xs
xsm
sm
md
lg

มาหยารัศมี ตอนที่ 9

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มาหยารัศมี ตอนที่ 9

เจิมอาศัยความมืดยามค่ำคืน เดินลัดเลาะมาตามริมรั้วด้านนอกของวังศิลาลาย เพื่อมาสืบความเคลื่อนไหวและดูความสัมพันธ์ของคุณชายกับเดือนแรมตามคำสั่งของจันทรา เมิน หลบมุมซุ่มแอบดู โดยเหลียวมองไปยังหน้าต่างชั้นบนของตึกใหญ่ เห็นธิติรัตน์กับเดือนแรมอยู่กันคนละมุม เหมือนจมอยู่กับความคิดทั้งคู่ เจิมยิ้มตาวาว

จันทราเดินกระวนกระวายอยู่ในบ้าน เหมือนรอใครอยู่ เจิมโผล่เข้ามาเงียบๆ
“โอ๊ย! พี่เจิม จะมาก็ไม่ให้สุ้มให้เสียง”
“ขืนให้สุ้มให้เสียง คนในบ้านก็แห่ กันมาดูน่ะสิ ว่าฉันแอบมาคุยอะไรกับแก”
“แล้วไงเรื่องให้ไปทำ”
“นังแรมมันอยู่กับคุณชายที่วังศิลาลาย”
เพ็ญประกายแอบฟังอยู่ ใจกระตุก กำมือแน่น ดวงตาเจ็บปวดเหลือเกิน
จันทราโกรธจัด “งั้นป่านนี้นังแรมกับคุณชายมันก็คง....”

จันทราคิดเองเออเองจินตนาการเตลิดไปว่า ธิติรัตน์กำลังโอบกอดเดือนแรม ท่าทางของทั้งสองอินเลิฟหนัก มีความสุขกันมาก จังหวะหนึ่งธิติรัตน์ก้มลงจูบที่หน้าผากเดือนแรมแผ่วเบา
“ฉันรักเธอนะแรม”
“แรมก็รักคุณชายค่ะ”
ธิติรัตน์ค่อยๆ ไล่จูบแรมจากหน้าผากลงมา

เพ็ญประกายจ่อมจมอยู่กับความหลงใหลในตัวธิติรัตน์ นั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในห้องที่คุณชายไม่ใยดี สุดท้ายมาลงที่เดือนแรม
“รู้ทั้งรู้ว่าคุณชาย เป็นของพี่ เธอก็ยังจงใจแย่ง” หยิบรูปที่เคยถ่ายคู่กับเดือนแรมขึ้นมาดูเพ่งมอง “ฉันเกลียดเธอ นับตั้งแต่วันนี้เราขาดกัน”
ขว้างกรอบรูปในมือทิ้ง โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

เมินจะเข้านอนแล้วได้ยินเสียงขว้างปาข้าวของดังมาจากห้องเพ็ญประกายก็สงสัย
“เสียงอะไร มาจากห้องยัยเพ็ญ”
เมินลุกเดินออกไป จันทราหน้าตาถมึงทึงเดินตาม

เมินกับจันทราเดินลิ่วมาที่ห้องเพ็ญประกาย เจอชุติมา อีกมุมเป็นแป้นชะเง้อดูอยู่
“เสนอหน้าออกมาทำไม?” จันทราถามเสียงเข้ม
“ก็ชุได้ยินเสียงอะไรไม่รู้จากห้องยัยเพ็ญ”
“เรื่องอะไรก็ไม่ต้องมายุ่ง” จันทราตวาด
เมินดุปราม “จะอะไรกันนักกันหนาเธอ” เคาะประตูเรียก “เพ็ญๆๆ”
ด้านในห้องเพ็ญประกายกำลังจะเอากรอบรูปเขวี้ยงปาอีก แต่ถูกคมกระจกบาดเอา
“โอ๊ย” มีเลือดออก
เมินตกใจ “เพ็ญๆๆๆ”
เมินกระแทกประตูเข้าไป เห็นมือเพ็ญประกายชุ่มไปด้วยเลือด
“เพ็ญ” เมินตรงเข้าไปหาห่วงมาก
ทุกคนตกใจ ตะลึงคาที่

จันทราโทร.หาธิติรัตน์ แต่คุณชายหลับแล้ว มือถือปิดเสียงเอาไว้จึงไม่ได้ยิน จันทราโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง
“ป่านนี้คงขลุกอยู่กับนังแรมน่ะสิ ถึงไม่รับสาย” จันทรายิ่งแค้นหนัก “นังแรม นังแพศยา ฉันเกลียดแก” จะเขวี้ยงมือถือทิ้งแต่นึกเสียดายขึ้นมา ยั้งมือได้ทัน

จันทราเปิดประตูกลับเข้าในห้องหน้าบึ้งตึง เมินนั่งหน้าบึ้งรออยู่แล้ว พร้อมกับถามขึ้น ดุอยู่ในที
“คุณไปตามคุณชายอีกแล้วใช่มั้ย?”
“ฉันก็แค่โทรศัพท์” จันทราเถียง
เมินนึกโมโหพูดเสียงดังขึ้น “มันก็เหมือนกันน่ะแหละ อยากเป็นอย่างข่าวนักใช่มั้ย ผู้หญิงไล่ตบกันแย่งผู้ชาย ไม่อายเค้าหรือไง?”
“นังแรมนั่นแหละที่ไม่อาย หน้าด้าน รู้ทั้งรู้ว่าคุณชายคือคู่หมั้นยัยเพ็ญ ยังจะหน้าด้านเสนอตัวไปให้เค้าถึงที่” จันทราสบโอกาสใส่ความเดือนแรมอีก
เมินชะงัก “หมายความว่ายังไง?”
“ก็ที่นังแรมมันกล้าออกจากบ้าน เพราะมันหนีไปอยู่กับคุณชาย”
เมินอึ้งไป เพราะไม่รู้เรื่องนี้ จันทราแสยะยิ้มด่าต่อ
“ถ้าคุณไม่อายน่ะ ไปลากมันกลับมาเลยนะ”
ทว่าเมินอึ้งนิ่งไปไม่ยอมตอบ จันทรากรี๊ด
“ทำไมไม่ตอบ หมายความว่าคุณอยากให้นังแรมมันได้กับคุณชายแทนยัยเพ็ญใช่มั้ย?” จันทราปรี๊ดอารมณ์ขึ้นกระโจนตีตัวเมินพัลวัน “คุณอยากให้นังแรมมันได้ดีกว่าลูกฉันใช่มั้ย?”
เมินทั้งโมโหทั้งรำคาญเหวี่ยงตัวจันทราออกสุดแรงจนจันทราล้ม “โอ๊ย!!เลิกบ้าได้แล้ว”
จันทราทั้งเจ็บตัว ทั้งแค้นใจ “คุณเมิน”
เมินพูดใส่หน้าเสียงเข้ม “ถ้าหากว่าสัญญาระหว่างผมกับท่านชายมันยุ่งยากขนาดนี้ ผมจะยกเลิกเพราะเพ็ญประกาย ไม่ใช่มาหยารัศมี” เดินไปล้มตัวนอนบนเตียงไม่สนใจ
“อ๊าย... ฉันเกลียดคุณคุณเมิน ฉันเกลียดคุณ”
จันทรากรี๊ดลั่นห้อง ดวงตาที่มองไปยังเมินมีแต่ความเกลียด
กลางดึกคืนนั้น เมินตะแคงตัวมองจันทราที่นอนอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์ ก่อนลุกเดินออกไป จันทรานอนหันหลังให้ลืมตาโพลงยังไม่หลับ นัยน์ตาวาบอย่างน่ากลัวกลางแสงสลัว

เมินเดินออกมาเปิดสวิชท์ไฟแต่ไม่ติด เมินทำหน้าหงุดหงิด เดินไปยังตู้เย็น แต่ต้อง
ชะงักเมื่อได้ยินเสียงเหมือนฝีเท้าคนเดินตามมา เมินหันกลับไปมองไม่เห็นมีอะไร แต่พอเมินหันกลับมาก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเจอมีดวาววับอยู่ตรงหน้า จันทราเงื้อมีดขึ้นสูงสุดแขน เมินร้องลั่น
“อย่าจันทรา!!อย่า! โอ๊ย...” เมินร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเสียงโหยหวน ขณะที่เลือดพุ่งออกมาจากกลางอก
เดือนแรมสะดุ้งตื่นสุดตัวกรีดร้อง ฝันร้ายเหมือนจริงว่าพ่อถูกจันทราฆ่าตาย
“คุณพ่อ!” เดือนแรมหอบหายใจแรงหวาดกลัวจนตัวสั่น ฝันร้าย

เช้าวันต่อมาเดือนแรมเดินหน้าเครียดจะออกนอกบ้าน เจอธิติรัตน์ สองคนมองหน้ากัน
ธิติรัตน์(เห็นเดือนแรมไม่ได้ใส่ชุดนศ) ไม่มีเรียนเหรอวันนี้??
เดือนแรมมีค่ะ..แต่เมื่อคืนแรมฝันร้าย แรมเลยจะไปหาคุณพ่อ
ธิติรัตน์ยิ้มเยาะ “คุณพ่อหรือพ่อคุณ?” เดือนแรมเงียบไม่อยากต่อความ “เอาเถอะ อยากไปไหนก็ไปแต่รีบกลับด้วยแล้วกัน เพราะเธอยังมีงานต้องทำกับฉันอยู่”
เดือนแรมก้มหน้าเดินออกไป เจิมที่แอบมองอยู่นอกรั้วขยับหมวกปิกหน้าตามไป
“ทำยังกับฉันจะเชื่อ ว่าเธอจะไปหาพ่อจริงๆ” ธิติรัตน์เดินตามแรมออกไป

เดือนแรมเดินออกมาถึงปากซอย โดยมีเจิมแอบสะกดรอยตามติด เสียงคำสั่งของจันทราดังก้องในหัว
“พี่จะพานังแรมไปขึ้นสวรรค์ลงนรกที่ไหนก็ไป อย่าให้มันมีชีวิตอีก!”
เดือนแรมรู้สึกตัวว่ามีคนตาม หันกลับมาเห็นเจิมแวบๆ แต่ไม่เห็นหน้าเพราะเจิมใส่หมวก สวมแว่นตาอำพรางอีกด้วย เจิมสะดุ้งหรุบหมวกลงรีบเดินเลี่ยงไปทางอื่น แต่ด้วยความอยากรู้ เดือนแรมจึงตามไป ขณะที่ด้านหลัง ธิติรัตน์เห็นท่าทางรีบร้อนของเดือนแรมก็รีบตามไป

เดือนแรมวิ่งตามเจิมไม่ลดละ เจิมหันกลับมาเห็นธิติรัตน์วิ่งตามเดือนแรม ก็ฉากหลบไปทางอื่น เดือนแรมยืนมองอย่างมั่นใจว่ามีคนตาม ธิติรัตน์ตามมาทัน
“มีอะไร?”
“มีคนตามแรมค่ะ”
ธิติรัตน์รีบเดินเอาตัวมาบังด้านหน้าปกป้องเดือนแรม กวาดสายตามองทั่วบริเวณ
“ต่อไปอย่าไปไหนมาไหนคนเดียว เดี๋ยวฉันไปส่ง”
ว่าพลางธิติรัตน์จับมือเดือนแรมเดินกลับไปทางเดิม เดือนแรมมองแล้วอึ้ง บอกเสียงอ่อยๆ
“ขอบคุณค่ะคุณชาย แรมไปเองดีกว่า แรมไม่อยากให้พี่มาหยารัศมีเข้าใจคุณชายผิด”
ธิติรัตน์มองหน้าเดือนแรมครู่หนึ่ง สองคนสบตาเศร้าพอกัน ก่อนที่ธิติรัตน์จะปล่อยมือ เดือนแรมเดินไป ธิติรัตน์ถอนหายใจหนักอก

ธิติรัตน์เข้าออฟฟิศนั่งทำงานแต่ใจไม่เป็นสุขพึมพำออกมา “แรมก็มีศัตรูอยู่ที่เดียว”

เดือนแรมเข้ามาในบ้าน ก็กวาดสายตามองไปทั่ว สีหน้าระแวดระวังภัย ทั้งที่ถูกตามและฝันร้ายเมื่อคืน
เดือนแรมจะเดินเข้าไปแต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นด้านหลังของผู้ชายคนหนึ่ง เดือนแรมสะดุดใจ ฉุกคิด เพราะแต่งตัวเหมือนกับคนที่ตามตน และกำลังยืนคุยอยู่กับจันทรา
“ผู้ชายคนนั้น” เดือนรีบหาที่ซ่อนแอบมองทันที
“ทำไมกลับมาเร็วนักล่ะ?” เสียงจันทราถาม ไม่สบอารมณ์นัก
“คุณชายตามมันมา”
จันทราโกรธมาก คิดไม่ถึง “คุณชาย”
“ท่าทางคุณชายทั้งรักทั้งห่วงมันมาก ฉันว่าถ้ามันอยู่กับคุณชาย คงยากที่จะทำร้ายมัน”
จันทราหันหน้ามาทางเดือนแรม เจิมหันตาม เดือนแรมเห็นเป็นเจิมก็ตกใจ
“นายเจิม!” ไว้เท่าความคิด เดือนแรมควักมือถือขึ้นมา ย่องขยับเข้าไปใกล้ๆ ถ่ายคลิปเอาไว้
“งั้นฉันจะไปลากตัวมันกลับมา พี่คอยหาโอกาสจัดการมันให้ได้แล้วกัน”
เจิมฉุน จันทราไม่พูดเรื่องเงินค่าเหนื่อย “เออ...เงินล่ะ”
“ถ้าอยากได้เงินเร็วๆ พี่ก็ต้องจัดการนังแรมให้ได้เร็วๆ”
สองคนผละไปทางอื่น เดือนแรมกำมือถือแน่น
“คุณพ่อจะได้รู้ความชั่วของคุณน้าซะที”
พอเดือนแรมหันกลับมาก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นเพ็ญประกายยืนอยู่ เพ็ญประกายไม่ถามสักคำ แต่ตะโกนลั่น
“แป้นมานี่!”

ต่อมาไม่นานเพ็ญประกายกับแป้นช่วยกันลากเดือนแรมเข้าไปในบ้าน เดือนแรมสะบัดตัวออก
“ปล่อยแรม!!” จนในที่สุดก็หลุดออกมาได้
แต่สองคนช่วยกันจับมาได้อีก เดือนแรมตะโกน
“พี่เพ็ญปล่อยแรม”
เพ็ญประกายปรี๊ดทันที แต่ด่าว่านิ่มนิ่งๆ “ยังจะเรียกฉันว่าพี่ได้เต็มปากอีกเหรอแรม? คุณแม่...”
จันทราเดินเข้ามา เพ็ญประกายที่ช่วยกันกับแป้นจับเดือนแรมไว้รีบบอก
“แรมอัดคลิปคุณแม่กับลุงเจิมไว้ค่ะ”
“นังแรม!” จันทราพุ่งเข้าตบหน้าเสียงดังผลัวะและแย่งมือถือ “เอามานี่”
เดือนแรมพยายามจะแย่งคืน จันทรารีบกดหาเปิดคลิปดู เห็นเป็นภาพตัวเองกับเจิมคุยกันอยู่
จันทราหัวเราะเย้ยหยันชูมือถือมาตรงหน้าเดือนแรม “มันไม่ง่ายอย่างที่แกคิดหรอกนังแรม”
ทันใดนั้น จันทราก็แกะซิมออกมา เดือนแรมกรี๊ด ออกแรงสะบัดสุดแรงเกิด
“อย่า!!”
จังหวะที่เดือนแรมสะบัดตัวนั้น มือของเดือนแรมฟาดเข้าหน้าเพ็ญประกายอย่างจัง แรงจนทำให้เพ็ญประกายล้มลง เดือนแรมไม่มีเวลาสนใจตรงเข้ามาแย่งมือถือคืนจากจันทรา สองคนแย่งกันไปมา โดยมีแป้นกับเพ็ญประกายเข้ามาช่วยจันทรา
ในที่สุดเดือนแรมถูกล็อกตัวเอาไว้ จันทราตบหน้าเดือนแรมฉาดใหญ่เสียงสนั่น เดือนแรมสู้ตายแล้วยกเท้าถีบจันทราเต็มแรง จันทราหงายหลังล้มลงก้นจ้ำเบ้า แต่ยังกำมือถือไว้แน่น
เดือนแรมทะยานเข้ามาแย่งจันทรา แต่จันทราไม่ยอมตบเดือนแรมจนหน้าหัน เดือนแรมไม่ยอม ตบจันทราคืน เพ็ญประกายกับแป้นตกตะลึงตาค้าง
จันทราโกรธสุดขีดที่ถูกตบ กระชากคอเดือนแรมเข้ามาบีบ
“วันนี้แกตายแน่นังแรม” ร่างเดือนแรมล้มลง จันทราขึ้นคร่อมไว้
เดือนแรมฮึดขอสู้ตาย พลิกตัวขึ้นมาคร่อมจันทรา “ฉันก็จะเอาคุณตายเหมือนกัน” gเดือนแรมมีแรงเท่าไหร่โถมลงบีบคอจันทราจนจันทราจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว
“ช่วยด้วยๆๆๆ”
เพ็ญประกายกับแป้นหายตกตะลึง รีบเข้ามาช่วยดึงเดือนแรม ออก
เดือนแรมสู้ไม่ได้ถูกสองคนดึงออกมา จันทราโผนทะยานตามมากระชากผมเดือนแรมตบหน้าอีกหลายที เดือนแรมเลือดกบปาก
จันทราบีบคางเดือนแรม “อยากได้นักใช่มั้ยมือถือน่ะ”
เดือนแรมมองตาเขม็ง จันทราถอดเมมโมรี่การ์ด ออกมาหักทิ้งตรงนั้น เดือนแรมมองเมมโมรี่การ์ดที่ถูกหักแบบโล่งใจเพราะไม่ได้เก็บภาพคลิปในนั้น
แต่ทันใดนั้น จันทราก็ปามือถือใส่หน้าเดือนแรมเต็มแรง
“โอ๊ย!!” เดือนแรมร้องออกมาอย่างเจ็บปวด
แป้นรีบแถมาเอามือถือ “เอาไปทิ้งดีกว่าค่ะ เผื่อมันจะเก็บไว้ในเครื่อง เดี๋ยวแป้นจัดการเอง”
แป้นรีบวิ่งเอามือถือออกไป เดือนแรมกรี๊ดด้วยความตกใจส่อพิรุธชัดเจน แต่ไม่มีใครคิด ติดใจ
“อย่า! เอาของฉันมา อย่าเอาไป อย่า!!
จันซากระชากผมเดือนแรมหัวเราะเย้ยหยัน ตวาดแว้ด
“หุบปาก! ฉันอยากฆ่าแกนักนังแรม ที่ฉันไม่ทำวันนี้เพราะฉันกลัวว่าควาเดือดร้อนมันจะมาถึงฉัน...แต่จำเอาไว้ฉันไม่มีทางปล่อยแกรอดหรอก อยากจะไปฟ้องใคร ฟ้องเล้ย หาหลักฐานไปเลย อยากรู้เหมือนกัน ว่าใครจะทำอะไรฉันได้เพราะคนที่นี่เป็นพยานของฉันทุกคน!”
จันทราผลักเดือนแรมล้มลง แล้วเดินประคองเพ็ญประกายที่โดนลูกหลงจากมือเท้าของเดือนแรมได้แผล บอบช้ำไปหลายที่
เดือนแรมร้องไห้ด้วยความเจ็บใจทำอะไรไม่ได้เลย

ทางด้านแป้นเดินถือมือถือของเดือนแรม ตรงมาที่ถังขยะ มองมือถือตกรุ่นอย่างสมเพช
“เฮ้อ!!มือถือเก๊า..เก่า ถู๊ก ถูก...ถูกกว่าของฉันอีก กระจอกจริงนังแรม”
แป้นหย่อนมือถือทิ้งใส่ถังขยะ แล้วเดินหนีไป ชุติมามาเห็นพอดี นึกสงสัยเดินไปเก็บมือถือขึ้นมา
“ต้องมีอะไรแน่เลย” ชุติมาเดินออกไป

เดือนแรมยังคงนั่งร้องไห้ อยู่อย่างอัดอั้นตันใจ ชุติมาเดินมาเห็นสภาพก็ตกใจ
“แรม!” ตรงเข้ามาหาเดือนแรม

เวลาเดียวกันนั้นธิติรัตน์ขับรถมาจอดหน้าบ้านเมินพอดี จันทรากับเพ็ญประกายที่อยู่ระเบียงด้านบนเห็น
“คุณชายมาตามนังแรม” จันทราโกรธขึ้นมาทันที
เพ็ญประกายได้ฟังก็น้ำหูน้ำตาร่วง จันทราจับตัวเพ็ญประกายเอาไว้มองจ้อง
“มาถึงที่นี่แล้ว คุณชายไม่มีสิทธิ์มาหานังแรม ลูกต้องทำหน้าที่ว่าที่คู่หมั้นให้ดีที่สุด เรื่องอื่นแม่จัดการเอง” จันทราเดินออกไปทันที


ชุติมาประคองเดือนแรมขึ้นมา พลางถาม
“มีเรื่องอะไรกันแรม?”
จันทราเดินเข้ามาพอดี “จะเรื่องอะไรก็ไม่เกี่ยวกับแก พานังแรมไปที่อื่น อย่าให้มันเสนอหน้าอยู่นี่”
“ฉันจะหาพ่อ”
จันทรากระแทกเสียงใส่ “พ่อแกไม่อยู่” หันมาทางชุติมา “พามันออกไป”
ชุติมานิ่ง ยังงงอยู่ เดือนแรมก็มองหน้าจันทรา จันทราถลึงตาใส่
“พามันออกไป ไม่งั้นมันจะโดนหนักกว่านี้” หันมาขู่เดือนแรม “สามรุมหนึ่งแกคิดว่าสู้ได้หรือนังแรม?”
ชุติมาถอนหายใจ เบื่อหน่ายความร้ายกาจของแม่ “ไปแรม...สามรุมหนึ่ง ยังไงก็ไม่มีทางสู้ได้หรอก”

ชุติมาพาเดือนแรมออกไปแล้ว จันทรายิ้มอย่างพอใจ เดินไปหาธิติรัตน์ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จทันควัน
“คุณชายมาได้จังหวะพอดีเลยค่ะ”
ธิติรัตน์งง

เพ็ญประกายนอนร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในบ้าน หน้าบวม ตาแดงช้ำ จากที่ถูกลูกหลง
จันทรารีบบอก “ฝีมือแรมค่ะ”
ธิติรัตน์งง จันทราพูดต่อ
“อย่าหาว่าฉันใส่ร้ายแรมเลยนะคะ แต่แรมมาที่นี่ แล้วก็ด่าว่ามาหยา จ้างคนไปสะกดรอยตาม ให้ทำร้ายแรม ทั้งที่มาหยาไม่รู้เรื่องอะไรเลย”
เพ็ญประกายแกล้งทำเป็นร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจตาย ห้ามแม่ “แม่คะ...อย่าว่าน้องค่ะ น้องแค่เข้าใจผิด”
“เข้าใจผิด? แล้วนี่มันอะไร? แดงช้ำไปทั้งหน้า”
เพ็ญประกายไม่ตอบเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น จันทราทำเสียงเหนื่อย
“แรมมากี่ทีก็สร้างเรื่องตลอด แล้วลูกยังจะปกป้องแรมอีก เฮ้อ!!แม่ขี้เกียจพูดแล้วมาหยารัศมี แม่เหนื่อยใจ เชิญคุณชายคุยกับมาหยาเองเถอะค่ะ”
จันทรากับแป้นออกไปแล้ว เพ็ญประกายร้องไห้ออกมาอย่างน่าเวทนา

เดือนแรมเดินออกมากับชุติมา เห็นรถธิตรัตน์จอดอยู่
“อ้าว!นั่นรถคุณชายนี่....” ชุติมายิ้มรู้ทัน “มิน่าคุณน้าถึงให้ได้พาเธอออกมา”
เดือนแรมมองเข้าไปด้านในหน้าหมอง ชุติมาถาม
“จะตามเข้าไปหรือเปล่าล่ะ?”
“ไม่ค่ะ แรมไม่อยากให้คุณชายยุ่งยากใจไปมากกว่านี้ แรมกลับก่อนแล้วกันค่ะ” เดือนแรมเดินออกไปเลย
ชุติมามองตาม เหนื่อยใจแทน “ความรักของเธอนี่มันดีจังเลยนะแรม....ไม่เหมือนความรักของยัยเพ็ญ เฮ้อ! คุณชายเอ๊ย..หลงเข้ามาในนี้ เสร็จแม่กับยัยเพ็ญแน่”
ชุติมาถอนหายใจเฮือก ไม่ได้เห็นเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเดือนแรมถูกตีอยู่บ่อยๆ หนักหนาสาหัสกว่านี้

เพ็ญประกายร้องไห้สร้างภาพพี่สาวแสนดี อย่างน่าสงสารมาก
“ตอนนี้มาหยาทุกข์มาก ไม่อยากรับรู้เรื่องอะไรอีกต่อไปแล้ว...คุณชายคะ...คุณชายเลิกล้มคำสัญญาได้เลยนะคะ...ถ้าคุณชายรักแรม”
ธิติรัตน์ชะงัก ว่าเพ็ญประกายรู้ได้ยังไง พอเห็นสีหน้าและอาการอึ้งของคุณชาย เพ็ญประกายก็เดาออก เจ็บปวดขึ้นมาอีก
“อย่าให้ความต้องการของท่านชายธีรธำรง ต้องมาทำลายความสุขของคุณชายเลยค่ะ” เพ็ญประกายบีบน้ำตาต่อ
“ผมไม่ได้รักแรม....และผมก็ยืนยันคำเดิมจะทำตามความต้องการของท่านพ่อ” ธิติรัตน์มองจ้องหน้าเพ็ญประกาย “ผมจะแต่งงานกับมาหยารัศมี”
เพ็ญประกายแอบยิ้มด้วยความดีใจ
ค่ำนั้นจันทรากับเพ็ญประกายฉลองด้วยการออกมาช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า สองแม่ลูกลั้นล้าเลือกเครื่องสำอางแทบเหมาช็อป
“ลูกแม่เก่งจริงๆ เก่งที่สุด” จันทราชมลูกสาวไม่ขาดปาก
“ก็เพ็ญจำมาจากคุณแม่นี่คะ” ลูกสาวจอมแอ๊บบอก
จันทราหัวเราะชอบอกชอบใจ “ฉลาดเหมือนแม่จริงๆ อย่างนี้แหละ ที่เค้าเรียกว่าดีเอ็นเอถ่ายทอดกันมาได้ทางสายเลือด ไปลูก..ไปเลือกเพชรไว้รอเลย...เจ้าสาวของคุณชายธิติรัตน์เป็นลูกแน่ๆ”
สองคนกอดกันเดินไประรื่นสุดๆ

ด้านธิติรัตน์ใคร่ครวญครุ่นคิดอย่างหนัก หลังกลับมาที่วัง
“ฉันไม่เชื่อว่าเธอจะทำอย่างนั้น ฉันจะต้องหาทางพิสูจน์ความจริงให้ได้แรม”

ส่วนชุติมาคาใจไม่หาย หยิบมือถือเดือนแรมขึ้นมาดู
“มันต้องมีอะไรแน่ แป้นมันถึงได้ทำอย่างนั้น”
ชุติมากดไล่เช็คดูภาพ แล้วก็เห็นที่อยากรู้ ชุติมาเปิดคลิปดู เห็นทั้งภาพและเสียงเต็มตา เต็มหู
ชุติมาตกใจ “แม่..ลุงเจิม! แม่นะแม่ ร้ายขึ้นทุกวัน” โยนมือถือไว้ในลิ้นชักโต๊ะเล็กข้างเตียง ใช้ความคิดหนัก “เฮ้อ! ทำไงดีเนี่ย?” นึกได้ “พี่ต้อม”

ชุติมาแอบดักรอแม้นเทพ ชะเง้อ หลบๆ กลัวคนที่บ้านเห็น
“เมื่อไหร่จะออกมานะพี่ต้อม” ชุติมาร้อนรุ่มใจ
แม้นเทพในชุดออกกำลังกาย เหงื่อซก วิ่งโผล่มาทางด้านหลัง
“ชุติมา” แม้นเทพเรียกเสียงดังมาก
“ว้าย!” ชุติมาตกใจแทบล้ม
“มาทำลับๆ ล่อๆ อะไรตรงนี้”
“ชุมาดักรอพี่ต้อมนี่แหละค่ะ ไม่ยักรู้ว่าพี่ต้อมไปออกกำลังกาย”
“พี่ชอบออกกำลังกาย ถ้าคนเราจิตใจดี สุขภาพร่างกายก็จะดี ในทำนองเดียวกัน ถ้าร่างกายสดชื่นแข็งแรง จิตใจก็จะพลอยดีสดชื่น แล้วไหน...ทำท่าอย่างกับกระสือ จะยืดคอได้อยู่แล้ว มารอพี่มีอะไร?”
“เอ่อ...พอดีชุฝันถึงแรมไม่ค่อยดีน่ะค่ะ เลยเป็นห่วง”
“ฝันว่าอะไร?”
“ก็...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่รู้สึกไม่ค่อยดี”
แม้นเทพถอนหายใจอย่างโล่งอก “กินมาก นอนมาก ก็เลยฝันน่ะสิเรา แต่ยังไงก็ขอบใจมาก ที่มีน้ำใจกับแรม”
“ก็ชุอยากเป็นคนดีเหมือนอย่างที่พี่ต้อมสอนไงคะ”
น้ำเสียงชุติมาจริงจังมองแล้วยิ้ม แม้นเทพยิ้มตอบเอามือยีผมอย่างเอ็นดู
“ดีมาก น้องสาวพี่!”
ชุติมายิ้มแก้มแทบแตก เขินมากมาย

ค่ำนั้น แม้นเทพนั่งยิ้มกับตัวเองอยู่ในห้อง เมื่อคิดถึงท่าทีและคำพูดชุติมา
“ชุอยากเป็นคนดี อย่างที่พี่ต้อมสอนไงคะ”
“เธอก็น่ารักดีเหมือนกันนะ ชุติมา”
แม้นเทพยิ้มอย่างอารมณ์ดี

ด้านชุติมานั่งอยู่ในห้อง ก็กำลังคิดถึงภาพและความแสนดีแม้นเทพ แล้วก็ยิ้มแบบเขินๆ กับตัวเอง
“พี่ต้อมน่ารักจัง...แต่ทำไง พี่ต้อมก็มองเห็นเราเป็นแค่น้องสาว”
ชุติมาบิดตัวขวยเขิน ในชีวิตนี้ยังไม่เคยเขินขนาดนี้มาก่อน ถอนหายใจฮึดสู้
“ไม่ได้ !!เราจะต้องทำให้พี่ต้อมสนใจเราให้ได้”
ท่าทีเงอะงะโก๊ะกังของชุติมาเวลานี้ ใครเห็นคงขำก๊าก

แผนการมัดใจชายในฝันของชุติมาเริ่มขึ้นในรุ่งเช้าวันต่อมา ชุติมาในชุดออกกำลังกายมาวนๆ เวียนๆ อยู่แถวบ้านแม้นเทพ จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจมาวิ่ง แต่แอบชอบ จึงมาดักรอแม้นเทพ
แม้นเทพแต่งตัวชุดนายทหารอย่างหล่อออกมา ชุติมาเอาฟ๊อกกี้ฉีดน้ำรีดผ้าที่ซ่อนไว้แถวต้นไม้ มาฉีดใส่ตามหน้าตามตัวให้เหมือนเหงื่อแตก แล้วแกล้งวิ่งผ่าน
“สวัสดีค่ะพี่ต้อม...ไปทำงานแต่เช้า ขยันจังเลยนะคะ”
“ชุก็ขยันเหมือนกัน ออกกำลังกายแต่เช้า”
“ก็..ทำอย่างที่พี่ต้อเคยบอกนะค่ะ...ถ้าคนเราจิตใจดี สุขภาพร่างกายก็จะดี ในทำนองเดียวกัน ถ้าร่างกายสดชื่นแข็งแรง จิตใจก็จะพลอยดีสดชื่นไปด้วยตอนนี้..จิตใจแล้วก็ร่างกายชุดีขึ้นมากเลยค่ะ”
“พี่ดีใจด้วย ทำให้ได้ทุกวันล่ะ” แม้นเทพเดินไปที่รถเร็วรี่
ชุติมามองตามเป็นปลื้ม “ค่ะพี่ต้อม”
ระหว่างนั้นพิมวิ่งออกมา “คุณต้อมคะ”
แม้นเทพหยุดหันมา “ครับป้าพิม”
“ลืมสละลอยแก้วของโปรดไปได้ยังไงคะ?”
ชุติมาหูผึ่ง มองอย่างสนใจ
“ไม่ได้ลืมครับ แต่เดี๋ยวกลับมาทานที่บ้านก็ได้” แม้นเทพว่า
“เอาไปทานที่ทำงานด้วยเถอะค่ะ อากาศร้อนๆจะได้ชื่นใจ”
“ขอบคุณครับป้าพิม”
แม้นเทพชะโงกหน้าหอมแก้มป้าพิม ชุติมาเขิน แอบคิดเตลิดไปไกล
“ผมไปทำงานก่อนนะครับ” หันมาทางชุติมา “พี่ไปทำงานก่อนนะชุ”
“ค่ะ” ชุติมายิ้มกว้าง เนื้อเต้นที่แม้นเทพใส่ใจ
แม้นเทพยิ้มให้ชุติมา แล้วขับรถออกไป ชุติมามองตามยิ้มปลื้มอยู่อย่างนั้น จนป้าพิมเหล่มอง
“คุณชุเป็นอะไรคะ?”
ชุติมาอึ้ง “คะ”
พิมรู้ทัน “ก็..ยิ้มซะกว้าง เหมือนถูกบอกรักยังไงยังงั้นค่ะ”
ป้าพิมเดินเข้าบ้านไป ชุติมายิ้มเขินไปมา
“โอ๊ย...แค่พี่ต้อมบอกว่าไปทำงานหน่อย ก็ยิ้มแก้มแตก ถ้าพี่ต้อมบอกรักจะเป็นยังไงเนี่ยชุติมา”

ชุติมามองตามรถแม้นเทพตาเป็นประกาย ปลื้มมากมาย

อ่านต่อหน้า 2

มาหยารัศมี ตอนที่ 9 (ต่อ)

ในเวลาเดียวกันนั้น เพ็ญประกายนั่งหน้าหมอง นัยน์ตาเศร้า ฝันเพ้อละเมอหาธิติรัตน์อยู่หน้ากระจกในห้องนอน

“ถ้าคุณชายบอกรักเพ็ญ....เพ็ญคงมีความสุขมาก....เพ็ญจะทำให้คุณชายรักเพ็ญที่ตัวเพ็ญ ไม่ใช่มาหยารัศมีค่ะ”
เพ็ญประกายมองกระจกอย่างมาดมั่นและมีความหวัง ก่อนสายตาจะเปลี่ยนเป็นดุมากขึ้น
“แรมทำอะไรได้...เพ็ญก็ทำได้เหมือนกัน”

เพ็ญประกายตรงเข้ามาในครัว ฝึกเสน่ห์ปลายจวัก แต่ทำแบบเก้ๆ กังๆ เพราะไม่เคยแตะ จันทราเดินเข้ามาเห็น
“เอ้า! ลูก ทำอะไร?”
เพ็ญประกายยิ้มแหยๆ บอกแม่ หัดทำกับข้าวน่ะค่ะ”
จันทราได้ฟังก็เนื้อเต้นดีใจนัก “อยากทำกับข้าว แสดงว่า...ลูกของแม่...พร้อมจะเป็นเจ้าสาวแล้วจริงๆด้วย” โผเข้ามากอดลูกสาว “งั้นเดี๋ยวแม่ให้แป้นสอนให้นะลูกนะ” ตะโกนโหวกเหวก “แป้นๆๆ”
แป้นวิ่งจู๊ดเข้ามาทันควัน “ขา...คุณนาย”
“สอนคุณมาหยารัศมีทำกับข้าวที เอาจานเด็ดชนิดคุณชายทานแล้วติดใจเลยรู้มั้ย?”จันทรากำชับ
“คร่า..คุณนาย.เดี๋ยวแป้นจะสำแดงฝีมือให้คุณชายสะท้านเล้ย” แป้นยิ้มแฉ่ง

ตอนกลางวันวันเดียวกันนั้น แม้นเทพเพิ่งเสร็จจากการคุมการฝึกทหาร

ยืนพักอยู่ในสนาม ระหว่างนั้นเห็นใครคนหนึ่งวิ่งออกกำลังกายผ่านไป แม้นเทพเห็นเป็นชุติมาซะงั้น
“มองเห็นเป็นชุติมาได้ยังไงเนี่ย?” แม้นเทพพึมพำแล้วหัวเราะขำๆ

เวลานั้นเมินออกรอบอยู่ที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง แต่ตั้งท่าอยู่นานสองนานก็ไม่มีสมาธิ
ที่แท้เป็นเพราะเมินนึกเป็นห่วงเดือนแรมอยู่ในใจ “แรมน่ะหรืออยู่ที่วังกับคุณชาย” จู่ก็โกรธขึ้นมา “ใจง่าย เหมือนแม่ชัดๆ”
เมินฮึดออกแรงตีสุดแรง กลางแดดเปรี้ยง แต่ฝืนสังขารไม่ไหว
“โอ๊ย”
เมินหน้ามืดทำท่าเป็นลมล้มทรุด แคดดี้วิ่งกันเข้ามาทันที สุดใจที่เป็นแม่บ้านอยู่ในสนามกอล์ฟแห่งนี้เห็นก็ตกใจวิ่งเข้ามา
“แขกเป็นลม ไปเอายาให้ด้วยพี่สุดใจ” แคดดี้รีบบอก
“ค่ะๆ” สุดใจวิ่งออกไปยังไม่ทันเห็นหน้าเมิน

ครู่ต่อมาเมินนอนอยู่ในห้องพักในสนามกอล์ฟ สุดใจเอาผ้าเย็น และยาลมมาให้
“ช่วยหน่อยพี่สุดใจ” แคดดี้บอก
“ค่ะๆ”
คนอื่นๆ เดินออกไปแล้ว สุดใจกระเถิบเข้ามา เอาผ้าเย็นมาซับหน้าให้แล้วก็ต้องสะดุ้ง จำได้ทันทีว่าเมินเคยช่วยตัวเองไว้
“ผู้ชายคนนั้น โธ่เอ๊ยคุณ!”
สุดใจเช็ดหน้าเช็ดตา เอายาดมให้เมินอย่างดี ก่อนเดินออกไป แต่ต้องชะงักเมื่อได้
ยินเสียงเมินเพ้อออกมา
“แรม...พ่อคิดถึงแรม เป็นห่วงแรมเหลือเกินลูก”
สุดใจถอนหายใจ รู้สึกเห็นใจ ไม่ได้ฉุกคิดเป็นเดือนแรมคนเดียวกับที่เคยช่วยตน

เวลาเดียวกันเดือนแรมหน้าตายังมีรอยช้ำ กำลังทำอาหารอยู่ แต่จิตใจว้าวุ่น ยืนนิ่งคิดถึงพ่อ
ละเอียดจับสังเกตเห็น “หนูแรม”
เดือนแรมสะดุ้งนิดๆ “คะป้าละเอียด”
“คิดอะไรอยู่คะ?” มองเห็นรอยช้ำก็ตกใจ ถามทันที “ต๊าย! หนูแรมไปทำอะไรมา? ทำไมหน้ามีรอยช้ำแบบนี้ล่ะ”
“ปะเปล่าค่ะ...ป้าคะ...ทำอาหารเสร็จแล้ว แรมขออนุญาตไปธุระนะคะ”
“ค่ะๆ ” ละเอียดอนุญาต
เดือนแรมเดินออกไป ละเอียดได้แต่มองตามอย่างเป็นห่วง
ธิติรัตน์เดินออกมาเจอละเอียด ถามถึงเดือนแรมทันที
“แรมล่ะ”
“เห็นบอกจะไปบ้านพ่อค่ะ...เฮ้อ! แล้วแรมไปถูกอะไรมาก็ไม่รู้ค่ะ หน้าช้ำไปหมด ถามก็ไม่บอก” ละเอียดบอกบ่นออกมาด้วยความห่วงใย
ธิติรัตน์ยืนนิ่ง นึกถึงใบหน้าช้ำของเพ็ญประกายขึ้นมา พึมพำเบาๆ
“ต้องมีอะไรแน่ๆ”

ดุจแขซื้อของข้างเสร็จ ทางเดินมาที่รถ โทรศัพท์ดัง ดุจแขเห็นเบอร์ยิ้มออกมา
“คะคุณชาย?”
“เรื่องที่ผมให้ไปตามได้หรือยัง?”
ดุจแขหุบยิ้ม ฉุนนิดๆ “คุณชายโทร.มาหาแขก็ด้วยเรื่องนี้”
“ผมอยากรู้”
“ได้ค่ะ...แขจะทำให้คุณชาย ทั้งๆ ที่ใจจริงแล้วแขไม่อยากยุ่งกับแรมเลย”
ดุจแขวางสายหน้าบึ้ง โทร.หาจารุณีทันที
“จารุณีเรื่องที่ฉันให้เธอช่วยสืบ ตามด่วนเลยนะ” นิ่งฟัง แล้วออกอาการหงุดหงิด “จะเรื่องอะไรอีก ก็เรื่องคุณเมินไง!”

ส่วนเมินเดินโผเผออกมาจากห้องพัก
“ค่อยยังชั่วแล้วเหรอคะคุณเมิน?” พนักงานเข้ามาถาม
“ครับ..ขอบคุณมากที่ช่วย ดูแลผมอย่างดี”
“ต้องขอบคุณป้าสุดใจค่ะ ป้าสุดใจเค้าดูแลคุณเมินดีเลย” แคดดี้บอก
เมินซาบซึ้งใจมาก “แล้วป้าสุดใจอยู่ไหนครับ? ผมอยากจะขอบคุณป้าสุดใจ”
พนักงานที่ทำงานอยู่อีกมุมหันมาบอก “แกออกไปซื้อของให้แขกน่ะค่ะ อีกเดี๋ยวคงกลับ”
“ฝากบอกด้วยนะครับ วันหลังผมจะมาขอบคุณป้าด้วยตัวเอง” เมินยิ้มแล้วเดินออกไป
“ค่ะ” แคดดี้ยิ้มตอบ

พอเมินเดินพ้นไป สุดใจก็เดินเข้ามาในมือหิ้วของพะรุงพะรังมาอีกทาง
“อ้าว! ป้ามาพอดี” แคดดี้ประจำตัวเมินบอก
“มีอะไรจ้ะ?” สุดใจสงสัย
“คุณเมินเค้าจะขอบคุณป้าน่ะ...แต่เค้ากลับไปแล้ว” แคดดี้อีกคนบอก
สุดใจคุ้นชื่อ รู้สึกตกใจ “คุณเมิน…” พูดเสียงแผ่วๆ “โลกคงไม่กลมขนาดนั้นหรอก....”

แป้นตั้งหน้าตั้งตาเปิดคอร์สสอนเพ็ญประกายทำอาหาร เพ็ญประกายทำหน้าแหยๆ จันทราเดินเข้ามา จมูกได้กลิ่นหึ่งทั่วครัว
“นังแป้น แกสอนลูกฉันทำอะไร ทำไมมันเหม็นอย่างนี้?”
จันทรามองอาหาร เห็นเป็นจานตำปูปลาร้า สุดยอดเมนูอาหารอีสานซะงั้น
จันทรากรี๊ด ตวาดแว้ด “นังบ้าแป้น นี่เหรออาหารจานเด็ดของแก”
“ก็นี่ไงคะ ตำปูปลาร้า จานเด็ดของแป้น” แป้นว่า
จันทราเบิ๊ดกะโหลกแป้นไปหนึ่งที “ตำปูปลาร้า คุณชายจะกินเหรอนังบ้า?”
“ถ้าคุณชายไม่กินตำปูปลาร้า ก็มีซุบ...”
แป้นค้างคำพูดยื่นจานซุบหน่อไม้มาตรงหน้าจันทรา “ซุบหน่อไม้” แป้นบอกอย่างภาคภูมิใจ
จันทราถามย้ำ “แกจะให้คุณชายกินซุบหน่อไม้ นังแป้น”
จันทราเอาจานซุบหน่อไม้สาดเข้าที่อกแป้น แล้วตรงเข้ามายีหัวอย่างโมโห
“นังบ้า อาหารพวกนี้ ลูกสาวฉันจะเป็นสะใภ้ผู้ดีได้ยังไง? นังขี้ข้า นังไพร่มานี่เลยแกมานี่”
จันทราลากแป้นออกไป
แป้นถูกลากผมดึงหูออกมา แป้นร้องโอดโอย
“โอ๊ยเจ็บ..ปล่อยคุณนายปล่อย”
“ไม่ปล่อย มีแต่จะเอาเลือดหัวแกออก” เน้นเสียงเข้มขึ้นอีก “อาหารที่แกทำมันไม่ใช่อาหารผู้ดีรู้ไว้” ทั้งจิกทั้งขย้ำหัวด้วยความโมโห
แป้นเจ็บระบมทั้งหัวหูโมโหมาก ปัดมือจันทราออก “คำก็ผู้ดี สองคำก็ผู้ดี ผู้ดีจริงๆเค้าไม่ดูถูกคนหรอกที่สำคัญ อาหารที่คุณดูถูก มันขึ้นชื่อเป็นอาหารระดับชาติ มีแต่คนที่ลืมกำพืดอย่างคุณเท่านั้นล่ะที่ดูถูก”
“แกกล้าด่าฉันเหรอนังแป้น?” จันทราตบหน้าแป้นฉาดใหญ่เสียงดังผลัวะ
“ทนไม่ไหวแล้วโว้ย” แป้นตบคืน
“นังแป้น” จันทราโกรธเลือดขึ้นหน้า เงื้อมือจะตบ
แป้นชี้หน้า “อย่านะคุณนาย”
ขยับหาจันทราอย่างเอาเรื่อง จันทราถอยหลังกรูด ระหว่างนั้นเดือนแรมเดินเข้ามาเห็น ไม่เข้าไปช่วยแต่แอบมอง แป้นสืบเท้าเข้าไปชี้หน้าด่าจันทรา
“ที่ผ่านมานังแป้นมันทนมามากพอแล้ว แต่คุณนายก็ไม่เคยเห็นหัว มีแต่โขกแต่สับ เอาซี้…จะทำอะไรนังแป้นทำมาเล้ย นังแป้นให้โอกาส...เพราะวันนี้มันจะเป็นวันสุดท้ายของคุณนายแล้วที่จะได้เสวยสุขในบ้านมณีกุล”
จันทราชะงักไปครู่หนึ่ง “แกหมายความว่ายังไง?”
แป้นหัวเราะเยาะ “คุณเมินจะว่ายังไงน้อ?....ที่ภรรยาใหม่...สาว..สวย..ที่เผลอคิดว่าเป็นสาวบริสุทธิ์ แท้จริงแล้วเคยมีผัวมาก่อน และลูกของผัวเก่าก็อยู่ในบ้านหลังนี้”
จันทราเจอของจริงตกใจ จนหน้าซีด “นังแป้น”
แป้นขู่ซ้ำ “ฉันจะไปบอกคุณเมิน ว่าคุณชุติมาไม่ใช่หลานแต่เป็นลูกคุณ”
เดือนแรมตะลึงคาที่ ตกใจมาก ได้ยินเต็มสองหู
จันทรารีบเดินตามแป้นเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนลง “อย่านะแป้น”
“ฮึ!ทีนี้ล่ะทำเสียงอ่อนเสียงหวาน” แป้นฮึดฮัด
“แกต้องการอะไรฉันจะให้”
แป้นยิ้มเข้าทางเต็มๆ “เงินซักก้อนก่อนก็แล้วกัน”
“ได้”
จันทรารับคำ พยักหน้าแต่สายตาเจ้าเล่ห์ แป้นไม่ทันสังเกตยิ้มพอใจ เดือนแรมตกใจมาก

ครู่ต่อมาจันทรายื่นเงินให้ปึกใหญ่ แป้นรับมา ตาโต
“โอ้โห! คุณอัดฉีดแป้นขนาดนี้ รับรองความลับไม่รั่วไหล”
จันทรายิ้มใจดี “ให้มันจริงเถอะ”
“จริงสิคะ...ความจริงแป้นรู้มาตั้งนานแล้วแต่ไม่พูด..แต่...ขอโทษที” แป้นพูดเสียงแข็ง “ตะกี้คุณร้ายกับแป้นไปหน่อย”
“ก็ฉันโมโห เอาเป็นว่าฉันขอโทษเธอแล้วกัน ต่อไปฉันจะเมตตาเธอมากกว่านี้”
“งั้นวันนี้แป้นไม่ทำงานนะคะ ขอไปช็อปปิ้งให้ฉ่ำปอดหน่อย”
“ได้...ตามสบาย”
“ขอบคุณค่า” แป้นเดินลั้นลาออกไป ไม่สำเหนียกสักนิดว่ากำลังร่าเริงอยู่บนหุบเหว
แต่ทันทีที่ประตูปิดลง หน้าเปื้อนยิ้มของจันทราก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงร้ายกาจ
“ฉันไม่ปล่อยให้แกขู่ฉันนานหรอกนังแป้น
จันทราเอามือบีบขยุ้มหมอนแน่นราวกับหมอนใบนั้นเป็นลำคอของแป้น

ด้านเดือนแรมรีบเดินออกมานอกบ้านตกอกตกใจมากกับความลับที่ล่วงรู้
“พี่ชุ..คือลูกคุณจันทรา”

ส่วนชุติมาเดินวนไปเวียนมาอยู่ในสนามหญ้า คิดแต่เรื่องแม้นเทพ พึมพำอยู่คนเดียว
“ไม่เอา...เราไม่อยากเป็นแค่น้อง เราต้องทำให้พี่ต้อมรักเราให้ได้”
ชุติมาไม่รู้ว่าเพ็ญประกายเดินมาได้ยิน แอบยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างพอใจ
“พี่ชุแอบหลงรักพี่ต้อม” เพ็ญประกายเป้ปากเดินไปไม่สนใจ
ชุติมายังฟุ้งฝันต่อ นึกถึงตอนที่ป้าพิมบอกสละลอยแก้วของโปรดแม้นเทพขึ้นมา
“สละลอยแก้วของโปรดพี่ต้อม...ใช่แล้ว”
ชุติมาปิ๊งขึ้นมาทันที

ชุติมามาเดินตลาดแต่เช้า เดินหาซื้อสละ เลือกเจ้าแล้วเจ้าเล่า เลือกดูอย่างตั้งใจดูละเอียดว่าสวยไม่สวย สุดท้ายก็ได้มาเต็มสองมือ
ชุติมาชูถุงสละเต็มสองมือ “เอาน่า...สละลอยแก้วยากจะตาย กันเหนียว!”
แล้วหิ้วถุงสละพะรุงพะรังกลับบ้านไปด้วยสีหน้าร่าเริง

ไม่นานหลังจากนั้น พอจันทรา เพ็ญประกาย และแป้นเดินเข้ามาในห้องครัว ก็สะดุดตากับสละกองโต ในขณะที่ชุติมาไม่ใส่ใจโลก กำลังตั้งหน้าตั้งตา และตั้งใจคว้านเอาเม็ดออกมาอย่างลำบากยากเย็น ประสาคนไม่เคยแตะ
จันทราสงสัยมากๆ “แกซื้อสละมาถมที่รึไงชุติมา ถึงได้เยอะแยะขนาดนี้น่ะหือ?”
ชุติมาทำสีหน้าเหนื่อยหน่าย ประชดส่ง “ชุไม่มีที่ให้ถมหรอกค่ะ แต่ถ้าเป็นศพอาจจะมี”
“นังชุติมา แกเนี่ย...กวนประสาทฉันจริงๆ”
“เก๊าะหนูได้เลือดพ่อ” ชุติมากวนกลับ
จันทราฮึดฮัดขัดใจ “โอ๊ย! ฉันไม่พูดกับแกแล้วอารมณ์เสีย งั้นทำเสร็จก็ฝังขยะลงไปพร้อมแกด้วยแล้วกัน”

จันทราเดินออกไป แป้นที่วันนี้แต่งตัวแบบจัดเต็ม หลังเอาค่าปิดปากไปซื้อชุดใหม่หนำใจแล้ว เดินตามไปด้วย
เพ็ญประกายเดินไปแล้วเยาะเย้ยชุติมา “ว่าแต่ฉันบ้าผู้ชาย ที่แท้เธอก็บ้าเหมือนกัน”
“บ้าอะไร?” ชุติมาชะงัก ฉุนกึก
“ก็...ไอ้สละที่นั่งทำอยู่นี่....ตั้งใจเอาไปให้พี่ต้อมใช่มั้ยล่ะ?”
ชุติมาตกใจ ตาโต เพ็ญประกายหัวเราะเยาะ
“จ้างให้พี่ต้อมก็ไม่ชอบ”
ชุติมารำคาญ ไม่อยากเสวนา “ชอบไม่ชอบ ฉันจะถามพี่ต้อมเอง”
“คำก็พี่ต้อม สองคำก็พี่ต้อม กล้าเรียก ทั้งๆ ที่พี่ต้อมไม่ได้เป็นอะไรกับเธอซักหน่อย”
ชุติมาเซ็งเป็ด เบื่อมากๆ โบกมือไล่ “จะไปไหนก็ไปไป ฉันไม่อยากมีเรื่องกับเธอ”
“แต่ฉันอยากมี” ขาดคำเพ็ญประกายเอามือปัดมีดในมือชุติมาออกไม่ให้ทำ
“เอ๊ย! ยัยเพ็ญ..เธอเป็นบ้าอะไร?” คราวนี้ของขึ้นมาเป็นริ้วๆแล้ว
“บ้าเพราะเธอชอบด่าฉันแต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้ดีกว่าฉันเท่าไหร่ แถมบ้ากว่าอีกด้วย จะบอกอะไรให้ต่อให้เธอหลงรักพี่ต้อมแค่ไหน พี่ต้อมก็ไม่มีวันมองเธอหรอกเพราะเธอเป็นลูกไอ้ขี้คุก ไอ้ขี้คุกๆๆๆ”
“เพ็ญประกาย” ชุติมาทุบโต๊ะเปรี้ยง
เพ็ญประกายลอยหน้าลอยตา ไม่กลัว “ทำไม? จะทำไม? จ้างให้ฉันก็ไม่ให้ลูกขี้คุกอย่างเธอจีบพี่ต้อม”
ทันใดนั้น เพ็ญประกายคว้ากองสละที่คว้านแล้วโยนใส่ถังขยะ ชุติมาที่มือในถือมีดคว้านอยู่ลุกขึ้นมาแย่ง ร้องเสียงหลง
“อย่า...”
เพ็ญประกายไม่ยอมยื้อคืน สองสาวยื้อยุดฉุดกระชากกัน ในขณะที่มือชุติมาถือมีดอยู่ และโดยไม่มีใครคาดคิดมีดในมือชุติมาตวัดถูกแขนเพ็ญประกายกรีดเป็นรอย
“ว๊าย” เพ็ญประกายร้องด้วยความตกใจ เลือดสดๆไหลออกมา
ชุติมาเองก็ตกใจไม่ใช่น้อย “เพ็ญ...เห็นมั้ยไม่น่ามาหาเรื่องกันเลย”
เพ็ญประกายโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง “เธอสิทำฉัน ฉันจะฟ้องพี่ต้อม ว่าเธอแกล้งฉัน”
ชุติมาเยาะ “พี่ต้อมมีเหตุผล เค้าไม่เชื่อเธอหรอก”
“ก็ลองดูแล้วกัน ระหว่างน้องแท้ๆกับเด็กในบ้าน พี่ต้อมจะเชื่อใคร”
เพ็ญประกายเดินสะบัดหน้าไป ชุติมามองอย่างอารมณ์เสีย
“น่าตบปากเป็นของแถมจริงๆยัยเพ็ญเนี่ย”
หันไปทำต่อไม่สนโลก

สายวันเดียวกันเดือนแรมมีงานภาพยนตร์โฆณาพรีเซ็นเตอร์ชิ้นใหม่ แต่เดือนแรมพูดผิดพูดถูกไม่มีสมาธิตลอดๆ
ธิติรัตน์ร้อง “คัท” ตลอดเช่นกัน
เดือนแรมจ๋อย “ขอโทษค่ะ”
ธิติรัตน์จ้องหน้ามองเดือนแรมอย่างสงสัย เจ๊กอไก่รีบบอก
“ขอโทษค่ะๆ เมื่อคืนน้องอ่านหนังสือหนักไปหน่อยนะค่ะ”
เดือนแรมหน้าซีด “ขออีกเทคนะคะ”
ธิติรัตน์ดุแต่เนื้อเสียงแฝงความเอื้ออาทร “ตั้งใจหน่อยนะแรม”
“ค่ะ” เดือนแรมยิ้มรับ
เสียงธิติรัตน์สั่งเดินกล้อง “5-4-3-2…”
คราวนี้เดือนแรมทำได้ฉลุย ธิติรัตน์สั่งเลิกกอง

เดือนแรมเปลี่ยนเสื้อผ้าเดินหน้าเครียดมาตามทางในสตูฯ เจ๊กอไก่วิ่งตามมา
“มีเรื่องอะไรรึเปล่าน้องแรม?”
เดือนแรมหน้าเครียด กังวลไปหมดทุกสิ่งอย่าง ทั้งฝันร้ายเรื่องพ่อและเรื่องชุติมา
“เปล่าค่ะ” เดือนแรมบอก
ธิติรัตน์โผล่มาจากไหน ตอนไหนไม่รู้ “แต่ฉันว่ามี”
เจ๊กอไก่ยิ้มแป้นแซวขำๆ “พระเอกมา....แหะๆ ตัวประกอบหลบไปดีกว่า” ชิ่งหลบไปอย่างรวดเร็ว
ธิติรัตน์จ้องหน้าเดือนแรมเป็นเชิงถาม เดือนแรมไม่รู้จะบอกยังไง?
“แรม...”
ธิติรัตน์รอฟังแต่เดือนแรมไม่ยอมเล่า เลยประชดอย่างหงุดหงิด “ฉันลืมไป ว่าตอนนี้ เธอมีพี่คนนั้นคอยเป็นที่ปรึกษาอยู่ งั้นมีอะไรก็ไปบอกพี่คนนั้นแล้วกัน” เดินหนีไปเร็วรี่
“พี่คนไหน?” เดือนแรมงงถอนหายใจ “แรมไม่รู้จะบอกยังไงต่างหากล่ะคะธิติรัตน์เฮ้อ!”

คืนต่อมาชุติมากระวนกระวายแอบมองแม้นเทพอยู่ที่หน้าต่าง
ชุติมามองนาฬิกาเห็นว่าสามทุ่มแล้ว “ทุกวันพี่ต้อมก็กลับมาแล้ว ทำไมวันนี้ยังไม่กลับมาอีกมีอะไรหรือเปล่า” วึดวือเพราะกระวนกระวาย “เมื่อไหร่พี่ต้อมจะกลับมาเนี่ย?? เฮ้อ!!อย่าบอกนะว่า สละลอยแก้วที่นั่งทำทั้งวันจะเป็นหมันน่ะ”
ชุติมาชะโงกหน้ามองลงไปด้านล่าง เห็นรถแม้นเทพวิ่งเข้ามาจอด
“พี่ต้อมมาแล้ว”
ชุติมายิ้มกว้าง วิ่งออกนอกห้องทันที

เพ็ญประกายชะเง้อคอมองดูแม้นเทพเหมือนกัน พอเห็นก็รีบสั่งการแป้น
“ฉันจะไปหาพี่ต้อม ทำตามแผนได้เลยนะแป้น”
“คร่า”
แป้นดี๊ด๊ารับคำ วิ่งกลับเข้าไปในบ้านเร็วรี่ ส่วนเพ็ญประกายเดินตรงไปยังบ้านมะลิ

ชุติมาเดินลิ่วมาที่ห้องครัว หน้าตายิ้มแย้ม แต่ต้องกรี๊ดสุดเสียงเมื่อเห็นแป้นเปิด
ตู้เย็นหยิบกล่องขนาดใหญ่ที่ใส่สละลอยแก้วออกมา
“เฮ้ย!!จะทำอะไรน่ะ?” ชุติมาร้องเสียงก้อง
แป้นไม่ตอบ เอากล่องสละเดินตรงไปที่ถังขยะในครัวเททิ้ง ชุติมาวี้ด
“อย่านะนังแป้น!”
ชุติมาตรงเข้าไปแย่งกล่องสละคืน แป้นไม่ให้ สองสาวยื้อยุดฉุดกระชากกัน จนใน
ที่สุดกล่องสละก็ตกลงพื้น แต่หกไม่หมด เหลือติดที่กล่องอยู่
ชุติมากรี๊ดลั่น “นังแป้น”
แป้นจะคว้ากล่องเททิ้งอีก แต่ชุติมาตวาดเสียงเขียว
“อย่านะ ถ้าแกไม่อยากถูกฝังอยู่ตรงนี้น่ะ”
ชุติมาขู่แล้วแย่งกล่องที่เหลืออยู่นิดเดียวขึ้นมา โกรธเลือดขึ้นหน้าแล้ว
“แกนี่มันวอนตายจริงๆ นังแป้น” ทำท่าเงื้อมือจะฟาด
แป้นร้องกรี๊ดวิ่งหนีไป ชุติมามองสละลอยแก้วที่หกเกลื่อนพื้นด้วยความเสียใจ
แล้วเอาที่เหลือใส่กล่องเล็กอันใหม่

แม้นเทพกลับมาจากกรมทหาร กำลังออกกำลังกายอยู่แถวบริเวณบ้าน เพ็ญประกายวิ่งร้องไห้เข้ามา ท่าทีหวาดกลัว
“พี่ต้อมขาพี่ต้อม”
“เป็นอะไรเพ็ญ?”
“พี่ชุติมาจะฆ่าน้อง...” เพ็ญประกายบอกเสียงจริงจัง
แม้นเทพ ตกใจมาก “ฆ่าน้อง”
“ถ้าพี่ต้อมไม่เชื่อก็ดูสิคะ”
เพ็ญประกายยื่นแขนให้แม้นเทพดู เป็นรอยถูกมีดบาดยาว แย่งกันตอนทำสละ
“แล้วทำไมชุติมาถึงทำอย่างนี้?” แม้นเทพไม่เชื่อเท่าไหร่
“เค้าโกรธ...เค้าอิจฉา ที่น้องได้ใกล้ชิด สนิทสนมพี่ต้อม”
แม้นเทพคาดคั้น “ทำไม?”
“พี่ชุเค้าคิดว่าพี่ต้อมรักเค้า ถึงได้ทำดีกับเค้าทุกวัน แล้วเค้ายังเล่าให้น้องฟังอีกด้วยนะคะว่า พี่ต้อมเครซี่เค้า...หลงเค้าจะเป็นจะตาย พอน้องปกป้องพี่ต้อมเค้าก็หึงหวง คิดสกปรกไปไกล”
“อะไร?”
เพ็ญประกายใส่ไข่ “พี่ชุเค้าบอกว่าน้องจะแย่งพี่ต้อมจากเค้า เค้าเลยอาละวาดเอามีดมาแทงน้องค่ะ”
สีหน้าแม้นเทพโกรธจัด
ด้านชุติมายังไม่รู้ตัวว่าโดนเพ็ญประกายใส่ไฟ วิ่งประคองสละลอยแก้วกล่องเล็กๆ ที่เหลือมาอย่างทะนุถนอม
“นังแป้นบ้าเอ๊ย ทำสละลอยแก้วของฉันหกเกือบหมด เฮ้อ!!เหลือแค่นี้พี่ต้อมจะพอกินมั้ยเนี่ย?”
ยกขึ้นมองกังวล แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเอากล่องลงเห็นแม้นเทพหน้าตาถมึงทึงอยู่
หน้าชุติมาที่ยิ้มอยู่หุบสนิท “พี่ต้อม...”
“ฉันบอกเธอแล้วใช่มั้ย? ถ้าทำตัวอย่างที่ผ่านมาอีก เราไม่ต้องพูดกัน”
ชุติมางง “ชุทำอะไร?”
“ฉันไม่พูดออกมาให้มันเป็นราคีกับปากฉันหรอก เพราะความคิดของเธอสกปรกเหลือเกิน”
ชุติมางงหนัก “ชุคิดอะไรคะ?”
แม้นเทพหยัน “รู้อยู่แก่ใจ”
ระหว่างนั้นเพ็ญประกายเดินโผล่ออกมาจากด้านหลัง ยิ้มเยาะ
“เธอใส่ร้ายอะไรฉันกับพี่ต้อมยัยเพ็ญ”
ชุติมาของขึ้นองค์ลงเต็มร่างจะโผนทะยานเข้าหา
แต่ถูกแม้นเทพกระชากตัวเอาไว้อย่างแรง จนกล่องสละในมือชุติมาร่วงหล่นลงพื้นชุติมามองสละเสียใจมาก เพ็ญประกายยิ้มเยาะ ชุติมานึกรู้
“แกนังเพ็ญ..แกต้องใส่ร้ายฉันแน่ๆ”
ชุติมาถลันเข้าหาเพ็ญประกาย คราวนี้แม้นเทพห้ามไม่ได้เพราะแรงโกรธมีเยอะ ชุติมา
อาละวาดคว้าผมเพ็ญประกายจิก
“บอกมานะเพ็ญประกาย เธอใส่ร้ายอะไรฉัน บอกมา”
เพ็ญประกายร้องกรี๊ดๆๆ ให้แม้นเทพช่วย “พี่ต้อมขา....น้องเจ็บ..ช่วยน้องด้วย”
แม้นเทพตวาด “เลิกบ้าได้แล้วชุติมา”
แม้นเทพเหวี่ยงชุติมาอย่างแรงจนล้มลงไปนั่งกับสละที่หกกระจาย ชุติมามองแม้น
เทพ ร้องไห้เสียใจ น้อยใจ ขณะที่แม้นเทพด่าว่า
“คนอย่างเธอดีแต่ใช้กำลัง”
ชุติมาจะปฏิเสธ “ไม่นะคะพี่ต้อม”
แม้นเทพขัดขึ้น “ไม่ต้องมาแก้ตัว ในเมื่อหลักฐานเห็นอยู่ทนโท่”
แม้นเทพคว้ามือเพ็ญประกายไปยื่นตรงหน้าชุติมา ถามเสียงแข็ง
“บอกฉันสิ ว่าเธอไม่ได้ทำ” แม้นเทพตะเบ็งเสียง คาดคั้น “บอกมา!!”
ชุติมาร้องไห้ฟูมฟายอย่างน่าสงสาร “ค่ะ..ชุทำ แต่ชุอธิบายได้”
“ฉันไม่ฟังคำอธิบายจากเธอ เพราะยังไงความคิดเธอมันน่ารังเกียจ..รู้ไว้ด้วยชุติมา ถึงฉันจะทำดีแค่ไหน คนอย่างฉันก็ไม่มีวันลดตัวลงไปรักเธอ”
แม้นเทพเดินไปโกรธสุดขีด ชุติมาร้องไห้โฮนั่งลง เพ็ญประกายพูดเยาะเย้ย
“เห็นรึยังคะพี่ชุขา…ว่าพี่ต้อมจะฟังใคร สุดท้ายพี่ต้อมก็เชื่อน้องอยู่ดี” เสียงเข้ม “เพราะน้องเป็นน้อง” กระแทกเสียงใส่เน้นๆ “ไม่เหมือนเธอ เธอมันแค่คนอาศัย หน้าด้าน ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป” เพ็ญประกายเดินหนีไป
ชุติมาทรุดตัวลงร้องไห้โฮมองสละที่ตกพื้น ยิ่งเสียใจหนัก

คืนนั้นแม้นเทพหน้าเครียด สายตาเศร้า นึกถึงที่เพ็ญประกายบอกว่าตนชอบชุติมา
“ความรู้สึกดีๆของฉัน ถูกเธอทำลายทิ้งจนหมดไปแล้วชุติมา”
แม้นเทพบอกตัวเองอย่างเสียใจ

วันต่อมาดุจแขนั่งอ่านนิตยสารอยู่ อารมณ์เสียท่าทางกระฟัดกระเฟียด
สำลีถือแก้วน้ำส้มเข้ามาให้ “คุณแขขา....น้ำส้มค่ะ”
“อารมณ์นี้...ใครจะกินน้ำส้ม” ดุจแขทำท่าจะเอาหมอนอิงปา
สำลีฉากหลบ “แล้วคุณแขจะรับน้ำอะไร?”
“น้ำกรด”
“ว้าย! จะเอามาทำไมคะ?”
“มาสาดหน้าแก คนยิ่งอารมณ์ไม่ดี ยังมาทำให้ขวางหูขวางตาอีกออกไป”
สำลีออกไปพลางบ่น “อะไรเนี่ย? แค่เอาน้ำส้มมาก็ผิด” ออกไป

จารุณีเดินโผล่เข้ามาพอดี “เสียงดังอะไรกันน่ะ?”
ดุจแขหันมามอง “รอเธอน่ะแหละ คนอะไรชักช้าซะจริง”
“แต่ฉันว่าเป็นเพราะเธอใจร้อนมากกว่า” จารุณีเหน็บ
“ก็แล้วเรื่องที่ให้ไปสืบ ได้ความว่ายังไง?”

สองคนเดินมาที่อีกมุมในบ้าน ดุจแขบอกจารุณีอย่างหงุดหงิด
“อะไรได้มาแค่นี้? นังแรมมันเป็นลูกเมียคนแรกของคุณเมิน ใครๆ ก็เดาออก”
“มันก็จริง....ที่ใครๆ ก็เดาอย่างนั้น แต่ที่ลึกกว่านั้นคือ...” จารุณีค้างคำไว้
“อะไร?”
“ว่ากันว่า เดือนแรมเป็นลูกชู้ คุณเมินถึงได้ไม่รักไง”
“ลูกชู้?”
ดุจแขตาโต ความลับเกี่ยวกับเดือนแรมโดนใจอย่างจัง

ธิติรัตน์ทำงานอยู่ในออฟฟิศ เสียงมือถือดัง มองเห็นเป็นชื่อดุจแขรีบกดรับ
ดุจแข หัวเราะเบาๆ “รับเร็วจังเลยนะคะ แสดงว่า..คุณชายรอสายแขอยู่”
“ใช่..ผมรอสายคุณอยู่จริงๆ”
ดุจแขยิ้มหวาน “งั้น...เราหาที่สบายๆ นั่งคุยกันดีมั้ยคะ?”
“ได้สิที่ไหน?”
ดุจแขเน้นคำ “วังศิลาลาย”
ธิติรัตน์อึ้งเงียบไป ดุจแขว่าต่อ
“แค่เลี้ยงข้าวแขแค่มื้อเดียวคิดนานจัง ทำยังกับว่าแขไม่เคยไปบ้านคุณชายยังงั้นล่ะ”
“แต่ผมมีงานต้องทำต่อ แถวออฟฟิศได้มั้ยคะ?” ธิติรัตน์ต่อรอง
“ไม่เป็นไรค่ะ แขไม่รีบ เอาเป็นว่าถ้าคุณชายอยากรู้เรื่องของแรม เย็นนี้เราเจอกันที่วังศิลาลาย”

ดุจแขวางสาย ธิติรัตน์หน้านิ่วลำบากใจนัก แต่เพื่อไขความลับจึงจำยอม

อ่านต่อหน้า 3

เนื่องจากบทโทรทัศน์ "มาหยารัศมี" ตอนต่อจากนี้ อยู่ในระหว่างการปรับบท แก้ไขตามการถ่ายทำจริง การอัพขึ้นเว็บ จึงอาจไม่เป็นเวลา แต่หากบทมาถึงเรียบเรียงเสร็จ ทีมงานจะรีบอัพให้อ่านทันควัน แต่หากสร้างความขัดเคืองใจให้แฟนละครที่ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง "ทีมละครออนไลน์" ขออภัย มา ณ ที่นี้

มาหยารัศมี ตอนที่ 9 (ต่อ)

ธิติรัตน์ใคร่ครวญครุ่นคิด หน้าตาหงุดหงิดไม่สบายใจ และดูออกว่ากำลังหนักใจมาก

“คุณจะเล่นเกมอะไรอีกดุจแข?”

“เกม..ที่จะทำให้คุณชาย ต้องตกหลุมพรางของของแขอีกครั้ง”
ดุจแขวางสายพลางยิ้มกริ่มบอกตัวเอง สีหน้ามั่นใจอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
สรรชัยโผล่เข้ามาตอนไหนไม่รู้ มองพลางส่ายหน้าอย่างเหลือระอา เดินเข้าไปหาดุจแขสีหน้าเหมือนมีเลศนัยบางอย่าง
“แข.....คุณเห็นนาฬิกาของผมบ้างเหรอเปล่า?”
ดุจแขหันมาย้อนถามเสียงขุ่น “นาฬิกาของคุณก็อยู่กับคุณสิ จะมาถามอะไรฉัน?”
“ก็ผมไม่เห็น ช่วยผมดูหน่อยได้มั้ย?”
“ก็ไปดูเองสิ”
“ก็ช่วยดูหน่อยสิ...” สรรชัยหรี่ตามอง “เก๊าะ! เมื่อก่อน คุณช่วยผมถอดอยู่บ่อยๆ”
ดุจแขรำคาญขึ้นมา “โอ๊ย! อะไรกันนักกันหนาคุณนี่ น่ารำคาญ จริงๆ”
ดุจแขเดินนำออกไป สรรชัยยิ้มเจ้าเล่ห์ มีแผนในใจ

ดุจแขเดินนำเข้าไป สรรชัยเดินตามแล้วปิดประตูดังปังล็อกแน่น
ดุจแขตกใจเหลียวขวับ “คุณจะทำอะไรฉัน?”
สรรชัยแค่นหัวเราะร้าย เหยียดเย้ย “โอ๊!!ทำอะไรฉัน?? ถามยังกับตัวเองเป็นสาวบริสุทธิ์ ไร้เดียงสาพูดก็พูดเถอะ ต่อให้คุณยืนแก้ผ้าอยู่ตรงหน้า ผมยังไม่รู้สึกอะไรเลย”
“แน่ใจ” ดุจแขแกล้งยั่วด้วยการเดินเข้ามาแล้ว ขยับเลื่อนเสื้อตรงหัวไหล่ลง เอามือไล้หน้า
สรรชัยยิ้ม ยื่นหน้าเข้าใกล้ใบหน้าดุจแขกระซิบเสียงแผ่ว
“คุณรู้มั้ย..เวลาคุณทำท่าอย่างนี้เหมือนอะไร?”
ดุจแขยิ้มพราย รู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าแล้ว “เหมือนอะไรคะ?”
สรรชัยกระแทกเสียงใส่หน้า “ผู้หญิงที่มีราคาซักพันสองพัน”
“ไอ้สรรชัย” ดุจแขเงื้อมือหมายจะตบ
สรรชัยจับมือเอาไว้หมับ บอกเสียงกร้าว “ดีเท่าไหร่แล้วที่ผมไม่ด่าคุณว่ามีค่าแค่บุหรี่ซองเดียว”
“ไอ้...”
สรรชัยจ้องหน้า “หยุดนะดุจแข....อย่าคิดว่าผมพิศวาสคุณ ที่ผมทำอย่างนี้เพราะ...”
สองคนจ้องตากัน สู้สายตากันสักครู่ นัยน์ตาของดุจแขลุ้น อยากรู้เต็มที
“ผมจะไม่มีทางปล่อยคุณไปยุ่งกับคุณชายอีก อ้อ! แล้วอย่าคิดเข้าข้างตัวเองว่าผมหึงคุณ...ที่ผมทำอย่างนี้เพราะแรม!”
ดุจแขกรี๊ดเต้นเร่าๆ “แอร๊ยย....ไอ้บ้า!” ดิ้นรนขัดขืน ต่อสู้ใหญ่ “คิดว่าฉันจะยอมเหรอ?”
“ก็เอาสิ!” สรรชัยยั่ว
สองคนกระชากลากถูกันไปมา เสื้อผ้าดุจแขหลุดลุ่ย ขณะล้มลงไปบนพื้น พยายาม
ตะกายหนี สรรชัยก็คว้าร่างเอาไว้อีกแล้วลากเข้ามากอดเอาไว้ ดุจแขทั้งกัดทั้งหยิก
ดุจแขกรี๊ดอีก “อ๊าย...ปล่อยฉัน!!ปล่อย”
สรรชัยไม่ยอมปล่อย “ไม่! คุณต้องอยู่กับผมในนี้”
สรรชัยล็อกร่างดุจแขเอาไว้
ส่วนนอกห้องสำลีแอบฟังได้ยินเสียงตาวาว
“ว้าว! ตบจูบ” หัวเราะคิกคักเอาหูแนบประตูฟังประหนึ่งฟังเสียงละคร

ด้านในห้อง ดุจแขเหนื่อยหยุด นอนหายใจหอบ สรรชัยตรึงร่างดุจแขเอาไว้
ดุจแขสู้แรงไม่ไหว หอบออกมาอย่างเหนื่อยๆ “โอ๊ย!เหนื่อย ไม่ไปก็ไม่ไป...ปล่อยฉันซักที”
สรรชัยยิ้มหยัน “คิดว่าผมจะเชื่อคุณเหรอ?”
“ไม่เชื่อ!!ก็กอดไว้อย่างนี้แล้วกัน” ดุจแขเสียงเข้ม “แล้วห้ามปล่อยด้วยนะ อยากกอดนักก็กอดให้ฉันหายใจไม่ออก ตายคาอกคุณไปเลย”
“ทำยังกับผมอยากกอดคุณตายล่ะ!” ปล่อยมือออก
ดุจแขยันตัวขึ้นมา มองจ้องหน้าสรรชัย พูดด้วยดีๆ เยาะหยันอยู่ในที “ รู้มั้ย..สิ่งที่คุณทำคุณไม่ได้ห่วงแรมหรอก แต่คุณกำลังหลงรักแรม”
สรรชัยจ้องหน้าดุจแขเขม็ง “ไม่ใช่”
“ใช่! เพราะการที่ผู้ชายคนหนึ่งยอมทำเพื่อผู้หญิงคนหนึ่งขนาดนี้ เป็นเพราะคำว่ารักเพียงคำเดียว....เหมือนที่ฉัน รักคุณชาย” ยิ้มเย็นเยียบอย่างเป็นต่อ “เพราะฉะนั้นคุณห้ามฉันไม่ได้หรอก” ผลักตัวสรรชัยออกอย่างแรง
สรรชัยไม่ทันระวังหัวกระแทกขอบเตียง ร้องลั่น “โอ๊ย!”
ดุจแขฉวยโอกาสลุกขึ้น กระแทกเสียงใส่อย่างเด็ดเดี่ยว “จำไว้ คนอย่างฉันเห็นใครดีไม่ได้ เห็นใครได้แล้วใจไม่ดี...ยังไงฉันก็ไม่มีทางปล่อยคุณชาย ให้นังแรมของคุณแน่”
ดุจแขเปิดประตูสุดแรงจะเดินออกไป ร่างสำลีที่แอบฟังอยู่อย่างอินจัด ล้มคะมำหน้าคว่ำ ดุจแขผลักร่างสำลีเข้าไปในห้อง
“แส่ทั้งคู่ เข้าไปอยู่ด้วยกันเลยไป
ดุจแขวิ่งออกไปพร้อมกับเหวี่ยงปิดประตูเสียงดังปัง
สำลีมองสรรชัยที่เปลือยอกแล้วยิ้มโลมเลีย
“เฮ้ย!” สรรชัยอึ้ง มองสำลีแบบหวาดๆ ก่อนวิ่งตามดุจแขไป

ดุจแขอยู่ในสภาพผมเผ้ากระเจิง วิ่งกระเซอะกระเซิงตรงไปที่รถพร้อมชุดสวยในมือ จะเอาไป
เปลี่ยนเพื่อไปหาคุณชาย
สรรชัยวิ่งตามออกมาไม่ทัน ดุจแขขับรถออกไปลิบตาแล้ว
“โธ่เว้ย!” ควักมือถือออกมาโทร.ออก รอสักครู่ “แรมก็ติดต่อไม่ได้อีก โอ๊ย! เสร็จดุจแขแน่ๆ”
สรรชัยหน้านิ่วคิ้วขมวด เดินตรงไปที่รถ แต่ดันสตาร์ทไม่ติด
“ปัทโธ่เว้ย!! สำลีๆ” สรรชัยหงุดหงิดหนัก
สำลีวิ่งหน้าเริดออกมา ยิ้มขานเสียงหวาน “ขา...”
“ตามช่างให้ฉันด่วน....” สำลียิ้มอยู่ไม่ขยับ จนสรรชัยเอ็ด “ไม่ต้องยิ้ม ตามช่างเร็ว”
“ค่ะ” สำลีวิ่งเข้าไป แต่ตาเหลียวมองสรรชัยตลอดๆ ไม่ดูทางจนล้มหัวคะมำ
สรรชัยวิตกหนัก พึมพำอย่างเป็นห่วงเดือนแรม “หวังว่า..พี่จะไปทันนะแรม”
คืนนั้น เดือนแรมทำกับข้าวอยู่กับละเอียดภายในครัววังศิลาลาย ละเอียดยิ้มเอ่ยถามขึ้น
“มีแต่ของคุณชายชอบทั้งนั้นเลย...หนูแรมนี่น่ารักจริงๆ มาอยู่ไม่เท่าไหร่ รู้ใจคุณชายทุกอย่างเลย”
เดือนแรมยิ้ม พูดตอบใบหน้าหมอง “ไม่หมดหรอกค่ะป้า” เสียงอ่อยๆ “คุณชายคิดอะไร แรมยังไม่รู้เลย”
“คุณชายก็เป็นอย่างนี้ล่ะค่ะ” ละเอียดยิ้มทำทีเป็นกระซิบ “ปากแข็ง บางที..ปากไม่ตรงกับใจ...อุ๊ย! ป้าเมาท์เพลิน รีบทำเถอะค่ะ เกิดคุณชายโมโหหิว หนูแรมจะถูกลูกหลงอีก”
เดือนแรมอมยิ้มบอก “ชินแล้วค่ะ”
ละเอียดมองมาอย่างเอ็นดู “หนูแรมนี่ดีจัง ทนคุณชายได้ทุกอย่าง”
“แรมไม่เคยรู้สึกว่าทนค่ะ แรมมีความสุขที่ได้ทำเพื่อคุณชาย แล้วแรมก็อยากเห็นคุณชายมีความสุข”
ละเอียดยิ้มพราย “ความรู้สึกที่หนูแรมมีต่อคุณชาย ช่างเป็นความรู้สึกที่งดงามจริงๆ”
“คุณชายคือผู้มีพระคุณของแรมค่ะ”
เสียงกริ่งประตูใหญ่ดังลั่น ละเอียดแกคิดขึ้นมาได้
“มีคนมา ตากล่ำ ไม่อยู่ซะด้วยสิ เดี๋ยวป้าไปเปิดประตูก่อน”
“ป้ากำลังติดมืออยู่ เดี๋ยวแรมไปเปิดเองดีกว่าค่ะ”
เดือนแรมบอกแล้วเดินไปล้างมือ ก่อนจะเดินออกไป

เดือนแรมเปิดประตูให้ ดุจแขจัดเต็มอยู่ในชุดสวยเซ็กซี่เสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะ เดินเข้ามา ตั้งใจแต่งมาขย่มเดือนแรมโดยตรง ดุจแขปรายตามองเดือนแรมที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าอยู่บ้าน อย่างดูถูก บอกน้ำเสียงเริดเชิดๆ
“คุณชายเชิญฉันมาทานข้าว”
เดือนแรมตอบพาซื่อ “เหรอคะ??..แรมไม่ทราบค่ะ เพราะคุณชายไม่ได้บอกอะไรไว้ แรมเลยไม่ได้ทำอาหารพิเศษ...ทำแต่..ของชอบของคุณชายเท่านั้นค่ะ”
“อะไรที่คุณชายชอบ ฉันชอบทั้งนั้น” ดุจแขพูดเย้ยต่อ “เธอคงรู้แล้วใช่มั้ย..ผู้ชายลืมรักครั้งแรกไม่ได้”
เดือนแรมยิ้มเยื้อน ตอกกลับน้ำเสียงแน่วนิ่ง “ค่ะ เหมือนตอนเหยียบอึหมาครั้งแรกในชีวิต แรมก็จำได้ไม่ลืมเหมือนกัน”
ดุจแขฉุนกึก “เดือนแรม!”
เดือนแรมบอกต่อ “เรื่องบางเรื่อง ถึงจะจำได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันต้องมีคุณค่าเสมอไป”
“งั้นเธอก็จำไว้เลยนะ ว่าเรื่องของเธอกับคุณชายไม่ได้มีคุณค่าต่อคุณชายแม้แต่นิดเดียว” ดุจแขเสียงกร้าวมองจ้องหน้าเดือนแรม
ธิติรัตน์เดินเข้ามาขัดจังหวะ ดุจแขรีบเดินไปหาททักเสียงหวาน “คุณชายขา”
ธิติรัตน์เสียงดุ “คุณมาช้า”
“แขไม่ได้มาช้า แต่คุณชายต่างหากล่ะค่ะที่ใจร้อน” ถือวิสาสะเดินไปคล้องแขนเอาไว้ทันที
เดือนแรมรีบเดินเลี่ยงกลับเข้าไปภายในครัว ธิตรัตน์มองตาม ปลดมือดุจแขออก

พอเข้ามาด้านใน ธิติรัตน์ถามทันทีด้วยความอยากรู้
“เรื่องแรม คุณได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง?”
“แขยังไม่ได้ทานอะไรเลย” ดุจแขทำไก๋ เฉไฉไปเรื่องอื่น
“ผมรู้ คุณมาที่นี่ไม่ได้อยากมาเพื่อทานข้าว แต่มาเพราะวัตถุประสงค์อย่างอื่น”
ดุจแข เห็นเดือนแรมยกน้ำเข้ามา รีบเอามือโอบรอบคอธิติรัตน์พูดกระซิบ อย่างจงใจ
“ถ้าอย่างนั้น ก็ถือว่า แขยังไม่ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของแข”
“น้ำค่ะ” เดือนแรมบอกเสียงเรียบ
“ขอบใจจ้ะ”
เดือนแรมเดินออกไป คุณชายปลดมือของดุจแขออก
“ผมขอร้อง”
“แขก็ขอร้องเหมือนกัน” เอามือที่ถูกปลดออก โอบรอบคอคุณชายใหม่
“ดุจแข”
“ถ้าคุณชายไม่อยากให้เดือนแรมเห็นภาพบาดตาบาดใจ ก็ไปที่อื่น ไม่อย่างนั้น เดือนแรม ผู้หญิงของคุณชายได้กระอักเลือดตายแน่”
ธิติรัตน์ปลดมือดุจแขออก สีหน้าไม่พอใจหนัก แต่เลี่ยงไม่ได้

ครู่ต่อมาดุจแขคล้องแขนธิติรัตน์เดินออกไปที่รถ เดือนแรมยืนมองหน้าเศร้า ละเอียดเดินเข้ามาทางหลังเอ่ยขึ้น “คุณชายไม่รับประทานข้าวเลยล่ะหนูแรม”
“แรมทราบแล้วค่ะ คุณชายคงไม่อยากให้คุณดุจแขทานอาหารของแรม”
ละเอียดมองตามสายตาเดือนแรม เห็นธิติรัตน์ขับรถออกไปร้อมกับดุจแขนั่งเคียง ละเอียดได้แต่ถอนใจ สงสารเดือนแรมนัก

ไม่นานต่อมาดุจแขคล้องแขนธิติรัตน์เดินเฉิดฉายเข้าไปในห้องอาหารหรูของโรงแรมแห้งนั้นด้วยสีหน้าเริดเชิดพอใจ
จารุณีนั่งอยู่กับเพื่อนๆ ในอีกมุมหันมาเห็น “ยัยแขกับคุณชาย เฮ้อ!”
ดุจแขกอดแขนธิติรัตน์ พาเดินไปนั่งที่มุมส่วนตัว จารุณีหยิบมือถือขึ้นมากดโทร.ออก ทันที

สรรชัยยืนมองช่างซ่อมรถ ท่าทางกระวนกระวายใจ มีเสียงมือถือดัง สรรชัยกดรับ
“ฉันเห็นดุจแขมากับคุณชายธิติรัตน์ที่...” จารุณีบอกชื่อห้องอาหารและโรงแรม
“เรื่องของเค้าไม่เกี่ยวกับผม” สรรชัยไม่สน
“เกี่ยวสิ เพราะดุจแขยังใช้นามสกุลอาของคุณอยู่ มันคงดูไม่งามนักหรอก ที่สำคัญ...ฉันว่าเหมือนคุณชายถูกดุจแขบังคับให้มายังไงยังงั้น”
จารุณีวางสาย สรรชัยก็วางสาย ช่างหันมาบอก
“เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ”
“ขอบใจ”
ช่างเดินออกไป สรรชัยเดินไปที่รถ ท่าทางยุ่งยากใจ
“เฮ้อ!เมื่อไหร่ คุณกับผม ถึงจะพ้นๆ จากกันซักทีดุจแข”
น้ำเสียงสรรชัยปนเปไปด้วยความยุ่งยากใจและมีห่วงใย ลึกๆ ในใจ

จารุณีเขม้นมองดุจแขสีหน้าหน่ายๆ ก่อนจะเดินออกไปกับก๊วนเพื่อน ดุจแขดื่มไวน์มองธิติรัตน์ตาเยิ้ม ในขณะที่คุณชายมองดุจแขสีหน้ารำคาญเต็มกลืนแล้ว
“ไงเรื่องแรม?” ธิติรัตน์ถาม เสียงคาดคั้น
“จะใจร้อนไปถึงไหนคะ? ดื่มกันก่อนค่ะคุณชาย” เลื่อนแก้วไวน์ให้
ธิติรัตน์มองด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย “แข..อย่าพยายามเลย...ขอร้องล่ะผมอยากรู้เรื่องของแรมจริงๆ”
“จะอยากรู้ทำไมคะ? ก็แค่ลูกชู้?” ดุจแขพูดออกมาลอยๆ
“แรมน่ะหรือลูกชู้?.” ธิติรัตน์อึ้งไป
“ค่ะ..แม่ของแรมมีชู้ คุณเมินเลยไม่เคยยอมรับแรมว่าเป็นลูก เฮ้อ...ฟังแล้วอายแทนจริงๆ ผู้หญิงอะไรหน้าด้าน มีสามีอยู่แล้วยังสวมเขาให้สามีอีก”
ดุจแขด่าเพลิน ลืมไปว่าตนก็อยู่ในข่าย
“ผมอยากรู้แค่เรื่องของแรม ไม่ได้อยากฟังคุณวิจารณ์ใคร?”
“แต่สิ่งที่แขวิจารณ์คือแม่ของแรม...และคุณชายก็ต้องรับฟัง ไม่ใช่แค่ฟังอย่างเดียวค่ะ แต่ต้องยอมรับให้ได้ด้วย ถ้าคุณชายคิดจะจริงจังกับแรม”
“คุณมีเรื่องจะบอกผมเท่านี้ใช่มั้ย?” ธิติรัตน์ผุดลุกขึ้น
“มากกว่านี้อีก จะฟังมั้ยล่ะคะ?” น้ำเสียงเหยียดหยามเย้ยหยัน ประชดแบบจัดเต็ม “แรมเป็นเด็กใจแตก หนีออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 15 ถูกฉุดไปข่มขืนข้างทาง” เสียงเครือเหมือนสะเทือนใจไปด้วย “แต่ก็ยังมีผู้ชายบางคนทำตัวเป็นคุณพ่อขายาว คอยอุปการะ เท่านั้นไม่พอ....ยังยกย่องเด็กใจแตกคนนั้นเป็นคนพิเศษ...โดยไม่คิดถึงชาติตระกูลของตัวเองเลย”
“คุณรู้มั้ยเพราะอะไร?” ธิติรัตน์ไม่เหลิงหลงไปตามคำพูดดุจแข
ธิติรัตน์จ้องหน้าดุจแขเขม็ง ดุจแขมองลุ้นระทึก ธิติรัตน์บอกด้วยเสียงอ่อนโยน นิ่มในท่าทีนิ่ง
“ความรักทำให้คน ให้อภัยกันได้เสมอ ผมก็พร้อมจะให้อภัยแรมทุกเรื่อง....ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..เพราะ....ผมรักแรม”
ดุจแขทรุดตัวลงนั่งท่าเดิมร้องไห้โฮออกมา ตระหนักชัดแล้วว่าธิติรัตน์ไม่หวนคืนมาแน่แล้ว
ดุจแขคว้ามือธิติรัตน์เอาไว้ “ไม่จริง...คุณชายรักแข...ที่คุณชายทำทุกอย่างเพื่อประชดแขเท่านั้น เราเริ่มต้นกันใหม่นะคะคุณชาย”
“พอแล้วดุจแข คุณเมามากแล้ว” ธิติรัตน์แกะมือออก
“ไม่..แขไม่ได้เมา...ไม่มาววว” ดุจแขหวีดร้อง
ธิติรัตน์ไม่สน เดินหนีดุจแขออกไปนอกห้อง ดุจแขวิ่งตาม

ด้านนอกโรงแรมฝนตกหนัก และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ธิติรัตน์จะขึ้นรถ ดุจแขฉุดรั้งเอาไว้
“ปล่อยดุจแขปล่อย”
“แขไม่ปล่อย จะไปกับคุณชาย”
สองคนยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่ แต่แล้วดุจแขก็ทำท่าคอพับคออ่อนร่วงลงตรงนั้น
ธิติรัตน์ทำหน้ายุ่ง จำต้องช้อนอุ้มร่างดุจแขขึ้น
ธิติรัตน์วางร่างดุจแขลงบนเตียงในห้องที่สั่งเปิด เนื้อตัวดุจแขเปียกปอนดูเซ็กซี่มาก
ธิติรัตน์ถอนหายใจ เดินไปหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ดุจแข ดุจแขดูท่าไม่มีพิษสง
ดุจแขแกล้งเพ้อออกมา “แขรักคุณชายค่ะ...รักคุณชายคนเดียว”
ธิติรัตน์ลำบากใจมาก เดินออกไปนอกห้อง ดุจแขมองแล้วยิ้มร้าย แล้วหยิบมือถือขึ้นมา โทร.ออก
เดือนแรมทอดสายตามองไปที่หน้าต่าง คอยคุณชาย
เสียงโทรศัพท์ในวังดังขึ้น เดือนแรมรีบไปรับ “วังศิลาลายค่ะ”
ดุจแขหัวเราะหยัน “โอ๋...แหม..แรมรอรับสายเอง ยังกับจะรู้เลยนะว่าฉันจะโทร.มา”
“คุณดุจแขจะเรียนสายกับใครคะ?” เดือนแรมถาม
“ไม่เรียนสายกับใครหรอก แต่จะพูดกับเธอ คืนนี้คุณชายอยู่กับฉัน ไม่กลับ อ้อ! ถ้าไม่เชื่อ ก็อย่าเพิ่งวางสาย แล้วเธอจะได้ยินอะไรดีๆ”
เดือนแรมกำมือถือแน่น ขณะที่ดุจแขวางมือถือลงใต้หมอน นอนนิ่งเหมือนเดิม จัดฉากจงใจให้เดือนแรมได้ยิน
ธิติรัตน์เดินเข้ามา เรียก “แข...แข...”
เดือนแรมหน้าซีดเผือด ดุจแขทำทีเป็นถูกปลุก แกล้งทำเสียงสั่นๆ ครางครวญ
“คุณชาย...”
“คุณเป็นยังไงบ้าง?”
“แข....มีความสุขและก็อบอุ่นมาก ที่คุณชายอยู่กับแข”
เดือนแรมได้ยินเต็มหู วางโทรศัพท์ลง มือไม้สั่น คิดเลยเถิด น้ำตาไหลรินออกมา

ส่วนดุจแขมองหน้าธิติรัตน์นัยน์ตาหวานฉ่ำ ขยับเอามือโอบรอบคอรั้งเหนี่ยวตัวธิติรัตน์ลงมา
“คุณชายอยู่กับแขทั้งคืนนะคะ”
คุณชายปรามเสียงเข้ม “ดุจแข”
“แขรักคุณชายค่ะ” ดุจแขโน้มใบหน้าจูบธิติรัตน์และดึงร่างลงมา
ธิติรัตน์เสียหลักล้มตัวลงบนเตียงนอน “อย่าแข”
ดุจแขขึ้นทาบทับบนตัวธิติรัตน์ “แขรักคุณชายค่ะ” โน้มหน้าระดมจูบ
ธิติรัตน์ไม่เคลิ้มตามสักนิด ผลักตัวดุจแขออกสุดแรง ในจังหวะที่เสียงเคาะประตูหน้าห้องดัง พอดี ธิติรัตน์ร้องบอก
“เข้ามา”
แม่บ้านเดินเข้ามา ดุจแขชักสีหน้าไม่พอใจ ธิติรัตน์สั่ง
“ดูแลคุณผู้หญิงด้วย” เดินลิ่วออกไป
“คุณชายคะคุณชาย”
“คุณชายสั่งให้ดิฉันมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณผู้หญิงค่ะ” แม่บ้านบอก
ดุจแขตวาดแว้ด “ฉันไม่เปลี่ยน ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ไป” วิ่งตามออกไป “คุณชาย!”

ธิติรัตน์เดินฝ่าสายฝนมาที่รถ ดุจแขวิ่งตามมาคว้ามือเอาไว้ โถมเข้ามากอด สรรชัยนั่งอยู่ในรถมองเห็นทุกอย่าง และได้ยินเสียงดุจแขกรี๊ดๆ ร้องไห้ฟูมฟาย
“คุณชายอย่าไป อยู่กับแขนะคะ ได้โปรด...อย่าทิ้งแขไป”
คุณชายปลดมือแขออก อย่างไม่ใยดี “เลิกทำตัวไร้ค่าไร้ราคาซะทีดุจแข คุณบ้าไปแล้วรึเปล่า?”
“ที่แขบ้าอย่างนี้เพราะแขรักคุณชาย”
“แต่ผมไม่ได้รักคุณ”
ธิติรัตน์เดินขึ้นรถ ขับออกไป ดุจแขวิ่งตาม คุณชายไม่สนใจ ดุจแขเสียใจจนแทบจะหมดแรง
ทรุดตัวนั่งลงกลางถนนร้องไห้อย่างน่าเวทนา สรรชัยเดินฝ่าสายฝนเข้ามา ยื่นมือตรงหน้าดุจแข
“กลับบ้าน”
ดุจแขตีมือสรรชัยสุดแรง ตะโกนก้อง “อย่ามายุ่งกับฉัน”
“ไม่อยากยุ่งนักหรอก แต่สภาพคุณมันทุเรศ ลุก”
สรรชัยขยับเข้าไปกระชากดุจแขขึ้น ดุจแขไม่ยอม สรรชัยลากดุจแขขึ้นรถจนได้พลางบ่น
“ขยันสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นจริงๆ เลยคุณ”

ธิติรัตน์เดินเนื้อตัวเปียกปอนเข้ามา สภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่เรียบร้อย
ละเอียดเห็นก็อุทานตกใจ “คุณชาย”
คุณชายถามทันที “แรมล่ะ”
“อยู่ในห้องค่ะ”
“งั้นละเอียด จัดอาหารให้ฉันด้วย...ฉันจะทานข้าว..ของแรม”
“ตอนนี้เหรอคะ?” ละเอียดงง
“ฮื่อ...ก็ไม่หิวหรอก...แต่เดี๋ยวแรมจะเสียน้ำใจ”
“ค่ะๆ”
ธิติรัตน์เดินขึ้นชั้นบนไป ละเอียดมองตามแล้วยิ้มปลื้ม
“ออกไปข้างนอกยังอุตส่าห์กลับมาทานข้าวที่บ้านอีก คุณดุจแขทำอะไรหนูแรมไม่ได้จริงๆ”

ละเอียดคิดผิดถนัด เพราะเดือนแรมร้องไห้คร่ำครวญเสียใจอยู่ในห้อง เสียงน้ำคำของดุจแขดังก้องอยู่ในหัว
“เธอคงรู้แล้วใช่มั้ย..ผู้ชายลืมรักครั้งแรกไม่ได้”
ดุจแขบอกอย่างมีความสุข อบอุ่นที่ได้อยู่กับคุณชาย
เดือนแรมร้องไห้โฮออกมา “คุณชายรักคุณดุจแข...”

สรรชัยลากดุจแขเข้ามาในบ้าน สองคนเนื้อตัวเปียกปอน ดุจแขร้องห่มร้องไห้กรี๊ดๆ ให้ปล่อย
“ปล่อยฉันปล่อย”
สรรชัยไม่โต้ตอบแต่ลากเข้าบ้าน ชั่วครู่ร่างที่เมาอยู่แล้วของดุจแขก็ร่วง พับหลับไป สรรชัยถอนหายใจอย่างระอา อุ้มช้อนร่างของดุจแขที่เปียกโชกเข้าบ้าน

สรรชัยอุ้มร่างไร้สติของดุจแขวางบนเตียง แล้วมองเพ่งเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนอนหมดสภาพ สรรชัยมองอย่างเวทนา แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ เอาผ้าชุบน้ำ มาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ดุจแข สักครู่หนึ่งดุจแขลืมตาขึ้น เห็นผู้ชายคนหนึ่ง ที่ทำให้เธอทุกอย่าง ดุจแขถามเสียงแผ่วเบา
“คุณไม่รังเกียจฉันแล้วเหรอ?”
“ยังไงเราก็อยู่บ้านเดียวกัน”
ดุจแขถามแบบใจหาย เสียงเบาเหมือนเดิม “แค่นั้น”
“อีกอย่างผมเคยรู้สึกเหมือนคุณมาก่อน” มองอย่างสงสาร และเข้าใจ “ถูกคนทิ้ง ถูกคนไม่รัก ไม่ใส่ใจ..พูดหยาบๆก็ไม่ว่าจะทำอะไรเค้าก็ไม่เห็นหัว เพราะฉะนั้นผมเข้าใจ”
“ฉันขอโทษ...ที่เคยทำไม่ดีกับคุณ” ดุจแขบอกอย่างจริงใจ
“ผมเข้าใจ คุณเองเป็นคนบอก คนไม่รัก ทำยังไงก็ไม่รัก”
“แล้วถ้าฉันขอโอกาสแก้ตัว” ดุจแขคิดอยากแก้ตัวทำดีด้วย
“เรื่องของเรามันจบไปแล้ว” สรรชัยเดินออกไป เสียงดุจแขดังไล่หลังมา
“ฉันก็เข้าใจ....สายน้ำไม่ไหลกลับเป็นอย่างนี้นี่เอง”
ดุจแขนั่งเซื่องซึม รู้สึกโหวงๆ ในใจชอบกล สรรชัยอึ้ง สับสนภายในใจ

สรรชัยยืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจกในห้อง เสียงของดุจแขดังก้อง
“แล้วถ้าฉันขอโอกาสแก้ตัว”
“อย่าหวั่นไหว คนอกหักก็เป็นอย่างนี้ เดี๋ยวก็ตัดใจได้ เดี๋ยวก็ไม่ได้ แต่นายต้องตัดให้ได้ สรรชัย”
สรรชัยบอกตัวเอง สายตาเหมือนจะเริ่มหวั่นไหว

ฝนตกหนัก ชุติมามองสายฝนแล้วโวยวายขัดใจนัก
“โอ๊ย..จะตกทำไมเนี่ย?ไม่รู้รึไง คนอกหักมองสายฝนแล้วจะขาดใจ...” น้ำเสียงละห้อย “พี่ต้อม...เชื่อชุเถอะ...ชุไม่ได้เป็นอย่างที่เพ็ญใส่ร้าย”
ขณะเดียวกันแม้นเทพก็กำลังทอดสายตามองนอกหน้าต่างเหมือนกัน ด้วยสีหน้าสายตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง
“ฉันไม่ควร..ทำดีกับเธอเลยจริงๆ ชุติมา”

ชุติมาเดินออกจากตึกใหญ่มาแต่เช้า ผินหน้ามองไปทางบ้านแม้นเทพ เจอเพ็ญประกายยิ้มกวนใส่
“อะไรเนี่ย ตื่นขึ้นมาก็มองหาผู้ชายเลยเหรอคร้าพี่ชุ”
ชุติมาของขึ้น “หุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะยัยเพ็ญ ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว”
“ไม่ไหวแล้วจะทำไม?” เพ็ญประกายลอยหน้าลอยตายั่ว
“ก็ทำอย่างนี้ไง”
ชุติมาเดินก้าวพรวดเดียวกระแทกเพ็ญประกายอย่างแรง จนเพ็ญประกายหน้าคะมำล้มลงกับพื้น เพ็ญประกายกรี๊ดลั่น
“แอร๊ยยย”
ชุติมาตวาด ขู่ซ้ำ “หุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะ รู้ใช่มั้ยลูกคนขี้คุกทำอะไรก็ได้ ไม่ยอมเธอเหมือนเดือนแรมน่ะ”
แม้นเทพได้ยินเสียงร้องเดินมาดู เพ็ญประกายรีบวิ่งไปหา ท่าทีหวาดกลัวจนน่าสงสาร
“พี่ต้อม...”
แม้นเทพมองหน้าชุติมาพูดตอกหน้า “อย่าเอ่ยชื่อแรม เพราะแรมมีค่าเกินกว่าจะให้คนสกปรกอย่างเธอเรียก”
แล้วแม้นเทพคว้ามือเพ็ญประกายไป เพ็ญประกายหันมายิ้มเยาะชุติมาอย่างเป็นต่อ ชุติมาโกรธจัด
“สกปรก ฉันสกปรกตรงไหน?” ชุติมาฮึดฮัดเสียใจ ขัดใจ และน้อยใจ

รุ่งเช้าวันเดียวกันเดือนแรมนั่งกอดการ์ด ที่คุณชายให้น้ำตาไหลอยู่ในห้อง
“แรมไปก่อนนะคะคุณชาย”
เดือนแรมเก็บการ์ดและหิ้วกระเป๋าออกจากห้อง กระดาษที่วาดรูปการ์ตูนธิติรัตน์ หล่นลงปลิวไปใต้เตียงหมิ่นๆ โดยที่เดือนแรมไม่รู้ตัว

ธิติรัตน์เดินลงมาห้องโถงใหญ่ เจอหม่อมรัตนานั่งอยู่ ทักขึ้น
“ตื่นสายซะจริงลูกวันนี้”
“เมื่อคืนกลับดึกไปหน่อยครับ”
หม่อมรัตนาถามไปงั้นๆ “ไปไหนมาลูก?”
“ธุระนิดหน่อยนะครับ...แรมล่ะ?”
“กลับบ้านไปแล้วจ้ะ”
ธิติรัตน์ชะงักไป “กลับบ้าน...ทำไมแรมไม่บอกผม”
“แรมจะรอบอกอยู่เหมือนกัน แต่แม่ไม่รู้ว่าชายจะตื่นกี่โมง เลยให้กลับไปเลยชายมีอะไรกับแรมหรือเปล่าลูก?” หม่อมว่า
“เปล่าครับ” ธิติรัตน์ปฏิเสธแต่หน้าหมองเห็นได้ชัด

ธิติรัตน์เปิดประตูเข้ามาในห้องเดือนแรม เห็นสภาพห้องว่างเปล่า ธิติรัตน์รู้สึกใจหาย
“เธอจากฉันไปแล้วจริงๆแรม”
ปลายเท้าธิติรัตน์อยู่ใกล้กระดาษที่เดือนแรมเขียน และหล่นอยู่ใต้เตียง…นิดเดียว
ตัวหนังสือที่เดือนแรมเขียนบอกรักชายเดียวในดวงใจของเธอ
“..แรมรักคุณชายค่ะ”
ธิติรัตน์เดินออกไปโดยไม่เห็น...ไม่รู้ความในใจเดือนแรมสักที

ธิติรัตน์เปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานภายในวังศิลาย สายตาจดจ้องเพ่งมองดูรูปเท่าตัวจริงของเดือนแรมไม่วางตา
“เธอไม่เคยรู้เลยใช่มั้ย ว่าเธออยู่ในใจฉันตลอดมา...แรม”
ธิติรัตน์เอื้อมมือมาแตะที่รูปภาพเดือนแรมแผ่วเบา ด้วยสายตาอาวรณ์

บนถนนสายนั้น รถแท็กซี่แล่นผ่านไปหลายคันแล้ว แต่เดือนแรมยังไม่ขึ้น ยังคงลากกระเป๋าเดินน้ำตาซึมอารมณ์เหมือนอยากใช้คิดอยู่คนเดียว
ภาพความสัมพันธ์หวานซึ้ง ระหว่างตัวเองกับคุณชายผุดขึ้นมา สรรชัยขับรถมาจอดเทียบข้างๆ โดยที่เดือนแรมไม่รู้ตัว สรรชัยลดกระจกลงเรียก
“แรม”
เดือนแรมสะดุ้งเล็กๆ หันมามองทางเสียง “พี่สรรชัย”
ไอ้เจ๋งคนของดุจแข ขี่มอเตอร์ไซค์สะกดรอยตามหลังสรรชัยมา จอดรถแอบมองเงียบๆ

ที่ริมน้ำแห่งนั้น เดือนแรมนั่งซึม สรรชัยมองอย่างเป็นห่วง
“นึกแล้ว ว่าแรมต้องเป็นอย่างนี้ ..พี่เลยมาหา...น่า...อย่าคิดมากอย่างที่พี่บอก เป็นแผนของดุจแข”
“ไม่เกี่ยวกับคุณดุจแขหรอกค่ะ...คุณชายเป็นผู้มีพระคุณของแรม เป็นว่าที่พี่เขยแรม แรมไม่ควรคิดอย่างนี้กับคุณชายตั้งแต่แรก” มองด้วยสายตาวิงวอน “พี่สรรชัยเป็นคนเดียวที่รู้ความลับของแรม อย่าบอกใครนะคะ”
“พี่ไม่บอกใครหรอก พี่รับปาก แต่พี่อยากให้แรมเปิดใจรับคนอื่นบ้าง”
“ขอบคุณค่ะ แรมไม่ได้อยากมีใคร กับคุณชาย...แรมก็ไม่รู้เหมือนกันความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหน เมื่อไร...รู้แต่ว่า...”
สรรชัยต่อคำให้ทันที “แรมรักคุณชาย…”
เดือนแรมไม่ตอบ ได้แต่ก้มหน้างุด สรรชัยยิ้มน้อยๆ นัยน์ตาหม่นลง
สองคนไม่รู้ตัวว่า ไอ้เจ๋งแอบเอามือถือถ่ายรูปทั้งคู่ไว้

ดุจแขยืนยิ้มเย้ยมองดูรูปจากในมือถือ
“นึกแล้วต้องเป็นอย่างนี้...” หยิบเงินส่งให้ “เอาเงินของแกไป”
“แล้วคุณดุจแขจะให้ผมทำอะไรอีก?”
“มีเมื่อไหร่แล้วจะบอก แกกลับไปได้แล้วไป”
“ครับ”
ดุจแขเดินกลับเข้าไปในตึก เจ๋งหันกลับมามองดุจแข ด้วยสายตาโลมเลียไม่น่าไว้ใจ

ดุจแขนั่งดูรูปเดือนแรมกับสรรชัย
“ยังไม่ถึงเวลา ที่คุณชายจะได้เห็นรูปพวกนี้หรอกนังแรม...มันต้องมากกว่านี้ ฉันรู้นิสัยสรรชัยดี มันไม่ปล่อยแกไว้หรอก”

ดุจแขเบ้ปากใส่รูปนั้น นัยน์ตาดุดัน

อ่านต่อหน้า 4

เนื่องจากบทโทรทัศน์ "มาหยารัศมี" ตอนต่อจากนี้ อยู่ในระหว่างการปรับบท แก้ไขตามการถ่ายทำจริง การอัพขึ้นเว็บ จึงอาจไม่เป็นเวลา แต่หากบทมาถึงเรียบเรียงเสร็จ ทีมงานจะรีบอัพให้อ่านทันควัน แต่หากสร้างความขัดเคืองใจให้แฟนละครที่ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง "ทีมละครออนไลน์" ขออภัย มา ณ ที่นี้

มาหยารัศมี ตอนที่ 9 (ต่อ)

ทางด้านชุติมาอยู่ริมสระน้ำในบ้าน เดินวนไปวนมา จิตตกเครียดจัดเรื่องแม้นเทพเข้าใจผิด

“โอ๊ยย...กลุ้มโว้ย”
เพ็ญประกายเดินออกมาเห็นเหยียดยิ้ม “นึกว่าชะนีที่ไหน มาร้อง”
ชุติมาตอกกลับ “เธอมากกว่ามั้งที่เป็นชะนี เพราะวันๆ มีแต่ร้องหาผัวๆๆ” สายตาชุติมามองอย่างสมเพช “นี่! ไม่สมเพชตัวเองมั่งเหรอ? ผู้ชายแค่คนเดียว เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้น่ะ”
“เปลี่ยนยังไง?”
“เอ๊า! ก็จากคนเปลี่ยนเป็นชะนีไง” ชุติมายิ้มเยาะ
“เป็นชะนีร้องผัวก็ยังดีกว่าหมาหัวเน่าร้องเอ๋งๆไม่มีใครมอง” เพ็ญประกายหัวเราะใส่หน้า
“ตลกมากมั้ย?” ชุติมาถามอย่างที่เพ็ญประกายเคยถาม
“มาก!!” เพ็ญประกายบอก
ชุติมายิ้มผลักเพ็ญประกายตกน้ำ เพ็ญประกายร้องกรี๊ด ตีน้ำใส่ชุติมา ชุติมาเย้ย
“ว้าย! ชะนีตกน้ำ” ชุติมาสะใจนัก ยักย้ายส่ายตูดใส่
“นังหมาหัวเน่า”
สองสาวเย้ยหยันกันไปมา เพ็ญประกายตีน้ำกระจายใส่ชุติมา เมินยืนมองส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
“น่าเบื่อ วันๆ วุ่นแต่เรื่องผู้ชาย...ได้เลือด...” เกือบจะหลุดชื่อจันทรา แต่ละไว้ “ใครมาเนี่ย? ไปข้างนอกดีกว่า”
เมินรำคาญตา เดินผละออกไปอย่างเหนื่อยใจ

ที่แท้เมินแวะมาที่สนามกอล์ฟประจำแห่งนั้น และกำลังเดินไปถามพนักงาน
“ป้าสุดใจอยู่มั้ยครับ”
“แกไปทำความสะอาดอีกโซนหนึ่งน่ะค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?” พนักงานบอก
“อ้อ! ผมจะมาขอบคุณเรื่องที่ป้าเคยช่วยผมนะครับ ไม่เป็นไร ไว้วันหลังก็ได้”
“ค่ะ”
เมินเดินออกไปแล้ว ในขณะที่สุดใจเดินมาบ่นอยู่อีกมุม
“เฮ้อ!ทำไมขี้หลงขี้ลืมอย่างนี้น้อสุดใจ”
พนักงานคนหนึ่งเดินสวนมา “อ้าว! ป้า ไม่ไปทำความสะอาดล่ะ”
“ป้าลืมกระเป๋าตังค์นะจ้ะ” สุดใจยิ้มอารมณ์ดี “เงินก็มีอยู่นี้ดเดียว ลืมได้ยังไงก็ไม่รู้”
สองคนยิ้มให้กัน

แป้นนับเงินค่าปิดปากที่จันทราให้ แต่เงินเหลือไม่เยอะ แป้นบ่นงึมงำ
“แค่นิดเดียว แหม้!!วันนั้นเราน่าจะเรียกเงินจากคุณนายจันทราเยอะกว่านี้”
เพ็ญประกายเปลี่ยนชุดแล้วเดินเข้ามาทันได้ยินพอดี “อะไรแป้น?”
“เปล่าค่ะ”
“จะเปล่าได้ยังไง? ฉันได้ยินเธอบอก เงินจากคุณนายจันทรา...เงินอะไร?”
“เอ่อ...” แป้นอึกอัก ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกเพ็ญประกาย
“งุบงิบเงินค่ากับข้าวคุณแม่ล่ะสิ...เฮ้อ! เธอนี่ไม่ไหวเลยจริงๆ ไป..ไปทำอาหารหรูๆ ดีๆ ให้ฉันหน่อย ฉันจะเอาไปให้คุณชาย แล้วไอ้ซุบหน่อไม้ ซุบอะไรของเธอไม่ต้องทำนะ เอาอาหารหรูๆ ได้ยินมั้ยอาหารหรูๆ”
“ค่ะๆๆ” แป้นเก็บเงินใจหายใจคว่ำ รีบออกไป
เพ็ญประกายมองตามหน้าคว่ำ “งุบงิบเงินค่ากับข้าว ได้เยอะจริงนังแป้น” ไม่นึกสงสัยอะไร ควักมือถือขึ้นมากดโทร.ออก รอสาย สีหน้าระรื่น
“คุณชายคะ...เพ็ญทำอาหารกลางวันไว้ให้...คุณชายอยู่ที่ไหนคะ?”

ธิติรัตน์คุยงานกับเพื่อนอยู่ที่วังศิลาลาย ถือโทรศัพท์ทำหน้าหนักใจ
“ครับ..แล้วเจอกัน” ธิติรัตน์วางสายถอนหายใจออกมาอีก
ศรัณย์เดินเข้ามาพอดี “ถอนหายใจอะไร?”
คุณชาย “อ้าว!!มาทำไม?”
“ถามได้..ก็มาหานายสิ ไม่เห็นเข้าออฟฟิศ นั่งหนักใจอยู่เนี่ยมีอะไร?” ศรัณย์บอกพร้อมถาม
“เซ็ง” ธิติรัตน์บอก
“เป็นลูกผู้ชายเอาแต่นั่งเซ็งมันไม่เข้าท่านาฉันว่า...”
ธิติรัตน์สวนออกมา “ทำไม? ผิดตรงไหน เป็นผู้ชายเซ็งไม่ได้รึไง?”
“ได้!แต่มันเสียเวลา สู้หาต้นเหตุของความเซ็งแล้วกำจัดมันทิ้งไม่ดีกว่าหรือ?”
ธิติรัตน์มองหน้าเพื่อน ศรัณย์ยิ้มนิดๆ

ธิติรัตน์เดินตรงไปที่รถ แล้วขับออกไปทันที ศรัณย์ยืนยิ้มขำ
“รีบออกไปขนาดนี้ ต้องเป็นเรื่องหัวใจแน่ๆ เลยนายชาย”
ศรัณย์จะเดินตรงไปที่รถของตัวเอง แต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นเพ็ญประกายขับรถเข้ามาจอดใกล้ๆ ก้าวลงมาสองคนมองหน้างงๆ เพราะไม่รู้จักกัน
“ฉันมาหาคุณชาย”
ละเอียดเดินออกมาจากทางด้านหลังศรัณย์ “คุณชายเพิ่งออกไปเดี๋ยวนี้เองค่ะ”
เพ็ญหงุดหงิดนิดๆ “จะออกไปได้ยังไง? ก็ฉันเพิ่งโทร.คุยกับคุณชาย”
ละเอียดทำหน้าลำบากใจ ศรัณย์พูดยืนยัน
“นายชายเพิ่งออกไปจริงๆ ครับ”
“ฉันไม่เชื่อ” เพ็ญประกายเดินจ้ำเข้าไปข้างในตึก
“ใครเหรอป้าละเอียด?” ศรัณย์สงสัย
“คุณมาหยารัศมี ว่าที่คู่หมั้นคุณชายค่ะ”
ศรัณย์มองตามแบบเพิ่งเคยเห็นหน้า

เพ็ญประกายเอาอาหารที่อยู่ในกล่อง ส่งให้หม่อมรัตนา บอกว่าตนทำเอง
“มาหยาทำสุดฝีมือเลยค่ะ”
“หน้าตาน่าทานจัง เดี๋ยวฉันจะเก็บไว้ให้ตาชายจ้ะ”
“คุณชายไม่อยู่จริงหรือคะ?”
“ทำไมหนูถามฉันอย่างนั้นล่ะ?”
“ก็คุณชายบอกมาหยา ว่าจะอยู่...” เพ็ญประกายเสียงแผ่วน้ำตาคลอๆ “แต่คุณชายไม่อยู่”
หม่อมรัตนามองด้วยสีหน้าเห็นใจ พลางปลอบ “นายชายคงมีธุระด่วนน่ะจ้ะ ฉันขอโทษแทนด้วย”
“ขอบคุณค่ะ ไว้วันหลังมาหยามาหาคุณชายใหม่นะคะ”
เพ็ญประกายเดินน้ำตารื้นออกไป หม่อมมองเห็นใจ

ศรัณย์ยืนคุยกับละเอียดที่ด้านนอกตึกใหญ่
“ตกลงนายชายมีเรื่องอะไรเหรอป้าละเอียด ถึงลืมนัดว่าที่คู่หมั้นอย่างนี้”
เพ็ญประกายเดินมาทางด้านหลัง ไม่มีใครเห็น ละเอียดว่า
“ป้าก็ไม่แน่ใจหรอกนะคะ แต่ตั้งแต่คุณชายรู้ว่าแรมกลับไปอยู่บ้าน คุณชายก็ดูเงียบๆ ไป”
ศรัณย์อึ้ง เพิ่งรู้ “หือ!! แรมอยู่ที่นี่หรือครับ?”
ละเอียดพยักหน้า ศรัณย์คาดไม่ถึง ส่วนเพ็ญประกายได้ยินเต็มสองหู สีหน้าเจ็บปวดมาก
ละเอียดหันไปเห็น “คุณมาหยารัศมี”
เพ็ญประกายเดินร้องไห้ออกไป ศรัณย์มองตามด้วยความสงสารเห็นใจ

เพ็ญประกายเดินออกมาที่รถสีหน้าโกรธจัดเหวี่ยงมาก
“แรม...เดือนแรมอีกแล้ว” หยิบมือถือขึ้นมากดโทร.ออกทันที

ทางด้านจันทรากำลังจะเดินเข้าร้านทำผม ดุจแขเดินสวนออกมา
“อุ้ย!!คุณดุจแข ไม่คิดเลยนะคะว่าจะเจอคุณที่นี่” จันทราทักหน้าเชิด
“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันค่ะ ว่าจะเจอสิ่งไม่เป็นมงคลก่อนออกจากร้าน..นี่ถ้ากลับเร็วกว่านี้คงไม่เจอ” ดุจแขบอกนิ่มนิ่ง
จันทราตาลุกวาว โกรธจัด “นี่ฉันทักคุณดีๆ นะ ทำไมถึงว่ากันอย่างนี้” ยิ้มเยาะ “อ๋อ! เข้าใจล่ะ คงแสลงใจที่ได้เจอว่าที่แม่ยายคุณชาย…”
ดุจแขจ้องหน้าตาลุกเป็นไฟ จันทราหัวเราะเย้ยต่อ
“อุ๊ย! ได้ยินเสียงอะไรรึเปล่าคะ?” ทำท่าเงี่ยหูฟังไปด้วย
“อะไร?” ดุจแขเสียงแข็ง ตาเขียว
“เสียงคนตกกระป๋อง ต่อให้เสริมสวยได้ยังไงก็เปลืองเปล่า เพราะคนที่จะเป็นเจ้าสาวของคุณชายฐิติรัตน์ก็คือลูกสาวของฉันอยู่ดี”
จันทราเยาะเย้ยสาแก่ใจแล้ว จะเดินเข้าในร้าน ดุจแขเอาเท้าขัดขา จันทราหัวแทบคะมำ เหลียวขวับตาเหลือกจะเอาเรื่องดุจแข แต่เสียงมือถือดังขัดขึ้น จันทรากดรับ
“ว่าไงลูก?”
เพ็ญประกายร้องไห้ฟูมฟายฟ้องแม่ “คุณชายออกไปตามนังแรมค่ะ”
จันทราตกใจลืมตัว หลุดปาก “คุณชายออกไปตามนังแรม”
ดุจแขได้ยินหัวเราะเย้ยใส่ จันทราตาแทบปลิ้น
“เอาเป็นว่าฉันจะทำเป็นไม่ได้ยินแล้วกัน” น้ำเสียงยั่วเย้ย “สงสาร! แก่แล้ว ถูกด่าเยอะๆ เดี๋ยวจะหัวใจวายตาย” ดุจแขเดินลอยหน้าลอยตาออกไป
“นังดุจแข” จันทราได้แต่ค้อนหน้าคว่ำ
ดุจแขเดินมาที่ลานจอดรถ หน้าตาเกรี้ยวกราดเต็มที่
“คุณชายออกไปตามนังแรม”
ส่วนจันทรายืนอยู่อีกมุมหน้าร้านทำผม อุทานออกมาแทบจะพร้อมๆ กับดุจแข “คุณชายออกไปตามนังเดือนแรม!”
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสองคนโกรธเดือนแรมมากแค่ไหน

ธิติรัตน์มาหาเดือนแรมจริงๆ แต่เจอชุติมาออกมารับหน้า
“แรมไม่ได้อยู่นี่ค่ะคุณชาย”
“ก็..แรมบอกผมว่าจะกลับมาบ้าน”
“ชุยังไม่เห็นมาเลย ไว้ถ้าแรมมา...ชุจะบอกให้แรมโทร.หาคุณชายนะคะ
“ขอบคุณครับ” ธิติรัตน์เดินออกมา สีหน้าเป็นกังวลมาก “แล้วแรมไปไหน?”

เดือนแรมกำลังเลือกโทรศัพท์อยู่กับสรรชัย เลือกรุ่นราคาถูกๆ
“แรมเอาเครื่องนี้ค่ะ”
สรรชัยท้วงขึ้นมา “เอาเครื่องใหม่ดีกว่ามั้ยแรม...”
เดือนแรมยิ้มบอก “เอาเครื่องนี้ล่ะค่ะ ใช้โทร.กับรับเท่านั้นเอง เท่าไหร่ค่ะ” หันมาทางคนขาย
“สามพันค่ะ”
คนขายบอกเดือนแรมจะจ่ายเงิน แต่สรรชัยแย่งขอจ่ายให้
“พี่จ่ายเอง”
“ขอบคุณค่ะ แต่แรมจ่ายเองดีกว่าค่ะ” เดือนแรมจ่ายเงินแล้วเดินออกมาเลย
สรรชัยยิ้มๆ เปรยขึ้น “เห็นจะจริง...”
“เรื่องอะไรคะ?”
“ผู้หญิงจะยอมรับของ จากเฉพาะคนที่ชอบ แรมรับของทุกอย่างจากคุณชาย แต่ไม่เคยยอมรับอะไรจากพี่เลย”
สรรชัยยิ้มสีหน้าขื่นๆ เดือนแรมพูดไม่ออก

จันทราเดินฉับๆ มาที่ลานจอดรถสีหน้าโกรธและเหวี่ยงมาก
จันทราเกรี้ยวกราด กรอกเสียงใส่โทรศัพท์ “คุณเมิน บอกมาเดี๋ยวนี้ คุณอยู่ที่ไหน?”

เมินไดร์ฟกอล์ฟไปด้วย ครุ่นคิดไปด้วย
“วังศิลาลายอาจจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดของเธอ แรม...”
เมินถอนหายใจ หันกลับมาแทบสะดุ้ง เห็นจันทรายืนหน้าบึ้งอยู่

ในสนามกอล์ฟ เมินเดินฉับๆ หนีมาท่าทีรำคาญหนัก จันทราเดินตามไม่ลดละ
“ตกลงคุณจะไม่ไปรับเดือนแรมจากวังศิลาลายจริงๆ ใช่มั้ย?”
“รับมา ก็มีปัญหากับคุณอยู่ดี”
“หมายความว่ายังไง?”
“กลับมาบ้าน แรมก็มีเรื่องกับคุณไม่เว้นแต่ละวัน แล้วจะรับกลับมาทำไม?”
“ฉันไม่ได้ให้นังลูกชู้มันมาอยู่ที่บ้าน ฉันแค่ต้องการให้คุณแยกมันออกจากคุณชาย คุณก็รู้...ลูกชู้ มันย่อมทำได้ทุกอย่าง เพราะเลือดพ่อเลือดแม่มันแรง” จันทรากรอกและตอกย้ำ
“ถ้าคนมันจะชั่ว” เมินหันมามองจ้องหน้าจันทรา “จะอยู่ที่ไหนมันก็ทำชั่วได้เหมือนกัน”
“แปลว่า...ยังไงคุณก็ไม่ไปเอามันมา” จันทราคาดคั้น
“ใช่ อยากทำอะไร ก็ทำไปเลย” เมินรำคาญเต็มทน
“คุณพูดเองนะ....งั้นฉันจะไปลากตัวนังแรมออกมาเลย อย่ามาด่าฉันทีหลังแล้วกัน”

จันทราเดินหน้ายิ้มหยัน แววตาเหี้ยมโหดมาที่รถ
“คราวนี้...แกจะได้พ้นจากชีวิตของฉันซะทีนังแรม ฉันจะให้พี่เจิม พาแกไปอยู่สุดลูกหูลูกตาเลย”
จันทราตรงไปที่รถ ในขณะที่ด้านหลัง สุดใจทำความสะอาดอยู่เห็น รีบฉากหลบอย่างรวดเร็ว จันทราปรายตาเหมือนจะรู้ว่ามีคนมอง จันทราหันขวับรีบเดินตรงมาทันที

สุดใจเดินตัวลีบเอามือกุมอกตกใจ หนีออกมาที่มุมห่างไกลผู้คนในสนามกอล์ฟแห่งนั้น
“ทำไมโลกมันกลมอย่างนี้” สุดใจพึมพำ
จันทราถลันออกมาขวางตรงหน้า ด้วยหน้าบึ้งตึงอย่างเอาเรื่อง “ใช่...กลมมาก”
สุดใจตกใจแทบสิ้นสติ “คุณจันทรา”
จันทราตรงเข้ามากระชากผมสุดใจจนหน้าหงาย ของขึ้นเต็มที่ “ทำไมแกมันถึงดื้อด้านอย่างนี้ฮึนังสุดใจ”
สุดใจเจ็บปวด แต่ก็เถียงออกมา “คุณสิดื้อด้านมายุ่งกับฉันเอง”
จันทราตวาดกระชากผมแรงขึ้นอีก “นังสุดใจ”
“ถามทีเถอะ...ฉันเคยไปยุ่งอะไรกับคุณมั้ย ฉันก็อยู่ของฉัน”
“แต่วันที่แกไปหาฉันที่บ้าน ฉันก็ไม่ไว้ใจแกอีก แกจะไปดีๆ หรือจะให้ฉันจัดการกับแกอีกรอบสุดใจ
สองคนจ้องตากัน สู้สายตากัน นัยน์ตาจันทราวาวโรจน์น่ากลัวมาก สุดใจเหลือจะทนแล้วบอกใส่หน้า
“แล้วถ้าฉันบอกว่าฉันไม่ไปล่ะ”
“แกก็จะถูกทำอย่างนี้ไง”
จันทราขย้ำผมสุดใจ จับกระแทกเข้ากับฝาผนังแถวนั้น สุดใจร้องอย่างเจ็บปวด แต่ฮึดขอสู้ตาย สองคนสู้กัน
แต่สุดท้ายสุดใจก็สู้แรงโกรธจันทราไม่ได้ และเพลี่ยงพล้ำถูกจันทราบีบคอ สุดใจจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว จังหวะนั้นมีเสียงคนงานชายวิ่งมา สองคน
“เฮ้ย!!เสียงอะไรวะ”
“เหมือนคนทะเลาะกัน น่าจะอยู่ตรงนั้น”
จันทราหน้าซีด รีบผละออกจากสุดใจหนีไปอย่างเร็วรี่ คนงานชายสองคนวิ่งเข้ามาเห็นสุดใจนอนแน่นิ่ง หายใจระทวย ต่างก็ตกใจ
“ป้าสุดใจ”
สองคนตรงเข้ามาช่วย สุดใจรอดตายหวุดหวิด

เมินไดรฟ์กอล์ฟ โดยไม่มีสมาธิ เสียงของจันทราดังก้องในหู
“คุณพูดเองนะ....งั้นฉันจะไปลากตัวนังแรมออกมาเลย อย่ามาด่าฉันทีหลังแล้วกัน”
เมินถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เฮ้อ! มีแต่เรื่องปวดหัว” เมินเลิกตีกอล์ฟเดินออกไป

ระหว่างนั้นคนงานประคองร่างสุดใจที่อ่อนระทวยมา เมินเดินมาพอดีเห็นและจำได้ว่าเคย
ช่วยไว้ แต่ไม่รู้ว่าสุดใจ คือคนที่ช่วยตน
“ป้า...ป้าเป็นอะไรไปครับ?”
“ถูกใครก็ไม่รู้ครับทำร้าย
คนงานแบกประคองร่างของสุดใจไป เมินมองตามเห็นใจ ก่อนเดินไป
จันทราแอบซุ่มอยู่มองสุดใจ สลับกับเมิน
“ถ้าแกอยู่ที่นี่ ความลับฉันแตกแน่ ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่นังสุดใจ” จันทราพูดเสียงแข็งกร้าวนัยน์ตาเหี้ยมโหด

ค่ำนั้นเจิมนั่งดื่มกินอย่างอร่อย ในขณะที่จันทราด่าปาวๆ สองคนอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง
“นี่! พี่เจิม เอาแต่กินอยู่นี่แหละ สั่งให้ทำอะไรถึงไม่เคยสำเร็จซักที”
“ถ้าเห็นว่าฉันทำไม่ดี แกก็ให้ผัวเก่าแกมาทำแล้วกัน” เจิมหมายถึงชำนิ
“ไปพูดถึงมันทำไม?” จันทราฉุนขึ้นมาทันที
“ก็แกอยากว่าฉันทำไม่ดีทำไม?” เจิมของขึ้น บอกเสียงประชด “ถ้าไม่ดี ก็โน่น! ให้ไอ้ชำนิผัวเก่าแกมาจัดการแล้วกัน”
“เออๆ ฉันไม่พูดก็ได้ แต่พี่ก็ห้ามพูดถึงไอ้ชำนิเหมือนกัน...นี่แล้วรีบไปจัดการนังสุดใจตามที่ฉันบอกนะ อย่าให้มันมาเพ่นพ่านให้ฉันรำคาญใจ” ลดเสียงพูดเบาลง “รวมทั้งนังแรมด้วย”
“เออ”เจิมรับคำ แบมือยื่นมาตรงหน้าจันทรา
จันทราหงุดหงิด ขณะควักเงินให้ “เงินทั้งปี”
ระหว่างนั้นพิมเดินเข้ามาซื้อของ เห็นสองคนรีบหลบมุมแอบมอง และได้ยินเสียงจันทรา
“แล้วอย่าลืมที่ฉันบอก อย่าพูดถึงไอ้ชำนิ และรีบไปจัดการนังสุดใจ”
“เออ.....” เจิมลากเสียงยาว
จันทราลุกเดินออกไป พิมแอบมองสองคนไม่กล้าขยับตัวเลย ได้แต่พึมพำชื่อออกมา
“ชำนิ...สุดใจ....” พิมจำได้ขึ้นใจ

ธิติรัตน์จอดรถซุ่มอยู่บริเวณหน้าบ้านในมุมลับตาคน คอยเดือนแรม พยายามโทรศัพท์หาแต่ไม่ติด
“โทรศัพท์เธอเป็นอะไรไปแรม? โทร.กี่ครั้งก็ไม่ติด” ธิติรัตน์บ่น

ระหว่างนั้นสรรชัยขับรถมาจอดที่หน้าบ้าน เดือนแรมก้าวลงมาจากรถ
“ขอบคุณพี่สรรชัยมากค่ะ ที่อยู่เป็นเพื่อนแรมทั้งวัน พาไปโน่นไปนี่ แล้วยังเป็นเพื่อนแรมไปทำงานอีก” เดือนแรมยิ้มไหว้ขอบคุณ
“ก็พี่เป็นพี่ชายของแรม” สรรชัยเอามือยีผมเบาๆ
ธิติรัตน์เห็นภาพนั้นฉุนกึก เปิดประตูลงมา เรียกเสียงเข้มและดุดัน “เดือนแรม”
“คุณชาย”
สรรชัยยิ้มอย่างรู้ทันว่าธิติรัตน์กำลังอยู่ในโหมดหึงเมที่ “สวัสดีครับคุณชาย...เจอกันกี่ที คุณชายก็ดุเหมือนเดิม” หันมาบอกเดือนแรมเสียงเบาๆ “พี่กลับก่อนนะ อยู่นานๆ เดี๋ยวถูกคุณชายของแรมขย้ำคอ”
สรรชัยเดินไปที่รถขับออกไปทันที ธิติรัตน์จ้องเดือนแรมนัยน์ตาดุ

เดือนแรมหิ้วกระเป๋า ธิติรัตน์เดินมาบอกเสียงห้วนไว้ฟอร์ม
“มาฉันช่วย” ธิติรัตน์ช่วยหิ้วกระเป๋าให้
แรมแอบยิ้มดีใจ “ขอบคุณค่ะ”
“จะกลับบ้านทำไมไม่บอกฉัน ฉันจะได้มาส่ง”
“แรมเห็นคุณชายอยู่กับคุณดุจแข”
ธิติรัตน์จ้องหน้าเดือนแรมเขม็ง พูดน้ำเสียงจริงจัง “แรม..ฟังนะ จะให้ฉันพูดกี่ร้อยกี่พันครั้ง ฉันก็จะพูดเหมือนเดิม เรื่องของฉันกับดุจแขมันจบไปแล้ว และมันก็ไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิมได้อีก”
“แต่เรื่องของคุณชายกับพี่มาหยารัศมี...”
“จะพูดกี่ร้อยกี่พันครั้ง ฉันก็จะยืนยันคำเดิมว่าฉันจะแต่งงานกับมาหยารัศมี...”
เดือนแรมก้มหน้าซ่อนน้ำตา กดข่มความปวดใจ ธิติรัตน์พูดต่อ
“...มาหยารัศมีตัวจริง....ไม่ใช่อุปโลกน์...ฉันกำลังตามหามาหยารัศมีเจ้าสาวของฉันอยู่แรม”
เดือนแรมมองธิติรัตน์ไม่เข้าใจ สองคนสบตากัน

ขณะนั้นเจิมกำลังจะเข้าบ้านเหลียวมาเห็นสองคน
“ทำไมโอกาสดีอย่างนี้วะ? จัดการมันเลยทั้งสองคนแล้วกัน จะได้จบๆ”
โดยไม่มีใครคาดคิด เจิมควักปืนออกมา ยิงเปรี้ยงทันที นัดแรกพลาด
“แรม ระวัง!” ธิติรัตน์กระชากเดือนแรมเข้ามาในอ้อมกอด
เจิมแอบดูอยู่ แล้วยิงออกมาอีกนัด คราวนี้กระสุนถากแค่ไหล่ธิติรัตน์
“โอ๊ย”
“คุณชาย” เดือนแรมตกใจ
ธิติรัตน์กัดฟันพาเดือนแรมเดินกึ่งวิ่งหนีไปที่รถ แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว
“บ้าเอ๊ย!” เจิมมองตามอย่างหัวเสีย

ทุกคนวิ่งหน้าตั้งออกมาดู ท่าทางตื่นตกใจพอกัน
“เสียงปืน ใครทำอะไร?”
“เดี๋ยวผมไปดูเองครับคุณน้า” แม้นเทพเดินไปทันที
ชุติมาร้องจะไปด้วย “ชุไปด้วย”
จันทรารีบห้ามไว้ “จะไปทำไมเกะกะเค้ายัยชุ”
ชุติมายืนกรานจะไป “ก็ชุเป็นห่วงพี่ต้อม”
เพ็ญประกายด่าลอยๆ “หน้าด้าน”
“คนเป็นห่วงกันทำไมต้องหน้าด้านด้วย....ที่สำคัญ” ชุติมาจ้องหน้าสบตาจันทราพูดใส่หน้าให้แม่รู้ว่าตนรู้ว่าอะไรเป็นรอะไร “คนร้าย มันอาจจะยังวนเวียนอยู่แถวนี้ก็ได้” แล้วเดินไปเร็วรี่
จันทราได้แต่ถลึงตาใส่ พูดปรามเสียงเบาๆ “นังชุ!”

แม้นเทพ เดินสำรวจตรวจตราดูร่องรอยบริเวณหน้าบ้าน มีชุติมาตามหลังมาด้วยความเป็นห่วง
“ระวังนะคะพี่ต้อม”
แม้นเทพหันมาเพิ่งเห็น “ตามออกมาทำไม? กลับเข้าไป” ในใจแอบนึกห่วง
ชุติมาอ้าปากจะบอกว่าเป็นห่วง “ก็ชุ...”
แม้นเทพสวนออกมา เสียงขุ่น “ถ้าคนร้ายมันยังอยู่แถวนี้จะเป็นยังไง? กลับเข้าไปเดี๋ยวนี้”
ชุติมาหน้าเจื่อน น้อยใจขึ้นมา “พี่ต้อม”
แม้นเทพเสียงดุ “เข้าไป”
ชุติมาเสียงเครือ “ค่ะ” เดินเข้าไป
แม้นเทพมองตามชุติมาบ่นพึมพำ “ไม่รู้จักห่วงตัวเองซะบ้าง คนอะไร??”
จากนั้นแม้นเทพตรวจดูบริเวณนั้น พบหัวกระสุนตกอยู่ แม้นเทพหยิบขึ้นมาทันที
ด้านเจิมซึ่งแอบดูอยู่อีกมุมหนึ่ง ทั้งสงสัย และอยากรู้ พอเห็นแม้นเทพเก็บกระสุนได้ก็ยิ่งงง
“มันจะเอาไปทำไมวะ?”
แม้นเทพหันกลับมาเห็นทำท่าเจิมผลุบๆ โผล่ๆ แวบๆ เห็นชายเสื้อแต่ไม่ทันเห็นหน้า
แล้วเจิมก็หลบไปอย่างรวดเร็ว แม้นเทพมองตามนึกสงสัย

สองคนในบ้านได้ฟังที่แม้นเทพเล่า ต่างมีท่าทีตกใจ
“ตกลงเจอแต่กระสุนเหรอ?” มะลิถาม
“ครับคุณแม่..ผมบอกคุณน้าเมินแล้วว่าจะส่งไปพิสูจน์หลักฐาน ว่าเป็นกระสุนชนิดใด?”
“ใครมันมายิงอะไรแถวนี้?”
“นั่นน่ะสิคะน่ากลัวจัง” พิมว่า
“ผมขอคำตอบอีกเดี๋ยว อาจจะหาคำตอบได้ครับ” แม้นเทพมั่นใจ
“เฮ้อ! มีใครเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้”
กลางดึกคืนนั้นภายในห้องพักรายวันแห่งนั้น ธิติรัตน์นั่งอยู่ ที่แขนมีผ้าพันแผลเรียบร้อย เดือนแรมเอายามาให้ พร้อมน้ำ
“ยาค่ะ”
“ขอบใจจ้ะ....แล้วก็ขอโทษด้วยที่ฉันพาเธอมาอยู่ที่นี่ ไม่อยากกลับบ้าน กลัวคุณแม่เป็นห่วง...เธออยากกลับบ้านหรือเปล่าล่ะ?”
“คุณชายอยู่ที่ไหน แรมก็อยากอยู่ที่นั่นค่ะ แรมเป็นห่วงดีนะคะที่หมอบอกว่าไม่เป็นอะไร ไม่งั้นแรมคง…”
คุณชายจ้องหน้าถามเสียงหวาน “คงอะไร?”
“คงเสียใจมาก....ที่คุณชายต้องเจ็บตัวเพราะแรม”
ธิติรัตน์สวนคำบอกเสียงหวานเช่นเดิม “แต่ถ้าเธอเจ็บ...ฉันคงเจ็บยิ่งกว่า”
สองคนประสานสายกัน บอกความรู้สึกที่มีต่อกันอย่างปิดไม่มิด ธิติรัตน์ขยับอยากจะจุมพิตที่หน้าผากเหลือเกิน แต่ห้ามใจได้ ถอนตัวออกมา
“นอนเถอะ...เด็กดีของฉัน”
เดือนแรมมองหน้าธิติรัตน์ ทั้งรักทั้งเทิดทูน ธิติรัตน์ลูบผมเดือนแรมด้วยสัมผัสอ่อนอุ่น
“แล้วก็จำเอาไว้...ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน...ฉันก็จะเป็นคนคนเดิมที่คอยปกป้องเธอ เดือนแรม”
เดือนแรมน้ำตารื้น รู้สึกตื้นตันยิ่งนัก บอกเสียงจริงจัง
“แรมก็จะเป็นคนคนเดิม...ที่ทำทุกอย่างได้เพื่อคุณชายค่ะ”
สองคนสบสายตากันอย่างสุดซึ้งและดื่มด่ำ เผยความรักแสนพิสุทธิ์ที่มีต่อกันอย่างไม่ปิดบัง
แต่ทันใดนั้นเสียงมือถือคุณชายดังขึ้น ธิติรัตน์รับมาดูแต่ไม่รับสาย จนเดือนแรมอดถามไม่ได้
“ทำไมคุณชายไม่รับสายคะ?”
“คุณเพ็ญประกายโทร.มา” ตั้งใจเรียกชื่อนี้ เพราะธิติรัตน์ไม่เคยคิดว่าเพ็ญประกายคือมาหยารัศมี
“พี่เพ็ญ”

เดือนแรมใจหาย อุทานออกมา หัวใจหล่นวูบ

อ่านต่อตอนที่ 10
ดอกโศก ตอนที่ 15
ดอกโศก ตอนที่ 15
กลายเป็นว่าสมาชิกครอบครัวรัตนชาติพัลลภ รวมทั้งบริวารต่างเป็นห่วงมารวมกันอยู่พร้อมหน้า หลังรู้ข่าวทายาทคนโตของนายพลสุดเขตผู้ล่วงลับตกบันได เพ็ญพักตร์เดินเขยกๆ อยู่ต่อหน้าทุกคน ลองทดสอบว่าตัวเองเป็นอะไรมากหรือเปล่า เพราะรู้สึกว่าที่แขนก็เจ็บด้วย อุ๊ โอ๋ อ้น อยู่พร้อมแล้ว จิ๋วแม่ครัวอยู่หมดแล้ว พจน์ วิ่งเข้ามาเร็วรี่ สมตามเข้ามาด้วย“สมไปตามคุณพจน์เหรอ” เพ็ญพักตร์นั่งลง “นี่มันอะไรกัน ทำไมต้องบอกคนไปทั่วโลกอย่างนี้ ไม่ได้เป็นอะไรมาก” พอพูดขาดคำก็ทรุดฮวบลงไปเพราะขาที่เจ็บมากจนไม่มีแรง “ว้าย....” สุดสวยวิ่งเข้ามาจากข้างนอก “พี่เพ็ญ...พี่เพ็ญตกกะไดเหรอ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...