xs
sm
md
lg

ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 5

เผยแพร่:

ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 5


ภายในถ้ำ...ไผ่ กับ จันจิราซุ่มอยู่มุมหนึ่ง เห็นพวกมันตามจุดต่างๆ บ้างนั่งบ้าง นอนบ้าง มีพวกหญิงชาวเขา เดินถือเสบียงมาแจก

“มันจับพวกผู้หญิงชาวเขามาด้วย”
จันจิราพึมพำเบาๆ แต่แล้วเห็นพวกมันต้อนชายชาวเขาแบกกล่องออกมาจากด้านใน
“พวกมันขนอะไรออกมา”
“น้องจันอยู่นี่ พี่จะเข้าไปดู มีอะไรยิงอย่างเดียว”
จันจิราพยักหน้า ไผ่เคลื่อนกายออกไป จันจิราตวัดปืนขึ้นมาอยู่ในมือทั้งสองข้าง


ไผ่แวบมาซุ่มตรงมุมหนึ่ง เห็นลานด้านในของพวกมัน มีคนทำงานกันหลายสิบคน บนโต๊ะตรงกลางมีเครื่องทำยาบ้า ผสมยาเสพติด ตั้งอยู่เต็มไปหมด เหนือโต๊ะ มีสายไฟขึงผ่าน เต็มไปด้วยหลอดไฟ ส่องสว่าง
“แหล่งผลิตยาของมันนี่เอง ถึงได้คุมเข้ม”
ทันใดนั้นไผ่หันขวับ พวกมันคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังกำลังส่องปืนมา มันสาดกระสุนเข้าใส่ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ไผ่พุ่งตัวหลบได้ทันท่วงที ปืนในมือสาดออกไป มันร้องดิ้นฟุบไป...
เท่านั้นเอง เหมือนผึ้งแตกรัง พวกมือปืนไม่รู้ออกมาจากไหน ยิงกราดเข้าใส่ไผ่ กระสุนปลิวราวกับห่าฝน...


พวกมือปืนที่นั่งๆนอนๆอยู่ต่างคว้าปืน จะลุยเข้าไปด้านใน จันจิราดีดตัวขึ้นมา
“เฮ้...”
พวกมันหันควับ ปืนในมือจันจิราสาดเข้าใส่พวกมัน ล้มคว่ำกันระนาว
ขณะเดียวกันที่ด้านใน ไผ่หลบกระสุนพวกมันที่บินเฉี่ยวร่าง แล้วดีดตัวขึ้นมาปืนในมือสาดพวกมันล้มคว่ำ หัวหน้าวิ่งออกมาพร้อมสมุนสามสี่คน
“อาร์ พี จี มา”
พวกมันสองคนวิ่งออกมาบนไหล่มีเครื่องยิงอาร์ พี จี มันตั้งประทับ แล้วยิงเห็นจรวด อาร์ พี จี วิ่ง เข้าหาไผ่
“ขอบใจเพื่อน...”
ทันใดนั้นไผ่โผล่ขึ้นมาตวัดฝ่ามือออกไป จรวด อาร์ พี จี สองลูก เลี้ยวโค้งเข้าไปที่โต๊ะผสมยา ของพวกมัน เมื่อระเบิดพุ่งเข้าไป ระเบิดตูมสนั่นหวั่นไหว ถ้ำสั่นสะเทือน ถล่มทลายลงมาใส่พวกมัน ร้องกันระงม ไผ่กราดยิงพวกมันคว่ำไปหลายคน แล้วรีบออกไปข้างนอก
จันจิรากราดยิงกับพวกมัน มีหญิงชายชาวเขาวิ่งหนีตายกันออกมา จันจิราแวบไปยืนตรงทางออก
“ทางนี้ เร็วเข้า ทางนี้...”
พวกหญิงชายชาวเขาต่างวิ่งตรงมา พวกมันส่วนหนึ่งออกมายิงสาด ถูกหญิงชายชาวเขาล้มไปสองสามคน จันจิราสาดกระสุนใส่พวกมัน พวกมันล้มคว่ำไปสองสามคน แต่แล้วกระสุนหมด จันจิราโยนปืนสั้นออกไปพลางยื่นมือไปสองข้างไปข้างหน้า ปืนกลของพวกมันที่ตกอยู่ปลิววูบเข้ามาอยู่ในมือ แล้วสาดออกไป พวกมันล้มคว่ำ
พวกชาวเขาหญิงชายต่างวิ่งผ่านจันจิราออกไป จันจิรายิงพลางถอยพลาง ทันใดนั้นร่างของไผ่แวบมายืนข้างๆ ปืนในมือสาดกระสุนต้านพวกมัน
“น้องจันพาชาวบ้านออกไป”
จันจิราหันดีดตัวออกไป เหลือแต่ไผ่ยิงกราดพวกมัน


มือปืนหน้าถ้ำสีห้าคน ล้มคว่ำไป เมื่อจันจิราพรวดออกมาพร้อมปืนในมือ ตามด้วยพวกชาวเขาหญิงชาย
“เร็ว เข้าไปหลบในป่า เร็วเข้า”
พวกชาวเขาต่างวิ่งเข้าไปในแนวป่า จันจิราคอยระวังยิงสกัด ทันใดนั้นร่างของไผ่แวบออกมายืนข้างๆ
“ไป.....”
จันจิราวิ่งออกไปทันที ไผ่ยืนยิงกราดเข้าไปในถ้ำ ถ้ำระเบิดถล่มลงมา ไผ่ยืนมองอย่างสะใจ
“อโหสิด้วย”



ที่ค่ายสมาชิกโจร ลุงเดชบอกอย่างโล่งใจ...
“แหล่งผลิตยาของมันทลายไปอีกหนึ่ง”
แสงมองไผ่กับจันจิราอย่างชื่นชม
“ไผ่กับหนูจันทำได้ดีมากลูก”
ลุงเดชพยักหน้าให้
“เธอสองคนเหนื่อยมาทั้งคืนไปพักผ่อนได้แล้ว สายๆค่อยคุยกัน”
“ไปน้องจัน”
ไผ่กับจันเดินไปด้วยกัน ลุงเดชและแสงมองตาม ด้วยความพอใจ...



อภิชาติ นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ตรงหน้าคือ แล็บท็อป ฤทธิชัย กับ งิ้ว ยืนอยู่คนละด้าน ต่างจ้องที่หน้าจอ ซึ่งมีรูปโปสเตอร์ของหนังงูเก็งกองเป็นรูปผู้หญิงสวย ผมเป็นงูตัวเล็กเต็มไปหมด
“เป็นไง ใช่แบบที่แกเห็นหรือเปล่า”
ฤทธิชัย พยักหน้าช้าๆ งิ้วกับ อภิชาติต่างมองหน้ากัน
“ยุ่งแล้วซิ”
ฤทธิชัยมีสีหน้าเคร่งเครียด



วันต่อมา...ไผ่ กับ จันจิรา วิ่งเล่นกับ เม่งจู และอาตง ซึ่งตอนนี้ อาการดีขึ้นกว่าเดิม หัวเราะ สนุกสนาน
“เด็กอาการดีขึ้นมาแล้วนี่แม่สมพร” ลุงเดชกันมาถามแม่สมพร
“จ๊ะ..แต่ยังจำอะไรไม่ได้...ฉันเลยตั้งชื่อให้ เด็กผู้หญิงชื่อผึ้ง เด็กผู้ชายชื่อต่อ”
“อืม..เข้าท่าดีนี่ ผึ้ง กับ ต่อ”
แสงยิ้มอย่างเห็นด้วย
“ฉันว่าดีแล้วที่ลืม จำได้ก็รังแต่จะทุกข์เปล่าๆ แบบนี้จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่”
ทั้งหมดต่างมองที่ไผ่ จันจิราที่กำลังเล่นกับเด็กๆ
“พี่ดาว กับ พี่ จักจั่น มา”เม่งจูบอก
ทั้งหมดหันไป ก็เห็นดาวกับจักจั่นเดินมาถึงพอดี ในมือมีถุงขนม
“ใครมาหอมพี่ดาวจะได้ขนม”
เม่งจูวิ่งปร๋อเข้ามาหาดาวหอมแล้ว รับถุงขนม
“น้องต่ออยู่ไหนจ๊ะ”
เม่งจูหันไปชี้ที่ไผ่กับอาตงที่อยู่บนคบไม้ ไผ่บอกอาตง
“ไปกินขนมกันดีกว่า”
ไผ่อุ้มอาตงร่อนลงมาที่ลานแล้วเดินเข้ามาหาทุกคน
“ต่อมาหาพี่จักจั่น..เร๊ว...”
อาตงวิ่งเข้ามาให้จักจั่นกอด
“มานี่ หอมหน่อยซิ”
จักจั่นแกล้งหอมฟอดๆ อาตงหัวเราะชอบใจ ดาวหันไปบอกแม่สมพร
“ดาวมีเรื่องจะปรึกษาหน่อยค่ะ”
แม่สมพรพยักหน้าอย่างรู้งาน เรียกเด็กๆ
“มา ผึ้ง กับ ต่อ มากับแม่สมพรมา...”
แม่สมพรจูงเด็กทั้งสองคนออกไป ดาวหันมาบอกทุกคน...
“พวกมันจับพวกชาวบ้านไป บังคับให้นางเสือไปมอบตัวกับพวกมัน”

ทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด
อภิชาติเดินไปเดินมา งิ้ว กับ ฤทธิชัยต่างนั่งมองพร้อมฟัง
“ฉันคิดอะไรบ้าๆได้แล้ว” อภิชาติบอก
“ว่ามา...”
ฤทธิชัยกับงิ้วตั้งใจฟัง...
“พวกมันถูกนางเสือปราบ...”
งิ้วแย้ง...
“นางเสือมีจริงด้วยเหรอ พวกคุณเคยเห็นหรือเปล่า”
“เห็นยิ่งกว่าเห็นซะอีก..นี่คุณอย่าขัดผมได้มั๊ยเดี๋ยวลืมหมด”
งิ้วยกมือสองข้างขึ้นแบบว่า เชิญเลยอภิชาติจึงพูดต่อ...
“พวกมันถูกนางเสือปราบ ก็เลยหาทางเล่นของ เล่นอาคมเอานางงูมาสู้กับนางเสือ”
งิ้วหัวเราะ
“โอ๊ย..เว่อร์..ใครกันแน่ที่ดูหนังเขมร...”
อภิชาติเหล่
“ผมบอกแล้วใช่มั๊ยว่าความคิดบ้าๆ เขาเรียกว่าคิดนอกกรอบ เคยได้ยินหรือเปล่า”
“หลุดกรอบล่ะไม่ว่า”
ฤทธิชัยขัดขึ้น...
“จากภาพที่ผมเห็นผู้หญิงคนนั้น ผมไม่แน่ใจว่าเหมือนกันว่า สิ่งที่เราพูดกันอยู่ จะหลุดกรอบ อาจจะเป็นจริงอย่างนายว่าก็ได้”
คำพูดของฤทธิชัย ทำให้งิ้วอึ้งไป


ที่ค่ายสมาชิกโจร...ดาวบอกทุกคนอย่างตัดสินใจ
“เท่าที่พวกมันรู้ นางเสือมีแค่คนเดียว ดาวจะเข้าไปมอบตัวกับพวกมัน พอมันปล่อยชาวบ้าน ลุงเดช พ่อแสง กับพี่น้อง เข้าคุ้มกันพาชาวบ้านออกไปจักจั่น กับ ไผ่ จะคอยตามดาวไปถึงรังของพวกมัน”
ลุงเดชพยักหน้า
“ฟังดูแล้ว วิธีนี้จะดีที่สุด”
ไผ่หันมาสั่งจันจิรา
“น้องจันอยู่คอยระวังป้าเนียนทางด้านนี้”
“ค่ะ”
ดาวสรุปทันที
“อีกหนึ่งชั่วโมงเราจะเริ่มเดินทาง”



ในราวป่าจุดนัดพบ...โจกราดสายตาไปมา มือปืนนับสิบยืนล้อมพวกชาวบ้าน สิบกว่าชีวิตไว้ตรงกลาง พวกนินจาอีก 5 คน ยืนแยกกันตามจุด รอบวงกลมพวกมันต่างหันปืนพร้อมที่จะสาดกระสุนเข้าใส่ชาวบ้านที่ต่างกลัว ต่างกราดสายตาไปมารอคอยนางเสือปรากฏตัวด้วยความหวัง
อีกด้าน... ลุงเดช แสง นำกำลังสมาชิกโจร เคลื่อนตัวใกล้เข้ามา คอยระวังตามแผน มองไปเห็นพวกมันคุมตัวชาวบ้านอยู่ กลางลาน
“หนูดาวล่ะ” แสงถาม
“ยังไม่เห็น”
ทั้งสองคนต่างจ้องไปตรงลานกว้าง


โจเดินไปเดินมา กราดสายตาไปรอบๆ พวกมือปืน คอยระวังตามจุดต่างๆ ทันใดนั้นเสียงเสือคำรามก้อง พวกมันส่วนหนึ่ง ขยับปืนจ้องที่ชาวบ้าน ส่วนหนึ่งกราดปืนไปมาคอยระวัง ทันใดนั้นเสียงร้องก้องของสายฟ้าดังขึ้น ดาวในร่างนางเสือร่อนมายืนบนคบไม้เหนือพวกมัน
“พวกเอ็งอยากเจอข้า”
ชาวบ้านต่างงึมงำดีใจ โจมองอย่างพิจารณา
“นางเสือ...”
นางเสือยกมือกางออก
“เราไม่มีอาวุธ..ปล่อยพวกชาวบ้านเดี๋ยวนี้”
“เดี๋ยว...ท่านต้องมอบตัวกับเราก่อน”
“ได้เลย”
นางเสือร่อนลงมากลางลาน โจโบกมือ มีรถกระบะขับออกมาคันหนึ่ง บนรถกระบะมีกรงเหล็กอยู่หนึ่งกรงตั้งอยู่ ขึงสี่มุมเรียบร้อยกับรถเพื่อไม่ให้เคลื่อนไหว ในกรงมีโซ่ห้อยอยู่ด้านละเส้น ลุงเดชพูดเบาๆ
“มันเตรียมการมาอย่างดี”
“อย่างนี้หนูดาวจะออกมาได้ยังไง” แสงสงสัย
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”
ลุงเดชกับแสงต่างสีหน้าเคร่งเครียด


โจสั่งนางเสือเสียงเข้ม...
“ท่านเข้าไปอยู่ในกรงเมื่อไหร่ เราจะปล่อยชาวบ้านเมื่อนั้น”
ทันใด...ดาวแวบมาอยู่บนรถกระบะ พวกมันต่างระวัง ดาวกราดตามอง แล้วก้าวเข้าไปในกรง พวกมันคนหนึ่งเดินเข้ามาจะเอาโซ่คล้องข้อมือ ดาวขยับตัว มันรีบถอยออกไปจากกรง ด้วยความกลัว
“เดี๋ยว..ปล่อยชาวบ้านก่อน”
“ไม่ได้..ท่านมีฝีมือถ้าไม่ล่ามโซ่ซะก่อน ท่านอาจลงมือได้”
ดาวยิ้ม
“ก็ได้”
ดาวยกมือขึ้นมือปืนคนเดิมเข้ามาล่ามโซ่ไว้หนึ่งข้าง ดาวสะบัดมือที่เหลืออีกข้างหนึ่ง
“ถ้าจะล่ามอีกข้างหนึ่ง ต้องปล่อยชาวบ้านก่อน อย่าบอกนะว่าท่านกลัวแม้กระทั่งแขนที่เหลือข้างเดียวของเรา”
โจกราดสายตาไปรอบๆ ไม่เห็นใครนอกจากพวกมือปืนของมัน และนินจาต่างก็พร้อมอยู่แล้ว
“ปล่อยพวกชาวบ้าน”
โจสั่ง พวกมันเปิดทาง ดาวหันไปบอก...
“ทุกคนถอยเข้าไปในราวป่าทางด้านขวา อยู่รวมกันไว้”
พวกชาวบ้านต่างค่อยๆถอยไปในราวป่าทางที่ลุงเดชกับลุงแสงซุ่มกำลังอยู่ โจหันมาบอก...
“เราต้องการ แขนอีกข้างหนึ่งของท่าน”
ดาวพยักหน้า มือปืนคนเดิมเข้าไปล่ามโซ่ที่มือ แล้วปิดประตูกรงโครม พร้อมล็อคกุญแจแล้วเหน็บกุญแจทั้งพวกไว้ที่เอวของมัน ดาวมองที่กุญแจของมัน แล้วสบตาโจสีหน้าเยือกเย็น



ลุงแสงมองชาวบ้านที่ทยอยหายเข้าไปในราวป่า
“รอชาวบ้านเข้ามาให้หมดก่อน แล้วให้พวกเราเคลื่อนมาทางด้านหน้าคุ้มกันพวกชาวบ้าน”
“ได้”
แสงตอบรับทันที
โจยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ รถกระบะค่อยเคลื่อนออกไป มีมือปืนสองคนยืนคุมกรงขัง
“อย่าให้พลาด” โจสั่ง
มือปืนพยักหน้า โจขึ้นรถจิ๊ปของมัน รถค่อยเคลื่อนตามรถกระบะออกไป ทันใดนั้น พวกมือปืนสาดกระสุนเข้าใส่ชาวบ้านอย่างถี่ยิบ หลายคนล้มลง ต่างวิ่งกันอย่างแตกตื่น
“ไอ้แสง เร็วเข้า รีบออกไปพาชาวบ้านเข้ามา”
ลุงเดชสั่ง แสงโบกมือ แล้ววิ่งนำออกไป สมาชิกโจรตามไปติดๆ พร้อมกราดปืนใส่พวกมัน โจที่ได้ยินเสียงปืนดังสนั่น ยิ้มสะใจ
“นางเสือ...ไม่มีปัญญาแม้กระทั่งจะช่วยชาวบ้าน”


กลุ่มลุงเดชต่างกราดปืนยิงพวกมือปืนที่อยู่กลางลาน ล้มคว่ำไปทีละคน พวกนินจา เห็นท่าไม่ดีต่างดีดตัวถอยไปอย่างรวดเร็ว
“ชาวบ้านมาทางนี้” แสงร้องบอก
พวกชาวบ้านต่างพากันวิ่งตามแสงเข้าแนวป่าไป ลุงเดชและพวกที่เหลือคอยยิงสกัดพวกมันจนถอยหายไป จึงตามแสงและชาวบ้านไป


ในหุบเขา...รถจิ๊ปวิ่งเข้ามาคันหนึ่ง แล้วเข้ามาจอด พวกนินจาลงมาจากรถ นายใหญ่ยืนมองโจที่เดินมาหา...
“คุณสานต่องานจากโจคนเดิม..ได้ดีมาก นึกไม่ถึงว่าจะได้ตัวนางเสือมาเร็วขนาดนี้”
“เป็นเพราะทำตามแผนของท่านครับ... เชิญ” โจผายมือ
นายใหญ่เดินพร้อมไปกับโจ นินจาคุมหลัง 5 คน เมื่อไปถึงลานที่ขังนางเสือ โจหันมาบอก...
“ขอผมเข้าไปตรวจความเรียบร้อยก่อนครับ เพื่อความไม่ประมาท”
“ดี”
โจโค้งแล้วเดินเข้าไปด้านใน นายใหญ่ยืนรอ นินจา 5 คนคุมอย่างใกล้ชิด



อีกด้าน...ดาวถูกขังอยู่ในกรง พวกมือปืนนับสิบที่เฝ้าอยู่ขยับตัวออกไปข้างๆ มือปืนที่ถือกุญแจ กับ มือปืนที่คุมกรงโดดลงมาจากรถกระบะ มายืนข้างๆรถ ดาวมองตามกุญแจที่เอวของมัน กราดสายตา เห็นโจ เดินเข้ามา
“ต้องขอชมว่านางเสือสละชีวิตเพื่อชาวบ้านจริงสมคำร่ำลือ แม้กระทั่งนายใหญ่ของเรายังทึ่ง...ถึงต้องมาจัดการกับนางเสือด้วยตัวเอง...”
ตาของดาวแวววับ
“ท่านอย่าโง่ไปหน่อยเลย นายใหญ่ของท่านเป็นคนขี้ขลาด ไม่กล้าโผล่หัวมาหรอก อย่างดีก็ส่งตัวปลอมมา
“เราตั้งใจไว้แล้วว่าจะส่งนางเสือไปนรกด้วยมือของเราเอง”
ดาวหันขวับไปตามเสียง เห็นหน้านายใหญ่อย่างชัดเจน ถึงกับคาดไม่ถึง นายใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของ ดาว คือ ฤทธิชัย นั่นเอง ดาวพึมพำ
“คุณหนึ่ง”
มุมหนึ่งในหุบเขา จักจั่น กับ ไผ่ ซุ่มมองอยู่
“มันปลอมตัวเป็นคุณหนึ่ง” ไผ่บอก
“มันไม่รู้ว่าคุณหนึ่งแต่งงานกับนางเสือ ที่แท้มันก็ไม่ได้ฉลาดอย่างที่คิด”
จักจั่นยิ้มเยอะ ทันใดนั้นเสียงดาวดังขึ้นมา
“เตรียมพร้อมตามแผน...จับนายใหญ่ของมันให้ได้”
“เราพร้อม” จักจั่นบอกทันที
นายใหญ่เดินเข้ามายืนตรงหน้าดาว
“ไง ตกใจมากเหรอ ที่รู้ความจริง ว่า อดีตตำรวจพิเศษอย่างผมทำงานให้กับองค์กร แบล็คอีวิล”
ดาวยิ้ม
“ฉันจะกระชากหน้ากากของแกออก”
“ขอผมกระชากของคุณก่อนก็แล้วกัน”
โจเดินเข้ามาส่งปืนให้นายใหญ่ ที่ยกปืนขึ้นส่องที่แสกหน้าของนางเสือทันที ดาวยิ้มดวงตาเป็นประกาย ทันใดนั้นเสียงสายฟ้าคำรามก้องมาจาก เนินด้านบน พวกมันถึงกับหันไปมอง เห็นร่างของสายฟ้าคำรามก้อง เห็นเขี้ยวน่ากลัว พวกมันต่างจ้องอย่างตื่นเต้น


สมาชิกโจรพากันประคองร่างของชาวบ้านที่บาดเจ็บ ขึ้นรถกระบะ ชาวบ้านที่ปลอดภัยเดินผ่านรถไป ลุงเดช และ แสง ยืนคุมสถานการณ์อยู่
“ทางนี้...ไม่ต้องรีบ ทุกคนปลอดภัยแล้ว”
“เอาคนเจ็บขึ้นรถไปอนามัยก่อน”
ชาวบ้านเดินผ่านลุงเดชและแสงไป สมาชิกโจรคอยระวังหลังและรอบด้าน ผ่านไป ลุงเดชและแสงคอยปิดท้าย



ขณะที่สายฟ้าคำรามโชว์เขี้ยวหน้ากลัว โจร้องบอก...
“ยิงมันซิวะ”
พวกมือปืนต่างสาดกระสุนเข้าใส่ร่างของสายฟ้า เสียงดังสนั่นหวั่นไหว สายฟ้าคำรามอย่างดุดัน แล้วพุ่งเข้าใส่ นินจา 5 คนดีดตัวมาข้างหน้าตวัดดาบฟัน แต่สายฟ้ากลายเป็นภาพควันหายไป พวกมันกราดปืนไปมาแต่แล้วก็มีเสียงมือปืนร้องขึ้น
“นางเสือ หายไปแล้วนาย”

โจกับนายใหญ่ หันกลับมาที่กรง ไม่มีร่างของนางเสือ เห็นโซ่ทั้งสองเส้นที่ล็อคข้อมือนางเสือทั้งสองด้านห้อยอยู่กับกรงเหล็กที่ว่างเปล่า พวกมันต่างไม่เชื่อสายตา จักจั่นที่ดูเหตุการณ์อยู่บอก...
“คิวเราแล้ว”
“ไปได้”
จักจั่นดีดตัวออกไปยืนผงาด
“ข้าอยู่นี่”
พวกมันหันกลับมา เห็นร่างของ นางเสือ ยืนอยู่ตรงที่สายฟ้ายืนอยู่ พวกมันถึงกับถอย แตกตื่น
“พวกเอ็งต้องตายหมด”
นายใหญ่ตวัดปืนในมือขึ้นยิงจักจั่นพร้อมสั่ง
“ฆ่ามัน”
พวกมันกราดยิงเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว จักจั่นตวัดปืนออกมายิงกราดที่พวกมันล้มคว่ำไปสองสามคนรวมทั้ง มือปืนที่ห้อยพวงกุญแจอยู่ พวกมันต่างสาดกระสุนเข้าใส่จักจั่น ทันใดนั้นเสียงสายฟ้าร้องก้อง ไผ่ปรากฏตัวขึ้นมาอีกจุดหนึ่งกราดปืนเข้าใส่พวกมัน ทรุดคว่ำไปอีกสองสามคน
“นางเสือ...นางเสือ...แยกร่างได้”
พวกมันต่างถอยไม่เป็นขบวนต่างกราดยิงจักจั่นกับไผ่ พวกมันไม่มีใครสนใจกรงขังที่ว่างเปล่า
ทันใดนั้นร่างของดาวปรากฏขึ้นในกรงเหมือนเดิมเพียงแต่มือสองข้างเป็นอิสระแล้ว ดาวตวัดมือไปที่พวงกุญแจที่เอวของมือปืนที่นอนนิ่งอยู่กับพื้นตายสนิท พวงกุญแจลอยลิ่วมาอยู่ในมือ ดาวยิ้ม...
โจเห็นท่าไม่ดี หันมาบอกนายใหญ่...
“เราถอยก่อนดีกว่าครับท่าน”
“ไม่ถอย.. ฆ่ามันให้ได้..”
นายใหญ่กราดยิงบ้าคลั่ง พวกมือปืนต่างยิงทั้งจักจั่นและไผ่
“นินจา...คุ้มกันนายใหญ่ถอยออกไป” โจร้องสั่ง
นินจา 5 คนเข้ามาล้อมบังกระสุนให้นายใหญ่ วิ่งออกไปทางด้านนอกหน้าหุบเขา แต่แล้ว ร่างของดาว ลงมาขวางหน้าพวกมันไว้ โจเห็นรีบถอยหลบเข้าไปในซอกหิน เอาตัวรอด
“อย่าหวังว่าจะหนีไปได้...”
นายใหญ่หยุดกึก นินจาตั้งแถว กั้นไว้
ทางด้านในจักจั่นกับไผ่ สาดกระสุนจนพวกมันล้มคว่ำไปหมด นอนตายเกลื่อนกลาด

“พี่ดาวล่ะ” จักจั่นร้องถาม
“ตามไอ้นายใหญ่ไปแล้ว..รีบไป”
จักจั่นดีดตัวพุ่งไป ไผ่กราดสายตามองพวกมัน
“ขอให้พวกเอ็งอย่าได้ผุดได้เกิด”
ไผ่ดีดตัวพุ่งตามจักจั่นไป


ดาว ยืนขวางทางพวกนินจา 5 คน กับ นายใหญ่...
“ยังไงวันนี้ต้องขอดูหน้าแกหน่อย ว่าจะจืดหรือเข้มซักแค่ไหน”
พวกนินจาบุกเข้าลุยดาว ดาบในมือของพวกมันฟันรวดเร็ว แต่แล้วร่างของมันก็กระเด็นไปเพราะ ร่างของจักจั่นกับไผ่ก็โดดเข้ามารับมือกับพวกนินจาพวกนินจาถอยไปก้าวหนึ่ง
“ไปเลย..ทางนี้จัดการเอง” จักจั่นบอก
“งั้นขอตัว”
ดาวดีดตัวออกไป นายใหญ่วิ่งไปทางด้านนอก แต่แล้วร่างของดาวเข้ามาขวาง ทันใดนั้นรถจิ๊ปของนายใหญ่วิ่งเข้ามา คนขับจอดพรืดสาดกระสุนเข้าใส่ ดาวไม่หลบ แล้วตวัดปืนยิงมันคว่ำไป นายใหญ่ขยับตัวจะวิ่งไปอีกทางดาวแวบเข้ามาขวางไว้อีก
“จะรีบไปไหน”
ดาวเดินเข้าหา นายใหญ่ถอยช้าๆ แล้วตวัดปืนขึ้นยิงเปรี้ยง ดาวตีลังกาข้ามหัวลงมาทางด้านหลังของนายใหญ่
“ขอดูหน้าขี้ขลาด ของแกหน่อย”
นายใหญ่หันขวับในมือยังถือปืนอยู่
“อย่าคิด...นายไม่เร็วพอ”
ทันใดนั้นนายใหญ่ตวัดปืนจ่อใต้คางตัวเองแล้วยิงเปรี้ยง ร่างทรุดลงนิ่งสนิท ดาวดีดตัวเข้ามายืนตรงหน้า จักจั่น กับ ไผ่มาถึงพอดี
“เกิดอะไรขึ้นพี่ดาว”
“ฆ่าตัวตาย...”
ไผ่งง
“อะไรจะง่ายขนาดนั้น”
ดาวส่ายหน้า
“มันไม่ใช่นายใหญ่หรอก”
“ลองดูหน่อยซิว่ามันเป็นใคร”
จักจั่นทรุดตัวลงนั่งเอื้อมไปที่แถวคอของนายใหญ่ แล้วดึงหน้ากากฤทธิชัยออกมา ทุกคนต้องผงะด้วยความตกใจ เพราะเป็นใบหน้าที่ถูกกระสุนเลือดเต็ม ดูไม่ออกว่าเป็นใครเหลือแต่ดวงตาที่เบิกกว้างทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างเคร่งเครียด
“พวกมันไม่ยอมทิ้งร่องรอยให้เราสาวไปถึงได้เลย”
“เราจะมีทางรู้มั๊ยเนี่ย ว่านายใหญ่ของมันเป็นใคร”
“พี่ไม่สนหรอกว่ามันจะเป็นใคร.. ต่อให้มันมีพันหน้า พี่ก็จะหยุดมันให้ได้”
ดาวสีหน้าเคร่ง...


ที่ค่ายสมาชิกโจร...ลุงเดชบอกดาว...
“เราส่งชาวบ้านกลับกันหมดแล้ว”
“ตาย 5 บาดเจ็บ 10 คนเจ็บส่งไปที่อนามัยเรียบร้อย” แสงบอกรายละเอียด
“แล้วพี่น้องเรา” ดาวถาม
“บาดเจ็บร่วมสิบเหมือนกัน แต่ทุกคนยังพร้อมสู้ แม่สมพรดูอยู่ ถ้าหนักหนาพรุ่งนี้ก็ต้องไปตามหนูจันมาช่วย”
ลุงเดชถอนใจ
“พวกมันตั้งใจวางแผนทำลายนางเสือ ญาติคนตายบางคนโทษนางเสือว่าเป็นต้นเหตุ”
จักจั่นไม่พอใจ
“เชอะ..รู้งี้ปล่อยให้...”
“จักจั่น” ดาวปราม
จักจั่นเงียบสีหน้าหงุดหงิด ไผ่เอามือตบไหล่ปลอบใจ ลุงเดชหันมาถาม
“ทางคุณหนึ่งกับคุณอภิชาติเป็นยังบ้าง”
“เมื่อเช้าได้คุยกัน ไม่มีอะไรคืบหน้า เหมือนกับว่าเรายิ่งค้นหา..ก็ยิ่งหลงทาง”
ดาวถอนใจเสียงสายฟ้าก้องมาเบาๆ
“ขอบใจพี่สายฟ้า”
เสียงสายลมร้องแว่วมาบนท้องฟ้า ดาวเงยหน้ามองท้องฟ้า
“ขอบใจพี่สายลม”



วันใหม่...
อภิชาติเดินไปแล้วเดินมา ฤทธิชัยที่นั่งอยู่ที่โซฟา ขณะที่งิ้วนั่งดูรูปนางงูเก็งกองที่หน้าจอคอม
“ค้นดูแล้ว ไม่มีเรื่องของงูเก็งกองที่เป็นเรื่องเป็นราวนอกจากในหนัง..ซึ่งคล้ายหนังฝรั่งที่มี ผู้หญิงที่มีผมเป็นงูเหมือนกัน เรียกว่า เมสดูซ่า ใครมองตาแล้วจะกลายเป็นหิน...”
อภิชาติออกความเห็น
“แต่ในหนังเรื่องนี้...พระเอกมองตานางงูปั๊บอินเลิฟปุ๊บ...แล้วก็ไม่ได้เป็นหิน..นายปลอดภัยชัวร์”
ฤทธิชัยเหล่
“อ๋อ..เหรอ..เจอคราวหน้าฉันจะแนะนำให้แกรู้จัก”
งิ้วออกความเห็น
“พูดถึงปลอดภัย คุณแน่ใจเหรอว่านายสัตยานั่นจะไม่โผล่มาที่นี่”
อภิชาติยิ้ม
“ยากส์...รุ่นนี้แล้...”
ทันใดนั้นฤทธิชัยหันขวับ
“มีคนมา”
อภิชาติพยักหน้า
“เออว่ะ..ใกล้แล้วด้วย”
“เอ๊ะ..พวกคุณรู้ได้ยังไง...” งิ้วแปลกใจ
“เขาเรียกว่าสัมผัสพิเศษเฉพาะตัว”
ฤทธิชัยใช้พลังกราดสายตา ไปที่เครื่องบอกตำแหน่งที่ติดอยู่ตรงท้ายรถของอภิชาติที่แวบขึ้นมา
“นายพาคุณงิ้วไปที่รถฉัน แล้วเจอกันข้างหน้า”
ฤทธิชัยพรวดออกไป...
“เร่งด่วนเลยครับ”
ทั้งสองต่างพรวดออกไป
ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 5 (ต่อ)


รถตู้คันหนึ่งวิ่งเข้ามาในซอย คนขับอยู่ด้านหน้า มือคอมอยู่คู่กับคนขับ สัตยานั่งด้านหลัง กับมือปืนอีก 3 คน

“ว่าไง” สัตยาถาม
“สัญญาณบอกว่าตำแหน่งอยู่แถวนี้”
สัตยากับพวกต่างพรวดลงมาจากรถ กราดสายตาไปมา มองไปที่คอนโดที่อยู่ตรงหน้า...


ในลานจอดรถใต้ดิน...อภิชาติกับงิ้วมาที่รถของฤทธิชัย ต่างมีเป้สัมภาระคนละใบ
“คุณฤทธิชัยล่ะ”
“ไม่ต้องสนมันหรอกครับ”
อภิชาติพรวดไปเปิดท้ายรถเอาเป้ใส่เข้าไป
“เป้คุณ”
งิ้วโยนเป้ให้อภิชาติใส่เข้าไปท้ายรถ ปิดโครม งิ้วยืนมองกราดไปมา
“เนี่ยหรอ...สัมผัสพิเศษเฉพาะตัว ไม่เห็นมีใครเลย”
“คุณจะรอพวกมันอยู่นี่ก็ตามใจนะคร๊าบ....”
อภิชาติไปที่คนขับ... งิ้วอ้อมมานั่งคู่ด้านหน้ารถ อภิชาติสตาร์ทรถ แต่ไม่ติด
“เฮอะ...ยังกะในหนัง จะหนีทีไรรถไม่เคยติด”
“ใจเย็น..จอดแช่นานไปหน่อย ส่วนมากมักจะใช้รถผม”
เสียงรถครืดๆๆๆ แล้วก็ติด อภิชาติเบิ้ลเครื่อง แต่แล้วสัตยากับมือปืน 5 คนพรวดเข้ามาตรงหน้ารถ ปืนจ้องมา


อภิชาติ กับ งิ้ว ต่างจ้องพวกสัตยากับมือปืนที่ขวางอยู่หน้ารถ
“ดับเครื่อง...ลงจากรถ..เร็ว..ยกมือด้วย” สัตยาสั่ง
“ไงเชื่อสัมผัสพิเศษเฉพาะตัวของผมหรือยัง”
งิ้วเหล่..อภิชาติดับเครื่อง..ทั้งสองต่างเปิดประตูลงมาจากรถยกมือสองข้างตามคำสั่ง...สัตยาคาดไม่ถึง
“นายอภิชาติ!... นายตายไปแล้วนี่”
อภิชาติฉวยโอกาสเอามือปัดปืนแล้วชกเปรี้ยง สัตยาเซไป งิ้วขยับตัวจะลุย แต่พวกมันตวัดปืนมาขวางไว้ ทั้งสองจึงต้องเฉย...
“ฉันเป็นผี...ถอยไปซะไม่ยั้งงั้นฉันจะหักคอพวกแก”
อภิชาติพูดกวนๆ สัตยาเดินกลับแหวกพวกมันเข้ามา ยิ้มเยาะกราดสายตามองงิ้ว
“นายนี่ไวไฟสมคำเล่าลือจริงๆ”
“ช่วยไม่ได้..คนมันหล่อ”
งิ้วฉุน
“นี่..ฉันไม่ได้เป็นกิ๊กนะ”
สัตยานึกได้...
“เดี๋ยว...ในเมื่อแกยังไม่ตาย...ถ้างั้น...”
ทันใดเสียงฤทธิชัยดังขึ้น...
“ถูกต้องเพื่อน ฉันก็ยังอยู่”
ฤทธิชัยกราดปืนที่ สัตยากับพวก...
“ทิ้งปืน....นอนลง..พื้นตรงนี้..เร็วเข้า”
“บ๊าย บาย”
อภิชาติกลับเข้าไปในรถ งิ้วทำตามปิดประตูรถโครม ออกรถไปประมาณ 20 เมตรแล้วจอด...
เครื่องติดประตูหลัง เปิดอ้ารออยู่
“ทุกคนนับหนึ่งถึงสิบ ถ้าใครโงหัวขึ้นมาก่อน เป็นศพ”
แต่แล้วพวกมันคนหนึ่งดีดตัวขึ้นมา เข้าไปหาปืนที่พวกมันทิ้งไว้ เสียงปืนดังเปรี้ยง มันคว่ำไป พวกที่เหลือต่างอึ้ง ไม่กล้าขยับตัว...
“อย่างนี้ต้องนับใหม่..ใครอยากเป็นศพก็ลองดู”
ฤทธิชัยค่อยๆถอยไปที่รถ พวกมันนอนราบกับพื้น สัตยาที่นอนราบ แค้นจัด เมื่อเสียงประตูรถปิดโครมแล้วเสียงเอี๊ยดรถเคลื่อนออกไป สัตยาลุกขึ้นมองเห็นแต่ความว่างเปล่า
“ไอ้พวกบ้า ลุกขึ้นได้แล้ว”
สัตยาดึงโทรศัพท์ขึ้นมา โทรออก แล้วรายงาน...
“ยังไม่ได้ตัวครับ..คนที่เล่นงานท่านเป็นผู้หญิง..ที่สำคัญกว่านั้น ไอ้ฤทธิชัย กับ อภิชาติ ยังไม่ตาย พวกมันเป็นคนมาช่วย”


อภิชาติขับรถออกไปนอกเมือง งิ้วนั่งคู่ทางด้านหน้า ฤทธิชัยนั่งทางด้านหลัง
“พวกมันตามมาได้ยังไง” อภิชาติสงสัย
“เครื่องวิทยุบอกตำแหน่งติดอยู่ที่รถของแก”
“มิน่าพวกมันถึงโผล่ไปที่คอนโดฉันได้อย่างแม่นยำ” งิ้วออกความเห็น
อภิชาติบ่น
“โห..โทษเลยดี้...”
งิ้วยิ้ม
“แล้วไปแล้ว...ขี้เกียจพูด..ว่าแต่รถคันนี้มีอะไรติดมาอีกหรือเปล่า”
“ผมตรวจดูแล้ว ไม่มีแน่นอน” ฤทธิชัยบอก
“แล้วไงต่อ...คุณมีเซฟเฮ้าส์ที่ไหนอีก”
“เฉยไว้..แล้วจะดีเอง”
งิ้วเหล่ ฤทธิชัยยิ้ม...อภิชาติเร่งรถพุ่งไป



รถของฤทธิชัยวิ่งเข้ามาจอดที่บ้านดาว เมื่อทั้งสามคนลงจากรถ ดาวกับจักจั่นออกมารับ จักจั่นเข้ามากอดอภิชาติ ดาวเข้ามากอดฤทธิชัย ประตูหลังเปิด ร่างของงิ้วก้าวลงมา ดาวกับจักจั่นต่างมองข้ามไหล่คู่ของตนมาที่งิ้ว ต่างจ้องเป็นตาเดียว..



ในห้องรับแขก...ดาวกับจักจั่นยิ้มให้งิ้ว
“ยินดีที่ได้รู้จักคุณงิ้วค่ะ”
“จักจั่นด้วย”
งิ้วยิ้มรับ
“ขอโทษที่เป็นภาระนะคะ”
“ยินดีต้อนรับค่ะ”
อภิชาติถอนใจเหนื่อยๆ
“พวกมันตามสุดๆ เลยคิดว่ามาตั้งรับที่นี่ดีกว่า”
ดาวพยักหน้ารับ
“ตอนคุณหนึ่งโทรมาบอกก็นึกไม่ถึงเหมือนกันค่ะ เท่ากับว่าตอนนี้พวกมันรู้แล้ว ว่าคุณหนึ่งกับคุณอภิชาติยังมีชีวิตอยู่”
“เป็นเพราะมาช่วยดิฉัน ต้องขอโทษด้วยค่ะ” งิ้วไม่สบายใจ
“อย่างนี้คุณงิ้วต้องเลี้ยงข้าวพวกเราหนึ่งมื้อ แล้วถือว่าหายกัน” จักจั่นแหย่
“ผมว่าน่าจะสองมื้อ มากกว่า” อภิชาติแย้ง
งิ้วยิ้ม จักจั่นนึกขึ้นได้...
“แล้วเรื่องที่ผู้หญิงที่มีผมเป็นงูล่ะ คุณหนึ่ง”
ทุกคนต่างมองที่ฤทธิชัยที่หน้าเครียดทันที...


ในโกดังเก็บของ...หญิงสาวสวยที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ ผมเป็นทรงหยิกธรรมดา คายามังนั่งสมาธิอยู่ตรงหน้า มือพนมอยู่มี มีดดาบอยู่ในมือ มีควันจางๆออกมาจากดาบแล้วลอยปกคลุมร่างของหญิงสาว ครู่หนึ่งก็จางลง คายามังลืมตาขึ้น ถือมีดดาบขึ้นยิ้มอย่างพอใจ
ที่โรงเลื่อย...โจนั่งอยู่ที่โต๊ะในห้องทำงานของวิวัฒน์ มีแล็บท็อปอยู่ตรงหน้า ที่หน้าจอปรากฏใบหน้ามืดขอนายใหญ่

“ผมพยายามอย่างเต็มที่แล้ว หวังว่าท่านคงให้โอกาส”
“เราต้องยอมรับว่านางเสือมีฝีมือเกินกำลังของท่าน ท่านจะทำยังไงกับโอกาสที่เหลือของท่าน”
“คือว่า..อาจารย์คายามัง คืบหน้าไปมากแล้วครับ ถ้าสำเร็จนางเสือต้องสิ้นชื่ออย่างแน่นอน”
“เงิน และสัมภาระ และนักฆ่า อีกชุดหนึ่งกำลังจะมา อย่าให้พลาดอีก…”
“เรา..เรา..น่าจะหยุดก่อนมั๊ยครับ”
“หยุดไม่ได้...ผมให้คุณทำตาม.. ไม่ได้ให้คิด…”
นายใหญ่ไม่ตอบ คอมดับวูบ....โจนั่งเครียด...



ฤทธิชัยพูดถึงสิ่งที่คิดให้ทุกคนฟัง...
“ที่น่าสงสัยก็คือ ผู้หญิงผมงูคนนี้..ถูกลักพาตัวไปจากโรงพยาบาล...ทำไม..เพราะอะไร...”
ทุกคนต่างนิ่งคิด..เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อภิชาติเห็นเป็นเบอร์กำจร แล้วรับสาย...
“ว่าไงเพื่อน...อืม..ขอบใจเพื่อน...เออน่า..ฉันให้แกสัมภาษณ์ก่อนแน่นอน”
อภิชาติวางสาย แล้วหันมาเล่า...
“ผมให้กำจรตามเรื่องสาววัยรุ่นที่ตาย ฝ่ายพิสูจน์พบว่ามีพิษงูค้างอยู่ในหัวใจจำนวนมาก”
ฤทธิชัยพยักหน้ารับ...
“ชักเริ่มเข้าเค้าเกี่ยวข้องกับงูเข้าไปทุกที”
“ดาวว่าดาวปรึกษาลุงเดชดีกว่า ให้ลุงเดชลองถามอาจารย์ของเราดูว่าเท็จจริงแค่ไหน”
ดาวสรุป ซึ่งทุกคนเห็นด้วย



ที่สถานีอนามัย...ป้าเนียนกับจันจิราดูแลชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ เสียงคนไข้คุยกันดังให้จันจิราได้ยิน
“เพราะนางเสือแท้ๆ พวกเราต้องรับเคราะห์”
“นั่นน่ะซิ..ไม่รู้จักหายไปซะที”
จันจิราเดินไปที่ชาวบ้านสองคนคุยกัน
“เป็นไงบ้างจะลุง ดีขึ้นมั่งหรือยัง”
“ยังปวดอยู่เลยจะ ขอยาแก้ปวดหน่อยก็ดี”
จันจิราพูดเบาๆ
“เหลือแต่ยาที่นางเสือส่งมาให้ ลุงจะกินเหรอ”
“เอ้อ..กินจ้ะ..”
จันจิรายิ้ม
“งั้นเดี๋ยวฉันจะเอามาให้”
จันจิราเดินไปหาป้าเนียน
“ยิ้มอารมณ์ดีอะไรเหรอ”
“มนุษย์เรานี่แปลก ลับหลังก็นินทา..แต่ก็จะเอาของๆเขา”
“พวกเห็นแก่ได้ก็ยังงี้แหละ..ไม่รู้จักสำนึกถึงใครหรอก”
ป้าเนียนส่ายหน้าเอือมๆ


ลุงเดชฟังเรื่องราวต่างๆอย่างแปลกใจ
“นางงูเก็งกองอย่างนั้นเหรอ”
แสงส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ
“ไม่น่าจะเป็นไปได้..มีแต่ในหนังมากกว่ามั๊ง”
“ดาวก็คิดว่าอย่างนั้น..แต่เหตุการณ์ชวนสงสัย แล้วที่คุณหนึ่งเห็น ดาวคิดว่า เป็นการเห็นผ่านสายตาของเหยี่ยวสายลม”
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องลองถามอาจารย์ของพวกเธอดู” ลุงเดชบอก
“ฉันจะให้คนเตรียมตัวไปกับลุงเดช” แสงสรุป
“ไม่ต้องหรอก..ดาวใช้พลังจิตคุยกับอาจารย์ได้”
เมื่อลุงเดชบอกอย่างนั้น ทำให้ดาวนึกขึ้นมาได้
“จริงด้วย..ดาวลืมไปเลย...”



งิ้วนั่งดูหน้าจอแล็บท็อป บนโต๊ะมีเครื่องมือปลายข้างหนึ่งเป็นเหล็กแหลม ติดอยู่กับท่อนแขนของงิ้วใกล้ข้อพับ ปลายข้างหนึ่งเป็นหัว ยูเอสบี เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ อภิชาติเดินเข้ามา เอาน้ำมาวางให้ขวดหนึ่ง
“ขอบคุณ”
“ทำอะไรอยู่ครับ”
“กำลังเชื่อมต่อกับหน่วยของดิฉัน”
ฤทธิชัยกับจักจั่นเดินเข้ามา นั่งลงฝั่งตรงข้ามมองอย่างสนใจ
“เห็นมั๊ยเพื่อน..ฉันบอกแกแล้วแบบในหนังเจมส์บอนด์” อภิชาติบอก
ฤทธิชัยพยักหน้า
“อืม...เหมือนชิฟที่เราเจอฝังอยู่ในตัวของพวกมัน”
“พวกมันถึงมาได้ทันการทุกครั้ง” จักจั่นออกความเห็น
“ยังไงก็แล้วแต่...พวกมันต้องมีฐานรับสัญญาณจากดาวเทียมเป็นศูนย์บัญชาการอยู่ที่ไหนซักแห่ง” ฤทธิชัยบอก
อภิชาติคิดๆ แล้วโพล่งออกมา
“ถ้าเราจับคลื่นสัญญาณได้”
จักจั่นเสริมทันที...
“เราก็สาวไปถึงที่บังคับการของพวกมัน”
“ใช่..เหมือนอย่างวิศวกรคนที่ตายบอกไว้..”
สัญญาณดังตื๊ดๆๆๆ งิ้วรีบกดคีย์บอร์ดแล้วอ่านดูอย่างรวดเร็ว สีหน้าเปลี่ยน
“บ้าที่สุด..”
“เกิดอะไรขึ้น” อภิชาติถาม
“ทางหน่วยสั่งปลดฉันออกจากภารกิจ..”
ทั้งหมดต่างมองหน้ากันอย่างคาดไม่ถึง



ที่ค่ายอาสา...รถเก๋งคันหนึ่งวิ่งเข้ามา ชายค่ายอ
กำลังโหลดความคิดเห็น...