xs
xsm
sm
md
lg

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 3

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 3

ในห้องครัวเวลานั้น ระบิลล้างจานใบสุดท้ายเสร็จพอดี ก่อนหันมาพูดกับทุกคนอย่างอารมณ์ดี

“ได้ผลเกินคาด ซัดเรียบหมดจาน”
“ถึงยังไม่ยอมลงมาข้างล่าง แต่ก็เป็นนิมิตรหมายที่ดีนะคะ”
กันต์ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ เอื้อมมือไปกุมมือเจือจันทร์อย่างให้กำลังใจ
“ฉันขอตัวไปดูลูก”
เจือจันทร์พยักหน้ารับรู้แต่สีหน้าก็ยังคงมีแววกังวลอยู่ไม่น้อย กันต์หันไปพูดกับระบิลและเนติมาอย่างถนอมน้ำใจ
“อย่าถือเขาเลยนะ เรื่องที่ผ่านมามันหนักมากเกินกว่าจะให้เขาลืมแค่ชั่วข้ามคืน”
“พวกเราเข้าใจค่ะอากันต์”
เนติมาพูดอย่างเข้าใจความรู้สึก กันต์ยิ้มรับอย่างขอบคุณก่อนนึกอะไรขึ้นมาได้
“เก่งมากนะคุณระบิล นอกจากผมแล้ว เธอยังไม่ยอมคุยกับผู้ชายคนไหนอีกเลยนะ”
ระบิลยิ้มแล้วบอก
“โอ๊ย..ไม่เก่งหรอกครับคุณอา แค่ขายฮานิดหน่อย”
“ฮาหรือตะกละ” เนติมาเบรก
“ก็มันอร่อยนี่คุณ..เอิ๊ก”
เนติมามองค้อนระบิลเป็นเชิงหยอกเล่น ระบิลลอยหน้าลอยตาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะแกล้งทำเป็นจะเรอขึ้นมาอีกจนเนติมาอดยิ้มออกมาไม่ได้

ระหว่างนั้นโทรศัพท์มือถือของเนติมาก็ดังขึ้น เนติมาดูเบอร์แล้วรีบรับสายทันที

“ค่ะพี่ศิวัช”
เนติมานิ่งฟังปลายสายอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าก็เริ่มจริงจังขึ้นระบิลกับกันต์มองเนติมาด้วยความสนใจ
“ค่ะพี่ศิวัช เดี๋ยวพบกันนะคะ”
เนติมาวางสาย ระบิลรีบถามทันทีด้วยความอยากรู้
“มีอะไรรึเปล่าคุณ”

ภายในห้องนอนที่คอนโด ชลกรอยู่ในชุดนอนบางเบาสุดเซ็กซี่พลิกตัวขึ้นมานอนกอดพงษ์เลิศอย่างออดอ้อน
“วันนี้นอนขี้เซาจังเลยนะคะ”
“แล้วเมื่อคืนใครล่ะที่ทำให้ฉันหมดสภาพอย่างนี้”
พงษ์เลิศพูดอย่างอ่อนเพลีย ชลกรยิ้มอย่างหว่านเสน่ห์
“ก็คิดถึงนี่คะ หมู่นี้เราไม่ค่อยได้เจอกันเลยนะ”
“ช่วงนี้ฉันเครียด นี่ถ้าเลือกตั้งครั้งหน้า ขั้วของฉันไม่ได้กลับเข้ามามีหวังแย่ ขี้ที่นั่งทับอยู่จะระเบิดใส่หัวเอา เมื่อถึงเวลานั้นเธอเองก็คงไม่เห็นหัวฉันเหมือนกัน”
พงษ์เลิศสีหน้าดูจริงจังขึ้นทันที ชลกรยังยิ้มอย่างใจเย็นก่อนหอมแก้มพงษ์เลิศอย่างเอาใจ
“แหม..ฉันจะทิ้งคุณได้ยังไงคะ อย่าลืมสิว่าเราคือบัดดี้ที่เข้าขากันมากที่สุด อีกอย่างฉันยังมองไม่เห็นทางเลยว่าขั้วของเราจะแพ้”
“ไอ้คู่ต่อสู้ที่มีอยู่ฉันไม่กลัว แต่ฉันสังหรณ์ใจว่า...”
ยังไม่ทันที่พงษ์เลิศจะพูดอะไรต่อ ชลกรก็เอานิ้วไปแตะที่ริมฝีปากพงษ์เลิศเบาๆพร้อมพูดเสียงออดอ้อนเอาใจ
“ไม่พูดเรื่องนี้แล้วค่ะ ฉันยังมั่นใจว่าไม่มีใครโค่นคุณได้ ตอนนี้ทำใจสบายๆ รับความสุขที่ฉันเตรียมมาให้ดีกว่านะคะ”
“ฮึ..พูดอย่างกับพวกส่งอาหารเดลิเวอรี่”
“แล้วที่กินอยู่บ่อยๆเนี่ย ไม่ใช่เดลิเวอรี่เหรอคะ”

เสียงโทรศัพท์ของพงษ์เลิศดังขึ้น ทั้งคู่ชะงักไป พงษ์เลิศถอนใจอย่างเซ็งๆก่อนรับสาย
“ว่าไงลูก”
พงษ์เลิศฟังปลายสายอยู่ครู่หนึ่งก็มีสีหน้าตกใจขึ้นทันที ชลกรเห็นก็รู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องแน่ๆ
“งั้นแค่นี้นะ”
“เกิดอะไรขึ้นคะคุณ”
พงษ์เลิศไม่ตอบอะไรรีบคว้ารีโมทโทรทัศน์ขึ้นกดเปิดทันที และทั้งสองคนต้องตะลึงเมื่อภาพในจอโทรทัศน์คือธำรงและศิวัช
“นั่นมันคุณธำรง กิตติธร นี่คะ..พรรคสยามพัฒนา นี่มันอะไรกันคะเนี่ย”
ชลกรพูดด้วยความตกใจ พงศ์เลิศยกมือขึ้นห้ามเพราะอยากจะฟังข้อมูลในข่าว
 
สายตาพงษ์เลิศจดจ้องไปที่จอโทรทัศน์อย่างตั้งใจ

ภาพข่าวในจอทีวีขณะนั้น ศิวัชกับธำรงแต่งกายด้วยชุดสูทเนี๊ยบในงานเลี้ยงเปิดตัวพรรคที่จัดอย่างหรูหราใหญ่โต ด้านหลังของศิวัชและธำรงเห็นป้ายที่เขียนไว้ว่า “งานเปิดตัวพรรคสยามพัฒนา”
 
สองคนกำลังยืนให้สัมภาษณ์เหล่านักข่าวที่รุมล้อมกันทำข่าวด้วยความสนใจ
“พรรคสยามพัฒนาของเราจะนำพาประเทศกลับเข้าสู่เส้นทางของความเจริญรุ่งเรืองที่ยั่งยืน นำพารอยยิ้มกลับมาสู่คนไทยทุกคน”

ภายในบ้านอิสราวัชร ข่าวในจอทีวีที่เปิดอยู่เห็นศิวัชกับธำรงกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่
“เราจะบริหารงานด้วยทีมงานคนรุ่นใหม่และทีมที่ปรึกษาที่มากประสบการณ์ ที่สำคัญทุกอย่างต้องโปร่งใส” ธำรงบอก
อิทธิหาญกำลังดูการแถลงข่าวอยู่ด้วยความไม่พอใจ
“ไอ้ธำรงมันกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมพวกเราไม่รู้เลยครับเสี่ย” ปานว่า
“แกถามฉัน แล้วฉันจะไปถามใครวะไอ้ปาน เจ็บใจจริงๆ”
อิทธิหาญฉุนขาดปัดข้าวของใกล้มือตกระเนระนาด

ภายในห้องนั่งเล่น กันต์กับเจือจันทร์ตั้งอกตั้งใจดูโทรทัศน์เช่นเดียวกัน
“หมายความว่า คุณธำรงจะเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปใช่รึเปล่าคะ” นักข่าวถาม
“คนรุ่นผม หมดแรงที่จะรับผิดชอบชีวิตคนทั้งประเทศแล้วครับ ส่วนคนที่จะเสนอตัวรับภาระหนักอึ้งที่คุณว่าคือลูกชายผมเอง..ศิวัช” ธำรงตอบ

ภายในห้องจัดเลี้ยงหรูของโรงแรม ศิวัชกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่ด้วยน้ำเสียงจริงจังและหนักแน่น
“ผมมั่นใจว่าจะนำพาประเทศให้เจริญรุดหน้า เคียงบ่าเคียงไหล่กับประเทศยักษ์ใหญ่ได้อย่างไม่น้อยหน้า”
นักข่าวถาม
“แต่ประสบการณ์ทางการเมืองของคุณยังไม่มีเลยนะคะ”
นักข่าวอื่นๆต่างฮือฮาอย่างรู้คำตอบเช่นกัน
ระบิลกับเนติมาและนายพลทวียืนอยู่ใกล้ๆกลุ่มนักข่าว เนติมาสีหน้าไม่สู้ดีนัก ระบิลมองเนติมาอย่างเข้าใจความรู้สึก ระบิลเอียงหน้าเข้าไปพูดกับเนติมา
“มั่นใจในตัวแฟนหน่อยสิคุณ นี่แค่หมัดแย็บ ข้างหน้ายังมีหมัดชุดรออยู่อีกเยอะ”
เนติมาครุ่นคิดตามที่ระบิลพูด ก่อนสูดหายใจลึกเรียกความมั่นใจรอฟังศิวัชตอบ
“ก็ผมไม่ได้มาเล่นการเมืองนี่ครับ”
ศิวัชยิ้มแล้วตอบคำถามนักข่าวอย่างใจเย็น นักข่าวฮือฮา หลายคนงงในคำตอบของศิวัช
“แต่ผมมาทำงานเพื่อประชาชน เพื่อแผ่นดินแม่ของผม เพราะฉะนั้นผมไม่จำเป็นต้องมีลีลาทางการเมืองเพื่อต่อรองอะไรกับใคร แต่ถ้าจะมีอะไรต้องต่อรอง คนที่ได้ประโยชน์ต้องเป็นประชาชนคนไทยเท่านั้น”
ศิวัชทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นจนสื่อมวลชนที่มาทำข่าวถึงกับอึ้ง ก่อนพร้อมใจกันปรบมือให้อย่างเซ็งแซ่ ระบิลกับเนติมาหันมายิ้มให้กันอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่ทั้งสองคนจะปรบมือให้ศิวัช
ศิวัชกับธำรงยิ้มอย่างอารมณ์ดี ศิวัชยกมือไหว้ขอบคุณสื่อมวลชนอย่างนอบน้อม

ภาพงานเลี้ยงเปิดตัวพรรค “สยามพัฒนา” ในจอโทรทัศน์...ผู้ชมต่างเห็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของศิวัช ธำรง และผู้ที่มาร่วมงาน

พงษ์เลิศมองภาพในโทรทัศน์ด้วยความขัดใจ ชลกรที่นั่งดูอยู่ ชะงักทันทีเมื่อเห็นอะไรอย่างหนึ่งในโทรทัศน์ ชลกรรีบสะกิดเรียกพงษ์เลิศทันที
“คุณคะ..ผู้หญิงคนนั้น”
“ไหน...”
“คนที่สวยๆนั่นไงคะ นึกไม่ออกว่าฉันเคยเห็นที่ไหน”
ชลกรชี้ให้พงษ์เลิศดูที่กลุ่มคนซึ่งมาร่วมงาน เห็นเนติมายืนคุยอยู่กับระบิล พงษ์เลิศมองแล้วก็จำได้ทันที
“นังเนติมา !”
“ลูกสาวคุณวิเชียรที่คุณเคยเอารูปให้ฉันดู”
ชลกรนึกขึ้นมาได้ทันที จังหวะเดียวกัน โทรศัพท์มือถือของพงษ์เลิศก็ดังขึ้น พงษ์เลิศดูเบอร์แล้วรีบรับสาย...
“พ่อเห็นแล้ว”
อิทธิหาญกำลังคุยโทรศัพท์กับพงษ์เลิศ พลางมองภาพในโทรทัศน์อยู่อย่างขัดใจเช่นกัน
“นึกว่าหนีไปไหนไกล ที่แท้ก็กลับมาให้เชือดถึงเมืองไทย” อิทธิหาญบอก
“แต่ตอนนี้พ่อสนใจเรื่องที่พวกมันตั้งพรรคการเมืองมากกว่า นักข่าวยังรู้ แต่ทำไมเราไม่รู้วะ เสียเหลี่ยมชะมัด”
“มันต้องการให้เราเซอร์ไพรส์”
“เปิดตัวใหญ่ขนาดนี้มันไม่ต้องการแค่นั้นแน่”
“แล้วพ่อคิดว่ามันต้องการอะไร”
“อำนาจอยู่ในมือใคร ก็เหมือนถือไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ที่จะชี้ให้ใครเป็น ใครตายก็ได้และพ่อมั่นใจว่ามันต้องการอย่างนั้น”

พงษ์เลิศพูดอย่างมั่นใจในความคิดของตัวเองอย่างมาก อิทธิหาญครุ่นคิดตามที่พงษ์เลิศพูด พลางจ้องภาพงานเลี้ยงในโทรทัศน์ด้วยสายตาที่มีเลศนัยอย่างมาก

มุมหนึ่งภายในงานเลี้ยง ศิวัชยืนพูดคุยกับนักธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติหลายคนด้วยรอยยิ้มและท่าทางที่สง่าผ่าเผย โดยมีนักข่าวรุมล้อมไม่ห่าง

เนติมายืนอยู่ห่างออกมา ระบิลนำเครื่องดื่มมายื่นให้เนติมาแล้วอดแซวไม่ได้
“น่าดีใจนะครับ แค่เปิดตัววันแรกนักธุรกิจก็แห่กันให้การสนับสนุนพรรคมากขนาดนี้แล้ว”
“อืม..ค่อยมีกำลังใจทำงานหน่อย”
เนติมาพูดยิ้มอย่างอารมณ์ดี ขณะที่ระบิลมองกลับไปที่ศิวัชแล้วชี้ให้เนติมาดูทันที เนติมามองตามไปเห็นหญิงสาวหลายคนเข้าไปขอถ่ายรูปกับศิวัช
“แถมคุณศิวัชจะเป็นขวัญใจแม่ยกซะด้วยนะคุณ อ๊ะๆ หึงล่ะสิหายใจลึกๆไว้นะคุณ คิดว่าเผื่อแผ่เพื่อนร่วมโลก..โอมมม”
“จะบ้าเหรอ ฉันจะไปหึงนักข่าวเขาทำไม”
เนติมายิ้มกับระบิลอย่างอารมณ์ดี จังหวะเดียวกันธำรงซึ่งปลีกตัวจากนักข่าวเดินเข้ามาสมทบ
“เป็นไงบ้างหนูเนติ์”
เนติมายิ้มแล้วบอก
“คนให้ความสนใจกว่าที่คิดนะคะ”
“ที่เหลือก็อยู่ที่เราแล้วนะครับ คุณภาพเท่านั้นที่จะเป็นเกราะป้องกันตัวเราได้” ระบิลว่า
“เรื่องคุณภาพ เรามั่นใจในตัวเราเองอยู่ แต่ปัจจัยภายนอกนั่นแหละที่น่าห่วงยังมีอะไรที่จะมากระทบพวกเราอีกมาก”
ธำรงมองเลยไปด้านหลัง เห็นนายพลทวีเดินยิ้มเข้ามา ธำรงยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
“อ้าว..ท่าน สวัสดีครับ”
ระบิลกับเนติมาหันไปไหว้นายพลทวีตามธำรง
“ขอโทษด้วยนะคุณธำรง บังเอิญผมติดธุระด่วนน่ะ”
“ไม่เป็นไรครับท่าน ... อ้อ..หนูเนติ์ คุณระบิลนี่ท่านทวีที่ปรึกษาพรรคของเรา” ธำรงบอกแล้วแนะนำ
ระบิลกับเนติมายกมือไหว้นายพลทวีอีกครั้ง นายพลทวีรับไหว้ยิ้มอย่างใจดี
ธำรงมองหาใครบางคนแล้วถาม
“เอ๊ะ..แล้วหนูตี้ไม่ได้มาด้วยเหรอครับ”
“ตี้อยู่นี่ค่ะคุณอา” เสียงปฏิพรดังเข้ามาพอดี
ระบิล เนติมา ธำรง นายพลทวีหันไปเห็นปฏิพรถือดอกไม้ช่อโตเดินยิ้มฝ่ากลุ่มผู้คนเข้ามา
“ขอโทษนะคะ ตี้รอดอกไม้นานไปหน่อย”
ปฏิพรเดินไม่ทันระวังจนเดินชนเนติมาจนเสียหลักเซไปเล็กน้อย แต่ระบิลประคองไว้ได้ทัน
“ว้าย ขอโทษค่ะ”
“เออ..ไม่เป็นไรค่ะ”
ระบิลกับเนติมามองหน้ากันงงๆ เพราะยังไม่รู้จักปฏิพร
“แล้วพี่ศิวัชล่ะคะอยู่ไหน”
จังหวะนั้นปฏิพรหันไปเห็นศิวัชพอดี
“อุ๊ย..นั่นไง เดี๋ยวตี้เอาดอกไม้ไปให้พี่ศิวัชก่อนนะคะ”
ปฏิพรพูดอย่างรีบๆ แล้วเดินออกไปทันที ขณะที่ธำรงกับนายพลทวียิ้มให้กันอย่างอารมณ์ดี
ระบิลกับเนติมามองตามปฏิพรที่เดินฝ่าวงล้อมนักข่าวเอาดอกไม้ไปให้ศิวัช นักข่าวถ่ายรูป
ศิวัชคู่กับปฏิพรกันด้วยความสนใจ
ระบิลกับเนติมาหันมามองหน้ากันอย่างงงๆ แล้วทุกคนก็ต้องตกใจเมื่อได้ยินเสียงฮือฮาที่ดังมาจากด้านหลัง
“ว๊าย ! อะไรกันเนี่ย” เสียงผู้หญิงพูดขึ้น
“ผิดงานรึเปล่าน้อง เดี๋ยวๆ” ชายคนหนึ่งถาม
ระบิล เนติมา ธำรง นายพลทวี และผู้คนที่อยู่แถวนั้นต่างหันขวับไปดูด้วยความตกใจ

บริเวณประตูทางเข้าห้องจัดเลี้ยง ระบิล เนติมา ธำรง นายพลทวีเดินแหวกกลุ่มผู้มาร่วมงานและนักข่าวที่รุมล้อมดูอะไรบางอย่างอยู่
“ขอโทษนะครับๆ ขอทางหน่อยครับ” ระบิลบอก
“อุ๊ย !”
ทั้งระบิล เนติมา ธำรง นายพลทวีตะลึงเมื่อเห็นพวงหรีดอันใหญ่ตั้งอยู่กับพื้น กลางพวงหรีดมีข้อความเขียนไว้ว่า “ยินดีต้อนรับ..สู่นรก”
ศิวัชกับปฏิพรตามเข้ามาดูด้วยความตกใจ
“เกิดอะไรขึ้นครับ” ศิวัชถาม
“ว้าย ! น่ากลัวจังเลย นี่มันขู่ฆ่าเราใช่มั้ยคะ”
ปฎิพรร้องโวยวายอย่างไร้สติ ทำเอาคนรอบๆหลายคนเริ่มฮือฮา ระบิลรีบหันไปถามคนแถวนั้นทันที
“ใครเป็นคนเอามา”
“ไม่รู้เป็นใครครับ แต่เป็นผู้ชายหนุ่มๆสวมแจ๊คเก็ตสีดำวิ่งเอามาวางแล้วก็เผ่นแน่บไปเลย”
“ออกไปเมื่อกี้นี้เองค่ะ”

ระบิลรีบวิ่งตามออกไปด้านนอกทันที เนติมามองตามระบิลไปด้วยความเป็นห่วง

ระบิลวิ่งตามออกมาบริเวณหน้าโรงแรม พลางกวาดสายตาไปรอบๆเพื่อหาคนเอาพวงหรีดมาวาง ระบิลหันไปถามพนักงานของโรงแรมที่เดินสวนเข้ามาพอดี พนักงานส่ายหน้าไม่รู้ก่อนเดินเลยเข้าไปในตัวโรงแรม

เนติมาวิ่งตามออกมาพอดี “เจอมั้ย”
“ไม่เจอครับ สงสัยคงหนีไปแล้ว ผมว่าเรากลับเข้าไปข้างในกันเถอะครับ”
เนติมาพยักหน้ารับคำก่อนหันกลับจะเดินเข้าไปด้านใน โดยมีระบิลตามประกบอยู่ด้านหลัง
รถยนต์คันหนึ่งวิ่งผ่านด้านหน้าของโรงแรม แล้วลดกระจกลงมาพร้อมเล็งปืนไปที่ระบิลกับเนติมา
ระบิลชำเลืองไปที่กระจกบานใหญ่หน้าประตูโรงแรมเห็นลูกน้องของอิทธิหาญอยู่ในรถเล็งปืนมาพอดี
“ระวัง !”
ระบิลรีบรวบตัวเนติมาให้ทิ้งตัวนอนกับพื้นทันที โดยระบิลเอาร่างตัวเองรับเนติมาไว้ จังหวะเดียวนั้นลูกน้องของอิทธิหาญก็ลั่นกระสุนสามสี่นัดเข้าใส่ ระบิลรีบพลิกตัวเอาร่างบังเนติมาอย่างรวดเร็ว กระสุนเฉียดระบิลกับเนติมาไปได้อย่างฉิวเฉียด
-ระสุนปืนพุ่งไปโดนกระถางต้นไม้บริเวณนั้นแตกกระจาย ก่อนที่ลูกน้องของอิทธิหาญจะขับรถหนีไปอย่างรวดเร็ว ระบิลรีบชักปืนลุกขึ้นเล็งตามไปแต่ไม่ทันแล้ว
“โธ่เว้ย...คุณไม่เป็นไรใช่มั้ย”
“ไม่..ฉันไม่เป็นอะไร”
ระบิลพูดด้วยความเป็นห่วง ก่อนเอื้อมมือไปดึงเนติมาขึ้นมา เนติมาครุ่นคิดด้วยความสงสัย
“พวกนั้นเป็นใครนะ”

อิทธิหาญเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นบ้านพงษ์เลิศด้วยอารมณ์ไม่สู้ดีนัก
“ฝีมือแกใช่มั้ย”
อิทธิหาญหันไปเห็นพงษ์เลิศนั่งอยู่มุมหนึ่ง โดยมีชลกรนั่งอยู่ข้างๆ อิทธิหาญถอนใจอย่างเซ็งๆ
“อะไรอีกล่ะพ่อ”
“เลิกเล่นมุขนี้ซะทีเถอะ ฉันรู้นะว่า แกเป็นคนส่งพวงหรีดไปงานเปิดตัวพรรคของไอ้ธำรง แล้วก็ส่งคนไปยิงขู่มันด้วย”
“ก็..ไม่เห็นมีใครตายนี่พ่อ คิดซะว่าต้อนรับน้องใหม่”
“แต่แกจะทำให้พวกเราตาย”
พงษ์เลิศพูดอย่างจริงจัง อิทธิหาญถอนใจออกมาด้วยความหงุดหงิด
“พ่อครับ..แค่พวงหรีดกับยิงขู่ จับมือใครดมไม่ได้หรอกน่า”
“แต่คนที่เสียผลประโยชน์ของการตั้งพรรคของพวกมันก็คือเรานะคะ พรุ่งนี้เตรียมแก้ตัวกับนักข่าวได้เลย” ชลกรว่า
“แล้วถ้าคนที่ลูกน้องของแกไปยิงขู่ ไม่ใช่ลูกสาวของไอ้วิเชียร”
อิทธิหาญชะงักทันที สายตาอิทธิหาญเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม
“นี่มันตามไอ้ธำรงกลับมาด้วยเหรอเนี่ย ดี ! จะได้ไม่ต้องตามหาให้เสียเวลา”
“มันรอดมือพวกเราจากที่ฝรั่งเศสมาได้ แล้วยังกล้าตามกลับมาเมืองไทยอีก มันคงไม่กลับมาเป็นเหยื่อให้แกล่อเป้าได้ง่ายๆแน่”
“พ่อพูดยังกับมันจะกลับมาล่าพวกเรา”
อิทธิหาญถามด้วยความสงสัย ชลกรพยายามพูดอย่างใจเย็น
“สถานการณ์พวกเราไม่เหมือนก่อนแล้วนะคะ แค่วันนี้มันเปิดตัวแล้วมันโดนคุกคามขนาดนี้ พวกมันก็ได้กำลังใจจนล้นหลามแล้ว ขืนเราทำอะไรไม่ยั้งคิดก็จะยิ่งติดลบ”
“คุณมีสิทธิ์สั่งสอนผมด้วยเหรอคุณชลกร”
อิทธิหาญหันขวับมาพูดกับชลกรด้วยน้ำเสียงดุ จนชลกรไม่กล้าสู้สายตา
“ทำหน้าที่บนเตียงของคุณไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ผมว่าก็พอแล้วนะ”
“อิทธิหาญ !”
พงษ์เลิศเรียกเป็นเชิงปราม เมื่อเห็นชลกรตะลึงกับคำพูดของอิทธิหาญ
“ผมขอตัวนะพ่อ“
อิทธิหาญมองชลกรอย่างดูถูกก่อนเดินขึ้นชั้นบนไปอย่างไม่แยแส พงษ์เลิศกับชลกรมองตามอิทธิหาญไปด้วยสายตาที่ไม่สบายใจนัก

วันรุ่งขึ้น พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ “วางหรีด รัวปืนใส่ ฉลองเปิดตัวพรรค” ธำรงลดหนังสือพิมพ์ในมือลงด้วยสีหน้าพึงพอใจ ก่อนพูดอย่างใจเย็นภายในห้องนั่งเล่น
“มันคงคิดไม่ถึงว่ากำลังช่วยเราโปรโมตพรรค” ธำรงว่า
ศิวัช นายพลทวีดูข่าวจากหนังสือพิมพ์เล่มอื่นๆอยู่ด้วยความพอใจ ขณะที่เนติมาเช็กข่าวจากแท็บเล็ตและยิ้มอย่างชอบใจ
“เว็บหลายเว็บประณามคนที่ทำกับเราเละเลยนะคะ”
ปฏิพรดูยังตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่หาย
“น่ากลัวจังเลยนะคะ รู้ตัวขนาดนี้แล้ว ทำไมไม่จัดการเลยล่ะคะ ขืนปล่อยไว้ ตี้ว่าจะยิ่งอันตรายกับพวกเรานะคะ”
“คนในสังคมก็พิพากษาแทนเราไปเรียบร้อยแล้วล่ะหนูตี้ เห็นมั้ยเป็นผลดีกับเราด้วยซ้ำ คะแนนความสงสารเราเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย” ธำรงว่า
“แล้วถ้ามันกล้าที่จะทำอะไรรุนแรงกว่านี้ล่ะครับคุณพ่อ” ศิวัชถาม
“พ่อจะวางแผนรักษาความปลอดภัยให้มากกว่านี้”
“เดี๋ยวผมจะหามือดีมาช่วยเสริมอีกแรง” นายพลทวีว่า
ปฏิพรหันไปพูดกับเนติมาอย่างเห็นใจ
“น่าสงสารคุณเนติ์จังเลยนะคะ คงขวัญเสียแย่”
“ไม่หรอกค่ะ ฉันเตรียมใจที่จะพบเรื่องพวกนี้มาเรียบร้อยแล้ว”
เนติมาอมยิ้มพูดอย่างใจเย็น ปฏิพรหันไปพูดกับศิวัชด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพลางเอื้อมมือไปลูบแก้มศิวัชเบาๆ
“แล้วพี่ศิวัชล่ะคะ ขวัญเสียรึเปล่าเอ่ย เดี๋ยวเราไปดูหนังปลอบขวัญกันดีกว่านะคะ”
“เออ..คือ”
ศิวัชอึกอักทำตัวไม่ถูกเพราะเกรงใจเนติมา ขณะที่เนติมาตกใจกับภาพตรงหน้า แต่ไม่กล้าแสดงออกมากนัก ปฏิพรมองอย่างรู้ทันหันไปพูดกับเนติมายิ้มๆ
“ขออนุญาตควงพี่ชายที่แสนดีของตี้วันหนึ่งนะคะคุณเนติ์”
“ไม่เป็นไรค่ะ บังเอิญฉันก็มีธุระพอดี”
เนติมาพูดยิ้มๆ แต่ในใจก็รู้สึกหวั่นใจขึ้นมาเหมือนกัน ขณะที่ศิวัชเอื้อมมือไปจับมือเนติมาทันที
“ธุระอะไรเหรอจ๊ะเนติ์ ไม่เห็นเนติ์เล่าให้พี่ฟังเลย”
“นั่นสิ อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนน่ะหนูเนติ์” ธำรงว่า
“ที่บ้านอากันต์ต้องมีอะไรต้องทำอีกหลายอย่างเลยค่ะคุณอา”
เนติมาพูดอย่างไม่คิดอะไรมาก ระบิลเดินตามเข้ามาสมทบ เนติมาหันไปพูดกับระบิลทันที
“อ้าว..มาพอดี ไปเร็ว เดี๋ยวไม่ทัน”
“อ่ะ..อะไรคุณ ไปไหน”

ระบิลนิ่วหน้าด้วยความสงสัยเพราะไม่ทันตั้งหลัก ขณะที่เนติมาพยายามส่งสายตาเป็นเชิงให้สัญญาณกับระบิล

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 3 (ต่อ)

ถนนในกรุงทพฯ ยามนั้น มีรถราวิ่งไปมาขวักไขว่ ขณะที่ระบิลกำลังขับรถเขาหันมองเนติมาที่กำลังนั่งเหม่อออกไปนอกหน้าต่างเหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่

“คุณ...คุณ”
“อะไร”
เนติมาสะดุ้งนิดหนึ่ง ก่อนหันไปถามด้วยความสงสัย แต่ระบิลไม่พูดอะไรกลับขยิบตาถี่ยิบเป็นเชิงส่งสัญญาณแกล้งเนติมา เนติมานิ่วหน้ามองด้วยความสงสัย
“เป็นอะไรของนาย อะไรเข้าตาเหรอ”
ระบิลไม่ตอบแต่ยังคงแกล้งขยิบตาให้จนเนติมารำคาญ
“นี่..จะพูดอะไรก็พูดมาสิ รำคาญแล้วนะ เดี๋ยวเอานิ้วทิ่มตาซะเลยนี่”
เนติมาชูมือสองนิ้วทำท่าจะทิ่มตาระบิลด้วยความหมั่นไส้ ระบิลหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
“อ๊ะ..ทีอย่างนี้ทำฉุน ทีเมื่อกี้คุณมองหน้าผมจนตาแทบจะหลุดจากเบ้า แล้วผมจะรู้มั้ยน่ะว่าคุณต้องการบอกอะไร”
“ก็..ตอนนั้นฉันไม่สะดวกพูดนี่”
เนติมาตอบด้วยความอึดอัดจนระบิลอ่านความรู้สึกได้
“หึงแฟนเหรอคุณ”
“บ้า ! หึงที่ไหน ไม่เห็นจำเป็นต้องหึง”
เนติมาพูดบ่ายเบี่ยงแต่ระบิลยิ้มอย่างรู้ทัน
“ไม่หึงแล้วจู่ๆจะหาเหตุดึงผมออกมาทำไม ธุระบ้านโน้นก็ไม่เห็นมีอะไรเร่งด่วน”
“ก็...”
ระบิลรีบพูดแทรก
“เป็นผมๆก็หึง ก็คุณตี้อะไรนั่นเธอเล่นเกาะคุณศิวัชแจเลยนี่น่า..คุณไม่ต้องคิดมากหรอก เธออาจแค่เล่นๆขำๆตามประสาคนขี้เล่น หรือถ้าเกิดเธอไม่เล่น คุณก็ต้องไว้ใจแฟนคุณนะ”
“พูดยังกับเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความรักเชียวนะ”
“แหม..คุณ ผมก็คน มีหัวใจมีความรู้สึกเหมือนกันนะคร้าบ”
ระบิลพูดจบก็หักพวงมาลัยรถเลี้ยวจอดข้างทางทันที เนติมามองระบิลด้วยความสงสัย
“อ้าว..นายจอดรถทำไมล่ะ”
“ก็หนีภาพบาดหูบาดตามาได้แล้ว ธุระด่วนที่บ้านอากันต์ก็ไม่มี แล้วเจ้านายอยากไปไหนล่ะครับ ผมจะได้เหยียบคันเร่งไปให้ถูก”
ระบิลลอยหน้าลอยตาพูดอย่างกวนๆ เนติมานิ่งคิดว่าจะไปที่ไหนดี

ระบิลกับเนติมาเดินคุยกันมาท่ามกลางความร่มรื่นของวัดแห่งหนึ่ง ในมือของระบิลมีช่อดอกไม้มากำหนึ่งด้วย
“ตั้งแต่กลับมา ฉันยังไม่มีโอกาสมาไหว้คุณพ่อคุณแม่เลย”
“ไม่ใช่แค่กลับมาหรอกคุณ ผมว่าคุณยังไม่เคยมาที่นี่เลยด้วยซ้ำ เมื่อกี้เล่นบอกทางผมผิดตั้งหลายรอบ”
“จะให้ฉันเคยมายังไงก็ตั้งแต่พ่อกับแม่เสีย คุณอาธำรงก็พาฉันหนีไปอยู่ต่างประเทศ จะทำบุญแต่ละครั้ง ก็ต้องสั่งให้คนของคุณอาธำรงที่อยู่เมืองไทยมาทำให้ แล้วเขาก็ถ่ายรูปไปให้ฉันดู”
เนติมาถอนหายใจหน้าสลดลงนิดหนึ่ง ระบิลมองอย่างเข้าใจความรู้สึก
“คุณธำรงนี่มีพระคุณกับคุณมากเลยนะ”
“ถ้าไม่มีท่านป่านนี้คุณพ่อกับคุณแม่ฉันคงเป็นศพไร้ญาติ ส่วนฉันก็คงไม่ต่างอะไรจากคุณพ่อคุณแม่”
เนติมาถอนหายใจอย่างตัดใจก่อนมองไปยังสถูปที่บรรจุอัฐิที่มีอยู่มากมายในบริเวณนั้น เนติมาจะเดินนำเข้าไปทันทีโดยมีระบิลเดินตามเข้าไปติดๆ
“อ้าวคุณ จะไปไหนรอด้วยสิ”
ระบิลกับเนติมาเดินเข้ามาพลางส่งสายตามองไปรอบๆเพื่อหาสถูปของวิเชียรและพรรณศรี
“แน่ใจนะว่าคุณจำลักษณะในรูปได้”
“จำได้สิ เดี๋ยวนะ”
ระบิลพยายามก้มมองไปตามรายชื่อ ก่อนชะงักแล้วหันไปเรียกเนติมา
“คุณวิเชียร คุณพรรณศรี อิสราวัชร”
เนติมาชะงักหันมาทางระบิลทันทีแล้วนิ่งงันเมื่อเห็นสถูปอันหนึ่งซึ่งมีป้ายหินอ่อนสลักชื่อ
“วิเชียร-พรรณศรี อิสราวัชร” ติดอยู่
เนติมาค่อยๆขยับมานั่งคุกเข่าตรงหน้าสถูป เอื้อมมือไปสัมผัสป้ายชื่อพ่อกับแม่ด้วยความคิดถึง น้ำตาเอ่อออกมาคลอเบ้า
“คุณพ่อคุณแม่ขา เนติ์กลับมาแล้วนะคะ เนติ์จะทวงความยุติธรรมคืนมาให้ครอบครัวของเรา”
“คุณโอเคนะ”
ระบิลมองเนติมาอย่างเข้าใจความรู้สึก เนติมาพยักหน้ารับคำพยายามกลั้นน้ำตาอย่างที่สุด
ระบิลมองสภาพสถูปที่ไว้อัฐิของวิเชียรและพรรณศรีที่สะอาดสะอ้านผิดจากสถูปรอบๆอย่างสังเกต
“ปกติที่นี่มีคนมาทำความสะอาดบ่อยมั้ยครับ”
“ไม่นะ ไม่มีใครรู้จักที่นี่ นอกจากพวกเราแล้วก็คนที่คุณอาธงให้มาดูแล แต่ครั้งสุดท้ายที่มาทำก็เกินครึ่งปีแล้วนะ”
“แต่ผมว่าเพิ่งมีคนมาที่นี่นะครับ”
เนติมาชะงักด้วยความสงสัย ระบิลชี้ให้เนติมาดูความผิดปกติต่างๆ
ระบิลเอานิ้วปาดที่สถูป
“ดูสิไม่มีฝุ่นเกาะเลย ก้านธูปในกระถางก็ยังใหม่ๆอยู่เลยคุณ”
ระบิลชี้ให้เนติมาดูก้านธูปสองก้านในกระถางที่ยังใหม่อยู่ เนติมาเริ่มครุ่นคิดตามที่ระบิลพูด ก่อนเนติมาจะชี้ให้ดูพวงมาลัยสดใหม่พวงหนึ่งที่วางอยู่ใกล้ๆ
“คุณดูพวงมาลัยสิ”
“ยังสดๆอยู่เลย...ใคร”
เนติมาพูดด้วยความสงสัย ขณะที่ระบิลมองไปรอบๆอย่างไม่ไว้ใจ ก่อนจะกระชับปืนที่พกอยู่อย่างเตรียมพร้อม
“นายจะทำอะไร แล้วพกปืนเข้ามาในวัดทำไม”
“ไม่ได้เจตนาจะเอาเข้ามาหรอกคุณ แต่ระเบิดก่อนหน้านี้ทำให้ผมไม่ระวังไม่ได้ หน้าที่ของผม คือความปลอดภัยของคุณนะครับ”
ระบิลพูดอย่างจริงจังพลางสอดส่ายมองไปรอบๆ
“ผมสังหรณ์ใจว่า มีคนอื่นรู้ที่เก็บอัฐิคุณพ่อคุณแม่แล้วล่ะ”
สายตาระบิลมองไปรอบๆบริเวณ ตามมุมซอยต่างๆของบริเวณสถูปที่เปลี่ยวไร้ผู้คน
 
เนติมามีสีหน้าไม่สู้ดีนักกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ภายในรถเวลาต่อมา เนติมาครุ่นคิดอะไรอยู่นิดหนึ่งก่อนหันไปพูดกับระบิลที่กำลังขับรถอยู่

“ทำไมนายรีบพาฉันออกมา”
“แล้วจะอยู่รอให้เป็นเป้านิ่งเหรอคุณ”
“แต่มันอาจไม่ใช่อย่างที่นายคิดก็ได้นะ”
“เป็นหรือไม่เป็น เพื่อความปลอดภัยผมต้องพาคุณออกมาก่อน ในเมื่อเรายังไม่รู้ว่าคนที่มาทำความสะอาด เอาพวงมาลัยมาไหว้สถูปพ่อแม่คุณเป็นใคร คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่า ไม่มีใครรู้ว่าอัฐิพ่อแม่คุณอยู่ที่นี่”
เนติมาคิดตามที่ระบิลพูดก็พยักหน้าอย่างเซ็งๆ ระบิลยิ้มอารมณ์ดี
“เอาน่า ไว้วันหลังถ้าคุณอยากมาไหว้ท่านอีกเมื่อไหร่ แล้วผมจะพาคุณมาอีกตอนนี้ผมว่าเรากลับบ้านกันดีกว่านะ โอเคมั้ย”
เนติมายิ้มพยักหน้ารับคำ ระบิลยิ้มอย่างอารมณ์ดีแล้วขับรถต่อไป

ภายในบ้านกันต์เวลาเย็น เนติมาเข็นรถเข็นให้กันต์มายังโต๊ะอาหารที่มีอาหารวางรอไว้อยู่แล้วสองอย่าง
“ไม่ต้องห่วงค่ะอากันต์ เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่เหนือความคาดคิดของเนติ์เท่าไหร่ ตกใจ แต่ยังรับได้ค่ะ”
“พวกนายพงษ์เลิศมันเหิมเกริม ตั้งแต่กลุ่มของมันขึ้นมามีอำนาจ มันก็เอาแต่โกยเข้ากระเป๋าตัวเองโดยไม่สนใจปากท้องประชาชนเลยสักนิด โดยเฉพาะไอ้อิทธิหาญลูกชายมัน ไอ้คนนี้มันไม่ต่างอะไรกับโจรที่มีน้ำล้างมือที่เปื้อนเลือดได้ตลอดเวลา”
กันต์พูดด้วยความรู้สึกคับแค้นใจที่ครอบครัวของตนโดนกระทำ เนติมาหันมองไปยังบ้านของตัวเองที่ขณะนี้อิทธิหาญครอบครองอยู่ด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกับกันต์
“อีกไม่นานค่ะอากันต์ กรรมจะวิ่งไล่ทันพวกเขาแน่นอน”
“ฉันก็หวังว่าเธอคงจะไม่ใช่แม่เหล็ก ดูดความเดือดร้อนเข้ามาซ้ำเติมครอบครัวเราอีกนะ”
เจือจันทร์เดินออกมาจากห้องด้านในแล้วพูดออกมาด้วยความไม่สบายใจ เนติมารู้สึกผิดขึ้นมาจนพูดไม่ออก กันต์ได้แต่ปรามเจือจันทร์อย่างใจเย็น
“ไม่เอาน่าคุณ เดี๋ยวหลานไม่สบายใจ”
ระบิลยกจานอาหารอีกสองจานออกจากครัวมาวางที่โต๊ะ ผายมือเชิญชวนทุกคนเหมือนเชฟในรายการอาหารอย่างอารมณ์ดี
“งั้นต้องชิมอาหารอร่อยๆสิครับจะได้สบายใจ เรียบร้อยครับทุกคน ลงมือลิ้มรสความอร่อยจากเชฟระดับโลกได้เลยครับ”
“โอ้โห คุณระบิลเยอะแยะอย่างนี้จะทานกันหมดเหรอ”
“ไม่หมดเดี๋ยวผมกวาดเองครับ”
ระบิลหันไปพูดยิ้มๆกับเนติมาที่กำลังมองอาหารบนโต๊ะอยู่
“ไงคุณ ถูกใจมั้ย”
“อาหารที่อยู่ในหนังสือเล่มที่คุณลืมไว้นั่นแหละ ผมจะทยอยทำให้คุณกินให้ครบเลย โอเคมั้ย”
“ทำได้เหรอ เป็นร้อยเมนูเลยนะ”
“ส่วนใหญ่ทำได้ เมนูไหนทำไม่ได้ก็กางตำราเอาสิคุณ”
เนติมายิ้มรู้สึกดีขึ้นอย่างบอกไม่ถูกที่ระบิลยังอุตส่าห์จำเมนูอาหารไทยในหนังสือนั้นได้
“ผมแบ่งกับข้าวไว้ให้คุณขวัญเรียบร้อยแล้วนะครับ” ระบิลพูดกับเจือจันทร์
“เออ..ขอบใจมาก”
เจือจันทร์ตอบด้วยสีหน้านิ่งๆ ก่อนขยับจะเดินเข้าไปในครัว แต่เนติมาเรียกไว้ก่อน
“เออ..อาจันทร์คะ เดี๋ยวเนติ์เอาขึ้นไปให้ค่ะ”

ภายในห้องนอนของขวัญชนก มีดอกไม้ช่อสวยที่อยู่ในแจกัน ขวัญชนกกำลังนั่งทานข้าวอยู่ที่โต๊ะ โดยมีเนติมานั่งอยู่ใกล้ๆ ขวัญชนกชะงักเงยหน้าขึ้นมองเนติมาด้วยสายตาที่ยังไม่ค่อยมั่นใจนัก
“เออ..เธอไม่ทานเหรอเนติ์”
“ฉันเรียบร้อยแล้วล่ะ อร่อยมั้ยขวัญ”
ขวัญชนกพยักหน้ารับคำ เนติมายิ้มด้วยความดีใจ ขณะที่เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างชอบอกชอบใจ
ขวัญชนกชะงักมองไปที่หน้าประตูห้อง เห็นระบิลนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ถูกยกมาวางตรงหน้าห้องที่เปิดประตูค้างไว้ เนติมามองด้วยความสงสัย
“ฝีมือผมเองคุณบอกแล้วอร่อยได้โล่ ดอกไม้นั่นก็ฝีมือผมนะ ของคุณผมจัดดอกกุหลาบดอกเป้งๆให้เลยนะ ส่วนของคุณเนติ์โน่นดอกไม้ในสวน เก็บข้างทางในหมู่บ้าน ฮ่าๆ”
“แหม..ได้ทีโม้เอาความดีความชอบเลยนะ”
“อ้าว..ก็คุณขวัญเขาชอบกับข้าวที่ผมทำนี่คุณ ใช่มั้ยครับคุณขวัญ”
ระบิลพูดยิ้มๆแต่ขวัญชนกไม่ตอบ กลับหลบตาระบิลอย่างกล้าๆกลัวๆ ทำเอาระบิลเก้อไป
“อ้าว...”
“ฮ่าๆ ไง..หน้าแตก ขวัญไม่รับมุข นี่ขวัญ..เอาใจตาคนนี้เขาหน่อยน่า เขาจะได้ทำอาหารให้ทานทุกวัน ขืนพึ่งฉันได้ทานแต่ข้าวไข่เจียวทุกมื้อนะเธอ”
เนติมาพูดอย่างอารมณ์ดี ขวัญชนกชำเลืองสายตาขึ้นมามองระบิลที่ยังคงนั่งยิ้มอยู่ที่เดิม ขวัญชนกรีบหลบตาระบิลด้วยความระแวง เพราะยังรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่นัก
เนติมามองขวัญชนกอย่างกังวล ก่อนหันไปหาระบิลอย่างขอคำปรึกษา ระบิลยิ้มให้เนติมาเป็นเชิงบอกให้เนติมาใจเย็นๆ

ภายในห้องส่วนตัวในบ่อนของอิทธิหาญในเวลากลางคืน โทรทัศน์จอใหญ่ที่เห็นภาพจากกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นมุมต่างๆของบ่อนที่มีนักพนันเข้ามาเล่นกันอย่างคึกคัก
อิทธิหาญนั่งอยู่บนโซฟาขนาดใหญ่หรูหราอย่างมีความสุข มีสาวสวยแต่งตัวเซ็กซี่นั่งขนาบซ้ายขวา คอยคลอเคลียป้อนไวน์และของกินอย่างเอาใจ
“ลูกค้าเยอะอย่างนี้ทุกวันเลยนะคะเสี่ย” สาวคนแรกว่า
“ในเมื่อไม่มีตำรวจมาก่อกวนความสนุก ใครๆก็อยากมา”
“แถมบ่อนเสี่ยให้เครดิตดีด้วย ของแพ็ทตี้แสนห้า เสี่ยล้างบัญชีให้หน่อยนะคะ” สาวคนที่สองบอก
สาวสวยคนเดิมพูดอ้อนพลางลุกขึ้นมานั่งตักอิทธิหาญ อิทธิหาญรีบดึงสาวสวยเข้ามากอดทันที
“ถ้าคืนนี้ถึงใจ เคลียร์เป็นศูนย์ทันที”
“อุ๊ย..เสี่ยใจดีจังเลย รับรองคืนนี้เสี่ยถึงใจสุดๆแน่นอน”
สาวสวยระดมหอมแก้มอิทธิหาญอย่างเอาใจ อิทธิหาญหัวเราะชอบใจดึงสาวๆมากอดหอมอย่างสนุกมือ แต่จังหวะเดียวกันสาวสวยคนที่สามมองจอโทรทัศน์ด้วยความสงสัย
“เอ๊ะ..ข้างนอกมีอะไรกัน”
อิทธิหาญกับสาวสวยคนอื่นๆชะงัก หันมองไปที่จอโทรทัศน์เห็นภาพความชุลมุนวุ่นวายอยู่
“เกิดอะไรขึ้นวะ”
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น อิทธิหาญผลักสาวๆออกแล้วลุกพรวดขึ้นทันที
“เข้ามา !”
ประตูห้องเปิดเข้ามาพร้อมกับตำรวจนอกเครื่องแบบสองคนที่ถูกปานและลูกน้องผลักลงมากองกับพื้น อิทธิหาญมองด้วยความสงสัย
“โกงเงินบ่อนเหรอวะ”
“ไม่ใช่ครับเสี่ย”
ปานเดินเข้ามาพร้อมยื่นบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจให้อิทธิหาญดู
 
อิทธิหาญดูนิดหนึ่งแล้วหันขวับไปมองตำรวจนอกเครื่องแบบสองคนด้วยสายตาโหดเหี้ยม

รถตู้ของอิทธิหาญขับฝ่าความมืดเข้ามาจอดอย่างรวดเร็วในบริเวณที่เปลี่ยวรกร้าง รอบข้างเต็มไปด้วยความมืด พงหญ้า ประตูรถเปิดออกพร้อมๆกับตำรวจนอกเครื่องแบบสองนายที่ถูกมัดมือมัดเท้า ในสภาพร่างกายที่ถูกซ้อมจนสะบักสะบอม

อิทธิหาญเดินลงมาจากรถ มองตำรวจนอกเครื่องแบบด้วยความย่ามใจที่สองตำรวจถูกโยนลงกับพื้น
“คิดจะสอดแนมหาทางปิดบ่อนกูเหรอ กระจอก !”
อิทธิหาญชักปืนขึ้นมา แต่ปานรีบห้ามไว้ทันที
“เออ..เดี๋ยวครับเสี่ย”
อิทธิหาญหงุดหงิดทันที
“อะไรอีกวะ”
“จ่าสองคนนี่เป็นคนของผู้กำกับสนชัยนะครับ”
“แล้วผู้กำกับสนชัยตายไม่เป็นเหรอไง คิดปิดบ่อนกู กูจะปลดดาวให้เรียบทั้งบ่าเลยคอยดู”
อิทธิหาญพูดพร้อมลั่นกระสุนใส่ตำรวจนอกเครื่องแบบทั้งสองนายตายคาที่ทันที อิทธิหาญมองผลงานของตัวเองด้วยความสะใจ
“เป็นตำรวจดีๆไม่ชอบ วอนอยากเป็นผี ฮ่าๆ”
ปานถอนใจด้วยความไม่สบายใจ จังหวะเดียวกันแสงไฟหน้ารถก็สาดเข้ามา ทั้งปานและลูกน้องชักปืนขึ้นพร้อมใช้ทันที ก่อนรถของพงษ์เลิศปราดเข้ามาจอด ปานรีบหันไปบอกลูกน้องทันที
“เฮ้ย..นายมา”
อิทธิหาญชักสีหน้าเซ็งเมื่อเห็นพงษ์เลิศลงมาจากรถ พงษ์เลิศปรี่เข้ามาเห็นสภาพศพของตำรวจนอกเครื่องแบบแล้วต้องถอนใจออกมาอย่างหัวเสีย
“ฉันมาไม่ทันแกอีกจนได้”
“โธ่..พ่อ ทำเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้ ทำอย่างกับพ่อไม่เคยทำ”
อิทธิหาญพูดลอยหน้าลอยตาพลางมองไปที่พงษ์เลิศ พงษ์เลิศชะงักนึกถึงอดีตขึ้นมาทันที

บริเวณเนินเขาเปลี่ยว อิทธิหาญในวัยเด็กค่อยๆโผล่หน้าออกมามองผ่านกระจกรถที่เปิดไว้ เห็น ทนง โปรย ชูศักดิ์ พาชายหนุ่มสามคนที่ถูกมัดมือมากดลงให้นั่งคุกเข่าต่อหน้าพงษ์เลิศ
พงษ์เลิศมองผู้ชายที่ถูกพามาอย่างสะใจ ก่อนรับปืนที่ปานส่งมายิงใส่ชายหนุ่มทีละคนอย่างเลือดเย็น แล้วถีบลงไปในหุบลึก
อิทธิหาญจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างจดจำและฝังใจ

พงษ์เลิศถอนใจด้วยความอึดอัดไม่รู้จะอธิบายกับลูกอย่างไร ก่อนพยายามหันไปพูดกับอิทธิหาญอย่างใจเย็น
“นี่ใกล้เลือกตั้งแกควรทำตัวเป็นเด็กดีมากกว่านี้ ที่ตำรวจกล้าเข้าไปในบ่อนแกมันบอกแล้วใช่มั้ยว่าทิศทางการเมืองจะเป็นยังไง”
“แค่พวกมันเพิ่งตั้งพรรค พ่อก็กลัวแล้วเหรอ”
“ฉันไม่ได้กลัว ฉันแค่...”
อิทธิหาญพูดแทรกทันที
“เอาน่าพ่อ ผมรู้ว่าพ่อเคลียร์ให้ผมได้ ก็พ่อเคลียร์ให้ผมทุกครั้งไม่ใช่เหรอ”
พูดจบ อิทธิกาญหันไปสั่งลูกน้อง
“เฮ้ย..กลับ”
อิทธิหาญเดินนำลูกน้องขึ้นรถ ขณะที่ปานถอนใจนิดหนึ่งแล้วตามไป รถของอิทธิหาญวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว พงษ์เลิศมองตามลูกชายก่อนหันมามองร่างตำรวจนอกเครื่องแบบด้วยความไม่สบายใจ

ระบิลกับเนติมาเดินคุยด้วยกันมาในบริเวณบ้านกันต์ ระบิลพูดอย่างใจเย็น
“ในเวลานี้แค่คุณขวัญเขายอมให้คุณเข้าไปนั่งในห้อง ยอมให้ผมซึ่งเป็นผู้ชายแปลกหน้านั่งหน้าห้องผมว่านั่นก็ดีสุดๆแล้วนะครับ”
“เฮ้อ..ต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ กว่าขวัญจะยอมออกมาใช้ชีวิตเป็นปกติซะที”
“นานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่คุณขวัญเธอต้องหาย เธอไม่ได้บ้านะคุณ เธอแค่กลัวแล้วก็ขาดความมั่นใจที่จะออกมาก็เท่านั้น เรามีหน้าที่เติมความมั่นใจให้เธอ”
เนติมายืนฟังระบิลพูดแล้วอดขำออกมาไม่ได้ จนระบิลนิ่วหน้าด้วยความสงสัย
“หัวเราะอะไรคุณ”
“ก็หัวเราะนายนั่นแหละ ตกลงนายเป็นอะไรกันแน่ บอดี้การ์ด พ่อครัวหรือจิตแพทย์”
“ก็เป็นทุกอย่างที่คุณอยากให้เป็นนั่นแหละ”
ระบิลพูดอย่างไม่คิดอะไรมาก ก่อนเดินเรื่อยมองออกไปยังสวนหย่อมด้านนอก เนติมายิ้มมองตามระบิลไปอย่างมีความสุข
ระบิลมองด้านนอกตัวบ้านที่ยังอยู่ในความมืด ก่อนเอื้อมมือไปเปิดสวิทช์ไฟ แต่ปรากฏว่าไม่ติด ระบิลหันมาพูดกับเนติมายิ้มๆ
“แต่ตอนนี้ผมขอแปลงกายเป็นมนุษย์ไฟฟ้าก่อนนะคุณ”

ระบิลเดินถือบันไดมาตามทางที่รกไปด้วยกิ่งไม้ใบไม้ โดยมีเนติมาเดินตามมาติดๆ
“เอาไว้เปลี่ยนพรุ่งนี้ไม่ดีกว่าเหรอ”
“เปลี่ยนตอนนี้แหละคุณ เดี๋ยวเดียวก็เสร็จ โห..รกชะมัด ที่นี่ยังต้องทำอะไรอีกเยอะเลยนะเนี่ย”
ระบิลพูดขณะเดินฝ่ากิ่งไม้ใบไม้ที่รุงรังอยู่ ก่อนระบิลจะเอาบันไดตั้งข้างเสาไฟในสวนก่อนจะปีนขึ้นไปอย่างชำนาญ
“ระวังนะ”
“ไม่ต้องห่วงต้นมะพร้าว ต้นมะม่วง สูงกว่านี้ยังปีนมาแล้วเลย ฮะฮ่า..กระรอกยังเรียกพี่ ลิงยังนับถือผมเลยนะคุณ”
“ขี้โม้จริงๆเลย”
เนติมายิ้มออกมาอย่างอดหมั่นไส้ระบิลไม่ได้ เมื่อระบิลมองออกไปทางหน้าบ้านอย่างสังเกตก็ชะงัก รีบปีนลงมาจากบันไดทันที จนเนติมาสงสัย
“มีอะไรเหรอ”
“ตามผมมานี่ เร็ว !”
ระบิลรีบจูงมือเนติมาเข้าไปหลบหลังพุ่มไม้ใหญ่ทันที ระบิลจะกระซิบบอกเนติมาเบาๆ
“มีคนมา!”

เนติมามีสีหน้าไม่สบายใจขึ้นมาทันที

บริเวณสวนหย่อมบ้านกันต์ในเวลากลางคืน มีใครคนหนึ่งค่อยๆ เดินฝ่าความมืดและกิ่งไม้ใบไม้ที่ระเกะระกะอยู่เข้ามา ระบิลซึ่งซุ่มดักรออยู่กระโจนเข้ารวบตัวผู้นั้นลงกับพื้นทันที ชายคนนั้นพยายามดิ้นต่อสู้ แต่ถูกระบิลชกเข้าหนึ่งหมัดแล้วจับล็อกแขนทันที

“โอ๊ย..เจ็บ !”
ระบิลชะงักเพราะคุ้นเสียง ก่อนจะก้มลงมองชัดๆก็จำได้ทันที ว่าเป็นศิวัช
“เฮ้ย !”
เนติมาก็วิ่งตามเข้ามาดู เห็นศิวัชก็ตกใจ
“พี่ศิวัช !”

ภายในห้องรับแขก กันต์หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี มองศิวัชที่คลำมุมปากแตกเลือดไหลซึมเพราะโดนระบิลชก เนติมาคอยปฐมพยาบาลอยู่ใกล้ๆ
“บ้านนี้ยินดีต้อนรับ แต่เรื่องเมื่อกี้ถือว่าเป็นการทดสอบบอดี้การ์ดมือดีของเนติ์เขาก็แล้วกันนะ”
“โธ่..อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ ผมยิ่งเสียวโดนไล่ออกอยู่”
ระบิลหันไปพูดกับศิวัช
“ขอโทษอีกครั้งนะครับ มันมืดผมไม่รู้จริงๆว่าเป็นคุณ”
ระบิลพูดอย่างรู้สึกผิด ศิวัชยิ้มออกมาเอื้อมไปไปตบบ่าระบิลเบาๆอย่างเข้าใจ
“ไม่ต้องคิดมากครับคุณระบิล ถือว่าเป็นการทดสอบการทำงานของคุณอย่างที่คุณอาว่านั่นแหละครับ เห็นอย่างนี้ซะอีกทำให้ผมเบาใจ ว่าเนติ์จะได้รับความปลอดภัยแน่ๆ อีกอย่างผมเห็นประตูมันแง้มไว้ก็เลย...ขอโทษจริงๆครับคุณอา ผมไม่น่าถือวิสาสะ”
“สงสัยภรรยาผมเขาคงลืมน่ะครับ บ้านเราไม่ได้ล็อกประตูมานาน”
“แล้วนี่พี่ศิวัชหาบ้านเจอได้ยังไงคะ”
เนติมาถามด้วยความสงสัยและเป็นห่วงศิวัชมาก ศิวัชหันไปยิ้มให้เนติมาด้วยความรัก

ศิวัชกับเนติมาเดินจูงมือกันมาตามทางเดินอย่างช้าๆ
“พี่ถามคนขับรถที่บ้านแล้วก็ขับคลำทางมาน่ะจ้ะ ความจริงพี่โทรเข้ามือถือเนติ์แล้ว แต่ไม่มีคนรับสาย”
เนติมานึกได้
“ตายจริง ! ขอโทษค่ะ เนติ์ลืมโทรศัพท์ไว้บนห้อง บังเอิญเมื่อกี้เนติ์ลงมาช่วยระบิลเขาเปลี่ยนหลอดไฟน่ะค่ะ”
เนติมาพยักเพยิดให้ศิวัชดูระบิลที่อยู่บนบันไดกำลังเปลี่ยนหลอดไฟอยู่ ศิวัชยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี
“คุณระบิลนี่เก่งนะทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง”
“อืม..พี่ศิวัชมีอะไรรึเปล่าคะ ถึงมาเอามืดค่ำป่านนี้”
ศิวัชเอื้อมมือไปดึงมือเนติมาขึ้นมากุมด้วยความรักก่อนพูดอย่างอ่อนโยน
“พี่คิดถึงเนติ์นะจ๊ะ”

ศิวัชกับเนติมานั่งอยู่คู่กันอยู่ในสวนหย่อม มือของทั้งสองคนจับกันแน่นด้วยความรัก รอบข้างยังครอบคลุมไปด้วยความมืด มีเพียงแสงสว่างจากด้านนอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“เมื่อกลางวัน เราไม่ค่อยมีโอกาสอยู่ด้วยกันเลย”
“ก็พี่ศิวัชต้องทำงานนี่คะ ไหนจะแถลงข่าว ไหนจะสัมภาษณ์นักข่าว ไหนจะ...”
เนติมาพูดอะไรไม่ออก สีหน้าสลดลงนิดหนึ่ง ขณะที่ศิวัชมองอย่างเข้าใจความรู้สึกกระชับมือของเนติมาแน่นขึ้น
“เรื่องน้องตี้น่ะ เนติ์อย่าคิดมากนะจ๊ะ ไม่มีอะไรเกินกว่าคำว่าน้องสาวแน่นอน แต่น้องตี้เขาอาจเป็นเฮฮาไปอย่างนั้นเอง เนติ์มั่นใจตัวพี่รึเปล่าจ๊ะ”
“มั่นใจสิคะ แต่บางทีเวลาเห็นก็...”
“พี่รักเนติ์นะ แล้วรักของพี่ก็ไม่มีอะไรทำให้เปลี่ยนแปลงได้ เว้นซะแต่ว่า เนติ์จะเป็นคนเปลี่ยนแปลงมันเอง”
เนติมารีบยกมือขึ้นแตะริมฝีปากศิวัชเบาๆเป็นเชิงห้ามพูด
“ความรักของเนติ์ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้เหมือนกันค่ะ”
ทั้งศิวัชกับเนติมายิ้มให้กันอย่างมีความสุข ก่อนศิวัชจะดึงเนติมาเข้ามากอดด้วยความรัก

ระบิลที่เปลี่ยนหลอดไฟเสร็จพอดี ไฟดวงนั้นสว่างขึ้น ระบิลยิ้มก่อนตกใจเมื่อเห็นศิวัชกับเนติมากอดกันอยู่ ระบิลมองแล้วต้องอมยิ้มออกมา รู้สึกมีความสุขตามไปด้วยอย่างบอกไม่ถูก

ในเวลาต่อมา ระบิลกับเนติมาเดินมาส่งศิวัชที่ประตูรั้ว เห็นรถของศิวัชจอดอยู่หน้าบ้าน
“ส่งพี่ตรงนี้ก็พอจ้ะ”
“ขับรถดีๆนะคะ”
เนติมากับศิวัชยิ้มให้กันอย่างมีความสุข
“ผมขอโทษอีกครั้งนะครับสำหรับ”
ระบิลชี้ไปที่รอยแผลที่มุมปากของศิวัช ศิวัชยิ้ม
“ไม่ต้องคิดมากน่าคุณระบิล..อืม ผมฝากเนติ์ด้วยนะครับ”
“ไม่ต้องห่วงครับ ถ้าคุณเนติ์จะต้องได้รับอันตราย อันตรายนั้นมันต้องผ่านผมไปก่อน”
ระบิลพูดหนักแน่น เนติมาชำเลืองมองระบิลนิดหนึ่งด้วยความรู้สึกอดชื่นชมไม่ได้

ภายในห้อง เนติมาเปลี่ยนเป็นชุดนอนแล้วกำลังจะเอื้อมมือปิดไฟหัวเตียง ขณะนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เนติมาหันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเห็นชื่อระบิลส่งข้อความมา เนติมามองด้วยความสงสัย
“นายระบิลส่งอะไรมา”
เนติมากดเปิดดูข้อมูลที่ระบิลส่งมา แล้วต้องตกใจเพราะเป็นภาพมุมสูงที่ตัวเองกำลังกอดกับศิวัชอย่างอบอุ่น
“ตายแล้ว !”
เนติมารู้สึกอายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกรีบกดโทรศัพท์หาระบิลทันที

ระบิลซึ่งปูเสื่อนอนอ่านหนังสืออยู่ข้างตู้เก็บหนังสือ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ระบิลรีบรับสายทันที
“มีอะไรให้รับใช้กลางดึกครับคุณ”
“ไม่มีอะไรใช้ แต่จะโทรมาต่อว่า นายนี่โรคจิตจริงๆเลยนะ แอบถ่ายรูปฉันกับพี่ศิวัช แล้วยังมีหน้าส่งมาให้ฉันดูอีก”
เนติมาต่อว่าเป็นชุด ระบิลถอนใจพยายามจะอธิบาย
“โห..มาถึงก็จัดชุดใหญ่เลยนะเจ้านาย นี่รูปนั้นน่ะน่าเกลียดตรงไหนน่ารักดีจะตาย”
“แต่นายแอบถ่ายฉัน นี่..ฉันจ้างนายมาเป็นบอดี้การ์ดนะ ไม่ได้จ้างมาเป็นปาปาราซซี”
“ก็ไม่ได้ตั้งใจจะแอบถ่าย แต่ไฟมันติดพอดี ก็โป๊ะเชะ”
“โป๊ะเชะ..นาย...”
เนติมาชักฉุน ขยับจะต่อว่าอีกแต่ระบิลพูดอย่างใจเย็น
“นี่..รู้มั้ยว่าทำไมผมส่งให้คุณ”
เนติมาชะงัก ก่อนจะพลิกดูรูปถ่ายที่ระบิลส่งมาอีกครั้งด้วยความสงสัย
“ผมอยากให้คุณเก็บเอาไว้ วันหนึ่งข้างหน้าถ้าคุณหรือแฟนของคุณรู้สึกห่างกัน หรือไม่ไว้ใจซึ่งกันและกันก็ให้กลับมาดูรูปนี้”
เนติมาอึ้งกับคำพูดของระบิล ระบิลยิ้มอย่างใจเย็น
“คุณเคยได้ยินใช่มั้ย ว่าภาพเพียงหนึ่งภาพ มันบอกความหมายได้มากกว่าคำพูดเป็นพันๆคำอีก ภาพนั้นมันบอกผมว่า คุณสองคนรักกัน”
เนติมามองรูปพลางครุ่นคิดตามที่ระบิลพูด ก่อนจะยิ้มออกมาได้และรู้สึกขอบคุณระบิลอย่างบอกไม่ถูก เนติมาจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“เออ..ขอบคุณนายมากนะ”
“จำไว้นะคุณ รัก..เป็นคำสั้นๆที่มีพลังที่สุดในโลก เพราะต่อให้คุณห่างจากคนรักไกลคนละขอบฟ้า ไกลกันคนละภพชาติ แต่ถ้าคุณยังรักกันก็ไม่มีพลังอะไรในโลกมาแยกคุณได้หรอกนะ...ฝันดีนะเจ้านาย”
ระบิลกดวางสาย เนติมาดูรูปที่ระบิลส่งมาให้อีกครั้งอย่างมีความสุข
“เนติ์รักพี่ศิวัชนะคะ...”
เนติมาเอื้อมมือปิดไฟหัวเตียงก่อนหลับตาลงอย่างมีความสุข
ขณะที่ระบิลที่กำลังดูภาพของเอมมิกาอย่างมีความสุขเช่นกัน
“ต่อให้ห่างกันคนละภพชาติ พี่ก็ยังรักหนูนะคะ”

ระบิลยังจมอยู่กับความรักในอดีต ค่อยๆเอารูปคนรักเก่าประทับบนหน้าอกอย่างอบอุ่น

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 3 (ต่อ)

กรุงเทพฯ ยามเช้า ในซอยเล็กๆ ที่มีต้นไม้ร่มรื่น พระภิกษุ 3-5 รูป กำลังรับบาตรจากชาวบ้านที่รอใส่บาตรอยู่หน้าบ้าน

ดลขี่จักรยานเลี้ยวออกมาจากซอยแยกด้านข้าง ในจักรยานมีหนังสือพิมพ์ม้วนอยู่เต็มรถ
ดลดูโพยแล้วหยิบหนังสือพิมพ์สอดไว้ตามประตูบ้านทั้งสองฝั่งของซอยด้วยความตั้งใจ
ดลกำลังส่งหนังสือพิมพ์ให้เจ้าของบ้านซึ่งเป็นชายสูงวัยแล้วทักทายกันด้วยรอยยิ้ม ก่อนดล
จะยกมือไหว้แล้วรีบขี่จักรยานออกไป
ดลขี่จักรยานมาตามซอยซึ่งเป็นเส้นตรงยาว ดลโยนหนังสือพิมพ์ส่งไปที่บ้านทั้งสองฝั่งสลับซ้ายขวาอย่างคล่องแคล่ว สีหน้าของดลมีความสุขตลอดเวลาที่ได้ทำงาน
ขณะที่ดลกำลังขี่จักรยานส่งหนังสือพิมพ์ เหลือบไปเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะข้ามถนน ถนนเส้นนั้นมีรถวิ่งกันไปมาอย่างขวักไขว่ ดลรีบจอดรถจักรยานไว้ข้างทางแล้วเข้าไปจูงมือเด็กผู้หญิงคนนั้นข้ามถนนไปด้วยความปลอดภัย ก่อนที่ดลจะขี่จักรยานส่งหนังสือพิมพ์ต่อไปอย่างอารมณ์ดี

บริเวณหน้าร้านขายส่งหนังสือพิมพ์ เจ้าของร้านวัยกลางคนยื่นเงินห้าร้อยบาทให้ ดลยกมือไหว้ก่อนรับเงินมาด้วยรอยยิ้ม
“เอ้า..รวมของวันก่อนด้วยนะ”
“ขอบคุณมากครับน้า ขอบคุณที่ให้ผมยืมรถด้วยนะครับ”
“เฮ้ย..ข้าสิต้องขอบคุณเอ็ง อุตส่าห์มาช่วยงานตอนคนขาด แต่เอ็งนี่เก่งนะ ทำแป๊บเดียวจำบ้านลูกค้าได้หมดแล้ว เอ้า..เอานี่ไปกิน”
เจ้าของร้านหันไปหยิบโจ๊กสองถุงยื่นให้ดล ดลรีบปฏิเสธ
“เออ..จะดีเหรอครับ”
“เอ้า..ดีสิ รับไปๆ เอ็งเป็นเด็กขยันข้าชอบ ฮ่าๆ”
เจ้าของร้านยัดถุงโจ๊กใส่มือดล พลางตบบ่าตบไหล่ดลอย่างชอบอกชอบใจ ดลยิ้ม ยกมือไหว้ขอบคุณด้วยความซึ้งใจ

ภายในคอนโดฯ เวลาต่อมา ดลเทโจ๊กใส่ชามเรียบร้อยก่อนหันไปเรียกอนงค์ที่ยังอยู่ในห้องนอน
“อ้อ..เสร็จรึยัง เดี๋ยวไปเรียนสายนะ”
อนงค์ในชุดนักเรียนมัธยมปลายเปิดประตูออกมาจากห้องนอน
“เสร็จแล้วจ้ะพี่ดล โอ้โห..โจ๊กน่ากินจัง”
“เจ้าของร้านหนังสือเขาให้มาน่ะ เอ้า..กินซะเดี๋ยวจะได้รีบไปเรียน”
ดลเลื่อนชามโจ๊กให้อ้อ อ้อลงนั่งทานอย่างอารมณ์ดีพลางเงยหน้ามาแซวดล
“พี่ดลนี่เนื้อหอมเนอะ ได้ของฝากจากคนที่จ้างพี่ดลทำงานบ๊อยบ่อย นี่ถ้าไปเป็นพระเอกลิเกนะ สงสัยแม่ยกตรึม”
“พี่ก็ไม่อยากรับหรอกเกรงใจเขาจะตาย”
“พี่ดลเป็นคนดี ใครๆก็รักจ้ะ”
อนงค์ยิ้มอารมณ์ดี ก่อนหันไปเห็นหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งม้วนวางอยู่บนโต๊ะจึงเอื้อมมือไปหยิบคลี่ออกดู
“นั่นเฮียเจ้าของร้านเขาก็ให้มา “
ดลพูดพลางรินน้ำใส่แก้วมาวางให้อ้อแล้วก็หันไปเทโจ๊กใส่ชามให้ตัวเอง ขณะที่อนงค์อ่านพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งด้วยความแปลกใจ
“พี่ดล อ่านข่าววันนี้รึยังจ๊ะ”
“มัวแต่รีบส่งหนังสือพิมพ์ เลยยังไม่ได้อ่าน มีอะไรเหรออ้อ”
ดลพูดอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรกับข่าวมากนัก ก่อนอนงค์จะเลื่อนหนังสือพิมพ์ให้ดลดู ดลหันไปอ่านพาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง “ธำรง กิตติธร คัมแบ็ก! ตั้งพรรคหนุนลูกชายชิงเก้าอี้นายกฯ” ดลชักสีหน้าด้วยความตกใจขึ้นมาทันที

ภายในบ้านกันต์ในเวลากลางวัน เนติมาเดินออกมาจากตัวบ้านมองไปรอบๆเห็นเศษใบไม้ที่เคยกองระเกะระกะ ถูกกวาดมารวมกันไว้เป็นกองๆ เนติมานิ่วหน้าอย่างหงุดหงิด
“จะไปไหนทำไมไม่บอกนะ”
“ก็จะบอกทำไมล่ะครับ ในเมื่อไม่ได้ไปไหน”
เนติมาชะงักมองหาต้นเสียง ก่อนค่อยๆแหงนหน้าขึ้นไปข้างบนเห็นระบิลยืนยิ้มอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ในมือถือเลื่อยตัดแต่งกิ่งไม่อยู่ด้วย
“นายขึ้นไปทำอะไรบนนั้นน่ะระบิล”
“ขึ้นมาหาของกินมั้งคุณ”
ระบิลตอบประชดอย่างขำๆ จนเนติมานิ่วหน้าด้วยความหมั่นไส้ ระบิลยิ้มหน้าเป็น
“ฮ่าๆ ล้อเล่นน่ะคุณ ผมก็ขึ้นมาแต่งกิ่งไม้น่ะสิ”
“ทำเก่งไป ระวังตกมาคอหักตาย”
“เสียใจผมเกิดปีลิง โตมากับต้นไม้ตั้งแต่เด็กแล้ว เห็นมั้ยคุณโปร่งขึ้นตั้งเยอะไม่รกเหมือนวันก่อนแล้ว”
ระบิลพูดอย่างอารมณ์ดี เนติมามองไปรอบๆรู้สึกสบายตาขึ้น ระบิลชำเลืองขึ้นไปที่หน้าต่างชั้นสองนิดหนึ่ง ก่อนปีนลงมายืนกระซิบข้างๆเนติมา
“คุณ..มองขึ้นไปข้างบนสิ”
“มองอะไร...”
เนติมาชักสีหน้าด้วยความสงสัย ระบิลไม่ตอบ แต่พยักเพยิดให้เนติมามอง
เนติมาเห็นขวัญชนกแง้มผ้าม่านแอบมองลงมาจากบนห้องนอน แต่พอขวัญชนกเห็นเนติมากับระบิลมองขึ้นมาก็รีบหลบเข้าไปทันที เนติมารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
เนติมาพูดกับระบิลทันที
“ขวัญ ! ชวนขวัญออกมาเดินเล่นกันมั้ย”
“เออ..อย่าเพิ่งเลยคุณ”
“อ้าว..ทำไมล่ะ ฉันว่าขวัญเขาอยากออกมานะ ไม่งั้นไม่มาแอบมองอย่างนี้หรอก”
“อยากออก แต่ยังไม่พร้อมที่จะออก ไม่งั้นเธอก็ออกมานานแล้วล่ะคุณ”
“โอ้โห..พูดอะไรวกไปวนมา อยากๆออกๆ”
“น่า..เอาเป็นว่า อย่าเพิ่งไปเร่งอะไรคุณขวัญตอนนี้เลยนะครับ ได้แค่นี้ผมว่าก็น่าดีใจแล้ว”
ระบิลพูดอย่างอารมณ์ดี เนติมาครุ่นคิดตามที่ระบิลพูดแล้วพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
ระบิลคิดนิดหนึ่ง
“ผมว่าคุณตามผมมานี่ดีกว่า”

ระบิลพูดยิ้มๆก่อนเดินเลี่ยงไป เนติมามองตามระบิลไปด้วยความสงสัย

ที่มุมหนึ่ง ระบิลกำลังกวาดใบไม้และเศษกิ่งไม้ด้วยรอยยิ้ม ก่อนระบิลจะหันไปมองเนติมาที่กำลังโกยเศษใบไม้แห้งใส่เข่งที่วางไว้

“เหนื่อยก็พักได้นะคุณ”
“ไม่เป็นไร ฉันทำได้”
ระบิลยิ้มแล้วบอก
“อย่าไปฟ้องแฟนคุณเชียวนะว่าผมให้คุณมาช่วยกวาดใบไม้น่ะ ไม่งั้นมีหวังผมตกงานแน่”
“ฟ้องน่ะไม่ฟ้องหรอก แต่ฉันสงสัยว่าทำไมเราไม่จ้างคนมาทำ จ้างแค่นี้เสียไม่เท่าไหร่หรอก ยังไงฉันก็เป็นคนจ่ายอยู่แล้ว”
“ผมอยากให้มีกิจกรรม”
ระบิลพูดยิ้มๆ เนติมามองระบิลด้วยความสงสัย
“ชีวิตคนที่นี่อยู่นิ่งๆซึมเศร้ากันมาหลายปีแล้วนะคุณ ผมอยากให้มีกิจกรรมเคลื่อนไหวในบ้านนี้บ้าง บ้านจะได้มีชีวิตชีวา จ้างคนมาทำเราก็ได้แต่นั่งจ๋องดูเหมือนเดิมจะมีประโยชน์อะไรใช่มั้ย”
“พูดมากจังเลยนะนายเนี่ย ถามนิดเดียวตอบซะยาวเหยียดเลย”
“ก็อธิบายจะได้เข้าใจ … เนี่ยเห็นมั้ย เรามากวาดแป๊บเดี๋ยวคุณขวัญก็ออกมาแอบมองเราอีกแล้ว”
ระบิลชำเลืองมองขึ้นไปบนห้องนอนขวัญชนกนิดหนึ่ง ก่อนขยับเข้าไปกระซิบใกล้ๆ เนติมาจะหันตามขึ้นไปมองแต่ระบิลคว้าแขนเป็นเชิงห้ามไว้
“ไม่เป็นไรคุณ เดี๋ยวคุณขวัญจะอายปล่อยให้เธอมองตามสบายเถอะ”
เนติมาคิดตามที่ระบิลพูดอย่างเข้าใจ ก่อนทั้งระบิลและเนติมาจะยิ้มให้กันแล้วกวาดเศษใบไม้ต่อไป

ในเวลาต่อมา ดลซ้อนมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาลงที่หน้าบ้านอิสราวัชร ดลมองไปที่หน้าบ้านด้วยความผูกพันก่อนจะสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อโทรศัพท์มือถือดังขึ้น
“สวัสดีครับพ่อ”
ดลนิ่งฟังคำเที่ยงพูดนิดหนึ่งแล้วบอก
“ผมทราบข่าวแล้วครับ”
ขณะที่คำเที่ยงเดินคุยโทรศัพท์อยู่ในสวนผลไม้ด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก
“อย่าเพิ่งทำอะไรโฉ่งฉ่างไปนะดล มันอันตราย แล้วนี่ดลอยู่ไหนลูก”
“เออ...”
คำเที่ยงถามอย่างสังหรณ์ใจ ขณะที่ดลอึกอักไม่กล้าพูด แต่คำเที่ยงรู้ทัน
“อย่าบอกนะ ว่าลูกอยู่หน้าบ้าน”
“ผมแค่อยากมา...”
“พ่อบอกแล้วไงดลว่า ไม่มีใครอยู่ที่นั่นแล้ว จะมีก็แต่...”
“พ่อเดี๋ยวนะครับ !”
ยังไม่ทันที่คำเที่ยงจะพูดอะไรต่อ ดลก็ขัดจังหวะขึ้นเพราะเห็นรถของลูกน้องอิทธิหาญเลี้ยวเข้ามาจอด
ที่หน้าประตูบ้านอิสราวัชร ดลต้องขยับเดินห่างออกมาไม่ให้มีพิรุธ
“เกิดอะไรขึ้นดล”
“เออ..มีคนมาครับพ่อ”
ลูกน้องของอิทธิหาญที่ใส่แว่นดำคนหนึ่ง ลดกระจกรถลงมามองดลอย่างจับพิรุธ ดลพยายามทำตัวให้เป็นปกติอย่างที่สุด ก่อนลูกน้องของอิทธิหาญจะหันกลับเข้าไปในรถพร้อมกับประตูบ้านเลื่อนเปิดออก แล้วรถจึงวิ่งเข้าไป ดลถอนใจอย่างโล่งอก
“มันไปแล้วครับพ่อ”
“ออกมาจากตรงนั้นก่อนดล ที่นั่นไม่มีใครที่ลูกอยากเจออยู่หรอก”
“แต่พ่อครับ...”
“เชื่อพ่อ เวลายังมีอีกเยอะ แต่เราไม่สมควรเสี่ยง”
คำเที่ยงพูดด้วยความเป็นห่วงดล ดลถอนใจอย่างรับฟัง
“ครับพ่อ..ไม่ต้องห่วงครับผมจะกลับไปเดี๋ยวนี้ สวัสดีครับ”
ดลวางสายโทรศัพท์ ก่อนจะมองหารถ แต่จังหวะเดียวกันดลก็ได้ยินเสียงเนติมากับระบิลคุยกันดังลอดออกมาจากบ้านกันต์
“โอ๊ย !”
“เป็นอะไรคุณ อ้าว..ทำนิดเดียวมือพองซะแล้ว ไปๆพรุ่งนี้ผมทำต่อเอง”
“ไม่เป็นไร ฉันทำได้”
ดลมองด้วยความสงสัยก่อนวิ่งไปมองลอดช่องว่างของรั้วเข้าไปเห็นระบิลกำลังพาเนติมากลับเข้าไปในตัวบ้าน ดลพยายามมองลอดตามมุมต่างๆ แต่เห็นไม่ชัดเพราะทั้งสองคนเดินหันหลังให้และยังติดต้นไม้ที่บังสายตาอยู่อีก

ดลถอนใจด้วยความเซ็ง สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย

ภายในห้องครัว เนติมากำลังล้างมือพลางยกมือขึ้นมาดูรอยพองแดงด้วยความเจ็บ ระบิลยื่นหน้าเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง

“อูย...”
“ไหนดูสิคุณ โอ้โห..มือเป็นหมูแดงซะแล้ว มานี่เลยคุณ”
ระบิลจับมือเนติมาดึงมานั่งที่โต๊ะซึ่งระบิลเตรียมยาใส่แผลรอไว้แล้ว ระบิลเอาสำลีซับน้ำที่แผลเนติมาอย่างอ่อนโยน
“ก็ฉันไม่เคยทำงานแบบนี้นี่นา อูย..ยานี่แสบรึเปล่าเนี่ย”
“แสบรึเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าต้องใส่ แหม..แล้วบอกว่าไหวๆๆ ขืนคุณศิวัชเห็นแผลนี่เข้า มีหวังผมตกงานแน่ๆ”
“อย่าเว่อร์ พี่ศิวัชเขามีเหตุผลจ้ะ”
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงพรุ่งนี้นั่งเป็นกองเชียร์อย่างเดียวเลยนะเจ้านาย”
ระบิลพูดพลางเอายาใส่ไปที่แผลของเนติมาทันที เนติมายังไม่ทันตั้งตัวร้องลั่น
“โอ๊ย..เจ็บ ! นายนี่บ้าจริงๆเลย จะใส่ทำไมไม่บอกฉันก่อน”
“จะช้าจะเร็วก็ต้องใส่ แล้วจะบอกทำไมล่ะคุณ ฮ่าๆๆ”
ระบิลหัวเราะชอบใจจนเนติมาหมั่นไส้ เงื้อมือข้างที่ไม่เจ็บตีต้นแขนระบิลสองสามที ระบิลยิ้มอย่างอารมณ์ดี
เนติมากับระบิลสบตากันนิ่ง ก่อนจะรู้สึกตัวรีบปล่อยมือจากกันอย่างรู้สึกอายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ระบิลรีบเก็บยาใส่แผลทันที
“เดี๋ยวเบิกเงินหน่อยนะคุณ”
“เงิน..ค่าอะไรเหรอ”
“ค่ากล้องวงจรปิด”
ระบิลพูดยิ้มๆอย่างไม่คิดมาก ขณะที่เนติมาชักสีหน้าด้วยความสงสัย

เมื่อดลออกจากหน้าบ้านอิสราวัชร ก็มายังสถูปอัฐิของวิเชียรและพรรณศรีซึ่งอยู่ในวัดที่มีบรรยากาศสงบเงียบ เห็นดลนั่งคุกเข่าไหว้อยู่หน้าสถูปอัฐิของพ่อกับแม่ ดลเอาธูปปักลงที่กระถางธูปหน้ารูปวิเชียรกับพรรณศรี ดลมองรูปด้วยความคิดถึง
“วันที่ผมรอมาทั้งชีวิตใกล้เป็นจริงแล้ว คุณพ่อคุณแม่ช่วยให้ผมพบพี่เนติ์เร็วๆด้วยนะครับ”
ดลนั่งมองรูปพ่อกับแม่นิ่งด้วยความรู้สึกอดทนรอวันที่จะพบกับพี่สาวอย่างมีความหวัง

ภายในศูนย์การค้าในเวลากลางวัน ระบิลถือของพะรุงพะรังเดินคุยมากับเนติมา
“ที่บ้านอากันต์จำเป็นถึงขนาดติดกล้องวงจรปิดเลยเหรอ”
“ตอนนี้คุณอาจไม่เห็นความจำเป็น แต่เกิดเรื่องขึ้นเมื่อไหร่ คุณจะรู้ว่ามันจำเป็น”
“แล้วทำไมนายไม่ให้เขาไปติดตั้งให้”
เนติมาถามด้วยความสงสัย ระบิลยิ้มด้วยความภูมิใจ
“ฮะฮ่า..ก็ติดเองสิคุณ”
เนติมาถอนใจ
“ติดเอง ! นี่..ในโลกนี้นายทำอะไรไม่เป็นบ้างเนี่ย ทำสวน ทำครัว จัดดอกไม้ นี่ยังจะติดกล้องวงจรปิดเป็นอีกเหรอ”
“โธ่..คุณ อย่าลืมซิว่าผมเคยเป็นใคร”
“เป็นตำรวจคอมมานโดมือดีของประเทศ ได้ทุนไปเรียนต่อที่ยุโรป เป็นที่ต้องการตัวของคนระดับไฮคลาสให้ไปเป็นการ์ดส่วนตัว เป็น...”
ระบิลพูดแทรกขึ้นทันที
“อ่ะพอๆไม่ต้องชื่นชมตัวผมขนาดนั้น แต่คุณขาดคุณสมบัติผมไปอีกอย่าง”
“อะไร...”
เนติมาชักสีหน้าสงสัย ระบิลยิ้มยืดทำเสียงหล่ออย่างโอเว่อร์
“ฮะฮ่า ก็ความหล่อไงคุณ ทั้งในน้ำบนบก รวมนรกกับอีกสามโลกก็ไม่มีใครหล่อเกิ๊น ฮะฮ่า”
เนติมาทำหน้าเบ้ มองไปรอบๆอย่างรู้สึกอายคนรอบข้าง รีบเงื้อมือตีระบิลทันที ส่วนระบิลเอาแต่ยืนหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“ตายจริง คนอะไรหลงตัวเองที่สุด นี่เลิกเก๊กได้แล้วฉันอายคนอื่นเขา”
“อะไรคุณ ผมไม่เห็นอายเลย”
“นายไม่อาย แต่ฉันอายนี่...เอามาฉันช่วยถือ” เนติมาพูดแล้วก็ยื่นมือไปรับถุง
“ไม่ต้อง มือคุณยังไม่หายพองเดี๋ยวจะเจ็บไปกันใหญ่ ไปรีบเอาของไปเก็บในรถกันเถอะคุณ ผมหิวแล้ว”
ระบิลกับเนติมาขยับจะเดินต่อไป แต่โทรศัพท์มือถือของเนติมาดังขึ้น เนติมาดูเบอร์แล้วยิ้มออกมาก่อนรับสาย
“ค่ะพี่ศิวัช จริงรึเปล่าคะ”
เนติมายิ้มออกมานิ่งฟังปลายสายด้วยความดีใจ ก่อนหันมามองหน้าระบิลอย่างปรึกษา ระบิลยิ้มพยักหน้าอย่างเข้าใจ เนติมายิ้มอารมณ์ดี
“ตกลงค่ะพี่ศิวัช ร้านไหนดีคะ”

ร้านอาหารริมน้ำที่ดูดีสุดแสนโรแมนติกในเวลากลางคืน คู่รักหลายคู่มาดินเนอร์ใต้แสงเทียนท่ามกลางเสียงเพลงเบาๆ
ศิวัชที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะหันไปเห็นเนติมาเดินมากับระบิลก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ขณะที่เนติมาก็ยิ้มให้ศิวัชเช่นกัน ศิวัชลุกขึ้นจับมือเนติมาด้วยความรัก
“รอนานมั้ยคะ”
“ไม่นานจ้ะ...ขอบคุณนะครับคุณระบิล”
“ขอบคุณผมอีกแล้วคุณศิวัช มันเป็นหน้าที่ของผมนะครับ”
ระบิลพูดอย่างจริงใจ ก่อนทั้งหมดจะนั่งลง ระบิลชำเลืองหางตาไปรอบๆอย่างสังเกต ก่อนพูดกับศิวัชอย่างอารมณ์ดี
“คุณศิวัชรอบคอบดีมากนะครับที่เอาการ์ดมาด้วย”
เนติมาสงสัย
“การ์ด..การ์ดอะไรเหรอคะพี่ศิวัช”
“สนามการเมืองไม่น่าไว้ใจ คุณพ่อกลัวพี่ถูกลอบทำร้าย เลยจัดชุดการ์ดมาให้น่ะจ้ะ...เออ..คุณระบิลรู้ได้ยังไงครับว่าผมมีการ์ดมาด้วย”
“ผีเห็นผีด้วยกันน่ะครับ..โต๊ะนั่นสองคน”
ระบิลพูดยิ้มๆ ก่อนชำเลืองมองไปที่โต๊ะอาหารที่ตั้งห่างออกไปไม่มาก มีผู้ชายสองคนนั่งทานอาหารอยู่ เนติมากับศิวัชมองตามไป
“นั่นอีกหนึ่ง”

ระบิลหันไปมองผู้ชายอีกคนที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ตรงประตู เนติมากับศิวัชหันตามไปดู

ระบิลหันไปที่พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งกำลังรับออเดอร์จากลูกค้าโต๊ะหนึ่งอยู่ ก่อนหันไปพูดกับเนติมาและศิวัชยิ้มๆ

“คนนี้ก็เก่งนะครับ รับออเดอร์คล่องเชียว”
“นี่การ์ดของผมมีจุดบกพร่องให้เห็นชัดขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
ศิวัชพูดด้วยความแปลกใจ ระบิลยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“ไม่มีหรอกครับ ทุกอย่างเพอร์เฟ็ค แต่ผมบอกแล้วไงว่าผีเห็นผี”
“ไม่ต้องตกใจค่ะพี่ศิวัช คนๆนี้มีอะไรเหนือความคาดหมายเสมอแหละ”
เนติมาพูดอย่างอารมณ์ดี พลางค้อนระบิลด้วยความหมั่นไส้
“แหม..คุณ พูดอย่างกับผมเป็นมนุษย์ต่างดาว”
“งั้นมนุษย์ต่างดาวคงหิวแย่แล้ว เราสั่งอะไรมาทานกันดีกว่านะ ทานอะไรดีจ๊ะเนติ์”
เนติมายิ้ม
“เหมือนเดิมค่ะ พี่ศิวัชจำได้ใช่มั้ย”
“ได้สิจ๊ะ”
ศิวัชพูดอย่างอ่อนโยนพลางเอื้อมมือไปกุมมือเนติมา เนติมากระชับมือตอบยิ้มอย่างมีความสุข ระบิลหยุดมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน ก่อนจะพูดด้วยความเกรงใจ
“เออ..ขอโทษนะครับ ผมขออนุญาตแยกโต๊ะ”
“อ้าว..ทำไมล่ะคุณระบิล มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ”
ศิวัชกับเนติมามองระบิลด้วยความสงสัย ระบิลยิ้มอย่างไม่คิดมาก
“คุณสองคนเป็นคู่รักกันนะครับ ควรจะมีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกันบ้าง”
“โธ่เอ๊ย..คิดมากน่าคุณระบิล”
“ทานด้วยกันนี่แหละ ทานคนเดียวไม่เหงารึไง”
“ความเหงาคือเพื่อนที่สนิทที่สุดของผมแล้วล่ะครับ ตามสบายนะครับ ผมนั่งอยู่ใกล้ๆนี่แหละ”
ระบิลยิ้มก่อนลุกไปนั่งที่โต๊ะซึ่งห่างออกไปไม่มาก ก่อนหยิบเมนูขึ้นมาสั่งอาหาร เนติมามองตามระบิลอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ศิวัช ศิวัชเอื้อมมือมากุมมือเนติมาด้วยความรัก
ระบิลชำเลืองมองศิวัชกับเนติมาที่กำลังสบตากันอย่างมีความสุข แล้วก็อดนึกถึงอดีตไม่ได้

อดีต - ร้านอาหารริมน้ำแห่งหนึ่งในเวลากลางคืน ระบิลกับเอมมิกาคนรักเก่ากำลังนั่งกุมมือกันอยู่ใต้แสนเทียนที่แสนโรแมนติก ทั้งสองคนสบตากันหวานซึ้ง
“ขอบคุณนะคะ ที่อุตส่าห์พาเอมมาเลี้ยงฉลองติดยศ”
“ความจริงพี่ตั้งใจจะจัดปาร์ตี้ ชวนเพื่อนๆมาเฮฮาด้วยหลายๆคน แต่พี่อยากอยู่กับหนูสองคนมากกว่า”
“ดีแล้วล่ะค่ะ ไม่เปลืองเงินด้วย อีกอย่างเอมก็อยากอยู่กับพี่สองคนเหมือนกัน”
เอมมิกาพูดอย่างมีความสุข ระบิลมองออกไปในแม่น้ำด้วยความสบายใจครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“คิดอะไรอยู่เหรอคะ”
“คิดว่า..จะขอหมวดเอมแต่งงานตอนนี้ดี หรือจะรอหมวดเอมเลื่อนเป็นผู้กองก่อนดีน้า”
“ตอนไหนก็ได้ค่ะ เพราะถ้าเกิดหมวดเอมได้เป็นผู้กองเอาอีกยี่สิบปีข้างหน้า หมวดเอมก็หง่อมสิคะ”
เอมมิกาพูดอย่างอารมณ์ดี ระบิลกระชับมือเอมด้วยความรัก
“แต่งงานแล้ว หนูไปอยู่บ้านสวนกับพี่นะคะ พี่ไม่อยากอยู่คอนโดฯในเมืองแล้ว”
“พี่อยู่ที่ไหน เอมก็อยู่ที่นั่นแหละค่ะ”
“แต่บ้านสวนมันไกลนะคะ เน็ตก็ไม่มี เข้ามาในเมืองก็ลำบาก อีกหน่อยพี่ก็จะลาออกจากตำรวจไปเป็นชาวสวน หนูจะอยู่ได้เหรอ”
ระบิลลอยหน้าลอยตาพูดทีเล่นทีจริง เอมมิกายิ้มอย่างรู้ทันเงื้อมือตีมือระบิลเบาๆ
“ไม่ต้องมาแกล้งถามเอมเลย พี่ก็รู้อยู่แล้วว่าเอมจะตอบยังไง อยู่ที่ไหนไม่สำคัญว่าหัวใจอยู่กับใครหรอกนะคะ”
เอมมิกาพูดด้วยรอยยิ้ม ทั้งสองคนสบตากันด้วยความรักอย่างมีความสุขที่สุด

หลังมื้ออาหารในเวลาต่อมา ระบิลกำลังขับรถอยู่ หันมองไปข้างๆเห็นเนติมานั่งอมยิ้มอย่างมีความสุข
“เห็นความดีความชอบของผมรึยังคุณ”
“ความดีความชอบ..เรื่องอะไรเหรอ”
เนติมานิ่วหน้าด้วยความสงสัย ระบิลพูดยิ้มๆ
“ก็ถ้าผมยังนั่งเป็นก้างขวางคออยู่โต๊ะเดียวกันเนี่ย คุณจะได้ยิ้มติดมาบนรถอย่างนี้มั้ยล่ะ”
“เวอร์น่า ไม่ขนาดนั้นซะหน่อย” เนติมาตอบอายๆ
“จริงๆนะคุณ คู่รักต้องการเวลาอยู่ด้วยกันสองคนบ้าง เรื่องบางอย่างในหัวใจมันก็ไม่เหมาะที่จะมีไส้ติ่งไปนั่งรับรู้รับฟังนะ”
“กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความรักขึ้นมาอีกแล้ว”
เนติมามองระบิลอย่างขำๆที่รู้ไปซะทุกเรื่อง เนติมาเริ่มจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมากขึ้น
“พี่ศิวัชจะให้ฉันเป็นเลขาส่วนตัว”
“ฮ่าๆ คุณศิวัชนี่เยี่ยมจริงๆ ดีแล้วล่ะครับ คุณสองคนจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น อย่างน้อยๆก็มีงานเป็นตัวเชื่อม แหม..แผนนี้ยกนิ้วให้”
“แต่นายอาจต้องมีงานมากขึ้น ชื่อกับนามสกุลของฉันจะเป็นแม่เหล็กดูดงานมาให้นายทันที”
“ก็ผมมาทำงานนี่ครับ แล้วงานผมก็สั้นๆง่ายๆไม่เห็นมีอะไร”
ระบิลยิ้มอย่างไม่รู้สึกหนักใจหนักหนา เนติมามองระบิลด้วยความสงสัย
“แค่คุณปลอดภัยไงครับ เห็นมั้ย..ง่ายๆแค่นี้เอง”

ระบิลตอบอย่างสบายๆไม่มีทีท่ากังวลใจอะไร ขณะที่เนติมามองระบิลแล้วก็อดยิ้มตามออกมาไม่ได้

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 3 (ต่อ)

ระบิลขับรถเข้ามาจอดที่บ้านกันต์ ทั้งระบิลกับเนติมาลงมาจากรถ
 
“คุณเข้าไปก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมถือของเข้าไปเอง”
เนติมายิ้มอย่างขอบคุณก่อนหันเดินเข้าไปในบ้าน ขณะที่ระบิลมองเข้าไปในบ้านเห็นความผิดสังเกตเพราะปิดไฟมืด
“เอ๊ะ..ทำไมคืนนี้ในบ้านปิดไฟมืดจัง”
เนติมาชะงักมองเข้าไปด้วยความสงสัยเช่นกัน สองคนหันมามองหน้ากันด้วยความตกใจ
“เข้าไปดูข้างในกันเถอะคุณ !” ระบิลว่า
ระบิลหยิบปืนประจำตัวขึ้นมาทันที พร้อมกับนำเนติมาเข้าไปในบ้านอย่างระวังตัว

ภายในบ้าน ครอบคลุมไปด้วยมืด
“ทำไมมืดอย่างนี้” เนติมาว่า
ระบิลหันไปเปิดสวิทช์ ไฟในห้องสว่างขึ้นทันที ทั้งสองคนตกใจเมื่อเห็นข้าวของในบ้านกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น ระบิลเห็นท่าไม่ดีรีบกระชากลูกเลื่อนปืนพร้อมใช้ แล้วดึงเนติมาให้มาอยู่ติดตัวทันที
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย !”
“อยู่ใกล้ๆผมไว้นะคุณ”
“ไม่..ไม่ !”
เสียงเจือจันทร์ดังออกมาจากห้องหนังสือ ระบิลกับเนติมาหันขวับไปมองทันที
“อาจันทร์ !”

ระบิลกับเนติมาเปิดประตูเข้ามาแล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นกันต์นั่งกุมมือเจือจันทร์ที่นั่งร้องไห้อยู่อย่างปลอบโยน เจือจันทร์เงยหน้าขึ้นมามองเนติมาอย่างขุ่นเคือง
“เกิดอะไรขึ้นคะ”
“สภาพที่เธอเห็นข้างนอก มันคือคำตอบของการที่เธอมาอยู่ที่นี่”
“นี่พวกมันเข้ามาที่นี่เหรอครับ”
“ปกติมันก็เข้ามาที่นี่อยู่เรื่อยๆนั่นแหละ เข้ามาขู่บ้าง เข้ามาสั่งให้เราทำอาหารส่งไปให้พวกมันบ้าง วันนี้มันเข้ามาเห็นบ้านสะอาดผิดสังเกต มันก็เลยพังซะ” กันต์บอก
“แล้วคุณอาบอกรึเปล่าครับ เราสองคนอยู่ที่นี่” ระบิลถาม
“ผมบอกพวกมันว่ามีญาติมาขอพักด้วย”
“พวกมันต้องเข้ามาอีกแน่ แล้วคราวนี้จะทำกันยังไง ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าเธอจะนำความเดือดร้อนมาให้เรา” เจือจันทร์บอก
“อาจันทร์ใจเย็นๆก่อนนะคะ”
“มันมีวิธี...” ระบิลว่า
“ออกไป ! ฉันไม่อยากฟัง ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอสองคน ออกไป !”
ระบิลกับเนติมาพยายามจะอธิบาย แต่เจือจันทร์ไม่ฟังร้องไห้ตวาดไล่เสียงดัง จนกันต์ต้องกระชับมือ
เจือจันทร์แน่นเป็นการปลอบโยนก่อนหันไปพูดกับระบิลและเนติมาอย่างใจเย็น เนติมาหน้าเจื่อนอย่างรู้สึกผิด
“คุณระบิลพาเนติ์ออกไปรอข้างนอกก่อนเถอะ เดี๋ยวทางนี้ผมคุยกับภรรยาผมเอง”
“ครับ”
ระบิลรับคำก่อนพยักหน้าให้เนติมาที่ถอนใจก่อนเดินออกไปด้วยความไม่สบายใจ

ระบิลกับเนติมาเดินออกจากห้องหนังสือท่ยังบริเวณบันไดขึ้นลงของบ้าน ระบิลพูดอย่างใจเย็นเมื่อเห็นเนติมามีสีหน้าเซ็งๆ
“ไม่ต้องคิดมากน่าคุณ มันไม่เลวร้ายอย่างที่คิดหรอก ผมว่าขึ้นไปอาบน้ำให้สบายใจดีกว่า”
เนติมาครุ่นคิดตามที่ระบิลพูดคร้นจะขยับตัวเดินขึ้นบันได ระบิลกับเนติมาก็เห็นขวัญชนกนั่งกอดเข่าซบหน้าร้องไห้อยู่ที่บันได
“ขวัญ...”
ขวัญชนกเงยหน้าขึ้นมาเห็นระบิลกับเนติมาก็รีบลุกขึ้นด้วยความกลัว ก่อนจะวิ่งขึ้นไปชั้นบนทันที
“ขวัญ..ขวัญรอฉันด้วย”
“คุณเดี๋ยว !”
เนติมารีบตามขวัญชนกไปทันที ขณะที่ระบิลก็รีบวิ่งตามเนติมาขึ้นไปเช่นกัน

ขวัญชนกวิ่งมาเปิดประตูเข้าไปในห้องและกำลังจะปิดประตู แต่เนติมาเข้ามารั้งบานประตูไว้
“ขวัญ เดี๋ยว !”
“ปล่อย !”
ขวัญชนกออกแรงดันประตูอีกจนเนติมาจะสู้แรงไม่ไหว ระบิลวิ่งตามเข้ามาช่วยเนติมาดันประตูทันที
“ผมเอง...”
“ปล่อยนะ !”
“ใจเย็นๆนะครับคุณขวัญ ฟังผมก่อน”
“ไม่..ฉันไม่อยากฟัง ฉันกลัว ปล่อย !”
ขวัญชนกออกแรงดันประตูสุดแรง ระบิลเลื่อนมือมาจับที่ขอบบานประตู เป็นจังหวะเดียวกับขวัญชนกออกแรงดันประตูอีกครั้ง จนบานประตูหนีบมือระบิลอย่างจัง
“โอ๊ย !”
ระบิลกุมมือด้วยความเจ็บ เนติมาตกใจรีบจะเข้าไปดูอาการระบิล ขวัญชนกซึ่งตกใจเช่นกันรีบปล่อยประตูปรี่เข้าไปจับมือระบิลดูอาการอย่างลืมตัว จนระบิลกับเนติมาชะงักด้วยความงง
“นาย !”
“ฉันขอโทษ เจ็บมากมั๊ยคะ” ขวัญชนกว่า
“เออ..ไม่เท่าไหร่ครับ”
ขวัญชนกที่กำลังดูอาการที่มือของระบิลอยู่ ระบิลกับเนติมามองอย่างคาดไม่ถึง เมื่อแต่ขวัญชนกตั้งสติได้ก็รีบปล่อยมือระบิลทันที พลางขยับจะกลับเข้าไปในห้อง แต่เนติมารั้งไว้
“ขวัญ..เธอยังกลัวฉันกับคุณระบิลอยู่อีกเหรอ”
ขวัญชนกครุ่นคิดสีหน้าเต็มไปด้วยความกลัว ก่อนพูดเสียงสั่น
“ฉัน..ฉันไม่ได้กลัวเธอ แต่..แต่ฉันกลัว...”
ขวัญชนกพูดได้เท่านั้นก็ร้องไห้โฮออกมา ระบิลกับเนติมามองด้วยความเข้าใจในความรู้สึกของขวัญชนกที่กลัวพวกของอิทธิหาญอย่างสงสารจับใจ
 
เนติมาดึงขวัญชนกเข้ามากอดด้วยความสงสาร

ภายในบ้านกันต์ ระบิลเก็บข้าวของที่หล่นแตกกระจายเกลื่อนพื้น เนติมาเดินเข้ามานั่งข้างๆระบิลเพื่อ ช่วยเก็บของ
 
“คุณขวัญหลับแล้วเหรอครับ”
“อืม..ร้องไห้จนหลับไปเลยล่ะ”
“น่าสงสารเธอนะครับ จากพื้นฐานครอบครัวที่ดี ชีวิตคุณขวัญควรจะพบแต่ความสดใส แต่นี่กลับต้อง...”
ระบิลพูดด้วยความสงสาร ขณะที่เนติมาสลดลงอย่างรู้สึกผิดที่ครอบครัวของเธอมีส่วนทำให้ครอบครัวของขวัญชนกพบชะตากรรมเช่นนี้
“คุณ ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะ...”
เนติมาฝืนยิ้มแล้วบอก
“ที่นายพูดมันเป็นเรื่องจริงนี่นา ใครจะเชื่อครอบครัวอดีตอัยการมือดีจะต้องมีสภาพอย่างนี้ ครอบครัวฉันเป็นต้นเหตุ ฉันถึงต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น... เออ..มือนายเป็นไงบ้าง”
“อ๋อ..สบายมาก โอ๊ย !”
ระบิลร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อขยับมือข้างที่โดนประตูหนีบ เนติมารีบคว้ามือระบิลมาดูเห็นรอยช้ำรอยใหญ่ก็ตกใจ
“สบายอะไรล่ะ ไหนดูสิ...ตายแล้วช้ำขนาดนี้ยังบอกไม่เป็นไรอีก..ไป”
“ไปไหนคุณ”
ระบิลพูดด้วยความสงสัยเมื่อเนติมาจะฉุดแขนให้ระบิลลุกขึ้น
“อ้าว..ก็ไปหาหมอน่ะสิ เร็วเดี๋ยวฉันขับรถไปให้”
“โธ่..คุณ แค่นี้ไกลหัวใจ เดี๋ยวก็หาย”
ระบิลออกลูกดื้อเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เนติมาไม่ยอมเริ่มเสียงแข็ง
“แล้วถ้าเกิดไม่หาย แล้วถ้าเกิดเป็นมากกว่าที่คิด กระดูกร้าว กระดูกแตกขึ้นมา แล้วจะทำยังไง..ไป”
เนติมาดึงแขนระบิล แต่ระบิลยังขืนตัวไว้ เนติมาเริ่มโมโห
“ไม่...”
“แต่ฉันบอกให้ไปก็ไปสิ”
“แต่ก็ผมไม่ไป ผมไม่ได้เป็นอะไร”
“เอ๊ะ ทำไมนายดื้ออย่างนี้เนี่ย”
“คุณนั่นแหละดื้อ ก็บอกแล้วว่าผมไม่ได้เป็นอะไร”
“เป็น !”
“เอ้า ก็บอกว่าไม่...”
“นี่เป็นคำสั่งของฉัน...โอเคป่ะ”

บริเวณทางเดินในโรงพยาบาล เนติมาเดินเลี้ยวเข้ามาพร้อมๆกับระบิล มือข้างที่โดนประตูหนีบมีผ้าพันแผลออกมาด้วย ระบิลพูดตัดพ้ออย่างเซ็งๆ
“ไงล่ะคำสั่ง เห็นมั้ยก็แค่ช้ำ เสียเวลาขับรถมาเปล่าๆ”
“อย่างน้อยก็ได้เอ็กซเรย์ จะได้สบายใจ”
“ผมเพิ่งทายาที่มือคุณให้หยกๆ เผลอแวบเดียวคุณต้องพาผมมารักษามือที่โรงพยาบาลซะแล้ว”
ระบิลพูดอย่างอารมณ์ดี สายตามองเนติมาด้วยความขอบคุณ
“ขอบคุณมากนะครับ”
“เปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นทำแกงจืดลูกรอกให้ฉันทานหน่อยได้มั้ย ฉันไม่ได้ทานมานานมากแล้ว”
“แหม..เล่นแกงโบราณเลยนะคุณ”
“ก็ฉันชอบ เมื่อก่อนคุณแม่ทำให้ฉันทานบ่อยๆ”
เนติมาพูดแล้วสลดลงนิดหนึ่งเพราะคิดถึงอดีต ระบิลมองเนติมาอย่างเข้าใจความรู้สึกก่อนยิ้มออกมา
“ไม่มีปัญหา แต่คุณไม่น่าจุดชนวนให้ผมเลยรู้มั้ย”
“ชนวนอะไร”
“โธ่..ก็ชนวนความหิวสิคุณ อูย..กระเพาะทะเลาะกับน้ำย่อยเลย”
เนติมาสงสัย
“มื้อเย็นนายทานไม่อิ่มเหรอ”
“ก็..อาหารฝรั่งจานละหยุมจานละหยิมอย่างนั้น มันพอกระเพาะม้าอย่างผมที่ไหนล่ะครับ”
ระบิลยิ้มเจื่อนพูดอย่างอายๆ พลางเอามือลูบท้องด้วยความหิว
 
เนติมามองท่าทางของระบิลแล้วอดยิ้มขำออกมาไม่ได้

บริเวณร้านก๋วยเตี๋ยวริมทาง ระบิลกำลังใช้ตะเกียบคีบก๋วยเตี๋ยวใส่ปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย โดยมีเนติมานั่งมองด้วยรอยยิ้ม

“ต้องอย่างนี้ ถึงจะเอาผมอยู่ อ้าว..ลองสิคุณ ร้านนี้อร่อยนะ อืม..จริงสิ คุณอาจไม่ชอบทานของข้างทางแบบนี้”
“ใครบอก..ฉันทานได้ เพียงแต่ไม่ค่อยได้ทานเท่านั้นเอง”
เนติมาคีบก๋วยเตี๋ยวใส่ปาก มองบรรยากาศรอบๆที่มีลูกค้านั่งอุดหนุนหลายคน
“ก็คึกคักดีนะ นายคงชอบบรรยากาศแบบนี้”
“อย่างน้อยตอนทานก็ไม่ต้องเก็ก ไม่ต้องวางมาด กินๆๆ เสพความอร่อยให้เต็มที่ อิ่มแล้วก็กลับบ้านนอน”
“เอ๊ะ..พูดกระทบฉันรึเปล่าเนี่ย”
เนติมาพูดทีเล่นทีจริง ระบิลรีบโบกมือปฏิเสธทันที
“เฮ้ย..เปล่านะคุณ อยู่ดีๆหางานให้ผมซะแล้ว ผมแค่พูดกว้างๆ ก็มันจริงนี่คุณทานอย่างนี้ไม่ต้องวางมาดเหมือนร้านหรูๆ ดูสิชุดนอนก็มา ขาสั้นเสื้อกล้ามยังมีเลย เห็นมั้ย”
ระบิลชี้ให้เนติมาดูลูกค้าชายคนหนึ่งที่ใส่ชุดนอนมานั่งทาน กับอีกโต๊ะหนึ่งที่ใส่เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นทานอยู่ เนติมามองแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างเห็นด้วย
“ก็จริงเนอะ เออ..เมื่อกี้นายพูดถึงบ้าน แล้วบ้านจริงๆนายอยู่ไหนเหรอ”
“อยู่ในสวนแถวเพชรบุรีโน่นแน่ะคุณ”
“ฉันนึกว่าเพชรบุรี มีแต่ทะเล”
“มีป่าสวย ลำธารใส ของกินอร่อย มีทุเรียนป่าละอู อร่อยเด็ดเลยนะคุณ ไว้มีโอกาสจะพาไป รับรองคุณจะติดใจจนลืมฝรั่งเศสไปเลย”
ระบิลเล่าอย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงบ้านสวน ก่อนคีบก๋วยเตี่ยวใส่ปากอีกคำ ทันใดนั้น เนติมาก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงแว่วมาจากด้านหลัง
“อืม..วันนี้พี่ดลไปหาพี่สาวเจอมั๊ยจ๊ะ”
“ไม่เจอหรอก เขาคงไม่กลับไปที่นั่นแล้วล่ะ”
ดลนั่งหันหลังให้เนติมาอยู่ในโต๊ะถัดไปทางด้านหลัง อนงค์ยกน้ำขึ้นดื่มก่อนยิ้มให้ดลอย่างให้กำลังใจ
“ใจเย็นๆนะจ๊ะ เดี๋ยวก็ได้เจอ”
ดลยิ้มแล้วบอก
“งั้นพี่จ่ายเงินเลยนะ”
ระบิลกลืนก๋วยเตี่ยวเสร็จก็กำลังจะเล่าต่อ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเนติมานิ่งงันเหมือนฟังอะไรอยู่
“อีกอย่าง...อ้าว เป็นอะไรไปคุณ”
เนติมาหันขวับไปด้านหลัง ดลลุกขึ้นจากโต๊ะเดินออกไปพร้อมอนงค์ ทั้งสองคนเดินไปเรียกรถสามล้อกลับบ้าน สามล้อคันนั้นจะเลี้ยวออกไปอีกทาง เนติมาเห็นหน้าดลไม่ชัดนักจะขยับจะลุกตามไป แต่ระบิลรีบรั้งไว้ ระบิลมองตามไปที่ถนน
“เดี๋ยวคุณ อะไร !”
เนติมาพูดอย่างไม่แน่ใจนัก ได้แต่มองตามรถสามล้อที่ดลนั่งไปอย่างครุ่นคิด

ภายในรถ เนติมานั่งเหม่อมองออกไปนอกรถด้วยสีหน้าครุ่นคิด ระบิลที่ขับรถอยู่มองเนติมาอย่างใจเย็น
“อย่าคิดมากน่าคุณ คุณเองก็ไม่แน่ใจไม่ใช่เหรอว่าไอ้หนุ่มนั่นเป็นน้องชายคุณ”
เนติมาสับสนเล็กน้อย
“ไม่แน่ใจ แต่ก็มีบางอย่างที่... ถ้านับอายุแล้ว น้องชายของฉันคงรุ่นๆเดียวกับคนที่เจอเมื่อกี้นี่แหละ แถมเขายังคุยกันเรื่องตามหาพี่สาว”
“ประเทศนี้คนตามหาญาติพี่น้อง มีเป็นแสนๆคนมั้งคุณ แค่ชื่อก็คนละคนแล้วไม่ใช่เหรอ น้องชายคุณชื่ออะไรนะ”
“ยศวีร์”
“ส่วนไอ้หนุ่มนั่นคุณบอกว่าชื่อดล เห็นมั้ยแค่ชื่อก็คนละแนวกันแล้ว”
ระบิลพูดอย่างไม่คิดอะไรมาก แต่เนติมายังคิดไม่ตก
“นายเชื่อเรื่องสายใยระหว่างพี่กับน้องมั้ย”
“เชื่อ..แล้วก็เชื่อด้วยว่า สายใยที่คุณว่าเนี่ย จะชักพาให้คุณกับน้องชายมาพบกัน โดยที่คุณไม่ต้องมานั่งทำหน้านิ่วคิ้วผูกโบว์ให้หน้าเป็นรอยพับยับถาวรอยู่เนี่ย”
ระบิลพูดสบายๆอย่างใจเย็น เนติมาถอนใจหันมาค้อนระบิลด้วยความหมั่นไส้
“เชื่อผมสิ ถ้าคิดแล้วมันหาคำตอบไม่ได้ก็อย่าเพิ่งคิด ผมมั่นใจอะไรอย่างหนึ่งรู้มั้ย”
เนติมามองระบิลด้วยแวตาสงสัย
“อย่างน้อยความรู้สึกที่คุณมีต่อน้องชายในตอนนี้ เขาเองก็รู้สึกไม่แพ้คุณหรอกนะ แล้วไอ้ความรู้สึกนี้ จะช่วยพาคุณสองคนมาพบกัน”
“แล้ว...”
“อย่าถามว่าเมื่อไหร่เพราะผมไม่ใช่หมอดู แต่ถ้าอยากรู้ ผมจะไปเรียนหมอดูมาดูให้คุณเอง สนมะๆ” ระบิลพูดแทรกทันที
“ไม่ต้องเลย ขืนนายมาดูดวงให้ฉัน ชีวิตฉันคงปั่นป่วนมากกว่านี้แน่ๆ ขับรถไปเลย ฉันง่วงนอนแล้ว”
ระบิลลอยหน้าลอยตาพูดหยอก จนเนติมาอดยิ้มออกมาพลางมองระบิลด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้
“รับทราบครับเจ้านาย”
ระบิลแกล้งทำท่าขึงขังยกมือขึ้นตะเบ๊ะรับคำสั่ง ก่อนจะขับรถต่อไปด้วยรอยยิ้ม
 
เนติมายิ้มด้วยความสบายใจขึ้น มองระบิลด้วยความรู้สึกขอบคุณ

วันใหม่ในเวลากลางวัน ภายในห้องประชุมพรรคสยามพัฒนา ศิวัชกับเนติมากำลังดูข้อมูลจากไอแพด เครื่องเดียวกันด้วยสีหน้าพึงพอใจ

“ผลจากโพลต่างๆ คะแนนนิยมพรรคเราสูงลิ่ว” ศิวัชบอก
“เรื่องนี้กลุ่มของนายพงษ์เลิศจะโทษใครไม่ได้เลย นอกจากต้องโทษตัวเองตอนบริหารบ้านเมืองก็คิดแต่จะทำเพื่อพวกพ้อง เขาคงคิดว่าประชาชนโง่ ไม่รู้ว่าอะไรคืออด อะไรคืออิ่ม”
เนติมาพูดอย่างจริงจัง ขณะที่ธำรงครุ่นคิดอะไรอยู่นิดหนึ่ง ก่อนพูดอย่างสุขุม
“คะแนนนิยมเราสูงขนาดนี้ ไม่รู้ว่าพวกมันจะเล่นสกปรกอะไรบ้าง”
ระบิลกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่มุมหนึ่ง
“อืม..ขอบใจมากเพื่อน”
เมื่อระบิลวางสายแล้วหันมาบอกทุกคนด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“เป็นไปตามคาดครับ เพื่อนผมที่ประจำอยู่ชายแดนบอกว่า สายสืบแจ้งว่าจะมีอาวุธสงครามล็อตใหญ่ ส่งข้ามชายแดนเข้ามาในประเทศ ทุกคนต้องระวังตัวให้มากขึ้นนะครับ”
“ไอ้พวกนี้เลวจริงๆ กลัวสูญเสียอำนาจ จนไม่รู้อะไรนรกอะไรสวรรค์แล้ว” ธำรงพูดด้วยความหงุดหงิด ศิวัชเอื้อมมือไปกุมมือเนติมาด้วยความเป็นห่วง
“กลัวมั๊ยจ๊ะเนติ์”
“ไม่มีอะไรที่เนติ์ต้องกลัวค่ะพี่ศิวัช พวกเรากลับมาที่นี่ เพื่อเอาคนชั่วลงจากอำนาจไม่ใช่เหรอคะ”
เนติมากระชับมือศิวัชพร้อมพูดอย่างหนักแน่น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นทั้งหมดภายในห้องหันไปเห็นเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดกับธำรง
“ท่านคะ คุณพงษ์เลิศ ชัยธวัช จะมาขอพบค่ะ”
ระบิล เนติมา ศิวัช ธำรง ได้ยินชื่อแล้วอดที่จะตกใจไม่ได้ที่พงษ์เลิศมา
“นี่กล้ามาถึงพรรคเราเลยเหรอ” ศิวัชว่า
“กล้ามา เราก็กล้าต้อนรับ ไป..ออกไปเล่นละครการเมืองกัน” ธำรงว่า
ธำรงลุกออกจากห้องทันที แต่ศิวัชรั้งเนติมาไว้ด้วยความเป็นห่วง
“พี่ว่าเนติ์อยู่ที่นี่ดีกว่านะ”
“พี่ศิวัช เนติ์ไม่ได้มาเมืองไทยเพื่อหลบหน้าเขานะคะ เนติ์อยากสบตาคนที่สั่งฆ่าคุณพ่อ คุณแม่เนติ์ ด้วยตาของเนติ์เอง”
“เนติ์”
“เนติ์คิดว่าถึงเวลาแล้วล่ะที่เขาจะได้รู้ตัวว่า กรรมเดินทางมาใกล้ตัวเขาแล้วค่ะ”
“เนติ์ เดี๋ยว...”
เนติมาพูดอย่างมั่นใจ ก่อนเดินออกไปจากห้องทันที ศิวัชได้แต่มองตามไปด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ระบิลเดินเข้าไปพูดกับศิวัชอย่างใจเย็น
“คุณต้องเชื่อมั่นในตัวเธอนะครับ คุณศิวัช”
ศิวัชรับฟังพลางถอนใจออกมาด้วยความไม่สบายใจด้วยความรู้สึกเป็นห่วงเนติมาอย่างมาก

บริเวณ ห้องโถงที่ทำการพรรคสยามพัฒนาในเวลาต่อมา ธำรงเดินนำระบิล เนติมา ศิวัช ออกมาจากห้องด้านใน ผ่านเจ้าหน้าที่พรรคที่ยืนอยู่บริเวณนั้น โดยบริเวณห้องโถงมีนักข่าวรอทำข่าวอยู่แล้วหลายคน
บริเวณประตูทางเข้าพรรค พงษ์เลิศ ชลกรและลูกน้องอีกสองคนถือกระเช้าดอกไม้ตามเข้ามาพอดี พงษ์เลิศแสร้งยิ้มให้ธำรงพร้อมปรี่เข้าไปจับไม้จับมืออย่างเป็นมิตรทันที ธำรงก็แสร้งยิ้มอย่างแนบเนียน ขณะนักข่าวต่างบันทึกภาพกันขนานใหญ่
“ยินดีต้อนรับกลับเมืองไทยครับคุณธำรง”
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับ คุณพงษ์เลิศ ไป..เราไปคุยกันข้างในดีกว่า”
ธำรงผายมือเชิญเข้าไปด้านใน แต่พงษ์เลิศยิ้มปฏิเสธ
“เอาไว้วันหลังดีกว่า วันนี้ผมแค่มาแสดงความยินดีที่เราจะร่วมกันช่วยพัฒนาประเทศ อ้อ..นี่”
พงษ์เลิศพูดแล้วก็ผายมือไปที่ชลกร ธำรงพูดแทรกขึ้นมาทันที
“คุณชลกร ผมได้ยินชื่อเสียงคุณมาบ้าง”
“ด้านดีด้านลบคะ”
ชลกรพูดยิ้มเป็นการหยั่งเชิง ธำรงยิ้มอย่างใจเย็น
“นักธุรกิจหญิงที่สวย เก่ง ฉลาด..น่าจะเป็นด้านดีพอนะครับ”
ชลกรยิ้มโปรยเสน่ห์
“แหม...คุณธำรงนี่ นอกจากเก่งแล้วยังปากหวานอีกด้วยนะคะ”
ชลกรมองไปที่ศิวัช
“นี่ใช่มั้ยคะแคนดิเดตผู้นำคนใหม่ของเรา ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
ชลกรเอื้อมมือไปให้ศิวัชจับเป็นการทักทาย ศิวัชยิ้มอย่างเป็นมิตรก่อนยื่นมือไปจับมือชลกรอย่างไม่คิดอะไรมาก
“หวังว่าลูกไม้คงหล่นไม่ไกลต้นนะหลานชาย”
“ไม่ไกลหรอกครับ เพราะผมว่าผมเป็นลูกไม้ที่หล่นใต้ต้นเลยล่ะครับ”
ศิวัชพูดเป็นเชิงติดตลก พงษ์เลิศหัวเราะชอบอกชอบใจ ก่อนหันไปมองระบิลกับเนติมา พงษ์เลิศอมยิ้มทันทีที่เห็นเนติมาแต่แกล้งทำเป็นไม่เคยเห็น
“ฮ่าๆ ดีผมชอบคนมั่นใจสูงอย่างนี้ ฮ่าๆ”
พงษ์เลิศพูดแล้วมองระบิลกับเนติมาก่อนถามธำรง
“แล้วสองคนนั่นใครเหรอคุณธำรง”
“นั่นคุณระบิล อดีตหน่วยคอมมานโดมือหนึ่งของประเทศ เพิ่งจบหลักสูตรรักษาความปลอดภัยบุคคลมาจากฝรั่งเศสครับ เขามาดูแลความปลอดภัยให้หลานสาวผม”
ระบิลยกมือไหว้พงษ์เลิศตามมารยาท พงษ์เลิศมองระบิลแล้วยิ้มออกมา
“อืม..ผมเคยได้ยินชื่อคุณ คนไทยคนเดียวที่ได้ทุนไปเรียนทางนี้โดยตรง ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ ผมจะจ้างคุณมาทำงานให้ผม”
“แต่ผมก็เลือกเหมือนกันนะครับ ว่าผมจะทำงานให้ใคร”
ระบิลยิ้มตอบติดกวนนิดๆ ทำเอาพงษ์เลิศกับชลกรหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่งก่อนยิ้มกลบเกลื่อนทันที
พงษ์เลิศเบนสายตาไปที่เนติมาอย่างตั้งใจ ก่อนแกล้งพูดออกมาอย่างใจเย็นเหมือนกับไม่รู้ว่านี่คือเนติมา
“งั้นหลานสาวคนนี้ก็...”
“เนติมา อิสราวัชร..ลูกสาวคุณวิเชียร คุณพรรณศรี อิสราวัชร คุณพ่อฉันนักธุรกิจมือสะอาดที่ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อกำจัดนักการเมืองฉ้อฉลปล้นแผ่นดิน”
เนติมายิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วพูดออกมาอย่างจริงจังไม่รู้สึกเกรงกลัวพงษ์เลิศเลยสักนิด ขณะที่พงษ์เลิศพูดอย่างใจเย็น
“อืม..คุณวิเชียรเป็นคนดี เสียดายไม่น่า...”
“สิบปีที่ผ่านมา ฉันมีลมหายใจอยู่ก็เพื่อวันนี้ วันที่ฉันจะกลับมาทวงคืนความชอบธรรมให้กับชีวิตคุณพ่อ คุณแม่ของฉัน บางคนอาจคิดว่าเวรกรรมเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ฉันว่ามันเป็นเรื่องจริง ที่คนก่อไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”
เนติมาพูดยิ้มๆ แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจในน้ำคำ สายตาของเนติมาจดจ้องมองตาพงษ์เลิศอย่างไม่กระพริบ

ภาพในอดีตวันนั้นที่เนติมาไม่เคยลืมหวนกลับมาในความคิดหญิงสาวอีกคำรบ
พงษ์เลิศเดินออกมาจากตัวบ้าน โดยมีปานเดินตามออกมาด้วย
“แล้วลูกของมันอีกสองคน นายจะทำยังไงครับ” ปานถาม
“ไอ้วิเชียรมันรู้ตัว ว่าจุดจบของมันจะเป็นยังไง ป่านนี้มันคงเอาลูกไปซ่อนที่ไหนสักแห่ง ตามไปจัดการเด็กสองคนนั่นให้ได้ ฉันไม่อยากให้มันกลับมาเป็นหอกข้างแคร่ฉันในอนาคต”
พงษ์เลิศพูดอย่างเอาจริงก่อนเดินออกไป ปานถอนใจนิดหนึ่งแล้วเดินตามพงษ์เลิศไป

บริเวณหลังพุ่มไม้ เห็นธำรงเอนราบไปกับพื้น มือของธำรงข้างหนึ่งรวบตัวเนติมาที่พยายาม
ดิ้นไว้ มืออีกข้างปิดปากเนติมาแน่น

โปรดติดตาม "หงส์สะบัดลาย" ตอนต่อไป
หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 2
หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 2
บนหอไอเฟล ยามเย็น ระบิลยืนมองวิวตรงหน้าอย่างครุ่นคิด ก่อนหยิบรูปของเอมมิกาขึ้นมามองแล้วยิ้มอย่างเศร้าๆ “พี่พาหนูมาเที่ยวส่งท้ายนะคะเอม ไม่รู้เมื่อไหร่พี่จะมีโอกาสพาหนูมาเที่ยวไกลๆอย่างนี้อีกเมื่อไหร่ แต่พี่คิดว่าหนูคงคิดถึงเมืองไทยแล้วล่ะเนอะ แล้วพี่จะพาหนูไปร้านประจำที่เราชอบไปนั่งเล่นกันนะคะเอม” ระบิลถอนหายใจก่อนตัดใจเก็บรูปคนรักเก่าเข้าไปในเสื้อ ระบิลมองไปรอบๆเหมือนจะสั่งลาสถานที่ “พร้อมจะกลับไปอยู่บนโลกแห่งความจริงแล้วใช่มั้ยระบิล” เครื่องบินโดยสารบินอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆ จากกรุงปารีสถึงสนามบินสุวรรณภูมิยามรุ่งเช้า และเครื่องบินกำลังร่อนลงสู่รันเวย์ เพื่อพาทุกชีวิตเข้า กรุงเทพมหานคร สู่ประเทศไทย
กำลังโหลดความคิดเห็น...