xs
xsm
sm
md
lg

บ่วงรัก ตอนที่ 5

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


บ่วงรัก ตอนที่ 5

พิณทองยืนอยู่ตรงหน้าห้องทำงานธานินทร์ ช่วงตอนกลางวัน หนังสือลาออกอยู่ในมือของพิณทองแล้ว หญิงสาวอ่านทวนอีกแล้วจึงค่อยๆ บรรจงพับใส่ซองด้วยสีหน้าอึดอัดใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับมันดี พิณทองทอดถอนใจ

ครู่หนึ่งยุ้ยเดินเข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟในมือ
“พี่ยุ้ยคะ ท่านมาหรือยังคะ” พิณทองถาม
“วันนี้ท่านไม่เข้าแล้วล่ะค่ะ ทำไม มีอะไรเหรอ” ยุ้ยนิ่วหน้า
“เปล่าค่ะ”
พิณทองมองซองในมือ ถอนใจอีกเฮือก หน้าตายุ่งยากใจ ครู่หนึ่งเสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะดังขึ้น พิณทองรับสาย
“สวัสดีค่ะ”
ชนะศึกเดินออกมาหน้าห้องทำงาน ใช้โทรศัพท์มือถือของตัวเองคุยกับพิณทอง พร้อมกับยืนแอบดูพิณทอง
“เป็นอะไร ทำไมทำหน้ายุ่งอย่างนั้นล่ะ
พิณทองเหลียวซ้ายมองขวา ไม่เห็นชนะศึก “คุณรู้ได้ยังไงคะ”
“รู้ก็แล้วกันน่า” ชนะศึกบอก
พิณทองถอนใจ ไม่อยากพูด “คุณชนะพิณขอพบคุณหน่อยได้มั้ยคะ”
ชนะศึกวางสาย แล้วหันไปมองทางพิณ

ไม่นานต่อมา ชนะศึกอ่านจดหมายลาออกของพิณอยู่ภายในห้องทำงาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาท่าทีตกใจ
“จดหมายลาออก หมายความว่ายังไงเนี่ย”
พิณทองนั่งร้องไห้ ก้มหน้านิ่ง ชนะศึกทำหน้าเครียด

เวลาตอนกลางวัน อังคณากับชนกนันท์อยู่ในห้องนั่งเล่น อังคณาเลิกร้องไห้แล้ว ความเสียใจเปลี่ยนเป็นความแค้น พูดใส่อารมณ์ ชนกนันท์นั่งอยู่ข้างๆ แม่คอยปลอบโยน
“พ่อแกพูดออกมาได้ยังไง ว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยรักแม่เลย เขามีแต่อีนังพรรณีอยู่ในหัวใจเขา...คิดดูซีนก จะให้แม่รู้สึกยังไง เขาทำกับแม่เหมือนเป็นเศษสวะไร้ค่า”
“ใจเย็นค่ะ แม่ เรื่องแบบนี้จะโทษคุณพ่อคนเดียวก็ไม่ถูก” พยายามพูดเข้าข้างธานินทร์
อังคณาแหวใส่ “แกจะโทษแม่อีกคนหรือไง”
“ไม่ใช่ค่ะ นกหมายความว่า” สีหน้าชนกนันท์ร้ายกาจขณะพูดประโยคต่อมา “เรื่องนี้ เป็นความผิดของนังพรรณีต่างหาก” อังคณาหยุดฟังอย่างสนใจ “ถ้ามันไม่เสนอหน้าเข้ามายุ่งกับคุณพ่อ พ่อก็คงไม่เป็นอย่างนี้”

“จริงซี เพราะมันคนเดียว” อังคณาคล้อยตาม
“ลองนึกดูดีๆ ซีคะแม่ ถ้าไม่มีอีนังนั่น คุณพ่อก็อาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม”
“จริง ถ้าไม่มีนังนั่นซักคน”
อังคณาพูดขึ้นมาอย่างเคียดแค้น

ด้านชนะศึกฟังเรื่องที่อังคณาไปอาละวาดที่บ้านพิณทองอย่างตกใจ เสียใจ และรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ทำไมคุณแม่ทำแบบนี้” หันมาหาพิณทอง “ฉันเสียใจจริงๆ นะ แต่เธอไม่ได้ผิดนี่พิณทอง ทำไมต้องลาออกด้วยล่ะ”
พิณทองเสียงเศร้า “แม่สั่งค่ะ”
ชนะศึกถามต่อทันที “แม่สั่งให้เธอลาออก แล้วใจเธอเองล่ะ อยากจะออกมั้ย”
พิณทองมองชนะศึก ด้วยความรู้สึกลำบากใจ “พิณต้องทำตามที่แม่สั่งค่ะ”
“ถ้าเธอไม่อยากออก เธอก็ไม่ต้องออก เรื่องนี้ ฉันจะคุยกับแม่เธอเอง...ไป”
ชนะศึกดึงแขนพิณทองเดินออกไป

เวลาเดียวกันรถตู้คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านของพรรณี ประตูรถเปิดออกเห็นชายฉกรรจ์สามคนลงมาจากรถ มองเข้ามาในบ้านหน้าเหี้ยม ผึ้งวิ่งออกมาดู
“มาหาใครคะ”
“บ้านคนชื่อพรรณีหรือเปล่า” ชายฉกรรจ์คนแรกถาม
ผึ้งบอกพาซื่อ “ใช่ค่ะ”
ชายคนเดิมบอก “มีงานมาให้ทำน่ะ”
“อ๋อ เข้ามาก่อนสิพี่ เดี๋ยวเรียกให้นะ”
ผึ้งมาเปิดประตูรั้วรับ

ครู่ต่อมาผึ้งเดินนำกลุ่มชายฉกรรจ์เข้ามาในบ้าน บอกกับพรรณี
“น้าณี น้าณีจ๋า มานี่เร็ว”
“ฮือ”
พรรณีเดินนำสำอางค์ออกมาจากด้านใน
“พวกนี้จ้ะ ที่จะเอางานมาให้น้าทำ” ผึ้งบอก
พรรณีเยื้อนยิ้มรับแขก
“งานอะไรเหรอจ๊ะ”
ชายคนเดิมถาม “ชื่อพรรณีหรือเปล่า”
“ค่ะ”
ทันใดนั้นชายคนดังกล่าว ก็ยกโต๊ะที่วางอยู่ตรงหน้าเหวี่ยงหงายหลังไป
พรรณีโกรธปนตกใจ “อะไรเนี่ย ทำแบบนื้ทำไม”
กลุ่มชายฉกรรจ์ทำลายข้าวของในบ้านไปเรื่อยๆ ทั้งผ้าที่เตรียมตัด ราวแขวนผ้า ข้าวของเครื่องใช้ทำมาหากินของพรรณีทั้งสิ้น พรรณีกับผึ้ง ร้องห้าม สำอางค์ตกใจร้องเสียงดัง
“กูไม่อยู่แล้วเว๊ย”
สำอางค์จะวิ่งหนีออกไปหน้าบ้าน แต่ถูกชายคนหนึ่งกระชากอย่างแรงและเหวี่ยงกลับเข้าไปในบ้านจนหงายหลังล้มลงไป พรรณีรีบเข้าไปประคองสำอางค์
“พวกแกเป็นใคร ใครใช้แกมา” พรรณีทั้งโกรธ ทั้งงง
“มึงก็รู้อยู่แก่ใจ กูทำตามหน้าที่ ช่วยอะไรไม่ได้” ชายที่เป็นหัวโจกบอก
ชายคนอื่นๆ ยังพังบ้านต่อ
“ขอร้องเถอะจ้ะ อย่าทำแบบนี้เลย ฉันไปทำอะไรให้ใคร” พรรณีพูดดีๆ ด้วย
ชายฉกรรจ์ทั้งสามคนไม่สนใจ ยังคงพังบ้านพรรณีไปเรื่อยๆ อยู่ครู่ใหญ่ พรรณีได้แต่ยืนร้องห้าม ทำอะไรไม่ได้
ทันใดนั้นเพชรแท้ขับรถมอเตอร์ไซค์กลับมาพอดี พอเข้ามาในบ้าน เห็นสภาพบ้านที่พังยับเยินเพชรแท้ก็โกรธขึ้นมาทันที
“เฮ้ย พวกมึงทำอะไร หยุดนะโว้ย
พรรณีเห็นเพชรแท้ วิ่งเข้าไปหา เชิงห้าม
“เพชร อย่าไปยุ่งกับพวกมัน”
เพชรแท้ไม่ฟังพรรณี เข้าไปชกชายฉกรรจ์คนหนึ่ง ชายฉกรรจ์ที่เหลือก็หันมารุมเล่นงานเพชรแท้ทันที พรรณียืนร้องห้าม แต่ถึงแม้เพชรแท้จะมีเชิงมวย แต่เมื่อถูกรุมทำร้ายก็สู้ไม่ได้ ชายคนหนึ่งชกเพชรแท้จนหงายหลังล้มลงไป
พรรณีร้องลั่น “อย่าทำลูกฉัน ขอร้องเถอะ”
ผึ้ง ซึ่งดูแลสำอางค์อยู่ทนดูเพชรแท้โดนทำร้ายไม่ไหว คิดถึงตำรวจขึ้นมาได้
“เดี๋ยวไปแจ้งตำรวจดีกว่า” ผึ้งบอกสำอางค์
อาศัยช่วงชุลมุนผึ้งวิ่งออกไปจากบ้านพรรณีทันที
“พอแล้ว หยุดเถอะ พอแล้ว หยุดซะที”
พรรณียืนร้องไห้ ใจจะขาด เห็นเพชรแท้โดนรุมยำต่อหน้าต่อตา

เหล่าวายร้ายชายฉกรรจ์ไม่ฟัง ยังรุมทำร้ายเพชรแท้ต่อไป

เวลานั้นผึ้งอยู่ตรงซอยหน้าบ้าน มองเห็นรถสายตรวจแล่นผ่านมาไกลๆ พยายามตะโกนเรียก

“ตำรวจช่วยด้วยค่ะ มีคนมาพังบ้านค่ะ ได้ยินไหมคะ”
ทว่ารถสายตรวจไม่เห็นแล่นผ่านไป ผึ้งขัดใจนัก

ส่วนในบ้านชายฉกรรจ์รุมทำร้ายเพชรแท้ จนเพชรแท้ไม่มีทางสู้ โดนผลักไปติดรั้วบ้าน ชายฉกรรจ์ 1 ใน 3 ตรงเข้าหาหมายจะทำร้ายเพชรแท้อีก พรรณีรีบวิ่งเข้ามาขวางตัวลูกชายไว้ ร้องไห้วิงวอน ชายฉกรรจ์หยุดชะงัก
“อย่าๆ ฉันขอร้องเถอะ อย่า อย่าทำอะไรลูกฉันนะ ถ้าอยากจะทำอะไรทำฉันนี่”
ชายหัวโจกพูดใส่หน้าพรรณรี “วันนี้กูเล่นมึงแค่นี้ก่อน แต่มึงจำไว้นะอย่ายุ่งกับคุณธานินทร์อีก ถ้ามึงไม่เชื่อละก็ กูเอามึงตายแน่” หันไปทางลูกน้อง “ไปโว้ย”
กลุ่มชายฉกรรจ์เดินออกจากบ้านไปขึ้นรถตู้ รถแล่นออกไปทันที
เพชรแท้อยู่ในสภาพบักโกรกสะบักสะบอมมองตามด้วยท่าทางโกรธแค้น พรรณียืนร้องไห้ กอดเพชรแท้แน่น
“โธ่ เว้ย”
เพชรแท้ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น พรรณีทรุดตัวนั่งตาม
“ลูก เป็นไงมั่งเจ็บมั้ย” พรรณีปลอบ “แม่บอกแล้วอย่าไปยุ่งกับพวกมัน”
สำอางค์เดินเข้ามาดู เป็นห่วงทั้งพรรณี และเพชรแท้
“เอ็งสู้มันไม่ได้หรอก เพชร...เจ็บมั้ยเนี่ย เจ็บตรงไหนมั่ง”
เพชรแท้ยันตัวลุกเดินเข้ามาในบ้าน พรรณี และป้าสำอางค์เดินตามหลัง
“โธ่ เว้ย” เพชรแท้โมโหมาก
พรรณีปลอบ “ใจเย็นๆ สิลูก”

ระหว่างนั้นผึ้งตกใจวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาเพชรแท้
“พี่เพชร พี่เพชร เป็นไรมากมั้ยจ๊ะ”
เพชรแท้ขบกรามแน่น “ไอ้ธานินทร์ กูไม่เอามึงไว้แน่”
พูดจบเพชรแท้จะวิ่งออกไปหน้าบ้าน พรรณีดึงรั้งไว้
“เพชรจะทำอะไร”
“แม่ก็ได้ยินไม่ใช่เหรอ คนพวกนี้มาพังบ้านเรา เพราะไอ้ธานินทร์ เพชรจะไปอัดมัน”
พรรณีตกใจ ร้องห้าม “ไม่นะ เพชร เพชรไปไม่ได้นะ เพชรสัญญากับแม่ไว้แล้วไง”
เพชรแท้ไม่ฟังจะไปให้ได้ “แต่ดูที่มันทำกับเราซีแม่ เพชรปล่อยไปอย่างนี้ไม่ได้หรอก มันต้องเอาคืน”
“แม่ไม่ให้ไป เรื่องนี้คุณธานินทร์เขาไม่เกี่ยว”
“จะไม่เกี่ยวได้ยังไง” เพชรแท้สะบัดตัว ดึงดันจะไป “ปล่อยเพชรน่ะแม่”
พรรณีร้องไห้ “แม่ให้เพชรไปทำร้ายเขาไม่ได้ ไม่ได้จริงๆ”
เพชรแท้ยังพยายามจะไป แต่พรรณีดึงไว้
“ทำไมล่ะแม่ ทำไม”
“เพราะเขา…เขา…” พรรณีอึกอัก ลำบากใจที่จะบอก
เพชรแท้จ้องหน้าแม่ รอฟัง “เขาอะไร”
พรรณีตัดสินใจไม่บอก กอดเพชรแท้แน่น “เขา…แม่ขอร้องนะเพชร อย่าให้เรื่องมันเลยเถิดไปมากกว่านี้เลย”
เพชรแท้ขัดใจ และรู้สึกเจ็บใจที่แม่ไม่ยอมให้ตัวเองไปแก้แค้น

อีกสักพักหนึ่ง ประตูรั้วบ้านเปิดออก ผึ้งประคองป้าสำอางค์ออกมา
“ไปเถอะป้าไป ฉันพาไปหาหมอ”
สำอางค์ร้องโอดโอย “ปวดไปหมดเลย จะเป็นไรเปล่าเนี่ย เส้นยึดหมด”

จังหวะเดียวกันนั้นรถของชนะศึกแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน สำอางค์ และผึ้งแปลกใจ เห็นชนะศึกกับพิณทองลงจากรถ
พิณทองชะงัก ตกใจ “ผึ้ง ป้า เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”
“เธอไปดูในบ้านเองก็แล้วกัน” หันมาทางสำอาง “ไปป้า”
ทั้งสองมองที่ชนะศึกอย่างเกลียดชัง แล้วพากันออกไป พิณทองแปลกใจ รีบวิ่งเข้าไปในบ้าน ชนะศึกตามเข้าไปด้วย

พิณทองกับชนะศึกเข้ามาภายในบ้าน ทั้งสองมองสภาพบ้านที่เละเทะไปหมดแล้วยิ่งตกใจ พิณทองหันไปเห็นพรรณีนั่งหน้าเศร้าอยู่หน้าบ้าน
“แม่ ทำไมบ้านเป็นแบบนี้ล่ะคะ”
พรรณีลุกเดินไปหาพิณทอง มองชนะศึกอย่างสงสัย
“คุณชนะศึกค่ะแม่”
ชนะศึกยกมือไหว้พรรณี
พรรณีตวัดเสียงไม่พอใจ “คุณชนะศึก...คุณมาที่นี่ทำไม”
เพชรแท้ได้ยินชื่อชนะศึก จึงเดินออกมาจากหลังบ้าน
“มึงมาดูผลงานลูกน้องมึงรึไง”
“พี่เพชรพูดเรื่องอะไร คุณชนะศึกเขามากับพิณ” พิณทองฉุนที่พี่ชายเสียมารยาท
เพชรแท้ขึ้นเสียง “ยังมีน่ามาพูดอีก รู้ไหมว่าใครทำอย่างนี้”
“พิณจะไปรู้ได้ยังไง”
“ก็ถามมันดูซี โคตรเหง้าของพวกมันนั่นแหละ” เพชรแท้จ้องหน้าชนะศึกอย่างแค้นใจ
ชนะศึกทำหน้างง จนคิดได้ว่าต้องเป็นฝีมืออังคณา
“แม่ผมทำเหรอ” ชนะศึกตกใจ ไม่อยากเชื่อ
พรรณีเสริม “จะมีใครอีกล่ะ”
ชนะศึกไหว้พรรณี “ผมขอโทษแทนแม่ผมด้วยนะครับ ผมไม่คิดว่าท่านจะทำขนาดนี้”
พรรณีไล่อย่างสุภาพ “คุณไปซะเถอะ แค่นี้พวกเราก็เดือดร้อนมากพอแล้ว”
ชนะศึกอิดออด “แต่ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ”
เพชรแท้ตะคอก “ไม่ได้ยินที่แม่กูพูดเหรอ” พร้อมกับผลักอกชนะศึก “มึงออกไปจากบ้านนี้ได้แล้ว”
พิณทองเข้ามาขวาง “อย่านะพี่เพชร คุณชนะศึกเขามีเรื่องอยากคุยกับแม่จริงๆ”
เพชรแท้ดันตัวน้องสาวออกไป “ไม่ต้องมายุ่ง” พูดใส่หน้าชนะศึก “ออกไปซี”
เพชรแท้ผลักอกชนะศึก จนต้องยอมถอยไป

เพชรแท้ผลักจนชนะศึกออกมาถึงหน้าบ้าน เพชรแท้ตามออกมาด้วย
“กลับขึ้นรถมึง แล้วออกไปจากซอยบ้านกูเลย”
พิณทองตามออกมา ชนะศึกมองพิณทองรู้สึกเป็นห่วง
“ขอร้องเถอะครับ ให้ผมได้พูดกับแม่คุณก่อน”
เพชรแท้ฉุนขาด กระชากคอเสื้อชนะศึก “ไม่ได้ยินที่แม่กูพูดใช่มั้ย บ้านนี้ไม่มีใครอยากพูดกับมึง ออกไป” ผลักอกชนะศึกอีกที
พิณทองวิ่งเข้ามาขวาง “มันจะมากไปแล้วนะพี่เพชร ทำไมทำตัวเป็นอันธพาลแบบนี้”
เพชรแท้ไม่ฟังอะไรแล้ว “ใครอันธพาล ไอ้พวกที่มันมาพังบ้านเรามันดีนักเหรอ อย่าไปอยู่ใกล้มัน มานี่”
ขาดคำเพชรแท้กระชากแขนพิณทองออกไปอย่างแรง จนพิณทองล้มลง ชนะศึกตกใจ
“พิณทอง”
ชนะศึกยื่นมือจะเข้าไปช่วยพิณทอง เพชรแท้ไม่พอใจ เข้ามาดึงแขน แล้วเหวี่ยงชนะศึกออกทันที
“อย่ามาถูกตัวน้องกู”
“เรื่องนี้ถึงแม้ผมจะไม่ได้เป็นคนทำ แต่ผมก็พร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่าง”
“จะเอาเงินเน่าๆ ของมึงมาฟาดหัวกูหรือไง...ข้าวของเสียหายมันซ่อมได้ แต่ในนี้” เพชรแท้ระเบิดอารมณ์ทุบที่อกของตัวเองอย่างแรง “ไม่มีทางซ่อม มึงกลับไปได้แล้ว” เพชรแท้เลือดขึ้นหน้าโมโหหนัก
“ผมไม่ไป” ชนะศึกพูดอย่างใจเย็น
“มึงไม่ไปใช่ไหม ไม่ไปใช่ไหม”
เพชรแท้เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ชกชนะศึกทันที จนชนะศึกล้มลง
“คุณชนะศึก” พิณทองตกใจ
“จะไปไหม” เพชรแท้เข้าไปกระชากตัวชนะศึกลุกขึ้น
พิณทองร้องเสียงหลง “พี่เพชรอย่านะ”
“ออกไป”
เพชรแท้เหวี่ยงชนะศึกเต็มแรง ชนะศึกหงายหลังล้มลงไปติดรั้ว ยินเสียงกระดูกชนะศึกหักดังกร๊อบ
ชนะศึกร้องอย่างเจ็บปวด “โอ๊ย”
“คุณชนะศึก”
พิณทองรีบวิ่งเข้าไปดูชนะศึก ซึ่งท่าทางเจ็บมาก
“สงสัยแขนจะหัก” พิณทองบอก
เพชรแท้ได้ยิน ยืนตะลึงไปเหมือนกัน
“พิณอย่าไปอยู่ใกล้มัน มานี่”
เพชรแท้กระชากแขนพิณขึ้นมา
“ยังมีหน้ามาพูดอีก ทำเขาขนาดนี้แล้ว ปล่อยพิณ พิณจะพาเขาไปโรงพยาบาล”
พิณทองสะบัดแขนพี่ชายออก
“คุณชนะ ไปกันเถอะค่ะ”
เพชรแท้ขึ้นเสียง “พิณ พิณไม่ฟังพี่เหรอ”
พรรณีเข้ามาห้ามลูกชายเลือดร้อน พร้อมกับดึงตัวไว้
“พอแล้วลูก ปล่อยน้องไปเถอะลูก”
พิณทองบอกกับชนะศึก “เดี๋ยวพิณจะพาคุณไปหาหมอเองนะคะ”
เพชรแท้ฮึดฮัดพรรณีบอก “ให้เขาพากันไปเถอะ”
“ขอบคุณนะครับ คุณพรรณี” ชนะศึกบอกสีหน้ารู้สึกผืดจริงๆ ก่อนจะหันมาหาเพชรแท้ “ผมขอโทษแทนแม่ผมด้วย”

จากนั้นพิณทองก็ประคองพาชนะศึกออกไปจากบ้าน

บ่วงรัก ตอนที่ 5 (ต่อ)

ขณะนั้นอังคณากับชนกนันท์นั่งหัวเราะกันอย่างสะใจอยู่ภายในห้องนั่งเล่นที่บ้าน โดยมีเรืองโรจน์ยืนอยู่ใกล้ๆ

“ดี สมน้ำหน้ามัน คราวนี้มันคงจะไม่กล้ามายุ่งกับคุณธานินทร์อีก”
เรืองโรจน์พูดเอาหน้ากับอังคณา “เด็กของผมบอกว่า มันซัดลูกชายนังพรรณีซะหมอบเลยครับ”
อังคณายิ้มสะใจ
“ดีมาก...แล้วนังแม่ล่ะ”
“ก็คงจะสะบักสะบอมไปด้วยกันล่ะครับ”
ชนกนันท์หัวเราะกับอังคณา “แหม น่าจะถ่ายรูปมาดูกันหน่อยนะคะ คุณแม่ ถ้าได้เห็นด้วยตามันคงสะใจกว่านี้”
เรืองโรจน์ยิ้มให้ชนกนันท์ “ครับ”
ชนกนันท์เมินหน้าหนี เรืองโรจน์เก้อนิดหน่อย
อังคณาหัวเราะสุขใจ ชมเรืองโรจน์ “เธอทำงานได้ดีจริง ๆ เรืองโรจน์ สมกับที่ฉันไว้ใจ”
เรืองโรจน์ภูมิใจ สอพลอต่อ “ถ้ามีอะไรให้ผมรับใช้อีก ก็บอกได้เลยครับ ผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณอังคณา”
“ขอบใจมาก เรืองโรจน์”
เรืองโรจน์ยิ้ม แล้วปรายตาไปมองหน้าชนกนันท์อย่างประจบอีกคน แต่ชนกนันท์เมินหน้าหนี

ขณะที่เรืองโรจน์กำลังจะกลับ เขาเดินออกมาหน้าบ้าน ชนกนันท์เดินตามออกมา
“เดี๋ยว”
เรืองโรจน์หยุดกึก หันกลับมามอง
“มีอะไรให้ผมรับใช้อีกหรือครับ คุณนก”
“ไม่มี แค่จะบอกว่า คุณแม่ไว้ใจนายให้ทำงานเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ อย่าคิดว่าตัวเองจะกลายเป็นคนโปรดไปได้”
เรืองโรจน์ยิ้ม ท่าทีทะนงตัว “งานนี้ไม่เล็กหรอกครับ นี้แค่เริ่มต้น...ยังไม่จบง่ายๆ”
“ถึงจะยังไง นายก็เป็นได้แค่คนรับใช้ของคุณแม่” ชนกนันท์จ้องตาพูดเน้นคำ “ให้รู้จักเจียมตัว รู้จักที่ต่ำที่สูงบ้าง...เข้าใจไหม”
เรืองโรจน์โกรธ แต่เก็บความรู้สึกไว้ มองตอบชนกนันท์อย่างท้าทาย
“คนเราถ้าไม่ยอมแพ้ซะอย่าง จะสูงจะต่ำ มันก็ไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ...ซักวัน ผมอาจจะเป็นได้มากกว่าที่คุณนกคิดก็ได้...ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมครับ ผมขอตัวก่อน”
เรืองโรจน์หันหลังเดินยิ้มออกไป ชนกนันท์มองตามอย่างดูแคลนและเกลียดชัง

ทางด้านพิณทองรออยู่หน้าห้องตรวจชนะศึก จนกระทั่งหมอเดินออกมา พิณทองรีบไปถาม
“หมอคะ คุณชนะศึกเป็นไงมั่งคะ”
หมอไม่ทันตอบแต่ถามออกมา “หมอขอถามหน่อยนะครับ พอดีคุณชนะศึกกับผมรู้จักกัน เขาไปมีเรื่องอะไรกับใครมาหรือเปล่า ถึงได้แขนหักมาอย่างนี้”
พิณทองพูดพาซื่อ “คุณชนะศึกมีเรื่องกับพี่ชายพิณน่ะค่ะ เขาผลักคุณชนะศึก” สุ้มเสียงพิณทองรู้สึกผิดยิ่งนัก “คุณชนะศึกไม่ทันระวัง เลยล้มไป”
หมอพยักหน้าขรึมๆ เหมือนคิดจะทำอะไร กำลังเดินออกไป
“เข้าไปเยี่ยมได้ไหมคะ” พิณทองรีบถาม
“อ๋อ ได้ แต่อีกสักครู่นะ อ้อ หมอลืมถาม คุณชื่ออะไรนะ”
“พิณทองค่ะ”
หมอพยักหน้า

ทางด้านเพชรแท้ขับรถมอเตอร์ไซค์มาตามถนน ตรงเข้ามาในซอยบ้านของธานินทร์ ไม่นานนักเพชรแท้ก็ขับมาจอดที่หน้าบ้าน ก้าวลงจากรถ แล้วเดินไปกดกริ่ง
สักครู่หนึ่ง น้อยดินออกมา พอเห็นเพชรแท้ก็ชะงัก
“มาหาใคร”
“ไปตามนายแกมาพบฉันสิ” เพชรแท้โมโหมาก เอื้อมมือไปกระชากตัวน้อยเข้ามาจนติดประตู
“นักเลงโตมาจากไหนวะ แกเป็นใคร อยู่ดีๆ จะมาพบนายฉัน” น้อยฉุน
“จะไปตามมาดี ๆ หรือจะให้กูไปแจ้งตำรวจก่อน” เพชรแท้ขู่อีก
น้อยงง แต่โมโห จึงพูดท้าทาย “แจ้งตำรวจ แจ้งเรื่องอะไร เจ้านายฉันขับรถทับตีนแกเหรอ ไปซี ไปแจ้งเลย”
“พูดไม่รู้เรื่องอย่างนี้ อยากให้เจ้านายติดคุกใช่ไหม ได้เลย”
ระหว่างนั้นรถธานินทร์แล่นมาตามถนน แล้วจอดที่หน้าประตู ธานินทร์ลงมาจากรถ
“มีอะไรกันน่ะ”
น้อยฟ้องทันที “ท่านคะ ไอ้บ้านี่อยู่ดี ๆ มาขอพบเจ้านายค่ะท่าน”
เพชรแท้ปล่อยตัวน้อย แล้วหันไปหาธานินทร์
“มีอะไรเหรอ”
เพชรแท้มองหน้าธานินทร์นิ่ง เดินตรงเข้าไปหา
“ชื่อธานินทร์ใช่ไหม” เพชรแท้ถาม
ธานินทร์ยิ้มให้ ถูกชะตาหนุ่มเลือดร้อนอย่างประหลาด “ใช่ ฉันเอง”
ทันใดนั้นเพชรแท้ก็เข้าไปผลักธานินทร์ ศักดาเห็นรีบเข้ามาช่วย
เพชรแท้ยิ้มเหี้ยม ธานินทร์ตกใจ “กูมาหามึงนั่นแหละ อยากมาดูหน้าไอ้คนที่ทำให้บ้านกูพังพินาศ”
ธานินทร์อึ้ง ปนงง “เดี๋ยวๆ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย”
“ไม่ต้องมาตีหน้าตาย วันนี้มีคนไปพังบ้านกู ทำให้แม่กูต้องเจ็บตัว เพราะมึงคนเดียว”
เพชรแท้จะเข้าไปผลักธานินทร์อีก ธานินทร์จับมือเพชรไว้ แล้วผลักกลับไปบ้าง
“เดี๋ยว...” ธานินทร์อารมณ์ขึ้นบ้าง “นี่อย่ามาใช้อารมณ์กับฉันนะ มีอะไรก็ค่อยๆ คุยกันซี เธอมีหลักฐานอะไรว่าฉันไปทำร้ายครอบครัวเธอ...แล้วเธอเป็นใคร”
เพชรแท้พูดใส่หน้า “กูชื่อเพชรแท้ เป็นพี่ชายของพิณทอง”
ธานินทร์ตกตะลึง พูดเป็นเชิงถาม “เธอเป็นลูกพรรณี”
“ใช่! แล้ววันนี้ เมียมึงก็ส่งคนไปพังบ้านกู” เพชรแท้บันดาลโทสะเข้ามากระชากคอเสื้อธานินทร์ ตะคอกใส่ “ใครบอกเมียมึง ว่าน้องกูไปยุ่งกับมึง หะ ใคร” ปล่อยคอเสื้อธานินทร์
“เดี๋ยวก่อน! เธอรู้ได้ยังว่าเมียฉันเป็นคนทำ”
“พวกมันบอกว่า ‘อย่าไปยุ่งกับคุณธานินทร์อีก’ ถ้าไม่ใช่เมียมึงใช้ไป แล้วใครมันจะทำ” เพชรแท้โมโหอีก กระชากคอเสื้อธานินทร์มาอีกครั้ง “วันนี้ กูมาแค่อยากจะเตือนเอาไว้ คนจนก็มีมือมีตีนเหมือนกัน แม่กู น้องกู กูไม่ยอมให้ใครทำร้ายฝ่ายเดียวหรอก”
ธานินทร์บอกน้ำเสียงอาทร “เพชรแท้ เชื่อฉัน ฉันไม่มีทางยอมให้ใครทำอะไรให้แม่ของเธอ”
“ไม่ต้องมาพูดดี มึงจำเอาไว้ ถ้าแม่หรือน้องของกูต้องเดือดร้อนอีก” กระชากคอเสื้อธานินทร์แน่น “กูเอามึงตายแน่”
ระหว่างนั้นน้อยกลับออกมาพร้อมกับชนกนันท์ ทันเห็นภาพนั้นเข้าพอดี
“หยุดนะ หยุด แกทำอะไรพ่อฉัน”
ชนกนันท์เปิดประตูรั้วบ้านเดินออกมา
เพชรแท้ยอมปล่อยคอเสื้อธานินทร์ หันมา ชนกนันท์ชะงักเมื่อเห็นว่าเป็นเพชรแท้ เช่นเดียวกับเพชรแท้ก็ชะงักกึก
“พ่อ!” เพชรแท้ถามธานินทร์ “อีนี่ลูกมึงเหรอ”
ชนกนันท์วิ่งเข้าไปหาธานินทร์ ศักดาเดินตามไป
“พ่อคะพ่อ มันทำอะไรพ่อหรือเปล่าคะ น้อยโทร.แจ้งตำรวจ”
ธานินทร์ห้าม “นก ไม่ต้องลูก” หันไปพูดกับเพชรแท้ “เธอกลับไปก่อนดีกว่า เรื่องนี้ฉันจัดการเอง”
“ได้ แต่กูบอกไว้ก่อนนะ ถ้าพวกมึงมายุ่งกับครอบครัวกูอีก กูเอามึงตายแน่”
เพชรแท้ขู่แล้วเดินกลับไปที่รถ ขึ้นขี่ พร้อมกับสวมหมวกกันน็อค ติดเครื่องแล้วขับทะยานออกไป
“ไปเลยออกไป ออกไปเลย”
ชนกนันท์ตะโกนด่าไล่ตามหลัง ธานินทร์มองตามไป รู้สึกโกรธอังคณา

ขณะที่อังคณาอ่านหนังสือสบายใจอยู่ ธานินทร์เข้ามาในห้องนั่งเล่นในมือถือซองใส่เอกสาร อังคณาเงยหน้าขึ้น หน้าตาเฉยเมย
“คุณให้คนไปพังบ้านพรรณีใช่ไหม” ธานินทร์ถามเสียงขุ่น
“รู้ข่าวเร็วดีนี่” อังคณาหน้าระรื่นมีความสุข “ใช่ ฉันทำ อยากไปปลอบใจมันไหมล่ะ ไปเลย พรุ่งนี้ฉันจะได้ส่งคนไปอีกรอบ”
ธานินทร์ตวัดเสียง “คุณจะทำไปทำไม”
อังคณาพูดไม่ยี่หระ “ฉันพอใจ”
ธานินทร์มองอังคณาอย่างเกลียดชัง แล้วหยิบซองเอกสารซองที่ถือมาเปิดซองออก หยิบกระดาษชุดหนึ่งออกมา แล้วยื่นให้อังคณา
“เอ้า เซ็นนี่ซะ แล้วทุกอย่างจะได้จบ”
อังคณางง “อะไร”
“หนังสือหย่า”
อังคณานิ่งไปนิดหน่อย แล้วเอาเอกสารนั้นมามองคร่าว ๆ แล้วมองธานินทร์ อย่างแค้นใจ
“อยากจะไปเสวยสุขด้วยกันเต็มทีแล้วล่ะซีนะ แต่เสียดาย ฉันคงช่วยอะไรไม่ได้”
“เราอยู่กันไม่ได้ ให้มันจบแค่นี้เถอะ อังคณา” ธานินทร์บอก
“ไม่ ฉันไม่จบ สงครามระหว่างฉันกับมันเพิ่งจะเริ่ม! มันทำชีวิตฉันล้มเหลว มันต้องชดใช้ ตัวคุณก็เหมือนกัน”
“คุณจะทำอะไรอีก” ธานินทร์จ้องหน้า
“ฉันจะทำทุกอย่างให้คุณไม่มีวันได้อยู่ร่วมกับมัน คุณกับมันไม่มีทางสมหวัง ฟังนะคุณธานินทร์ ถ้าฉันไม่มีความสุข ก็อย่าหวังว่าคนอื่นจะมี”
อังคณาประกาศกร้าว แล้วฉีกเอกสารออกเป็นชิ้นๆ ปาใส่ธานินทร์
“คุณไม่มีทางชนะฉันได้ จำไว้”
อังคณาเดินหนี ธานินทร์เดินตาม โกรธสุดขีด
“แต่ผมไม่มีวันยอมแพ้” อังคณาหยุดชะงัก “คุณไม่ยอมเซ็นใบหย่าก็ตามใจ อังคณา แต่ผมจะเอามาวางตรงหน้าคุณทุกวันๆๆๆ จนกว่าคุณจะเซ็น หรือจนกว่าเราจะตายจากกัน ถ้าคุณไม่อยากจะมีความสุขล่ะก้อได้! ผมจะเป็นนรกให้คุณเอง”
ขาดคำธานินทร์เดินหนีออกไป
อังคณาโกรธ ตะโกนตามหลัง “ไอ้ผัวชั่ว ไอ้ผัวสารเลว เลวไม่มีชิ้นดีเลย ไอ้คนทรยศ”

จังหวะนั้นชนกนันท์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา
“คุณแม่คะ คุณแม่เกิดเรื่องแล้วค่ะ”
อังคณาเสียงอ่อนลง “อะไร มีอะไร”
“พี่ชนะค่ะ พี่ชนะเข้าโรงพยาบาล”
อังคณาตกใจ “เป็นอะไร ทำไมต้องเข้าโรงพยาบาล”
“พี่ชนะแขนหักค่ะ พี่หมอบอกว่าพี่ชนะถูกพี่ชายของนังพิณทองทำร้ายค่ะ”

อังคณาตกใจ ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นถมึงทึง โกรธจัดกับข่าวร้ายที่ได้ยิน

ภายในห้องพักฟื้นคนไข้ พยาบาลพาชนะศึกมานั่งลงที่เตียง แขนชนะศึกข้างที่หักเข้าเฝือกอยู่

“เจ็บมากไหมคะ” พิณทองถาม
“ไม่เป็นไร คุณหมอเขาฉีดยาให้ผมแล้ว แล้วก็ให้กินยาแก้ปวดไปแล้วด้วย เดี๋ยวก็หาย”
“พิณขอโทษคุณจริงๆ นะคะ ที่คุณชนะต้องมาเป็นแบบนี้”
“จะขอโทษทำไม ผมต่างหากต้องขอโทษพวกคุณ” ชนะศึกครุ่นคิด “ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไม แม่ผมถึงให้คนไปพังบ้านคุณ ทำไมท่านถึงเกลียดชังครอบครัวคุณมากนัก ทั้งๆ ที่ผมก็อธิบายแล้วว่าคุณพ่อไม่ได้มีอะไรกับคุณ”
“ท่านคงไม่เชื่อค่ะ”
ชนะศึกคิดไปคิดมา “แต่ผมว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น ต้องมีอะไรสักอย่างแน่”
“พิณว่าคุณอย่าเพิ่งคิดเลยค่ะ พักผ่อนก่อนดีกว่า คุณชนะหิวอะไรไหมคะ อยากได้อะไรไหม”
“ผมหิวน้ำ ขอน้ำเปล่าก็แล้วกัน”
พิณทองยิ้มกว้าง “ได้ค่ะ”
พิณทองหันรินน้ำจากขวดใส่แก้ว แล้วถือแก้วน้ำมาให้ชนะศึก ชนะศึกลืมตัว ยกแขนข้างที่เข้าเฝือกขึ้นมารับจึงทำให้น้ำหกใส่เสื้อ
“ขอโทษค่ะๆ”
พิณทองรีบเดินไปหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดให้ชนะศึก
“เลอะหมดเลยอ่ะ”
พิณทองก้มหน้าก้มตาเช็ดให้ชนะศึกต่อ ชนะศึกมองดูพิณทอง ทั้งคู่สบตากัน พิณทองอายม้วน
จังหวะนั้นเองชนกนันท์กับอังคณาเปิดประตูห้องเข้ามา ชนะศึก และพิณทองตกใจ
“คุณแม่”
พิณทองไหว้อังคณากับชนกนันท์
“สวัสดีค่ะ”
ชนะศึกพูดเบาๆ กับพิณทอง “เธอกลับไปก่อนไป”
พิณทองพยักหน้ารับ แล้วจะออกจากห้อง
“เดี๋ยว” พิณทองชะงัก อังคณาจดสายตาจ้องหน้าพิณทองนึกสังหรณ์ใจ “เธอเป็นใคร”
พิณทองอึกอัก หันมามองชนะศึก
“ลูกน้องผมที่บริษัทน่ะครับ” บอกพิณทอง “กลับไปทำงานได้แล้วไป”
พิณทองจะออกไป
“ยัง” อังคณาเข้ามาขวาง ถาม “ชื่ออะไร”
พิณทองบอกเสียงแผ่วเบา “พิณทองค่ะ”
อังคณาตกใจเมื่อรู้ว่าเป็นพิณทอง เล่นงานทันที
“พิณทอง! ฉันนึกไม่มีผิดเลย แกมาทำอะไรที่นี่ จะมาหลอกลูกฉันอย่างนั้นเหรอ”
“คุณแม่ครับไม่เอาน่ะ” ชนะศึกดึงอังคณาออกห่างพิณทอง รีบบอกให้ไป “พิณทองเธอกลับไปได้แล้ว”
พิณทองกำลังเดินออก อังคณาเข้ามาขวาง
“ไม่ให้กลับ บอกฉันมาก่อน พี่ชายแกเป็นคนทำลูกฉันใช่ไหม”
ชนะศึกอึ้ง “คุณแม่พูดอะไร นี่มันอุบัติเหตุนะครับ”
ชนกนันท์แหวขึ้นมา “พี่ชนะไม่ต้องยุ่งเลยนะ นี่มานี่” เข้าไปจับแขนพิณทอง กระชากออกหากจากชนะศึก “แม่ฉันถามทำไมไม่ตอบ”
ชนะศึกเข้าไปขวางระหว่างชนกนันท์กับพิณทอง “นก อย่าทำอะไรเขานะ”
อังคณาโกรธจัด ดึงชนะศึกออกมา “ชนะมานี่นะ พี่ชายมันทำลูกขนาดนี้แล้ว ยังจะช่วยมันอีกเหรอ”
ชนกนันท์บีบแขนพิณทองแรงขึ้น พิณทองร้องอย่างเจ็บปวด
“โอ๊ย ปล่อยค่ะ ฉันเจ็บ”
ชนะศึกขอร้อง “คุณแม่ครับ ปล่อย...นก หยุด”
พิณทองสะบัดจนชนกนันท์กระเด็นออกไป
“โอ้ย นี่แกสู้เหรอ สู้ใช่ไหม”
อังคณาเสียงดัง “เอามัน ลูก”
ชนกนันท์โผนเข้ามาตบพิณทองฉาดใหญ่
“นก”
ชนะศึกยืนตะลึง จะเข้าไปช่วยพิณทองแต่อังคณาจับแขนไว้
ชนกนันท์จะตบพิณทองซ้ำอีกครั้ง ชนะศึกสลัดหลุดจากอังคณาเข้ามาห้าม
ชนะศึกดุ “นก” พร้อมกับจับแขนน้องสาว “หยุดนะ อย่าทำอะไรเขานะ”
อังคณาแผดเสียง “ชนะแกนั่นแหละหยุด” พร้อมกับเข้าไปดึงชนะศึกออก “แกยังไม่รู้ใช่ไหม ว่าพวกมันทำอะไรเรา”
“เขาไม่ได้ทำอะไรเลย คุณแม่ต่างหาก...ผมรู้นะเรื่องที่แม่ส่งคนไปพังบ้านเขา”
อังคณากรี๊ด “เพราะแม่ของมันมาหลอกพ่อของลูก เหมือนกับที่มันกำลังหลอกลูกนั่นแหละ วิเศษไหมล่ะ นังแม่ก็เอาพ่อ นังลูกก็จะเอาลูกเนี่ย”
ชนะศึกชะงักกึก พิณทองเองก็เหมือนกัน
“คุณแม่พูดเรื่องอะไร”
“นังแม่มัน” อังคณาโมโหหนัก “เป็นเมียเก่าพ่อแกเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว แล้วตอนนี้นังแม่มันก็จะเอาพ่อไปจากแม่”
ชนะศึกกับพิณทองตกใจทั้งคู่
“ไม่จริง ผมไม่เชื่อ” ชนะศึกว่า
“ไม่เชื่อก็ถามมันดูสิ ว่าแม่มันยุ่งกับพ่อจริงหรือเปล่า” ชนกนันท์บอก
ชนะศึกหันมามองพิณทองรอฟัง
“พิณไม่ทราบค่ะคุณชนะศึก”
อังคณาด่าเสียงดัง “โกหก ตอแหล แกกับแม่แกมันเลวพอกันเลย แกบอกฉันมาสิ แกเข้ามาในบริษัทนี้ทำไม แม่แกเป็นคนสั่งมาใช่ไหม”
อังคณาตรงเข้าทำร้ายร่างกายพิณทอง ชนะศึกพยายามห้าม
“คุณแม่อย่านะครับ” หันมาบอกพิณทอง “พิณทองออกไปก่อน หนีไปก่อน”
ชนะศึกดึงพิณทองออกมา พิณทองรีบวิ่งหนีออกจากห้องไป
อังคณาโมโห “ชนะทำไมทำแบบนี้”
ชนกนันท์แหวใส่พี่ชาย “พี่ชนะ นี่พี่ชนะเห็นนังนั่นดีกว่าแม่เหรอ”
“ไม่ใช่” ชนะศึกบอกอังคณา “แต่ผมไม่ชอบให้แม่ทำร้ายคนบริสุทธิ์ พิณทองกับครอบครัวเค้าไม่ได้เป็นอย่างที่แม่ว่า”
อังคณามองชนะศึกน้ำตาคลอเบ้า บอกลูกชายอย่างเจ็บใจ
“ถ้าแกไม่เชื่อแม่ ก็ลองไปถามพ่อแกดูสิ ว่าวันนี้ ที่เค้าขอหย่ากับแม่น่ะ มันเพราะใคร”

ชนะศึกอึ้ง รู้สึกสับสนกับสิ่งที่อังคณาพูด

บ่วงรัก ตอนที่ 5 (ต่อ)

ค่ำคืนนั้น ธานินทร์อยู่ในห้องทำงานที่บ้าน ครู่หนึ่งจึงเห็นชายวัยกลางคนเดินมาหยุดยืนที่หน้าต่าง พูดขึ้นด้วยท่าทางและสุ้มเสียงไม่สบายใจนัก

“พ่อกับพรรณี แม่ของหนูพิณทองเคยรักกัน...แต่มันยี่สิบปีมาแล้ว”
ที่แท้ชนะศึกนั่งอยู่ห่างออกมา แขนเขายังเข้าเฝือกอยู่ ขณะลุกเดินมาหาธานินทร์ ย้อนถามเสียงขุ่น จับสำเนียงได้ว่าไม่พอใจนิดๆ
“พ่อเลยคิดว่าจะกลับไปหาเขา งั้นเหรอครับ”
ธานินทร์หันไปหาสายโลหิตของตน พยายามอธิบาย
“เปล่าเลย แม่ของลูกเขาเข้าใจผิดไปเอง พ่อไม่เคยคิดจะทำอย่างนั้น พ่อแค่อยากทำอะไรดีๆ ให้เขาบ้าง แค่นั้นเอง ชีวิตของพวกเขาลำบากเหลือเกิน ลูกก็ไปเห็นมาแล้วนี่”
“ถ้างั้น พ่อก็อธิบายให้แม่ฟังซีครับ”
“แม่เขาไม่เคยฟังอะไรพ่อทั้งนั้น” ชนะศึกนิ่ง รู้นิสัยแม่ดีอยู่ ธานินทร์บอกต่ออีก “เขาทำร้ายจิตใจพ่อเหลือเกิน จนพ่อทนไม่ไหวแล้ว พ่อถึงได้ตัดสินใจ ทำสิ่งที่พ่อไม่เคยคิดทำมาก่อน”
ชนะศึกต่อคำให้ “พ่อเลยจะหย่ากับคุณแม่”
ธานินทร์ตบไหล่ลูกชาย “ขอโทษนะลูก พ่อขอโทษจริงๆ ที่มันต้องเป็นแบบนี้”
ธานินทร์เดินออกไป ปล่อยชนะศึกให้ยืนนิ่งเสียใจอยู่อย่างนั้น

ขณะที่ชนะศึกเจ็บปวดใจอยู่นั้น ด้านอังคณากับชนกนันท์ยังอยู่ในห้องนั่งเล่น
“ไม่มีทางหรอก แม่ไม่ยอมหย่าหรอก จะอยู่ให้มันคาราคาซังไปแบบนี้แหละ” น้ำคำอังคณาแน่วแน่ ในท่าทางนิ่งร้ายนั้น
ชนกนันท์ยุส่ง “ดีค่ะ นกก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าแก่ขนาดนี้ มันยังจะหน้าด้านมาเป็นเมียน้อยเค้ารึเปล่า”
อังคณาสะท้อนใจพูดบ่นพร่ำ “พ่อแกโกรธแม่มาก ตอนนี้ชนะก็พลอยโกรธแม่ไปอีกคน ตอนนี้ก็คงหลงมันทั้งพ่อทั้งลูกเลยแหละ”
“แล้วคุณแม่จะทำยังไงคะ จะนั่งรอ...”
ชนกนันท์พูดไม่ทันจบ อังคณาก็สวนคำออกมา “ไม่! คนอย่างแม่เหรอจะนั่งอยู่เฉย ๆ ยิ่งพ่อรักมันมากเท่าไหร่ แม่ก็จะยิ่งตามรังควานมันมากขึ้นเท่านั้น คนบ้านนั้นมันจะไม่มีทางมีความสุขได้หรอก คอยดูสิ”
อังคณาคิดแค้น แววตาวาววามเต็มไปด้วยความมั่นใจในแผนการที่มีอยู่ และไม่ดีต่อครอบครัวสามชีวิตของพรรณีแน่!

พอพรรณีรู้เรื่อง จึงกำลังต่อว่าเพชรแท้ที่กำลังดื่มน้ำอยู่ในครัว
“แม่บอกแล้วไง เพชร ว่าอย่าไปมีเรื่อง”
“เพชรไม่ได้ไปหาเรื่อง เพชรแค่ไปบอกพวกมันว่า อย่ามายุ่งกับพวกเราอีก ไม่งั้นเจอดีแน่”

พรรณีฟังแล้วอึ้ง จ้องหน้าลูกชายเลือดร้อน “เจอดี! หมายความว่ายังไง เพชรจะไปทำอะไรเค้า”
“ยัง! เพชรแค่ด่ามัน ที่ปล่อยให้เมียมาระรานชาวบ้านเขาแบบนี้...เพชรเกือบต่อยมันแล้ว รู้ไหมแม่ แต่เกรงใจเห็นว่ามันแก่”
คราวนี้พรรณีตกใจ บอกแกมสั่งออกไป “เพชร ทำอย่างงั้นได้ยังไง ไหนสัญญากับแม่แล้วไง”
“เพชรก็แค่คิด ยังไม่ได้ทำซะหน่อย” เพชรแท้ฟังและเห็นกิริยาแม่แล้วนึกสงสัย “นี่แม่จะไปห่วงมันทำไมนักหนา”
พรรณีอึ้งไป ก่อนจะพูดน้ำเสียงจริงจัง “เพชรฟังแม่นะ เพชรอย่าได้คิดทำร้ายผู้ชายคนนั้นอีกเป็นอันขาดนะ” ผู้เป็นบุตรชายถอนหายใจอย่างเบื่อๆ พรรณีขอคำมั่น “สัญญาได้ไหม”
เพชรแท้ยิ่งเซ็งหนัก “ถามจริงเถอะแม่ ทำไมต้องขนาดนี้เนี่ย เพราะอะไร” วาจาหนุ่มจอมระห่ำเปลี่ยนเป็นประชด “มันเป็นอะไรกับเราหรือว่ายังไง”
เพชรแท้มองหน้าแม่หาคำตอบที่ตนไม่เข้าใจ พรรณีได้แต่อึ้ง...น้ำท่วมปาก
จังหวะนั้นที่ประตูห้องครัว เสียงพิณทองดังเข้ามาก่อนไป
“เพราะแม่เคยรู้จักกับท่านมาก่อน ใช่ไหมจ๊ะ”
พรรณีหันขวับไปมองพิณทองหน้าเสีย ขณะที่เพชรแท้งวยงง
“ท่านไหน”
“ก็คุณธานินทร์ พ่อคุณชนะศึกไง พี่เพชร...วันนี้พิณเจอคุณอังคณา เขาหาว่าแม่เคยเป็นเมียเก่าของท่าน มันจริงหรือเปล่าจ๊ะแม่”
เพชรแท้หันมามองหน้าพรรณี ไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่พิณทองพูด พรรณีอึดอัด

ในเวลาต่อมา พรรณีทรุดตัวลงนั่งที่ชุดรับแขก พิณทองกับเพชรแท้มานั่งลงด้วย
“เมื่อยี่สิบปีก่อน หลังจากที่คุณยายเสีย แม่ก็เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ แม่ได้งานเป็นช่างเย็บผ้า ที่ร้านตัดเสื้อแห่งหนึ่งแถวท่าพระจันทร์ และที่นั่นแม่ได้เจอกับเขา”
ภาพเหตุการณ์เมื่อวันวาน ผุดแทรกเข้ามาในความคิดคำนึงพรรณี

เป็นเหตุการณ์ตอนที่ธานินทร์เอาเสื้อมาให้พรรณีเย็บ และเริ่มวนเวียนแวะมาหาเธออีกหลายครั้ง ท่าทีสนิทสนมกันเพิ่มขึ้น
เสียงพรรณีดังแทรกขึ้น
“เขาเป็นนักศึกษา คณะเศรษฐศาสตร์ เขาสุภาพอ่อนโยน เขาดีกับแม่มาก ถึงแม้ว่าเราต่างกัน”
พรรณีดึงตัวเองกลับมาในปัจจุบัน สามคนยังคงนั่งคุยกันต่อ
“แต่ความสุขที่แม่ได้รับจากเขาตอนนั้น ทำให้แม่ลืมทุกอย่างไป....จน...”
พรรณีมองไปทางเพชรแท้ด้วยสายตาเศร้าสร้อย ใบหน้าหม่น ก่อนจะเงียบเสียงลงหยุดเล่าไปเฉย
“เขาคือท่านเหรอจ๊ะแม่”
พรรณีพยักหน้า
เพชรแท้หงุดหงิด “ไม่อยากจะเชื่อ”
“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นคะแม่...ทำไมแม่กับท่านถึงไม่...”
“พ่อเขาไม่เห็นด้วย ไม่ต้องการให้ลูกชายเขามาอยู่กินกับช่างเย็บผ้าจน ๆ อย่างแม่ เราจึงต้องแยกจากกัน”
“วันนั้นมันทำให้แม่เสียใจ แล้ววันนี้มันยังมีหน้ามาทำอีก”
“ไม่นะ เพชร ถึงตอนนั้นแม่จะผิดหวัง แต่แม่ก็เข้าใจดีทุกอย่าง ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ มันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดฝันเสมอไป เราต้องยอมรับความจริง ต้องอยู่กับมันให้ได้ อย่างน้อยก็มีสิ่งหนึ่งที่อยู่กับแม่ตลอดไป”
“อะไรคะ”
พรรณีนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วหันมองมาทางเพชรแท้ แล้วยื่นมือมาลูบหัวเพชรเบาๆ “ความทรงจำดีๆ ไง หลังจากนั้นไม่นาน แม่ก็ได้เจอกับพ่อของลูก สุภาพบุรุษที่ไม่คิดรังเกียจผู้หญิงที่...ไม่มีค่าอะไรอย่างแม่”
“แล้วก็มีพี่เพชรกับพิณ”
พรรณีนิ่งไปนิดหน่อย “จ้ะ แม่มีครอบครัวที่มีความสุข ถึงแม้เราจะจน แต่ก็มีความสุข” หยุดไปนิดหน่อย
“จากนี้ไป เราจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวเขาอีกแล้ว เราจะมีแค่เราสามคนแม่ลูก ทำบ้านของเราให้มีแต่ความสุขกันนะลูกนะ”
พรรณีดึงเพชร และพิณทองมากอด
ทั้งเพชรแท้และพิณทองต่างก็มีความรู้สึกแตกต่างกันออกไป เพชรแท้ยังนึกชิงชังทางบ้านชนะศึกอยู่

ส่วนพิณทองนั้นใจหายและอึดอัด ที่เธอจะไม่ได้ติดต่อบ้านนั้นอีกแล้ว

ชนะศึกใส่เฝือกนั่งอยู่ในห้องโถงบ้าน อังคณาเดินวนอยู่รอบๆ พูดกดดันอย่างหนัก

“ลูกต้องเลิกยุ่งกับมัน”
“เขาทำงานให้ผม เป็นเลขาฯ ของผม”
“นั่นมันเป็นแค่ข้ออ้าง...อย่านึกว่าแม่รู้ไม่ทัน ว่าทั้งลูกทั้งพ่อ ต้องการจะอุปถัมภ์ค้ำชูพวกมัน...ไล่มันออกไป แล้วห้ามติดต่อกับมันอีก”
ชนะศึกถามทันที “เพราะอะไรครับ แม่” อังคณามองหน้าลูกชายอย่างไม่พอใจ “โอเค ผมเข้าใจ แม่ไม่พอใจคุณพรรณีเรื่องพ่อ แต่พิณทองเค้า...”
“เรื่องของแกกับนังเด็กคนนั้น อีกไม่นานก็จบ” อังคณาพูดเหมือนมีแผนในใจ “ต่อให้แกไม่เลิกคบกับเค้า เค้าก็ต้องเลิกคบกับแก อีกไม่นานหรอก...”
“ทำไมครับ” เอะใจ “หรือแม่จะทำอะไรพวกเค้า แม่ครับ แม่”
อังคณายิ้มร้ายแล้วเดินหนีไป ชนะศึกหวาดกลัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น

ยามเย็น เรืองโรจน์รับโทรศัพท์อยู่ที่โต๊ะทำงานในออฟฟิศ ปลายสายเป็นอังคณานั่นเอง
“ครับ คุณอังคณา รับรอง คุณอังคณาไม่ผิดหวังแน่...”

กลางดึกวันนั้น พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นอยู่กลางฟ้า ในบ้านพิณทอง และบริเวณบ้านเรือนข้างเคียงภายในซอย ปิดไฟมืดหมดแล้ว

ครู่หนึ่งร่างตะคุ่มๆ ของชายสองคนปรากฏขึ้น ชายทั้งสองแอบอยู่ข้างรั้วบ้านพิณทอง มองเข้าไปในบ้านเห็นบ้านมืดสนิท
ชายคนหนึ่งปีนเข้ารั้วบ้านไป ขณะที่อีกคนคอยดูต้นทางให้
อีกครู่เดียวชายคนที่ปีนรั้วเข้าไป ก็ปีนรั้วกลับออกมา พยักหน้ากับชายที่รออยู่ แล้วทั้งสองก็ออกไปท่ามกลางความมืดมิดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เช้าวันต่อมา ผึ้งเดินมาซื้อน้ำเต้าหู้บริเวณตลาดนัดละแวกบ้าน ครู่หนึ่งมีตำรวจสองคนเดินตรงมาที่ร้านขายกาแฟข้างๆ
“น้ำอะไรดีจ๊ะพี่ตำรวจ” คนขายถามเสียงหวาน
ตำรวจคนแรกซึ่งยศสูงกว่าหันไปถามตำรวจลูกน้องอีกคน “เอาน้ำไหม”
ตำรวจลูกน้องส่ายหน้า “ไม่ดีกว่าหมวด”
หมวดจึงหันมาสั่งน้ำ “กาแฟเย็นแก้วนึง”
“ได้จ้ะ”
คนขายหันไปทำกาแฟให้
ตำรวจผู้หมวดถามคนขายน้ำ “เออ รู้จักบ้านคนชื่อเพชรไหม เพชรแท้ที่ทำงานอยู่สปอร์ตคลับน่ะ”
ผึ้งเห็นตำรวจถามหาเพชรแท้ ก็ร้อนใจ เงี่ยหูฟัง
“อ๋อ พี่เพชรน่ะเหรอ มีอะไรหรือเปล่า” คนขายน้ำสงสัย
“พอดีแวะมาแถวนี้ อยากจะคุยกับมันหน่อย รู้แต่ว่าอยู่ซอยนี้ แต่ไม่รู้ว่าหลังไหน” ผู้หมวดบอก
“ไม่ยากเลย พี่เดินเข้าไปในซอยนี้นะ บ้านมันมีป้ายรับตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่หน้าบ้าน หาไม่อยากจ้ะ” คนขายน้ำว่า

ครู่ต่อมาผึ้งกำลังวิ่งลัดเลาะเข้าไปในซอยทางลัด ที่ทั้งแคบและคดเคี้ยวอย่างเร็วรี่

ไม่นานนักผึ้งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาภายในบ้านพิณทอง
“พี่เพชร พี่เพชร”
พรรณีกับพิณทองออกมาจากในครัว
“มีอะไรเหรอผึ้ง” พิณทองถาม
“พี่เพชรล่ะ” ผึ้งไม่ตอบ
พรรณีตะโกนขึ้นไปเรียก “เพชรเอ๊ย”
เพชรแท้เดินลงบันไดมาจากชั้นบน
“มีอะไร”
ผึ้งรีบบอก “พี่เพชร เกิดเรื่องใหญ่แล้ว มีตำรวจมาตามหาพี่”
พรรณีชะงัก “ว่าไงนะ ตำรวจอะไร”
“ก็ตำรวจน่ะซี น้าก็...ฉันเห็นเขามาถามหาบ้านน้าที่หน้าปากซอย สงสัยบ้านเจ้านายพิณมันไปแจ้งตำรวจเรืองพี่ทำร้ายลูกชายมันแขนหักแน่ ๆ เลย”
เพชรแท้ไม่สะหวั่นเกรง “มันจะเอาตำรวจมาจับพี่เหรอ มาจับเลย ไม่กลัวอยู่แล้ว จะได้แจ้งข้อหาบุกรุกบ้านคนอื่นกับมันด้วย”
พรรณี เอ็ด “เพชรพูดเป็นเล่นไปได้”
“เพชรไม่ได้พูดเล่น เพชรไม่ผิด เพชรไม่กลัว”
จังหวะนั้นเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น
“สงสัยมาแล้ว” ผึ้งตื่นตระหนก วิ่งไปดูที่หน้าต่าง “มาจริงๆ ด้วย พี่เพชร หนีเถอะ”
“หนีทำไม”

พูดแล้วเพชรแท้ก็เดินออกไปหน้าบ้าน อย่างไม่สะทกสะท้าน

บ่วงรัก ตอนที่ 5 (ต่อ)

เพชรแท้เดินออกมาที่หน้าบ้านอย่างมั่นใจ ขณะที่ตำรวจสองนายเมื่อครู่นี้มายืนรออยู่ และที่หน้าบ้านมีมอเตอร์ไซค์เพชรแท้จอดอยู่ พรรณี พิณทอง และผึ้งตามออกมาด้วย

เพชรแท้ถาม “มาหาใคร”
“ใช่บ้านนายเพชรหรือเปล่า” ตำรวจลูกน้องถาม
“ถ้าใช่แล้วทำไม” หนุ่มเลือดร้อนบอกกวนๆ
ผู้หมวดตำรวจเอาหมายค้นออกมาให้ดู “พวกผมเป็นเจ้าหน้าที่ ปปส. ผมมีหมายค้นด้วย”
พรรณีประหลาดใจ “คุณจะมาค้นหาอะไรคะ บ้านนี้ทำมาหากินสุจริต ไม่มีอะไรผิดกฎหมายหรอก”
“ไม่ได้จะมาจับผม เพราะทำนายชนะศึกแขนหักเหรอ” เพชรแท้งง
“ชนะศึกที่ไหน ไม่เกี่ยว ขอค้นด้วยครับ” ตำรวจ 1 ใน 2 ว่า
เพชรแท้ท้าทาย “เอาเลยครับ อยากค้นอะไรก็ค้นเลย ตามสบาย”
ผู้หมวดเอาหมายค้นให้พรรณีดู “นี่ครับหมายค้น”
จากนั้นตำรวจทั้ง 2 ก็แยกย้ายกันไปดูทั่วๆ บริเวณหน้าบ้าน
พรรณีอ่านหมายค้น พิณทองกับผึ้งมาช่วยดูด้วย
พิณทองอ่านออกเสียง “สงสัยว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติด”
พรรณีตกตะลึง “อะไรกันเนี่ย”
ตำรวจทั้งสองคนกำลังค้นบ้านอยู่
เพชรแท้บอกกับตำรวจทั้งสอง “เป็นไงครับ เจออะไรบ้างหรือยัง”
“ขอค้นในบ้านด้วย” ผู้หมวดว่า
เพชรแท้ท้า “เอาเลยครับ ตามสบายเลย” ก่อนจะเดินมาที่รถมอเตอร์ไซค์ตน
พรรณีกับพิณทองเดินตามออกมา จังหวะนั้นเพชรแท้ใช้มือตบเบาะรถมอเตอร์ไซค์เบาๆ สังเกตเห็นว่าเบาะเปิดอยู่นิดๆ
เพชรแท้เปิดดู เห็นห่อพลาสติกสีน้ำตาลซุกอยู่ข้างใน เพชรแท้ตกใจรีบปิดเบาะทันที ตำรวจอีกนาย หันมาทางเพชรแท้ เห็นผิดสังเกต จึงเดินเข้ามาหาเพชรแท้ และปิดเบาะรถมอเตอร์ไซค์ออก หยิบพ่อพลาสติกขึ้นมา
“หมวดครับ เชิญทางนี้ครับ”
หมวดชะงักหันไปมอง และรีบวิ่งมาหาทันที รับห่อพลาสติกจากตำรวจลูกน้องมาดู
“นี่ของนายใช่ไหม นายเพชร” หมวดถาม
เพชรแท้ตกใจรีบบอก “ไม่ใช่”
เพชรแท้หันไปทางพรรณีซึ่งตกตะลึงอยู่
“เพชรไม่รู้เรื่องนะแม่ มันไปอยู่นันั้นได้ยังเพชรไม่รู้”
“เราคงต้องคุยกันเสียหน่อยแล้ว” ผู้หมวดรีบเข้ามาจับแขนเพชรแท้
เพชรแท้สะบัดมือตำรวจออกโวยลั่น “ผมไม่คุย”
ตำรวจลูกน้องบอก “ผมว่าไปโรงพักดีกว่า”
ตำรวจทั้ง 2 ตรงเข้าจับตัวเพชรแท้
“ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น”
เพชรแท้สะบัดตัวหลุดและวิ่งหนีไปทันที
“นายเพชรแท้ อย่าหนี” หมวดหันไปหาตำรวจลูกน้องสั่งการ “ตามไป”
ตำรวจทั้งสองคนวิ่งตามเพชรแท้ไป
พิณทองตกใจ “พี่เพชร”
พรรณี ใจหล่นวูบ “เพชร เพชรจะไปไหนลูก”
เพชรแท้ไม่สนใจ วิ่งลับตัวไปแล้ว

เพชรแท้วิ่งหนีเข้าไปในซอยอันคดเคี้ยวอย่างรู้ทาง ตำรวจ 2 วิ่งตามมาห่างพอสมควร
เพชรแท้วิ่งหนีเข้าซอยย่อย มีเข่งวางซ้อนๆ กันอยู่ เพชรแท้ล้มลง โดนเข่งกลิ้งขวางทาง พอตำรวจตามเข้ามา จึงต้องวุ่นวายเก็บเข่ง จังหวะนั้นเพชรแท้หลบไปในซอยย่อยอีกซอยหนึ่งแล้ว
ตำรวจอีกคนเก็บเข่งที่ขวางออก “ตามไป ทางนี้หมวด”
“ตามมันไป”

ในซอยย่อยที่เพชรแท้หนีเข้ามา พอมาถึงสามแยก ซึ่งตรงหน้าเป็นรั้วบ้านคน เพชรแท้มองทางซ้ายแลขวาอาการลังเล ในที่สุดตัดสินใจปีนข้ามรั้วบ้านเบื้องหน้า

ตำรวจทั้งสองเข้ามาในซอยย่อย ทว่าเพชรแท้ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ตำรวจทั้งสองตรงมาถึงทางแยกบ่นอุบอิบ
“มันหายไปไหนแล้ว”
“ไปตามมัน หามันให้เจอ”
ตำรวจทั้งสองแยกกันไปคนละทาง

เพชรแท้ยืนแอบอยู่หลังรั้วนั่นเอง หายใจหอบเหนื่อย คิดเครียดว่าจะหนีไปไหนต่อดี

ส่วนภายในบ้านพิณทอง พรรณียืนเครียดอยู่ ก่อนจะร้องไห้อย่างอัดอั้น โดยมีพิณทองกับผึ้งคอยปลอบใจ สำอางค์ อยู่ในบ้านด้วย พิณทองเข้าไปกอดปลอบแม่

สำอางบ่นตามประสาปากไว “ฉันได้ยินตอนแรกตกใจหมดเลย ไม่อยากจะเชื่อว่าเพชรมันจะขายยา”
พรรณีโมโหทั้งๆ ที่ยังร้องไห้อยู่ “เพชรไม่ได้ขายยานะพี่ พี่อย่ามาพูดปรักปรำลูกชายฉัน”
สำอางรีบเปลี่ยนคำพูด พร้อมกับขอโทษ “อ้าว...จ้ะๆ ไม่ได้ขายก็ไม่ได้ขาย ฉันขอโทษ”
“ฉันรู้จักลูกฉันดี ถึงแม้เพชรมันจะชอบเที่ยว ชอบกินเหล้า แต่มันก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวเรื่องพวกนี้”
“อย่างนี้ฉันว่าต้องมีคนใส่ร้ายพี่เพชรแน่ๆ เลยน้า”
สำอางค์บ่น “ใครวะ ไอ้เพชรมันก็คนดี มันจะไปศัตรูที่ไหน”
พรรณีหน้าเครียด รู้ว่าเป็นฝีมือใคร “จะมีใครถ้าไม่ใช่พวกบ้านนั้น”
สำอางค์อึกอัก “เออ...”
ยิ่งคิดพรรณียิ่งแค้น “คุณอังคณาเขาเคยบอกฉัน เขาจะจองล้างจองผลาญฉัน ไม่ให้ฉันได้ดีมีความสุข”
“ถ้าเป็นพวกเจ้านายไอ้พิณมันจริงๆ นะน้าพี่เพชรแย่แน่ จะเอาอะไรไปสู้กับเขา” ผึ้งวิตก
พิณทอง ครวญ “แม่จ๋า ...แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะจ๊ะ เราจะปล่อยให้ตำรวจจับพี่เพชรไม่ได้นะจ๊ะ”
พิณทองกอดปลอบแม่ แต่ในใจก็รู้สึกแย่ที่เรื่องกลายเป็นแบบนี้
“แม่ไม่ยอมหรอกลูก แม่ต้องทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือลูกของแม่ให้ได้”
“แม่มีวิธีหรอจ๊ะ”
คำถามของลูกสาว ทำเอาพรรณีกลุ้มใจ ครุ่นคิดหนัก
เวลาผ่านไป พรรณีตัดสินใจกดโทรศัพท์ไปที่เบอร์บ้านเลิศชัยวัฒน์ เพื่อคุยกับธานินทร์

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในห้องรับแขก หน่อยเป็นคนเดินมารับ
“ฮัลโหล นั่นบ้านเลิศชัยวัฒน์ใช่ไหมคะ? ขอพูดกับคุณธานินทร์หน่อยค่ะ”
“จะให้บอกว่าใครต้องการพูดด้วยคะ ...สักครู่นะคะ”
หน่อยกดพักสาย วางหู แล้วจะเดินออกจากห้องรับแขก อังคณาเดินสวนเข้ามาพอดี
“สายใคร”
“สายคุณผู้ชายค่ะ”
“ออกไปแล้ว ไปไหนก็ไม่รู้”
“เหรอคะ” หน่อยจะเดินกลับไปที่โทรศัพท์
อังคณาเอะใจ “เดี๋ยวก่อน...เขาบอกรึเปล่าว่าใคร”
“เขาบอกว่าชื่อพรรณีค่ะ”
อังคณาชะงัก “พรรณี”
อังคณายิ้มร้ายกาจ ในใจมีแผนการบางอย่าง สักครู่หน่อยกลับไปที่โทรศัพท์ ยกหูขึ้น กดพูดสาย
“คุณพรรณีคะ คุณธานินทร์ให้มาพบที่บ้านเลยค่ะ ท่านไม่สะดวกคุยทางโทรศัพท์ค่ะ รีบมาให้เร็วที่สุดเลยนะคะ”
“ค่ะ อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมง ฉันจะไปถึงค่ะ
พรรณีวางหูไปแล้ว หน่อยหันมาบอกกับอังคณา
“เขาบอกว่าอีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงจะมาถึงค่ะ”
“ดี...จะได้คุยกันให้สนุก”
อังคณาบอกกับตัวเอง นัยน์ตาวาววามด้วยความเกลียดชัง

พรรณีซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์รับจ้างคันหนึ่งมาจอดที่หน้าประตูรั้วบ้านธานินทร์ จ่ายค่ารถ พอมอเตอร์ไซค์ขับออกไป พรรณีเดินไปที่ประตูแล้วกดกริ่ง หน่อยออกมาดู
“คุณพรรณี ใช่หรือเปล่าคะ”
พรรณีพยักหน้า “ใช่ค่ะ”
“เชิญค่ะ”
หน่อยเปิดประตูเล็กให้พรรณีเข้ามา

พรรณียืนรออยู่ในห้องนั่งเล่น สายตาสำรวจไปรอบๆ บริเวณ
ครู่ต่อมาพรรณีเงยหน้าไปเห็นรูปครอบครัวธานินทร์ขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังบ้าน พรรณีขยับเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ระหว่างนั้นน้อยเดินเข้ามาหา
“เชิญค่ะ”
พรรณีเดินตามไป

พรรณีเดินเข้ามาในห้องหนึ่ง แต่ภายในห้องว่างเปล่า
“คุณธานินทร์” พรรณีเรียก และมองหา
ครู่หนึ่งอังคณาและชนกนันท์ก็เปิดประตูเข้ามา
“คุณธานินทร์ไม่อยู่ มีธุระอะไรคุยกับฉันก็ได้”
พรรณีหันไปเห็นอังคณากับชนกนันท์เดินมาหน้าตาหาเรื่อง
“ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคุณ”
พรรณีหันไปจะเดินออกจากห้อง
“แต่แม่ฉันจะคุยกับแก”
ชนกนันท์เข้าไปขวางพรรณี
“ถอยไปนะ” พรรณีบอก
“แกไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน” ชนกนันท์แหวใส่
“วันนี้มีธุระด่วนอะไรอยากจะให้ผัวฉันช่วยเหลือล่ะ หรือว่าคันตรงไหน อยากไปให้ผัวฉันช่วยเกาให้” อังคณาเหยียดหยัน
พรรณีตัดสินใจ หันมาเผชิญหน้ากับอังคณา “ฉันจะมาพูดเรื่องลูกชายของฉัน เธอใช่ไหมที่ใส่ความเขา”
อังคณาทำไก๋ “ใส่ความอะไร”
“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่อง เธอให้คนเอายาเสพติดไปไว้ที่บ้านฉัน แล้วแจ้งตำรวจให้ไปค้น หาว่าลูกชายฉันขายยา”
อังคณาเย้ย “เหรอ ตำรวจไปบ้านแกแล้วเหรอ เร็วดีนี่...เป็นไง เขาเอาลูกชายแกเข้าคุกหรือยัง ที่นั่นแหละที่เหมาะกับนักเลงอันธพาลอย่างลูกแก”
พรรณีคาดไม่ผิดเป็นอย่างที่คิดจริงๆ “คุณทำจริง ๆ ด้วย”
พรรณีโกรธจัดจะเข้าไปหาอังคณา แต่ถูกชนกนันท์ล๊อคตัวไว้
“แกจะทำอะไรแม่ฉัน”
“ปล่อยฉันนะ” พรรณีชี้หน้าอังคณา “เลิกยุ่งกับลูกชายฉันได้แล้ว ไม่งั้น ...”
อังคณาสวนคำ “ไม่งั้นจะทำไม ...แกคิดว่าคนอย่างแกจะทำอะไรฉันได้เหรอ”
อังคณาตบหน้าพรรณีในทันทีสุดแรง
พรรณีจะตบกลับ แต่ชนกนันท์จับแขนไว้ได้เสียก่อน ชนกนันท์ดึงผมพรรณีไว้
“แกจะทำอะไรแม่ฉันเหรอ จะทำอะไรแม่ฉัน”
ชนกนันท์ผลักพรรณีจนล้มถลาไปกับพื้น
“บังอาจมากนะนังพรรณี แกกับฉันมันคนละชั้นกัน”
“ฉันไม่ยอมให้แกทำฉันฝ่ายเดียวหรอกนะ” พรรณีสู้ขาดใจ
พรรณีลุกขึ้นไปตบอังคณาจนเซถลาไป
ชนกนันท์เข้าไปล๊อคตัวพรรณีไว้ เชียร์ลั่น
“ตบมันเลยค่ะ ตบมันเลย”
“บังอาจนักนะ” ชี้หน้าพรรณี “ฉันจะให้บทเรียนแกที่ต้องจดจำไปตลอดชีวิต”
อังคณาตบหน้าพรรณีอีกครั้ง
“ถ้าขืนแกยังยุ่งกับคุณธานินทร์อีกล่ะก็...ฉันจะพังบ้านแก”
ขาดคำอังคณาตบพรรณีอีก พร้อมพูดขู่ อย่างวางอำนาจ
“คนในบ้านแก รวมทั้งแกด้วยก็จะต้องเดือดร้อน”
อังคณาตบซ้ำอีกฉาด ขู่คำราม
“ฉันจะตามล่าแก ทำให้แกเดือดร้อนจนถึงที่สุด จนกว่าเราจะตายจากกัน”
จังหวะนั้นพรรณีหลุดออกมาจากชนกนันท์ได้ เข้าตบอังคณาคืน อังคณาโกรธมาก
“จัดการมันเลยค่ะคุณแม่”
แล้วสองแม่ลูกก็เข้าไปรุมตบตีพรรณีอุตลุด พรรณีได้แต่ร้องขอให้คนช่วย และพยายามดิ้นรน หนีบ้าง สู้บ้าง
พรรณีร้องลั่น “ช่วยด้วย”
ชนะศึกเข้ามาพอดี ร้องเสียงหลง
“หยุดนะ หยุดนะ”
ชนะศึกต้องเข้าไปขวางระหว่างแม่กับพรรณี และน้อง
อังคณาแผดเสียง “ตาชนะ แกไม่ต้องมายุ่งนะ”
“คุณแม่จะทำอะไร” ชนะศึกมองแม่ตาขวาง
อังคณาแหวขึ้นท่าทีฉุนเฉียว “หลบไปนะตาชนะ”
“คุณพรรณี” ชนะศึกเข้าไปประคองพรรณี “ลุกขึ้นก่อนเถอะครับ คุณพรรณีออกไปก่อนครับ ออกไปก่อนจากบ้านนี้ก่อน ...นะครับ”
ชนะศึกประคองพรรณีจะเดินออกมา
“นังพรรณี แกจำไว้นะ ทุกอย่างที่ฉันพูด ฉันทำจริง” อังคณาข่มขู่ทิ้งท้าย

พรรณีรีบหนีออกไปจากห้องทันที ขณะที่ชนะศึกยืนโกรธแม่และน้องอยู่อย่างนั้น

 
โปรดติดตาม "บ่วงรัก" ตอนที่ 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...