xs
xsm
sm
md
lg

มนต์รักตลาดสด ตอนที่ 1-2

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มนต์รักตลาดสด ตอนที่ 1

ตลาดสดยามเช้าวันนั้นบรรยากาศคึกคักแสนวุ่นวาย คนเข็นผัก ส่งของ คนซื้อ คนขาย เดินกันให้ว่อนไปหมด บริเวณด้านหน้าตลาดเป็นวินมอเตอไซค์ อยู่หน้าร้านกาแฟของลั้นลา กะเทยถึกปากร้ายแต่นิสัยดีเลิศ

ระหว่างนั้นคนขับมอเตอร์ไซค์วินยุ่งผลัดคิวกันเข้า ออก ต๋อยหนึ่งในวินมอเตอร์ไซค์ ทำหน้าทะเล้นหันมาสั่งเสียหญิงสาวที่รอคิวรถอยู่
“พี่ไปแค่ปากซอย แป๊บเดียวก็มา รอนะจ๊ะ”
หญิงสาวงงๆ ไม่โต้ตอบ
“สัญญาสิจ๊ะว่าจะรอ”
เป้ง หัวหน้าวินมอเตอร์ไซค์ ขี่รถกลับเขาวินมาเห็นเข้า
“ไอ้ต๋อย ยังไม่ออกอีก มัวทำอะไรอยู่วะ”
“ใจเย็นๆ สิครับพี่เป้ง ทำการค้ามันก็ต้องมีจุดขายบ้าง”
เป้งเข้ามาฟาดป้าบ
“มึงจะเอาจุดขายหรือจุดตาย เดี๋ยวกูจัดให้”
“โห พี่เป้ง พี่ไม่มีหัวการตลาดอ้ะ”
“กูไม่มีหัวการตลาด แต่มึงกำลังจะมีหัวฟาดตลาด จะไปไม่ไป”
“ไป! ฮึ่ยย!”
ต๋อยออกรถไปบ่นด่าเป้งอุบอิบๆ เป้งเก๊กทันที
“ให้มันรู้ซะบ้างว่าแถวนี้ใครแน่ ใครหล่อ ใครคุม ใครใหญ่”
ทันใดนั้นรถเข็นคันหนึ่ง ใส่ของมาจนสูงมิดตัวคนเข็นก็พุ่งเข้าเสยเป้งเต็มๆ
“เฮ้ย!”เป้งกระเด็นไป
ดวง หนุ่มผู้ถูกเอาตัวมาทิ้งไว้ที่ตลาดสดสร้อยเพชรตั้งแต่แบเบาะ โตขึ้นมาแบบขาดๆ เกินๆ ด้วยฝีมือพ่อค้าแม่ค้า มีหน้าที่ดูแลรับใช้ไปทั่วตลาด เป็นคนซื่อมาก จิตใจดี เป็นขวัญใจสาวๆและกะเทย ชะโงกหน้าข้ามของบนรถเข็นมามอง
“ขอโทษครับพี่ ผมไม่ได้คุม แต่ผมใหญ่ครับ เฮะๆๆ” ดวงชี้ของบนรถ “ของมันใหญ่”
ขาดคำดวงก็เข็นรถเข้าตลาดไปด้วยลีลาเทพๆ

ด้านในตลาด...เสียงดวงดังลั่นไปตามทางเดินในตลาด
“ขอทางหน่อยครับ ขอทางหน่อย หลบด้วยครับ”
ดวงเข็นรถเข็นของฉวัดเฉวียนมาตามทางที่เต็มไปด้วยผู้คน ลีลาการหักหลบ ออกตัว ถอยหลัง ซ้ายขวา ชำนาญมาก ดวงโซว์ลีลาตวัดจอดอย่างสวยงาม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอย่างเท่ห์ๆ เก๋ๆ ทันใดนั้นเสียงตะโกนด่าของอาซ้งก็ดังมา
“ไอ้ดวง ไอ้ดวงซวย มึงจะเท่ห์อีกนานไหม ไข่กูจะเน่าอยู่แล้ว”
ดวงสะดุ้ง ยิ้มแหะๆ
“แหม ก็นิดหนึ่งน่ะครับ”
ดวงยกแผงไข่ออกจากรถเข็นไปส่งที่แผง เจ๊แต๋วที่ขายผักอยู่ข้างๆหันไปถามอาซ้ง
“ไข่ลื้อทำไมมันเน่าง่ายนักล่ะเฮียซ้ง หรือว่าลื้อไม่สบาย”
อาซ้งสะดุ้ง
“ฮึ่ย! อั๊วหมายถึงไข่นี่ นี่ นี่” อาซ้งชี้ที่ไข่บนแผง “ลื้อคิดไปถึงไหน”
เจ๊แต๋วยิ้มๆ
“เอ๋า จะไปรู้เหรอ เห็นบ่นแต่ไข่เน่าๆ”
“ลื้อขายผักเน่าของลื้อไปเลย ไม่ต้องมายุ่งกับไข่อั๊วะ”
เจ๊แต๋วค้อน
“แหม...อยากยุ่งตายล่ะ ไข่คนแก่”
ดวงยกไข่วาง
“อ๊ะสิบแผง เหลืออีกสิบแผงนะ”
ดวงจะรีบออกไป อาซ้งเรียกไว้
“เดี๋ยวก่อนๆ ไอ้ดวง ลื้อยังไม่ได้กินข้าวเช้าใช่ไหม” อาซ้งโยนซาลาเปาให้ “เอาไปซาลาเปา”
ดวงรับซาลาเปามาแล้วยกมือไหว้
“ขอบคุณครับ”
“นี่ด้วย”
เจ๊แต๋วโยนนมกล่องให้
“ขอบคุณครับเจ๊”
ดวงรับนมหันกลับมาเจออั้ม เจ้าของแผงขายของใช้จิปาถะ ก็สะดุ้ง อั้มโพสสวยใส่ทันที
“รับขนมจีบ กาแฟเย็นเพิ่มด้วยไหมจ้ะรูปหล่อ”
“เอ่อ...ไม่ล่ะครับ แค่นี้ก็อิ่มแล้ว”
ดวงรีบเข็นรถหนีแต่ไม่พ้น โดนอั้มตบตูดตามหลังไปหนึ่งที
“แอร๊ยย น่ารว๊ากกกอ้ะ แค่ตบตูดก็เห็นหน้าลูกแล้วอ้ะ”
ลั้นลาเอากาแฟเข้ามาส่งได้ยินเข้าพอดี
“โอยั๊วะหวานๆ ของอาซ้ง” ลั่นลาส่งให้ “กาแฟเย็นใส่นมของเจ๊แต๊ว”
อั้มหันไปถาม
“แล้วเอสเป๊ดโซ่อะโกโก้ โลว์ชูก้าของฉันล่ะยะ”
ลั้นลามองหน้า
“อ้าว...ได้ยินแว่วๆ ว่าเห็นหน้าลูกแล้วไม่ใช่เหรอ คนท้องน้ำหน้าอย่างแกเขาห้ามกินกาแฟนะยะ กินได้แต่เพ็ดดีกรี เฮะๆๆ”
ลั้นล้าเดินเชิดเริดสวยออกไป อั้มโกรธ
“ฮึ่ยย นังลั้นลา อิจฉาฉันล่ะสิ ทำใจซะเถอะ ยังไงพี่ดวงก็เกิดมาเพื่อฉัน ไม่ใช่แก”

ดวงกัดๆ ซาละเปากินอย่างรีบร้อน ผ่านเขียงหมู คว้าปังตอขึ้นสับเสียงโชะ พ่อค้าหมูที่หลับคาเขียงอยู่สะดุ้งตื่นหน้าเหวอ…ดวงกินไปเดินไป มาถึงหน้าร้านไหนก็มีลูกเล่นกับร้านนั้นๆ ชายหนุ่มเป็นขวัญใจและเบ๊ของตลาด...ดวงมาหยุดที่ด้านหน้าตลาดสด เจออาซัน ลูกชายอาซ้ง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน กำลังขับซาเล้งมาส่งน้ำแข็ง
“ว่าไงวะไอ้ดวง คึกคักแต่เช้าเชียวนะเว้ย”
อีกด้านแหวว ลูกสาวเจ๊แต๋ว ในชุดนักศึกษาเดินเข้ามา
“ไม่มีใครเขาขี้เกียจเหมือนแกหรอก”
ซันมองแหววหยันๆ
“แหม นี่ก็ปากหวานแต่เช้า ปากอย่างนี้สิถึงเรียนไม่จบสักที”
แหววฉุนกึก
“ไอ้ซัน แกพูดดีๆ นะ”
“ดีๆ น่ะเขาเอาไว้พูดกับแฟน แต่กับเพื่อนอย่างแก พูดอะไรก็ได้ตามสันดาน เฮะๆๆ”
“ฮึ่ยย”
แหววจะเอาหนังสือตบ ดวงรีบห้าม
“เฮ่ย...แกสองคนนี่ทะเลาะกันตั้งแต่เกิด ยังไม่เบื่ออีกเหรอวะ”
แหววกับซันพูดพร้อมกัน
“ไม่เบื่อ”
ดวงหน้าเหวอ
“อ้าว…”
แหววมองหน้าดวง
“ฉันควรจะถามแกมากว่านะ แกโตที่นี่ อยู่ที่นี่ นอนที่นี่มายี่สิบกว่าปี แกไม่เบื่อตลาดนี่บ้างเหรอ”
ซันก็สงสัยเหมือนกัน
“เออ นั่นดิ อย่างฉันทำงานเสร็จยังกลับไปนอนบ้านได้ แต่แกต้องอยู่ที่นี่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง กินก็กินของในตลาด เรียกว่าชีวิตทั้งชีวิตที่ผ่านมาจมอยู่แต่ในตลาดนี่แหละ ไม่เบื่อบ้างเหรอวะ”
ดวงยิ้ม
“ฉันไม่เคยเบื่อ แล้วก็ไม่คิดจะเบื่อด้วย สำหรับคนอื่นๆ ที่นี่มันก็แค่ตลาดสด แต่สำหรับฉัน มันคือบ้าน มันคือชีวิต ฉันจะเบื่อชีวิตตัวเองไปเพื่ออะไรกันล่ะ”
แหววกับซันอึ้งๆ ไป ทันใดนั้นมีเสียงเจ๊แต๋ว ตะโกนดังออกมาจากด้านในตลาด
“ไอ้ดวง ส่งของด้วย”
“ครับผม” ดวงหันไปบอกเพื่อน “ฉันไปก่อนนะ ไว้เจอกัน”
ดวงวิ่งกลับเข้าไปข้างใน…แหววกับซันมองตามไป ก่อนที่แหววจะเปรยๆขึ้น
“ไอ้ดวงนี่มันโชคดีเนอะ มีแต่คนรัก ไม่เหมือนแกเลยว่ะ มีแต่คนรังเกียจ”
“แหม...นางก็พูดเข้า” ซันเหลือบตาประณาม “นางสวย นางรวย นางเจิดสุดๆ อ้ะ”
“แน่นอน ฉันไม่ถึกเหมือนแกนี่ ไปเรียนดีกว่า”
แหววเชิดเชอะใส่ซันแล้วออกไป อาซันมองตามไปอย่างหมั่นไส้
“เดี๋ยวเอาซาเล้งเสยซะเลย ปากดีนัก”

ดวงวิ่งเข้ามาหาเจ๊แต๋วที่ยืนอยู่หน้ากล่องขนาดใหญ่ใบหนึ่ง
“มาแล้วครับเจ๊”
“รีบเอาไปส่งเร็วๆ เข้า ที่เดิมนะ ลูกค้า VIP เซเลปเบตี้ ห้ามช้าเด็ดขาด ไปส่งด้วยตัวเองนะ อย่าใช้ไอ้เปรตสองคนนั้นเป็นอันขาดฉันไม่ไว้ใจ รีบไปเร็วเข้า”
“ครับเจ๊”
เจ๊แต๋วส่งกุญแจให้
“เอ้า...เอารถเฮียซ้งไป”
ดวงอุ้มกล่องวิ่งออกไป

ดวงวิ่งอุ้มกล่องออกมา ตรงไปที่มอเตอไซด์คันเก๋าเอาของขึ้นท้ายรถ มัดๆๆ แล้วสตาร์ทเครื่อง
“วีไอพี ใครกันวะ วีไอพี สั่งแต่ของ ไม่เห็นเคยเจอหน้า”
ดวงว่าแล้วก็ออกรถไป เป้งกับต๋อยที่กำลังประจำอยู่ที่วินมองตามไปอย่างหมั่นไส้ ต๋อยหันมาถามเป้ง
“ทำไมมันไม่ใช้บริการเราอ่ะพี่”
เป้งมองตามหลังรถมอเตอร์ไซค์ดวงไปอย่างครุ่นคิด
“มึงอยู่เฉยๆ น่ะดีแล้ว ท่าทางมันเลิ่กลั่กๆ รีบร้อนออกอย่างนั้น ใครจะไปรู้ในกล่องอาจจะไม่ใช่แค่กับข้าวก็ได้”
ต๋อยตาโต
“หือ...มันขนของเถื่อนเหรอพี่ เอาแล้วเว้ยเฮ้ย! ในกล่องนั้นมันอาจจะเป็นยาเสพติด หรืออาวุธเถื่อนก็ได้ ใช่ไหมพี่”
“กูว่าไม่ใช่ ไอ้ที่มึงพูดมา มันธรรมดาไป”
ต๋อยงงๆ
“อ้าว แล้วพี่คิดว่าอะไรล่ะ”
“กูไม่ได้สนใจของในกล่อง กูสนใจไอ้คนสั่งของมากกว่า”
ต๋อยไม่เข้าใจ
“เอ้า...ทำไมล่ะพี่”
“มันไม่เคยปรากฏตัว ไม่เคยทิ้งร่องรอย...กูจับตามานานแล้ว...เล่นสั่งทั้งของสดของคาว กลิ่นให้หึ่งไปหมดแบบนี้”
ต๋อยฟังอย่างตื่นเต้นมาก...เป้งตาวาว
“กูว่าแวมไพร์ชัวร์!”
“เว้ออ...”

ต๋อยมองเป้งอย่างเซ็งๆ หน่ายๆ หันไปเช็ดรถแทน

ดวงจอดรถหน้าบ้านหลังใหญ่ของคุณนายสร้อยเพชร เขาตรงไปกดออด ยื่นหน้าไปส่องดูที่ช่องประตูเล็ก เจอดวงตาของอีกฝั่งมองสวนมาพอดี ป้ะกันเข้าให้

“เว้ย!”
พะวงเปิดประตูออกมา
“ตกใจอะไรยะ ไม่เคยเห็นคนรับใช้เหรอ”
ดวงยิ้มแหยๆ
“เอ่อ...ครับ ผมเอาของมาส่งครับ”
พะวงมองๆ
“เอามาครบรึเปล่า ต้องเช็คก่อน”
พะวงเดินไปเช็ค
“ครบแน่ครับ ทั้งเนื้อ ทั้งผัก แล้วก็เครื่องปรุง ตามใบสั่งทุกอย่างครับ”
พะวงเช็คของ ดวงถามอย่างสุภาพ
“เอ่อ ไม่ทราบว่าคุณเป็นแม่ครัวรึเปล่าครับ”
“ถามทำไม”
“ก็เห็นคุณสั่งของทุกวัน คุณต้องเป็นคนทำอาหารพวกนี้แน่ๆ จริงไหมครับ”
พะวงยังไม่ทันได้ตอบ เสียงกรี๊ดของสายมุกจากในบ้านก็ดังมา
“อ๊าย...ไฟไหม้...ไฟไหม้”
ดวงหน้าตื่น
“ไฟไหม้!”
“อีกแล้วเหรอเนี่ย ฮื้อ”
พะวงวิ่งกลับเข้าไป ดวงทำอะไรไม่ถูก จากเสียงโวยวายทำให้เขาตัดสินใจวิ่งตามเข้าไป

เชฟฝรั่งวิ่งหูตาเหลือก แหกปากร้องลั่น ด้านหลังติดไฟออกมาจากบ้าน พะวงผงะ
“ว้าย คุณเชฟคะ คุณเชฟไฟลุก”
ดวงพุ่งเข้ามา
“ไหนครับ ไฟไหม้ที่ไหนครับ”
เชฟตะโกนลั่น
“ไหม้ที่ไอนี่ไง ไหม้ขนาดนี้ยังไม่เห็นอีกเหรอ ยู ฟาย!”
ดวงหน้าเหวอ
“อ้าว...ด่ากันซะงั้น”
พะวงตื่นตกใจ
“ช่วยกันดับไฟก่อนสิ เร็วเข้า เดี๋ยวก็ไหม้ทั้งตัวตายกันพอดี”
ดวงกับพะวงช่วยกันดับไฟให้เชฟ ดวงหันไปบอกพะวง
“ไปเอาน้ำมาสิ”
พะวงนึกได้ รีบวิ่งออกไป ดวงเข้าช่วยเชฟ
“ยู หันหลัง”
เชฟงงๆ
“ฮะ”
“บอกให้หันหลัง”
ว่าแล้วดวงก็จับเชฟฝรั่งหันหลัง หันหน้าใส่ผนัง
“หันหลัง แล้วอยู่นิ่งๆ อย่าดิ้นสิ ไฟมันยิ่งลาม”
“โอ้ว พระจ้าว”
สายมุกวิ่งออกมาหน้าตาตื่น
“อ๊าย”
สายมุกเห็นดวงกำลังใช้กำลังจับเชฟหันหลังและบังคับด้วยท่าทางแปลกๆ น่าเข้าใจผิด
“เชฟ...แย่แล้ว” สายมุกมองดวงไม่ไว้ใจ “หน้าแปลกๆ ขโมย มันต้องเป็นขโมยแน่ๆ เลย”
สายมุกหันไปคว้าไม้แถวนั้นแล้ววิ่งตรงไปที่ดวงกับเชฟทันที
“ไอ้ขโมยบ้ากาม หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
สายมุกว่าแล้วก็ฟาดไม้ใส่ ดวงหันกลับมามองพอดีเห็นไม้ที่กำลังฟาดลงมา
“เฮ้ย!”
สายมุกฟาดเต็มๆ มือ ดวงหลบทัน สายมุกเลยเสียจังหวะ ฟาดวืดแล้วเสียหลักจะล้มลง ว้ายๆๆๆ
“อ้าว คุณๆๆๆ”
ดวงคว้าเอวสายมุกไว้ได้แล้วดึงให้หันกลับมาหน้าหญิงสาวเกือบชนเข้ากับหน้าชายหนุ่ม ทั้งสองสบตากัน วิ๊ง! พะวงไม่รู้เรื่อง หิ้วถังน้ำวิ่งมา
“น้ำๆๆ น้ำมาแล้ว”
พะวงสาดโครม น้ำถูกสาดเข้าใส่ดวงกับสายมุกเต็มๆ
“อ้าว...คุณหนู!”
ดวงชะงัก
“คุณหนู”
สายมุขโวยขึ้น
“จะมาเรียกฉันทำไมเล่า รีบช่วยเชฟสิ”
ทุกคนหันไปที่เชฟแล้วสะดุ้งโหยง ร้องออกมาพร้อมกัน
“เชฟ!”
เชฟเอาหลังตัวเองลงไปแช่ในบ่อปลาคาร์ฟเรียบร้อยแล้ว

ภายในครัว ข้าวของเละเทะไปหมด พะวงทำความสะอาดจับเก็บของไปบ่นไป
“ตกลงคุณหนูจะหัดทำอาหารหรือจะฆาตกรรมเชฟกันแน่คะ”
สายมุกเถียงไม่ออก ดวงที่ช่วยเก็บของลอบมองบ่อยๆ พะวงบ่นไม่เลิก
“นี่มันไม่ใช่ครั้งแรกนะคะ ที่การเรียนทำอาหารของคุณหนูทำให้ไฟไหม้บ้าน เดี๋ยวไหม้ตรงโน่น ตรงนี้ สุดท้ายไหม้ได้แม้กระทั่งครูสอน”
สายมุกจ๋อยๆ
“มันก็แค่อุบัติเหตุน่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“หยุดเถอะค่ะคุณหนู ขืนเรียนต่อไป พะวงว่าไม่ใครก็ใครต้องตายสักคนแน่ๆ ค่ะ” พะวงหันไปบอกดวง “พรุ่งนี้ไม่ต้องเอาของมาส่งแล้วนะ พอ เลิก จบกันแค่นี้”
ดวงหน้าชะงัก
“อ้าว…หมายความว่าผมไม่ต้องมาที่นี่อีกแล้วเหรอครับ”
ดวงมองสายมุก พะวงพยักหน้า
“ถูก...ไม่ต้องมา ไม่มีธุระอะไรต้องมา ระหว่างนายกับบ้านหลังนี้จบกันแล้ว”
ดวงมองหน้าสายมุก สบตากัน…ดวงเสียดายที่จะไม่ได้เจอเธออีก

รถหรูจอดที่หน้าตลาด...วิเชียรซึ่งเป็นคนขับรถรีบลงมาเปิดประตูให้คุณนายสร้อยเพชร
“เชิญครับคุณนาย”
คุณนายสร้อยเพชรมองเข้าไปในตลาด
“ฉันจะเข้าไปไม่นาน รออยู่แถวนี้”
“ครับผม”
คุณนายสร้อยเพชรเดินเชิดเข้าไปในตลาด เป้งกับต๋อยประจำอยู่ที่วิน ต๋อยสะกิดเป้ง
“พี่เป้ง คุณนายมา!”
เป้งมองขยาดๆ
“เอาแล้วเว้ยเฮ้ย ท่าทางจะเรื่องใหญ่เว้ย ออร่อเปล่งมาแต่ไกลเลย”
ต๋อยร้อนใจ
“เอาไงดีล่ะพี่”
“ทำตามหน้าที่สิวะ กระจายข่าวก่อนเว้ย” เป้งป้องปากตะโกน “ฮองเฮาเสด็จแล้ว!”

ภายในตลาดที่กำลังวุ่นวาย...ลั้นลากำลังชงกาแฟอยู่ได้ยินเสียงเป้ง รีบเงยหน้ามาเห็นเข้า ตาเหลือก
“ฮองเฮาเสด็จ!”
คุณนายสร้อยเพชรเดินผ่านหน้าไปพอดี ลั้นลารีบตะโกน
“ฮองเฮาเสด็จแล้ว”
พ่อค้าแม่ค้าทุกคนฮือกันขึ้นมาทันที รีบหันไปมอง อาซ้งหันมาบอกเจ๊แต๋ว
“อาแต๊ว คุณนายสร้อยเพชรมา”
เจ๊แต๋วไม่สนใจ
“แล้วจะตื่นเต้นทำไม ไม่ใช่ดาราซะหน่อย ถ้าสรพงษ์ ชาตรีมาก็ว่าไปอย่าง”
“โห...นี่ลื้อยังไม่ลืมอาสรพงษ์อีกเหรอ ตอนนี้อีแก่แล้วนา”
“อั๊วจะลืมได้ยังไง สมัยนั้นนะ ใครๆ เขาก็พูดกันทั้งนั้นแหละว่าอั๊วเหมาะสมกับเขา”
อาซ้งจ้องหน้า
“ใครพูดวะ”
คุณนายสร้อยเพชรเดินเข้ามาถึงพอดี
“เป็นยังไงจ้ะ ค้าได้ขายดีกันอยู่ใช่ไหมจ๊ะ”
ทุกคนพูดพร้อมกัน
“จ้าาาาาา”
“ได้ยินอย่างนี้ก็ชื่นใจ คิดไม่ผิดเลยที่เอามรดกที่ดินผืนนี้มาทำเป็นตลาดสดเปิดให้ชาวบ้านแถวนี้ได้เข้ามาทำมาหากิน”
เจ๊แต๋วเซ็งเลย
“เอาแล้วไง...เริ่มแล้วไง”
“ได้มีเงินรายได้เข้าตัว เลี้ยงลูกเต้าให้เติบโต” คุณนายสร้อยเพชรมองลั้นลา “มีเงินไปผ่าตัด
แปลงเพศ โอ๊ย! ชื่นใจจริงๆ ทุกชีวิตลืมตาอ้าปากกันได้ ก็เพราะตลาดสดสร้อยเพชรของฉันแท้ๆ เลย”
เจ๊แต๋วบ่นเบาๆ
“ทวงบุญคุณตลอด”
“ถ้าไม่มีตลาดสดแห่งนี้ คิดดูสิว่าชีวิตทุกคนจะพินาศแค่ไหน แต่อย่านะอย่าได้คิดว่าเป็นหนี้บุญคุณฉันเป็นอันขาด แค่คิดว่าชีวิตนี้ถ้าไม่มีฉันก็อดตายกันแน่ๆ เท่านั้นก็พอ คิดเท่านั้นพอนะจ้ะ”
เจ๊แต๋วเบ้หน้า
“อื้อหือ...”
อั้มเข้ามาออดอ้อนเอาใจ
“คุณนายขา ตกลงว่าคุณนายจะไม่คิดค่าเช่าพวกเราแล้วใช่ไหมคะ”
คุณนายสร้อยเพชรถอนใจ ท่าทางหนักใจมากๆ
“ที่ฉันต้องมาวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้น่ะแหละ”
อั้มดีใจ
“แอร๊ยย คุณนายจะให้พวกเราค้าขายฟรีๆ แล้วใช่ไหมคะ โอ้ว ไม่ต้องจ่ายค่าเช่ารายเดือนรายปีแล้ว แอร๊ยย ทำไมคุณนายใจดีอย่างนี้ล่ะคะ” อั้มยกมือไหว้ “ขอให้ได้ผัวเด็กสมใจนะคะคุณนาย”
ทุกคนสาธุตาม คุณนายสร้อยเพชรยกมือห้าม
“หยุด !”
ทุกคนสะดุ้งหุบปากกันหมด
“ฉันไม่ได้ถ่อมาให้พวกแกอวยพร แต่จะมาบอกให้รู้ว่า ฉันจะขึ้นค่าเช่า”
ทุกคนร้องออกมาพร้อมกัน
“ฮ้า...ขึ้นค่าเช่า”
“ถูก! ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไปฉันจะขึ้นค่าเช่าอีก 50 % ใครจ่ายได้ก็ขายต่อไป ใครไม่มีปัญญาจ่ายก็เก็บข้าวของออกไปขายที่อื่น”
ทุกคนอึ้งตะลึงงัน
“ส่วนใครมีปัญหาขอให้ยกมือขึ้น”
อาซ้งยกมือขึ้นทันที คุณนายสร้อยเพชรมองหน้าแล้วสั่งเสียงเฉียบ
“แล้วก็เอามือนั้นปิดปากตัวเองไว้”
อาซ้งเอามือที่ยกปิดปากตัวเองทันที
“ดีมาก แค่นี้นะ สวัสดี”
คุณนายสร้อยเพชรเดินเชิดออกไป...ทุกคนมองตามไปแล้วมองหน้ากันอึ้งๆ เจ๊แต๋วหันมาด่าอาซ้ง
“เอามือออกได้แล้ว จะโง่ถึงไหน”
“ก็มันลืมตัว”

ทุกคนเม้ากันเซ็งแซ่เรื่องขึ้นค่าแผง / ตั้ง 50 % จะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย / แพงมาก / ตายแน่ๆ

มนต์รักตลาดสด ตอนที่ 1 (ต่อ)

รถคุณนายสร้อยเพชรแล่นออกไป สวนกับมอเตอไซด์ของดวงที่กลับเข้ามาถึงพอดี...ดวงมองตามไป

“คุณนาย...”
ดวงรีบเข้าไปถามเป้งกับต๋อย
“เกิดอะไรขึ้นพี่ คุณนายมาทำไมเหรอ”
เป้งบอกกวนๆ
“อยากรู้ก็ตามเข้าไปดูสิวะ แล้วออกมารายงานด้วยนะ”
ดวงรีบเข้าไปข้างใน ต๋อยถามเป้งงงๆ
“เอ้า...แล้วทำไมเราไม่เข้าไปดูเองล่ะพี่”
“ถึงกูจะหน้าเอี้ย ใจห้าว แต่หัวใจกูอ่อนแอ กูกลัวรับไม่ได้ ให้มันรับกันไปเองก็แล้วกัน กูจะรอฟังข่าว”
ต๋อยถอนหายใจเฮือก เหลือบตามองเป้งแบบไม่เข้าใจเลย
“ตกลงเป็นคนยังไงวะเนี่ย...”


ดวงตกใจเมื่อรู้เรื่องราวจากเจ๊แต๋ว
“จะเผาตลาด! ฮึ่ย นี่พูดเรื่องจริงกันเหรอครับ”
ทุกคนในตลาดมารวมตัวกันทำหน้าหงิกๆ อาซ้งถอนใจ
“จริงก็บ้าแล้ว” อาซ้องหันไปด่า “เจ๊แต๋ว ลื้อมันก็คิดชั่วไปเรื่อย เพ้อเจ้อ”
“ก็มันโมโหนี่ หนอยๆๆ ปากหวานงั้นงี้ๆ แล้วไง สุดท้ายจะขึ้นราคา”
ลั้นลาเสริม
“ใช่ นังคุณนายมันคิดว่าพวกเราขายเพชรขายทองกันรึไง จะได้รวยมีเงินมาจ่ายค่าเช่าเท่าไหร่เท่ากัน พูดแล้วมันเจ็บใจนัก ไปตบมันเลยดีกว่า”
อาซ้งห้ามไว้
“ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ...ถ้าทนไม่ไหวตบนังนี่ไปก่อน”
อาซ้งชี้ไปที่อั้ม ลั้นลาหันไปตบอั้มทันทีหนึ่งฉาด อั้มกรี๊ดลั่น
“แอร๊ยย!”
“โอเค” ลั้นลาลูบหลังอั้ม “ขอบใจนะ...ขอบใจ ดีขึ้นเยอะเลย”
อั้มมองลั้นลางงๆ ไปต่อไม่ถูก ดวงเสนอแนะ
“ถ้าเราไม่เห็นด้วย ก็รวมตัวกันไปเจรจากับเขาก็ได้นี่ครับ” ชายหนุ่มครุ่นคิด “เอางี้...ผมจะเป็นตัวแทนไปเจรจาให้ก็ได้”
อาซันไม่เห็นด้วย
“เฮ้ย...ไอ้ดวง มันจะดีเหรอวะ แกก็รู้ คุณนายร้ายนะเว้ย”
“แต่ถ้าเรามีเหตุผล เขาอาจจะฟังก็ได้ ถือซะว่าผมยอมเป็นตัวแทนของพวกเราทุกคนไปเจรจาให้เองครับ รับรองว่าจะไปเจรจาให้ถึงบ้านเลย”
ทุกคนฮือฮา ดวงแอบยิ้ม...อาซันเหล่มองดวง
“แปลกๆ เว้ยเฮ้ย”

สายมุกเข้ามาบอกแม่ว่าเธอจะเรียนทำอาหารต่อ คุณนายสร้อยเพชรตกใจมาก
“อะไรนะ...จะเรียนต่อ ทำครูไหม้ไปขนาดนั้น ยังจะกล้าเรียนต่ออีกเหรอ ยายมุก”
“ก็มุกบอกแล้วไงคะว่ามันเป็นอุบัติเหตุ”
พะวงขัดขึ้น
“แต่มันหลายครั้งแล้วนะคะคุณหนู เชฟกี่คนๆ ก็หนีคุณหนูไปหมด พะวงว่าคุณหนูอย่าเรียนทำอาหารต่อเลยนะคะ ถ้าไม่อยากติดคุก”
สายมุกปราม
“มากไปแล้วพะวง”
คุณนายสร้อยเพชรถอนใจ
“พะวงพูดมันก็ถูก แกจะไปเรียนทำไม รวยๆ อย่างเราไม่ต้องเข้าครัวทำอาหารกินเองให้เมื่อยหรอก จะจ้างเชฟกี่ชาติมาทำให้กินก็ได้ ไม่เห็นต้องทำเอง”
“แต่หนูชอบนี่คะคุณแม่”
“พอเลยๆ หยุดเรียนทำอาหารได้แล้ว ตอนนี้ แม่มีอย่างอื่นให้แกช่วยทำ”
สายมุกแปลกใจ
“จะให้มุกช่วยอะไรเหรอคะ”

ที่ร้านกาแฟ...คุณนายสร้อยเพชรแนะนำโอมกับสายมุก
“นี่พี่โอม รู้จักกันไว้สิ”
สายมุกยกมือไหว้อย่างงงๆ โอมรับไหว้มองสายมุกอย่างตื่นเต้น
“สวัสดีครับ ผมเป็นลูกชายเพื่อนคุณน้า เพิ่งเรียนจบปริญญาโทกลับมาจากนิวยอร์ก ตอนนี้ช่วยทางครอบครัวอยู่น่ะครับ”
คุณนายสร้อยเพชรเสริม
“เขามีโครงการดีๆ หลายอย่าง แม่ก็เลยอยากให้ลูกได้ทำความรู้จักกับพี่เขาไว้ จะได้ดูพี่เขาเป็นตัวอย่าง มีงานอะไรก็จะได้ช่วยๆ กันทำ ไม่ใช่เอาแต่ทำอาหารเล่นไปวันๆ”
สายมุกแย้งขึ้นทันที
“ไม่ใช่ทำเล่น ๆนะคะคุณแม่ มุกอยากเปิดร้านอาหารของตัวเองต่างหากล่ะคะ”
“อยากเปิดร้านอาหารเหรอครับ สนใจจะทำแนวไหนเป็นพิเศษครับ เป็น” โอมพูดสำเนียงเว่อมากๆ “เรสตัวรอง คาเฟ่ แอนด์ เบเกอรี่ หรือว่า แซนวิชบาร์ หรือว่า ซูชิ อะคิเนโคะ ก็กำลังมาแรง จะทำเป็น อา ลา คาร์ต หรือ บัพเฟ่ ก็ได้หมด แต่ กริลๆ ไม่เอาแล้วนะ ปิ้งๆ ย่างๆ มันกำลังเอาท์ ตกลงสนใจแบบไหนครับ”
สายมุกมองหน้าแม่อึ้งๆ
“เอ่อ...เมื่อกี้พี่เขาพูดอะไรคะแม่”
คุณนายสร้อยเพชรฟังไม่ออกเหมือนกัน
“เอิ่ม...พี่เขาก็กำลังแนะนำแนวทางให้ลูกนั่นแหละ”
โอมยิ้มหวาน
“สนใจแบบไหนก็บอกพี่ได้นะ พี่รับเป็นที่ปรึกษาให้”
คุณนายสร้อยเพชรเห็นดีด้วย
“โอ๊ย...ดีเลย จะได้ช่วยกันทำงาน ใกล้ชิดกันไว้ มีอะไรก็ปรึกษากัน...น้าฝากน้องด้วยนะลูก”
“ยินดีรับฝากครับ”
โอมหันมายิ้มให้...สายมุกทำหน้าเซ็งๆ

พ่อค้าแม่ค้าปิดแผง ร่ำลากันเสียงดัง ออกไปจากตลาด อาซ้งหันมาบอกดวง
“อาดวง พรุ่งนี้เช้าจะมีคนมาส่งไข่ ลื้อรับไข่ให้อั๊วด้วยนะ”
“ได้ครับลุงซ้ง ผมจัดการให้เอง”
ลั้นลาเข้ามาหา
“ดวง เจ๊ฝากล้างแก้วด้วยสิ เจ๊จะรีบกลับไปดูละคร”
“ได้ครับเจ๊ เดี๋ยวผมจัดการให้”
เจ๊แต๋วหันมาสั่ง
“ไอ้ดวง อย่าลืมเอาผักเน่าๆไปทิ้งให้เจ๊ด้วยนะ”
ดวงยิ้มรับ
“ได้เลยครับเจ๊ ผมจัดการให้ครับ”
แหววในชุดนักศึกษาเดินเข้ามา
“แหมๆๆ คุณผู้จัดการตลาด จัดการได้ทุกอย่าง ทำได้ทุกเรื่อง ได้เงินเดือนเท่าไหร่คะ”
“นังแหวว เอ็งไปล้อไอ้ดวงมันทำไม เดี๋ยวเถอะ”
เจ๊แต๋วจะฟาดลูกสาว แหววรีบหลบ
“อ้ะแน่ะ ดูสิ แม่ฉันรักแกยิ่งกว่าลูกแท้ๆ อย่างฉันอีกอ้ะ”
“รีบกลับบ้านเร็ว ๆเข้า”
เจ๊แต๋วบอกลูกสาวแล้วเดินออกไป...ซันเข้ามาอีกทาง
“ไอ้ดวง” ซันเห็นแหวว “อ้าว กลับมาแล้วเหรอ”
แหววกวนๆ
“ทำไม...คิดถึงเหรอ”
ซันชี้หน้าตนเอง
“ฉันเนี่ยนะจะคิดถึงแก”
“อ้าว ทำไมแกจะคิดถึงฉันไม่ได้” แหววหลุดปาก “ทีฉันยังคิดถึงแกเลย”
ซันกับดวงหน้าเหวอร้องขึ้นพร้อมกัน
“อ้าว เฮ้ย”
แหววอายรีบแก้ทันที
“เฮ้ย...ฉันล้อเล่น อย่าบอกนะว่าพวกแกเชื่อ”
ดวงพยักหน้า
“เชื่อ”
“แกนี่ซื่อจริงๆ เลยไอ้ดวง” แหววตบหลังซัน “ดูอาซันดิ มันยังไม่เชื่อเลย”
แหววทำเนียนๆ กอดคอเพื่อนทั้งสอง
“ไปเหอะ ไปหาข้าวเย็นกินกัน ฉันหิวแล้ว”

ทั้งสามออกไป

ภายในห้องสายมุก มีตำราทำอาหารเพียบ สายมุกหยิบขึ้นมาดูเล่มหนึ่ง

“ไม่ยอมแพ้หรอก ยังไงก็ต้องทำให้สำเร็จให้ได้”
สายมุกจ้องมองหนังสือก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้
“จริงด้วย ไม่ให้จ้างครูมาสอน เราออกไปหาเรียนกับครูข้างนอกเองก็ได้”

ค่ำนั้น ดวง ซัน แหวว นั่งกินบะหมี่กันอยู่ที่ตลาดชายอาหารกลางคืน ซันตื่นเต้นเมื่อได้ยินสิ่งที่ดวงบอก
“คุณหนูสายมุก ลูกคุณนายสร้อยเพชรน่ะเหรอ นี่แกกำลังจะบอกว่าแกสนใจคุณหนูสายมุกงั้นเหรอ”
แหววขัดคอทันที
“โห...ดอกฟ้า หมาวัดแท้ๆ”
ดวงถอนใจ
“ฉันก็แค่บอกว่าไปเจอเขามา ไม่ได้พูดซะหน่อยว่าฉันคิดอะไรกับเขา”
ซันมองหน้าเพื่อน
“แล้วตกลงแกคิดไหม”
ดวงอึกอัก ตอบไม่ถูก แหววตัดหน้าตอบแทน
“บ้าสิ ไอ้ดวงเนี่ยนะ มันจะไปกล้าคิดอะไรกับคุณหนูไฮโซนั่นมันไม่ได้โง่ขนาดนั่นหรอกนะ...ใช่ไหมไอ้ดวง”
ดวงอึกอัก
“เอ่อ...ฉันไม่ได้คิดอะไรหรอก แค่จะเล่าว่าไปเจอมา หน้าตาสวยน่ารักดีก็เท่านั้นแหละ เอ้า กินๆๆ กินเหอะ”
ดวงรีบก้มหน้าก้มตากิน...ซันกับแหววชิชะใส่กัน

อีกด้านหนึ่ง...สายมุกเดินมาหยุดมองร้านข้าวต้มกุ้ย เด็กในร้านตะโกนสั่ง
“เฮีย...คะน้าเค็ม 2 กุ้ยช่ายกรอบ 2 ยำไข่ดาวไม่เผ็ด ต้มยำเห็ดไม่เปรี้ยว โต๊ะสอง”
“เอ้อ!”
สายมุกหยุดดูการทำงานของกุ๊กอย่างสนใจ หยิบโน่น โยนนี่ เหยาะโน่น ให้วุ่นวายแต่เท่ห์มาก
“โห...สุดยอดไปเลย”

ดวงกินบะหมี่หมดชามเป็นคนแรกรีบบอกกับเพื่อน
“เดี๋ยวมานะ ไปหาของหวานก่อน”
ดวงลุกออกไป

หน้าร้านข้าวต้ม...กระทะไฟแดงลุกฟรึ่บขึ้น ไฟวาบขึ้น สายมุกตกใจเฮือก
“ว้าย!”
สายมุกหันหลังหนีควันหันไปชนเข้ากับดวงที่เดินผ่านมาพอดี
“อ้าว เฮ้ย”
ทั้งสองตกใจ สายมุกเกาะแขนดวงไว้แน่น มองหน้ากันนิ่งงัน...ก่อนจะได้สติ รีบผละออกจากกัน
“คุณหนู...คุณหนูจริง ๆด้วย”
สายมุกเขินๆ
“เรียกฉันว่าสายมุกก็ได้ อย่าเรียกคุณหนูเลย มันแปลกๆ”
“ครับ...คุณหนูสายมุก”
“แล้วนายล่ะ”
“ดวงครับ...ผมชื่อดวง แล้วตอนนี้ผมก็กำลังดวงดีมากๆ ด้วยครับ ที่ได้เจอคุณอีกครั้ง”
สายมุกอึ้งๆไป ทันใดนั้นเสียงเด็กในร้านก็ดังขึ้น
“เฮีย...ต้มยำดอกฟ้าใส่หมาวัดหนึ่ง ไม่เผ็ด ไม่เปรี้ยว ไม่เค็ม ไม่ต้องอะไรทั้งนั้น เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
ดวงสะดุ้งเฮือก

ดวงหลับอยู่ที่มุมนอนของเขาในตลาดสะดุ้งเฮือกตื่น...ตั้งสติ
“ยังดีที่แค่ฝัน…” ชายหนุ่มฉุกใจ “แล้วถ้าฝันมันเกิดเป็นจริงขึ้นมาทำไงล่ะ...ดอกฟ้ากับหมาวัดจริงๆเหรอ...”
ดวงคิดๆ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นยืน ยกมือขึ้นพนม
“ใครก็ได้ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที ตัวลูกนี้เป็นคนดี ไม่เคยคดไม่เคยโกง ไม่เคยคิดร้ายต่อผู้ใด ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งตลาดสดนี้อวยพรให้ลูกสมหวังด้วยเถอะจ้า สาธุ”
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเอะอะกึกกักด้านนอก
“อะไรวะ”
ดวงรีบลุกขึ้นมองส่องๆ ไป
“หรือว่าขโมย...” ชายหนุ่มคว้าไม้ “กล้าเข้ามา เจอดีแน่”
ดวงย่องออกไปเงียบๆ

ดวงออกมาด้านนอก...เห็นว่าลุงขายล็อตเตอรี่ตาบอดกำลังถูกแก๊งเด็กแว้นปล้นล็อตเตอรี่
“เฮ้ยเอามาให้หมด มีเป็นถาด มันต้องมีถูกสักใบสิวะ”
ลุงตาบอดพยายามขอร้อง
“อย่า...อย่ารังแกคนแก่ตาบอดเลย สงสารลุงเถอะ”
ดวงวิ่งเข้ามา
“เฮ้ย...หยุดนะ ทำบ้าอะไรกันวะ”
“รีบเอามาสิเว้ย”
พวกเด็กแว้นจะรวบล็อตเตอรี่ ดวงเข้าต่อยตีกับแก๊งซ์เด็กแว้น...ลุงล็อตถูกผลักล้มลงไป
“ไปเว้ย”
พวกเด็กแว้น ออกรถไป
“เฮ้ย...เอาคืนมา”
ดวงวิ่งไล่ตามไป...พวกแว้นแว้นหนี...ดวงวิ่งไล่ตามหลัง
“เอาคืนมานะเว้ย”
พวกแว้นหนีไปได้...ดวงหยุดหอบ
“ไอ้พวกสารเลว เลวขนาดนี้ ขอให้พวกแกไม่ถูกหวย ไม่ถูกเลยซักใบ ฮึ่ย!”
ดวงเจ็บใจ

ดวงกลับมาหาลุงตาบอด
“ทั้งเนื้อทั้งตัวลุงไม่มีอะไรจะตอบแทนน้ำใจของพ่อหนุ่ม” ลุงตาบอดดึงล็อตเตอ
รี่ชุดใหญ่ออกมา “นอกจากสิ่งนี้ รับไว้”
ดวงไม่ยอมรับ
“ผมแค่อยากจะช่วย ไม่ต้องตอบแทนผมหรอกครับ”
“รับไว้เถอะ”
“ผมรับไว้ไม่ได้จริงๆ ครับ”
“งั้นคิดเสียว่าลุงฝากไว้ ก็แล้วกัน ขืนเอาไปด้วยจะโดนปล้นอีก ฝากไว้แล้วลุงจะกลับมาเอา”
ลุงตาบอดยัดล็อตเตอรี่ใส่มือดวง
“แน่นะครับ คุณลุงต้องกลับมาเอานะครับ”
ลุงยิ้ม พยักหน้ารับก่อนจะเดินจากไป...ดวงตะโกนตามไล่หลัง
“อย่าลืมกลับมาเอานะครับคุณลุง”

ลุงยิ้มมีเลศนัยแปลกๆ ดูน่าพิศวงๆ

มนต์รักตลาดสด ตอนที่ 2

ที่ตลาดยามเช้า...ลั้นลาชงกาแฟมือเป็นระวิง เป้งกับต๋อยยืนเร่งอยู่ยิกๆ

“เร็วๆ สิ! ทำไมช้านักวะ สั่งมากินแก้ง่วง ให้รอจนจะหายง่วงอยู่แล้ว”
ต๋อยประชด
“สงสัยจะให้รอจนแก่ตาย”
เป้งหันขวับมาที่ต๋อย
“ฮึ่ย...คนอย่างกูไม่มีแก่ตาย มีแต่หล่อตาย”
เป้งยิ้มภูมิใจในหน้าตาตนเองมาก ลั้นลาเบ้ปาก พูดปากขมุบขมิบออกมาโดยไม่มีเสียง
“หึ...หล่อตายห่า”
เป้งไม่ได้ยิน
“ว่าไงนะ”
ต๋อยฟ้องทันที
“มันหาว่าพี่หล่ออหิวา”
ลั้นลาแว๊ดขึ้นมา
“ฮึ่ยย! ถ้าจะโง่ ช่วยโง่เงียบๆ ได้ไหม หนวกหู! คนยิ่งรีบๆ อยู่”
ลั้นลาเริงร่าหันไปบอกดวงที่คุยกับแหววและซันอยู่
“รอแป๊บเดียวนะจ้ะพี่ดวง เดี๋ยวลั้นลาลัดคิวให้ กาแฟดำไม่ใส่นำตาลใส่แต่ความรักกับความใส่ใจ ลั้นลาจำได้”
อั้มที่ขายของแผงข้างๆ ตะโกนออกมาอย่างหมั่นไส้
“ใส่อะไรก็ใส่ไป แต่อย่าใส่น้ำลายก็แล้วกัน เดี๋ยวพี่ดวงจะกลายเป็นกระสือต่อจากแก”
ลั้นลาไม่ยอมโต้ตอบกลับทันควัน
“ถ้าฉันกระสือ แต่ก็ผีปอบล่ะวะนังอั้ม”
อั้มเชิด
“ถึงจะปอบก็ปอบเปรี้ยวๆ ปอบเก๋ๆ อ่ะ”
เป้งหงุดหงิด
“เว้ย! เลิกทะเลาะกันซะทีได้ไหม คนหิวกาแฟ”
ลั้นลากับอั้มชิๆชะๆ ทำงานกันต่อไป

ดวง ซัน และแหวว นั่งรอกาแฟอยู่ที่โต๊ะ ซันมองล็อตเตอรี่นิ่งอย่างสงสัย
“ให้ฟรีเลยเหรอวะ ไม่คิดตังค์เลย...เป็นไปได้ไงวะ”
แหววสอดขึ้น
“เขาเรียกว่าตอบแทนความมีน้ำใจ คนหยาบคายอย่างแกไม่เข้าใจเรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้หรอก”
ดวงอธิบาย
“แกฝากไว้น่ะ บอกว่าจะกลับมาเอา”
ซันมองหน้าดวง
“ถ้าเกิดถูกรางวัลขึ้นมา แกจะมาทวงเงินว่างั้น”
ดวงชี้หน้าตนเอง
“คนอย่างฉันเนี่ยนะจะถูกล็อตเตอรี่ ฉันไม่โชคดีขนาดนั้นหรอก”
“มันก็ไม่แน่นะเว้ย แกซวยมานานพอแล้วนะ ครั้งนี้ อาจะจะถึงคราวโชคดีแล้วก็ได้” ซันหันไปถามแหวว “หวยออกวันไหน”
“พรุ่งนี้”
ซันตบเข้าฉาด
“เป๊ะ! ฉันว่าแกถูกแน่ ฉันมีลางสังหรณ์”
แหววระอา
“อย่ามามั่วเลยไอ้ซัน แกคิดจะมั่วแบ่งเงินไอ้ดวงมันอ่ะดิ”
“ไม่ได้มั่ว แกอย่าลืมสิว่าวันนี้วันอะไร วันเกิดไอ้ดวงนะเว้ย” ซันหันไปหาดวง “สวรรค์อาจจะส่งล็อตเตอรี่นี่มาแฮปปี้เบิร์ธเดย์แกก็ได้ชัวร์ เชื่อฉัน แฮปปี้เบิร์ธเดย์ชัวร์”
ลั้นลาเข้ามายื่นแก้วกาแฟพรวดให้ตรงหน้าดวง ทั้งสามสะดุ้ง
“รับลำตัวและหัวใจเพิ่มไหมคะ”
ทันใดนั้นมีเสียงตีเป๊งๆๆๆ ดังขึ้น ซันหน้าตื่น
“สัญญาณฉุกเฉิน! เกิดอะไรขึ้นวะ”
ทั้งสามรีบกลับเข้าไปด้านในตลาด
“ชงฟรีอีกแล้วกู”
ลั้นลารีบตามเข้าไป เป้งเซ็งเลย
“เอาอีกแล้วเว้ยเฮ้ย มีเรื่องอีกแล้ว”
ต๋อยหันมาชวน
“เข้าไปดูกันเหอะพี่ จะได้รู้ว่ามีอะไรกัน”
“กูไม่ไป บอกแล้วไง หัวใจกูอ่อนแอ”
เป้งคว้าแก้วกาแฟที่ลั้นลาชงทิ้งไว้ ลงนั่งจะกินกาแฟแต่นึกได้หันไปสั่งต๋อย
“ถ่ายรูปให้กูหน่อย กูจะลงเฟชบุค”
ต๋อยส่ายหน้าเอือมๆ
“อีกแล้วเหรอพี่”
“เออ เร็วๆ!”
ต๋อยล้วงมือถือขึ้นมาจะถ่ายรูปให้อย่างเซ็งๆ เป้งโพสหล่อ
“ชูแขนสิวะ ถ่ายมุมกด หน้ากูจะได้ไม่อ้วน”
ต๋อยเซ็งมากถอนใจอย่างแรง
“เฮ้อ...”

แม่ค้าพ่อค้าทุกคนมารวมตัวกัน...อาซ้งเคาะเป๊งๆๆๆ
“ประชุมๆๆๆ ประชุมเว้ย”
ดวงนำหน้าซันกับแหววเข้ามา ซันรีบถามอาซ้งทันที
“มีอะไรเหรอเตี่ย”
เจ๊แต๋วหันมาบอก
“ก็เรื่องที่คุณนายสร้อยเพชรจะขึ้นค่าเซ้ง ค่าเช่าพวกเราน่ะสิ สรุปแล้วได้ความว่า พวกเราไม่ยอม...ยังไงก็ไม่ยอม”
แม่ค้าพ่อค้าทุกคนตะโกนรับไม่ยอมๆๆ แหววขัดขึ้น
“เอ๋า...ไม่ยอมก็ไปบอกคุณนายเขาสิ จะมาแหกปากตะโกนบอกกันเองทำไมเล่าแม่”
“จะบุกไปถึงบ้านคุณนายมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ดีไม่ดี มันเรียกตำรวจมาจับ เราจะทำยังไง”
ดวงคิดๆ
“ผมไปบอกให้เองครับ”
ทุกคนหันไปมองดวง แหววขัดขึ้น
“มันจะดีเหรอ”
ซันไม่เห็นด้วย
“นั่นสิ...ถือว่าเป็นการเอาชีวิตไปเสี่ยงเลยนะเว้ย”
“เอาน่า” ดวงหันไปบอกกับทุกคน “ผมรับรองว่า ผมจะไปบอกให้ถึงหน้าบ้าน
เลยครับ”
เจ๊แต๋วแอบซุบซิบกับอาซ้ง
“ให้ไอ้ดวงมันนำร่องไปก่อนก็ดีเหมือนกันนะอาซ้ง จะได้ดูท่าทีอีคุณนาย
ด้วย ถ้าพวกเราผลีผลามแห่ไปเลย ถูกโจมตีกลับ เราจะรับมือไม่ทันนะ”
ดวงอมยิ้มอย่างมีความหวัง

ซันขี่ซาเล้งมาโดยมีแหววซ้อนท้าย ดวงนั่งกระบะหน้า มาหยุดที่หน้ารั้วบ้านคุณนายสร้อยเพชร ดวงรีบจะไปกดออด แหววคว้าไหล่ไว้
“จะรีบร้อนไปไหนวะไอ้ดวง ตั้งหลักก่อนสิ”
“เอ่อ...ลืมตัวไป มัวแต่ตื่นเต้น”
“ตื่นเต้นอะไรของแก”
ซันถอนใจ
“เอ้า...ไม่เห็นต้องถาม อย่าบอกนะว่าแกไม่รู้ว่าทำไมไอ้ดวงมันถึงอาสามาที่นี่”
ทันใดนั้นประตูเปิดออก ซันรีบบอก
“มาแล้วๆๆ นางฟ้าของแกมาแล้ว”
พะวงเดินออกมาดู หน้าตาไม่ไว้ใจ
แหววสะดุ้ง
“เฮ่ย” แหววหันมาถามดวง “คนนี้น่ะเหรอนางฟ้าของแก เอาจริงดิ”
พะวงแว๊ดขึ้นมา
“ถึงฉันจะเป็นนางฟ้าแต่ฉันก็เลือกเทวดานะยะ ว่าแต่พวกแกเถอะมาสุมหัวทำอะไรกันแถวนี้”
“คือพวกเรา...”
พะวงพูดสวนทันที
“ไม่ซื้อ!”
ดวงเซ็งเลย
“หือ...คือผมไม่ได้มาขายของครับ ผมจะมาขอพบคุณนายสร้อยเพชร”
“ฮะ...น้ำหน้าสารรูปอย่างพวกแกเนี่ยนะ กล้ามาขอพบคุณนายสร้อยเพชร ไม่รู้เหรอว่าคุณนายเป็นใคร”

พะวงนั่งยองๆล้อมวงเม้าท์ให้พวกดวงฟัง ใส่อารมณ์สุดๆ
“หมอนวด”
พะวงทำท่าประกอบ ทุกคนอึ้ง
“ฮะ!”
“แกเป็นหมอนวดอยู่ตั้งหลายปี หมอนวดแผนไทยนี่แหละ วันดีคืนดีไปนวดเอาเศรษฐี จับเส้นโดนเข้า เลยได้ผัวเลยอ่ะ”
ซันส่ายหน้า
“โธ่ๆๆๆ คิดว่าหมอนวดอีกแบบซะอีก หลงฟังตั้งนาน”
“ยังไม่จบนะ”
ดวงยกมือห้าม
“พอเถอะครับ คือผมมีธุระ ขอผมทำธุระก่อนเถอะนะครับ”
พะวงมองหน้า
“เอ๋า...ก็ไม่บอกแต่แรกว่าปวดเปรี้ยว”
“ไม่ได้ปวด!”
“อ้อปวดปี้”
ดวงเซ็งๆ
“อื้อ ผมไม่ได้ปวดอะไรทั้งนั้น ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณนายสร้อยเพชรครับ”
“เออ...รีบพูดกันให้จบๆ ดีกว่าจะได้รู้ไปเลยว่าได้ไม่ได้”
แหววจะเข้าประตูไป พะวงรีบมาขวางไว้
“เข้าไม่ได้ ที่นี่บ้านผู้ดี คนจนห้ามเข้า เหงาจะกินหัว”
“เว้ย...หลบไป”
แหววจะเข้า พะวงโวยวายทั้งผลักทั้งดันไม่ให้แหววเข้า ซันกับดวงช่วย เสียงดังลั่นไปหมด ทันใดนั้นเสียงของสายมุกก็ดังขึ้น
“มีอะไรกันน่ะ”
ดวงจำเสียงได้ รีบหันไปมอง สายมุกเดินออกมาดู…ดวงยิ้มทันทีด้วยความดีใจ
“นางฟ้ามาช่วยแล้ว”
สายมุกจำดวงได้
“คุณ…”
“ดวงครับ ผมชื่อดวง”
แหววมองหน้าดวงที่ยิ้มเจิดจ้า ชักยังไง รู้สึกพะวงเปรยๆ ออกมา

“ถ้าแกชื่อดวง วันนี้แกก็ดวงซวยแล้วล่ะ”

สายมุกพาสามคนเข้ามาคุยกับแม่ในบ้าน คุณนายสร้อยเพชรโวยสนั่น

“ไม่ได้ หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ได้ ตลาดสร้อยเพชรเป็นของฉัน ฉันพูดคำไหนก็ต้องคำนั้น กล้าดียังไงถึงได้มาต่อรอง ไม่รู้รึไงว่าฉันเป็นใคร”
“หมอนวด”
ซันพูดลอยๆ แบบลืมตัว พะวงสะดุ้งตบปากซันผลัวะ สายมุกพยามยามเตือนแม่
“ค่อยๆ พูดกันเถอะค่ะคุณแม่ อย่าเพิ่งเหวี่ยงสิคะ”
ดวงมองสายมุกอย่างชื่นชม
“จะไม่ให้แม่เหวี่ยงได้ยังไง มันชักจะกำเริบไปกันใหญ่แล้ว เดี๋ยวนี้ถึงกับกล้าดี ส่งตัวแทนมาเจรจาต่อรองกับฉัน คิดเหรอว่าคนอย่างฉันจะฟัง”
แหววกับซันโพล่งออกมาพร้อมกัน
“ไม่คิด”
ดวงหันไปจุ๊ปากใส่ แหววกับซันรีบเก๊กเข้ม ดวงหันมาขอร้องคุณนายสร้อยเพชร
“ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดี ค้าขายก็ไม่คล่อง โปรดเห็นใจพวกเราด้วยเถอะครับ”
คุณนายสร้อยเพชรเมิน
“เห็นใจ...นี่พวกเธอรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดกับใครอยู่”
ซันพูดเบาๆ
“หมอนวด”
พะวงตบปากซันอีกเปรี้ยง! คุณนายสร้อยเพชรไล่ส่งอย่างไม่ใยดี
“ไปเลยนะ ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว กลับไปบอกแกทุกคนว่ายังไงฉันก็จะขึ้นค่าเซ้งค่าเช่า ห้ามต่อรอง ห้ามขัดขืน ใครไม่พอใจไสหัวออกไปได้เลย ฉันไม่ง้อ!”
ดวง อาซัน แหวว อึ้งไป สายมุกเหลือบตามองดวงด้วยความเห็นใจ…ดวงเงยหน้าขึ้นสบตากับสายมุก รับรู้ได้ถึงความห่วงใย

ซันสตาร์ทรถ แหววขึ้นนั่งซ้อนท้าย…ดวงยังคงมองเข้าไปในบ้าน ไม่อยากไป แหววเรียก
“ไอ้ดวง ขึ้นรถ ทุกอย่างล้มเหลว ไปกันได้แล้ว”
ซันมองเพื่อนอย่างรู้ใจ
“มันไม่อยากไปเพราะเรื่องอื่นมากกว่า เฮะๆ ใช่ไหมวะไอ้ดวง”
แหววหน้างอ
“ไอ้ดวง บอกให้ขึ้นรถ”
ซันหันไปตวาด
“เป็นแม่มันรึไง ถึงสั่งจัง”
แหววตบหัวซันจนคว่ำ…ดวงเดินมาขึ้นรถ ปีนขึ้นนั่งกระบะหน้า แหววเร่งซัน
“ออกรถสิ รออะไร”
“รอแกสั่งไง อี อี อี ฮึ่ย...อีโคตรสั่ง”
แหววตบ ซันออกรถไปทะเลาะกันไป…ดวงมองรั้วบ้าน อาลัยสายมุก

สายมุกคุยกับแม่อย่างไม่ชอบใจนัก
“จะทำธุรกิจร่วมกัน มันก็ต้องฟังกันสิคะ”
“พอๆๆๆ ไม่ต้องพูด แกเป็นอะไรของแก ทำไมต้องมาเข้าข้างพวกมันด้วย”
“ไมได้เข้าข้าง หนูก็แค่อยากให้มันดีกับทุกฝ่าย”
“ไม่จำเป็น! ฝ่ายไหนมันจะซวย มันจะเดือดร้อน มันจะฉิบหายวายวอดก็เรื่องของมัน ขอแค่ฝ่ายเราดีเป็นพอ เรื่องอื่น จบ ไม่ต้องพูด”
“แต่ว่า...”
คุณนายสร้อยเพชรตัดบททันที
“จบ!”
สายมุกเซ็งๆ เดินหนีไป คุณนายสร้อยเพชรแววตาร้าย
“กล้าดีมาต่อรองกับฉัน ระวังเถอะจะไม่มีที่ให้ขาย”
พะวงตีเสมอมานั่งข้างๆ
“นั่นสิคะ...ไอ้พวกไม่เจียมกะลาหัวแยกแยะที่ต่ำที่สูงไม่ออก...เช๊อะ”
คุณนายสร้อยเพชรมองพะวงด้วยสายตาคมกริบ ทำเอาพะวงรู้ตัวทันทีว่ากำลังตีเสมอนาย พะวงค่อยๆเลื่อนไถลตัวลงมาที่พื้นหัวหดตามเดิม
“ขอประทานโทษเจ้าค่ะ”

ซันจอดซาเล้งที่หน้าตลาด...ดวงรีบเรียกทุกคนมาสุมหัว
“มานี่ก่อนๆ”
แหววงงๆ
“อะไรของแกวะ”
“อย่าเพิ่งบอกคนอื่นเรื่องวันนี้เลยนะ เก็บไว้เป็นความลับก่อน”
แหววมองดวงอย่างไม่เข้าใจ
“ทำไมต้องเก็บด้วย มันต้องรีบบอกสิ จะได้เตรียมรับมือทัน”
“ถือซะว่าฉันขอร้องล่ะ อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใคร ฉันจะลองพยายามดูอีกสักครั้ง ตลาดนี้เป็นบ้านของฉัน ทุกคนก็เหมือนญาติพี่น้องของฉัน ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้ตลาดนี้มันไปรอด นะ...ช่วยฉันปิดหน่อยนะ”

พ่อค้าแม่ค้าทุกคนเฮพร้อมกัน อาซ้งชื่นชมดวงออกหน้าออกตา
“ลื้อเยี่ยมมากอาดวง มันต้องอย่างนี้สิถึงจะเป็นลูกชายอั๊วะ”
ซันส่ายหน้าเซ็งๆ
“เตี่ยๆ ลูกชายเตี่ยน่ะอั๊ว ไม่ใช่มัน”
อาซ้งยิ้มๆ
“ลืมๆ”
เจ๊แต๋วพูดขึ้นมาบ้าง
“ไอ้ดวงมันก็ลูกฉันเหมือนกัน”
แหววหน้าเหวอ
“อ้าวแม่...พูดงี้ก็มีชู้สิ ตกลงฉันกับไอ้ดวงนี่คนละพ่อใช่ไหม”
ดวงยกมือปราม
“ใจเย็นๆ ครับทุกคน อย่าเพิ่งวางใจไปนะครับ คุณนายอาจจะเปลี่ยนใจขึ้นมาอีกก็ได้”
“ครั้งหน้าค่อยว่ากัน แต่ครั้งนี้มันต้องฉลอง”
ขาดคำ อั้มก็ร้องเฮขึ้นมา ทุกคนเฮรับ ดวงงงๆ
“ฉลองอะไรกันเหรอครับ”
แหววหันมาหา
“ไอ้ดวง แกลืมไปรึเปล่าว่าวันนี้วันอะไร”
ดวงอึ้งงงไม่เข้าใจ ซันแหกปากใส่หน้า
“ก็วันเกิดแกไง ไอ้บ้า!”
อาซ้งตะโกนลั่น
“คืนนี้ปิดตลาดฉลองให้ไอ้ดวงกันหน่อยเว้ยย!”
บรรยากาศฮาเฮ ดวงยิ้มแต่ดูขมๆ ในใจ ซันเห็นเข้ามาตบหลังผลัวะ!
“โหย...แกจะดราม่าน้ำเน่าอะไรอีกล่ะไอ้ดวง”
“ไม่ได้น้ำเน่าอะไรหรอก แต่คนเรา มันก็ต้องมีคิดถึงพ่อแม่กันบ้าง”
แหววขัดขึ้น
“พ่อแม่ที่ไม่สนใจแกน่ะเหรอ จะไปคิดถึงทำไมวะ ต่อให้เดินชนกันตอนนี้ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นพ่อแม่ลูกกัน เลิกคิดได้แล้ว ทีเขายังไม่เคยคิดถึงแกเลย”
แหววสะบัดหน้าออกไป…ดวงถอนใจ
“มันก็จริง แต่มันก็อดอยากรู้ไม่ได้ว่าป่านนี่ พ่อแม่ของฉันจะเป็นไงบ้าง”

นักเลง 2 คนถีบประตูบ้านเช่าเข้ามา กวาดตามองไปรอบๆ ไม่เห็นใคร
“สงสัยมันรู้ตัว หนีไปแล้วพี่”
“หามันให้ทั่ว ยังไงวันนี้ก็ต้องลากตัวมันมาใช้หนี้ให้ได้”
นักเลงทั้งสองแยกกันหาในบ้าน ถีบประตูห้องปึงปังๆ หาแต่ไม่เจอ
“ไม่เจอเลยพี่ มันหนีไปแล้วชัวร์ๆ”
“หนีใครไม่หนี คิดจะหนีกูงั้นเหรอ เจอตัวเมื่อไหร่ มึงตายแน่!”
“เอ้า ตายแล้วใครจะใช้หนี้”
“ฮึ่ย กูก็แค่พูดปิดให้มันเท่ห์ๆ มึงจะสงสัยทำไมวะ”
นักเลงปึงปังออกไป ลูกน้องหน้ามึนๆ ตามไป นักเลงออกไปแล้ว…ในตู้เสื้อประเวทค่อยๆ ออกมาวิ่งไปเปิดตู้เย็น ดึงร่างดาราท่าทางหนาวเยือกออกมา
“มันไปกันหมดแล้ว”
ดาราตัวแข็ง มีไอเย็นออกปาก ล้มตึงตัวแข็งทื่อ ฟาดเปรี้ยงลงไปกับพื้น ประเวทตกใจ

“อ้าว เฮ้ยย...อีแก่”

มนต์รักตลาดสด ตอนที่ 2 (ต่อ)

ดารานั่งเอาเท้าแช่น้ำอุ่นอยู่ บนหน้าผากมีผ้าอุ่นๆ วางไว้ สภาพดีขึ้น

“คราวนี้แกจะเชื่อรึยังล่ะว่าเวรกรรมมันมีอยู่จริง”
“เลิกพูดเรื่องกรรมๆ เวรๆอะไรนี่ได้แล้ว เราต้องรีบหนีไปจากที่นี่ ยังไงพวกมันก็ต้องกลับมาแน่”
“ยังไงเราก็หนีมันไม่พ้นหรอก พี่ไม่สังเกตบ้างเหรอว่าชีวิตเราสองคนเจอแต่เรื่องร้ายๆ มาตลอดตั้งแต่วันนั้น…”

คืนนั้นในอดีต...ประเวทในวัยหนุ่มโดนนักเลงซ้อม
“ไม่มีเงินใช้หนี้ มันก็ต้องโดนแบบนี้ อันนี้ดอกเบี้ย” นักเลงชกซ้าย “อันนี้ก็
ดอกเบี้ย” มันชกขวา “ส่วนอันนี้เงินต้น”
นักเลงง้างเท้าถีบประเวทลงไปกองกับพื้น ครวญคราง นักเลงมองมาที่ดาราซึ่งอุ้มลูกอยู่
“ให้เวลาถึงพรุ่งนี้ ถ้าไม่มีเงินมาใช้หนี้” นักเลงชี้เด็ก “ข้าจะเอามันไปให้ไอ้พวกขอทาน ให้มันนั่งขอทานใช้หนี้แทนพ่อแม่มัน!”
ประเวทกับดาราหน้าตื่น มาเฟียออกไป...ดารากอดลูกร้องไห้โฮ
“เราจะทำยังไงดีพี่ ยังไงเราก็หาเงินไม่ทันแน่ๆ”
“หนีสิวะ รีบเก็บข้าวของแล้วหนี”
“เราหนีมันมากี่ครั้งแล้ว เคยหนีรอดสักครั้งไหม ไอ้พวกชั่วเนี่ย เส้นสายมันให้เต็มไปหมด เราไม่มีวันหนีมันพ้นหรอก”
“แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง”
“เราสองคนจะเป็นยังไงก็ช่างเถอะ แต่ลูก ฉันไม่ยอมให้มันตัวเอาแน่ ยังไงลูกก็ต้องปลอดภัยก่อน” ดาราบอกอย่างมุ่งมั่น

ดาราเศร้าหมองกับสิ่งที่เธอกำลังคิด
“มันคงเป็นเวรเป็นกรรมที่เราทำไว้กับลูกแน่ ๆ”
ประเวทรำคาญ
“หยุด เลิกพูดถึงเรื่องนี้ได้แล้ว ชีวิตเราสองคนตอนนี้คือหนีเจ้าให้พ้น ไม่ใช่มานั่งบ่นเรื่องกรรมเวร”
“พี่ไม่เชื่อ แต่ฉันเชื่อ”
“แกจะบ้าเหรอ แกเอามันไปทิ้งตั้งยี่สิบกว่าปีแล้ว มันอาจจะตายไปแล้ว ถึงมันไม่ตาย ป่านนี้มันก็ไม่รู้ไปอยู่ไหนแล้ว เมื่อไหร่จะทำใจซะที”
“จะให้ฉันทำใจได้ยังไง ตั้งแต่พี่บอกให้ฉันเอาลูกไปทิ้ง ชีวิตฉันกับพี่ก็มีแต่มีแต่ซวยกับซวย ไม่เคยมีความสุข ไม่เคยเจริญ ถ้าไม่ใช่เพราะเราทิ้งลูก มันจะเพราะอะไรล่ะ”
“เพราะอะไรก็ช่างหัวมันเถอะ รีบเก็บข้าวของไปจากที่นี่ก่อน ไม่งั้น ชาตินี้แกอาจจะไม่มีชีวิตรอดไปเจอลูกแกอีกก็ได้”
ดารายังเสียใจอยู่
“จะไปได้หรือยังหรือจะรอชดใช้เวรกรรมอยู่ที่นี่ก็ตามใจ ฉันจะกรวดน้ำไปให้แล้วกัน”
ประเวทเดินออกไป ดารานึกขึ้นได้
“เฮ้ย...พี่รอฉันด้วยสิ”
ดารารีบผลุนผลับออกไป

เป้งกับต๋อยกำลังช่วยกันซ่อมรถอยู่ที่วิน มือไม้ดำ ต๋อยสุดทนขว้างประแจทิ้งเพล้ง!
“ฮึ่ย! เปลี่ยนไปขับแท็กซี่กันเหอะพี่ เสียแล้วเสียอีก ซ่อมยังไงก็ไม่หาย” ต๋อยแอคชั่นโอเวอร์ “ต๋อยไม่ไหวแล้ว ต๋อยเบื่อ ต๋อยล้า ต๋อยท้อแท้ ต๋อยรับไม่ด๊ายยย!”
เป้งถีบโครม
“มึงรับได้รึยังไอ้ต๋อย คิดจะขับแท็กซี่ แค่มอไซด์มึงเอาขายันให้ถึงก่อนมั๊ย เดี๋ยวปั๊ดยันอีกโครมเลย”
เป้งทำท่าจะยัน ต๋อยรีบหลบ
“แหมลูกพี่ก็ ฉันก็แค่คิดถึงความก้าวหน้าในอาชีพมันผิดตรงไหนอ้ะ คนเรามันก็ต้องมีเป้าหมายในชีวิตสิ มันต้องฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง”
“อยากไปถึงฝันใช่มั๊ย ได้...เดี๋ยวกูส่งมึงไปเอง”
เป้งยกเท้าขึ้นกะถีบสุดแรง ต๋อยหลบวาบ
“อ้ะๆ ไม่ต้อง ต๋อยไม่รีบ”
ต๋อยวิ่งหนีไป เป้งไล่กระทืบ

ทั้งสามมานั่งที่ร้านกาแฟ ซันสำลักกาแฟพรวดใส่หน้าแหวว
“ไอ้ทุเรศ!”
ซันหน้าแหยๆ
“ขอโทษๆ ก็คนมันตกใจ” ซันหันไปถามดวง “เมื่อกี้แกว่าไงนะ พูดอีกทีซิ”
“ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แค่อยากเชิญคุณหนูสายมุกเขามาร่วมงานวันเกิดด้วย ก็แค่นั้น”
“ปัดถุย! ยังจะกล้าพูดว่าไม่ใหญ่อีกเหรอวะ ไอ้ที่แกคิดน่ะมันโคตรใหญ่เลย คุณหนูสายมุกลูกคุณนายสร้อยเพชรเนี่ยนะ จะมาร่วมแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้แก ฝันเฟื่อง”
แหววไม่เข้าใจ
“ ใช่...แล้วถามหน่อยเถอะ ทำไมต้องอยากให้เขามาด้วย”
ซันประชด
“โห...อันนั้นไม่ต้องถาม ก็คนมันมีใจ”
แหววหึงๆ
“ไปมีใจให้เขาทำไม ทีฉันโตมากับแกแท้ๆทำไมแกไม่คิดจะจีบบ้างล่ะ”
ซันหันมาต่อว่า
“เอ้า...นังนี่ ก็แกมันสวยสู้เขาไม่ได้”
แหววตบเปรี้ยงซันร้องลั่น แหววหันมาจ้องหน้าดวง
“เลิกเพ้อได้แล้ว ระหว่างแกกับคุณหนูสายมุก มันไม่มีวันเป็นไปได้หรอก”
แหววสะบัดงอนหนีไป ดวงถอนใจ
“มันก็จริง”
ซันเข้าปลอบ
“อ้าว...ไอ้ดวง ฝันอยู่ดีๆ ทำไมฝ่อง่ายอย่างนี้ล่ะวะ เฮ้ย...คนเรามันก็ต้องฝันให้ไกล ไปให้ถึง ลูกผู้ชายถ้าเป้าหมายมันไม่ท้าทาย ชีวิตมันจะสนุกได้ไงกันล่ะวะ”
ดวงหน้าสลด
“แต่…”
“ไม่มีแต่! ปอดแหกไปได้ เอาเวลามาคิดดีกว่าว่าจะทำยังไงให้คุณหนูสายมุกมาร่วมงานวันเกิดแกคืนนี้ ไป วางแผนชั่วกัน”
ซันกอดคอดวงออกไป...อีกด้านมีรถคันหนึ่งเข้ามาจอด โอมลงจากรถมองไปรอบๆ
“นี่น่ะเหรอตลาดสดสร้อยเพชร”
โอมยิ้มร้าย

หลังจากไปดูตลาดมา โอมก็มาปรึกษาคุณนายสร้อยเพชรที่บ้าน คุณนายสร้อยเพชรตาโตถูกใจมาก
“ซุปเปอร์มาเก็ตสไตล์เกาหลี ตายแล้วๆๆ ป้าไม่เคยได้ยินอะไรที่มันดูดีขนาดนี้มาก่อนเลย เก่งมาก เก่งจริงๆ”
“สมัยนี้แล้ว แม่บ้านเขาก็จ่ายตลาดกันในซุปเปอมาเก็ตทั้งนั้นแหละครับ ไม่มีใครเขาไปตลาดสดกันแล้ว มันทั้งเหม็น ทั้งเลอะเทอะ ควบคุมความสะอาดก็ไม่ได้ สุขอนามัยก็ไม่ดี”
คุณนายสร้อยเพชรยิ้มถูกใจ
“อ้ะ ถูกต้อง”
“ผมก็เลยนำโครงการนี้มาเสนอคุณป้ายังไงล่ะครับ เห็นว่าคุณป้ามีตลาดสดอยู่แล้ว แค่เราปรับโน่นนิดนี่หน่อย ยกระดับมันขึ้นมา ถือซะว่าช่วยรัฐบาลพัฒนาประเทศ”
“อ้ะ เยี่ยมมาก”
สายมุกนั่งฟังอยู่ขัดขึ้น
“แต่มุกไม่เห็นด้วยนะคะ”
โอมกับคุณนายสร้อยเพชรชะงัก
“มุกคิดว่าตลาดสด มันไม่ใช่แค่สถานที่ซื้อขายสิ่งของ”
โอมไม่ชอบใจนักแต่เก็บอาการ
“เอ๊า...แล้วมันคืออะไรล่ะครับคุณมุก”
“มันเป็นเรื่องของวิถีชีวิต ถ้าจะเปลี่ยนตลาดสดเป็นอย่างอื่น นั่นก็หมายความว่าเรากำลังจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนในชุมชน มันไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วก็ไม่แน่ใจด้วยว่าเปลี่ยนแล้วมันจะดีขึ้นอย่างที่คุณเข้าใจรึเปล่า”
คุณนายสร้อยเพชรชักเห็นด้วยกับลูกสาว
“เออ...แต่ยายมุกพูดก็มีเหตุผล”
โอมพยายามแย้ง
“นี่มันไม่ใช่เรื่องของชีว้งชีวิตอะไรหรอกครับ มันเป็นเรื่องของธุรกิจ เรื่องของเงินล้วนๆ”
“แต่ว่า…”
สายมุกจะแย้งอีก คุณนายสร้อยเพชรตัดบท
“พอได้แล้วยายมุก เรื่องนี้ แม่จะตัดสินใจเอง” คุณนายสร้อยเพชรหันไปบอกบอกโอม “ขอเวลาฉันคิดก่อน แล้วเราค่อยมาสรุปกันอีกที”
“ต้องรีบคิดหน่อยนะครับ เรื่องเงินๆ ทองๆ จะชักช้าไม่ได้”

สายมุกทั้งเซ็งและเครียด

สายมุกเดินมาที่รถ…พะวงวิ่งตามมา

“จะออกไปทำผมอะไรตอนนี้คะคุณหนู เดี๋ยวก็มืดแล้ว จะสวยไปไหนคะ”
“ก็ฉันนัดช่างไว้แล้ว ไม่อยากผิดนัด ไปเปิดประตูเถอะน่า อย่าถามมากนักเลย”
“ให้พะวงไปเป็นเพื่อนไหมคะ”
“ไม่ต้อง แค่ไปทำผม ไม่ได้ไปทำนมซะหน่อย”
“แต่พะวงว่า” พะวงมองๆ นมสามมุก “ทำซะหน่อยก็ดีนะคะ มันแบ๊นแบน”
สายมุกฉุนกึก
“ไปเปิดประตู!”
“ค่ะๆๆ”
พะวงวิ่งไป สายมุกขับรถออกไป

สายมุกจอดรถด้านหน้าตลาดแล้วลงจากรถมา
“อะไรๆ ก็ไม่ดีสักอย่าง ต้องดูให้เห็นกับตาว่ามันเป็นยังไงกันแน่”
สายมุกจะเดินเข้าไป ทันใดนั้นขี้ยาเมายาบ้าวิ่งเข้ามากระชากกระเป๋า
“ว้าย!”
สายมุกไม่ยอมปล่อย ขี้ยาตวาด
“เอามา!”
“ไม่ให้...ช่วยด้วย...ช่วยด้วยค่ะ”
ขี้ยากระชากกระเป๋าได้ วิ่งหนีไป สายมุกวิ่งตาม
“ช่วยด้วยค่ะ คนขโมยกระเป๋า...ช่วยด้วย”
ดวงขับซาเล้งเข้ามาพอดี เห็นเหตุการณ์เข้า
“เฮ้ย!”
“ช่วยด้วยค่า คนวิ่งราวกระเป๋า...ช่วยด้วย”
“เฮ้ย...คุณหนูสายมุก!”
ดวงจับต้นชนปลาย เข้าใจแล้ว ขี้ยาวิ่งมาพอดี ดวงกระโดดจากซาเล้งเข้าตะครุบตัวไว้
“เฮ้ย!”
กระเป๋าสายมุกหลุดมือ กระเด็นไป ดวงปลุกปล้ำพยายามจับขี้ยา
“จะหนีไปไหน ไปหาตำรวจกันก่อนสิ”
“ไม่ไปเว้ย!”
ขี้ยาถีบดวงออกไป มันดิ้นจนหลุดไปได้ ดวงจุกแอ่ก สายมุกวิ่งตามมาถึงเห็นเข้าพอดี
“นายดวง เป็นอะไรรึเปล่า”
“ผมไม่เป็นไรครับ”
ดวงคว้ากระเป๋าส่งให้สายมุก
“กระเป๋าของคุณครับ”
สายมุกรับกระเป๋ามายิ้มปลื้ม
“ขอบคุณมากนะ”

ลั้นลาชงกาแฟ...อั้มมาหยุดอยู่ข้างๆหน้าตาๆ แค้น สายตาจับจ้องไปที่ดวงกับสายมุกที่นั่งอยู่ที่โต๊ะด้านหน้า เป้งกับต๋อยจับผิดตลอด
“พี่ดวงนะพี่ดวง ทำไมต้องย่ำยีหัวใจกันขนาดนี้ด้วย รักกันชอบกันอยู่ดีๆแท้ๆ พาใครมาด้วยก็ไม่รู้ หน้าตาดูไม่ได้ ขี้เหร่มาก”
เป้งเบ้หน้า
“โอ้โห กล้า...ถ้าอย่างนั้นดูไม่ได้ อย่างแกก็ต้องไปเกิดใหม่แล้วล่ะ”
สายมุกกับดวงยิ้มให้กันขัดๆ เขินๆ
“นายอุตส่าห์ช่วยฉัน แต่ให้ฉันเลี้ยงแค่กาแฟเย็นแก้วเดียว มันจะดีเหรอ”
“แค่นี้ผมก็ไม่คิดไม่ฝันว่ามันจะเกิดขึ้นแล้วล่ะครับ ตบหน้าผมสิครับ ผมจะได้มั่นใจ ว่าผมไม่ได้ฝันไป”
“เอางั้นเหรอ...ได้”
สายมุกตบหน้าดวงฉาด ดวงถึงกับหน้าหันแก้มขึ้นรอยแดงห้านิ้ว สายมุกยิ้มๆ
“รู้แล้วใช่ไหมว่าไม่ได้ฝัน”
“รู้โคตรโคตรเลยครับ”
อั้มแย่งแก้วกาแฟจากลั้นลา
“หมั่นไส้นัก มานี่ฉันเสิร์ฟให้เอง”
ลั้นลายื้อไว้
“ไม่ได้ ผิดมือเดี๋ยวเสียรสชาติหมด!”
อั้มดึง
“เสียรสชาติ กับ เสียของรักไปให้คนอื่นน่ะ แกจะเอาแบบไหน...”
ลั้นลานิ่งคิด
“ก็ได้...นี่เห็นว่าเราคอเดียวกันนะ...ยอม”
ลั้นลายอมปล่อยถาดให้อย่างเสียไม่ได้ อั้มมองสายมุกแค้นๆ
“เดี๋ยวรู้เรื่อง....อยากรู้นัก หนังหน้าแห้งๆแบบนั้นมันจะมีอะไรน่าค้นหา สู้ฉันไม่ได้สักอณูรูขุมขนเลย”
ลั้นลาแดกดัน
“จร้า...แม่ขนุนหนัง...”
อั้มเดินไปกระแทกแก้วกาแฟสองใบลงบนโต๊ะ
“กาแฟเย็นสอง ไม่ใส่นม หวานน้อย”
“ขอบคุณค่ะ”
สายมุกหยิบเงินส่งให้ อั้มมองแบงค์ยี่สิบสองใบในมือสายมุก แล้วดึงมาหนึ่งใบ
“ไม่ต้องจ่ายให้ ผัวคนเดียว ฉันเลี้ยงเองได้!”
ต๋อย เป้ง ลั้นลาร้องพร้อมกัน
“โอ้ว!”
อั้มสะบัดออกไป สายมุกมองตามไปงงๆ...พวกต๋อยตบมือต้อนรับอั้มเสียงดัง ตีมือตีไม้กัน ดวงรีบปฏิเสธ
“ผมไม่ใช่ผัวเขานะครับ เขาชอบล้อเล่น”
“ตกใจหมดเลย”
สายมุกเขินๆ หยิบแก้วขึ้นดูดกาแฟ ดวงมองหน้าหญิงสาวก่อนจะถาม
“คุณยังไม่ได้บอกเลยว่ามาทำอะไรที่นี่…หรือว่าจะมาเรื่องขึ้นค่าเช่า”
“ฉันไม่ได้มาเพราะเรื่องนั้นหรอก แค่อยากมาทำความรู้จักน่ะ”
ดวงเขินอาย
“อุ้ย...ผมชื่อ ดวง อายุยี่สิบสี่”
สายมุกขัดขึ้น
“ฉันไม่ได้หมายถึงนาย”
“อ้าว”
“ฉันอยากมาทำความรู้จักกับตลาดน่ะ แม่ฉันเป็นเจ้าของตลาดก็จริง แต่เราก็มีแม่บ้านคอยดูแลทำอาหารให้ ฉันก็เลยไม่ค่อยมีโอกาสได้มาที่นี่”
“แล้วคุณหนูสายมุกจะมาทำความรู้จักตลาดไปทำไมกันล่ะครับ…มีอะไรรึเปล่าครับ”
สายมุกตัดบท
“อย่ามัวแต่ถามเลย รีบกินแล้วพาฉันไปทัวร์ตลาดได้แล้ว”
“ครับๆ ได้เลยครับ”

ดวงพาสายมุกเดินชมตลาด พ่อค้าแม่ค้าฮือฮากันใหญ่
“ตรงนั้นเขียงหมูอาเล้ง ตรงโน้นอากิมแกขายไก่ ฝั่งโน่นอาซ้งแกขายไข่ ส่วนเจ๊แต๋วแกขายผัก”
อั้มหน้าหงิก เท้าเอวมองมา
“ส่วนอั้ม ขายของใช้ทั่วไป” ดวงกระซิบ “คล้ายๆกับเซเว่น แล้วนั่นก็คือ ลั้นลา ขายกาแฟพวกเราเรียกว่าร้าน คะยั้นคะยอคอกาแฟ“
สายมุกขำๆ
“แสดงว่าต้องบังคับกันกินเหรอคะ”
ดวงหัวเราะ
“บางครั้งครับ...”
“คุณรู้จักทุกคนที่นี่เลยเหรอคะ”
“ยิ่งกว่ารู้จักอีกครับ พวกเขาเป็นเหมือนญาติของผม ครอบครัวของผม”
ทันใดนั้นเสียงอาซ้งดังขึ้น
“ไอ้ดวง ส่งไข่!”
“ครับๆๆ”
แล้วเสียงเจ๊แต๋วก็ดังตามมา
“ไอ้ดวง ไปรับผักให้ที”
“ครับๆ”
พ่อค้าคนหนึ่งตะโกนมา
“ไอ้ดวงส่งน้ำแข็ง”
“ครับๆ”
พ่อค้าขายข้าวสารร้องเรียก
“ไอ้ดวงย้ายกระสอบข้าวให้ที”
“ครับๆ”
แม่ค้าคนหนึ่งเรียกอีก
“ไอ้ดวง ล้างพื้นให้ที”
“ครับๆ”
ดวงหันมายิ้มให้ สายมุกหน้าเหวอมาก
“นี่นายต้องทำทุกอย่างเลยเหรอ”
“ก็บอกแล้วไงครับว่า เราเป็นครอบครัวเดียวกัน มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกัน คุณหนูเดินชมได้เลยนะครับ ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ”
ดวงออกไป...สายมุกมองตามไป...การทำงานต่างๆของดวงอยู่ในสายตามองสายมุก

หน้าตลาดกำลังวุ่นวาย วินมอเตอร์ไซค์มีคนมารอคิวหลายคน เป้งกับต๋อยสลับกันวิ่งเข้าวิ่งออก ป้าแก่ๆจะมาขึ้นรถ ต๋อยรีบโบกห้าม แล้วชี้ไปที่เป้งแทน
“นมัสการคันโน่นเลยป้า คันนี้ไม่ว่าง” ต๋อยหันไปเรียกสาว “เชิญครับ”
เป้งหน้าเหวอ
“อ้าว ไอ้ต๋อย ไอ้เปรต ใครให้มึงเลือกลูกค้าวะ”
ต๋อยรีบออกรถหนีไป ขณะเดียวกัน ดวงออกมาส่งสายมุกที่รถ
“ขอบคุณมากนะที่ช่วยฉัน แล้วก็ยังพาทัวร์ตลาดด้วย”
“เอ่อ...เรื่องช่วย คุณหนูก็ตอบแทนผมแล้วนี่คับ...แต่ว่าเรื่องพาทัวร์...ยัง”
“นายนี่ก็ร้ายไม่เบานะ อยากให้ฉันตอบแทนยังไงก็ว่ามา”
ดวงดีใจ
“จริงเหรอครับคุณหนู”
“รีบพูดมาก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ”
“คือ...วันนี้ที่ตลาดเราจะมีงานเลี้ยงวันเกิดเล็กๆ น่ะครับ พ่อค้าแม่ค้าเขาจัดให้ผมทุกปี ถ้าคุณหนูไม่รังเกียจงานวันเกิดคนจนๆ ผมจะอยากจะเชิญมาร่วมงานด้วยน่ะครับ”
“เอาสิ น่าสนุกดีออก”
“ตกลงมาใช่ไหมครับ มาแน่ๆนะครับ อย่าหลอกผมนะครับ”
สายมุกยิ้มรับก่อนจะเดินไปที่รถขับออกไป...ดวงกระโดดดีใจ
“ในที่สุดก็สำเร็จ”
นักเลงคนหนึ่งมาด้อมมองๆที่หน้าตลาด ครู่หนึ่ง นักเลงอีกคนเดินกลับมาสมทบ
“พี่...เห็นว่าคืนนี้มันจะมีงานอะไรสักอย่าง”
“งั้นก็ยิ่งเหมาะ ลงมือมันคืนนี้เลยก็แล้วกัน ถือซะว่าเป็นการเตือนครั้งแรก”

นักเลงสองคนยิ้มร้ายออกมา

จบตอนที่ 2 โปรดติดตาม ตอนต่อไปเวลา 9.30 น
กำลังโหลดความคิดเห็น...