xs
xsm
sm
md
lg

กี่เพ้า ตอนที่ 5

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


กี่ เ พ้ า ตอนที่ 5

เพกาเดินหนีมาที่มุมนี้ หมิงเทียนก็เดินตามมาและเริ่มคุยกับเพกาอย่างจริงจัง

"ผมนึกว่าคุณจะลาออก"
"ที่จริงคิดอยู่ เจอคนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายอย่างคุณ ตัดปัญหาลาออกที่จริงก็ดีเหมือนกัน" เพกาพูดประชด
"บอกเหตุผลที ทำไม ผมถึงควรให้คุณกลับไปฮ่องกง เพื่อเผชิญหน้ากับอันตรายเพื่อให้คุณมีจุดจบเหมือนเมย์ลี"
เพกาเงยหน้ามองร้านรวงของเพลินวานเบื้องหน้า หมิงเทียนมองตาม
"มองไปสิ คุณเห็นอดีตที่ตายไปแล้ว อดีตเป็นเหมือนภาพฝัน มันอยู่ที่เรา จะให้มันอยู่หรือให้มันจบลง อยู่ที่ใจเราเท่านั้น"
"หมายความว่าไง"
"อดีตสำหรับบางคนสวยงามเหมือนที่อยู่ตรงหน้านี้ แต่สำหรับบางคนเหมือนแผลเรื้อรัง ทางเดียวที่จะให้มันหาย ต้องขูดเนื้อเน่าๆออกมาแล้วใส่ยาลงไป ยอมเจ็บเพื่อให้จบ"
"อยากเป็นหมอเพราะเชื่อมั่นว่าจะขูดเนื้อเน่า จะทำแผลให้หายได้งั้นสิ"
"หมอแค่ผู้รักษา ฉันไม่ใช่คนที่เจ็บ คุณต่างหากเป็นคนไข้ คุณทนเจ็บปวดมานานเท่าไหร่แล้ว คุณไม่อยากรักษาแผลในใจคุณหรือไง คุณนั่นแหล่ะที่เจ็บปวดที่สุดเรื่องเมย์ลีตาย เพราะคุณคือคนรักของเธอ คุณไม่อยากค้นหาความจริงเพื่อเมย์ลีหรือคะ"
หมิงเทียนมีอารมณ์ขึ้นมาทันที จับมือเพกาขึ้นมาแนบอก ด้วยอารมณ์โกรธ
“เพกา”

กลุ่มของแฮรี่นั่งอยู่มุมหนึ่ง พลางรีบสะกิดให้กันดู ทั้งหมดเห็นหมิงเทียนจับมือเพกา แต่ไม่ได้ยินว่าเขาคุยอะไรกัน
"เขาจับมือกันแล้วดูสิ ดูนั่น" แฮรี่บอก
"เขาคบกันถึงขั้นไหน โอ๊ย คันไปทั้งตัว คันยิกๆ อยากรู้อ่ะอยากรู้" เดซี่บอก
"นี่มันอะไรกันนี่" พร้อมพูดอย่างกังวล
"คุณพร้อมอย่ากังวลนะคะ คุณหมิงเทียนไม่ใช่คนเจ้าชู้รุ่มร่ามกับคนงานตัวเองหรอกค่ะ" ซิ่วหลานว่า
"ผมที่อยู่กับคุณชายตลอดเวลารับรองให้อีกแรงครับ ท่านไม่เคยทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหน" อี่เหวินยืนยัน
แฮรี่กับเดซี่ทำตาโต
“แม่นังซินเพื่อนฉันเจอเจ้าชายจริงหรือนี่ ว้าว”
"โชคชะตาฟ้ากำหนดให้คนสองคนนี้มาเจอกัน จะจบอย่างไรเท่านั้น" ซิ่วหลานบอก
อาหัวพูดยิ้มออกมาแบบคนเข้าใจชีวิต แม้มองไม่ค่อยเห็นก็ตาม
"ความรักเหมือนฤดูใบไม้ผลิ แม้มาเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่งดงามและทรงพลังยิ่งกว่าช่วงเวลาอื่นใด"

เพกาพยายามดึงมือของตนออก
"นี่ปล่อยนะ"
หมิงเทียนไม่ยอมปล่อยพูดใส่หน้าด้วยอารมณ์ภายในรุนแรง พูดในสิ่งที่อยู่ห้วงลึกสุดของจิตใจด้วยเสียงและดุ
"เมื่อไหร่จะเข้าใจ เมย์ลีคือคนตายไปแล้ว ถึงยังไงเขาก็ตายไปแล้ว แต่คุณคือคนที่มีชีวิตอยู่ ระหว่างทนดูคุณตายกับจากลาคุณชั่วชีวิต ผมเลือกอย่างหลัง”
หมิงเทียนมองลึกลงไปในดวงตาเพกา
ถ้อยความนัยในคำพูดของหมิงเทียนคือการบอกให้รู้ว่า ผู้พูดห่วงใยแค่ไหน เพกาได้แต่อึ้งไป หมิงเทียนดึงเพกาเข้ามาใกล้
"ขอให้รู้ไว้ เห็นคุณครั้งแรกผมรู้สึกได้ทันที คุณเป็นผู้หญิงอันตรายที่สุด นับวันยิ่งอันตราย อันตรายที่สุดต่อใจของผมเอง"
สายตาของหมิงเทียนมั่นคงจริงใจจนเพกาอึ้ง คำพูดของหมิงเทียนมันแปลว่าอะไรกันแน่ ทั้งสองสบตากันนิ่งและนาน

เวลากลางคืน รถตู้แล่นมาจอดหน้าบ้านเพกา ตามด้วยรถคันหรูที่อี่เหวินขับให้หมิงเทียนนั่ง ซิ่วหลานลงมาจากรถตู้มาบอก
"ซิ่วกับพ่อพักอยู่ที่บ้านคุณเพกาค่ะ ลงมาก่อนนะคะ"

ซิ่วหลานเปิดประตูบ้านเพื่อให้รถทั้งสองคันเข้าไปในบ้าน

ภายในห้องรับแขก ทั้งหมดกำลังพักผ่อนดื่มเครื่องดื่ม อี่เหวินเพิ่งวางสายโทรศัพท์เดินมาบอกทุกคนโดยเฉพาะหมิงเทียน

"ผมโทรจองตั๋วเครื่องบินให้แล้ว ซิ่วกับอาหัวจะกลับพรุ่งนี้ ทีนี้ก็เหลือแต่คุณชายกับคุณเพกา จะกลับฮ่องกงเมื่อไหร่ดีครับ"
"เหว่ยขู่เพกา เพกากลับไปฮ่องกงไม่ได้อีกแล้ว คุณแฮรี่ หน้าที่คุณหาคนใหม่มาแทนที”
“คนใหม่หรือ ก็ต้องเป็นผมแหละ” แฮรี่บอก
“ไหนเคยบอกไม่รู้เรื่องซ่อมกี่เพ้าไง”
“ละอายใจเลยเพิ่งไปอบรมมา แต่เก่งไม่เท่ายายพิ้งค์หรอก พิ้งค์เขาคงอยากสานงานต่อของเขามากกว่าจริงไหม”
เพกาโวยวายใส่หมิงเทียน
"เผด็จการ ชีวิตของฉันให้ฉันคิดเองได้ไหม”
"คุณต้องคิดอะไรอีก”
"เมย์ลีค่ะ ยังมีเรื่องของเมย์ลี ถ้าเมย์ลีอยากให้ฉันอยู่เมืองไทย เธอจะมาบอกฉัน ฉันเชื่ออย่างนั้น แต่ถ้าเธอไม่มาบอก เมย์ลีจะกลายเป็นผีที่หลอกหลอนฉันไปตลอดชีวิต”
"คุณเชื่อเรื่องผีเมย์ลีจริงจังขนาดนั้นเลยหรือคะคุณพิ้งค์” ซิ่วหลานถาม
เพกามุ่งมั่นอธิบายต่อไป
"ฉันเป็นคนคนเดียวที่เมย์ลีเชื่อมั่น เธอจึงมาขอความช่วยเหลือฉัน แต่ถ้าฉันไม่กลับฮ่องกง ฉันก็เหมือนทรยศเธอ ทอดทิ้งเธอเหมือนคนอื่น เหมือนคนบ้านนั้นที่ทอดทิ้งเธอไปหมด ปล่อยให้เธอถูกฆ่า ปล่อยให้ฆาตกรลอยนวล”
หมิงเทียนเสียงดังขึ้นทุ่มเถียงกับเพกาที่เสียงดังขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
"เมย์ลีไม่มีจริง ผีไม่มีจริง”
"จะให้บอกกี่ครั้ง ฉันไม่ได้คิดไปเอง วิญญาณเมย์ลีมาหาฉันจริงๆ”
"เขาไม่มีจริง”
"มี เมย์ลียังอยู่ อยู่รอบๆตัวเรา เขาคอยช่วยเหลือฉันเสมอ”
"ไม่ เขาไม่อยู่แล้ว ถ้าเขาอยู่รอบตัวเราจริง พิสูจน์สิ พิสูจน์ว่าเขาอยู่ที่นี่”
สิ้นเสียงหมิงเทียน โคมไฟมุมหนึ่งที่ห่างไป จู่ๆ ก็แตกเพล้ง เสียงดังสนั่น ทุกคนงงและอึ้งไปหมด
"ไม่มีใครไปแถวนั้น ไม่มีอะไรกระเด็นไปโดน จู่ๆก็แตก แตกแบบไม่มีเหตุผล” แฮรี่บอกแล้วก็แต๋วแตกออกมา ก้มหน้าปิดหูหลับตาร้องกรี๊ดซ้ำ ๆ ดังลั่นอย่างไร้สติ
ซิ่วหลานมองไปรอบๆ ลมพัดใบไม้อ่อนไหวไปมาดูบรรยากาศน่ากลัว เยือกเย็น แล้วไฟก็ติดๆดับๆในห้องอีก แฮรี่กับเดซี่กอดกันแน่น
“ฮ้าย...ดูสิ ดู” แฮรี่ว่า
ไฟที่ติดๆดับๆที่มุมหนึ่งข้างโคมไฟที่แตกไป วิญญาณของเมย์ลียืนน่ากลัวอยู่แต่ไม่มีใครเห็น เธอยืนหน้าเศร้า น้ำตาเป็นสายเลือดยืนอย่างโดดเดี่ยวไม่มีใครเห็น
"ยามอยู่น่าสงสาร ยามตายนอนตาไม่หลับ โธ่ คุณเมย์ลี” อาหัวว่า
อาหัวมองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นใคร
"อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ โคมไฟเก่าถึงเวลามันก็แตกเอง ส่วนนั่นอาการไฟตก มันเกิดขึ้นตลอดเวลา พวกคุณไม่เคยสังเกตเอง"
“ผีในชีวิตจริงไม่เหมือนในหนังที่ออกมาแยกเขี้ยวบีบคอ คุณจะสัมผัสเขาได้ด้วยความรู้สึกเท่านั้น เพราะฉะนั้นคุณจะเชื่อหรือไม่ ก็เรื่องของคุณ แต่ฉันเชื่อ”
"คุณพิ้งค์ ถ้าคุณไปฮ่องกงแล้วแม่คุณล่ะ เคยคิดถึงใจท่านบ้างไหม คุณมีเป้าหมาย มีงานแล้วแม่คุณล่ะ ท่านมีใคร ท่านเหลือแต่คุณคนเดียว"
เพกามองหน้าพร้อมที่นั่งนิ่งตลอดจนชักละอายใจขึ้นมาเหมือนกัน
พร้อมเฝ้ามองทุกอย่างด้วยสายตาของผู้ใหญ่และเข้าใจทุกคน
"คุณชาย ตลอดวันนี้ คุณไม่ได้พูดกับฉันเลย แต่จู่ๆ คุณก็พูดถึงฉันเหมือนเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ บางที คุณคงไม่ใช่คนเย็นชา อย่างที่ใครๆคิด”
"แม่”
เพกางงกับแม่ตัวเองที่ชมหมิงเทียน
“ฉันขอคุยกับคุณสองคนได้ไหมคะ”
หมิงเทียนอึ้งไป

พร้อมเดินนำหมิงเทียนเข้ามาในสวน ก่อนถามอย่างตรงไปตรงมา
"คุณคิดยังไงกับลูกสาวฉัน”
หมิงเทียนไม่สะทกสท้านตอบอย่างมั่นคง
"ที่ทำลงไปวันนี้จงใจทำต่อหน้าคุณ ทุกอย่างคือความจริงใจ”
"คุณจีบลูกสาวฉัน คุณอยากให้ทุกคนรู้ในข้อนี้ ยกเว้นคนเดียวที่ไม่อยากให้รู้ คือตัวยายพิ้งค์เอง คุณถึงชอบทำให้เขาสับสน"
หมิงเทียนครุ่นคิดตาม และพยายามจะหาคำตอบ
"อยู่ต่อหน้าเขา ผมไม่ค่อยรู้นักว่าทำอะไรลงไป”
พร้อมยิ้มออกมาทันที ชอบที่หมิงเทียนตอบตรงไปตรงมา นิสัยสมเป็นลูกผู้ชาย
"คนผ่านโลกอย่างฉัน เรียกความรู้สึกนี้ว่า ความรัก”
หมิงเทียนอึ้งเพราะตัวเองยังไม่รู้ใจตัวเองดีนักจึงไม่กล้าใช้คำนี้
"ไม่ใช่หรอก ผมรักเขาไม่ได้ ผมถึงอยากให้เขาอยู่ที่นี่เพื่อความปลอดภัยของตัวเขาเอง ผมทนเห็นเขาอยู่ในที่อันตรายแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว"

พร้อมยิ้มและสบายใจมากขึ้น เมื่อได้รู้ว่า เพกากำลังพบกับอะไร ที่แท้ก็มีเรื่องของหัวใจมาเกี่ยวข้อง

พร้อมรู้ว่า เพกาไม่ได้อันตรายคนเดียว แต่มีคนรักเธอจริงใจต่อเธออยู่ใกล้ๆ

"อีกซักครั้งนะ คนผ่านโลกอย่างฉันเรียกความรู้สึกนี้ว่า รักแท้”
"อะไรนะครับ”
“รักแท้ คือไม่ครอบครอง คุณยอมปล่อยเขาไป ทั้งๆที่รู้ว่าต้องจากกัน ทั้งที่รู้ว่าตัวคุณเองต้องเจ็บเพราะไม่ได้เจอกัน คุณก็ยังยอม”
หมิงเทียนรู้สึกอึดอัดไม่เคยคิดไปไกลจนต้องให้คนอื่นเตือน เมื่อเตือนแล้วก็ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อ
"เอ ผมว่า อืม คำว่า รักแท้ นี่มันออกจะเวอร์ไปหน่อย”
พร้อมคิดเล็กน้อยแล้วบอกออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นคงขึ้น
"ตกลง ฉันจะอนุญาตให้พิ้งค์กลับฮ่องกง”
"ทำไมล่ะครับ”
"ยายพิ้งค์เป็นแบบนี้เพราะฉันเลี้ยงเขามาให้เป็นนักสู้ นักเผชิญหน้า แล้วจู่ๆตอนนี้ ฉันจะมาขัดขวางเขา เฮ้อ รักของพ่อแม่ก็เป็นรักแท้นี่นะ รักแท้คือไม่ครอบครอง ฉันต้องปล่อยเขาไป”
"แต่ว่า”
"เมย์ลีเป็นคนสำคัญในชีวิตคุณ คุณปกป้องเธอไม่ได้ ฟ้าก็เลยส่งเพกามาให้อีก มาเพื่อให้คุณได้แก้ไข ชีวิตเป็นแบบนี้แหล่ะ ถ้าสู้ไม่ชนะคุณก็จะโดนบททดสอบเดิมๆ ทางเลือกของคุณจึงเหลือทางเดียว ปกป้องให้เพกาปลอดภัย”
"นั่นล่ะที่ผมกลัว”
"วิญญาณของเมย์ลีพาเพกาไปที่นั่น ฉันจะอธิษฐานขอให้วิญญาณเมย์ลีปกป้อง” “คุณต้องเชื่อในเมย์ลี เชื่อในเพกา”
หมิงเทียนอึ้งไปกับท่าทางของพร้อมที่ดูเด็ดขาดมาก

หลังคุยกันส่วนตัว พร้อมกับหมิงเทียนเดินกลับเข้ามาที่วงของเพกาที่รออยู่
“แม่คุยกับคุณหมิงเทียนแล้ว” พร้อมว่า
“แม่เห็นด้วยกับเขาหรือคะ”
“หนูไปฮ่องกงเถอะ”
เพกา แฮรี่ เดซี่ร้องออกมาพร้อมกันด้วยความงุนงง “อะไรนะ”
“ตกลงยังไงครับคุณชายรอง” อี่เหวินถาม
คุณชายรองคิด เงยมองหน้าพร้อมแล้วตัดสินใจ
“ซื้อตั๋วให้ฉันกับคุณพิ้งค์ เราจะเดินทางกลับฮ่องกงพรุ่งนี้พร้อมซิ่วและอาหัว”
เพกายิ้มกว้างอย่างดีใจมาก
“ย้าฮู้” แฮรี่ร้องเสียงดัง
เดซี่กระซิบถาม
“จะร้องทำไมเนี่ย ยายพิ้งค์คนไป ยังไม่ร้องเท่าบอสเลย”
“ก็มันดีใจอ่ะ เจ้าชายรับนางซินเข้าวังแล้ว”
เดซี่สีหน้าชื่นชมบอก
“ว้ายจริงด้วย บอสเนี่ย เห็นแก่ได้ที่สุด ช่างคิด ชอบๆ”
แฮรี่กับเดซี่กระซิบกัน หัวเราะคิกคัก ก่อนที่แฮรี่จะหน้ามึนเพราะนึกได้
“เอ๊ะ มันด่าหรือมันชม”
“ซิ่วพาคุณพ่อไปพักเหอะ พรุ่งนี้ต้องเดินทางอีก” พร้อมบอก
“ค่ะ”
อี่เหวินเข้าไปกระซิบซิ่วหลาน
“ที่คุณชายรองยอม เป็นเพราะฝีมือผีคุณเมย์ลีหรือเปล่าน่ะอาซิ่ว”
“ฮึ ผีหรือจะสู้แรงปรารถนาของหัวใจ ใช่ไหมคะพ่อ”
“ใช่ โลกกลมๆมันหมุนเองซะที่ไหน มันหมุนเพราะแรงปรารถนาของความรักทั้งนั้น”
เพกาเดินไปถามทั้งสองคนอย่างสงสัยจัด
“คุณคุยอะไรกับแม่ฉัน”
หมิงเทียนนิ่งอย่างเขินๆ
“แม่คะ แม่คุยอะไรกับเขาคะ”
พร้อมสบตากับหมิงเทียน
“เป็นความลับจ้ะลูก เรื่องนี้ จะรู้กันแค่สองคนระหว่างเขากับแม่ ตลอดไป”
พร้อมมองและตั้งใจบอก หมิงเทียนโล่งใจ พอใจ พยักหน้าบอกพร้อมเสียงเบา
“ขอบคุณครับ”
เพกางุนงง มองแม่กับหมิงเทียนมีความลับอะไรกันนักหนา เกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ช่างเถอะแม่ขา ขอบคุณนะคะที่เข้าใจ เชื่อใจ และเป็นกำลังใจให้ลูก” เพกาเดินมากราบอกแม่
“ยังไงก็อย่าบ้าบิ่นนักนะ”
“ค่ะแม่”

เพกาพยักหน้ากอดพร้อม

เครื่องบินการบินไทยเหินฟ้าสู่ประเทศฮ่องกง บริเวณโต๊ะสนามในคฤหาสน์ตระกูลเจ้า เจิ้นหลุนนั่งกินหมั่นโถกับน้ำชากันเป่าหลินแล้วบ่นอุบ

“เนื้อแห้งแทบกลืนไม่ลง คิดถึงหมั่นโถของอาซิ่ว เฮ้อ”
“กระเดือกไม่ลงก็ไม่ต้องกิน อุตส่าห์ทำให้ อร่อยออก” เป่าหลินว่า
เป่าหลินยัดหมั่นโถเต็มปาก
รถตู้แล่นมาจอด อี่เหวินและซิ่วหลานลงจากรถชุดแรก เจิ้นหลุนดีใจวิ่งไปหา
“อาซิ่วกลับมาแล้ว”
“ฮึ จะต้อนรับให้ชุ่มฉ่ำเลย”
เป่าหลินหยิบถ้วยชาถลาไปหานึกในใจว่าจะแกล้งสาดชาใส่ซิ่วหลาน หมิงเทียนลงจากรถ เป่าหลินเบรกเอี๊ยด หมิงเทียนมองดุเป่า
“จะทำอะไร”
“ปะเป่า เป่าหิวน้ำค่ะ” เป่าหลินซดชาฮวบๆ
เพกาลงมาจากรถเป็นคนสุดท้าย เป่าหลินสำลัก น้ำชากระฉอกออกมาจากปากจนไหลเลอะปาก เป่าหลินหน้าตาตื่นไม่นึกว่าจะได้เห็นเพกาอีก
“คุณเพกา นี่คุณกลับมาด้วยหรือนี่”
“ฉันไม่เคยบอกสักหน่อยว่าฉันจะลาออก พวกคุณคิดไปเองทั้งนั้น”
เป่าหลินหน้าเสีย เพกายิ้มเยาะ

เพกาลากกระเป๋าเข้ามาเก็บในห้อง หมิงเทียนเดินตามมา
“เอ้าคุณ”
หมิงเทียนยื่นกล่องโลหะให้ เพการับมาแล้วเปิดออก
“กี่เพ้าดอกโบตั๋น”
“ผมตัดสินใจแล้ว ผมอยากให้คุณซ่อมกี่เพ้า ซ่อมรูที่ขาดอยู่”
“ทำไมจู่ๆถึงอยากซ่อมมันล่ะคะ”
หมิงเทียนสีหน้าเศร้า
“หลังเมย์ลีตาย กี่เพ้าชุดนี้หายไป ทุกอย่างเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ทันทีที่ซิ่วเอามันออกมา ทันทีที่มันปรากฎตัว เรื่องของเมย์ลีก็เหมือนถูกรื้อขึ้นมาใหม่”
เพกานึกถึงความฝันของตัวเอง
“ เฮ้อ ที่จริงผมบอกไม่ถูกนักหรอก ทำไมถึงอยากซ่อมมัน คุณจัดการให้หน่อยแล้วกัน”
หมิงเทียนจะเดินออก เพกาดีใจแล้วพูดขึ้น หมิงเทียนชะงัก
“แต่ฉันบอกได้ ลึกๆในใจคุณ อยากให้ฉันซ่อมกี่เพ้า อยากให้ฉันซ่อมอดีตเป็นแบบนี้หรือเปล่าคะ"
หมิงเทียนแกล้งบีบแก้มเพกาแล้วหัวเราะอย่างเอ็นดู
“คิดเองเออเองเก่งนัก ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่รู้ กลับมาคราวนี้ คุณต้องทำทุกอย่างในขอบเขต อย่าหาเรื่องใส่ตัว ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองเสมอ รับปากสิ”
“ว่าฉันอีกละ”
“จะรับปากไหม”
“รัปปากก็ได้ค่ะ ฉันจะซ่อมกี่เพ้าโบตั๋นชุดนี้ ฉันจะซ่อมอดีตของคุณเมย์ลีให้ได้”
เพกาพูดอย่างมุ่งมั่น หมิงเทียนมีแววกังวล

ในเวลาต่อมา เป่าหลินยืนรายงานหลินเพ่ย
“อะไรนะ นังเพกากลับมาพร้อมอาซิ่วหรือ”
“พร้อมคุณชายรองด้วย ที่คุณชายรองไปเมืองไทยสองสามวันนี้ ไม่ได้ไปทำงานหรอกนะคะ คุณชายรองน่ะ บินไปรับยายเพกากับอาซิ่วนี่ล่ะค่ะ”
หลินเพ่ยแค้นมาก ลุกขึ้นยืนทันทีอย่างโกรธจัด กำมือแน่นโกรธจนตัวสั่น

“ทนไม่ไหวแล้ว ฉันเอาแกตายแน่ นังเพกา”
 

กี่ เ พ้ า ตอนที่ 5 (ต่อ)

หมิงเทียนกับเพกาเดินออกมาจากห้องดอกไม้จะลงไปชั้นล่าง ทั้งคู่เดินมาตามทางคุยเล่นกันมา

“ครั้งนี้ฉันจะถือว่าคุณเป็นคนตามฉันกลับมานะ คุณอ้อนวอนงอนง้อเพราะเห็นฉันเป็นพนักงานที่มีคุณค่า"
หมิงเทียนหน้านิ่ง ดวงตายิ้มบอก
“อ๋อ เหรอ”
เพกาหยุดเดิน
“เพราะฉะนั้น คุณต้องเลิกแกล้ง เลิกดุ คุณควรจะหัดทำดีกับผู้หญิงให้มากกว่านี้เช่น ยิ้มบ่อยๆ ไหน ยิ้มสิคะ ยิ้ม”
หมิงเทียนทำหน้าตาย เฉยและแนบเนียนมาก
“ฮึ ขอแค่นี้ไม่ให้” (เดินต่อ)
เพกาจะเดินต่อ จู่ๆหมิงเทียนเข้าไปกอดเพกาจากด้านหลัง โดยที่เพกาไม่ทันตั้งตัว
“นี่ ทำอะไรของคุณน่ะ ปล่อย”
“ทำดีกับผู้หญิง ในแบบของผม ไม่ใช่การยิ้ม แต่คือกอดแล้วก็...”
หมิงเทียนแกล้งยื่นหน้าไปใกล้หน้า จนเพกาต้องต้านไว้สุดแรง
“อี๊ ปล่อยนะ ฉันแจ้งตำรวจจับคุณได้นะ ลวนลามผู้หญิงน่ะไม่กลัวหรือไง”
หมิงเทียนหน้าตายแกล้งต่อ
“เอ๊า อยากให้ผมดีกับคุณ พูดเอง เชิญชวนเองจำไม่ได้หรือ”
หมิงเทียนจะหอมแก้มอีก
จังหวะนั้น หลินเพ่ยถือมีดเข้ามาเดินนำเข้ามาโดยมีเป่าหลินตามหลังมา
“พี่หมิงเทียน” หลินเพ่ยเรียกเสียงดัง
“เพ่ยเพ่ย”
หมิงเทียนตกใจรีบปล่อยเพกา
“นังเพกา แกตาย”
หลินเพ่ยหยิบมีดขึ้นแล้วพุ่งเข้าไปหาเพกา เงื้อจะแทง หมิงเทียนจับมือหลินเพ่ยได้ทันเวลา เธอพยายามดิ้นจะแทงเพกาให้ได้ จนสุดท้ายหมิงเทียนต้องผลักหลินเพ่ยออกไปอย่างแรง
“เพ่ยเพ่ย มากไปแล้วนะ นี่คิดจะฆ่ากันเลยหรือไง”
เหม่ยอิงเดินเร็วเข้ามาเพราะได้ยินเสียงเอะอะพอเห็นลูกสาวถือมีดอยู่ก็ตกใจ
“เพ่ยเพ่ยทิ้งมีดเดี๋ยวนี้นะลูก”
หลินเพ่ยแววตานิ่ง โหด ถือมีดในมือพุ่งมาที่เพกาอีก
“ไม่ เมย์ลีตายเพราะมีด”
“คุณก็เลยคิดจะถือมีดมาฆ่าฉันงั้นหรือ ยอมฆ่าคนตายเพื่อผู้ชายคนเดียว ฆ่าเพื่อให้เขารักเรา ยอมตัดอนาคตตัวเองเพื่อให้ได้ครองคู่ แล้วคิดจริงๆหรือว่าจะได้คู่ คิดจริงๆหรือว่าจะได้รัก สิ้นคิดแท้ๆ”
ทั้งคู่สบตากันอย่างไม่มีใครกลัวใคร
“ใช่ ผู้หญิงดีๆ เขาคิดอย่างแก แต่ในโลกนี้มีทั้งผู้หญิงดี เพราะมีผู้หญิงบ้าผู้หญิงอย่างฉันจะไม่ยอมเสียพลังงานเพื่อไปเลี้ยงสมอง เพราะฉันจะใช้ทั้งหมด ทั้งหัวใจ ทั้งชีวิตเพื่อเอาเขามาเป็นของของฉัน”
หมิงเทียนตกใจและลำบากใจ
“เพ่ยเพ่ย พี่ขอร้องทิ้งมีดซะ”
หลินเพ่ยหัวเราะอออกมาอย่างน่ากลัว แล้วตรงไปที่ประตูไม้บานหนึ่งที่อยู่ตรงนั้น บรรจงใช้มีดนั้นกรีดเป็นตัวอักษร “สื่อ”ตัวใหญ่กลางประตู
“หยุดนะเพ่ย เพ่ย”
“ตัวอักษรนี้ใช่ไหมที่เหว่ยเขียนให้แก สื่อ(ออกเสียง เสย)ที่แปลว่าความตาย ขอแสดงความยินดีด้วย นอกจากเหว่ยแล้ว ยังมีฉันอีกคนที่อยากฆ่าแก ฮึๆ คราวนี้ ถ้าเกิดแกตายขึ้นมาก็จะไม่มีใครรู้ว่าใครฆ่า เพราะคนที่อยากฆ่าแกมีมากมายเต็มไปหมด ฮะฮะฮ่า”
หลินเพ่ยสีหน้าท่าทางมีแต่ความแค้น แล้วปักมีดกับประตูก่อนเดินหัวเราะไปทางห้องนอนตัวเอง
“เพ่ยเพ่ย คุณชายรอง ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ”

เหม่ยอิงหันมาค้อมหัวให้ และเป่ารีบตามไปดูหลินเพ่ย เพกากับหมิงเทียนได้แค่ยืนอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

หลินเพ่ยเดินเข้ามาในห้องด้วยความแค้น เหม่ยอิงเดินตามมาแล้วว่า

“เป็นบ้าไปแล้วหรือไง เที่ยวถือมีดไปฆ่าคนหราแบบนั้น แกจะหาเรื่องให้คุณพ่อไล่เราออกจากบ้านหรือไง ดีนะที่นังผิงมันออกไปข้างนอก”
“แม่เป็นคนสอนเพ่ยเพ่ยเอง ใครขวางเราคนนั้นตาย”
“ใช่ ฉันสอนแก แต่ไอ้วิธีหยิบมีดไปแทงมันซึ่งๆหน้าแบบนี้มันไม่ถูก สิ่งสำคัญที่สุดคือการอยู่ในบ้านนี้ ไม่ใช่การฆ่ามันเข้าใจไหมเพ่ยเพ่ย”
“จริงด้วย คุณชายรองท่าทางตกใจมาก ท่านจะเอาเรื่องไปฟ้องคุณเยี่ยไหมคะ” เป่าหลินว่า
“คุณชายรองเมตตาเพ่ยเพ่ย คอยปกปิดความผิดให้เพ่ยเพ่ยมาตั้งแต่เล็กแกคงไม่พูด แต่ไอ้รอยที่ประตูนั่น”
“คำอัปมงคลเสียด้วยใครเห็นไม่ได้เด็ดขาด”
“ไปตามช่างมาจัดการให้เรียบร้อยเหมือนเดิมที่สุด อย่าให้ใครสังเกตเห็นเสียเงินเท่าไหร่ก็ต้องยอม" เหม่ยหลินว่า
“ค่ะๆ”
เป่าหลินรีบไป หลินเพ่ย ยังโกรธไม่หาย

เพกาเดินมานั่งพักรู้สึกเหนื่อย หมิงเทียนหน้าเครียด ดูหงุดหงิด
“เหยียบบ้านไม่ถึงสองชั่วโมงก็เกิดเรื่องจนได้”
“รับมือเหว่ยคนเดียวพอไหว รับมือเพ่ยเพ่ยอีกคนไม่ไหวแน่ ผมต้องพูดกับเพ่ยเพ่ยให้รู้เรื่อง"
หมิงเทียนจะไป แต่เพกาขวางไว้
“อ๊ะ อย่า อย่าแม้แต่จะคิด ผู้ชายนี่ไม่รู้อะไรซะบ้างเลย ถ้าคุณออกโรงเรื่องเพ่ยเพ่ยก็เท่ากับคุณปกป้องฉันและรังเกียจเธอ คราวนี้ล่ะ จากมีดจะขยับขึ้นเป็นระเบิดปรมาณู เธอฆ่าคนทั้งโลกแน่"
“แล้วเราจะอยู่เฉยๆอย่างนี้หรือ”
“ทำไมต้องกลัว เราไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่คุณเพ่ยเพ่ยคิดสักหน่อย”
“อ่ะ...หา”
“งานฉันเสร็จกลับเมืองไทย เธอก็เลิกหึง เลิกคิดฆ่าฉันเองนั่นล่ะ”
หมิงเทียนพูดไม่ออก เพกาไม่ได้เข้าใจความรู้สึกเขานักว่าค่อนข้างไปไกลแล้ว
“ตกลงไม่กลัวหรือไง”
“กลัวสุดๆ แต่ฉันไม่ใช่เมย์ลีจะให้เขารังแกฝ่ายเดียวไม่เอาหรอก วันนี้คุณเพ่ยเพ่ยอารมณ์ไม่ดี เพราะเธอคิดเหมือนคนอื่นว่าฉันลาออก แต่จู่ๆมาเห็นคุณกับฉัน เอ้อ คุณก็เล่นไม่เข้าเรื่อง”
“นี่คุณหาว่าผมเล่น”
หมิงเทียนอึดอัดพูดไม่ออกแล้วเดินหนีไป
“เอ๊า หงุดหงิดอะไรอีกเนี่ย”

ตกเย็น สมาชิกในครอบครัวมารวมกัน มีเหวินเยี่ยนั่งกลางเป็นประธาน ซิ่วหลานคุกเข่าคำนับเยี่ย
“ซิ่วขอบคุณคุณเยี่ยที่ให้โอกาสซิ่วอีกครั้ง ซิ่วสัญญา ซิ่วจะไม่ก่อเรื่องทำลายตระกูลเจ้าอีก”
เหวินเยี่ยสีหน้าเรียบเฉยเพราะยังเคืองซิ่วหลาน เพกาช่วยพูด
“อันที่จริง คุณเยี่ยควรขอบใจอาซิ่วด้วยซ้ำไปค่ะ”
หมิงเทียนและคนอื่นหน้าเสีย ยายนี่หาเรื่องผิดกาละเทศะ เหวินเยี่ยฉุนเฉียวเสียงดัง
“ทำไมฉันต้องขอบใจคนทรยศ”
“ให้ผมพูดเอง”
หมิงเทียนจับแขนเพกาเพื่อปรามให้หยุด แต่เพกาดึงแขนออกและพูดฉอดๆต่อ
“อาซิ่วหลอกอดีตทหารแดงไปดูกี่เพ้าที่เมืองไทย เป็นการช่วยแก้แค้นให้คุณเยี่ยด้วยเพราะครอบครัวคุณเยี่ยก็ถูกทำลายโดยทหารแดง ทหารแดงคนนั้นแทบคลั่ง ที่กี่เพ้าสวยๆยังอยู่ ถ้าคุณท่านได้เห็นหน้าทหารแดงคนนั้น คุณท่านจะต้องมีความสุข"
เยี่ยสีหน้าสนใจทันที
“เพกา ยังมีหน้ามาพูด ลำพังตัวเธอก็สร้างความวุ่นวายมากพอแล้ว ยังจุ้นจ้านเรื่องอาซิ่วอีก"
“จริงอยู่ คุณเพกาทำตัววุ่นวาย”
เพกาหน้าเหรอ ไม่แน่ใจว่าลี่ผิงจะด่าหรือซ้ำเติม
“แต่คุณเพกาก็ช่วยให้คุณพี่หายคาใจ ใครแอบเอาชุดกี่เพ้าเมย์ลีใส่กล่องส่งไปเมืองไทย ความจริงถูกเปิดเผยเสียที คุณพี่คงสบายใจขึ้น ถูกไหมคะ”
เหวินเยี่ยติงเพกา
“เธอควรทำตัวให้เหมาะสมกับที่เป็นแขก อย่าจุ้นจ้านให้มากนัก ฉันสามารถไล่เธอออกไปจากบ้านเมื่อไหร่ก็ได้ จำเอาไว้”
เหวินเยี่ยเดินออกไป หมิงเทียนโล่งใจเหมือนทุกคน ทุกคนเดินมาล้อมซิ่วหลาน
“ขอต้อนรับกลับบ้าน อาซิ่ว” จิ้นเจินบอก
อวี้เหลียนเอากำไลหยกให้ซิ่วหลาน ซิ่วมองอย่างดีใจมาก และรีบรับมาใส่
“ทำซุปไก่ให้ฉันเย็นนี้เลยนะ อยากกินเต็มทีแล้ว” อวี้เหลียนว่า
ทุกคนหัวเราะกันใหญ่
“หมั่นโถวด้วย หลุนจะลงแดงตายอยู่แล้ว”
ทุกคนหัวเราะอีก
“ขอบคุณคุณนายใหญ่ คุณจิ้น คุณเหลียน คุณชายรอง คุณพิ้งค์ด้วยนะคะ”
เหม่ยอิงอึดอัดเหลือหัวเดียวกระเทียมลีบ

“ฮึ คนบ้านนี้ เห็นผิดเป็นชอบกันไปหมด” เหม่ยอิงว่าแล้วเดินออกไป

ตกตอนกลางคืน เพกาในชุดนอน ลูบไล้กี่เพ้าดอกโบตั๋นที่เพิ่งได้มาจากหมิงเทียน

เพกาหยิบกี่เพ้าขึ้นมาแล้วบอกว่า
“ฉันจะซ่อมให้สวยเหมือนเดิมที่สุด เอาล่ะ ต้องลองดูอีกทีแล้ว”
บรรยากาศภายนอกวังเวง เย็นเยือก ดูน่ากลัว เพกาอยู่ในชุดกี่เพ้าเดินมาพูดกับกระจก
“คุณเมย์ลี ที่ฉันสงสัยคือ ฉันจะจับเหว่ยได้ยังไง คุณส่งฉันมาที่นี่เพื่อจับเหว่ย เพราะฉะนั้น คุณต้องบอกวิธีฉันด้วย ติดต่อกับฉันนะ บอกฉันที"
เพกาลากเก้าอี้มานั่งลงเพ่งมองกระจก เพื่อรอคอย... คอยจนเพกากึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงและนั่งหลับสัปหงกอยู่ที่หน้ากระจก แต่ไม่มีวี่แววว่ากระจกจะเกิดนิมิตใดๆ ทั้งสิ้น

วันใหม่ ภายในสวนคฤหาสน์ตระกูลเจ้า เจิ้นหลุนรดน้ำต้นไม้ ด้วยสายยาง ฮัมเพลงจีนอย่างมีความสุข
เพกานอนอยู่ และฝันเห็นกำไลหยกตกแตก เพกางัวเงียตื่นขึ้นมาบนเตียงในชุดกี่เพ้าอย่างงงๆ
เจิ้นหลุนขณะรดน้ำมองขึ้นไปตึก เห็นเพกาในชุดกี่เพ้าที่ยืนริมหน้าต่างก็ตกตะลึง หน้าซีด ตะโกนลั่น
“ผะ ผี ผีเมย์ลี”
เพกาเดินกลับมาที่พูดกับกระจก
“ฝันถึงนิมิตเดิมอีกแล้ว แค่ความฟุ้งซ่านหรือมันมีความหมาย มันหมายความว่ายังไงนะคุณเมย์ลี ฉันตกหล่นตรงไหนหรือ ปวดหัว”

ในเวลาต่อมา ซิ่วหลานรินชาให้เพกาก่อนจะนั่งลงคุยกัน
“ลองดื่มชาหน่อยนะคะ”
เพกาจิบชาแล้วบอก
“ขอบใจจ้ะ หอมมากเลยอาซิ่ว”
“อู่หลงเป็นยอดชาจีนค่ะ ต้องปลูกในที่หนาวจัด ใบชาถึงได้คุณภาพ มีกลิ่นหอม”
“อาซิ่วเล่าเรื่องรักหลายเส้าของหนุ่มสาวบ้านนี้ให้ฉันฟังต่อทีสิคะ คราวที่แล้วเล่าค้างไว้ที่คุณหมิงซานกับเหว่ยรักกัน”
“อยากรู้ไปทำไมคะ เรื่องเศร้าออกอย่างนั้น”
“เหว่ยเป็นฆาตกร ถ้าเรารู้พื้นเพและความคิดของฆาตกร เราจะหาเบาะแสจับเขาได้ เหว่ยรักคุณหมิงซาน แต่คุณหมิงซานเป็นคู่หมั้นคุณเมย์ลี เหว่ยคงเกลียดคุณเมย์ลีมาก พอเห็นหน้าฉันถึงอยากฆ่าฉันให้ตาย”
“เหว่ยกับคุณเมย์ลีหรือคะเกลียดกัน อืม เหว่ยเขาไม่ใช่คนอย่างนั้นหรอกค่ะ”
เพกาทั้งตกใจและแปลกใจกับคำพูดของซิ่วหลาน
“อ้าว ยังไงคะอาซิ่ว”
ซิ่วหลานเล่าอดีตอีกครั้ง

ซิ่วหลานทำงานอยู่ในห้องครัวอยู่ สุคนธาช่วยผิงต้มน้ำเก็กฮวยและเติมน้ำตาลอยู่หลายช้อน
“พอแล้ว หมิงซานไม่ชอบหวาน เอาผงโสมใส่” ลี่ผิงบอก
สุคนธาใส่ผงโสมในหม้อเก็กฮวยตามที่ลี่ผิงสั่ง
“คุณพ่อตกลงให้เมย์ลีแต่งงานกับหมิงซาน เมย์ลีต้องเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ ดูที่แม่ทำไว้นะเมย์ลี วันหน้าพอแต่งงานกัน เมย์ลีต้องดูแลปรนนิบัติหมิงซานต่อจากแม่"
สุคนธาหน้าเศร้า ไม่อยากแต่งงานกับหมิงซาน
“ทำได้มั้ยเมย์ลี”
“ได้ค่ะคุณแม่”
“บอกมาซิ พี่หมิงซานชอบกิน ไม่ชอบกินอะไร”
“คุณชายใหญ่ชอบกินอาหารกวางตุ้งค่ะ แต่ไม่ชอบให้ผัดชอบให้นึ่ง หรือไม่ก็ย่าง”
“ดีมาก”

หมิงซานกับเหว่ยเหอเพิ่งออกจากบ้านจะไปในบริเวณ Harbour Plaza Hotel สุคนธาวิ่งตามมา
“คุณชายใหญ่ คุณชายใหญ่”
“ตามฉันมาทำไม” หมิงซานถาม
สุคนธายื่นกระติกมาให้
“เก๊กฮวยผสมโสมค่ะ คุณชายใหญ่ คุณแม่บอกว่า คุณจะออกไปหาที่อ่านหนังสือสอบ เลยให้เอายาบำรุงมาให้ ดื่มโสมแล้วจะได้ไม่หลับไงคะ ลองชิมดูหน่อยนะคะ”
สุคนธารินใส่แก้วยื่นให้
“ฉันไม่กิน”
“ฉันต้องกลับไปรายงานคุณแม่ว่า คุณชอบหรือไม่ชอบ ลองชิมหน่อยนะคะ”
หมิงซานรำคาญมากรับแก้วมารินใส่รองเท้าสุคนธาจนเธอต้องถอย
“โอ๊ะ”
หมิงซานมองด้วยสีหน้าเกลียดชังแล้วบอก
“กลับไปซะ ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน”
สุคนธาน้อยใจ เศร้าใจ น้ำตาคลอทันที
“อย่าร้องนะ เอะอะก็ร้องไห้ ไม่อายคนอื่นเขาบ้างหรือไง”
เหว่ยเหอสงสารสุคนธาจึงรีบหยิบจอกในมือหมิงซานมาชิมที่เหลือ
“ผมชิมให้เอง รสชาติพอดีครับ คุณชายใหญ่ชอบรสประมาณนี้ล่ะ กลับไปบอกคุณนายใหญ่ได้เลย"
เมย์ลีรับแก้วคืนจากเหว่ยเหอแล้วยิ่งร้องไห้ ก่อนจะหันเดินออกไป
หมิงซานมองด้วยสายตาเกลียดสุคนธา แต่เหว่ยเหอมองด้วยความสงสาร
“ไปเถอะ ไม่ต้องไปสนใจหรอก”

หมิงซานพาเหลียงเหว่ยเหอเดินออกไป

บริเวณมุมสวยๆที่ตึกฮ่องกงสวยงามอยู่ตรงหน้า ทั้งสองนั่งเล่นกันอยู่ หมิงซานนั่งอ่านหนังสือสอบอย่างตั้งใจ เหว่ยเหอมองนาฬิกาเมื่อเห็นว่าเที่ยงแล้วก็วางหนังสือของตนแล้วเปิดเป้หยิบปิ่นโต เตรียมช้อนส้อมให้หมิงซาน

“เที่ยงแล้วหรือ”
หมิงซานยิ้มให้รับมาตักข้าวผัดกินด้วยท่าทางอร่อยมาก
“นี่ต่างหากอร่อยสุดๆ ฝีมือนายไม่เคยตกเลย พรุ่งนี้ทำมาอีกนะ”
“กินทุกวันไม่เบื่อหรือครับ”
“ก็กินของคนอื่นไม่อร่อยเหมือนนาย กินในเหลายังไม่อร่อยเท่านี้เลย ขนาดซิ่วยังต้องมาขอสูตรไม่ใช่หรือ"
“อาหารทุกอย่างที่คุณชอบ ผมจะสอนซิ่วให้หมด อีกหน่อยจะได้ให้ซิ่วทำให้”
“ทำไมต้องให้ซิ่วทำ แล้วนายจะไปไหน”
“พรุ่งนี้สอบวันสุดท้าย เราสองคนจะเรียนจบไฮสคูลแล้ว ผมก็ต้องเริ่มทำงาน”
“ฉันจะไปเรียนต่อ นายต้องไปเรียนต่อกับฉัน ทำข้าวผัดให้ฉันกินไปตลอดชีวิต”
“คุณชาย เรียนต่อต้องใช้เงิน ผมไม่มีหรอก”
“ก็สอบชิงทุนสิ นายเรียนเก่งจะตาย”
เหว่ยเหอมีสีหน้ากลัดกลุ้ม แต่หมิงซานไม่สนใจอะไร เอามือถือมาใส่หูฟังแล้วฮัมเพลง the moon represent my love หรือ พระจันทร์แทนใจฉัน สองสามท่อน …
หนี่ เวิ่น หว่อ อ้าย หนี โหย่ว ตัว เซิน … หว่อ อ้าย หนี โหยว จี่ เฟิน ... หว่อ เตอ ฉิง เหย่ เจิน … หว่อ เตอ อ้าย เหย่ เจิน.......
เพลงนี้เป็นเพลงประจำตัวของคนคู่นี้ที่ชอบร้องให้กันฟัง ทั้งคู่ชอบฮัมทำนองเพลงนี้ตอนคิดถึงกัน หรือตอนเผลอ
“ทำหน้าเครียดอยู่ได้ มากินเหล้าเคล้าเสียงเพลงดีกว่า”
หมิงซานยัดหูฟังใส่หูเพื่อนรัก ทั้งคู่ใส่หูฟังคนละข้าง ฟังเพลงและมองกันด้วยความรัก

เวลากลางคืน ย่านช็อปปิ้งที่เต็มไปด้วยแสงสี สองหนุ่มเดินดูของ เที่ยวเล่นอยู๋ตามแผงอิเล็กโทรนิกส์
“แบตตารี่มือถือคุณเริ่มจะเสื่อมแล้ว ซื้อใหม่เถอะ” เห่วยเหอว่า
“เออ ลืมไปเลย”
หมิงซานพยักหน้าแล้วเดินไปดูในร้านขายอุปกรณ์อิเล็คโทรนิกส์ จุ๊กจิ๊กกันสองคนประสาเพื่อนสนิท
ทั้งสองเดินผ่านร้านขายถุงเท้า
“เดี๋ยวครับถุงเท้าคุณเก่าแล้ว ร้านนี้มียี่ห้อที่คุณชอบ”
“เอ้าหรือ”
เหว่ยเหอกุลีกุจอเลือกให้ หมิงซานไม่ค่อยสนใจนักเพราะนิสัยเหมือนผู้ชายทั่วไปที่ชอบให้คนจัดการให้

ที่ food stall หมิงซานนั่งลงที่โต๊ะหน้าร้านของว่าง
“หิวๆๆ วันนี้กินอะไรดีน้า”
ยังพูดไม่ทันจบ เหว่ยเหอก็ถือแก้วน้ำและถ้วยโฟมใส่ของว่างมาวางตรงหน้าแล้ว
“มาแล้วครับน้ำมะม่วง เครื่องใน ปูอัดกินเหมือนเดิมทุกวัน ไม่เห็นต้องคิด”
หมิงซานขยี้หัวเพื่อนรักเบาๆ
“พูดมาก”
ทั้งสองนั่งกินกันเหมือนเพื่อนผู้ชายทั่วไป คุยกันไปกินกันไป
“มาครับ ผมใส่แบตใหม่ให้”
เหว่ยเหอเอาแบตเตอรี่ที่ซื้อมามาจัดการใส่มือถือให้หมิงซาน บริการให้ด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ
“เปลี่ยนเคสให้ด้วย ของนาย ของฉันเหมือนกัน คู่กันเห็นไหม”
หมิงซานเอาเคสมือถือใหม่เอี่ยมสีคู่กัน สองอันออกมาโยนให้ พร้อมวางมือถือให้ เหว่ยเหอค้อนๆ ว่า ต้องใส่คู่กันเหมือนกันด้วยหรือ หมิงซานยิ้มมองอย่างคนรัก

กลางคืนวันเดียวกัน ภายในห้องนอนของหมิงซาน สุคนธาเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อดูแบบเสื้อ ดูยี่ห้อ แล้วจดลงในสมุด จากนั้นก้มลงดูรองเท้าแล้วจดลงในสมุด และเข้าไปดูในห้องน้ำ ดูยี่ห้อข้าวของเครื่องใช้ของหมิงซาน แล้วจดลงสมุด

ซิ่วเล่าให้เพกาฟังว่า
“นอกจากเรื่องอาหารแล้ว คุณเมย์ลีต้องรู้เรื่องส่วนตัวของคุณหมิงซาน เสื้อผ้ายี่ห้ออะไร แบบไหน น้ำหอม ของใช้ในห้องน้ำต้องจำได้ทุกอย่าง เมย์ลีหารู้ไม่ ในขณะที่เธอกำลังเรียนรู้ มีใครบางคน ทำหน้าที่พวกนี้มานานแล้ว เขารู้เรื่องส่วนตัวของคุณหมิงซานทุกอย่าง”

เหว่ยเหอกับหมิงซานเดินหัวเราะเข้ามาในห้อง และทันทีที่เห็นสุคนธาอยู่ในห้อง หมิงซานก็เสียงขุ่นทันที
“เธอเข้ามาทำอะไรในห้องฉัน”
“ก็ เอ้อ มาทำงานตามคำสั่งคุณแม่”
“งานอะไร”
หมิงซานแย่งสมุดจดไปดู ในสมุดจดมีบันทึกไปแล้วหลายหน้า บางหน้ามีรูปวาดแบบเสื้อ แบบกางเกง ลักษณะขวดแชมพู ขวดน้ำหอมด้วย
“นี่จดแม้กระทั่งว่าฉันชอบอ่านหนังสืออะไรงั้นหรือ มันมากไปแล้วนะ นี่แน่ะ นี่”
หมิงซานพยายามจะฉีกสมุดจดบันทึก สุคนธาพยายามแย่งไว้
“คุณชายไม่นะคะ ไม่ อย่าค่ะ”
“หลีกไป”
หมิงซานผลักออกเพื่อจะฉีกสมุดบันทึกต่อให้ขาดจนหมด หมิงซานผลักสุคนธา ด้วยแรงโมโห จนเซไปที่เตียง
“โอ๊ย”
เหว่ยเหอวิ่งไปประคอง
“คุณเมย์ลีเป็นอะไรหรือเปล่า”
หมิงซานเสียงดังมาก
“เหว่ย ไปจับมันทำไม ปล่อยมือเดี๋ยวนี้”
“ครับๆ”
เหว่ยเหอรีบถอยออกมา หมิงซานเดินไปลากสุคนธาแล้วเหวี่ยงออกไปจากห้อง
“มานี่เลยแม่ตัวดี ออกไปจากห้องฉัน จำเอาไว้ ห้องนี้เป็นห้องส่วนตัวของฉัน ห้ามใครเข้ามายุ่มย่าม ถ้าไม่เชื่อคราวหน้าจะโดนมากกว่านี้อีก ไป๊”
หมิงซานปิดประตูใส่หน้าทันที สุคนธาร้องไห้วิ่งออกมา รู้สึกว่าตัวเองเหมือนหมู เหมือนหมาที่เขาไล่ออกมา

เวลากลางคืนต่อมา ซิ่วหลานเดินมาดูเพราะได้ยินเสียง สุคนธาร้องไห้ วิ่งเข้ามากอด
“ซิ่ว ฮือ ทำไมชีวิตฉันต้องเป็นแบบนี้”
ซิ่วหลานเข้าใจทั้งหมดทันที
“คิดซะว่า ทำเพื่อตอบแทนพระคุณคุณท่านแล้วกันนะคะ”
“คุณพ่อคุณแม่น่าจะนึกถึงความสุขของฉันบ้าง”
“โธ่คุณหนูเมย์ลี ซิ่วสงสารคุณหนูใจจะขาด แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง”

ซิ่วหลานช่วยได้แค่กอดปลอบสุคนธาเท่านั้นเอง

กี่ เ พ้ า ตอนที่ 5 (ต่อ)

หมิงซานนั่งเครียด สีหน้าดุและกลัดกลุ้ม เหลียงเหว่ยเหอเก็บกระดาษที่ฉีกขาดตามด้วยเป้และเสื้อหนาวของหมิงซานที่เรียงรายอยู่ที่พื้น ตามประสาแม่บ้านแม่เรือน เก็บไปพูดไป

“ที่จริง คุณเมย์ลีแค่ทำตามคำสั่งของคุณนายใหญ่”
หมิงซานตบโต๊ะ โวยวายใหญ่
“ทำไมต้องปกป้องมัน ชอบมันหรือ”
“ไปกันใหญ่แล้วก็เธอเป็นคู่หมั้นคุณ”
หมิงซานโมโหสุดขีดยิ่งกว่าเดิม จับเหว่ยเหอกระแทกลงบนเตียง
“โอ๊ย ผมเจ็บ”
หมิงซานโวยวายด่า
“ทำไมพูดแบบนี้”
“อย่าขัดใจพ่อแม่เลยครับ คุณเมย์ลีเป็นแม่บ้านแม่เรือน เหมาะที่จะดูแลตระกูลเจ้า คุณหมิงซานเองก็ไม่มีใคร แต่งไปก็รักเมย์ลีเอง”
หมิงซานโกรธที่สุดในชีวิตทั้งน้อยใจและเสียใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ลองพูดอีกคำเดียว ฉันจะบีบคอนายให้ตาย นายไม่รู้หรือทำไม่รู้ ฉันรักใคร”
หมิงซานสบตาเหว่ยเหอ แววตาหมิงซานบ่งบอกความรักที่มีอยู่อย่างท่วมท้นใจ เหว่ยมองหมิงซานมองตอบแบบเดียวกัน ทั้งสองคนรับรู้ความรักที่มีต่อกัน
“คุณหมิงซาน”
หมิงซานดึงเหว่ยเหอเข้ามากอดจนแน่น ละล่ำละลักบอกด้วยอารมณ์ส่วนลึกภายใน
“ไม่มีใครดูแลฉันได้ดีไปกว่านาย มีแต่นายที่รู้ว่าฉันต้องการอะไร ชีวิตนี้ฉันไม่ต้องการใครทั้งนั้น นอกจากนาย”
เหว่ยเหอซาบซึ้งน้ำตาคลอจนพูดแทบไม่ออก
“ผม .เรื่องของเรามันผิด ผิดทุกอย่าง”
“ผู้หญิงรักผู้ชาย ผู้หญิงรักผู้หญิง ผู้ชายรักผู้ชาย สุดท้ายก็คือคนเหมือนกัน คนรักกัน นายเข้าใจไหม มันคือความรัก มันไม่มีความผิด ไม่ใช่ความผิด”
หมิงซานเขย่าเหว่ยเหอในอ้อมกอด
“คุณไม่เข้าใจ บางทีผมอยากหนีไปไกลๆ ไม่อยากพบหน้าคุณอีก ผมมีแต่ทำให้ชีวิตคุณตกต่ำ นี่คือความเจ็บปวดของผม”
เหว่ยเหอร้องไห้ออกมา
“อย่าร้อง ไม่ต้องร้อง”
หมิงซานก็น้ำตาคลอ พูดไปร้องไห้ไป ทั้งสองเอาหน้าผากชนกัน บอกรักกันทั้งน้ำตา
“เราต้องได้อยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต ฉันจะทำทุกวิถีทางให้เราอยู่ด้วยกัน เราต้องได้อยู่ด้วยกันนะ”
บทเพลงแห่งความรักบรรเลงอย่างยิ่งใหญ่กระหึ่มอยู่ในใจของคนทั้งสอง ท่ามกลางความเจ็บปวดของคนทั้งคู่

เพกากับซิ่วหลานเปลี่ยนที่คุยกัน ภายในสวน เพกาช่วยซิ่วหลาน เก็บดอกไม้ ทั้งคู่เดินกันไป คุยกันไป
“ฟังดูแล้ว อาเหว่ยไม่เหมือนฆาตกรใจโฉดเลยนะคะ”
“เขาเรียบร้อย เจียมตัว ไม่ค่อยพูด ที่จริงเป็นเด็กดี เป็นห่วงเป็นใยคนอื่นเสมอ”
“อ้าว”
“แต่ความรักทำให้คนตาบอดได้ไงคะ เข้าใจว่า คงมีปากเสียงเลยพลั้งมือฆ่าเมย์ลีตาย เอ๊ะ ฉันบอกคุณหรือยัง เมย์ลีกับคุณหมิงซานตายวันเดียวกัน”
“อ้าวหรือคะ”
“เกิดอุบัติเหตุ คุณหมิงซานขับรถตกเขา เหว่ยคิดว่าฆ่าเมย์ลีเสีย จะได้ครองรักกันกับคุณชายใหญ่ แต่พอหนีออกไป ก็เพิ่งไปรู้ว่าคุณหมิงซานเสียชีวิตแล้ว เหว่ยคงช็อก ช่วงหลังมีคนเห็นเขาเหมือนคนเร่ร่อน เหมือนสติไม่ดี”
“หนีตำรวจเป็นคนเร่ร่อนงั้นหรือคะ”

ถนนเงียบๆ บริเวณ aberdeen street ในซอกตึกที่เงียบสงบ มีตนเร่ร่อนคนหนึ่งนอนบนหนังสือพิมพ์ ไอค่อกแค่ก ส่วนอีกคนผิงไฟในถังใบเก่า และเหว่ยเหอกึ่งนั่งกึ่งนอนบนหนังสือพิมพ์ สภาพดีกว่าคนอื่นเล็กน้อย สีหน้ามีความสุข ฮัมเพลง “พระจันทร์แทนใจ” สองสามท่อน
เหลียงเหว่ยเหอพึมพำพูดคำที่หมิงซานเคยพูดแล้วยิ้มอย่างสุขใจในความรัก
“ผู้หญิงรักผู้ชาย ผู้หญิงรักผู้หญิง ผู้ชายรักผู้ชาย สุดท้ายก็คือคนเหมือนกัน คนรักกัน...”

เพกานึกถึงตอนที่เจอเหว่ยเหอที่วัดหยวนหยวน ที่ยัดกระดาษเขียนอักษรให้
“ที่ฉันเจอเขา เขาก็น่ากลัวจริงๆ ดูเหมือนจิตไม่ปกติ”

เหว่ยเหอ ฮัมเพลง “พระจันทร์แทนใจฉัน” …
“หนี่ เวิ่น หว่อ อ้าย หนี โหย่ว ตัว เซิน … หว่อ อ้าย หนี โหยว จี่ เฟิน ... หว่อ เตอ ฉิง เหย่ เจิน … หว่อ เตอ อ้าย เหย่ เจิน...”
รอยยิ้มบนใบหน้าจู่ๆอยู่กลายเป็นร้องไห้ อารมณ์ที่แปรปรวนอย่างฉับพลัน
“ในเมื่อความรักของเราไม่ใช่ความผิด แล้วทำไม จุดจบของมันต้องเป็นแบบนี้ คุณชายใหญ่ คุณอยู่ไหน คุณไปอยู่บนดวงจันทร์หรือเปล่า ผมคิดถึงคุณ คิดถึงคุณจริงๆ”

เหว่ยเหอนั่งน้ำตาไหล ร้องไห้โฮ

เพากับซิ่วหลานย้ายมาจัดดอกไม้ลงในแจกันแต่ละใบเพื่อประดับในบ้าน พูดคุยกันยังคงต่อเนื่อง

“คิดไปคิดมา ยายหนูเพ่ยเพ่ยต่างหากที่เหมือนคนฆ่าเมย์ลีมากกว่าเหว่ย”
“ไฮ้” ซิ่วหลานอุทานขึ้นอย่างตกใจ
“ก็ดูที่เขาพูดกับฉันสิ ท่าทางวันนั้นน่ะ”

หลินเพ่ยพูดว่า
“ตัวอักษรนี้ใช่ไหมที่เหว่ยเขียนให้แก สื่อที่แปลว่าความตาย ขอแสดงความยินดีด้วย นอกจากเหว่ยแล้ว ยังมีฉันอีกคนที่อยากฆ่าแก”

“เขาพูดเรื่องการฆ่าคนคนหนึ่งได้แบบธรรมดามาก”
“ก็จริง อืม เรื่องของคุณเพ่ยเพ่ยช่วงนั้นก็เข้มข้นเหมือนกัน” ซิ่วหลานบอก
“ยังไงคะ”
“ยิ่งคุณนายใหญ่กดดันเมย์ลีเท่าไหร่ คุณนายรองก็กดดันเพ่ยเพ่ยเท่านั้น ทั้งสองคุณนายกำลังชิงอำนาจกันด้วยการหาผู้หญิงให้คุณชายใหญ่”
เพกาพยักหน้าอย่างเข้าใจ ซิ่วหลานทบทวนอดีตอีกครั้ง

ภายในห้องหลินเพ่ย เหม่ยอิงกำลังหาเสื้อผ้าในตู้ออกมาวางบนเตียงเพื่อเตรียมให้เพ่ยเพ่ย เพ่ยเพ่ยเดินตามมา
“งานวันเกิดเพ่ยเพ่ยพรุ่งนี้จะต้องสนุกที่สุด คุณพ่ออนุญาตให้วงดนตรีมาเล่นที่บ้านเราด้วย”
“คุณพ่อรักลูกเสมอเห็นไหม เพราะลูกเป็นเด็กดีเชื่อฟังแม่”
“พี่หมิงเทียนรับปากว่าจะเต้นรำกับเพ่ยเพ่ย เพื่อนๆทุกคนจะต้องอิจฉา ฮิฮิ”
“เลิกสนใจปลาตัวเล็กซะที แกต้องจับปลาตัวใหญ่ นังคุณนายใหญ่มันกลัวทรัพย์สมบัติตกเป็นของคนอื่น มันถึงยัดเยียดนังเมย์ลีให้หมิงซาน แม่ไม่ยอมมันหรอก” เหม่ยอิงบอก
“แต่เพ่ยเพ่ยชอบพี่หมิงเทียน เกลียดพี่หมิงซาน”
“เพื่ออนาคตของเรา แกต้องแต่งงานกับคุณหมิงซานคุณชายใหญ่ของบ้าน เพื่อครอบครองทุกอย่าง”
หลินเพ่ยเบือนหน้าหนีไม่อยากรับฟัง เหม่ยอิงจับไหล่บังคับให้ลูกสาวหันมาฟัง
“อยากกลับไปอยู่แบบเดิมหรอไง”
“อยู่แบบเดิม”
หลินเพ่ยพยายามคิดทบทวน ภาพอดีตแวบเข้ามา
ตอนเป็นเด็ก หลินเพ่ยถูกพ่อแท้ๆตีด้วยไม้ขนไก่จนกลายเป็นความทรงจำเลวร้าย หลินเพ่ยพยายามกลบเกลื่อน ไม่อยากจำ ไม่อยากพูดถึงอดีตที่ขมขื่นนั้น
“แบบเดิมไหน หนูจำไม่ได้”
“งั้นแกต้องหมั่นเอาใจคุณหมิงซาน ทำให้คุณหมิงซานรักแกให้ได้พูดตามแม่ เพ่ยเพ่ยต้องแต่งงานกับพี่หมิงซาน พูด”
หลินเพ่ยฝืนใจพูดตามเหม่ยอิง
“เพ่ยเพ่ยต้องแต่งงานกับพี่หมิงซาน”
“พูดอีก”
“เพ่ยเพ่ยต้องแต่งงานกับพี่หมิงซาน”
“แล้วจำใส่สมองแกไว้ด้วย เอาชุดนี้ล่ะ สวยที่สุดแล้ว มานี่ แม่จะสอนแกแต่งหน้า ผู้หญิงน่ะ สิ่งสำคัญคือความสวย ไม่ใช่วิชาแม่บ้านแม่เรือนที่ยายคุณนายใหญ่นั่นสอนเมย์ลีหรอก เชื่อแม่”
เหม่ยอิงเลือกชุดกระโปรงสั้นแนวเซ็กซี่แล้วจับหลินเพ่ยนั่งลงเพื่อแต่งหน้าให้หลินเพ่ย

บรรยากาศ งานปาร์ตี้ในสวนของวัยรุ่น นักดนตรีเล่นดนตรีสากล เพื่อนๆเต้นรำสนุกสนานกันใหญ่
“งานวันนั้น ฉันเห็นความรักหนุ่มสาว...รักต้องห้าม” ซิ่วหลานพูดกับเพกา
วันนั้น...ซิ่วหลาน เจิ้นหลุน อี่เหวิน ดูแลโต๊ะอาหารและเครื่องดื่ม ซิ่วหลานของตกเลยก้มลงเก็บ ระดับสายตาของซิ่วหลานทำให้เห็นบางอย่าง โต๊ะที่ห่างออกไป หมิงซาน หมิงเทียน เหว่ยเหอ และเมย์ลีนั่งอยู่โต๊ะเดียวกัน
ระดับสายตาที่ซิ่วหลานก้มนั้น มองเห็นเหว่ยเหอกับหมิงซานจับมือกันที่ใต้โต๊ะ และไม่ไกลกันมาก
ซิ่วหลานก็เห็นหมิงซานแกล้งเตะเท้าสุคนธาที่ก้มหน้าอย่างอายๆ อยู่ เบื้องลึกของหัวใจและความรักของทั้งสองคู่ซุกซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ ซิ่วหลานมองภาพนั้นอย่างกลุ้มใจ เมื่อเก็บของขึ้นมาแล้วจัดข้าวของต่อโดยไม่พูดกับใคร
เมื่อเพลงจบทุกคนหยุดเต้น เพื่อนหญิงคนหนึ่งประกาศบอกทุกคน
“เจ้าของงานของเรามาแล้ว คุณหนูตระกูลเจ้าที่สวยงามที่สุด คุณเจ้าเพ่ยเพ่ย”
หลินเพ่ยปรากฎตัวขึ้นในชุดสั้นเซ็กซี่เดินเข้ามาอย่างสง่างาม พลางจิกสายตายั่วยวนตรงมาที่หมิงซาน เหม่ยอิงเดินมากระซิบกลุ่มเพื่อนๆของหลินเพ่ยที่อยู่บนลานเต้นรำ
“ใครไม่กรี๊ด ฉันจะยึดมือถือคืน”
เสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดดังกระหึ่มขึ้นจากกลุ่มเด็กสาวที่ยืนเต้นรำอยู่เมื่อครู่ ตามคำสั่ง เหม่ยอิงพอใจ หลินเพ่ยเดินไปหาหมิงซานและนั่งบนพนักเก้าอี้ของหมิงซานแสดงความใกล้ชิด ส่งสายตายั่วยวนเสียงหวานเร้าใจ
“เพ่ยเพ่ยอยากได้ยินจากพี่ชายใหญ่ว่า เพ่ยเพ่ยสวยที่สุด”

เพื่อนสาวร้องกรี๊ดกร๊าดกันอีก

ทุกคนมองมาที่หมิงซานและหลินเพ่ยเป็นตาเดียว หมิงซานนั่งหน้าเข้มสีหน้านิ่ง

“ไม่ชอบชุดสวยๆของเพ่ยเพ่ยหรือคะ”
“กระโปรงเธอ” หมิงซานถาม
“ทำไมคะ”
“3 ตัวรวมกัน ถึงจะยาวเท่ากระโปรงเมย์ลี”
สุคนธาสะดุ้ง หน้าแดง ตีความจากคำพูดหมิงซานแล้ว หมายความว่า เธอแต่งตัวเชยสนิท
“นี่ก็สั้นไป นี่ก็ยาวไป ฮึ”
หมิงซานส่ายหน้าไม่ชอบทั้งคู่ หลินเพ่ยสีหน้าโกรธขึ้นมาทันที
“อย่าเอาเพ่ยเพ่ยไปเทียบกับมัน คนละเกรดกัน”
“ใช่ เธอเกรดต่ำกว่าเมย์ลี”
“พี่หมิงซาน”
“เก่งแต่แต่งตัวยั่วผู้ชาย โง่ ไม่สนใจเรียน ฉันว่านะ เธอต้องท้องก่อนจบไฮสคูล ท้องไม่มีพ่อด้วย”
หลินเพ่ยโกรธหมิงซานมากจะฉวยแก้วน้ำสาดน้ำใส่ หมิงซานจ้องท้าทาย
“กล้าหรอ”
หลินเพ่ยไม่กล้าสาดน้ำใส่หมิงซาน แต่กลับสาดใส่เหว่ยเหอแทนซึ่งทำให้หมิงซานโกรธมาก ลุกขึ้นยืนตะโกนด่า คนทั้งงานร้องฮือ
“เธอมันชั้นต่ำเหมือนแม่เธอไม่มีผิด ไม่รู้คุณ พ่อฉันคิดยังไงถึงเอาแม่มาจาก...”
หลินเพ่ยฉายแววตระหนกที่ดวงตา อดีตวัย 5 ขวบตามมาหลอกหลอน - - สภาพบ้านตึกแถวทรุดโทรม ประตูเหล็กเป็นสนิมเก่าคร่ำคร่า ในบ้านมีหนูวิ่งพล่าน พ่อของหลินเพ่ยทะเลาะตบตีแย่งเงินจากเหม่ยอิง เธอหลบร้องไห้อยู่ที่ใต้โต๊ะด้วยความกลัวมาก
“เอามาจากไหน เพ่ยเพ่ยเป็นคุณหนูตระกูลเจ้า เพ่ยเพ่ยไม่ได้มาจากไหน”
หมิงเทียนรีบเข้ามาไกล่เกลี่ยเพราะเป็นคนที่รู้ว่า หลินเพ่ยมีอดีตอย่างไร หมิงเทียนกระตุกแขนหลินเพ่ยที่ยืนช็อกอยู่ให้ได้สติ แต่เธอยังไม่รู้สึกตัว
“ขอโทษเหว่ยสิเพ่ยเพ่ย พี่ใหญ่จะได้หายโกรธ” หมิงเทียนบอก
“หมิงเทียนอย่าช่วยมัน แม่มันรังแกแม่เรา คุณพ่อฉันไม่น่าเอาแม่เธอมาจาก...”
หลินเพ่ยสีหน้าเครียด ภาพของพ่อแท้ๆที่ตีหลินเพ่ยด้วยไม้ขนไก่ผ่านเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง
เหม่ยอิงเห็นท่าจะเป็นเรื่องใหญ่โตก็รีบวิ่งเข้ามาขอร้องหมิงซาน
“ขอร้องล่ะค่ะคุณชายใหญ่ หยุดเถอะค่ะ”
หลินเพ่ยมองไปรอบๆ ก็เห็นสายตาเพื่อน ๆ ที่กำลังมองมาอย่างอยากรู้
“พี่หมิงซาน ผมขอเถอะครับ”
หมิงซานยิ้มมองเหม่ยอิงอย่างเกลียดชัง แล้วพูดเสียงดังฟังชัดให้ได้ยินกันจนทั่ว
“ทุกคนรู้ไว้ แม่เพ่ยเพ่ยเป็นผู้หญิงไนต์คลับ”
เพื่อนๆต่างซุบซิบกัน
“ผู้หญิงไนท์คลับ เพ่ยเพ่ยบอกพวกเราว่า แม่เป็นลูกสาวเศรษฐีปักกิ่ง” เพื่อนคนหนึ่งบอก
“มันโกหก แม่มันเป็นผู้หญิงกลางคืน ทำงานร้องเพลงในไนท์คลับโลโซแถวเกาลูน พ่อมันเป็นนักเลงข้างถนน”
เพื่อนอีกคนว่า
“หา พ่อเป็นนักเลง งั้นเพ่ยเพ่ยก็ไม่ใช่คนสกุลเจ้า”
“คุณชาย พอเถอะ ฉันขอร้อง” เหม่ยอิงว่า
หมิงซานยังไม่ยอมหยุดกับการแฉ
“เพ่ยเพ่ยเป็นลูกบุญธรรมคุณพ่อฉัน เด็กที่มีกำพืดเป็นคนชั้นต่ำ เลี้ยงมาแบบผู้ดียังไง ก็โตขึ้นเป็นผู้หญิงชั้นต่ำอยู่ดีเหมือนแม่เธอ”
เพื่อนๆ ต่างมองหลินเพ่ยเป็นตาเดียวจนเธออับอายมาก ก่อนจะร้องกรี๊ดยาวแล้วลงไปชักสองสามครั้งแล้วเป็นลมล้มไป คนช็อกกันทั้งงานกับอาการของเพ่ยเพ่ย
เหม่ยอิงกับหมิงเทียนร้องเรียก “เพ่ยเพ่ย”

เหม่ยอิง และสุคนธามาช่วยหมิงเทียนประคองหลินเพ่ย หมิงซานเหยียดยิ้มอย่างสะใจ ส่วนเหว่ยเหอมองอย่างสงสาร

เพกากับซิ่วหลานหยิบแจกันไปวางวางตามมุมต่างๆ และยังคุยกันอย่างต่อเนื่อง

“กรี๊ดเป็นลมเลยหรือคะ”
ซิ่วหลานพยักหน้ารับ
“ครั้งนั้น คุณเพ่ยเพ่ยเข้าโรงพยาบาลเป็นเดือน คุณหมิงเทียนต้องไปดูแลทุกวัน”

ภายในโรงพยาบาลของวันใหม่ในอดีต หลินเพ่ยยังมีอาการทางจิต เพราะช็อกอย่างรุนแรง ยอมรับความจริงไม่ได้ เธอนอนเหม่ออยู่บนเตียง หมิงเทียนเดินไปมาอย่างกลักกลุ้มใจ บางคราวก็ไปลูบหัว ห่วงใย หลินเพ่ยน้ำตาไหลลงมา

เพกาถามซิ่วหลานด้วยความสงสัย
“ทำไมคุณหมิงเทียนต้องแคร์เพ่ยเพ่ยขนาดนั้น ถึงขนาดไปดูแลทุกวันเชียวหรือ”
“เรื่องนี้เป็นเรื่องแปลก คุณหมิงเทียนน่ะไม่ชอบการใช้ความรุนแรง ถ้าเกิดเรื่องอะไรกับเมย์ลีและเพ่ยเพ่ย คุณหมิงเทียนต้องออกโรงทุกที แต่กับเพ่ยเพ่ยหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น กลายเป็นติดกับคุณหมิงเทียนแทบไม่ห่างจากกัน อยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา"
“หา แล้วกับเมย์ลีล่ะคะ”
“คุณชายรองชอบแกล้งคุณเมย์ลีเป็นประจำอยู่แล้วค่ะ”
“แกล้งเนี่ยนะ”
ซิ่วหลานขำไป พยักหน้าไป

วันใหม่ในอดีต ภายในห้องโถง หมิงซานนั่งคุยกับเหวินเยี่ยและลี่ผิง ผู้เป็นแม่จับมือหมิงซานไว้ทั้งนี้เพราะคู่นี้ เป็นแม่กับลูกที่รักกันมากจับมือกันตลอดเวลา ส่วนเหวินเยี่ยได้แต่นั่งฟังหมิงซานพูดเรื่องงานอย่างเพลินๆ ทั้งพ่อและแม่มองหมิงซานด้วยความชื่นชมในความมีสาระของลูกคนนี้เสมอ ขณะที่หมิงเทียนนั่งห่างออกไป เอาแต่นั่งกดคอมพิวเตอร์เล่น พร้อมใส่หูฟังเพลง ดูแปลกแยกไปจากครอบครัว
ซิ่วหลานบอกเพกาว่า
“คุณหมิงเทียนเป็นลูกคนรองที่มีพี่ชายสมบูรณ์แบบ”
“ผมว่า วงการยาในอนาคตน่าจะเปลี่ยนโฉมหน้าไป อาหารเสริมน่าจะเข้ามามีบทบาท ผู้คนส่วนใหญ่ที่รักสุขภาพจะเลือกกินอาหารเสริม เพราะรู้สึกว่ามันเป็นอาหาร กินเท่าไหร่ก็ได้ บริษัทเราก็ควรจะมีผลิตภัณฑ์พวกนี้ไปแข่งกับเขาบ้าง” หมิงซานพูดขึ้น
ซิ่วหลานกับสุคนธายกของว่างเข้ามา หมิงเทียนเห็นสุคนธาเดินเข้ามาก็เหลือบมองตามทันที ทั้งที่ยังทำเป็นมองคอมพ์

ซิ่วหลานพูดบอกเพกา
“คุณเยี่ยกับคุณผิงมักขลุกกับคุณชายใหญ่ จนลืมไปว่ามีลูกชายอีกคน แต่ในเมื่อคุณเมย์ลีกับคุณหมิงเทียนเป็นรักต้องห้าม คุณชายรองจึงมักใช้สายตาโดยไม่ต้องใช้คำพูด”
เวลาต่อมา หมิงเทียนมองสุคนธาลีที่ช่วยเก็บจานของว่างเดินออกไป หมิงเทียนเห็นพ่อแม่กำลังเพลินอยู่กับหมิงซานก็แอบเดินตามทันที

สุคนธามาเดินเล่นที่สวนโบตั๋นแล้วแอบมองยิ้มด้วยหางตาที่หมิงเทียนแอบเดินตามมา หมิงเทียนแกล้งไปยืนออกกำลังกาย ก่อนจะมองซ้ายมองขวาแล้วแกล้งหยิบดอกไม้เขวี้ยงใส่ สุคนธาสะดุ้งหันมามอง หมิงเทียนก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ สุคนธายิ้มส่ายหน้า

อีกหลายวันต่อมา ในเวลากลางคืน สุคนธาเปลี่ยนชุดนอนแล้วอยู่ในห้องดอกไม้ เธอจะเดินมาปิดม่านหน้าต่างและมองลงไปที่สวนเห็นหมิงเทียนนอนเล่นอยู่ที่หญ้าตามองมาที่ห้องดอกไม้ สุคนธายิ้มอายๆรีบปิดม่าน
เสียงซิ่วหลานแทรกเล่าให้เพกาฟัง
“ถ้าวันไหนเบื่อที่จะมองก็จะเห็นอีกอย่าง”

เวลากลางวัน สุคนธาเดินผ่านมาในสวน จู่ๆก็มีตุ๊กแกหล่นใส่ลงมา สุคนธาร้องกรี๊ด หมิงเทียน อยู่ที่หน้าต่างในห้องยักคิ้วให้

วันหนึ่ง เมย์ลีเปิดประตูห้องเข้าไป กล่องที่วางอยู่เหนือประตูก็หล่นใส่ งูที่อยู่ในกล่องตกใส่ สุคนธาร้องกรี๊ด หมิงเทียนที่แอบยืนอยู่ห่างออกไปได้แต่ยืนขำ

“แต่คุณเมย์ลีเขาก็ไม่ได้ยอมไปตลอดนะ บางทีก็มีเอาคืนบ้าง” ซิ่วหลานบอกเพกา

อีกหลายวันต่อมา ภายในห้องอาหาร หมิงเทียนกินบะหมี่อยู่อย่างเอร็ดอร่อย สุคนธาก็เทกล่องหนอนรถด่วนลงไปจนเต็มชาม หมิงเทียนสะดุ้ง ลุกพรวด
“เฮ้ย อะไรอ่ะ”
“ดูอะไรนี่นะ”
สุคนธาหยิบหนอนรถด่วนใส่ปากอล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
“เฮ้ย กินเข้าไปได้ยังไง จะอ้วก”
“นี่เป็นอาหารชั้นดีของคนไทย ฉันกินให้ดูเพื่อจะบอกว่า ฉันเบื่อมุขคุณ พวกแมลงอะไรทั้งหลายนั่นแล้ว ที่ฉันร้องเพราะตกใจ แต่ไม่ได้กลัว ว่าแต่คุณเถอะกล้าไหมล่ะ”
“กล้าอะไร”
สุคนธาดึงเสื้อหมิงเทียนออกเพื่อจะเทหนอนรถด่วนใส่
“เฮ้ย ไม่เอา ออกไป อี๊ เอาออกไปไกลๆเลย”

ทั้งสองวิ่งเล่นกันอยู่รอบๆโต๊ะในห้องอาหารอย่างมีความสุขในเวลาที่ไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย

กี่ เ พ้ า ตอนที่ 5 (ต่อ)

ต่ อ จ า ก ต อ น ที่ แ ล้ ว

ภายในห้องครัว การสนทนาของเพกาและซิ่วหลานยังต่อเนื่อง

“ถึงยังไงก็ไม่ไหวนะซิ่ว ทำดีกับผู้หญิงอีกคน แต่มาแกล้งผู้หญิงอีกคน คุณหมิงเทียนชอบใครกันแน่คะ เมย์ลีหรือเพ่ยเพ่ย ชอบอีกคน แต่กลับโอ๋อีกคน”
เพกาอยากรู้ด้วยความรู้สึกหึงหวงเล็กๆที่เริ่มก่อขึ้นในใจ
“ซิ่วก็ไม่เข้าใจคุณชายรองค่ะ ทำไมถึงสงสารคุณเพ่ยเพ่ยนัก”
“คุณหมิงเทียนของอาซิ่วเจ้าชู้ไม่เบานะคะเนี่ย มีสองใจ”
“ใจคุณชายอยู่ที่คุณเมย์ลีคนเดียวค่ะ ส่วนคุณเพ่ยเพ่ย คุณชายเห็นเป็นน้อง” ซิ่วหลานยืนยัน
“น้ำตาลใกล้มด ซักวัน คุณหมิงเทียนอาจจะใจอ่อนรักคุณเพ่ยเพ่ย ฮึ”
เพกาชักมีอาการหงุดหงิดด้วยความหึง จนซิ่วหลานยิ้มล้อเพกา
“เอ คุณพิ้งค์หงุดหงิดอะไรคะ”
“ฉันเสียความรู้สึกแทนเมย์ลีน่ะค่ะ ไม่ได้คิดอะไรนะคะ” เพกาเสียงแข็ง
ซิ่วหลานอมยิ้มบอก “ค่า”
“หลังโดนคุณหมิงซานแฉ คุณเพ่ยเพ่ยเป็นไงต่อคะ”
“ที่จริงที่คุณเพ่ยเพ่ยเป็นแบบนี้ก็มีเหตุผลของมันอยู่ อืม จะเรียกว่ายังไงดี เป็นเพราะการเลี้ยงดูค่ะ"
เพกาสนใจมาก ชักอยากรู้เรื่องของหลินเพ่ยขึ้นมาทุกที

วันใหม่ในอดีต หลินเพ่ยนอนอยู่ที่โรงพยาบาล หมิงเทียนมานั่งเฝ้า เหม่ยอิงเดินนำซิ่วหลานเข้ามา ในมือซิ่วหลานถือโถซุปมาด้วย
“ขอบคุณคุณชายมากค่ะ ฉันมาเปลี่ยนเวรแล้ว” เหม่ยอิงว่า
หมิงเทียนพยักหน้า ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ เหม่ยอิงบอกซิ่วหลาน
“วางไว้นั่น เธอกลับไปพร้อมคุณชายเถอะ ฉันมีอะไรจะคุยกับลูกฉันหน่อย”
“พี่รอง พรุ่งนี้มาอีกนะคะ” หลินเพ่ยว่า
หมิงเทียนพยักหน้าแล้วเดินออกไป ซิ่วหลานเดินตาม พอเห็นทั้งสองเดินไปแล้ว เหม่ยอิงก็เปิดปากด่าลูกสาวทันที
“เพ่ยเพ่ย แกจะนอนอยู่ที่โรงพยาบาลตลอดชีวิตไม่ได้นะ พรุ่งนี้ต้องกลับไปที่วิทยาลัย ไปเรียนหนังสือซะที”
“ไม่ ป่านนี้พวกเพื่อนมันคงล้อหนู หนูไม่กลับ หนูไม่เรียนแล้ว”
ที่หน้าห้อง หมิงเทียนเดินไปแล้ว แต่ซิ่วหลานยังได้ยินเสียงอยู่เพราะประตูปิดไม่สนิท ซิ่วหลานเลยหยุดฟังอยู่หน้าห้องตรงนั้นเอง
เหม่ยอิงเขย่าตัวหลินเพ่ยแล้วด่าต่อ
“ฟังนะ คนอย่างเราเคยจนตรอกมาแล้ว หมาจนตรอกไม่มีทางไป เรามีทางเดียวคือหันกลับมาสู้ ใครกัดเราเรากัดมัน กัดจนตายไปข้างหนึ่ง เข้าใจไหม"
“ไม่ ฮือ...เพ่ยเพ่ยกลัว”
“ถ้าแกกลัวแกก็ต้องหนี ต้องแพ้ไปตลอดชาติ ถ้าเราหนีเราแพ้ เราก็ต้องกลับไปอยู่สลัมโสโครกนั่นอีก แกจะเอาหรือ"
“ไม่ เพ่ยเพ่ยไม่กลับ เพ่ยเพ่ยกลัวพ่อ กลัวพ่อตี”
เหม่ยอิงน้ำตาคลอด้วยความเจ็บปวดบอก
“ใช่ ฉันก็ไม่กลับ เราพ้นจากนรกแห่งนั้นมาแล้ว เราสองแม่ลูกจะไม่กลับไปอีก เพราะฉะนั้น แกต้องเข้มแข็งแกต้องเป็นนางเสือ แกจะไม่ยอมถูกล่า แกจะไม่ยอมถูกฆ่า แต่แกต้องเป็นผู้ล่า เป็นผู้ฆ่า เป็นผู้ฆ่าเท่านั้น”
หลินเพ่ยร้องไห้อีกจนเหม่ยอิงต้องดึงหลินเพ่ยเข้ามากอดและร้องไห้ไปด้วยกัน
“ลูกแม่ เชื่อแม่ เราจะไม่กลับไปเป็นแบบนั้นอีกแล้ว ลูกต้องไม่ยอมแพ้ อย่ายอมแพ้ ได้ยินไหมลูก”

ฉากที่17รร.นานาชาติฮ่องกง/บันไดกลางวัน วันใหม่ อดีต
ตัวละครเพ่ยเพ่ย / นักศึกษา 1 / เพื่อน 1 / เพื่อน2/ นักศึกษาหญิงชายหลายคน
-ภาพช้า ดนตรีแรง
วันใหม่ หลินเพ่ยปรากฎตัวขึ้นมาอย่างนางเสือตามคำสั่งของแม่ที่โรงเรียนนานาชาติ ฮ่องกง เธอเดินมาตามทางอย่างมั่นใจ เพื่อนนักศึกษาเริ่มซุบซิบนินทากัน
บริเวณบันได เพื่อนนักศึกษาคนหนึ่งซุบซิบ
“ลูกผู้หญิงไนท์คลับ ทำซ่า”
หลินเพ่ยหันขวับมทันที
“แก”
หลินเพ่ยพุ่งไปผลักนักศึกษาหญิงคนนั้นตกบันได กลิ้งหลุนๆลงไปหลายขั้น เพื่อนหลายคนที่เห็นเข้าก็ร้องกรี๊ดวี้ดว้าย เข้ามารุมดูนักศึกษาหญิงคนนั้น หลินเพ่ยประกาศลั่นต่อหน้าทุกคนในบริเวณนั้น
“ทุกคนฟังฉัน ต่อไปนี้ ใครพูดเรื่องฉัน ใครนินทาฉัน ไม่เจ็บก็ตาย”
พวกเพื่อนนักศึกษาต่างกลัวหลินเพ่ย ก้มหน้างุดๆกันหมด หลินเพ่ยสะใจเดินต่อไป ทุกคนหลีกทางให้ หลินเพ่ยเดินอย่างสะใจไปสักพัก จนนึกอะไรได้หันกลับมาเรียกเพื่อน 2 คนที่กำลังประคองเพื่อนนักศึกษาที่เจ็บโอดโอยอยู่
“อาฮัว อาเตียง ฉันกำลังจะไปช็อปปิ้ง ถ้าอยากได้กระเป๋าใหม่ ก็ไปช่วยฉันหิ้วของ”
“ได้ซี่ เพ่ยเพ่ย” อาฮัวบอก
ทั้งอาฮัวและอาเตียงที่ประคองเพื่อนนักศึกษาอยู่ก็ปล่อยเพื่อนร่วงลงไปกับพื้นจนร้องโอ๊ก เพื่อนทั้ง 2 คนเปลี่ยนใจ รีบเข้าไปประจบหลินเพ่ยในทันที
“ไม่ต้องสนใจใครนะเพ่ยเพ่ย ยังไงเธอก็เป็นคุณหนูตระกูลเจ้า รวยล้นฟ้า” อาเตียงว่า
เพื่อนทั้ง 2 คนหันกลับมาสวามิภักดิ์ต่อหลินเพ่ยเหมือนเดิม หลินเพ่ยเดินกร่างกลับมาเป็นแม่เสือสาวจอมร้ายกาจคนเดิม
เสียงสั่งสอนของเหม่ยอิงแทรกเข้ามาในสีหน้าดุร้ายของหลินเพ่ย

“เราพ้นจากนรกแห่งนั้นมาแล้ว เราสองแม่ลูกจะไม่กลับไปอีก เพราะฉะนั้น แกต้องเข้มแข็ง แกต้องเป็นนางเสือ แกจะไม่ยอมถูกล่า แกจะไม่ยอมถูกฆ่า แต่แกต้องเป็นผู้ล่า เป็นผู้ฆ่า เป็นผู้ฆ่าเท่านั้น”

ตรงบริเวณทางเดินในคฤหาสน์ตระกูลเจ้า เพกาและซิ่วหลานยังสนทนาอย่างต่อเนื่อง

“คุณนายรองสอนลูกให้เป็นฆาตกรชัดๆ ขอถามอีกทีนะคะซิ่ว ใช่เหว่ยแน่หรือคะ ที่เป็นคนฆ่าเมย์ลี ไม่ใช่เพ่ยเพ่ยนะคะ"
ซิ่วหลานชักลังเลตาม
“ก็ตำรวจเขายืนยันอย่างนั้นนี่คะ”
“อืม หรือคะ”
มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เพกาคิดเรื่องเพ่ยเพ่ยเป็นฆาตกร และไม่ยอมปล่อยวางความคิดนี้ลงไปง่ายๆ สีหน้าเพกาดูยุ่งเหยิงกับปมใหม่ๆ

วันใหม่ เวลากลางวัน บริเวณ Golden Bauhinia Square ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งอิสรภาพของฮ่องกง ย่านนี้ตึกงามทันสมัย หลินเพ่ยควงหมิงเทียนมาคุยกันในวันพักผ่อน
“เฮ้อ สบายจัง นี่แหล่ะเรียกว่าความสุข”
หลินเพ่ยพูดพลางเอนหัวอิงหมิงเทียน
“ความสุขสงบใจสร้างได้เสมอ ถ้าเพ่ยเพ่ยจะใจเย็นลงกว่านี้ อย่าเป็นคนเจ้าอารมณ์นัก" หมิงเทียนเตือนสติ
“ความสุขสงบใจเกิดขึ้นเมื่อมีพี่รองอยู่ใกล้ๆ อารมณ์ไม่ดีเกิดขึ้นจากผู้หญิงคนนั้น”
“คนขี้โมโหขาดสติ ชีวิตมีแต่ดิ่งลงเหว เหมือนเหว่ยที่ฆ่าคนตายเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เพ่ยเพ่ยอยากเป็นอย่างเหว่ยหรือ"
“เพ่ยเพ่ยชอบที่เหว่ยทำ”
“เพ่ยเพ่ย”
“คนอย่างเพ่ยเพ่ย คนอย่างเหว่ยเกิดมาเพื่อความรัก ถ้าไม่มีรักเราก็ตาย ถ้าเลือกระหว่างเราตายกับคนอื่นตาย เราก็ต้องให้คนอื่นตาย ถูกไหม”
หมิงเทียนรู้สึกอ่อนใจ วันนี้อุตส่าห์เรียกมาคุยกันแล้ว แต่เพ่ยเพ่ยดูไม่ยอมฟังเอาเสียเลย
“โธ่ เพ่ยเพ่ย”
“เอาเป็นว่า ถ้าพี่รองอยากให้บ้านเราสงบสุข อยากให้คนรอบข้างใช้ชีวิตตามปกติ พี่รองก็ต้องอยู่ห่างจากผู้หญิงคนนั้น ต้องให้เวลากับเพ่ยเพ่ยเสมอ เข้าใจไหมคะ"
หมิงเทียนถอนใจอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะทำยังไง

ภายในพิพิธภัณฑ์ตระกูลเจ้า เพกากำลังซ่อมชุดกี่เพ้ามาดามซ่งด้วยการปักด้ายสีเดียวกับชุด ตรงรอยขาด พลางเหลือบมองหลินเพ่ยกับเป่าหลินที่แกล้งทำเป็นมาเดินดูชุดโบราณ ของสะสมของเหวินเยี่ย ทั้งสองคนดูแบบไม่สนใจเพราะเจตนาต้องการมาเพื่อเยาะเพกา ซิ่วหลานอยู่ห่างออกไปและกำลังทำความสะอาดอะไรไปเรื่อย
“คุณหนูใส่น้ำหอมอะไรคะ ฮ้อมหอม” เป่าหลินถาม
“น้ำหอมคอลเลคชั่นใหม่เพิ่งออก พี่หมิงเทียนซื้อให้เมื่อวานตอนไป..เดทกัน”
เพกาหูผึ่งด้วยความหึงหวง แต่แสร้งทำเป็นไม่สนใจ
หมิงเทียนเดินถือถุงห้างเข้ามา พอเห็นหลินเพ่ยอยู่ก็ตกใจ
“มาหาคุณพิ้งค์เหรอคะคุณชาย”
“เอ้อ”
หลินเพ่ยหันมามองเห็นถุงใส่ของก็ตาเขียวทันที หมิงเทียนดูมีพิรุธ
“เอ้อ อาซิ่ว ซื้อของมาให้”
หมิงเทียนส่งถุงของให้ซิ่วหลานอย่างเสียไม่ได้เพราะใจจริง ของนั้นซื้อมาให้เพกาต่างหาก
“ขอบคุณค่ะคุณชาย”
ซิ่วหลานคลี่ถุงออกมาดู แล้วก็งง
“เครื่องช็อตไฟฟ้า”
หมิงเทียนอ้อมแอ้มบอก
“เอาไว้ป้องกันตัว เผื่อใครมาทำร้าย”
“เหว่ยไม่ได้ปองร้ายซิ่วนะคะ คุณพิ้งค์ต่างหาก”
ทุกคนมองหมิงเทียนอย่างจับผิดว่า ซื้อของมาให้ใครกันแน่ หมิงเทียนจำต้องพูดอะไรที่ไม่เข้าท่าออกไป
“คุณพิ้งค์เค้าดูแลตัวเองได้ เค้าแกร่งอยู่แล้ว”
เพกานึกน้อยใจหมิงเทียน
“ใช่ค่ะ คนอย่างฉัน ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาดูแล”
หลินเพ่ยยิ้มพอใจในทีท่าของหมิงเทียนแล้วเดินเข้าไปหาทันที
“แต่เพ่ยเพ่ยไม่ใช่ผู้หญิงแกร่งอย่างเพกา พี่หมิงเทียนต้องดูแลเพ่ยเพ่ยนะคะ”
เพกาเกิดอาการหึงก็พูดอย่างประชดบอก
“ไม่ต้องขอหรอกค่ะคุณเพ่ยเพ่ย คุณหมิงเทียนต้องดูแลคุณอยู่แล้ว ทั้งรักทั้งห่วงมาตั้งแต่เด็ก”หมิงเทียนทำฮึดฮัดบอก
“เธอไม่ได้โตมากับเรา อย่ามาทำเป็นรู้ดี”
“โอ๊ย ดูปราดเดียวก็รู้ค่ะ คุณรักน้องสาวคนนี้มาก”
“ก็ฉันมีน้องสาวอยู่คนเดียว”
“คุณสองคนไม่ใช่พี่น้องกันแท้ ๆ จะว่าไป พวกคุณเหมาะสมกันดีนะคะ โตมาด้วยกัน เข้าใจกันดี ไม่ต้องปรับตัวมากเหมือนคู่อื่นๆ”
“พูดบ้าๆ”
“เพกาพูดถูกแล้วค่ะพี่หมิงเทียน เราเหมาะสมกันที่สุด”
หลินเพ่ยกอดแขนหมิงเทียนแสดงความเป็นเจ้าของ คุณชายรองได้แต่ยืนตัวเกร็ง เพกาหึงหงุดหงิด
“อาซิ่ว วานเก็บด้ายใส่กล่องทีนะคะ ฉันขอพักเดี๋ยว”

เพกาเดินออกไป หมิงเทียนได้แต่มองตาม

เพกาหงุดหงิดเดินไปเรื่อยๆ

“เราอยู่ของเราดีๆ มาทำให้หงุดหงิด อยากเดทกันก็เดทไปสิ ไม่เห็นต้องมารายงาน”
เพกาเดินเล่นจนออกนอกสวนคฤหาสน์ตระกูลเจ้า ระหว่างทางนั้น มีคนสะกดรอยตามเพกา และใครบางคนแอบมองเพกาในพุ่มไม้
เพกาเดินมายังสถานที่แห่งหนึ่ง แต่ยังไม่ได้เอะใจที่เห็นรูปถ่ายเมย์ลีกับหมิงซานอยู่คู่กัน จนนึกขึ้นได้ ที่แท้ สถานที่แห่งนี้คือ ฮวงซุ้ยตระกูลเจ้า
“ฮวงซุ้ยเมย์ลี หมิงซาน นี่เราเดินออกมาไกลเลยนะนี่”
เพกาคำนับฮวงซุ้ย หมิงเทียนเดินตามมาด้วยท่าทางเหนื่อยเพราะเร่งฝีเท้าตามมา ก่อนรีบอธิบาย เพราะกลัวเพกาเข้าใจผิด
“ฉันแค่มีเรื่องจะคุยกับเขา เพ่ยเพ่ยน่ะ ไม่ได้ไปเดท”
“โฮ้ยคุณ อุตส่าห์ตามมาแก้ตัว เอาน่า เป็นแฟนคุณเพ่ยเพ่ยก็รับมาเถอะค่ะ ไม่มีใครตำหนิหรอก พวกคุณไม่ใช่พี่น้องกัน”
“ฉันไม่ได้เป็นแฟนเพ่ยเพ่ย”
“ไปเที่ยวกันสองคนไม่ใช่แฟน แล้วอะไรคะ”
หมิงเทียนยิ้มๆ จีบความรู้สึกภัณฑรักษ์สาวไทยได้ เหมือนเพกาจะหึง
“จะแสดงให้ดู คนเป็นแฟนกันทำยังไง”
หมิงเทียนดึงเพกามาแล้วหอมแก้มเพกาอย่างรวดเร็ว
“อี๊ อีตาบ้า ทำอะไรของคุณ นี่ต่อหน้าบรรพบุรุษคุณนะ เมย์ลีมองอยู่ เห็นไหม”
หมิงเทียนมองรูปถ่ายสุคนธาที่หน้าฮวงซุ้ยแล้วอึ้งไป ก่อนยอมปล่อย
“นี่ คุณเจ้าหมิงเทียน ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นคุณนะ เลิกล้อเล่นแบบนี้กับฉันซะที โฮ้ย ยิ่งคิดยิ่งแค้น นี่แน่ะ”
เพกาตีเข่าใส่ท้องหมิงเทียนแล้ววิ่งหนี หมิงเทียนเจ็บจริงลงไปนั่งกองกับพื้น
“โอ๊ย ยายตัวแสบ มานี่นะ จะไปไหน”
หมิงเทียนจะลุกตาม แต่ไปไม่ได้ในทันที

เพกาวิ่งหนีหมิงเทียนมา เมื่อเห็นว่า หมิงเทียนไม่ได้ตามมาจึงหยุดวิ่ง
“คนบ้า ไม่ชอบเรา แล้วมาทำบ้าๆ กับเราทำไมเนี่ย” เพกาว่าพลางถูแก้มลบรอยจูบของหมิงเทียน
เหว่ยเหอโผล่พรวดเข้ามารวบตัวเพกาจากด้านหลัง ใช้มือหนึ่งปิดปาก เขาลากเพกาไปทางพงหญ้าที่มีพุ่มไม้รกสามารถบังตาคนได้ เพกาพยายามใช้เท้าจิกพื้นเพื่อฝืนตัวไว้จนรองเท้าเพกาหลุด
เพกาต้านแรงเหว่ยเหอไม่ไหวและถูกลากไปเรื่อยๆ

บริเวณหลังพุ่มไม้ เพกาใช้เล็บจิกแขนเหว่ยเหอข้างที่ปิดปากไว้ เขาเจ็บจนเผลอปล่อยเพกา เพกาลุกจะวิ่ง เหว่ยเหอขึ้นคร่อมเพกาสำเร็จ คราวนี้เหว่ยชักมีดออกมาขู่
“หยุด อยากตายหรือไงหา”
เพกาชูมือยอมแพ้ในที่สุด
“อย่านะอาเหว่ย อย่า ฉันกลัวแล้ว”
“เตือนแล้วทำไมไม่ฟัง”
“เตือนอะไร”
“ที่วัดหยวนหยวน”
เพกานึกถึงตอนที่เหว่ยเหอยัดกระดาษยัดใส่มือเพกา บนกระดาษเขียนคำว่า ตาย
“ฉันไม่เข้าใจ”
“ฟังนะ ผมไม่ได้ฆ่าเมย์ลี เชื่อผม อย่าเชื่อใจคนตระกูลเจ้า ไม่ยังงั้น คุณจะพบจุดจบเหมือนเมย์ลี”

ฝ่ายหมิงเทียน เดินมารอบๆบริเวณ เห็นรองเท้าเพกาหลุดอยู่ก็ตกใจและเป็นห่วงขึ้นมาทันที เขามองรอบๆ พร้อมตะโกนเรียก
“คุณพิ้งค์ คุณพิ้งค์”

เหว่ยเหอกับเพกาได้ยินเสียง เพกาทำท่าจะขยับจะตอบหมิงเทียนแต่โดนกดไว้ เหว่ยเหอรีบบอก
“พรุ่งนี้หกโมงเย็นไปเจอผมที่พีก ผมจะเล่าความจริงให้ฟัง”
เหว่ยเหอปล่อยเพกาแล้วรีบวิ่งหนีหายไป เพกานั่งสับสน เหว่ยไม่ได้มาทำร้าย แต่มาเตือนให้ระวังคนตระกูลเจ้า หมิงเทียนวิ่งเข้ามาเห็นหลังเหว่ยเหอไวไว
“หยุดนะ อาเหว่ย”
หมิงเทียนวิ่ง ในมือมีรองเท้าถือของเพกาข้างที่หล่นอยู่ติดมือมาด้วย
“คุณพิ้งค์ ไอ้เหว่ยมันทำอะไรคุณ เจ็บตรงไหนบ้าง”
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ ปลอดภัยดี”
เพกาหยิบรองเท้ามาใส่ หมิงเทียนประคองให้ลุกขึ้นยืน
“แน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไร”
“ค่ะ”
หมิงเทียนเอามือถือกดโทรหาตำรวจทันที สายตามองไปทางที่เหว่ยเหอวิ่งหนีระหว่างรอสาย
“ผมจะโทรแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้”
เพกาครุ่นคิดในใจ
“บอกเค้าดีมั้ยว่าเหว่ยนัดเจอ บอกดีไม่ดีนะ”
“ผู้กองครับ อาเหว่ยลอบเข้ามาในบ้านเมื่อกี้นี้เองครับ...ขอบคุณครับ”
หลังวางสายจากตำรวจ หมิงเทียนบอกเพกาว่า
“ตำรวจจะส่งสายตรวจมา เรากลับเข้าบ้านเถอะ”
หมิงเทียนโอบเพกาอย่างปกป้อง ดวงตาคอยมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง

ภายในห้องโถง คฤหาสน์ตระกูลเจ้า เหวินเยี่ย ตำรวจ จิ้นเจิน หมิงเทียนยืนคุยกันอย่างเครียดในเรื่องที่เหว่ยเหอมาป้วนเปี้ยน
“ป้องกันตรงโน้น มันก็มุดเข้ามาตรงนี้ แบบนี้คนในบ้านจะนอนหลับได้ยังไง” เหวินเยี่ยโวยวาย

“แล้วนี่ไม่มีเบาะแส ไม่มีความคืบหน้าเลยหรือคุณตำรวจ” จิ้นเจินถาม

เวลานั้น ตำรวจกำลังแนะวิธีการป้องกันกับพวกของเหวินเยี่ย หมิงเทียนและจิ้นเจินยืนฟังด้วยสีหน้าเครียด

ซิ่วหลานประคองเพกาที่ยืนมองไปยังกลุ่มผู้ชายที่กำลังหารือกันอยู่ เพกาครุ่นคิดไม่ตกถึงเรื่องที่เหว่ยเหอบอกไว้

วันใหม่ ช่วงเวลาตอนกลางวัน เพกาวางงานซ่อมกี่เพ้ามาดามซ่งลงแล้วมองนาฬิกาพลางครุ่นคิดหนัก

ภาพและคำพูดของเห่วยเหอแทรกเข้ามาในความคิด
“ผมไม่ได้ฆ่าเมย์ลี เชื่อผม อย่าเชื่อใจคนตระกูลเจ้า ไม่ยังงั้น คุณจะพบจุดจบเหมือนเมย์ลี"
“บ่ายสามแล้ว ไปดีไหมเนี่ยยัยพิ้งค์ เหว่ยดูไม่ใช่คนร้ายกาจอะไร เมื่อวานที่จริงเขามีโอกาสฆ่าเรา แต่ก็ไม่ได้ฆ่า"
เพกาเดินไปที่ตู้เปิดดูลิ้นชัก แล้วลูบที่ชุดกี่เพ้าโบตั๋น
“เมย์ลี เหว่ยไม่ได้เกลียดคุณ ถ้าเขาพลั้งมือฆ่าคุณ เขาก็คงเสียใจในการกระทำนั้น เขาไม่น่าฆ่าฉัน ฉันคิดถูกมั้ยคะ"

แล้วเพกาก็ตัดสินใจย่องออกมาทางประตูข้างบ้านเพื่อจะไปตามนัดหมายของเหว่ยเหอ ทันใด เจิ้นหลุนก็โผล่มามุมตึกออกมาพอดี
“นี่คุณ... เอ้ย ตกใจหมด”
เจิ้นหลุนยิ้มเผล่ให้
“ขอโทษครับ”
เพกาจะเดินต่อ แต่เจิ้นหลุนขวางไว้ไม่ให้ไป เพกาเดินหลีกไปอีกทาง เจิ้นหลุนก็กางมือไม่ยอมให้เพกาเดินผ่านไปง่ายๆ
“เล่นอะไรน่ะอาหลุน”
“ไม่ได้เล่นครับ ผมถ่วงเวลา”
หมิงเทียนกับอี่เหวินเดินมาถึงพอดี
“ผมสั่งอี่กับหลุนให้จับตาดูคุณในกล้องวงจรปิด ถ้าเห็นคุณแอบออกนอกบ้าน ให้รายงานผมทันที”
“ขอโทษนะคะคุณหมิงเทียน นี่คุกหรือบ้านคะ”
“คุณชายรองห่วงความปลอดภัยคุณเพกาน่ะครับ” อี่เหวินบอก
“จะออกไปไหน”
“ฉันจะไปเดินเล่นในสวน”
หมิงเทียนมอง เพกาอต่งตัวอย่างเต็มยศ สะพายกระเป๋า สวมรองเท้าบูทเก๋ เพกายิ้มแหย รู้ตัวว่าโกหกไม่เนียน หมิงเทียนรู้ทัน
“ชุดนี้หรือ”
“บอกตามตรงก็ได้ ไปเที่ยว”
“ไปเที่ยวไหน ผมจะไปส่ง”
เพกาถอนใจ

หมิงเทียนพาเพกามาที่ victoria peak จุดท่องเที่ยวไฮไลท์ของฮ่องกง ซึ่งเป็นจุดชมวิว
“ผมเป็นเจ้าของบ้านที่ใช้ไม่ได้ คุณมาอยู่ฮ่องกงซักพักแล้ว ไม่เคยพาคุณมาที่นี่ ใครมาฮ่องกงไม่ได้ขึ้น Victoria peak ก็เหมือนมาไม่ถึง”
“นั่นสิคะ อืม... ส่งฉันแค่นี้พอค่ะ ขอบคุณมาก”
เพการีบตัดบทเพราะจะบขึ้นไปเจอเหว่ยเหอตามที่เขานัดไว้
“เอาอย่างงี้แล้วกัน ผมจะพาคุณเที่ยวเอง”
เพกาอ้าปากจะแย้ง แต่หมิงเทียนบอก
“ห้ามปฏิเสธ ไม่งั้นผมพาคุณกลับเดี๋ยวนี้”
เพกาหน้าง้ำกับหมิงเทียนจอมเผด็จการ
“โฮ้ย สีชมพูไม่ออก”
“สีชมพูไม่ออกอะไรของคุณ ได้ยินพูดบ่อยๆ”
“มอตโต้ประจำตัวฉันค่ะ สีชมพูหมายถึงความสดใสร่าเริง”
หมิงเทียนมองค้อนเพกา
“อยู่กับผม สดใสไม่ออกงั้นหรือ เออดีแล้ว งั้นผมจะอยู่กับคุณนานๆ ดูซิจะชักดิ้นชักงอตายไหม ไป ไปด้วยกัน"
หมิงเทียนลากเพกาเดินไป
“โฮ้ย ปล่อยมือนะ”
“จับไว้น่ะดีแล้ว ยิ่งเฟอะฟะอยู่”

ทั้งสองเดินเที่ยวไปบนจุดชมวิวท่ามกลางบรรยากาศสวยงามของพีค เพกาถ่ายรูปไป มองนาฬิกาไป พอหมิงเทียนมองมา ก็รีบทำกลบเกลื่อนด้วยการถ่ายรูปต่อ
หมิงเทียนเล่าเรื่องให้เพกาฟัง
“หลายร้อยปีก่อน ภูเขานี้เป็นที่อยู่โจรสลัด ต่อมารัฐบาลอังกฤษขึ้นมาสร้างโรงพยาบาล สำหรับคนป่วยที่เป็นอหิวาต์และโรคติดต่อที่ต้องกักตัวเอาไว้ ไม่ให้ไปปะปนกับชาวเมือง หลังโรงพยาบาลปิด เริ่มมีการสร้างบ้านพักตากอากาศของข้าหลวงอังกฤษ และมีเศรษฐีฮ่องกงมาสร้างบ้านอยู่บนนี้"
“ที่นี่มีรถรางพานักท่องเที่ยวขึ้นเขา ใช่ไหมคะ”
นักท่องเที่ยวจะขึ้นพีคด้วยรถราง
“เรียกว่า พีคแทรม ร้อยกว่าปีก่อน เศรษฐีฮ่องกงคนหนึ่ง รวบรวมเงินจากเพื่อนฝูง สร้างรถรางสำหรับคนที่อยู่บนพีกได้สัญจรขึ้นลง"
“โห อายุร้อยกว่าปีแล้วหรือ”
หมิงเทียนชี้ชวนแนะนำมุมต่างๆ ทั้งสองเดินเที่ยวกันไป

หมิงเทียนกับเพกาชมวิวบนยอดเขาวิคตอเรียพีก ที่มองไปเห็นวิวเกาลูนแบบพาโนรามา เห็นหมู่ตึกสูงสวยเบียดเสียดกัน
“นั่นคือฝั่งเกาลูน”
“สวยเหมือนรูปในโปสการ์ดเลยค่ะ”
เพการู้สึกหนาว หมิงเทียนถอดเสื้อแจ๊คเก็ตของตัวเองสวมให้เพกา
“ก่อนออกจากบ้าน ลืมบอกให้คุณเอาเสื้อหนาวมา บนพีกหนาวกว่าข้างล่าง”
“ขอบคุณค่ะ”
เพกาจัดเสื้อแจ๊ตเก็ตของหมิงเทียนให้คลุมไหล่พอดี พลันรู้สึกอบอุ่นกายใจ หมิงเทียนกระเถิบยืนชิดเพกาที่ไม่ได้เดินหนี หมิงเทียนได้ใจยกแขนโอบเพกา
“แน้ คุณ”
“กลัวคุณหนาวไง นี่ช่วยเหลือหรอกนะ”
หมิงเทียนกอดเพกา เพกาหน้าร้อนผ่าว ใจเต้นแรง แม้เพกาจะมีสีหน้าอึดอัดอยู่บ้าง แต่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกดีในอ้อมกอดหมิงเทียน

ทั้งสองเดินมาตามทาง
“ตรงโน้นมีร้านกาแฟ กาแฟไหมหรือจะไปกินข้าว”
เพกาเดินเที่ยวเพลิน และเพิ่งนึกได้ว่านัดเหว่ยเหอไว้
“กาแฟก็ดีค่ะ ตายจริง กี่ทุ่มแล้วคะ”
หมิงเทียนดูนาฬิกาข้อมือบอก
“ จะหกโมงแล้ว”
เสียงเหว่ยเหอที่นัดหมายเพกาดังแทรกเข้ามาในความคิดของเพกา
“พรุ่งนี้หกโมงเย็นไปเจอผมที่พีก ผมจะเล่าความจริงให้ฟัง”
เพกาหาทางชิ่งหมิงเทียนเพื่อไปหาเหว่ยเหอ เพกาเห็นป้ายทางไปหุ่นขี้ผึ้งเข้าพอดี
“พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งอยู่ที่นี่ใช่ไหมคะ”
“อยากดูหรือ”
เพกาพยักหน้าหงึกๆ
“คุณเข้าไปรอฉันข้างในพิพิธภัณฑ์แล้วกันนะ เดี๋ยวฉันตามไป ขอไปห้องน้ำก่อน”
เพกาวิ่งไปทันที
“นี่เดี๋ยวสิ”

เพการีบชิ่งไป หมิงเทียนมองตามอย่างสงสัย

โปรดติดตาม "กี่เพ้า" ตอนที่ 6
กี่เพ้า ตอนที่ 4
กี่เพ้า ตอนที่ 4
ค่ำแล้วในห้วงเวลาแห่งอดีต หมิงซานยังนั่งคุกเข่าหน้าป้ายบรรพบุรุษ หมิงเทียนเดินมาหา ด้วยความละอายใจ “อย่าทำตัวดีนักเลยน่า พี่ยิ่งดีเท่าไหร่ผมยิ่งรู้สึกเลวเท่านั้น” “หมิงเทียน เมื่อไหร่ที่น้องมีทุกข์ พี่ใหญ่คนนี้จะอยู่กับน้องเสมอ” “พี่หมิงซาน” หมิงเทียนซาบซึ้งในตัวพี่ชาย หมิงซานยื่นมือออกไป “มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน” หมิงเทียนคิดเล็กน้อยแล้วยื่นมาจับ “มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน” “นี่คือคำสัญญาระหว่างเรา หมิงซาน หมิงเทียน” หมิงเทียนพยักหน้ารักษาคำมั่น ภายในห้องครัว เพกายังคุยกับซิ่วหลานอย่างต่อเนื่อง “คุณหมิงซานกับคุณหมิงเทียนเป็นพี่น้องที่รักกันมาก ตลอดชีวิตคุณหมิงซานเธอช่วยเหลือ ปกป้องน้องชาย
กำลังโหลดความคิดเห็น...