระกับสังข์ไชยมงคลเก็บอยู่ที่ไหน”
แสงกล้าจ้องไปที่จอมอนิเตอร์ เห็นชัดเจนว่ากล้องเล็งเป้ากำลังส่องอยู่ที่ศีรษะแพรไพลินที่ยังไม่รู้ตัว “ทำแบบนี้ได้ยังไง ดอกเตอร์แพรเป็นน้องสาวของ ผบ.”
รวิหันไปสั่งทางวิทยุ
“เหรอ...พร้อมยิงภายในสิบวินาที”
แสงกล้าสีหน้าตกใจ มองไปยังจอมอนิเตอร์แล้วถอนหายใจยาว ตัดสินใจไม่ถูก
รวินับ”10... 9... 8...”

หญิงลึกลับตกใจหันไปทางผู้การอินทนนท์เมื่อได้ยินเสียงสนทนาระหว่างแสงกล้ากับรวิ
“ไปช่วยทันมั้ย”
"ไม่"
อินทนนท์สีหน้าไม่สบายใจ

แสงกล้ามองภาพบนจอมอนิเตอร์ในรถ เห็นแพรไพลินที่กำลังโดนเล็งอยู่ที่ศีรษะอยู่
“ 4... 3... 2...”
แสงกล้าถอนหายใจยาวทำอะไรไม่ถูก

ภายในรถถ่ายทอดสด น้ำใสกำลังรายงานสดกับกล้อง ทางด้านหลัง รถขบวนสำนักงานสืบฯ กำลังกลับรถ
“คุณฐิติคะ ขณะนี้ขบวนรถของสำนักงานสืบฯ เปลี่ยนเส้นทาง กลับรถกะทันหันที่บริเวณถนนรามอินทรา และถ้าคาดคะเนจากในตำแหน่งนี้ จุดหมายปลายทางน่าจะอยู่ที่บ้านพักสำนักงานสืบสวนพิเศษ"
ขบวนรถสำนักงานสืบฯ กำลังวิ่งตรงไปยังถนนโล่งเบื้องหน้า โดยมีรถถ่ายทอดสดตามไป
น้ำใสเอามือจับที่หูฟัง
“พรรคไททิวัตถ์แจ้งว่ารองจักรพร้อมจะแถลงข่าวแล้ว ขอนำภาพกลับไปที่พรรคไททิวัตถ์ก่อน ดิฉันจะกลับมาทันทีที่ขบวนรถถึงเป้าหมายค่ะ"

บริเวณแถลงข่าวพรรคไททิวัตถ์ จักรในมาดน่าเกรงขาม ยืนอยู่กับคมศรที่สีหน้าไม่ค่อยดีนัก
คมศรกระซิบถามจักร
“ไม่ว่าคิดจะทำอะไร มันไม่มีวันสำเร็จ !”
"จริงเหรอ... ฮึ ๆ ๆ"
โฆษกพรรคเดินเข้าไปที่โพเดี้ยม ยิ้มแย้มกับนักข่าว
"ท่านจักรพร้อมจะแถลงข่าวด้วยตัวเอง และยินดีตอบในทุกคำถามครับ เชิญท่านจักรครับ"
จักรยิ้มเดินตรงเข้ามายังโพเดี้ยม นักข่าวต่างถ่ายภาพและรายงานสด
“ผมมีเรื่องสำคัญที่จะแจ้งให้ทราบ เป็นที่น่ายินดีว่าวันนี้เราได้วัตถุโบราณชิ้นสำคัญกลับคืนมาแล้ว ทั้ง ตรีศูลวัชระ และ สังข์ไชยมงคล”
นักข่าวต่างฮือฮา
“จับคนร้ายได้มั้ยคะ”
“น่าเสียดายที่คนร้ายหนีรอดไปได้ แต่สำนักงานสืบสวนพิเศษนำโดย ผบ.รวิ ไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังติดตามเอาตัวมาลงโทษ”
“ท่านได้วัตถุโบราณทั้งสองชิ้นกลับคืนมายังไงคะ” นักข่าวถาม
“หน่วยปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์ของสำนักงานสืบสวนพิเศษ ชิงมาได้จากคนร้ายเมื่อคืนวันก่อน”
“ไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่ามีหน่วยนี้” นักข่าวบอก
“เป็นดำริของผมกับคมศร เราต้องการให้หน่วยนี้ทำงานในทางลับ เพื่อสืบสวนและติดตามของโบราณทั้งสองชิ้น น่ายินดีที่วันนี้เราทำสำเร็จแล้ว” จักรบอก
นักข่าวต่างหันขวับไปมองคมศรเป็นตาเดียว คมศรจ้องจักรด้วยสายตาไม่พอใจ
“เลขาคมศรคงจะให้รายละเอียดได้ดีกว่าผม เชิญ...คมศร”
คมศรจำต้องเดินมาตามคำสั่งของจักร จักรมองคมศรด้วยสายตาเหนือกว่าและเย้ยหยัน
นักข่าวถาม
“ตอนนี้ตรีศูลวัชระกับสังข์ไชยมงคลอยู่ที่ไหนคะ”
จักรมีสีหน้าพอใจกับแผนการที่รวิเตรียมไว้เป็นอย่างดี ขณะที่คมศรชำเลืองมองจักรด้วยสีหน้าไม่พอใจ

ผู้การอินทนนท์สีหน้าไม่สบายใจ
"เราต้องเสียศาสตราวุธทั้งสองชิ้นไปเหรอ"
“ถ้าเราไม่ได้.. ต้องไม่มีใครได้ !” หญิงลึกลับบอก

น้ำใสกำลังรายงานสดอยู่ที่หน้ากล้อง บริเวณหน้าที่พักสมิงมีกองทัพนักข่าวตามเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่สำนักงานสืบฯ รุมล้อมรวิที่กำลังคุมเชิงให้แสงกล้าพาเดินมาหยุดที่หน้าประตูที่พัก
น้ำใสรายงานข่าว
“ดิฉันอยู่บริเวณหน้าที่พักสำนักงานสืบสวนพิเศษ รายงานแจ้งว่า ศาสตราวุธทั้งสองชิ้นเก็บไว้ที่นี่ และกระบวนการขนย้ายวัตถุโบราณทั้งสองชิ้น กำลังจะเริ่มขึ้นค่ะ"
แสงกล้าจำต้องเดินไปเคาะประตู โดยมีรวิคุมเชิงอยู่
"จ่า...จ่าสมิง"
แสงกล้าหันไปมองรวินิดหนึ่ง พอดีกับสมิงเปิดประตูผลัวะออกมา ชะงักไปนิดหนึ่ง
"หมวด...ผบ...”
"เรามารับตรีศูลกับสังข์ไชยมงคล"
รวิพยักหน้าส่งสัญญาณให้วิน วินพากองกำลังสำนักงานสืบบุกเข้าไปในบ้านสมิงทันทีโดยไม่รอ
แสงกล้าส่งสายตาเสียใจให้สมิงพลางพูดเสียงเบา
"ผมเสียใจ... ผมไม่มีทางเลือก"
ทั้งสองมองหน้ากันอย่างไม่ถูกกัน

ดาบแหบเดินอยู่ในบริเวณที่จอดรถด้วยท่าทางระแวดระวัง สักครู่จึงได้รับวิทยุติดต่อ
“ดาบแหบ” เสียงหญิงลึกลับเรียก
ดาบแหบชะงัก
“ทำตามแผน !” หญิงลึกลับบอก
ดาบแหบถอนหายใจยาว หันไปทางจ่าหวานที่ยืนอยู่หลังรถขบวนคันหนึ่ง พยักหน้าส่งสัญญาณ
จ่าหวานมองซ้ายมองขวาแล้วรีบหยิบกระเป๋าที่เก็บไว้หลังรถออกมา แล้วเดินออกไปทันที

แสงกล้ายืนอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านจ่าสมิงด้วยความไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ สมิงยืนนิ่งอยู่ที่ประตูมองเข้าไปด้านในด้วยสายตานิ่ง แต่เต็มไปด้วยความเครียด วิทยุสื่อสารที่ติดหูแสงกล้าดังขึ้น
“แสงกล้า”
แสงกล้าชะงักไปทันที มองซ้ายมองขวา
“ทำตัวให้เป็นปกติ”
"คุณเป็นใคร"
“ศรัทธา”
แสงกล้าชะงักนิดหนึ่ง
"คุณต้องการอะไร"
“เธอต้องพิสูจน์ให้คนเห็น ... ความดีไม่มีวันตาย สองสำคัญทั้งสองชิ้นต้องไม่ตกอยู่ในมือคนชั่ว"
จ่าหวานเดินเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าส่งให้แสงกล้าแล้วเดินออกไปทันที แสงกล้ารับกระเป๋ามาด้วยสีหน้าแปลกใจ

บริเวณที่ลับตาคน แสงกล้าเปิดกระเป๋าออก เห็นมีลูกระเบิดขนาดเล็ก จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถืออยู่ แสงกล้าชะงักไป
“ความหวังอยู่ที่เธอคนเดียว...แสงกล้า !”
แสงกล้าหยิบระเบิดขึ้นมาดู สีหน้าครุ่นคิด

เจ้าหน้าที่สำนักงานสืบฯ กำลังตรวจสอบตรีศูลกับสังข์ที่อยู่บนแท่นภายในที่พักสมิง รวิกับวินยืนควบคุมการตรวจอย่างใกล้ชิด
“เป็นของจริงทั้งสองชิ้นครับ”
“เคลื่อนย้ายออกไป !”
แสงกล้าเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องทึบแบบหิ้วได้สองใบ รวิชะงักไปนิด
"เข้ามาทำไม" รวิถาม
“เป็นภารกิจของผมที่จะดูแลของสำคัญทั้งสองชิ้น”
รวิขัดไม่ได้ จำต้องให้แสงกล้าเดินเข้าไปที่แท่นแต่ละแท่น แสงกล้านำตรีศูลวัชระและสังข์ไชยมงคลใส่ในกล่องทีละใบ โดยรวิกับวินจับตาดูอย่างใกล้ชิด
บริเวณฝากล่องทึบด้านใน แสงกล้าติดตั้งระเบิดจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือไว้ด้วย บนระเบิดปรากฏแสงสว่างวาบๆ พร้อมจุดระเบิด !

หน้าจอหนึ่ง คอมพิวเตอร์ระบุว่าระเบิดส่งสัญญาณพร้อมจุดชนวน
“ระเบิดพร้อมจุดชนวน !”
ผู้การอินทนนท์ถอนหายใจยาว จำนนด้วยสถานการณ์ นภาตัดใจ รัวนิ้วลงที่คีย์บอร์ดเตรียมพร้อมจุดชนวน

บริเวณที่จอดรถ กล่องใส่ศาสตราวุธทั้งสองใบถูกขนไปไว้ที่ท้ายรถตู้ ประตูท้ายรถตู้ถูกปิดลง
แสงกล้าจ้องกล่องทั้งสองด้วยแววตาเครียด กำลังจะเดินขึ้นรถ
“หมดหน้าที่แล้ว ฉันจะควบคุมการขนย้ายเอง”
รวิเดินขึ้นรถตู้ที่มีตรีศูลกับสังข์ฯ ปิดประตูแล้วพยักหน้าให้คนขับ ขับรถออกไป
เครนยกขึ้นรับขบวนรถตู้สำนักงานสืบฯ ออกไปตามถนน โดยมีแสงกล้ากับสมิงยืนมองออกไปจนสุดสายตา

บริเวณหน้าตึก แพรไพลินกำลังตรวจสอบหลักฐานอยู่ แวบหนึ่งที่หางตาเห็นแสงสะท้อนมาจากดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้าม เธอ รู้สึกได้ถึงสิ่งน่าผิดสังเกต
ดาหลากำลังเก็บปืนไรเฟิลติดลำกล้อง ปรากฏ แสงสะท้อนมาจากตัวลำกล้องปืนโดยไม่รู้ตัว
ดาหลารูดซิปเก็บปืนไรเฟิลใส่ลงกระเป๋าสะพาย ลมพัดผมปลิว เก็บแว่นกันแดดจะใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ.. แต่แล้วหลุดมือ
แว่นกันแดดตกลงไปจากดาดฟ้า ร่วงลงสู่เบื้องล่าง
แว่นกันแดดที่ตกลงมาจากดาดฟ้า ร่วงลงมาอยู่เหนือแพรไพลิน แพรไพลินเงยหน้าขึ้นมอง
ดวงตาเบิกกว้างคล้ายรู้ความผิดปกติ แพรไพลินหันไปบอกลูกน้อง
“บนดาดฟ้า !”
แพรไพลินรีบออกไปอย่างรวดเร็ว

ดาหลาเก็บของเสร็จเรียบร้อยกำลังจะเดินลงจากดาดฟ้า แต่แล้วกลับต้องชะงัก แพรไพลินนำกองกำลังขึ้นมาประจันหน้า ดาหลากระชากปืนพกออกมายิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่เนติเทค เปรี้ยง ๆ ๆ ทั้งหมดแตกกระเจิงกันไป
ดาหลายิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่เนติเทคไปพักหนึ่งแล้วจึงหยิบระเบิดควันขึ้นมา ขว้างเข้าใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ฯ ควันพวยพุ่งคลุ้ง แล้วรีบหนีออกไปอีกทาง
แพรไพลินมองเห็นว่าดาหลากำลังจะหนีไปอีกทาง ก็รีบวิ่งออกไป
“เสียเวลาเปล่า หมอไม่มีทางสู้นักฆ่าได้หรอก” ดาหลาบอก
"ประมาทคู่ต่อสู้ เป็นคุณสมบัติโดยตรงของพวกขี้แพ้"
แพรไพลินมองปราดหาจุดอ่อนของดาหลา แพรไพลินกระแทกเข้าที่ข้อศอก ดาหลาแทบทรุดไปทันที จากนั้นกระแทกมือเข้าไปจมูก ดาหลาล้มคว่ำไป เลือดไหลออกมาเป็นทาง ดาหลาโดนแพรไพลินเล่นงานจนย่ำแย่ และโดนจับใส่กุญแจมือได้ในที่สุด
“แขนหักตั้งแต่วัยเด็กกับการทำศัลยกรรมดั้งที่ผิดวิธี อาจทำให้แพ้ในการต่อสู้แบบประชิดตัว !”
แพรไพลินส่งตัวดาหลาให้เจ้าหน้าที่เนติเทคฯที่ตามมาช่วย ดาหลามองแพรไพลินด้วยสายตาโกรธแค้น

บริเวณถนนที่ผ่านย่านชุมชน มีผู้คนมากมายริมถนน รถตู้สำนักงานสืบฯ แล่นเข้ามาโดยมีขบวนรถปิดหัวปิดท้าย รถนักข่าวยังคงตามอยู่ด้วย
ภายในรถตู้ฯ ที่ฝากล่องใส่ศาสตาวุธด้านใน เห็นระเบิดติดโทรศัพท์มือถือพร้อมจุด มีสัญญาณไฟกระพริบถี่ๆ
บรรยากาศภายในรถตู้ รวิสีหน้ามุ่งมั่น นั่งคุมการขนย้ายภายในรถด้วยตัวเอง

ผู้การอินทนนท์หันมาถามหญิงลึกลับ
“จะจุดระเบิดเมื่อไหร่”
“ทันที่ออกถนนวงแหวน คนน้อยกว่านี้”
ทั้งคู่ต่างดูภาพบนจอมอนิเตอร์มากมาย ภาพจับอยู่ที่ถนนหลายสาย

บริเวณทางเดินในพรรคไททิวัตถ์ จักรกับคมศรเดินมาตามทางเดิน เมื่อห่างจากบริเวณแถลงข่าว คมศรจึงพูดกับจักรด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ถ้าคาดไม่ผิด ภาพวาดที่หายไปก็เป็นฝีมือของพวกคุณใช่มั้ย"
“ใช่หรือไม่ใช่ ... มันก็ไม่ทำให้แกเจริญขึ้นหรือเลวลง เลือกข้างให้ถูก ฉันเสียดายความสามารถของแก แกไม่มีโอกาสเลือกมากนักหรอกนะ”
เสียงโทรศัพท์จักรดังขึ้น จักรดูหมายเลข แล้วส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดกันคมศรออกไป คมศรจำต้องหลีกออกไป จักรเดินเลี่ยงออกมาพูดโทรศัพท์อีกทางหนึ่ง
“ว่าไง”
รวิยกโทรศัพท์ขึ้นพูด พลางหันมามองกล่องใส่ศาตราวุธทั้งสองด้วยสีหน้าพอใจ
“กำลังจะสลัดนักข่าวออกไป พร้อมนำของไปที่หมาย”

พอมาถึงทางแยก ขบวนรถนักข่าวที่ตามรถตู้สำนักงานสืบฯ ต้องเบรกกะทันหันเพราะถูกตัดหน้า
อย่างรวดเร็วด้วยรถอีกขบวนหนึ่งของสำนักงานสืบฯ
น้ำใสที่กำลังรายงานข่าวหน้าแทบคะมำ
“รถถ่ายทอดสดถูกสกัดไม่ให้ติดตามขบวนต่อไป คาดว่าโบราณวัตถุทั้งสองชิ้นคงจะถูกนำไปยังเก็บยังสถานที่ลับสุดยอดค่ะ”
กล้องวงจรปิดของจราจร กำลังถ่ายภาพรถตู้สำนักงานสืบฯ ที่ขับห่างออกไป

รถตู้สำนักงานสืบกำลังวิ่งห่างออกไป
“จุดระเบิด !”
หญิงลึกลับคีย์คอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว กล้องรับหน้าจอคอมพิวเตอร์เปลี่ยนไปเป็นการส่งสัญญาณไประเบิด

เหนือเมฆ2 : มือปราบจอมขมังเวทย์ ตอนที่ 8 (ต่อ)

ภายในรถตู้ กล่องใส่ศาสตราวุธ ที่ฝากล่องที่ติดตั้งระเบิด ไฟยังกระพริบถี่ๆ เหมือนปกติ...ระเบิดไม่ทำงาน !
อินทนนท์นิ่วหน้ามองภาพวงจรปิดที่รถตู้สำนักงานสืบฯ ยังคงแล่นห่างออกไปเรื่อยๆ
"ระบบจุดระเบิดไม่ทำงาน”
หญิงลึกลับรีบรัวคอมพิวเตอร์เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว กระแทกปุ่ม enter หลายครั้ง แต่ดูเหมือนไม่สัมฤทธิ์ผล
ภายในรถตู้ ปรากฏอุปกรณ์สื่อสารชิ้นหนึ่งติดอยู่บริเวณใต้ท้องรถตู้ มีเสาอากาศสื่อสารพร้อมกับไฟกระพริบบ่งบอกว่ากำลังทำงาน
นภากดปุ่ม enter เท่าไรก็ไม่สามารถทำให้ระเบิดทำงานได้
“รถคันนั้นติดตั้งอุปกรณ์รบกวนสัญญาณ” อินทนนท์บอก
จอมอนิเตอร์ที่ปรากฏภาพวงจรปิดจราจร จู่ ๆ ก็สัญญาณภาพหายไป หญิงลึกลับพยายามจะแก้ไขให้กลับมาแต่ทำไม่ได้
“พวกมันตัดสัญญาณ CCTV”
หญิงลึกลับรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดเหมือนตัดสินใจทำอะไรอีกอย่างหนึ่ง
หน้าจอคอมพิวเตอร์เปลี่ยนไป เป็นภาพมุมสูงจากดาวเทียม ซูมเข้ามาเรื่อย ๆ จากแผนที่โลก เข้าสู่แผนที่ประเทศไทย เข้ามาที่กรุงเทพฯ แล้วเจาะละเอียดเข้ามาตามเส้นทางถนน
“ภาพถ่ายทางอากาศ สำนักงานสืบฯ มีดาวเทียมจารกรรมแล้วเหรอ” อินทนนท์ถาม
“เพิ่งติดตั้ง งบพิเศษของรองจักรฯ”
“ฮึ ๆ ถ้ารองจักรรู้คงแค้นใจน่าดู งบโกงกินของพวกมันกำลังจะทำร้ายตัวเอง !”
ผู้การอินทนนท์ยิ้มสะใจ

เวลากลางวัน หน้าสำนักงานสืบสวนพิเศษ แสงกล้าเดินเข้ามากับสมิง ดาบแหบกับหมู่หวานเดินตามเข้ามาด้วย แสงกล้าเช็กข่าวจากมือถืออยู่ตลอดเวลา สมิงหันมามอง
“เช็กข่าวได้มั้ยหมวด”
“ไม่มีรายงานรถระเบิด ทำไมระเบิดไม่ทำงาน”
แสงกล้าหันขวับมาทางดาบแหบกับจ่าหวาน
"อย่ามองผมแบบนั้นสิหมวด ผมก็ไม่รู้"
"แต่ดาบกับจ่าเป็นพวกเดียวกับ...”
จ่าหวานสวนทันที
"เราแอบทำงานให้เป็นจ๊อบๆ ทำตามสั่ง... ไม่รู้อะไรมากกว่านั้นหรอกหมวด"
"หมายความว่าทั้งดาบทั้งจ่า ไม่รู้ว่าศรัทธาเป็นใครงั้นเหรอ" สมิงถาม
"แม่นแล้ว"
แสงกล้าส่ายหน้าด้วยความไม่เข้าใจ แล้วเดินเข้าไปในสำนักงานสืบฯ

ดาหลาโดนเจ้าหน้าที่เนติเทคฯควบคุมตัวเข้ามาตามทางเดิน บนใบหน้าของดาหลามีพลาสเตอร์เทปแปะที่บริเวณดั้งจมูกที่ยุบ แพรไพลินที่เดินคุมอยู่หันมาสั่งลูกน้อง
"เอาตัวไปไว้ในห้องสอบสวน ฉันจะแจ้ง ผบ.ส่งคนมาสอบ"
เจ้าหน้าที่เนติเทคฯนำตัวดาหลาออกไป แสงกล้าเดินสวนเข้ามาหาแพรไพลินด้วยสีหน้าเป็นห่วง
“เป็นยังไงบ้าง”
"เอ้อ.. เกิดเรื่องนิดหน่อย"
“เกือบจะโดนลอบยิงเนี่ย ไม่ใช่เรื่องนิดหน่อยแล้วมั้ง”
“หมวดรู้”
“ยิ่งกว่ารู้... ผมเห็นภาพคุณโดนปืนติดลำกล้องเล็งจ่อเข้าที่กลางหน้าผาก”
แพรไพลินมองแสงกล้าอย่างอึ้ง ๆ คาดไม่ถึงว่าแสงกล้าจะรู้เรื่องมากถึงเพียงนี้
“ถ้าคุณรู้ว่าใครบงการ คงจะตกใจมากกว่านี้”
แพรไพลินมองหน้าแสงกล้าด้วยแววตาค้นหา

แสงกล้าเดินเข้ามาหยุดมองตรงหน้าดาหลาที่โดนจับควบคุมนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ
“ไม่มีอะไรจะพูด เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด” ดาหลาบอก
“ปฏิเสธทั้งๆ ที่โดนจับได้ขณะกำลังแบกไรเฟิลอยู่เนี่ยนะ”
“ฉันยิงใครสักคนรึยัง”
“แต่คุณขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่”
“ไม่รู้ว่าตัวจริงตัวปลอม บุกเข้ามาก็ต้องป้องกันตัวเอาไว้ก่อน”
ดาหลาสบสายตากับแพรไพลินอย่างไม่เกรงกลัว
แสงกล้าเดินเข้ามาหยิบโทรศัพท์มือถือของดาหลาขึ้นกดไล่เรียง ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อกับเธอเป็นครั้งสุดท้าย เห็นหมายเลขและใบหน้าของรวิชัดเจน
แสงกล้าส่งโทรศัพท์มือถือให้แพรไพลินดู
“หมายเลขโทรศัพท์สุดท้ายที่ติดต่อ คุณคุ้นมั้ย”
แพรไพลินชะงักไปทันที
"พี่รวิ" แพรไพลินเสียงแผ่ว
แพรไพลินชำเลืองมองไปที่ดาหลาที่จ้องหน้าตอบด้วยแววตาไม่กลัวเกรง
“เธอทำงานให้พี่รวิ”
“ถ้ารู้ก็ปล่อยฉันได้แล้ว ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”
" คิดผิดคิดใหม่ได้นะ ที่นี่ไม่เคยลงให้กับความไม่ถูกต้อง ถ้าไม่สารภาพ ขังลืมแน่”
แสงกล้ากับดาหลาจ้องหน้ากันอย่างไม่กลัวเกรง

หญิงลึกลับกับอินทนนท์จับตามองภาพจากมอนิเตอร์ เห็นภาพมุมสูงรถตู้สำนักงานสืบฯ กำลังแล่น นภากดคีย์บอร์ด ภาพอีกหน้าจอเปลี่ยนเป็นแผนที่มุมสูง ภาพสแกนระบุสถานที่ไปมา
“บริเวณนี้เป็นนิคมอุตสาหกรรม มีคลังสินค้าเป็นร้อย”
มอนิเตอร์ที่เฝ้าติดตามรถตู้ เห็นภาพมุมสูงรถตู้จะแล่นไปยังอุโมงค์รถยนต์
"จับตาที่ปากอุโมงค์ไว้" อินทนนท์บอก
หญิงลึกลับกับอินทนนท์มีท่าทางไม่ค่อยสบายใจนัก

รถตู้สำนักงานสืบฯ แล่นออกมาจากทางออก แล้วสักพักหนึ่งจึงมีรถตู้แบบเดียวกันแล่นออกมา อีกไม่นานก็มีรถตู้ออกมาอีก เป็นสายขบวนรวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 4 คัน..

ภาพมุมสูงจากดาวเทียม เห็นรถตู้ขับเรียงกันเป็นแถว 4 คัน แยกไม่ออกว่าคันไหนจริง คันไหนปลอม หญิงลึกลับกับอินททน์ตกใจเมื่อเห็นภาพที่อยู่เบื้องหน้า
ภาพในจอมอนิเตอร์เมื่อผ่านทางแยก เห็นรถตู้ทั้ง 4 คันกระจายออกไปตามจุดต่าง ๆ กันออกไป
ทั้ง ซ้าย ขวา ตรง และกลับรถ
“จบกัน!จะตามคันไหน”
หญิงลึกลับกดรัวคีย์บอร์ดอย่างรวดรวดเร็ว เห็นภาพบนจอมอนิเตอร์กำลังแบ่งสี่ จับที่รถตู้แต่ละคัน
“รถตู้ที่บรรทุกของกับรถตู้เปล่า มีน้ำหนักไม่เท่ากัน” หญิงลึกลับบอก
“รถตู้คันที่บรรทุกศาสตราวุธต้องมีน้ำหนักมากกว่า” อินทนนท์ว่า
บนจอมอนิเตอร์แบ่งเป็น 4 จอ เป็นภาพรถตู้แต่ละคัน การคำนวณปรากฏว่าน้ำหนักเท่ากันหมดทุกคัน
“น้ำหนักเท่ากันทุกคัน !”
"เราพลาดแล้วค่ะผู้การ"
อินทนนท์กับนภาถึงกับหัวเสียที่ทำอะไรไม่ได้

รวิยกหูโทรศัพท์โทรออกไปยังจักร
"ทุกอย่างเรียบร้อย ของทั้งหมดจะถึงที่หมายภายในครึ่งชั่วโมง"
“เก่งมากรวิ”
“อย่าลืมที่ตกลงกันไว้ ร่างของท่านวิญญูกับอนันตคทาจะต้องถึงที่หมายพร้อม ๆ กัน"
รวิแววตาแกร่งกล้าและเอาจริง

ที่ทาวโฮมแพรไพลิน เวลากลางวัน สมิงนั่งนิ่งใช้ความคิด
“ทำไมพวกมันถึงไม่เอาศาสตราวุธทั้งสามชิ้นกลับไปไว้ที่บ้านรองจักร”
“มันไม่กล้าเสี่ยง พญามารกำลังสิ้นฤทธิ์ ถ้าเราบุกไปตอนนี้ พวกมันมีแต่แพ้กับแพ้" แสงกล้าบอก
แสงกล้ากับแพรไพลินอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์ พยายามเคาะหาข้อมูลเพื่อจะชิงศาสตราวุธกลับคืนมา
“ต้องรีบหาให้เจอ มีเวลาอีกไม่มาก พวกมันกำลังจะเอาศาสตราวุธทั้งสามชิ้นไปทำลายเหล็กไหลทมิฬ เพื่อชุบชีวิตพญามาร”
"มีเวลาถึงเมื่อไหร่" แสงกล้าถาม
“ไม่เกินคืนนี้ เวลาพระจันทร์เต็มดวง”
แพรไพลินคิดนิดหนึ่ง คิดถึงคำพูดของแสงกล้าในห้องสอบสวน ที่แสงกล้าส่งโทรศัพท์มือถือให้แพรไพลินดู
"นี่เป็นหมายเลขโทรศัพท์สุดท้ายที่ติดต่อกับผู้หญิงคนนี้ คุณคุ้นมั้ย"
แพรไพลินครุ่นคิด
“ใช้ GPS หาที่อยู่โทรศัพท์มือถือ ผบ.รวิ ได้”
แพรไพลินเคาะคอมพิวเตอร์ เพื่อค้นหาสัญญาณ ทั้งสามคนลุ้นกันที่หน้าจอ แสดงผลการค้นหา No Signal การค้นหาไร้ผล
“พี่รวิปิดสัญญาณ GPS”
สมิงถอนหายใจยาว แสงกล้ากับแพรไพลินไม่สบายใจไม่น้อยไปกว่ากัน

บริเวณคลังสินค้าโล่ง ทันสมัย ลูกน้องจักรหลายคนพากันลำเลียงแบกแคปซูลที่มีร่างวิญญูซึ่งยังไม่ได้สติเข้ามายังคลังโล่ง รวิตรงเข้ามามองร่างวิญญูด้วยแววตาห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง
"ท่านวิญญูเป็นยังไงบ้าง"
“ยังไม่ตาย” จักรบอก
“แล้วอนันตคทาล่ะ” รวิถาม
จักรหันหน้าไปมองทางเข้าอีกทาง ปรากฏแสงสว่างเป็นทางเข้ามา ลูกน้องคนหนึ่งกำลังเดินนำให้เหล่าลูกน้องนำภาพอนันตคทาเข้ามาภายในห้อง
“เอาไปรวมกับศาสตราวุธชิ้นอื่นทางด้านโน้น”
รวิเดินนำ ร่างวิญญูกับอนันตคทาถูกลำเลียงตามรวิออกไป จักรมองตาม
บริเวณที่จะใช้ชุบชีวิตวิญญู เป็นอาคารคลังสินค้าที่หลังคาถูกเปิดโล่งออกส่วนหนึ่ง ตรีศูลวัชระ, สังข์ไชยมงคล และ อนันตคทา ถูกลำเลียงเข้ามาพร้อมกับแคปซูลที่มีร่างวิญญูนอนอยู่ ร่างของวิญญูถูกรายล้อมไปด้วยศาสตราวุธทั้งสามชิ้น แคปซูลของวิญญูตั้งอยู่ตรงตำแหน่งที่หลังคาถูกเปิดออกนั้น
เทวาศาสตราวุธทั้งสามชิ้นมาเรียงอยู่ด้วยกัน บังเกิดเป็นแสงวาววับเชื่อมต่อถึงกัน ทุกคนตะลึงไปกับภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า
“เหลือแค่รอเวลา คืนนี้เมื่อพระจันทร์อยู่ในองศาเดียวกับร่าง ด้วยอำนาจของตรีศูลวัชระ อนันตคทา และ สังข์ไชยมงคล ท่านวิญญูจะปลอดภัยจากเหล็กไหลทมิฬ กลับมามีชีวิตเป็นปกติ" รวิว่า
"ยังไงฉันก็ไม่ปล่อยของสำคัญไว้อย่างนี้หรอก" จักรบอก
“ถ้าอยู่ต่อ ต้องเสี่ยงกับเหล็กไหลย้อนเข้าตัว ต้องการอย่างนั้นเหรอ” รวิว่า
จักรชะงักไปทันที กลัวอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น รวิมองอาการของจักรแล้วนึกรู้ หันไปสั่งลูกน้อง
“จัดคนดูแลความปลอดภัยรอบอาคารนี้ อย่าปล่อยให้ใครเข้ามาข้างในอาคารเป็นอันขาด"
ลูกน้องหันไปมองจักรเป็นทำนองถามว่าจะให้ทำตามหรือไม่ จักรหงุดหงิด
“ทำตามที่สั่ง จะช้าอยู่ทำไม”
จักรเดินออกไปด้วยความไม่พอใจ รวิหันไปมองร่างที่ยังไม่ได้สติของวิญญูด้วยแววตาเป็นห่วง

แสงกล้าหันไปทางสมิงที่กำลังใช้สมาธิหาทางออก
"ทำอะไรสักอย่างสิ" แสงกล้าบอก
"จะให้ทำอะไร ลุกขึ้นมาเต้นระบำรึไง"
“สร้างอิทธิฤทธิ์อะไรก็ได้ จ่าไม่รู้เลยเหรอว่าศาสตราวุธทั้งสามชิ้นอยู่ที่ไหน”
“เอางี้นะหมวด ... ผมบอกได้แต่ว่าพวกมันต้องเอาของทั้งสามชิ้นไปไว้ในที่โล่งอยู่สูงพอควร เพื่อให้แสงจันทร์ส่องถึงตัวไอ้พญามาร พระจันทร์เต็มดวงเมื่อไหร่อานุภาพของเทวาศาสตราวุธจะปรากฏ”
หน้าจอคอมพิวเตอร์ของแพรไพลินเปลี่ยนไป มีการส่งเมลเข้ามา
“มีคนส่งเมล์เข้ามา... จาก ศรัทธา”

แพรไพลินรัวคีย์บอร์ด ส่งภาพขึ้นไปยังหน้าจอใหญ่เบื้องหน้า ภาพหน้าจอเบื้องหน้าปรากฏภาพถ่ายผ่านดาวเทียม เป็นบันทึกภาพรถตู้สำนักงานสืบฯ วิ่งอยู่บนถนนแล้วแล่นเข้าไปในอุโมงค์
“ศรัทธาใช้ดาวเทียมจารกรรมตามรถตู้คันนั้นไปจนถึงอุโมงค์ ก่อนถึงนิคมอุตสาหกรรม”
ภาพบนหน้าจอเห็นรถตู้ 4 คันออกมาจากอุโมงค์แล้วแยกย้ายกันเลี้ยวซ้ายขวา ตรงไป และกลับรถ
“ศรัทธาคงส่งข้อมูลนี้ให้เราวิเคราะห์ต่อ”
“นิคมอุตสาหรรมกว้างเป็นพันไร่ ใครจะไปรู้ว่ามันเอาของไปซ่อนไว้ที่ไหน” สมิงว่า
แพรไพลินนิ่งคิด
“นิคมอุตสาหกรรม พื้นที่แถบนี้มีคลังกระจายสินค้าในเครือไดมอนด์กะรัตหลายสิบแห่ง"
แสงกล้านิ่วหน้ามองแพรไพลิน
“เครือไดมอนด์กะรัต.. ของคุณเพชรแท้”
แพรไพลินไม่ตอบแสงกล้า แต่รัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดสำรวจข้อมูลต่อไป แสงกล้าพูดกับแพรไพลิน “คุณคิดว่าคุณแม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยเหรอ”
"แม่ฉันอยู่ข้างคนชนะเสมอค่ะ"
แพรไพลินส่งภาพพิกัดคลังกระจายสินค้าของเครือฯ เพชรแท้หลายสิบแห่งขึ้นบทจอภาพที่ปรากฏเป็นแผนที่ มีจุดสีแดงสว่างวาบ ๆ แสดงพิกัดดาวเทียม
“มีเป็นสิบแห่ง”
“ตามข้อมูลของจ่าสมิง พวกมันต้องการที่โล่ง เราตัดคลังที่อยู่ในเขตเมืองที่มีตึกล้อมรอบออกไปได้”
กราฟฟิคจุดสีแดงของคลังกระจายสินค้าส่วนหนึ่งดับหายไป เหลือบางส่วนที่กระจายกันออกไป
“ยังเยอะอยู่ดี ...ตรวจทั้งคืนก็ไม่หมด” สมิงบอก
ทั้งสามคนนิ่งครุ่นคิด พยายามหาทางออกเพื่อแก้ปัญหานี้

บริเวณคลังสินค้า วิญญูยังไม่ได้สตินอนอยู่ในแคปซูลชาร์จพลัง รวิอยู่ด้านข้างมองวิญญูด้วยความเป็นห่วง เธอเดินเข้าไปจับมือวิญญูที่ไม่ได้สติอยู่นั้น
“อีกไม่นานค่ะท่าน อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมง ท่านจะฟื้นและกลับมายิ่งใหญ่”
เสียงโทรศัพท์มือถือรวิดังขึ้น รวิหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วนิ่วหน้า หน้าจอมือถือเห็นเป็นเบอร์โทรศัพท์และใบหน้าของจักรโทรเข้ามา รวิเดินถือโทรศัพท์ออกไป

ด้านนอกบริเวณคลังสินค้า รวิเดินเข้ามาพร้อมๆ กับรับโทรศัพท์แพรไพลิน
“มีอะไรอีกคะ”
ที่ทาวน์โฮม แพรไพลินพูดโทรศัพท์ผ่านเฮดโฟน เคาะคีย์บอร์ดรัวเพื่อหาที่อยู่โทรศัพท์รวิ
"ถ้าไม่ใช่เบอร์ของรองนายกจักร ผบ.รวิ คงไม่รับใช่มั้ย"
ที่หน้าจอคอมฯ คอมพิวเตอร์กำลังวิ่งหาที่อยู่ของรวิ พร้อมกับตัวเลขนับถอยหลัง เวลาที่ต้องการค้นหาที่อยู่ของมือถือรวิ
รวิชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินเสียงเป็นแพรไพลิน ตั้งสตินิดหนึ่งแล้วตอบโต้
“ใช้โปรแกรมเปลี่ยนหมายเลขมือถือ เธอนี่มันร้ายจริง ๆ นะแพรไพลิน คิดจะทำอะไรอีกล่ะ"
กราฟิคยังคงไล่ตามหาที่อยู่ของโทรศัพท์รวิ
“ฉันทำได้ทุกอย่าง.. ยกเว้นคิดฆ่าพี่น้อง !”
กราฟิควิ่งเข้าใกล้ไปยังพื้นที่ๆ รวิอยู่มากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับเวลาที่นับถอยหลังลง

รวิยิ้มเหี้ยมอย่างรู้ทันแผนการของแพรไพลิน
“ถ้าคิดถ่วงเวลาเพื่อหาที่อยู่โทรศัพท์มือถือล่ะก็ เสียเวลาเปล่า! ลูกไม้ตื้นๆ ใช้กับฉันไม่ได้ผล เธอต้องใช้เวลามากกว่า 2 นาที ซึ่งฉันยังมีเวลาพูดกับเธออีกเกือบ 30 วินาที สวัสดีและ...ราตรีสวัสดิ์ น้องสาวหน้าโง่!”
รวิปิดโทรศัพท์มือถือทันที และปิดปุ่ม power off พร้อมทั้งดึงซิมการ์ดออกมา แล้วโยนทิ้งไป
รวิสีหน้าเครียดและจริงจัง เดินออกไป

แสงกล้ายืนจ้องมอนิเตอร์ที่คอมพิวเตอร์กำลังพยายามระบุพิกัดที่รวิอยู่ แต่แล้วหน้าจอกระพริบถี่ๆ Failed
“คอมพิวเตอร์ยังระบุพิกัดไม่ได้” แสงกล้าบอก
"ฉันรู้อยู่แล้วว่าพี่รวิต้องรู้ทัน" แพรไพลินบอก
สมิงจ้องแพรไพลินอย่างค้นหาแล้วถาม
"แสดงว่าหมอมีแผนอื่น"
“ก็แค่ต้องการให้รับโทรศัพท์”
แพรไพลินเคาะคีย์บอร์ด ปรากฏกราฟฟิกโปรแกรมแยกวิเคราะห์เสียง มีคลื่นเสียงขึ้น ๆ ลงๆ ตามเสียงรวิที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้ดังขึ้น
"มีอะไรคะ"
แพรไพลินเคาะคอมพิวเตอร์วิเคราะห์ แสงกล้ากับสมิงมองอย่างอึ้งๆ
“รอบข้าง.. ไม่มีเสียงรถยนต์ผ่านไปผ่านมา”
โดยรอบคลังสินค้า อยู่กลางท้องทุ่งไม่มีถนนใหญ่ตัดผ่าน
“คลังสินค้านี้ไม่ได้อยู่ริมถนน และ อยู่ห่างจากถนนไม่ต่ำกว่าหนึ่งกิโล”

แพรไพลินเคาะคอมพิวเตอร์ กราฟิกบนจออีกด้านหนึ่ง พิกัดคลังสินค้าถูกตัดออกไปจำนวนหนึ่ง เหลืออยู่บนหน้าจออีก 7 จุด
"เราตัดคลังกระจายสินค้าริมถนนออกไปได้"
แพรไพลินเคาะเครื่องเล่นเสียงรวิย้อนหลังต่อไป
“ใช้โปรแกรมเปลี่ยนหมายเลขมือถือ เธอนี่มันร้ายจริง ๆ นะแพรไพลิน คิดจะทำอะไรอีกล่ะ"
แพรไพลินเคาะคอมพิวเตอร์รัวพร้อมกับวิเคราะห์คลื่นเสียงต่อไปอีก
อีกมุมหนึ่งของคลังสินค้า เห็นมีเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าสำรองอยู่ที่ริมรั้ว
“มีเสียงเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าอยู่ไกลออกไป”
แพรไพลินกำลังวิเคราะห์ แสงกล้ากับสมิงฟังอย่างสนใจ
“คลังกระจายสินค้าเครือไดมอนด์กะรัต ที่ติดตั้งเครื่องปั่นไฟขนาดกลางมี 4 แห่ง”
กราฟิกบนจอตัดคลังสินค้าออกไปอีก 3 แห่ง เหลือปรากฏกระจายกันออกไป 4 แห่ง
“ตัดตัวเลือกออกไปได้อีกสาม”
"ยังเหลืออีกสี่ ... คิดเร็วๆ หน่อยคุณหมอ พระจันทร์ใกล้เต็มดวงแล้ว"
เสียงรวิที่บันทึกไว้ชุดสุดท้ายดังขึ้น กราฟิกคลื่นเสียงขึ้นๆ ลงๆ
“ถ้าคิดจะถ่วงเวลาฉันเพื่อจะหาที่อยู่โทรศัพท์มือถือล่ะก็ เสียเวลาเปล่า !”
คลังสินค้าโดยรอบอยู่กลางทุ่ง ไม่ติดแม่น้ำ
“ลูกไม้ตื้นๆ ใช้กับฉันไม่ได้ผล เธอต้องใช้เวลามากกว่า 2 นาที”
แพรไพลินกดปิดกราฟิกพิกัดคลังสินค้าอีก 1 แห่งออกไปทันที เหลือไฟระบุคลังสินค้าไว้ 3 แห่ง
“ไม่ปรากฏคลื่นเสียงแม่น้ำ ตัดคลังกระจายสินค้าริมน้ำไปได้อีกแห่ง”
“เหลืออีกสามแต่เสียงหมดแล้ว ทำไงล่ะหมอ เล่นผีถ้วยแก้วถามมั้ย” สมิงว่า
แสงกล้าหันขวับไปทำตาขวางใส่สมิง สมิงหัวเราะจ๋อยๆ
แพรไพลินเคาะคีย์บอร์ดต่อไป ปรากฏกราฟิกตารางเที่ยวบินออกจากสนามบิน
รันเวย์สนามบิน เครื่องบินของสายการบินหนึ่งกำลังวิ่งเทคออฟ ขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
“ฉันโทรไปหาพี่รวิเวลา 20 นาฬิกา 10 นาที ตามตารางเวลาจะมีเครื่องบินขึ้นจากสนามบินติดต่อกันหลายลำ แต่ไม่ปรากฏคลื่นเสียงเครื่องบินตลอดการสนทนาทางโทรศัพท์"
กราฟิกคอมพิวเตอร์เหลือคลังเพียงแห่งเดียว แสงสว่างวาบ ๆ บริเวณหน้าจอ แพรไพลินสีหน้าจริงจัง
“มีคลังสินค้าเครือไดมอนด์กระรัตเพียงแห่งเดียวที่ไม่อยู่ใกล้สนามบิน พิกัด GPS คือ...”
ตัวเลขพิกัดจีพีเอสขึ้นปรากฏเต็มหน้าจอ
“เทวาศาสตราวุธทั้งสามชิ้น อยู่ที่คลังสินค้านี้แน่นอน !”
แพรไพลินพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเชื่อมั่นในตัวเองมาก

ภายในคลังสินค้า เลากลางคืน รวิกำลังจัดเตรียมศาสตราวุธทั้งสามเพื่อเชื่อมโยงเข้ากับแคปซูลที่วิญญูนอนอยู่ เธอเงยหน้าขึ้นมองหลังคาอาคารที่เปิดโล่ง ที่ดวงจันทร์ยังไม่อรากฏ
รวิหันไปมองวิญญูด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรัก สีหน้าเป็นห่วงกังวลกับอาการ รวิกำลังจะเดินออกมา แต่แล้วก็หยุดคิดนิดหนึ่ง นิ่วหน้าเมื่อคิดถึงเรื่องที่แพรไพลินโทรศัพท์มาหา
“แพรไพลิน เธอน่าจะรู้ว่าฉันรู้ทันแน่ ๆ ถ้างั้น.. เธอโทรมาทำไม”

แสงกล้ากับแพรไพลินอยู่ที่บริเวณหน้าทาวน์โฮม สมิงยืนอยู่ด้านข้างแหงนหน้ามองฟ้า
“คงต้องเร็วหน่อย จันทร์กระจ่างกลางฟ้าเมื่อไหร่ พญามารจะกลับมา” สมิงบอก
แพรไพลินกำลังคุยกับคมศรผ่านทางจอภาพไอแพด
“รวบรวมเจ้าหน้าที่สำนักงานสืบฯ กับอุปกรณ์ที่ต้องการได้แล้ว กำลังเดินทางไปรับคุณกับแสงกล้า”
“มั่นใจแค่ไหนว่า ผบ.รวิจะไม่รู้ตัวก่อน” แสงกล้าถาม
“คนพวกนี้เป็นลูกน้องเก่า ผบ.นภา เราเชื่อใจพวกเค้าได้แน่นอน ผมจะถึงที่นั่นภายใน 5 นาที”
ภาพหน้าจอไอแพดดับไป แพรไพลินเก็บไอแพด แสงกล้าหันมามองแพรไพลินนิดหนึ่ง
"เรามีเรื่องต้องคุยกัน"
“เรื่องอะไรคะ”
"เชิญทางนี้ดีกว่า"
แสงกล้าเดินนำแพรไพลินออกไปที่ด้านในทาวน์โฮม แพรไพลินเดินตามออกไป สมิงมองตามอย่างรู้ทันแสงกล้าว่าคิดจะทำอะไร

แสงกล้าหันมาคุยกับแพรไพลินด้วยท่าทางจริงจัง
"แพรไพลิน... คุณหมดหน้าที่แล้ว"
"อะไรนะคะ"
“คุณหาที่ซ่อนของศาสตราวุธได้แล้ว ต่อไปเป็นหน้าที่ของหน่วยจู่โจม...เนติเทคฯ อย่างคุณไม่จำเป็นต้องไป”
“แต่นี่ไม่ใช่เรื่องงาน”
“คุณไม่จำเป็นต้องเสี่ยง”
“ถ้าคนพวกนั้นได้ครอบครองศาสตราวุธ คนไทยทุกคนจะเดือดร้อน และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันทำงานเสี่ยง"
"เมื่อก่อนผมอาจจะยอมได้... แต่วันนี้"
"ทำไมคะ... วันนี้ทำไม"
“ในฐานะ...คนที่สนิทกับคุณมาก อย่าไปเลยนะแพรไพลิน ผมขอร้อง”
แสงกล้ามองแพรไพลินด้วยสายตาที่บ่งบอกว่ารักเธอชัดเจน เพียงแต่ไม่เอ่ยออกมาเป็นคำพูดเท่านั้น เขาคว้าแพรไพลินเข้ามาสวมกอด เธอยอมเขากอดแต่โดยดี ด้วยพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกของตัวเองด้วยเช่นกัน
"ผมยอมให้คุณเป็นอันตรายไม่ได้"
"ถ้าเป็นเรื่องอื่น... ฉันยินดียอมคุณทุกอย่าง แต่ถ้าเป็นภารกิจเพื่อชาติแบบนี้ ฉันขอปฏิเสธ"
แสงกล้าดันร่างแพรไพลินมาจ้องหน้า ทั้งสองมองกันด้วยความรู้สึกผูกพัน
“เข้าใจฉันนะคะ”
แสงกล้ามองแพรไพลินอย่างอึดอัดใจ
“ก็อกๆ ๆ หมดเวลา หน่วยสนับสนุนมาแล้ว... พร้อมปฏิบัติการครับหมวด”
แสงกล้ากับแพรไพลินหันไปมอง สมิงเข้ามาบอกด้วยแววตาจริงจัง
กำลังโหลดความคิดเห็น...