xs
xsm
sm
md
lg

กี่เพ้า ตอนที่ 6

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


กี่ เ พ้ า ตอนที่ 6

เพกาพยายามมองหาเหว่ยเหอ แต่สายตาเห็นแต่นักท่องเที่ยว

“หือ ไม่น่าพลาดเลยเรา”
เหว่ยเหอในชุดมิดชิด แกล้งเดินเฉียดหลังเพกาแล้วบอกเสียงเบาๆ
“ตามมาห่างๆ”
เพกายืนตัวแข็ง หันไปมองเหว่ยเหอด้วยท่าทีที่กลัวๆอยู่เหมือนกัน เพกาตัดสินใจเดินตามไปห่างๆตามคำสั่ง ทั้งสองคนมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง

เหว่ยเหอเดินนำเพกาไปตามทางที่ปลอดคนเพื่อหาที่คุย เพกาเดินตามอย่างระแวดระวังจนถึงที่ปลอดคน
“ฉันขอโทษนะ”
“ผมเกือบไม่รอคุณ คุณมัวแต่เพลินอยู่กับคุณหมิงเทียน” เหว่ยเหอพูดอย่างโกรธปนงอน
เพกาเสียหน้าเล็กน้อยแล้วบอก
“ฉันก็มาแล้วนี่ไง คุณบอกคุณไม่ได้ฆ่าเมย์ลี ฉันจะแน่ใจได้ยังไง”
“ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นฆาตกร คุณมาทำไม”
“แล้วใครฆ่าเมย์ลี คุณรู้ไหม”
เหว่ยเหอส่ายหน้าบอกไม่รู้ เพกาพูดต่อ
“คุณส่งตัวหนังสือจีน คำที่แปลว่าความตายให้ฉัน ใครๆนึกว่าคุณขู่ฆ่าฉัน”
“ผมได้ยินที่คุณพูดในห้องอาหาร”
เห่วยเหอพูดต่อ
“ก่อนหน้านี้ ผมเห็นข่าวซุบซิบเรื่องหมิงเทียนโดนคุณเยี่ยตบหน้า ผมตามข่าวต่อจนรู้เรื่องกี่เพ้าโบตั๋น ผมแปลกใจเลยแวะเข้าไปสืบข่าวที่บ้านตระกูลเจ้า”
“เสี่ยงมากเลยนะนั่น”
“กี่เพ้าที่สวยที่สุดชุดนั้น ไม่น่าเชื่อว่ายังอยู่ทิ่มแทงใจคนตระกูลเจ้า ผมตกใจนะที่เห็นคุณ”
“เหมือนเห็นเมย์ลี”
เหว่ยเหอพยักหน้า
“ผมถูกใส่ร้าย ชีวิตผมต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ ชีวิตผมพังพินาศไปคนหนึ่งแล้ว ผมไม่อยากให้ใครมาจบชีวิตเพราะเรื่องนี้อีก”
“คุณเสี่ยงอันตรายมาเตือนฉัน คุณเป็นห่วงฉันหรือคะ ต้องการเตือนให้ฉันระมัดระวังอย่างงั้นหรือ” เหว่ยเหอมองไปรอบๆแล้วบอก
“ เชื่อผม รีบไปจากฮ่องกงซะ อย่าเอาชีวิตมาทิ้งกับคนตระกูลเจ้า ไปซะ”
“อาเหว่ย”
ทั้งสองคนตกใจที่เสียงหมิงเทียนดังขึ้น เหว่ยเหอออกวิ่งไปทันที หมิงเทียนรีบวิ่งตาม
“เหว่ย หยุดนะ เหว่ย”
หมิงเทียนวิ่งผ่านหน้าเพกา เพกาดึงเสื้อไว้
“ไม่ อย่าค่ะ คุณหมิงเทียนอย่า”
“ปล่อย อาเหว่ย หยุดนะ”

เหว่ยเหอวิ่งไปตามทางที่เป็นบันไดลงเขา หมิงเทียนวิ่งตาม เพกาวิ่งตามหมิงเทียน
“คุณหมิงเทียน หยุดค่ะ หยุดก่อน”
เพกามองไป ก็เห็นหมิงเทียนวิ่งลงบันไดไปแล้ว เมื่อคิดได้ว่า ตนเองตามไม่ทันแน่ก็คิดแผนเพื่อสกัดหมิงเทียนไว้
“โอ๊ย ช่วยด้วย”
เพกาแกล้งล้มลงไปนอนกับพื้น เจ็บเท้าร้องโอดโอย หมิงเทียนมองกลับขึ้นมา
“คุณพิ้งก์”
หมิงเทียนรีบวิ่งกลับมาหาเพกา
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”
“ก้าวพลาด ขาแพลง พาฉันไปพักที”
หมิงเทียนวิ่งกลับขึ้นมา ทั้งที่ใจจริงอยากตามเหว่ยเหอมากกว่า เพกาต้องกระตุกแขนอีกครั้ง
“พาฉันไปหน่อยสิคะ ฉันเจ็บ”

หมิงเทียนจำต้องประคองพาเพกาไปจากที่ตรงนั้น

เหม่ยอิงนั่งเครียดอยู่ที่โต๊ะสนามตรงเทอเรซ หลินเพ่ยเดินไปเดินมาอย่างหงุดหงิด สายตามองไปทางหน้าตึก

“ป่านนี้ยังไม่กลับกันมาอีก”
เป่าหลินถือถาดใส่ถ้วยถั่วเขียวร้อนๆมาเสิร์ฟวางบนโต๊ะ
“ถั่วเขียวร้อนๆค่ะคุณหนู”
“ไม่กิน”
เสียงรถวิ่งมา หลินเพ่ยหันขวับไปมอง เหม่ยอิงลุกตามด้วยเป่าหลิน หมิงเทียนขับรถหน้าเครียดวิ่งมาจอดที่หน้าตึก เพกานั่งหน้าแกล้งเจ็บขาขวาอยู่
หมิงเทียนประคองเพกาและถามอย่างพยายามจับผิด
“คุณกับเหว่ยนัดเจอกันใช่ไหม”
เพกาอึกอัก
“คุณคุยอะไรกับเหว่ย”
“เขาบอกว่าเขาไม่ใช่ฆาตกร”
“เหลวไหล อย่าไปเชื่อมัน มันเคยเขียนขู่คุณจำไม่ได้หรือ”
“ตัวหนังสือ คำว่าตายที่เขายัดใส่มือฉัน เขาต้องการเตือนฉัน”
“คุณพิ้งค์ พูดแบบนี้คุณทำเหมือนเชื่อเหว่ย”
เพกาอึกอัก หมิงเทียนมีสีหน้าครุ่นคิดที่เพกาดึงเสื้อไว้
“คุณห้ามผมไม่ให้ตามเหว่ย นี่อย่าบอกนะว่าขาที่เจ็บน่ะแกล้ง”
หมิงเทียนพูดพลางมองขาขวาข้างที่เพกาแกล้งเจ็บอยู่ เพกาหน้าจ๋อย รู้สึกผิดมาก
“ฉันขอโทษ ขอโทษจริงๆ”
หมิงเทียนโมโหลุกขึ้นยืนโวยวาย
“คุณพิ้งค์ นี่คุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไง เชื่อคนอย่างเหว่ยได้ยังไง เหว่ยเป็นคนอยู่กับเมย์ลีคนสุดท้าย หลักฐานกล้องวงจรปิด หลักฐานในที่เกิดเหตุ มีครบหมด”
“เขาเจอฉันหลายครั้งแล้ว ถ้าเขาจะฆ่าฉันจริงๆ ฉันน่าจะตายไปนานแล้ว เราไปคุยกับตำรวจกันไหมคะ เผื่อจะรื้อคดีขึ้นมาใหม่”
หมิงเทียนพูดเสียงแข็งมาก
“เขาเป็นคนโรคจิต จิตใจเขาผิดปกติ หลังจากพี่ใหญ่ตาย เหว่ยนี่แหล่ะคือฆาตกร คุณต้องไม่ไว้ใจเขา ต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ ได้ยินไหม”
เพกาอ่อนใจขี้เกียจอธิบายอีก

วันใหม่ เพกาเดินไปมาในห้องอย่างใช้ความคิด เพกาเดินมาที่หน้ากระจก
“คุณเมย์ลี คุณรู้ว่าเหว่ยไม่ใช่ฆาตกร คุณไม่ได้ต้องการให้ฉันมาจับเหว่ย แต่คุณต้องการให้หาฆาตกรตัวจริง มันเป็นอย่างนี้ใช่ไหมคะ”
เพกาเหลือบไปเห็นรอยแตกร้าวของกระจก เพกาเอามือลูบคลำบริเวณรอยแตกร้าวแล้วนึก

ความฝัน... เธอเห็นมือฆาตกรที่ใส่กำไลหยกสะบัดไปโดนกระจกจนแตกร้าว ตอนที่พยายามจะแทงแล้วเมย์ลีขัดขืน

เพกาดวงตาเบิกกว้าง
“กำไลหยก ฆาตกรใส่กำไลหยก เราลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง”

เพการีบออกไปจากห้องดอกไม้เพื่อไปหาซิ่วหลานทันที

ซิ่วกำลังทำความสะอาดห้องครัวอยู่ เพกาเดินอย่างเร็วและร้อนรนเข้ามาหา

“อาซิ่ว อาซิ่ว”
“ไอ้หยา....ตกใจหมด อะไรกันคะคุณพิ้งค์”
“บอกฉันที เหว่ยใส่กำไลหยกตระกูลเจ้าหรือเปล่า”
“ไม่ได้ใส่ค่ะ จะไปเอาที่ไหนมาใส่ล่ะคะ”
“คุณหมิงซานอาจจะให้ไว้”
“ก็ไม่มีทางอีกแหละค่ะ คุณชายใหญ่ใส่ติดตัวตลอดเวลา ถอดได้ที่ไหนกัน ตอนที่บรรจุศพคุณชายใหญ่หลังอุบัติเหตุรถตกเขา คนทำศพ ใส่กำไลหยกไว้ในศพด้วย ซิ่วจำได้”
“ขอบคุณค่ะ”
“ถามเรื่องนี้ทำไมคะ”
“เปล่า ไม่มีอะไร เอ่อ อาซิ่วถ้าใครถามหาฉัน ฉันอยู่ที่ห้องซาวน่านะ”
“ค่ะ คุณพิ้งค์”
เพกายิ้มอย่างดีใจและมุ่งมั่น
“เหว่ยไม่ใช่ฆาตกรจริงๆด้วย”
ซิ่วทำงานต่อไป
ข้อมูลใหม่เหล่านี้ทุกคนในคฤหาสน์ตระกูลเจ้า รับรู้ผ่านเพกาที่อ้างว่า เป็นนิมิตรจากสุคนธา !!

เวลาต่อมา เพกาอยู่ในชุดเดียวเดิม แต่มีเสื้อคลุมถือคล้องแขนมาด้วยกำลังจะเดินมาที่บริเวณห้องซาวน่า ปรากฏว่า หมิงเทียนกับหลินเพ่ยอยู่ในห้องก่อนแล้ว ทั้งคู่กำลังอบตัวอยู่
หลินเพ่ยกำลังนวดหลังให้หมิงเทียนในห้องซาวน่า
“แหม สวีทกันจริงๆ”
เพกาเดินหันหลังกลับ หมิงเทียนมองเห็นเพกาพอดี แต่เพ่ยเพ่ยมองไม่เห็น หมิงเทียนสีหน้ากังวลใจ

เพกาตัดสินใจออกมาเดินเล่นในสวนแก้เซ็ง หมิงเทียนเดินมาหา
“อบซาวน่าไม่ได้เลยออกมานั่งกินลมแทนงั้นหรือ”
“ไม่คันบ้างหรือ”
“คันอะไร”
เพกามองค้อนแล้วบอก
“หวานกันขนาดนั้น มดน่าจะขึ้นนะ”
“กำลังจะเรียกแต่เรียกไม่ทัน เราไม่ใช่คู่รัก ทีหลังอย่าเดินหนีจะเข้าก็เข้ามา”
“ฉันว่าคุณกับเพ่ยเพ่ยยิ่งกว่าคู่รักเสียอีก โตมาด้วยกันเห็นอกเห็นใจกัน ไปโรงพยาบาล คุณก็ตามเฝ้า แม้แต่เมย์ลีคุณยังดูแลดีไม่เท่า”
หมิงเทียนโมโหจับแขนเพกาแล้วพูดเสียงเข้ม ดุ
“เกลียดที่สุดก็ตอนที่คุณทำท่ารู้มากนี่แหละ รู้ได้ยังไงว่าผมดูแลเพ่ยเพ่ยดีกว่าเมย์ลี หา”
เพกาทำเสียงเข้มต่อ ทั้งคู่ทำท่าจะทะเลาะกัน
“ก็มันจริงไหมล่ะ”
“มัวแต่ถามซิ่ว มีอะไรทำไมไม่ถามผม”
“ก็ถามอยู่นี่ จะตอบไหมล่ะ”
หมิงเทียนนิ่งไปครู่หนึ่งเพราะ เป็นคนไม่ชอบเล่า แต่ในที่สุดก็เล่า หมิงเทียนเสียงอ่อนลง

“ที่ผมดูแลเพ่ยเพ่ยอย่างดี ก็เพราะผมสงสารเค้า เค้ามีปมตั้งแต่เด็ก”

ตรงบริเวณทางเดินในสวนตรงข้ามตึก เพกาตั้งใจฟัง

“เพ่ย เพ่ยพยายามบอกตัวเองว่า ตนมีชาติตระกูลดี ซึ่งจริงๆแล้ว คุณนายรองอดีตเป็นแค่นักร้องไนต์คลับจนๆ”
ภาพชีวิตในอดีตของเหม่ยอิงและหลินเพ่ยวัยเด็ก
ภายในไนต์คลับกระจอกๆ แห่งหนึ่ง มีเครื่องดนตรี 2-3 ชิ้น บนเวที เหม่ยอิงในชุดเซ็กซี่กำลัง ร้องเพลง “เทียนมีมี่” อยู่

…เทียน มี่ มี, นี เซี่ยว เตอ เทียน มี่ มี, เฮา เซียง ฮวา อือ ไค ไจ ชุน ฟง ลี คาย จาย ชุน ฟง ลี...

สองแม่ลูกอาศัยอยู่ในห้องตึกแถวโทรมๆ ภายในบ้าน มีโต๊ะกินข้าววงกลม เก้าอี้ 3 ตัวตารมจำนวนคนอาศัย ประตูบ้านเป็นเหล็กเก่าคร่า สนิมเขรอะ มีหนูวิ่งพล่าน หลินเพ่ยหลบอยู่ใต้โต๊ะร้องไห้เมื่อเห็นพ่อทะเลาะตบตีแย่งเงินจากแม่ เหม่ยอิงถูกสามีต่อยท้องจนตัวจุกงอ
“พ่อเพ่ยเพ่ยเป็นนักเลงขี้เมา คอยตบตีบังคับให้แม่เพ่ยเพ่ยหาเงินมาให้และก็เกลียดเพ่ยเพ่ยด้วย เพราะระแวงว่าเพ่ยเพ่ยไม่ใช่ลูกตัว” หมิงเทียนบอกเพกา
พ่อดึงเด็กหลินเพ่ยมาจากใต้โต๊ะ หยิบไม้ขนไก่มาฟาดเอาฟาดเอา จนหลินเพ่ยกลังจนตาเหลือและช็อกไป

เมื่อครั้งที่หมิงซานแฉที่มาของสองแม่ลูก จนหลินเพ่ยต้องเข้าโรงพยาบาล หมิงเทียนสงสารในความอาภัพของหลินเพ่ย ระหว่างที่นอนพักในโรงพยาบาลนั้น แม่บ้านของโรงพยาบาลเอาอุปกรณ์เข้ามาทำความสะอาดและมีไม้ขนไก่อยู่ด้วย ทันทีที่หลินเพ่ยเห็นไม้ขนไก่ก็ร้องกรี๊ดแล้วกรี๊ดอีก จนหมิงเทียนต้องลุกเข้ามาจับ แม่บ้านตกใจด้วยความงง
“เพ่ยเพ่ย หยุดก่อน หยุด”
นางพยาบาลต้องวิ่งเข้ามาช่วยหมิงเทียนจับหลินเพ่ยที่ดิ้นอาละวาด ร้องกรี๊ดๆ ดวงตาหวาดกลัว

เพกาตกใจเล็กน้อยกับเรื่องที่หมิงเทียนเล่า
“กลัวไม้ขนไก่จนหลอนเลยหรือคะ”
หมิงเทียนพยักหน้า
“มีแค่ผมกับพ่อที่รู้อดีตเพ่ยเพ่ย เราสองคนสงสารเพ่ยเพ่ยมาก ถึงได้อภัยให้ทุกอย่าง”
“แล้วเมย์ลีล่ะ ชีวิตเมย์ลีก็น่าสงสารเหมือนกัน” เพกาว่า
“เวลาอยู่กับเพ่ยเพ่ย ผมถือว่าผมเป็นพี่ชายต้องดูแลน้อง แต่เวลาอยู่กับเมย์ลี ผมรู้สึกต่ำต้อย ใจเต้น เกร็งไปหมด เลยต้องกลบเกลื่อนความอายด้วยการแกล้งเมย์ลี”
เพกาฟังแล้วก็อ่อนไหวไปด้วย
“โถ”
“เมย์ลีเป็นความรัก รักครั้งแรกของผู้ชายคนหนึ่ง”
เพกาพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เรื่องเพ่ยเพ่ยไม่มีความชั่วใดๆ สมควรได้รับการอภัย คุณใจอ่อนกับเพ่ยเพ่ยไม่ได้”
เพกาน้ำเสียงเอาจริง
“ตกลงวันนี้จะทะเลาะกันใช่ไหม”
“อย่ามาอ้างเหตุผลเพื่อทำความชั่ว ยิ่งอ้างว่าตัวเจ็บยิ่งไม่เข้าเรื่อง เพราะถ้าเข้าใจความเจ็บปวดจริงๆ คนคนนั้นจะไม่ยัดเยียดความเจ็บปวดไปให้ผู้อื่น”
“ผมพยายามใจเย็น ใช้ความอดทนจัดการเพ่ยเพ่ย ผมแค่ไม่อยากต่อกรกับเพ่ยเพ่ย ผมผิดตรงไหน”
“ผิดตรงที่คุณปล่อยให้เมย์ลีถูกเพ่ยเพ่ยรังแกมาได้เป็นปีๆ เพียงเพราะอะไรน่ะหรือ เพราะคุณไม่กล้าลุกขึ้นสู้กับพ่อ ลุกขึ้นสู้กับเพ่ยเพ่ย แม้แต่ตอนนี้ คุณก็ยังไม่กล้าลุกขึ้นสู้เพื่อเมย์ลี”
หมิงเทียนโมโหถีบกระถางแตกด้วยโทสะ เพกาสะดุ้ง หมิงเทียนโวยวายลั่น
“โธ่โว้ย คุณจะเอายังไงกับผม”
“เพ่ยเพ่ยกดขี่คนรอบข้างให้กลัวเขา คุณต้องใช้ความเด็ดขาดจัดการกับเธอบ้าง ถูกคือถูกผิดคือผิด ถ้าคุณยอมให้เธอใช้ความรุนแรงต่อไป คนที่เดือดร้อนที่สุดจะเป็นตัวคุณเอง อ้อ หรือว่า คุณอยากแต่งงานกับเธอ ถ้างั้นก็ต้องเป็นสามีที่เหนื่อยหน่อยนะ ช่วยเขาสะสางปัญหาระรานชาวบ้าน ได้แสดงความรักกันชั่วชีวิตแน่”
เพกาทั้งโกรธทั้งงอนและไม่ยอมแพ้ ด่าเสร็จก็เดินหนีไป
หมิงเทียนโมโหถีบกระถางใบเดิมอีกครั้ง
“โว้ย”
อี่เหวินกับเจิ้นหลุนแอบดูอยู่มุมหนึ่ง
“ทะเลาะกันหนักนะเนี่ย”

อี่เหวินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ทั้งสองกังวลตาม ดูเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว

กี่ เ พ้ า ตอนที่ 6 (ต่อ)

ภายในพิพิธภัณฑ์ของวันใหม่ ซิ่วหลานยืนรายงานกับเพกา

“คุณพิ้งค์คะ อาหย่งซานโทรมามาบอกว่า ให้คุณพิงค์ถามหาเส้นไหมไว้ซ่อมกี่เพ้าจากร้านที่เราเคยติดต่อ”
“เรามีร้านประจำอยู่ใช่ไหมคะ”
“มีค่ะ แต่จะมีเส้นไหมที่ต้องการหรือเปล่าไม่รู้”
“อาหย่งให้เบอร์ไว้แล้วใช่ไหมคะ”
“เปล่าค่ะ เพราะตอนนี้อาหย่งซานฝังเข็มอยู่ที่ปักกิ่ง อาหย่งซานให้ถามหาเบอร์ที่คุณหมิงเทียนได้เลยค่ะ”
“ไปถามจากคุณหมิงเทียนเนี่ยนะ”
เพกาเซ็งขึ้นมาทันทีเพราะเพิ่งทะเลาะกันมา

ซิ่วเข้ามาคุยกับหมิงเทียนที่นั่งทำงานอยู่บ้านวันนี้
“หน้าที่เขา ทำไมไม่ให้เขามาถามเอง”
เพกาโผล่หน้ามาแวบหนึ่ง หมิงเทียนมองมาเห็นพอดี เพกาจึงรีบหลบวูบ หมิงเทียนมองค้อนอย่างโกรธๆ ซิ่วหลานบอก
“เธอกำลังยุ่งอยู่กับการทำความสะอาดกี่เพ้าค่ะ ไม่ว่าง”
หมิงเทียนเหลือบไปทางประตูห้องที่เปิดอยู่ แม้จะไม่เห็นตัวเพกาที่หลบไป แต่เห็นมือที่จับอยู่ตรงขอบประตู หมิงเทียนหัวเราะหึๆ แล้วบอก
“ฮึ จอมโกหก งอนไม่เข้าเรื่อง เบอร์น่ะมี แต่ไม่ให้มีอะไรไหม”
หมิงเทียนแกล้งพูดเสียงดังให้ได้ยินไปถึงคนที่แอบอยู่ เพกาได้ยินก็ปรี๊ดโผล่หน้าออกมาโต้ทันที
“คนไร้เหตุผล คุณก็งอนไม่เข้าเรื่องเหมือนกัน พูดแทงใจดำนิดหน่อยทำเป็นมีน้ำโห ถ้าคุณไม่ให้เบอร์ฉัน ฉันก็ซ่อมไม่ได้ คุณเยี่ยก็ต้องเล่นงานคุณ ฉันก็บินกลับเมืองไทยสบายปร๋อ ไม่เห็นจะเดือดร้อน”
ซิ่วหลานมองหน้าทั้งสองคนแล้วก็เข้าใจ
“เอ้อ น้ำร้อนซิ่วตั้งไว้ในครัวมันคงเดือดแล้ว ต้องไปดับก่อน ส่วนไฟไหม้แถวนี้ ทำเองก็ดับกันเองนะคะ เย็นๆเข้าไว้ เดี๋ยวคฤหาสน์ใหญ่โตจะไหม้เสียหมด ไปล่ะค่ะ”
ซิ่วหลานเดินออกไป
“ถ้าอยากได้เบอร์ บอกขอโทษผมก่อน คราวที่แล้วคุณพูดไม่ดีกับผม”
“เรื่องไหน อ๋อ เรื่องคุณจะจบลงด้วยการแต่งงานกับคุณเพ่ยเพ่ยหรือคะ ฉันอวยพรคุณต่างหาก ฉันไม่ขอโทษ”
เพกาจะเดินออกไป หมิงเทียนโมโหสุดๆ จึงกระชากเพกากลับมา เขารู้สึกว่าเพกาควรจะรู้ใจเขา โดยที่เขาไม่ต้องพูดเพราะเขาพูดไม่เก่งก็เลยเลือกใช้กำลัง เขาจูบเพกาแบบประทับนิ่ง เนิ่นนานเพื่อทำให้เพกาดู โดยหารู้ไม่ว่า นั่นยิ่งเลวร้ายไปกันใหญ่
“คุณนี่มันไม่รู้อะไรบ้างเลย”
“นี่คุณ คุณ”
เพกาเช็ดปากเหมือนเด็กๆ
“อี๋ๆๆ”
“วันๆยุ่งแต่เรื่องชาวบ้าน เคยรู้เรื่องตัวเองบ้างไหม เคยเห็นใจคนที่อยู่รอบตัวคุณบ้างไหม กลับไปคิดให้ดี ทำไมผมต้องโกรธ”
“ไม่เห็นต้องกลับไปคิดเลย จะให้คิดกี่ครั้งฉันก็ต้องทำอยู่ดี”
“ทำอะไร”
เพกาตบหน้าหมิงเทียน
“คนฉวยโอกาส ฉันไม่ใช่ของเล่นของคุณนะ”
“โอเค ไหนๆก็โดนตบแล้ว สั้นๆแบบเมื่อกี้มันไม่คุ้ม ขอแบบยาวๆเลยแล้วกัน”
หมิงเทียนดึงเพกาเข้ามาจูบอีกเป็นครั้งที่สอง ยาวนานกว่าเดิม หลินเพ่ยเดินเข้ามาเห็นเข้าก็ร้องกรี๊ดลั่นคฤหาสน์จนได้ยินไปทั่ว
“เพ่ยเพ่ย”
หมิงเทียนตกใจ เพการีบผลักหมิงเทียนออกไปทันที

วันหยุดภายในห้องโถง เหวินเยี่ย ลี่ผิว อวี้เหลียนและจิ้นเจินที่ดื่มน้ำชากันอยู่อย่างอารมณ์ดี ต่างได้ยินเสียงกรี๊ดลั่น
“เสียงเพ่ยเพ่ยนี่” เหวินเยี่ยว่า
“ใช่ค่ะ” อวี้เหลียนบอก

ทุกคนมองหน้ากันอย่างตกใจก่อนลุกขึ้นไปดู

ภายในห้องทำงานของหมิงเทียน หลินเพ่ยพุ่งเข้าไปคว้าที่แกะซองจดหมายแถวนั้นจะมาตีหัวเพกา

“อีเพกา ฉันจะฆ่าแก”
หมิงเทียนเข้ามาขวาง
“หยุดนะเพ่ยเพ่ย ไม่ใช่ความผิดคุณเพกานะ มีอะไรก็ทำพี่สิ ไม่ใช่ไปทำคุณเพกา”
“อ๊ายพี่รองปกป้องมันหรือ พี่ชอบมันหรือ ชอบผู้หญิงคนไทยคนนี้หรือ อ๊าย”
หลินเพ่ยหันไปตีหมิงเทียนแบบรัวกระหน่ำจนอีกฝ่ายได้แต่ถอย เหม่ยอิงรีบวิ่งมาหาดึงหลินเพ่ยไว้
“ลูกเพ่ย อย่านะ หยุดๆ...นี่มันเกิดอะไรขึ้น คุณพ่ออยู่บ้านนะ อาละวาดแบบนี้ไม่ได้นะ หยุดๆ”
จิ้นเจินกับอวี้เหลียนเข้ามาดูตามคำสั่งของเหวินเยี่ย
“เอาตัวไปไว้ที่ห้องก่อน ให้สงบสติอารมณ์ก่อน ไปเร็ว”
“มานี่ เพ่ยเพ่ย มานี่”
เหม่ยอิงกับจิ้นเจินช่วยกันจับหลินเพ่ยออกไป หลินเพ่ยยังกรี๊ดลั่นจะเอาเท้า เอามือจะทำร้ายเพกาให้ได้
“นังพิ้งค์ฉันจะฆ่าแก ปล่อย ปล่อยหนูนะแม่”
หลินเพ่ยถูกลากออกไปแล้ว
“พี่เยี่ยถามใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น นี่มันเรื่องอะไรคะคุณชายรอง”
หมิงเทียนยิ้มแห้งๆ

ภายในห้องโถงในเวลาต่อมา เหวินเยี่ยสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า
“เรื่องเป็นยังไงหมิงเทียน เพ่ยเพ่ยร้องกรี๊ดทำไม”
“ชี้แจงให้ฉันพอใจด้วยล่ะ ไม่งั้น ฉันจะเอาเรื่องคุณ” เพกาบอก
“ผมก็แค่ เอ้อ” หมิงเทียนอ้ำอึ้ง
หมิงเทียนมองไปรอบๆ รู้สึกอายมากที่จะพูดตรงๆ
“เป็นลูกผู้ชาย พูดจาอ้ำๆอึ้งๆ พ่อไม่ชอบ” เหวินเยี่ยว่า
หมิงเทียนพูดเสียงดังฟังชัด
“ผมแกล้งจูบเขา”
เจิ้นหลุนกับอี่เหวินร้อง “อู้ว” จนซิ่วหลานต้องตีเตือนให้สองคนนี้พูดเบาๆหน่อย
“แกล้งเนี่ยนะ นี่ไง ฉันถึงบอกว่าฉันไม่ใช่ของเล่นของคุณ”
“ผู้หญิงไทยเขาถือเรื่องนี้มากนะ ลูกทำแบบนี้ไม่ถูก” ลี่ผิงบอก
“แกแน่ใจนะ ว่าแกแค่แกล้งนะ” เหวินเยี่ยถามอย่างจับผิด
“ผมกับเขา เฮ้อ เอาเป็นว่า คุณเพกา ผมขอโทษ”
“ขอโทษแค่นี้ ก็จบหรือ”
เหวินเยี่ยบอก
“แกนี่มันเกเร ไม่เคยโต เคยคิดบ้างไหม เป็นถึงลูกชายตระกูลเจ้าไปทำแบบนี้กับผู้หญิง ถ้าเขาเอาเรื่อง จับแกแต่งงานขึ้นมาจะทำยังไง ในเมื่อหมิงเทียนทำผิด เธอเป็นผู้หญิง เธอจะเอาเรื่องหมิงเทียนหรือเปล่าล่ะ”
เพกาพึมพำคนเดียว
“เล่นจั่วหัวแบบนั้น ใครจะไปกล้าเรียกร้องอะไรอีก”
“พึมพำอะไร ไม่ได้ยิน ทำไมชอบพูดคนเดียวนะ” เหวินเยี่ยว่า
“ฉันเป็นผู้หญิงก็จริง แต่ทำมาหาเลี้ยงตัวเองได้ไม่เคยคิดจะเอาผู้ชายรวยๆ มาเป็นบันไดไปไหนทั้งนั้น” เพกาหันไปหาหมิงเทียนแล้วพูดต่อ
“ก็ได้ ถ้าเป็นแค่เรื่องล้อเล่นฉันก็จะถือว่า ให้ทาน”
เพกาสะบัดด่าใส่หมิงเทียนที่แอบยิ้มขำ สนุก
“นี่ ฉันบอกแล้วไงว่าจะชดเชยให้ พูดไม่รู้เรื่องตรงไหน”
“ขอแค่คำรับปากต่อหน้าพ่อคุณว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก”
หมิงเทียนตอบทันทีอย่างหน้าตาเฉย
“ไม่รับปาก”
ลี่ผิงกับเหวินเยี่ยร้องเรียกชื่อ “หมิงเทียน” ขึ้นพร้อมกัน
หมิงเทียนจำใจ
“ก็ได้ รับปาก”
“งั้นก็หมดเรื่อง เถียงกันไปเถียงกันมา ไม่จบซะที”
เป่าหลินหน้าตาตื่นวิ่งเข้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือ
“ช่วยด้วยค่ะ คุณเพ่ยเพ่ยอาละวาดใหญ่แล้ว”

หมิงเทียนสีหน้าเซ็ง

ภายในห้องนอน หลินเพ่ยอาละวาด ปาข้าวของใส่ประตูห้องจนข้าวของแตกเกลื่อนกระจายเต็มห้อง จิ้น เจินกับอี้เหลียนพยายามห้ามดึงไว้คนละมือก็ยังเอาหลินเพ่ยไม่ค่อยจะอยู่

“ใจเย็นๆเพ่ย เพ่ย” อวี้เหลียนบอก
“เพ่ยเพ่ยจะไปหาพี่หมิงเทียน หลีกไป ปล่อย”
“ทำตัวอย่างนี้ หมิงเทียนไม่รักนะเพ่ยเพ่ย”
หลินเพ่ยโกรธ ปาของใส่จิ้นเจินกับอวี้เหลียนอีก
“น้าจิ้น น้าเหลียนไม่เกี่ยว หลีกไป เพ่ยเพ่ยจะไปหาพี่หมิงเทียน”
เหม่ยอิงเปิดประตูเข้ามาตามด้วยเป่าหลิน
“แม่ ทำไมต้องให้เพ่ยเพ่ยอยู่ในห้อง เพ่ยเพ่ยจะออกไปหาพี่หมิงเทียน”
หมิงเทียน เหวินเยี่ย ลี่ผิงตามมาถึง หลินเพ่ยโผกอดหมิงเทียนแน่นจนอีกฝ่ายรู้สึกกระอักกระอ่วน
“พี่หมิงเทียน พี่หมิงเทียนต้องรักเพ่ยเพ่ย ห้ามรักนังเพกาได้ยินไหม”
“เด็กอะไรทำตัวน่าเกลียด อย่าทำอย่างงี้อีกนะ”
ลี่ผิงพูดพลางดึงหลินเพ่ยออกห่างจากหมิงเทียน แล้วผลักหลินเพ่ยกระเด็นไป
“คุณนายใหญ่”
เหม่ยอิงเผชิญหน้ากับลี่ผิง
“ทำไม เธอจะทำอะไรฉัน”
อยู่ต่อหน้าเหวินเยี่ย เหม่ยอิงไม่กล้าหือกับลี่ผิง
“เก่งนะเหม่ยอิง เลี้ยงลูกสาวออกมาได้เหมือนตัวเองเป๊ะ บ้าผู้ชาย”
หลินเพ่ยโกรธเดินกำหมัดเข้าไปหาลี่ผิง
“หนอย”
เหวินเยี่ยจ้องหน้าหลินเพ่ย
“เพ่ยเพ่ย จะทำอะไร”
หลินเพ่ยไม่กล้าได้แต่ร้องกรี๊ด อาการของโรคจิตเริ่มมีมากขึ้น
“ คุณพ่อไม่รักเพ่ยเพ่ยแล้ว พี่หมิงเทียนก็จะทิ้งเพ่ยเพ่ย ไม่มีใครต้องการเพ่ยเพ่ย เพ่ยเพ่ยไม่น่าเกิดมาเลย” หลินเพ่ยพูดแล้วก็เริ่มร้องไห้ฟูมฟาย
หลินเพ่ยร้องกรี๊ดแล้วลงไปดิ้นพราดๆ ร้องไห้โฮที่เตียงจนตัวเกร็ง เหม่ยอิงเข้าไปประคองลูกสาวอย่างเป็นห่วง
“อาการทางจิตกำเริบอีกแล้ว” อวี้เหลียนบอก
จิ้นเจินบอกเหวินเยี่ย
“พาไปส่งหมอหลี่ดีไหมครับคุณพี่”
“พาไปหาหมอก็ไม่หายหรอก มีแต่คุณชายรองคนเดียวที่จะช่วยได้ คุณชายรองคะ ฉันขอร้องล่ะคะ ช่วยแต่งงานกับเพ่ยเพ่ยที” เหม่ยอิงบอก ทุกคนอึ้ง
“เหม่ยอิง เธอพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า” ลี่ผิงบอก
“ตั้งแต่เล็ก เพ่ยเพ่ยหลงรักคุณชายรอง สุขทุกข์ของชีวิตเพ่ยเพ่ยอยู่ที่คุณชาย ถ้าคุณชายรองยอมแต่งงานกับเพ่ยเพ่ย เพ่ยเพ่ยก็จะมีความมั่นคงทางจิตใจมากขึ้น เขาก็ไม่ต้องคอยเข้าๆออกๆหาหมออยู่อย่างนี้”
“ฉันไม่อนุญาต” ลี่ผิงโพล่งออกมมาทันควัน
เหม่ยอิงเดินไปขอร้องเหวินเยี่ย
“คุณพี่ คุณพี่ก็รักเพ่ยเพ่ยเหมือนลูก ครอบครัวเราเหลือแต่เขาสองคนนี้เท่านั้น ให้เขาแต่งงานกันเสีย ดีกว่าปล่อยให้คุณชายรองไปคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาเป็นคุณนายบ้านตระกูลเจ้า”
เหวินเยี่ยมองหน้าลูกชาย ไม่ตอบ
“คุณพี่ คุณก็รู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับสองแม่ลูกนี่ ฉันยอมให้คุณพี่มาครั้งหนึ่งแล้ว ถ้าคุณพี่บังคับหมิงเทียน ฉันจะทำยังไง ช่วยคิดถึงความรู้สึกฉันหน่อยเถอะ” ลี่ผิงบอก
เหวินเยี่ยสอนหลินเพ่ย
“ความรักที่ลึกซึ้งกินใจสามารถบันดาลให้หัวใจแหลกสลายเช่นเดียวกับความปวดร้าว นะเพ่ยเพ่ย”
“หากรักพี่หมิงเทียนแล้วต้องปวดร้าวใจ เพ่ยเพ่ยก็ยังรักค่ะ” หลินเพ่ยบอก
เหวินเยี่ยรู้ว่า โน้มน้าวไม่ได้ผลจึงนิ่งเสียก่อนถอนใจ
เหม่ยอิงงัดไม้ตายขึ้นมาใช้ทันที เหม่ยอิงคุกเข่าลงต่อหน้าหมิงเทียนที่มีสีหน้าลำบากใจและตกใจเพราะคิดไม่ถึง
“คุณชายรอง … เห็นแก่ฉัน เห็นแก่น้องสาวคนนี้ของคุณเถอะ เขามีปมตั้งแต่เด็ก ฉันไม่อยากให้เขาเป็นอะไรไปมากกว่านี้ จำได้ไหม ก่อนหน้านี้ เพ่ยเพ่ยก็เป็นปรกติน่ารักกับทุกคน มาตอนนี้ อาการกำเริบขึ้นมาเพราะอะไร เพราะเขากลัวคนมาแย่งของรักของเขา ช่วยเพ่ยเพ่ยทีเถอะนะคะ”
บรรยากาศเริ่มอึดอัดมากขึ้น หมิงเทียนสีหน้าเครียดเพราะถูกกดดันอย่างหนัก
“แกต้องเป็นคนตัดสินใจ หมิงเทียน” เหวินเยี่ยว่า
หมิงเทียนฉุดเหม่ยอิงให้ลุกขึ้น แต่นางยังทู่ซี้ไม่ยอมลุก
“ลุกขึ้นเถอะครับ”
“ไม่ ฉันไม่ลุก จนกว่าคุณจะรับปากแต่งงานกับน้องสาวคนนี้ของคุณ”
หมิงเทียนถอนใจ มองหน้าทุกคนแล้วตัดสินใจใช้วิธีเดินหนี
“พี่หมิงเทียน พี่จะไปไหนกลับมานะ แอร๊ย...”

หลินเพ่ยพุ่งลงจากเตียง จิ้นเจินกับอวี้เหลียนจับตัวไว้ หลินเพ่ยดิ้นหลุดตามหมิงเทียนไปเป็นคนแรก เหม่ยอิงเป็นคนที่สอง ตามด้วยคนอื่นๆ

หมิงเทียนเดินกลับมาที่ห้องโถงด้วยหน้าเครียด เพกา ซิ่วหลาน อี่เหวิน เจิ้นหลุนรออยู่ หลินเพ่ยวิ่งตามมานั่งกอดขาหมิงเทียนแล้วร้องไห้

“พี่รอง แต่งงานกับเพ่ยเพ่ยเถอะนะ เพ่ยเพ่ยขาดพี่รองไม่ได้ ฮือ
เหม่ยอิงวิ่งเข้ามาคุกเข่าต่อ จับขาหมิงเทียนอีกด้าน ทุกคนที่ตามมาทยอยมาสมทบจนหมด
“คุณชายรอง ฉันขอร้องเถอะนะคะ ถ้าคุณปฎิเสธคราวนี้ แกต้องช็อกเข้าโรงพยาบาลเหมือนเมื่อตอนเป็นเด็กแน่เลย”
อี่เหวิน เจิ้นหลุน และซิ่วหลานต่างกระซิบกัน
“โห ....เล่นบทนี้กันเลยหรือ น่ากลัวจัง” อี่เหวินบอก
“คุณชายของเรา อะไรก็ดี จะมีก็แต่ใจอ่อนเนี่ยแหละ อาซิ่วว่าคุณชายรองจะใจอ่อนไหมเนี่ย” เจิ้นหลุนพูดพลางหันไปถามซิ่วหลาน
ซิ่วหลานได้แต่ร้อง “เฮ้อ” เพราะตอบไม่ถูก คาดเดาไม่ออก
เพกาอดไม่ได้ลุกขึ้นยืนทันที
“ฉันขอแสดงความเห็นหน่อย”
เหวินเยี่ยทำสีหน้าโคตรเบื่อสาวจอมจุ้น ปัดมือให้นั่งลง
“ขอร้อง ทุกคนเดือดร้อนเพราะความเห็นเธอมามากพอแล้ว”
เพการั้น ไม่ยอมเชื่อ เดินเข้าไปหาหลินเพ่ยทันที ก่อนให้สติด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คุณเพ่ย เพ่ย ตื่นจากฝันร้ายในอดีตซะทีเถอะค่ะ คุณแค่รู้สึกไม่มั่นคง มันไม่ใช่ความรัก คุณหมิงเทียนเป็นแค่หลักประกันชีวิตซึ่งคุณก็มีอยู่แล้ว การที่พ่อแท้ๆของคุณทิ้งคุณไป ไม่ได้หมายความว่าคุณเยี่ยกับคุณหมิงเทียนจะทิ้งคุณไปเหมือนกัน”
“แกรู้เรื่องพ่อฉันได้ยังไง”
“คุณหมิงเทียนรักสงสารคุณมาก ให้อภัยคุณทุกอย่าง คุณควรพอใจแค่นี้ ไม่ใช่เรียกร้องไม่มีที่สิ้นสุด”
“แกไม่เกี่ยว พี่หมิงเทียนเขาไม่มีทางชอบแก นังตัวมารถอยไป พี่รองแต่งงานกับเพ่ยเพ่ยนะ”
ลี่ผิงบอก
“หมิงเทียนอย่าแพ้น้ำตาผู้หญิง แม่รู้ หลังจากเมย์ลี ลูกไม่สามารถรักใครได้อีก ถ้าอย่างนั้นลูกก็อยู่คนเดียวสิ ไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับใครเพื่อตัดปัญหา”
เหม่ยอิงหมั่นไส้ลี่ผิงมากแต่พยายามอดทน
“ปล่อยให้คุณชายรองตัดสินใจเถอะค่ะคุณนายใหญ่ ว่าไงคะคุณชายรอง”
หมิงเทียนมีทีท่าลังเลและนิ่งเงียบไปอีก จิ้นเจินกับอวี้ เหลียนแอบปรึกษากันสองคน
“ทำไมหมิงเทียนคิดนานจัง อย่าบอกนะคะว่าจะตกลง”
“แลกกับชีวิตสงบสุขของทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะตัวเขาเอง เขาอาจตกลงก็ได้”
หลินเพ่ยยังรบเร้า
“พี่หมิงเทียนดูแลเพ่ยเพ่ยมาตั้งแต่เด็ก จะดูแลเพ่ยเพ่ยไปตลอดชีวิตได้มั้ยคะ ได้ไหม”
หลินเพ่ยมองอย่างวิงวอน กอดหมิงเทียนน้ำตาไหลพราก หมิงเทียนรู้สึกสงสารหลินเพ่ย เพกาลุ้น
“ได้สิ พี่จะดูแลเพ่ยเพ่ยไปตลอดชีวิต”
หลินเพ่ยกับเหม่ยอิงสีหน้าดีใจมาก ทั้งสองคนลุกขึ้นยืน เพกาสีหน้าห่อเหี่ยว ลี่ผิงยืนหน้าตึง ส่วนเหวินเยี่ยวางเฉย คนอื่นตกใจและแปลกใจ
“เพราะเพ่ยเพ่ยเป็นน้องสาวพี่”
หลินเพ่ยชะงัก
“น้องสาว”
หมิงเทียนหยิบคำพูดของเพกามาอธิบาย
“อย่าให้อดีตมามีอิทธิพลกับปัจจุบันเลยนะเพ่ยเพ่ย อดีตเป็นครู ไม่ใช่ผี เพ่ยเพ่ยต้องมองไปข้างหน้า แล้ววันหนึ่ง เพ่ยเพ่ยจะเจอผู้ชายที่เพ่ยเพ่ยรัก และเค้าก็รักเพ่ยเพ่ย”
เพกาได้ยินคำพูดที่ตัวเองเคยใช้ก็ยิ้ม
“นี่พี่หมายความว่า...”
“เราเป็นแค่พี่น้องกันเถอะนะเพ่ยเพ่ย แค่พี่น้อง”
ลี่ผิงเปลี่ยนสีหน้าบึ้งเป็นสะใจและยิ้มเยาะเหม่ยอิง เพกาและกลุ่มของซิ่วหลานดีใจ หลินเพ่ยรับไม่ได้ที่ถูกหมิงเทียนปฏิเสธ หลินเพ่ยเดินถอยไปสองสามก้าว ดวงตาตระหนกเกร็งไปทั้งตัวและมองหน้าทุกคน ก่อนกรี๊ดออกมาดังลั่นบ้าน หงายหลังเป็นลม ทิ้งตัวลงกับพื้น
“แอร๊ย....”
“เพ่ยเพ่ย”
เหม่ยอิงกับจิ้นเจินพุ่งเข้าไปประคองหัวหลินเพ่ยไว้ทันเวลาก่อนจะล้มตึง

หมิงเทียนสีหน้าเครียด หลับตาแล้วถอนหายใจยาว

กี่ เ พ้ า ตอนที่ 6 (ต่อ)

ภายในโรงพยาบาลในเวลาต่อมา หลินเพ่ยกรี๊ดคลั่งอยู่ในห้องคนไข้ นางพยาบาลหลายคนต้องใช้เชือกผูกแขนไว้กับเตียง

“ไม่ ปล่อยฉัน ฉันคือคุณหนูตระกูลเจ้า ปล่อยฉัน ปล่อย”
เหม่ยอิงน้ำตาไหลพรากมองลูกสาวอยู่หน้าห้อง นึกสงสารลูกที่ต้องถูกพยาบาลรุมผูกมัดมือไว้กับเตียงเหมือนหมูเหมือนหมา เพราะอาการคลั่ง เหม่ยอิงกำหมัดแน่นด้วยความแค้น
“ใครที่มันทำกับลูกฉัน มันต้องเจอกับฉัน มันจะต้องมีจุดจบเหมือนเมย์ลี ความตาย”

ภายในห้องนอน เหวินเยี่ยกำลังคุยโทรศัพท์มือถือ ลี่ผิงรินน้ำชาให้
“ฝากด้วยแล้วกันนะหมอ ขอบคุณครับ”
เหวินเยี่ยวางหูแล้วบอกลี่ผิง
“เพ่ยเพ่ยอาละวาดต้องฉีดยากล่อมประสาท ถึงจะยอมหลับ”
ลี่ผิงแอบยิ้มเล็กน้อยแล้วหันมาเล่นบทคนดีบ้าง
“ก็น่าสงสารอยู่ แต่เขาต้องหัดยอมรับความจริงบ้างหมิงเทียนไม่เหมือนหมิงซาน เวลาเขาดื้อใครก็เอาไม่อยู่ ถูกบังคับแต่งงานเกิดหนีงานขึ้นมา บริษัทเราจะเดือดร้อน”
เหวินเยี่ยจิบน้ำชาแล้วนึกถึงเพกาที่เล่าเรื่องความฝันให้ทุกคนฟังอย่างเป็นตุเป็นตะ

“ในนิมิตที่ดิฉันเห็น ฆาตกรสวมกำไลหยกสกุลเจ้าค่ะ”
“นิมิตอะไรของคุณ” จิ้นเจินถาม
“เมย์ลีให้ฉันเห็นภาพในนิมิต เป็นเหตุการณ์ตอนเธอถูกฆ่า ฆาตกรใส่เสื้อคลุมกันฝนสวมถุงมือ จับตัวเมย์ลีจากด้านหลัง เมย์ลีบีบมือฆาตกร ฆาตกรสวมกำไลหยก”

สีหน้าเหวินเยี่ยมีแววกังวลและเริ่มตั้งคำถาม
“เพกาเห็นฆาตกรจริงหรือ เล่าละเอียดเสียอย่างกับเป็นเจ้าเข้าทรง”
“เรื่องนี้น่าแปลกจริงๆด้วย ถ้าเขาสร้างมโนภาพขึ้นมาก็แสดงว่าเขาป่วย โรคจิตหลอน แต่ถ้าเป็นจริง ก็แปลว่าเราเจอเรื่องเหนือธรรมชาติ” ลี่ผิงบอก
“คนใส่กำไลหยกเป็นฆาตกรงั้นหรือ...บ้าสิ้นดี”
สีหน้าเหวินเยี่ยดูโกรธมากพลางบ่นพึมพำ

ทางด้านจิ้นเจินกับอวี้เหลียนคุยกันในห้องนอนในเรื่องนี้เหมือนกัน ทั้งคู่มีความว้าวุ่นใจ โดยเฉพาะอวี้เหลียน
“คุณจิ้นว่าใครเป็นฆาตกรคะ”
“ก็เหว่ยไงล่ะ”
“แต่เมย์ลีบอกคุณเพกาว่าไม่ใช่เหว่ย”
จิ้นเจินรำคาญพูดเสียงดุใส่
“เมย์ลีตายแล้ว คนตายพูดไม่ได้”
“คุณเพการู้อะไรเยอะแยะ ถ้าไม่ใช่เมย์ลีบอกเธอจะรู้ได้ยังไงคะ วิญญาณเมย์ลีมาทวงคืนความยุติธรรมจริงหรือคะคุณ”
ทั้งคู่ก็มีแวววิตกกังวลกับเรื่องนี้อยู่มาก

ภายในห้องครัว พวกคนใช้ต่างวิพากษ์วิจารณ์ข้อมูลใหม่จากเพกา

“วันนี้คุณเพกาโชว์อภินิหารอีกรอบ บรรยายซะขนลุกซู่” เจิ้นหลุนบอก
“อาเหว่ยไม่ใช่ฆาตกรเพราะฆาตกรตัวจริงใส่กำไลหยก คนที่ใส่กำไลหยก มันก็พวกคนบ้านนี้เท่านั้นล่ะ ฟังแล้วสยอง” ซิ่วหลานว่า
“อาซิ่วเชื่อคุณพิ้งค์มั้ย อาเหว่ยไม่ได้ฆ่าคุณเมย์ลี”
“ไม่รู้ซี แต่ถ้าเป็นอย่างที่เธอว่า ฆาตกรตัวจริงก็ยังลอยนวล คุณพิ้งค์จะเป็นอันตรายเอานะเนี่ย”

ทุกคนกลัวกันไปหมด ซิ่วหลานเป็นห่วงเพกา

ในวันใหม่ เพการีบเดินมารับซิ่วหลานที่กลับมาจากข้างนอก

“ซ่อมเรียบร้อยมั้ยคะ”
“ไม่เหมือนเดิมซะทีเดียวค่ะ”
ซิ่วเอากำไลหยกที่ซ่อมแล้วให้เพกาดู ช่างซ่อมใช้ทองรัดรอยแตก ทำให้กำไลหยกนั้นดูแปลกตาไป

เมื่อวานนี้ ช่วยที่หลินเพ่ยกำลังโมโหหึง ก้าวร้าวใส่ภัณฑารักษ์สาวไทย ซิ่วหลานเข้าปรามช่วยเพกาจนถูกหลินเพ่ยผลักล้ม ทำให้กำไลหยกซิ่วหลานแตกเป็น2 ชิ้น
“เอ๊ะ ใช้ทองซ่อมหรอคะ”
“ค่ะ ช่างเอาสายทองรัดตรงรอยแตก ยึดเอาไว้ เห็นไหมคะ”
“เอ๊า ฉันก็นึกว่าสายรัดนี่เอาไว้ตกแต่ง”
“ไม่ใช่ค่ะ กำไลหยกของใครที่มีสายทองรัดไว้แสดงว่าอันนั้นเคยตกแตกมาแล้ว”
“เคยตกแตก” หวนนึกถึงกำไลหยกที่เห็นในนิมิต
ตอนเมย์ลีถูกฆ่า กำไลหยกฆาตกรหล่นแตกเป็น 2 ชิ้น
เพกาเพิ่งนึกได้
“กำไลหยกของฆาตกรแตกนี่นา” เพกาพึมพำ

เหม่ยอิงกับเจิ้นหลุนซึ่งเข็นรถพาหลินเพ่ยกลับมาจากโรงพยาบาล
“หายดีแล้วหรือคะคุณหนู” ซิ่วหลานทัก
“นังเป่าจัดห้องเสร็จหรือยัง” เหม่ยอิงถาม
“รออยู่บนห้องแล้วค่ะ”
หลินเพ่ยยังมีอาการซึมเพราะฤทธิ์ยา นั่งบนรถเข็นจึงดูคล้ายจะหลับ เพกายืนคิดเรื่องข้อมูลใหม่เพราะสงสัยหลินเพ่ยอยู่ จึงตรงเข้าไปหา
“คุณเพ่ยเพ่ย ขอโทษนะคะ”
เพกาคว้ามือขวาหลินเพ่ยมาเปิดดูอย่างเนียนๆ กำไลหยกวงนั้นยังสมบูรณ์ ไม่แตก ไม่มีสายทองรัด เพกาอึ้งแล้วพึมพำ
“กำไลไม่แตก ไม่มีสายทองรัด”
เหม่ยอิงเข้ามาผลักเพกาจนกระเด็น ซิ่วหลานเข้ามาประคองทันเวลาพอดี ทำเอาเพกาหายอึ้งอย่างฉับพลัน
“จะทำอะไรลูกสาวฉัน หลีกไป๊ ห้ามแกแตะลูกฉัน”
เหม่ยอิงเข็นรถพาหลินเพ่ยเดินเข้าไปข้างใน
ซิ่วหลานแอบเคืองแทนเพกา
“ต๊าย แค่นี้ต้องผลักกันด้วย ซิ่วจะไปฟ้องคุณนายใหญ่”
“ฉันสมควรโดนแล้วล่ะค่ะ ดันไปเข้าใจคุณเพ่ยเพ่ยผิด”
“เข้าใจผิดอะไรครับ” เจิ้นหลุนถามอย่างสงสัย
เพกามีสีหน้าวิตก

ดึกมากแล้ว เพกาหลับสนิทอยู่ในห้องดอกไม้
ในฝัน ม่านหมอกบดบัง วังเวง เพกากำลังซ่อมกี่เพ้าโบตั๋นด้วยสีหน้ามีความสุขอยู่คนเดียว เพกากำลังใช้สำลีชุบน้ำยาเช็ดทำความสะอาดที่รูที่ขาดอย่างเบามือ
"กี่เพ้าชุดนี้นำเรามาพบกัน ฉันจะซ่อมมันอย่างดีที่สุด"
สักครู่...ก็มีมือขาวซีดมาช่วยเช็ดกับเพกาอีกแรงหนึ่ง เพกาเงยหน้าขึ้น ก็เห็นเมย์ลีนั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามและช่วยเช็ดอยู่ด้วย ทั้งสองคนนั่งทำงานซ่อมแซมกี่เพ้าชุดสำคัญนี้
"คอยดูนะ กี่เพ้าชุดนี้จะกลับมาสวยเหมือนเดิม จะไม่มีใครดูออกว่ามันเคยขาด"
เพกาจงใจพูดกับเมย์ลีราวกับเพื่อนสนิท
เมย์ลีมองหน้าเพกาแล้วยิ้มให้พยักหน้า เหมือนนั่งคุยกันจริงๆ
"เมย์ลี บอกฉันที ฆาตกรไม่ใช่เหว่ย ไม่ใช่เพ่ยเพ่ย แล้วฆาตกรเป็นใครคะ"
เมย์ลีหยุดมือที่ทำกี่เพ้าก้มหน้าร้องไห้ ส่ายหน้าบอกไม่รู้
"นี่คุณไม่รู้ คุณไม่รู้ว่าฆาตกรเป็นใคร คุณไม่รู้จริงหรือคะ"
เมย์ลีส่ายหน้าอย่างไม่รู้จริงๆ
"ที่คุณอยากให้ฉันมาที่นี่ อยากให้ฉันช่วยก็คือมาช่วยตามหาฆาตกรนี่เอง"
เมย์ลีพยักหน้าว่าใช่
เพกาสะดุ้งตื่น มองไปรอบๆ ก่อนปาดเหงื่อ เหนื่อยอ่อนและดวงตาครุ่นคิด

"เมย์ลี เมย์ลี เธอมาหาฉันในฝันหรือนี่ เฮ้อ"

เหม่ยอิงกับเป่าหลินกำลังให้หลินเพ่ยกินยา หมิงเทียนถือแจกันใส่ดอกลิลลี่สีขาวเข้ามาเยี่ยม หลินเพ่ยยิ้มแย้ม

“พี่จำได้ เพ่ยเพ่ยชอบดอกลิลลี่”
หลินเพ่ยรับแจกันดอกลิลลี่มากอดอย่างปลื้มใจ หมิงเทียนลูบผมหลินเพ่ยอย่างเอ็นดูและสงสาร “ทำใจให้สบายนะ อย่าคิดมาก ไม่ว่ายังไง พี่ก็ไม่ทิ้งเพ่ยเพ่ย เพ่ยเพ่ยเป็นน้องสาวคนเดียวของพี่”
หมิงเทียนตอกย้ำว่ารักอย่างน้อง หลินเพ่ยอาการกำเริบ อาละวาด
"แต่เพ่ยเพ่ยไม่อยากให้พี่หมิงเทียนรักแบบน้อง"
“ความรักแบบพี่น้อง ยั่งยืนกว่าความรักแบบหนุ่มสาวนะเพ่ยเพ่ย”
หลินเพ่ยโมโหและทุ่มแจกันดอกไม้แตก หลินเพ่ยหยิบชิ้นเศษแจกันที่แตกเอามาจ่อที่ข้อมือทำท่าจะกรีดข้อมือตัวเอง หมิงเทียนคว้ามือเพ่ยเพ่ยไว้แต่สู้แรงไม่ได้
“นี่จะทำอะไร อย่าทำอะไรโง่ ๆ นะ” หมิงเทียนว่า
“อาเป่าจับตัวคุณหนูไว้เร็ว” เหม่ยอิงบอก
เป่าหลินกับหมิงเทียนช่วยกันก็ยังสู้แรงไม่ค่อยได้ เศษกระเบื้องยังจ่อข้อมืออยู่
“ปล่อยๆนะ ไม่ได้แต่งกับพี่หมิงเทียน เพ่ยเพ่ยขอตายซะดีกว่า”
หมิงเทียนเกลี้ยกล่อมหลินเพ่ย
“นึกถึงน้าอิงให้มากๆสิ น้าอิงจะเสียใจแค่ไหน ถ้าเพ่ยเพ่ยเป็นอะไรไป ทิ้งเศษกระเบื้องซะ”
จังหวะนั้น เพกาเดินผ่านห้องที่ไม่ได้ปิดประตูก็ยืนและแอบดูทันที
“ไม่ ไม่ เพ่ยเพ่ยอยากตาย เพ่ยเพ่ยอยากตาย”
หลินเพ่ยร้องไห้คร่ำครวญ หมิงเทียนเลยกอดไว้
“อย่าทำแบบนี้เลยนะ พี่รักเพ่ยเพ่ย รักที่สุด พี่ไม่อยากเสียคนที่พี่รักไปอีก สัญญากับพี่นะ จะไม่ทำร้ายตัวเองอย่างนี้อีก”
หลินเพ่ยมองอย่างซาบซึ้งและกอดหมิงเทียนไว้พลางร้องไห้โฮ มือยอมปล่อยกระเบื้องแตกลงพื้น ทั้งสองกอดกันอยู่อย่างนั้น
เพกาแอบมองอยู่ก็หึง และพึมพำอย่างหมั่นไส้
“ไม่เข้าใจ จะรักใคร่สงสารอะไรกันนักกันหนา น่ารักตรงไหนเนี่ย ฮึ่ย”
เพกาเดินหนีไปทันที ขณะที่หมิงเทียนกับหลินเพ่ยยังกอดกันอยู่ในห้องนั้น

ภายในพิพิธภัณฑ์ เพกาซ่อมกี่เพ้ามาดามซ่งด้วยการปักด้ายไหมสีเดียวกับตรงรอยขาด ซิ่วหลานเอากาแฟมาให้พอดี
“อาซิ่ว พอรู้มั้ยว่าคุณหย่งซานไปรักษาตัวที่เมืองจีน เมื่อไหร่กลับ”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ คุณพิ้งค์มีอะไรจะให้แกช่วยหรือคะ”
“ยังหาเส้นไหมที่จะใช้ซ่อมไม่ครบทุกสีเลย”
“คุณพิ้งค์เก่งอยู่แล้ว เดี๋ยวก็หาได้ค่ะ”
หมิงเทียนเดินเข้ามา เพกาหึงและทำงอนใส่ หมิงเทียนบอกซิ่วหลาน
“คอยอยู่เป็นเพื่อนคุณพิ้งค์นะอาซิ่ว เพ่ยเพ่ยยังไม่ปรกติ ผมกลัวมาทำร้ายคุณพิ้งค์”
“อ้าว ยังไม่หายดีอีกหรือคะ พี่ชายรองสารภาพว่ารักที่สุดในชีวิต น่าปลื้มออกจะตาย”
หมิงเทียนฟังเพกาพูดประชดก็รู้ได้ทันทีว่า เพกาคงได้ยิน ได้เห็นเหตุการณ์ในห้องกับหลินเพ่ย
“ผมรักเพ่ยเพ่ยแบบน้อง อย่าตีความผิด”
“กอดกันซะกลมดิ๊กขนาดนั้น ตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้หรอกค่ะ ลึก ๆ คุณก็พึงพอใจในตัวคุณเพ่ยเพ่ยไม่น้อยสินะคะ คุณหมิงเทียน”
เพกาพูดเสร็จก็เดินงอนหนีไป หมิงเทียนโวยวายพูดตามไล่หลัง
“คิดอกุศล คนเป็นพี่น้องกัน ถึงเป็นน้องบุญธรรมก็เถอะ รักกันมันก็ไม่เหมาะสมอยู่ดี”
เพกาไม่อยู่ฟังเดินต่อไปเรื่อยๆ
“นี่ กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน คุณกำลังเข้าใจผิด ดูเค้าสิอาซิ่วไม่เคยฟังผมเลย” หมิงเทียนบ่น
ซิ่วหลานยิ้มขำทั้งคู่เพราะรู้ว่าทั้งคู่ชอบพอกัน
“ยิ้มอะไร”
“ซิ่วว่าคุณชายรองต้องแสดงออกให้มากขึ้นค่ะ คุณพิ้งค์เธอจะได้เลิกคลางแคลงใจในตัวคุณชายรอง”
“เค้าไม่ใช่แฟนผม อยากคิดว่าผมรักคนอื่นก็ตามใจ ผมไม่แคร์”

หมิงเทียนเริ่มงอนหน้าบูดบึ้ง ซิ่วหลานยิ้มๆ แล้วส่ายหน้าให้ผู้ชายปากแข็ง

เวลากลางคืนวันเดียวกัน พระจันทร์สวยงาม บริเวณสวนโบตั๋น หมิงเทียนยืนมองหน้าต่างห้องดอกไม้ตาละห้อยเหมือนที่เคยมองตอนเมย์ลีอยู่ห้องดอกไม้

“ผมต้องทำยังไง คุณถึงจะเชื่อใจผม”

ในห้องดอกไม้ เพกายังอยู่ในอารมณ์หึงหมิงเทียนกับหลินเพ่ย
“ผู้ชายอะไร ใจอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟแพ้น้ำตาผู้หญิง แล้วเราจะไปแคร์ทำไม เค้าไม่ใช่แฟนเราซะหน่อย ทำงานดีกว่า"
เพการวมรวบสมาธิทำงาน หยิบไอแพตมาค้นข้อมูลเกี่ยวกับชุดกี่เพ้า

ที่สวน หมิงเทียนเดินไปเดินมาครุ่นคิดวิธีจีบเพกา อี่เหวินกับเจิ้นหลุนเดินมาเห็นหมิงเทียนมองหน้าต่างห้องเพกาก็หัวเราะแล้วพยักเพยิดกันทำแผน จากนั้นทั้งสองแกล้งเดินออกมา พูดคุยกันเสียงดังทำเป็นไม่เห็นหมิงเทียน
“เอ็งน่ะมันโง่ จะจีบผู้หญิงเขามีสุภาษิต ดักลอบต้องหมั่นกู้ เจ้าชู้ต้องหมั่นเกี้ยว” เจิ้นหลุนบอก
“ผู้หญิงเขางอนทำอะไรก็ไม่ถูกใจ ตกดึกๆนอนไม่หลับต้องมาคอยมองหน้าต่างห้องเขา" อี่เหวินว่า
หมิงเทียนมองดุแล้วถาม
“พูดอะไรของพวกแกหา”
“เรื่องของอี่ครับ มันชอบสาวคนหนึ่ง เขาก็งอนอะไรไม่รู้ทะเลาะกันไปทะเลาะกันมาน่าปวดหัว" เจิ้นหลุนบอก
“เฮียเขาแนะนำผมครับ ให้ชวนเขาไปเที่ยว เอาอกเอาใจหน่อย ผู้หญิงน่ะ ชวนไปดูหนัง ชวนไปเที่ยวเดี๋ยวก็หาย” อี่เหวินว่า
“ใช่ แกกล้าไหมล่ะ ใจน่ะมีไหม ใจน่ะใจไม่ใช่กลัวเสียฟอร์ม จนต้องมายืนดูหน้าต่างบ้านเขา แบบนั้นมันไม่แมนโว้ย” เจิ้นหลุนพูดพลางตบหน้าอกดังปังๆ
หมิงเทียนเหวี่ยงเท้าใส่เจิ้นหลุนที่กลางลำตัว เจิ้นหลุนหลบแวบ เอามือกุมเป้าแทบไม่ทัน
“โฮ้ย กล่องดวงใจผมนะคุณชาย”
“ขามันเป็นตะคริว ขอโทษๆ อยากคุยก็คุยกันไป ฉันไปนอนละ ไร้สาระทั้งสองคน”
หมิงเทียนตีหน้าตายแล้วเดินไป อี่กับหลุนหัวเราะกันใหญ่

สถาบันอาภรณ์แห่งเอเชีย ที่กรุงเทพฯ ในวันใหม่ ภายในห้องจัดแสดงซึ่งมีหุ่น 3-4 ตัว ห่มส่าหรีโบราณอยู่แล้ว และมีหุ่นว่างอยู่อีก 4-5ตัว เดซี่เอาผ้าส่าหรี่คลุมหัวแล้วเต้นระบำแขกอย่างสนุกสนาน แฮรี่หมั่นไส้เดินเข้ามาหยิกแล้วบิด
“อู้วๆ โอ๊ยๆ เจ็บนะ หัวหน้า”
“ผ้าพวกนี้เป็นของโบราณต้องระวังที่สุด ทำผ้าขาด ฉันจะไล่เธอไปอยู่เมืองแขกไปทำงานใช้หนี้”
“ไม่เอานะหัวหน้า เดซี่ไม่ไป สเปกเดซี่ต้องฝรั่งเท่านั้น”
เสียงโทรศัพท์มือถือแฮรี่ดัง เพกาโทร.มา แฮรี่ดีใจรีบบอกเดซี่ทันที
“ยายพิ้งค์โทรมา”
แฮรี่เปิด Speak phone ทันที
“งานคืบหน้าถึงไหนแล้ว” แฮรี่ถาม
เพกาคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องพิพิธภัณฑ์
“ยังคลานกระดื๊บ ๆ อยู่เลยค่ะ พิพิธภัณฑ์คุณเยี่ยมีเส้นไหมที่ต้องใช้ซ่อมไม่ครบสีค่ะ”
แฮรี่ลนลานเป็นบ้าบอ
“ตายแล้ว หาไหมไม่ได้ก็ซ่อมไม่ได้ ซ่อมไม่ได้เธอก็ต้องอยู่ที่นั่นตลอดชีวิต เขาก็ต้องไล่ฉันออก”
เดซี่เลียนแบบท่าทางและน้ำเสียงของแฮรี่บอก
“พอเขาไล่หัวหน้าออก เขาก็ไล่เดซี่ สถาบันก็ต้องปิด แล้วไหนพระอาทิตย์จะดับ น้ำจะท่วม โลกจะแตกปี 2012 ถ้าไม่ใช่ก็ถัดไป 2013 2014 ทุกคนตาย”
แฮรี่หยิกเดซี่จนร้องลั่น
“นี่ มาทำล้อฉัน”
“นี่ๆ ช่วยสงบสติอารมณ์กันหน่อย โลกยังไม่แตกง่ายๆหรอกค่ะ”
“ยายพิ้งค์บอกโลกยังไม่แตก” เดซี่ว่า
“สองสาวรอดตายแล้ว เย้”
ทั้งคู่โผกอดกันอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
เพกาทำหน้าเซ็ง
“อืม ตั้งสติหน่อย อ๊ะ นึกออกแล้ว จะซ่อมกี่เพ้ามาดามซ่งก็ต้องค้นประวัติมาดามซ่ง หาร้านที่มาดามซ่งสั่งตัดกี่เพ้า” แฮรี่บอก
“จริงสิ ทำไมพิ้งค์ลืมนะ แล้วทำไมหัวหน้ารู้”
“เอ๊า ไปอบรมนะ ไม่ได้ไปดูผู้ชาย แต่คนที่นั่งหน้าฉันน่ะ ซี้ดมาก”
“พอเลย แล้วก็บอกไม่ได้ดู ค้นประวัตินี่ยังไงเหรอพิ้งค์”
“เราก็จะศึกษาว่ามาดามซ่ง ภรรยาซุนยัดเซ็น ท่านมีชีวิตอยู่ที่ไหนตอนตัดกี่เพ้าชุดนี้ พอเราได้สถานที่ ได้เวลา เราก็จะได้สืบหาเส้นไหมที่ทำขึ้นในยุคนั้น ในย่านนั้นได้ถูกต้อง”
“เดี๋ยวฉันหาส่งให้ เผื่อมีภาษาไทย”
“ดีเลยค่ะ หัวหน้า”
จู่ๆ หมิงเทียนก็ทำเก๊กเดินเข้ามา พูดดุๆ ราวกับออกคำสั่ง
“พรุ่งนี้ ไปเที่ยวกัน”
เพกาไม่ทันตั้งตัว ไม่ทันวางโทรศัพท์ ไม่ทันฟังด้วยซ้ำ
“หา คุณว่าอะไรนะคะคุณหมิงเทียน”

“ไปเที่ยว ไปดูหนัง ไปด้วยกัน”

เจ้าหมิงเทียนย้ำช้าชัด

กี่ เ พ้ า ตอนที่ 6 (ต่อ)

แฮรี่ กับเดซี่ เงี่ยหูฟังเสียงเหตุการณ์ในโทรศัพท์

“เสียงคุณหมิงเทียน”
สองคนหัวมุดลงไปแล้วหัวชนกันเปรี้ยง! แล้วร้อง “โอ๊ย” ขึ้นพร้อมกัน
หมิงเทียนพูดกับเพกา
“พรุ่งนี้หลังเลิกงาน”
“คุณชวนฉันหรือคะ”
“ใช่”
แฮรี่กับเดซี่แทบจะกรี๊ดแทนเพกาที่มีผู้ชายมาขอไปเดท
“ว้าย โลกไม่แตก” แฮรี่บอก
“คานไม่ต้องขึ้น” เดซี่ว่า
“แอร๊ย ! คุณหมิงเทียนนัดเดทเพกา” ทั้งคู่กรี๊ดขึ้นพร้อมกันอย่างเสียงดัง
เสียงของทั้งคู่ ดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ของเพกา จนหมิงเทียนสะดุ้ง และอายมาก
“เสียงสองคนนั้นนี่ เขาได้ยินผมด้วยหรือ” หมิงเทียนถาม
เพกาพยักหน้า หมิงเทียนพูดต่อ
“มีเพื่อนประสาทๆ แบบนี้ มีไปทำไมกัน ฮึ่ย”
หมิงเทียนเดินงอนออกไป เดซี่ แฮรี่หัวเราะปิดปากกันอย่างสนุกสนาน เพกางงเล็กน้อยแล้วยิ้มเขินๆ

วันใหม่ … หลังเลิกงาน เพกากับหมิงเทียนเดินเที่ยวอยู่ในย่าน Avenue Of Stars ทั้งคู่เดินคุยกัน ชี้ชวนกันชมบรรยากาศในย่านนี้ ที่มุมแถวหน้าร้านของที่ระลึก
“รอยมือเฉินหลง”
หมิงเทียนงงเล็กน้อย
“ใครนะ”
“อ๋อ ที่ฝรั่งเรียกแจ็คกี้ชานน่ะค่ะ ถ่ายรูปให้หน่อยซีค่ะ”
เพกาเอามือไปทาบรอยมือที่พื้น ยิ้มให้หมิงเทียนถ่ายรูป

“นี่ รอยมือของเจ็ตลี เอ ทำไมของบรู๊ซลี ไม่มีรอยมือคะ” เพกาถาม
“ทางการสร้าง Avenue of Stars เมื่อปี 2004 นี่เอง บรู๊ซลีตายไปนานแล้ว” หมิงเทียนอธิบาย
“ว่ามั้ยคะ ดาราดังๆ มักตายก่อนวัยอันควร”
“คนฮ่องกงเชื่อว่าบรู๊ซลีตายเพราะฮวงจุ้ย”
“ยังไงคะ”
“บ้านบรู๊ซลีที่เกาลูน ฮวงจุ้ยไม่ดี ซินแสเอากระจกโป๊ยก่วยติดบนต้นไม้นอกบ้านไล่สิ่งชั่วร้าย พายุโค่นต้นไม้หักกระจกแตก ความชั่วร้ายเลยเข้าบ้าน เข้าเจ้าของบ้าน”
“คนไทยเชื้อสายจีนก็เชื่อเรื่องฮวงจุ้ยค่ะ เห็นติดกระจกโป๊ยก่วยหน้าบ้าน”
“แล้วคนไทยแท้ ๆ ล่ะ เวลาปลูกบ้านดูฮวงจุ้ยมั้ย”
“เราดูทิศทางลมค่ะ ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน บ้านไทยสมัยก่อนมีช่องลม ทำให้เย็นสบาย แต่เดี๋ยวนี้คนไทยสร้างบ้านเลียนแบบบ้านฝรั่ง ช่องลมกลายเป็นช่องแอร์”

หมิงเทียนยิ้มพยักหน้า

มุมหนึ่งของ Avenue of Stars ตรงรูปปั้นบรู๊ซลีกำลังทำท่าต่อสู้

เพกาส่งมือถือให้หมิงเทียน
“ถ่ายให้ทีค่ะ”
เพกายืนยิ้มข้างๆรูปปั้นบรู๊ซลี
“ต้องทำท่าอย่างคนนั้น” หมิงเทียนบอก
เพกามองนักท่องเที่ยวชาย ทำท่าต่อสู้เหมือนรูปปั้นบรู๊ซลีให้เพื่อนถ่ายรูป
“หึย ไม่เอาค่ะ ฉันไม่ใช่ราชินีนักบู๊”
หมิงเทียนแกล้งบอก
“มันเป็นธรรมเนียม เวลาถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นบรู๊ซลีต้องทำท่าเหมือนรูปปั้น”
เพกาโดนหลอกให้แอ๊กท่าต่อสู้เหมือนรูปปั้นบรู๊ซลี แถมยังทำหน้าโหดร้องแฮ่ หมิงเทียนรีบกดได้เป็นรูปเพกาหน้าเหยเก หมิงเทียนหัวเราะขำ
“หือคุณ แกล้งฉันอีกแล้ว มาถ่ายด้วยกันเลย”
เพกาไหว้วานให้นักท่องเที่ยวช่วยถ่ายรูป...Please
หมิงเทียนส่ายหน้า ไม่ถ่ายรูปด้วย
“เร็วซีคะ เค้ารออยู่”
หมิงเทียนเดินไปยืนเก๊กถ่ายคู่กับเพกา เพกาหมั่นไส้เลยโพสท่าต่อยหมิงเทียน ส่วนหมิงเทียนนึกสนุกเล่นด้วยจึงโพสท่ายกมือขย้ำเพกา สองคนสนิทสนมกันมากขึ้น ใกล้ชิดและหัวเราะให้กัน

บริเวณ Museum of art ตรงมุมเขียนรูป เพกา หมิงเทียนเดินมาที่จิตรกรกำลังวาดรูปขาย เพกาหยุดมองอย่างสนใจ
“ให้เขาเขียนรูปสิ”
“คุณรอได้หรือคะ”
หมิงเทียนพยักหน้า เพกากระดี๊กระด๊าเดินเข้าไปหาจิตรกรทำภาษามือว่าจะวาด จิตรกรพยักหน้า เพกานั่งลงเป็นแบบให้จิตรกรเขียนรูป

หมิงเทียนซื้อปลาหมึกบด ที่ avenue of stars แล้วเดินกลับมากินรอเพกาที่นั่งเป็นแบบอยู่

หมิงเทียนเดินหาเพกานั่งลงรอกินปลาหมึก
“เฮ้ คุณ เหลือไว้ให้ฉันมั่ง”
จิตรกรโบกมือทำปากจุ๊ๆ ห้ามเพกาพูด ห้ามขยับตัว ให้นั่งอยู่นิ่งๆ หมิงเทียนแกล้งชูปลาหมึกให้เพกาดูแล้วกินทีเดียวหมดตัว เพกาตาโต
“โอ้โห”
จิตรกรส่งเสียงจุ๊ๆ อีก เพกาค้อนหมิงเทียน หมิงเทียนหัวเราะ แล้วค่อยเอาอีกถุงมาโชว์เฉลยว่า ยังเหลืออยู่อีกถุง เพกามองยิ้มและค้อนนิดๆ
เวลาต่อมา เพกานั่งกินปลาหมึก หมิงเทียนเดินกลับมาหาพร้อมถุงใส่ของ
“ปลาหมึกนี่อร่อยสุดๆ” เพกาบอก
“เรื่องอาหาร คนฮ่องกงไม่แพ้ชาติใดในโลก” หมิงเทียนว่า
หมิงเทียนหยิบภาพเขียนเพกาที่ใส่กรอบแล้วส่งให้
“ผมเอาไปใส่กรอบให้ เขามีให้เลือกหลายลาย ถ้าคุณไม่ชอบจะเลือกกรอบใหม่ก็ได้”
“ขอบคุณค่ะ”
เพการับมาชื่นชม
“จริงสิ ที่คุณพาฉันมามีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”
หมิงเทียนเขินและตะกุกตะกัก พูดอ้ำอึ้ง
“เอ้อ คือ”
“อย่าบอกนะว่ามาเที่ยวเฉยๆ แบบผู้หญิงผู้ชายมาออกเดท”
หมิงเทียนสะดุ้งเพราะเขาต้องการมาเดทจริงๆ เจอไม้นี้เข้าไปเลยพูดไม่ออกตามที่ใจคิด แต่ก็ยังอุตส่าห์เฉไฉไปทางอื่นจนได้ตามประสาฟอร์มจัด
“บ้าสิ ก็คุยนั่นแหละ ที่พามาเที่ยวเพราะอยากคุยกับคุณเรื่องหาฆาตกรฆ่าเมย์ลี ไม่ใช่เดทสักหน่อย ไปถึงไหนแล้วล่ะ”
“เฮ้อ ยังนึกอะไรไม่ออกเลย แค่รู้ว่าต้องเป็นใครคนหนึ่งในบ้านตระกูลเจ้า ใครสักคนที่ใส่กำไลหยก"
“คุณกำลังพูดถึงพ่อแม่ น้า น้อง ญาติของผมหรือแม้แต่ตัวผมเอง”
หมิงเทียนพูดพลางชี้ที่กำไลหยกที่ใส่อยู่
“ฉันรู้ นี่เป็นเรื่องที่ทำให้คุณลำบากใจ แต่ถ้าเมย์ลีตายโดยจับฆาตกรผิดคนก็เท่ากับเราฆ่าคนสองคนตาย เมย์ลีและเหว่ย เหว่ยจะตายทั้งเป็นเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้ คนดีๆคนหนึ่งตายทั้งเป็น มันยุติธรรมแล้วหรือคะ”
“ระหว่างหลักฐานตำรวจกับนิมิตเรื่องผี คุณว่าผมจะเชื่อใคร”
“เชื่อฉัน”
หมิงเทียนส่ายหน้า
“ไม่ว่ายังไง ผมก็ไม่ไว้ใจเหว่ย คุณต้องระวังเหว่ยให้มากกว่านี้ ห้ามไว้ใจเขา ห้ามนัดไปเจอเขาอีก”

เพกาชักเซ็ง

หมิงเทียนขับรถพาเพกากลับถึงบ้าน อี่เหวิน เจิ้นหลุนออกมายิ้มแย้มต้อนรับ

“กลับดึกจังครับคุณชาย” อี่เหวินทัก
“ไปดูหนังมา”
“ยะฮู้” เจิ้นหลุนร้องขึ้น
“เป็นอะไร อาหลุน”
“ดีใจครับ ลุ้นขึ้น”
เพกากับหมิงเทียนต่างเขิน หมิงเทียนแกล้งทำฟอร์มดุ กลบเกลื่อนอาการเขินของตัวเอง
“เอารถไปเก็บ”
อี่เหวินกับเจิ้นหลุนเอารถหมิงเทียนไปเก็บโรงรถ
มีคนแอบมองเพกากับหมิงเทียนจากบนบ้าน เพการู้สึกโดยสัญชาติญาณว่าถูกจ้องจึงเงยหน้าดู
คนจ้องรีบหลบเข้าหลังม่าน เพกาเพ่งเห็นแต่ม่านไหววูบ
“มีอะไร” หมิงเทียนถาม
“มีคนมองเราจากข้างบนค่ะ”
หมิงเทียนมองขึ้นไปบนบ้าน
“ไม่เห็นมีใคร”
เพกาคิดและกังวล

เพกาเอารูปใส่กรอบออกมาเพื่อหาที่ตั้งรูปเขียน พลางฮัมเพลงอย่างคนที่กำลังมีความรัก ซิ่วหลานเดินเข้ามาหา
“มีอะไรให้ซิ่วรับใช้มั้ยคะ”
“ดึกแล้ว ไปนอนเถอะค่ะ”
ซิ่วหลานมองรูปเขียนเพกา
“เอ๊ะ รูปนี้เหมือนรูปที่ห้องฉัน”
“เหมือนรูปไหนคะ”
“รูปคุณเมย์ลีค่ะ ใส่กรอบแบบนี้ แบบเดียวกันเลย”
“คุณเมย์ลีมีรูปเขียนใส่กรอบแบบเดียวกับฉันหรือคะ”
ซิ่วหลานพยักหน้า

ภายในห้องนอนของซิ่วหลาน เธอหยิบรูปเขียนเมย์ลีออกจากลิ้นชักส่งให้เพกา
“ซิ่วไม่กล้าตั้งบนโต๊ะค่ะ กลัวคุณท่านมาเห็น”
เพกาเปรียบเทียบรูปเขียนตัวเองกับรูปเขียนเมย์ลี หน้าตาเหมือนกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำหน้ายิ้มเหมือนกันอีก กรอบรูปก็แบบเดียวกัน
“คุณเมย์ลีเขียนรูปนี้ที่ไหนคะ”
“Avenue of Starsค่ะ คุณชายรองพาเธอไปเที่ยว”
“แล้วกรอบรูป”
“คุณเมย์ลีเล่าว่า คุณชายรองแอบซื้อกรอบใส่ให้ เธอปลื้มมาก เอารูปตั้งไว้หัวนอนค่ะ”
เพกาเริ่มมีอาการโกรธ เพราะความน้อยใจ คิดว่าหมิงเทียนใช้เธอเป็นตัวแทนเมย์ลีเท่านั้นเอง
“ฮึ ทำเหมือนกันทุกอย่าง”
“ใครคะ”
“โหยหาอดีตมากสินะ”
“พูดอะไรคะคุณพิ้งค์”
“ขอบคุณนะคะอาซิ่วที่ทำให้ฉันตาสว่าง”
“ซิ่วไม่เข้าใจค่ะ”

ภายในห้องดอกไม้ เพกาหน้างอตัดสินใจเก็บรูปเขียนตัวเองใส่ลิ้นชัก ไม่อยากเห็น ไม่ปลื้มก่อนล้มตัวลงที่เตียงเข้านอนทั้งอารมณ์หงุดหงิด

ในเวลาเดียวกันที่หน้าห้องดอกไม้ หมิงเทียนสีหน้าสดใส ยิ้มแย้ม อารมณ์กำลังอยู่ในห้วงรักตั้งใจเดินมาหาเพกาเพื่อบอกราตรีสวัสดิ์เพกา

หมิงเทียนกำลังจะเคาะประตู แต่สังเกตเห็นว่า ไฟใต้บานประตู ดับแล้ว นั่นแสดงว่าเพกาเข้านอนแล้ว จึงไม่อยากรบกวน ได้แต่พูดกับตัวเองเสียงเบา
“ฝันดีนะครับคุณพิ้งค์ ผมจะฝันถึงคุณ”
ในห้อง แม้จะดับไฟมืดแต่เพกานอนไม่หลับ สีหน้ายุ่งเพราะคิดแต่เรื่องน้อยใจหมิงเทียน
“คุณใจร้ายกับฉันมาก”
ขณะที่หมิงเทียนยืนทำตาชวนฝันอยู่หน้าห้อง เพียงแต่ประตูกั้น แต่ทั้ง 2 คนต่างคนคนละอารมณ์

พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าของวันใหม่ เพกาตื่นมาด้วยหน้าตาหม่นหมองอมทุกข์
“ ร่าเริงหน่อยยัยพิ้งค์ เธอไม่ใช่คนเจ้าทุกข์ เธอเกิดมาเพื่อยิ้ม ยิ้ม และยิ้ม โลกของเธอเป็นสีชมพู” เพกาพูดเตือนตัวเอง
เพกายิ้มกับตัวเองแล้วสะบัดผ้าห่มออก ลุกจากเตียง เท้าเกือบจะเหยียบหนูที่นอนตายอยู่ที่พื้น เพกาสะดุ้งมองพื้นก็เห็นหนูถูกมีดปักจมกองเลือดบนกี่เพ้าโบตั๋นที่วางอยู่บนพื้น เพกากรีดเสียงร้องลั่น ยืนเต้นเร่าๆจะร้องไห้อยู่เพราะเป็นคนกลัวหนู เธอพยายามจะดึงชุดกี่เพ้าจากตัวหนูที่ตายตายอยู่ใกล้ๆ เพื่อไม่ให้ชุดเปรอะเลือด
หมิงเทียนกับซิ่วหลานวิ่งมาทันทีที่ได้ยินเสียงกรีดร้องนั้น แต่พอเห็นหนูตาย ก็ชะงัก
“ช่วยด้วย ช่วยเอาชุดกี่เพ้าออกมาทีค่ะ”
หมิงเทียนเขี่ยหนูออก ชุดกี่เพ้าลายโบตั๋นเปื้อนเลือดหนูเล็กน้อย
“ฝีมือใครคะ เขาทำแบบนี้ทำไม” ซิ่วหลานพูดขึ้น
“ทำบ้าๆแบบนี้ต้องเป็นฝีมือเหว่ย” หมิงเทียนปักใจเชื่อ
“ถ้าเป็นเหว่ย ทำไมไม่ฆ่าฉันล่ะคะ เข้ามาถึงในห้องนอนกลางดึกทั้งทีหรือว่า… คนทำแค่ต้องการขู่ฉัน”
เพกาพอเดารู้ว่าใครขู่จึงผลุนผลันออกไปเพื่อเอาเรื่องทันที

หลินเพ่ยเพิ่งตื่นนอนเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา เป่าหลินกำลังเก็บที่นอน เหม่ยอิงจัดยาให้หลินเพ่ย
เพกาโผล่เข้ามาโวยวายทันที
“คนจริงเค้าไม่ใช่วิธีขู่”
หมิงเทียนตามมาห้ามเพกา ซิ่วหลานก็มาด้วย
“แม่นี่เป็นบ้าอะไรคะ พี่หมิงเทียน” หลินเพ่ยว่า
“คุณเอาหนูตายไปขู่ฉัน”
หลินเพ่ยทำหน้าสะอิดสะเอียนเพราะเธอเองก็เป็นคนเกลียดหนูมากๆเหมือนกัน
“หนู หนูตาย หนูจริงๆเลยหรือ”
“ไม่ใช่เพ่ยเพ่ย เพ่ยเพ่ยเกลียดหนู ฝีมือเหว่ย” หมิงเทียนยืนยัน
“นี่เหว่ยบุกเข้ามา บุกเข้ามาถึงในบ้านหรือ”
เหม่ยอิงพูดขึ้นก่อนจะหันไปทางเพกาแล้วบอก
“ ทำไมมันไม่ฆ่าแกซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราวนะ”
ลี่ผิงมาเข้ามาจ้องเหม่ยอิงอย่างรังเกียจแล้วพูดขึ้น
“คนที่สมควรตายคือพวกถ่วงความเจริญ”
ลี่ผิงหันมามองหลินเพ่ยแล้วถาม
“จะป่วยไปถึงไหน งานการก็ไม่ยอมทำ”
“ฉันด่าเพกา ไม่ได้ล่วงเกินคุณนายใหญ่ซักคำ จุ้นจ้านอย่างนี้ไงเล่า คุณท่านถึงได้เบื่อ มานอนห้องฉันบ่อยๆ แก่แล้ว ควรทำตัวให้น่ารักนะคะ ไม่ใช่น่ารังเกียจ”
“นังเหม่ยอิง”
ลี่ผิงโมโหเขวี้ยงของใส่ เหม่ยอิงหลบทัน
เพกางง ทำไม... เรื่องหนู จู่ๆ กลับกลายเป็นเรื่องเหม่ยอิงกับลี่ผิงทะเลาะกันเรื่องเหวินเยี่ย
“อะไรนิดอะไรหน่อยก็โมโห ไปซื้อยาโรควัยทองมากินนะคะ อารมณ์จะได้ไม่แปรปรวน”
“ฉันทำตัวสมวัย ไม่เหมือนหล่อน ทำตัวเป็นสาวรุ่นยั่วทั้งหนุ่มทั้งแก่”
เหม่ยอิงเอะใจ5k,
“ทั้งหนุ่มทั้งแก่อะไรพูดมาดีๆนะ”
ลี่ผิงเยาะไม่พูดต่อ หันไปหาหมิงเทียน
“จะทำอะไรก็รีบเข้าเถอะลูก ให้พวกอาหลุน อาอี่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตรวจสอบบ้านทั้งหลัง เพื่อความปลอดภัยของพวกเรา เอาให้แน่ใจดีกว่า ว่าใช่เหว่ยหรือเปล่า”

ลี่ผิง หมิงเทียนและเพการีบออกไป

โปรดติดตาม "กี่เพ้า" ตอนที่ 7
กี่เพ้า ตอนที่ 5
กี่เพ้า ตอนที่ 5
เพกาเดินหนีมาที่มุมนี้ หมิงเทียนก็เดินตามมาและเริ่มคุยกับเพกาอย่างจริงจัง ผมนึกว่าคุณจะลาออก ที่จริงคิดอยู่ เจอคนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายอย่างคุณ ตัดปัญหาลาออกที่จริงก็ดีเหมือนกัน เพกาพูดประชด บอกเหตุผลที ทำไม ผมถึงควรให้คุณกลับไปฮ่องกง เพื่อเผชิญหน้ากับอันตรายเพื่อให้คุณมีจุดจบเหมือนเมย์ลี เพกาเงยหน้ามองร้านรวงของเพลินวานเบื้องหน้า หมิงเทียนมองตาม มองไปสิ คุณเห็นอดีตที่ตายไปแล้ว อดีตเป็นเหมือนภาพฝัน มันอยู่ที่เรา จะให้มันอยู่หรือให้มันจบลง อยู่ที่ใจเราเท่านั้น หมายความว่าไง อดีตสำหรับบางคนสวยงามเหมือนที่อยู่ตรงหน้านี้ แต่สำหรับบางคนเหมือนแผลเรื้อรัง ทางเดียวที่จะให้มันหาย ต้องขูดเนื้อเน่าๆออกมาแล้วใส่ยาลงไป ยอมเจ็บเพื่อให้จบ
กำลังโหลดความคิดเห็น...