xs
xsm
sm
md
lg

ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 6

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 6

อีกด้านหนึ่งเจียงใส่ชุดคลุมแบบอาบน้ำนั่งดื่มกาแฟแล้วเดินมาถามลูกน้องพลางมองไปนอกระเบียง

“เรื่องที่ให้จัดการเรียบร้อยไหม”
“ครับ”
“ได้โอกาสเมื่อไหร่ลงมือได้เลย อ้อ จองตั๋วเครื่องบินให้ฉันด้วย”
ลูกน้องรับคำแล้วออกไป เจียงมีสีหน้าพอใจแล้วรำพึง
“พี่บังคับผมเองนะ พี่บุ๊น”

บุ๊นแต่งตัวออกจากบ้านเดินมารอรถที่หน้าบ้าน อาฮวด ยืนรออยู่ คนขับรถขับรถมาเทียบ อาฮวดเปิดประตู บุ๊นก้าวเข้าไป อาฮวดตามเข้าไป รถขับออกไป
ห่างออกไปบนภูเขา คนของเจียงคอยสอดแนม เขาส่องกล้องส่องทางไกลเห็นแต่ไกลว่ารถบุ๊นวิ่งไปตามทาง
คนของเจียงยกโทรศัพท์รายงาน
“มันออกไปแล้ว”

ขณะนั้นเบ็ตตี้ขับรถมาจอดที่บริเวณโรงแรมที่เจียงพัก เธอลดกระจกลงมองไปที่โรงแรม เจียงเดินมาที่หน้าโรงแรมกับลูกน้อง ลูกน้องคนหนึ่งถือกระเป๋าเสื้อผ้าตามท่าทางกำลังจะไปสนามบินรถลีมูซีนมาจอดเทียบ เจียงก้าวขึ้นรถ ตามด้วยลูกน้องขึ้นประกบแล้วรถก็ขับออกไป
“ไปสนามบิน”
ทันทีที่รถของเจียงออกไป เบ็ตตี้ก็ขับตามไปทันที

โอตี่นั่งหลับตาพริ้มอยู่บนหน้าผา เขานั่งบนเก้าอี้สวยงาม มีเสียงเพลงคลาสสิคบรรเลงด้วยวงซิมโฟนี่บรรเลง
ต้นเสียงมาจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ตั้งไว้บนโต๊ะ โอตี่มีความสุขกับอนาคตที่บุ๊นกำลังจะโดนยิง เจียงกำลังจะเหลือแต่ชื่อ ดนตรีถึงตอนเร้าใจ เขาถึงกับยืนหลับตาแล้วใช้ไม้เท้าทำเป็นไม้ของคอนดักเตอร์โอตี่บรรเลงอย่างเมามันและแสดงถึงความเป็นโรคจิตอย่างสมบูรณ์แบบ

อาฮวด บุ๊น และคนขับรถอยู่ในรถอย่างไม่ระวังตัวแต่แล้วจู่ๆ ก็มีระเบิดตูมใหญ่ระเบิดขึ้นที่หน้ารถบุ๊น รถเสียหลักพลิกคว่ำอาฮวดตกใจ
“ท่านประธาน”
บุ๊นศีรษะแตกและสลึมสลือ นอกรถมีกลุ่มคนหลายคนยิงปืนใส่รถบุ๊นคนขับรถตายคาพวงมาลัย อาฮวดปกป้องบุ๊นแล้วยิงต่อสู้

รถของบุ๊นขับมาตามทาง ขณะที่อีกถนนหนึ่งรถกระบะ 4 ประตูของนักฆ่าสี่คนก็ขับมาตามถนน รถของบุ๊นวิ่งมาตามปกติแต่มีรถคอนเทรนเนอร์มาจอดขวางถนนเอาไว้

“รถนั่นมันมาขวางอะไรตรงนี้”
อาฮวดเพ่งมองไปข้างหน้า
“สงสัยจะเสียครับ ไปทางเลี้ยวซ้ายข้างหน้า”
อาฮวดสั่งคนขับรถ คนขับรถรับคำแล้วเลี้ยวซ้ายลงทางลูกรังไป คนขับรถคอนเทรนเนอร์มองตามรถบุ๊นแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นรายงาน
“มันไปแล้ว”
รถของบุ๊นมาถึงทางรถไฟแล้วเจอไม้กั้น รถไฟกำลังจะมา บุ๊นอ่านหนังสือพิมพ์ อาฮวดนั่งนิ่งมองไปข้างหน้า
รถไฟวิ่งตัดผ่านไป อีกมุมหนึ่งรถกระบะ 4 ประตูของนักฆ่าจอดอยู่ ประตูรถเปิดออกมาขาก้าวลงมาเห็นปลายกระบอกปืนลูกซอง รถไฟวิ่งผ่านไปจนขบวนจึงเห็นนักฆ่า 4 คนยืนเรียงหน้ากระดานยกปืนขึ้นพร้อมกันหมายจะยิงมาที่รถบุ๊น
อาฮวดมีสีหน้าตระหนกและปกป้องบุ๊นด้วยสัญชาตญาณ
“ท่านประธานหลบ”
อาฮวดดึงเบาะเอนลงแล้วจับบุ๊นก้มลงต่ำ จังหวะเดียวกับที่กลุ่มนักฆ่ายิงปืนใส่รถ
อีกมุมหนึ่งไม่ห่างนักไทขี่มอเตอร์ไซด์มาตามทางลูกรัง เขาได้ยินเสียงปืน แล้วหยุดรถเงี่ยหูฟังแบบให้แน่ใจ ไทมองไปทางที่มาของเสียง ขณะนั้นนักฆ่ายังคงยิงกระหน่ำใส่รถบุ๊น อาฮวดชักปืนออกมาหาจังหวะจะยิงสู้
นักฆ่ากระหน่ำยิงรถบุ๊นอย่างโหดเหี้ยมจนคนขับรถเสียชีวิตทันที
“อะไรกัน” บุ๊นถามอาฮวด
“หลบไปก่อนท่านประธาน”
อาฮวดเปิดประตูรถแล้วดึงบุ๊นลงไปหลบที่ท้ายรถ บุ๊นมีแผลแตกที่หางคิ้วซ้ายนิดหน่อย อาฮวดยิงต่อสู้ปกป้องบุ๊น นักฆ่าได้เปรียบเพราะอาวุธร้ายแรงและมากกว่า บุ๊นสีหน้านิ่งไม่กลัว
“พวกไหนกัน”
“พวกมันยิงไม่หยุดเลย ท่านประธานหนีไปก่อน”
“ไม่ ยิงสู้มัน”
บุ๊นบอกแล้วชักปืนยิงสู้ด้วยแม้ว่าโอกาสรอดจะน้อย นักฆ่าใช้รถกระบะกำบังแล้วยิงตอบโต้
กระสุนของบุ๊นและอาฮวดหมด ทั้งคู่มองหน้ากันเหมือนถามว่าจะเอายังไง...อาฮวดใส่กระสุนชุดใหม่ จังหวะนั้ยมอเตอร์ไซค์ของไทวิ่งเข้ามาจอดด้านหลัง เขาทิ้งรถแล้วตรงมาที่บุ๊น เขารู้เหตุการณ์ดี อาฮวดจำไทได้
“นาย”
พวกนักฆ่าเห็นว่าเสียงปืนเงียบไปจึงรู้ว่ากระสุนหมดจึงลุกออกมายืนเรียงกันทั้งสี่คนแล้วยิงปืนใส่อย่างเมามัน
“หนีไปก่อน” ไทบอกอาฮวด
“หนียังไง”
“ก็ขับรถไปน่ะสิ”
อาฮวดงงไม่เข้าใจ ไทดึงปืนอาฮวดมาเหน็บที่เอวแล้วรีบไปที่มอเตอร์ไซค์สตาร์ทเครื่องแล้วถอยห่างออกไปทางท้ายรถเพื่อเตรียมกระโดด ไทขี่มอเตอร์ไซด์กระโดดข้ามรถของบุ๊นจนมาตกที่กลางวงของนักฆ่า นักฆ่ากระเจิงไป
ไททิ้งรถแล้วยิงปืนใส่นักฆ่าที่แตกกระเจิงไปคนละทางจนพวกมันตั้งตัวไม่ติด นักฆ่าสองคนได้รับบาดเจ็บ
อาฮวดรีบมาที่รถแล้วดึงร่างคนขับไปข้างๆ เขากำลังจะติดเครื่องยนต์แต่ กลุ่มนักฆ่าต่างพากันขึ้นรถขับหนีไป โดยลากคนเจ็บขึ้นรถไปด้วย ไทตั้งตัวได้มองพวกมันหนีไป อาฮวดลงจาดรถมายืนมอง บุ๊นมาสมทบ ไทขี่มอเตอร์ไซด์เข้ามาหาอาฮวดกับบุ๊น
“ไม่เป็นอะไรนะ”
อาฮวดส่ายหน้า
“ขอบใจมาก นายเป็นใคร”
ไทมองหน้าทั้งสองคนแล้วไม่พูด เขาส่ายหน้าแล้วขี่รถออกไป บุ๊นมองตามอย่างสงสัยและพอใจในฝีมือ
อาฮวดมองตามไท จังหวะหนึ่งเขาก้มลงเห็นบัตรประจำตัวไทที่สวนสัตว์ ตกอยู่เขาเก็บมันขึ้นมา
“ฝีมือดีไม่เบา”

อาฮวดกำบัตรพนักงานไทไว้ในมือ

รถของเจียงขับมาจอดที่สนามบิน เบ็ตตี้ขับตามเข้ามา เจียงลงจากรถ มีลูกน้องดูแลแค่สองคน เบ็ตตี้เอากระจกลงแล้วมองลอดแว่นกันแดดไปที่เจียง

เจียงเดินมาตามทางมีลูกน้องเดินประกบสองคนแล้วสั่งลูกน้องคนที่ลากกระเป๋า
“ไปเช็คอินตั๋วก่อน ฉันจะไปห้องน้ำ”
ลูกน้องแยกไป เจียงเดินไปกับลูกน้องอีกคน เมื่อมาถึงห้องน้ำในห้องน้ำไม่มีคนอยู่ ลูกน้องดูความเรียบร้อย แล้วมาเฝ้าที่ทางเข้า เจียงเข้าห้องน้ำไป
ลูกน้องยืนที่ทางเข้าดูแลความปลอดภัย เบ็ตตี้เดินเข้ามา ลูกน้องเจียงบอกด้วยมรรยาท
“นี่ห้องน้ำผู้ชายนะครับ”
เบ็ตตี้ทำเป็นมองที่หน้าประตูห้องน้ำเห็นว่าเป็นสัญลักษณ์ของห้องน้ำผู้ชาย สีหน้าหล่อนยียวน
“ก็ใช่น่ะสิ”
อย่างรวดเร็วเบ็ตตี้จู่โจมลูกน้องเจียงด้วยมือเปล่า ด้วยการผลักเข้าไปในห้องน้ำแล้วจัดการด้วยมือเปล่าลูกน้องตายคาที่ มีเสียงปึงปัง เจียงเปิดประตูออกมาพร้อมบ่น
“เสียงอะไร โครมครามๆ”
เจียงไม่ทันระวัง เบ็ตตี้ถีบเจียงกระเด็นเข้าไปในห้องน้ำนั่งบนโถชักโครกแล้วชักปืนเก็บเสียงยิงเข้าที่หน้าผากของเจียงอย่างรวดเร็ว
เจียงนั่งตายคาโถชักโครก เขาถูกยิงเข้าที่กลางหน้าผากอย่างแม่นยำ
“ทนเหม็นหน่อยนะ”
เบ็ตตี้เก็บปืนแล้วเดินออกมาอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น พร้อมกับปิดประตูหน้าห้องน้ำแล้วหมุนป้ายที่แขวนอยู่ ข้อความในป้าย “กำลังทำความสะอาด” [Now cleaning Out of service ]

ไทขับรถกลับมาที่สวนสัตว์ แล้วสั่งลูกน้องให้เอายาและของไปเก็บ
“เอายาไปเก็บ แล้วเอาปูนขาวไปไว้ที่บ่อจระเข้ด้วยนะ”
“ครับ”
ไทเดินไปอีกนิดหน่อยก็เจอปลายฟ้ากำลังผสมอาหารสัตว์อยู่ดูหน้าตาไม่ค่อยจะดีนักราวกับว่าโกรธใครอยู่
“เป็นไง เรียบร้อยดีนะ”
“อื้อ”
“เป็นอะไรน่ะ กรดเกินในกระเพาะขึ้นสมองหรือไง”
“เปล่าแต่อยากกินลาบเลือด เลือดคนยิ่งดี”
“เฮ้ย”
“มีคนมารอพบ อยู่ที่ออฟฟิศ”
ไททำสีหน้าสงสัยว่าใครแล้วเดินไปทันที ปลายฟ้าหันไปว่าไทลับหลัง
“เชอะ เบื่อพวกเจ้าชู้จริงๆ” ปลายฟ้าหันกลับมาชนกับคนที่แบกปูนขาวมาพอดี “โอ๊ย ยายนี่มาทีไรซวยทุกที”
ปลายฟ้าบ่นอย่างพาลๆ

ขณะนั้นนันณภัสยืนคุยกับพี่ธงอยู่หน้าออฟฟิศ
“ถ้าคุณพัดสนใจเชิญนะครับ นั่นไงเจ้าไทมาพอดี”
“ขอบคุณค่ะ”
ไทเดินเข้ามาสีหน้ายิ้มแย้มในใจลิงโลด
“สวัสดีครับ คุณพัด”
“สวัสดีค่ะ”
“มีอะไรหรือครับพี่ธง”
“คุณพัดเขามาดูนกพี่ก็เลยเสนอขายเขาบางส่วน”
“พัดจะลองเสนอเจ้านายให้”
“เออ ไทฝากเทคแคร์ด้วยนะ พี่จะรีบไปธุระ”
พี่ธงบอกแล้วเดินแยกจากไป

บุ๊นกลับเข้ามาในบ้านที่หางคิ้วซ้ายปิดพลาสเตอร์เอาไว้ อาฮวดเดินตามเข้ามาในห้องทำงานทั้งคู่คุยกันมาได้ประมาณหนึ่ง บุ๊นเปิดทีวีเอาไว้แล้วนึกถึงไท
“ท่านครับ ผมเป็นยังไงบ้าง”
“ไม่เป็นอะไรมาก”
“คุณเจียงตายแล้วครับ”
“นายคนนี้เคยช่วยตาพีทด้วยหรือ”
“ครับ”
“อืม ฉันพอใจฝีมือเขา”
บุ๊นมองหน้าอาฮวดเหมือนกับสั่งแบบรู้กัน อาฮวดเข้าใจแล้วเดินออกไป ขณะนั้นที่ทีวีก็มีรายงานข่าวด่วนข่าวการตายของเจียง
“เมื่อประมาณ 10 นาฬิกาได้มีการพบศพ นายเจียง ป้า หวัง นักธุรกิจชาวจีน และผู้ติดตามถูกยิงเสียชีวิตในห้องน้ำที่สนามบิน ขณะที่กำลังจะบินออกนอกประเทศ คาดว่าเสียชีวิตมาประมาณ 1 ชั่วโมง สำหรับสาเหตุคาดว่าจะมาจากการขัดแย้งทางธุรกิจค่ะ สำหรับความคืบหน้าสามารถติดตามได้ในข่าวภาคเที่ยงค่ะ”
บุ๊นมองทีวีในใจนึกเป็นห่วงคนในครอบครัว

ที่สวนสัตว์ ไทเดินคุยมากับนันณภัส
“น่าเสียดายนะ ที่สวนสัตว์ต้องมาเปลี่ยนมือไป”
“คิดว่านอกจากเปลี่ยนมือแล้ว คนก็คงต้องเปลี่ยนด้วย”
“แล้วนายจะไปทำอะไร”
“ผมน่ะหรือ ยังไม่รู้เลย อาจจะเร่ร่อนไปเรื่อยๆ เหมือนเดิม”
“ไปทำงานกับฉันไหม ฉันจะพูดกับเจ้านายให้”
“ขอบคุณนะครับ แต่ผมไม่รบกวนดีกว่า ถ้าเราไม่เลือกงาน ก็ยังมีงานดีๆ รอเราอยู่เยอะ ผมสงสารแต่คนงานพวกนี้สิ เขาจะไปทำอะไรกัน คนพวกนี้เขาทำงานที่นี่มานาน ทำมาก่อนผมอีก แล้วก็ตั้งรกรากกันที่นี่ ผมไม่อยากจะคิดเลยว่าเมื่อถึงวันนั้นแล้วมันจะเป็นยังไง”
นันณภัสรู้สึกเห็นใจตึงพูดติดตลก
“ฉันจะช่วยยังไงดีนะ เอ ขอร้องให้เจ้านายเปิดสวนสัตว์อีกแห่งดีไหม”

ไทหัวเราะแล้วส่ายหน้า ทั้งคู่เดินไปด้วยกัน

อีกด้านหนึ่งที่อู่ซ่อมรถของพีท พีทนั่งเซ็งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เขาเอาขาพาดโต๊ะ แล้วปากระดาษที่ขยำเป็นก้อนลงตะกร้า โจเดินเข้ามาด้วยอาการร้อนและเหนื่อย

“โอ๊ย ร้อน เหนื่อย” พีทไม่สนใจยังคงปากระดาษลงตะกร้า “นี่แกจะไม่สนใจฉันเลยหรือวะ ฉันไปทำงานมานะโว้ย”
พีทหยุดแล้วนั่งมองโจ
“เอ้าสนใจก็ได้ แกไปไหนมา”
“ท่าเรือ เคลียร์ของ ที่ตู้คอนเทรนเนอร์”
“ก็ขยันขันแข็งนี่”
โจเซ็งแล้วเอาเครื่องดื่มมาดื่ม
“ใช่ แต่ความจริงแกน่าจะไปดูบ้าง มันกิจการของบ้านแกนะโว้ย แกน่ะชำนาญที่สุดหลับตาทำพิธีการต่างๆ ยังได้เลย”
“ชำนาญ แล้วไง ป๊าฉันก็ยังไม่เห็นหัวฉันอยู่ดี” พีทเซ็งแล้วหันมาปากระดาษลงตะกร้าต่อ “อย่างฉันมันจะมีอะไรดี”
“อย่างน้อยแกก็ปากระดาษแม่นว่ะ ฉันไปหาอะไรกินดีกว่า”
“เฮ้ย ไปด้วย”
โจเดินออกไป พีทรีบตามไปติดๆ

วันเดียวกันนั้นที่สโมสรกอล์ฟมังกร มังกรนั่งดูรูปที่สายสืบเอามาให้ สายสืบนั่งอยู่ข้างๆ มังกรรู้สึกเจ็บใจ
“นับว่าดวงพี่ใหญ่ยังแข็ง”
“มีคนมาช่วยท่านบุ๊นครับ”
มังกรหันขวับมองสายสืบ
“ใคร”
“ผมเห็นมันไม่ชัดครับ มันชุลมุนมาก”
“ไม่เป็นไร ตามดูเรื่อยๆ”
มังกรส่งซองใส่เงินให้ปึกหนึ่ง สายสืบรับแล้วลุกออกไป มังกรหันไปสั่งอาเพียว
“เอารถออก”

นันณภัสเดินมากับไทกำลังจะกลับ เรียวขับรถมาจอดเทียบ
“ฉันไปก่อนนะ”
“ครับ”
“แน่ใจนะ ว่าไม่ให้ฉันช่วย”
“ถ้าสวนสัตว์ใหม่เสร็จก็เรียกผมแล้วกัน”
นันณภัสยิ้มให้ไทแล้วขึ้นรถไป ไทมองเห็นเรียวแล้วยิ้มให้ เรียวหน้าบึ้ง นิ่งแล้วขับรถออกไป ปลายฟ้าเดินเข้ามากระแนะกระแหนไท
“เฮ้อ น่าอิจฉา คนกำลังมีความรักเนอะ เป็นไงหัวหน้าโลกเป็นสีชมพูเลยล่ะสิ”
“บ้าน่า คนรักอะไรกัน เขาแค่มาติดต่องาน”
“เชื่อตายล่ะ ดูหน้าสิ แหมอาลัยอาวรณ์ เชอะ”
ไททำหน้างง
“เออ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย”
“ก็เปล่า แต่อกหักมาแล้วจะหาว่าปลายฟ้าไม่เตือนนะ”
“นี่จะไปไหนก็ไปๆ ไปที่ชอบที่ชอบก็ยิ่งดี”
“ขอบใจ ฉันมีนัดกินข้าวกับแป้งมัน เดี๋ยวบ่ายๆ จะกลับนะหัวหน้านะ ไม่หักเงินใช่ไหม”
“เออ ไปเถอะ รีบๆไปเลย”
ปลายฟ้ารีบเดินจากไป ไทมองตามแต่ในใจมีแต่นันณภัส

ที่ร้านกาแฟข้างทาง ฉัตรนั่งแผ่ด้วยความเหนื่อย คู่หูสั่งเครื่องดื่มให้
“โอเลี้ยงสองแก้ว เป็นอะไรหรือพี่ ท่าทางเหมือนอึ่งอ่างพองลม”
“เออ งั้นมื้อนี้เอ็งออกเลย แหม นั่งท่าแบร์ด พิท เสือกหาว่าอึ่งอ่างพองลม”
เจ้าของร้านเอาโอเลี้ยงมาเสิร์ฟ คู่หูดูดแบบกระหาย แล้วสั่งเพิ่ม
“เอาแบบนี้อีกแก้ว” ฉัตรเหล่มอง
“ระวังเมานะเว้ย เฮ้อ เจียง ป้า หวัง เพิ่งคุยเมื่อวาน วันนี้เดทซะแล้ว”
“คนฆ่าฝีมือไม่เบา ผมว่ามันใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที”
“นั่นแหละ ใครก็ตามที่มีเงินจ้างมืออาชีพขนาดนี้ได้มันต้องเป็นคนที่เงินหนาไม่เบา”
“ผลประโยชน์ที่ได้ก็ไม่เบา ผมได้ข้อมูลมาว่า เจียง ป้า หวัง กำลังจะของซื้อโรงแรมจากนายบุ๊น หรือว่าสาเหตุจะมาจากเรื่องนี้” ฉัตรคิดตาม
“ลองตามดูสิว่า ใครบ้างที่คิดจะซื้อโรงแรมของนายบุ๊น”
คู่หูพยักหน้ารับแล้วดูดโอเลี้ยงต่อ

อีกด้านหนึ่งที่คอนโดริมทะเลของโอตี่ โอตี่นั่งดื่มบรั่นดีเคล้านารีชาวต่างประเทศผิวดำ 2 คน เขาเปิดเพลงคลาสสิค แต่ผู้หญิงสองคนเต้นแบบป๊อบแดนซ์ โอตี่มีสีหน้าผ่อนคลาย มังกรกับอาเพียวเดินเข้ามา มังกรทำหน้าเซ็ง
“เบาเสียงหน่อยซิ”
“แด๊ดดี้ อะไรนะ”
“หรี่เสียงลงหน่อย”
มังกรทำท่าจะไปปิดเครื่องเล่น โอตี่ทำท่าจะตีมือ
“ทำอะไรเนี่ย แด๊ดดี้ เดี๋ยวตีมือหักเลย”
โอตี่ปิดเครื่องเล่น แล้วโบกมือไล่สาวสองคนออกไป
“ค่อยยังชั่ว”
“แด๊ดดี้ มีอะไร”
“พี่ใหญ่รอด”
โอตี่ยักไหล่แบบไม่ใส่ใจ
“รอดแล้วไง ก็ถือว่าโชคดีไป ช่างเถอะ ยิงปืนสองนัดได้นกตัวนึงก็ยังดี”
“ก็ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้พี่ใหญ่กำลังทำอะไรก็ไม่รู้ดูสิ”
มังกรบอกแล้วโยนรูปถ่ายที่สายสืบถ่ายมาให้โอตี่
“นี่รูปที่สายสืบของแด๊ดถ่ายมาหรือ อืม” โอตี่เขี่ยรูปไปมาแล้วเห็นรูปบุ๊นที่ไปกินข้าวกับท่านทูตประเทศมากันดี เขาหัวเราะ “เดี๋ยวนี้ลุงบุ๊น หันไปคบพวกไอ้มืดแล้วหรือ”
“ทูตประเทศมากันดีในแอฟริกา”
“ลุงบุ๊นจะไปทำอะไรที่มากันดี ที่นั่นมีแต่เหมืองทองคำ นอกนั้นก็เป็นพวกทาสโง่ๆ”
“เหมืองทองหรือ”

มังกรใช้ความคิดอะไรบางอย่าง โอตี่ยักคิ้วอย่างยียวนแสดงท่าว่าใช่

ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 6 (ต่อ)

ปลายฟ้ากับแป้งนั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านประจำของปลายฟ้า ทั้งคู่กินกันไปคุยกันไป

“นี่แสดงว่าสวนสัตว์แกกำลังจะเจ๊ง”
“จะบ้าหรือ เขาเรียกว่าเปลี่ยนเจ้าของ”
“เออ มันก็คล้ายๆ กันนั่นแหละ”
“สงสัยต้องรีบหางานใหม่แล้ว”
“ฉันจะช่วยดูๆ ให้นะ”
ปลายฟ้าพยักหน้ารับแล้วกินก๋วยเตี๋ยวต่อ

โจขับรถให้พีท นั่งมาตามถนน พีทมีท่าทางเหม่อๆ โจเห็นแล้วเบื่อจึงบ่น
“ตกลงแกจะกินร้านไหนวะขับมาตั้งนานแล้ว เลือกซักทีสิ”
“ไม่รู้จะกินอะไร แกมีหน้าที่ขับก็ขับไป ขับไปเรื่อยๆ ก่อน”
“นี่กะจะให้เป็นลมคาพวงมาลัยเลยใช่ไหม”
พีทไม่ใส่ใจเขายิ้มรับคำประชด แล้วยังคงนั่งมองข้างทางไปเรื่อยๆ สักครู่เขาก็เห็นปลายฟ้ากับแป้งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ข้างทาง
“เฮ้ยจอด”
พีทรีบบอก โจจอดรถเอี๊ยดเลยร้านไปไม่ห่างนัก
“อะไรวะ”
“กินร้านนี้แหละ
โจมองไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางแล้วทำสีหน้าแปลกใจ
“ร้านนี้เนี่ยนะ”
พีทยิ้มแล้วยักคิ้วกวนๆ

ขณะนั้นปลายฟ้ากับแป้งกินก๋วยเตี๋ยวอิ่มแล้ว ปลายฟ้าดูดน้ำหวานแล้วเห็นพีทเดินเข้ามาในร้านกับโจ เขาเดินตรงมาที่ปลายฟ้าพร้อมส่งยิ้มมาก่อน ปลายฟ้าแทบสำลัก
“สวัสดีครับ สาวๆ ขอนั่งด้วยคนสิครับ”
“ทำไม เมืองนี้มันเล็กจัง” ปลายฟ้าบ่นและยังไม่ทันที่แป้งจะพูดอะไรพีทก็มาถึงที่โต๊ะ “ว่างตั้งเยอะแยะ โน่น ไปนั่งแถวโน้นเลย”
ปลายฟ้าบอกอย่างไม่พอใจแต่แป้งรีบดึงมือพีทให้นั่ง
“อุ๊ย คุณพีท นั่งตรงนี้แหละค่ะ”
พีทกับโจนั่ง พีทแนะนำโจ
“นี่โจเพื่อนของผมครับ”
ปลายฟ้าไม่สนใจแล้วตัดบท
“เชิญนั่งตามสบาย ฉันไม่กินแล้ว”
“เฮ้ย ฉันยังไม่ได้กิน”
แป้งขยิบตากับปลายฟ้าเพราะอยากอยู่คุยกับพีท
“ตามสบายครับ วันนี้ผมเลี้ยงเอง”
“เอาจริงหรือวะ”
โจกระซิบถามพีท พีทพยักหน้ากับโจที่ไม่คุ้นกับร้านแบบนี้แล้วจ้องปลายฟ้า ปลายฟ้าเซ็ง

ทางด้านนันณภัสเมื่อกลับเข้าบริษัท นันณภัสนั่งมองหนังสือนกและสัตว์ต่างๆ ที่เรียงเอาไว้บนโต๊ะ ในใจเหม่อลอยคิดถึงไท บุ๊นดินเข้ามาทั้งเลขาและเรียวทำความเคารพ
“ท่านประธาน”
“ท่านประธาน”
บุ๊นพยักหน้ารับแล้วมองไปที่ห้องนันณภัส เรียวเข้าใจความหมาย
“คุณพัดอยู่ข้างในครับ”
นันณภัสยังคงนั่งเหม่อมองหนังสือสัตว์อยู่ มีเสียงเคาะประตู
“เข้ามา” ประตูเปิดออกบุ๊นเดินเข้ามา “อ้าวคุณพ่อ เชิญค่ะ”
บุ๊นเดินมานั่งตรงหน้านันณภัส เห็นหนังสือบนโต๊ะ
“สนใจเรื่องสัตว์กับเขาด้วยหรือ”
“ก็นิดหน่อยค่ะ พอดีจะจัดสวนนกในคอมเพล็กซ์ที่กำลังจะสร้างค่ะ เอ๊ะ มือคุณพ่อ”
นันณภัสชะงักเมื่อเห็นแผลที่หลังมือผู้เป็นพ่อ
“อ๋อ พ่อซุ่มซ่ามนิดหน่อย...ตาพีทเป็นยังไงบ้าง” บุ๊นเปลี่ยนเรื่อง
“คุณพ่ออยากให้นายพีทเป็นยังไงล่ะคะ”
“ลูกหมายความว่ายังไง”
นันณภัสถอนหายใจ
“ก็หมายความอย่างที่พูดนั่นแหละค่ะ นายพีทเขาอาจจะอยากมีชีวิตแบบของเขานะคะ แต่คุณพ่อไปขีดเส้นที่เขาไม่ชอบให้เขาเดิน ต่างฝ่ายต่างก็มีทิฐิ”
บุ๊นมีท่าทางอ่อนลง
“ต่พ่อก็พยายามแล้วนะ พ่ออยากให้เขาทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน วันหนึ่งถ้าพ่อไม่อยู่แล้ว ตาพีทจะทำยังไง”
“พัดเข้าใจค่ะ แต่พัดเชื่อนะคะ วันหนึ่งนายพีทต้องคิดได้”
นันณภัสยิ้มให้กำลังใจบุ๊น บุ๊นรู้สึกดีขึ้นเพราะเขาเป็นห่วงลูกชายคนนี้มาก แล้วอารมณ์บุ๊นก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้ม สองพ่อลูกนั่งคุยกันอย่างมีความสุข

ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว พีทนั่งมองปลายฟ้าที่เมินหน้าออกนอกโต๊ะตลอดเวลา โจกับแป้งก้มหน้าก้มตากิน แป้งมีท่าทางอิ่มมากแต่พยายามฝืน
“คุณพีทมาทำอะไรแถวนี้คะ” แป้งชวนคุย
“พอดีขับรถเล่นผ่านมาน่ะครับ”
“แหม ชีวิตคุณพีทนี่สบายจังเลยนะคะ ไม่ต้องดิ้นรนอย่างพวกเรา จริงไหมฟ้า”
“อืม รีบกินรีบไป”
“เออ จริงด้วยจะเลยเวลาพักแล้ว”
“ให้ผมไปส่งนะครับ ทั้งสองคนเลย”
“ไม่ต้อง ฉันเอารถมา”
พีทมองไปข้างร้านเห็นมีรถมอเตอร์ไซด์ของปลายฟ้าจอดอยู่ พีทเอาขาสะกิดโจ แล้วส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง
“เอ่อ ฉันไปห้องน้ำก่อนนะ”
โจลุกออกไป
“เก็บเงินด้วยค่า”

แป้งหันไปเรียกแม่ค้า พีทยิ้มอย่างพอใจ

ปลายฟ้าเดินมาที่รถและกำลังสตาร์ทรถแต่ไม่ติด ปลายฟ้าหน้าเสีย พยายามสตาร์ทอีกหลายครั้งแต่ก็ไม่ติด
“เอาอีกแล้ว เมื่อกี้ก็ขับมาดีๆ เป็นอะไรอีกเนี่ย”
“เฮ้ย ไม่เอาน่า ฉันจะหมดเวลาพักแล้วนะ เข้าสายคราวนี้โดนตัดเงินแน่”
“เออน่า ใจเย็นๆ”
ปลายฟ้าสตาร์ทต่อไป

ไม่หางกันนักพีทยืนมองปลายฟ้าด้วยสีหน้ายิ้มๆ โจยืนอยู่ข้างๆ แล้วส่ายหน้าพลาง หยิบหัวเทียนรถมอเตอร์ไซค์ส่งให้พีท
“แกนี่มันชั่วจริงๆ เอ้า”
“พยศแบบนี้มันต้องปราบกันบ้าง และตอนนี้ถึงเวลาที่พระเอกต้องขี่ม้าขาวเข้าไปช่วยนางเอกแล้ว ฮี้ กับๆ”
พีทเดินไปหาปลายฟ้า โจมองตามแล้วส่ายหน้าแบบไม่เข้าใจ

ปลายฟ้ายังคงสตาร์ทรถอยู่แต่ไม่ติด แป้งหน้าเสีย
“เป็นไงบ้าง”
ปลายฟ้าส่ายหน้าแบบหมดหวัง พีทเดินเข้ามาเขาซ่อนหัวเทียนไว้ในกระเป๋ากางเกง
“รถเป็นอะไรหรือครับ”
“นี่นายยังไม่ไปผุดไปเกิดอีกหรือก็เห็นอยู่ว่าสตาร์ทไม่ติด”
“ให้ผมช่วยไหมครับ”
“ไม่...”
“ดีเลยค่ะ แป้งต้องรีบไปทำงานด้วย”
แป้งรีบสวนขึ้นทันที ปลายฟ้าถึงกับเซ็งจำต้องปล่อยให้พีทก้มดูเครื่องยนต์ พีทแววตาเจ้าเล่ห์
“สงสัยต้องซ่อมนานหน่อยครับ ผมว่าให้โจไปส่งคุณแป้งก่อนดีไหม”
“ดีค่ะ แหมคุณพีทนี่แมนจังเลยนะคะ”
แป้งบอกอย่างเป็นปลื้มผิดกับปลายฟ้าที่ทำท่าเบื่อหน้าพีท

ที่สวนสัตว์ ขณะนั้นไทกำลังปีนบันไดเปลี่ยนหลอดไฟอยู่ ขณะที่มือไทกำลังหมุนหลอดไฟ แล้วพลาดหลอดไฟตกลงสู่พื้นข้างล่าง แต่ก่อนที่หลอดไฟจะตกถึงพื้นก็มีมือมารับเอาไว้ทัน ไทมองตามหลอดไฟที่ตกแล้วเห็นว่าเป็นมือของอาฮวดรับไว้ เขามีสีหน้าแปลกใจ อาฮวดมองไทสีหน้านิ่ง
“ขอคุยด้วยหน่อยสิ”
ไทแปลกใจ แล้วพยักหน้ารับช้าๆ

พีทสตาร์ทมอเตอร์ไซค์ของปลายฟ้าติดในครั้งเดียวปลายฟ้ารู้สึกทึ่ง พีทมีสีหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์
“เป็นไง ผมก็มีฝีมือเหมือนกัน”
“โอเค ขอบใจ ฉันไปล่ะ”
ปลายฟ้าจะคว้ามอเตอร์ไซค์ออกไป พีทรั้งไว้โดยการจับแฮนด์มอเตอร์ไซค์
“เดี๋ยวสิ โธ่อุตส่าห์ช่วยทั้งที แค่ขอบใจแค่เนี้ย”
“นายจะให้ฉันทำยังไงอีก”
“เดินเล่นเป็นเพื่อนผมสักเดี๋ยวไม่ได้หรือ”
พีทแกล้งตีหน้าเศร้า ปลายฟ้าถอนหายใจในใจมีอะไรบางอย่างแล้วพยักหน้ารับ

ไทกับอาฮวดคุยกันอีกมุมหนึ่งของสวนสัตว์
“คนเราทำอะไร มักจะหวังผลตอบแทนเสมอ”
“แต่ไม่ใช่ผม”
“แล้วนายมาช่วยเราทำไม”
“ผมไม่ชอบเห็นคนถูกรังแก อีกอย่างลุงคนนั้นก็แก่แล้วด้วย ผมอยากให้แกอยู่เลี้ยงหลาน”
อาฮวดมีสีหน้าไม่ค่อยพอใจเมื่อถูกไทยียวน แต่ใจเย็น
“แล้วข้อเสนอของฉันล่ะ”
“ก็ผมบอกลุงแล้วไง ว่าผมมีงานทำแล้ว”
“แต่ก็คงอีกไม่นาน” ไทหันมามองอาฮวดสีหน้าสงสัย “ฉันรู้มาว่าที่นี่กำลังจะเปลี่ยนผู้บริหารไม่ใช่หรือ”
“รู้สึกว่าพวกคุณนี่รู้อะไรมากจัง”
“วงการธุรกิจสำหรับท่านประธานน่ะ มันไม่กว้างเลย ใครหายใจเข้า ใครหายใจออก มันปิดกันไม่ได้หรอก”
ไทหันกลับไปมองสัตว์แล้วออกตัว
“ผมไม่ได้มีความรู้ทางธุรกิจ ผมจะไปทำอะไรได้”
“คนที่มีความรู้ทางธุรกิจเรียนจบปีหนึ่งๆ เป็นหมื่นๆ เรามีเยอะแล้ว”
“ยังไงผมก็ยังไม่อยากทิ้งคนที่นี่ไป”
“บางทีอาจจะไม่ต้องมีใครไปจากที่นี่เลยก็ได้ นอกจากนายคนเดียว”
ไทมองหน้าอาฮวดสีหน้าครุ่นคิด
“ค่าตัวผมสูงขนาดนั้นเชียวหรือ”
“นายยังมีเวลาตัดสินใจ พร้อมเมื่อไหร่ก็บอก”
อาฮวดวางนามบัตรของเขาอาไว้บนรั้วแล้วเดินจากไปอย่างทรนง

ไทมองตามอาฮวดแล้วมองที่นามบัตร

พีทเดินมากับปลายฟ้าอย่างมีความสุข ปลายฟ้ามีท่าทางเบื่อ ใจเป็นห่วงงาน

“นี่นายจะเดินไปถึงเมื่อไหร่ ถ้าไม่มีอะไรฉันกลับแล้วนะ”
“เดี๋ยวคุณ”
“นายมีอะไร”
“คุณรู้หรือเปล่า ตั้งแต่ผมเจอคุณนะผมอยากให้คนทั้งโลกหัวล้านหมดเลย”
“ทำไม”
“ก็คุณจะได้มีผมคนเดียวไง”
“นายมีอะไรก็รีบพูดมาดีกว่า ฉันจะรีบไปทำงาน”
พีทถอนหายใจอย่างเซ็ง
“เฮ้อ ทำไมชีวิตทุกคนต้องมีแต่งาน งาน และก็งาน น่าเบื่อจริงๆ”
“ก็คนมันต้องกินต้องใช้ไง อีกอย่างงานมันทำให้คนมีคุณค่า พัฒนาสติปัญญาได้เจอกับปัญหาใหม่ๆ เจอเรื่องดีๆ มีเพื่อน มีความจริงใจ มีมิตรภาพ”
พีทไม่ได้ใส่ใจในคำพูดของปลายฟ้า
“งั้นมาทำงานที่บริษัทผมไหมล่ะ จะได้ดูแลหัวใจผมด้วยไง”
ปลายฟ้านึกฉุนน้ำเสียงจริงจังราบเรียบ
“บริษัทเหรอ คนอย่างนาย เหยียดหยามดูถูกคนไปวันๆ บริษัทของนายจะเจริญได้ยังไง นายรู้ไหมว่าทุกลมเข้าออกของนายมันไม่มีคุณค่าเลย นายอาจจะมองคนจนๆ อย่างฉันแค่ผงธุลี แต่ฉันก็สร้างคุณค่าให้ตัวฉันเองทุกลมหายใจเข้าออก ขอโทษนะ ฉันต้องไปทำงานแล้ว”
ปลายฟ้าเดินจากไปอย่างทระนง พีทมองตาสีหน้างง แววตาครุ่นคิดในคำพูดของปลายฟ้า
“เดี๋ยวสิปลายฟ้า ด่าแล้วจะหนีไปอย่างนี้เหรอ”
พีทจับปลายฟ้าเข้ามาหอม ปลายฟ้าตบพีทแล้วรีบออกไป

ไทกำลังซ่อมรถอยู่ที่โรงซ่อมรถของสวนสัตว์โดยมีลูกน้องเป็นลูกมือคอยส่งเครื่องมือ
“เอาเบอร์ 20 มาซิ” ลูกน้องนั่งเหม่อคิดอะไรเพลินๆ ไม่ได้ยินที่ไทบอก “ประแจเบอร์ 20 ส่งมาหน่อยเร็ว” ไทยื่นมือออกมา แต่ไม่ได้ประแจ เขาถีบตัวออกมา “เฮ้ย ไอ้ต่อ เป็นอะไรวะ บอกให้ส่งประแจให้หน่อย”
ต่อสะดุ้งรู้สึกตัว
“อะไรนะครับหัวหน้า”
“แกเป็นอะไรของแกวะ บอกให้ส่งของให้หน่อย ใจลอยไปถึงไหนเนี่ย”
ต่อมีสีหน้าดีใจแล้วบอกความจริงด้วยความปลื้มปิติ
“ผมคิดเรื่องลูกครับ เมื่อเช้าแฟนผมมันบอกว่ามันท้องได้สองเดือนแล้ว”
“จริงหรือดีใจด้วยนะ”
“ผมตั้งใจว่าผมจะเลี้ยงเขาให้ดีที่สุดเลย บางทีเขาอาจจะได้เป็นหมอสัตว์ จะได้มาดูแลสัตว์ที่นี่ไง” ต่อหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ว่าแต่หัวหน้าจะเอา อะไรนะครับ”
ไทรู้สึกสะอึก เพราะว่าต่ออาจจะไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป แต่ไทก็ไม่ได้บอกอะไร ไทหันไปหยิบประแจเอง
“ไม่มีอะไร”
ต่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว จึงลุกเดินจากไป ไทกำลังจะมุดไปที่ใต้ท้องรถ ปลายฟ้าขับรถมอเตอร์ไซด์เข้ามา ไทหันไปมอง
“ไหนบอกว่าจะมาบ่ายๆ นี่มันจะเย็นแล้วนะ แอบไปสมัครงานมาใช่ไหมล่ะ”
“พอดีรถมันเสียน่ะ”
“เป็นอะไรหรือ”
“ช่างมันเถอะ หัวหน้าตกลงเราต้องหางานใหม่จริงใช่ไหม”
ไทมองปลายฟ้าแบบเห็นใจ
“ตกลงเธอชอบทำงานที่นี่หรือขี้เกียจหางานใหม่กันแน่”
ปลายฟ้าสีหน้านิ่งไม่ตอบคำถามแล้วเดินไป
“ไปทำงานก่อนนะ”
ไทมองตามแล้วเดินออกมาหน้าโรงซ่อมเห็นปลายฟ้าทักทายเพื่อนร่วมงาน ไทมองคนงานที่กำลังกระจายกันทำงานด้วยความขะมักเขม้น ในใจเขาตัดสินใจไม่ถูก แต่รู้สึกสงสารคนงานทุกคน

บัตรประจำตัวสวนสัตว์ของไทวางอยู่บนโต๊ะทำงานของบุ๊น บุ๊นหยิบมันขึ้นมามองดูอย่างพินิจสีหน้าคิดแล้วรำพึง
“ไท ธัญธรณี เทอด ธัญธรณี”
บุ๊นถอนหายใจแล้ววางมันลงแล้วเดินออกมาจากห้องทำงานตัวเอง บุ๊นกำลังจะเดินไปขึ้นรถกลับบ้านแต่อาฮวดปรากฏกายขึ้นที่หัวมุม เขาตรงเข้ามารายงาน บุ๊นเห็นสีหน้าอาฮวดก็เดาได้ทันที
“เขาไม่ยอม”
“ก็ไม่เชิงครับ คงต้องให้เวลาเขาตัดสินใจ”
“ยื่นข้อเสนอไปแล้วใช่ไหม”
“ครับ”
“งั้นเราคงต้องรอ”
บุ๊นพูดจบแล้วเดินไปทันที อาฮวดถือกระเป๋าให้บุ๊นแล้วเดินตามไป

อีกด้านหนึ่ง ฉัตรถือซองเงินเดือนเดินมาตามทางแล้วเดินเข้าห้องทำงาน ฉัตรเดินไปนั่งที่โต๊ะแล้วเอาเงินออกมานับแล้วเอาใส่กระเป๋า
“20 , 21 , 22 อืม...”
คู่หูที่นั่งอยู่ไม่ห่างกันนักเดินถือเอกสารมาวางให้ฉัตรที่โต๊ะ
“เอ้าพี่ นี่ปืนสวัสดิการชุดใหม่มาแล้ว จองซะสิ”
“เอาไว้ก่อนเถอะวะ เรื่องที่ให้ตามว่าใครที่มาซื้อโรงแรมของนายบุ๊นบ้างไปถึงไหนแล้ว”
“ก็มีหลายคน หนึ่งในนั้นก็คือนายมังกร” ฉัตรทำหน้าสงสัย
“มังกร เหอะ ชักมั่วกันใหญ่”
“แต่ที่น่าสนใจก็คือ เมื่อสิบกว่าปีก่อน บุ๊นซื้อโรงแรมนี้มาจากพ่อของเจียงป้าหวัง ว่ากันว่าใช้วิธีสกปรกนิดหน่อย โดยผ่านสมาคมโรงแรมโลก แล้วตอนนี้ก็มีสองพี่น้องรอยกับเอียน มาประสานงานกับสมาคมด้วย”
คู่หูเอารูปของรอยและเอียนวางบนโต๊ะให้ฉัตรดู
“ไอ้สองคนนี่ฉันรู้จัก แต่ก่อนมันเป็นนายหน้าระดับอินเตอร์ นักฟอกเงิน แล้วผันตัวมาเป็นกรรมการสมาคมโรงแรมโลก แสดงว่านายบุ๊นนี่ก็ไม่เลวเลย ทำหน้าซื่อมือสะอาด แล้วเอาชิ้นปลามันไปกิน ลองตามดูว่าตอนนี้นายบุ๊นกำลังจะทำอะไร”
คู่หูพยักหน้ารับ

ฉัตรมองใบจองปืนแล้วลุกออกไปทิ้งให้มันว่างอยู่อย่างนั้น

ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 6 (ต่อ)

บ้านเจียงที่เซียงไฮ้ มีรถราวิ่งไปมา ภายในบ้านพ่อของเจียงที่เป็นอัมพฤตนั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็น คนสนิทเดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงไปที่พ่อของเจียงอย่างรีบร้อน เขากระซิบที่หูของพ่อเจียงเพื่อบอกข่าวการตายของเจียง

สีหน้าของพ่อเจียงบิดเบี้ยว แค้นแต่ทำอะไรไม่ได้ดูน่าสงสาร มีน้ำตาไหลออกมา พยายามจะพูดออกมาว่าบุ๊นแต่ออกเสียงไม่ได้

เย็นวันนั้นที่บ้านบุ๊น บุ๊นนั่งจิบน้ำชาอย่างอารมณ์ดี ในใจเขาคิดไปกว้างไกลและลึกล้ำดุจทะเล อาฮวดเดินเข้ามาหา
“รู้หรือยังว่าใครฆ่าเจียง”
“ยังครับ คิดว่าน่าจะเป็นพวกนักฆ่ารุ่นใหม่ ที่มาจากพวกทหารรับจ้าง”
บุ๊นพยักหน้ารับแต่ไม่ได้ข้องใจอะไร
“หยุดดีแล้ว มันจะได้จบเป็นรุ่นๆ ไป แล้วพวกที่ยิงเราล่ะ”
“เป็นคนของคุณเจียงครับ”
บุ๊นชะงักแววตาเข้ม และสงสัย เขาหันมามองหน้าอาฉวดแบบไม่เชื่อหู และเก็บอารมณ์แสดงการรับรู้ในใจคิดถึงมังกร
“อืม อาเจียงคิดเองหรือ ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นมั้ง”
อาฮวดรินน้ำชาให้บุ๊น

พีทขับรถอย่างไร้จุดหมายมาตามถนนเรียบชายหาดในใจครุ่นคิด สีหน้าไม่ค่อยพอใจปลายฟ้าเท่าไหร่เมื่อนึกถึงคำพูดของเธอ
“ก็คนมันต้องกินต้องใช้ไง อีกอย่างงานมันทำให้คนมีคุณค่า พัฒนาสติปัญญาได้เจอกับปัญหาใหม่ๆ เจอเรื่องดีๆ มีเพื่อน มีความจริงใจ มีมิตรภาพ พวกเราไม่ใช่คนอย่างนายที่เที่ยวโอ้อวด เหยียดหยามคนไปวันๆ นายรู้ไหมว่า ทุกลมเข้าออกของนายมันไม่มีคุณค่าควรแก่การมีชีวิตอยู่เสียด้วยซ้ำ นายอาจจะมองคนจนๆ อย่างฉันแค่ผงธุลี แต่ฉันก็สร้างคุณค่าให้ตัวฉันทุกลมหายใจเข้าออก ขอโทษนะ ฉันต้องไปทำงานแล้ว”
ปลายฟ้าเดินจากไปอย่างทรนง
พีทยังคงคิดและขับรถไปเรื่อยๆ เขารำพึง
“น่าจะชื่อยายปลายเข็มมากกว่า พูดมาแต่ละคำ ทำไมวะก็คนมันเกิดมารวยนี่หว่า”

พีทฉุกคิดอะไรบางอย่างจึงรีบเลี้ยวรถกลับอย่างกะทันหัน แล้วขับไปที่ที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว

ด้านฉัตรเดินมาตามฟุตบาธตรงมาที่ร้านขายเครื่องดนตรี เมื่อมาถึงเขาก็มาหยุดยืนมองไวโอลินที่โชว์เอาไว้แล้วตัดสินใจควักกระเป๋าออกมานับเงินแต่เงินไม่พอ ที่ประตูร้านเห็นเจ้าของล๊อคประตูแล้วกลับป้ายที่แขวนไว้ด้านในจาก Open เป็น Close ฉัตรมองถอนหายใจแล้วเดินผ่านไป

ขณะที่ไทกำลังให้อาหารแมวน้ำ ไทก็ได้ยินเสียงไวโอลินดังแว่วมา
“ ไวโอลิน”
ไทเดินออกมาดูมีแมวน้ำตัวเก่งเดินตามมาด้วย ไทมองไปตามเสียงเห็นปลายฟ้านั่งสีไวโอลินอยู่บนอัศจรรย์เสียงเพลงดูเศร้าๆ
“เศร้าจัง”
ปลายฟ้าหยุดสีไวโอลินทันที
“เพลงก็คือเพลง จะเศร้าหรือไม่อยู่ที่ใจคน”
“ย่ะ แม่นักปรัชญา มามะลิ มาซ้อมกันดีกว่า”
ไทฝึกซ้อมแมวน้ำตามปกติ ปลายฟ้าเริ่มบรรเลงเพลง
ปลายฟ้าสีไวโอลินสีหน้านิ่ง ไม่ได้เศร้าเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะเธออยู่ใกล้ไท บ่อยครั้งที่เธอยิ้มเมื่อมองไท

เวลาผ่านไป ไทฝึกแมวน้ำเสร็จแล้วเดินมากับปลายฟ้า ทั้งคู่ตรงไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของปลายฟ้า ไทมองไวโอลินที่มือปลายฟ้าแล้วช่วยถือ
“วันนี้ใช้ตัวเล็กหรือ มา ฉันช่วยถือ”
“ฉันขี้เกียจแบกไปมาบ่อยๆ เสียงมันอาจจะเพี้ยน อีกอย่างนะเล็กหรือใหญ่มันอยู่ที่ใจเราชอบ ฉันหลงใหลเสียงมันมาตั้งแต่อยู่บ้านกำพร้าในโบสถ์คิดว่าวันหนึ่งจะต้องเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียงให้ได้”
ไทรู้สึกถึงความมุ่งมั่นของปลายฟ้า
“ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอมาเลือกงานนี้”
“ตอนแรกว่าจะไม่เอาหรอก แต่พอเจอ...”
ปลายฟ้าหยุด ไม่พูดต่อ
“เจออะไร”
“เอ่อ เจอสัตว์พวกนี้น่ะ ก็เลยรักมัน”
“เธอนี่ก็เข้าท่าเหมือนกันนะ แล้วถ้าสมมติว่าต้องโดนเลย์ออฟจากที่นี่ล่ะ”
“แล้วหัวหน้าล่ะ”
“ฉันยังไม่รู้เลย”
“เอาไว้หัวหน้ารู้ก่อน แล้วฉันจะบอก”
ทั้งคู่เดินมาถึงรถของปลายฟ้า ไทส่งปลายฟ้าขึ้นรถแล้ววางไวโอลินในไซด์คาร์
“พรุ่งนี้เจอกัน”
“ครับผม”

ปลายฟ้าขับรถมอเตอร์ไซค์ออกไป ไทมองตามสีหน้าคิด ในใจตัดสินใจไปหาใครบางคน

โอตี่นั่งฟังเพลงคลาสสิคจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง ในใจผ่อนคลายและทอดอารมณ์ มังกรเดินเข้ามาหาทางด้านหลังเขาไม่คุ้นเพลงแบบนี้ จึงยกเข็มออก โอตี่หันมามองมังกรแบบงงงวย

“ฟังเพลงอะไร ไม่เห็นรู้เรื่องเลย”
“แด๊ดดี้ จะให้โอตี่ฟังงิ้วหรือไง” มังกรส่ายหน้าแล้วนั่งลงข้างๆ “มีอะไรแด๊ด คนกำลังอิน”
“ข้องใจเรื่องประเทศมากันดี ประเทศมันคงรวยมากล่ะสิ มีแต่เหมืองทอง”
“รงรวยอะไรกันแด๊ด เหมืองทองที่มีน่ะ มันเป็นของนายทุนจากยุโรปหรือไม่ก็อเมริกาของมันน่ะมีแต่ทรัพยากร แต่ ไม่มีปัญญา นักการเมืองมันก็กอบโกยผลประโยชน์ คอรัปชั่น ปล่อยให้ประชาชนมาเป็นทาสชาวต่างชาติ ทำไมแด๊ดจะไปสมัครเป็นประธานาธิบดีหรือ”
“จะบ้าหรือวะ แค่สงสัยว่าทำไมพี่ใหญ่ถึงไปติดต่อกับคนพวกนั้น”
“หรือว่าลุงบุ๊นกำลังจะคิดทำเหมืองทอง มันไกลไปมั้ง แด๊ดดี้”
โอตี่หัวเราะ ขณะที่มังกรมีสีหน้าคิดจริงจัง

คืนนั้นฉัตรมานั่งที่ท่าเรือแล้วดื่มเบียร์ที่เตรียมใส่กระติกมาด้วยท่าทางผ่อนคลาย ไทเดินมาข้างหลังเงียบๆ แล้วให้เสียง
“นึกแล้วว่าต้องอยู่ที่นี่”
ฉัตรหันไปมองเห็นเป็นไทจึงเชื้อเชิญ
“อ้าว ไอ้ไท นั่งก่อนสิ”
“บัดดี้ไปไหนซะล่ะ”
“ไอ้แป๊ดน่ะหรือ หึ หึ วันนี้ข้าอยากนั่งคนเดียว”
ไททำท่าจะลุก
“งั้นฉันกลับละกัน”
“เฮ้ย นั่งก่อน กำลังเหงาเลย ดูเหมือนว่าเอ็งกำลังตามหาข้า มีอะไรหรือ” ไทเปิดเบียร์ดื่ม
“ฉันคิดว่าฉันจะเปลี่ยนงาน”
“จริงหรือ เห็นเอ็งรักสัตว์นักรักสัตว์หนา ทำไมถึงจะเปลี่ยนงานล่ะ”
“ค่าตอบแทนดีกว่ามั้ง”
ฉัตรมองหน้าไทแบบฉงน ในใจไม่เชื่อเหตุผลของไท
“ใครคือคนฉลาดคนนั้น”
“นายบุ๊น”
ฉัตรแทบสำลักเบียร์ แล้วมองหน้าไทแบบไม่เชื่อ
“เอาแน่หรือวะ”
ไทส่ายหน้าประมาณว่ายังไม่แน่ใจ

ทางด้านปลายฟ้า เมื่อกลับมาถึงห้องพักเธอทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนพร้อมกับบ่นออกมา
“เฮ้อเหนื่อย เมื่อย หิว”
แป้งไม่อยู่ในห้อง มีเสียงแป้งลอดออกมาจากห้องน้ำ
“ฉันเอาแฮมเบอร์เกอร์ที่ร้านมาฝากแน่ะ”
“โอย ลุกไม่ไหว แกหยิบให้ฉันหน่อยสิ”
ปลายฟ้าหลับตาพูดด้วยความขี้เกียจ
“เอ้า”
ปลายฟ้าลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นมือแป้งที่ส่งแฮมเบอร์เกอร์ให้เป็นมือเหมือนมีน้ำเหลืองน้ำหนอง
“ว้าย” ปลายฟ้าผุดลุกขึ้นแล้วมองเห็นแป้งเต็มตัวจึงร้องกรี๊ด “ผีหลอก”
แป้งพอกหน้าพอกตัวจนดูเละ
“จะบ้าหรือ นี่ฉันเอง”
“แกทำอะไรเนี่ย ดูสิอย่างกับซอมบี้แน่ะ เฟะเชียว”
“ก็ดูแลตัวเองไง คุณพีทเขาจะได้สนใจฉันมากขึ้น”
“แกรู้ได้ยังไง”
“แกไม่เห็นหรือ วันนี้เมื่อตอนกลางวันเค้ายังซื้ออาหารให้ฉันเลย”
ปลายฟ้าส่ายหน้า
“แกนี่จะบ้าไปกันใหญ่แล้ว แกรู้จักเขาดีพอแล้วหรือ เขาทำงานอะไรแกรู้หรือ” แป้งส่ายหน้า
“หึ แต่เขารวยและหล่ออ่ะ น่ารักด้วยอ่ะ มันก็ต้องลองกันสักตั้ง พูดถึงงานฉันลองถามๆ ในห้างดูไม่มีร้านไหนรับสมัครคนงานเลย”
“ช่างเถอะ ค่อยๆ หาไปก็ได้”
“เออ ฉันลองถามคุณพีทให้ไหม ท่าทางเขาจะต้องรู้จักพวกนักธุรกิจใหญ่ๆ”
“ห้ามบอกเรื่องนี้กับนายพีทเด็ดขาด เอ้า เอาคืนไปเหอะ”
ปลายฟ้ายื่นคำขาดแล้วลุกขึ้น ยื่นแฮมเบอร์เกอร์คืน
“อ้าว ไหนว่าหิวไง”
“เห็นแกแล้วฉันกินไม่ลง เอาอะไรมาทาน่ะ มี อย.หรือเปล่าก็ไม่รู้ ไปอาบน้ำดีกว่า”
ปลายฟ้าเดินไปที่ห้องน้ำ

แป้งมองตัวเองแล้วมีความหวังว่าจะสวยและครองใจพีทได้

ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 6 (ต่อ)

ส่วนทางด้านไทเมื่อแยกจากฉัตร ไทกลับมาที่สวนสัตว์ระหว่างเดินกลับที่พักไทเดินผ่านที่ทำงานของพี่ธงจึงเห็นว่ายังไม่ปิดไฟ ไทจึงแวะเข้าไปหา...พี่ธงถือกาแฟร้อนมาวางลงบนโต๊ะ

“ขอบคุณครับ”
ไทนั่งอยู่ท่าทางผ่อนคลาย เขารับกาแฟไปดื่ม
“พรุ่งนี้เงินเดือนออก พี่คงต้องแจ้งให้คนงานทราบกันแล้ว ทุกคนจะได้มีเวลาเตรียมตัว”
“น่าสงสารพวกเขานะครับ”
พี่ธงนั่งลงที่เก้าอี้ท่าทางผ่อนคลายแต่หนักใจ
“ทำไงได้ แล้วไทจะเอายังไงต่อไป”
“บางที พวกเราอาจจะไม่มีใครไปไหนก็ได้ ถ้าผม...” ไทไม่พูดต่อ พี่ธงมองหน้าไทอย่างสงสัย “ผมไปนอนดีกว่า บางทีพรุ่งนี้อาจจะดีกว่าวันนี้ก็ได้. ฝันดีนะพี่”
ไทยิ้มแล้วลุกจากไป พี่ธงมองตามแบบไม่เข้าใจ

เมื่อกลับมาที่ห้องพัก ไทตัดสินใจเก็บข้าวของของตัวเองใส่กระเป๋า
“มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมเคยผ่านมา และที่นี่ก็จะเป็นอีกอย่างหนึ่งที่กำลังจะผ่านไป ชีวิตมันเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวันจริงๆ”
ไทหยิบปืนที่ห่อผ้าเอาไว้ออกมาแล้วค่อยๆ แกะเผยให้เห็นปืนทองกระบอกของพ่อ แล้วไทก็นึกถึงคำสอนของเทอด
“พ่อผมเคยบอกว่าทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา เริ่มที่ตัวเรา พ่ออยากให้ผมหนักแน่นดุจภูผาต่อการทำดี แม้ว่ายังมองไม่เห็นผลตอบแทน และเอื้ออาทรต่อผู้ยากไร้ดุจแสงตะวันที่สาดส่องอย่างซื่อตรงโดยไม่เลือกชนชั้นแค่นี้เราก็จะมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า ดุจตะวัน ดั่งภูผา”
ไทเก็บของใส่กระเป๋าแล้วรูดซิปปิดกระเป๋า

วันต่อมาบริเวณแสดงแมวน้ำ แมวน้ำโดดน้ำตูม ผู้คนปรบมือกันเกรียว ผู้ฝึกแมวน้ำโผล่ขึ้นมาจากน้ำซึ่งคราวนี้ผู้ฝึกแมวน้ำคือพี่แดง ไม่ใช่ไทเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ผู้ชมปรบมืออย่างชอบใจ ปลายฟ้าเดินมาด้านข้างกำลังจะเข้าไปด้านหลังเพื่อเตรียมตัวแล้วมองมาที่ลานแสดงเห็นว่าเป็นพี่แดงไม่ใช่ไท ปลายฟ้ามีสีหน้าสงสัยแล้วเดินไปด้านหลัง
ด้านหนังพนักงานทำการแสดงเสร็จแล้ว กำลังพาแมวน้ำกลับหลังเวที ปลายฟ้าเดินเข้ามาแล้วมองหาไทตามส่วนต่างๆ แต่ไม่พบ เธอจึงถามพนักงานคนหนึ่ง
“พี่ต้น หัวหน้าล่ะ”
“เอ ไม่เห็นนะ ไม่รู้ไปไหน พี่แดงเลยต้องแสดงแทน”
ปลายฟ้ามีสีหน้าสงสัยและเป็นห่วง
“หรือว่าไม่สบาย”
ปลายฟ้าขี่มอเตอร์ไซค์มาที่บ้านพักของไท เห็นว่าประตูใส่กุญแจไว้ ปลายฟ้ามีสีหน้าสงสัยแต่ไม่ได้คิดอะไร

ที่ท่าเรือบุ๊น อาฮวดยืนหันหน้าให้ทะเล ไทเดินเข้ามาด้านหลัง อาฮวดรับรู้การมาของไทจึงพูดโดยไม่หันมามอง
“ตัดสินใจแล้วรึ”
ไทมองอาฮวดอย่างระวัง
“ผมต้องทำอะไรบ้าง”
“ดูแลคุณพีท” อาฮวดหันมามองหน้าไท “หวังว่างานคงไม่หนักเกินไปนะ” ไทพยักหน้ารับ “คนเราทำอะไรมักจะหวังผลตอบแทนเสมอ”
“แต่ไม่ใช่ผม”
“แล้วนายมาช่วยเราทำไม”
“ผมไม่ชอบเห็นคนถูกรังแก อีกอย่าง ลุงคนนั้นก็แก่แล้วด้วย ผมอยากให้เขาอยู่เลี้ยงหลาน”
“แล้วข้อเสนอของฉันล่ะ”
“แล้วเรื่องสวนสัตว์”
“อีกไม่เกิน 5 นาที ทุกอย่างจะเรียบร้อย”

ไทรับรู้และพอใจ

ขณะนั้นพี่ธงกำลังนั่งทำเงินเดือนอยู่ในห้อง ปลายฟ้าเข้ามารับเงินเดือนเป็นคนแรก พี่ธงทำเงินเสร็จพอดี

“แหม ปลายฟ้า มาคนแรกเลยนะ มา รับไปเลยพี่ทำเงินเสร็จพอดี”
ปลายฟ้าหน้าเศร้าๆ แล้วนั่งตรงหน้าพี่ธง
“วันนี้ไม่เห็นหัวหน้าทั้งวันเลย ท่านรองใช้หัวหน้าไปไหนหรือคะ”
“เปล่านี่ เอ้านี่เงินเดือน”
พี่ธงยื่นซองเงินเดือนให้ปลายฟ้า สีหน้าเศร้าๆ ปลายฟ้าสังเกตเห็น
“มันอาจจะเป็นเงินเดือนเดือนสุดท้ายแล้วใช่ไหมคะ” พี่ธงมองหน้าปลายฟ้าอย่างแปลกใจสีหน้าตั้งคำถาม
“นี่เธอรู้ได้ยังไง”
“หัวหน้าบอกฉันแล้วล่ะค่ะ”
“ทำยังไงได้ล่ะ พี่ต้องขอโทษด้วยนะที่ดูแลเธอได้แค่นี้” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พี่ธงรับสาย “สวัสดีครับ...ครับท่านประธานครับ...อะไรนะครับ ทุกอย่างเหมือนเดิมแล้วหรือครับ...ครับ...ครับ...ยังครับ...สะ...สวัสดีครับ” พี่ธงวางสายด้วยท่าทางดีใจสุดขีด “ไชโย”
“มีอะไรหรือคะ”
“ท่านประธานบอกว่า เราไม่ต้องไปไหนแล้ว ท่านประธานจัดการเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว”
“ดีใจด้วยนะคะ”
ทั้งคู่กอดกันด้วยความดีใจ ปลายฟ้าคิดถึงไท
“หัวหน้า หัวหน้าต้องดีใจแน่เลย ท่านรองไปก่อนนะคะ”
ปลายฟ้ารีบลุกออกไป

อาฮวดพาไทมาที่บ้านพัก อาฮวดเดินไปรูดม่านส่วนที่มองเห็นทะเล แสงสว่างเข้าเต็มห้อง
“นี่ที่พักของนาย” ไทเดินดูไปรอบๆ แล้วรู้สึกว่ามันหรูและดูดี อาฮวดเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า เห็นว่ามีสูทแบบลำลองและมีเสื้อผ้าดีๆ ดูทันสมัย “คุณพีทชอบคนแต่งตัวสะอาดเรียบร้อย ท่านประธานก็เหมือนกัน ขอดูโทรศัพท์นายหน่อย”
ไทมองหน้าอาฮวด แล้วโยนโทรศัพท์ให้ อาฮวดรับไปแล้วถอดเอาซิมหักทิ้งแล้วโยนโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้ไท
“ลืมเบอร์เก่าไปซะ มีอะไรสงสัยไหม”
ไทรับโทรศัพท์เครื่องใหม่แล้วเข้าใจ
“รู้สึกว่าหน้าที่ผมนี่มันสำคัญมากเลยนะ”
“คุณพีทเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตท่านประธาน เพราะฉะนั้นนายควรภูมิใจได้เลยว่านายก็คือมือดีที่สุด”อาฮวดเดินมาที่หน้าต่างริมทะเล “อาชีพอย่างเราต้องไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต รักษาความลับเท่าชีวิต เราถึงจัดที่นี่ให้นาย เมื่อนายตกลงที่จะเดินไปกับฉัน นายต้องรับหลักการตั้งแต่วินาทีนี้”
“ผมจะเริ่มงานเมื่อไหร่”
อาฮวดหันมาบอกไทเสียงเข้มภายใต้รอยยิ้ม
“นายเริ่มงานแล้ว”
อาฮวดเดินออกไป

ไทมองตามแล้วเหม่อมองไปที่ทะเล ในใจนิ่งพร้อมที่จะเผชิญสิ่งที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า

ต่อขับรถขนอาหารมาจอดที่โกดังเก็บอาหาร ปลายฟ้านั่งมาด้วย ต่อเข้าไปขนอาหาร ปลายฟ้ายังนึกถึงไท

“เอ หัวหน้าไปไหนนะ ต่อ นายเห็นหัวหน้าบ้างไหม”
“เออ วันนี้ยังไม่เห็นเลย”
ปลายฟ้าเอาโทรศัพท์มือถือมาโทรหาไท เสียงตอบรับว่าให้ฝากหมายเลข ปลายฟ้าวางสายสีหน้าคิดถึงไท

นันณภัสนั่งผ่อนคลายอยู่ที่สระน้ำ พีทถือเครื่องดื่มเดินมาแล้วเอามาวางให้
“ไง ไม่มีที่ไปหรือวันนี้”
“เปล่า ตั้งใจมาหาเจ๊นั่นแหละ”
“คราวนี้จะเอาเท่าไหร่ล่ะ”
“ไม่ ไม่ได้มายืมเงิน คือมันมีปัญหาคาใจบางอย่าง”
“อะไรหรือ”
พีทมีท่าทางเขิน แต่ยังไงก็ต้องบอก
“เอ่อ อืม คือว่า ผู้หญิงดีๆ อย่างเจ๊ ชอบผู้ชายแบบไหนหรือ”
นันณภัสหัวเราะเมื่อได้ยินคำถามนี้
“ไปตกหลุมรักใครเขาเข้าอีกล่ะ”
“เหอะน่า ขอความอนุเคราะห์หน่อย”
“ผู้หญิงนะ เขาต้องการผู้ชายที่เป็นผู้นำ ไม่เหลาะแหละเหลวไหล พาชีวิตเขาไปพบกับความสุขได้ แล้วก็...”
“โอ๊ย เยอะขนาดนั้นเลยหรือเจ๊”
“เพื่อความรัก คนเราทำได้ทั้งนั้นแหละ พีทลองถามใจตัวเองดูสิว่า รักเขาจริงหรือเปล่า ถ้ารักเขาจริงเราก็ต้องทำได้ ทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่เรารักมีความสุข”
“เด็ด เด็ดจริงๆ ยิ่งกว่าเช็คสเปียร์กลับชาติมาเกิดอีก เพื่อหล่อน เราต้องทำได้ ขอบใจนะเจ๊ ไปล่ะ”
“อ้าว จะไปไหนล่ะ”
“ไปหาอะไรดื่มฉลอง ปรัชญาความรักของผมน่ะสิ”
“อ้าว ไหนว่าจะเลิก”
นันณภัสพูดไม่ทันจบพีทก็แจ้นออกไปก่อนจะพูดทิ้งท้ายว่า
“เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยเริ่ม”
นันณภัสมองตามน้องชายส่ายหน้าและยิ้ม

เย็นวันนั้นหลังจากสวนสัตว์ปิด พี่ธงกำลังปิดออฟฟิศด้วยท่าทางมีความสุข ปลายฟ้าขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาหา
“หัวหน้ามาหรือยังพี่ธง”
“เออ นั่นสิ วันนี้ยังไม่เห็นหน้าไอ้ไททั้งวันเลย หรือว่ามันจะไปช่วยพี่แป๊ดที่ร้าน เออเนอะ วันนี้ไปฉลองที่ร้านพี่แป๊ดดีกว่า ไอ้ไทน่าจะอยู่ที่นั่นๆ แหละ”
พี่ธงพูดเองเออเอง
“ไปด้วยคนนะ”
ปลายฟ้าขออนุญาต

ขณะนั้นแป๊ดปิดร้านแล้ว แต่มีเสียงอาคูเลเล่ที่เกิดจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงดังลอดออกมามันเป็นเพลงบรรเลงคลาสิค ภายในร้านหนูเอมกำลังทำท่าเล่นอาคูเล่เล่ด้วยไม้ขนไก่ โดยสมมติว่ามีอาคูเลเล่อยู่ในมือ แป๊ดมองหนูเอมเล่นอาคูเลเล่
“ไหนเล่นอาคูเลเล่เพลงอะไรลูก เล่นให้แม่ฟังบ้างซิ อูวะไม่ธรรมดานิ เพราะซะด้วย”
“ต้องซ้อมท่าเอาไว้ก่อนสิ วันนี้เงินเดือนออก ป๋าฉัตรบอกว่าจะซื้ออาคูเลเล่มาให้”
แป๊ดเชื่อว่าน้าฉัตรจะซื้อมาให้จริงๆ นอกร้านฉัตรยืนแอบฟังอยู่หน้าซีดแล้วรำพึง
“ซวยล่ะกู ไปตั้งหลักก่อนดีกว่า”
ฉัตรกำลังจะออกไป พอดีกับพี่ธงกับปลายฟ้าหิ้วเบียร์มาที่หน้าร้าน พี่ธงดึงฉัตรไว้
“อ้าว พี่ฉัตร เพิ่งมาหรือ มา มา ผมมีเบียร์มาเพียบเลย”
“เอ่อ เอ่อ”
พี่ธงกับปลายฟ้าดันฉัตรเข้าไปในร้าน ทั้งหมดเข้ามาในร้านหนูเอมเห็นฉัตรเลยวิ่งเข้ามากอด
“ป๋าฉัตร ซื้ออากูเลเล่มาให้หนูเอมแล้วใช่ไหมคะ”
“เอ่อ คืออย่างนี้ลูก อาคูเลเล่พอดีของหมดน่ะ ที่มีอยู่เสียงมันไม่ค่อยดี คนขายเขาไม่แนะนำ อาทิตย์หน้าของถึงจะมา แล้วป๋าจะรีบซื้อมาให้เลย”
หนูเอมสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยแล้วบอกฉัตรแบบไม่โกรธ
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเอมรอได้”
ปลายฟ้าสายตาสอดส่ายหาไท
“หัวหน้าล่ะ หัวหน้าไม่ได้มาที่นี่หรือ”
“ไอ้ไทไม่ได้มาที่นี่หลายวันแล้ว”
“อ้าว แล้วเขาหายไปไหนของเขาทั้งวันนะ”
หนูเอมสงสัย มองหน้าฉัตรและแป๊ด
“พี่ไทไม่ได้บอกใครเลยหรือคะ ป๋าฉัตร”

ฉัตรทำท่าเฉยแต่หนูเอมจับพิรุธได้

ติดตาม "ดุจตะวันดั่งภูผา" ตอนที่ 7
ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 5
ดุจตะวันดั่งภูผา ตอนที่ 5
ปลายฟ้านึกถึงเหตุการณ์ในอดีต วันที่ไทให้สายเชลโล่เธอ วันนั้นไทยืนมองแม่น้ำบนสะพานข้ามแม่น้ำแคว ปลายฟ้าเดินเข้ามาหา “นายจะไปไหน” “ฉันยังไม่รู้เลย” ปลายฟ้านิ่งไป “แต่มันต้องไป บางทีฉันอาจจะเจอจุดหมายของฉันก็ได้” “ฉันเข้าใจ ทุกคนต้องมีจุดหมาย ต่างกันที่ว่า ใครจะอยู่ใกล้หรือไกล ฉันขอให้นายโชคดีนะ” “เธอด้วย เอ้า” ไทยื่นซองสายเชลโล่ชุดใหม่ให้ปลายฟ้า ปลายฟ้ารับไปดู “สายเชลโล่” “เธอต้องใช้มันพาไปสู่จุดหมาย” ปลายฟ้ารู้สึกดี “ขอบใจนะ ฉันต้องไปแล้วล่ะ โชคดีนะ” ปลายฟ้ายิ้มสดใส แล้ววิ่งจากมาเธอหยุด ไทหันมามองเธอ “สู้เขานะ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...