xs
sm
md
lg

ตะวันทอแสง ตอนที่ 2

เผยแพร่:

ตะวันทอแสง ตอนที่ 2

ภายในที่ทำงานตอนเย็น รสาทิ้งตัวนั่งที่เก้าอี้ด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ ชีวินเดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง

“ไหวมั้ยรส มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า”
“ช่วยไปเอาของที่บ้านให้ก็พอจ้ะ รสโทร.บอกป้าภรณ์ไว้แล้ว”
“ได้ งั้นวินรีบไปรีบมานะ”
ชีวินยิ้มๆ แล้วก็รีบเดินออกไปด้วยความกุลีกุจอ รสามองตามนิดๆ ก่อนจะหันกลับมาเริ่มทำงาน โทรศัพท์มือถือรสาดังขึ้น เห็นชื่อพิมจึงรีบรับสาย
“พิมว่าไง”


เด็กนักเรียนระดับมัธยมกำลังเดินกลับบ้านกันเป็นกลุ่มๆ ภายในห้องสมุด พิมพรรณยืนโทรศัพท์อยู่ในห้องทำงานของบรรณารักษ์
“รสตกลงว่าเสาร์ อาทิตย์นี้ รสมาระยองหรือเปล่า”
“ไม่ได้กลับไป มีงานเข้า” รสาตอบเสียงเหนื่อยๆ
“เสียดายจัง พิมว่าจะชวนรสไปเที่ยวสักหน่อย ช่วงนี้เบื๊อเบื่อๆ เพื่อนคนอื่นๆแต่งงานกันไปหมดแล้ว คนสุดท้ายในกลุ่มก็กำลังจะแต่ง ไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนเที่ยวกับพิมเลย” พิมพรรณบ่นหน้าเศร้า
รสาพยายามให้กำลังใจ
“ก็รสไง..รสยังโสดเป็นเพื่อนพิม”
พิมพรรณยังไม่หายเบื่อ
“แต่รสอยู่ไกล ที่กรุงเทพก็มีผู้ชายให้เลือกตั้งเยอะแยะ เดี๋ยวรสก็มีแฟน พิมสิ อยู่แต่ในห้องสมุดหันไปทางไหนก็เจอแต่หนังสือ สักวันก็คงจะต้องแต่งงานกับหนังสือนี่แหละ”
พิมพรรณบ่นไปตามเรื่องตามราว ทันใดนั้นพลันสายตาก็หันไปเห็น “วาริช แสนดี” เดินหน้าเข้ม หล่อ ใส เข้า
มาในห้องสมุด พิมพรรณอึ้งนิดๆ ในความหล่อ ชายแปลกหน้าเดินมาที่หน้าห้องแล้วก็ชะเง้อๆมองเหมือนกำลังมองหาใครสักคน
“เอาน่า..ใจเย็นๆ เดี๋ยวพิมก็เจอเองแหละ” รสาบอก
พิมพรรณพูดเบาๆ
“รส..แค่นี้ก่อนนะ พอดีมีแขกมา เดี๋ยวค่อยโทร.คุยกันใหม่ สวัสดีจ้ะ”
พิมพรรณรีบวางสายไป รสาชะงักนิดๆ อย่างงงๆ
“อะไรของเค้า”


วาริชยังชะเง้อๆ มองเข้ามาในห้อง ทันใดนั้นประตูก็เปิดออก เห็นพิมพรรณยืนอยู่ วาริชชะงักนิดๆ กับความน่ารักสดใสของพิมพรรณ
“มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ”
พิมพรรณยิ้มกว้างอย่างกระตือรือร้นและเป็นมิตร วาริชสวมวิญญาณสุภาพบุรุษพูดด้วยน้ำเสียงอันเป็นมิตรทันที
“ผมมาจากบริษัทติดตั้งคอมพิวเตอร์ที่ทางโรงเรียนติดต่อให้มาวางระบบฐานข้อมูลในห้องสมุดน่ะครับ คุณ คุณพิมพรรณใช่มั้ยครับ” วาริชพูดพลางเปิดแฟ้มดู
“ค่ะ เรียกพิมเฉยๆก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
“ผมชื่อ “วาริช” ไม่มีชื่อเล่นเป็นทางการ มีตามใจคนเรียก คุณพิมอยากจะเรียกว่า “วา” หรือ “ริช” ก็ได้ครับ ตามสะดวก”
พิมพรรณยิ้มขำแล้วบอก
“งั้นพิมขอเรียกว่าวาริชแล้วกันนะคะ แค่สองคำไม่ได้ลำบากอะไร”
“ได้ครับ แต่ผมขอเรียกว่า “พิม” นะครับ น่ารักดี”
วาริชทำเป็นหยอดแบบอายๆ เหมือนจะซื่อ พิมพรรณอายนิดๆ อย่างไม่มีจริต


เวลาเย็นที่หน้าโรงเรียน ห้าวใส่แว่นดำ สวมหมวกปีกกว้างสานๆ สไตล์แร็กเก้ขับรถจี๊ปเก๋ๆเข้ามาจอดที่หน้าโรงเรียนอย่างเท่ พิมพรรณเดินยิ้มมีความสุขออกมาจากโรงเรียน ห้าวถอดแว่นออกมามองด้วยความแปลกใจ
พิมพรรณขึ้นมานั่งบนรถ
“เป็นอะไร”
“ใครเป็นอะไร” พิมพรรณถาม
“ก็พิมนั่นแหละเป็นอะไร ทำไมเดินยิ้มอยู่คนเดียวแปลกๆ”
“เอ๊ะพี่ห้าวนี่ยังไง คนเขายิ้มนี่มันแปลกด้วยเหรอหะ”
“ก็ปกติเห็นมารับกลับบ้านทีไร หน้าหงิก หน้างอ บ่นเหนื่อย บ่นเบื่อ เป็นยายแก่ แต่วันนี้เดินยิ้มแถมไม่บ่นสักคำ หรือว่า...”
ห้าวทำท่าจะเดาด้วยความตื่นเต้น พิมพรรณแอบเขิน กลัวโดนจับได้
“หรือว่าอาราย...”
ห้าวยิ้มแล้วบอก
“หรือว่า...รสจะมาระยอง”
พิมพรรณแอบเสียอารมณ์เล็กน้อย ห้าวไม่รู้ตัวยังพูดต่อด้วยความกระตือรือร้น
“ดีเลย..พี่ห้าวเพิ่งได้หมึกมาสดๆเลย จะได้ย่างเตรียมไว้ รสจะต้องชอบแน่ๆ”
“อ้าวๆ ไปใหญ่แล้วพี่ห้าว รสไม่ได้จะมาสักหน่อย เดาก็ผิด”
“อ้าว...รสไม่มา แล้วตกลงเรายิ้มทำไมวะเนี่ย”
“ไม่บอก”
ห้าวหลิ่วตาด้วยความอยากรู้ พิมพรรณนั่งอมยิ้มคนเดียว ไม่รู้เลยว่า ชีวิตอันเรียบง่ายกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันกลับคืน


ภายในบริษัทลงหลักปักฐานในเวลากลางคืน กระเป๋าเสื้อผ้าของรสาถูกวางไว้บนโต๊ะ ชีวินหันมาบอกรสาที่กำลังทำงานง่วนอยู่
“เสื้อผ้าของใช้ส่วนตัว ป้าภรณ์จัดมาให้ตามที่รสบอก”
“ขอบใจมากจ้ะ”
รสาพูดจบก็หันกลับไปทำงานต่ออย่างตั้งใจ ชีวินเดินมาดูที่คอมพิวเตอร์เห็นรสากำลังทำภาพสามมิติจำลองห้องที่ซ่อมแซมใหม่ทับห้องเดิม ชีวินยืนดูแล้วก็พูดขึ้น
“คืนนี้วินอยู่ค้างเป็นเพื่อนรสนะ”
“ไม่เป็นไรหรอก วินกลับไปเถอะ รสอยู่ได้ อีกอย่างพรุ่งนี้นัดคุยงานกับลูกค้าแถวบ้านไม่ใช่เหรอ ขับรถวนไปวนมา วุ่นวายเปล่าๆ”
“แต่วินไม่อยากให้รสอยู่คนเดียว”
ทันใดนั้น คัพเค้กก็เดินเข้ามาในชุดนอนสไตล์เกาหลีพร้อมกับถุงอาหารมากมาย
“มาแล้วค่า...”
คัพเค้กหอบของพะรุงพะรังเดินเข้ามาวางไว้บนโต๊ะ
“อาหารเพียบ พี่รสทำงานโดยไม่ออกไปไหนได้เป็นเดือนไม่ต้องกลัวอดตาย”
รสายิ้มๆส่ายหน้าแล้วหันมาทางชีวิน
“คัพเค้กอยู่เป็นเพื่อนรสแล้ว วินกลับไปเถอะ แล้วก็..ขอบใจมากที่แวะไปเอาของมาให้”
ชีวินพยักหน้ารับบอก
“ไม่เป็นไร อยากได้อะไรเพิ่มเติมก็บอกแล้วกัน”
ชีวินหันไปบอกคัพเค้กที่กำลังเตรียมตัวนอนอ่านหนังสือดาราพอดี
“อยู่ดูแลรสดีๆนะ ไม่ใช่เอาแต่อ่านหนังสือดารา รู้หรือเปล่า”
คัพเค้กวางหนังสือดาราลง
“ไม่อ่านหนังสือดารา อ่านหนังสือไฮโซก็ได้”
คัพเค้กหันไปหยิบหนังสือแมกกาซีนไฮโซมาอ่านแทน ชีวินส่ายหน้าแล้วก็หันมาทางรสาอีกทีด้วยความเป็นห่วง รสาทำงานหน้าตาเคร่งเครียด

ข้างๆ รสามีรูป ‘เรือนหลังเล็ก’ ที่พรินท์สีออกมาติดอยู่ข้างๆ
ภคพงษ์เดินเข้ามาหยุดยืนมองเรือนหลังเล็กในเวลากลางคืนที่เงียบเหงาและเศร้าประหลาดก่อนจะก้าวเข้าบ้านเหมือนอยากจะทบทวนอะไรบางอย่าง

ภายในห้องโถงเห็นเปียโนตั้งอยู่ในความมืด ภคพงษ์เดินเข้ามากดเปิดไฟ ไฟระย้าสวยหรูแม้จะมีฝุ่นจับ แต่ยังดูสวยส่องแสงสว่างกระจ่างไปทั้งห้อง ภคพงษ์มองมาที่เปียโนและเดินเข้ามา มองนิ่งนานหนึ่งอึดใจ แล้วค่อยๆนั่งลง พรมนิ้วลงไปบนเปียโนอย่างพริ้ว เสียงเปียโนดังกังวานไปทั่ว เสียงเปียโนแฝงไว้ด้วยความเศร้าอย่างบอกไม่ถูก


เปียโนหลังเดิมเมื่อ 22 ปีที่แล้ว เรือนหลังเล็กยังอยู่ในสภาพดี สะอาด สวยงาม ภคพงษ์อายุ 5 ขวบกำลังพรมนิ้วอยู่บนคีย์บอร์ดแม้จะยังไม่ชำนาญนัก เสียงเปียโนดังใสกังวาน ห่างออกไปสายใจยืนฟังอย่างมีความสุข
ทันใดนั้นเสียง “พรต เถลิงยศ” ก็ดังมาจากอีกห้อง
“รัช...รัช...รัชจะไปไหน”
เสียงเปียโนหยุดลง ภคพงษ์หันไปตามเสียง เสียงของพรตยังดังมาจากห้องข้างๆ
“รัช....อย่าไปเลยนะ รัช ผมขอร้อง”
สายใจชะเง้อมองด้วยความแปลกใจ เสียงของ “รัชนี” ดังเข้ามา
“อย่าห้ามเลยค่ะ ไม่ว่ายังไง รัชก็ต้องไป รัชทนอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว”
เสียงของรัชนีทำให้ภคพงษ์ทนไม่ได้ รีบกระโดดลงจากเก้าอี้แล้ววิ่งไปที่ต้นเสียงทันที สายใจตกใจ
“คุณหนู”
กระเป๋าเสื้อผ้าของรัชนีถูกวางไว้ที่หน้าบ้านก่อนหันมาสั่งลุงแก่ที่เป็นคนขับรถ
“ถนอมเอากระเป๋าไปไว้บนรถ”
ถนอมรีบยกกระเป๋าไป
“ครับ”
พรตรีบพุ่งเข้ามาและจับแขนรัชนีไว้
“รัชอย่าไปเลยนะ มีอะไรเราค่อยๆพูดกันก็ได้ ถ้าผมทำอะไรไม่ดีกับคุณ ผมขอโทษ อย่าทิ้งผมไปเลยนะ รัช..ผมขอร้อง”
พรตอ้อนวอนรัชนี ภคพงษ์วิ่งมาแอบเกาะอยู่ที่ประตู มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สายใจคุกเข่าอยู่ข้างๆเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วง รัชนีหันมาทางพรตและพูดอย่างไม่ใยดี
“อย่าพยายามอีกเลยค่ะ ไม่ว่าเราจะเริ่มต้นกันใหม่อีกกี่ครั้ง เราก็ไปด้วยกันไม่ได้อยู่ดี รัชเบื่อ ไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว รัชอยากจะออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง เชิญคุณอยู่ทำงานของคุณต่อไปเถอะค่ะ”
รัชนีสะบัดแขนจะเดินออกไป ภคพงษ์จะวิ่งออกไป
“คุณแม่”
สายใจรีบคว้าจับตัวไว้
“คุณหนู คุณหนู”
รัชนีชะงักหยุดเดิน แต่ยังไม่หันกลับมามองภคพงษ์ที่ถามซื่อๆ
“คุณแม่จะไปไหนครับ”
รัชนีนิ่งอึ้ง กัดริมฝีปากแน่นไม่กล้าตอบ
พรตหันมาทางภคพงษ์แล้วก็น้ำตาร่วงด้วยความสงสารลูก พรตหันไปทางรัชนี อ้อนวอนอีกครั้ง
“รัช...อย่าไปเลยนะ ผมขอร้อง ถ้าคุณไม่เห็นแก่ผม ขอให้คุณเห็นแก่ลูกของเรา”
รัชนีชะงักค่อยๆหันกลับมา...พรตอ้อนวอนต่อ
“ภัคยังเด็ก เค้าต้องการคุณ เค้าต้องการแม่นะรัช อย่าไปจากพวกเราเลยนะ ผมขอร้อง”
พรตค่อยๆคุกเข่าลงที่พื้นอย่างหมดศักดิ์ศรี ภคพงษ์มองดูพรตที่คุกเข่าต่อหน้ารัชนี สายใจถึงกับน้ำตาไหล
รัชนีมองพรตที่คุกเข่าตรงหน้าแล้วค่อยๆหันไปมองภคพงษ์ที่ยืนเกาะประตูมองมาด้วยความสับสน สงสัย และ
ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
รัชนีมองหน้าภคพงษ์อยู่หนึ่งอึดใจแล้วก็ตัดสินใจเชิดหน้าขึ้นและไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว รัชนีหันหลังให้กับภคพงษ์อย่างตัดใจ
ภคพงษ์ตะโกนออกมาด้วยสัญชาตญาณ ถึงไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขารู้ว่าแม่กำลังจะทอดทิ้งเขาไป
“คุณแม่ !”
รัชนีรีบก้าวเท้าเดินออกไปอย่างเร็ว พรตถึงกับทรุดนั่งลงที่พื้นอย่างหมดสภาพ สายใจน้ำตาไหลด้วยความสงสาร
ภคพงษ์สะบัดตัวออกจากมือของสายใจและวิ่งตามรัชนีออกไปตามประสาเด็ก
“คุณแม่ !”
สายใจรีบเรียกไว้ด้วยความตกใจ
“คุณหนู ! คุณหนูกลับมาค่ะ คุณหนู”
สายใจร้องเสียงหลง และรีบวิ่งตามไป พรตยังนั่งสิ้นหวังอยู่ที่เดิม
รถของรัชนีแล่นออกไป ภายในรถรัชนีนั่งเชิดพยายามจะไม่สนใจกับสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง ภคพงษ์วิ่งออกมาจากเรือนหลังเล็กด้วยความเสียใจ วิ่งไป เรียกไป ร้องไห้ไป
“คุณแม่ คุณแม่จะไปไหน คุณแม่ คุณแม่รอผมด้วย คุณแม่ คุณแม่คร้าบ คุณแม่”
รถของรัชนีแล่นห่างออกไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
“คุณแม่ คุณแม่ค้าบ คุณแม่”
สายใจรีบวิ่งตามภคพงษ์ด้วยความเป็นห่วง วิ่งไปก็ร้องไห้ไป
“คุณหนู คุณหนู กลับมาเถอะค่ะ คุณหนู”
ภคพงษ์วิ่งมาสะดุดก้อนหินแล้วก็ล้มลงอย่างน่าสงสาร
“โอ้ย !”
สายใจตกใจร้องเสียงดัง
“คุณหนู !”
สายใจรีบวิ่งไปหาภคพงษ์ที่นั่งน้ำตาไหลพราก มองดูรถของรัชนีที่แล่นห่างออกไปทุกที สายใจรีบวิ่งเข้ามากอดภคพงษ์ด้วยความรักและสงสารจับใจ
“โธ่คุณหนู คุณหนูของป้า”
ภคพงษ์นั่งร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของสายใจ แววตาของภคพงษ์เต็มไปด้วยเสียใจ และไม่เข้าใจ

เสียงเปียโนแสนเศร้าดังเข้ามา และตบท้ายด้วยเสียงกระแทกมือลงบนเปียโนดังกระหึ่ม ตึ่ง !

ภคพงษ์ดึงตัวเองกลับมา ไม่มีวี่แววของความไร้เดียงสา แววตามีความเศร้าลึกๆ แฝงไว้ด้วยความเกลียดชังบางอย่าง บางคราวแววตาแข็งกร้าวเมื่อคิดถึงอดีตที่ผ่านมา ความชิงชังทำให้เขาไม่อยากจะคิดถึงมัน ภคพงษ์ลุกขึ้นจากเปียโน ก่อนจะเดินไปปิดไฟและเดินออกไป ทิ้งอดีตทุกอย่างไว้ในห้องนี้

เปียโนตั้งอยู่กลางห้องอย่างเงียบเหงา
ภาพถ่ายเปียโนที่รสาถ่ายมาจากบ้านหลังเล็กปรากฏในจอคอมพิวเตอร์ รสายังคงวุ่นวายกับการออกแบบบ้านของภคพงษ์

รสาทำงานอย่างตั้งใจ ข้างๆเห็นคัพเค้กนอนหลับอย่างสบายใจ รสายังคงทำงานจนฟ้าเริ่มสว่าง แสงแดดส่องเข้ามา รสายังทำงานอยู่ จนได้เวลาทำงาน พนักงานคนอื่นเดินไปมา ชีวินเดินเข้ามาดู รสาก็ไม่คุยด้วย ยังคงทำงานต่อไป รสาทำ..ทำ..ทำ จนฟ้าเริ่มมืดอีกครั้ง รสาก็ยังทำงานเหมือนเดิม คัพเค้กก็ยังคงนอนอยู่เป็นเพื่อน
รสามุ่งมั่นกับการทำงานอย่างมาก หน้าจอคอมพ์ แบบบ้านใหม่ของภคพงษ์เริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด รสายังคงทำงานต่อ
ท้องฟ้าค่อยๆสว่างขึ้น...


เช้าวันใหม่ รสานอนฟุบอยู่ที่โต๊ะ พิทยา ชีวิน และคัพเค้กยืนล้อมอยู่ด้วยความเป็นห่วง
“พี่รสยังหายใจอยู่หรือเปล่าเนี่ย” คัพเค้กว่า
ชีวินเขย่าตัวรสาเบาๆ
“รส...รส...รสเป็นไงบ้าง”
รสางัวเงียตื่นขึ้น ปรือตาไปรอบๆ
“หือ...นี่มันกี่โมงแล้ว”
ชีวินดูนาฬิกาแล้วบอก
“เกือบสิบโมง”
“เกือบสิบโมง” รสาเสียงงัวเงียก่อนหันไปทางคัพเค้กถาม
“แล้วพี่พิทนัดคุณภคพงษ์ไว้กี่โมง”
“สิบเอ็ดโมง”
รสาตาสว่างโพลงร้องลั่นทันที
“หะ !!! สิบเอ็ดโมงแย่แล้ว! รสไปอาบน้ำก่อนนะ”
รสาพูดจบก็รีบวิ่งพุ่งออกไปอย่างเร็ว แล้วก็วิ่งกลับมาคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าที่วางไว้ติดไปด้วย รสาวิ่งฉิวไปที่
ห้องน้ำทันที ชีวินมองตามนิดๆ แล้วก็หันกลับมาดูที่งานรสา ที่เปิดค้างไว้
“รสทำเสร็จจริงๆด้วย...สุดยอดเลย”
ชีวินยิ้มด้วยความชื่นชม


พิทยาเดินเข้ามาในออฟฟิศแล้วมองไปรอบๆ
“ยัยรสหายไปไหน อย่าบอกนะว่าทำงานไม่เสร็จ เลยหนีไป ไม่กล้าอยู่สู้หน้าฉัน”
ชีวินนั่งทำงานอยู่ ไสเก้าอี้ล้อเลื่อนมาหาพิทยา
“รสอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ครับ ส่วนงานเสร็จเรียบร้อยดี”
“ประเสริฐที่สุดๆ ! เห็นมั้ยจริงๆแล้วเราทุกคนมีศักยภาพ แต่ไม่ยอมนำมาใช้ ดูสิ..ทำเป็นบ่นว่าไม่ทันๆๆ แล้วไง..สองวัน เสร็จ! เลิศ”
ชีวินได้แต่ยิ้มแหะๆ ว่าไงว่าตามกัน พิทยานึกได้
“คัพเค้ก” พิทยาร้องเรียก
“ขา...”
พิทยาหันไปเห็นคัพเค้กอยู่ในชุดจัดเต็มเหมือนเดิมแล้วส่ายหน้า
“เฮ่อ..ฉันเห็นหน้าหล่อนทีไร รู้สึกว่ามันไม่เข้ากับชื่อหล่อนทุกที”
“หน้าคัพเค้กคงสวยเกินชื่อ..ต้องขอโทษด้วย ไม่ตั้งใจจริงๆ”
พิทยากับชีวินถึงกับอึ้งไปกับความมั่นใจของคัพเค้ก
“สรุปว่า..บอสเรียกคัพเค้กมีอะไรคะ”
“ไปดูสิว่ายัยรสแต่งตัวเรียบร้อยหรือยัง จะได้รีบไป”
“ค่ะ...”
ทันใดนั้นเสียงรสาก็ดังขึ้น
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
รสาวิ่งออกมาในชุดทำงานทะมัดทะแมง ดูเท่ๆ เก๋ๆ แต่ก็แอบหวานนิดๆ ทุกคนหันมาทางรสา ชีวินเป็นคนแรกที่พูดขึ้น
“แต่งตัวดูดีไปหรือเปล่า”
รสาขมวดคิ้วแปลกใจ คัพเค้กมองเหล่ๆ พิทยาหันขวับมาตอกด้วยความปากไว
“มันใช่เวลาจะมาหึงมาหวงมั้ยเนี่ย ไร้สาระจริงๆ ไปทำงานได้แล้ว รสจัดของ พี่จะไปรอที่รถ”
พิทยาหันมาทางชีวินที่มองรสาตาละห้อยแล้วตลาดเสียงดัง
“ไปทำงาน”
รสารีบพุ่งไปจัดการเก็บของ ก่อนหันไปบอกชีวิน
“วินรสไปก่อนนะ”
“โชคดีนะรสขอให้ลูกค้าชอบงาน แต่ไม่ชอบรสนะ” ชีวินบอก
รสาหัวเราะส่ายหน้าเบาๆ แล้วก็เดินตามพิทยาไป
 
ชีวินมองตามอย่างเศร้าๆ แอบหวั่นใจอยู่ลึกๆ
ภายในเรือนหลังใหญ่ของบ้านเถลิงยศ รสานั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกกับพิทยา มีเผด็จนั่งอยู่ไม่ห่างออกไป รสาแอบบ่นๆ

“จะสายอีกมั้ยเนี่ย”
รสาพูดจบ เผด็จก็พูดขึ้น
“คุณภัคมาแล้วครับ”
รสาชะงักนิดๆ ภคพงษ์เดินเข้ามาอย่างเท่ พิทยายิ้มรับทันที
“สวัสดีครับคุณภัค”
“สวัสดีครับ งานเรียบร้อยมั้ยครับ” ภคพงษ์ตอบอย่างสุภาพ
“เรียบร้อยครับ รสเค้าทำแบบไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยนะครับ”
ภคพงษ์ปรายตามาทางรสา รสามองกลับ ต่างคนต่างไม่พูดจนเผด็จต้องพูดขึ้น
“ผมว่าเราเริ่มดูแบบกันเลยดีมั้ยครับ”
พิทยารีบสนับสนุนทันทีก่อนพูดเสียงเบากับรสา
“ดีครับดี รส..ลุย”
รสาพยักหน้ารับตัดไป


ไอแพดของรสาถูกเปิดขึ้น ภาพบ้านสามมิติแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างและแบบบ้านเก่ากับแบบบ้านใหม่ รสาอธิบายแบบที่ทำขึ้น
“จากที่ดิฉันได้ถามคุณภคพงษ์ถึงเหตุผลในการตกแต่งบ้านหลังนี้ เพราะต้องการจะทำให้บ้านกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ดิฉันจึงคงลักษณะบ้านแบบเดิมไว้ให้มากที่สุด เน้นไปที่การซ่อมแซม ทำนุบำรุง และจัดพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะสม”
รสาเปิดโชว์ภาพให้เห็นทีละห้อง
“เริ่มจากห้องโถงกลางบ้านที่มีแกรนด์เปียโนวางอยู่ ... ดิฉันจะเปลี่ยนสีห้องให้ดูอบอุ่นและสบายตาขึ้น”
ในไอแพด ภาพผนังห้องถูกเปลี่ยนเป็นสีใหม่
“...เพิ่มหน้าต่าง และกระจก และติดม่านโปร่งเพื่อให้มองเห็นวิวจากสวนด้านนอก”
รสาเปิดภาพไปอธิบายไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้บ่งบอกถึงความกระตือรือร้นใดๆทั้งสิ้น เผด็จตั้งใจฟังด้วยความสนใจ ภคพงษ์ฟังด้วยสีหน้าราบเรียบ ไม่บ่งบอกถึงความรู้สึกใดๆ รสาปรายตามามองหน้าภคพงษ์แล้วก็เซ็ง ยิ่งอธิบายอย่างเบื่อๆ หนักขึ้นไปอีก
“ส่วนทางเดินที่เป็นไม้เดิมผุเกือบหมดดิฉันจะเปลี่ยนเป็นวัสดุเลียนแบบไม้ ..อาจจะไม่สวยเท่าไม้แต่ทนทาน และราคาถูกกว่า”
รสาพูดอธิบายไปเรื่อยๆ ภคพงษ์ฟังไปเรื่อยๆ ใบหน้านิ่งๆ เบื่อๆ พิทยาฟังรสาแล้วก็เห็นด้วย แต่พอหันมาดูหน้าภคพงษ์แล้วก็หวั่นใจ เผด็จฟังอย่างตั้งใจอย่างสุดๆมากกว่าภคพงษ์หลายเท่า รสายังคงพูดต่อไป ภาพในไอแพดก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ภคพงษ์ฟังแล้วก็หาว...
รสาชะงักชักสีหน้า พิทยาหน้าเสียแล้วก็หันมาทางรสามองให้กำลังใจ รสาพยายามรวบรวมจิตใจและพูดต่อไป ภคพงษ์ฟังแล้วก็ไม่ค่อยสนใจ ทำหน้าเบื่อๆ ตลอดเวลา รสาพรีเซนต์ไปด้วยอาการสุดแสนเซ็ง


รสาวางไอแพดที่เป็นภาพบางส่วนของบ้านที่ออกแบบใหม่แล้วไว้บนโต๊ะ
“นี่เป็นภาพจำลองของบ้านหลังจากตกแต่งเสร็จแล้วค่ะ”
เผด็จหยิบมาให้ภคพงษ์ดู
“นี่ครับคุณภัค”
ภคพงษ์แค่ปรายตามาดูแต่ไม่รับแล้วบอก
“ก็พอใช้ได้...แต่ดูเหมือนคนออกแบบไม่แยกแยะเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัว”
รสาชะงักกึกทันทีแล้วถาม
“คุณหมายความว่ายังไงคะ”
พิทยาสะกิดเตือน “รส...”
“เพราะคุณไม่อยากทำงานกับผม คุณเลยพูดเหมือนโดนบังคับให้พูด”
“คุณก็ฟังเหมือนโดนบังคับให้ฟัง”
“ก็เพราะคนพูดยังไม่ตั้งใจพูด แล้วทำไมผมจะต้องตั้งใจฟัง”
รสากัดฟันกรอดแล้วก็ทนไม่ได้
“ถ้าคุณคิดว่าการไม่แยกแยะของดิฉันจะเป็นปัญหา .. ดิฉันพร้อมจะพิจารณาตัวเอง และขอไม่รับงานนี้”
“รส...” พิทยาเรียก สีหน้าวางตัวไม่ถูก
ภคพงษ์มองหน้ารสาที่พูดต่ออย่างหนักแน่น
“และถ้าคุณสามารถแยกแยะเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัวได้ กรุณาพิจารณาจากงานของดิฉัน และตัดสินว่าจะจ้างดิฉันทำงานต่อไปหรือเปล่า ดิฉันขอออกไปรอข้างนอกนะคะ ขอโทษค่ะ”
รสาลุกขึ้นและเดินออกไป ภคพงษ์มองตาม.... คิดในใจว่า ผู้หญิงคนนี้ช่างยะโส
พิทยาหน้าเสีย เรียก
“รส...”
พิทยาหันมาทางภคพงษ์พร้อมกับยิ้มแห้งๆ
“คุณภคพงษ์ก็ลองพิจารณางานดูก่อนนะครับ ส่วนเรื่องคน เดี๋ยวพิทไปจัดการเอง”
พิทยาลุกขึ้นอย่างสุภาพและรีบเดินตามรสาไป เผด็จมองตามพิทยาไปแล้วก็หันมาถามภคพงษ์
“คุณภัคลองดูอีกทีดีมั้ยครับ”

เผด็จส่งไอแพดให้ภคพงษ์ดูอีกรอบ ภคพงษ์ปรายตามามอง..แล้วรับมาดู เผด็จมองลุ้นอยู่
ตะวันทอแสง ตอนที่ 2 (ต่อ)

รสาเดินบ่นออกมาที่หน้าบ้าน

“ทำงานไม่ได้หลับไม่ได้นอนสองวัน ยังไม่เหนื่อยเท่ากับมาคุยกับคนแบบนี้แค่ไม่กี่นาที”
รสาถอนหายใจเฮือกใหญ่! ...เฮ่อ...
พิทยาเดินตามมาเรียก “รส..ยัยรส”
รสาหันมาแล้วก็ยกมือไหว้พิทยาที่บ้าจี้รับไหว้เหมือนกัน
“ สวัสดีจ้ะ เฮ้ย... นี่เธอมายกมือไหว้ฉันทำไม”
“รสขอโทษที่พูดแบบนั้นออกไป แต่..มันเหลือทนจริงๆค่ะ” รสาบอก
“เฮ่อ..จริงๆ ก็โกรธอ่ะนะ แต่มันเป็นความโกรธบนความเข้าใจ ถ้าพี่เป็นคนพรีเซนต์เห็นลูกค้านั่งฟังไป หาวไป บางทีพี่อาจจะปรี๊สส! ยิ่งกว่ารสก็ได้”
รสายิ้มนิดๆ .. พิทยาปลอบใจ
“รสทำดีที่สุดแล้ว .. งานที่ออกแบบมาทั้งสวย ทั้งได้ประโยชน์ใช้สอย และที่สำคัญช่วยเค้าประหยัดไปตั้งเยอะ ก็อย่างที่รสว่า..ให้คุณภัคพิจารณาที่งานก็แล้วกัน ถ้าได้ก็ดี...แต่ถ้าไม่ได้....เราก็แค่หางานใหม่”
รสาฟังแล้วก็แอบหวั่นๆใจบอกไม่ถูกว่าอยากจะให้เค้าชอบหรือไม่ชอบงานของตัวเอง ทั้งที่ไม่อยากได้งาน
นี้ แต่รสาก็ยังแอบลุ้นๆอยู่ในใจ

ภคพงษ์เปิดดูภาพแบบที่รสาทำไว้ในไอแพด เปิดดูอย่างพิจารณาทีละภาพ..ทีละภาพ เผด็จนั่งลุ้นอยู่ข้างๆ

รสากับพิทยานั่งรอฟังผลอยู่ที่หน้าบ้านซึ่งเป็นมุมรับแขกเล็กๆ รสาลุ้นเงียบ แต่พิทยามีอาการลุ้นที่แสดงออกมากกว่า ทันใดนั้น...เผด็จเดินออกมาหาด้วยสีหน้าเครียด ในมือถือไอแพดออกมาด้วย
พิทยาหันไปเห็นก่อน
“คุณเผด็จมาแล้ว”
รสาหันขวับไปดู ทั้งสองคนลุกขึ้น เผด็จสีหน้าเครียดมาหยุดยืนตรงหน้ารสาและส่งไอแพดคืนให้
“ผมต้องขอบคุณคุณรสามากนะครับ ที่เสียเวลาทำงานแบบไม่ได้หลับไม่ได้นอนจนได้งานชิ้นนี้ออกมา”
รสารับไอแพดมา เผด็จพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงนิ่งสลดปนอึกอักเล็กน้อย
“ผมต้องแสดงความเสียใจด้วยนะครับ ที่คุณภัค...”
รสากับพิทยาก้มหน้าพร้อมยอมรับความจริงที่งานนี้อาจจะไม่ผ่าน
“ชอบงานคุณรสามาก !”
รสาอึ้งยังก้มหน้าอยู่เหมือนเดิม แต่พิทยาเงยหน้าขวับ
“บอกให้คุณรสาทำตามแบบที่เสนอมาโดยไม่มีการแก้ไขเลยครับ”
รสาค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาแบบอึ้งๆ
“จริงเหรอครับ” พิทยาถามย้ำ
“ครับ... เสียใจด้วยนะครับคุณรส ผมรู้ว่าคุณอาจจะไม่สบายใจที่ต้องทำงานกับคุณภัค แต่คุณคงจะหนีไปไม่ได้แล้วล่ะครับ” เผด็จยิ้มอย่างดีใจ
“เอ่อ...ค่ะ”
เผด็จยิ้มแสดงความยินดี ขณะที่พิทยายิ้มดีใจอย่างแรง
“งั้นพิทจะรีบกลับไปร่างสัญญา และทำใบเสนอราคามาเลยนะครับ”
รสายังอึ้งอยู่ สัฯชาติญาณรู้สึกว่ามีคนมองมา รสาค่อยๆหันไปที่หน้าต่างบานใหญ่จากอีกฝั่งของตัวบ้าน เห็นภคพงษ์ยืนมองอยู่ พิทยากับเผด็จยังคุยกันอยู่
“ครับ..หลังจากสัญญาเรียบร้อย ผมจะจ่ายเงินก้อนแรกให้เลย”
“ด้วยความยินดีมากๆครับ”
รสากับภคพงษ์มองตากันหนึ่งอึดใจ ก่อนที่ภคพงษ์จะเดินเลี่ยงเข้าบ้านไป ปล่อยให้รสายืนมึนอยู่ที่เดิมด้วย
ความคิดไม่ถึง

ในเวลาเย็น พิทยา รสา ชีวิน คัพเค้ก และพนักงานอื่นๆ อีก 2-3 คนกำลังฉลองกันอยู่ในบริษัทลงหลักปักฐาน ขวดเชมเปญถูกเปิดออก ปรุ๊! ซ่า
“ฉลองให้กับงานใหม่ของเรา ไชโยโห่” พิทยาเริ่ม...
คัพเค้กและบรรดาเด็กๆลูกน้องรับหางเสียง “ฮิ้ววว...” กันอย่างสนุกสนาน
พิทยารินเชมเปญแจกทุกคน รสายืนร่วมวงอยู่ด้วยใบหน้าครุ่นคิดจนชีวินหันมาทัก
“รส..ไม่ดีใจเหรอ”
“เฮ่อ..มันก็ดีใจ แต่มันดีใจแบบ..ไม่สุดไงไม่รู้”
“คิดมาก...วินว่า การที่คุณภคพงษ์ยอมรับแบบของรสโดยไม่แก้แม้แต่นิดเดียว แสดงว่าเค้ายอมรับฝีมือรสในระดับหนึ่ง วินว่ามันน่าจะทำให้การทำงานง่ายขึ้น”
“แต่เราคิดว่า...ไม่น่าจะง่าย”
รสายังคงกังวลกับสิ่งที่ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าคืออะไร ?


เวลากลางวัน วันต่อมา ที่หน้าเรือนหลังเล็ก ปลี่ยนกำลังคุมคนงานทยอยขนของบางส่วนออกจากบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้ใช้ บางส่วนถูกยกใส่รถกะบะเล็ก บรรยากาศของการก่อสร้างเริ่มขึ้น


รสาอยู่ในชุดทะมัดทะแมงถือไอแพดและสมุดโน้ตหนึ่งเล่มเดินนั่ง วิศวกรวางงานระบบ 3 คนที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่
เริ่มจากในห้องโถง รสาเปิดภาพในไอแพดพร้อมอธิบาย
“ระบบไฟในบ้านต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เพราะชุดเดิมเก่ามาก รสขอเปลี่ยนเป็นระบบไฟหรี่ ปิดเปิดด้วยสวิตซ์สองทาง และมีแผงควบคุมกลางอยู่ที่หน้าบ้าน”
รสาเดินไปพูดไปอยู่ในบริเวณทางเดินในบ้านกับวิศวกรทั้ง 3 คนที่เดินตามและจดรายละเอียด
“ตอนที่ออกแบบระบบไฟ ลงสเปกเป็นหลอดประหยัดไฟทั้งหลังนะคะ”
รสาเปิดประตูห้องน้ำเข้ามา อธิบายพลางชี้
“ระบบประปาต้องเดินท่อน้ำใหม่ ท่อเดิมอยู่ผนังด้านนี้ สกัดและเปลี่ยนท่อใหม่ ส่วนระบบน้ำทิ้งจากเครื่องสุขภัณฑ์อยู่ที่พื้นไม่ต้องเปลี่ยนใช้จุดเดิม แต่เครื่องสุขภัณฑ์เปลี่ยนใหม่หมด รสจะเป็นคนเลือกเอง”
วิศวกรระบบประปาจดรายละเอียด
ภายในห้องจัดเลี้ยงอีกห้องหนึ่ง รสายืนอยู่กับวิศวกรชุดเดิม
“ส่วนระบบปรับอากาศต้องทำใหม่หมด รสเลือกใช้ระบบวีอาร์วีที่ทางบริษัทเสนอมาเพราะประหยัดไฟ แล้วก็ช่วยลดจำนวนคอนเดนซิง ไม่ทำลายความสวยงามของตัวบ้าน เดี๋ยวรสจะพาไปดูจุดที่จะวางคอนเด็นซิ่งนะคะ”

รสาเดินนำไปด้วยความทะมัดทะแมง วิศวกรเดินตามไป
นอกเรือนหลังเล็ก เผด็จเดินมาเห็นเปลี่ยนกับคนงานช่วยกันยกเฟอร์นิเจอร์บางส่วนขึ้นรถกะบะ เปลี่ยนเดินมาถามเผด็จ

“คุณเผด็จจะให้ผมเอาของพวกนี้ไปไว้ที่ไหนครับ”
เผด็จคิดนิดนึงแล้วบอก
“เอาไปไว้ที่โรงเก็บของบ้านใหญ่ก่อน แล้วฉันจะถามคุณภัคอีกทีว่าจะเอาไปไว้ไหน”
“ครับ”
เปลี่ยนรับคำและรีบเดินไปที่รถกะบะ ขึ้นรถ และขับออกไป ในขณะที่เผด็จเดินเข้าไปในบ้าน


รสากำลังคุยกับวิศวกรที่ห้องโถง
“รสขอดูแบบแปลนของงานระบบทั้งหมดภายในอาทิตย์นี้นะคะ เพราะเจ้าของบ้านเร่งมาก”
“ครับ”
วิศวกรรับคำแล้วก็เดินออกไป เผด็จเดินสวนเข้ามา
“คุณรสาเริ่มงานวันแรกเป็นยังไงบ้างครับ”
“ยังไม่มีอะไรมากค่ะ รสให้วิศวกรงานระบบมารับงานเพื่อนำไปออกแบบ”
“เหนื่อยหน่อยนะครับ คุณรส”
“เหนื่อยงานไม่กลัวหรอกค่ะ”
“กลัวเหนื่อยคนใช่มั้ยครับ”
รสายิ้มนิดๆ แทนคำตอบ

ในเวลาต่อมา รถของพักตร์วิมลแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านเถลิงยศราวกับเป็นเจ้าของบ้าน ก่อนที่จะเดินลงมาจากรถและเดินเข้าบ้าน พักตร์วิมลเพ่งมองไปที่โรงเก็บของด้วยความอยากรู้
รถกะบะกำลังขนของลงไปเก็บในห้องเก็บของ เปลี่ยนช่วยคนงานยก มีปุยนุ่นคอยยืนสาระแนอยู่ข้างๆ พักตร์วิมลเดินจิกเข้ามาแสดงความเป็นเจ้าของบ้าน แต่พอเปิดปากพูด ก็ทำเป็นเสียงว้าน..หวาน ราวกับเป็นนางเอก
“ทำอะไรกันเหรอจ๊ะ”
ปุยนุ่น เปลี่ยน และคนงานหันไปตามเสียง ปุยนุ่นยิ้มกว้างแล้ว รีบเข้าไปสาระแน ประจบสอพลอ
“คุณพักตร์วิมล ! คุณแพตมาถึงนานหรือยังคะ ดื่มน้ำอะไรดีคะ เดี๋ยวปุยนุ่นไปเอามาให้ค่ะ”
“ไม่เป็นไรจ้ะ แพตไม่อยากดื่ม แต่แพตอยากรู้ว่าทำอะไรกัน แล้วเฟอร์นิเจอร์พวกนี้มาจากไหน”
พักตร์วิมลตีหน้าเป็นนางเอกแสนดีใส่อย่างแนบเนียน และนุ่มนวล

รถของพักตร์วิมลมาจอดเทียบที่เรือนหลังเล็ก ก่อนลงจากรถ เชิดหน้าแสดงความเป็นเจ้าของ นางเอกสาวมองเข้าไปในบ้านด้วยความฮึกเหิมบางอย่าง

สายใจกำลังยกผลไม้ลอยแก้วใส่โหลสวยหรูมาวางไว้บนโต๊ะอาหาร เปลี่ยนกับปุยนุ่น วิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาในบ้าน
“ป้า...ป้า...เกิดเรื่องแล้ว”
สายใจยกมือห้ามบอก
“ยังไม่ต้องเล่า ชั้นกำลังเตรียมของว่างให้คุณหนู นังปุยนุ่นไปเรียนคุณหนูว่าของว่างเรียบร้อยแล้ว”
“นังปุยอย่าเพิ่งไป เดี๋ยวสิป้า..ฟังฉันก่อน แป๊บเดียว”
สายใจหันมาเอ็ด
“ไอ้เปลี่ยน เอ็งเป็นอะไรของเอ็ง ไหนว่ามาสิ มีเรื่องอะไร ถ้าไม่สำคัญเอ็งโดนแน่”
“ก็..นังปุยนุ่นน่ะสิดันไปบอกคุณแพตว่า คุณภัคกำลังซ่อมแซมเรือนหลังเล็ก เค้าก็เลยรีบขับรถไปดู ฉันก็กลัวว่าถ้าไปเจอคุณรสา แล้วเห็นว่า คนมาทำบ้านให้คุณภัคเป็นผู้หญิงแถมยังสวยอีก มีหวังอาละวาดเละแน่”
“นังปุยนุ่น แล้วเอ็งไปบอกเค้าทำไมหะ”
ปุยนุ่นหน้าจ๋อยๆ
“ฉันลืมตัวอ่ะ..เห็นดาราแล้วมันหน้ามืด ใจสั่น เค้าถามอะไรก็บอกหมด แต่คุณเผด็จอยู่กับคุณรสาไม่ใช่เหรอคะ คุณเผด็จคงจะช่วยคุณรสาได้”
ทันใดนั้นเสียงเผด็จก็ดังเข้ามา
“นินทาอะไรฉันหะ”
ทั้งสามคนหันไป เผด็จเดินยิ้มเข้ามา
“คุณเผด็จ !” ทั้งสามคนร้องเรียกขึ้นพร้อมกัน


พักตร์วิมลเดินเข้ามาในเรือนหลังเล็กพร้อมกับกวาดสายไปรอบๆบ้าน ด้วยความชอบ เก่าแต่ก็ยังสวย พักตร์
วิมลเดินเข้ามาเรื่อยๆ จนมาถึงที่บริเวณโถง พักตร์วิมลได้ยินเสียงกึกกักๆ เหมือนมีคนเดิน หันขวับไปแล้วก็
ขมวดคิ้ว
พักตร์วิมลเห็นรสากำลังยืนสำรวจพื้นที่เพิ่มเติม รสาดูสวย เก๋ ฉลาดกว่ามาก พักตร์วิมลเห็นแล้วก็ไม่พอใจ ตวาดเสียงดัง
“เธอเป็นใคร เข้ามาที่นี่ได้ยังไง”
รสาสะดุ้งนิดๆ เงยหน้าขึ้นเห็นพักตร์วิมลยืนสวยจิกอยู่ข้างหน้า สองคนมองหน้ากัน
รสาจำได้ทันที ...พักตร์วิมลเคยนั่งกินข้าวกับภคพงษ์ ตอนที่เจอกันครั้งแรก

เผด็จหน้าเครียดเล็กน้อยขึ้นมาทันทีแล้วถาม
“แล้วนี่คุณพักตร์วิมลไปนานหรือยัง”
ปุยนุ่นยืนอึกอักๆ สายใจตอบแทน
“ไม่นานค่ะ อาจจะสวนกับคุณเผด็จเมื่อกี้ก็ได้ค่ะ”
เผด็จคิด สายใจแสดงความเห็นอย่างสุภาพ
“ป้าว่าคุณเผด็จไปดูสักหน่อยดีกว่านะคะ ก่อนที่มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่”
ทันใดนั้นเสียงภคพงษ์ก็ดังขึ้น

“เรื่องใหญ่อะไร”
ภายในเรือนหลังเล็ก พักตร์วิมลจิก วีนใส่รสา

“ฉันถามว่าเธอเป็นใคร ไม่ได้ยินหรือไง”
รสาตั้งหลักระงับอารมณ์เซ็ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“ฉันเป็นมัณฑนากร”
“หน้าอย่างเธอเนี่ยนะ มัณฑนากร”
“หน้าอย่างฉันนี่ล่ะค่ะ ถ้าคุณไม่เชื่อสอบถามไปที่บริษัทฉันได้ ฉันไปทำงานก่อนนะคะ”
“เดี๋ยว ! ในเมื่อเธอเป็นมัณฑนากร ฉันขอดูแบบบ้านหลังนี้หน่อย หน้าตาเหมือนเพิ่งจบออกแบบมั่วหรือเปล่าก็ไม่รู้”
รสาชักสีหน้านิดๆด้วย
กำลังโหลดความคิดเห็น...