xs
xsm
sm
md
lg

น้องเมีย ตอนที่ 9 - 10

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


น้องเมีย ตอนที่ 9

มะเฟืองหันไปมองงามเนตรด้วยความตกใจ ฉลามฉวยจังหวะวิ่งกระแทกร่างมะเฟืองอย่างแรงจนล้มลง

“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง”
ฉลามวิ่งผ่านงามเนตรออกไป งามเนตรวิ่งเข้ามาดูน้อง เห็นเลือดก็ตกใจ
“เป็นยังไงบ้างมะเฟือง”
มะเฟืองละล่ำละลักทั้งน้ำตา
“พ่อ...ช่วยพ่อด้วย ช่วยพ่อด้วย”
งามเนตรหันไปมองตามมะเฟือง เห็นพ่อนอนจมกองเลือดอยู่ก็ตกใจ
“พ่อ...พ่อ...พ่อ...”
งามเนตรโผเข้ากอดพ่อ ร้องไห้อย่างเสียขวัญ

ลูกสมุนทั้งสองของฉลามรุมกระทืบนำโชคอาการปางตาย ก่อนจะสั่งกำชับมัน
“นี่แค่สั่งสอน ถ้ามึงยังไม่เลิกยุ่งกับอีมะเฟืองอีก มึงตายแน่...ไปเว้ย”
ลูกสมุนทั้งสองหันหลังจะเดินไป ฉลามที่ถูกตีหัวเลือดอาบวิ่งซมซานเข้ามา ก็ตกใจรีบเข้าไปดู
“พี่ฉลาม เกิดอะไรขึ้น”
“อย่าเพิ่งถาม...รีบหนีก่อนที่พ่อมึงจะแห่มา”
ทั้งสองช่วยประคองฉลามออกไป นำโชคเห็นอย่างนั้นก็สังหรณ์ใจไม่ดี
“มะเฟือง”
นำโชครีบยันกายลุกขึ้น ซมซานไปหามะเฟือง

นำโชคพาร่างที่บอบช้ำมาถึงบ้านงามเนตร ได้ยินเสียงไซเรนรถตำรวจดังโหยหวน ก่อนจะเห็นหมอและพยาบาลเข็นร่างวันชัยที่นอนโชกเลือดอยู่บนเตียงมา วิภาวิ่งจับมือวันชัยร้องไห้ราวกับคนเสียสติ
“ใครทำแก...บอกฉันใครทำแก ใครทำแก”
เจ้าหน้าที่ช่วยกันเข็นร่างวันชัยขึ้นรถพยาบาล ขับออกไป วิภาร้องไห้โหยหวน นำโชคใจเสียมองหามะเฟือง เห็นงามเนตรประคองมะเฟืองออกมา ก็ดีใจรีบวิ่งตรงเข้าไปหา
“เกิดอะไรขึ้นมะเฟือง”
มะเฟืองหันมามองหน้านำโชคด้วยสายตาเย็นชา...ว่างเปล่า
“ตอนที่ฉันต้องการ...แกไปไหนมา”
นำโชครู้สึกผิด
“เราขอโทษ”
“แกทิ้งฉัน...เพราะแกคนเดียว เพราะแกคนเดียว”
มะเฟืองร้องไห้ทุบตีนำโชคอย่างสุดกลั้น นำโชคยอมให้มะเฟืองตีไม่ตอบโต้ งามเนตรเข้าไปห้าม
“ใจเย็น ๆ มะเฟือง...นำโชคออกไปก่อน ออกไปก่อน”
เจ้าหน้าที่พยาบาลเข้ามาช่วยประคองมะเฟืองออกไป นำโชคยืนมองด้วยความงุนงงปวดร้าว

เอกภพที่อยู่ในอาการกึ่ม ๆ โทรติดต่องามเนตรไม่ได้ เดินกลับไปกลับมาด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน
“ทำไมไม่รับ...มัวทำอะไรอยู่เนตร”
เอกภพทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ก่อนจะคิดถึงเรื่องเมื่อตอนเย็น ตอนที่เขาเกือบเผลอมีอะไรกับมะเฟืองก็รู้สึกไม่สบายใจ กระดกแก้วเหล้าที่วางอยู่บนโต๊ะ ดื่มด้วยความรู้สึกผิด บัวที่แต่งตัวเซ็กซี่แอบมองอยู่...ก่อนจะเดินถืออ่างใส่น้ำเข้ามา วางตรงหน้าเขา
“คุณภพกลับมาเหนื่อย ๆ เดี๋ยวบัวนวดให้นะคะ”
เอกภพพยักหน้ารับไม่ปฏิเสธ บัวบรรจงล้างเท้าให้อย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ บรรจงนวดฝ่าเท้าให้ เอกภพรู้สึกผ่อนคลาย ค่อยๆเอนตัวลงนอน หลับตาลง บัวเห็นอย่างนั้นก็ยิ้มดีใจ ค่อยๆนวดไล่...ไล้ไปตามขาจนกระทั่งถึงโคนขาด้านใน เอกภพสะดุ้ง ลืมตาถามบัวด้วยความตกใจ “จะทำอะไร...บัว”
บัวขยับตัวเข้ามากระซิบถามข้างหูของเขาอย่างแผ่วเบา
“บัวจะถามคุณว่า...”
บัวจงใจให้หน้าอกสัมผัสตัวเขา ก่อนจะกระซิบต่อว่า
“จะรับนมอุ่นๆเพิ่มมั้ยคะ”
เอกภพเห็นร่องอก บัวยิ้มยั่วมองตาเขาอย่างท้าทาย

งามเนตรกระสับกระส่ายรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ก่อนไฟหน้าห้องจะดับลง หมอเปิดประตูออกมา งามเนตรรีบเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง
“พ่อกับน้องสาวฉันเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ”
“น้องสาวคุณหมอผ่าเอาหัวกระสุนออกเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ ส่วนคุณพ่อคุณ หมอยังบอกไม่ได้ ต้องรอผลเอ็กซเรย์ก่อน”
หมอพูดจบเดินออกไป งามเนตรกลุ้มใจรำพึงกับตัวเอง
“แล้วจะทำยังไงดีเนี่ย...” งามเนตรคิดถึงเอกภพ “คุณเอกภพ”
งามเนตรหยิบมือถือขึ้นมากดหมายเลขเอกภพ

เสียงมือถือเอกภพดังมาจากกางเกงที่กองอยู่บนพื้น ...เอกภพกำลังซุกไซ้บัวอยู่บนเตียง ทุกอย่างกำลังจะเข้าได้เข้าเข็ม บัวยิ้มออกมาอย่างมีหวัง แต่ทันใดนั้นจู่ๆ เอกภพก็หมดสติฟุบหน้าลงกับอกบัว บัวตกใจเขย่าตัวเขา
“คุณภพคะ...คุณภพ...คุณภพ”
เอกภพเมามายจนหมดสติ นอนนิ่งไม่ไหวติง บัวขัดใจ
“โอ๊ย เซ็ง จะมาเมาอะไรตอนนี้” บัวขัดใจครุ่นคิด “ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล”
บัวจัดแจงถอดเสื้อผ้าเอกภพและตัวเอง ก่อนจะซุกตัวนอนลงบนเตียงข้าง ๆ เขา

เช้าวันต่อมา...นิดามาช่วยงามเนตรเก็บข้าวและทำความสะอาดบ้าน มาวินที่มาช่วยด้วย แสดงความเสียใจ
“ผมเสียใจด้วยนะครับ...มีอะไรให้ผมช่วยบอกได้นะครับ”
“แค่คุณให้ดิฉันลางาน แถมมาช่วยจัดการเรื่องต่างๆ ให้แค่นี้ก็เป็นพระคุณมากแล้ว ขอบคุณมากนะคะ” งามเนตรบอกกับนิดา “เธอด้วยนิดา ถ้าไมได้เธอ ฉันคงทำอะไรไม่ถูกแน่ ๆ”
นิดาปลอบ
“เพื่อนกัน...แค่นี้ยังน้อยไป ว่าแต่เธอจะเอายังไง อีก 2 วันก็จะถึงงานแต่งแล้ว”
วิภาเดินผ่านมาพอดี พูดขึ้นมาลอยๆ เสียงดังด้วยความไม่พอใจ
“น้องถูกยิง พ่อเกือบตาย แต่นังตัวพี่คิดแต่เรื่องจะมีผัว...ฉันล่ะเชื่อจริง ๆ ทำไมถึงได้ใจจืดใจดำขนาดนี้”
วิภาเดินออกจากบ้านไปอย่างไม่สบอารมณ์ งามเนตรน้ำตาไหล มาวินตบบ่าปลอบใจ งามเนตรท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ รักษาระยะห่างไว้ไม่ให้น่าเกลียด
“ผมรู้ว่าคุณไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูด ใจดีๆไว้นะครับ”
งามเนตรร้องไห้
“น้าวิพูดถูก ฉันยังไม่รู้เลยว่าพ่อกับน้องจะเป็นยังไง จะให้ฉันคิดเรื่องแต่งงานได้ไง”
นิดารู้สึกผิด
“ฉันไม่ได้ตั้งใจพูดให้แกไม่สบายใจ คงต้องเลื่อนงานออกไปก่อน”
งามเนตรกังวล
“ไม่รู้คุณเอกภพจะว่ายังไงบ้าง อะไรๆ ก็เตรียมไว้หมดแล้ว”
“คุณน่าจะลองคุยดูนะเนตร ผมว่าแฟนคุณคงเข้าใจ”
งามเนตรพยักหน้ารับรู้กับความคิดเห็นของมาวิน ก่อนจะรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

เอกภพงัวเงียตื่นขึ้นมา เห็นบัวในสภาพกึ่งเปลือยมีเพียงผ้าห่มคลุมตัวนอนร้องไห้กระซิกๆ อยู่ข้าง ๆ ก็ตกใจ ลุกขึ้นนั่ง
“บัวมาอยู่ที่นี่ได้ไง”
บัวแกล้งปล่อยโฮออกมา
“คุณมาถามบัวแบบนี้ได้ไงคะ คุณนั่นแหละเป็นคนพาบัวขึ้นมา แล้วคุณก็...”
บัวทำเป็นกระดากพูดไม่ออก
“คุณก็ย่ำยีบัว”
เอกภพตกใจสวนทันควัน
“เป็นไปไม่ได้”
บัวแกล้งทำเป็นโกรธ
“นี่คุณจะไม่รับผิดชอบเหรอคะ”
“จะให้ผมรับผิดชอบได้ไง ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น”
บัวแกล้งทำเป็นร้องไห้น้อยใจ
“ใช่สิ คุณได้ตัวบัวไปแล้ว คุณจะพูดยังไงก็ได้ แต่บัวเป็นผู้หญิง บัวสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตให้คุณไปแล้ว ถ้าคุณไม่รับผิดชอบ บัวคงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้”
บัวลุกขึ้นทำท่าจะวิ่งเอาหัวโขกผนังตาย เอกภพรีบเข้าไปจับตัวเอาไว้
“อย่าทำอะไรบ้าๆนะบัว ถ้าผมทำอย่างนั้นจริง ผมก็จะรับผิดชอบ แต่บัวต้องตอบคำถามผมให้ได้ก่อน เมื่อคืนผมเมามาก เมาจนหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ตัว แล้วผมจะมีอะไรกับบัวได้ยังไง”
บัวอึกอักหาข้อแก้ตัว
“คุณจะไปจำอะไรได้ก็ตอนนั้น คุณไม่มีสติ”
“แต่บัวมีสติไม่ใช่เหรอ แล้วบ้านเราก็มีคนตั้งเยอะ ทั้งคุณแม่ ทั้งน้าชมและคนอื่น ๆอีก แล้วทำไมบัวถึงขึ้นมาอยู่บนห้องผมได้”
บัวคิดหาข้อแก้ตัว
“เอ่อ คือว่าบัว...บัว...”
บัวอึกอักหน้าตามีพิรุธ เอกภพมองอย่างจับผิด
“บัวคิดจะทำอะไรกันแน่”
“ก็บัว...ก็บัว...” บัวระเบิดความในใจออกไป “ก็บัวรักคุณ”
เอกภพตกใจ
“รักผม” เขามองด้วยสายตาตัดพ้อ “แล้วก็ทำกับผมแบบนี้เหรอ...ก็ได้ครับ ผมจะ
รับผิดชอบเรื่องทั้งหมด”
เอกภพฉุดมือบัวลุกขึ้นมา บัวร้องโวยวายด้วยความตกใจ
“จะพาบัวไปไหนคะคุณภพ”
“ไปพิสูจน์ไง...บัวก็รู้เดี๋ยวนี้เรื่องแบบนี้พิสูจน์กันไม่อยาก ถ้าผมทำจริงอย่างที่บัวพูด ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง โดยไม่มีข้อแม้”
บัวกลัว
“อย่านะคะ บัวไม่ไป...บัวไม่ไป”
บัวสะบัดแขนออก วิ่งไปหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่มาปิดไม่ให้โป๊ เอกภพที่มองอยู่ถอนหายใจ พลางส่ายหน้าระอา

ชมเดินมาบ่นมา
“สายป่านนี้แล้วทำไมคุณภพยังไม่ตื่น”
ทันใดนั้นชมก็เห็นบัววิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากห้องเอกชม เสื้อผ้าหลุดลุ่ยก็ตกใจ
“นังบัว!”
บัวหันมามองด้วยความตกใจ ชมคาดคั้นถาม
“นี่แกเข้าไปทำอะไรในห้องคุณภพ...”
บัวอึกอักด้วยความตกใจ
“หรือว่าแกกับคุณภพ...”
บัวคิดอะไรบางอย่าง...คิดจะเล่นตามน้ำ หันมามองหน้าตอบชมอย่างท้าทาย
“ใช่! ฉันเป็นเมียคุณภพแล้ว...”
“แกโกหก”
“ดูสภาพฉันสิเหมือนคนโกหกเหรอ”
ชมอึ้ง บัวยิ้มเย้ยแล้วเดินไป

เอกภพหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่จะเอาขึ้นไปเห็บ เห็นมือถือวางอยู่ข้าง ๆ มีสายไม่ได้รับจากงามเนตรเป็นสิบสาย เอกภพรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
“มีเรื่องอะไร”

เอกภพลงจากรถเข้าไปหางามงามเนตรที่บ้าน เห็นเธอยื่นแก้วน้ำให้มาวินที่มาช่วยเก็บของ มาวินยิ้มหน้าระรื่น ก่อนจะหันมาเห็นเอกภพยืนมองอยู่ มาวินบอกงามเนตร
“ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยบอกได้นะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
มาวินเดินออกไป เอกภพมองตามอย่างไม่ค่อยพอใจ ก่อนจะหันไปถามงามเนตร

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าเนตร”

งามเนตรพยักหน้ารับสีหน้าเศร้า

“เนตรอยากจะคุยกับคุณเรื่องงานแต่ง...” หญิงสาวลังเลก่อนจะตัดสินใจพูด “เนตรอยากจะให้เลื่อนไปก่อน”
เอกภพไม่พอใจ
“ทำไม...เพราะไอ้เจ้านายตัวดีของคุณใช่มั้ย”
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณวินนะคะ”
“แล้วที่เมื่อกี๊อี๋อ๋อกันล่ะหมายความว่าไง”
งามเนตรโกรธเสียงดัง
“นี่คุณโกรธเนตรเพราะเรื่องแค่นี้เหรอ คุณรู้มั้ยเมื่อคืนเนตรเจออะไรมาบ้าง มะเฟืองถูกยิง พ่อเนตรถูกทำร้ายอาการสาหัสนอนอยู่โรงพยาบาล เนตรพยายามติดต่อคุณทั้งคืนแต่คุณก็ไม่รับสาย แต่คุณกลับมาโกรธเนตร โกรธคนที่เค้าคอยช่วยเหลืองั้นเหรอคะ”
เอกภพตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องราวมากมายขนาดนี้
“ผมขอโทษ ผมไม่คิดว่าจะมีเรื่องร้ายแรงขนาดนี้ แล้วพ่อกับน้องสาวคุณเป็นยังไงบ้าง”
เอกภพถามด้วยความเป็นห่วง

งามเนตรและเอกภพไปโรงพยาบาลด้วยกัน หมอบอกถึงอาการวันชัยให้รู้...
“คนไข้กะโหลกด้านหน้าร้าวประมาณสามเซ็น มีเลือดออกในสมอง คงต้องรอดูอาการต่อไปอีกสักอาทิตย์นึง ถ้าลิ่มเลือดนั้นไม่สลายตัวก็คงต้องผ่าตัด...”
“ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ”
งามเนตรกับเอกภพไหว้หมอ หมอรับไหว้เดินออกไป วิภาที่คอยดูแลวันชัยอยู่เปรยขึ้นมาลอยๆ
“ทำไมต้องอยู่ห้องพิเศษด้วย แพงก็แพง ฉันไม่มีปัญญาจ่ายหรอกนะ”
งามเนตรยิ้มบอกวิภาอย่างอ่อนโยนและรู้ทัน
“เรื่องนั้นน้าวิไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ เนตรจัดการเอง”
วิภาประชด
“จริงสินะ เดี๋ยวนี้แกไม่เหมือนก่อนแล้ว ได้ผัวรวย อะไร ๆ ก็ต้องพิเศษกว่าคนอื่น งั้นก็จ่ายค่ารถค่ากินให้ฉันด้วยสิ ฉันต้องมาดูแลพ่อแกอีกนาน”
วันชัยเหนื่อยใจ
“ถ้าเรื่องมากนักไม่ต้องมาก็ได้...”
วิภาย้อน
“แล้วใครจะดูแลแกตอนที่นังเนตรไม่อยู่ หรือว่าจะให้มันลาออกจากงาน”
เอกภพพูดขึ้น
“จ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลก็ได้...”
งามเนตรชะงัก
“ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกค่ะ” งามเนตรเปิดประเป๋าเงิน “น้าวิจะเอาเท่าไหร่คะ”
งามเนตรหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าทั้งหมด มีอยู่ 3000 บาท วิภาเห็นรีบกระชากเงินจากมืองามเนตรไปทั้งหมด
“เอามาทั้งหมดนั่นแหละ” วิภาเดินออกไปพูดกับตัวเอง “ได้เงินทำทุนแล้ว”
วันชัยเห็นอย่างนั้นก็รู้ทันบอกงามเนตร
“ให้ไปอย่างนั้นก็เอาไปเล่นไพ่หมด...ให้พ่ออยู่ห้องธรรมดาก็ได้ลูก จะไม่ได้ต้องเสียเงินเยอะแยะ”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมช่วยออกให้”
“อย่าเลยครับ ผมเกรงใจ”
“คุณพ่อเนตรก็เหมือนพ่อผม เรากำลังจะเป็นครอบครัวเดียวกันนะครับ”
เอกภพยิ้มให้วันชัยอย่างจริงใจ งามเนตรมองด้วยความเกรงใจ

ในห้องคนไข้รวม...มะเฟืองที่อยู่ในอาการเหนื่อยอ่อนเพราะเสียเลือด นั่งเอนบนเตียงคุยกับดาว สายน้ำเกลือและถุงเลือดระโยงระยางเต็มไปหมด มะเฟืองพูดด้วยโกรธเกรี้ยว น้อยเนื้อต่ำใจ
“ฉันถูกยิงเกือบตายแต่ไม่มีใครเหลียวแลสักคน” มะเฟืองตะโกนเสียงดังด้วยความอัดอั้น “ทำไมฉันต้องมาอยู่ในห้องบ้าๆนี้ด้วย”
ดาวเกรงใจคนข้างๆ
“เบาๆ หน่อยสิแก เกรงใจคนอื่นบ้าง”
มะเฟืองโกรธ
“ทำไมต้องเกรงใจ ป่านนี้นังเนตรมันคงจะมีความสุขกับคุณเอกภพ แต่ดูฉันสิต้องมามีสภาพแบบนี้”
ดาวปลงๆ
“ทำใจซะเหอะวะ โบราณว่าไว้แข่งเรือแข่งพายแข่งกันได้ แต่อย่าริแข่งบุญแข่งวาสนา อีกไม่กี่วันเค้าก็จะแต่งงานกันแล้ว ยังไงแกก็ไม่มีวันเอาชนะพี่สาวแกไปได้”
“ไม่จริง ทำไมฉันจะสู้มันไม่ได้ ทั้งสาวทั้งสวยกว่า ไม่เหมือนมันโง่ดักดาน ถ้าฉันทำให้คุณเอกภพตาสว่างไม่ได้ ก็อย่าหวังว่ามันจะมีความสุข”
ทันใดนั้น นำโชคที่มีรอยฟกช้ำดำเขียว หิ้วของเข้ามาเยี่ยม
“ฟื้นแล้วเหรอมะเฟือง เป็นไงบ้าง เราเอาของมาเยี่ยม ของที่เธอชอบทั้งนั้น...”
มะเฟืองมองด้วยความดูถูก
“เอาของแกกลับไปฉันไม่กิน”
“ยังไม่หายโกรธเราอีกเหรอ เราขอโทษ...”
มะเฟืองโกรธ
“ฉันบอกให้แกออกไป ออกไป ออกไป”
มะเฟืองเสียงดัง ไล่นำโชคเหมือนหมูเหมือนหมา จนคนไข้เตียงข้าง ๆ ตกใจ

เอกภพเดินคุยมากับงามเนตร
“ผมผิดเองที่ปล่อยให้มะเฟืองกับแฟนคุยกันตามลำพัง”
งามเนตรปลอบใจ
“อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ คู่นี้เค้ามีปัญหากันมานานแล้ว ต่อให้ไม่มีคุณ ถ้ามันจะมีเรื่อง มันก็มีอยู่ดี”
เอกภพรู้สึกดีที่งามเนตรเข้าใจ ทันใดนั้นทั้งสองก็เห็นพยาบาลที่วอร์ดแตกตื่นกัน วิ่งกรูกันไปที่ห้องมะเฟือง
“นั่นมันทางไปห้องมะเฟืองนี่คะ”
เอกภพตกใจ
“หรือจะเกิดเรื่อง...”
ทั้งสองรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีรีบวิ่งไปดู

มะเฟืองหยิบของที่นำโชคเอามาเยี่ยมปาใส่หัวนำโชคอย่างเกรี้ยวกราด
“ฉันเกลียดแก ได้ยินมั้ย ฉันเกลียดแก ฉันเกลียดแก ออกไป ออกไป”
ดาวเข้าไปกอดห้ามไม่ให้มะเฟืองทำอย่างนั้น
“มะเฟืองอย่า...อย่ามะเฟือง”
กระป๋องนมกระแทกหัวนำโชค เขาทรุดลงกับพื้น
“เอาของต่ำๆ ของแกออกไปหมด ฉันไม่อยากได้”
นำโชคหัวแตก ค่อยๆก้มเก็บของเยี่ยมด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ มะเฟืองเห็นยิ่งโกรธ
“ยังจะมองหน้าอีก” มะเฟืองจะเข้าไปเอาเรื่องแต่เจ็บแผล “โอ๊ย !”
“มะเฟือง!”
นำโชคจะเข้าไปดูมะเฟือง แต่มะเฟืองยิ่งโกรธ ตะโกนไล่
“ฉันบอกให้ออกไป ออกไปได้ยินมั้ย ออกไป”
พยาบาลเห็นท่าไม่ดี รีบเข้ามาพานำโชคออกไป
“ออกไปทำแผลก่อนเถอะคุณ”
นำโชคออกไป งามเนตรกับเอกภพเข้ามาพอดี งามเนตรเห็นน้องสาวที่อยู่ในอาการโกรธเกรี้ยว รีบเข้าไปบอกน้อง
“ใจเย็นๆ มะเฟือง พี่มาแล้ว...”
มะเฟืองเห็นเอกภพที่เดินเข้ามากับงามเนตรก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“คุณเอกภพ ! คุณเอกภพช่วยมะเฟืองด้วยนะคะ มะเฟืองไม่อยากอยู่ที่นี่ มะเฟืองไม่อยากอยู่ที่นี่”
มะเฟืองโผกอดเอกภพด้วยความดีใจ งามเนตรเห็นอย่างนั้นถึงกับอึ้ง ส่วนเอกภพทำตัวไม่ถูก

โจ้เข้ามาขอโทษกันตาด้วยความเกรงใจ เพราะเกรงใจที่เอกภพไม่มาตามนัด
“ผมต้องขอโทษด้วยจริง ๆ นะครับ พอดีวันนี้คุณเอกภพมีธุระด่วน ต้องขอเลื่อนนัดคุณ”
“ไม่เป็นไรค่ะ คงจะเป็นเรื่องใหญ่มาก ถึงได้แจ้งกะทันหัน”
“ครับ พอดีเมื่อคืนครอบครัวแฟนคุณเอกภพถูกทำร้ายน่ะครับ เห็นว่าทั้งพ่อทั้งน้องสาวอาการสาหัสทั้งคู่”
กันตาตกใจ
“ตายจริง แล้วตอนนี้อยู่โรงพยาบาลไหนคะ”
กันตาถามโจ้ด้วยความร้อนใจ

เอกภพประคองมะเฟืองลงนอน งามเนตรคอยช่วยเหลืออยู่ใกล้ ๆ
“ผมย้ายห้องให้คุณแล้ว พักผ่อนให้สบายนะครับ ไม่ต้องกลัว พวกมันถูกตำรวจตามล่าอยู่...คงตามมาทำอะไรคุณไม่ได้อีกแล้ว” เอกภพพูดอย่างอ่อนโยน
“แต่มะเฟืองกลัว ไม่มะเฟืองไม่อยากอยู่คนเดียว คุณอยู่เป็นเพื่อนมะเฟืองนะคะ”
งามเนตรขัดขึ้น
“อย่ารบกวนคุณเอกภพเลยมะเฟือง...”
มะเฟืองพูดเสียงห้วนใส่
“ฉันไม่ได้พูดกับแก”
งามเนตรหน้าเสีย เอกภพรีบเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์
“ไม่เป็นไร วันนี้ผมยกเลิกนัดหมดแล้ว...ก็ได้ครับ หมอบอกว่าคุณไม่ยอมกินยาเลย งั้นเดี๋ยวผมออกไปเอาน้ำมาให้นะครับ”
มะเฟืองยิ้มดีใจ เอกภพเดินออกไปเอาน้ำมาให้ งามเนตรที่ยืนมองอยู่อย่างไม่สบายใจบอกมะเฟือง
“เธอไม่ควรทำอย่างนี้นะมะเฟือง...”
งามเนตรพูดไม่ทันจบ มะเฟืองสวนแรงขึ้นมาทันที
“ทำไม กลัวถูกฉันแย่งผัวหรือไง”
งามเนตรตกใจ
“ทำไมพูดอย่างนี้”
“หรือว่าไม่จริง ฉันถูกยิงเกือบตายแทนที่จะเป็นห่วง กลับมากลัวว่าจะถูกแย่งผัว คน
อย่างแกมันใจยักษ์ใจมาร”
งามเนตรตกใจที่น้องเข้าใจผิด
“พี่ไม่เคยคิดอย่างนั้นนะเฟือง”
“งั้นก็เลื่อนงานแต่งสิ หรือไม่ก็ยกเลิกไปเลย”
งามเนตรเสียงอ่อย
“พี่ก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน”
“แล้วทำไมไม่ทำ หรือว่าอยากจะให้เขาสมเพช จะได้แต่งกับแกเร็ว ๆ ใช่มั้ย”
ทันใดนั้นเอกภพที่ออกไปเอาน้ำก็เปิดประตูเข้ามาพอดี ถามหน้าตาใสซื่ออย่างไม่รู้จริง ๆ
“คุยอะไรเสียงดัง พี่น้องคู่นี้...” เอกภพเห็นงามเนตรเหมือนจะร้องไห้ “มีอะไรหรือเปล่า”
งามเนตรพยามกลบเกลื่อนปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“เปล่าค่ะ”
มะเฟืองหมั่นไส้หันไปพูดเสียงห้วนกับเอกภพ
“พี่เนตรเขาอยากจะให้เลื่อนงานแต่งออกไปก่อน รอจนกว่าพ่อจะหายดี...”
เอกภพอึ้งไปไม่คิดว่ามะเฟืองจะพูดเรื่องนี้
“เรื่องนี้คุณแม่ผมท่านเป็นธุระจัดการให้ คงต้องปรึกษาท่านก่อน”
มะเฟืองประชด
“ถ้าทำไปเพราะสมเพชมันก็แต่งๆไปเถอะค่ะ”
เอกภพปราม
“ทำไมพูดกับพี่ไม่ดีเลยล่ะมะเฟือง”
มะเฟืองงอน
“ใช่สิ มะเฟืองมันปากไม่ดี นิสัยก็ไม่ดี ไม่ต้องมีคนมาสนใจ”
มะเฟืองหันหลังงอน เอกภพมองหน้างามเนตรที่จนปัญญาไม่รู้จะทำยังดีเหมือนกัน เขายิ้มใจเย็น
“ถ้าไม่มีใครสนใจ ผมจะออกไปเอาน้ำให้มะเฟืองทำไมล่ะครับ ทานยานะครับ เดี๋ยวผมหยิบให้”
เอกภพหยิบน้ำกับยาส่งให้ มะเฟืองจะไม่ยอมกิน
“ยานี้กินแล้วง่วง มะเฟืองไม่อยากตื่นขึ้นมาโดยไม่มีคุณ...สัญญานะคะจะอยู่กับมะเฟือง อย่าทิ้งมะเฟืองไปไหน”
“ครับ ผมสัญญา...”
มะเฟืองหันไปเสียงแข็งใส่พี่สาว

“งั้นแกก็กลับไปได้แล้ว...ยืนอยู่ทำไม”

น้องเมีย ตอนที่ 9

เอกภพพยักหน้าให้งามเนตรไป

“เดี๋ยวผมเดินไปส่ง...”
เอกภพเดินไปส่งงามเนตรที่ประตู พูดพอให้ได้ยินกันสองคน
“เดี๋ยวมะเฟืองหลับแล้ว ค่อยคุยกัน”
“เดี๋ยวฉันซื้อข้าวมาให้นะคะ”
เอกภพพยักหน้ารับรู้ มะเฟืองเห็นทั้งสองหันหลังให้ก็แอบเอายาที่เอกภพให้ ยัดไว้ใต้เตียงไม่ยอมกิน

บัวเดินกระสับกระส่ายไปมา มองตรงประตูหน้าบ้าน พึมพำกับตัวเอง
“ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับ...” บัวคิดได้ก็ตกใจ “หรือจะไปแจ้งความ...จะบ้าเหรอ ฉันต่างหากที่ต้องทำ...”
ทันใดนั้นบัวก็ได้ยินเสียงภัสสรดังมาจากด้านหลัง
“ว่าไงนะครอบครัวหนูเนตรถูกทำร้าย”
บัวหันไปเห็นภัสสรกำลังคุยโทรศัพท์อยู่
“แล้วมีใครเป็นอะไรมากมั้ย”
“ทุกคนพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่พ่อเนตรหมอต้องรอดูอาการก่อน...เย็นนี้ไม่ต้องรอทานข้าวนะครับคุณแม่”
“จ้ะ” ภัสสรวางสาย “จะแต่งกันอยู่ไม่กี่วันแล้วเชียว เกิดเรื่องจนได้” ภัสสรหันไปสั่งชม “ช่วยเตรียมกระเช้าให้ฉันด้วย ฉันจะไปเยี่ยมพ่อหนูเนตร...”
ชมรับคำออกไป ภัสสรจะเดินขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า บัวที่แอบฟังอยู่เข้ามาขวางหน้า พูดเสียงอ่อนเสียงหวาน
“ให้บัวไปด้วยนะคะ คุณผู้หญิง”
บัวยิ้มหวาน นัยน์ตาเป็นประกาย

เอกภพสั่งงานโจ้ผ่านทางมือถือ
“โปรเจ็กต์คุณกันตา เดินหน้าต่อไปได้เลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันเข้าไปดู”
เอกภพวางสาย มะเฟืองนั่งหน้าหงิกอยู่บนเตียง พูดออกมาด้วยความไม่พอใจ
“อยู่กับมะเฟือง...แต่กลับคุยเรื่องงาน น่าเบื่อ ทำไมไม่ปล่อยให้ลูกน้องทำไป”
“เป็นเจ้านายไม่ได้หมายถึงสั่งอย่างเดียวนะครับ ต้องรับผิดชอบด้วย...แต่ถ้าผมคุยเสียงดัง รบกวนมะเฟือง ผมออกไปคุยข้างนอกก็ได้ครับ”
“อย่าค่ะ มะเฟืองไม่ได้หมายความอย่างนั้นซะหน่อย”
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น...เอกภพเดินไปเปิดประตู แต่ก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นกันตาถือกระเช้าของเยี่ยมยืนยิ้มหวานอยู่หน้าห้อง
“คุณกันตามาได้ไงครับ เชิญครับเชิญ”
“ฉันรู้ข่าวจากคุณโจ้ก็รีบมา...นี่ใช่มั้ยคะคนป่วย...ขอให้หายเร็วๆนะคะ”
กันตายิ้มหวานยื่นกระเช้าให้ มะเฟืองหมั่นไส้
“ดัดจริต” มะเฟืองเสียงห้วนกับเอกภพ “มันเป็นใคร!”
กันตาหน้าเสีย เอกภพช่วยแก้สถานการณ์
“พูดเพราะๆหน่อยสิมะเฟือง คุณกันตาเค้าเป็นลูกค้าผม”
มะเฟืองแดกดัน
“แต่ดูแล้วเหมือนอยากจะเป็นเมียมากกว่า”
เอกภพไม่พอใจ
“มีมารยาทหน่อยสิมะเฟือง คนเขาอุตส่าห์มาเยี่ยม”
มะเฟืองแดกดัน
“เยี่ยมมะเฟืองหรือเยี่ยมคุณกันแน่...ถ้าคนมีมารยาทจริง ถูกไล่ขนาดนี้แล้วก็ต้องไสหัวออกไป ไม่อย่างนั้นเค้าเรียกว่าหน้าด้าน”
กันตาเสียงห้วนไม่พอใจ
“ฉันว่าฉันกลับก่อนดีกว่า...”
“งั้นไปครับ”
เอกภพทำท่าจะเดินตามกันตาไป มะเฟืองรีบคว้าแขนเขามากอดไว้
“จะไปไหนคะคุณเอกภพ”
เอกภพแกะแขนมะเฟืองออก
“มะเฟืองทำอย่างนี้ก็เท่ากับว่าไม่ให้เกียรติผมเหมือนกัน”
เอกภพออกไปอย่างไม่สนใจ มะเฟืองปัดของเยี่ยมของกันตาตกลงพื้นด้วยความเจ็บใจ

เอกภพเดินคุยมากับกันตา
“ขอโทษแทนมะเฟืองด้วยนะครับ เธอเพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆมา เลยระแวงไปหมดว่ามีคนจะทำร้าย”
“น่าสงสารจังนะคะ ไม่คิดว่าเด็กอายุเท่านี้จะเจอเรื่องร้ายๆขนาดนี้”
“ขอบคุณนะครับที่เข้าใจ” เอกภพเปลี่ยนเรื่อง “ส่วนเรื่องงานคุณไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ตอน
แรก ๆ ผมอาจจะไม่ได้ไปคุมด้วยตัวเอง แต่รับรองเสร็จทันตามกำหนดแน่ ๆ”
“ฉันเข้าใจค่ะ แล้วก็เห็นใจคุณด้วย แทนที่เวลานี้จะเป็นเวลาที่ครอบครัวคุณจะมีความสุข กลับเจอแต่เรื่องร้าย ๆ” กันตากุมมือเอกภพ “ขอให้คุณผ่านช่วงเวลาร้าย ๆ นี้ไปให้ได้นะคะ”
กันตายิ้มนัยน์ตาหวานเชื่อมดูเจ้าชู้ให้เขา งามเนตรเดินถือถุงข้าวมาพอดี เห็นภาพนั้นก็ถึงกับชะงัก...เอกภพยิ้มจริงใจไม่คิดอะไร
“ขอบคุณมากครับ”
เอกภพตอบกันตา ก่อนจะหันมาเห็นงามเนตร เอกภพรีบชักมือกลับอย่างไม่คิดอะไร
“เนตร !”
กันตาหันไปเห็นงามเนตรยืนอยู่ถึงกับเก้อไป เอกภพรีบเข้าไปโอบไหล่งามเนตร แนะนำให้กันตารู้จัก
“นี่ไงครับ เนตรแฟนผม” เอกภพหันมาบอกงามเนตร “นี่คุณกันตาลูกค้าผม เค้ามาเยี่ยมมะเฟือง”
งามเนตรยกมือไหว้งงๆ
“ขอบคุณมากนะคะ ถ้ามีอะไรที่ดิฉันตอบแทนได้ก็บอกนะคะ ดิฉันยินดีค่ะ”
กันตารับไหว้ยิ้มพราวเสน่ห์
“คุณเอกภพพูดถึงคุณบ่อยๆ ไม่คิดว่าตัวจริงจะน่ารักขนาดนี้” กันตายิ้มให้เอกภพ “คุณนี่ตาถึงจริง ๆ”
เอกภพยิ้มกว้างให้งามเนตร
“คนน่ารักอย่างนี้ใครจะปล่อยให้หลุดมือไปได้ จริงมั้ย”
เขากอดเธอแน่นขึ้น งามเนตรอาย
“อายคุณกันตาเขาบ้าง”
กันตายิ้มหวาน
“ฉันไม่ถือหรอกค่ะ รู้มั้ย คุณเป็นผู้หญิงที่โชคดีมาก ที่ได้แต่งงานกับคุณเอกภพ คงมีผู้หญิงหลายคนที่อิจฉาคุณ ขอให้รักกันนานๆนะคะ”
“ขอบคุณค่ะ”
งามเนตรยิ้มขอบคุณอย่างมีไมตรี กันตายิ้มตอบอย่างมีเลศนัย ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงประกาศดังมา บอกให้ เอกภพไปพบญาติที่ห้องพักฟื้นของมะเฟือง งามเนตรกับเอกภพชะงักสงสัย

ภัสสรเอาของเยี่ยมมาให้วันชัย ชมและบัวตามข้ามา
“ขอให้หายไวๆนะคะ”
“ขอบคุณ คุณผู้หญิงมากนะครับ”
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงประกาศดังมาว่ามีญาติต้องการพบเอกภพที่ห้องพักฟื้นมะเฟืองด่วน วันชัยตกใจ
“นั่นมันห้องมะเฟืองนี่”
ภัสสรหันมามองหน้า วันชัยรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี

มะเฟืองอาละวาดขว้างปาข้าวของ หมอกับพยาบาลต้องช่วยกันจับ
“ฉันบอกให้ไปตามคุณเอกภพมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ไปตามคุณเอกภพมาให้ฉัน...”
เอกภพและงามเนตรรีบผลักประตูเข้ามา พอมะเฟืองเห็นเอกภพก็ร้องขอให้ช่วย
“คุณเอกภพช่วยเฟืองด้วย ช่วยมะเฟืองด้วย”
เอกภพบอกหมอ
“เดี๋ยวผมเองครับ”
หมอกับพยาบาลที่ช่วยกันจับตัวมะเฟืองปล่อยตัว เอกภพเดินเข้าหามะเฟืองโผกอดทันที
“มะเฟืองกลัว คุณอย่าทิ้งมะเฟืองไปไหนนะคะ”
งามเนตรเห็นอย่างนั้นก็สุดทน พูดกับมะเฟืองด้วยความไม่พอใจ
“เธอจะดึงตัวคุณเอกภพไว้อย่างนี้ตลอดไปไม่ได้นะมะเฟือง คุณเอกภพมีงานต้องทำ วันนี้ทั้งวันข้าวปลาก็ยังไม่ได้กิน”
“ฉันไม่ได้พูดกับแก ออกไป ออกไป”
มะเฟืองทำท่าจะเข้าไปทำร้ายงามเนตร เอกภพเข้าไปกอดปลอบ
“ใจเย็นๆ มะเฟือง” เอกภพหันไปบอกงามเนตร “เนตรออกไปก่อน เดี๋ยวผมคุยกับมะเฟืองเอง”
งามเนตรทำท่าจะออกไป ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงวันชัยดังมา
“ลูกไม่ต้องออกไปไหนทั้งนั้นเนตร”
งามเนตร เอกภพ มะเฟืองหันไป ชมเข็นรถวันชัยเข้ามา พร้อมกับภัสสรและบัว
“เลิกทำตัวเรียกร้องความสนใจได้แล้ว ถ้ายังเรื่องมากอยู่ล่ะก็ ฉันจะย้ายแกไปอยู่ โรงพยาบาลบ้า”
“ฉันไม่ได้บ้า แล้วก็ไม่ได้เรียกร้องความสนใจด้วย” มะเฟืองหันไปหาเอกภพ “คุณเอกภพต้องเชื่อมะเฟืองนะคะ มะเฟืองเจ็บ มะเฟืองกลัวจริง ๆ”
มะเฟืองกอดเอกภพแน่น วันชัย ภัสสร ชมเห็นอย่างนั้นก็ตกใจ ส่วนบัวไม่พอใจ เจ็บใจแต่เก็บอาการไว้ เอกภพทำตัวไม่ถูก วันชัยทนดูต่อไปไม่ได้ไหว พูดเสียงดัง
“ปล่อยตัวคุณเอกภพเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะหมอฉีดยาแกให้หายบ้า” วันชัยบอกกับหมอและ
พยาบาล “จัดการมันเลยครับคุณหมอ ถ้ามันไม่หายบ้า จะส่งศรีธัญญาหรือทุ่งสีกันก็เชิญเลยครับ”
หมอกับพยายามจะเข้าไป มะเฟืองกลัวลนลานรีบตะโกนสวนออกมา
“อย่านะ อย่าเข้ามา”
หมอกับพยาบาลช่วยกันจับ
“โอ๊ย ฉันเจ็บนะ คุณเอกภพช่วยมะเฟืองด้วย”
มะเฟืองดิ้นสู้ ร้องกรี๊ด ๆ ภัสสร งามเนตร ชมตกใจ ส่วนบัวสะใจ เอกภพสงสารทนดูต่อไปไม่ได้พูดกับวันชัย
“อย่าทำอะไรรุนแรงเลยครับ มะเฟืองบาดเจ็บอยู่นะครับ”
“เจ็บมากจะได้จำเร็ว ไม่ทำตัวมีปัญหาอีก ส่วนคุณกลับไปทำงานได้แล้ว” วันชัยหันไปหางามเนตร
“ลูกก็เหมือนกัน จัดการเรื่องนี้เสร็จแล้วก็กลับบ้าน แล้วไม่ต้องมาที่นี่อีก พ่อดูแลมะเฟืองเอง”
งามเนตรเป็นห่วง
“แต่พ่อยังไม่หายดี”
วันชัยสวนทันที
“แต่ก็ไม่ได้ทำตัวมีปัญหา...อย่าทำให้พ่อปวดหัวอีกเลยเนตร”
งามเนตรอึ้ง มะเฟืองเห็นว่าไม่มีใครช่วยได้ ร้องออกมา
“ฉันยอมแล้ว พ่อ ฉันยอมแล้ว อย่าส่งฉันไปไหนเลย ฉันอยากอยู่ที่นี่”
“งั้นแกก็เลือกเอา ถ้าอยากอยู่ที่นี่ก็เลิกทำตัวมีปัญหา ปล่อยตัวคุณเอกภพไป แต่ถ้าไม่ ก็ไปอยู่ที่อื่น”
มะเฟืองเจ็บใจ
“ก็ฉันบอกยอมแล้ว ยอมแล้ว ไม่ได้ยินหรือไง ปล่อยฉันซะทีสิ”
หมอกับพยาบาลปล่อย มะเฟืองเจ็บใจ ทุกคนส่ายหน้าระอา ส่วนบัวมองอย่างไม่ไว้วางใจ

ทั้งหมดออกมาที่ทางเดินหน้าห้อง วันชัยขอโทษเอกภพกับภัสสรด้วยความจริงใจ
“ขอโทษทุกคนแทนนังมะเฟืองมันด้วยนะครับ มันเป็นเด็กน่าสงสาร โหยหาความรัก มีแม่ก็เหมือนไม่มี โตมาอย่างทิ้งๆขว้างๆผมผิดเองที่ดูแลมันไม่ดี”
งามเนตรรีบบอก
“พ่ออย่าโทษตัวเองเลย พ่อทำดีที่สุดแล้ว”
ภัสสรถอนใจบางๆ
“ฉันเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ดี ทำใจให้สบาย อยู่กับสิ่งดี ๆ ดีกว่า อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันแต่งแล้ว อะไรร้ายๆจะได้ผ่านพ้นไป”
“ขอบคุณคุณผู้หญิงมากนะครับ ที่ไม่ถือโทษโกรธนังมะเฟืองมัน”
วันชัยยกมือไหว้ภัสสรด้วยความซาบซึ้งใจ งามเนตรรู้สึกไม่ดีเหมือนว่าตัวเป็นภาระให้ครอบครัวเอกภพ

บัวแอบกลับเข้ามาในห้องมะเฟืองเดินมองไปรอบๆเตียง มะเฟืองถามด้วยความไม่พอใจ
“มองอะไร”
“ฉันรู้นะว่าเธอคิดอะไรกับคุณเอกภพ”
“แล้วมายุ่งอะไรด้วย”
“ก็ไม่ได้อยากยุ่งหรอก ถ้าฉันไม่ได้เป็น...”
บัวตั้งใจเว้นวรรคยั่ว มะเฟืองมะเฟืองสวนเร็ว
“เป็นอะไร...” มะเฟืองมองหัวจรดเท้าดูถูก “ดูจากสารรูปแล้วก็คงเป็นได้แค่คนใช้”
บัวโกรธ
“ใครบอก ฉันเป็นเมียคุณเอกภพย่ะ”
มะเฟืองโกรธ
“ไม่จริง!”
“แต่ก็เป็นไปแล้ว หน้าอย่างแกอย่าฝันเลยว่าจะได้ตัวคุณภพเลย เพราะฉันจะไม่มีวันปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแย่งคุณเอกภพไปเด็ดขาด”
“โกหก คุณเอกภพไม่มีวันใฝ่ต่ำเอาคนใช้อย่างแกมาทำเมียแน่”
“เขาก็ไม่ได้สถุลพอจะเอาสก๊อยอย่างแกมาทำเมียเหมือนกัน”
บัวบีบแผล มะเฟืองร้องด้วยความเจ็บปวด
“ขนาดตัวเองยังเอาไม่รอดแล้วคิดเหรอว่าจะเอาชนะฉันได้”
“อีเลว!”
บัวบีบแผลแรงขึ้น มะเฟืองร้องด้วยความเจ็บปวด
“ใช่ ฉันมันเลว แล้วก็จะเลวกกว่านี้ด้วย ถ้าแกยังไม่เลิกยุ่งกับคุณเอกภพ ฉันนี่แหละจะมาช่วยเค้าดูแลแกเอง”
บัวบีบแผลเข้าไปอีก มะเฟืองร้องด้วยความเจ็บปวด บัวหัวเราะเยาะ
“โธ่ คิดว่าแน่”
บัวปล่อยมะเฟือง ก่อนจะเดินหัวเราะด้วยความสะใจออกไป มะเฟืองเจ็บใจ
“จะเอาอย่างนี้ก็ได้”
มะเฟืองกระชากสายน้ำเกลือออก ก่อนจะตามไปจิกหัวตบบัวกลิ้งไป มะเฟืองตามไปขึ้นคร่อมตบซ้ำ บัวตัวไม่ทันสู้ไม่ได้

งามเนตรเข็นรถวันชัยมาส่ง เอกภพและครอบครัว เอกภพหันไปบอกวันชัย

“งั้นผมกับคุณแม่ขอตัวก่อนนะครับ”

เอกภพกับภัสสรไหว้ลา พ่อรับไหว้ ชมมองไม่เห็นบัวก็พูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ

“แล้วนังบัวไปไหนล่ะเนี่ย”
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงบัวร้องกรี๊ดดังมาจากในห้องมะเฟือง ทุกคนตกใจรีบเข้าไปดู

บัวถูกขึ้นคร่อมตบจึงบีบแผลมะเฟือง...มะเฟืองร้องด้วยความเจ็บปวด บัวได้ทีพลิกตัวขึ้นตบ เป็นจังหวะเดียวกับที่เอกภพ งามเนตร วันชัย ภัสสร และชมเปิดประตูเข้ามาพอดี เอกภพถามเสียงดังด้วยความโกรธ
“นี่มันเรื่องอะไรกันบัว”
บัวเห็นอย่างนั้นรีบผลักตัวมะเฟืองออก วิ่งเข้าไปฟ้องเอกภพ ส่วนงามเนตรเข้ามาดูน้อง บัวแกล้งบีบน้ำตา
“คุณภพช่วยบัวด้วย อีนี่มันบ้า มันจะฆ่าบัว”
มะเฟืองเถียง
“ไม่จริง มันตอแหล มันบอกว่ามันเป็นเมียคุณ แล้วมาขู่ให้มะเฟืองเลิกยุ่งกับคุณ”
เอกภพ งามเนตร วันชัย ภัสสร ชม ได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจ”
บัวกลัวถูกเอกภพด่า
“ไม่จริง มันโกหก มันต่างหากที่คิดจะจับคุณ มันเห็นว่าบัวสวยกว่าก็เลยอิจฉา”
“แล้วทำไมฉันต้องอิจฉาคนใช้อย่างแกด้วย”
“หุบปาก อีสก๊อย”
บัวจะเข้าไปเอาเรื่อง ชมสุดทน
“พอได้แล้วนังบัว...แล้วแกเข้ามาในห้องเขาทำไม”
บัวตกใจพยามกลบเกลื่อหาข้อแก้ตัว
“คือว่าฉัน...ฉัน...”
เอกภพมองอย่างคาดคั้น บัวไม่กล้าสบตา ภัสสรรู้ทันว่าบัวชอบเอกภพ
“ฉันพอจะเข้าใจแล้ว” ภัสสรหันมาหางามเนตรกับวันชัย “ฉันขอโทษด้วยที่คนของฉันก่อเรื่อง”
ภัสสรจิกตามองบัว
“ไปคุยกันที่บ้าน”
“ผมกลับก่อนนะครับ”
เอกภพไหว้ลาแล้วเดินออกไป บัวรีบตามไป ชมกระซิบบอกภัสสร
“เดี๋ยวชมจัดการเองค่ะ”
ภัสสรพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะตามเอกภพออกไป งามเนตรมองตามด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

ค่ำนั้น...บัวเดินตามง้อเอกภพมาในสวน
“คุณภพคะคุณภพ บัวขอโทษค่ะ อย่าโกรธบัวเลยนะคะ”
“ถ้าเธอยังไม่หยุดเพ้อเจ้อเรื่องนี้อีก เห็นทีฉันจะต้องอยู่ห่าง ๆ เธอแล้ว”
“แต่นังเด็กคนนั้นมันคิดจะจับคุณจริงๆนะคะ”
เอกภพไม่พอใจหันขวับมาพยายามอธิบายอย่างใจเย็น
“มะเฟืองเป็นน้องสาวแฟนผมนะบัว แล้วผมก็ไม่เคยคิดอะไรกับมะเฟือง รวมทั้งบัวด้วย”
บัวน้อยใจ
“แล้วเรื่องเมื่อคืนล่ะคะ”
เอกภพระอา
“งั้นบัวก็ตอบผมมาสิว่าผู้ชายที่หมดสติจะมีอะไรกับผู้หญิงได้ยังไง”
“แต่มันเลยจุดนั้นมาแล้ว”
“ถ้าอ้างแบบนี้ ผู้ชายทั้งโลกก็เป็นสามีบัวได้หมดแหละ จริงมั้ย”
เอกภพอ่อนใจ เดินหนีไป บัวเจ็บใจสวนออกไป
“แต่มีผู้หญิงคนเดียวที่แคร์ข้ออ้างนี้คือคุณเนตร จริงมั้ย”
เอกภพหันขวับมาด้วยความไม่พอใจ
“นี่บัวขู่ผมเลย”
บัวยิ้มเยาะอย่างเป็นต่อ
“ไม่ทราบสิคะ แต่จะลองดูก็ได้...”
เอกภพอึ้ง บัวได้ทีรุกเร้า
“ถ้าคุณยังผลักไสไล่ส่งบัวอีกล่ะก็ เรื่องนี้ถึงหูคุณเนตรแน่”
เอกภพอึ้งไม่รู้จะแก้ไขเรื่องนี้ยังไงดี บัวยิ้มอย่างท้าทาย ชมที่ยืนแอบดูอยู่อีกมุมหนึ่งรู้สึกไม่พอใจบัว

บัวเดินพูดมาอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง
“แค่นี้ก็หมดเรื่อง...”
จู่ๆชมก็โผล่เข้ามากระชากแขน พูดด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ไปเก็บของเดี๋ยวนี้ ฉันจะส่งแกกลับต่างจังหวัด”
บัวสะบัดแขนชมออกด้วยความไม่พอใจ
“น้าเป็นบ้าอะไรเนี่ย”
“ฉันไม่ได้บ้า แกต่างหากที่มันบ้า มีอย่างที่ไหนขู่ได้แม้กระทั่งผู้มีพระคุณ”
บัวโกรธ
“นี่ป้าแอบฟังที่ฉันกับคุณภพคุยกันงั้นเหรอ”
“ก็เออสิวะ แล้วข้าก็ไม่มีวันปล่อยให้แกทำร้ายครอบครัวคุณผู้หญิงเด็ดขาด” ชมฉุดแขนบัว “ไป ! ไปเก็บของเดี๋ยวนี้”
บัวสู้แรงไม่ได้
“ไม่ไป ฉันไม่ไป ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ฉันจะให้คุณภพไล่น้าออก”
ชมสะบัดแขนบัวออกอย่างโมโห
“ก็เอาสิวะ ฉันก็จะได้บอกคุณผู้หญิงเหมือนกันว่าแกจ้องจับลูกชายเขา ฉันอยากรู้นัก แกจะมีโอกาสลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้านหลังนี้อีกมั้ย”
ชมเดินไปอย่างไม่สบอารมณ์ บัวเห็นรีบวิ่งเข้าไปกอดขาชม วิงวอนขอร้อง
“อย่านะน้า อย่าบอกคุณผู้หญิง ฉันยังไม่อยากย้ายออกจากที่นี่ ฉันผิดไปแล้ว ยกโทษให้ฉันด้วย น้าจะให้ฉันทำอะไรก็บอก ฉันยอมทุกอย่าง”
ชมยิ้มเยาะหันมาพูดดีด้วย
“งั้นฉันจะให้โอกาสแกอีกครั้งก็ได้ แต่แกหัดเจียมกะลาหัวไว้ด้วย” ชมเอานิ้วจิ้มหน้าผาก “ว่าแกกับคุณภพมันคนละชั้น แกมันก็แค่หมามองเครื่องบิน อย่าคิดฝันสูงจะนั่งเครื่องบิน ไม่อย่างนั้นฉันนี่แหละจะเป็นคนสอยแกลงมาเอง”
ชมพูดจบสะบัดหน้าเดินไป บัวเจ็บใจ

งามเนตรนอนไม่หลับ มองออกไปนอกหน้าต่างคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
“ขอโทษด้วยนะคะภพ ที่ครอบครัวฉันก่อความเดือดร้อนให้คุณ”

เช้าวันต่อมา เอกภพเดินคุยมากับงามเนตร
“มาหาผมแต่เช้า มีเรื่องอะไรเหรอครับ”
“เนตรคิดว่า เราน่าจะเลื่อนงานแต่งงานออกไปก่อน”
เอกภพรู้สึกใจหาย
“ทำไมครับ หรือว่าคุณเชื่อเรื่องที่บัวพูด”
“เปล่าค่ะ...แต่ตอนนี้เนตรยังไม่พร้อม คุณก็เห็นว่าครอบครัวเนตรเป็นยังไง”
“ครับ ผมเข้าใจ แต่ผมกลัวว่าถ้าเลื่อนออกไป อะไรๆจะไม่เหมือนเดิม”
“หมายความว่ายังไงคะ”
เอกภพสังหรณ์ใจไม่ดี
“ผมก็บอกไม่ถูกเหมือนกันครับ...เอาเป็นว่าเราลองปรึกษาคุณแม่กันดูก่อนนะครับ”
งามเนตรรับคำ ไม่หายเป็นกังวล

ภัสสรนั่งจิบชาอย่างครุ่นคิด รู้เรื่องทั้งหมดก็วางแก้วชาลงพูดด้วยความไม่พอใจ
“ว่าไงนะเลื่อนงานแต่ง”
งามเนตรที่นั่งอยู่กับเอกภพบอกภัสสร
“เนตรอยากจะรอให้พ่อหายดีก่อนค่ะ”
“ผมก็อยากจะเคลียร์เรื่องงานให้เสร็จก่อนนะครับคุณแม่”
บัวที่แอบฟังอยู่ดีใจ ชมหันไปจิกตาใส่ บัวหัวหด สะอื้นไห้ด้วยความขัดใจ
“จะเพิ่งมาเคลียร์งงเคลียร์งานอะไรกันตอนนี้ งานก็เตรียมไว้แล้ว การ์ดเชิญก็ส่งไปหมดแล้ว”
เอกภพกับงามเนตรได้แต่นั่งมองหน้ากันไม่รู้จะแก้ปัญหานี้ยังไงดี ภัสสรเห็นก็เข้าใจ พยายามระงับอารมณ์
“แต่เอาเถอะ ถ้ามันจำเป็นขนาดนั้นแล้วทางครอบครัวหนูเนตรเห็นดีด้วย เลื่อนก็เลื่อน”
งามเนตรมองหน้าเอกภพด้วยความกังวล
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมช่วยพูดให้...”
เอกภพตบหลังมือเชิงให้กำลังใจงามเนตร

เอกภพช่วยปรับเตียง งามเนตรประคองพ่อให้นั่งเอนบนเตียง วันชัยหันมาพูดกับเอกภพอย่างรู้ทัน
“เนตรให้คุณมาช่วยพูดเรื่องนี้ใช่มั้ย”
“ไม่ใช่ครับ เราสองคนมีความเห็นตรงกัน”
“อย่าปฏิเสธเลย ผมรู้จักลูกสาวผมดีว่าเป็นคนยังไง ชอบเอาทุกอย่างมาแบกไว้ จนลืมไปเลยว่าความสุขคืออะไร...ผมไม่อยากเห็นลูกสาวผมจมอยู่ในความทุกข์แบบนี้ตลอดไป คุณต้องช่วยฉุดเนตรขึ้นมา”
งามเนตรมองพ่อ
“พ่อรู้มั้ยความสุขของเนตรคืออะไร...”
วันชัยกับงามเนตรพูดพร้อมกัน
“คือการได้อยู่ดูแลพ่อ”
วันชัยหัวเราะ
“นั่นประไร พูดไม่มีผิด...” วันชัยลูบหัวถามลูกสาวด้วยความรักใคร่ “แล้วพ่อจะอยู่ให้ลูกดูแลไปได้อีกเท่าไหร่ล่ะเนตร ห้าวัน สิบวัน ปีนึงหรือสิบปี...ไม่มีใครรู้ แต่ถ้าวันที่พ่อไม่อยู่แล้ว ลูกอาจจะเพิ่งรู้ว่าได้สูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปแล้ว รู้มั้ยอะไร”
งามเนตรส่ายหน้าไม่รู้
“การใช้ชีวิตไง...ชีวิตอย่างที่ลูกอยากเป็น เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว ลูกอาจจะมานั่งเสียใจภายหลังว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่ได้ทำอย่างนี้ ตอนนี้ทำไมถึงไม่ได้ทำอย่างนั้น สุดท้ายก็ได้แต่นั่งมองด้วยความเสียดาย พ่อไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้น ไม่อยากให้ลูกสูญเสียอะไรเลย โดยเฉพาะความรัก...”
วันชัยเหลือบหันไปมองเอกภพนิดหนึ่ง ก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังหน้าต่างเบื้องนอก เห็นท้องฟ้ากว้างไกลสุดตา
“ความรักในวัยหนุ่มสาว มีกลิ่นหอมอบอวลแสนหวาน และมีช่วงเวลาของมัน ถ้ามันผ่านไปแล้ว ก็ไม่สามารถเอามันกลับคืนมาได้อีก”
วันชัยหันมามองหน้าลูกสาวพูดด้วยความซาบซึ้งใจ
“พ่อดีใจที่ลูกรักพ่อนะ แต่พ่อจะดีใจมากกว่าถ้าลูกรักคนอื่นเป็นด้วย”
งามเนตรร้องไห้ออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ วันชัยหันไปพูดกับเอกภพด้วยน้ำเสียงวิงวอนขอร้อง
“ช่วยลูกสาวผมด้วยนะครับ...ใช้ความรักของคุณฉุดเธอขึ้นมาทุกข์โศก ทำให้เธอเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก อย่างที่ผมเองก็ทำไม่ได้”
เอกภพกุมมือวันชัย พลางให้สัญญาอย่างหนักแน่
“ครับ ผมสัญญา...บางทีการแต่งงานครั้งนี้อาจจะทำเราทุกคนหลีกหนีจากเรื่องยุ่ง ๆได้”
“ผมก็หวังเช่นนั้นเหมือนกัน” วันชัยบอกกับลูกสาว “ถ้าลูกอยากเห็นพ่อมีความสุข แต่งงานกับคุณเอกภพนะลูก เพราะมันเป็นความสุขเดียวที่พ่ออยากเห็น”
“ค่ะพ่อ”
งามเนตรโผกอดพ่อทั้งน้ำตา สองพ่อลูกกอดกันร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งใจ เอกภพมองด้วยความซึ้งใจ แต่ก็อดวิตกกับเรื่องที่จะตามมาไม่ได้

งานแต่งจัดขึ้นที่บ้านเอกภพเป็นการจัดงานภายในในหมู่ญาติและเพื่อนสนิทไม่กี่คนเท่านั้น วันชัยเจิมหน้าให้งามเนตรและเอกภพด้วยมืออันสั่นเทา น้ำตาคลอด้วยความปลาบปลื้มยินดี ภัสสรรดน้ำอวยพรให้บ่าวสาว บัวที่แอบมองอยู่ปล่อยโฮออกมา ก่อนจะเป็นลมไป ชมต้องเข้ามาช่วยประคอง...
งามเนตรโยนช่อดอกไม้ให้เพื่อน ๆ ในสวนสวย นิดากับอินทีเรียแย่งกันรับ สุดท้ายอินทีเรียได้ไป

รถของเอกภพเลี้ยวเข้าบ้านงามเนตร เอกภพประคองคนรักเข้าห้องหอที่พ่อเตรียมไว้ให้ มะเฟืองแอบยืนมองทั้งสองด้วยความเคียดแค้นชิงชัง อยู่ในมุมมืด สาบานกับตัวเองด้วยความขมขื่นใจ
“ฉันขอสาบาน...ต่อให้ฉันต้องตกนรกหมกไหม้ มีชีวิตอยู่อย่างทรมาน หรือว่าต้องฆ่าใครก็ตาม ฉัน...จะแย่งคุณเอกภพมาเป็นของฉันให้ได้ และทำให้แกไม่มีความสุขตลอดไป นังเนตร”

โปรดติดตาม "น้องเมีย ตอนที่ 10" พรุ่งนี้ 9.00 น.

น้องเมีย ตอนที่ 10

เอกภพวางงามเนตรอยู่ในชุดเจ้าสาว บนเตียงอย่างแผ่วเบา เขาก้มหน้าลงจะจูบด้วยความรักใคร่ แต่งามเนตรที่เป็นกังวลเรื่องพ่อและน้อง เบือนหน้าหนี

“อย่าค่ะ เนตรยังไม่พร้อม...”
“ทำไมล่ะครับ เราแต่งงานกันแล้ว”
“เนตรรู้สึกไม่ดีที่ตัวเองมีความสุข ขณะที่พ่อกับน้องยังนอนอยู่โรงพยาบาล”
“เรื่องนั้นมันเป็นเหตุสุดวิสัยไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น...เนตรจำได้มั้ยครับ เราเคยสัญญากันว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราสองคนร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน เนตรต้องช่วยผมนะครับ ไม่อย่างนั้นผมคงทำคนเดียวไม่ได้”
งามเนตรงง
“จะให้เนตรช่วยอะไรคะ”
“แบ่งปันความทุกข์ของเนตรมาให้ผมบ้าง ช่วยผมทำให้เนตรมีความสุขมากขึ้น หรืออย่างน้อยก็ทุกข์น้อยลง” เอกภพอ้อน “ผมไม่อยากเป็นคนผิดสัญญานะครับ”
งามเนตรยิ้มอุ่นใจ
“พระท่านว่า ถ้าเราแบ่งปันความทุกข์ให้คนอื่น ทุกข์นั้นจะลดลงครึ่งนึง แต่ถ้าเราแบ่งปันความสุข สุขนั้นจะเพิ่มขึ้นอีกเท่านึง เนตรไม่อยากให้คุณไม่สบายใจ”
“งั้นก็เลิกทำหน้าอมทุกข์ซะทีสิครับ ผมสัญญานะครับไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมจะอยู่เคียงข้างเนตรเสมอ เราจะก้าวเดินไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะสุขจะทุกข์เราจะมีกันและกันตลอดไป”
“ขอบคุณมากนะคะ ถ้าไม่มีคุณ เนตรไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ยังไง”
งามเนตรพูดด้วยความซาบซึ้งใจ เขารวบตัวเธอมาจูบด้วยความรักใคร่เสน่หา ทันใดนั้นเสียงมือถือเอกภพ ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เขากดรับสาย วิภาที่อยู่ปลายสายละล่ำละลักพูด
“คุณเอกภพเหรอคะ คุณเอกภพต้องช่วยมะเฟืองด้วยนะคะ มะเฟืองหายไปค่ะ หมอกับพยาบาลช่วยตามหาจนทั่วแล้ว แต่ก็ไม่รู้อยู่ที่ไหน”
เอกภพกดวางสายรีบเดินออกจากห้องหอ พลางบอกงามเนตรที่เดินตามมา หน้าตาตื่นตระหนก
“มะเฟืองหายตัวไป เราต้องรีบไปโรงพยาบาล”
ทันใดนั้นมะเฟืองที่หนีออกจากโรงพยาบาลก็โผเข้ากอดเอกภพ
“คุณเอกภพ คุณเอกภพต้องช่วยมะเฟืองนะคะ”
งามเนตรแปลกใจ
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ไหนโรงพยาบาลบอกว่าเธอหายตัวไป”
มะเฟืองไม่พอใจหันมาด่างามเนตร
“ทำไม...เสียใจมากเหรอที่ฉันยังไม่ตาย”
“พี่เป็นห่วงเธอมากนะมะเฟือง”
“ไม่ต้องมาดัดจริตทำเป็นคนดี แกคงแช่งชักหักกระดูกอยากให้ฉันตายๆไปมากกว่า”
เอกภพไม่ค่อยชอบใจ
“ทำไมพูดไม่เพราะเลย พี่เขาเป็นห่วงเธอจริง ๆ นะมะเฟือง”
มะเฟืองเบ้หน้า
“หน้าตาระริกระรี้อยากมีผัวจนตัวสั่นอย่างนี้เหรอเรียกว่าห่วง”
เอกภพปลอบ
“ใจเย็นๆสิครับ ถ้ามะเฟืองไม่เล่าว่าเกิดอะไรขึ้น เราจะช่วยมะเฟืองได้ยังไง”
มะเฟืองหันมาพูดดีด้วย
“มะเฟืองฝันร้ายค่ะ ฝันว่าไอ้ฉลามมันกลับมาทำร้าย มะเฟืองกลัว มะเฟืองไม่อยากอยู่โรงพยาบาลบ้านั่น ให้มะเฟืองกลับมาอยู่ที่นี่นะคะ”
งามเนตรแย้ง
“จะอยู่ได้ยังไง เธอยังไม่หายดีนะมะเฟือง”
มะเฟืองเสียงห้วน
“มีผัวแล้วนี่ คงไม่รู้หรอกว่าการนอนคนเดียวมันทรมานแค่ไหน”
เอกภพตัดบท
“เอาล่ะผมเข้าใจแล้ว แต่ผมต้องปรึกษาหมอก่อน ถ้าหมออนุญาต มะเฟืองค่อยกลับมารักษาตัวที่นี่”
“จริงๆนะคะ คุณเอกภพ”
มะเฟืองโผเข้ากอดเอกภพด้วยความดีใจ เอกภพมองหน้างามเนตร อย่างอึดอัดลำบากใจ

เอกภพกับเนตรมาที่โรงพยาบาล คุยกับหมอ วิภาเอายาให้วันชัยกินอยู่ด้านหลัง
“แผลคนไข้เป็นแผลผ่าตัดใหญ่ เสี่ยงต่อการติดเชื้อ หมอไม่แนะนำให้กลับบ้านครับ”
วันชัยพูดขึ้น
“อยู่ที่นี่น่ะดีแล้ว เป็นอะไรขึ้นมาจะได้ช่วยเหลือทัน กลับไปอยู่บ้าน ใครจะดูแล ลูกกับคุณเอกภพก็ต้องทำงาน”
เอกภพหนักใจ
“ประเด็นคือมะเฟืองไม่อยากอยู่คนเดียว งั้นเอาอย่างนี้ดีมั้ยครับ เราจ้างพยาบาลพิเศษมาอยู่เป็นเพื่อน”
วันชัยขัดขึ้นเพราะรู้ทันมะเฟือง
“นั่นมันแค่ข้ออ้าง แต่ความจริงแล้วมันอยากอยู่กับ...”
วันชัยชะงักเป็นห่วงความรู้สึกลูกสาวคนโต งามเนตรหน้าเสียเข้าใจว่าพ่อหมายถึงอะไร เอกภพถามด้วยความสงสัย
“มะเฟืองอยากอยู่กับใครเหรอครับ”
วันชัยถอนใจ
“เอาเป็นว่าผมรู้จักลูกสาวผมดี...ถ้ามันไม่อยากอยู่คนเดียวก็ให้แม่มันมาเฝ้าตอนกลางคืนก็ได้”
วิภาโวยวายทันที
“นี่ อย่ามาโยนขี้ให้ฉันนะ ฉันก็มีงานการต้องทำเหมือนกัน”
วันชัยย้อนทันที
“นอกจากเล่นไพ่แล้วแกทำอย่างอื่นเป็นด้วยเหรอ”
“ก็เช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้แกนี่ไง” วิภายอกกับงามเนตร “เดี๋ยวฉันคุยกับมันเอง ถ้ามันเรื่องมากนักล่ะก็ แม่จะล่ามมันไว้กับขาเตียง มันจะได้ไม่ไปก่อเรื่องที่ไหนอีก”
วิภาพูดด้วยความไม่พอใจก่อนจะสะบัดหน้าออกไป งามเนตรกลัวจะเกิดเรื่องไม่ดีรีบตามวิภา
“ค่อย ๆ พูดค่อยๆ จากันเถอะคะ น้าวิ...น้าวิ”
เอกภพรีบตามทั้งสองออกไป วันชัยถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม

ในห้องพักฟื้นมะเฟือง...พยาบาลมาตรวจร่างกายมะเฟืองแล้วเดินออกไป มะเฟืองกระฟัดกระเฟียด...บ่นด้วยความขัดใจ
“เพราะแกคนเดียวทำให้ฉันเป็นอย่างนี้ อย่าให้เจออีกนะ ได้ตายกันไปข้างนึงแน่ไอ้ฉลาม”
ทันใดนั้นมะเฟืองก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องดังมา ก็ร้องออกมาด้วยความดีใจ
“คุณเอกภพ”
มะเฟืองหันไป แต่ก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นว่าฉลามยืนอยู่ตรงหน้า มีรอยแผลที่หัว ฉลามถามสีหน้ายียวนกวนประสาท
“เป็นไง ผิดหวังมากล่ะสิ ที่กูไม่ใช่ผัวใหม่มึง”
มะเฟืองเหลือบมองออดกดเรียกพยาบาล ก่อนจะพยายามทำใจดีสู้เสือพูดกับฉลาม
“มาที่นี่ได้ไง...ไหนว่าถูกตำรวจจับไปแล้ว”
ฉลามย่างสามขุมเข้ามาอย่างน่ากลัว
“คิดจะรวมหัวกับผัวใหม่เอาตำรวจมาจับกู คิดว่ามันจะง่ายอย่างนั้นเหรอ”
ฉลามกระโจนเข้าไปจับตัว มะเฟืองร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ คว้าออดขึ้นมาจะกดเรียกพยาบาล แต่ฉลามไวกว่าตบหน้าอย่างแรง
“กูบอกแล้วใช่มั้ย อย่ามาลองดีกับคนอย่างกู” ฉลามบีบคางมะเฟือง “บอกพี่สาวกับผัวใหม่มึงถอนแจ้งความกูเดี๋ยวนี้ บอกว่ามึงกับพ่อทะเลาะกันแล้วทำปืนลั่นเอง ไม่เกี่ยวกับกู”
ฉลามผลักหน้ามะเฟืองออกไป มะเฟืองยิ้มร้ายได้ความคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะหันมาพูดจายั่วโมโหฉลาม
“คิดว่ามาเพราะเรื่องอะไร ที่แท้ก็กลัวจนหางตูดนี่เอง เอาสิ จะให้ฉันถอนแจ้งความก็ได้ แต่แกต้องกราบตีนแล้วเรียกฉันว่าแม่ก่อน”
มะเฟืองยืนเท้าให้ ฉลามโกรธเงื้อมือจะตบหน้า
“ยังจะมาปากดีอีก มึง!”
มะเฟืองพูดสวนแรงอย่างท้าทาย
“แกก็รู้ว่าฉันไม่ได้มีดีแค่ปาก ถึงได้ติดใจ ตามติดแจเป็นหมาตามตูด” มะเฟืองลอยหน้าลอยตาสู้ “เอาสิ ตบฉันให้ตายเลย หน้าตัวผู้อย่างแกก็ดีแต่รังแกผู้หญิง แต่ถ้าฉันรอดไปได้ ฉันจะตามไปตบแม่แก ที่สารเลวออกลูกมาเป็นตัวอย่างแก”
“อีสารเลว!”
ฉลามตบหน้ามะเฟืองอย่างแรงจนหน้าหัน
“เก็บเอาไว้เรียกแม่แกเถอะ...ไอ้ชาติชั่ว”
มะเฟืองคว้ามีดปอกผลไม้ที่วางอยู่ในกระเช้าตรงหัวเตียงเหวี่ยงแขนกลับไปทางฉลาม คมมีดบาดแขนฉลามจนเลือดไหลเป็นทาง มะเฟืองจะตามไปซ้ำ แต่ฉลามจับข้อมือมันไว้ได้ ทั้งสองประลองกำลังกัน มะเฟืองสู้แรงฉลามไม่ได้
“นี่มึงกล้าฆ่าผัวมึงเหรออีมะเฟือง”
“ก็เออสิ ฉันจะลืมอดีตที่แสนบัดซบแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ ฉันจะไม่ยอมให้แกหรือใครหน้าไหนมาขวางทางฉันอีก”
มะเฟืองพูดจบเอาหัวโขกแผลที่หัว ฉลามร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะเอามือกุมหัวเซถอยหลัง จนหลังติดผนัง มะเฟืองเห็นอย่างนั้นไม่รอช้า พุ่งเข้าไปประกบ

นำโชคถือของเยี่ยมเดินคุยมากับดาว...ดาวพูดด้วยความหงุดหงิด
“รู้ว่ามะเฟืองมันไม่ชอบแล้วจะตามตื้อมันอีกทำไม”
“ก็เราไม่รู้ว่ามะเฟืองโกรธเรื่องอะไร ดาวช่วยพูดให้เราหน่อยสิ”
ดาวรำคาญ
“เออๆแต่ไม่รับปากนะว่าจะสำเร็จหรือเปล่า”
นำโชคยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะผลักประตูห้องพักฟื้นมะเฟืองเข้าไป

มะเฟืองเงื้อมีดจะแทงฉลาม เป็นจังหวะเดียวกับนำโชคและดาวเปิดประตูเข้ามาเห็นพอดี นำโชคร้องออกมาด้วยความตกใจ
“มะเฟือง!”
มะเฟืองหันมาเห็นนำโชคกับดาวก็ตกใจ ฉลามได้ทีผลักมะเฟืองล้มลง จะวิ่งหนี
“เฮ้ย!”
นำโชครีบกระโจนไปจับตัวฉลามไว้ พลางตะโกนบอกดาว
“รีบไปตามคนมาช่วยเร็ว”
ดาวรับคำอย่างลนลาน ก่อนจะรีบวิ่งออกไป...เป็นจังหวะเดียวกับที่วิภาจะผลักประตูเข้าในห้องมะเฟือง ทั้งสองตกใจกันเอง
“ว้าย ! พรวดพราดออกมายังกะคนจะออกลูก เป็นอะไรนังดาว”
ดาวละล่ำละลักบอก
“ไอ้ฉลาม...น้าวิ ไอ้ฉลามมันจะฆ่ามะเฟือง”
วิภาตกใจ เอกภพกับงามเนตรที่ตามหลังมารีบผลักประตูเข้าไปข้างใน ส่วนดาววิ่งไปแจ้งความ

นำโชคเพลี่ยงพล้ำถูกฉลามต่อยหน้าหงายไป ก่อนมันจะคว้ามีด ขึ้นคร่อมแทงนำโชค
“เฮ้ย หยุด !”
เอกภพเตะเสยฉลาม จนมีดในมือกระเด็นหลุดไป ก่อนจะเข้าไปรวบตัวไว้ งามเนตรที่วิ่งตามเข้ามา รีบเข้าไปดูมะเฟือง ด้วยความเป็นห่วง
“เป็นยังไงบ้างมะเฟือง”
มะเฟืองเล่นละคร...ละล่ำละลักบอกทุกคน
“มันจะฆ่ามะเฟืองปิดปากเรื่องคดี”
ฉลามด่า
“โกหก มึงนั่นแหละจะฆ่ากู ปิดปากที่กูเป็นผัวมึง”
มะเฟืองสวนทันที
“ไม่จริง!” มะเฟืองรีบบอกเอกภพ “อย่าไปเชื่อมันนะคะคุณเอกภพ มันจีบมะเฟือง แต่มะเฟืองไม่เล่นด้วย มันก็เลยโกรธ”
“อีตอแหล!”
ฉลามฮึดฮัดจะเข้าไปเอาเรื่อง แต่เอกภพกับนำโชคช่วยกันจับตัวไว้ มะเฟืองใส่ไฟฉลามเป็นชุด
“ถ้าคุณไม่เชื่อจะถามใครๆดูก็ได้...ใช่มั้ยนำโชค เมื่อกี๊แกเห็นมันจะเอามีดแทงฉันใช่มั้ย บอกทุกคนไปสิ แกเห็นมันเอามีดแทงฉัน แกเห็นมันเอามีดแทงฉัน”
มะเฟืองพูดคาดคั้นให้นำโชคพูดอย่างที่เธออยากให้เป็น นำโชคงงว่ามะเฟืองจะให้เขาพูดปรักปรำฉลามทำไม แต่ก็ยอมพูดตามที่มะเฟืองสั่ง
“ครับ ผมเห็นฉลามจะฆ่ามะเฟือง”
“มึง! อีหมาบ้า พวกมึงรวมหัวกันใส่ร้ายกู”
ฉลามสะบัดแขนเอกภพออก จะเข้าไปตบมะเฟือง แต่เอกภพและนำโชคเข้าไปกันตัวมันออกมาได้
“ถ้าฉันหมาบ้า แกมันก็เห็บหมา”
มะเฟืองปราดจะเข้าไปเอาเรื่องฉลาม งามเนตรกับวิภาต้องเข้าไปดึงตัวออกมา

“อย่ามะเฟือง/มะเฟืองอย่า...ลูก”

ตำรวจใส่กุญแจมือ ฉลามขู่คำรามออกมาด้วยความเจ็บใจ

“มึงทำกูแสบมากอีมะเฟือง อย่าให้กูหลุดไปได้ กูจะฆ่ามึง กูจะฆ่ามึง”
ฉลามฮึดฮัดจะเข้าไปฆ่ามะเฟือง แต่ตำรวจกันตัวมันออกไปได้ทัน มะเฟืองแสร้งร้องไห้บอกทุกคน
“ทุกคนเห็นแล้วใช่มั้ย มะเฟืองไม่ได้โกหก มันจะฆ่ามะเฟือง มันจะฆ่ามะเฟือง” เธอแกล้งเจ็บแผลที่หน้าท้อง “โอ๊ย”
งามเนตรตกใจเข้าไปดูน้อง
“เจ็บแผลเหรอมะเฟือง ให้หมอดูแผลหน่อยมั้ย”
มะเฟืองปัดมืองามเนตรออก โผไปกอดเอกภพ
“คุณเอกภพต้องช่วยมะเฟืองนะคะ มะเฟืองอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว มะเฟืองกลัว มะเฟืองกลัว...”
“ไม่เป็นไรนะมะเฟือง ไม่ต้องกลัว ผมจะพาคุณกลับบ้านเอง”
เอกภพสงสาร ลูบหัวปลอบ งามเนตร วิภามองหน้ากันด้วยความหนักใจ มะเฟืองแอบยิ้มร้ายที่ทำสำเร็จ ดาวมองมะเฟืองด้วยความแปลกใจว่าทำอย่างนี้ทำไม

วันต่อมา...ดาวช่วยมะเฟืองเปลี่ยนชุดคนไข้เป็นชุดธรรมดาสำหรับใส่กลับบ้าน นำโชคเข้ามาบอกมะเฟืองท่าทางกระตือรือร้นดีใจ
“จะกลับแล้วใช่มั้ย เดี๋ยวเราช่วยเก็บของ...”
นำโชคถือกระเป๋าใบเล็กสำหรับใส่ของกระจุกกระจิก ไปเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว จำพวกสบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟันในห้อง พออยู่ด้วยกันตามลำพัง ดาวก็ถามถึงสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ
“ฉันถามเธอจริงๆ เหอะ ทำอย่างนี้ทำไม อยู่ที่นี่สบายจะตายไป”
“ทำ...ทำไมงั้นเหรอ...”
มะเฟืองมองเอกภพที่ยืนคุยกับงามเนตรอยู่หน้าห้อง ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยความรู้สึกงามเนตร
“ก็เพราะไม่อยากเห็นมันเสวยสุขกับคุณเอกภพยังไงล่ะ” มะเฟืองพูดด้วยความอิจฉาริษยา “ยิ่งมาอยู่ที่บ้าน...ฉันก็ยิ่งต้องเอาเขามาเป็นของฉันให้ได้ ก่อนที่พ่อจะกลับมาเป็นมารขวางความสุขฉัน”
นำโชคคิดไม่ถึง
“นี่เธอชอบคุณเอกภพเหรอ...”
มะเฟืองกับดาว หันไปเห็นนำโชคที่เก็บของจากห้องน้ำเสร็จ ยืนตะลึงฟังอยู่
“เขาเป็นพี่เขยเธอนะมะเฟือง”
“แล้วไง เอาไม่ได้หรือไง”
นำโชคอึ้งคาดไม่ถึง
“ทำไมเธอพูดอย่างนี้ คิดถึงความรู้สึกพี่เนตรบ้างสิ”
“แล้วมันเรื่องอะไรของแก หรือว่าเป็นห่วงมัน ก็เอามันทำเมียซะเลยสิ”
นำโชคจะอธิบาย
“ไปกันใหญ่แล้ว...”
มะเฟืองสวนด้วยความรำคาญ
“นี่! อย่าคิดนะว่าช่วยฉันเรื่องไอ้ฉลาม แล้วจะมาทำตัวเป็นผัวแม่ฉันอีกคนได้”
“แต่เราหวังดีนะมะเฟือง เธอกำลังทำสิ่งไม่ถูกต้อง”
“เก็บความหวังดีของแกไปซะ ฉันไม่ต้องการ แล้วก็เลิกคิดเลิกฝันได้แล้วว่าฉันจะยอมมีมีอะไรแก เพราะฉันเกลียดและขยะแขยงกุลีฉันต่ำอย่างแกที่สุด ได้ยินมั้ยฉันเกลียดและขยะแขยงแก”
นำโชครู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ที่มะเฟืองไม่เคยเห็นความดีของเขา จนน้ำตารื้นขึ้นมา
“เราเข้าใจแล้ว”
“เข้าใจแล้วก็ออกไปสิ จะมายืนบื้ออยู่ทำไม หรือจะให้ฉันไล่...ก็ได้” มะเฟืองหันไปหยิบของปาใส่ “ออกไป...ฉันบอกให้ออกไป”
นำโชคเดินน้ำตาตกในออกไป เอกภพและงามเนตรที่มารอรับมะเฟืองอยู่หน้าห้องได้ยินเสียงเอะอะรีบวิ่งเข้ามาดู
“มีอะไรกันเหรอมะเฟือง”
“คนมันบ้า อย่าไปสนใจเลย กลับกันเถอะค่ะ”

มะเฟืองเดินควงแขนเอกภพ ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ เดินออกมา วันชัยเข็นรถเข้ามาพอดี พูดกับมะเฟืองอย่างรู้ทัน
“ถ้าแกจะกลับบ้าน ฉันกลับด้วย”
งามเนตรที่เดินตามหลังเอกภพและมะเฟืองออกมา รีบเข้าไปดูพ่อด้วยความเป็นห่วง”
“แต่พ่อยังไม่หายดี...”
วันชัยยิ้มอ่อนโยน ตบหลังมือลูกสาวเชิงปลอบใจ
“ผลเอ็กซเรย์เพิ่งออกมา ลิ่มเลือดในสมองพ่อสลายตัวหมดแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่แผลภายนอก หมออนุญาตให้พ่อกลับบ้านได้”
งามเนตรดีใจ
“จริงเหรอจ๊ะพ่อ”
“แล้วพ่อจะโกหกลูกทำไม” วันชัยมองหน้ามะเฟือง “แกไม่ใช่เด็กกำพร้านะมะเฟือง ทำอะไรเห็นแก่
หน้าพ่อแม่บ้าง”
มะเฟืองไม่ยี่หระ
“ถ้าจะมาเป็นมารขวางความสุขฉันล่ะก็ ฉันยอมเป็นเด็กกำพร้าซะดีกว่า...ไปค่ะ”
มะเฟืองฉุดแขนเอกภพออกไป งามเนตรกับวันชัยมองหน้ากัน พูดไม่ออก

ภัสสรนั่งจัดดอกไม้ใส่แจกันอยู่ในห้องนั่งเล่น บัวกับชมเป็นผู้ช่วย
“ให้คุณภพไปอยู่บ้านโน่น คุณผู้หญิงไม่เป็นห่วงคุณภพบ้างเหรอคะ” บัวหันมาถาม
“ภพโตแล้ว ดูแลชีวิตตัวเองได้ แล้วเจ้าตัวเค้าก็เป็นคนตัดสินใจเอง จะให้ฉันทำยังไง”
บัวเปรยๆ
“แต่ตอนคุณภพอยู่ที่นี่มีคนคอยทำให้ทุกอย่าง ทั้งห้องหับ เสื้อผ้า ข้าวปลาอาหาร ไปอยู่ที่โน่นไม่รู้ว่า คุณเนตรจะดูแลคุณภพดีเหมือนที่คุณผู้หญิงดูแลหรือเปล่า”
ภัสสรชะงัก เพราะตัวเองก็เป็นห่วงเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ปกปิดความรู้สึกไว้ ก่อนจะเปรยขึ้นมาลอย ๆ
“ฉันว่าแกมีอะไรก็พูดมาเลยดีกว่า อ้อมไปอ้อมมาฉันเวียนหัวเต็มทีแล้ว”
บัวยิ้มดีใจ
“บัวว่าคุณผู้หญิงน่าจะส่งคนไปช่วยดูแลคุณภพที่โน่นนะคะ”
“เมียเขาจะว่าเอาสิ ว่าไปยุ่งย่ามครอบครัวเค้า”
“แหม ก็แค่เรื่องเสื้อผ้า อาหารการกิน เผลอๆ ทางโน่นจะดีใจด้วยซ้ำที่มีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระ คุณผู้หญิงลองคิดดูสิคะ คุณเนตรก็ต้องทำงาน แถมมีพ่อมีที่ป่วยหนัก จะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลคุณภพ...แล้วไหนจะนังน้องสาวตัวดีอีก หน้าตาท่าทางธรรมดาที่ไหน บัวว่าวันนึงคุณภพต้องเสร็จมันแน่ ๆ”
ภัสสรเริ่มไม่พอใจ
“เอ๊ะ! นังคนนี้ พูดดีด้วยชักเอาใหญ่ ลูกชายฉันไม่ทำตัวเป็นพระยาเทครัวหรอก”
“แต่ยังไงคุณภพก็เป็นผู้ชาย ถ้ามีผู้หญิงมาเสนอให้ถึงที่มีเหรอจะอดใจไหว หรือว่าคุณผู้หญิงดูไม่ออกว่านังเด็กคนนั้นคิดยังไงกับคุณภพ”
ภัสสรคิดถึงภาพมะเฟืองตอนพบกันที่โรงพยาบาลแล้วไม่สบายใจ
“นั่นสิ เด็กคนนั้นท่าทางแปลกๆจริงด้วย จะว่าไม่ถูกชะตาก็ไม่ใช่ หรือจะเป็นอย่างที่แกพูดจริงๆ”
ชมที่นั่งฟังอยู่นานรู้ว่าที่บัวพูดอย่างนี้เพราะต้องการใกล้ชิดเอกภพ ทนไม่ไหวจึงสวนออกไป
“จะไปเชื่ออะไรกับคำพูดนังบัวคะคุณผู้หญิง”
บัวค้อนใส่ชม
“แต่ของอย่างนี้บัวว่ากันไว้ดีกว่าแก้นะคะ พลางพลั้งไปมันจะไม่คุ้ม”
ภัสสรกังวล
“จริงของแก มีคนเป็นหูเป็นตาให้ก็ดีเหมือนกัน”
บัวแอบยิ้มที่ยุคุณผู้หญิงสำเร็จ กำลังจะเสนอตัว แต่ชมไวกว่าชิงพูดตัดหน้าขึ้นมาซะก่อน
“งั้นชมไปเองค่ะคุณผู้หญิง”
บัวเสียงดังไม่พอใจ
“น้าชม!”บัวหันไปอ้อนภัสสร “ให้บัวไปดีกว่าค่ะ น้าชมจะได้อยู่เป็นเพื่อนคุณผู้หญิง”
ชมขัด
“ขืนให้แกไปมีหวังไปตบกับเขาอีก”
“เอาล่ะไม่ต้องเถียงกัน ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันให้ชมไปดีกว่า...เผื่อเห็นอะไรไม่ชอบมาพา กลจะได้เตือนตาภพได้”
ชมยิ้มเย้ย บัวค้อนใส่ชมอย่างงอนๆ

ชมกระแทกถังน้ำวางบนพื้น ก่อนจะบอกบัวที่ยืนหน้างออยู่ด้วยความไม่พอใจ
“ระหว่างที่ฉันไม่อยู่แกก็ถูบ้านซะ จะได้เลิกฟุ้งซ่านเรื่องคุณภพ”
ชมพูดเสร็จจะเดินลงไปข้างล่าง บัวมองด้วยความหมั่นไส้ พูดกับตัวเอง
“คิดว่าแค่นี้จะขวางฉันได้เหรอ”
บัวหยิบถังน้ำขึ้นมาสาดไปตรงเท้าชม
“คิดจะทำอะไรของแกอีกนังบัว”
ชมทำหน้าเซ็งหันมาถามบัวอย่างรู้ทัน แต่บัวแกล้งทำเป็นลื่นผลักชมตกบันได
“ว้าย! ลื่น”
“ว้าย!”
ชมไถลมาตามขั้นบันได ก่อนจะไปกองตรงพื้นด้านล่าง ขาชี้ฟ้า ภัสสรผ่านมาเห็นพอดีก็ตกใจ รีบเข้าไปดูชม
“ว้าย! ชม เป็นยังไงบ้าง...”
บัวแกล้งวิ่งหน้าตาตื่นลงมาจากข้างบน เข้ามาถามชมด้วยความเป็นห่วง
“น้าชม ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่ต้องมาโกหก แกตั้งใจผลักฉัน”
บัวประชด
“ถ้าฉันตั้งใจ ป่านนี้น้าเอาหน้าไถลมาตามขั้นบันไดแล้ว” บัวตีหน้าเศร้ากับภัสสร “บัวไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะคะ มันเป็นอุบัติเหตุ”
ชมโพล่งออกมา
“ไม่ใช่เพราะแกอยากไปดูแลคุณภพแทนฉันเหรอ”
“จะดูแลคุณภพหรือว่าคุณผู้หญิงก็ได้เงินเดือนเท่ากัน ทำไมฉันต้องทำขนาดนั้นด้วย”
“ก็เพราะว่าแกชอบคุณภพไง”
บัวหน้าตื่น
“อย่าไปเชื่อที่น้าชมพูดนะคะ น้าชมคงโกรธเลยแต่งเรื่องบ้า ๆ นี้ ใส่ร้ายบัว”
ชมฉุนกึก
“ฉันนี่อะนะใส่ร้ายแก”
“หรือว่าไม่จริง” บัวแกล้งบีบน้ำตาตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จกับภัสสร “บัวรู้ตัวดีว่าบัวเป็นแค่เด็กในบ้าน จะคิดฝันสูงเป็นถึงสะใภ้คุณผู้หญิง มันคงเป็นไปไม่ได้ บัวเจียมตัวเจียมหัวใจ จริง ๆ นะคะคุณผู้หญิง”
“ไม่ต้องมาทำเป็นตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จเลยนังบัว”
“เอาล่ะไม่ต้องเถียงกัน” ภัสสรหันไปถามชม “แล้วอย่างนี้จะไปดูแลตาภพไหวมั้ย”
“ไหวค่ะ”
ชมทำท่าจะลุกขึ้น แต่รู้สึกเจ็บตรงบั้นเอว ภัสสรอ่อนใจ
“นั่นไง...ถ้าไม่ไหวก็ไปให้หมอดูซะหน่อย เป็นอะไรขึ้นมา เดี๋ยวจะยุ่ง” ภัสสรหันไปหาบัว “งั้นแกไปแทนชมแล้วกัน”
บัวยิ้มดีใจ ชมอึ้ง
“คุณผู้หญิง!”
บัวแขวะ
“สภาพอย่างนี้น้าจะไปยังไง หรือจะให้ปอเต็กตึ๊งมาลากไป”
บัวยิ้มเย้ยแต่พอเห็นภัสสรมองอยู่ก็แกล้งทำเป็นตีหน้าเศร้า ชมระอา

รถเอกภพมาจอดหน้าบ้าน วิภาลงจากรถพลางหันไปเรียกมะเฟือง
“อ้าว ถึงแล้ว ลงสิ จะนั่งจนเป็นง่อยอีกคนหรือไง”
“ถ้าไม่ช่วยก็หุบปากไปเลยแม่”
“หมั่นไส้ งั้นก็ลงเองแล้วกัน”
วิภาเดินเข้าไปในบ้าน มะเฟืองค่อยๆพยุงตัวลงจากรถ ขณะเดียวกันเอกภพก็ยกรถเข็นที่พับไว้ท้ายรถออกมากางออก เข็นมารอวันชัยที่ประตูรถอีกด้านหนึ่ง งามเนตรช่วยประคองพ่อลงนั่ง จะเข็นพ่อเข้าบ้าน แต่วันชัยปฏิเสธ
“ไม่ต้องลูก เดี๋ยวพ่อเข้าไปเอง จะได้ออกกำลังกายไปด้วย นอนโรงพยาบาลหลายวันเรี่ยวแรงหายไปหมด”
“งั้นเดี๋ยวเนตรไปขนของนะคะ”
งามเนตรจะหยิบกระเป๋าเครื่องใช้ส่วนตัวของพ่อตามเข้าไปในบ้าน แต่เอกภพเข้ามาห้ามซะก่อน
“เนตรเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เข้าไปพักผ่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง”
“ช่วยกันดีกว่าค่ะจะได้เสร็จเร็ว ๆ”
งามเนตรจะเข้าไปช่วยเอกภพขนกระเป๋าด้วยสีหน้าท่าทางมีความสุข มะเฟืองที่ยืนมองอยู่รู้สึกหมั่นไส้ เข้าไปขวางกลาง
“คนกลับมาทั้งเหนื่อยทั้งหิว ยังจะมาตีหน้าระรื่นยิ้มอยู่ได้...ไปหาอะไรให้ฉันกับพ่อกินสิ”
เอกภพปราม
“พูดกับพี่เพราะๆหน่อยสิมะเฟือง”
“ก็ดูมันทำตัวสิ สมเป็นพี่ที่ไหน”
งามเนตรไม่อยากจะเถียงด้วย หันไปบอกเอกภพ
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันออกไปซื้อให้”
“คุณเอกภพช่วยประคองมะเฟืองหน่อยสิคะ มะเฟืองเจ็บแผลเดินไม่ไหว”
มะเฟืองไม่รอคำตอบ เข้าไปควงแขนเอกภพทันที ทันใดนั้นเสียงบัวก็ดังขึ้น
“แผลแค่นี้ถึงกับเป็นง่อย ต่อไปไม่ลงคลานสี่ขาเป็นหมาเลยเหรอ”
เอกภพ งามเนตร มะเฟืองหันไปเห็นบัวแต่งตัวสุดเซ็กซี่หิ้วตะกร้าใส่กับข้าวลงมาจากรถ ที่ภัสสรให้คนขับมาส่ง บัวทักทายเอกภพและงามเนตรด้วยสีหน้ายิ้มแย้มสุดฤทธิ์
“สวัสดีค่ะคุณภพ คุณเนตร คุณผู้หญิงให้บัวเอากับข้าวมาส่งค่ะ พอดีคุณผู้หญิงกลัวว่าของบ้านนี้จะไม่ถูกปากคุณภพ ก็เลยให้บัวหาอะไรอร่อยๆมาให้คุณภพทานค่ะ”
บัวจงใจเน้นคำว่าของแดกดันงามเนตรกับมะเฟือง พลางยิ้มยั่วเอกภพตอนพูดคำว่า อะไรอร่อยๆ มะเฟืองหมั่นไส้ ผละจากเอกภพ เดินเข้าไปถามบัวเสียงห้วนๆอย่างไม่กลัว
“อร่อยไม่อร่อยไม่รู้ แต่ก็ทำให้คนบ้านแกติดใจแล้วกัน”
บัวโต้กลับไม่กลัว
“ใครมันจะติดใจของเน่าเหลือเดนอย่างแก”
มะเฟืองโกรธจะเข้าไปเอาเรื่อง
“แกว่าใครเน่า”
บัวไม่กลัว
“งั้นก็อย่ากินปูนร้อนท้องสิ คนเค้าจะหาว่าเป็นตุ๊กแก”
บัวไม่กลัวจะเข้าเอาคืน เอกภพต้องเข้ามาขวางอย่างเหนื่อยใจและไม่พอใจ
“หยุดได้แล้ว พอกันทั้งคู่นั่นแหละ...เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

เอกภพดึงบัวมาคุยกันที่มุมหนึ่ง เขาถามบัวด้วยความสงสัย
“ถ้าจะมาเป่าหูเนตรอย่างที่บัวขู่ผม ผมขอร้อง กลับไปเถอะ”
บัวไม่พอใจ แต่แกล้งแอ๊บทำเป็นใสซื่อตอบเอกภพ
“แหม มันเลยจุดนั้นมานานแล้วนะคะคุณภพ ขืนทำไปคุณก็เกลียดบัวสิ แล้วบัวก็มา คิดๆ ดูแล้ว มันคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างที่คุณพูดไว้จริงๆ”
“เรื่องเข้าใจผิด”
บัวจีบปากจีบคอพูด

“ค่ะ ก็วันนั้นบัวคงวูบไปเพราะฤทธิ์ยาแก้ไข้ตอนประคองคุณขึ้นไป ส่งบนห้อง พอตื่นมาก็เลยเข้าใจผิด บัวต้องขอโทษคุณด้วยนะคะ...”

น้องเมีย ตอนที่ 10 (จบตอน)

บัวกราบแทบอก เอกภพผงะหนี

“ผมแต่งงานแล้วนะบัว”
“บัวไม่ถือค่ะ”
เอกภพปราม
“บัว !”
บัวอ้อน
“แหมคุณภพต้องเข้าใจนะคะ บัวเป็นผู้หญิง นอนค้างอ้างแรมกับผู้ชายสองต่อสองบนเตียงทั้งคืน ก็ต้องรู้สึกผูกพันเป็นธรรมดา บัวไม่เคยนะคะ”
เอกภพตัดบท
“ผมว่าไปกินข้าวดีกว่า...ปล่อยให้คนอื่นรอนาน ไม่ดี”
เอกภพเดินหนี บัวขัดใจ

บัวจัดอาหารบนโต๊ะ ซึ่งมีแต่อาหารดีๆ เต็มโต๊ะไปหมด เข็นรถพ่อเข้ามา ตามมาด้วยเอกภพ มะเฟือง วิภา พอวิภาเห็นอาหารเต็มโต๊ะไปหมดก็อดประชดประชันไม่ได้
“ข้าวของเยอะแยะยังกะจะไหว้ผีบรรพบุรุษ ถ้ารวยนักล่ะก็ ทีหลังขอเป็นเงินดีกว่า”
วันชัยปราม
“คนเขาอุตส่าห์มีน้ำใจ ยังจะไปแขวะเขาอีก”
วิภาค้อนก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้ วันชัยหันไปหาบัว
“ฝากขอบใจคุณผู้หญิงด้วยนะ”
“ผมว่าทานอาหารกันเถอะครับ เดี๋ยวเย็นจะไม่อร่อย”
งามเนตรเข็นรถให้พ่อนั่งข้างวิภา ก่อนจะเดินเข้ามานั่งข้างๆ เอกภพอีกฝั่งหนึ่ง แต่มะเฟืองเข้ามานั่งแหมะขวางเสียก่อน งามเนตรอึ้งไป มะเฟืองไม่สนหันไปสั่งบัว
“มองอยู่ได้ ตักข้าวสิ”
บัวสวนทันที
“รอให้คนกินเสร็จก่อน เดี๋ยวฉันคลุกข้าวให้”
มะเฟืองโกรธ
“ฉันไม่ใช่หมา”
บัวยียวน
“ต้องคอยบอกคนอื่นแบบนี้ตลอดเลยเหรอ”
“นี่แก !”
มะเฟืองตบโต๊ะจะเข้าไปเอาเรื่อง แต่เอกภพฉุดแขนไว้ ก่อนจะหันไปพูดกับบัวอย่างใจเย็น
“ผมบอกแล้วถ้าจะมาหาเรื่อง...กลับไปดีกว่า”
“ก็บัวมีเจ้านายคนเดียวคือคุณนี่คะ แล้วที่สำคัญวันนี้บัวไม่ได้มาในฐานะคนใช้ แต่ บัวมาในฐานะแขก”
บัวพูดจบนั่งแหมะตรงหัวโต๊ะ ใกล้กับเอกภพและวิภา งามเนตรเห็นท่าไม่ดี พูดแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้น
“งั้นเดี๋ยวเนตรตักข้าวให้ทุกคนเองค่ะ”
งามเนตรทำท่าจะตักข้าว แต่บัวลอยหน้าลอยตาพูดกระแทกครอบครัวงามเนตร
“ง่อยไม่ใช่กรรมพันธุ์ นั่งเถอะค่ะคุณเนตร”
วันชัยอึ้ง งามเนตรหน้าเสีย บัวลอยหน้าลอยตาไม่สนใจ หยิบโถข้าวตักให้เอกภพและตัวเอง งามเนตรเลยต้องมานั่งหัวโต๊ะอีกมุมหนึ่ง วิภารับโถข้าวจากบัวอย่างกระแทกกระทั้นเพราะเคยมีเรื่องกันมาก่อน มะเฟืองเห็นบัวตักกับข้าวให้เอกภพก็หมั่นไส้ หาเรื่องด่า
“ไหนว่ามีแต่ของดีๆ สุดท้ายก็แค่อาหารพื้นๆ”
บัวมองมะเฟืองอย่างดูถูก
“อย่างเธอคงกินเป็นแต่แกงกะหรี่ กินจนเป็นนิสัย เลยไม่คุ้นกับของดี ๆ”
มะเฟืองชักโกรธ
“งั้นแกก็คงชอบกินต้มเปรตสินะ ถึงได้ทำตัวเป็นสัมภเวสีผีเร่ร่อน ร้องขอส่วนบุญ โดยไม่ได้มีเชิญ”
“ต้มเปรตไม่รู้จัก รู้จักแต่ผัดหอยลาย” บัวมองหน้ามะเฟืองยียวนกวนประสาท “แล้วหอยลายก็อยู่ตรงหน้าแล้ว แต่ยังหาคนผัดไม่ได้”
มะเฟืองมองหน้าบัว
“แต่ที่ฉันเห็นมันเป็นถั่วปากอ้า รอท่าให้คนมาเอา แต่ไม่มีใครเอา”
บัวโกรธ
“เอาแกงจืดฟักไปกินซะ เพราะดูเหมือนจะถนัดแต่เรื่องฟักๆ”
บัวโยนถ้วยแกงจืดไปตรงหน้า มะเฟืองโมโห
“งั้นแกก็เอายำปลาแรดไปกินสิ ถนัดไม่ใช่เหรอ”
มะเฟืองจะเข้าไปเอาเรื่องบัว แต่งามเนตรดึงแขนไว้
“พี่บอกให้หยุดเดี๋ยวนี้มะเฟือง”
“ไหน...ยำปลาแรดไม่เห็นมี”
บัวจะเข้าไปเอาเรื่อง แต่เอกภพปรามไว้
“พอได้แล้วบัว”
“ก็จะยำให้กินอยู่นี่ไง”
มะเฟืองหมดความอดทนสะบัดแขนงามเนตร ปราดเข้าไปจิกหัวบัวตบ งามเนตรตกใจรีบเข้าไปห้ามน้อง
“อย่ามะเฟือง”
“แกไม่เกี่ยว หลีกไป”
มะเฟืองผลักงามเนตรชนโต๊ะล้มลง เอกภพตกใจรีบเข้าไปดูงามเนตร
“เนตร!”
บัวตั้งหลักได้ ฉวยจังหวะตอนที่มะเฟืองเผลอเข้าไปจิกหัวตบมะเฟือง จนข้าวระเนระนาด วิภาได้แต่ยืนร้องกรี๊ด ๆ
“ว้ายๆ! ข้าวของฉันบรรลัยหมดแล้ว”
“หยุดเดี๋ยวนี้มะเฟือง พ่อบอกให้หยุด”
วันชัยเข็นรถเข้าไปดึงแขนมะเฟืองออกมา ขณะเดียวกับที่เอกภพเข้าไปฉุดตัวบัวออกมา แต่ทั้งสองไม่ยอมแพ้ ต่างก็ดิ้นสู้สุดชีวิต

เอกภพที่ฉุดตัวบัวออกมาปล่อยตัว
“บอกแล้วใช่มั้ย ถ้าจะมาก่อเรื่องก็ไม่ต้องมา”
“มันหาเรื่องก่อนคุณภพก็เห็น “
“รู้ว่าเขาหาเรื่องแล้วทำไมไม่หยุด ไปต่อล้อต่อเถียงกับเขาทำไม”
“ก็เพราะบัวรักคุณยังไงล่ะคะ บัวไม่อยากให้มันฉีกหน้าบัวต่อหน้าคุณ”
“ผมแต่งงานแล้วนะบัว”
“ก็บัวบอกแล้วบัวไม่ถือ บัวแค่อยากดูแลคุณบ้างก็เท่านั้น”
“ถ้าพูดไม่รู้เรื่อง กลับไปเถอะ ผมขอร้อง”
เอกภพอ่อนใจเดินหนี บัวสวนออกไป
“ถ้าคุณภพไม่เห็นเมียดีกว่าแม่ บัวก็ไม่อยากมาหรอกค่ะ”
เอกภพชะงักไป ก่อนจะหันมามองบัวอย่างอึ้ง ๆ บัวได้ทีใส่ไฟทั้งน้ำตา
“คุณผู้หญิงรักคุณภพมากนะคะ ถึงได้เป็นห่วงส่งบัวมาดูแล แต่คุณกลับปฏิเสธความหวังดีของคุณผู้หญิง เพราะเห็นแก่ครอบครับของเมีย ถ้าคุณผู้หญิงรู้ คุณผู้หญิงจะเสียใจแค่ไหน คุณรู้มั้ยคะ”
บัวเดินหนีไปทั้งน้ำตา เอกภพกลุ้มใจเป็นห่วงความรู้สึกแม่ขึ้นมาทันที

วันชัยเข็นรถกระชากแขนมะเฟืองมาด่า งามเนตรกับวิภาตามมาด้วย
“ทำไมทำตัวแบบนี้ คนเขาจะด่าเอาได้ว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน”
“สรุปว่าห่วงหน้าตาตัวเองมากกว่าห่วงฉันใช่มั้ย”
วิภาโวย
“ก็เออสิวะ วันหลังใครจะกล้าเอาของดี ๆ มาให้กินอีก”
“ถ้าพ่อไม่ห่วงแกแล้วจะมาคอยจ้ำจี้จ้ำไชแกทำไม”
งามเนตรปลอบ
“เราเป็นเจ้าบ้านก็ต้องทำตัวดีสิมะเฟือง”
“อ๋อ นี่หาว่าฉันผิด ก็เลยมารุมฉันใช่มั้ย”
“ไม่มีใครรุมเธอนะมะเฟือง”
มะเฟืองมองพี่สาวอย่างเกลียดชัง
“แกมันก็ดีแต่เข้าข้างคนอื่น”
วันชัยปราม
“แกก็หัดทำตัวดีๆ บ้างสิ คนเขาจะได้เข้าข้าง”
“ใช่สิ! ใครมันจะดีเหมือนนังเนตรลูกสาวคนโปรดของพ่อล่ะ ถ้ารักถ้าหลงมันมากก็ไปอยู่กับมันสิ มายุ่งกับฉันทำไม”
มะเฟืองโมโหผลักวันชัยตกจากรถเข็น งามเนตรตกใจรีบเข้าไปดูพ่อ
“พ่อ”
วิภาร้องโวยวายด่ามะเฟือง
“อีมะเฟือง อีลูกทรพี แกจะฆ่าพ่อแกให้ตายเลยใช่มั้ย”

บัวเดินกระฟัดกระเฟียดเข้ามาหน้าตาท่าทางมอมแมมเพราะถูกตบมา ชมที่นั่งนวดแข้งขาเพราะตกบันไดทักขึ้นมา
“ไหนว่าไปบ้านคุณเนตร ทำไมสภาพยังกะไปฟัดกับหมามา”
“ฟัดกับหมาที่ไหน ถูกหมามันฟัดมากกว่า”
“นี่แกไปมีเรื่องกับเขาอีกแล้วเหรอ”
“ฉันก็ไม่อยากมีหรอก แต่มันหาเรื่องฉันก่อน แล้วคุณภพก็เข้าข้างมัน ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่านังคุณเนตรมันมีดีอะไรคุณภพถึงได้รักได้หลงมันขนาดนี้”
“ก็เพราะคุณเนตรมีสิ่งที่แกไม่มียังไงล่ะ”
บัวไม่พอใจ
“ฉันมีอะไรสู้คุณเนตรไม่ได้”
“ความดียังไงล่ะ ความรักอาจจะทำให้คนสองคนมาเจอกัน แต่ความดีจะทำให้คนสองคนผูกพันและอยู่ด้วยกันได้ ถ้ามีรักแต่ไม่มีความดี วันนึงรักนั้นก็โรยรา”
บัวย้อนกวนๆ
“พ่อชื่อสุนทรภู่หรือเปล่า”
“ถึงไม่ใช่แต่ฉันก็รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี ไม่เหมือนแก สมองอยู่ตรงหว่างขา ต่อให้มีผัวเป็นโหลก็ไม่ทำให้ฉลาดขึ้น”
บัวโกรธ
“นี่น้าด่าฉันเหรอ”
“เลิกใช้หว่างขาคิดแล้วแกจะเข้าใจที่ฉันพูด”
ชมขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงด้วยเดินไป บัวประชดด้วยการก้มทักทายหว่างขาตัวเองกวักมือไหว ๆ
“เฮลโหล 2 + 2 เป็นเท่าไหร่” บัวย่อตัวเหมือนหว่างขาตอบ “4 ประสาท!”
บัวเบะปากใส่

เอกภพนั่งตรวจแบบอยู่ที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะใจลอยคิดถึงคำพูดของบัวเรื่องแม่ งามเนตรเอาน้ำผลไม้เข้ามาพลางถามด้วยความรู้สึกผิด
“คิดถึงเรื่องเมื่อเย็นอยู่เหรอคะ...เนตรขอโทษด้วยนะคะที่ครอบครัวเนตรสร้างแต่เรื่องปวดหัวให้คุณ”
“ไม่ใช่เพราะครอบครัวเนตรหรอก แต่เป็นเพราะคนของผมเองที่เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน”
“ถ้าเนตรไม่ให้คุณไม่ย้ายมาอยู่ที่นี่ คงไม่เกิดเรื่อง”
“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะครับ ผมเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะมาอยู่กับเนตร ถ้าจะลำบากใจก็เป็นเพราะผมทำให้เนตรมีความสุขไม่ได้ แถมยังทำให้ครอบครัวเนตรมีปัญหาอีก”
“คุณไม่อยากให้เนตรโทษตัวเอง แต่คุณกลับรับความผิดไว้เองทั้งหมด อย่างนี้จะเรียกว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขกันยังไงล่ะคะ”
“งั้นเราสองคนจะช่วยกันแก้ปัญหานี้ และฝ่าฟันมันไปให้ได้ อย่าคิดมากนะครับ”
เอกภพยิ้มให้ งามเนตรยิ้มตอบ
“คุณก็เหมือนกัน”
ทั้งสองมองหน้ากัน เอกภพจูบหน้าผากของคนรัก... วันชัยแอบดูอยู่มุมหนึ่ง เผลอยิ้มออกมา จะเข็นรถกลับเข้าห้อง ให้สองคนมีเวลาอยู่ด้วยกันแต่ลำพัง แต่ทุกอย่างก็เป็นฝันร้ายเมื่อได้ยินเสียงมะเฟืองดังมา
“คืนนี้มะเฟืองขอนอนด้วยนะคะ”
วันชัยหันไป เอกภพกับงามเนตรที่กำลังจะจูบกัน ผละออกจากกัน มะเฟืองเดินยิ้มเหยียดเข้ามาด้วยแววตาริษยา งามเนตรเก้อกระดาก ถามมะเฟืองเสียงเรียบ ๆ
“แล้วทำไมไม่นอนห้องเธอล่ะมะเฟือง”
“ก็ห้องนั้นมันเก่า ร้อนก็ร้อน แอร์ก็ไม่มี มะเฟืองกลัวแผลติดเชื้อ”
เอกภพขัดใจ
“งั้นคุณนอนกับน้องเถอะ เดี๋ยวคืนนี้ผมนอนข้างนอกเอง”
งามเนตรอึ้ง
“แต่ว่า...”
“แต่ว่าอะไร หรือจะให้มะเฟืองนอนกับคุณเอกภพในห้อง”
เอกภพกับงามเนตรมองหน้ากันอึดอัดพูดไม่ออก มะเฟืองยิ้มเหยียด วันชัยที่แอบดูอยู่ไม่สบายใจ คิดว่าต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อช่วยงามเนตรกับเอกภพ
“ขืนปล่อยไว้แบบนี้ มีปัญหาแน่...”

เอกภพกลางแบบแปลนเทียบห้องนั่งเล่นจริง กับแบบแปลนให้กันตาดู
“ผมจะทุบผนังทั้งหมด ติดเป็นกระจกใสจะได้มองเห็นสวน 180 องศา”
“ฉันอยากให้มีสระเล็ก ๆ ระหว่างสวนกับตัวบ้านด้วย คุณว่าดีมั้ย”
“ดีครับ จะได้เชื่อมสองส่วนเข้าด้วยกัน...ถ้าไม่มีอะไรแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว งั้นผมสั่งเริ่มงานเลยนะครับ”
“ค่ะ...”

เอกภพเก็บแบบแปลนหน้าเครียด กันตาสังเกตเห็น

“ทำไมทำหน้าไม่เหมือนคนเพิ่งแต่งงานเลยล่ะคะ”

“ว่าไงนะครับ”
กันตาล้อ
“หน้าเครียด คิ้วขมวดจะเป็นเส้นเดียวกันอยู่แล้ว”
“มีเรื่องที่บ้านนิดหน่อยครับ”
“เรื่องเด็กคนนั้นใช่มั้ยคะ”
เอกภพแปลกใจ
“คุณรู้ได้ยังไง”
“ฉันเห็นแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเด็กคนนั้นชอบคุณ”
“เป็นไปไม่ได้ มะเฟืองเป็นน้องภรรยาผมนะครับ เด็กคนนั้นติดผมเพราะเห็นผมเป็นพี่ชายมากกว่า”
“แต่ไม่มีน้องสาวคนไหนหึงพี่ชายตัวเองจริงมั้ยคะ”
“ทำไมคิดอย่างนั้น”
“จำตอนที่ฉันไปเยี่ยมคุณได้มั้ยคะ เด็กคนนั้นทำเหมือนว่าฉันจะมาแย่งคุณไป ฉันเป็นผู้หญิงด้วยกันดูออกค่ะ...”
เอกภพหน้าเครียด เริ่มไม่แน่ใจว่ามะเฟืองคิดยังไงกับตัวเองกันแน่ กันตามองเอกภพนัยน์ตาเจ้าชู้ เดินวนไปรอบ ๆ ตัวเขา
“คุณเป็นคนมีเสน่ห์ ใครอยู่ใกล้ก็อดชื่นชมไม่ได้ ไม่แปลกหรอกค่ะ ถ้าผู้หญิงซักคนจะตกหลุมรักคุณโดยไม่รู้ตัว”
“แต่ผมไม่ได้คิดอะไรกับเด็กคนนั้น”
เอกภพหันขวับมา จนหน้าเกือบชนหน้ากันตาที่ยืนอยู่ข้างหลัง ทั้งสองชะงักตกอยู่ในภวังค์ของกันและกัน กันตายิ้มยั่ว ยื่นหน้าพูดเสียงกระเส่าจนเกือบจะกระซิบข้างหู
“มีอะไรให้ฉันช่วยบอกได้นะคะ”
เอกภพผงะมองหน้าหญิงสาวด้วยความแปลกใจ กันตาแกล้งทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อน
“ฉันว่าคุณรักษาระยะห่างกับเด็กคนนั้นไว้หน่อยก็ดีนะคะ แกจะได้ไม่คิดมาก ฉันไม่อยากเห็นครอบครัวที่น่ารักของคุณพัง เพราะเด็กคนนั้น”
เอกภพคิดตามคำพูดของเธอ รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา

เนตรกำลังปริ้นเอกสารการประชุมและเย็บเป็นชุดสำหรับให้มาวินอ่านก่อนการประชุม นิดาคอยเซ้าซี้ถามอยู่ข้าง ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“หน่า...นะ บอกฉันหน่อยสิว่าเป็นยังไงบ้าง”
“ฉันกำลังทำงานอยู่ไม่เห็นหรือไง”
“มือก็ทำปากก็เล่าไปสิ ไม่เห็นยากอะไรเลย เล่าให้ฟังหน่อยนะว่าเข้าหอคืนแรกเป็นยังไงบ้าง...เธอกับคุณเอกภพ....อะจึ๊ยๆ ...ว้าย อายจัง อยากรู้แต่ไม่อยากถาม อยากได้แต่ไม่อยากโดน”
งามเนตรอาย
“ก็บอกแล้วไงไม่มีอะไร...”
“ไม่เชื่อ! ข้าวใหม่ปลามันจะให้นอนจับมือกันทั้งคืน เป็นไปไม่ได้”
“แล้วทำไมเธอไม่ถามพ่อเทพบุตรหมอฟันของเธอดูล่ะว่าเป็นยังไงบ้าง ไหนว่าคืบหน้า ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”
นิดาอมยิ้ม อาย กระแดะ
“ฉันก็แค่ให้เขาตรวจภายใน...ช่องปากก็แค่นั้น ไม่ได้มีอะไรกันซักหน่อย ไม่เหมือนเธอหรอก รู้นะว่าเล่นรถไฟเหาะตีลังกากันทั้งคืน”
“พ่อกับน้องฉันไม่สบายทั้งคู่นะนิดา จะให้ฉันคิดเรื่องนั้นอีกเหรอ”
นิดาผิดหวัง
“เธอไม่คิด...คุณเอกภพก็ไม่คิดเหรอ”
“เค้าไม่ได้ลามกอย่างเธอนี่”
ทันใดนั้นเสียงมาวินดังขึ้น
“ถ้าเป็นผม ผมไม่ปล่อยให้คุณหลุดมือไปง่าย ๆ แน่”
งามเนตรกับนิดาหันไปเห็นมาวินยืนฟังอยู่ตรงมุมห้อง งามเนตรอาย
“นี่คุณแอบฟังฉันคุยเหรอคุณมาวิน”
มาวินทำไก๋
“เปล่า บังเอิญผ่านมา แต่หูมันได้ยินเอง”
“คนไม่มีมารยาท”
มาวินกวนๆ
“มารยาทก็ไม่ได้มีไว้ใช้บนเตียงอยู่แล้วนี่ครับ”
นิดาหน้าตื่น
“แรง!”
งามเนตรหันไปประจันหน้า
“ฉันแต่งงานแล้วนะคุณมาวิน กรุณาให้เกียรติฉันด้วย”
มาวินอ้อน
“ผมก็แค่ล้อเล่น อย่าคิดมากสิ”
“แต่ฉันไม่สนุกด้วย...เอางานคุณไป”
งามเนตรยัดเอกสารที่เย็บเป็นชุดเสร็จส่งให้เขา แล้วเดินไป มาวินแกล้งยั่วตะโกนตามไป
“งั้นก็อย่าให้สามีคุณรู้สิ จะได้มาสนุกด้วยกัน”
งามเนตรหันขวับมาด้วยความโกรธ
“นี่คุณมาวิน”
มาวินหน้าเสีย
“ผมขอโทษ”
งามเนตรเอาจริง
“ถ้าทำแบบนี้อีก ฉันจะถือว่าคุณกำลังคุกคามฉัน ฉันจะทำเรื่องร้องไปที่ สำนักงานใหญ่”
งามเนตรพูดจบเดินไป มาวินรีบตามไปง้อ
“เดี๋ยวก่อนสิครับคุณเนตร คุณเนตร”
นิดารีบบอก
“อ้าว คุณมาวินคุกคามนิดาบ้างสิคะ นิดารออยู่”

งามเนตรหยิบกระเป๋าเดินออกมา มาวินเดินตามมาง้อ
“ผมแค่ล้อเล่น...อย่าซีเรียสสิครับ”
เอกภพเดินเข้ามา
“ไม่ซีเรียสไม่ได้ เพราะเนตรเป็นภรรยาผม...”
มาวินเก้อไป
“ผมชักอยากจะรู้แล้วสิว่าคนอย่างคุณโตขึ้นมาในครอบครัวยังไง ถึงตามตื้อผู้หญิงทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเค้ามีสามีแล้ว”
มาวินยิ้มกวน
“ครอบครัวผมก็อบอุ่นดีนะ แต่ผมคิดว่าคนเราแต่งงานได้ ก็เลิกกันได้ เพราะฉะนั้นคุณอย่าทำให้เนตรเสียใจแล้วกัน เพราะผมรอเสียบอยู่”
“ไอ้สารเลว!”
เอกภพฮึดฮัดจะเข้าไปเอาเรื่อง แต่งามเนตรขวางไว้
“อย่าค่ะ...พอเถอะค่ะ อย่าให้เรื่องมันแย่กว่านี้อีกเลย”
“นี่ผมเห็นแก่คุณหรอกนะ” มาวินยอกกับเอกภพ “ขอตัวก่อนนะครับ หวังว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก”
มาวินพูดเสร็จเดินไป เอกภพฮึดฮัดแต่งามเนตรดึงไว้ เอกภพบอกด้วยความไม่พอใจ
“เมื่อไหร่คุณจะลาออกจากงานนี้ซะทีเนตร”
“รอให้เนตรเคลียร์เรื่องยุ่งๆ นี้เสร็จก่อนค่ะ รับรองงามเนตรมาช่วยงานคุณแน่ ไปค่ะ กลับบ้านกัน อย่าเสียอารมณ์กับคนแบบนั้นเลย”
เอกภพใจเย็นลง ยอมเดินออกไปกับงามเนตร

เอกภพเลี้ยวมาจอดหน้าบ้าน เดินเข้าไปในบ้าน งามเนตรหันไปบอก
“เดี๋ยวเนตรไปเอาน้ำเย็นๆ มาให้นะคะ”
เมื่อเข้าไปในบ้าน เอกภพทิ้งตัวลงนั่งตรงเก้าอี้ วันชัยเข็นรถเข้ามาหา
“กลับมาแล้วเหรอ”
เอกภพขยับตัวนั่งแบบสำรวมคุยกับวันชัย
“ครับ วันนี้พ่อเป็นยังไงบ้างครับ”
“ก็ดี...ตั้งแต่แต่งงานมาผมยังไม่มีของรับขวัญคุณเลย...”
วันชัยยื่นซองกระดาษสีขาวให้เอกภพ
“ตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ - ภูเก็ตพร้อมที่พัก 3 วัน 2 คืน ให้คุณไปฮันนีมูนกับลูกสาวผม”
เอกภพเกรงใจไม่กล้ารับ
“ไม่น่าต้องเสียเงินเลยครับ”
“รับไว้เถอะครับ มันอาจจะไม่ได้มากมายอะไร แต่มันคงทำให้คุณกับเนตรมีเวลาอยู่ด้วยกันบ้าง อาจจะแค่ไม่กี่วัน แต่ก็คงดีกว่าอยู่ที่นี่”
เอกภพยิ้มดีใจที่วันชัยเข้าใจ
“ขอบคุณมากนะครับ” เอกภพรับตั๋วมา “แล้วมะเฟืองล่ะครับ ใครดูแล”
เอกภพหน้าสลด วันชัยแกล้งแซว
“อยากให้มะเฟืองไปด้วยเหรอครับ”
เอกภพชะงัก
“เอ่อ...”
วันชัยหัวเราะ
“ผมล้อเล่น ฮันนีมูนไม่มีใครเอาน้องเมียไปหรอกครับ”
“ไม่มีพ่อ มีน้อง เนตรจะยอมไปเหรอครับ”
“เรื่องนั้นมีวิธี คุณไม่ต้องเป็นห่วง”
วันชัยพูดเหมือนมีแผนการอะไรบางอย่าง เอกภพมองด้วยความสงสัย ขณะเดียวกันนั้น นิดาจะโผล่พรวดเข้ามา ทักทายวันชัยกับเอกภพ ทั้งสองรับไหว้
“สวัสดีค่ะพ่อ สวัสดีค่ะคุณเอกภพ...เนตรไม่อยู่เหรอคะ”
วันชัยไม่ทันตอบ งามเนตรเดินถือแก้วน้ำมาให้เอกภพพอดี
“อ้าว นิดามาตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ก็ตั้งแต่ที่เห็นนี้แหละ แหมจะกลับบ้านก็ไม่บอกกันเลยนะ”
“มีเรื่องอะไรเหรอ”
งามเนตรถามนิดาด้วยความสงสัย

นิดาฉุดแขนงามเนตรมาคุยอีกมุมหนึ่ง
“ทำไมต้องทำลับๆ ล่อๆ ด้วย ตกลงมีเรื่องอะไร”
“ขืนพูดตรงนั้นมีหวังคุณเอกภพไม่ให้เธอไปนะสิ...พรุ่งนี้เธอต้องตามคุณมาวินไป ประชุมที่ภูเก็ต”
มะเฟืองที่เดินผ่านมาพอดี ชะงัก แอบฟัง...งามเนตรได้ยินที่นิดาบอกก็แปลกใจ
“ว่าไงนะ...ให้ฉันไปประชุมสองต่อสองกับคุณมาวินที่ภูเก็ตนี่อะนะ ฉันไม่ไปหรอก เธอไปแทนแล้วกัน”
“สองต่อสองที่ไหน ก็ไปกันทั้งทีมนั่นแหละ แต่เธออาจจะต้องล่วงหน้าไปก่อน ไปเตรียมงาน เอาไว้ถึงแล้วเดี๋ยวค่อยคุยกัน เอานี่ตั๋วเธอ”
นิดายื่นตั๋วเครื่องบินให้ งามเนตรรับมางง ๆ
“แล้วทำไมเมื่อกี๊คุณมาวินไม่บอกฉัน”
“จะบอกได้ไงก็แฟนเธอเล่นโผล่มาซะก่อน วงก็เลยแตกนะสิ ไปๆ ไม่ต้องถามมาก ไปเตรียมตัวเก็บของ พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า”
งามเนตรมองหน้านิดางง ๆ ก็ยอมทำตามที่เพื่อนบอก...มะเฟืองที่แอบฟังอยู่พูดกับตัวเอง
“เสาร์อาทิตย์นี้มันไปภูเก็ตเหรอ งั้นคุณเอกภพก็...”
มะเฟืองยิ้มร้าย เหมือนมีแผนการอะไรบางอย่าง

นิดาเดินออกมา เห็นวันชัยกับเอกภพนั่งอยู่ วันชัยหันมาถามนิดา
“เป็นไงสำเร็จมั้ย”
“ฝีมือนิดาซะอย่างมีเหรอจะพลาด”
เอกภพงง
“นี่รู้กันเหรอครับ”
“ครับ เพราะถ้าบอกตรงๆ เนตรไม่ยอมไปแน่ๆ”
“คุณก็ทำเนียนๆไปก่อน แล้วค่อยไปเจอกันบนเครื่อง ถึงภูเก็ตแล้วก็อย่ามัวแต่นอนจับมือกันอีกล่ะ นิดาอยากอุ้มหลาน คิก ๆ ”
วันชัยยิ้มให้เอกภพ
“ฮันนีมูนให้สนุกนะครับ”
“ขอบคุณทุกคนมากนะครับ”

เอกภพยิ้มดีใจ พรุ่งนี้จะได้ไปฮันนีมูนกับงามเนตร
บ่วงรัก ตอนที่ 9
บ่วงรัก ตอนที่ 9
ค่ำนั้นภายในห้องพักโรงพยาบาลซึ่งเป็นห้อง suite วีไอพีกว้างขวาง มีห้องรับแขกด้วย ธานินทร์นอนอยู่บนเตียง สายน้ำเกลือระโยงระยาง พยาบาลกำลังจัดออกซิเจนให้ธานินทร์ เป็นหลอดเสียบจมูกไว้ ชนะศึกนั่งนิ่งอยู่ข้างเตียง มองพ่อที่นอนหลับอยู่ด้วยความเป็นห่วง จังหวะหนึ่งชนะศึกเอื้อมมือไปจับมือพ่อไว้ น้ำตาไหลออกมา “ทำไมครับ ทำไมไม่บอกอะไรผมเลย ทำไมไม่บอกผม ว่าพ่อป่วยหนักขนาดนี้ ผมเป็นลูกชายของพ่อนะ ทำไมพ่อไม่บอกผม” ชนะศึกก้มหน้าร้องไห้ ครู่หนึ่งธานินทร์ค่อยๆ รู้สึกตัว ลืมตาตื่นขึ้นมา ได้ยินเสียงสะอื้นอยู่ ธานินทร์เหลือบมองไป เห็นเป็นชนะศึก จึงพูดปลอบออกมาเสียงแผ่วเบา “ชนะ อย่าร้องลูก อย่าร้องไห้”
กำลังโหลดความคิดเห็น...