xs
sm
md
lg

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 16

เผยแพร่:

The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 16


หมอรุทธ์ขึ้นเวทีเล็กๆ แล้วเคาะแก้วเรียกความสนใจของแขกในงาน

“สวัสดีครับทุกท่าน ก่อนอื่นผมขอกราบขอบพระคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่ให้ความสนใจปาร์ตี้เล็กๆ ในครั้งนี้นะครับ”
ระหว่างที่พูดหมอรุทธ์หันไปสะดุดสายตากับกรรัมภาที่ยืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ ตรงมุมค็อกเทล หมอรุทธ์ยังคงหาจังหวะสบตากับกรรัมภาตลอด
“และผมหวังว่าทุกท่านจะมีความสุขกับการจับจ่ายความงามที่คุณเลือกสรรได้เอง น้องๆ ทั้งหมด จับได้ สัมผัสได้ ถามข้อมูลได้ แต่ถ้าอยากได้ข้อมูลแบบ เจาะรายละเอียดหัวจรดปลายเท้า สอบถามที่พรีเซ็นเตอร์ของคลินิกผมได้เลย น้องออนซ์ครับ”
แขกปรบมือ น้องออนซ์เดินขึ้นมายืนเคียงหมอรุทธ์ ลาภเห็นสายตาหมอรุทธ์ที่จ้องแต่กรรัมภา ชักสีหน้ากังวลๆขึ้นมา
“และนี่คือ ต้นแบบความงามโดยสมบูรณ์แห่งยุคสมัยที่คุณ ก็เป็นได้ ขอให้สนุกกับงานครับ”
หมอรุทธ์ชูแก้วดื่ม
“ระริกระรี้ไปแล้วยัยแก้ม อย่าลืมภารกิจด้วยนะ เราต้องหาสาเหตุว่าทำไมแกถึงเห็นคุณใบหม่อนอยู่ในบ้านหมอรุทธ์ เขาสองคนเกี่ยวข้องกันยังไง” กรรณาต่อว่ากรรัมภา
“และหมอรุทร์เกี่ยวข้องกับการตายของคุณใบหม่อนหรือไม่เข้าใจมั้ย” เนตรศิตางศุ์พูดต่อ
“ชั้นรู้น่ะ ชั้นไม่นอกใจปาร์คจุนจีสุดที่รักของชั้นแน่ ไปๆ” เนตรศิตางศุ์กับกรรณาถอยออกไป พอดีกับหมอรุทธ์เดินมาถึง
“คุณแก้มก็สวยมากเลยครับ”
“บ้า”
กรรัมภาบิดเขินไปมา หมอรุทธ์จ้องตากรรัมภา ทั้งคู่ยิ้มให้กัน ลาภมองอยู่ตลอด

กรรณากับเนตรศิตางศุ์เดินแยกออกมาที่อีกด้านของบ้าน
“ถ้ายัยแก้มทำเสียแผนนะ ชั้นจะโยนรองเท้าแบรนด์เนมของมันไปทิ้งให้หมดเลย คอยดู”
“เชื่อใจยัยแก้มบ้างเถอะกรรณ...ไป ไปทำในส่วนของเราดีกว่า” เนตรศิตางศุ์ถอดแว่น มองไปรอบๆ เห็นภาพวิญญาณเด็กเล็กเดินตามแขกสาวกลางคนถึงสาวใหญ่แทบทุกคน
“ทำไมพวกผู้หญิงในงานแทบทุกคนมีวิญญาณเด็กๆ เดินตามล่ะ”
“ก็น่าจะเกิดการผิดพลาดหรือไม่ก็ไม่ป้องกัน ทำนองนี้”
“ไม่เข้าใจแปลว่าอะไร”
“เออช่างเถอะ เจอใบหม่อนหรือยังล่ะ”
เนตรศิตางศุ์พยายามมองหาใบหม่อน แต่ไม่เจอ
“ไม่เห็นคุณใบหม่อนเลยหรือจะอยู่ในบ้าน” แล้วอยู่ๆ แองเจโล่ มาริโอ้ก็โผล่มาในสายตา “ว้าย”
“ตกใจอะไรกันจ๊ะ เด็กต่ำกว่า18...หลบไป”
สองแฝดแหวกเนตรศิตางศุ์ออก แล้วเข้าไปประชิดตัวกรรณา
“ชั้น 20 กว่าแล้วย่ะ คนบ้า” เนตรศิตางศุ์บ่นอุบ
“น้องสาวทำศัลยกรรมส่วนไหนจ๊ะ”
“แจ่มขนาดนี้คงไม่ต้องทำล่ะมั้ง หรือถ้าอยากทำพี่จะสปอนเซอร์ให้เอาไหม”
“พวกพี่นั่นแหละควรจะไปเปลี่ยนหน้ามากกว่านะ”
“เปลี่ยนทำไม”
“หน้าเราเป๊ะอยู่แล้ว”
“เปลี่ยนจากหน้าหม้อให้ดูเป็นคนขึ้น”
กรรณาเดินไปกับเนตรศิตางศุ์ คู่แฝดยืนมึน พอดีหมอวรวรรธเดินเข้ามาขวางตรงหน้า
“หมอตาหนู มาได้ยังไง” เนตรศิตางศุ์ถามอย่างตกใจ
“คุณเนตร ถ้าคุณไม่ยอมปรับความเข้าใจกับผม ผมก็จะตามคุณไปทุกที่แบบนี้แหละ” เนตรศิตางศุ์หันเดินหนีหมอวรวรรธไปเลย
“เดี๋ยว คุณเนตร”
หมอวรวรรธตามไป เหลือแต่กรรณา
“อ้าว ยัยเนตร อย่าทิ้งชั้น แล้วชั้นจะอยู่กับใคร”
“อยู่กับพี่ไง มา มาเคลียร์กันก่อนเลย เรื่องเมื่อกี้นี้”
“โอ๊ย”
กรรณาสุดเซ็ง เดินหนี สองแฝดที่ตามล้อมหน้าล้อมหลัง แล้วอยู่ๆ ก๊องวิ่งเข้ามา
“พี่กรรณ ทำไม ก๊องแค่เข้าห้องน้ำแป๊บนึง รอกันไม่ได้ใช่มั้ย อยากจะเข้างานมากถึงกับทิ้งน้อง”
“ก๊อง แก...เอ๊ย ที่รักขา” กรรณารีบเข้าไปควงก๊อง
“ที่รักมาพอดีเลย คิดถึงใจจะขาดแล้ว”
“ที่รัก อะไร” กรรณาขยิบตา
“ตัวเองมาก็ดีแล้ว สองคนนี้มายุ่มย่ามกับเค้ามาก ตัวเองเคลียร์ทีซิ อ่ะ”
กรรณาดันก๊อง แล้วตัวเองก็เดินหนีไป
“มีปัญหาอะไรกับแฟนผมเหรอ ถอยไปดีกว่า ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน”
แองเจโล่กับมาริโอ้เดินเข้ามาประชิดก๊อง ก๊องต้องเงยหน้ามองเห็นว่าก๊องตัวกะเปี๊ยกมากเมื่อเทียบกับคู่แฝดนี้
ก๊องทำหน้าจ๋อยๆ

เนตรศิตางศุ์เดินหนีหมอวรวรรธมาอีกมุมหนึ่ง หมอวรวรรธวิ่งตามมาขวาง
“ถ้าไม่หยุดตามเนตรอีก เนตรจะโทรหาพี่ณัฐเดี๋ยวนี้”
“โธ่ คุณเนตรครับ ขอผมอธิบายตัวเองหน่อยสิครับ”
“ไม่” เนตรศิตางศุ์เดินหนี หมอวรวรรธเดินตาม พูดอธิบาย
“ผมกับพิช เราจบกันไปนานแล้ว แต่ตอนนี้คุณพ่อของพิชป่วยหนัก ท่านเป็นอาจารย์หมอของผม...คุณคงไม่อยากเห็นผมเป็นคนเนรคุณหรอกนะ”
เนตรศิตางศุ์หันกลับมา
“หยุดพูด เนตรบอกว่าไม่อยากฟัง”
“ผมต้องรับโทรศัพท์ของพิชเพราะผมกลัวว่า มันอาจจะเป็นข่าวร้ายของอาจารย์” เนตรศิตางศุ์มีท่าทีอ่อนลง
“ผมไม่เคยดีใจเวลารับโทรศัพท์พีช ไม่เหมือนตอนผมรับสายจากคุณ...” ทันใดมือถือหมอวรวรรธดัง หมอวรวรรธหลบมาดูเบอร์

“ให้มันได้ยังงี้สิ”
 
เนตรศิตางศุ์รู้ว่าเป็นสุพิชชา รับไม่ได้ งอนอีก ผลักหมอวรวรรธแล้วสะบัดหน้าเดินหนี หมอวรวรรธรีบวิ่งตาม

“เดี๋ยวๆ นี่ไง” หมอวรวรรธกดตัดสาย
“เห็นมั้ย ว่าผมไม่รับสาย ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าคุณ”
อยู่ๆ เสียงสุพิชชาดังมา
“ทำไมไม่รับโทรศัพท์พีชคะ” สุพิชชาในชุดสวยเข้ามาในงาน
“ไม่เห็นบอกพีชเลยว่าตาหนูจะมางานนี้ จะได้มาพร้อมกัน”
“พีช ทำไมพีชมา...”
“หมอรุทธ์เชิญสิคะ คนวงการแพทย์เหมือนกัน คุณพ่อท่านเคยชวนหมอรุทธ์ให้ไปออกตรวจที่โรงพยาบาลค่ะ” สุพิชชามองเนตรศิตางศุ์
“สวัสดีค่ะคุณเนตร เอ่อ คุยอะไรกันอยู่หรือเปล่าคะ งั้นตามสบายเถอะค่ะ ไม่กวนแล้ว” สุพิชชาทำทีเดินออกไป แต่แล้วก็แสร้งทรุดฮวบ หน้ามืด
“โอ๊ย”
หมอวรวรรธรีบเข้าไปประคอง
“พีช”
“ช่วงนี้เฝ้าไข้คุณพ่อมาก แย่จังเลย”
หมอวรวรรธพยุงประคองสุพิชชาไปนั่ง แล้วดูแลพัดวีให้ หมอวรวรรธหันกลับมาอีกทีเนตรศิตางศุ์ก็หายไปแล้ว

คนขับรถรับจ้างกำลังก้มๆ เงยๆ ดูเครื่องยนต์ของรถอยู่ข้างทาง
“นี่พ่อคุณ เห็นก้มๆ เงยๆ ตั้งแต่ฟ้าสว่างยันฟ้ามืด จะอีกนานมั้ย ถ้าซ่อมไม่ได้ จะได้โทรเรียกรถคันอื่นมาแทน”
ป้าอรวรรณถามอย่างหงุดหงิด
“ใกล้เสร็จแล้วครับ” เจ้าของรถมองออกไป แล้วเปลี่ยนทันที
“ฮ้า เสร็จแล้วครับ”
“หือ...” อยู่ๆ มีรถอีกคันแล่นมาจอดขวางหน้ารถรับจ้างไว้
“ฮะ อย่าบอกนะว่า แกเป็นโจร ทำเป็นรถเสีย ถ่วงเวลาให้พรรคพวกตามมาสมทบ แกห้ามทำอะไรคุณหนูของชั้นเด็ดขาด”
“ป้าออ”
ติณห์ลงจากรถมา
“ผมเองครับ”
“คุณ”
“คุณติณห์”
ติณห์พูดกับคนขับรถรับจ้าง
“ขอบคุณมากครับ ช่วยเอากระเป๋ากลับไปที่รีสอร์ทด้วยครับ”
คนขับรถรับคำ แล้วขับออกไป
“เดี๋ยวก่อน”
“รอก่อน จะเอาของไปไหน กลับมา”
ญาณินจะตามรถ แต่ติณห์ตามมาจะจับตัวไว้
“คุณนิน คุยกับผมก่อน”
ญาณินผวาหลบ ก่อนจะถูกจับ
“อย่า”
“อย่ามาเข้าใกล้คุณหนู ถอยออกไป” ป้าอรวรรณปกป้องญาณิน
“คิดจะทำอะไรคุณหนู แค่นี้ยังเหยียบย้ำซ้ำเติมกันไม่สาแก่ใจอีกเหรอ เมื่อไหร่จะเลิกจองเวรจองกรรมต่อกันซะที”
“คุณนิน ป้าออครับ ผมปกติแล้ว ไม่ได้ถูกเสน่ห์ของเพนนีแล้ว”
“โกหก”
ณัฐเดชลงรถตามมาอีกคน
“ ผมยืนยันได้ครับว่าไอ้ติณห์พูดจริง ไอ้ติณห์แกล้งทำเป็นว่า ยังถูกเสน่ห์ไม่หาย เพื่อหลอกพวกเสี่ยปิงให้ตายใจ จะได้เอาโฉนดที่ดินคืนมา”
“นี่ ผมได้คืนมาแล้ว และผมได้เห็นกับตาด้วยว่าพวกริเวอร์มูนรีสอร์ทคิดร้ายกับผมแค่ไหน”
“พ่อณัฐ...นี่” ป้าอรวรรณทำท่าจะโวย
“เย้ ไชโย คุณติณห์หายแล้ว”
กุมาริกาบอกอย่างดีใจแล้วแว่บมายืนจังก้าตรงหน้า ป้าอรวรรณเห็นกุมาริกาเต็มๆจังๆ ช็อก อ้าปากค้าง ตัวแข็ง แล้วเป็นลม ล้มทั้งยืน ณัฐเดชต้องรีบมารับเอาไว้
“เรื่องของหนุ่มสาว คนสูงอายุอย่าไปยุ่งดีกว่า”
ญาณินสับสน เดินหนี
“คุณนิน”

ญาณินเดินแยกออกมา ติณห์ตามมา
“คุณนิน คุณ...” ญาณินยกมือห้าม โดยไม่หันหน้ากลับมา
“คุณนิน คุณ...มีอารมณ์ แล้วใช่มั้ย” ญาณินหันขวับ ถลึงตาใส้
“เอ่อ ผมจะหมายถึง คุณกำลัง โกรธผมแล้วใช่มั้ย”
“ชั้น ชั้นไม่รู้”
“อ้าว”
“ชั้นไม่ได้โกรธ แต่ชั้น...” ญาณินหันกลับมา น้ำตาไหล
“ชั้นคิดว่า ชั้นดีใจ”
“ดีใจ”
“ใช่ ชั้นดีใจที่นายกลับมาเป็นนายคนเดิมแล้ว”
ติณห์อมยิ้มที่ญาณินดีใจทั้งน้ำตา เดินเข้ามาหาแล้วค่อยๆ กอดอย่างอ่อนโยนทะนุถนอม ญาณินกอดตอบ ปล่อยน้ำตาไหลออกมา
“คุณทำเพื่อผมขนาดนี้ ผมคิดไม่ออกเลยว่าชีวิตต่อไปของผมจะอยู่โดยไม่มีคุณได้ยังไง อยู่ที่นี่กับผมนะ ผมสัญญาจะดูแล ทะนุถนอม ไม่ทำให้คุณเจ็บอีก ผมจะปกป้องคุณด้วยชีวิตของผม ให้เหมือนกับที่คุณทำเพื่อผมญาณิน”
ทั้งสองกอดกัน ญาณินผละออกมองหน้าติณห์
“อย่าไปพูดแบบเมื่อกี้ให้ใครได้ยินนะ เดี๋ยวเค้าหาว่าชั้นทำเสน่ห์ใส่คุณ”
ทั้งคู่ยิ้มให้กัน

ส่วนที่งานเลี้ยงบ้านหมอรุทธ์ กรรัมภาชวนหมอรุทธ์เดินเข้ามาในตัวบ้าน
“คุณแก้ม ชวนผมเข้ามา มีเรื่องอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ”
“ก็ ข้างนอกเสียงดัง แก้มไม่มีสมาธิฟังคุณหมออธิบายเรื่องทำหน้า เรามาคุยกัน สองต่อสอง ในบ้านดีกว่า สงบดี”
“ที่ไหนก็ได้ครับ ผมไม่มีปัญหา ขอแค่...” หมอรุทธ์เข้าใกล้ ประชิด สบตากรรัมภา “คุณแก้มยอมให้ผมเนรมิตใบหน้าให้ก็พอ”
“คุณหมออ้ะ” กรรัมภาจะเบี่ยงหลบ แต่หมอรุทธ์จับตัวไว้
“คุณแก้มครับ ผมบอกคุณหรือยังว่าคุณสวยมาก”

“หลายครั้งแล้วค่ะ แต่ เอ ถ้าสวยแล้วทำไมยังอยากให้แก้มทำหน้าอีกล่ะคะ”
 
“พระเจ้าให้พรสวรรค์ผมมาเพื่อทำให้คุณสวย สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ คุณแก้มจะเป็นผลงานที่วิเศษสุดๆ ของผม ยิ่งกว่าน้องออนซ์ ยิ่งกว่า...” หมอรุทธ์นิ่งไป

“ยิ่งกว่าใครคะ”
หมอรุทธ์ยิ้มกลบเกลื่อน
“ยิ่งกว่าใครๆ ที่ผมเคยเนรมิตมา”
“เดี๋ยวๆ เมื่อกี้คุณหมอจะพูดถึงชื่อใครนะคะ”
“เอ่อ...”
อยู่ๆ ก๊องวิ่งเข้ามา พอเห็นหมอรุทธ์กับกรรัมภาใกล้ชิดกันก็แทบเบรคไม่ทัน
“เฮ้ย!”
กรรัมภารีบผละออกจากหมอรุทธ์ทันที
“ก๊อง”
“เอ่อ พี่แก้ม คุณหมอ ผมโทษนะครับ ไม่ได้ตั้งใจมาขัดจังหวะ พอดีว่าคู่แฝดยักษ์นั่นจะรุมตื้บผม ผมต้องหาที่ซ่อน เชิญตามสบายเลยครับ” ก๊องจะเข้าไปหลบด้านใน ลาภเข้ามาขวางก๊องไว้
“ที่นี่ไม่ใช่ที่เล่นซ่อนหานะครับ”
“ผมไม่ได้เล่นครับ ผมจะโดนตื้บจริงๆ”
ลาภจะลากก๊องออกไปให้ได้ กรรัมภาจะเข้าไปห้าม
“เดี๋ยวค่ะ”
หมอรุทธ์จับมือกรรัมภาไว้ ไม่ให้ไป
“อย่าไปสนใจเลยครับคุณแก้ม เราเข้าไปด้านในเถอะครับ ผมมีอะไรเด็ดๆ อยากจะโชว์ให้คุณเห็น”
“แต่นั่น...”
หมอรุทธ์ลากกรัมภาเข้าไปด้านในบ้าน แองเจโล่กับมาริโอ้วิ่งเข้ามาเจอก๊อง
“นั่น...อยู่นั่น”
“จับได้แกโดนแน่ไอ้ก๊อง”
“โอย มาแว้ว ช่วยด้วย”
ก๊องวิ่งหลุดไป มีคู่แฝดวิ่งตาม ลาภหันมามองตามหมอรุทธ์ไปด้วยแววตาเป็นกังวล

อีกด้านหนึ่งกรรณากำลังมองหาเนตรศิตางศุ์อยู่
“ยัยเนตร หายหัวไปไหนเนี่ย แล้ววันนี้จะได้เรื่องมั้ยเนี่ย ชั้นล่ะเบื่อจริงๆ เพื่อนแต่ละคนมีปัญหากับผู้ชายทั้งนั้นยกเว้นชั้น” กรรณาบ่นแล้วหน้าหม่นเศร้าไป จังหวะนั้นลูกข่างเดินพุ่งเข้ามาหา
“นี่ เธอๆ ยัยเพื่อนตัวแสบของเธอ อยู่ไหน”
“ใครคะ”
“ก็นังเด็กเนตรน่ะสิ หลบหน้าเจ๊อยู่ใช่มั้ย หนอย อีตอนมาฝึกงาน เจ๊ก็อุตส่าห์มีเมตตาสอนงาน แต่พอจะเลิกฝึก กลับหายหัวไปดื้อๆ ไม่บอกไม่กล่าว แล้วนี่ก็ไม่คิดจะมากราบขอขมาลาโทษแม่บังเกิดเกล้าคนนี้เลย ฝากไปบอกเพื่อนเธอด้วยนะ ว่าหลบให้ได้ตลอดแต่ถ้าเจ๊เจอหน้าเมื่อไหร่ มีตบ”
ระหว่างที่ลูกข่างบ่น อยู่ๆ กรรณาก็ได้ยินเสียงร้องไห้กระซิกๆ แว่วมา
“เสียงร้องไห้มาจากไหน” กรรณาเดินตามหาเสียง
“นี่ เจ๊ยังพูดไม่จบ เดินหนีได้ยังไงไม่มีมารยาท” ลูกข่างเดินตาม กรรณาจึงหันมาตวาด
“เงียบๆ” ลูกข่างตกใจ อึ้ง หุบปากสนิท แต่กรรณาไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้ว กรรณาพยายามฟังแต่ไม่มีเสียงอะไรอีก
“ปัดโธ่ เลยไม่รู้เลยว่าเสียงมาจากทางไหน”
“เสียงอะไรอ่ะ”
ก๊องวิ่งเข้ามา
“พี่กรรณๆ” ก๊องหอบเหนื่อย
“โหย พี่นะพี่ หาเรื่องเกือบตายมาให้ผมจนได้ ไปบอกเขาว่าผมเป็นแฟนพี่ แล้วงี้ ผมก็อดเหล่สาวๆ ในงานสิ”
“ก๊อง แกเห็นยัยเนตรกับยัยแก้มมั้ย”
“พี่เนตรไม่เห็น แต่พี่แก้ม โน่น เข้าไปบ้านสองต่อสองกับคุณหมอหน้าเด้งแล้ว”
กรรณาอึ้ง เป็นห่วงกรรัมภา
“ยัยแก้ม” กรรณาเดินผละแยกไปทันที
“อ้าว อยู่ๆ จะไปก็ไป”
ก๊องหันมาอีกที เจอลูกข่างยืนยิ้มเผล่รออยู่แล้ว
“เทพบุตรของเจ๊” ลูกข่างกระพริบตาปริบๆๆ
“โอ้ว ไม่ๆ หนีเสือปะจรเข้ชัดๆ”
ก๊องหนีไม่ทัน ถูกลูกข่างคล้องแขนเอาไว้ ดิ้นไม่หลุด

หมอรุทธ์จูงมือกรรัมภาเข้ามาในห้องทำงานพิเศษที่มีอุปกรณ์แพทย์ครบครันทุกอย่าง สามารถทำศัลยกรรมที่นี่ได้เลยและมีตู้ปลาประดับอยู่ด้วยเช่นเดิม กรรัมภาตะลึงกับห้องๆ นี้
“คุณหมอ มีห้องทำงานอยู่ในบ้านเลยเหรอคะเนี่ย”
“สำหรับคนพิเศษเท่านั้นครับ เครื่องมือทุกชิ้น นำเข้าจากเกาหลีนะครับ คุณแก้มสบายใจได้” หมอรุทธ์เห็นกรรัมภาเดินดูอย่างทึ่งๆ “คุณแก้ม...อยากจะประเดิมด้วยอะไรดีครับ”
“เอ่อ แก้มว่า ครั้งแรก แก้มขอลองซอฟท์ๆ ก่อนดีกว่าค่ะ”
“งั้นก็โบท็อกซ์แล้วกันนะครับ เชิญที่เตียงเลยครับ”
ระหว่างที่หมอรุทธ์ตื่นเต้นตระเตรียมอุปกรณ์ กรรัมภาตัดสินใจถอดถุงมือเอื้อมมือไปแตะที่เตียงแล้วเธอก็เห็นภาพวาโยนอนอยู่บนเตียงนี้, ภาพหมอรุทธ์ที่ใส่ผ้าคาดปากกำลังถือมีดผ่าตัด, ภาพมีดผ่าตัดถูกทิ้งในถาด มีดนั้นเปื้อนเลือด, ภาพหมอรุทธ์ถอดผ้าคาดปากออก แล้วยิ้มยินดีที่ดูเหมือนโรคจิตๆ
กรรัมภาลืมตาโพลง ผงะเล็กน้อย
“คุณแก้ม เป็นอะไรไปหรือเปล่าครับ”
“เอ่อ เปล่าค่ะ”
“แน่ะๆ อย่าบอกนะครับว่า พอเอาเข้าจริงๆ แล้ว หน้ามืด แค่จะฉีดโบท็อกเองนะครับ”
“อ๋อ ค่ะ แก้มกลัวขึ้นมากะทันหันอ่ะค่ะ”
หมอรุทธ์เข้าปลอบ ประคองกรรัมภาขึ้นนอนบนเตียง

“ไม่ต้องกลัวนะครับ นอนให้สบาย คุณแก้มจะรู้สึกเหมือนกับหลับไป รับรองว่าจะไม่ทันรู้สึกเจ็บเลยสักนิดเดียว”
 
กรรัมภานอนบนเตียงแล้วลังเล ชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจถามออกมา

“หมอรุทธ์มีห้องทำงานแบบฟูลออฟชัน ในบ้านแบบนี้ เอาไว้ทำให้สาวๆ โดยเฉพาะสินะคะ แก้มเป็นคนที่เท่าไหร่ล่ะ”
“ให้ผมตอบตรงๆ เลยมั้ยครับ”
“ค่ะ”
“ผมไม่เคยพาใครมาที่นี่ครับ”
“แล้วคุณใบหม่อนล่ะคะ” หมอรุทธ์ผงะ อึ้ง
“ก็หมอรุทธ์เป็นคนทำหน้าให้คุณใบหม่อน นางเอกละครชื่อดังคนนั้นนี่นา ใช่ที่นี่ บนเตียงนี้หรือเปล่าเอ่ย”
หมอรุทธ์อึ้งไป ชั่งใจ ก่อนจะตอบ
“คุณใบหม่อนไม่เคยมาที่บ้านผมจะให้ผมเริ่มได้หรือยังครับ”
“เอ่อ งั้นแก้มไม่...” กรรัมภาจะลุกขึ้นแต่หมอรุทธ์กดกรรัมภาไว้ไม่ให้ลุก
“มาถึงขั้นนี้แล้ว ผมไม่ให้ถอนตัวหรอกครับ นอนลงนะ ก็แค่ฉีดโบท็อกเอง ไม่ต้องกลัวหรอกครับ”
กรรัมภาอึ้งๆ ที่ถูกหมอรุทธ์กดตัวเอาไว้ หมอรุทธ์หยิบเข็มฉีดยาขึ้นมา หน้าตาจริงจัง

อีกมุมหนึ่งของบ้าน หมอวรวรรธให้สุพิชชานั่งพัก
“พีชไม่น่ามาเลย หมอรุทธ์เขาเข้าใจอยู่แล้วว่าพีชต้องอยู่ดูแลคุณพ่อ”
“แหม ก็หมอรุทธ์เชิญมา พีชก็อยากมาสักนิดนึง ไม่ให้น่าเกลียด ขอบใจตาหนูมากนะ พีชโอเคแล้ว พีชว่าพีชจะกลับบ้านเลย ฝากตาหนูบอกลาหมอรุทธ์แทนทีนะคะ พีชขอตัวกลับก่อน”
สุพิชชาลุกยืน แล้วหน้ามืดเซใส่หมอวรวรรธอีก
“พีช แล้วยังงี้จะขับรถกลับบ้านยังไงไหวเนี่ย”
“ไม่ไหวก็ต้องไหวค่ะ พีชต้องกลับไปดูแลพ่อ”
“ไม่ได้ๆ เอ่อ เอางี้ เดี๋ยวผมขับไปส่ง แต่พีชนั่งรอผมตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวผมมา”
“เดี๋ยวค่ะตาหนู เดี๋ยว”
หมอวรวรรธผละออกไป สุพิชชาหายป่วยทันที กระฟัดกระเฟียดที่หมอวรวรรธห่วงใยเนตร ไม่ยอมแพ้

เนตรศิตางศุ์เดินมาสำรวจด้านหลังบ้านแต่ก็ไม่พบใบหม่อน
“คุณใบหม่อนคะ คุณใบหม่อนอยู่แถวนี้หรือเปล่าคะ”
เนตรศิตางศุ์หันไปเห็นหมอวรวรรธตามมา เนตรศิตางศุ์รีบหาที่หลบมุมเพราะไม่อยากคุยด้วย เมื่อหมอวรวรรธเดินมาถึงบริเวณนั้นก็ได้แต่มองหาเนตรศิตางศุ์แต่หาไม่เจอ อยู่ๆ สุพิชชาตามหมอวรวรรธมา
“ตาหนู”
“พีช คุณตามผมมาทำไม”
“พีชอยากกลับบ้านแล้ว ตาหนูขับรถไปส่งพีชทีนะ”
“รอก่อนได้มั้ยพีช ผมอุตส่าห์ตามมาถึงพัทยาเพื่อเคลียร์ปัญหากับคุณเนตร นี่ผมยังไม่ได้คุยเลย”
“แต่พีชจะกลับเดี๋ยวนี้” สุพิชชาบอกเสียงดัง หมอวรวรรธอึ้ง งง
“พีชมีแรงขนาดนี้ พีชน่าจะขับรถกลับเองไหวแล้วมั้ง”
“ทำไมคะ ยัยเด็กคนนั้นมันมีดีอะไร ทำไมตาหนูต้องห่วงใย ใส่ใจมันมากขนาดนั้นด้วย...แล้วพีชล่ะ ทำไมคุณไม่แคร์พีชบ้าง”
“พีช ผมก็แคร์คุณนะ แต่ในฐานะเพื่อนเท่านั้น”
“ไม่ใช่ พีชกับคุณไม่ใช่เพื่อนกัน พีชรักคุณและพีชรู้ว่าคุณก็ไม่เคยลืมพีช เรายังรักกัน รักกันมาตลอด”
“พีช ผู้หญิงที่ผมรัก มีแค่คนเดียวคือคุณเนตร”
เนตรศิตางศุ์อึ้งที่ได้ยินจะๆ คาหู
“ไม่จริง คุณจะทิ้งพีชไม่ได้ ตอนนี้พีชไม่มีใครแล้ว คุณพ่อก็ป่วยหนัก โรงพยาบาลก็ไม่มีคนดูแล แล้วพีชตัวคนเดียว จะทนรับปัญหาทั้งหมดคนเดียวได้ยังไง”
“คุณเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน เป็นธรรมดาที่พวกผู้ใหญ่จะยังไม่เชื่อฝีมือ แต่ความมุ่งมั่นของคุณจะทำให้พวกเขาเห็น เชื่อผมสิ ผมขอตัว ผมขอตัวนะพิช” หมอวรวรรธจะไป
“พีชไม่ให้คุณไป”
สุพิชชาตามกอดรั้งหมอวรวรรธเอาไว้
“พีช อย่าทำอย่างนี้ปล่อยผม”
หมอวรวรรธพยายามแกะสุพิชชาออก จนกระทั่งสุพิชชาเสียหลัก ถอยไปชนจุดที่เนตรศิตางศุ์หลบอยู่ จนเนตรศิตางศุ์ต้องเผยตัวออกมา เนตรศิตางศุ์ยืนอึกอักๆ ยิ้มเฝื่อนๆ เหมือนเด็กถูกจับผิดได้
“เนตร เอ่อ เนตรไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังนะคะ”
แล้วอยู่ๆ เนตรศิตางศุ์ก็รับรู้ว่ามีอะไรบางอย่างวูบๆ ผ่านสายตาไป เนตรศิตางศุ์หันไปมองพบวาโยยืนอยู่มุมหนึ่งของตัวบ้าน
“คุณใบหม่อน...” เนตรศิตางศุ์อึ้ง
วาโยขยับปากเหมือนจะบอกอะไรบางอย่าง แล้วก็ลอยผ่านไปอีกทางนึงโดยสายตายังมองเนตรศิตางศุ์อยู่ เหมือนเชื้อเชิญให้ตามมา เนตรศิตางศุ์ไม่อยากพลาดโอกาสรีบตามวาโยไปทันที โดยไม่สนใจหมอวรวรรธเลย
“เดี๋ยวคุณเนตร”
หมอวรวรรธรีบตามเนตรศิตางศุ์ไป สุพิชชายิ่งแค้น

วาโยลอยวืบๆ โดยมีเนตรศิตางศุ์กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามมา เนตรศิตางศุ์คอยตามไม่ให้คลาดสายตาพลางคอยระวังว่าจะมีใครมาเห็นหรือไม่ เนตรศิตางศุ์ตามมาถึงทางเดินแห่งหนึ่ง วาโยยืนอยู่ปลายสุดทางเดินนั้นก่อนจะจางหายไป เนตรศิตางศุ์เข้าไปดูพบว่าที่สุดทางเดินนั้นมีประตูเล็กๆ สำหรับลงห้องใต้ดินอยู่ที่พื้น
“ประตู...” เนตรศิตางศุ์ลังเล กลัวๆ กล้า
“ไม่ๆ เราต้องไม่กลัว เราต้องช่วยคุณใบหม่อนให้ได้”
เนตรศิตางศุ์สูดลมหายใจแล้วค่อยๆ เปิดประตูแล้วก้าวลงไป แล้วประตูนั้นก็ปิดเองทันที หมอวรวรรธวิ่งตามผ่านมาแต่ไม่เห็นเนตรศิตางศุ์จึงวิ่งตามหาเนตรศิตางศุ์ไปทางอื่น

เนตรศิตางศุ์ค่อยๆ ก้าวเดินลงบันไดมาในความมืด มองแทบไม่เห็นอะไรเลยมีเพียงแสงสะท้อนวิบวับเรืองรองวูบไหวไปมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“ทำไม มันเย็นอย่างนี้ ยังกับอยู่ในน้ำอย่างนั้นแหละ”
เนตรศิตางศุ์ค่อยๆ ก้าวไปช้าๆ พยายามข่มใจให้สู้ แต่พอมีแสงอะไรวูบไหวผ่านข้างๆ ตัวไป เนตรศิตางศุ์ก็หลับตาปี๋ เท้าหยุด ไม่กล้าก้าวเดินต่อและพยายามตั้งสติ
“ไม่ เราต้องไม่กลัว เราต้องทำได้”
เนตรศิตางศุ์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ทันทีที่ลืมตาอยู่ๆ ภาพวาโยก็วูบเข้ามาตรงหน้าเนตรศิตางศุ์ร้องออกมาด้วยความตกใจ
“ว้าย!”
เนตรศิตางศุ์เหยียบพลาด สะดุดของที่อยู่บนพื้นจนล้มลงกองกับพื้น เนตรศิตางศุ์ฟุบกับพื้น โอดโอย แล้วเธอก็
ควานหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมากดเปิดไฟฉายส่องดูไปทั่วบริเวณอื่นๆ สุดปลายในห้องนั้นมีแสงวูบวาบไปมา เนตรศิตางศุ์พยายามมองแต่ยังมองไม่ชัดว่าคืออะไร มีบางสิ่งเคลื่อนที่ไปมาภายในแสงวูบวาบนั้น ตรงกลางของห้อง มีโต๊ะใหญ่ กว้าง เสมือนโต๊ะทดลองอะไรสักอย่าง
“นี่มัน ห้องอะไรกันเนี่ย...” แต่แล้วก็มีร่างของวาโยวูบผ่านหลังเนตรศิตางศุ์ เนตรศิตางศุ์รีบหันตาม แต่ไม่เห็นวาโยแล้ว
“คุณใบหม่อน นั่นคุณใช่มั้ยคะ คุณใบหม่อน...”
ไม่มีเสียงตอบ เนตรศิตางศุ์เอาไฟฉายส่องจะเข้าไปดู แต่อยู่ๆ วาโยวูบผ่านไปอีกด้าน เนตรศิตางศุ์รีบหันตาม ค่อยๆ ส่องไฟกราดไปรอบๆ ท่ามกลางแสงไฟที่กราดส่องจากซ้ายไปขวาเนตรศิตางศุ์เห็นร่างผู้หญิงในชุดดำยืนร้องไห้อยู่ แสงไฟที่ส่องผ่านไปแล้วต้องส่องกลับมาอีกทีแล้วก็พบว่าหญิงสาวนั้นหายไป
“อ้าว วันนี้มาแปลก ใส่ชุดดำ”
เนตรศิตางศุ์แปลกใจแต่พอหันกลับมาอีกด้านก็ต้องผงะ เพราะที่มุมนึงของห้องท่ามกลางเงาสะท้อนของน้ำในตู้ปลาร่างวาโยยืนก้มหน้าร้องไห้อยู่ สะอื้นๆๆ เนตรศิตางศุ์ผงะ กลัวๆ กล้าๆ ไม่รู้ว่ามาดีหรือไม่ดี
“คุณใบหม่อน ถ้าเป็นคุณก็อย่าเล่นกันแบบนี้สิคะ เนตรกลัว”

ไม่มีเสียงตอบจากหญิงคนนั้น เนตรศิตางศุ์กลัวๆ กล้าๆ อยู่ๆ วาโยก็เงยหน้าขึ้นมาจ้องเนตรศิตางศุ์
 
อ่านต่อหน้า 2
 
The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 16 (ต่อ)

เนตรศิตางศุ์พยายามรวบรวมความกล้า

“คุณใบหม่อน ใช่คุณหรือเปล่า” วาโยส่ายหน้า
“ไม่ใช่คุณใบหม่อนเหรอ แต่หน้าคุณเหมือนกับคุณใบหม่อนมาก”
“ชั้นถูกฆาตกรรม ช่วยชั้นด้วย”
“ชั้นไม่ได้ยินที่คุณพูดหรอกค่ะ ชั้นมองเห็นเพียงอย่างเดียว คุณก็รู้หรือว่า คุณจะไม่ใช่คุณใบหม่อนจริงๆ”
“เธอต้องช่วยชั้นด้วย ไม่อย่างนั้นจะต้องมีผู้หญิงกลายเป็นเหยื่อแบบเดียวกับชั้น อย่าให้เขาทำกับใครอีก เธอต้องไปห้ามเขาให้ได้”
“ชั้นไม่เข้าใจที่คุณพูดค่ะ”
วาโยชี้ไปยังแสงวูบวาบที่อยู่ด้านหลัง เนตรศิตางศุ์พยายามเพ่งมองเต็มที่ว่าคืออะไร แต่แล้วอยู่ๆ ไฟก็สว่างพรึ่บ เรียงไปเป็นแถว ร่างวาโยหายไป เนตรศิตางศุ์ที่ช็อกอยู่ ทรุดลงไป ตาค้างพร่าไปชั่วขณะ
“ใคร ชั้นถามว่าใคร”
เนตรศิตางศุ์หันไปทางที่ไฟถูกเปิด ตาเนตรศิตางศุ์ค่อยๆ ปรับสภาพได้ ภาพเบลอๆ ของคนๆ นึงเดินเข้ามาหา ค่อยๆ ชัดขึ้นๆ หมอวรวรรธคือคนที่เปิดไฟและกำลังเดินเข้ามาแต่ตาไม่ได้มองเนตรศิตางศุ์ กลับมองผ่านเนตรศิตางศุ์ไปด้านในสุดของห้องอย่างตะลึง เนตรศิตางศุ์รีบหันกลับไปมองคิดว่าหมอวรวรรธเห็นวาโยแต่กลับไม่ใช่ สิ่งที่เธอเห็นกลับกลายเป็นตู้ปลาขนาดใหญ่ประมาณคอนเทนเนอร์ขนสินค้าได้
ตู้ปลาขนาดอควาเรี่ยมย่อมๆ ถูกสร้างฝังอยู่ในผนังปูนด้านในสุดของห้อง สิ่งนี้นี่เองที่เป็นแหล่งที่มาของแสงวูบวาบ
“แม่เจ้าโว้ย นี่มันอควาเรี่ยมย่อมๆ เราดีๆ นี่เอง หมอรุทธ์เลี้ยงปลาทะเลขนาดนี้เลยเหรอ บะเร่อเฮิ่ม”
“หมอรุทธ์เลี้ยงปลาทะเล” เนตรศิตางศุ์ทวนคำหมอวรวรรธ
“เออ ใช่ เราเริ่มใกล้ผู้ต้องสงสัยเข้าไปแค่ปลายจมูกแล้ว”
“เมื่อกี้ เธอคนนั้นชี้ไปที่ตู้ปลานี่นา”
“ใคร เธอคนไหน” หมอวรวรรธถามอย่างแปลกใจ
เนตรศิตางศุ์ไม่ตอบ วิ่งไปทางตู้ปลา

เนตรศิตางศุ์เดินเข้ามาดูตู้ปลาใใกล้ๆ หมอวรวรรธตามเข้ามา ภายในตู้ปลาเลี้ยงสัตว์ทะเลแปลกๆ หลายชนิด เช่น งูทะเล ปลาน้ำลึก ปลาหิน หอยเต้าปูน เป็นต้น
“แล้วเธอให้ดูอะไร” เนตรศิตางศุ์บอกแล้วพยายามมองตู้ปลานั้น
“สัตว์ทะเลหายากทั้งนั้นเลย งูทะเล ปลาหิน สัตว์มีอันตรายทั้งนั้นเลย”
“แล้วนั่นอะไรคะ เหมือนจะเป็นหอย”
“หอยเต้าปูน” แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นหอยเต้าปูนลายแผนที่ ลายผ้า หรือลายอะไร รู้แต่ว่ามันมีพิษรุนแรงมากถึงขนาดทำให้คนตายได้ ตรงปากมันที่ยื่นออกมาเป็นงวงจะมีเข็มพิษซ่อนอยู่ โดนแทงเมื่อไหร่ ม่องเท่งเมื่อนั้น...”
ทั้งคู่สบตากันอย่างฉุกใจ แล้วทันใด อยู่ๆ หนังสือเล่มหนึ่งก็หล่นลงมาเองจากชั้นหนังสือ โดยไม่มีแม้ลม...ตุ้บเนตรศิตางศุ์กับหมอวรวรรธแปลกใจ
“ลมก็ไม่มี หนังสือหล่นมาเองได้ยังไง”
เนตรศิตางศุ์ไปหยิบมาดู อ่านหน้าปก
“รวมสัตว์มีพิษในทะเล”
เนตรศิตางศุ์มองหน้ากับหมอวรวรรธ แล้วรีบเปิดดู ด้านในหนังสือมีลายมือยุกยิกจดบันทึกไว้ต่างๆ มองหาเบาะแสไปเรื่อยๆ แล้วอยู่ๆ ก็มีมือซีดเผือดมาจับข้อมือเนตรไว้
“ว้าย!”
เนตรศิตางศุ์ตกใจ ทิ้งหนังสือหล่นพื้น มือนั้นก็หายไป
“เป็นอะไรหรือเปล่าคุณเนตร”
“ไม่ค่ะ ไม่มีอะไร เนตรอยากกลับขึ้นไปแล้ว พาเนตรกลับไปที”
“ครับๆ” หมอวรวรรธก้มเก็บหนังสือจะเอาไปคืนที่ แต่แล้วก็พบว่ามีรูปถ่ายใบหนึ่งปลิ้นออกมาจากในหนังสือ หมอวรวรรธหยิบรูปนั้นขึ้นมา
“คุณเนตรครับ ดูนี่...”
หมอวรวรรธยื่นให้เนตรศิตางศุ์ดู เป็นรูปหมอรุทธ์ยืนอยู่ข้างเจดีย์บรรจุอัฐิและเห็นป้ายไม้เก่าแก่เขียนชื่อวัดเอาไว้อย่างขัดเจน เนตรศิตางศุ์แปลกใจ
“วัด...”

แองเจโล มาริโอ้ วิ่งเข้ามามองหากรรณาในห้องรับแขกแต่ไม่เจอ พบแต่แขกคนอื่นจึงวิ่งออกไป กรรณาออกมาจากมุมหนึ่งที่ซ่อนอยู่
“โอย ยัยแก้มหายไปไม่พอ ยังต้องมาวิ่งหนีคู่แฝดนี่อีก ทำไมงานเข้าอย่างนี้ชั้น” ทันใดมีมือมาจับไหล่กรรณา หมับ... “ว้าย” กรรณาร้องออกย่างตกใจ แต่พอหันไปก็พบเนตรศิตางศุ์และหมอวรวรรธ กรรณาถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ตกใจหมด คราวหน้าให้เสียงด้วยสิยัยเนตร”
“เนตรได้ข้อมูลแล้ว เรารีบไปจากนี่กันดีกว่า”
“ชั้นยังหายัยแก้มไม่เจอเลย หายไปกับหมอรุทธ์สองคน ต้องโดนหมอรุทธ์ล่อลวงไปทำ ว้าย ไม่อยากนึกภาพ”
“อ้าว แล้วทำไงดีล่ะ”
“นู่น คุณแก้มอยู่นู่น”
ทั้งหมดหันไปทางที่หมอวรวรรธบอกพบว่ากรรัมภาเดินโซเซเพราะเมายานอนหลับมากับหมอรุทธ์

ทั้งหมดวิ่งเข้าไปหากรรัมภา กรรณาถึงตัวกรรัมภาก่อนเพื่อน
“ยัยแก้มแกยังไม่ตาย ดีเลย แกจะได้เป็นพยาน ว่าหมอรุทธ์พยายามจะฆ่าแกใช่มั้ย”
“อะไรของคุณ ผมไปฆ่าใคร”
“แกเข้าใจผิดแล้ว ชั้นไม่ได้เป็นอะไร หมอรุทร์แค่ฉีดโบท็อกให้ชั้น...แค่นั้น” กรรัมภาบอก
“ฉีดโบท็อกซ์”
“เออ ชั้นถึงขยับหน้าไม่ค่อยได้นี่ไง”
“ใช่น่ะสิครับ คุณแก้ม อย่าเพิ่งพูดมากเลยครับ ช่วงแรกๆ จะรู้สึกตึงๆ หน้าหน่อย แต่เดี๋ยวจะค่อยๆ ดีขึ้น ส่วนคุณ...” หมอรุทธ์หันมาจ้องหน้ากรรณา กรรณายิ้มแหะๆ
“ผมรู้สึกว่าคุณจะมีปัญหากับผมมากเกินกว่าที่ผมคิดเอาไว้นะครับ”
หมอรุทธ์จ้องกรรณาเขม็ง กรรณาหันไปกระซิบกับกรรัมภา
“ยัยบ้าเอ๊ย เรามาหาเบาะแสคดีคุณใบหม่อน แต่แกกลับไปนอนให้เค้าฉีดโบท็อกซ์เนี่ยนะ”
“ก็มันไม่รู้จะเลี่ยงยังไง แต่ชั้นก็ไม่ได้ออกมามือเปล่านะ”
“เธอได้อะไรมา” เนตรศิตางศุ์กระซิบถาม
“หนึ่งได้หน้าตึงๆฟรี สอง ชั้นเห็นคุณใบหม่อน”
“กระซิบกระซาบอะไรกัน”
หมอรุทธ์ถาม สามสาวหันมาทำหน้าเจื่อน จังหวะนั้นก๊องวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพอดี
“พี่กรรณ กลับเดี๋ยวนี้เลย ไม่ต้องถามนะว่าทำไม”
แล้วก๊องก็วิ่งออกไปหน้าตั้ง แล้วทั้งหมดก็พบคำตอบเมื่อเห็นแองเจโล มาริโอ้กำลังเดินดิ่งมาหากรรณา
“เผ่นเถอะ”
กรรณารีบลากรรัมภาหนีไป เนตรศิตางศุ์และหมอวรวรรธรีบไป
“คุณแก้ม คุณแก้ม”
“หนีไปไหน กลับมาก่อน นางฟ้า...”

แองเจโล มาริโอ้วิ่งตามไป หมอรุทธ์มองสาวๆ อย่างสงสัย
 
ช่วงเวลาเดียวกันนั้นที่บ้านพักติณห์ หลวงพิชัยภักดีกับกุมาริกาดีใจสุดขีด โลดเต้นกันไปมา
 
“ยะฮู้! แม่หนูญาณินไม่ทิ้งข้าไปไหนแล้ว มีความสุขที่สุดเล้ยยย เอ้า ฮา เฮ่ ฮา เฉยช้าอยู่ไย เอ้า ฮะ ฮ่ะ ไฮ้ ใครต่อใคร เขาร้ายทั้งนั้นน่ะ เอ้า ฮิๆ ดูให้ดีเขาลีลาศกัน ยักแย้ แย่ยันเห็นเขาเต้นกันเสียวซ่านอุรา”
“โอ้ โห โอ้ โห โย้เย้โยกไป เอ้า ฮะ ฮ่ะ ไฮ้ ใครต่อใครย้ายยักควักคว้า”
ติณห์ถือแก้วน้ำมาส่งให้ป้าอรวรรณ ยิ้มให้ พยายามง้อ แต่ป้าอรวรรณเชิดใส่เดินหนี ติณห์หันมามองอ้อนขอความช่วยเหลือญาณินที่กำลังพูดโทรศัพท์อยู่ ญาณินทำมือบอกให้ติณห์สู้ๆ แล้วพูดสายไป ติณห์ตามไปเอาใจป้าอรวรรณต่อ ณัฐเดชขำเพื่อน
“เออ ตอนนี้ที่นี่ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว พวกเสี่ยปิงคงไม่กล้าทำอะไรอีก อย่างน้อยก็ช่วงนี้..แล้วแกกับแฟนแกเป็นไงบ้างยัยรส”
สุคนธรสคุยโทรศัพท์กับญาณินอยู่ที่บริษัท
“แฟนอะไร พูดดีๆ นะ ถึงชั้นกับนายไตวายจะเคย เอ่อ...เคยนั่นแหละ แต่ชั้นก็ไม่สมยอม ไม่รู้ตัว มันเป็นอุบัติเหตุ เพราะฉะนั้นไม่นับ ให้เค้ากลับไปอยู่บ้านกับนังปอดบวมแฟนเค้าเถอะ นางแบบที่ชื่อคาที่ เอ๊ย...เคที่ไง พวกแกไม่เคยเจอก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องรู้สึกอิจฉา พอๆ แกหยุดพูดเรื่องอีตาคนนี้ได้มั้ย ชั้นพูดอยู่คนเดียวเลยเหรอ เออ แกปลอดภัยก็ดีแล้ว ชั้นง่วงแล้ว แค่นี้นะ” สุคนธรสกดวางสาย แล้วกดรับสายซ้อนทันที
“โทรมาทำไมคนจะหลับจะนอน”
ไตรรัตน์กำลังคุยโทรศัพท์กับสุคนธรสอยู่ในห้อง
“พูดดีๆ กับผมบ้างสิคร
กำลังโหลดความคิดเห็น...