xs
sm
md
lg

ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 9

เผยแพร่:

ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 9

ประตูลิฟท์เปิดที่ชั้นล่างของตึก ร่างของจักจั่นกับงิ้วก้าวออกมาจากลิฟท์
“เราต้องส่งข้อมูลให้หน่วยพิเศษเร็วที่สุด” งิ้วบอก
จักจั่นชี้ไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ทั้งสองตรงไปที่เคาน์เตอร์ พนักงานสาวหันมา
“สวัสดีค่ะ”
“หวัดดีด้วยจ้ะ มีคอมพิวเตอร์อยู่แถวนี้มั๊ย”
“ใช้ของหนูก็ได้ค่ะ”
พนักงานสาวยกแลบท็อปขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์ งิ้วรีบเสียบไดร์จิ๋วเข้าไปแล้วเริ่มคีย์ที่คีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว จักจั่นหันไปคุยกับพนักงาน
“หน้าตาสวย..แล้วยังใจดีอีกตะหาก เจ้านายไม่ว่านะ”
“อ๋อ..ของหนูเองค่ะ เอามาหาข้อมูลทำการบ้าน นายไม่ว่าค่ะ”
“ดีมาก..การศึกษาสำคัญที่สุด”
พนักงานยิ้ม งิ้วหันบอก
“เรียบร้อย..ขอบใจมากนะจ๊ะ”
“ขอให้เรียนจบสูงๆนะจ๊ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
งิ้วกับจักจั่นยิ้มให้แล้วพากันเดินไป พนักงานสาวมองตามยิ้มๆ แล้วยกแลบท็อปจากเคาน์เตอร์เพื่อเก็บ
แต่แล้วก็ตาโตคาดไม่ถึง เพราะใต้แลบท็อป มีแบงก์พันอยู่ปึกใหญ่วางอยู่

จักจั่นกับงิ้วเดินมาที่รถของตน
“ไม่ยักรู้ว่า เวลาไปไหนมาไหนชอบพกเงินเป็นปึกๆ” งิ้วสงสัย
“เอามาจากในตู้เซฟของหมอน่ะ”
“อ้าว..เดี๋ยวตรวจเลขหมายน้องก็ซวยน่ะซิ”
“เงินสดๆ ไม่ได้ผ่านธนาคารหรอก...รู้น่า..แจกบ่อยๆรับรองได้เงินฟอกทั้งนั้น..”
“สุดยอด”
ทั้งสองเดินมาถึงรถ กำลังจะเข้าไป ทันใดนั้นจักจั่นตวัดปืน
“มีคนอยากเล่นด้วย”
งิ้วตวัดปืนขึ้นมาเช่นกัน ขณะที่รถเก๋งพรวดวิ่งผ่านเข้ามา พวกมันโผล่มาสาดกระสุนใส่ทั้งสองเสียงดังสนั่นหวั่นไหว งิ้วพุ่งข้ามหน้ารถลงไปทางด้านหลัง แต่จักจั่นยืนเท่ห์สาดกระสุนใส่ที่รถของพวกมัน...งิ้วโผล่ขึ้นมาช่วยยิงตามไป เสียงรถเลี้ยวออกหายไป..
“ไอ้พวกลอบกัด..เสียดายมันรอดไปได้”
“แน่ใจเหรอ”
งิ้วมองหน้า จักจั่นยิ้มแล้วเข้าไปในรถ งิ้วขึ้นตาม จักจั่นเคลื่อนรถออกไป เห็นรถของพวกมัน จอดเบียดเสาอยู่ เพราะในรถถูกยิงตายทั้งหมด จักจั่นเคลื่อนรถเลยไปแล้วจอด ทั้งสองเปิดประตูลงมา...ทั้งสองเดินไปที่รถกราดสายตามอง พบว่าคนขับรถกลายเป็นหญิงสาวพนักงานปลอมนั่นเองในมือถือปืน พร้อมกับมือปืนหน้ารถและหลังรถอีกสอง
“ที่แท้ยัยตัวแสบการตลาดนี่เอง”
“หน้าตาก็ดี..ไม่น่าเลือกทางผิด”
จักจั่นได้ส่ายหน้าปลงหันกลับไปที่รถ..งิ้วหันกลับเดินตามไปขึ้นรถ เคลื่อนออกไป

ที่หน่วยพิเศษ...งิ้วและจักจั่นสีหน้าไม่พอใจ หลังจากฟังที่นพพูด
“หมายความว่ายังไงทำอะไรไม่ได้” จักจั่นถาม
“เราไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด…เราไม่สามารถยืนยันได้ว่าพวกมันจะเล่นงานเจ้าหน้าที่ระดับสูง”
“แค่เตือนให้ทุกคนระวังตัว จัดกำลังคุ้มครองก็ไม่ได้เหรอ”
นพถอนใจ
“เราเป็นหน่วยลับไม่มีตัวตน คงได้แต่ส่งคนคอยดูอยู่ห่างๆเท่านั้น”
“ให้มันได้ยังงี้สิ” งิ้วหงุดหงิด
“ต้องรอให้พวกมันจับไปก่อนถึงจะเชื่อมั๊ง”
จักจั่นเดินออกไปเสียอารมณ์ งิ้วถอนใจเดินตาม…นพได้แต่ถอนใจเช่นกันทำอะไรไม่ได้

จักจั่นเดินมาที่ห้องทำงาน แล้วเดินไปเดินมาเสียอารมณ์
“พวกมันร้ายมาก…แค่เราได้กลิ่นมันก็จัดการกับหมอเจริญทันที”
งิ้วถอนใจเซ็งๆ
“จริงอย่างที่คุณนพว่า…เราก็แค่รู้ทันพวกมันแต่ไม่มีหลักฐาน”
“ถ้าท่านรองก้องเกียรติอยู่ละก็…สั่งการไปแล้ว”
“แบบนี้ก็เท่ากับว่าเรารอตั้งรับอย่างเดียว สาวเรื่องไปถึงใครมันตัดตอนหมด…”
“ใจเย็น..เรายังเหลือนายสัตยา ระหว่างนี้ลองหาดูซิว่า มีหมอศัลยกรรมคนไหนที่พวกมันจะเลือกให้ทำงานกับพวกมัน”
ทั้งสองคนพยักหน้าให้กัน อย่างพยายามที่จะสู้ต่อไป

งิ้วนั่งทำงานที่คอมพิวเตอร์ แล้วจ้องมองที่จอ อึดใจก็หันไปทางจักจั่นที่นั่งอยู่ตรงโซฟา
“มีหมอศัลยกรรมที่เก่งๆอยู่เป็นร้อย กว่าจะเช็คได้หมดทุกคนก็คงสายเกินไป”
“แล้วนายสัตยา..”
“ตอนนี้พวกมันมีแหล่งปฏิบัติการใหญ่ๆอยู่แค่สองจุดที่อินเตอร์บิส แล้ว ก็ ชายแดน…เลือกเอาได้เลย”
เสียงเคาะประตูนพเดินเข้ามา
“เราจับสัญญาณได้ว่า...อาวุธชุดใหม่กำลังเข้ามาทางอากาศ ตำแหน่งอยู่ในพื้นที่บ้านดอนเสือตลอดไปถึงชายแดนครับ”
“แน่อยู่แล้ว พวกมันมีค่ายตัดไม้และสถานีสำรวจป่าสามารถใช้เป็นที่ซ่อนได้อย่างดี” จักจั่นบอกทันที
“ขอบคุณมากคุณนพ”
งิ้วหันไปบอก นพเดินออกไป
“พวกมันได้ใจว่ามีนางงู….ขนกันเป็นว่าเล่น”
จักจั่นสีหน้าเคร่งเครียด…

ในราวป่า...ขบวนรถบรรทุกมีผ้าใบคลุมหลังแบบของทหารสองคัน นำด้วยขบวนรถจิ๊ปขนของผ่านเข้ามาตามเส้นทางในป่า ดาวกับอภิชาติ ยืนอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ในชุดใส่หน้ากากพร้อม มองไปที่ขบวนรถของพวกมัน รถจิ๊ปคันหน้า มีร่างของนาคีและฤทธิชัยนั่งอยู่ทางด้านหลัง
“ปล่อยคุณหนึ่งให้เป็นหน้าที่ของดาว”
“จะไม่ลองคิดหาทางตามที่อาจารย์บอกดูก่อนเหรอครับ”
“ความรักสยบมนต์นางงูได้…แต่ดาวไม่รู้ว่าจะทำยังไงดาวคิดว่าควรจบให้เร็วที่สุด”
อภิชาติได้แต่พยักหน้า ดาวพุ่งตัวไปยังทิศทางของขบวนรถ
“นายหนึ่ง…เสียใจด้วยเพื่อน”
อภิชาติบอกเศร้าๆ
ร่างของอภิชาติใส่หน้ากาก ยืนตระหง่านขวางเส้นทางของพวกมันอยู่ นาคีจ้องมองพร้อมที่จะขย้ำศัตรู คนขับค่อยๆจอดรถ นาคีดีดตัวลงมาพร้อมกับฤทธิชัย
“เอาเลยดีกว่า ขี้เกียจคุย”
อภิชาติสะบัดมือออกไปทั้งสองข้าง ระเบิดสองลูกปลิวออกไปที่รถบรรทุกทั้งสองคัน นาคีสะบัดมือ ออกไป ลูกระเบิดลอยกลับ อภิชาติพุ่งตัวหลบ ระเบิดเสียงดังสนั่น ร่างของอภิชาติแวบไปอยู่อีกด้านหนึ่งได้ทันท่วงที
“ไปเว้ยพวกเรา”
มือปืนร้องบอก พวกมันรีบพรวดรถออกไปทันที...ทันใดนั้นร่างของดาวปรากฏเหนือกิ่งไม้ สะบัดมือออกมาระเบิดสองลูกวิ่งไปที่รถบรรทุก แต่นาคีสะบัดมือออกไป ระเบิดสองลูกระเบิดตูมกลางอากาศ ขบวนรถบรรทุกหลุดพ้นไปได้
 
นาคียิ้มอย่างสะใจ ดาวไม่ตามยืนประสานสายตาท้าทาย นาคีขยับตัวแต่แล้วเสียงปืนดังเปรี้ยงๆ มาถูกนาคีแต่ไม่ระคาย
 
“นางงู…คนสวยมาเจอกันหน่อยดี้…เจอผมแล้วจะติดใจ”
นาคีตาวาว แต่แล้วฤทธิชัยกลับเป็นฝ่ายดีดตัวเข้าไปหาอภิชาติ เกิดการต่อสู้ประชิดตัว
“คุณอภิชาติ”
ดาวดีดตัวพุ่งไปเพื่อช่วยอภิชาติ แต่แล้วนาคีเข้ามาขวางไว้
“เราจะมีความสุขมากถ้าได้กำจัดท่าน”
ดาวยืนประจันหน้านาคี แต่สายตามองไปทางฤทธิชัยกับอภิชาติ ขณะนี้ อภิชาติเป็นฝ่ายถอย
เพราะไม่ต้องการทำร้ายฤทธิชัย ทันใดนั้นนาคีแวบเข้ามาถึงตัวตบเปรี้ยง ดาวกระเด็นไปฟุบอยู่กับพื้นดิน

นาคียิ้มก้าวเข้าไปใกล้ แต่แล้วร่างของดาวดีดตัวขึ้นมา ปืนในมือยิงใส่นาคีเปรี้ยงๆๆๆนาคีหงายไป ดาวฉวยโอกาสพุ่งหายเข้าไปในราวป่า นาคีตั้งตัวได้ดีดตัวตามไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่อภิชาติกับฤทธิชัยกำลังต่อสู้ติดพัน

ร่างของดาวพุ่งเข้าไปในดงไม้ แล้วร่อนลงในลานเล็ก นาคีร่อนตามลงมา
“พลังของเราสมบูรณ์เต็มที่แล้ว ท่านไม่มีทางรอด”
ดาวค่อยๆหันมาประจันหน้า ทันใดนั้นนาคีตาวาวคาดไม่ถึง เพราะเป็นจันจิราที่ใส่หน้ากาก
“ท่านไม่ใช่...”
“ไม่ใช่ก็เหมือนใช่…หรือว่ากลัว”
“ที่แท้ท่านคิดถ่วงเวลาเรา ไม่เป็นไรเราจัดการ ท่านได้ในพริบตา”
“ผิดแล้ว…ฉันไม่ได้ถ่วงเวลา แต่คิดจะระเบิดแกตะหาก”
ทันใดนั้นจันจิราพุ่งตัวออกไปจากลานเข้าไปหลังพุ่มไม้…
“ที่แท้…”
เสียงระเบิดตูมสนั่นหวั่นไหว ไฟลุกท่วมตรงที่นาคียืนอยู่ ร่างของนาคีลอยลิ่วแล้วตกลงมาในกองไฟ…ไฟลุกท่วมร่าง จันจิราโผล่ขึ้นมาจากพงไม้ มองอย่างตื่นเต้น แล้วก็พบว่าไฟค่อยๆหายไปในที่สุด ร่างของนาคีฟุบอยู่กับพื้นคว่ำหน้า อยู่จันจิราคาดไม่ถึง
“หรือว่า…”
แต่แล้วร่างของนาคีก็ขยับ หันหน้ามามองจันจิราด้วยสายตาดุดัน งูบนหัวเคลื่อนไหว ทันใดนั้นนาคีแวบหายกลายมาเป็นมายืนประจันหน้ากับจันจิรา
“อาวุธของท่านทำอะไรเราไม่ได้หรอก”
จันจิราถึงกับถอยหลังไปสองสามก้าว
“ไหนๆก็เสียเวลาแล้ว เรากำจัดท่านดีกว่า”
นาคีแวบเข้ามาถึงตัวจันจิรา ตวัดมือเข้าใส่โครม แต่แล้วเป็นร่างของไผ่เข้ามายกท่อนแขนสกัดไว้ได้พอดี
“เจอกันอีกแล้ว”
นาคีคาดไม่ถึง ถูกไผ่ยิงหมัดใส่ลอยลิ่วออกไป แต่นาคีก็ตั้งตัวได้ แต่แล้วเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ไผ่กับจันจิราต่างมีปืนอยู่ในมือทั้งสองข้างสาดยิงเข้าใส่นาคี จนตั้งตัวไม่ติด นาคีเซถอยไป แต่แล้วร้องกรี๊ดพร้อมสะบัดมือปล่อยพิษใส่ไผ่และจันจิรา
“ระวัง”
ไผ่พุ่งเข้าชนร่างของจันจิราหลบพลังของนาคีได้ทัน กิ่งไม้ใบไม้ปลิวกระจายกลายเป็นไหม้เป็นเถ้ากระจายไปทั่วฟุ้งไปหมด เถ้าจางลง ร่างของจันจิรากับไผ่ หายไปแล้ว นาคีกราดสายตารอบโกรธ แต่แล้วก็นึกถึงฤทธิชัยขึ้นมา

ร่างของอภิชาติกลิ้งลงไปกับพื้น ฤทธิชัยก้าวตามมา อภิชาติรีบดีดตัวขึ้นมา แต่ฤทธิชัยแวบเข้ามาถึงตัว ต่อสู้อีก 3 - 4 ท่าอภิชาติก็ถูกฤทธิชัยตบกระเด็นเสียหลักลงไปคลุกฝุ่นกับพื้น
อภิชาติดีดตัวขึ้นมา แต่ฤทธิชัยแวบเข้าติดชกเปรี้ยง ร่างของอภิชาติกระเด็นไปกระแทกต้นไม้ดังโครมทรุดลง ฤทธิชัยสีหน้าเยือกเย็นเดินเข้าหา อภิชาติขยับตัวขึ้นมาพิง ต้นไม้สายตาเบลอ ฤทธิชัยเข้าไปยืนตรงหน้า มือสะบัดออกมา ปืนติดอยู่ที่มือ ฤทธิชัยจ่อปืนเข้าหาอภิชาติที่ยังไม่ได้สติ ฤทธิชัยยิ้มเยือกเย็น นิ้วค่อยๆเหนี่ยวไก แต่แล้วเสียงสายลมร้อง ก้องดังขึ้นสายฟ้าคำราม ทันใดนั้นร่างของดาวพุ่งเข้ามากระแทกร่างของฤทธิชัย อย่างแรงจนกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น ปืนหลุดจากมือทั้งสองต่างดีดร่างขึ้นมาประจันหน้ากัน
“คุณหนึ่ง”
ฤทธิชัยเหมือนไม่รู้จัก ดีดตัวเข้าหาดาวแล้วยิงหมัดดาวหลบวูบไปอีกทางหนึ่ง ฤทธิชัยแวบตามติดเกิดการปะทะหมัดไป 3-4 ท่าแต่แล้วดาวพลาดถูกหมัดเซไป ฤทธิชัยแวบตามเข้ามาอุ้งมือทั้งสองข้างคว้าคอของดาวไว้ได้ ดาวตัดสินใจคว้าโอบคอของฤทธิชัยเอาไว้แน่นเช่นกัน
“คุณ..อภิ..ชาติ..”
อภิชาติรู้ตัวกระพริบตา เห็นดาวถูกฤทธิชัยบีบคออยู่
“เร็ว..เข้า..”
อภิชาติกราดสายตาเห็นปืนตกอยู่ห่างออกไป ยกมือขึ้นเล็งไปที่ปืน ทันใด...ปืนขยับทีละนิดแล้ววิ่งเข้ามาที่มือ อภิชาติยกปืนเล็งไปที่ฤทธิชัย
“อโหสิ..เพื่อน”
แต่แล้วทันใดนั้นร่างของนาคี ปรากฏตรงหน้าอภิชาติ ตบปืนในมือของอภิชาติกระเด็นไป นาคียิ้มอย่างสะใจ ตบเปรี้ยง อภิชาติหน้าหันคว่ำไปที่พื้นนิ่งไป นาคีหันมาเห็นฤทธิชัยกำลังบีบคอดาว นาคีเดินเข้าไปใกล้
“เราจะให้ท่านตายด้วยมือของคนที่ท่านรัก”
ดาวอ่อนแรง จ้องฤทธิชัยด้วยความรัก ฤทธิชัยจ้องดาวด้วยสายตาว่างเปล่า อุ้งมือบีบเค้น มือของดาวที่โอบคอ ของฤทธิชัยค่อยๆคลายออก นาคีจ้องอย่างสะใจ ดาวสูดหายใจเฮือกสุดท้าย
“ดาว…รัก…คุณ”
นาคีจ้องมองอย่างสะใจ ดาวกำลังอ่อนแรง ใบหน้าฤทธิชัยดุดันมีหน้าของงูซ้อนอยู่ ทันใดนั้นเสียงสายลมร้องก้อง สายฟ้าคำราม ทันใดนั้นร่างของสายฟ้าพุ่งเข้าหานาคี นาคีปล่อยพลังปัดป้องร้องเสียงดัง ฤทธิชัยหันมามองนาคี แรงที่บีบคอดาวอ่อนลง ในขณะที่นาคีปัดป้องสายฟ้ากลายเป็นกลุ่มควันหายไป
ดาวตัดสินใจคว้าฤทธิชัยเข้ามาประกบริมฝีปากดูดพลังมนต์ จุดกลมแดงของนางงูออกจากร่างของฤทธิชัย
เข้าไปในร่างของดาวในที่สุด
นาคีหันมาเห็นร้องด้วยความโกรธ พุ่งเข้ามาปล่อยฝ่ามือกระแทกร่างของดาวกระเด็นไป นาคีตามติดตวัดมือร่างของดาวกระเด็นไปไกลทรุดนิ่งไป นาคีโมโหตามติดเงื้อมือ แต่แล้วเสียงปืนดังสนั่นขึ้นมา
ร่างนาคีเซ แล้วหยุดชงักหันกลับมาด้วยความโกรธ เป็นฤทธิชัยนั่นเอง อภิชาติรู้สึกตัว ตื่นเต้นที่ฤทธิชัยกลับคืน
“ไอ้…คุณ…หนึ่ง”
นาคีจ้องฤทธิชัยคาดไม่ถึง เห็นฤทธิชัยจ้องปืนมาที่ตน…ทำอะไรไม่ถูกในที่สุดแวบหายไป
ฤทธิชัยวิ่งเข้าไปดูดาวพลิกตัวกลับมา ทันใดนั้นสายตาของดาวเป็นประกาย มีใบหน้าของงูซ้อนขึ้นมา ทันใดนั้นดาวกระแทกร่างของฤทธิชัยกระเด็นออกไปฟุบที่พื้นดาวดีดตัวขึ้นมาหน้าตาดุดันกราดสายตาไปมาแล้วดีดตัวหายเข้าไปในแนวป่า ฤทธิชัยร้องเรียกแต่ทุกอย่างเงียบสงบ
“เพื่อน..”
ฤทธิชัยหันกลับมาทางอภิชาติรีบปราดเข้าไปดูอาการ
“เฮ้ยไอ้ชาติ”
อภิชาติดีใจที่ฤทธิชัยหายยิ้มอย่างอ่อนแรง
“เกิดอะไรขึ้นเพื่อน”
อภิชาติได้แต่ถอนใจ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง

“ฉันถูกมนต์สะกด” ฤทธิชัยถามย้ำ
 
“ใช่…ต้องแก้ด้วยความรักเท่านั้น แต่ไม่รู้วิธีคุณดาวกับฉัน และทุกคนเลยตัดสินใจวางแผนที่จะ…”

“ดับชีวิตฉัน”
“ใช่”
“แต่พวกเราได้พรสวรรค์คุ้มครองไม่ใช่เหรอจะดับชีวิตฉันได้ยังไง”
“คุณดาวไปถามพระภิกษุ…ท่านบอกให้ท่องคาถาแผ่เมตตา ด้วยความตั้งใจจริง ตั้งใจที่จะช่วยให้ผู้นั้น พ้นกรรมก่อนจะเหนี่ยวไก”
ฤทธิชัยจ้องหน้าอภิชาตินิ่ง
“และแกเป็นผู้เหนี่ยวไก”
อภิชาติพยักหน้า
“คุณดาวรักแกมากเกินไปกว่าที่จะเหนี่ยวไกด้วยตัวเอง”
ฤทธิชัยถอนใจ
“คุณดาว”
“ส่วนฉันรักแกมากจนสามารถที่จะเหนี่ยวไกได้”
ฤทธิชัยจ้องซึ้งใจ
“ขอบใจมากเพื่อน”
“แต่เห็นได้ชัดว่าความรักของคุณดาวเหนือกว่า เสียสละกลืนมนต์ชั่วเข้าร่างตัวเอง”
ฤทธิชัยพูดไม่ออกได้แต่ถอนใจเหม่อลอย
“ตอนนี้ก็เป็นหน้าที่ของแกที่จะเป็นผู้เหนี่ยวไก เพื่อช่วยคุณดาวให้พ้นจากอำนาจชั่วร้ายอันนี้” อภิชาติบอกเศร้าๆ

ในกำแพงมนต์...คายามังนั่งสมาธิอยู่ ร่างของ นาคีปรากฏโกรธ คายามังลืมตาขึ้น
“ท่านบอกว่ามนต์ของท่าน สามารถสะกดชายของเราได้ตลอดไป”
“ใช่ ถูกต้อง แต่ข้าคาดไม่ถึงว่ามนต์จะถูก พลังดึงออกไปจากร่างได้ พวกมันต้องมีบุญวาสนาต่อกัน”
“เหลวไหล…เราจะกำจัดนางนั่นเอามนต์กลับคืนมาด้วยมือเราเอง”
“เจ้าโง่แล้วยังอวดเก่ง กำจัดนางนั่นเท่ากับทำลายมนต์ไปด้วย เจ้าทำตามที่ข้าบอกดีที่สุด”
“เรารอไม่ได้”
“ท่านคิดขัดคำสั่งข้าหรือไง”
“แล้วแต่ท่านจะคิด”
คายามังคว้าย่าม แต่แล้วนาคีปล่อยพลังตวัดย่ามของคายามังกระเด็นออกไปไกล คายามังหยุดจ้องนาคีเขม็ง นาคีจ้องอึดใจแล้วแวบหายไป คายามังตาลุกวาวโกรธแค้น
“นางงู…เจ้าบังอาจลองดีกับข้า”
ไผ่กับจันจิรามาพบฤทธิชัย และอภิชาติ
“ผมจะออกตามหาคุณดาว จนกว่าจะพบส่วนทุกคนยึดแผนเดิม” ฤทธิชัยบอกอย่างตัดสินใจ
อภิชาติ ไผ่ จันจิรา ต่างพยักหน้ารับ ฤทธิชัยเดินแยกไป ทุกคนมองตามสีหน้ากังวล จันจิราเข้ามาซบอกไผ่สะอื้นเบาๆ

ค่ำคืนนั้น...บนยอดไม้ ใกล้แอ่งน้ำ ชายฉกรรจ์ชาวบ้าน 3 คน นั่งซุ่มห้างยิงสัตว์อยู่ สองคนหลับอยู่ คนที่สามกำลังประทับปืนจ้องไปที่แอ่งน้ำ แล้วมองอย่างตื่นเต้น เมื่อเห็นดาวเดินออกมาจากราวป่า ตรงไปที่แอ่งน้ำ จึงรีบสะกิดให้เพื่อนสองคนตื่นขึ้นมา
“ผู้หญิง”
ชายสองคนขยับตัวมองไปที่แอ่งน้ำ แต่ปรากฏว่าว่างเปล่า ทั้งสองสองคน สีหน้ารำคาญหลับตาต่อไป ชายคนแรกเกาหัวยิกส่ายหน้า แล้วหันกลับไปมองที่แอ่งน้ำอีกครั้ง พลันสายตาเบิกโพลงพูดไม่ออกเมื่อเห็นงูลำตัวมหึมาเลื้อยลงน้ำไป

รุ่งเช้าของวันใหม่…
ที่หน่วยพิเศษ…จักจั่นอยู่ในอ้อมแขนของอภิชาติซบหน้ากับอกนิ่ง อภิชาติได้แต่ถอนใจ ขณะที่งิ้วที่ยืนอยู่ห่างออกไป หลังจากได้รู้เรื่องทั้งหมด พลอยเศร้าไปด้วย
“งิ้วเสียใจด้วยค่ะ หวังว่าสิ่งศักดิ์สิทธ์คุ้มครองคุณดาว”
งิ้วบอกอย่างเศร้าใจ

ที่หมู่บ้านชายแดน…ลุงเดชกับแสงนั่งทำความสะอาดอยู่ตรงลานชุมนุมของพวกมือปืน ขณะเดียวกัน รถจิ๊ปของสัตยาวิ่งเข้ามาจอด สัตยาก้าวลงมาจากรถ หัวหน้ามือปืนปราดเข้ามาใกล้
“เราจะเคลื่อนกำลังไปบ้านผาแดงภายในครึ่งชั่วโมง”
หัวหน้ามือปืนพยักหน้า แล้วเดินแยกไป

ที่หน่วยพิเศษ…ภายในห้องพักทำงาน งิ้วเดินไปมาตรงหน้าอภิชาติ จักจั่นนั่งอยู่อีกด้านหนึ่งห่างออกไป
“ที่แท้นายสัตยาไปโผล่ที่ชายแดน”
อภิชาติพยักหน้ารับ...
“นายสัตยาใช้ชีวิตชาวบ้านบีบให้คุณฤทธิชัยยอมจำนน แล้วคุมตัวไว้ในกำแพงมนต์…นายโจก็อยู่ที่นั่นด้วย เราลากตัวนายโจมาแล้วเค้นให้ได้ว่ากำแพงมนต์อยู่ที่ไหน”
งิ้วส่ายหน้า
“นายโจดับไปแล้ว พวกมันเก็บกันเอง แล้วส่งนายโจคนใหม่มาแทน”
“อืม…มันตัดช่องทางเราได้ก่อนทุกที”
“ยังเหลือนายสัตยาอีกคนที่รู้ตำแหน่งของกำแพงมนต์”
“หวังว่านายฤทธิชัยคงได้ตัวนายสัตยาก่อนที่จะถูกตัดตอน”
จักจั่นที่นั่งอยู่ห่างออกไป ออกความเห็น
“กำแพงมนต์เป็นความลับสุดยอดของมัน จักจั่นว่าช้าหรือเร็วนายสัตยาจะต้องถูกเก็บ นอกจาก มันจะเป็นนายใหญ่ซะเอง”
”ถ้ายังงั้นเราควรส่งเครื่องจับสัญญาณหัวใจไปที่บ้านดอนเสือเผื่อว่าผู้กองฤทธิชัยมีโอกาสเข้าใกล้นายสัตยา จะได้รู้ชัวร์ๆไปเลย” งิ้วเสนอ
อภิชาติพยักหน้าเห็นด้วย
“กู๊ดไอเดีย”
“งิ้วจัดการเอง”
งิ้วเดินออกไป จักจั่นลุกเดินเข้ามาใกล้อภิชาติต่างอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน
“สงสารพี่ดาว”
ทั้งสองกอดกันอย่างเศร้าๆ

ในลานป่าเล็กแห่งหนึ่ง มีแอ่งน้ำและน้ำตกเล็กๆใสสะอาด ดาวอยู่ที่ริมแอ่งกำลังวักน้ำขึ้นมาลูบไล้ใบหน้า แต่แล้วก็หันขวับมาทางด้านหลัง สายตาดุดัน ตรงหน้าคือชาวบ้าน 3 คย มีมีดเดินป่า และปืน กำลังยืนจ้องมาสายตาตื่นเต้น
“เจอสาวเว๊ยพวก”
“สวยเว๊ย”
“ข้าจองเว๊ย”

ดาวค่อยยืนขึ้นสีหน้าเย็นชาดุดัน
 
ในราวป่า…ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งทุกคนต่างมีอาวุธครบต่างเดินลุยป่าอย่างระมัดระวัง แต่แล้วก็ต้องหยุดกึกเมื่อพบฤทธิชัยที่อยู่ในชุดเดินป่ามีเป้สะพายหลัง
 
“เฮ้ย…เอ็งมาทำอะไรแถวนี้ เดี๋ยวก็ได้กลับบ้านเก่าหรอก”
“เกิดอะไรขึ้น” ฤทธิชัยถามอย่างแปลกใจ
“มีคนถูกงูกัดจนเละสามคน พิษมันแรงมากจนตัวไหม้”
“จากซากที่เหลือตัวของมันต้องใหญ่กว่าท่อนซุงอย่างน้อยสองเท่า”
“เรากำลังตามล่าตัวมัน”
ฤทธิชัยฟังที่ทั้ง 3 คนเล่า แล้วบอก...
“ผมเป็นพรานงู ตามล่ามันมานานแล้ว งูตัวนี้อันตรายมาก…ทุกคนกลับไปจะดีกว่า ผมจะจัดการกับมันเอง”
พวกชาวบ้านต่างมองหน้ากันในที่สุดต่างพยักหน้า ชายคนหนึ่งบอก
“มีถ้ำอยู่ข้างหน้าพวกสัตว์ชอบหลบเข้าไปอยู่ข้าจะพาเอ็งไป”
“ก็ได้”
พวกชาวบ้าน 2-3 คนเดินออกมา ชายคนนั้นหันไปสั่ง
“พวกเอ็งกลับไปก่อน ระวังหมู่บ้านให้ดี”
พวกชาวบ้านต่างทยอยกันกลับไป
“ตามมา”
ชายคนนั้นกับพวกชาวบ้านเดินนำออกไป ฤทธิชัยก้าวตามไป

กำจรนั่งเขียนข่าวอยู่ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น กำจรรับสาย
“อย่าบอกนะว่าแกจับนายใหญ่ของไอ้พวกแบล็คอีวิลได้แล้ว”
อภิชาติคุยโทรศัพกับกำจร
“ยังเว๊ย…”
“จะให้ฉันทำอะไรอีกล่ะ”
“แค่สืบข่าวให้หน่อยเพื่อน”
“ข่าวเรื่องอะไรเหรอเพื่อน”
“ทุกอย่างที่เกี่ยวกับศัลยกรรมตกแต่งความงาม”
“เอ…ฉันว่าคุณจักจั่นก็สวยดีอยู่แล้วนี่หว่า ขนาดกำลั…”
“เฮ้ยๆ อย่าเล่นลามปาม”
“เออ แกติดฉันหลายมื้อแล้วนะเพื่อน”
“เออ...ขอบใจเว๊ย”
กำจรยิ้มแล้ววางหู


ชายฉกรรจ์ กับ ชาวบ้าน 3 คนเดินนำทางฤทธิชัยไปตามแนวป่า
“ถ้ำอยู่ตรงหน้าไม่ไกล”
ทันใดนั้นเสียงสายลมร้องก้องอยู่เบื้องบน ฤทธิชัยพูดขึ้น
“เอาล่ะ…ส่งผมแค่นี้พอ”
ชายฉกรรจ์กับชาวบ้านต่างมองหน้ากันเป็นเชิงปรึกษา แล้วต่างพยักหน้าให้กัน
“ไปพวกเรากลับ”
ชายฉกรรจ์กับชาวบ้านพากันย้อนกลับไป ฤทธิชัยเดินผ่านไปอีกด้านหนึ่ง

นาคีอยู่ในถ้ำกราดสายตามองรอบๆ ด้วยความเศร้าสร้อย นาคีถอนหายใจแล้วเดินไปนั่งที่เตียง ในที่สุดถึงกับเอามือปิดหน้าร้องให้ออกมา งูบนหัวส่ายไปมา แต่แล้วก็หยุดร้อง ผลุดลุกขึ้นเหมือนสัมผัสอะไรบางอย่างได้
“ท่านพี่”

ฤทธิชัยก้าวเข้ามาในถ้ำอย่างระมัดระวังปืนในมือกราดไปมา ชายหนุ่มเดินไปอย่างระมัดระวัง เงาวูบผ่านไปด้านใน ฤทธิชัยกราดปืนตามแต่ไม่เห็นอะไร ค่อยๆเคลื่อนตัวไปตามหลืบหิน ทันใดนั้นเห็นเงาวูบวาบอยู่ตรงหน้าด้านใน กำลังขยับใกล้ออกมา ฤทธิชัยสายตาเพ่งไปข้างหน้าปืนในมือพร้อม เขานึกถึงสิ่งที่เขาได้คุยกับอภิชาติมาก่อนหน้านี้
“แต่พวกเราได้พรสวรรค์คุ้มครองไม่ใช่เหรอ จะดับชีวิตฉันได้ยังไง”
อภิชาติถอนใจ
“คุณดาวไปถามพระภิกษุ…ท่านบอกให้ท่องคาถาแผ่เมตตา ด้วยความตั้งใจจริง ตั้งใจที่จะช่วยให้ผู้นั้นพ้นกรรมก่อนจะเหนี่ยวไก”
เมื่อนึกถึงคำพูดของอภิชาติแล้ว ฤทธิชัยจ้องเขม็งไปข้างหน้า เงาร่างของงูตัวมหึมา ปรากฏทาบอยู่บนผนังถ้ำ กำลังจะโผล่ออกมา ฤทธิชัยพึมพำ
“คุณดาว…ขอให้เราได้รักกันอีกทุกๆชาติตลอดไป”
ฤทธิชัยเพ่งสายตานิ่ง แต่แล้วรู้สึกบางอย่างหันกลับมาทางด้านขวาอย่างรวดเร็ว ก็พบว่าดาวยืนอยู่ตรงหน้าห่างไม่ถึงคืบ สีหน้าเย็นชาดวงตาเป็นประกายดุร้าย ฤทธิชัยตะลึงคาดไม่ถึง
“คุณดาว”
ทันใดนั้นดาวตบโครม ฤทธิชัยกระเด็นไปหลังหลืบหิน ปืนกระเด็นจากมือ นิ่งสนิท ดาวสีหน้าเย็นชาแล้วเดินออกไป ร่างของฤทธิชัยไม่ไหวติง

นาคีแวบมา ตรงหน้าถ้ำ กราดสายตาไปมาแล้วมองเข้าไปด้านในถ้ำ ผมบนศีรษะกลายเป็นงูฟู่ฟ่อไปมา สักครู่ นาคีก็แวบหายไป
นาคีปรากฏตัวอีกครั้งในถ้ำ สายตากราดไปมา แต่แล้วคาดไม่ถึงเมื่อเห็นดาวอยู่ตรงหน้า สีหน้าดุดัน
“แกทำอะไรท่านพี่”
ดาวตาวาวแวบเข้ามาตบซ้ายขวาใส่นาคีอย่างดุร้าย นาคีปัดป้องสกัดไว้ได้ เกิดการต่อสู้ประชิดตัวอย่างดุเดือดตื่นเต้น การต่อสู้ผ่านไปหลายท่า หลายตลบ สุดท้ายนาคีตบดาวกระเด็นไปทรุดที่ก้อนหิน นาคีแวบตามไปติดๆมือหนึ่งคว้าคอของดาวซึ่งอ่อนแรงไว้ได้ บีบให้ดาวต้องอ้าปากหายใจมืออีกข้างหนึ่งของนาคียกขึ้นมา ใช้พลังดูดเอามนต์ที่สิงอยู่ในร่างของดาวออกมา
“ได้มนต์ของเราคืน…แล้วค่อยจบชีวิตท่าน”
ทันใดนั้น ดวงแดงๆ สะท้อนจากในท้องของดาว แล้วค่อยๆวิ่งขึ้นมาอย่างช้าๆ ผ่านขึ้นมาที่หน้าอก ในที่สุดลอยออกมาจากปากของดาว สูงขึ้นเหนือศีรษะแล้วค่อยๆลอยเข้าหามือของนาคี แต่แล้วเสียงปืนดังสนั่น จุดแดงแตกกระจายหายไปในอากาศ นาคีปล่อยร่างของดาวลงไปทรุดนิ่งที่พื้น หันกลับมาด้วยความโกรธ แต่แล้วก็ชะงักอึ้ง
“ท่านพี่”
ฤทธิชัยยืนจ้องปืนมา
“ถอยไป”
“ท่านพี่”
นาคีร้องให้น้ำตาคลอ ฤทธิชัยส่ายหน้า
“ผมรักคุณไม่ได้เราต่างคนต่างอยู่จะดีกว่า ไม่จำเป็นต้องเข่นฆ่ากัน”
ฤทธิชัยยังคงจ้องปืน นาคีจ้องฤทธิชัยน้ำตานองหน้า ทันใดนั้นเธอหันไปทางดาวที่สลบอยู่ ยกมือขวาขึ้นหมายปล่อยพลังใส่ เสียงปืนดังเปรี้ยงๆๆๆ นาคีเซถอยไป ฤทธิชัยแวบมายืนขวางตรงหน้า
“ถึงคุณจะทำร้ายผู้หญิงจนหมดโลก ผมก็รักคุณไม่ได้”

นาคีจ้องฤทธิชัยสายตาผิดหวัง สุดท้ายก็แวบหายไป ฤทธิชัยโยนปืนลงข้างตัว รีบทรุดตัวลงไปประคองดาวขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด ดาวนิ่งไม่รู้สึกตัว

อ่านต่อ หน้า 2
ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 9 (ต่อ)


ดาวพิงที่ก้อนหินอยู่ ค่อยๆรู้สึกตัวขึ้นมา กราดสายตามองไปรอบๆ พยายามทบทวนความจำก่อนจะพึมพำออกมา

“คุณหนึ่ง…นางงู…คุณอภิชาติ”
ดาวยังนึกว่าอยู่ในช่วงต่อสู้ก่อนมนต์เข้าร่าง รีบตวัดปืนขึ้นมาทันที ทันใดนั้นเห็นเงา
เคลื่อนไหววูบวาบเข้ามาทางหน้าถ้ำ ดาวหลบไปทางหลังก้อนหินปืนในมือเตรียมพร้อมกราดตรงไป ทันใดนั้น ฤทธิชัยปรากฏตัวขึ้น
“คุณหนึ่ง”
ฤทธิชัยก้าวเข้ามา มองไม่เห็นดาวอยู่ที่เดิม ถึงกับแปลกใจกราดสายตามองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง ดาวพึมพำเบาๆ
“ดาวรักคุณ”
ดาวยกปืนเล็ง แล้วเหนี่ยวไกเปรี้ยง ฤทธิชัยตัวหมุนทรุดฮวบลงไป ดาวถึงกับเข่าอ่อนปืนหลุดจากมือ ทรุดลงเอามือปิดหน้าร้องให้ด้วยความเศร้าใจ ฤทธิชัยพูดเสียงแผ่วเบา
“คุณดาว”
ดาวขยับมือออกมองเห็นฤทธิชัยนั่งอยู่ตรงหน้า อึ้งตะลึงทำอะไรไม่ถูก
“ผมเอง…คุณหนึ่ง...”
ฤทธิชัยแบมือออกมีลูกปืนอยู่ในฝ่ามือ ดาวโผเข้าสู่วงแขนของเขาทันที ทั้งสองอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน
 
ค่ำคืนนั้น...ฤทธิชัยหนุนตักดาวอยู่
“นางงูคงรักผู้กองจริงๆนะคะถึงได้ตามมาเอามนต์คืน เพื่อจะสะกดคุณหนึ่งอีก”
“โชคดีผมได้โอกาสทำลายมันไปได้”
“ดาวจำอะไรไม่ได้เลย ครั้งสุดท้ายจำได้ว่ากำลังจะเอ้อ...”
ฤทธิชัยมองหน้า
“ดับชีวิตผม”
ดาวยิ้มเอามือกุมมือของฤทธิชัย
“ดาวทนเห็นคุณหนึ่งทรมานไปตลอดชีวิตไม่ได้”
“กลัวผมทรมาน หรือหึงที่ผมไปหลงนางงู”
ดาวยิ้ม
“ทั้งสองอย่างค่ะ”
ฤทธิชัยยิ้ม
“ดีที่ผมนิ่งลงไป ถ้าโผล่ขึ้นมาอีกคงโดนยิงซ้ำ”
“ค่ะ”
“อ้าว...”
ดาวอดยิ้มไม่ได้ ทันใดนั้นมีควันไฟลอยคลุ้งเข้ามาในถ้ำ ทั้งสองดีดตัวขึ้น
“ไฟไหม้”
“มีคนจุดไฟจะเผาเรา”
ฤทธิชัย กับ ดาว วิ่งออกมาทางหน้าถ้ำแต่ต้องถอยหนีควันที่ลอยหนาเข้ามา ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังสนั่น กระสุนปลิวเข้ามาถูกก้อนหินรอบตัว ดาวแปลกใจ
“ทำไมพวกมันถึงรู้ว่าเราอยู่ที่นี่”
“ไม่ใช่พวกมัน…พวกชาวบ้าน…มาตามล่างูที่ฆ่าคน”
ดาวตกใจ
“แย่แล้ว ดาวฆ่าชาวบ้านเหรอคะ”
“ไม่ใช่ความผิดของคุณ”
ควันเริ่มลอยหนาเข้ามากระสุนปลิวว่อน
“เราต้องรีบออกไปแล้วค่ะ”
“ขืนออกไปคงได้ซัดกันดับ ผมไม่อยากทำร้ายพวกชาวบ้าน  เราเข้าไปในถ้ำหาทางออกทางอื่นดีกว่า”
ฤทธิชัยจูงมือดาวถอยเข้าไปในถ้ำ
 
พวกชาวบ้าน กำลังสุมไฟให้ควันเข้าไปในถ้ำ อีกส่วนหนึ่งยิงกราดเข้าไป ชายชายฉกรรจ์หัวหน้าชาวบ้านยกมือ พวกชาวบ้านหยุดยิง
“ป่านนี้งูคงกลืนไอ้หนุ่มนั่นเข้าไปทั้งตัวแล้ว”
“เฮ้อ…หมองูตายเพราะงูแท้ๆ”
ชาวบ้านต่างมองด้วยความหดหู่ใจ
 
ฤทธิชัยจูงมือดาวเข้ามาตามเส้นทาง วกวนของถ้ำ ในที่สุดก็เห็นแสงสว่างส่องมาจากด้านบน เป็นลำแสงส่องสว่างที่พื้นตรงหน้า
“ดูนั่น น่าจะเป็นแสงจากด้านบน”
ทั้งสองวิ่งเข้าไปตรงพื้นที่ แล้วเงยหน้าขึ้นดูเห็นช่องที่แสงผ่านลงมาใหญ่ พอที่จะออกไปได้ ต่างยิ้มให้กัน ฤทธิชัยชูกำปั้น
“เยส...”
 
ฤทธิชัยโผล่ขึ้นมา แล้วหันไปช่วยดาวที่ตามขึ้นมาติดๆทั้งสองก้าวขึ้นมาแล้วกราดสายตามอง ไปรอบๆ แต่แล้วทั้งสองก็เพ่งมองไปข้างหน้าอย่างคาดไม่ถึง เมื่อเห็นบางอย่าง
“ที่แท้พวกมันมาหลบอยู่ที่นี่เอง”
“เหมือนกับวิศวะคนที่เราพบแอบถ่ายโหลดเอาไว้เป๊ะเลย”
เบื้องหน้าเป็นหุบเขา มีจานดาวเทียมตั้งอยู่สองสามจาน มีรถบรรทุกจอดอยู่สองสามคัน มีช้างสามตัวกำลังขนของเข้ามาทางด้านหน้า มือปืนยืนเรียงรายกันตามจุดต่างๆนับสิบ ฤทธิชัยดึงกล้องส่องทางไกลจากเป้ออกมาส่องดู
“ที่แท้มันขนอาวุธ และกำลังคนจากชายแดนมารวมตั้งฐานกันอยู่ที่นี่”
“กำแพงมนต์ที่คุณหนึ่งเล่าให้ฟังต้องไม่ไกลจากที่นี่”
“เป็นไปได้”
ฤทธิชัยกราดกล้องส่องรอบๆ
“พวกมันเยอะเกินไป…เราต้องรีบแจ้งหน่วยพิเศษ ถล่มพวกมันให้ราบ”
“เราลงไปตรวจดูใกล้ๆดีกว่า”

ดาวขยับตัวทันที
พวกมือปืนเอาตาข่ายทหาร มาขึงระหว่างหุบเขาแล้วเอาใบไม้กิ่งไม้ มาสุมอำพรางสถานที่จากเบื้องบน ทางเข้ามีมือปืนยืน ระวังกันหลายจุด จุดละ 2-3 ดาวกับฤทธิชัยโผล่มาจากราวป่า ทั้งสองกราดสายตาสำรวจ ดาวกระซิบ

“ต้องเข้าทางด้านหน้าทางเดียว พวกมันได้เปรียบสุดๆ”
ทันใดนั้นมีขบวนรถวิ่งเข้ามาจากราวป่า เข้ามาตรงทางเข้าหุบเขา เป็นขบวนรถสองคัน มือปืน
เต็มรถ คันหน้าเป็นรถจิ๊ป สัตยานั่งข้างคนขับ ด้านหลังเป็น ลุงเดช และ แสง มีมือปืนโหนอยู่ข้างละคน ตามด้วยรถ ดาวตาโต
“ลุงเดช พ่อแสง”
“นายสัตยาด้วย”
ขบวนรถวิ่งเข้าไปด้านหน้า ผ่านด่านมือปืนที่ขวางอยู่อึดใจ ด่านก็ปล่อยให้ผ่านเข้าไป ดาวมองอย่างสงสัย
“ถูกพวกมันจับหรือเปล่า”
“ดูแล้วไม่น่าจะใช่…คงเป็นลุงเดช กับ พ่อแสง สวมรอยเป็นพวกนอกชายแดนเข้ามา”
“ไม่ดี…เสี่ยงมาก”
ดาวกราดสายตามองอย่างกังวล แต่แล้วฤทธิชัยหยุดเคลื่อนไหว เงี่ยหูฟังรอบตัว
“มีคนมา…เราต้องไปจากที่นี่”
 
 
ดาวและฤทธิชัยพุ่งผ่านราวป่าไปอย่างรวดเร็ว อึดใจก็มีพวกนินจา 5 คนพุ่งตามไปติดๆ นินจาทั้ง 5 คนร่อนลงมาในลานป่าพวกมันแยกย้ายกันตรวจหาร่องรอย ดาวกับฤทธิชัยซุ่มอยู่ในพุ่มไม้มองพวกมันอยู่
“พวกตรวจการณ์…ถ้าพวกมันเจอเราเสียแผนแน่”
แต่แล้วนินจาคนหนึ่งหันควับมา มือของมันตวัดมาทางพุ่มไม้ มีดสั้นสามเล่มปลิวเข้ามา ดาวกับฤทธิชัยดีดตัวตีลังกาหลบมีดแล้วร่อนลงมาตรงหน้าพวกมัน ต่างส่งเสียงทิพย์คุยกันพวกนินจาไม่ได้ยิน
“เราจะให้พวกมันรอดกลับไปไม่ได้”
“เก็บให้เงียบที่สุด”
“พวกมันก็จ้องจะเก็บเราเหมือนกัน”
ทันใดนั้นพวกมันคนหนึ่งพรวดออกไป
“อย่าคิด”
ฤทธิชัย
กำลังโหลดความคิดเห็น...