xs
xsm
sm
md
lg

น้องเมีย ตอนที่ 5 - 6

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


น้องเมีย ตอนที่ 5

นิดากรี๊ดลั่นตื่นเต้นมาก เมื่อรู้เรื่องเอกภพจากงามเนตร

“เขาไปสู่ขอเธอกับพ่อแล้วงั้นเหรอ แอร๊ยยย! ไวได้ใจจริงๆ เลยอ้ะคุณภพเนี่ย แล้วพ่อเธอว่าไง โอเคป่ะ”
งามเนตรพยักหน้ารับ
“แอร๊ย! สุดยอดไปเลยอ่ะ อย่างนี้เธอก็เป็นว่าที่เจ้าสาวแล้วสิต้องให้ฉันเป็นเพื่อนเจ้าสาวนะ ไม่งั้นฉันไม่ยอมด้วย นะๆๆ”
มาวินเข้ามา
“คุยอะไรกันอยู่เหรอครับ”
งามเนตรสะดุ้ง
“เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”
งามเนตรรีบถอยออกมา นิดาหันไปบอก
“คือว่า เราคุยเรื่องแต่งงานกันอยู่น่ะค่ะ”
มาวินมองนิดาอย่างแปลกใจ
“คุณจะแต่งงานเหรอครับ”
“โอ๊ย...ก็อยากอยู่อ่ะค่ะ แต่ไม่ใช่ เนตรต่างหากล่ะคะ”
มาวินชะงักอึ้ง
“เนตรเขากำลังจะแต่งงานค่ะ”
“งั้นเหรอครับ”
“ค่ะ คงจะเร็วๆ นี่แหละค่ะ”
มาวินฟังแล้วรู้สึกเศร้าๆ

มะเฟืองกลับเข้าบ้าน พบวันชัยที่นั่งอยู่ มองเธอด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“หายไปไหนมาทั้งคืน”
“แล้วพ่อจะสนใจทำไม หนูไม่ใช่ลูกรักของพ่อซะหน่อยไปสนใจนังเฉิ่มนั่นเถอะ ไม่ต้องมายุ่งกับหนูหรอก”
มะเฟืองเดินหนีไปเจอวิภา
“มาแล้วเหรอนังตัวดี พ่อแกเขาบอกข่าวดีรึยังล่ะ”
“ข่าวดีอะไร”
“เอ้า ก็ที่นังเนตรมันจะแต่งงานกับแฟนมันไง”
มะเฟืองหน้าร้อนวูบด้วยความอิจฉา
“เขาสู่ขอกันเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว พ่อแกก็รีบยกให้มือไม้สั่น นี่คงจะดีใจจนเนื้อเต้นที่นังเนตรมันไม่ต้องขึ้นคาน”
มะเฟืองไม่พูดไม่จา เดินหนีเข้าห้อง
“อ้าว อีนี่...เป็นบ้าอะไรของแกอีกล่ะ”
มะเฟืองเข้ามาในห้อง ปิดประตูโครม ทั้งโกรธทั้งอิจฉา
“แกดีกว่าฉันตรงไหน ทำไมต้องเป็นแกด้วย”

งามเนตรส่งแฟ้มให้มาวินเซนต์ รอรับแล้วจะกลับออกไป
“ยินดีด้วยนะครับ”มาวินพูดขึ้น
งามเนตรชะงัก
“คะ...ยินดีเรื่องอะไรคะ”
“ก็เรื่องที่คุณจะแต่งงานเร็วๆ นี้น่ะสิครับ”
งามเนตรก้มหน้าก้มตา ไม่รู้จะตอบอะไรดี
“เอ่อ...”
“มีอะไรให้ผมช่วยก็บอกนะครับไม่ต้องเกรงใจ”
งามเนตรยิ้มรับในความหวังดี
“ขอบคุณค่ะ”
มาวินมองยิ้มๆ งามเนตรทำตัวไม่ถูก
“เอ่อ...พอดีมีงานค้างอยู่ ขอตัวก่อนนะคะ”
งามเนตรรีบออกจากห้องไป มาวินมองตามไป...งามเนตรออกมาจากห้องเจอนิดาเข้าพอดี นิดาเดินตามงามเนตรด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เนตร...เจ้านาย ถามอะไรเธอมั๊ยอ่ะ”
“อืม...เปล่านี่”
งามเนตรเดินกลับไปที่โต๊ะ นิดาตามไปถามต่อ
“เฮ้ย...ไม่ถามเลยเหรอ”
“จะให้ถามเรื่องอะไรล่ะจ๊ะ ฉันแค่เอาเอกสารให้เจ้านายเซ็นแล้วก็ออกมาเนี่ย”
“อะไรอ่ะ”
นิดาทำหน้างง งามเนตรขำ
“นี่เดี๋ยวก่อน...ตกลงเธอสงสัยเรื่องอะไรกันแน่จ๊ะ”
“ก็...บอสอ่ะเค้าชอบมาถามเรื่องของเธอกับฉัน พอฉันบอกว่าเธอจะแต่งงาน เขารีบถามใหญ่เลยว่าเมื่อไหร่ ยังไง กับใคร แลดูสนใจมากอ้ะ ฉันก็เลยต้องเล่าให้ฟัง...เธอคงไม่โกรธฉันใช่ป่ะ”
นิดายิ้มๆทะเล้นๆ งามเนตรแกล้งทำหน้าขรึมใส่
“โกรธ”
งามเนตรแกล้งโกรธทำไม่สนใจ นิดาหน้าเจื่อนทันที รีบเข้ามาขอโทษเจ๊าะแจ๊ะให้งามเนตรหายโกรธ
“เค๊าขอโทษ...อย่าโกรธเค้าเลยนะ...นะ”
นิดาทำหน้าน่าสงสาร งามเนตรอดขำไม่ได้
“นี่แกล้งฉันเหรอ”
งามเนตรยิ้มขำๆนิดางอนๆ
“คราวหลังถ้าบอสถามเรื่องเธออีก ฉันจะเล่าให้เกลี้ยงเลย คอยดูสิบอสนะบอส ไม่เห็นจะถามเรื่องของฉันบ้างเลยอยากเล่าให้ฟังใจจะขาดอยู่แล้ว ถามอยู่ได้เรื่องเธอเนี่ยอารมณ์เสีย”
“นี่กลับไปโต๊ะเธอได้แล้ว ฉันจะได้ทำงานสักที”
“เช๊อะ...หมั่นไส้...คนกำลังจะแต่งงาน”
นิดาค้อนใส่ งามเนตรแอบขำอาการของเพื่อน


วันชัยนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่เก้าอี้นั่ง วิภาแต่งตัวเสร็จลงมานั่งซักไซ้รสามีเรื่องงามเนตร
“นี่ถามจริง นังเนตรมันจะแต่งงานกับนายคนนั้นจริงๆใช่มั๊ย”
วันชัยพยักหน้า
“เนตรกับคุณภพเค้ารัก”
วิภาขำใส่
“รักกันงั้นเหรอ” วิภาตาวาว “งั้นก็โก่งค่าตัวเรียกสินสอดให้มันแพงๆไปเลย...เรียกไปเลยเงินสดล้านหนึ่ง ทองห้าสิบบาท”
วันชัยไม่พอใจ
“ฉันไม่ได้ขายลูกกิน”
วิภายิ้มมองเหยียดๆยิ้มเยาะ
“เช๊อะ ทำเป็นพูดเข้า...ไม่ได้ขายลูกกิน...ฉันว่าคงจะไม่กล้าไปเรียกสินสอดเขามากกว่าเพราะกลัวว่าเขาจะไม่เอาไปทำเมีย ใช่ไหมล่ะ”
วันชัยโกรธได้แต่อดทนนิ่งฟัง วิภาเยาะเย้ย
“น้ำหน้าอย่างลูกแก...แค่มีคนมาชายตาแลก็บุญเท่าไหร่แล้ว”
วันชัยเหลืออด
“ทำไมเธอถึงจงเกลียดจงชังเนตรมันนัก”
วิภาลอยหน้าตอบ
“ก็มันไม่ใช่ลูกฉัน...แม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงจะมาให้รักกันอี๋อ๋อน่ะมันตอแหลทั้งนั้น ไม่มีคู่ไหนชอบขี้หน้ากันหรอก ไม่มีทาง” วิภาคว้ากระเป๋า “เสียเวลาเล่นไพ่”

วิภาออกจากบ้านไป วันชัยมองตามไปอย่างหน่ายๆ

เอกภพเดินถ่ายรูปตัวบ้านอย่างจริงจัง เขาเดินอยู่ชั้นบนของบ้าน ขณะกำลังถ่ายรูปอยู่ กันตาก็โผล่เข้ามาในเฟรมกล้องพอดี เขาละตาจากวิวกล้องมาที่หญิงสาว

“สวัสดีครับคุณกันตา”
“สวัสดีค่ะ”
“ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่นะครับ”
“พอดีฉันอยู่ใกล้ๆแถวนี้ อินโทรไปบอกว่าคุณจะเข้ามาถ่ายรูปบ้านก็เลยแวะเข้ามาดูเผื่อจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง”
“ขอบคุณมากครับ ผมแค่มีเก็บดีเทลเล็กๆน้อยๆของตัวบ้านน่ะครับจะได้ง่ายขึ้นเวลาเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เข้ากับเหลี่ยมมุมในบ้านน่ะครับ”
กันตาฟังเอกภพด้วยความเชื่อมั่น ทั้งสองเดินดูงานไปรอบๆ
“ชั้นบนมีสามห้องนอน ขอโทษนะครับ ผมต้องขอละลาบละล้วง ไม่ทราบว่าคุณคิดจะมีลูกกี่คนครับ จะได้จัดแบ่งพื้นที่ให้เหมาะสม”
กันตาหัวเราะ
“ยังไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลยค่ะ คู่หมั้นฉันเขาทำงานที่สิงคโปร์บินไปบินมาระหว่างเมืองไทย เราไม่ค่อยมีเวลาคุยกันสักเท่าไหร่”
กันตาดูนิ่งๆไป
“ฉันเลยต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง”
“คุณเก่งจังเลยนะครับ”
กันตายิ้มๆ
“บางทีฉันก็ไม่ต้องการเป็นคนเก่งหรอกนะคะ”
กันตานิ่งๆ เอกภพมอง กันตารีบเปลี่ยนเรื่อง
“จริงสิ คุณเองก็กำลังจะแต่งงานเหมือนกันนี่นา”
เอกภพยิ้มๆ ไม่ต่อความอะไร


ค่ำนั้น งามเนตรช่วยนวดแขนให้วันชัย
“พอลูกแต่งงาน พ่อก็หมดห่วง นอนตายตาหลับแล้ว” วันชัยบอกด้วน้ำเสียงสบายใจ
“พ่อ...อย่าพูดแบบนี้สิจ๊ะ ไม่ดีเลย”
งามเนตรกอดพ่อ
“พ่อต้องอยู่กับเนตรนานๆนะคะ”
“เดี๋ยวเนตรแต่งงานก็ต้องไปอยู่บ้านเขาแล้ว”
“คุณภพบอกเนตรแบบนี้เหมือนกัน แต่เนตรบอกคุณภพไปแล้วว่าพ่อจะไปอยู่กับเนตรด้วย พ่อไปอยู่กับเนตรนะจ๊ะ”
วันชัยอึ้งไป
“อย่าเอาพ่อไปเป็นภาระเลย”
“พ่อไม่ใช่ภาระของเนตรสักหน่อย อย่าพูดอย่างนี้อีกนะจ้ะพ่อ ไม่รู้ล่ะ ถ้าพ่อไม่ไป เนตรก็ไม่ไป พ่ออยู่ที่ไหนเนตรก็จะอยู่ที่นั่น”
“พ่อทำให้ลูกลำบากใจหรือเปล่าเนี่ย”
งามเนตรยิ้ม
“ไม่หรอกค่ะ เนตรเข้าใจพ่อดีค่ะ สำหรับเนตรไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเนตรก็อยู่ได้ทั้งนั้นขอให้มีพ่ออยู่ด้วยแค่นั้นเนตรก็มีความสุขแล้วล่ะค่ะ”
งามเนตรยิ้มให้ วันชัยยังกังวล
“แล้วคุณภพเค้าจะไม่ว่าเอาเหรอลูก”
“ไม่หรอกค่ะคุณภพเค้าเข้าใจเนตร อย่ากังวลไปเลยค่ะพ่อ”
วันชัยค่อยสบายใจขึ้น แต่งามเนตรแอบเป็นกังวล


ในร้านกาแฟ...เอกภพกำลังเปิดภาพในคอมพิวเตอร์ให้กันตาดู
“นี่เป็นภาพตัวอย่างห้องนอน ภาพพวกนี้เป็นภาพที่ผมดีไซน์ไว้สำหรับเรือนไทยโดยเฉพาะ คุณกันตาลองดูเพื่อเป็นไอเดียก่อนนะครับ”
เอกภพอธิบายตามภาพที่เปิด กันตานั่งฟังเอียงดูรูป ทั้งสองดูใกล้ชิดกัน กันตาแอบมองเวลาเอกภาพอธิบาย ชายหนุ่มสะดุดกับสายตาที่จ้องมองของหญิงสาว
“เอ่อ...ผมอธิบายเร็วไปหรือเปล่าครับ”
กันตารู้สึกตัวเขินรีบเปลี่ยนอิริยาบถ
“อ๋อ...ไม่เลยค่ะ อธิบายต่อได้เลยค่ะเชิญค่ะ”
กันตายิ้มเขินๆหลบตา เอกภพยิ้มๆ
“ผมอธิบายจบไปแล้วล่ะครับ”
กันตาตกใจ เก้อๆ
“อ้อ...เหรอคะ”
“งั้นเดี๋ยวเรามาเลือกสิ่งที่คุณชอบกันดีกว่านะครับ ผมจะได้จับทุกอย่างที่คุณเลือกมาแมทกัน แล้วเราจะได้สรุปแบบกันเลย”
กันตารู้สึกกังวลขึ้นมา
“จริงๆแล้ว ฉันก็ไม่ชอบการตัดสินใจโดยลำพังแบบนี้เลย ฉันไม่รู้ว่าเขาจะชอบเหมือนฉันหรือเปล่า”
กันตาแอบเศร้า เอกภพเป็นห่วงความรู้สึก
“อย่างห่วงเลยครับ ผมเชื่อว่าถ้าคุณชอบเขาก็ต้องชอบเหมือนกัน”
กันตาแปลกใจ
“ทำไมคุณคิดแบบนั้นล่ะคะ”
“เพราะผู้ชายได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดมาแล้วนั่นคือคนที่เขาจะแต่งงานด้วย เขาจะไม่มีทางปฏิเสธสิ่งที่คนรักตัดสินใจเด็ดขาด เชื่อผมสิ”
กันตาฟังที่เขาพูดเธอรู้สึกอึ้งกับความคิดของเขา
“คุณก็คิดแบบนี้เหรอคะ”
“ครับ...”
กันตามองดูเอกภพรู้สึกอยากให้เขาเป็นคนรักของตัวเองเหลือเกิน


เอกภพเดินเข้าบ้านมา ภัสสรนั่งอยู่ในห้องรับแขกทักทายลูกชาย
“ไงจ๊ะวันนี้กลับมาซะค่ำเชียว ไปหาหนูเนตรมาเหรอ”
“เปล่าหรอกครับพอดีพาลูกค้าไปดูแบบเรือนหอน่ะครับ กว่าจะสรุปแบบได้เล่นเอาเหนื่อยเลยครับ”
“คนจะสร้างครอบครัวทั้งทีก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นแหล่ะจ้ะ เอ่อ...จริงสิ ว่าแต่ลูกได้คุยกับหนูเนตรเรื่องแต่งแล้วย้ายมาอยู่ที่บ้านเราหรือยังจ๊ะ”
“คุยแล้วครับ แต่เมื่อกี้เนตรโทรมาปรึกษาผมว่า ถ้าแต่งแล้วจะขออยู่ที่บ้านตัวเองก่อนนะครับ”
ภัสสรตกใจ
“อ้าว...!ทำไมล่ะลูก”
“ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน”
“แปลกจริง ทำไมหนูเนตรถึงไม่ยอมย้ายออกมาอยู่ที่นี่ล่ะ เกิดอะไรขึ้น”
“เมื่อกี้ผมขับรถอยู่เลยยังไม่ได้คุยรายละเอียดอะไรกันมากนัก”
ภัสสรคิดๆ
“จะให้ฝ่ายชายแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิง มันดูไม่ดีนะลูก มันดูเหมือนฝ่ายเราไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบชีวิตลูกสาวเขา แม่ไม่ชอบเลย”
เอกภพหนักใจ
“งั้นเดี๋ยวผมจะลองคุยกับเนตรดูอีกทีนะครับ”
“จ้ะ...”
ภัสสรเดินออกไป เอกภพหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทรหางามเนตร แต่เสียงมือถือเข้าดังมาพอดี เอกภพดูเบอร์แล้วรับสาย
“สวัสดีครับคุณมะเฟือง”
มะเฟืองอยู่หน้ากระจกที่แผลมีเลือดไหลออกมา คุยโทรศัพท์กับเอกภพ
“คุณภพเหรอคะ มะเฟืองขอโทษนะคะที่โทรมารบกวน แต่มันจำเป็นจริงๆ ค่ะ”

มะเฟืองถือใบมีดโกนที่มีคราบเลือดติดอยู่

น้องเมีย ตอนที่ 5 (ต่อ)

เอกภพขับรถมาจอดหน้าคลินิก มะเฟืองนั่งรออยู่ในร้านรีบลุกออกมาหา

“เป็นยังไงบ้างครับคุณมะเฟือง”
“ทำแผลเรียบร้อยแล้วค่ะ”
เอกภพเดินไปที่พยาบาลเพื่อจ่ายเงิน
“เท่าไหร่ครับ”
มะเฟืองแอบยิ้มสมใจ เอกภพจ่ายเงินเสร็จจะเดินออกมาเจอหมอที่เดินออกจากห้องตรวจมาพอดี
“แผลดีขึ้นรึยังครับคุณหมอ”
หมอหน้าเครียดๆ หนักใจ
“ตามเวลาแล้วมันก็ควรจะดีขึ้นนะครับ แต่หมอก็ไม่ทราบว่า ทำไมมันถึงกลับแย่ลงไปอีก”
เอกภพชะงัก
“แย่ลงไปอีก”
“ใช่ครับ”
หมอเบาเสียงลง
“คุณเป็นญาติสนิทคนไข้รึเปล่าครับ”
“เอิ่ม…ครับ ใช่ครับ”
“คืออย่างนี้นะครับ หมออยากให้คุณดูแลคนไข้ให้ดีๆ”
เอกภพแปลกใจ
“ทำไมเหรอครับ มีอะไรเหรอครับคุณหมอ”
มะเฟืองรออยู่นานก็บ่นออกมา
“ทำไมนานจัง”
มะเฟืองเดินกลับเข้าไปด้านใน...หมอกำลังคุยกับเอกภพ
“แผลควรจะหายแล้ว แต่ที่ไม่ยอมหายเพราะถูกกรีด ไหมที่เย็บไว้ก็เลยขาด แผลเลยไม่ยอมติดกันนะครับ”
“คุณหมอคิดว่าเป็นการกรีดแผลแน่เหรอครับ”
“ถ้าไม่ได้กรีดก็ต้องเป็นเพราะโดนกระแทกอย่างรุนแรง”
มะเฟืองที่เข้ามาได้ยินหน้าเสียรีบหลบออกไปทันที...มะเฟืองออกมายืนรอคิดว่าจะแก้ตัวยังไงดี
“ซวยล่ะสิ ทำไงดีอ่ะ หมอดันปากหมาซะนี่...โธ่เว้ย!”
เอกภพออกมา…มะเฟืองรีบตีหน้าซื่อ
“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยดูแลช่วยเหลือมะเฟือง นี่ถ้ามะเฟืองรู้ว่าคุณเป็นแฟนพี่เนตร มะเฟืองคงไม่กล้ารบกวน”
“คุณไม่ได้รบกวนอะไรผม แล้วมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเนตรนี่ครับ”
“เกี่ยวสิคะ ทำไมจะไม่เกี่ยว...พี่เนตรคงไม่เคยเล่าเรื่องนั้นให้ คุณฟังใช่ไหมคะ”
“เรื่องนั้น...เรื่องอะไรครับ”


เอกภพกับมะเฟืองมาคุยกันที่ร้านกาแฟ มะเฟืองตีหน้าเศร้าๆเล่าความเท็จ
“พี่เนตรเขาเกลียดมะเฟืองเพราะมะเฟืองเป็นลูกของแม่เลี้ยงเป็นเมียใหม่ของเขา แล้วพ่อก็รักมะเฟืองมาก มะเฟืองก็เลยถูกพี่เนตรเขม่นมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วล่ะค่ะ พอลับหลังพ่อ พี่เนตรเขาก็จะลงไม้ลงมือกับมะเฟือง”
เอกภพชะงัก
“ลงไม้ลงมือ...ถึงขนาดนั้นเชียวเหรอครับ”
“คุณคงไม่เชื่อสินะคะ เพราะต่อหน้าคนอื่นๆ พี่เนตรดูเป็นคนใจเย็นแล้วก็อ่อนหวาน มะเฟืองไม่น่าเล่าเรื่องพวกนี้ให้คุณฟังเลย เหมือนมานั่งด่าพี่สาวตัวเองให้คนอื่นฟัง แต่คุณคงรู้แล้วสินะคะว่า ทำไมแผลมะเฟืองถึงยังไม่หายซะที”
“นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าเป็นฝีมือเนตรงั้นเหรอครับ”
“พี่เนตรเขาคงไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ แต่ว่าวันนั้นมะเฟืองกลับบ้านดึกไปหน่อย พี่เนตรก็เลยยั้งใจไม่อยู่” มะเฟืองลูบแผลเบาๆ “แต่ไม่เป็นไรหรอกนะคะ มะเฟืองทนได้ อีกไม่กี่วันก็คงหาย คุณอย่าบอกพี่เนตรนะคะว่ามะเฟืองบอกอะไรคุณมะเฟืองไม่อยากให้พี่เนตรโกรธอีก มะเฟืองไม่อยากเจ็บมากไปกว่านี้แล้วสัญญากับมะเฟืองนะคะว่าคุณจะไม่พูดเรื่องนี้ สัญญาสิคะ”
“ครับ...ผมสัญญา”
มะเฟืองแอบโล่งใจ


เช้าวันใหม่...วิภากำลังแอบเปิดหยิบเงินของวันชัยที่อยู่ในกล่องใส่เงิน วิภาเห็นว่ามีอยู่หลายร้อยจึงแอบหยิบมาบางส่วน
“ขอไปต่อทุนหน่อยละกันน๊ะ”
วิภาเก็บเงินยัดใส่กระเป๋าหันมาเจอเข้ากับวันชัย เธอรีบทำหน้ากลบเกลื่อน
“มาก็ดีแล้ว เดี๋ยวฉันจะไปข้างนอกนะ”
“เงินที่เอาไปน่ะเนตรให้ไว้จ่ายค่าน้ำ”
วิภาชะงักหันมาทำหน้าวีนใส่
“แล้วไง ก็ให้นังลูกสาวแกไปจ่ายวันหลังก็ได้นี่ หรือไม่ก็ปล่อยให้มันตัดน้ำตัดไฟไปเลยจะได้ไม่ต้องอยู่”
วันชัยมองวิภาไม่พอใจ ได้แต่อดกลั้น วิภาจิกกัดต่อจ้องหน้าใกล้ๆ
“ไหนๆก็จะมีผัวแล้วนี่ ก็ย้ายไปอยู่บ้านผัวให้ผัวหาเลี้ยงสิ แล้วแกก็ไปอยู่กับนังลูกสาวแกโน่น บ้านนี้จะได้ขายๆไปซะ”
วันชัยโกรธมาก
“ฉันไม่ขายแล้วก็ไม่ย้ายไปไหนด้วย”
วิภามองงงๆ แปลกใจ
“แกหมายความว่าไง”
“ถึงเนตรจะแต่งงานแต่เนตรก็จะอยู่กับฉันที่นี่”
วิภาอึ้งตกใจ
“เอ้า...แล้วผัวเขาล่ะ”
วันชัยตัดบทด้วยเพราะความรำคาญ
“ทุกคนจะอยู่ที่บ้านหลังนี้”
วิภาอึ้งเมื่อได้ยิน


วิภาเข้ามาที่ห้องมะเฟือง เห็นลูกสาวยังหลับอยู่ก็เข้าไปปลุก
“นังมะเฟืองตื่นสิ...ตื่น”
วิภาเขย่าจนมะเฟืองลุกงัวเงียลืมตามา
“โอ้ย...อะไรกันน่ะแม่...เรียกแต่เช้าเลยอ่ะ”
“เกิดเรื่องแล้ว มัวแต่นอนอยู่นั่นแหละ”
“ทำไม มีอะไรอีกล่ะแม่ หวยกินหรือไพ่กวาดไปอีกล่ะทีนี้”
“อย่าเพิ่งมาทำปากดี คนยิ่งอารมณ์เสียอยู่”
“มีเรื่องอะไรอีกล่ะแม่”
“ก็ว่าที่ผัวนังเนตรน่ะสิ”
“คุณเอกภพน่ะเหรอ ทำไม คุณเอกภพเขาทำไม”
“มันจะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่หลังแต่งงาน”
มะเฟืองตาโต
“จริงเหรอแม่”
“ก็เออน่ะสิ”
มะเฟืองดีใจมาก ในขณะที่แม่กลุ้ม
“ไอ้เราก็กำลังปั่นหัวให้มันขายบ้านทิ้ง ดันมีมารมาขวางซะได้ ขืนแต่งเข้าแบบนี้ แปลว่ามันไม่คิดขายแน่ ฮึ่ย...มารจริงๆ เลย”
“ไม่ใช่มารหรอกแม่ แบบนี้เขาเรียกว่าโชคมากกว่า โชคเข้าข้างฉันซะด้วย” มะเฟืองยิ้มอย่างยินดี ตั้งใจจะจับเอกภพมาเป็นของตัวเองให้ได้


ชมตกใจกับสิ่งที่ภัสสรบอก
“ฮะ...จะแต่งเลยเหรอคะคุณผู้หญิง”
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันไปดูฤกษ์มาแล้ว ฤกษ์ดีที่สุดก็อาทิตย์หน้านี่แหละ หลังจากนั้นชงหมด แต่งไปก็ไม่รอด ต้องหย่าต้องเลิก”
“แล้วคุณผู้หญิงจะเตรียมงานทันเหรอคะ”
“ต้องทันสิ ยังไงก็ต้องทำให้ตามฤกษ์”
บัวแอบฟังอยู่มุมหนึ่งหน้าตาเจ็บใจมาก เสียงรถเข้ามาบัวรีบออกไปทันที


เอกภพขับรถกลับเข้ามาถึง บัวรีบวิ่งออกมารับ ดึงคอเสื้อให้ต่ำลงมาเยอะๆ
“ทำไมวันนี้กลับช้านักล่ะคะ”
“พอดีมีธุระน่ะ…คุณแม่อยู่ไหม”
“อยู่ค่ะ”
เอกภพจะเข้าบ้าน บัวพูดขึ้น
“เอ่อ คุณภพคะ”
“มีอะไรเหรอ”
“คุณภพแต่งงานแล้วจะย้ายออกไปจริงๆ เหรอคะ”
“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น”
“พาบัวไปด้วยนะคะ”
“จะไปทำไม”
“ก็ตามไปรับใช้คุณภพน่ะสิคะ”
“ไม่ต้องหรอก อยู่ที่นี่ช่วยดูแลคุณแม่ให้ฉันก็พอ”
“แต่คุณภพจะลำบากนะคะ บ้านคุณเนตรมีคนใช้รึเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าเกิดไม่มี คุณภพต้องลำบากแน่ๆ เลย นะคะ ให้บัวตามไปรับใช้นะคะ บัวเป็นห่วง ไม่อยากให้คุณภพลำบาก”
“ขอบใจนะที่เป็นห่วง แต่ฉันคงให้ไปไม่ได้หรอก บ้านคนอื่นเขา ฉันไม่มีสิทธิ์พาใครเข้าออกตามใจชอบหรอก”
เอกภพเข้าบ้านไป บัวฟึดฟัดขัดใจตามหลังไป

“ฮึ่ย! แล้วจะทำไงล่ะเนี่ย”

มะเฟืองในชุดนักศึกษาเดินลงมาชั้นล่าง แล้วแบมือขอวันชัยทันที

“พ่อ ขอตังค์หน่อยสิ จะไปเรียน วันนี้มีสอบ”
“ก็เงินที่พี่เขาให้ ใช้หมดแล้วเหรอ”
“โอ๊ย เงินแค่นั้นมันจะไปพออะไรเล่า”
“ก็ถ้าใช้ให้มันประหยัดๆ มันก็คงจะพอ”
“หยุดเลยพ่อ มัวแต่ฟังพ่อด่า ฉันไปไม่ทันสอบพอดี ไหนล่ะเงิน”
วันชัยส่งแบงค์ร้อยให้
“มีแต่ค่ายาที่เนตรมันวางไว้ให้”
“เอามายืมก่อน เดี๋ยวจะใช้คืนให้ แล้วไม่ต้องไปฟ้องพี่เนตรเขาอีกล่ะ รักลูกให้มันเท่าๆ กันหน่อย อย่าลำเอียง”
มะเฟืองปึงปังออกไป แต่พอจะออกจากบ้าน เจอวิภาที่กลับเข้ามาพอดี
“อ๊าย! ตาฝาด ฉันตาฝาดไปใช่ไหมเนี่ย”
“อะไรอีกล่ะแม่”
“ก็แกน่ะสิ ฉันลืมไปแล้วนะเนี่ยว่าแกยังเรียนหนังสืออยู่ วันๆ เห็นตะลอนไปตะลอนมา คิดว่าโดนไล่ออกไปแล้วซะอีก”
“ฉันเรียนภาคค่ำนะแม่ กลางวันฉันก็ว่าง ไม่เห็นแปลกเลย”
“โอ๊ย แล้วแกไปเรียนเทอมล่ะกี่ค่ำล่ะยะ สองค่ำหรือว่าสามค่ำ”
มะเฟืองเบื่อๆ
“พอเถอะแม่ ไม่ต้องมาสั่งสอนฉันเรื่องเรียนหรอก แม่เองก็ไม่เคยสนใจอยู่แล้วนี่ว่าฉันจะเรียนหรือไม่เรียน วันๆ อยู่แต่ในบ่อน เชอะ”
มะเฟืองสะบัดหน้าใส่ออกไป วิภาโกรธ
“หนอยๆ มาทำปากดี ถ้าฉันไม่เข้าบ่อน แล้วจะเอาเงินที่ไหนกิน หัดสำนึกบุญคุณซะบ้างนะนังมะเฟือง นังตัวดี”


มะเฟืองเดินหน้าบึ้งมา เจอเข้ากับนำโชค
“มะเฟือง ไปเรียนเหรอ”
“แต่งตัวแบบนี้จะให้ไปวัดรึไง ถามอะไรโง่ๆ”
มะเฟืองคิดๆ แล้วทำเป็นยิ้ม
“นี่...ไปส่งหน่อยสิ เดี๋ยวไปไม่ทันน่ะ”
“อ๋อ...ได้สิ เดี๋ยวเราไปส่งเอง...ไป”
นำโชคเดินนำไปที่รถซาเล้งเก่าๆ ที่จอดอยู่ มะเฟืองชะงัก
“อะไรน่ะ อย่าบอกนะว่าจะขับซาเล้งไปส่งฉัน”
“รังเกียจเหรอ...คือว่าเฮียเขาไม่ให้เราขับแท็กซี่แล้ว ตอนนี้เราเลยมาขับซาเล้งรับจ้างขนของแทน ขึ้นรถสิ เดี๋ยวเราไปส่ง”
“ย่ะ! ไปคนเดียวเถอะ ฉันไม่ไปด้วยหรอก ทุเรศที่สุดเลย”
มะเฟืองเดินหนีไปทันที นำโชคอึ้ง
“มะเฟือง”
มะเฟืองตวาด
“ไม่ต้องมายุ่ง กระจอก น่ารำคาญ”
นำโชคมองตามไป ถอนใจด้วยความกลุ้มที่ถูกรังเกียจ

งามเนตรดูเวลาเห็นว่าทุ่มกว่าแล้ว ร้อนใจนั่งไม่ติดลุกขึ้นเดินไปเดินมามองๆที่ห้องมาวินทมี่เขายังนั่งประชุมอยู่ นิดาสะพายกระเป๋าเข้ามาหา
“ยังประชุมกันไม่เสร็จอีกเหรอเนตร”
“ยังไม่มีวี่แววเลย สงสัยจะยาวแน่ๆ”
“บอกบอสว่าขอกลับก่อนได้ไหมล่ะ เธอมีภาระนะ ต้องรีบกลับไปดูพ่อไม่ใช่เหรอ”
“ฉันไม่อยากเอาเรื่องงานมาปนกับเรื่องส่วนตัวน่ะ เขาเป็นเจ้านายใหม่ ยังไม่คุ้นเคยกัน ฉันไม่กล้าขอหรอก”
“แล้วเอาไงล่ะ รอต่อไปเรื่อยๆ อย่างนี้เหรอ”
“ก็ทำไงได้ล่ะ”
“ฉันก็รอเป็นเพื่อนเธอไม่ได้แล้วด้วยสิ นัดทำฟันไว้อ่ะ”
“ไม่เป็นไร เธอกลับไปเถอะ ฉันอยู่รอเองได้ ยังไงฉันก็ต้องอยู่ เจ้านายยังไม่กลับ เลขาจะกลับได้ยังไงกัน”
“งั้นฉันไปก่อนนะ”
งามเนตรพยักหน้ารับยิ้มๆ…นิดาออกไป งามเนตรดูเวลาอีกทีแล้วถอนใจ


โทรศัพท์บ้านดัง วันชัยมารับสาย
"ฮัลโหล เนตรเหรอ”
“พ่อจ๊ะ เนตรยังไม่เสร็จงานเลย วันนี้ต้องกลับช้าแน่ๆ มีใครอยู่บ้านบ้างจ้ะพ่อ”
“มะเฟืองออกไปเรียนหนังสือ ส่วนแม่เขาก็คงกลับไปบ่อนแล้ว”
“งั้นพ่อก็อยู่คนเดียวน่ะสิจ้ะ”
“ไม่ต้องห่วงพ่อหรอกเนตร กับข้าวกับปลาพ่อหากินเองได้ ของเมื่อเช้าก็ยังเหลือ ทำงานไปเถอะลูก ไม่ต้องเป็นห่วงพ่อ”
“แต่พ่ออย่าลืมกินยาด้วยนะจ้ะ เนตรจะรีบกลับไปให้เร็วที่สุดนะจ้ะ”
ห้องมาวินเปิดออก คนอื่นๆ ทยอยกันออกมา
“แค่นี้ก่อนนะจ้ะพ่อ เดี๋ยวเนตรคงได้กลับล่ะจ้ะ”
งามเนตรวางสาย เห็นคนอื่นๆ ออกไปหมดแล้ว แต่ไฟในห้องมาวินยังเปิดอยู่ หญิงสาวรีบเข้าไปพร้อมสมุดโน๊ต สีหน้าจรดจ่อรอจดงาน
“คุณมาวินต้องการให้ทำอะไรต่ออีกไหมคะ”
“ยังก่อน ตอนนี้ผมหิว”
“งั้นเดี๋ยวดิฉันโทรสั่งให้ คุณอยากทานอะไรคะ”
“ไปทานที่ร้านดีกว่า จะได้คุยเรื่องงานกันด้วย”
งามเนตรชะงัก
“เอ่อ...”
“เชิญครับ”
งามเนตรทำหน้าไม่ถูก มาวินเดินนำออกไป
“งาน…”
งามเนตรได้ยินคำว่างานก็เลี่ยงไม่ออกตามไป


ในร้านอาหาร…มาวินทานข้าวอยู่ที่โต๊ะ งามเนตรหลบมาคุยโทรศัพท์ที่มุมหนึ่ง
“เนตรขอโทษจริงๆค่ะพ่อ เนตรไม่กล้าขัดเจ้านาย”
“ไม่ต้องห่วงพ่อ พ่อดูแลตัวเองได้ ทำงานไปเถอะลูก”
“แต่ยังไงเนตรจะรีบกลับนะจ้ะ แค่นี้ก่อนนะจ้ะพ่อ”
งามเนตรวางสายแล้วกลับมาที่โต๊ะอาหาร
“จะให้ผมทานคนเดียวจริงๆเหรอ”
“ดิฉันไม่หิวค่ะ เชิญคุณทานเถอะค่ะ ทานเสร็จจะได้คุยเรื่องงานกันต่อ”
“แฟนคุณคงไม่ว่านะครับ ที่ผมพาคุณออกมาทานข้าวด้วย”
“เรามาเพื่อคุยเรื่องงานกันไม่ใช่เหรอคะ”
“มันก็แค่ข้ออ้างน่ะครับ”
“ข้ออ้าง”
“ถ้าผมไม่เอาเรื่องงานมาอ้าง คุณจะยอมมาเหรอ”
“คุณไม่น่าทำแบบนี้…”
งามเนตรคว้ากระเป๋าแล้วลุกขึ้น มาวินรีบลุกขึ้นมาแล้วตามไปดักหน้าไว้ งามเนตรต่อว่าทันที
“ชีวิตฉันมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆอย่างที่คุณคิด อย่ามาล้อเล่นกับชีวิตฉัน!”
งามเนตรวิ่งออกจากร้านไป
“เนตร เดี๋ยวสิครับ เนตร”
มาวินรีบหันกลับมาวางเงินไว้บนโต๊ะ แล้วบอกพนักงานที่ทำหน้าตื่นๆ
“ไม่ต้องทอน”
มาวินรีบออกจากร้านไป...เขารีบออกมามองหาเห็นงามเนตรเดินไปทางหนึ่ง เขารีบวิ่งตามไป
“เนตร คุณเนตร ฟังผมก่อน”
งามเนตรไม่ยอมหยุด ก้มหน้าก้มตาเดินหนี จะเรียกแท็กซี่...มาวินวิ่งเข้ามาคว้าไว้
“เดี๋ยวสิครับ”
งามเนตรหลบตา ไม่ยอมมองหน้า
“ผมขอโทษ”
งามเนตรไม่พูดอะไร ไม่ยอมมองหน้า
“อย่างน้อยให้โอกาสผมได้ไปส่งคุณนะครับ ถือเป็นการขอโทษจากผมนะครับ”
มาวินบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างรู้สึกผิด

ภัสสรแต่งตัวสวยเดินออกมาที่รถกับเอกภพ
“แม่ก็ไม่ได้อยากไปหรอก แต่เพื่อนเขาโทรตามไม่เลิก เลยต้องไปตัดรำคาญ”
“ไปเถอะครับคุณแม่ ไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ จะได้ไม่เบื่อ”
“เสร็จแล้วค่ะคุณหญิงขา”
ชมวิ่งออกมา แต่งตัวดีเป็นพิเศษ
“เอาเร็วเข้าสิยะ รอหล่อนอยู่คนเดียวนี่แหละ”
ภัสสรส่งกระเป๋าให้ลาล่ารับไปถือ
“แม่ไปก่อนนะ อาจจะกลับดึกหน่อย”
“โอ๊ย ดึกแน่นอนค่ะ คนแก่ลองได้รวมกลุ่ม รับรองเปรี้ยวจนดึกแหละค่ะ ไม่ลมใส่ไม่มีกลับหรอกค่ะ ไม่งั้นจะเอาชมไปเก็บศพทำไม จริงไหมคะคุณหญิง”
“ปากดีนัก เดี๋ยวเถอะ”
ภัสสรขึ้นรถ ชมตามไป...รถแล่นออกไป บัวแอบมองอยู่มุมหนึ่งหน้าตามีแผนร้าย
“คุณเอกอยู่บ้านคนเดียว แล้วจะรออะไรอยู่อีกล่ะ”



งามเนตรนั่งรถมากับมาวิน นั่งหน้านิ่งมาก
“ยังไม่หายโกรธผมอีกเหรอครับ”
“เราอย่าพูดเรื่องนี้กันอีกเลยดีกว่าค่ะ ดิฉันเป็นเลขาคุณ มีหน้าที่ทำงานตามคำสั่งของคุณ ขอให้มันเป็นเรื่องแค่นั้นเถอะค่ะ”
“น่าอิจฉาคนรักของคุณนะครับ คนสมัยนี้จิตใจไม่ค่อยมั่นคงว่อกแว่กง่าย ไม่เหมือนคุณ”
“จอดตรงนี้แหละค่ะ ถึงแล้ว”
มาวินจอดรถหน้าบ้าน
“ขอบคุณมากนะคะ”
งามเนตรลงจากรถ…มาวินลงตามมา
“ยกโทษให้ผมได้รึยังครับ”
มะเฟืองเดินมาเห็นเข้าพอดี
“คุณเอกมางั้นเหรอ”
มะเฟืองรีบเข้าซุ่มแอบดู เห็นมาวิน
“ไมใช่คุณเอกภพนี่ ใครกันน่ะ”
มาวินเดินไปดักหน้างามเนตร
“ยกโทษให้ผมก่อน แล้วผมถึงจะกลับ”
งามเนตรถอนใจ
“ตกลงค่ะ ฉันยกโทษให้คุณ ขอบคุณนะคะที่มาส่ง งามเนตรเข้าบ้านไป มาวินกลับมาที่รถแล้วขับออกไป มะเฟืองออกมาจากที่ซุ่ม มองมือถือในมือที่ถ่ายรูปคู่มาวินกับงามเนตรไว้
“ถ้าคุณเอกภพเห็นรูปนี้ จะว่ายังไงบ้างนะ”

มะเฟืองยิ้มร้าย

น้องเมีย ตอนที่ 6

ค่ำนั้น...เอกภพอาบน้ำเสร็จ สวมกางเกงนอนออกมาจากห้องน้ำ เช็ดผมที่สระแล้ว ก่อนจะได้ยินเสียงเพล้งเหมือนของตกแตกชุดใหญ่

ครู่หนึ่งเอกภพสวมเสื้อเรียบร้อยแล้ววิ่งลงบันไดมา ได้ยินเสียงบัวร้องโอดโอยมาจากส่วนแพนทรีที่ลับตา เขารีบวิ่งเข้าไปดูเห็นบัวกองอยู่ที่พื้น รอบๆ ตัวมีข้าวของตกแตก
“โอย”
“บัว...เกิดอะไรขึ้น”
“คุณภพ”
“เป็นอะไรรึเปล่า”
บัวแกล้งทำหน้ามึน
“บัวขอโทษค่ะ บัวหน้ามืด”
บัวพยายามจะยันตัวลุกขึ้นแต่แล้วก็แกล้งทำเหมือนจะหมดสติ เอกภพตกใจ
“บัว...บัว”
เอกภพเข้ามาดูใกล้ๆ
“บัว...เป็นอะไรมากรึเปล่า...บัว”
“คุณภพ...ยา...ยาบัวอยู่ในห้อง คุณภพช่วยพาบัวไปที่ห้องหน่อยได้ไหมคะ”
เอกภพคิดๆ บัวยิ่งแกล้งทำเหมือนจะตาย


เอกภพประคองบัวมาที่เตียงในห้องนอนของเธอ
“เก็บยาไว้ตรงไหน เดี๋ยวฉันจะหยิบให้”
บัวแกล้งชี้ไปที่หน้ากระจก เอกภพรีบไปหายา ลับหลังของเขา บัวยิ้มสมใจ แอบปลดกระดุมเสื้อออกให้แลดูเซ็กซี่แล้วรีบปั้นหน้าป่วย เอกภพเจอซองยา
“ใช่อันนี้ไหม”
บัวทำไม่มีแรงจะพูด
“ค่ะ...”
เอกภพเอายามาให้ บัวแกล้งไม่มีแรงยันตัวลุก เขาเข้ามาช่วยประคอง เธอแกล้งโถมน้ำหนักใส่
“เป็นหนักขนาดนี้ ผมว่าไปหาหมอดีกว่านะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ กินยาแล้วเดี๋ยวก็ดีขึ้น บัวเป็นแบบนี้ประจำแหละค่ะ”
บัวแกล้งหน้ามืดซบอกของเขาแบบแนบชิด เธอขยับตัวไปมาเสื้อหลุดลงมาเผยให้เห็นช่วงไหล่ เอกภพเป็นห่วงก้มดูแต่ไม่กล้ามองลงมามาก
“งั้นเดี๋ยวบัวนอนพักผ่อนก่อนแล้วกันนะ”
เอกภพประคองจับหญิงสาวลงนอนที่เตียง เธออิดออด เอกภพรีบบอกเพื่อเลี่ยงออกนอกห้อง
“ถ้ารู้สึกไม่ดีขึ้นก็เรียกผมแล้วกันนะ”
ชายหนุ่มออกไป บัวลุกขึ้นนั่ง ถอนหายใจด้วยความเซ็ง
“ฮึ่ย! โดนซุกโดนไซ้ขนาดนี้แล้วยังเฉยอยู่ได้ ผู้ชายแน่รึเปล่าเนี่ย”


มะเฟืองตวาดใส่งามเนตร ที่บ่นเรื่องเงิน
“หยุดบ่นซะทีได้ไหม เงินแค่ไม่กี่บาทกี่ร้อย ทำเป็นงกไปได้”
“แต่นั่นมันเงินค่ายาของพ่อนะมะเฟือง ถ้าเป็นเงินส่วนอื่นพี่จะไม่ว่าเลย”
“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าแค่ขอยืม” มะเฟืองหันไปหาวันชัย “พ่อนี่ก็พูดไม่รู้เรื่อง บอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ต้องบอก บอกแล้วก็มีปัญหาแบบนี้ เห็นรึยัง”
งามเนตรชักโมโห
“อย่าไปว่าพ่อนะมะเฟือง”
มะเฟืองไม่พอใจ
“โอ๊ย เบื่อ! อะไรก็ไม่ได้ โน่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ใครก็ผิดไปหมดแหละ นอกจากแก”
งามเนตรอึ้งไป
“มะเฟือง”
“อ้อ...ลืมไป แกเองก็ไม่ถูกไปซะทุกอย่างหรอก แกทำผิด แล้วก็ผิดมากซะด้วย”
งามเนตรไม่เข้าใจ
“พูดเรื่องอะไรน่ะ”
“เดี๋ยวก็รู้”
มะเฟืองยิ้มร้ายก่อนผละจากไป
“มะเฟือง”
งามเนตรงงๆ ว่ามะเฟืองพูดถึงเรื่องอะไร


เสียงข้อความจากมือถือดังเอกภพดูจากเบอร์
“มะเฟือง…ส่งอะไรมา”
เอกภพเปิดดูพบว่าเป็นรูปของเนตรกับมาวินในลักษณะใกล้ชิดมาก เขานิ่งอึ้งไป ทางด้านมะเฟืองยิ้มสะใจ
“ไม่มีเรื่องให้มันรู้ไปสิ”


มะเฟืองชนแก้วดื่มฉลองกับดาว อยู่ในผับ
“ชนๆๆ ดื่มให้กับความทุเรศของพี่สาวฉันเว้ย ดื่มๆ”
ดาวกับมะเฟืองดื่มกัน
“แล้วคุณเอกภพเขาติดต่อกลับมารึยัง”
“ยังเลย”
“อ้าว...แล้วเขาไม่อยากรู้เหรอว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร หรือว่าเขาเชื่อใจไว้ใจพี่สาวแกมาก”
“โอ๊ย พอซะทีได้ไหม หมดสนุกกันพอดี”
“อ้าว...ก็มันน่าสงสัยนี่ เป็นฉันนะได้รูปแบบนี้ ฉันอาละวาดแน่”
“นั่นมันแก แล้วแกมันก็โง่”
“อ้าวอีนี่ มาด่ากันเองซะงั้น”
“คุณเอกภพเขาต้องสงสัยอยู่แล้ว แต่เขาเป็นสุภาพบุรุษ ไม่กากอย่างไอ้ฉลามนี่ จะได้โวยวายอาละวาด คอยดูเถอะ ยังไง นังเฉิ่มพี่สาวฉันมันก็ไม่รอดหรอก”
ขณะเดียวกันนั้น มีวัยรุ่นผู้ชายกลุ่มหนึ่งเดินเข้าร้านมา ดาวรีบสะกิด
“แกๆ อะไร โน่นๆ”
มะเฟืองหันไปมอง…เห็นหนุ่มๆ ก็มองมาเหมือนกัน ดาวยิ้ม
“เช็คเรตติ้งกันป่ะ”
“ได้เลย”
ดาวกับมะเฟืองลุกขึ้นเต้น ท่าทางเซกซี่ดุเดือด เรียกความสนใจจากวัยรุ่นชายได้ทั้งกลุ่ม มะเฟืองยิ่งถูกมองยิ่งจัดหนัก ขณะเดียวกัน เอกภพพยายามโทรหามะเฟือง...เสียงเพลงดังมากมือถือมะเฟืองมีไฟวาบๆ เตือนสายเข้าแต่ไม่ได้ยินเสียง…มะเฟืองยังคงเต้นอยู่ หนุ่มๆ สนใจมะเฟืองกับดาวมาก ชายหนุ่มคนหนึ่งหันไปถามเด็กเสิร์ฟ
“น้อง สาวๆสองคนนั่นเขาดื่มอะไร”
“โห...ดื่มเบียร์ครับพี่ ดื่มแก้วเมาขวด”
“เอาเบียร์ไปให้น้องเขาหน่อย บอกว่าจากพี่”
“จัดให้ครับ” เด็กเสิร์ฟออกไป
ดาวหันมาคุยกับมะเฟือง
“เรตติ้งแรงอ้ะแก”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
เด็กเสิร์ฟเอาเบียร์สองขวดเล็กมาเสิร์ฟ

“ของรางวัลจากคุณผู้ชายโต๊ะโน่นนะครับ”

ดาวรับขวดเบียร์มาแล้วหันไปส่งสายตากับชายหนุ่ม…มะเฟืองดึงขวดเบียร์ออกจากมือดาววางกลับลงบนถาดของเด็กเสิร์ฟ

“เอาไปคืน พวกเราไม่เอา”
ดาวอึ้งงง
“เอ้า...ทำไมอ้ะ”
“เอาไปเลยพี่”
มะเฟืองรีบไล่เด็กเสิร์ฟไป…ดาวทำหน้ามึนๆงงๆ
“แกจะบ้าเหรอ คืนทำไม ของฟรีนะเว้ย”
“นังโง่ แค่นั้นมันไม่พอหรอก เล่นตัวไว้หน่อย ฉันจะทำให้มันเปิดเหล้าเลี้ยงให้ดู”
ดาวยิ้มกว้าง
“โห แรงอ้ะ...เล่นแรงอ้ะ”
มะเฟืองเพิ่มดีดรีความเซ็กซี่เข้าไปอีก…กลุ่มชายหนุ่มฮือฮามากขึ้น ที่ทางเข้าฉลามกับพวกมาถึง…เพื่อนฉลามไปมองที่มะเฟือง
“ไอ้ฉลาม เด็กมึงอ่ะ...โน่น”
เพื่อนสะกิดให้ฉลามหันไปดูมะเฟือง…ฉลามเห็นเข้าก็เลือดขึ้นหน้า
“อีมะเฟือง”
ฉลามจะเข้าไปจะตบแต่แล้วก็นึกบางอย่างออก…ชะงักไป เพื่อนงงๆ
“อ้าว มึงจะปล่อยมันไปอย่างนี้เหรอ”
“ใครบอกว่ากูปล่อย…ในเมื่อมันอยากเต้น กูจะให้มันเต้นทั้งคืน”
ฉลามยิ้มชั่วก่อนเข้าไปหยุดตรงหน้ามะเฟือง
“มะเฟือง!”
ดาวตกใจสำลักเหล้า
“มะเฟือง แย่แล้ว”
ดาวถูกฉลามผลักออกไป เผชิญหน้ากับมะเฟือง
“มึงชอบเต้นใช่ไหม เอาเลย เต้นไปเลย กูจะดู”
มะเฟืองทำตัวไม่ถูก
“อะไรของแกน่ะ”
“มึงไม่ต้องพูด เต้นไป”
มะเฟืองกับดาวมองหน้ากันงงๆ
“กูบอกให้เต้นไง เต้นไปสิ!”
ดาวชักหวั่นๆ
“มะเฟือง สงสัยมันจะเมายา เต้นไปเหอะ ดีกว่าถูกซ้อมนะแก”
มะเฟืองจำต้องเต้นต่อแต่ลดดีกรีความร้อนแรงลงมา
“ใครให้มึงเต้นที่พื้น ขึ้นมานี่”
ฉลามตบโต๊ะ
“มาเต้นบนนี้ จะได้เห็นชัดๆ”
มะเฟืองชะงัก
“จะบ้าเหรอ”
ฉลามส่งสายตากร้าวข่มขู่
“กูบอกให้ขึ้นมา”
“ไปเหอะ มันกำลังบ้า อย่าไปขัดมัน”
ดาวผลักมะเฟืองให้ขึ้นไปบนโต๊ะ
“มึงเต้นไปเลยนะ ถ้ากูไม่ได้สั่งให้หยุด ห้ามหยุด เต้นไป”
มะเฟืองเต้นไปหวั่นใจไป…ดาวคว้ากระเป๋า
“เอ่อ...แก เต้นไปนะ อย่าไปขัดมัน ฉันไปก่อนล่ะ”
มะเฟืองหน้าตื่น
“อีดาว...อย่าทิ้งกันสิ”
“เดี๋ยวโทรหา”
ดาววิ่งหนีออกไป มะเฟืองแค้นๆ
“อีเพื่อนชั่ว”
ฉลามยกขวดเบียร์ขึ้นชูให้มะเฟือง
“อย่าหยุดนะมึง”


ดาววิ่งออกมาหน้าตาตื่น เกือบโดนซาเล้งของนำโชคชน
“ว้าย!”
“อ้าว...ดาว เกิดอะไรขึ้น ทำไมวิ่งเลิ่กลั่กออกมาอย่างนี้ล่ะ”
“ไอ้โชค...แก...แก...แกต้องไปช่วยมะเฟืองนะ”
“ทำไม...มะเฟืองเป็นอะไร”
“มันอยู่กับไอ้ฉลาม แกต้องไปช่วยมันออกมานะ ฉันไปก่อนล่ะ อย่าลืมไปช่วยมันนะ มันกำลังซวย”
ดาววิ่งหนีไป
“เดี๋ยวก่อนสิดาว เกิดอะไรขึ้น...ดาว”
ดาวไม่หันกลับมาวิ่งหายไปเลย นำโชคมองไปที่ผับสลับกับมองของบนซาเล้ง
“เอาไงดีวะ งานก็ยังไม่เสร็จด้วยสิ” ขณะเดียวกันนั้นมือถือนำโชคดังขึ้น เขากดรับสาย
“อาโชค ลื้ออยู่ไหวนวะ ทำไมยังไม่ถึง”
“ครับๆ เฮีย จะถึงแล้วครับ”
นำโชควางโทรศัพท์ มองเข้าไปในผับด้วยความเป็นห่วงมะเฟือง
“รอก่อนนะมะเฟือง”
นำโชคขับซาเล้งออกไป


เอกภพโทรหางามเนตร รอฟังโทรศัพท์...วันชัยนอนอยู่บนเตียง งามเนตรกำลังนวดขาให้พ่อ
“ไม่ต้องห่วงนะจ้ะพ่อ อีกไม่นานพ่อต้องกลับมาเดินได้อีกครั้งแน่ๆ”
“ถ้าได้อย่างนั้นก็ดี พ่อจะได้เลิกเป็นภาระให้กับเนตรเสียที”
“พ่อ...เนตรบอกไงจ้ะว่าอย่าพูดแบบนี้ พ่อไม่ใช้ภาระของเนตรนะจ้ะ ถ้าพ่อไม่เลิกพูด เนตรโกรธจริงๆ ด้วย”
วันชัยหัวเราะเบาๆ
“คนอย่างเนตรจะโกรธใครเป็น”
“พ่อน่ะ”
งามเนตรยิ้มให้พ่อบรรยากาศสบายๆ โทรศัพท์ของเธอที่วางไว้ในห้องนอนสั่น แต่เธอไม่ได้ยิน


เอกภพกดโทรศัพท์วางสาย
“ทำไมไม่รับสาย…เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่านะ”
เอกภพเป็นห่วงและกังวล เขาตัดสินใจจะไปหางามเนตร แต่พอกำลังจะออกจากห้อง เสียงดังโครมครามมาจากด้านล่าง เอกภพตกใจออกจากห้องไป...ชายหนุ่มลงไปด้านล่างมองหาที่มาของเสียงเห็นประตูห้องน้ำขยับอยู่ก็เดินเข้าไปใกล้
“บัว...บัว คุณหรือเปล่า”
ไม่มีเสียงตอบ เอกภพแปลกใจค่อยๆมองไปภายในห้องน้ำเห็นบัวนอนอยู่ที่พื้นก็ตกใจ

“บัว...”

น้องเมีย ตอนที่ 6 (ต่อ)

เอกภพเปิดประตูเข้าไปมองบัวที่ใส่กระโจมอกอยู่หมดสติอยู่ที่พื้นห้องน้ำ เขารีบเข้าไปช่วยเหลือ

“บัว...เป็นไงบ้าง...บัว”
เอกภพประคองด้วยความเป็นห่วงเอามือแตะที่หน้าเบาๆเพื่อปลุกให้เธอรู้สึกตัว บัวสลึมสลือลืมตาช้าๆไม่มีแรงจับมือเขาไว้
“บัวเป็นอะไรไปคะ”
“เธอล้มในห้องน้ำน่ะ เจ็บตรงไหนไหม”
บัวทำท่าปวดหัวเอามือจับที่หัวแอบสยายผมในท่าเซ็กซี่
“บัวไม่มีแรงเลยค่ะ”
เอกภพประคองลุกขึ้น บัวพิงที่อกเขาเพื่อพยุงตัวแอบยิ้มสะใจที่เป็นไปตามแผน
“บัวไม่น่ามาห้องน้ำคนเดียวนะ ทำไมไม่เรียกผม”
“คือ...บัวเกรงใจคุณ”
“ผมว่าไปโรงพยาบาลเถอะ เมื่อกี๊บัวล้มลงไปด้วยไม่รู้กระทบกระเทือนส่วนไหนบ้างหรือเปล่า”
บัวทำหน้ามืด
“โอ๊ะ…”
หญิงสาวแกล้งเซ…ชายหนุ่มรีบคว้าตัวไว้ เธอแกล้งทรุดลงที่พื้น เขารีบคว้าตัวไว้ในอ้อมอก บัวเบียดตัวเข้ากับอกเขาสุดฤทธิ์
“บัว...ไหวไหม ไปนอนพักที่ห้องก่อนดีกว่านะ”
“บัวหนาวจังเลยค่ะ...ไม่มีแรง”
บัวแกล้งหนาวจะเป็นจะตาย…เอกภพตัดสินใจมาอุ้มเธอไป


เอกภพอุ้มบัวมาวางลงบนเตียง
“หนาว...หนาวจังเลยค่ะคุณภพ”
เอกภพห่มผ้าให้
“ชุดที่คุณบัวใส่มันชื้นน่ะ ผมว่าบัวเปลี่ยนชุดอื่นที่แห้งก่อนดีกว่านะ”
บัวค่อยๆพูด
“ค่ะ”
บัวทำท่าจะลุกแบบยากเย็น เอกภพสงสาร
“ไม่ต้องลุกหรอก ชุดอยู่ที่ไหนเดียวผมหยิบให้เอง”
“อยู่ที่เก้าอี้นั่นค่ะ”
เอกภพหันมองที่เก้าอี้เห็นมีชุดนอนวางอยู่
“ได้ครับ”
เขาลุกไปหยิบเสื้อ…บัวหน้าตาเจ้าเล่ห์ร้าย เอกภพหันหลังให้อยู่
“ถ้าไปหาหมอไม่ไหว โทรตามคุณหมอมาที่นี่ก็ได้นะครับ ท่านเป็นคุณหมอประจำของคุณแม่”
เอกภพส่งเสื้อให้ บัวยันตัวลุกขึ้นมาเอื้อมมือรับเสื้อที่เขาส่งให้ เธอจับมือเขามองตาแบบซึ้งๆ เอกภพนิ่งอึ้งบัวได้ทีรีบก้มลงกราบแทบอกของเขา
“ขอบคุณนะคะคุณภพที่เป็นห่วงบัว”
บัวแอบซบ ชายหนุ่มอึ้งทำตัวไม่ถูก บัวเงยหน้าขึ้นมองกำลังจะยื่นหน้าเข้าหาเขา เสียงรถกลับเข้ามาเอกภพได้ทีรีบเลี่ยงออกจากสถานการณ์
“คุณแม่คงกลับมาแล้ว”
เอกภพรีบจะออกไป
“ผมจะไปตามชมมาช่วยดูนะครับ”
เอกภพออกไป บัวเจ็บใจ
“ฮึ่ย! จะรีบกลับมาทำไมวะ เกือบจะได้อยู่แล้วเชียว พลาดจนได้”
บัวหยิบเสื้อมาสวมอารมณ์เสีย


เอกภพออกมา ชมกำลังช่วยประครองภัสสรลงจากรถ
“มากันพอดีเลย” เอกภพเข้าไปประครองแม่ “ผมเองครับ ชมรีบไปดูบัวเถอะ บัวไม่สบายมาก”
ชมตกใจ
“มันเป็นอะไรคะ”
“ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ท่าทางจะเป็นหนัก รีบเข้าไปดูเถอะ”
“ค่ะๆๆ”
ชมวิ่งเข้าบ้านไป...เอกภพประครองแม่เข้าบ้าน
“เดี๋ยวผมมานะครับคุณแม่”
“จะไปไหน”
“ไปหาเนตรน่ะครับ”
“แต่นี่มันดึกแล้วนะลูก”
“ทราบครับ แต่ผมอยากคุยกับเนตรวันนี้น่ะครับ ถ้าปล่อยไปพรุ่งนี้ก็อาจจะไม่อยากคุยแล้วก็ได้ ผมไปนะครับ”
เอกภพรีบออกไป…ภัสสรมองตามไปงงๆ
“เจ้าลูกคนนี้นี่ จะแต่งงานอยู่แล้วยังจะทำตัวเป็นวัยรุ่นอยู่อีก”

ชมเปิดประตูพรวดเข้ามา
“นังบัว เป็นอะไรไป”
บัวนั่งอยู่หน้ากระจก กำลังแต่งผมแต่งหน้า
“อ้าว…ยังไงเนี่ย ไหนคุณภพบอกว่าแกไม่สบายมาก ให้ฉันรีบขึ้นมาดู” ชมเข้ามาดูใกล้ๆ “แกก็ดูไม่เห็นเหมือนคนป่วยเลยนี่ ตกลงมันยังไงกันแน่ฮะ”
“โวยวายไปได้ ก็ป่วยแล้ว หายแล้วไง”
“ฮะ...ป่วยแล้วหายแล้ว ป่วยอะไรของแกวะ”
“ไม่ต้องมาสนใจฉันหรอกน่า ไปรับใช้เจ้านายน้าเถอะ”
ชมมองบัวอย่างไม่ไว้ใจ แล้วคิดบางอย่างออก
“นี่ๆ นังบัว พอไม่มีใครอยู่บ้าน แกก็ป่วย พอมีคนกลับมา แกก็หาย อย่าบอกนะว่าแกแกล้งป่วย”
“ฉันจะแกล้งป่วยไปทำไม”
“อ้าว...ไม่เห็นยาก ก็ทำมารยาอ้อนคุณเอกไง”
บัวชะงักอึ้ง
“ใช่ไหม...ตกลงแกแกล้งป่วยใช่ไหม สารภาพมาซะดีๆ”
“ถ้าฉันแกล้งแล้วน้าจะทำไม”
“ฉันจะทำไม ฉันก็จะตบกบาลแกให้ตื่นยังไงล่ะ คุณเอกภพเธอเป็นคนดี แล้วก็เจ้านาย อย่าคิดเล่นของสูงตกลงมาแล้วมันจะเจ็บ เข้าใจไหม อย่าหาเรื่องเดือดร้อน”
ชมออกไปด้วยความโกรธ…บัวเบ้หน้าไม่สำนึก
“จะสูงแค่ไหนกัน ผู้ชาย ยังไงก็เหมือนกันหมดล่ะน่า”

งามเนตรกำลังล็อคประตูรั้ว เอกภพจอดรถ
“คุณภพ”
เอกภพลงจากรถมา มองหน้างามเนตร
“เนตร…ผมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันนะครับ”

เอกภพกับงามเนตรนั่งคุยกันที่มุมนั่งเล่นนอกตัวบ้าน หญิงสาวส่งมือถือคืนให้เขาใบหน้ายิ้มๆ

“เขาคือคุณมาวิน เจ้านายของเนตรเองค่ะ”
“เจ้านาย...แล้วทำไมเขาถึงมาที่นี่ได้ล่ะครับ”
“คือว่าวันนี้เรามีประชุมเลิกดึก เขาเลยขอมาส่งน่ะค่ะ”
งามเนตรตอบคำถามด้วยรอยยิ้ม จนเอกภพรู้สึกตัวเองว่าคิดมากไปเองแต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามเพื่อความแน่ใจ
“แล้วคุณก็ยอมให้เขามาส่งงั้นเหรอครับ”
“มันจำเป็นน่ะค่ะ”
เอกภพท่าทางอยากรู้
“จำเป็น...จำเป็นต้องให้ผู้ชายมาส่งบ้าน แถมยังเป็นเจ้านายอีก นี่มันหมายความว่ายังไงครับ”
“เล่าไปก็จะเรื่องยาวเปล่าๆ ไร้สาระอีกต่างหาก อย่าสนใจเลยค่ะ มันไม่ได้สำคัญอะไรเลย เชื่อเนตรนะคะ ไม่มีอะไรจริงๆ และไม่มีวันจะมีด้วย”
งามเนตรพูดด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ จับมือเขามากุม
“เนตรรักคุณนะคะ รักคุณคนเดียว”
เอกภพรู้สึกดีขึ้น กุมมือเธอตอบกลับเมื่อได้ฟังเหตุผลของคนรัก
“ผมขอโทษนะ เราสองคนต้องอยู่บนความซื่อสัตย์และไว้ใจ ผมไม่น่าระแวงอะไรโง่ๆ แบบนี้เลย ยกโทษให้ผมนะ นะครับ”
“เนตรไม่โกรธคุณหรอกค่ะ”
เอกภพดึงตัวงามเนตรเข้ามากอดเบาๆ


มะเฟืองเต้นจนเหนื่อย
“โอ๊ย ไม่ไหวแล้ว”
มะเฟืองหยุดเต้น จะลงจากโต๊ะ ฉลามขวางไว้
“ใครสั่งให้หยุด”
“ฉันเหนื่อย จะเป็นลมอยู่แล้ว”
“เหนื่อย จะเป็นลม เฮอะ...ทีลับหลังฉัน ไม่เห็นแกจะเหนื่อย เต้นต่อไป ห้ามหยุด”
“หยุดบ้าซะทีได้ไหม ฉันจะกลับบ้าน”
“ไม่ให้กลับ”
ฉลามกระชากตัวมะเฟืองไว้อย่างแรง
“โอ๊ย...ฉันเจ็บนะ ปล่อย”
“กลับไปเต้นต่อ อยากเต้นนักไม่ใช่เหรอ ไปสิ เต้นให้ตายไปเลย ไป๊”
ฉลามลากมะเฟืองกลับขึ้นโต๊ะ มะเฟืองขัดขืนไม่ยอม
“ปล่อยฉันนะ ไอ้บ้า บอกให้ปล่อย”
มะเฟืองสะบัดตัวออกอย่างแรง
“หือเหรอ เดี๋ยวนี้หือเหรอ”
ฉลามตบมะเฟืองอย่างแรงจนล้มลงไป
“ลับหลังกู มึงทำได้ ต่อหน้ากู ดันมาบอกว่าเหนื่อยแรดนักใช่ไหม ดูจะให้มึงแรดทั้งคืน ลุกขึ้นมา!”
ฉลามกระชากแขนมะเฟืองขึ้นมา
“ปล่อยนะ ปล่อยฉัน ฉันเจ็บนะ บอกว่าให้ปล่อย”
มะเฟืองดิ้นรนขัดขืน…
“กูไม่ปล่อย!”
ฉลามเงื้อมมือขึ้นจะตบอีกครั้ง มือของนำโชคเข้ามาขวางมือของฉลามไว้ได้ทัน
“อย่ายุ่งกับมะเฟือง”
นำโชคต่อยฉลามจนเสียหลักชนโต๊ะล้มระเนระนาด เพื่อนฉลามตกใจ
“เฮ้ย...ไอ้ฉลาม”
จังหวะชุลมุนนั้นนำโชคดึงแขนมะเฟือง
“มะเฟือง ไปเร็ว”
นำโชคพามะเฟืองวิ่งหนีออกไป เพื่อนฉลามตะโกนลั่น
“เฮ้ย...มันหนีไปแล้ว”
ฉลามออกคำสั่ง
“ตามมันไปสิโว้ย”


พวกแก็งค์ฉลามวิ่งกรูกันออกมา…มองไม่เห็นนำโชคกับมะเฟืองแล้ว
“แยกกันตามเว้ย มันยังไปไม่ไกลหรอก”
แก็งค์แว้นแยกกันไปคนละทาง…นำโชคกับมะเฟืองซ่อนตัวอยู่ในซอกตึก นำโชครีบดึงตัวเธอไป
“ทางนี้ เร็วเข้า”
นำโชคพามะเฟืองวิ่งหนีไปอีกทาง


นำโชคพามะเฟืองวิ่งมาในซอยเปลี่ยวหันไปมองด้านหลัง
“ปลอดภัยแล้ว พวกมันคงไม่ตามมาแล้วล่ะ”
มะเฟืองสะบัดมือออก หอบด้วยความเหนื่อย
“ปล่อย!”
นำโชคเห็นว่ามุมปากมะเฟืองแตก เพราะถูกฉลามตบ
“เจ็บมากไหมมะเฟือง”
นำโชคจะเข้ามาดู มะเฟืองผลักออกไปทันที
“ไม่ต้องมายุ่ง”
นำโชคอึ้ง
“มะเฟือง…”
“แกทำบ้าอะไรของแกลงไป แกรู้ไหมว่าฉันจะซวยแค่ไหน”
“เราช่วยมะเฟืองนะ”
“ช่วยงั้นเหรอ...ช่วยให้ฉันตายน่ะสิ โผล่เข้ามาแบบนี้ ไอ้ฉลามมันจะคิดยังไง มันต้องคิดว่าฉันนอกใจมันแน่แล้วคราวนี้ ฉันก็ต้องถูกเล่นงานอีก นี่น่ะเหรอช่วยของแก”
“ก็อย่าไปเจอมันอีกสิ เลิกกับมันไปสิมะเฟือง”
“เลิก...เลิกกับไอ้ฉลามเนี่ยนะ ไม่มีผู้หญิงคนไหนเลิกกับมันได้หรอกนอกจากมันจะเบื่อแล้วก็เฉดหัวส่ง”
“ถ้ามันชั่วขนาดนั้น จะไปทนรอให้มันเฉดหัวทำไม เราไม่เข้าใจ”
“แกไม่เข้าใจเพราะแกมันโง่ไง”
“ถึงเราจะโง่ แต่เราก็ไม่มีวันทำร้ายมะเฟืองเหมือนที่ไอ้ฉลามมันทำเลิกกับมันซะ แล้วเราจะดูแลมะเฟืองเอง เรารักมะเฟืองนะ”
“รักงั้นเหรอ”
“ใช่...เรารักมะเฟือง”
มะเฟืองเข้ามาใกล้ๆ มองหน้านำโชค ก่อนตบหน้าฉาดใหญ่
“เก็บความรักกระจอกๆ ของแกไว้เถอะ ไม่ต้องเอามาให้ฉัน ฉันไม่อยากได้ แค่นี่ฉันก็ซวยมากพอแล้ว อย่าสะเออะมายุ่งกับฉันอีก”
มะเฟืองด่าเสร็จ เดินหนีไป นำโชคเจ็บปวดใจ
“มะเฟือง…”
“ไม่ต้องตามมานะ คนอย่างฉัน ไม่มีวันมองคนอย่างแกหรอก” มะเฟืองมองหน้านำโชค “ถุย!”

นำโชคเจ็บช้ำใจอย่างหนัก

โปรดติดตาม "น้องเมีย" ตอนที่ 7 พรุ่งนี้ 9.00 น.
น้องเมีย ตอนที่ 1 - 2
น้องเมีย ตอนที่ 1 - 2
กลางดึก บนถนนสายเปลี่ยวเส้นหนึ่ง…เหล่าเด็กแว้นกำลังเตรียมแข่งรถกัน เบิ้ลเครื่องเสียงดังท่อไอเสียควันโขมง…วัยรุ่นอยู่กันเป็นแก๊งๆ เขม่น ข่มกันไปมา บรรยากาศเถื่อนๆ ระทึกใจ ฉลามนักเลงเจ้าถิ่นสะบัดผมหล่อ สวมแว่นตาเท่ห์หันไปถามคู่แข่ง “เดิมพัน” “ห้าพัน” “ต่ำกว่าหมื่น กูไม่แข่งโว้ย เสียเวลา” คู่แข่งนิ่งคิด… “ถ้าใจไม่ถึง อย่ามาเล่นกับกู” ฉลามทำท่าจะเลิก…คู่แข่งเสียหน้ารีบพูดขึ้น “ได้...หมื่นหนึ่งก็ได้ แต่แค่เงินไม่พอนะ” “แล้วมึงจะเอาอะไร” “แฟนมึง ต้องไปกับกูคืนหนึ่ง” ฉลามสบตาคู่แข่ง ยิ้มเยาะ “ใฝ่สูงนะมึง” คู่แข่งยิ้มท้า “กล้าเปล่าล่ะ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...