xs
xsm
sm
md
lg

ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 15

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 15


ทั้งหมดเดินมาที่หน้าห้องพักของสองนักธุรกิจคนสำคัญขององค์กร ศักดาแนะนำ

“นี่คือห้องที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ กำแพงหนาเสริมเหล็กกล้าหนาสองนิ้วถึงสามแผ่น ประตูเปิดจากด้านในไม่มีใครเข้าไปในนี้ได้หน้าประตูมียันต์ลงคาถากำกับจากเกจิอาจารย์ระดับสูงครับ”
อภิชาติหน้าเคร่งเครียด
“ผมหวังว่าคงได้ผล”
งิ้วกระซิบกับจักจั่น
“นี่ท่านรองล้อเล่นหรือเปล่า”
จักจั่นยักไหล่
“ของแบบนี้ไม่เชื่อแต่ห้ามลบหลู่คุณคิดว่านางเสือมีพลังเพราะอะไรล่ะ”
“อืม...โอเค ยอม”
นพพูดทางวิทยุ
“เปิดประตู”
ประตูหนาเปิดออกช้าๆด้วยระบบไฟฟ้า เจ้าหน้าที่พิเศษสองนายมีอาวุธประจำกายอยู่ข้างใน และนักธุรกิจคนสำคัญสองคนนั่งอยู่ลึกเข้าไป อภิชาติพยักหน้ารับ นพพยักหน้า ประตูค่อยๆปิดกลับอย่างเดิม
“คราวนี้ก็เหลือแค่รอนางงูเท่านั้น”

ห้องพักของพวกอภิชาติในโกดังลึกลับ ต่างมีเตียงเล็กๆของตัวเองตั้งอยู่ตามมุมห้อง ตรงกลางเป็นโต๊ะกินข้าวกลมๆ ทั้งสามนั่งตรวจอาวุธที่วางอยู่บนโต๊ะ มีปืน มีด และอื่นๆ งิ้วมองอาวุธอย่างสงสัย
“ถามจริง อาวุธพวกนี้ต้านนางงูได้เหรอ”
อภิชาติมองงิ้ว
“ของคุณอาจแค่ทำให้คันได้บ้าง”
งิ้วชะงัก
“อ้าว”
จักจั่นยิ้มขำ งิ้วเหล่ๆ อภิชาติยิ้มบางๆ
“อย่างน้อยก็ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจได้ แค่ชั่ววินาทีก็อาจทำให้เราได้เปรียบ”
จักจั่นเสริม
“แต่ของเราบวกกับพลังนางเสืออาจทำให้นาคีถอยได้เหมือนกัน แต่คงกำจัดนางงูไม่ได้”
“อืม...”
งื้วถอนใจ จักจั่นมองหน้า
“คิดผิดล่ะซิ ที่มาเป็นคนปราบผู้ร้าย”
งิ้วยิ้ม
“บางครั้งก็เหนื่อย แต่ก็สะใจทุกครั้งที่โค่นพวกมันได้คนหนึ่ง” งิ้วจ้องสองคน “แต่ยังไม่หนักเท่าคุณสองคนหรอก”
ทันใดนั้นงิ้วยืนขึ้นขยับตัวยืนตรงแล้วยกมือตะเบ๊ะ จักจั่นกับอภิชาติด้วยความจริงใจ
“ขอคารวะด้วยความจริงใจ”
อภิชาติกับจักจั่นยกมือขึ้นทำท่าตะเบ๊ะเช่นกัน ทั้งสามต่างยิ้มให้กัน แต่แล้วเสียงปืนสนั่นขึ้นมาจากด้านนอก อภิชาติโพล่งออกมา

“นาคี”

 
นาคีเดินลุย ฝ่าดงกระสุนของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ แล้วแวบไปถึงตัวตบคนหนึ่งคว่ำไปสะบัดมือปืนที่ตกอยู่กับพื้นวิ่งเข้ามาหามือ แล้วสาดยิงเจ้าหน้าที่คว่ำไปทีละคน ทุกคนถอยร่น นาคีเดินลุยจนไปถึงหน้าห้องพิเศษ ประจัญหน้ากับอภิชาติ กับ จักจั่น และ งิ้ว ที่ยืนขวางอยู่ นาคียิ้มหยัน
 
“ท่านคิดขวางเรา”
จักจั่นมองเย้ย
“แน่นอนที่สุด”
อภิชาติกระซิบ
“คุณงิ้ว อยู่ห่างไว้ดีที่สุด”

งิ้วใส่เสื้อกันกระสุนพยักหน้าขยับปืนในมือไปมา ทันใดนั้นนาคีเห็นยันต์อยู่หน้าห้องแสงจากยันต์กระจายออกมา นาคีเอามือบังสายตาควันขึ้นที่มือ นาคีสะบัดมือลง อภิชาติ กับ จักจั่น งิ้ว ต่างเตรียมพร้อมตั้งรับ ทันใดนั้นนาคีเดินเข้าหาทุกคน อภิชาติ จักจั่น งิ้ว ต่างสาดกระสุนเข้าใส่ แต่แล้วนาคีแวบเข้ากลางกลุ่มเกิดการรุมต่อสู้กันระหว่างสามต่อหนึ่งแต่ต้านได้ไม่นาน งิ้วถูกตวัดกระเด็นไปทรุดที่พื้น ตามด้วยอภิชาติ และ จักจั่น ต่างถูกนาคีตวัดมือใส่ไปทรุดอยู่กับพื้น นาคีปราดไปหน้าห้องหมายจะเข้าไปแต่ยันต์ส่องแสงออกมานาคีต้องถอยแต่แล้วนาคีหลับตาลง ยืนนิ่ง งูบนหัวส่ายไปมา อภิชาติ กับ จักจั่น และ งิ้ว ค่อยๆขยับตัวขึ้นมาต่างมองหน้ากันสงสัยแต่แล้วทันใดนั้นประตูห้องพิเศษค่อยเปิดออกมา อภิชาติชะงักอึ้ง
“นางงูใช้พลังจิตให้คนข้างในเปิดประตู”
“งั้นขอลุยต่อ”
ขาดคำจักจั่นสาดกระสุนเข้าใส่ร่างของนาคีจนสั่นสะท้าน ลืมตาขึ้นมา เช่นเดียวกับอภิชาติที่กระหน่ำยิง พร้อมกับงิ้วทั้งสามกระหน่ำยิงเสียงปืนดังสนั่น แต่นาคียืนเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จักจั่นพยักหน้าให้งิ้ว
“คุณงิ้ว ในห้อง”
งิ้วพรวดเข้าไปก็เห็นเจ้าหน้าที่สองคนในห้องกำลังเอาปืนส่องที่นักธุรกิจสองคน
“หยุด”
เจ้าหน้าที่หันมาสาดกระสุนใส่แต่งิ้วเร็วกว่าสาดกระสุนเข้าใส่ เจ้าหน้าที่สองคนคว่ำไป งิ้วหันมากำชับ
“อยู่ในนี้ อย่าออกไป”
งิ้วหันกลับมายืนที่หน้าประตู กราดปืนไปมา เห็นอภิชาติ กับ จักจั่น กราดยิงใส่นาคีจนกระสุนหมด นาคียิ้ม งูบนหัวส่ายไปมา ทั้งหมดประจัญหน้ากัน งิ้วกระชับปืนแน่น อภิชาติกับจักจั่นตวัดปืนเก็บด้านหลังเตรียมพร้อมตั้งรับ แสงจากยันต์สาดมาถูกงูของนาคี หลบไปมา เสื้อผ้าของนาคีเริ่มมีควันขึ้น จักจั่นพอใจ
“ยันต์ได้ผล”
ทั้งสองต่างจ้องที่นาคี งิ้ว จ้องขยับปืนในมือไปมา จ้องนาคีเขม็ง ทันใดนั้น อภิชาติก็เบิกตาโพลง
“คุณงิ้ว สินค้า”
งิ้วพรวดเข้าไปในห้อง นักธุรกิจสองคนกำลังเอาปืนของเจ้าหน้าที่ที่ตกอยู่ จอที่ขมับของตัวเอง
“เดี๋ยว”
เสียงปืนดังสนั่นงิ้วถึงกับคาดไม่ถึง งิ้วดีดตัวออกมา
“เป้าหมายดับแล้ว”
อภิชาติกับจักจั่นคาดไม่ถึง นาคียิ้มแล้วสลายตัวหายไปช้าๆ จักจั่นกับอภิชาติดีดตัวเข้าไปในห้องพิเศษ เห็นนักธุรกิจสองคนทรุดอยู่กับพื้น ทั้งหมดต่างถอนใจ

ในห้องพยาบาล อภิชาติกับจักจั่น ยืนอยู่ข้างๆเตียง งิ้วมีอาการบอบช้ำนอนรักษาตัวอยู่ ศักดาอยู่ด้วย อภิชาติพูดขึ้น
“ทางเดียวที่จะล้มแบล็คอีวิลได้คือบุกกำแพงมนต์จับนายใหญ่ของมันให้ได้เท่านั้น”
งิ้วเห็นด้วย
“ขืนตั้งรับแบบนี้มีแต่แพ้กับแพ้”
จักจั่นหน้าเครียด
“ยังเหลือเวลาอีกสองวัน พี่ดาวกับพี่ไผ่อาจจะเจอทางเข้ากำแพงมนต์ก่อนก็ได้”

โจนั่งอยู่หน้ามอนิเตอร์ ที่นายใหญ่ปรากฏอยู่
“ผู้กองฤทธิชัยตอนนี้ ถูกจับไว้บังคับนางงูให้ทำงานท่านคิดว่าจะให้ทำยังไง”
“กำจัดมันซะ”
“แล้วนางงู”
“กำจัดไปด้วย เก็บไว้เดี๋ยวมีปัญหา แล้วเคลื่อนย้ายทุกคนเข้ากำแพงมนต์ ชาตินี้พวกมันไม่มีทางหาเจอ”

จอของนายใหญ่ดับลง โจพิงพนักเก้าอี้สบายใจ
 
อ่านต่อเวลา 17.00น.

งิ้วรัวนิ้วที่คีย์บอร์ด จักจั่นเข้ามามองๆ
“จับสัญญาณพวกมันได้มั่งมั๊ย”
“เงียบสนิท เหมือนพวกมันเตรียมทุกอย่างพร้อมโดยไม่ใช้การสื่อสาร”
อภิชาติเดินเข้ามา
“ท่านรองศักดาเพิ่งแจ้งมาว่าพวกมันถอยไปตั้งหลักที่ฐานใหญ่ หมดแล้วแต่ท่านกับคุณนพไม่เข้าไป”
งิ้วคิดนิดนึง
“เท่ากับว่าเปิดตัวให้มันรู้ว่าหักหลังชัวร์ๆ”
จักจั่นเสริม
“รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี”
งิ้วถอนใจ
“ถ้าพวกมันหนีเข้ากำแพงมนต์ได้ก็จบเท่ากับพวกมันลอยนวลไปอย่างสบาย”
อภิชาติ คิดๆ
“เราน่าจะไปแสตนด์บายที่บ้านดอนเสือ รอข่าวดีจากคุณไผ่เตรียมบุกพวกมัน”
จักจั่นเห็นด้วย
“ดีเลย พี่จันจิราจะได้ไปด้วย”
อภิชาติสายตาเครียดแค้น
“บทสุดท้ายระหว่างเรากับแบล็คอีวิล”
ทั้งสามต่างกราดสายตาจ้องกันหน้าเคร่งเครียด
 
 
จันจิราขับรถเข้ามาจอดที่ตลาดบ้านดอนเสือ ยกโทรศัพท์ขึ้นกด
“จันจะกลับช้าหน่อยนะจ๊ะแม่สมพร แวะมาซื้อน้ำผลไม้ให้ป้าเนียนจ้ะ”
จันจิราวางสายก้าวลงจากรถ เห็นวิวัฒน์ออกมาจากร้านอาหารฝั่งตรงข้าม พร้อมกับพวกมือปืนกองกำลัง 5 คน จันจิราจ้องยิ้มเล็กน้อย สายตาเริ่มดุดันก้าวตรงไปหาพวกมัน...วิวัฒน์กำลังจะขึ้นรถแต่แล้วก็เห็น จันจิรายืนอยู่ตรงหน้า
“ผมไม่อยากมีเรื่อง”
“แต่ฉันอยาก”
พวกมือปืนกองกำลังต่างขยับตัวเข้ามายืนใกล้ข้างๆวิวัฒน์เตรียมพร้อม
“งั้นก็ถามพวกนี้ดู”วิวัฒน์ยิ้ม
พวกมือปืนยิ้มหัวเราะกัน จันจิรายิ้มมั่งแล้วแวบมายืนหน้าวิวัฒน์ตบเปรี้ยงเข้าให้ วิวัฒน์เซไปพวกมือปืนคว้าไว้ได้ วิวัฒน์ยืนจ้องจันจิราพร้อมจะขยี้ จันจิรายิ้ม
“ฉันจะส่งเงินค่ายาค่ารักษาคนงานที่แกซ้อมไปที่โรงเลื่อยของแก ได้รับแล้วรีบจ่ายด้วย”
“บวกค่าตัวแกมาด้วยก็ดี เพราะฉันอยากจ้างแกไว้เป็นเมียรายเดือนให้ไอ้พวกนี้มัน”
พวกมือปืนหัวเราะ จันจิรายิ้ม
“ได้เลย”
จันจิราแวบเข้ามายืนตรงหน้าตบผัวะ วิวัฒน์ทรุดลงลูกน้องมือปืนกองกำลังเข้ารุมจันจิราต่อสู้ประชิดตัว จันจิราตบซ้ายตบขวาพวกมันเข้าไม่ติด ผ่านไปอึดใจพวกมันทรุดลงหมด จันจิราก้าวมายืนตรงหน้าวิวัฒน์แล้วยิ้มเย้ย
“ค่ารักษาพร้อมค่าตัวฉัน หนึ่งล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยแล้วฉันจะไปเอา”
จันจิรายิ้มเดินจากไป แต่แล้วก็หยุด หันกลับมามองพวกกองกำลังที่นอนทรุดอยู่กับพื้น
“แบบนี้เอง ที่เค้าเรียกว่านกกระจอกไม่ทันได้กินน้ำ”
จันจิราหันกลับเดินออกไป วิวัฒน์ยืนหน้าซีด
 
    คายามังนั่งสมาธิอยู่ในกำแพงมนต์ ครู่หนึ่งก็ลืมตาขึ้นมา...รถจิ๊ปมาจอดด้านหน้า โจอยู่บนรถ มีมือปืนในชุดปฏิบัติการ 5 คน ยืนระวังรอบๆ คายามังปรากฏตัวขึ้น
“งานคงสำเร็จด้วยดีกระมัง”
“นายใหญ่พอใจมาก” โจกราดสายตาไปมา “นายใหญ่ต้องการสังหารฤทธิชัย กับ นางงู”
คายามังพยักหน้าสีหน้าเยือกเย็น

ฤทธิชัยถูกมัดตรึงอยู่กับผนังถ้ำ ลูกศิษย์สองคนของ คายามังนั่งสมาธิอยู่ข้างหน้า คายามังปรากฏตัวขึ้น
“เตรียมตัวไว้ให้พร้อม นาคีกำลังมาที่นี่”
ลูกศิษย์ทั้งสองคนต่างลุกขึ้นเตรียมพร้อม ทันใดนั้น เงาร่างของนาคีปรากฏอยู่หน้าถ้ำค่อยๆเดินเข้ามาสู่แสงสว่างภายในที่สาดส่องลงมาจากเพดานถ้ำสูง ลูกศิษย์สองคนเดินไปยืนข้างๆฤทธิชัย          คายามังพูดขึ้น
“เจ้ากลับมาแล้ว”
“เราทำงานสำเร็จแล้ว เรามารับท่านพี่ของเรา”
“อืม...แต่คนรักของเจ้าเป็นศัตรูสำคัญของนายใหญ่”
“เราจะอยู่กับท่านพี่ของเราไม่ปล่อยให้ไปรบกวนนายใหญ่ของท่าน”
“ข้าไม่ค่อยมั่นใจว่าเจ้าจะทำได้”
ฤทธิชัยยิ้มเย้ย
“คุณถูกหักหลังซะแล้ว
ลูกศิษย์คนหนึ่งตบฤทธิชัยโครมเลือดออกมุมปาก บ่วงมนต์สีทองที่รัดคออยู่ทำให้พลังของฤทธิชัยอ่อนลง นาคีพูดไม่ออกได้แต่จ้องหน้าคายามังนิ่ง คายามังโบกมือ ลูกศิษย์คนหนึ่งกระชากมีดออกมาจากย่ามของมันทันใดนั้น นาคีแวบเข้ามาตรงหน้าคายามังเงื้อมือหมายตะครุบที่คอหอย แต่แล้วมือต้องค้างเพราะคายามังท่องมนต์เชือกบ่วงเงินนาคีหายใจไม่ออก คายามังสะบัดมือตบร่างของนาคีลอยไปทรุดที่พื้น
“บังอาจ...ศิษย์คิดล้างอาจารย์”
“อาจารย์อย่างท่านสมควรตาย”
นาคีดีดตัวขึ้นมาแต่แล้วก็ทรุดลงไปอีก ฤทธิชัยจ้องมองนาคีอย่างเห็นใจ
“หนีไป...รีบหนีไป”
นาคีมองฤทธิชัยกลับเป็นสายตาดีใจที่ฤทธิชัยเป็นห่วงตน แต่ร่างกายอ่อนแรงทำอะไรไม่ได้ คายามังสั่งเสียงเฉียบ
“ลงมีด”
ลูกศิษย์ของคายามังเอามีดปักเข้าที่หน้าอกของฤทธิชัยฉึก ชายหนุ่มกัดฟันทนความเจ็บปวด นาคีตกใจ
“ท่านพี่”
 
จันจิราตรวจอาการของป้าเนียนเสร็จ สมพรมองอยู่ข้างๆ
“อาการป้าเนียนดีขึ้นมากแล้วจ้ะ”
ป้าเนียนยกมือพนม
“สาธุเป็นเพราะเจ้าป่าเจ้าเขาบ้านดอนเสือคุ้มครอง”
พยาบาลผู้ช่วยเดินเข้ามา
“มีเจ้าหน้าที่มาขอพบคุณจันจิราค่ะ”
ทั้งหมดมองหน้ากันอย่างสงสัย
 
คายามังหัวเราะก้อง นาคีดิ้นรนอยู่ตรงหน้า ฤทธิชัยกัดฟันทนความเจ็บปวด ลูกศิษย์คายามังกระชากมีดออกมา ฤทธิชัยสะดุ้ง เชือกอาคมทำให้พลังนางเสืออ่อนลงไม่สามารถต้านอาวุธได้
“จัดการมันซะ”
ลูกศิษย์เงื้อมือ นาคีร้องห้าม
“เดี๋ยวก่อน”
คายามังจ้องนาคีอึดใจแล้วพยักหน้า ลูกศิษย์ปล่อยที่ถือมีดลง
“ขอเพียงให้เรากอดท่านพี่เป็นครั้งสุดท้ายเราจะยอมเป็นทาส ของท่านตลอดไป”
ฤทธิชัยรีบบอก
“ไม่ต้อง หนีไป”
คายามังจ้องนาคีอึดใจ        
“ก็ได้...ยังไงเจ้าก็ทำอะไรข้าไม่ได้อยู่แล้ว”
คายามังโบกมือ นาคีค่อยลุกขึ้นแล้วเดินผ่านคายามังไปหาฤทธิชัย น้ำตาซึม
“ท่านพี่ข้าดีใจที่ท่านพี่เป็นห่วงข้า”

อ่านต่อ พรุ่งนี้เวลา 09.30น.

 
จันจิราก้าวออกมาหน้าสถานีอนามัยก็พบกับ หัวหน้าหน่วยเจ้าหน้าที่พิเศษ กับ เจ้าหน้าที่สองสามคน จันจิรามองอย่างสงสัย

“มีอะไรหรือคะ”
“คือทางการส่งกำลังมาปิดค่ายตัดไม้นอกเหนือสัมปทานที่ได้ขอไว้ ของกลุ่มบริษัทอินเตอร์บิสทั้งหมด”
“แล้วเรื่องบ่อนผิดกฎหมาย”
“ด้วยครับ...คุณอภิชาติเคยบอกไว้ว่าคุณจันจิราสามารถให้ความร่วมมือหรือเบาะแสได้ครับ”
จันจิรายิ้ม
“ด้วยความยินดีค่ะ”

นาคีจ้องหน้าฤทธิชัย แล้วค่อยๆเดินเข้ามาซบที่อกของเขา ฤทธิชัยมองด้วยความเห็นใจ
“ท่านควรไปให้ไกลจากอาจารย์ชั่วของเจ้า”
คายามังยิ้มไม่สนใจ นาคีซบลงที่อก มือของนาคีลูบที่บาดแผลที่ถูกแทง พลันแผล ค่อยสมานบาดแผลค่อยๆหายไป คายามังสั่งเสียงเข้ม
“พอแล้ว ออกมาได้”
นาคียังไม่ยอมขยับตัวยังกอดฤทธิชัยอยู่
“เจ้า...”
คายามังสวดมนต์โบกมือเชือกบ่วงเงินเป็นประกาย นาคีเฮือกหายใจติดขัด ดิ้นรนแต่ยังไม่ยอมปล่อยฤทธิชัย ลูกศิษย์คายามังที่ยืนใกล้ขยับตัวเข้ามาดึงแขนสองข้างของนาคี แต่นาคีสะบัดแขนมันสองคนกระเด็นไปไกล ฤทธิชัยรีบบอก
“พอได้แล้ว...”
คายามังสวดอาคมต่อ นาคีหายใจติดขัดร่างอ่อนระทวยซบที่อกของเขา เชือกบ่วงเงินเหมือนมีแสงทำให้ร้อนนาคีดิ้น แต่ไม่ยอมปล่อยมือจากการกอดฤทธิชัย ทันใดนั้นฤทธิชัยก้มลงกัดเชือกที่คอของนาคี พอดี
ร่างของนาคีทรุดลง คายามังถึงกับหน้าซีดเพราะเชือกบ่วงเงินที่รัดคอนาคีห้อยอยู่ที่ปากของฤทธิชัย
“เชือกบ่วงเงิน”

เสียงเครื่องจักรตัดไม้ดังสนั่นหวั่นไหว ต้นไม้ล้มครืน พวกมือปืนกองกำลังยืนระวังกันเป็นจุดๆ ทันใดนั้นมันต้องสะดุ้งแปลกใจ เมื่อได้ยินเสียงก้องเข้ามา
“นี่เจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษ ค่ายของท่านถูกปิดแล้ว วางอาวุธแล้วมอบตัว”
หัวหน้ามือปืนกองกำลังตะโกนสั่งสมุน
“เฮ้ย ลุยเว้ย”
พวกมันต่างพากันพรวดออกไปทางด้านหน้า รถบรรทุกเจ้าหน้าที่จอดอยู่ จันจิรา พร้อม หัวหน้าหน่วย และเจ้าหน้าที่นับสิบยืนอยู่ตรงหน้าค่าย เห็นพวกมันพรวดกันออกมาสาดกระสุนใส่ เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างกระจายกำลังกราดยิงโต้ตอบ จันจิราเดินเข้าหา สาดกระสุนใส่พวกมัน ส่องที่ไหนทรุดที่นั่น สุดท้ายพวกมันก็ยอมจำนน เจ้าหน้าที่ลากมันคนหนึ่งเข้ามา จันจิราตวาดถาม
“พวกแกไม่ใช่คนไทย...มาจากไหน”
“อยู่นอกชายแดน มีคนจ้างให้เข้ามา”
เจ้าหน้าที่ลากมันออกไป
“เลวมาก จ้างคนอื่นมาทำลายแผ่นดินของตัวเอง”

ฤทธิชัยจ้องหน้าคายามังอย่างสะใจ ในปากยังมีเชือกบ่วงเงินห้อยอยู่ ฤทธิชัยถ่มเชือกออกจากปาก ขณะที่นาคียืนขึ้นมาสายตาดุดันจ้องที่คายามัง
“เฮ้ย...จัดการกับนางงู”
ลูกศิษย์สองคนถือมีดพุ่งเข้ามาแต่นาคีสะบัดมือตบเปรี้ยงมันสองคนกระเด็นไป คายามังหน้าตื่น
“ถ้าเจ้าไม่หยุดข้าจะให้บ่วงทองรัดคอคนรักของเจ้า”
นาคีแวบมาถึงฤทธิชัยดึงเชือกบ่วงทองจากคอของเขาขาดผึงสะบัดมือไปที่เชือกที่รัดข้อมือของฤทธิชัยขาดออกจากกัน ร่างของฤทธิชัยทรุดลงเพราะบาดแผลจากมีด คายามังเอามือล้วงเข้าไปในย่ามหมายหยิบมีด แต่แล้วนาคีแวบเข้าไปตรงหน้าตบโครมร่างของคายามังกระเด็นไป ย่ามหลุดจากบ่ากระเด็นไปตกอยู่ข้างๆร่างของลูกศิษย์มันที่ทรุดอยู่ตรงผนังถ้ำนาคีแวบตามติด เกิดการต่อสู้ประชิดตัว คายามังตบนาคีกระเด็นห่างออกไป

“ข้าจัดการเจ้าก่อน แล้วจะเชือดคนรักของเจ้า”

นาคีแค้นอ้าปากส่งเสียงซ่าส์ ออกมาพลางพุ่งตัวเข้าหาคายามังตบซ้ายตบขวาจนคายามังกระเด็นไป นาคีแวบมายังร่างของฤทธิชัยจับที่คอเสื้อแล้วเหวี่ยงร่างของเขาออกไปนอกถ้ำ...ร่างของฤทธิชัยลอยลิ่วออกมากระแทกที่พื้นกลิ้งไปหลายตลบสลบไปเพราะบาดแผลและความที่อ่อนพลัง
นาคีจ้องคายามังด้วยสายตาแค้นเคือง คายามังตั้งตัวได้สายตาชำเลืองมองไปที่ย่ามที่ตกใกล้ๆร่างลูกศิษย์ที่สลบอยู่ นาคีรู้กราดตามองตามเห็นมีดอาคม คายามังดีดตัวไปที่ย่าม ทันใดนั้นนาคีแวบไปที่คายามังตบโครมร่างของคายามังกระเด็นไปกระแทกผนังถ้ำทรุดกระอักเลือด คายามังพยายาม จะคลานไปที่ย่ามที่มีดอาคมส่องแสงออกมา นาคีเห็นจึงสะบัดมือไปบนผนังถ้ำ ผนังถ้ำถล่มลงมา ทับคายามังร้องเสียงไม่เป็นมนุษย์นาคีแค้นสะบัดมือออกไปอีกเพดานถ้ำถล่มลงมาครืนๆ นาคีแวบออกมานอกถ้ำแล้วสะบัดมือไปยังปากถ้ำ หินถล่มทลายลงมาปิดปากถ้ำไว้จนหมด นาคียิ้มอย่างสะใจ หันกลับมา ที่ร่างของฤทธิชัยแล้วปราดเข้าไปตรวจดู
“ท่านพี่”
ฤทธิชัยหลับตานิ่ง ไม่รู้สึกตัว

ฤทธิชัยนอนอยู่บนแท่งเตียง นาคีนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆเอามือลูบบาดแผลตามร่างกายของเขา บาดแผลค่อยๆสมานตัวเข้าหากัน
ภายในถ้ำที่ถล่ม แสงสว่างจากมีดอาคมส่องออกมาจากย่ามใต้ก้อนหินเล็กใหญ่ที่กลบอยู่ ถัดมาเป็นร่างของลูกศิษย์คายามังคนหนึ่งที่เริ่มขยับตัว และค่อยๆลุกขึ้นมาจากเศษหินที่กลบร่างของมันอยู่ มันโชคดีที่ติดอยู่ระหว่างก้อนหินสองก้อนที่รับเพดานกำแพงที่ทรุดลงมา มันขยับตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆ พลันสายตาก็เห็นแสงจากมีดอาคมที่โผล่ออกมาจากย่าม จึงรีบคว้าย่ามไว้ แล้วคว้าย่ามของมันล้วงเข้าไปหยิบคบไฟมนต์ออกมา จากนั้นจึงท่องคาถาคบไฟติดขึ้นมา เอาส่องกราด หาทางออก สุดท้ายเห็นแสงสว่างสาดเข้ามา จึงรีบเคลื่อนตัวไปทันที

หลังกำแพงมนต์...ก้องเกียรติขยับตัว เมื่อเห็นนายใหญ่ที่ปลอมตัวเป็นเขา ยืนอยู่หน้าห้องขัง ข้างๆคือโจ
“พร้อมหน้าพร้อมตากันที่นี่ แปลว่ากำลังจนตรอก” ก้องเกียรติยิ้มเยาะ
“เรากำลังจะได้ชัยชนะต่างหาก ที่นี่คือกองบัญชาการที่ไม่มีใครหาพบ”
“ก็ลองดูว่าใครจะเป็นฝ่ายถูก”
“พูดมากไอ้แก่” โจตวาด
“พูดจาหยาบคายกับผู้หลักผู้ใหญ่ เขาว่าตายไม่ดี”
โจเบ้ปาก ยิ้มเยาะเย้ยไม่สนใจ นายใหญ่บอกเสียงแข็ง
“วันที่คุณจะได้ออกจากที่นี่ใกล้เข้ามาแล้วท่านรอง”
“ออกไปเป็นแพะรับบาปให้พวกคุณน่ะเหรอ”
นายใหญ่ยิ้มแล้วเดินจากไป โจยิ้มเยาะ ก้องเกียรติมองตามแล้วถอนใจ
“คุณอภิชาติ คุณฤทธิชัย ถ้ารีบหน่อยก็ดี”

นักพนันแทงเงินลงบนช่องตามที่ตนเก็งไว้ในบ่อนเถื่อน ต่างเฮกันสนุกสนาน รอบๆมีโต๊ะพนันหลากหลาย นักพนันกำลังสนุกอย่างเต็มที่ มือหนึ่งวางเงินลงมาปึกใหญ่บนหมายเลข 5 เจ้ามือยิ้มอย่างเป็นต่อ มันเขย่าถ้วย เปิดออกเป็นหมายเลขของมันแต่แล้วลูกเต๋าดันกลิ้งออกมาเป็นเลข 5 จนได้
“จ่ายมา”
เจ้ามือจ้องจันจิราซึ่งเป็นคนแทงอย่างแค้นสุดๆ มันจ่ายเงินลงมาตามที่แทง ทันใดนั้นหน่วยพิเศษบุกพรวดเข้ามานับสิบ นักพนันวิ่งกันแตกกระเจิง มือปืนกราดปืนเข้าใส่หน่วยพิเศษ เจ้ามือสะบัดปืนขึ้นมาจันจิราสะบัดมือ ยิงมันเปรี้ยง ปืนในมือกราดไปที่พวกมือปืนทีละคนจนทรุดหมดพวกมันบาดเจ็บร้องกันระงม หัวหน้าหน่วยสั่ง
“เอาตัวไปให้หมด”

ประกายของมีดอาคมแวบเข้าตา โจจ้องมีดในมืออย่างพิจารณา...
“มีดอาคมที่ใช้กำจัดนางงูได้”
ลูกศิษย์คายามังพยักหน้ารับ
“ใช่...เสียดายที่มันหนีไปซะก่อน ไม่ยังงั้นมันเสร็จข้าแน่”
“ดี มันโผล่มาเมื่อไหร่ก็จบเมื่อนั้น แล้วไอ้ฤทธิชัยล่ะ”
“ข้าคิดว่านางงูมันพาไป”
โจคิดแผนเล่นงานนาคี และฤทธิชัยทันที

อ่านต่อ เวลา 17.00น.

สัตยานั่งอยู่ในเต็นท์ภายในค่าย บนโต๊ะมีเครื่องส่งวิทยุและคอมพิวเตอร์พร้อม มือปืนเข้ามารายงาน

“คุณโจมาขอพบครับ”
สัตยาสีหน้าไม่ค่อยพอใจแต่ก็ลุกขึ้น เดินออกมา โจยืนอยู่ข้างรถจิ๊ป พร้อมพวกมือปืนในชุดปฏิบัติการ และลูกศิษย์ของคายามัง
“สวัสดีคุณสัตยา สบายดี”
“คุณโจมาถึงชายแดน มีอะไร”
“มีเรื่องนิดหน่อย นาคีฆ่าอาจารย์คายามังตายแล้วก็เอาตัวฤทธิชัยไป”
“นางงูจัดการกับไอ้ฤทธิชัยก็ดีแล้วนี่”
“คุณไม่เข้าใจ นางงูหลงไอ้ฤทธิชัยต่างหาก มันต้องตายเท่านั้น”
“คิดจะให้นางงูเล่นงานผมหรือไง”
“ผมจะเล่นงานนางงูเอง แค่ขอกำลังเสริมจากคุณเท่านั้น”
“ได้เลย” สัตยาตอบรับทันที
 
รถจิ๊ปของจันจิราพรวดเข้ามาตรงหน้าตึก โรงเลื่อยของวิวัฒน์ มือปืน 5 คนเข้ามาขวาง  จันจิราเดินดุ่มๆเข้าไป
มือปืนคนหนึ่งคว้าแขน จันจิราหันไปตบโครมมันหงายไป พวกมันเข้ารุม เกิดการต่อสู้ประชิดตัว
จันจิราโชว์ลวดลาย ต่อย เตะ ถีบ จรเข้ฟาดหาง จนพวกมันหมอบกันหมด อีกคนหนึ่งตวัดปืนขึ้นมา หญิงสาวหมุนตัวกลับปืนในมือสาดเปรี้ยงเข้าหัวไหล่ มันหมุนแล้วทรุดร้องเป็นหมาถูกน้ำร้อน แล้วเธอก็ก้าวเข้าไปข้างใน
 
วิวัฒน์นั่งนับเงินอยู่บนโต๊ะเป็นฟ่อนๆ อย่างมีความสุข ทันใดร่างของมือปืนกระเด็นเข้ามาสองคนฟุบนิ่งอยู่กับพื้น วิวัฒน์คว้าปืนจากลิ้นชักขึ้นมา แต่เสียงปืนดังเปรี้ยงๆ ปืนกระเด็นหลุดจากมือ
“ฉันมาเอาเงินค่ารักษาคนงานที่แกซ้อมกับค่าตัวของฉันรวมสามล้านบาท”
วิวัฒน์มองด้วยความแค้นแต่ทำอะไรไม่ได้ จันจิราสะบัดมือถุงสีดำลอยไปอยู่บนโต๊ะของมัน วิวัฒน์ค่อยๆเอาเงินบนโต๊ะกวาดลุงถุงจนหมด แล้วยกขึ้น จันจิราสะบัดมือถุงเงินลอยเข้ามาหามือตึบ
“ขอบใจ”
วิวัฒน์มองแค้นๆ
“อ้อ ลืมบอกไป มีคนอยากจะคุยกับแก”
ทันใดนั้น เจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษพรวดนับสิบพรวดเข้ามาพร้อมอาวุธในมือ
“คุณวิวัฒน์ คุณถูกจับข้อหาลักลอบตัดไม้นอกเหนือ สัมปทานและเปิดบ่อนผิดกฎหมาย”
หัวหน้าหน่อยประกาศ วิวัฒน์พูดไม่ออก กราดสายตาไปมา จันจิราหายไปแล้ว
 
ฤทธิชัยรู้สึกตัวขึ้นมา พบนาคียืนจ้องตนอยู่ เขากราดสายตาไปมา
“พวกมันตายหมดแล้ว ไม่มีใครมาขวางเราอีก”
“ผมต้องไปจากที่นี่”
ฤทธิชัยลุกขึ้นยืนแต่กลับทรุดลงเพราะอ่อนแรง
“แต่ทำไม ในเมื่อท่านพี่มีใจต่อนาคี”
“ผมไม่ได้มีใจกับคุณ”
“แต่นาคีเห็นท่านพี่เป็นห่วงนาคี”
            ฤทธิชัยถอนใจ
“ผมแค่เห็นใจคุณที่คุณต้องตกเป็นทาสของอาจารย์คุณ คุณควรกลับไปอยู่ในโลกของคุณจะดีกว่า”
ทันใดนั้นนาคีขยับตัวกราดสายตาไปมา
            “พวกมันกล้า...ท่านพี่รออยู่ที่นี่”

นาคีแวบร่างออกไป ฤทธิชัยพยายามลุกขึ้นอย่างลำบากยากเย็น ค่อยๆเคลื่อนตัวตามไป

 
ลูกศิษย์คายามังนำโจ กับ สัตยาพร้อมด้วยพวกมือปืนนับสิบเคลื่อนตัวเข้าไปยังหน้าถ้ำ พวกมันกระจายกำลังกันล้อมเข้าไป ทั้งหมดเคลื่อนตัวเข้าไปอย่างระมัดระวัง
ทันใดนั้นเสียงร้องมาจากพวกที่นำหน้า พวกมันเจอกับงูหลายตัวที่พุ่ง ลงมาจากกิ่งไม้ทึบด้านบน
ต่างร้องล้มลงดิ้น พวกที่ตามมาสาดกระสุนใส่กิ่งไม้เบื้องบนร่างและชิ้นส่วนของงูร่วงลงมา
“บุกเข้าไป” โจประกาศ
พวกมันเดินข้ามร่างสามสี่ร่างของมือปืนที่ถูกงูกัดตาย รุกเข้าไปในถ้ำ

อภิชาติ จักจั่น และงิ้วมาถึงอนามัยที่บ้านดอนเสือ ที้งหมดตรงเข้าไปในห้องที่ป้าเนียนนอนรักษาตัวอยู่ พบจันจิรา และสมพรทั่งคุยอยู่ด้วย
“ป้าไม่เป็นไรแล้วจ้ะ” ป้าเนียนยิ้มแย้มบอกทุกคน
“จักจั่นจะจัดการกับพวกมันเอง จุดจบของพวกมันมาถึงแล้ว”
อภิชาติเข้าไปจับมือป้าเนียน
“ฝากดูแลจักจั่นด้วยนะจ๊ะ”
“แน่นอนครับป้าเนียน”
ป้าเนียนยิ้ม จักจั่นหันไปกอดสมพร ทั้งหมด ยิ้มอย่างมีความสุข

ฤทธิชัยขยับตัวเมื่อได้ยินเสียงปืน เคลื่อนตัวไปหลบที่ด้านหลังก้อนหิน ขณะที่ด้านหน้า พวกมันนับสิบพรวดเข้ามาในถ้ำ ต่างกราดปืนไปมา โจ กับ สัตยา ก้าวตามมา ลูกศิษย์คายามังเดินนำเข้าไป
“รังของมันอยู่ข้างใน”
ทันใดนั้นนาคีแวบมายืนตรงหน้าลูกศิษย์คายามัง แล้วตบโครมจนกระเด็นไป โจ สัตยา มือปืนทั้งหลายต่างตวัดปืนเข้าใส่ นาคียืนมองพวกมันสายตาดุดัน ลูกศิษย์คายามังรีบลุกลนลานหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
“ยิง”
โจสั่ง พวกมันสาดกระสุนใส่นาคีเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ปืนนับสิบกระบอก กระสุนเกือบร้อยวิ่งเข้าสู่ร่างของนาคี ทำให้นาคียืนไม่ติด
“ยกให้นาย” สัตยาบอก
“ได้ นายจัดการไอ้ฤทธิชัย”
โจกระชากมีดอาคมออกมาเตรียมพร้อม ทันใดนั้นนาคีแวบเข้าหากลางกลุ่มพวกมือปืน สะบัดมือปล่อยพิษออกไป พวกมันร่วงไปสองสามคน นาคีตบซ้ายขวาพวกมือปืนต่างถอยกระจายวงออก โจดีดตัวเข้าไปตรงหน้าตวัดมีดขึ้นตรงหน้าเป็นแสงวาบกระจายออกมา นาคีส่งเสียงซ่าส์ ออกมา ถอยไป โจยิ้มอย่างย่ามใจ

พวกมือปืนพรวดเข้ามาด้านในตามด้วยสัตยา พวกมันเคลื่อนตัวหาฤทธิชัย คนหนึ่งผ่านไปทางโขดหิน ทันใดนั้นร่างของฤทธิชัยออกมาคว้าคอมันบิดทรุด คว้าปืนของมันขึ้นมาได้
“เฮ้ยมันอยู่นั่น” สัตยาร้องบอก
พวกมือปืนหันกลับมา แต่ฤทธิชัยสาดกระสุนใส่พวกมันคว่ำไปสอง แล้วพุ่งตัวไปหลังโขดหินอีกก้อนหนึ่ง ตวัดปืนใส่สัตยาจนต้องพุ่งตัวหลบลนลานเข้าไปหลังก้อนหิน พวกมือปืนต่างเคลื่อนตัวล้อมเข้าไป

นาคีหันไปทางด้านในเมื่อได้ยินเสียงปืน
“ท่านพี่”
นาคีแวบหายไป
“ตามเข้าไป”
โจสั่ง พวกมือปืนต่างเคลื่อนตัวเข้าไปด้านใน ขณะเดียวกัน สัตยากับพวกมือปืนสาดยิงฤทธิชัยจนโงหัวไม่ขึ้น
ทันใดนั้น...ร่างของนาคีแวบมาปรากฏบังตรงโขดหินที่ฤทธิชัยหลบอยู่ รับกระสุนจากพวกมัน แล้วแวบเข้าหาพวกมือปืน ตบซ้ายขวาพวกมันกระเด็นไปกระแทกโขดหิน ผนังถ้ำ ส่งเสียงร้องเจ็บปวด นาคีตลุยอย่างโกรธแค้น แต่แล้วก็ต้องร้องด้วยความเจ็บปวด เพราะถูกโจฟันทางด้านหลัง หันกลับไปก็พบโจถือมีดตรงหน้า เงื้อมือแต่กระสุนปลิวมาจนเสียหลัก
ฤทธิชัยโผล่มากราดยิงสกัดพวกมันล้มไปสอง
“หนีไปก่อน เร็ว”

นาคีหันมามองฤทธิชัย โจถือโอกาสฟัน นาคีเอามือจับมีดอาคมไว้ได้ แต่ควันขึ้นมาไฟไหม้ที่มือ ฤทธิชัยยิงมาที่โจ จนโจชะงัก นาคีตบโครมโจกระเด็นไป นาคีมองที่มือของตนที่ขณะนี้ไฟท่วมมืออยู่ ฤทธิชัยยิงกราดใส่พวกมัน
“หนีไป”

อ่่านต่อเวลา 17.00น.

นาคีในที่สุดแวบหายไป ฤทธิชัยยิงกราดพวกมันคว่ำไปอีกสอง กระสุนหมด สัตยาพรวดเข้ามาพร้อมมือปืนที่เหลือล้อมไว้หมดทุกด้าน โจถือมีดอาคมเข้ามายิ้มอย่างยียวน

“เอาตัวมันเข้าไปขังในกำแพงมนต์”
ฤทธิชัยกราดสายตามองพวกมันทุกคน

อภิชาติขับรถจิ๊ปวิ่งตามเส้นทางในราวป่า...
“กำแพงมนต์อยู่ใกล้ๆชายแดนแน่นอนค่ะ” จันจิราบอก
“เราเข้าไปให้ใกล้ที่สุด ผมเชื่อว่า คุณดาวต้องหาพบจนได้”
จักจั่นเสริมทันที
“เราจะได้บุกทันทีเมื่อถึงเวลา”
“เยส” งิ้วพร้อมลุย
รถวิ่งตะบึงไป

โจกับสัตยาจับมือกัน เมื่อสามารถจับตัวฤทธิชัยมาได้
“ขอบใจมากคุณสัตยา ถ้าไม่ได้คุณผมคงทำงานไม่สำเร็จ”
“นี่คุณจะมาไม้ไหนกับผม เท่าที่จำได้คุณคอยเล่นงานผมตลอด” สัตยามองอย่างไม่ไว้ใจ
“ก็จริง ผมเคยคิดว่าคุณจะมาแย่งเก้าอี้ผม แต่ตอนนี้ทุกอย่างไปได้สวย เรากำลังจะได้เป็นเจ้าของประเทศกันแล้ว”
สัตยาพยักหน้า
“ก็ดี”
“เหลือขั้นตอนสุดท้ายคืออย่าให้พวกมันผ่านเข้าไปถึงกำแพงมนต์ได้ จนกว่าพวกองค์กรจะเซ็นสัญญาเรียบร้อย”
“ได้..เป็นหน้าที่ผมเอง”
ทั้งสองคนต่างยิ้มให้กัน

แสงสีทองปกคลุมร่างของดาวที่อยู่บนแท่นศิลา ในถ้ำพระภิกษุ ในที่สุดดาวลืมตาขึ้นมา
เสียงสายลมร้องก้อง เสียงสายฟ้าคำราม ดาวพุ่งออกไปทันที...

ร่างของฤทธิชัยถูกโยนลงบนพื้น ประตูเหล็กปิดโครม ฤทธิชัยค่อยลุกขึ้นมา ตรงหน้าคือก้องเกียรติตัวปลอม ฤทธิชัยยิ้ม จ้องมองอย่างพิจารณา
“คงคิดไม่ถึงว่ามีพวกองค์กรแฝงอยู่ หลังชนฝาถึงกับหลบเข้ามาอยู่ในกำแพงมนต์ ด่านสุดท้าย”
“พรุ่งนี้พวกองค์กรต้องเซ็นสัญญา ตามที่ผมเรียกร้องประเทศไทยเท่ากับเป็นของผม”
“คนพวกนี้ถุยน้ำลายแล้วยังกลืน นับประสาอะไรกับสัญญาฉบับเดียว”
“แต่สัญญาฉบับนี้จะมีการแถลงข่าวไปทั่วโลก ถ้ามีการฉีกต่างประเทศไม่มีใครมาลงทุนแน่นอน”
ฤทธิชัยเยาะ
“คุณคิดหรือว่าคนพวกนี้จะยอมคุณ แค่คนใกล้ตัวอย่างท่านรองศักดา คุณยังไม่รู้เลยว่าไม่ใช่คนของคุณ”
“สี่เท้ายังรู้พลาด ถ้าพวกมันไม่เซ็นจุดที่ตั้งพลังงานและจุดเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ จะถูกถล่มย่อยยับ”

ฤทธิชัยพุ่งเข้าจับลูกกรงโครม นายใหญ่ตกใจถึงกับถอยไป ฤทธิชัยจ้องสายตาดุดัน

จบตอนที่ 15

อ่านต่อตอนที่ 16 พรุ่งนี้ เวลา 09.30น.
กำลังโหลดความคิดเห็น...