xs
xsm
sm
md
lg

สายฟ้ากับสมหวัง ตอนที่ 8

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สายฟ้ากับสมหวัง ตอนที่ 8

กลับจากสถานีวิทยุทุกคนรวมตัวอยู่ในบ้านพัก ทั้งสมหวัง สายฟ้า ชูชนะ บาส กุหลาบ และชูชนะ

พอเจ๊เนาว์ เจ๊จุ๊ ปอยฝ้ายและสำลีรู้ข่าวเรื่องสมหวัง ก็ร้องขึ้นพร้อมกัน
“อะไรนะ… ประชันกับจอมขวัญ”
สีหน้าทุกคนตกใจ
สายฟ้าเองก็หนักใจ “ก็ใช่น่ะสิ ผมก็ไม่รู้ว่าทางรายการเค้าคิดยังไง”
เจ๊จุ๊กังวล “มันจะไหวเหรอแบบนี้ สมหวังเป็นนักร้องใหม่ จะไปสู้นังจอมขวัญได้ยังไง”
ปอยฝ้ายว่า “นั่นสิ”
“หรือว่าเค้าจะสกัดดาวรุ่งเรา”
“เค้าไม่ได้สกัดดาวรุ่งหรอก เค้าอยากให้ดาวรุ่งกำลังมาแรงอย่างสมหวังไปประชันกับดาวที่เคยรุ่งอย่างนังจอมขวัญน่ะสิ เรทติ้งรายการการเค้าจะได้พุ่งกระฉูด” เจ๊เนาว์ออกความเห็น
ชูชนะเสียงดัง “ดี”
ทุกคนหันไปมองชูชนะเป็นตาเดียว
“ประชันกันให้มันรู้แล้วรู้รอดไป! นังสมหวังมันต้องสู้ได้อยู่แล้ว! งานนี้แหละนังจอมขวัญมันต้องร่วงแน่ๆ จริงมั้ยวะสมหวัง”
สมหวังเหม่อๆ กังวลหนัก เรื่องที่จะออกทีวี ไม่ได้ยินเสียงชูชนะ
ชูชนะต้องถามย้ำ “จริงมั้ยวะสมหวัง”
กุหลาบต้องสะกิด สมหวังสะดุ้ง “อะ...อะไรนะจ๊ะ”
“ข้าถามว่าเอ็งพร้อมมั้ยที่จะประชันกับนังจอมขวัญ....เอ็งเป็นอะไรของเอ็งตั้งแต่กลับมาจากสถานีวิทยุสีหน้าเหมือนคนอมทุกข์อย่างนั้นแหละ...มีอะไรหรือเปล่า?” ชูชนะแปลกใจ
สมหวังตัดสินใจจะปฏิเสธการขึ้นคอนเสิร์ต ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนพูดขึ้น
“มีจ้ะ…คือชั้นมีเรื่องจะบอกกับทุกคนจ้ะ”
กุหลาบตกใจ พยายามดึงแขนเสื้อสมหวังรั้งไม่ให้พูด
“คือ...ชั้นจะไม่ขอ ...” สมหวังค้างคำ
ทุกคนจ้องสมหวัง ลุ้นว่าสมหวังจะพูดอะไร สมหวังเห็นแววตาทุกคนที่ฝากความหวังไว้กับตน ตัดสินใจเปลี่ยนคำพูด
“...ไม่ขอแพ้คุณจอมขวัญค่ะ!
กุหลาบเป่าปาก โล่งใจ
“ให้มันได้อย่างนี้สิวะลูกศิษย์ข้า” ชูชนะยิ้มร่า
ทุกคนเฮ ดีใจ สายฟ้ายิ้มให้สมหวังด้วยความภูมิใจ

บ่ายนั้นสมหวัง เดินไปเดินมาอยู่ในห้องอย่างกังวลใจที่จะต้องออกทีวี! เสียงโทรศัพท์สมหวังดังขึ้น
สมหวังรับโทรศัพท์ ป้าชวนโทร.มา
“สวัสดีจ้ะป้า”
“นี่นังสมหวัง…เมื่อกี้ป้าได้ยินเสียงเอ็งในวิทยุ เอ็งไปทำอะไรมา” ป้าชวนถาม
สมหวังตกใจ อึกอักอยู่ ก่อนจะแถ ปฏิเสธ “อะไรป้า…เสียงชั้นที่ไหน แล้วชั้นจะไปออกวิทยุได้ยังไง ชั้นอยู่บ้านยังไม่ได้ออกไปไหนเลย ป้าหูฝาดแล้วมั้ง”
“จะฝาดได้ยังไง ป้าจำเสียงเอ็งได้ ตอนเค้าประกาศชื่อก็เป็นชื่อเอ็ง ทำไมจะไม่ใช่”
“คนชื่อสมหวังมีเป็นร้อยเป็นพัน ป้าจำผิดแล้ว ไม่ใช่ชั้น” สมหวังยืนกระต่ายขาเดียว
“แล้วทำไมเสียงมันเหมือนเอ็งขนาดนั้นวะ” ป้าชวนยังคงคาใจ
“ป้าคิดถึงชั้นมากไปหรือเปล่า ได้ยินเสียงใครก็เป็นชั้นไปหมด”
“สงสัยจะจริง ป้าคงคิดถึงเอ็งมากไป….ป้าตกใจหมดนึกว่าเป็นเสียงเอ็ง ขืนเอ็งไปออกวิทยุแบบนั้นนะ มีหวังไอ้มือปืนมันจะได้ตามไปยิงเอ็งแน่”
“ก็ใช่น่ะสิ…ป้าสบายใจได้แล้วนะไม่ใช่ชั้นแน่นอน…แค่นี้ก่อนนะป้าเดี๋ยวชั้นจะไปทำงานต่อแล้ว”
“เออ…ดูแลตัวเองด้วยนะลูก”

สมหวังวางสายโทรศัพท์ สมหวังยิ่งหนักใจ! กุหลาบเดินเข้ามาหา
“ใครโทร.มาเหรอสมหวัง”
“ป้าโทรมา! ป้าจำเสียงชั้นได้พี่กุหลาบ! ป้าโทรมาถามว่าเสียงในวิทยุใช่ชั้นหรือเปล่า”
กุหลาบตกใจ “แล้วสมหวังบอกป้าไปว่ายังไง”
“ก็บอกว่าไม่ใช่น่ะสิ… ถ้าขึ้นคอนเสิร์ตอาทินี้ ป้ากับหมวดวันต้องรู้แน่ๆ แล้วที่สำคัญไอ้โจรนั่นมันต้องเห็นชั้นด้วย! ทำยังไงกันดีพี่กุหลาบ”
“ใจเย็นก่อนนะสมหวัง….มันต้องมีทางออกสิ” กุหลาบปลอบ
“ทางออกมีทางเดียวตอนนี้คือ ไม่ขึ้นคอนเสิร์ต! ชั้นจะไปบอกคุณสายฟ้าเดี๋ยวนี้เลย”

สมหวังดูท่าทางรีบร้อน ชะเง้อมองหาสายฟ้า
“ไปไหนของเค้านะ”
สายฟ้ารดน้ำต้นไม้อยู่อีกมุม หันมาเห็นสมหวัง จึงเดินเข้ามาหา
“นี่….หาใครอยู่?”
สมหวังหันมาเห็นสายฟ้า
“เอ้า…อยู่นี่เอง หาซะทั่วบ้านเลย”
“ชั้นรดน้ำต้นไม้อยู่ตรงเนี้ยไม่เห็นได้ไง… เจอเธอก็ดีเลย กำลังจะไปหาอยู่เหมือนกัน”
“หาชั้น..มีอะไร”
สายฟ้านิ่งครู่หนึ่ง แล้วจ้องหน้าสมหวัง
สายฟ้าทอดส่งให้ “ยินดีด้วยนะกับความสำเร็จของเธอในวันนี้… ชั้นอยากจะขอบคุณเธออีกครั้งที่ทำให้วงเราอยู่รอดมาจนวันนี้ และมันยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่มีเธอชั้นก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน
สมหวังรู้สึกดีกับคำพูดสายฟ้า ยิ่งทำให้ไม่กล้าปฏิเสธการขึ้นคอนเสิร์ต
“ทุกคนในวงหวังว่าคอนเสิร์ตอาทิตย์นี้เธอจะทำออกมาได้ดี และประกาศศักดิ์ศรีให้กับวงวทัญญูได้อีกครั้ง ตั้งใจทำมันให้ดีที่สุดนะ ทุกคนในวงคอยเป็นกำลังใจให้เธออยู่”
สมหวังได้แต่พยักหน้าและยิ้มรับ
“แล้วเธอมีอะไรจะพูดกับชั้น”
สมหวังอึกอัก “เอ่อ….เอ่อ ไม่มีแล้ว”
“เอ้า…ทำไมล่ะ…มีเรื่องอะไรก็บอกชั้นได้ เงินไม่พอใช้ หรือที่นอนนอนไม่สบาย มีปัญหากับใคร บอกชั้นได้”
“ไม่มีแล้วจริงๆ….เดี๋ยวชั้นขอตัวไปซ้อมเต้นต่อนะ”
สมหวังเดินออกมาสีหน้าหนักใจหวานอมขมกลืน

ขณะสายฟ้ามองสมหวังและยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

ภายในห้องสอบสวนที่โรงพัก ตอนสายของวันต่อมา มือใครคนหนึ่งวางรูปแดนบนโต๊ะ! ที่แท้เป็นหมวดวันชาติจ้องหน้าเปี๊ยกแม่นปืนเค้นเอาความจริง

“รู้จักไอ้มือปืนคนนี้หรือเปล่า”
เปี๊ยกเบี่ยงหน้าหนี “ไม่รู้จัก”
“ไม่รู้จักแล้วมันถ่ายรูปกับเอ็งได้ยังไง” วันชาติซัก
“โธ่ หมวด ไม่รู้จัก ก็ไม่รู้จักซิ”
หมวดวันชาติทำเป็นหยิบปืนขึ้นมาวางบนโต๊ะ แล้วหันกระบอกปืนไปทางเปี๊ยก เปี๊ยกหันมาเห็นถึงกับสะดุ้ง ตาเหลือก
“แน่ใจนะ”
เปี๊ยกกลืนน้ำลายฝืดคอ
หมวดวันชาติจ้องหน้าเปี๊ยกเค้นคำตอบ!

ที่โรงพักภายในห้องสารวัตร
“ได้เรื่องยังไงบ้าง”
หมวดวันชาติเอารูปแดนวางให้สารวัตรดู
“ไอ้หมอนี่มันชื่อแดนครับ ไอ้เปี๊ยกมือปืนที่เพิ่งจับมาได้ มันให้การว่าไอ้แดนมันออกไปจากซุ้มเมืองเพชรตั้งนานแล้วครับ”
“แล้วมันไม่ได้ติดต่อกันเลยเหรอ” สารวัตรถาม
“มันบอกไม่ได้ติดต่อครับ”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นเราต้องระวังไอ้นี่มากขึ้น มันแยกตัวมาอยู่คนเดียว ประวัติทางเราก็ยังไม่มี มันคงร้ายกาจเอาการน่าดู”
“ครับ”
“เราไม่รู้ความเคลื่อนไหวอะไรของมันเลย ตอนนี้พยานตกอยู่ในอันตรายมาก หมวดต้องกำชับจ่ากุหลาบให้ระวังมากกว่านี้….พยานที่ชื่อสมหวังต้องปลอดภัย!! เข้าใจมั้ย” สารวัตรกำชับ
“รับทราบครับ”

ยอดชายคุยโทรศัพท์กับสมหวัง
“พรุ่งนี้แล้วนะครับคุณสมหวัง…นัดเดทครั้งแรกของเรา”
สมหวังคุยโทรศัพท์ สีหน้ายิ้มระรื่น ออกอาการเขินๆ
“ค่ะ….เจอกันพรุ่งนี้นะคะ”
“แหม…ผมก็นึกว่าคุณสมหวังลืมไปแล้วซะอีก”
“ไม่ลืมหรอกค่ะ…จะลืมได้ยังไง” หยุดเขินนิดนึง “นัดสำคัญขนาดนี้
“ครับ…งั้นพรุ่งนี้เจอกันร้านอาหารญี่ปุ่นที่เราตกลงกันไว้นะครับ”
“ค่ะ”
สมหวังวางสาย ยิ้มอย่างมีความสุข ส่วนยอดชายหน้าเหี้ยม
“พรุ่งนี้แกไม่รอดแน่!”

แดนอยู่ตึกร้างที่เก่า คุยโทรศัพท์กับยอดชาย
“ครับ…คุณยอดชาย”
“พรุ่งนี้พร้อมนะ”
“พร้อมครับ รับรองพรุ่งนี้นังสมหวังมันไม่เหลือซากแน่!” แดนคุยโว
“ดีมาก! ห้ามพลาดเด็ดขาด พอนังสมหวังตายก็จะไม่มีพยานอีกต่อไป คดีนังคุณนายศรีสมรจะได้ปิดสำนวนไปซะ สมบัตินังคุณนายจะได้ตกมาเป็นของชั้นสักที ชั้นอยากจะเชยชมใจจะขาดอยู่แล้ว”
“อย่าลืมส่วนแบ่งของผมนะ” แดนกำชับ
“รู้แล้วน่า! พรุ่งนี้ก็อย่าพลาดแล้วกัน”
“ครับ”
แดนรับคำหน้าเหี้ยม พร้อมจะจัดการสมหวัง!!!

สายฟ้า เจ๊จุ๊ และเจ๊เนาว์ กำลังนั่งดูดีวีดีโชว์ และเลือกแบบชุดสำหรับเตรียมออกคอนเสิร์ต
“ไม่คิดเลยเนอะว่าสมหวังจะดังใหญ่โตขนาดนี้” เจ๊เนาว์ยิ้มย่อง
“นั่นสิ…เพียงแค่ข้ามคืนดังได้ขนาดนี้ สมหวังต้องมีของดีชัวร์” เจ๊จุ๊ว่า
“ชั้นยังนึกไม่ออกเลยนะถ้าเราไม่มีสมหวัง วงเราจะเป็นยังไงก็ไม่รู้เนอะ”
“ใช่…ป่านนี้ชั้นคงไปเป็นผีเร่ร่อนอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้”
สายฟ้าฟังแล้วยิ้มภูมิใจในตัวสมหวัง
“เค้าช่วยวงเราไว้มากจริงๆ สิ่งที่จะตอบแทนเค้าได้ก็คือทำทุกอย่างให้เค้ามีความสุข”
“ใช่แล้ว แบบนี้มันต้องผูกใจเอาไว้ เขาจะได้อยู่กับพวกเรานานๆ หน้าที่นี้ควรจะเป็นของสายฟ้านะ”
คำพูดเจ๊เนาว์ เล่นเอาสายฟ้ายิ้มเขิน
เจ๊จุ๊แซว “ดู๊…ดูๆๆ หน้าแดงแจ๋เลย พูดแค่นี้ทำไมต้องหน้าแดงด้วย”
สายฟ้าหลุดหัวเราะ เขินๆ
“พอแล้ว พวกเจ๊พูดเรื่องอะไรกัน”
บาสเดินเข้ามาได้ยินพอดี
“ใช่…พวกเจ๊พูดเรื่องอะไรกัน เรื่องผูกใจน้องสมหวังเดี๋ยวชั้นจัดการเอง พี่สายฟ้าเค้าไม่สนใจน้องสมหวังหรอก อย่างพี่สายฟ้าเค้าต้องแนวพี่จอมขวัญโน่น จริงมั้ยพี่สายฟ้า”
สายฟ้ายิ้มหน้าเจื่อนๆ ฝืนพยักหน้า
เจ๊เนาว์เหน็บ “ชิชะ..นี่ๆๆ แล้วแกรู้ได้ยังไงว่าน้องสมหวังเค้าจะสนใจแก”
บาสคุยฟุ้ง “โธ่เจ๊!…ของแบบนี้มันต้องใช้เวลาและความสามารถ”
เจ๊เนาว์ย้อนถาม “ถ้าแกใช้ทั้งเวลาและความสามารถแล้ว สมหวังเค้ายังไม่สนใจแกล่ะ”
บาสอึ้ง นิ่งงันไป
“ก็ต้องพยายามต่อไป”
เจ๊จุ๊สวนขึ้น “หรือถ้าน้องบาสไม่อยากพยายามอีกต่อไป ก็ยังมีเจ๊อยู่นะ”
“โถๆๆ ย้วยยานเป็นแหนมป้าย่นขนาดนี้ ใครจะเอาแกนังจุ๊ สงสารเด็กมันบ้างเห๊อะ”
“นี่นังเนาว์มันจะดูถูกกันมากเกินไปแล้วนะโว้ย ย้วยๆยานๆ”
 
เจ๊จุ๊ทำท่าแอ่นหน้าอก นมกระเพื่อมเล็กน้อยโชว์ของ “แบบนี้แหละโว้ยเด็ดนักแลแม่จะบอกให้! ฮึ ฮึ”

สายฟ้ากับสมหวัง ตอนที่ 8 (ต่อ)

ที่ท่าน้ำริมคลองหลังบ้านเวลานั้น สมหวังดูเขินๆ บิดไปมา ยังไม่ค่อยกล้าพูดกับสายฟ้าที่มองมาอย่างแปลกใจ

“เป็นอะไรของเธอ เขินอยู่นั่นแหละ มีอะไรก็พูดมาสิ”
สมหวังอึกอักบิดไปมาอยู่นั่น “เอ่อ….เอ่อ”
“พูดมาเถอะไม่ต้องเขิน ไม่มีใครได้ยินหรอก”
“คือเรื่องคุณยอดชาย ที่คุณสัญญาไว้จะช่วยชั้น!”
ได้ฟังความจากปากสมหวัง สายฟ้าหุบยิ้มแทบไม่ทัน เปลี่ยนสีหน้าเป็นเซ็งขึ้นมาทันที!
“อืม…วันไหนนะ”
“พรุ่งนี้ไง….พรุ่งนี้วันศุกร์แล้ว…แค่นี้ก็จำไม่ได้”
สายฟ้าทำไก๋ “เฮ้อ…ชั้นก็ไม่ค่อยอยากจำนักหรอก…จะให้ชั้นทำอะไรก็รีบๆ บอกมา”
“ช่วยติวให้ชั้นหน่อย” สมหวังอายม้วน
สายฟ้าจ้องสมหวังทำหน้างงๆ
“ติว?...จะให้ชั้นติวอะไร”
“ก็ติวเรื่องที่ผู้หญิงกับผู้ชายเวลาเค้าออกเดทกันไง”
“จะติวยังไง”
“ก็ติวทุกอย่างที่คุณเคยไปเดทกับผู้หญิงน่ะ”
สมหวังเข้าไปปะเหลาะ เกาะแขน อ้อนสายฟ้า
“นะ นะ นะ … ช่วยชั้นหน่อยนะ ชั้นไม่อยากไปทำตัวเปิ่นๆ ต่อหน้าเค้าน่ะ”
สายฟ้าหนักใจ

บ่ายวันนั้นที่โรงซ้อมเต้น เจ๊เนาว์กำลังกำกับไลน์เต้นให้กับเหล่าแด๊นเซอร์ ชูชนะแอ่นซ้ายแอ่นขวาตามจังหวะเพลง ดูภาพรวมการซ้อมเต้นอยู่บริเวณนั้น
เจ๊เนาว์ปรบมือให้จังหวะ “อ้าว… ห้า หก เจ็ด แปด …. หมุน …. สาม สี่ ห้า หก ยัก ซ้าย ขวา ….ดีมาก”
ชูชนะขัดขึ้น “เดี๋ยวๆ ๆ…ตอนหมุนให้มันพร้อมกว่านี้หน่อยสิวะ”
เจ๊เนาว์แขวะ “โธ่พ่อ…หมุนได้แค่นี้ก็บุญแล้ว จะเอาอะไรกับนังพวกนี้ หมุนแค่นี้ก็สวยแล้วนะพ่อนะ”
ชูชนะไม่ยอม “ไม่ได้โว้ย…ออกทีวีทั้งทีมันต้องเป๊ะๆ”
“เป๊ะก็เป๊ะ”
เจ๊เนาว์หันกลับไปบอกกับพวกแด๊นเซอร์
“นี่…พวกหล่อน เอาใหม่ๆ ตอนหมุนขอให้หมุนพร้อมกันแบบเป๊ะๆ นะ พ่อขอมาจัดให้พ่อเห็นหน่อยว่าเราก็ทำได้…ไหน ลองใหม่นะ นับให้มันพร้อมกันแล้วก็หมุนให้มันพร้อมกัน ห้า หก เจ็ด แปด…”
แด๊นเซอร์ทำตามเจ๊เนาว์ และหมุนพร้อมกันมากขึ้น
เจ๊เนาว์ปลื้มปริ่ม “โอเคร…เริ่ดดด ประเสริฐศรี มณีเด้งมากๆ” หันไปถามชูชนะ “เป็นยังไงบ้างพ่อ…”
เจ๊เนาว์หันไปเห็นว่าชูชนะไม่ได้สนใจ แถมชะเง้อมองหาใครอยู่
“เอ้า….พ่อ!! นานๆ อีนังพวกนี้จะหมุนพร้อมกันสักทีก็ไม่ยอมดู ชะเง้อมองหาอะไรอยู่ได้”
“มองหาไอ้บาสกับสมหวังน่ะสิวะ….ทำไมป่านนี้มันไม่มาซ้อมกันอีก”
ระหว่างนั้นบาสเดินเข้ามาพอดี ชูชนะเฉ่งทันที

“ไอ้บาสทำไมเพิ่งมาซ้อม นี่มันกี่โมงแล้ว”
“ไปหาของกินในครัวมาพ่อ…มาๆ ซ้อมกันต่อเลย”
บาสมองไปรอบๆ “ไหนน้องสมหวังล่ะ”
“ข้ากำลังจะถามเอ็งเนี่ยว่าไม่เห็นนังสมหวังเรอะ”
บาสส่ายหัว “ไม่เห็น…นึกว่าน้องสมหวังมาซ้อมแล้วซะอีก”
เจ๊เนาว์บอก “ยังไม่มาเหมือนแก ไปตามมาสิ”
บาสพยักหน้า แล้วเดินออกไป
ชูชนะเครียด บ่นกระปอดกระแปด “ตั้งใจซ้อมจริงจังกันหน่อยสิวะ ออกทีวีนะโว๊ย”

ส่วนสองคนอยู่ที่ห้องทำงาน สมหวังนั่งมองว่าสายฟ้าทำอะไร สายฟ้ากำลังปิดม่านในห้อง ทุกด้าน
“เดี๋ยวๆ ทำไมคุณต้องปิดม่านด้วยล่ะ”
“เธอไม่อาย แต่ชั้นอายนี่ ใครมาเห็นเข้าเดี๋ยวเค้าก็หาว่าบ้าเล่นอะไรกัน”
สมหวังพยักหน้าเข้าใจ
“มา…ก่อนอื่น ชั้นจะทดสอบพื้นฐานเธอก่อน สมมุติว่าชั้นเป็นนาย…อะไรของเธอ”
สมหวังพูดพาซื่อ “ยอดชาย”
สายฟ้าไม่ค่อยพอใจ “นั่นแหละยอดชงยอดชายอะไรของเธอนั่นแหละ สมมุติว่านี่คือโต๊ะอาหาร นายนั่นเดินเข้ามานั่งปุ๊บ”
สายฟ้ามานั่งที่โซฟา เริ่มติว “เธอเริ่มก่อนเลย”
“สวัสดีค่ะคุณยอดชาย”
สมหวังเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ สายฟ้าจ้องให้สมหวังพูดต่อ
“พูดต่อสิ”
“คุณยอดชายดูดีจังเลยนะคะ ชั้นไม่เคยเห็นผู้ชายที่ดูดีและนิสัยดีเท่าคุณมาก่อนเลย”
สายฟ้ารู้สึกหึงขึ้นมา!
“เฮ้ย! ไม่ได้ เธอเป็นผู้หญิงนะ จะชมผู้ชายแบบนั้นก่อนได้ยังไง มันไม่งาม”
“เอ้า! ก็สิ่งที่ชั้นพูดมันพูดมาจากใจนี่”
“ไม่ได้…พูดมาจากใจหรือมาจากไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น มันเร็วเกินไปที่พูดแบบนั้นกับคนที่เพิ่งนัดครั้งแรก มันไม่งามเข้าใจมั้ย”
สมหวังงอนตุ๊บป่อง “คำก็ไม่งาม สองคำก็ไม่งาม แล้วแบบไหนถึงจะงามบอกชั้นมาสิ”
สายฟ้าแกล้งสอนให้สมหวังทำแต่สิ่งที่ดูไม่ดีต่อหน้ายอดชาย
“เธอก็ทำหน้าซื่อๆ ถามคำตอบคำ พูดห้วนๆ แล้วก็ไม่ต้องยิ้ม ให้ดูเป็นผู้หญิงลึกลับ น่าค้นหาหน่อย ผู้ชายชอบ”
สมหวังเถียง “นี่… ผู้ชายที่ไหนเค้าชอบผู้หญิงหน้าบูดๆ ถามคำตอบคำแบบนั้นล่ะ นายแกล้งชั้นปะเนี่ย”
“ไม่ได้แกล้ง ชั้นนี่แหละชอบ”
สายฟ้าหลุดปาก สมหวังเหวอ นิ่งเงียบ
ทั้งคู่สบสายตากัน บรรยากาศเงียบสนิท สายฟ้ารีบสลัดความเขิน แล้วไก๋พูดต่อ
“มาๆ ต่อเลยดีกว่า…แล้วถ้าสมมุติเค้ามารอก่อนแล้ว เธอต้องถามเค้าว่า...รอนานมั้ยคะ”
สมหวังพูดตาม
“รอนานมั้ยคะ”
“เพิ่งมาถึงครับ…เชิญนั่งก่อนสิครับ”
สมหวังเข้ามานั่งที่เดิม สมหวังดูเขิน เหมือนจะพูดอะไรต่อ สายฟ้ารอให้สมหวังพูด
“แล้วพูดยังไงต่อ?”
สายฟ้าเซ็ง! ถอนใจเฮือก เกาหัวยิกๆ
“เฮ้ออ…จะรอดมั้ยเนี่ย”
“ต้องรอดสิ… สอนต่อ ชั้นกำลังตั้งใจอยู่”
“ถ้าเค้ามีดอกไม้มาให้ เธอก็ต้องขอบคุณเค้า …ขอบคุณค่ะ ดอกไม้สวยจังเลยนะคะ”
“อันนี้ชั้นรู้…ไปขั้นตอนอื่นเลย”
“ต่อไปก็เริ่มสั่งอาหาร…”

เวลาเดียวกันนั้นที่ โรงครัว เจ๊จุ๊เตรียมกับข้าวอยู่ บาสกำลังมองหาสมหวัง
บาสถามขึ้น “เจ๊…เห็นน้องสมหวังหรือเปล่า”
“มีอะไรเหรอ”
“พ่อเรียกให้ไปซ้อมเต้น”
“เห็นเดินเข้าไปในบ้านกับสายฟ้าเมื่อกี้นี้”
เจ๊จุ๊บอก บาสได้ฟังแล้วตกใจ
“ห๊ะ! เข้าไปกันแค่สองคน!”

บาสไม่สบายใจ รีบวิ่งจู๊ดเข้าไปในบ้านทันควัน

ด้านสายฟ้ากำลังซ้อมนัดเดทให้สมหวังอยู่ในห้องทำงาน สองต่อสอง

“ที่เธอชวนเค้ามากินข้าวเนี่ย เธออยากจะพูดอะไรกับเค้า”
สมหวังอึกอัก “เอ่อ…”
“ลองคิดสิ….พูดให้ชั้นฟังก่อนก็ได้”
“เอาจริงเหรอ” สมหวังอายม้วนต้วน
“จริงสิ…พูดมา”
สายฟ้าตั้งใจฟัง สมหวังรู้สึกเขินๆ
“ชั้นอยากจะบอกว่า….ชั้นรู้สึกดีตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอคุณ ชั้นไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน”
สมหวังยังเขินอยู่อย่างนั้น สายฟ้ายิ่งหึง
สายฟ้ากระแอม “ฮึ่ม..ฮึ่ม เก็บอาการหน่อย ไม่ต้องเขินขนาดนั้น นี่ขนาดพูดต่อหน้าชั้นยังเขินขนาดนี้ ถ้าไปอยู่ต่อหน้านายนั่นจะเขินขนาดไหน”
“ไม่รู้สิ…ก็คนมันเขินนี่จะให้ทำยังไง….แล้วพูดยังไงต่อ”
“เธอต้องทำให้เค้าพูดบ้าง จะได้รู้ว่าเค้าคิดยังไงกับเธอ ไม่ใช่เธอคิดอยู่ฝ่ายเดียว”
“แล้วทำยังไงถึงจะให้เค้าพูด”
“เธอไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เธอนิ่งๆ ไว้ ถ้าเค้ามีใจให้เธอเค้าต้องพูดขึ้นมาเอง”
“เค้าจะพูดยังไงเหรอ…”
สายฟ้ารู้สึกเขินขึ้นมาเอง อึกอักไม่รู้จะพูดอะไร จนที่สุดรวบรวมสติได้ก่อนจะพูด
“เอ่อ…”
สายฟ้าจ้องสมหวัง เหมือนตั้งใจจะพูดบางอย่างให้ฟัง
สมหวังจดจ่อตั้งใจฟัง
“ผมถามตัวเองเสมอว่า คนเราเกิดมาอยู่คนเดียวในโลกโดยที่ไม่แต่งงานได้มั้ย แต่พอผมโตมาได้ค้นพบคำตอบว่า ไม่มีใครในโลกที่เกิดมาสมบูรณ์ครบทุกอย่าง เราจึงต้องการใครสักคนเพื่อแบ่งปันซึ่งกันและกัน”
สายฟ้าจ้องสมหวังด้วยแววตาลึกซึ้ง และจริงใจที่สุด
สมหวังเคลิ้ม ตกอยู่ในภวังค์เหมือนตัวเองกำลังถูกบอกรัก สมหวังเขินจนหน้าแดงโดยไม่รู้ตัว
“และวันนี้ผมก็คิดว่า ผมได้พบกับคนที่ผมรอมาทั้งชีวิต คนที่ผมพร้อมจะแบ่งปันความรักให้เขา คนๆนั้น ก็คือ คุณ”
สมหวังอึ้งและเคลิ้มกับสิ่งที่สายฟ้าพูด มันทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาและรู้สึกดีกับสายฟ้าอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งคู่จ้องตากัน ราวกับตกหลุมรักกัน และเหมือนมีมนต์อะไรบางอย่างสะกดให้ใบหน้าทั้งคู่เคลื่อนใกล้เข้าหากันโดยอัตโนมัติ
สมหวังหลับตาพริ้ม เหมือนรอให้สายฟ้าจูบ
ทันใดนั้น บาสก็โผล่พรวดเข้ามา!
“เฮ้ย! พี่สายฟ้า!ทำอะไรกันน่ะ”
สายฟ้ากะสมหวัง ตกใจ! ผงะออกจากกัน
“ปละ…เปล่า…ชั้นคุยเรื่องคอนเซ็ปท์ชุดวันขึ้นคอนเสิร์ต”
สายฟ้ากับสมหวังเลิ่กลั่ก ทำตัวไม่ถูก
บาสมองกราดทั้งสองแบบจับผิดว่าเกิดอะไรขึ้น
สายฟ้าตัดบท “งั้นตกลงตามนั้นนะ”
“ค่ะ….ชั้นขอตัวนะ”
สมหวังรีบเดินออกไป
บาสมองทั้งสองคนอย่างงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วหันขวับมาจ้องสายฟ้าตาเขม็ง

พอสายฟ้าเดินออกมาจากห้อง บาสเดินตามออกมาจะถามให้รู้เรื่อง
“พี่สายฟ้า พี่เข้าไปทำอะไรในห้องกับน้องสมหวังสองต่อสอง”
“ไม่มีอะไร…สมหวังเค้ามาขอคำปรึกษา”
“ปรึกษาอะไรกัน…หน้าจะชนกันอยู่แล้ว อย่าบอกนะว่าพี่ชอบน้องสมหวัง”
สายฟ้าอึ้ง นิ่งงันไป!
“ไอ้บ้า…เอาอะไรมาพูด”
บาสมองจ้อง จับอาการ “ผมสังเกตมาหลายครั้งแล้วพี่มองน้องสมหวังแปลกๆ เหมือนกับพี่ชอบน้องเค้าอย่างนั้นแหละ”
สายฟ้าปฏิเสธ “เฮ้ย…จะบ้าเหรอ ชั้นเนี่ยนะจะไปชอบยัยกระเปี๊ยกนั่น แกก็บอกเองไม่ใช่เหรอว่าสเปคชั้นต้องแบบจอมขวัญ” รีบเปลี่ยนเรื่อง “แล้วนี่แกมีอะไรหรือเปล่า เข้ามาหาชั้นเนี่ย”
“เปล่า…ก็เข้ามาดูพี่กับน้องสมหวังนั่นแหละ”
“แกจะเป็นเอามาก”
บาสพูดจริงจัง “ใช่…ผมเป็นเอามาก น้องสมหวังเนี่ยผมรักจริง! ถ้าพี่ชอบน้องสมหวังพี่ก็รีบบอกมาผมจะหลีกทางให้”
สายฟ้านิ่งหน้าเปลี่ยนสี ที่บาสพูดแทงใจดำ สายฟ้าตบไหลบาส พูดให้บาสสบายใจ
“เฮ้ย…ไม่หรอก คิดมากน่า”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นผมจะได้สบายใจหน่อย”
บาสดีใจยิ้มออกที่ไม่เป็นไปอย่างที่คิด ขณะสายฟ้าหนักใจ ที่ไม่กล้าบอกความจริง!

ค่ำนั้นที่บริเวณท่าน้ำ บาสพุ่งเข้ามาหาสมหวัง
“น้องสมหวัง”
สมหวังสะดุ้งตกใจ! “พี่บาส”
บาสรีบปลอบขวัญ “ขวัญเอ๊ย ขวัญมา พี่ทำให้น้องสมหวังตกใจหรือเปล่าจ๊ะ พี่ขอโทษนะ”
“ไม่เป็นไรจ้ะ”
“น้องสมหวังดูสีหน้าเครียดๆ ยืนคิดอะไรอยู่เหรอจ๊ะ”
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ…พี่บาสมีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ”
“พี่มีของจะให้”
สมหวังงงๆ บาสควักอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นให้ สมหวังรับมาเห็นเป็นตั๋วหนัง
“พรุ่งนี้ไปดูหนังกันนะ …พี่ซี้อตั๋วมาแล้ว”
สมหวังรับตั๋วหนังมาทำตัวไม่ถูก ไม่กล้าปฏิเสธ ครู่หนึ่ง ก็ยิ้มออกเมื่อนึกแผนบางอย่างขึ้นมาได้!!!

คืนนั้นสมหวังอยู่ในห้องนอน ยื่นตั๋วหนังให้กุหลาบซึ่งกำลังหวีผมอยู่ กุหลาบออกอาการงงๆ
“อะไรเนี่ย”
“ตั๋วหนังไง”
“พี่รู้แล้วว่าตั๋วหนัง…แล้วเอามาให้พี่ทำไม”
“พี่บาสเค้าชวนพี่ไปดูหนัง”
กุหลาบถึงกับชะงัก แปลกใจ!
“บ้า!…นายนั่นจะชวนพี่ได้ยังไง น่าจะชวนสมหวังมากกว่า”
“จริงๆ พี่บาสเค้าชวนพี่จริงๆ”
กุหลาบเขิน เริ่มหน้าแดง
“แล้วนายนั่นจะมาชวนพี่ทำไมเล่า”
“ไม่รู้สิ…อยากรู้ก็ต้องไป” สมหวังบอก อย่างโล่งใจ

เช้าวันต่อมา ขณะที่สมหวังกำลังเดินออกจากประตูบ้าน ยินเสียงแตรรถก็ดังขึ้นจากด้านหลัง สมหวังหันไปมองเห็นว่าเป็นรถของสายฟ้า
สายฟ้าเข้ามาจอดเทียบ แล้วไขกระจกพูดด้วย
“ขึ้นมาจะไปส่ง…เดี๋ยวไปช้าไม่เจอนายยอดชายพอดี”
“จะดีเหรอคะ” สมหวังเกรงใจ
“บอกให้ขึ้นมา ก็ขึ้นมาเถอะน่า” สายฟ้าคะยั้นคะยอ
สมหวังเปิดประตูขึ้นรถ พอขึ้นนั่งในรถแล้วก็ยิ้มให้พร้อมกล่าวขอบคุณ
“ขอบคุณนะคะที่ไปส่ง”
“ใครบอกจะไปส่งเธอ ชั้นมีธุระแถวนั้นพอดี”

สายฟ้ามีพิรุธ เพราะที่จริงตั้งใจจะไปส่งสมหวัง แต่ทำเป็นปากแข็ง

สายฟ้ากับสมหวัง ตอนที่ 8 (ต่อ)

ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้ายามนั้น ยอดชายอยู่ในรถ กำลังกดโทรศัพท์หาแดนที่อยู่ในรถยนต์อีกคัน

“อยู่ไหนแล้ว” ยอดชายถาม
“จอดอยู่ตรงข้ามรถคุณน่ะ” แดนบอก
“เห็นนังนั่นมาหรือยัง”
“ยังไม่เห็นวี่แวว…คุณแน่ใจนะว่ามันจะมาแน่”
“แน่ใจสิ…มันนัดกับชั้นไว้แล้ว…ว่าแต่แกเถอะพร้อมหรือยัง”
“รับรองวันนี้มันจะไม่รอดฝีมือไอ้แดนไปได้แน่!”
“โอเค…พอชั้นล่อมันออกมาได้ แล้วแกก็รีบเอารถมารับพามันไปจัดการเลยนะ เข้าใจมั้ย” ยอดชายนัดแนะ แผนการ
“ครับ”
แดนรับคำสีหน้าเหี้ยม!

เวลาเดียวกัน รถสายฟ้าแล่นเข้ามาจอดหน้าห้างเพื่อส่งสมหวัง
“ขอบคุณนะคะ”
“ไม่เป็นไร….จะให้มารับด้วยมั้ย” สายฟ้าเป็นห่วง
“ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวชั้นกลับเอง” สมหวังลงจากรถไป
สายฟ้าขับห่างออกมาครู่หนึ่ง จึงเหลือบตามองกระจกหลังเพื่อให้แน่ใจว่าสมหวังเดินเข้าไปในห้างแล้ว
สายฟ้าเห็นสมหวังกำลังเดินลับตัวเข้าห้างไป สายฟ้ามองทางข้างหน้า เห็นป้ายเขียนว่าทางเข้าลานจอดรถสายฟ้าขับรถหักเข้าไปในลานจอดรถห้าง

ครู่ต่อมาสายฟ้ามายืนแอบอยู่หน้าร้านอาหารญี่ปุ่น พยายามมองเข้าไปในร้านหาสมหวัง
สักครู่หนึ่งสมหวังเดินตรงมาทางร้านญี่ปุ่น และในจังหวะนั้นสมหวังเหลือบไปเห็นสายฟ้ากำลังชะเง้อมองหาอะไรบางอยู่ สมหวังแปลกใจ
สายฟ้ายังคงชะเง้อมองหาสมหวังในร้าน โดยไม่รู้ว่าสมหวังเดินเข้ามาหาสายฟ้าทางข้างหลัง
สมหวังสะกิด
“มองหาอะไร”
สายฟ้ายังไม่รู้ตัว และไม่เห็นสมหวัง “หาคนครับ”
สมหวังถามอีก “หาใคร”
สายฟ้าคุ้นหู หันมาเห็นสมหวัง สายฟ้าตกใจไม่เชื่อสายตา
“เฮ้ย”
สายฟ้าอึกอัก “เอ่อ…เธอมาอยู่นี่ได้ยังไง…ยังไม่เข้าไปในร้านอีกเหรอ”
“ยัง…กำลังจะเข้าไป”
“สรุปคุณมองหาใคร”
สายฟ้าตัดบทกลบเกลื่อน “ปละ…เปล่า”
สมหวังดักคอ “ไหนบอกไปทำธุระไง แล้วทำไมมาอยู่ตรงนี้”
สายฟ้าอึ้ง คิดหาข้ออ้าง
“กะ..ก็พอดีนึกได้ว่าต้องซื้อของ”
“ซื้ออะไรเหรอคะ”
“ของใช้ทั่วไปนั่นแหละ”
“แล้วไม่ไปทำธุระแล้วเหรอ”
“ไม่ไปแล้ว เค้าโทรมาแคนเซิลน่ะ”
“งั้นดีเลย อยู่ช่วยชั้นก่อน”
สายฟ้าทำเป็นขัดขืน ทั้งทีใจอยากจะแล่นไปนั่งด้วยใจแทบขาด!
“ช่วยอะไรอีกล่ะ”
สมหวังกังวลพิกล “คือ…ชั้นเริ่มไม่มั่นใจขึ้นมาแล้วอ่ะ”
“เราก็ซ้อมกันมาแล้วนี่”
“ก็มันตื่นเต้น กลัวไม่เป็นอย่างที่ซ้อมไว้…นะ นะ ช่วยชั้นก่อน”
“อ่ะ อ่ะ อ่ะ ก็ได้ๆ” สายฟ้าทำเป็นรับปากส่งๆ
สมหวังยิ้มขอบใจ

สมหวังเดินเข้ามาที่โต๊ะในมุมหนึ่งที่ยอดชายนั่งรออยู่
“สวัสดีค่ะ คุณยอดชาย”
“สวัสดีครับ…เชิญนั่งก่อนครับ”
สมหวังเก้ๆ กังๆ ด้วยความเขิน แล้วนั่งลงตรงข้ามยอดชาย
สมหวังไม่กล้าสบตายอดชายสักเท่าไหร่
“รอนานมั้ยคะ”
“ไม่นานครับ…เพิ่งมาถึงเหมือนกัน”
ที่แท้สายฟ้ามานั่งโต๊ะที่มีพนักพิงติดกันกับสมหวัง
สายฟ้ากับสมหวังนั่งหันหลังชนกัน
สมหวังเขินทำตัวไม่ถูก ปากแข็งพูดไม่ออก
“เอ่อ….เอ่อ…”
สายฟ้าช่วยกระซิบบอกอยู่ข้างหลัง
“ดอกไม้สวยดี”
สมหวังฟังไม่ค่อยถนัด ทำเนียนหยิบเมนูอาหารขึ้นมาบังหน้าแล้วถามสายฟ้า
“ว่ายังไงนะ”
สายฟ้าพูดดังขึ้น!
“บอกไปว่าดอกไม้สวยดี”
สมหวังพยายามชะเง้อมองหาดอกไม้ แต่ยอดชายไม่มีดอกไม้มาให้
สมหวังบอกสายฟ้า “ไม่มีดอกไม้”
ยอดชายยินแว่วๆ มองสมหวังงงๆ
“ว่าอะไรนะครับ…มีอะไรหรือเปล่าครับ”
สมหวังรีบเอาเมนูลงแล้วทำตัวปกติ! ยิ้มแหยๆ
“อ๋อ…ไม่มีค่ะ”
สายฟ้ากระซิบต่อ
“สั่งอาหาร…สั่งอาหารเลย”
สมหวังยินไม่ถนัด พยายามเอี้ยวหูฟัง
สมหวังบอกกับยอดชาย “สั่งอาหารกันเลยมั้ยคะ”
“ดีครับ”
ยอดชายกวักมือเรียกบริกร ให้มารับออเดอร์
“น้อง เอาชุดซากานะ เบนโตะ”
สมหวังกำลังจ้องเมนูอาการงกๆ เงิ่นๆ ไม่รู้จะสั่งอะไร เพราะไม่ค่อยได้กินอาหารญี่ปุ่น
ยอดชายพับเมนูแล้วเงยหน้ามาถามสมหวัง
“ทานอะไรครับ”
สมหวังยิ้มแหยๆ
“เอาเหมือนคุณยอดชายก็ได้ค่ะ”
ยอดชายหันไปสั่งบริกร “งั้นเอาชุดซากานะ เบนโตะเป็นสองชุด”
“รับน้ำอะไรดีครับ”
“ขอชาเขียวเย็น คุณสมหวังดื่มอะไรครับ”
สมหวังชี้ไปที่พั้นช์ผลไม้ในเมนู
“อันนี้แล้วกันค่ะ”
“ครับ” บริกรเดินออกไป
สายฟ้ายิ้มเยาะสมหวัง
“สั่งไม่เป็นละสิ”
สมหวังได้ยิน รู้สึกเสียหน้า รีบหยิบเมนูขึ้นมาป้องหน้าแล้วแก้ตัวกับสายฟ้า
“สั่งเป็น! แต่มันลายตาไม่รู้ว่าจะกินอะไรดี”
“ไม่ต้องอายยอมรับความจริงมาเถ๊อะ”
“จะมาช่วยหรือมากวนห๊ะ” สมหวังชักฉุน
ยอดชายมองสมหวังอย่างงงๆ ว่าสมหวังเป็นอะไร?
“คุณสมหวังครับ!”
สมหวังสะดุ้ง รีบเอาเมนูลงแล้วหันมาคุยกับยอดชาย
“คะ”
“มีอะไรหรือเปล่าครับ…จะสั่งอะไรเพิ่มหรือเปล่าครับเห็นจ้องเมนูนานแล้ว”
สมหวังยิ้มแหยๆ แถไปตามประสา “ดูของหวานน่ะค่ะ น่ากินดี”

“อ๋อ..งั้นตามสบายครับ”

กุหลาบแต่งตัวสวยกว่าปกติ กำลังเดินผ่านลานจอดรถ กุหลาบเหลือบไปเห็นรถคันหนึ่งเป็นกระจกปรอท จึงเดินตรงเข้าไปส่องกระจกเพื่อดูความเรียบร้อย โดยไม่ทันเห็นว่ามีคนอยู่ในรถ

แดนกำลังเตรียมกระสุนและเช็คปืนอยู่ แดนเงยหน้าขึ้นมาเห็นเหมือนกุหลาบจ้องอยู่ แดนจำกุหลาบได้ แดนสะดุ้งตกใจ
“เฮ้ย! ยัยตำรวจที่คุ้มกันนังสมหวังนี่หว่า” แดนรีบฟุบหน้าหลบ
กุหลาบยิงฟัน จัดทรงผมเสร็จ แล้วก็เดินจากไป
แดนถอนหายใจโล่งอก “นังบ้า!…ห้องน้ำก็มีไม่ยอมไปส่อง มาส่องกระจกรถชาวบ้านตกใจหมด!”
แดนหงุดหงิด รีบหันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา จะโทร.บอกยอดชายเรื่องจ่ากุหลาบ
“ฮัลโหลครับ…คุณยอดชาย คือว่าผมเห็น…”

ยอดชายคุยโทรศัพท์กับแดน แต่ต้องรีบตัดบท
“ยังไม่เรียบร้อยแค่นี้นะ”
ยอดชายตัดสายโทรศัพท์ เห็นสมหวังมองอยู่
“เพื่อนน่ะครับ โทร.มายืมเงิน ไอ้พวกนี้ไม่เอะอะเดือดร้อนก็นึกถึงแต่ผม มันเห็นผมเป็นธนาคารกันรีไงก็ไม่รู้!”
สมหวังไม่รู้จะสนทนาต่อได้ยังไง ได้แค่ยิ้มรับ
“ค่ะ”
บริกรยกอาหารมาเสิร์ฟพอดี
สมหวังยิ้ม “โห…อาหารน่ากินจังเลยนะคะ”
“ทานก่อนได้เลยนะครับ”
บริกรเดินออกไป สมหวังมัวแต่สนใจอาหาร
ยอดชายค่อยๆ หยิบซองยานอนหลับออกจากกระเป๋ามาเตรียมถือไว้ ยอดชายมองสมหวังอย่างหมายมั่นว่า เมิงเสร็จกรูแน่!!

ครู่หนึ่ง ยอดชายหยิบปากกาออกจากกระเป๋า แล้วแกล้งทำปากกาตกกระเด็นไปที่สมหวัง สมหวังก้มลงเก็บ ทันใดนั้นยอดชายรีบเอายานอนหลับใส่ลงไปในแก้วพั้นช์สมหวังอย่างว่องไว
สมหวังเงยขึ้นมายื่นปากกาให้ยอดชาย
“ขอบคุณครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“ทานอาหารกันดีกว่าครับ”
“ค่ะ”
ทั้งคู่เริ่มทานอาหาร
ยอดชายมองลุ้นๆ ให้สมหวังดื่มพั้นช์สักที!

สมหวังเขิน เขี่ยอาหารไปมายังไม่พร้อมจะทาน สีหน้าเหมือนมีอะไรจะบอก ยอดชายสังเกตเห็น
“อาหารไม่อร่อยเหรอครับ”
“อ๋อ…เปล่าค่ะ”
“งั้นเรามาชนแก้วให้กับการเดทครั้งแรกของเราดีกว่าครับ”
สมหวังดีใจหัวใจพองโตที่ได้ยินคำว่า “เดทของเรา”
“คุณยอดชายเรียกว่าเดทของเราเหรอคะ”
“ครับ” ยอดชายยิ้มตาหวานซึ้ง
สมหวังเขิน บิดไปมา!
สายฟ้าอิจฉาตาร้อนและด้วยความหึง
“เดทของเราสองคน!! งั้นเหรอ!?...เสียใจด้วยนะ บังเอิญมีชั้นนั่งอยู่ด้วย มันเป็นสามคนต่างหาก”
สมหวังเซ็งได้ยินที่สายฟ้าพูด เหลือบไปค้อน!
จากนั้นสมหวังปั้นหน้ายิ้ม แล้วหันกลับไปชนแก้วกับยอดชาย สมหวังดื่มพั้นช์ที่มียานอนหลับเข้าไป
ยอดชายยิ้มอย่างสมใจ สมหวังวางแก้วลง แล้วรวบรวมความกล้า
“คุณยอดชายคะ”
“ครับ” ยอดชายจ้องหน้า รอฟัง
“เอ่อ….คือว่าชั้นมีเรื่องจะบอกคุณค่ะ”
“บอกมาสิครับ”
สายฟ้ารู้สึกหมั่นไส้!!
ยอดชายส่งสายตาหวานหว่านเสน่ห์ สมหวังยิ่งเขิน!
“จะบอกอะไรผมเหรอครับ”
“เอ่อ….คือ ชั้น…รู้สึกดีกับคุณตั้งแต่ครั้งแรกที่พบคุณ คุณเป็นผู้ชายที่นิสัยดีที่สุดที่ชั้นเคยพบมา”
ยอดชายยิ้มให้สมหวัง สมหวังเขิน ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
สมหวังพยายามเคาะและทำสัญญาณทุกวิถีทางที่จะเรียกให้สายฟ้าช่วย
สมหวังพยายามพูดกับสายฟ้า “พูดอะไรต่อ”
สายฟ้าฟังอยู่อย่างหมั่นไส้!
จังหวะนั้นยอดชายเอื้อมมือมาจับมือสมหวัง สมหวังตาโต ทำตัวไม่ถูก
ยอดชายหว่านเสน่ห์ใส่ “แค่นี้เหรอครับ…พูดต่อสิครับ”
สมหวังได้แต่ยิ้มเขิน
“แล้ว…คุณละคะ รู้สึกยังไงกับชั้น”
ยอดชายกำลังอ้าปากจะพูด
“ผม…”
แต่แล้วทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ยอดชายดังขัดขึ้น
“ผมขอตัวสักครู่นะครับ”
สมหวังเซ็ง “ค่ะ”
ยอดชายเดินออกไป สมหวังเอามือจับหัวตัวเองอาการมึนๆ สายตาเริ่มเบลอขณะมองยอดชายลุกออกไป สมหวังหวังพยายามสลัดความมึนเบลอออกไป

ยอดชายเดินออกมาคุยโทรศัพท์กับแดนที่โทร.มา
“ให้ผมลงมือได้หรือยังครับ
“ใกล้แล้ว…แกเตรียมตัวได้เลย”
“ครับ!...แต่คุณยอดชายครับ เมื่อกี้ผมเห็นตำรวจที่คอยคุ้มกันนังสมหวังด้วยครับ”
ยอดชายตกใจ!
“เอ้า!…แล้วมันอยู่ไหน”

กุหลายอยู่ในโรงที่กำลังฉายหนังตัวอย่าง บรรยากาศค่อนข้างมืด กุหลาบนั่งอยู่ มีเก้าอี้ข้างๆ ทั้งสองตัวยังว่างอยู่ กุหลาบนชะเง้อมองหาบาส ระหว่างที่กุหลาบนั่งใจจดใจจ่อรอบาส
ครู่หนึ่ง ก็มีมือใครคนหนึ่งมาจับมือกุหลาบ กุหลาบรู้ทันทีว่าเป็นบาส กุหลาบเขิน หัวใจพองโต
“มาถึงนานแล้วเหรอจ๊ะ”
“เพิ่งมาถึงน่ะ” กุหลาบบอก
บาสงงๆ ทำไมเสียงไม่เหน่อเหมือนสมหวัง
“วันนี้เสียงใสจังเลยนะจ๊ะ”
“ก็ใสทุกวันนั่นแหละ”
“อ๋อ…พี่หมายถึงวันนี้เสียงไม่เหน่อ”
ระหว่างนั้นบาสก็ค่อยๆเอื้อมไปจับมือกุหลาบ สีหน้าบาส ยิ่งดูแปลกใจ!
“มือก็ดูบวมๆ ใหญ่กว่าปกตินะจ๊ะ…ไม่สบายหรือเปล่า”
บาสตัดสินใจหันมาดูชัดๆ เห็นเป็นกุหลาบก็ตกใจ!!!
“เฮ้ย! ยัยตัวแสบ!! มาได้ยังไงเนี่ย”
“ก็นายชวนชั้นมาเอง”
สองคนเถียงกันลั่น คนดูในโรงหันมามองบาส กะกุหลาบเป็นตาเดียว
บาสกะกุหลาบ เบาเสียงลง
“ใครชวน…ชั้นชวนน้องสมหวังต่างหาก”
“สมหวังบอกว่านายชวนชั้นมา”
“ชั้นเปล่าชวน”
ระหว่างนั้น คนดูคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างหลัง โมโหตวาดขึ้นมา
“จะทะเลาะกัน..ไปทะเลาะกันข้างนอกนู่น คนจะดูหนัง”
ด้วยความอารมณ์เสียอยู่ บาสจึงตวาดกลับ
“ก็จะทะเลากันในเนี้ยมีปัญหาอะไรมั้ย”
ครู่หนึ่ง เจ้าของเสียงก็ยืนขึ้น เป็นผู้หญิงอ้วนร่างใหญ่ หน้าตาเอาเรื่อง
“มี”
บาสกะกุหลาบ หันไปเห็นผู้หญิงคนนั้นมองตาเขม็ง ถึงกับชะงัก!
“อุ้ย”
สองคนหน้าซีด หยุดทะเลาะกัน แล้วนั่งลงอย่างสงบ
“เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ”

สายฟ้ารออยู่นานยังไม่เห็นยอดชายกลับมา จึงชวนสมหวังกลับ
“กลับกันได้แล้ว”
“จะกลับอะไรเล่า …คุณยอดชายเค้ายังไม่กลับเลย”
“ยังมีงานต้องทำอีกเยอะ” สายฟ้าอ้าง
สมหวังต่อรอง “อีกแป๊ปนึง! นี่..ชั้นให้นายมาช่วยชั้นนะ ไม่ได้มาขัดขวางความสุขชั้น…แล้วเมื่อกี้นะถึงเวลาสำคัญที่ชั้นจะบอกความรู้สึกที่ชั้นมีต่อคุณยอดชาย แทนที่จะช่วยชั้นดันนั่งเงียบกริบ”
“ก็นั่นมันความรู้สึกของเธอ ไม่ใช่ความรู้สึกชั้น เธอต้องพูดเองสิ ชั้นช่วยติวให้เธอเมื่อวานแล้วไง ช่วยไม่ได้อยากไม่ยอมจำเอง…พอแล้วกลับกันได้แล้ว” สายฟ้าบอก
“อย่าเพิ่งสิ….คุณยอดชายเค้ายังไม่ได้พูดอะไรกับชั้นเลย”
ระหว่างที่สมหวังพูด สายตาเริ่มเบลอมากขึ้น และหาวเป็นระยะๆ
“ง่วงนอนก็กลับไปนอนได้แล้ว”
“อีกแป๊ปนึงนะ”
สายฟ้าหันไปดูยอดชายว่าเดินกลับมาหรือยัง พอหันกลับมาที่สมหวังก็เห็นสมหวังสลบฟุบไปแล้ว
สายฟ้าตกใจ “อ้าวเฮ้ย! ยัยกะเปี๊ยก เป็นอะไรของเธอเนี่ยห๊ะ ตื่นก่อน”
สายฟ้ามองไปที่โต๊ะ เห็นมีแก้วพั้นช์วางอยู่ เก็ตทันที
“ยายบ๊องเอ๊ย แพ้แอลกอฮอล์แต่สั่งน้ำพั้นช์มากิน แบบนี้ก็ร่วงน่ะสิ”

ยอดชายเดินกลับเข้ามาที่ร้าน ไม่เห็นสมหวังก็ตกใจ จึงหันไปถามเด็กเสิร์ฟ
“ผู้หญิงที่นั่งโต๊ะนี้ไปไหนแล้วล่ะ”
“เพื่อนเค้าจ่ายเงินแล้วพาออกไปแล้วครับ” เด็กเสิร์ฟบอก
“ออกไป…ออกไปไหน” ยอดชายอึ้ง แปลกใจ
“เห็นเดินไปทางลิฟต์ครับ”
ยอดชายโมโห รีบหยิบโทรศัพท์โทร.หาแดน แล้ววิ่งตามออกไป

ยอดชายวิ่งลงตามไปบันไดหนีไฟพร้อมกับโทร.หาแดน ในขณะที่แดนจอดรถรออยู่ที่ลานจอดรถ รับโทรศัพท์
“ฮัลโหล”
“มีคนมารับมันออกไปแล้ว คงกำลังไปที่ลานจอดรถ ตามหามันเดี๋ยวนี้เลย” ยอดชายสั่งการ
“ครับ”

แดนชักปืนออกมาใส่ปลอกเก็บเสียง แล้วเหน็บเข้าเอวก่อนลงจากรถไปตามหาสมหวัง!

สายฟ้ากับสมหวัง ตอนที่ 8 (ต่อ)

สายฟ้าพยุงสมหวังเดินออกมาที่ลานจอดรถตามที่ยอดชายคิด แดนเห็นสองกำลังเดินไปขึ้นรถ มันชักปืนที่ใส่กระบอกเก็บเสียงขึ้นมาแล้วเล็งไปที่สมหวัง แดนตัดสินใจยิงใส่สมหวัง!

ทว่าสายฟ้าพยุงสมหวังส่ายตัวไปมาทำให้กระสุนพลาดเป้า ไม่โดนสมหวัง แดนยังคงเล็งยิงอย่างต่อเนื่อง!
ระหว่างนั้น ยอดชายวิ่งพรวดออกมาจากด้านในห้าง เห็นประกายไฟจากลูกกระสุนก็ตกใจ ยอดชายหันมาเห็นแดนกำลังยิงมาทางตนก็ตกใจมาก
“คุณยอดชายหลบไป”
ยอดชายเห็นเข้าก็ตกใจ ตรงดิ่งมาที่แดน
“เฮ้ย! ไอ้บ้าจะยิงตรงนี้ได้ยังไง เดี๋ยวก็มีคนมาเห็น”
“แล้วจะให้ทำยังไง นี่โอกาสเหมาะที่สุดแล้วนะ”
มัวแต่ทะเลาะกัน ทันใดนั้น รถสายฟ้าก็ขับออกไป
ยอดชายหงุดหงิดนัก “โธ่เว้ย! รอดไปอีกแล้วเห็นมั้ย”

ประตูห้องเปิดออก สายฟ้าประคองสมหวังขึ้นมาที่ห้อง สองคนกลับมาถึงบ้านพักในยามเย็น
“ทำไมโลกมันหมุนติ้วๆๆ แบบนี้ล่ะ” สมหวังยังเบลอๆ
“กินน้อยไปน่ะสิ ทีหลังจะสั่งอะไรกินก็ดูดีๆ ซะก่อน” สายฟ้าเหน็บ
สายฟ้าวางสมหวังลงบนเตียง จากนั้นก็เดินไปหาผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำบิดพอหมาดๆ และกำลังจะเช็ดหน้าให้สมหวัง
ครู่หนึ่งสมหวังก็นึกถึงยอดชายขึ้นมา โพล่งขึ้น
“คุณยอดชาย…คุณยอดชาย…ชั้นยังบอกความในใจไม่หมดเลย”
สายฟ้าจ้องมองสมหวัง เซ็งเป็ด

วันต่อมาสายจนตะวันโด่ง พอสมหวังลืมตาขึ้นมา ก็เห็นกุหลาบจ้องมองอยู่อย่างเอาเรื่อง
“ตื่นแล้วเหรอน้องตัวแสบ”
“พี่กุหลาบ…นี่กี่โมงแล้วจ๊ะ”
“สายแล้วทุกคนเตรียมกินข้าวกันแล้ว”
สมหวังตกใจลุกพรวดขึ้นมา
“ไม่ต้องทำเป็นรีบเลย…เมื่อวานก่อเรื่องอะไรไว้” กุหลาบซัก
สมหวังลืมไปสนิท “ก่อเรื่องอะไรเหรอจ๊ะ”
กุหลาบหน้าคว่ำ “ก็เรื่องหลอกพี่ให้ไปดูหนังกับนายบาสไง”
สมหวังยิ้ม มองเหล่ “เป็นยังไงพี่กุหลาบ มีความสุขมั้ย”
“ไม่ต้องเลย…พี่รอดชีวิตกลับมาก็ถือว่าบุญขนาดไหนแล้ว พี่ต้องทะเลาะกับนายขี้เก๊กนั่นจนคนในโรงหนังเค้าเกือบโดนรุมสกรัม โกรธแล้ว! ทำอะไรไม่ปรึกษาพี่เลยนะ”
สมหวังยิ้มขำ “โอ๋ๆๆ ชั้นขอโทษนะ ที่ชั้นทำไปก็หวังให้พี่มีความสุข”
“แต่นายนั่นคงไม่มีความสุขหรอก”
สมหวังชะงัก “ทำไมล่ะ…พี่บาสเค้าไม่คุยกับพี่เลยเหรอ”
กุหลาบพูดอย่างน้อยใจ “อย่าว่าแต่คุยเลย หน้ายังไม่มองเลย ตอนที่เห็นว่าเป็นพี่ตอนแรกนะนายนั่นตกใจยิ่งกว่าเห็นผีซะอีก เค้าคงโกรธมากที่สมหวังไม่ไป”
สมหวังมองแล้วสงสารกุหลาบ
“ชั้นขอโทษนะที่ทำให้พี่ลำบากใจ แต่ชั้นไม่มีเจตนาให้มันเป็นแบบนี้นะ ชั้นไม่คิดว่าพี่บาสจะซีเรียสขนาดนี้… เดี๋ยวชั้นไปคุยกับพี่บาสเอง”

ทุกคนนั่งคุยเรื่องงานคอนเสิร์ต สีหน้าจริงจัง
“สรุปแล้วชุดที่จะใส่ออกคอนเสิร์ตอาทิตย์นี้จะเอายังไง” เจ๊เนาว์ถาม
สายฟ้าพูดแบบไม่มองสมหวัง เพราะยังงอนๆ เรื่องที่เมาแอ๋กลับมาบ้าน แถมยังนึกถึงแต่ยอดชาย
“เจ้าตัวเค้านั่งอยู่นี่แล้ว ก็ถามเอาเลย” สายฟ้าวางท่าเฉยเมยใส่
“ว่าไงสมหวัง คิดไว้ด้วยหรือเปล่าว่าจะใส่ชุดอะไรไอ้เพลงหน้ากากของเธอน่ะ”
“คิดไว้แล้วจ้ะ ชั้นว่าชั้นจะตัดเองจ้ะ” สมหวังบอก
“เอาเวลาที่ไหน อย่าลืมสิ เธอเป็นนักร้อง ไหนจะต้องซ้อมร้อง ซ้อมเต้น” สายฟ้าประชด
“เดี๋ยวคอยดูฝีมือชั้นแล้วกัน”

เวลาต่อมาสมหวังเตรียมตัวกำลังจะซ้อมเต้น บาสเดินเข้ามานิ่งๆ ยังโกรธสมหวังอยู่
“พี่บาสวันนี้ขอซ้อมแป๊ปเดียวนะ เดี๋ยวชั้นจะไปทำหน้ากากและดูชุดต่อ”
บาสยังคงนิ่งๆ ไม่หืออือ
สมหวังง้อต่อ “พี่บาส…โกรธชั้นเหรอ….ดีๆ กันนะ”
บาสหันมาหา “ถ้าน้องสมหวังไม่อยากไปดูหนังกับพี่ทำไมบอกตรงๆ”
สมหวังรู้สึกผิด
“ชั้นขอโทษนะ…ชั้นไม่ได้ตั้งใจเบี้ยวพี่นะ แต่เมื่อวานชั้นติดธุระ ชั้นกลัวพี่ไม่มีเพื่อนดู ชั้นเลยหลอกให้พี่กุหลาบไปดูเป็นเพื่อนไง”
“ทีหลังโทร.มาบอกพี่ก่อนก็ได้ สำหรับน้องสมหวังแล้วพี่รอได้เสมอ”
“แล้วดูกับพี่กุหลาบมันไม่สนุกเหรอจ๊ะ”
“พี่อยากดูกับน้องสมหวัง ไม่ได้อยากดูกับยัยนั่น”
สมหวังยังพยายามพูดชงให้บาสเห็นใจกุหลาบ
“ถ้าพี่กุหลาบมาได้ยินคงเสียใจแย่ พี่กุหลาบอุตส่าไปดูเป็นเพื่อนนะ”
“ยัยนั่นไม่ได้คิดอะไรหรอก เห็นเป็นของฟรีก็รีบไปน่ะสิ พี่เห็นนั่งดูหนังสบายใจเฉิบ”
สมหวังเซ็ง แผนการณ์ไม่เป็นผลอย่างที่คิด
“ยังไงชั้นก็ขอโทษพี่ด้วยนะจ๊ะ”
บาสหายงอน ยิ้มเผล่ “น้องสมหวังมาอธิบายให้พี่ฟังแค่นี้พี่ก็ดีใจแล้ว จะโกรธลงได้ยังไงละจ๊ะ”
“จ้ะ…งั้นเรามาซ้อมเต้นกันดีกว่า”
บาสยิ้มออก

เจ๊เนาว์กำลังเลือกชุดที่จะใช้ แต่ไม่เข้าแก๊บเข้าตาสักชุด กุหลาบกะเจ๊จุ๊ ช่วยค้นดูในห้องเก็บชุด แล้วหยิบชุดหนึ่งขึ้นมา
“เจ๊ชุดนี้ใช้ได้หรือเปล่า”
เจ๊เนาว์มองๆ ส่ายหัว
“ไม่ได้ มันไม่เข้ากับเพลงน่ะ เห็นสมหวังบอกว่าอยากได้ชุดแบบดูเท่ๆ เก๋ๆ ให้เข้ากับหน้ากาก”
เจ๊จุ๊กังวล “วงเราไม่ค่อยมีชุดแบบนั้นด้วยสิ”
สายฟ้าโผล่เข้ามา
“ว่าไงเจ๊มีไหม”
“มีแต่มันขาดบ้าง เปื่อยบ้าง สงสัยต้องตัดใหม่ ขืนเอาพวกนี้ไปก็ขายหน้า ชุดมันไม่เข้ากับเพลงน่ะ นังจอมขวัญหัวเราะเยาะตายเลย”

กะเทยถึก หน้าตาซีเรียส

ที่อาคารบริษัททีเอสมิวสิค นาฬิกาบนผนังบอกเวลาบ่าย 2 ทีมงานสอนเต้น ทีมเสื้อผ้า กำลังรออย่างเซ็งๆ เฮียตี๋ เดินเข้ามาก็เลยถาม

“นั่งรออะไรกันทำไมไม่ไปทำงาน”
“จอมขวัญยังไม่มาค่ะ”
เฮียตี๋ยินแล้วหงุดหงิด “แล้วทำไมไม่โทร.ตาม”
“โทร.แล้วค่ะ แต่มือถือปิด”
“ทำไมไม่ไปตามที่คอนโด”
ครู่หนึ่ง จอมขวัญก็เดินเข้ามา เฮียตี๋หันไปเห็น
“มาแล้วเหรอ”
“มีอะไรกันเหรอเฮีย”
เฮียตี๋หน้านิ่วคิ้วขมวด เสียงแข็ง “นัดเที่ยงทำไมมาป่านนี้ล่ะ”
จอมขวัญโทษลมแล้งรถราตามประสา “นึกว่าเรื่องอะไร…ก็ยางรถมันแตกน่ะ กว่าจะเรียกช่างเป็นชั่วโมง ร้อนก็ร้อน
มาถึงออฟฟิศยังมาโดนว่าอีก”
เฮียตี๋คลายขมวดคิ้ว เสียงอ่อนลง “อ้าว….แล้วทำไมไม่บอกเฮียก่อนล่ะ เฮียจะได้ไม่อารมณ์เสียใส่”
“บอกทันมั้ยไหนล่ะ มาถึงก็คิ้วขมวดใส่หนูเลย”
เฮียตี๋หันไปบอกกับทุกคน “ออกไปกันให้หมดก่อน ชั้นขอคุยกับจอมขวัญหน่อย”
ทุกคนเดินออกไป
เฮียตี๋รีบเข้าไปโอบกอดจอมขวัญ
“จอมขวัญจ๊ะ…งานนี้น่ะ เฮียขอให้มาซ้อมนิดนึงนะ มันออกทีวี”
“หนูก็มาแล้วนี่ไง…เฮียไม่ต้องกลัวหรอกนะ งานนี้หนูจะเหยียบพวกมันให้จมดินเลย!”
“เมื่อวานโปรดิวเซอร์รายการโทร.มาบอกว่าทางโน้นเตรียมตัวเต็มที่ เห็นมีใส่หน้ากงหน้ากากด้วย”
จอมขวัญงงๆ “หน้ากาก หน้ากากอะไร”
“ไม่รู้เหมือนกัน”
จอมขวัญครุ่นคิด

ขณะที่ กุหลาบ เจ๊เนาว์ เจ๊จุ๊ และสายฟ้า หาชุดแด๊นเซอร์กันอยู่ในห้องเก็บชุด เสียงสมหวังดังเข้ามา
“พี่ๆ จ๊ะ สวยหรือเปล่า”
สายฟ้า กุหลาบ เจ๊เนาว์ เจ๊จุ๊ ที่กำลังหาชุดเก่าๆ อยู่ หันไปมองตามเสียง ทุกคนเห็นสมหวังใส่หน้ากากแฟนตาซีสวยงาม ยืนอวดอยู่หน้าห้อง
กุหลาบยิ้ม ชม “สวยมากเลยสมหวัง”
เจ๊เนาว์งง “แล้วนี่เอาเวลาไหนไปทำ…ซ้อมเต้น ซ้อมร้องก็เหนื่อยจะแย่แล้ว”
“แค่นี้เองจิ๊บๆ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง บอกแล้วฝีมือชั้นซะอย่าง”
กุหลาบแซว “จ้า…แม่คนเก่ง”
สายฟ้ามองสมหวังแล้วแอบยิ้ม ปลื้มใจในตัวสมหวังที่ตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อวง
“หน้ากากก็ได้แล้ว…ทีนี้ก็เหลือแต่ชุด จะใส่ชุดอะไรให้เข้ากับหน้ากาก” สายฟ้าประชดเล็กๆ “ที่สวยขนาดเนี้ย”
เจ๊จุ๊บอกสมหวังหน้าจ๋อยๆ “พวกเจ๊หากันตั้งนานแล้วไม่มีชุดไหนน่าจะใช้ได้เลย”
เจ๊เนาว์เอ่ยขึ้น “มีทางเดียวคือต้องตัดใหม่”
สมหวังมองไปรอบๆกองชุด สำรวจดูว่าชุดไหนน่าจะพอใช้ได้บ้าง แล้วสมหวังก็ยิ้มออก
“เดี๋ยวชั้นดูเอง”

เสียงเพลง สมหวังนะจ๊ะ ดังกระหึ่มไปทั่วห้อง สมหวังเลือกชุดเก่าที่เป็นหนังแยกออกมา และเครื่องประดับออกมากองไว้ เจ๊จุ๊ เจ๊เนาว์ กุหลาบเป็นลูกมือในการคัดแยก
ส่วนสายฟ้าพยายามจะมาช่วยเลือกชุด แต่เหมือนจะเป็นตัวถ่วงมากกว่า สมหวังเลยชี้ให้ไปอยู่ตรงอื่น สายฟ้าจ๋อย ต้องถอยไปยืนดูสมหวังเลือกชุกอยู่ห่างๆ
สมหวังคัดชุดหนังที่ใช้ได้ไว้อีกทาง ส่วนที่ใช้ไม่ได้ก็ทิ้งไป สายฟ้าทึ่ง ยืนอมยิ้มแอบมองสมหวังที่กำลังคัดชุดอยู่อย่างเอ็นดู
เจ๊จุ๊ กะเจ๊เนาว์ ช่วยกันเลือกชุดอย่างสนุกสนาน สลับกับหยิบเอาชุดเก่าๆ มาลองใส่เล่นแล้วเต้นกันท่าเชฟบ๊ะ เพลงหากินของเจ๊จุ๊ ทั้งคู่เต้นกันอย่างสนุกสนาน ครู่หนึ่งเจ๊เนาว์เกิดพลาดไปเหยียบชุด ลื่นไถลก้นจ้ำบ้ำลงไปที่พื้น ทุกคนหัวเราะ
ทุกคนหันกลับมาเลือกชุดอย่างจริงจังกันอีกครั้ง สุดท้ายได้ชุดหนัง และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้เหลือแค่นิดเดียว ทุกคนถึงกับเซ็ง
สมหวังถอนหายใจ “เฮ้อ... ใช้ได้แค่นี้เอง”
กุหลาบถาม “สุดท้ายก็ต้องตัดใหม่ใช่มั้ย”
“แค่บางส่วน…แต่คิดว่าน่าจะทัน” สมหวังว่า
“งั้นอย่าเสียเวลาเลยดีกว่า…ไปซื้ออุปกรณ์มาตัดชุดกัน” บอกกับสมหวัง “เธอไม่ต้องไปหรอก อยู่ซ้อมเต้นไปเถอะ”

สายฟ้า เจ๊เนาว์ และเจ๊จุ๊ กำลังขึ้นรถ ชูชนะเดินออกมา
“จะไปไหนกันวะ”
“ออกไปซื้อผ้าซื้ออุปกรณ์ตัดชุดให้สมหวัง” เจ๊เนาว์บอก
ชูชนะขอเอี่ยว “ข้าไปด้วยสิ อยู่บ้านเบื่อๆ”
“ก็ไปดูคุมแดนซ์เซอร์สิ” เจ๊จุ๊ว่า
ชูชนะงอน น้อยใจ “ไปก็ได้แค่ดู แนะนำอะไรมันก็ไม่ได้ ข้าเบื่อ”
เจ๊เนาว์กระซิบสายฟ้า “คนแก่น้อยใจ”
“จะไปก็ขึ้นรถสิพ่อ” สายฟ้าบอก
ชูชนะยิ้มร่า
“อีเนาว์ไปนั่งหลังโน่น ไปเบียดกับนังจุ๊มัน”
รถสายฟ้าขับออกไป
ที่ร้านค้าหน้าปากซอย ปอยฝ้าย กะสำลี กำลังเชียร์มวยอย่างเมามันส์
“แทงซ้าย” สำลีว่า
“แทงขวา” ปอยฝ้ายบอก
“ต่อยเข้าไปตรงหน้าน่ะ เออๆ ให้มันได้อย่างนั้นสิวะ” สำลีลุ้นจัด
“เฮ้ยๆๆๆ เซๆ อย่าเพิ่งน็อคน่ะเว้ย”
ภาพหน้าจอทีวี นักมวยฝ่ายที่ปอยฝ้ายกับสำสีเชียร์ถูกน็อคลงไปกับพื้นเวที
“หมดตูด” สำลีกะปอยฝ้ายเซ็ง
“ไอ้ขี้ป๊อด…ไอ้ใจเสาะ โดนหมัดเดียวร่วง” สำลีด่า
“กลับบ้านโว้ยๆ ทั้งมวยทั้งบอล โดนแดกหมด”
ปอยฝ้าย กะสำลีเดินออกมาจากร้านด้วยอาการหงุดหงิด
จู่ๆ รถคันหนึ่งวิ่งผ่ามาด้วยความเร็วสูง จนฝุ่นตลบใส่หน้า
“อ้าวเฮ้ย! จะรีบไปไหนของมึงวะ” สำลีตะโกนด่า
ปอยฝ้ายจำได้ “นั่นมันรถจอมขวัญนี่ มาทำอะไรแถวนี้”

รถสายฟ้าแล่นออกมาจากบ้าน ผ่านรถจอมขวัญที่จอดแอบซุ่มอยู่โดยไม่ทันสังเกต จอมขวัญแอบซุ่มดูอยู่ จ้องผ่านกระจกมองหลัง เห็นรถสายฟ้าแล่นออกไปจากบ้านจนลับตา

จอมขวัญเปิดประตูลงมาจากรถ แล้วก้าวฉับๆ เข้าไปในบ้าน

 
โปรดติดตามเอาใจช่วยสมหวังตอนต่อไป
ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 8
ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 8
ที่บริเวณหน้ากระท่อมในป่าลึก...สมาชิกโจร 4-5 คน ยืนระวังเป็นจุดๆ เม่งจูกับอาตงนอนหลับอยู่บนเตียง สมพรกับดาวนั่งอยู่ข้างเตียง สมพรเอาผ้าห่มให้เด็กทั้งสอง ดาวลุกขึ้นเดินออกไป สมพรขยับผ้าห่มให้เด็กๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา ดาวกับจักจั่น ปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด “เด็กสองคนเคยเข้าไปในกำแพง แต่จำไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหน” “พวกมันเคลื่อนไหวกำลังตรงชายแดน จักจั่นคิดว่ากำแพงต้องอยู่แถวๆนั้น” “พี่เคยปล่อยมนต์ไว้ที่พวกนินจา เพื่อตามรอยพวกมัน แต่พวกมันหายไปอย่างไม่มีร่องรอย แม้แต่สายลมก็ไม่เห็น พี่คิดว่าต้องเป็นกำแพงมนต์แน่นอน” “แบบนี้เราก็ไม่มีทางหาเจอ” “ทำลายคนได้เมื่อไหร่ ก็ทำลายมนต์ได้เมื่อนั้น”
กำลังโหลดความคิดเห็น...