xs
xsm
sm
md
lg

มารยาริษยา ตอนที่ 8

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มารยาริษยา ตอนที่ 8

ขณะเดียวกันเพียงดาวก็อยู่สภาพน้ำตานองหน้า แต่เป็นน้ำตาแห่งความอาดูรของคนหัวใจสลาย เพียงดาวนั่งส่องกระจกที่โต๊ะเครื่องแป้ง

“ชั้นไม่มีค่าอะไรเลย ทุกคนถึงทิ้งชั้นไป”
เพียงดาวหยิบใบมีดโกนที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งขึ้นมามอง
“คราวนี้จะไม่มีใครจากชั้นไปอีกแล้ว”
เพียงดาวมองจ้องใบมีดโกนในมือ ตัดสินใจบางอย่าง

อีกด้านหนึ่ง บทรักอันร้อนแรงกำลังโลดลิ่วโผนทะยานตามแรงราคะในหัวใจสองดวง โอมผลักประตูห้องนอนดันร่างดีนี่เข้าไปด้านใน
สองคนเข้ามาในห้องแล้วยืนกอดจูบกันอย่างร้อนแรงราวกับคนกระหายหิว

เพียงดาวมองจ้องใบหน้าตัวเองที่นองไปด้วยน้ำตาในกระจก ดวงตาเลื่อนลอย เหมือนคนไร้สติ
วินาทีนั้นเองก็มีเลือดสีแดงฉานพุ่งขึ้นอย่างแรง และสาดไปที่กระจกและใบหน้าของเพียงดาว
เพียงดาวนัยน์ตาลอยเคว้งคว้าง ค่อยๆ ยกมือข้างที่ใช้ใบมีดกรีดข้อมือตัวเองขึ้นไปไล้ลูบรอยเลือดที่เลอะหน้ากระจกให้ปิดทับเงาตัวเองที่สะท้อนในกระจก
เหมือนกับจะบอกว่านับแต่นี้จะไม่มีดาวอีกแล้ว
เลือดไหลไม่หยุด เพียงดาวเริ่มอ่อนล้าโรงแรงมากขึ้น และพยุงตัวเองไม่อยู่ ล้มลงทันที

ดีนี่ผลักโอมล้มลงนอนบนเตียง สองคนกอดจูบนัวเนียกันบนเตียงเนื้อแนบเนื้อแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน
ขณะที่ร่างของเพียงดาวนอนกองอยู่ที่พื้น อย่างเดียวดาย และอ้างว้าง เลือดสีแดงฉานไหลนองเต็มพื้นห้องนอนไปหมด
ทางด้านอู๋ยืนจิกชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่ในผับ
แต้วมองอย่างเซ็งๆ หยิบมือถือในกระเป๋าขึ้นมา กดดูเห็นเป็นฝากข้อความเสียง แต้วเปิดฟัง เป็นเสียงของป้านุช
“คุณดาวกับคุณโอมทะเลาะกันหนักมาก คุณแต้วมาดูคุณดาวหน่อยนะคะ ท่าทางไม่ดีเลย”
แต้วตกใจรีบไปดึงอู๋ออกมา อู๋หงุดหงิดกำลังจะได้ผู้ชายติดมือกลับบ้านอยู่แล้ว

“อะไรเนี่ยยัยป้า ชั้นกำลังจะได้ผู้ชาย”
“ดาวกับโอมทะเลาะกัน ป้านุชบอกว่าท่าทางไม่ดี”
“ว๊าย”
คราวนี้อู๋เป็นฝ่ายดึงแต้วไปขึ้นรถทันที

แต้วขับรถมาตามทางอย่างร้อนใจ ในขณะที่อู๋พยายามโทร.หาเพียงดาว
“ดาวยังไม่รับเลยแต้ว”
แต้วยิ่งร้อนใจ แล้วรีบเหยียบคันเร่ง

อู๋กับแต้วขับรถเข้ามาจอด แล้วรีบวิ่งเข้าบ้าน สองคนตะโกนเรียก
“ดาวๆๆ”
แต้วเปิดประตูเข้ามาในห้องรับแขก เห็นข้าวของในบ้านเกลื่อน กระจัดการจาย แต้ว กะอู๋ตกใจ
“แต้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้น ชั้นใจไม่ดีเลย” อู๋ตกตะลึง
แต้ว กะอู๋ใจเสีย รีบวิ่งขึ้นไปข้างบนบ้าน พร้อมกับตะโกนเรียกเพียงดาวตลอดเวลา
“ดาวๆๆ!!”

แต้ว กะอู๋เปิดประตูเข้ามาในห้องนอน เจอร่างเพียงดาวนอนจมกองเลือดอยู่ สองคนช็อค ตกตะลึงร้องเรียงเพียงดาวสุดเสียง
“ดาว!!”
อู๋ตั้งสติได้รีบถลาเข้าไปปลุกเพียงดาว
“ดาวๆ”
อู๋ร้องไห้ ช้อนอุ้มร่างเพียงดาวขึ้น
“ดาว อย่าเป็นอะไรนะดาว”
อู๋อุ้มเพียงดาวลงมาจากบนบ้านแล้วพาไปขึ้นรถแต้วตามติด แล้วรีบขึ้นรถขับรถออกไป

สองคนพาร่างไร้สติของเพียงดาวมาส่งถึงโรงพยาบาลแล้ว เจ้าหน้าและพยาบาลกำลังเข็นร่างดาวที่นอนอยู่บนเตียง แต้วกะ อู๋ที่เลือดเปรอะตัวไปหมดวิ่งเกาะข้างเตียงตามไป
“ดาว อย่าเป็นอะไรนะดาว” แต้วใจเสีย
พยาบาลเข็นเพียงดาวเข้าห้องฉุกเฉินไป
แต้ว กับอู๋หยุดอยู่หน้าห้อง อู๋ทรุดตัวลง ร้องไห้โฮอย่างไม่อายใคร

“ทำไมดาวมันทำอย่างนี้ล่ะแต้ว”
แต้วไม่รู้จะทำยังไง กอดอู๋ร้องไห้กันระงม

รุ่งเช้าดีนี่นอนอยู่ข้างๆ โอม สีหน้าอิ่มเอมหลับตาพริ้ม
โอมรู้สึกตัว ลืมตาตื่นขึ้นมา มองไปรอบๆ รู้ว่าไม่ใช่ห้องตัวเอง โอมเห็นดีนี่นอนหลับอยู่ โอมตกใจแทบช็อค
“ดีนี่!”
โอมพยายามตั้งสติ คิดหยุดทบทวนแล้วละอายใจ
ดีนี่ยังคงหลับอยู่อย่างนั้น
โอมหยิบมือถือขึ้นมาดู เห็นมือถือปิด รู้สึกฉงน
โอมกดเปิดเครื่อง เห็นว่ามีเบอร์ที่โทร.เข้ามาหลายสาย เป็นสายแต้วโทร.มา กว่า 20 สาย โอมตกใจสังหรณ์ว่าอาจมีเรื่องร้าย รีบกดมือถือ
“ฮัลโหลพี่แต้วครับ พอดีมือถือผมดับไป มีอะไรรึเปล่าครับ....” ฟังแล้วตกใจ “อะไรนะครับ!!”

โอมวางสาย รีบลุกขึ้นหยิบเสื้อมาสวมอย่างร้อนรน จังหวะหนึ่งแหวนในกระเป๋าเสื้อโอมหล่นลง กลิ้งไปใต้โต๊ะเครื่องแป้งดีนี่ โอมไม่ทันเห็น รีบออกไปเร็วรี่

ไม่นานหลังจากนั้นโอมวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาที่หน้าห้องไอซียู เจอแต้ว อู๋ที่ยืนอยู่ โอมเห็นสภาพแต้ว กะอู๋เปื้อนเสื้อผ้าเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด โอมยิ่งตกใจ
“พี่แต้ว ป้าอู๋ คุณดาวเป็นยังไงบ้างครับ!!”
อู๋ของขึ้นด้วยความโมโห “โอมหายไปไหนมาทั้งคืน แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน ทะเลาะอะไรกันขนาดนี้ ทำไมดาวมันถึงทำขนาดนี้!”
โอมหน้าเจื่อนจ๋อย ท่าทีอึกอัก “ผม..คือ...”
“โอมรู้รึเปล่า ถ้าเมื่อคืนพี่สองคนไปไม่ทัน ดาวเค้าคงไม่อยู่กับเราแล้วล่ะ” น้ำเสียงแต้วสั่นเครือด้วยความสะเทือนใจ
“แล้วมันเกิดขึ้นได้ยังไงครับ?”
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนเข้าไปก็เห็นยัยดาวนอนจมกองเลือดแล้ว” แต้วเล่า
โอมหน้าซีด “แล้วตอนนี้คุณดาวไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมครับ”
อู๋บอกทันที “ดาวปลอดภัยแล้วแต่ยังไม่ฟื้น เลือดออกเกือบหมดตัวขนาดนั้น คงไม่ฟื้นง่ายๆ หรอก”
โอมอึ้งพูดอะไรไม่ออก ผลุนผลันเข้าห้องไอซียูไป
เพียงดาวนอนสลบไสล ใบหน้าซีดขาว โอมเข้ามายืนมอง โน้มหน้าลงกระซิบเรียกเบาๆ
“คุณดาว”
ปลายนิ้วโอมสัมผัสที่แก้มเพียงดาวอย่างนุ่มนวลแผ่วเบา ทะนุถนอม
โอมอัดอั้นเหลือเกินแล้ว “ผมขอโทษนะครับคุณดาว”
ชายหนุ่มทรุดลงนั่งฟุบหน้าไปกับเตียง กลั้นก้อนสะอื้น

ขณะเดียวกันดีนี่พลิกตัว อมยิ้มหันมาด้านที่โอมนอนอยู่ เอื้อมมือไป แต่เจอเพียงความว่างเปล่า ดีนี่ลืมตามองไปรอบๆ
“โอม ตื่นแล้วเหรอคะ”
ไม่มีเสียงตอบ ดีนี่ขมวดคิ้ว เอื้อมมือไปหยิบเสื้อเชิ้ตตัวยาวที่ถอดทิ้งไว้มาใส่ แล้วลุกจากเตียง
“โอม...”
ดีนี่เดินออกมาหาโอมข้างนอกห้องนอน
“โอมคะ...”
ดีนี่มองไปรอบๆ ห้องแต่ทุกอย่างว่างเปล่า ดีนี่แน่ใจว่าโอมกลับไปแล้ว ดีนี่โกรธที่โอมหายตัวไปไม่บอกกล่าว

โอมเดินออกมาจากห้องไอซียู ทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง
อู๋ กะแต้วที่นั่งอยู่แถวนั้นหันมามอง เห็นโอมซบหน้าลงกับฝ่ามือ อู๋ถอนใจ เดินมามาใกล้ๆ โอม
“ดาวเค้าคงไม่เป็นอะไรหรอกโอม อย่ากลุ้มไปเลย”
โอมถอนใจ พูดไม่ออก
“ป้าต้องขอโทษโอมนะ ที่พูดไม่ดีกับโอม ป้ากำลังเสียใจเรื่องยัยดาวก็เลยหงุดหงิดไปหน่อย”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเข้าใจว่าป้าอู๋กับพี่แต้วรักคุณดาวมาก ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ..”
แต้วถือโอกาสถาม “แล้วดาวกับโอมมีเรื่องอะไรกัน ดาวถึงได้คิดสั้นขนาดนี้”
“คุณดาวเค้าเจอต่างหูดีนี่ตกอยู่ในรถน่ะครับ” แต้ว กะอู๋ชะงักกึก “ดีนี่เค้าไม่สบาย ผมเลยพาเค้าไปโรงพยาบาล คุณดาวเลยโกรธที่ผมให้คนอื่นนั่งรถก่อนเค้า”
แต้วถอนหายใจ “โธ่ดาว เมื่อไหร่จะเลิกระแวงโอมสักที”
“นั่นน่ะสิ ถ้าโอมจะมีอะไรกับดีนี่มีไปนานแล้ว ก็เห็นอยู่ว่าโอมไม่ได้สนใจดีนี่เลย” อู๋ว่า
โอมอึ้งหน้าเสีย รู้สึกละอายใจ
“แล้วนี่โอมหายไปไหนมาทั้งคืน พี่โทร.ติดต่อก็ไม่ได้” แต้วถาม
โอมไม่รู้จะตอบยังไง “คือผม...”
จังหวะนั้นหมอเจ้าของไข้เดินเข้ามา หน้าตายินดี

“ดาวเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ” แต้วถามอย่างร้อนใจ
“คนไข้ฟื้นแล้วครับ”
สามคนรีบเข้าห้องไอซียูไปทันที

เพียงดาวฟื้นแล้ว แต่นัยน์ตายังดูเลื่อนลอย
โอม อู๋ แต้วเดินเข้าไป โอมเดินเข้าไปติดเตียง
โอมเรียกเบาๆ “คุณดาวครับ”
เพียงดาวมองจ้องโอมแน่วนิ่ง ยิ้มน้ำตาคลอ
“โอม โอมกลับมาแล้วใช่ไหม ชั้นดีใจจัง”
โอมเองก็สะเทิอนใจจนน้ำตาคลอ “ผมกลับมาแล้วครับ ผมขอโทษ ผมจะไม่ทิ้งคุณไปอีก...คุณดาวอย่าทำแบบนี้อีกนะครับ...ผมขอร้อง”
เพียงดาวน้ำตาไหลริน “ชั้นขอโทษ ชั้นผิดเอง ชั้นไม่น่าว่าโอมเลย ต่อไปนี้ชั้นจะเชื่อใจโอม จะไม่ระแวงโอมอีกแล้ว”
โอมพูดอะไรไม่ออก สวมกอดเพียงดาวอย่างห่วงใย
“อย่าทิ้งชั้นไปอีกนะโอม ชั้นอยู่โดยไม่มีโอมไม่ได้ ชั้นไม่เหลือใครอีกแล้ว นะโอมนะ...สัญญาสิ” เพียงดาวครวญคร่ำ
“สัญญาครับ ผมจะอยู่กับคุณดาว ผมจะไม่ทำให้คุณดาวเสียใจอีก”
โอมยิ้มให้เพียงดาว แต่นัยน์ตามีร่องรอยละลายใจ สำนึกผิด ส่วนเพียงดาวรู้สึกโล่งอกที่โอมกลับมาหา
อู๋เข้ามาใกล้ๆ “ดาว...ชั้นดีใจนะที่แกฟื้นขึ้นมาได้ ชั้นใจจะขาดซะให้ได้ตอนเห็นแกนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น”
“พี่อู๋ พี่แต้วคะ ดาวทำให้พี่ต้องลำบากอยู่เรื่อยเลย ดาวขอโทษนะคะ”
“ถ้าดาวเป็นอะไรไป พี่กับอู๋จะทำยังไง อย่าทำอะไรบ้าๆ อย่างนี้อีกนะ พี่ขอร้อง...”

แต้วน้ำตาร่วง เพียงดาวมีหน้าตาสุขสงบสบายใจมากขึ้น ขณะที่โอมครุ่นคิดหนักกังวลกับสิ่งที่ทำไปกับดีนี่เมื่อคืนนี้


วันต่อมาดีนี่อยู่ในกองถ่ายละคร ท่าทางแค้นจัดขณะเอ่ยออกมา

“มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิดหรอก ชั้นจะทำให้คุณเห็นว่าความโกรธแค้นของผู้หญิงมันเป็นยังไง”
ดีนี่ก้าวเข้าไปประจันหน้ากับดิวพระเอกละครเรื่องนี้
“คุณนี่มัน...” ดิวด่า
“ทำไม ฉันทำไม...คุณคิดว่าจะชนะฉันได้เหรอ...ฉันจะ...”
ดีนี่จะพูดแล้วชะงักลืมบท
เสียงผู้กำกับตะโกนก้อง “คัต!!”
“ขอโทษค่ะ”
ผู้ช่วยบอกทีมงาน “พักก่อน พักกินข้าวก่อน ค่อยถ่ายต่อ”
ดิวเดินไปหานิคกะเทยผู้จัดการส่วนตัว

ผู้กำกับเดินมาพูดกับดีนี่ “ดีนี่หนูไม่สบายรึเปล่า หลายเทคแล้วนะ”
“ขอโทษจริงๆ ดีนี่ปวดหัวน่ะค่ะ ขอโทษนะคะ ขอโทษทุกคนค่ะ” พลางหันไปไหว้ดิวกับนิค “ขอโทษนะคะพี่ดิว ขอโทษค่ะพี่นิคที่ทำให้ช้า”
“ไม่เป็นไรหรอกจ้า ตอนที่พี่พาดิวมาเล่นละครเรื่องแรกหลายเทคกว่าดีนี่อีก อย่าไปเครียดๆ”
นิคจ๊ะจ๋าแล้วพาดิวเดินออกไป

ขณะพักกอง ป้ากบเดินมาหาดีนี่ที่นั่งอยู่ ป้ากบซับหน้าให้
“เป็นอะไรจ๊ะดีนี่ ทำไมวันนี้หนูดูไม่มีสมาธิเลย”
ดีนี่บอกหน้าเครียด “โอมเค้าไม่รับโทรศัพท์ดีนี่”
ป้ากบถอนหายใจ “โอมอีกแล้ว...นี่หนูยังไม่ได้บอกป้าเลยนะว่า หลังจากที่หนูชักแล้วขึ้นรถโอม มีอะไรเกิดขึ้นอีกไหม”
ดีนี่ไม่ตอบ นึกถึงเรื่องฉากรักของตนกับโอม
ป้ากบมองดีนี่สงสัย “มันมีอะไรต่อจากนั้นใช่ไหม หนูบอกป้ามาสิ”
“ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะป้า”
“นี่ดีนี่ ถ้าหนูเก็บเรื่องโอมมาคิดทำให้เสียงานแบบนี้ ป้าว่ามันชักจะไม่ดีแล้วนะ ตอนนี้หนูกำลังดัง งานก็เยอะแยะ จะไปอะไรกับผู้ชายคนเดียว”
“ก็ดีนี่รักเค้า”

“รักๆๆ รักแล้วมาเล่นละครไม่ได้ เสียการเสียงานแบบนี้จะรักไปทำไม ถ้าระหว่างผู้ชายกับงาน ป้าว่าหนูควรจะเลือกงานเป็นหลักนะ”
“ก็ป้าไม่เคยมีความรักน่ะสิคะ ป้าถึงคิดแบบนี้” ป้ากบชะงัก

“ก็ถ้าหนูรักเค้าแล้วเค้ารักหนูตอบ ป้าจะไม่ขวางเลย แต่นี่ก็เห็นอยู่ ลงทุนทำไปตั้งหลายอย่างแล้ว เค้าไม่ได้อะไรกับหนูเลย”
ดีนี่เครียดหนัก “แต่ดีนี่มั่นใจว่าดีนี่จะทำให้โอมรักดีนี่ได้ ดีนี่รักโอม ถ้าป้ากบไม่เห็นด้วย ป้ากบไม่ต้องยุ่งเรื่องนี้ก็ได้ค่ะ”
ป้ากบอึ้ง “แต่ดีนี่...”
ดี่นี่สำทับ เริ่มแสดงธาตุแท้ออกมา “ดีนี่โตแล้ว ดีนี่รับผิดชอบชีวิตเองได้ค่ะ”
ป้ากบงงว่าดีนี่ต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ และงงกับท่าทางที่ก้าวร้าวของดีนี่

เลิกกองเย็นนั้น ดีนี่ท่าทางหงุดหงิดยืนกดมือถือหาโอมระวิง แต่โอมไม่รับสาย ดีนี่หงุดหงิดเดินไปขึ้นรถแล้วขับรถออกไปทันที
ป้ากบเดินออกมาเห็นรถดีนี่แล่นออกไป
“อ้าวดีนี่กลับแล้วเหรอ ไปไหนของเค้า!!”

แม่อ้อยกำลังเก็บอุปกรณ์สอนทำดอกไม้ ดีนี่ถือถุงสายไหมเข้ามา
“สวัสดีค่ะคุณแม่ พอดีดีนี่ไปถ่ายละครที่อยุธยาเลยซื้อสายไหมมาฝาก”
“ไปไหนก็ซื้อแต่ของกินมาฝาก เนี่ยแม่น้ำหนักขึ้นแล้วนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าคุณแม่น้ำหนักขึ้น เดี๋ยวดีนี่จะพาเข้าคลาสโยคะ”
แม่อ้อยยิ้มขำอย่างเอ็นดู ดีนี่สอดส่ายสายตามองหาโอม
“โอมยังไม่กลับเหรอคะ”
“โอมเค้าบอกว่าคุณดาวไม่สบายเข้าโรงพยาบาล โอมต้องไปดูแลคุณดาวน่ะ”
“อ๋อ อยู่กับพี่ดาวเหรอคะ”
ดีนี่ตาวาว แค้นจัด

ดีนี่พาตัวเองมานั่งในรถ สีหน้าถมึงทึงแค้นทั้งโอมและเพียงดาว
“ดีกันแล้วก็ถีบหัวส่ง มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกโอม”

วันเดียวกัน อามระบายความเครียดเรื่องน้องใบเฟิร์นสาวเฟซบุ๊ค ด้วยการมาเรียนชกมวย เวลานั้นท่าทางโกรธจัด ใส่นวมกำลังเตะ ต่อยกระสอบทรายอยู่
อามเตะมาตั้งแต่บ่ายแล้วจนเย็นย่ำ โดยมีฝ้ายจับกระสอบทรายให้อาม
“ไอ้อามพอเถอะ แกเตะตั้งแต่บ่ายแล้วนะ”
“ชั้นไม่เข้าใจ คนอะไรทำไมถึงได้โกหกกันเก่งขนาดนี้”
“เค้าอาจจะมีเหตุผลก็ได้ ใจจริงเค้าอาจจะไม่ได้อยากโกหกแก” ฝ้ายว่า
“เหตุผลอะไร แกลองพูดให้ชั้นฟังหน่อยสิ
ฝ้ายพูดไม่ออก อามเดินไปนั่งท่าทางเหนื่อยๆ ฝ้ายเอาน้ำมาให้
อามดื่มน้ำแล้วเอาน้ำล้างหน้า
“เค้าใจร้ายมากเลยนะฝ้าย ที่เอาความรู้สึกของชั้นมาล้อเล่น เค้าทำไปแล้วได้อะไร”
“บางทีเค้าอาจจะเสียใจอยู่ก็ได้” ฝ้ายหน้าเจื่อน
“โกหกเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ จะเสียใจอะไร คงสะใจมากกว่า แกมันไม่ใช่คนขี้โกหกแบบเค้า ตามเค้าไม่ทันหรอก ชาตินี้อย่าให้ชั้นเจอคนแบบนี้อีกเลย”
อามลุกขึ้นไปต่อยพันชิ่งบอล
ฝ้ายมองอามเห็นว่าอามทั้งโกรธทั้งเสียใจ ฝ้ายยิ่งรู้สึกผิด

โอมนั่งข้างเตียงมองเพียงดาวที่นอนให้หมอตรวจอาการอยู่อย่างห่วงใย
“แผลโดนบาดเส้นเลือดใหญ่แล้วเสียเลือดมากขนาดนั้น ถ้าเพื่อนคุณพาส่งโรงพยาบาลช้าอีกนิดเดียวอาจจะไม่รอดนะครับ”
โอมจับมือเพียงดาวกุมไว้ให้กำลังใจ
“มีอย่างนึงที่ผมอยากจะบอกคุณดาวนะครับ ชีวิตคนเรามีค่ามาก ผมอยากให้คุณได้เห็นคนไข้ที่เค้าต้องต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแค่เดือนหรือสองเดือนก็ยังดี แล้วนี่คุณมีทุกอย่างพร้อมขนาดนี้ ทำไมถึงได้คิดจะทำลายมันให้สั้นลงล่ะครับ” หมอว่า
เพียงดาวนึกละอาย “คือ...ชั้น...”
“รับปากนะครับว่าจะไม่คิดสั้นแบบนี้อีก ไม่อย่างนั้นคราวหน้าคุณอาจจะไม่โชคดีอย่างนี้อีกก็ได้” หมอยิ้มบอก
“ค่ะ”
หมอเดินออกไป เพียงดาวถอนใจยาว

โอมขยับดึงผ้าห่มคลุมตัวให้เพียงดาว
“นอนซะเถอะครับคุณดาว อย่าคิดมากเลย ผมจะนั่งเป็นเพื่อนคุณอยู่ตรงนี้ หลับเถอะครับ ไม่ต้องห่วง”
โอมกุมมือเพียงดาวแต่ตาเหม่อลอย เพียงดาวค่อยๆ หลับไปเพราะฤทธิ์ยา
ทันใดนั้นเสียงข้อความมือถือดัง โอมเปิดดู
“มาหาดีนี่ที่คอนโดด้วย ไม่อย่างนั้นดีนี่จะไปหาที่โรงพยาบาล”
โอมอึ้ง หน้าเครียด

ค่ำนั้นขณะที่ดีนี่จัดอาหารรอโอมอยู่ ได้ยินเสียงเคาะประตู ดีนี่ดีใจรีบไปเปิดประตู โอมเดินเข้ามา ดีนี่เข้าไปสวมกอดอย่างรักใคร่
โอมค่อยๆ แกะดีนี่ออก ดีนี่ชะงักไปนิดหนึ่ง
“ทานข้าวก่อนนะคะโอม ดีนี่ทำไว้ให้ตั้งหลายอย่าง”
ดีนี่ดึงโอมไปที่โต๊ะกินข้าว

โอมขืนตัว ถอนหายใจแล้วตัดสินใจพูด
“ฟังนะดีนี่ ผมขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเสียใจจริงๆ”
“แค่ขอโทษหรือคะ โอมทำเหมือนกับว่าโอมแค่เดินเหยียบเท้าดีนี่แล้วก็ขอโทษ นี่เรื่องของเรามันไม่มีความหมายอะไรมากไปกว่านั้นเลยใช่ไหมคะ”
โอมอึดอัด “อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ ดีนี่ก็รู้ว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น...แต่ผมไม่รู้จะพูดยังไง ผมยอมรับผิดทุกอย่าง ผมผิดเองที่เมาจนขาดสติวันนั้น”
ดีนี่รู้สึกเจ็บปวด น้ำตาคลอ “ตกลงที่โอมทำไปก็เพราะความเมาใช่ไหม ดีนี่เข้าใจผิดเองที่คิดว่าโอมมีความรู้สึกดีๆให้กับดีนี่ เรื่องมันถึงได้เกิดขึ้น แต่ที่แท้ก็เป็นเพราะความเมา มันไม่มีความหมายอะไรเลย”
“มันไม่ใช่อย่างนั้น... ผมขอโทษ แต่ผมรักคุณดาว ผมทิ้งเค้าไปไม่ได้คุณรู้ไหมคืนที่เราอยู่ด้วยกัน คุณดาวเค้าเชือดข้อมือตัวเอง เค้าจะฆ่าตัวตาย เค้ายอมตายดีกว่าจะให้ผมจากไป ผมทิ้งเค้าไปไม่ได้”
โอมอธิบาย แต่ดีนี่ไม่ฟัง
“แต่โอมทิ้งดีนี่ได้ พี่ดาวเค้ายอมตายเพื่อโอม ดีนี่ก็ทำได้เหมือนกัน”
ดีนี่คว้ามีดมาจะกรีดข้อมือ
โอมตกใจ
“ดีนี่!”
โอมเข้าไปแย่งมีดจากมือ ดีนี่ดิ้นขัดขืน สองคืนยื้อมีดกัน โอมปัดจากมีดหลุดจากมือดีนี่
ดีนี่กอดโอมแน่น
“ดีนี่รักโอม ดีนี่รักโอม”
“ผมขอโทษยังไงผมก็รักคุณดาว ไม่ใช่แค่เค้าขาดผมไม่ได้ แต่ตอนที่เค้าเกือบตาย ทำให้ผมรู้ตัวว่าผมเองก็ขาดเค้าไม่ได้เหมือนกัน ผมขอโทษ ดีนี่จะโกรธจะเกลียดอะไรผมก็ยอม”
โอมออกไปทันที
ดีนี่แค้นจัด กรีดร้องลั่นปัดข้าวของกระจัดกระจาย วิ่งเข้าห้องนอน ไปทำลายข้างของในห้องนอนตัวเองอีก ก่อนจะทรุดตัวลง ร้องไห้ด้วยความแค้นใจ
ทันใดนั้นดีนี่เหลือบไปเห็นแหวนของเพียงดาวตกอยู่ใต้โต๊ะเครื่องแป้ง ดีนี่หยิบขึ้นมาดู

เห็นด้านในของวงแหวนสลักชื่อเพียงดาวอยู่ ดีนี่ยิ้มสะใจ

มารยาริษยา ตอนที่ 8 (ต่อ)

วันต่อมาอามนั่งอยู่บนเครื่องเล่นวัวกระทิงพยศ เครื่องสตาร์ทพร้อมๆ กับที่ร่างอามถูกเหวี่ยงไปมาสุดแรงแต่ไม่ร่วง คนดูฮือฮายืนเชียร์อามอยู่

ฝ้ายเองก็เชียร์ แล้วยกกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายอามเก็บไว้
อามชนะ ลงมาจากเครื่องเล่น ทุกคนปรบมือให้ อามเข้ามาดึงฝ้าย
“ตาแกแล้ว”
“ไม่เอาไม่เอา”
อามไม่ฟัง ดึงฝ้ายไปที่เครื่องเล่น

ฝ้ายอยู่บนเครื่องเล่นแล้วท่าทางหวาดกลัวสุดขีด แต่ข่มใจ เครื่องสตาร์ท ฝ้ายทรงตัวไม่เก่ง โดนสะบัดร่วง อามหัวเราะเยาะ เอากล้องขึ้นมาถ่ายเก็บไว้ทัน
ฝ้ายงอน อามมาดึงฝ้ายขึ้น

สองคนอยู่ที่สนามยิงธนู อามในท่าวท่าอย่างเท่ยิงธนูไปหลายดอก และเข้าเป้าทุกดอก ฝ้ายยกนิ้วให้อาม
ครู่ต่อมาอามยื่นคันธนูให้ฝ้าย ฝ้ายหยิบธนูมาท่าทางเก้ๆ กังๆ และยิงลมแล้งไม่เข้าเป้าสักลูก
อามส่ายหน้า แล้วจับมือฝ้าย สอนฝ้ายยิงธนู ใบหน้าอามใกล้กับหน้าฝ้ายในระยะประชิด
ฝ้ายเคอะเขิน ง้างคันธนู ศอกไปโดนหน้าอาม อามระอาปนเซ็ง ฝ้ายยกมือขอโทษ

เวลาถัดมาเห็นฝ้ายกับอามเดินเข้ามาที่ริมบึงที่เล่นเคเบิ้ลสกี
“ขอบใจนะเว้ย ที่อุตส่าห์มาเที่ยวเป็นเพื่อนชั้น”
“ไม่เป็นไรหรอก ชั้นไม่อยากเห็นแกเศร้า”
อามอดคิดถึงใบเฟิร์นขึ้นมาไม่ได้ แล้วหน้าจ๋อย
“ชั้นขอโทษนะอาม”
“ขอโทษทำไม ชั้นน่าจะเชื่อแก ชั้นไม่น่าจะไปคาดหวังอะไรกับคนในโลกไซเบอร์เลย”
“อามแกอย่าไปโกรธเค้าเลยนะ ชั้นยังเชื่ออยู่ว่าที่เค้าทำ เค้าต้องมีเหตุผล” ฝ้ายว่า
“ช่างมันเถอะ ชั้นก็เกือบจะลืมเค้าได้แล้ว ขอบใจแกนะที่ชวนชั้นมาทำโน่นทำนี่ให้ไม่ว่างคิดถึงเค้า” ฝ้ายพยักหน้ายิ้มๆ “ความจริงแกก็เอาใจใส่คนอื่นเก่งดีนะ ทำไมไม่มีแฟนสักทีวะ”
ฝ้ายชะงักกึก อามมองจ้องหน้าฝ้าย ทับถมทันควัน

“อ๋อ แกมันขี้เหร่ ก็เลยไม่มีแฟน” ฝ้ายเซ็งเป็ด “ก่อนกลับบ้าน เล่นเคเบิ้ลสกีสักรอบดีกว่า”
“แกเล่นเถอะ ชั้นไม่กล้า ชั้นกลัว”
“เล่นเถอะ มีชั้นอยู่ทั้งคน จะกลัวอะไร”
พลางอามดึงฝ้ายออกไปเลย

ฝ้ายยืนเกาะอามอยู่ตรงจุดปล่อยเคเบิ้ลสกี อามเตรียมตัวพร้อมจะเล่น ขณะที่ฝ้ายกิริยากลัวๆ
“ชั้นเปลี่ยนใจได้ไหม ชั้นไม่อยากเล่น ชั้นกลัว” ฝ้ายอ้อน
“มาถึงขั้นนี้แล้ว หันหลังกลับไม่ได้แล้ว เกาะแน่นๆ หลุดกลางทางชั้นไม่รับผิดชอบนะ” อามพูดกับพนักงาน “พร้อมแล้วครับ”
พนักงานปล่อยอาม เคเบิ้ลเลื่อนออกไป ฝ้ายร้องกรี๊ดยิ่งกอดอามแน่น
เคเบิ้ลสกีลากสองคนออกไป จนถึงปลายทาง
อามปล่อยมือฝ้าย ค่อยๆ ลงน้ำ
พริบตานั้นอามโผล่พรวดขึ้นจากน้ำสอดส่ายสายตามองหาฝ้าย สักครู่ฝ้ายโผล่ขึ้นมาท่าทางกลัวสุดขีด โผเข้ามากอดอามแน่น
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่เอา ชั้นกลัว ไอ้บ้าๆๆ”
อามขำ ฝ้ายยิ่งกอดอามแน่น
จังหวะหนึ่งอามชะงัก มองฝ้ายที่ซุกตัวอยู่ใกล้หน้า อามเพ่งพิศเห็นว่าฝ้ายก็น่ารักนี่หว่า ในใจชักเริ่มหวั่นไหว ใจเต้นแรง สักพักอามรู้ตัว ผลักฝ้ายออก แกล้งตีหัวฝ้ายกลบเกลื่อน
“อะไรวะ แค่นี้ก็กลัว เป็นทอมซะเปล่า”

โอมถือกระเป๋าพาเพียงดาวกลับบ้านมา ป้านุช สมใจมารับกระเป๋า โอมพาเพียงดาวไปนั่งตรงโซฟา

“คุณดาวต้องทานยาให้ตรงเวลาด้วยนะครับ ยังไงผมก็แวะมาหาทุกวัน”
เพียงดาวมองหน้าโอมยิ้มให้ แล้วลุกไปหยิบกุญแจรถมาส่งคืนให้โอม
“รับไว้นะโอม ขอโทษที่รถคันนี้ทำให้เกิดปัญหา แต่เป็นสิ่งที่ชั้นตั้งใจทำให้โอมจริงๆ ชั้นรู้ว่าโอมไม่ได้อยากได้อะไรจากชั้น ชั้นให้โอมเพราะชั้น รักโอม โอมยกโทษให้ชั้นแล้วลืมเรื่องทุกอย่างได้ไหม”
โอมมองเพียงดาวแล้วคลี่ยิ้มออกมาเต็มยิ้ม
“ได้ครับ”
เพียงดาวยื่นมือไปให้โอม โอมไม่เข้าใจ

เพียงดาวเอ่ยขึ้น“สวมแหวนให้ชั้นอีกครั้งได้ไหม แหวนวงนั้นเป็นคำสัญญาของโอม มันมีค่าที่สุดในชีวิตชั้น”
โอมอึ้งนึกถึงเรื่องแหวน แล้วนึกขึ้นได้ว่าต้องตกที่ห้องดีนี่แน่ๆ
“ขอโทษนะครับคุณดาว สงสัยผมลืมไว้ที่บ้านแม่น่ะครับ”
“ไม่เป็นไรจ้ะ”
สมใจยกน้ำมาให้ เพียงดาวกินยา

ระหว่างนั้นมือถือโอมสั่น โอมเลี่ยงมาเปิดดู เห็นข้อความภาพจากดีนี่ โอมเปิดดู เห็นเป็นรูปมือดีนี่ที่ใส่แหวนของเพียงดาวอยู่ โอมตะลึงคาที่

คืนนั้นดีนี่เปิดประตูมาเจอโอมยืนรออยู่แล้ว
“โอมคะ ดีนี่ทำกับข้าวเสร็จพอดี หวังว่าวันนี้โอมคงไม่ปล่อยให้ดีนี่ทานข้าวคนเดียวอีกนะคะ”
“ขอแหวนผมคืนด้วยครับ”
ดีนี่ชะงัก
“ดีนี่คิดว่าแหวนวงนั้นโอมทิ้งไว้ให้ดีนี่เป็นของดูต่างหน้า ดีนี่จะได้ไม่ลืมว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
โอมนึกถึงเรื่องที่นอนกับดีนี่ แล้วรู้สึกผิด “ผมบอกแล้วไงครับว่าผมขอโทษ ดีนี่จะให้ผมทำยังไง”
“ดีนี่ไม่ได้ต้องการอะไรมากหรอกค่ะ ขอแค่โอมสนใจดีนี่บ้าง แล้วก็อย่าทิ้งดีนี่ไป”
โอมพยายามไม่สนใจดีนี่ “อย่าทำอย่างนี้เลยดีนี่มันไม่มีประโยชน์หรอกครับ ผมรักคุณดาว”
“ถ้าพี่ดาวรู้ว่าแหวนวงนี้อยู่กับดีนี่ ไม่รู้ว่าพี่ดาวจะเป็นยังไง จะคิดสั้นอีกรึเปล่า” ดีนี่บอกน้ำเสียงเฉียบเย็น
โอมอึ้งรู้ว่าดีนี่จะเอาเรื่องนี้มาขู่ตัวเอง แต่ไม่รู้จะทำยังไง
ดีนี่พูดอ้อนเสียงอ่อนหวาน “ทานข้าวเถอะค่ะ เดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อย”
ดีนี่ดึงโอมมานั่ง โอมจำใจกินข้าวกับดีนี่

ไม่นานต่อมา ดีนี่ลุกขึ้นมาจากเตียง เห็นโอมนอนกลุ้มใจอยู่ข้างๆ
ดีนี่หอมแก้มโอมแล้วลุกเข้าห้องน้ำไป ยินเสียงเปิดฝักบัว
โอมมองไปทางห้องน้ำแล้วลุกขึ้นไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง พยายามค้นหาแหวน ดีนี่ออกมาจากห้องน้ำ
“หาอะไรเหรอคะ?”
โอมชะงัก
“หายาแก้ปวดน่ะครับ”

ดีนี่เอื้อมมือไปหยิบยาแก้ปวดที่โต๊ะเครื่องแป้ง มาวางไว้ข้างหน้าโอม
“เดี๋ยวดีนี่หยิบน้ำให้นะคะ”
ดีนี่เดินออกไปที่ครัว
โอมรู้ทันทีว่าทำยังไงก็คงหาแหวนไม่เจอ เชื่อว่าดีนี่คงซ่อนแหวนไว้อย่างดี

วันต่อมา อามมองฝ้ายที่ก้มหน้าก้มตากินข้าวอยู่ในร้านฟาสต์ฟู้ด แล้วคิดถึงเรื่องที่ใกล้ชิดกับฝ้ายเมื่อวานแล้วหวั่นไหว อามพยายามสลัดความคิด บอกตัวเองว่าไม่ได้คิดอะไรกับฝ้าย
ฝ้ายเงยหน้าขึ้นมาเห็นอามมองอยู่ก็งงๆ
“มองทำไม...” อามชะงัก “อ๋อ นี่แกจะแย่งไก่ชั้นกินอีกแล้วใช่ไหม” ฝ้ายดึงจานออก “แกนี่มันจริงๆลย”
อามตอกย้ำเตือนใจตัวเอง “ผู้หญิงที่หวงของกินอย่างแก ไม่ใครเค้ามาชอบหรอก”
ฝ้ายงง “มาด่าชั้นทำไมเนี่ย”
“อาทิตย์หน้าจะวันเกิดแกแล้วนี่ แต่ชั้นไม่ให้ของขวัญแกหรอกนะ”
“หื๊อ ปกติก็ไม่เคยให้อยู่แล้ว จะพูดทำไมเนี่ย”
“เพื่อนกันเค้าไม่ให้ของขวัญกันหรอก”
“ไอ้อามแกเป็นอะไรเนี่ย? ไม่สบายรึเปล่า”
ฝ้ายยกมืออังหน้าผากอามว่ามีไข้หรือเปล่า อามชะงัก แล้วปัดมือฝ้ายออก ใจเต้นตูมตาม
“ไม่ต้องมาจับ มือเหม็น”
“วันนี้แกกลับไปก่อนเลยนะ ชั้นต้องไปช่วยที่ร้านแจกใบปลิว คนที่รับงานไว้ลาป่วยไปคนนึง”
“แค่เค้าเห็นหน้าแก เค้าก็ไม่กล้ารับใบปลิวแล้ว”
ถูกด่าประชดตามเคยฝ้ายระอา

เลิกงานเย็นนั้นอามเก็บของใส่กระเป๋า ตะโกนไปหลังร้าน “ฝ้าย ชั้นกลับก่อนนะเว้ย”
“แกอย่าลืมแวะซื้อโอเอซิสให้น้าอ้อยด้วยนะ” ยินเสียงฝ้ายตะโกนออกมา
พูดจบฝ้ายก็ออกมาจากหลังร้าน เห็นฝ้ายแต่งหน้า แต่งตัวน่ารัก
อามชะงักมองฝ้ายตาค้าง
“มองอะไรไอ้อาม?”
อามด่ากลบเกลื่อนความรู้สึก “ขี้เหร่ แต่งตัวบ้าอะไร แกไม่เข้ากับชุดนี้หรอก ใครเห็นก็วิ่งหนีหมดแล้ว”
“ชิ!” ฝ้ายหอบใบปลิวเดินออกไป
อามมองตามสายตาหวั่นไหวมากขึ้น

เย็นนั้น ฝ้ายยืนแจกใบปลิว ที่หน้างานมหกรรมหนังสือลด 50 % ในห้างสรรพสินค้า มีพริตตี้อีกสองคนแจกคูปองลดราคาหนังสือ
ผู้ชายสวมแว่นมารับใบปลิวที่ฝ้ายแจกแล้วยิ้มให้ ฝ้ายแจกใบปลิวให้กิริยางงๆ
ที่เสาต้นหนึ่งอามยืนแอบมองอยู่ บ่นอุบ
“ไอ้แว่นนั่นรับไปสองรอบแล้ว”
ชายใส่แว่นคนเดิมมารับใบปลิวที่ฝ้าย
“แน่ะ กลับมาอีกแล้ว”
ฝ้ายยิ้มให้ชายใส่แว่น
“แน่ะ ยิ้มให้เค้าอีก ไม่ทันคนเลย”
ฝ้ายแจกใบปลิวง่วน มีมือใครคนหนึ่งยื่นมารับ ฝ้ายเงยหน้ามองเห็นว่าเป็นอามก็งง
“แกมาทำไม ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ?
“นึกขึ้นได้ว่าลืมของไว้ที่ร้าน ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วรอกลับพร้อมแกเลย”
ฝ้ายไม่เชื่อ “ชั้นรู้ทันหรอกน่ะ แกจะมาจีบสาวที่มาแจกใบปลิวน่ะสิ”
อามดึงใบปลิวมาช่วยฝ้ายแจก ผู้ชายใส่แว่นคนเดิมกลับมาหาฝ้ายอีก
อามรีบยัดใบปลิวใส่มือผู้ชาย
“รับได้คนละใบนะครับ ไม่ต้องกลับมาอีก”
ชายใส่แว่นจ๋อยๆ เดินตัวลีบออกไป ไม่กล้ากลับมารับอีก
“ไปว่าเค้าทำไมเนี่ย”

ฝ้ายดุ แต่อามไม่ตอบ


ในวันถัดมา โอมขับรถเข้ามาจอดตรงลานจอดรถออฟฟิศโมเดล มีเพียงดาวนั่งมาด้วย
สองคนลงจากรถ  เพียงดาวถือถุงผ้าใส่กล่องกับข้าว 

“ชั้นทำอะไรโอมก็บอกว่าอร่อยทุกอย่าง ชั้นจะให้พี่อู๋พี่แต้วช่วยลองชิมสักหน่อย
โอมหิ้วกล้อง ถือนิตยสารเต็มมือ
“ไปกันเถอะโอม เดี๋ยวอาหารจะเย็นซะก่อน”
สองคนเดินเข้าไปในออฟฟิศ
โอมหันมากดรีโมทล็อครถ แล้วเหลือบไปเห็นดีนี่ยืนอยู่ที่มุมเสา โอมเหวอรีบเดินตามเพียงดาว
จู่ๆ เพียงดาวก็หยุดเดิน
“โอม ชั้นลืมกระเป๋าไว้ในรถ”
โอมเหวอและตกใจเรื่องดีนี่ตามมารีบบอก “เดี๋ยวผมไปเอาให้ครับ”
“ไม่เป็นไรหรอก โอมถือของตั้งเยอะตั้งแยะ เดี๋ยวชั้นหยิบเองดีกว่า”
โอมกลัวเพียงดาวกับดีนี่จะเจอกัน
สองคนเดินไปที่รถด้วยกัน เพียงดาวไม่เห็นดีนี่ ในขณะที่ดีนี่ส่งยิ้มมาให้โอม จนโอมเริ่มเหงื่อแตก
“โอม” เพียงดาว เรียกโอมเมื่อเดินมาถึงรถ
โอมสะดุ้ง
“เป็นอะไร?” โอมส่ายหน้า “ชั้นจะบอกให้เปิดรถให้ชั้นหน่อย”
โอมกดรีโมตเปิดรถ แล้วหันไปมองดีนี่อีกที ไม่เห็นดีนี่ยืนอยู่แล้ว โอมโล่งอก
เพียงดาวหยิบกระเป๋าในรถมาแล้ว
“รีบไปกันเถอะครับคุณดาว
สองคนเดินไปด้วยกันตรงไปที่ประตูออฟฟิศ
ระหว่างนั้นดีนี่ซึ่งฉากหลบอยู่หลังกำแพง มองโอมที่เดินไปกับดาวยิ้มๆ

เพียงดาว กะโอมเดินมาด้วยกันตรงทางเดินในออฟฟิศ
ทันใดนั้นเสียงมือถือโอมดังขึ้นมา โอมสะดุ้งท่าทีลนลานและดูร้อนรน
“เดี๋ยวผมเอาของไปเก็บที่ห้อง แล้วเดี๋ยวตามไปนะครับ”
เพียงดาวยิ้มให้โอมแล้วเดินไป
โอมรับสาย คุยมือถือ “ครับ”
เป็นดีนี่นั่นเอง “ไม่ต้องตกใจหรอกค่ะโอม ดีนี่ไม่ให้พี่ดาวเห็นดีนี่หรอกค่ะ เพราะดีนี่รักโอมไงคะ เลยไม่อยากทำให้โอมเดือดร้อน”
“ขอบคุณครับ”
“ดีนี่รักโอมขนาดนี้ โอมก็อย่าทำให้ดีนี่เสียใจนะคะ ไว้เย็นนี้เจอกันนะคะ ดีนี่จะรอ”
โอมเครียดจัดแต่ไม่รู้จะหาทางออกยังไง

ดีนี่เดินเข้ามาที่กองละคร ป้ากบรีบเข้าไปดุดีนี่
“ดีนี่หนูไปไหนมา ทีมงานเค้ารอตั้งสองชั่วโมงแล้วนะ!”
“ดีนี่มีธุระน่ะค่ะ”
“ธุระอะไร ทำไมไม่บอกป้า” ดีนี่นิ่ง ป้ากบกระซิบ “เรื่องโอมใช่ไหม”

ดีนี่เสียงแข็ง “ดีนี่บอกแล้วไงคะ ว่าเรื่องนี้ป้าไม่ต้องยุ่ง”
นิคเดินเข้ามาหาดีนี่กับป้ากบ
“มีอะไรกันจ๊ะ ท่าทางเครียดเชียว กบอย่าไปดุดีนี่เค้าเลย น้องเค้าก็คงมีธุระจริงๆ แหละ”
“กบเกรงใจทีมงานน่ะค่ะ”
“เกรงใจอะไรเค้ารอกันได้ อย่าไปเครียดๆ เครียดมากแบบนี้ เอามาให้พี่ดูแลไหมล่ะ” ป้ากบชะงักกึก นิครีบออกตัว “บ้า พี่พูดเล่น อย่าไปเครียดๆ น่ะกบ”
ป้ากบมองดีนี่ด้วยความโกรธ ดีนี่ไม่สนใจ

ส่วนที่ออฟฟิศโมเดลแต้ว อู๋ ดาวนั่งกินข้าวกันอยู่ โอมท่าทางเครียดๆ
“อร่อยทุกอย่างเลยดาว”
แต้วชมเพียงดาวยิ้มรับ
“ยัยป้าเนี่ย ของฟรีก็อร่อยหมดแหล่ะ” อู๋แซว เพียงดาวค้อนขวับ “ล้อเล่น ฟรีด้วยอร่อยด้วยก็มีย่ะ ชั้นว่าเธอเปิดร้านอาหารได้อีกอย่างเลยนะเนี่ย”
เห็นโอมเอาแต่เขี่ยข้าวอยู่อู๋เลยทัก “โอมทำไมท่าทางเครียดๆล่ะ”
เพียงดาวหันมา “นั่นสิโอม ไม่อร่อยเหรอ”
“อร่อยครับ คือผมเครียดเรื่องสตูที่เรากำลังจะเปิดกันน่ะครับ เลื่อนเปิดอีกแล้ว เราก็ไม่ได้เริ่มงานสักที” โอมแก้ตัว ที่แท้ทุกข์ใจเรื่องดีนี่ที่เกาะเป็นปลิง
“เพราะชั้นทำให้เกิดเรื่องแท้ๆ เลยต้องเลื่อนเปิดออกไป” เพียงดาวละอายใจ
“ไม่ใช่ความผิดคุณดาวนะครับ”
“สองคนนี้อย่าเครียดกันสิ เป็นเจ้าของจะเลื่อนเปิดตอนไหนก็ได้ เอาไว้แต่งก่อน จะได้เปิดทั้งสตูเปิดทั้งอู่ยัยดาวพร้อมกันเลย”
อู๋ว่า แต้วได้ฟังแล้วร้องเสียงหลง “ว๊ายย!”
สามคนขำๆ แต่โอมเครียดอยู่คนเดียว เพียงดาวหันมาเห็น
“โอม ทานหน่อยสิ ของโปรดของโอมทั้งนั้น ชั้นอุตส่าห์ทำให้”
ว่าพลางเพียงดาวเลื่อนปลาราดพริกให้โอม บนโต๊ะมีปลาราดพริก ไข่ยัดไส้ ต้มจืดฟัก โอมยิ้มเจื่อนๆ แล้วกินข้าว

ตอนเย็นวันเดียวกัน บนโต๊ะอาหารที่ห้องดีนี่ มีปลาราดพริก ไข่ยัดไส้ และต้มจืดฟักวางอยู่
โอมรวบช้อนหน้าเนือยๆ
“ทำไมทานน้อยจังเลยคะ ของโปรดโอมทั้งนั้นนี่คะ ดีนี่อุตส่าห์ทำไว้ให้”

“ผมอิ่มแล้วครับ” โอมลุกไปหยิบกระเป๋า
“อย่าเพิ่งกลับนะคะ ดีนี่ไปเรียนนวดมา เห็นโอมท่าทางเครียดๆ เดี๋ยวดีนี่นวดให้ จะได้ผ่อนคลาย”
ดีนี่เดินไปหา จะนวดไหล่ให้โอม
โอมแกะมือดีนี่ออก
“ดีนี่ก็รู้ว่าผมเครียดเรื่องอะไร ผมอึดอัดครับดีนี่ มันไม่มีประโยชน์ ผมรักคุณดาว”
“ดีนี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ”
โอมอึดอัดมาก “แล้วจะยังไงล่ะครับ หมายความว่าเราต้องใช้ชีวิตแบบนี้ ผมต้องปิดบังคุณดาว แล้วแอบมาเจอกับคุณแบบนี้ตลอดไปเหรอ ผมทนไม่ได้หรอก ผมอึดอัด”
“ดีนี่ทนได้ค่ะ ดีนี่เชื่อว่าวันนึงดีนี่ต้องทำให้โอมรักดีนี่ได้” โอมถอนหายใจ “อย่าโกรธดีนี่นะคะโอม อาทิตย์หน้าดีนี่เคลียร์คิวได้ ดีนี่จะไปเที่ยวหัวหินสักสองสามวัน”
“ดีครับ ขอให้ไปเที่ยวให้สนุก”
“สนุกหรือไม่สนุกก็ขึ้นอยู่กับโอมน่ะค่ะ เพราะโอมต้องไปกับดีนี่”
โอมอึ้ง
“เดี๋ยวดีนี่นวดให้นะคะ”

โอมทั้งเครียด ทั้งกลุ้มใจหนักไม่รู้จะทำยังไง

คืนนั้น อามกำลังเอาไม้ที่เลื่อยฉลุลวดลายไว้แล้วมาประกอบเป็นกรอบรูป ข้างๆ มีเลื่อยฉลุ เห็นเศษไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อย เกลื่อนห้อง
อามแปะตัวหนังสือเป็นคำว่า แฮปปี้เบิร์ธเดย์ฝ้าย อามทำไปยิ้มไป
“ยิ้มทำไม เราทำให้ในฐานะเพื่อน เพื่อนกันให้ของขวัญกันไม่เห็นแปลก”
อามหยิบรูปหัวใจจะมาแปะ
“ไม่เอารูปหัวใจดีกว่า เดี๋ยวมันหาว่ามันคิดอะไรกับมัน เพราะว่าเราไม่ได้คิด”

อามหันไปทำกรอบรูปต่อ คิดถึงฝ้ายแล้วอมยิ้ม
มีเสียงเคาะประตูตามด้วยเสียงฝ้าย “ไอ้อามๆๆ”
อามตกใจรีบซ่อนกรอบรูปแล้วมาเปิดประตูให้ฝ้าย
“มีอะไร?”
“กินข้าวได้แล้ว” ฝ้ายเห็นสภาพห้องอย่างรก “ทำอะไรอยู่ ห้องรกสกปรกไปหมดเลย”
“เปล่าไม่มีอะไร”
ฝ้ายมองไปเห็นรูปหัวใจแปะอยู่ที่พื้นเลยหยิบรูปขึ้นมาดูแล้วถาม “นี่อะไร?”
อามดึงรูปหัวใจคืนมา “ไม่เกี่ยวอะไรกับแก ไปๆ กินข้าวได้แล้ว”

อามดันตัวฝ้ายออกไป ก้มมองรูปหัวใจในมือ พยายามสลัดความคิดที่เริ่มชอบฝ้ายออกไป

โปรดติดตาม "มารยาริษยา" ตอนต่อไป
มารยาริษยา ตอนที่ 6
มารยาริษยา ตอนที่ 6
เช้าวันต่อมา โบว์ที่ฝ้ายติดผมไปวันที่เจออามที่ร้านอาหาร วางอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ฝ้ายหยิบมาลองทาบผมตัวเอง ส่องกระจกแล้วยิ้มๆ เสียงอามเคาะประตูแล้วเปิดผลัวะเข้ามา ฝ้ายตกใจรีบซ่อนโบว์ไว้ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง “ไอ้อาม ทำไมไม่มีมารยาทอย่างนี้” ฝ้ายด่า ตกใจไม่หายกลัวความลับแตก “ฉันเคาะประตูแล้วนะ” อามมองจ้องฝ้ายที่มีพิรุธ “ท่าทางมีพิรุธ แกซ่อนอะไร อ่ะ...ซ่อนผู้ชายไว้ในห้องรึเปล่า” ฝ้ายด่าอีก “ไอ้บ้า!!” อามทิ้งตัวลงนั่งที่เตียงอาการเพ้อๆ “ฝ้าย แกไม่ได้ไปเจอน้องเฟิร์นกับชั้น แกพลาดอะไรไปตั้งหลายอย่าง” “แล้วเกี่ยวอะไรกับชั้นด้วย”
กำลังโหลดความคิดเห็น...