xs
xsm
sm
md
lg

พริกกับเกลือ ตอนที่ 15

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


พริกกับเกลือ ตอนที่ 15

ยุพานอนอยู่บนเตียงในบ้านยอดชาย มีสายน้ำเกลือระโยงระยาง เครื่องวัดระดับชีพจรและหัวใจ ศยามนั่งเฝ้าอยู่ ยอดชายเดินพาจิตรวรรณเข้ามา ศยามเห็นจิตรวรรณแล้วยิ้มดีใจ...จิตรวรรณรีบเข้ามาหาศยาม ด้วยความเป็นห่วง

“เป็นไงบ้าง นายบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
“ปลอดภัยดี”
จิตรวรรณสวมกอดศยามอย่างดีใจและโล่งใจ ยอดชายต้องเบือนหน้าหนี เพราะเขินแทน ศยามเตือนๆ
“คุณจี๊ด...”
จิตรวรรณยังกอดอยู่
“อะไร! อย่าเพิ่งขัดได้มั้ย ฉันคิดถึงนายนี่”
“เกรงใจคุณยอด”
“เพื่อนกัน ไม่ต้องเกรงใจหรอก”
ยอดชายเซ็ง
“เอ๊า! งั้น...ผมเกรงใจเองก็ได้ ไปรอข้างนอกนะ”
จิตรวรรณยิ้มให้
“ขอบใจนะ”
ยอดชายเดินออกไปเลย...ศยามขำจิตรวรรณ อดหัวเราะออกมาเบาๆไม่ได้
“ขำอะไร ไม่ขำนะ ฉันซีเรียส อยู่เฉยๆให้ฉันกอด ยืนนิ่งๆ”
“โอเค...”
จิตรวรรณกอดศยามแล้วเปรยเบาๆ
“ถ้านายเป็นอะไรไป...ฉันจะทำยังไง”
ศยามกอดตอบ
“ผมจะไม่ยอมเป็นอะไรหรอก สบายใจเถอะ”
จิตรวรรณยิ้มอบอุ่น กอดเขาแน่นเข้าไปอีก ชายหนุ่มกอดกระชับยิ้มอย่างมีความสุข ครู่หนึ่งจิตรวรรณก็ผละออก
“หมดเวลา!”
ศยามหน้าเหวอ
“อ้าว...เดี๋ยวสิ...ไม่ถามผมก่อนเหรอ ว่าอยากให้หมดเวลาหรือเปล่า”
“ฉันเป็นคนเริ่ม ฉันก็ต้องเป็นคนจบเอง...” จิตรวรรณเขินๆ “เปลี่ยนเรื่อง...เจ๊ยุพาเป็นไงบ้าง”
“ขอเวลาจูนตัวเองให้เข้ากับโหมดคุณก่อนนะ...โอเค...พร้อมจะฟังหรือยัง”
ศยามมองตาจิตรวรรณลึกซึ้ง...จนหญิงสาวเขินอายหลบตา
“พร้อม...”
“พร้อมก็มองหน้าผมสิ มองอย่างอื่น ผมถือว่าไม่พร้อม”
จิตรวรรณยังมองอย่างอื่น
“ฉันพร้อม...อย่าแกล้งได้ป่ะ”
ศยามจ้องไม่วางตาชอบใจที่ได้แกล้งจิตรวรรณ
“ไม่แกล้งแล้ว มานี่มา”
ศยามจูงจิตรวรรณให้มานั่งข้างเตียงยุพา

ยอดชายเดินมานั่งนอกห้อง นึกขำจิตรวรรณ
“ยัยจี๊ดเอ๊ย...คิดอะไรยังไงไม่เคยเก็บ...แสดงออกตลอด”
แล้วยอดชายก็ซึม คิดถึงศุวิมล
“แต่คนบางคน ให้เราแสดงออกให้ตาย เขาก็คง...ไม่อยากจะเก็บไปคิด”
ขณะเดียวกันนั้นเสียงศุวิมลดังขึ้น
“คนบางคน หมายถึงใคร”
ศุวิมลปรากฏตัวข้างหลัง ยอดชายยังไม่รู้ตัวว่าศุวิมลมา
“แค่คิดถึง เสียงก็ลอยมา นอกจากเพี้ยนแล้วยังเฮี้ยนอีกต่างหาก”
“ไม่ได้มาแค่เสียงนะ มาทั้งตัวให้เห็น แบบเป็นๆ”
ศุวิมลเข้ามาหา ยอดชายตกใจ
“เฮ้ย! คุณศุ”
ศุวิมลมองยอดชายอย่างเอาเรื่อง แต่ยอดชายเศร้าอย่างเห็นได้ชัด

ยุพานอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง ศยามหันมาบอกกับจิตรวรรณ
“หมอผ่าตัดเอากระสุนออกเรียบร้อย...อาการพ้นขั้นโคม่า แต่ถ้านายเทวัญรู้ว่าเจ๊ยุพาอยู่ที่โรงพยาบาล จะไม่ปลอดภัย...เลยขอตัวมารักษาต่อที่บ้านสวนคุณยอด...ซึ่งนายเทวัญไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน”
“ฉันและทุกคนทำตามที่นายบอก...ทุกคนทำเหมือนไม่รู้เรื่องเจ๊ยุพา”
“คุณต้องระวังตัวให้ดี และต้องไม่มาที่นี่อีก เพราะนายเทวัญต้องมั่นใจแน่ๆว่าทางคุณอาจจะรู้เรื่องอะไรไม่มากก็น้อย”
“ฉันให้ใจดีตามประกบเขาทุกฝีก้าว ไม่ต้องห่วง เขาเคลื่อนไหวยังไง ฉันรู้เรื่อง ทุกอย่างแน่”
ศยามพยักหน้ารับรู้
“น่าสงสารเจ๊ยุพา...ต้องมาเจ็บตัวกับเรื่องนี้”
“ใครที่พลาดเข้าไปเกี่ยวข้องกับนายเทวัญ...ชีวิตหลังจากนั้น...ไม่พบกับหายนะก็หาความสุขสงบไม่ได้เลย”
“ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น”
“จนกว่าจะหาทางหยุดนายเทวัญได้”
“ซึ่งก็ต้องรอให้เจ๊ยุพาฟื้นขึ้นมามีสติ เพื่อเปิดเผยเรื่องราวทุกอย่าง”
“ใช่ ซึ่งคงอีกไม่นาน”
“ฉันภาวนา ขอให้เจ๊ยุพาปลอดภัย อย่ามีอันเป็นไปเหมือนอย่างนายด้วงอีก”
จิตรวรรณมองยุพาอย่างเห็นใจ ศยามบีบมือจิตรวรรณเอาไว้ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

ศุวิมลเข้ามาคาดคั้นยอดชาย
“ใช่! ถามหน่อย เป็นอะไร ทำไมโทรไปก็ไม่รับ แถมไม่โทรกลับ มีปัญหาอะไร”
“อะไรเอ่ย”
ศุวิมลจ้องหน้า
“ไม่ขำ”
“ไม่มีปัญหาอะไรนี่ครับ”
“ไม่เชื่อ!”
“เอ๊า...ไม่เชื่อก็ตามใจ”
“ทำเป็นเล่นตัว ภูมิใจมากนักเหรอให้ผู้หญิงมาตามง้อน่ะ”
“คุณมาง้อผมเหรอ”
“ขอโทษ ฉันใช้คำผิด ฉันไม่ได้มาง้อ แต่ฉันไม่ชอบอยู่แบบสงสัยหรือค้างคาใจ คุณเป็นอะไรของคุณกันแน่!”
“ผมอยู่ตรงไหนในใจของคุณครับ คุณศุ”

ศุวิมลอึ้ง

 
ศุวิมลเดินหนียอดชายมาในสวน หญิงสาวรู้สึกเขินหน้าแดง ไม่กล้าที่จะพูดความจริง ยอดชายเดินตามมา

“พอผมพูดความจริง คุณก็หนี พอผมหนี คุณก็ไล่ล่าผมให้ผมพูดความจริง”
“ต้องให้พูดอะไร พูดยังไงอีก หา! ไม่เข้าใจผู้หญิงเลยใช่มั้ย”
“ไม่เข้าใจและเหนื่อยมาก”
“ถ้าเหนื่อยนัก ก็ไม่ต้องตาม หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ ฉันเองก็เหนื่อยกับคุณมาก แล้วเหมือนกัน”
ยอดชายงงๆ
“เหนื่อยกับผม”
“ใช่! ตั้งแต่เรารู้จักกันมา ไม่เคยมีสักวันที่ฉันจะสบายใจเรื่องคุณ ไม่เรื่องนั้น ก็เรื่องนี้ ทำให้ฉันเป็นห่วงได้ทุกเรื่อง”
ยอดชายจ้องหน้า
“ตกลงผมอยู่ตรงไหนในหัวใจของคุณ”
ศุวิมลอึ้งไปอีก ยอดชายน้อยใจ
“เพราะไม่มีที่ให้ผมอยู่ในนั้น อย่างดีก็คงแค่ให้เกาะอยู่ขอบๆ เผื่อพลาดจากผู้ชายคนอื่นๆ จะได้เกี่ยวผมขึ้นมาใช่มั้ย”
ศุวิมลโกรธ ตบหน้ายอดชาย
“อย่ามาดูถูกฉันนะ!”
ยอดชายอึ้งไปเลย ขณะเดียวกันศยามกับจิตรวรรณออกมาเห็นยอดชายถูกศุวิมลตบหน้าพอดี ศุวิมลวิ่งหนีไป เสียใจกับคำพูดของยอดชายมาก จิตรวรรณเดินมาหายอดชาย ศยามตามศุวิมลไป
“ยอด...”
“ไม่เป็นไรจี๊ด ยอดชินแล้ว ยอดคงเกิดมาเพื่อที่จะอยู่คนเดียว ก็ขอให้ยอดอยู่คนเดียวเถอะ”
ยอดชายเดินหนีไป จิตรวรรณรู้สึกสงสารเพื่อน

ศุวิมลเดินเร่งรีบมาน้ำตาไหลพรากๆ ศยามรีบตามมารั้งแขนเธอเอาไว้
“ศุ...”
“ปล่อยศุเถอะพี่ดิ่ง ศุอยากอยู่คนเดียว”
“ศุอยู่คนเดียวมานานพอแล้ว ถึงเวลาที่ศุควรจะมองหาใครอีกคนมาร่วมแบ่งปันทุกอย่างในชีวิต”
“คิดว่าศุไม่อยากมีเหรอ ศุพยายามแล้ว แต่พี่ดิ่งก็เห็น เขาคิดกับศุในแง่ลบขนาดนั้นได้ยังไง ศุรับไม่ได้”
“ก็ศุไม่ได้ทำให้เขาเข้าใจว่าศุคิดยังไงกับเขา”
“ต้องให้บอกทุกเรื่องเลยหรือไง”
“กับลูกศิษย์ ศุมีความอดทนอธิบายทุกอย่างให้เขาเข้าใจในสิ่งที่ศุต้องการสื่อสาร แต่กับคนที่ศุรัก ทำไมถึงได้อดทนน้อยนัก”
ศุวิมลอึ้ง
“คุณยอดชายแค่ต้องการความมั่นใจจากศุ เพราะเขาไม่อยากถลำลึกไปกว่านี้...เขาเคยเจ็บมา เขาย่อมระวังกับความรักครั้งใหม่มากขึ้นเป็นธรรมดา”
“เขาไม่ได้ระวัง แต่เขากลัว ศุต้องการผู้ชายที่กล้าหาญ ไม่ใช่คนที่ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ออกตัววิ่งแข่ง”
“ไปบอกเขาสิ ไม่ใช่พี่”
“ไม่บอก!”
“ทำไมล่ะ”
“ลูกศิษย์ของศุยังอ่อนต่อโลกและด้อยประสบการณ์ จำเป็นที่ศุต้องอดทนสอนเขา แต่คุณยอด ไม่ใช่เด็ก ถ้าเขาทำให้ศุมั่นใจไม่ได้ว่า เขามีภาวะความเป็นผู้นำพอที่ศุจะวางหัวใจและชีวิตไว้กับเขาได้ ศุก็จะจบ เพราะศุจริงจังค่ะ ไม่ต้องการคบใครเล่นๆ แต่ก็ไม่อยากเสียเวลาด้วย ถ้ามันไม่ใช่”
ศยามถอนใจ
“เฮ้อ...”
ศุวิมลเดินออกไป อย่างใจแข็ง

ยอดชายนั่งซึมอยู่ จิตรวรรณยืนมองอยู่ไกลๆ อย่างเป็นห่วง ศยามเข้ามาหามองมาที่ยอดชาย
“น้องสาวผมใจแข็ง”
“ยอดเจองานหินซะแล้ว”
“แต่ใช่ว่าหินจะไม่มีวันสึกหรือกร่อน ถ้าคุณยอดอดทนและพยายาม”
“เว้นแต่ว่าเพื่อนฉัน...จะไม่อดทน และถอดใจ”
“ได้ไง...ผมไม่ยอมให้คุณยอดทำน้องสาวผมอกหักหรอกนะ”
“แล้วนายจะทำไง” จิตรวรรณถามอย่างแปลกใจ

ยอดชายยังนั่งซึม ศยามปราดเข้ามา จับตัวยอดชายลุกขึ้นยืน
“ทำอะไร คุณดิ่ง!”
“ผมไม่พอใจคุณ”
“เรื่องอะไร!”
“เรื่องน้องศุ”
“เรื่องคุณศุ ก็ไปคุยกับคุณศุสิ...มาคุยกับผมทำไม”
“ไม่อยากได้หัวใจของน้องสาวผมหรือไง”
“เขาไม่ได้อยากให้ผมนี่”
“เขาบอกเหรอ”
“ไม่ได้บอกออกมาตรงๆก็รู้”
“แล้วไอ้ที่คุณรู้ ถูกต้องหรือไง”
“ถูก”
“ถูกแล้วทำไมถูกตบ”
ยอดชายอึ้ง...จิตรวรรณเข้ามาสมทบกับศยาม
“เพราะผู้หญิงจะทนไม่ได้มากที่สุด ถ้าคนที่ตัวเองรัก พูดอะไรผิดหูทำให้เสียใจ แต่ถ้าไม่รัก ผู้หญิงจะไม่แคร์เลยว่าผู้ชายคนนั้นจะพูดอะไร”
“แต่คุณศุบอกกับยอดเอง...ว่ายอดเป็นตัวเลือก เขามีคนมาจีบตั้งเยอะ ยอดไม่ชอบเป็นตัวสำรอง”
ศยามกับจิตรวรรณโพล่งออกมาพร้อมกัน
“โอ๊ย! เชื่อได้ยังไง”
ยอดชายอึ้ง
“น้องสาวผมไม่ใช่คนอ่อนหวาน แถมปากร้าย ปากกับใจไม่ตรงกัน”
จิตรวรรณมองหน้าศยาม
“ซึ่งเหมือนพี่ชายเปี๊ยบ”
“ขอบคุณ...แต่ไม่ต้อง” ศยามหันไปพูดกับยอดชายต่อ
 “คุณต้องการความมั่นใจจากยัยศุ ยัยศุเองก็ต้องการความมั่นใจจากคุณเหมือนกัน...ว่าจะนำพาความรักและชีวิตคู่ไปได้ตลอดรอดฝั่ง”
 

 
จิตรวรรณมองหน้าเพื่อน

“ทำได้หรือเปล่ายอด”
ยอดชายคอตก ห่อเหี่ยวเหมือนเดิม
“ไม่รู้...ยังเจ็บที่แก้มอยู่เลย...ขอคิดก่อนได้มั้ย”
ศยามกับจิตรวรรณถอนใจ เป็นห่วงความสัมพันธ์ของยอดชายและศุวิมล

จิตรวรรณเดินควงศยามเดินมาหน้าบ้านยอดชาย
“ยังไม่อยากกลับเลย”
“ก็ยังไม่ต้องกลับ”
“ไม่กลับไม่ได้”
“ดีมาก...คุณควรจะกลับ”
“พูดหลอกล่อให้ฉันกลับใช่มั้ยเนี่ย”
“ใช่...เพราะคุณจะทำทุกอย่างตรงกันข้ามกับคำพูดของผมเสมอ”
“เบื่อ...คนรู้ทัน”
“หรืออยากให้ไปส่ง”
“ไปได้มั้ย”
“แล้วก็เข้าไปหลบอยู่ในห้องคนสวนอีกที โรแมนติกเป็นบ้า”
จิตรวรรณค้อน
“ไม่ต้องไปส่งแล้ว ฉันกลับเองก็ได้”
ศยามยิ้มขำ...เข้าไปจับมือของหญิงสาวไว้
“อย่าลืมนะ...ไม่ต้องมาที่นี่อีก”
“นายก็ต้องอย่าลืมส่งข่าวให้ฉันรู้ทุกวัน ฉันอยากได้ยินเสียงนาย วันละสามเวลาหลังอาหาร”
“คิดว่าเสียงผมเป็นยาหรือไง”
“ใช่...ยาที่ทำให้ฉันหายเครียด และมีความสุข”
“ผู้หญิงอะไร พูดจีบผู้ชาย”
“แค่บอกว่ารู้สึกยังไง ใครบอกจีบ ขี้ตู่”
“ผมรักคุณจัง”
“พูดแบบนี้ต่างหากที่เรียกว่าจีบ”
“ไม่ได้จีบ...เพราะจีบติดแล้ว”
จิตรวรรณเขิน
“บ้า...”
“ที่คุณหายมาแบบนี้...ไม่กลัวนายเทวัญจะตามมาหรือไง”
“ไม่กลัว”
ศยามประหลาดใจ
“ทำไมล่ะ”
ใจดีนั่งเครียดอยู่หน้าคอมพ์ เทวัญเข้ามา
“เสร็จหรือยัง”
“ยังเลยค่ะ”
“ให้ทำตั้งนานแล้วทำไมยังไม่เสร็จ”
“ก็มันเยอะนี่คะ ตั้งหลายโปรเจ็ก พี่เทวัญเพิ่งมาสั่งให้เตรียมเอกสารเมื่อเช้า ใจดีก็ต้องมาตรวจสอบความถูกต้องอีก มันจะทันได้ยังไงล่ะคะ เนี่ย...”
เทวัญตัดบท
“เลิกบ่น แล้วทำ เร็วๆ!”
“ค่ะๆๆๆๆ”
เทวัญจะเดินออกไป ใจดีแกล้งยั้งไว้
“พี่เทวัญจะไปไหนคะ”
“เรื่องของฉัน”
“แต่ใจดีใม่เข้าใจตรงนี้น่ะค่ะ”
เทวัญหงุดหงิด แต่ก็เดินมาหา
“ตรงไหน”
ใจดีชี้ที่หน้าคอมพ์
“เนี่ยน่ะค่ะ ง้งงง พี่เทวัญช่วยอธิบายให้หน่อยสิคะ ตกลงเราจะต้องใส่ตัวเลขที่คาดการณ์สำหรับปีหน้าด้วยหรือเปล่า แล้วตัวเลขมันเป็นยังไง เอามาจากไหน หรือว่า...”
“ไม่ต้องทำแล้ว”
“จะดีเหรอคะ”
“ฉันขี้เกียจอธิบาย”
เทวัญเดินหงุดหงิดจะเข้าห้อง ใจดีแอบยิ้ม รัตนาเดินเข้ามาหาเทวัญ
“คุณเทวัญคะ ท่านให้มาแจ้งว่า...ตอนเย็นช่วยไปประชุมโครงการจัดหารถให้ผู้บริหารของยูเอ็นกับท่านด้วยค่ะ”
“แล้วน้องจี๊ดล่ะ”
“คุณจี๊ดไปประชุมกับลักชัวรี่คาร์ค่ะ”
เทวัญแปลกใจ

“อะไรนะ!”
 

 
ค่ำนั้น เทวัญมาหาจิตรวรรณที่บ้าน สอบถามเรื่องที่เธอไปประชุมกับลักชัวรี่คาร์ทันที
“ใช่ค่ะ จี๊ดไปคุยกับลักชัวรี่คาร์ของคุณเศกมา”
“แล้วใครเป็นคนมาคุยกับน้องจี๊ด”
“คุณศยามค่ะ”
“ทำไมไม่ให้พี่ไปด้วย”
“ก็พี่ต้องไปกับคุณพ่อ แยกกันทำงานไม่ดีกว่าเหรอคะ”
“พี่ไม่ไว้ใจมัน”
“จี๊ดก็ไม่ไว้ใจค่ะ เลยต้องขอเป็นคนไปคุยเอง”
“คุยเรื่องอะไร”
“ขอให้ลักชัวรี่คาร์ปฏิเสธทางเยอรมัน...เพราะเราจะขอเป็นดีลเลอร์ให้กับเยอรมันเหมือนเดิม”
เทวัญอึ้ง...จิตรวรรณยิ้มกริ่ม
“โดยอธิบายให้ทางคุณศยามฟังว่า...เราถูกคนในทรยศหักหลัง โดยแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จให้กับทางเยอรมันถึงความไม่พร้อมของเรา...และทางคุณศยามยินดีที่จะพิจารณาข้อเสนอของจี๊ด”
เทวัญกำหมัดแน่น...
“จี๊ดรู้ค่ะว่าพี่เทวัญหึง...แต่พี่เทวัญต้องแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวนะคะ ว่ามันไม่เกี่ยวกัน”
“งั้นน้องจี๊ดต้องยืนยันกับพี่ว่า...จะไม่มีเรื่องฉาวโฉ่เกิดขึ้นเป็นอันขาด”
“รับรองค่ะ...สบายใจหรือยังคะ”
“ยัง...”
“แล้วต้องให้จี๊ดทำยังไงคะพี่เทวัญถึงจะสบายใจ เฮ้อ ทั้งๆที่จี๊ดทำเพื่ออนาคต ของเราแท้ๆเลยนะคะ จี๊ดไม่เก่ง ไม่ได้ทำให้พี่เทวัญภูมิใจเลยใช่ม้า”
“พี่ขอโทษ...จี๊ดของพี่เก่งมาก พี่ภูมิใจในตัวน้องจี๊ดมากนะคะ”
“งั้นเราไปปาร์ตี้กันนะ”
“พี่เหนื่อย อยากพักผ่อน วันนี้ทำงานเยอะเหลือเกิน ขอตัวนะคะ”
เทวัญเดินไปเลย จิตรวรรณมองตามเจ้าเล่ห์ หยิบมือถือขึ้นมาโทร
“ใจดี!”

ใจดีหนีบมือถือไว้ที่หู ค้นหาข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของเทวัญ
“ฉันกำลังหาจดหมายนั่นอยู่...ยังหาไม่เจอเลยแก”
รัตนาเดินเข้ามาเร่งใจดี
“คุณใจดีคะ เรียบร้อยหรือยังคะ”
“ยังไม่เจอเลยค่ะพี่”
“เดี๋ยวดิฉันไปยืนเฝ้าที่หน้าออฟฟิศต่อแล้วกันนะคะ ถ้ามีอะไรผิดปกติ จะรีบโทรมาบอก”
“ค่ะพี่”
รัตนารีบเดินออกไป ใจดีคุยสาย
“จี๊ด...เฮ้ย แบตหมด...เวรล่ะ!”
ใจดีวางมือถือลง...หาข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของเทวัญต่อไปอย่างเคร่งเครียดและกลัวถูกคนจับได้

จิตรวรรณกดวางสายมือถือ กดโทรหาใหม่โทรไม่ติด
“หรือว่า ใจดีมือถือแบตหมด...โอ๊ย แล้วฉันจะรู้เรื่องได้ยังไงล่ะเนี่ย”
จิตรวรรณร้อนใจ ตัดสินใจคว้ากระเป๋าวิ่งออกไปอีกรอบ

มารศรีนั่งซึมอยู่ เหม่อมองออกไปข้างนอก ศยามเข็นรถเข็นเศกเข้ามา เศกเห็นมารศรีนั่งซึมก็มองอย่างสะเทือนใจ...มารศรีหันมาเห็นศยามเมินเธอค่อยๆเข็นรถของเศกออกไปอย่างช้าๆ มารศรีมองเหมือนจะปลงตก

เศกลงนอนเรียบร้อย ศยามห่มผ้าให้ ป๊อดยืนอยู่ใกล้ๆ คอยบริการ
“พ่อพักผ่อนนะครับ”
เศกมองศยาม เต็มไปด้วยความสะเทือนใจ
“เรื่องมารศรี...ผมคิดว่าเขาน่าจะคิดได้”
เศกดูเบาใจลง
“ถ้ามารศรียอมกลับตัวกลับใจ...”
ป๊อดแย้งทันที
“โอ๊ย...ไม่มีทางหรอกพี่ดิ่ง! ป๊อดดูออก ผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางกลับใจได้”
ศยามดุใส่ป๊อด
“ยาก่อนนอนเตรียมหรือยัง”
ป๊อดจ๋อย
“ยังครับ”
ป๊อดรีบออกไป ศยามหันมาหาพ่อ
“ถ้ามารศรียอมกลับตัวกลับใจ คุณพ่อจะยกโทษให้เธอมั้ยครับ คุณพ่อจะให้โอกาสมารศรีได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องอีกครั้งหรือเปล่าครับ”
เศกเมินหน้าหนี สายตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด และไม่พร้อมจะให้อภัย
“ผมเข้าใจ...ไว้ให้เป็นเรื่องของอนาคตเถอะครับ”
ศยามห่มผ้าให้พ่อ...

มารศรีนั่งเศร้า ฉับพลันสายตาของเธอก็ค่อยๆวาวโรจน์ เต็มไปด้วยความแค้น
“ยิ่งคุณเมินเฉย เย็นชาและชิงชังฉันเท่าไหร่ คุณและคนรอบๆตัวคุณก็จะยิ่งเสียใจมากขึ้นเท่านั้น”
มารศรีค่อยๆลุกขึ้น เดินออกไปอย่างเชื่องช้า เธอกลายเป็นพญามารเต็มรูปแบบ

ใจดีเปิดหาเอกสาร แต่ไม่เจอ
“หรือว่า...จะไม่ได้เก็บไว้ในเครื่องนี้ หรือว่าจะลบไปแล้ว หรือว่า...โอ๊ย”
ใจรีบเปิดดูในกล่องถังขยะ เห็น file ต่างๆขึ้นมาเต็มไปหมด ใจดีพยายามกวาดสายตามองหาไปเรื่อยๆ

รัตนายืนรีรออยู่ที่ประตูหน้าออฟฟิศ จิตรวรรณวิ่งเข้ามาอย่างร้อนรน
“คุณจี๊ด”
“มือถือใจดีแบตหมด ได้เรื่องหรือยัง”
“ยังเลยค่ะ”
ทันใดนั้นเสียงเทวัญดังขึ้น
“น้องจี๊ด!”

จิตรวรรณและรัตนาสะดุ้งเฮือก หันไป เห็นเทวัญยืนอยู่ มองจิตรวรรณและรัตนาอย่างสงสัย
 
อ่านต่อหน้า 2

พริกกับเกลือ ตอนที่ 15 (ต่อ)

ใจดีตัดสินใจหยิบแฟลชไดรฟ์ของตัวเองจากกระเป๋าถือ

“เซฟไปดูที่บ้านดีกว่า”
ใจดีเสียบแฟลชไดรฟ์เข้ากับ USB ของเครื่องคอมพิวเตอร์ จัดการถ่ายโอนไฟล์

เทวัญเร่งเดินมาตามทางเดิน จิตรวรรณและรัตนาพยายามเดินตาม พยายามชวนคุยถ่วงเวลา
“พี่เทวัญมาทำอะไรคะ”
“พี่จะเอางานไปทำที่บ้านค่ะ”
จิตรวรรณทำสะดุด
“โอ๊ย...จี๊ดเท้าแพลงอ่ะค่ะ”
“เป็นอะไรมากหรือเปล่าน้องจี๊ด”
รัตนาอาศัยช่วงเทวัญเผลอดูอาการที่ข้อเท้าของจิตรวรรณ กดบอร์โทรหาใจดี แต่โทรไม่ติด ได้ยินเสียงว่าไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก เทวัญหันขวับไปหารัตนา
“โทรหาใคร”
รัตนาชะงัก
“เอ่อ...”
จิตรวรรณรีบอ้อน
“โอ๊ย พี่เทวัญคะ จี๊ดป้วดปวดค่ะ”
เทวัญหันไปสนใจจิตรวรรณต่อ
“ไปนั่งที่เก้าอี้ตรงนั้นก่อนนะคะน้องจี๊ด”
“ค่ะ”
“ดิฉันขอตัว...”
“มาช่วยฉันพยุงคุณจี๊ดสิ”
“เอ่อ...”
เทวัญจ้องหน้า
“มีอะไรที่สำคัญกว่าอาการของคุณจี๊ด”
“ไม่มีค่ะ”
รัตนาจำใจมาช่วยเทวัญพยุงจิตรวรรณไปนั่งที่เก้าอี้
“นั่งรอพี่ก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่จะรีบออกมา”
จิตรวรรณร้อนใจ
“ค่ะ”
เทวัญสั่งรัตนา
“ดูคุณจี๊ดไว้นะ”
รัตนาจำต้องรับคำ
“ค่ะ”
เทวัญรีบออกไป จิตรวรรณและรัตนากันมามองหน้ากัน
“ตามไปขวางพี่เทวัญเร็ว ใจดีเดือดร้อนแน่”
“ค่ะ”
รัตนารีบตามเทวัญไป

ใจดีลุ้นการถ่ายโอนไฟล์ที่ยังไม่เสร็จ
“โอย เร็วๆสิยะ โอย”
เทวัญเร่งฝีเท้าเดินมา...รัตนารีบตามมา รัตนาจงใจพูดเสียงดัง
“คุณเทวัญคะ!”
ใจดีได้ยินเสียงรัตนา ตกใจ
“พี่เทวัญ! ซวยแล้ว เร็วๆสิคะ”
ใจดีลุ้นการถ่ายโอนไฟล์ที่ยังไม่เสร็จ เทวัญหยุดยืนคุยกับรัตนา
“ฉันให้เธออยู่กับคุณจี๊ด ตามมาทำไม”
“คุณจี๊ดเรียกหาคุณค่ะ”
“ไปบอกคุณจี๊ด ฉันจะรีบไปหา”
เทวัญรีบเดินไป ไม่สนใจรัตนาอีกต่อไป
“คุณเทวัญคะ...เดี๋ยวก่อนสิคะ”
ใจดีมองหน้าจอ การถ่ายโอนๆไฟล์เสร็จสิ้น เทวัญเลี้ยวเข้ามาในห้องพอดี รัตนาใจหาย รีบตามมาติดๆ ในห้องเทวัญ ไม่มีใคร....ว่างเปล่า มืดสนิท รัตนาโล่งใจ เทวัญเปิดไฟในห้อง สำรวจไปรอบๆ ไม่เห็นอะไรผิดปกติ เทวัญเดินไปไขกุญแจลิ้นชักโต๊ะ หยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมา แล้วไขกุญแจปิด มองไปรอบๆห้องอีกครั้ง
“รีบไปหาคุณจี๊ดเถอะค่ะ”
เทวัญปิดไฟห้อง...แล้วเดินออกไปกับรัตนา ใจดียืนแอบตัวลีบอยู่ที่มุมห้อง ถอนใจออกมา มองแฟลชไดรฟ์ในมือ

เทวัญประคองจิตรวรรณมา รัตนาตามมาด้วย มองเหลียวไปรอบๆ เป็นห่วงใจดี ใจดีวิ่งแวบออกมาจากมุมหนึ่ง ผ่านออกไปทางหนึ่ง โดยที่เทวัญไม่เห็น รัตนาโล่งใจ
“แหม...ฟ้าคืนนี้โปร่งดีนะคะ พระจันทร์ส้วยสวย”
จิตรวรรณเข้าใจว่ารัตนาบอกเป็นนัยเรื่องใจดีปลอดภัย
“นั่นสิเนอะ อุ๊ยตาย...หายปวดข้อเท้าแล้วอ่ะค่ะพี่เทวัญ”
เทวัญมองๆ
“แน่ใจเหรอคะ”
“ค่ะ สงสัยได้กำลังใจดี เลยหายปวด ดูสิคะ...”
จิตรวรรณเดินโชว์ให้ดูเป็นปกติ
“ไม่ปวดแล้วแน่เหรอคะ”
“ค่ะ ชัวร์ งั้นจี๊ดไปก่อนนะคะ ไปรัตนา ไปกับฉัน”
จิตรวรรณพารัตนาเดินไป เทวัญเรียกไว้
“น้องจี๊ด ยังไม่บอกพี่เลยว่ามาออฟฟิศทำไม ตอนนี้”
จิตรวรรณและรัตนาอึ้ง ชะงัก หันไป...เทวัญมองจิตรวรรณอย่างคาดคั้น รัตนารีบแก้สถานการณ์
“ดิฉันทำงานดึก...คุณจี๊ดรู้เข้าเป็นห่วง เลยมารับดิฉันค่ะ”
เทวัญหันมองหน้ารัตนา...หญิงสาวยิ้มให้เย็นๆ นิ่งๆ จิตรวรรณรีบตามน้ำ
“ใช่ค่ะ รัตนาทำงานเสร็จแล้ว จี๊ดขอตัวนะคะ บายค่ะ เจอกันนะคะ”

จิตรวรรณรีบจูงรัตนา พาออกไป เทวัญย้อนกลับไปในออฟฟิศอีกครั้ง

 
เทวัญเดินเข้ามาในห้อง สำรวจข้าวของ ไม่มีอะไรผิดสังเกต เทวัญมองที่คอมพิวเตอร์...หน้าจอดับ แต่มีไฟกะพริบ เทวัญขยับเม้าส์ หน้าจอเปิดขึ้นอีกครั้ง

“คอมพิวเตอร์ยังไม่ได้ปิดเครื่อง แต่ตอนออกไป ปิดแล้วนี่”
เทวัญนึกสงสัย ใครมาทำอะไรกับคอมพิวเตอร์

วันใหม่...ป๊อดยื่นกระดาษที่เป็นลายมือเศกเขียนตัวหนังสือโย้เย้ให้ ศยามรับมาอ่านข้อความในกระดาษ
“มารศรีใส่...” ศยามนึกสงสัย “มารศรีใส่...”
ป๊อดสอดขึ้น
“ใส่เสื้อ กระโปรงหรือใส่แว่นก็ไม่รู้นะ พี่ดิ่ง”
ศยามหันมาดุ
“ไม่ต้องเดา”
“ผมล่ะลุ้นให้คุณพ่อเขียนได้วันละสักสิบตัวจะได้รู้แล้วรู้รอดไปเลยว่ามารศรีทำอะไรแน่”
“ไอ้แค่นี้ก็ดีแล้ว เอาไปซ่อนให้ดี”
“ครับ”
ศยามคืนกระดาษให้ ป๊อดวิ่งออกไป ศยามเหลือบไปเห็นศุวิมลเดินผ่านไป จะไปทำงานจึงเรียกไว้
“ยัยศุ!”
ศุวิมลชะงัก หันมองศยาม แต่ไม่สนใจ เดินออกไป ศยามตาม

ศยามเดินตามศุวิมลมาหน้าบ้าน
“เดี๋ยวก่อน ยัยศุ”
“เดี๋ยวไม่ได้ค่ะ ศุรีบ”
“รีบไปไหน วันนี้ไม่มีสอนไม่ใช่เหรอ”
“ศุมีนัดค่ะ เพื่อนมารับแล้ว”
ศยามแปลกใจ
“เพื่อน”
คำนวณเดินเข้ามา
“นี่ค่ะ เพื่อนศุ”
ศยามหันไปเห็นคำนวณ...อึ้ง...หล่อ ล่ำมาก
“คำนวณ พี่ดิ่ง พี่ชายศุเอง”
“สวัสดีครับพี่ดิ่ง ขออนุญาตพาคุณศุไปเที่ยววันหนึ่งนะครับ”
ศยามงงๆ
“ไปเที่ยวที่ไหน”
“เที่ยวไปเรื่อยๆค่ะ แก้เครียด ไปคำนวณ เดี๋ยวจะสาย”
ศุควงคำนวณออกไป แล้วก็ต้องชะงัก เมื่อพบว่ายอดชายเดินเข้ามาเห็นพอดี ยอดชายมองศุวิมลควงแขนคำนวณอย่างสนิทสนมแล้วอึ้งเสียใจ ศุวิมลอึ้งคาดไม่ถึง
“คุณยอด...”
ยอดชายมองสองคนไม่พอใจ
“คุณศุ...นี่ใคร”
ศุวิมลเชิด
“ใคร แล้วทำไม”
“ทำไมเหรอ...”
ยอดชายปราดเข้าไปต่อยคำนวณทันที ศยามกับศุวิมล ตกใจ
“ว้าย!”
ศยามเข้าไปห้ามยอดชายทันที
“คุณยอด ใจเย็นๆ!”
ศุวิมลไปดูแลคำนวณ
“คำนวณเป็นไงบ้าง”
คำนวณลุกขึ้นอย่างฉุน
“อะไรของคุณวะ!”
“ผมหึงว่ะ!”
ยอดชายจะปราดเข้าไปอีก ศยามรั้งไว้
“คุณยอด พอแล้ว พอ!”
“อันธพาล ไม่มีวุฒิภาวะ”
“หึงจนเลือดขึ้นหน้า ไม่สนหรอกคำว่าวุฒิภาวะน่ะ”
ยอดชายผลุนผลันออกไป ศุวิมลทั้งดีใจแต่ก็ไม่พอใจ โกรธ ศยามหันไปบอกน้อง
“ยัยศุ...ตามคุณยอดไปเร็ว!”
“ไม่ตามค่ะ ศุมีแพลนชีวิตของศุที่ต้องทำ เขาจะเป็นไง ศุไม่สนใจ”
คำนวณโกรธมาก
“ศุไม่ตาม ผมตามนะ!”
“ถ้าเธอตาม ฉันก็โกรธเธอ เลือกเอา!”
คำนวณนิ่งสงบทันที
“ไปห้ามเลือดที่ปากก่อนไป...ปากแตกเยอะหรือเปล่าก็ไม่รู้”
ศุวิมลพาคำนวณเข้าบ้านไป ศยามมองซ้ายมองขวา กลุ้มใจ

ยอดชายนั่งเซ็งอยู่มุมหนึ่งหน้าบ้าน ศยามเข้ามาหา
“ไปกันแล้วเหรอครับ”
“อืม”
“แฟนใหม่คุณศุเหรอครับ”
“ไม่รู้สิ”
“แบบผมคงล่ำไม่พอใช่มั้ย”
“ก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“ตอบคำถามช่วยให้ผมสบายใจขึ้นมากเลย”
“อย่าประชดผมเลยน่า ว่าแต่คุณเถอะ ซวยจริงๆ วันดีคืนดีไม่มา พอจะมาก็มาเห็นภาพบาดตาบาดใจ”
“เคราะห์ซ้ำกรรมซัดไงคุณ...”
“อาการเจ๊ยุพาคืบหน้าขึ้นบ้างมั้ย”
“คุณไปกับผมเองดีกว่า...พูดยาก”

ศยามนึกกังวล

 
จิตรวรรณกับใจดีรุมกันดูหน้าจอคอมพิเตอร์ หาไฟล์เอกสารแจ้งไปทางเยอรมัน รัตนาอยู่ด้วย
“ไม่มีเลยอ่ะใจดี”
“โธ่เอ๊ย...อุตส่าห์เสี่ยงตายเข้าไปขโมยมา จนเกือบถูกจับได้ ไม่มีซะงั้น”
รัตนาคิดๆ
“เขาคงลบมันออกไปแล้ว”
จิตรวรรณครุ่นคิดเครียด
“แต่....ถ้าลบลงถังขยะ ข้อมูลมันก็จะยังคง ต่อให้ลบข้อมูลในถังขยะไปด้วยแล้วก็เถอะ มันจะยังคงอยู่ในเครื่อง แสดงว่า...กู้ได้”
รัตนาคิดตาม
“ถ้ายังไม่มีการฟอร์แม็ท หรือว่าล้างเครื่อง”
ใจดีถอนใจ
“งั้นก็ต้อง...ยกฮาร์ดดิสก์ในห้องพี่เทวัญไปให้ฝ่ายไอทีจัดการ...สงสัยต้องทุบหัวพี่เทวัญให้สลบไปวันสองวันมั้งแก...เราถึงจะทำอย่างนี้ได้”
จิตรวรรณครุ่นคิด ทันใดนั้นเสียงมือถือดังขึ้น ทุกคนสะดุ้งเฮือกพร้อมกันอย่างตกใจ จิตรวรรณเห็นเบอร์ที่ไม่ได้เมมชื่อเอาไว้ ใจดีหันมาถาม
“ใครโทรมาน่ะจี๊ด ตกใจหมดเลย”
“แฟนโทรมา”
ใจดีกับรัตนายิ้มขำเพื่อน จิตรวรรณรับสาย
“ฮัลโหล...ขา...”
ใจดีเบ้หน้า
“แหวะ”
จิตรวรรณสะดุ้งพรวด
“อะไรนะ เจ๊ยุพาฟื้นแล้ว!”
จิตรวรรณกับดีใจเดินเข้ามาในบ้าน ศยามและยอดชายอยู่ข้างเตียงยุพา จิตรวรรณเข้าไปถามอย่างดีใจ
“ยุพา เธอฟื้นแล้วใช่มั้ย เป็นยังไงบ้าง”
ยุพาหันมามองจิตรวรรณ ยิ้มเจื่อน
“คุณจี๊ด...”
“ถ้าเธอไหว เธอให้ปากคำกับตำรวจให้หมดเลยนะ ว่าพี่เทวัญทำอะไรกับเธอไว้บ้าง”
ยุพาอึ้ง...แปลกใจ
“ทำอะไรคะ คุณเทวัญก็ไม่ได้ทำอะไรเจ๊นี่คะ...”
“อะไรนะ”
จิตรวรรณหันมองหน้าศยามกับยอดชาย
“เกิดอะไรขึ้นกับเจ๊ยุพา นายดิ่ง...ยอด”
ศยามและยอดชายสบตากัน หนักใจ

ศยามอธิบายอาการของยุพาให้จิตรวรรณฟังที่มุมหนึ่งในบ้าน โดยมียอดชายอยู่ข้างๆ
“กระสุนได้ทำลายเส้นประสาทที่เชื่อมต่อกับสมอง...ทำให้ความทรงจำระยะสั้นของเจ๊ยุพา...หายไป”
“แล้วมันจะทำให้เกิดอะไรขึ้น”
“เหมือนสวรรค์แกล้งนะ....เจ๊ยุพาจำทุกคนและเหตุการณ์ทุกอย่างได้ แต่จำได้แค่ก่อนหน้าที่คุณจะเข้าไปทำงานที่โมเดิร์นคาร์”
จิตรวรรณอึ้ง...เข่าอ่อน
“แปลว่า...จะไม่มีหลักฐานอะไรเอาผิดพี่เทวัญได้อีกครั้ง อย่างนั้นเหรอ”
ศยามกับยอดชายตอบพร้อมกัน
“ใช่!”
จิตรวรรณเจ็บใจเดินออกไปอย่างโมโห ศยามและยอดชายรีบตามไป

จิตรวรรณหงุดหงิดมาหายุพาเข้าไปเขย่าตัวอย่างกราดเกรี้ยว
“นึกสินึก ว่าพี่เทวัญใช้ให้เธอทำอะไรบ้าง เขาเป็นคนยิงเธอใช่มั้ย หา นึกสินึก”
ยุพาตกใจ
“โอ๊ย คุณจี๊ด อย่า! โอ๊ย”
“ฉันขอสั่งให้ความจำของเธอกลับมาเดี๋ยวนี้...เดี๋ยวนี้!”
ศยามและยอดชายเข้ามาดึงตัวจิตรวรรณออกมาจากยุพา จิตรวรรณโมโหไม่หยุด ยุพาตกใจ ยอดชายเข้าไปดูแลยุพาเอาไว้
“ปล่อยฉัน ฉันจะทำให้ความทรงจำของยุพากลับมาเอง ฉันจะไม่รอ...ไม่รอ!”
ศยามดึงตัวไว้ปรามๆ
“คุณจี๊ด ใจเย็นๆก่อน”
จิตรวรรณหงุดหงิด
“ไม่เย็น!”
ยอดชายพยายามอธิบาย
“หมอบอกว่า...ไม่ใช่จะไม่มีทางรักษา แต่ต้องใช้เวลาสักพัก ให้สมองได้รับการฟื้นฟูและคืนความทรงจำ”
จิตรวรรณฉุนเฉียวร้อนใจ
“สักพัก แล้วเมื่อไหร่ล่ะ เวลาของฉันเหลืออีกไม่มาก อีกไม่นานก็ถึงวันแต่งงานของฉันกับพี่เทวัญ”
ศยามอึ้ง จิตรวรรณน้ำตาคลอ
“รู้มั้ยว่ามันทรมานฉันมากเลยนะ ที่ต้องอดทนทำเป็นยิ้ม ทำเป็นรักคนที่ฉันไม่ได้รัก!”
จิตรวรรณปล่อยโฮออกมาทันที ศยามกอดปลอบใจ
“ผมรู้ว่าคุณฝืนใจมากแค่ไหน...ผมรู้...เงียบก่อนนะ ใจเย็นๆก่อน เราจะช่วยกันหาทางแก้ไข”
จิตรวรรณร้องไห้สะอึกสะอื้นกอดเขาไว้
“แก้ไขยังไง ในเมื่อเราทำทุกอย่างแล้ว แต่ฟ้าก็ไม่เป็นใจเลย!”
ศยามหน้ามุ่งมั่น
“มันต้องมีทางสิ แต่เราต้องใจเย็นๆ เชื่อผมนะ”
จิตรวรรณอึ้ง คิดได้...มีวิธีของตัวเอง
“ฉันขอไม่เชื่อนายได้มั้ย!”
“คุณจะทำอะไร”
“ฉันจะจบเรื่องนี้ด้วยตัวของฉันเอง”
จิตรวรรณหุนหุนพลันแล่นออกไป
“เดี๋ยวก่อนคุณจี๊ด!คุณจะทำอะไร”
ศยามเป็นห่วงจิตรวรรณ ละล้าละลัง ยอดชายรีบบอก
“ตามคุณจี๊ดไปสิคุณ จี๊ดเหวี่ยงคนเดิมกลับมาแล้ว เดี๋ยวก็พังกันหมดหรอก”
ศยามรีบตามออกไป ยุพาหันมาถามยอดชายอย่างงุนงง
“คุณยอดคะ...นี่มันเรื่องอะไร”
“ผมจะค่อยๆอธิบายให้เจ๊ฟังนะ...”

“ค่ะ...” ยุพาพยักหน้ารับงงๆ

 
จิตรวรรณเดินเข้าไปในโมเดิร์นคาร์ ศยามแอบตามมาลอบมองอย่างครุ่นคิด

“คุณจะทำอะไรของคุณนะ”
จิตรวรรณเดินฉับๆเข้ามาในออฟฟิศ เทวัญเข้ามาหา
“น้องจี๊ดหายไปไหนมาคะ พี่ตามหาตัวแทบแย่”
“มีเรื่องจะคุยกับจี๊ดเหรอคะ จี๊ดก็มีเหมือนกัน”
“คงเป็นเรื่องสำคัญมาก ดูน้องจี๊ดเครียด”
“จี๊ดขอ...”
จิตรวรรณกำลังพูดว่าจะขอเลิกแต่วันดีเข้ามาขัดจังหวะพอดี
“จี๊ด รู้ข่าวดีหรือยังลูก”
จิตรวรรณแปลกใจที่เห็นวันดี
“คุณแม่...”

ในห้องทำงานจิตรวรรณ...วันดีเข้ามาคุยกับจิตรวรรณ
“เทวัญกับจี๊ดได้รับรางวัลนักธุรกิจคลื่นลูกใหม่ดีเด่นประจำปีนี้นะลูก”
“เหรอคะ”
“ทางสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์เขาเพิ่งโทรมาแจ้งข่าวเมื่อสักครู่นี่เอง”
“ลูกกับเทวัญก็กำลังจะแต่งงานกัน แถมยังได้รางวัลที่มีเกียรติทั้งคู่อีก เป็นข่าวที่ทำให้แม่ดีใจและชื่นใจมากที่สุด”
“แต่จี๊ดกำลังจะ...”
จิตรวรรณยังพูดไม่ทันจบ วันดีตัดบท
“ไม่เอาน่า มีเรื่องอะไรก็ไว้ก่อน แต่เย็นนี้ลูกต้องไปฉลองกับแม่ แม่เตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว บอกเพื่อนๆ ญาติๆไว้แล้วด้วย”
“จี๊ดไม่พร้อม...”
วันดีหน้าเสีย
“จี๊ด เป็นอะไรลูก มีเรื่องเครียดอะไร”
“จี๊ดไม่...”
จู่ๆวันดีก็หน้ามืด
“โอ๊ย...”
เทวัญรีบเข้าไปประคอง
“คุณแม่ครับ เป็นอะไรครับเนี่ย”
“แม่รู้สึก...ไม่ค่อยดีเลย...สงสัยจะเป็นความดัน”
จิตรวรรณเข้ามาดูแลวันดี
“แม่คะ กลับบ้านกันก่อนดีกว่านะคะ”
“ไม่เป็นไร นั่งพักเดี๋ยวก็หาย...สงสัยเพราะเรานั่นแหละจี๊ด ทำเหมือนไม่ดีใจกับสิ่งที่เป็นความสุขของแม่ ความดันแม่เลยขึ้น”
จิตรวรรณจ๋อย
“จี๊ดขอโทษ”
“อย่าทำให้แม่ผิดหวังสิลูก สัญญากับแม่แล้วไม่ใช่เหรอ ว่าจะไม่ทำให้แม่เสียใจ จำไม่ได้หรือไง หือ”
จิตรวรรณอึ้งๆ
“ค่ะ...จี๊ดจำได้”
วันดีลูบผมจิตรวรรณอย่างแผ่วเบาด้วยความรัก
“จี๊ดเป็นความหวังของแม่ของพ่อ...วินาทีนี้ลูกนำความภูมิใจมาให้พวกเรา แม่มีความสุขมากกว่าทุกวันเลยรู้มั้ย แม่จะไม่ยอมให้มีอะไรมาขวางวันที่แม่รอคอยซึ่งเป็นวันที่ลูกจะเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลกเด็ดขาด”
จิตรวรรณอึ้ง เครียด...ที่ไม่สามารถบอกเลิกเทวัญได้ เพราะไม่อยากหักหาญน้ำใจของวันดี เทวัญมองจิตรวรรณด้วยความสงสัย

จิตรวรรณประคองวันดีเดินมาที่หน้าออฟฟิศ ศยามแอบมองมา
“คุณแม่ไปรอจี๊ดที่ร้านก่อนนะคะ เดี๋ยวจี๊ดตามไป ฝากคุณแม่ด้วยนะคะพี่เทวัญ”
“ไม่ต้องห่วงนะคะ พี่จะดูแลคุณแม่เอง”
“ขอบคุณค่ะ”
เทวัญจับมือจิตรวรรณ
“น้องจี๊ด อย่าเครียดนะคะ มีปัญหาอะไร อย่าเก็บไว้คนเดียว คุยกับพี่ได้ รู้มั้ย”
“ต่อไป เราสองคนก็เหมือนกับมีชีวิตเดียวกัน มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือแบ่งปันกันนะลูก ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นความสุขหรือความทุกข์”
“ค่ะแม่”
“ไป ตาเทวัญ...แม่ต้องไปดูแลเรื่องจำนวนโต๊ะ กลัวคนจะมาเยอะแล้วที่จะไม่พอ”
“ครับคุณแม่”
เทวัญพาวันดีไป จิตรวรรณมองตาม รู้สึกเครียด ศยามตรงเข้ามาหา
“นายดิ่ง!”

ศยามลากจิตรวรรณออกไปข้างนอกจิตรวรรณตามไป แต่ก็กลัวคนอื่นจะเห็น โดยไม่รู้ว่า...เงาะเห็นเข้าโดยบังเอิญ
 
อ่านต่อหน้า 3

พริกกับเกลือ ตอนที่ 15 (ต่อ)

เทวัญส่งวันดีนั่งบนรถเรียบร้อย เสียงมือถือของเขาดังขึ้น เทวัญหันไปบอกวันดี

“ผมขอตัวโทรศัพท์ครู่เดียวครับ”
“จ๊ะ”
แช่มปิดประตูรถ...วิ่งไปนั่งรอที่ที่นั่งคนขับ เทวัญเดินเลี่ยงมาไกลประมาณหนึ่ง
“ว่าไงเงาะ”
“เงาะเห็นจี๊ดกับนายดิ่งออกไปด้วยกันค่ะ”
เทวัญไม่พอใจมาก
“ไอ้ดิ่ง...ตามไปดูพวกมัน ว่าไปไหน ทำอะไร! นอกจากนั้นคอยตามดูพวกนังใจดี และนังรัตนาด้วย...พวกมันกำลังรวมหัวกันทำอะไรสักอย่างแน่ๆเพื่อทำร้ายฉัน”
เทวัญกดวางสายไม่พอใจมาก เงาะ ยิ้มสะใจ เทวัญมองไปที่รถวันดี คิดแผน
“ชอบทำอะไรกันลับหลังอย่างนี้เองเหรอ...ได้”
เทวัญเดินไปเปิดประตูรถของวันดี
“คุณแม่ครับ...ผมมีเรื่องไม่สู้ดี อยากจะเรียนปรึกษาครับ”

ศยามเอาตัวจิตรวรรณมา ที่ซอกตึกริมถนน มุมเปลี่ยว ปลอดสายตาคน
“บอกผมมา คุณทำอะไรของคุณ”
“ฉันยังไม่ได้ทำ...แค่คิด”
“คิดอะไร”
“ช่างมันเถอะ ปล่อย...จะกลับออฟฟิศ”
“บอกมาก่อน”
“ทำไมต้องบอก”
“เราไม่ควรมีความลับต่อกัน”
จิตรวรรณอึ้ง ยอมบอก
“ฉันคิดจะไปบอกเลิกพี่เทวัญ แต่ไม่ทันได้บอก คุณแม่ก็เข้ามา”
ศยามมองจิตรวรรณอย่างเห็นใจ
“พอเห็นหน้าคุณแม่ ฉันก็พูดไม่ออก และคิดว่า...คงไม่กล้าพูดอีก เพราะอาจจะทำให้คุณแม่...ไม่สบาย”
“แม่คุณปักใจเชื่อว่านายเทวัญคือคนที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ต่อให้ใครพูดอะไรท่านก็จะไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด และท่านอาจจะไปบอกนายเทวัญ ทำให้มันไหวตัวก็ได้”
“เพราะฉะนั้น ฉันต้องรอจนกว่าจะมีหลักฐานที่มัดพี่เทวัญจนดิ้นไม่หลุดใช่มั้ย”
“นี่คือเหตุผลที่ผมต้องให้คุณใจเย็น แต่คุณก็ไม่เชื่อผม”
จิตรวรรณอึ้ง
“ฉัน...”
“ผมน้อยใจมากเลยรู้มั้ย”
“ฉันขอโทษ”
ศยามคิดแกล้ง
“แค่คำพูดไม่พอ”
“อย่าเยอะได้มั้ย”
“คุณทำให้ผมเสียใจนะ”
“ฉันก็กำลังเสียใจอยู่เหมือนกันนะ อย่ามาเรียกร้องโอเว่อร์และถอยไป ฉันอึดอัด”
ศยามหันไปมองรอบๆ เห็นเงาะเดินมาแต่ไกล
“คุณเงาะ!”
“ว้าย ตายแล้ว! ทำไงดี”
“หลบสิ!”
“หลบที่ไหน! เราถอยไปไหนไม่ได้อีกแล้วนะ”
ศยามมองเห็นถังน้ำใบใหญ่

เงาะเดินมาหยุดที่ถังใบใหญ่ มองไปรอบๆ ไม่เห็นใคร...ในถัง ศยามและจิตรวรรณนั่งกอดกันอยู่ ปิดปากเงียบสนิท แทบจะไม่หายใจ เงาะเดินผ่านไป แต่ศยามและจิตรวรรณก็ยังคงกอดกันแน่นอยู่ในถัง สองคนมองหน้ากัน ขำๆ แต่ไม่กล้าหัวเราะเสียงดัง

จิตรวรรณเดินอย่างสบายใจเข้าออฟฟิศ รัตนาเดินมาหา
“คุณจี๊ดคะ เกิดเรื่องค่ะ”
“เรื่องอะไร”
เทวัญและวันดีเข้ามา จิตรวรรณแปลกใจ
“ยังไม่ไปกันอีกเหรอคะ มีอะไรกันเหรอคะ”
“กลับบ้านคุยกับแม่”
จิตรวรรณแปลกใจ หันมองรัตนา...รัตนายิ้มเจื่อน ส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่ทราบว่าเรื่องอะไร

ค่ำนั้น เมื่อกลับมาที่บ้าน วันดีเข้ามาต่อว่าจิตรวรรณทันที
“ไปทำอะไรกับนายดิ่งมา หา!”
จิตรวรรณอึ้ง
“คุณแม่รู้ได้ยังไง”
“แม่รู้ได้ยังไงไม่สำคัญ ตกลงมันเป็นความจริงใช่มั้ย”
เจตนาเข้าบ้านมา ตกใจ
“มีเรื่องอะไรกันเหรอคุณ”
“คุณมาก็ดีแล้ว จะได้อยู่ช่วยกันคุยกับลูกให้รู้เรื่อง ว่าสิ่งที่ลูกกำลังทำ ฉันรับไม่ได้”
“จี๊ดทำอะไร”
“ถามเขาดูสิ!”
เจตนาหันไปหาลูกสาว
“ว่าไงจี๊ด”
“จี๊ดไม่ได้ทำอะไร”
วันดีไม่พอใจ
“ยังจะมาโกหกอีกเหรอ มีคนเห็นว่าเรากับนายดิ่งไปพบกัน”
“จี๊ดไม่ได้โกหก จี๊ดพบกับนายดิ่ง แต่จี๊ดไม่ได้ทำอะไร”
“พบกันทำไม”
“จี๊ดมีเรื่องงานที่กำลังเจรจากับเขาอยู่ พี่เทวัญก็รู้เรื่องนี้!”
วันดีอึ้ง เจตนามองวันดี
“นายเทวัญพูดอะไรกับคุณ”
“เทวัญกลัวว่าจี๊ดกับนายดิ่งแอบคบกันลับหลังเขา”
เจตนาโกรธ
“บ้าที่สุด!”
จิตรวรรณโมโหมาก
“พี่เทวัญไม่ให้เกียรติจี๊ดเลย”
วันดีแย้ง
“เขารักลูกมาก เขาย่อมต้องหึงเป็นธรรมดา”
“ธรรมดาเหรอคะ นี่มันไม่ธรรมดาแล้วนะคะ ไม่ให้เกียรติจี๊ด เป่าหูคุณแม่ จี๊ดไม่ชอบ!”
จิตรวรรณหาทางเลี่ยงออกไปจากสถานการณ์ทันที
“ยัยจี๊ด แม่ยังคุยไม่จบ กลับมาเดี๋ยวนี้นะ”
จิตรวรรณไม่ฟัง เดินหนีไป เจตนาปลอบภรรยา
“คุณ...ใจเย็นๆก่อน นั่งลงก่อน...”
วันดีทำฮึดฮัด
“เราสัญญากันแล้วนะ ว่าจะใจเย็น”

วันดีมีท่าทีอ่อนลง

 
แม่บ้านกำลังปิดประตู หน้าต่าง เตรียมปิดบ้าน มารศรีอยู่ในชุดนอนแขนยาวเดินเข้ามา
 
“คุณดิ่ง กับคุณศุ ยังไม่กลับเหรอ”
“ยังค่ะ...โทรมาบอกว่าจะกลับดึกสักหน่อย ไม่ต้องรอ ให้ล็อกบ้านเลย”
“ล็อกดีๆล่ะ เดี๋ยวนี้โจรมันเยอะ”
“ค่ะ”
มารศรีเดินออกไป แม่บ้านปิดประตู ปิดไฟ มองสำรวจไปรอบๆ แล้วเดินออกไป

แม่บ้านกำลังจะเดินไปที่ห้องของตัวเอง มารศรีย่องไปหาแม่บ้านจากด้านหลังแล้วเอาไม้ฟาดหัวจนล้มลงหมดสติ มารศรีมองแม่บ้านด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม ลากตัวแม่บ้านหลบเข้ามุม แล้วมองไปในตัวบ้านด้วยความเคียดแค้น

ป๊อดดูแลให้เศกนอนหลับบนเตียง เสียงเคาะประตูดังขึ้น ป๊อดไปเปิดประตู เห็นมารศรียืนหน้าซีดอยู่
“มีอะไรครับคุณมารศรี”
“ยัยอุ่นไม่รู้ไปไหน ฉันปวดท้อง ไปซื้อยาให้หน่อย”
“แต่...”
“ไม่เห็นเหรอว่าฉันปวดจะตายอยู่แล้ว”
ป๊อดลังเล เป็นห่วง หยิบมือถือขึ้นมา
“แกจะโทรไปไหน ซื้อยาทางโทรศัพท์หรือไง”
“แหม...มุก...ผมจะโทรบอกพี่ดิ่ง ว่าผมออกไปซื้อยาให้คุณมารศรีครับ”
“ดี...เขาจะได้รู้ว่าแกไปไหน...และฉันเป็นอะไร”
“คุณพ่อหลับแล้ว...คุณอย่ากวนคุณพ่อเลยนะ”
“ฉันไม่กวนหรอก จะขึ้นไปนอนพัก”
ป๊อดเดินออกไป...ปิดประตูกดล็อก มารศรีโวย
“แกจะล็อกประตูห้องทำไม เกิดคุณเศกเป็นอะไรขึ้นมา แล้วจะเข้าไปช่วยได้ยังไง”
“ผมไปแป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับ คุณพ่อไม่เป็นอะไรขึ้นมาตอนนี้หรอก เอายาแก้ปวดท้องอะไรครับ กระเพาะ ลำไส้ ปวดท้องเมนส์ หรือท้องแล้วเขาไม่รับ”
มารศรีขึงตาใส่
“ไอ้ป๊อด!”
ป๊อดจ๋อย มารศรีนึกขัดใจที่ห้องถูกล็อกประตู

จิตรวรรณเข้าห้องมา ปิดประตู เดินไปเดินมา หงุดหงิด เธอคิดถึงภาพที่เห็นเงาะเดินมาหยุดที่ถังใบใหญ่
“เหมือนเงาะกำลังตามหาใคร...แสดงว่า...”
จิตรวรรณยกมือถือขึ้นโทรหาใจดี
“ใจดี...ฉันมั่นใจว่าเงาะต้องเป็นคนส่งสารให้พี่เทวัญคอยรู้ความเคลื่อนไหวของเรา”

ใจดีกำลังคุยมือถืออยู่ที่โต๊ะอาหาร ซึ่งมีรัตนาและเงาะร่วมโต๊ะอยู่ด้วย ใจดีเหลือบมองเงาะ ที่นั่งกินข้าวไม่รู้ไม่ชี้อยู่
“เหรอ เออๆๆ ได้...ฉันจะดูให้นะ ไม่ต้องห่วง จ้า...”
ใจดีกดวางสาย หันมากินข้าวต่อ เงาะถามลอยๆ
“ให้เดา จี๊ดต้องเป็นคนโทรมาแน่ๆ”
“รู้ได้ไงว่าเป็นจี๊ด”
“เอ๊า...เธอพูดเหมือนรับคำสั่ง ถ้าไม่ใช่จี๊ดแล้วจะใคร”
“แฟนฉันสิ”
รัตนากับเงาะชะงัก
“แฟน!”
ใจดียิ้มแย้ม
“แหม...ใจดีออกจะหน้าตาดี มีโปรไฟล์ มันก็ต้องมีแฟนบ้างไรบ้าง”
รัตนาหันมาถาม
“แล้วเขารู้ตัวหรือเปล่าคะว่าเป็นแฟนคุณใจดี”
ใจดียิ้ม
“ไม่รู้ตัวหรอกค่ะพี่รัตนา”
ใจดีและรัตนาหัวเราะกัน....เงาะผสมโรงหัวเราะไปด้วย...ใจดีมองเงาะอย่างนึกสงสัย

ใจดีและรัตนายืนส่งเงาะขึ้นแท็กซี่
“ไปนะ เจอกันจ๊ะ”
“จ้า บายจ้า ฝันดีนะจ๊ะ”
เงาะยิ้มๆ ขึ้นรถไป พอรถเคลื่อนตัวไปปุ๊บ ใจดีเม้ากับรัตนาปั๊บ
“จี๊ดโทรมาบอกค่ะว่า...ยัยเงาะเป็นสายให้กับพี่เทวัญ”
รัตนาอึ้ง
“คุณเงาะเหรอคะ!”
“ค่ะ! ว่าแล้ว...ว่าต้องเลี้ยงไม่เชื่อง สันดานงู...คราวหลังตีต้องตีให้หลังหัก จะได้ไม่ต้องแว้งมากัดเราอีก”
“เราคงต้องระวังตัว...พรุ่งนี้พี่ให้ฝ่ายไอทีมาตรวจเช็คคอมพิวเตอร์ของทุกคนในออฟฟิศนะคะ”
ใจดีแปลกใจ
“เพิ่งจะตรวจเช็กไปไม่ใช่เหรอคะ”
รัตนายิ้มมีเลศนัย ใจดีเข้าใจ
“อ๋อรู้แล้ว...จะได้ไม่ต้องยกเครื่องพี่เทวัญไปเครื่องเดียวให้เป็นที่น่าสงสัย ทำเป็นมาตรวจเช็ก แล้วกู้ข้อมูล ฉลาดจริงๆเลยอ่ะ พี่รัตนา”
“ไม่หรอกค่ะ”
“ไม่ต้องถ่อมตัวค่ะ เราฉลาด ก็ต้องยอมรับว่าฉลาด เฮ้อ...มิน่าล่ะเลยไม่มีแฟนกันสักที เรามาโง่กันสักวันสองวันมั้ยคะ พี่รัตนา”
“คุณใจดีล่ะก็...”
สองสาวพากันหัวเราะขำ
“ไปค่ะ ใจดีไปส่งที่บ้าน”

ใจดีกับรัตนาเดินไปด้วยกัน

 
ยอดชายนั่งซึมอยู่มุมหนึ่งในบ้าน เขามองมือถือตัวเอง ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะโทรหาศุวิมลดีหรือไม่ ศยามเดินเข้ามา
 
“ผมจ้างพยาบาลพิเศษมาช่วยคุณดูแลเจ๊ยุพาแล้วนะ”
“ขอบคุณครับ”
“ผมไปนะ”
“ครับ”
“ไม่คิดจะไปบ้างเหรอ”
“ไปไหน”
“หัวใจคุณอยากจะไปไหนล่ะ”
ยอดชายอึ้ง...ศยามยิ้มๆ
“ตอนนี้ยังพอมีเวลา...เหมือนว่าเขาจะอยู่ทำงานที่คณะจนดึกนะ กลับดึกอยู่ก็ลึกในซอยเปลี่ยว...น้องผมคงอยากมีคนไปส่งบ้าน”
ยอดชายนิ่ง ทำไม่รู้ไม่ชี้ ศยามทนไม่ไหวเดินมาตะคอกใส่หู
“ยังจะอยู่เฉยอีก...ผมจ้างคนมาช่วยคุณ เพราะอยากให้คุณมีเวลาไปเคลียร์กับน้องผม ไม่ได้ให้คุณมีเวลามานั่งโง่อยู่แบบนี้ ไป”
“ไปให้ดูเป็นคนหน้าโง่มากขึ้นไปอีกหรือไง”
“ไม่หรอก น้องสาวผมจะยิ่งดีใจต่างหาก ที่คุณ...ไม่ยอมแพ้ หรือยอมแล้ว ได้ผมจะไปบอกยัยศุ ว่าคุณยอมแพ้ ไม่คิดจะสู้เพื่อความรักอีกต่อไปแล้ว ต่อไปนี้ จบกัน! เลิก!”
ยอดชายสวนทันที
“ผมไม่ได้ยอมแพ้! แค่หยุดเพื่อตั้งหลัก”
“ตั้งได้ยัง”
“เกือบแล้ว”
ศยามผลักยอดชายไปเลย
“ไม่ต้องเกือบ มันได้เวลาโชว์แล้ว ไป!”

มารศรีมาค้นตัวแม่บ้านที่นอนไม่ได้สติอยู่ได้พวงกุญแจมา ยิ้มกริ่ม รีบเข้าบ้านไปไขกุญแจเข้าห้องเศกเปิดประตูเข้าไปก่อนจะปิดประตู มารศรีมองไปที่กล้องวงจรปิดที่อยู่มุมห้อง เธอเดินเลาะผนัง...แล้วใช้ด้ามไม้กวาด ดันกล้องให้หันไปทางอื่น มารศรี มองไปที่เศกซึ่งนอนหลับสนิท ค่อยๆเดินไปหยิบหมอนของป๊อด ขึ้นมาถือ มองไปที่เศกอย่างเคียดแค้น มารศรีเข้าไปค่อยๆใช้หมอนปิดหน้าเศกอย่างบรรจง เศกเริ่มดิ้น
“ดิ่งจะต้องเข้ามาเห็นแกเป็นศพ...ขาดอากาศหายใจ ด้วยฝีมือของพวกย่องเบา ที่เป็นโจรกระจอกๆ แกจะตายอย่างน่าสมเพชที่สุดในสายตาทุกคน”
มารศรีกดหมอนแรงขึ้น เศกพยายามอย่างสุดความสามารถ ยกแขนขึ้นมาจับแขนของเธอ มารศรีตกใจ
“แก...ขยับแขนกับมือได้!”
เศกจับแขนของมารศรีแน่น ออกแรงต้าน มารศรีไม่ยอมแพ้ พยายามกดหมอนทับเศกเข้าไปอีก ทันใดนั้นประตูห้องเศกเปิดผลัวะเข้ามา ปรากฏร่างของศยามและป๊อด มองเข้าไปในห้อง เห็นมารศรีกำลังปลอบใจเศกที่กำลังดิ้น เธอไม่ได้ใส่ถุงมือแล้ว กอดเศกแน่น เศกตาเหลือก พยายามจะดึงตัวมารศรีออกไป แต่ก็อ่อนแรงเกินกว่าจะทำได้
“ชู่ว์ๆๆๆ ขวัญเอ๊ยขวัญมานะคะ ศรีอยู่นี่ค่ะ ศรีอยู่นี่”
ศยามตกใจ
“คุณพ่อเป็นอะไร!”
“คุณเศกฝันร้ายค่ะ ศรีได้ยินเสียงอะไรก็ไม่รู้ฟาดเตียงอยู่ตั้งนาน จะเข้ามาดูก็ไม่ได้ เพราะแกเลยไอ้ป๊อดที่ล็อกห้อง”
ศยามสงสัย
“แล้วเข้ามาได้ยังไง”

แม่บ้านแม่บ้านนั่งมึนอยู่ ศยาม มารศรี ป๊อด ยืนมอง แม่บ้านเอามือลูบหัว
“เหมือนมีคนมาตีหัวอุ่นน่ะค่ะ รู้สึกตัวอีกที...ก็นอนอยู่บนพื้นหลังบ้าน”
ศยามแปลกใจ
“โดนตีหัวเหรอ”
“ค่ะ”
“เห็นมันมั้ย”
“ไม่เห็นค่ะ”
มารศรีรีบตัดบท
“อาจจะเป็นลมล้มหัวฟาดพื้นไปก็ได้ ศรีไปเห็นนังอุ่นนอนไม่รู้เรื่องอยู่ ปลุกก็ไม่ตื่น ด้วยความรีบเลยไม่ได้ใส่ใจ ต้องหากุญแจไปเปิดห้องคุณเศก”
ทุกคนมองหน้ามารศรี
“ศรีทำให้ทุกคนสงสัยอีกแล้วใช่มั้ย...แล้วมาพูดว่าให้โอกาสๆ เนี่ยเหรอ การให้โอกาสของคุณ ถ้าต้องอยู่แบบนี้ต่อไป ศรีขอไม่อยู่ดีกว่า”
มารศรีวิ่งออกไป นึกเจ็บใจ ที่ถูกขัดจังหวะ ศยามถอนใจ

ศุวิมลเดินมากับคำนวณ ขึ้นรถไป ยอดชายวิ่งมา รถของคำนวณเคลื่อนตัวออกไป ยอดชายมองตามอย่างเจ็บใจ
“นั่นแฟนผมนะเว้ย เฮ้ย!”

ยอดชายหงุดหงิดอย่างแรง

 
เศกนอนตื่นอยู่ ยังตกใจ ศยามเข้ามามองไปที่กล้องวงจรปิด เห็นกล้องหันไปทางอื่น ศยามเข้ามาหาพ่อ
 
“คุณพ่อครับ...”
เศกจับแขนศยามเขย่า ส่งสายตาแห่งความหวาดกลัว
“คุณพ่อกลัวอะไร”
เศกทำท่าเขียน ศยามรีบหยิบกระดาษดินสอมาให้ เศกพยายามเขียนลงไป แต่ไม่มีแรง ดินสอร่วงเขามีอาการอ่อนเพลียลงอย่างม ศยามตกใจ
“คุณพ่อ!”

วันใหม่...ศยามเข็นรถของเศกมา ศุวิมลเดินมาด้วย เห็นป๊อดและแม่บ้านช่วยกันขนกระเป๋าสัมภาระของเศกผ่านออกไป มารศรีเดินเข้ามา แปลกใจ
“จะไปไหนคะ”
“ผมจะพาคุณพ่อไปพักฟื้นที่บ้านพักตากอากาศ”
“ทำไมคะ”
“อยู่ที่นี่ ไม่เป็นผลดีกับอาการของคุณพ่อ อาการท่านทรุดลง”
มารศรีโวย
“พวกคุณไม่ไว้ใจฉัน”
ศุวิมลจ้องหน้า
“ใช่...และไม่อยากให้คุณอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้วด้วย”
มารศรีไม่ยอม
“ฉันทำอะไรผิดอีกล่ะ”
ศยามตัดบท
“ศุ...พาคุณพ่อไปได้แล้ว พี่จะคุยกับคุณศรีเอง”
ศุวิมลเข็นรถของพ่อออกไป อย่างไม่พอใจ มารศรีทำเป็นน้อยเนื้อต่ำใจ

มารศรียืนอยู่หน้าเคร่งเครียด ศยามเข้ามา
“ผมมีข้อเสนอให้คุณ”
“ข้อเสนอ”
“คุณต้องการเท่าไหร่ ที่จะเพียงพอสำหรับการออกไปจากที่นี่และหย่าขาดจากคุณพ่อ”
มารศรีหัวเราะ เย้ยหยัน
“หัวเราะทำไม”
“คิดจะเขี่ยฉันออกไปตอนนี้เนี่ยนะ...ไม่ทันแล้วล่ะดิ่ง”
“แปลว่า คุณจะอยู่ที่นี่ต่อไป”
“ฉันจะไม่ยอมหย่า ถ้าจะให้หย่า ไม่ใช่แค่เงินที่ฉันอยากได้ แต่ฉันอยากได้บ้านหลังนี้ เงินทุกบาททุกสตางค์และบริษัทของคุณด้วย”
“มากเกินไปหรือเปล่า”
“ไม่หรอก ฉันลงทุนไปมาก คุณก็รู้”
“กับทางเลือกอีกทาง...”
“ทางเลือกอะไร”
“ผมจะแจ้งความ ว่าคุณพยายามฆ่าพ่อผม”
“อะไรนะ!”
“คุณจะอยู่ต่อไปก็ได้ แต่ตำรวจจะต้องเข้ามาสอบสวนเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นยาที่คุณใส่ลงในเครื่องดื่มให้พ่อผมกิน...หรือแม้แต่เรื่องเมื่อคืน”
มารศรีมองศยามอย่างตกใจ ศยามคว้าแขนของมารศรีขึ้นมา ข้างที่เศกจับเมื่อคืน เห็นเป็นรอยนิ้วเขียวเป็นจ้ำ
“คุณพยายามทำร้ายพ่อผม และนี่คือ...หลักฐาน”
มารศรีอึ้ง...อึกอัก
“เลือกเอา...จะออกไปโดยที่มีเงินเพียงพอสำหรับเลี้ยงตัวคุณ และหย่ากับพ่อผม หรือ...จะถูกตำรวจสอบสวน แล้วเตรียมตัวเข้าคุกข้อหาพยายามฆ่า”
มารศรีตกใจ หน้าซีดเผือด
รัตนาเข้ามาในห้องทำงาน จิตรวรรณลุกขึ้นอย่างร้อนใจ
“ได้เรื่องมั้ย พี่เทวัญสงสัยอะไรหรือเปล่า”
“ไม่น่าจะสงสัยหรอกค่ะ”
“ดี วันนี้ต้องรู้ให้ได้ ว่าจดหมายที่ส่งไปทางเยอรมันฉบับนั้นอยู่ในเครื่องของพี่เทวัญหรือเปล่า”
“แต่ถ้าไม่มีล่ะคะ”
“ก็ต้องหาต่อไป”

จิตรวรรณเป็นกังวล
 
อ่านต่อหน้า 4

พริกกับเกลือ ตอนที่ 15 (ต่อ)

ฝ่ายไอทีกำลังทำงานอยู่ที่คอมพิวเตอร์ของเทวัญ ใจดียืนรออยู่

“ไง...กู้ได้มั้ย”
“ไม่มีเลยครับ ไฟล์ที่ลบออกไปแล้ว...ผมก็ดูหมดแล้ว...ไม่มีเลย”
ใจดีอึ้ง
“อะไรนะ!”
เทวัญเข้ามา หัวเสีย
“เสร็จหรือยัง”
ใจดีตกใจ
“ว้าย พี่เทวัญ...แหม มาไม่ให้สุ้มให้เสียง ก็ต้องนานหน่อยสิคะ เครื่องพี่เทวัญ ไวรัสเพียบเลย น้องเขาล้างให้อยู่เนี่ย”
ฝ่ายไอทีรับลูก
“ใช่ครับ”
เทวัญมองๆ
“ถามอะไรหน่อย...ถ้าฉันปิดเครื่องแล้ว จู่ๆเครื่องก็เปิดขึ้นมาอีกเองได้ เป็นเพราะอะไร”
ใจดีอึ้ง...มองหน้าฝ่ายไอทีก่อนจะทำปากพะงาบเป็นคำว่า “ไวรัส” ฝ่ายไอทีรีบบอกเทวัญ
“ไวรัส...”
ใจดีเสริมทันที
“ใช่ค่ะ ไวรัส เครื่องใจดีก็เคยเป็น แต่ตอนนี้หายแล้ว”
เทวัญชะงักไปนิด
“ไวรัสเหรอ...แก้เร็วๆหน่อยแล้วกัน ฉันต้องทำงาน”
“ครับ...เสร็จแล้วครับ”
ฝ่ายไอทีเก็บของ
“เสร็จแล้วค่ะ รีบไปดูเครื่องอื่นเลยค่ะน้อง ไปค่ะ”
ใจดีรีบลากฝ่ายไอทีออกไป เทวัญลงนั่งหน้าเครื่องเปิดเครื่องดูโน่นดูนี่ ไม่ติดใจสงสัยอะไร

ใจดีเข้ามาในห้องจิตรวรรณ ปิดประตูล็อกทันที
“ไม่มีเลยจี๊ด”
จิตรวรรณหงุดหงิด
“โอ๊ย! ฉันเครียด”
รัตนาปลอบ
“ใจเย็นๆก่อนนะคะ”
“แล้วจะหาจดหมายต้นฉบับตัวนั้นได้จากที่ไหน ฉันต้องการรู้ว่าใครเป็นคนส่งไปที่เยอรมัน”
“เราก็ไปหาที่เยอรมันสิ”
จิตรวรรณตาเขียวใส่ใจดี
“ใจดี...”
“เป็นไปไม่ได้เหรอ ฉันก็ว่างั้น ไม่น่าพูดออกไปเลย”
จิตรวรรณลงนั่ง เจ็บใจ หาทางออก

จิตรวรรณเดินออกมา หน้าโมเดิร์นคาร์ เงาะตามติดมา
“จี๊ด จะไปไหนจ๊ะ ไม่อยู่ทานข้าวด้วยกันเหรอ”
“โทษทีนะเงาะ พอดีฉันมีนัดทำฟันน่ะ”
เงาะไม่เชื่อ
“ทำฟัน”
“ใช่...ไปก่อนนะ”
จิตรวรรณรีบออกไป งาะทำท่าจะตามไป ใจดีและรัตนารีบมาหาเงาะ ใจดีเข้าไปดึงแขน
“ไป แก ฉันหิวแล้ว”
เงาะพยายามแย้ง
“แต่ฉันยังไม่หิว”
“ไม่หิวก็ต้องทานค่ะ ไปค่ะ”
ใจดีและรัตนารีบลากเงาะไปด้วยกัน เงาะกังวลใจ ไม่อยากไป เพราะอยากตามจิตรวรรณ

เทวัญโทรเข้ามือถือจิตรวรรณ
“น้องจี๊ดไม่รับสายอีกแล้ว”
เจตนาเข้ามา
“เทวัญ...ว่างมั้ย”
“ผมว่าจะชวนน้องจี๊ดไป...”
“เขาไปทำฟัน ไม่ต้องโทรตามเขาหรอก ไปกับฉันหน่อย”
เทวัญชะงัก
“ไปไหนครับ”
“ทานข้าว ไม่อยากทานคนเดียว เหงา”
เทวัญแปลกใจที่เจตนาชวนทานข้าว เจตนายิ้ม ดูอารมณ์ดี ไม่มีเรื่องเลศนัย ทั้งที่ความจริงมี

จิตรวรรณลงนั่งในรถ ถอนหายใจ โล่งอก มองไปที่เบาะนั่งข้างๆ มีกระเป๋าใส่เสื้อผ้าวางอยู่หญิงสาวเปิดกระเป๋าออกมองเสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ จิตรวรรณอมยิ้ม นึกสนุก
ที่ร้านอาหาร...ศยามนั่งรอจิตรวรรณอยู่ พลางดูเมนู ร้อนใจ ทำไมจิตรวรรณไม่มาสักที ทอมบอยคนหนึ่งเดินมา ศยามไม่สนใจ มองดูเมนูต่อไป ทอมบอยคนนั้นเดินเข้ามาที่โต๊ะ ซึ่งก็คือจิตรวรรณนั่นเอง
“อะแฮ่ม!”
ศยามเงยหน้าขึ้นมอง ตกใจ
“เฮ้ย! คุณ...”
“ชู่ว์ จะพูดเสียงดังไปทำไม!”
“แต่งตัวอะไรของคุณเนี่ย”
“แปลงร่าง อำพรางตัว ไม่ให้คนจำได้ว่าเป็นคุณหนูจี๊ด”
“ทำไม”
“พี่เทวัญให้คนตามสะกดรอยฉัน นอกจากเงาะ ก็ไม่รู้จะมีใครอีกมั้ย ไง ฉันฉลาดมั้ย”
จิตรวรรณลงนั่ง หยิบเมนูมาดูอาหาร ชายหนุ่มมองหญิงสาวยิ้มๆ อย่างพึงพอใจ จิตรวรรณเหลือบตามองเขา
“มองอะไร”
“มองคนน่ารัก”
“บ้า...เซี้ยว...เขินนะ”
“อย่าทำท่าแบบนี้ เดี๋ยวคนจำได้ว่าเป็นคุณหนูจี๊ด”
จิตรวรรณพูดเสียงห้าวขึ้นมาเลย
“เฮ้ย บ้า! เซี้ยว เขินนะ เฮ้ย สั่งอาหารเด่ะ หิวแล้ว เดี๋ยวจะได้คุยธุระ เฮ้ย!”

ศยามกลั้นหัวเราะแทบตาย จิตรวรรณต้องยัดเมนูใส่มือให้เขา

 
ใจดี รัตนา และเงาะเดินเข้าออฟฟิศหลังจากกินข้าวกันแล้ว เงาะหันมาหาใจดี
 

“ใจดี...”
“ว่า...”
“ไม่เห็นยอดเลย เจอยอดบ้างมั้ย”
“โอ๊ย ก็อยู่ที่บ้านเขาแหละ ตกงาน เลียแผลใจอยู่”
“เหรอ...”
รัตนาสงสัย
“ถามถึงคุณยอดทำไมเหรอคะ”
“คิดถึงน่ะค่ะ คิดถึงบรรยากาศที่เราเคยอยู่ด้วยกันครบสามคนเหมือนเมื่อก่อน”
“นั่นสินะคะ เวลาเปลี่ยน อะไรๆก็เปลี่ยนไป ไม่เว้นแม้แต่ความเป็นเพื่อนว่ามั้ยคะ”
“แต่เงาะยังเหมือนเดิมนะคะ พี่รัตนา”
“ดีแล้วค่ะที่คุณเงาะยังเหมือนเดิม เพราะเพื่อนๆของคุณเงาะทุกคนเป็นคนดีอยู่กับคนดี คุณเงาะก็มีแต่เรื่องดีๆ แต่ถ้าอยู่กับคนเลว ชีวิตคุณเงาะก็จะไม่มีความสุข ว่ามั้ยคะ”
คำพูดของรัตนาทำให้เงาะอึ้งไป...ทันใดนั้นเสียงโยฮันน์ดังขึ้น
“Excuse me”
ใจดี รัตนา เงาะหันไปเห็นโยฮันน์ยืนยิ้มอยู่ สามสาวร้องออกมาพร้อมกัน
“ฝรั่ง!”

เมื่อออกมาจากร้านอาหาร ศยามกับจิตรวรรณเดินคุยกันมา
“ฉันหมดหนทางแล้ว ไม่รู้จะหาเอกสารฉบับนั้นได้ยังไง”
“ใครจะเก็บของที่จะใช้มัดตัวเองไว้กับตัวล่ะ”
จิตรวรรณอึ้ง แต่ไม่ยอมแพ้
“แต่ก็ไม่แน่ เขาอาจจะเก็บไว้...ที่ไหนที่เราไม่รู้”
“ไม่มีทาง...เชื่อผม”
“ฉันจะต้องหามาให้ได้”
“จากไหน ยังไง”
“ยังไม่รู้”
“คนรั้น”
ศยามดึงหมวกจิตรวรรณลงมาปิดหน้า
“โอ๊ย เดี๋ยวเครื่องสำอางฉันเลอะ”
“แต่งตัวแบบนี้ แต่หน้ายังเด้งเหมือนคุณหนูจี๊ด ใครเห็นก็ต้องจำได้”
“ลบก็ได้...ว้า...หน้าก็ซีดสิ ไม่อยากเลย ไม่สวยอ่ะ”
จิตรวรรณหยิบกระดาษทิชชู่มาลบปากตัวเอง ศยามยั้งมือของจิตรวรรณไว้
“เบาๆสิ ผมหวงริมฝีปากคู่นี้นะ ช้ำหมด”
“เช็ดเบาๆก็ไม่ออกสิ ฉันไม่มีครีมลบเครื่องสำอางตอนนี้นี่”
“ผมลบให้”
ศยามค่อยๆก้มลงจุมพิตริมฝีปากของจิตรวรรณอย่างแผ่วเบา จิตรวรรณอึ้งเผลอยกขาข้างหนึ่ง แล้วโอบรอบคอเขา

โยฮันน์นั่งยิ้มอยู่ที่มุมต้อนรับแขกของโมเดิร์นคาร์ รัตนา ใจดี เงาะนั่งยิ้มอยู่ด้วย ใจดีหันมาถามรัตนา
“พี่รัตนา...เขาพูดอังกฤษไม่ค่อยได้...พี่พูดเยอรมันได้มั้ย”
รัตนายิ้ม
“ไม่ได้ค่ะ”
“เงาะล่ะ”
“ไม่ได้เหมือนกัน ตอนเรียน เรียนญี่ปุ่นอ่ะ เอ่อ พอดีมีงานค้าง ไปก่อนนะแก”
เงาะรีบลุกออกไป ใจดีเซ็งๆ
“ตัดช่องน้อยแต่พอตัว...เอ่อ...โยฮันน์คะ”
โยฮันน์มองหน้าใจดี อย่างปิ๊ง เผลอมองอย่างหลงใหล รัตนาเห็นแล้ว รู้ทันอมยิ้ม ใจดีพยายามสนทนาด้วย
“มิสเตอร์โยฮันน์ ว็อท อา ยู ลุกกี้ง แอ็ท”
โยฮันน์พูดไทยใส่
“คน...สวย...”
“ว้าย!”
ใจดีเขิน รัตนาชะงัก
“พูดภาษาไทยได้นี่คะ โยฮันน์”
“แล้วทำไมไม่บอก ปล่อยให้นั่งยิ้มอยู่ได้ตั้งนาน”
โยฮันน์ยิ้มแย้ม
“พูดได้นิดหน่อย...ผม...เรียนมา”
รัตนาโล่งอก
“งั้นก็คุยกันได้แล้วสิคะ...ตกลง มาหาใครคะ”
“มิสเตอร์ดิ่ง...”
รัตนาและใจดีมองหน้ากัน
“มิสเตอร์ดิ่งไม่ได้ทำงานที่นี่แล้วค่ะ เขาไปอยู่ที่ลักชัวรี่คาร์”
“ลักชัวรี่คาร์”
โยฮันน์แปลกใจ ใจดีและรัตนาเองก็แปลกใจ สงสัยว่าโยฮันน์คิดอะไร
ศยามกับจิตรวรรณเดินเล่นคู่กันมา
“ทำไมนายยังให้โอกาสมารศรี ถ้าเป็นฉัน ฉันให้ตำรวจเข้ามาจัดการตั้งนานแล้ว”
“ผมสงสารเขา...”
“ชิ...”
“โอกาสสำคัญมากนะคุณจี๊ด ผมรู้ซึ้งกับคำๆนี้ดี เพราะพ่อคุณให้โอกาสผม โดยที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าผมเลย”
“แต่กับมารศรี ไม่ใช่นายจะไม่เคยรู้จัก ผู้หญิงคนนี้ ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่ง ที่ตัวเองต้องการ เห็นแก่ตัว”
“ก็ใช่ว่าผมจะให้โอกาสมารศรีโดยไม่จำกัด...แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าเขาไม่คว้าเอาไว้ เขาก็ต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง”
“จ้า พ่อคนดี มีคุณธรรม”
“หรือชอบคนเลว”
“ฉันไม่ได้ชอบคนเลว แต่ฉันชอบแบดบอย แบบนาย...”
“โรคจิต”

“พอกันแหละ”

 
ทันใดนั้นเสียงมือถือจิตรวรรณดังขึ้น พร้อมๆกับเสียงมือถือของศยาม จิตรวรรณและศยามมองหน้ากัน ขำๆ หันไปรับมือถือของตัวเอง

“ว่าไง ใจดี...”
“ว่าไงคุณยอด”
“มิสเตอร์โยฮันน์มาตามหานายดิ่ง”
“เจ๊ยุพาเป็นอะไร คุณยอด”
จิตรวรรณตกใจเรื่องของศยามยิ่งกว่า

ยุพาดิ้นพราดๆ ยอดชายและพยาบาลช่วยกันจับตัวอยู่
“เจ๊ ใจเย็นๆ เจ๊!”
“ไม่...ไม่ ช่วยด้วย ๆ ช่วยฉันด้วย!”
จิตรวรรณกับศยามวิ่งเข้ามา ศยามเข้าไปถามทันที
“เจ๊ยุพาเป็นไงบ้างคุณยอด”
“เมื่อเช้าตื่นมายังดีๆอยู่เลย สักพัก ก็ชักกระตุก แล้วก็มีอาการคลุ้มคลั่งอย่างที่เห็น”
ยุพาโวยวายลั่น
“ไม่ อย่า อย่าทำเจ๊เลย เจ๊ขอร้อง เจ๊ขอร้อง!”
จิตรวรรณคิดๆ
“เหมือนยุพาจะจำได้...ยุพา มองหน้าฉัน พี่เทวัญใช่มั้ย พี่เทวัญทำเธอใช่มั้ย”
“เทวัญ...อ๊าย!”
ยุพากรีดร้องแล้วสลบไป จิตรวรรณ ศยาม ยอดชายตกใจ หันมามองหน้ากัน

ศยาม จิตรวรรณ ยอดชายใช้ความคิด
“ความทรงจำของเจ๊ยุพากำลังกลับมา”
จิตรวรรณมีความหวัง
“เจ๊จำพี่เทวัญได้”
ยอดชายออกความเห็น
“ที่เหลือ ก็รอให้เจ๊ได้สติมากกว่านี้ ตอนนี้ แกคงกำลังตื่นตกใจกลัว”
จิตรวรรณพนมมือ
“เจ้าประคุ้ณ ช่วยด้วยเถอะ ช่วยด้วย ขอให้เจ๊ยุพาหายดีเร็วๆ แล้วลูกช้างจะรำถวายสามวันสามคืน”
ยอดชายหันขวับมาถาม
“รำที่ไหน”
“ที่ไหนก็ได้ ที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์”
ยอดชายส่ายหน้า
“โอย ยิ่งแล้วใหญ่...เจ๊ยุพาคงไม่หายแล้วล่ะ”
จิตรวรรณหันมาดุ
“ยอด! อย่าแซวนะ ฉันอุตส่าห์ตั้งใจ...”
ยอดชายถอนใจ
“บนอะไรที่มันเป็นไปได้เถอะ จิตรวรรณ อย่าบนแบบนี้เลย สงสารสิ่งศักดิ์สิทธิ์”
“บ้า!”
จิตรวรรณหันมองศยาม ที่ใช้ความคิดอยู่
“นี่! มัวแต่เหม่ออยู่นั่นแหละ ได้ยินมั้ย ว่าฉันจะรำแก้บน”
“ได้ยิน...ก็โอเคนะ”
“แล้วคิดอะไรอยู่”
“คุณใจดีบอกว่า...มิสเตอร์โยฮันน์มาพบผมใช่มั้ย”
“ใช่”
“มิสเตอร์โยฮันน์นี่แหละ จะช่วยเราได้ คุณจี๊ด”
“ช่วย!”
จิตรวรรณกับยอดชาย มองหน้ากันประหลาดใจ...ศยามยิ้ม พอใจกับความคิดของตัวเอง
ในห้องประชุมเล็กของโรงแรม...จิตรวรรณกับ ศยามในชุดที่แปลกตาจากปกติอำพรางตัว เข้ามาคุยกับโยฮันน์

“Did you see that email From who, from where and when Do you remember that” (คุณเห็นอีเมล์นั่นมั้ย จากใคร จากไหน และเมื่อไหร่ จำได้มั้ย)
โยฮันน์หันไปมองหน้าศยาม ไม่เข้าใจที่จิตรวรรณพูด ศยามพูดไทยกับโยฮันน์
“คุณจี๊ดถามว่า ได้ดูอีเมล์ฉบับนั้นหรือเปล่า ใครเป็นคนส่งมา จากที่ไหนและเมื่อไหร่ จำได้มั้ย”
จิตรวรรณหันมองศยาม
“ทำไมพูดภาษาไทยกับเขา เขาจะเข้าใจเหรอ”
ศยามยิ้มๆ
“คุณโยฮันน์บอกผมเมื่อกี้ว่าเรียนภาษาไทยมา อยากฝึก ให้พูดภาษาไทย”
จิตรวรรณหน้าเจื่อนไป
“แล้วทำไมใจดีไม่บอกฉัน...งั้นรีบตอบมาค่ะ!”
โยฮันน์ส่ายหน้า
“ไม่ได้เห็นครับ ผมเป็นวิศวกร ผมไม่รู้เรื่องเอกสาร”
“ว้า!”
จิตรวรรณหน้าเศร้า ศยามหันไปหาโยฮันน์
“โยฮันน์ ผมมีเรื่องซีเรียสที่ต้องบอกคุณเกี่ยวกับจดหมายฉบับนั้น”
โยฮันน์พยักหน้าเข้าใจ
“โอ...”
จิตรวรรณ พยายามอธิบาย
“มีคนในบริษัทของฉันพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของโมเดิร์นคาร์เพื่อ สร้างความเสียหาย และใส่ร้ายป้ายสีบริษัทลักชัวรี่คาร์”
โยฮันน์ไม่เข้าใจ
“โอ...ยาก”
จิตรวรรณเซ็ง ส่งสัญญาณให้ศยามเจรจาเป็นภาษาเยอรมัน
“โอย...จัดเยอรมันไปซินายดิ่ง”

ศยามอมยิ้ม หันไปจะพูดกับโยฮันน์

ที่ห้องประชุมเล็กอีกห้องในโรงแรม เทวัญยื่นมือเช็กแฮนด์กับกรรมการสมาคม

“ขอบคุณมากนะครับ ที่เสนอชื่อผมให้ได้รับรางวัล”
“อย่าลืมของขวัญของผมแล้วกัน”
“ไม่ลืมแน่ครับ”
เทวัญยิ้มย่อง...

โยฮันน์หน้าเครียด เมื่อรู้ความจริง
“ผมเสียใจด้วยจริงๆ”
จิตรวรรณมองหน้า
“จริงเหรอ”
โยฮันน์พยักหน้า
“จริงครับ”
“งั้นก็ต้องช่วยพวกเรา ฉันอยากได้จดหมายฉบับนั้น หาทางเอามาให้ฉัน”
ศยามเสริม
“ด่วนที่สุด”
โยฮันน์ยิ้ม
“โอเค!”
จิตรวรรณกับศยามสบตากันโล่งใจ

ศยามกับจิตรวรรณเดินมาด้วยกันจากทางหนึ่งของล็อบบี้โรงแรม เทวัญและกรรมการสมาคมเดินมาด้วยกันจากอีกทาง จิตรวรรณและศยามเห็นเทวัญ รีบหลบทันที ไปนั่ง เอาหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่แถวนั้นมาปิดหน้า นั่งเบียดชิด สุมหัวกันอ่านหนังสือพิมพ์ เทวัญและกรรมการเดินผ่านไป ศยามค่อยๆลดหนังสือพิมพ์ลง แอบมอง เห็นเทวัญและกรรมการเดินออกไปจากโรงแรม จิตรวรรณกระซิบถาม
“ไปหรือยัง”
“ไปแล้ว”
จิตรวรรณโล่งใจ ศยามถามเบาๆ
“คุณคุ้นหน้าผู้ชายคนนั้นที่เดินมากับเทวัญมั้ย”
“คุ้นสิ”
“เหมือนว่าจะเป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือกผู้ที่ได้รับรางวัลนักธุรกิจคลื่นลูกใหม่ของสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ปีนี้นะ”
จิตรวรรณคิดๆ
“พี่เทวัญได้รางวัล แล้วมาคุยส่วนตัวกันเนี่ยนะ มีนอกมีในกันแน่ๆ”
“ชัวร์...เรารีบไปกันเถอะ”
ศยามและจิตรวรรณรีบลุก เดินไปจะออกจากโรงแรม แต่พอทั้งสองเดินไปถึงประตูทางเข้าโรงแรมกำลังจะเดินออกจากโรงแรม เทวัญเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง พลางเช็คกระเป๋าเงินของตัวเอง ซึ่งหายไป ศยามกับจิตรวรรณตกใจ ฉวยจังหวะที่มีเด็กยกกระเป๋าเข็นรถที่มีกระเป๋าเดินทางเต็มคันผ่านมา ศยามดึงจิตรวรรณให้เดินตีคู่ไปกับรถเข็นกระเป๋า ใช้เป็นที่กำบัง เทวัญเดินเข้ามา เจอรถเข็นกระเป๋า เข็นผ่านหน้าไปเขาหยุดรอและมองไม่เห็นศยามกับจิตรวรรณ รถเข็นกระเป๋าผ่านหน้าเทวัญไปเรียบร้อยเขาจึงเดินฉีกไปทางเดิม โดยไม่หันมามองข้างหลังอีก ศยามกับจิตรวรรณเห็นเทวัญคล้อยหลัง รีบวิ่งย้อนไปออกทางประตูโรงแรม

ที่บ้านยอดชาย...ยุพานอนหลับอยู่บนเตียง จิตรวรรณและศยามเข้ามา
“ดีขึ้นมั้ยคุณยอด”ศยามถามอาการยุพา
“ไม่ดีเลย หมอจัดยาระงับประสาทให้ แกเลยหลับทั้งวัน เพราะว่าตื่นหรือรู้สึกตัวเมื่อไหร่...ก็ตื่นตกใจกลัว”
จิตรวรรณสังเกตเห็นว่ายอดชายอิดโรยมาก
“ยอด เหนื่อยมากมั้ย”
“ไม่หรอก สบายมาก”
ศยามมองหน้าแล้วแซว
“เหนื่อยใจไม่เท่าไหร่หรอก แต่เหนื่อยใจนี่สิ”
ยอดชายค้อนเล็กๆ
“เบื่อคนรู้ทันจริงๆ”
จิตรวรรณแปลกใจ
“ยังปรับความเข้าใจกับคุณศุไม่ได้อีกเหรอ”
ศยามตอบแทน
“ได้แล้วจะมายืนตาลอยอยู่แบบนี้เหรอคุณ ก็เงี้ย ออกตัวช้าตลอดจะไปสู้คนอื่นเขาได้ยังไง”
จิตรวรรณตีแขนศยามเพียะ
“ไม่ได้ถาม”
“ก็อยากตอบ”
“ไม่อยากได้ยิน”
“ก็เรื่องของคุณ”
“เรื่องของฉันใช่มั้ย ได้” จิตรวรรณกระหน่ำตี “นี่ๆๆๆๆๆๆๆ”
ศยามวิ่งหนี จิตรวรรณตามไปตี สองคนหยอกล้อหายไป ยอดชายมองตามด้วยสายตาชื่นชม แต่ก็อดน้อยใจกับเรื่องหัวใจของตัวเองไม่ได้
“เฮ้อ...” ชายหนุ่มหันมองพยาบาลที่อมยิ้มอยู่ “มีผมคนเดียวใช่มั้ยที่กำลังมีความทุกข์”

พยาบาลหุบยิ้มทันที ทำเป็นจัดของโน่นนี่ให้ยุพา ยอดชายเดินเซื่องซึมออกไป
จบตอนที่ 15
 
อ่านต่อ ตอนที่ 16 พรุ่งนี้ เวลา 09.30น.
นางสิงห์สะบัดช่อ ตอนที่ 15
นางสิงห์สะบัดช่อ ตอนที่ 15
ภายในห้องพักฟื้นคนไข้บนสถานีอนามัย กำนันศรทอดสายตามองออกไปไกลนอกหน้าต่าง เห็นทิวทัศน์ของบ้านไม้งามที่ดูสงบสุขร่มเย็น ชาวบ้านใช้ชีวิตเรียบง่าย ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน กำนันชรามองภาพความสงบสุขเบื้องหน้าอย่างครุ่นคิด…ว่าที่ผ่านตนทำถูกหรือทำผิด และตนได้ทำอะไรให้กับแผ่นดินบ้าง กำนันศรคิดอย่างใคร่ครวญพลางก้มลงมองหนังสือการปกครองตามหลักประชาธิปไตยของครูเพิ่ม แล้วพลิกไปจนถึงหน้าสุดท้าย ที่มีพระบรมฉายาลักษณ์พร้อมพระปรมาภิไธยย่อของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน พร้อมกับคำขวัญ “ประเทศไทยร่มเย็นเพราะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข”
กำลังโหลดความคิดเห็น...