xs
xsm
sm
md
lg

น้องเมีย ตอนที่ 1 - 2

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


น้องเมีย ตอนที่ 1

กลางดึก บนถนนสายเปลี่ยวเส้นหนึ่ง…เหล่าเด็กแว้นกำลังเตรียมแข่งรถกัน เบิ้ลเครื่องเสียงดังท่อไอเสียควันโขมง…วัยรุ่นอยู่กันเป็นแก๊งๆ เขม่น ข่มกันไปมา บรรยากาศเถื่อนๆ ระทึกใจ ฉลามนักเลงเจ้าถิ่นสะบัดผมหล่อ สวมแว่นตาเท่ห์หันไปถามคู่แข่ง

“เดิมพัน”
“ห้าพัน”
“ต่ำกว่าหมื่น กูไม่แข่งโว้ย เสียเวลา”
คู่แข่งนิ่งคิด…
“ถ้าใจไม่ถึง อย่ามาเล่นกับกู”
ฉลามทำท่าจะเลิก…คู่แข่งเสียหน้ารีบพูดขึ้น
“ได้...หมื่นหนึ่งก็ได้ แต่แค่เงินไม่พอนะ”
“แล้วมึงจะเอาอะไร”
“แฟนมึง ต้องไปกับกูคืนหนึ่ง”
ฉลามสบตาคู่แข่ง ยิ้มเยาะ
“ใฝ่สูงนะมึง”
คู่แข่งยิ้มท้า
“กล้าเปล่าล่ะ”
“น้ำหน้าอย่างมึงอย่าคิดว่าจะเอาชนะกูได้”
ฉลามส่งสัญญาณมือให้แว้นลูกน้องที่ทำหน้าที่กรรมการ
“พร้อมโว้ย”
เสียงเร่งเครื่องดังแข่งกัน…สก๊อยสาวเซ็กซี่เดินไปอยู่ด้านหน้า ชูธงขึ้นแล้วขว้างธงลงกับพื้น…รถทั้งสองออกตัวทันที การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น เสียงเชียร์ดังกระหึ่ม

มะเฟืองเด็กสาววัย 18 ปีแต่งตัวเซ็กซี่ วับๆแวมๆใส่สายเดี๋ยวกางเกงขาสั้นจู๋ สมกับที่ถูกเอาไปเป็นเดิมพัน มองสถานการณ์อย่างตื่นเต้น
ไม่นานนัก ฉลามเข้าเส้นชัยเอาชนะได้อย่างฉิวเฉียด เด็กแว้นตะโกนลั่น
“พี่ฉลามชนะโว้ย!”
แก๊งฉลามเฮกันใหญ่ ฉลามดับเครื่องรถ เหลือบตามองคู่แข่งด้วยความสะใจ…ยื่นมือออกไปรอรับเงิน คู่แข่งเจ็บใจ ทำท่ายึกยัก ฉลามเตือน
“อย่าเปรี้ยวนะมึง แถวนี้ถิ่นกู”
คู่แข่งมองไปรอบๆ…เห็นพวกฉลามมองมาท่าทางเอาเรื่องทั้งนั้น…ตัดใจส่งซองเงินให้
“แล้วกูจะมาเอาคืน”
ฉลามยิ้มเยาะ จะคว้าซองเงินแต่ทันใดนั้นมือของผู้หญิงก็เข้ามาคว้าซองเงินไปซะก่อน...มะเฟืองคว้าซองเงินมา หญิงสาวสวยเปรี้ยวซ่า หน้าตาโกรธๆ ก่อนเอาซองเงินฟาดหน้าฉลาม…เสียงฮือฮาดังขึ้น
“อย่าทำแบบนี้อีก ฉันไม่ใช่เดิมพันของแก”
มะเฟืองพูดจบตบเสร็จเดินหนีไปทันที คนอื่นๆ รีบแหวกทางให้
“มะเฟือง”
ฉลามรีบลงจากรถตามไป
“มะเฟือง รอก่อนสิ”
มะเฟืองเดินหนีหน้าบึ้งตึงมามุมหนึ่ง…ฉลามวิ่งตามมาจับตัวไว้
“ไม่เอาน่ามะเฟือง โกรธทำไม ได้เงินใช้ฟรีๆ ไม่ดีเหรอ”
“เนี่ยนะเหรอวิธีหาเงินของแก เอาฉันไปเป็นเดิมพันเนี่ยนะ”
“ยังไงฉันก็ชนะอยู่แล้ว กลัวอะไร”
ฉลามจะเข้ามากอดมาหอม มะเฟืองผลักออก
“ไปเลยนะ ไม่ต้องมายุ่ง”
“ทำไมจะยุ่งไม่ได้ คนเป็นแฟนกันก็ต้องยุ่งได้สิ ยุ่งออกบ่อย ชอบไม่ใช่เหรอเวลาฉันยุ่งน่ะ”
ฉลามจะเข้ากอดให้ได้ มะเฟืองผลักไม่ไปเลยถีบเข้าให้
“บอกว่าให้ออกไป”
“โอ๊ย! อะไรกันเนี่ย ทำไมต้องถีบกันด้วย”
“แค่นี้มันยังน้อยไป จำไว้นะ คราวหน้าถ้าแกยังกล้าเอาฉันไปเดิมพันแข่งรถอีก เราเลิกกัน”
มะเฟืองดึงเงินในซองออกมาครึ่งหนึ่ง
“ค่าเสียอารมณ์”
มะเฟืองโยนที่เหลือให้ก่อนจะสะบัดหน้าใส่ เดินหนีไป ฉลามอุบอิบตามหลังไป
“แมร่ง…แน่จริงอย่าเอาเงินสิวะ”

เช้าวันใหม่...เอกภพเลี้ยวรถเข้ามาจอดในบริษัท เขาก้าวลงจากรถถือ กระเป๋าเอกสารก้าวเดินเข้าออฟฟิศไป...
เอกภพเปิดประตูเข้ามาด้านในบริษัทไม่เห็นมีใครเลยไฟก็ไม่สว่างเขาชะงักไปนิด ทันใดนั้นเสียงทุกๆคนก็ดังขึ้น
“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทู ยู”
โจ้ทำหน้าที่ถือเค้กนำหน้าทุกคนเข้ามาหาเอกภพ
“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทู ยู แฮปปี้เบิร์ธเดย์ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทู...ยู”
พุสายรุ้งแบบที่ใช้มือดึง พุ่งมาเป็นเส้นสายสวยงาม เอกภพมองตามที่มาของเสียงยิ้มให้กับทุกคนที่เดินเข้ามาหา โจ้ยื่นเค้กมาให้ เอกภพเป่าเค้กดับ ไฟในโถงสว่างขึ้นทันที
“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ว่ะเพื่อน”

ทุกคนเฮฮาเสียงดังอื้ออึง บ้างก็อวยพร แย่งกันต่างๆนานา เอกภพมองโจ้ แดน และมองทุกๆคนด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณทุกคนมากนะครับ และวันนี้ผมก็มีข่าวดีจะบอกทุกคนเหมือนกัน”
โจ้ทำหน้าตกใจ
“แกจะประกาศแต่งงานเหรอวะ”
ทุกคนอื้ออึงดีใจกันใหญ่
“ไม่ใช่งานแต่งงาน”
ทุกคนร้องออกมาพร้อมกัน
“อ้าว...!”
“แต่บริษัทเราได้งาน ตกแต่งภายในของโครงการหมู่บ้านพาวิลล์ ทั้งโครงการ”
ทุกคนเฮกันลั่นบริษัท ดีใจกันยกใหญ่ โจ้ยิ้มชื่นชมเพื่อน
“นายนี่มันสุดยอดจริงๆ ขายงานเก่งชิปเลยว่ะ นี่ถ้านายหน้าตาหล่อเหลาได้สักเสี้ยวของฉันนะ...จะเป็นคนที่เปอร์เฟคสุดๆอ่ะ”
เสียงน้องๆในบริษัทโห่กันใหญ่ เป็นที่สนุกสนาน เอกภพยิ้มขำโจ้ที่โดนน้องๆโห่ไล่
“เอาล่ะทุกคน เดี๋ยวผมจะกระจายงานให้แต่ละส่วนแล้วกันนะ แต่บอกก่อนนะว่างานนี้มีเวลาให้เราทำจำกัด เพราะฉะนั้นคงต้องเหนื่อยกันหน่อยนะครับ”
พนักงานรับคำ
“ได้ครับ” / “ได้ค่ะ / “ได้ฮ่ะ”
โจ้หันไปบอกทุกคน
“งั้นสลายการชุมนุม ใคร ถือเค้กไปจัดการด้วยนะ เดี๋ยวตามไป”
พนักงานอื่นๆแยกกันไป โจ้หันมาบอกเอกภพและแดน
“คืนนี้จัดหนักเลยนะไอ้ภพ เดี๋ยวป๋าพาเที่ยวผับ โอเคป่ะ”
เอกภพกวนๆใส่
“ไงก็ได้แล้วแต่ป๋า ได้ข่าวว่าป๋าต้องเลี้ยง”
เอกภพเดินหัวเราะเข้าไปข้างใน โจ้มองตามเซ็งเลย
“ป๋าเซ็งเลย...”


งามเนตร คนรักของเอกภพ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเลขาที่บริษัทแห่งหนึ่ง นั่งพิมพ์งานอย่างตั้งใจ นิดาเพื่อนร่วมงานเข้ามาทัก
“นี่...คุณเลชาคะ คุณเลขาจะขยันไปไหนไม่ทราบคะ เจ้านายเขาลาออกไปแล้วนะคะ ไม่ต้องทำแล้ว”
“ฉันต้องพิมพ์รายงานไว้เสนอนายใหม่น่ะ”
“โอ๊ย ช่างเถอะ นายใหม่ไม่ได้จะมาวันนี้พรุ่งนี้เมื่อไหร่ เอาไว้ก่อนก็ได้”
เพื่อนอีกคนเข้ามาคุยด้วย
“นี่ๆ นางๆทั้งหลาย เห็นเขาว่าเจ้านายคนใหม่หล่อมากด้วยนะ โสดด้วย เนื้อหอมสุดๆ เลยล่ะ”
นิดาตาวาว
“อ่ะจริงดิ โฮ้ว ณ จุดนี้เห็นภาพเลยอ่ะ”
เพื่อนงงๆ
“ภาพอะไรของแก”
นิดาทำเป็นเขิน
“ภาพฉันกับบอสคนใหม่คบหาดูใจกันอ่ะดิ”
งามเนตรหันมาดุ
“นี่...หยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว ไม่มีอะไรทำกันรึไง”
“ไม่มี” นิดาหันไปนินทาต่อ “ย้ายสาขามาแบบนี้ สงสัยสาวๆ สาขาโน้นคงเสียดายแย่ แอร๊ย...ทั้งหล่อทั้งโสด อย่างนี่เรียกขั้นเทพ ไม่ได้แล้วฉันต้องลดความอ้วน”
เพื่อนรีบบอก
“ฉันจะไปทำสีผมใหม่”
งามเนตรขัดขึ้น
“นี่ๆ พอได้แล้ว พูดอะไรกัน น่าเกลียดจริง เขาจะมาทำงานนะ ไม่ได้มาเลือกคู่”
นิดาค้อน
“โอ้โห...แรงนะตัว ออกตัวแรงกว่าเพื่อนเลยนะยะ”
เพื่อนมองหน้างามเนตร
“เลขาคนนี้ หวงนายชะมัด อย่าให้รู้นะว่าหวงไว้กินเอง จะบีบให้คอแตกเลย”
“บ้าน่า”
งามเนตรเหลือบตาดูเวลา เห็นว่าเป็นเวลาเลิกงานแล้ว เธอจึงรีบเก็บงานที่พิมพ์ นิดาหันมาถาม
“จะรีบไปไหนนักหนา ออกเป๊ะทุกวันเลยนะเธอเนี่ย”
เพื่อนชวน
“ไปหาส้มตำกินกันก่อนสิ อยากอ่ะ”
“พวกเธอไปกันเถอะ ฉันต้องรีบกลับบ้านน่ะ”
งามเนตรเก็บข้าวของ คว้ากระเป๋า นิดาบ่น
“เอ้าๆ รีบจริงรีบจัง จะรีบไปไหนนักหนา”
“ไปก่อนนะ”
งามเนตรรีบร้อนออกไป นิดามองตามส่ายหน้า

“นางเป๊ะตลอด เลิกงานปุ๊บ นางเผ่นปั๊บ เป๊ะได้โล่อ่ะ”

งามเนตรลงจากรถเมล์แล้วแวะตลาดปากซอย ซื้อกับข้าวถุง เสร็จแล้วก็นั่งวินมอเตอร์ไซค์มาที่บ้าน ระหว่างเดินเข้าไปสวนกับวิภา แม่เลี้ยงที่กำลังจะออกไปพอดี

“จะไปไหนคะน้าวิภา เนตรบอกแล้วไงว่าอย่าทิ้งพ่อ จะไปไหนให้รอเนตรกลับมาก่อน”
วิภาหงุดหงิด
“โอ๊ย! ฉันก็มีธุระปะปังของฉันบ้างสิยะ วันๆ จะให้ฉันอยู่แต่บ้านมานั่งเฝ้าพ่อหล่อนได้ยังไง”
“แต่พ่อหนูก็สามีคุณนะคะ อย่าลืมสิ”
“ปากดีไปแล้วนะนังเนตร แกเองก็อย่าลืมตัวว่าเป็นแค่ลูกเลี้ยงฉัน อย่าได้เที่ยวมาออกคำสั่งกับฉันอีก ฉันทนอยู่ด้วยอยู่ทุกวันนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว เป็นคนอื่นมันเผ่นไปนานแล้ว ใครจะอยากอยู่กับคนอย่างพ่อแก”
งามเนตรชักฉุน
“ไม่อยากอยู่ก็ไม่ต้องอยู่สิคะ”
วิภาโมโห
“นี่แกกล้าดีไล่ฉันเหรอ”
“เนตรไม่ได้ไล่ แค่ไม่อยากบังคับใคร”
“ฉันไปแน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้”
“จะรออะไรอีกล่ะคะ...เงินทองของพ่อ คุณน้าก็ผลาญใช้หมดไปแล้วไม่ใช่เหรอ”
“นังเนตร”
วิภาจะตบ ทันใดนั้นเสียงวันชัยดังขึ้น
“พอได้แล้ว”
วิภาชะงักมือ...หันไปมองพ่อที่นั่งรถเข็นออกมา
“จะไปไหนก็ไปสิ”
วิภาหันมาจ้องหน้างามเนตร ลดเสียงลง
“ดูแลพ่อง่อยของแกไปคนเดียวแล้วกัน ฉันจะออกไปหาความสุข ไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมานเลี้ยงคนง่อยเหมือนอย่างแกหรอก”
วิภาสะบัดหน้าออกไป...งามเนตรถอนใจหนักๆ ก่อนปรับหน้าเป็นยิ้มแย้มหันมาถามพ่อ
“พ่อหิวรึยัง วันนี้เนตรซื้อพะแนงของโปรดพ่อมาด้วยนะ กินเลยนะจ้ะ”
“พักก่อนเถอะเนตรเอ้ย มาถึงเหนื่อยๆ”
“เนตรไม่เหนื่อยหรอกจ้ะ เดี๋ยวเนตรจะเจียวไข่เพิ่มให้พ่อด้วย จะได้กินกับพะแนง”
งามเนตรเข็นรถพ่อกลับเข้าบ้าน


งามเนตรเข็นรถวันชัยมาที่โต๊ะอาหาร
“รอแป๊บหนึ่งนะจ้ะ เดี๋ยวก็เสร็จ”
งามเนตรเข้าครัวไปเตรียมอาหาร
“เนตร วันนี้เงินเดือนออกไม่ใช่เหรอ”
“จ้ะ ทำไมเหรอจ๊ะ พ่อจะใช้เงินเหรอ” งามเนตรจะหยิบกระเป๋า “เท่าไหร่จ้ะพ่อ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น พ่อไม่ได้จะเอาเงินไปทำอะไรหรอก แต่วันเงินเดือนออกทั้งที ไม่แวะทำอะไรสนุกๆ กับเพื่อนๆบ้างเหรอลูก”
“จะให้เนตรไปสนุกแล้วปล่อยพ่อนั่งหิวข้าวรอ เนตรสนุกไม่ลงหรอกพ่อ แล้วอีกอย่าง พ่อก็รู้ว่าเนตรไม่ชอบใช้เงินเล่นๆ”
“ซื้อเสื้อใหม่ให้ตัวเองสักตัว มันจะกี่บาทกัน พ่อเห็นใส่ซ้ำๆ วนๆ อยู่ไม่กี่ตัว”
“นี่พ่อหาว่าเนตรขี้เหนียวเหรอ เนตรใส่ซ้ำเพราะเนตรชอบต่างหากล่ะ ว่าเนตรงก เนตรงอนแล้วนะ”
พ่อหัวเราะเบาๆ มองลูกสาวด้วยความเห็นใจ วูบหนึ่งก็แอบเศร้า...งามเนตรหันไปทอดไข่
“ถ้าไม่มีพ่อ ชีวิตลูกคงดีกว่านี้”
“อย่าพูดอย่างนี้อีกนะพ่อ เนตรไม่อยากฟัง ไม่อยากให้พ่อคิดแบบนี้ แม่ก็จากเนตรไปคนหนึ่งแล้ว ชีวิตเนตรดีแค่ไหนแล้วที่ยังมีพ่อ”
มะเฟืองมาถึงพอดี
“โอ๊ยๆๆๆๆๆ เหม็นกลิ่นน้ำเน่าอ้ะ ดราม่าอะไรกันอีกล่ะวันนี้”
“ไปไหนมา” งามเนตรมองถุงในมือมะเฟือง “แล้วนั่นอะไร”
“ทำไมต้องบอกด้วย เป็นแม่ฉันรึไง”
“มะเฟือง อย่าก้าวร้าวให้มันมากนัก ขอโทษพี่เขาซะ” วันชัยไม่พอใจ
“ไม่! หนูไม่ได้ทำอะไรผิด คนที่ผิดคือคนที่สะเออะ อยากรู้เรื่องคนอื่นต่างหากล่ะ”
มะเฟืองปึงปังเข้าห้องไป



งามเนตรวางถ้วยใส่ยาลงบนโต๊ะอาหารที่กินเสร็จแล้ว
“ยาหลังอาหารจ้ะพ่อ พักสักชั่วโมง เดี๋ยวเราทำกายภาพหัดเดินกันต่อนะจ้ะ”
“เนตร อย่าลืมที่พ่อขอร้องไว้นะ”
เนตรถอนใจ
“อย่าทิ้งน้องนะลูก น้องมันโชคร้าย เกิดมาไม่รักดีเหมือนเนตร แต่ถ้าเนตรช่วยดูช่วยสอน มันก็คงจะไม่แย่ไปกว่านี้”
“กินยาเถอะจ้ะพ่อ เนตรรับปากพ่อแล้ว เนตรไม่ผิดคำพูดหรอกจ้ะ”
งามเนตรเก็บจานออกไป


มะเฟืองลองเสื้อผ้าใหม่อยู่ในห้องนอน
“ยาวไปนะ จะยาวไปไหนเนี่ย”
มะเฟืองหยิบกรรไกรมาตัดให้สั้น
“นี่ มันต้องแบบนี้ มีของดีต้องโชว์ไว้ก่อน”


ค่ำนั้น...มะเฟืองจะออกไปเที่ยว งามเนตรเห็นก็ถามขึ้น
“จะไปไหน”
มะเฟืองไม่สน งามเนตรเสียงแข็งขึ้น
“พี่ถามว่าจะไปไหน”
“บอกไปแล้วจะรู้เหรอ ทึนทึกเหมือนนกถึกทืออย่างพี่จะไปรู้อะไรกับเรื่องสนุกๆ”
“พี่ก็ไม่ได้อยากรู้หรอกนะ แต่ออกไปมืดๆ ค่ำๆ มันอันตราย”
มะเฟืองเซ็ง
“โอ๊ย เบื่อๆๆๆ อย่ามาบ่นได้ไหม รำคาญ ไม่อยากฟัง”
“อย่าทำให้พ่อเป็นห่วงได้ไหม”
“นี่ไง...เดี๋ยวก็พ่อป่วย เดี๋ยวก็พี่ขี้บ่น บ้านนี้มันมีแต่เรื่องน่าเบื่อ ฉันถึงไม่อยากจะอยู่ยังไงล่ะ”
“มะเฟือง”
“ไม่ต้องมาห้าม ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของฉัน”
งามเนตรชักโมโห
“แต่เธอเป็นน้องพี่นะ”
“ก็แค่ครึ่งเดียว แค่มีพ่อคนเดียวกัน ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆ ซะหน่อย ไม่ต้องมายุ่ง”
มะเฟืองออกไป โดยไม่ฟังอะไรอีก

ระหว่างทางออกจากบ้าน นำโชค หนุ่มน้อยแสนดีที่หลงรักมะเฟืองอยู่ เขาขับแท็กซี่ผ่านมาเจอมะเฟืองพอดีจึงรีบจอด
“จะไปไหนเหรอมะเฟือง”
“ไม่ต้องมายุ่ง ทำไมชอบมีแต่คนมายุ่งเรื่องของฉันนะ”
“ก็คนเขาเป็นห่วงนี่”
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะ กลางวันเรียนหนังสือ กลางคืนขับแท็กซี่ พรุ่งนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะมีข้าวกินรึเปล่า”
“มะเฟืองรังเกียจเราเหรอ”
มะเฟืองนึกขึ้นได้หันมาอ้อน
“ใครจะไปรังเกียจคนขยันๆ อย่างนำโชคก็บ้าแล้ว...นี่ ไปส่งหน่อยสิ ซอยมันเปลี่ยวอ้ะ มะเฟืองไม่อยากเดิน”
นำโชคเงียบๆ มะเฟืองงอนๆ
“อ๋อ...กลัวฉันไม่จ่ายตังค์ใช่ไหม ไปเลย ถ้างกนัก จะได้จำว่าแกมันใจดำแล้วคราวหน้าคราวหลังก็ไม่ต้องสะเออะมาห่วงฉันอีกนะ”
นำโชคหน้าเสีย
“เดี๋ยวสิมะเฟือง ที่เราลังเลเพราะเราไม่อยากให้มะเฟืองออกไปไหนกลางคืนต่างหาก มันอันตราย แต่ถ้ามะเฟืองจะไปก็ขึ้นรถสิ เดี๋ยวเราไปส่งให้ ไม่คิดเงินหรอก”
“ค่อยน่าคบหน่อย” มะเฟืองยิ้มอย่างพอใจ


นำโชคขับรถพามะเฟืองมา สักครู่หญิงสาวก็ชี้ไปที่หน้าร้านอาหารแนวคาราโกเกะ
“จอดตรงนี้แหละ”
“มะเฟือง มันจะดีเหรอ”
“อะไรไม่ดี”
“ก็มาเที่ยวที่แบบนี้ มันอันตรายนะ”
“ใครบอกว่าฉันมาเที่ยว ฉันจะมาสมัครงานต่างหากล่ะ เด็กเสิร์ฟที่นี่ได้ทิปคืนละเป็นพันเลยนะ ไม่ดีเหรอ”
นำโชคชะงัก
“แต่เงินไม่สำคัญเท่าความปลอดภัยนะ ถ้ามะเฟืองอยากหารายได้พิเศษ เดี๋ยวเราจะถามเฮียให้”
“จะให้ฉันไปขับแท็กซี่น่ะเหรอ...บ้าสิ”
“ไม่ใช่ขับแท็กซี่ แต่เห็นเฮียเขาบอกว่าเจ๊กำลังหาคนไปช่วยทำงานบ้าน ถ้ามะเฟืองอยากทำงาน เดี๋ยวเราจะบอกเจ๊ให้”
“จะให้ฉันไปคนใช้ ฝันไปเถอะ”
มะเฟืองลงจากรถไป
“มะเฟือง...อย่าเพิ่งโกรธสิ เดี๋ยวสิ”
“อะไรอีกเล่า”
“จะเสร็จกี่โมง เดี๋ยวเรามารับ”
“ไม่ต้องมารับ ฉันกลับเองได้”

มะเฟืองสะบัดหน้าใส่เดินเข้าไปในร้าน…นำโชคได้แต่มองตามไปด้วยความเป็นห่วง

น้องเมีย ตอนที่ 1 (ต่อ)

บรรยากาศในคาราโอเกะแนวเพื่อชีวิตแบบห้องรวม…ฉลามกับเพื่อนๆ กำลังแหกปากร้องเพลงกันให้ลั่นไปหมด…มะเฟืองเดินเข้ามานั่งหน้าหงิก ฉลามพยายามง้อ

“ยังโกรธอยู่อีกเหรอ ไม่เอาน่า มาฉลองชัยชนะทั้งที มันต้องยิ้มหน่อยสิ นี่อุตส่าห์เลือกที่แพงแล้วนะ ยิ้มหน่อยน่า”
“จะแหกปากกันอีกนานไหม หนวกหู รำคาญ”
ฉลามหันไปเรียกเพื่อนที่กำลังครองไมค์
“เฮ้ย เอาไมค์มา กูจะร้องเพลงง้อเมีย”
มะเฟืองตบปากฉลาม
“ปากเสีย ใครเป็นเมียแก”
“ตอนนี้ยังไม่ใช่ แต่อีกไม่นาน รับรองใช่แน่ๆ...เอามาสิโว้ยจัดเพลงมาให้กูด้วย เอาซึ้งๆ เลยนะมึง”
ฉลามหันไปวุ่นวายเลือกเพลง…มะเฟืองกรอกตาด้วยความเบื่อหน่าย...ที่ทางเข้า เอกภพ โจ้และลูกน้องในออฟฟิศเดินเข้ามา โจ้หันมาบอกเอกภพ
“หวังว่าแกคงจะไม่รังเกียจนะ กลางเดือนแล้ว พวกเราลงขันกันแล้ว ได้แค่ที่นี่แหละที่หรูๆ เงินไม่ถึง”
ลูกน้องบอกอย่างยิ้มแย้ม
“อย่ารังเกียจความบันเทิงระดับล่างเลยนะครับ เฮะๆๆๆ”
เอกภพยิ้มรับเบาๆ
“ไม่รังเกียจหรอก ผมยังไงก็ได้”
พนักงานเข้ามาต้อนรับ
“เชิญค่ะ จองไว้รึเปล่าคะ”
“ไม่ได้จองครับ แต่ขอที่ดีๆ เลยนะ ผมจะเลี้ยงวันเกิดเพื่อน”
โจ้ตบไหล่เอกภพป้าบๆ
“เชิญทางนี้เลยค่ะ”
พนักงานเดินนำไปทางหนึ่ง...มะเฟืองจะลุกพอดี ฉลามรีบถาม
“จะไปไหน”
“ไปห้องน้ำ”
มะเฟืองสะบัดหน้าออกไป…เดินออกไปชนเข้ากับเอกภพที่เดินเข้ามาพอดี
“ว้าย!”
มะเฟืองเสียหลัก เอกภพประครองไว้ได้ทัน
“ขอโทษครับ”
“ตาบอดรึไง”
มะเฟืองเห็นหน้าเอกภพแล้วชะงักอึ้งๆ ไป สะดุดตาในความหล่อ…เอกภพเห็นมะเฟืองเงียบไปก็แปลกใจ
“เจ็บมากรึเปล่าครับ”
มะเฟืองสะดุ้งรู้ตัว
“ก็…เจ็บนิดหน่อยน่ะค่ะ”
โจ้เข้ามาดึงตัวเอกภพ
“ไปเร็วๆ เข้า”
เอกภพหันไปหามะเฟืองอีกครั้ง
“ขอโทษนะครับ”
เอกภพถูกโจลากไป…มะเฟืองมองตามไปอย่างสนใจ
“หล่อชะมัดเลยอ้ะ...”
หญิงสาวตาวาวโรจน์

มะเฟืองอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ เธอแต่งหน้า เติมปาก เติมแก้ม จัดเต็มที่ ปล่อยผมยาว สะบัดๆ ให้ดูเซ็กซี่ แล้วสำรวจเสื้อผ้า
“ยาวไปนะกางเกงเนี่ย”
มะเฟืองว่าแล้วก็พับขาเกงเกงที่สั้นอยู่แล้วให้สั้นขึ้นไปอีก…สำรวจตัวเองอีกที บิดซ้าย บิดขวา ซ้อมท่ามองยั่วยวน
“โอเค จัดเต็มแบบนี้ ไม่ได้ให้มันรู้ไปสิ”
มะเฟืองยิ้มอย่างมั่นใจเต็มที่

มะเฟืองเดินกลับเข้ามาในห้องใหญ่…ใส่ลีลาเดินสวยๆ มาเลย สายตากวาดหาเอกภพ พอเห็นว่านั่งอยู่โต๊ะตรงข้ามก็แกล้งทำเป็นเจ็บขา เดินช้าๆ เจ็บๆ สวยๆ
“โอ๊ย…ทำไมเจ็บอย่างนี้อ่ะ…”
เอกภพเหลือบตาไปเห็นมะเฟืองกำลังท่าทางเจ็บขาพอดี นึกเป็นห่วงจะลุกออกไปดูแต่ถูกโจ้ดักหน้าไว้
“เฮ้ย...เพลงนี้ขอมอบให้แกเป็นพิเศษเลย”
โจ้ร้องเพลง…เอกภพไม่อยากขัดใจเลยไม่ลุก มะเฟืองเหลือบตามามอง เห็นว่าเอกภพถูกลูกน้องรุมล้อมร้องเพลงใส่อยู่ก็ถอนใจเซ็ง…กลับไปที่โต๊ะ ฉลามเห็นมะเฟืองที่แปลงโฉมมาใหม่ก็ตาโต
“โอ้วว แค่ไปฉี่ทำให้ผู้หญิงสวยขึ้นขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย”
ฉลามพยายามจะดึงตัวมะเฟืองมากอดแต่ถูกเธอผลักออกไป
“ไม่ต้องมายุ่งเลยนะ ไปนั่งห่างๆ เลย ไป๊”
“โอ้โห นี่แฟนนะ ไม่ใช่หมา ไล่ซะเสียคนเลยกู”
“ถ้าอยากให้ฉันหายโกรธก็ไปเลย ไม่ต้องมาใกล้ฉัน ออกไปห่างๆ”
“สวยขนาดนี้ใครจะอยากอยู่ห่างๆล่ะ”
ฉลามพยายามกอด
“เอ๊ะ! บอกว่าอย่ามายุ่ง! ไม่งั้นฉันกลับบ้านจริงๆ นะ”
“โอเคๆ ไม่ยุ่งก็ไม่ยุ่ง”
ฉลามเขยิบไปนั่งฝั่งตรงข้าม มะเฟืองเหลือบตามองเอกภพ…พยายามจัดท่าให้เขาเห็นชัดๆ เอกภพถูกลูกน้องรุมล้อมเฮฮา ไม่ได้สนใจเธอ มะเฟืองเห็นว่าเขาไม่สนใจก็ชักอารมณ์เสีย หันไปกระชากไมค์มาจากมือเพื่อน
“เอามานี่ ฉันจะร้อง”
มะเฟืองร้องเพลงรักเรียกร้องความสนใจจากเอกภพ พยายามทำตัวสวย โดดเด่น…ฝั่งโต๊ะเอกภพหันมามองกันทั้งโต๊ะ มะเฟืองสบตากับเอกภพแล้วทำเป็นอาย หลบตา ร้องเพลงดัดจริตเต็มที่ ฉลามสังเกตเห็นมะเฟืองเล่นหูเล่นตากับเอกภพก็ไม่พอใจ ลุกขึ้นกระชากไมค์ออกจากมือมะเฟือง
“เอามานี่”
“เป็นบ้าอะไรเนี่ย ฉันร้องเพลงอยู่นะ”
“ร้องเพลงยั่วผู้ชายน่ะสิ”
“พูดอะไรน่ะ ฉันไปยั่วใคร”
“ยังจะถามอีกเหรอ”
ฉลามคว้าขวดเบียร์แล้วขว้างไปที่โต๊ะของเอกภพ เสียงขวดแตกดังเพล้ง ทุกคนลุกฮือ มะเฟืองโวยฉลาม
“นี่แกทำบ้าอะไรของแก เป็นบ้าไปแล้วเหรอ ไอ้ทุเรศ”
“ใครกันแน่ที่ทุเรศ ยั่วผู้ชายต่อหน้าต่อตาผัวตัวเอง”
มะเฟืองตบฉาด ฉลามหน้ามืดจะลงมือกับมะเฟือง ดาวเพื่อนในกลุ่มรีบห้าม
“หยุดนะ...อย่า”
เพื่อนๆต่างช่วยกันห้าม มะเฟืองมองฉลามอย่างท้าทาย
“ทำไม แกจะทำไมฉัน”
“ทำให้หายแรดยังไงล่ะ”
โจ้เห็นท่าทางไม่ค่อยดี เรียกเด็กเสิร์ฟทันที
“น้อง เช็คบิล”
มะเฟืองรีบหันไปมอง
“อาลัยอาวรณ์มันนักใช่ไหม”
ฉลามพุ่งเข้าต่อยเอกภพ แต่เอกภพหลบทัน ฉลามเสียหลักล้มชนโต๊ะเกาอี้โครมคราม ทั้งเสียหน้าและเจ็บใจ โจ้หันไปต่อว่า
“เฮ้ย จะทำอะไร เมาแล้วอย่าหาเรื่องดีกว่าเดี๋ยวก็แจ้งความหรอก”
“แจ้งความงั้นเหรอ”
ฉลามลุกขึ้นมาผลักลูกน้องเอกภพออกไป
“พอได้แล้ว”
เอกภพเข้ามาห้าม…ฉลามชกเปรี้ยงออกไป โดนเอกภพเต็มๆ เสียงโวยวายดังขึ้นทันที
“หยุดนะไอ้บ้า ฉันบอกให้หยุด”
มะเฟืองเข้ามาขวางฉลามที่จะตามไปซ้ำเอกภพ…มะเฟืองเลยโดยฉลามกระแทกอย่างแรงจนล้มไปกระแทกขอบโต๊ะ หน้าผากมีเลือดไหล เสียงเป่านกหวีดดังปี๊ดๆๆๆ ตำรวจสองนายเข้ามา เพื่อนฉลามหน้าตื่น
“ชิบหายแล้วพี่ฉลาม ตำรวจมา!”

ตำรวจเอาตัวพวกฉลามไปขึ้นรถ ผู้จัดการร้านโค้งคำนับให้พวกเอกภพ
“ขอโทษจริงๆ นะครับ ที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ขออภัยจริงๆ ครับ”
“ช่างเถอะ ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก”
“แต่ยังไงผมก็ต้องรับผิดชอบ เอาเป็นว่าวันนี้ทางร้านเลี้ยงแล้วกันนะครับ ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ แม้แต่บาทเดียว ถือเป็นการขอโทษจากทางร้านแล้วกันนะครับ”
“ขอบคุณครับ”
ดาวประครองมะเฟืองที่หัวแตกออกมา…เอกภพมองไปเห็นเข้า ดาวประชดผู้จัดการ
“รับผิดชอบแต่แขกรวยๆ จะไม่รับผิดชอบพวกเราบ้างเหรอ”
“จะให้รับผิดชอบอะไร ไม่คิดค่าเสียหายก็ดีเท่าไหร่แล้ว ไปเลยนะ แล้วต่อไปไม่ต้องมาเหยียบร้านนี้อีก ไอ้พวกตัวซวย”
ผู้จัดการด่าเสร็จเดินเข้าร้านไป ดาวด่าตามหลังไป
“อยากมาตายแล้ว ไอ้บ้า”
มะเฟืองทำเป็นเจ็บอ้อนต่อหน้าเอกภพ
“ขอโทษนะคะที่พวกเราทำให้คุณเดือดร้อน”
ดาวไม่พอใจ
“จะไปขอโทษขาทำไม ไอ้ที่เดือดร้อนน่ะพวกเราต่างหาก โน่น ตำรวจลากไปหมดแล้ว”
ตำรวจปี๊ดๆๆ เข้ามาหามะเฟืองกับดาว
“ไปโรงพัก”
ดาวหน้าเหวอ
“อะไร ทำไมต้องไปด้วย พวกเราไม่เกี่ยวนะ”
“ยังไงก็ต้องไป”
ตำรวจเข้ามาพาตัวไป ดาวโวยวาย
“ว้าย อะไรกันเนี่ย ทำไมต้องจับด้วย ฉันไม่เกี่ยวนะ”
“ไม่เกี่ยวยังไง ก็มาด้วยกันไม่ใช่เหรอ ไป อย่าขัดขืน”
มะเฟืองสบตากับเอกภพ…ชายหนุ่มส่งนามบัตรให้
“นี่นามบัตรผมครับ ผมจะรับผิดชอบเรื่องค่ารักษาพยาบาลเอง”
ลูกน้องเอกภพตะโกนมา
“เจ้านายครับ ไปเถอะครับ”
“คุณไปทำแผลซะ เสร็จแล้วโทรหาผม ผมจะรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดจนกว่าคุณหาย”
มะเฟืองยิ้มรับ
“ขอบคุณมากค่ะ”
เอกภพเดินออกไป…มะเฟืองมองตามไปอย่างดีใจ…มองนามบัตรในมือ
“คุณได้รับผิดชอบแน่…คุณเอกภพ”

มะเฟืองยิ้มอย่างมีแผนร้ายในใจ

มะเฟืองกลับบ้านมา พบงามเนตรรออยู่

“ทำไมกลับเอาป่านนี้” งามเนตรมองเสื้อผ้า “แล้วทำไมแต่งตัวโป๊ขนาดนี้เนี่ย ตายแล้ว อย่าทำอย่างนี้อีกนะ”
งามเนตรเข้าไปดึงชายเสื้อชายกางเกงมะเฟืองลง
“มันอันตรายมากรู้ไหม”
“อย่ามายุ่ง”
มะเฟืองผลักงามเนตรออกไป
“หยุดยุ่งกับฉันซะทีได้ไหม รำคาญ”
“หยุดแน่ถ้าเธอเลิกทำตัวแบบนี้”
“ทำไม...จะให้ฉันทำตัวทึนทึกแบบพี่น่ะเหรอ ไม่มีทางหรอก หัดดูตัวเองซะบ้างนะ ดูได้ซะที่ไหน”
งามเนตรถอนใจ
“อ๋อ...หรือว่าอิจฉาที่ฉันสวยกว่า สาวกว่า”
“นี่...หยุดเพ้อเจ้อแล้วก็ทำตัวให้มันดีๆ ไม่อยากดูแลพ่อก็ไม่เป็นไร พี่ทำเองได้ แต่อย่าทำให้เป็นพ่อเป็นห่วง แล้วเรื่องเรียนหนังสือก็...”
มะเฟืองสวนทันที
“โอ๊ยๆๆๆๆ พอซะทีได้ไหม เลิกบ่นซะทีได้ไหม แค่มีเลือดพ่อคนละนิดละหน่อย อย่ามาทำตัวเป็นพี่ให้มันเยอะนักเลย ถ้าบ้านนี้มันปัญหาเยอะนัก ฉันก็จะไม่อยู่ มันน่าเบื่อ เข้าใจไหม”
มะเฟืองจะออกไปอีก งามเนตรรีบถาม
“จะไปไหน”
“ไปหาที่อื่นนอน ที่นีมันน่ารำคาญ นอนไม่ลง”
“มะเฟือง อย่าไปเลยนะ มะเฟือง พี่ขอล่ะ”
มะเฟืองไม่สนใจ วิ่งหนีไป…งามเนตรถอนใจด้วยความเป็นห่วงปนเหนื่อยใจ…วันชัยมองลงมาจากหน้าต่างชั้นบนได้ยินทุกอย่างและเห็นภาพทุกอย่าง ถอนใจด้วยความหนักใจ


ในอดีตเมื่อสิบปีก่อนหน้านี้...งามนตรยังเป็นนักศึกษา ส่วนมะเฟืองอยู่ในชุดนักเรียนมัธยม พ่อแนะนำวิภาให้รู้จัก
“นี่วิภา เขาจะมาอยู่กับเรา เรียกเขาว่าแม่นะลูก”
งามเนตรอึ้งๆ ไป
“แล้วนั่นก็มะเฟือง ลูกของวิภากับพ่อ”
งามเนตรหันไปมองมะเฟืองงงๆ
“มะเฟือง ไหว้พี่เนตรเขาสิลูก เขาเป็นพี่สาวหนูนะ”
“ไม่! ไม่ไหว้ ไม่อยากได้พี่สาว”


งามเนตรร้องไห้เสียใจ หลบมานั่งที่มุมหนึ่งของบ้านเมื่อรู้ว่าวันชัยมีครอบครัวใหม่ วันชัยมานั่งคุยด้วย
“พ่อขอโทษนะเนตร ขอโทษที่ปิดบังลูก พ่อกลัวลูกจะรับไม่ได้”
“มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่จ้ะพ่อ”
“หลังแม่ลูกตายไป พ่อก็เจอวิภา...พ่อไม่ได้คิดจะจริงจัง แต่พอเขามีลูก พ่อก็ต้องรับผิดชอบ เนตรยกโทษให้พ่อด้วยนะลูก”
“เนตรไม่โกรธพ่อหรอกจ้ะ ถ้าเขาเป็นคนดี ถ้าเขาช่วยดูแลพ่อได้ ถ้าทุกสิ่งมันจะดีกับพ่อ เนตรก็ดีใจกับพ่อด้วยจ้ะ”
“เนตร…”
พ่อดึงงามเนตรมากอดไว้
“วิภาเขาเป็นคนดี เขาต้องเป็นแม่ที่ดีให้ลูกได้”


หลายปีต่อมา วันชัยประสบอุบัติเหตุ ยังไม่ฟื้นอยู่บนเตียงมีผ้าพันแผลเต็มตัว วิภาโวยกับหมอ
“อะไรนะคะคุณหมอ จะพิการงั้นเหรอคะ”
“อุบัติเหตุแรงมากนะครับ กระดูกสันหลังหัก ช่วงเอวลงมาจะมีปัญหา คนไข้อาจจะยังเดินไม่ได้นะครับ” หมออธิบายอย่างใจเย็น
“นี่หมายความว่าฉันต้องมีผัวเป็นง่อยเหรอคะ จริงๆ เหรอคะคุณหมอ”
งามเนตรตกใจมาก
“พ่อ…”
งามเนตรร้องไห้เอื้อมมือไปจับมือพ่อไว้
“ได้ยินแล้วใช่ไหมนังเนตร ได้ยินที่หมอเขาบอกแล้วใช่ไหมว่าพ่อแกจะเป็นง่อย เอาไปเลยนะ แกเอาไอ้ง่อยพ่อแกไปเลี้ยงดูเองเลย ฉันยกให้” วิภาพูดอย่างไม่แยแส
วันชัยนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ถอนหายใจบางๆ พูดกับตัวเองเบาๆ
“พ่อขอโทษนะเนตร พ่อผิดเอง”

มะเฟืองมานอนกับดาวที่บ้าน ระบายกับดาวเรื่องชีวิตน่าเบื่อของตัวเอง
“น่าเบื่อที่สุด ฉันล่ะเกลียดจริงๆ เลย สภาพแบบนี้”
“ฉันว่าเขาหาเรื่องด่าแกล่ะม้าง ถึงเอาพ่อมาอ้าง เขาคงอิจฉาที่แกสวยกว่า สาวกว่า เพราะดูจากสภาพพี่แล้ว คงไม่พ้นต้องเป็นสาวแก่ขึ้นคาน”
“แน่นอนอยู่แล้ว คนอย่างนังนั่นผู้ชายที่ไหนจะมอง”
“แกนอนไปก่อน ฉันจะไปอาบน้ำ”
ดาวลุกออกไป มะเฟืองนึกถึงเอกภพ หยิบนามบัตรมาดูแล้วกดหา ครู่หนึ่งเขารับสาย
“ฮัลโหล ไม่ทราบว่าใครครับ”
“สวัสดีค่ะ นี่มะเฟืองเองนะคะ จำมะเฟืองได้รึเปล่า อย่าบอกนะว่า คุณลืมมะเฟืองไปแล้ว”

เอกภพกำลังเขียนแบบอยู่...มืออีกข้างรับสายโทรศัพท์จากมะเฟือง
“จำได้สิครับ แล้วนี่คุณไปหาหมอเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ”
“ไปมาแล้วค่ะ หมอบอกว่าแผลมันอาจจะดูเล็ก แต่มันลึกมากเลย ปวดมากเลยอ่ะค่ะ”
“ถ้าปวดมาก พรุ่งนี้คุณไปให้หมอดูอีกทีดีกว่านะครับ”
“ก็อยากไปค่ะแต่ว่า...”
“ถ้าเป็นเรื่องค่าใช้จ่าย ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมรับผิดชอบเอง คุณรีบไปหาหมอเถอะครับ”
โจ้เดินเข้ามาพอดี ได้ยินคำพูดเข้าก็เหลือบมองหน้าเอกภพ
“หมอเค้าไม่เชื่อนี่คะว่าคุณจะมาจ่าย คราวก่อนเขาเกือบจะไม่ยอมด้วยซ้ำ มะเฟืองว่าคุณพามะเฟืองไปดีกว่า จะได้ไม่มีปัญหา”
“ผม เกรงว่าจะไม่มีเวลาพาคุณไป เอาอย่างนี้ ผมขอเลขที่บัญชีธนาคารของคุณก็แล้วกันครับ แล้วผมจะโอนเงินไปให้ จะได้ไม่มีปัญหา”
โจ้แอบฟังตลอด
“พามะเฟืองไปไม่ได้จริงๆ เหรอคะ”
“ขอโทษครับ พอดีว่าพรุ่งนี้ผมมีธุระสำคัญ sms เลขที่บัญชีธนาคารมาให้ผมก็แล้วกันนะครับ เดี๋ยวผมจะจัดการเรื่องเงินให้”
“ก็ได้ค่ะ”
“งั้นแค่นี้ก่อนนะครับ ผมทำธุระอยู่”
เอกภพวางสาย มะเฟืองอารมณ์เสีย
“ธุระบ้าบออะไรกันวะ”
โจ้เดินเข้ามาหาเอกภพ
“หาเรื่องแล้วไอ้เอก ไปยุ่งด้วยทำไมวะ”
“ไม่ได้ยุ่ง ฉันแค่จะช่วยเขาเรื่องค่าหมอค่ายาเท่านั้นแหละ”
“แล้วแกไปเกี่ยวอะไรด้วย ยายนั่นมาเหล่แก พอโดนแฟนหึง ก็เลยมีเรื่องไม่เห็นแกต้องไปรับผิดชอบอะไรเลย เด็กมันหาเรื่องเองแท้ๆ”
“เอาน่า ก็แค่นิดหน่อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก แล้วท่าทางเขาก็ไม่ใช่คนเลวอะไร จะว่าไปฉันเองก็มีส่วน ถ้าไม่เพราะฉัน เขาก็คงไม่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้หรอก”
“เออ...ทำเป็นใจดีไปเถอะ ซวยเมื่อไหร่อย่ามาขอให้ช่วยแล้วกันไป กลับกันได้แล้ว ดึกแล้ว ไว้ทำต่อพรุ่งนี้” โจ้ดึงเอกภพให้ลุกขึ้น “จะขยันไปไหนนักหนาวะเนี่ย ไป”
เอกภพถูกโจ้เอาตัวออกไป

ดาวกลับเข้ามาเห็นมะเฟืองมองโทรศัพท์ ท่าทางกรุ้มกริ่มยินดี
“คุยกับใครวะ ยิ้มเชียว”
“คุยกับผู้ชาย”
“อย่าบอกนะว่าโทรหาไอ้ฉลาม”
“ไม่ใช่...ไอ้ชั่วนั่นน่ะจะไปโทรหามันทำไม”
“อ้าว ถ้าไม่ใช่ไอ้ฉลาม แล้วโทรหาผู้ชายที่ไหน”
“ผัว”
“ฮะ...ผัว...ผัวใคร”
“ผัวฉัน…ในอนาคต”
มะเฟืองล้มตัวลงนอน ใบหน้าเพ้อฝันมาก

“นานๆ ของดีจะผ่านมาซะที ฉันให้ปล่อยให้หลุดมือไปแน่ ยังไงก็ต้องคว้าเอาไว้ให้ได้”

น้องเมีย ตอนที่ 2

ค่ำนั้น...งามเนตรอยู่ในห้องนอน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอหยิบมากดรับสาย เสียงเอกภพดังมาจากปลายสาย

“หลับรึยังครับ”
“เพิ่งเสร็จเรื่อง กำลังจะเข้านอนแล้วค่ะ”
“ฝันดีนะครับ พรุ่งนี้เจอกัน”
งามเนตรนึก
“โอย...เนตรนี่แย่จัง ถ้าคุณไม่เตือนเนตรคงลืมแน่ๆ”
“คบกันมาตั้งนาน คุณยังจะลืมผมได้ลงคออีกเหรอ”
“ไม่ลืมหรอกค่ะ พอดีเนตรมีเรื่องยุ่งๆ นิดหน่อยก็เลยลืมที่เรานัดกันไว้”
“ยุ่งอีกแล้วเหรอครับ”
“คุณก็รู้ว่าเนตรหมายถึงอะไร”
“ผมเข้าใจครับ ขอแค่พรุ่งนี้คุณอย่าลืมนัดของเราก็แล้วกัน พอมีเซอไพรซ์ให้คุณด้วย”
“อะไรกันคะ”
“บอกก็ไม่เซอร์ไพรซ์สิครับ ฝันดีนะครับ”
“เช่นกันค่ะ”
งามเนตรยิ้มอย่างมีความสุข

วันใหม่...แท็กซี่จอดหน้ารั้วบ้านเอกภพ บัวเด็กสาวจากต่างจังหวัด ญาติของชม แม่บ้านของเอกภพ ลงจากรถพร้อมกระเป๋าเดินทาง มือข้างหนึ่งคุยโทรศัพท์อยู่
“ถึงแล้ว ก็อยู่หน้าบ้านนี่ไง ออกมารับเร็วๆ เข้าสิ เหนื่อย”
ชมวิ่งออกมาจากตัวบ้าน
“ใช่จริงๆด้วยเว้ยเฮ้ย...นังบัว...นังบัว”
ชมวิ่งมาเปิดประตูรั้ว
“จะเสียงดังไปทำไม อยากให้คนเขารู้รึไงว่าฉันเป็นพวกบ้านนอกเข้ากรุง”
“แหม...แล้วมันไม่ใช่เหรอยะ ต๊าย...แกโตเป็นสาวมากกว่าที่ฉันคิดนะเนี่ย โตขึ้นมาก โตยังกะควายแน่ะ”
บัวฉุนกึก
“นี่...จะพาเข้าบ้านได้รึยัง”
“อ๋อ เชิญค่ะ คุณหนู เชิญคุณหนูเข้ามาเลยค่ะ เฮะๆๆๆ มาๆๆ”
บัวหิ้วกระเป๋าตามเข้าไป ท่าทางอารมณ์เสียๆ...อีกด้าน เอกภพกำลังจะขึ้นรถ บัวมองไปเห็นเข้า
“นั่นใครน่ะ”
“อ๋อ...คุณเอกภพ ลูกชายคุณนายน่ะ...เอ้ามาทางนี้ เร็วๆเข้า”
ชมนำหน้าไปแล้วแต่บัวยังมองเอกภพ จนเห็นรถออกไป บัวยิ้มแย้มพอใจ
“เฮ่อ...ค่อยน่าอยู่หน่อย”

บัวกับชมนั่งที่พื้นในห้องรับแขกยกมือไหว้ภัสสร มารดาเอกภพ
“นี่น่ะเหรอ หลานสาวที่ว่าจะมาอยู่ด้วย”
“ค่ะคุณผู้หญิง มันชื่อบัว จะมาเรียนเสริมสวย แต่ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน มีแต่ชมคนเดียวนี่แหละค่ะ”
“จะอยู่ก็อยู่ ดูแลให้อยู่ดีๆ ก็แล้วกัน แกก็รู้ฉันไม่ชอบความวุ่นวาย”
“ชมทราบค่ะ ชมจะดูแลมันเองค่ะ แล้วไม่ได้จะให้มันอยู่เฉยๆนะคะ ชมจะให้มันช่วยงานบ้านด้วย มีอะไรจะใช้ก็เรียกใช้มันได้เลยนะคะ”
บัวตาโต เพราะไม่เคยรู้มาก่อน
“เอาเถอะ แกก็ดูไปแล้วกัน จะทำอะไรก็ทำไป อย่าทำให้เสียหายก็พอ”
“ค่า ชมจะดูแลมันเองค่า งั้นชมขอพามันไปที่หาที่นอนก่อนนะคะ ไม่กวนคุณผู้หญิงแล้วค่ะ”
ชมสะกิดให้บัวตามออกไป

ชมนำเข้าในบริเวณห้องพักคนรับใช้ บัวมองๆ อย่างไม่ค่อยชอบใจ
“แกก็นอนกับฉัน ปูผ้านอนที่พื้นนี่แหละ”
“ทำไมมันกระจอกอย่างนี้ล่ะ เจ้าของบ้านเขาออกจะรวยไม่ใช่เหรอ”
“กระจอกตรงไหนวะ นี่น่ะดีแล้ว ห้องใครห้องมัน เป็นสัดเป็นส่วน แต่ที่แกเห็นมัวมั่วๆ เนี่ยเพราะฉันไม่มีเวลาเก็บ ถึงมีก็ไม่เก็บ นอนดีกว่า เอ้าเก็บเสื้อผ้าซะ จะได้ไปทำงาน”
บัวเท้าเอว
“นี่มาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน”
“ทำไม แกมีปัญหาอะไร”
“มีสิ...ทำไมจะไม่มี อยู่ๆ จะมาให้ฉันเป็นคนใช้เนี่ยนะ บ้ารึเปล่า ฉันไม่ได้จะมาเป็นคนใช้ ฉันจะมาเรียนเสริมสวย”
“แล้ง! แล้งที่สุด! แล้งน้ำใจ เขาให้อยู่ฟรี กินฟรี แค่ทำงานตอบแทนเขาบ้างนิดหน่อย จะเป็นไรวะ”
“แต่ฉันไม่อยากเป็นคนใช้ใครนี่”
“ก็แค่ทำโน่นทำนี่นิดๆ หน่อย วันๆ แกก็ต้องออกไปเรียนเสริมสวยอยู่แล้ว จะมีเวลาให้เขาใช้สักเท่าไหร่กัน ฮึ่ย อย่าเรื่องมากน่าทำๆ ไปเถอะ รึว่าแกอยากเสียตังค์ออกไปเช่าห้องอยู่ก็ตามใจ”
ชมสะบัดหน้าจะออกไป
“เออๆๆ เป็นก็เป็น แต่บอกไว้ก่อนนะว่าแค่ชั่วคราว คนอย่างฉันไม่มีวันยอมเป็นคนใช้ใครไปตลอดชาติหรอก”
“เออๆๆๆๆ ชั่วคราวก็ชั่วคราว เก็บข้าวเก็บของซะแล้วออกไปช่วยฉันข้างนอก เร็วๆเข้า”
ชมออกไป…บัวถอนใจ มองไปรอบๆ อย่างเซ็งๆ ก่อนจะนึกถึงเอกภพขึ้นมา
“เอาวะ อย่างน้อยก็มีคนหล่อให้พอมีความหวัง”
บัวคิกคักชอบอกชอบใจ เริ่มรื้อข้าวของออกจากกระเป๋า

เอกภพขับรถไป นึกถึงเรื่องที่เพิ่งคุยกับภัสสรเมื่อเช้าก่อนออกจากบ้าน เมื่อแม่รู้เรื่องที่เขาของามเนตรแต่งงานก็ถามทันที
“แน่ใจแล้วเหรอลูกว่าจะแต่งงานกันจริงๆ”
“ก่อนขอผู้หญิงแต่งงาน ผมก็ต้องแน่ใจแล้วสิครับ”
“แต่ลูกกับเนตรคบกันมาสามปีจนจะแต่งงาน ยังไม่เคยได้เจอหน้าพ่อเขาเลย”
“เนตรเขาไม่อยากให้พ่อคิดมาก คิดว่าจะถูกทิ้งนะครับ”
“แม่ว่าน่าจะทำอะไรให้มันชัดเจน อย่าคลุมเครือ เนตรน่ะเป็นคนดี แม่อยากได้เป็นสะใภ้ แต่เอาให้แน่ใจว่าฝั่งโน้นเขาอยากได้เราเป็นเขยรึเปล่า”
เมื่อนึกถึงคำพูดของแม่แล้ว เอกภพถอนใจเครียดๆ

มะเฟืองไปหาหมอที่คลินิก เธอถามอย่างกังวล
“จะเสียโฉมไหมคะคุณหมอ”
“ไม่หรอกครับ แผลนิดเดียวเอง”
“ไม่เสียโฉมแน่นะคะ ถ้าเป็นแผลเป็น น่าเกลียดตายเลย คุณหมอต้องเย็บแผลให้เนียนๆ เลยนะคะ จะยิงเลเซอร์ จะลบรอยแผลเป็นยังไง คุณหมอทำไปเลยนะ แพงแค่ไหนหนูก็จ่ายได้”
มะเฟืองอมยิ้มชอบใจ


หลังจากทำแผลเสร็จ มะเฟื่องมาที่เคาทน์เตอร์ด้านหน้า พยาบาลอธิบายให้ฟัง
“มียาแก้อักเสบทานด้วยนะคะ แล้วก็ยาทาแผล อีกเจ็ดวันก็มาตัดไหมได้แล้วค่ะ รวมทั้งหมด หกร้อยบาทค่ะ”
“โอเค...รับทราบ แต่ยังไม่จ่ายตอนนี้หรอกนะ ต้องรอคนจ่ายเงินมาถึงก่อน แล้วจะมาจ่ายให้”
มะเฟืองจะออกไป พยาบาลรีบตาม
“เดี๋ยวก่อนค่ะน้อง แล้วพี่จะแน่ใจได้ยังไงว่าจะมีกลับมาจ่ายล่ะคะ”
“ทำไม...ไม่เชื่อน้ำหน้าฉันงั้นเหรอ เงินแค่นี้ ทำเป็นงกไปได้ บอกว่าจ่ายก็จ่ายสิ”
“ถ้าอย่างนั้นพี่ขอบัตรประชาชนไว้ก่อนดีไหมคะ จ่ายแล้วพี่จะคืนให้”
มะเฟืองอารมณ์เสียก่อนหยิบส่งให้
“เอาไปเลย เงินแค่นี้ คิดเหรอว่าจะเบี้ยวให้เสียหน้า เชอะ”
มะเฟืองสะบัดออกไปหน้าร้านจะกดโทรศัพท์มือถือตามเอกภพ...แต่ก็เปลี่ยนใจ
“ซ้อมก่อนดีกว่า” มะเฟืองลองแอคน้ำเสียงแบบหนึ่งดู “ฮัลโหล...คุณเอกภพใช่ไหมคะ โอ๊ย มะเฟืองเจ็บมากเลยค่ะ เจ็บสุดๆ เลยค่ะ…อืม...ดัดจริตไปหน่อย ไม่เอา” หญิงสาวลองอีกแบบ ซื่อๆ “สวัสดีค่ะ ขอโทษนะคะ นี่ใช่เบอร์คุณเอกภพรึเปล่าคะ...โอโอ แบบนี้โอ...”
มะเฟืองกดโทรศัพท์รอฟังเสียงเรียกสายอย่างตื่นเต้น


เลขาเอาเอกสารมาให้เอกภพเซ็นต์ ขณะที่เขานั่งทำงานอยู่ เมื่อเซ็นต์เสร็จจึงส่งคืนให้
“ลูกค้าใหม่กลับมาถึงเมืองไทยแล้วนะคะ”เลขาบอก
“คนที่จะทำเรือนหอใช่ไหม นัดเข้ามาเลย จะได้เริ่มงานกันซะที”
“ค่ะ”
เลขาออกไป เสียงมือถือดัง...เอกภพไม่คุ้นเบอร์แต่ก็กดรับ
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ ขอโทษนะคะ นี่เบอร์คุณเอกภพหรือเปล่าคะ”
“ใช่ครับ ผมเอกภพพูดสายครับ”
“มะเฟืองค่ะ จำมะเฟืองได้รึเปล่าคะ”
“อ๋อ คุณมะเฟือง จำได้แล้วครับ เป็นยังไงบ้างครับ ไปหาหมอรึยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณหมอบอกว่าแผลลึกมาก ก็เลยเจ็บมากนะคะ ตอนนี้เย็บแผลเสร็จแล้วค่ะ แต่ค่าหมอค่ายามันแพงมากเลยค่ะ รู้งี้มะเฟืองไม่มาที่นี่หรอก”
“ไม่เป็นไรครับ ผมรับผิดชอบเอง”
“คุณจะมาจ่ายให้มะเฟืองเลยใช่ไหมคะ เอ่อ คือ...พยาบาลเขาไม่ยอมให้มะเฟืองติดเงินน่ะค่ะ เขาให้มะเฟืองนั่งรอจนกว่าคุณจะมาจ่ายเงิน”
“พอดีผมติดงาน คงยังออกไปไม่ได้นะครับ”
“ว้า...งั้นก็แย่เลย มะเฟืองต้องรีบกลับบ้านไปดูแลพ่อด้วย พ่อมะเฟืองท่านไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ มะเฟืองไม่กล้าทิ้งไว้คนเดียวนานๆ”
“งั้นเอาดีกว่าครับ ผมขอเลขที่บัญชีธนาคารคุณดีกว่า เดี๋ยวผมจะโอนเงินให้เดี๋ยวนี้เลย”
“อุ้ย...จะดีเหรอคะ”
“มันเป็นทางที่เร็วที่สุดนะครับ คุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอผม”
“เอ่อคือ...เอ่อ พูดแล้วก็น่าอาย คนจนๆ อย่างมะเฟือง ไม่มีบัญชีธนาคารหรอกค่ะ เอาเป็นว่ามะเฟืองจะรอจนกว่าคุณจะมาแล้วกันนะคะ โอ๊ย แค่นี้ก่อนนะคะ มะเฟืองปวดแผลมากเลย โอ๊ย มะเฟืองรอนะคะ”
มะเฟืองรีบกดวางสาย
“เรื่องอะไรจะให้โอน ถ้าโอนก็ได้แต่เงิน ไม่ได้เจอตัวน่ะสิ”

มะเฟืองบอกตัวเองอย่างมั่นใจในสิ่งที่คิด

มะเฟืองวิ่งกลับเข้ามาในบ้าน เกือบชนรถเข็นวันชัย

“โอ๊ย อย่ามาออกมาเกะกะสิพ่อ ทำไมไม่อยู่ในห้องเนี่ยออกมาทำไม”
มะเฟืองรีบร้อนไปที่ห้องของตัวเอง เปิดประตูเข้าห้องไป หญิงสาวตรงไปที่ตู้เสื้อผ้า หาเสื้อผ้าใหม่…หยิบมินิเสกิร์ตออกมาทาบดูหน้ากระจก
“ไม่ผ่านๆๆๆๆ ต้องทำตัวให้น่าสงสารเข้าไว้สิ มันถึงจะได้ใจ”
ไม่นานนัก มะเฟืองเปิดประตูห้องออกมาในชุดเสื้อผ้าหน้าผมเรียบร้อยมาก วิภาเห็นเข้าพอดี
“เป็นบ้าอะไรของแกเนี่ย แต่งตัวแบบนี้ จะไปวัดไหนเหรอ”
“ทำไม ไม่สวยเหรอแม่”
“สวยตายล่ะ เฉิ่มจะตายไป ไปเอาเสื้อนังเนตรมาใส่ทำไมเนี่ย เดี๋ยวมันก็ด่าเอาหรอก”
“ก็แค่ยืมแป๊บเดียวล่ะน่า”
“แล้วนี่จะไปไหน”
“ไปจับผู้ชาย”
วิภาหน้าเหวอ
“อะไรนะ! นี่แกพูดอะไรออกมา”
“เอ้า ก็พูดความจริง ฉันจะไปจับผู้ชายจริงๆ ไปก่อนนะแม่ เดี๋ยวไม่ทัน”
มะเฟืองวิ่งออกไป วิภาตะโกนไล่หลัง
“นังลูกบ้า แกจะไปจับผู้ชายที่ไหน มาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน นังมะเฟือง”
วันชัยทนไม่ไหวต้องพูดขึ้น
“สั่งสอนมันบ้างนะลูกน่ะ ปรามมันไว้บ้าง”
วิภาหันมาแว๊ดทันที
“ไม่ต้องมาสั่ง ถ้าอยากจะสอนก็ไปสอนนังเนตรลูกแกสิ สอนให้มันรู้ตัวซะทีว่าทำยังไงถึงหาผัวได้”
วันชัยพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ถอนใจกับพฤติกรรมของสองแม่ลูก


มาวินเจ้านายคนใหม่หล่อเนี๊ยบมากเข้ามาในห้องทำงาน ทุกคนยิ้มแย้มต้อนรับเจ้านายท่าทางตื่นเต้น...นิดากระแทกงามเนตรแล้วกระซิบเบาๆ
“ฉันบอกให้แต่งหน้าทำไมไม่เชื่อ...หล่อขนาดนี้เราต้องสวยสู้”
มาวินแนะนำตัวกับทุกคน
“ผมมาวิน ยินดีที่จะได้ร่วมงานกับพวกคุณครับ”
“นิดาค่ะ ดูเรื่องมาเก็ตติ้ง” นิดาชี้ไปที่คนอื่นๆ “พิมดูแลเรื่องบัญชีแล้วนี่ก็เนตร เลขาของคุณค่ะ”
มาวินสบตากับงามเนตร...รู้สึกถูกชะตา งามเนตรก้มหน้าก้มตา
“รายงานไตรมาสที่ผ่านมาเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ จะดูเลยไหมคะ”
มาวินยิ้มรับ
“โอเค งั้นก็เริ่มงานกันเลยแล้วกันครับ”
คนอื่นๆ ออกไปจากห้อง...งามเนตรส่งแฟ้มให้บนโต๊ะ ไม่ยอมสบตากับมาวิน
“คุณกลัวผมเหรอ”
“เปล่านี่คะ...เนตรทำอะไรผิดเหรอคะ”
“เนตร”
“ขอโทษค่ะ ดิฉันทำอะไรผิดเหรอคะ”
“ไม่ได้ทำอะไรหรอกครับ แต่คุณไม่ยอมสบตา ผมเลยสงสัยว่าผมไปทำอะไรให้คุณกลัวรึเปล่า”
“เปล่าค่ะ คุณไม่ได้ทำอะไร แต่บุคลิกดิฉันมันเป็นแบบนี้เอง ขอโทษด้วยนะคะ”
“เจ้านายคนเก่าคงดุมากสินะ เลขาถึงได้กลัวแบบนี้”
งามเนตรยิ้มๆ แต่ไม่ตอบอะไร
“คุณจะดื่มอะไรไหมคะ”
“ผมขอกาแฟ สองแก้วนะ”
“สองแก้ว”
“แก้วหนึ่งของผม อีกแก้วสำหรับคุณ...” มาวินยิ้มหล่อ เคาะแฟ้มตรงหน้า “เราคงมีเรื่องต้องคุยกันยาว”
งามเนตรเข้าใจแล้ว พยักหน้ายิ้มรับก่อนออกไปเงียบๆ มาวินมองตามไปอย่างสนใจ


เอกภพออกมาจากคลินิก มะเฟืองที่ดักรออยู่รีบออกมา ทำสีหน้าซื่อ ยกมือไหว้
“คุณเอกภพ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยมะเฟือง”
“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดี”
มะเฟืองแสร้งทำเป็นเจ็บ
“โอ๊ย”
“เป็นอะไรครับ”
“มันชอบเจ็บจี๊ดๆ น่ะค่ะ อยู่ๆ ก็เจ็บ”
เอกภพเป็นห่วง
“เข้าไปให้หมอดูอีกทีไหมครับ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ หมอบอกไว้แล้วว่ามันจะเป็นแบบนี้จนกว่าแผลจะหาย มะเฟืองลาล่ะค่ะ เป็นห่วงพ่อ บ้านก็เดินไกลด้วย เดี๋ยวจะมืดซะก่อน ซอยบ้านมะเฟืองมันเปลี่ยวน่ะค่ะ”
เอกภพคิดๆ แล้วพูดขึ้นตามหลังมะเฟืองไป
“ผมไปส่งให้ไหมครับ”
มะเฟืองรีบหันกลับมา
“คุณจะไปส่งมะเฟืองจริงๆ เหรอคะ”


มะเฟืองนั่งรถมากับเอกภพ…หน้าระรื่นสลับปวดแผลเป็นระยะๆ
“ปกติมะเฟืองไม่เคยไปเที่ยวที่อย่างนี้หรอกนะคะ มะเฟืองไม่ใช่คนชอบเที่ยวกลางคืน แต่วันนั้นเพื่อนมันชวนไป มะเฟืองปฏิเสธยังไงมันก็ไม่ฟัง ลากมะเฟืองไปจนได้ ดูสิ มะเฟืองเลยซวยเลย”
เอกภพนั่งฟังเงียบๆ
“แต่จะว่าไป ก็โชคดีด้วยนะคะ โชคดีที่ได้เจอคุณ”
มะเฟืองส่งยิ้มให้อย่างใสซื่อ
“ใช่ ซอยนี้รึเปล่าครับ”
มะเฟืองคิดๆ ก่อนตัดสินใจปฏิเสธ
“ไม่ใช่ค่ะ บ้านมะเฟืองไม่ได้อยู่แถวนี้ เลยไปอีก แถวนี้มันแทบจะสลัมอยู่แล้ว มีแต่พวกกุ๊ยๆ อยู่กันน่ะค่ะ”


ค่ำนั้น เอกภพขับรถมาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่งที่ดูค่อนข้างดีมีฐานะ มะเฟืองรีบบอก
“นี่เลยค่ะ ถึงแล้วค่ะ หลังนี้แหละค่ะบ้านมะเฟือง”
เอกภพจอดรถ
“ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง”
มะเฟืองจะลงจากรถ
“เดี๋ยวครับคุณมะเฟือง”
“คะ”
“ผมขอพบคุณพ่อคุณหน่อยนะครับ จะได้ขอโทษท่านด้วยที่ทำให้คุณต้องบาดเจ็บ”
“โอ๊ะ ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้ๆ”
เอกภพแปลกใจ
“ทำอะไรล่ะครับ”
มะเฟืองอึกอักรีบเฉไฉ
“อ๋อ...คุณพ่อไม่อยู่น่ะค่ะ วันนี้ท่านออกไปกับเพื่อนๆ ป่านนี้ยังไม่กลับมาหรอกค่ะ”
“งั้น เอาไว้วันหลังก็ได้ครับ”
“ค่ะๆ ไว้เจอกันใหม่นะคะ ถ้าคุณไม่รังเกียจ”
“ผมจะรังเกียจคนที่ผมต้องรับผิดชอบได้ยังไงกันล่ะครับ”
“คุณนี่เป็นคนดีมากเลยนะคะ มะเฟืองโชคดีจริงๆ ที่ได้เจอคุณ ไว้เจอกันใหม่นะคะ”
มะเฟืองลงจากรถไป จังหวะก่อนลง เธอแอบทิ้งแหวนไว้ข้างเบาะ เอกภพไม่รู้ขับรถออกไป
“บ้าสิ จะให้ลงมาได้ไง บ้านใครก็ไม่รู้ ไม่ใช่บ้านฉันซะหน่อย ขืนให้รู้บ้านจริงก็เสียคะแนนหมดสิ ซ่อมซ่อยังกับบ้านผีสิง ฮึ่ย”
มะเฟืองกดโทรศัพท์

“อีดาวเหรอ อยู่ไหน มารับหน่อยสิ”

น้องเมีย ตอนที่ 2 (ต่อ)

ชมจัดเตรียมโต๊ะอาหารค่ำ…บัวคอยช่วยท่าทางเก้งก้าง ทำอะไรไม่ค่อยถูก

“ตักข้าวสิ สองจาน เร็วเข้า ไม่ต้องเยอะนะ เอานิดเดียว”
บัวตักข้าวจากโถใส่จาน
“เอ๊ะ บอกว่าไม่ต้องเยอะ เอาออกๆ”
“อ้าว แค่นี้ แล้วจะอิ่มเหรอ”
“คนกรุงเทพเขาไม่กินข้าวเยอะเหมือนคนบ้านนอกอย่างเราๆหรอกมันดูไม่ผู้ดี”
ภัสสรเข้ามา
“ข้าวเย็นพร้อมแล้วค่ะคุณผู้หญิง” ชมหันไปสั่งบัว “เทน้ำให้คุณผู้หญิงสิ”
บัวหยิบเหยือกน้ำขึ้นเทใส่แก้ว
“ข้าวแค่ที่เดียวพอ วันนี้ตาภพเขาไม่กลับมากิน”
บัวชะงักมือ ชมหันมาถาม
“อ้าว...ทำไมล่ะค่ะ”
“เขาก็มีธุระน่ะสิ ธุระสำคัญ”
“ถ้าอย่างนั้นเดียวชมจะเก็บไว้ให้ก็แล้วกันนะคะ”
“ไม่ต้องเก็บ คงกินมาแล้วล่ะ ถึงยังไม่กินก็คงกินอะไรไม่ลงหรอก”
“อ้าว...ทำไมล่ะคะ คุณภพเป็นอะไรเหรอคะ”
“ไม่ได้เป็นอะไรหรอก แค่อิ่มอกอิ่มใจตามประสาคนจะเป็นเจ้าบ่าว”
บัวอึ้งไปทันที ชมตาโต
“เจ้าบ่าว!”
“ใช่...ตาภพเขากำลังจะแต่งงาน”
“แอร๊ย จริงเหรอคะคุณผู้หญิง คุณผู้หญิงจะมีสะใภ้แล้วเหรอคะ โอ๊ย...อีกหน่อยก็มีหลานแล้วสินะคะ ถ้าคุณภพไม่เป็นหมัน เฮะๆๆๆ”
ชมชื่นมื่นกับภัสสรไป บัวหน้าง้ำแอบพึมพำ
“บ้าที่สุดเลย อุตส่าห์เจอของดีแท้ๆ แล้วเชียว ดันจะแต่งงานซะได้ ฮึ่ย!ทำไมซวยอย่างนี้นะ”


บัวทำเป็นช่วยชมเก็บโน่นนี่ในครัวเพื่อหลอกถามเรื่องเอกภพ
“โอ๊ย เขาคบหาดูใจกันมาหลายปีแล้ว แกจะอยากรู้ไปทำไม”
“ก็แค่ถามเฉยๆ...แล้วแฟนเขาเป็นใครอ่ะ สวยไหม”
“ชื่อคุณเนตร สวย เรียบร้อย อ่อนหวาน ผู้หญิงแบบนี้ใครได้เป็นแฟนก็โชคดีทั้งนั้นแหละ”
“เทียบกับฉันแล้ว ใครสวยกว่ากัน”
ชมมองหน้า
“แกเป็นบ้าอะไรเนี่ย ถามอะไรบ้าๆ”
บัวทำเป็นหัวเราะ
“แหม ล้อเล่นน่ะ ใครจะกล้าไปเทียบกับแฟนเจ้านาย”
“เออ รู้อย่างนั้นก็ดีแล้ว เขาเป็นนาย เราเป็นขี้ข้า ต่อให้สวยเป็นดารา มันก็ขี้ข้าอยู่ดี”
บัวฟังแล้วอยากจะตบชม แต่ก็สะกดอารมณ์ไว้

งามเนตรรออยู่ที่ร้านอาหาร สักครู่เอกภพรีบเข้ามาหา
“ขอโทษนะครับที่ผมมาช้า”
“ไม่เป็นไรค่ะ ช้าแป๊บเดียวเอง”
เอกภพลงนั่ง พนักงานเอาเมนูมาให้
“งานคงยุ่งสินะคะ”
“ยุ่งนิดหน่อยน่ะครับ แล้วเนตรล่ะ เป็นไงบ้าง ทำไมดูเหนื่อยๆ”
“ไม่ได้เหนื่อยหรอกค่ะ เนตรก็ปกติดี ตอนนี้พ่อก็แข็งแรงดี เราหัดเดินกันทุกวัน อีกพักคงพอเดินได้ แต่อาจต้องมีไม้เท้าช่วย ส่วนน้องสาวก็…”
เอกภพแทรกขึ้น
“เนตรครับ”
งามเนตรชะงัก
“ผมเข้าใจนะครับว่าคุณห่วงคุณพ่อ แล้วก็ดีใจด้วยที่ท่านจะเดินได้ แต่ผมอยากรู้เรื่องคุณมากกว่า เล่าเรื่องของคุณให้ผมฟังบ้างได้ไหม ผมอยากรู้ว่าคุณเป็นยังไงบ้าง”
“ชีวิตเนตรมันก็เป็นแบบนี้ล่ะค่ะ มีแต่เรื่องพ่อ เรื่องน้อง คุณคงเบื่อฟังแย่เลยสินะคะ”
“ผมไม่ได้เบื่อ แต่เข้าใจว่าคุณเป็นห่วงพวกเขา แต่ผมอยากให้คุณห่วงตัวเองบ้าง คิดถึงตัวเองบ้าง”
งามเนตรเงียบๆ ไป ก้มหน้านิ่ง
“ถ้าคุณต้องดูแลคนอื่นจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง งั้นยกหน้าที่นั้นให้ผมนะครับ”
เอกภพล้วงหยิบกล่องแหวนขึ้นมา...เปิดออก
“แต่งงานกับผมนะ”
งามเนตรอึ้งตะลึงงัน
“ผมอยากดูแลคุณตลอดไป”
“คุณแน่ใจแล้วเหรอคะ”
“ผมแน่ใจมานานแล้ว แต่วันนี้ครบรอบสามปีที่เราคบกันมา ผมเลยถือโอกาสนี้ขอคุณแต่งงาน ให้โอกาสผมได้ดูแลคุณนะครับเนตร”
งามเนตรนิ่งไปครู่หนึ่งครุ่นคิดก่อนพูดขึ้น
“ขอเวลาเนตรก่อนได้ไหมคะ”
“หวังว่านี่คงไม่ใช่คำปฏิเสธนะครับ”
งามเนตรยิ้ม ส่ายหน้า
“แต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ขอเนตรคิดก่อนว่าจะจัดการอะไรยังไงได้บ้าง นะคะ ขอเวลาเนตรก่อนนะคะ”
“โอเคครับ ผมจะรอ”
เอกภพกุมมือเธอไว้
“ผมรอคุณมาตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันแล้ว ทำไมจะรอต่ออีกหน่อยไม่ได้ล่ะครับ”
งามเนตรยิ้มให้ เอกภพยิ้มตอบ

ในอดีต...งามเนตรกำลังจะกด ATM…ดูโน้ตที่ลิสต์มา
“ค่ายาพ่อ ค่าหมอ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าของใช้...เงินเดือนน้อง...”
เนตรกดตัวเลขแล้วรับเงินออกมาเก็บเงินใส่กระเป๋าถือ แล้วเดินออกมาจากตู้ ทันใดนั้นก็โดนคนร้ายกระชากกระเป๋า หญิงสาวตกใจร้องลั่น
“อย่านะ เอาคืนมา...ช่วยด้วย คนกระชากกระเป๋า ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย”
งามเนตรวิ่งตามสุดชีวิต เธอวิ่งไล่ตามคนร้ายที่วิ่งข้ามถนนไป เธอเกือบโดนรถเอกภพชน เขาเบรกเอี๊ยดเธอเสียหลักล้มลงไป
“เป็นยังไงบ้างครับ เจ็บตรงไหนรึเปล่า”
งามเนตรไม่สนใจรีบลุกขึ้นไล่ตามคนร้ายต่อหญิงสาวตะโกนลั่น
“ช่วยด้วยค่ะ...คนร้ายกระชากกระเป๋า”
งามเนตรถอดรองเท้าส้นสูงออกเขวี้ยงทิ้งไปแล้ววิ่งเท้าเปล่าไล่ตาม เอกภพรีบตามไป
“เอาของฉันคืนมานะ เอาคืนมา”
คนร้ายสะดุดคนอื่นล้มลง เนตรวิ่งตามมาทันรีบเข้าไปแย่งกระเป๋า
“เอาคืนมา!”
งามเนตรยื้อแย่งกระเป๋ากับคนร้ายยังไงก็ไม่ยอม
“เอามาเดี๋ยวนี้นะ เอาคืนมา เอาของฉันคืนมา”
คนร้ายผลักงามเนตรแล้วจะวิ่งไปแต่ถูกเอกภพดักหน้าไว้แล้วต่อยจนคว่ำไป กระเป๋ากระเด็นไปทางหนึ่ง คนร้ายเห็นท่าไม่ดีรีบลุกขึ้นแล้วถอยไป...เอกภพเข้าไปเก็บกระเป๋าแล้วเอามาส่งคืนให้หญิงสาว
“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณจริงๆ”
“คุณไม่น่าทำแบบนี้ ไล่ตามคนร้ายมาแบบนี้ ถ้าเกิดมันมีอาวุธ คุณจะเป็นอันตรายนะครับ”
“ยังไงฉันก็ต้องตาม ยังไงก็ต้องเอาคืนมาให้ได้”
“เงินมันไม่สำคัญเท่าชีวิตหรอกน่ะครับ”
“มันอาจจะไม่สำคัญสำหรับชีวิตฉัน แต่มันสำคัญสำหรับพ่อฉัน”
งามเนตรลุกเดินจากไป เอกภพมองตามไปด้วยความรู้สึกผิด รีบเดินตามไป
“ผมขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณโกรธ”
“ฉันจะไปโกรธคนที่ช่วยฉันได้ยังไงกันล่ะคะ”
“ผมเอกภพครับ”
“เนตรค่ะ”
เอกภพมองงามเนตรที่เท้าเปล่าอยู่
“ให้ผมไปส่งนะครับ”

งามเนตรมองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยแน่ใจ...เอกภพยิ้มให้ หญิงสาวตัดสินใจยิ้มตอบ

หนึ่งปีผ่านไป...ภายในร้านอาหารแห่งนั้น งามเนตรรับกล่องของขวัญมาจากเอกภพ

“ของขวัญครบรอบหนึ่งปีที่เรารู้จักกัน เปิดดูสิครับ” เอกภพบอกยิ้มๆ
งามเนตรเปิดกล่องออกดูพบว่าเป็นรองเท้าส้นสูง เธอหัวเราะ
“หวังว่าคุณจะไม่ต้องถอดมันทิ้งอีกนะครับ”
“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณจริงๆ”
เอกภพมองหญิงสาว ด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความรัก



ดึกคืนนั้น...บัวเดินไปเดินมาเตร็ดเต่อยู่แถวหน้ารั้วรอเอกภพ ชมเดินออกมาเพื่อทิ้งขยะ
“เอ้า คิดว่านอนไปแล้วซะอีก มาเดินแหง่วอะไรแถวนี้วะ”
“ก็มารอเปิดประตูให้คุณภพน่ะสิ”
ชมหน้าเหวอแปลกใจ
“ฮะ...มารอเปิดประตูให้คุณภพ”
“อ้าว...ฉันผิดเหรอ ก็น้าเป็นคนบอกเองว่ามีอะไรช่วยได้ก็ให้ช่วยอย่านิ่งดูดาย ฉันก็มารอช่วยอยู่นี่แล้วไง ผิดเหรอ”
“เออๆๆ ไม่ผิดหรอก ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ไปทำอย่างอื่น”
“เอางี้ไหม ต่อไปนี้หน้าที่นี่ยกให้ฉันไปเลย น้าจะได้ไม่ต้องมาแหง่วรอ ถือว่าฉันทนเบื่อรอให้แทนก็แล้วกัน ตกลงไหม”
“ตกลงมากอ้ะ แกรอไปเลยนะ ดึกแค่ไหนก็ต้องรอนะ ขืนให้คุณภพมาเปิดเอง คุณผู้หญิงรู้เข้า เราจะเดือดร้อน”
บัวทำหน้าเหมือนไม่ใส่ใจ
“โอเคๆ เดี๋ยวจัดการให้ น้าจะไปทำอะไรก็ไปเถอะ”
“งั้นฉันไปดูละครก่อนนะ กำลังติดพัน”
ชมรีบเผ่นเข้าบ้านทันที…บัวมองตามไปแล้วยิ้มสมใจ

บรรยากาศในผับ...ฉลามนั่งกินเหล้ากับมะเฟืองที่ท่าทางร้อนใจกระวนกระวาย
“มา ชน”
ฉลามขอชนแก้ว มะเฟืองไม่สน
“ไม่มีอารมณ์”
“ไม่มีอารมณ์เหรอ ได้ เดี๋ยวจัดให้มีเอง”
ฉลามนัวเนีย มะเฟืองผลักออก ชักสีหน้า
“อย่ามายุ่งนะ รำคาญ”
“รำคาญเหรอ อ๋อ...เดี๋ยวนี้มีรำคาญ ทีเมื่อก่อนเห็นชอบ”
“จะกลับรึยังเนี่ย พูดมากอยู่ได้”
“จะรีบกลับไปไหนเล่า ทำไม นั่งกินเหล้าเป็นเพื่อนผัวหน่อยไม่ได้เหรอ”
“หยุดพูดว่าผัวซะทีได้ไหม ฟังแล้วจะอ้วก”
“ไม่อ้วกหรอก รุ่นนี้แล้ว รับรองปลอดภัย ไม่มีท้อง”
“คลื่นไส้! ถ้าอยากกินก็กินไปคนเดียวแล้วกัน ฉันจะกลับแล้ว”
มะเฟืองจะลุกแต่ฉลามดึงไว้
“เอ๊ะ บอกว่ายังไม่ให้กลับ”
“ปล่อยนะ แกจะกินก็กินไปสิ ใครไปห้ามล่ะ”
“แล้วจะไปไหน นัดใครไว้รึไง”
“นัดบ้าอะไรเล่า ฉันจะกลับบ้าน”
ฉลามจ้องหน้าอย่างจับผิด...มะเฟืองร้อนตัวเผลอหลบสายตา
“หลบตา! มีคนอื่นใช่ไหม”
“หยุดพูดอะไรบ้าๆ ซะทีได้ไหม เมาแล้วก็พอได้แล้ว กลับ”
“ไม่กลับ จนกว่าจะยอมสารภาพ บอกมาซะดีๆ มีคนอื่นใช่ไหม”
“ถ้ามีแล้วไง จะทำไม”
“อยากรู้เหรอ อยากรู้ก็ลองมีสิ แล้วก็จะรู้ว่ามันจะเป็นยังไง”
“ไม่ต้องมาขู่หรอก คิดเหรอว่าฉันจะกลัว น่าเบื่อ น่ารำคาญ”
เพื่อนฉลามเข้ามาเป็นกลุ่ม
“อ้าวเฮ้ย...ไอ้ฉลาม เมายังวะ”
“ยังๆ นั่งเลยๆๆๆ”
มะเฟืองฉวยจังหวะคนเยอะชุลมุนนั้นหลบออกมาจนได้

มะเฟืองกระฟัดกระเฟียดกลับเข้ามาในห้อง
“ฮึ่ย น่าเบื่อ น่ารำคาญ โอ๊ย ทำไมชีวิตมันมีแต่เรื่องน่าเบื่อทั้งนั้นหาเรื่องดีๆ ไม่เจอเลย กากจริงๆ เลยชีวิต”
มะเฟืองทิ้งตัวลงนอนบนเตียงก่อนนึกขึ้นได้
“จริงด้วย ลืมไปเลย ชีวิตฉันไม่ได้มีแต่เรื่องกากๆ ซะหน่อย”
มะเฟืองหยิบมือถือมากดโทรออก

เอกภพกำลังเดินมาที่รถ...มือถือดังขึ้น เขากดรับสาย
“ฮัลโหล”
“มะเฟืองเองค่ะคุณเอกภพ”
“อ๋อ ครับ คุณมะเฟือง เป็นยังไงบ้างครับ ยังเจ็บแผลอยู่รึเปล่า”
“เจ็บมากอ่ะค่ะ ทั้งเจ็บทั้งปวด อุ้ย มะเฟืองไม่น่าพูดออกไปเลย มะเฟืองขอโทษนะคะ”
“ขอโทษเรื่องอะไรครับ”
“ก็ขอโทษที่ทำให้คุณเอกภพเป็นห่วงน่ะสิคะ”
“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ถ้าปวดมากก็กลับไปหาหมอนะครับ ให้หมอช่วยดูให้จะดีกว่า”
“แต่ตอนนี้มะเฟืองมีเรื่องรบกวนให้คุณเอกภพช่วยดูให้น่ะสิคะ”
“เรื่องอะไรครับ”
“แหวนของมะเฟืองน่ะค่ะ พ่อให้มะเฟืองมา แต่ตอนนี้มันหายไปแล้วไม่รู้ว่ามะเฟืองทำตกไว้ในรถคุณรึเปล่า ดูให้มะเฟืองหน่อยได้มั๊ยคะ”
“อ๋อ ได้สิครับ รอเดี๋ยวนะครับ”
เอกภพเปิดรถเดินไปดูฝั่งที่นั่งด้านข้างคนขับ เห็นแหวนตกอยู่ที่ซอกข้างเบาะ
“เจอแล้วครับ ตกอยู่ในรถจริงๆ ด้วย”
“โอย โล่งอกไปที มะเฟืองคิดว่าไปทำหายที่อื่นซะอีก แหวนของพ่อด้วยสิ ถ้าพ่อรู้เข้าต้องโกรธมะเฟืองแย่เลย” มะเฟืองยิ้มชอบใจ “มะเฟืองรบกวนอีกอย่างหนึ่งได้มั๊ยคะ”
ฉลามขี่มอเตอร์ไซด์ผ่านมาเห็นมะเฟืองกำลังคุยโทรศัพท์ท่าทางมีความสุขมาก ก็ชะงักมองอย่างไม่พอใจ

วันใหม่...มะเฟืองมายืนรออยู่ริมถนน สักครู่เอกภพขับรถเข้ามาจอด
“มะเฟืองไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าคุณเอกภพจะมาจริงๆ” มะเฟืองตีหน้าซื่อใส
“ผมรับปากแล้วก็ต้องมาสิครับ”
“มะเฟืองเกรงใจมากเลยอ่ะค่ะ มีเรื่องต้องรบกวนคุณตลอดเลยอ่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ นี่ครับแหวนของคุณ”
เอกภพส่งแหวนให้ ฉลามที่ตามมาเห็นจังหวะให้แหวนพอดี
“กูนึกแล้วว่าต้องมีชู้”
มะเฟืองยิ้มหวานเยิ้ม
“ขอบคุณมากเลยนะคะ”
เอกภพยิ้มบางๆ
“ไม่เป็นไรครับ”
ทันใดนั้นเสียงฉลามดังเข้ามา
“เป็นสิวะ ทำไมจะไม่เป็น”
มะเฟืองสะดุ้ง ฉลามเข้าจู่โจมชกทันที เอกภพเสียหลักไป
“ว้าย! หยุดนะ...อย่า!”มะเฟืองตกใจร้องลั่น
“อย่ามาห้าม มึงเองก็ต้องโดนเหมือนกัน เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ”
ฉลามตามไปกระทืบเอกภพซ้ำ มะเฟืองเข้าห้าม
“ไอ้บ้า หยุดนะ ฉันบอกให้หยุด!”
“คิดจะมาแย่งหญิงกูงั้นเหรอ เอาตีนไปก่อนเถอะมึง”
ฉลามกระทืบๆๆ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ บอกว่าให้หยุด”
มะเฟืองเข้ามาขวางไว้
“อ๋อ...เข้าข้างชู้เหรอ”
ฉลามตบมะเฟืองฉาดใหญ่
“ว้ายยย”
มะเฟืองล้มลงไปกับพื้น เอกภพลุกขึ้นมาได้
“อย่าทำร้ายผู้หญิง”
เอกภพเข้าไปจะช่วยมะเฟืองแต่ฉลามเห็นแล้วยิ่งโกรธหนัก
“ห่วงกันนักใช่ไหม”
ฉลามคว้าไม้แถวนั้นขึ้นมาหนึ่งท่อน ตามไปฟาดเอกภพเปรี้ยง! มะเฟืองตกใจมาก
“ว้ายย แกจะบ้าเหรอ ทำอะไรลงไป ถ้าเขาตายขึ้นมาจะทำยังไง”
“ตายก็ช่างหัวมันสิ...” ฉลามคว้าแขน “ไป”
มะเฟืองสะบัด
“ไม่ไป...ปล่อยนะ”
“กูบอกให้ไป!”

ฉลามลากมะเฟืองไปจนได้ ขณะที่เอกภพนอนแน่นิ่งไป

โปรดติดตาม "น้องเมีย" ตอนที่ 3
อุบัติเหตุ ตอนที่ 4
อุบัติเหตุ ตอนที่ 4
เดชชาติกับวิศนีเดินออกมาจากในบ้าน เห็นพวกน้องๆ วุ่นวายวิ่งเล่น บางคนก็นั่งรีดผ้า เดชชาติถามยิ้มๆ “บ้านผมวุ่นวายดีไหมครับ” “คึกคักดีออกค่ะ” “โอ๊ย คึกคักจนปวดหูเลยล่ะครับ ยิ่งสมัยตอนผมยังเรียนหนังสือนะ ไอ้พวกนี้ยังตัวกะเปี๊ยก ร้องกันกระจองอแง ท่องหนังสือไม่รู้เรื่องเลย นึกว่าโตขึ้นมาจะดีขึ้น มันก็ยิ่งอลหม่านเหมือนเดิม แถมยิ่งโตยิ่งทำให้บ้านแคบ” วิศนีหัวเราะ “คุณชาติลองมาอยู่บ้านฉันไหมล่ะ พื้นที่กว้างขวาง บางทีเดินทั่วบ้านก็ไม่เจอมนุษย์ เพราะไม่ค่อยมีคนอยู่” “แหม มันเปรียบเทียบกับไม่ได้หรอกครับคุณ” “ใช่ค่ะ มันเทียบกับไม่ได้เลย” วิศนีมองเข้าไปในบ้านอย่างเอ็นดู “บ้านของคุณคือครอบครัว แต่บ้านของฉันมันคือที่อยู่อาศัยจริงๆ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...