xs
xsm
sm
md
lg

หยกเลือดมังกร ตอนที่ 4

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


หยกเลือดมังกร ตอนที่ 4

ตงแต่งตัวด้วยชุดสูทอย่างเนี้ยบสำหรับออกงานสำคัญ เดินเข้าถามป้าจั่น
 

“นี่คุณหนูยังแต่งตัวไม่เสร็จอีกเหรอ”
“ยังเลยค่ะ เมื่อคืนเสี่ยบอกให้คุณหนูแต่งตัวให้สวยที่สุด เมื่อกี้นี้ดิฉันขึ้นไปดู...เห็น คุณหนูเพิ่งจะเลือกชุดได้เองค่ะ”
“หา...เพิ่งจะเลือกชุดได้เนี่ยนะ...แล้วจะได้ไปกันกี่โมงล่ะ”
ตงเซ็งๆ หันไปบอกเก่ง
“แกล่วงหน้าไปก่อนฉันแล้วกัน เดี๋ยวฉันจะพาลูกสาวฉันไปเอง”
“ครับเสี่ย”
“เอ้อ...เดี๋ยวก่อน...กำชับทุกคนเรื่องนั้นด้วยล่ะ งานนี้ฉันต้องการเซอร์ไพรซ์”
เก่งรับคำแล้วเดินออกไป ป้าจั่นอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้
“นึกหน้าคุณหนูถูกเซอร์ไพรซ์ขึ้นมาแล้ว อดดีใจแทนไม่ได้”
“จุ๊ๆ…เบาๆหน่อย เดี๋ยวความลับจะไม่เป็นความลับ”
ป้าจั่นรีบปิดปากทันที
“ค่ะเสี่ย”
ตงยิ้มอย่างมีความสุข

ดุจแพรทาลิปสติคสีสวย ปัดขนตา ปัดแก้มชมพูเรื่อๆ ตงมาเคาะประตูเรียก
“ดุจ...เสร็จรึยังลูก ป๋าต้องรีบไปนะ”
“อีกนิดเดียวค่ะป๋า”
“ลูกสาวป๋าแต่งอะไรก็สวยอยู่แล้ว...ไปกันเถอะ”
ไม่ทันขาดคำดุจแพรก็เปิดประตูออกมา ตงเห็นลูกสาวตัวเองแล้วอดชะงักไม่ได้เพราะช่างสวยทั้งเสื้อผ้าหน้า ผม ทุกอย่างลงตัวเอามากๆ
“ดุจเสร็จแล้วค่ะป๋า...ป๋าคะ...อย่ามองดุจแบบนี้สิ”
“ขอโทษทีนะ ป๋าละสายตาไม่ได้จริงๆ สงสัยว่าใครมาขโมยลูกสาวป๋าไปแล้วเอานางฟ้า มาให้แทน”
ดุจแพรอายมาก
“ป๋าอ่ะ...” หญิงสาวทุบอกพ่อเบาๆ “นี่แน๊ะ...ที่ดุจจัดเต็มขนาดนี้ก็เพื่องานสำคัญของป๋าคน เดียวเลยนะ ยังมาแซวอีก...ไม่ไปแล้ว”
“เดี๋ยวสิ...ป๋าก็พูดเล่น ขี้งอนซะจริง”
“แหม...ก็วันนี้ป๋าจะเปิดตัวบริษัทใหม่ เป็นอีกก้าวหนึ่งของความสำเร็จของป๋า ดุจก็ต้อง เต็มที่ไม่ให้ป๋าเสียหน้าสิคะ”
“อ้าว...นี่ตกลงความลับป๋าแตกแล้วเหรอ”
ดุจแพรยิ้มน่ารัก
“ค่ะ ดุจรู้หมดแล้ว ป๋าไม่มีทางมีความลับอะไรกับดุจได้หรอก”
ดุจแพรอมยิ้มแล้วควงแขนพ่ออย่างน่ารัก ตงมองลูกสาวแล้วยิ้มแบบยังมีแผน
“ฉลาดสมกับเป็นลูกสาวป๋า แต่เซอร์ไพรซ์ของป๋ายังไม่หมดแค่นั้นหรอก”
ดุจแพรสงสัย
“ยังมีอีกเหรอคะ”
ตงยิ้มให้แต่ไม่บอก

กิจชัยขับรถเก๋งเก่าๆมาจอด ที่หน้าบริษัททำธุรกิจเรียลเอสเตท หยกนั่งข้างคนขับมองสงสัย
“ที่นี่น่ะเหรอมีงานที่แกจะให้ฉันทำ”
“เออ...งานสบาย แค่ออกแรงนิดๆหน่อยๆ ยิ่งถ้าทำได้ทันเวลาถูกใจนายล่ะก็...นายมีทิป พิเศษให้ด้วย”
“บริษัททำธุรกิจซื้อขายที่ดิน นายแกทำงานอยู่ที่นี่เหรอวะ แล้วไอ้คนที่เพิ่งออกจากคุก อย่างฉัน เขาจะรับไปทำงานอะไร”
กิจชัยหัวเราะชอบใจ
“ไม่ต้องถามเยอะหรอกไอ้หยก ตามฉันมา”
กิจชัยยิ้มกวนแล้วเปิดประตูลงจากรถ หยกลงจากรถมองตามหนักใจรู้ดีว่ามันทำงานสกปรก แน่นอนแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้...หยกเดินตามกิจชัยที่ทำทีมาเดินเตร็ดเตร่ แต่พอเห็นเป้าหมายที่ชายวัยกลางคน

สวมสูท ดูเป็นนักธุรกิจเจ้าของบริษัทเดินหิ้วกระเป๋าออกมา กิจชัยก็รีบเข้าไปทำทีถาม

“ขอโทษด้วยนะครับ ผมมาหาคุณนพดลตามนามบัตรนี่ ไม่ทราบว่าต้องติดต่อที่ไหน”
นพดลสงสัย
“นี่มันนามบัตรผมนี่ คุณเป็นใคร มีธุระอะไรกับผม”
“อ๋อ...คุณคือคุณนพดล ดีเลยจะได้ไม่เสียเวลาต้องเข้าไปตาม”
กิจชัยยิ้มกวนแล้วชักมีดพกออกมาจ่อที่พุงเป้าหมายทันที
“เรามีเรื่องต้องคุยกัน อย่าโวยวายไม่งั้นมีดจิ้มพุงแน่”
นพดลหน้าเสียตกใจที่ถูกจี้ ระหว่างนั้นยามบริษัทคนหนึ่งเดินออกมาเห็นเหตุการณ์พอดี นพดลร้องขึ้น
“ช่วยด้วย...ช่วยฉันด้วย”
“เวรเอ้ย...บอกให้เงียบไง”
กิจชัยจัดการชกที่ท้องจนเป้าหมายจุกหมดสติ มันรีบประครองแล้วหันไปสั่งหยกให้จัดการกับยาม
“ไอ้หยก...จัดการมันด้วย”
กิจชัยรีบพาตัวเป้าหมายออกไป หยกหนักใจ แต่จำเป็นต้องเล่นงานยามที่ถือกระบองเข้ามา เขาจัดการด้วย เชิงมวยจนยามสลบเหมือดแล้วรีบวิ่งตามกิจชัยไป...กิจลากตัวเป้าหมายที่หมดสติไปนั่งหลังรถแล้วหันมาดุหยก
“ยืนเซ่ออยู่ทำไมวะ...รีบขับรถไปจากที่นี่เร็ว”
หยกรีบเข้าไปนั่งในรถประจำที่คนขับ เข้าเกียร์ออกรถล้อหมุนฟรีพุ่งออกไปทันที

บรรยากาศงานเลี้ยงเปิดออฟฟิตใหม่ เป็นอาคารออฟฟิตที่สวยตกแต่งอย่างโมเดิร์น ดุจแพรอยู่ในงานเลี้ยงกับตงที่มีคนเข้ามาจับมือแสดงความยินดี
“ว่ายังไงคะป๋า...ดุจอยากรู้แล้วว่าป๋าจะเซอร์ไพรซ์อะไร”
“ใจเย็นๆสิ ยังไม่ได้ฤกษ์เลย”
“ป๋าอ่ะ...งอนแล้วด้วย”
ดุจแพรงอน ระหว่างนั้นเก่งเข้ามาตาม
“นายครับ...ได้ฤกษ์เปิดป้ายแล้วครับ”
“ได้...เดี๋ยวฉันไป” ตงหันมาที่ลูกสาว “ถึงเวลาที่ป๋าจะทำเพื่อดุจแล้วนะ”
ตงบอกลูกสาวแล้วเดินไปที่โพเดียมท่ามกลางแขกในงานที่ถือแก้วไวน์ยืนรอพิธี
“ขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ที่สละเวลาอันมีค่ามาร่วมเป็นสักขีพยานกับอีกก้าวเล็กๆ ก้าวใหม่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ผมหวังว่าก้าวเล็กๆก้าวนี้ของผมจะได้รับความไว้ วางใจและการสนับสนุนที่ดีจากทุกท่าน”
แขกในงานต่างปรบมือให้กำลังใจ ตงหันไปยิ้มให้กับลูกสาวที่ยืนใกล้กับโพเดียม
“สำหรับก้าวเล็กๆที่ผมจะเริ่มต้นในวันนี้ คือความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของผม ผมขอ เสียงชื่นชมและการสนับสนุนให้กับดุจแพร ลูกสาวคนเดียวของผม เจ้าของ D.P. Real estate แห่งนี้ ตัวจริงเสียงจริงด้วยครับ”
เสียงปรบมือดังลั่น ดุจแพรยืนงงตกใจไม่รู้ตัวมาก่อน

ในตึกร้าง...นพดลถูกจับคลุมหัวด้วยถุงผ้าสีดำ ตัวถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ กิจชัยดึงผ้าคลุมออก
“พวกแกเป็นใคร...จับฉันมาทำไม”
“หยุดเอะอะโวยวายหนวกหูซะทีได้มั้ย เดี๋ยวก็กระซวกซะเลย”
“ยะ...อย่า...อย่าทำอะไรฉันเลย เงินฉันอยู่ในกระเป๋า อยากได้เท่าไหร่ก็เอาไป”
“นี่แกเห็นพวกฉันเป็นโจรกระจอกงั้นเหรอ ไม่ได้อยากได้เงินหรอกเว้ย แต่อยากให้แกทำ อย่างอื่นให้มากกว่า”
“ทำ...ทำอะไร”
กิจชัยยิ้มกวนๆไม่บอกอะไรกลับหันไปตบบ่าหยก
“งานนี้ฉันยกให้แกจัดการว่ะ โชว์ฝีมือให้ดูหน่อย ถ้าแกเจ๋งจริงทำให้นายพอใจได้ แกกับ ฉันได้รุ่งพร้อมกันแน่”
กิจชัยถอยไปยืนดูห่างๆปล่อยให้หยกเดินเข้าไปที่นพดล หยกมองหน้าตาจริงจัง
“พวกแก...พวกแก...จะทำอะไร...อย่านะ”
ไม่ทันขาดคำหยกชกเข้าที่หน้าแรงๆจนนพดลเลือดกลบปาก หยกจิกผมให้เงยหน้าแล้วขู่
“มีคนเขาอยากให้แกถอนตัวออกจากการประมูลที่ดิน ที่แกกำลังประมูลแข่งกับเขาอยู่ ถ้าอยากกลับบ้านไปหาลูกหาเมียอย่างครบ 32 ก็แค่ทำตามที่เขาสั่ง”

“ไม่...ฉันทำไม่ได้”

ฉันเตือนแล้วนะ”

หยกชกเข้าหน้าอีกทีและตามด้วยอีกหลายหมัดหนักๆ กิจชัยยืนดูอย่างสะใจ
“เอาให้หนักเลยไอ้หยก...ฮ่าๆ”
หยกเจ็บใจที่ต้องลงมือทำร้ายคนบริสุทธิ์แต่เพราะความจำเป็น เขาเลยต้องลงมือไม่หยุด

ดุจแพรยังยืนงงไม่หาย เก่งต้องเข้ามาเร่ง
“คุณหนูครับ...เชิญครับ งานนี้เสี่ยตั้งใจทำเพื่อคุณหนูจริงๆ”
ดุจแพรนิ่งไปอีกครู่ก่อนจะเดินไปที่โพเดียมยืนเคียงข้างพ่อ
“ป๋า”
“นี่ไงเซอร์ไพรซ์ที่ป๋าเตรียมไว้ให้ลูกสาวที่ป๋ารักที่สุด ดีใจมั้ย”
“แต่ว่า...”
“ดุจเคยบอกว่าอยากเก่งเหมือนป๋าไม่ใช่เหรอ นี่แหละคือโอกาสที่ป๋าเตรียมให้ เปิดป้าย เถอะ บริษัทนี้เป็นของดุจแล้ว”
ตงถอยออกมาแล้วปรบมือให้ลูกสาว แขกเหรื่อในงานพากันปรบมือตาม ดุจแพรกดปุ่มเปิดป้ายผ้าแพรเห็น ชื่อบริษัท D.P. Realestate

นพดลถูกหยกซ้อมจนหน้าตายับเยินเลือดเกรอะกรังเต็มหน้า ชายหนุ่มหยุดซ้อมลดมือลง กิจชัยตะโกนถาม
“เฮ้ย...หยุดทำไมวะไอ้หยก กำลังมันส์เลย”
หยกหยุดซ้อมเพราะสงสารเหยื่อ กิจชัยจะเข้ามาช่วยซ้ำ
“ถ้าแกเหนื่อยแล้ว งั้นเดี๋ยวฉันซ้ำต่อเอง”
“ไม่ต้อง...แค่นี้มันก็ยอมแล้ว”
“แต่ฉันว่าเอาให้หนักกว่านี้เลยดีกว่า เลาะฟันมันออกมาด้วยเลย ต่อไปมันจะได้ไม่กล้า แข่งกับนายอีก”
“ให้ฉันคุยกับมันก่อน”
หยกดันกิจชัยให้ถอยไปแล้วเข้าไปกระซิบคุย
“เพื่อนฉันมันบ้า ถ้าแกไม่ทำตามที่สั่ง มันเลาะฟันแกออกมาให้หมดปากจริงๆแน่”
นภดลหน้าซีดมองหยกอย่างตัดสินใจ
“ถ้าฉันเป็นแก ฉันจะยอมรักษาชีวิตเอาไว้ ไม่ต้องทนเจ็บตัวแล้วยังได้กลับไปหาลูกหา เมีย ไม่ต้องให้พวกเขาอยู่อย่างหวาดผวาไปด้วย...ว่าไง”
“ฉัน...ฉันยอมแล้ว”
หยกโล่งอกที่ไม่ต้องลงมือทำร้ายคนบริสุทธิ์อีก

ในบริเวณงาน กิจชัยพาหยกเข้ามาหยิบกินอาหารคอกเทลบนโต๊ะอย่างมันปาก ไม่มีมารยาท กิจชัยยื่นคอกเทลให้
“ไม่เอาเหรอวะไอ้หยก ออกแรงไปเยอะ เติมพลังหน่อย อร่อยนะเว้ย”
หยกปฏิเสธระหว่างนั้นเก่งเดินเข้ามาไม่ค่อยพอใจกิจชัย
“นี่แกมาที่นี่ทำไม”
“ใจเย็นสิวะไอ้เก่ง...ข้าเอาข่าวดีมาบอกเสี่ยเว้ย”
“เอ็งโทรมาบอกข้าก็ได้นี่หว่า นี่เป็นงานของลูกสาวเสี่ย พวกเอ็งไม่ควรโผล่มา”
“เรื่องอะไรข้าต้องให้เอ็งได้หน้าอยู่คนเดียวด้วยวะ ไอ้งานแบบนี้เสี่ยไว้ใจใครไม่ได้นอก จากข้าคนเดียวเท่านั้นเว้ย”
กิจชัยยิ้มเยาะแล้วผลักไหล่เก่งให้หลบไป ก่อนจะเดินไปหาของกินต่อ เก่งหันมามองหยกเพราะไม่คุ้นหน้า แต่ หยกไม่สนใจเดินตามกิจชัยเข้าไป

ในห้องทำงานดุจแพรกอดอกไม่ค่อยสบายใจ ตงเข้ามาโอบไหล่ลูกสาว
“เป็นอะไรไป...ไม่ดีใจเหรอที่ป๋าทำความฝันของลูกให้เป็นจริง”
“แต่ดุจอยากสร้างทุกอย่างด้วยสองมือของดุจเอง”
“ป๋ารู้...แต่ทำธุรกิจสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยป๋า คู่แข่งมันเยอะ แถมยังเล่ห์เหลี่ยมสกปรกอีก ตั้งมากมาย นางฟ้าคนสวยของป๋าอาจจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมได้”

“งั้นที่ป๋าบอกว่าเปิดโอกาสให้ดุจก็ไม่จริงน่ะสิคะ เพราะป๋ายังคอยคุมดุจอยู่”

ตงชะงักไป ระหว่างนั้นเก่งเข้ามาขัด

“เสี่ยครับ”
ตงเห็นหน้าเก่งเหมือนมีเรื่องจะบอกเลยผละจากดุจแพรไปคุยด้วย
“เรื่องที่เสี่ยให้ไอ้กิจชัยไปจัดการเรียบร้อยแล้วครับ แต่มันมาที่นี่ มันอยากเจอเสี่ยครับ”
เก่งบอกไปก็หันหน้าไปข้างนอกให้ตงเห็นว่า กิจชัยกับหยกมารอพบ
“บอกมันให้ไปรอที่อื่น เดี๋ยวฉันตามไป”
เก่งรับคำแล้วเดินออกไป ดุจแพรสงสัย
“มีอะไรเหรอคะป๋า”
“ลูกน้องป๋ามันมาบอกข่าวดีว่าบริษัทที่ประมูลที่ดินแข่งกับเราถอนตัวออกไปแล้ว เท่ากับ ว่างานใหญ่กำลังรอให้ลูกพิสูจน์ฝีมือ”
“นี่ไงที่ดุจเพิ่งบอกป๋าไปเองว่าป๋าไม่ได้ให้โอกาสดุจจริงๆ ดุจยังไม่ทันได้ลงมือทำอะไร ป๋าก็จัดการให้หมดแล้ว”
“ไม่เอาน่าดุจ ถือว่าเป็นของขวัญสำหรับการเริ่มต้นของลูกก็แล้วกัน ป๋าสัญญา จากนี้ไป ป๋าจะไม่เข้ามายุ่งกับงานของดุจอีก...โอเคมั้ย”
ดุจแพรนิ่งไป ตงลูบหัวลูกสาวแล้วเดินออกไป ดุจแพรมองตามยังไม่ค่อยเชื่อคำพูดของพ่อสักเท่าไหร่

หยกกับกิจชัยรออยู่ที่มุมหนึ่งของออฟฟิต เก่งเข้ามาตาม
“เสี่ยมาตามให้แกเข้าไปพบ”
กิจชัยยิ้มชอบใจแล้วจะเดินเข้าไป หยกเดินตามแต่ถูกเก่งดันอกไว้ไม่ให้ไป
“มันคนเดียว...ยกเว้นแก”
“ไอ้หยกเป็นพวกเดียวกับฉัน มันไม่มีอะไรหรอก”
“แต่เสี่ยไม่ไว้ใจใคร”
“ก็ได้...ไอ้หยก แกรอฉันอยู่แถวนี้ก่อน ผลงานแกวันนี้ฉันจะรายงานเสี่ยให้เอง”
กิจชัยเดินตามเก่งเข้าไป หยกเสียดายที่ยังไม่มีโอกาสได้เจอตง เป้าหมายที่ผู้การสมิงต้องการให้มาสืบ

ดุจแพรเดินออกมาทักทายแขกเหรื่อในงานที่มาแสดงความยินดีกับเธอ ระหว่างนั้นเธอเหลือบไปเห็นหยกยืนอยู่ ไกลๆจำได้ว่าเป็นชายคนเดียวกับที่เคยช่วยชีวิตเธอเอาไว้เมื่อหลายเดือนก่อน ดุจแพรแน่ใจว่าเป็นคนๆเดียวกัน แต่พอมองหาอีกครั้งกลับไม่เจอตัว

ตงกระชากคอเสื้อกิจชัยมาตะคอกใส่หน้า
“แกคิดว่าแกเป็นใคร...ถึงกล้ามาต่อรองกับฉัน...หา!”
“ผม...ผมไม่ได้มาต่อรองกับเสี่ยนะครับ ผม...ผมแค่มาขอให้เสี่ยช่วยเห็นใจผมบ้าง”
“เห็นใจเหรอ”
ตงเหวี่ยงกิจชัยจนเซแล้วหันไปดึงปืนที่เอวเก่งมาเล็งใส่ กิจชัยตกใจ
“เสี่ย...ผมขอโทษ ยังไงผมก็ยังจงรักภักดีกับเสี่ย งานสกปรกแค่ไหนที่เสี่ยจัดการ เองไม่ได้ ผมก็ช่วยจัดการให้ทุกอย่าง แต่ผมไปลำบากอยู่ในคุกมาตั้งนาน ออกมาอีกที ไอ้พวกหน้าใหม่ๆมันก็มาแย่งที่ทำกินผมหมด พวกมันมีขาใหญ่คอยคุ้มครองอยู่ ถ้าเสี่ย ไม่ออกตัวช่วยผมบ้าง ผมคงได้อดตายหรือไม่ก็โดนเก็บแน่”
ตงนิ่งคิดแต่ยังไม่ลดปืนที่เล็งหน้ากิจชัย

ดุจแพรเดินมองหาหยกอยูในบริเวณออฟฟิต ส่วนหยกยืนอยู่ในมุมลับตาคนกำลังโทรศัพท์คุยกับผู้การสมิง
“ยังเลยครับท่าน คนของมันไว้ใจผมแล้ว แต่มันค่อนข้างระวังตัวยังไม่ไว้ใจใครง่ายๆ ผมเลยยังไม่มีโอกาสได้เข้าไปถึงตัว”
ดุจแพรหันมาเห็นหยกก็รีบเข้าไปทักทันที
“คุณ”
หยกชะงักหันไปแล้วทำนิ่ง
“ได้เรื่องยังไงแล้วผมจะติดต่อกลับไปครับ”

หยกวางสาย ดุจแพรดีใจ

หยกเลือดมังกร ตอนที่ 4 (ต่อ)

“ใช่คุณจริงๆด้วย ฉันตามหาคุณมาตั้งนานไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคุณที่นี่”

“ขอโทษนะครับ ผมจำไม่ได้ว่าเราเคยเจอกัน คุณคงจำคนผิดแล้ว”
หยกจะเดินเลี่ยงออกไปเพราะไม่อยากรู้จักใคร และการรู้จักใครอาจจะทำให้แผนแตกได้ แต่ดุจแพรกลับเรียกไว้
“แต่ฉันจำคุณได้จริงๆ คุณช่วยชีวิตฉันไว้เมื่อหลายเดือนก่อน”
หยกชะงักแล้วมองหน้าดุจแพร
“ฉันขับรถชนคุณจนคุณได้รับบาดเจ็บ แต่คุณก็ยังช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันอยากจะหาโอกาส ตอบแทนคุณ แต่ก็ตามหาคุณไม่พบเลย”
“ตอนนี้คุณก็เจอผมแล้ว เอาเป็นว่าผมรับคำขอบคุณเอาไว้แล้วกัน ผมขอตัว”
หยกรีบเดินออกไป ดุจแพรไม่ยอมหยุดรีบตามทันที
“เดี๋ยวสิคุณ...ฉันยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย...คุณ...คุณ”
ดุจแพรเดินตามหยกที่เลี่ยงไม่อยากคุยด้วย ความเร่งรีบทำให้ไม่ทันระวังเดินสะดุดเกือบจะตกลง จากขั้นบันได
“ว๊าย!”
หยกรีบเข้าไปดึงตัวเธอไว้ก่อนที่เธอจะล้มลง หญิงสาวอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม ใบหน้าเกือบจะ ชนกัน ดุจแพรสบตาหยกใจเต้นตึกตัก แต่ระหว่างนั้นตงเข้ามาเห็น
“เฮ้ย…ปล่อยลูกสาวฉันเดี๋ยวนี้”
เก่งรีบเข้าไปกระชากหยกออกมาตามคำสั่งเจ้านาย แล้วชกเปรี้ยงจนปากแตกเลือดซิบๆมุมปาก ดุจแพรตกใจ
“ป๋า…นี่ป๋าทำอะไร...เขาช่วยดุจไว้นะ”
“ช่วยอะไร ป๋าเห็นมันกำลังลวนลามลูกสาวป๋าต่างหาก”
“ป๋าเข้าใจผิดแล้ว เขาคือคนที่ช่วยชีวิตดุจไว้จากอุบัติเหตุคราวนั้นไง”
ตงนิ่งไปมองหน้าลูกสาว กิจชัยรีบเข้าไปที่หยก
“บอกให้รออยู่เฉยๆทะลึ่งหาเรื่องใส่ตัวทำให้เสี่ยไม่พอใจทำไมวะไอ้หยก รีบขอโทษเสี่ย เขา…เร็ว”
หยกเช็ดเลือดมุมปากมองตงอย่างไม่ค่อยชอบหน้า แต่ทำเป็นยอม
“ผมขอโทษด้วยครับเสี่ย”
หยกขอโทษสั้นๆห้วนๆแล้วรีบเดินออกไป กิจชัยรีบขอโทษเสี่ยแทนเพื่อน
“อย่าไปถือสามันเลยครับเสี่ย ท่าทางมันกวนไปอย่างนั้น แต่ฝีมือมันดี ผมจะคอยเตือน มันเองครับ”
กิจชัยยกมือไหว้แล้วรีบตามหยกไป ดุจแพรมองตามไปอย่างเสียดายพลาดโอกาสที่จะได้รู้จัก

กิ่งเหมยเก็บร้านขายปาท่องโก๋เพราะสายมากแล้ว ธงรบเข้ามาหา
“ซื้อปาท่องโก๋หน่อยครับ”
“ขอโทษด้วยนะคะวันนี้ขายหมดแล้ว ไว้พรุ่งนี้มาซื้อใหม่นะคะ”
กิ่งเหมยตอบกลับไปพร้อมกับหันมาแล้วชะงักเพราะเห็นว่าเป็น ธงรบที่มาในชุดนอกเครื่องแบบ
“คุณตำรวจ”
“น่าเสียดายจังเลย อุตส่าห์ตั้งใจมากิน ได้ยินคนในตรอกศาลเจ้าบอกว่าปาท่องโก๋ร้านนี้ อร่อยที่สุด สงสัยมื้อเช้านี้คงต้องหิ้วท้องหิวๆไปทำงาน”
“ปล่อยให้ท้องหิวไม่ดีหรอกค่ะ แถวนี้มีร้านซาลาเปาอร่อย รับรองหมวดต้องติดใจแน่ๆ เลยค่ะ นั่นไงคะ เดินไปอีกไม่เท่าไหร่ก็ถึงแล้ว”
ธงรบอึกอัก
“เอ่อ...”
กิ่งเหมยยิ้มให้แล้วหันไปเก็บร้านต่อ ธงรบหน้าจ๋อยๆคอตกๆเดินออกไป สวนกับส้มเช้งที่เดินเข้ามา เธอรีบไปตีสะโพกเพื่อนทันที
“นี่แน๊ะยัยเหมย”
“โอ๊ย...ยัยส้มเช้ง แกมาตีฉันทำไมเนี่ย”
“ก็แหม...มันน่าหมั่นไส้อ่ะ หมวดเขาอยากมากินปาท่องโก๋ แต่ดันไล่ให้ไปกินซาลาเปา”
“ก็ฉันขายหมดแล้วจะเอาอะไรให้เขากินล่ะ”
“โอ๊ย...ฉันจะบ้าตาย แกนี่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย มานี่เลย”
ส้มเช้งรีบดึงแขนกิ่งเหมยพาตามธงรบไป

ส้มเช้งลากกิ่งเหมยเข้ามาหาธงรบที่กำลังเดินอยู่

“เดี๋ยวค่ะหมวด”

“นี่แกจะทำอะไรของแก” กิ่งเหมยงง
“เฉยๆเหอะน่า หมวดเขามีน้ำใจช่วยชีวิตแก แกจะไม่ตอบแทนเขาหน่อยเลยเหรอ”
“มีอะไรเหรอครับ”
“จะมาบอกว่าซาลาเปาร้านนั้นมันหมดแล้วค่ะ แต่ถ้าหมวดยังอยากกินของอร่อยๆ แถวนี้ ยัยเหมยมีร้านแนะนำหลายร้านเลย”
กิ่งเหมยตกใจ
“ยัยส้มเช้ง”
ส้มเช้งฉีกยิ้มแล้วแอบหยิกสะโพกเพื่อนจนกิ่งเหมยสะดุ้งโหยง
“พาหมวดเขาไปสิแก เดี๋ยวฉันไปเก็บร้านแกให้เอง...ไปสิ”
ส้มเช้งผลักไหล่เพื่อนสาวให้เข้าไปใกล้ ธงรบมองกิ่งเหมยแล้วยิ้มให้อย่างดีใจ แต่หญิงสาวดูเก้ๆกังๆ

กิจชัยเดินอยู่ในตลาดกับหยก กิจชัยแวะที่ร้านโชว์ห่วยเปิดตู้แช่หยิบน้ำอัดลมกระป๋องมาดื่ม คนขายยืน มองตาปริบๆอย่างเซ็งๆ
“มองอะไร...อยากเจ็บตัวอีกเหรอไงวะ”
เจ้าของร้านกลัวพวกนักเลงเลยไม่กล้ามีเรื่องด้วยก้มหน้างุดกลัวหงอ กิจชัยหยิบอีกกระป๋องยัดใส่มือหยก ส่วน ตัวเองเดินออกไปจากร้าน หยกควักแบงค์ให้ร้อยหนึ่งอย่างใจดี
“ไม่ต้องทอนนะ”
หยกยัดเงินใส่มือเจ้าของร้านแล้วเดินตามกิจชัยไป...กิจชัยเดินซดน้ำอัดลมกระป๋องท่าเดินกร่างเต็มที่เพราะใหญ่ในตลาด
“จำไว้นะเว้ยไอ้หยก ถ้าคิดอยากจะมีเงินใช้ไม่ขาดมือ ห้ามแกไปเจ๊าะแจ๊ะกับคุณดุจอีก”
“เขามายุ่งกับฉันเอง”
“เออ...ฉันเห็นแล้ว เวลาที่เขามองแก ตางี้เป็นประกายวิ้งๆเลย แกมันทำบุญมาดีหน้าตา หล่อหลอกกินสาวๆได้สบาย แต่ยังไงก็ขอเตือนไว้ เสี่ยหวงลูกสาวยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ แต่ถ้าแกอยากเสี่ยงถูกกระทืบตายก็ตามใจ ส่วนฉันขอเก็บแต้มพวกบ้านๆดีกว่า”
กิจชัยพูดไปก็หันไปหยิบลูกชิ้นปิ้งจากร้านขายลูกชิ้นของแม่ค้าสาวหน้าตาดีคนหนึ่งมากินหน้าตาเฉย
“ใช่มั้ยจ้ะคนสวย”
แม่ค้ากลัวกิจชัยไม่กล้าสบตา กิจชัยยิ้มกวนเข้าไปจับแก้มเชยคาง
“ได้ยินว่าผัวคนสวยยังไม่กลับจากเกณฑ์ทหารใช่มั้ยจ๊ะ...น่าสงสารนะ คงเหงาน่าดู เอางี้มั้ย ค่าคุ้มครองเดือนนี้พี่ยกให้ได้แค่คนสวยชวนพี่ไปช่วยแก้เหงา”
กิจชัยพยายามลวนลามแม่ค้าที่กลัวจนตัวสั่น หยกรีบแตะบ่าห้าม
“ฉันว่าอย่าไปยุ่งเลยดีกว่า ไปเหอะ”
“เฮ้ย...อย่ามายุ่ง อย่างแกมันหล่อเลือกได้ ส่วนฉันมันเลือกไม่ได้ก็ต้องใช้กำลังอย่างเดียว”
กิจชัยดันหยกไม่ให้มายุ่ง ระหว่างนั้นผัวแม่ค้าเข้ามาเห็นพอดี รีบคว้าขวดเบียร์ตีแตกเป็นปากฉลาม
“อย่ายุ่งกับเมียข้านะเว้ย”
ผัวแม่ค้าปรี่จะเข้ามาเล่นงาน แต่หยกรีบเข้าไปขวางจัดการใช้เชิงมวยจับข้อมือบิดแล้วชกจนหน้าหงาย กิจชัยหันมาเห็นก็ไม่พอใจ
“คิดจะเล่นทีเผลอเหรอ...ได้...เอ็งโดนชุดใหญ่แน่”
หยกห้าม
“พอเหอะไอ้กิจชัย”
“ไม่ได้เว้ย...ต้องทำให้พวกมันกลัว มันจะได้ไม่กล้าหือกับเราอีก”
กิจชัยหักนิ้วจ้องหน้าเอาเรื่องสุดฤทธิ์

ธงรบก้มหน้าก้มตาทานบะหมี่ในตลาดอย่างเอร็ดอร่อย กิ่งเหมยเห็นแล้วอดขำไม่ได้
“อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอคะหมวด”
“อร่อยจริงๆครับ ไม่รู้มาก่อนว่าแถวนี้จะมีบะหมี่เจ้าอร่อยด้วย อย่างนี้ผมคงต้องแวะมา บ่อยๆแล้ว”
“กินแต่บะหมี่ก็เบื่อแย่สิคะ”

“ไม่หรอกครับ เพราะปกติผมกินแต่ข้าวกล่องบนโรงพักมีแค่สองเมนูให้เลือกกระเพราไก่ ไข่ดาวกับกระเพราหมูไข่ดาว”

กิ่งเหมยขำธงรบแล้วเห็นที่ขอบปากเขามีเส้นบะหมี่ติดอยู่เลยชี้ให้ดู
เขาเช็ดผิดข้างเธอเลยหยิบทิชชู่ ช่วยเช็ดให้เป็นจังหวะที่ เขายกมือขึ้นมาจับโดนมือเธอพอดี สองคนสบตากัน กิ่งเหมยรีบดึงมือกลับ
“ผมขอโทษครับคุณเหมย”
ระหว่างนั้นพวกแม่ค้าในตลาดพากันวิ่งหนีผ่านหน้าร้านเพราะมีเรื่องเกิดขึ้นในตลาด ธงรบสงสัยรีบลุกไปถาม แม่ค้าคนหนึ่ง
“มีเรื่องอะไรกันเหรอครับ”

กิจชัยกระชากคอเสื้อผัวแม่ค้าขึ้นมา แล้วกระหน่ำชกหน้าจนเลือดเปรอะเต็มหน้าอย่างสะใจ
“ว่าไง...ยังกล้าหือข้าอีกมั้ย...ไอ้กระจอก”
แม่ค้ายกมือไหว้
“ปล่อยผัวฉันไปเถอะ...ฉันขอร้อง”
“เกะกะน่ารำคาญ...ไปไกลๆเลย”
กิจชัยผลักแม่ค้าที่พยายามเข้ามาขอร้องไม่ให้ทำร้ายผัว หยกเจ็บใจที่เห็นคนทำมาหากินต้องถูกทำร้าย หยกกำหมัดแน่นคิดอยากจะเข้าไปช่วยคนบริสุทธิ์
“กราบเท้าข้า แล้วพูดให้ชื่นใจว่าต่อไปนี้พวกแกจะไม่กล้าหือข้าอีก...เร็วสิเว้ย”
กิจชัยจับผัวแม่ค้ากดลงไปที่พื้นให้กราบเท้า หยกยิ่งไม่พอใจขยับไปหยิบไม้หน้าสาม อยากจะเล่นงานไอ้กิจชัย แต่ทันใดนั้นธงรบเข้ามา
“พอได้แล้ว ไอ้พวกกุ๊ย”
หยกชะงักหันไปเห็นกิ่งเหมยเข้ามาพร้อมกับชายแปลกหน้า
“หยก!”
“คุณเหมยรู้จักพวกนี้ด้วยเหรอครับ”
กิ่งเหมยอ้ำอึ้ง กิจชัยหมั่นไส้ถีบผัวแม่ค้ากระเด็นแล้วเข้ามาวางก้ามใหญ่โตกับธงรบเพราะยังไม่รู้ว่าเป็นตำรวจ
“โดนไอ้หยกมันหักอกไปไม่ทันไร ก็ควงผู้ชายคนใหม่มาอวดชาวบ้านแล้วเหรอ จุ๊ๆ เห็นเงียบๆหงิมๆที่ไหนได้ ขยันบริหารเสน่ห์เหมือนกันนะกิ่งเหมย”
กิจชัยจะยื่นมือลวนลามกิ่งเหมย เลยถูกธงรบจับมือมาบิดไขว้หลังทันที
“ฉันเตือนแกแล้วไอ้กุ๊ย...ถ้าไม่หยุด แกโดนหนักแน่”
กิจชัยเจ็บแขนจนหน้าเหยเก
“โอ๊ย...ไอ้หยก...ยืนเฉยทำไมวะ เล่นมันสิเว้ย”
กิ่งเหมย รีบห้าม
“อย่านะหยก...เธอยุ่งกับเขาไม่ได้...เขาเป็น...”
กิ่งเหมยยังพูดไม่จบ กิจชัยขัดจังหวะ
“ไอ้หยก...เล่นมันสิเว้ย..โอ๊ย”
“ทำชาวบ้านชาวช่องเดือดร้อนแบบนี้ ปล่อยไว้ไม่ได้”
กิจชัยถูกธงรบจับบิดแขนจนแขนแทบหัก ธงรบผลักกิจชัยกระเด็น หยกปรี่เข้าไปเล่นงานธงรบงัดเชิงมวยออกมา สู้กัน ฝีมือของทั้งคู่สูสีกินกันไม่ลง แลกหมัดซัดเข้าหน้ากันคนละทีสองที กิจชัยเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งหนีเอาตัวรอดก่อน หยกหันไปพอดีเลยเป็นจังหวะพลาดถูกธงรบซัดด้วยหมัดจนทรุด แล้ว โดนจับบิดแขนแล้วใส่กุญแจมือทันที
“แกหาเรื่องผิดคนแล้วไอ้กุ๊ย...ฉันเป็นตำรวจ”
หยกอึ้งไปมองไปที่กิ่งเหมยอย่างสงสัย กิ่งเหมยหน้าเสีย

อาม่าบ่นกับส้มเช้งเอานิ้วจิ้มหน้าผากดันแรงๆ
“ลื้อนี่ยุ่งไม่เข้าเรื่องจริงๆอาส้มเช้ง”
“แหมอาม่า...ฉันหวังดีกับเพื่อนต่างหากล่ะ”
“ไอ้อย่างนั้นไม่ได้เรียกหวังดีหรอก แต่ลื้อจะทำให้อาเหมยเสียหาย คุณตำรวจจะคิดว่า อาเหมยชอบวิ่งเข้าหาผู้ชาย”
“โอ้ย...คิดไปโน่น โบราณไปแล้วอาม่า สมัยนี้มานั่งเฉยๆรอให้ผู้ชายมาจีบ ผู้ชายดีๆไม่มี เหลือมาหรอก”
อาม่าดึงติ่งหูแรงๆ

“นี่แน๊ะ ผู้หญิงสมัยนี้จะเป็นยังไงอั้วไม่สนใจ แต่อาเหมยจะต้องไม่เป็น อย่างนั้น อั้วจะไม่ให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยอีกเด็ดขาด”

“เจ็บๆ หูคนนะอาม่าไม่ใช่หูช้าง อู้ย! เอ๊ะ...เมื่อกี้อาม่าว่าไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย หมายความว่ายังไงเหรอ”
 

อาม่าชะงักไปที่หลุดพูดออกมา
“เปล่าอั้วไม่ได้พูด”
“แต่ฉันว่าฉันได้ยินนะอาม่า”
“อั้วบอกว่าอั้วเปล่าไง...เอาของไปเก็บ อั้วจะไปทำความสะอาดศาลเจ้า”
อาม่ารีบเดินออกไป ส้มเช้งยังเจ็บหูไม่หายหน้างงๆ

รถเก๋งคันหรูของตงเข้ามาจอดที่หน้าศาลเจ้า เก่งลงมาเปิดประตูให้ ส่วนลูกน้องอีกคนมาเปิดประตู ให้ดุจแพรลงจากรถ
“ป๋าคะ”
“ป๋าไม่มีอะไรจะเล่าให้ฟังแล้ว ก็อย่างที่คุยกันมาตลอดทางนั่นแหละ ไอ้หมอนั่นมันเป็น แค่ลูกน้องของลูกน้องป๋าอีกที ป๋าไม่เคยรู้จักมันมาก่อน”
“แต่เขาเป็นคนช่วยชีวิตดุจเอาไว้ ดุจอยากตอบแทนเขา”
“งั้นเดี๋ยวป๋าฝากเงินให้ไปแล้วกัน”
“แต่ดุจเกือบตายนะคะป๋า ค่าความดีของเขาไม่ควรตีเป็นราคาด้วยเงินแล้วก็จบกันไป”
“เอาล่ะๆ แล้วป๋าจะดูให้ว่าจะตอบแทนอะไรเขาได้บ้าง วันนี้ฤกษ์ดี ป๋าอยากจะพาดุจมา ไหว้เจ้า ขอให้เทพเจ้าคุ้มครอง กิจการของดุจจะได้รุ่งเรือง เฮงๆ”
“ค่ะป๋า”
ตงพยักหน้าให้ลูกน้องพาลูกสาวเข้าไปข้างในศาลเจ้า ส่วนตัวเองหันไปคุยกับเก่ง
“ฉันดูท่าทางไอ้หมอนั่นแล้ว มันยังไม่ค่อยน่าไว้ใจ แกไปสืบดูว่ามันเป็นใคร”
“ครับเสี่ย”
ตงหน้าเคร่งขรึม

ดุจแพรยังไม่เคยเข้ามาไหว้เทพเจ้าในศาชเจ้ามาก่อน จึงยืนเก้ๆกังๆ อาม่าที่กำลังทำความสะอาด ศาลเจ้าอยู่เห็นเด็กสาวหน้าตาดียืนงงๆเลยเข้ามาถาม
“ลื้อมาไหว้เจ้ารึเปล่าอาหมวย”
“อ๋อ...เอ่อ...ค่ะ”
อาม่ายิ้ม
“ท่าทางลื้อคงยังไม่เคยมาไหว้เจ้าล่ะสิ”
“ใช่ค่ะ”
“แล้วลื้ออยากมาขอพรให้เทพเจ้าช่วยอะไรล่ะ”
“หนูเพิ่งเปิดกิจการใหม่ อยากขอพรให้กิจการประสบความสำเร็จ”
“งั้นลื้อก็ต้องกราบไหว้ขอพรจากเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ท่านเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ท่านจะ ช่วยดลบันดาลให้ลื้อประสบความสำเร็จ เดี๋ยวอั้วไปเอาธูปมาให้นะ”
“ขอบคุณมากค่ะ”
ดุจแพรยิ้มให้ อาม่าเดินไปเอาธูป ระหว่างนั้นตงตามเข้ามา
“ดุจแพร ป๋าคะ ที่นี่สวยจังเลย คนดูแลศาลเจ้าก็ใจดี เขาช่วยแนะนำดุจให้ไหว้เทพเจ้าด้วย”
“ป๋าก็เพิ่งเคยมาที่นี่ เพื่อนป๋าแนะนำให้มา หลายคนที่มาไหว้ขอพรเทพเจ้าจากที่นี่ กลับ ไปแล้วเจอแต่เรื่องเฮงๆ กิจการรุ่งเรือง รวยแล้วรวยอีก”
อาม่าที่กำลังเอาธูปมาให้ดุจแพร อาม่าเห็นตงเข้าก็ตกใจจนหน้าซีด มือสั่น
“รวยแล้วรวยอีกดุจคงไม่ขอหรอกค่ะป๋า มีเงินมากก็ทุกข์มาก แค่พออยู่พอกินก็พอแล้ว”
“ตามใจนะ...เอ้อ...แล้วคนดูแลศาลเจ้าที่ดุจว่าล่ะ อยู่ไหน”
ดุจแพรหันไปทางที่อาม่าไปเอาธูปมาให้แต่ไม่เห็นตัวแล้ว
“อ้าว...เมื่อกี้นี้ดุจยังเห็นเขาอยู่ตรงนี้เลย”
ดุจแพรมองไปรอบๆศาลเจ้าแต่ไม่เจอตัวอาม่า

ที่ด้านหลังศาลเจ้า...อาม่าหน้าซีดกลัวอยู่ในอาการตื่นตระหนก พยายามแอบหลบไม่กล้าเข้าไปข้างใน
“อาม่า”

ส้มเช้งเข้าแตะไหล่เรียก อาม่าสะดุ้งโหยง

หยกเลือดมังกร ตอนที่ 4 (ต่อ)

“อย่านะ...อั้วกลัวแล้ว”

“อะไรอ่ะอาม่า...นี่อาม่าเป็นอะไร หน้าซีดเผือดเลย ไม่สบายรึเปล่า”
“ปละ...เปล่า...อั้วไม่ได้เป็นอะไร”
“แล้วอาม่ามาทำอะไรตรงนี้ล่ะ มีคนมาไหว้เจ้าอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“อั้ว...อั้วนึกได้ว่ามีธุระ ถ้าพวกนั้นถามหาอั้ว ลื้อก็บอกไปว่าอั้วไม่อยู่”
“อาม่าจะไปไหน”
“ลื้อไม่ต้องเซ้าซี้ บอกไปว่าอั้วไม่อยู่ ไม่รู้จักอั้วด้วย”
อาม่ารีบเดินหนี ส้มเช้งเกาหัวงงมากกับท่าทางของอาม่า

อาม่ารีบเข้ามาที่ห้องพักในศาลเจ้า จัดการปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา แล้วรีบถอยมานั่งสงบ สติอารมณ์ เงยหน้ามองภาพถ่ายสามีกับลูกสาว
“อั้วหนีต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ขออย่าให้มันเจออั้วเลย ช่วยอั้วกับอาเหมยด้วยนะ”
อาม่าพนมมือไหว้น้ำตาคลอๆ

ดุจแพรกราบไหว้ขอพรจากเทพเจ้า ส่วนตงคุยกับส้มเช้ง
“ต้องการจะบริจาคเงินทำบุญกับศาลเจ้าเหรอคะ”
ตงพยักหน้ารับ
“คนดูแลศาลเจ้าอยู่ไหน”
“เอ่อ...คือ...”
ตงมองสงสัย
“ไม่อยู่ค่ะ มีธุระพอดี”
“แล้วฉันจะติดต่อใครได้ล่ะ”
“เดี๋ยวหนูให้เบอร์สมาคมไปแล้วกันนะคะ ถ้าจะบริจาคก็ติดต่อผ่านสมาคมได้เหมือนกัน”
ส้มเช้งหันไปจดเบอร์สมาคมที่เขียนอยู่บนกระดานใส่กระดาษให้ตง ระหว่างนั้นดุจแพรไหว้เทพเจ้าเสร็จพอดี
“เรียบร้อยรึเปล่าคะป๋า”
“ป๋าได้เบอร์ติดต่อแล้ว ถ้าดุจอยากทำบุญก็ติดต่อไปที่นี่”
ดุจแพรยิ้มกับส้มเช้ง
“ขอบใจมากนะจ๊ะ ฝากขอบคุณคนดูแลศาลเจ้าให้ด้วยนะ”
ดุจแพรออกไปกับตง ส้มเช้งมองตาม

หยกอยู่ในห้องสอบสวนยังถูกใส่กุญแจมืออยู่ ธงรบเดินเข้ามานั่งมองหน้านิ่งเฉย สองคนมองหน้ากันครู่หนึ่ง
“แกเป็นอะไรกับคุณกิ่งเหมย”
หยกเอาแต่เงียบหน้าตาไร้อารมณ์เลยดูกวนประสาท
“ลูกน้องฉันบอกว่าแกไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ยอมพูดอะไร หรือว่าแกอยากถูกส่งกลับไป อยู่ในคุกอีก”
“หมวดอยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องเสียเวลามาสอบปากคำหรอก”
“แกนี่มันกวนประสาทจริงๆ นี่ถ้ากิ่งเหมยไม่ขอร้องฉันไว้ล่ะก็ ฉันเอาเรื่องแกไปแล้ว”
“กิ่งเหมยขอร้องอะไรหมวด”
ธงรบไม่ยอมบอกมองหน้าหยก ก่อนจะเข้าไปไขกุญแจมือให้ หยกแปลกใจ

ธงรบพาหยกเดินออกมา เห็นกิ่งเหมยนั่งรออยู่อย่างเป็นห่วง
“ฉันรู้ว่าทำไมคู่กรณีของพวกแกถึงไม่เอาเรื่อง ถึงพวกเขาจะกลัวนักเลงอย่างพวกแก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะปล่อยให้พวกแกไปอาละวาดเล่นงานพวกเขาอีก ถ้าฉันเห็นอีกทีล่ะก็ แกไม่ได้แค่เสียค่าปรับแล้วลงบันทึกประจำวันไว้แบบนี้แน่”
ธงรบผลักหยกให้เดินไปหากิ่งเหมย
“หยก”
กิ่งเหมยแสดงความเป็นห่วง แต่หยกไม่ยอมพูดอะไรมองเธออย่างเฉยเมยก่อนจะเดินผ่านไปซะอย่างนั้น
“หยก...เดี๋ยวสิ...หยก”
กิ่งเหมยรีบตามไป
“หยก...หยุดนะ...ฉันบอกให้หยุด”
กิ่งเหมยเสียงดังจนหยกต้องหยุดนิ่ง
“ฉันชกหน้าตำรวจ ถือว่าทำร้ายเจ้าหน้าที่ แต่เธอใช่มั้ยที่ไปขอร้องไม่ให้เขาเอาเรื่องฉัน”
“ฉันเตือนเธอแล้วนะหยก”
“เธอไปรู้จักไอ้หมอนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่”
กิ่งเหมยนิ่ง หยกหงุดหงิด
“ฉันถาม...ก็ตอบมาสิ”
“ฉันจะไปรู้จักใครมันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย”

“กิ่งเหมย!”

“ที่ฉันขอร้องให้เขาไม่เอาเรื่อง เพราะเห็นว่าเราเป็นเพื่อนกัน แต่ถ้าเธอยังไม่เลิกคบกับไอ้ พวกนั้นล่ะก็ ฉันก็คงต้องปล่อยให้เขาทำตามหน้าที่”

“หึ…” หยกประชดประชันสุดฤทธิ์ “มิน่าล่ะ ไอ้หมอนั่นถึงได้อยากรู้ว่าฉันเป็นอะไรกับ เธอ มันคงไม่ยอมให้ฉันชกหน้ามันฟรีๆ โดยไม่หวังอะไรจากเธอหรอกกิ่งเหมย”
กิ่งเหมยอึ้ง
“หยก!”
กิ่งเหมยโกรธเงื้อมือจะตบหน้าแต่หยกจับมือเธอเอาไว้ แล้วมองด้วยแววตาโกรธปนน้อยใจ
“ตั้งแต่รู้จักกันมา ฉันไม่คิดเลยนะว่าเธอจะเป็นฝ่ายให้ท่าผู้ชายก่อน”
กิ่งเหมยอึ้งน้ำตาไหลเสียใจ หยกแข็งใจปล่อยมือแล้วเดินจากไป ธงรบเข้ามาตามเห็นกิ่งเหมยร้องไห้ก็ตกใจ
“คุณกิ่งเหมย” ธงรบหันไปเรียกหยก “เฮ้ย...แกทำอะไรเธอไอ้กุ๊ย”
“ช่างเขาเถอะค่ะ...ปล่อยเขาไป”
กิ่งเหมยยังร้องไห้ต่อ ธงรบมองตามหยกอย่างไม่พอใจก่อนจะโอบไหล่กิ่งเหมยปลอบใจ
“ผมพาคุณไปส่งบ้านดีกว่า ทางนี้ครับ”
ธงรบพากิ่งเหมยออกไป หยกหยุดหันไปมองตามกิ่งเหมยด้วยแววตาเจ็บปวด

ค่ำนั้น มานพนั่งตรวจดูเอกสารของธุรกิจโรงสี ยิ่งดูก็ยิ่งหน้าเครียดจนทนไม่ไหวปัดกระจายระเบิดอารมณ์ฉุน
“โธ่เว้ย!”
ดวงแขเข้ามา
“อะไรกันน่ะตานพ...เอะอะโวยวายทำไม”
มานพหยิบเอกสารที่เหลืออยู่บนโต๊ะให้ดู
“แม่ก็ดูนี่สิ...ไอ้โรงสีที่พ่อให้ผมทำ มันมีแต่หนี้ทั้งนั้น”
“ใจเย็นๆสิตานพ ค่อยๆคิด ค่อยๆแก้ปัญหาไปทีละอย่าง”
“งั้นผมก็คงต้องนั่งดูพ่อกอดสมบัติของเขาไว้จนแก่ตายนั่นแหละ แม่ช่วยคุยกับพ่อให้ผม ไม่ได้เหรอ ให้เขาไว้ใจผมบ้าง”
“แกก็รู้ว่าพ่อแกเป็นคนยังไง นอกจากตัวเขาเองแล้ว ฉันยังไม่เคยเห็นเขาฟังใครเลย”
“งั้นผมก็คงต้องอับอายขายขี้หน้าเพื่อนฝูง เป็นถึงลูกเจ้าสัวใหญ่ แต่ต้องมานั่งทำงาน โรงสีกระจอกๆ”
มานพหงุดหงิดหันไปนั่งเซ็ง ดวงแขมองลูกแล้วสงสาร
“ไม่หรอกตานพ...วันนี้อาจจะยังไม่ใช่วันของแก แต่สักวัน...วันนั้นจะต้องมาถึง”
“แม่หมายความว่ายังไง”
“ไว้ถึงเวลาแกจะรู้เอง”
ดวงแขจับมือลูกชายมาแตะเบาๆให้สบายใจไปก่อน


จ้าสัวเล้งอยู่ในห้องทำงานหันมามองหน้านนท์อย่างสนใจ
“เจอตัวมันแล้ว”
“ครับเจ้าสัว...นี่ครับ”
นนท์ยื่นซองเอกสารให้ เจ้าสัวเล้งรับมามองแต่ยังไม่เปิดดู

ดวงแขเดินตามนนท์เข้ามาอย่างสงสัย เจ้าสัวเล้งหันไปบอกนนท์
“แกออกไปได้แล้วนนท์”
นนท์รับคำสั่งเดินออกไปปิดประตูให้เจ้าสัวอยู่กันตามลำพังกับดวงแข
“มีอะไรเหรอคะคุณ”
“ฉันอยากจะคุยกับเธอเรื่องเฮียโหงว”
ดวงแขชะงักหน้าตามีปฏิกิริยาแต่เมื่อเห็นว่าเจ้าสัวเล้งกำลังมองตนเหมือนอยากจับพิรุธก็รีบกลบเกลื่อน
“ทำไมอยู่ๆมาถามฉันเรื่องเขา”
“ที่ฉันต้องเรียกเธอมาถาม เพราะตอนนี้คนที่รู้จักเฮียโหงวก็เหลือแค่ฉันกับเธอสองคน”
“ตอนนี้เขาติดคุกอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“เปล่า...มันออกจากคุกมาได้พักนึงแล้ว”
เจ้าสัวเล้งพูดไปก็เอาภาพถ่ายในซองเอกสารที่ได้จากนนท์มายื่นให้ดวงแขดู เป็นภาพโหงวถูกแอบถ่ายระหว่างกำลัง ดื่มกินกับสาวๆในเลาจ์ ดวงแขรู้อยู่แล้วแต่ก็แกล้งทำหน้าตกใจ
“ใช่เขาจริงๆด้วย ฉันนึกว่าเขาจะต้องอยู่ในคุกไปจนแก่ตายแล้วซะอีก”
“มันออกมาได้ยังไงไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่ฉันอยากรู้ก็คือ...มันติดต่อกับเธอรึเปล่า”
ดวงแขชะงัก
“ว่าไง”
“เปล่าค่ะคุณ...ฉันเพิ่งรู้ว่าเขาออกจากคุกก็คุณบอกนี่แหละ แล้วทำไมคุณถึงคิดว่าเขา อยากจะติดต่อฉัน”
“เฮียโหงวมันเป็นอสรพิษ มันคิดจะล้างตระกูลฉันเพราะสำคัญตัวเองว่ามันช่วยเตี่ยฉัน สร้างมังกรวารีขึ้นมา ทุกคนในตระกูลฉันล้วนต้องตายเพราะฝีมือมัน”
ดวงแขทำเป็นตกใจ
“คุณเลยคิดว่าเขาอาจจะอยากทำร้ายฉันกับตานพ”
“ใช่ แต่เธอไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่ยอมให้มันมาแตะต้องสายเลือดของฉัน เหมือนกับที่เคย เกิดขึ้นไปแล้วเด็ดขาด”

เจ้าสัวเล้งพูดอย่างจริงจัง

นนท์เอารถมารับเจ้าสัวเล้งที่หน้าคฤหาสน์ นนท์เอาปืนที่เตรียมไว้ยื่นให้ ระหว่างนั้นมานพเข้ามาพอดี เห็นพ่อกำลังเก็บปืน

“พ่อครับ ผมมีเรื่องต้องคุยด้วย”
เจ้าเล้งมองมานพแล้วเอาเสื้อนอกปิดปืน
“ตอนนี้ฉันไม่ว่าง ไว้กลับมาแล้วค่อยคุยกัน”
เจ้าสัวเล้งตอบห้วนๆแล้วเข้าไปนั่งในรถ ก่อนจะออกไปพร้อมกับนนท์ มานพมองตามอย่างสงสัย ดวงแขเดินตามออกมามองตามเจ้าสัวเล้งที่ออกไปหน้าเครียดๆ มานพหันไปถาม
“เกิดอะไรขึ้นครับแม่ พ่อพกปืนออกไปทำไม”
“พ่อเขาไปจัดการธุระเก่าๆน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”
“ธุระอะไร ถึงกับต้องใช้ปืน”
“แกอย่ารู้เลยดีกว่าตานพ”
ดวงแขบอกมานพแล้วรีบเดินออกไป มานพได้แต่สงสัย

ดวงแขเดินเลี่ยงมาที่บริเวณสระว่ายน้ำ เห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆก็รีบเอาโทรศัพท์มากดเบอร์โทรออกอย่างร้อนใจ
“รับสิไอ้โหงว...รีบๆรับเร็วเข้า”
เสียงปลายสายดังรอให้โหงวมารับ แต่ดังนานมากไม่มารับสายสักที
“เร็วๆเข้าสิ...ลูกปืนจะไปยัดกบาลแกอยู่แล้ว ยังไม่มารับสายอีก มัวทำบ้าอะไรอยู่”
ดวงแขรอแล้วรออีกจนสายตัดไป ดวงแขยิ่งเครียด
“ถ้าไอ้เล้งไปถึงตัวแกล่ะก็...ทุกอย่างจบแน่...ไอ้เป๋เอ้ย!”
โหงวนัวเนียอยู่กับสาวๆนั่งดริงค์ เล่นเกมส์เป่ายิ้งฉุบปลดกระดุมเสื้อกันสนุกสนาน ภายในเล้าจ์ที่ไฟส่องสลัว ขณะเดียวกันนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของโหงวที่วางอยู่บนโต๊ะดังต่อเนื่องจนน่ารำคาญ
“เฮียขา หนูว่าเฮียรับโทรศัพท์ก่อนดีกว่า เกิดเป็นเมียเฮียโทรมาตาม เดี๋ยวพวกหนูจะซวย”
“เมียเฮียไม่มี ถึงมีก็ไม่มา เพราะโดนเฮียล่ามไว้ที่บ้าน”
“แหม…ปากดี แต่รับก่อนเถอะ ดูสิ ดังไม่หยุดเลย”
โหงวเซ็งๆเพราะโทรศัพท์ดังไม่หยุดจริงๆ เลยหยิบมาดูเห็นเป็นเบอร์ของดวงแขรีบกดรับสายทันที
“ทำอะไรของแกอยู่...หา ลูกปืนจะไปยัดกบาลแกอยู่แล้ว รู้ตัวมั่งมั้ย”
ดวงแขโวยวายมาตามสาย โหงวตกใจ
“ไอ้เล้งมันหาฉันเจอแล้วเหรอ”
“ก็เออน่ะสิ ตอนนี้เขากำลังจะไปสางบัญชีแค้นกับแกด้วย”
“ฝีมือเธอใช่มั้ย...คิดจะเสี้ยมให้มันจัดการฉันใช่มั้ย”
“ถ้าฉันจะเสี้ยมให้เล้งไปฆ่าแก ฉันจะโทรมาเตือนแกทำไม ฉันอยากให้ลูกฉันได้สมบัติของมัน เพราะฉะนั้น...แกต้องรอด”
ดวงแขกดปิดสาย ส่วนโหงวเก็บโทรศัพท์ครุ่นคิดเอาไงดี

โหงวรีบเดินกระเผลกจะออกไปจากโถงกลางเลาจ์ แต่ระหว่างนั้นเจ้าสัวเล้งพร้อมกับนนท์ได้เข้ามาถึงแล้ว แต่ยังไม่เห็น เพราะโหงวแอบหลบอยู่หลังเสาอย่างตกใจ
“ไอ้เล้ง”
โหงวแอบมองเห็นเจ้าสัวเล้งกับลูกน้องท่าทางเอาจริง เจ้าสัวเล้งเรียกพนักงานมาถามหาโหงว พนักงานรีบชี้ไปข้างใน เจ้าสัวเล้งหันมากำชับนนท์
“อย่าเพิ่งทำอะไรมัน ฉันอยากคุยกับมันก่อน”
“ครับเจ้าสัว”
โหงวเห็นแล้วคิดว่าไม่รอดแน่เลยตัดสินใจหนีไปทางด้านหลัง แต่ต้องชะงักเมื่อออกมาแล้วเจอกับลูกน้องของเจ้าสัวเล้งที่ยืนรออยู่ โหงวรีบถอยกลับเข้าไปข้างในอย่างเครียดๆ
“ไอ้เล้ง...มึงปิดทางไม่ให้กูหนีเลยเหรอวะเนี่ย”
โหงวเครียดจัดไม่รู้เอาไงดี ระหว่างเดินถอยหลังกลับไปไม่ทันระวังเลยชนเข้ากับหยกที่อยู่บริเวณนั้นพอดี หยกเห็นว่าขาเป๋เลยช่วยประคอง
“เป็นอะไรรึเปล่าครับ”
โหงวรีบสะบัด
“ไม่ต้องมายุ่ง”
โหงวโวยวายใส่ กิจชัยที่เดินมาตามหยกมองอย่างแปลกใจ
“มีอะไรวะไอ้หยก”
“เปล่า”
กิจชัยดึงตัวหยกไปคุยกันลับๆ แอบยื่นปืนให้กระบอกหนึ่ง
“เอาไปพกไว้ติดตัว”
“จำเป็นต้องใช้ด้วยเหรอวะ ไหนแกบอกว่าเสี่ยเคลียร์ให้แล้วไง”
“แกไม่รู้จักพวกมัน แก๊งค์ไอ้กวงมันพวกชอบลอบกัด ระวังตัวเอาไว้ดีกว่า”
หยกตัดสินใจรับปืนมาเหน็บไว้ที่เอว แต่ก่อนทั้งคู่จะออกไปกิจชัยหันไปเห็นโหงวจับตามองพวกตนอยู่
“มองอะไรวะไอ้เป๋...เดี๋ยวก็กระทืบให้เป๋อีกข้างหรอก”
กิจชัยขู่แล้วเดินออกเข้าไปข้างใน หยกหันมาเป็นห่วงคนบริสุทธิ์
“ผมว่ารีบไปจากที่นี่ดีกว่า ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว”

หยกช่วยเตือนโหงวแล้วตามกิจชัยเข้าไป โหงวมองตามครุ่นคิดบางอย่าง

นนท์ผลักประตูเข้ามาในห้องคาราโอเกะ เจอสาวๆนั่งดริ้งค์ที่อยู่กับโหงวจึงถามเสียงเข้ม

“ไอ้โหงวอยู่ไหน”
สาวๆพากันส่ายหน้าไม่รู้ นนท์ไม่เชื่อกระชากคนหนึ่งขึ้นมาถาม
“ถ้าไม่บอกว่าไอ้โหงวอยู่ไหน...พวกเธอเจ็บตัวแน่”
“พวกเราไม่รู้จริงๆค่ะ...เขารีบออกไปเมื่อกี้นี้เอง”
เจ้าสัวเล้งที่ตามเข้ามามองหน้าหญิงสาวทุกคนแล้วเห็นจะจริง เลยพยักหน้าให้นนท์ปล่อยมือ
“ถึงมันจะเป๋...แต่หูตามันยังไว มันคงรู้ตัวว่าเราจะมา”
“แต่มันหนีออกไปจากที่นี่ไม่ได้หรอกครับ เพราะคนของเราคุมทางเข้าออกหมดแล้ว”
เจ้าสัวเล้งยิ้มร้าย
“ไอ้เฮียโหงว...คิดอยากจะเล่นเกมส์แมวจับหนูเหรอ...ได้...”

โหงวตามหยกกับกิจชัยเข้าไปด้าน แล้วแอบดูทั้งสองคนที่กำลังจะเข้าไปในห้องวีไอพีแต่ถูกลูก น้องของกวงขวางไว้ พวกมันพยายามจะค้นตัวแต่กิจชัยปัดมือ
“เฮ้ย...อย่ามาถูกตัวข้านะเว้ย ไปบอกไอ้กวงมันว่าทำแบบนี้เท่ากับไม่ไว้หน้าเสี่ย”
กิจชัยกับพวกลูกน้องกวงมองหน้ากันอย่างไม่ยอม ก่อนที่ลูกน้องอีกคนจะเดินออกมาจากห้องแล้วพยักหน้าปล่อย ให้เข้าไป โหงวเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วยิ้มร้ายคิดอะไรดีๆได้

เจ้าสัวเล้งพานนท์กับลูกน้องเข้าค้นตามห้องต่างๆในเลาจ์เพื่อตามหาตัวโหงว แต่ค้นไปหลายห้องแล้วก็ ยังไม่เจอตัว
หยกกับกิจชัยเผชิญหน้ากับกวง ชายวัยกลางคนมาดเสี่ยหน้าตากวนๆมีลูกน้อง 2 คนประกบ
“เอาเป็นว่าอั้วยอมรับการเจรจากับเสี่ยตง จะคืนพื้นที่ที่แย่งลื้อมาให้”
กิจชัยยิ้มพอใจ
“ดีมากไอ้กวง แสดงว่าแกรู้ตัวว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร ไปเว้ยไอ้หยก”
“เดี๋ยว...” หยกมองกวงอย่างสงสัย “มันคงไม่ง่ายแค่นี้มั้ง”
กวงจ้องหน้าหยกเขม็งแล้วหัวเราะชอบใจ
“ท่าทางลื้อดูฉลาดดี ไม่น่ามาเป็นลูกน้องไอ้กุ๊ย หางแถวอย่างมัน”
กิจชัยฉุน
“เฮ้ย !หลอกด่ากันเหรอวะไอ้กวง”
กิจชัยจะชักปืน แต่ถูกลูกน้องกวงชักปืนจ่อก่อนที่จะได้ชักออกจากเอว หยกพูดเรียบนิ่ง
“ผมว่าให้ลูกน้องเฮียเก็บปืนไปดีกว่า เสียเลือดเสียเนื้อไปมันไม่ได้ช่วยทำให้ธุรกิจกำไร ด้วยกันทั้งคู่หรอก”
กวงมองหน้าหยกที่พูดเข้าท่า เลยหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องตัวเองลดปืนลง
“อั้วเห็นว่าลื้อพูดจามีเหตุมีผลนะ เอาเป็นว่าอั้วจะปล่อยให้พวกลื้อกลับไปบอกไอ้เสี่ยตง ว่าอั้วอยากได้อะไรเป็นการแลกเปลี่ยน”
ด้านนอก...ลูกน้องกวงสองคนเฝ้าประตูอยู่ โหงวได้โอกาสทำทีเป็นเดินเป๋เข้าไปหา
“ลูกพี่...มีไฟแช็คมั้ย”
ลูกน้องกวงกำลังล้วงกระเป๋าหยิบไฟแช็ค โหงวเลยได้จังหวะชักมีดออกมาแล้วจัดการปาดคอมันเลือดกระฉูด อีกคนรีบชักปืนออกมาแต่ก็ถูกโหงวปามีดพกเข้ากลางอก...

ในห้องกิจชัยโวยวายใส่กวง
“เฮ้ย...ฝันไปเถอะว่าเสี่ยจะยอมแบ่งขายใบอนุญาตเปิดอาบอบนวดให้แก อย่างแกมันก็ แค่ไอ้หมูตอนกระจอกๆ คิดแต่จะกินมูมมาม”
“ลื้อหาว่าอั้วเป็นหมูตอนเหรอไอ้กุ๊ย”
กวงชักปืนออกมาเล็งไปที่กิจชัยทันที จังหวะนั้นหยกก็รีบชักปืนออกมาเล็งไปที่กวง ลูกน้องก็เอาปืนจ่อหยก และกิจชัย กลายเป็นทุกคนเอาปืนจ่อกันหมด บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที หยกจ้องหน้าเขม็ง
“ถ้าเฮียคิดจะเปิดสงครามกับเสี่ยล่ะก็ เฮียน่าจะรู้นะว่า เสี่ยตงเป็นคนยังไง ถ้าเขาจับลูก เมียเฮียได้ ชาตินี้เฮียไม่มีทางหาเจอทั้งคู่แน่”
กวงที่คิดจะลั่นไกใส่หยกเลยหยุดชะงักคิด แต่ระหว่างนั้นลูกน้องที่เฝ้าหน้าประตูอยู่เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับ เลือดเต็มตัว
“เฮีย...มัน...มันมีพวกอยู่ข้างนอก”
ลูกน้องล้มลงขาดใจ กวงอึ้ง หยกกับกิจชัยอึ้งไปเหมือนกัน
“พวกลื้อ! อั้วไม่กลัวไอ้ตงมันหรอกเว้ย”
กวงจะลั่นไกใส่ หยกใช้ความไวรีบจับมือกวงมาบิดแล้วแล้วหันปากกระบอกปืนยิงใส่ลูกน้องที่กำลังจะยิงกิจชัย ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันวิ่งหนีออกไปจากห้องทันที
“ตามไปฆ่ามัน!”
กวงแค้นมาก

หยกกับกิจชัยวิ่งหนีกระสุนจากพวกลูกน้องกวง ที่ไล่ตามออกมายิงจนเกิดเหตุวุ่นวายที่กลางโถง
สาวๆนั่งดริ้งค์หวีดร้องตกใจวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น หยกกับกิจชัยยิงตอบโต้สวนกลับไปแล้วพากันกระโจนข้ามเคาท์ เตอร์ไปหลบเป็นที่กำบังเพื่อเปิดฉากยิงตอบโต้ หยกหันมากระชากคอเสื้อกิจชัย
“ไหนแกบอกว่ามีแค่แกกับฉันไงวะ”
“ฉันเปล่านะเว้ยไอ้หยก ฉันไม่ได้เอาใครมาช่วยจริงๆ”

“งั้นใครเล่นงานพวกลูกน้องมัน”

หยกเลือดมังกร ตอนที่ 4 จบตอน

“ถามกูแล้วกูจะไปถามใครวะ”

ไม่ทันขาดคำ ลูกปืนเฉี่ยวหัว โดนขวดเหล้าแตกกระจาย หยกกับกิจชัยต้องลุกขึ้นไปยิงตอบโต้...นนท์รีบพาเจ้าสัวเล้งลงมาที่โถงเพราะได้ยินเสียงปืน และเจอเหตุการณ์กำลังยิงกันวุ่นวาย
“นั่นพวกไหน”เจ้าสัวมองอย่างสงสัย
“คงเป็นพวกในนี้มีเรื่องกันเอง รีบไปจากที่นี่ก่อนดีกว่าครับเจ้าสัว”
นนท์รีบคุ้มครองจะพาเจ้าสัวออกไป แต่ระหว่างนั้นพวกลูกน้องกวงส่วนหนึ่งหันมาเห็นพวกเจ้าสัวที่มีปืนกำลัง ออกไปเลยรีบตะโกนบอก
“เฮ้ย...มีพวกมันอยู่โน่นอีก”
พวกลูกน้องกวงยิงใส่กลุ่มเจ้าสัวทันที ลูกน้องคนหนึ่งของเจ้าสัวโดนยิงเข้าที่ไหล่ได้รับบาดเจ็บ นนท์กับเจ้าสัวเลยต้อง เปิดฉากยิงตอบโต้กลับไป ระหว่างนั้นหยกกับกิจชัยโงหัวขึ้นจากหลังเคาท์เตอร์ เห็นพวกลูกน้องกวงเปิดฉากยิงกับอีกกลุ่ม หยกมองอย่างแปลกใจ
“นั่นพวกไหนวะ”
“จะพวกไหนก็ช่างมันเถอะ มีปืนในมือไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้น รีบหนีก่อนดีกว่า”
กิจชัยรีบฉวยโอกาสกำลังชุลมุนหนีออกไป หยกหันไปมองพวกนั้นยิงใส่กัน สนใจฝีมือของเจ้าสัวเล้งมาก แต่ก็มองไม่นานเพราะต้องรีบตามกิจชัยออกไป

หยกกับกิจชัยรีบวิ่งออกมาที่ลานจอดรถ กิจชัยรีบสตาร์ทมอเตอร์ไซค์แต่ติดๆดับๆ
“โธ่เว้ย...ติดสิเว้ย”
ระหว่างนั้นเสียงปืนดัง..เปรี้ยง กวงยินโดนกระจกมองข้างแตกกระจุย ทั้งหยกทั้งกิจชัยชะงักหันไปเห็นกวงถือปืนเดินเข้ามา
“พวกลื้อหนีไม่รอดอั้วหรอก ไอ้กุ๊ยกระจอก”
กิจชัยอึ้ง
“ใจ...ใจเย็นๆก่อนน่าเฮีย ค่อยๆคุยกันดีกว่า”
กวงยิงเปรี้ยง กระสุนเฉี่ยวแขนกิจชัยจนได้รับบาดเจ็บ กวงเดินเข้ามาใกล้พร้อมส่องปืนไปที่หยก
“พวกลื้อมันเด็กเมื่อวานซืน ตอนอั้วเข้าวงการพวกลื้อมันยังเป็นแค่วุ้นอยู่เลย อั้วจะตัด มือพวกลื้อส่งไปให้ไอ้ตง”
กวงจะเหนี่ยวไกยิงแต่หยกรีบเข้าไปปัดมือแล้วยื้อแย่งปืนกับกวงไปมาจนเสียงปืนดัง...เปรี้ยง ทั้งหยกทั้งกวงชะงักมองหน้าก่อน พอแยกออกจากกันกวงก็ทรุดเพราะปืนลั่นใส่ท้องตัวเองเลือดเต็มแต่ ยังไม่ตาย หยกอึ้งเลือดเต็มมือ กิจชัยรีบบอก
“เฉยทำไมวะไอ้หยก แสกหน้ามันเลย...เร็วสิวะ”
หยกมองกวงที่นอนหายใจพะงาบๆพยายามยกมือไหว้อ้อนวอน
“ยะ...อย่า...ปล่อย...ปล่อยอั้วไปเถอะ...อั้ว...อั้วขอร้อง”
กิจชัยเร่ง
“เก็บมันสิวะไอ้หยก”
หยกยังยืนลังเลระหว่างนั้นเสียงปืนดัง..เปรี้ยง ! กวงโดนยิงตายคาที่ หยกกับกิจชัยหันไปเห็นชายขาเป๋ที่ เจอที่หลังร้านเป็นคนฆ่ากวงด้วยปืนในมือ หยกหันปืนหาทันที
“แกเป็นใครวะ”
“ใจเย็นๆไอ้หนู...ถ้าไม่ได้ฉันช่วยพวกแกไว้ ป่านนี้พวกแกโดนมันพาไปถ่วงทะเลแล้ว”
“ฝีมือแก”
โหงวยิ้มร้ายกาจ

เจ้าสัวเล้งกับลูกน้องยังยิงต่อสู้กับพวกลูกน้องกวง นนท์หันมาบอก
“ทางนี้เดี๋ยวพวกผมจัดการเอง เจ้าสัวรีบออกไปก่อนเถอะครับ”
เจ้าสัวเล้งพยักหน้ารับแล้วตบบ่านนท์ก่อนจะรีบถอยออกไป นนท์หันไปยิงใส่พวกมันเปิดทางให้เจ้านายหนี
ด้านนอก โหงวกับหยกมองหน้ากัน
“แต่ฉันว่าแกไม่ได้คิดจะช่วยพวกเราหรอก แกกำลังหนีไอ้พวกที่ตามล่าแกอยู่ข้างในนั้น มากกว่า”หยกพูดขึ้นมาอย่างมั่นใจ
โหงวหัวเราะ
“แกนี่หัวไวจริงๆนะไอ้หนู แต่ยังไงฉันก็ช่วยจัดการกับมันให้ หัวหน้าพวกแกคง จะตบรางวัลให้อย่างงาม ถือว่าครั้งนี้พวกแกติดหนี้ฉัน”
ระหว่างนั้นเจ้าสัวเล้งหนีออกมาจากเล้าจ์ เจอโหงวอยู่กับพวกหยกพอดี
“ไอ้โหงว!”
โหงวหันไปมองเจ้าสัว ทั้งคู่จ้องหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย
“ตอนนี้ฉันอยากให้พวกแกใช้หนี้ฉันแล้ว อย่าให้มันตามฉันได้ แล้วหนี้ของเราก็ถือว่า เจ๊ากันไป”
โหงวทิ้งท้ายแล้วเดินขาเป๋ออกไป เจ้าสัวจะไล่ตามแต่โดนกิจชัยเข้ามาขวาง
“เฮ้ย...หยุดอยู่นั่นแหละ เล่นงานคนพิการมันไม่ใจหมาไปหน่อยเหรอวะ มาทางไหนไป ทางนั้นเลย”
กิจชัยผลักไหล่เจ้าสัวจนเซ ทำเอาเขาหยุดะงักมองหน้ากิจชัยอย่างนิ่งขรึม
“ไล่ไม่ไปยังมองหน้าอีก...อยากโดนกระทืบเหรอไงวะ”
กิจชัยง้างหมัดต่อย แต่กลับเจอเจ้าสัวสวนกลับด้วยเชิงมวยที่เก่งกาจเอาเรื่อง ชนิดกิจชัยรับมือไม่ได้เลย เจ้าสัวเล่นงานซ้ำแผลที่กิจชัยโดนยิงเฉี่ยวจนมันร้องโอดโอย หยกรีบเข้าไปช่วยกิจชัยเปิดฉากเชิงมวยกับเจ้าสัว แลกหมัดซัดกันไม่ยั้ง เป็นการสู้กันของสายเลือดเดียวกันที่ไม่มีใครรู้ความจริง ทั้งคู่ยกเท้าถีบอกกระเด็นไปคนละฝั่งเจ็บจุกไปเหมือนๆกัน เจ้าสัวมองหยกอย่างสนใจ
“ฝีมือแกเอาเรื่องใช้ได้ แต่ถ้าเป็นพวกเดียวกับไอ้โหงว ฉันก็คงปล่อยไว้ไม่ได้”
เจ้าสัวตั้งท่าเชิงมวยกะจะเล่นงานหยก แต่ระหว่างนั้นเสียงรถตำรวจดังเข้ามา ทั้งคู่ชะงัก
“รีบไปเถอะว่ะไอ้หยก”
กิจชัยเข้ามาลากหยกไปที่มอเตอร์ไซค์ ให้หยกเป็นคนขับพากันออกไปจากบริเวณนั้นทันที เจ้าสัวมองตามเด็กหนุ่ม ฝีมือดีที่ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างแปลกประหลาด

รถของธงรบกำลังขับมุ่งตรงมาที่เลาจ์ เขาคุยโทรศัพท์กับลูกน้อง
“ผมใกล้จะถึงที่เกิดเหตุแล้ว อีกไม่เกิน 5 นาที”
ธงรบกดวางสายแล้วเหยียบคันเร่งให้เร็วขึ้น แต่ระหว่างนั้นมอเตอร์ไซค์หยกที่วิ่งออกมาตัดหน้ารถพอดี ดีที่เขาแตะเบรคทัน ส่วนหยกก็เบรกห่างไปไม่ไกล ธงรบมองผ่านกระจกข้างเห็นเป็นหยกกับกิจชัย ธงรบจำทั้งคู่ได้ ยิ่งเห็นที่แขนกิจชัยได้รับบาดเจ็บก็ยิ่งสงสัย
“ไปเหอะไอ้หยก อย่าไปยุ่งกับมันเลย เดี๋ยวจะซวย” กิจชัยรีบบอก
หยกมองหน้าธงรบทิ้งท้ายแล้วบิดคันเร่งไปต่อ ธงรบลงจากรถมามองตามสงสัยพฤติกรรมของทั้งสอง

หยกกับกิจชัยบเข้ามาในห้องพักอย่างเหนื่อยอ่อน วางปืนที่ใช้สู้กับพวกกวงลงบนโต๊ะ ถอดเสื้อแจ็คเก็ตตัวนอก ออกเหลือเสื้อกล้ามตัวเดียวแล้วล้มตัวลงนอน ทางด้านหยกแตะที่หน้าอกซึ่งโดนเล้งเล่นงานจนจุก เขาเปิดเสื้อดูพบรอยช้ำเป็นวง หยกเจ็บเอาเรื่อง
“ไม่น่าเชื่อ เห็นอย่างนั้น แต่ฝีมือเอาเรื่องชะมัด”

หยกหน้าเหยเกเจ็บอก

วันใหม่...กิ่งเหมยช่วยอาม่าขายปาท่องโก๋ ระหว่างนั้นอ่างเข้ามาสั่ง

“กะ...กะ...กิ่งเหมย...อะ...อะ...เอา...ปะ..ปะ...ปา”
“ไม่ต้องสั่งหรอกน้าอ่าง เอาเหมือนเดิมใช่มั้ย”
อ่างยิ้มรับ
“ถะ...ถูก...ต้อง...นะ...นะคร้าบ แต่...แต่...แต่...เดี๋ยวมา...มาเอา”
อาม่าหันมาถาม
“แล้วลื้อจะไปไหน ไม่กินร้อนๆแล้วจะอร่อยเหรอ”
“ปะ...ปะ...ไปซื้อ...ยา...แก้...แก้ช้ำใน”
กิ่งเหมย สงสัย
“ใครเป็นอะไรเหรอน่าอ่าง”
“อะ...อะ...ไอ้หยก”
อ่างบอกแล้วแอบหยิบปาท่องโก๋ติดมือไปชิ้นหนึ่งเดินกินไประหว่างทาง กิ่งเหมยถึงกับเหม่อเมื่อรู้ว่าหยกบาดเจ็บ
“เฮ้อ...สงสัยไอ้หยกจะไปมีเรื่องมาอีก นี่มันคงจะเลือกเอาดีทางเป็นกุ๊ยแล้วจริงๆ”
อาม่าถอนใจแล้วทอดปาท่องโก๋ไป แต่กิ่งเหมยไม่ค่อยสบายใจ

ในร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์...หยกก้มหน้าก้มตาซ่อมมอเตอร์ไซค์ของตัวเองปรับแต่งจูนเครื่อง
“น้า...ขอประแจให้ฉันหน่อย”
สลึงที่กำลังช่วยดูเครื่องมอเตอร์ไซค์ให้อีกฝั่งยื่นประแจให้
“ไม่ใช่อันนี้ อันเมื่อกี้ที่น้าเอาไปใช้”
สลึงลุกขึ้นทำหน้างงๆ
“ข้าใช้เสร็จแล้วก็ให้เอ็งไปแล้วไม่ใช่เหรอ อะไรวะยังหนุ่มยังแน่นเจอ กระทืบมาหน่อยเดียวทำเป็นสติไม่เต็ม”
“น้า...ประแจอันนั้นมันเสียบอยู่บนหัวน้า”
หยกชี้ประแจที่ต้องการใช้ซึ่งเหน็บอยู่บนหัวสลึง
“อ้าว...มาอยู่บนหัวข้าตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”
สลึงยิ้มแหะๆแล้วเอาประแจให้ ระหว่างนั้นกิ่งเหมยขี่จักรยานทำทีเข้ามาเนียนๆ
“น้าจ้ะ...ฉันเอาปาท่องโก๋มาส่ง”
สลึงดีใจ
“เดี๋ยวนี้มีบริการส่งถึงบ้านด้วยเหรอกิ่งเหมย”
“ไม่มีหรอกน้า แต่ฉันผ่านมาพอดีเลยเอามาส่งให้เลย กว่าน้าอ่างจะกลับมาเดี๋ยวน้าจะ ไม่ได้กินปาท่องโก๋ร้อนๆ”
“ห่วงน้าแบบนี้...แอบรักน้ารึเปล่า”
กิ่งเปล่าถลึงตาใส่
“นี่หลานนะน้า”
“ล้อเล่น...งั้นเดี๋ยวน้าไปกินปาท่องโก๋ก่อนนะ ไอ้หยก...น้าพักแป๊บนึง”
สลึงหิ้วถุงปาท่องโก๋เข้าไปข้างใน ทิ้งหยกให้อยู่กับกิ่งเหมยตามลำพัง หยกทำเฉยไม่ได้สนใจว่ากิ่งเหมยอยู่ด้วย ก้มหน้าก้มตาจูนเครื่องมอเตอร์ไซค์ไปเงียบๆ กิ่งเหมยใช้หางตาเหล่ๆมองว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอะไรรึเปล่า แต่เขาก็ยังเฉย เธอคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้!

กิ่งเหมยเข็นจักรยานเข้ามาซ่อมในร้านไม่ไกลจากหยกเท่าไหร่ หญิงสาวทำก้มหน้าก้มตาดูจักรยาน ตัวเองแล้วทำเป็นเสียงห้วนๆใส่ชายหนุ่ม
“นี่...ขอที่สูบลมให้หน่อยสิ”
หยกทำเฉยไม่พูดไม่จา จัดการกับมอเตอร์ไซค์ตัวเองไป
“ฉันบอกให้นายช่วยส่งที่สูบลมให้หน่อย หูหนวกเหรอไง”
หยกไม่สนใจลุกเดินไปทำงานอย่างอื่นที่โต๊ะเครื่องมือ กิ่งเหมยเริ่มไม่พอใจเข้าไปต่อว่าทันที
“คิดอยากจะเป็นกุ๊ย เลยต้องใจจืดใจดำด้วยใช่มั้ย”
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม เอาเลย...ไปเรียกตำรวจมาจับฉันสิ สนิทกันไม่ใช่เหรอ”
ชายหนุ่มประชดแล้วเดินกระแทกไหล่หญิงสาวจนเซและเจ็บ ไปนั่งซ่อมมอเตอร์ไซค์ต่อ กิ่งเหมยเจ็บใจ
“ฉันกับผู้หมวดเพิ่งจะรู้จักกันเองนะ ไม่ได้สนิทสนมกันเกินเลยอย่างที่เธอคิด”
“นิสัยเธอชอบร้อนตัว พูดแบบนี้แสดงว่าคิด ก็ดี...เป็นคุณนายตำรวจมันสบายกว่าขาย ปาท่องโก๋ไปวันๆอยู่แล้ว”
กิ่งเหมยชะงักเสียใจ
“นี่เธอ...”
กิ่งเหมยน้อยใจไม่อยากอยู่ด้วยแล้วเลยจะรีบออกไป แต่ไม่ทันระวังสะดุดสายยางสูบลมจะล้ม
“ว๊าย!”
หยกรีบเข้าไปรับร่างของเธอเอาไว้ในอ้อมกอดช่วยไม่ให้ล้มกระแทกพื้น ทั้งคู่สบตากัน แววตาของหยกมีความเป็น ห่วงจนเห็นได้ชัด แต่กิ่งเหมยกลับผลักอกเขาอย่างแรงให้พ้นจากตัว
“ปล่อยฉันนะ”
หยกโดนผลักอกที่เจ็บอยู่แล้วก็ผงะไป กิ่งเหมยเห็นอาการก็ตกใจ
“หยก…ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้ว่าเธอเจ็บตรงไหน”
“นี่เธอ…เธอมาที่นี่เพราะอยากรู้ว่าฉันไปมีเรื่องกับใครมาใช่มั้ย”
กิ่งเหมยชะงัก หยกมองเขม็ง

คมทวนมองธงรบที่แต่งเครื่องแบบตำรวจมาพบเขาอย่างสงสัย
“ใช่ครับ หยกเป็นลูกชายผม มันไปก่อเรื่องอะไรไว้เหรอครับ”
“ตอนนี้ผมยังบอกอะไรไม่ได้ แต่ผมเจอเขาแถวที่เกิดเหตุที่มีการยิงกันตาย ผมเลยอยาก สอบปากคำเขาหน่อย”
คมทวนตกใจหน้าเครียด
“ยิงกันตาย!”
“ว่ายังไงครับ ถ้าเขาอยู่ที่นี่ก็ให้ความร่วมมือกับราชการด้วย”
“ไอ้ลูกไม่รักดีมันไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก มันออกไปอยู่ข้างนอกตั้งนานแล้ว”
“แล้วพอจะบอกได้มั้ยว่าผมจะตามเขาได้ที่ไหน”
คมทวนนิ่งไปครู่ครุ่นคิด
“ผมไม่รู้หรอก ตั้งแต่มันออกจากคุกมา ผมก็ไม่ได้สนใจมันอีก ผมขอตัวนะคุณตำรวจ”
คมทวนเดินเข้าบ้าน ธงรบมองตามอย่างสงสัยไม่ค่อยเชื่อคำพูดของคมทวนสักเท่าไหร่

หยกจับแขนกิ่งเหมยจ้องหน้าอย่างหงุดหงิด บังคับให้เธอตอบในสิ่งที่เขาสงสัย

“ใช่ ฉันอยากรู้ว่าเธอไปมีเรื่องกับใครมา แต่ไม่ใช่เพราะฉันเป็นห่วงเธอ ฉันห่วงคนอื่น กลัวว่าเธอจะไปเอาเรื่องเดือดร้อนมาให้ต่างหาก” กิ่งเหมยโวยวายใส่

“เธอจะต้องกลัวคนอื่นเดือดร้อนทำไม ในเมื่อเธอพาตำรวจเข้ามาดูแลทุกคนแล้ว”
“เลิกพูดถึงหมวดเขาซะที นี่เป็นเรื่องระหว่างฉันกับเธอนะหยก”
“ระหว่างฉันกับเธอ มันไม่มีเรื่องอะไรอีกแล้ว”
“ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ทำไมเธอต้องหัวฟัดหัวเหวี่ยงเวลาเห็นฉันกับหมวดด้วย”
หยกชะงักสบตากับกิ่งเหมย ก่อนจะปล่อยมือจากแขนแล้วหันหลังให้
“ฉันก็แค่ไม่ชอบหน้าตำรวจ”
“ฉันนึกแล้วเชียว เพราะเขาทำให้เธอคิดถึงตัวเองใช่มั้ย เธอพลาดโอกาสได้เป็นตำรวจ เลยโกรธที่เห็นฉันรู้จักเขา”
“หยุดพูดได้แล้วกิ่งเหมย”
“ไม่ ! ฉันเป็นต้นเหตุทำให้เธอต้องเสียอนาคต ฉันต้องรับผิดชอบ ฉันพร้อมทำทุกอย่าง ให้เธอนะหยก ขอแค่ให้เธอกลับมา”
“เธอทำอะไรให้ฉันไม่ได้หรอกกิ่งเหมย”
กิ่งเหมยกระชากหยกกลับมา
“ต้องได้สิหยก...บอกฉันมา อยากให้ฉันทำอะไรให้เธอ บอกฉันมา สิหยก”
“อยากรู้ใช่มั้ย...ได้”
หยกตัดสินใจรวบเธอเข้ามาประชิดตัวแล้วจูบบดขยี้ริมฝีปากทันที กิ่งเหมยพยายามดิ้นเพราะตกใจ แต่ก็นิ่งไปครู่ก่อนจะผลักเขากระเด็นแล้วตบหน้าฉาดใหญ่ หยกหน้าหันและนิ่งเฉย กิ่งเหมยน้ำตาไหลอาบสองแก้มมองเขาด้วยแววตาเจ็บปวดและเสียใจก่อนจะวิ่งร้องไห้ออกจากร้านไป
“กิ่งเหมย” หยกรู้สึกผิด
หยกจะตาม ไปขอโทษแต่ระหว่างนั้นคนที่เดินเข้ามาขวางคือคมทวน
“พ่อ!”
คมทวนมองลูกชายด้วยแววตากราดเกรี้ยวเป็นอย่างมาก

หยกถูกคมทวนกระชากคอเสื้อลากตัวออกมาที่กลางถนนในตรอก ท่ามกลางชาวบ้านที่พากันตกใจ
“ปล่อยฉันนะพ่อ...ปล่อยฉัน”
หยกพยายามแกะมือ แต่กลับถูกคมทวนกระชากคอเสื้อมาตะคอกใส่หน้า
“แกอยากจะเลวมันเรื่องของแก แต่ที่แกไปทำให้หนูกิ่งเหมยต้องเสียน้ำตา ฉันไม่ยกโทษ ให้แกแน่ไอ้ลูกไม่รักดี”
คมทวนปล่อยหมัดกระแทกหน้าหยกเต็มๆจนเซล้มเลือดกบปาก ชาวบ้านในตรอกพากันตกใจ
“ฉันโตพอแล้วที่จะรู้ว่าฉันทำอะไรลงไป”
“แกว่าฉันไม่มีสิทธิ์สั่งสอนแกงั้นเหรอ ถามทุกคนในตรอกนี้เลยไอ้หยก ใครที่เลี้ยงแกมา ตั้งแต่ตัวเท่าลูกหมา ถ้าเลี้ยงแล้วสั่งสอนไม่ได้ ฉันน่าจะเอาขี้เถ้ายัดปากตั้งแต่เกิดไป”
“ฉันไม่ได้บอกว่าพ่อสั่งสอนฉันไม่ได้ แต่ฉันก็มีอย่างอื่นต้องทำ ไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆที่พ่อ ต้องคอยตามจ้ำจี้จำไช”
“เอ็งจะเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยกหรือจะไปเป็นใหญ่เป็นโตมากแค่ไหน แต่ตราบใดที่เอ็งยังเป็น ลูกข้า ข้าก็มีสิทธิ์สั่งสอนเอ็ง ถ้าเอ็งมันไม่คิดจะรักดี ข้าก็จะเอาเลือดหัวเอ็งออกมา”
คมทวนกำหมัดจะเข้าไปสั่งสอนแต่ถูกหยกเอามือรับหมัดไว้
“อย่านะพ่อ...อย่าทำให้ฉันต้องสู้พ่อ”
“เอ็งอยากสู้ก็สู้มาสิเว้ย...ชาวบ้านเขาจะได้รู้ว่าเอ็งมันไอ้อกตัญญู”
“พ่อ”
คมทวนชกหน้าหยกจนหงายเงิบ หยกไม่คิดจะสู้พ่ออยู่แล้วเพียงแต่พยายามขู่ พอคมทวนเข้ามาซ้ำหยกก็ได้แต่ ก้มหน้าเก็บคองอตัวปล่อยให้คมทวนเตะต่อยสั่งสอน...ทั้งน้ำตา
“เลือดชั่วๆในตัวแกมันไม่ใช่เลือดแม่แก...ที่แกมันเลวอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะเลือดชั่ว ของคนอื่น...ไม่ใช่ของแม่แก”
คมทวนทั้งเตะทั้งต่อยตีลูกไม่หยุด ระหว่างนั้นสลึงกับอ่างรีบเข้ามาห้าม
“พอได้แล้วพี่...เดี๋ยวไอ้หยกมันก็ตายพอดี”
“พวกเอ็งไม่ต้องมายุ่ง ข้าจะสั่งสอนลูก”
“แต่มันจะตายคาตีนพี่ก่อนนะสิ...พอเถอะ ฉันขอร้อง”
คมทวนไม่ฟังผลักสลึงไม่ให้มาขวาง อ่างเลยรีบเข้าไปคุกเข่ายกมือไหว้
“ยะ..ยะ...อย่าทำยะ...หยกเลย...ชะ...ฉันขอ”
คมทวนเห็นอ่างพยายามปกป้องหยกที่นอนเจ็บระบมก็นิ่งไป
“ไอ้หยก ตำรวจเขากำลังตามตัวแกอยู่ ฉันหวังว่าแกคงจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องยิงคนตาย เมื่อคืน เพราะถ้าใช่แกล่ะก็...”
คมทวนมองหน้าลูกแล้วปาดน้ำตาของความเสียใจ
“ฉันจะยอมเป็นฝ่ายติดคุก แลกกับการส่งแกให้ไปกราบขอโทษแม่แกบนสวรรค์”
คมทวนเสียงขึงขังใส่ลูกก่อนจะเดินออกไป หยกสะบักสะบอมปวดระบมไปทั้งตัวจนกระอักออกมาเป็นเลือด สลึงเข้าไปช่วยประครอง
“ไอ้อ่าง...มาช่วยหลานสิเว้ย”
สลึงกับอ่างเข้าไปช่วยพยุงหยกอย่างเป็นห่วง

ธงรบคุยอยู่กับอาม่าในศาลเจ้า
“ทำไมถึงมาถามเรื่องของไอ้หยกกับอั้วล่ะคุณตำรวจ” อาม่ามองธงรบอย่างสงสัย
“ผมทราบมาว่าอาม่าช่วยเลี้ยงดูนายหยกมาตั้งแต่เล็กๆ”
“ก็ใช่...ไอ้หยกมันไม่มีแม่ มันโตมาพร้อมกับกิ่งเหมย อั้วก็เลยช่วยดูแลมันตั้งแต่เล็ก...หรือว่ามันไปทำเรื่องร้ายแรงอะไร”
“ผมยังบอกไม่ได้หรอกครับอาม่า แค่อยากรู้ว่าจะตามเขาได้ที่ไหน จะได้สอบปากคำ เขาได้”
“คุณตำรวจ...ถ้ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นเพราะไอ้หยก อั้วก็อยากบอกให้คุณรู้ไว้ก่อน ไอ้หยก มันเพิ่งจะมาเปลี่ยนไปตั้งแต่มันออกจากคุก เมื่อก่อนมันเป็นคนดี เกือบจะได้เป็น ตำรวจแล้วด้วย”
ธงรบแปลกใจ
“นายหยกเกือบจะได้เป็นตำรวจด้วยเหรอครับ”
อาม่าพยักหน้ารับ
“อั้วกับพ่อของมันก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ๆมันถึงได้เปลี่ยนไป หันไปคบพวกกุ๊ย แม้แต่อาเหมยที่สนิทกับมันก็ไม่รู้ว่ามันทำไปเพราะอะไร”
อาม่าถอนใจ ธงรบเริ่มติดใจสงสัยพฤติกรรมของหยก ระหว่างนั้นอาม่ามองออกไปนอกศาลเจ้า
“อาเหมยกลับมาแล้ว เดี๋ยวลองคุยกับอาเหมยดูแล้วกัน”

กิ่งเหมยเดินเสียใจกลับเข้ามาที่ศาลเจ้าน้ำตายังไหลอาบสองแก้ม ระหว่างนั้นอาม่าเดินออกมาจากศาล เจ้าพร้อมกับธงรบ
“อาเหมย...ลื้อเป็นอะไร...นั่นลื้อร้องไห้เหรอ” อาม่าเห็นอาการหลานสาวแล้วก็ตกใจ
กิ่งเหมยรีบเข็ดน้ำตา

“เอ่อ...เปล่าจ้ะอาม่า”

“จะเปล่าได้ยังไง ตาลื้อแดงซะขนาดนั้น ใครทำลื้อบอกอั้วมา”
“ไม่มีหรอกจ้ะอาม่า ฝุ่นเข้าตาฉันน่ะ”
ธงรบมองหน้า
“พูดมาเถอะครับคุณกิ่งเหมย ถ้าอาม่าไม่รู้ก็จะยิ่งเป็นห่วงคุณไม่เลิก”
กิ่งเหมยนิ่งไปมองอาม่าอยู่ครู่ก่อนจะกลั้นสะอื้นไม่อยู่ โผเข้าไปกอดอาม่าแล้วร้องไห้เสียใจ อาม่ากอดหลานสาวเอาไว้อย่างปลอบโยน

หยกยังระบมไม่หาย อ่างเอาน้ำกับยาเม็ดมาให้
“เอา...เอายา...แก้...แก้ปวด...ไป...ไปกินซะ เห็นแล้ว...มัน...มัน...สงสารว่ะ”
“ขอบใจจ้ะน้า”
หยกเอายากับน้ำมากิน สลึงตบบ่าจะปลอบใจแต่หยกสะดุ้งโหยง
“ข้าขอโทษว่ะ ลืมไปว่าเอ็งโดนพ่อกระทืบซะน่วม”
อ่างต่อว่าสลึง
“เอ็ง...เอ็งลืม...หรือตั้งใจวะ...ไอ้สะ...สลึง”
“ข้าจะตั้งใจทำให้หลานเจ็บทำไมวะ เลี้ยงมันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ข้าไม่เชื่อหรอกเว้ย ว่าหลานข้าจะไปมีเรื่องถึงขั้นยิงคนตาย”
หยกนิ่งเงียบไปลุกจากที่แล้วเดินออกไปมองข้างนอกเงียบๆ สลึงกับอ่างพากันมองอย่างสงสัย
“หรือ...หรือว่าเอ็ง...จะ...จะไปเกี่ยวด้วย...จะ...จริงๆ”
“น้า...ตอนนี้ฉันยังเล่าอะไรให้ฟังไม่ได้ แต่ฉันอยากให้น้ารู้ไว้ว่า ไม่ว่าฉันจะทำอะไรลงไป ฉันมีเหตุผลที่ต้องทำ”
“เอ็งอย่าพูดอะไรที่มันฟังแล้วเข้าใจยากๆได้มั้ยวะ ข้าไม่ได้ฉลาดนะเว้ย”
หยกยิ้มขำน้าทั้งสองคนระหว่างนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของหยกที่อยู่ในแจ็คเก็ตที่แขวนอยู่ตรงแฮนด์มอเตอร์ไซค์ดังขึ้น หยกเดินหยิบมาดูเห็นเป็นเบอร์ที่ไม่ได้เซฟไว้ในเครื่องก็รู้ว่าเป็นใคร
“ฉันมีงานต้องไปทำก่อน...ขอบใจพวกน้ามากนะ”
อ่างเข้ามาหา
“ดะ...ดะเดี๋ยวสิวะ...ไอ้...ไอ้หยก”
“อะไรเหรอน้า”
“พ่อ...พ่อเอ็ง...เขารัก...รักเอ็งมากนะ”
หยกนิ่งไป
“ฉันรู้จ้ะน้า...ฉันก็รักพ่อเหมือนกัน”
หยกบอกแล้วหันไปหยิบหมวกกันน็อค เอาเสื้อมาสวมทับแล้วเข็นมอเตอร์ไซค์คู่ใจออกจากร้านสวมหมวกกันน็อคเรียบร้อย สตาร์ทเครื่องบิดคันเร่งออกไปตามถนน ธงรบที่กำลังมาถึงเห็นหยกออกไปพอดีก็รีบกลับเข้าไปที่รถรีบเข้าเกียร์แตะคันเร่ง ขับตามไป

หยกขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอด ที่ตึกร้างแห่งหนึ่ง ถอดหมวกกันน็อคออกและกำลังจะเดินเข้าไปในตึก แต่ ระหว่างนั้นบังเอิญเหลือบไปเห็นธงรบที่แอบตามมา ยืนหลบอยู่หลังเสาผ่านทางกระจกมองข้างของมอเตอร์ไซค์ หยกตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความ
บนดาดฟ้าผู้การสมิงกำลังโปรยเม็ดข้าวโพดให้นกพิราบที่มีมากมายบนดาดฟ้าจิกกิน ระหว่างนั้น โทรศัพท์ของผู้การสมิงดัง เลยหยิบขึ้นมากดดูข้อความที่ถูกส่งมา
“มีตำรวจสะกดรอยตามผมมา”
สมิงกดปิดมือถือครุ่นคิด

ธงรบตามหยกเข้ามาในตึกร้าง แต่อยู่ๆก็ตามร่องรอยของเขาไม่เจอ
“หายไปไหนแล้ววะ”
ธงรบหันไปมองรอบๆก่อนจะได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาจากข้างหลัง เขาชักปืนแล้วหันไปส่องทันที
“หมวดตามผมมาต้องการอะไร”
“แกมาทำอะไรที่นี่”
“ผมจะมาทำอะไรที่นี่แล้วมันใช่ธุระอะไรของหมวด”
“ไอ้ที่แบบนี้ สุจริตชนทั่วไปไม่มาเดินเล่นกันหรอก บอกฉันมาดีกว่าหยก เหตุการณ์ยิงกัน ตายเมื่อคืนที่เลาจ์ ฝีมือแกกับพวกใช่มั้ย”
“หมวดไม่มีงานให้ทำเหรอไง ถึงได้เที่ยวมายัดเยียดข้อหาให้คนอื่นแบบนี้”
“แกอย่ามาย้อนฉัน ฉันเห็นแกกับเพื่อนออกมาจากที่นั่น สารภาพมาดีกว่า อย่าทำเรื่อง ง่ายให้เป็นเรื่องยาก ไม่งั้นแกจะลำบาก”
“ผมว่าหมวดนั่นแหละที่กำลังทำเรื่องง่ายๆให้เป็นเรื่องยาก การที่หมวดเที่ยวปรักปรำคน อื่นโดยไม่มีหลักฐานแบบนี้ ผมอาจจะฟ้องร้องทำให้หมวดโดนเล่นงานได้เหมือนกัน”
“นี่แก!”
หยกจ้องเขม็งที่ธงรบอย่างมีชั้นเชิงเหนือกว่า

ในห้องส่วนตัวของภัตตาคารอาหารจีนแห่งหนึ่ง ตงนั่งกินซุปหูฉลามรออยู่ ครู่หนึ่งเก่งก็พากิจชัยเข้ามา
“สวัสดีครับเสี่ย...โห...ตบรางวัลให้ผมเป็นโต๊ะจีนเลยเหรอครับเนี่ย...ลาภปากจริงๆ”
กิจชัยจะเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะ แต่ตงเอาปืนมาตบลงบนโต๊ะเสียงดังแล้วหันมามองหน้าเอาเรื่องกับกิจชัย
“ฉันยอมออกหน้าเคลียร์กับไอ้กวงให้แก แต่ฉันไม่ได้สั่งให้แกไปฆ่ามัน”
ตงหยิบปืนขึ้นมาแล้วส่องไปที่หน้ากิจชัยทันที
“เอ่อ...เสี่ยครับ ใจเย็นๆก่อน เรื่องไอ้กวงผมไม่ตั้งใจจะให้เป็นอย่างนั้นเลย” กิจชัยเหวอหน้าเสีย
“แกรู้มั้ยคำว่าเจ้าพ่อกับกุ๊ยข้างถนนมันต่างกันยังไง”
“เอ่อ...มะ...ไม่รู้ครับ”
“คนที่จะขึ้นมาใหญ่ได้ต้องเป็นลูกผู้ชายกล้ารับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำ ส่วนพวกกุ๊ยมันจะ ดีแต่แก้ตัวหาทางเอาตัวให้รอดไปวันๆ”
“ผม...ผมไม่เคยมีนิสัยคิดแต่เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่นนะครับ ไอ้กวงมันก็คิดไม่ซื่อกับ เสี่ย มันเลยโดนไอ้หยกเล่นงาน ทั้งๆที่ผมเตือนมันแล้วว่าจะทำให้เสี่ยเดือดร้อน แต่มันก็ ไม่ฟังชักปืนออกมายิงไม่ยั้ง”
ตงมองหน้ากิจชัยแล้วนิ่งไปก่อนจะหันไปมองที่เก่ง
“แกไปสืบเรื่องไอ้หมอนั่นมาแล้วใช่มั้ย”
“ครับเสี่ย”
“เล่าให้ฉันฟังสิ ไอ้หยกคนนี้มันเป็นใคร”
เก่งเล่าถึงสิ่งที่ได้รู้มา...

ธงรบยังเล็งปืนไปที่หยกที่ไม่มีทีท่าว่าจะกลัวเกรงเลย
“ผมว่าหมวดเก็บปืนไปเถอะ อย่าทำอะไรเกินหน้าที่ตัวเอง ไม่งั้นอนาคตหมวดอาจจะ ดับวูบง่ายๆ”
ธงรบมองหยกอยู่อีกครู่ก่อนจะยอมเก็บปืนเข้าซองเหน็บเอว
“แกนี่มันหัวหมอจริงๆ เสียดายที่มาเลือกเดินทางผิด ถ้ามาเป็นพวกเดียวกับเรา ฉันว่า อนาคตแกคงรุ่ง”
“นี่คุณรู้เรื่องผมได้ยังไง”

ธงรบยังไม่ตอบเดินเข้าไปใกล้หยกแล้วจ้องตาเขม็ง

โปรดติดตามตอนที่ 5
บ่วงรัก ตอนที่ 10
บ่วงรัก ตอนที่ 10
ที่ห้องโถงบ้านเลิศชัยวัฒน์ช่วงเวลาประมาณหนึ่งทุ่ม อังคณานั่งนิ่งดื่มไวน์ย้อมใจอยู่ ท่าทางเครียดเคร่ง เหมือนตัดสินใจหรือกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง ครู่หนึ่งน้อยสาวใช้เดินเข้ามาคุกเข่าถาม “คุณผู้หญิงคะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว จะให้จัดโต๊ะเลยไหมคะ” “ไม่ต้อง...วันนี้ฉันกินอะไรไม่ลง” “ค่ะ” น้อยงงๆ เดินเลี่ยงออกไป อังคณาวางแก้ว สายตาเหลือบไปเห็นรูปธานินทร์ที่วางอยู่ข้างโต๊ะชุดรับแขก สายตาของธานินทร์ในรูปที่มองมาทำให้อังคณาอึดอัดใจนิดๆ รำพึงเบา ๆ “มองทำไม...ฉันไม่ใจอ่อนหรอกคุณธานินทร์” อังคณาจับรูปธานินทร์คว่ำลงกับโต๊ะ น้อยเดินเข้ามา ป้าทองดี และสาวใช้อีกคนกำลังช่วยกันจัดผักลงจาน
กำลังโหลดความคิดเห็น...