xs
xsm
sm
md
lg

รักคุณเท่าฟ้า ตอนที่ 8

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


รักคุณเท่าฟ้า ตอนที่ 8 
ธีระเดินลงมาที่รถ โดยมีอุ้มเดินตามมาส่ง ธีระเปิดประตูรถแล้วหันมามองอุ้ม
“พี่ไปนะ”
อุ้มพยักหน้า ธีระขยับจะขึ้นรถ
“พี่ธีคะ” อุ้มเรียกไว้
ธีระชะงักแล้วหันไปมองเหมือนมีความหวัง อุ้มเดินเข้ามาหา
“อุ้มอยากให้พี่ธีรู้ว่า ... อุ้มจะรักพี่ธีตลอดไป”
อุ้มหอมแก้มธีระช้าๆ ธีระมองหน้าอุ้มแล้วตัดใจหันกลับแล้วก้าวลงไปนั่งในรถ ก่อนจะขับออกไป อุ้มยืนน้ำตาไหลแล้วมองตามด้วยความเสียใจ
ธีระขับรถโดยที่น้ำตาไหลไปตลอดทาง เขานึกถึงตอนที่เขากับอุ้มรักกันแล้วก็ยิ่งเสียใจ
อุ้มพายเรือไปตามคลองโดยที่น้ำตายังคงรินไหล

บ่ายวันใหม่ ธีระเดินเข้าไปในบ้านจินดา อรวิ่งเข้ามาทัก
“หวัดดีค่ะคุณธี คุณยายทานข้าวอยู่ค่ะ”
ธีระถอดแว่นดำออกแล้วเสียบกระเป๋าไม่พูดอะไร เขามีสีหน้าเย็นชาก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน อรมองแล้วก็ตกใจกับท่าทีของธีระ

จินดานั่งกินข้าวอยู่ในบ้าน ธีระเดินเข้ามาหยุดมองแม่จากด้านหลัง จินดาหันมามองเห็นลูกชายก็หันกลับ
“ตกลงจะแต่งงานกันเมื่อไหร่” จินดาถามโดยไม่มอง
ธีระนิ่งไม่ตอบ เขามองแม่ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดแต่พยายามซ่อนไว้กลายเป็นความเย็นชา
“แล้วว่าที่เจ้าสาวล่ะ ไม่มาด้วยหรือ” จินดาถามต่อ
“ผมจะมาบอกให้แม่รู้ว่า ผมเลิกกับอุ้มเค้าแล้ว”
“อ้าว ทำไมล่ะ นี่อย่าบอกว่าเป็นเพราะแม่นะ แม่ไม่เกี่ยวนะ แม่ไม่ได้ห้ามลูกด้วย”
“ครับ แม่ไม่ได้ห้ามหรอก เค้าเป็นฝ่ายขอเลิกผมเอง”
“แล้วเลิกกันเรื่องอะไร ไหนบอกว่ารักกันมาก”
จินดาถามอย่างเยาะเย้ย ธีระมองแม่แล้วพยายามข่มความรู้สึกเจ็บปวด
“เอาล่ะครับ ผมแค่แวะมาบอกแม่เท่านั้นเอง แม่จะได้สบายใจและมีความสุข” ธีระบอก
“นี่พูดจริงหรือกระแนะกระแหนแม่” จินดาถาม
“จริงครับ ผมเป็นลูกจะไปกระแนะกระแหนแม่ได้ยังไง บาปกรรมเปล่า ๆ” ธีระบอก จินดาชะงักกับคำพูดและท่าทีของลูกชาย “ผมไปล่ะครับ”
“เดี๋ยวธี แล้วลูกไม่เสียใจหรือ”
“ก็แม่อยากให้มันเป็นอย่างงั้นไม่ใช่หรือครับ”
จินดาอึ้ง ธีระหยิบแว่นดำขึ้นมาสวมแล้วเดินออกไป จินดามองตาม แล้วก็ลุกเดินไปดูที่หน้าต่าง จินดาเห็นธีระเดินไปที่รถ ธีระหันกลับมามอง จินดาหลบ ธีระขึ้นรถขับออกไป จินดามองตาม ใจนึงก็สงสารลูกแต่อีกใจก็สมหวัง
“แม่อยากให้ลูกรู้นะธีว่าแม่รักลูก”

ธีระขับรถด้วยแววตาที่พยายามข่มความเจ็บปวดและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เครื่องบินทยานขึ้นฟ้า ธีระขับเครื่องบินด้วยท่าทางเหม่อลอย เสียงออดประตูดัง ประตูห้องกัปตันเปิด แอร์โฮสเตสเอากาแฟมาให้
“กาแฟค่ะกัปตัน”
“ขอบคุณครับ”
แอร์โฮสเตสเดินออกไป ธีระยกกาแฟขึ้นดื่มแล้วก็นึกถึงวันแรกที่เจออุ้ม
เสียงอุ้มดังขึ้นในหัวของธีระ “กาแฟค่ะ กัปตัน”
ธีระหันไปรับกาแฟ เครื่องเจอหลุมอากาศเล็กๆ อุ้มเลยเซจนทำให้กาแฟกระฉอกใส่ธีระ
“อุ๊ย ขอโทษค่ะกัปตัน” ธีระเงยหน้ามอง “ขอโทษค่ะ อุ้มไม่ทันระวัง”
“ไม่เป็นไรครับ แอคซิเดนท์” ธีระบอก
“เดี๋ยวอุ้มไปเอาแก้วใหม่มาให้ค่ะ”
ธีระคิดถึงอุ้มแล้วก็ยกกาแฟขึ้นดื่ม

ภาพอุ้มกับธีระที่เป็นแฟนกันแล้วเดินเที่ยวโอบเอวกันในเมืองนอกย้อนกลับมาในหัวของธีระ
ภาพเหตุการณ์ตอนที่ธีระนั่งคุยกับอุ้มในร้านอาหารก็หวนกลับมา
“ผมถามอะไรอย่างได้มั้ย” ธีระถามอุ้มในร้านอาหาร
“อะไรหรือคะ” อุ้มย้อนถาม
“สมมุติว่าคุณมีแฟน แล้วแฟนคุณเค้าให้ความสำคัญกับแม่เค้าอาจจะมากเกินไปซักนิด คุณจะรู้สึกยังไงกับแฟนคุณ”
“แล้วผู้ชายเค้ารักอุ้มมากหรือน้อยกว่าแม่เค้าล่ะคะ”
“รักเท่ากัน”
“เป็นไปได้หรือคะที่รักเท่ากัน”
“ทำไมคุณถึงไม่เชื่อ ว่ารักเท่ากัน”
“ก็ถ้าเป็นอุ้ม อุ้มก็ต้องรักพ่อแม่อุ้มมากกว่าแฟน”

ธีระนึกถึงวันเก่าๆ แล้วก็อึ้ง เขายกกาแฟดื่มจนหมดแก้ว เครื่องบินพุ่งผ่านท้องฟ้าไป

เครื่องบินบินผ่านท้องฟ้าเหนือบ้านอุ้ม อุ้มยืนมองเครื่องบิน แล้วพ่อกับแม่ก็เดินเข้ามาหา
“คิดถึงกัปตันหรือลูก” พ่อถาม
“ค่ะ” อุ้มตอบเรียบๆ
“จริงๆแล้วพ่อก็ไม่อยากให้ลูกตัดสินใจแบบนี้หรอกนะ”
“ใจจริงหนูก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอกค่ะ แต่หนูรู้ว่าถ้าหนูแต่งงานกับเค้าไป เรื่องของแม่เค้าจะต้องรบกวนจิตใจหนูตลอดเวลา แล้ววันนึงหนูก็ต้องทะเลาะกับเค้า แล้วก็จะเป็นสาเหตุให้เราต้องเลิกกัน”
“ที่ลูกพูดก็ถูก ถึงกัปตันจะยอมอดทน แต่แม่เชื่อว่าซักวันแม่เค้าก็ต้องหาเรื่องมาเล่นงานลูกจนได้ แม่ว่าลูกคิดถูกแล้วล่ะ ยอมเจ็บปวดซะวันนี้ ดีกว่ามานั่งเสียใจในวันหน้า” แม่บอก
“นี่หมายความว่าลูกต้องอยู่กับพ่อแม่ไปจนแก่หรือ” พ่อแซว
“ก็ไหนพ่อบอกว่าจะเลี้ยงหนูไง ใช่มั้ยแม่”
“ใช่ลูก ลูกสาวคนเดียวแม่เลี้ยงได้” แม่ยืนยัน
อุ้มเข้ามากอดแม่กับพ่อ
“หนูรักพ่อกับแม่ที่สุดในโลกเลย”
สามคนพ่อแม่ลูกยืนกอดกัน

เครื่องบินแลนด์ดิ้งลงจอดที่สนามบินในเมืองไทย ธีระเดินออกมากับวิทย์
“กัปตันครับคืนนี้มีปาร์ตี้เลี้ยงส่งพี่ทูรย์ไปอยู่ฝ่ายปฏิบัติการ ไปด้วยกันนะครับ” วิทย์เอ่ยชวน
“ต้องขอตัววิทย์ ฝากบอกวิทูรย์ว่าดีใจด้วย แล้ววันหลังจะเลี้ยงส่วนตัวให้” ธีระบอก
“โธ่ ไปด้วยกันเถอะครับกัปตัน คืนนี้มีสาวๆมาเยอะเลยเผื่อจะเจอใครมารักษาแผลใจบ้าง”
“คงไม่ไหว เข็ดซะแล้วผู้หญิง”
“อะไรครับ อย่าบอกนะว่าจะเปลี่ยนเทรนด์ไปชอบผู้ชาย”
“ไม่แน่ บางทีแม่ชั้นอาจจะชอบก็ได้ ไปล่ะ”
พูดจบธีระก็เดินแยกออกไป วิทย์ตะโกนตามหลัง
“แต่ถ้าเปลี่ยนใจก็ตามไปนะครับ”
เป๊บกับนุ้ยเดินเข้ามาหาวิทย์
“กัปตันไม่ไปหรือพี่วิทย์” นุ้ยถาม
“อืมม์ แกบอกเข็ดแล้วผู้หญิง” วิทย์บอก
“แหม เสียดายกัปตันจัง นี่ พี่วิทย์ บอกกัปตันนะว่าเป๊บพร้อมจะรักษาแผลใจให้”
“อย่างเธอเค้าไม่เอาหรอก”
“ทำไม เป๊บเสียหายตรงไหน สวยน้อยกว่าอุ้มหรือ”
“แต่ชั้นว่าอย่าเลยเป๊บ” นุ้ยเตือน “กัปตันแกมีดวงกินแอร์นะ พี่พิมก็เลิกไปแล้วคนนึง มาถึงอุ้ม อุ้มก็ต้องลาออกไปทำรีสอร์ตเลยนะ”
“จะมาโทษกัปตันก็ไม่ถูกหรอก ยัยอุ้มเป็นฝ่ายไม่แต่งเองนี่หว่า” วิทย์บอก
“เฮ้อ อยากจะรู้นักว่าผู้หญิงคนไหนจะได้มาเป็นเมียกัปตัน” เป็บพูด

รถเก๋งคันหนึ่งขับเข้ามาจอดหน้าร้านต้นไม้ของกบ ประตูรถเปิดออก ข้าวตู สาวสวยหุ่นดีก้าวลงจากรถ ข้าวตูเดินลงมาด้วยท่าทางสดใส เธอมองซ้ายขวาเหมือนมองหาใครก่อนจะเดินเข้าไปที่ร้าน

ข้าวตูเดินเข้ามาในร้าน กบกำลังคุยอยู่กับลูกค้าอยู่ที่มุมนึง ส่วนแดงหันมามองข้าวตู
แดงยิ้มทัก “สวัสดีค่ะ”
“เชิญเลยครับ ชอบต้นไม้ต้นไหนบอกตั้นได้เลยเดี๋ยวตั้นจัดให้” ไตรตั้นพูด
ข้าวตูยกมือไหว้ “หวัดดีค่ะพี่แดง”
แดงชะงักมองอย่างแปลกใจ ข้าวตูยิ้มให้
“พี่แดงจำตูไม่ได้หรือคะ” ข้าวตูถาม
แดงมองจ้อง ข้าวตูยิ้มให้ แล้วแดงก็ทำตาโตเพราะจำได้
“ข้าวตูใช่มั้ย”
“ใช่ค่ะ ตูเอง”
“ตายแล้ว โทษที ช่วงนี้พี่เบลอๆ จำอะไรไม่ค่อยได้ ไตรตั้นสวัสดีน้าข้าวตูรึยังลูก”
“สวัสดีครับ น้าข้าวตู” ไตรตั้นยกมือไหว้
“ลูกชายพี่แดงหรือคะ น่ารักจัง”
“ถ้าอยากหอมแก้ม หอมได้นะครับ” ไตรตั้นบอก
“จริงหรือคะ ไหนขอหอมแก้มที” ข้าวตูตรงเข้าไปหอมแก้มไตรตั้น
“นี่กลับมาเมืองไทยนานแล้วหรือ” แดงถาม
“หกเดือนแล้วค่ะ” ข้าวตูบอก
“กลับมาเที่ยวหรือ”
“เปล่าค่ะ กลับมาอยู่ถาวรเลย ตูเพิ่งซื้อบ้าน กำลังหาคนจัดสวนก็เลยนึกถึงพี่แดง”
“ยินดีมากจ้ะ” แดงหันไปเรียกสามี “พี่กบ”
กบเดินเข้ามาหา “ว่าไง”
“นี่แฟนพี่จ้ะ” แดงแนะนำ
ข้าวตูยกมือไหว้ “หวัดดีค่ะพี่กบ”
“หวัดดีครับ”
“ข้าวตูเค้าเป็นเพื่อนรุ่นน้องแดง เดี๋ยวแดงจะพาน้องไปดูต้นไม้หน่อยพี่กบดูหน้าร้านก่อนนะ”
“ได้จ้ะ ตามสบาย” กบบอก
“ตั้นไปด้วย”
“ไม่ต้อง อยู่กับพ่อ” แดงบอก “ไปจ้ะ”
แดงเดินนำข้าวตูเข้าไปในร้าน
“พ่อครับพ่อว่าน้าข้าวตู เหมาะสมกับตั้นมั้ย” ไตรตั้นถามกบ
“พ่อว่าอีกซักสิบปีตั้นค่อยถามคำถามนี้กับพ่อใหม่นะ ตอนนี้ไปทำการบ้านก่อน ไม่งั้นเย็นนี้พ่อจะไม่พาไปไหน”
“ตั้นต้องรออีกสิบปีเลยหรือครับพ่อ ถึงจะพูดเรื่องผู้หญิงได้”
“ก็ใช่น่ะสิ ตอนนี้ลูกเพิ่งหกขวบ ไปทำการบ้านได้แล้ว”
กบเดินออกไป ไตรตั้นบ่นกับตัวเอง
“แต่เราว่าเราน่าจะมีแฟนได้แล้วนะ”

ข้าวตูเดินดูต้นไม้อยู่ในสวนภายในร้าน เธอชี้เลือกต้นไม้ แดงจดใส่สมุด ข้าวตูซักถาม แดงตอบ

เวลาผ่านไป ข้าวตูมาหยุดยืนมองต้นไม้
“ต้นนี้ชอบมั้ย” แดงถาม
“ชอบค่ะ” ข้าวตูตอบ
แดงจดลงสมุดแล้วดูรายการในสมุด “โอเค พี่ว่าน่าจะพอแล้ว เดี๋ยวให้พี่กบจัดให้อีกทีว่าควรจะเอาอะไรไปบ้าง”
“ค่ะ แล้วนี่พี่แดงแต่งงานกับพี่กบหลายปีแล้วหรือคะ”
“เกือบสิบปีแล้ว”
“แล้วมีลูกกี่คนแล้วคะ”
“คนเดียวจ้ะ”
“แล้วพี่ธีล่ะคะ มีลูกกี่คนแล้ว”
“อย่าว่าแต่ลูกเลย เมียยังหาไม่ได้ จะมีลูกได้ยังไง”
“อะไรกันคะ อย่างพี่ธีน่ะหรือจะหาผู้หญิงไม่ได้ ตูว่าพี่ธีคงเลือกมากกว่ามั้ง”
“พี่ก็ไม่รู้เค้านะ แล้วเราล่ะ มีแฟนรึยัง”
“ยังค่ะ กะว่าจะมาหาที่เมืองไทยนี่แหละค่ะ”
“ดีเลย งั้นพี่แนะนำธีให้แล้วกัน” แดงนึกได้ก็ชะงัก “อุ๊ย... แต่ไม่เอาดีกว่า”
“ทำไมล่ะคะ พี่แดงรังเกียจตูหรือ”
“ไม่ใช่จ้ะ ไม่ได้รังเกียจแต่พี่ว่าเธอไปหาคนอื่นเถอะไป เข้าไปข้างในดีกว่าตรงนี้ร้อน”
แดงตัดบทแล้วผละไป ข้าวตูมองตามอย่างแปลกใจ
“อะไรกัน” ข้าวตูเดินตามไป




รักคุณเท่าฟ้า ตอนที่ 8 (ต่อ)

แดงเปิดประตูเข้ามาในร้าน ข้าวตูเดินตามหลังมา
“เดี๋ยวพี่แดง” ข้าวตูทัก
“อะไร” แดงถาม
“พี่แดงยังไม่บอกเลยทำไมไม่อยากให้หนูชอบพี่ธี”
“ไม่ใช่ไม่ให้ชอบ แต่พี่ว่าบางที ... เธอกับธีอาจจะไปด้วยกันไม่ได้”
“ทำไมหรือคะ พี่ธีเค้าไม่ชอบสเปคแบบหนูหรือ”
“เอาไว้เจอเค้า ถามเค้าเองแล้วกัน”
“แล้วหนูจะไปเจอเค้าเมื่อไหร่ล่ะคะ”
ข้าวตูชะงักมองไปก็เห็นธีระที่กำลังยืนคุยอยู่กับกบกำลังหันหน้ามา ข้าวตูตะลึงหัวใจเต้นแรง
“พี่ธี ...”
แดงกับข้าวตูเดินเข้าไปหาธีระ
“ธี จำข้าวตูได้มั้ย” แดงถาม
ธีระมองหน้าข้าวตู ข้าวตูยิ้มให้เพราะดีใจที่ได้เจอ แต่ธีระมองเธอแบบจำไม่ได้
“พี่ธีจำตูไม่ได้หรือคะ ที่ตอนเด็กๆตูอยู่ข้างบ้านพี่ธี แล้วตูเคยเหยียบเครื่องบินพี่ธีหัก” ข้าวตูฟื้นความจำให้ธีระ
“อ๋อ จำได้แล้ว” ธีระบอก ข้าวตูยิ้มด้วยความดีใจ “ข้าวตูที่ชอบตามพี่ไปเล่นฟุตบอลใช่มั้ย”
“พี่ธียังจำได้อีกหรือคะ”
“ได้สิ พอพี่ไม่ให้ไป เธอก็จะชอบร้องไห้แล้วบอกว่าจะไม่รักพี่แล้ว”
ธีระพูดโดยไม่คิดอะไร แต่ข้าวตูฟังแล้วก็ยิ่งเขิน กบเหลือบมองข้าวตูกับธีระ
“แล้วตกลงได้ต้นไม้ที่ชอบมั้ยครับ” กบถามแทรกขึ้นมา
“เยอะเลยพี่กบ” แดงบอก “นี่ไงจะให้พี่กบดูแล้วช่วยแยกให้หน่อย”
“ได้เลย มา”
กบเดินนำแดงไปที่โต๊ะ ข้าวตูมองธีระ ธีระมองแล้วก็ยิ้มให้
“สบายดีหรือ” ธีระถาม
“ค่ะ แล้วพี่ธีล่ะคะ ตูได้ข่าวว่าเป็นกัปตันขับเครื่องบิน สมใจแล้วสิคะ”
ธีระพยักหน้า “แล้วตูล่ะ ตอนนี้ทำอะไรอยู่”
“ตูเพิ่งกลับมาเมืองไทยค่ะ กะว่าจะไปสมัครแอร์ พี่ธีให้คำ แนะนำได้มั๊ยคะ”
“ได้สิ”
แดงหันมาเรียก
“ข้าวตู มาดูแบบร่างนี่หน่อยจ้ะ”
ข้าวตูรับคำ “ค่ะ”
“ตามสบาย พี่กลับก่อนนะ ถ้าอยากรู้อะไรก็โทรหาพี่แล้วกัน” ธีระบอก
“กลับเลยหรือคะ”
“จ้ะ” ธีระหันไปบอกกบกับแดง “ไปแล้วพี่กบ”
“อืมม์” กบรับคำ
“พี่แดง ของที่ฝากซื้ออยู่กับพี่กบนะ”
“ขอบใจ” แดงบอก
“สวัสดีครับน้าธี” ไตรตั้นยกมือไหว้
“มา ให้น้าหอมที” ธีระเข้าไปหอมแก้มไตรตั้น ข้าวตูยืนมอง “น้าไปล่ะ”
ธีระหันหลังเดินออกไป ข้าวตูมองตามอย่างลังเลก่อนจะตัดสินใจเดินตามไป กบกับแดงมองตาม
“ท่าทางน้องชายคุณจะพบรักใหม่อีกแล้วนะ” กบแซว
“รักใหม่อะไร ยัยข้าวตูเค้าชอบนายธีมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว” แดงบอก
“แล้วนายธีชอบเค้ามั้ย”
“อุ๊ย ตอนนั้นยัยตูแค่สิบสองสิบสาม ธีมันไม่ได้มองหรอกเห็นเป็นน้องมากกว่า”
“แต่ตอนนี้ผมว่าน้องชายคุณต้องมองบ้างแล้วล่ะ”
“ใช่ครับพ่อ น้าข้าวตูเค้าสวยเซ๊กซี่จัง” ไตรตั้นแทรกขึ้น
“นี่ ๆ ไตรตั้นชักจะเอาใหญ่แล้วนะเรา” แดงดุ
“ก็จริงนี่ครับแม่ แถมยังตัวห้อมหอม”
“พ่อบอกว่าอีกสิบปีค่อยพูดเรื่องผู้หญิงไงไตรตั้น”
“ตั้นลืมไปครับ” แดงกับกบมองลูกชายแล้วส่ายหน้า

ธีระเปิดประตูรถที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถ ข้าวตูเดินตามมา
“พี่ธีคะ”
ธีระชะงักแล้วหันไปมอง “อ้าว ว่าไง”
“ตูยังไม่รู้เบอร์โทรพี่ธีเลยค่ะ”
“อ๋อ ถามพี่แดงดูได้เลย” ธีระหันจะก้าวขึ้นรถ
“เดี๋ยวค่ะพี่ธี” ข้าวตูเรียกไว้ ธีระมอง “เอ่อ .. พรุ่งนี้พี่ธีว่างมั้ยคะ”
“พี่ยังไม่แน่ใจเลย มีอะไรหรือ”
“ตูอยากจะชวนพี่ธีทานข้าวค่ะ”
“ไว้วันหลังนะ พรุ่งนี้พี่อาจจะมีธุระ บ๊ายบาย”
ธีระยิ้มให้แล้วขึ้นรถก่อนจะปิดประตูรถ ข้าวตูมองตามด้วยความปลาบปลื้ม
“พี่ธีเค้ายังน่ารักเหมือนเดิมเลย”
ธีระขับรถเคลื่อนออกมา เขามองกระจกหลังก็เห็นข้าวตูยืนโบกมือให้ ธีระยิ้มแล้วส่ายหน้ากับตัวเอง

จินดานอนหลับอยู่บนเตียงในห้องนอนของเธอ ธีระถือของฝากเดินเข้ามาในบ้าน เขาเอาของไปวางที่โต๊ะแล้วหันมองรอบบ้านแต่บ้านก็เงียบเชียบเหมือนไม่มีคนอยู่
“อร .. อร ...” ธีระส่งเสียงเรียก
จินดาเปิดประตูออกมาจากชั้นบนในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงเพราะเพิ่งตื่นและมีหน้าตาดูไม่ค่อยสบาย
“ธีหรือลูก”
ธีระหันไปมอง “ครับ”
จินดาเดินลงมาหาธีระ ธีระเห็นหน้าตาของแม่อิดโรย
“แม่เป็นอะไรรึเปล่า”
“เปล่าหรอกลูก แม่เพิ่งตื่นนอน”
“ทำไมหน้าเหมือนไม่สบาย”
“มันมึนๆหัวน่ะ ก็เลยหลับไป”
“แล้วไปหาหมอรึเปล่า”
“วานซืนก็เพิ่งไปมาลูก อย่าไปสนใจเลย โรคคนแก่ก็อย่างนี้”
“แล้วนี่อรไปไหนเนี่ย” ธีระถาม
“สงสัยจะออกไปคุยกับทหารเกณฑ์ข้างบ้าน พักนี้มันติดผู้ชายพอแม่เผลอเข้าหน่อยมันชอบแว๊บหาย”
อรเดินเข้ามาพร้อมถุงขนมจากเซเว่น
“หวัดดีค่ะ คุณธี”
“ทำไมปล่อยให้คุณยายอยู่คนเดียว” ธีระดุ
“หนูออกไปซื้อขนมที่เซเว่นน่ะค่ะ” อรบอก
“เซเว่นอะไร ออกไปคุยกับผู้ชายน่ะสิ ข้าจะเตือนเอ็งนะ ระวังจะท้องไม่มีพ่อ” จินดาว่า
“คุณยายก็พูดน่าเกลียด หนูไม่ได้นอนกับใครง่ายๆนะคะ” อรบอก
“นี่อร ชั้นบอกก่อนนะ ห้ามพาผู้ชายเข้าบ้านเด็ดขาด มันอาจจะเข้ามาขโมยของแล้วทำร้ายเธอกับคุณยายเข้าใจมั้ย” ธีระสั่ง
“แหม คุณธีขา พี่คมสันต์ของหนู เค้าไม่ใช่ทหารเกณฑ์นะคะ เค้าเป็นนายสิบ เมษาหน้าเค้าบอกว่าเค้าจะได้ติดนายร้อยแล้วค่ะ”
“ร้อยตรีร้อยโทอะไรข้าก็ไม่เอาทั้งนั้น เอ็งเลิกยุ่งกับมันได้แล้ว” จินดาสั่ง
“อุ๊ย คุณยายคะ หนูไม่ใช่ลูกคุณยายนะคะ ที่จะสั่งไม่ให้รักคนนั้น ชอบคนนี้”
ธีระชะงักอึ้ง
“เอ็งอย่ามาย้อนข้านะ”
“หนูไม่ได้ย้อนนะคะ แต่หนูไม่ใช่คุณธีที่จะต้องทำอะไรตามใจคุณยาย” อรบอก
“นังอร ...”
“เอาล่ะครับแม่ พอเถอะ” ธีระหันมาบอกอร “เรื่องเธอจะมีแฟนอะไรชั้นไม่ว่าหรอก แต่จำไว้ อย่าพาเข้ามาในบ้านชั้นก็แล้วกัน”
“ค่ะ หนูทราบแล้วค่ะ”
อรสะบัดหน้าค้อนแล้วเดินออกไปอย่างไม่พอใจ
“นังนี่นับวันชักจะเอาใหญ่แล้ว” จินดาบอก
“แม่ก็อย่าไปยุ่งกับเค้ามาก แค่เค้าทำงานให้เราได้ก็พอแล้ว”
“คอยดูนะ ถ้ามันท้องเมื่อไหร่แม่จะไล่มันออกไป”
ธีระส่ายหน้าแล้วเดินออกไป

ยามค่ำ ธีระนั่งเหม่ออยู่ในบ้านจินดา เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น ธีระกดรับ
“ว่าไงวิทย์”
วิทย์พูดโทรศัพท์อยู่ในร้านอาหาร
“คืนนี้ว่างมั้ยครับ”
“มีอะไร” ธีระถามกลับ
“จะชวนมาปาร์ตี้น่ะครับ”
“ต้องขอตัว”
“โธ่ กัปตัน ออกมาเที่ยวเถอะครับ อยู่คนเดียวเซ็งเปล่าๆ”
“ขี้เกียจไปจริงๆ อยากอยู่เฉยๆ” ธีระยืนกราน
“แต่มีสาวหลายคนเค้าอยากจะคุยด้วยนะครับ” วิทย์บอก เป๊ปดึงโทรศัพท์ไป
“กัปตันหรือคะ เป๊บนะคะ ออกมาดื่มไวน์กันหน่อยเถอะค่ะเพื่อนเป๊บเค้าอยากเจอกัปตัน”
นุ้ยชะโงกหน้าเข้ามาพูด “เพื่อนนุ้ยด้วยค่ะ”
“เอาไว้คราวหน้าแล้วกัน วันนี้ไม่อยากไปไหนจริง ๆ” ธีระบอก
“แต่ถ้าเปลี่ยนใจก็มานะคะ พวกเราจะรอถึงเที่ยงคืนนะคะ”
“ขอบใจ ขอให้สนุกนะ”
ธีระวางสายแล้ววางมือถือลงก่อนจะถอนใจด้วยความรู้สึกว่างเปล่า จินดาออกมาเรียก
“ธี มากินข้าวลูก”
“ครับแม่” ธีระลุกเดินไปที่โต๊ะอาหาร

ธีระนั่งลงที่โต๊ะอาหาร จินดาตักอาหารให้ลูกชายแล้วพูด
“นี่ลูก หมูสามชั้นผัดซีอิ๊วของโปรดลูก แล้วนี่ก็แกงป่าไก่ ร้านที่ลูกชอบ”
“ขอบคุณครับแม่”
ธีระตักอาหารกิน
“พรุ่งนี้ลูกว่างมั้ย แม่อยากจะไปไหว้พระที่อยุธยาซะหน่อย”
“ได้ครับแม่”
“ไปเช้าหน่อยนะลูก ไหว้เสร็จจะได้ไปหาอะไรกินกัน”
“ครับ”
“เอ๊ะ หรือคืนนี้ลูกจะนอนกับแม่ดีมั้ย จะได้ออกแต่เช้า”
“ไม่ดีกว่าครับ คืนนี้ผมมีรายงานต้องเขียน พรุ่งนี้ผมมารับแม่หกโมงเช้าดีกว่า”
เสียงโทรศัพท์มือถือของธีระดังขึ้น ธีระมองเบอร์อย่างไม่คุ้นตา
“ใคร” ธีระบ่นกับตัวเอง จินดามอง
“ใครหรือลูก”
“ไม่รู้เหมือนกันครับ” ธีระกดรับ “ฮัลโหล”
ข้าวตูพูดโทรศัพท์กับธีระอยู่ที่บ้านของเธอ
“พี่ธีหรือคะ”
“นั่นใคร”
“จำเสียงตูไม่ได้หรือคะ แหม เสียใจจัง” ข้าวตูตัดพ้อ
“อ๋อ โทษทีพี่ไม่ได้คิด”
“แสดงว่าตูไม่น่าสนใจจนพี่ธีไม่ได้คิดถึงเลย”
“ไม่ใช่อย่างงั้นหรอกจ้ะ”
จินดาได้ยินคำว่าจ้ะก็ชะงักมองอย่างสนใจ
“ตูโทรมามีอะไรหรือ”
“เปล่าหรอกค่ะ พอดีตูว่างๆไม่รู้จะคุยกับใครก็เลยนึกถึงพี่ธี คุยได้รึเปล่าคะ”
“พี่กำลังทานข้าวอยู่กับแม่”
“อุ๊ย ขอโทษค่ะ งั้นตูไม่กวนแล้ว”
“แล้วค่อยคุยกันอีกทีนะ” ธีระบอก
“ค่ะ” ข้าวตูปิดโทรศัพท์แล้วถอนใจ “ทำไมน้ำเสียงเค้าดูเย็นชืดจัง”
ข้าวตูมองโทรศัพท์อย่างแปลกใจ
ธีระปิดโทรศัพท์แล้ววางลง
“ใครโทรมาหรือลูก” จินดาถาม
“ข้าวตูน่ะครับ แม่จำได้มั้ย”
“ข้าวตูไหน”
“สมัยที่เราอยู่บ้านเก่าแล้วเค้าชอบมาเล่นบ้านเราบ่อยๆ”
“อ๋อ ลูกคุณเพ็ญ ไหนว่าไปอยู่เมืองนอกไม่ใช่หรือ”
“กลับมาแล้วครับ”
“แล้วไปเจอกับลูกได้ยังไง” จินดาซักต่อ
“เค้าไปซื้อต้นไม้ร้านพี่แดงน่ะครับ”
“แล้วเค้าโทรหาลูกทำไม”
“ไม่มีอะไรหรอกครับแม่ แค่เจอกันเค้าก็เลยโทรมาคุยในฐานะคนเคยรู้จัก”
“แต่ตอนเด็กๆเค้าชอบลูกมากนะ หรือเค้าจะมาจีบลูก”
“ตอนนี้ใครมาจีบก็ไม่ติดหรอกครับแม่ เพราะผมไม่คิดที่จะชอบใครแล้ว” ธีระบอก
“ลูกพูดจริงหรือ”
“จริงครับ ผมกำลังคิดว่าผมจะอยู่กับแม่ไปตลอดชีวิต”
“ถ้าเป็นอย่างงั้นจริงแม่ก็คงมีบุญที่สุดในโลก”
“งั้นผมก็จะพยายามทำให้ได้อย่างงั้นแล้วกันครับ”
ธีระยิ้มให้แม่ จินดายิ้มด้วยความปลื้มใจ

เช้าวันใหม่ พระนอนองค์ใหญ่อยู่ที่แนวรั้ว มีเจดีย์เก่า และสถาปัตยกรรมสมัยก่อน ข้าวตูเดินถ่ายรูปวัดมาเรื่อยๆ

จินดาไหว้พระอยู่กับธีระ ธีระส่งธูปให้แม่ จินดารับไปแล้วพนมมือ
“ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายโปรดคุ้มครองลูกของแม่ให้มีแต่ความสุขความเจริญ ปราศจากภัยอันตรายใดๆทั้งปวงด้วยเถิด” ธีระกับแม่ก้มลงกราบพระ
ธีระกับแม่เดินทำบุญตามมุมต่าง ๆในวัด จินดาถวายผ้าไตร
ธีระเดินจูงมือแม่ แล้วเขาก็ซับเหงื่อให้แม่

จินดากับธีระเดินมาถึงป้ายบอกทางไปห้องน้ำ
“แม่ขอไปเข้าห้องน้ำหน่อยลูก”
“ไปครับ เดี๋ยวผมไปด้วย”
“ไม่ต้องหรอกลูก แม่ไปเองได้”
“ผมไปเป็นเพื่อนดีกว่า”
“ไม่ต้องหรอกจ้ะ เชื่อแม่เถอะ แม่ไปได้”
“งั้นเดี๋ยวผมไปซื้อน้ำให้แม่นะ”
“ดีจ้ะ แม่ขอน้ำเย็นแล้วกัน”
“ครับ” จินดาเดินไปห้องน้ำ ธีระหันเดินไปอีกทาง




รักคุณเท่าฟ้า ตอนที่ 8 (ต่อ)
จินดาเดินเข้ามาในห้องน้ำ เธอจะผลักประตูเข้าไปในห้องส้วม แต่แล้วก็ชะงักหายใจขัดจนต้องเอามือมาจับบริเวณหัวใจ
“โอ๊ย... นี่เราเป็นอะไร”
จินดามึนและเวียนหัว เธอมองไปรอบๆ ก็เห็นทุกอย่างเบลอไปหมด
“ช่วย ...”
จินดาใกล้จะล้ม ข้าวตูเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำพอดีจึงคว้าตัวไว้ได้
“คุณป้าเป็นอะไรคะ”
จินดาคว้าคอเสื้อข้าวตูไว้
“ช่วย .. ช่วย..ด้วย .. หายใจ..ไม่..ออก”
จินดาวูบหลับไป ข้าวตูประคองไว้
“ว้าย ... คุณป้า... คุณป้าคะ...ช่วยด้วยค่ะ ... ช่วยด้วย คนเป็นลมค่ะ”

ธีระเดินถือขวดน้ำมาที่หน้าห้องน้ำ เขาดูดกาแฟเย็นแล้วเดินมาหยุดหน้าห้องน้ำก่อนจะได้ยินเสียงข้าวตู
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย”
ธีระมองหาต้นเสียง ข้าวตูพยุงจินดาออกมา ธีระมองด้วยความตกใจ
“แม่ !”
“พี่ธี ..” ข้าวตูตกใจ ธีระวิ่งเข้ามาประคองแม่
“ข้าวตู นี่แม่พี่เป็นอะไร”
“ไม่ทราบค่ะ อยู่ดีๆแกก็เป็นลม ตูว่าพาไปโรงพยาบาลก่อนดีกว่าค่ะ”
“ไป”
เจ้าหน้าที่ในวัดวิ่งเข้ามาดู
“มีอะไรรึเปล่าครับ”
“คุณแม่ผมเป็นลมครับ ช่วยพยุงหน่อยครับ” ธีระบอก
จนท. หันไปบอกเจ้าหน้าที่คนอื่น “เอารถเข็นมาเร็ว”
เจ้าหน้าที่เอารถเข็นวิ่งเข้ามาให้ ทั้งหมดช่วยกันพยุงจินดาขึ้นไปนั่งเก้าอี้
“ข้าวตูฝากดูแม่พี่ก่อนนะ เดี๋ยวพี่เอารถมารับ” ธีระบอก
“ค่ะ”
ธีระวิ่งออกไป ข้าวตูมองตามแล้วหันมามองจินดา
“นี่คุณป้าจินดาหรือเนี่ย”
ข้าวตูเอายาดมให้จินดาดมแต่จินดาก็ยังนอนนิ่ง

เวลาผ่านไป ธีระเดินไปมาหน้าอยู่ที่ห้องไอซียู ข้าวตูถือกาแฟเดินเข้ามาให้
“กาแฟค่ะพี่ธี”
“ขอบใจจ้ะ”
“ตูว่าคุณป้าคงไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ” ข้าวตูบอก
“ขอให้เป็นอย่างงั้นเถอะ แม่พี่เคยช๊อค หน้ามืด ล้มมาหนนึงแล้ว”
“หรือคะ”
ธีระพยักหน้า “พี่ยังไม่ได้ขอบใจตูเลยนะที่ช่วยแม่พี่ไว้”
“ตูว่าต้องขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากกว่าค่ะ ที่ดลใจให้ตูอยากมาไหว้พระวัดเดียวกับพี่ธี ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าเราจะใจตรงกัน”
ข้าวตูพูดอย่างดีใจ ธีระมอง ข้าวตูชะงักเมื่อรู้ตัวว่าดีใจออกนอกหน้าเกินไปจึงยิ้มเขินๆ
“ตูหมายถึงว่ามาไหว้พระวัดเดียวกันน่ะค่ะ” ข้าวตูบอก
“ใช่ ต้องขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์”
ธีระยิ้มให้ ข้าวตูยิ้มตอบ สักพักหมอก็เดินออกมาจากห้องไอซียู
“คุณธีระครับ”
“ครับคุณหมอ”
“ตอนนี้คุณแม่คุณปลอดภัยแล้ว แต่กลับจากนี่ไปผมอยากให้คุณพาคุณแม่ไปเช็คที่โรงพยาบาลที่กรุงเทพให้ละเอียดอีกทีนะครับ”
“ครับ ขอบคุณมากนะครับ”
“เชิญครับ” หมอผายมือไปในห้องแล้วเดินออกไป ธีระผลักประตูจะเดินเข้าไปในห้องแล้วก็ชะงัก หันมาบอกข้าวตู
“เข้ามาด้วยกันสิ”
“ค่ะ” ข้าวตูเดินเดินตามธีระเข้าไป

ธีระเดินเข้ามาหาแม่ที่นอนอยู่บนเตียง มีสายให้น้ำเกลืออยู่ที่แขนจินดา
“เป็นยังไงบ้างครับแม่” ธีระถาม
“ดีแล้วลูก ไม่เป็นอะไรแล้ว ตอนนั้นแม่นึกว่าแม่ไม่รอดซะแล้ว อยู่ๆก็หายใจไม่ออกแล้วก็หน้ามืดขึ้นมา จำได้ว่ามีใครเข้ามาช่วยก็ไม่รู้”
“หนูเองค่ะ” ข้าวตูบอก
จินดามองข้าวตู “ใช่ หนูนั่นเอง ขอบใจมากนะจ๊ะ ถ้าป้าไม่ได้ยึดหนูไว้ ป่านนี้ป้าอาจจะล้มหัวฟาด น๊อคพื้นไปแล้วก็ได้”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณป้า ตูยินดีมากค่ะ”
จินดาชะงัก “ตู?”
“ข้าวตูไงครับแม่ ที่เมื่อวานผมเล่าให้แม่ฟัง”
จินดามองอย่างชะงัก ข้าวตูยิ้มให้
“ตอนนี้จำตูได้รึยังคะ ที่ตอนเด็กๆตูชอบไปวิ่งซนบ้านคุณป้าบ่อยๆ”
จินดาฝืนยิ้ม “จำได้แล้วจ้ะ แล้วทำไมอยู่ๆหนูถึงมาที่นี่ได้”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ สงสัยจะเป็นพรหมลิขิต” ข้าวตูตอบ
“พรหมลิขิตหรือ” จินดาทวนคำแล้วชะงักมองหน้าธีระ ก่อนจะมองหน้าข้าวตู
ข้าวตูยิ้ม “ตูพูดเล่นน่ะค่ะ”
จินดาฝืนยิ้มแล้วพยักหน้า ข้าวตูมองธีระ ธีระฝืนยิ้มให้ จินดามองทั้งสองด้วยความสงสัย

ธีระเดินมากับข้าวตูตามทางเดินภายในโรงพยาบาล
“ระหว่างที่รอแม่ให้น้ำเกลือ พี่พาตูไปเอารถก่อนดีกว่า” ธีระบอก
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวตูหารถรับจ้างแถวนี้ไปก็ได้”
“พี่ทำอย่างงั้นไม่ได้หรอก ตูช่วยชีวิตแม่พี่ไว้ ไป เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ก็ได้ค่ะ”
แล้วทั้งสองก็เดินเลี้ยวไป

ในห้องไอซียู จินดานั่งนิ่งมองขวดน้ำเกลือที่มีสายต่อมาที่แขนของตัวเอง แล้วนึกถึงคำพูดของข้าวตู
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ สงสัยจะเป็นพรหมลิขิต”
จินดาทำหน้าไม่พอใจ
“อย่าบอกนะว่านายธีชอบอยู่กับผู้หญิงคนนี้...ไม่ได้แล้ว”
จินดาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาแดง
ไตรตั้นนั่งวาดรูปอยู่ที่ร้านขายต้นไม้ เสียงโทรศัพท์มือถือของแดงดังขึ้น ไตรตั้นกดรับ
“ฮัลโหล ไตรตั้นรับจัดต้นไม้และออกแบบสวนครับ”
“ไตรตั้นหรือลูก ขอยายพูดสายกับแม่หน่อยซิ”
“คุณยายมีธุระอะไรครับ” ไตรตั้นถาม
“ยายมีธุระสำคัญจะคุยกับแม่ ไปเรียกแม่มา”
“เรื่องสำคัญอะไรครับคุณยาย”
“หยุดซัก แล้วไปเรียกแม่มาพูดกับยายซะที”
ทันใดนั้นแดงก็เดินออกมา
“ใครลูกไตรตั้น”
“คุณยายครับ คุณยายบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยกับแม่” ไตรตั้นยื่นโทรศัพท์ให้แม่
แดงรับโทรศัพท์ “ฮัลโหลแม่ ว่าไงคะ”
“นี่แดง แม่ว่าแกควรจะอบรมไตรตั้นหน่อยนะ ตอนนี้แม่ว่ามันชักจะรู้มากไปแล้ว” จินดาว่า
“หนูขอโทษค่ะ แม่มีอะไรหรือ”
“แม่อยากรู้ว่านายธีเค้าชอบอยู่กับยัยข้าวตูหรือ”
แดงงง “ชอบหรือคะ เค้าเพิ่งเจอกันเมื่อวานนี้เองนะ”
“อ้าว เพิ่งเจอกันหรือ”
“ใช่ค่ะ เราเพิ่งเจอกันเมื่อวานนี้เอง แล้วแม่ไปเอาข่าวมาจากไหน ว่าเค้าชอบกัน”
“เปล่า แม่แค่เดา ก็เลยโทรมาถามแก งั้นแค่นี้นะ” จินดากดวางสาย
“เดี๋ยวแม่ ...”
จินดาพูดกับตัวเอง “เราคงระแวงมากไป”
“คุณยายมีเรื่องสำคัญอะไรครับแม่”
“นี่ไตรตั้น แม่ว่าลูกชักจะยุ่งเรื่องของผู้ใหญ่มากไปแล้วนะต่อไปนี้ห้ามรับโทรศัพท์แทนแม่ เข้าใจรึเปล่า”
“ครับ” แดงเดินออก ไตรตั้นมองตามแล้วบ่นออกมา “แค่นี้ก็บอกไม่ได้”

รถธีระแล่นเข้ามาจอดที่วัด ข้าวตูเปิดประตูแล้วก้าวลง ธีระเดินตามลงมา
“ขอบคุณนะคะพี่ธีที่ขับรถมาส่ง”
“พี่ต่างหากที่ต้องขอบคุณข้าวตูอีกครั้งนึง”
“ตูไม่รับค่ะ แต่ขอเปลี่ยนเป็นให้พี่ธีเลี้ยงข้าวตูมื้อนึงได้มั้ยคะ”
“ที่จริงตอนแรกพี่ก็ตั้งใจจะพาแม่ไปกินข้าวอยู่เหมือนกัน แต่เกิดเรื่องซะก่อน”
“วันไหนก็ได้ค่ะ เอาวันที่พี่ธีว่าง”
“เอ่อ งั้นดูก่อนแล้วกันนะ พอดีช่วงนี้พี่ไม่ค่อยว่าง”
ข้าวตูชะงัก “ค่ะ ขับรถดีๆนะคะ”
“จ้ะ ตูก็เหมือนกันนะ”
ธีระขึ้นรถแล้วขับออกไป ข้าวตูมองตามอย่างผิดหวัง
“หรือว่าพี่ธีเค้าไม่ชอบเรา ... ไม่ ... ยังไม่ได้เริ่มต้นเลย อย่าเพิ่งยอมแพ้ สู้สู้”

เวลาผ่านไป ธีระขับรถผ่านถนนไปเรื่อยๆ ธีระหันไปมองแม่ จินดายิ้มให้ ธีระชวนแม่คุย

ที่บ้านจินดา อรถือถาดไก่ย่างเดินเข้ามาวางบนโต๊ะ คมสันต์ในชุดเสื้อยืดทหารกางเกงทหารกำลังยืนสำรวจข้าวของที่วางอยู่ในบ้าน
“พี่คมสันต์คะ ทานอาหารเที่ยงได้แล้วค่ะ” อรเสียงหวาน
คมสันต์ตอบรับ “จ้า”
คมสันต์หยิบเครื่องบินที่เป็นแก้วเจียระไนใส่กระเป๋ากางเกงก่อนจะเดินไปที่โต๊ะอาหาร
“มาแล้วจ้า” คมสันต์เดินมาที่โต๊ะ “ไก่ย่างหอมฉุยเลย”
“ทานเลยนะคะ”
คมสันต์หยิบน่องไก่ขึ้นมากัดเต็มคำ “อร่อยจัง” คมสันต์ชม อรมองยิ้มปลื้ม “แหมแต่ไก่อย่างเดียวมันเลี่ยนจัง ถ้ามีอะไรกลั้วปากแก้เลี่ยนซะหน่อยคงจะดี”
“งั้นเดี๋ยวน้องอรจัดให้ค่ะ” อรบอก
อรเดินไปที่ตู้เย็นแล้วหยิบไวน์ที่เหลืออยู่ครึ่งขวดออกมา ก่อนจะเดินมาให้คมสันต์
“นี่ค่ะ แก้เลี่ยน”
คมสันต์ดึงจุกก๊อกที่ปิดออกแล้วถาม
“ของใคร”
“ของลูกชายเจ้าของบ้านค่ะ”
“เค้าจะว่าน่ะสิ”
“เค้าจำไม่ได้หรอกค่ะ” อรรีบบอก
“น้องอรเนี่ยน่ารักที่สุดเลย มา ขอพี่จูบที”
คมสันต์ยื่นหน้าจะจูบ
“หือม์ ไก่เต็มปากเลยค่ะ เคี้ยวไก่ให้หมดก่อน”
คมสันต์เคี้ยวไก่แล้วยกขวดไวน์ขึ้นดื่มกลั้วคอ
“แล้วน้องอรล่ะไม่ทานหรือ พี่ทานคนเดียวไม่หมดหรอก”
“น้องอรยังไม่หิวค่ะ พี่คมสันต์ทานเถอะ”
“แล้วแน่ใจนะว่าเจ้านายยังไม่กลับมา” คมสัมต์ถามย้ำ
“ยังหรอกค่ะ ไปอยุธยากว่าจะกลับก็ต้องมีสี่ห้าโมงเย็นแหละค่ะ”
เสียงแตรรถดังขึ้น อรสะดุ้งแล้วรีบวิ่งไปดูหน้าประตู
“ว้าย คุณธี กลับมาแล้ว” อรตกใจ
“ทำไง”
“พี่คมสันต์ออกไปก่อน” อรบอก คมสันต์จะวิ่งไปหน้าบ้านแต่อรดึงไว้ “ไปทางนั้นไม่ได้ ออกหลังบ้าน”
“งั้นพี่เอาไก่ย่างไปด้วยนะ”
คมสันต์จะคว้าไก่ย่าง แต่อรดึงไว้
“จะเอาไปยังไงล่ะ รีบไปก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณยายมายุ่งเลย”
อรดันตัวคมสันต์ให้ออกไปทางหลังบ้าน จังหวะเดียวกับที่จินดาเปิดประตูบ้านเข้ามาพอดี
“นังอร แกทำอะไรอยู่ บีบแตรตั้งนานไม่เปิดประตู”
“เอ่อ ...หนู.. หนูกำลังทำความสะอาดครัวอยู่ค่ะ” อรบอก
“แล้วนี่ส้มตำไก่ย่างใคร” จินดาถาม
“ของหนูค่ะ
“แกกินคนเดียวทำไมเยอะแยะอย่างนี้” จินดามองขวดไวน์ “นี่ไวน์ แกบังอาจกินไวน์คุณธีหรือ”
“ไม่ใช่ค่ะคุณยาย หนูเห็นมันเสียแล้ว ก็เลยจะเอาไปเททิ้งค่ะ” อรแถ
“แกไม่ได้โกหก แอบกินไวน์คุณธีเค้านะ”
“ไม่ได้กินจริงๆค่ะ เชื่อดมปากหนูได้เลยค่ะ” อรทำท่าเป่าปาก “ มีกลิ่นแอลกอฮอล์มั้ยคะ”
“ไป ไป ไปช่วยคุณธียกของเลย”
“ค่ะ” อรรับคำแล้วเดินออกไป
“นังนี่ เราไม่อยู่หน่อยเดียวซื้อไก่กินเป็นตัวเลย” จินดาบ่น

รถข้าวตูแล่นเข้ามาจอดหน้าร้านต้นไม้ของกบ ข้าวตูเปิดประตูลงจากรถพร้อมกับของฝากจากอยุธยา
ข้าวตูเดินเข้าไปในร้านก็เจอไตรตั้นนั่งอยู่ลำพัง
“หวัดดีครับน้าข้าวตู” ไตรตั้นทัก
“หวัดดีครับคุณแม่อยู่มั้ย ไตรตั้น” ข้าวตูถาม
“อยู่ครับ เดี๋ยวตั้นไปตามให้ครับ แม่คร้าบ น้าข้าวตูมาคร้าบ”
แดงเดินออกมา
“อ้าว ข้าวตู”
“หวัดดีค่ะพี่แดง ตูซื้อขนมมาฝากค่ะ” ข้าวตูบอก
“ขอบใจจ้ะ ไปไหนมา” แดงถาม
“ไปไหว้พระที่อยุธยาค่ะ โชคดีจังเลยเจอพี่ธีด้วย”
แดงชะงัก “อ้าว หรือ”
“ค่ะ พี่ธีไปกับคุณป้าจินดา แกไม่สบายตูกับพี่ธีเลยพาไปส่งโรงพยาบาล”
“แล้วแม่พี่ว่ายังไง” แดงถามต่อ
“ว่าเรื่องอะไรคะ” ข้าวตูงง
“คือ... พี่หมายถึงว่าแม่พี่ได้คุยกับตูรึเปล่า”
“ก็คุยกันนิดหน่อยน่ะค่ะ พี่แดง ตูถามอะไรหน่อยได้มั้ย”
“ถามอะไร”
“ตอนนี้พี่ธีเค้าไม่มีแฟนใช่มั้ย”
“อืมม์ ใช่”
“งั้นตูจีบเค้านะ” ข้าวตูเข้าเรื่อง
“พี่ว่าตูอย่าไปยุ่งกับธีเค้าเลย” แดงเตือน
“ทำไมล่ะคะ”
“พี่บอกตามตรงนะ แม่พี่เค้าหวงนายธีมาก ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนแม่พี่ได้หรอก”
“ไม่เห็นเกี่ยวเลยค่ะ ตูชอบพี่ธีนะคะ ไม่ได้ชอบคุณป้า” ข้าวตูบอก
“แต่ถึงวันนึงเธอก็ต้องไปเกี่ยวดองกับแม่พี่ เชื่อพี่ ถ้าไม่อยากเสียใจ อย่าชอบนายธี”
“ไม่ค่ะ พี่แดงก็รู้ว่าตูชอบพี่ธีมาตั้งนานแล้ว ทุกวันนี้ที่ตูไม่มีใครก็เพราะตูยังรักพี่ธีอยู่” ข้าวตูพูด แดงมองหน้า “ตูพูดจริงๆนะคะ พี่ธีเป็นผู้ชายคนเดียวที่อยู่ในใจตูมาตลอด”
แดงถอนใจ “งั้นก็ตามใจ พี่เตือนเธอแล้วนะ”
“งั้นพี่แดงช่วยตูหน่อยได้มั้ย”
“ช่วยอะไร”
“ตูอยากทานข้าวกับพี่ธี แต่นัดเค้าทีไรเค้าบอกไม่ว่างตลอดเลย”
“ก็ได้ เดี๋ยวพี่จะนัดให้” แดงอาสา
“ขอบคุณค่ะ รักพี่แดงที่สุดเลย”
ข้าวตูโผเข้าไปกอดแดง ไตรตั้นมองข้าวตูกับแม่ตัวเองอย่างงงๆ




รักคุณเท่าฟ้า ตอนที่ 8 (ต่อ)
ดึกสงัด โทรศัพท์มือถือของธีระดัง ธีระเดินมาหยิบดูเบอร์ก่อนกดรับ
“ฮัลโหล”
แดงพูดโทรศัพท์
“ธีหรือ พรุ่งนี้พี่จะชวนกินข้าวกลางวัน”
“ได้สิ ที่ไหน” ธีระถาม
“เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่โทรบอกร้านอีกที”
“ได้ครับ งั้นผมจะชวนแม่ไปด้วยนะ”
“อย่าเลย พี่อยากกินกับแกลำพัง” แดงเบรค
“อ้าวหรือ งั้นก็ได้”
“แค่นี้นะ” แดงบอก
“ครับ”
ธีระกดปิดโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกแปลกใจนิด ๆ
กบเดินเข้ามาหาแดง
“แดง พรุ่งนี้เรามีนัดกับคุณอ้อยตอนเที่ยงนะ” กบบอก
“รู้แล้วน่า”
“รู้แล้วยังไปนัดกินข้าวกับธีได้ไง”
“แดงไม่ได้ไป นัดให้ยัยข้าวตูเค้า เค้าอยากเจอนายธี”
“ระวังแม่จะรู้นะว่าเป็นแม่สื่อให้เค้า” กบเตือน
“ก็ถ้าพี่กบไม่พูด แม่จะรู้ได้ไง”
แดงเดินไป ไตรตั้นมองตาม
“พ่อครับ น้าข้าวตูเค้าชอบน้าธีหรือครับ” ไตรตั้นถาม
“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก กินข้าวไป” กบบอก
“อย่างนี้ทุกที อะไรๆก็ไม่ใช่เรื่องของเด็ก”

สายวันใหม่ ข้าวตูเดินเข้ามาในร้านอาหาร พนง.เข้ามาต้อนรับแล้วพาเธอไปที่โต๊ะ ข้าวตูลงไปนั่ง
“ดื่มอะไรดีครับ” พนักงานถาม
“น้ำเปล่าก่อนดีกว่าค่ะ” ข้าวตูบอก
พนง.เดินออกไป ข้าวตูมองหา สักพักธีระก็เดินเข้ามา ธีระเห็นข้าวตูก็ชะงัก
“อ้าว ข้าวตู”
“หวัดดีค่ะพี่ธี”
“มาทานข้าวหรือ”
“ค่ะ ตูนัดกับพี่แดง” ข้าวตูบอก
“หรือ พี่ก็นัดกับพี่แดงเหมือนกัน”
“นั่งก่อนมั้ยคะ” ข้าวตูบอก ธีระลงนั่งร่วมโต๊ะกับข้าวตู “พี่ธีดื่มอะไรดีคะ”
“น้ำเปล่าดีกว่า พี่แดงไม่เห็นบอกว่านัดตูไว้ด้วย”
“อ๋อ ตูโทรหาพี่แดงเมื่อคืนน่ะค่ะ พี่แดงก็เลยชวนทานข้าว ไหนพี่ธีบอกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยว่างไงคะ ทำไมวันนี้มาได้”
“เอ่อ พอดีวันนี้เพื่อนพี่เค้ายกเลิกนัดน่ะ”
เสียงโทรศัพท์มือถือของธีระดังขึ้น ธีระมองเบอร์ก่อนจะกดรับ
“ว่าไงพี่แดง นี่อยู่ไหน”
แดงพูดโทรศัพท์อยู่ที่ร้านต้นไม้
“โทษทีพี่มีงานด่วนเข้ามา ธีกินข้าวกับข้าวตูไปก่อนนะ ถ้าพี่เสร็จเร็วพี่จะตามไป”
“อืมม์ อย่าช้าล่ะ”
“จ้ะ”
แดงวางสายแล้วหันมายิ้มให้กบ กบส่ายหน้า
ธีระปิดโทรศัพท์แล้วหันมาบอกข้าวตู
“พี่แดงมีงานด่วน อาจจะตามมาช้าหน่อย”
“ค่ะ งั้นสั่งเลยมั้ยคะ” ข้าวตูถาม
ธีระพยักหน้าแล้วเปิดดูเมนู ข้าวตูแอบมองธีระแล้วอมยิ้มอย่างปลาบปลื้ม

จินดานอนหลับอยู่บนเตียง สักพักอรก็เข้ามาเรียก
“คุณยายขา คุณยาย ทานข้าวได้แล้วค่ะ”
จินดาลืมตาตื่นด้วยความงัวเงีย “อืมม์ นี่กี่โมงแล้ว”
“เที่ยงแล้วค่ะ” อรแตะแขนจินดา “อุ๊ย ทำไมตัวร้อนอย่างนี้ล่ะคะ”
“ข้าปวดหัว”
“งั้นเดี๋ยวทานข้าวแล้วทานยาลดไข้นะคะ”
“เออ ข้าไปฉี่ก่อน”
จินดาขยับจะลุกแต่ไม่ขึ้น อรรีบเข้าประคอง
“มาค่ะ เดินไหวมั้ย”
จินดาเดินไปสองก้าวก็ปัสสาวะราดออกมา
“ว้าย คุณยาย ทำไมฉี่ราดล่ะคะ”
“มันอั้นไม่อยู่”
“ตาย ตาย ตาย มาค่ะ หนูพาไปห้องน้ำ”
อรจูงจินดาเข้าไปในห้องน้ำ

ธีระตักอาหารกินแล้วมองข้าวตู ข้าวตูยิ้มให้ ธีระมองนาฬิกา
“สงสัยพี่แดงจะไม่มาแล้วมั้ง” ธีระบอก
ธีระกดโทรศัพท์หาแดง
แดงกับกบคุยกับลูกค้าอยู่ในร้านต้นไม้ เสียงมือถือของแดงดังขึ้น
“ขอโทษค่ะ” แดงกดรับ “ฮัลโหล”
“พี่แดง ตกลงจะมารึเปล่า นี่ผมกับข้าวตูกินอิ่มแล้วนะ” ธีระบอก
“พี่คงไปไม่ได้แล้วล่ะ ขอโทษที ฝากบอกข้าวตูด้วยนะ”
“อืมม์” ธีระวางสายแล้วหันมาบอกข้าวตู “พี่แดงไม่มาแล้ว”
ข้าวตูยิ้มแล้วพยักหน้ารับรู้ “สงสัยจะงานยุ่ง”
“ใช่ คงคุยกับลูกค้าอยู่”
“แล้วเดี๋ยววันนี้พี่ธีไปไหนต่อคะ”
“ยังไม่มีแพลน อาจจะกลับบ้าน”
“ไปดูหนังกันมั้ยคะ”
ธีระชะงัก เขาเห็นข้าวตูยิ้มให้ก็หลบตา “ไม่ดีกว่า พี่ไม่ชอบเข้าโรงหนัง”
“งั้นไปเดินเล่นงานบีโอไอแฟร์มั้ยคะ ตูเห็นในข่าวน่าสนใจเหมือนกัน”
ธีระมองพลางคิดว่าจะปฏิเสธยังไง เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น ธีระมองเห็นเป็นเบอร์บ้าน
“ฮัลโหล ว่าไงอร”
อรพูดโทรศัพท์อยู่ที่บ้านจินดา
“คุณธีหรือคะ คุณยายตัวร้อนมากเลยค่ะ”
“แล้วกินยาลดไข้รึยัง” ธีระถาม
“ให้ทานแล้วค่ะ แต่หนูว่าคุณธีมาดูแกหน่อยดีมั้ยคะ”
“โอเค ชั้นจะไปเดี๋ยวนี้” ธีระวางสายแล้วหันมาบอกข้าวตู “ขอโทษนะตู พอดีแม่พี่ไม่สบายพี่ต้องกลับไปดูแก”
“หรือคะ แล้วคุณป้าเป็นอะไรมากรึเปล่าคะ”
“เห็นเด็กที่บ้านบอกว่าแกมีไข้สูง เอ่อ ตูจะทานขนมหรือกาแฟมั้ย”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“งั้นพี่เช๊คบิลนะ”
“ค่ะ”
ธีระหันไปเรียกพนง.เก็บเงิน ข้าวตูมองอย่างเซ็งๆ

ธีระเดินออกมาจากร้านกับข้าวตู
“พี่ไปนะ” ธีระเอ่ยลา
“ค่ะ” ธีระหันจะเดินไป ข้าวตูทักไว้ “พี่ธีคะ...”
“หือม์”
“ให้ตูไปเยี่ยมคุณป้าด้วยได้มั้ยคะ”
ธีระชะงัก “เอ่อ พี่ว่าเอาไว้วันหลังดีกว่านะ พี่ไปล่ะ”
ธีระเดินออกไป ข้าวตูมองตาม
“หรือเค้าจะไม่ชอบเราจริงๆ”

ที่บ้านจินดา ธีระแตะตัวแม่
“ไปหาหมอดีกว่ามั้ย” ธีระถาม
“ไม่ต้องหรอกลูก แม่กินยาลดไข้หายแล้ว” จินดาบอก
“แต่ทำไมต้องฉี่ราดด้วยล่ะคะ” อรถาม
“ข้าอั้นนานไปหน่อย”
“แล้วตอนนี้ปวดหัวรึเปล่า” ธีระถาม
“ไม่ปวดหรอกลูก แม่หายแล้ว ไม่ต้องห่วง”
“แต่ผมอยากให้แม่ไปหาหมอนะ”
“เชื่อแม่สิลูก แค่ปวดหัวตัวร้อนธรรมดา ตอนนี้แม่ตัวเย็นแล้วไม่เห็นหรือ” จินดาจับมือธีระมาแตะตัวของเธอ “ว่าแต่ลูกเถอะกินอะไรมารึยัง”
“กินแล้วครับ”
เสียงโทรศัพท์มือถือของธีระดังขึ้น ธีระกดรับ
“ฮัลโหล”
ข้าวตูพูดโทรศัพท์อยู่ที่บ้าน
“คุณป้าเป็นยังไงบ้างคะพี่ธี”
“ไม่เป็นอะไรแล้วจ้ะ ขอบใจมากนะอุตส่าห์โทรมา” ธีระบอก
“ฝากบอกคุณป้าว่าหายเร็วๆนะคะ”
“จ้ะ”
“งั้นแค่นี้นะคะ”
“จ้ะ” ธีระกดวางสาย
“ใครลูก” จินดาถาม
“ข้าวตูน่ะครับ เค้าฝากบอกให้แม่หายเร็วๆ”
“แล้วเค้ารู้ได้ไงว่าแม่ไม่สบาย”
“ผมบังเอิญเจอเค้าน่ะครับ”
“ทำไมบังเอิญเจอกันบ่อยจัง” จินดาสงสัย
“แม่อย่าคิดมากเลยครับ ผมไม่มีอะไรกับเค้าหรอก”
“จริงนะ”
“ครับ”
จินดายิ้ม

ธีระเดินออกมาหน้าบ้าน โดยมีอรเดินตามมา
“อร” ธีระเรียก
“ขา”
“ดูแลคุณยายให้ดีนะ ถ้ามีอะไรโทรเรียกรถพยาบาลก่อน เข้าใจรึเปล่า”
“ค่ะ”
ธีระขับรถออกไป อรดึงประตูปิดแต่แล้วก็มือใครคนนึงดึงประตูไว้ อรสะดุ้ง คมสันต์โผล่หน้ามาแล้วยิ้ม
“ว๊าย ตกใจหมดเลยพี่คม”
“คิดถึงน้องอรจังเลย ขอกอดที” คมสันต์เข้ามากอด
อรทำสะดิ้ง “อย่าค่ะ เดี๋ยวคุณยายเห็น”
“คุณยายจะเห็นได้ไง คุณยายไม่สบายพี่รู้”
“พี่คมรู้ได้ไง”
“พี่มีตานะ”
“อย่าบอกนะว่าแอบดูอรตลอดเวลา”
“ก็คนมันคิดถึงนี่จะให้ทำไงได้”
คมสันต์จะหอมแก้มอรแต่อรบิดตัวหลบ จินดาเดินออกมาเรียก
“อร.. นังอร ..”
คมสันต์กระโดดหลบหลังประตู อรยืนบังไว้
“ขา”
คมสันต์ดึงนิ้วอรไปดูด อรจั๊กกะจี๋ จินดามองด้วยความสงสัย
“เอ็งเป็นอะไรทำไมยืนดิ้นอยู่นั่น”
“คือ..คือ.. มันจั๊กกะจี๋ค่ะ” อรบอก
“เอ็งมาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนหน่อย”
“คุณยายฉี่ราดอีกแล้วหรือคะ” อรถาม
“เออ”
จินดาหันเดินเข้าบ้านไป อรร้องออกมา
“โอ๊ย ... พี่คมอย่ากัดสิคะ น้องอรเจ็บนะ”
“อ้าว พี่นึกว่าชอบ” คมสันต์บอก
“ไปค่ะ กลับไปก่อน”
“คืนนี้พี่มานอนค้างด้วยได้มั้ย”
“ไม่ได้หรอกค่ะ ยังไม่ถึงเวลา ไปค่ะ กลับบ้านไปก่อน”
อรวิ่งเข้าบ้านไป คมสันต์มองตามอย่างเสียดาย
“ฮื้อ ... เสียอารมณ์หมด”

ธีระเทไวน์แล้วเดินมายืนดื่มที่หน้าต่างคอนโด เขามองเหม่อไปไกลด้วยความรู้สึกเหงา ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ธีระหยิบมาดูเห็นเป็นเบอร์ข้าวตู ธีระจะกดรับแต่แล้วก็ชะงักก่อนจะตัดสินใจไม่รับแล้ววางมือถือลง
ข้าวตูรอฟังเสียงปลายสายแต่ก็ไม่มีคนรับ ข้าวตูจึงกดวางสาย
“เดี๋ยวเค้าคงโทรกลับมาน่ะ”

ธีระนอนมองเหม่ออยู่บนเตียง เขานึกถึงตอนที่ข้าวตูถาม
“ไปดูหนังกันมั้ยคะ”
“ไม่ดีกว่า พี่ไม่ชอบเข้าโรงหนัง”
ธีระนึกถึงตอนนั้นแล้วก็ถอนใจพลิกตัวก่อนจะนึกถึงคำพูดของข้าวตูอีก
“งั้นไปเดินเล่นงานบีโอไอแฟร์มั้ยคะ ตูเห็นในข่าวน่าสนใจเหมือนกัน”
ธีระถอนใจแล้วพลิกไปอีกข้าง แล้วก็นึกถึงคำพูดของข้าวตูต่อจากนั้น
“ให้ตูไปเยี่ยมคุณป้าด้วยได้มั้ยคะ”
ธีระถอนใจแล้วบอกตัวเอง
“เราไม่ควรทำให้ใครต้องเสียใจเพราะเราอีก”

เช้าวันใหม่ ประตูบ้านจินดาเปิดออก ไตรตั้นวิ่งเข้ามาหาจินดา
“หวัดดีครับคุณยาย”
“เป็นไงลูก คิดถึงยายมั้ย” จินดาถาม
“ไม่คิดถึงครับ”
“อ้าว ไม่รักยายหรือ” จินดาถามต่อ
“ครับ เพราะคุณยายแก่แล้ว แล้วตอนนี้ตั้นก็มีแฟนแล้วด้วย”
“หา ... ตัวแค่นี้มีแฟนแล้วหรือ”
“ครับ สวยด้วย สวยกว่าคุณยายเยอะเลย”
พูดจบไตรตั้นก็วิ่งเข้าไปในครัว
“พี่อร ขอกินเป๊ปซี่หน่อย”
กบกับแดงเดินตามเข้ามาในบ้าน
“หวัดดีครับแม่” กบยกมือไหว้จินดา
“แม่เป็นไงบ้าง เห็นธีบอกว่าตัวร้อนแล้วก็ฉี่ราด” แดงถาม
“ไม่ได้เป็นอะไร มันแค่กลั้นไม่อยู่ คนแก่มันก็อย่างนี้” จินดาบอก
“แต่ระวังนะครับแม่ เดี๋ยวจะเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ” กบเตือน
“แกก็พูดเข้า ชั้นฉี่ปกติมันจะอักเสบได้ยังไง”
“ถ้าแม่ไม่เป็นอะไรก็ดี หนูจะชวนแม่ไปเที่ยวเขาใหญ่กัน” แดงบอก
“ไม่เอาล่ะ แม่ไม่อยากนั่งรถไกลๆ”
“ไม่ไกลหรอกครับ แค่สองชั่วโมงเอง ทางดีด้วย ไปด้วยกันเถอะครับคุณแม่” กบคะยั้นคะยอ
“ไม่ล่ะ พวกแกไปกันเถอะ ชวนน้องไปด้วยสิ”
“ชวนแล้ว ธีมันบอกให้หนูมารับแม่ไปด้วย” แดงบอก
“ทริปนี้แม่ขอตัว พวกแกไปเถอะ ไม่ต้องห่วงแม่”
อรเอาน้ำเข้ามาให้แดงกับกบ
“น้ำค่ะ คุณกบ คุณแดง”
“ชั้นไม่อยู่ดูแลคุณยายให้ดีนะ ถ้ามีอะไรก็...” แดงพูดยังไม่ทันจบอรก็สอดขึ้น
“โทรเรียกรถพยาบาล ใช่มั้ยคะ”
“แม่ไม่เป็นอะไรหรอก พวกแกไปกันเถอะ” จินดาย้ำ

จบตอนที่ 8




รักคุณเท่าฟ้า ตอนที่ 1
รักคุณเท่าฟ้า ตอนที่ 1
เครื่องบินโดยสารลำใหญ่พุ่งทะยานผ่านม่านฟ้าสีคราม จังหวะนั้นเสียงพูดของกัปตันดังทั่วห้องผู้โดยสาร “ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ ผมกัปตันธีระ ขณะนี้เรากำลังลดระดับเพื่อนำเครื่องลงสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิครับ” กัปตันธีระที่นั่งอยู่ในห้องนักบินบอกวิทย์ซึ่งเป็นผู้ช่วย “กางล้อ” “ล้อกางแล้วครับ” วิทย์บอก ล้อเครื่องบินกางออก เครื่องบินกำลังจะลง ธีระถือคันบังคับด้วยใบหน้านิ่ง “ห้าสิบฟิต .. สามสิบฟิต .. ยี่สิบฟิต .. ทัชดาวน์” วิทย์พูด ล้อเครื่องบินแตะพื้นจนควันฟุ้งกระจาย เครื่องบินยังคงเคลื่อนไปตามทาง เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในลานบินโบกธงให้สัญญาณ เครื่องบินค่อยๆ เคลื่อนเข้าที่จอด
กำลังโหลดความคิดเห็น...