xs
sm
md
lg

ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 9

เผยแพร่:

ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 9

ครองสุขถูกพยุงกลับมายังห้องนอนในบ้านที่รีสอร์ต ครองสุขนอนหลับตาบนเตียง สูดลมหายใจฟืดฟาด ทัศนีย์ยืนอยู่ข้างเตียง คอยส่งยาดมจ่อจมูกครองสุข สลับกับดมเองบ้าง

อุ่นเรือนใจจะขาดบีบมือครองสุข บีบนวดแขน ขา ไม่นานนักครองสุขก็ปรือตาได้สติ มองไปมา
“ธีระ ธีระล่ะ ไอ้ใหญ่ยิงธีระตายแล้ว ใช่มั้ย”
“ไม่ค่ะ คุณธีระยังไม่ตาย คุณนายทำใจดีๆ นะคะ ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น”
ทัศนีย์แขวะประสาปากไว “ใช่ ... ห่วงตัวเองมากๆดีกว่าคุณน้า แหมได้สติขึ้นมา ก็ถามหากิ๊กเลยนะ เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ อายุก็ปูนนี้แล้ว”
ครองสุขฟาดแขนทัศนีย์ดังเผียะ ทำท่าจะตีต่อ ทัศนีย์พุ่งหลบไปปลายเตียง
“ไปไกลๆ เลยยัยนี”
“ไปอยู่แล้ว แต่จะบอกคุณน้าเอาบุญ นายธีระมันก็หน้ามืดเป็นลมเหมือนคุณน้านี่แหละ พวกลูกไร่หามไปที่เรือนคนงานแล้ว แมนซะไม่มี”
ครองสุขเอาหมอนขว้างทัศนีย์ “ไป ไปให้พ้น”
อุ่นเรือนปลอบ “คุณนาย ใจเย็นๆ ค่ะ”
ทัศนีย์ออกไป ครองสุขยันตัวนั่งพิงหัวเตียง สร้างภาพให้น่าสงสารต่อ “เห็นมั้ย นังอุ่น ตอนนี้ แม้แต่นังนีมันก็ไม่เคารพฉัน มีแต่คนเหยียบย่ำซ้ำเติม ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยตกต่ำขนาดนี้”
อุ่นเรือนจับมือครองสุขมากุม มองอย่างห่วงใย “อุ่นก็จนปัญญา ไม่รู้จะปกป้องคุณนายได้ยังไง ถ้าตายแทนได้อุ่นก็จะทำ”
มีเสียงเคาะประตู ก่อนที่ปิ่นอนงค์จะเข้ามาหน้าตาตื่น คุกเข่าข้างเตียงมองอุ่นเรือน มองครองสุข“คุณนายเป็นยังไงบ้างคะ”
“คงผิดหวังมากละซิ ที่ฉันยังไม่ตาย แต่แกไม่ต้องกลัว มันคงไม่นานนี้แล้วละ”
ปิ่นอนงค์ลำบากใจ “ไม่ใช่....”
อุ่นเรือนไล่ตะเพิด “ออกไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก”
“แม่จ๊ะ ปิ่นเป็นห่วงคุณนายจริงๆ ... ห่วงทุกคน แม่ด้วย...”
อุ่นเรือนเข้าจับแขนปิ่นอนงค์ลากออกไป ด่าซ้ำ
“ถ้าแกห่วงจริง คุณนายคงไม่ต้องมานอนป่วยอยู่ที่นี่ ออกไปไปอยู่กับผัวโจรของแก เสวยสุขบนความทุกข์ของผู้มีพระคุณให้พอ ไป”
ปิ่นอนงค์ถูกอุ่นเรือนกระชากลากถูออกไป แล้วกระแทกประตูปิด กดล็อก
“แม่...” ปิ่นอนงค์ร้องไห้น้ำตาคลออยู่หน้าห้อง เสียใจที่แม่ไม่ฟังอะไรเลย
ใหญ่นั่งทำความสะอาดปืนไปมา ปิ่นอนงค์หน้าเครียด เดินเข้ามาท่าทีโกรธๆ“ทำไมคุณใหญ่เป็นคนใจร้ายอย่างนี้ ถ้าคุณนายหัวใจวาย เส้นเลือดในสมองแตก จะทำยังไงคะ”
ใหญ่ฉุนนิดๆ “อะไรกันปิ่นอนงค์ เจอหน้าก็ต่อว่ากันฉอดๆ ชั้นไปทำอะไรให้เธอเหรอ”
ปิ่นอนงค์ว่าต่อ “คุณใหญ่เอาคุณธีระเป็นเป้าซ้อมปืน ยิงตั้งหลายนัด ถ้าพลาดขึ้นมาจะทำยังไงคะ”
ใหญ่กวนใส่ “ถ้าพลาด ธีระก็ตาย หรือไม่ก็พิการน่ะสิ ถามได้”
“แล้วถ้ากระสุนไปโดนคนอื่นหรือว่าแม่ของปิ่นคุณใหญ่จะรับผิดชอบยังไงคะ หรือว่าใครจะเป็นจะตายก็ช่างหัวมัน ขอให้คุณใหญ่ได้สะใจแค่นั้นก็พอ อย่างนั้นเหรอคะ”
ใหญ่ชักโมโห จ้องหน้าปิ่นอนงค์ “เธอคิดว่าชั้นเป็นคนอย่างนั้นเหรอปิ่น”
“ก็การกระทำของคุณใหญ่มันบอกอย่างนั้น” ปิ่นอนงค์ของขึ้นต่อ
ใหญ่ลุกไปจับแขนปิ่นอนงค์นั่งลง “ฟังชั้นให้ดี ปิ่นอนงค์ ที่ชั้นทำอย่างนั้นก็เพื่อต้องการลองใจคน”
ปิ่นอนงค์ไม่เข้าใจ “ลองใจใครคะ”
ใหญ่นั่งลงตรงข้ามปิ่นอนงค์มองจ้องตา
“เธอก็อยู่ที่นี่มานาน ไม่ผิดหูผิดตาอะไรบ้างเหรอ ธีระก็แค่คนงานในไร่คนหนึ่ง ทำไมคุณนายให้ความใกล้ชิดสนิทสนม ทำไมต้องปกป้องห่วงใยกันขนาดนี้”
ปิ่นอนงค์แย้งพาซื่อ “คุณธีระเป็นผู้จัดการของไร่ คุณนายก็ต้องเป็นห่วงลูกน้อง ก็ถูกต้องแล้วนี่คะ”
ใหญ่ยัวะ “นี่ชั้นต้องแอบถ่ายคลิปมาให้เธอดูก่อน เธอถึงจะเชื่อว่าสองคนนี้เป็นชู้รักกันอย่างนั้นเหรอ”
สีหน้าปิ่นอนงค์เริ่มเจื่อนๆ เพราะสงสัยอยู่เหมือนกัน “ก็คุณใหญ่กล่าวหาคนอื่นโดยไม่มีพยานหลักฐานนี่คะ”
ใหญ่ตบโต๊ะด้วยปืนดังปัง ปิ่นอนงค์สะดุ้ง
“ที่ชั้นต้องหนีไปจากไร่ ก็เพราะชั้นทำร้ายไอ้ผา ผัวเก่าของคุณนาย ที่มาเล่นชู้กันที่ไร่นี่ ชั้นรู้ชั้นเห็นกับตา คุณนายปอกลอก หลอกลวงพ่อของชั้น รู้เอาไว้ซะ ปิ่นอนงค์”
ปิ่นอนงค์ตกใจ ตาค้าง คาดไม่ถึง

อรสอางค์ยืนพูดโทรศัพท์อยู่ข้างหน้าต่างในห้องอยู่สักครู่ แล้วยิ้มสะใจออกมา
“ค่ะ คุณแม่ สวัสดีค่ะ”
อรสอางค์กดวางสาย หันมามองจิ๋วที่นั่งยิ้ม “คุณแม่หาฤกษ์แต่งงานของอรกับคุณนะได้แล้วค่ะ”
อรสอางค์เข้ามานั่ง หยิบปากกาจดฤกษ์ใส่กระดาษ ส่งให้จิ๋วดู จิ๋วอึ้งดูเป็นกังวล
“แล้วเราจะเตรียมงานกันทันเหรอคะ ฉุกละหุกอย่างนี้”
“ยังไงก็ต้องทำให้ทัน เราจะได้ไปจากไอ้ไร่นรกนี่ให้เร็วที่สุด”
ทรรศนะหน้าตื่นเข้าห้องมา
“คุณใหญ่ก่อเรื่องอีกแล้วอร คุณน้าเป็นลม พวกคนงานพาไปที่รีสอร์ตแล้ว รีบไปดูคุณน้ากันเถอะ”
อรสอางค์ไม่ห่วงสักนิด “แค่เป็นลม ดมยาดมเดี๋ยวก็หาย ไปก็ไปแย่งอากาศหายใจกันเปล่าๆ นะไปดูคนเดียวก็แล้วกัน”
แล้วอรสอางค์ก็หยิบกระดาษจากมือจิ๋วส่งให้ทรรศนะ
ทรรศนะมองกระดาษในมืองงๆ
“ฤกษ์แต่งงานของเรา ท่านเจ้าคุณที่คุณแม่นับถือหามาให้ เอาไปให้คุณน้าดูด้วยนะคะ”
ทรรศนะจ๋อย ดูฤกษ์ไป มองอรสอางค์ไป อึ้งในความเห็นแก่ตัว

ครองสุขนั่งซึมที่หัวโต๊ะ ทรรศนะนั่งข้างๆ กุมมือครองสุขหน้าเศร้า
“ผมเสียใจจริงๆ ครับ ที่ปกป้องคุ้มครองอะไรคุณน้าไม่ได้เลย”
ครองสุขลูบหัวลูกชาย “ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง น้าไม่เป็นอะไรหรอก”
“ถ้าผมแต่งงานกับอรเมื่อไหร่ ผมจะพาคุณน้าไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วย ให้คุณพ่ออรหางานดีๆ เงินเดือนเยอะๆ ผมจะได้เลี้ยงดูคุณน้า คุณน้าไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ว”
ครองสุขซึ้งจัด “โถ... ลูก...”
ทรรศนะหน้าซื่อ หยิบกระดาษจดฤกษ์แต่งงานส่งให้ครองสุข
ครองสุขรับไปดู งงๆ
“คุณหญิงหาฤกษ์แต่งงานให้ผมกับอรได้แล้วครับ
ครองสุขอึ้ง ยิ้มหน้าเจื่อนๆ “รวบรัดอย่างนี้ สินสอดตั้งหลายบาท น้าจะไปหาได้ที่ไหน ตอนนี้”
ทรรศนะกังวลขึ้นมาทันที “แต่เราคงบ่ายเบี่ยงคุณหญิงแม่ของอรไม่ได้แน่ คุณน้าพอมีอะไรขายได้ก็ขายไปก่อนได้มั้ยครับ”
ครองสุขเผลอหลุดปาก “มันจะเหลืออะไรให้ขายได้อีกล่ะ”
ทรรศนะมองหน้า ครองสุขรีบยิ้มกลบเกลื่อน“นะไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรที่เกินความพยายามของน้า กลับไปบอกหนูอรได้เลยว่าทางเราพร้อม”
ทรรศนะยิ้มออก กราบที่ไหล่ครองสุข “งั้นผมไปหาอรก่อนนะครับ”
ครองสุขยิ้มพยักหน้า ทรรศนะออกไป ครองสุขหน้าเครียดจัด
ระหว่างนั้นอุ่นถือถาดใส่ชามโจ๊ก เครื่องปรุงเข้ามาเสิร์ฟ
“ถึงจะเป็นโจ๊กซอง แต่อุ่นก็ใส่หมูสับปรุงรสกับไข่ด้วยนะคะ”
ครองสุขเหลือบมองอุ่นเรือน แล้วแสร้างทำสะอึกก้อนสะอื้นในคอ
ครองสุขเช็ดน้ำตาป้อยๆ “ตั้งแต่พ่อตาย ก็มีแต่แกคนเดียวนี่แหละที่ไม่เคยทอดทิ้งชั้น”
อุ่นเรือนรีบคุกเข่าจับมือครองสุขมากุม “อุ่นรับปากกับคุณพ่อคุณนาย อุ่นไม่มีวันทิ้งคุณนายเด็ดขาด แม้แต่ชีวิตอุ่นก็ให้คุณนายได้ค่ะ”
ครองสุขหยั่งเชิงลองใจอีก “ถ้าต้องเลือกระหว่างชั้นกับปิ่นอนงค์ล่ะ”
อุ่นเรือนหน้าเครียดขึ้นมา “ถ้านังปิ่นมันทรยศคุณนายได้ อุ่นก็ไม่นับมันเป็นลูกหรอกค่ะ”
ครองสุขกอดอุ่นเรือนแสร้งทำเป็นซาบซึ้งใจ “โธ่ อุ่น แกมันเป็นเพื่อนตายของฉันจริงๆ”
ครองสุขผละออก กุมมืออุ่นเรือนไว้ “อุ่น แกต้องช่วยชั้นนะ”
สองบ่าวนายสบตากันซาบซึ้ง อุ่นเรือนมองเป็นเชิงถาม

คืนนั้นปิ่นอนงค์เปิดโทรทัศน์ แต่ไม่ดู นั่งเหม่อครุ่นคิด เสียงใหญ่ก้องในหัว
“ที่ชั้นต้องหนีไปจากไร่ ก็เพราะชั้นทำร้ายไอ้ผา ผัวเก่าของคุณนาย ที่มาเล่นชู้กันที่ไร่นี้ ชั้นรู้ชั้นเห็นกับตา คุณนายปอกลอกหลอกลวงพ่อของชั้น รู้เอาไว้ซะ ปิ่นอนงค์”
ปิ่นอนงค์เครียดกดรีโมทปิดทีวี
ปิ่นอนงค์ลุกจะเดินออกไป อุ่นเรือนเข้ามาร้อนรน เหลียวซ้ายแลขวา ปิ่นอนงค์ดีใจมาก
“แม่ ... มีเรื่องอะไรเหรอจ๊ะ คุณนายเป็นอะไรไปรึเปล่า”
อุ่นเรือนรีบเข้าไปจับแขนปิ่นอนงค์ลงนั่ง ปิ่นอนงค์งง
“ปิ่น ... คุณนายกำลังเดือดร้อนเรื่องเงิน แกไปเอาเครื่องเพชรแต่งงานมาให้คุณนายยืมก่อน เสร็จเรื่องแล้วแม่จะเอามาคืน”
“แม่ เครื่องเพชรชุดนั้นคุณใหญ่ซื้อให้ปิ่น ถ้าคุณใหญ่รู้ว่ามันหายไป”
อุ่นเรือนคะยั้นคะยอ “ก็บอกแล้วไงคุณนายแค่ขอยืม”
“แม่แน่ใจเหรอจ๊ะว่า คุณนายจะเอามาคืนได้จริง”
อุ่นเรือนขึ้นเสียง “นังปิ่น เดี๋ยวนี้แกเห็นผัวแกสำคัญกว่าคุณนาย สำคัญกว่าชั้นอย่างนั้นเหรอ”
สองแม่ลูกสบตากัน
“ไม่ใช่นะแม่ ปิ่นแค่เป็นห่วง คุณนายอาจจะปิดบังความจริงเราหลอกให้เราช่วยเหลือ ทั้งๆ ที่คุณนายกำลังทำเรื่องที่ไม่ถูกต้อง”
อุ่นเรือนฉุน “แกพูดเรื่องอะไรของแก”
“เรื่องคุณนายกับนายผา” ปิ่นอนงค์โพล่งขึ้น
อุ่นเรือนตกใจ ลุกพรวด ชี้หน้าปิ่นอนงค์ “แกรู้เรื่องนี้ได้ยังไง แกไปฟังใครมา เดี๋ยวนี้แกกล้าลามปามคิด ใส่ร้ายคุณนายแล้วเหรอ”
“ปิ่นไม่ได้ใส่ร้าย ปิ่นก็แค่สงสัย”
“แกไม่มีสิทธิ์สงสัยอะไรทั้งนั้น ตกลงแกจะให้หรือไม่ให้”
“ปิ่นคงต้องบอกคุณใหญ่ก่อน”
อุ่นเรือนมองจ้องปิ่นอนงค์อย่างโกรธจัด แล้วจะเดินออกจากห้อง ปิ่นอนงค์ดึงไว้
“แม่” ปิ่นอนงค์คราง
“ปล่อยฉัน นังคนเนรคุณ”
ปิ่นอนงค์ไม่ยอม อุ่นเรือนพยายามสะบัดแล้วก็แน่นหน้าอก ทรุดลง
“แม่ แม่” ปิ่นอนงค์ตกใจมาก
ใหญ่เข้ามาพอดี “ป้าอุ่นเป็นอะไร”
“คุณใหญ่ช่วยแม่ด้วยค่ะ”


ที่โรงพยาบาลเวลาต่อมาปิ่นอนงค์ยืนเกาะราวกั้นเตียง มองอุ่นห่วงใย ใหญ่นั่งกอดอก มองปิ่นอนงค์อย่างเห็นใจ ครู่ต่อมาอุ่นเรือนกระแอมไอ รู้สึกตัว ลืมตาตื่นช้าๆ มองไปข้างเตียง
ปิ่นอนงค์ยิ้มดีใจ “แม่ฟื้นแล้ว แม่เป็นยังไงบ้างจ๊ะ”
ใหญ่ลุกไปดูอุ่นเรือน ห่วงใยจริงใจ “ป้าอุ่นทำใจสบายๆ นะครับ หมอบอกป้าไม่เป็นอะไรมากหรอก พักผ่อน ...”
อุ่นเรือนมองใหญ่ตาขวางพูดสวนออกมา
“ไม่ต้องมายุ่งกับดิฉัน เพราะคุณคนเดียวทำให้ทุกอย่างมันเลวร้ายอย่างนี้ ไร่ไพศาลเคยมีแต่ความสงบร่มเย็น ตอนนี้มีแต่ความเดือดร้อนวุ่นวาย เพราะคุณ” อุ่นเรือนถูกความจงรักภักดีปิดบังตาจนมืดบอดสนิท
ปิ่นอนงค์ตกใจ “แม่ ... ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะจ๊ะ คุณใหญ่อุตส่าห์พาแม่มาโรงพยาบาล ขอโทษแทนแม่ด้วยค่ะ คุณใหญ่” ปิ่นอนงค์หน้าเศร้า
“ไปขอโทษทำไม ฉันพูดความจริง”
“แน่ใจเหรอครับป้าอุ่น ว่าไร่ไพศาลเดือดร้อนวุ่นวายเพราะผม ไม่ใช่เพราะคุณนายครองสุขเจ้านายป้าหรอกเหรอที่เป็นคนทำ” ใหญ่ว่า
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาว่าคุณนาย”
ใหญ่ถียง อารมณ์เริ่มมากรุ่นๆ “ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ ไม่ใช่เพราะคุณนายหรอกเหรอที่ทำให้พ่อกับผมต้องพลัดพรากจากกัน แทนที่จะสำนึกผิด กลับมามุ่งร้ายหมายชีวิตผมอีก แม้แต่ปิ่นอนงค์เด็กในปกครองตัวเองแท้ๆ คุณนายก็ไม่ละเว้น”
“คุณนายไปทำอะไรนังปิ่น อย่ามาปรักปรำคุณนายพล่อยๆ” อุ่นเรือนโต้
“ก็จงรักภักดีไม่ลืมหูลืมตาอย่างนี้ ป้าอุ่นเลยไม่รู้ตัวว่าเป็นเครื่องมือของคุณนายทำร้ายลูกตัวเองโดยไม่รู้ตัว” ใหญ่พูดหยัน
อุ่นเรือนชักสีหน้าไม่พอใจ “ไม่ต้องมาทำสั่งสอนชั้น คุณนั่นแหละทำให้พ่อตัวเองช้ำใจตาย ลูกอกตัญญู”
ปิ่นอนงค์ทนไม่ไหว ห้ามแม่ “พอเถอะค่ะ คุณใหญ่คะ ไปรอปิ่นข้างนอกก่อนนะคะ ปิ่นขอร้อง”
ใหญ่สะบัดตัวเดินออกไป
ปิ่นอนงค์หยิบแก้วน้ำ ส่งให้อุ่นเรือน อีกมือกำลังจะหยิบถ้วยยาเล็กๆ ในถาด
“แม่กินยาที่หมอให้ก่อนนะจ๊ะ”
อุ่นเรือนปัดแก้วน้ำกระเด็นไป
“ชั้นไม่กิน ชั้นอยากตาย จะอยู่ไปทำไมถ้าต้องทนเห็นคุณนายตกทุกข์ได้ยากอย่างนี้ ชั้นตายซะยังดีกว่า
อุ่นเรือนร้องไห้ออกมาอีก ปิ่นอนงค์มองหน้าเครียด ปิ่นอนงค์ตัดสินใจบางอย่าง
ปิ่นอนงค์รินน้ำแก้วใหม่ ส่งน้ำ ส่งยาให้แม่
“ปิ่นจะทำทุกอย่างที่แม่ขอ ปิ่นสัญญา แม่กินยาก่อนนะจ๊ะ”
อุ่นเรือนยังคงร่ำไห้สะอึกสะอื้น ขณะมองสบตากับปิ่นอนงค์

ในแสงสลัวของตู้เซฟภายในห้องทำงาน กล่องเครื่องเพชรถูกเปิดออกโดยมือปิ่นอนงค์ เพชรเล่นแสงวูบวาบล้อสายตา ก่อนที่กล่องจะถูกปิดลง
ครองสุขเร่งรีบออกจากห้องพัก เกือบชนกับธีระที่กำลังเดินสวนเข้ามาพอดี

“ว้าย ธีระ”
ธีระออกอาการงอนๆ ไม่ครองสุขไม่แวะไปดูอาการ
“ตกใจที่ผมยังไม่ตายเหรอครับพี่ครอง ผมนอนซมอยู่ ไม่เคยเห็นพี่ไปดูไปแลกันบ้าง”
“อย่าเพิ่งมาน้อยอกน้อยใจกันตอนนี้ได้มั้ย รีบไปช่วยพี่ก่อน”
ครองสุขว่าพลางดึงแขนธีระออกไป
“ไปไหนพี่” ธีระงง


ประตูห้องพักคนป่วยเปิดแง้มออก ครองสุขเข้ามาอย่างเร่งร้อนแล้วรีบปิดประตูลง ครองสุขตรงรี่ไปที่เตียง อุ่นเรือนนอนห่มผ้าซมอยู่
“ว่ายังไงอุ่น ได้ของแล้วเหรอ” อุ่นเรือนค่อยๆ เลื่อนผ้าห่มลง หยิบกล่องเครื่องเพชรที่วางบนท้องส่งให้ครองสุข
ครองสุขคว้าไปเปิดดู ยิ้มดีใจ ปิดกล่องอุ่นเรือนถาม
“ใช้งานเสร็จแล้ว คุณนายจะคืนนังปิ่นมันใช่มั้ยคะ”
ครองสุขใส่กล่องเพชรในกระเป๋าถือ ร้อนรน
“แกเห็นฉันเป็นคนขี้โกงหรือไง”
“เปล่านะคะอุ่นไม่กล้าคิดอย่างนั้น อุ่นเชื่อคุณนายค่ะ” อุ่นเรือนไอแคกๆ
อุ่นเรือนไอออกมา แต่ครองสุขใจดำไม่ถามสักนิด “คิดๆ ดูแล้ว แกไม่สบายอย่างนี้ก็ดีเหมือนกันนะ นังปิ่นมันจะได้ไม่กล้าขัดใจแม่” ยิ้มพลางพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน “ขอบใจนะอุ่น”
ครองสุขเดินยิ้มระรื่นออกไป อุ่นเรือนมีสีหน้าไม่สบายใจเลย

จอมเสียใจเรื่องปิ่นอนงค์เอาแต่ดื่มเหล้าเมามายทุกวัน เวลานี้กำลังนั่งเมาโงนเงนอยู่หน้าเรือน ถวิล เปี๊ยก หวาน นั่งมองอย่างห่วงใย
“เอ็งจะเป็นอย่างนี้อีกนานมั้ย ไอ้จอม” ถวิลถาม
“ก็เป็นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเบื่อ พ่อไม่ต้องมาสนใจชั้นหรอก ไปสนใจไอ้คุณใหญ่เจ้านายโจรของพ่อเถอะ ทำเป็นเล่นไปรับใช้ดีๆอาจจะได้ของโจรเป็นรางวัล หรือไม่อาจจะได้เลื่อนชั้นเป็นสมุนมือขวาก็ได้”
จอมหัวเราะร่วน ถวิลตบจอมหัวทิ่ม “คนอย่างข้าจะรักใคร กตัญญูกับใคร ก็ใช้สติปัญญาแยกแยะ
ว่ามันควรหรือไม่ควร ไม่ได้หน้ามืดตามัวอย่างเอ็ง อย่างนี้เค้าเรียกว่าหลงโว้ย ไม่ใช่รัก”
เปี๊ยกสะกิดถวิล ชี้ไป ถวิล หวานมองตาม
หมู่เฮาชาวไร่ไพศาล มองเห็นครองสุขเดินระแวดระวังมาลับๆล่อๆ
“นั่นมันทางมาจากเรือนป้าอุ่นนี่หว่า เอ๊ะ ...หรือคุณนายมีน้ำใจมาเยี่ยมป้าอุ่น แปลกจริงๆ นะลุงหวิน ปกติคุณนายไม่เห็นจะสนใจเลย ว่าใครจะเป็นจะตาย”
เปี๊ยกจุ๊ปากชี้อย่างร้อนรน เห็นธีระขับรถเข้ามา ครองสุขรีบขึ้นรถขับออกไป
ถวิลมองตาม หน้าเครียด ครุ่นคิด

ไม่นานหลังจากนั้น ที่บริเวณหน้าร้านเพชร ธีระในรถนั่งร่าเริง ลิงโลดสุดๆ ตบพวงมาลัยรถอย่างอารมณ์ดี ดีดนิ้ว พลางชะเง้อชะแง้ไปที่ประตูร้าน
ธีระไม่รู้ว่าถวิลนั่งหน้าเครียดบนอานรถมอเตอร์ไซค์จับตามองอยู่ ครองสุขเดินร่าเริงออกมาจากร้าน ขึ้นรถ ธีระขับออกไป ถวิลมองตาม แล้วเดินเข้าไปในร้าน


เถ้าแก่ยิ้มย่องส่องเพชรที่หยิบขึ้นมาจากกล่อง เถ้าแก่วางเพชร ก้มส่องในกล่อง
ถวิลเดินเข้ามายิ้มน้อยๆ ท่าทีนอบน้อม เถ้าแก่มองถวิล
“ขอโทษเฮีย ชั้นมารับคุณนาย ที่มาซื้อเพชรร้านเฮีย เมื่อครู่ใหญ่ๆ นี้เอง”
เถ้าแก่คุยฟุ้ง “อ๋อ ... อีไม่ได้มาซื้อ อีเอามาขายยกชุด น้ำงามๆทั้งนั้น เกรดเพนนินซูล่าเชียวนะ อ้อ ... อีเพิ่งไปเมื่อกี้นี้เอง”
“ขอบใจๆ เฮีย”
ถวิลค้อมหัว นอบน้อมออกไป เฮียส่องเพชรต่อ

ถวิลเดินเครียดมาที่รถมอเตอร์ไซค์ ก้าวขึ้นคร่อมรถหยิบโทรศัพท์ออกมากดเบอร์ปลอด

ปลอดยืนที่ระเบียงบ้านที่เหมือง “ขอบใจว่ะหวิน”
ปลอดกดโทรศัพท์วางสายหน้าเครียด
เพ็ญนั่งถักไหมพรม เหลียวมอง ปลอดปรารภกับเมีย
“คิดไม่ผิด ปิ่นอนงค์ทำงานเป็นขบวนการเดียวกับคุณนายครองสุข ที่แต่งงานกับคุณใหญ่ก็เพราะต้องการปอกลอกทรัพย์สินของคุณใหญ่เท่านั้น”
“ไม่อยากจะเชื่อ หนูปิ่นกริยาท่าทางออกจะซื่อๆ ที่สำคัญคุณใหญ่ดูจะรักจริงซะด้วย”
“นี่แหละมารยาหญิง” ปลอดว่า
“ฉันก็ผู้หญิงนะพี่ อย่าเหมารวมซิ”
ปลอดไม่ต่อปากต่อคำ กดโทรศัพท์เบอร์ใหญ่ สีหน้าไม่สบายใจอย่างหนัก

ใหญ่สวมชุดนอนนั่งอยู่ในห้องทำงาน สีหน้าเครียดเคร่ง ถือโทรศัพท์แนบหู ขยับนั่งชันเข่า มองเข้าไปในตู้เซฟ ขณะนิ่งฟัง
“จริงครับ เครื่องเพชรไม่ได้อยู่ในตู้ ผมจัดการแน่ครับ แล้วจะส่งข่าวไป”
ใหญ่ตัดสาย เสียงเคาะประตู ใหญ่รีบปิดตู้เซฟ เดินไปนั่งที่เก้าอี้โต๊ะทำงานทำเป็นกดคีย์ เช็กโน้ตบุ๊ก
ปิ่นอนงค์ถือถ้วยกาแฟเข้ามา วางให้ที่โต๊ะ ใหญ่แกล้งยิ้มแย้มแจ่มใส
“ขอบใจ กำลังอยากได้กาแฟแก้ง่วงอยู่พอดี”
ปิ่นอนงค์ยิ้มบางๆ จะเดินไปที่ประตู “เดี๋ยวปิ่น ช่วยเปิดเซฟเอาเครื่องเพชรมาให้ชั้นดูหน่อยสิ”
ปิ่นอนงค์ชะงัก หันมามองใหญ่“ดูทำไมคะ”
“จะตรวจเช็กดูหน่อย พรุ่งนี้ว่าจะเอาไปฝากตู้นิรภัยที่ธนาคาร” ปิ่นอนงค์ อ้ำอึ้งกลบเกลื่อนพิรุธ ใหญ่บอกต่อ “ของแพงๆ อย่างนี้ เผื่อมีโจรมาปล้นเอาไป คงเสียดายแย่”
ปิ่นอนงค์มองใหญ่ มองเซฟ อยากบอกความจริง
“อ้าว ... อ้ำอึ้งอยู่ได้ จะได้ช่วยกันเป็นพยานตรวจนับไง”
ปิ่นอนงค์อึกอัก “อ๋อ ... ปิ่นเอาชุดเครื่องเพชรให้จินไปช่วยฝากตู้นิรภัยที่ธนาคารแล้วค่ะ”
ใหญ่ผิดหวังอย่างแรง “เหรอ ก็ดี”
ปิ่นอนงค์ยิ้มเจื่อนๆ หลบตาใหญ่ไปมา “ค่ะ ปิ่นขอตัวไปนอนก่อนนะคะ”
เพราะรู้สึกผิดปิ่นอนงค์รีบเดินออกไป ปิดประตูเบาๆ ใหญ่หน้าดุขึ้นมาทันที
“ในที่สุด เธอก็ไม่ได้อยู่ข้างฉันปิ่นอนงค์”

เวลานั้นที่หน้าเรือนใหญ่ ครองสุขยืนเหลียวมองล่อกแล่ก รีบหยิบซองสีน้ำตาลใส่เงินปึกใหญ่ยัดใส่กระเป๋าทรรศนะ ครองสุขกระซิบ
“รีบซื้อแหวนหมั้นให้หนูอรก่อน แล้วก็หาเรื่องถ่วงเวลางานแต่งออกไปก่อน เข้าใจมั้ย”
ทรรศนะกังวล “ถ้าพ่อแม่อร ไม่ยอมล่ะครับ”
ครองสุขหยิกแขนลูกชาย “ทำไมจะไม่ยอม ก็ซื้อแหวนหมั้นให้มันเริ่ดหรูดูแพงเข้าไว้ น้าจะรีบหาสินสอดที่เค้าเรียกให้ครบแล้วตามไป”
อรสอางค์เดินนำจิ๋วออกมาพร้อมกระเป๋าเดินทาง ท่าทีหงิดดูนาฬิกาข้อมือ
“รถยังไม่มาอีกเหรอคะ”
“ไม่รู้จักรักษาเวลา ชาตินี้ถึงเป็นได้แค่คนขับรถ”
ใหญ่เดินออกมามองกระเป๋าเดินทาง “จะไปเที่ยวที่ไหนกันเหรอทรรศนะ”
อรสอางค์เหฒ้นขี้หน้าใหญ่เต็มกลืน “คุณนะ เราคงไม่ต้องรายงานใครมั้งคะว่าจะไปไหนมาไหน”
“อ้าว ... ทรรศนะเป็นคนงานของไร่ ขาดงานไปไม่มีเหตุมีผล ก็โดนไล่ออกเท่านั้นเอง”
อรสอางค์โมโหยกมือชี้หน้าใหญ่ “ไม่เกินไปหน่อยเหรอ ในเมื่อนะก็มีสิทธิ์ในไร่นี้”
ทรรศนะรีบกดแขนอรสอางค์ลง “อรมีธุระนิดหน่อยที่กรุงเทพฯ ผมเลยต้องไปเป็นเพื่อน”
รถตู้เข้ามาจอด “ดีเลย ชั้นกับปิ่นยังหาที่ฮันนีมูนไม่ได้เลย ถ้าได้ไปฮันนีมูนกันที่บ้านท่านปลัดกระทรวง คงโก้น่าดู”
ครองสุข อรสอางค์ และทรรศนะ สบตากันไปมา ครองสุขรีบหาทางออกให้
“จู่ๆ จะไป มันไม่ถูก ควรต้องขออนุญาตเจ้าของบ้านเขาก่อน”
จิ๋ว เชิดราวกับเจ้าของบ้าน “คงไม่สะดวก”
ทุกคนหันไปมอง อรสอางค์กระแอม จิ๋วรู้ตัว “ที่บ้านมีแขกต่างประเทศมาพัก ตอนนี้คงรับแขกเพิ่มไม่ได้”
ใหญ่ทำหน้าตายียวน “โธ่ ทำเป็นจริงจังไปได้ เรื่องไปฮันนีมูน ผมก็แค่ล้อเล่น” ตบบ่าทรรศนะ “ขอให้เดินทางตลอดรอดฝั่งนะไอ้น้องชาย”
ใหญ่เดินไปทางไร่ ทุกคนโล่งใจ
ใหญ่เสียใจเรื่องปิ่นอนงค์ หลบมากินเหล้าที่ใต้ต้นไม้ริมบึงในไร่กะเปี๊ยกสองคน เปี๊ยกน้ำตาคลอ มองใหญ่ที่อยู่ในสภาพเมาปลิ้น ใกล้ๆ มีรถกอล์ฟจอดอยู่ กลางวงมีกับแกล้ม 3 อย่าง
“ชั้นทำดีกับเค้าทุกอย่าง โคตรรักเลย แต่มันพูดตรงๆ ไม่ได้”
เปี๊ยกเองก็เมาแต่พยักพเยิดรู้ความตลอด เพราะเมาน้อยกว่า
“ทำไมเค้าไม่เห็น ไม่เข้าใจชั้นเลย เค้าตอบแทนความรักของชั้นด้วยอะไร เปี๊ยกรู้มั้ย เค้าโกหก หลอกลวง ทรยศ หักหลังชั้น” ใหญ่ชี้หน้าเปี๊ยก “แกอย่าไปเล่าให้ใครฟังนะโว้ย”
เปี๊ยกโวยวายชี้ปากตัวเองว่ายังไงก็พูดไม่ได้“เออ ลืมไป”
ใหญ่สะเงาะสะแงะเอามือแกะเข็มขัดไปมา เปี๊ยกรีบสาดแกงในชามทิ้ง ส่งให้ใหญ่รองตรงเป้ากางเกง
“ไม่ได้ปวดฉี่ อึดอัดท้อง”
ระหว่างนั้นทัศนีย์ขี่จักรยานผ่านมาเห็น รีบหยุดรถ แอบดู ทัศนีย์จ้องใหญ่ที่ยืนโงนเงนอธิบายความกับเปี๊ยก ทัศนีย์ยิ้มสะใจ มีแผนการของตัวเองในความคิด

ปิ่นอนงค์อยู่ที่โถงเรือนใหญ่ นั่งอ่านนิตยสารไป ชะเง้อหาใหญ่ไป น้อยถือตะกร้าใส่ผัก ผลไม้ในไร่เข้ามา
“น้อย เห็นคุณใหญ่มั้ยจ๊ะ”
น้อยหน้าเครียด วางตะกร้า นั่งกับพื้น “ไม่เห็นค่ะ คุณผู้หญิง”
จู่ๆ น้อยลุกพรวดยิ้ม “ให้น้อยไปตามหามั้ยคะ คุณใหญ่คงอยู่ในไร่นี่แหละ”
“ไม่ต้องหรอก ช่างเค้าเถอะ น้อยจะไปทำอะไรก็ไปเถอะจ้ะ”
น้อยชูมะละกอในตะกร้าเว้าอีสาน “จะไปตำบักหุ่งใส่ปูปลาร้า เจ้าสิกินนำบ่อ อย่างแซบ ฮั่นแน่ ฟังไม่รู้เรื่องล่ะสิ น้ำลายแตกเฟียตๆ”
ปิ่นอนงค์ยิ้มบางๆ ให้น้อย แล้วชะเง้อหาใหญ่ต่อ
ส่วนน้อยเดินไปในครัว
โจ้เหล้าจากบ่ายจนมืดค่ำ เปี๊ยกหลับคาวงเหล้า ทัศนีย์รีบประคองใหญ่ขึ้นรถกอล์ฟ อย่างทุลักทุเล“ปิ่น ปิ่นอนงค์” ใหญ่อ้อแอ้
“ค่ะ.. ค่ะ นีจะพาคุณใหญ่กลับไปหาปิ่นที่เรือนใหญ่ นะคะ”
ใหญ่หลับไม่ได้สติอยู่บนรถ ทัศนีย์ขึ้นรถมองใหญ่ยิ้มกระหยิ่ม แล้วขับรถกอล์ฟออกไป

คืนนั้น ปิ่นอนงค์นอนไม่หลับพลิกไปพลิกมา ที่สุดลุกนั่งครุ่นคิด หยิบนาฬิกามาดูเวลา ปิ่นอนงค์นั่งคิดเป็นห่วงใหญ่
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 9 (ต่อ)

ในขณะที่จอมนั่งเมาอยู่คนเดียวที่ศาลาอเนกประสงค์ ปานเทพขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอด เดินมามองหาใหญ่แต่ไม่เจอ ปานเทพหงุดหงิดจึงกดโทรศัพท์หา แต่ดันติดต่อไม่ได้

ปานเทพเดินมาหาจอมถามดีๆ “จอมเห็นคุณใหญ่รึเปล่า”
จอมเมาของขึ้นแล้วด้วยจึงพร้อมจะมีเรื่อง “เห็นก็สวยเลย จะเตะมันให้คว่ำไอ้กระจอก”
ปานเทพยัวะ “เฮ้ยๆ มันจะมากไปแล้วนะ คุณใหญ่เป็นเจ้านายแกนะโว้ย”
จอมลุกพรวด “แต่ฉันไม่นับถือ มีอะไรมั้ย”
ปานถอย “อย่านะโว้ย ฉันไม่อยากรังแกคนเมา”
จอมผลักปานเทพอย่างแรง ปานเทพฉุนต่อยจอมเปรี้ยง “เตือนแล้วนะโว้ย”
ปานเทพเดินไปที่รถ จอมโดดเข้ารวบตัวปานเทพล้มลง สองคนฟัดกันไปมา จังหวะนั้นจอมได้ที นั่งทับตัวปานเทพ เงื้อมือจะต่อย ปิ่นอนงค์ขับรถเข้ามา กดแตร สาดไฟส่องหน้าจอม ก้าวลงจากรถ
“มีเรื่องอะไรกัน”
ปานเทพกะจอม ลุกแยกออกจากกัน “ไอ้จอม มันเมาอาละวาด” ปานเทพฮึดฮัด
“จอม ทำไมทำแบบนี้
“ปิ่นรู้อยู่แล้วว่าทำไม..”
ปิ่นอนงค์ไม่อยากพูด “นายปาน คุณใหญ่หายไปไหนก็ไม่รู้”
“นี่ผมก็ตามหาอยู่เหมือนกัน”
เสียงโทรศัพท์ปิ่น ปิ่นอนงค์ดูจอเห็นชื่อใหญ่ “คุณใหญ่”
ปิ่นอนงค์งง เพราะเป็นใหญ่ส่งรูปเข้ามา ปิ่นอนงค์ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือทัศนีย์ ที่ถือกล้องมือถือใหญ่ถ่ายเองด้วยมือข้างขวา
สักครู่หนึ่งหน้าจอโทรศัพท์ปิ่นอนงค์ ก็เห็นเป็นภาพนิ่งสามรูป ใหญ่ กะทัศนีย์กอดซบกันอยู่
ใหญ่ถอดเสื้อ ทัศนีย์อยู่ในชุดวาบหวิวบางเบา ใหญ่คร่อมครึ่งตัว หน้าซุกกะหว่างอกทัศนีย์
ปิ่นอนงค์ ตกใจตาโต
สักครู่ที่หน้าจอ ก็มีคลิปภาพเคลื่อนไหว เป็นภาพใหญ่ตะแคงกอดทัศนีย์ หน้าซุกไซ้ซอกคอ ในขณะที่ทัศนียิ้มพริ้มเพราลอยหน้าลอยตา ทำท่าเสียวซ่าน

ภายในห้องนอนที่บ้านพักรีสอร์ตหลังหนึ่ง ใหญ่ถูกทัศนีย์จับถอดเสื้อเพราะเมาหลับอยู่ ถูกจับจัดท่า และทัศนีย์กดโทรศัพท์ใหญ่ถ่ายไปมา

ปิ่นอนงค์ดูจอโทรศัพท์ หน้าเครียด กดปิด ปานเทพกะจอม มองปิ่นอนงค์ สลับกับมองโทรศัพท์ในมือ
ปิ่นอนงค์พูดลอยๆ ไม่มองหน้าใคร
“ไม่ต้องตามหาแล้วละ คุณใหญ่ ปลอดภัยดี”
“แล้วคุณใหญ่อยู่ไหน”
ปิ่นอนงค์ไม่ตอบขึ้นรถ แล้วขับออกไปทันที
ปานเทพกะจอมงง

รุ่งเช้า ทัศนีย์เล่นละครนั่งร้องไห้เสียอกเสียใจ นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ใหญ่ใส่เสื้อ หน้านิ่ง เหลือบมองทัศนีย์หน้าตาเฉยเมย
“นีพาคุณใหญ่กลับมาส่งห้องผู้จัดการ คุณใหญ่กลับฉุดนีเข้าห้อง นีสู้แรงคุณใหญ่ไม่ได้ คุณใหญ่ย่ำยีนี จนป่นปี้หมดแล้ว”
“อ๋อ ... เหรอ”
ใหญ่เดินออกประตูไป ทัศนีย์หยุดร้องไห้ทันทีมองตาแป๋ว
ใหญ่เดินเครียดออกมา ทัศนีย์วิ่งตามถึงแขนใหญ่รั้งไว้
“คุณใหญ่ คุณใหญ่ได้นีแล้วจะไปเฉยๆอย่างนี้ไม่ได้นะคะ คุณใหญ่จะไม่รับผิดชอบอะไรเลยเหรอ”
จอมขับอีแต๋นบรรทุกหญ้าผ่านมา หยุดดู ใหญ่จับไหล่ทัศนีย์สองข้าง
“ทัศนีย์ พอได้แล้ว ถึงชั้นจะเมาแค่ไหน พลั้งเผลออะไรไปบ้าง แต่ถ้าเรื่องได้ใครเป็นเมีย เมาแค่ไหนชั้นก็จำได้”
ใหญ่ผลักไหล่ทัศนีย์เซสองสามก้าว เดินไปขึ้นรถกอล์ฟขับออกไป
จอมแค้นใหญ่ที่นอกใจปิ่นอนงค์ ตบพวงมาลัยรถขับตาม

ปิ่นอนงค์กับน้อย จัดอาหารเช้าบนโต๊ะ ต้มบ๊วยหมูสับ ไข่ต้มยางมะตูม ผัดผักรวมใส่กุ้งสด
ปิ่นอนงค์งอนหน้านิ่งไม่พูดจา น้อยแอบมองไปมา
ใหญ่เข้ามาตีหน้าขรึม เพราะยังโกรธปิ่นอนงค์เรื่องเครื่องเพชร น้อยสะกิดปิ่นอนงค์ให้ดู
ปิ่นอนงค์ตักข้าวให้ใหญ่ ให้ตัวเอง แล้วนั่ง ใหญ่นั่งหน้าบึ้ง ปิ่นอนงค์ไม่ชายตามอง วางช้อนกลางใส่กับข้าว ใหญ่เหลือบมองปิ่นอนงค์งงๆ ว่าทำไมไม่พูดไม่จา ดูผิดปกติ
ปิ่นอนงค์ตักข้าวเข้าปาก ไม่สนใจใหญ่
ใหญ่ตักกินแล้วแกล้งโวยวายกับน้อยเรียกร้องความสนใจจากปิ่น
“เอาอะไรมาให้ฉันกิน มันถึงได้จืดชืดไร้รสชาติอย่างนี้”
น้อยมองหน้าปิ่นอนงค์งง เพราะปิ่นอนงค์เป็นคนทำ
“ไข่ต้มก็ต้มไม่สุก ไม่รู้เหรอว่าฉันไม่ชอบ มันเหม็นคาว”
ปิ่นอนงค์วางช้อน ใหญ่กระหยิ่ม ปิ่นอนงค์บอกเสียงเรียบ “น้อย เก็บโต๊ะ พี่อิ่มพอดี”
ปิ่นอนงค์ลุกพรวด ใหญ่งงไม่เคยเห็นอารมณ์นี้ น้อยจะเก็บ ใหญ่ตบโต๊ะเปรี้ยง
“ห้ามเก็บ ฉันยังไม่อิ่ม”
น้อยสะดุ้งโหยง เหลียวมองปิ่นอนงค์ตาละห้อย “จะให้เก็บดี หรือไม่เก็บดี”
“เก็บ” ปิ่นอนงค์เสียงแข็ง
ใหญ่จ้องน้อยประมาณลองเก็บดูสิ น้อยหัวหดรีบเดินหนีก่อนโดนหางเลข
ปิ่นอนงค์ประชด “ของไม่อร่อย ทั้งจืด ทั้งเหม็น ทั้งคาว ก็อย่าฝืนทานเลยนะคะ ลองไปให้คนอื่นทำให้ คงจะถูกใจคุณใหญ่กว่านี้”
ปิ่นอนงค์เดินหนี ใหญ่เดินตาม “ปิ่นอนงค์ เธอไม่อยากรู้เหรอว่าชั้นหายไปไหนมาทั้งคืน”
ปิ่นอนงค์ชะงัก “ชั้นไปนอนกับทัศนีย์มาทั้งคืน”
ปิ่นอนงค์มองใหญ่ท่าทีเฉยเมย “ค่ะ เป็นสิทธิ์ของคุณใหญ่”
ใหญ่สะอึก ยิ่งฉุน “อ๋อ ... ใช่สิ เธอไม่จำเป็นต้องมาสนใจไยดีอะไรกับชั้น เธอแต่งงานกับชั้นก็เพราะเงินเท่านั้น”
ปิ่นอนงค์หน้าสลด น้อยใจนัก ใหญ่เดินกระทืบเท้าเสียงปึงๆๆ ออกไป

ใหญ่มาระบายอารมณ์ยิงกระป๋องที่ตั้งเรียงกระจุยทีละกระป๋องชนิดแม่นยำเหมือนจับวาง แต่พอถึงใบสุดท้าย กระป๋องกระเด็นไปไกลเพราะฝีมือคนอื่น ใหญ่หันขวับไปข้างหลัง
จอมนั่งเท่บนหลังม้า เล็งปืนอยู่ ใหญ่จ้องจอมแบบไม่พอใจ จอมเบนปืนมาที่ใหญ่ จ้องกันไม่กระพริบตา ใหญ่ไม่หลบ แต่ลุ้นๆ ว่าจอมจะยิงหรือไม่
สุดท้ายจอมควงปืนเอาปากกระบอกหมุนกลับมาหาตัว แล้วยื่นปืนออกไป ทิ้งลงพื้น
จอมลงจากหลังม้า “สำหรับคนอย่างคุณใหญ่ โดนกระสุนนัดเดียวมันง่ายไป”
ใหญ่ยื่นปืนไปด้านข้าง แล้วปล่อยทิ้ง “แสดงว่าอยากวัดฝีมือกับฉันล่ะสิ ได้ เข้ามาเลย”
ใหญ่กระดิกนิ้วกวนประสาท จอมด่าใส่ไม่ไว้หน้า เป็นชุด
“วันนี้ ผมจะขอสะสางเรื่องปิ่น คุณใหญ่ใช้อำนาจความเป็นทายาทไร่ไพศาล บังคับขู่เข็ญ จิตใจของปิ่นมาตลอด สุดท้ายไม่รู้ด้วยเล่ห์กลอะไร ปิ่นต้องยอมแต่งงานกับคุณ แล้วคุณก็นอกใจปิ่นมายุ่งกับคุณนี ผมไม่ยอมให้คุณทำร้ายปิ่นอีกต่อไป”

ใหญ่ยิ้มเย้ย “อยากเป็นฮีโร่ทำเพื่อผู้หญิงว่างั้นเหอะ ฉันจะบอกอะไรให้ นายควรจะตาสว่างได้แล้ว ปิ่นอนงค์ไม่ใช่นางฟ้านางสวรรค์อย่างที่นายคิดหรอก ปิ่นต่างหากที่วางแผนใช้มารยาหญิงต่างๆนานา ล่อลวงให้ชั้นแต่งงานด้วย เพื่อหวังจะปอกลอกทรัพย์สินของชั้น เข้าใจเอาไว้ซะด้วย”
จอมตั้งการ์ดมวย กำหมัดแน่นโกรธมาก “ถ้าแกแพ้ แกต้องเลิกกับปิ่น คืนปิ่นมาให้ฉัน”
ใหญ่โดนท้าทายของขึ้นนิดๆ “แล้วถ้านายแพ้ล่ะ”
“ฉันจะออกไปจากไร่นี้!” จอมลั่นวาจา
ใหญ่ยังไม่ทันตั้งท่า จอมพุ่งเข้าใส่ชกหน้าใหญ่เซไป ใหญ่ลูบหน้า ยิ้มสะใจ ส่ายหน้า จอมพุ่งเข้าใส่ คราวนี้ใหญ่เบี่ยงตัวถีบข้างเข้าท้อง จอมจุก ใหญ่เตะตัดขาจอมล้มลง ใหญ่จะเดินหนีไป จอมเตะขาใหญ่ล้มลง กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างสูสี
จังหวะต่อมาต่างทรงตัวลุกได้ แลกหมัดกันไปมา จอมเตะใหญ่กันต่อยสวน จอมเช็ดเลือดมุมปาก ด้วยความโมโห พุ่งเข้าหาใหญ่
ใหญ่หมุนตัวศอกกลับ จอมทรุด พยายามลุกชันเข่า แต่กลับทรุดลงคุกเข่าอีก เลือดหยดจากจมูกติ๋งๆ
ใหญ่ตบไหล่จอมเบาๆ “เอาไว้ใ
กำลังโหลดความคิดเห็น...