xs
xsm
sm
md
lg

พริกกับเกลือ ตอนที่ 9

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


พริกกับเกลือ ตอนที่ 9
 

จิตรวรรณเดินอย่างมั่นใจเข้ามาในออฟฟิศ เลี้ยวไปทางหนึ่ง จิตรวรรณเดินมาถึงหน้าห้องเก็บเอกสาร รัตนาเดินมาเห็น จิตรวรรณเปิดประตูห้อง แล้วปิดทันที รัตนาเดินมาลองเปิดประตูดู ปรากฏว่าล็อก รัตนาเข้าใจความรู้สึกของจิตรวรรณดี รู้สึกเป็นห่วง
 
จิตรวรรณยืนนิ่ง จากความเข้มแข็ง กลายเป็นความอ่อนแอที่ไม่อยากให้ใครเห็น เธอร้องไห้ออกมา มองมือที่เพิ่งสาดน้ำใส่ศยามด้วยความเสียใจ ทรุดลงร้องไห้อย่างหนัก แต่พยายามไม่ให้มีเสียงลอดออกมา
รัตนายืนอยู่หน้าประตูห้อง ยุพาเข้ามา จะเข้าไปเอาเอกสารในห้อง รัตนาขวางเอาไว้
“จะเข้าไปทำไม”
“ก็เอาเอกสารน่ะสิคะ ถามแปลก ไม่มีใครเข้าไปในห้องเก็บเอกสารเพื่อไปแอบร้องไห้หรอกนะ จะบอกให้”
รัตนาอึ้ง ยุพาคิดได้
“เอ๊ะ หรือว่ามี”
ยุพาสอกรู้สอดเห็นจะเข้าห้องให้ได้ รัตนาขวางเอาไว้อีกจงใจพูดเสียงดังให้จิตรวรรณได้ยิน
“ประตูมันล็อก ฉันรอให้แม่บ้านเอากุญแจมาเปิดอยู่ เปิดได้แล้ว จะโทรบอกเจ๊ยุพาที่โต๊ะ”
จิตรวรรณที่กำลังร้องไห้อยู่ หยุดร้องทันที พยายามเช็ดหน้าเช็ดตา ไปยืนฟังที่ประตู ได้ยินรัตนาเถียงกับยุพาที่หน้าห้อง
“จะพูดเสียงดังทำไม เจ๊ไม่ได้หูตึง”
“แต่ฉันหูอื้อ พูดเสียงปกติ ฉันไม่ได้ยินตัวเอง แน่ใจนะว่าจะรอ แน่ใจเหรอ”
ยุพารำคาญ
“โอ๊ย...พอแล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว ไปรอที่โต๊ะแล้วกัน อย่าลืมโทรบอกนะ”
ยุพาเดินออกไป รัตนาตะโกนตามหลังเสียงดัง
“ค่ะ”
ยุพาสะดุ้งตกใจ รีบเดินออกไปให้พ้นๆ จิตรวรรณค่อยๆเปิดประตูออกมา เห็นรัตนายืนอยู่ จิตรวรรณอึ้งๆ รัตนายิ้มให้
“อ้าว...ไม่ได้ล็อกเหรอคะเนี่ย สงสัยดิฉันจะเข้าใจผิด”
“เอ่อ...ขอบคุณนะ”
รัตนายิ้ม
“เข้าห้องน้ำก่อนมั้ยคะ ล้างหน้าล้างตา แต่งหน้าใหม่ จะได้ดูสดชื่นขึ้น”
จิตรวรรณอึ้ง ส่ายหน้า น้ำตาจะไหลขึ้นมาอีก
“งั้น มาทางนี้เถอะค่ะ”
รัตนาจูงมือจิตรวรรณออกไป จิตรวรรณเดินตามไปอย่างว่าง่าย

รัตนาพาจิตรวรรณเข้ามาในห้องทำงานเจตนา
“พักอยู่ในห้องท่านให้สบายนะคะ ไม่มีใครมากวนคุณจี๊ดแน่นอนค่ะ”
“คุณพ่อไม่อยู่เหรอ”
“ท่านไปงานเลี้ยงค่ะ”
“แล้วทำไมเธอไม่ไป”
“เป็นงานเลี้ยงส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับงาน ท่านไม่ต้องมีเลขาตามไปหรอกค่ะ”
จิตรวรรณรู้สึกดีกับรัตนา รัตนาจะออกไป จิตรวรรณเรียกไว้
“เดี๋ยวก่อน”
“คะ”
รัตนาแปลกใจที่จิตรวรรณรั้งไว้ จิตรวรรณดูลังเล แต่ก็ยิ้มให้ เพราะอยากคุยกับรัตนา
“ฉันอยากปรึกษาเธอ...เรื่องนายดิ่ง”

ศยามเดินเข้ามาในบ้าน...ซึม เครียด มองไปรอบๆ บ้านใหญ่โตที่มีตัวเองอยู่เพียงลำพัง แม่บ้านเข้ามา
“ไม่มีใครอยู่เลยเหรอ”
“ค่ะ...อยู่ที่โรงพยาบาลกันหมด ยังไม่กลับมากันเลยค่ะ”
“อืม...”
แม่บ้านออกไป ศยามเดินเข้าไปข้างในอย่างเหนื่อยอ่อน

รัตนาเข้ามาปลอบใจจิตรวรรณ
“รู้มั้ยคะว่าคุณพ่อของคุณจี๊ด เคยสอนดิฉันว่ายังไง”
“จะไปรู้เหรอ”
รัตนายิ้ม ไม่ถือสา
“ให้ใส่ตุ้มหูหนักๆถ่วงเอาไว้ทั้งสองข้าง”
จิตรวรรณชะงัก
“หือ”
“เราไม่ควรฟังความข้างเดียวค่ะ ทุกคนควรได้รับโอกาสที่จะอธิบายเหตุผล คุณจี๊ดจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ”
จิตรวรรณถอนใจเฮือก
“เฮ้อ...”
“ยากใช่มั้ยคะ แต่ดิฉันอยากให้คุณจี๊ดเริ่มคิดแบบนี้ให้ได้ อย่าลืมนะคะ นี่คือคุณสมบัติอย่างหนึ่งของผู้บริหารที่ดี...และในอนาคตคุณจี๊ดก็ต้องมาบริหารแทนคุณพ่อ”
“ฉันอาจจะ...”
“อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยค่ะ...แต่ตอนนี้ คุณจี๊ดควรจะฟังคำอธิบายจากคุณดิ่งบ้าง”
จิตรวรรณอึ้ง
“ลองคิดเปรียบเทียบกับตัวเองดูนะคะ ถ้าคุณจี๊ดมีเหตุผลที่อยากอธิบาย แต่ ไม่มีใครฟังคุณจี๊ดเลย...คุณจี๊ดรู้สึกยังไงคะ”
“ไม่ยุติธรรม”
“ค่ะ ไม่ยุติธรรมสำหรับคนดีอย่างคุณดิ่งที่อาจจะมีความจำเป็นอะไรบางอย่าง ซึ่งบอกใครไม่ได้”
“คนดีเหรอ ทำไมเธอมั่นใจในตัวนายนั่นมากขนาดนี้”
“เวลาเราอยู่ใกล้ใครแล้วรู้สึกเย็น มีความสุข ไม่ร้อนใจ มีแต่การทำสิ่งดีๆด้วยกัน...เขาคนนั้นน่าจะเป็นคนแบบไหนคะ”
จิตรวรรณอึ้ง เห็นด้วยกับรัตนา แต่ยังมีความกังวลใจ เพราะหมายถึงการเสียฟอร์ม
“ฉันควรจะไปคุยกับนายดิ่งจริงๆเหรอ”

ยุพาแนบหูฟังที่ประตูอย่างสอดรู้สอดเห็นมาก เทวัญเดินเข้ามาข้างหลังยุพา
“ทำอะไร”
ยุพาตกใจ
“ว้าย”

ศยามถอดเสื้อ จะอาบน้ำ เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว เปิดประตูห้องน้ำซึ่งอยู่ในห้องนอนแล้วศยามก็ต้องชะงัก เดินถอยหลังกลับออกมา เมื่อเห็นมารศรีเดินนวยนาดออกมาจากห้องน้ำของเขา
“มารศรี”
“ค่ะ ศรีเอง...แหม...ปล่อยให้รอตั้งนานแน่ะ”
“คุณ มาตั้งแต่ตอนไหน แม่บ้านบอกว่า...”
“คนที่แอบทำอะไรลับๆ ก็ต้องทำให้ทุกอย่างเป็นความลับ ถ้าไม่อยากให้พ่อคุณรู้...ว่าเราแอบทำอะไรกัน”
มารศรีโถมตัวเข้าไปหาศยามทันที
“ศรี อย่า”

เทวัญคุยมือถือกับวันดีอย่างฉุนเฉียว
“คุณแม่ครับ จะให้ผมคืนดีกับน้องจี๊ดได้ยังไง ในเมื่อเมียน้อย...เอ่อ ผมขอโทษครับ...คนรอบข้างน้องจี๊ด โดยเฉพาะยัยรัตนานั่นคอยเสี้ยมน้องจี๊ดอยู่แบบนี้ ดีนะที่เจ๊ยุพาเขาได้ยินแล้วรายงานผม”
เทวัญหันไปมองยุพา ซึ่งนั่งยิ้มภูมิใจอยู่
“ขอบคุณครับ คุณแม่”
เทวัญวางสาย ยิ้มสะใจ หันไปพูดกับยุพา
“คุณวันดีให้คุณไปพบที่บ้าน ด่วน”
“ว้าย ตายแล้ว งั้นดิฉันไปเลยนะคะ เรื่องสอพลอ เอ๊ย...ดูแลจิตใจเจ้านาย สำคัญมากกว่างานตัวเองค่ะ”
ยุพาระริกระรี้เดินออกไป เทวัญเครียด
“น้องจี๊ดจะต้องมองแกเป็นผู้ชายมักมาก ปลิ้นปล้อน ลวงโลก เท่านั้น...ไอ้ดิ่ง”

มารศรีโถมทับศยามลงบนเตียง
“ดิ่งขา...ศรีคิดถึงคุณมากเลยรู้มั้ย”
“ปล่อยผมดีๆ หรือจะต้องให้ผมใช้กำลัง”
“ไม่ยักกะรู้ว่าเดี๋ยวนี้ชอบเล่นแรงๆ”
ศยามไล่อย่างไม่ใยดี
“ศรี...ออกไป”
“ไม่ค่ะ ศรีรู้ว่าเรายังรักกัน ไม่งั้น คุณไม่ปฏิเสธศรีแบบนี้หรอก คุณกลัวจะห้ามใจตัวเองไม่ได้”
ศยามพยายามใจเย็น
“ศรี...”
“ไง...ศรีพูดถูกใช่มั้ย ดิ่ง...”
มารศรีจับมือศยามมาทาบที่ทรวงอก
“รู้สึกอะไรมั้ย...หัวใจของศรีมันเต้นแรงมากจนจะออกมานอกอก เพราะว่ามันคิดถึงคุณ คิดถึงจนใจจะขาด”
มารศรีประทับจูบลงบนส่วนต่างๆของเขา ไล่ตั้งแต่หน้าผาก จมูก คาง...และกำลังจะถึงริมฝีปาก ศยามตัดสินใจผลักเธอออกไป แล้วพลิกกลับไปเป็นคนอยู่เหนือมารศรี
“ว้าย”
ศยามจ้องมอง มารศรีหายใจหอบถี่แรง
“ดิ่ง...ทำไมต้องฝืนใจตัวเอง ในเมื่อเรายังรักกัน ความรักไม่ใช่เรื่องผิด เปิดใจสิคะ ศรีรอคุณอยู่...”
ศยามเกลียดชังมารศรีจนทนไม่ไหว
“ฟังนะศรี...ผมขยะแขยงคุณ”
มารศรีอึ้ง
“ดิ่ง...และเกลียดคุณมาก ไม่มีทางที่คุณจะทำให้ผมใจอ่อนกับมารยาต่ำๆ ที่ อาจจะได้ผลกับพ่อผม แต่กับผม...ไม่มีทาง”
ศยามลุกหนีออกไป ปิดประตูปัง
“ดิ่ง”
มารศรีก็ยิ้มสะใจ ลุกเดินมาที่โต๊ะข้างเตียง หยิบกล้องที่ซ่อนเอาไว้ ขึ้นมาดู
“ก็แค่ลบคำพูดตอนท้ายว่าคุณขยะแขยงและเกลียดฉันออก...จากนั้นก็พร้อมส่ง... ฮ่ะๆๆๆๆๆ”
มารศรีเดินหัวเราะออกไปจากห้องศยาม

ค่ำนั้น จิตรวรรณเดินไปเดินมา มองมือถือตัวเอง...ลังเล อยากจะโทรหาศยาม แต่ไม่กล้ามีเสียงมือถือเรียกเข้า เห็นชื่อเทวัญที่หน้าจอ จิตรวรรณเซ็งขึ้นมาซะงั้น จำใจรับสาย
“เดี๋ยวจี๊ดโทรกลับได้มั้ยคะ กำลังยุ่ง สวัสดีค่ะ”
จิตรวรรณกดวางสาย เดินไปนั่งเซ็งที่เตียง
“เอาไงดีเนี่ย...โทรหานายดิ่ง...หรือไม่โทร...โทร...ไม่โทร...โอ๊ย”
เสียงเตือนข้อความมัลติมีเดียดังขึ้น...จิตรวรรณตกใจ มอง...แปลกใจ
“คลิปวีดีโอ...จากใคร...”
จิตรวรรณกดโหลด

ศยามเดินมากดออดหน้าบ้านจิตรวรรณ ป้าเพ็ญเดินมา เห็นศยาม ตกใจ
“คุณดิ่ง...เอ้ย คุณศยาม”
“เรียกผมเหมือนเดิมก็ได้ครับป้า ผมมาหาคุณจี๊ด
“เอ่อ...ป้าว่า...อย่าเลยดีกว่านะคะ”
“จี๊ดอยากเจอเขาอยู่พอดีค่ะป้าเพ็ญ”
จิตรวรรณเดินยิ้มปกติเข้ามา ศยามเห็นจิตรวรรณยิ้มแล้วดีใจ จิตรวรรณเดินมาเปิดประตู
“ป้าเพ็ญเข้าไปเถอะ จี๊ดคงคุยไม่นาน”
“ค่ะ”
ป้าเพ็ญเข้าไป จิตรวรรณหันมามองศยาม ยิ้มๆ
“ว่าไง...คงไม่ว่านะถ้าไม่เชิญเข้าบ้าน”
“ผมอยากจะอธิบายเรื่องทั้งหมด”
“อ๋อ ไม่ต้องหรอก ฉันเข้าใจแล้วล่ะ ไม่ต้องพูด”
“เข้าใจ”
“เคยได้ยินป่ะ ภาพๆหนึ่งอธิบายได้มากกว่าคำพูดเป็นร้อยเป็นพัน และยิ่งถ้ามันเป็นภาพเคลื่อนไหวความยาวเกือบสองนาที มันยิ่งอธิบายอะไรๆได้เยอะเลย จนทำให้ฉันเข้าใจ และไม่ต้องการฟังคำอธิบายอะไรอีก”
ศยามไม่เข้าใจคำพูดของจิตรวรรณ จิตรวรรณกดเพลย์คลิปวีดีโอในมือถือที่ตัวเองถือออกมาด้วย แล้วส่งให้ศยามดู
ศยามยืนดูคลิปในมือถือของจิตรวรรณเป็นภาพที่มารศรีกำลังพรมจูบเขาตั้งแต่หน้าผาก...จมูก คาง...เกือบถึงปาก แล้วศยามก็โถมกลับไปทับมารศรี...มารศรีหอบใจหอบถี่ ศยามตกใจ จิตรวรรณรีบเก็บมือถือ รู้สึกเสียใจมาก
“ให้ดูแค่นี้พอ...เพราะฉันทนให้คลิปอุบาทว์นี่สิงอยู่ในมือถือฉันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว”
จิตรวรรณกดลบ
“โอเคนะ...กลับไปได้แล้ว”
ศยามหน้าเสีย
“ความจริงมันไม่ได้เป็นแบบนี้”
“แล้วเป็นแบบไหน”
“ผมถูกจัดฉาก”
“มารศรีก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่นายเป็นผู้ชายอกสามศอก ดูฉลาดไม่ได้โง่จะให้ฉันเชื่อเหรอ ว่านายถูกจัดฉาก ทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากตัณหาและความใคร่ของนาย ชั่ว เลว มักมาก ปลิ้นปล้อน ลวงโลก”
“ไม่จริง”
“สงเคราะห์อะไรให้นะ ถือว่าทำบุญ...ถ้าไม่อยากตกนรกขุมที่ลึกกว่านี้ เดินไปบอกพ่อนายแบบแมนๆว่านายกับมารศรียังมีเยื่อใยต่อกัน ขอเมียพ่อซึ่งเป็นแฟนเก่านาย กลับไปเสพย์สุขกันเหมือนเดิมตามประสาหญิงชั่วชายโฉด”
จิตรวรรณหันเดินกลับ ศยามตะโกน
“ผมยังพูดความจริงไม่จบ”
“ฉันไม่ฟัง”
“ต้องฟัง เพราะมันเกี่ยวกับคุณ”
จิตรวรรณเดินหนี
“ผมไม่ได้รักมารศรี เพราะผมรัก...”
จิตรวรรณใจเต้นแรงหันไป
“ผมรักใคร ผมจะหาแต่สิ่งดีๆมาให้เขา ทำให้เขามีความสุขที่สุดในชีวิต ซึ่งไม่ใช่มารศรี...แต่เป็น....”
ทันใดนั้นเสียงบีบแตรรถดังขึ้น...ทั้งดิ่งและจี๊ดชะงัก หันไปมอง มารศรีจอดรถ เปิดประตูเดินนวยนาดลงมา ศยามและจิตรวรรณตกใจ มารศรีเข้ามาควงแขนศยาม
“กะแล้วว่าคุณต้องมาที่นี่ ไงคะ คุณจี๊ด...คิดไง ใส่ชุดนอนลงมาคุยกับคนรักของดิฉัน”
ศยามปราม
“มารศรี พอได้แล้ว”
“อ๋อ...ฉันลงมาเอาคลิปอุบาทว์ให้คนรักของเธอดูน่ะ...อยากดูมั้ย”
มารศรียักไหล่ จิตรวรรณเขวี้ยงมือถือตัวเองใส่ มารศรีตกใจ หลบทัน
“ว้าย”
มือถือของจิตรวรรณตกพื้น แตก กระจาย จิตรวรรณเดินไปเหยียบและขยี้ด้วยความแค้น ศยามตกใจ
“คุณจี๊ด ใจเย็นๆก่อนนะ...อย่าให้มิตรภาพของเราต้องพังเพราะความโกรธ ความไม่มีสติแบบนี้เลย”
“เออฉันมันไม่มีสติ ฉันมันไม่มีอะไรดี กลับไป ไป๊ ไป๊”
จิตรวรรณตะโกนไล่ศยามและมารศรี เหมือนหมาบ้า ป้าเพ็ญ สำรวย แช่มวิ่งออกมา
“คุณหนูจี๊ด เกิดอะไรขึ้นคะ”
“แช่ม ไล่พวกนี้ไปให้พ้น ไม่งั้น ฉันเอาแกตาย ไป๊”
“คร้าบ”
“ดิ่ง เราไปกันเถอะ ไม่กลัวหมาบ้ากัดเอาหรือไง”
มารศรีลากศยามไปขึ้นรถ ศยามยังมองจิตรวรรณตลอดเวลาด้วยความเสียใจ ศยามขึ้นรถไปกับมารศรี รถออกตัวไป จิตรวรรณถอดรองเท้า ไล่ปาอย่างบ้าคลั่ง
“ไปให้พ้น ไอ้คนเลว เลวทั้งผู้ชายผู้หญิง ชั่ว ไปให้พ้น”
จิตรวรรณยืนหมดแรง ร้องไห้อยู่หน้าบ้าน ศยาม เห็นจิตรวรรณยืนเหนื่อยหอบห่างออกไปเรื่อยๆ

รถของมารศรีจอดกลางซอย ศยามเปิดประตูรถลงมา มารศรีตามลงมา
“เดี๋ยวศรีไปส่งที่บ้านไงคะ ดิ่ง ขึ้นรถเถอะค่ะ อย่าใจน้อยสิคะ”
ศยามหยุด หันไปมองมารศรี
“ถ้าคุณยังไม่เลิกยุ่งกับผม...ผมจะทำให้คุณอยู่ที่บ้านเราไม่ได้”
“แลกกันป่ะล่ะ พ่อคุณก็อาจจะตายวันพรุ่งนี้เลยก็ได้ เพราะถูกฉันปั่นหัวจนเครียด หัวใจวายตายเรื่องคุณ”
ศยามมองหน้ามารศรี จุก แค้น พูดอะไรไม่ออกที่มารศรีเอาชีวิตของพ่อมาต่อรอง ศยามหันเดินออกไป มารศรีตะโกนตาม
“ยังไง คุณก็หนีฉันไปไม่พ้นหรอก ถ้าฉันไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าใครจะได้”
ศยามยังเดินไม่หยุด อย่างเจ็บแค้น มารศรีเจ็บใจศยามมาก หยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์
“แผนของคุณได้ผลดีเกินคาดนะคุณเทวัญ...”

จิตรวรรณเดินปาดน้ำตาเข้ามา เจอวันดียืนรออยู่แล้ว
“จี๊ด”
“ค่ะแม่...”
“ไม่มีใครรักและจริงใจกับลูกเท่ากับตาเทวัญอีกแล้วนะ”
จิตรวรรณเงียบ
“คนอื่นเข้ามาหาลูกเพราะหวังผลประโยชน์ทั้งนั้น ถ้าลูกใจอ่อน ลูกก็จะพบแต่ความเสียใจ...ตัดใจจากนายดิ่งซะ แล้วเดินหน้าต่อไป”
จิตรวรรณปากแข็ง
“จี๊ดไม่ได้รู้สึกอะไรกับนายนั่นสักหน่อย ไม่เห็นจะต้องตัดใจอะไร ขอตัวนะคะ”
จิตรวรรณเดินขึ้นไป วันดีมองตามอย่างเป็นห่วงลูก

จิตรวรรณเข้ามาตีหมอน ทั้งฟัด ทั้งเหวี่ยงด้วยความโมโห
“ไปตายซะทั้งคู่นั่นแหละ ไปตายซะ”
จิตรวรรณร้องไห้อย่างเจ็บปวด
ศยามลงนั่งอย่างเปลี่ยวเหงา เสียใจอยู่เพียงลำพัง ในมุมมืดของบ้าน เขาเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และเจอทางตัน
“จะมีวันที่เราจะเข้าใจกันได้มั้ย...คุณจี๊ด...”

วันใหม่...มารศรีประคองเศกลงนั่งพัก หลังจากกลับมาจากโรงพยาบาล ศุวิมลถือของมาส่งให้ แม่บ้านรับมา
“นี่ถุงยาคุณพ่อ...ดูด้วยนะว่าต้องทานอะไรตอนไหนบ้าง เผื่อฉันไม่อยู่...มารศรีแทรกขึ้นทันที
“เอามานี่ ฉันจะดูแลเรื่องยาของคุณเศกเอง คนอื่นไม่ต้องยุ่ง”
ศุวิมลไม่พอใจที่มารศรีเสียงแข็ง
“ศรีทำตามหน้าที่นะคะคุณศุ...เมื่อสามีไม่สบาย ภรรยาก็ต้องดูแล”
“ก็ดีค่ะ...หวังว่าคุณศรีคงจะดูแลคุณพ่อจริงๆนะคะ ไม่ใช่แค่ตบตาไปวันๆ”
เศกหันไปดุ
“ยัยศุ”
ศุวิมลอึ้ง
“ให้โอกาสคุณศรีบ้างไม่ได้หรือไง”
“คุณพ่อให้ไปคนเดียวเถอะค่ะ สำหรับศุ...ไม่มีวัน”
ศุวิมลเดินออกไป เศกเครียดขึ้นมาอีก มารศรีรีบเอาใจ
“เอาเถอะค่ะๆ ศรีไม่ติดใจอะไรหรอก ศรีเข้าใจคุณศุ คุณเศกก็ต้องเข้าใจนะคะ สัญญากับศรีนะคะว่าจะไม่คิดมาก”
เศกยิ้มอย่างอ่อนโยน พยักหน้ากับมารศรีเป็นการยอมรับ
“ดีมากค่ะ คนเก่งของศรี...พักแป๊บนะ ศรีจะจัดยาก่อนอาหารมาให้ รอแป๊บนะคะ”
“อย่าไปนานนะ”
“แหม...อยู่ในบ้านเดียวกันแท้ๆนะคะ ไม่หายไปไหนหรอกน่า”
มารศรีหอมแก้มให้กำลังใจเศก แล้วเดินออกไป ยิ้มกริ่ม เศกมองตามมารศรีทั้งรักทั้งหลงเมียสาว
ศุวิมลแอบมองอย่างเสียใจและผิดหวังที่พ่อหลงมารศรี
ศยามคุยมือถืออยู่หน้าอู่ซ่อมรถเล็กๆที่เจ้าของกำลังจะเซ้งให้ ยอดชายและเจ้าของอู่รถกำลังคุยกันอยู่ที่มุมหนึ่ง
“ว่าไง...ศุ”
“พี่ดิ่งอยู่ไหน”
“พี่มาทำธุระ มีอะไร”
“คุณพ่อกลับบ้านแล้วนะ”
“ก็ดีแล้ว พรุ่งนี้พี่จะได้ออกมาเลย”
“พี่ดิ่งจะปล่อยให้ศุรับมือกับนังแม่เลี้ยงอสรพิษนั่นคนเดียวได้ไง รู้มั้ยเมื่อกี้นะ...”
ศยามไม่อยากฟังเรื่องมารศรีอีก เดินไปหายอดชายและยัดมือถือใส่มือยอดชาย
“คุยแทนผมที”
ยอดชายรับมางงๆ
“คุยกับใคร อะไร ยังไง”
ศยามไม่สนใจ เดินไปคุยกับเจ้าของอู่
“ผมตกลงเซ้งอู่นี่ครับ ต้องวางเงินเลยใช่มั้ย”
ยอดชายเดินออกไปคุยโทรศัพท์ของศยาม โดยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองคุยกับใคร
“ฮัลโหลครับ...”
ศุวิมลอึ้ง
“เสียงนายยอดชายนี่...”
“ก็เสียงผมสิครับ...” ยอดชายจำเสียงได้ว่าเป็นเสียงศุวิมล “หรือคุณศุวิมลคิดว่าเป็นเสียง” ยอดชายเก๊กเสียงหล่อพันธมิตร “เอ่อ...เสียงใครเหรอครับ เอ่อ...”
“ทะลึ่ง ฉันจะคุยกับพี่ชายฉัน”
“คุณดิ่งติดธุระ ให้ผมคุยแทน”
“ธุระอะไรนักหนา ที่สำคัญกว่าเรื่องผู้หญิงอสรพิษนั่น หา”
ยอดชายหูแทบแตก เอามือถือออกห่างหูตัวเองทันที ศยามเข้ามาเอามือถือคืนไปพูดเอง
“พี่ไม่อยากฟังเรื่องของมารศรี...แค่นี้นะ พี่มีธุระ”
ศยามรีบกดวางสาย แต่ก็เปลี่ยนใจ
“ปิดเครื่องเลยดีกว่า”
ยอดชายเห็นดีด้วย
“ดีครับ...ไม่งั้น หูตึงแน่ๆ”
ศยามเดินออกไปหาเจ้าของอู่ ยอดชายตามไป ศุวิมลหงุดหงิดมาก
“พี่ดิ่งอ่ะ...ไปไหนทำอะไรก็ไม่ยอมบอกกันบ้างเลย”
 
อ่านต่อหน้า 2 เวลา17.00น.



พริกกับเกลือ ตอนที่ 9 (ต่อ) 
 

มารศรีกำลังเตรียมเครื่องดื่มร้อนให้เศก และหยิบซองยาพิษขึ้นมา จะเทลงในแก้วเครื่องดื่มอีก เศกเดินเข้ามาพอดี ส่งเสียงมาก่อน โดยไม่เห็นว่ามารศรีกำลังจะเทยา
“คุณศรี...”
มารศรีตกใจ รีบเก็บซองยา ยิ้มเอาใจ
“อุ๊ย คุณเศก เดินมาทำไมคะ เดี๋ยวก็เหนื่อยหรอก”
“คุณหายมาตั้งนานแล้วนะ...”
“โธ่เอ๊ย ศรีกำลังชงเครื่องดื่มให้คุณนี่คะ บอกแล้วไง ว่าไม่ได้หายไปไหน กลัวไปได้”
เศกเข้ามากอด มารศรียอมให้กอดแต่โดยดี
“ผมอยากใช้เวลาอยู่กับคุณให้มากที่สุด ผมอยากทำให้คุณรักผม...คนเดียวอย่างหมดหัวใจ”
มารศรีแอบแหวะ แต่เสียงหวาน
“คุณให้โอกาสศรีได้แก้ตัวที่ทำผิด แค่นี้ก็ทำให้ศรีไปไหนไม่รอดแล้วล่ะค่ะ”
เศกกอดมารศรีแน่นเข้าไปอีก...มารศรีรู้สึกยี้และทรมานใจมากที่ต้องถูกเศกกอด

ศยามจับมือกับเจ้าของอู่
“ขอบคุณมากครับ พรุ่งนี้ผมจะย้ายมาเลย”
ยอดชายตกใจ
“เฮ้ย ทำไมใจร้อนขนาดนี้ล่ะคุณดิ่ง”
ศยามไม่ตอบ เจ้าของอู่ยิ้มให้
“โชคดีนะคุณ ขอบคุณมาก”
“ครับ”
ยอดชายยิ้มให้เจ้าของอู่
“โชคดีเฮีย”
เจ้าของอู่ยิ้มตอบยอดชายเดินออกไป ยอดชายคืนมือถือให้ศยาม
“เดี๋ยวผมพาไปเลี้ยงข้าวขอบคุณที่ช่วยแนะนำที่นี่ให้ผม”
“ดีมาก กำลังหิว...แต่คิดดีแน่แล้วนะ ว่าทำคนเดียวไหว”
“ไหวสิ เดี๋ยวคงหาลูกมือสักคน”
“บริษัทพ่อคุณก็ออกใหญ่โต ทำไมไม่ไปช่วยดูแล”
“มีคนดูแลแทนผมแล้วล่ะ”
“แล้วคุณไว้ใจคุณมารศรีเหรอ”
ศยามส่ายหน้า
“ไม่...แต่ตอนนี้...ผมทำได้ดีที่สุดคือ...คอยดูอยู่ห่างๆ”
“เป็นผมหน่อยไม่ได้”
ศยามตัดบท
“ไปเถอะ เดี๋ยวรถติดตอนเข้าเมือง อ้อ...อย่าบอกใครนะว่าผมมาอยู่ที่นี่”
“ทำไมล่ะ”
“ผมชอบอยู่เงียบๆ” ศยามมองไปในอู่ “ลืมไปเลยว่ามีผมอยู่ในโลกนี้ได้ยิ่งดี”
ยอดชายรู้ดีว่าศยามหมายถึงใคร ซึมลง
“ผมถามอะไรหน่อยได้มั้ย อย่าหาว่ายุ่งเรื่องส่วนตัวเลยนะ...คุณคิดยังไงกับจี๊ด”
ศยามอึ้ง ยิ้มเศร้า
“ผมไม่มีสิทธิ์คิดอะไรตอนนี้หรอก...ไปเถอะ”
ศยามเลี่ยงที่จะไม่ตอบ เดินออกไป ยอดชายพูดเบาๆ กับตัวเอง
“แต่ผมรู้ว่าคุณคิดยังไงกับจี๊ด...เฮ้อ...”
ยอดชายยิ้มเยาะตัวเอง เดินตามศยามไป
จิตรวรรณเดินเข้ามาหาใจดีที่กำลังทำงาน เธอยังวางฟอร์ม แต่อยากง้อเพื่อน ในขณะที่ใจดีไม่สนใจจิตรวรรณเลย
“มาชวนไปกินข้าวด้วยกัน”
ใจดีไม่มองจิตรวรรณ ทำงานง่วน
“ยังไม่หิว งานเยอะ”
“งานเยอะหรือไม่อยากไปกับฉัน”
“ก็รู้นี่...แล้วมาชวนทำไม”
“ใจดี จะเป็นศัตรูกับฉันให้ได้ใช่มั้ย”
“ฉันอยู่ของฉันเฉยๆนะจี๊ด ขอร้อง อย่ามากวนใจ ไม่มีเวลาคุยเรื่องไร้สาระ”
จิตรวรรณไม่พอใจ
“ใจดี”
เทวัญเข้ามา
“เสียงดังอะไรกันน้องจี๊ด”
“ไม่มีอะไรค่ะ พี่เทวัญทานข้าวหรือยังคะ จี๊ดหิวแล้ว”
“พี่กำลังจะมาชวนน้องจี๊ดอยู่พอดีเลย ไปสิจ๊ะ ไป”
รัตนาเดินเข้ามา มองตามจิตรวรรณและเทวัญ ใจดี หันมาบอก
“ดีกันแล้วค่ะ พี่รัตนา”
รัตนาถอนใจ
“เพื่อนหนูเนี่ย...ไอคิวสูงแต่อีคิวต่ำจริงๆ”
“ไม่หรอกค่ะ...คุณจี๊ดแยกแยะได้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี เพียงแต่ตอนนี้ยังเต็มไปด้วยความโกรธ เลยทำให้ไม่มีสติ และอาจจะยังไม่มีโอกาสได้คุยกับคุณดิ่ง”
“แปลว่าอีคิวต่ำค่ะพี่...เฮ้อ...แล้วจะช่วยเพื่อนหนูได้ยังไงดีล่ะคะ”
รัตนายิ้มโดยที่ตนเองก็ยังคิดไม่ออกว่าจะช่วยได้ยังไงเหมือนกัน ทั้งสองคนต่างเป็นห่วงจิตรวรรณ

จิตรวรรณควงเทวัญออกมา เห็นว่าลับตาเพื่อนแล้ว รีบปล่อยแขนออกจากแขนเทวัญทันทีเทวัญอึ้ง จับมือจิตรวรรณเอาไว้แทน จิตรวรรณดึงกลับ
“จี๊ด...เปลี่ยนใจแล้วค่ะ จี๊ดอยากไปทานข้าวคนเดียว”
เทวัญแอบไม่พอใจ แต่ก็ยิ้มสู้
“จะอร่อยเหรอ...พี่ไปเป็นเพื่อนดีกว่านะ”
จิตรวรรณวีนทันที
“บอกว่าไม่ก็ไม่สิคะ”
เทวัญอึ้ง...จิตรวรรณเดินหัวเสียออกไป เทวัญไม่พอใจมาก

วันดีเดินมาหาป้าเพ็ญ สำรวยกำลังเช็ดฝุ่นอยู่ใกล้ๆ หูของสำรวยคอยฟังอยู่ตลอดเวลา
“ป้าเพ็ญ...”
“คะ คุณ”
“เตรียมตัวตัดชุดใหม่สวยๆได้แล้วนะ”
ป้าเพ็ญงงๆ
“ชุด”
“ฉันจะให้ยัยจี๊ดกับตาเทวัญแต่งงานกันสักที รอมานานเกินไปแล้ว”
ป้าเพ็ญตกใจ ในขณะที่วันดียิ้มอย่างมีความสุข
“มีแต่เรื่องอัปมงคลเกิดขึ้น มีงานมงคลแบบนี้ ฉันจะได้มีความสุขกับเขาบ้าง”
“แล้วคุณหนูจี๊ด...”
“ก็ต้องยอมอยู่แล้ว จะมีใครดีไปกว่าตาเทวัญอีกล่ะ ยัยจี๊ดเป็นคนฉลาด ไม่โง่ที่จะไม่แต่งหรอก”
วันดีเดินมีความสุขออกไป
“คุณผู้หญิงจะไปไหนคะ”
“ไปจัดการเรื่องบางเรื่องซะหน่อย”
วันดียิ้มเยาะ เพราะมีแผนบางอย่าง เดินออกไป สำรวยเข้ามาสาระแนทันที
“แต่สำรวยว่าคุณหนูจี๊ดยังไม่อยากแต่งหรอก คุณหนูจี๊ดฉลาด มีแต่คุณนายนั่นแหละที่...”
สำรวยจะพูดว่าโง่ ป้าเพ็ญรีบตบปาก
“เดี๋ยวตบปากแตกเลย”
สำรวยลูบปากตนเอง
“ตบไปแล้วค่า ป้าเพ็ญขา อูย...”

จิตรวรรณนั่งทำงานอยู่ แต่ท่าทางไม่มีสมาธิ รัตนาเข้ามา
“คุณจี๊ดคะ”
“มีอะไร”
“ไปทานข้าวกันมั้ยคะ”
“ไม่หิว”
“เมื่อเช้าก็มาแต่เช้า เดาว่าคุณจี๊ดคงยังไม่ได้ทานอะไรเลยนะคะ”
“อย่าเซ้าซี้ได้มั้ย จะไปไหนก็ไปเลยไป”
รัตนาอึ้ง
“ค่ะ”
รัตนาออกไป จิตรวรรณมองตามเซ็งๆ รัตนากลับเข้ามาอีก
“แต่ถ้าทานอาหารไม่ตรงเวลา ระวังปวดท้องอีกนะคะ”
จิตรวรรณอึ้ง...คิดถึงตอนที่ศยามเอายาแก้ปวดท้องมาให้ตอนที่อยู่บ้านพักริมทะเล หญิงสาวรีบสลัดความรู้สึกออกไป
“เรื่องของฉัน”
รัตนายิ้มอย่างไม่ถือสา...ออกไป จิตรวรรณครุ่นคิด จะไปดีหรือไม่ไปดี

รัตนาเดินมากับใจดี เลี้ยวไปทางหนึ่งบริเวณที่มีร้านอาหาร ยุพาคุยมือถือ รายงานวันดีอยู่ที่มุมหนึ่ง หลังจากที่ใจดีและรัตนาเดินไปแล้ว
“เป้าหมายมาแล้วค่ะ คุณวันดีขา...”

วันดีเดินมาดักหน้ารัตนาและใจดี ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเข้าไปในร้าน รัตนาและใจดีตกใจ
“คุณวันดี...”
“คุณแม่...”
“ใช่ ฉันเอง...เมียของคุณเจตนาที่ยังไม่ไห้หย่าขาดจากกัน ยังจำได้อยู่ใช่มั้ย”
รัตนและใจดีใจเสียกับท่าทางเอาเรื่องของวันดี...วันดีสืบเท้าเข้าหา รัตนาถอย
“คุณวันดีมีธุระอะไรกับดิฉันเหรอคะ”
ใจดีพยายามหาทางช่วยรัตนา
“ไปคุยกันที่ออฟฟิศดีมั้ยคะคุณแม่ หรือไม่ก็ เชิญข้างในมั้ยคะ ทานข้าวด้วยกัน”
“ฉันไม่ร่วมโต๊ะกับผู้หญิงชั้นต่ำ”
รัตนาและใจดีสะอึก
“ใจดี...หนูเองก็ไม่ควรจะไปสุงสิงกับผู้หญิงคนนี้ ไม่งั้นมันอาจจะดึงให้หนูคิดหรือทำอะไรต่ำๆไปด้วยก็ได้”
ใจดีตกใจ
“ไม่นะคะคุณแม่...”
“ผู้ใหญ่สอน อย่าเถียง”
ใจดีจ๋อย
“ค่ะ”
รัตนาเถียง
“คุณวันดีคงเข้าใจผิดอะไรแน่ๆ ดิฉันไม่ได้ทำอะไรต่ำๆอย่างที่คิด”
“เหรอ....คนเราถ้าไม่ได้ทำผิด ก็จะไม่สะดุ้งสะเทือนกับคำวิจารณ์ ถูกมั้ยรัตนา”
“ค่ะ”
วันดีหันไปประกาศก้องทั่วร้านอาหารที่มีคนคึกคัก
“ขอโทษนะคะ...ทุกคน”
คนในร้านอาหารหันมามองวันดีเป็นตาเดียว รัตนาและใจดีแปลกใจว่าวันดีจะทำอะไร
“ดิฉันมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบค่ะว่า ผู้หญิงคนนี้” วันดีชี้ไปทางรัตนา “กำลังใช้เต้าไต่ขึ้นมาเป็นเมียน้อยของสามีดิฉัน”
ทุกคนในร้านอาหารครางฮือ รัตนาอายมาก ใจดีตกใจ
“คุณแม่คะ ใจเย็นๆค่ะ”
วันดีดุ
“ผู้ใหญ่กำลังพูดอยู่ อย่าสอด”
ใจดีจ๋อย รัตนาจะเดินหนี วันดีเข้าไปคว้ามือเอาไว้
“จะหนีไปไหนล่ะ ไหนบอกว่าไม่ได้ทำอะไรผิดไง แล้วจะกลัวอะไรกับคำพูดของฉัน”
“ดิฉันไม่ได้กลัว แต่ดิฉันไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่ ตอนนี้”
“จำเป็นสิ ทุกคนดูหน้านังผู้หญิงคนนี้ไว้ให้ดีๆนะคะ แล้วกลับไประวังสามีของตัวเองด้วย ถ้าทำงานอยู่แถวๆนี้ ก็ให้หลีกห่างอย่าเข้าไปใกล้ เพราะหล่อน...เอาไม่เลือกว่าผัวใคร”
“คุณวันดี กรุณาหยุดเถอะค่ะ”
“ฉันไม่หยุด” วันดีหันไปประจานต่อ “แล้วเมื่อแผนการชั่วๆยังไม่สำเร็จ หล่อนก็ใช้แผนการยุแหย่บ่อนทำลายครอบครัวของดิฉันไม่ให้มีความสุข เป่าหูลูกสาว ฉันให้เปลี่ยนใจจากคู่หมั้นไปหาผู้ชายคนอื่น เลว”
รัตนาฉุนกึก
“คุณวันดี”
“ทำไม”
“โอย ไม่ดีแล้ว ใครก็ได้ช่วยที”
ใจรีบวิ่งออกไปทันทีเพื่อขอความช่วยเหลือ รัตนาและวันดีจ้องหน้ากัน รัตนาทั้งโกรธทั้งอาย ในขณะที่วันดีมีแต่ความสะใจ

จิตรวรรณกำลังจะเดินเข้าร้านอาหารร้านหนึ่ง ใจดีวิ่งมาเห็น ตะโกนลั่น
“จี๊ด ช่วยที”
จิตรวรรณตกใจ
“มีอะไร ใจดี”
“แม่เธอกับพี่รัตนา”
รัตนาเดินหนี วันดีคว้ามือ รัตนาสะบัดออกอย่างเหลืออด
“ปล่อยดิฉัน”
“ทำไม โดนแฉแล้วหน้าบาง รับไม่ได้ขึ้นมางั้นเหรอ ทีตอนทำล่ะหน้าหนาไม่ละอายแก่ใจ”
“คุณว่าฉันเป็นผู้หญิงต่ำ แล้วคุณวิเศษวิโสมากนักเหรอคะ ถึงได้กล้าประจานเรื่องในครอบครัวตัวเองในที่สาธารณะ ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องจริง ใครต่ำกว่ากัน”
วันดีตบหน้ารัตนาเปรี้ยงจนรัตนาเซ...ทุกคนฮือฮา รัตนาจะเอาเรื่อง
“คุณไม่มีสิทธิ์ทำร้ายดิฉัน”
“ฉันมีสิทธิ์ เพราะฉันกำลังถูกเธอแย่งผัว”
วันดีเข้าไปจะซ้ำ จิตรวรรณวิ่งเข้ามายขวางเอาไว้
“อย่าค่ะคุณแม่”
“หลบไปจี๊ด วันนี้แม่จะจัดการนังนี่ให้มันไปให้พ้นจากชีวิต”
“คุณแม่ จี๊ดขอร้อง อย่าค่ะ”
“ถ้าแกไม่หลบ อย่ามาเรียกฉันว่าแม่”
“จี๊ดไม่หลบ คุณแม่ทำไม่ถูก”
“จะหลบหรือไม่หลบ”
จิตรวรรณเสียงเด็ดขาด
“ไม่ค่ะ พี่รัตนาไม่ได้ยุ่งอะไรกับคุณพ่อเกินไปจากหน้าที่ของเลขาและที่สำคัญ พี่รัตนาไม่ได้ยุแหย่ให้จี๊ดกับพี่เทวัญแตกแยกกัน คุณแม่เข้าใจผิด”
วันดีหันมองใจดีตาเขียว ใจดีหลบหลังจิตรวรรณทันที
“คุณแม่มองไปรอบๆสิคะ”
วันดีมองไปรอบๆเห็นชาวบ้านมุงดูกันเต็ม พลางซุบซิบ นินทากันสนุกปาก
“เรื่องในครอบครัวของเรา...ไม่ใช่เรื่องสาธารณะนะคะ ถ้าคุณแม่ข้องใจ เราไปคุยกันที่บ้านได้มั้ยคะ”
วันดีมองรัตนาอย่างเดือดแค้น รัตนาเสียใจมากที่ถูกดูหมิ่น...จิตรวรรณและใจดี ลุ้นว่าวันดีจะเลิกหรือไม่เลิก

เมื่อกลับมาที่บ้านวันดีเข้ามาต่อว่าจิตรวรรณทันที
“เดี๋ยวนี้ กลายเป็นพวกของมันเต็มตัวแล้วหรือไง”
“จี๊ดไม่ได้เป็นพวกใคร จี๊ดพูดตามที่เห็น คุณแม่หูเบาอีกแล้ว”
“ลูกไม่รักดี”
“ไม่เกี่ยวนะคะคุณแม่”
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ฉันทำแบบนี้ก็เพราะอยากให้ชีวิตของแกมีความสุข ไม่มีพวกมารมาคอยขัดขวาง”
“จี๊ดไม่เข้าใจ”
“เพราะมันทำให้แกหวั่นไหวกับนายดิ่ง ทั้งๆที่แกต้องแต่งงานกับตาเทวัญ”
“จี๊ดไมได้บอกว่าจี๊ดจะแต่งงานกับพี่เทวัญ”
“แกเปลี่ยนใจไม่ได้”
“แต่จี๊ดเป็นคนแต่ง ไม่ใช่คุณแม่ เลิกเจ้ากี้เจ้าการชีวิตจี๊ดสักที”
วันดีจะตบหน้าจิตรวรรณ...แต่มีมือของเจตนามายั้งเอาไว้ได้ทัน
“หยุดนะคุณวันดี”
วันดีชะงัก จิตรวรรณวิ่งไปหลบอยู่หลังเจตนาอย่างหาที่พึ่งทันที

ในห้องทำงาน...เทวัญยืนหัวเราะอย่างสะใจ ยุพานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ข้างๆ
“คุณแม่...ร้ายไม่เบา”
“อุ๊ย สู้ยุพาไม่ได้หรอกค่ะ โทรไปปั่นหัวท่านอีกทีนึงนะคะว่าคุณนายวันดีบุกตบนังรัตนาหน้าร้านอาหาร ช้ำเลือดช้ำหนอง...ตามคำสั่งของคุณเทวัญไงคะ นกสองหัวยังอายเจ๊เลยนะคะเนี่ย”
เทวัญหยิบกระเป๋าเงิน หยิบแบงก์พันมาสองสามใบ ยื่นให้ยุพา
“เอาไปช็อปปิ้งเล่นๆไป”
“ขอบพระคุณค่ะ แหม งานเบาสบายได้เงินง่ายดีจริงๆ ไปนะคะ”
ยุพาเดินออกไป เทวัญยิ้มเยาะ
“ครอบครัวน้องจี๊ดจะต้องร้อนเป็นไฟ...เชื่อพี่สิ ฮ่ะๆๆๆ”

เจตนาไสมือของวันดีกระเด็นออกไป
“อย่าทำร้ายลูกนะ”
“ฉันเหรอทำร้าย ฉันต้องการเตือนสติลูก ลูกทำไม่ถูก”
“คุณนั่นแหละที่ทำไม่ถูก มีสมอง มีสติบ้างหรือเปล่า ทำอะไรลงไปบ้าง รู้ตัวบ้างมั้ย”
วันดีโกรธ
“อ๊าย ฉันทำอะไรก็ผิดไปหมดใช่มั้ย...อ้อ...นังเมียน้อยคงไปสำออยออเซาะมาแล้วล่ะสิ ถึงได้มาเอาเรื่องกับฉัน”
“ผมไม่เคยมีเมียน้อย และคุณก็เลิกบังคับใจลูกให้ทำตามอารมณ์ของตัวเองได้แล้ว...และผม...จะไปเซ็นใบหย่ากับคุณเดี๋ยวนี้ ไป”
ทั้งวันดีและจิตรวรรณตกใจ
“คุณพ่อ...ไม่นะคะ...อย่า”
“มันถึงเวลาแล้วลูก ฟางเส้นสุดท้ายสำหรับพ่อจริงๆ พ่อขอโทษ...ไปคุณวันดีไป”
เจตนาเข้าไปจูงวันดี ลากออกไป
“ฉันไม่ไป”
“คุณต้องไป แต่ถ้าคุณไม่ไปกับผมวันนี้ ก็เตรียมรอรับเอกสารจากทนายของผม เร็วหรือช้ามันก็ลงเอยเหมือนกัน เลือกเอา”
วันดีอึ้ง ช็อก ไม่คิดว่าเจตนาเอาจริงขึ้นมา จิตรวรรณเสียใจมาก...วิ่งออกไป เจตนาและวันดีมองตามจิตรวรรณด้วยความรู้สึกเสียใจไม่น้อยไปกว่ากัน
 
อ่านต่อหน้า 3 



พริกกับเกลือ ตอนที่ 9 (ต่อ) 
 

ค่ำคืนนั้น ฝนตกหนัก...ศยามเก็บของใส่กระเป๋า ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ก็เดินไปที่มุมหนึ่งของห้องนอนซึ่งเป็นลิ้นชักเก็บของมีรูปของแม่ศยามวางอยู่บนชั้นบนสุด ศยามหยิบรูปของแม่ขึ้นมาดู แล้วเปิดลิ้นชักชั้นล่างสุดหยิบกล่องใส่แหวนที่เก่าเก็บ แต่ดูหรูและมีราคาขึ้นมาเปิดกล่องออกดู...ชายหนุ่มนึกถึงในอดีต
 
แม่ศยามยิ้มให้แล้วยืนแหวนเพชรน้ำงามวงน้อย ที่เสียบอยู่ในยื่นมาตรงหน้าศยาม
‘แหวนแต่งงานของแม่...ลูกเก็บไว้สวมให้ ผู้หญิงที่ลูกรักและรักลูก คนที่จะมาเติมเต็มชีวิตของลูกให้มีความหมาย...’

ศยามมองดูแหวน ยิ้มเศร้า...
“แต่ผมคงไม่มีความหมายสำหรับเขาอีกต่อไปแล้วครับแม่”
ศยามเก็บแหวนจะเก็บไว้ที่เดิม แต่ก็เปลี่ยนใจ หยิบขึ้นมาใหม่ ปิดลิ้นชักเอากล่องแหวนและรูปแม่มาเก็บในกระเป๋าเสื้อผ้า ขณะเดียวกันนั้น เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ศยามเดินไปเปิดประตู

รัตนาเปิดประตูบ้านออก เห็นจิตรวรรณยืนอยู่หน้าบ้านในสภาพเนื้อตัวเปียกโชก หนาวสั่น น้ำตาคลอ รัตนาตกใจ
“คุณจี๊ด”
“ฉันไม่รู้ว่าจะไปไหน...”
“เข้ามาก่อนค่ะ”
รัตนารีบพาจิตรวรรณเข้าบ้านทันที จิตรวรรณเดินตามไปอย่างว่าง่าย หมดแรง

เศกยืนอยู่ที่หน้าห้อง มองไปข้างใน เห็นกระเป๋าเสื้อผ้าและข้าวของจำเป็นที่ศยามกำลังเก็บ ศยามยืนนิ่ง เศกมองศยาม....อย่างเจ็บปวด แต่พยายามทำเฉย
“จะไปเมื่อไหร่”
“พรุ่งนี้ครับ”
“แกไม่คิดจะรับผิดชอบสิ่งที่แกทำเอาไว้บ้างหรือไง”
ศยามเข้างงมากกับสิ่งที่พ่อบอก
“ผมไม่รู้เรื่อง”
“แล้วใครจะรู้ดีไปกว่าแก ว่าโมเดิร์นคาร์ขอเป็นผู้จัดจำหน่ายรถของเยอรมันแกเริ่ม แกก็ต้องเป็นคนจบมัน...ฉันจะให้แกทำงานนี้ต่อ”
“ผมไม่ได้เริ่ม และผมก็จะไม่ทำงานที่ได้มาด้วยการแทงข้างหลังคนอื่นอย่างน่าไม่อายแบบนี้”
ศยามเดินหนี มารศรีเข้ามา
“น่าไม่อายตรงไหน ธุรกิจคือการแข่งขัน ใครมีข้อมูลเหนือกว่าถือว่าได้เปรียบ”
ศยามมองหน้ามารศรี
“เป็นฝีมือของเธอ กับนายเทวัญเองใช่มั้ย”
เศกแปลกใจ มองหน้ามารศรี
“เทวัญ”
มารศรีรีบแก้ เข้าออดอ้อนเศก
“ดิ่งเกลียดศรีจะตาย อะไรที่ทำให้ศรีเลวได้ เขาก็พูดออกมาได้ทั้งนั้น”
ศยามฉุนกึก
“มารศรี...เธอนี่มัน...”
“ศรีจะรู้จากใครไม่สำคัญเท่ากับที่ศรีทำเพื่อใครหรอกค่ะ ศรีอยากให้บริษัทของคุณแซงหน้าคู่แข่ง...ศรีทำผิดเหรอคะ”
เศกอึ้ง...มารศรีเข้ามากอดแขนอย่างเอาใจ ศยามมองมารศรีอย่างรังเกียจ
“ทีนี่คุณเศกก็รู้แล้วใช่มั้ยคะ ว่าใครกันแน่ที่คุณควรจะให้สานงานต่อเพื่อความก้าวหน้าของบริษัท ลูกชายคุณไม่กล้าทำอย่างศรีแน่ เพราะอะไรรู้มั้ย คะ”
ศยามมองมารศรีอย่างเคร่งเครียด มารศรียิ้มเย้ยอย่างท้าทาย
“เพราะคุณดิ่ง...รักคุณจี๊ด ลูกสาวของนายเจตนาเข้าเต็มหัวใจแล้วน่ะสิคะ”
“ใช่ ผมรักคุณจี๊ดเต็มหัวใจ”
ศยามจงใจพูดใส่หน้า มารศรีแค้นมาก เศกโมโห
“ไอ้ดิ่ง แกไปรักลูกศัตรูได้ยังไง”
“ได้ยังไง ผมไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้ผมรักคุณจี๊ดและผมจะไม่มีทางทำร้ายคนที่ผมรัก”
“ดี งั้นฉันก็คิดถูกแล้วสินะที่ไล่แกออกไปจากชีวิตฉัน”
“ถ้าพ่อคิดว่าพ่อจะมีความสุขกับผู้หญิงคนนี้ได้จริงๆ...พ่อก็ไม่จำเป็นต้องมีผม เพราะผมคงอยู่ร่วมชายคาเดียวกับผู้หญิงที่ผมเกลียดไม่ได้”
มารศรีเจ็บลึก เหมือนมีดกรีดกลางใจเมื่อเห็นสายตายืนยันของเขา...ศยามเดินออกไปอย่างโมโห เศกหน้าเครียด มารศรีรีบปลอบใจทันที
“คนกำลังมีความรัก ต่อให้ช้างก็ฉุดเอาไว้ไม่อยู่หรอกค่ะ”
“ผมเลี้ยงมันได้แต่ตัวจริงๆ”
เศกมองศยามออกไปอย่างผิดหวัง มารศรีเจ็บใจและแค้นใจศยามมาก

จิตรวรรณที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว นั่งห่มผ้า ซึมอยู่บนเก้าอี้ เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง สายฝนยิ่งทำให้เธอเศร้าใจ รัตนายืนมองอย่างเป็นห่วงอยู่มุมหนึ่ง เงียบๆสักครู่จิตรวรรณก็เปรยขึ้นมาลอยๆ
“อย่าบอกใครนะ ว่าฉันอยู่ที่นี่ ฉันไม่อยากเจอใคร”
“ค่ะ”
รัตนาปลีกตัวออกไปให้จิตรวรรณได้อยู่ตามลำพัง

เจตนาและวันดีนั่งนิ่งกันคนละมุม วันดีหันมาต่อว่า...
“สะใจคุณแล้วใช่มั้ย ที่ทำลูกเสียใจเตลิดออกไปแบบนี้”
“อย่าโทษผมคนเดียว เราสองคนเป็นคนทำให้ลูกเสียใจ”
“คุณนั่นแหละผิด อยากหย่าจนตัวสั่นแล้วใช่มั้ย จะได้ไปแต่งงานกันมัน”
“ก็ไม่แน่...รัตนามีคุณสมบัติทุกอย่างพร้อม สำหรับการเป็นภรรยาที่ดี”
วันดีโกรธมาก
“อ๊าย”
ป้าเพ็ญเดินเข้ามา ตัดสินใจพูดในสิ่งที่อึดอัดมานาน
“เพ็ญขออนุญาตนะคะ”
วันดีและเจตนาหยุดชะงัก
“คุณทั้งสองคนรักคุณหนูจี๊ดกันบ้างมั้ยคะ หรือรักแต่ตัวเอง”
วันดีไม่พอใจ
“ป้าเพ็ญ กล้าดียังไง”
“เพราะเพ็ญไม่กล้ามาตั้งแต่แรก...เลยไม่ได้พูดให้คุณท่านและคุณผู้หญิงฟัง ในฐานะที่เพ็ญเป็นคนเลี้ยง และเฝ้าดูการเจริญเติบโตของคุณหนูจี๊ด คุณหนูจี๊ดเธอน่าสงสารที่สุด”
วันดีตวาด
“ไม่ต้องพูดแล้ว ออกไปเลยนะ”
เจตนาหันมาหาป้าเพ็ญ
“ป้าเพ็ญ พูดต่อไป”
วันดีชะงัก
“คุณเจตนา”
“ผมอยากฟังเสียงที่ผมไม่เคยได้ยิน และคุณก็ควรฟังซะบ้าง”
ป้าเพ็ญมองทั้งสองคน
“คุณท่านทะเลาะกัน เพื่ออะไรคะ...”
วันดีตวาด
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ”
“ค่ะ ไม่ใช่เรื่องของเพ็ญ แต่หันไปดูหัวใจของลูกบ้างเถอะค่ะ คุณหนูจี๊ดต้องการพวกคุณทั้งสองคน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง...เคยรู้บ้างมั้ยคะ”
เจตนาและวันดีอึ้ง
“แต่ตอนนี้พวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่ ยังมีคุณหนูจี๊ดอยู่ในสายตากันหรือเปล่า อย่าได้โทษใครเลยนะคะที่ทำไมคุณหนูจี๊ดถึงกลายเป็นคุณหนูนิสัยเสียในสายตาคนอื่น ขอบพระคุณค่ะที่ให้เพ็ญได้พูด”
ป้าเพ็ญเดินออกไป เจตนาและวันดีอึ้งกันทั้งสองคน...เหมือนถูกตบหน้า กระชากสติ

ศยามเปิดประตูอย่างเบื่อหน่าย ศุวิมลยืนตกใจ หน้าตาตื่นอยู่
“มีอะไรอีก ยัยศุ”
“คุณยอดชายโทรมา...เรื่องคุณจี๊ด...”
ศุวิมลบอกให้รู้วาจิตรวรรณหายไป

ศยามและศุวิมลกำลังจะออกจากบ้านด้วยความรีบเร่ง
“ไปหาคุณยอดชาย แยกกันตามหาคุณจี๊ด...แล้วโทรติดต่อกัน โอเคนะ”
“โอเค”
ศยามและศุวิมลวิ่งออกไป มารศรีเดินออกมาจากมุมมืด อย่างแค้นใจ
“เป็นห่วงมันนักใช่มั้ย ยิ่งห่วง ยิ่งรักมันมากเท่าไหร่ คุณจะยิ่งเจ็บ”
มารศรีเดินออกไป

มารศรียื่นถ้วยชาร้อน เข้ามาให้ เศกหันมายิ้ม
“คุณรู้ใจผมที่สุด...ผมเหนื่อยใจมากเลย”
“ดื่มก่อนนะคะ จะได้ผ่อนคลายมากขึ้น”
เศกรับถ้วยชามา...มารศรีมองเศกดื่มชาอย่างสะใจ
“เพื่อคนที่ศรีรัก ศรีทำให้ได้ทุกอย่าง แม้แต่ชีวิต...ศรีก็ยอมแลกค่ะ”
เศกยิ้มมีความสุขดื่มชาไป โดยไม่รู้นัยยะของประโยคที่มารศรีพูด...

รัตนาแอบออกมาโทรศัพท์
“ค่ะคุณยอด...คุณจี๊ดอยู่ที่บ้านพี่ ช่วยโทรบอกคุณดิ่งให้พี่ด้วยนะคะ พี่ต้องวางสายแล้วค่ะ ถ้าคุณจี๊ดรู้ว่าพี่บอกใครล่ะก็...ไม่ดีแน่ค่ะ”
จิตรวรรณเดินออกมาได้ยินพอดี ไม่พอใจ

ยอดชายและศุวิมลเข้ามาในห้องรับแขกบ้านรัตนา อย่างร้อนใจ รัตนาเดินออกมารับศุวิมลมาด้วยก็ แปลกใจ
“คุณจี๊ดเข้าไปนอนพักในห้องนอนพี่ค่ะ”
“ขอบคุณครับพี่รัตนา”
ศุวิมลหันมาบอกยอดชาย
“ฉันรอตรงนี้ดีกว่า”
ยอดชายตามใจศุวิมล แล้วเดินตามรัตนาเข้าไป

รัตนาเปิดประตูห้องเข้ามาอย่างแผ่วเบา
“คุณจี๊ดคะ...”
ยอดชายตามรัตนาเข้ามา...เห็นในห้องว่างเปล่า ไม่มีใคร รัตนาหน้าเหวอ
“อ้าว...เมื่อกี้ยังอยู่ คุณจี๊ดหายไปไหนแล้ว”
ยอดชายและรัตนาแปลกใจ

จิตรวรรณเดินมาตามถนนเปลี่ยว มืด ก่อนจะรู้สึกว่ามีใครเดินตาม หญิงสาวหันไปมองข้างหลัง ไม่มีใครก็โล่งใจ เดินต่อไป ชาย 2 คนท่าทางเหมือนคนเมายาเดินออกมาจากซอกตึก ตามจิตรวรรณต่อไปห่างๆ

ศยามคุยมือถือขณะที่วิ่งมายืนริมถนน
“คุณจี๊ดหายไปแล้ว...พี่อยู่แถวบ้านคุณรัตนา เดี๋ยวไปหา รออยู่นั่นนะ”
ศยามโบกแท็กซี่

จิตรวรรณเดินมา รู้สึกไม่ปลอดภัย หันไปเห็นชายไม่น่าไว้ใจเดินเร่งฝีเท้าขึ้นมา หญิงสาวเร่งฝีเท้าเดินเร็วขึ้น ชาย 2 คนเร่งตาม จิตรวรรณรู้สึกกลัว ตัดสินใจวิ่งหนี ชาย 2 คนวิ่งตาม ไล่ล่า จิตรวรรณตะโกนลั่น
“ช่วยด้วย”
จิตรวรรณวิ่งออกมาจากหน้าปากซอย โดยมีชาย 2 คนวิ่งตามออกมา แต่แล้วหญิงสาวก็ถูกผู้ชายสองคนจับตัวได้ แล้วปิดปากลากเข้าไปในเงามืดในซอย...จิตรวรรณถูกลากเข้ามาในพงหญ้า กำลังถูกคนหนึ่งปิดปาก อีกคนจับขึงพรืด จิตรวรรณดิ้นสุดแรงเกิดกำลังจะถูกถอดเสื้อผ้าเธอดิ้นจนไม่มีแรง น้ำตาไหล กลัวสุดชีวิต ชายคนแรกขึ้นคร่อมหน้าตาหื่นมาก ทันใดนั้น ศยามก็โผล่เข้ามากระโดดถีบชายที่กำลังคร่อมจิตรวรรณ จนกระเด็น แล้วหันไปต่อยอีกคนจนร่วง จิตรวรรณอึ้ง
“นายดิ่ง”
ศยามเข้ามาประคองจิตรวรรณให้ลุกขึ้น
“หนีไปก่อน”
จิตรวรรณหนีไป ชายเมายาสองคนเข้ามารุม ศยามจัดการ แต่พลาด ถูกต่อยจนเซ และถูกรุม ชายเมายาคนหนึ่งชักมีดขึ้นมา ยอดชาย ศุวิมล และรัตนาวิ่งเข้ามาสมทบกับจิตรวรรณ ยอดชายตะโกนลั่น
“เฮ้ย รุมเหรอ พวกแก”
ยอดชายเข้าไปช่วยศยาม เตะมีด หล่น รัตนาและศุวิมลรีบมาดูแลจิตรวรรณ ศยามและยอดชายเข้ามาประกบหลัง เตรียมลุย ศยามบอกยอดชาย
“รู้สึกว่าพวกมัน...เมายา...ระวังตัวด้วย”
“จะเล่นให้หายเมาเลย คอยดู”
ศยามและยอดชายแยกออกจากกันไปจัดการชายเมายาตัวต่อตัว ยอดชายช่วยศยามจัดการชายเมายาสองคนจนสู้ไม่ได้ วิ่งหนีไป ยอดชายจะตาม
“กลับมาสิวะ เฮ้ย”
ศุวิมลเข้ามาบอก
“พวกมันคงโง่กลับมาหรอกนะ แจ้งตำรวจเลยดีกว่าน่ะ”
“เออจริง”
ยอดชายรีบหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์โทรหา 191 ศยามหันไปหาจิตรวรรณ ด้วยความเป็นห่วงอย่างลึกซึ้ง จิตรวรรณมองเขาขอบคุณ ซึ้งใจ...จิตรวรรณรู้ใจตัวเองว่ารักศยามและที่สำคัญ เธออยากจะเชื่อตัวเองเหลือเกินว่า ศยามเป็นคนดี...ยอดชายมองศยามและจิตรวรรณ รู้ดีแก่ใจว่าศยามและจิตรวรรณชอบกันแน่นอน ยอดชายรู้สึกเจ็บแปล๊บ
ศุวิมลมองสายตายอดชายที่มองจิตรวรรณและศยามแล้วพอจะเข้าใจได้ว่ายอดชายชอบจิตรวรรณ และกำลังผิดหวัง ศยามและจิตรวรรณกำลังจะวิ่งเข้าเข้ามาหากัน เทวัญขับรถเข้ามา แสงไฟสาดส่องเข้าหน้า จนจิตรวรรณและศยามหยีตา เทวัญลงมาจากรถ ร้อนใจ
“น้องจี๊ด พี่มารับแล้ว”
จิตรวรรณชะงัก
“พี่เทวัญ...”
ศยามอึ้ง เทวัญเข้ามากอดจิตรวรรณเอาไว้ จิตรวรรณกอดตอบแต่หันมองศยาม
“พี่ขอโทษที่มาช้า หลังจากรับสายน้องจี๊ด พี่ก็รีบมาแล้ว แต่รถติดมากเลยมีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า”
ศยามเบือนหน้าหนี คนอื่นๆเซ็งมาก โดยเฉพาะยอดชาย
“จังหวะนรกจริงๆ”
เทวัญลูบหน้า ลูบผมจิตรวรรณด้วยความเป็นห่วง...ในขณะที่จิตรวรรณยังไม่ละสายตาไปจากศยาม และศยามไม่กล้าหันมาสบตาเพราะกลัวใจตัวเองจะทนไม่ไหว

จิตรวรรณลงนั่งในรถ เทวัญปิดประตู หันมามองศยามและทุกคนอย่างเยาะเย้ย
“ขอบใจนะที่ช่วยน้องจี๊ดเอาไว้...ฉันจะดูแลน้องจี๊ดเอง”
ศยามหันเดิน จะออกไป เทวัญเรียกไว้
“เดี๋ยวก่อนสิครับ คุณศยาม”
ศยามหันมา
“เสียใจด้วยนะ”
“เรื่องอะไรที่ผมต้องเสียใจ”
“คุณรู้ดีว่าเรื่องอะไร” เทวัญหันมองจิตรวรรณ ที่นั่งนิ่งไม่ยอมมองมา “เห็นๆอยู่ว่าน้องจี๊ดเลือกผม ไม่ใช่คุณ”
เทวัญเดินไปขึ้นรถ แล้วขับออกไป จิตรวรรณไม่หันมามองศยาม กล้ำกลืนความรู้สึกเอาไว้ภายใน ตัดสินใจมุ่งมั่นกับอะไรบางอย่าง ศยามมองตามรถของเทวัญจนลับตา ถอนใจ...ทุกคนมองศยามด้วยความเห็นใจ

ยอดชายยืนซึมๆ มาส่งศุวิมลที่บ้าน
“ขอบคุณนะที่มาส่งฉันกับพี่ดิ่ง...”
“อืม...”
“เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า”
“เจ็บที่ใจ...”
“อะไรนะ”
“เปล่า...ผมกลับนะ ขอบคุณเหมือนกัน ที่ไปเป็นเพื่อนตามหาจี๊ด”
“อืม...”
ยอดชายเดินออกไป
“เดี๋ยวก่อน”
ยอดชายชะงัก
“มีอะไรอีกครับ คุณครู”
“จะให้โอวาท”
“เฮ้อ...ใช่เวลามั้ยเนี่ย”
“เวลานี้แหละ เหมาะที่สุดแล้ว...ทำใจดีๆนะ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป แล้วนายก็จะหายดี”
ยอดชายอึ้ง...ศุวิมลยิ้มให้ยอดชายอย่างจริงใจและให้กำลังใจ เดินเข้าบ้านไป ยอดชายนิ่งงัน
“นั่นสินะ...เราควรจะทำใจได้แล้ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ถ้ายังจำแล้เมื่อไหร่จะลืม”
ยอดชายยืนสูดหายใจเข้าเต็มปอด พยายามเริ่มต้นใหม่ ด้วยการลืม...จี๊ด

เทวัญประคองจี๊ดเดินเข้าบ้านมา เจตนาและวันดีออกมารับด้วยความดีใจ
“จี๊ด...ลูกแม่”
จิตรวรรณหน้าเศร้า
“จี๊ดทำให้คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย จี๊ดขอโทษนะคะที่จี๊ดทำตัวไม่รู้จักโตสักที”
“ไม่ต้องขอโทษ...พ่อต่างหากที่ต้องขอโทษลูก”
“คุณพ่อขา...จี๊ดรู้ตัวดีว่าที่ผ่านมา จี๊ดเป็นยังไง จี๊ดไม่เคยเป็นลูกที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจ สร้างแต่เรื่อง”
เจตนาและวันดีอึ้ง
“จี๊ดจะไม่ทำตัวแบบนี้อีกแล้ว”
วันดีเข้ามากอดจิตรวรรณ
“จี๊ดจะแต่งงานกับพี่เทวัญค่ะ”
เจตนาตกใจ
“ยัยจี๊ด”
เทวัญและวันดีดีใจ วันดีรีบถาม
“จี๊ด พูดจริงเหรอลูก”
จิตรวรรณปั้นยิ้ม
“ค่ะ...”
เทวัญ ดีใจมาก
“น้องจี๊ด...”
จิตรวรรณยิ้มให้กับเทวัญ และวันดี มุ่งมั่นกับการตัดสินใจ ตรงกันข้ามกับเจตนาที่...ไม่สบายใจกับการตัดสินใจของลูกสาว

จิตรวรรณเปิดประตูห้อง เห็นเจตนายืนอยู่
“คุณพ่อ”
“พ่อเข้าไปได้มั้ย มีเรื่องอยากจะคุยด้วย”
จิตรวรรณเปิดประตูให้พ่อเข้ามา ก่อนตนเองจะไปนั่งซึมเศร้า เจตนามองหน้าลูกสาว
“แน่ใจแล้วเหรอ”
“เรื่องแต่งงานกับพี่เทวัญเหรอคะ”
“ใช่”
จิตรวรรณไม่ยอมสบตา
“ค่ะ”
เจตนาจ้องน้ำเสียงจริงจัง
“มองตาพ่อ”
จิตรวรรณเหลือบตาขึ้นมองพยายามสะกดตัวเองให้นิ่งแต่ เจตนารู้ดีว่าลูกสาวทำไปอย่างฝืนใจ
“ทำไมต้องฝืนใจตัวเอง”
“จี๊ดเต็มใจค่ะ”
“ทำแบบนี้ทำไม”
“จี๊ดบอกว่าจี๊ดเต็มใจ”
“ทำประชดเนี่ยเหรอ ที่บอกว่าจะทำให้พ่อแม่ภาคภูมิใจ ไม่ต้องเป็นห่วงอีก ยังไงแกก็เป็นเด็กที่ไม่รู้จักโตเหมือนเดิม”
จิตรวรรณอึ้ง
“พ่อจะยังไม่หย่ากับแม่...เพราะไม่อยากให้แกเสียใจ”
“จริงเหรอคะ”
“เพื่อคนที่พ่อรัก...พ่อทำได้ทุกอย่าง แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด พ่ออยากให้แกแน่ใจซะก่อนว่า...แกรักและพร้อมจะแต่งงานกับเทวัญจริงๆ”
จิตรวรรณอึ้ง
“จี๊ด...”
“อย่าทำเพราะประชดใคร และก็อย่าทำเพื่อทำให้ใครพอใจ เพราะคนที่ต้องรับผิดชอบผลของการตัดสินใจคือตัวลูกเอง...อยากขึ้นสวรรค์หรือลงนรก เราเลือกได้นะลูก ขอเพียงอย่าทิฐิ”
เจตนาเข้ามาลูบหัวลูกสาวเบาๆ
“ยังมีเวลานะลูก คิดดีๆ”
จิตรวรรณน้ำตาจะไหลออกมาอีกให้ได้...เจตนาเดินออกไปเงียบๆ ทิ้งลูกสาวไว้เพียงลำพัง
“จี๊ดมีเหตุผลของจี๊ดค่ะ”
จิตรวรรณคิดถึงตอนที่ศยามเข้ามาช่วยให้รอดพ้นจากเดนสังคม...เห็นสายตาความเอื้ออาทรของเขาภาพต่างๆที่ศยามเคยทำดีด้วยมาตลอด...
“หวังว่าฉันคงตัดสินใจไม่ผิดที่ทำแบบนี้”
จิตรวรรณต้องการพิสูจน์ว่า...ศยามเป็นคนดีจริง และเทวัญเลวจริง...หรือไม่ โดยการยอมเอาตัวเองเข้าไปแลก
 
อ่านต่อหน้า 4



พริกกับเกลือ ตอนที่ 9 (ต่อ) 
 

เช้าวันใหม่...ศยามขนกระเป๋าและสิ่งของที่จำเป็นขึ้นแท็กซี่ ศยามหันกลับมามองในบ้านอย่างอาลัย...เศกแอบดูอยู่ที่มุมหนึ่งในบ้านรู้สึกสะเทือนใจ แต่....ไม่ห้าม ปล่อยเขาจากไป ศยามขึ้นรถแท็กซี่วิ่งออกไป เศกถอนใจศุวิมลเดินเข้ามาข้างหลังพ่อ

“คุณพ่อเห็นแก่ตัว หลอกตัวเอง ใจร้าย ศุเสียใจและผิดหวังมากนะคะ”
เศกอึ้ง หันมองศุวิมล
“ตอนนี้คุณแม่คงมองพวกเราด้วยความทุกข์ ที่คุณพ่อยอมแลกพี่ดิ่งกับผู้หญิงเลวๆคนหนึ่ง...พวกเราเติมเต็มความรักในหัวใจคุณพ่อไม่พอเหรอคะ”
“จะไปไหนก็ไปไป๊ หรืออยากจะออกจากบ้านตามเจ้าดิ่งไปอีกคนก็เชิญ”
ศุวิมลเจ็บแค้นใจที่ถูกพ่อไล่
“ไม่ต้องไล่หรอกค่ะ...เพราะศุจะไม่ไปไหน ศุจะอยู่เป็นก้างขวางคอคุณพ่ออยู่อย่างนี้แหละ ขอโทษด้วยค่ะ”
ศุวิมลเดินออกไป...เศกหงุดหงิดมาก

เศกลงนั่งที่โต๊ะรับประทานอาหารเช้า ไม่เห็นมารศรีก็หันไปถามแม่บ้าน
“คุณศรีล่ะ”
“ฝากให้เรียนท่านว่า...ไปวัดเพื่อหาฤกษ์ทำบุญบ้านค่ะ”
“เหรอ...”
เศกครุ่นคิด นึกแปลกใจกับพฤติกรรมมารศรี แต่ไม่ติดใจอะไร คว้าหนังสือพิมพ์มาอ่าน แต่ก็หงุดหงิดเกินกว่าจะอ่านรู้เรื่อง ลุกขึ้น
“เอารถออกได้เลย ฉันจะไปออฟฟิศ”
แม่บ้านงงๆ
“ไม่รับ...”
“อย่าชักช้า รีบไปสิ”
แม่บ้านลนลานออกไป เศกหงุดหงิด งุ่นง่านเต็มกำลัง เหงื่อออกเต็มหน้า รู้สึกไม่สบายตัวอันเนื่องมาจากยาพิษที่สะสม เศกเดินออกไป

เทวัญนัดเจอกับมารศรีในที่แห่งหนึ่ง มารศรียิ้มพอใจกับคำบอกเล่าของเทวัญ
“ดีใจด้วยนะ สำหรับข่าวดี...”
“ขอบคุณ ถือว่าผมประสบความสำเร็จไปอีกขั้น”
“อะไรๆก็ไม่แน่นอนหรอกนะ อย่าเพิ่งย่ามใจไป”
“อะไรจะมาขวางไม่ให้ผมแต่งงานกับน้องจี๊ดได้อีก”
“หัวใจของเขาไงล่ะ”
เทวัญอึ้ง
“ดิ่งรักยัยจี๊ด ตอนที่สองคนนั่นอยู่ที่เกาะ เกิดอะไรขึ้นบ้าง ใครจะไปรู้”
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ไม่งั้น น้องจี๊ดจะยอมแต่งงานกับฉันเหรอ”
“แต่งเพราะอะไรล่ะ...เพราะอยากลืมดิ่ง ไม่ได้แต่งเพราะรักคุณหรอก”
“ไม่จำเป็นต้องรัก เพราะฉันก็ไม่ได้ต้องการความรักจากน้องจี๊ด บริษัทและทรัพย์สินทั้งหมดของนายเจตนาต่างหาก”
มารศรียิ้มกริ่ม
“เป็นคำแก้ตัวของคนที่แพ้เกมหัวใจหรือเปล่า”
เทวัญไม่พอใจ
“ฉันไม่ได้แพ้”
“ดิ่งเขาออกจากบ้านไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่แน่นะ...อาจจะรอวันเหมาะๆสักวันมารื้อฟื้นความหลังกับน้องจี๊ดของคุณ...งานแต่งงานของคุณอาจจะ...เป็นหมันก็ได้...ใครจะไปรู้”
มารศรีผละจากไป เทวัญรู้สึกร้อนใจ อยู่ไม่เป็นสุขขึ้นมาทันที นึกไม่พอใจมารศรี
“นังตัวร้าย”

จิตรวรรณโทรศัพท์คุยเรื่องงานอยู่ในออฟฟิศ ใจดีเหลือบมองเป็นระยะๆ นึกแปลกใจที่จิตรวรรณขยันมาก รัตนาเดินมา หยุดรอจังหวะจะคุยด้วย ใจดีรีบเข้าไปหารัตนา
“วันนี้มาแปลก...ขยันทำงานน่าดูค่ะ พี่รัตนา”
รัตนาสังเกตจิตรวรรณอย่างละเอียด
“มีอะไร” จิตรวรรณหันมาถามรัตนาอย่างสงสัย
รัตนายิ้มแหยๆ
“ดิฉันจะมาขอโทษเรื่องคืนนั้น...”
“ไม่เป็นไร ฉันรู้ว่าเธอหวังดี แต่เธอควรจะแยกแยะได้แล้วนะว่าใครดีหรือไม่ดี”
“หมายถึงคุณดิ่งเหรอคะ”
“อยากเป็นมิตรหรือศัตรูกับฉัน”
“คะ”
ใจดีอธิบายให้รัตนาฟัง
“ถ้าไม่อยากมีเรื่องกับจี๊ด ก็อย่าพูดถึงชื่อคุณดิ่งค่ะ”
รัตนาหน้าเสีย
“อ๋อ...ค่ะ...”
จิตรวรรณทำไม่รู้ไม่ชี้ เขียนหัวข้องานบนกระดาษต่อไป...รัตนามองจิตรวรรณยิ้มๆ

ศยามในชุดช่าง ยืนมองร้านของตัวเองที่ติดป้ายว่า ”ช่างดิ่ง” ยิ้มอย่างภูมิใจ ป๊อด เด็กวัยรุ่นขาแว้นเข็นรถมอเตอร์ไซค์เข้ามา
“พี่....มอไซเสียอ่ะ ดูหน่อยเด่ะ ต๊าดไม่ติดอ่ะ คืนนี้มีแข่งกับแก๊งค์โน้นชิงสก๊อยด้วยอ่ะ”
“เป็นอะไร”
“เป็นอนาคตซุปตาร์”
ศยามส่ายหน้าระอา
“ไม่ใช่ หมายถึง มอเตอร์ไซค์เป็นอะไร ถึงบอกว่าเสีย”
ป๊อดกวนๆ
“จะไปรู้เหรอ ผมไม่ใช่ช่าง ไม่งั้นจะเอามาให้พี่ดูทำไม ถามเปรี้ยว”
ศยามชะงักพูดเสียงเข้ม
“อย่าเพิ่งเปรี้ยว จอดไว้ แล้วรอ”
ป๊อดจ๋อย
“เครๆ รอได้...ชิลๆ”
ป๊อดไปนั่งรอ ศยามยืนดูมอเตอร์ไซค์แต่งซิ่งแล้วส่ายหน้า

จิตรวรรณวางปากกา หันมาพูดกับใจดี
“ขอบใจนะใจดีที่ช่วยอธิบายให้คุณรัตนาเข้าใจ แล้วแกล่ะ ตกลงจะเป็นมิตรหรือศัตรูกับฉัน”
ใจดีถอนใจ
“เฮ้อ...”
“ฉันให้เวลาแกคิดอีกสามวัน...คุณรัตนา คุณพ่ออยู่มั้ย ฉันมีเรื่องงานจะคุยด้วย”
“ตอนนี้ยังว่างค่ะ”
จิตรวรรณคว้าแฟ้มเอกสารแล้วลุกเดินออกไป ยุพาเดินสวนจิตรวรรณเข้ามา จิตรวรรณถอยหลังกลับมาดักหน้า ยุพา
“เจ๊ใช่มั้ยที่รายงานแม่ฉันเรื่องคุณรัตนา”
ยุพาตัวแข็งทื่อ อ้าปากหวอ ตกใจ...เมื่อเห็นจิตรวรรณมองมาตาเขียว...รัตนากับใจดีกลัวว่าจิตรวรรณจะทำอะไร
“ตอบมา ใช่หรือไม่ใช่”
“เอ่อ...ไม่...”
“ใช่หรือไม่ใช่”
“ใช่ค่ะ”
“แม่ฉันให้เท่าไหร่ ฉันให้สองเท่า แล้วหุบปากซะ ไม่งั้น...ฉันจะบีบให้คุณพ่อไล่เจ๊ออก เข้าใจมั้ย”
“เคลียร์ที่สุดค่ะ”
จิตรวรรณเดินยิ้มออกไป ยุพาจ๋อยสนิท รีบเดินกลับไปทางเดิม อายรัตนาและใจดีมาก รัตนาและใจดีหันมามองหน้ากัน
“พี่ว่ามั้ย...วันนี้จี๊ดบ้าพลัง”
“ค่ะ”รัตนาพยักหน้ารับ

เจตนา อ่านเอกสารในมืออย่างเคร่งเครียด
“คิดเองทั้งหมดนี่เลยเหรอ”
“ค่ะ ในเมื่อเราเสียโอกาสการเป็นผู้จัดจำหน่ายรถจากเยอรมัน เราก็ต้องสร้าง ฐานลูกค้าที่มีอยู่ให้เพิ่มมากขึ้น เป็นไงคะ แผนการตลาดเชิงรุกของหนู”
เจตนามองหน้าจิตรวรรณ ยิ้ม ชื่นชม
“พ่อรอแนวคิดแบบนี้จากเทวัญมานานแล้วนะ เขาก็ยังทำออกมาให้พ่อไม่ได้สักที”
“ทำไมล่ะคะ”
“เขาบอกว่ายุ่งๆ”
“งั้น...ถ้าคุณพ่ออนุมัติ เห็นด้วย จี๊ดเอาไปทำงานต่อเลยนะ”
จิตรวรรณลุกขึ้น ดีใจ จะออกไป
“จี๊ด”
“คะ”
“คนเราหนีอะไรหนีได้นะ แต่หนีความจริงไปไม่พ้นหรอก หรือถ้าหนีได้ ก็หนีได้ไม่นาน”
“จี๊ดไม่ได้หนีค่ะ จี๊ดกำลังเผชิญกับมันอยู่...จี๊ดจะตั้งใจทำงาน ทำหน้าที่ของตัวเอง...นี่คือความจริงของจี๊ดในตอนนี้ค่ะ”
จิตรวรรณเดินออกไป เจตนาถอนใจ
“พ่อมองจี๊ดไม่ผิดหรอก...”

รัตนารีบเก็บซองขาว เมื่อเห็นจิตรวรรณออกมาจากห้องเจตนา แต่ไม่รอดพ้นสายตาของจิตรวรรณ
“ซองอะไร”
“เอ่อ...ซองอะไรคะ”
“ซองขาวเมื่อกี้”
“อ๋อ...ซองผ้าป่าค่ะ”
“ขอดูหน่อย”
“เอ่อ...คือ...”
“ฉันบอกว่าขอดูหน่อย”
“ค่ะ”
รัตนาจำใจส่งซองขาวที่ซ่อนไว้เมื่อครู่ให้ จิตรวรรณรับมา เปิดออกดู
“ใบลาออก”
“ดิฉันคิดว่า...ดิฉันควรจะ...”
จิตรวรรณฉีกเอกสารทันที รัตนาตกใจ
“คุณจี๊ด”
“ถ้าเธอลาออก แสดงว่าเธอไม่บริสุทธิ์ใจ และคุณแม่ก็เข้าใจถูกเรื่องเธอ”
รัตนาอึ้ง
“เธอต้องอยู่เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้คุณแม่และทุกคนเห็น ว่าเธอไมได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา”
รัตนาอึ้ง ยิ้ม ยอมรับ
“ค่ะ”
“ดีมาก เธอเชื่อฉัน เราก็คงเป็นมิตรกันได้”
จิตรวรรณเดินออกไป รัตนามองตามยิ้มๆ นึกดีใจที่จิตรวรรณยอมรับ เสียงอินเตอร์คอมจากเจตนาดังขึ้น
“รัตนา เรียกเทวัญให้มาพบผมหน่อย”
รัตนารับคำ
“ค่ะ”

เทวัญทุบโต๊ะอย่างแรงด้วยความโมโห กวาดกองเอกสารที่อยู่บนโต๊ะหล่นเกลื่อนกระจาย เจตนาเข้ามา
“จี๊ดทำแผนการตลาดเชิงรุกให้ฉันดูแล้ว น่าสนใจมาก”
“ผมไม่เห็นทราบ”
“เขาคงอยากอวดผลงานให้ฉันดู”
“แล้วยังไงต่อครับ”
“ฉันอนุมัติให้จี๊ดเอาไปทำงานต่อแล้ว”
“แต่ผมยังไม่เห็น”
“แต่ฉันเห็นแล้ว เธอไปคุยกับจี๊ดเอานะ ว่าจะทำงานกันยังไง”
เทวัญ ซ่อนความไม่พอใจเอาไว้
“ครับ”

เทวัญแค้นมาก
“ข้ามหน้าข้ามตาแบบนี้ได้ยังไง”
ยุพาเปิดประตูเข้ามา เลิ่กลั่ก
“มีอะไรกับยุพาเหรอคะคุณเทวัญ”
“จี๊ดบอกใครที่นี่หรือยังว่าเขากับฉันกำลังจะแต่งงานกัน”
ยุพาตกใจ
“หา”

พนักงานพากันแตกตื่นด้วยความสนใจ กับเรื่องที่ยุพาเล่าให้ฟัง
“จริงเหรอ แล้วจะแต่งกันเมื่อไหร่เจ๊”
“จริงสิ...อูย ก็ต้องหาฤกษ์หายามก่อนสิยะ แหม หมั้นกันมาตั้งนานเพิ่งจะชัวร์ก็ตอนนี้ ดีใจ๊ดีใจเนอะตะเองเนอะ”
“แล้วได้ฤกษ์มายัง”
“โอ๊ย ก็ต้องรอคุณจี๊ดว่างๆก่อน คุณเทวัญไม่อยากเร่งรัด คนอยากแต่งน่ะ คุณจี๊ดนะเธอ ไม่ใช่คุณเทวัญ”
ยอดชาย ใจดี และรัตนาเข้ามาได้ยินพอดี แปลกใจมาก

ใจดีลากจิตรวรรณเข้ามาคุยอย่างร้อนใจ ยอดชายและรัตนาตามมาด้วย
“ตกลงแกอยากเป็นศัตรูกับฉันถาวรใช่มั้ยจี๊ด”
“อะไรเนี่ย...เป็นอะไรกัน”
“ฉันถาม ตอบสิ”
“อย่ามาไร้สาระ ถามอะไร ไม่รู้เรื่อง”
“จี๊ด...คิดดีแล้วเหรอเรื่องจะแต่งงาน”
“ดีสิ ไม่เคยคิดอะไรดีเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย”
“แล้วใช้อะไรคิด”
“นี่ จะมากไปแล้วนะใจดี”
“อย่าใช้อารมณ์คุยกันสิคะ แล้วเมื่อไหร่จะคุยกันรู้เรื่อง”
“ฟังนะ...ฉันจะแต่งงานกับพี่เทวัญ...จบมั้ย”
“ชีวิตแกได้จบแน่”
“ฉันรับผิดชอบชีวิตฉันเอง คนอื่นไม่ต้องยุ่ง”
จิตรวรรณออกไป...ยอดชาย ใจดีและรัตนาหันมามองหน้ากัน
“ถ้าคุณดิ่งรู้เรื่องจะรู้สึกยังไงเนี่ย”
“ทำไมคะ ทำไมคุณดิ่งต้องรู้สึกอะไรด้วย”
ยอดชาย รัตนามองหน้าใจดี ทำให้ ใจดีเข้าใจว่าศยามชอบจิตรวรรณ เสียใจ ใจเสีย เสียดายมาก
“ไม่นะ แห้วอีกแล้วเหรอฉัน”

ศยามลุกขึ้นจากการซ่อมมอเตอร์ไซค์
“เสร็จแล้ว”
“เท่าไหร่เพ่” ป๊อดถามกวนๆ
“ไม่คิด”
“โห...พระเอกป่ะเนี่ย”
“แต่ขอเป็นอย่างอื่น”
“โห...ซาตานอ่ะ”
“คืนนี้...อยู่บ้าน ไม่ต้องออกไปแว้น” ศยามพูดเสียงจริงจังมาก
“เฮ้ย...พ่อแม่ยังห้ามผมไม่ได้เลย พี่เป็นใครวะ”
“เป็นช่าง ที่ซ่อมได้ ก็ทำให้พังได้”
ศยามก้มลงจะทำให้มอเตอร์ไซค์เสีย
“เฮ้ยพี่ เปรี้ยวแล้ว...จ่ายตังค์ดีกว่าเพ่ คิดเท่าไหร่”
“บอกแล้วไงว่าไม่คิด ถ้าจะจ่าย ไปหามาเพิ่ม เป็นค่าประกันตัวดีกว่า เพราะพี่จะไปบอกตำรวจเรื่องนัดล่าสก๊อยคืนนี้”
“โห...”
“แล้วก็จะไปบอกแก๊งค์โน้นว่า น้องเป็นสายให้ตำรวจ”
“น่านไง...ซาตานชัดๆอ่ะ”
ป๊อดเซ็ง...ศยามอมยิ้ม รอฟังคำตอบ

วันต่อมา...ยอดชายขับรถออกจากโมเดิร์นคาร์ เทวัญนั่งอยู่ในรถ รออยู่ก่อนแล้ว ขับตามเทวัญไป...หน้าอู่รถ ศยามกำลังจะปิดร้าน ป้าคนหนึ่งเข้ามากับป๊อด
“คุณ...”
“ครับ”
“ขอบคุณนะคะ”
“ขอบคุณเรื่องอะไรครับป้า”
“พวกที่ไปซิ่งแข่งกัน มันมีเรื่องตะลุมบอนกัน ทั้งตายทั้งเจ็บ โชคดีของลูกชายฉัน ที่ไม่ได้ไป เพราะคุณ”
ศยามมองป๊อดที่หลบอยู่หลังป้า
“ไม่เป็นไรครับป้า...นี่เขาเชื่อผมจริงๆเหรอ”
“ขนาดฉันเป็นแม่มัน มันยังไม่เคยเชื่อ”
ศยามยิ้มขำ
“ฝากมาทำงานกับคุณได้มั้ย...เผื่อคุณจะได้ช่วยสอนมันซ่อมรถ จะได้มีอาชีพ ดีกว่าแว้นไปวันๆให้ฉันใจหาย”
“โห...แม่ คิดจะถามป๊อดก่อนสักคำมั้ยเนี่ย”
“กูไม่ถาม กูบังคับ”
“ว่าไงป๊อด...หรือป๊อดสมชื่อ...ไม่กล้าอ่ะเด้ หรือว่าทำไม่ได้” ศยามแกล้งกวน
“เฮ้ย...ป๊อดไม่เคยป๊อดอยู่แล้ว เริ่มเลยพรุ่งนี้”
“ดี...”
“ขอบคุณมากนะคะคุณ”
ป้าและป๊อดเดินออกไป ป้าสอนป๊อดไม่หยุดปาก ศยามมองตามยิ้มๆ
“แล้วก็ทำตัวดีๆล่ะมึง ไม่งั้นแม่จะมาเฉาะหัว”
“โห...แม่อ่ะ”
ยอดชายเดินเข้ามา
“คุณดิ่ง”
“อ้าว...คุณยอด”
“มีข่าวมาบอก”
“ข่าวอะไร”
ศยามถามอย่างแปลกใจ ขณะที่มุมหนึ่งเทวัญเดินมาแอบดู
“มาอยู่นี่เองรึ...ไอ้ดิ่ง”
เทวัญหยิบมือถือขึ้นมา...กดเบอร์ รอสาย
“ไอ้ด้วง...ฉันมีงานให้แกทำ”
เทวัญมองไปที่ศยาม ยิ้มเหี้ยม

จบตอนที่ 9

อ่านต่อตอนที่ 10 เวลา 17.00น.


ชิงนาง ตอนที่ 9
ชิงนาง ตอนที่ 9
ขณะที่วงเดือนถือถาดอาหารกลางวันขึ้นมาจัดวางบนโต๊ะ สักครู่หนึ่งดอยขึ้นมาหาภูผาที่นั่งรออยู่ วงเดือนจัดโต๊ะต่อไปเหมือนไม่สนใจ แต่แอบเหลือบตามองอย่างอยากรู้เป็นระยะ “ยอมกินข้าวหรือยัง” ภูผาถาม “ยังเลยจ้ะ ลูกพี่ไม่ยอมให้ดอยเข้าใกล้ ไม่พูด ไม่กิน น้ำยังไม่ดื่มซักกะหยดเลยจ้ะ เอาแต่นั่งร้องไห้” วงเดือนปรายตามองภูผาที่สีหน้าไม่สบายใจ ภูผาตัดสินใจลุกออกไป ด้านหนูนาเอาแต่นั่งกอดเข่าเจ่าจุกร้องไห้อยู่บนเตียง มีถาดข้าววางอยู่ข้างๆที่โต๊ะเล็ก ๆ ในห้อง เห็นภูผาเปิดประตูเข้ามา หนูนารีบหันหน้าหนีไปอีกทาง ภูผามองจานข้าวที่ยังวางนิ่งอยู่บนโต๊ะ “ทำไมไม่กินข้าว” หนูนานิ่งไม่ตอบ ภูผาเดินไปหยิบจานข้าวมายื่นตรงหน้า ภูผาพยายามพูดดีๆ เสียงอ่อนโยนขึ้น “กินข้าวซะ เดี๋ยวจะไม่สบาย”
กำลังโหลดความคิดเห็น...