xs
xsm
sm
md
lg

พริกกับเกลือ ตอนที่ 10

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


พริกกับเกลือ ตอนที่ 10
 

ค่ำนั้น บริเวณริมน้ำใกล้ๆอู่ ยอดชายเข้ามาบอกศยาม
“จี๊ดตกลงใจจะแต่งงานกับนายเทวัญ”
ศยามอึ้ง หน้าเสีย ใจเสีย คิดไม่ถึง
“คุณแน่ใจเหรอ”
ยอดชายพยักหน้า
“แบบไม่มีใครบังคับ จี๊ดเป็นคนเอ่ยปากออกมาเองก่อน”
ศยามหันเดินหนี ไม่อยากให้ยอดชายเห็นความเสียใจ แต่ไม่รอดพ้นสายตาของยอดชายไปได้
“เขาสองคนคง...เกิดมาเป็นเนื้อคู่กัน และคุณจี๊ดคงจะรักนายเทวัญมาก จนทำให้มองข้ามเรื่องทั้งหมดได้”
“แต่ข้อนี้ผมเถียง จี๊ดไม่ได้รักนายเทวัญ”
ศยามหันมามองยอดชายทันที
“แต่คุณบอกผมเองว่าคุณจี๊ดเป็นคนเอ่ยปากเอง ไม่รักแล้วจะยอมแต่งงานด้วยทำไม”
“ผมไม่รู้ รู้แต่ว่า...จี๊ดรักคุณ”
ศยามอึ้ง ยอดชายซักศยาม จริงจัง
“แล้วคุณล่ะ...”
ศยามพูดไม่ออก ได้แต่นิ่ง

ยอดชายหงุดหงิดคุยกับศุวิมลอยู่ในร้านอาหารหรู
“ปากแข็งกันทั้งคู่เลย”
ศุวิมลกำลังทานข้าวอยู่ ชะงักค้าง
“เรื่องปกติ”
“ปกติยังไงของคุณ”
“ไม่รู้จักนิสัยเพื่อนตัวเองหรือไง ส่วนฉันรู้จักนิสัยของพี่ชายตัวเองดี”
“ปากอย่างใจอย่าง”
“ใช่”
“ไม่ยอมอ่ะ ผมไม่สมหวังกับจี๊ด ผมทำใจได้ แต่ถ้าเห็นจี๊ดไปลงเอยกับผู้ชายเลวๆอย่างนายเทวัญ ผมทำใจไม่ได้”
“กินเข้าไปก่อนเหอะ ก่อนกะเพาะจะทะลุ บ่นว่าหิวมากไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นฉันไม่ออกมาทานเป็นเพื่อนด้วยหรอก”
ยอดชายหยิบช้อนจะตักข้าว แล้วก็ชะงักอีก
“สร้างความร้าวฉานให้จี๊ดกับนายเทวัญคืองานของเรานะ คุณศุ ช่วยผมคิดหน่อยสิ”
“บอกว่าให้กิน”
“ก็ได้ อย่าดุนักสิครับ”
ยอดชายตักข้าวกินตามคำสั่งของศุวิมลอย่างว่าง่าย ศุวิมลอมยิ้ม ขำ ก่อนจะรู้สึกกลุ้มใจเรื่องของศยาม

ศยามนั่งซึมอยู่คนเดียว รู้สึกเป็นทุกข์
“ไม่มีทางที่คุณจะรักผมหรอก ผมรู้ เพราะฉะนั้นคงไม่มีประโยชน์อีกแล้ว ถ้าผมจะบอกใครว่าผม...รักคุณ”
ศยามแค่นยิ้มอย่างขมขื่น

จิตรวรรณนั่งทำงานอยู่อย่างคร่ำเคร่งอยู่มุมหนึ่งในบ้าน สักครู่หญิงสาวก็หยุดชะงัก เพราะคิดถึงศยาม จิตรวรรณน้ำตาซึม
“นายดิ่ง...”
เทวัญเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบข้างหลัง ได้ยินจี๊ดเรียกชื่อศยาม เทวัญสะอึก ไม่พอใจ
“น้องจี๊ดคะ”
จิตรวรรณสะดุ้ง รีบปาดน้ำตาหันไปหาเทวัญ
“พี่เทวัญ ทำไมมาดึกจังคะ”
“พี่มีเรื่องจะคุยด้วย”
“เรื่องงานหรือเปล่าคะ ไว้รอไว้คุยที่ออฟฟิศพรุ่งนี้เช้าไม่ดีกว่าเหรอคะ”
จิตรวรรณลุกขึ้นเก็บโน้ตบุ๊คและเอกสาร จะกลับขึ้นห้อง
“ระหว่างพี่กับน้องจี๊ด ที่กำลังจะแต่งงานกัน มีเรื่องให้คุยแค่เรื่องงานเท่านั้นเหรอคะ”
จิตรวรรณชะงัก พยายามปั้นหน้ายิ้มเป็นปกติ
“ไปอารมณ์เสียมาจากไหนคะเนี่ย จี๊ดล้อเล่นแค่นิดเดียว โมโหจี๊ดซะแล้ว”
“เพราะเมื่อกี้พี่ได้ยินน้องจี๊ด เรียกชื่อไอ้ดิ่ง”
“พี่เทวัญหูเฝื่อนแล้วล่ะค่ะ” จิตรวรรณน้ำเสียงจริงจัง “จี๊ดไม่ได้พูด”
เทวัญอึ้ง
“พี่ขอโทษ...ช่วงนี้พี่...รู้สึกไม่ค่อยดี แปลกๆ”
“แปลกยังไงคะ”
“แปลกๆเหมือนพี่ถูกน้องจี๊ดกำลังเล่นละครหลอกพี่อยู่”
จิตรวรรณอึ้ง...ใจหายแวบที่เทวัญเหมือนจะรู้ทัน เทวัญสังเกตปฏิกิริยาของหญิงสาว จิตรวรรณวางโน้ตบุ๊คและเอกสารเข้ามาคล้องแขนชายหนุ่มส่งสายตาหวานฉ่ำ
“เล่นละครหลอกพี่เทวัญ ด้วยการยอมแต่งงานด้วย ช่วยทำงานอย่างสุดความสามารถเนี่ยน่ะเหรอคะ จี๊ดลงทุนหลอกพี่เทวัญมากเกินไปหน่อยล่ะมั้ง แล้วจี๊ดจะทำไปทำไม ใครได้ประโยชน์ นอกจากพี่เทวัญคนเดียว”
เทวัญอึ้ง...ครุ่นคิด เริ่มไม่แน่ใจในความคิดของตน จิตรวรรณลอบมองเทวัญ ลุ้นให้เขาตายใจ

เช้าวันใหม่...ป๊อดขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดที่หน้าอู่ศยาม มองเข้าไปข้างในอู่ ที่เปิดประตูไว้แล้ว แต่ป๊อดมองไม่เห็นใคร
“เพ่อยู่ป่าวหรือไม่อยู่ งั้นไปนะ”
เสียงบางอย่างล้มโครมครามดังมากเหมือนคนล้มลงบนชั้นวางของมาจากข้างในอู่ ป๊อดสะดุ้ง ตกใจ
“เฮ้ย ไรวะพี่”
ป๊อดค่อยเดินกล้าๆกลัวๆเข้าไปข้างใน แล้วป๊อดก็ผงะ เพราะมองเห็นชั้นวางของ และอะไหล่รถและเครื่องมือในการซ่อมรถหล่นกระจายอยู่บนพื้นเต็มไปหมด
“เฮ้ย พี่ เป็นอะไรหรือเปล่า พี่ อย่างเงียบเด่ะ ป๊อดกลัวนะเว้ย”
ไหล่ของป๊อด มือของศยามเอื้อมมาแตะ ป๊อดสะดุ้งตกใจหลับหูหลับตาหันไปชกลมป้องกันตัว
“เฮ้ย อย่านะ กูสู้นะ”
ศยามยืนขำป๊อดที่ชกมั่ว ไม่โดนศยามสักนิด ป๊อดรู้สึกตัว ลืมตา เห็นศยามยืนอยู่
“อ้าว...พี่เองเหรอ”
“ไอ้ป๊อดเอ๊ย”

ศยามกับป๊อดช่วยกันเก็บของขึ้นวางบนชั้นวางของ
“คงเป็นแมวนั่นแหละ”
“ผมก็ใจหาย คิดว่าโจรปล้นร้านพี่ แล้วลากคอพี่ไปปาดคอ หั่นศพ เผานั่งยางพรางคดี...”
ศยามตัดบท
“พอเหอะ...รู้สึกว่าตายศพไม่สวยเลยว่ะ แถวนี้มีโจรด้วยเหรอ”
“ไม่มีหรอก ตำรวจดุ...พูดไปงั้น ตื่นเต้นดี เหมือนในหนัง”
“สงสัยชีวิตไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้น”
“มีเด่ะ ตอนแว้นไง”
“ไม่...ตอนตำรวจจับแกมากกว่า”
“โห...เลือดงี้ฉีดพล่านเลย ป๊อดชอบแอ๊ดแว้นเจอร์ ป๊อดเกิดมาเพื่อสิ่งเน้”
“อยู่กับฉันได้แค่แอ็ดเวนเจอร์ที่แปลว่าผจญภัย แต่ไม่ได้แว้น ไม่งั้น...เลิกจ้าง”
“ก็โดนแม่จัดเต็มสิเพ่”
“เลือกเอา”
“ไม่แว้นก็ได้”
“งั้นวิ่งไปซื้อข้าว เผื่อตัวเองด้วย ตรงนี้ ฉันจัดการเอง”
ศยามหยิบแบงค์ร้อยให้ ป๊อดรับมาแล้ววิ่งออกไป
“ไม่ค่อยถนัดวิ่งเลยอ่ะ” ป๊อดทำเสียงบิดมอเตอร์ไซค์ “แว้น แว้น แว้น”
“เอากะมันสิ”
ศยามขำๆ หันไปเก็บของขึ้นบนชั้นวางของต่อไป

จิตรวรรณเพิ่งเข้าออฟฟิศ ยุพาเดินสวนมา เห็นจิตรวรรณ ยุพาสะดุ้ง เดินผ่านไปอย่างเรียบร้อย จิตรวรรณยืนมอง ก่อนจะเรียกไว้
“เดี๋ยวก่อน”
ยุพาสะดุ้งเฮือก
“คะ คุณจี๊ด”
จิตรวรรณเดินเข้ามาซีเรียสใส่
“มีจ็อบให้ทำ สนใจมั้ย แต่ห้ามบอกใคร”
“แหม จะดีเหรอคะ”
จิตรวรรณเปิดกระเป๋าเงิน กรีดแบงค์พันข้างในกระเป๋าที่มีอยู่มากมายยั่ว ยุพาตาลุก
“แหม...ยุพาไม่ใช่คนที่เห็นแก่เงินหรอกนะคะ”
“ทำฟรีใช่มั้ย”
ยุพารีบบอก
“โอ๊ย กันเองสุดๆ ไม่ได้บอกผ่าน จะให้ทำอะไรบอกมาเลยค่า”

เทวัญเดินออกจากออฟฟิศ ยุพาโผล่มองมาจากข้างหลัง แอบย่องตามไปห่างๆ ยุพานึกถึงคำสั่งของจิตรวรรณที่มอบหมายงานให้เธอทำ
‘ฉันอยากรู้ว่าพี่เทวัญไปไหนทำอะไรกับใคร ถ่ายคลิปมาด้วยเป็นหลักฐาน ฉันอยากให้ว่าที่เจ้าบ่าวของฉัน...ซื่อสัตย์กับฉันแต่เพียงผู้เดียว เข้าใจป่ะ’
ยุพาย่องตามไป บ่นไป
“นี่ถ้าเงินไม่หนา ไม่ทำนะเนี่ย เจ้าประคู้น คุณเทวัญมีกิ๊กทีเห้อะ เจ๊ได้จ๊อบตามล่าหานังกิ๊กต่อแน่ๆโหะๆๆๆ”
เทวัญเดินไป โดยไม่รู้ว่ายุพาสะกดรอยตาม

ด้วงจอดมอเตอร์ไซค์อยู่ริมถนน เทวัญทำเดินผ่าน ยื่นซองใส่เงินให้ ด้วงรับมาอย่างรวดเร็ว ยุพากำลังถ่ายคลิป เห็นด้านหลังของด้วง เห็นหน้าไม่ชัด
“ผู้ชาย...คุณเทวัญมีกิ๊กเป็นผู้ชาย ว้าย”
เทวัญเดินเลยไป ด้วงเอาหมวกกันน็อกมาใส่ ยุพาเห็นด้วงหันมาโดยที่มีหมวกกันน็อกใส่ไว้แล้ว
“หน้าตาเป็นไงก็ไม่รู้ โอ๊ย...อกเจ๊จะแตก”
ยุพารีบวิ่งออกไป ด้วงเดินมาขึ้นมอเตอร์ไซค์ โพที่ตามด้วงมาแอบอยู่ที่มุมหนึ่งใกล้ๆกัน กำลังโทรมือถืออยู่
“แต๋ว ฝากบอกลุงแปลงด้วย วันนี้พี่ลา”
โพรีบวางสาย...จับตาดูด้วงต่อไป ด้วงสตาร์ทมอเตอร์ไซค์ออกไป โพโบกแท็กซี่ทันที

เงาะยืนรอ สักครู่เทวัญเดินเข้าหา
“มีอะไร”
เงาะที่ยืนหันหลังให้เทวัญอยู่ ยิ้มอย่างแค้นเคืองหันไป
“มีแน่ ไม่งั้นฉันไม่ยอมเสี่ยงออกมาพบคุณหรอก”
“ไม่กลัวตายเลยนี่”
“กลัวเหรอ...ฉันไม่กลัว เพราะฉันต้องการเรียกร้องสิทธิ์ให้กับลูกในท้องของฉัน”
เทวัญงงๆ
“อะไรนะ”
“ฉันท้องกับคุณ”
“แน่ใจเหรอ ว่ากับฉัน อย่างเธอ สำส่อนกับใครต่อใครบ้างจะไปรู้เหรอหรือไม่ ก็ไม่ได้ท้อง แต่อยากจะจับฉัน เลยตอแหล”
เงาะตบหน้า เทวัญไม่ยอมตบสวนทันที จนเงาะเซ
“โอ๊ย”
“อย่ามาอวดเก่งกับฉัน ถ้ายังอยากมีลมหายใจ ก็อยู่ให้ห่างๆ สร้างเรื่องวุ่นวายเมื่อไหร่ แกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่”
เทวัญจะเดินผ่านไป ไม่สาแก่ใจ เตะเข้าท้องน้อยของเงาะ
“นี่แน่ะ ท้องเหรอ ท้องเหรอ”
“โอ๊ย...อย่า”
เงาะพยายามเบี่ยงตัวหนี อย่างเจ็บปวด เทวัญจิกหัวเงาะขึ้นมา
“ขี้อิจฉาอย่างแก มันทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว คิดเหรอว่าฉันจะเชื่อว่าแกท้องจริงๆ”
เทวัญเหวี่ยงเงาะออกไป แล้วเดินออกไปอย่างสะใจ เงาะมองตามเทวัญอย่างเจ็บปวดและโกรธแค้น
“ไอ้เทวัญ ไอ้สารเลว...อ๊าย...โอย...”
เงาะพยายามพยุงตัวลุกขึ้นอย่างลำบากยากเย็น

จิตรวรรณตกใจ ดูคลิปในมือถือของยุพา
“กิ๊กพี่เทวัญเป็นผู้ชาย”
“ค่ะ แหม กอดจูบลูบคลำกันไม่อายใครเลยนะคะ”
“เจ๊ยุพา ในคลิปนี่เห็นแค่พี่เทวัญยื่นซองให้เฉยๆ”
“เจ๊ก็จินตนาการเอาหลังจากนี้ เวลาที่อยู่กันสองต่อสอง ไม่ใช่ที่สาธารณะแบบนี้ไงคะ”
“ไปได้แล้ว”
“ขอมือถือคืนด้วยค่ะ”
“ยังไม่ให้ ไว้ก่อนแล้วห้ามบอกใคร ไม่งั้น ไล่ออก”
“ค่ะ”
ยุพาออกไป จิตรวรรณมองคลิปในมือถือ อย่างครุ่นคิด
“พี่เทวัญ...จะทำอะไร แล้วผู้ชายคนนี้เป็นใคร”

ป๊อดดูศยามซ่อมรถคันหนึ่งอยู่ ด้วงขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดที่หน้าอู่ ยังไม่ถอดหมวกกันน็อก ศยามมองออกมาแล้วหันไปบอกป๊อด
“ไปถามเค้าไป จะทำอะไร”
“ได้เลยเพ่”
ป๊อดเดินไปที่หน้าร้าน พลางถาม
“ทำอะไรเพ่”
ด้วงหยิบปืนขึ้นมา จ่อเล็งไปที่ศยาม ป๊อดเห็นตาเหลือก
“เล่นปืนเลยเหรอเพ่”
ศยามเงยหน้าขึ้นมอง ด้วงลั่นไกทันที เปรี้ยง ศยามวิ่งไปที่หน้ารถ ใช้ฝากระโปรงรถเป็นเกราะกำบัง กระสุนถูกฝากระโปรงรถ ด้วงเจ็บใจ ศยามใจเต้น ตึงตังเครียดมาก ด้วงลงจากมอเตอร์ไซค์ ในขณะที่ป๊อดยืนขาสั่นฉี่ราดอยู่
“พี่ดิ่ง หนีไป มันลงมาซ้ำแล้วเพ่”
“ซ้ำที่มึงก่อนแล้วกัน”
ด้วงหันกระบอกปืนมาที่ป๊อด ศยามรีบหยิบประแจเหวี่ยงใส่ด้วง ไปโดนปืน หลุดจากมือ กระเด็นไปไกล
“ช่วย...”
ป๊อดร้องไม่ทันขาดคำ ก็ถูกด้วงต่อยเปรี้ยงจนล้ม สลบเหมือด ศยามกระโจนเข้ามาต่อสู้กับด้วง ฟัดกัน ไม่มีใครยอมใครแล้วศยามก็ทำให้ด้วงเพลี่ยงพล้ำ เขากระชากหมวกกันน็อกออกจากหัวของด้วง ศยามตกใจเมื่อเห็นหน้าด้วงชัดๆ
“ไอ้ด้วง”
ด้วงเตะศยามจนล้มกระเด็นออกไป...ด้วงตามเข้าไปต่อยซ้ำ ศยามถูกต่อยไม่ยั้ง จนมึน แย่ ด้วงลุกขึ้น ยิ้มสะใจ เดินไปหยิบปืน เข้ามาจ่อยิง ทันใดนั้น โพก็เข้ามาเตะปืนกระเด็นจากมือของด้วง
“เฮ้ย ใครวะ”
ด้วงหันไปเจอโพ
“กูเอง”
“ไม่เกี่ยว ถอยไป”
ด้วงจะไปหยิบปืน แต่โพเตะปืนไปไกล
“ไอ้ด้วง อย่านะ อย่าฆ่าคน”
“ฉันไม่มีทางเลือกพี่โพ ฉันต้องการเงิน”
“ทางเลือกมีเยอะแยะ แต่แกไม่เลือก ชีวิตคนมันมีค่ากว่าเงินสกปรกที่แกเอามาจากไอ้เทวัญ”
“ไม่ สำหรับฉัน ชีวิตมันมีค่าเท่ากับเงินสองแสนและเท่ากับชีวิตฉันที่ต้องถูกฆ่าเหมือนกันถ้าไม่เอาไปจ่ายให้โต๊ะบอล”
“นั่นมันเป็นปัญหาของแก ไม่ใช่ของคุณดิ่ง ที่ต้องมาตายเพราะความโลภของใคร”
ศยามค่อยๆฟื้นได้สติ เห็นโพ กับ ด้วงโต้เถียงกัน
“ถ้าแกไม่เชื่อฉัน ฉันก็ไม่มีทางเลือก”
ด้วงมองหยัน
“อย่างแก มีปัญญาทำอะไรฉันได้วะ อย่ามากก็แค่ขู่”
โพพุ่งเข้าใส่ด้วง จนด้วงล้มลง โพทั้งต่อย ทั้งเตะ สุดท้ายสอยปลายคาง ด้วงเลือดกระจาย สลบไป โพวิ่งมาหาศยาม
“เป็นไงบ้าง คุณดิ่ง”
“ยังไหว...ไปดูไอ้ป๊อดดีกว่า”
โพช่วยพยุงศยามไปดูอาการป๊อด...ป๊อดลุกขึ้น มึนๆ ศยามเข้าไปถาม
“ไม่เป็นไรมากใช่มั้ยไอ้ป๊อด”
ป๊อดเงยหน้าขึ้น มองไปทางหนึ่ง ตกใจ ตาเหลือก
“ไม่รอดแน่พี่”
ศยามกับโพหันไปเห็นด้วงกำลังหยิบปืนขึ้นมาแล้วเล็งมา ศยามกลัวโดนคนอื่น รีบพุ่งเข้าบังวิถีกระสุน ด้วงลั่นไก เปรี้ยง กระสุนเจาะเข้าท้องของศยาม ทุกคนตกใจ ศยามฟุบลงจมกองเลือด โพกับป๊อดร้องลั่น
“คุณดิ่ง /พี่ดิ่ง”
โพและป๊อดพุ่งเข้าไปหาศยาม ด้วงวิ่งหนีไปพร้อมปืนตรงไปที่มอเตอร์ไซค์ ป๊อดร้องโฮ
“พี่ดิ่งตายแล้ว”
ด้วงได้ยิน รีบบึ่งมอเตอร์ไซค์เร่งเครื่องออกไป ป๊อดยังร้องไม่หยุด โพตกใจที่ศยามไม่ขยับตัวจมกองเลือด

ยอดชายกำลังคุยเรื่องงานกับลุงแปลงอยู่มุมหนึ่งของโมเดิร์นคาร์
“ทำไมช่วงนี้ลูกค้าเคลมการซ่อมของเราบ่อยมากเลยนะลุง”
“ขอโทษด้วยครับ ยอมรับครับ ว่าตอนนี้เหลือช่างๆเก่งๆไม่กี่คน ถูกดูดไปอยู่ ลักชัวรี่คาร์อีกห้าคนแน่ะครับ”
“อีกแล้วเหรอ”
ยอดชายหงุดหงิด
“ทำไมอยู่ดีๆ ลักชัวรี่คาร์ก็เล่นบทโจรชอบปล้นชาวบ้านขึ้นมาตอนนี้นะ”
ทันใดนั้น เสียงมือถือยอดชายดังขึ้น ยอดชายกดรับ
“ฮัลโหลครับ...ยอดชายพูดสายครับ...อะไรนะ”

ค่ำนั้นเทวัญคุยมือถือกับด้วงอยู่มุมหนึ่งของบ้านจิตรวรรณ
“แกแน่ใจนะ ว่าไอ้ดิ่งมันตายแล้วจริงๆ”
“ไม่แน่ใจแล้วผมจะติดต่อคุณหรือไง ไม่เชื่อพรุ่งนี้รออ่านข่าวได้เลย”
“ดี...แล้วจะติดต่อเอาส่วนที่เหลือไปให้”
เทวัญวางสาย หันมา เจอจิตรวรรณยืนอยู่ เทวัญสะดุ้ง
“น้องจี๊ด มายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
“เมื่อกี้เองค่ะ”
“เข้าบ้านดีกว่าจ๊ะ น้ำค้างลง เดี๋ยวไม่สบาย”
ป้าเพ็ญวิ่งมาหาจิตรวรรณ ถือมือถือมาด้วย
“โทรศัพท์จากคุณยอดค่ะ คุณหนูจี๊ด”
“สงสัยจะสำคัญมาก เลยรอไม่ได้”
จิตรวรรณยิ้มๆรับมือถือมาจากป้าเพ็ญ ในขณะที่เทวัญแอบยิ้มสะใจอยู่ ป้าเพ็ญเดินออกไป
“ฮัลโหล ว่าไงจ๊ะ พ่อยอดชาย...อ่ะ...ว่ามา...”
แล้วจิตรวรรณก็อึ้งมือถือในมือร่วง เทวัญทำเป็นตกใจ
“น้องจี๊ด เป็นอะไรไป”
“ไม่มีอะไรค่ะ”
จิตรวรรณพยายามประคองสติ เห็นมือถือหล่น แตกเกลื่อน เธอรีบเก็บด้วยมือสั่นเทา เทวัญมองๆ
“น้องจี๊ด ยอดชายบอกอะไรน้องจี๊ด”
“อ๋อ...ยอดบอกจี๊ดว่า...นายดิ่งถูกยิง...เสียชีวิต”
เทวัญทำเป็นตกใจ
“นายดิ่งน่ะเหรอ”
“ใช่ นายดิ่ง...ตายแล้ว...เอ่อ...น่าใจหายนะคะ พี่เทวัญ ไม่น่าเลย ถึงจะเกลียดขี้หน้ากันยังไงก็...อดใจหายไม่ได้อยู่ดี จี๊ดขอตัวนะคะ ทำงานค้างไว้ ลาพี่เทวัญเลยนะคะ”
จิตรวรรณรีบเดินออกไปทันที พยายามฝืนตัวเองเอาไว้ ไม่ให้ร้องไห้ให้ใครเห็น พอลับหลังเทวัญ น้ำตาหญิงสาวก็ไหลร่วงออกมา แต่เธอพยายามไม่ให้ร่างกายสั่นไหวตามแรงกระซิก กลัวถูกจับได้ แต่มันเก็บกดเอาไว้ไม่ไหว เทวัญมองตามจิตรวรรณ ยิ้มอย่างสะใจ
จิตรวรรณปิดประตูห้องนอน ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก
“นายดิ่ง...ทำไม...ฉันยังไม่ได้บอกความจริงนายเลย ว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่”
จิตรวรรณร้องไห้ออกมา น้ำตาแทบเป็นสายเลือด
“ไม่จริง”

ยอดชายมาบอกข่าวศยามกับศุวิมล หญิงสาวช็อกตกใจ
“ไม่จริง”
เศกเดินเข้ามากับมารศรีด้วยความตกใจที่ศุวิมลเสียงดัง
“ยัยศุ มีเรื่องอะไรกัน”
ศุวิมลหน้าซีดเผือด
“พี่ดิ่งถูกยิง...พี่ดิ่งตายแล้วค่ะ คุณพ่อ”
เศกกับมารศรี อึ้ง ตกใจ ช็อก
“อะไร...นะ...”
เศกเข่าอ่อน ยอดชายกับศุวิมล รีบเข้าไปประคอง
“คุณพ่อคะ คุณพ่อ ช่วยพาคุณพ่อเข้าข้างใน เร็ว”
ยอดชายและศุวิมลช่วยประคองเศกเข้าไป มารศรีทรุด น้ำตาซึม แต่ภายในใจนั้นกรีดร้องออกมาด้วยความเสียใจ

เช้าวันใหม่...ศยามกึ่งนั่งกึ่งนอน พันผ้าพันแผลที่ถูกกระสุนทะลุที่ท้อง ลุงแปลงกำลังจัดกับข้าวใส่จานอยู่ โดยมีป๊อดช่วย ยอดชายเข้ามา
“รู้มั้ยว่าผมต้องใช้ทักษะทางการแสดงมากแค่ไหน เวลาที่ไปแจ้งข่าวการตายของคุณให้ทุกคนรู้ แถมยังโกหกบ้านคุณอีกว่าคุณบริจาคร่างกายให้โรงพยาบาล และ เก้าลอเก้า เพื่อที่จะได้ไม่ต้องจัดงานศพ นี่ดีนะ ที่ตำรวจเจ้าของคดีเห็นด้วยกับคุณ ที่ให้ช่วยปกปิด จะได้สืบเบาะแสได้สะดวกขึ้น”
“พูดซะยาว เหนื่อยมั้ย”
“มาก...แต่อะไรไม่เหนื่อยเท่า ถ้าวันหนึ่งต้องเล่าความจริงให้น้องสาวคุณฟัง เห็นอนาคตตัวเองเลย”
ยอดชายทำท่าปาดคอ ศยามยิ้มๆ ก่อนจะหน้าเศร้า
“ผมไม่มีทางเลือก ผมไม่อยากให้มารศรีรู้อะไรทั้งนั้น เพราะเรื่องต้องถึงนายเทวัญแน่ สองคนนั่น ติดต่อกันอยู่...คุณพ่อผมท่านเป็นไงบ้าง”
ยอดชายถอนใจ
มารศรียกสำรับข้าวมาให้เศกที่นั่งซึมเศร้าอยู่
“คุณคะ ทานอะไรสักหน่อยเถอะนะคะ”
เศกส่ายหน้า
“ผมขับไล่ไส่ส่งลูกไปตาย ผมต่างหากที่เป็นคนทำให้เค้าตาย”
เศกเสียใจอย่างหนัก มารศรีถอนใจ วางสำรับข้าวลง กลัวตัวเองจะร้องไห้ตามไปด้วย มารศรีมองเศกอย่างแค้นใจแต่ทำเป็นพูดปลอบประโลมใจ
“คิดได้ตอนนี้ มันก็สายไปแล้วค่ะ ยังไงคุณดิ่งก็ไม่ฟื้น”
เศกร้องไห้ออกมาอีก
“ไม่ทานข้าว...ดื่มเครื่องดื่มร้อนๆแล้วกันนะคะ ยังไงคุณก็ต้องดื่ม นะคะ”
เศกพยักหน้าช้าๆ มารศรีลุกไป
 
อ่านต่อหน้า 2



พริกกับเกลือ ตอนที่ 10 (ต่อ)
 

มารศรีเดินเข้าไปในครัว วางกระเป๋าถือลง หยิบซองยาขึ้นมา แล้วเทยาจำนวนมากลงในแก้วเครื่องดื่มที่เธอเตรียมไว้
 
“ใช่ แกต่างหากที่สมควรตาย ไม่ใช่ดิ่ง คนที่ฉันรัก”
มารศรีเก็บซองใส่กระเป๋า ใช้ช้อนคน แม่บ้านเดินผ่านมา มารศรีเรียกไว้
“มานี่ซิ”
แม่บ้านเดินมา มารศรีหันไปสั่ง
“เอาไปให้คุณเศก บอกว่า...ฉันมีธุระด่วนต้องไปจัดการ”
“ค่ะ”
แม่บ้านถือถ้วยเครื่องดื่มออกไปให้เศก มารศรีคว้ากระเป๋าถือเดินออกไปอย่างหมายมั่น...จะไปคุยกับเทวัญ

ศยามนั่งซึมมุมหนึ่งในบ้านลุงแปลง ยอดชาย และทุกคนเห็นใจศยามมาก
“เอาน่าคุณดิ่ง...อีกไม่นาน ทุกคนก็จะได้รู้ความจริง ถึงเวลานั้น คุณก็จะได้กลับไปอยู่กับครอบครัวแล้ว”
“ขอบคุณครับ ขอบคุณทุกคน ลุงแปลง ป๊อด”
ลุงแปลงเข้ามาปลอบ
“พักให้สบายเถอะ คุณดิ่ง ถือซะว่าบ้านลุงก็เหมือนบ้านคุณ”
“ก็ดีนะพี่ดิ่ง ป๊อดถือว่าป๊อดได้มาเที่ยวด้วย แม่บอกไม่ต้องรีบกลับ ให้อยู่นานๆ”
“คงขี้เกียจเลี้ยงแกน่ะสิ แกต้องอยู่กับฉัน อย่าไปเพ่นพ่านที่ไหน ระวังไอ้มือปืนมันจะมาเก็บ ฐานรู้เห็นเหตุการณ์...เออ แล้วโพล่ะ ลุง”
โพเข้ามา
“ฉันอยู่นี่”
ลุงแปลงหันไปถาม
“ได้ข่าวไอ้ด้วงบ้างมั้ย”
“ไม่มีใครเห็นมันกลับไปที่ห้องอีกเลย คงหนีไปกบดาน”
ศยามเป็นห่วงโพ
“นายก็ระวังๆตัวไว้บ้างนะโพ ขอโทษด้วยที่ชีวิตนายต้องไม่ปลอดภัยเพราะฉัน”
“อย่างมากก็แค่เจ็บ ยังไงไอ้ด้วงมันก็ไม่กล้าฆ่าฉันหรอก”
ยอดชายตัดบท
“ทุกคนพักอยู่ที่นี่ จนกว่าคุณดิ่งจะหายดี ส่วนผม ลุงแปลง และโพคงต้องไปทำงานตามปกติ และทำตัวปกติ”
ศยามพยักหน้าขอบคุณทุกคน ยอดชายสังเกตหน้าศยามที่หมองลง รู้ได้ทันที
“ไม่อยากรู้เหรอ ว่าจิตรวรรณเป็นยังไงบ้าง...เมื่อรู้ว่าคุณตาย”
ศยามแค่นยิ้ม
“คงสะใจและดีใจ ใช่มั้ย”
ยอดชายและทุกคนถอนใจ

จิตรวรรณยืนเหม่อ ซึมอยู่มุมพักผ่อนของโมเดิร์นคาร์ หญิงสาวกำลังชงกาแฟ เปิดโถน้ำตาล แต่ตักน้ำตาลใส่กาแฟช้อนแล้วช้อนเล่า อย่างไร้สติ รัตนาเดินเข้ามาจับมือที่กำลังจะใส่น้ำตาลช้อนที่สิบสองเอาไว้
“คุณจี๊ดคะ”
“หือ”
“ตามดิฉันมาดีกว่าค่ะ”
“แต่...ฉันจะทานกาแฟ”
“ทานไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”
จิตรวรรณก้มลงมองถ้วยกาแฟตัวเอง เห็นเต็มไปด้วยน้ำตาลก็อึ้งไป
“คุณจี๊ด...มีอะไร...คุยกับดิฉันได้นะคะ เสียใจก็คือเสยใจ คิดถึงก็คือคิดถึง คุณจี๊ดปิดดิฉันไม่ได้หรอกค่ะ”
จิตรวรรณน้ำตาร่วงเผาะ รัตนาจูงมือไป นั่งคุยกันที่มุมหนึ่ง จิตรวรรณนั่งร้องไห้ ทั้งๆที่ไม่อยากร้องไห้
“ไม่รู้เป็นอะไรอ่ะ ฉัน...ฉันอยากร้องไห้...จริงๆแล้วฉัน...ควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ไม่มีคนลวงโลกคนนั้นอยู่บนโลกนี้”
“เชื่อแน่เหรอคะว่าคุณดิ่งเป็นคนลวงโลก”
“เชื่อสิ ฉันมั่นใจ”
“แล้วทำไมต้องอยากร้องไห้”
“ฉันคงดีใจมากจนปลื้มปิติ น้ำตานี้ คือน้ำตาแห่งความปิติ เธอไม่เคยเป็นเหรอ”
“นี่เป็นน้ำตาแห่งความเสียใจค่ะ เสียใจมาก คิดถึงมาก ทรมานมาก”
“เพ้อเจ้อ ไม่จริง”
“คุณจี๊ดคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่คะ”
“ทำอะไร”
“คุณจี๊ดแต่งงานกับคุณเทวัญ ทำไมคะ ในเมื่อคุณจี๊ดไม่ได้รักเขา”
จิตรวรรณอึ้ง

เงาะเดินฉับๆเข้ามาในออฟฟิศ ใจดีเดินมาเห็นก็ตกใจ
“เฮ้ย เงาะ แกมาที่นี่ทำไมเนี่ย”
“จี๊ดอยู่ไหน”
“ไม่รู้”
“ไม่ต้องปกปิด ฉันจะมาแฉเรื่องไอ้เทวัญ”
ยุพาเดินมาถามอย่างสอดรู้สอดเห็น
“คุณเทวัญอะไรๆกับน้องเงาะเหรอจ๊ะ หือ”
เงาะหันไปตวาด
“ไม่ต้องมาสาระแน”
ยุพาหน้าเหวอ
“ว้าย...ด่าเจ๊ เจ๊ไม่ปลื้มนะคะ”
ใจดีปราม
“แกกลับไปเถอะ เงาะ กลับไปก่อน มีอะไร จะทำอะไร คิดก่อนทำ ไปคุยกันที่บ้านก่อน ไป”
“ไม่ไป”
เทวัญเดินเข้ามา
“มีเรื่องจะแฉฉันกับน้องจี๊ด แฉตรงนี้เลยก็ได้”
ทุกคนอึ้ง เงาะกันมาเผชิญหน้ากับเทวัญ
“อย่าท้าถ้าฉันยังไม่ตาย ฉันจะตามราวีแกจนถึงที่สุด”
“ก็เอาสิ ดูซิ จะมีใครหน้าไหนเชื่อคำพูดของเพื่อนทรยศอย่างเธอ”
เงาะอึ้ง เทวัญตวาด
“พูดสิ”
เงาะสะดุ้ง
“ถ้าไม่มีอะไรจะพูด ก็ไปตามยามมาลากตัวนังนี่ออกไป”
เทวัญเดินออกไป เงาะยืนกรี๊ดอย่างไม่พอใจ
“ฉันไม่ไป จี๊ดอยู่ไหน ออกมานะ ออกมา จี๊ด”
“โอย เงาะ พอได้แล้ว”
เจ๊ยุพาถ่ายคลิปอย่างเมามัน ใจดีรีบบอกยุพา
“โอยเจ๊ ไปตามยามมาเร็วๆ ถ่ายอยู่นั่น”
“ค่ะๆๆ”
เจ๊ยุพาเดินออกไป แต่ก็ไม่วายหันมาถ่ายคลิปเงาะที่ร้องกรี๊ดกร๊าดเป็นบ้าอยู่

จิตรวรรณน้ำตาซึมเมื่อพูดถึงศยาม
“ฉันกำลังรู้สึกดีกับนายดิ่ง...หลังจากที่ฉันได้สัมผัสตัวตนของเขา เขาเป็นคน เอาใจใส่ และดูแลฉัน ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยที่มีเขาอยู่ใกล้ ฉันเจ็บหรือปวด ก็นอนใจได้ว่าอีกไม่นานก็หาย เพราะเขาจะไม่ปล่อยให้ฉันทรมาน ฉันดีใจที่ ฉันจะมีคนดีๆเป็นเพื่อนอีกคน...แต่แล้ว...ก็ไม่ใช่”
“แต่...”
รัตนาจะแย้ง จิตรวรรณตัดบท
“แต่นายดิ่งเป็นคนดีใช่มั้ย ส่วนพี่เทวัญเป็นคนเลว ฉันก็อยากจะเชื่ออย่างนั้นนะ ฉันถึงต้องพิสูจน์ไง ฉันต้องการรู้ว่า...”
พนักงานหญิงคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงาน
“คุณจี๊ดคะ คุณเงาะมาอาละวาด ในออฟฟิศ จะพบคุณจี๊ดให้ได้ค่ะ”
จิตรวรรณ และรัตนาตกใจ

เงาะถูกยามหิ้วตัวลากออกมาจากออฟฟิศ ใจดีตามออกมาเพราะเป็นห่วงเพื่อน เจ๊ยุพายังตามถ่ายคลิปไม่เลิก ใจดีบอกกับยาม
“พี่ เบาๆหน่อย เดี๋ยวเพื่อนหนูเจ็บ”
เงาะดิ้นรน
“ปล่อย ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะพบจี๊ด”
จิตรวรรณ เดินเข้ามากับรัตนา
“ฉันมาแล้ว นี่ไง”
เงาะหันไป มองจิตรวรรณอย่างเคียดแค้น
“มาแล้วเหรอ” เงาะพยายามสะบัดแขนจากยาม “ปล่อยฉัน”
จิตรวรรณหันไปสั่งยาม
“ปล่อยเพื่อนฉัน”
ยามปล่อยตัวเงาะเป็นอิสระ
“แต่ฉันไม่ใช่เพื่อนเธอ”
จิตรวรรณตกใจ ทุกคนก็ตกใจ ใจดีปราม
“เงาะ แกบ้าไปแล้วเหรอ เราสามคนเป็นเพื่อนกันนะ”
“เคยเป็น แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ฉันเป็นเมียของพี่เทวัญ ไม่ได้เป็นเพื่อนเธอ”
ทุกคนครางฮือ จิตรวรรณตกใจ ตัวแข็งทื่อ
“เธอมันโง่จริงๆนะจี๊ด เชื่อเหรอ...เชื่อในสิ่งที่เค้าแก้ตัวกับเธอเหรอ ว่าฉันอิจฉาเธอจนกุเรื่องขึ้นมาทั้งหมด ฉันจะยอมแลกความเป็นเพื่อนกับเธอกับเรื่องนี้เหรอ”
รัตนาเห็นท่าไม่ดีกลัวจะฉาวรีบบอกจิตรวรรณ
“คุณจี๊ดคะ เข้าข้างในดีกว่าค่ะ”
เงาะมองหน้ารัตนาเหยียดๆ
“แหม นังองครักษ์พิทักษ์เมียน้อย เอ๊ะลืมไป ว่าเธอก็เมียน้อย ทำไม จะไปติวความเป็นเมียน้อยมืออาชีพว่าควรทำตัวยังไงเวลากินน้ำใต้ศอกน่ะเหรอ”
รัตนาตบหน้าเงาะทันที ทุกคนตกใจ
“โอ๊ย”
“สำหรับการดูถูกลูกผู้หญิงด้วยกัน” รัตนาสั่งยามน้ำเสียงเด็ดขาด “ยาม เอาตัวออกไป ถ้าไม่สำเร็จ ฉันจะรายงานท่านประธาน ว่าไม่สามารถดูแลความสงบเรียบร้อยได้”
“ครับผม”
ยามเข้าลากตัวเงาะที่ดิ้นเล่าๆ ใจดีรีบผลักไสเงาะด้วยความโกรธ
“ลากๆไปเลยค่ะพี่ ลากไปเลย นั่นแหละ ไม่ต้องปราณี แรงๆ”
เจ๊ยุพายังคงถ่ายคลิปต่อไป เงาะไม่สิ้นฤทธิ์ ตะโกนลั่น
“แกมันโง่ ถูกมันหลอกใช้ โง่กันทั้งบ้าน”
จิตรวรรณยืนเจ็บปวด หน้าชา รู้สึกเสียหน้ามากกว่าเสียใจ เทวัญยืนมองอยู่จากมุมหนึ่ง เคียดแค้นชิงชังเงาะมาก

รัตนาและใจดีพาจิตรวรรณมานั่งที่โต๊ะ จิตรวรรณเครียดมาก ครุ่นคิดสิ่งที่เงาะพูดมันคงยังดังก้องอยู่ในหู
“จี๊ด...ใจเย็นนะ” ใจดีปลอบเพื่อนแต่ตัวเองร้อนใจซะเอง “โอ๊ย...ให้เย็นยังไงไหว โอ๊ย...”
รัตนาเตือนสติ
“คุณใจดีคะ ใจเย็นค่ะ ตั้งสติ”
“ค่ะ ตั้งสติ”
เทวัญเดินเข้ามา หน้าตาตื่นเต้น
“น้องจี๊ดคะ พี่อธิบายได้นะคะ”
จิตรวรรณยกมือห้ามเทวัญ
“อย่าเพิ่งค่ะ...จี๊ดขออยู่คนเดียว”
เทวัญอึ้ง...รัตนากับใจดีก็อึ้ง เทวัญพยักหน้าช้าๆ ยอมรับ ค่อยๆเดินออกไป รัตนาดึงตัวใจดีเดินตามออกไปด้วย จิตรวรรณนั่งนิ่ง หลับตา ตั้งสติ...สิ่งเดียวที่คิดใสตอนนี้คือ เงาะอาจจะพูดความจริง

ค่ำนั้น มารศรีเดินอารมณ์เสียเพราะเล่นการพนันเสีย เดินชนคนโน้นคนนี้ออกมาจากบ่อน
“หลบไปเซ่ คนกำลังเสียทั้งเงิน เสียทั้งใจ อย่ามาขวาง”
มารศรีเห็นเทวัญนั่งดื่มอย่างเคร่งเครียดอยู่ที่บาร์เหล้า เธอก้าวฉับๆไปหาทันที
“คุณเทวัญ”
เทวัญหันไป
“คุณมารศรี...”
มารศรีตบเทวัญหน้าหัน ไม่สาแก่ใจ ยกแก้วเหล้าของเขาขึ้นมาสาดใส่หน้าทุกคนฮือฮา แตกตื่น เทวัญโกรธจัด แต่พยายามใจเย็น
“คุณเป็นบ้าอะไรของคุณ”
มารศรีเข้าไปกระซิบ
“ฉันรู้...ว่าดิ่งตายเพราะคุณ”
เทวัญจ้องหน้ามารศรี
“คุณมันเลว อำมหิต”
“เราสองคนก็ไม่ได้ต่างกันหรอกมารศรี”
“ฉันไม่เหมือนคุณ อย่างน้อย ฉันก็ยังมีหัวใจที่จะรักคนอื่น แต่คุณมันรักใครไม่เป็นนอกจากตัวเอง...ถุย”
เทวัญโกรธเงื้อมือจะตบหน้า มารศรีชี้หน้าสวน
“เอาสิ แล้วจะได้เห็นว่าฉันจะเอาคืนคุณยังไงได้บ้าง”
เทวัญชะงัก
“กลับไปนอนหนาวได้เลย...ฉันเอาคืนคุณแน่โทษฐานที่คุณทำลายหัวใจของฉัน”
มารศรีเดินออกไป อย่างคลั่งแค้น เทวัญโกรธมาก แค้นเหมือนกัน หันไปสั่งเครื่องดื่มอีก
“เอามาใหม่”

ศยามแอบเดินออกมาจากบ้าน ลุงแปลงตามศยามออกมา โดยที่เขาไม่รู้
“จะไปไหนครับ คุณดิ่ง”
ศยามชะงัก หันมา...ยิ้มจ๋อยๆ แต่ตาเป็นประกาย
“ผมอยากจะออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้านบ้างครับ”
“บ้านไหนล่ะครับ”
“ลุงหมายความว่าอะไร”
“นอกบ้านลุง หรือนอกบ้านคุณหนูจี๊ด”
ศยามอึ้ง
“ขอแค่ได้เห็นหลังคาบ้านก็ยังดีใช่มั้ยครับ”
ศยามอึกอัก
“ก็...เอ่อ...”
“ไป ผมไปเป็นเพื่อน อย่าไปคนเดียวเลย ใส่หมวกพรางซะหน่อยนะครับ”
ลุงแปลงยื่นหมวกที่เตรียมไว้ให้ ศยามรับมาเขินๆ
“ผมลืมไป ขอบคุณครับ”
ศยามรับหมวกมาสวม ตามไป เขินๆที่ลุงแปลงรู้ใจ

แท็กซี่คันหนึ่งมาจอดแอบชิดมุมรั้วหน้าบ้านจิตรวรรณ ภายในแท็กซี่ ลุงยิ้มแย้มถามศยาม
“เห็นหลังคาบ้านแล้ว สบายใจหรือยังครับ”
“ครับ”
“ผมว่ายังหรอก” ลุงแปลงบอกกับคนขับแท็กซี่ “น้องจอดรอแป๊บนึงนะ” แล้วลุงแปลงก็หันมาบอกศยาม “รออยู่ในนี้นะครับ” ลุงแปลงลงจากรถแท็กซี่ ศยามมองตามอย่างแปลกใจสงสัยว่าลุงแปลงจะทำอะไร

ลุงแปลงเดินมากดกริ่งบ้านจิตรวรรณ ศยามเห็นก็ตกใจ รีบเอนหลัง เอาหมวกบังหน้า หลบทันที
“ทำอะไรของแกเนี่ย”
ป้าเพ็ญวิ่งออกมาหาลุงแปลง ศยามสังเกต เห็นลุงแปลงพูดอะไรบางอย่าง สักครู่ป้าเพ็ญก็วิ่งเข้าไปในบ้าน...ลุงแปลงรีรออยู่หน้าบ้านแล้วส่งสัญญาณมือโอเคให้ ศยามงงๆ
“โอเคอีก โอเคเรื่องอะไรของแก”
ลุงแปลงยิ้มดีใจ แล้วศยามก็เห็นจิตรวรรณเข้ามาคุยกับลุงแปลง ศยามอึ้ง ตะลึง
“คุณจี๊ด”
สายตาชายหนุ่มจับจ้องที่ใบหน้าหญิงสาวด้วยความรักและความคิดถึง โดยที่เธอไม่รู้ตัว ลุงแปลงชี้มาทางแท็กซี่ จิตรวรรณมองตาม ศยามรีบหลบ แล้วก็โผล่ขึ้นมาแอบดูใหม่ เห็นจิตรวรรณหันกลับไปไหว้ลุงแปลง แล้วเดินเข้าบ้าน ลุงแปลงเดินกลับมาที่รถ เปิดประตูเข้ามานั่ง ศยามโวยลั่น
“ลุงทำแบบนี้ทำไม”
“มาทั้งที ก็ต้องเห็นหน้า เห็นแค่หลังคาบ้านได้ยังไง...ลุงเข้าใจ เคยมีความรักเหมือนกันล่ะน่า” ลุงแปลงบอกกับคนขับแท็กซี่ “ไปน้อง กลับที่เดิม”
ศยามยิ้มๆ นึกขอบคุณลุงแปลง รถแท็กซี่เคลื่อนตัวไป

ดึกคืนนั้น ทันวิทย์เปิดประตูคอนโด เห็นมารศรียืนเมาอ้อแอ้อยู่ก็ตกใจ
“คุณ”
มารศรีโถมตัวเข้าหาทันวิทย์ทันที
“ช่วยฉันหน่อยสิ ฉันเมา”
“เดี๋ยวครับเดี๋ยว”
มารศรีโน้มหน้าของทันวิทย์เข้ามาใกล้
“อย่าใจดำสิ ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างฉัน มาขอความช่วยเหลือถึงที่แล้วอ่ะ”
ทันวิทย์จำใจอุ้มเธอขึ้นมา มารศรีชอบใจ วี้ดว้าย
“ว้าย...อุ้มด้วยอ่ะ น่ารักที่สุด”
มารศรีหอมแก้มฟอดใหญ่ ทันวิทย์เขินมาก จำใจอุ้มเข้าข้างใน ปิดประตู...ทันวิทย์ค่อยๆปล่อยตัวมารศรีลงนอนบนโซฟาแต่เธอกลับดึงตัวเขาให้นอนทับลงมาด้วย ร่างแนบร่าง หน้าแนบหน้า มารศรีมองทันวิทย์อย่างยั่วยวน ในขณะที่ชายหนุ่มใจเต้นโครมคราม
ในคอนโดเทวัญ...มารศรียังมองทันวิทย์ด้วยสายตาหวานเชื่อม ฉ่ำ ทันวิทย์เริ่มเผลอไผลไปกับความเย้ายวน แต่แล้วก็ได้สติ ลุกหนี มารศรีไม่ยอม จับตัวเขาเอาไว้
“รังเกียจฉันเหรอ”
“เอ่อ...ไม่ใช่ครับ แต่ผมว่า มันไม่...”
มารศรีประกบปากทันที ทันวิทย์อึ้งเคลิ้มไปกับรสจูบ มารศรีดึงจังหวะ เมื่อเขาเคลิ้มถอนริมฝีปากออก
“ไม่แล้วทำไม...ยอมล่ะ”
ทันวิทย์อึ้ง มารศรีลุกเดินหนี แกล้งทำเป็นสำนึกผิด
“ฉันขอโทษ...ฉัน...ปล่อยใจตัวเองไปแบบนี้ได้ยังไงก็ไม่รู้ ฉันกลับล่ะ”
มารศรีหันไปมองทันวิทย์ด้วยสายตาอาลัย...ทันวิทย์ใจอ่อนยวบ
“ลืมไปซะ ว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้น”
มารศรีหันเดินออกไป ทันวิทย์รวบตัวเอาไว้
“อย่าเพิ่งไปครับ...”
มารศรียิ้มย่อง
“เธอทำแบบนี้ทำไม ถึงฉันจะชอบเธอมากแค่ไหน แต่ถ้าเธอไม่ได้มีใจให้ฉัน...ก็อย่ามาล้อเล่นกับความรู้สึกของฉัน”
ทันวิทย์จับมารศรีให้หันมาแล้วจูบปากทันที ทำให้มารศรีเงียบสนิท ทันวิทย์ไซร้ซอกคออย่างกระหายพ่ายแพ้ต่อแรงราคะ มารศรีหลับตาพริ้ม อย่างสุขสม ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างสะใจ ที่ในที่สุด ก็กินเด็กได้สำเร็จ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการแก้แค้นเทวัญต่อไป เสื้อผ้าของมารศรีถูกถอดโยนลงไปบนพื้น

เวลาผ่านไป...มารศรีและทันวิทย์จ้องหน้ากันอย่างดูดดื่ม
“ไม่อยากจะเชื่อเลย...ว่าเธอจะ ทำให้ฉันมีความสุขได้ขนาดนี้”
“จริงเหรอครับ”
มารศรีโอบชายหนุ่มเข้ามากอดแนบอก ทันวิทย์เคลิ้มอย่างหนัก
“แต่อย่าเพิ่งบอกพี่ชายเธอนะทันวิทย์ ฉันไม่อยากให้เธอเดือดร้อนที่มายุ่งกับ ผู้หญิงที่มีสามีแล้วอย่างฉัน...แต่ฉันเหงา เธอเข้าใจฉันมั้ย”
“ครับ”
ทันวิทย์โถมทับร่างของมารศรีอีกครั้ง
“ทันวิทย์...เด็กดีของฉัน”
มารศรีกอดทันวิทย์แนบแน่น...

มารศรีอ้อยอิ่งอยู่หน้าประตู ร่ำลากัน ทันวิทย์ยังไม่อยากให้มารศรีกลับ
“อยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอครับ”
“อย่าดื้อสิ ไว้ค่อยเจอกันใหม่ก็ได้ เดี๋ยวพี่ชายเธอกลับมาเห็น ยุ่งตายเลย”
“ทำไมคุณถึงชอบผม”
“จะรักใครชอบใคร มีเหตุผลด้วยเหรอ...”
“คุณชอบผมจริงๆเหรอ”
“ฉันจะหลอกเธอไปเพื่ออะไร หาเรื่องใส่ตัวเปล่าๆ...ฉันอยากทำตามหัวใจตัวเองบ้าง ก็เท่านั้น หรือว่าเธอกลัว”
“ผมไม่กลัว เพราะผม...ก็ชอบคุณ ชอบตั้งแต่แรกเห็น”
“งั้นก็อย่าดื้อ เชื่อฟังฉัน เราจะได้มีความสุขด้วยกันต่อไปนานๆ”
มารศรีบรรจงจุมพิตที่หน้าผากของทันวิทย์...

เทวัญไขกุญแจห้อง เปิดประตูห้องเข้าไป เทวัญชะงักเมื่อมองเข้าไปในห้อง เพราะเห็นทันวิทย์นอนหมดแรงอยู่บนโซฟาคนเดียว เปลือยอกอยู่
“เฮ้ย! ทันวิทย์”
ทันวิทย์สะดุ้งตื่น
“กลับมาแล้วเหรอพี่”
“มานอนอะไรตรงนี้ ไปนอนในห้องสิวะ”
“ครับ”
ทันวิทย์หยิบเสื้อที่กองอยู่บนพื้น พยายามเก็บพิรุธ เดินออกไป เทวัญลงมานั่งที่โซฟา มองไปรอบๆทุกอย่างอยู่ในสภาพปกติ เทวัญเอนตัวลงนอน คิดมากและกังวล
“น้องจิตรวรรณ...ยังคิดถึงไอ้ดิ่ง...!”
เทวัญหัวเสีย....งุ่นง่าน

มารศรีเดินเข้าบ้านมาเห็นเศกยังนั่งอยู่ที่เดิมเมื่อตอนกลางวัน เหม่อลอยเหมือนเดิม เมื่อเดินเข้าไป เห็นถ้วยเครื่องดื่มที่ตัวเองใส่ยาลงไปเป็นจำนวนมาก ไม่ได้ถูกแตะต้อง มารศรีไม่พอใจ
“ทำไมยังนั่งอยู่ตรงนี้คะ”
เศกไม่ตอบ
“คุณเศกคะ ฉันถาม ไม่ได้ยินเหรอคะ”
เศกยังนิ่ง มารศรีทนไม่ไหว
“เห็นฉันเป็นหัวหลักหัวตอหรือยังไง”
เศกยังนิ่ง มารศรีเดินเข้าไปหาจ้องหน้า
“คุณเศก...รู้ตัวมั้ยว่าตอนนี้ คุณมันไม่ต่างอะไรกับซากศพ”
“ถ้าผมตายแทนลูกชายผมได้ ก็ดีน่ะสิ”
คำพูดของเศกยิ่งทำให้มารศรีเสียใจและคิดถึงศยาม
“ใช่...คนที่ควรจะตายคือคุณ ไม่ใช่ดิ่ง”
เศกอึ้ง มองมารศรีอย่างไม่เชื่อสายตา
“อยากตายนักใช่มั้ย”
มารศรีหยิบถ้วยเครื่องดื่มขึ้นมาแล้วจับกรอกใส่ปากของเศก
“กินเข้าไป! แล้วจะได้ตายสมใจ กินเข้าไป”
เศกสำลัก
“คุณศรี อย่า...คุณศรี...”
เศกปัดถ้วยทิ้งจนแตก โดยที่เครื่องดื่มไม่ได้เข้าปากไปมากเท่าไหร่นัก ศุวิมลวิ่งเข้ามา เห็นเหตุการณ์ เข้าไปหาพ่อทันทีอย่างตกใจ
“มีเรื่องอะไรกัน...คุณศรี”
มารศรีตาวาวโรจน์ ไม่ตอบศุวิมล แล้วเดินออกไป ศุวิมลหันไปมองเห็นพ่อน้ำตาคลอ ศุวิมลสงสารมาก
“คุณพ่อ...”
ศุวิมลเข้าไปกอดพ่อด้วยความสงสารจับใจ เศกยังอาลัยและรู้สึกผิดต่อศยาม เขาหันไปมองถ้วยเครื่องดื่มที่ตกแตกอยู่บนพื้น...เศกรู้สึกไม่สบายตัวและรู้สึกติดใจกับคำพูดของมารศรีและเครื่องดื่มที่เธอให้เขากิน
 
อ่านต่อหน้า 3



พริกกับเกลือ ตอนที่ 10 (ต่อ)
 

เช้าวันใหม่…
 
จิตรวรรณเดินมาที่ประตูห้องพักคนสวนที่ล็อกกุญแจอยู่ เธอมองกุญแจแล้วน้ำตาซึม คิดถึงตอนที่ศยามจับจิตรวรรณเข้าไปขังไว้ในห้องซะเองทั้งๆที่จิตรวรรณตั้งใจจะขังศยาม
หญิงสาวจิตรวรรณยิ้มทั้งน้ำตา พยายามจะตัดใจ แต่ก็....ไม่ไหว ทรุดลงร้องไห้อีกด้วยความคิดถึงศยาม ป้าเพ็ญเข้ามา สงสารจิตรวรรณ ลงนั่งข้างๆ จิตรวรรณเข้าไปสวมกอดป้าเพ็ญ
“ป้าเพ็ญจ๋า....จิตรวรรณอยากให้ย้อนเวลาได้ จิตรวรรณอยากกลับไปบอกนายดิ่งว่าจิตรวรรณขอโทษ”
“ป้าเคยบอกคุณหนูจิตรวรรณแล้วใช่มั้ย คิดให้ดีก่อนทำ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง”
“มันเป็นบทเรียนราคาแพงเหลือเกิน แพงเกินไปเสียด้วยซ้ำ กว่าจิตรวรรณจะรู้สึก ก็ต้องแลกกับชีวิตของคนที่จิตรวรรณ....”
ป้าเพ็ญพูดไม่ออก ว่าเป็นคนที่เธอรัก ป้าเพ็ญรู้ใจจิตรวรรณดี แต่ไม่พูดอะไร จิตรวรรณทรมานใจ ยังตัดใจจากศยามไม่ได้


ทางด้านศยามนั่งซึม คิดมาก ลุงแปลงกำลังจะไปทำงานเดินออกมาเห็นก็เดินมาคุยด้วย
“ไม่ต้องห่วงนะคุณดิ่ง พวกเราจะช่วยกันเป็นหูเป็นตา รายงานความเคลื่อนไหวของไอ้ด้วงให้กับตำรวจทันที...คิดว่า มันต้องย้อนกลับมาหาคุณเทวัญแน่”
“ขอบคุณมากครับลุง ระวังตัวด้วยนะครับ”
“มีอะไร โทรหาลุงนะ”
ศยามยกมือไหว้ขอบคุณ ลุงแปลงเดินออกไป ศยามมองตามอย่างเป็นห่วง ก่อนจะคิดอะไรบางอย่าง เขาใส่หมวกอำพราง ใส่เสื้อคลุมจะออกไปข้างนอก ป๊อดงัวเงียเดินออกมา
“พี่ดิ่ง...จะไปไหน”
“ไปซื้อของให้แกกินไง รออยู่นี่นะ ห้ามไปไหน”
“โอเค ตามนั้น”
ป๊อดลงไปนอนหลับต่อ ศยามรีบออกไป

ศยามลอบมองเข้าไปในบ้าน อยากรู้ความเคลื่อนไหวด้วยความเป็นห่วงเศกและน้อง รถของหมอเวทย์เข้ามา ศยามรีบหลบ ประตูบ้านเปิดออก รถของหมอเวทย์แล่นเข้าไป ศยามมองเข้าไปด้วยความสงสัย ศุวิมลวิ่งออกมาหาหมอเวทย์ อย่างเร่งรีบ ร้อนใจ หมอเวทย์ตามศุวิมลเข้าไปในบ้าน ศยาม เป็นกังวล เป็นห่วง
“คุณพ่อ...”

เศกนั่งอย่างอ่อนแรงอยู่ในห้อง ศุวิมลพาหมอเวทย์เข้ามา
“ลุงหมอมาแล้วค่ะ คุณพ่อ”
“มีใครเห็นหมอเวทย์เข้ามาหรือเปล่า” เศกถามอย่างกังวล
“ไม่มีค่ะ”
“คุณศรีล่ะ”
ศุวิมลส่ายหน้าระอา
“เมื่อคืนเมากลับมานี่คะ ป่านนี้คงยังหลับอุตุ”
“ไม่ต้องบอกใครว่าพ่อให้หมอเวทย์มา แม้แต่คุณศรี ออกไปแล้วล็อกประตูด้วย”
ศุวิมลแปลกใจกับคำสั่งของพ่อ แต่ก็ทำตาม โดยไม่ตั้งคำถาม ศุวิมลเดินออกไป ปิดประตู หมอเวทย์ตรวจหัวใจเศกอย่างละเอียดและเคร่งเครียด ในขณะที่เศกอ่อนเพลียมาก

มารศรีแต่งตัวสวย กำลังจะออกจากบ้าน เดินเข้ามาหาศุวิมล ที่เพิ่งออกมาจากห้อง ศุวิมลมองเหยียด
“เอ๊าะ ตื่นเช้าได้ด้วยนะคะ”
“คุณเศกอยู่ในห้องหรือเปล่า”
“ทำไม จะขอเงินหรือไง”
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ”
มารศรีจะเข้าไป ศุวิมลเข้าขวาง
“ทำไมเดี๋ยวนี้อารมณ์เสียง่ายจัง...หรือว่า กดสันดานเดิมเอาไว้ไม่อยู่แล้ว”
มารศรีจ้องหน้า
“พูดจาดูหมิ่นฉันอีกคำเดียว ฉันเอาเรื่องเธอแน่”
“มีปัญญาเหรอ เอาสิ”
“อย่าท้า”
“กลัวไม่แน่จริงมากกว่า”
มารศรีมองหน้าศุวิมลอย่างเจ็บใจ ก่อนจะเดินออกไป
“จะไปไหน”
“ก็ในเมื่อไม่รู้ว่าผัวอยู่ไหน...ให้อยู่ตามลำพังกับชะนีที่ไม่ได้ปลดปล่อยฮอร์โมนน่ะเหรอ...ฉันคงเป็นโรคจิตเหมือนเธอเข้าสักวัน”
ศุวิมลโกรธจัดที่ถูกด่าปมด้อย...มารศรีสะใจ เดินหนี ศุวิมลเหลืออด เดินไล่ตามด่า
“ทำไมไม่ไปให้พ้นๆสักที หา!”

มารศรีเดินออกมานอกบ้าน ศุวิมลตามไล่ต่อว่า
“หูหนวกหรือไง ทำไมไม่ไปให้พ้นๆสักที”
มารศรีชะงักหันมาตอบโต้
“ไม่ได้หูหนวก แต่ไม่สนใจ”
“เลว!”
มารศรีเดินเข้ามาหาศุวิมลอย่างท้าทาย ศยามแอบมองอยู่ ด้วยความเป็นห่วงศุวิมล มารศรีหัวเราะอย่างสะใจ
“ฮ่ะๆๆๆ”
ศุวิมลด่าต่อ
“บ้าอีกต่างหาก”
“คุณอ่านคนไม่เก่งเลยนะคุณศุ เก่งแต่ในตำรา แต่สอบตกวิชาชีวิตจริง จะบอกอะไรให้นะ...คุณไม่รู้จักฉัน...มีอะไรอีกมากที่คุณยังไม่รู้”
“แค่นี้ ฉันก็ขยะแขยงเธอเต็มทน ต้องการอะไรกันแน่ หรือจะรอให้พ่อฉันง่อยเปลี้ย จะได้สวมรอยปลอมพินัยกรรม ฮุบสมบัติมาเป็นของตัวเอง”
มารศรีถอนใจ หยิบมือถือขึ้นมาจากกระเป๋าถือ แล้วกดปิดปุ่มอัดเสียง ศุวิมลตกใจ
“ทำอะไรของเธอ”
“อัดเสียงเธอไว้ไง...เป็นหลักฐานที่ฉันจะใช้ฟ้องเธอข้อหาหมิ่นประมาท กัดฉันไม่เลิก ฉันก็จะกัดเธอไม่ปล่อย”
มารศรีเดินออกไป ศุวิมลตกใจ คาดไม่ถึงที่มารศรีเล่นงานแบบนี้ เจ็บใจมาก
“มารศรี”
ศยาม กลุ้มใจที่บ้านร้อนเป็นไฟ เขาตัดสินใจบางอย่างแล้วเดินออกไป


จิตรวรรณเดินอย่างมาดมั่นเข้ามาในออฟฟิศ เธอดูแข้มแข็งแต่หัวใจแห้งแล้ง รัตนาเดินเข้ามาหา
“คุณจิตรวรรณคะ พร้อมหรือยังคะ”
“พร้อมแล้ว”
“ตัวแทนจากสวีเดนมารออยู่แล้วค่ะ”
“แน่ใจเหรอ ว่าคุณพ่อจะปล่อยให้ฉันเจรจากับทางสวีเดนตามลำพัง”
“ถ้าคุณจิตรวรรณไม่แน่ใจ ดิฉันจะไปเรียนท่านให้”
“ไม่ต้อง ฉันทำได้”
“ดิฉันก็เชื่ออย่างนั้นค่ะ”
รัตนาจะไป จิตรวรรณเรียกไว้
“เดี๋ยว”
“คะ”
“เธออยู่ใกล้ๆฉันนะ เธอเคยเจอพวกเขามาก่อน เผื่อฉันจะถามข้อมูลจากเธอ”
รัตนายิ้ม เต็มใจมาก
“ค่ะ คุณจิตรวรรณ”
จิตรวรรณยิ้มอย่างมั่นใจ เดินนำหน้าไป รัตนามองตามจิตรวรรณอย่างเห็นใจและยินดีเต็มใจช่วยอย่างที่สุดในสภาวะที่หัวใจวิกฤต

ศุวิมลเดินงุ่นง่าน กลุ้มใจเรื่องที่ถูกมารศรีขู่
“ยัยตัวร้าย จะฟ้องฉันจริงๆเหรอ...หมดกัน หน้าที่การงานฉัน”
ทันใดนั้นเสียงศยามดังขึ้น
“ศุ...”
ศุวิมลอึ้ง ตัวแข็ง กลัว ไม่กล้าหันไป
“เสียงพี่ดิ่ง”
ศยามก้าวเข้ามายืนข้างหลังศุวิมล
“ศุ...พี่เอง”
ศุวิมลคิดว่าผีศยามมาหลอก
“พี่ดิ่ง...ทำไมเฮี้ยนแบบนี้ มาให้เห็นกลางวันแสกๆเลยเหรอ”
“ศุ...หันหน้ามา”
“ศุรักพี่ดิ่งนะ แต่ขอไม่เห็นได้มั้ย พี่ดิ่งอยากกินอะไร เดี๋ยวศุจะใส่บาตรไปให้”
ศยามเข้ามาจับตัวศุวิมลให้หันมา
“กินมาแล้ว”
ศุวิมลช็อก
“เต็มๆเลย”
ศุวิมลจะร้อง ศยามรีบปิดปาก
“ชู่ว์!”
ศุวิมลอึ้ง...ผีแต่ทำไมมีเนื้อหนังและตัวตน

มุมหนึ่งออฟฟิศโมเดิร์นคาร์ เทวัญเหวี่ยงใส่รัตนาแบบเงียบๆ ไม่อยากให้ใครได้ยินว่ากำลังมีเรื่อง
“ทำไมไม่เชิญผมเข้าไปประชุมด้วย”
“แต่คุณเทวัญไม่ได้มีหน้าที่ที่ต้องเข้าไปนี่คะ ท่านมอบหมายให้คุณจิตรวรรณเพียงคนเดียวเจรจาแทนท่าน”
“แต่ผมกำลังจะเป็นลูกเขยของท่าน”
รัตนาตัดบท
“แต่ก็ยังไม่ได้เป็น ขอประทานโทษค่ะ ตำแหน่งลูกเขยคือเรื่องส่วนตัว ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับงานในบริษัท”
“เธอจงใจขวางฉัน”
“ฉันตั้งใจทำหน้าที่ต่างหากค่ะ”
เทวัญโกรธรัตนามาก จ้องอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่รัตนาก็ไม่หวั่นไหว เจ๊ยุพาแอบดูอยู่ที่มุมหนึ่ง เทวัญออกเดินไปอย่างหงุดหงิด รัตนาโล่งอก ที่เอาตัวรอดมาได้

ศยามมาคุยกับศุวิมลในสวน ไกลหูไกลตาคน เขาเล่าเรื่องราวให้น้องสาวฟัง ศุวิมลตกใจกับเรื่องราวที่ได้ยินจากปากพี่ชาย
“ถึงกับฆ่าแกงกันเลยเหรอ”
“อืม”
“ทำใจคออำมหิตโหดเหี้ยมได้อย่างนี้”
“พี่ไม่รู้...ว่าทำไมไอ้ด้วงถึงต้องการจะฆ่าพี่ และทำไม จะว่าความแค้นส่วนตัวก็ไม่น่าถึงขนาดนั้น”
“ก็ใครล่ะที่แค้นพี่มาก คนนั้นแหละ”
“ก็มีอยู่คนเดียว”
“นายเทวัญ”
ศยามนิ่งไป
“ซึ่งกำลังจะแต่งงานกับคุณจิตรวรรณ...พี่ดิ่งรู้มั้ย คุณจิตรวรรณกลายเป็นคนละคนหลังจากที่รู้ว่าพี่ตาย”
“ยังไง”
ศยามแปลกใจ

ที่ประตูห้องทำงานของจิตรวรรณ มีป้ายติดไว้ที่ประตู “ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร” จิตรวรรณลงนั่งที่เก้าอี้อย่างภาคภูมิใจ รัตนายืนยิ้มอยู่ใกล้ๆ
“นั่งสบายจัง”
“แสดงความยินดีด้วยค่ะ”
“ทำไมคุณพ่อเลื่อนตำแหน่งให้ฉันเร็วจัง”
“ก็คุณจิตรวรรณพิสูจน์ให้ท่านเห็นแล้วนี่คะว่า...คุณจิตรวรรณช่วยท่านได้มากจริงๆ”
“แต่...พี่เทวัญอยากทำงานตำแหน่งนี้มาก”
เทวัญเข้ามาหน้าเครียด แต่แสร้งยิ้ม
“จะพี่หรือน้องจิตรวรรณทำ ก็เหมือนกันล่ะค่ะ เพราะเราสองคนมีหน้าที่ช่วยงานท่าน ด้วยกันทั้งคู่”
จิตรวรรณยิ้ม ห่างเหิน จนเทวัญรู้สึกได้
“แสดงความยินดีด้วยนะจ๊ะ ว่าที่เจ้าสาวคนเก่งของพี่”
“ขอบคุณค่ะ”
“มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกนะจ๊ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณพ่อได้โอนให้คุณรัตนามาเป็นผู้ช่วยจิตรวรรณแล้ว”
รัตนาตกใจ ไม่รู้ตัวมาก่อน
“คะ”
จิตรวรรณหันไปยิ้มกำชับกับรัตนาให้ยอมรับห้ามสงสัย
“ค่ะ จิตรวรรณขอคุณพ่อไว้ คุณรัตนาเป็นคนที่คุณพ่อไว้ใจมากที่สุด จิตรวรรณจึงอยากได้คุณรัตนามาอยู่ข้างๆ”
เทวัญไม่พอใจ
“แล้วพี่น่าไว้ใจน้อยกว่าคุณรัตนาหรือไงจ๊ะ”
“จิตรวรรณไม่ได้พูดอย่างนั้นนะคะ พี่เทวัญร้อนตัวทำไม”
“น้องจิตรวรรณเป็นอะไรไป เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายกับพี่”
“จิตรวรรณก็เป็นจิตรวรรณอย่างนี้ล่ะค่ะ เอาแน่เอานอนไม่ได้เหมือนเดิม พี่เทวัญก็รู้จักจิตรวรรณดีนี่คะ เอ๊ะหรือว่า...พี่เทวัญร้อนตัวร้อนใจกลัวว่าจิตรวรรณจะไม่ไว้ใจพี่เทวัญเหรอ”
“เปล่าจ๊ะ”
เทวัญยิ้มกลบเกลื่อน รัตนาแอบยิ้มพอใจ จิตรวรรณชื่นชมห้องทำงานใหม่ของตัวเองไป แต่ก็แอบเหลือบสังเกตเทวัญที่แสร้งยิ้มดีใจไปกับเธอ

ในห้องทำงาน...เทวัญกวาดของทิ้งด้วยความโมโห รู้สึกเครียด ที่ถูกลดความสำคัญลงเรื่อยๆ เสียงมือถือดังขึ้น เทวัญเห็นเบอร์ แปลกตา ไม่คุ้น รีบรับ
“ฮัลโหล...”
ด้วงแต่งตัวปิดบังตัวเอง โทรศัพท์ที่ตู้สาธารณะ ลุกลี้ลุกลน
“ผมเอง คุณเทวัญ”
“โทรมาทำไม บอกแล้วไง ว่าฉันจะติดต่อไปเอง”
“แล้วคุณจะติดต่อยังไง ถ้าผมไม่โทรมา”
เทวัญอึ้ง เปลี่ยนท่าที
“ว่าไง...”
“สองแสนค่าจ้างฆ่าไอ้ดิ่ง จะได้เมื่อไหร่”
“รอก่อน”
ด้วงโวยวายทันที
“เฮ้ย ผมเหลืออยู่แค่สองบาท รอไม่ได้! คุณจะเบี้ยวผมเหรอ คิดดีแล้วหรือไง ผมสามารถเดินเข้าไปหาตำรวจได้ตลอดเวลา อยากเดือดร้อนหรือไง”
“ตอนนี้แกอยู่ที่ไหน”
ด้วงยิ้มอย่างพอใจ เทวัญวางสายอย่างไม่พอใจด้วง เดินไปเปิดเซฟที่วางอยู่มุมหนึ่งของห้อง เปิดบานตู้ออก หยิบปืนพกขนาดเล็กขึ้นมา

จิตรวรรณนั่งเหม่ออยู่ที่โต๊ะทำงาน พูดกับศยามขึ้นมาด้วยความคิดถึง..
“นายจะรับรู้อยู่หรือไม่ก็ตาม ฉันคิดถึงนายมากนะ...”
จิตรวรรณปาดน้ำตา รวบรวมสติ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหารัตนาเพื่อสั่งงาน

หน้าบ้านเศก...ศุวิมลเดินมาส่งศยาม
“ส่งข่าวให้พี่รู้ด้วย ว่าคุณพ่อเป็นอะไร อย่าลืมนะ”
“พี่ดิ่ง...จะปิดเรื่องนี้ไปอีกนานแค่ไหน มีคนเสียใจกับเรื่องนี้หลายคนนะ มันคุ้มกันเหรอ”
“คุ้มสิ...ถ้าปล่อยให้คนชั่วๆคนหนึ่งทำชั่วต่อไป จะมีคนดีที่ต้องเสียใจเพิ่มขึ้น อีกหลายคน...เราอาจจะต้องยอมเสียอะไรไปบ้าง พี่สัญญา อีกไม่นานหรอก”
ศยามรีบดึงหมวกปิดหน้า รีบเดินออกไป ศุวิมลมองตามศยามอย่างเป็นห่วง

มุมหนึ่งออฟฟิศโมเดิร์นคาร์... แต๋วนั่งน้ำตาซึมอยู่ โพเดินเข้ามา ใจเสีย เดินเข้ามาถาม
“เป็นอะไร แต๋ว”
“ไม่มีอะไร...แค่...ใจหาย”
“เรื่องนายดิ่งน่ะเหรอ”
แต๋วพยักหน้า
“ชอบเขามากหรือไง”
แต๋วนิ่ง ไม่พูดอะไร
“แค่นี้ก็พอจะรู้ ถ้าไม่อยากเสียใจมากไปกว่านี้ ตัดใจเถอะ แต๋วไม่เหมาะกับเขาหรอก”
“แล้วเหมาะกับใคร พี่น่ะเหรอ ฝันไปเถอะ”
แต๋วฉุนเดินออกไป โพใจเสีย ลุงแปลงเดินเข้ามาตบไหล่ให้กำลังใจโพ
“อย่าเพิ่งท้อ ไม่ว่าใครก็แพ้ความดี เชื่อลุง ทำดีให้ผู้หญิงเขาเห็น เดี๋ยวก็ใจอ่อน”
โพนิ่ง ไม่พูด ไม่หือ ไม่อือ
“ไอ้ด้วงติดต่อเอ็งมาบ้างมั้ย”
โพส่ายหน้า เครียดเรื่องด้วง

เทวัญเดินจ้ำออกไปจากออฟฟิศ ยอดชายถือเอกสารเตรียมไปประชุม เดินผ่านมา เห็นเทวัญมีท่าทางลุกลี้ลุกลนชอบกล รีบโทรหาศยามทันที ศยามฟังแล้วตัดสินใจทันที...
“ได้...ให้นายโพตามมันไปก่อน ผมจะรีบตามไป บางที นายเทวัญอาจจะไปพบกับไอ้ด้วง”
ศยามวางสาย รีบใส่หมวก ป๊อดงัวเงียเดินออกมา
“จะออกไปไหนพี่ดิ่ง ป๊อดไปด้วยดิ่ อยู่แต่ในบ้าน เบื่อจะแย่”
“ออกไปตายหรือไง”
“อ๊าย!”
ป๊อดกระโดดคลุมโปงนั่งนิ่ง ไม่กระดุกกระดิกเพราะกลัวตาย
“ป๊อดสมชื่อจริงๆ”
ศยามรีบออกไป

เทวัญยืนรีรออยู่อย่างกระวนกระวายใจ มองดูเวลา ร้อนใจมาก
“ทำไมช้าจังวะ”
เทวัญใจคอไม่สบายนัก ดิ่ง ยอดชาย โพ ซุ่มอยู่ที่มุมหนึ่ง เพื่อรอจับกุมด้วงและเทวัญด้วยกัน สายตาศยาม เห็นเทวัญเดินงุ่นง่าน
“มันจะนัดเจอไอ้ด้วงหรือเปล่า เดี๋ยวคงรู้กัน”
ทุกคนรออย่างสงบนิ่ง มีเพียงโพ ที่เป็นห่วงด้วง ใจจริงไม่อยากให้ด้วงต้องรับโทษหนัก เทวัญยังรอด้วงอย่างกระวนกระวาย...ศยาม ยอดชาย โพ และตำรวจ กำลังซุ่มรออย่างอดทน สักครู่ด้วงเดินมาจากมุมหนึ่ง ศยามเห็น
“มันมาแล้ว นั่นไง”
ทุกคนมองไปตามสายตาของศยาม จู่ๆโพก็ร้องออกมาเสียงดังอย่างเจ็บปวด
“โอ๊ย!”
ศยาม ยอดชาย และตำรวจตกใจ ด้วงรู้ตัว ตกใจ คิดว่าเทวัญพาตำรวจมา
“ไอ้เทวัญ ไอ้ทรยศ”
ด้วงวิ่งหนีไปทันที ตำรวจรีบวิ่งออกไปไปสกัดด้วง
“ตามไป!”
เทวัญหันไปดูทางที่พวกของศยามซ่อนตัว ศยามและยอดชายหันมาให้ความสนใจกับโพ ด้วยความกังวล ห่วงหน้าพะวงหลัง
“โพ นายเป็นอะไรมากมั้ย”
“โอ๊ย ฉัน...ปวด...หัว”
ยอดชาย รู้ทัน
“นายจงใจทำให้ไอ้ด้วงมันรู้ตัวแล้วหนีไป”
โพอึ้งที่ยอดชายรู้ทัน...ศยามชะงักมองหน้าโพอย่างผิดหวัง
“โพ นายกำลังช่วยญาติของนายด้วยวิธีที่ผิด”
โพหน้าเสีย เครียด แต่ไม่มีทางเลือก เทวัญเข้ามา เห็นศยามยังมีชีวิตก็ตกใจ
“ไอ้ดิ่ง!”
ศยามกับยอดชายจำใจเปิดเผยตัว ศยามเดินไปเผชิญหน้ากับเทวัญ
“ใช่...ผมเอง ผมยังไม่ตาย”
เทวัญตะลึงตกใจมาก

เทวัญเดินหนี ศยามและยอดชายเดินตาม
“คิดเหรอว่าผมจะเชื่อว่าคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่นายด้วงตั้งใจจะฆ่าผมให้ตาย”
เทวัญชะงัก ยอดชายมองหน้า
“โจรที่ไหนมันจะยอมรับว่ามันเป็นโจร”
“ไหนล่ะหลักฐาน”
ศยามอึ้ง ยอดชายมองอย่างเกลียดชัง
“ตำรวจจับได้ด้วงได้ แกไม่รอดแน่”
“แล้วจับได้หรือยัง”
“พูดแบบนี้แสดงว่ายอมรับแล้วใช่มั้ย ว่าแกเป็นคนสั่งให้ไอ้ด้วงทำ”
ยอดชายปราดเข้าไปกระชากคอเสื้อ เทวัญไม่สะทกสะท้าน ศยามเข้ามาดึงมือยอดชาย
“อย่า คุณยอด ปล่อยเขา”
“แต่มัน...”
“เราไม่มีหลักฐานจริงๆอย่างที่เขาพูด”
เทวัญยิ้มกวนๆ
“ฉันแค่บังเอิญมาอยู่ผิดที่ผิดเวลา อย่ามาปรักปรำ”
“แล้วแกมาที่นี่ทำไม” ยอดชายถามเสียงเข้ม
เทวัญจงใจเย้ย
“มาเดินเล่น...จบมั้ย”
ศยามกับยอดชายมองเทวัญอย่างเจ็บใจ แต่พูดอะไรไม่ได้ เทวัญหัวเราะสะใจเดินออกไป อย่างกวนอารมณ์ ศยามกำหมัดแน่น
“อีกไม่นานหรอก...นายเทวัญ”

ด้วงหลบหมอบอยู่กับพื้นดินใต้พงหญ้ารก เนื้อตัวเลอะเทอะ มอมแมม สกปรก ตำรวจกระจายกำลังตามหา ด้วงแทบจะหยุดหายใจ ไม่เคลื่อนไหว เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ ตำรวจเคลื่อนตัวผ่านจุดที่ด้วงหลบซ่อนไป ด้วงโล่งใจ นอนแผ่หรา นึกเจ็บใจโชคชะตาตัวเอง และเทวัญ
“ไอ้เทวัญ....มึงหักหลังกู”
 
อ่่านต่อหน้า 4



พริกกับเกลือ ตอนที่ 10 (ต่อ)
 

ค่ำนั้น เทวัญเมาเข้ามาในคอนโด ได้ยินเสียงหัวร่อต่อกระซิกของผู้ชายและผู้หญิงดังมาจากทางห้องของทันวิทย์ เขานึกเอะใจ เดินไปเงี่ยหูฟังแนบประตู ก่อนจะเคาะประตูห้องอย่างแรง
 
“ทันวิทย์ เปิดประตู ไอ้ทันวิทย์”
ทันวิทย์และมารศรีที่นอนหยอกล้อกันบนที่นอนชะงักค้าง ทันวิทย์ตกใจ หน้าซีด ตัวแข็ง แต่มารศรียิ้มย่อง
“พี่เทวัญ ทำไงดี พี่เทวัญมา”
มารศรีทำเป็นตกใจ
“เอาไงดีล่ะ”
เทวัญเคาะประตูห้องรัว
“ไอ้ทันวิทย์ แกพาใครมานอน เปิดประตู”
ทันวิทย์รีบลงจากเตียง รีบเอากางเกงขายาวมาสวมทับกางเกงบ็อกเซอร์ของตัวเอง มารศรีที่มีผ้าห่มคลุมร่าง มองอย่างมีแผน
“คุณเข้าไปหลบในตู้เสื้อผ้าผมก่อนนะ เร็วสิ”
“เฮ้อ เด็กน้อเด็ก ดูหนังมากไปหรือเปล่า”
มารศรีห่อตัวด้วยผ้าห่ม ลุกขึ้น ทันวิทย์มองอย่างแปลกใจว่ามารศรีจะทำอะไร เพราะเธอเดินไปที่ประตูห้อง แล้วเปิดออกทันที ทันวิทย์จะห้ามแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
“อย่า...!”
รับมารศรีเปิดประตูห้อง เห็นเทวัญยืนอึ้ง เพราะตกใจที่เป็นมารศรีในสภาพเปลือย มีเพียงผ้าห่มห่อหุ้มร่างกาย
“มารศรี!”
“ใช่ ฉันเอง...โชคไม่ดีเลยอ่ะ กลับมาเร็วจัง”
เทวัญโกรธมาก มองหน้าทันวิทย์ ที่ยืนหน้าซีดด้วยความกลัว เทวัญจิกหัวมารศรีอย่างแรง
“โอ๊ย เจ็บนะ”
“มายุ่งกับน้องชายฉันทำไม”
เทวัญเหวี่ยงมารศรีกระเด็นออกไป ทันวิทย์รีบออกไปปกป้องมารศรี
“คุณมารศรี”

ศุวิมลละล่ำละลักคุยโทรศัพท์กับศยาม
“คุณพ่อ...หัวใจอ่อนแอมาก...เหมือนโดนยาพิษสะสมทำลายการทำงานของหัวใจมาสักพักหนึ่งแล้ว”
ศยามนั่งเครียดคุยโทรศัพท์อยู่ที่บ้านลุงแปลง ลุงแปลงและป๊อดนั่งฟังอยู่ด้วย ศยามรำพึงออกมา
“มารศรี...”
“ก็คงจะมีแต่ผู้หญิงคนนั้นที่ทำได้ พี่ดิ่งเอาไงดี จับไมได้คาหนังคาเขาไม่มีทางที่เขาจะสารภาพ”
ศยามบีบโทรศัพท์แน่นอย่างเจ็บใจ

เทวัญจิกหัวมารศรีขึ้นมาจะตบ ทันวิทย์เข้ามาขวาง
“อย่านะพี่ อย่าทำ”
เทวัญต่อยทันวิทย์เปรี้ยง
“ไอ้น้องเวร!”
ทันวิทย์กระเด็นไปชนโต๊ะ ของล้มระเนระนาด เทวัญจิกหัวมารศรี แค้นจากศยาม มาลงกับมารศรี
“มันอยากมากนักหรือไง ถึงได้มามั่วกับไอ้ทันวิทย์”
“เราไมได้มั่ว เรารักกัน” ทันวิทย์เถียง
“ถุย! ไอ้ไก่อ่อน แกเชื่อนังผู้หญิงสาธารณะคนนี้เหรอ”
มารศรีตบหน้าเทวัญ
“แกไม่มีสิทธิ์มาด่าฉัน!”
“เหรอ แล้วใครที่มีสิทธิ์ ไอ้ดิ่งเหรอ ไปเด่ะ มันฟื้นขึ้นมาจากหลุมแล้ว มันยังไม่ตาย ได้ยินมั้ยมันยังไม่ตาย”
มารศรีชะงัก
“อะไรนะ!”
“ไปสิ ไปให้มันด่า ผัวเก่าเธอน่ะ มันยังไม่ตาย”
“ดิ่งยังไม่ตาย ดิ่งยังไม่ตาย”
มารศรีดีใจมาก เทวัญหันไปหาทันวิทย์
“ดูหน้ามันซะ ผัวเก่ามันยังไม่ตาย มันดีใจขนาดไหน แกมันโง่”
“ไม่จริง!”
ทันวิทย์เข้ามากอดขามารศรีที่กำลังจะไป
“ไม่จริง คุณไม่ได้หลอกผม คุณบอกว่าคุณรักผม...เรารักกัน”
มารศรีสะบัด
“ปล่อยฉันนะ”
เทวัญเห็นแล้วยิ่งโกรธ เข้าไปจับแขนมารศรี
“แต่ฉันเปลี่ยนใจแล้ว จะปล่อยให้เธอกลับไปหาไอ้ดิ่งง่ายๆได้ยังไง”
“จะทำอะไรฉัน! ปล่อยนะ”
“น้องฉันมันยังได้ชิมเธอเลย ตอนนี้ก็ถึงตาฉันบ้าง”
“ไอ้บ้า!”
ทันวิทย์ ตกใจ
“พี่เทวัญ อย่านะ”
เทวัญหันไปตวาด
“ถอยไป นังนี่มันก็กะหรี่ดีๆนี่เอง ไปปกป้องมันทำไม แกเอามันได้ ฉันก็เอาได้”
เทวัญลากตัวมารศรีเข้าห้องทันที ทันวิทย์ไม่กล้าเข้าไปห้ามยามที่พี่ชายบ้าเลือด มารศรีร้องลั่น
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
ในที่สุด เทวัญก็ลากตัวมารศรีเข้าไปในห้องได้สำเร็จ ปิดประตูปัง ทันวิทย์เข่าทรุด ร้องไห้ออกมา อย่างหมดท่า อ่อนแอที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ สียงมารศรีร้องกรี๊ดโหยหวนดังออกมาจากในห้อง ยิ่งทำให้ทันวิทย์ยิ่งเจ็บปวด

จิตรวรรณยังนั่งทำงานอยู่ รัตนาสะพายกระเป๋าเข้ามา
“คุณจิตรวรรณคะ...กลับบ้านเถอะค่ะ”
“งานยังไม่เสร็จ”
รัตนาเข้ามาจับปากกาของจิตรวรรณแล้ววางลง
“ดิฉันรู้ว่างานชิ้นนี้รอได้ค่ะ”
จิตรวรรณเริ่มจะเหวี่ยง
“นี่!”
“ดิฉันทำตามหน้าที่ค่ะ เป็นกระจกสะท้อนให้เจ้านายรู้ตัวว่า ไม่ควรโหมงานหนักเพราะอยากลืมบางคน”
จิตรวรรณสงบลง
“ไม่ใช่!”
“ถ้าไม่อยากลืม...ก็ออกไปพบเขาเถอะค่ะ”
“เขา...ใคร”
รัตนายิ้มอย่างดีใจให้ จิตรวรรณแปลกใจมาก
จิตรวรรณเดินออกมา รัตนาตามหลังแล้วจิตรวรรณก็หยุดชะงัก ตกใจเมื่อเห็นศยามยืนอยู่ มองมาที่จิตรวรรณอย่างดีใจ ด้วยสายตาลึกซึ้ง
“นายดิ่ง...”
“คุณจิตรวรรณ”
รัตนาค่อยๆปลีกตัวออกไป จิตรวรรณตัดสินใจวิ่งเข้ามากอดศยามอย่างดีใจ ตกใจและคาดไม่ถึง
“นายดิ่ง!”
ศยามสวมกอดจิตรวรรณอย่างคิดถึง
“คุณจิตรวรรณ!”
รัตนาที่เดินออกมาหันไปมองภาพหนุ่มสาวกอดกัน ยิ้มอย่างมีความสุขไปด้วย เธอเดินออกไป จิตรวรรณและศยาม ปราศจากคำพูดใดๆออกจากปากของทั้งคู่ มีเพียงสัมผัสที่ถ่ายทอดให้แก่กันและกันแทนคำพูดใดๆทั้งหมด

ศยามและจิตรวรรณเดินคุยกันมาริมแม่น้ำ
“ทำไมต้องสร้างเรื่องโกหกว่านายตาย”
“ผมต้องการพิสูจน์บางอย่าง”
“ปรากฏตัวออกมาแบบนี้ แสดงว่า สิ่งที่นายต้องการพิสูจน์...สำเร็จแล้ว”
“ยัง”
“อ้าว...บอกฉันได้มั้ยว่ามันเรื่องอะไร”
“ผมยังบอกอะไรคุณไม่ได้”
“ทำไม โกรธฉันเหรอ...ฉันขอโทษ จริงๆแล้ว ฉันเข้าใจสถานการณ์นายแล้วนะที่นายโกหกฐานะและตัวตนที่แท้จริงของนาย ฉันรู้ว่านายเป็นคนดี นายไม่ได้ตั้งใจหลอกฉัน...นาย”
ศยาม เอามือแตะที่ริมฝีปากจิตรวรรณให้หยุดพูด
“ไม่ต้องพูดแล้ว...”
จิตรวรรณอึ้ง
“แค่คุณเข้าใจผม...ผมก็พอใจแล้ว”
“แค่นี้เองเหรอ ไม่ได้ต้องการอะไรจากฉันมากกว่านี้เหรอ”
“มีอะไรที่คุณจะให้ผมได้อีก”
“นายจะให้ฉันพูดจริงๆเหรอ แค่นี้ นายยังดูไม่ออกอีกเหรอ”
ศยามเข้าใจ แต่ไม่ยอมรับ
“คุณจิตรวรรณ ผมมาเพื่อจะบอกคุณว่า...”
“ว่าอะไร...”
จิตรวรรณใจเต้นโครมคราม คิดว่าศยามจะบอกรัก
“ผม...ขอให้คุณโชคดี”
จิตรวรรณอึ้ง
“ฉันไม่เข้าใจ”
“อีกไม่นานหรอก คุณจะเข้าใจเอง”
ศยามบรรจงจูบหน้าผากของหญิงสาวในขณะที่จิตรวรรณยังงงงวย
“ลาก่อน”
ศยามปล่อยมือจากจิตรวรรณ แต่จิตรวรรณไม่ยอมปล่อย
“เดี๋ยวก่อน ฉันไม่เข้าใจ มันหมายความว่าอะไร”
ศยามจำใจแกะมือจิตรวรรณออกไป
“นายดิ่ง...เดี๋ยวก่อนสิ...”
ศยามตัดสินใจประกาศกร้าว
“ต้องให้พูดตรงๆใช่มั้ย ได้ ต่อไปนี้ ไม่ต้องมายุ่งกับผม เราต่างคนต่างอยู่”
จิตรวรรณอึ้ง แล้วศยามก็จำใจตัดใจเดินจากไปอย่างเจ็บปวด จิตรวรรณยืนอึ้ง ไม่เข้าใจ ช็อก น้ำตารินไหลออกมาอย่างช้าๆ
“ไอ้คนบ้า ไอ้คนบ้า ไอ้คนบ้า”
จิตรวรรณยืนร้องไห้ ตะโกนด่าศยามไม่หยุดอยู่อย่างนั้น ศยามขณะที่เดินจากมา เจ็บปวดไม่แพ้กันกับจิตรวรรณเลย
มารศรีในชุดที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินมาที่ประตู จะเปิดออกไป อย่างเลื่อนลอย เสียใจและแหลกสลาย ทันวิทย์เข้ามาจับมือมารศรีที่กำลังเปิดประตู รั้งเอาไว้ เธอค่อยๆหันไป ทันวิทย์มองเธอด้วยสายตาที่ปวดร้าว และเสียใจ
“ผมขอโทษ...”
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน”
มารศรีสะบัดออก ทันวิทย์เข้าไปสวมกอดไว้
“ผมรักคุณ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นยังไง ผมก็รักคุณนะ”
“เหรอ...ถามหน่อย ทำไมถึงรักฉัน”
ทันวิทย์ตอบไม่ถูก
“ผม...”
“ตอบมาสิ! ทำไมถึงรักฉัน! ฉันมีอะไรดี ไม่เห็นเหรอ ฉันถูกพี่ชายเธอย่ำยี ยังจะรักฉันอยู่อีกเหรอ โง่หรือเปล่า”
“ผมไม่ได้โง่ ผมยิ่งสงสารคุณ”
มารศรีตบหน้าทันวิทย์
“ฉันไม่ต้องการความสงสารจากใคร”
ทันวิทย์อึ้ง เจ็บปวด มองหน้ามารศรีบอกอย่างจริงจัง
“ผม...รัก...คุณ”
“ไม่เคยมีใครรักฉัน ต้องการฉันจริงๆหอรก ไม่มี!”
มารศรีร้องไห้เสียใจ วิ่งออกไป ทันวิทย์ยืนอึ้ง ซึม ปวดร้าว เทวัญเดินผิวปากอารมณ์ดีเข้ามา ทันวิทย์หันไปมอง ด้วยความเคียดแค้น พุ่งเข้าใส่ตัวเทวัญทันที
“พี่มันเลว”
เทวัญหลบได้ จับหมัดของทันวิทย์เอาไว้ บิดข้อมือ บิดแขนทันวิทย์ไว้ข้างหลัง
“โอ๊ย!”
“ฉันไม่ได้เลวน้อยไปกว่านังนั่นหรอก หัดฉลาดได้แล้ว ไอ้น้องโง่ แกไม่ควรเสียใจ ให้ค่ากับผู้หญิงเหลือเดนแบบนั้นจนต้องมาทำร้ายฉัน ไม่งั้น แกได้ไสหัวออกไปนอนข้างถนนแน่”
ทันวิทย์ร่ำไห้ออกมาอย่างหมดท่า เทวัญสลัดทันวิทย์ออกไปอย่างแรงจนล้มลง ร้องไห้อย่างเจ็บปวด เทวัญมองสมเพชทันวิทย์ ก่อนจะเดินออกไป ทันวิทย์ยังร่ำไห้

มารศรีเดินเลื่อนลอยมาตามทางเดิน ความรู้สึกสิ้นหวัง เจ็บปวดที่ถูกข่มขืน มารศรีน้ำตาไหลพราก อย่างเจ็บใจ
“ไอ้เทวัญ...”
มารศรีนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา...หลังจากที่เพิ่งถูกขยี้สวาท คลานหนีมาอย่างเจ็บปวด เทวัญตามมากระชากผมพร้อมข่มขู่
‘ถ้าแกไม่ยอมทำให้ไอ้ดิ่งหายไปจากชีวิตของน้องจี๊ด เรื่องของเราคืนนี้จะต้องถึงหูผัวแก่ของแก’
‘แล้วแกไม่กลัว เรื่องนี้จะถึงหูน้องจี๊ดของแกบ้างหรือไง’
‘ไม่กลัว...เพราะน้องจี๊ดไม่มีทางเชื่อแก ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้น้องจี๊ดเชื่อได้ ว่าฉันนอกใจ’
‘อย่ามั่นใจในตัวเองนักเลย’
‘ลองดูก็ได้นะ แต่รับรองว่างานนี้...คนที่เสียคือแก ไม่ใช่ฉัน’
มารศรีจ้องหน้าเทวัญอย่างเคียดแค้น
‘ไอ้คนชั่ว! ยิ่งกว่า...’
เทวัญตบหน้ามารศรีเปรี้ยง
‘โอ๊ย’
‘ถ้าไม่เชื่อฉันและทำตามที่ฉันสั่ง แกจะถูกฉันเล่นงานจนไม่เหลือดี จำไว้’
เทวัญผลักมารศรีทรุดลง มารศรีแค้นจัด
มารศรีแค้นจัดกัยสิ่งที่เกิดขึ้น เธอกำหมัดแน่น
“ฉันเกลียดแก ไอ้เทวัญ! นังจี๊ด! ฉันเกลียดแก!”
มารศรียืนร้องไห้ คิดหนทางที่จะเอาคืนเทวัญและจัดการกับความรู้สึกแปดเปื้อน ราคีจากเทวัญ

จิตรวรรณนั่งซึม น้ำตาซึมอยู่ในบ้าน ด้วยสภาพคนอกหัก
“คนบ้า...บ้า...บ้า....ไม่มีหัวใจ ไม่ใช่คน...บ้าที่สุด”
จิตรวรรณอดร้องไห้ออกมาไม่ได้อีก สำรวยสาระแนเข้ามาไมได้ดูอารมณ์ของจิตรวรรณ
“คุณจี๊ดขา คุณผู้หญิงให้หาค่ะ!”
จิตรวรรณหันมามองสำรวยตาขวางมาก สำรวยหน้าเสีย จ๋อย
“คือ....คงมาไม่ถูกเวลา งั้นเดี๋ยวสำรวยค่อยมาใหม่ก็แล้วนะคะ”
จิตรวรรณตะคอกเสียงดัง
“พอแล้ว ไม่ต้องมาแล้ว รู้แล้ว ได้ยินแล้ว ได้ยินมั้ย ไปให้พ้น”
สำรวยตกใจ รีบแจ้นออกไป
“ไปแล้วค่ะไปค่า”
จิตรวรรณหันกลับมา เสียใจ เครียด จัดการอารมณ์ไม่ถูก วันดีและป้าเพ็ญเดินมาดูจิตรวรรณอยู่จากมุมหนึ่งอย่างเป็นห่วง
“ยัยจี๊ดเป็นอะไรไปอีก”
ป้าเพ็ญถอนใจ รู้ใจจิตรวรรณดี แต่ไม่กล้าพูด
“อารมณ์ขึ้นๆลง ยังสาวยังแส้ แต่ทำเหมือนตัวเป็นวัยทอง เพ็ญ ไปดูเขาหน่อยไป”
“แล้วคุณผู้หญิงไม่...”
“เข้าไปก็ได้ทะเลาะกันไม่จบ เดี๋ยวนี้ลูกมันไม่ค่อยอยากจะคุยกับฉันหรอก ฉันมันหมาหัวเน่า ไม่เหมือนนังเมียน้อยนั่น”
วันดีเดินหงุดหงิดออกไป ป้าเพ็ญถอนใจ หันมามองจิตรวรรณที่หัวใจลายอย่างสงสาร เดินมานั่งข้างๆ
“คุณหนูจี๊ดขา เข้าบ้านไปพักผ่อนเถอะนะคะ”
“ไม่”
“คุณหนูจี๊ดเป็นอะไรคะ”
“จี๊ดเจ็บและไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรเลย จี๊ดพยายามมีสติ คิดว่าคงมองคนไม่ผิด แต่แล้ว...ความเชื่อของจี๊ดก็ถูกทำลาย เพราะอะไรก็ไม่มีเหตุผลอธิบายให้เข้าใจ จี๊ดกลายเป็นคนโง่ ที่ยืนเคว้งคว้างอยู่ในความมืด เหมือนคนตาบอด ไม่รู้จะไปทางไหนดี”
ป้าเพ็ญอึ้ง มองจิตรวรรณอย่างสงสาร
“ยังเหลืออะไรให้จี๊ดได้เชื่อมั่นได้อยู่อีกคะ ป้าเพ็ญ”
ป้าเพ็ญตอบไม่ถูก ได้แต่ยืนเงียบๆ ไม่รบกวนจิตรวรรณอีกต่อไป

เศกนั่งรอมารศรีอย่างเคร่งเครียดอยู่ในบ้าน ศุวิมลเดินเข้ามาหา
“คุณพ่อคะ ดึกแล้ว ไปพักผ่อนเถอะค่ะ”
“พ่อจะรอคุณศรี”
“แต่กว่าเธอจะกลับ ก็ไม่รู้เมื่อไหร่นะคะ ติดต่อก็ไม่ได้ เหมือนจะ...”
เศกตัดบท
“ไม่ต้องพูด”
ศุวิมลอึ้ง ไม่พอใจ แต่เก็บอารมณ์
“พ่อจะรอคุณศรี...”
ศยามเข้ามาสีหน้าเคร่งเครียด เศกและศุวิมลตกใจ
“เจ้าดิ่ง”
ศยามก้มลงกราบแทบเท้าของเศก ศุวิมลมองอย่างดีใจ ปลาบปลื้ม
“คุณพ่อครับ ผมกลับมาแล้ว”
“แต่แก...ตายไปแล้ว”
“ผมจำเป็นต้องปล่อยข่าวอย่างนั้น เพื่อตามจับตัวคนร้ายครับ แต่ว่า...มันก็รอดตัวไปจนได้ ผมจึง...กลับมา”
เศกค่อยๆก้มลงจับมือศยาม
“พ่อ...ดีใจนะ...ที่แกกลับมา”
“คุณพ่อ...”
เศกโอบศยามเข้ามากอด
“พ่อขอโทษนะลูก พ่อขอโทษ”
“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษคุณพ่อ”
“ดิ่ง...กลับมาอยู่บ้านมั้ย”
“ครับ ผมจะกลับมาอยู่ที่นี่ ผมจะไม่หนีไปไหนอีกแล้ว”
เศกกอดศยามด้วยความรักและความคิดถึง ศุวิมลน้ำตาร่วงด้วยความซาบซึ้ง เข้าไปกอดศยามด้วยคน
“ตอนนี้...พ่อรู้แล้ว..ว่าใครกันแน่ที่รักพ่อมากที่สุด และมีความหมายกับพ่อมากที่สุด”
เศกและศุวิมลดีใจที่เศกพูดประโยคนี้ออกมา

ศยามยืนเหม่อลอยอยู่ มีเรื่องเครียดที่ต้องตัดสินใจและลงมือทำ ศุวิมลเข้ามา
“คุณพ่อหลับไปแล้ว”
“ดีแล้วล่ะ คุณพ่อดูโทรมมาก ให้ท่านพักผ่อนเยอะๆ”
ศุวิมลมองหน้าพี่ชาย
“พี่ดิ่งคิดจะทำอะไร”
“หมายความว่ายังไง”
“ศุรู้ ว่าพี่ดิ่งคงไม่ยอมกลับบ้านมาง่ายๆแน่ ถ้าไม่คิดจะทำอะไร”
“พี่อยากกลับมาช่วยศุดูแลคุณพ่อ ก็แค่นั้น”
“กลับมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับผู้หญิงอสรพิษที่เคยทำพี่ดิ่งเสียใจจนเสียผู้ เสียคนคนนั้นแบบปรองดองน่ะเหรอ ศุไม่เชื่อ”
“เชื่อเถอะ ไม่มีอะไรจะดีไปกว่า การยอมปรองดองกับมารศรีอีกแล้ว”
“ศุไม่เข้าใจพี่ดิ่งเลย”
ศุวิมลเดินหงุดหงิดออกไป
“ให้พี่กระชากหน้ากากของมารศรีสำเร็จ ถึงตอนนั้น ศุจะเข้าใจพี่”
ศยามเครียด
เศกนอนอยู่บนที่นอน มารศรีเข้ามายืนนิ่งมองเศกจากด้านหลัง ด้วยสายตาเกลียดชังอย่างที่สุด เศกค่อยๆลืมตาขึ้น หันไปหา สายตาของมารศรีเปลี่ยนจากความแค้น กลายเป็นรอยยิ้ม หวานอย่างที่สุด
“คุณเศก...”
เศกบึ้งตึง
“คุณไปไหนมา”
มารศรีเข้าไปออเซาะ กอดเศก
“ฉัน...ไป...นอนกับคนอื่นมาค่ะ”
เศกตกใจ โกรธ
“คุณศรี!”
“ทำไมคะ ตกใจเหรอ”
“คุณพูดจริงหรือพูดเล่น”
“ฉันพูดจริง”
เศกโมโหจัด ตบหน้ามารศรีอย่างแรง พร้อมเกิดอาการหัวใจกำเริบ
“ผู้หญิงแพศยา”
มารศรีหันมองเศกอย่างสะใจ
“คุณไม่เคยรักผมเลยตั้งแต่แรก ใช่มั้ย”
“ใช่! ฉันไม่เคยรักคุณเลย! ได้ยินมั้ยไอ้แก่”
เศกคาดไม่ถึง ตกใจและเสียใจมาก
“คุณศรี...”
มารศรีค่อยๆลุกขึ้น เดินมาหาเศกอย่างช้าๆ แล้วหยุดตรงหน้าเศก
“ฉันรักดิ่ง แต่ฉันพลาดเองที่เห็นเงินของคุณสำคัญกว่าหัวใจของตัวเอง”
เศกพูดไม่ออก
“คุณ...”
“กว่าฉันจะรู้ตัว มันก็สายเกินไป ตอนนี้ ดิ่งไม่อยู่แล้ว แล้วคุณจะอยู่ไปทำซากอะไร เป็นคนผลักไสให้ดิ่งไปตาย คุณต้องรับผิดชอบ ได้ยินมั้ย...ได้ยินมั้ย”
เศกพยายามลุกหนี แต่โงนเงน อาการกำเริบอย่างรุนแรง หัวใจวาย
“โอย...”
เศกล้มลง กวาดของใกล้มือตกลงมาดังโครมคราม มารศรีมองอย่างตกใจ
ศยามและศุวิมลทั้งคุยกันอยู่ มองไปทางห้องของเศก แล้วรีบเดินออกไปด้วยกันด้วยความเป็นห่วงเศก ขณะเดียวกันในห้อง เศกพยายามตะกายออกไป มารศรียังยืนมอง ก่อนจะยิ้มอย่างสะใจ
“ช่วยด้วย”
“ใครจะมาช่วยแก”
เศกคลานไปจนถึงประตูห้อง พยายามจะเปิด มารศรีขวางเอาไว้ เศกอ่อนแรงเกินกว่าจะต้านทาน เสียงเคาะประตูดังโครมคราม
“คุณพ่อคะ คุณพ่อ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
ศุวิมลร้องเรียก
“ช่วย....”
มารศรีเข้าไปปิดปากเศกเอาไว้ เศกพยายามจะดิ้น...
“คุณพ่อครับ”
เสียงศยามดังขึ้น มารศรีตกใจ หันขวับ
“ดิ่ง!”
“เปิดประตูให้ผมหน่อย มารศรี!”
มารศรีทั้งตกใจ ดีใจ ก้มลงมองเศกที่พยายามดิ้น อ่อนแรงและสิ้นสติ มารศรีคิดแผนเอาตัวรอดบางอย่างขึ้นมาทันที
 
จบตอนที่ 10 


อ่านต่อ ตอนที่ 11 พรุ่งนี้ เวลา 09.30น.


นางสิงห์สะบัดช่อ ตอนที่ 10
นางสิงห์สะบัดช่อ ตอนที่ 10
เวลานั้นกำนันศรกับสมุนเดินมาส่งครูเพิ่มที่ประตูหน้าบ้าน “ขอบใจมากนะครู ที่สอนพิเศษให้ชั้น ตำรับตำราที่ครูหามาให้ชั้นสัญญาว่าจะอ่านให้หมดทุกเล่ม โดยเฉพาะเล่มที่ครูแนะนำ อะไรนะ หลัก..หลักของ…” “หลักการขั้นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย” กำนันศรบ่นอุบ “ฮืมนั่นล่ะ ชื่อยาวบรรลัย แต่ชั้นอ่านแน่ แล้วไม่ต้องห่วงนะถ้าชนะเลือกตั้งเมื่อไหร่ บุญคุณของครู ชั้นต้องตอบแทนแน่” ครูเพิ่มฝืนยิ้ม เวลานั้นลิ้นจี่เพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ เดินกรีดกรายผ่านมา พอเห็นกำนันศรกำลังอ่านหนังสือหน้าดำคร่ำเคร่งอยู่ก็เข้าไปออเซาะ “พี่กำนันจ๋า” “มีอะไรก็ว่า อย่าดัดจริต ข้าขนลุก”
กำลังโหลดความคิดเห็น...