xs
xsm
sm
md
lg

ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 16

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 16
 

รถของพวกมือปืนสองคันวิ่งมาจอดพรืดในราวป่า หัวหน้ามือปืนยกกล้องส่องกราดไปข้างหน้า มันเห็น ขบวนของไผ่อยู่ในดงไม้ลิบๆ

“เฮ้ย พวกมันอยู่โน่นเว้ย มีเด็กสองคนด้วยเสร็จเรา”
มันเอากล้องส่องทางไกลลง ถึงกับตาเหลือก เพราะร่างของดาวในชุดนางเสือยืนอยู่ตรงหน้ามันห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว
“พวกมึงรออะไรอยู่”
พวกมันต่างพรวดลงจากรถ ยิงสาดใส่ร่างของดาว แต่กลับถูกดาวเล่นงานจนได้รับบาดเจ็บ ร้องครวญคราง
“พวกแกโชคดี ที่ฉันมีโปรโมชั่นไม่ทำบาป”
แต่แล้วดาวหันขวับไป เห็นนกฝูงหนึ่งบินพรึบขึ้นมาเหนือยอดไม้ในระยะไกล ดาวกราดตามองแล้วดีดตัวไปดู แล้วร่อนลงมาในดงไม้รก กราดสายตามองพื้นดิน เห็นรอยลำตัวงูขนาดใหญ่อยู่บนพื้น
“นาคี...คุณหนึ่ง...”
ดาวค่อยๆกราดสายตาไปมา เห็นปากถ้ำอยู่ตรงหน้า เคลื่อนตัวเข้าไปหาทันที....

พ่ออาตงจูงควายมาถึงจุดที่พัก กราดสายตารอบๆ...
“ผมว่าจุดนี้แหละครับ ที่พักนานหน่อย เด็กๆมีเวลาวิ่งเล่นนานที่สุด”
ไผ่อุ้มเด็กสองคนลงจากหลังควาย
“ใจเย็นๆ ค่อยๆวิ่ง ค่อยๆเดิน คิดให้ดี”
เด็กสองคนพยักหน้า ลุงเดชหันมาบอก
“พ่ออาตงนั่งพักก่อนก็ได้”
พ่ออาตงพยักหน้า เด็กสองคนออกเดิน ไผ่และทุกคนเดินตาม ทั้งคู่เดินวนไปวนมาตามต้นไม้ พุ่มไม้ วกไปวนมา
อาตง หยุดเดิน กราดสายตารอบๆ แล้ววิ่งไปข้างหน้า ทุกคนรีบวิ่งตาม ทะลุออกมาจากแนวป่า เห็นเป็นลานกว้าง อาตงหยุดมองไปมาแล้ววิ่งต่อไปตรงหน้า ทันใดนั้นร่างของอาตงหายวูบไป ทุกคนคาดไม่ถึง
“อาตง”
ทุกคนจ้องตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึง
“กำแพงมนต์”
“รีบตามอาตงเข้าไปเร็วเข้า”
ไผ่ดีดตัวไปทันที่ แต่แล้วร่างก็กระดอนกลับมาเหมือนชนเข้ากับกำแพงตัน โครม
“แย่แล้ว อาตง”
“หนูเองค่ะ”
เม่งจูวิ่งพรวดหายเข้าไปท่ามกลางสายตาทุกคน

ดาวเคลื่อนตัวเข้าไปในถ้ำ ปืนในมือกระชับแน่น สูดหายใจลึก สายตามองไปข้างหน้าเห็นที่งูตัวเล็กๆ ยั๊วเยี้ยอยู่บนพื้น ดาวยื่นมือออกไปตรงพื้นเพ่งสายตากลายเป็นสายตาของสายฟ้า
ทันใดนั้น งูต่างเลื้อยหนีหายเข้าพงไม้ไปจนหมด ดาวเคลื่อนตัวเข้าไปอย่างระมัดระวัง ผ่านพื้นที่ตรงที่งูยั๊วเยี้ยเข้าไปอย่างช้าๆ ตรงหน้ามีถ้ำอีกชั้นหนึ่ง เห็นแสงเหมือนแสงคบไฟแวบๆออกมา ดาวค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าไป แต่แล้วก็ต้องหยุด ตรงพื้นมีเลือดปรากฏสีออกดำแดง
ดาวตวัดมืออีกข้างหนึ่งขึ้นมา กลายเป็นปืนอยู่ในมือข้างละกระบอก แล้วเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ปากถ้ำ แสงจากคบเพลิงสะท้อนมาตรงหน้าของดาว
ดาวพรวดเข้าไปปืนสองกระบอกสาดไปข้างหน้า ตรงหน้าคือร่างของนาคีหลับตานั่งสมาธิอยู่ ดาวสายตาจ้องเขม็งคาดไม่ถึง ท่อนล่างของนาคีจากเอวคือลำตัวของงูขนาดใหญ่ที่ขดม้วนเป็นฐานอยู่
นาคีเหมือนนั่งอยู่บนขั้นบันไดสูง ดาวถึงกับถอยหนึ่งก้าว ปืนในมือตวัดขึ้นสูงเล็งไปที่แสกหน้าของนาคี
ดาวจ้องนาคีเขม็ง กราดสายตาไปมามองหาฤทธิชัยไม่มีร่องรอย สายตากลับมาจ้องที่นาคี เสียงนาคีดังขึ้น
“พวกมันจับท่านพี่ไป ณ เวลานี้เราไม่ต้องการเป็นศัตรูกับท่านเราบาดเจ็บ ไม่สามารถป้องกันท่านพี่ได้ท่านต้องรีบไปที่กำแพงมนต์”

ดาวเคลื่อนตัวถอย ปืนในมือยังคงส่องที่นาคี แล้วพรวดถอยออกไปพ้นจากถ้ำในที่สุด
 

เม่งจูพรวดเข้าไปในกำแพงมนต์ กราดสายตามอง เห็นเป็นหุบบริเวณกว้างใหญ่ มุมผนังด้านหนึ่งมีโต๊ะยาวตั้งเป็นแนว บนโต๊ะมีเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่เรียงเป็นตับ มีเจ้าหน้าที่ชุดเครื่องแบบสีดำนั่งประจำแต่ละจอ มือปืนคุมอยู่เป็นจุดๆ พวกนินจาประจำตามจุดต่างๆ กระจายไปทั่วจำนวนคนมากมาย เม่งจูยืนหลบที่ซิกหิน มองอย่างตะลึง
 

ลุงเดช และแสง ยืนรอด้านนอกอย่างกระวนกระวายใจ ไผ่ถอยแล้วหลับตาสมาธิแล้วเดินตรงไปตรงหน้า แต่ก็ติดอีกเข้าไม่ได้
“ต้องทำลายมนต์ที่ลงไว้ก่อน”ลุงเดชบอก
“ถ้าอาจารย์มันไม่โง่ มันต้องลงมนต์ไว้ข้างในกำแพง” แสงบอก
“ต้องเข้าไปกำแพงมนต์ให้ได้ก่อน ถึงจะทำลายหลักมนต์ของมันที่ลงไว้ได้”
ไผ่ถอยออกมาแล้วใช้ฝ่ามือกระแทกแต่ไม่ได้ผล
“หวังว่าเด็กสองคนจะออกมาได้ก่อนที่พวกมันจะเจอ” แสงบอกอย่างกังวลใจ
มือปืนสองคนเดินผ่านเม่งจูที่แอบอยู่ตรงซอกหิน เม่งจูค่อยโผล่มากราดสายตาไปมา แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีมือมาจับที่แขนหันมาคืออาตงนั่นเอง
ด้านอก...ไผ่พยายามใช้ฝ่ามือกระแทกอีกครั้ง แต่ตัวเองกับสะท้อนกระเด็นหงายออกมากลิ้ง
ไปที่พื้น แต่แล้วก็คาดไม่ถึงตรงหน้าเหมือนมีแผ่นใสๆเหมือนวุ้นเต้นวิบวับอยู่ ไผ่ดีดตัวขึ้นมา ทุกคนมองอย่างตื่นเต้น ทันใดนั้นเม่งจู จูงมืออาตงพรวดออกมา ทั้งหมดต่างถอนใจอย่างโล่งอก ต่างรีบเข้าไปตรวจดูเด็กสองคน
“ไม่เป็นไรใช่มั้ย เม่งจู อาตง”
เด็กสองคนส่ายหน้า
“ข้างในมีคนเยอะแยะ”
“เราต้องเข้าไปให้ได้” แสงบอก
“เฮ้ย”
ทุกคนหันไป มือปืนนับสิบจ่อปืนมายังทุกคน คนหนึ่งผลักพ่ออาตงคว่ำออกมาที่พื้น เด็กๆต่างวิ่งเข้าไปหาพ่ออาตง ประคองมารวมกลุ่ม ไผ่ ค่อยลุกขึ้นยืน ลุงเดช กับ แสงขยับปืน ก้าวออกมาข้างหน้ากันเด็กๆกับพ่ออาตงไว้ข้างหลัง
“เอาตัวพวกมันไป”
หัวหน้ามือปืนสั่ง ไผ่สะบัดมือ มีดเล่มเล็กพุ่งไปปักที่ต้นไม้ข้างกำแพงที่อาตงออกมาอย่างแม่นยำพวกมันเข้าล้อมทุกคน ยึดปืน ไผ่ไม่กล้าลงมือเพราะกลัวว่าเด็กๆจะเป็นอันตราย พวกมันต้อนทุกคนไปขึ้นรถกระบะของพวกมัน

รถของพวกมันขับไปตามทาง มุ่งไปยังค่ายของสัตยา ไผ่ กับ ทุกคนถูกมัดมือยกเว้นพวกเด็กๆที่อยู่กลางกลุ่มนั่งอยู่หลังรถกระบะหลังพิงชนกับส่วนที่เป็นคนขับ พวกมันสองคนนั่งพิงท้ายกระบะถือปืนส่องมา ส่วนพวกมันที่เหลืออยู่คันหลังยืนถือปืนคอยคุมคันหน้าอยู่ รถทั้งสองวิ่งตามกัน ทันใดนั้นเสียงสายลมร้อง
“น้องดาว” ไผ่พึมพำ
“แบบนี้ต้องหายแล้ว พลังเต็มร้อย” ลุงเดชบอก
เสียงสายฟ้าคำรามพวกมันเริ่มอยู่ไม่สุขสายตาและปืนกราดไปมา
“พวกเอ็งรู้ใช่มั้ยว่าใครกำลังมา” ไผ่ถาม
“หุบปาก” มือปืนตวาด
“ข้าแค่บอกไว้ก่อนว่าพวกข้าไม่เกี่ยว”
ไผ่ยิ้ม กราดสายตามองพวกมันที่กราดปืนที่ต่างมองตามราวป่าและยอดไม้
ทันใดนั้นรถจอดพรืด คันหลังจอดตามพวกมันต่างพรวดลงรถ เพราะตรงหน้าคือร่างของดาวยืนอยู่บนยอดไม้ตรงหน้าของมัน สองคนที่คุมไผ่ยืนขึ้น ส่องปืนไปที่ดาว
“จะสลายตัวไปหรือจะให้ข้าสลายชีวิตพวกเอ็ง” ดาวร้องถาม
“ยิง”
พวกมันสาดปืนเข้าใส่ดาวเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของดาวเหมือนถูกกระสุนกระเด็นตกไปหลังพุ่มไม้
“ถุยนึกว่าจะแน่...รีบเข้าไปลากศพมันมา รางวัลงามเว้ย”
พวกมันแห่กันเข้าไปในราวป่าหลังต้นไม้ ทันใดนั้นไผ่ดีดตัวลุกขึ้น มือที่ถูกมัดไพล่หลังสะบัดออกมา มีดสั้นส่องเล่มพุ่งเข้าปักคอพวกมันสองคนกระเด็นตกหลังรถไป
ลุงเดช แสง และพ่ออาตงต่างยืนขึ้นแล้วหมุนตัวหันมือ ที่ถูกมัดมาทางไผ่ ไผ่สะบัดมือออกไป เชือกขาดกระจุย หัวหน้ามันหันมา
“เฮ้ย”
แต่ช้าไปไผ่ตวัดมือ มีดปักคอมันอย่างแม่นยำมันทรุดไผ่สะบัดมือไปที่ปืนของมัน ปืนลอยเข้ามาติดหมึบอยู่ในมือไอ้คนขับรถหันมา แต่ปืนในมือไผ่ส่องที่หน้าของมัน
“รีบไปซะ”
มันทิ้งปืนเผ่นเข้าป่าไป ไผ่หันมาบอกทันที

“เราต้องให้พ่ออาตงพาเด็กๆ กลับบ้านดอนเสือเพื่อความปลอดภัย”

 
พวกมันต่างถือปืนพรวดเข้ามาในราวป่าหลังต้นไม้ แต่ไม่เห็นเงาร่างของดาว เสียงสายฟ้าคำรามก้อง พวกมันหันกราดปืนไปมา ทันใดนั้นร่างของดาวลงมากลางวง แวบตบซ้ายตบขวา แวบไปมาอย่างรวดเร็ว พวกมันต่างพยายามต่อสู้ แต่ก็โดนดาวเล่นงานจนทรุด สลบกันหมด

“โทษทีหนักไปหน่อย ข้ากำลังรีบ”
ดาวดีดตัวออกไป

ไผ่ปิดประตูโครม เม่งจู กับ อาตง อยู่ในรถกระบะของมัน พ่ออาตงเป็นคนขับ
“ไปที่บ้านดอนเสือสถานีอนามัย หรือค่ายอาสา จะมีคนช่วยอยู่ที่นั่น” ไผ่สั่งการ
พ่ออาตงพยักหน้า เด็กๆโบกมือ รถเคลื่อนออกไป
“เราต้องรีบกลับไปที่กำแพงมนต์”
ไผ่บอก ทั้งสามวิ่งไปที่รถกระบะอีกคันหนึ่ง
“ลุงเดช ไปกับ พ่อแสง ผมจะล่วงหน้าไปก่อน”
ไผ่ดีดตัวออกไป ครู่เดียวก็ไปร่อนลง ที่ต้นไม้ที่มีดสั้นปักอยู่ ดึงมีดออกมาจากต้นไม้ตวัดเก็บไว้ข้างหลัง ไผ่หลับตาสมาธิ
“สายลม”
เสียงสายลมร้องก้องบนท้องฟ้า ร่างของสายลมบินร่อน ฉวัดเฉวียนไปมา พุ่งดิ่งไปเร็ว ดาวสัมผัสสายลมได้เช่นกัน รีบตามไปทันที...
รถกระบะพรวดเข้ามา ลุงเดช แสง ลงมาจากรถ เห็นไผ่ยืนอยู่
“เป็นยังไงมั่งลูก”
“ผมเข้าไม่ได้ พลังอาคมของมันสูงจริงๆ”
ทันใดนั้นร่างดาวร่อนลงมา
“เจอกำแพงมนต์แล้วเหรอพี่ไผ่”
“น้องดาวเป็นยังไงบ้างหายดีแล้วเหรอ”
“ค่ะ”
ลุงเดชยิ้ม
“โชคดีที่สายลมพาหนูดาวไปได้ทันเวลา”
“ไหนกำแพงมนต์” ดาวถาม
“อยู่ตรงหน้านี่เอง แต่พี่เจาะเข้าไปไม่ได้”
ลุงเดชอธิบาย
“ต้องทำลายแผ่นหรือหลักที่มันลงอาคมไว้กำแพงมนต์ถึงจะสลายตัวไป”
“ดาวขอลองหน่อย”
ดาวปราดไปยืนตรงหน้า หลับตา ยกมือพนมอึดใจก็ลืมตาขึ้น ดาวเดินเข้าไปยื่นมือไปข้างหน้า ทันใดนั้นบริเวณที่มือของดาวสัมผัสกลายเป็นกำแพงวุ้นขึ้นมา ทุกคนมองอย่างตื่นเต้นดาวค่อยๆยื่น มือเข้าไปปรากฏว่ามือสามารถผ่านเข้าไปได้
“ระวังตัวน้องดาว”
ดาวยื่นมือเข้าไปช้าๆ มือค่อยๆหายเข้าไปจนในที่สุดดาวก้าวเข้าไปจนร่างหายพ้นกำแพงวุ้นเข้าไป
ลุงเดช แสง ไผ่ ต่างมองหน้ากันอย่างตื่นเต้นดีใจ
“งั้นขอลุยมั่ง”
ไผ่ดีดตัวเข้าไปที่กำแพงวุ้น แต่แล้วก็ถูกกำแพงกระแทกกระเด็นออกมาอย่างแรงกลิ้งไปกับพื้น
ลุงเดชกับแสงปราดเข้า มาที่ไผ่
“เป็นอะไรหรือเปล่า”
ไผ่ดีดตัวลุกขึ้นมา

“ทำไมผมเข้าไปไม่ได้”

อ่านต่อหน้า 2

ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 16 (ต่อ) 

ทันใดนั้นกำแพงวุ้นปรากฏ

“ระวัง”
ทุกคนต่างขยับตัวทันใดนั้น ร่างของดาวกระเด็นออกมาพร้อมกับนินจาสองคนฟันซ้ายขวาบุกดาวอย่างรวดเร็ว ไผ่ดีดตัวเข้าไปแทรกแยกเป็นหนึ่งต่อหนึ่งต่อสู้ประชิดตัว อึดใจทั้งไผ่และดาวก็จัดการกับนินจาทั้งสองได้
“ไปพี่ไผ่” ดาวบอก
“พี่เข้าไปไม่ได้ ดาวเข้าไปได้ยังไง”
“ก็แค่สมาธิแล้วเดินเข้าไป”
ลุงเดชจ้องมองดาวอย่างพิจารณา เช่นเดียวกับ แสง
“ไม่ใช่หรอก ลุงว่าหนูดาวมีพลังพิเศษอย่างอื่นเพิ่มมา” ลุงเดชบอก
“พลังบริสุทธิ์ พลังของเด็กที่กำลังจะเกิด” แสงบอกอย่างมั่นใจ
“หา..น้องดาว จริงเหรอ” ไผ่ร้องอย่างตื่นเต้น
“เอ้อ...ดาวแค่รู้สึก... แต่..แต่ยังไม่แน่ใจ”
“แน่ใจได้เลย พลังพิเศษนี่เอง ที่ทำให้ดาวรอดจากพลังของนาคี และสามารถผ่านกำแพงมนต์เข้าไปได้”
ทุกคนมองดาวอย่างตื่นเต้นดีใจ
“หนูดาวต้องหาแผ่นหรือหลักที่มันลงอาคมกำกับกำแพงแล้ว ทำลายมัน กำแพงถึงจะเปิดให้เห็นทางเข้าไปได้” ลุงเดชบอก
“ดาวจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด”
ดาวขยับตัวไผ่จับแขนไว้
“ระวังหลานด้วย”
ดาวยิ้มพยักหน้า แล้วพุ่งตัวผ่านเข้าไปในกำแพงวุ้นอีกครั้ง ไผ่ และ ทุกๆคนได้แต่ยืนมอง

ในกำแพงมนต์...ดาวม้วนตัวกลับขึ้นมาอย่างสวยงาม กราดสายตาไปรอบๆ เห็นเป็นหุบเขากว้างมีมือปืนและนินจาประจำเป็นจุดๆนับสิบๆ พร้อมเจ้าหน้าที่ทำงานประจำคอมพิวเตอร์เครื่องมือสื่อสารต่างๆ
เต็มไปหมด ดาวตั้งสมาธิ ร่างค่อยจางหายไป
ด้านใน...มือปืนเดินผ่านหน้าห้องขังของก้องเกียรติ แล้วไปหยุดอยู่ที่มุมหนึ่ง แต่แล้วเหมือนถูกทุบหัว มันทรุดลง ก้องเกียรติขยับตัวมองอย่างสงสัย ทันใดนั้นร่างของดาวปรากฏ
“คุณดาว”
ดาวตวัดปืนจ้อง
“ผมตัวจริงเสียงจริง”
“ลูกสาวท่านชื่ออะไร”
“โธ่คุณดาวผมมีลูกซะที่ไหน”
ดาวเก็บปืน
“ดาวต้องหาทางทำลายมนต์ของมันที่พรางกำแพงไว้ พอจะรู้บ้างมั้ยคะ”
“ต้องลองดูในห้องพิธีอาจารย์อาคมของมัน”
ดาวขยับมือจะทำลายกุญแจห้องขัง
“อย่าเพิ่ง นายใหญ่มันปลอมตัวเป็นผม ผมออกไปตอนนี้คุณจะลำบากไม่รู้ว่าใครเป็นใคร...ระวัง”
เสียงปืนดังเปรี้ยงๆๆสนั่น กระสุนพลาดดาว ดาวหันมาสบัดมือออกไปมีดปักคอมันอย่างแม่นยำมันทรุด แต่แล้วนินจาก็แวบเข้ามาตรงหน้าตวัดดาบฟัน
ดาวหลบแล้วตบมันกระเด็นห่าง แล้วพุ่งตัวหลบออกไป นินจาแวบตาม เสียงสัญญาณเตือนภัยดังก้องไปทั่ว

โจลุกพรวด มันปราดออกไปนอกห้องเจอมือปืนยืนระวังอยู่ ขณะนี้มือปืนวิ่งวุ่นวาย รวมทั้งพวกนินจาต่างแยกกันออกค้นหาดาว
“วิทยุไปเรียกกำลังรอบนอกให้เข้ามาเร็วที่สุด”
โจสั่ง...มือปืนพรวดออกไป โจรีบออกไปด้านนอกทันที...

ดาวแวบโผล่มามุมหนึ่ง กราดสายตาไปทั่ว ปืนในมือกระชับแน่น เสียงสัญญาณดังสะท้อน เงาวูบมาข้างหลัง ดาวหันไป นินจาพุ่งเข้าใส่ชนดาวโครม ทั้งคู่แวบหายไปพร้อมกัน

ร่างของดาวกับนินจา โผล่มากลิ้งกับพื้นถ้ำในห้องพิธีของคายามัง ปืนกระเด็นหลุดจากมือ ทั้งสองดีดตัวขึ้นมาประจัญ หน้ากัน นินจาตวัดมีดสั้นในมือไปมา แล้วพุ่งเข้าใส่มีดในมือตวัดไปตวัดมาตรงหน้า
มันแทงพรวด แต่ดาวแวบหายไปโผล่ข้างหลัง มันหันกลับแต่เจอฝ่ามือดาวเข้าเต็มๆ มันลอยไปกระแทกผนังถ้ำโครม ดาวตวัดมือปืนที่พื้นวิ่งเข้าหามือดาวสะบัดยิงเปรี้ยงๆๆๆ มันทรุดลง แต่แล้วดาวถึงกับตื่นเต้นเมื่อเห็นผนังถ้ำด้านหลังของมัน ซึ่งขณะนี้เต้นเป็นวุ้นและมีแสงนวลกระจายออกมา
 

“หรือว่ามันลงคาถาไว้ที่นี่”
ดาวกราดสายตารอบๆเห็นเครื่องพิธีต่างๆของคายามัง
“ห้องพิธี...ใช่แล้ว”
ทันใดนั้นดาวเห็นความเคลื่อนไหวด้านในดาวตวัดปืนยิงเปรี้ยงๆๆๆ
“ออกมา”
ร่างหนึ่งค่อยๆเคลื่อนออกมา เป็นลูกศิษย์ของคายามังนั่นเอง มันยกมือยอมแพ้
“อาจารย์แก...ลงอาคมพรางตาไว้ที่ไหน...”
“ข้าไม่รู้...ข้า...”
เปรี้ยง...มือขวาของมัน ที่ยกสะบัดพร้อมเสียงร้องเลือดเต็มมือ มันชี้ พลางร้องครวญคราง ดาวหันกลับไปทางผนังวุ้น ก้าวพรวดเข้าไปใกล้อย่างรวดเร็วกราดสายตาพิจารณา แต่แล้วสายตาเห็นเงาสะท้อนในกำแพงดาวหันกลับ ลูกศิษย์คายามังเงื้อมีดในมือ
“ต้องใช้เลือดผู้มีวิชาถึงจะแก้ได้”
มันฟันโครมลงมา ดาวหลบแล้วตบเปรี้ยงมันกระเด็นไปโดนกำแพงวุ้นร้องลั่น กำแพงวุ้นเหมือนดูดตัวมันติดไว้มันร้อง
“ใช่..เลือดแกไง”
ดาวยกมือสองข้างกระแทกปล่อยพลังออกไปเกิดแสงจ้าระเบิดตูม ร่างของดาวลอยแล้วตกกลิ้งลงมาไปกับพื้นสองสามตลบ ดาวขยับตัวขึ้นมาแสงสะท้อนเข้าตาแล้วจางลง เห็นเงาสามเงา วิ่งตรงเข้ามา ดาวกระพริบตาเพ่งมอง
“น้องดาว”
ดาวเพ่งมองอีกครั้ง เห็นไผ่ ลุงเดช และ แสง วิ่งเข้ามา
“น้องดาวเป็นอะไรหรือเปล่า”
“ดาว ลูกทำสำเร็จ” แสงบอก
ดาวค่อยๆดีดตัวลุกขึ้นมายังมึนๆอยู่
“เกิดอะไรขึ้น”
“หนูดาวทำลายมนต์มันได้แล้ว ดูนั่น...”
ลุงเดชชี้มือออกไป ดาวมองตาม เห็นทางเข้าไปในหุบเขาอยู่ตรงหน้า พวกมือปืนวิ่งกันวุ่นวายอยู่ตรงหน้าต่ำลงไป
“กำแพงมนต์เปิด” ดาวพึมพำ
“บทสุดท้ายของไอ้พวกแบล็คอีวิล”
ดาวยิ้ม
“พี่สายลม ส่งข่าวด้วย”
เสียงสายลมร้องก้อง ร่างของสายลมบนท้องฟ้า ส่งเสียงก้องไปทั่ว

อภิชาติจอดรถพรืดในราวป่า ทั้งหมดต่างยืนขึ้นกราดสายตาไปรอบๆ...
“พวกมันหายไปไหน ไม่มีแม้แต่เงา”
ทันใดนั้นเสียงสายลมร้องก้องมา จักจั่นดีดตัวลงไป เงยหน้ามองสัมผัส อึดใจก็ลืมตา จักจั่นหันมายังทุกคน
“พี่ดาวบุกเข้ากำแพงมนต์ได้แล้ว”

จักจั่นดีดตัวขึ้นรถ อภิชาติออกรถพรวดไป ฝุ่นตลบ
 

หน้าหุบเขาฐานใหญ่...ดาวหันมาบอกทุกคน...

“ดาวกับพี่ไผ่จะบุกเข้าไปก่อน ลุงเดช พ่อแสง รอพาทุกคนตามเข้าไป...”
“ระวังตัว”
“ไผ่ ดูหนูดาวให้ดี” ลุงเดชสั่ง
ไผ่ยิ้มพยักหน้า ดาว กับ ไผ่ดีดตัวออกไป
“ไอ้แสง ในที่สุดคนชั่วมันต้องดับ” ลุงเดชบอกอย่างมั่นใจ

ในหุบเขาฐานใหญ่...นายใหญ่บีบลูกกลมๆในมือสองลูกแน่น...
“บ้าที่สุด อีกวันเดียวมันก็จะเซ็นสัญญาอยู่แล้ว”
เสียงปืนดังสนั่นเข้ามา นายใหญ่ขว้างลูกกลมสองลูกออกไปกระแทกผนังถ้ำแตกกระจาย

ลานหน้าทางเข้า ดาวกับไผ่ร่อนลงมาแล้วกราดยิงเปรี้ยงๆ พวกมือปืนล้มทรุดร้องลั่น แต่พวกมันมีเป็นสิบหนุนกำลังอย่างต่อเนื่องดาวกับไผ่ทั้งยิง ทั้งแวบ ทั้งเตะต่อย ลุยใส่พวกมัน สุดท้ายต่างแวบหายเข้าไปข้างใน พวกมือปืนกลับไม่ตามคงรักษาตำแหน่งเดิมของพวกมัน
รถจิ๊ปพรวดเข้ามาจอด จักจั่นลงจากรถก่อนใคร ตรงเข้าไปกอดแสง
“คิดถึงพ่อจังเลย”
“เออ...” แสงขำๆ
จักจั่นไปกอดลุงเดช แล้วแนะนำ
“นี่คุณงิ้วจ้ะ หน่วยพิเศษจากสหรัฐ”
ลุงเดช กับแสงยิ้มให้งิ้ว อภิชาติถามขึ้น...
“ลุงเดช กับ พ่อแสง สบายดีนะครับ”
“สบายดีครับ”
“เราบุกเข้ากำแพงถล่มพวกแบล็คอีวิลกันให้ราบดีกว่า”
ทั้งหมดพรวดเข้าไปมองตรงหน้าคือหุบเขาฐานใหญ่ของพวกมัน อภิชาติยิ้ม
“บทสุดท้ายของพวกแบล็คอีวิล”

ด้านใน...ดาว กราดยิงใส่พวกมัน ล้มไปสอง แล้วเดินตะลุยบุก คว้าปืนของพวกมันขึ้นมา
ยิงกราดใส่พวกมันทรุด ร้องครวญคราง ทันใดนั้นดาวหันขวับ เห็นชายคนหนึ่งแวบผ่านไป ตามด้วยโจ พ้นสายตาไป
“นายใหญ่”
ดาวขยับตัวจะตามไป แต่พวกมือปืนออกมายิงสกัดจนดาวต้องชะงัก หันไปยิงตอบแล้วแวบหายไป
โผล่ตรงที่เห็นโจ แต่ไม่มีเงาของมัน ทันใดนั้นหันกลับมาเอาปืนรับดาบที่ฟันลงมาเสียงแคร๊งดังสนั่น เป็นนินจาอีกตัวหนึ่ง เกิดการต่อสู้ประชิดตัว

พวกมือปืนรักษาการด้านนอก ต่างเตรียมพร้อมระมัดระวังอย่างเต็มที่ พวกมันมีกันเป็นสิบๆ ทันใดนั้นร่างของอภิชาติ จักจั่น จันจิรา ร่อนลงมาตรงหน้าพวกมัน แล้วเดินสาดกระสุนเข้าหาพวกมัน พวกมันยิงสกัดแต่ค่อยๆล้มคว่ำทีละคน
พวกมันเริ่มถอยไม่เป็นขบวน ทันใดนั้นรถจิ๊ปพรวดเข้ามาตรงหน้าลาน งิ้ว ลุงเดช และ แสง ต่างพรวดออกมาจากรถ หลบอยู่ทางด้านหลังของ อภิชาติ จักจั่น และ จันจิรา ช่วยสาดยิงพวกมัน พวกมันสาดกระสุนเข้าต้านอย่างดุเดือด
ดาวสู้กับนินจาอย่างติดพันดุเดือด อึดใจเดียวก็ตวัดมือนินจากระเด็นไปไกลทรุด ดาวดีดตัวเข้าไปด้านใน

จักจั่นกราดปืนยิงไปมา พวกมือปืนร่วง แต่พวกมันโผล่มายิงสกัดกระสุนปลิวว่อน อภิชาติ กับ งิ้ว ตามมาติดๆ กราดปืนยิงใส่พวกมันล้มคว่ำ จักจั่นกราดสายตาเห็นพวกมันถอยเข้าไปในเส้นทางหนึ่ง
จักจั่นกราดปืนนำ ตามด้วย งิ้ว และ อภิชาติ สาดใส่พวกมัน

ไผ่พรวดเข้าไปในหุบเขา กราดปืนยิงพวกมันคว่ำไปสอง แล้วพรวดเข้าไปด้านใน นินจาวูบฟันเข้ามา ไผ่หลบคมดาบ ข้ามหัวไป ไผ่ตวัดปืนยิงเปรี้ยงมันกระเด็นคว่ำไป มือปืนสองคนพรวดเข้ามายิงเปรี้ยงๆไผ่หันกลับไปยิงพวกมันเปรี้ยงๆๆ มันสองคนคว่ำ ไผ่วิ่งข้ามตัวพวกมันไปด้านใน แต่แล้วก็หยุดกราดสายตา ตรงหน้าคือกรงขังหลายกรงมีคนถูกขังอยู่ด้านในกรงละ 3-4 คน รวมแล้วเป็นสิบ แต่แล้วไผ่หันไปตรงทางเข้า อภิชาติ กับ งิ้วพรวดเข้ามา

“มีใครคุ้นหน้ามั่งมั้ยครับ”
อภิชาติ กับ งิ้ว ต่างจ้องคนที่อยู่ในกรงขังอย่างตื่นเต้น
“พวกคณะกรรมการพิจารณาสัมปทาน”

“ตัวจริงเสียงจริง” งิ้วสรุป

อ่านต่อหน้า 3

ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 16 (ต่อ) 

จันจิรา กราดปืนใส่พวกมันทรุดไปสอง ลุงเดช กับ แสงตามหลังมา ต่างหมุนตัวกราดกระสุนใส่พวกมือปืนที่โผล่มาตามจุดต่างๆของถ้ำ พวกมันร้องทรุด ถอยไม่เป็นขบวน จันจิราตลุยเดิน นำลุงเดช และ แสง ผ่านเข้าไปด้านใน

คณะกรรมการต่างออกมาจากห้องขัง ไผ่ กับ อภิชาติ งิ้ว ยืนระวังอยู่ ทันใดนั้น เงาแวบเข้ามา

ทั้งหมดกราดปืนไป เป็น ลุงเดช แสง จันจิรา

“พี่ไผ่”

จันจิราวิ่งเข้าไปหาไผ่เอาแขนข้างหนึ่งโอบทักทาย แสงมองไปรอบๆ

“รังมันซับซ้อนน่าดู หลงไปหลงมาเกือบแย่”

ไผ่หันปทางอภิชาติ

“คุณอภิชาติ คุณงิ้ว เชิญครับทางนี้พวกเราจัดการเอง”

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

อภิชาติ งิ้ว พรวดออกไป

“ไผ่ รีบไปดูหนูดาว ลุงจะพาทุกคนออกไปข้างนอก น่าจะปลอดภัยกว่า” ลุงเดชสั่ง

“ครับผม”

ไผ่ดีดตัวออกไป แสงสั่ง...

“หนูจันนำไปเลย”

จันจิราพยักหน้ารับ

“ทุกท่านตามมา อยู่เกาะกันไว้นะคะอย่าแตกแถว”

จันจิรานำทุกคนออกไป ลุงเดช กับ แสง คอยช่วยแล้วปิดท้าย


ดาวพรวดเข้ามากราดปืนไปมา พวกมันโผล่มาสองสามคนดาวยิงกราดใส่พวกมันคว่ำไป กระสุนปลิวมาถูกดาวและผนัง ดาวหันกลับไปพวกมันสามคนกราดกระสุนมา กระสุนทำอะไรดาวไม่ได้ มันถอยกลับเข้าไปด้านใน ดาวพรวดตามเข้าไป ติดๆแต่แล้วต้องหยุดชะงัก พวกมันสามคนเอาปืนจ่อก้องเกียรติที่ถูกขังอยู่ในกรง

“เอ็งขยับ ไอ้ท่านรองนี่ป่นแน่...ทิ้งปืน”

ดาวยิ้มตวัดปืนเก็บไว้ข้างหลัง

“พวกเอ็งมีเวลาหนึ่งนาที...รีบออกไปซะ อย่าบังคับให้ข้าต้องทำบาป”

พวกมือปืนต่างมองหน้ากัน ทันใดนั้นมันสามคนต่างพรวดกันผ่านดาวออกไป ดาวรีบไปหาก้องเกียรติ

“ดีใจที่ได้เจอคุณดาวอีก”

ดาวยิ้มตวัดปืนไปที่กุญแจห้องขังเปรี้ยงๆๆ กุญแจกระจุย ก้องเกียรติออกมาจากห้องขัง ดาวส่งปืนให้

“เผื่อไว้ค่ะ”

ก้องเกียรติรับไป ไผ่เดินเข้ามา...

“น้องดาว...ท่านรอง...”

ทั้งสองหันไปก็เห็นไผ่เข้ามา

“พี่ไผ่ฝากท่านรองด้วย”

“ตามล่านายใหญ่ให้ได้...ระวังให้ดีมันปลอมตัวเป็นผม” ก้องเกียจบอก

“ค่ะ”

“เดี๋ยว..ถ้าผมเจอคุณอีก ผมจะยิบตาข้างขวาให้คุณ” ก้องเกียรติทำตายิบ “แบบนี้ จำไว้”

ดาวยิ้ม

“เก่งมากท่านรอง”

ดาวดีดตัวออกไป

“ผมจะพาท่านรองออกไปก่อน สมทบกับทุกคน”

“ผมอยากจะตามล่าไอ้นายใหญ่ด้วย”

“ถ้ายังงั้นอย่าห่างผม”

ทั้งสองพรวดออกไป โดยไม่เห็นว่ามุมถ้ำมีกล้องวงจรปิดซ่อนอยู่


อ่านต่อเวลา 17.00น.

จักจั่นก้มหัวหลบคมดาบของนินจาที่ฟันใส่ผนังถ้ำเสียงดังแคร๊ง ประกายไฟแลบ จักจั่นตบมันด้วยปืน มันกระเด็นไป นินจาตวัดดาบตั้งท่า แล้วแวบเข้ามา จักจั่นตวัดปืนใส่ยิงเปรี้ยงมันทรุด แต่แล้วนินจาอีกตัวพุ่งเข้าใส่กระแทกจักจั่นปลิวถูกผนังถ้ำด้านหนึ่งพังโครมลงไปเป็นถ้ำส่วนที่สร้างเป็นกรงขังฤทธิชัยพอดี
“คุณจักจั่น”
จักจั่นดีดตัวขึ้นเข้ามาที่กรง
“เฮ้...คุณหนึ่ง กรงแค่นี้ทำไมออกไม่ได้”
 “ถูกเชือกมนต์ พลังยังไม่คืน...ระวัง”
 จักจั่นก้มหลบนินจาฟันโครมลงมาถูกโซ่ที่คล้องรัดประตูลูกกรงอยู่ขาดกระจุย แตกเป็นเสี่ยง มันถีบประตูห้องขังโครม ห้องขังเปิดออก นินจาพรวดเข้าไปหาฤทธิชัยเงื้อดาบแต่แล้วเสียงปืนดังเปรี้ยงๆๆๆ มันค้าง ฤทธิชัยถีบโครมนินจาปลิวออกมานอกห้องขัง ฤทธิชัยก้าวออกมา จักจั่นโยนปืนให้เขารับไว้ได้ยิ้ม
 “ดีใจที่คุณจักจั่นแวะมา”
 จักจั่นยิ้ม
 “ด้วยความยินดี”
 จักจั่นสะบัดปืนยิงเปรี้ยง มือปืนข้างหลังร้องโอ๊กทรุดลง ฤทธิชัยกระชากลูกเลื่อนปืนเสียงดัง
 “ผมต้องรีบตามหาคุณดาว”
  ฤทธิชัยพรวดออกไป
  “โห...จะสวีทอะไรนักหนา”
  จักจั่นดีดตัวตามออกไป
    
  ขบวนรถจิ๊ปสองคันพร้อมรถบรรทุกหนึ่งคันเข้ามาจอดหน้าลานหุบเขา สัตยากับมือปืนของมันนับสิบๆ ลงมาจากรถ
  “ส่วนหนึ่งอยู่ตรงนี้อย่าให้ใครผ่านออกไปได้ อีกส่วนหนึ่งตามข้ามา สัตยานำพวกมือปืนของมันบุกเข้าไป”
  ในฐานหุบเขาใหญ่...ดาวเคลื่อนตัวไปตามเส้นทาง กราดยิงพวกมือปืนที่โผล่ออกมา เปรี้ยงๆๆ เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว พวกมันล้ม ทรุดกันระนาว ดาวเคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็วผ่านพวกมันไป
  อภิชาติกับงิ้วเคลื่อนตัวมาด้วยกัน สาดกระสุนปืนใส่พวกมันคว่ำไปหลายคน แล้วข้ามผ่านพวกมันเข้าไป...ด้านในตรงหน้าคือห้องที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์การสื่อสารคอมพิวเตอร์เรียงกันหลายเครื่อง เครื่องมือสื่อสารวิทยุและอื่นๆ ทั้งสองกราดปืนไปมาอย่างระมัดระวัง
  “เคลียร์”
  งิ้วตวัดมือเก็บปืนแล้วพรวดไปตรงหน้าคอมพิวเตอร์ มือรัวที่คีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว อภิชาติกราดปืนไปมา
  “เรียบร้อย กำลังหนุนจากท่านรองศักดา น่าจะเห็นตำแหน่งฐานที่นี่ได้อย่างชัดเจน”
   ทันใดนั้นเงาวูบเข้ามาสองสามคน อภิชาติกราดปืนยิงสาด พวกมันล้มคว่ำไป งิ้วตวัดปืนขึ้นมา ทั้งสองพยักหน้าให้กัน อภิชาตินำออกไป งิ้วตาม
    
  ฤทธิชัยวิ่งออกไปเจอมือปืนนับสิบเข้ามาขวาง ฤทธิชัยกราดปืนออกไปพวกมือปืนทรุดถอย ฤทธิชัยพุ่งออกไป จักจั่นตามออกมาเห็นมือปืนกำลังส่องปืนไปที่ฤทธิชัย จักจั่นยิงเปรี้ยงมันดับ
   “เฮ้ แมน รอด้วย”
  จักจั่นรีบตามไปติดๆ
    
  จันจิรานำทุกคนออกมา โดยมีลุงเดช แสง ประกบหลัง ต่างกราดปืนไปมายิงพวกมือปืนที่โผล่มาขวางตามเส้นทางล้มทรุดเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว จันจิรานำนักโทษทุกคนออกมายังด้านนอกยิงเปิดทางให้นักโทษ ออกมาอย่างรวดเร็ว...ไผ่นำก้องเกียรติตามรอยไป ระหว่างทางร่างของพวกมือปืนนอนเกลื่อน ก้องเกียรติเปรยๆ
“สงสัยนรกมีโปรโมชั่น”

มือปืนกลุ่มหนึ่งล้อมหน้าล้อมหลังโจ เดินไปตามเส้นทาง สัตยากับมือปืนอีกกลุ่มหนึ่งโผล่งเข้ามา
“จะรีบไปไหนครับคุณโจ”
“ผมต้องไปรีบไปคุ้มกันท่าน”
“คงไม่รังเกียจถ้าผมจะไปด้วย”
“หน้าที่คุณคือกำจัดพวกมันให้หมด”
“ไม่ต้องห่วงผมวางกำลังไว้หมดแล้ว พวกมันต้องตายอยู่ที่นี่กันหมด”
โจไม่พูดมองสัตยาอย่างไม่พอใจ แล้วออกเดิน สัตยายิ้มแล้วเดินตามไป
    
     จันจิรากราดปืนยิงพวกมือปืนที่ขวางอยู่คว่ำไปสอง
     “ทางนี้ค่ะ เร็วเข้า”
     จันจิรานำออกไป พวกนักโทษตาม แต่แล้วกระสุนปลิวมาอีกทางหนึ่ง ลุงเดช กับ แสง กราดปืนสาดพวกมันคว่ำไป แล้วตามจันจิรากับนักโทษไป
    
     พวกมือปืนนำโจกับสัตยาออกมาถึงลานเล็กๆลานหนึ่งซึ่งเป็นทางเชื่อมต่อไปยังแดนอื่นๆแต่แล้วพวกมือปืนก็ต้อง ชะงักเมื่อร่างของดาวอยู่ตรงหน้า
     “ถ้าใครไม่ใช่ตัวนายใหญ่รีบออกไปจากที่นี่”
     ดาวกราดสายตาจ้องหน้าโจ เห็นใบหน้าโจไม่มีรอยแผลเป็นที่ดาวเคยทำเครื่องหมายไว้ ดาวพึมพำ
     “ที่แท้วันนั้น นายใหญ่ปลอมเป็นไอ้โจ”
     โจยิ้มหยัน
     “ที่สำคัญถ้านายใหญ่อยู่ที่นี่คุณจะรู้ได้ยังไง”
     ดาวยิ้มเหี้ยม
     “ไม่รู้...ทุกคนถึงต้องจบที่นี่”
     สัตยาตะโกนลั่น
     “ฆ่ามันซิวะ”
     ดาวยิงเปรี้ยงๆๆ พวกมือปืนด้านหน้าล้มไปตามกระสุน พวกมันกระจายกำลังออกหาที่กำบังสาดกระสุนเข้าใส่ดาวอย่างถี่ยิบ ดาวแวบไปแวบมายิงสาดใส่พวกมือปืนทรุดลงทีละคน โจ กับ สัตยา ต่างสาดกระสุนเข้าใส่ดาวด้วยความแค้น แต่แล้วทันใดนั้นมีแสงวูบจ้าสาดเข้ามา ทุกคนต่างถอยระวัง ทันใดนั้นร่างของนาคีปรากฏตรงหน้าดาว โจ สัตยากับ พวกมือปืนมองอย่างตื่นเต้น
     “เรามาตามท่านพี่ของเรา”
     ดาวยิ้ม
     “เข้าคิวต่อแถวได้เลย”
โจพูดออกมาเบาๆ
     “ดี...ให้มันฆ่ากันเองแย่งไอ้ฤทธิชัย”
     สัตยายิ้ม โจค่อยๆถอยหลังออกไปช้าๆ สัตยารีบถอยตามตาจับจ้องที่นาคี
     “เป็นไปได้ยังไงในเมื่อเราสัมผัสว่าท่านพี่อยู่ตรงนี้”
     ดาวตวัดปืนขึ้นส่องนาคีส่ายหน้า
     “อยากรู้ต้องถามสองคนนั่น”
     นาคีหันควับไปทาง โจ กับ สัตยา ที่กำลังถอยหนีออกไป พวกมันสองคนสะดุ้งหน้าเสียแล้วรีบวิ่งถอยหนีออกไป พวกมือปืนรีบถอยตามเป็นพรวน นาคีหันกลับมาที่ดาว
     “เสียใจด้วยที่เราต้องกำจัดท่าน”
     นาคีตาวาวยกมือขึ้นสูง แต่แล้วดวงตาก็เบิกโพลง จ้องที่ดาวเขม็ง ยกมือกันสายตาของตนแล้วหายวับไป ดาวชะงักอึ้งคาดไม่ถึง ลดปืนในมือลงระบายลมโล่งอก
 
จบตอนที่ 16
กำลังโหลดความคิดเห็น...