xs
xsm
sm
md
lg

พริกกับเกลือ ตอนที่ 1

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


พริกกับเกลือ ตอนที่ 1

งานเปิดตัวรถยนต์หรูรุ่นใหม่ ราคาแพงระยับ ถูกจัดขึ้นในฮอลล์ของโรงแรมสุดหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร นวตกรรมแห่งยานยนต์รุ่นใหม่ของโลกพร้อมอวดตัวกับเศรษฐีกระเป๋าหนัก เวลานั้นเสียงดนตรีจังหวะเร้าใจดังกระหึ่มฮอลล์ แสงไฟตระการตาสาดส่องไปทั่วทั้งเวที ไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่แน่นิ่งอยู่ที่ป้ายบนเวทีซึ่งมีตัวอักษรภาษาอังกฤษ โมเดิร์น คาร์ เด่นหราอยู่ด้านหลัง

สื่อมวลชนสายยานยนต์ และแขกในงานล้วนใจจดจ่อ อาการตื่นเต้น และอยากเห็นโฉมหน้ารถยนต์รุ่นล่าสุดแล้ว
การรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว พิธีกรเริ่มดำเนินรายการ
“เวลาที่ทุกท่านรอคอยมาถึงแล้ว บริษัท โมเดิร์น คาร์ ผู้นำเข้ารถยนต์ชั้นนำของประเทศไทย มีความภูมิใจที่จะแนะนำให้ทุกท่านพบกับสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์ใหม่ล่าสุดจากเยอรมัน ที่จะทำให้โลกทั้งโลกต้องหยุดหายใจ...ดิ โอเวอร์เจอร์ออฟฟิวเจอร์...หรือ M.D.2 บายโมเดิร์นคาร์”
ไฮดรอลิกค่อยๆ ยกรถยนต์สปอร์ตสุดหรูสีแดงเฉี่ยวสูงขึ้นๆ จากข้างล่างเวที ไฟทุกดวงสายตาทุกคู่ภายในงานจับจ้องที่รถยนต์ขับเน้นอย่างโดดเด่นเป็นสง่า พริตตี้สาวสวยทรวดทรงเซ็กซี่ยืนโพสท่าเก๋อยู่ข้างรถ ที่จอ L.E.D ข้างเวทีเปิดภาพวิดีโออวดโอ้ และแสดงความอัจริยะของรถยนต์รุ่น M.D 2 ประกอบ
“และขอเสียงปรบมือต้อนรับ คุณเทวัญ ธนกิจวิเศษ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาดบริษัท โมเดิร์นคาร์ ประเทศไทย จำกัด” เสียงพิธีกรประกาศก้อง รับเสียงดนตรีเร้าใจกระหึ่มไปทั้งฮอลล์
จังหวะนั้นพริตตี้แสนสวยเปิดประตูรถยนต์ เทวัญที่นั่งอยู่ในรถคันนั้นก้าวออกมา...ชายหนุ่มถอดแว่นดำด้วยท่าที่เป็นเอกลักษณ์ ยืนอย่างสง่า ผ่าเผย มีชีวิตชีวา ดูดี และน่าค้นหา เทวัญติดไมค์เฮดเซ็ต เดินออกมาอย่างคล่องแคล่ว มั่นใจ เริ่มการอธิบายสมรรถนะของรถรุ่นนี้ทันที
“ผมอยากให้คุณจินตนาการ ถ้ารถคือคนรักของคุณ...คนรักแบบไหนที่คุณต้องการ ความสวยภายนอก ความดีภายใน ให้ความเร้าใจ ยกระดับภาพลักษณ์ หรือ ตอบสนองทางอารมณ์ หรือ ความร้อนแรงชวนสัมผัสจนคุณไม่อาจห้ามใจ M.D.2 จะทำให้คุณอยากจะใช้เวลาทุกวินาทีกับคนรักคนนี้ จนใครๆต้องอิจฉา”
เงาะ ทีมงานบริษัทโมเดิร์นคาร์ ยืนถือแฟ้มสำหรับแจกผู้สื่อข่าวมองเทวัญด้วยสายตาปลาบปลื้ม หลงใหล อยู่ข้างเวที
“ก่อนที่ทุกท่านจะได้ชมสมรรถนะอย่างใกล้ชิด ผมอยากให้ทุกท่านพบกับ สองผู้บริหารใหญ่ของบริษัทโมเดิร์นคาร์ ที่จะมาต้อนรับทุกท่านอย่างเป็นทางการครับ”
ใจดี เพื่อนสนิทของ จี๊ด หรือ จิตรวรรณ ลูกสาวคนเดียวของเจตนา และวันดี ซึ่งเป็นพนักงานโมเดิร์นคาร์ เดินเข้ามาตามเงาะซึ่งเป็นเพื่อนกัน
“ยัยเงาะ!ถึงคิวคุณเจตนากับคุณวันดีแล้ว...อยู่ไหน”

รถยนต์คันหรูแล่นมาบนถนน หน้าปัดโชว์ตัวเลขความเร็วค่อยๆไต่ระดับสูงขึ้นสูงขึ้น เสียงเครื่องยนต์ที่เร่งความเร็วดังกระหึ่ม มือสวยเรียวงามกระชับพวงมาลัยมั่น จิตรวรรณทั้งสวยทั้งร้ายกาจขอบตากรีดอายส์ไลเนอร์เฉี่ยว แรง มั่นใจ ขณะเดียวกันนั้นมือถือของเธอดัง หน้าจอกระพริบๆ มีคนโทรเข้า เห็นชื่อที่หน้าจอว่า ยอดชาย ซึ่งเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับใจดี และเงาะ จิตรวรรณ รำคาญกดฟังเสียง เสียงยอดชายดังขึ้นอย่างร้อนรน
“เธออย่าทำอะไรบ้าๆนะจี๊ด”
“ไม่ต้องมาห้าม...นังนั่นมันต้องเจอดี”
เสียงยอดชายโวยวายห้ามดังมา จิตรวรรณ ไม่อยากรับฟัง กดตัดสายทิ้งทันทีเหยียบคันเร่งเร่งความเร็วจนแทบมิด รถยนต์หรูนำเข้าจากยุโรปวิ่งไปด้วยความเร็วแซงซ้ายแซงขวาไป

เศกซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทคู่แข่งกับบริษัทของเจตนา ยืนรอมารศรี ภรรยาวสวย อายุรุ่นราวคราวลูก ที่เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นานอยู่ที่รถ ดูเวลาแล้วตะโกนเรียก...
“เสร็จหรือยังครับที่รัก งานเปิดตัวรถเริ่มแล้วนะ ผมไม่อยากสา...ย...”
เศกหันกลับมา ชะงัก ค้าง เพราะ มารศรี เดินออกมาในชุดราตรีเก๋ แรง สีแดงเพลิงสวยมีเสน่ห์มาก
“สวย คุ้มกับที่ช้ามั้ยคะ”
“คุ้มเกินคุ้มเลยจ้ะ”
เศกยิ้มพอใจในความสวยของมารศรี เชิญขึ้นรถไป โดยไม่รู้ว่าศยาม ลูกชายคนโตสวมแว่นดำ เสื้อแจ็คเก็ตโทรมๆ มองมาจากนอกรั้วบ้าน จ้องไปที่มารศรีเขม็งหน้าตาคับแค้น มีเจตนาร้าย ทันทีที่รถของเศกแล่นออกนอกบ้านไป ศยามก็รีบเดินพรวดขึ้นไปนั่งที่คนขับแท็กซี่ คนขับตกใจ
“เฮ้ยๆๆๆ จะเอารถไปไหน”
คนขับแท็กซี่รีบตามไปนั่งด้วย แต่ยังไม่ทันปิดประตูสนิทดี ศยามก็ออกรถ กระชาก ไล่ตามรถของเศกกับมารศรีไป


บนเวที...เทวัญผายมือเชิญเจตนาและวันดี
“ขอเชิญพบกับ ผู้บริหารของเรา คุณเจตนาและคุณวันดีครับ”
รัตนา เลขาของเจตนาหันไปบอก...
“ได้เวลาแล้วค่ะ”
แต่อยู่ๆวันดีก็เดินเข้ามา ควงแขนเจตนา
“ฉันขออนุญาตควงสามีตัวเองขึ้นเวทีหน่อยนะ”
วันดีจ้องรัตนาด้วยสายตาพิฆาต เพราะเข้าใจว่ารัตนาแอบมีความสัมพันธ์กับเจตนา จนรัตนาต้องก้มหน้าหลบ ก่อนที่วันดีจะเดินฉีกยิ้มควงเจตนาขึ้นเวทีไปอย่างสง่า เจตนากับวันดีเดินขึ้นมาบนเวที ยืนเคียงเทวัญ ให้สื่อมวลชนถ่ายรูป
 
รัตนายืนยิ้มหน้าเสียอยู่ที่เดิม แต่พยายามสำรวมอย่างที่สุด

ภายในรถคันหรู มารศรีนั่งเคียงเศกซบบ่าสองคนกุมมือกัน แต่อยู่ๆ รถก็ส่าย จนมารศรีตกใจ ร้องว้าย เศกโวยคนขับรถ

“ขับดีๆหน่อยสิ”
คนขับรถมองกระจกหลัง
“แท็กซี่ด้านหลัง ไม่ทราบเป็นอะไรครับท่าน ขับจี้ตลอด ให้แซงก็ไม่แซง”
เศกหันกลับไปมอง แต่มารศรีนั่งนิ่ง
“ก็คงพวกแท็กซี่ตีนผี ที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าถนน”
ศยามขับรถไล่จี้แบบติดๆ แววตาคับแค้น จนคนขับแท็กซี่ตัวจริงที่นั่งข้างๆ ต้องหาที่ยึดด้วยความกลัว
“พี่...มีเรื่องอะไรกันก็อย่าเอาผมไปมีเอี่ยวด้วยดิ จอดรถ!”
“ถ้าไม่อยากตาย...อยู่เฉยๆ”
ศยามตะคอกอย่างน่ากลัว คนขับแท็กซี่จ๋อย สยอง รถของเศกแล่นไป โดยมีรถแท็กซี่ไล่ตามประกบติด
ถนนอีกด้าน...จิตรวรรณขับรถพุ่งมากดแตรไล่รถทุกคันที่ขวาง
“ขับช้ายังงี้ไปขี่จักรยานดีกว่า หลบไป”
ข้างหน้าเป็นไฟแดง หญิงสาวเหยียบคันเร่ง ตั้งใจจะฝ่า รถแท็กซี่ขับไล่รถของเศกมา กำลังจะผ่านสี่แยกไฟแดงข้างหน้า ไฟเปลี่ยนเป็นไฟเขียวพอดี รถของเศกขับผ่านไป ศยามกำลังจะไล่ตาม แต่มีมอเตอร์ไซค์พุ่งตัดหน้าออกมา ศยามต้องรีบเบรกเอี๊ยด รถของเขาจอดสนิทกลางถนน หัวทิ่ม ศยาม พยายามคุมสติ
ภาพอดีตเมื่อครั้งที่เขาอยู่ที่เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมันแว่บเข้ามาในหัว ตอนนั้นศยาม นั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องพัก มารศรีเข้ามาโอบทางด้านหลัง คลอเคลีย
“ถ้าดิ่งเรียนจบ ดิ่งจะทิ้งมารศรีกลับไปอยู่เมืองไทยหรือเปล่า”
“ผมกลัวแต่จะถูกคุณผลักไสให้กลับมากกว่า”
“ไม่มีทาง มารศรีรักดิ่ง มารศรีจะไม่ไปไหน ดิ่งก็ห้ามไปไหน เราต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป”
“ผมก็รักคุณ ผมสัญญา ถ้าผมเรียนจบแล้ว เราจะแต่งงานกันนะ”
ศยามกับมารศรีกอดกันด้วยความรักและมีความสุข

สติศยามกลับมา เขาแค้นมากทุบพวงมาลัยแล้วอยู่ๆก็มีไฟรถส่องวาบเข้ามาจากด้านข้าง พร้อมเสียงแตรสนั่น ศยามหันไปมอง เห็นรถสปอร์ตคันหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างแรง...จิตรวรรณกดแตร เปิดไฟสูงไล่ แต่เมื่อรถแท็กซี่จอดนิ่ง หญิงสาวเลยต้องหักหลบอย่างเร็ว ทำให้รถไถลแล้วไปเบรกสนิทอีกด้าน ศยาม ช็อก อึ้ง คนขับแท็กซี่กลัวขนหัวลุก
จิตรวรรณ เปิดประตูลงจากรถมาด้วยความฉุนเฉียว พร้อมเอาเรื่องทันที ศยามลงมาจากรถ ในขณะที่คนขับแท็กซี่ยังนั่งนิ่งอยู่ในรถ เพราะความตกใจ
“คิดว่าถนนเป็นลานจอดรถหรือไง”
ศยามโวยกลับ
“เดี๋ยวๆๆๆ ถ้าจะมีใครผิดมากกว่า ก็คือคุณ...เพราะคุณขับฝ่าไฟแดง อยากให้เรียกตำรวจมาตัดสินมั้ยล่ะ”
จิตรวรรณรู้ตัวว่าผิด แต่ไม่ยอม
“ฉันไม่มีเวลามาเถียงกับคนขับแท็กซี่อย่างนาย”
จิตรวรรณจะเดินไป ศยามเรียกไว้
“จะไปไหน”
จิตรวรรณ ชะงัก
“อ๋อ อยากจะเรียกร้องค่าเสียหาย ทั้งๆที่รถไม่ได้เป็นอะไรสักนิด...มุขหากินตื้นๆ ได้ “หญิงสาวควักกระเป๋า หยิบแบงก์พันออกมา “เอาไปเลย”
ศยามอึ้ง มองหน้าจิตรวรรณ อย่างไม่พอใจที่ถูกดูถูก เขาไม่ยอมรับเงิน
“หรือไม่พอ” จิตรวรรณ หยิบเพิ่มให้อีก หลายใบ ซัดใส่หน้า “เอาไป! แล้วก็ถอยไป”
ศยามยังไม่ถอย ยังจ้องหน้าจิตรวรรณเอาเรื่อง
“นายนี่ยังไงนะ จะโลภไปถึงไหน ฉันให้เท่านี้ ก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว อย่ามาทำเป็นหยิ่งโก่งราคา ฉันไม่ใจอ่อนกับพวกหัวหมออย่างนายหรอกนะ”
ศยามโกรธ จับข้อมือจิตรวรรณ เอาไว้แน่น มองเครียด จิตรวรรณชักกลัว
“แกจะทำอะไรฉัน ปล่อยนะ”
“คิดว่าผมควรจะทำอะไรผู้หญิงอย่างคุณดี...หา!”
“ปล่อยนะ ไม่ปล่อย ฉันร้อง”
“ร้องเลย! เก่งนักใช่มั้ย คิดว่าจะทำอะไรใคร เหยียบหัวใครก็ได้ใช่มั้ย ร้องซี่!”
จิตรวรรณ อึ้ง มองศยาม รู้สึกกลัวขึ้นมาอีก แต่ทำใจดีสู้เสือ
“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว” หญิงสาวกระทืบเท้าของชายหนุ่มอย่างแรง
“นี่แน่ะ!”
ศยามร้องลั่น
“โอ๊ย!”
จิตรวรรณ รีบวิ่งไปขึ้นรถทันที แล้วขับออกไปอย่างเร็ว ศยามมองตามอย่างเจ็บใจ
“ผู้หญิงอย่างเธอ มันมีดีแค่เปลือกที่สวยงาม...แต่ความจริงข้างใน มันเน่าเฟะสิ้นดี”
คนขับแท็กซี่เดินเข้ามาหา
“พี่ครับ...”
ศยามเห็นใจแท็กซี่
“ผมขอโทษ เดี๋ยวผมชดใช้ค่าเสียเวลาและก็ค่าตกใจให้”
ศยามเปิดกระเป๋าเงินตัวเอง...คนขับแท็กซี่รีบบอก
“เอาเงินของผู้หญิงคนนั้นก็ได้พี่...”
แท็กซี่ก้มลงเก็บเงินที่พื้น ศยามช่วยเก็บส่งให้
“อย่าเอาของเขาเลย...เงินที่ให้เราด้วยความดูถูก มันไม่มีคุณค่าพอให้เราเอาไปใช้หรอก พี่เอาของผม...”
ศยามส่งเงินให้ คนขับแท็กซี่แปลกใจ
“แล้ว...เงินนี่ล่ะครับ”
“ฝากพี่เอาไปทำบุญโลงศพให้ศพไม่มีญาติด้วยได้มั้ย...ถือว่าทำบุญให้เจ้าของเงิน...จะได้ตายดีๆหน่อย”
“ขอบคุณครับพี่”
ศยามเดินออกไป คนขับแท็กซี่มองเงิน มองศยาม ทึ่งปนแปลกใจ

ศยาม เดินมาตามถนน ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จมอยู่ในความทุกข์ที่สลัดไม่หมด

คนขับขับรถมาจอดหน้าโรงแรม เศกกับมารศรีเดินออกจากรถ เศกบ่นอย่างหงุดหงิด

“บ้าที่สุดเลยประเทศนี้ หาความปลอดภัยในชีวิตไม่มี ขับรถของเราดีๆก็มีคนมาหาเรื่อง”
“อย่าหงุดหงิดสิคะ เดี๋ยวหน้าตาก็หมอง ไม่หล่อ มารศรีไม่เดินด้วยนะ”
เศกยิ้มออกทันที มารศรีควงแขน ชวนเดินเข้างานไป จิตรวรรณขับรถมาจอดก้าวลงจากรถ พนักงานรับรถของโรงแรมเข้ามา หญิงสาวส่งกุญแจรถให้ จิตรวรรณ มองเข้าไปในงาน ด้วยสายตาพร้อมมีเรื่อง

ภายในงาน สื่อมวลชนกำลังรุมถ่ายรูปรถ ถ่ายรูปพริตตี้กันอยู่ เทวัญกำลังทักทายต้อนรับแขกระดับสูงอยู่ เงาะแอบมองเทวัญด้วยความปลื้มอยู่ตลอด เจตนากับวันดีเดินเข้ามาหาเทวัญ ชายหนุ่มรีบบอกกับแขก
“ผมขอตัวสักครู่นะครับ” เทวัญแยกไปหาเจตนา “เป็นยังไงบ้างครับคุณอาเจตนา งานวันนี้ผมไม่ได้ทำอะไรพลาดไปใช่มั้ยครับ”
“งานวันนี้นายทำได้เยี่ยมมากเทวัญ สมแล้วที่ฉันให้ความไว้วางใจ”
วันดียิ้มชื่นชม
“ฉันภูมิใจมากนะ ที่คู่หมั้นของลูกสาวฉัน เก่งมาก”
“ขอบพระคุณคุณอาทั้งสองมากครับ ที่เมตตาผม ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากเลยครับ”
วันดียิ้ม
“โชคอะไรกันจ๊ะ เธอมีหน้าที่การงานดีเพราะทำผลงานดี เธอได้หัวใจของลูกสาวฉัน ก็เพราะเธอเป็นคนดี”
เจตนาเตือน
“และตามใจเขามาก ระวังนะ ปรามๆไว้บ้าง”
เทวัญยิ้มกว้างรับคำชม ดูอ่อนน้อมถ่อมตนกับผู้ใหญ่ แต่แอบมีแววตาซ่อนความร้ายกาจ เจตนา เหลือบไปเห็นเศกกับมารศรีเดินเข้ามาด้วยกัน
“นายเศก!”

เศกกับมารศรีกำลังยืนให้สื่อมวลชนถ่ายรูป เจตนา วันดี และเทวัญ เดินเข้ามาหา
เจตนา และวันดีพยายามข่มใจ ฉีกยิ้ม เดินเข้าไปทักทาย
“ไม่อยากเชื่อว่างานเปิดตัวรถใหม่ของโมเดิร์นคาร์ จะได้รับเกียรติจาก คุณเศก...เจ้าของบริษัท ลักชัวรี่ คาร์ ด้วย”
เศกยิ้มรับ
“พูดแบบนี้ เดี๋ยวผมก็เข้าใจผิดคิดว่า คุณเจตนาแค่ส่งจดหมายเชิญคู่แข่งมาร่วมงานเป็นมารยาทหรอกครับ ฮะๆๆๆ”
เจตนาหัวเราะเกลื่อน
“ฮะๆๆๆ”
เจตนากับเศกข่มๆกัน แข่งขันกันอยู่ในที ภายใต้หน้ากากแห่งมิตร วันดีหันไปยิ้มแย้มทักทายมารศรี
“เพิ่งได้พบ คุณมารศรี ภรรยาใหม่ของคุณเศกชัดๆ...สวยและเด็กกว่าที่คิดอีกนะคะ”
วันดีมองหัวจรดเท้า มารศรีไม่พอใจ ไม่ไหว้
“คุณวันดีก็ดูสวยสมวัยมากเช่นกันค่ะ”
วันดีรู้ว่าถูกแดกดัน ฝืนยิ้มเหยียดให้กับความเชิดของมารศรี รัตนาเข้ามายืนอยู่ในสายตาของเจตนาส่งสัญญาณว่ามีเรื่องจะคุย เจตนาหันไปบอกเศก
“เชิญตามสบายนะครับคุณเศก”
เจตนาแยกออกมาหารัตนา วันดีมองตามอย่างไม่พอใจ

รัตนาแจ้งกำหนดการกับเจตนา
“อีกสิบนาที ท่านต้องให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์นะคะ...นี่ค่ะ รัตนาร่างคำตอบเป็นแนวทางให้ท่านไว้แล้ว”
“ถ้าไม่มีคุณ ผมคงแย่แน่ ขอบคุณมากนะรัตนา”
เจตนายิ้มให้ รัตนายิ้มตอบ
“มันเป็นหน้าที่ของเลขานุการค่ะท่าน”
“คุณเป็นเลขานุการที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยมีมา”
วันดีมองเจตนากับรัตนาด้วยความไม่พอใจ แต่ปั้นหน้ายิ้มคุยกับเทวัญ เศกและมารศรีต่อไป แต่อยู่ๆจิตรวรรณ เดินบุกเข้ามากลางงาน ผู้คนแหวกออกหันมองจิตรวรรณ
“หวานไม่แคร์สื่อเลยนะคะคุณพ่อ!”
เจตนาตกใจ
“ยัยจี๊ด!”
“นังคนที่คิดแย่งคุณพ่อไปจากคุณแม่ หน้าตาเป็นอย่างนี้นี่เอง” จิตรวรรณมองรัตนาหัวจรดเท้า “หน้าตาดีนี่ ไม่น่าจะหาแฟนยาก ชอบแย่งสามีคนอื่นนักหรือไง”
เจตนาหน้าเสีย
“อย่าฉีกหน้าพ่อตรงนี้...กลับบ้านไป”
เจตนาลากจิตรวรรณ ออกไปทันที วันดีตามไปติดๆ แต่จิตรวรรณ สะบัดออก กลับมาเอาเรื่องรัตนาอีก วันดีเข้าห้าม
“จี๊ด อย่าทำแบบนี้”
“โอเคค่ะ...จี๊ดไม่ฉีกหน้าคุณพ่อก็ได้ แต่ขอฉีกหน้ามันแทน” จิตรวรรณ จ้องหน้ารัตนาแล้วหันไปประกาศ “ทุกคนคะ จี๊ดขอโทษ ที่เข้าใจผิดว่าคุณรัตนาแอบเป็นเมียน้อยคุณพ่อ...มันไม่จริงเลย ช่วยลงข่าวให้ถูกด้วยนะคะ ว่าคุณพ่อแค่สนิทสนมกับคุณรัตนามากกว่าพนักงานคนอื่นๆนิดหน่อย ก็แค่อยู่ๆก็ขึ้นเงินเดือนให้เป็นพิเศษ คุณรัตนาคงทำงานเก่งม้ากมาก ไม่ได้ใช้เต้าไต่หรอกค่ะ”
เจตนาโกรธ
“ยัยจี๊ด!”
จิตรวรรณ ไม่สน
“หรือสดๆร้อนๆอย่างเมื่อคืนนี้ ประชุมเลิกดึก คุณพ่อก็พาไปดินเนอร์ แล้วก็ไปส่งที่คอนโด...อุ๊บ อย่าคิดว่าเป็นคอนโดที่คุณพ่อแอบซื้อให้อยู่นะคะ ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณรัตนาเป็นแค่เลขา ไม่ใช่เมียน้อย”
ยอดชายวิ่งตามเข้ามาในงาน ตามมาด้วยใจดี และเงาะ
“ยัยจี๊ด!“ ยอดชายรีบวิ่งเข้าไปห้าม “อยากลงหน้าหนึ่งหรือไง พอได้แล้ว...ออกมา”
ยอดชายจะลากไป จิตรวรรณสะบัดออก
“ยอดชาย นายไม่ต้องยุ่ง!”
เทวัญเข้ามาห้ามอีกคน
“จี๊ด...พี่ขอล่ะ เราค่อยคุยเรื่องนี้กันได้มั้ย เห็นมั้ยว่าทุกอย่างมันกำลังจะพัง”
จิตรวรรณ เห็นเทวัญขอร้อง เห็นสายตาของเจตนาที่เสียใจมากเห็นสีหน้าของรัตนาที่ซีดเผือด เห็นสายตาของเพื่อนๆที่อ้อนวอน...เห็นสายตาของนักข่าวที่หื่นกระหายข่าว จิตรวรรณ สะใจมาก
“ที่งานนี้ต้องพัง...ไม่ใช่เพราะใครหรอกค่ะ แต่เพราะความไม่รู้จักพอของผู้หญิงคนนี้”
จิตรวรรณ เดินไปเผชิญหน้ากับรัตนา
“ดิฉันไม่ใช่...”
จิตรวรรณขัดขึ้น
“ไม่ใช่เมียน้อย คิดเหรอว่าฉันจะเชื่อ ถ้าเธอยังไม่หยุด เธอเละกว่านี้แน่”
จิตรวรรณ เดินสะบัดหน้าออกไป เทวัญรีบตาม รัตนาอายสื่อ รีบเดินหลบหนีไป เจตนาเครียด เศกและมารศรีแอบยิ้มชอบใจ สนุกดีจัง...
 
วันดีสะใจแต่เมื่อหันมาเห็นสายตาของเจตนาที่มองมาอย่างเสียใจ วันดีเดินหนีทันที เจตนาตามวันดีไปติดๆ

จิตรวรรณเดินออกมา เทวัญรีบวิ่งตามมาขวาง
 
“จี๊ด...จี๊ดทำอย่างนี้ ไม่น่ารักเลยนะ”
“พี่เทวัญ...ว่าจี๊ดเหรอ”
“ไม่ว่าจี๊ดจะไม่พอใจอะไร จี๊ดก็ไม่ควรเอาครอบครัวตัวเองมาประจานในที่สาธารณะแบบนี้ มันมีแต่เสียทุกฝ่าย”
จิตรวรรณอ่อนลง
“จี๊ดก็ไม่ได้อยากทำตัวแบบนี้ แต่จี๊ดทนไม่ไหว ที่ต้องเห็นคุณแม่กับคุณพ่อทะเลาะกันเพราะมันทุกวัน!จี๊ดเลยต้องมาแฉมันออกสื่อนี่ไง จะได้เลิกทำตัวทุเรศสักที”
“พี่เตือนจี๊ดกี่ครั้งแล้ว ว่าจี๊ดโตแล้วนะ จี๊ดต้องหัดอดทน นั่นมันเรื่องของผู้ใหญ่ที่ต้องจัดการกันเอง แต่จี๊ดไม่เชื่อพี่เลย พี่เสียใจ”
จิตรวรรณอ่อนลง ใจเสีย เข้าไปอ้อน
“พี่เทวัญโกรธจี๊ดเหรอ จี๊ดไม่ได้ตั้งใจ อย่าโกรธจี๊ดนะ”
“พี่รักจี๊ดและเข้าใจจี๊ดเสมอ แต่คราวนี้จี๊ดทำเกินไปจริงๆนะคะ จี๊ดกลับไปก่อนนะ พี่ต้องกลับไปเคลียร์กับนักข่าว แล้วพี่จะโทรหา โอเคมั้ย”
“ค่ะ รีบโทรหาจี๊ดเร็วๆนะ”
เทวัญยิ้มให้ ก่อนจะเดินออกไป แอบถอนใจด้วยความเหนื่อยหน่าย ลับหลังโดยที่จิตรวรรณ ไม่เห็น...เทวัญเดินออกไป สวนกับยอดชายและใจดีที่วิ่งตามเข้ามา มองจิตรวรรณ อย่างตำหนิๆ แต่จิตรวรรณ ไม่สน
“ไม่ใช่แฟนไม่ต้องมาว่า!”

เจตนาพาวันดีเข้ามาคุยเป็นการส่วนตัว
“คุณใช้ลูกเป็นเครื่องมือ คุณกล้าทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ”
“ฉันไม่รู้เรื่อง ยัยจี๊ดทำของเขาเอง”
เจตนาอึ้ง แต่ยังโกรธมาก
“คุณจะกลัวอะไร ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิด”
“ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่เคยมีอะไรระหว่างผมกับรัตนา”
“พิสูจน์สิ ว่าคุณบริสุทธิ์ใจ”
“จะให้ผมพิสูจน์ยังไง”
“ไล่มันออก”
“ไล่คนทำงานดีๆออก ด้วยเหตุผลไร้สาระแบบนี้น่ะเหรอ ผมทำไม่ได้”
“แค่นี้ ฉันก็ได้คำตอบแล้วล่ะ...”
วันดีไม่ฟังอะไรแล้ว เดินหนีออกไปทันที เจตนาเครียด ไม่รู้จะจัดการเรื่องนี้ได้ยังไง รัตนาแอบฟังอยู่ที่มุมหนึ่ง...เธอเครียดรู้สึกแย่กับตัวเองที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ เจตนาเดินเข้ามา เห็นรัตนายืนอยู่
“รัตนา...”
รัตนาปั้นหน้าเป็นปกติ
“คุณเทวัญ จัดการให้นักข่าวกลับกันไปหมดแล้วค่ะ”
“ส่วนผม ต้องจัดการกับยัยจี๊ด”
เจตนาเดินออกไปทันที รัตนารีบตามไป

มารศรีกับเศกเดินแยกออกมาอีกมุม นอกบริเวณงาน
“นายเจตนา มีทายาทสืบทอดธุรกิจที่ไร้วุฒิภาวะได้ขนาดนี้ แล้วโมเดิร์นคาร์จะเอาอะไรมาสู้กับลักชัวรี่คาร์ของผม งานนี้ถูกดิสเครดิตโดยที่ผมไม่ต้องทำอะไรเลย”เศกหัวเราะขำๆ
ศยามแอบมองอยู่มุมหนึ่ง ขณะที่มารศรียังนึกไม่พอใจวันดี
“คุณเห็นสายตาที่ยัยคุณหญิงวันดีมองศรีมั้ยคะ...ทำยังกับว่าศรีมาแต่งงานกับคุณเพราะหวังสมบัติ”
“ผมเคยบอกแล้วไง ว่าใครจะคิดยังไง ผมไม่สน ผมรู้ดีกว่าใคร ว่าคุณไม่ใช่ผู้หญิงหิวเงิน อย่าไปแคร์คนอื่นเลย แคร์ผมคนเดียวก็พอ”
“เพราะอย่างนี้ไงคะ ศรีถึงได้รักและบูชาคุณเหลือเกิน”
ทันใดมารศรีเหลือบมองไปเห็นศยาม ที่ยืนแอบมองอยู่ ทั้งคู่สบตากันชั่วแว่บหนึ่ง มารศรีชะงัก
“เอ๊ะ...นั่น”
มารศรีเอะใจ เพราะคุ้นหน้า ศยามรีบหลบหน้าเดินออกไป เศกแปลกใจ
“มีอะไรเหรอ”
“เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ...ศรีขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
มารศรีรีบร้อนออกไปทันที เศกมองตามมารศรีประหลาดใจ แต่ไม่ติดใจอะไร ไปนั่งรออย่างอารมณ์ดี

มารศรีเดินตามหาศยาม ออกมาด้านนอกงาน พยายามมองหาไปรอบๆ แต่ก็ไม่พบใคร ศยามแอบมองที่มุมหนึ่งด้วยความช้ำใจ ระหว่างนั้นเขาเห็นมารศรีเดินหันหลังผ่านไป ชายหนุ่มทำท่าตัดสินใจจะออกไปหา...มารศรีเดินหน้าตาแปลกใจ สงสัย พึมพำกับตนเอง
“ดิ่งอยู่เมืองนอก จะมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง...เราตาฝาดแน่ๆ”
มารศรีหันหลังจะกลับเข้าไป แต่ชนเข้ากับเศกที่ออกมาตามพอดี
“ว้าย!”
“ผมเองๆ...เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ”
“เปล่า...เปล่าค่ะ”
“เห็นคุณหายไปนาน ผมเป็นห่วง...”
“ศรีหาห้องน้ำไม่เจอค่ะ แต่เรียบร้อยแล้วค่ะ เราจะเข้างานกันอีกมั้ยคะ”
“ไม่ต้องแล้วล่ะ ผมไม่ชอบซ้ำเติมคู่แข่ง...แต่...ก็สะใจดีนะ ฮ่ะๆๆ”
เศกยิ้มหยัน ก่อนจะพามารศรีเดินไป มารศรียังพะวงหันกลับมามอง
 
ศยามได้แต่แอบมองอยู่ ด้วยความช้ำใจ

พริกกับเกลือ ตอนที่ 1 (ต่อ)

ศยาม เดินออกมาตามข้างถนนเพียงลำพัง ด้วยความช้ำใจ ภาพความสุขในอดีตของเขากับเธอแว่บเข้ามาหลอกหลอน

เขากับเธอทำกับข้าวด้วยกัน ผลัดกันป้อนกินกันอย่างอร่อย...ทุกเช้าที่เขาหลับอยู่ เธอจะมาปลุก เขาแกล้งแหย่ คว้าตัวหญิงสาวมากอดจนล้มลงไปนอนกอดกันบนเตียง...เมื่อมารศรีนอนป่วย ศยาม เข้ามาดูแล ป้อนข้าว ป้อนยา ป้อนน้ำด้วยความรัก

บ่ายวันหนึ่งศยาม วิ่งกลับเข้ามาในบ้านพัก ด้วยความดีใจ มีข่าวดีจะบอก
“มารศรี...มารศรี...ผมมีอะไรจะบอก ผมจะพาคุณไปพบคุณพ่อ เราจะคุยเรื่องงานแต่งงานกัน...มารศรี มารศรี”
ศยาม ร้องเรียกหาแต่ไม่ได้ยินเสียงตอบ ชายหนุ่มวิ่งหาตามมุมต่างๆ แต่ไม่พบ ไปดูในห้องนอน ตู้เสื้อผ้าเปิดอยู่ เสื้อผ้าของมารศรีหายไป ชายหนุ่มแปลกใจ แต่แล้ว เขาก็พบโน้ตแปะอยู่บนประตูของตู้เสื้อผ้า ศยามหยิบมาอ่าน ข้อความเขียนว่า
“ขอให้ดิ่งโชคดี เจอคนที่เหมาะสมกับดิ่งนะ...ไม่ต้องตามหา มารศรี”
ศยามอึ้ง ช็อก
เมื่อคิดถึงอดีตศยาม ใจสลายมาก หมดแรงจะยืน พิงตู้โทรศัพท์สาธารณะ ทรุดนั่งลงไปตรงนั้น
“มารศรี...คุณหนีผมมา...แต่งงานกับพ่อผม ทำไมคุณกับผมแบบนี้”
ศยามเสียใจหนัก

มุมหนึ่งบริเวณงาน...จิตรวรรณ เสียงแข็ง
“ฉันไม่กลับ!”
ใจดีแย้ง
“แต่ฉันได้ยินแกบอกคุณเทวัญเมื่อกี้ ว่าแกจะกลับ”
“ฉันเปลี่ยนใจ ถ้าฉันกลับตอนนี้ ก็เท่ากับฉันแพ้ ยัยรัตนาก็จะยิ่งได้ใจน่ะสิ”
ยอดชายไม่พอใจ
“จะบอกให้นะว่า วิธีของเธอมันแรง แต่ไม่ค่อยฉลาด”
จิตรวรรณหน้าเหวอ
“เฮ้ย พวกเธอมาด่าฉันทำไม เป็นเพื่อนฉันหรือเปล่า”
ใจดีจ้องหน้า
“เพราะเราเป็นเพื่อนแก ถึงต้องเตือนนี่ไง...ฉันไม่อยากเห็นแกเสียไปมากกว่านี้แล้ว กลับบ้านเถอะ”
อยู่ๆเจตนาเดินเข้ามาพร้อมกับรัตนา
“ยังไม่กลับก็ดี”
จิตรวรรณเชิดหน้า มองรัตนาเหยียดๆ เจตนาสั่งเสียงแข็ง
“แกต้องขอโทษรัตนาก่อน”
จิตรวรรณอึ้ง
“อะไรนะ...นี่พ่อจะให้จี๊ดขอโทษยัยเมียน้อยพ่อเหรอ ชาติหน้าจี๊ดก็ไม่พูด”
เจตนาโกรธ
“พ่อสั่งให้แกขอโทษ”
จิตรวรรณท้าทาย
“พ่อคิดว่าพ่อจะบังคับจี๊ดได้เหรอ”
“ยัยจี๊ด!”
รัตนารีบปราม ไม่อยากให้เป็นเรื่อง
“ท่านคะ...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ รัตนาไม่ถือสาอะไรหรอกค่ะ”
จิตรวรรณจะเข้าเล่นงานรัตนา
“แกมีสิทธิอะไรมาถือสาหรือไม่ถือสาฉัน”
เจตนาลากจิตรวรรณ ออกจากรัตนา
“แกไม่ได้มีสำนึกเลยใช่มั้ย แกไปกล่าวหารัตนา ถ้าเขาเอาเรื่อง ฟ้องร้องแกขึ้นมา แกนั่นแหละจะเป็นฝ่ายผิด”
“เอาสิ ฟ้องเลย คนเขาจะได้รู้กันทั่วว่าแกเป็นเมียน้อยพ่อฉัน”
“ฉันจะพูดกับแกเป็นครั้งสุดท้าย ว่ารัตนาไม่ใช่เมียน้อย”
“ถ้าไม่ใช่ แล้วเป็นอะไรคะ กิ๊ก คู่นอน หรือนางบำเรอ”
เจตนาเผลอตัวตบหน้าจิตรวรรณ
“แกไม่ควรจะดูถูกคนอื่นแบบนี้”
จิตรวรรณตะลึงเสียใจ
“พ่อ...พ่อเห็นมันดีกว่าจี๊ดเหรอ”
“ก่อนที่แกจะพูดอะไร แกหัดดูตัวเองก่อน ตั้งแต่เรียนจบมา แกเคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง งานการไม่เคยทำ เอาแต่เที่ยวเล่นสำมะเลเทเมา หาเรื่องให้คนอื่นเดือดร้อน แกทำตัวไร้สาระ ไร้ค่า ไร้สมองแบบนี้ แล้วยังมีหน้าไปดูถูกคนอื่นอีกเหรอ”
จิตรวรรณ แค้นที่ถูกพ่อด่า ทำอะไรไม่ได้ วี้ดเสียงลั่น
“อ๊ายๆๆๆๆ”
ยอดชายกับใจดีรีบลากจิตรวรรณ ออกไป รัตนาหน้าเสีย
“ท่านคะ...รัตนาขอโทษนะคะ ที่...”
เจตนาตัดบท
“ไม่ใช่ความผิดเธอ”
เจตนาเดินออกไป วันดีเข้ามาพอดี เจตนาเดินผ่านวันดีไป ไม่สนใจ วันดีจ้องรัตนามองสายตาหึงหวงไม่พอใจ แต่ข่มใจเอาไว้ พูดอย่างเย็นชากับรัตนา
“เห็นแล้วใช่มั้ย ว่าเพราะเธอ เรื่องมันถึงได้วุ่นวายขนาดนี้...ควรจะพิจารณาตัวเองนะ ว่าควรจะทำยังไง”
วันดีเดินเชิดออกไป รัตนาเครียด

ยอดชายกับใจดีลากจิตรวรรณ ออกมาที่รถ ยอดชายเสียงแข็งใส่
“พอๆๆๆ หยุดอาละวาดได้แล้ว จี๊ด”
“พ่อ...พ่อปกป้องมัน เห็นมันดีกว่าฉัน พวกเธอไม่เห็นหรือไง”
ใจดีระอา
“เราเห็นแล้ว”
จิตรวรรณโวยวาย
“แล้วแกยังลากฉันหนีมาอีกเหรอ คนอย่างฉันไม่เคยหนี...หลบ”
จิตรวรรณ จะไปหาเรื่องรัตนา ใจดีกับยอดชายขวางไว้สั่งเสียงเข้ม
“ห้ามเธอกลับเข้าไปอีก”
ใจดีดึงไว้
“เข้าไปตอนนี้มีแต่ยิ่งทำให้แย่...แกต้องกลับบ้าน ไประงับสติอารมณ์ก่อน ขึ้นรถ”
จิตรวรรณไม่ยอม แต่ยอดชายกับใจดีจริงจัง ไม่ยอมให้เข้าไปได้ ในที่สุดจิตรวรรณ ก็หงุดหงิด ปึงปัง ไปขึ้นรถ ยอดชายหน้าตื่น
“เฮ้ย เดี๋ยว...ฉันหมายถึงให้แกนั่งข้างๆ เดี๋ยวฉันขับไปส่งเอง ลงมา”

จิตรวรรณไม่ยอมลง ยอดชายกับใจดีจึงรีบพากันขึ้นรถไปด้วย หญิงสาวเหยียบคันเร่งรถพุ่งทะยานออกไป

ค่ำคืนนั้น...ในขณะที่ศยามเดินเรื่อยเปื่อยไปตามถนนโดยไร้จุดหมาย จู่ๆ มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาชน

“ขอโทษครับ”
ชายคนนั้น รีบเดินจากไป ศยามเดินต่อไป โดยไม่รู้ว่าถูกล้วงกระเป๋าเงินไปแล้ว

รถของจิตรวรรณพุ่งมาอย่างแรง เธอขับรถซิ่งมาก เหมือนระบายความโมโหลงไปกับการขับรถ ยอดชายมองไมค์รถแล้วหน้าตาตื่น
“จะร้อยสี่สิบแล้ว...เฮ้ย ขับช้าหน่อยยัยจี๊ด เวลาเธอปรี๊ดแตกแล้วขับรถทีไร เป็นเรื่องทุกที”
ใจดีตื่นกลัว
“ฉันมีพ่อแม่ต้องดูแล ยังตายตอนนี้ไม่ได้”
“พวกแกไม่เข้าข้างฉัน พวกแกไม่ต้องมาพูด” จิตรวรรณหันมาต่อว่าเพื่อน ไม่ได้มองทาง “เพื่อนกันต้องสนับสนุนกันสิ แต่พวกแกเอาแต่ห้ามๆๆๆๆ”
ใจดีเห็นว่าข้างหน้า มีคนกำลังจะข้ามถนนก็ร้องลั่น
“ยัยจี๊ด...คนๆๆ”
จิตรวรรณหันกลับมาเห็นคนกำลังยืนอยู่ เธอตกใจ รีบเหยียบเบรก เอี๊ยด...รถของจิตรวรรณพุ่งเข้ามา ศยามถูกรถแฉลบชนร่างกระเด็นไปล้มหัวกระแทกขอบทาง
“โอ๊ย!”
รถของจิตรวรรณ หมุนเคว้งจนกระทั่งไปชนกับต้นไม้ โครม!...รถหยุดอยู่ที่ต้นไม้ ไม่ได้เสียหายอะไร...ในขณะที่ศยาม นอนเจ็บ จิตรวรรณเปิดประตูรถออกมา ตกใจสภาพรถ
“รถฉัน!” จิตรวรรณพุ่งไปหาศยาม ที่ยังนอนกับพื้น “แก...แกต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด”
ศยามยังนอนเจ็บ ก้มหน้า ยอดชายกับใจดีรีบวิ่งตามลงมา
“ยัยจี๊ด...แกเกือบจะชนเขาตาย แล้วแกจะไปวี้ดใส่เขาอีกทำไม”
“คุณคะ...คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”
ศยามหันกลับมา
“ผม..ผมโอเค..”
จิตรวรรณจำหน้าศยามได้
“นี่นาย! นายคนขับแท็กซี่..ฉันว่าแล้ว..ยอดชาย ใจดี ออกมา..อีตานี่เป็นมิจฉาชีพ เป็นสิบแปดมงกุฎ ก่อนหน้านี้มันก็ใช้มุกคล้ายๆแบบนี้กับฉันมาทีนึงแล้ว”
“ผมไม่ใช่...”
“โจรที่ไหนมันจะยอมรับว่าเป็นโจร ฉันจะโทรเรียกตำรวจมาจับนาย”
จิตรวรรณหยิบมือถือออกมา ยอดชายรีบขัด
“จะบ้าเหรอจี๊ด..เธอขับรถเกือบจะชนคนตาย แล้วยังจะกล้าเรียกตำรวจมาอีกเหรอ..คนที่ซวยจะเป็นเธอมากกว่า”
จิตรวรรณชะงัก ไม่อยากซวยเอง ใจดีออกความเห็น
“ฉันว่าเราพาเขาขึ้นรถไปหาหมอก่อนเถอะ”
“รถฉัน? ไม่มีทาง ฉันจะกลับบ้าน”
จิตรวรรณ เดินกลับไปที่รถ ไม่สนใจเสียงเรียกของเพื่อนๆ เธอพยายามสตาร์ทรถ แต่สตาร์ทไม่ติด
“โอ๊ยๆๆๆๆ” ขณะที่ลงจากรถอย่างหงุดหงิดก็โวยไปด้วย “รถบ้า เป็นอะไรอีกเนี่ย..พวกแกใครซ่อมรถเป็นบ้าง”
ยอดชายส่ายหน้า
“ฉันเป็นผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุงของบริษัทเธอ เน้นงานบริหาร”
ใจดีชี้ที่ตัวเอง
“ส่วนฉัน...เป็นฝ่ายการตลาด ลูกน้องคู่หมั้นแก ไม่ถนัด”
ทั้งคู่ส่ายหน้า จิตรวรรณหงุดหงิด ศยามโพล่งขึ้นมา
“ผมซ่อมได้ ผมเคยเรียนซ่อมรถมา..แต่..ขอผมนั่งตั้งสติแป๊บนึง..”
จิตรวรรณเดินพุ่งไปหา ออกคำสั่งทันที
“คิดเหรอว่านายจะได้รับสิทธิ์นั้น ลุกขึ้นมา!”

ภายในงานเวลานั้น เงาะถือน้ำดื่มมาส่งให้เทวัญ บอกอย่างเอาใจ...
“คุณเทวัญ ดื่มน้ำเย็นๆ ก่อนนะคะ”
เงาะยื่นน้ำให้ยิ้มโปรยเสน่ห์ เทวัญยิ้มเยื้อนไปกับเงาะ ลึกๆ แล้วเทวัญสนใจเงาะมาก แต่ไม่กล้าแสดงออก อยู่ๆ เจตนาเดินพุ่งเข้ามาหา เงาะรีบเข้าไปเอาหน้า
“เงาะคุยกับนักข่าวแล้วนะคะ...ขอไม่ให้พวกเขาเขียนข่าวฉาวๆ ที่เกิดขึ้น”
“ไม่พอ”
เงาะหน้าเสีย เจตนาสั่ง
“ออกไปก่อน”
“ค่ะ”
เงาะออกไป อย่างไม่พอใจนัก รู้สึกต่ำต้อย ไม่มีความสำคัญ เจตนาหันมาสั่งเทวัญ สั่งแกมข่มๆ
“นายรีบไปจัดการ อย่าให้พวกนักข่าวเขียนข่าวอะไรเสียๆ หายๆ เด็ดขาด..ไม่ว่าต้องใช้วิธีไหน ทำได้ใช่มั้ย”
“ครับ..ผมจะพยายาม..”
“นายต้องทำให้ได้!!..ถ้ามีข่าวหลุดไปแม้แต่นิดเดียว..นายต้องรับผิดชอบ!!”
วันดีเดินเข้ามา
“จะกลับกันได้หรือยัง”
เจตนาหันไป มองวันดี ที่ยืนคอแข็ง ไม่สบสายตา
“ผมเพิ่งเคลียร์งานเสร็จ...เห็นรัตนามั้ย เทวัญ”
เทวัญยังไม่ทันตอบ รัตนาเข้ามา
“รัตนา...เรียกประชุม...”
รัตนาขัด
“ดิฉันจะมาขอลาออกค่ะท่าน”
เจตนาอึ้ง...วันดียิ้มสะใจ
“ทำไม”
“ดิฉันเป็นสาเหตุของความวุ่นวายทั้งหมด ดิฉันขอลาออก ทุกอย่างจะได้จบค่ะ”
“ไม่ใช่...คุณไม่ใช่สาเหตุของปัญหา ถ้าอยากให้เรื่องนี้จบ มันต้องแก้ที่ตัวปัญหาจริงๆ”
เจตนาหันมองวันดี...ก่อนจะเดินออกไป วันดีเจ็บใจ และผิดหวังที่เจตนาปฏิเสธการลาออกของรัตนา
วันดีสะบัดเดินออกไป รัตนายืนเครียด
 
เทวัญแอบยิ้มอย่างพึงพอใจต่อปัญหามากมายที่เกิดขึ้นกับเจตนายามนี้!

หลังจากซ่อมรถเสร็จ ศยามถอยตัวเองออกมาจากใต้ท้องรถ แล้วก็ไปดูเครื่องยนต์ที่กระโปรงหน้า หยิบจับตรวจเช็กต่างๆ โดยมียอดชายกับใจดีคอยช่วยเป็นลูกมือ ส่องไฟฉาย หยิบส่งอุปกรณ์ต่างๆ ให้

ห่างออกไปไม่ไกลนัก จิตรวรรณ ยืนจิบน้ำดื่ม ใช้มือพัดให้ตัวเอง
“โหย... อีกนานมั้ยเนี่ย ฉันเมื่อย ร้อนก็ร้อน ยุงก็เยอะ”
“ไม่ช่วยแล้วยังบ่นอีก” ยอดชายหันมาว่า
“ก็ฉันเป็นผู้หญิง..ไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แล้วทำไมฉันจะบ่นไม่ได้”
ใจดีย้อน
“ฉันก็เป็นผู้หญิง ยังไม่บ่นเลย”
“แกก็ควรจะรู้ตัวได้แล้วว่าแกผิดปกติ”
ยอดชายกับใจดีเอือมระอากับวิธีคิดของจิตรวรรณ
“นี่ พวกแกดูอีตาสิบแปดมงกุฎดีๆด้วยนะ อย่าให้แอบถอดชิ้นส่วนรถของฉันไปล่ะ”
ศยามถอยออกมาจากเครื่องยนต์ เช็ดมือๆ
“ดิ่ง ผมชื่อดิ่ง”
“ซ่อมรถไปอีตามิจฉาชีพ”
ศยามไม่สนใจที่จิตรวรรณพูด หันมาบอกยอดชาย
“ลองสตาร์ตดูสิครับ”
ยอดชายขึ้นไปสตาร์ต ทีแรกไม่ติด จิตรวรรณเย้ย
“เฮ้อ..ท่าจะคว้าน้ำเหลว”
ศยาม ไปจับๆแก้ๆที่เครื่องยนต์
“อ่ะ ลองอีกที”
ยอดชายลองอีกที คราวนี้สตาร์ตติด
“ติดแล้วๆๆ ขอบคุณมากนะครับคุณดิ่ง”
ยอดชายร้องบอกอย่างดีใจ
“งั้นก็ไปกันได้แล้ว..ขึ้นรถ!!”
จิตรวรรณ เดินปราดขึ้นไปนั่งในรถทันที พร้อมจะขับออกไป แต่ต้องชะงัก เพราะเพื่อนๆไม่ยอมขึ้นรถมาด้วย
“คุณดิ่งไปด้วยกันสิคะ เดี๋ยวเราแวะไปส่ง”
“ไม่!!..รถฉัน ฉันไม่ให้คนแปลกหน้าขึ้น..พวกแกจะขึ้นมาหรือไม่ขึ้น!!”
ยอดชายมองไม่พอใจ
“เขาอุตส่าห์ซ่อมรถให้เรานะ”
“ตานี่ทำให้รถฉันเสีย..ฉันก็ให้โอกาสเขาได้ซ่อมรถฉันเป็นการไถ่โทษแล้ว จะเอาอะไรอีก”
ใจดีกับยอดชายยังห่วง ศยามยิ้มให้
“ไม่เป็นไรครับ ผม..ไปเองได้”
“ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะครับ”
ยอดชายกับใจดีหันกลับ จะเดินไปขึ้นรถ แต่อยู่ๆศยาม หมดสติร่วงลงไปนอนกองกับพื้น..ทุกคนตกใจ
“เฮ้ย!!!”
ยอดชายและใจดีเข้ามาดูศยาม ที่ไม่ได้สติอยู่
“คุณดิ่ง..ตายแล้ว คุณดิ่งหัวแตก..ต้องเป็นตอนที่ถูกรถเราเฉี่ยวแน่ๆเลย”
ยอดชายช่วยประคอง
“เราต้องพาเขาไปโรงพยาบาล”
“เดี๋ยวๆๆ...”
จิตรวรรณจะพูด ใจดีรีบขัด
“อย่าบอกนะว่าแกจะไม่ให้คุณดิ่งขึ้นรถ”
“แล้วก็อย่าบอกนะว่าเธอจะให้ทิ้งคุณดิ่งไว้ที่นี่..เธอไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นใช่มั้ยจี๊ด”
จิตรวรรณโวยลั่น
“พวกเธอพาเขาไปโรงพยาบาลไม่ได้ เกิดตานี่บอกหมอว่าเป็นเพราะฉันขับรถชน ฉันก็ถูกจับน่ะสิ”
ยอดชายถอนใจอย่างเหนื่อยๆ
“แล้วแกจะให้ทำยังไง”
“เดี๋ยวฉันจะทำตัวเป็นพลเมืองดี แกล้งโทรไปเรียกรถพยาบาลให้มารับเขาตรงนี้ก็แล้วกัน”
ใจดีกับยอดชายร้องออกมาพร้อมกัน
“ไม่ได้!!”
จิตรวรรณหันไปถามหน้าตาหาเรื่องเต็มที่
“แล้วพวกแกจะเอายังไง!”

ยอดชายกับใจดีประคองศยาม ลงจากรถเมื่อถึงบ้าน จิตรวรรณโวยไปด้วย
“ทำไมต้องพามาบ้านฉันด้วย”
“ก็บ้านเธออยู่ใกล้ที่สุด แล้วเธอก็เป็นคนขับรถชนเขา แล้วยังใช้ให้เขาซ่อมรถทั้งๆที่เจ็บอีก”
ยอดชายบอก จิตรวรรณจะเถียง ใจดีรีบขัด
“หรือแกอยากให้เรื่องนี้เป็นคดี”
จิตรวรรณหุบปากทันที ยอดชายและใจดีจะประคองศยามเข้าบ้าน หญิงสาวรีบห้าม
“ไม่ๆๆๆ ห้ามเอาเข้าบ้าน..เอาไป..เอาไปที่โรงรถ ไปๆๆๆ”
ป้าเพ็ญ ซึ่งเป็นแม่บ้าน เดินออกมาดู
“มีเรื่องอะไรกันคะคุณหนู..แล้วพ่อคนนั้นใครคะ เป็นอะไรหรือเปล่า”
“ป้าเพ็ญค่ะ ช่วยทำแผลให้อีตานั่นทีนะคะ เอาแบบเร็วที่สุด ด่วนที่สุด เสร็จแล้วก็ไล่เขาออกไปจากบ้านเราด้วย”
จิตรวรรณ เดินปึงปังเข้าบ้านไป อย่างสุดเซ็ง ป้าเพ็ญยังไม่เข้ใจสถานการณ์ หันมามองยอดชายและใจดีด้วยสายตาตั้งคำถาม
“เขาถูกจี๊ดขับรถเฉี่ยว หัวแตกครับ”ยอดชายอธิบาย
“และเขาก็ช่วยซ่อมรถให้จี๊ด ทั้งๆที่หัวแตกค่ะ”ใจดีเสริม
“โธ่เอ๊ย....มาๆ เดี๋ยวผ้าช่วยดูแผลให้”

ยอดชายและใจดีประคองศยาม ให้นั่งบนโซฟา

ศุวิมลลูกสาวคนเล็กของเศก ซึ่งเป็นอาจารย์สอนยู่ในมหาวิทยาลัย กำลังยืนโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงบ้าน ขณะที่รถของเศกแล่นกลับเข้ามา คนรถเปิดประตูให้เศกกับมารศรีเดินลงจากรถ หญิงสาวตรงเข้าไปถาม

“งานเปิดตัวรถของโมเดิร์น คาร์ เป็นยังไงบ้างคะพ่อ”
เศกเดินเข้าไปโอบศุวิมล ชวนเดินคุย ในขณะที่มารศรียืนมองห่างๆ
“ลูกต้องไม่เชื่อแน่ว่าเกิดอะไรขึ้น..ลูกสาวของนายเจตนา บุกมาอาละวาดเรื่องพ่อมีเมียน้อยกลางงาน”
ศุวิมลตกใจ
“ตายแล้ว แล้วยังงี้ งานไม่พังเหรอคะ”
“งานพังหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าพวกมันหน้าแตกพินาศเลย ฮ่าๆๆๆ..ลูกศุ พ่อกำลังมองเห็นว่า...บริษัทของเรากำลังจะวิ่งแซงหน้าบริษัทมัน...ลูกสาวมันเทียบอะไรไม่ได้สักนิดกับพี่ชายลูก”
มารศรีฟังอย่างสนใจเมื่อได้ยินชื่อศยาม แต่ทำเนียน ไม่รู้ไม่ชี้
“ทราบว่าคุณดิ่งกำลังจะเรียนจบกลับมาแล้วนี่คะคุณ...ดีจังเลยนะคะ”
ศุวิมลมองหน้าแม่เลี้ยงอย่างไม่ชอบหน้า
“ดีแน่ๆค่ะ จะได้มาช่วยกันดูแลคุณพ่อ เพราะศุกลัวค่ะคุณศรี คนเดี๋ยวนี้รู้หน้าไม่รู้ใจนะคะ คนเข้ามาหาคุณพ่อเยอะแยะ หวังผลประโยชน์อะไรบ้างก็ไม่รู้”
มารศรีหันมองศุวิมลขวับไม่พอใจ แต่รีบยิ้มกลบเกลื่อน
“นั่นสิคะ ศรีก็กลัวนะคะ คนเราเดี๋ยวนี้...ตีสองหน้าเก่ง”
ศุวิมลสะอึก รีบเปลี่ยนเรื่อง ควงเศกเข้าบ้านทันที
“คุณพ่อมาเหนื่อยๆ ศุเตรียมเครื่องดื่มเย็นๆไว้รอแล้วค่ะ”
“น่ารักจริงๆ ลูกสาวพ่อ...” เศกหันมาชวนมารศรี “มาสิ คุณศรี...”
“ค่ะ คุณ”
มารศรีแอบเคืองศุวิมล แต่ปั้นหน้าระรื่นเข้าไป

เศกเดินเข้ามาดูรูปครอบครัว เป็นภาพครอบครัว ถ่ายกัน พ่อแม่ ลูกชาย ลูกสาว 4 คน ด้วยสายตาภาคภูมิใจในตัวศยาม มาก
“อีกหน่อย พอเจ้าดิ่งเรียนจบปริญญาวิศวกรรมเครื่องยนต์ เมื่อไหร่..บริษัท ลักชัวรี่ คาร์ของเราจะต้องขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดแน่..”
ศุวิมลยิ้ม
“คิดถึงพี่ดิ่งจัง อยากเจอพี่ดิ่งเร็วๆ”
“คุณศรี..คุณยังไม่เคยเจอเจ้าลูกชายตัวดีของผม..รับรองว่าคุณจะต้องปวดหัวกับมัน แต่ไม่ต้องห่วง...เขาเป็นคนจิตใจดี และเข้าใจคนอื่น..คุณกับเขาจะต้องเข้ากันได้ดี”
เศกหันมาบอก มารศรียืนมองรูปศยาม อยู่ห่างๆอย่างกังวล
“ศุขอตัวไปเตรียมสอนก่อนดีกว่า พรุ่งนี้มีสอนแต่เช้า”
ศุวิมลแยกออกไป เศกหันไปมองมารศรี เห็นว่ามารศรีเหม่อ คิดอะไรบางอย่าง
“คุณศรี..คิดอะไรอยู่”
“เปล่าค่ะ..เอ้อ ขอตัวสักครู่นะคะ”
มารศรีรีบร้อนออกไปนอกบ้าน

มารศรีรีบร้อนแยกออกมา พยายามตั้งสติ...
“ดิ่งไม่มีทางทิ้งปริญญากลางคันแล้วกลับมาเมืองไทยแน่..แต่ที่เห็น....เหมือนดิ่งมาก..”
มารศรีสับสนๆๆ จนในที่สุด ตัดสินใจหยิบมือถือออกมา กดโทรหาศยามที่เยอรมัน แต่เสียงปลายสายดังมาเป็นเสียงศยามเป็นเสียงภาษาอังกฤษว่า...
‘ขณะนี้ไม่สามารถรับสายได้ กรุณาฝากข้อความไว้หลังเสียงสัญญาณ’
“ไม่มีคนรับสาย...”
ศุวิมลออกมายืนที่ระเบียง เห็นท่าทีกระวนกระวายแปลกๆของมารศรี มองอย่างสงสัย มารศรีหันมาสบตากับศุวิมลโดยบังเอิญ เห็นสายตาที่มองมาอย่างจ้องจับผิด จึงหันกลับ ไม่พอใจ เดินปึงปังกลับเข้าบ้านไป
ศุวิมลงง ทำหน้าแหวะใส่ผู้หญิงคนนี้

จิตรวรรณอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จ เดินมามองไปที่โรงรถ เห็นป้าเพ็ญเดินออกมา จิตรวรรณ รีบเดินไปหาป้าเพ็ญทันที
“ป้าเพ็ญ..ทำแผลอีตามิจฉาชีพเสร็จแล้ว แล้วก็ไล่เขาออกไปจากบ้านเราแล้วใช่มั้ย”
“ทำแผลเสร็จแล้วค่ะ แต่ยังไม่ได้ไล่”
“แล้วทำไมยังไม่ไล่ไปอีก”
“โถ คุณหนู..ก็เขายังไม่ได้สติอยู่เลย จะให้ป้าไล่ยังไงล่ะคะ”
ป้าเพ็ญจะเดินไป
“แล้วป้าจะไปไหน”
“ป้าจะไปเอาน้ำมาเช็ดตัวให้เขาค่ะ เผื่อน้ำเย็นๆจะได้เรียกสติเขากลับมาไวๆยังไงคะ”
ป้าเพ็ญเดินออกไป
“ก็แค่ปลุกแล้วไล่ไป ยากตรงไหน”
จิตรวรรณเดินเข้าไปในโรงรถเอง เห็นศยามนอนหลับอยู่คนเดียว ทำแผลที่หัวเรียบร้อยแล้ว เธอเดินเข้าไปมองใกล้ๆ
“หึ ดูสารรูปสิ..แหวะ..นายโชคดีมากเลยนะ ที่ได้เข้ามาเหยียบบ้านฉัน..แต่หมดเวลาของนายแล้ว..ตื่นๆ”
ศยามครวญครางเบาๆ
“ไม่ต้องครวญ ฉันไม่สงสารหรอก..บอกให้ตื่น..ตื่นๆๆ”
ศยามพูดอะไรบางอย่าง พึมพำๆๆ
“ทำไม..ทำ..ไม..ทำกับ..ผม..แบบนี้...”
“อะไรนะ..ทำไม ทำกับผมแบบ..นี้..ด่าฉันเหรอ!”
อยู่ๆศยามก็คว้ามือจิตรวรรณมากุม หญิงสาวไม่ได้ตั้งตัวจึงเสียหลักล้มมาหน้าเธอแนบไปกับแก้มเขา
“นี่ ปล่อยนะ..ปล่อย..”
“อย่า..ทิ้งผมไป อย่าทิ้ง..”
จิตรวรรณจะลุก แต่ศยามดึงลงมากอดอีก แนบแน่น
“ผมรักคุณ”
ศยามกอดแน่น แล้วหอมแก้มด้วย จิตรวรรณวี้ดว้ายเสียงดัง ทุบๆๆ และกดเข้าไปที่แผล
“โอ๊ย!!”ศยามได้สติ
“ไอ้คนบ้า ไอ้สารเลว ฉวยโอกาส นายออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ ไป!”
ยอดชาย ใจดีวิ่งเข้ามา
“เดี๋ยวก่อนจี๊ด มีอะไร!”
ศยามงัวเงีย
“ที่นี่ที่ไหน”
“ยังมีหน้ามาถามอีก..ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ ไป!”
จิตรวรรณตวาดแว๊ด ใจดีปราม
”ยัยจี๊ด เขาบาดเจ็บอยู่นะ”
“ฉันไม่สน ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้..ไม่อย่างนั้น นายได้เจ็บยิ่งกว่านี้แน่ ออกไป!”

ศยามพยายามลุก เดินออกไป ทั้งๆที่ยังมึนมาก

พริกกับเกลือ ตอนที่ 1 (ต่อ)

ภายในรถของเจตนาที่แช่มเป็นคนขับ วันดีซึ่งนั่งอยู่ข้างหลังคู่กับเจตนานั่งหลังตรงคอตั้ง มีเรื่องในใจต้องการเคลียร์ ในขณะที่ เจตนานั่งอ่านข้อมูลงานจากไอแพด ไม่สนใจอย่างอื่น วันดีทนไม่ได้ โพล่งออกมา

“คุณเลิกรักฉันตั้งแต่เมื่อไหร่”
“หือ อะไรนะ”
“ฉันถามว่าคุณเลิกรักฉันตั้งแต่เมื่อไหร่”
เจตนาเงียบ ถอนใจ เบื่อหน่าย
“ฉันมันแก่แล้วใช่มั้ย คุณถึงได้นอกใจฉัน”
“คุณวันดี..ทำไมคุณต้องคิดว่าผมจะนอกใจคุณตลอดเวลาด้วย คุณเป็นอะไรของคุณ..เลิกระแวงสงสัยผมสักที ผมเบื่อ”
อยู่ๆทันใด มีมอเตอร์ไซค์ 2 คันขี่พุ่งขึ้นมาขนาบทั้งซ้ายและขวา ท่าทางไม่ประสงค์ดี เจตนาสงสัย
“พวกนี้มันจะทำอะไร”
ทันใด มอเตอร์ไซค์ควักปืนออกมา ชูขู่ วันดีร้องลั่น
“ปืน!”
เจตนารีบจับวันดีหมอบลง แล้วรถก็พุ่งแซงมอเตอร์ไซค์ไป แต่มอเตอร์ไซค์ยังไล่ตามไม่หยุด

ศยามถูกผลักไสออกมานอกโรงรถ จิตรวรรณ และคนอื่นๆตามมา แต่แล้วศยามก็ชะงัก
“หยุดทำไม..ออกไป”
ศยามหันกลับมาถามข้องใจ
“ผมทำอะไรผิด ผมถูกคุณขับรถเฉี่ยว แล้วผมก็ซ่อมรถให้คุณ..แล้วนี่เหรอ ที่คุณตอบแทนผม”
“จะเอาเท่าไหร่”
จิตรวรรณย้อน ศยามงง
“อะไร”
“ไม่ต้องอ้อมค้อม บอกมาเลยตรงๆ จะเอาเงินเท่าไหร่”
“ผมไม่ได้ต้องการเงินคุณ”
“เหรออออ..ห้าพันพอมั้ย”
ศยามจ้องหน้าไม่พอใจ
“คุณคิดว่าเงินคุณมันยิ่งใหญ่มากนักเหรอ..ฮึ คงจะถูกสปอยล์จนเสียคนสินะ”
ศนามหันจะเดินไป จิตรวรรณหัวเราะเยาะ
“จนแล้วยังหยิ่ง แบบนี้สินะ ผู้หญิงถึงได้ทิ้งไป”
ศยามชะงัก อึ้ง ทุกคนหน้าเสีย รู้ดีว่ากำลังจะเกิดศึกขึ้นแล้ว
“หึๆๆ ฉันไม่ได้อยากรู้หรอกนะ แต่นายครวญครางเอง..ทำไมทำกับผมแบบนี้..อย่าทิ้งผมไป..ฮะๆๆ คนอย่างนาย ผู้หญิงที่ไหนจะไปเอา..เอ้า เอาเงินไป เผื่อจะทำให้แฟนนายเห็นหัว”
ศยามโมโห
“คุณไม่ได้รู้อะไรเลยเกี่ยวกับชีวิตผม ก็อย่าพูดมาก”
“คนอย่างนาย เห็นแค่ติ่งหูฉันก็รู้จุดจบ..ผู้ชายห่วยๆ ไม่เอาไหน คบไปก็ชีวิตล่มจม แฟนนายถึงได้ทิ้ง พอถูกทิ้ง นายก็ทำตัวเป็นไอ้ขี้แพ้ จน เครียด กินเหล้า สุดท้ายก็เข้าคุกเข้าตะราง..ฉันพูดถึงชีวิตนายถูกใช่มั้ยไอ้ขี้แพ้”
ศยามคว้าตัวจิตรวรรณมาจ้องแค้น ที่ถูกจี้ปม จิตรวรรณจ้องตอบ ท้าทาย ไม่กลัวเกรง
“ลูกพ่อแม่ไม่รัก..”
จิตรวรรณอึ้ง หน้าเหวอ ยอดชายรีบห้าม
“คุณดิ่ง พอเถอะนะ ผมขอเตือนอย่าพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด เพราะมัน....”
ศยามไม่สน
“พวกมีปมด้อย..เรียกร้องความสนใจ ด้วยวิธีงี่เง่า เพราะเป็นสิ่งที่ถนัดที่สุด.. อะไรที่ใช้สมอง และความสามารถ คนอย่างคุณไม่มีวันทำได้ขยะบางอย่าง ยังเอามารีไซเคิลได้ แต่คนอย่างคุณใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลย..ผมพูดถึงชีวิตคุณถูกมั้ยคุณหนูนิสัยเสีย”
“นาย!”
จิตรวรรณ ดิ้น ผลักศยาม ออกไปสุดแรง
“ออกไปจากบ้านฉัน”
“ไม่อยากอยู่อยู่แล้ว”
“งั้นก็ออกไป!!! ออกไปๆๆๆ ออกไป๊!! กรี๊ดดดด!!!”
ป้าเพ็ญรีบเข้ามาปรามจิตรวรรณ ยอดชาย ใจดี ถอนใจ ใจเสียที่เห็นจิตรวรรณ คลั่ง
“คุณหนูคะ ไม่เอา ไม่ร้อง”
ศยามเดินออกไป ทั้งๆที่ยังเจ็บอยู่ มีซวนเซบ้าง แต่ก็ออกไป จิตรวรรณ มองตามด้วยความแค้นใจสุดๆ

ศยามเดินออกมาตามถนนหน้าบ้าน อยู่ๆมีรถเก๋งของเจตนาแล่นมา โดยมีมอเตอร์ไซค์ขี่ประกบ และขี่มาปาดขวางหน้า จนรถเก๋งต้องหยุด เอี๊ยดดดด
ศยามตะลึงกับเหตุการณ์ ภายในรถเจตนากอดปกป้องวันดีเอาไว้
“จอดทำไม ขับไปสิวะ”
มือปืน 2 คนเดินลงจากมอเตอร์ไซค์ ถือปืนออกมา ทั้งคู่มาเปิดประตู ดึงเจตนากับวันดีออกมานอกรถ เอาปืนเล็งไว้ แต่อยู่ๆศยามวิ่งเข้ามาช่วยเหลือ
“หยุดนะ!”
ศยามโดดถีบใส่มือปืนคนนึงจนมือปืนคว่ำไป แต่มือปืนอีกคน หันปืนมาที่ศยามแต่เขาฉวยโอกาสนั้น พุ่งเข้าดันปืนขึ้นฟ้า..ปืนลั่น..เปรี้ยง!

ภายในบ้าน...จิตรวรรณ ยอดชาย ใจดี ป้าเพ็ญตกใจกับเสียงปืน
“เสียงอะไร”ป้าเพ็ญถาม
“เสียงเหมือน..เสียงปืน..”ใจดีบอก
ทางด้านศยามกับมือปืนยื้อแย่งปืนกัน จนในที่สุด ปืนลั่นอีกครั้ง..ปัง!
ศยามถูกยิงเฉี่ยวที่ต้นแขน
“โอ๊ย!”
มือปืนชกศยาม คว่ำไป แล้วจะตามมายิงซ้ำ แต่พอดี ชาวบ้านแถวนั้นเปิดไฟ แห่กันออกมาก่อน พวกมือปืนเห็นท่าไม่ดี รีบขี่มอเตอร์ไซค์หนีไป เจตนากับวันดีเข้าไปดูศยาม
“พ่อหนุ่ม เป็นอะไรหรือเปล่า”

ศยามรู้สึกเจ็บที่แขน...มีเลือดไหลซึมออกมา

เจตนา กับวันดีดูแลศยามที่เลือดไหลซึมออกจากต้นแขนอย่างเป็นห่วงอาการ

“เจ็บหรือเปล่า ไหวมั้ย” เจตนาถาม
“กระสุนแค่เฉี่ยวๆ ผมไม่ได้เป็นอะไรมากครับ”
วันดีหันไปเรียกแช่ม ที่ยืนหน้าซีดอยู่ด้วยความกลัว
“มาพยุงคุณเขาขึ้นรถ พาไปโรงพยาบาล เร็วๆ”
ศยามไม่อยากไปโรงพยาบาล เพราะต้องการหลบซ่อนตัว รีบปฏิเสธ
“ไม่ต้องครับ แผลแค่นี้เอง ผมไม่เป็นไร”
วันดีไม่ไว้ใจศยามขึ้นมาทันที
“ทำไม มีปัญหาอะไร ถึงได้ไม่อยากไปโรงพยาบาลหรือว่า...หนีคดีอะไรมา”
“ผมไม่...”
จิตรวรรณ ยอดชาย ใจดี ป้าเพ็ญวิ่งตามออกมาดูเหตุการณ์พอดี
“คุณพ่อ คุณแม่...พวกเราได้ยินเสียงปืน” จิตรวรรณชี้หน้าศยาม “เป็นฝีมือนายนี่ใช่มั้ย...”
“ยัยจี๊ด!! เขาไม่ใช่คนร้าย ถ้าเขาไม่มาช่วยไว้ ป่านนี้พ่อกับแม่ถูกมือปืนยิงตายไปแล้ว...”
เจตนาอธิบาย ทุกคนฟังแล้วตกใจ
“พวกคุณไม่เป็นอะไรแล้ว ผมขอตัว...”
ศยามจะไป เจตนารีบห้าม
“ไม่ได้! ถ้านายไม่อยากไปโรงพยาบาลก็ตามใจ แต่ต้องเข้าไปทำแผลที่บ้าน ยอดชาย แจ้งตำรวจด้วยว่ามีคนลอบทำร้ายฉัน...แต่ไม่ต้องบอกว่าคุณคนนี้เข้ามาช่วย”
ทุกคนอึ้ง....ศยามมองเจตนา ด้วยแววตาขอบคุณ
“ทำไมล่ะครับ ท่านประธาน” ยอดชายสงสัย
“เขาไม่อยากไปก็คือไม่อยากไป เป็นการตอบแทนบุญคุณของคนที่ช่วยชีวิตฉัน...แต่ไอ้คนที่คิดทำร้ายฉันฉันไม่ปล่อยแน่”
“ไม่นะ...”
จิตรวรรณจะห้าม เจตนาตัดบท
“นายแช่ม พยุงคุณคนนี้ไป”
“ครับ”
จิตรวรรณไม่เต็มใจ จะขัด แต่ไม่ทัน เพราะเจตนาและแช่มพาศยามไปที่บ้าน วันดีไม่ค่อยไว้ใจศยามเช่นเดียวกับจิตรวรรณ

เจตนาสั่งให้แช่มตามหมอเวทย์ ซึ่งเป็นหมอประจำครอบครัวมาดูแลศยาม หมอเวทย์ทำแผลให้ศยาม พลางมองดูเขาอย่างคลับคล้ายคลับคลา ทุกคนยืนดูอยู่ด้วยกัน จิตรวรรณเห็นท่าทีของหมอเวทย์ที่มองดูศยามด้วยความคุ้นตาแล้วรู้สึกผิดปกติจึงจับตามองเป็นพิเศษ
“เรียบร้อยครับ ที่เหลือต่อจากนี้ก็ล้างแผลทุกวัน ไม่กี่วันก็หาย...กระสุนแค่ถาก” หมอเวทย์อธิบาย
“ขอบคุณครับ” ศยามไหว้ขอบคุณ
จิตรวรรณแบะปาก ดูแคลนศยาม
“ชิ...ทำเป็นมีมารยาท”
ยอดชายสวนทันที
“แล้วที่เธอเม้าท์เขาแบบนี้ มีมารยาทหรือไง”
“ยอด!”จิตรวรรณโมโห
เจตนารีบปราม
“ทะเลาะกันเป็นเด็กๆไปได้ ไป หมอเวทย์ ผมไปส่ง”
จิตรวรรณทำทีอาสาไปส่งเอง เพราะติดใจสงสัยอยากสอบถามหมอเวทย์
“จี๊ดไปส่งเองค่ะ คุณพ่อเหนื่อยแล้ว ไปค่ะลุงหมอ มาค่ะจี๊ดช่วยถือกระเป๋า”
จิตรวรรณคว้ากระเป๋าของหมอเวทย์ไปถือ แล้วเดินนำไป หมอเวทย์หันไปบอกลาเจตนากับวันดี แล้วเดินออกไป ใจดีกระซิบยอดชาย
“แกว่ามั้ย...ยัยจี๊ดดูมีมารยาทกว่าปกติ ทุกทีเคยกระวีกระวาดไปส่งแขกที่ไหน”
ยอดชายพยักหน้าเห็นด้วย

เมื่อจิตรวรรณมาส่งหมอเวทย์ที่หน้าบ้าน หมอเวทย์ถามอย่างแปลกใจ
“แหม วันนี้คุณจี๊ดใจดี เดินมาส่งลุง”
“ลุงหมอเป็นหมอประจำครอบครัวจี๊ดมาตั้งนาน จี๊ดก็อยากทำอะไรตอบแทนลุงหมอบ้างสิคะ”
หมอเวทย์รู้ทัน
“คุณจี๊ดมีอะไรอยากถามลุง ก็ถามมาเถอะ”
“รู้ทันจี๊ดอีกแล้ว...ลุงหมอรู้จักนายดิ่งนั่นหรือเปล่าคะ จี๊ดสังเกตลุงหมออยู่ เหมือนจะรู้จักนายนั่น”
หมอเวทย์พยักหน้ารับ
“ลุงคุ้นๆ แต่จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน”
“นึกสิคะนึกให้ออก”
“ไม่ออกจริงๆคุณจี๊ด”
“ว้า...งั้นจี๊ดส่งแค่นี้นะคะ สวัสดีค่ะ”
จิตรวรรณยกมือไหว้แล้วก็ไปเลย ทิ้งหมอเวทย์ยืนงง
“อ้าว....ไปไวมาไวจริงๆ คุณจี๊ด...”

หมอเวทย์ยิ้มเอ็นดู ไม่ติดใจอะไร ขึ้นรถไป

ส่วนภายในบ้าน...เจตนาหันไปสั่งป้าเพ็ญ

“ให้คุณ...”
ศยามรีบแย้ง
”ดิ่งครับ แล้วก็...อย่าเรียกคุณเลยครับ...ดูให้เกียรติผมมากเลย ผมไม่ชิน”
เจตนายิ้มพอใจ
“พานายดิ่งไปพักที่...”
“อย่าเลยครับ ผมลาล่ะครับ”
ศยามลุกขึ้น แล้วก็ทรุดเพราะเจ็บแผลทั้งที่หัวและที่แขน ยอดชายเข้าไปช่วยประคอง
“ไม่ไหวมั้งคุณดิ่ง...พักก่อนเถอะ ค่อยยังชั่วแล้วค่อยว่ากัน”
“ผมกลัวว่าจะรบกวนเกินไปครับ”
เจตนายิ้มอย่างเป็นมิตร
“ไม่หรอก ที่นี่ห้องพักแขกเยอะแยะ”
วันดีออกความเห็นทันที
“ให้พักที่ห้องคนสวนที่ว่างอยู่ดีกว่าค่ะ....”
เจตนาหันมองวันดีขวับ ยอดชาย ใจดีมองหน้ากันตาปริบๆ วันดียังคงพูดต่อไปอย่างไม่แคร์ใคร
“คนแปลกหน้านะคะคุณ บอกตามตรง ฉันไม่ไว้ใจ”
จิตรวรรณที่เดินกลับเข้ามา เสริมทันที
“ใช่ค่ะ ทำตัวมีพิรุธ ไม่ยอมไปโรงพยาบาล พอจะแจ้งตำรวจก็ดูกลัวๆ ! นายเป็นใคร อยู่ที่ไหน ทำมาหากินอะไร”
“ผมชื่อดิ่ง เป็นช่างซ่อมรถอยู่ที่ต่างจังหวัด ต้องรีบกลับบ้านไปทำงาน ไม่งั้นถูกไล่ออก เลยไม่อยากถูกตำรวจสอบสวน เสียเวลา พอใจหรือยัง” ศยามโกหกไปเพื่อตัดความรำคาญ
“ไม่พอ และไม่เชื่อ ขอดูบัตรประชาชนหน่อย”
“ดูทำไม”
“ฉันจะเช็คประวัตินาย ว่าเป็นใครกันแน่”
ศยามทำเฉย จิตรวรรณเข้าไปค้นตัวศยามทันที
“จะทำอะไรผม”
“กระเป๋าเงินนายอยู่ไหน เอามา”
จิตรวรรณไม่เลิกค้นตัว ศยามพยายามปิดกระเป๋าหลังของกางเกงเอาไว้ แล้วก็พบว่า กระเป๋าเงินหายไป
“เฮ้ย...หายไปไหน”
“อะไรหายคะ” ใจดีถาม
“กระเป๋าเงินผม”
ศยามคิดถึงตอนที่เดินชนกับผู้ชายคนหนึ่ง...
“ผมถูกล้วงกระเป๋า”
จิตรวรรณยิ้มเยาะ
“นั่นไง มุกกระเป๋าเงินหาย จะได้ไม่ต้องแสดงตัว ใช่มั้ย”
“พอเถอะ ป้าเพ็ญ พานายดิ่งไปพักเถอะ ส่วนยัยจี๊ดมานี่”
เจตนาดึงตัวจิตรวรรณออกไป วันดีตามไปด้วย ทุกคนมองตามตาปริบๆ ศยามแอบโล่งใจที่ไม่ถูกค้นตัว และกระเป๋าเงินหายไป แต่ก็กังวลเพราะไม่มีเงินติดตัวแล้ว

จิตรวรรณถูกเจตนาลากมา วันดีตามมาด้วย ปรามๆ
“คุณคะ เบาๆลูกเจ็บ”
“เออ ให้ท้ายกันจนเสียคนไปแล้ว”เจตนาโมโหมาก
“จี๊ดกำลังปกป้องคุณพ่ออยู่นะ ดูสิ ทั้งสารรูป ทั้งพฤติกรรมของนายคนนั้นมันไม่น่าไว้ใจ นายนั่นต้องเป็นคนไม่ดี”
“ถ้าแกมองว่า คนที่ช่วยชีวิตคนอื่นโดยไม่คิดถึงชีวิตตัวเอง เป็นคนไม่ดี..พ่อว่าแกนั่นแหละ มีปัญหา”
“คุณพ่อ!”
“พ่ออนุญาตให้นายดิ่งพักอยู่ที่นี่จนกว่าจะหายดี และห้ามแกไปออกฤทธิ์ใส่เขา ไม่งั้น...ฉันจะไม่จ่ายเงินเดือนแก”
เจตนาเดินเข้าบ้านไป จิตรวรรณหันมาถามวันดีทันที
“ทำไมคุณพ่อเห็นคนอื่นดีกว่าหนู ดีกว่าคุณแม่ตลอดเวลา”
วันดีไม่พอใจ เจ็บลึก เดินออกไปทันที จิตรวรรณ ไม่พอใจ จนอกแทบระเบิด น้ำตาพาลจะไหลให้ได้

จิตรวรรณนั่งซึมอยู่ในสวนตามลำพัง น้ำตาเอ่อออกมา ยอดชาย และใจดีเดินมามองจิตรวรรณจากมุมหนึ่งอย่างสงสาร
ยอดชายที่เจ็บปวดแทนจิตรวรรณ เพราะในใจลึกๆ แอบหลงรักเธอมานาน ใจดีหันมองอย่างรู้ทัน
“เจ็บแทนหรือไง”
“ไม่ใช่...แต่เจ็บมากกว่าที่จี๊ดเจ็บ”
ใจดีตบไหล่ยอดชาย
“จนป่านนี้แล้ว แกยังไม่ถอดใจอีกเหรอ ยอด”
“ก็รักไปแล้ว...ให้เลิกรัก มันยากนะใจดี”
“ฉันเข้าใจ...”
ยอดชายมองจิตรวรรณอย่างอาลัยรัก ก่อนจะพากันเดินกลับไป ศยามเข้ามาแอบมองจิตรวรรณจากมุมหนึ่ง
“ยัยคุณหนูอารมณ์ร้าย ไม่ได้อย่างใจจนจะอกแตกตายเลยหรือไง”
ศยามหันเดินกลับไปที่ห้องพัก ป้าเพ็ญเดินเข้ามาหาจิตวรรณ
“คุณหนู...เข้าบ้านเถอะค่ะ”
จิตรวรรณกอดป้าเพ็ญ
“ป้าเพ็ญ..จี๊ดเกลียดคุณพ่อ”
“อย่าพูดอย่างนี้นะคะ มันบาป คุณพ่อรักคุณหนู คุณผู้หญิงมาก ป้ารู้ดี”
“ไม่จริง คุณพ่อดีแต่พูด แต่การกระทำไม่ใช่! จี๊ดกับคุณแม่เหมือนตัวรำคาญในสายตาคุณพ่อ คอยดูนะ ยิ่งรำคาญ จี๊ดจะยิ่งจัดเต็ม”
จิตรวรรณลุกขึ้นหนีไป ป้าเพ็ญมองตาม เหนื่อยใจ สงสาร
“โถ..คุณหนูขา...เมื่อไหร่ถึงจะเข้าใจ”
จิตรวรรณเดินเข้าบ้านด้วยสายตาอาฆาต มาดร้าย หมายมั่นกับบางอย่าง

“นอนให้สบายนะ เพราะพรุ่งนี้นายถูกฉันกำจัดแน่!”

รุ่งเช้า...ศยามกำลังถือสายยางรดน้ำต้นไม้อยู่ แต่พอหันมาจะรดน้ำอีกด้าน ก็ต้องแปลกใจ เพราะจิตรวรรณยืนอยู่ จ้องด้วยสายตาคมกริบ

“ยืนได้ ทำงานได้..หายดีแล้วสินะ”
“ก็..ดีขึ้นแล้ว ไม่เจ็บไม่ปวดมากเหมือนเมื่อวาน..ก็เลยช่วยป้าเพ็ญรดน้ำต้นไม้”
“งั้นก็ดี...”
จิตรวรรณตะโกนเรียกแช่มที่กำลังเช็ดรถอยู่
“นายแช่ม มานี่สิ”
แช่มวิ่งมาทันที
“มีอะไรให้แช่มรับใช้เหรอครับคุณหนูจี๊ด”
“เอาตัวผู้ชายคนนี้ออกไปจากบ้านฉัน”
“หา...”
“เดี๋ยวนี้!”
“แต่..คุณท่านสั่งไว้ว่าให้...”
“ให้ออกไปจากบ้านฉัน ..แช่ม!!!..จะเป็นมิตร หรือจะเป็นศัตรูกับฉัน”
แช่มลังเล สับสน ไม่มีทางเลือก
“แช่มมีทางเลือกด้วยเหรอ..เฮ้อ..แต่คุณหนูต้องรับปากว่าจะปกป้องแช่มนะครับ..เอาก็เอาวะ”
แช่มสูดลมหายใจ ฮึด แล้วไล่ศยาม
“ออกไปเดี๋ยวนี้”
แช่มจ้องศยามเขม็ง ขับไล่ ดุดัน

ศยามถูกแช่มผลักออกมานอกบ้าน จิตรวรรณที่ตามมาร้องไล่
“ไปไหนก็ไป ไม่ต้องกลับมาอีก”
แช่มไม่ค่อยสบายใจนัก
“ว่าก็ว่าเถอะครับ ไล่ผู้มีพระคุณเนี่ย...แถวบ้านแช่มเรียก...”
ศยามตอบให้
“อกตัญญู...หรืออีกคำก็...เนระ...”
จิตรวรรณตวาดแว๊ด
“หยุดเลย! ฉันมีเหตุผลที่ควรแก่ไล่นายออกไป...ไปให้พ้น!”
“คุณโคตรใจร้ายเลย”
จิตรวรรณยักไหล่ ยิ้ม ไม่สะทกสะท้านต่อคำด่า
“ขอบคุณที่ชม...ไล่ไปให้พ้นหน้าบ้าน อย่าให้เข้ามาเด็ดขาด แม้แต่ก้าวเดียว!”
แช่มทำเสียงเข้มอีก
“GO!”
สยามหันมาจ้องหน้าจิตรวรรณ
“ไม่ต้องไล่ ไม่ได้อยากอยู่เห็นคนตีหน้ายักษ์อยู่ได้ตลอดเวลาอย่างคุณเลย...ถามจริง มีความสุขกับเขาบ้างป่ะเนี่ย”
“ตั้งแต่เจอนาย ฉันก็ทุกข์เหมือนตกนรก”
“เอ๊า ก็สมควรแล้วที่คนอย่างคุณต้องตกนรก เถียงพ่อฉอดๆ ใจคอโหดร้ายดูถูกคน ชอบใช้เงินฟาดหัวคนอื่น...”
“อ๊ายยยย”
จิตรวรรณกรี๊ดลั่น ทุกคนอุดหู
“ปากดีนักใช่มั้ย ล้างปากซะหน่อยเป็นไง”
จิตรวรรณวิ่งไปลากสายยางมาฉีดน้ำไล่ศยาม
“ไปออกไป”
ศยามนึกสนุก วิ่งวนไปวนมารอบตัวแช่ม
“ไม่ออก!”
แช่มโดนน้ำที่จิตรวรรณฉีดไล่ศยามไปเต็มๆ ป้าเพ็ญเดินมาเห็นเหตุการณ์มองงงๆ
“เกิดอะไรขึ้นคะ คุณหนู นึกสนุกเล่นฉีดน้ำกันแต่เช้าเลยเหรอคะ”
“ไม่สนุกค่ะ จี๊ดเครียดมาก ออกไป ไอ้สิบแปดมงกุฎ”
จิตรวรรณยังฉีดน้ำไล่ศยาม
“ให้คุณพ่อคุณมาไล่ผมสิ ผมถึงจะออกไป”
“ท้าเหรอ ได้”
จิตรวรรณวางสายฉีดน้ำ เดินดุ่ยๆเข้าบ้าน แช่มเปียกโชก...ศยามสงสัย ว่าจิตรวรรณจะมาไม้ไหนอีก

ป้าเพ็ญเข้าบ้านมากับแช่มที่เปียกโชก วันดีที่เดินออกมาสูดอากาศเห็นเข้า
“นายแช่ม ไปตกน้ำที่ไหนมา”
“ไม่ได้ตกครับ เขาเรียก...รับกรรมที่ไม่ได้ก่อ”
“อย่าเล่นลิ้นกับฉัน”
“ขอโทษครับ...คือว่า...คุณ...”
เจตนาเข้ามาขัดจังหวะ
“ป้าเพ็ญ..เห็นนาฬิกาฉันมั้ย”
วันดีเดินเมินเฉยใส่เจตนา เข้าบ้านไป เจตนาลอบถอนใจ
“ก็วางอยู่ที่เดิมนะคะ”
“แต่ฉันไม่เห็น...เอ ไปลืมถอดทิ้งไว้ที่ไหน ปกติไม่เคยลืมนะ”
จิตรวรรณเข้ามา พูดตามแผนทันที
“เพราะปกติเรามีอยู่กันแค่นี้ แต่เผอิญเมื่อคืนมันมีคนที่ไม่ปกติ ไม่มีหัวนอนปลายเท้าเข้ามาอยู่ในบ้าน...ไม่ลองถามเขาดูหน่อยล่ะคะ”
“นายดิ่งน่ะเหรอ”
“ค่ะ”

ป้าเพ็ญและนายแช่มมองหน้ากัน ไม่ต้องคิดมากก็รู้ว่าเป็นฝีมือของจิตรวรรณแน่นอน จิตรวรรณทำไม่รู้ไม่ชี้

พริกกับเกลือ ตอนที่ 1 (ต่อ)

ศยามนั่งรออยู่ด้านนอกสักพักหนึ่งเจตนาเดินออกมาหา ขณะที่จิตรวรรณแอบดูอยู่ที่มุมหนึ่ง

“ผมค่อยยังชั่วแล้ว เลยจะมาลา ขอบคุณมากนะครับ สวัสดีครับ”
“เดี๋ยว”
ศยามชะงัก
“ครับ”
จิตรวรรณ ยิ้มสะใจ
“เสร็จแน่!”
เจตนายิ้มให้ศยาม
“ต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่า”
“ไม่ครับ ท่านเป็นคนดีนะครับ แต่ลูกสาวท่าน..เอ่อ..โทษครับที่ผม..”
จิตรวรรณเจ็บใจ
“กล้าวิจารณ์ฉันเหรอ ตายศพไม่สวยแน่”
เจตนายิ้มๆ
“ไม่เป็นไร...ธรรมดาของลูกสาวคนเดียวในบ้าน เอาแต่ใจอย่างนี้แหละ แต่ลึกๆแล้ว...ยัยจี๊ดเป็นเด็กดีนะ”
จิตรวรรณอึ้ง..ที่เจตนาชมลับหลัง ศยามตัดบท
“ผมลาดีกว่าครับ ไม่อยากรบกวนท่านแล้ว สวัสดีครับ”
ศยามรีบออกไป จิตรวรรณรีบเข้ามาทันที
“คงกลัวจะถูกค้นตัวน่ะซี่ ถึงได้รีบไปเองซะขนาดนั้น คุณพ่อไม่ค้นตัวมันล่ะคะ”
“คืนพ่อมาเถอะจี๊ด...อย่าเล่นอะไรเป็นเด็กไม่รู้จักโต”
จิตรวรรณอึ้ง ไม่คิดว่าเจตนาจะรู้ทัน เจตนามองหน้าจิตรวรรณอย่างเหนื่อยหน่าย

เศกกำลังนั่งกินอาหารเช้าอยู่ อยู่ๆศุวิมลเดินเข้ามาเอาหนังสือพิมพ์วางตรงหน้า เศกอ่านพาดหัว
“มือปืนกร่าง ไล่ยิงเสี่ยรถนอก หวิดดับ...เฮ้ย นี่มัน นายเจตนา โมเดิร์น คาร์”
ศุวิมลมองหน้าพ่อ
“พ่อคะ พ่อเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือเปล่า...”
“ยัยศุ พ่อเป็นนักธุรกิจ เกมของพ่อคือการแข่งขันทางธุรกิจ ไม่เคยคิดใช้วิธีหมาลอบกัดอย่างนี้”
“ศุขอโทษค่ะ ศุน่าจะรู้ดีกว่าใคร ว่าพ่อเป็นคนยังไง...”
“นึกยังไง สงสัยพ่อ”
“ศุก็แค่...กลัวค่ะ...กลัวว่าพ่อจะไม่เหมือนเดิม หลังจากที่...”
มารศรีเดินออกมาถามทันที...
“คุยอะไรกันอยู่คะ พ่อลูก ดูเครียดเชียว”
ศุวิมลตัดบท...ไม่อยากอยู่ร่วมโต๊ะ...
“ศุไปสอนก่อนนะคะ สายมากแล้ว”
“ทานอะไรหรือยังคะคุณสุ”
“ทานตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ ไม่ถนัดทานตอนสาย คุณศรีทานกับคุณพ่อเถอะค่ะ”
ศุวิมลออกไป มารศรีมองตามอย่างหมั่นไส้มาก เศกยื่นหนังสือพิมพ์ให้มารศรีดูข่าวของเจตนา
“อ่านข่าวนี่สิคุณศรี...”
มารศรีอ่านแล้วตกใจ
“ตายจริง...นี่ถึงกับฆ่าแกงกันเลยเหรอคะ คนสมัยนี้ใจดำกันเหลือเกิน
“นั่นสิ...ใครกันนะ ที่คิดจะฆ่านายเจตนา”

ที่คอนโด...เทวัญฟาดหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวข่าวเจตนาลงบนโต๊ะอย่างแรง
“โชคไม่เข้าข้างท่านประธานไปตลอดหรอกนะครับ....บริษัทโมเดิร์น คาร์ของท่าน ต้องเป็นของผม...แบบเบ็ดเสร็จ ในไม่ช้า...ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม”

เทวัญซึ่งเป็นคนทำเรื่องทั้งหมด กำขยำหนังสือพิมพ์ด้วยความแค้น ยิ้มเหี้ยม

เมื่อออกมาจากบ้านเจตนาแล้ว ศยามนั่งตั้งสติอยู่ข้างถนน

“จะไปไหนได้ล่ะ เงินไม่มีสักบาท เฮ้อ...”
เจตนานั่งรถมา ผ่านศยามที่ยืนอยู่ข้างถนน เจตนามองเห็น
“นายแช่ม...จอดก่อน...”
“ครับ”
แช่มจอดรถเข้าข้างทาง เจตนาเดินเข้ามาหา
“นายดิ่ง”
“ท่าน” ศยามลุกขึ้น
“ทำไมยังไม่กลับต่างจังหวัด...จริงสิ ลืมไป นายถูกล้วงกระเป๋า”
“ครับ”
“เอาเงินฉันไปก่อน”
“ขอไม่รับดีกว่าครับ ผมไม่อยากรับเงินท่าน...ฟรีๆ”
เจตนายิ้มพอใจในความคิดของศยาม
“ใครบอกว่าฉันจะให้ฟรี”
“หมายความว่าไงครับ”
“นายเป็นช่างซ่อมรถใช่มั้ย”
“ครับ”
“ไปทำงานกับฉัน”
“แต่...”
“กว่านายจะทำงานแลกเงินเป็นค่ารถกลับบ้านได้ คงถูกทางโน้นไล่ออกแล้วล่ะ ฉันเป็นเจ้าของธุรกิจ ฉันรู้ดีว่าจะจัดการกับลูกน้องที่ขาดงานหลายไปวันแบบไหน...”
ศยามตามน้ำ
“อ๋อ..คือ...ก็ถูกครับ”
“ไปขึ้นรถ”
เจตนาเดินนำ ศยามยังลังเล
“ว่าไง”
“ครับ”
ศยามตามเจตนาไป รู้สึกดีกับน้ำใจของเขา

รถของเจตนามาจอดที่หน้าโชว์รูมของบริษัท แช่มรีบลงมาเปิดให้เจตนาลงจากรถ ศยามตามลงมา แปลกใจที่พบว่าบริษัทของเจตนาคือโมเดิร์น คาร์
“โมเดิร์น คาร์...เหรอครับ”
“ใช่”
“ผม...ไม่ทราบมาก่อน...ว่าท่านเป็นเจ้าของบริษัทนำเข้ารถยนต์คู่...” ศยามจะพูดว่าคู่แข่งของพ่อ แล้วชะงักไป ”...เอ่อ...”
“ถ้านายรู้จักฉันก็แปลกแล้วล่ะ”
รัตนาเข้ามาหาเจตนา ใจดีเดินผ่านมา เห็นศยามอยู่กับเจตนาก็แปลกใจ
“ท่านคะ จะถึงเวลาต้องเข้าประชุมแล้วค่ะ”
เจตนาหันไปถาม
“คุณรัตนา ยอดชายอยู่ไหน”

รถสปอร์ตแล่นมาจอดที่หน้ามหาวิทยาลัย ยอดชายเปิดประตูลงจากรถมา พร้อมกับพูดโทรศัพท์ด้วยบลูทูธ
“ไม่ได้เถลไถลครับพี่รัตนา ผมเอารถที่ซ่อมเสร็จแล้วมาส่งลูกค้า..ต้องมาด้วยตัวเองสิ นี่รถของลูกชายท่านรัฐมนตรีนะ...ท่านประธานเรียกหาผม!..ครับ จะรีบกลับครับ”
ยอดชายวางสาย มองนักศึกษาสาวๆที่เดินผ่านไปมา
“บรรยากาศดีขนาดนี้ คุณลูกค้าไม่ต้องรีบมาก็ได้”
ยอดชายวางสาย ยืนมองพวกนักศึกษาสาวๆเดินจับกลุ่มกันมา สวยสดใส ศุวิมลเดินออกมา มือหนึ่งถือสายโทร อีกมือหอบหนังสือ กำลังจะไปสอน พลางบ่นไปด้วย
“ทำไมติดต่อพี่ดิ่งไม่ได้เลย”
แต่แล้วศุวิมลต้องชะงัก เพราะเห็นยอดชายกำลังมองนักศึกษาสาวแบบโจ่งแจ้ง ก็ไม่พอใจ เดินพุ่งเข้าไปหา
“มองอะไร”
“ก็มอง...เอ๊ย อะไร..ไม่ได้มองอะไรเลย”
“ฉันเห็นว่าคุณมองลูกศิษย์ฉันอยู่”
“ก็..ก็แค่มองผ่านๆ”
“ฉันเห็นคุณจ้อง”
ยอดชายรำคาญ
“ซักไซร้ผมขนาดนี้ ไม่ทราบว่าคุณต้องการอะไรจากผมครับ หรือน้อยใจที่ไม่ถูกจ้อง”
“ต่ำ หัวสมองคิดแต่เรื่องสกปรก แล้วยังไม่กล้ายอมรับความจริงอีก...ชื่ออะไร ทำงานที่ไหน”
“เฮ้ย....ถามแบบนี้ ไม่เชิญผู้ปกครองผมมาพบเลยล่ะครับ”
“ถ้าทำได้ ฉันก็อยากทำ...พ่อแม่คุณจะได้รู้ว่าลูกตัวเองเป็นมารสังคม...ฉันขอเตือนนะ...ถ้าคิดจะเอารถหรูๆของคุณมาขับเพื่อหลอกนักศึกษาสาวๆไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถ เพื่อความสนุกชั่วครั้งชั่วคราวของตัวเอง มันเป็นการกระทำที่ไม่สร้างสรรค์ ถ่วงความเจริญ ทำให้ศีลธรรมของคนในชาติล่มสลาย...”
ศุวิมลเอามือถือมาถ่ายหน้ายอดชาย
“ฉันจะเอารูปให้ยาม ถ้านายยังโผล่มาป้วนเปี้ยนแถวนี้อีก ยามจะไล่นายออกไป”
ศุวิมลด่าจบ เดินออกไปทันที ยอดชายเถียงไม่ทัน ได้แต่ยืนอึ้ง มองศุวิมลทึ่งๆ ราวกับเด็กถูกอบรม ขณะเดียวกัน เจ้าของรถสปอร์ตชายวิ่งเข้ามา พูดโทรศัพท์ไปด้วย
“กำลังจะไปหาจ้ะ”
วางสายแล้วก็หันมาบอกยอดชาย
“ขอบคุณที่เอารถผมมาส่งนะครับ ขอกุญแจด้วย”
ยอดชายส่งกุญแจให้
“อย่าเอารถไปทำให้ศีลธรรมของชาติล่มสลายนะครับ”

ยอดชายเดินไป เจ้าของรถสปอร์ตงง

จิตรวรรณกำลังจะออกไปข้างนอก วันดีเดินเข้ามาถาม

“ออกไปไหนอีกล่ะลูก อยู่บ้านบ้างเถอะ”
“เพิ่งผ่านเรื่องเครียดมา จี๊ดต้องไปบำบัดจิตด้วยการช็อปปิ้งค่ะคุณแม่ แล้วก็กะว่าจะไปทำบุญล้างซวยต่อด้วย”
“ปากคอร้ายขึ้นทุกวัน”
วันดีเดินแยกไป มือถือดัง จิตรวรรณรีบรับสาย
“ใจดี..ฉันกำลังคิดจะโทรชวนแกไป...อะไร มีอะไร..อะไรนะ!!! พ่อพานายดิ่งไปทำงานที่บริษัท!!!”
จิตรวรรณโมโหมากเมื่อรู้เรื่อง

ยอดชายนั่งอยู่กับศยาม ตรงหน้าโต๊ะเจตนาขณะที่รัตนายืนฟังอยู่ด้วย
“ก็ให้ทดลองงานสามเดือนตามระเบียบบริษัท ถ้างานดี น่าพอใจก็บรรจุเป็นพนักงานประจำ” ยอดชายออกความเห็น เมื่อเจตนาบอกว่าจะรับดิ่งเข้ามาทำงาน ศยามลังเล
“ขอบคุณมากครับ แต่...”
เจตนาหันมองอย่างแปลกใจ
“ยังมีแต่อะไรอีกเหรอ นายดิ่ง”
“ผมยังไม่แน่ใจ....”
ทันใด เทวัญรีบเดินจ้ำเข้ามาหาเจตนา
“ท่านครับ..ผมเพิ่งเห็นข่าว”
ยอดชายแอบบ่นกับตัวเอง
“มารยาทมีมั้ยน่ะ เฮ้อ....”
ศยามได้ยินแล้วยิ้มๆ เทวัญยังทำหน้าตื่นต่อไป
“ท่านไม่เป็นอะไรใช่มั้ยครับ”
“ไม่เป็นไร ดวงฉันยังแข็ง....โชคดีที่ได้นายดิ่งมาช่วยเอาไว้”
เทวัญมองศยาม แอบไม่พอใจ แต่รีบเก็บอาการ แกล้งชื่นชมแทน
“ขอบใจนายมากนะ แล้ว... ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานว่าใครเป็นผู้ต้องสงสัยบ้างครับ”
“ไม่รู้สิ...ฉันว่าฉันก็ไม่เคยไปสร้างศัตรูที่ไหน”
เมื่อเจตนาตอบอย่างนั้น เทวัญใส่ไฟทันที
“เอ่อ ท่านไม่สงสัยบ้างเหรอครับว่าอาจจะเป็นฝีมือของ..บริษัทลักชัวรี่คาร์”
“หมายถึงนายเศกน่ะเหรอ”
“ครับ...ถ้าจะมีใครคิดร้ายกับท่าน ก็ต้องเป็นนายเศกเท่านั้นครับ..อย่างที่รู้บริษัทลักชัวรี่คาร์ของนายเศก อยากจะขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของธุรกิจรถซุปเปอร์คาร์ แทนที่โมเดิร์นคาร์ของเรา มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว..แต่ก็ทำไม่ได้”
ศยามไม่พอใจ พูดสวนทันที
“ถ้าคุณเศกคิดจะใช้วิธีนี้กำจัดคู่แข่ง เขาคงทำไปนานแล้วล่ะมั้งครับ คุณเทวัญ”
“นายจะไปรู้อะไร..ต้นปีหน้า บริษัทเราเพิ่งมีออเดอร์เฟอรารี่ล็อตใหญ่ นี่คือช่วงเวลาที่เขาจะต้องทำทุกอย่างเพื่อแย่งตลาดไปจากเรา”
เทวัญโต้ เจตนาคล้อยตาม
“เพราะออเดอร์นี้..จะเป็นตัวชี้วัดว่า ระหว่างโมเดิร์นคาร์ กับลักชัวรี่คาร์..ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าตลาดตัวจริง”
“ใช่ครับ” เทวัญตอบรับทันที
ศยามทนไม่ไหว โพล่งออกไป
“ไม่จริง คุณเศกไม่ใช่คนอย่างนั้น”
เทวัญ ยอดชาย เจตนาหันมามองศยาม แปลกใจ
“นายพูดเหมือนรู้จักนายเศก”
“ผม..ผมไม่รู้จัก แต่..ผมคิดว่า..มันไม่แฟร์...” ศยามรู้สึกตัวว่าพูดอังกฤษ รีบลดเสียงลง “ไม่...ยุติธรรมที่จะปรักปรำคนอื่น โดยไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน แค่การตั้งข้อสันนิษฐานลอยๆ”
เจตนาพยักหน้าเห็นด้วย
“มันก็จริง...ฉันรู้จักนายเศกพอสมควร เขาเป็นคนที่เล่นตามเกม”
“ใช่ครับท่าน” ยอดชายเห็นด้วยเช่นกัน
“ท่านมองคนในแง่ดีเกินไป”
เทวัญไม่พอใจดิ่ง กับยอดชาย เจตนาตัดบท
“จนกว่าจะมีหลักฐานที่ดีกว่านี้ ค่อยมาว่ากัน นายออกไปได้แล้ว ฉันจะคุยงานกับนายดิ่งต่อ”
เทวัญหงุดหงิด อารมณ์เสีย พยายามระงับอาการฉุน ออกไป ศยามมองตามเทวัญด้วยความไม่ไว้ใจ ที่เทวัญพยายามยัดเยียดข้อหาให้เศก จึงตัดสินใจใจบอกไปทันที...
“ผมตัดสินใจ...ทำงานที่นี่ครับท่าน”

หลังจากตัดสินใจที่จะทำงานกับเจตนาแล้ว ศยามเดินออกมาอีกมุมด้านหนึ่งของบริษัท แต่แล้วอยู่ๆเทวัญก็โผล่มากระชากคอเสื้อ ดึงเข้าหลบมุม จับเขากระแทกกับกำแพง ข่มขู่
“อย่าคิดว่าแกช่วยชีวิตคุณเจตนาไว้ แล้วแกจะกร่าง ข้ามหัวใครยังไงก็ได้ ฉันเป็นคู่หมั้นของลูกสาวท่าน รู้ไว้ซะ ถ้าจะทำงานที่นี่ อย่าทำตัวมีปัญหากับฉันอีก”
ศยามจ้องหน้า สงบ ไม่เกรงกลัว
“มองหน้าฉันแบบนี้ หมายความว่ายังไง!”
แต่แล้วศยามก็ฮึด จับเทวัญพลิก สลับตำแหน่งกัน กดเทวัญแนบกำแพง
“ผมไม่อยากมีปัญหาอะไรกับคุณหรอกนะคุณเทวัญ..แต่..ผมไม่ชอบถูกรังแก และไม่ชอบถูกใครข่มขู่..ถ้าคุณไม่ทำเหมือนเมื่อกี้ รับรองเราไม่มีปัญหากันแน่”
ศยามปล่อยเทวัญออก แล้วจะเดินไป
“แก!!!”
เทวัญแค้น พุ่งเข้าใส่ศยาม แต่กลับถูกศยามปัดและผลักออก
“พี่เทวัญ!!”
จิตรวรรณเข้ามา เห็นเทวัญถูกศยามผลักพอดี เข้าใจผิด คิดว่าศยามทำร้ายเทวัญ
“ไอ้คนเลว!”
จิตรวรรณพุ่งเข้าไป ตบหน้าศยาม..เพี๊ยะ!!!
“นายมันกุ๊ยข้างถนนชัดๆ นายทำร้ายพี่เทวัญ!”
ศยามรำคาญ
“คุณถามคู่หมั้นคุณดีกว่า ว่าใครทำร้ายใครก่อนกันแน่”
“จี๊ด อย่าไปยุ่งกับมัน เดี๋ยวถูกมันทำร้าย!”
เทวัญแกล้งทำเป็นกลัวดิ่ง จิตรวรรณตะคอกใส่หน้าดิ่ง
“ฉันไม่จำเป็นต้องถามหรอก ฉันรู้จักพี่เทวัญดี พอๆกับที่ฉันรู้จักสันดานคนอย่างนาย อันธพาล ดีแต่ระรานคนอื่น”
ศยามทนไม่ไหว ไม่อยากมีเรื่องกับจิตรวรรณ หันเดินหนีไปเลย ไม่อยู่ฟังจิตรวรรณด่า
“จะไปไหน ฉันยังไม่อนุญาตให้นายไป กลับมา!”

จิตรวรรณตามศยามไป เทวัญมองตามอย่างแค้นเคือง แต่แอบยิ้มสะใจที่จิตรวรรณตามไปเอาเรื่อง

ศยามเดินหนีมา จิตรวรรณวิ่งตามมาดึงตัวเอาไว้

“นายยังไปไม่ได้”
“ถ้าคุณอยากจะเข้าข้างกันก็เชิญตามสบาย ผมขอไม่ยุ่งด้วย”
ศยามจะไป จิตรวรรณตวาดแว๊ด
“นายต้องไปขอโทษพี่เทวัญเดี๋ยวนี้!!”
“ถ้าจะมีใครต้องพูดขอโทษ คนๆนั้นก็คือคุณ!! เพราะคุณปกป้องคู่หมั้นแบบไม่ลืมหูลืมตา ยังไม่ทันรู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น คุณก็ตัดสินว่าผมผิด แล้วก็ตบหน้าผมแล้ว”
อยู่ๆจิตรวรรณก็ตบหน้าศยามอีก..เพี๊ยะ!!
“แบบนี้ใช่มั้ย”
“คุณ!”
“ฉันจะบอกให้นะ ว่าคนอย่างนาย ฉันอยากจะตบหน้า เมื่อไหร่ ยังไง ฉันก็ทำได้ เพราะนาย ต้อง ผิด เสมอ”
“คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร!!”
ดิ่งตะครุบแขนทั้งสองข้างของจิตรวรรณขึ้นมา
“ถึงคุณจะรวย เป็นลูกเจ้าของบริษัท แต่ก็ไม่มีสิทธิ ทำกับคนอื่นแบบนี้!!”
อยู่ๆเทวัญวิ่งเข้ามา กระชากศยามออก ชกศยามกระเด็น
“แกจะทำอะไรจี๊ด..ไอ้เลว!”
ศยามล้มคว่ำไป เทวัญกำลังจะไปซ้ำ แต่เจตนา รัตนา ยอดชายเข้ามาก่อน
“หยุดนะ!”
รัตนาและยอดชายเข้าไปดูศยามทันที
“มันทำร้ายพี่เทวัญ ไม่พอ จะทำร้ายจี๊ดอีก สมควรมั้ยล่ะคะที่ผู้มีพระคุณของคุณพ่อละถูกเอาคืนซะบ้าง จี๊ดบอกแล้วว่ามันไม่ใช่คนดี พ่อเชื่อจี๊ดหรือยัง”
ศยามมองจิตรวรรณอย่างเจ็บใจ จิตรวรรณมองศยามอย่างท้าทาย เจตนาเหนื่อยหน่ายเต็มทน

มุมหนึ่งบริษัทโมเดิร์นคาร์...ศยามรับถุงผ้าใส่น้ำแข็งมาจากรัตนา มาประคบที่ปาก
“ขอบคุณครับ”
“ผมว่าช่วงนี้คุณคงดวงตก มีแต่เรื่องเจ็บตัวไม่หยุดเลย”
ยอดขายเตือน ศยามยิ้มเศร้า
“ว่าแต่ว่า เกิดอะไรขึ้นคะ แต่ฉันว่า คุณเทวัญเริ่มก่อนแหง..นิสัยแพ้ใครไม่เป็น แต่ถูกฉีกหน้าต่อหน้านายขนาดนั้น เลยแค้นใจ ชัวร์” ใจดีออกความเห็น
“แล้วจะมาถามทำไม” ยอดชายรำคาญใจดีที่พูดเอง เออเอง
“ทางที่ดี...ใจดีว่าคุณอยู่ให้ห่างๆคุณเทวัญกับยัยจี๊ดดีกว่านะ ไม่มีใครกล้าขัดใจคนสองคนนี้หรอก กลัวคอขาด”
ศยามสงสัย
“ผู้ชายคนนั้น...มีอะไรดี ถึงทำให้ยัยคุณหนูนิสัยเสียรักได้”
รัตนา ใจดีและยอดชายหลุดหัวเราะ
“ถ้าคุณจี๊ดได้ยินคุณเรียกเธอว่าอย่างนั้น ระเบิดลงแน่ค่ะ” รัตนาบอกขำๆ
ศยามลุกขึ้น
“ผม...เริ่มงานเลยได้มั้ย”
“เฮ้ย ไฟแรงสุดยอด คนอย่างนี้สิ ยอดชายชอบ” ยอดชายบอกอย่างยิ้มแย้ม
ใจดีค้อน
“อ้าว...แกเบี่ยงเบนไปชอบผู้ชายตั้งแต่เมื่อไหร่”
“บ้า ฉันหมายถึง ชอบคนลุยงาน เดี๋ยวเหอะ”
รัตนาหันไปบอกดิ่ง
“เดี๋ยวพี่จะส่งเรื่องให้ฝ่ายบุคคลนะคะ เอกสารต่างๆเกี่ยวกับตัวคุณไว้ก่อนก็ได้ ทำบัตรประชาชนใหม่แล้วค่อยเอามาให้ทีหลัง”
“ขอบคุณครับพี่รัตนา” ดิ่งยิ้มรับ
“ไป เดี๋ยวจะพาไปที่แผนกเซอร์วิส”
ยอดชายเดินนำศยามไป รัตนาหันมาเห็นใจดีมองศยามเคลิ้มๆ
“นัยน์ตาเศร้า มีปริศนา ชวนให้อยากตามไปแกะรอยอ่ะค่ะพี่รัตนา”
รัตนามองใจดีที่กำลังเคลิ้มขำๆ

เจตนาซึ่งคุยอยู่กับจิตรวรรณตามลำพัง พูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
“พ่อนึกไม่ถึงเลย ว่าแกจะร้ายกาจได้ขนาดนี้..ใส่ความคนที่ไม่มีทางสู้..แกไม่รู้สึกละอายใจบ้างเหรอ”
จิตรวรรณคอแข็ง หน้าเชิด ไม่ยอมรับผิด
“ทำไมจี๊ดต้องละอายด้วย”
“เพราะแกไม่เคยทำอะไรที่เป็นสาระเลย แล้วยังเที่ยวไปดูถูกเหยียดหยามคนอื่นอีก.. ถึงนายดิ่งจะไม่ได้มีฐานะ ไม่ได้จบการศึกษาสูง และไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่เขามีความรักดี มีศักดิ์ศรี ไม่งอมืองอเท้ารอโชคชะตา และไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้คุณค่าเหมือนแก”
จิตรวรรณอึ้ง เจตนาเห็นท่าทีน้อยใจของลูกสาวแล้วใจอ่อน พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ
“จี๊ด เลิกทำตัวเหลวไหลไร้สาระซะทีเถอะลูก มาทำงานกับพ่อ”
ศยามเดินเข้ามาเห็น รีบหลบ แล้วแอบฟัง
“จี๊ดไม่อยากทำงานร่วมกับเมียน้อยของพ่อ”
เจตนาไม่พอใจ
“แกกลัวตัวเองว่าจะห่วยแตกกว่าคนที่แกดูถูกเอาไว้มากกว่า”
“จี๊ดไม่เคยกลัว!”
“งั้นก็มาทำงานพิสูจน์ให้เห็นสิ”
“ไม่!”
“พ่อเคยภูมิใจในตัวแกนะจี๊ด แต่นับวัน แกก็มีแต่ทำให้พ่อผิดหวังมากขึ้นเรื่อยๆ”
“ใช่สิ จี๊ดมันไม่ดี ไม่ได้เรื่อง เชิญพ่อไปหวังไปภูมิใจกับคนอื่นเถอะ ไม่ต้องมายุ่งกับจี๊ด”
จิตรวรรณวิ่งหนีออกไป เจตนาได้แต่มองตามด้วยความช้ำใจ ศยามเห็นใจเจตนา รู้สึกไม่พอใจจิตรวรรณ คิดจะทำอะไรสักอย่าง


จิตรวรรณวิ่งร้องไห้หนีมาที่รถ เทวัญตามมาปลอบ
“จี๊ด...”
“พี่เทวัญ..จี๊ดไม่ไหวแล้ว..พ่อ..พ่อเห็นทุกคนดีหมด ยกเว้นลูกตัวเอง”
เทวัญกอดปลอบ
“ทั้งหมดนี้เป็นเพราะไอ้ศยามคนเดียว สักวัน มันจะต้องได้รับบทเรียนแน่”
“คุณพ่อรับมันเข้าทำงานที่แผนกเซอร์วิส....พี่เทวัญต้องช่วยจี๊ดจัดการมันนะ”
ศยามเดินเข้ามา เทวัญมองไม่พอใจ
“มาทำไมอีก”
“ผมจะพูดกับยัยคุณหนูนิสัยเสีย ไม่ใช่คุณ!”
“นาย...” จิตรวรรณมองไม่พอใจ
“ถ้าคุณยังรักและสงสารพ่อคุณอยู่บ้าง..อย่ามาทำงานที่บริษัทเลย”
“มายุ่งเรื่องอะไรของฉัน!!”
“คุณน่าจะรู้ตัวนะว่าคุณไปที่ไหน มีแต่ความเสียหาย พังพินาศ ไปทำตัวงี่เง่าไร้สาระไกลๆเหอะ พ่อคุณอุตส่าห์สร้างบริษัทจนยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ ถ้าคุณไม่มีปัญญาทำให้มันดี ก็อย่ามาทำให้มันเสีย”
จิตรวรรณโกรธจนพูดอะไรไม่ออก ศยามเดินแยกไปทันทีที่พูดจบ
“จี๊ด อย่าไปใส่ใจคำพูดของมันเลย”
จิตรวรรณตัดสินใจด้วยแรงแค้น
“พรุ่งนี้จี๊ดจะมาทำงานที่โมเดิร์นคาร์ จี๊ดจะพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าจี๊ดทำงานได้ และจี๊ดก็จะกำจัดนายดิ่งออกไปจากบริษัทด้วยตัวจี๊ดเอง”
จิตรวรรณแน่วแน่ มุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง คิดลบคำสบประมาท เทวัญแอบยิ้มพอใจ
“ใครที่มาดูถูกจี๊ด มันต้องเจอดี” หญิงสาวบอกแค้นๆ

ภายในอู่ โมเดิร์นคาร์...ศยามนั่งทำความสะอาดเครื่องไม้เครื่องมือตามที่ยอดชาย แม้ว่าจะหมดเวลางานแล้ว ยอดชายเดินมาคุยด้วย
“ดิ่ง..ไม่ต้องขยันมาก กลับบ้านได้แล้ว”
“อ่อ ผมทำให้เสร็จก่อนดีกว่าครับ”
“มาวันแรกก็เจอเรื่องวุ่นวายขนาดนี้ หวังว่าคงไม่ถอดใจหนีไปก่อนนะ..งั้นผมกลับก่อนนะ”
“เอ้อ คุณยอด ผมถามอะไรหน่อยสิ..คุณเทวัญมีปัญหาอะไรกับคุณเศก เจ้าของลักชัวรี่คาร์หรือเปล่า”
“อื้ม ไม่เคยได้ยินว่ามีปัญหากัน แต่ก็ไม่แน่ เพราะคนอย่างเทวัญ มีปัญหาได้กับทุกอย่างในโลก ถ้าไม่อยากมีปัญหา ก็อย่าเข้าใกล้ ไปล่ะ”
ยอดชายเดินแยกออกไป ..ศยามครุ่นคิด สงสัย
“ทำไมนายเทวัญถึงพยายามจะใส่ร้ายพ่อ”

ค่ำคืนนั้น เศกที่โทรไปหาศยามที่เยอรมัน พูดโทรศัพท์ด้วยความตกใจ
“หมายความว่ายังไง!”
ศุวิมลเดินออกมารอฟัง จนกระทั่งเศกกดตัดสายด้วยความโมโห
“มีอะไรคะพ่อ”
“พ่อโทรไปที่อพาร์ตเม้นต์ไอ้ดิ่งแล้ว แต่ไม่เจอตัว..เพื่อนที่เรียนห้องเดียวกันบอกว่า ไอ้ดิ่งหายตัวไปหลายวันแล้ว ไม่เข้าเรียน และมันไม่ได้เข้าสอบไฟนอล”
“พี่ดิ่งไม่เข้าสอบ แล้วพี่ดิ่งไปไหน”
“มันกลับมาเมืองไทยแล้ว”
“อะไรนะ!” ศุวิมลฟังแล้วตกใจมาก
“มันคิดอะไรของมัน ทำไมถึงทิ้งเรียนมากลางคันแบบนี้ ไอ้ลูกไม่รักดี”
มุมหนึ่ง...มารศรีแอบฟังอยู่ หน้าตาช็อกสุดขีด
“ดิ่งกลับมา ถ้าอย่างนั้น....วันนั้น ใช่ดิ่งจริงๆด้วย”

มารศรีร้อนใจมาก กับสิ่งที่ได้ฟัง!

โปรดติดตาม "พริกกับเกลือ" ตอนต่อไป
มณีแดนสรวง ตอนที่ 9-10
มณีแดนสรวง ตอนที่ 9-10
สการเดินตามหาชิโลอยู่บนดาดฟ้า ด้วยสีหน้าหงุดหงิดร้อนอกร้อนใจมาก “ชิโล...ชิโล..เธออยู่บนนี้รึเปล่า” ชิโลแอบหลบที่หลังแทงค์น้ำมองสการ “ผู้กองหน้ายักษ์นี่น่ะเหรอ...ที่พี่พรรณรายบอกให้เรามองให้ลึกใจจิตใจมากกว่าการกระทำ” หญิงสาวมองสการอย่างพิจารณา “ยัยเพี้ยน !! ยัยติงต๊อง ถ้าอยู่แถวนี้ก็โผล่หัวออกมา ฉันเหนื่อยจะตามหาเธอแล้วนะ” ชิโลชักสีหน้า “ตาบ้า !! ชอบว่าเราเพี้ยนติงต๊องอยู่เรื่อย ใครบอกให้มาช่วยล่ะ..เชอะ” สการยังเดินตามหา ชิโลถอยมาครุ่นคิดแล้วคิดถึงคำพูดของพี่สาว ‘จะรับมือกับมนุษย์บางทีก็ต้องใช้วิธีการแบบมนุษย์ การมีมารยาหญิงอาจช่วยทำให้เรารอดพ้นจากอันตรายได้’ ชิโลคิดได้แล้วก็อมยิ้มกวนๆ
กำลังโหลดความคิดเห็น...