xs
xsm
sm
md
lg

ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 28 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 27

เขียดดูแลเสื้อก้านที่เปลี่ยนชุดใหม่เสร็จแล้ว กบนั่งมองก้านอยู่ ในใจคิดอยากจะพูดกับก้านให้รู้เรื่องไปซะที

“อ่ะ เรียบร้อยแล้ว ออกไปกันได้แล้ว ที่พี่ผู้กำกับให้คนโทรมาตามแล้ว” เขียดหันมาเห็นกบ “อ๊าว นี่ก็ยังไม่ไปเหรอ มายืนรออะไร”
“รอพี่ก้านจ้ะ”
“อุ๊ย รอกันไปรอกันมา เมื่อไหร่จะได้ถ่ายซะทีละจ้ะ นี่ก็ปาเข้าไปบ่ายสี่โมงเย็นแล้วนะจ๊ะ พี่เขียดไม่อยากกลับดึกนะ”
ก้านแหย่
“โอ๊ย พี่เขียดนี่ชักจะขี้บ่นเหมือนเจ๊อึ่งเข้าไปทุกวันแล้วนะ”
“ไม่ต้องมาพูดแล้ว รีบไปทั้งคู่เลย”

ก้านเปิดประตูให้กบเดินออกมา แล้วเดินตามมา ก้านกำลังจะเดินนำไป กบตัดสินใจพูดขึ้น
“พี่ก้าน”
“หือ...” ก้านหันมา
“ที่พี่คุยกับพี่ด้วงเมื่อกี๊น่ะ จริงเหรอ ที่พี่ว่าถ้าเราชอบใครก็ควรบอกไปเลย”
“ใช่...พี่คิดอย่างนั้นจริงๆ”
“แล้ว...ถ้ามีใครคนนึงแอบรักพี่ก้านอยู่ แต่เขาไม่กล้าบอก พี่ก้านคิดว่าไง”
ก้านยิ้ม
“ถ้ามีคนมาบอกรักพี่ พี่ก็ต้องรู้สึกดีสิ ว่าแต่...คนๆนั้นเป็นใครล่ะ”
กบยิ้ม ทำตาแป๋วยิ้มใส่ก้าน
“ก็...กบ...กบแอบรักพี่ก้าน รักมานานแล้วด้วย”
ก้านยิ้มหวาน
“พี่ก็รู้มานานแล้วเหมือนกันว่ากบรักพี่”
กบถึงกับอึ้ง
“พี่ก้าน...” กบเขินอาย หยิกแขนก้าน “พี่ก้านเนี่ย แย่จริงๆ เลย”
“แล้วกบไม่อยากรู้เหรอว่า พี่คิดยังไงกับกบ”
“ไม่อยากรู้ก็ได้”
“แน่นะ”
“พี่ก้านน่ะ”
“พี่ตัดใจจากกุ้งนางแล้ว รักคนที่เขารักเราดีกว่า”
กบอึ้ง
“พี่ก้าน...”
ก้านรวบตัวกบมากอดไว้
“เรียกพี่ก้านๆ อยู่ได้ รู้อย่างนี้แล้วกบสบายใจรึยัง”
“จ้ะ พี่ก้าน”
กบซบลงกับอก ก้านยิ้มอย่างมีความสุข

ในการถ่ายทำมิวสิควิดีโอ ก้านร้องเพลงเดี่ยว กบเป็นนางเอกยืนประกอบอยู่ข้างๆ ในฐานะนักร้องคู่ที่ร้องเพลงแก้กัน ก้านร้องสื่ออารมณ์ได้ดีมาก ที่ผู้กำกับยิ้มพอใจกับผลงานของทั้งสอง จิรายุ กุ้งนาง ทัศนีย์ ด้วง และชะเอมก็ดูการถ่ายทำอย่างมีความสุขไปด้วย การถ่ายทำจบลง ผู้กำกับตะโกนสั่ง
“คัท! ดีมากครับ เยี่ยมมาก หวานซึ้งถึงใจจริงๆ”

กุ้งนาง กบ ชะเอม เดินเข้าห้องพักทานกาแฟในสตูดิโอด้วยอาการเหนื่อย มีเขียดนั่งดื่มกาแฟเพรียวอยู่ที่โต๊ะ ชะเอมไปที่มุมชงกาแฟ กบหันไปหากุ้งนาง
“เฮ้อ...ถ่ายมิวสิควิดีโอ จนเหนื่อยเลย กุ้งนางนี่ก็อึดใช่ย่อยนะเนี่ย”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกจ้ะกบ”
“งั้นเพิ่มความสดชื่นกัน”
ชะเอมโชว์กล่องกาแฟเพรียวแล้วยิ้ม เปิดกล่องออกมาก็เห็นว่าหมดซะแล้ว
“อ้าว...กาแฟเพรียวของฉันหมดซะแล้ว”
เขียดโชว์แก้วกาแฟอวด กุ้งนางกับกบขำ ชะเอมต่อว่าทันที
“พี่เขียด แก่แล้วนะ ยังอยากจะสวยหุ่นดีอยู่อีกเหรอ”
“อ้าว...นังชะเอม ความสวยเนี่ยไม่เกี่ยวกับอายุนะจ๊ะ”
กบเห็นด้วย
“ใช่แล้วพี่เขียด กาแฟเนี่ย ทั้งหอมทั้งอร่อย แถมไม่มีน้ำตาลอีกด้วย กินแล้วคงผอมเพรียวน่าดู ชะเอมคงกลัวว่า เราจะบริ๊ง!ๆ สวยกว่านะสิ”
ชะเอมชักปรี๊ด กุ้งนางรีบเข้าห้ามทัพ
“พี่ชะเอมจ๊ะ...ถ้ากาแฟหมด ก็ออกไปซื้อกันสิจ๊ะ”
“ไปๆ กบไปเป็นเพื่อนก็ได้ ไม่ต้องอารมณ์เสียหรอก”
ชะเอมนึกได้ ก็เลยยิ้มมอารมณ์ดี


ทั้งหมดกำลังดูรายการแฉข่าวข่าวบันเทิง พิธีกรชายกำลังดำเนินรายการ
“การที่สยามซองทุ่มหมดตัว แก้ภาพลักษณ์ให้กุ้งนางซะขนาดนี้ ข่าววงในว่ากันว่า เป็นเพราะคุณจิรายุผู้บริหารสยามซองกับกุ้งนาง น่าจะมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง มากกว่าการเป็นแค่นักร้องในสังกัดน่ะครับ”
พิธีกรหญิงพูดต่อ
“ก็ไม่เป็นไรมั้งคะ ก็ดูสมกันดี ยังหัวใจก็ยังว่างกัน ไม่มีใครทั้งคู่ เราก็ต้องดูๆ กันไปนะคะคุณผู้ชม”
“ครับ ส่วนคู่ที่ไม่ต้องลุ้น แต่เป็นเรื่องร้อนกระฉ่อนวงการลูกทุ่งไทย สะท้อนสะเทือนใจคุณผู้ชม ก็ต้องยกให้คู่นทีทองกับผู้จัดการส่วนตัว-ซองจู ผมล่ะ พูดไม่ออกเลย”
“โอ๊ย ผู้ชายรักกับผู้ชาย เดี๋ยวไม่แปลกอะไรแล้วล่ะค่ะ พี่นทีทองก็ต้องอึดอัดที่ต้องแอ๊บ แอบมานานถึงยี่สิบปี”
“ก็มีเหตุพอเหมาะพอดี เปิดเผยตัวกับสังคมซะเลยว่างั้นนะครับ”
“ค่ะ ตอนนี้ก็คงโล่งอก แต่ความนิยมจะตกรึเปล่าก็ต้องดูกันต่อไปล่ะค่ะ”

พิธีกรขาเม้าท์พูดชวนคิด

ส่วนในห้องแต่งตัว...เขียดดูข่าวอย่างไม่ชอบใจนัก
“คู่นี้มันเม้าท์มอย มันปากไปเรื่อยเลยนะพี่ด้วง”
“ก็มันดี พี่ชอบ”
“ไอ้พี่ด้วง...นี่มันเรื่อง ไอ้กุ้งกับคุณจิ แล้วไหนจะเรื่องของพี่นทีกับคุณซองจูอีก”
“อ๊าว ก็มันเรื่องจริงทั้งนั้น ไม่มีมูลหมามันจะขี้เหรอ”
ก้านแย้งด้วง
“แล้วพูดยังงี้ มันจะเป็นเรื่องดีไหมล่ะ”
“โอ๊ย ไอ้ก้าน สมัยนี้แล้ว ประชาชนน่ะเขาไม่ได้โง่นะ ถ้าเขารักเขาชอบ ร้องเพลงเพราะๆ โดนๆ ทำให้เขามีความสุขได้ เขาก็ไม่สนใจเรื่องส่วนตัว มีแต่เขาจะเอ็นดูน่ะสิ ที่ศิลปินของเขามีเรื่องกุ๊กกิ๊กให้เขาได้ติดตามเหมือนคนในครอบครัวไง”
เขียดจ้องหน้าด้วง
“โอ้โห พูดซะยาวเลย ผีเจาะปากมาให้พูดรึไง”
“นังเขียด เดี๋ยวปั๊ด...”
ด้วงทำท่าจะซัดให้ เขียดทำหลบ ด้วงยิ้มขำ
“อ่ะ ล้อเล่น”

ทั้งหมดหัวเราะกัน

กบกับชะเอมกำลังเดินดูสินค้าบนฉันวางของในร้านสะดวกซื้อ ชะเอมบ่นอุบ

“พี่เขียดนะ มาแย่งความสวยของฉันไปก่อนซะนี่”
“ไม่เป็นไรหรอกพี่ชะเอม ดีซะอีกที่เราได้มาเดินเล่นด้วย”
กบกับชะเอมเดินหาไปเรื่อยก็พบกับกล่องกาแฟคลูต้าไธโอน
“เดี๋ยวกบ” ชะเอมหยิบกล่องมาดู “ว้าว...กินแล้วขาวด้วย”
“ไหนดูซิ...อ๋อ เป็นกาแฟที่มีส่วนผสมของคลูต้าไธโอนน่ะ”
“อันนี้ฉันเอาด้วย หามานานแล้ว”
“เหอะ... อยากขาวเหมือนกันละสิ”
“ก็แน่ล่ะสิ แล้วกบ พี่ก็รู้นะว่าอยากขาวเพราะอะไร”
“ก็นิดนึงน่ะพี่ชะเอม คนบางคนจะได้หันมามองเราบ้าง”
กบนึกถึงก้าน ชะเอมนึกถึงด้วง

ด้วงกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ระหว่างช่วงพักจากการถ่ายทำมิวสิควิดีโอ ก้านนั่งอยู่ด้วย ชะเอมกับกบที่เพิ่งซื้อของเข้ามาแวะมาทัก
“แหม พี่ด้วง...ถ้าจะกดโทรหาฉันน่ะ ไม่ต้องหรอกนะ เราอยู่ใกล้กันแค่ชะเง้อมองนี่เอง พูดกับตัวจริงได้ตลอด ไม่ต้องโทรหรอก”
ด้วงไม่ได้ยินที่ชะเอมพูด มัวแต่ตั้งใจกดอยู่ ชะเอมค้อน
“พี่ด้วง! ถ้าไม่สนใจฉัน ฉันจะงอนแล้วนะ”
กบหันไปหาก้าน
“พี่ด้วงเล่นเกมส์อยู่เหรอ”
ก้านส่ายหน้า
“ป่าว *544# น่ะ”
กบพยักหน้าเข้าใจ
“อ๋อ AIS อุ่นใจได้แต้มปี4”
ชะเอมฉุนกึก
“ไอ้พี่ด้วง! ฉันอยู่นี่ทั้งคน ยังจะอยากเจอชมพู่อีก งอนจริงๆแล้ว ถึงได้ทองมาให้ฉันก็ไม่ยกโทษ ฮึ!”
ว่าแล้วชะเอมก็ผลักด้วงตกเก้าอี้แล้ววิ่งหนีไปแบบสโลวโมชั่น ด้วงลุกขึ้นงงๆ
“อะไรของมันฟะ”
“เขาโกรธแล้วพี่”
ก้านยิ้มกับกบ

เป๊กกี้เปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานสุดนภา
“คุณฟ้าคะ เอ้อ... คือ...”
“มีอะไรก็พูดมาสิเป๊กกี้”
“ก็ที่คุณฟ้า ให้เป๊กกี้ติดต่อคน...ให้...”
“แล้วไงล่ะ ได้เรื่องรึยัง”
“ค่ะ”
“ไว้ใจได้นะว่าเรื่องจะไม่มาถึงฉัน”
“ค่ะ เป๊กกี้รับรอง”
สุดนภายิ้มอย่างพอใจ

เช้าวันใหม่...ครูชาตรีนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่ห้องรับแขกบ้านทีทอง เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ครูชาตรีรับสาย
“ฮัลโหล...”
“นี่ฟ้าเองนะคะครูชาตรี”
ครูชาตรีตกใจนิดหน่อย
“คุณฟ้า...”
“ไม่ต้องตกใจอะไรหรอกค่ะครู ฟ้าก็แค่อยากจะคุยด้วย”
“เรื่องอะไรอีกล่ะครับ”
“ก็เรื่องเก่าๆ ตอนนี้ป๋าก็ต้องหนีไปแล้ว ฟ้าต้องมาดูแลบริษัทแทน”
“ครับ ผมทราบแล้ว”
“ฟ้าอยากเชิญครูมาพบหน่อย คงไม่รบกวนอะไรมากนะคะ”
“แต่ว่า...”
“ฟ้าขอร้องละนะคะ เรื่องนี้สำคัญจริงๆ พูดทางโทรศัพท์คงไม่ดี”
ครูชาตรีนิ่งไป...
“นะคะ เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าๆ ที่ป๋าเคยช่วยครูไว้นะคะ”
ครูชาตรีลังเล

ครูชาตรีตัดสินใจมาพบสุดนภาที่ เบสท์ มิวสิค สุดนภานั่งมองหน้าครูชาตรีนิ่ง
“มีอะไรก็พูดมาเถอะครับคุณฟ้า”
“ก็...อยากจะตกลงด้วย เรื่องที่ป๋าเคยคุยกับครูชาตรีไว้ แน่ใจนะ ว่าจะไม่กลับมาทำงานให้เบสท์ มิวสิค”
“ผมก็บอกชัดเจนแล้วว่า ทำงานกับพ่อคุณไม่ได้”
สุดนภายิ้มเหี้ยม
“แต่ตอนนี้ ฟ้าเป็นคนดูแลทุกอย่างแทนป๋าแล้ว”
“ผมก็ยังยืนยันเหมือนเดิม เรื่องผลประโยชน์เพลง ก็ให้เรื่องมันเป็นไปตามกฎหมายก็แล้วกันนะครับ”
“ถ้างั้นก็คงคุยกันดีๆ ไม่ได้แล้วใช่ไหมคะครู”
สุดนภาจ้องหน้าครูชาตรีอย่างเหี้ยมโหด

ก้านเคาะประตูเรียกกุ้งนางที่หน้าห้อง ในมือก้านถือโทรศัพท์อยู่
“กุ้งๆเปิดประตูหน่อย”
กุ้งนางเปิดประตูออกมา
“มีอะไรพี่ก้าน”
“ครูชาตรีโทรมา...”
ก้านส่งโทรศัพท์ให้ กุ้งนางรับไปคุยสาย
“ฮัลโหล...”
ที่โกดังร้าง มือปืนถือโทรศัพท์ฟังอยู่ ครูชาตรีถูกมัดอยู่ มือปืนยังไม่พูดอะไร
“พ่อคะ นี่กุ้งเองค่ะ”
มือปืนกรอกเสียงลงในโทรศัพท์
“ฉันไม่ใช่พ่อแก แต่พ่อแกอยู่กับฉันนี่แหละ”
กุ้งนางแปลกใจ
“นั่นใคร”
มือปืนยิ้มโหด แล้วยื่นโทรศัพท์ไปใกล้ปาก ครูชาตรีตะโกน)
“กุ้งอย่าไปฟังมันนะลูก”
มือปืนยกโทรศัพท์กลับมาพูดเอง
“ถ้ายังอยากให้พ่อแกมีชีวิตรอดกลับไป ก็ทำตามที่ฉันบอกเข้าใจรึเปล่า”
กุ้งนางหน้าตื่น
“ฉัน...ฉันเข้าใจแล้ว...แกอย่าทำอะไรพ่อฉันนะ”
ครูชาตรีตะโกน
“อย่าไปเชื่อมัน ไม่ต้องห่วงพ่อนะกุ้ง”
มือปืนชัดผัวะเข้าที่หน้าครูชาตรี
“ปากดีนักนะ อยากตายนักรึไงไอ้แก่”
“แกอย่าทำอะไรพ่อฉันนะ บอกฉันมาจะให้ฉันทำอะไร”
“งั้นแกก็ตั้งใจฟังให้ดี...”
กุ้งนางฟังอยู่สักครู่ ก็กลายเป็นเสียงตัดสายไป หญิงสาวมือไม้อ่อนแทบหมดเรี่ยวแรง ส่งโทรศัพท์คืนให้ก้าน กุ้งนางน้ำตาไหลออกมาด้วยความห่วงพ่อ
“เกิดอะไรขึ้นกุ้ง...”
“มีคนจับตัวพ่อไป”
ก้านตกใจ
“อะไรนะ”

ทั้งกุ้งนางและก้านตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 27 (ต่อ)

กุ้งนางวิ่งออกมาที่ด้านล่างหอพัก ก้านตามมาดึงแขนไว้ กุ้งนางหยุดหน้าตาเหมือนจะร้องไห้ กลัวคนร้ายจะทำร้ายพ่อ

“กุ้งจะไปไหน ให้พี่ไปด้วยนะ จะได้ช่วยกัน”
“ไม่ได้ มันบอกให้กุ้งไปคนเดียว ไม่งั้น กุ้งจะไม่ได้เจอหน้าพ่ออีก”
ก้านชะงัก
“แต่ว่า...”
“พี่ก้านปล่อยกุ้ง” กุ้งนางสะบัด “พี่อย่าตามกุ้งมานะ เดี๋ยวมันจะฆ่าพ่อกุ้ง”
กุ้งนางวิ่งออกไป ก้านยืนงง ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำยังไง

กุ้งนางเดินออกมาอย่างวิตกกังวล มองไปรอบก็ไม่เห็นใคร สักครู่รถตู้แล่นมาจอดข้างหน้ากุ้งนาง มือปืนเปิดประตูออกมาเอาปืนจ่อที่กุ้งนาง
“ขึ้นรถ...”
กุ้งนางผงะ ถอยออกมา สมุนมือปืนลงมาลากกุ้งนางขึ้นรถไป มือปืน ปิดประตู รถตู้แล่นออกไปอย่างรวดเร็ว ก้านวิ่งตามออกมา แต่ไม่ทันเห็นแต่รถตู้วิ่งออกไป
“โธ่ เว้ย...”

จิรายุอยู่ในห้องทำงานกำลังอ่านจดหมายเชิญจากสมาคมเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทย
“ผู้ที่เข้าชิงรางวัลดาวรุ่งราชินีลูกทุ่งไทย”
ทัศนีย์ยิ้มแย้มตอบ
“ค่ะ มีกุ้งนาง แล้วก็กบจากค่ายสยามซอง ส่วนจากเบสท์ มิวสิค ก็มีคนเดียว...”
“ฟ้า สุดนภา”
“ค่ะ ก็แม่นั่นแหละ”
“แล้วก็มีจากค่ายอิสระอีกสองคน พี่ตู่คิดว่าไงครับ”
“เราก็ต้องไปสิคะ พี่คิดว่า คนที่จะรางวัลดาวรุ่งราชินีลูกทุ่งไทย น่าจะเป็น...”
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือจิรายุดังขึ้น
“ขอโทษนะครับ” ชายหนุ่มกดรับโทรศัพท์ “ฮัลโหล มีอะไรก้าน...อะไรนะ”
จิรายุฟังนิดนึงแล้วกดวางหู หันมามองทัศนีย์
“เกิดอะไรขึ้นคะ ก้านโทรมาทำไม”
“กุ้งนางถูกคนร้ายจับตัวไปครับ”

ทัศนีย์ตกใจ กลัวว่ากุ้งนางจะได้รับอันตราย

กุ้งนางพยายามที่จะดิ้นสู้ชายทั้งสองคนที่จับเธอมา

“ดิ้นเก่งนักนะแก!”
ทันใดนั้นคนร้ายก็เอายาสลบปิดปากกุ้งนางจนสลบไป...รถตู้แล่นไปอย่างเร็ว ก้านซ้อนมอเตอร์ไซค์รับจ้างตามทันที

จิรายุอยู่ในห้องประชุม เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขากดรับสายของก้าน หน้าตากังวลใจเห็นห่วงกุ้งนาง ทัศนีย์ก็เช่นกัน
“ก้าน...ใครจับตัวกุ้งไป”
“ผมไม่รู้”
“แล้วตอนนี้ ก้านอยู่ที่ไหน”
“ผมกำลังตามรถตู้ไปครับ”
“มันไปที่ไหน”
“เดี๋ยวผมจะโทรบอกคุณจินะครับ”
“ได้ ทันทีเลยนะ”
“ครับ”
จิรายุกดวางสายไป
“พี่ตู่ไปสถานีตำรวจแจ้งความทีนะครับ”
“แล้วคุณจิละคะ”
“ผมจะรอฟังข่าวจากก้าน แล้วจะโทรบอกพี่ตู่อีกที”
“ค่ะๆ พี่ตู่รีบออกไป”
ทัศนีย์รีบไปทันที

รถตู้แล่นเข้ามาจอดหน้าโกดังร้างแห่งหนึ่งกุ้งนางยังนอนสลบอยู่ในรถ ก้านวิ่งเข้ามาแอบมองที่มุมหนึ่งไกลพอสมควร เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรศัพท์หาจิรายุ
“ก้านรออยู่ที่นั่นก่อน อย่าเพิ่งทำอะไรนะ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
จิรายุออกไปทันที

เย็นนั้น...กุ้งนางลืมตาฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในโกดังร้าง หญิงสาวมองไปรอบๆ เห็นครูชาตรีถูกมัดอยู่ มีผ้าผูกปากไว้ ครูชาตรีแววตาเป็นห่วงกุ้งนางมาก
“พ่อ”
ครูชาตรีอึกอัก...กุ้งนางมองไปอีกทางก็เห็นสุดนภานั่งยิ้มอย่างเลือดเย็น และมีชายฉกรรจ์สองคนขนาบข้างอยู่
“คุณฟ้า...คุณทำแบบนี้ทำไม ฉันไปทำอะไรคุณ ทำไมต้องจับตัวฉันกับ พ่อมาอย่างนี้”
“ก็เพราะแกมันเป็นตัวมารขวางทางฉันอยู่ไง แกรู้ว่าพี่จิเป็นของชั้นแล้ว แกยังจะมาแย่งพี่จิไปอีก แก...มันหน้าด้าน”
“แต่คุณวางแผนใช้แผนสกปรก มอมยาคุณจิ”
สุดนภายิ้มเยาะ
“ความจริงมีแต่ฉันกับพี่จิเท่านั้นที่รู้ ผู้หญิงกับผู้ชายที่เมากันทั้งสองคน อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แกแน่ใจเหรอว่า พี่จิไม่ได้โกหก”
ฉันเชื่อคุณจิ เขาพิสูจน์แล้ว ว่าเขาจริงใจกับฉันมากขนาดไหน คนที่ฉันไม่ควรเชื่อคำพูดเลย ก็คือ ผู้หญิงอย่างคุณ”
สุดนภาโมโหตบหน้ากุ้งนางทันที
“คนอย่างแก มันก็ต้องเจอหยั่งงี้ จำไว้นะ นังกุ้งนาง แกไม่มีทางชนะฉันในที่สุด สยามซองมันต้องพินาศ และคนอย่างฉันนี่แหละ ที่จะขึ้นมาเป็น ราชินีลูกทุ่งคนต่อไป ไม่ใช่อีบ้านนอกคอกนาอย่างแก”
“แล้วคิดว่าคุณจิรายุ เขาจะกลับมารักคุณงั้นเหรอ”
“ฉันไม่สน...ถ้าไม่รัก ก็ต้องเป็นศัตรูกัน ถ้าเขาชนะ ฉันก็แพ้ แต่คนอย่างฉันไม่มีวันเป็นคนแพ้แน่”
กุ้งนางอึ้งไป หน้าตาหวาดกลัว หันไปมองครูชาตรีที่ฮึดฮัดแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะถูกมัดอยู่

เย็นนั้น ก้าน รออยู่ รถจิรายุแล่นเข้ามาจอด จิรายุลงมาพร้อมกับปืนในมือ ก้านรีบเข้าไปหา
“ทางนี้ครับคุณจิ”
“ก้านรออยู่ตรงนี้ก่อน”
“ผมจะไปด้วย ผมเป็นห่วงกุ้ง”
“ก้านรออยู่ที่นี่เถอะ ตำรวจกำลังมา ฉันจะหาทางถ่วงเวลาไว้ก่อน”

จิรายุยกปืนในมือขึ้น แล้วรีบออกไป ก้านมองตามไป อย่างเป็นห่วง

ในโกดังร้าง...สุดนภาจ้องหน้ากุ้งนางอย่างเกลียดชัง

“แกก็มาขวางทางการเป็นเบอร์หนึ่งในวงการเพลงของฉัน”
“แต่พ่อของฉันไม่เกี่ยว”
“ไอ้แก่นี่เหรอไม่เกี่ยว มันหักหลังพ่อฉัน ไปสมคบกับสยามซองเพื่อทำลายเบสท์ มิวสิค...แกมันแสบทั้งพ่อทั้งลูกนั่นแหละ”
“คุณฟ้า...คุณ อย่าทำอะไรฉันกับพ่อเลยนะ”
“กลัวเหรอ...ไม่ต้องกลัวหรอก ตอนนี้ฉันจะยังไม่ทำอะไรที่มันรุนแรงหรอก ก็แค่จะกักตัวแกไว้ก่อน อยากรู้ว่า ที่จัดงานแถลงข่าวแสดงคอนเสิร์ตซะใหญ่โต แต่ไม่มีนางเอกของงาน มันจะเป็นยังไง...ทีนี้แหละ ทั้งแกทั้งสยามซองคงไปนรก ไม่ได้ผุดได้เกิดแน่”
“คุณนี่มันเลวจริงๆ”
สุดนภาตบหน้า
“ยังไงแกก็ต้องตาย พ่อแกด้วย ฉันทำทุกอย่างเนี่ยก็เพื่อแก้แค้น ไอ้พวกสยามซองมันทำให้พ่อฉันต้องหนีคุก ไปลำบากอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้”
“แล้วคุณไม่กลัวว่าจะเป็นอย่างพ่อคุณเหรอ”
สุดนภาหันไปสั่งมือปืน
“เฝ้ามันไว้”
สุดนภาเดินออกไป กุ้งนางวิตก คิดไม่ออกว่าฟ้าจะทำอะไรต่อไป แต่ก็คงต้องเกี่ยวจิรายุแน่ สุดนภาเดินมามุมหนึ่งของโกดัง กดโทรศัพท์โทรออก
จิรายุเห็นชื่อฟ้าขึ้นหน้าจอ เขาไม่รับสาย แต่รู้สึกขึ้นมาว่าสุดนภาอาจจะเป็นคนจับกุ้งไป
สุดนภาหงุดหงิด
“ทำไมไม่รับสาย...”
สุดนภากดข้อความส่งไป จิรายุอ่าน
“เรื่องสำคัญ เราน่าคุยกัน”
สุดนภาถือโทรศัพท์ยิ้มร้าย เดินมาหากุ้งนาง
“พระเอกของแกน่าจะรู้แล้วล่ะ ว่าแกหายไป อีกไม่นานแกก็จะได้เจอเขา”
“คุณคิดจะทำอะไรคุณจิ”
“ใครจะกล้าทำอะไรกับคนที่ตัวเองรักล่ะ แกว่ามั้ย”
กุ้งนางมอง สุดนภาอย่างเจ็บใจ
“ฉันขอกลับไปเจอเขาก่อนนะ”

จิรายุซุ่มดูอยู่หน้าโกดัง ไม่ห่างจากรถของสุดนภา สุดนภากำลังเดินมาที่รถ จิรายุออกไปขวางหน้าไว้ พร้อมกับปืนในมือ
“จะไปไหน ฟ้า...”
สุดนภาตกใจ
“พี่จิ”
“จับกุ้งนางมาทำไม”
สุดนภาสงบใจลง
“ก็ต้องมีเหตุผลสิ...พี่จิมาก็ดีแล้ว เรื่องจะได้จบไปเร็วๆ”
“กุ้งนางอยู่ไหน”
“ก็อยู่ข้างใน อยากเจอไหมล่ะ อยากเจอก็ตามมาสิ”
สุดนภาจ้องหน้าสายตาเหี้ยม จิรายุอึ้ง รู้สึกได้ถึงความเหี้ยมของหญิงสาว
“ไปสิ”
จิรายุเอาปืนขู่ให้ฟ้าเดินนำกลับเข้าโกดังไป...สุดนภาเปิดประตูเดินเข้ามา จิรายุถือปืนขู่ตามหลังเข้ามา สุดนภาดินไปนิดนึงแล้วก็หยุดหันมา
“รีบไปสิ”
สุดนภายิ้มอย่างเยือกเย็น
“ทำไมถึงทำหน้าดุอย่างนั้นละคะพี่จิ”
“กุ้งนางอยู่ที่ไหน!”
“พี่จิจะกล้ายิงฟ้าจริงๆ เหรอคะ”
“ถ้าจำเป็น...”
“แต่ฟ้าว่าไม่จำเป็นหรอกค่ะ”
ก่อนที่จิรายุจะทันตั้งตัว มือปืนก็เอาปืนมาจ่อที่หลัง สมุนดึงปืนมาจากมือจิรายุ
“เอามานี่”
สมุนส่งปืนให้ สุดนภายกปืนเล็งไปที่จิรายุ ก่อนจะเอาปืนฟาดปากจนจิรายุปากแตกเลือดอาบ หญิงสาวยิ้มเหี้ยม
“เอาตัวมันไป”

มือปืนล็อคแขนกระชากตัวจิรายุเข้ามาเหวี่ยงลงไปกองกับพื้น จิรายุหันไปเห็นกุ้งนางกับครูชาตรีถูกมัดกันอยู่ แต่แยกกันคนละมุม
“กุ้งนาง...ครู...”
“คุณจิ...”
“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม” จิรายุถามอย่างเป็นห่วง
“ค่ะ”
สุดนภามองหยัน
“ตอนนี้ก็รู้แล้วนะคะพี่จิ ว่าระหว่างเรา ใครถือไพ่เหนือกว่า”
จิรายุข่มใจให้เย็นลง
“คุณจะเอายังไง”
“ก็น่าจะรู้อยู่แล้ว ว่าฟ้าต้องการอะไร ในเมื่อฟ้าไม่ได้อย่างใจ มันก็ต้องเป็นแบบนี้”
“ต้องการอะไร ก็บอกมาเถอะ ขอแค่ปล่อยกุ้งนางกับครูชาตรีไปไป สองคนนี่ ไม่เกี่ยว มันเป็นปัญหาระหว่างผมกับคุณ...สยามซองกับเบสท์ มิวสิค”
“โอ้โห...รักกันจริงๆ นะคะเนี่ย... เอาเป็นว่า ฟ้าจะปล่อยนังกุ้งกับไอ้แก่นี่...หลังจากที่พี่จิยอมเซ็นทะเบียนสมรสกับฟ้าแล้ว และพี่จิก็ควรจะทำหนังสือมอบหุ้นในสยามซองให้ฟ้าครึ่งหนึ่งด้วย”
จิรายุตัดสินใจทันที
“ได้”
สุดนภาคาดไม่ถึง
“อุ๊ย ตกลงใจง่ายจัง น่าอิจฉาแกนะนังกุ้งนาง ที่พี่จิโง่รักแกจนยอมได้ทุกอย่าง”
สุดนภายิ้มเยาะอดใจรอวันแห่งชัยชนะ

รถตำรวจแล่นเข้ามาจอด ก้านรีบเเข้าไปหา
“คุณจิรายุเข้าไปในโกดังแล้วครับ”
ก้านรีบพาตำรวจวิ่งไปที่โกดัง ทั้งหมดออกไป

สุดนภามองหน้าจิรายุนิ่งๆ แล้วหัวเราะเยาะ
“น่าขำ นึกว่าฟ้าจะเชื่อเหรอคะ ว่าพี่จิจะทำได้อย่างที่พูดจริง”
“ผมยอมทุกอย่าง ฟ้าต้องเชื่อผม”
“เชื่อเหรอ ฟ้าไม่ได้โง่นะคะ”
สุดนภายกหยิบปืนออกมาจะยิงกุ้งนาง จิรายุถลาเข้าไปประคองกุ้งนางลุกขึ้น
“ฟ้า...อย่าเพิ่งทำอะไรกุ้ง”
“ทำไม กลัวมันจะตายเหรอ”
สุดนภามองหน้ากุ้งนางที่ตัวสั่นด้วยความกลัว
“คุณฆ่าฉันแล้วจะได้อะไร”
“ได้ความสะใจไง ฉันจะต้องชนะอีเด็กบ้านนอก อีกระจอก อย่างแก”
จิรายุพยายามกล่อม
“ฟ้า...ค่อยๆ คุยกันนะ”
สุดนภาหันปืนมาจิรายุชะงัก
“คุยงั้นเหรอ คุยเพื่อให้พี่จิขอชีวิตนังกุ้งนาง ในขณะที่พ่อของฟ้าต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปไหนก็ไม่รู้...งั้นพี่จิก็คงจะยอมตายก่อนมันได้”
สุดนภาจ้องหน้าจิรายุด้วยความแค้นใจ เธอหันไปสั่งลูกน้อง
“ลากมันออกมา”
มือปืนกับสมุนกระชากตัวจิรายุออกมาจากกุ้งนาง
“คุณจิ”
กุ้งนางร้องไห้สงสารจิรายุ สมุนล็อคแขนมือปืนซ้อมจนจิรายุสลบไป สุดนภาสะใจ

“ถ้าพวกแกตายไปกันหมด ก็คงไม่มีใครคิดว่าฉันเป็นคนทำ”

 
โปรดติดตาม ราชินีลูกทุ่ง ตอนอวสาน เวลา 17.00 น.

ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 28 อวสาน

ขณะเดียวกันนั้น ก้านนำกำลังตำรวจเข้ามาที่หน้าโกดัง

“ที่นี่ล่ะครับ”
นายตำรวจหัวหน้าทีมรับรู้
“คุณรออยู่นี่” นายตำรวจหันไปสั่งลูกน้อง “คุณสองคนตามไปดูรอบๆ ที่เหลือตามผมมาเข้าไป
ในโรงงาน”
ตำรวจสองคนรับ
“ครับ”
ตำรวจทั้งหมดออกไป ก้านมองตามไปอย่างกังวล

มือปืนเดินออกมากับสมุน จะเปิดประตูออกไปเห็นตำรวจเข้ามา มือปืนชะงักรีบปิดประตูแล้ววิ่งหลบกลับไปมาหาสุดนภา
“หนีก่อนเถอะ ตำรวจเข้ามาแล้ว”
“ไม่ แกจะหนีก็หนีไป ฉันจะฆ่ามัน”
สุดนภาหันกลับเข้าไป สมุนหันไปถามลูกพี่
“เอาไงพี่”
“อีนี่มันบ้า...ปล่อยมัน...”
มือปืนวิ่งนำสมุนหนีไป อีกด้านนึง

จิรายุฟื้นขึ้นมา เห็นกุ้งนางร้องไห้อยู่ ชายหนุ่มรีบเข้าไปแก้มัดกุ้งนาง แล้วทั้งสองรีบเข้าไปช่วยครูชาตรี
“พ่อไม่เป็นอะไรนะ”
“ไม่เป็นไร”
“รีบหนีเถอะครับครู”
ครูชาตรีจะวิ่งไป แล้วชะงัก สุดนภาเข้ามาในมือถือปืนยกขู่
“พวกแกจะหนีไปไหน”
สุดนภาเหนี่ยวไกปืน เล็งไปที่กุ้งนาง จิรายุผลักกุ้งนางหลบไป กุ้งนางร้องกรี๊ด จิรายุเป็นคนที่ถูกยิงล้มลง กุ้งนางหันมาเห็นตกใจ รีบเข้าไปหา
“คุณจิ...”
“ฉันไม่เป็นไร หนีไปกุ้ง”
สุดนภาเข้าจิกหัวกุ้งนางขึ้นมา ครูชาตรีจะเข้าไปช่วย สุดนภาตวาด
“หยุดนะไอ้แก่ แกต้องตายอีกุ้งนาง อีตัวมาร”
สุดนภาผลักกุ้งนางกลับลงไป กุ้งนางซบลงไปข้างจิรายุ
“รักกันนัก ก็ตายด้วยกันนี่แหละ”
สุดนภาเอาปืนจ่อ จะยิงกุ้นางแต่ตำรวจเข้ามาเสียก่อน สุดนภาตกใจกลัว ละล้าละลัง
“อย่าเข้ามานะ”
“วางปืนลงเถอะคุณ...”
“ไม่...ฉันไม่มีวันยอมโดนจับเข้าคุกหรอก” สุดนภาตะโกนลั่น “ถอยไป๊ อย่าเข้ามานะ”
สุดนภากระชากตัวกุ้งนางขึ้นมา จี้กุ้งนางเป็นตัวประกันค่อยๆ ถอยหลังไปเรื่อยๆ

ก้านแอบซุ่มอยู่กับตำรวจด้านนอกโกดัง มือปืนกับสมุนหนีออกมาทางประตูหลัง ก้านกระซิบบอกตำรวจ
“ไอ้สองคนนี่แหละครับ”
ตำรวจเข้าจู่โจม จับตัวคนร้ายได้

สุดนภาใช้ปืนจี้กุ้งนางอยู่ จิรายุโดนยิงที่ไหล่เลือดอาบฝืนลุกขึ้น
“พอเถอะฟ้า”
“แกอย่าเข้ามานะ ไม่งั้นฉันยิงนังนี่แน่”
“มอบตัวซะดีกว่านะ”
“ไม่ คนอย่างฉันไม่มีวันแพ้ อย่าเข้ามา ถอยไป”
ตำรวจถือปืน จ้องฟ้าอย่างระมัดระวัง ตำรวจขยับตัวจะเข้าไป สุดนภาขู่
“อย่าเข้ามานะ”
ตำรวจพยายามกล่อม
“วางปืนลงเถอะคุณ...”
“ไม่...ในเมื่อแกทำลายฉันทุกอย่าง ตอนนี้ แกก็ดูคนที่แกรักตายไปก็แล้วกัน”
สุดนภายกปืนขึ้นจะยิงกุ้งนาง จิรายุตกใจ
“อย่าฟ้า!”
กุ้งนางฉวยโอกาส รวบมือสุดนภายกขึ้น สุดนภาเหนี่ยวไก เสียงปืนเปรี้ยง ทั้งสองยื้อกันอยู่นิดนึงก่อนที่ สุดนภาสะบัดกุ้งนางกระเด็นลงไปกองกับพื้น
“ตายซะเถอะอีกุ้งนาง”
เสียงปืนดังเปรี้ยง ขณะที่สุดนภาจะเหนี่ยวไก ตำรวจยิงเข้าที่ไหล่ สุดนภาล้มลง ปืนกระเด็นไป ตำรวจรีบเข้าเคลียร์ จับตัวไว้ สุดนภากรี๊ดร้อง
“ปล่อยฉันๆ ฉันจะฆ่ามัน มันทำลายทุกอย่างในชีวิตฉัน ปล่อยๆฉันบอกให้ปล่อย ฉันไม่มีวันแพ้พวกแก ได้ยินไหม ฉันไม่มีวันแพ้ อ๊าย”
ตำรวจรีบลากออกไป ในขณะที่สุดนภากรี๊ดร้องลั่น ตำรวจที่เหลือส่งวิทยุขอความช่วยเหลือ แจ้งมีคนบาดเจ็บ ครูชาตรีรีบเข้าไปพยุงกุ้งนาง ในขณะที่จิรายุหมดแรงล้มลงหมดสติไป
“คุณจิ!”
กุ้งนางรีบถลาเข้าไปประคองจิรายุ
“คุณจิ…อย่าเป็นอะไรนะคะ คุณจิๆๆ”

ค่ำนั้น จิรายุนอนอยู่บนเตียงในห้องพักไข้ เขาถูกผ่ากระสุนที่ไหล่ออกแล้ว ครูชาตรีอยู่กับกุ้งนาง ก้านนั่งอยู่ห่างออกไป ทุกคนมองอย่างเป็นห่วง จิรายุลืมตาขึ้น กุ้งนางถลาเข้าไปหา

“คุณจิ”
“กุ้งนาง...เป็นยังไงบ้าง”
“ยังจะมาห่วงกุ้งอีก ก็มีแต่คุณน่ะแหละที่ถูกยิง”
“ทำหน้ายังงี้ อยากให้ฉันตายรึไง”
“บ้าสิ ยังจะมาพูดเล่นอีก”
ครูชาตรีกับก้านหน้าตาสดใสขึ้นเมื่อเห็นว่าจิรายุฟื้นมาอย่างปลอดภัย ครูชาตรีมองอย่างซึ้งใจ
“ขอบใจมากนะครับคุณจิ ที่เสี่ยงชีวิตช่วยกุ้งนาง”
จิรายุยิ้มบางๆ
“ไม่เป็นไรครับครู”
ครูชาตรีหันไปยิ้มให้ก้าน
“ก้านก็อีกคน ขอบใจจริงๆ นะ”
“กุ้งก็เหมือนน้องสาวผม ยังไงผมก็ไม่ยอมให้ใครมารังแกกุ้งหรอกครับครู”
ครูชาตรีลูบหัวลูกสาวโล่งใจ
“คิดซะว่าฟาดเคราะห์แล้วกันนะลูก”
ก้านยังกังวล
“หวังว่าจะไม่มีเรื่องอะไรอีกแล้วนะครับครู”
จิรายุถอนใจหันไปมองหน้ากุ้งนาง
“เรื่องร้ายๆ ผ่านไปแล้ว ต่อไปนี้ ก็ต้องมีแต่เรื่องดีๆ แล้วนะกุ้งนาง”
กุ้งนางยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน
“คุณจิต้องหายเร็วๆ นะคะ”
“แค่นี้เอง พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้วมั้ง”
กุ้งนางค้อนเล็กๆ
“ยังจะอวดเก่งอีก”
จิรายุยิ้ม
“ขอบใจนะ ที่กุ้งเป็นห่วงฉัน”
กุ้งนางเขินๆ
“ใครบอกว่ากุ้งห่วง...”
จิรายุหันไปฟ้องครูชาตรี
“ครู... ดูลูกสาวครูนะครับ ต้องเอาชนะผมทุกเรื่องเลย”
ครูชาตรีกับก้าน มองจิรายุและ กุ้งนางที่หยอกล้อกันไปมาอย่างมีความสุข

วันต่อมา...ในการประชุมสรุปงานคอนเสิร์ตสยามซอง ทัศนีย์บอกกับทุกคน
“ในนามสยามซอง พี่ตู่จะปั้นกุ้งนางให้เป็นนักร้องลูกทุ่งหญิงที่ดังที่สุดในยุคนี้”
กุ้งนางอึ้งไป...จิรายุมองหน้า
“ทำไมทำหน้ายังงั้นล่ะกุ้ง”
กุ้งนางนิ่งไปนิด ก่อนจะพูดขึ้น
“เอ่อ...กุ้งคิดว่า กบน่าจะได้เป็นมากกว่านะคะ เพราะกบทั้งสวยทั้งเก่ง ที่สำคัญมีประสบการณ์มากกว่ากุ้งซะอีก”
กบยิ้มแย้มจริงใจ
“กุ้งนางนั่นแหละ เหมาะสมแล้ว ตอนนี้กบมีเพลงของตัวเอง ได้เป็นนักร้องอย่างที่พี่ฝันไว้ แค่นี้กบก็มีความสุขมากพอแล้วล่ะ”
กุ้งนางอึดอัดใจเพราะไม่ได้คิดว่าจะมาเป็นคนโด่งดัง ครูชาตรีหันมาหาลูกสาว
“กุ้งนาง ความฝันของแม่กับพ่ออยู่ในตัวลูกแล้วนะ ช่วยทำความฝันนั้นให้พ่อกับแม่ได้มั้ย”
กุ้งนางยิ้มรับเจื่อนๆ
“ค่ะ”
นทีทองที่นั่งฟังการสนทนาอยู่พูดขึ้น
“เมื่อวานเพื่อนผมที่เป็นดีเจเพิ่งโทรมาบอกว่า เพลงของกุ้งนางมีแฟนเพลงขอฟังเยอะมาก เปิดแทบทุกชั่วโมงเชียว”
เขียดพูดขึ้นมาบ้าง
“คุณจิคะ เสร็จคอนเสิร์ตสยามซองแล้ว เขียดขออนุญาตลาพักร้อนสักเดือนนะคะ”
จิรายุแย้ง
“รอให้เจ๊อึ่งสบายใจกลับมาก่อนสิ แล้วเขียดค่อยลา”
“โอ๊ย อย่าห้ามเลยค่ะ เขียดจะพักยาว เขียดอยากจะไปหารักแท้บ้างน่ะค่ะ”
ด้วงแซวทันที
“หุ่นแบบนี้จะหาได้รักแท้ได้เร้อน้องเขียด”
เขียดถลึงตาใส่
“ปากคนใช่มั้ยน่ะพี่ด้วง”
ทัศนีย์ตัดบทน้ำเสียงจริงจัง
“คงลาไม่ได้หรอกจ้ะแม่เขียด เพราะว่าคิวจองคอนเสิร์ตของสยามซองน่ะ ยาวเหยียด ไปถึงเมษายนปีหน้าแล้วจ้ะ”
กุ้งนางยิ้มดีใจ
“แล้วมีคิวกลับไปเล่นที่บ้านกุ้งไหมคะพี่ตู่”
“อันนั้นคงต้องยกเลิก ช่วงนั้นมีงานต่างประเทศน่ะจ้ะ”
กุ้งนางหน้าเสีย
“แต่ว่า...”
ครูชาตรีปลอบ
“กุ้ง...ให้หมดทัวร์คอนเสิร์ตแล้วเราค่อยกลับบ้านก็ได้ พ่อจะกลับไปด้วยดีไหม”
“ค่ะ”
กุ้งนางยิ้มรับเศร้า จิรายุสังเกตเห็น
“ไปพักผ่อนก่อนเถอะกุ้ง เย็นนี้มีคิวซ้อมคอนเสิร์ตที่เวทีจริง”
“ค่ะ”
กุ้งนางลุกเดินออกไปจากห้อง จิรายุเปรยๆขึ้นมา
“ดูกุ้งไม่ค่อยมีความสุขเลยนะครับ”
“คงเหนื่อยน่ะค่ะ” ทัศนีย์หันไปบอกคนอื่นๆ “ช่วงนี้ทุกคนก็เหนื่อยกันหน่อยนะจ๊ะ”
ครูชาตรีปลอบใจจิรายุ
“อีกหน่อย กุ้งชินกับเป็นนักร้อง ก็คงดีขึ้นเองครับคุณจิ”

จิรายุขมวดคิ้วครุ่นคิดเครียด

ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 28 จบบริบูรณ์

กุ้งนางยืนเหม่ออยู่ คิดถึงเรื่องที่ว่าไม่มีโอกาสไปแสดงให้ยายดู จิรายุเข้ามาหา

“กุ้งนาง ไม่สบายใจอะไรรึเปล่า”
“เปล่าค่ะ”
“ฉันรู้นะ กุ้งอยากกลับไปแสดงคอนเสิร์ตที่บ้าน ยายจะได้ดูความสำเร็จของกุ้งใช่ไหม”
กุ้งนางมองจิรายุหน้าเศร้า
“แต่บริษัทไม่มีคิวว่างเลยนี่คะ”
“งั้นเอาอย่างนี้นะ ฉันสัญญา พอจบคอนเสิร์ตสยามซองแล้ว ฉันจะให้กุ้งพักไปหายายสักอาทิตย์นึง”
กุ้งนางดีใจ
“จริงนะคะ”
“จริงสิ... อ้อ มีอีกเรื่องนึง ตั้งแต่พรุ่งนี้ กุ้งกับเพื่อนๆ ต้องย้ายเข้าไปอยู่บ้านที่บริษัทซื้อไว้ให้”
กุ้งนางแปลกใจ
“ย้ายทำไมคะ ที่เก่าพวกเราก็อยู่กันได้”
“ฉันเป็นห่วง ไม่อยากให้เกิดอะไรขึ้นมาอีก ฉันให้คนไปย้ายของออกมาหมดแล้ว”
“แล้วพี่ก้าน พี่ด้วง พี่ชะเอม เขาไม่มีปัญหาเหรอคะ”
“ก็ไม่นี่ เห็นดีใจซะอีก รีบพาคนของฉันไปขนของเองเลยนะ”
“นี่คุณจะบังคับจิตใจกุ้งทุกอย่างเลยรึไง”
จิรายุจับมือมากุ้งกุมไว้
“ฉันบังคับจิตใจกุ้งได้เหรอ”
กุ้งนางเขินๆ
“ก็ไม่มีทางหรอก”
“ที่ฉันทำทุกอย่างก็เพราะอยากดูแลกุ้งให้ดีที่สุดต่างหาก เข้าใจนะ”
กุ้งนางยิ้ม
“ค่ะเข้าใจ”
“ยังงี้สิ ค่อยน่ารักหน่อย”
จิรายุดึงกุ้งนางมากอดไว้ หญิงสาวอิงแอบชายหนุ่มอย่างมีความสุข

ในห้องประชุมจิรายุ ชาตรี นทีทอง ซองจู พี่ตู่ และทีมงาน กำลังประชุมกันอยู่
“สรุปว่า คอนเสิร์ตสยามซอง...เราจะให้กุ้งนางเปิดตัวเป็นคิวสุดท้ายนะครับ และก็ต้องทำให้ยิ่งใหญ่ที่สุดด้วย”
ทุกคนเห็นด้วย นทีทองเสนอแนะ
“คุณจิรายุครับ เรื่องของเวทีฉากและระบบไฟ ผมอยากจะเสนอให้บริษัทของ
เพื่อนผมมาช่วยทำน่ะครับ บริษัทนี้เขาเป็นมืออาชีพมาก จัดงานใหญ่ๆ มา
เยอะเลยละครับ”
“ก็ได้ครับพี่นที เราก็ยังไม่ได้สรุปอะไร”
ซองจูออกความเห็นบ้าง
“ส่วนเรื่องของการเชิญแขกนี่ ผมคิดว่าเราน่าจะเชิญคนดังๆ ในวงการที่เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตามาด้วย มันจะได้ดูยิ่งใหญ่”
ครูชาตรีเห็นดีด้วย
“นทีทองกับซองจูนี่รู้จักคนเยอะดีนะครับ น่าจะทำบริษัทออร์กาไนซ์ไปเลยนะ”
นทีทองยิ้มรับ
“ผมกับซองจูก็คิดๆ กันอยู่ครับ เพราะอยากจะเลิกร้องเพลงซะที”
จิรายุยิ้มให้นทีทองอย่างจริงใจ
“ถ้าพี่ทำจริง ผมก็สนับสนุนเต็มที่เลย”
ทัศนีย์แสดงความดีใจกับนทีทองด้วย
“ดีใจด้วยนะคะ ว่าที่ผู้บริหารบริษัทออร์กาไนท์”
นทีทองกับซองจูดีใจมาก ทุกคนยิ้มมีความสุข

เย็นวันใหม่...ที่โต๊ะลงทะเบียนด้านหน้า นักข่าวมาลงทะเบียนคึกคัก จิรายุกับทัศนีย์ยืนดูความเรียบร้อยอยู่มุมหนึ่ง
“แหม...น่าปลื้มใจนะคะคุณจิ ดูสิ นักข่าวมาเยอะมาก ส่วนคนดูก็เข้าไปจองที่กันแน่นฮอลตั้งแต่เช้าแล้ว”
“ทั้งหมดก็ต้องขอบคุณพี่ตู่ที่จัดการทุกอย่างได้ดี”
“อุ๊ย...ไม่หรอกค่ะ เป็นเพลงที่เราปล่อยออกไปมันดังมากกว่า หรือพูดง่ายๆ ว่าเพลงที่คุณจิแต่งมันดีไงคะ แล้วเราก็ได้นักร้องดีๆมาด้วย ของตู่มันปลายน้ำ ทุกอย่างก็เลยง่าย”
“ก็เหลือแต่คอนเสิร์ตวันนี้จะต้องผ่านไปด้วยดี”
“แน่นอนค่ะ เราซ้อมกันมาอย่างดี ยังไงก็ต้องผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ”
จิรายุกับทัศนีย์ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

ด้วงกับชะเอมเดินจูงมือกันมา
“เฮ้ย...ตื่นเต้นจังเลย พี่อยากรู้จักว่าคนดูวันนี้เยอะไหม”
“แหม...พี่ด้วงตื่นเวทีละสิ อย่างชะเอมอ่ะ ร้องเพลงพื้นบ้านกับกุ้งกับไอ้ก้านมาโชกโชน ไหนจะตอนเป็นหางเครื่องอีก ประสบการณ์เพียบ เรื่องแค่นี้ไม่ตื่นเต้นหรอก”
“เฮ้ย...พี่ก็ไม่ตื่นเว้ย โธ่...สมัยพวกเราออกวงกับพี่นทีกับยัยชามาดา คนดูก็ตั้งเยอะ พี่ยกเครื่องดนตรีกับไอ้ก้านบนเวทีผ่านไปผ่านมาเห็นจนชินแล้ว”
“งั้นจะมาแอบดูคนดูทำไม”
“แล้วเอ็งล่ะ มาดูทำไม”
“เอ่อ...ฉันจะได้กะถูกไงว่าจะเต้นแค่ไหน ถ้าดูเยอะก็เต้นเยอะ” ชะเอมทำท่าสุดสวิง “ถ้ามาน้อยเต้นแค่นี้ก็พอ”
ชะเอมทำท่าเต้นแบบซังกะตาย
“งั้นพี่ก็เหมือนเอ็ง มาเยอะก็ร้องเยอะ มาน้อยก็ร้องน้อยนึง”
พูดจบสองคนก็หัวเราะขำ แล้วแอบเปิดม่านข้างเวทีดู สายตาทั้งคู่ เห็นคนดูจำนวนมาก ทั้งสองหน้าเหวอ หลบกลับมาอย่างเดิม ชะเอมตื่นเต้น
“คนเยอะมากเลยเนอะพี่ด้วง”
“นั่นสิ พี่ชักปอดแล้ว”
“ปอดแหกไม่ได้นะพี่ด้วง เราต้องดัง”
“จ้ะ น้องชะเอม”
ทั้งคู่ปากคอเริ่มสั่นฟันกระทบกันกึกๆๆๆๆ

ก้านที่แต่งตัวแต่งหน้าเสร็จ เดินเข้ามาเห็นด้วงกับชะเอมเดินกระวนกระวายสวนกันไปมา ก็มองอย่างสงสัย
“พี่ด้วง ชะเอม เดินสวนสนามอะไรกัน”
ด้วงส่ายหน้า
“เปล่า ข้าไม่ได้เดิน”
ชะเอมปฏิเสธอีกคน
“ข้าก็เปล่านะเว้ย”
ก้านเกาหัวงงๆ
“ตกลงนี่ยืนกันนิ่งๆใช่ไหม”
ด้วงกับ ชะเอมพูดพร้อมกัน
“ใช่”
ก้านผงะ กบแต่งตัวเสร็จเดินเข้ามาเห็นด้วงกับชะเอมก็แปลกใจ
“พี่ก้าน สองคนนี่เป็นอะไร”
ก้านส่ายหน้าไม่รู้ กบเดินเข้ามาสมทบแล้วยิ้มขำ
“ขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก สมัยกบร้องเปิดวงให้พี่ดาก็แบบนี้ตื่นเต้นล่ะ”
ด้วงหันมาถาม
“แล้วจะทำไงให้เขาหายละจ๊ะน้องกบ”
“งั้นก็มาวอร์มร่างกายวอมร์เสียงกันหน่อยเนอะ”
ทั้งหมดยืนล้อมเป็นวงกลมแล้วเริ่มวอร์ม

ครูชาตรีกับกุ้งนางยืนคุยกันอยู่มุมหนึ่ง
“ตี่นเต้นไหมลูก”
กุ้งนางถอนใจ
“ค่ะพ่อ”
“กุ้ง พ่อรู้ว่ากุ้งไม่ได้อยากมีชีวิตแบบนี้ แต่ทำให้เต็มที่นะ เพื่อพ่อกับแม่”
“ค่ะ”
ครูชาตรีหยิบสร้อยข้อมือแก้วตาออกมา
“ลืมหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ แต่สร้อยนี้กุ้งตั้งใจเอามาให้พ่อ เพราะมันเป็นของแม่กับพ่อ”
“แต่พ่ออยากเห็นกุ้งใส่ร้องบนเวที พ่ออยากจะเห็นภาพของแม่เขาอีกครั้ง กุ้งใส่ให้พ่อทีนะลูก”
กุ้งนางรับมาสวม ครูชาตรีมองลูกสาวอย่างซึ้งใจ
“ขอบใจนะลูก ขอบใจมาก”
สองพ่อลูกกอดกัน
“พ่อจะรอดูลูกสาวคนเก่งของพ่อนะ”

เวลาผ่านไป คนเข้ามานั่งกันเต็มฮอลล์...ที่ด้านข้างเวที จิรายุ ครูชาตรี นทีทอง ยืนอยู่กับทีมงาน ทัศนีย์เดินเข้ามาหา

“คุณจิคะ พร้อมแล้วนะคะ อีกห้านาทีนะคะ”
จิรายุหันไปหาครูชาตรี
“ครูครับ เดี๋ยวออกไปพูดเปิดงานกับผมนะครับ”
“อย่าเลยคุณจิ จะว่าไปผมก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมาย ป่วยซะเยอะ”
ครูชาตรีหัวเราะ จิรายุขัดขึ้น
“ไม่ได้ครับ ยังไงครูก็ช่วยผมมาแต่แรก”
นทีทองหันมาหาจิรายุ
“ให้พี่ชาตรีดูความสำเร็จอยู่กับผมตรงนี้เถอะคุณจิ”
จิรายุยิ้มรับ
“ครับ เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ”
นทีทองยิ้มให้
“โชคดีนะครับคุณจิ”

ไฟในฮอลล์ดับลง เสียงคนฮือฮาเบาๆ ดนตรีอลังการเปิดตัว ที่เวทีมีไฟส่องสว่าง จิรายุเดินออกมาด้านหน้าเวที ทุกคนปรบมือกันลั่น นักข่าวรุมถ่ายรูปหน้าเวที
“สวัสดีครับ ผมจิรายุ ขออนุญาตเป็นตัวแทนชาวสยามซองทุกคน เพื่อกล่าวขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนและประชาชนทุกท่านที่มาชมคอนเสิร์ตในวันนี้ ผมรู้สึกซาบซึ้งใจที่ทุกท่านให้เกียรติและสนับสนุนสยามซองตลอดมา”

ทุกคนยืนรออยู่อย่างตื่นเต้น กบหันมาบอกด้วงกับชะเอม
“หายใจเข้าลึกๆ แล้วหายใจออก...เป็นไง หายตื่นเต้นไหมพี่”
ด้วงกับชะเอมส่ายหน้า
“พี่ปวดฉี่อ่ะ”
ซองจูมองหน้าชะเอมอย่างแปลกใจ
“อะไรกัน พี่ฉี่มาหกรอบแล้วนะ”
“ก็ปวดอีกนี่”
ก้านหันไปถามด้วง
“พี่ด้วงล่ะจะไปฉี่อีกรอบไหม”
ด้วงรีบบอก
“ไปสิวะ แค่นี้ก็จะราดแล้ว...ไปชะเอม”
ชะเอมพยักหน้ารับ
“ไปสิ โอ๊ย ไม่ไหวแล้ว”
ด้วงลากชะเอมออกไป ก้านตะโกนไล่หลัง
“เฮ้ย พี่ด้วง ชะเอมรีบกลับมานะ”
ซองจูหันมาหาก้านกับกบ
“แดนเซอร์ไปประจำที่แล้ว กบ ก้าน เปิดเวทีให้อลังการเต็มที่เลยนะ”

ทั้งสองรับคำพร้อมกัน “จ้ะ”

ด้านบนเวที จิรายุยังกล่าวอยู่

“สำหรับอัลบั้มชุดนี้ พวกเราตั้งใจกันมาก เราต้องทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายแรงใจ ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้ได้อัลบั้มชุดนี้มา และที่ผมจะลืมไม่ได้ ก็คือ ผู้ที่สอนผมให้รู้จักการแต่งเพลง และเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานเพลงมาตลอด”
จิรายุมองไปที่ด้านข้างเวที ครูชาตรียิ้มเขิน นทีทองกับทัศนีย์ยิ้มแล้วยกนิ้วให้ครูชาตรี
“รวมทั้งอัลบั้มชุดนี้ ซึ่งนอกจากวิชาการแต่งเพลงแล้ว บุคคลผู้นี้ยังให้ข้อคิดการใช้ชีวิต และคำแนะนำดีๆกับผมเสมอมา ขอเสียงปรบมือให้กับครูชาตรี นักแต่งเพลงชื่อดังครับ”
จิรายุผายมือไปทางข้างเวที เสียงปรบมือดังกึกก้อง...นทีทองกระซิบครูชาตรี
“พี่คงต้องออกไปรับความยินดีแล้วละ”
นทีทองกับทัศนีย์ผลักครูชาตรีให้ออกไปที่เวที ครูชาตรีเดินไปหาจิรายุ กอดกันแล้วโค้งรับความสำเร็จด้วยกัน
“ขอบคุณครูมากนะครับ...และตอนนี้ คอนเสิร์ตที่จะพลิกโฉมโลกลูกทุ่งไทยก็พร้อมแล้ว ขอเชิญพบกับสยามซองคอนเสิร์ต...ได้เลยครับ”
พูดจบไฟก็ดับ จิรายุกับครูชาตรีเดินเข้าด้านข้างเวที ไฟสว่างขึ้นอีกครั้ง เปิดตัวกบกับก้านออกมาร้องเพลง โดยมีแดนเซอร์เต้นด้วยอย่างสวยงาม คนดูดูอย่างมีความสุข นักข่าวรุมถ่ายรูป...ข้างเวที นทีทองกับทัศนีย์ ยืนยิ้มปลื้มใจ
“ต๊าย...เก่งกว่าที่คิดไว้ทั้งคู่เลยนะคะ”
“ก้าน น่าจะมาแทนที่ผมได้แล้วนะพี่ตู่”
“ค่ะ เอ๊ย ก็ร้องๆ ไปด้วยกันก่อนสิอย่าเพิ่งเลิกร้องเพลงเลยนะนที”
นทีทองยิ้มมองไปที่ก้านกับกบบนเวทีอย่างชื่นชม

เวลาผ่านไป ก้านกับกบร้องเพลงเดี่ยวคนละเพลงจบ จากนั้นก็ร้องเพลงคู่ปิดท้าย เมื่อเพลงจบลง จิรายุอยู่ที่มุมหนึ่งของเวทีประกาศออกมา
“ขอเสียงปรบมือให้กับ กบ กรรณิการ์ และ ก้าน กิตติพล ลูกทุ่งคู่หวานคู่นี้...แฟนเพลงแอบให้รักกันจริงๆ ใช่ไหมครับ”
คนดูฮือฮา เป่าปาก ตบมือ
“ผมก็ลุ้นเหมือนกันครับ...ท่านผู้ชมครับ เมื่อไม่นานมานี้ เรามีแดนเซอร์สาวสวยอยู่ในวงของเราคนนึง ทั้งๆ ที่เธอมีคุณสมบัติพร้อมที่จะเป็นนักร้องแต่เธอก็ปฏิเสธสยามซอง จนวันนึง เธอจำเป็นต้องขึ้นร้องเพลงแทนนักร้องของเราคนนึง คงเป็นเพราะความมีน้ำใจของเธอในครั้งนั้น ส่งผลให้ทุกท่านที่ได้ชมเธอร้องเพลงต่างก็ประทับ และสยามซองก็ไม่พลาดที่จะขอให้เธอมาเป็นนักร้อง ขอเชิญพบกับ กุ้งนาง สาวิตรี มณีวงษ์”
ไฟที่จิรายุเฟดมืดไป และสว่างขึ้นที่กลางเวที เปิดตัวของกุ้งนางที่ทั้งร้องทั้งเต้นอย่างสุดฝีมือ
เพลงไม่เจ้าชู้ แล้วจะรู้ไหมว่าหวง ที่ด้านข้างเวที จิรายุยืนดูกุ้งนางอยู่กับคนอื่นๆก็เต้นกันอย่างสนุกสนาน จิรายุยิ้มมีความสุข
“กุ้ง...ฉันคงต้องเสียสละ เพื่อแฟนเพลงของเธอแล้วล่ะ”
หน้าเวที กุ้งนางร้องเพลงจบเพลง คนดูปรบมือลั่น
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณทุกคน และตอนนี้พบกับ พี่ด้วงและพี่ชะเอมค่า”
กุ้งนางเข้าไป ด้วงชะเอมออกมา
“มาฟังเพลงสนุกๆ กันต่อครับ”
ด้วงกับชะเอม ร้องเต้นอย่างสุนกสนาน ในเพลง ใฝ่ต่ำจนจบลงด้วยท่าชะเอมทิ้งตัวให้ด้วงกอด ทุกคนกรี๊ดชอบใจ
“อิจฉาล่ะสิครับ แฟนผมงามซะขนาด คนสวยก็ต้องคู่กับคนหล่อเป็นธรรมดา”
ชะเอมบิดๆเขินๆ
“บ้าที่สุด ใครแฟนพี่ พูดอะไรไม่อายคนดู”
“อายทำไมล่ะจ๊ะน้องชะเอม แฟนเพลงครับ ผมขอประกาศว่า น้องชะเอมเป็น”
ชะเอมยังอายๆ บิดๆๆ
“เป็นน็อต! ไปแล้วคร้าบบ!” ด้วงหันมาว่าชะเอม “เฮ้ย! เป็นลำใส่ใหญ่รึไง บิดอยู่ได้”
ชะเอมดุ
“พี่ด้วง”
“น้องชะเอมเป็นแฟนผมคร้าบ!! ใครห้ามยุ่ง”
ทุกคนกรี๊ด หัวเราะชอบใจ ก้านกับกบหันมองหน้ากันตกลงจับมือกันแล้วออกไปกลางเวที ด้วงผายมือไปที่ทั้งสองที่เดินมา
“มาแล้วครับ นี่ก็อีกคู่นึง ลูกทุ่งคู่หวาน ก้านกับกบคร้าบ คู่นี้เขาก็ดูๆ ใจกันอยู่นะครับท่านผู้ชม”
ก้านยังอายๆ
“พี่ด้วง พูดยังงี้ฉันอายนะ...”
กบพูดกับคนดู
“แต่กบไม่อายนะคะ นี่แฟนกบค่ะ...”
ทุกคนกรี๊ด หัวเราะชอบใจ ด้วงประกาศก้อง
“และสุดท้ายขอเสียงตบมือดังๆ ให้กับกุ้งนางด้วยครับ”
กุ้งนางออกไปยืนตรงกลางระหว่างคู่ด้วงชะเอม และคู่กบก้าน ทั้งห้าคน โค้งให้คนดูพร้อมกัน คนดูกรี๊ด ตบมือ...จิรายุยืนมองอยู่กับครูชาตรีที่ข้างเวที
“นี่คงจะเป็นมิติใหม่ของวงการเพลงลูกทุ่งนะครับคุณจิ ที่นักร้องทุกคนเสนอแต่ผลงาน โดยไม่ต้องปกปิดเรื่องส่วนตัว”
“ครับครู”
เพลงเร็วของกุ้งนางดังขึ้น ทุกคนร้องเต้นกันอย่างสนุกสนาน เป็นฉากจบคอนเสิร์ตที่มีความสุข ทั้งศิลปินและคนดู

ในห้องแต่งตัว...หลังจากที่คอนเสิร์ตจบลง ชะเอมยืนเหม่อยิ้มปลื้มกับความสำเร็จของตัวเอง ด้วงเดินเข้ามาหา
“ไม่คิดจะไปเปลี่ยนชุด กลับบ้านเหรอจ๊ะน้องชะเอม”
“แป๊บนึงได้ป่ะ ชะเอมยังรู้สึกลอยๆ ฝันๆ อยู่เลย”
ด้วงหยิกชะเอม
“นี่แน่ะ...”
ชะเอมร้องลั่น
“อ๊าย มาหยิกฉันทำไม”
“น้องชะเอมจะได้รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ความฝัน เราดังกันแล้วจ้ะ”
ชะเอมกอดแขนด้วง
“พี่ด้วง”
“อะไรอีกล่ะ”
“เดี๋ยวกลับถึงบ้าน พี่ด้วงนวดชะเอมหน่อย โอ๊ย มันตึงไปหมดเลย”
ด้วงแกะแขน
“ฝันอีกแล้วนะน้องชะเอม น้องต้องนวดให้พี่ถึงจะถูกสิจ๊ะ”
ชะเอมดุ
“ถ้าพี่ด้วงไม่นวดให้ชั้น ชั้นให้พี่รปภ.หมู่บ้านนวดให้ ด้วงหึง
“เฮ้ย ไม่ได้ พี่ด้วงหึง พี่ด้วงนวดเองก็ได้จ้ะน้องชะเอม”
ด้วงทำท่างอน ชะเอมมองขำๆ ทำหน้าทะเล้น
“พี่ด้วง”
“อะไร้”
“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว...เรามาแต่งงานกันเถอะ”
“เฮ้ย...ยังไม่เริ่มทัวร์คอนเสิร์ตเลยนะ”
“ไม่แต่งใช่มะ”
“โอ๋ๆๆๆ แต่งสิ แต่แต่งเงียบๆนะ แล้วเราก็ไปฮันนี่มูน ด้วยการทัวร์เลยเนอะ ชะเอมเนอะ”
“จ้ะ พี่ด้วง”
“มามะ ขอพี่หอมมัดจำ ก่อนแต่งสักฟอดนะชะเอมนะ”
“บ้า... อย่ามานะ เขาอายน่ะ”
ชะเอมเขินอายแต่ดึงด้วงมากอดเสียเอง

บนเวทีที่กว้างใหญ่ เงียบ มีเพียงแค่ก้านกับกบสองคน ทั้งคู่ยิ้มสุขใจ ยังประทับใจกับความสุขที่เพิ่งแสดงคอนเสิร์ตจบไป
“กบ...พี่มีความสุขมากเลยนะวันนี้”
“กบก็มีความสุขที่ได้ร้องเพลงของตัวเอง แล้วก็ได้ร้องเพลงคู่กับพี่ก้านด้วย”
“ที่พี่มากรุงเทพ ก็เพราะอยากช่วยกุ้งตามหาพ่อ พี่ไม่เคยคิดเลยนะ ว่าพี่จะมา
เป็นนักร้อง”
“แต่ก็เป็นแล้วนี่”
“ก็จริงของกบ กุ้งมันก็ได้เจอพ่อ ได้เป็นนักร้อง พี่ดีใจที่เห็นน้องสาวที่รักที่สุดมีความสุข”
“น้องสาว...พี่ก้านพูดเต็มปากเต็มคำเลยนะ”
“เต็มใจด้วยนะ กุ้งเป็นน้องสาว...แต่คนที่เป็นแฟน...”
กบเขินอาย
“พี่มีกบคนเดียว”
กบเขินจัด
“แหม...ปากหวานเป็นเหมือนกันนะเนี่ย”
“พี่จะรักกบคนเดียวตลอดไป”
ก้านดึงตัวกบมากอดไว้ กบยิ้มอย่างมีความสุข

จิรายุกับกุ้งนางยืนมองดูความสวยงามในสถานที่สวยงาม ที่เคยสารภาพรักกัน
“กุ้งนาง...ตอนนี้เรามาไกลเกินจะถอยแล้วนะ เราต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด”
“คุณจิจะให้กุ้งร้องเพลงตลอดไปเหรอคะ”
“ก็เท่าที่คนดูยังอยากฟังกุ้งร้องเพลงอยู่ “
“นานแค่ไหนก็ไม่รู้”
“นานแค่ไหน ฉันก็รอกุ้งได้ ฉันก็ต้องรอต่อไป เพราะกุ้งเป็นเจ้าของหัวใจของฉัน แล้วก็ยังเป็นเจ้าของหัวใจของแฟนเพลงทั่วประเทศด้วย”
จิรายุรวบตัวกุ้งนางมากอดไว้
“ฉันดีใจนะ ที่กุ้งยอมให้ฉันกอดแบบนี้”
“คุณจิ พูดเองเออเอง”
“ยังไงก็ไม่ยอมให้ใคร เข้ามาในใจ...หัวใจฉันนี้ มีแต่เธอ...”
“คุณจิอาการหนักแล้วนะ”
กุ้งนางขยับออกมาจากอ้อมกอดของเขา จิรายุยิ้มแย้ม
“นี่เป็นเนื้อเพลงรักเพลงใหม่ ฉันตั้งใจแต่งให้กุ้งร้องโดยเฉพาะเลยนะเพราะไหม”
กุ้งนางมีความสุข
“ค่ะ...”
“ฉันแต่เพลงนี้ให้กุ้ง เหมือนที่ครูชาตรีแต่งให้แม่แก้วไง แต่ฉันไม่มีสร้อยข้อมือให้กุ้งนะ”
“คุณจิ เอาเรื่องพ่อแม่กุ้งมาล้อเล่นอีกแล้วนะ”
จิรายุยิ้ม
“ไม่ได้ล้อเล่น ฉันพูดจริง ฉันไม่มีสร้อยข้อมือ แต่ฉันมีอย่างอื่น...” ชายหนุ่มหยิบแหวนเพชรออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “นี่สำหรับกุ้ง สวยไหม”
กุ้งนางมองแหวน
“คุณจะมาให้แหวนกุ้งทำไม”
“ก็ขอหมั้นไว้ก่อนไง”
“คุณจิ...”
“ตกลงนะ”
“...ค่ะ”
จิรายุยิ้มมีความสุข จับมือกุ้งนางมาสวมแหวนให้
“ฉันรักเธอ กุ้งนาง”
กุ้งนางยิ้มมีความสุขเช่นกัน
“กุ้งก็รักคุณค่ะ คุณจิ”
จิรายุดึงตัวกุ้งนางเข้ามาใกล้ มองอย่างรักสุดหัวใจ ก่อนที่จะจูบหญิงสาว

ในงานประกาศมอบรางวัล กุ้งนางนั่งอยู่กับจิรายุ ท่ามกลางกลุ่มสยามซอง เสียงพิธีกรประกาศก้อง
“และผู้ที่ได้รับรางวัลดาวรุ่งราชินีลูกทุ่งไทย ได้แก่...กุ้งนาง สาวิตรี มณีวงษ์
จากเพลงจับความคิดถึง ตรึงไว้บนฟ้า”
เสียงตบมือกึกก้อง กุ้งนางปลื้มน้ำตาเอ่อล้นขึ้นมา มองไปที่จิรายุ ครูชาตรีและคนรอบข้าง จิรายุบอกเบาๆ
“ไปรับรางวัลสิกุ้งนาง”
“ค่ะ”
กุ้งนางลุกขึ้นไปรับรางวัล
“และผู้ที่จะมอบรางวัล คือนักร้องลูกทุ่งหญิงชื่อดังของเมืองไทย ชุลิดา ฟ้าอำไพ”
กุ้งนางรับถ้วยราวัลจากชุลิดา ฟ้าอำไพ หญิงสาวน้ำตาไหลออกมาด้วยความปิติยินดี

กุ้งนางร้องเพลงโชว์บนเวทีการมอบรางวัล คนอื่นๆ ที่ด้านล่างและจิรายุมองกุ้งนางร้องเพลงอย่างมีความสุข
 
จ บ บ ริ บู ร ณ์ 
 
โปรดติดตาม "มนต์รักตลาดสด" เร็วๆ นี้
กำลังโหลดความคิดเห็น...