xs
xsm
sm
md
lg

ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 5

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 5

ภายในถ้ำ...ไผ่ กับ จันจิราซุ่มอยู่มุมหนึ่ง เห็นพวกมันตามจุดต่างๆ บ้างนั่งบ้าง นอนบ้าง มีพวกหญิงชาวเขา เดินถือเสบียงมาแจก

“มันจับพวกผู้หญิงชาวเขามาด้วย”
จันจิราพึมพำเบาๆ แต่แล้วเห็นพวกมันต้อนชายชาวเขาแบกกล่องออกมาจากด้านใน
“พวกมันขนอะไรออกมา”
“น้องจันอยู่นี่ พี่จะเข้าไปดู มีอะไรยิงอย่างเดียว”
จันจิราพยักหน้า ไผ่เคลื่อนกายออกไป จันจิราตวัดปืนขึ้นมาอยู่ในมือทั้งสองข้าง

ไผ่แวบมาซุ่มตรงมุมหนึ่ง เห็นลานด้านในของพวกมัน มีคนทำงานกันหลายสิบคน บนโต๊ะตรงกลางมีเครื่องทำยาบ้า ผสมยาเสพติด ตั้งอยู่เต็มไปหมด เหนือโต๊ะ มีสายไฟขึงผ่าน เต็มไปด้วยหลอดไฟ ส่องสว่าง
“แหล่งผลิตยาของมันนี่เอง ถึงได้คุมเข้ม”
ทันใดนั้นไผ่หันขวับ พวกมันคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังกำลังส่องปืนมา มันสาดกระสุนเข้าใส่ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ไผ่พุ่งตัวหลบได้ทันท่วงที ปืนในมือสาดออกไป มันร้องดิ้นฟุบไป...
เท่านั้นเอง เหมือนผึ้งแตกรัง พวกมือปืนไม่รู้ออกมาจากไหน ยิงกราดเข้าใส่ไผ่ กระสุนปลิวราวกับห่าฝน...

พวกมือปืนที่นั่งๆนอนๆอยู่ต่างคว้าปืน จะลุยเข้าไปด้านใน จันจิราดีดตัวขึ้นมา
“เฮ้...”
พวกมันหันควับ ปืนในมือจันจิราสาดเข้าใส่พวกมัน ล้มคว่ำกันระนาว
ขณะเดียวกันที่ด้านใน ไผ่หลบกระสุนพวกมันที่บินเฉี่ยวร่าง แล้วดีดตัวขึ้นมาปืนในมือสาดพวกมันล้มคว่ำ หัวหน้าวิ่งออกมาพร้อมสมุนสามสี่คน
“อาร์ พี จี มา”
พวกมันสองคนวิ่งออกมาบนไหล่มีเครื่องยิงอาร์ พี จี มันตั้งประทับ แล้วยิงเห็นจรวด อาร์ พี จี วิ่ง เข้าหาไผ่
“ขอบใจเพื่อน...”
ทันใดนั้นไผ่โผล่ขึ้นมาตวัดฝ่ามือออกไป จรวด อาร์ พี จี สองลูก เลี้ยวโค้งเข้าไปที่โต๊ะผสมยา ของพวกมัน เมื่อระเบิดพุ่งเข้าไป ระเบิดตูมสนั่นหวั่นไหว ถ้ำสั่นสะเทือน ถล่มทลายลงมาใส่พวกมัน ร้องกันระงม ไผ่กราดยิงพวกมันคว่ำไปหลายคน แล้วรีบออกไปข้างนอก
จันจิรากราดยิงกับพวกมัน มีหญิงชายชาวเขาวิ่งหนีตายกันออกมา จันจิราแวบไปยืนตรงทางออก
“ทางนี้ เร็วเข้า ทางนี้...”
พวกหญิงชายชาวเขาต่างวิ่งตรงมา พวกมันส่วนหนึ่งออกมายิงสาด ถูกหญิงชายชาวเขาล้มไปสองสามคน จันจิราสาดกระสุนใส่พวกมัน พวกมันล้มคว่ำไปสองสามคน แต่แล้วกระสุนหมด จันจิราโยนปืนสั้นออกไปพลางยื่นมือไปสองข้างไปข้างหน้า ปืนกลของพวกมันที่ตกอยู่ปลิววูบเข้ามาอยู่ในมือ แล้วสาดออกไป พวกมันล้มคว่ำ
พวกชาวเขาหญิงชายต่างวิ่งผ่านจันจิราออกไป จันจิรายิงพลางถอยพลาง ทันใดนั้นร่างของไผ่แวบมายืนข้างๆ ปืนในมือสาดกระสุนต้านพวกมัน
“น้องจันพาชาวบ้านออกไป”
จันจิราหันดีดตัวออกไป เหลือแต่ไผ่ยิงกราดพวกมัน

มือปืนหน้าถ้ำสีห้าคน ล้มคว่ำไป เมื่อจันจิราพรวดออกมาพร้อมปืนในมือ ตามด้วยพวกชาวเขาหญิงชาย
“เร็ว เข้าไปหลบในป่า เร็วเข้า”
พวกชาวเขาต่างวิ่งเข้าไปในแนวป่า จันจิราคอยระวังยิงสกัด ทันใดนั้นร่างของไผ่แวบออกมายืนข้างๆ
“ไป.....”
จันจิราวิ่งออกไปทันที ไผ่ยืนยิงกราดเข้าไปในถ้ำ ถ้ำระเบิดถล่มลงมา ไผ่ยืนมองอย่างสะใจ
“อโหสิด้วย”

ที่ค่ายสมาชิกโจร ลุงเดชบอกอย่างโล่งใจ...
“แหล่งผลิตยาของมันทลายไปอีกหนึ่ง”
แสงมองไผ่กับจันจิราอย่างชื่นชม
“ไผ่กับหนูจันทำได้ดีมากลูก”
ลุงเดชพยักหน้าให้
“เธอสองคนเหนื่อยมาทั้งคืนไปพักผ่อนได้แล้ว สายๆค่อยคุยกัน”
“ไปน้องจัน”
ไผ่กับจันเดินไปด้วยกัน ลุงเดชและแสงมองตาม ด้วยความพอใจ...

อภิชาติ นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ตรงหน้าคือ แล็บท็อป ฤทธิชัย กับ งิ้ว ยืนอยู่คนละด้าน ต่างจ้องที่หน้าจอ ซึ่งมีรูปโปสเตอร์ของหนังงูเก็งกองเป็นรูปผู้หญิงสวย ผมเป็นงูตัวเล็กเต็มไปหมด
“เป็นไง ใช่แบบที่แกเห็นหรือเปล่า”
ฤทธิชัย พยักหน้าช้าๆ งิ้วกับ อภิชาติต่างมองหน้ากัน
“ยุ่งแล้วซิ”
ฤทธิชัยมีสีหน้าเคร่งเครียด

วันต่อมา...ไผ่ กับ จันจิรา วิ่งเล่นกับ เม่งจู และอาตง ซึ่งตอนนี้ อาการดีขึ้นกว่าเดิม หัวเราะ สนุกสนาน
“เด็กอาการดีขึ้นมาแล้วนี่แม่สมพร” ลุงเดชกันมาถามแม่สมพร
“จ๊ะ..แต่ยังจำอะไรไม่ได้...ฉันเลยตั้งชื่อให้ เด็กผู้หญิงชื่อผึ้ง เด็กผู้ชายชื่อต่อ”
“อืม..เข้าท่าดีนี่ ผึ้ง กับ ต่อ”
แสงยิ้มอย่างเห็นด้วย
“ฉันว่าดีแล้วที่ลืม จำได้ก็รังแต่จะทุกข์เปล่าๆ แบบนี้จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่”
ทั้งหมดต่างมองที่ไผ่ จันจิราที่กำลังเล่นกับเด็กๆ
“พี่ดาว กับ พี่ จักจั่น มา”เม่งจูบอก
ทั้งหมดหันไป ก็เห็นดาวกับจักจั่นเดินมาถึงพอดี ในมือมีถุงขนม
“ใครมาหอมพี่ดาวจะได้ขนม”
เม่งจูวิ่งปร๋อเข้ามาหาดาวหอมแล้ว รับถุงขนม
“น้องต่ออยู่ไหนจ๊ะ”
เม่งจูหันไปชี้ที่ไผ่กับอาตงที่อยู่บนคบไม้ ไผ่บอกอาตง
“ไปกินขนมกันดีกว่า”
ไผ่อุ้มอาตงร่อนลงมาที่ลานแล้วเดินเข้ามาหาทุกคน
“ต่อมาหาพี่จักจั่น..เร๊ว...”
อาตงวิ่งเข้ามาให้จักจั่นกอด
“มานี่ หอมหน่อยซิ”
จักจั่นแกล้งหอมฟอดๆ อาตงหัวเราะชอบใจ ดาวหันไปบอกแม่สมพร
“ดาวมีเรื่องจะปรึกษาหน่อยค่ะ”
แม่สมพรพยักหน้าอย่างรู้งาน เรียกเด็กๆ
“มา ผึ้ง กับ ต่อ มากับแม่สมพรมา...”
แม่สมพรจูงเด็กทั้งสองคนออกไป ดาวหันมาบอกทุกคน...
“พวกมันจับพวกชาวบ้านไป บังคับให้นางเสือไปมอบตัวกับพวกมัน”

ทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด

อภิชาติเดินไปเดินมา งิ้ว กับ ฤทธิชัยต่างนั่งมองพร้อมฟัง
“ฉันคิดอะไรบ้าๆได้แล้ว” อภิชาติบอก
“ว่ามา...”
ฤทธิชัยกับงิ้วตั้งใจฟัง...
“พวกมันถูกนางเสือปราบ...”
งิ้วแย้ง...
“นางเสือมีจริงด้วยเหรอ พวกคุณเคยเห็นหรือเปล่า”
“เห็นยิ่งกว่าเห็นซะอีก..นี่คุณอย่าขัดผมได้มั๊ยเดี๋ยวลืมหมด”
งิ้วยกมือสองข้างขึ้นแบบว่า เชิญเลยอภิชาติจึงพูดต่อ...
“พวกมันถูกนางเสือปราบ ก็เลยหาทางเล่นของ เล่นอาคมเอานางงูมาสู้กับนางเสือ”
งิ้วหัวเราะ
“โอ๊ย..เว่อร์..ใครกันแน่ที่ดูหนังเขมร...”
อภิชาติเหล่
“ผมบอกแล้วใช่มั๊ยว่าความคิดบ้าๆ เขาเรียกว่าคิดนอกกรอบ เคยได้ยินหรือเปล่า”
“หลุดกรอบล่ะไม่ว่า”
ฤทธิชัยขัดขึ้น...
“จากภาพที่ผมเห็นผู้หญิงคนนั้น ผมไม่แน่ใจว่าเหมือนกันว่า สิ่งที่เราพูดกันอยู่ จะหลุดกรอบ อาจจะเป็นจริงอย่างนายว่าก็ได้”
คำพูดของฤทธิชัย ทำให้งิ้วอึ้งไป

ที่ค่ายสมาชิกโจร...ดาวบอกทุกคนอย่างตัดสินใจ
“เท่าที่พวกมันรู้ นางเสือมีแค่คนเดียว ดาวจะเข้าไปมอบตัวกับพวกมัน พอมันปล่อยชาวบ้าน ลุงเดช พ่อแสง กับพี่น้อง เข้าคุ้มกันพาชาวบ้านออกไปจักจั่น กับ ไผ่ จะคอยตามดาวไปถึงรังของพวกมัน”
ลุงเดชพยักหน้า
“ฟังดูแล้ว วิธีนี้จะดีที่สุด”
ไผ่หันมาสั่งจันจิรา
“น้องจันอยู่คอยระวังป้าเนียนทางด้านนี้”
“ค่ะ”
ดาวสรุปทันที
“อีกหนึ่งชั่วโมงเราจะเริ่มเดินทาง”

ในราวป่าจุดนัดพบ...โจกราดสายตาไปมา มือปืนนับสิบยืนล้อมพวกชาวบ้าน สิบกว่าชีวิตไว้ตรงกลาง พวกนินจาอีก 5 คน ยืนแยกกันตามจุด รอบวงกลมพวกมันต่างหันปืนพร้อมที่จะสาดกระสุนเข้าใส่ชาวบ้านที่ต่างกลัว ต่างกราดสายตาไปมารอคอยนางเสือปรากฏตัวด้วยความหวัง
อีกด้าน... ลุงเดช แสง นำกำลังสมาชิกโจร เคลื่อนตัวใกล้เข้ามา คอยระวังตามแผน มองไปเห็นพวกมันคุมตัวชาวบ้านอยู่ กลางลาน
“หนูดาวล่ะ” แสงถาม
“ยังไม่เห็น”
ทั้งสองคนต่างจ้องไปตรงลานกว้าง

โจเดินไปเดินมา กราดสายตาไปรอบๆ พวกมือปืน คอยระวังตามจุดต่างๆ ทันใดนั้นเสียงเสือคำรามก้อง พวกมันส่วนหนึ่ง ขยับปืนจ้องที่ชาวบ้าน ส่วนหนึ่งกราดปืนไปมาคอยระวัง ทันใดนั้นเสียงร้องก้องของสายฟ้าดังขึ้น ดาวในร่างนางเสือร่อนมายืนบนคบไม้เหนือพวกมัน
“พวกเอ็งอยากเจอข้า”
ชาวบ้านต่างงึมงำดีใจ โจมองอย่างพิจารณา
“นางเสือ...”
นางเสือยกมือกางออก
“เราไม่มีอาวุธ..ปล่อยพวกชาวบ้านเดี๋ยวนี้”
“เดี๋ยว...ท่านต้องมอบตัวกับเราก่อน”
“ได้เลย”
นางเสือร่อนลงมากลางลาน โจโบกมือ มีรถกระบะขับออกมาคันหนึ่ง บนรถกระบะมีกรงเหล็กอยู่หนึ่งกรงตั้งอยู่ ขึงสี่มุมเรียบร้อยกับรถเพื่อไม่ให้เคลื่อนไหว ในกรงมีโซ่ห้อยอยู่ด้านละเส้น ลุงเดชพูดเบาๆ
“มันเตรียมการมาอย่างดี”
“อย่างนี้หนูดาวจะออกมาได้ยังไง” แสงสงสัย
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”
ลุงเดชกับแสงต่างสีหน้าเคร่งเครียด

โจสั่งนางเสือเสียงเข้ม...
“ท่านเข้าไปอยู่ในกรงเมื่อไหร่ เราจะปล่อยชาวบ้านเมื่อนั้น”
ทันใด...ดาวแวบมาอยู่บนรถกระบะ พวกมันต่างระวัง ดาวกราดตามอง แล้วก้าวเข้าไปในกรง พวกมันคนหนึ่งเดินเข้ามาจะเอาโซ่คล้องข้อมือ ดาวขยับตัว มันรีบถอยออกไปจากกรง ด้วยความกลัว
“เดี๋ยว..ปล่อยชาวบ้านก่อน”
“ไม่ได้..ท่านมีฝีมือถ้าไม่ล่ามโซ่ซะก่อน ท่านอาจลงมือได้”
ดาวยิ้ม
“ก็ได้”
ดาวยกมือขึ้นมือปืนคนเดิมเข้ามาล่ามโซ่ไว้หนึ่งข้าง ดาวสะบัดมือที่เหลืออีกข้างหนึ่ง
“ถ้าจะล่ามอีกข้างหนึ่ง ต้องปล่อยชาวบ้านก่อน อย่าบอกนะว่าท่านกลัวแม้กระทั่งแขนที่เหลือข้างเดียวของเรา”
โจกราดสายตาไปรอบๆ ไม่เห็นใครนอกจากพวกมือปืนของมัน และนินจาต่างก็พร้อมอยู่แล้ว
“ปล่อยพวกชาวบ้าน”
โจสั่ง พวกมันเปิดทาง ดาวหันไปบอก...
“ทุกคนถอยเข้าไปในราวป่าทางด้านขวา อยู่รวมกันไว้”
พวกชาวบ้านต่างค่อยๆถอยไปในราวป่าทางที่ลุงเดชกับลุงแสงซุ่มกำลังอยู่ โจหันมาบอก...
“เราต้องการ แขนอีกข้างหนึ่งของท่าน”
ดาวพยักหน้า มือปืนคนเดิมเข้าไปล่ามโซ่ที่มือ แล้วปิดประตูกรงโครม พร้อมล็อคกุญแจแล้วเหน็บกุญแจทั้งพวกไว้ที่เอวของมัน ดาวมองที่กุญแจของมัน แล้วสบตาโจสีหน้าเยือกเย็น

ลุงแสงมองชาวบ้านที่ทยอยหายเข้าไปในราวป่า
“รอชาวบ้านเข้ามาให้หมดก่อน แล้วให้พวกเราเคลื่อนมาทางด้านหน้าคุ้มกันพวกชาวบ้าน”
“ได้”
แสงตอบรับทันที

โจยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ รถกระบะค่อยเคลื่อนออกไป มีมือปืนสองคนยืนคุมกรงขัง
“อย่าให้พลาด” โจสั่ง
มือปืนพยักหน้า โจขึ้นรถจิ๊ปของมัน รถค่อยเคลื่อนตามรถกระบะออกไป ทันใดนั้น พวกมือปืนสาดกระสุนเข้าใส่ชาวบ้านอย่างถี่ยิบ หลายคนล้มลง ต่างวิ่งกันอย่างแตกตื่น
“ไอ้แสง เร็วเข้า รีบออกไปพาชาวบ้านเข้ามา”
ลุงเดชสั่ง แสงโบกมือ แล้ววิ่งนำออกไป สมาชิกโจรตามไปติดๆ พร้อมกราดปืนใส่พวกมัน โจที่ได้ยินเสียงปืนดังสนั่น ยิ้มสะใจ
“นางเสือ...ไม่มีปัญญาแม้กระทั่งจะช่วยชาวบ้าน”

กลุ่มลุงเดชต่างกราดปืนยิงพวกมือปืนที่อยู่กลางลาน ล้มคว่ำไปทีละคน พวกนินจา เห็นท่าไม่ดีต่างดีดตัวถอยไปอย่างรวดเร็ว
“ชาวบ้านมาทางนี้” แสงร้องบอก
พวกชาวบ้านต่างพากันวิ่งตามแสงเข้าแนวป่าไป ลุงเดชและพวกที่เหลือคอยยิงสกัดพวกมันจนถอยหายไป จึงตามแสงและชาวบ้านไป

ในหุบเขา...รถจิ๊ปวิ่งเข้ามาคันหนึ่ง แล้วเข้ามาจอด พวกนินจาลงมาจากรถ นายใหญ่ยืนมองโจที่เดินมาหา...
“คุณสานต่องานจากโจคนเดิม..ได้ดีมาก นึกไม่ถึงว่าจะได้ตัวนางเสือมาเร็วขนาดนี้”
“เป็นเพราะทำตามแผนของท่านครับ... เชิญ” โจผายมือ
นายใหญ่เดินพร้อมไปกับโจ นินจาคุมหลัง 5 คน เมื่อไปถึงลานที่ขังนางเสือ โจหันมาบอก...
“ขอผมเข้าไปตรวจความเรียบร้อยก่อนครับ เพื่อความไม่ประมาท”
“ดี”
โจโค้งแล้วเดินเข้าไปด้านใน นายใหญ่ยืนรอ นินจา 5 คนคุมอย่างใกล้ชิด

อีกด้าน...ดาวถูกขังอยู่ในกรง พวกมือปืนนับสิบที่เฝ้าอยู่ขยับตัวออกไปข้างๆ มือปืนที่ถือกุญแจ กับ มือปืนที่คุมกรงโดดลงมาจากรถกระบะ มายืนข้างๆรถ ดาวมองตามกุญแจที่เอวของมัน กราดสายตา เห็นโจ เดินเข้ามา
“ต้องขอชมว่านางเสือสละชีวิตเพื่อชาวบ้านจริงสมคำร่ำลือ แม้กระทั่งนายใหญ่ของเรายังทึ่ง...ถึงต้องมาจัดการกับนางเสือด้วยตัวเอง...”
ตาของดาวแวววับ
“ท่านอย่าโง่ไปหน่อยเลย นายใหญ่ของท่านเป็นคนขี้ขลาด ไม่กล้าโผล่หัวมาหรอก อย่างดีก็ส่งตัวปลอมมา
“เราตั้งใจไว้แล้วว่าจะส่งนางเสือไปนรกด้วยมือของเราเอง”
ดาวหันขวับไปตามเสียง เห็นหน้านายใหญ่อย่างชัดเจน ถึงกับคาดไม่ถึง นายใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของ ดาว คือ ฤทธิชัย นั่นเอง ดาวพึมพำ
“คุณหนึ่ง”
มุมหนึ่งในหุบเขา จักจั่น กับ ไผ่ ซุ่มมองอยู่
“มันปลอมตัวเป็นคุณหนึ่ง” ไผ่บอก
“มันไม่รู้ว่าคุณหนึ่งแต่งงานกับนางเสือ ที่แท้มันก็ไม่ได้ฉลาดอย่างที่คิด”
จักจั่นยิ้มเยอะ ทันใดนั้นเสียงดาวดังขึ้นมา
“เตรียมพร้อมตามแผน...จับนายใหญ่ของมันให้ได้”
“เราพร้อม” จักจั่นบอกทันที
นายใหญ่เดินเข้ามายืนตรงหน้าดาว
“ไง ตกใจมากเหรอ ที่รู้ความจริง ว่า อดีตตำรวจพิเศษอย่างผมทำงานให้กับองค์กร แบล็คอีวิล”
ดาวยิ้ม
“ฉันจะกระชากหน้ากากของแกออก”
“ขอผมกระชากของคุณก่อนก็แล้วกัน”
โจเดินเข้ามาส่งปืนให้นายใหญ่ ที่ยกปืนขึ้นส่องที่แสกหน้าของนางเสือทันที ดาวยิ้มดวงตาเป็นประกาย ทันใดนั้นเสียงสายฟ้าคำรามก้องมาจาก เนินด้านบน พวกมันถึงกับหันไปมอง เห็นร่างของสายฟ้าคำรามก้อง เห็นเขี้ยวน่ากลัว พวกมันต่างจ้องอย่างตื่นเต้น

สมาชิกโจรพากันประคองร่างของชาวบ้านที่บาดเจ็บ ขึ้นรถกระบะ ชาวบ้านที่ปลอดภัยเดินผ่านรถไป ลุงเดช และ แสง ยืนคุมสถานการณ์อยู่
“ทางนี้...ไม่ต้องรีบ ทุกคนปลอดภัยแล้ว”
“เอาคนเจ็บขึ้นรถไปอนามัยก่อน”
ชาวบ้านเดินผ่านลุงเดชและแสงไป สมาชิกโจรคอยระวังหลังและรอบด้าน ผ่านไป ลุงเดชและแสงคอยปิดท้าย

ขณะที่สายฟ้าคำรามโชว์เขี้ยวหน้ากลัว โจร้องบอก...
“ยิงมันซิวะ”
พวกมือปืนต่างสาดกระสุนเข้าใส่ร่างของสายฟ้า เสียงดังสนั่นหวั่นไหว สายฟ้าคำรามอย่างดุดัน แล้วพุ่งเข้าใส่ นินจา 5 คนดีดตัวมาข้างหน้าตวัดดาบฟัน แต่สายฟ้ากลายเป็นภาพควันหายไป พวกมันกราดปืนไปมาแต่แล้วก็มีเสียงมือปืนร้องขึ้น
“นางเสือ หายไปแล้วนาย”

โจกับนายใหญ่ หันกลับมาที่กรง ไม่มีร่างของนางเสือ เห็นโซ่ทั้งสองเส้นที่ล็อคข้อมือนางเสือทั้งสองด้านห้อยอยู่กับกรงเหล็กที่ว่างเปล่า พวกมันต่างไม่เชื่อสายตา จักจั่นที่ดูเหตุการณ์อยู่บอก...
“คิวเราแล้ว”
“ไปได้”
จักจั่นดีดตัวออกไปยืนผงาด
“ข้าอยู่นี่”
พวกมันหันกลับมา เห็นร่างของ นางเสือ ยืนอยู่ตรงที่สายฟ้ายืนอยู่ พวกมันถึงกับถอย แตกตื่น
“พวกเอ็งต้องตายหมด”
นายใหญ่ตวัดปืนในมือขึ้นยิงจักจั่นพร้อมสั่ง
“ฆ่ามัน”
พวกมันกราดยิงเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว จักจั่นตวัดปืนออกมายิงกราดที่พวกมันล้มคว่ำไปสองสามคนรวมทั้ง มือปืนที่ห้อยพวงกุญแจอยู่ พวกมันต่างสาดกระสุนเข้าใส่จักจั่น ทันใดนั้นเสียงสายฟ้าร้องก้อง ไผ่ปรากฏตัวขึ้นมาอีกจุดหนึ่งกราดปืนเข้าใส่พวกมัน ทรุดคว่ำไปอีกสองสามคน
“นางเสือ...นางเสือ...แยกร่างได้”
พวกมันต่างถอยไม่เป็นขบวนต่างกราดยิงจักจั่นกับไผ่ พวกมันไม่มีใครสนใจกรงขังที่ว่างเปล่า
ทันใดนั้นร่างของดาวปรากฏขึ้นในกรงเหมือนเดิมเพียงแต่มือสองข้างเป็นอิสระแล้ว ดาวตวัดมือไปที่พวงกุญแจที่เอวของมือปืนที่นอนนิ่งอยู่กับพื้นตายสนิท พวงกุญแจลอยลิ่วมาอยู่ในมือ ดาวยิ้ม...
โจเห็นท่าไม่ดี หันมาบอกนายใหญ่...
“เราถอยก่อนดีกว่าครับท่าน”
“ไม่ถอย.. ฆ่ามันให้ได้..”
นายใหญ่กราดยิงบ้าคลั่ง พวกมือปืนต่างยิงทั้งจักจั่นและไผ่
“นินจา...คุ้มกันนายใหญ่ถอยออกไป” โจร้องสั่ง
นินจา 5 คนเข้ามาล้อมบังกระสุนให้นายใหญ่ วิ่งออกไปทางด้านนอกหน้าหุบเขา แต่แล้ว ร่างของดาว ลงมาขวางหน้าพวกมันไว้ โจเห็นรีบถอยหลบเข้าไปในซอกหิน เอาตัวรอด
“อย่าหวังว่าจะหนีไปได้...”
นายใหญ่หยุดกึก นินจาตั้งแถว กั้นไว้

ทางด้านในจักจั่นกับไผ่ สาดกระสุนจนพวกมันล้มคว่ำไปหมด นอนตายเกลื่อนกลาด

“พี่ดาวล่ะ” จักจั่นร้องถาม
“ตามไอ้นายใหญ่ไปแล้ว..รีบไป”
จักจั่นดีดตัวพุ่งไป ไผ่กราดสายตามองพวกมัน
“ขอให้พวกเอ็งอย่าได้ผุดได้เกิด”
ไผ่ดีดตัวพุ่งตามจักจั่นไป

ดาว ยืนขวางทางพวกนินจา 5 คน กับ นายใหญ่...
“ยังไงวันนี้ต้องขอดูหน้าแกหน่อย ว่าจะจืดหรือเข้มซักแค่ไหน”
พวกนินจาบุกเข้าลุยดาว ดาบในมือของพวกมันฟันรวดเร็ว แต่แล้วร่างของมันก็กระเด็นไปเพราะ ร่างของจักจั่นกับไผ่ก็โดดเข้ามารับมือกับพวกนินจาพวกนินจาถอยไปก้าวหนึ่ง
“ไปเลย..ทางนี้จัดการเอง” จักจั่นบอก
“งั้นขอตัว”
ดาวดีดตัวออกไป นายใหญ่วิ่งไปทางด้านนอก แต่แล้วร่างของดาวเข้ามาขวาง ทันใดนั้นรถจิ๊ปของนายใหญ่วิ่งเข้ามา คนขับจอดพรืดสาดกระสุนเข้าใส่ ดาวไม่หลบ แล้วตวัดปืนยิงมันคว่ำไป นายใหญ่ขยับตัวจะวิ่งไปอีกทางดาวแวบเข้ามาขวางไว้อีก
“จะรีบไปไหน”
ดาวเดินเข้าหา นายใหญ่ถอยช้าๆ แล้วตวัดปืนขึ้นยิงเปรี้ยง ดาวตีลังกาข้ามหัวลงมาทางด้านหลังของนายใหญ่
“ขอดูหน้าขี้ขลาด ของแกหน่อย”
นายใหญ่หันขวับในมือยังถือปืนอยู่
“อย่าคิด...นายไม่เร็วพอ”
ทันใดนั้นนายใหญ่ตวัดปืนจ่อใต้คางตัวเองแล้วยิงเปรี้ยง ร่างทรุดลงนิ่งสนิท ดาวดีดตัวเข้ามายืนตรงหน้า จักจั่น กับ ไผ่มาถึงพอดี
“เกิดอะไรขึ้นพี่ดาว”
“ฆ่าตัวตาย...”
ไผ่งง
“อะไรจะง่ายขนาดนั้น”
ดาวส่ายหน้า
“มันไม่ใช่นายใหญ่หรอก”
“ลองดูหน่อยซิว่ามันเป็นใคร”
จักจั่นทรุดตัวลงนั่งเอื้อมไปที่แถวคอของนายใหญ่ แล้วดึงหน้ากากฤทธิชัยออกมา ทุกคนต้องผงะด้วยความตกใจ เพราะเป็นใบหน้าที่ถูกกระสุนเลือดเต็ม ดูไม่ออกว่าเป็นใครเหลือแต่ดวงตาที่เบิกกว้างทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างเคร่งเครียด
“พวกมันไม่ยอมทิ้งร่องรอยให้เราสาวไปถึงได้เลย”
“เราจะมีทางรู้มั๊ยเนี่ย ว่านายใหญ่ของมันเป็นใคร”
“พี่ไม่สนหรอกว่ามันจะเป็นใคร.. ต่อให้มันมีพันหน้า พี่ก็จะหยุดมันให้ได้”
ดาวสีหน้าเคร่ง...

ที่ค่ายสมาชิกโจร...ลุงเดชบอกดาว...
“เราส่งชาวบ้านกลับกันหมดแล้ว”
“ตาย 5 บาดเจ็บ 10 คนเจ็บส่งไปที่อนามัยเรียบร้อย” แสงบอกรายละเอียด
“แล้วพี่น้องเรา” ดาวถาม
“บาดเจ็บร่วมสิบเหมือนกัน แต่ทุกคนยังพร้อมสู้ แม่สมพรดูอยู่ ถ้าหนักหนาพรุ่งนี้ก็ต้องไปตามหนูจันมาช่วย”
ลุงเดชถอนใจ
“พวกมันตั้งใจวางแผนทำลายนางเสือ ญาติคนตายบางคนโทษนางเสือว่าเป็นต้นเหตุ”
จักจั่นไม่พอใจ
“เชอะ..รู้งี้ปล่อยให้...”
“จักจั่น” ดาวปราม
จักจั่นเงียบสีหน้าหงุดหงิด ไผ่เอามือตบไหล่ปลอบใจ ลุงเดชหันมาถาม
“ทางคุณหนึ่งกับคุณอภิชาติเป็นยังบ้าง”
“เมื่อเช้าได้คุยกัน ไม่มีอะไรคืบหน้า เหมือนกับว่าเรายิ่งค้นหา..ก็ยิ่งหลงทาง”
ดาวถอนใจเสียงสายฟ้าก้องมาเบาๆ
“ขอบใจพี่สายฟ้า”
เสียงสายลมร้องแว่วมาบนท้องฟ้า ดาวเงยหน้ามองท้องฟ้า
“ขอบใจพี่สายลม”

วันใหม่...
อภิชาติเดินไปแล้วเดินมา ฤทธิชัยที่นั่งอยู่ที่โซฟา ขณะที่งิ้วนั่งดูรูปนางงูเก็งกองที่หน้าจอคอม
“ค้นดูแล้ว ไม่มีเรื่องของงูเก็งกองที่เป็นเรื่องเป็นราวนอกจากในหนัง..ซึ่งคล้ายหนังฝรั่งที่มี ผู้หญิงที่มีผมเป็นงูเหมือนกัน เรียกว่า เมสดูซ่า ใครมองตาแล้วจะกลายเป็นหิน...”
อภิชาติออกความเห็น
“แต่ในหนังเรื่องนี้...พระเอกมองตานางงูปั๊บอินเลิฟปุ๊บ...แล้วก็ไม่ได้เป็นหิน..นายปลอดภัยชัวร์”
ฤทธิชัยเหล่
“อ๋อ..เหรอ..เจอคราวหน้าฉันจะแนะนำให้แกรู้จัก”
งิ้วออกความเห็น
“พูดถึงปลอดภัย คุณแน่ใจเหรอว่านายสัตยานั่นจะไม่โผล่มาที่นี่”
อภิชาติยิ้ม
“ยากส์...รุ่นนี้แล้...”
ทันใดนั้นฤทธิชัยหันขวับ
“มีคนมา”
อภิชาติพยักหน้า
“เออว่ะ..ใกล้แล้วด้วย”
“เอ๊ะ..พวกคุณรู้ได้ยังไง...” งิ้วแปลกใจ
“เขาเรียกว่าสัมผัสพิเศษเฉพาะตัว”
ฤทธิชัยใช้พลังกราดสายตา ไปที่เครื่องบอกตำแหน่งที่ติดอยู่ตรงท้ายรถของอภิชาติที่แวบขึ้นมา
“นายพาคุณงิ้วไปที่รถฉัน แล้วเจอกันข้างหน้า”
ฤทธิชัยพรวดออกไป...
“เร่งด่วนเลยครับ”
ทั้งสองต่างพรวดออกไป

ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 5 (ต่อ)

รถตู้คันหนึ่งวิ่งเข้ามาในซอย คนขับอยู่ด้านหน้า มือคอมอยู่คู่กับคนขับ สัตยานั่งด้านหลัง กับมือปืนอีก 3 คน

“ว่าไง” สัตยาถาม
“สัญญาณบอกว่าตำแหน่งอยู่แถวนี้”
สัตยากับพวกต่างพรวดลงมาจากรถ กราดสายตาไปมา มองไปที่คอนโดที่อยู่ตรงหน้า...

ในลานจอดรถใต้ดิน...อภิชาติกับงิ้วมาที่รถของฤทธิชัย ต่างมีเป้สัมภาระคนละใบ
“คุณฤทธิชัยล่ะ”
“ไม่ต้องสนมันหรอกครับ”
อภิชาติพรวดไปเปิดท้ายรถเอาเป้ใส่เข้าไป
“เป้คุณ”
งิ้วโยนเป้ให้อภิชาติใส่เข้าไปท้ายรถ ปิดโครม งิ้วยืนมองกราดไปมา
“เนี่ยหรอ...สัมผัสพิเศษเฉพาะตัว ไม่เห็นมีใครเลย”
“คุณจะรอพวกมันอยู่นี่ก็ตามใจนะคร๊าบ....”
อภิชาติไปที่คนขับ... งิ้วอ้อมมานั่งคู่ด้านหน้ารถ อภิชาติสตาร์ทรถ แต่ไม่ติด
“เฮอะ...ยังกะในหนัง จะหนีทีไรรถไม่เคยติด”
“ใจเย็น..จอดแช่นานไปหน่อย ส่วนมากมักจะใช้รถผม”
เสียงรถครืดๆๆๆ แล้วก็ติด อภิชาติเบิ้ลเครื่อง แต่แล้วสัตยากับมือปืน 5 คนพรวดเข้ามาตรงหน้ารถ ปืนจ้องมา

อภิชาติ กับ งิ้ว ต่างจ้องพวกสัตยากับมือปืนที่ขวางอยู่หน้ารถ
“ดับเครื่อง...ลงจากรถ..เร็ว..ยกมือด้วย” สัตยาสั่ง
“ไงเชื่อสัมผัสพิเศษเฉพาะตัวของผมหรือยัง”
งิ้วเหล่..อภิชาติดับเครื่อง..ทั้งสองต่างเปิดประตูลงมาจากรถยกมือสองข้างตามคำสั่ง...สัตยาคาดไม่ถึง
“นายอภิชาติ!... นายตายไปแล้วนี่”
อภิชาติฉวยโอกาสเอามือปัดปืนแล้วชกเปรี้ยง สัตยาเซไป งิ้วขยับตัวจะลุย แต่พวกมันตวัดปืนมาขวางไว้ ทั้งสองจึงต้องเฉย...
“ฉันเป็นผี...ถอยไปซะไม่ยั้งงั้นฉันจะหักคอพวกแก”
อภิชาติพูดกวนๆ สัตยาเดินกลับแหวกพวกมันเข้ามา ยิ้มเยาะกราดสายตามองงิ้ว
“นายนี่ไวไฟสมคำเล่าลือจริงๆ”
“ช่วยไม่ได้..คนมันหล่อ”
งิ้วฉุน
“นี่..ฉันไม่ได้เป็นกิ๊กนะ”
สัตยานึกได้...
“เดี๋ยว...ในเมื่อแกยังไม่ตาย...ถ้างั้น...”
ทันใดเสียงฤทธิชัยดังขึ้น...
“ถูกต้องเพื่อน ฉันก็ยังอยู่”
ฤทธิชัยกราดปืนที่ สัตยากับพวก...
“ทิ้งปืน....นอนลง..พื้นตรงนี้..เร็วเข้า”
“บ๊าย บาย”
อภิชาติกลับเข้าไปในรถ งิ้วทำตามปิดประตูรถโครม ออกรถไปประมาณ 20 เมตรแล้วจอด...
เครื่องติดประตูหลัง เปิดอ้ารออยู่
“ทุกคนนับหนึ่งถึงสิบ ถ้าใครโงหัวขึ้นมาก่อน เป็นศพ”
แต่แล้วพวกมันคนหนึ่งดีดตัวขึ้นมา เข้าไปหาปืนที่พวกมันทิ้งไว้ เสียงปืนดังเปรี้ยง มันคว่ำไป พวกที่เหลือต่างอึ้ง ไม่กล้าขยับตัว...
“อย่างนี้ต้องนับใหม่..ใครอยากเป็นศพก็ลองดู”
ฤทธิชัยค่อยๆถอยไปที่รถ พวกมันนอนราบกับพื้น สัตยาที่นอนราบ แค้นจัด เมื่อเสียงประตูรถปิดโครมแล้วเสียงเอี๊ยดรถเคลื่อนออกไป สัตยาลุกขึ้นมองเห็นแต่ความว่างเปล่า
“ไอ้พวกบ้า ลุกขึ้นได้แล้ว”
สัตยาดึงโทรศัพท์ขึ้นมา โทรออก แล้วรายงาน...
“ยังไม่ได้ตัวครับ..คนที่เล่นงานท่านเป็นผู้หญิง..ที่สำคัญกว่านั้น ไอ้ฤทธิชัย กับ อภิชาติ ยังไม่ตาย พวกมันเป็นคนมาช่วย”

อภิชาติขับรถออกไปนอกเมือง งิ้วนั่งคู่ทางด้านหน้า ฤทธิชัยนั่งทางด้านหลัง
“พวกมันตามมาได้ยังไง” อภิชาติสงสัย
“เครื่องวิทยุบอกตำแหน่งติดอยู่ที่รถของแก”
“มิน่าพวกมันถึงโผล่ไปที่คอนโดฉันได้อย่างแม่นยำ” งิ้วออกความเห็น
อภิชาติบ่น
“โห..โทษเลยดี้...”
งิ้วยิ้ม
“แล้วไปแล้ว...ขี้เกียจพูด..ว่าแต่รถคันนี้มีอะไรติดมาอีกหรือเปล่า”
“ผมตรวจดูแล้ว ไม่มีแน่นอน” ฤทธิชัยบอก
“แล้วไงต่อ...คุณมีเซฟเฮ้าส์ที่ไหนอีก”
“เฉยไว้..แล้วจะดีเอง”
งิ้วเหล่ ฤทธิชัยยิ้ม...อภิชาติเร่งรถพุ่งไป

รถของฤทธิชัยวิ่งเข้ามาจอดที่บ้านดาว เมื่อทั้งสามคนลงจากรถ ดาวกับจักจั่นออกมารับ จักจั่นเข้ามากอดอภิชาติ ดาวเข้ามากอดฤทธิชัย ประตูหลังเปิด ร่างของงิ้วก้าวลงมา ดาวกับจักจั่นต่างมองข้ามไหล่คู่ของตนมาที่งิ้ว ต่างจ้องเป็นตาเดียว..

ในห้องรับแขก...ดาวกับจักจั่นยิ้มให้งิ้ว
“ยินดีที่ได้รู้จักคุณงิ้วค่ะ”
“จักจั่นด้วย”
งิ้วยิ้มรับ
“ขอโทษที่เป็นภาระนะคะ”
“ยินดีต้อนรับค่ะ”
อภิชาติถอนใจเหนื่อยๆ
“พวกมันตามสุดๆ เลยคิดว่ามาตั้งรับที่นี่ดีกว่า”
ดาวพยักหน้ารับ
“ตอนคุณหนึ่งโทรมาบอกก็นึกไม่ถึงเหมือนกันค่ะ เท่ากับว่าตอนนี้พวกมันรู้แล้ว ว่าคุณหนึ่งกับคุณอภิชาติยังมีชีวิตอยู่”
“เป็นเพราะมาช่วยดิฉัน ต้องขอโทษด้วยค่ะ” งิ้วไม่สบายใจ
“อย่างนี้คุณงิ้วต้องเลี้ยงข้าวพวกเราหนึ่งมื้อ แล้วถือว่าหายกัน” จักจั่นแหย่
“ผมว่าน่าจะสองมื้อ มากกว่า” อภิชาติแย้ง
งิ้วยิ้ม จักจั่นนึกขึ้นได้...
“แล้วเรื่องที่ผู้หญิงที่มีผมเป็นงูล่ะ คุณหนึ่ง”
ทุกคนต่างมองที่ฤทธิชัยที่หน้าเครียดทันที...

ในโกดังเก็บของ...หญิงสาวสวยที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ ผมเป็นทรงหยิกธรรมดา คายามังนั่งสมาธิอยู่ตรงหน้า มือพนมอยู่มี มีดดาบอยู่ในมือ มีควันจางๆออกมาจากดาบแล้วลอยปกคลุมร่างของหญิงสาว ครู่หนึ่งก็จางลง คายามังลืมตาขึ้น ถือมีดดาบขึ้นยิ้มอย่างพอใจ

ที่โรงเลื่อย...โจนั่งอยู่ที่โต๊ะในห้องทำงานของวิวัฒน์ มีแล็บท็อปอยู่ตรงหน้า ที่หน้าจอปรากฏใบหน้ามืดขอนายใหญ่

“ผมพยายามอย่างเต็มที่แล้ว หวังว่าท่านคงให้โอกาส”
“เราต้องยอมรับว่านางเสือมีฝีมือเกินกำลังของท่าน ท่านจะทำยังไงกับโอกาสที่เหลือของท่าน”
“คือว่า..อาจารย์คายามัง คืบหน้าไปมากแล้วครับ ถ้าสำเร็จนางเสือต้องสิ้นชื่ออย่างแน่นอน”
“เงิน และสัมภาระ และนักฆ่า อีกชุดหนึ่งกำลังจะมา อย่าให้พลาดอีก…”
“เรา..เรา..น่าจะหยุดก่อนมั๊ยครับ”
“หยุดไม่ได้...ผมให้คุณทำตาม.. ไม่ได้ให้คิด…”
นายใหญ่ไม่ตอบ คอมดับวูบ....โจนั่งเครียด...

ฤทธิชัยพูดถึงสิ่งที่คิดให้ทุกคนฟัง...
“ที่น่าสงสัยก็คือ ผู้หญิงผมงูคนนี้..ถูกลักพาตัวไปจากโรงพยาบาล...ทำไม..เพราะอะไร...”
ทุกคนต่างนิ่งคิด..เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อภิชาติเห็นเป็นเบอร์กำจร แล้วรับสาย...
“ว่าไงเพื่อน...อืม..ขอบใจเพื่อน...เออน่า..ฉันให้แกสัมภาษณ์ก่อนแน่นอน”
อภิชาติวางสาย แล้วหันมาเล่า...
“ผมให้กำจรตามเรื่องสาววัยรุ่นที่ตาย ฝ่ายพิสูจน์พบว่ามีพิษงูค้างอยู่ในหัวใจจำนวนมาก”
ฤทธิชัยพยักหน้ารับ...
“ชักเริ่มเข้าเค้าเกี่ยวข้องกับงูเข้าไปทุกที”
“ดาวว่าดาวปรึกษาลุงเดชดีกว่า ให้ลุงเดชลองถามอาจารย์ของเราดูว่าเท็จจริงแค่ไหน”
ดาวสรุป ซึ่งทุกคนเห็นด้วย

ที่สถานีอนามัย...ป้าเนียนกับจันจิราดูแลชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ เสียงคนไข้คุยกันดังให้จันจิราได้ยิน
“เพราะนางเสือแท้ๆ พวกเราต้องรับเคราะห์”
“นั่นน่ะซิ..ไม่รู้จักหายไปซะที”
จันจิราเดินไปที่ชาวบ้านสองคนคุยกัน
“เป็นไงบ้างจะลุง ดีขึ้นมั่งหรือยัง”
“ยังปวดอยู่เลยจะ ขอยาแก้ปวดหน่อยก็ดี”
จันจิราพูดเบาๆ
“เหลือแต่ยาที่นางเสือส่งมาให้ ลุงจะกินเหรอ”
“เอ้อ..กินจ้ะ..”
จันจิรายิ้ม
“งั้นเดี๋ยวฉันจะเอามาให้”
จันจิราเดินไปหาป้าเนียน
“ยิ้มอารมณ์ดีอะไรเหรอ”
“มนุษย์เรานี่แปลก ลับหลังก็นินทา..แต่ก็จะเอาของๆเขา”
“พวกเห็นแก่ได้ก็ยังงี้แหละ..ไม่รู้จักสำนึกถึงใครหรอก”
ป้าเนียนส่ายหน้าเอือมๆ

ลุงเดชฟังเรื่องราวต่างๆอย่างแปลกใจ
“นางงูเก็งกองอย่างนั้นเหรอ”
แสงส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ
“ไม่น่าจะเป็นไปได้..มีแต่ในหนังมากกว่ามั๊ง”
“ดาวก็คิดว่าอย่างนั้น..แต่เหตุการณ์ชวนสงสัย แล้วที่คุณหนึ่งเห็น ดาวคิดว่า เป็นการเห็นผ่านสายตาของเหยี่ยวสายลม”
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องลองถามอาจารย์ของพวกเธอดู” ลุงเดชบอก
“ฉันจะให้คนเตรียมตัวไปกับลุงเดช” แสงสรุป
“ไม่ต้องหรอก..ดาวใช้พลังจิตคุยกับอาจารย์ได้”
เมื่อลุงเดชบอกอย่างนั้น ทำให้ดาวนึกขึ้นมาได้
“จริงด้วย..ดาวลืมไปเลย...”


งิ้วนั่งดูหน้าจอแล็บท็อป บนโต๊ะมีเครื่องมือปลายข้างหนึ่งเป็นเหล็กแหลม ติดอยู่กับท่อนแขนของงิ้วใกล้ข้อพับ ปลายข้างหนึ่งเป็นหัว ยูเอสบี เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ อภิชาติเดินเข้ามา เอาน้ำมาวางให้ขวดหนึ่ง
“ขอบคุณ”
“ทำอะไรอยู่ครับ”
“กำลังเชื่อมต่อกับหน่วยของดิฉัน”
ฤทธิชัยกับจักจั่นเดินเข้ามา นั่งลงฝั่งตรงข้ามมองอย่างสนใจ
“เห็นมั๊ยเพื่อน..ฉันบอกแกแล้วแบบในหนังเจมส์บอนด์” อภิชาติบอก
ฤทธิชัยพยักหน้า
“อืม...เหมือนชิฟที่เราเจอฝังอยู่ในตัวของพวกมัน”
“พวกมันถึงมาได้ทันการทุกครั้ง” จักจั่นออกความเห็น
“ยังไงก็แล้วแต่...พวกมันต้องมีฐานรับสัญญาณจากดาวเทียมเป็นศูนย์บัญชาการอยู่ที่ไหนซักแห่ง” ฤทธิชัยบอก
อภิชาติคิดๆ แล้วโพล่งออกมา
“ถ้าเราจับคลื่นสัญญาณได้”
จักจั่นเสริมทันที...
“เราก็สาวไปถึงที่บังคับการของพวกมัน”
“ใช่..เหมือนอย่างวิศวกรคนที่ตายบอกไว้..”
สัญญาณดังตื๊ดๆๆๆ งิ้วรีบกดคีย์บอร์ดแล้วอ่านดูอย่างรวดเร็ว สีหน้าเปลี่ยน
“บ้าที่สุด..”
“เกิดอะไรขึ้น” อภิชาติถาม
“ทางหน่วยสั่งปลดฉันออกจากภารกิจ..”
ทั้งหมดต่างมองหน้ากันอย่างคาดไม่ถึง

ที่ค่ายอาสา...รถเก๋งคันหนึ่งวิ่งเข้ามา ชายค่ายอาสา ออกไปรับหลายคน กระจกหน้าต่างรถเคลื่อนลง...
“มาหาคุณดาวครับ” นพบอก
“จากไหนครับ”
“ผมชื่อ....นพคนของคุณฤทธิชัย”
“รออยู่นี่”
ชายคนนั้นรีบไปรายงานด้านใน

งิ้วเล่ารายละเอียดให้ทุกคนฟัง...
“ทางหน่วยรู้เรื่องที่ดิฉันบุกจู่โจมท่านรองศักดา”
“ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวนอกเหนือภารกิจ” ฤทธิชัยออกความเห็น
งิ้วพยักหน้าถอนใจ อภิชาติรีบบอก
“แต่คุณไม่ต้องกลับก็ได้นี่...”
ฤทธิชัยเห็นด้วย
“อยู่จนกว่าจะรู้ความจริง ว่าใครฆ่าพ่อของคุณ”
“พวกเรายินดีช่วย” จักจั่นบอกอย่างหนักแน่น
งิ้วกราดสายตามองทุกคน..
“แต่..ฉันจะถูกตัดจากหน่วย..เราจะไม่ได้รับข่าวกรองของพวกแบล็คอีวิลเลย...”
เสียงแล็บท็อปดังตื๊ดๆ ว่ามีการติดต่อกลับมา..งิ้วกดคีย์บอร์ดเร็ว...รีบอ่าน...
“เยส...หัวหน้าดิฉันยินดีจะช่วยอย่างลับๆ แต่ถ้าฉันถูกจับทางหน่วยจะไม่รับผิดชอบ จะไม่มีการช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้น..”
“เรื่องจิ๊บจ้อย เราช่วยเอง..”

จักจั่นบอกทันที งิ้วมองสบตาทุกคน..พยักหน้ารับ..ทุกคนต่างยิ้มให้กัน..งิ้วมองทุกคน ทั้งชื่นชมและนับถือ

[ต่อจากตอนที่แล้ว]

ในราวป่าด้านหลังค่ายอาสา...ชายอาสา 3 คนเดิมเดินคุมนพเข้ามาที่ลาน ดาวก้าวเข้ามา

“คุณนพ...”
“ตรวจอาวุธเรียบร้อยแล้วครับ” ชายอาสาบอก
“ขอบใจจ้ะ..ไม่เป็นไรหรอกพวกเรากันเอง”
ชายทั้ง 3 คนเดินออกไป นพจึงบอกรายละเอียด
“ทางหน่วยได้พบตำแหน่งสัญญาณที่ติดต่อเข้ามาทางอินเตอร์บิส...เราคิดว่าคำสั่งการมาจากที่นั่น”
“ตัวการใหญ่”
“คิดว่ายังงั้นครับ...ตำแหน่งอยู่ใกล้ๆกับชายแดนเขมร...”
นพส่งกล่องขนาดแผ่นดีวีดีให้
“แผนที่และรายละเอียดอยู่ในนี้ครับ”
“ดีค่ะ..”
ดาวยิ้มอย่างพอใจ

ดาวกับฤทธิชัยต่างเตรียมตัว อาวุธปืน ใส่เป้อยู่ที่โต๊ะทานข้าว ทุกคนนั่งบ้างยืนบ้างอยู่รอบๆ
“จักจั่นว่ามันก็เป็นตัวปลอมอีก” จักจั่นออกความเห็น
“ทำไงได้..ก็ต้องลุยไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอตัวจริง” ดาวหันไปบอก
“มันน่าจะมีจุดอ่อนให้เราสังเกตได้ซักแห่ง” งิ้วออกความเห็น
“ใช่แล้ว ไอ้โลบายูเว่ ยังมีจุดอ่อนแผ่นเหล็กที่หัวเลยนายชาติ..” ฤทธิชัยนึกขึ้นมาได้
“ได้..ฉันจะรีบติดต่อตำรวจสากลฮ่องกงดู..มันเป็นลูกศิษย์อาจารย์กัน..มันน่าจะรู้”
ดาวยิ้มพอใจ
“เราเริ่มใกล้ตัวมันขึ้นมาบ้างแล้ว..”

ดาวกับฤทธิชัยอยู่บนรถจิ๊ป ทุกคนพากันมายืนส่ง
“ฝากพี่ไผ่คอยระวังพวกมันด้วย” ดาวหันมาบอกไผ่
“พวกเราพร้อมเต็มที่ตลอดเวลา”
อภิชาติบอก...
“ฉันจะรีบส่งข่าวทันทีที่ได้รับคำตอบจากฮ่องกง”
ฤทธิชัยพยักหน้ารับ
“เร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเพื่อน ฉันเชื่อว่างานนี้มันต้องมีตัวปลอม นั่งเป็นตัวสำรองไว้แล้ว..”
จักจั่นหันมายิ้มกับดาว
“ลุยเต็มที่เลยนะพี่ดาว”
ดาวพยักหน้า หันไปบอกงิ้ว
“คุณงิ้ว..ตามสบายนะคะ คิดว่าบ้านดอนเสือเป็นบ้านคุณ”
“ขอบคุณค่ะ...”
ดาวกับฤทธิชัยเคลื่อนรถออกไป ทั้งหมดมองตาม...ทันใดนั้นเสียงสายลมร้องก้อง...ไผ่ จักจั่น อภิชาติ ลอบสบตากัน
“พวกมันกำลังเคลื่อนไหว”
งิ้วแปลกใจ
“อะไรกันคะ..พวกคุณรู้ได้ยังไง”
“เอ้อ...เสียงที่คุณได้ยิน...ร่ำลือว่าเป็นเสียงเหยี่ยวของนางเสือ” อภิชาติเล่า
งิ้วยิ้ม
“อย่าบอกนะคะ..ว่าเหยี่ยวส่งสัญญาณให้นางเสือรู้ว่าพวกมันอยู่ที่ไหน ทำอะไร”
อภิชาติกับจักจั่นต่างยิ้มพยักหน้า...
“คุณงิ้วอยู่ที่นี่ก่อน เราจะรีบกลับมา”
“เดี๋ยว...ฉันไปด้วย... ฉันต้องการจะเห็นกับตา”
“ก็ได้...เราไปลุยกัน...”
จักจั่นบอก ไผ่ยิ้มให้งิ้ว
“ผมขอตัวไปช่วยป้าเนียนกับน้องจัน ที่อนามัยก่อนนะครับ”
“อ้าว..ไม่ไปลุยกับพวกมันด้วยกันเหรอคะ”
“แค่นางเสือกับพวกคุณสามคนก็พอแล้วครับ..”
ไผ่ยิ้มเดินออกไป อภิชาติหันไปบอก...
“เชิญครับ คุณงิ้ว...”

อภิชาติขับรถจิ๊ปอีกคันหนึ่งเข้าไปในราวป่า จักจั่นนั่งคู่ งิ้วนั่งข้างหลัง พลางชวนคุย...
“เคยเจอนางเสือมั๊ยคะ”
“บางที่ก็เจอครับ...แต่ส่วนมากนางเสือจะจัดการกับพวกมันเรียบร้อยแล้ว”
จักจั่นเล่าบ้าง
“บางทีเราโชคดีไปทันเวลาพลอยได้บู๊ไปด้วย”
“ถ้าเจอต้องขอลายเซ็นซะหน่อย”
“ไม่ขอถ่ายรูปด้วยเลยล่ะครับ...” อภิชาติแซว
“ฉันแค่พูดเล่นน่ะค่ะ..ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้..”
จักจั่นกับอภิชาติต่างยิ้ม...รถพุ่งไปในแนวป่า ทันใดนั้นเสียงสายลมร้องก้อง อภิชาติจอดรถพรืด...
“ใกล้ที่หมายแล้ว เราต้องเดินเท้าอ้อมไป”
ทั้งหมดลงจากรถ สายลมร้อง สายฟ้าคำราม
“พวกมันอยู่แถวนี้...”
จักจั่นบอก ทันใดนั้นร่างของไผ่ในชุดนางเสือ เหินผ่านระหว่างต้นไม้ไป งิ้วมองอย่างคาดไม่ถึง
“นางเสือ.... มีจริงๆ”
“เร็วเข้า...ทางนี้...”
อภิชาติบอก จักจั่นและงิ้วรีบตาม...

รถกระบะ วิ่งนำรถบรรทุกขนาดกลาง ไปตามแนวป่า ทันใดนั้นร่างของไผ่ ปรากฏขึ้นขวางทางของมันเสียงสายฟ้าคำรามก้อง รถพวกมันจอดพรืด...
“นางเสือ..ลูกพี่”
“มันมาติดกับจนได้” หัวหน้ายิ้มเยาะ
พวกมันมองไผ่ตาไม่กระพริบ..ต่างขยับปืนเตรียมพร้อม
“ถ้าอยากรอด..ทิ้งรถแล้วไปซะ..ไม่ยังงั้นตายหมด” ไผ่สั่ง
“ฆ่ามัน”
ทันทีที่หัวหน้าประกาศ พวกมันสาดกระสุนเข้าใส่ ไผ่แวบไปอยู่บนกิ่งไม้ต้นหนึ่งแล้วยิงสาดใส่พวกมันพวกมันล้มคว่ำไปสองสามคน ทันใดนั้นรถบรรทุกเปิดท้ายออก พวกมันนับสิบกรูกันออกมาปืนกลครบ มีคนหนึ่งแบกอาร์พีจีอยู่ มันส่องมายังไผ่แล้วยิงเข้าใส่

ลูกอาร์ พี จี พุ่งเข้าใส่ไผ่อย่างจังระเบิดไฟลุกท่วม เสียงดังสนั่นหวั่นไหวตามด้วยปืนกลซ้ำชนิดไม่ให้รอดไปได้

ไฟลุกท่วมห่างไปตรงหน้า เสียงดังสนั่นพร้อมเสียงปืนดังรัวก้อง อภิชาติกับ จักจั่น และ งิ้ว ต่างมองหน้ากัน เสียงสายฟ้าคำรามก้อง เสียงสายลมดังก้อ
“กับดัก”

จักจั่นดีดตัวออกไปอย่างรวดเร็ว อภิชาติดีดตัวออกไป งิ้วรีบพุ่งตัวตาม

ร่างของไผ่นอนมึนอยู่เพราะแรงระเบิด พวกมันกรูกันเข้ามาล้อมไว้

“นางเสือ ไม่เห็นแน่อย่างที่ลือ ดูซิว่ามันตายหรือยัง”
พวกมันค่อยก้าวเข้าไป แต่แล้วเสียงจักจั่นดังขึ้น
“ข้าว่าพวกเอ็งจะตายมากกว่า”
พวกมันหันกลับมาเห็นจักจั่นยืนอยู่คนเดียว
“เอ็งคนเดียว...คิดจะเก็บพวกข้าเป็นสิบ”
พวกมันต่างขยับปืน
“อยู่นี่อีกคนเพื่อน”
พวกมันหันไปเห็นอภิชาติยืนอยู่ในพุ่มไม้ทางด้านขวาของจักจั่น
“นี่ด้วย”
พวกมันหันไปก็เห็นงิ้วอยู่ทางด้านซ้ายของจักจั่น ทุกคนต่างจ้องปืนมายังพวกมัน
“รีบไปให้พ้นหน้าข้า” จักจั่นสั่ง
“ข้าจะเก็บนางเสือ พวกเอ็งเกี่ยวอะไรด้วย”
“เกี่ยวอยู่แล้ว เพราะพวกข้าไม่ชอบพวกเอ็ง”
“งั้นก็ตายกันหมด”
พวกมันตวัดปืนกลับมาสาดใส่ทั้งสามคน แต่จักจั่น กับ อภิชาติ กับ งิ้ว เร็วกว่าสาดกระสุนใส่พวกมันล้มคว่ำไปทีละคนจนหมด เมื่อเสียงปืนสิ้นสุดลงพวกมันนอนเกลื่อน งิ้วตะลึง...
“โห...ลุยมาหลายมิชชั่น...เพิ่งได้ยิงสะใจวันนี้เอง”
“ไม่ต้องห่วง ได้สะใจอีกชัวร์ไอ้พวกเดนตาย พวกนี้ยังมีอีกเยอะ ไม่มีวันหมด”
“ผมว่าพวกมันมีลูกกันเป็นสิบ”
งิ้วยิ้มขำ..แต่ชะงัก...
“เอ๊ะ..นางเสือ..”
งิ้วปราดเข้าไปตรงร่างของไผ่ พลิกตัวขึ้นมา แต่กลับเป็นพวกมันคนหนึ่ง.. ไม่ใช่นางเสือ ทันใดนั้นเสียงสายฟ้าคำราม สายลมก้องบนท้องฟ้า งิ้วลุกขึ้นกราดสายตาไปรอบ…
“นั่นไง...”
จักจั่นบอก ร่างของไผ่ยืนอยู่บนคบไม้...โบกมือมาให้ทั้งสามคน...แล้วดีดตัวเข้าราวป่าไป..
“เดี๋ยว...”
แต่ร่างของไผ่หายไปแล้ว
“โธ่เอ๊ย..เลยไม่ได้คุยกันเลย”
“เรื่องยังไม่จบง่ายๆ คุณได้คุยกับนางเสือแน่..”
งิ้วพยักหน้าแต่รู้สึกเสียดาย.. อภิชาติกับจักจั่นต่างลอบยิ้มให้กัน..

ฤทธิชัยขับรถจิ๊ป เข้าไปในหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้ชายแดน...
“ถึงแล้ว จุดหมายของเรา”
ดาวมองรอบๆ
“ถ้าข่าวกรองของคุณนพไม่ผิด ตัวนายใหญ่ต้องอยู่ที่นี่”
ฤทธิชัยขับเข้าไปจอดหน้าร้านกาแฟร้านหนึ่ง มีพวกมือปืนยืนอยู่สามสี่คนมันเดินเข้ามามอง
“ท่าทางมาไกล”
“หนีตำรวจมา...ไม่ไกลได้ไง..”
ดาวพูดกวนๆ แล้วลงจากรถไปกับฤทธิชัย เดินเข้ามานั่งในร้านกาแฟ หัวหน้ามือปืนหันไปสั่งลูกน้อง...
“พวกเอ็งคอยดูรถพวกมัน”
หัวหน้าเดินตามไปที่ร้าน ที่เหลือเดินตรวจรอบรถจิ๊ปฤทธิชัยกับดาวนั่งลงที่โต๊ะ มันยืนรายล้อม
“กาแฟมั๊ยเพื่อน” ฤทธิชัยถาม
“หรือว่าเหล้า” ดาวถามบ้าง
หัวหน้ามองหน้าเฉย...แต่ดึงเก้าอี้มานั่งร่วมโต๊ะ จ้องทั้งสองตาไม่กระพริบ ขณะเดียวกัน เด็กชายคนหนึ่งประมาณ 8 ขวบ วิ่งมาตามถนนแล้วเข้ามาในร้านกาแฟ

หัวหน้าจ้องหน้าดาวกับฤทธิชัยนิ่งอยู่ ตรงหน้าดาวกับฤทธิชัยมีกาแฟเย็นตั้งอยู่แล้ว เครื่องดื่มของหัวหน้ายังไม่มี...
“พ่อ..แม่ให้มาตาม” เด็กตรงเข้ามาบอกหัวหน้า
“เออ..ไปบอกแม่ เดี๋ยวพ่อกลับ”
ฤทธิชัยกับดาวต่างสบตากัน เด็กหันมามองดาวกับฤทธิชัย
“หวัดดีรูปหล่อ เอ้านี่ น้าให้”
ดาวล้วงกระเป๋าดึงเงินออกมาส่งให้
“เอาไปให้แม่ซิจ๊ะ”
หัวหน้าพยักหน้า เด็กรับเงินแล้ววิ่งออกไป หัวหน้าจ้องหน้าดาวเขม็งแล้วยกมือขึ้น คนเสิร์ฟเดินเข้ามาพร้อมเหล้าเป๊กนึงวางตรงหน้า
ทั้งสามยังจ้องตาดูเชิงกันอยู่ ในที่สุดดาวยกแก้วกาแฟขึ้นตรงหน้า หัวหน้ามองอึดใจ มันก็ยกแก้วเหล้าขึ้นตรงหน้า ฤทธิชัยยกแก้วกาแฟของตนขึ้น ทั้งสามก็ดื่ม หัวหน้ากระดกพรวดเหล้าหมด แล้วถาม...
“พวกเอ็งมีแผนยังไง”
“ว่าจะข้ามไปเขมรเลยให้รู้แล้วรู้รอด” ฤทธิชัยว่า
“ไม่ลองอยู่ที่นี่ดูก่อนเหรอ มีบ้านว่างให้เช่าอยู่ด้านโน้น...”
ดาวทำทีเป็นเครียด
“กลัวจะไม่มีอะไรให้ทำน่ะซิ”
“เดี๋ยวข้าดูให้...นายใหญ่ที่นี่เงินหนา...”
“ต้องทำอะไรมั่ง”
“ก็แค่เฝ้าหมู่บ้าน คอยระวังพวกตำรวจ งานง่ายๆ ที่นี่อยู่ลึก ไม่มีตำรวจมาหรอก”
“แน่นา..ฉันไม่อยากถูกจับ” ดาวแกล้งลังเล
“ข้ารับรอง”
ดาวกับฤทธิชัยต่างมองหน้ากันอย่างพอใจ ที่แผนสำเร็จ...

ฤทธิชัยกับดาวเดินเข้ามาในบ้านพัก ต่างโยนสัมภาระลง กราดสายตาไปรอบๆ เห็นบ้านจัดน่าอยู่สะอาดดี ฤทธิชัยยิ้มเดินเข้ามาใกล้ แล้วกอดดาวไว้
“ไหนๆมาแล้ว ถือว่าฮันนีมูนก็แล้วกันนะจ๊ะ”
“ใจเย็นๆก่อนซิคะ..มีคนมาค่ะ...”
ฤทธิชัยนิ่งไปอย่างจับสัญญาณ
“จริงของคุณ”
ฤทธิชัยปล่อยดาวออก เสียงเคาะประตู หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา พร้อมกับเด็กชายลูกหัวหน้า ในมือถือปิ่นโตมาชุดหนึ่ง
“พี่เขาให้เอาข้าวมาเผื่อ จ้ะ”
“เอ้อ...อย่าลำบากเลยจ้ะ...”
“พี่ใจดี...พ่อสั่งให้เอาข้าวมาฝาก”
“ขอบใจนะจ๊ะ..”
หญิงเดินเข้าเอาปิ่นโตมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วหันไปบอกลูก
“ไปลูกหิน”
หญิงกับลูกหินเดินออกไป ดาวถอนใจ
“ดูเหมือนจะไม่เลวอย่างที่คิดนะคะ”
ฤทธิชัยจับไหล่ดาวสองข้างอ่อนโยน
“เรามาจับตัวนายใหญ่ ใครขวางเราต้องป้องกันตัวเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้”
“ดาวเข้าใจค่ะ สงสารแต่เด็กเท่านั้น...”

ดาวทอดถอนใจ

ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 5 (ต่อ)

ที่อนามัย...ป้าเนียนกับ จันจิราเดินตรวจพวกชาวบ้านที่บาดเจ็บ อยู่รวมกันในห้องหนึ่ง ไผ่เดินเข้ามา หน้าตามอมแมม

“พี่ไผ่...เป็นอะไรเหรอมอมเชียว”
“นั่นน่ะซิ” ป้าเนียนมองอย่างแปลกใจ
“พวกมันวางกับดักเก็บนางเสือ พี่เจอเข้าเต็มๆ”
“ตายจริง..” ป้าเนียนร้อง
“ยังหรอกป้า...แค่..ปวดเมื่อยนิดหน่อย..”
“เฮ้อ..นับวันพวกมันยิ่งอันตรายขึ้นทุกที”
ด้านนอกมีเสียงผู้ชายดังขึ้น...
“เชิญทางนี้ครับคุณวิวัฒน์”
วิวัฒน์เดินเข้ามาในห้อง มีผู้ใหญ่บ้าน เดินนำเข้ามา มีมือปืนตามมาสองคน ไผ่กราดสายตามอง วิวัฒน์กับพวกมือปืน ป้าเนียนก้าวเข้าไปถาม
“เดี๋ยวค่ะ มีธุระอะไรกันนี่”
“คุณวิวัฒน์จะมาเยี่ยมชาวบ้านที่บาดเจ็บจากฝีมือของนางเสือ” ผู้ใหญ่บ้านบอก
“พวกนี้ถูกคนร้ายจับไป นางเสือไปช่วยมาไม่ใช่เหรอ” ป้าเนียนแย้ง
“ใช่..แต่ถ้านางเสือไม่ก่อกวน พวกมันก็คงไม่มาเล่นงานพวกชาวบ้านหรอก” วิวัฒน์ใส่ร้ายนางเสือทันที
เสียงพวกชาวบ้านที่บาดเจ็บต่างเห็นด้วยกันเกือบหมดไผ่ จันจิรา ป้าเนียน ได้แต่มองหน้ากัน.. พยายามข่มใจ
“ใครเดือดร้อนเรื่องเงิน เอาบัตรเครดิตที่แจก ไปเบิกเงินได้เลย” วิวัฒน์บอกชาวบ้าน
เสียงชาวบ้านต่างงึมงำกันด้วยความดีใจ..แต่แล้วเกื้อ ซึ่งเป็นชาวบ้านเดินเข้ามา
“อย่าไปเชื่อมัน..ข้าไปเบิกเงินมันหักบัตรข้าทิ้ง แล้วยึดที่นาของข้าไป”
ชาวบ้านต่างงึมงำ วิวัฒน์มองหน้าเกื้อสายตากร้าว ลูกน้องมันเข้ามากระชากคอเกื้อออกไป จันจิราขยับตัว
แต่ไผ่เอามือขวางไว้ วิวัฒน์ยิ้มแล้วเดินตามพวกมันออกไป
“ไผ่..ไม่ออกไปช่วยหน่อยเหรอลูก” ป้าเนียมกังวล
“อยากหลงเชื่อพวกมันกันนัก..ปล่อยให้เจอเองซะมั่ง..จะได้รู้สำนึก” ไผ่พูดเบาๆ

มือปืนของวิวัฒน์ กระชากเกื้อออกมาจากสถานีอนามัย เกื้อตะโกน...
“ไอ้พวกนี้มันหลอกให้ใช้เงินระวังให้ดี”
มือปืนตบเปรี้ยง เกื้อเซ ชาวบ้านเริ่มเข้ามามอง
“เฮ้ย..ระวังหน่อย เดี๋ยวชาวบ้านแตกตื่นเอาไปที่โรงเลื่อย”
วิวัฒน์ยิ้มเยือกเย็น


ที่โรงเลื่อย...ร่างของเกื้อกลิ้งไปกับลาน ในโรงเลื่อย
“นายเอ็งบอกว่าถ้าใครเดินขบวนต้านนางเสือก็จะได้บัตรเครดิตเบิกเงินได้เป็นแสนๆ”
พวกมือปืน 2-3 คนที่ยืนอยู่ต่างหัวเราะ
“ไอ้พวกโง่ ใครจะบ้าให้เงินพวกเอ็งขนาดนั้น”
“ข้าจะบอกชาวบ้านว่าพวกเอ็งหลอกลวง”
มือปืนหยุดหัวเราะ สีหน้าโกรธดุดัน แล้วเดินเข้าไปกระทืบอย่างไม่ปราณี

จักจั่น อภิชาติ งิ้ว ต่างเดินเข้ามาในบ้าน
“เฮ้อ..วันนี้พวกมันตาย พรุ่งนี้พวกมันก็มาอีก” อภิชาติบ่น
“บ้านเราก็มีแค่นี้ล่ะ ดูพวกขนยาบ้าซิ จับวันนี้พรุ่งนี้มาอีก ไล่จับไล่ยิงกันเหมือนเดิม ซ้ำๆซากๆ เมืองนอกน่าจะมีหลายคดี หลายเรื่อง ให้ลุยมากกว่า ใช่มั๊ยคุณงิ้ว” จักจั่นหันไปถาม
“ก็ซ้ำซากเหมือนกันนั่นแหละ ต่างกันที่ถ้าใครผิดก็จับได้ ทั้งหมดไม่มีเว้น ทหาร ตำรวจ ส.ส. ยันประธานาธิบดี”
“ฟังแล้วมือไม้สั่นนิ้วเริ่มอยากกระดิกไกแล้วซิ”
งิ้วยิ้มเดินไปที่โต๊ะกินข้าว เปิดคอมพิวเตอร์กดดู..
“มีรายงายใหม่”
งิ้วกดคีย์บอร์ดไปมา แล้วจ้องที่หน้าจอ...
“ไม่น่าเชื่อ”
“อะไรครับ”
“รูปถ่ายคุณพ่อเดินเข้าบริษัทอินเตอร์บิส”
อภิชาติกับจักจั่กถึงกับแปลกใจ
“ท่านณุพันธ์น่ะเหรอ”
งิ้วปิดคอมลุกขึ้น..
“ดิฉันต้องเข้ากรุงเทพ”
“ใจเย็นๆก่อน... อย่าลืมนะว่าท่านณุพันธ์ เอ้อ เสียชีวิตชีวิตแล้วอาจเป็นกับดัก”
“ดิฉันไม่มีทางเลือก..คุณพ่อทั้งคนยังไงฉันก็ต้องพิสูจน์ความจริงให้ได้”
อภิชาติรีบบอก
“งั้นเราจะไปกับคุณ”
“แต่ว่านี่เป็นเรื่องส่วนตัว..แล้วก็อาจจะเป็นกับดักอย่างที่คุณคิด”
“ในเมื่อคุณณุพันธ์เกี่ยวข้องกับอินเตอร์บิส ก็เท่ากับเกี่ยวข้องกับพวกมัน”
“เท่ากับเกี่ยวข้องกับเราโดยตรง”
จักจั่นกับอภิชาติต่างตีหน้าตาย..งิ้วอดยิ้มไม่ได้..
“ขอบคุณ..”

ที่บ้านเช่า...ดาวกับฤทธิชัยนั่งหันหน้าเข้าหากัน อย่างนั่งสมาธิ
“ตั้งสมาธิ ทำใจให้สงบ แล้วคิดว่าตัวเองเป็นอากาศว่างเปล่า”
“โอเคครับ...”
ฤทธิชัยหลับตา ดาวจ้องนิ่ง ครู่หนึ่งร่างของฤทธิชัยก็ค่อยๆจางลง...จางลง...ดาวยิ้มอย่างตื่นเต้น..ในที่สุดร่างก็หายไป..
“ดีมากค่ะ..ดีมาก..ดาวเห็นคุณหนึ่งหายไปแล้วค่ะ”
“แล้วทำยังไงครับ ผมถึงจะคืนสภาพเหมือนเดิม”
“ง่ายนิดเดียวค่ะ ก็แค่ออกจากสมาธิเท่านั้นเอง”
อึดใจก็ค่อยๆเห็นร่างของฤทธิชัยค่อยๆปรากฏ จนชัดเหมือนเดิม
“คุณหนึ่งสมาธิดีมากเลยค่ะ...จักจั่นเคยลองทำ หายไปแค่ครึ่งเดียว...”
ทั้งสองต่างยิ้มขำ
“แล้วเวลาผมหายตัว คุณดาวเห็นผมหรือเปล่า”
“เห็นค่ะ”
“ในลองอีกครั้ง..คราวนี้คุณดาวด้วย”
ทั้งสองยื่นมือข้างขวามาแตะกัน ต่างหลับตาสมาธิ อึดใจร่างของทั้งสองก็ค่อยๆจางหายไป...
“อุ๊ยคุณหนึ่ง..”
ทันใดนั้นร่างทั้งสองก็ปรากฏ แต่ตอนนี้ ฤทธิชัยนอนกอดดาวอยู่ที่พื้นห้อง ใบหน้าทั้งสองอยู่ห่างกันแค่นิ้วเดียว
“คุณหนึ่งขี้โกง”
“นึกไม่ถึงว่าผมจะเห็นคุณ”
“ก็คุณหนึ่งมีพลังแล้วนี่คะ..”
“อ๋อเหรอ...ถ้างั้น...”

ฤทธิชัยก้มลงจูบ..ดาวนิ่งงันไป อึดใจร่างของทั้งสองคนก็ค่อยๆ จางหายไป

ศักดานั่งทำงานอยู่ สัตยาก้าวเข้ามา ทำความเคารพ แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตรงหน้า

“ฤทธิชัย กับ อภิชาติ รอดมาได้ยังไงผมไม่รู้ ไหนจะผู้หญิงอีก”
“นายโจทำงานพลาด... นายใหญ่ลงโทษไปแล้ว ที่คุณเห็นคือนายโจตัวใหม่..”
สัตยาถอนใจ
“มีแต่ตัวปลอมทั้งนั้น.. เกิดไม่ได้เงินขึ้นมา ไม่รู้จะไปตามใครที่ไหน หรือท่านคิดยังไง”
“ถ้าไม่ได้เงิน..ผมจะยกเลิกสัมปทานของพวกมันทั้งหมด..รัฐธรรมนูญยังแก้กันได้..ทำไมจะแก้สัญญาของพวกมันไม่ได้”
สัตยายิ้มออก..เสียงโทรศัพท์ท่านรองดังขึ้น....ศักดารับสาย
“ครับท่าน...ครับท่าน...”
เมื่อวางสายแล้วจึงหันมาถาม....
“นายใหญ่อยากรู้ว่าผู้หญิงที่เล่นงานผมเป็นใคร..รู้เรื่ององค์กรของเราแค่ไหน...อ้อ..ท่านบอกว่าท่านโอนเงินเข้าบัญชีของคุณที่สวิส แล้วนะ..ตรวจดูด้วย”
สัตยายิ้มยืนขึ้น
“ดี..เงินถึง...งานก็เดิน...ถามจริง ท่านเคยเห็นหน้านายใหญ่หรือเปล่า..”
ศักดาส่ายหน้า
“เห็นเหมือนกับคุณเห็น..ตอนที่ปลอมเป็นท่านรองก้องเกียรติ..หรืออาจจะเป็นคุณตอนนี้ก็ได้..”
สัตยายิ้มยักไหล่แล้วเดินออกไปจากห้อง ศักดามองตามสายตาเยือกเย็น...

หัวหน้ามาเคาะห้องเช้า ครู่หนึ่งฤทธิชัยเปิดประตูห้องออกมา...
“นายใหญ่จะมาถึงตอนเย็น ข้าจะพาเอ็งไปแนะนำตัว เผื่อจะได้มีงาน” หัวหน้าบอก
“ขอบใจ”
ฤทธิชัยปิดประตู หัวหน้าเดินออกไป พบแก้วกับกลุ่มลูกน้อง
“ฉันว่า..พวกมันไม่น่าไว้ใจ”
“ไอ้แก้ว..เอ็งอย่ายุ่ง...ข้ารับผิดชอบได้”
หัวหน้าเดินผ่านไป ลูกน้องเดินตามกันไป แก้วหันมามองที่พักของฤทธิชัย แล้วหันเดินตามออกไป ฤทธิชัย กับ ดาว ยืนมองพวกมันอยู่ตรงรอยแง้ม ของประตู
“ไอ้คนชื่อแก้ว อาจจะก่อเรื่อง”
ดาวพยักหน้ารับ...

บ่ายวันนั้น....หัวหน้าขับรถจิ๊ปมาจอดที่หน้าบ้านเช่า แล้วบีบแตรเสียงดังสนั่น ฤทธิชัยกับดาวยืนอยู่ด้านใน
“คุณไปคนเดียวดีกว่า ..เผื่อมีอะไรผิดพลาดนางเสือยังพอช่วยได้ทันการ”
ฤทธิชัยยิ้มรับ
“ได้..ผมจะลากคอนายใหญ่มาฝากไม่ว่าจริงหรือปลอม”
“ดีค่ะ..”
ทั้งสองต่างยิ้มแล้วจุ๊บกัน..เสียงแตรดังอีก...ฤทธิชัยยิ้มแล้วเดินออกไป ดาวกระชากปืนขึ้นมาตรวจความเรียบร้อย แล้วตวัดปืนเก็บแล้วตวัดหน้ากากนางเสือขึ้นมาใส่

หัวหน้าขับรถจิ๊ปวิ่งไปตามเส้นทางในป่า ฤทธิชัยสงสัย...
“ไหนพี่บอกว่านายใหญ่จะมาตอนเย็น”
“ตอนบ่ายแล้วไง”
“ไม่มีอะไร..เรื่องงานฉันพร้อมอยู่แล้ว”
“เมียเองไม่สบายเป็นอะไร”
“ท้องเสียนิดหน่อย อีกอย่างฉันก็ไม่ อยากให้เมียต้องมายุ่ง ฉันทำงานเลี้ยงเมียได้”
หัวหน้าพยักหน้า รถวิ่งจนมาถึงเส้นทางหนึ่งมีด่านมือปืน ยืนอยู่ 3-4 คน
“มาหานายใหญ่” หัวหน้าบอก
มือปืนพยักหน้า ฤทธิชัยกราดสายตารอบอย่างรวดเร็ว รถเคลื่อนผ่านด่านไปเรื่อยๆ
“พ้นโค้งหน้าไปก็ถึงแล้ว”
ทันใดนั้น ฤทธิชัยกระชากปืนออกมา จ่อที่หัวหน้า
“จอดรถ...”
หัวหน้าจอดรถพรืด
“เอ็งคิดจะทำอะไร”
“เอ็งมีชื่อมั๊ย”
“เด่น”
“ไอ้เด่น..เอ็งรีบพาลูกเมียข้ามไปเขมรซะ ข้ามาเก็บนายใหญ่ของเอง เอ็งเป็นคนพาข้ามาถึงนี่ ถือว่าทำงานพลาด ยังไงพวกมันก็ไม่ปล่อยเอ็งหรอก”
เด่นในที่สุดพยักหน้ารับ ฤทธิชัยควักเงินให้ปึกหนึ่ง
“กลับตัวซะ คราวหน้าข้าเห็นเอ็งอีก เอ็งจบแน่”
“ผ่านป่าตรงนี้ไปเอ็งจะเห็นโรงเก็บของ นายใหญ่ใช้เป็นฐานสั่งการอยู่ข้างใน”
เด่นบอก ฤทธิชัยลงจากรถ เด่นถอยรถออกไป ฤทธิชัยมองตามแล้วดีดตัวพุ่งไปทันที เมื่อถึงหน้าโรงเก็บของขนาดใหญ่ ฤทธิชัยค่อยๆซุ่มตัวเข้ามา เห็นพวกมันอยู่ตรงลานด้านหน้า ข้างๆกระท่อมมีเสาเหล็กสูงติดตั้งจานดาวเทียมอยู่หนึ่งจาน รอบๆมีพวกมือปืนนับสิบยืนอยู่ ฤทธิชัยกราดตามองรอบๆแล้วเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้...
หน้าประตูเข้าโรงเก็บของ...มือปืนยืนระวังอยู่ตรงหน้าโรงเก็บของ มันเดินสวนกันกราดสายตาไปมา แต่แล้วคนหนึ่งเซ ไปกระแทกอีกคนหนึ่ง
“เฮ้ยอะไรวะ”
มันยันไอ้นั่นถอยห่างออกไป
“โทษทีเพื่อน ไม่รู้ใครมาชนอั๊วะ”
“อัดยามาน่ะซิ”

มือปืนที่เซเกาหัวแล้วเดินออกไป พวกมันต่างขำกัน โดยไม่รู้ว่าฤทธิชัยพรางตัวเข้าไปแล้ว

ร่างของฤทธิชัยค่อยๆปรากฏจางๆขึ้นตรงประตู แล้วชัดขึ้น เขากราดสายตา ไปรอบๆ ในโรงเก็บของ มีโต๊ะขนาดกลางตัวหนึ่งตั้งอยู่ มีอุปกรณ์การสื่อสารและ คอมพิวเตอร์จอแบน ตั้งอยู่แต่ว่างเปล่าไม่มีใคร
 
ฤทธิชัยค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าไปปืนในมือกระชับยกขึ้นกราดไปมาเตรียมพร้อม
“สวัสดีคุณฤทธิชัย”
ฤทธิชัยหันกลับไป เห็นโจยืนอยู่ มีนินจาห้าคนยืนอยู่ด้านหลัง
“มีคนบอกว่าคุณจะมา...ยินดีที่ได้รู้จัก”
ฤทธิชัยยิ้ม
“เราเคยพบกันแล้ว นอกจากว่าคุณจะไม่ใช่นายโจคนเดิม”
“นายโจคนเดิมทำงานพลาด ผมมาแทน”
“ในไม่ช้าก็ต้องมีคนมาแทนคุณอีก”
“เราทุกคนต่างมีตัวแทน...ป่านนี้คุณยังไม่รู้ว่านายใหญ่ของเราเป็นใคร..หน้าตาเป็นยังไง....คุณมีแต่แพ้กับแพ้”
“นายใหญ่คุณหน้าตาเป็นยังไงผมไม่สน.. สนแค่จะส่งทุกคนไปนรกเท่านั้น..มาเท่าไหร่ หมดเท่านั้น”
โจยิ้มหุบ มันโบกมือ นินจาทั้งห้า ดีดตัวเข้ามาล้อมไว้ ฤทธิชัยกราดสายตา ปืนในมือกราดไปมาเตรียมพร้อม
พวกนินจาแปลขบวนเป็นครึ่งวงกลมตรงหน้าฤทธิชัย ตวัดดาบจากเอวด้วยมือซ้าย มือขวาตวัดปืนขึ้นมา ต่างจ้องมาที่ฤทธิชัยเป็นจุดเดียว ทันใดฤทธิชัย ยิงเปรี้ยงใส่พวกมัน คนหนึ่งมันแวบหายไปแล้วกลับมาที่เดิม ฤทธิชัยคาดไม่ถึง
“ฝีมือแบบนี้ค่อยสมน้ำสมเนื้อกันหน่อย ว่ามั๊ยคุณฤทธิชัย” โจยิ้มเยาะ
“ก็ต้องคอยดูกันต่อไป”
ฤทธิชัยเหนี่ยวไกยิงพวกมัน พวกมันแวบไปแวบมาพร้อมเหนี่ยวไกใส่ฤทธิชัย ต่างฝ่ายต่างแวบไปแวบมา ต่างสาดกระสุนใส่กัน ปลอกกระสุนร่วงกราวกับพื้นเกลื่อนกลาด ในที่สุดเสียงปืนก็เงียบ
ร่างของทุกคนปรากฏ มีร่างของนินจาเหลือเพียง 4 คน คนหนึ่งนอนฟุบอยู่กับพื้น...
“อุ๊บ..โทษที โดนไปหนึ่ง”
ฤทธิชัยกวนๆ โจหน้าเริ่มเสีย พวกมันต่างเก็บปืนแล้วใช้ดาบแทน
“ได้เลย”
ฤทธิชัยตวัดปืนไปทางด้านหลัง ตวัดกลับมาอีกครั้ง เป็นมือเปล่าสองมือ เตรียมพร้อม ฤทธิชัยยิ้มแต่แล้วร่างก็ค่อยจางหายไป พวกมันดีดตัวเข้ามาฟันฉับ อย่างรวดเร็ว แต่มีแต่ความว่างเปล่า ทันใดนั้นประตูทางเข้าเปิดออกโครม
“ตามมันไป”
พวกนินจาดีดตัวตามออกไปที่ประตูทางออก...

ร่างของฤทธิชัยปรากฏในลานป่า ร่างของนินจาทั้ง 4 ร่อนตามลงมา ทันใดนั้นมันคนหนึ่งโดดขึ้นกลางอากาศแต่แวบหายไป ฤทธิชัยหมุนตัวกลับหลังหันไปมือสองข้างประกบรับดาบของมันที่แวบโผล่มาฟันไว้ได้พอดี...
“แบบนี้ค่อยหายง่วงหน่อย”
ฤทธิชัยบิดดาบไปทางซ้ายแล้วเท้ายันโครม..ร่างของมันลอยไปกลิ้งกับพื้น แล้วดีดตัวขึ้น มองที่มือของมัน แล้วหันไปมองที่ฤทธิชัย ดาบของมันอยู่ที่ฤทธิชัยแล้ว...
“ยืมก่อน”
ทันใดนั้นพวกมันต่างบุกเข้ามาฟัน ต่างฟันแล้วแวบหายไปโผล่มาดาบกระทบกัน

รถจิ๊ปของโจวิ่งตะบึงในราวป่าหนีห่างจาก โรงเก็บของ ภายในรถมีคนขับ โจ และมือปืนอีกสอง
ทันใดนั้นเสียงสายฟ้าคำรามก้อง โจกราดตามองไปมา
“เร็วเข้า..รีบออกไปจากที่นี่”
รถจิ๊ปวิ่งตะบึงไป เสียงสายลมร้องก้อง ทันใดนั้น ร่างของดาวร่อนลงมายืนอยู่บนเส้นทาง โจคาดไม่ถึง
“นางเสือ..”
รถจิ๊ปเบรคพรวด ตรงหน้าคือร่างของดาวขวางอยู่ห่างออกไป 20 เมตร พวกมือปืนต่างกระชับปืนจ้องไปที่ดาว
“ข้าไม่รู้เรื่อง..ข้ารับคำสั่งอย่างเดียว” โจร้องบอก
“ฉันไม่ได้มาถาม..หรือมาจับตัวแก”
“แกต้องการอะไร..”
“ฝากไปบอกนายใหญ่ของแกด้วย...ต่อไปนี้..ถ้าส่งตัวปลอมมา...ฉันก็จะบรรจุกล่องส่งกลับไปให้”
“ได้..แล้วเจอกัน..”
“เดี๋ยวอย่าเพิ่ง...”
ทันใดนั้นนางเสือพุ่งตัวเข้าหาโจเป็นเงาจางๆพุ่งลอยเข้ามาแล้วถอยกลับไปยืนที่เดิม...โจเอามือปิดที่แก้มซ้ายของมันมันกัดฟันข่มความเจ็บปวด มันขยับมือมาตรงหน้ามองดูเห็นมีเลือดติดอยู่ที่ฝ่ามือ ปรากฏว่าที่แก้มซ้ายของมันมีรอยมีดบาดเป็นทาง..ประมาณ 2 นิ้วกว่าๆ
“ขอทำเครื่องหมายหน่อย คราวหน้าเจอกันอีก ฉันจะได้รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน”
“แกคิดว่าเครื่องหมายแค่นี้จะปลอมไม่ได้เหรอ”
นางเสือยิ้มจ้องที่รอยมีดบาด เห็นรอยมีดเป็นแสงเรืองขึ้นมา
“รับรองว่ารอยของฉันแกปลอมไม่ได้”
นางเสือยิ้มแล้วพุ่งตัวขึ้นพ้นไป โจเงยหน้ามองตามนางเสือหายไปแล้วไม่เห็นแม้กระทั่งเงา โจแค้นๆ ไม่รู้ว่ารอยแผลที่แก้มซ้ายนั้นเรืองแสงได้

ในราวป่าใกล้ชายแดนเขมร...รถจิ๊ปของเด่นกับลูกเมีย วิ่งคดเคี้ยวไปตามแนวป่า ทันใดนั้น รถของพวกมันวิ่งมาขวางหน้า เด่นเบรกพรืด
เด่นและเมียโดดลงจากรถพร้อมอุ้มลูกหินลงมาแอบข้างรถ เด่นตวัดปืนเตรียมพร้อมอยู่ในมือ
“พี่เด่น..ฉันบอกแล้วว่ามันน่าสงสัย พี่ก็ยังพามันไปหานายใหญ่...เสียใจด้วย นายใหญ่สั่งให้เก็บพี่”
แก้วโบกมือ พวกมันสาดกระสุนเข้าใส่ รถของเด่นกระสุนปลิวว่อน เด่นกับลูกเมียหลบแนบกับรถจิ๊ป กระสุนเฉี่ยวไปมาอย่างหน้าหวาดเสียว


ในราวป่า...ฤทธิชัยสู้กับพวกนินจาอย่างดุเดือด พวกมันสี่คนล้อมเข้าฟัน พวกมันถูกดาบของฤทธิชัยล้มไปหนึ่ง แต่ตามร่างกายของฤทธิชัยก็มีรอยบาดแผลหลายแห่งเลือดใหลซึม
พวกมันยังเหลืออีก สาม คน ต่างล้อมเข้ามาอีก ฤทธิชัยตั้งท่ารับ พวกมันคนหนึ่งแวบเข้ามาฟันฤทธิชัยยกดาบรับเสียงดังสนั่น ทันใดนั้นคนที่สองฉวยโอกาสแวบเข้ามาทางด้านหลังฟันเต็มเหนี่ยว เสียงดังแคร๊ง ปรากฏร่างของดาวแวบมาในมือมีมีดสั้นรับได้ทันท่วงที มันคาดไม่ถึงทำให้ดาวใช้พลังฝ่ามือกระแทกมันกระเด็นออกไปฟุบแน่นิ่งอยู่กับพื้น..
คนที่เหลือขว้างระเบิดควันเข้ามาควันขโมง พอควันจางพวกมันสองคนก็หายไปแล้วฤทธิชัยโยนดาบของมันทิ้งไป ดาวตวัดมือไปข้างหลังเก็บมีดของตน
“นินจาชุดใหม่ฝีมือร้ายกาจกว่าเก่าหลายเท่า” ฤทธิชัยบอก
“วิชาเคลื่อนตัวของมันเกือบเทียบเท่าของเรา แค่ช้ากว่านิดเดียวเท่านั้น...”
ดาวเข้ามาใกล้ตรวจบาดแผลตามตัวของฤทธิชัย แล้วยกแขนขึ้นมาดูแผลที่ท่อนแขน เสื้อขาดเห็นแผลบนผิวหนังเป็นรอยดาบฟันมีเลือดซิบๆเป็นเส้นประมาณคืบ
“ดีที่พวกมันไม่ได้พรคงกะพันเหมือนเรา”
แผลที่ท่อนแขนค่อยๆหายเป็นปกติเหมือนเดิม..
“ดีที่คุณมาทัน”
“คุณหนึ่งแค่ยังไม่ชินกับพลังที่ได้รับ ยังใช้ออกได้ไม่เต็มที่..คราวหน้ามันเสร็จคุณหนึ่งแน่”
ทั้งสองต่างยิ้มให้กัน ทันใดนั้นเสียงสายฟ้าคำรามก้อง ทั้งสองต่างมองหน้ากัน...
“นายเด่น”
ฤทธิชัยกังวลทันที...

ร่างของดาวกับฤทธิชัยร่อนลงมาในลานป่า เห็นรถจิ๊ปของเด่น เอียงอยู่ข้างทาง ทั้งสองรีบดีดตัวเข้าไปที่รถจิ๊ปแต่แล้วก็ถึงกับคาดไม่ถึง เด่น กอดร่างเมีย และ ลูกหิน อยู่ด้านบน พยายามที่จะกันกระสุนที่วิ่งเข้าหา แต่กระสุนผ่านร่างของเด่นไปถูกสองคน...ร่างของทั้งสามนิ่งสนิท
“ไอ้พวกหนักแผ่นดิน”
“ดาวจัดการพวกมันเอง”
ดาวดีดตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ฤทธิชัยได้แต่มองร่างทั้งสามที่สิ้นใจแล้วพลางถอนใจ

รถของพวกแก้ววิ่งไปตามเส้นทาง ทันใดนั้นเสียงสายฟ้าคำรามก้อง...ร่างของดาวปรากฏตรงหน้าขวางอยู่
“นางเสือ” คนขับตกใจ
“ชนมัน”
รถของมันพุ่งเข้าหา นางเสือดีดขึ้นตีลังกา ข้ามรถที่พุ่งชนผ่านไป แล้วร่อนลงด้านหลังรถของพวกมัน ปืนในมือสาดออกไปถูกคนขับฟุบ รถมันส่ายไปมาแล้วหยุดลงในที่สุด พวกที่เหลือดีดตัวลงมาจากรถ ต่างตวัดปืนเข้าหานางเสือที่ยืนอยู่
“พวกแกทำร้ายแม้กระทั่งผู้หญิงทั้งเด็ก โทษคือตายตกตามกันไป”
“ฆ่ามัน”
แก้วสั่ง พวกมันสาดกระสุนเข้าใส่ นางเสือเดินเข้าใส่พวกมันอย่างไม่สะทกสะท้านต่อปืนในมือทั้งสองข้างสาดกระสุนเข้าใส่พวกมันล้มลงที่ละคน แก้วรีบถอยแล้วหันวิ่งเข้าป่าไปอย่างไม่คิดชีวิต ดาวสาดกระสุนใส่พวกมือปืนจนล้มลงหมด
แก้ววิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกมาจากพงไม้ มันคาดไม่ถึง ร่างของดาว ยืนอยู่ตรงหน้าของมัน มันรีบทิ้งปืน
“ข้ายอม..แล้ว..ข้าไม่มีอาวุธ อย่าทำข้าเลย”
ดาวสมเพช
“พวกขี้ขลาด สารเลว ทำคนอื่นได้ พอถึงตัวเองร้องขอไม่เป็นภาษาคน”
แก้วก้มลงกราบ
“ใช่ พวกฉันมันเลว พวกฉันชิงหมามาเกิด อย่าทำฉันเลย”
“ฉันไม่ทำอะไรแกให้เสียมือฉันหรอก”
แก้วคาดไม่ถึง...รีบลุกขึ้นวิ่งผ่านดาวไป..ดาวมองตาม สายตาเยือกเย็น

แก้ววิ่งไปตามราวป่า แต่แล้วมันก็ต้องหยุดกึก เมื่อพบสายฟ้าขวางมันอยู่ สายฟ้าคำรามก้อง
ไอ้แก้วค่อยๆถอยแต่แล้ว

ทันใดนั้นร่างของสายฟ้าพุ่งเข้าหามัน กลายเป็นควันลายเสือ ไอ้แก้วร้องไม่เป็นมนุษย์เมื่อโดนสายฟ้าสังหาร!

ที่เซฟเฮ้าส์ของดาว...จักจั่นเดินถือกาแฟ มาส่งให้งิ้วที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ รอรายงายข่าวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์

“ขอบคุณค่ะ”
งิ้วรับมา จักจั่นยิ้มให้แล้วเดินเอากาแฟอีกแก้วมาให้อภิชาติ ที่นั่งอยู่ตรงโซฟา
“แท้งคิ่ว สวีทฮาร์ท” อภิชาติรับ
จักจั่นยิ้มให้ แล้วทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เสียงจากคอมพิวเตอร์ของงิ้วดังตื๊ดๆ มีรายงานเข้ามา จักจั่น กับ อภิชาติขยับตัวรอรายงาน งิ้วกดแป้นอย่างรวดเร็ว..
“ภาพจากดาวเทียม ตำแหน่งของ คุณพ่อล่าสุด”
จักจั่นกับอภิชาติต่างพากันแปลกใจ

ที่อนามัย...ป้าเนียน กับ จันจิรา กำลังดูแลชาวบ้านที่บาดเจ็บอยู่สองสามคน ทันใดนั้นมีหญิงวิ่งเข้ามา
“ป้าเนียนช่วยด้วย ตาเกื้อถูกพวกมันพาไปที่โรงเลื่อยป่านนี้ยังไม่กลับบ้านเลย”
ป้าเนียนถอนใจ
“ตาเกื้อมีเรื่องกับนายวิวัฒน์....เรื่องเบิกเงินไม่ได้”
“ป้าเนียนช่วยบอกไผ่ให้ไปดูหน่อยซิ”
“พี่ไผ่ไม่ไปดูให้หรอก อยากต้านนางเสือ” จันจิราตอบแทน
“โธ่..ช่วยหน่อยเถอะ ตาเกื้อมันหลงผิดไปแล้ว”
“เฮ้ย..ฉันไปดูให้ก็แล้วกัน”
จันจิราถอดเสื้อคลุมออก เดินพรวดออกไป...

จันจิราขับรถจิ๊ปวิ่งมาจอดที่หน้าโรงเลื่อย แล้วโดดลงจากรถ คนงานสองสามคนเดินเข้ามาหา
“คุณจันจิรามาถึง นี่ มีใครเจ็บหรือเปล่า”
“เปล่าจ้ะ พวกพี่ๆไปทำงานเถอะ..ฉันมาหาคุณวิวัฒน์”
“เดี๋ยวฉันจะไปบอกคนของนายวิวัฒน์ให้”
ชาวบ้านเดินแยกไป จันจิรากราดสายตามองรอบๆ เห็นพวกมือปืนซุ่มอยู่เป็นจุดๆห่างออกไป

วิวัฒน์ทำงานอยู่ในห้อง สมุนเข้ามารายงาน
“มีผู้หญิงที่อนามัยมาหาครับนาย จะให้เข้ามามั๊ยครับ”
“ไม่ต้อง..ข้าออกไปเอง”
วิวัฒน์ขมวดคิ้ว แล้วลุกขึ้น เดินออกไป..

ลานหน้าโรงเรื่อย...วิวัฒน์ก้าวออกมาเห็นจันจิรา
“ที่แท้พยาบาลสาวนี่เอง มีธุระอะไรกับผม”
“เรื่องนายเกื้อ”
วิวัฒน์ยิ้มกวน
“มันเกี่ยวอะไรกับผม”
“พวกแกลากนายเกื้อออกไป ป่านนี้ยังไม่กลับบ้าน”
“เดี๋ยวก่อน...คุณไม่ใช่กฎหมาย ผมไม่จำเป็นต้องตอบอะไรคุณ”
“ในเมื่อนายไม่สนกฎหมาย ฉันก็ไม่สนเหมือนกัน”
“คิดจะทำอะไร”
“จะลากคนของนายมาถามดู”
“เชิญ...นั่นไงพวกมัน ไปถามเองก็แล้วกัน”
จันจิราหันไปตามที่วิวัฒน์บอก พวกมันห้าคนยืนอยู่ตรงหน้า จันจิราประสานสายตากับพวกมันที่จ้องเอาเรื่อง
“ผมไม่มีเวลาสำหรับเรื่องนี้ คุยกันตามสบาย”
“ได้..”
วิวัฒน์ยิ้มพยักหน้าให้พวกมือปืน แล้วเดินออกไป จินจิราพูดนิ่มๆ
“ฉันจะให้เวลาพวกแกหนึ่งนาที ส่งนายเกื้อออกมา”
พวกมันกอดอกมองหน้ากัน
“หมดเวลา”
จันจิราดีดตัวเข้าไปหาหัวหน้า มันไม่ทันระวังตัว จันจิราตบเปรี้ยงเข้าให้ หน้าหันเซไป มันโกรธจัด
“นังนี่”
มันตบแต่จันจิรายกแขนรับ ตบมันอีกเปรี้ยง มันถึงกับลอยไปทรุดอยู่ที่พื้น
“พวกเอ็งลากนังนี่มาให้ข้าตบ”
พวกมันกรูกันเข้าไป แต่แล้วเสียงปืนดังสนั่น พวกมันหยุด หันไปมองทางเสียงปืนร่างของไผ่ยืนอยู่บนขอนไม้

อภิชาติขับรถไปตามเส้นทางที่งิ้วบอก จักจั่นนั่งคู่กับเขา ส่วนงิ้วนั่งหลัง
“ในเมื่อเรารู้ว่าคุณณุพันธ์ตายแล้ว พวกมันทำไมถึงเอาคุณณุพันธ์มาล่ออีก..ทำไมมันถึงคิดว่าคุณงิ้วจะเชื่อ” จักจั่นสงสัย
“สัญชาติญาณของพ่อกับลูก...ลึกๆคุณงิ้วก็ไม่อยากเชื่อว่าคุณณุพันธ์ตายแล้ว” อภิชาติออกความเห็น
“ฉันรู้ว่าพวกคุณคิดว่าฉันบ้า...แต่สิ่งที่ฉันหวังก็คือ คนที่ตายคือตัวปลอม...” งิ้วบอกสิ่งที่คิด
“อย่าบอกนะว่าคุณไม่ได้เข้าไปตรวจศพของท่านณุพันธ์”
“เปล่า..เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องสงสัย อีกอย่างฉันเข้ามาแบบลับๆ และไม่เคยรู้ว่ามีตัวปลอมซับซ้อนขนาดนี้..”
“งั้นเราน่าจะไปดูศพอีกครั้ง..เพื่อความแน่ใจ..” จักจั่นเสนอ
อภิชาติส่ายหน้า...
“ผมเชื่อว่ามันต้องเตรียมหลักฐานยืนยันไว้เป็นอย่างดี ยังไงก็ไม่มีทางรู้ได้ เสียเวลาเปล่า”
“ทางเดียวก็คือ บุกเข้าไปหาคนที่เห็น.. ถึงเวลานั้นก็รู้เองว่าจริงหรือปลอม”
งิ้วบอกเครียดๆ อภิชาติขับรถมาถึงบ้านหลังใหญ่มีรั้วรอบขอบชิดเป็นอย่างดี งิ้วดูรูปถ่าย
“ใช่แล้ว”
“เอาไงดี...ลุยเลยมั๊ย...” จักจั่นถาม
“ว่าไงคุณงิ้ว...”
งิ้วคิดอึดใจ
“เราจะไม่รอให้มืดก่อนเหรอ”
“สไตล์ไอ้กันละก็ใช่..แต่สไตล์ผมตอนนี้ละดีสุด พวกมันไม่คิดว่าจะมีใครกล้าบุก”
งิ้วพยักหน้า
“ได้..ลุยเลย”
“โอเค..ถ้างั้นจักจั่นจะไปสำรวจรอบๆก่อน ว่ามีจุดอ่อนตรงไหนที่เราจะบุกเข้าไปได้ แล้วจะกลับมารายงาน” จักจั่นบอกทันที
“ฉันควรจะเป็นคนไปมากกว่า” งิ้วแย้ง
“ให้คุณจักจั่นไปนะดีแล้วครับ คุณยังไม่ชินกับบ้านเราเกิดมีชาวบ้านมาเจอ จะเป็นที่สงสัย”อภิชาติช่วยพูด
“ก็ได้” งิ้วพยักหน้ารับ
“โอเค..”
จักจั่นเปิดประตูรถออกไป แล้วเดินไปยังกำแพงด้านหนึ่ง หายพ้นสายตาไป
 
งิ้วขยับตัวไปมาอย่างร้อนใจ อภิชาติมองลอบยิ้ม
 

ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 5 (ต่อ)

ไผ่จ้องหน้าพวกมือปืนเขม็ง

“พวกเอ็งคิดจะทำอะไร”
จันจิรายิ้มท้าวเอวมองพวกมัน ไผ่เดินเข้ามายืนคู่...
“ก็แค่จะตบนังนี่สั่งสอนเท่านั้นเอง”
“เอางี้พี่ตบฉันแทนก็แล้วกันนะ”
“ตบมันทั้งสองคน”
พวกมันกรูเข้ามาไผ่ถีบโครมมันกระเด็นไปหนึ่ง อีกคนเข้ามาทางจันจิราหมายตบ แต่ไผ่แวบเข้ามาตรงหน้ามันก่อน ตบโครมมันกระเด็นไปคลุกฝุ่น พวกที่เหลือต่างลุยเข้ามาต่อสู้กับไผ่และจันจิรา ทั้งหมดต่อสู้กันอีดใจพวกมันก็ลงไปคลุกฝุ่นจนหมด
ทันใดนั้นรถตำรวจวิ่งพรวดเข้ามาสองคัน เจ้าหน้าที่ตำรวจโดดลงมา 10 นาย ล้อมไผ่กับจันจิราไว้ตรงกลาง พวกมือปืนต่างค่อยคลานลุกขึ้นมา ไผ่กับจันจิรากราดสายตามอง วิวัฒน์เดินกลับออกมา...
“จับเลยครับ สองคนนี้บุกรุก ทำร้ายคนของผม”
เจ้าหน้าที่เดินเข้ามาหาไผ่กับจันจิรา
“เรามาเรื่องนายเกื้อ แต่คนพวกนี้ทำร้ายเรา”
“เราพบศพนายเกื้อแล้วครับ เมาล้มหัวฟาดพื้นอยู่ชายป่า”
ไผ่กับจันจิราถึงกับอึ้งไป..

จักจั่นเดินมาตามกำแพง พอได้จังหวะก็ดีดตัวตีลังกาข้ามกำแพงไปอย่างง่ายดาย ลงไปในสนาม เห็นพวกมือปืนยืนกันระเกะระกะ พวกมันประมาทไม่คาดคิดว่าจะมีใครบุกเข้ามากลางวันแสกๆ จักจั่นแวบไปที่กำแพง เห็นพวกมือปืนยืนอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน จักจั่นหลับตาสมาธิ ทันใดนั้นร่างค่อยๆจางลงแล้วหายไปในที่สุด..เธอเดินผ่านพวกมันเข้าประตูไป แต่แล้วพวกมันหนึ่งถือแก้วกาแฟเดินสวนออกมาชนเข้าพอดี
“เฮ้ย..”
มันเซไปด้านหนึ่ง กาแฟหกเต็มเสื้อกระเด็นไปถึงคนอื่นอีกสองคนที่ยืนอยู่ต่างหัวเราะ
“เดินยังวะ..”
มือปืนออกลูกงง..แล้วพลอยหัวเราะไปด้วย มันเดินออกไป ที่เหลือต่างขำกันอยู่

ที่รถของอภิชาติ... งิ้ว นั่งไม่ติดขยับตัวสอดส่ายสายตา รอจักจั่น
“เอ..ไปตรวจแค่นี้ทำไมนาน”
“ใจเย็นๆครับ..เอ้อ..ผมมีเรื่องอยากจะบอก”
“ว่าไงคะ”
“ถ้าเราได้ตัวคุณณุพันธ์มาแล้ว ผมอยากให้คุณเฉยๆก่อนอย่าเพิ่งแสดงตัว”
“เผื่อว่าเป็นตัวปลอม”
อภิชาติพยักหน้า
“ฉันรู้น่า..ฉันไม่ซื่อบื้อขนาดนั้นหรอก”
อภิชาติยิ้ม
“ผมรู้ว่าคุณไม่ซื่อบื้อ...กลัวคุณจะดีใจจนลืมตัวมากกว่า”
งิ้วเหล่แต่สุดท้ายก็อดยิ้มไม่ได้..ทั้งสองต่างยิ้มกัน..


ภายในบ้าน...จักจั่นที่พรางตัวอยู่ เห็นบันไดขึ้นไปชั้นบน เชิงบันไดมีมือปืนยืนอยู่คนหนึ่ง เธอเดินผ่านมันไปข้างบน จนไปถึงห้องหนึ่ง ค่อยๆเปิดประตูเข้าไป..ในห้องมีโต๊ะอยู่กลางห้อง มีคอมพิวเตอร์อยู่บนโต๊ะ..
ทันใดนั้นเสียงประตูเปิด...จักจั่นหันขวับ เห็นพวกมันคนหนึ่งโผล่เข้ามา มันกราดตาสำรวจไปมา ไม่เห็นจักจั่น แล้วออกไปปิดประตูโครม
จักจั่นยิ้มแล้วเดินไปที่ประตู เปิดออกไป เห็นไอ้มือปืนคนเดิมยืนอยู่หน้าประตูพอดี มันรู้สึกลมวูบหันกลับมา ทันใดนั้นจักจั่นเห็นสายตาของมันเบิกโพลง..
“ผี..”
มันเผ่นพรวดลงออกไปอย่างรวดเร็ว จักจั่นก้มดูตัวเองถึงกับเซ็ง เมื่อเห็นตัวเองหายแค่ครึ่งตัวยืนอยู่
“เฮ้อ..เซ็งจริงๆ เรานี่”
ร่างของจักจั่นกลับมาเต็มตัวอีกครั้งหนึ่ง พอดีกับมือปืนสองคนโผล่มา เพราะได้ยินเสียงเพื่อนร้อง มันตวัดปืน แต่จักจั่นสะบัดมือออกไป มีดสองเล่มปักอกมันสองคนดังตึบๆ พวกมันทรุด จักจั่นดีดตัวข้ามพวกมันไปอีกห้องหนึ่งเปิดผลัวะเข้าไป เห็นณุพันธ์ นั่งอยู่ที่เก้าอี้อามแชร์ กำลังอ่านหนังสืออยู่ จักจั่นดีดตัวเข้าไปเอาปืนจ่อ
“ตามมา..ถ้าไม่อยากตาย”
จักจั่นลากคอเสื้อขึ้นมาณุพันธ์หน้าตาตื่น จักจั่นไม่ชักช้า ลากณุพันธ์พรวดออกจากห้อง มือปืนที่เจอผีไปตามเพื่อนมาพอดี มันตวัดปืนใส่จักจั่นตวัดปืนในมือเหนี่ยวไกเปรี้ยงๆมันสองคนทรุดเสียงปืนดังสนั่น

เสียงปืนดังสนั่นแว่วมาข่างนอก งิ้วชะงักฟัง
“เสียงปืน...”
ทันใดนั้นอภิชาติได้ยินเสียงจักจั่น ดังขึ้นในหัว...
“เจอกันหน้าบ้าน เร็ว..”
อภิชาติสตาร์ทเครื่อง พรวดรถออกไป..
“เตรียมลุยได้เลย”
ทางด้านจักจั่น มือซ้ายดึงคอเสื้อณุพันธ์ มือขวากราดปืน ยิงพวกมัน ล้มคว่ำลง แล้วพรวดมาตรงหน้าบ้าน พวกมันโผล่มาล้อมไว้ แต่จักจั่น เอาปืนจ่อณุพันธ์ไว้
“เปิดทาง ไม่ยังงั้น ฉันจะระเบิดหัวคนสำคัญของแก”
พวกมันต่างขยับไป สุดท้ายมันเปิดทางให้ จักจั่นลากณุพันธ์ออกๆจนถึงประตูรั้วหน้าบ้าน พวกมันยังคงล้อมตามมาจักจั่นลากณุพันธ์วิ่งมาทางประตูใหญ่ ที่เป็นอัลลอยด์โปร่งสามารถมองเห็นผ่านได้ พวกมันต่างขยับปืน ขวางประตู
ทันใดนั้นรถของอภิชาติพรวดเข้ามาจอดพรืดตรงหน้าบ้าน งิ้วดีดตัวออกมาปืนจ้องที่พวกมันที่ยืนอยู่ พวกมันหันมาเจองิ้วอยู่ข้างนอกประตู
“ยังไม่รีบเปิดประตู” จักจั่นตวาด
พวกมันรีรอ...งิ้วซึ่งอยู่ข้างนอก ยิงขาพวกมันคนหนึ่งเปรี้ยงล้มลง
“เปิดประตู..”
ในที่สุดมันเปิดประตูรั้วข้างหน้าให้ จักจั่นลากณุพันธ์ออกจากประตูไปที่รถประตูหลังแล้วผลักณุพันธ์พรวดเข้าไป งิ้วมองขยับตัวจะเข้ารถแต่จักจั่นขวางไว้
“คุณนั่งหน้า”
อภิชาติเร่ง
“นี่พวกคุณจะรอให้พวกมันเอาลูกปืนมาเสิร์ฟเหรอครับ”
งิ้วสะบัดตัวเข้าไปนั่งด้านหน้า จักจั่นพรวดเข้าไปเบาะหลังประตูปิดโครม อภิชาติพรวดรถออกไป..
งิ้วหันมามองณุพันธ์ กับจักจั่น ณุพันธ์มีสีหน้าตื่นเต้นงุนงง งิ้วจ้องณุพันธ์อย่างพิจารณา ระงับอาการตื่นเต้น ณุพันธ์จ้องงิ้วอย่างพิจารณาแต่ไม่แสดงอาการอะไรออกมา งิ้วเม้มปากจ้องสงบสติอารมณ์ อภิชาติเตือน
“นี่คุณ..อย่าลืมที่เราคุยกันนะครับ”
ทันใดเสียงณุพันธ์ดังขึ้น...
“งิ้วเหรอลูก”

งิ้วตื่นเต้น จักจั่นกับอภิชาติถึงกับเงียบคาดไม่ถึง

เย็นนั้นฤทธิชัยขับรถเข้ามาในค่ายสามชิกโจร ดาวกับฤทธิชัยลงจากรถทักทายกับพวกสมาชิกโจร แล้วเดินออกไป

ที่ลานด้านหน้าค่ายสมาชิกโจร ทั้งหมดนั่งกันอยู่ ลุงเดชหันมาบอก
“ลุงคิดอยู่แล้วว่ามันต้องเป็นตัวปลอม”
แสงถอนใจ
“เอาน่า...พวกมันต้องมีวันพลาดบ้าง”
แม่สมพรเดินเข้ามากับ เม่งจูและอาตง เด็กทั้งสองต่างวิ่งเข้ามาหา ดาวกับฤทธิชัย ดาวยิ้มแย้มดีใจ
“ว่าไงจ๊ะ เด็กๆ ซนกันหรือเปล่า”
“ผมกับพี่ผึ้งเป็นนางเสือคับ”
ทุกคนต่างยิ้ม แม่สมพรหันมาบอก
“คงได้ยินพวกเราคุยกันน่ะ”
ลุงเดชตัดบท
“ไป...กลับไปผักผ่อนเถอะแล้วค่อยคิดกันใหม่”
“ดาวว่าจะพักที่นี่ซักคืน ที่เซฟเฮ้าส์มีแขกมาเผื่อว่าจะนั่งสมาธิคุยกับอาจารย์ด้วยค่ะ”
แสงเห็นด้วย
“ดี...จะได้กินข้าวพร้อมกันสักมื้อ”
ฤทธิชัยหันมาหาเด็กๆ
“อ้าว เด็กๆ ใครจับได้พี่จะให้ขนม”
ฤทธิชัยวิ่งออกไปที่ลาน เด็กๆต่างหัวเราะวิ่งไล่จับ ต่างเล่นกันอยู่กลางลาน แม่สมพรหันมามองดาวยิ้มๆ
“ไม่คิดจะมีลูกเสือมั่งเหรอหนูดาว”
ดาวยิ้มบางๆ
“คิดเหมือนกันค่ะ”
ทุกคนต่างยิ้ม ต่างมองฤทธิชัยที่กำลังเล่นกับเด็กๆอย่างมีความสุข...

ที่โกดังลึกลับแห่งหนึ่ง...อภิชาติ ยืนอยู่กับ นพแห่งหน่วยพิเศษ พร้อมลูกน้องอีก 3 นาย
“ขอบคุณครับคุณนพที่จัดสถานที่ให้”
“เชิญตามสบายนะครับ พวกผมจะคอยระวังอยู่ข้างนอก”
“ขอบคุณครับ”
นพโบกมือลูกน้องทั้ง 3 เดินออกไป นพเดินตามไป อภิชาติหันกลับเดินมาอีกทางมาหยุดมองณุพันธ์ที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ตัวหนึ่งที่จัดไว้ งิ้วยืนอยู่ตรงหน้า จักจั่น ยืนอยู่ข้างๆห่างออกไป ณุพันธ์หันไปหางิ้ว
“ลูกงิ้วกลับมาทำไมล่ะลูก”
งิ้วจ้องอย่างพิจารณา
“งิ้วได้ข่าวว่าคุณพ่อเสียชีวิต”
ณุพันธ์ถอนใจ
“เฮ้อ...พวกมันสร้างข่าว เพื่อล่อให้ลูกกลับมาเพื่อใช้ลูกบีบบังคับพ่อ...ให้พ่อยอมทำตามพวกมันโกงบ้านเมือง”
งิ้วไม่พูดอะไรหน้าเครียดครุ่นคิด อภิชาติหันมาหาณุพันธ์
“ตอนนี้ท่านปลอดภัยแล้ว...ท่านอาจจะมีข้อมูลที่ทำให้เราทำลายพวกมันได้”
“ผมยินดีช่วยเต็มที่”
จักจั่นกับอภิชาติลอบสบตากัน งิ้วยังจ้องพ่อนิ่งยังไม่พูดอะไร ณุพันธ์หันไปเรียก
“มาหาพ่อหน่อยซิลูก”
“งิ้วมีปานแดงอยู่ที่นึง ไม่ทราบคุณพ่อจำได้หรือเปล่า”
“จำได้ซิลูก”
งิ้วนิ่งอึดใจ
“อยู่ตรงไหนคะ”
ณุพันธ์ชะงัก
“ลูกงิ้ว...นี่ลูก...”
“ช่วยตอบคำถามด้วยค่ะ”
งิ้วจ้องหน้าจริงจัง ณุพันธุ์คาดไม่ถึง...อภิชาติกับจักจั่น ได้แต่สบตากันคอยดูเหตุการณ์

โจอยู่ในเซฟเฮ้าส์ นั่งอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ในจอคือภาพนายใหญ่...
“บ้าที่สุด...มือสังหารชุดใหม่ยังทำอะไรมันไม่ได้ แผนทุกอย่างล้มเหลวหมด”
“ผมคิดว่า นางงูของอาจารย์คายามังใกล้พร้อมแล้วครับ”
“ใกล้พร้อม ใกล้พร้อม...งานของคุณคือกำจัดนางเสือ นายฤทธิชัย นายอภิชาติ และทุกคนที่เกี่ยวข้อง จนป่านนี้แล้วยังเหลว”
โจหน้าเสีย
“ครับท่าน...เอ้อ...แต่เรายังมีแผนนายณุพันธ์สำรองไว้อีกครับท่าน”
นายใหญ่ไม่ตอบ จอดับวูบ โจปิดฝาคอม เอามือลูบแผลที่แก้มซ้ายอย่างแค้นใจ

งิ้วทองณุพันธ์หน้าตาจริงจัง
“ว่าไงคะ...คำตอบค่ะ”
“นั่นมันตั้งแต่ลูกเป็นเด็ก...พ่อปูนนี้แล้วจะจำได้ยังไงว่าปานแดงของลูกอยู่ที่ไหน”
งิ้วจ้องผิดหวัง
“ดิฉันไม่มีปานแดง...คุณเป็นใคร”
ณุพันธ์นิ่ง พูดไม่ออก หน้าเคร่งเครียด ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทุกคนต่างขยับตัว ต่างมองหน้ากัน ปรากฏว่าเสียงโทรศัพท์ดังมาจากณุพันธ์ อภิชาติจ้องเขม็ง
“กรุณาหยิบโทรศัพท์ส่งให้ผมด้วยครับ ช้าๆก็ดีครับ”
ณุพันธ์หยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าสูทขึ้นมาส่งให้ อภิชาติรับสาย
“ตัวปลอมของคุณ แอคติ้งยังไม่แนบเนียนเท่าไหร่”
นายใหญ่ยืนหันมองวิวด้านนอก คุยโทรศัพท์อยู่ในห้องทำงานบนตึกสูง
“แต่อย่างน้อยก็ทำให้คุณสามคนมารวมกันได้”
อภิชาติหยุดคิดอย่างรวดเร็ว
“ลาก่อนคุณอภิชาติ”
นายใหญ่วางสาย อภิชาติกราดสายตามอง ณุพันธ์ จักจั่นแปลกใจ
“เกิดอะไรขึ้น”
“แย่แล้ว”
อภิชาติปราดเข้าไปหาณุพันธ์ กระชากเสื้อเชิ้ตออก ทุกคนถึงกับคาดไม่ถึงเมื่อที่ตัวของณุพันธ์ ใส่เสื้อระเบิดแบบฆ่าตัวตายขนาดมากพอที่จะทำให้คนอยู่ในรัศมี 5 เมตรจบชีวิตได้ ตัวเลขที่ระเบิดเหลืออยู่แค่ 10 วินาที อภิชาติตะโกนลั่น
“ถอยไป”

ตัวเลขอยู่ที่เลขศูนย์พอดี เสียงระเบิดตูมไฟลุกท่วม

ภายในห้องพยาบาลลับของหน่วยพิเศษ สายตาของอภิชาติที่พร่าพราย ได้ยินเสียงแว่วๆของจักจั่นเบาๆในที่สุดก็ชัดขึ้นเห็นจักจั่นอยู่ตรงหน้า

“คุณอภิชาติ เป็นยังไงบ้างคะ”
“มึนตึบ คุณงิ้วล่ะ”
“ปลอดภัยค่ะ คุณเอาตัวบังระเบิดเต็มๆ จักจั่นกับคุณงิ้วเลยโดนแค่นิดหน่อย”
“เราอยู่ที่ไหนครับ”
“โรงพยาบาลลับของหน่วยพิเศษ คุณนพพาพวกเรามาที่นี่ค่ะ”
อภิชาติลุกขึ้นช้าๆบิดตัวไปมา ถอนหายใจแล้วยกมือพนม
“ดีว่าได้พรจากถ้ำพระภิกษุ ไม่ยังงั้นคงดับไปแล้ว ผมน่าจะไปดูคุณงิ้วซะหน่อย”
“เอาไว้ตอนเช้าดีกว่ามั๊งคะ”
อภิชาติงงๆ
“อ้าว...ทำไมต้องรอถึงเช้า”
จักจั่นยิ้ม
“คุณอภิชาติถูกระเบิดสลบไป 5 ชั่วโมง ตอนนี้เป็นกลางคืนแล้วค่ะ”
อภิชาติถึงกับอึ้ง คาดไม่ถึง

ในห้องฤทธิชัยกับดาวนอนหลับอยู่บนเตียง ทันใดนั้นค่อยๆมีร่างของหญิงสาวคือนางงู เก็งกองที่มีผมเป็นงูปรากฏยืนมองฤทธิชัยอยู่ แต่แล้วร่างนางงูเก็งกองก็ค่อยๆกลายเป็นงูใหญ่ชูคอตระหง่าน พร้อมที่จะฉกลงมา ฤทธิชัยลืมตาขึ้น ประสานสายตากับงูใหญ่ตรงหน้า ทันใดนั้นเขาก็ตวัดปืนขึ้นมาอย่างรวดเร็วแต่ช้าไปงูฉกลงมา ที่เขาเต็มๆ

ฤทธิชัยลุกพรวดขึ้นมาในความมืด ที่แท้เป็นความฝัน ไฟสว่างพรึบ ดาวนั่งอยู่ข้างๆ
“ฝันเหรอคะ”
“ครับ...ผู้หญิงผมงู...กลายเป็นงู”
ดาวยิ้ม
“เมื่อคืนคุยเรื่องนี้อยู่...คุณหนึ่งก็เลยฝันมั้งคะ”
ฤทธิชัยถอนหายใจ
“คงงั้นมั้งครับ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะฝันเห็นงูเค้าว่าจะได้เนื้อคู่...อาจจะเป็นกิ๊กคุณหนึ่งก็ได้”
ฤทธิชัยยิ้มขำ
“ไม่ไหวมั้งครับ”
ทั้งสองต่างยิ้มให้กัน...แต่ดาวนึกกังวลใจ เพราะสิ่งที่ฤทธิชัยเห็น เธอก็เห็น!

ท้องฟ้าสดใสของเช้าวันใหม่...แสง กำลังยืนที่สนาม กับสมาชิกโจรกลุ่มหนึ่ง ลุงเดชเดินเข้ามา แสงหันมาเห็นจึงเดินเข้ามาหา
“พวกที่บาดเจ็บเป็นยังไงกันบ้าง” ลุงเดชถามทันที
“ดีขึ้น...ถึงยังไม่เต็มร้อยแต่ก็พร้อมจะลุย”
ลุงเดชพยักหน้ารับด้วยความพอใจ แสงมองเลยไปทางด้านหลังลุงเดช
“หนูดาว”
ลุงเดชหันไปมองดาวแล้วถาม
“ผู้กองล่ะ”
“เมื่อคืนฝันเห็นนางงู เก็งกองตื่นมากลางดึก เพิ่งจะหลับได้ตอนใกล้เช้านี่เองค่ะ”
ลุงเดชกับแสงต่างมองหน้ากัน แสงพยามพูดไปในทางที่ดี
“แค่มาในฝันคงไม่เป็นไร...”
ดาวยิ้มเครียด
“ที่สำคัญดาวก็รู้สึกว่าเห็นด้วยเหมือนกัน”
ลุงเดชกับแสงต่างคาดไม่ถึง ดาวเป็นกังวล

ที่ราวป่า...สมาชิกโจรยืนระวังอยู่ ลุงเดช แสง ดาว เดินคุยกันที่ราวป่าอีกด้านหนึ่ง
“หนูดาวแน่ใจนะว่าที่เห็นไม่ใช่ในฝัน”
ดาวถอนใจ
“ดาวไม่แน่ใจเหมือนกัน...เหมือนฝันแต่ก็เหมือนจริง แต่ดาวไม่ได้บอกผู้กองว่าดาวเห็น”
แสงรีบแนะ
“พ่อแสงว่าต้องบอกนะ ผู้กองจะได้ระวังตัว”
ลุงเดชกังวล
“ไม่ดีซะแล้ว แบบนี้แสดงว่าผู้กองมีบางอย่างที่นางงู สามารถสัมผัสถึงได้”
ดาวหน้าเครียด
“ดาวก็คิดว่ายังงั้นเหมือนกัน”
ลุงเดชพยามพูดให้ดาวสบายใจ
“ผู้กองมีฝีมือ ถึงยังไงมันก็ทำร้ายผู้กองไม่ได้ง่ายๆ”
แสงถอนใจ
“ถ้าทำร้ายยังไม่น่ากลัว...กลัวว่ามันจะมาพิศวาสน่ะซิ”
ดาวกังวลใจ ทันใดนั้นเสียงสายลมร้องตื่นเต้นเสียงดัง... ดาวตั้งใจฟัง
“คุณหนึ่ง”
ดาวดีดตัวพรวดออกไป

ฤทธิชัยกำลังหลับอยู่ นาคีเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเตียง จ้องฤทธิชัยที่หลับอยู่ แต่แล้วกลายเป็นว่า ฤทธิชัยนอนอยู่บนเตียงแต่อยู่ในป่า นาคียิ้มเพ่งมอง ทันใดนั้นฤทธิชัยตวัดปืนขึ้นมา ตรงหน้าของนาคี
“ฝันหรือจริง...อีกก้าวเดียวเจอดีแน่”
นาคีแปลกใจ
“เรามาตามความฝันของท่าน เป็นเพราะท่านต้องการพบเรา”
“ท่านเข้าใจผิดแล้ว”
นาคียิ้ม
“เข้าใจผิดได้อย่างไร ในเมื่อครั้งแรกที่เราลืมตาขึ้นมา เราอยู่ในอ้อมอกท่าน” นาคีนึกถึงตอนที่เธอถูกรถชน “เราเชื่อว่าท่านจำได้ ท่านช่วยชีวิตเรา...เราต้องเป็นของท่าน”
ทันใดนั้นเสียงดาวดังขึ้น
“เสียใจด้วย ท่านคนนั้นเป็นของเรา”
นาคีหันขวับมาทางดาวสายตาเป็นประกายดุ แล้วแวบเข้าหาฝ่ามือเป็นกรงเล็บคว้าตวัดเข้าที่ใบหน้า ดาวปัดพร้อมกระแทกฝ่ามือออกไปถูกนาคีกระเด็นไป...นาคีหันตามมาผมที่หัวกลายเป็นงูยกมือสองข้างขึ้นพร้อมปล่อยพลัง ทันใดนั้นเสียงปืนดังเปรี้ยงๆๆสนั่นหวั่นไหว เป็นฤทธิชัยนั่นเองที่กระหน่ำยิง...นาคีหันมาจ้องหน้าโกรธมากก่อนจะแวบหายไป ฤทธิชัยกราดปืนตามแต่ไม่ทัน ดาวก้าวเข้ามา
“อย่าบอกอีกนะว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อกี้นี้เป็นความฝัน”
ดาวส่ายหน้า
“ไม่ใช่ความฝันแล้วค่ะ”
ฤทธิชัยหน้าเคร่งเครียด เสียงสวบสาบดังขึ้น ดาวกับฤทธิชัย หันไปก็เห็นลุงเดช กับ แสง พรวดเข้ามาปืนในมือพร้อม ลุงเดชหน้าตื่น
“เกิดอะไรขึ้น”
ดาวยิ้ม
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่มีสาวมาหลงเสน่ห์ผู้กองเท่านั้นเอง”
ฤทธิชัยถอนใจ...

ที่โรงงานศูนย์ลับของหน่วยพิเศษ...อภิชาติก้าวออกมาจากตัวโรงงาน พบเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษ เดินระวังกันอย่างเคร่งเครียด จึงเดินเข้าไปหา
“เกิดอะไรขึ้น”
“ไม่มีอะไรครับ...แค่ตรวจเข้มเท่านั้นเองครับ”
อภิชาติพยักหน้า เจ้าหน้าที่เดินออกไป ทันใดนั้นเสียงนพดังขึ้น
“คุณอภิชาติ...”
อภิชาติหันไป นพเดินเข้ามามอง
“คุณอภิชาติถูกระเบิดเต็มๆ วันนี้เดินปร๋อแล้ว”
อภิชาติยิ้ม กราดสายตามองเจ้าหน้าที่หลายจุด
“คุณนพคิดว่าจะมีแขกไม่ได้รับเชิญอย่างนั้นเหรอ”
นพพยักหน้า
“เมื่อคืนหลังจากระเบิด เรารีบพาทุกคนมาที่นี่ไม่แน่ว่าพวกมันอาจจะตามมา...ก็เลยพร้อมไว้ก่อน”
“ขอโทษนะ...ที่ทำให้วุ่นวายไปหมด”
“ด้วยความยินดีครับ”
ทั้งสองต่างยิ้ม
“เชิญคุณนพตามสบาย”
“งั้นผมขอตัวครับ”

นพออกไป...อภิชาติหน้าเคร่งกราดสายตารอบแล้วเดินออกไปอีกทางหนึ่ง

ที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ในศูนย์พิเศษ...อภิชาติกับ จักจั่นมาเยี่ยมงิ้วที่ห้องพัก งิ้วหน้าตาสงสัย

“ครั้งสุดท้ายจำได้ว่าเห็นตัวเลข ศูนย์ แสดงว่าต้องระเบิดทันที คุณอภิชาติจะมีเวลาโยนพวกดิฉันและคุณจักจั่นให้พ้น รัศมีได้ยังไง”
อภิชาติกับจักจั่นต่างมองหน้ากัน อภิชาติยิ้ม
“ผมไม่อยากคุยหรอก ผมน่ะไวยิ่งกว่ากัปตันอเมริกาบวกซุปเปอร์แมนเลยนะคุณ”
งิ้วมองเหล่ไม่เชื่อเท่าไหร่
“แล้วทำไมคุณถึงไม่เป็นไรล่ะ คุณออกมาพ้นรัศมีได้ยังไง”
“คุณนพรายงานว่า ส่วนผสมระเบิดของพวกมันผิดพลาดแรงระเบิดน้อยมาก แรงกว่าตดปลาวาฬนิดเดียว”
จักจั่นขำ งิ้วอดที่จะเริ่มยิ้มไม่ได้...
“บ้าที่สุด...คุณจักจั่นต้องระวังนะคะ กะล่อนเป็นไฟ”
จักจั่นกลั้นยิ้ม ก่อนจะทำหน้าเครียด
“ใช่ไว้ใจไม่ได้...”
อภิชาติหน้าเหวอ
“อ้าว...ซวยตู”
จักจั่นอดขำอีกไม่ได้แต่งิ้วยังเหล่อยู่ อภิชาติทำยิ้มแย้มหน้าตาเฉย

รถจิ๊ปวิ่งเข้ามาจอดที่เซฟเฮ้าส์ ฤทธิชัยกับดาวลงจากรถ กราดสายตาไปมา ดาวมองๆอย่างแปลกใจ
“ไปไหนกันหมด”
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ดาวกดรับ
“ว่าไง...หนีไปเที่ยวกันถึงไหน...อืม...โอเค...ระวังตัวด้วย”
ดาววางสายหันมาบอกฤทธิชัย
“สามคนนั่นอยู่กรุงเทพ”
“คุณงิ้วคงไปตามเรื่องคุณ ณุพันธ์”
ดาวพยักหน้า
“พนันได้เลยว่าต้องเจอตัวปลอม...”
“เจอเข้าเต็มๆเลยค่ะ...”
“ผมสงสัยว่าในเมื่อนายณุพันธ์ตายแล้ว ทำไมพวกมันต้องคิดกำจัดคุณงิ้วด้วย”
“หรือว่านายณุพันธ์ยังมีชีวิตอยู่ พวกมันถึงไม่ต้องการให้ใครมาขุดคุ้ยค้นหาความจริง”
ฤทธิชัยครุ่นคิด
“นายณุพันธ์ ต้องกำความลับสำคัญของพวกมันไว้แน่ๆ”

ในหน่วยลับพิเศษ...อภิชาติเดินมาที่ลานด้านนอกกับจักจั่นผ่านเจ้าหน้าที่ตามจุดต่างๆ
“คุณอภิชาตินี่เว่อร์สุดๆ...พูดมาได้ตดปลาวาฬเนี่ยนะ”
อภิชาติยิ้ม
“คุณงิ้วแกเล่นยิงคำถามถี่ยิบ...ผมนึกอะไรไม่ออกนี่ครับ”
ทั้งสองต่างยิ้ม นพเข้ามาหาทั้งสอง
“สายรายงานว่านายดำรงจะแถลงข่าวเปิดตัว คณะกรรมการที่ฮั๊วการประมูลกับอินเตอร์บิสคู่แข่งครับ”
อภิชาติคิดสงสัย
“งานนี้สามารถล้มพวกแบล็คอีวิลได้เลย” อภิชาติยิ้ม “เท่ากับว่านายดำรงหาเรื่องฆ่าตัวตายแท้ๆ”

ดาวกับฤทธิชัยนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ทั้งสองมีกาแฟและขนมปังอยู่ตรงหน้า ฤทธิชัยครุ่นคิดก่อนจะพูดขึ้น
“ถ้านายดำรงเปิดตัวคณะกรรมการได้จริง เท่ากับว่า สัมปทานทุกอย่างที่อินเตอร์บิสได้ไปต้อง
ยกเลิกหมด ไม่จำเป็นต้องรอคำตัดสินที่กำลังจะประกาศตอนสิ้นเดือน”
“นายดำรงรู้ว่าคำตัดสินจะออกมาเหมือนเดิมเลยรีบหาทางโค่นอินเตอร์บิสซะก่อน”
“พวกแบล็คอีวิลไม่ยอมแน่ๆ”
“แต่นายดำรงมั่นใจมาก รายงานว่าจัดงานฉลองล่วงหน้าแล้ว”
“งั้นเราไปร่วมงานฉลองกันหน่อย...ดีมั๊ยครับ”
“ดีค่ะ”
ดาวกับฤทธิชัยต่างยกแก้วกาแฟขึ้นชนกัน...


ไผ่ ดาวและฤทธิชัยปรึกษากันอยู่ที่เซฟเฮาส์
“น้องดาวไม่ต้องห่วง พี่จะลุยทางนี้เอง”
ฤทธิชัย ตรวจอาวุธปืนแล้วใส่ไว้ในเป้ที่วางอยู่บนโซฟา ดาวเตือนไผ่
“ระวังหน่อยนะ...คราวก่อน พี่เผชิญหน้ากับนินจาชุดใหม่ ฝีมือร้ายกาจมากกว่าเดิม”
ฤทธิชัยเสริมขึ้น
“ถึงขั้นเคลื่อนไหวตัวได้”
ไผ่พึมพำ
“พวกมันเคลื่อนไหวตัวได้”
ดาวพยักหน้า
“ใช่...ประมาณว่าสูสี เป็นรองพวกเราแค่นิดเดียว...”
ไผ่หน้าเคร่ง
“เห็นลุงเดชบอกว่ามีนางงู มาป้วนเปี้ยน”
“อ๋อ...ไม่น่าห่วงเรื่องนั้น...คุณหนึ่งไม่อยู่นางงู ไม่มาหรอก” ดาวยิ้มๆ “ใครจะไปรู้อาจจะตามไปเจอคุณหนึ่งที่งานก็ได้”
ฤทธิชัยยิ้มแล้วพูดขำๆ
“ดีเหมือนกัน เผื่อจะได้ขอเต้นรำซะเลย”
ทั้งหมดต่างยิ้ม ดาวย้ำ
“ยังไงก็แล้วแต่...อย่าประมาท”

ที่โรงเก็บของลึกลับ...โจเดินเข้ามาในโกดังกับคายามัง ทั้งสองเดินเข้ามาก็พบว่ามีอ่างอาบน้ำแบบโบราณสไตล์ฝรั่งที่เป็นรูปทรงวงรีสีทองตั้งอยู่ คายามังผายมือให้เดินเข้าไปใกล้ ปรากฏว่าภายในอ่างมีร่างของสาวสวยนอนอยู่ เห็นไหล่เปลือยอยู่เหนือน้ำ
“นางงู จำเป็นต้องแช่น้ำอาคมเพื่อให้ร่างกายอยู่ยงคงกระพันและเพื่อให้พลังแข็งแกร่ง”
“ผมต้องการรู้แค่ว่า นางงู พร้อมหรือยัง”
คายามังพยักหน้า
“นาคี พร้อมแล้ว”

สาวสวยหลับตานิ่งอยู่ในอ่าง

โปรดติดตามต่อไป เวลา 9.30 น.
ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 2
ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 2
ที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง...อภิชาติกับฤทธิชัย ยืนหลบมุมอยู่หน้าร้านเสื้อผ้า จักจั่นถือถุงมาสองสามใบเดินเข้ามาถึง อภิชาติมองถุงในมือจักจั่น “ช็อปปิ้งด้วยเหรอจ๊ะ” จักจั่นยิ้ม “นิดหน่อย เป็นการพรางตัวน่ะค่ะ” ฤทธิชัยยิ้มให้จักจั่นอย่างขอบคุณ “ถ้าไม่ได้คุณจักจั่น คงหนักเหมือนกัน” “ถ้าคุณหนึ่งไม่ทิ้งกุญแจไว้ให้ก็ยุ่งเหมือนกัน” อภิชาติทำงอน “ตกลงมีผมคนเดียวไม่ได้ทำอะไรเลย” ทั้งหมดต่างขำ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อภิชาติรับสาย “อภิชาติครับ...ครับ...ได้ครับ...อย่าไปไหน...อย่าคุยกับใคร จนกว่าผมจะไปถึง” อภิชาติวางสายหน้าเคร่ง เครียด “เราต้องไปแล้วเพื่อน”
กำลังโหลดความคิดเห็น...